The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๑ นิราศภูเขาทอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by napawan_ngoophimai, 2022-06-23 11:37:14

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๑ นิราศภูเขาทอง

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ ๑ นิราศภูเขาทอง



คำนำ

แผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท ๒๑๑๐๑ จดั ทำเพื่อใชใ้ นการประกอบการ
จดั กิจกรรมการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ประจำภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา 256๕

ขอขอบคุณ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ คณะครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบุรี
ที่ได้ร่วมกันจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อใช้ในการประกอบการจัดทำแผน
การจัดการเรียนรู้ ในการประกอบกิจกรรมการเรยี นการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ประจำภาคเรียนท่ี ๑
ปกี ารศึกษา 256๕ และเอกสารฉบับนี้สำเรจ็ เรยี บร้อยดว้ ยดี

นภาวรรณ งพู ิมาย
ครู

1๗/พฤษภาคม/๒๕๖๕

สารบัญ ข

เรือ่ ง หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
คำอธิบายรายวชิ า 1
โครงสรา้ งรายวิชา ภาษาไทย ๔
การวเิ คราะหม์ าตรฐานและตวั ช้วี ดั /ผลการเรียนรู้ ๙
แผนการจัดการเรยี นรู้
๑๓

คำอธบิ ายรายวิชา
ชื่อวิชา ภาษาไทย รหัส ท ๒๑๑๐๑

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ขัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑

เวลาเรียน ๓ ช่วั โมง / สปั ดาห์ จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

**************************************************

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง

อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง จบั ใจความสำคัญ ระบุเหตุผลและขอ้ เทจ็ จริงกบั ข้อคิดเห็น
จากเรือ่ งท่อี ่าน อธบิ ายคำเปรียบเทยี บและคำท่ีมีหลายความหมายในบรบิ ทต่าง ๆ จากการอา่ น ตีความคำยากในเอกสาร
วิชาการโดยพิจารณาจากบรบิ ท ระบคุ วามสมเหตสุ มผลของงานเขียนประเภทชกั จูงโน้มน้าวใจ ปฏิบัติตามคู่มอื
คำแนะนำ วเิ คราะห์คณุ ค่าท่ีได้จากการอา่ นและมีมารยาทในการอา่ น

เขยี นบรรยาย ส่ือสาร แสดงความคดิ เหน็ เขยี นจดหมาย รายงาน โครงงาน คัดลายมือ และ
มีมารยาทในการเขยี น

พูดสรปุ ใจความสำคญั เล่าเรือ่ ง แสดงความคิดเห็น ประเมนิ ค่า รายงานประเด็นท่ศี ึกษาค้นคว้า
จากการฟงั การดแู ละมีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู

อธิบายลักษณะของเสียงในภาษา การสรา้ งคำ ชนิดของคำและหนา้ ท่ีของคำ วิเคราะหค์ วามแตกต่าง
ของภาษาพูดและภาษาเขียน แตง่ บทรอ้ ยกรอง จำแนกสำนวน คำพงั เพย และสุภาษิต

วเิ คราะห์ อธบิ าย สรปุ วรรณคดีและวรรณกรรม นำความรขู้ ้อคิดทไ่ี ด้จากการอา่ นไปประยุกต์ใชใ้ น
ชีวิตจริง ทอ่ งจำบทอาขยานท่ีกำหนดและบทร้อยกรองทีส่ นใจ

มีความชืน่ ชมและรักความเป็นไทย มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มีความมงุ่ มน่ั ในการทำงานดว้ ยความซ่อื สตั ยส์ ุจรติ

มคี วามเปน็ อย่อู ยา่ งพอเพียง มจี ติ สาธารณะ มีความรกั หวงแหนและธำรงไวซ้ ง่ึ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์

รหสั ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๙
ท ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๗, ม.๑/๙
ท ๓.๑ ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๖
ท ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๔, ม.๑/๕

รวม ๒๑ ตวั ชวี้ ัด

สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพ่อื นำไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ญั หาในการดำเนินชวี ติ

และมนี สิ ัยรักการอ่าน
ท ๑.๑ ม.๑/๑ อา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองไดถ้ กู ต้องเหมาะสมกับเร่อื งที่อ่าน
ท ๑.๑ ม.๑/๒ จบั ใจความสำคญั จากเร่ืองทอ่ี า่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๓ ระบเุ หตแุ ละผลและขอ้ เท็จจรงิ กบั ขอ้ คดิ เหน็ จากเร่อื งที่อา่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๔ ระบุและอธิบายคำเปรยี บเทียบ และคำทมี่ ีหลายความหมายในบรบิ ทตา่ งๆ จากการอา่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๕ ตีความคำยากในเอกสารวิชาการ โดยพิจารณาจากบริบท
ท ๑.๑ ม.๑/๖ ระบขุ ้อสังเกตและความสมเหตสุ มผลของงานเขียนประเภทชักจงู โน้มนา้ วใจ
ท ๑.๑ ม.๑/๗ ปฏิบัติตามค่มู อื แนะนำวิธีการใช้งานของเคร่ืองมอื หรอื เครือ่ งใช้ในระดบั ทย่ี ากขึ้น
ท ๑.๑ ม.๑/๘ วิเคราะหค์ ุณค่าที่ไดร้ บั จากการอ่านงานเขียนอยา่ งหลากหลายเพือ่ นำไปใชแ้ กป้ ญั หาในชวี ิต
ท ๑.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขียน
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นสอื่ สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบ

ตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า
อยา่ ง มปี ระสทิ ธภิ าพ

ท ๒.๑ ม.๑/๑ คัดลายมือตัวบรรจงคร่งึ บรรทดั

ท ๒.๑ ม.๑/๒ เขียนสอื่ สารโดยใช้ถ้อยคำถกู ต้องชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย

ท ๒.๑ ม.๑/๓ เขียนบรรยายประสบการณโ์ ดยระบุสาระสำคัญและรายละเอียดสนบั สนุน

ท ๒.๑ ม.๑/๔ เขียนเรียงความ

ท ๒.๑ ม.๑/๕ เขยี นยอ่ ความจากเรอ่ื งทอี่ า่ น

ท ๒.๑ ม.๑/๖ เขยี นแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั สาระจากสอ่ื ท่ไี ด้รบั

ท ๒.๑ ม.๑/๗ เขยี นจดหมายสว่ นตวั และจดหมายกิจธรุ ะ

ท ๒.๑ ม.๑/๘ เขียนรายงานการศึกษาคน้ ควา้ และโครงงาน

ท ๒.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขยี น
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรสู้ กึ

ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ท ๓.๑ ม.๑/๑ พดู สรุปใจความสำคญั ของเร่อื งที่ฟงั และดู
ท ๓.๑ ม.๑/๒ เลา่ เรอื่ งยอ่ จากเรือ่ งท่ีฟงั และดู
ท ๓.๑ ม.๑/๓ พดู แสดงความคดิ เห็นอยา่ งสร้างสรรค์เกยี่ วกบั เร่ืองท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ม.๑/๔ ประเมนิ ความน่าเชอื่ ถอื ของสอ่ื ทมี่ ีเนอ้ื หาโนม้ น้าวใจ
ท ๓.๑ ม.๑/๕ พูดรายงานเร่ืองหรือประเดน็ ทศี่ กึ ษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา
ท ๓.๑ ม.๑/๖ มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู
สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษาภูมิ

ปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ท ๔.๑ ม.๑/๑ อธบิ ายลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย
ท ๔.๑ม.๑/๕ แต่งบทรอ้ ยกรอง
ท ๔.๑ ม.๑/๖ จำแนกและใช้สำนวนที่เปน็ คำพังเพยและสภุ าษิต

สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา

ประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จรงิ

ท ๕.๑ ม.๑/๑ สรปุ เน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมทอ่ี า่ น

ท ๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพรอ้ มยกเหตผุ ลประกอบ

ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธบิ ายคณุ คา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน

ท ๕.๑ ม.๑/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพอื่ ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตจริง
ท ๕.๑ ม.๑/๕ ท่องจำบทอาขยานตามทกี่ ำหนดและบทรอ้ ยกรองที่มคี ณุ ค่าตามความสนใจ

ผงั มโนทัศน์รายวิชาภาษาไทย
ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๒
เร่อื ง นิราศภูเขาทอง วิชา ภาษาไทย เรื่อง โคลงโลกนิติ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๓ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๔
เรื่อง สุภาษิตพระรว่ ง เรื่อง กาพย์พระไชยสรุ ิยา

โครงสร้างรายวชิ า ภาษาไทย ชื่อวิชา ภาษาไทย
รหัสวชิ า ท ๒๑๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑
เวลาเรยี น ๓ ชวั่ โมง / สัปดาห์ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง / ภาคเรยี น จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต

หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ สาระ / มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนักคะแนน
ที่ / ตัวชีว้ ัด / ผลการเรียนรู้ (ชม.)
K A P รวม
๑ นริ าศภูเขาทอง ๑. คำพอ้ ง ท ๑.๑ ม.๑/๑ ๑. การอา่ นออกเสียง ๙ ๗ ๖ ๔ ๑๗
ประกอบด้วย
๒. การสร้างคำในภาษาไทย ท ๕.๑ ม.๑/๑
- บทรอ้ ยกรองท่ีเป็นบรรยาย
๓. ชนิดของคำและหน้าที่ของคำในประโยค ท ๕.๑ ม.๑/๒ - บทรอ้ ยกรองเช่น

๔. สำนวนที่เปน็ คำพังเพยและสุภาษิต ท ๕.๑ ม.๑/๓ กลอนสุภาพ กลอนสกั วา
กาพย์ยานี ๑๑
๕. การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ยกรอง ท ๕.๑ ม.๑/๔ กาพย์ฉบัง ๑๖

๖. การอา่ นจบั ใจความ ท ๕.๑ ม.๑/๕ กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
โคลงส่ีสุภาพ
๗. การคดั ลายมอื
๒. วรรณคดีและวรรณกรรม
๘. การเขียนแนะนำสถานที่สำคญั เกย่ี วกับบันทึกการเดินทาง

๙. การเขยี นจดหมายส่วนตัว ๓. การวิเคราะหค์ ุณคา่ และ

๑๐. การพดู แสดงความคิดเห็นอยา่ ง ข้อคดิ จากวรรณคดแี ละ
วรรณกรรม
สร้างสรรค์
๔. บทอาขยานและบทร้อย
๑๑. การสรปุ เน้ือหาวรรณคดแี ละ กรองทม่ี คี ณุ คา่

วรรณกรรมท่ีอา่ น

๑๒. การวิเคราะห์วรรณคดแี ละวรรณกรรม

ทีอ่ ่านพรอ้ มยกเหตผุ ลประกอบ

๑๓. การอธิบายคุณค่าของวรรณคดีและ

วรรณกรรมที่อา่ น

๑๔. การสรุปความรู้และข้อคดิ จากการอา่ น

เพ่ือประยกุ ต์ใช้ในชวี ิตจริง

๑๕. การท่องจำบทอาขยานตามทีก่ ำหนด

และบทรอ้ ยกรองทมี่ ีคณุ ค่าตามความสนใจ

หนว่ ย ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ สาระ / มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนักคะแนน
ท่ี / ตวั ช้วี ัด / ผลการเรียนรู้ (ชม.) K A P รวม
- บทอาขยานทกี่ ำหนดจาก
๒ โคลงโลกนิติ ๑. เรื่อง โคลงโลกนติ ิ ท ๑.๑ ม.๑/๒ วรรณคดี เรือ่ ง นิราศภเู ขาทอง ๑๐ ๗ ๖ ๔ ๑๗
๒. เรือ่ ง ความเปน็ มาของโคลงโลกนติ ิ ท ๑.๑ ม.๑/๓ ๑. การอ่านจบั ใจความจากสือ่
ท ๑.๑ ม.๑/๔ ต่าง ๆ เชน่
๓. เรื่อง คณุ คา่ ของโคลงโลกนิติ ท ๑.๑ ม.๑/๕
๔. เรื่อง การอา่ นจับใจความสำคัญ ท ๑.๑ ม.๑/๖ - นิทานชาดก บทความสาร
๕. เร่ือง การอ่านจบั ใจความสำคัญ ท ๑.๑ ม.๑/๗ คดี
ท ๑.๑ ม.๑/๘
ท ๑.๑ ม.๑/๙ เอกสารทางวิชาการที่มคี ำ
ท ๕.๑ ม.๑/๑ ประโยค และข้อความทตี่ อ้ ง
ท ๕.๑ ม.๑/๒ ใช้บรบิ ทช่วยพิจารณา
ท ๕.๑ ม.๑/๓ ความหมาย
ท ๕.๑ ม.๑/๔ - งานเขยี นประเภทชักจูงโนม้
ท ๕.๑ ม.๑/๕ นา้ วใจเชงิ สร้างสรรค์
๒. การอ่านและปฏบิ ตั ิตาม
เอกสารคมู่ ือ
๓. การอา่ นหนงั สือตามความ
สนใจ เช่น
- หนังสือท่นี ักเรยี นสนใจและ
เหมาะสมกบั วัย

หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ สาระ / มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั คะแนน
ท่ี / ตวั ชวี้ ดั / ผลการเรยี นรู้ (ชม.) K A P รวม

๓ สุภาษิตพระร่วง ๑. การสรา้ งคำในภาษาไทย ท ๒.๑ ม.๑/๑ - หนังสอื อ่านท่คี รแู ละนักเรยี น ๑๙ ๘ ๗ ๓ ๑๘
กำหนดรว่ มกนั
๒. คำพ้อง ท ๒.๑ ม.๑/๒ ๔. มารยาทในการอา่ น
๕. วรรณคดีและวรรณกรรม
๓. สำนวนทเี่ ป็นคำพังเพยและสภุ าษิต ท ๒.๑ ม.๑/๓ เก่ยี วกับ สุภาษติ คำสอน
๖. การวิเคราะห์คุณค่าและ
๔. การอ่านออกเสยี งบทร้อยกรอง ท ๒.๑ ม.๑/๔ ข้อคดิ
จากวรรณคดีและวรรณกรรม
๕. การอา่ นจับใจความ ท ๕.๑ ม.๑/๑ ๗. บทอาขยานและบทรอ้ ยกรอง
ทม่ี คี ุณคา่
๖. การคัดลายมือ ท ๕.๑ ม.๑/๒ - บทอาขยานตามทกี่ ำหนดจาก
วรรณคดี เรอื่ งโคลงโลกนิติ
๗. การเขียนแสดงความคิดเห็น ท ๕.๑ ม.๑/๓
๑. การคดั ลายมือตัวบรรจงครงึ่
บรรทัด
๒. การเขยี นสอ่ื สาร เชน่ การ
เขยี นแนะนำสถานทีส่ ำคัญต่าง ๆ
๓. การบรรยายประสบการณ์
๔. การเขียนเรยี งความเชิง
พรรณนา

๘. การพูดแสดงความคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ ท ๕.๑ ม.๑/๔

๙. การสรปุ เนอื้ หาวรรณคดแี ละวรรณกรรม

ทีอ่ ่าน

๑๐. การวเิ คราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรม

ทีอ่ ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ

หนว่ ยท่ี ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ สาระ / มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนักคะแนน
/ ตวั ชวี้ ัด / ผลการเรียนรู้ (ชม.) K A P รวม

๑๑. การอธบิ ายคุณค่าของวรรณคดแี ละ ๒๐ ๗ ๗ ๔

วรรณกรรมท่ีอ่าน

๔ กาพยเ์ รื่องพระไชย ๑. เสยี งในภาษาไทย ท ๒.๑ ม.๑/๕ ๕. วรรณคดแี ละวรรณกรรม ๒๐
สรุ ยิ า ๒. การสรา้ งคำในภาษาไทย ท ๒.๑ ม.๑/๖ เกย่ี วกับสภุ าษติ คำสอน
ท ๒.๑ ม.๑/๗ ๖. การวิเคราะห์คณุ ค่าและ
๓. หลกั การแตง่ คำประพนั ธป์ ระเภทกาพย์
๔. การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรอง ท ๒.๑ ม.๑/๘ ข้อคดิ จากวรรณคดแี ละ
๕. การอ่านจับใจความ ท ๕.๑ ม.๑/๑ วรรณกรรม

๖. การคดั ลายมอื ท ๕.๑ ม.๑/๒ ๑. การเขยี นยอ่ ความจากส่ือ
๗. การพดู เสนอความรู้ ท ๕.๑ ม.๑/๓ ๒. การเขียนแสดงความคดิ เหน็
ท ๕.๑ ม.๑/๔ เก่ยี วกบั สาระจากสื่อต่าง ๆ เช่น
๘. การสรปุ เนอ้ื หาวรรณคดแี ละวรรณกรรม
ท่ีอ่าน ท ๕.๑ ม.๑/๕ - บทความ
- หนงั สอื อ่านนอกเวลา
๙. การวเิ คราะห์วรรณคดแี ละวรรณกรรมท่ี
- ข่าวและเหตกุ ารณ์ประจำวัน
อา่ นพร้อมยกเหตุผลประกอบ ๓. การเขียนจดหมายกจิ ธุระ
- การเขียนจดหมายสว่ นตัว
๑๐. การอธบิ ายคุณค่าของวรรณคดีและ
- จดหมายขอความชว่ ยเหลือ
วรรณกรรมที่อา่ น - จดหมายสอบถามขอ้ มูล

๑๑. การสรุปความรู้และขอ้ คดิ จากการอ่าน ๔. การเขียนรายงาน ได้แก่
- การเขยี นรายงาน
เพอ่ื ประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ - การเขยี นรายงานโครงงาน

๑๒. การท่องจำบทอาขยานตามท่กี ำหนด ๕. วรรณคดแี ละวรรณกรรม
เกย่ี วกบั บันเทิง
และบทร้อยกรองทีม่ คี ุณค่าตามความสนใจ
คดี

หนว่ ยที่ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ สาระ / มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนักคะแนน
/ ตวั ชี้วดั / ผลการเรยี นรู้ (ชม.) K A P รวม

๖. การวเิ คราะหค์ ณุ ค่าและ

ขอ้ คดิ จากวรรณคดแี ละ
วรรณกรรม
๗. บทอาขยานและบทรอ้ ยกรอง
ทมี่ คี ณุ ค่า
- บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

จากกาพย์พระไชยสุรยิ า

รวมเวลา / คะแนน หน่วยการเรยี น ๕๘ ๒๙ ๒๖ ๑๕ ๗๐
สอบวดั ผลกลางภาคเรียน ๑ ๑๕ - - ๑๕
สอบวดั ผลปลายภาคเรยี น ๑ ๑๕ - - ๑๕
๖๐ ๕๙ ๒๖ ๑๕ ๑๐๐
รวมเวลาเรียน / คะแนน ตลอดภาคเรียน

การวเิ คราะหม์ าตรฐานและตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้
รายวิชา ภาษาไทย ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕

หนว่ ยการ ตวั ชีว้ ดั ที่ ร้อู ะไร / ทำอะไร ภาระงาน / ชิ้นงาน สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะของวิชา คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

เรียนร้ทู ่ี / ท ๑.๑ ๑. คำพอ้ ง ๑. ใบงานเรือ่ ง ๑. ความสามารถ ๑. การสนทนา ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
แลกเปลยี่ นแสดง ๒. ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ
เรื่อง ม.๑/๑ ๒. การสร้างคำในภาษาไทย การตีความคำยากโดย ในการส่ือสาร ความคดิ เหน็ ๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๑. นริ าศ ๒. ทกั ษะการอ่าน ๕. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
ภูเขาทอง คิดวเิ คราะห์ คาดคะเน ๖. รกั ความเปน็ ไทย
เหตุการณ์ นำความรจู้ าก ๗. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
ท ๕.๑ ๓. ชนิดของคำและหน้าที่ของ พิจารณาจากบริบท - ทักษะการอา่ น การอา่ นประยุกตใ์ ชใ้ น
ชวี ิต
ม.๑/๑ คำในประโยค - ทักษะการเขยี น
๓. ทักษะการเขียน
ท ๕.๑ ๔. สำนวนทเ่ี ป็นคำพงั เพยและ ๒. การอ่านจับ - ทกั ษะการฟงั เลา่ เร่อื ง เหตุการณ์

ม.๑/๒ สุภาษิต ใจความนริ าศภูเขาทอง การดู และการพูด ๔. ทักษะการ
ทำงานเปน็ กล่มุ
ท ๕.๑ ๕. การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ย ๓. การอ่านออก ๒. ความสามารถ

ม.๑/๓ กรอง เสียงนริ าศภเู ขาทอง ในการคิด

ท ๕.๑ ๖. การอา่ นจบั ใจความ - การวเิ คราะห์

ม.๑/๔ ๗. การคดั ลายมอื ๔. การทอ่ งจำบท ๓. ความสามารถ

ท ๕.๑ ๘. การเขียนแนะนำสถานที่ อาขยานจากนริ าศภูเขา ในการแกป้ ัญหา
ม.๑/๕ สำคัญ ทอง
๔. ความสามารถ
๙. การเขียนจดหมายส่วนตวั ๕. ชิน้ งานเร่ือง ในการใชท้ ักษะชีวติ

๑๐. การพดู แสดงความคดิ เห็น จดหมายถึงเพื่อน

อย่างสรา้ งสรรค์ ๖. ช้ินงานเร่ือง การ - การ

๑๑. การสรปุ เนอื้ หาวรรณคดี เขยี นแนะนำสถานท่ี สรุปความรู้

และวรรณกรรมทอี่ ่าน สำคญั

๑๒. การวิเคราะหว์ รรณคดี ๗. ใบงานเรอื่ ง การ

และวรรณกรรมท่อี ่านพรอ้ มยก สรุปคณุ คา่ นิราศภเู ขา

เหตุผลประกอบ ทอง

๘. ชิ้นงานเรือ่ ง การ

เขยี นบนั ทึกวรรณคดี

ศึกษา : นิราศภูเขาทอง

หน่วยการ ตัวชี้วัดที่ รูอ้ ะไร / ทำอะไร ภาระงาน / ชน้ิ งาน สมรรถนะสำคญั คณุ ลักษณะของวชิ า คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
เรยี นรทู้ ี่ /
๑๓. การอธิบายคุณคา่ ของ ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
เรอื่ ง ๒. ซอื่ สตั ย์สุจรติ
วรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ า่ น ๓. มวี นิ ยั
๒. โคลงโลก ๔. ใฝเ่ รยี นรู้
นติ ิ ๑๔. การสรุปความรแู้ ละข้อคดิ ๕. มุ่งม่ันในการทำงาน
๖. รกั ความเปน็ ไทย
จากการอา่ นเพ่อื ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ๗. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง

จรงิ

๑๕. การทอ่ งจำบทอาขยาน

ตามทกี่ ำหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี ี

คุณค่าตามความสนใจ

ท ๑.๑ ๑. เร่อื ง โคลงโลกนิติ ๑. การท่องจำบท ๑. ความสามารถ ๑. การสนทนา

ม.๑/๒ ๒. เรือ่ ง ความเปน็ มาของโคลง อาขยาน ในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนแสดง

ท ๑.๑ โลกนติ ิ ๒. ชิน้ งานเร่อื ง การ - ทกั ษะการอ่าน ความคิดเหน็

ม.๑/๓ ๓. เรือ่ ง คุณคา่ ของโคลงโลก พูดหรอื เขียนเลา่ เรอ่ื งท่ี - ทกั ษะการเขยี น ๒. ทักษะการอา่ น

ท ๑.๑ นติ ิ สะท้อนการใช้คำสอนใน - ทกั ษะการฟัง คิดวเิ คราะห์ คาดคะเน

ม.๑/๔ ๔. เร่ือง การอ่านจบั ใจความ โคลงโลกนิติ การดู และการพดู เหตุการณ์ นำความรูจ้ าก

ท ๑.๑ สำคญั ๓. ชน้ิ งานเรื่อง การ ๒. ความสามารถ การอ่านประยกุ ตใ์ ช้ใน

ม.๑/๕ ๕. เรือ่ ง การอ่านจบั ใจความ เขียนกระท้เู ก่ยี วกับโคลง ในการคิด ชีวติ

ท ๑.๑ สำคัญ โลกนติ ิบนกระดาน - การวิเคราะห์ ๓. ทกั ษะการเขยี น

ม.๑/๖ สนทนา ๓. ความสามารถ เล่าเรอื่ ง เหตกุ ารณ์

ท ๑.๑ ๔. ชนิ้ งานเรอ่ื ง ในการแก้ปัญหา ๔. ทกั ษะการ

ม.๑/๗ การเขียนบันทึกวรรณคดี ๔. ความสามารถ ทำงานเป็นกลมุ่
ท ๑.๑ ศึกษา : โคลงโลกนติ ิ ในการใช้ทักษะชีวติ

ม.๑/๘

ท ๑.๑

ม.๑/๙

หน่วยการ ตวั ชว้ี ัดท่ี รู้อะไร / ทำอะไร ภาระงาน / ชิ้นงาน สมรรถนะสำคญั คุณลกั ษณะของวิชา คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
เรียนรู้ท่ี /
ท ๕.๑ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
เรื่อง ม.๑/๑ ๒. ซอ่ื สัตย์สุจรติ
ท ๕.๑ ๓. มวี ินยั
ม.๑/๒ ๔. ใฝเ่ รียนรู้
ท ๕.๑ ๕. มงุ่ มั่นในการทำงาน
ม.๑/๓ ๖. รักความเปน็ ไทย
ท ๕.๑ ๗. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
ม.๑/๔
ท ๕.๑
ม.๑/๕

๓. สภุ าษติ ท ๒.๑ ๑. การสรา้ งคำในภาษาไทย ๑. ใบงานเร่อื ง ๑. ความสามารถ ๑. การสนทนา
พระร่วง
ม.๑/๑ ๒. คำพอ้ ง จับคู่สุภาษิต ในการสอื่ สาร แลกเปลยี่ นแสดง

ท ๒.๑ ๓. สำนวนท่ีเปน็ คำพงั เพยและ ๒. ใบงานเร่อื ง - ทกั ษะการอ่าน ความคิดเห็น

ม.๑/๒ สภุ าษิต การพฒั นาลายมอื - ทักษะการเขยี น ๒. ทกั ษะการอ่าน

ท ๒.๑ ๔. การอ่านออกเสียงบทร้อย ๓. ชนิ้ งานเรอื่ ง - ทกั ษะการฟงั คิดวเิ คราะห์ คาดคะเน

ม.๑/๓ กรอง การแสดงความคิดเหน็ การดู และการพดู เหตุการณ์ นำความรู้

ท ๒.๑ ๕. การอา่ นจบั ใจความ อย่างสร้างสรรค์ ๒. ความสามารถใน จากการอา่ นประยุกต์ใช้

ม.๑/๔ ๖. การคดั ลายมอื ๔. ช้นิ งานเรอ่ื ง การคิด ในชีวิต

ท ๕.๑ ๗. การเขียนแสดงความ การเขยี นบนั ทกึ วรรณคดี - การวเิ คราะห์ ๓. ทักษะการเขยี น

ม.๑/๑ คดิ เห็น ศึกษา : สุภาษติ พระรว่ ง ๓. ความสามารถใน เล่าเรอื่ ง เหตุการณ์

ท ๕.๑ ๘. การพูดแสดงความคิดอย่าง การแก้ปัญหา ๔. ทักษะการ

ม.๑/๒ สร้างสรรค์ ๔. ความสามารถใน ทำงานเปน็ กลุ่ม

ท ๕.๑ ๙. การสรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี การใชท้ ักษะชีวติ

ม.๑/๓ และวรรณกรรมที่อา่ น

หน่วยการ ตวั ชว้ี ดั ที่ รอู้ ะไร / ทำอะไร ภาระงาน / ช้นิ งาน สมรรถนะสำคญั คณุ ลกั ษณะของวชิ า คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
เรยี นรูท้ ่ี /
ท ๕.๑ ๑๐. การวเิ คราะห์วรรณคดี ๑. ความสามารถ ๑. การสนทนา ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
เรอื่ ง ม.๑/๔ และวรรณกรรมทอ่ี า่ นพรอ้ มยก ๒. ซ่ือสตั ย์สจุ ริต
ในการสอ่ื สาร แลกเปล่ียนแสดง ๓. มีวนิ ยั
๕. กาพย์ เหตุผลประกอบ - ทกั ษะการอ่าน ความคิดเห็น ๔. ใฝเ่ รยี นรู้
เร่อื งพระ - ทกั ษะการเขียน ๕. มุง่ มั่นในการทำงาน
ไชยสรุ ยิ า ท ๒.๑ ๑. เสียงในภาษาไทย ๒. ทักษะการอา่ น ๖. รกั ความเปน็ ไทย
ม.๑/๕ ๒. การสรา้ งคำในภาษาไทย - ทักษะการฟัง ๗. อย่อู ยา่ งพอเพียง
ท ๒.๑ ๓. หลกั การแตง่ คำประพันธ์ การดู และการพูด คดิ วเิ คราะห์ คาดคะเน
ม.๑/๖ ประเภทกาพย์ เหตุการณ์ นำความรู้จาก
ท ๒.๑ ๔. การอ่านออกเสยี งบทรอ้ ย ๒. ความสามารถ
ม.๑/๗ กรอง ในการคิด การอา่ นประยุกตใ์ ช้ใน
ท ๒.๑ ๕. การอา่ นจบั ใจความ ชวี ิต
ม.๑/๘ ๖. การคัดลายมอื - การวิเคราะห์
ท ๕.๑ ๗. การพดู เสนอความรู้ ๓. ทักษะการเขยี น
ม.๑/๑ ๘. การสรปุ เนอ้ื หาวรรณคดี ๓. ความสามารถ
ท ๕.๑ และวรรณกรรมทอ่ี า่ น ในการแกป้ ัญหา เลา่ เร่ือง เหตกุ ารณ์
ม.๑/๒ ๙. การวเิ คราะหว์ รรณคดีและ ๔. ทักษะการ
ท ๕.๑ วรรณกรรมทีอ่ ่านพร้อมยกเหตุผล ๔. ความสามารถ
ม.๑/๓ ประกอบ ในการใชท้ กั ษะชวี ติ ทำงานเป็นกลุม่
ท ๕.๑ ๑๐. การอธบิ ายคณุ ค่าของ
ม.๑/๔ วรรณคดีและวรรณกรรมท่อี ่าน
ท ๕.๑ ๑๑. การสรุปความรแู้ ละข้อคดิ
ม.๑/๕ จากการอา่ นเพอ่ื ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ

จรงิ
๑๒. การทอ่ งจำบทอาขยาน

ตามทก่ี ำหนดและบทรอ้ ยกรองทีม่ ี

คุณค่าตามความสนใจ

ผังมโนทศั นห์ นว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑

เรือ่ ง พืน้ ฐานอกั ขรวธิ ไี ทย รายวิชา ภาษาไทยพน้ื ฐาน

ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

๑. ความเป็นมาและประวัติ ๒. ลักษณะคำประพนั ธ์ ๓. ลกั ษณะคำประพันธ์
ผู้แต่ง เวลา ๑ ช่ัวโมง นริ าศภเู ขาทอง (คำพอ้ ง) นริ าศภูเขาทอง (คำประสม)

๑๐. ลกั ษณะคำประพันธ์ เวลา ๑ ชว่ั โมง เวลา ๑ ชว่ั โมง
นริ าศภูเขาทอง (คำบุพบท)
หนว่ ยที่ ๑ นิราศภเู ขาทอง ๔. ลักษณะคำประพนั ธ์อง
เวลา ๑ ชั่วโมง นริ าศภูเขาทอง (คำซ้อน)
วโมง ๗. ลกั ษณะคำประพันธ์ นิราศ
ภเู ขาทอง (คำสรรพนาม) เวลา ๑ ชั่วโมง
๙. ลักษณะคำประพันธ์ นริ าศภเู ขา เวลา ๑ ชว่ั โมง
ทอง (คำวิเศษณ)์ เวลา ๑ ชวั่ โมง ๕. ลักษณะคำประพนั ธ์อง
นริ าศภูเขาทอง (คำซ้ำ)
๘. ลกั ษณะคำประพันธ์ นิราศภเู ขา
ทอง (คำกริยา) วิเคราะหภ์ าษาใน เวลา ๑ ชั่วโมง

ราชาธิราช เวลา ๑ ชัว่ โมง ๖. ลักษณะคำประพนั ธ์
นริ าศภูเขาทอง (คำนาม)

เวลา ๑ ชว่ั โมง
นนนน………………………………………

…………………

ผงั มโนทัศนห์ นว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๑

เรอ่ื ง พนื้ ฐานอกั ขรวธิ ไี ทย รายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน

ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชว่ั โมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต

๑๑. ลกั ษณะคำประพันธ์องนริ าศ ๑๒. ลกั ษณะคำประพันธ์ นิราศ ๑๓. อา่ นได้ เขา้ ใจเร่อื ง
ภเู ขาทอง (คำเชือ่ ม) เวลา ๑ ช่วั โมง ภเู ขาทอง (คำอุทาน)เวลา ๑ ช่ัวโมง เวลา ๑ ชว่ั โมง

๑๕. จบั คสู่ มั พนั ธ์ หน่วยที่ ๑ นิราศภูเขาทอง
เวลา ๑ ชัว่ โมง
๑๔. สรปุ เสน้ ทางการเดินทางของสุนทรภู่
เวลา ๑ ชวั่ โมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ เร่ือง นิราศถเู ขาทอง จำนวน ๑๕ ช่ัวโมง

กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศกึ ษา 256๕

รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท ๒๒๑๐๑ ครผู ู้สอน นางสาวนภาวรรณ งูพิมาย

_________________________________________________________

สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด (Learning Concepts)
อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทรอ้ ยกรอง จับใจความสำคญั ระบเุ หตผุ ลและขอ้ เท็จจริงกบั ข้อคิดเห็นจากเรอื่ ง

ทอี่ ่าน อธบิ ายคำเปรียบเทยี บและคำทีม่ หี ลายความหมายในบริบทต่าง ๆ จากการอ่าน ตีความคำยากในเอกสารวชิ าการ
โดยพิจารณาจากบรบิ ท ระบุความสมเหตุสมผลของงานเขยี นประเภทชกั จงู โนม้ นา้ วใจ ปฏบิ ัติตามคมู่ ือ คำแนะนำ
วิเคราะห์คณุ ค่าทไ่ี ด้จากการอ่านและมีมารยาทในการอ่าน
เขียนบรรยาย สอ่ื สาร แสดงความคิดเห็น เขียนจดหมาย รายงาน โครงงาน คดั ลายมอื และมมี ารยาทในการเขยี น
พูดสรุปใจความสำคญั เล่าเรอื่ ง แสดงความคดิ เห็น ประเมนิ คา่ รายงานประเดน็ ทศ่ี ึกษาคน้ คว้าจากการฟังการดูและมี
มารยาทในการฟัง การดู และการพดู
อธิบายลกั ษณะของเสียงในภาษา การสรา้ งคำ ชนดิ ของคำและหนา้ ที่ของคำ วเิ คราะหค์ วามแตกต่างของภาษาพดู และ
ภาษาเขียน แตง่ บทร้อยกรอง จำแนกสำนวน คำพงั เพย และสภุ าษิต
วเิ คราะห์ อธิบาย สรุป วรรณคดีและวรรณกรรม นำความร้ขู อ้ คิดที่ได้จากการอา่ นไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ ทอ่ งจำบท
อาขยานท่ีกำหนดและบทร้อยกรองท่สี นใจ
มคี วามชื่นชมและรกั ความเป็นไทย มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มีความมุ่งมั่นในการทำงานด้วยความซ่อื สตั ย์สุจริตมคี วามเป็นอยู่
อย่างพอเพียง มีจิตสาธารณะ มคี วามรกั หวงแหนและธำรงไว้ซง่ึ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
สาระ / มาตรฐาน / ตวั ชว้ี ัด

สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคิดเพื่อนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการดำเนนิ ชีวิต

และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๑ อา่ นออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกบั เรอื่ งท่อี า่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๒ จบั ใจความสำคัญจากเร่ืองท่ีอา่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๓ ระบเุ หตุและผลและข้อเท็จจรงิ กบั ขอ้ คดิ เห็นจากเรื่องทอี่ า่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๔ ระบแุ ละอธิบายคำเปรยี บเทียบ และคำทมี่ ีหลายความหมายในบรบิ ทต่างๆ จากการอา่ น
ท ๑.๑ ม.๑/๕ ตีความคำยากในเอกสารวชิ าการ โดยพจิ ารณาจากบริบท
ท ๑.๑ ม.๑/๖ ระบขุ อ้ สงั เกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจงู โนม้ นา้ วใจ
ท ๑.๑ ม.๑/๗ ปฏิบัติตามคมู่ ือแนะนำวิธีการใช้งานของเครือ่ งมือหรอื เครื่องใช้ในระดบั ท่ียากข้ึน
ท ๑.๑ ม.๑/๘ วเิ คราะหค์ ุณค่าทีไ่ ดร้ บั จากการอา่ นงานเขียนอย่างหลากหลายเพอ่ื นำไปใชแ้ ก้ปญั หาในชีวติ
ท ๑.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการอ่าน
สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียนเร่อื งราวในรูปแบบ

ต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้
อย่าง มปี ระสิทธิภาพ

ท ๒.๑ ม.๑/๑ คัดลายมือตัวบรรจงครงึ่ บรรทัด

ท ๒.๑ ม.๑/๒ เขียนสอ่ื สารโดยใชถ้ ้อยคำถูกต้องชัดเจน เหมาะสม และสละสลวย

ท ๒.๑ ม.๑/๓ เขยี นบรรยายประสบการณ์โดยระบสุ าระสำคัญและรายละเอียดสนับสนนุ

ท ๒.๑ ม.๑/๔ เขยี นเรยี งความ

ท ๒.๑ ม.๑/๕ เขียนยอ่ ความจากเร่อื งที่อ่าน

ท ๒.๑ ม.๑/๖ เขยี นแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั สาระจากสอื่ ทีไ่ ดร้ ับ

ท ๒.๑ ม.๑/๗ เขยี นจดหมายส่วนตวั และจดหมายกิจธรุ ะ

ท ๒.๑ ม.๑/๘ เขียนรายงานการศึกษาค้นควา้ และโครงงาน

ท ๒.๑ ม.๑/๙ มมี ารยาทในการเขียน
สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และความรูส้ ึก

ในโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์
ท ๓.๑ ม.๑/๑ พดู สรปุ ใจความสำคญั ของเร่อื งทฟ่ี ังและดู
ท ๓.๑ ม.๑/๒ เล่าเร่อื งย่อจากเรื่องทฟี่ ังและดู
ท ๓.๑ ม.๑/๓ พูดแสดงความคิดเหน็ อยา่ งสรา้ งสรรค์เกี่ยวกบั เร่อื งท่ีฟังและดู
ท ๓.๑ ม.๑/๔ ประเมินความน่าเชอื่ ถอื ของสอ่ื ท่มี เี นื้อหาโน้มนา้ วใจ
ท ๓.๑ ม.๑/๕ พูดรายงานเร่ืองหรือประเดน็ ทีศ่ ึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา
ท ๓.๑ ม.๑/๖ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษาภูมิ

ปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ท ๔.๑ ม.๑/๑ อธบิ ายลักษณะของเสยี งในภาษาไทย
ท ๔.๑ ม.๑/๒ สรา้ งคำในภาษาไทย
ท ๔.๑ม.๑/๕ แตง่ บทรอ้ ยกรอง
ท ๔.๑ ม.๑/๖ จำแนกและใช้สำนวนทีเ่ ป็นคำพังเพยและสุภาษิต

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ ค่าและนำมา

ประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ

ท ๕.๑ ม.๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมทอี่ ่าน

ท ๕.๑ ม.๑/๒ วเิ คราะห์วรรณคดแี ละวรรณกรรมทอี่ า่ นพรอ้ มยกเหตุผลประกอบ

ท ๕.๑ ม.๑/๓ อธิบายคณุ คา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน

ท ๕.๑ ม.๑/๔ สรุปความรแู้ ละข้อคิดจากการอา่ นเพอื่ ประยุกต์ใช้ในชวี ติ จรงิ
ท ๕.๑ ม.๑/๕ ทอ่ งจำบทอาขยานตามทกี่ ำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคณุ ค่าตามความสนใจ

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ( Competency ) คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ( Desired Characteristics )

๑. ความสามารถในการสอื่ สาร ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
2. ความสามารถในการคิด ๒. ซอื่ สตั ย์สจุ ริต
๓. ความสามารถในการแกป้ ัญหา ๓. มีวนิ ัย
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ ๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
๖. รักความเปน็ ไทย
๗. อยู่อย่างพอเพยี ง

ทักษะ / กระบวนการ ( Skill during the process ) ทกั ษะการคดิ

ทักษะเฉพาะวิชา ๑. ระดมสมอง
๒. การค้นควา้ ข้อมูล
๑. การสนทนาแลกเปลีย่ นแสดง ๓. การนำเสนอข้อมลู
ความคดิ เหน็ ๔. การตั้งคำถาม และต้นหาคำตอบ
๕. การคิดวิเคราะห์
๒. ทักษะการอา่ น คดิ วิเคราะห์ คาดคะเน ๖. การคดิ สรา้ งสรรค์
เหตกุ ารณ์ นำความรู้จากการอ่าน
ประยุกต์ใช้ในชีวิต

๓. ทกั ษะการเขยี นเล่าเร่ือง เหตุการณ์
๔. ทกั ษะการทำงานเป็นกลุ่ม

ความเข้าใจท่ยี ง่ั ยนื
๑. การสนทนาแลกเปลีย่ นแสดงความคดิ เห็น
๒. ทักษะการอ่าน คิดวิเคราะห์ คาดคะเน เหตกุ ารณ์ นำความรู้จากการอ่าน ประยุกตใ์ ช้ในชีวิต
๓. ทกั ษะการเขียนเล่าเรื่อง เหตุการณ์
๔. ทักษะการทำงานเป็นกลุม่

ความสมั พันธก์ ับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
การออกแบบการเรยี น การสอน โดยใชก้ ิจกรรม Acctive Leaning สง่ เสริมให้ผเู้ รียนไดใ้ ช้ศักยภาพของ

ตนเองได้มากขนึ้ การสนทนาแลกเปลีย่ น การใช้ทักษะกระบวนการคดิ การชว่ ยเหลือซึ่งกันและกันระหวา่ งกิจกรรมการ
เรียนจะชว่ ยสง่ เสรมิ ทักษะการทำงานเปน็ กลุม่

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑.๑
เรื่อง ความเปน็ มาและประวัตผิ ู้แตง่ เวลา ๑ ช่ัวโมง ระดบั ชัน้ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑

__________________________________________________________________________

๑. เป้าหมายการเรยี นรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล

มาตรฐานการเรยี นรู้และ ส่งิ ทตี่ อ้ งร้แู ละปฏิบัติได้ ผลงาน / ชน้ิ งาน การวัดผลและการ
ตวั ชว้ี ดั ประเมนิ ผล

ท ๑.๑ ม. ๑/๔ ระบุ ๑. อธิบายความหมายของ - - ประเมินผลงาน

และอธบิ ายคำเปรียบเทยี บ คำศพั ท์ในนิราศภูเขาทอง (K) ระหวา่ งเรยี น
และคำท่มี หี ลาย

ความหมายในบริบทตา่ ง ๆ
จากการอ่าน

๒. เขยี นคำศพั ท์ในนริ าศ - ประเมินผลงาน
ภเู ขาทองตามความหมายที่ ระหว่างเรยี น
กำหนด (P)

๓. เห็นความสำคญั ของ - ประเมินผลงาน
การเขา้ ใจความหมายคำศัพท์ ระหวา่ งเรยี น
เพื่อนำไปใช้ในการศกึ ษา
วรรณคดี (A) - สังเกตพฤตกิ รรมของ
นักเรยี นในการเข้ารว่ ม
กจิ กรรม

๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- ความหมายของคำศพั ท์ในนริ าศภูเขาทอง
- ความหมายคำศพั ท์
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- อา่ นและเขียนคำศพั ท์
- ฝกึ มารยาทในการอ่าน
- ฝึกมารยาทในการเขยี น
- ฝึกกระบวนการคดิ วเิ คราะห์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เห็นความสำคัญของการเขา้ ใจความหมายคำศพั ท์เพ่ือนำไปใช้ในการศกึ ษาวรรณคดี
- ใช้คำได้ถูกตอ้ ง

- มมี ารยาทในการเขียน

- มีมารยาทในการอ่าน

๔. หลักฐานการเรียนรู้ ชิน้ งานหรือภาระงาน (Work)

- แบบฝึกหดั เรื่อง ความเป็นมาของเรื่อง ราชาธิราช

สง่ิ ท่วี ัดผล วิธวี ัดผล เครือ่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ารประเมนิ
รอ้ ยละ ๗๐ ข้ึนไป
ดา้ นความรู้ (K) - ประเมินการอา่ น และ - แบบประเมินการ ร้อยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) การเขยี น อา่ น และการเขียน
เจตคติ/คุณลักษณะ (A) รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
สมรถนะของผเู้ รยี น (C) - ประเมินการอ่าน และ - แบบบันทกึ การ
การเขียน สังเกตพฤตกิ รรม และ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
ผลงานระหว่างเรียน
- สังเกตพฤติกรรมของ
นกั เรียนในการเขา้ ร่วม - แบบสงั เกต
กจิ กรรม พฤตกิ รรมของนกั เรียน
ในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
- สังเกตพฤตกิ รรมของ
นักเรียนในการเข้ารว่ ม - แบบสงั เกต
กจิ กรรม พฤตกิ รรมของนกั เรียน
ในการเข้ารว่ มกิจกรรม

๕. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รปู แบบการ/จัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้/แนวทางการเสริมแรงหรือชว่ ยเหลอื นกั เรียน

การเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นกระบวนการเรียนการสอนทีเ่ น้นใหผ้ ูเ้ รยี นมีส่วนรว่ มและมี ปฏิสัมพนั ธก์ ับ
กจิ กรรมการเรียนรผู้ า่ นการปฏิบตั ิท่ีหลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง
การแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น และการทำกรณีศึกษา เป็นตน้ โดยกิจกรรมทน่ี ำมาใช้ควรช่วยพัฒนาทกั ษะการคิดวเิ คราะห์
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การสอ่ื สาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งเหมาะสม บทบาทของผู้เรียน
นอกจากการมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมดงั กลา่ วขา้ งตน้ แล้ว ยงั ต้องมีปฏสิ มั พันธ์กับผสู้ อนและผเู้ รียนกับ ผู้เรียนด้วยกนั ดว้ ย

๖. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
๖.๑ ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสนทนา โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี
 นกั เรยี นรูจ้ ักสุนทรภู่อย่างไรบา้ ง
๖.๒ ขัน้ สอน (เวลา ๔๐ นาท)ี
๖.๒.๑ ใหน้ กั เรียนอา่ นบทนำเรอื่ งนิราศภเู ขาทอง แลว้ ร่วมกันสนทนาในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
 นิราศภูเขาทองเป็นบทประพันธ์ของกวีทา่ นใด
 วรรณคดีทแ่ี ตง่ เป็นนริ าศมีลักษณะเด่นอยา่ งไร
 ท่มี าของนิราศภูเขาทองเปน็ อย่างไร
 นักวรรณคดเี ปรียบเทยี บนิราศภูเขาทองกบั นิราศเมืองแกลงไวอ้ ย่างไร
 “นักเลงกลอนนอนเปล่าก็เศร้าใจ” หมายความวา่ อยา่ งไร

๖.๒.๒ ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ และให้นกั เรยี นบันทกึ สาระสำคัญ
๖.๒.๓ ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม ๑๐ กล่มุ แข่งขันค้นหาคำศพั ท์จากนิราศภเู ขาทองที่มีความหมายตรงกับที่กำหนด
ครูแบ่งความหมายให้นักเรียนหาคำศัพท์กลุ่มละ ๕ คำ กลุ่มใดหาคำศัพท์ครบให้พูดพร้อมกนั ว่า “สำเร็จ” ครู
บันทกึ ลำดบั ไวจ้ นเสรจ็ ครบทกุ กลมุ่
๖.๒.๔ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตัวแทนออกมาอ่านความหมายทีไ่ ดร้ ับพร้อมเฉลยคำศพั ท์ นกั เรยี นทกุ คนช่วยกนั
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและเขยี นคำศพั ทล์ งในตารางปริศนาอกั ษรไขว้ ดำเนนิ กิจกรรมเชน่ น้ีจนครบทุกกลุ่ม กล่มุ
ใดหาคำศพั ทไ์ ด้ถูกตอ้ งทกุ คำโดยใชเ้ วลาน้อยท่สี ุด ๓ อนั ดบั แรก จะได้รบั คะแนนพเิ ศษ
๖.๒.๕ ให้นักเรียนรวมกล่มุ ใหเ้ หลอื ๕ กลมุ่ ส่งตวั แทนออกมาจับฉลากหัวข้อเพอื่ ค้นหาและรวบรวมคำศัพท์จาก
นริ าศภูเขาทองเป็นหมวดหมู่ ดงั น้ี

 ชอ่ื สตั ว์
 ชือ่ พชื
 ชอ่ื สิ่งของเครอื่ งใช้
 ชื่อสงิ่ กอ่ สร้าง
๖.๒.๖ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาอ่านชื่อทร่ี วบรวมไดใ้ ห้เพ่ือนฟงั หน้าชั้นเรียน ครชู ว่ ยเพิม่ เติม
๖.๒.๗ ให้นกั เรยี นเขียนคำศพั ทใ์ หต้ รงกบั ภาพทกี่ ำหนด ทกุ คนรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
๖.๓ ข้นั สรปุ (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๓.๘ ให้นกั เรียนและครูรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี

 การเข้าใจความหมายของคำศัพท์จะทำให้ศึกษาวรรณคดไี ด้ชัดเจนมากย่งิ ขึ้น

๖.๔ สื่อการสอน/แหลง่ เรียนรู้

๖.๔.๑ คำศัพท์

๗. บนั ทกึ ผลหลงั แผนการจัดการเรียนรู้

๑. ผลการเรยี นรู้

๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)

ตารางท่ี ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรือ่ ง ...................................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรบั ปรุง (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางที่ ๑ พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น รอ้ ยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และ
รองลงมารอ้ ยละ.................อย่ใู นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน.........................................................
...................................................................................................................................................................

๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )

ตารางที่ ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรอ่ื ง ..................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน ร้อยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรบั ปรุง (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางที่ ๒ พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน รอ้ ยละ................อยูใ่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดับ................และพบว่านักเรยี น..........................................................
.....................................................................................................................................................................

๑.๓ ด้านเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เช่ือมโยงกับมาตรฐานหลกั สตู ร

ตารางที่ ๓ แสดงคา่ ร้อยละคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เรือ่ ง ............................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรบั ปรุง (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางท่ี ๓ พบวา่ นกั เรียนคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ รอ้ ยละ..............อยใู่ นระดบั ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบว่านักเรยี น............................................................
....................................................................................................................................................................................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี …………………………..
๑. นักเรยี นมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นอยใู่ นระดับ...................
๒. นักเรยี นมที ักษะในระดับ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............

๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................

๓. การปรับเปล่ยี นแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถ้ามี)
..............................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................

๔. ข้อคน้ พบดา้ นพฤตกิ รรมการจัดการเรยี นรู้
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

๕. อน่ื ๆ
...........................................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................................

ปญั หา/สิง่ ทีพ่ ัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพฒั นา

ปญั หา/ส่งิ ที่พัฒนา สาเหตขุ องปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วธิ แี กไ้ ข/พัฒนา ผลการแก้ไข/พฒั นา
สงิ่ ทพ่ี ฒั นา พัฒนา

รับทราบผลการดำเนินการ ลงช่ือ.............................................ผสู้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งพู มิ าย)

ลงชื่อ...............................................
(นางสาวขารุพรรณ ชวนชิต)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

ลงช่อื ............................................
(นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท)์

รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ

ลงชือ่ ...........................................
(นายวรี ะ แก้วกัลยา)
ผู้อำนวยการ

รงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบุรี

๘. ความคิดเห็น (ผูบ้ รหิ าร / หรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรูข้ อง.................................................แล้วมคี วามเหน็ ดงั น้ี
๘.๑ เป็นแผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง
๘.๒ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ทเี่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสำคญั ใชก้ ระบวนการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ท่ียังไมเ่ น้นผูเ้ รยี นเปน็ สำคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เป็นแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
................................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ....................................................................
(นางสาวจารุพรรณ ชวนชิต)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ความคิดเหน็ ของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวชิ าการ

................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ..................................................
(นายชาญยทุ ธ สทุ ธธิ รานนท์)

รองผู้อำนวยการกล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผ้อู ำนวยการโรงเรียน

................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.............................................
(นายวีระ แกว้ กัลยา)
ผู้อำนวยการ

โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบุรี

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑.๒

เร่อื ง ลักษณะคำประพนั ธ์ นิราศภูเขาทอง (คำพอ้ ง) เวลา ๑ ชวั่ โมง ระดบั ชั้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

__________________________________________________________________________

๑. เปา้ หมายการเรยี นรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละ สิ่งที่ตอ้ งรู้และปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน / ชิ้นงาน การวดั ผลและการ
ตัวชว้ี ัด ประเมินผล

๔.๑ ท ๑.๑ ม. ๑/๕ ๑. อธบิ ายความหมายของ - อธิบาย - ประเมินผลงาน
ตคี วามคำยากในเอกสาร
วชิ าการโดยพิจารณาจาก คำศัพท์ท่ีกำหนด (K) ความหมายของคำศัพท์ ระหวา่ งเรียน
บริบท
ทก่ี ำหนด

ท ๔.๑ ม. ๑/๒ สร้าง ๒. ตีความคำยากจาก - ตคี วามคำยาก - ประเมนิ ผลงาน

คำในภาษาไทย นิราศภูเขาทองโดยพิจารณา จากนริ าศภเู ขาทองโดย ระหวา่ งเรียน

จากบรบิ ท (P) พจิ ารณาจากบรบิ ท

๓. วิเคราะห์ประเภทของ - วเิ คราะห์ - ประเมินผลงานระหว่าง

คำพ้องในคำประพันธ์ (P) ประเภทของคำพ้องใน เรียน

คำประพันธ์

๔. เหน็ ความสำคญั ของ - สังเกตพฤติกรรมของ
การเรียนร้คู ำศัพท์ทใี่ ชใ้ นคำ นกั เรียนในการเข้ารว่ ม
ประพนั ธ์ (A) กจิ กรรม

๒. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- ความหมายของคำศัพท์ในนิราศภูเขาทอง
- ความหมายคำศัพท์
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- ตีความคำยากจากนิราศภูเขาทองโดยพจิ ารณาจากบรบิ ท
- วเิ คราะห์ประเภทของคำพอ้ งในคำประพนั ธ์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เหน็ ความสำคญั ของการเรยี นร้คู ำศัพทท์ ใ่ี ช้ในคำประพนั ธ์
- ใชค้ ำไดถ้ ูกต้อง
- มีมารยาทในการเขียน
- มมี ารยาทในการอา่ น
๔. หลักฐานการเรียนรู้ ช้ินงานหรอื ภาระงาน (Work)
- แบบฝกึ หัด เร่ือง คำพ้อง

ส่ิงทวี่ ัดผล วธิ ีวดั ผล เครอื่ งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) ร้อยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - ประเมินการอ่าน และ - แบบประเมนิ การ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป
การเขยี น อ่าน และการเขียน
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) รอ้ ยละ ๗๐ ข้ึนไป
- ประเมนิ การอา่ น และ - แบบบนั ทกึ การ
สมรถนะของผูเ้ รยี น (C) การเขียน สงั เกตพฤติกรรม และ รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
ผลงานระหวา่ งเรียน
- สงั เกตพฤติกรรมของ
นกั เรียนในการเขา้ ร่วม - แบบสงั เกต
กจิ กรรม พฤติกรรมของนกั เรยี น
ในการเข้ารว่ มกิจกรรม
- สงั เกตพฤติกรรมของ
นกั เรยี นในการเข้ารว่ ม - แบบสงั เกต
กิจกรรม พฤติกรรมของนักเรียน
ในการเข้าร่วมกจิ กรรม

๕. กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รูปแบบการ/จัดกิจกรรม ( Learning Process )
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้/แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนกั เรียน

การเรียนการสอนแบบ Active Learning เปน็ กระบวนการเรยี นการสอนท่เี นน้ ให้ผ้เู รยี นมีสว่ นร่วมและมี ปฏสิ มั พันธก์ ับ
กิจกรรมการเรยี นรู้ผา่ นการปฏบิ ตั ทิ หี่ ลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ การสงั เคราะห์ การระดมสมอง
การแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ และการทำกรณีศึกษา เปน็ ต้น โดยกิจกรรมทนี่ ำมาใช้ควรชว่ ยพัฒนาทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ การสือ่ สาร/นำเสนอ และการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของผ้เู รยี น
นอกจากการมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมดังกลา่ วข้างต้นแลว้ ยังตอ้ งมปี ฏสิ ัมพันธก์ ับผสู้ อนและผู้เรยี นกบั ผเู้ รยี นดว้ ยกนั ด้วย

๖. กจิ กรรมการเรียนการสอน
๖.๑ ขนั้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ใหน้ กั เรยี นอ่านคำจากบตั รคำที่ครตู ิดบนกระดานทลี ะคู่ เช่น

จอกแหน หวงแหน

ปรากฏการณ์ ฤดกู าล

สลดั ผกั สลดั น้ำ

ดวงอาทิตย์ ดวงตะวัน

๖.๒ ขน้ั สอน (เวลา ๔๐ นาท)ี
๖.๒.๑ ให้นกั เรยี นสงั เกตคำเหล่านนั้ และช่วยกนั อธิบายตามความเข้าใจ
๖.๒.๒ ใหน้ ักเรียนศกึ ษาความรู้เร่อื ง คำพอ้ ง แลว้ รว่ มกันสรุปความเข้าใจ ครูเปน็ ผู้อธิบายเพ่มิ เติม
๖.๒.๓ ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม ๔ กลุ่ม ระดมความคดิ เพ่ือยกตัวอยา่ งคำพ้องทน่ี ักเรยี น
รูจ้ กั แต่ละประเภท ดังน้ี
กลมุ่ ที่ ๑ คำพ้องรปู

กลุม่ ที่ ๒ คำพ้องเสียง
กลมุ่ ท่ี ๓ คำพ้องรปู พ้องเสยี ง
กลมุ่ ที่ ๔ คำพ้องความหมาย
๖.๒.๔ ให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมาเขียนคำที่รวบรวมได้บนกระดาน นักเรียนทุกคนร่วมกันตรวจสอบและ
อธบิ ายความหมาย

๖.๒.๕ ให้นักเรียนอ่านคำประพันธ์จากนิราศภเู ขาทองที่ครนู ำมาติดบนกระดาน ช่วยกันพิจารณาคำที่ขีดเส้นใต้

วา่ เป็นคำพ้องประเภทใด

๑) ออกจากวดั ทศั นาดอู าวาส (คำพ้องความหมาย)

๒) โอ้อาวาสราชบรุ ณะพระวิหาร (คำพ้องความหมาย)

๓) จ่ึงอำลาอาวาสนริ าศร้าง (คำพอ้ งความหมาย)

๔) ถึงบางจากจากวดั พลดั พนี่ ้อง (คำพอ้ งรปู พ้องเสียง)

๕) จำตอ้ งขืนใจพรากมาจากเมอื ง (คำพ้องความหมาย)

๖) ถึงเขมาอารามอร่ามทอง (คำพ้องรปู กบั โกฐเขมา)

๗) เห็นโศกใหญใ่ กล้น้ำระกำแฝง ทั้งรักแซงแซมสวาด *ประหลาดเหลอื

เหมือนโศกพ่ีท่ีชำ้ ระกำเจือ เพราะรักเร้ือแรมสวาทมาคลาดคลาย

โศก - โศก ระกำ - ระกำ (คำพอ้ งรูปพอ้ งเสียง)

สวาด - สวาท (คำพ้องเสียง)

หมายเหตุ คำว่า “สวาด” ในบทประพันธข์ องหนังสอื เรยี นวรรณคดีและ

วรรณกรรมใชว้ ่า “สวาท” ตามตน้ ฉบบั เดมิ

๘) ถงึ บางหลวงเชงิ รากเหมอื นจากรกั ส้เู สียศกั ด์สิ งั วาสพระศาสนา

เปน็ ล่วงพ้นรนราคราคา ถึงนางฟา้ จะใหไ้ มไ่ ยดี

(คำพอ้ งเสยี ง)

๙) ดว้ ยหนามดกรกดาษระดะตา นึกกน็ า่ กลัวหนามขามขามใจ

(คำพอ้ งความหมาย)

๑๐) ในทงุ่ กวา้ งเห็นแต่แขมแซมสลอน (คำพ้องรปู พอ้ งเสยี ง กับ แขม (ขะแม))

๖.๒.๖ ให้นักเรียนช่วยกันอธิบายความหมายของคำพ้องเหล่านั้น ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติม และตรวจสอบจาก

พจนานกุ รม

๖.๒.๗ ให้นักเรียนทำใบงานที่ ๑ เรื่อง การตีความคำยากโดยพิจารณาจากบริบท แล้วร่วมกันตรวจสอบความ

ถกู ตอ้ ง

๖.๒.๘ ใหน้ กั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้

 การเข้าใจประเภทของคำพ้องที่ใช้ในคำประพันธ์ทำให้เข้าใจความหมายของคำศัพท์ได้ชัดเจนขึ้น

และการใช้บริบทช่วยพิจารณาความหมายของคำศัพท์บางคำ ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบความหมายโดยตรงได้ จาก

พจนานกุ รม จะทำใหผ้ ้อู ่านเขา้ ใจความหมายของคำประพนั ธ์นนั้ ไดถ้ ูกต้องและชดั เจน

๖.๓ ขั้นสรุป (เวลา ๑๐ นาท)ี

๖.๓.๑ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังน้ี

 การตีความคำยากโดยพจิ ารณาจากบรบิ ทมีประโยชนต์ ่อการอา่ นในชวี ติ ประจำวัน

อย่างไรบ้าง

๖.๔ สอื่ การสอน/แหลง่ เรยี นรู้
๖.๔.๑ ยากจากนิราศภูเขาทองโดยพิจารณาจากบริบท

๗. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรยี นรู้

๑. ผลการเรยี นรู้

๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)

ตารางที่ ๑ แสดงค่ารอ้ ยละระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง ...................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางท่ี ๑ พบว่านกั เรยี นผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรยี น.........................................................
............................................................................................................................. ......................................

๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )

ตารางท่ี ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น เรือ่ ง ..................................................

ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นกั เรยี นผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ................และพบว่านักเรยี น..........................................................
..................................................................................................................................................... ................

๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชือ่ มโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร

ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เร่ือง ............................................

ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางที่ ๓ พบว่านกั เรยี นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยใู่ นระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน............................................................
............................................................................................................................................................... .....................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ …………………………..
๑. นกั เรียนมีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนอย่ใู นระดับ...................
๒. นักเรยี นมที ักษะในระดับ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............

๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................

๓. การปรับเปล่ียนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้าม)ี
..............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................

๔. ขอ้ คน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ..............................................................
.................................................................... .................................................................................................. .....................

๕. อืน่ ๆ
...................................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. ..............................................................

ปญั หา/ส่งิ ที่พฒั นา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพฒั นา

ปัญหา/สง่ิ ทพี่ ฒั นา สาเหตขุ องปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
สงิ่ ท่พี ัฒนา พฒั นา

รับทราบผลการดำเนนิ การ ลงช่อื .............................................ผสู้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งพู ิมาย)

ลงชือ่ ...............................................
(นางสาวขารพุ รรณ ชวนชติ )

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์)

รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ

ลงชอ่ื ...........................................
(นายวรี ะ แก้วกัลยา)
ผู้อำนวยการ

รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบรุ ี

๘. ความคดิ เหน็ (ผู้บริหาร / หรอื ผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง.................................................แลว้ มคี วามเห็นดังน้ี
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรุง
๘.๒ การจัดกิจกรรมการเรียนรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ที่ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
............................................................................................................................. ...................................................

..............................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ....................................................................
(นางสาวจารุพรรณ ชวนชิต)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ความคดิ เหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝ่ายวชิ าการ

............................................................................................ ....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................

ลงชอื่ ..................................................
(นายชาญยุทธ สุทธธิ รานนท)์

รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน

............................................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. .................................................................

ลงชือ่ .............................................
(นายวรี ะ แกว้ กัลยา)
ผู้อำนวยการ

โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบรุ ี

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี ๑.๓

เรือ่ ง ลักษณะคำประพนั ธ์ นริ าศภูเขาทอง (คำประสม) เวลา ๑ ชั่วโมง ระดับช้นั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑

__________________________________________________________________________

๑. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล

มาตรฐานการเรยี นรู้และ สงิ่ ท่ีตอ้ งรูแ้ ละปฏบิ ัติได้ ผลงาน / ชน้ิ งาน การวัดผลและการ
ตัวชีว้ ัด ประเมนิ ผล

ท ๔.๑ ม. ๑/๒ สร้าง ๑. อธิบายลักษณะ - อธบิ ายลกั ษณะ - ประเมินผลงาน

คำในภาษาไทย ประเภท และความหมายของ ประเภท และ ระหวา่ งเรียน

คำประสม (K) ความหมายของคำ

ประสม

๒. สรา้ งคำประสม (P) - สร้างคำประสม - ประเมินผลงาน
ระหว่างเรยี น

๓. เห็นความสำคัญของ - สังเกตพฤติกรรมของ
การสร้างคำในภาษาไทยท่ที ำให้ นักเรียนในการเข้าร่วม
มคี ำใชเ้ พิ่มมากขน้ึ (A) กิจกรรม

๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- ลกั ษณะ ประเภท และความหมายของคำประสม
- ความหมายคำศพั ท์
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- สร้างคำประสม
- วิเคราะหป์ ระเภทของคำพอ้ งในคำประพันธ์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เห็นความสำคญั ของการสรา้ งคำในภาษาไทยท่ีทำให้มีคำใช้เพ่ิมมากขึน้
- ใช้คำได้ถูกต้อง
- มีมารยาทในการเขียน
- มมี ารยาทในการอา่ น
๔. หลกั ฐานการเรยี นรู้ ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
- แบบฝึกหัด เรื่อง คำประสม

ส่ิงที่วัดผล วธิ ีวัดผล เคร่ืองมือวดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ด้านความรู้ (K) ร้อยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ประเมินการอา่ น และ - แบบประเมินการ ร้อยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
การเขียน อา่ น และการเขยี น
เจตคต/ิ คุณลักษณะ (A) รอ้ ยละ ๗๐ ขึน้ ไป
- ประเมนิ การอ่าน และ - แบบบนั ทึกการ
สมรถนะของผ้เู รยี น (C) การเขียน สังเกตพฤติกรรม และ รอ้ ยละ ๗๐ ขึน้ ไป
ผลงานระหวา่ งเรียน
- สังเกตพฤติกรรมของ
นักเรียนในการเขา้ รว่ ม - แบบสงั เกต
กจิ กรรม พฤติกรรมของนกั เรียน
ในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
- สงั เกตพฤติกรรมของ
นักเรียนในการเขา้ รว่ ม - แบบสงั เกต
กจิ กรรม พฤติกรรมของนักเรียน
ในการเข้าร่วมกจิ กรรม

๕. กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการ/จดั กจิ กรรม ( Learning Process )

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้/แนวทางการเสรมิ แรงหรือช่วยเหลือนักเรยี น
การเรียนการสอนแบบ Active Learning เปน็ กระบวนการเรยี นการสอนทเี่ น้นใหผ้ ูเ้ รียนมสี ่วนร่วมและมี ปฏิสมั พนั ธ์กับ

กิจกรรมการเรียนร้ผู ่านการปฏบิ ตั ิทีห่ ลากหลายรูปแบบ เช่น การวเิ คราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง

การแลกเปลีย่ นความคดิ เห็น และการทำกรณีศึกษา เปน็ ต้น โดยกจิ กรรมทน่ี ำมาใช้ควรช่วยพฒั นาทักษะการคดิ วเิ คราะห์

การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การสื่อสาร/นำเสนอ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งเหมาะสม บทบาทของผู้เรียน

นอกจากการมสี ่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นแลว้ ยังตอ้ งมีปฏิสัมพันธก์ ับผู้สอนและผ้เู รยี นกับ ผู้เรยี นดว้ ยกนั ดว้ ย

๖. กจิ กรรมการเรียนการสอน
๖.๑ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
 การสร้างคำในภาษาไทย สร้างข้นึ ไดอ้ ย่างไร
๖.๒ ขน้ั สอน (เวลา ๔๐ นาที)
๖.๒.๑ ให้นักเรยี นอ่านคำจากบตั รคำ เช่น
๑) มือถือ
๒) หวั ใจ
๓) กนั ชน
๔) รถไฟฟ้า
๕) เปร้ียวปาก
๖) ตบี ทแตก
๗) แกต้ ัว
๖.๒.๒ ให้นักเรียนช่วยกันอธิบายความหมายของคำแต่ละคำ จากนั้นลองสังเกตความหมายของแต่ละพยางค์
เพื่อเปรียบเทียบกบั ความหมายของคำว่าเหมือนหรอื แตกต่างกันอย่างไร
๖.๒.๓ ให้นักเรียนศึกษาความรู้ เรื่อง การสร้างคำในภาษาไทย และการประกอบคำประเภทคำประสม
แล้วรว่ มกันสนทนาในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

 คำประสมมีลกั ษณะอย่างไร
 คำประสมมีก่ีประเภท อะไรบ้าง พร้อมยกตวั อย่างคำ
 คำประสมทส่ี รา้ งข้นึ มีความหมายในลกั ษณะใดบ้าง พรอ้ มยกตัวอยา่ งคำ
ครูอธบิ ายเพม่ิ เติมและให้นักเรยี นบนั ทกึ สาระสำคัญ
๖.๒.๔ ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน แข่งขันสร้างคำประสมโดยใช้คำที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด
เชน่ รอบละ ๑ นาที ให้นกั เรียนเขียนคำท่คี ดิ ไดล้ งในกระดาษที่ครแู จก เมอื่ หมดเวลา ทุกคนต้องวางปากกา หาก
สมาชิกของกลุ่มใดไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับแพ้ในรอบน้ันทันที จากนั้นทุกกลุม่ จะส่งตวั แทนออกมาหน้าชัน้ เรยี น
เพื่ออ่านคำที่คิดได้ให้เพื่อนฟัง แล้วร่วมกันพิจารณาว่าเป็นคำประสมหรือไม่ คำที่ถูกต้องจะได้คำละ ๑ คะแนน
ครูบันทึกคำประสมของนักเรียนที่ไม่ซ้ำกันไว้บนกระดาน รวมคะแนนของแต่ละกลุ่มในรอบนั้น แล้วเริ่มการ
แขง่ ขันรอบต่อไป
คำตงั้ ตน้ ท่ใี ชส้ ำหรับการแขง่ ขัน เช่น
ลูก ลูกเสือ ลกู ช้าง ลกู นอ้ ง ลูกทุ่ง ลูกมอื ฯลฯ
ใจ เบาใจ ออ่ นใจ ใจเยน็ กินใจ นำ้ ใจ ฯลฯ
ปาก ปากแข็งปากจดั ปากนำ้ ปากหวาน ปดิ ปาก ฯลฯ
หัว เลน่ หวั หวั หนา้ หัวสงู หวั ปี หัวปา่ ฯลฯ
เมอื่ เสร็จสน้ิ การแขง่ ขัน ทกุ กล่มุ รวมคะแนน ครูชมเชยกลมุ่ ท่ไี ดค้ ะแนนมากทส่ี ุดตามลำดับ
๖.๒.๕ ให้นกั เรยี นอ่านคำประสมบนกระดานท่ีครูบันทึกไว้อีกครงั้ แลว้ ชว่ ยกนั อธิบายความหมายของคำประสม
ทย่ี งั ไม่ทราบความหมาย ครูช่วยอธิบายเพมิ่ เติม
๖.๓ ขนั้ สรปุ (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๓.๑ ให้นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
 คำประสมเกิดจากการนำคำมลู ทม่ี ีความหมายต่างกันตั้งแต่ ๒ คำข้ึนไปมารวมกนั แลว้ เกิดเป็นคำที่มี
ความหมายใหม่ หรือยงั คงมีเคา้ ความหมายของคำเดิม การสร้างคำประสมทำใหภ้ าษาไทยมคี ำใชเ้ พิ่มมากขึ้น

๖.๔ สื่อการสอน/แหล่งเรยี นรู้

๖.๔.๑ บตั รคำ

๗. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้

๑. ผลการเรยี นรู้

๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)

ตารางที่ ๑ แสดงค่ารอ้ ยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ...................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางท่ี ๑ พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบว่านักเรยี น.........................................................
................................................................................................................................................. ..................

๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )

ตารางท่ี ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรอื่ ง ..................................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน รอ้ ยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นกั เรยี นผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อย่ใู นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่านักเรียน.................................................... ......
..................................................................................................................................................... ................

๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชอื่ มโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร

ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................

ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางที่ ๓ พบวา่ นกั เรียนคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยูใ่ นระดบั ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน............................................................
............................................................................................................................................................... .....................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี …………………………..
๑. นกั เรียนมีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนอยู่ในระดับ...................
๒. นักเรยี นมที ักษะในระดับ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............

๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................

๓. การปรบั เปล่ียนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถ้ามี)
..............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................

๔. ข้อค้นพบดา้ นพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ..............................................................
............................................................................................................................. ..............................................................

๕. อื่นๆ
............................................................................................................................. ..............................................................
.................................................................... .............................................................................................. .........................

ปญั หา/ส่งิ ที่พฒั นา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพฒั นา

ปัญหา/สง่ิ ทพี่ ฒั นา สาเหตขุ องปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
สงิ่ ท่พี ัฒนา พฒั นา

รับทราบผลการดำเนนิ การ ลงช่อื .............................................ผสู้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งพู ิมาย)

ลงชือ่ ...............................................
(นางสาวขารพุ รรณ ชวนชติ )

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์)

รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ

ลงชอ่ื ...........................................
(นายวรี ะ แก้วกัลยา)
ผู้อำนวยการ

รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบรุ ี

๘. ความคิดเหน็ (ผู้บรหิ าร / หรอื ผูท้ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรูข้ อง.................................................แลว้ มคี วามเห็นดงั นี้
๘.๑ เปน็ แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ต้องปรบั ปรุง
๘.๒ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่ีเน้นผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ ใช้กระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ท่ยี งั ไม่เน้นผู้เรยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
๘.๓ เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรงุ ก่อนนำไปใช้
๘.๔ ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ
............................................................................................................................. ...................................................

..............................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ....................................................................
(นางสาวจารุพรรณ ชวนชติ )

หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ความคิดเหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝา่ ยวิชาการ

............................................................................................................................. ...................................................
................................................................................................................................................. .............................................

ลงชอ่ื ..................................................
(นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์)

รองผู้อำนวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น

....................................................................................................................................... .........................................
.......................................................................................... ............................................................. .......................................

ลงชอื่ .............................................
(นายวีระ แก้วกัลยา)
ผอู้ ำนวยการ

โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบุรี

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑.๔
เรอ่ื ง ลกั ษณะคำประพนั ธอ์ งนริ าศภเู ขาทอง (คำซ้อน) เวลา ๑ ชวั่ โมง ระดับช้นั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑

__________________________________________________________________________

๑. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล

มาตรฐานการเรียนร้แู ละ ส่ิงท่ตี ้องรแู้ ละปฏบิ ัติได้ ผลงาน / ชิน้ งาน การวดั ผลและการ
ตวั ช้วี ดั ประเมินผล

ท ๔.๑ ม. ๑/๒ สร้าง ๑. อธบิ ายลกั ษณะ - อธิบายลกั ษณะ - ประเมนิ ผลงาน

คำในภาษาไทย ประเภท และความหมายของ ประเภท และ ระหว่างเรียน

คำซ้อน (K) ความหมายของคำซ้อน

๒. สรา้ งคำซ้อน (P) - สร้างคำซ้อน - ประเมินผลงาน

ระหว่างเรียน

๓. เหน็ ความสำคัญของ - สังเกตพฤติกรรมของ
การสรา้ งคำในภาษาไทยทีท่ ำให้ นักเรียนในการเขา้ รว่ ม

มีคำใช้เพิ่มมากขน้ึ (A) กิจกรรม

๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- ลกั ษณะ ประเภท และความหมายของคำซ้อน
- ความหมายคำศัพท์
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- สรา้ งคำซ้อน
- วเิ คราะห์ประเภทของคำพ้องในคำประพันธ์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เหน็ ความสำคัญของการสรา้ งคำในภาษาไทยที่ทำให้มีคำใชเ้ พิ่มมากขน้ึ
- ใชค้ ำไดถ้ กู ตอ้ ง
- มมี ารยาทในการเขียน
- มมี ารยาทในการอา่ น
๔. หลักฐานการเรียนรู้ ชน้ิ งานหรือภาระงาน (Work)
- แบบฝึกหัด เรอื่ ง คำซ้อน

สิง่ ท่ีวดั ผล วธิ วี ัดผล เคร่ืองมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมนิ
ดา้ นความรู้ (K) รอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) - ประเมนิ การอ่าน และ - แบบประเมินการ รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
การเขียน อ่าน และการเขียน
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
- ประเมินการอา่ น และ - แบบบันทกึ การ
สมรถนะของผู้เรยี น (C) การเขยี น สงั เกตพฤติกรรม และ รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
ผลงานระหว่างเรยี น
- สงั เกตพฤติกรรมของ
นกั เรียนในการเข้ารว่ ม - แบบสงั เกต
กิจกรรม พฤติกรรมของนกั เรียน
ในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
- สังเกตพฤติกรรมของ
นกั เรียนในการเข้าร่วม - แบบสงั เกต
กิจกรรม พฤติกรรมของนกั เรยี น
ในการเข้าร่วมกจิ กรรม

๕. กระบวนการการจัดกิจกรรม / รูปแบบการ/จดั กจิ กรรม ( Learning Process )

การจัดกิจกรรมการเรียนร้/ู แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลือนักเรียน
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning เปน็ กระบวนการเรียนการสอนทเ่ี นน้ ใหผ้ ้เู รยี นมีสว่ นร่วมและมี ปฏิสัมพันธ์กับ

กจิ กรรมการเรียนร้ผู า่ นการปฏบิ ตั ทิ ีห่ ลากหลายรปู แบบ เชน่ การวเิ คราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง

การแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ และการทำกรณีศกึ ษา เป็นต้น โดยกิจกรรมท่ีนำมาใช้ควรชว่ ยพฒั นาทักษะการคดิ วเิ คราะห์

การคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ การสื่อสาร/นำเสนอ และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งเหมาะสม บทบาทของผ้เู รยี น

นอกจากการมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมดังกล่าวข้างตน้ แลว้ ยงั ต้องมปี ฏสิ มั พันธก์ บั ผสู้ อนและผ้เู รยี นกบั ผู้เรียนด้วยกันด้วย

๖. กิจกรรมการเรียนการสอน
๖.๑ ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น (เวลา ๑๐ นาที)
๖.๑.๑ ให้นกั เรยี นอ่านคำจากบตั รคำ เช่น
๑) เพอ่ื นเกลอ
๒) ใหญโ่ ต
๓) ออ่ นนุม่
๔) สร้างเสรมิ
๕) จรงิ จัง
๖) มอมแมม
๖.๒ ขัน้ สอน (เวลา ๔๐ นาท)ี
๖.๒.๑ ใหน้ กั เรยี นสังเกตความหมายของคำแตล่ ะคำทนี่ ำมารวมกนั เป็นคำที่ ๑-๔ และสงั เกตเสยี งของคำท่ีนำมา

รวมกนั เปน็ คำที่ ๕-๖ แลว้ ช่วยกนั อธิบายความเขา้ ใจ
๖.๒.๒ ให้นักเรียนศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง คำซ้อน แลว้ รว่ มกนั สนทนาในประเด็นตอ่ ไปน้ี
 คำซ้อนมลี กั ษณะอย่างไร
 คำซ้อนเพ่อื เสยี งเป็นอยา่ งไร พรอ้ มยกตัวอยา่ งคำ
 คำซอ้ นเพอื่ ความหมายเป็นอย่างไร พร้อมยกตวั อย่างคำ
 ความหมายของคำซอ้ นมลี กั ษณะใดบ้าง พร้อมยกตัวอยา่ งคำ

ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ และใหน้ ักเรยี นบนั ทกึ สาระสำคัญ

๖.๒.๓ ให้นักเรียนช่วยกันหาคำซ้อนในนิราศภูเขาทอง ครูช่วยแนะนำและบันทึกคำท่ีนักเรียนบอกบนกระดาน

แล้วรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง

คำซอ้ นในนริ าศภูเขาทอง เชน่

วอดวาย ฟ้าดิน ฝา่ ฝนื มัวเมา คับแคบ

ยัง่ ยนื วนเวียน คลาดคลาย หนาแน่น เจบ็ แสบ

มดื มิด ร้ังรอ มงุ่ หมาย ยากจน ชัยชนะ

๖.๒.๔ ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕-๖ คน แข่งขันสร้างคำซ้อนจากคำที่ครูกำหนด โดยครูเปิดบัตรคำให้ทุก

กลุ่มดูพร้อมกัน กลุ่มใดยกมือก่อนและหาคำซ้อนได้ถูกต้องจะได้ ๑ คะแนน และถ้าอธิบายความหมายของคำซ้อนนั้นได้

ด้วยจะได้อีก ๔ คะแนน เมื่อจบการแข่งขัน กลุ่มใดได้คะแนนมากที่สุดเป็นฝ่ายชนะ ส่วนกลุ่มที่ได้คะแนนน้อยที่สุดต้อง

ออกมาทำตามคำสง่ั ของกลุ่มชนะ เช่น เตน้ ประกอบเพลง

คำซ้อนท่ใี ชใ้ นการแขง่ ขัน เช่น

นุ่ม (อ่อนนุ่ม นุ่มนิม่ )

ดู (ดแู ล มองดู)

เลี่ยง (หลบเลยี่ ง หลกี เลี่ยง)

น้อย (เลก็ นอ้ ย นอ้ ยนดิ )

ใกล้ (ใกลไ้ กล ใกลช้ ิด)

ดี (ชั่วดี ดีเลศิ )

ไว (เร็วไว ว่องไว)

จรงิ (เท็จจริง จริงจงั )

หนา (หนาแน่น หนาบาง)

ตดิ (ตดิ ตอ่ ตดิ ตาม)

๖.๒.๕ ให้นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้

 คำซ้อนเกิดจากการนำคำมูลตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมารวมกัน แต่ละคำที่นำมารวมกันต้องมีความหมาย

เหมือนกัน คล้ายคลึงกัน หรือตรงข้ามกันก็ได้ คำที่เกิดขึ้นจะมีความหมายใหม่ หรือยังคง

มีเคา้ ของความหมายเดมิ การสร้างคำซอ้ นทำให้ภาษาไทยมีคำใช้เพ่ิมมากขึน้

๖.๓ ขัน้ สรุป (เวลา ๑๐ นาท)ี

๖.๓.๑ ให้นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังน้ี

 นกั เรยี นมีวิธีจำแนกคำประสมกับคำซ้อนอย่างไร

๖.๔ สื่อการสอน/แหล่งเรยี นรู้
๖.๔.๑ บตั รคำ

๗. บนั ทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู้

๑. ผลการเรยี นรู้

๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)

ตารางที่ ๑ แสดงค่ารอ้ ยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ...................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางท่ี ๑ พบวา่ นกั เรียนผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรยี น.........................................................
................................................................................................................................................. ..................

๑.๒ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P )

ตารางท่ี ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรอื่ ง ..................................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรับปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นกั เรยี นผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อย่ใู นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่านักเรียน.................................................... ......
..................................................................................................................................................... ................

๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คุณลักษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชอื่ มโยงกับมาตรฐานหลกั สูตร

ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรื่อง ............................................

ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรียน ร้อยละ

ดมี าก (๘๐-๑๐๐ คะแนน)

ดี (๗๐-๗๙ คะแนน)

พอใช้ (๖๐-๖๙ คะแนน)

ปรบั ปรงุ (๕๐-๕๙ คะแนน)

จากตารางที่ ๓ พบวา่ นกั เรียนคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยูใ่ นระดบั ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน............................................................
............................................................................................................................................................... .....................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี …………………………..
๑. นกั เรียนมีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนอยู่ในระดับ...................
๒. นักเรยี นมที ักษะในระดับ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............

๒. บรรยากาศการเรียนรู้
............................................................................................................................. .................................................................
.................................................................. .................................................................................... ........................................

๓. การปรับเปลี่ยนแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถา้ มี)
..............................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................

๔. ขอ้ คน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ..............................................................
............................................................................................................................. ..............................................................

๕. อืน่ ๆ
............................................................................................................................................... ............................................
............................................................................................... ................................................................... .........................

ปญั หา/ส่งิ ที่พฒั นา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพฒั นา

ปัญหา/สง่ิ ทพี่ ฒั นา สาเหตขุ องปัญหา/ แนวทางแกไ้ ข/ วิธแี กไ้ ข/พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
สงิ่ ท่พี ัฒนา พฒั นา

รับทราบผลการดำเนนิ การ ลงช่อื .............................................ผสู้ อน
(นางสาวนภาวรรณ งพู ิมาย)

ลงชือ่ ...............................................
(นางสาวขารพุ รรณ ชวนชติ )

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ลงชือ่ ............................................
(นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์)

รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ

ลงชอ่ื ...........................................
(นายวรี ะ แก้วกัลยา)
ผู้อำนวยการ

รงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบรุ ี

๘. ความคดิ เหน็ (ผู้บริหาร / หรอื ผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจดั การเรียนรขู้ อง.................................................แลว้ มคี วามเห็นดังน้ี
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง
๘.๒ การจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ด้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ที่ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ
............................................................................................................................. ...................................................

..............................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ....................................................................
(นางสาวจารุพรรณ ชวนชิต)

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ความคดิ เหน็ ของรองผ้อู ำนวยการฝ่ายวชิ าการ

............................................................................................ ....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................................

ลงชอื่ ..................................................
(นายชาญยุทธ สุทธธิ รานนท)์

รองผู้อำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน

............................................................................................................................. ...................................................
............................................................................................................................. .................................................................

ลงช่อื .............................................
(นายวรี ะ แกว้ กัลยา)
ผูอ้ ำนวยการ

โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบรุ ี

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑.๕
เร่อื ง ลกั ษณะคำประพนั ธ์องนริ าศภูเขาทอง (คำซ้ำ) เวลา ๑ ชว่ั โมง ระดบั ชนั้ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑

__________________________________________________________________________

๑. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละ ส่งิ ที่ต้องรูแ้ ละปฏบิ ัตไิ ด้ ผลงาน / ชนิ้ งาน การวัดผลและการ
ตวั ชี้วัด ประเมนิ ผล

ท ๔.๑ ม. ๑/๒ สร้าง ๑. อธบิ ายลกั ษณะ - อธิบายลกั ษณะ - ประเมนิ ผลงาน

คำในภาษาไทย ประเภท และความหมายของ ประเภท และ ระหวา่ งเรยี น

คำซำ้ (K) ความหมายของคำซ้ำ

๒. สร้างคำซำ้ (P) - สรา้ งคำซ้ำ - ประเมินผลงาน
ระหวา่ งเรียน

๓. เห็นความสำคญั ของ - สงั เกตพฤติกรรมของ
การสร้างคำในภาษาไทยที่ทำให้ นกั เรียนในการเข้าร่วม

มีคำใชเ้ พิ่มมากขึน้ (A) กิจกรรม

๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
- ลกั ษณะ ประเภท และความหมายของคำซ้ำ
- ความหมายคำศัพท์
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
- สร้างคำซำ้
- วเิ คราะหป์ ระเภทของคำพ้องในคำประพนั ธ์
๓. สมรรถนะ (Competency)
- เห็นความสำคญั ของการสร้างคำในภาษาไทยท่ีทำให้มคี ำใชเ้ พิ่มมากขนึ้
- ใช้คำได้ถูกต้อง
- มีมารยาทในการเขียน
- มมี ารยาทในการอา่ น
๔. หลกั ฐานการเรียนรู้ ช้ินงานหรอื ภาระงาน (Work)
- แบบฝึกหดั เร่ือง คำซ้ำ


Click to View FlipBook Version