The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครู วิทยาการคำนวณ ม.4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anusaks, 2021-05-16 11:35:55

คู่มือครู วิทยาการคำนวณ ม.4

คู่มือครู วิทยาการคำนวณ ม.4

คูม่ อื ครู

รายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์

เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

ระดบั ชนั้

มธั ยมศึกษาปีที่ ๔

ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ัด
กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

จดั ทาำ โดย
สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คำนำ

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) มีหน้าที่ในการ
พัฒนาหลักสูตร วิธีการเรียนรู้ การประเมินผล การจัดทาหนังสือเรียน คู่มือครู แบบฝึก
ทักษะ กิจกรรม และส่ือการเรียนรู้เพื่อใช้ประกอบการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน

คู่มือครูรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ นี้จัดทาตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยมีเน้ือหาเก่ียวกับหลักสูตรเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ตาราง
วิเคราะห์การจัดทาหน่วยการเรียนรู้ รวมท้ังตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับ
หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นมัธยมศึกษา
ปีท่ี ๔ ทต่ี ้องใชค้ วบคู่กนั

สสวท. หวังเปน็ อย่างยงิ่ ว่า คู่มือครูเลม่ นจ้ี ะเป็นประโยชน์ตอ่ การจดั การเรียนรู้
และเป็นส่วนสาคัญในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ขอขอบคุณผู้ทรงคณุ วุฒิ บุคลากรทางการศึกษาและหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทม่ี สี ว่ น
เกยี่ วข้องในการจดั ทาไว้ ณ โอกาสน้ี

(นางพรพรรณ ไวทยางกรู )
ผู้อานวยการสถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

กระทรวงศึกษาธิการ

คำช้ีแจง

สถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธกิ าร
ได้พัฒนาหลกั สตู รวชิ าคอมพวิ เตอร์ โดยมีการประกาศใช้หลักสูตรครั้งแรกในปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๒๘
และมีการปรับปรุงหลักสูตรมาอย่างต่อเน่ือง จนกระท่ังมีการประกาศใช้หลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้เปล่ียนชื่อวิชาเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
ส่ือสาร โดยจัดให้อยู่ในกลมุ่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ในปีพุทธศกั ราช ๒๕๖๐
ได้มีการประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) และมีการเปล่ียนช่ือเป็น วิทยาการคานวณ อยู่ในสาระเทคโนโลยี กลุ่มสาระการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และมีทักษะ การคิดเชิง
คานวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นข้ันตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการ
คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ

คมู่ ือครูเลม่ นใี้ ชป้ ระกอบการจัดการเรียนรู้ รายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
(วิทยาการคานวณ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โดยสถานศึกษาสามารถนาไปประยุกต์ใช้ในจัดการ
เรยี นรไู้ ดต้ ามความ เหมาะสม ในเล่มประกอบดว้ ยจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรู้
แนวคิด ตัวอย่างส่ืออุปกรณ์ ขั้นตอนดาเนินกิจกรรม การวัดและประเมินผล ส่ือและแหล่งเรียนรู้
และข้อเสนอแนะ ซึ่งควรนาไปจัดการเรียนรู้ร่วมกับหนังสือเรียน และแบบฝึกทักษะรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ที่พัฒนาโดย สสวท.
จะทาใหก้ ารจัดการเรียนรู้ได้สมบูรณ์สอดคล้องตามท่หี ลักสูตรกาหนด

สสวท. ขอขอบคุณคณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และครูผู้สอน จากสถาบนั
ต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาคู่มือครู และหวังเป็นอย่างย่ิงว่าคู่มือครูเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ต่อเยาวชนและผู้เก่ียวข้องกับการจัดการเรียนรู้รายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
ในการจดั การเรียนร้ไู ด้สมบูรณต์ ามเป้าหมายของหลกั สูตรตอ่ ไป

สาขาเทคโนโลยี
สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

กระทรวงศึกษาธกิ าร

คำ�แนะนำ�การใชค้ มู่ อื ครู รายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

คู่มือครูเล่มนี้มี 12 กิจกรรม แต่ละกิจกรรมประกอบด้วย ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์
 สาระสำ�คญั แนวทางการจดั การเรียนรู้ ส่อื และอปุ กรณ์ การวัดและประเมินผล และข้อเสนอแนะ ในการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพควรใช้คู่กับหนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
(วิทยาการค�ำ นวณ) ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4  สาระเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ
พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 ซ่ึงได้กำ�หนดตัวช้ีวัด คือ
 ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ ค�ำ นวณในการพฒั นาโครงงานทม่ี กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอน่ื อยา่ งสรา้ งสรรค์ และ
เชอ่ื มโยงกบั ชวี ติ จรงิ

กิจกรรมในคู่มือครูนี้ มีความสอดคล้องกับตัวช้ีวัด โดยกำ�หนดเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
จำ�นวน 40 ช่วั โมง ดงั ตารางตอ่ ไปนี้

กิจกรรมท่ี เร่ือง สอดคลอ้ งกับเนอื้ หา เวลาในการจดั
ในหนังสอื เรียน กจิ กรรม (ช่วั โมง)

1 แนวคดิ เชิงค�ำ นวณ บทท่ี 1 2
2 การแยกสว่ นประกอบและการย่อยปญั หา
3 การหารปู แบบและการคดิ เชิงนามธรรม บทที่ 1 2
4 การแก้ปัญหาด้วยคอมพวิ เตอร์
5 การออกแบบขน้ั ตอนวธิ ี บทที่ 1 2
6 การจดั เรยี งข้อมลู
7 การค้นหาขอ้ มลู บทที่ 2 2
8 โครงงานสร้างสรรค์
9 วางแผนและออกแบบโครงงาน บทที่ 2 2
10 การพัฒนาโครงงาน
11 รายงานโครงงาน บทท่ี 2 2
12 Show Time
บทที่ 2 2
รวม
บทท่ี 3 2

บทที่ 3 2

บทที่ 3 18

บทท่ี 3 2

บทที่ 3 2

40

ครูผูส้ อนสามารถดาวนโ์ หลดสื่อการสอน แนวการตอบใบกจิ กรรม และอน่ื ๆ ไดท้ ่ี
http://oho.ipst.ac.th/csm4 โดยมีรหัสผ่านคอื IPSTcsm4

สารบญั หน้า

กิจกรรม 2
6
กจิ กรรมท ี่ 1 แนวคิดเชิงค�ำ นวณ 8
ใบกิจกรรมท ี่ 1.1 บ้านเธอ บา้ นฉนั
ใบกจิ กรรมท ่ี 1.2 หา ห.ร.ม. งา่ ยกว่าท่คี ดิ 9
13
กิจกรรมท ่ี 2 การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หา 16
ใบกจิ กรรมที่ 2.1 แยกสว่ นและสรา้ งใหม ่
ใบกจิ กรรมที่ 2.2 ชีวติ ประจำ�วนั กับการแยกสว่ นประกอบ 18
25
กิจกรรมที่ 3 การหารูปแบบและการคดิ เชิงนามธรรม 27
ใบกจิ กรรมท่ี 3.1 เหมือนหรอื ต่าง
ใบกจิ กรรมท ่ี 3.2 สร้างแบบจำ�ลอง 29
33
กิจกรรมที่ 4 การแกป้ ญั หาดว้ ยคอมพวิ เตอร ์ 34
ใบกิจกรรมท่ี 4.1 คณะทใี่ ช่
ใบกิจกรรมที่ 4.2 ข้อมูลเข้าและขอ้ มลู ออก 36
39
กจิ กรรมท่ี 5 การออกแบบข้ันตอนวิธ ี 42
ใบกิจกรรมที่ 5.1 ฝึกเขยี นขัน้ ตอนวธิ ี 43
ใบกิจกรรมท่ี 5.2 การออกแบบเงื่อนไข
ใบกจิ กรรมที่ 5.3 การทำ�ซ้ำ� 48
53
กจิ กรรมท่ี 6 การจัดเรียงข้อมูล 54
ใบกจิ กรรมท่ี 6.1 ขน้ั ตอนวิธีจัดเรียงข้อมลู
ใบกิจกรรมท่ี 6.2 จัดเรียงขอ้ มลู ตามใจฉนั 56
62
กจิ กรรมท่ี 7 การคน้ หาขอ้ มลู 63
ใบกิจกรรมที่ 7.1 ตามหาตวั เลขแบบลำ�ดับ 64
ใบกจิ กรรมที่ 7.2 ตามหาตวั เลขแบบทวิภาค
ใบกจิ กรรมท่ี 7.3 คน้ ข้อมลู

สารบญั หนา้

กิจกรรม 65
69
กิจกรรมที่ 8 โครงงานสร้างสรรค์ 70
ใบกิจกรรมท่ี 8.1 รู้จักปัญหา
ใบกจิ กรรมที่ 8.2 พฒั นาโครงงานกนั เถอะ 72
76
กจิ กรรมที่ 9 วางแผนและออกแบบโครงงาน 78
ใบกิจกรรมที่ 9.1 วางแผนโครงงาน
ใบกจิ กรรมที่ 9.2 ขอ้ เสนอโครงงาน 82
86
กิจกรรมท่ี 10 การพฒั นาโครงงาน
ใบกจิ กรรมที่ 10.1 ตดิ ตามโครงงาน 87
90
กจิ กรรมที่ 11 รายงานโครงงาน
ใบกิจกรรมท่ี 11.1 การเขยี นรายงานโครงงานฉบับสมบูรณ ์ 95

กิจกรรมที่ 12 Show Time 99
101
ภาคผนวก 103
แบบประเมินตนเองเรื่องฉันรู้จักขั้นตอนวิธี 105
แบบประเมนิ การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา 107
แบบประเมนิ การคิดเชิงนามธรรม 108
แบบประเมนิ ใบกิจกรรมท่ี 4.2 109
แบบประเมินประเดน็ ปัญหา 112
แบบประเมนิ ขอ้ เสนอโครงงาน 114
แบบประเมินโครงงาน 115
แบบประเมนิ การนำ�เสนอโครงงาน
แบบประเมินตนเองในการท�ำ โครงงาน
แบบสงั เกตพฤติกรรมการท�ำ งานกลุ่ม



วทิ ยาการค�ำ นวณ

2 กิจกรรมท่ี 1 | แนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

กจิ กรรมท่ี 1 แนวคิดเชงิ ค�ำ นวณ คาบท่ี 1 - 2 | เวลา 2 ชว่ั โมง

1 ตัวช้ีวดั
ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ ค�ำ นวณในการพฒั นาโครงงานทม่ี กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอนื่ อยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละ

เช่อื มโยงกบั ชวี ิตจริง

2 สาระการเรียนรู้
แนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ ไดแ้ ก่ การคดิ แบบแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา การหารปู แบบของปญั หา

การคดิ เชงิ นามธรรม และการออกแบบข้ันตอนวิธใี นการแก้ปญั หา

3 จุดประสงค์ ให้ผู้เรียนสามารถ
3.1 อธบิ ายหลักการของแนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ

3.2 ปฏบิ ตั ติ ามข้นั ตอนวิธี เปรยี บเทยี บ และวเิ คราะห์ขน้ั ตอนวิธีเพ่อื แกป้ ัญหาจากโจทย์ทีก่ �ำ หนด

3.3 ตระหนกั ถงึ ความส�ำ คญั และประโยชนข์ องขน้ั ตอนวธิ ที เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การแกป้ ญั หาในชวี ติ ประจ�ำ วนั

4 ทกั ษะและกระบวนการ ทักษะการแกป้ ญั หา
ทักษะการคดิ เชิงค�ำ นวณ

5 ความร้เู ดิมทีน่ กั เรยี นตอ้ งมี
คู่อันดับและกราฟ

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กิจกรรมท่ี 1 | แนวคดิ เชิงคำ�นวณ 3

6 สาระสำ�คัญ

แนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ (computational thinking) เปน็ พนื้ ฐานของการคดิ แกป้ ญั หาทส่ี ามารถน�ำ ไป
ประยกุ ต์ในการแก้ปัญหาในชวี ิตประจำ�วนั แนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ เปน็ การคดิ แบบแยกสว่ นประกอบและ
การยอ่ ยปญั หา (decomposition) การหารูปแบบของปัญหา (pattern recognition) การคดิ เชงิ
นามธรรม (abstraction) เพอ่ื พจิ ารณาสาระส�ำ คญั ของปญั หา และการออกแบบขนั้ ตอนวิธีในการแก้
ปญั หา (algorithm) ซึ่งขัน้ ตอนวธิ ี คอื ล�ำ ดบั ขนั้ ตอนในการแก้ปญั หาหรอื การทำ�งานที่ชัดเจน ชว่ ยให้
คดิ อยา่ งเป็นระบบและเปน็ ขน้ั ตอน

7 สอื่ และอุปกรณ์ เร่ือง เวลา (นาท)ี
7.1 ใบกิจกรรม 30
30
ใบกิจกรรมที่

1.1 บ้านเธอ บ้านฉนั

1.2 หา ห.ร.ม. งา่ ยกวา่ ทคี่ ิด

7.2 ใบความรู้
-
7.3 อน่ื ๆ

หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) ชน้ั มธั ยมศกึ ษา
ปี ท่ี 4 ข อ ง ส ถ า บั น ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร ส อ น
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการท�ำ งานกล่มุ

8 แนวทางการจัดการเรยี นรู้
8.1 การจดั เตรยี ม
8.1.1 ใบกิจกรรมท่ี 1.1 และ 1.2 ตามจ�ำ นวนผู้เรยี น

8.1.2 แบบประเมนิ ตนเองเร่ืองฉนั รจู้ ักขัน้ ตอนวธิ ี ตามจ�ำ นวนผูเ้ รยี น
8.1.3 คลิปวีดิทัศน์ เร่ืองการคิดเชงิ ค�ำ นวณ
จาก https://www.youtube.com/watch?v=mUXo-S7gzds

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

4 กจิ กรรมท่ี 1 | แนวคดิ เชิงค�ำ นวณ รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

8.2 ข้นั ตอนการดำ�เนินการ
8.2.1 ผู้สอนนำ�เข้าสู่บทเรียน เรื่องแนวคิดเชิงคำ�นวณ โดยเล่าสถานการณ์และต้ังคำ�ถาม
ถามผู้เรียน

สถานการณ์
“นกั เรยี นเดนิ หลงเขา้ ไปในปา่ กบั เพอ่ื น 3 คน และมอี ปุ กรณต์ ดิ ตวั ไดแ้ ก่ มดี และไฟฉาย ระหวา่ งทาง
ท่ีเดนิ หาเสน้ ทางเดินออกจากปา่ นนั้ นักเรยี นกไ็ ดพ้ บ กระตา่ ย และรงั ผึง้ จึงจับกระตา่ ยและเก็บน้ำ�
ผง้ึ พกไปด้วย และเดินต่อจนพลบค่ำ� แตแ่ ลว้ ส่ิงทีไ่ มค่ าดคดิ กเ็ กดิ ขน้ึ มหี มีปรากฏขึน้ นักเรยี นจะทำ�
อยา่ งไรใหส้ ามารถถว่ งเวลาไมใ่ หห้ มวี งิ่ เขา้ มาท�ำ รา้ ย และรอดจากการถกู จบั กนิ โดยใชท้ กุ อยา่ งทม่ี อี ยู่
รอบตวั ”

8.2.2 ผู้สอนใช้วิธีสุ่มผู้เรียนหรือหาอาสาสมัคร 3 คน บอกหรือเขียนวิธีการที่จะทำ�ให้
ตัวเอง รอดจากการถูกหมีจับกิน โดยอธิบายเป็นลำ�ดับขั้นตอน (อาจให้ผู้เรียนทั้ง
สามคน เขยี นวิธีการบนกระดานแล้วใหเ้ พ่ือนโหวตวธิ กี ารท่ชี อบท่สี ุด)
8.2.3 ผูส้ อนอธิบายและสรปุ เพ่ือเช่อื มโยงไปถึงเรอ่ื งแนวคดิ เชิงค�ำ นวณ ซง่ึ ในสถานการณ์
ข้างต้นเป็นตัวอย่างของการแก้ปัญหาที่มีขั้นตอนวิธี และมีการคิดแก้ปัญหา
แบบอื่นๆ ที่เป็นแนวคิดเชิงคำ�นวณด้วย (อาจอธิบายโดยยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้
ผู้เรยี นเข้าใจหลักการคิดทง้ั 4 แบบ หรอื เปิดคลปิ วีดิทัศน์เพอ่ื อธิบายเพ่ิมเตมิ
https://www.youtube.com/watch?v=mUXo-S7gzds)
8.2.4 ผู้เรียนจับคู่กับเพื่อนศึกษาตัวอย่างที่ 1.1 วิธีแนะนำ�หนังสือ ในหนังสือเรียน เพื่อ
ใหน้ ักเรยี นเข้าใจหลักการของขัน้ ตอนวิธีมากขึ้น
8.2.5 ผเู้ รียนจบั คกู่ นั ทำ�ใบกจิ กรรมท่ี 1.1 บา้ นเธอ บา้ นฉนั
8.2.6 ผสู้ อนอธบิ ายตวั อยา่ งที่ 1.2 ไปใหค้ รบทกุ ท่ี ในหนงั สอื เรยี น และรว่ มกนั อภปิ รายกบั
ผู้เรียนเพื่อให้เหน็ ตวั อย่างเพม่ิ เติม
8.2.7 ผู้เรียนศึกษาตัวอย่างที่ 1.3 การหาตัวหารร่วมมาก และตัวอย่างที่ 1.4 การหา
ห.ร.ม. ของ 187 และ 221 ในหนงั สอื เรยี น
8.2.8 ผู้เรียนจับคู่กันทำ�ใบกิจกรรมที่ 1.2 หา ห.ร.ม. ง่ายกว่าที่คิด เมื่อทำ�เสร็จแล้วให ้
แลกกันตรวจกับเพือ่ นคู่อ่นื
8.2.9 ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันอภิปราย และสรุปประโยชน์ของขั้นตอนวิธีกับการ
แก้ปัญหาในชีวิตประจำ�วนั
8.2.10 ผู้เรียนทำ�แบบประเมินตนเองเรอ่ื งฉนั รจู้ ักขนั้ ตอนวธิ ีี

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กิจกรรมท่ี 1 | แนวคดิ เชิงคำ�นวณ 5

9 การวัดและประเมนิ ผล
9.1 ประเมนิ จากใบกจิ กรรม

9.2 สังเกตพฤติกรรมจากการทำ�งานกลุ่ม

9.3 ประเมินจากแบบประเมนิ ตนเองเรอื่ งฉนั รู้จักข้ันตอนวธิ ี

10 สอ่ื และแหลง่ ข้อมูล
https://www.youtube.com/watch?v=mUXo-S7gzds

https://barefootcas.org.uk/wp-content/uploads/2014/08/

KS1-Crazy-Character-Algorithms-Activity-Barefoot-Computing.pdf

11 ขอ้ เสนอแนะ
11.1 ผู้สอนสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในข้อ 8.2.1 ไดต้ ามความเหมาะสม

11.2 ผ้สู อนสามารถศึกษาเพ่ิมเตมิ เก่ยี วกบั แนวคิดเชิงค�ำ นวณได้จากเวบ็ ไซต์

https://code.org/curriculum/course3/1/Teacher

http://www.cs4fn.org/computationalthinking/

http://www.bbc.co.uk/education/topics/z7tp34j

11.3 ผสู้ อนอาจใหผ้ ูเ้ รยี นตอบค�ำ ถามในชวนคิด และอภปิ รายรว่ มกัน

11.4 ในการทำ�ใบกิจกรรมที่ 1.1 ให้ผูเ้ รยี นวาดรูปตามค�ำ บอกครบทุกคน แลว้ จึงนำ�ผลลัพธ ์
ที่ ไดเ้ ปรียบเทียบกับคูข่ องตนเอง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

6 กจิ กรรมที่ 1 | แนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

ใบกิจกรรมที่ 1.1 บา้ นเธอ บา้ นฉนั

ชอ่ื -สกลุ ___________________________________________________________ เลขท่ี ________

1 ให้นักเรียนคนที่ 1 วาดรูปบ้านลงในใบกิจกรรม จากนั้นอธิบายรูปที่ตนเองวาดให้เพ่ือนวาดตามโดย
หา้ มผู้วาดถามคำ�ถามใดๆ และเปรยี บเทยี บรปู บ้านทไ่ี ด้ว่าเหมือนรูปตน้ ฉบบั หรอื ไม่

บ้านของฉนั

บา้ นของเพือ่ น ชือ่ ______________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมท่ี 1 | แนวคดิ เชงิ คำ�นวณ 7

2 วาดรปู บ้านตามขนั้ ตอนวธิ วี าดบา้ น ลงบนพื้นที่ทีม่ กี ารระบุพกิ ดั (x,y)

y

(0, 0) x

ขน้ั ตอนวธิ วี าดบา้ น

1 วาดรูปส่ีเหลยี่ มมมุ ฉากให้มีดา้ นขนานกับแกน x และ y ใหม้ ีจุดมมุ ซา้ ยลา่ งทพี่ กิ ดั (5,0) มุมขวาบนท่ี

พกิ ัด (15,10)

2 วาดส่วนของเสน้ ตรงระหวา่ งจุดทีร่ ะบุตอ่ ไปนี้

2.1 (5,10) และ (10,14) 2.2 (10,14) และ (15,10)

2.3 (15,0) และ (21,1) 2.4 (21,1) และ (21,11)

2.5 (21,11) และ (15,10) 2.6 (10,14) และ (16,15)

2.7 (16,15) และ (21,11)

3 วาดรปู สเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากใหม้ ดี า้ นขนานกบั แกน x และ y ใหม้ จี ดุ มมุ ซา้ ยลา่ งทพ่ี กิ ดั (8,0) มมุ ขวาบนท ่ี

พกิ ดั (12,5) ใหน้ กั เรยี นเปรยี บเทยี บรปู ทไ่ี ดก้ บั รปู ของเพอ่ื นวา่ เหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไรเพราะ

เหตใุ ด

เหมือน ไมเ่ หมอื น

เน่ืองจาก ________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
___________________________________________________ส_ถ_าบ__ัน_ส_่ง_เส_ร_ิม_ก_า_ร_ส_อ_น_ว_ิท_ย_า_ศ_า_ส_ต_ร_์แ_ล_ะเ_ท_ค_โ_น_โ_ล_ยี

8 กจิ กรรมท่ี 1 | แนวคดิ เชิงค�ำ นวณ รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

ใบกิจกรรมท่ี 1.2 หา ห.ร.ม. ง่ายกว่าทค่ี ดิ

1. ชอ่ื -สกลุ ________________________________________________________ เลขที่ ________
2. ชอ่ื -สกลุ ________________________________________________________ เลขท่ี ________

ให้หา ห.ร.ม. ของ 301,981 และ 449,573 โดยเติมคำ�ตอบลงในชอ่ งวา่ ง

รอบท่ี จ�ำ นวนสองจ�ำ นวน คำ�อธบิ าย

1 301,981 จ�ำ นวนทน่ี อ้ ยกวา่ ไมเ่ ปน็ ศนู ย์ เศษจากการหาร 449,573 ดว้ ย 301,981
449,573 คอื 147,592 ดังนั้นในข้นั ถดั ไปจะเขยี นแทน 499,573 ด้วย 147,592

2 จำ�นวนทน่ี อ้ ยกว่าไมเ่ ป็นศูนย์ เศษจากการหาร ด้วย
คอื ดังนั้นในขน้ั ถัดไปจะเขียนแทน ด้วย

3 จ�ำ นวนทน่ี อ้ ยกว่าไม่เป็นศนู ย์ เศษจากการหาร ดว้ ย

คอื ดังนั้นในขน้ั ถดั ไปจะเขยี นแทน ดว้ ย

4 จำ�นวนทน่ี ้อยกว่าไมเ่ ปน็ ศูนย์ เศษจากการหาร ด้วย
คอื ดงั น้นั ในขนั้ ถัดไปจะเขยี นแทน ด้วย

จ�ำ นวนทน่ี อ้ ยกว่าไม่เปน็ ศนู ย์ เศษจากการหาร ด้วย
5 คือ ดงั นน้ั ในขั้นถัดไปจะเขยี นแทน ดว้ ย

จ�ำ นวนที่นอ้ ยกว่าไม่เปน็ ศนู ย์ เศษจากการหาร ดว้ ย
6 1,942 971 คอื ดังนน้ั ในขน้ั ถดั ไปจะเขียนแทน ดว้ ย

7 0 971 จ�ำ นวนทนี่ ้อยกว่าเป็นศนู ย์ ดังนน้ั ห.ร.ม. จึงมคี ่าเทา่ กับ 971

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กิจกรรมที่ 2 | การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปัญหา 9

กิจกรรมท่ี 2 การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หา คาบท่ี 3 - 4 | เวลา 2 ชวั่ โมง

1 ตวั ชี้วดั
ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ ค�ำ นวณในการพฒั นาโครงงานทม่ี กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอน่ื อยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละ

เช่ือมโยงกับชีวติ จรงิ

2 สาระการเรียนรู้
แนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ ไดแ้ ก่ การคดิ แบบแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา การหารปู แบบของปญั หา

การคดิ เชงิ นามธรรม และการออกแบบขนั้ ตอนวธิ ใี นการแก้ปัญหา

3 จุดประสงค์ ให้ผูเ้ รียนสามารถ
3.1 วเิ คราะห์องค์ประกอบของสงิ่ ของตา่ ง ๆ ในการพัฒนาผลงานใหม่

3.2 ใช้ทักษะการคิดแบบแยกส่วนประกอบและการย่อยปญั หา แก้ปัญหาในชีวิตประจำ�วนั

4 ทักษะและกระบวนการ ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ และสังเคราะห์
ทักษะการคดิ เชิงค�ำ นวณ ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์
ทกั ษะการแก้ปญั หา

5 ความร้เู ดิมทนี่ ักเรียนต้องมี
-

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

10 กจิ กรรมที่ 2 | การแยกส่วนประกอบและการย่อยปญั หา รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

6 สาระสำ�คัญ
การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปัญหา (decomposition) เป็นข้นั ตอนของกระบวนการแกป้ ัญหา

ดว้ ยแนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ (computational thinking) ซง่ึ แบง่ ปญั หาหรอื งานออกเปน็ สว่ นยอ่ ย ท�ำ ใหส้ ามารถ

จัดการกับปญั หาหรืองานไดง้ า่ ยขนึ้

7 สอ่ื และอปุ กรณ์
7.1 ใบกจิ กรรม

ใบกิจกรรมท่ี เร่อื ง เวลา (นาท)ี
40
2.1 แยกสว่ นและสร้างใหม่ 40

2.2 ชวี ิตประจ�ำ วันกบั การแยกสว่ นประกอบ

7.2 ใบความรู้

-
7.3 อื่นๆ

หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) ชน้ั มธั ยมศกึ ษา
ปที ี่ 4 ของสถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แบบสงั เกตพฤติกรรมการท�ำ งานกล่มุ

สถานการณ์นกั สบื จาก https://www.dek-d.com/studyabroad/44049/

8 แนวทางการจัดการเรียนรู้
8.1 การจัดเตรียม

8.1.1 ใบกิจกรรมท่ี 2.1 ตามจ�ำ นวนผู้เรยี น

8.1.2 ใบกจิ กรรมที่ 2.2 ตามจ�ำ นวนกลมุ่

8.1.3 แบบประเมินการแยกสว่ นประกอบและการย่อยปญั หา ตามจำ�นวนกลุ่ม
8.2 ขน้ั ตอนการดำ�เนินการ

8.2.1 ผสู้ อนน�ำ เขา้ สบู่ ทเรยี นโดยการเลา่ สถานการณใ์ ดสถานการณห์ นง่ึ จากสองสถานการณ์

และให้ผู้เรียนวเิ คราะหแ์ ละหาค�ำ ตอบจากสถานการณท์ ีเ่ ลอื ก

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมท่ี 2 | การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา 11

สถานการณท์ ่ี 1
ชายผู้ร่ำ�รวยคนหน่ึงตัดสินใจมาใช้ชีวิตลำ�พังในกระท่อมกลางป่า โดยใช้บริการจัดส่งอาหาร
หนงั สือพมิ พ์ และจดหมายตา่ ง ๆ
เช้าวันพฤหัส บุรุษไปรษณีย์มาส่งจดหมาย และพบว่าประตูกระท่อมเปิดอยู่ เม่ือชะโงกหน้า
เขา้ ไปดจู งึ เหน็ ว่าชายคนน้กี ลายเปน็ ศพนอนจมกองเลอื ดเสียแลว้
เมือ่ ตำ�รวจมาถึงที่เกิดเหตุ ก็เรมิ่ สำ�รวจไปรอบ ๆ กระท่อม และพบปนิ่ โตอาหารที่ยังอ่นุ อยู่บน
ระเบยี งหน้ากระทอ่ ม หนังสอื พิมพ์ฉบบั วนั จันทร์ และจดหมายที่ยังไม่ไดเ้ ปิด
หากนกั เรียนต้องสบื คดนี ้ี นกั เรยี นจะชว่ ยตำ�รวจหาตัวคนร้ายได้หรอื ไม่ วา่ คนร้ายคอื ใคร
(ทมี่ า: https://www.dek-d.com/studyabroad/44049/ )

สถานการณ์ท่ี 2
ชายวยั กลางคนขับรถมากบั ครอบครัวรวม 4 คน พบกบั กลุม่ วยั รุน่ 10 คนทโี่ ดยสารมากับรถตู้
และมปี ากเสยี งเรอื่ งทจี่ อดรถ กลมุ่ วยั รนุ่ ทง้ั หมดรมุ ลอ้ มรอบรถมกี ารตะโกนดา่ ทอ และทบุ รถ ชายวยั
กลางคนจงึ หยบิ ปนื ในกระเป๋าทอ่ี ยใู่ ตเ้ บาะออกมายงิ 3 นัด กระสุนโดนกล่มุ วัยรุน่ จำ�นวน 1 นัด ได้
รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ถามว่าชายวัยกลางคนผิดหรือไม่ นักเรียนคิดว่าศาลควร
สอบสวนหาขอ้ เทจ็ จรงิ ดว้ ยกระบวนการใด เพอื่ ใหก้ ารตดั สนิ เปน็ ธรรม (สบื สวนเพมิ่ เตมิ โดยการแยก
ประเดน็ ในเร่อื งตา่ ง ๆ เชน่ สภาพแวดลอ้ ม พยาน หลกั ฐานตา่ ง ๆ)

8.2.2 ผูส้ อนเชอ่ื มโยงสถานการณ์ขา้ งต้นกับวิธคี ิดแบบแยกส่วนประกอบและยอ่ ยปญั หา
8.2.3 ผู้เรียนศึกษาหัวข้อที่ 1.2 การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา (decomposition)
ในหนงั สือเรยี น จนถึงก่อนกจิ กรรมท่ี 1.3
8.2.4 ผูเ้ รียนท�ำ ใบกิจกรรมที่ 2.1 แยกส่วนและสรา้ งใหม่
8.2.5 ผู้สอนสมุ่ ผู้เรียนหรอื หาอาสาสมัครนำ�เสนอค�ำ ตอบจากใบกจิ กรรมที่ 2.1
8.2.6 ผ้เู รยี นศึกษาหนังสือเรียนหัวขอ้ ท่ี 1.2 ส่วนท่ีตอ่ จากกจิ กรรมท่ี 1.3
8.2.7 ผู้สอนแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน ทำ�ใบกิจกรรมที่ 2.2 ชีวิตประจำ�วัน
กั บการแยกส่วนประกอบ โดยผู้สอนชี้แจงเกณฑ์การประเมินก่อนให้ผู้เรียนลงมือทำ�
กจิ กรรม
8.2.8 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเลือกกิจกรรมที่คิดว่าทำ�ได้ดีที่สุด 1 กิจกรรมจากใบกิจกรรมที่ 2.2
แล้วแลกกบั กลมุ่ อน่ื เพอ่ื ประเมนิ โดยใชแ้ บบประเมนิ การแยกส่วนประกอบและการย่อย
ปญั หา

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

12 กิจกรรมท่ี 2 | การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปัญหา รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

8.2.9 ผู้สอนสุ่มกลุ่มนำ�เสนอคำ�ตอบให้ครบทุกกิจกรรม และร่วมอภิปรายกับผู้เรียนในประเด็น
เรอ่ื งของเวลา โดยเชอ่ื มโยงใหเ้ หน็ ประโยชนข์ องการแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา
สอบถามวา่ ต้องใช้วิธกี ารอยา่ งไร จงึ จะท�ำ งานไดส้ ำ�เร็จ หากมงี านมากและมเี วลาจ�ำ กดั
8.2.10 ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปแนวคิดการแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา ในด้าน
ประโยชน์ของการใช้แกป้ ัญหาในชวี ิตประจ�ำ วัน

9 การวัดและประเมินผล
9.1 ประเมนิ จากใบกิจกรรม
9.2 สังเกตพฤติกรรมจากการท�ำ งานกลมุ่
9.3 ประเมินจากแบบประเมินการแยกสว่ นประกอบและการย่อยปญั หา

10 สื่อและแหลง่ ข้อมูล
https://community.computingatschool.org.uk/files/6695/original.pdf
https://barefootcas.org.uk
https://le-www-live-s.legocdn.com/wedo/pdfs/computationalthinkingteacher
guide/computationalthinkingteacherguide-en-us-v1.pdf

11 ขอ้ เสนอแนะ
11.1 ผ้สู อนสามารถเปลยี่ นแปลงสถานการณใ์ นขอ้ 8.2.1 ได้ตามความเหมาะสม
11.2 ผสู้ อนอาจหาตัวอย่างเพ่มิ เตมิ มาประกอบการอธิบายใหผ้ ้เู รยี นเขา้ ใจมากยิ่งขน้ึ และช่วย
แนะน�ำ ผู้เรียนตลอดการด�ำ เนินกิจกรรม อาจดูตัวอยา่ งกจิ กรรมการแยกสว่ นประกอบและการ

ยอ่ ยปัญหา ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=yQVTijX437c เปรยี บเทยี บ
กบั คขู่ องตนเอง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมท่ี 2 | การแยกสว่ นประกอบและการย่อยปญั หา 13

ใบ กิจก รรมที่ 2.1 แยกส่วนและสร้างใหม่

สมาชกิ ในกลมุ่ ___________________________________________________________________
1. ชอื่ -สกุล __________________ เลขที่ ____ 2. ชอ่ื -สกลุ __________________ เลขท่ี ____
3. ชอ่ื -สกลุ __________________ เลขท่ี ____ 4. ชอ่ื -สกลุ __________________ เลขท่ี ____

1 ใหน้ กั เรยี นแยกสว่ นประกอบของวตั ถตุ า่ ง ๆ ดังรูป โดยวาดภาพ หรือเขยี นคำ�อธบิ าย

ไฟฉาย

สมารต์ โฟน

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

14 กิจกรรมที่ 2 | การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

กล่องดินสอ

ปากกาแบบกด

รถบังคับวทิ ยุ

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมที่ 2 | การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา 15

2 ให้นกั เรยี นนำ�ส่วนประกอบยอ่ ยทไ่ี ด้ทดลองแยกสว่ นประกอบในข้อ 1 น�ำ มารวมกบั ส่วนประกอบของ
วัตถุอ่ืนเพอ่ื สรา้ งเป็นนวตั กรรม พรอ้ มตงั้ ชื่อส่งิ ประดิษฐ์ใหม ่ วาดเปน็ ภาพและอธิบายการใช้งาน

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

16 กิจกรรมที่ 2 | การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

ใบ กจิ ก รรมที่ 2.2 ชีวติ ประจ�ำ วันกับการแยกส่วนประกอบ

สมาชกิ ในกลมุ่ ___________________________________________________________________
1. ชอ่ื -สกลุ __________________ เลขท่ี ____ 2. ชอ่ื -สกลุ __________________ เลขท่ี ____
3. ชอ่ื -สกุล __________________ เลขท่ี ____ 4. ชอ่ื -สกลุ __________________ เลขท่ี ____

พิจารณากิจกรรมตอ่ ไปน้ี แล้วอธบิ ายข้ันตอนโดยใช้วิธีคดิ แบบแยกสว่ นประกอบ
การท�ำ ข้อสอบแบบเลือกตอบ

_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

การรับประทานอาหารกลางวนั ท่โี รงเรียน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมท่ี 2 | การแยกสว่ นประกอบและการย่อยปญั หา 17

การวางแผนไปทศั นศึกษา
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

การซ้อื สนิ คา้ ออนไลน์
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

การเตรียมเสอ้ื กีฬาสี
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

18 กิจกรรมท่ี 3 | การหารปู แบบและการคดิ เชิงนามธรรม รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

กิจกรรมท่ี 3 การหารปู แบบและการคิดเชิงนามธรรม คาบที่ 5 - 6 | เวลา 2 ชั่วโมง

1 ตวั ชี้วดั
ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ ค�ำ นวณในการพฒั นาโครงงานทมี่ กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอน่ื อยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละ
เช่อื มโยงกบั ชวี ิตจริง
2 สาระการเรียนรู้
แนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณ ไดแ้ ก่ การคดิ แบบแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา การหารปู แบบของปญั หา
การคิดเชิงนามธรรม และการออกแบบข้นั ตอนวิธีในการแกป้ ัญหา
3 จดุ ประสงค์ ใหผ้ ู้เรียนสามารถ
3.1 อธบิ ายรูปแบบ และระบุองคป์ ระกอบส�ำ คญั ทีส่ ัมพนั ธ์กันของสิ่งของหรอื ปัญหา
3.2 แยกคณุ ลักษณะทสี่ ำ�คญั ออกจากรายละเอยี ดในโจทย์ปัญหาหรอื งานท่กี ำ�ลงั พจิ ารณา
3.3 อธิบายสถานการณห์ รอื ปญั หาด้วยแบบจำ�ลอง
4 ทักษะและกระบวนการ
ทกั ษะการวิเคราะห์
ทกั ษะการแกป้ ญั หา
ทกั ษะการคิดเชงิ คำ�นวณ
5 ความรู้เดิมทนี่ กั เรียนต้องมี
การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมท่ี 3 | การหารปู แบบและการคดิ เชิงนามธรรม 19

6 สาระสำ�คญั
การพิจารณารปู แบบของปญั หาหรอื วธิ กี ารแก้ปัญหา (pattern recognition) เปน็ การพจิ ารณารูป
แบบ แนวโน้ม และลกั ษณะทั่วไปของข้อมลู โดยพจิ ารณาวา่ เคยพบปญั หาลักษณะน้มี าก่อนหรือไม่ หากมี
รูปแบบของปัญหาที่คล้ายกันสามารถนำ�วิธีการแก้ปัญหานั้นมาประยุกต์ใช้ และพิจารณารูปแบบปัญหา
ยอ่ ยซ่ึงอยูภ่ ายในปญั หาเดียวกันว่ามีส่วนใดทเ่ี หมอื นกนั เพอื่ ใชว้ ิธกี ารแก้ปญั หาเดยี วกันได้ ทำ�ให้จัดการกบั
ปญั หาได้ง่ายขึ้น และการทำ�งานมปี ระสิทธภิ าพเพมิ่ ขน้ึ
การคดิ เชงิ นามธรรม (abstraction) คอื กระบวนการคดั แยกคณุ ลกั ษณะทสี่ �ำ คญั ออกจากรายละเอยี ด
ในโจทย์ปัญหาหรืองานท่ีกำ�ลังพิจารณา เพ่ือให้ได้องค์ประกอบที่จำ�เป็น เพียงพอ และกระชับท่ีสุดในการ
พจิ ารณาภายใตส้ ถานการณท์ สี่ นใจ โดยจะไดผ้ ลลพั ธเ์ ปน็ แบบจ�ำ ลอง (model) ซง่ึ สามารถแสดงเปน็ แผนภาพ
ทมี่ กี ารตดั รายละเอยี ดท่ีไม่จ�ำ เป็นในการพิจารณาออกทั้งหมด

7 สอ่ื และอปุ กรณ์
7.1 ใบกจิ กรรม

ใบกิจกรรมที่ เรือ่ ง เวลา (นาท)ี
3.1 20
3.2 เหมอื นหรือตา่ ง 30
สรา้ งแบบจำ�ลอง

7.2 ใบความรู้

-

7.3 อืน่ ๆ

เครื่องคอมพวิ เตอร์
หนังสอื เรยี น รายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำ�นวณ) ช้ันมัธยมศกึ ษา

ปีที่ 4 ของ สถาบันสง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำ�งานกลุม่



สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

20 กิจกรรมท่ี 3 | การหารูปแบบและการคิดเชงิ นามธรรม รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

8 แนวทางการจดั การเรยี นรู้
8.1 การจดั เตรยี ม

8.1.1 ใบกจิ กรรมที่ 3.1 -3.2 ตามจำ�นวนผู้เรียน

8.1.2 แบบประเมนิ การคิดเชิงนามธรรม ตามจ�ำ นวนผ้เู รยี น

8.1.3 เกมการ์ดดอกไม้ ตามจำ�นวนกลุ่ม

8.1.4 เกมสารานุกรมไทย ตามจำ�นวนกลุ่ม

8.2 ขนั้ ตอนการดำ�เนนิ การ

8.2.1 ผู้สอนนำ�เข้าสู่บทเรียน โดยอธิบายกติกาวิธีเล่นเกมการ์ดดอกไม้ ที่ทำ�ให้ผู้เรียน

สามารถบอกชนดิ ของพชื ดอก แล้วให้ผเู้ รยี นเล่นเกมเป็นกล่มุ

8.2.2 ผ้เู รยี นตอบค�ำ ถามในเกม กลุ่มใดท�ำ เสร็จก่อนใหเ้ ปน็ ผู้ชนะ

8.2.3 ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันอภิปรายถึงการเชื่อมโยงรูปแบบที่เหมือน ๆ กันของดอกไม้

และทำ�ใหส้ ามารถบอกชนดิ ของพืชดอกได้

8.2.4 ผู้เรียนศึกษาหัวข้อที่ 1.3 การหารูปแบบ (pattern recognition) ในหนังสือเรียน

จนถงึ กอ่ นกจิ กรรมท่ี 1.5

8.2.5 ผเู้ รียนท�ำ ใบกิจกรรมที่ 3.1 เหมอื นหรือตา่ ง

8.2.6 ผสู้ อนส่มุ ผูเ้ รียนนำ�เสนอคำ�ตอบ และอภปิ รายร่วมกับผเู้ รยี น

8.2.7 ผู้เรยี นศกึ ษาเน้ือหาหัวข้อที่ 1.3 ในหนังสอื เรียนสว่ นทีเ่ หลือ แลว้ สุม่ ผเู้ รยี นยกตัวอยา่ ง

ปญั หาอน่ื ทเี่ กดิ ซ�้ำ ๆ ในชวี ติ ประจ�ำ วนั และรว่ มกนั สรปุ แนวคดิ เรอ่ื งการหารปู แบบ

8.2.8 ผสู้ อนแบ่งผเู้ รยี นออกเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน

8.2.9 ผู้สอนแจกบัตรเกมสารานุกรมไทยให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่ม โดยบัตรเกมมีเนื้อหาเกี่ยวกับ

พระราชกรณียกจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว รัชกาลที่ 9 ในการจดั ทำ�โครงการ

สารานุกรมไทยส�ำ หรบั เยาวชน

8.2.10 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มทำ�ความเข้าใจแล้วเขียนสรุปใจความสำ�คัญของโครงการสารานุกรม

ไทยไมเ่ กนิ 20 ค�ำ ลงบนกระดาษแลว้ น�ำ ไปตดิ รวมกนั ที่หนา้ ช้นั เรียน

8.2.11 ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายว่าคำ�ตอบใดเป็นคำ�ตอบที่ดีที่สุด จากนั้นเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา

เร่ืองการคิดเชงิ นามธรรม

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมท่ี 3 | การหารปู แบบและการคดิ เชงิ นามธรรม 21

8.2.12 ผู้เรียนศกึ ษาหวั ข้อท่ี 1.4 การคิดเชงิ นามธรรม (abstraction) ในหนังสือเรยี น

8.2.13 ผเู้ รียนแตล่ ะกลมุ่ ทำ�กจิ กรรมที่ 1.6 แบบจ�ำ ลอง ในหนังสอื เรยี น โดยอภิปรายกันใน

กลมุ่ จากนน้ั ผู้สอนสุ่มผู้เรียนตอบค�ำ ถาม

8.2.14 ผู้เรียนจับคู่กันทำ�ใบกิจกรรมที่ 3.2 สร้างแบบจำ�ลอง แล้วแลกกับคู่อื่นเพื่อตรวจ

คำ�ตอบและประเมนิ โดยใช้แบบประเมินการคิดเชงิ นามธรรม

8.2.15 ผสู้ อนและผเู้ รยี นรว่ มกนั สรปุ ประโยชนข์ องแนวคดิ เชงิ ค�ำ นวณในการน�ำ ไปใชเ้ พอ่ื การ

แกป้ ญั หาในชีวิตประจำ�วนั

9 การวดั และประเมนิ ผล
9.1 ประเมนิ จากใบกิจกรรม

9.2 สงั เกตพฤติกรรมจากการทำ�งานกลุม่

9.3 ประเมินจากแบบประเมนิ การคิดเชิงนามธรรม

10 ส่อื และแหล่งข้อมลู
http://www.hopspress.com/Books/Curriculum_Guide/Lesson_Plans/
Patterns_in_Plants.htm
https://le-www-live-s.legocdn.com/wedo/pdfs/computationalthinkingteacher
guide/computationalthinkingteacherguide-en-us-v1.pdf
https://www.youtube.com/watch?v=va-rqAmJc5c

11 ขอ้ เสนอแนะ
11.1 ผู้สอนอาจให้ผูเ้ รยี นตอบคำ�ถามในชวนคดิ และอภิปรายร่วมกนั

11.2 ผู้สอนอาจเปิดตวั อย่างประตูไปไหนกไ็ ด้ในเร่อื งโดราเอมอนจาก

https://www.youtube.com/watch?v=va-rqAmJc5c

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

22 กจิ กรรมท่ี 3 | การหารปู แบบและการคิดเชิงนามธรรม รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

เกมการด์ ดอกไม้

การด์ ความรู้
ดอกของพชื ประกอบด้วยสว่ นตา่ ง ๆ ทสี่ �ำ คัญ ไดแ้ ก่ กลีบเล้ียง กลบี ดอก เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี
พืชดอก ยังสามารถจำ�แนกออกไดเ้ ปน็ 2 กลมุ่ ใหญ ่ ๆ โดยสว่ นใหญใ่ ช้การจ�ำ แนกเบ้ืองตน้ ดงั น้ี

พชื ใบเล้ียงเดี่ยว พืชใบเล้ยี งคู่
ลักษณะเส้นใบเรยี งกนั แบบขนาน ลกั ษณะเสน้ ใบเปน็ รา่ งแห

กลีบดอก มีจำ�นวนเปน็ 3 หรอื ทวคี ูณของ 3 กลีบดอกมีจำ�นวนเป็น 4-5 หรือ ทวีคูณ
ของ 4-5

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กิจกรรมที่ 3 | การหารูปแบบและการคดิ เชงิ นามธรรม 23

การด์ ค�ำ ถาม
พชื ดอกในรูปเป็นพืชใบเลย้ี งเด่ียวหรอื พชื ใบเลีย้ งคู่

ใบเลี้ยงเดีย่ ว ใบเลย้ี งเดยี่ ว
ใบเลี้ยงคู่ ใบเลี้ยงคู่

ใบเลย้ี งเด่ยี ว ใบเล้ยี งเด่ียว
ใบเลี้ยงคู่ ใบเลย้ี งคู่

ใบเลยี้ งเด่ยี ว ใบเลีย้ งเดย่ี ว
ใบเลย้ี งคู่ ใบเลย้ี งคู่

ใบเลีย้ งเดย่ี ว ใบเลย้ี งเดี่ยว
ใบเล้ียงคู่ ใบเลี้ยงคู่

ใบเลย้ี งเดย่ี ว ใบเล้ยี งเดย่ี ว
ใบเลี้ยงคู่ ใบเลย้ี งคู่

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

24 กจิ กรรมท่ี 3 | การหารปู แบบและการคดิ เชิงนามธรรม รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

บตั รเกมสารานุกรมไทย

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี ๙ มพี ระราชปรารภวา่ การเรยี นรเู้ รอื่ งราวและวชิ าการ
สาขาต่าง ๆ โดยกว้างขวาง จะกอ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ และความฉลาด ซง่ึ เปน็ ปจั จัยสำ�คัญที่สดุ
ส�ำ หรบั ชวี ติ ทกุ คนควรมโี อกาสทจี่ ะศกึ ษาเมอื่ ตอ้ งการ หรอื พอใจจะเรยี นรเู้ รอ่ื งใดสามารถคน้ หาอา่ น
โดยสะดวก จึงมพี ระราชดำ�รัสให้จัดทำ�สารานุกรมไทยส�ำ หรบั เยาวชน นบั เปน็ หนงั สอื ที่มปี ระโยชน์
เกอ้ื กลู การศกึ ษาเพมิ่ พนู ปญั ญาดว้ ยตนเองของประชาชน โดยเฉพาะยามทมี่ ปี ญั หาขาดแคลนครู และ
ท่ีเล่าเรียน ดังพระราชดำ�รัสที่พระราชทานแก่สมาชิกไลออนส์ในประเทศไทย เก่ียวกับ “โครงการ
สารานุกรมไทย” เมื่อวนั ท่ี ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๓ ความตอนหนึง่ วา่
“... เราต้องใหค้ วามรู้กับเดก็ และคนรุ่นตอ่ ไปอย่างท่เี ราจะสามารถท�ำ ได้ จึงพดู ถึง สารานุกรมฯ
น้จี ะท�ำ ใหเ้ ราแก้ปัญหาของเราไดส้ ว่ นหนึ่ง ท่จี ริงมีวิธีแก้ปญั หาอย่างอืน่ ด้วย แต่วา่ เราต้องเลือกท�ำ
ขอเลือกท�ำ สารานุกรม สารานุกรมไมใ่ ชค่ รู แต่วา่ จะช่วยให้คนอืน่ ที่ไมไ่ ดเ้ ป็นครูได้ เชน่ พอ่ แม่ ถา้ ลูก
ถามปญั หาต่าง ๆ ก็อาศัยสารานุกรมนมี้ าตอบได้ ...”
“... สารานกุ รมเลม่ นม้ี ไี วไ้ มใ่ ชส่ �ำ หรบั สอนหนงั สอื ใดโดยเฉพาะ แตว่ า่ มไี วส้ �ำ หรบั ใหค้ นสามารถ
ที่จะเผชิญกับปัญหาใด ๆ ในชีวิต...คือว่าโครงการสอนอย่างไรก็ตามต้องสอนให้คนรู้จักเผชิญกับ
ปัญหาไมใ่ ชส่ อนส�ำ หรบั ให้คนมาตอบปัญหาต้องให้ทกุ คนท้ังเยาวชนทั้งคนแก่ ทราบวา่ วชิ าทง้ั หลาย
ตอ้ งโยงกนั และปญั หาทงั้ หลายตอ้ งใชว้ ชิ าทกุ วชิ าโยงกนั มาแกใ้ หส้ อดคลอ้ งกนั มฉิ ะนนั้ กไ็ มม่ ปี ระโยชน์
ถา้ เรยี นวชิ าหรอื อา่ นวชิ าอยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดแลว้ กท็ อ่ งไดต้ ามตวั หนงั สอื ไมม่ ปี ระโยชนเ์ ลย ตอ้ งสามารถ
คิดมาใชเ้ ป็นประโยชน์ แตเ่ มอื่ มาใช้ประโยชน์จะต้องโยงกับวชิ าอ่ืนไดห้ มด ...”

ที่มา : โครงการสารานุกรมไทยสำ�หรับเยาวชน https://web.ku.ac.th/king72/2542-08/main3.htm

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมที่ 3 | การหารปู แบบและการคิดเชงิ นามธรรม 25

ใบ กิจก รรมที่ 3.1 เหมือนหรือตา่ ง

สมาชกิ ในกลุ่ม ___________________________________________________________________
1. ชือ่ -สกลุ __________________ เลขที่ ____ 2. ชอื่ -สกลุ __________________ เลขท่ี ____
3. ชอ่ื -สกุล __________________ เลขที่ ____ 4. ชอ่ื -สกลุ __________________ เลขท่ี ____

ใหน้ ักเรียนระบุรูปแบบทเ่ี หมอื นหรอื แตกตา่ งกันของส่งิ ของต่อไปนี้โดยใช้หลกั การคิดเชิงคำ�นวณ

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

26 กจิ กรรมที่ 3 | การหารูปแบบและการคดิ เชิงนามธรรม รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

สง่ิ ของที่มีรูปแบบทเ่ี หมือนกนั
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

เหตผุ ล
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ส่ิงของทม่ี รี ูปแบบท่เี หมือนกัน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

เหตุผล
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ส่ิงของที่มรี ปู แบบทเ่ี หมอื นกนั
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

เหตุผล
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กิจกรรมที่ 3 | การหารูปแบบและการคิดเชิงนามธรรม 27

ใ บกจิ กรรมท่ี 3.2 สร้างแบบจ�ำ ลอง

สมาชิกในกลมุ่ ___________________________________________________________________
1. ช่อื -สกลุ __________________ เลขที่ ____ 2. ชอื่ -สกลุ __________________ เลขที่ ____
3. ช่อื -สกลุ __________________ เลขท่ี ____ 4. ชอื่ -สกลุ __________________ เลขท่ี ____

ให้พิจารณาเหตุการณห์ รอื ระบบการท�ำ งานต่อไปน้ี
1 ประตไู ปไหนกไ็ ด้
นักเรยี นคงเคยชมภาพยนตร์การต์ ูนเรือ่ ง โดราเอมอน ทม่ี ีอุปกรณ์วเิ ศษมากมาย อปุ กรณท์ ีถ่ ูกใชบ้ ่อย
เป็นอันดับต้น ๆ คือประตูไปไหนก็ได้ ให้นักเรียนลองคิดและอธิบายวิธีการใช้งานประตูดังกล่าว พร้อม
อธิบายแนวคดิ การท�ำ งานของประตู และผลลัพธ์ท่เี กิดขึ้น

วิธกี ารใชง้ าน
_______________________________________________________________________________
_______________________________________________________________________________
_______________________________________________________________________________

แนวคดิ การท�ำ งาน
_______________________________________________________________________________
_______________________________________________________________________________
_______________________________________________________________________________

ผลลพั ธ์ทเ่ี กิดขึ้น
_______________________________________________________________________________
_______________________________________________________________________________
_______________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

28 กจิ กรรมท่ี 3 | การหารปู แบบและการคิดเชงิ นามธรรม รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

2 การตดั ปะในระบบคอมพิวเตอร์
นกั เรยี นนา่ จะเคยใชค้ �ำ สง่ั คดั ลอก ตดั และวาง ในระบบคอมพวิ เตอรม์ าบา้ งแลว้ ใหอ้ ธบิ ายการท�ำ งาน
ของคำ�ส่ังเหลา่ นีใ้ ห้กบั คนที่ยังไมเ่ คยใช้มาก่อน

การทำ�งานของค�ำ สั่ง คดั ลอก ตดั และวาง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กิจกรรมที่ 4 | การแกป้ ัญหาดว้ ยคอมพวิ เตอร์ 29

กิจกรรมท่ี 4 การแกป้ ญั หาด้วยคอมพิวเตอร์ คาบท่ี 7 - 8 | เวลา 2 ชัว่ โมง

1 ตัวช้ีวัด
ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ ค�ำ นวณในการพฒั นาโครงงานทม่ี กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอน่ื อยา่ งสรา้ งสรรค ์ และ

เชอื่ มโยงกบั ชวี ิตจริง

2 สาระการเรียนรู้
2.1 ข้อมูลเขา้ ขอ้ มลู ออก และเง่อื นไขของปัญหา

2.2 การแก้ปัญหาดว้ ยคอมพิวเตอร์

3 จดุ ประสงค์ ให้ผู้เรยี นสามารถ
3.1 วเิ คราะห์ปัญหา โดยระบขุ ้อมลู เขา้ ขอ้ มลู ออก และเง่อื นไขของปญั หา

3.2 ออกแบบการแกป้ ัญหาด้วยคอมพิวเตอรโ์ ดยใชแ้ นวคิดเชงิ คำ�นวณ

4 ทักษะและกระบวนการ ทกั ษะการคดิ เชิงคำ�นวณ
ทกั ษะการแก้ปัญหา ทกั ษะการคดิ สร้างสรรค ์
ทกั ษะการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ

5 ความรูเ้ ดมิ ท่ีนกั เรียนตอ้ งมี
การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา
การหารปู แบบและการคดิ เชงิ นามธรรม

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

30 กจิ กรรมที่ 4 | การแก้ปัญหาด้วยคอมพวิ เตอร์ รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

6 สาระสำ�คัญ
การคิดเชงิ คำ�นวณเปน็ พื้นฐานของการแก้ปัญหาด้วยคอมพวิ เตอร ์ สำ�หรบั การออกแบบขนั้ ตอนวิธใี น
การแก้ปัญหาดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ จ�ำ เป็นตอ้ งระบขุ นั้ ตอนการทำ�งานรวมถึงเง่ือนไขตา่ ง ๆ ทีช่ ัดเจน
เชน่ ขอ้ มลู เข้า ขอ้ มลู ออก ขอบเขตของขอ้ มูลทต่ี ้องการ มนุษย์จึงจะสามารถเขยี นโปรแกรมให้คอมพวิ เตอร์
ท�ำ งานตามค�ำ สง่ั ได้

7 สอ่ื และอปุ กรณ์
7.1 ใบกจิ กรรม

ใบกิจกรรมที่ เร่ือง เวลา (นาที)

4.1 คณะท่ีใช่ 30

4.2 ข้อมลู เขา้ และข้อมลู ออก 40

7.2 ใบความรู้

-

7.3 อน่ื ๆ

เครอื่ งคอมพวิ เตอร์
หนงั สอื เรียนราย วิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำ�นวณ) ช้ันมัธยมศกึ ษา

ปีท่ี 4 ของสถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำ�งานกลุ่ม

8 แนวทางการจัดการเรียนรู้
8.1 การจัดเตรยี ม

8.1.1 ใบกิจกรรมท่ี 4.1 ตามจ�ำ นวนผเู้ รียน

8.1.2 ใบกจิ กรรมท่ี 4.2 ตามจ�ำ นวนกลมุ่

8.1.3 แบบประเมนิ ใบกิจกรรมที่ 4.2 ตามจ�ำ นวนกลมุ่

8.2 ขนั้ ตอนการด�ำ เนินการ

8.2.1 ผสู้ อนยกตวั อย่างสถานการณใ์ นหวั ข้อที่ 2.1 การแกป้ ัญหาดว้ ยคอมพิวเตอร์ ใน

หนงั สอื เรยี น

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมที่ 4 | การแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ 31

สถานการณ์ท่ี 1
ขณะน้ีเป็นเวลาเท่ียง นักเรียนเหน็ดเหน่ือยจากการเรียนมาต้ังแต่เช้าจึงบอกคอมพิวเตอร์ว่า
“เลอื กอาหารกลางวนั ทีเ่ หมาะสมกบั ฉนั ใหห้ น่อย”

จากนน้ั ผสู้ อนตง้ั ค�ำ ถามและอภปิ รายรว่ มกนั กบั ผเู้ รยี นวา่ คอมพวิ เตอรจ์ ะสามารถแกป้ ญั หาไดห้ รอื ไม่

8.2.2 ผู้เรียนศึกษาหัวข้อที่ 2.1.1 ข้อมูล และ 2.1.2 เงื่อนไขที่ชัดเจน ในหนังสือเรียน จาก

นั้นอภิปรายร่วมกับผู้เรียนเกี่ยวกับข้อมูล และเงื่อนไขที่ชัดเจน แบบไหนที่ทำ�ให้

คอมพิวเตอรท์ �ำ ตามคำ�สง่ั ได้

8.2.3 ผู้เรียนศึกษาโปรแกรมแชทบอท เช่น BotNoi, Mr.Tracky จากนั้นทดลองสนทนา

กบั โปรแกรม

8.2.4 ผู้เรียนจับคู่กันทำ�กิจกรรมที่ 2.1 แชทบอท ในหนังสือเรียน และคอยสังเกตว่าผู้เรียน

สรา้ งเง่อื นไข เพ่อื ใหเ้ พอ่ื นตอบค�ำ ถามได้ถกู ตอ้ งหรือไม่

8.2.5 ผู้เรียนศึกษาหนังสือเรียน หัวข้อที่ 2.1.3 ขั้นตอนวิธีในการแก้ปัญหา และอธิบาย

ตวั อยา่ งขอ้ มลู รายการอาหารกลางวนั จากตารางท่ี 2.2 จากนน้ั สมุ่ ผเู้ รยี นออกมาอธบิ าย

ขั้นตอนวิธใี นการเลือกอาหารกลางวันในตัวอยา่ ง

8.2.6 ผเู้ รยี นท�ำ ใบกิจกรรมท่ี 4.1 คณะท่ใี ช่

8.2.7 ผู้สอนตั้งคำ�ถามว่า “การที่มีเงื่อนไขและให้ความสำ�คัญจากที่ผู้เรียนได้ทำ�ในกิจกรรม

ที่ 4.1 ทำ�ให้ผู้เรียนเลือกสาขาวิชาหรือคณะได้อย่างมีเหตุผลหรือไม่ อย่างไร” ผู้สอน

และผเู้ รยี นอภิปรายรว่ มกนั

8.2.8 ผู้สอนแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน แล้วศึกษาหนังสือเรียน หัวข้อที่ 2.1.4

ตัวแปร และหวั ข้อที่ 2.2 การระบขุ ้อมูลเขา้ ข้อมูลออก และเงื่อนไขของปัญหา โดยใน

หัวข้อที่ 2.2 ให้สมาชิกเลือกศึกษาคนละ 1 ตัวอย่างโดยไม่ซ้ำ�กัน จากนั้นอภิปราย

ร่วมกนั เพอื่ ให้สมาชิกคนอ่นื เข้าใจในตวั อย่างทศี่ ึกษา

8.2.9 ผสู้ อนแจกใบกจิ กรรมท่ี 4.2 ขอ้ มลู เขา้ และขอ้ มลู ออก ใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ เลอื กหัวข้อ

ระบบรถยนต์อัตโนมัติ หรือ ระบบแปลภาษาอัตโนมัติ เพียงหัวข้อเดียว โดยสามารถ

สบื คน้ ขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ จากอนิ เทอรเ์ นต็ ได้ ผสู้ อนชแ้ี จงการใชแ้ บบประเมนิ ใบกจิ กรรมท่ี 4.2

8.2.10 ผู้เรียนแต่ละกลุ่มแลกกันพิจารณาคำ�ตอบในใบกิจกรรมที่ 4.2 ทำ�การประเมิน

ใบกิจกรรมที่ 4.2 แล้วส่งคืนเจ้าของเพื่อพิจารณาข้อเสนอแนะ และให้ข้อมูลย้อนกลับ

8.2.11 ผสู้ อนและผเู้ รยี นร่วมกันสรุปประโยชน์ทไ่ี ดจ้ ากกจิ กรรมนี้

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

32 กจิ กรรมที่ 4 | การแก้ปัญหาดว้ ยคอมพิวเตอร์ รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

9 การวัดและประเมนิ ผล
9.1 ประเมนิ จากใบกิจกรรม
9.2 ประเมินจากแบบประเมินใบกิจกรรมท่ี 4.2
9.3 สงั เกตพฤตกิ รรมจากการท�ำ งานกลุม่

10 สอื่ และแหล่งข้อมูล
https://studio.code.org/s/csd1

11 ข้อเสนอแนะ
11.1 ส�ำ หรับการท�ำ กจิ กรรมที่ 2.1 แชทบอท ใหผ้ ู้เรยี นสนทนากบั เพอ่ื นอยา่ งสรา้ งสรรค์
11.2 ผสู้ อนอาจใหผ้ ู้เรยี นตอบค�ำ ถามในชวนคิด และอภปิ รายรว่ มกัน
11.3 ตัวอย่างการทำ�งานระบบรถยนตอ์ ัตโนมตั ิ และระบบแปลภาษาเพื่อแนะน�ำ ผ้เู รียน
ระบบรถยนตอ์ ตั โนมตั ิ https://vimeo.com/192179726
ระบบแปลภาษา https://www.youtube.com/watch?v=_GdSC1Z1Kzs 

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กิจกรรมที่ 4 | การแกป้ ัญหาดว้ ยคอมพิวเตอร์ 33

ใบกจิ กรรมท่ี 4.1 คณะทใี่ ช่

ชอื่ -สกลุ ___________________________________________________________ เลขที่ ________



ถา้ ตอ้ งการศกึ ษาตอ่ ในระดบั ปรญิ ญาตรี นกั เรยี นจะเลอื กเรยี นคณะหรอื สาขาวชิ าใด ใหก้ �ำ หนดเงอ่ื นไข

ความส�ำ คัญ และให้คะแนนเพ่ือให้ได้ผลลัพธเ์ ป็นคณะหรือสาขาวชิ าที่เหมาะสมกับนักเรยี นมากท่ีสุด

ชื่อสาขาวชิ าหรอื คณะทต่ี อ้ งการศกึ ษาต่อ 2 ___________________________________
4 ___________________________________
1 ___________________________________
3 ___________________________________
5 ___________________________________

เงอ่ื นไขประกอบการตดั สินใจ เช่น ความถนดั ชอ่ื เสยี งของสถานศึกษา รายได้หลงั เรียนจบ
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

ออกแบบตารางการตดั สินใจ

เลอื ก ______________ เพราะ _________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

34 กจิ กรรมท่ี 4 | การแกป้ ญั หาด้วยคอมพิวเตอร์ รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

ใบ กิจก รรมที่ 4.2 ข้อมูลเข้าและข้อมูลออก

สมาชกิ ในกล่มุ ___________________________________________________________________
1. ชอื่ -สกุล __________________ เลขท่ี ____ 2. ชอื่ -สกลุ __________________ เลขที่ ____
3. ชือ่ -สกุล __________________ เลขท่ี ____ 4. ชอ่ื -สกลุ __________________ เลขที่ ____

ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลือกศกึ ษาระบบงาน แลว้ ตอบค�ำ ถามต่อไปน้ี

1 ระบบทเ่ี ลอื ก ระบบรถยนต์อตั โนมตั ิ ระบบแปลภาษาอัตโนมตั ิ

2 เทคโนโลยีที่เลือกมีคุณสมบัติ และตอบสนองความต้องการหรือช่วยแก้ปัญหาในชีวิตประจำ�วันให้กับ

ผู้ใช้ได้อย่างไร

_____________________________________________________________________________________

_____________________________________________________________________________________

_____________________________________________________________________________________

_____________________________________________________________________________________

_____________________________________________________________________________________

3 ข้อมูลเข้า ข้อมูลออก การจดั เก็บขอ้ มูล และการประมวลผลของเทคโนโลยที ่ีเลอื กประกอบด้วยอะไร
บา้ ง พร้อมวาดรูปประกอบ

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมที่ 4 | การแกป้ ญั หาดว้ ยคอมพิวเตอร์ 35

ขอ้ มลู เข้า : ข้อมลู เขา้ มอี ะไรบา้ งท่ตี อ้ งใชเ้ พอื่ ทำ�ให้เกดิ การท�ำ งานได้ ขอ้ มลู เขา้ มาจากแหล่งใดได้บา้ ง
เช่น ผใู้ ช้ เซน็ เซอร์ หรือแหลง่ ข้อมูลภายนอกอ่ืน ๆ (เช่น ฐานขอ้ มลู ออนไลน์)

ข้อมูลออก : เพือ่ แสดงว่าเมือ่ ทำ�งานตามค�ำ ส่งั ทีไ่ ด้รับแลว้ ผลลัพธ์เปน็ อย่างไร (เช่น การหกั พวงมาลัย
ขอ้ ความโต้ตอบ)

ใหร้ ะบรุ ายละเอยี ดของทกุ ๆ สว่ นทใี่ ชใ้ นการรบั ขอ้ มลู เขา้ ขอ้ มลู ออกอยา่ งนอ้ ย 4 อยา่ ง โดยใหใ้ สข่ อ้ มลู
ลงในตาราง

ชนดิ ของขอ้ มลู แหลง่ ท่ีมาข้อมูล ตัวอย่างขอ้ มูลเข้า ตวั อยา่ งข้อมูลออก

ระยะห่างระหว่าง ผู้ใช้/เซ็นเซอร์/แหล่ง รถยนต์อยู่ข้างหน้าใน ชะลอความเร็วให้เหลือ
รถยนต์
ข้อมลู ภายนอก ระยะ 3 เมตร ประมาณ 30 กม./ชม.

การประมวลผล : เมอ่ื ระบบคอมพวิ เตอรป์ ระมวลผลขอ้ มูล จะประมวลผลแตกตา่ งจากมนษุ ย์ แต่ทุก
ส่ิงทค่ี อมพิวเตอร์สามารถท�ำ ได้ มนุษยก์ ็สามารถท�ำ ไดเ้ ช่นกัน แตอ่ าจจะชา้ กว่า ถา้ ระบุข้อมลู เข้าในรายการ
ด้านบน เราจะสามารถประมวลผลอย่างไร จงึ จะไดผ้ ลลัพธ์ที่ระบไุ ว้ (เช่น ตรวจสอบเงือ่ นไขแลว้ ท�ำ ตาม
ค�ำ สั่งทเี่ ก็บไว้ในระบบ) __________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

การเก็บขอ้ มูล : ขอ้ มลู ท่จี ดั เกบ็ ไว้ถาวรมีอะไรบา้ ง ข้อมลู ใดทไี่ มส่ ามารถเปล่ียนแปลงได้ หรอื ข้อมลู ท่ี
เป็นประโยชน์ท่ีตอ้ งบนั ทึกไวเ้ พือ่ นำ�มาใช้อกี ในภายหลงั (เช่น ขนาดของรถยนต์ คำ�ศัพท)์
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

36 กจิ กรรมที่ 5 | การออกแบบขน้ั ตอนวธิ ี รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

กิจกรรมท่ี 5 การออกแบบข้นั ตอนวิธี คาบท่ี 9 - 10 | เวลา 2 ชั่วโมง

1 ตัวชี้วัด
ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคดิ เชงิ ค�ำ นวณในการพฒั นาโครงงานทม่ี กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอนื่ อยา่ งสรา้ งสรรค ์ และ
เช่ือมโยงกับชีวติ จรงิ

2 สาระการเรียนรู้
การออกแบบขั้นตอนวิธใี นการแก้ปัญหา โดยใช้รปู แบบการก�ำ หนดเงือ่ นไข และการทำ�ซำ้�

3 จดุ ประสงค์ ใหผ้ เู้ รยี นสามารถ
3.1 ระบุขอ้ มูลเขา้ ข้อมูลออก และเง่อื นไขของปญั หา
3.2 ออกแบบข้นั ตอนวิธีในการแกป้ ญั หา โดยใช้รปู แบบ การก�ำ หนดเงอ่ื นไข และการท�ำ ซ้ำ�
3.3 เขียนข้ันตอนวิธีตามที่ไดอ้ อกแบบไว้

4 ทักษะและกระบวนการ
ทักษะการแกป้ ัญหา
ทักษะการคิดเชงิ คำ�นวณ
ทักษะการโปรแกรม

5 ความรูเ้ ดิมท่นี ักเรียนต้องมี
แนวคิดเชิงค�ำ นวณ
ขอ้ มลู เขา้ ขอ้ มลู ออก และเงอื่ นไขของปัญหา
ตวั แปร

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมท่ี 5 | การออกแบบข้นั ตอนวธิ ี 37

6 สาระสำ�คัญ
ทักษะการคิดเชิงคำ�นวณ เป็นทักษะพ้ืนฐานของการคิดแก้ปัญหาที่สามารถนำ�ไปประยุกต์ในชีวิต
ประจ�ำ วนั ไดแ้ ก่ การแยกสว่ นประกอบและการยอ่ ยปญั หา การหารปู แบบ และการคดิ เชงิ นามธรรม สามารถ
น�ำ มาใช้ในการออกแบบขน้ั ตอนวิธีเพอ่ื แก้ปัญหาต่าง ๆ การออกแบบขั้นตอนวิธีนม้ี ีปัจจัยท่สี �ำ คัญ คอื การ
ออกแบบเงอื่ นไขทถ่ี กู ตอ้ งและชดั เจน แตไ่ มม่ ขี นั้ ตอนทตี่ ายตวั เงอื่ นไขทก่ี �ำ หนดในขน้ั ตอนวธิ อี าจเปน็ เงอ่ื นไข
อยา่ งงา่ ยหรอื เงอ่ื นไขทซี่ บั ซอ้ น โดยเงอื่ นไขอยา่ งงา่ ย จะเปน็ การเปรยี บเทยี บ มากกวา่ นอ้ ยกวา่ หรอื ไมเ่ ทา่
กนั ส�ำ หรบั เงอื่ นไขทซี่ บั ซอ้ นประกอบดว้ ยเงอ่ื นไขตงั้ แตส่ องเงอื่ นไขขน้ึ ไป และเชอ่ื มดว้ ยตวั ด�ำ เนนิ การตรรกะ
“และ” (AND) “หรือ” (OR) และ “นิเสธ” (NOT)
การแก้ปัญหาอาจต้องมีการทำ�งานลักษณะเดียวกันซำ้�หลายรอบ โดยในแต่ละรอบจะต้องกระทำ�การ
อยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ กบั ขอ้ มลู ในรายการและตรวจสอบเงอื่ นไข ซงึ่ อาจระบเุ งอื่ นไขในสว่ นเรม่ิ ตน้ ของการท�ำ ซ�้ำ
หรอื เงอื่ นไขเพอื่ จบการท�ำ งาน ในการเขยี นขนั้ ตอนวธิ เี พอ่ื แกป้ ญั หาลกั ษณะนส้ี ามารถเขยี นไดโ้ ดยใชร้ ปู แบบ
ขั้นตอนวิธกี ารทำ�ซ�ำ้

7 สื่อและอปุ กรณ์
7.1 ใบกิจกรรม

ใบกจิ กรรมท่ี เรือ่ ง เวลา (นาท)ี
5.1 ฝกึ เขยี นข้ันตอนวธิ ี 30
5.2 การออกแบบเง่ือนไข 30
5.3 การท�ำ ซ้ำ� 40

7.2 ใบความรู้

-

7.3 อื่นๆ

เครือ่ งคอมพวิ เตอร์
หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำ�นวณ) ชนั้ มัธยมศึกษา

ปที ่ี 4 ของสถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เว็บไซต์ฝกึ เขียนโปรแกรมแบบบล็อก http://blockly.programming.in.th

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

38 กจิ กรรมท่ี 5 | การออกแบบขัน้ ตอนวธิ ี รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

8 แนวทางการจัดการเรียนรู้
8.1 การจดั เตรียม

8.1.1 ใบกจิ กรรมท่ี 5.1 - 5.3 ตามจำ�นวนผเู้ รยี น

8.2 ขนั้ ตอนการดำ�เนินการ

8.2.1 ผู้สอนทบทวนวิธีการแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ควรมีการระบุข้อมูลเข้า ข้อมูลออก

และเงื่อนไขของปัญหาที่ชัดเจน และทบทวนความรู้เรื่องตัวแปรเมื่อใช้ในการแทน

ข้อมลู ส�ำ หรบั การเขียนขนั้ ตอนวิธี

8.2.2 ผู้สอนยกตัวอย่างจากหนังสือเรียน ตัวอย่างที่ 2.5 การตัดสินใจรดน้ำ�ต้นไม้ของระบบ

รดน้ำ�ต้นไม้อัตโนมัติ เพื่ออธิบายให้นักเรียนเห็นตัวอย่างของการเขียนขั้นตอนวิธีแบบ

รหัสลำ�ลอง และผงั งาน รวมทง้ั ตัวอย่างของการใช้งานตัวแปรเพื่อแทนขอ้ มูล

8.2.3 ผู้เรียนศึกษาหนังสือเรียน หัวข้อที่ 2.3 การออกแบบขั้นตอนวิธี จนถึงก่อนขึ้นหัวข้อท ่ี

2.3.2 พร้อมกบั ทำ�ใบกิจกรรมที่ 5.1 ฝกึ เขียนขน้ั ตอนวิธี

8.2.4 ผู้เรียนศึกษาหนังสือเรียน หัวข้อที่ 2.3.2 การออกแบบและพิจารณาเงื่อนไข และให้

ผ้เู รยี นจับคูก่ นั ท�ำ ใบกิจกรรมท่ี 5.2 การออกแบบเง่ือนไข

8.2.5 ผู้สอนและผเู้ รียนร่วมกันเฉลยคำ�ตอบใบกิจกรรมที่ 5.2

8.2.6 ผู้เรียนศึกษาหนังสือเรียน หัวข้อที่ 2.4 การทำ�ซ้ำ� และให้ผู้เรียนจับคู่กันทำ�ใบกิจกรรม

ที่ 5.3 การท�ำ ซ�ำ้

8.2.7 ผูส้ อนและผู้เรียนร่วมกนั เฉลยค�ำ ตอบใบกิจกรรมที่ 5.3

8.2.8 ผู้สอนและผ้เู รียนรว่ มกนั สรปุ

9 การวดั และประเมินผล
9.1 ประเมินจากใบกจิ กรรม

10 ส่อื และแหล่งข้อมลู
https://studio.code.org/courses

https://curriculum.code.org/csp/unit3/9/

11 ข้อเสนอแนะ
11.1 ผสู้ อนอาจแนะน�ำ ให้ผู้เรียนฝึกออกแบบข้นั ตอนวิธีจากเว็บไซต์ code.org ที่

https://studio.code.org/courses

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กิจกรรมที่ 5 | การออกแบบขน้ั ตอนวิธี 39

ใบกิจกรรมท่ี 5.1 ฝกึ เขยี นขน้ั ตอนวธิ ี

ชอื่ -สกลุ ___________________________________________________________ เลขที่ ________

ให้นักเรยี นศึกษาตวั อย่างการออกแบบขัน้ ตอนวิธีและการเขยี นโปรแกรมแบบบลอ็ กต่อไปนี้

ตวั อยา่ ง การตดั สนิ ใจรดนำ�้ ตน้ ไม้ของระบบรดน�ำ้ ต้นไม้อตั โนมตั ิ

การตดั สนิ ใจรดน�ำ้ ตน้ ไมอ้ ตั โนมตั ิ ระบบจะอา่ นขอ้ มลู ความชนื้ ของดนิ แลว้ เปรยี บเทยี บกบั คา่ ทก่ี �ำ หนด
ไว้ (สมมตคิ า่ ความชนื้ ทก่ี �ำ หนดเปน็ 40-60 หนว่ ย) หากคา่ ความชนื้ ต�ำ่ กวา่ คา่ ทก่ี �ำ หนด ใหร้ ะบบสง่ สญั ญาณ
เปิดน้�ำ และหากคา่ ความชนื้ เกินกว่าหรอื เท่ากับคา่ ที่ก�ำ หนด ใหร้ ะบบสง่ สญั ญาณปดิ น�ำ้

ขั้นตอนวธิ ี 1. อ่านคา่ ความชืน้ ของดิน
2. ให้ H แทนค่าความช้นื ดังกลา่ ว
3. ถ้า H < 40 แล้ว
3.1 สง่ สัญญาณเปดิ น�้ำ
ถ้า เงือ่ นไขไมเ่ ปน็ จรงิ
3.2 สง่ สัญญาณปดิ น�้ำ

ตัวอยา่ งโปรแกรม

โปรแกรมท�ำ งานตรงตามท่อี อกแบบไว ้ ใช่ ไม่ใช่
เน่ืองจาก ________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

40 กิจกรรมท่ี 5 | การออกแบบข้นั ตอนวธิ ี รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

ให้นักเรียนออกแบบขั้นตอนวิธีเพ่ือแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่อไปนี้ และเขียนโปรแกรมแบบบล็อก
ตามทไ่ี ดอ้ อกแบบไวโ้ ดยใชเ้ ครอื่ งมอื ในเวบ็ ไซต ์ http://blockly.programming.in.th

สถานการณ์
ครตู รวจขอ้ สอบของนกั เรยี น 40 คน และตดิ ประกาศคะแนนไวห้ นา้ หอ้ ง ตอ้ งการ
หาคะแนนสงู สดุ คะแนนต�ำ่ สดุ และค�ำ นวณคะแนนเฉลย่ี ของนกั เรยี นทกุ คน

1 หาคะแนนสูงสุด
ข้นั ตอนวธิ ี

1. พจิ ารณาข้อมูลตัวแรก ให้ Max มคี ่าเป็นขอ้ มูลดงั กล่าว
2. พจิ ารณาขอ้ มูลตัวถัดไป ทลี ะจำ�นวนจนครบทกุ ตวั
2.1 เรียกขอ้ มลู ตัวทีก่ �ำ ลงั พจิ ารณาว่า x
2.2 ถ้า x > Max แลว้
2.2.1 ให้ Max ← x
3. ตอบวา่ คะแนนสูงสุด คือ Max

โปรแกรมทำ�งานตรงตามท่ีออกแบบไว ้ ใช่ ไม่ใช่
เน่ืองจาก ________________________________________________________________________

2 หาคะแนนต่ำ�สดุ
ขั้นตอนวธิ ี

_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

โปรแกรมทำ�งานตรงตามทีอ่ อกแบบไว ้ ใช่ ไมใ่ ช่
เนื่องจาก ________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ) กจิ กรรมท่ี 5 | การออกแบบขนั้ ตอนวธิ ี 41

3 หาคะแนนเฉล่ยี
ข้นั ตอนวิธี

1. ให้ Total มคี า่ เปน็ 0

2. พิจารณาขอ้ มลู ทีละจ�ำ นวนจนครบทุกจ�ำ นวน

2.1 เรยี กข้อมลู ตัวทก่ี ำ�ลังพจิ ารณาว่า x

2.2 ให้ Total ← Total + x

3. ตอบวา่ ผลรวมคือ Total

4. คะแนนเฉล่ียจะมคี า่ เทา่ กับ Total ÷ 40



โปรแกรมทำ�งานตรงตามทีอ่ อกแบบไว ้ ใช ่ ไมใ่ ช่

เน่ืองจาก ________________________________________________________________________

ให้ปรับปรงุ ขัน้ ตอนวธิ ีหาคะแนนเฉลี่ย ในกรณีท่ไี ม่ทราบจำ�นวนนกั เรยี น โดยแกไ้ ขขน้ั ตอนวิธใี หน้ บั
จ�ำ นวนนักเรยี นไปพร้อม ๆ กับการหาผลรวม

ข้ันตอนวธิ ี
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

โปรแกรมทำ�งานตรงตามทอ่ี อกแบบไว ้ ใช ่ ไมใ่ ช่
เนื่องจาก ________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

42 กจิ กรรมที่ 5 | การออกแบบขัน้ ตอนวธิ ี รายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ | เทคโนโลยี (วทิ ยาการค�ำ นวณ)

ใบกิจกรรมท่ี 5.2 การออกแบบเงือ่ นไข

สมาชกิ ในกลุ่ม ___________________________________________________________________
1. ชอื่ -สกุล _______________ เลขที่ _____ 2. ช่อื -สกุล _______________ เลขท่ี _____

ใหเ้ ขยี นเง่ือนไขต่อไปน้ใี หช้ ัดเจน
คนไทยที่มอี ายุ 18 ข้ึนไป ถือเปน็ ผมู้ สี ิทธ์เิ ลอื กตั้ง
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ขนมราคา 15 บาท ต่อช้นิ ต้องการซื้อขนม Y ชิ้น ให้ X แทนจำ�นวนเงินที่นักเรยี นมอี ยู่ เขียน
เงอ่ื นไขว่ามีเงนิ เพียงพอทีจ่ ะซอ้ื ขนม
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ปที ่ีมี 366 วัน เป็นปอี ธกิ สรุ ทิน
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
พิจารณาพน้ื ที่ท่ีแสดงเป็นสเี ทาดังรปู เขียนเง่อื นไขทร่ี ะบวุ ่าจุด (x,y) อยูใ่ นพื้นทีด่ งั กลา่ ว

y
9

6
4

(0,0) 5 8 x
14

_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


Click to View FlipBook Version
Previous Book
latihan CU 2_1 I561
Next Book
Rahal Miniaio - Leo Club of Rahula College