คู่มือการปฏิบัติงาน การจัดที่ดินในรูปนิคมสร้างตนเอง ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ปรับปรุงปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จัดทำโดย กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
นิคมสร้างตนเอง เป็นสวัสดิการสังคมที่จัดขึ้นตามแนวคิดของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ใน ปี พ.ศ. 2483 พร้อมกับการก่อตั้งกรมประชาสงเคราะห์ (ปัจจุบันคือกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ) โดยนำที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ช่วยเหลือคนยากจนให้มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในลักษณะชุมชน ที่เป็นระเบียบ พัฒนาให้มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยเรียกราษฎรที่ได้รับ การจัดสรรที่ดินว่า “สมาชิกนิคม” และเรียกเขตพื้นที่จัดตั้งว่า “นิคมสร้างตนเอง” โดยการจัดตั้ง นิคมสร้างตนเองเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ ซึ่งในปัจจุบันคงมีนิคมสร้างตนเอง 43 แห่ง ภายใต้พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มีเนื้อที่ตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา รวมทั้งหมด 6,249,134 ไร่ และเมื่อจัดที่ดินในรูปนิคมสร้างตนเองบรรลุตามความมุ่งหมายแล้ว ให้สภาพของนิคมที่จัดตั้งเป็นอันสิ้นสุด นับได้ว่าการบริหารงานนิคมสร้างตนเองของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นงานที่มีขอบข่ายความรับผิดชอบสูง นอกจากจักต้องดำเนินการให้บังเกิดผลสำเร็จตามนโยบาย และแผนงานของทางราชการอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลดีแก่สมาชิกนิคม ตลอดจนความมั่นคง ของเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแล้ว ยังต้องปฏิบัติงานด้านที่เกี่ยวกับตัวบทกฎหมาย คำสั่ง และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ และกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้อง แม้จะมีการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน แต่โดยที่กฎหมาย คำสั่ง ระเบียบ ตลอดจนหนังสือข้อสั่งการต่างๆ มีจำนวนมากกระจัดกระจาย และมีการปรับแก้ไขให้สอดรับกับบริบทการบริหารจัดการที่ดิน ของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีข้อหารือและคำวินิจฉัยตีความทางกฎหมายและข้อท้วงติงแนะนำ ขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่กำกับดูแลตรวจสอบและวินิจฉัยตัดสินเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ในงานนิคมสร้างตนเองเกิดขึ้นจำนวนมาก จึงเป็นการยากที่ผู้ปฏิบัติงานจะค้นหามาใช้อ้างอิงหรือยึดถือ เป็นแนวทางปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ตระหนักถึงความจำเป็นนี้ และได้ทำการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานการจัดที่ดินในรูปนิคมสร้างตนเอง ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ซึ่งถือเป็นฉบับปรับปรุง เพื่อใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงานนิคมสร้างตนเอง ที่จักใช้แก่กรณีที่เกิดขึ้นในอนาคตนับแต่วันที่อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเห็นชอบ และประกาศใช้คู่มือการปฏิบัติงานเป็นต้นไป และหวังงว่าผู้บริหารงานนิคมสร้างตนเองและข้าราชการ เจ้าหน้าที่จะได้ใช้เป็นหลักยึดถือในการปฏิบัติงานต่อไป (นายอนุกูล ปีดแก้ว) อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ 28 กันยายน 2565
สารบัญ เรื่อง หน้า 1 ขอบเขตและคำนิยาม 1 2 ขั้นตอนการปฏิบัติงานการจัดที่ดินให้สมาชิกนิคม 2 2.1 การตรวจสอบตำแหน่งที่ดิน และประเภทของผู้สมัครสมาชิกนิคม 2 2.2 การสำรวจรังวัดและจัดทำระวางแผนที่ 4 2.3 การรับสมัครและคัดเลือกเป็นสมาชิกนิคม 12 2.4 การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชนฺในที่ดิน (น.ค.1) 34 2.5 การตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน 34 2.6 การออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) 41 2.7 การออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) ประเภทรับสิทธิแทนผู้ถึงแก่กรรม 57 2.8 การขอรับหนังสือรับรองแทนหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) กรณีสูญหาย 85 2.9 การขออนุญาตจัดที่ดินเพิ่ม 85 2.10 การขอเปลี่ยนแปลงสิทธิ 103 2.11 การขอโอนสิทธิ 104 2.12 การดำเนินการหลังประกาศสิ้นสภาพนิคมแต่สมาชิกนิคมที่ยังไม่ได้ขอออกโฉนดที่ดิน 105 3. ขั้นตอนการปฏิบัติงานจัดทรัพยากรนิคมสร้างตนเอง 106 3.1 วัตถุประสงค์ 106 3.2 ขอบเขตและคำนิยาม 106 3.3 การขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารร้านค้า และใช้ประโยชน์ในอาคารร้านค้า 107 3.4 การขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อทำเหมืองแร่ ดิน ลูกรัง กรวด และทราย 110 3.5 การขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อทำกิจการพาณิชย์ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว 116 3.6 การขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและทำการเกษตร 119 3.7 การขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อตั้งหน่วยงานราชการอื่นหรือองค์กรส่วนท้องถิ่น 121 3.8 การขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อตั้งศาสนสถาน 123 3.9 การขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อขุดดักมูลค้างค้าว 125 3.10 การขออนุญาตใช้ประโยชน์ผลผลิตการเกษตร เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น 127 3.11 การขออนุญาตรับสิทธิการใช้ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคม 129 3.12 การขออนุญาตโอนสิทธิการใช้ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคม 131 3.13 การขอต่อสัญญาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินสงวนเพื่อกิจการนิคม 133 3.14 การขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ในที่ดินเขตนิคมสร้างตนเอง 135 4 ภาคผนวก 136
1 1. ขอบเขตและคำนิยาม วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง มาตรา 6 ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดที่ดินของรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้มีที่ตั้งเคหสถานและประกอบอาชีพ เป็นหลักแหล่งในที่ดินนั้น โดยจัดตั้งเป็นนิคมตามพระราชบัญญัตินี้ เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การจัดตั้งนิคม เป็นเครื่องมือที่สำคัญประการหนึ่งของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาระบบการถือครองที่ดิน ของประชาชนในชนบท เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเหมาะสมกับสภาพการณ์ของประเทศ โดยการนำเอาที่ดิน ของรัฐที่รกร้างว่างเปล่า มาดำเนินการจัดสรรให้กับประชาชนซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน เป็นของตนเอง หรือมีแต่ไม่เพียงพอในการประกอบอาชีพ หรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ทั้งนี้ เพื่อให้มีที่ตั้งเคหสถานและประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งตามหลักการพัฒนาชนบท โดยส่งเสริมให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อความมั่นคงแห่งครอบครัวซึ่งจะก่อให้เกิดความรักความหวงแหนแผ่นดิน และเป็นมรดกตกทอดสู่บุตรหลาน ตลอดจนการส่งเสริมและพัฒนาประชาชนในเขตนิคม ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดิน มีประสิทธิภาพต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้เกิดความเจริญก้าวหน้า นิคม หมายความถึง นิคมสร้างตนเอง ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ อธิบดีหมายความถึง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สมาชิกนิคม หมายถึง สมาชิกนิคม ที่ผ่านการคัดเลือกตามมาตรา 21 และ มีคุณสมบัติตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครอบชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) หมายถึง หนังสือแสดงสิทธิครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน คำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) หมายถึง เอกสารที่นิคมสร้างตนเองต่างๆ เสนอมาเพื่อพิจารณา ออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) โดยสมาชิกนิคมได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินและเป็นสมาชิกนิคม เกินกว่า 5 ปี ชำระเงินช่วยทุนรัฐบาล และชำระหนี้สินเกี่ยวกับกิจการนิคม ให้ทางราชการเรียบร้อยแล้ว หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) หมายถึง หนังสือที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายออกให้แก่สมาชิกนิคม แสดงว่าได้ทำประโยชน์ที่ดินนั้นแล้ว ประเภทของราษฎรผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคม 1. ราษฎรประเภทที่ดินผังจัดสรร หมายความถึง ราษฎรกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการจัดที่ดินตามวัตถุประสงค์ ของการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองแห่งนั้น 2. ราษฎรประเภทอาศัยในที่ดินอยู่เดิม (ราษฎรเดิม) หมายความถึง ราษฎรที่ไม่สิทธิครอบครองที่ดินโดยชอบ ด้วยกฎหมาย แต่อาศัยและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนการมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองนั้นๆ โดยยังไม่มีกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ประเภทของที่ดิน ที่ดินของรัฐที่นำมาจัดตั้งนิคมสร้างตนเองตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 หมายความถึง ที่ดินที่ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินไว้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า อันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน พุทธศักราช 2478 หรือที่ดินที่อยู่ในความดูแลของกระทรวง ทบวง กรม เช่น กรมป่าไม้ ฯลฯ หรือที่ดินของรัฐซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติได้ประกาศสงวนไว้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
2 สำหรับที่ดินซึ่งกระทรวง ทบวง กรม มอบให้จัดตั้งนิคมเมื่อได้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมแล้ว ย่อมถือว่าเป็น ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 8 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และมาตรา 1304 แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ผู้ใดจะยึดถือครอบครองนานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ และจะโอนต่อไปให้กับบุคคลอื่นก็มิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา 1305 แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ ที่ดินสงวนของนิคม หมายความถึง ที่ดินสงวนเพื่อดำเนินงานนิคมที่ยังไม่นำไปจัดสรรให้กับสมาชิกนิคม รวมทั้ง ที่ดินที่ผู้อ้างการครอบครองและทำประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ยกเว้นบริเวณที่ปลูกสร้างอาคารสถานที่ ราชการและบ้านพักเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเอง ทั้งนี้ ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการทำไม้ แร่ และ ทรัพยากรธรรมชาติอื่นในนิคมสร้างตนเอง พ.ศ.2537 ที่ดินสงวนหวงห้าม หมายความถึง พื้นที่สงวนหวงห้ามตามที่มีกฎหมายกำหนดหวงห้ามไว้หรือในที่ซึ่ง คณะรัฐมนตรีได้ประกาศ ให้เป็นพื้นที่หวงห้าม เช่น อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าต้นน้ำลำธาร ป่าไม้ถาวร ป่าไม้ส่วนกลาง ที่เขา ที่ภูเขา ปริมณฑลรอบภูเขา หรือเขา 40 เมตร พื้นที่ที่มีความลาดชันโดยเฉลี่ย 35 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และพื้นที่ป่าตามมติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ หรือคณะกรรมการอื่นของทางราชการผู้มีอำนาจหน้าที่ ได้สงวนหวงห้ามไว้ เป็นต้น ที่ดินผังจัดสรร หมายความถึง บริเวณพื้นที่ที่กำหนดผังการจัดแบ่งแปลงที่ดิน เพื่อบรรจุสมาชิกนิคม เข้าทำประโยชน์ในที่ดินตามตามโครงการจัดที่ดินของนิคมนั้น 2. ขั้นตอนการดำเนินการจัดที่ดินในรูปนิคมสร้างตนเอง 2.1 ตรวจสอบตำแหน่งที่ดิน และประเภทของผู้สมัครสมาชิกนิคม ราษฎรยื่นคำร้องขอตรวจสอบตำแหน่งที่ดิน และทำแบบบันทึกการแจ้งการครอบครองและทำประโยชน์ ในที่ดินเพื่อตรวจสอบการเป็นราษฎรเดิมที่อาศัยและทำประโยชน์ในที่ดิน โดยให้ผู้ที่ประสงค์จะขอตรวจสอบ ตำแหน่งที่ดิน ดำเนินการดังนี้ 1. ยื่นคำร้องขอตรวจสอบตำแหน่งที่ดิน ณ ที่ทำการนิคมสร้างตนเองซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมเอกสารดังนี้ 1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ -สกุล 2) สำเนาหรือต้นฉบับเอกสารที่ดินแปลงข้างเคียง เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) หรือเอกสารอื่นใด ที่สามารถระบุตำแหน่งที่ดินนั้นได้ ทั้งนี้ ให้ผู้ยื่นคำร้องดังกล่าว ลงลายมือชื่อรับรองเป็นหลักฐานว่า ข้อมูลในเอกสารดังกล่าวถูกต้องแล้ว 2. ให้เจ้าหน้าที่ ผู้ได้รับคำร้อง ตามข้อ 1. ดำเนินการดังนี้ 2.1 ตรวจสอบการได้มาซึ่งที่ดิน 2.2 ตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนในคำร้องและเอกสาร ให้ผู้ที่ยื่นคำร้องกรอกข้อมูล ตามแบบฟอร์มให้ครบถ้วน หากปรากฏว่ายังมีข้อมูลหรือเอกสารไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องผู้นั้นยื่นเอกสาร ให้ครบถ้วนก่อนเสนอผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพิจารณาต่อไป 2.3 ในกรณีที่นิคมสร้างตนเองได้รับคำร้องดังกล่าวแล้ว ปรากฏภายหลังว่าคำร้องดังกล่าวยังมีข้อมูล หรือเอกสารไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ยื่นคำร้องผู้นั้นยื่นเอกสารเพิ่มเติม ภายใน 7 วัน 2.4 ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานด้านรังวัดและแผนที่หรืองานทะเบียน แล้วแต่กรณี ตรวจสอบตำแหน่งที่ดินในระวางแผนที่ทุกประเภทระวางที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ตำแหน่งที่ดินดังกล่าวจะต้องมีเงื่อนไขดังนี้
3 1) อยู่ในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศคณะปฏิวัติ ให้จัดตั้งเป็นนิคมสร้างตนเอง ที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน 2) ต้องเป็นพื้นที่ซึ่งไม่เคยมีการสำรวจรังวัดที่ดินโดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือกรมประชาสงเคราะห์ (เดิม) 3) ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือกรมประชาสงเคราะห์ (เดิม) ได้ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) ให้กับสมาชิกนิคม 4) ต้องไม่ทับซ้อนกับที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือเอกสารอื่นๆ ที่ออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน และไม่ทับซ้อนกับพื้นที่ซึ่งหน่วยงานของรัฐซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายได้อนุญาต ให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินนั้น หรือได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น เช่น พื้นที่ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดิน หรือพื้นที่ตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ เป็นต้น 5) ต้องไม่อยู่ในที่สาธารณประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกันตามกฎหมายก่อนการประกาศจัดตั้ง ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง ทุ่งหญ้าทำเลเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ 6) ต้องไม่อยู่ในพื้นที่สงวนหวงห้ามของทางราชการ หรือที่ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ประกาศ ให้เป็นพื้นที่หวงห้าม เช่น อุทยานแห่งชาติ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าต้นน้ำลำธาร ป่าไม้ถาวร ป่าไม้ส่วนกลาง ที่เขา ที่ภูเขา ปริมณฑลรอบภูเขา หรือเขา 40 เมตร พื้นที่ที่มีความลาดชันโดยเฉลี่ย 35 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และพื้นที่ป่า ตามมติคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ หรือคณะกรรมการอื่นของทางราชการผู้มีอำนาจหน้าที่ได้สงวนหวงห้ามไว้ เป็นต้น 7) ที่ดินต้องมีเนื้อที่ทั้งสิ้นไม่เกิน 50 ไร่ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินแปลงเดียวหรือหลายแปลง ตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 รวมถึงนิคมอื่นด้วย 3. เมื่อได้ตรวจสอบตำแหน่งที่ดินแล้วปรากฏว่า ไม่อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามรังวัดที่ดิน ตามข้อ 2.4 ในการตรวจสอบการเป็นราษฎรเดิม ตามหนังสือกรมประชาสงเคราะห์ ที่ รส 0405/926 ลงวันที่ 29 กันยายน 2536 ให้นิคมสร้างตนเอง มีหนังสือแจ้งให้ผู้ที่ยื่นคำร้องมาดำเนินการจัดทำแบบบันทึกการตรวจสอบว่า เป็นราษฎรเดิม หรือเป็นทายาทของราษฎรเดิม ตามแบบบันทึกการตรวจสอบที่ดินที่อธิบดีกำหนด โดยให้นิคมแต่งตั้ง คณะกรรมการ (เจ้าหน้าที่) เพื่อตรวจสอบว่าเป็นราษฎรเดิม และดำเนินการตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงดังนี้ 1) ให้นิคมสร้างตนเองตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนและแผนที่ ว่าบุคคลดังกล่าวเป็นสมาชิกนิคมหรือไม่ และมีหลักฐานใดบ้างแสดงว่าตนได้อาศัยและครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินก่อนมีการประกาศจัดตั้งนิคม หรือเป็นทายาทของผู้ที่มีหลักฐานว่าอยู่มาก่อนการประกาศจัดตั้งนิคมและมีการครอบครองทำประโยชน์มาตั้งแต่ปีใด ทั้งนี้ หากผู้ยื่นคำร้องแจ้งว่าได้ที่ดินดังกล่าวมาจากกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้างต้น ให้คณะกรรมการบันทึกถ้อยคำนั้นไว้ และสอบถามผู้ยื่นคำร้องต่อไปให้ได้ความว่า ได้ที่ดินดังกล่าวต่อจากผู้ใด ตั้งแต่เมื่อใด และวิธีการใด 2) ให้คณะกรรมการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยขอความร่วมมือไปยังที่ดินแปลงข้างเคียง หรือผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในท้องที่ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ยื่นคำร้องว่าได้ครอบครองที่ดินมาตั้งแต่เมื่อใด และสอบถามในประเด็นตามที่ผู้ยื่นคำร้องได้ให้ข้อมูลว่าตรงตามที่ได้ให้ไว้ต่อผู้ปกครองนิคมหรือไม่ รวมถึงทาง สาธารณะ และเส้นทางเข้าออกแปลงที่ดิน ทั้งนี้ให้มีภาพถ่ายประกอบ และต้องบันทึกไว้ด้วยว่าแปลงที่ดินดังกล่าว ได้มีการทำประโยชน์อย่างไร และผู้ยื่นคำร้องเป็นผู้ทำประโยชน์ในที่ดินนั้นด้วยตนเองหรือไม่ ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่ได้ทำ ประโยชน์ในที่ดินเอง ให้คณะกรรมการบันทึกไว้ในรายงานว่าบุคคลใดเป็นผู้ทำประโยชน์และมีความเกี่ยวข้องกับผู้ ยื่นคำร้องอย่างไร 3) ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเพื่อสรุปข้อเท็จจริงว่า ตามที่ได้ลงไป ตรวจสอบนั้น มีรายละเอียดเป็นประการใด และให้นิคมสร้างตนเองส่งค่าพิกัดรอบแปลงที่ดินไปยังกองพัฒนา สังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เพื่อตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศในแต่ละชั้นปี ตามที่ผู้ยื่นคำร้องแจ้งว่า ได้เข้าทำประโยชน์นับแต่ขณะนั้นเป็นต้นมา ว่าสอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามที่ได้แจ้งไว้ในแบบตรวจสอบหรือไม่ ประการใด โดยจัดทำรายงานผลการตรวจอย่างละเอียดให้เห็นเป็นรายบุคคล แสดงให้เห็นว่าได้มีการดำเนินการ ตรวจสอบในแต่ละขั้นตอนมาอย่างไร
4 4) ให้กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศในเบื้องต้นว่า ตามที่นิคมสร้างตนเองได้รายงานข้อเท็จจริงมาว่าผู้ยื่นคำร้องได้ครอบครองทำประโยชน์มาตั้งแต่ปีใด และมีความสอดคล้องกันหรือไม่ แล้วแจ้งผลการตรวจสอบกลับไปยังนิคมสร้างตนเอง 5) เมื่อนิคมสร้างตนเองได้รับผลการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศจากกองพัฒนาสังคม กลุ่มเป้าหมายพิเศษแล้ว ให้ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองตรวจสอบและรับรองว่า เป็นราษฎรเดิมหรือทายาทของ ราษฎรเดิมที่ครอบครองที่ดินนั้นอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเอง และเป็นที่ดินที่สามารถอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดินได้ 6) หากว่าเป็นราษฎรเดิม หรือเป็นทายาทของราษฎรเดิม ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการขอรังวัด ที่ดินและรับสมัครสมาชิกนิคมต่อไป 7) หากปรากฏว่าไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าเป็นราษฎรเดิมหรือเป็นทายาทของราษฎรเดิม ให้จัดทำฐานข้อมูลทะเบียนรายชื่อ เพื่อรายงานต่อกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นข้อมูลประกอบการ ประกาศสิ้นสภาพนิคม 8) ให้นิคมสร้างตนเอง มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบให้กับผู้ซึ่งไม่ใช่ราษฎรเดิมหรือทายาทของ ราษฎรเดิม พร้อมกับแจ้งให้ทราบ 2.2 งานสำรวจรังวัดและจัดทำระวางแผนที่ ขอบเขตและวัตถุประสงค์ สำรวจรังวัดที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเองตามแผนที่ท้ายประกาศพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศ ของคณะปฏิวัติ ให้กับสมาชิกนิคมและราษฎรที่ยื่นคำร้องขอ เพื่อใช้ประกอบการขอรับบริการของกรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการ ที่สงวนของนิคม หรือที่สงวนเพื่อกิจการนิคม ประเภทต่างๆ โดยการจัดทำรายการคำนวณรังวัด ที่ดินและระวางแผนที่ รวมถึงการจัดทำแผนที่พิพาท ข้อมูลแปลงที่ดิน และอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจาก ผู้บังคับบัญชา คำอธิบาย 1. พื้นที่ดำเนินการ หมายถึง พื้นที่นิคมสร้างตนเองที่ได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศ ของคณะปฏิวัติ จัดตั้งนิคมสร้างตนเองในท้องที่นั้นๆ หรือพื้นที่ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการรับผิดชอบ กำกับและดูแล 3. ที่ดิน หมายถึงพื้นที่ดินทั่วไปและให้หมายความรวมถึง ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเล ด้วย 6. การรังวัดที่ดิน หมายถึง การรังวัดปักเขตและทำเขต จดหรือคำนวณการรังวัด เพื่อให้ทราบที่ตั้ง แนวเขตที่ดินหรือทราบที่ตั้งและเนื้อที่ของที่ดิน 7. รูปแปลงที่ดิน หมายถึง รูปแปลงที่ดินที่ได้ทำการรังวัด โดยจัดทำเป็นรายการคำนวณรังวัดที่ดินรายแปลง มีรายละเอียด เช่น ระยะ มุม ค่าพิกัด เนื้อที่ เลขแปลงที่ดิน ระวางแผนที่ ที่ตั้งที่ดิน ชื่อผู้คอบครอง หรือเจ้าของที่ดิน (ชื่อผู้จะขอใช้ประโยชน์/ผู้แจ้งการครอบครอง) เป็นต้น 8. ระวางแผนที่ หมายถึง แผนที่ที่ใช้สำหรับลงที่หมายรูปแปลงที่ดินและรายละเอียดต่างๆ ซึ่งมีขนาด 50 x 50 เซนติเมตร ปัจจุบันใช้ในระบบพิกัดฉาก ยู ที เอ็ม พื้นหลักฐาน WGS 1984 มาตราส่วน 1:4,000 พร้อมบัญชีรายชื่อประกอบระวาง รอเพิ่มเติม 9. ระวางขยายหรือระวางต้นร่าง หมายถึง ระวางที่สร้างขึ้นจากการขยายรายละเอียดภาพให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น มาตราส่วน 1:500 1:1,000 1:2,000 1:3,000 10. ระวางแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ หมายถึง แผนที่ภาพถ่ายออร์โธสี ที่ผลิตโดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มาตราส่วน 1:4,000 11. แผนที่แนวเขตนิคม หมายถึง แผนที่ภูมิประเทศมาตราส่วน 1:50,000 ลำดับชุด L 7017 Indian_1975 หรือ L 7018 WGS 1984 ที่แสดงแนวเขตนิคมสร้างตนเอง
5 12. กมร. หมายถึง คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินของรัฐ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยมาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐ พ.ศ.2550 มาตรในการรังวัดที่ดิน 1. มาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐ กมร.203-2511 มาตรฐานการรังวัด บนแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ 2. กรมที่ดิน แผนที่ชั้นสอง ใช้ระวางแผนที่เป็นหลักกระทำโดยวิธีวัดระยะเป็นมุมฉากหรือวัดระยะสกัด เป็นรูปสามเหลี่ยมจากเส้นหมุดหลักฐานแผนที่หรือโดยวิธีจากรูปถ่ายทางอากาศและคำนวณเนื้อที่โดย คณิตศาสตร์หรือโดยมาตราส่วน ผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการรังวัดและแผนที่ 1. ช่างสำรวจรังวัด หมายถึง ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายช่างสำรวจรังวัด หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย ให้ปฏิบัติหน้าที่สำรวจรังวัด โดยมีหน้าที่ - สำรวจ รังวัด คำนวณ ตรวจสอบ จัดทำแผนที่ แผนผัง เพื่อให้ทราบรายละเอียดและเป็นไปตาม แบบที่กำหนด สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - แก้ไขปัญหาเบื้องต้นจากการปฏิบัติงาน เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงคืและเป้าหมายของงานที่ กำหนดไว้ - วัดระดับของภูมิประเทศ วางโครงข่ายหมุดหลักฐาน แผนที่ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ หน่วยงาน - บันทึกข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ที่ได้จากการสำรวจ และรายงานผล เพื่อติดตามความก้าวหน้า ของงาน - กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และรายละเอียดต่างๆ ที่ได้ จากการสำรวจ รังวัด เพื่อให้ข้อมูลที่ได้มีความถูกต้อง - ให้คำปรึกษา แนะนำทั้งในเชิงทักษะเฉพาะด้าน และทักษะทั่วไปแก่บุคลากรทุกสายงาน เพื่อให้ บุคลากรมีความรู้ ความสามารถและมีทักษะเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่ - ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย 2. หัวหน้างานรังวัดและแผนที่ หมายถึง หัวหน้าช่างสำรวจรังวัด หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย ให้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานรังวัดและแผนที่ โดยมีหน้าที่ - จัดทำแผนงานรังวัดที่ดิน กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ควบคุมการปฏิบัติงาน สรุปผลการ ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ - กำกับ ดูแล รักษา ซ่อมแซม คัดลอก และควบคุม เครื่องมือสำรวจรังวัด การจัดเก็บรายการ คำนวณรังวัดที่ดิน ระวางแผนที่ (กระดาษไข) ชนิดต่างๆ เช่น ระวางมาตราส่วน 1:4000 ระวาง ขยาย แผนที่ต้นร่าง บัญชีรายชื่อประกอบระวาง แผนที่แนวเขตนิคม แผนที่ผังจัดที่ดินเดิม แผน ที่รูปถ่ายทางอากาศ - ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และรายละเอียดต่างๆ ที่ได้จากการสำรวจ รังวัด เพื่อให้ข้อมูล ที่ได้มีความถูกต้อง - ให้คำปรึกษา แนะนำทั้งในเชิงทักษะเฉพาะด้าน และทักษะทั่วไปแก่บุคลากรทุกสายงาน เพื่อให้ บุคลากรมีความรู้ ความสามารถและมีทักษะเหมาะสมแก่การปฏิบัติงานในหน้าที่ - ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
6 3. ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง มีภารกิจในการควบคุมการดำเนินงานรังวัดและแผนที่ในพื้นที่ ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานที่อนุมัติหรือตามภารกิจจำเป็นเร่งด่วนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องโดยจักต้องรายงานให้อธิบดีทราบโดยเร็ว รวมถึงสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ และ งบประมาณในการปฏิบัติงานสำรวจรังวัดตามแผนงานที่อธิบดีอนุมัติ และสรุปรายงานให้กองพัฒนาสังคม กลุ่มเป้าหมายพิเศษทราบเพื่อเสนอต่ออธิบดี 4. หัวหน้ากลุ่มนิคมสร้างตนเอง มีภารกิจตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสมของการจัดทำแผนงาน สำรวจรังวัดของนิคมสร้างตนเอง รวมถึงการวางแผนบริหารทรัพยากรในการปฏิบัติงาน (นายช่างสำรวจรังวัด เจ้าหน้าที่สนับสนุน/ช่วยปฏิบัติงาน งบประมาณ) ติดตามผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด สรุปผลการดำเนินงาน การตรวจสอบข้อมูลเอกสารและกลั่นกรองเรื่องขอแก้ไขข้อมูลบุคคล ข้อมูลที่ดิน รูปแปลง ที่ดิน ในระวางแผนที่/รายการคำนวณรังวัด/หนังสือสำคัญ พร้อมทั้งเร่งรัดการดำเนินงานด้านรังวัดและแผนที่ หรืองานอื่นที่ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายงานรังวัดและแผนที่ดำเนินการ 5. ผู้อำนวยกองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานที่ อนุมัติ และติดตามผลการดำเนินงานด้านรังวัดและแผนที่ 6. อธิบดีหรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาอนุมัติเห็นชอบในการดำเนินงานด้านรังวัดและแผนที่ ระเบียบปฏิบัติ 1. พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550 รวมถึงหนังสือ ข้อสั่งการแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง 2. กฎหมายว่าด้วยที่ดินของหน่วยงานรัฐอื่น และประมวลกฎหมายที่ดิน ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 3. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยมาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดินในที่ดินของรัฐ พ.ศ.2550 รูปแบบการให้บริการรังวัดและแผนที่ บริการรังวัดที่ดินให้กับสมาชิกนิคมและราษฎร โดยจัดทำรายการคำนวณรังวัดที่ดินและแผนที่เพื่อใช้ ประกอบในการดำเนินการ ดังนี้ 1. ขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม เนื่องจากครองครองและทำประโยชน์ในเขตนิคมสร้างตนเอง 2. ขอออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) 3. ขอจัดที่ดินเพิ่มเติม 4. ขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่สงวนเพื่อกิจการนิคมสร้างตนเอง 5. รังวัดที่ดินประเภทอื่นฯ หรือตามที่ได้รับมอบหมาย เช่น การสอบเขตที่ดิน รวมแปลงที่ดินแบ่งแยก จัดทำแผนที่พิพาทส่งศาล ตรวจสอบที่ดินกรณีที่มีการร้องเรียน รังวัดแนวเขตนิคมสร้างตนเอง ตรวจสอบ เขตทาง ลำห้วย สำรวจรังวัดตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานอื่น และสำรวจรังวัดให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ตามที่ได้รับการร้องขอ เป็นต้น ขั้นตอนในการให้บริการงานรังวัด 1. การยื่นคำขอรังวัดที่ดิน ราษฎรผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคมหรือสมาชิกนิคม ต้องยื่นแบบคำร้องทั่วไปเรื่องขอรับการรังวัดที่ดิน ตามแบบที่อธิบดีกำหนด หลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่น 1) บัตรประจำตัวประชาชน 2) ทะเบียนบ้าน 2. เจ้าหน้าที่นิคมดำเนินการตรวจสอบระวางแผนที่/รายการคำนวณรังวัด หากปรากฏว่ามีการรังวัดและ ลงรูปแปลงที่ดินในระวางแผนที่แล้ว ให้พิจารณาตรวจสอบ ดังนี้
7 1) ชื่อ - สกุล รูปแปลงที่ดิน เนื้อที่ ที่ตั้งที่ดิน ถูกต้องตามรายการคำนวณรังวัดและระวางแผนที่ ไม่ต้องทำการรังวัดใหม่ ให้นิคมดำเนินการตามระเบียบ และขั้นตอนการรับสมัครสมาชิกนิคม หรือขออนุญาตใช้ ที่ดินสงวนของนิคมฯ แล้วแต่กรณีต่อไป 2) ชื่อ - สกุล ไม่ตรงตามรายการคำนวณรังวัดและระวางแผนที่ ส่วนรูปแปลงที่ดิน ที่ตั้งที่ดิน และเนื้อที่ถูกต้อง ให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามระเบียบ โดยให้นิคมฯ เสนอรายงานต่ออธิบดีเพื่อขอ เปลี่ยนแปลงชื่อ - สกุล พร้อมชี้แจงเหตุผล และเอกสารหลักฐานประกอบ 3) รูปแปลงที่ดินและเนื้อที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เนื่องจากมีการรังวัดไว้นาน หรือมีทางสาธารณประโยชน์ ลำห้วยตัดผ่าน หรือการทำประโยชน์มีการเปลี่ยนแปลงไป จากข้อเท็จจริง จะต้องทำการรังวัดใหม่เพื่อแก้ไขรูปแปลงที่ดินและเนื้อที่ โดยให้นิคมฯ นำเข้าในแผนงานรังวัดประจำปี เพื่อเสนอ ต่ออธิบดี ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนให้ทำหนังสือรายงานและขออนุมัติดำเนินการสำรวจรังวัดเป็นกรณีพิเศษ 3. การจัดทำแผนงานรังวัด ให้เจ้าหน้าที่นิคม รวบรวมข้อมูล โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1) จัดทำรายการแยกประเภทการรังวัดที่ดินตามแบบฟอร์ม 2) จัดทำหนังสือเสนอกองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษเพื่อขอสนับสนุนช่างสำรวจรังวัดและ งบประมาณ 3) กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ พิจารณาจัดทำแผนงานรังวัดที่ดิน และขออนุมัติแผนงาน รังวัดที่ดิน พร้อมขออนุมัติสนับสนุนนายช่างสำรวจรังวัด และงบประมาณปฏิบัติงานในนิคม 4) กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ แจ้งแผนงานรังวัดที่ดินให้นิคมทราบและเตรียมการ ดังนี้ การเตรียมการของนิคมสร้างตนเอง - กำหนดนัดหมายเจ้าของที่ดินและข้างเคียง - แจ้งผู้ปกครองท้องที่ - ขออนุมัติการดำเนินงานเป็นไปตามที่อธิบดีมอบหมาย เช่น ค่าใช้จ่าย เอกสารในการปฏิบัติงาน - จัดเตรียมยานพาหนะ และผู้สนับสนุน/ผู้ช่วยงานสำรวจรังวัด ในการลงพื้นที่ - จัดทำหนังสือถึงกองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษขอสนับสนุนนายช่างสำรวจรังวัด - พิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการรังวัดกรณีพบว่ามีการรังวัดที่ดินแล้ว หรือตามความจำเป็น เร่งด่วน โดยให้เสนอรายงานต่ออธิบดีทราบโดยทันที การเตรียมการของช่างสำรวจรังวัด - ตรวจสอบรูปแปลงที่ดินตามคำร้อง หากปรากฏว่าที่ดินได้รับการรังวัดแล้วให้เสนอรายงาน ผู้ปกครองนิคมทราบ - จัดทำแผนปฏิบัติงานสำรวจรังวัดเสนอให้ผู้ปกครองนิคมพิจารณาให้ความเห็นชอบ 5) กลุ่มนิคมสร้างตนเองจัดทำหนังสือขออนุมัติเดินทางไปราชการและหนังสือส่งตัวให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ ออกปฏิบัติงานรังวัดที่ดิน 6) ผู้ปกครองนิคม กำกับ ติดตามการปฏิบัติงานของนายช่างสำรวจรังวัด พร้อมสรุปรายงานผลเสนอต่ออธิบดี 7) นายช่างสำรวจรังวัดจัดทำรายการคำนวณรังวัดโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ เสนอให้หัวหน้างานรังวัด และแผนที่ตรวจสอบและรับรองความถูกต้อง และเสนอหัวหน้ากลุ่มนิคมสร้างตนเองจัดทำหนังสือเพื่อ ขอความเห็นชอบแปลงที่ดินที่ได้รับการรังวัดจากอธิบดีพร้อมขออนุมัติส่งเอกสารรายการคำนวณรังวัดที่ดินให้นิคม 8) หัวหน้างานรังวัดและแผนที่ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย นำรูปแปลงที่ดินซึ่งได้รับความเห็นชอบ จากอธิบดีลงในระวางแผนที่ให้เป็นปัจจุบัน และจัดส่งระวางแผนที่ที่ปรับปรุงแล้วให้แก่นิคม ข้อกำหนดรังวัด 1. การรังวัดที่ดิน เมื่อสำรวจพบว่าแปลงที่ดินไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ จักต้องแจ้งให้ผู้ยื่นคำร้อง ประสานตกลงกับเจ้าของที่ดินข้างเคียงเพื่อให้ความยินยอมใช้ทางเข้า-ออก ได้
8 2. การรังวัดที่ดินต้องเว้นระยะตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ชายคลอง ลำน้ำ ลำห้วย ถนน รัศมีภูเขา ขอบ อ่างเก็บน้ำ สันเขื่อนและแนวเขตปลอดภัย พื้นที่ลาดชันเกิน 35 % (ยกเว้นได้รับบรรจุเป็นสมาชิกนิคมและเข้าทำ ประโยชน์ในที่ดินก่อนประกาศมติคณะรัฐมนตรี) เป็นต้น ข้อปฏิบัติในการสำรวจรังวัด 1. การเข้าไปในที่ดินของสมาชิกนิคมหรือราษฎร ภายในเขตนิคมสร้างตนเอง ในเวลากลางวันได้ โดยแจ้งให้ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้ครอบครองและทำประโยชน์ทราบ รวมถึงคนงานของช่างสำรวจรังวัดด้วย และผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินนั้น จะต้องอำนวยความสะดวกให้ตามสมควร 2. การขุดดิน ตัด รานกิ่งไม้หรือกระทำการอย่างอื่นแก่สิ่งกีดขวางแก่การรังวัดที่ดินได้เท่าที่จำเป็น ทั้งนี้การกระทำนั้นๆ จะต้องพยายามให้เจ้าของได้รับความเสียหายน้อยที่สุด 3. ขอความร่วมมือผู้มีสิทธิในที่ดินข้างเคียงมาระวังแนวเขต และลงชื่อรับทราบแนวเขตที่ดินของตน 4. ขอความร่วมมือให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในการรังวัดที่ดินมาให้ถ้อยคำ หรือสั่งให้ส่งเอกสารหรือหลักฐาน อื่นใดที่เกี่ยวข้องในการรังวัด
9 ขั้นตอนการตรวจสอบรูปแปลงที่ดินก่อนทำการรังวัด ที่ ขั้นตอน แนวทาง/วิธีการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ เอกสารประกอบ 1 นิคมแจ้งให้ผู้ที่ผ่าน การตรวจสอบ ตำแหน่งที่ดิน มายื่น ตรวจสอบรังวัด เพื่อ บรรจุเข้าแผนรังวัด - สมาชิกนิคมหรือราษฎร แจ้งประสงค์และ ยืนคำร้องขอรังวัดที่ดิน 1.เพื่อบรรจุสมาชิกนิคม 2.ออก น.ค. 3 3.จัดที่ดินเพิ่มเติม 4.อนุญาตให้ใช้ที่สงวนนิคม - เจ้าหน้าที่นิคมให้คำแนะนำและอำนวย ความสะดวกในการกรอกแบบคำร้อง ให้ถูกต้อง -เจ้าหน้าที่นิคม -ช่างประจำนิคม - แบบคำร้องขอรังวัดที่ดิน - บัตรประจำตัว ประชาชน - ทะเบียนบ้าน - เอกสารสิทธิข้างเคียง (มีความจำเป็นต้องแนบ) 2 นิคมฯตรวจสอบ เอกสารหลักฐาน 1.กรณีมีรังวัดไว้แล้ว ให้นิคมดำเนินการ - บรรจุสมาชิกนิคม ออก น.ค.1 - ออก น.ค. 3 - จัดที่ดินเพิ่มแปลง เพิ่มเติมเพื่อออก น.ค.3 - อนุญาตใช้ที่สงวนนิคม - หรืออื่นๆ - หากไม่พบรายการคำนวณรังวัดที่ดิน หรือระวางแผนที่ ที่ได้มีกรรังวัดไว้แล้ว ให้ประสานส่วนกลางขอสำเนาเอกสาร 2.ยังไม่ทำการรังวัดที่ดิน นิคมฯ จัดทำ แผนงานรังวัดที่ดิน - จัดทำแผนงานรังวัดส่งกองฯ พิจารณา - กรณีเร่งด่วน มีความจำเป็นมอบหมาย ให้ช่างประจำนิคมทำการรังวัดหรือขอช่าง รังวัดจากส่วนกลาง 3.รังวัดแล้วทับซ้อนกับรูปแปลงที่ดินเดิม นิคมตรวจสอบให้ได้ขอยุติ ดำเนินการตาม ระเบียบ หรืออยู่นอกเขตนิคม แจ้งให้ สมาชิกนิคมหรือราษฎรทราบ และจัดทำ หนังสือยืนยัน -เจ้าหน้าที่นิคม -ช่างประจำนิคม - สมุดควบคุมสมาชิกนิคม - รายการคำนวณ - กระดาษแผนบางจำลองรูป - ระวางแผนที่ เก่า/ใหม่ - ระวางโฉนดที่ดิน - อื่นฯ ที่มี 3 นิคมสร้างตนเอง นิคมฯ รวบจำนวนแปลงที่ดินที่ต้องทำการ รังวัดจัดส่งให้กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมาย พิเศษ เจ้าหน้าที่นิคม แบบฟอร์มจัดทำแผนงาน รังวัดที่ดินส่งกองพิจารณา
10 ขั้นตอนแนวทางปฏิบัติงานรังวัดที่ดิน (แผนงานปกติ) ที่ ขั้นตอน แนวทาง/วิธีการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ เอกสารประกอบ 1 กองฯ จัดทำหนัง หนังสือแจ้งนิคม กองฯ จัดทำหนังหนังสือแจ้งให้นิคมฯ สำรวจ แผนงานรังวัด ประจำปี กลุ่มนิคมฯ หนังสือถึงนิคมฯ 2 แผนงานรังวัดที่ - แผนงานรังวัดที่นิคมฯจัดส่ง - กองฯ พิจารณาเสนอกรมฯ และอนุมัติแผนงาน รังวัดที่ดินและค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน กลุ่มนิคมฯ แผนงานรังวัดที่ดินที่นิคม จัดส่ง 3 เจ้าหน้าที่ช่างรังวัด รายตัวผู้ปกครอง - เจ้าหน้าที่ช่างรังวัดรายงานตัวผู้ปกครอง - รับมอบรายชื่อตามแผนงานรังวัด - ขออนุมัติค่าใช้จ่ายและเอกสาร ต่างฯ ในการ ปฏิบัติงาน - ขออนุมัติใช้รถ - ขออนุมัติค่าจ้างคนงานสำรวจรังวัดที่ดิน ช่างรังวัด หนังสืออนุมัติให้ไปราชการ ที่นิคม 4 ช่างรังวัดตรวจ สอบตำแหน่งที่ดิน ก่อนออกรังวัด -ช่างรังวัดตรวจสอบตำแหน่งที่ดินมีการทำทับซ้อน หรือไม่ 1.รังวัดแล้วห้ามทำการรังวัดซ้ำซ้อน และแจ้ง ผู้ปกครองนิคมฯ ทราบ จัดหาที่ดินแปลงอื่น ทดแทน -ยังไม่รังวัดรวบรวมแจ้งเจ้าหน้าที่นิคมฯ นัด เจ้าของที่ดิน พร้อมถางแนวเขตปักมุดหรือ สัญลักษณ์อื่นใด เพื่อทำการรังวัดต่อไป ช่างรังวัด เจ้าหน้าที่นิคม -รายชื่อสมาชิกนิคมหรือ ราษฎรที่ยื่นรังวัด - ระวาง-แผนที่/เก่า-ใหม่ - ระวางโฉนด น.ส.3 - หรือ อื่น) 5 ช่างรังวัด/เจ้าหน้าที่ นิคมออกปฏิบัติงาน - การรังวัดที่ดินให้ใช้เทปวัดระยะ/GPS ไปตาม แนวเขตของแปลงที่ดินตามที่เจ้าของที่ดินได้นำชี้ เจ้าของที่ดินข้างเคียง ผู้ปกครองท้องที่ เซ็นรับรอง การทำประโยชน์ ข่างรังวัด เจ้าหน้าที่นิคม -รายชื่อสมาชิกนิคมหรือ ราษฎรที่ยื่นรังวัด -เอกสารสิทธิข้างเคียงเพื่อใช้ ประกอบการรังวัด 6 รายงานผลการ ปฏิบัติงาน - เจ้าหน้าที่ช่างสำรวจรังวัดจัดทำรายการคำนวณ รังวัดที่ดินและลงระวางแผนที่นิคมโดยประมาณ - รายงานผลการรังวัดที่ดินให้ผู้ปกครองนิคมทราบ - กรณีได้มีการรังวัดแล้วปรากฏว่าที่ดินทับซ้อน แปลงเดิมให้รายงานผู้ปกครองนิคมฯ ทราบ ตรวจสอบข้อเท็จจริง จัดทำรายการคำนวณแสดง แผนที่ทับซ้อน แต่ห้ามลงในระวางแผนที่จนกว่า เป็นที่ยุติ - ช่างสำรวจรังวัดจัดทำหนังสือส่งตัวกลับต้นสังกัด -นิคมฯรายงานผลงานให้กองฯทราบ -ช่างผู้ปฏิบัติงาน -เจ้าหน้าที่นิคม -แบบรายงานผลงานรังวัด ที่ดินและเอกสารต่างฯ -เจ้าหน้าที่นิคมจัดเก็บ หลักฐานไว้ตรวจสอบ
11 ที่ ขั้นตอน แนวทาง/วิธีการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ เอกสารประกอบ 7 ส่วนกลางรับเรื่อง ตรวจสอบ/รับรอง รายการคำนวณ รังวัดที่ดินและลง ระวางแผนที่ ระยะเวลา 1 เดือน - งานรังวัดและแผนที่ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบรายการคำนวณรังวัดที่ดินและการลง รูป แปลงที่ดินในระวางแผนที่และถ่ายสำเนาพร้อม รับรองถูกต้องจัดส่งให้นิคมฯดำเนินการต่อไป - กรณีตรวจสอบพบว่าที่ดินมีการทับซ้อนหรืออยู่ นอกเขต กองฯ จะไม่ดำเนินการตรวจสอบ และ ส่งกลับให้ช่างรังวัดตรวจสอบและประสานนิคม ตรวจสอบอีกครั้งให้ได้ข้อยุติอีกครั้ง แล้วส่งกับมา เพื่อตรวจรับรองต่อไป -งานรังวัดและ แผนที่ - กลุ่มนิคมฯ -แบบรายงานผลงานรังวัด -รายการคำนวณรังวัด -ระวางแผนที่ 8 นิคมฯ แจ้งสมาชิก นิคมหรือราษฎร ทราบ ระยะเวลา 1 เดือน - นิคมฯ ได้รับรายการคำนวณรังวัดที่ดินและระวาง แผนที่แจ้งสมาชิกนิคมหรือราษฎร มาตรวจสอบ ข้อมูลการรังวัด ที่ดินและเซ็นรับรอง - หากปรากฏว่ารูปแปลงที่ดินและเนื้อที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการแก้ไขส่วนใด ให้ราษฎรหรือสมาชิกนิคม แจ้งให้นิคมทราบเป็นหนังสือเพื่อ ทำการแก้ไขให้ ถูกต้องต่อไป - - กรณีไม่มีการแก้ไขให้นิคมฯดำเนินการดังนี้ดังนี้ 1.การรับสมัครสมาชิกนิคม 2. ออก น.ค. 3 3.จัดที่ดินเพิ่มเติมหรือเพิ่มแปลงเพื่อออก น.ค. 3 4.อนุญาตที่สงวนเพื่อกิจการนิคม 5. อื่นฯ เจ้าหน้าที่นิคม -แบบรายงานผลงานรังวัด -รายการคำนวณรังวัด -ระวางแผนที่ที่ได้ตรวจสอบ และรับรองแล้ว
12 2.3 การสมัครและคัดเลือกเป็นสมาชิกนิคม เมื่อราษฎรยื่นคำร้องขอรับการรังวัดที่ดินเพื่อขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม เนื่องจากครอบครองที่ดิน ในเขตนิคมสร้างตนเอง และผ่านการตรวจสอบและการรังวัดของเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น นิคม จะต้องดำเนินการ แจ้งราษฎรให้มายื่นใบสมัครสมาชิกนิคม (ตามแบบ สอ.1) ณ ที่ทำการนิคมสร้างตนเองที่ตนจะขอรับการจัดสรรที่ดิน 2.3.1 การขอรับการสมัครเป็นสมาชิกนิคม ผู้สมัครจะต้องนำหนังสือที่ทางนิคมสร้างตนเองแจ้งให้มายื่นใบสมัครสมาชิกนิคม และกรอก ใบสมัครสมาชิกนิคม (แบบ สอ.1) ให้ครบถ้วน หลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่น ดังนี้ 1) บัตรประจำตัวประชาชน ต้นฉบับ (นิคมทำสำเนาเอง) จำนวน 1 ฉบับ 2) ทะเบียนบ้าน ต้นฉบับ (นิคมทำสำเนาเอง) จำนวน 1 ฉบับ 3) รูปถ่าย 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว ต้นฉบับ (นิคมทำสำเนาเอง) จำนวน 1 รูป 4) และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อหรือสกุล การตรวจสอบเอกสาร เจ้าหน้าที่นิคมดำเนินการ ดังนี้ 1) ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร และมีการลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องทุกฉบับ 2) ตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ เช่น ชื่อ - ชื่อสกุล ที่อยู่อาศัย วัน/เดือน/ปีเกิด เป็นต้น ให้ตรงกับ ทะเบียนบ้าน และบัตรประจำตัวประชาชน 3) การลงลายมือชื่อผู้สมัคร หากผู้สมัครไม่สามารถเขียนหนังสือได้ ให้ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ โดยมีเจ้าหน้าที่ลงนามรับรองว่าเป็นลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ให้ข้อมูล และทำการต่อหน้าเจ้าหน้าที่จริง 4) ให้มีพยานการลงลายมือชื่อผู้ให้ข้อมูล จำนวน 2 ราย โดยไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของนิคมสร้างตนเอง 5) รูปถ่ายของผู้สมัคร ผู้สมัครจะต้องไม่สวมหมวกและแว่นตาดำ ต้องถ่ายหน้าตรงซึ่งถ่ายไว้ ไม่เกิน 6 เดือน และให้เจ้าหน้าที่เขียน ชื่อ - สกุล ของผู้สมัครกำกับไว้ด้านหลังรูปทุกใบ คุณสมบัติของราษฎรที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม ราษฎรผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ ในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดิน เพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1) มีสัญชาติไทย 2) บรรลุนิติภาวะและเป็นหัวหน้าครอบครัว 3) มีความประพฤติดี และเต็มใจปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดี กำหนด 4) สามารถประกอบการเกษตรได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด 5) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ 6) ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หรือมีแต่เพียงเล็กน้อยไม่พอแก่การครองชีพ 7) ไม่มีอาชีพอย่างใดอย่างหนึ่งในขณะนั้นพอแก่การครองชีพ *** มาตรา 22 (4) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 ***
13 2.3.2 การอนุมัติเข้าเป็นสมาชิกนิคม 1. การสอบสวนคุณสมบัติ นิคมสร้างตนเองจะต้องจัดทำหนังสือ ถึง นายอำเภอ ณ ท้องที่ เพื่อขอความร่วมมือให้สอบสวน คุณสมบัติราษฎรที่สมัครเป็นสมาชิกนิคม ซึ่งดำเนินการ ดังนี้ 1) ส่งตัวราษฎรผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคม ไปสอบสวนคุณสมบัติที่อำเภอท้องที่ตามทะเบียนบ้าน โดยให้แจ้งกับราษฎรผู้สมัครสมาชิกนิคม ว่าเมื่อสอบสวนคุณสมบัติแล้วนำแบบ สอ.3 คืนนิคม เพื่อตรวจสอบ คุณสมบัติ 2) เมื่อราษฎรผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคม นำแบบ สอ.3 ที่อำเภอสอบสวนคุณสมบัติแล้ว กลับมาให้เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนในสมุดทะเบียนรายละเอียดรับใบสมัครสมาชิกนิคม และมอบใบรับสมัครสมาชิกนิคม ให้ราษฎรเก็บไว้ 3) สรุปคุณสมบัติของราษฎร ตามมาตรา 22 (1) - (7) เพื่อเป็นข้อมูลให้คณะกรรมการพิจารณา คัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคมพิจารณา 4) ในกรณีที่มีไม่อาจปฏิบัติตามขั้นตอนที่ 1) ได้ เพราะเหตุอำเภอท้องที่ไม่รับทำการสอบสวน หรือเพราะเหตุอื่นใด ให้นิคมสร้างตนเองรายงานข้อเท็จจริงพร้อมชี้แจงเหตุผลประกอบต่ออธิบดี เพื่อพิจารณา สั่งการแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณีไป 5) นิคมสร้างตนเองตรวจสอบและ/หรือแจ้งให้ผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคมแสดงเอกสารหรือข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคมตามมาตรา 22 - นิคมสร้างตนเองมีหนังสือขอตรวจสอบการได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดินกับ ส.ป.ก. กรมธนารักษ์ กรมป่าไม้ สำนักงานที่ดิน การเป็นสมาชิกนิคมแห่งอื่น และตรวจสอบกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขาที่นิคมนั้นตั้งอยู่ และสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสาขาที่ผู้สมัครมีภูมิลำเนา ฯลฯรวมทั้งการเป็นสมาชิกนิคมแห่งอื่น โดยให้มีหนังสือ ถึงกองฯ เพื่อตรวจสอบความซ้ำซ้อนการเป็นสมาชิกนิคม (เพิ่มเติมวิธีการตรวจสอบ) - นิคมสร้างตนเองตรวจสอบการถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ข้อมูลการเสียภาษี ข้อมูล TPMAP เป็นต้น - ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ณ สถานีตำรวจภูธรท้องที่ ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคมผู้ใดเป็นผู้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ หากมิได้เป็นเอกสารที่หน่วยงานราชการออกให้ได้รับรองแล้ว ให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อรับรอง ความถูกต้องของเอกสารทุกแผ่น เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ประกอบมาตรา 22 6) ให้นิคมสร้างตนเองตรวจสอบการถือครองที่ดิน 2. การประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม เมื่อนิคมสร้างตนเองได้รับผลการสอบสวนคุณสมบัติจากอำเภอท้องที่ที่ผู้สมัครมีภูมิลำเนา ว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติถูกต้อง ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ให้นิคมเสนอ รายชื่อเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคมของแต่ละจังหวัด ตามคำสั่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ 72/2546 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2546 ซึ่งดำเนินการ ดังนี้ 1) เสนอหลักฐานโดยจัดเป็นชุดและขอความเห็นชอบประชุมคณะกรรมการฯ ต่อพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด โดยจัดทำหนังสือ ถึงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เพื่อกำหนด วันเวลา สถานที่ประชุม เอกสารการประชุม ประกอบด้วย - แบบ ส.อ.1 , แบบ ส.อ.3 - เอกสารประกอบแต่ละราย ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน
14 หนังสือสำคัญทะเบียนสมรส (ถ้ามี) - รายการคำนวณและหรือกระดาษแผ่นบางจำลองรูปแปลงที่ดิน ระวางแผนที่ - หลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งได้แสวงหามาเพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว 2) จัดทำหนังสือเชิญกรรมการให้ทราบพร้อมส่งเอกสารต่างๆ บัญชีรายชื่อ ระเบียบวาระ การประชุมและข้อมูลเกี่ยวกับนิคมสร้างตนเอง (พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 พระราชกฤษฎีกา การจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง) 3) การประชุมคณะกรรมการแต่ละครั้งสามารถเบิกเบี้ยประชุมกรรมการฯ ได้ตามระเบียบ 4) ในการประชุมคณะกรรมการฯ ให้ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง ในฐานะเลขานุการ เสนอบัญชีรายชื่อตามประเภทของราษฎรที่สมัครเป็นสมาชิกนิคม คือ - ประเภทการครอบครองเดิมหรือจัดสรร - ประเภทรับสิทธิแทนสมาชิกนิคม เดิมที่เสียชีวิต มาตรา 30, 31 และ 32 - ประเภทขอโอนสิทธิ มาตรา 27 (6) - ประเภทสละสิทธิในที่ดิน มาตรา 25 - ประเภทละทิ้งที่ดิน มาตรา 13 ทั้งนี้ ระเบียบการประชุมของคณะกรรมการฯ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด 5) เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิก นิคม เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้มีการบันทึกอนุมัติของคณะกรรมการไว้เป็นหลักฐานโดยละเอียดและให้คณะกรรมการจัดให้ สมาชิกนิคม เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแต่ละแปลงตามแผนผังจัดที่ดินของนิคมสร้างตนเองตามที่อธิบดีกำหนด ในกรณีการจัดที่ดินประเภทราษฎรเดิม ข้อเท็จจริงได้มีการสำรวจรังวัดพื้นที่และราษฎร ผู้ครอบครองที่ดิน ตลอดจนบริเวณตำแหน่งที่ตั้งที่ดินตามระวางแผนที่ไว้แล้วการจัดที่ดิน ให้ผู้ปกครองนิคมสร้าง ตนเองเสนอบัญชีรายชื่อและรายการคำนวณรังวัดที่ดิน ระวางแผนที่ พร้อมแบบตรวจสอบและรับรองการเป็น ราษฎรเดิมมาก่อนแล้ว และบันทึกรายงานลักษณะการครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดิน พร้อมแนบภาพถ่าย เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในคราวที่คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติ เมื่อได้ดำเนินการตามมาตรา 21 (1) และ (2) แล้ว ให้นิคมสร้างตนเองแสดงเขตที่ดิน ที่จัดแบ่ง (ที่ได้จัดให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์ หรือได้มีสำรวจรังวัดสำหรับสมาชิกนิคมประเภทราษฎรเดิม) ณ ที่ทำการนิคมสร้างตนเอง เพื่อให้สมาชิกนิคม และประชาชนได้ทราบโดยเปิดเผยให้นิคมสร้างตนเองรายงานผล การพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นเข้าสมาชิกนิคม ให้อธิบดีทราบ แบบฟอร์มที่ใช้ประกอบ 1. หนังสือแจ้งราษฎร (การยื่นใบสมัคร) 2. ใบสมัครสมาชิกนิคม (แบบ ส.อ.1) ปรับปรุงปี 2565 3. บันทึกการสอบสวนคุณสมบัติบุคคลผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคม (แบบ ส.อ.3) ปรับปรุงปี 2565 4. แบบฟอร์มบัญชีรายชื่อตามประเภทการครอบครองที่ดินของราษฎร 5. ตัวอย่างหนังสือ เชิญประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรฯ
15 ที่ พม 0603/………… ที่........................................................... ............................................................. ................................................................ วันที่..............เดือน..............พ.ศ. ................. เรื่อง ขอให้มายื่นในสมัครสมาชิกนิคม เรียน นาย,นาง,นางสาว................................... อ้างถึง หนังสือคำร้องขอรับการรังวัดที่ดินลงวันที่..............เดือน.....................พ.ศ. .................. ตามหนังสือที่อ้างถึง นาย,นาง........ ได้ยื่นคำร้องขอรับการรังวัดที่ดินเพื่อ....................................................... ไว้ที่นิคมสร้างตนเอง............................................จังหวัด..............................เมื่อวันที่.....................เดือน................... พ.ศ. ................................... และได้มีการรังวัดตรวจสอบแปลงที่ดินของท่านก่อนที่จะให้มีการสมัครเป็นสมาชิก นิคม นั้น นิคมสร้างตนเอง....................................จังหวัด.....................................ขอเรียนว่าได้ตรวจสอบ และพิจารณาเป็นเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว จึงขอให้มายื่นใบสมัครการเป็นสมาชิกนิคม และขอรับเอกสารบันทึก สอบสวนคุณสมบัติบุคคล (แบบ ส.อ.3)ก่อนที่จะมีการนำเข้าคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิกนิคม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่............เดือน.........................พ.ศ. ............... ถึงวันที่.............เดือน......................พ.ศ. ................ หากท่านมี ข้อสงสัยประการใดให้ติดต่อนิคมสร้างตนเอง...................... ณ ที่ทำการนิคมสร้างตนเอง....................จังหวัด............... จึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถือ ( ) ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง................. จังหวัด.............................. ฝ่ายบริหาร นิคมสร้างตนเอง............. จังหวัด..................... โทร/โทรสาร.......................
16 แบบ สอ 1. ปรับปรุงปี 2565 เลขที่รับทั่วไป........................................... รับปี พ.ศ. ....................เลขที่รับ............... รับวันที่..........เดือน..........พ.ศ. ................ ใบสมัครสมาชิกนิคม เขียนที่นิคมสร้างตนเอง............................................... วันที่.............เดือน...............................พ.ศ.................. สำหรับผู้สมัคร ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัว 1. ข้าพเจ้า............................................................................สัญชาติ.....................................ศาสนา......................... เกิดวันที่...............เดือน................................พ.ศ. ...............อายุ...........ปี จบการศึกษา........................................ บิดาชื่อ...........................................................................มารดาชื่อ........................................................................ หมายเลขโทรศัพท์............................................................E-mail……………………………………………………………….. สถานภาพ โสด หย่าร้าง หม้าย สมรส อยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยา ชื่อภรรยา / สามีชื่อ....................................... สถานะคู่สมรส มีชีวิต เสียชีวิต มีบุตร...............คน ได้แก่ (1) ...............................................................................อายุ................ปี จบการศึกษา.......................................... (2) ...............................................................................อายุ................ปี จบการศึกษา.......................................... (3) ...............................................................................อายุ................ปี จบการศึกษา.......................................... (4) ...............................................................................อายุ................ปี จบการศึกษา.......................................... (5) ...............................................................................อายุ................ปี จบการศึกษา.......................................... ข้าพเจ้ามีบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ - - - - ออกเมื่อวันที่...........เดือน.......................พ.ศ. ................ สิ้นสุดวันที่...........เดือน.......................พ.ศ. ................ 2. หลักทรัพย์และทรัพย์สินที่ผู้ขอสมัครเป็นสมาชิก มีอยู่ในปัจจุบัน คือ (1) ที่ดินที่มีหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์แล้วรวม.............................แปลง รวมประมาณ.......................................ไร่ มูลค่าประมาณ...............................................บาท (2) บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง.........................................หลัง มูลค่าประมาณ..............................................บาท (3) ที่ดินของรัฐที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์จากทางราชการ......................แปลง รวม............................ไร่ มูลค่าประมาณ...............................................บาท (4) ทรัพย์สินอื่นๆ.................................................................................................................................................. หมายเหตุ : ที่ดินตามข้อ (1) ต้องมิใช่ที่ดินที่จะขอรับการจัดสรรจากนิคมสร้างตนเองในครั้งนี้ ส่วนที่ 2 ข้อมูลการถือครองที่ดิน 3. ข้าพเจ้ามีความประสงค์ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม................................จังหวัด..............................
17 - 2 - 4. ข้าพเจ้าได้ครอบครองที่ดิน ดังนี้(ให้ขีดฆ่าข้อความที่ไม่ต้องการ) 4.1 ที่ดินสำหรับ...............................................................................จำนวน.....................................................ไร่ ที่ดินตั้งอยู่เขต/ผังที่..................................หมู่ที่...................ตำบล.................................อำเภอ................................... ได้มาโดย ครอบครองมาตั้งแต่ พ.ศ. ..........................รวม....................ปี ตกทอดมาจาก.......................................................................................................................................... เมื่อวันที่.................เดือน.............................พ.ศ. .................... ซึ่งมีความเกี่ยวพันธ์................................................... รวมเวลาที่ครอบครอง..................................ปี โอน/สละสิทธิ รับสิทธิจาก...................................................................................................................... เมื่อวันที่..................เดือน..............................พ.ศ. ....................... รวมเวลาที่ครอบครอง........................................ปี อื่นๆ โปรดระบุ......................................................................................................................................... เมื่อวันที่..................เดือน..............................พ.ศ. ....................... รวมเวลาที่ครอบครอง........................................ปี แนวเขตที่ดินข้างเคียง ทิศเหนือจด........................................................................ประมาณ........................................เมตร ทิศใต้จด.............................................................................ประมาณ........................................เมตร ทิศตะวันออกจด.................................................................ประมาณ........................................เมตร ทิศตะวันตกจด....................................................................ประมาณ........................................เมตร 4.2 ที่ดินสำหรับ...............................................................................จำนวน.....................................................ไร่ ที่ดินตั้งอยู่เขต/ผังที่..................................หมู่ที่...................ตำบล.................................อำเภอ................................... ได้มาโดย ครอบครองมาตั้งแต่ พ.ศ. ..........................รวม....................ปี ตกทอดมาจาก.......................................................................................................................................... เมื่อวันที่.................เดือน.............................พ.ศ. .................... ซึ่งมีความเกี่ยวพันธ์................................................... รวมเวลาที่ครอบครอง..................................ปี โอน/สละสิทธิ รับสิทธิ จาก...................................................................................................................... เมื่อวันที่..................เดือน..............................พ.ศ. ....................... รวมเวลาที่ครอบครอง........................................ปี อื่นๆ โปรดระบุ......................................................................................................................................... เมื่อวันที่..................เดือน..............................พ.ศ. ....................... รวมเวลาที่ครอบครอง........................................ปี แนวเขตที่ดินข้างเคียง ทิศเหนือจด.............................................................................ประมาณ........................................เมตร ทิศใต้จด..................................................................................ประมาณ........................................เมตร ทิศตะวันออกจด......................................................................ประมาณ........................................เมตร ทิศตะวันตกจด........................................................................ประมาณ........................................เมตร
18 - 3 - 5. ข้าพเจ้าขอรับรองว่า 5.1 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ทางราชการกำหนด และเมื่อเป็นสมาชิกนิคมแล้ว ข้าพเจ้ายินดีปฏิบัติ ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่ง ซึ่งทางราชการได้วางไว้ทุกประการ ข้าพเจ้าจะตั้งใจประกอบอาชีพ ด้วยความขยันขันแข็ง ประพฤติตัวเป็นพลเมืองดีและถ้าหากปรากฏในภายหลังว่า ข้าพเจ้าบกพร่องในคุณสมบัติ ที่จะเป็นสมาชิกนิคมแล้ว ข้าพเจ้ายินยอมให้ทางราชการเพิกถอนสิทธิในที่ดินนี้ทันที 5.2 ที่ดินที่ข้าพเจ้ายื่นขอสมัครเป็นสมาชิกนิคมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นที่ดินที่มีการแย่งสิทธิการครอบครอง หรือเป็นที่ดินที่มีหรือที่อยู่ระหว่างมีการพิพาทกับราษฎรอื่น 5.3 ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ข้อความที่ปรากฏในใบสมัครเป็นสมาชิกนิคมนี้ เป็นความจริงทุกประการ จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ (ลงชื่อ)...............................................ผู้สมัคร (ลงชื่อ)...............................................พยาน (........................................................) (........................................................) (ลงชื่อ)...............................................ผู้เขียน (ลงชื่อ)...............................................พยาน (........................................................) (........................................................) สำหรับเจ้าหน้าที่ ส่วนที่ 3 การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ 1. การตรวจสอบแปลงที่ดิน 1.1 ข้อมูลแปลงที่ดิน ตรวจสอบจากเอกสาร รายการคำนวณรังวัดที่ดิน กระดาษแผ่นบาง จำลองรูปแปลงที่ดินและระวางแผนที่ รายละเอียด ดังนี้ (1) ที่ดินแปลงที่......................ระวางที่.......................ที่ตั้งที่ดิน หมู่ที่.............ตำบล............................ อำเภอ........................................จังหวัด...........................................เนื้อที่ตามรูปที่ดิน............................................ไร่ ผู้ครอบครอง.........................................ผู้ทำการสำรวจรังวัด...............................รังวัดเมื่อวันที่.................................. อาณาเขตข้างเคียงแปลงที่ดิน ทิศเหนือ จด…………………………………………………………………… ทิศใต้ จด………………………………………………………………………… ทิศตะวันออก จด…………………………………………………………….. ทิศตะวันตก จด………………………………………………………………. 1.2 ข้อมูลแปลงที่ดิน ตรวจสอบจากเอกสาร รายการคำนวณรังวัดที่ดิน กระดาษแผ่นบาง จำลองรูปแปลงที่ดินและระวางแผนที่ รายละเอียด ดังนี้ (1) ที่ดินแปลงที่......................ระวางที่.......................ที่ตั้งที่ดิน หมู่ที่.............ตำบล............................ อำเภอ........................................จังหวัด...........................................เนื้อที่ตามรูปที่ดิน............................................ไร่ ผู้ครอบครอง.........................................ผู้ทำการสำรวจรังวัด...............................รังวัดเมื่อวันที่..................................
19 - 4 - อาณาเขตข้างเคียงแปลงที่ดิน ทิศเหนือ จด…………………………………………………………………… ทิศใต้ จด………………………………………………………………………… ทิศตะวันออก จด…………………………………………………………….. ทิศตะวันตก จด………………………………………………………………. 2. การตรวจสอบของงานทะเบียน (1) สมัครเป็นสมาชิกนิคมซ้ำหรือไม่................ (2) ที่ดินมีเกินกว่า 50 ไร่ หรือไม่................ (3) เป็นที่ดินสงวนหวงห้ามของทางราชการหรือไม่................ (4) ที่ดินมีการซื้อขายมาหรือไม่................ (5) เป็นที่ดินที่ทับซ้อนกับที่ดินข้างเคียงหรือไม่................ (6) เป็นที่ดินที่มีเส้นทางเข้า -ออก หรือได้รับอนุญาตจากแปลงข้างเคียงให้ใช้เป็นเส้นทางเข้า -ออกหรือไม่................ ลงชื่อ...........................................................เจ้าหน้าที่ทะเบียนนิคม ( ) บันทึกเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเอง เสนอ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง 1. คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคมได้พิจารณาคัดเลือกให้................................. เป็นสมาชิกนิคม เมื่อวันที่................................เดือน..................................พ.ศ. ...................................... 2. อธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายได้อนุญาตให้............................................. เข้าทำประโยชน์ในที่ดินได้ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ตามหนังสือ ที่........................................ลงวันที่.........................เดือน....................................พ.ศ. ............................ 3. ได้ลงสมุดทะเบียนสมาชิกเล่มที่............................หน้า..................แล้ว 4. สมาชิกนิคมรายนี้ได้ยื่นคำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) ตามทะเบียนรับคำร้อง (น.ค.2) เลขที่..............................................วันที่.........................เดือน...........................................พ.ศ. ................................. (ลงชื่อ)......................................................... ( ) (ตำแหน่ง)..................................................... ...................../................../.................
20 - 5 - คำสั่งผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... (ลงชื่อ)........................................................... (.........................................................) (ตำแหน่ง)...................................................... ..................../.................../................. (ฉีกท่อนล่างให้ราษฎรผู้ยื่นใบสมัคร) ______________________________________________________________________________________________________________ ใบรับใบสมัครสมาชิกนิคม (ไม่ใช่บัตรประจำตัวสมาชิกนิคม) ได้รับใบสมัครเป็นสมาชิกนิคมนี้ ของ....................................................................................... ตามทะเบียนรับปี พ.ศ. ..................เลขที่รับ.........................ลงวันที่...........เดือน........................พ.ศ. ...................... (ลงชื่อ)........................................................... (.........................................................) (ตำแหน่ง)...................................................... ..................../.................../................. หมายเหตุ - เก็บรักษาไว้อย่าให้หาย และนำติดตัวมาติดต่อเรื่องนี้กับทางนิคม - จะเป็นสมาชิกนิคมเมื่อได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ
21 ใบแจ้งบัญชีทายาทของผู้สมัครสมาชิกนิคม (เจ้ามรดก) นิคมสร้างตนเอง...........................................จังหวัด.................................................. สมาชิกนิคม ผู้เป็นมรดก ชื่อ..............................นามสกุล................................เลขบัตรประจำตัว............................... เลขที่มรณบัตร............................................ประกอบคำร้องเพื่อออกหลักฐานขอสมัครสมาชิกนิคม เจ้ามรดก คู่สมรสเจ้ามรดก ชื่อ..............................นามสกุล............................... สภาพ : (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ................................. ชื่อ..............................นามสกุล............................... สภาพ : (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ................................. บุตร ของเจ้ามรดกกับคู่สมรส จำนวน.................คน ประกอบด้วย 1. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 2. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 3. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 4. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 5. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 6. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 7. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 8. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 9. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 10. ชื่อ............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... บิดาเจ้ามรดก มารดาเจ้ามรดก ชื่อ..............................นามสกุล............................... สภาพ : (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ............................ ชื่อ..............................นามสกุล............................... สภาพ : (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ............................ พี่น้องร่วมบิดามารดาของเจ้ามรดก จำนวน.................คน ประกอบด้วย บิดา มารดา และพี่น้อง ร่วมบิดามารดาของเจ้ามรดก
22 ข้าพเจ้า......................................................................ผู้ขอรับสิทธิ์ในที่ดินแทนเจ้ามรดกขอรับรองว่าบัญชี ทายาทของเจ้ามรดกดังรายละเอียดข้างต้น ซึ่งประกอบด้วย คู่สมรสของเจ้ามรดก บุตรของเจ้ามรดกกับคู่สมรส บิดา มารดา ของเจ้ามรดก และพี่น้องร่วมบิดามารดาของเจ้ามรดก จำนวนทั้งหมด...................คน เป็นความจริง ทุกประการ หากปรากฏภายหลังว่าการแจ้งบัญชีทายาทดังกล่าวผิดพลาดคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับความเป็นจริง ถือ ว่าข้าพเจ้าแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จต่อทางราชการ ข้าพเจ้ายินยอมให้ทางราชการแก้ไขหรือยกเลิกเพิกถอนสิทธิใน ที่ดินได้ทุกประการ และไม่เรียกร้องสิทธิใดๆ ทั้งสิ้น จึงลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานสำคัญ ลงชื่อ.............................................................ผู้ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม (...........................................................) ลงวันที่........../....................../............... ลงชื่อ.............................................................ผู้ปกครองท้องที่ (ผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน/พยาน) (...........................................................) ลงวันที่........../....................../............... ลงชื่อ.............................................................พยาน/เจ้าหน้าที่ (...........................................................) ลงวันที่........../....................../............... 1. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 2. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 3. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 4. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 5. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 6. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 7. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 8. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 9. ชื่อ..............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ...................... 10. ชื่อ............................นามสกุล...................................อายุ...........ปี สภาพ (มีชีวิต/เสียชีวิต) ระบุ......................
23 แบบ ส.อ.3 ปรับปรุง 2565 บันทึกการสอบคุณสมบัติบุคคลผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคม ประกอบการพิจารณาตามมาตรา 22 นิคมสร้างตนเอง................. กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ที่ว่าการอำเภอ.............................จังหวัด............................. วันที่.................เดือน...........................พ.ศ. ........................ ข้าพเจ้า.................................................................................ตำแหน่ง........................................................ ขอเสนอผลการสอบสวนคุณสมบัติของ นาย/นาง/นางสาว......................................นามสกุล.................................... ผู้ขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม....................................................จังหวัด................................................... 1. คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร นาย/นาง/นางสาว........................................นามสกุล..............................................หมายเลขประจำตัวประชาชน - - - - เกิดวันที่........เดือน...................พ.ศ. ........... อายุ..................ปี สัญชาติ..........................ศาสนา.............................จบการศึกษา................................................... มีความประพฤติ (ตามคุณสมบัติ มาตรา 22(3))......................สถานภาพปัจจุบัน(โสด/สมรส/หย่าร้าง) ระบุ............ ภรรย/สามี ชื่อ................................นามสกุล..................................ปัจจุบันนี้ (โสด/สมรส/หย่าร้าง) ระบุ............... จำนวนคนในครอบครัว........................คน ประกอบด้วย ลำดับ ชื่อ-สกุล อายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ เกี่ยวข้อง เป็นอะไร สถานะทาง ครอบครัว หมายเหตุ *หมายเหตุ รายชื่อเพิ่มเติมตามเอกสารแนบท้าย สถานะของผู้สมัครในครอบครัว เจ้าบ้าน หัวหน้าครอบครัว ผู้อาศัย อื่นๆ ระบุ.................................... 2. ภูมิลำเนาและที่อยู่ปัจจุบัน ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่.................หมู่ที่.....................ซอย.............................................ถนน.......................................... ตำบล.....................................อำเภอ...................................................จังหวัด............................................................. ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ตำบล...................................อำเภอ.............................................จังหวัด........................................
24 3. การอาชีพ ปัจจุบันประกอบอาชีพหลัก..................................................สถานที่ทำงานอยู่ที่........................................................ ถนน................................ตำบล.....................................อำเภอ....................................จังหวด.................................... มีรายได้จากการประกอบอาชีพหลัก เดือนละประมาณ..........................บาท หรือปีละประมาณ........................บาท ถ้าปรากฏว่าผู้สมัครมีอาชีพอย่างอื่นๆ อีกให้ระบุด้วยว่ามีอาชีพอะไรและรายได้เท่าใด อาชีพ..............................รายได้ เดือนละประมาณ.............................บาท หรือปีละประมาณ............................บาท รวมรายได้ของผู้สมัครเดือนละประมาณ..............................บาท หรือปีละประมาณ...........................................บาท 4. ความประพฤติ เคยต้องโทษคดีอาญาหรือไม่....................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... 5. สุขภาพ (1) สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้หรือไม่...................................................................................................... (2) เป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือไม่....................................................................................... 6. หลักทรัพย์และทรัพย์สิน หลักทรัพย์และทรัพย์สินที่ผู้ขอสมัครเป็นสมาชิก มีอยู่ในปัจจุบัน (1) การถือครองที่ดิน (มีที่ดินเป็นของตนเอง/ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง) ระบุ................................................... กรณีมีที่ดินเป็นของตนเอง มีทั้งหมด...................แปลง ได้แก่ แปลงที่ เนื้อที่ ที่ตั้งแปลงที่ดิน หมู่ที่/ ตำบล/อำเภอ/จังหวัด การทำประโยชน์ ในที่ดิน ประเภทเอกสาร ไร่ งาน วา สิทธิในที่ดิน รวมที่ดินที่มีการครอบครองทั้งหมด..................แปลง รวมประมาณ................ไร่..................งาน...............วา มูลค่าประมาณ.....................................บาท (2) บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง....................................หลัง มูลค่าประมาณ...............................บาท (3) ที่ดินของรัฐที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์จากทางราชการ มูลค่าประมาณ...............................บาท (4) ทรัพย์สินอื่นๆ ............................................................. มูลค่าประมาณ...............................บาท หลักทรัพย์และทรัพย์สินรวมทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าประมาณ...............................บาท หมายเหตุ : ที่ดิน ตาม (1) ต้องมิใช่ที่ดินที่จะขอรับการจัดสรรจากนิคมสร้างตนเอง
25 7. คำรับรองของผู้สมัคร ข้าพเจ้า.........................................................ผู้สมัคร ขอรับรองว่าข้อความที่ให้ไว้ในบันทึกการสอบสวนนี้ ถูกต้องกับความเป็นจริง หากเป็นข้อความอันเป็นเท็จข้าพเจ้าขอยอมรับผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และยินยอม ที่จะปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการที่ได้วางไว้แล้ว และจะได้กำหนดขึ้นในภายหน้าทุกประการ ทั้งยินดีให้ความร่วมมือแก่ทางราชการในกิจการทั้งปวงอันนำมาซึ่งความเจริญของนิคมสร้างตนเองและท้องถิ่น ส่วนรวมเพื่อเป็นหลักฐานในคำร้องดังกล่าวข้างต้น จึงได้ให้ผู้สมัครลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ (ลงชื่อ) ..............................................ผู้ให้ถ้อยคำ (ลงชื่อ) ..............................................ผู้สอบสวน ( ) ( ) (ลงชื่อ) ..............................................พยาน (ลงชื่อ) ..............................................ผู้จด/บันทึก/พยาน ( ) ( )
บัญชีรายชื่อราษฎรที่เสนอคณะกรรมการพิจา นิคมสร้างตนเอง..................................................... ประชุมครั้งที่..................................เมื่อวันที่............ จำนวน...........................ราย ที่ดิน.......................... อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามหนังสือที่ พ ที่ ชื่อ - สกุล เลข ประจำตัว ประชาชน อายุ (ปี) ภูมิลำเนาเดิม สถานะ ครอบ ครัว รายละ บ้านเลขที่ หมู่ ตำบล อำเภอ ระวางแผนที่ ระวาง ที่ หมายเลข แปลง แผ่น ที่
26 ารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม ......จังหวัด......................................................... ........เดือน........................พ.ศ. ......................... ..แปลง รวมเนื้อที่...........................................ไร่ พม.................................ลงวันที่.......................... ะเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งที่ดิน อาชีพ รายได้/ ปี (บาท) จำนวน สมาชิกใน ครอบครัว การได้มาที่ดิน หมาย เนื้อที่ เขต/ เหตุ ผัง หมู่ ที่ ตำบล อำเภอ ราษฎร เดิม จัดสรร แปลง ที่ ไร่-งาน-วา แบบฟอร์มบัญชีรายชื่อตามประเภทราษฎร ประเภทราษฎรครอบครองเดิมและผังจัดสรร
บัญชีรายชื่อราษฎรที่เสนอคณะกรรมการพิจา นิคมสร้างตนเอง..................................................... ประชุมครั้งที่...............................เมื่อวันที่............... จำนวน...........................ราย ที่ดิน.......................... ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล เลขบัตร ประจำตัว ประชาชน รายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับสิทธิ รายละเอียด สมาชิก นิคม ว/ด/ป ได้รับ อนุญาต ว/ด/ป ทายาท ในฐานะ เนื้อที่ (ไร่-งาน-วา) ร
27 ารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม ......จังหวัด......................................................... .....เดือน........................พ.ศ. ............................ ....แปลง รวมเนื้อที่.........................................ไร่ ดเกี่ยวกับที่ตั้งตำแหน่งที่ดิน รายละเอียดเกี่ยวกับสมาชิกนิคมที่ถึงแก่กรรม หมาย เหตุ ระวาง ที่ หมาย เลข แผ่น ที่ แปลง ที่ ชื่อ-สกุล เลขบัตร ประจำตัว ประชาชน เกี่ยวข้อง ในฐานะ สมาชิก นิคม ว/ด/ป แบบฟอร์มบัญชีรายชื่อตามประเภทราษฎร ประเภทรับสิทธิแทน
28 บันทึกข้อความ ส่วนราชการ ที่ทำการนิคมสร้างตนเอง จังหวัด โทร. 0X XXX XXXX ที่ พม / วันที่ เรื่อง เชิญประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม เรียน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด...................(ประธานคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก ราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม) 1. เรื่องเดิม ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง.........................จังหวัด.............................. พ.ศ. ......................กำหนดพื้นที่ในท้องที่อำเภอ..............จังหวัด........................เนื้อที่ประมาณ..................ไร่ เป็นที่ดินของรัฐให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการจัดสรรที่ดินให้กับราษฎรตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 คณะกรรมการ พิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม ได้มีการประชุมพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม .................จังหวัด....................จำนวน.....................ครั้ง และได้อนุมัติให้ราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม จำนวน .................ครอบครัว 2. ข้อเท็จจริง 2.1 นิคมสร้างตนเอง.......................จังหวัด..............................ได้รับคำร้องจากราษฎรที่ อาศัยและครอบครองที่ดินอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเอง................................มีความประสงค์ขอสมัครเป็น สมาชิกนิคม จำนวน..................ครอบครัว ได้ตรวจสอบและสอบสวนคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกนิคม ตามความนัยมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 มี.....ประเภท (1) ประเภทราษฎรครอบครองอยู่เดิม จำนวน...........ครอบครัว ที่ดิน..........แปลง (2) ประเภทราษฎรรับสิทธิแทน จำนวน...............ครอบครัว ที่ดิน................แปลง 2.2 ที่ตั้งตำแหน่งที่ดินของราษฎรที่นำมาสมัครเป็นสมาชิกนิคม อยู่ในเขต นิคมสร้างตนเอง........................ ตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง........................ ลงวันที่..............เดือน..............................พ.ศ. ......................และไม่อยู่ในพื้นที่สงวนหวงห้าม ของทางราชการหรือที่สาธารณประโยชน์ที่ราษฎรใช้ร่วมกัน 3. ข้อกฎหมาย 3.1 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีคำสั่งที่ 72/2546 สั่ง ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2546 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็น สมาชิกนิคม และให้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511
29 (1) คัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 22 เข้าเป็นสมาชิกนิคม (2) จัดสมาชิกนิคมเพื่อให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแต่ละแปลงตามแผนผังที่อธิบดีกำหนด (3) ส่งเสริมการเกษตรและกิจกรรมอื่นเพื่อพัฒนาการสังคมและเศรษฐกิจ ของนิคมสร้างตนเอง 5. ข้อเสนอและพิจารณา นิคนสร้างตนเอง................................จังหวัด..........................พิจารณาแล้วเห็นควร จัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม เพื่อคัดเลือกราษฎรที่ยื่นคำร้องสมัคร เป็นสมาชิกนิคม............................จำนวน...................ราย ตามข้อ 2.1 ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 22 เข้าเป็นสมาชิกนิคม................................จังหวัด.................................และจัดให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินต่อไป ในการนี้ขอให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด................... ประธานกรรมการฯ ได้โปรดกำหนด วัน เวลา นัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็น สมาชิกนิคม ณ ห้องประชุมที่ทำการนิคมสร้างตนเอง...........................อำเภอ...........................เพื่อพิจารณาคัดเลือก ราษฎรเข้าเป็นสมาชิกสร้างตนเองต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและโปรดลงนามในหนังสือแจ้งคณะกรรมการฯ เพื่อเชิญประชุมต่อไป (................................................) ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง........................ จังหวัด..........................
30 ที่ พม.................................... ที่ทำการนิคมสร้างตนเอง.............................. .......................................................................... …………………………………………… เรื่อง ขอเชิญประชุม เรียน แจ้งท้าย สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. สำเนาคำสั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน.............ฉบับ 2. บัญชีรายชื่อราษฎรเสนอคณะกรรมการฯ จำนวน.............ฉบับ 3. ระเบียบวาระการประชุม จำนวน.............ฉบับ ด้วยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด..............................ได้รับรายงาน จากนิคมสร้างตนเอง............................จังหวัด.................................ได้ตรวจสอบคุณสมบัติราษฎรที่ยื่นคำร้องขอ สมัครเป็นสมาชิกนิคม..............................จังหวัด................................จำนวน......................ราย ที่มีคุณสมบัติ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อนำเสนอ คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด..........................จึงขอเชิญท่านหรือ ผู้แทนเป็นคณะกรรมการฯ คณะนี้ ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม.................... จังหวัด.....................ในวันที่................เดือน..........................พ.ศ......................เวลา............. ..............น. ณ ห้องประชุมที่ทำการนิคมสร้างตนเอง..........................อำเภอ............................ จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอแสดงความนับถือ (.................................................) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด............. ฝ่ายบริหาร นิคมสร้างตนเอง............................ โทร/โทรสาร..................................................
31 ระเบียบวาระการประชุม คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม ประชุมครั้งที่.................................... วันที่......................เดือน....................................พ.ศ. .......................... ณ ห้องประชุมนิคมสร้างตนเอง...........................อำเภอ..............................จังหวัด............................... ....................................................................... ระเบียบวาระที่ 1 เรื่อง ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ระเบียบวาระที่ 2 เรื่อง .......................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ระเบียบวาระที่ 3 เรื่อง .......................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ระเบียบวาระที่ 4 เรื่อง เสนอคณะกรรมการพิจารณา เรื่องที่ 4.1 - พิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม เรื่องที่ 4.2 - พิจารณาคัดเลือกราษฎรบรรจุแทนสมาชิกฯ ที่ถึงแก่กรรม ระเบียบวาระที่ 5 เรื่อง อื่น ๆ
32 บันทึกคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกสร้างตนเอง นิคมสร้างตนเอง............................จังหวัด................................ .................................................................................................... ตามที่คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคมประชุมครั้งที่...........เมื่อวันที่ ..................................ได้พิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นนิคมสร้างตนเอง.......................................จังหวัด .................................ซึ่งได้มีการเสนอรายชื่อพร้อมหลักฐานเอกสารการสอบสวนคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้อง ขอสมาชิกนิคม ต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้ จำนวน.........................ราย คณะกรรมการฯ ผู้มีรายนาม ท้ายบันทึกนี้ ได้มีคำสั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ 72/2546 สั่ง ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2546 โดยได้รับการแต่งตั้ง ตามความนัยมาตรา 21 เพื่อพิจารณาคุณสมบัติราษฎรที่สมัคร เป็นสมาชิกนิคม ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511และที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ได้อนุมัติให้ราษฎรผู้ยื่นสมัครเป็นสมาชิกนิคม....................จังหวัด..................ในครั้งนี้ จำนวน.....................ราย โดยมีรายละเอียดตามบัญชีรายชื่อที่แนบท้ายนี้.- (1) ผู้ยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม ได้รับการจัดที่ดินในพื้นที่หมู่บ้านราษฎรเดิม ตามมาตรา 21 จำนวน....................ราย ที่ดิน........................แปลง เนื้อที่........................................ไร่ (2) ผู้ยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม ได้รับการจัดที่ดินแทนสมาชิกฯ ที่ถึงแก่กรรม ตามมาตรา 30 จำนวน....................ราย ที่ดิน........................แปลง เนื้อที่........................................ไร่ (3) ผู้ยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม ได้รับการจัดที่ดินแทนสมาชิกฯ ที่ถึงแก่กรรม ตามมาตรา 32 จำนวน....................ราย ที่ดิน........................แปลง เนื้อที่........................................ไร่ อนึ่ง อาศัยอำนาจตามความนัยมาตรา 21, 30 และ 32 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาดำเนินการคัดเลือกอนุมัติให้ราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม ................................(1), (2) และ (3) ทั้งนี้ให้ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 เพื่อพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินต่อไป จึงพร้อมกันได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานสำคัญ (ลงชื่อ)..................................................ประธานกรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................)
33 (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการและเลขานุการ (..................................................) ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง...........................จังหวัด......................... ลงวันที่................เดือน............................พ.ศ. ......................
34 2.4 การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) ขั้นตอนการออกหนังสืออนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) 1. เมื่อดำเนินการว่าสมาชิกนิคมรายใดได้รับจัดที่ดิน ผัง แปลง เนื้อที่เท่าใด ให้ผู้ปกครองนิคม รวบรวมรายชื่อสมาชิกนิคม เพื่อเสนอให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พิจารณาอนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ตามกำลังแห่งครอบครัว ครอบครัวละไม่เกิน 50 ไร่ ตามมาตรา 8 โดยให้นิคมรวบรวมเอกสารต่างๆ ดังนี้ - บันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม พร้อมบันทึกลงนามการมาประชุมของคณะกรรมการฯ - ระวางแผนที่ที่มีการจัดแบ่งที่ดินให้แก่สมาชิกนิคมในคราวเดียวกัน - หนังสือนำส่ง พร้อมยืนยันความถูกต้องของสมาชิกนิคม เพื่อกรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน 2. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ผู้ปกครองนิคมดำเนินการประกาศแสดงเขตผังการจัดแบ่งที่ดิน พร้อมด้วยรายชื่อสมาชิกนิคมว่าผู้ใดได้ที่ดินผังแปลงใด เนื้อที่เท่าใด แล้วทำประกาศติดไว้ ณ ที่ทำการนิคม สร้างตนเอง พร้อมกับมีหนังสือแจ้งให้สมาชิกนิคมมารับมอบที่ดิน อย่างน้อยภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับ หนังสือแจ้งของผู้ปกครองนิคม ตามมาตรา 23 3. ให้นิคมดำเนินการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) พร้อมกับมีหนังสือ แจ้งสมาชิกนิคมให้อพยพครอบครัวเข้าอยู่ประจำที่ทำกินในที่ดินที่ได้รับมอบหมายภายใน 60 วันนับแต่วันที่ ได้รับมอบที่ดินเป็นต้นไป ตามมาตรา 24 4. ขั้นตอนการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ (น.ค.1) ตามมาตรา 24 วรรคสอง 1) เจ้าหน้าที่เขียน น.ค.1 ตามบัญชีรายชื่อที่ได้รับอนุญาต 2) เสนออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย ลงนามใน น.ค.1 3) มอบ น.ค.1 ให้กับสมาชิกนิคม 4) ชี้แจงให้สมาชิกนิคมทราบ และปฏิบัติตามมาตรา 11 และมาตรา 27 5) ลงทะเบียนในสมุดทะเบียน น.ค.1 ให้เรียบร้อย 6) ลงข้อมูลในสมุดทะเบียนรายละเอียดรับใบสมัครสมาชิกนิคม 5. เมื่อราษฎรได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการฯ ให้เป็นสมาชิกนิคม และเมื่อ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้อนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว ให้นิคมส่งสำเนา เอกสารรายงานกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดังนี้ - บัญชีรายชื่อสมาชิกนิคม - บันทึกการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม - หนังสือที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้อนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อย่างละ 1 ชุด เพื่อเป็นข้อมูลในการออก น.ค.3 และการเปลี่ยนแปลงสิทธิต่อไป 2.5 การตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน ให้นิคมสร้างตนเองตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน เมื่อสมาชิกนิคมได้รับอนุญาตเข้าทำประโยชน์ ในที่ดินภายในปีแรก นับจากวันที่ได้รับอนุญาต ว่าภายในปีแรกต้องทำประโยชน์ให้ได้อย่างน้อย 1 ใน 10 ส่วน ของที่ดินที่ได้รับมอบ ถ้าทำประโยชน์ไม่ได้ตามส่วนของเนื้อที่ดินดังกล่าว เมื่อพิจารณาถึงความตั้งใจ ความขยัน ขันแข็งในการประกอบอาชีพแล้ว ไม่มีลู่ทางที่จะทำได้สำเร็จต่อไป นิคม ต้องสั่งระงับการเข้าทำประโยชน์ใน ที่ดินและรายงานผลให้อธิบดีทราบและพิจารณาสั่งการว่าสมควรประกาศเพิกถอนสิทธิการเป็นสมาชิกนิคม และยกเลิกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) ต่อไป (ระบบอิเล็กทรอนิคในการแจ้งเตือน เมื่อครบปีแรก)
35 ให้นิคมสร้างตนเองตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน เมื่อสมาชิกนิคมได้รับอนุญาตและเข้าทำ ประโยชน์ที่ดินครบ 4 ปี แล้วยังทำประโยชน์ไม่ได้เต็มเนื้อที่ นิคม ต้องรายงานการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินให้ อธิบดีทราบและพิจารณาสั่งการให้ได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์เฉพาะส่วนที่ดินที่ได้ทำประโยชน์แล้ว เท่านั้น เว้นแต่อธิบดีจะผ่อนผันให้ขยายระยะเวลาทำประโยชน์ต่อไปอีกคราวละ 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี (ถ้ามี ต้องสร้างแบบฟอร์ม) แบบฟอร์มที่ใช้ประกอบ 1) บันทึกคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม 2) อนุญาตให้สมาชิกนิคม เข้าทำประโยชน์ 3) หนังสือแจ้งให้สมาชิกนิคมมารับมอบที่ดิน 4) หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1)
36 บันทึกคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกสร้างตนเอง นิคมสร้างตนเอง............................จังหวัด................................ .................................................................................................... ตามที่คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคมประชุมครั้งที่...........เมื่อวันที่ ..................................ได้พิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นนิคมสร้างตนเอง.......................................จังหวัด .................................ซึ่งได้มีการเสนอรายชื่อพร้อมหลักฐานเอกสารการสอบสวนคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องขอ สมาชิกนิคม ต่อที่ประชุมคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้ จำนวน.........................ราย คณะกรรมการฯ ผู้มีรายนาม ท้ายบันทึกนี้ ได้มีคำสั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ 72/2546 สั่ง ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2546 โดยได้รับการแต่งตั้ง ตามความนัยมาตรา 21 เพื่อพิจารณาคุณสมบัติราษฎรที่สมัคร เป็นสมาชิกนิคม ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511และที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม ได้อนุมัติให้ราษฎรผู้ยื่นสมัครเป็นสมาชิกนิคม....................จังหวัด..................ในครั้งนี้ จำนวน.....................ราย โดยมีรายละเอียดตามบัญชีรายชื่อที่แนบท้ายนี้.- (1) ผู้ยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม ได้รับการจัดที่ดินในพื้นที่หมู่บ้านราษฎรเดิม ตามมาตรา 21 จำนวน....................ราย ที่ดิน........................แปลง เนื้อที่........................................ไร่ (2) ผู้ยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม ได้รับการจัดที่ดินแทนสมาชิกฯ ที่ถึงแก่กรรม ตามมาตรา 30 จำนวน....................ราย ที่ดิน........................แปลง เนื้อที่........................................ไร่ (3) ผู้ยื่นคำร้องขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม ได้รับการจัดที่ดินแทนสมาชิกฯ ที่ถึงแก่กรรม ตามมาตรา 32 จำนวน....................ราย ที่ดิน........................แปลง เนื้อที่........................................ไร่ อนึ่ง อาศัยอำนาจตามความนัยมาตรา 21, 30 และ 32 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาดำเนินการคัดเลือกอนุมัติให้ราษฎรเข้าเป็น สมาชิกนิคม ................................(1), (2) และ (3) ทั้งนี้ให้ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 เพื่อพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินต่อไป จึงพร้อมกันได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานสำคัญ (ลงชื่อ)..................................................ประธานกรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................)
37 (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการ (..................................................) (ลงชื่อ)...................................................กรรมการและเลขานุการ (..................................................) ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง...........................จังหวัด......................... ลงวันที่................เดือน............................พ.ศ. ......................
38 บันทึกข้อความ ส่วนราชการ ที่ทำการนิคมสร้างตนเอง...........................จังหวัด..........................โทร. ……………………. ที่ พม / วันที่ เรื่อง ขออนุญาตให้สมาชิกนิคม........................จังหวัด.........................เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัด............................................. 1. เรื่องเดิม 1.1 ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมพัฒนาสังคมและ สวัสดิการ ได้จัดตั้งนิคมสร้างตนเองเพื่อจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎรภายในเขตพื้นที่ตามแผนที่แนบท้ายพระ ราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง............................จังหวัด............................ ...ในท้องที่อำเภอ ...............................จังหวัด.....................................ทั้งนี้ อาศัยตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติมในการดำเนินการ (เอกสารหมายเลข 1,2) 1.2 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีคำสั่งที่............................... ลงวันที่...............................แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม มีหน้าที่ ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกราษฎรที่มีคุณสมบัติ ตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้า เป็นสมาชิกนิคม (เอกสารหมายเลข 3) 1.3 นิคมสร้างตนเอง.................................จังหวัด...........................ได้รับคำร้องจาก ราษฎรขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคม จำนวน...............ครอบครัว ที่ดิน..................แปลง เนื้อที่ ............................ไร่ ตามบัญชีรายชื่อราษฎรที่เสนอคณะกรรมการพิจารณา คัดเลื่อราษฎรเข้าเป็นสมาชิก นิคม...............................จังหวัด.................................(เอกสารหมายเลข 4) 2. ข้อเท็จจริง คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม จัดประชุมครั้งที่.................. เมื่อวันที่................................ณ ห้องประชุมนิคมสร้างตนเอง.......................... ..จังหวัด............................. พิจารณาราษฎรที่มีความประสงค์ขอสมัครเป็นสมาชิกนิคม จำนวน............ครอบครัว โดยพิจารณา คุณสมบัติตามมาตรา 22 พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและแปลง ที่ดินซึ่งได้รับการรังวัดผังแปลงที่ดินแต่ละครอบครัวแล้ว จำนวน.....................แปลง เนื้อที่ .............................ไร่ ซึ่งคณะกรรมการมีมติอนุมัติให้ราษฎรที่ผ่านคุณสมบัติจำนวน...............ครอบครัว ที่ดิน..................แปลง เนื้อที่............................ไร่ ตามบัญชีรายชื่อราษฎรที่คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก ราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคมเป็นสมาชิกนิคม...............................จังหวัด..........................ตามรายงานการ ประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกราษฎรเข้าเป็นสมาชิกนิคม (เอกสารหมายเลข 5 และ 6) 3. ข้อกฎหมาย...
39 3. ข้อกฎหมาย 3.1 ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไข เพิ่มเติมให้อธิบดีมีอำนาจให้สมาชิกนิคมเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคมตามกำลังแห่งครอบครัว ของสมาชิกนิคมนั้น แต่ไม่เกินครอบครัวละห้าสิบไร่ (เอกสารหมายเลข 7) 3.2 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีคำสั่งที่...............................ณ วันที่....................... ข้อ 11 มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีเกี่ยวกับการดำเนินการตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอนุญาตให้สมาชิกนิคม เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคม ตามกำลังแห่งครอบครัวของสมาชิกนั้น แต่ไม่เกินครอบครัวละห้าสิบไร่ (เอกสารหมายเลข 8) 4. ข้อเสนอและพิจารณา เพื่อให้การอนุญาตให้สมาชิกนิคมเข้าทำประโยชน์ในที่ดินของนิคม เป็นไปตาม ข้อกฎหมายตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 และคำสั่งกรมพัฒนา สังคมและสวัสดิการ นิคมสร้างตนเอง.................................จังหวัด...............................จึงขออนุญาตให้ สมาชิกนิคม จำนวน................ครอบครัว เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน................แปลง เนื้อที่............................ไร่ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาให้เป็นสมาชิกนิคมตามข้อเท็จจริง จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา (................................................) ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง........................ จังหวัด..........................
40 ตัวอย่างหนังสือแจ้งให้สมาชิกนิคมมารับมอบที่ดิน ที่ พม 0603.XX/XXXX ที่ทำการนิคมสร้างตนเอง........................ ตำบล................... อำเภอ....................... จังหวัด...................................... XXXXX …………………………………………… เรื่อง ขอให้ท่านมารับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) เรียน ................................................................................................ ด้วยคณะกรรมการฯ ได้คัดเลือกท่านเข้าเป็นสมาชิกนิคมสร้างตนเอง.................................................. จังหวัด..................................................................................และอธิบดีได้อนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว เมื่อวันที่..................เดือน............................พ.ศ. .......................จึงให้ท่านปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1. นำหลักฐานการสมัครเข้าเป็นสมาชิกนิคมไปแสดงด้วยตนเองเพื่อรับมอบที่ดิน ณ ที่ทำการ นิคมสร้างตนเอง.....................................ภายในวันที่..............................ถ้าท่านไม่ไปและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง อันสมควรเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองนิคมทราบ จะถือว่าท่านสละสิทธิ 2. เมื่อท่านได้ลงลายมือชื่อรับมอบที่ดินในทะเบียนของนิคม และได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ ในที่ดินแล้ว ท่านต้องอพยพครอบครัวเข้าอยู่ประจำหรือเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินนั้นภายในหกสิบวันนับตั้งแต่ วันรับมอบที่ดิน ถ้าท่านไม่อพยพครอบครัวเข้าอยู่ประจำหรือเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินภายในระยะเวลา ที่กำหนดนี้โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องอันสมควรเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองนิคมทราบ นิคมจะประกาศยกเลิก หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่ออกแล้วต่อไป จึงเรียนมาเพื่อดำเนินการ ขอแสดงความนับถือ (...............................................................) ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง.......................................... กลุ่ม..................................... โทร. XX XXX XXXX โทรสาร XX XXX XXXX
41 2.6 การออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) 1. วัตถุประสงค์ - เพื่อให้สมาชิกนิคม นำหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) หรือโฉนดที่ดิน ตามประมวล กฎหมายที่ดิน ได้กรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง และเป็นมรดกตกทอดไปสู่ลูกหลาน - เพื่อให้สมาชิกนิคม รักถิ่นฐานที่อยู่อาศัย - เพื่อให้สมาชิกนิคม มีหลักประกันที่มั่นคงในการถือครองที่ดิน 2. ขอบเขต ให้บริการการออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) จากคำร้องขอหนังสือแสดงการทำ ประโยชน์(น.ค.2) ให้แก่สมาชิกนิคม 3. การออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.3) 3.1 หลักเกณฑ์ในการออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) กรณีปกติ 1. การรับคำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) 1) สมาชิกนิคม กรอกรายละเอียดในคำร้องทั่วไป เพื่อขอออกหนังสือแสดงการทำ ประโยชน์ (น.ค.3) โดยแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสมุดประจำตัวสมาชิกนิคม (ถ้ามี) กรอกรายละเอียดลงในแบบฟอร์มคำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) และ(น.ค.1) ฉบับจริง เจ้าหน้าที่นิคมตรวจสอบคำร้อง ดำเนินการตรวจสอบการเป็นสมาชิกนิคม ว่าเป็นสมาชิกเกิน 5 ปี หรือไม่ ตรวจสอบความถูกต้องของรูปแปลงที่ดินในระวางแผนที่ตรวจสอบสินเชื่อและเงินช่วยทุนที่รัฐบาลได้ออกเป็น ค่าใช้จ่ายในการจัดผังแปลงที่ดิน ให้สมาชิกนิคมลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มคำร้องขอหนังสือแสดงการทำ ประโยชน์ (น.ค.2) 2) การยื่นคำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) ของสมาชิกนิคมที่ผ่านเกณฑ์ ตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องของเอกสารและลงรายละเอียดในแบบตรวจสอบการผ่านคณะกรรมการฯ และการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (แบบ ต.1) ว่าผ่านกรรมการฯ เมื่อวันที่ เดือน พ.ศ. ใด โดยการ ตรวจสอบข้อมูล ดังนี้ (1) รายละเอียดการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินทุกแปลง รวมแล้วไม่เกิน 50 ไร่ ตามมาตรา 8 (2) รายละเอียดแปลงที่ขอออก น.ค.3 ว่า ชื่อ - สกุล หมายเลขแปลงที่ดินที่ขอออก หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) จำนวนเนื้อที่ ตรงกับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินหรือไม่ หากไม่ตรงกันให้นิคม ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร (3) รายการคำนวณรังวัดที่ดิน ว่า ชื่อ - สกุล หมู่ที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด หมายเลข แปลงที่ดิน ระวาง ตรงกับระวางแผนที่ ถูกต้องหรือไม่ (4) เอกสารอื่นๆ ที่แนบเพิ่มเติม เช่น หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - สกุล ทะเบียนสมรส เป็นต้น 3) เมื่อตรวจสอบหลักฐานถูกต้องแล้ว สมาชิกนิคม ได้ชำระเงินช่วยทุนรัฐและหนี้สิน เกี่ยวกับกิจการนิคม (ถ้ามี) ครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าหน้าที่และผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลงลายมือชื่อในเอกสารคำร้องขอ หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) 2. คณะกรรมการตรวจสอบการทำประโยชน์ที่ดิน 1) นิคมสร้างตนเองทำหนังสือแจ้งสมาชิกนิคม ที่ขอออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) ไปร่วมตรวจสอบการทำประโยชน์ในแปลงที่ดินที่ขอออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) พร้อมแจ้งให้ สมาชิกนิคมสร้างตนเองประสานผู้ครอบครองที่ดิน/เจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงมาร่วมระวังแนวเขตที่ดิน
42 และให้นิคมสร้างตนเองทำหนังสือแจ้งผู้ใหญ่บ้าน/กำนัน ในท้องที่มาร่วมตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดินตาม แบบที่กำหนด ในกรณีที่ผู้ครอบครองที่ดิน/เจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงหรือกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านไม่อาจ มาร่วมในการระวังแนวเขตหรือตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดินตามวรรคหนึ่งได้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบ การทำประโยชน์ที่ดินดำเนินการบันทึกข้อเท็จจริงดังกล่าวตามแบบฟอร์มที่กำหนดและดำเนินการตรวจสอบการ ทำประโยชน์ในที่ดินต่อไปโดยเคร่งครัด 2) คณะกรรมการตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดินของสมาชิกนิคม ตรวจสอบการทำ ประโยชน์และจัดทำรายงานตามแบบฟอร์มที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายพร้อมลงนามในแบบฟอร์มบันทึก ความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบการทำประโยชน์ เพื่อใช้ประกอบในการออกหนังสือแสดงการทำ ประโยชน์(น.ค.3) 3. จัดทำหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) 1) เจ้าหน้าที่ทะเบียนนิคม รับชุดคำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) และแบบ ต.1 พร้อมทั้งเบิกหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) (ฉบับต้นฉบับและคู่ฉบับ) ตามจำนวนแปลงที่ดิน ที่ขอออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) จากหัวหน้างานทะเบียน 2) จำลองรูปแปลงที่ดินจากรายการคำนวณการรังวัดที่ดินหรือในระวางแผนที่ และเขียน รายละเอียดข้อมูลรูปแปลงที่ดินและข้างเคียง ตามเอกสารดังกล่าว ลงในหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) 3) เจ้าหน้าที่ทะเบียนนิคม บันทึกรายละเอียดชื่อ - สกุล แปลงที่ดินหมายเลขระวางและ เนื้อที่ลงในสมุดทะเบียนคุมหนังสือแสงการทำประโยชน์(น.ค.3) พร้อมทั้งประทับข้อความ “คุมหนังสืออนุญาต น.ค.3” พร้อมออกเลขที่ เล่มที่ โดยเรียงลำดับติดต่อกัน และประทับตรากรมฯ ลงในใบ น.ค.3 พร้อมทั้งให้ผู้ปกครอง นิคมสร้างตนเองและผู้ที่เกี่ยวข้องลงนามในหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) 4) กรอกรายละเอียดลงในแบบขออนุมัติออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) ให้แก่สมาชิกนิคม (แบบ ท.1) และบัญชีรายชื่อสมาชิกนิคมได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (แบบ ท.2) พร้อมทั้งให้ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองและผู้รับผิดชอบลงนามในแบบ ท.1 5) จัดทำแบบกำกับการปฏิบัติงานออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) ของ สมาชิกนิคม ลงในแบบ ท.3 4. กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษรับเอกสารหลักฐานจากนิคมสร้างตนเอง ตรวจสอบ ความถูกต้อง ความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารตามหนังสือขออนุมัติออก น.ค.3 1) กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษรับชุดคำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) พร้อมทั้งแบบ ท.1, 2 และ 3 ส่งกลุ่มพัฒนานิคมสร้างตนเอง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารชุดคำร้อง น.ค.2 พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของกลุ่มงานพัฒนานิคมสร้างตนเองลงนามใน ใบตรวจสอบเอกสารตามแบบ (ท.2) ประกอบด้วย หัวหน้ากลุ่มพัฒนานิคมสร้างตนเอง หัวหน้างานรังวัดและ แผนที่ หัวหน้างานหนังสือสำคัญและสินเชื่อและหัวหน้ากลุ่มพัฒนานิคมสร้างตนเอง ลงนามในแบบ ท.1 2) ตรวจสอบรูปแปลงที่ดิน ภาพถ่ายทางอากาศ และเทียบเอกสารรายการคำนวณรังวัด ที่ดินประกอบ หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) 3) กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เสนอให้อธิบดีพิจารณาเห็นชอบส่งข้อมูล ให้คณะทำงานตรวจสอบการออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) และขอใช้ที่ดินนิคมสร้างตนเอง ภายใต้ คำสั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ 64/2564 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2564 พิจารณา ตามอำนาจหน้าที่ของคณะทำงานดังกล่าวต่อไป
43 4) เมื่อคณะทำงานพิจารณาให้ความเห็นชอบการอออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ดำเนินการเสนอให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณา อนุมัติออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) 5. กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษส่งคำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) และ หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) (ต้นฉบับ) ให้นิคม แจ้งสมาชิกนิคม รับ น.ค.3 1) กองพัฒนาสังคมกลุ่มเป้าหมายพิเศษส่งชุดคำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) ให้นิคม และแจ้งสมาชิกนิคม มารับหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) (แบบ ท.7/1) 2) นิคม ตอบรับว่าได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) แล้ว และแจ้งสมาชิก นิคม มารับหนังสือแสดงการทำประโยชน์(น.ค.3) พร้อมรายงานให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการทราบ แบบฟอร์มที่ใช้ประกอบ กรณีปกติ 1) แบบ ท.1, ท.2, ท.3 และแบบ ท.7/1 2) แบบตรวจสอบการผ่านคณะกรรมการฯ (ต.1) 3) คำร้องขอหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.2) 4) บันทึกตรวจสอบการทำประโยชน์ในที่ดิน 5) บันทึกรับรองจากเจ้าของที่ดินข้างเคียง 6) หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) 7) หนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3)
บัญชีรายชื่อสมาชิกนิคมที่ขอออกหนังสือ นิคมสร้างตนเอง............................จังหวัด............................จำนวน...............ราย.... ตามหนังสือนิคมสร้างตนเอง............................ที่ พม 0318. ............./........ ลำดับ ที่ ชื่อ-สกุล สมาชิกนิคม หมายเลข บัตร ประจำตัว ประชาชน หนังสือแสดงการทำ ประโยชน์ (น.ค.3) ตำแ เลขที่ เล่ม ที่ ลำดับ ที่ หมายเลข แปลงที่ดิน ระว ระวา รวม รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ( ) ( ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเอง........................จังหวัด..................... หัวหน้าฝ่าย วันที่............./......................./............... วันที่............./............
44 อแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) .................แปลง เนื้อที่ดินทั้งหมด................ไร่..................งาน...............วา ............. ลงวันที่.................เดือน.........................พ.ศ. ................. แหน่งที่ดินในระวางแผนที่ เนื้อที่ประมาณ หมาย เหตุ วางรูปถ่ายฯ ระวาง U.T.M. แปลงจัดสรร ไร่-งาน-วา แปลง ครอบครอง ไร่-งาน-วา างที่ แผ่นที่ ระวางที่ หมายเลข ) ( ) ยบริหาร เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานทะเบียน ............/............... วันที่............./......................./............... แบบ ท.2