The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kittipa Porkrue, 2023-09-20 03:56:40

101205

101205

“Art - ศิลปะ” A man-made object to be experienced aesthetically. สุนทรียภาพแห่งประสบกาณ์การชื่นชมสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น The history of art (is) the historical analysis and interpretation of manmade objects to which we assign a more than utilitarian value. ประวัติศาสตร์ศิลปะ คือ การวิเคราะห์ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์และการแปลความหมายของ ผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งเราให้ความส าคัญมากกว่าคุณค่าด้านประโยชน์ใช้สอย Erwin Panofsky, 1955, Meaning in the Visual Arts (New York: Doubleday Anchor Books). “Art History - ประวัติศาสตร์ศิลปะ” 1


สวนหินที่ซูโจว ครึ่งแรกศตวรรษที่ 18 ซูฮั่นเฉิน, เด็กๆ เล่นกันที่บ้าน สมัยราชวงศ์ซ่ง ศิลปะอาจเป็นสิ่งที่มนุษย์เลือกสรรขึ้นจากธรรมชาติเพื่อชื่นชมความงามได้ในวัฒนธรรมจีน 2 สวนหินไท่หูที่ซูโจว กลางศตวรรษที่ 17


Sumerian (4000 BC) “Cuneiform” ศิลปะเปอร์เซีย 3


Ziggurat (white temple) at Uruk, 3500 - 3000 BC God Abu and his consorts, 2700 - 2500 BC 4 Chariot wheel, 2000 BC harp, 2500 BC


Hammurabi ’s code of laws (r. 1792 - 1760), 1780 BC Akkadian (2300 BC) Babylonia (1830 - 1531 BC) Victory Stele of Naram-Sin 2254 - 2218 BC Assyria (1000 BC) 5 Nergal 700 BC


Istar Gate, 577 BC Neo-Babylonis (612 BC) 6


Persepolis, 518 - 330 BC, Achaemenids Empire Apadana palace and the gate of all countries 7


Apadana palace 8 Hall of 100 columns


Darius and his retinues The hall of 100 columns and the hall of treasure 9 King Xerxes on the throne under Ahura-mazda


Gold cups with winged animals, 1000 BC Pottery cups with animals, 1500 BC 10


อารยธรรมฮารัปปา (ลุ่มแม่น้้าสินธุ) (3,300 - 1300 BC): เมืองโมเหนโช-ดาโรและฮารัปปา 11 ศิลปะอินเดีย ลังกา และเนปาล


อาจเป็นต้นก้าเนิดของพระศิวะ โคนนทิ และตรีศูล ในยุคก่อนพระเวท ตราประทับที่พบในอารยธรรมฮารัปปา 12 ได้จากโมเหนโช-ดาโร ปากีสถาน


พระบรมสารีริกธาตุบรรจุในผอบดินเผา พบที่สถูปปิปราวะ มีจารึกอักษรพราหมีกล่าวว่าเป็นของพระศากยมุนี พุทธศาสนาจ้าแนก “เจดีย์” ออกเป็น 4 ประเภท: 1. ธาตุเจดีย์ คือ สิ่งสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ผอบเงินบรรจุพระบรมสารีริกธาตุได้จาก สถูปใกล้กับเปชวาร์ของพระเจ้ากนิษกะ


“ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ พระตถาคตตรัสถึงเหตุเหล่านั้น เมื่อสิ้นเหตุนั้นจึงดับทุกข์ได้ พระมหาสมณะมีวาทะตรัสเช่นนี้เสมอ” 2. ธรรมเจดีย์ คือ สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระธรรม จารึกคาถาพระธรรม เย ธรฺมา (ธมฺมา)... เย ธมฺมา เหตุ ปปฺภวา เตส เหตุง ตถาคโต เตสฺจ โย นิโรโธ จ เอว วาที มหาสมโณ 14


3. บริโภคเจดีย์ คือ สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงใช้สอย โดยหลัก ได้แก่ สังเวชนียสถาน 4 แห่งที่ลุมพินีพุทธคยา สารนาถ และกุสินารา 15 ศิลาหมาย ต้าแหน่งประสูติ ต้นพระศรี มหาโพธิ์ ธรรเมกขสถูป วิหารพุทธ ปรินิพพาน


พระพุทธรูป ศิลปะคันธาระ สถูป ถ้้าภาชะ รัฐมหาราษฎระ พระพุทธบาท ศิลปะอมราวดี 4. อุเทสิกเจดีย์ คือ สิ่งที่พุทธศาสนิกชนเห็นว่าเหมาะสมจะใช้เป็นที่ระลึกถึงพุทธองค์ได้ 16


ราชวงศ์โมรยะ (321 - 185 BC): “เสาอโศก” ของพระเจ้าอโศกมหาราช (273 - 232 BC) เสาอโศกที่สารนาถ เมืองพาราณสี เสาอโศกที่วัดมหาวนาราม เมืองเวสาลี 17 ภาพสลักการใช้เสารูปสัตว์แบบ เปอร์เซียที่โตรณะของสถูปสาญจี


ราชวงศ์สาตวาหนะ: สถูปและองค์ประกอบ จากมหาสถูปหมายเลข 1 ที่สาญจี (143 - 3 BC) วิวัฒนาการโดยการเพิ่ม “ฐาน” ของสถูปจากอินเดีย ศรีลังกา อินเดียสมัยปาละ-เสนะ จีน และญี่ปุ่น หรรมิกา ฉัตรวลี อัณฑะ โตรณะ เวทิกา 18


สถูปหมายเลข 1 ที่สาญจี การใช้สัญลักษณ์ แทนพระพุทธเจ้า 19 สัญลักษณ์ “ศรีวัตสะ” และ “ไตรรัตนะ” ยักษีและยักษา


“เจติยฆระ” ถ้้าคาร์ลี รัฐมหาราษฏระ (ประมาณ 100 - 125 ) 20 ไมถูนะ


ศิลปะคันธาระ (ศตวรรษที่ 1 - 7) เหรียญทองของพระเจ้ากณิษกะแห่งราชวงศ์กุษาณะ (r. 127 - 150) ด้านหน้าเป็นพระรูปพระเจ้ากณิษกะ ทรงฉลองพระองค์แบบชาวซิเถียน (Sycthien) พระพุทธรูปด้านหลังเหรียญแสดง “อภัยมุทรา” เป็นพระพุทธรูปเก่าที่สุดที่มีจารึกระบุอายุเวลา 21


Apollo Belvedere, 360 - 330 BC พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ การสร้างพระพุทธรูปเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่คันธาระ โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะ Hellenistic 22


พระศากยมุนีทรงแสดงมหาปาฏิหาริย์ Augustus Caesar (r. 27 BC -14 AD) สบง จีวร สังฆาฏิ น้ามาจากเครื่องแต่งกายที่เรียกว่า toga ของชนชั้นสูงโรมัน พระศากยมุนีทรงบาตร 23


พระศากยมุนีและพระโพธิสัตว์วัชรปาณิ พระอดีตพุทธะทีปังกรและสุเมธดาบส เด็กชายปิยะตักบาตรดินถวายพระศากยมุนี 24


สถูปคันธาระ สถูปนกอินทรีย์สองศีรษะ เมืองสิรกัป ประเทศปากีสถาน สถูปคันธาระจ้าลอง จากประเทศปากีสถาน ปูนปั้นประดับสถูป จอเลียน เมืองสิรกัป ประเทศปากีสถาน 25


ศิลปะอมราวดี: มหาสถูปอมราวดี (ศตวรรษที่ 3)


สิงหลวิหารที่นาคารชุณโกณฑะ 27 “ปฏิมาฆระ” “เจติยฆระ” “สถูป” ที่นาคารชุณโกณฑะ “วิหาร”


Norton Simon Foundation, Pasadena, USA. พราหมณศิลป์: เทวรูปและสถานะ “พิธีปูชา” สรงน้้า ขัดด้วยนมข้น น้้ามันงา ถวายสายยัชโญปวีต ฉลองพระองค์ อาภรณ์ เครื่องหอม


นับถือ “พระวิษณุ (พระผู้แผ่ซ่าน) ทรงเป็นที่มาของแสงสว่าง สัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ และการบรรลุของจิต ลัทธิไวษณพ พระวิษณุปกติมีสี่กร ทรงสวมกิรีฏมุกุฏ หรือมงกุฎทรงกระบอก เบื้องหลังพระเศียรเป็น ศิรจักร พระหัตถ์ทั้งสี่ ทรงถือ ภู (ก้อนดิน) จักรสุรรศนะ (จักรบุรุษ) สังข์ปาญชันยะ (สังขบุรุษ) และคทาเกาโมทกี(คทาเทวี) 29 ศิลปะสมัยราชวงศ์คุปตะ (320 - 550)


ทศวตารของพระวิษณุ 1. มัสยาวตาร 2. กูรมาวตาร 3. วรหาวตาร 4. นรสิงหาวตาร 5. วามนาวตาร 6. ปรศุรามาวตาร 7. รามาวตาร 8. กฤษณาวตาร 9. พุทธาวตาร 10. กัลกิยาวตาร 30


รุทรภาค หรือปูชาภาค วิษณุภาค พรหมภาค ลึงค์เมื่อประดิษฐานบนฐานโยนี สัญลักษณ์ของการ รวมกันระหว่างปุรุษะ (ศิวะ) กับปรกฤติ(ปารวตี) “ลัทธิไศวะ” นับถือ “พระศิวะ”เป็นเทพเจ้าสูงสุด เอกมุขลึงค์ที่ปรศุราเมศวร กุฎีมัลลัม เอกมุขลึงค์ เทวาลัยภูมรา 31 โยนี หรือสนานโทรณิ


พระอรรธนารีศวร พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นครึ่งสตรี คือ การรวมกันระหว่างพระ ศิวะกับ “ศักติ” คือ พระนางปารวตี พระไภรวะ ภาคดุร้ายของพระศิวะ 32 พระนางกาลี ภาคดุร้ายของพระนางปารวตี


เทวาลัย เทวาลัยแบบ นาครศิขระ (แบบอินเดียเหนือ) เทวาลัยสันคาเมศวรที่มหากูฏา รัฐกรณาฏกะ ศิลปะจาลุกยะ เทวาลัยแบบ ทราวิฑศิขระ (แบบอินเดียใต้) จันทรศาลา หรือ กูฑุ(ซุ้มบัญชร) องค์ประกอบของศิขระ เทวาลัยแบบอินเดียเหนือ 33


เทวาลัยทศวตารที่เทวคฤหะ พระวิษณุอนันตศายิน-ปัทมนาภะ และ “อายุธบุรุษ” รามาว ตารจากมหากาพย์ รามายณะเชื่อว่ารจนาโดยฤษีวาลมิกิ วิมานของเทวาลัยทศวตาร ที่เทวคฤหะ 34 คทาเทวี จักรบุรุษ ธนุสบุรุษ และขัทค บุรุษ ต่อสู้กับอสูรมธุกับอสูรไภฏกะ


พระพุทธรูปสมัยคุปตะ: พระพุทธปฏิมาไม้จันทน์จ้าลอง ศิลปะคุปตะแบบมถุรา 35


เอเชียกลาง (Central Asia): หุบเขาบามิยัน (Bamiyan Valleys) พระไวโรจนะ: พระอาทิตย์ผู้รุ่งโรจน์ (ถูกระเบิดท้าลายโดยตอลิบันเมื่อปี 2008) (อายุเวลาทางวิทยาศาสตร์ องค์ใหญ่ ประมาณ 591 - 644 องค์เล็กประมาณ 544 - 595) 36


จิตรกรรมภาพชาดกและอวทานในถ้้าคิซิล (Kizil cave) (500 - 650) ชาตกมาลา เรื่อง หัสติง อวทาน เรื่อง กัจฉปะ อวทาน เรื่อง ไมตระกันยกะ 37


ถ้้าอชัญฏา 4 (462 - 480) ศิลปะสมัยราชวงศ์วากาฏกะ (ศิลปะสมัยหลังคุปตะ): ลัทธิมหายาน พระไวโรจนะ แสดงปางหมุนธรรมจักร เคียงข้างด้วยพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร และพระโพธิสัตว์วัชรปาณิ พระอมิตาภะ ปัทมะ ชฏามุกุฏ อชิน พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ได้จากสารนาถ 38


ถ้้าอชัญฏา 19 (462 - 480) 39 ถ้้าอชัญฏา 2 (462 - 480) เจติยคฤหะและครรภคฤหะ


พระโพธิสัตว์ปัทมปาณิ พระโพธิสัตว์วัชรปาณิ จิตรกรรมในถ้้าอชัญฏา 1(462 - 480) 40


“ครรภคฤหะ” ทวารบาลและคณะ สมุนของพระศิวะ ราชวงศ์กาลาจุลี (1050 - 1150) ถ้้าพระศิวะที่เอเลฟันตะ รัฐมหาราษฎร(ประมาณ 540 - 555) พระศิวมหาเทวะหรือพระมเหศวร (พระไภรวะ พระศิวะ และศักติของพระองค์) ถ้าสมบูรณ์ต้องมี 5 พักตร์ 41


ทิศคชะ หรือช้างแบกจักรวาล สร้างในรัชสมัยพระเจ้ากฤษณะที่ 1 (756 - 763) 42 ถ้้าเอลลูล่า 16 เทวาลัยไกลาสนาถ


ถ้้าเอลลูล่า 32 ถ้้าศาสนาเชน ศาสดาปรัศวนาถ ศาสนาเชนแบ่งออกเป็น 2 นิกายใหญ่ คือ นิกายเศวตัมภรกับนิกายทิฆัมพร ศาสดามหาวีระ ท้าวอินทราและพระนางอินทราณี 43


ลัทธิตันตรยานเป็นยานที่ลึกลับ เพราะ คุรุ แต่ละส้านักจะสอน สิทธะ ของตนด้วยภาษาลับและปฏิบัติตามแนวทาง ตันตระ ของศาสนาพราหมณ์จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ตันตรยาน” ภายหลังใช้วัชระเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิจึงเรียก อีกชื่อว่า “วัชรยาน” หมายถึง วิถีแห่งวัชระ สัญลักษณ์แห่งความแน่วแน่ มั่นคง แข็งแกร่ง และไม่หวั่นไหว ประดุจเพชร วัชระเป็นสัญลักษณ์ของกรุณาและอุปายะ (บุรุษ) ฆัณฏา เป็นสัญลักษณ์ของปราชญา ลัทธิตันตรยานหรือวัชรยาน (ก้าเนิดประมาณศตวรรษที่ 6 - 7) 44


พระอมิตาภะ ธยานมุทฺรา, นกยูง พระอโมฆสิทธิ อภัยมุทฺรา, ครุฑ พระรัตนสัมภวะ วรฺทมุทฺรา, ม้า พระอักโษภยะ ภูมิปรรศมุทฺรา, ช้าง พระไวโรจนะ, ธรรมจักรมุทฺรา, สิงห์ (สมมติว่าอยู่ภายในสถูปจึงไม่ปรากฏ) ศิลปะปาละจากวัดถ ้าคูหาภิมุข จ.ยะลา 45 ได้พระปัญจชินะ ได้หรือพระชินะ 5 พระองค์


พระอาทิพุทธะ พระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 6 ของลัทธิตันตรยาน ศิลปะปาละ สถูปสวายัมภูนาถ ศิลปะชวาตะวันออก นครกาฏมาณฑุประเทศเนปาล 46


อัษฎางคประดิษฐ์ ท่านมัสการของลัทธตันตรยาน ให้หน้าผาก หน้าท้อง แขนทั้งสอง เข่าทั้งสอง และเท้าทั้งสอง สัมผัสธรณี 47


“ปราชญา” ภาคที่เป็นสตรีของพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ หรือเทพเจ้าในลัทธิตันตรยาน ศิลปะปาละ 48 ถ้้าเอลลูล่า 8 ถ้้าเอลลูล่า 11


สถูปหมายเลข 3 ที่นาลัณฑา รัฐพิหาร ลัทธิตันตรยานมีศูนย์กลางส้าคัญเป็นมหาวิหารหลายแห่ง เช่น นาลัณฑา และวิกรมศิลา ในรัฐพิหาร โอทันตบุรี และรัตนคีรีในรัฐโอริสสา 49


มหาโพธิมหาวิหารที่พุทธคยาเริ่มสร้างในสมัยราชวงศ์คุปตะ ก่อนบูรณะ หลังบูรณะ 50 พระศากยสิงห์ (พระพุทธเมตตา) พระประธานในมหาโพธิมหาวิหาร


Click to View FlipBook Version