นิกายเถรวาทที่พุกาม ประเทศพม่า นิกายเถรวาทที่พุกาม เจดีย์ธัมมยาสิกา เจดีย์ชเวสิกอน และวิหารอนันทา, 1105
เจดีย์ชเวซิกอน พุกาม เจดีย์พม่าและเจดีย์มอญ 102 ภาพชาดกเคลือบ ฐานเจดีย์ชเวซิกอน พุกาม พระเกศธาตุชเวดากอง นครย่างกุ้ง
พระเจ้าสิทธูที่ 2 ทรงสร้างในปี 1196 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากลังกา ใช้อิฐประมาณ 6 ล้านก้อน แต่ใช้เวลาสร้างเพียง 2 ปี เจดีย์ห้าเหลี่ยม: เจดีย์ธัมมยาซิกา (ธรรมราชิกา) เจดีย์ธัมมยาซิกา เจดีย์งาห์เมี้ยตหน่า การสร้างรูปทรงห้าเหลี่ยมด้านเท่า 103
พระมหามัยมุนี นครมัณฑะเลย์ประเทศพม่า พระเจ้าพาราละแข่ง วัดหัวเวียง จ.แม่ฮ่องสอน การสรงน้้าพระพักตร์ พระมหามัยมุนี โดยเจ้าอาวาส 104
เดิมเป็นพระราชมณเฑียรทองที่ประทับของพระเจ้ามินดงในพระราชวังมัณฑะเลย์เมื่อสิ้นพระชนม์แล้ว พระเจ้าสีป่อ พระราชโอรส ทรงรื้อไปประกอบใหม่ถวายวัดชเวนันดอ วัดชเวนันดอ 105
หว่าน เหมี่ยว หรือวิหารวรรณกรรม ฮานอย ปรมาจารย์ขงจื่อ 106 ศิลปะเวียดนาม
ประตูทิศใต้และคูน้้า แม่น้้าจินสุ่ย (แม่น้้าทอง) พระที่นั่งไท ฮวา หรือพระที่นั่งแห่งสันติสุข พระที่นั่งแห่งความกลมกลืนสูงสุด (ไท่ เหอ) 107 พระราชวังเว้ สร้างขึ้นเมื่อปี 1804 ในสมัยจักรพรรดิยา ลอง
สุสานจักรพรรดิมิงห์หม่าง และสุสานจักรพรรดิไค ดิ่งห์ 108
พระธาตุภูสี เมืองหลวงพระบาง พุทธศิลป์ลาว เจดีย์วัดเชียงทอง พระธาตุพนม (องค์เดิม) พระธาตุหลวง นครเวียงจันทน์ ตัวแทนของเจดีย์จุฬามณีและสมดึงสบารมี 30 ทัศ “สัตตะบูริพัน” 109
สิมวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง “แบบหลวงพระบาง” วิหารน้้าแต้ม วัดพระธาตุล้าปางหลวง 110 ด้านหลังสิมวัดเชียงทอง “โค้งงอน อ่อนหวาน” โรงราชโกศ หรือโรงเมี้ยนโกศ วัดเชียงทอง
สิมวัดวิชุล เมืองหลวงพระบาง “แบบไทลื้อ” สิมวัดธาตุหลวง เมืองหลวงพระบาง หอพระแก้ว นครเวียงจันทน์ “แบบไทลื้อรัตนโกสินทร์” พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
112 งานประดับกระจกผนังอาคาร หอไหว้พระพุทธไสยาสน์ (หอไหว้สีกุหลาบ วัดเชียงทอง) สิมวัดเชียงทองประดับกระจกเรื่องพระมาลัยและ “ต้นทอง” ตามต้านานว่าเมืองเชียงทอง (หลวงพระบาง) สร้างในป่าไม้ทอง
นิกายเถรวาท เจริญรุ่งเรืองขึ้นที่เมืองสะเทิมของรัฐมอญในระยะเวลาไล่เลี่ย กับนิกายเถรวาทที่ลุ่มแม่น้้าชีของประเทศไทยช่วงปี 900 - 950 113 แผ่นหินพุทธบูชา พบที่เมืองฟ้าแดดสูงยาง จ.กาฬสินธุ์ 800 - 850 เจดีย์ศากยพยา เมืองสะเทิม รัฐมอญ 1000 - 1055
พระเจ้าติโลกราชโปรดให้เชิญพระรัตนปฏิมา ประดิษฐานที่ซุ้มจระน้าด้านทิศตะวันออกของเจดีย์หลวงเมื่อปี 1486 พระพุทธรูปลังกาที่วาฏะทาเค วัดพระเขี้ยวแก้ว โปลนนารุวะ นิกายเถรวาท ภายใต้คณะสงฆ์มหาวิหารวาสินของลังกาที่ล้านนา 114 พระรัตนปฏิมา (พระแก้วมรกต), 1434
“พระสหิงคะ” วัดพระเจ้ามังราย จ.เชียงใหม่ 1470 พระพุทธสิหิงค์ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะปาละ พบที่บังกาลาเทศ 750 - 1174 115
เจดีย์ทรงลังกาและเจดีย์ช้างล้อมในประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากลังกา พระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช สถูปกิริเวหะ โปลนนารุวะ ศรีลังกา สถูปมหิยังคณะ บาดุลละ ศรีลังกา 116
ปราสาทนครหลวง และปราสาทนครวัด พระราชพงศาวดารกล่าวว่าสมเด็จ พระเจ้าปราสาททอง “ทรงพระกรุณาให้ช่างออกไปถ่าย อย่างพระนครหลวงและปราสาท กรุงกัมพุชประเทศเข้ามา ให้ช่าง กระท าพระราชวังเป็นที่ประทับร้อน ต าบลริมวัดเทพจันทร์ส าหรับเสด็จ ขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาท จึงเอา นามเดิมซึ่งถ่ายมาให้ชื่อพระนคร หลวง” 117 การฟื้นฟูศิลปะกัมพูชาในรัชกาล สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
วัดไชยวัฒนาราม อยุธยา, 1649 พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม รัชกาลที่ 3 พระเมรุมาศสมเด็จพระเพทราชา 118 , 1704 - 1705
พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม การรื้อฟื้นเจดีย์ทรงลังกา 119 คณะสงฆ์ธรรมยุต: สถาปนาโดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อประมาณปี 1833 ขณะทรงพระผนวชในพระราชฉายาว่าวชิรญาโณ การสร้างพระพุทธรูปไม่มีพระอุษณีษะแบบลังกา พระพุทธรูปลังกาศิลปะแคนดี ในพระนิรันตรายเงิน พระนิรันตรายทองค้า (องค์ใหม่) 1860
โลกทรรศน์ที่เปลี่ยนไปในจิตรกรรมไทยประเพณี (Bird’s-eye view VERSUS Perspective) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม หมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง 120
พระราชนิยมในศิลปะตะวันตกของรัชกาลที่ 5 “เปนอย่างโมเดอนซึ่งเหลือที่จะกล่าวจะเล่าว่ารูปอะไรเปน อย่างไร...บางแห่งเหมือนเอาเส้นแมกกาโรนีย้อมสี แดงสีเขียวสีเหลืองกองไว้ ตามแต่จะนึกว่ารูปอะไร ยังมีอีกอย่างหนึ่งนั้นเปนดินสอด าเส้นเดียว ลากเหมือนกัน กับเด็กมันเขียนเล่นที่เมรุ ฤๅที่ศาลาวัด สับเยกต์ที่จะเขียนนั้นคงจะหาให้น่าเกลียดที่สุดตามที่จะหาได้ ฤๅแกล้ง เขียนให้มันบ้าๆ เช่น กับถ้าจะเขียนรูปผู้หญิง คงจะหาที่หน้าเสยะ ฟันเขยิน ตาลึก ท้องคอด คล้ายๆ กับเขียน เปรตหลังโบสถ์” Edoardo Gelli, 1907 Picasso, Dryad, 1908 121 Guss. Bradstetter, 1890
พระอาราม พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร พระอุโบสถ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ อยุธยา 122
การตกแต่งแบบตะวันตกภายในพระอุโบสถของพระอารามที่สร้างในรัชกาลที่ 5 วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ อยุธยา วัดราชาธิวาส กรุงเทพฯ วัดราชบพิธ กรุงเทพฯ Neo-Gothic Rococo Baroque 123
สมัยประชาธิปไตยถึงสมัยรัฐนิยม งานฉลองรัฐธรรมนูญ ประจ้าปี 1937 ออกแบบโดย ม.ล. ปุ่ม มาลากุล 1939 - 1940 124 รัฐนิยมสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม
ศิลป์ พีระศรี (Corrado Feroci) 125 ท้าวสุรนารี (ย่าโม) 1934 Donnatello, David 1408/09 พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6, 1941 แบบร่างและแบบจริงหน้าสวนลุมพินี
พระศรีศากยทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ แบบร่างโดย ศ.ศิลป์ พีระศรี, 2500 “พระพุทธเจ้าท่านเป็นลูกมนุษย์ เป็นลูกกษัตริย์ ท่านต้องมีกล้ามเนื้อที่ผ่อนคลายสวยงาม กล้ามเนื้อ กษัตริย์จะเด่นชัดเหมือนกล้ามเนื้อกรรมกรไม่ได้...เท้าก็ต้องเป็นคน การสร้างพระพุทธรูป...ต้องสามารถ ถ่ายทอดให้รู้ซึ้งถึงแก่นสารแห่งพระธรรมของพระองค์ด้วย” 126
เขียน ยิ้มศิริ เสียงขลุ่ยทิพย์ 1949 ร าวง 1956 ดินแดนแห่งความยิ้มแย้ม 1950 127 ศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art)
David Teniers : The Picture Gallery of Archduke Leopold Wilhelm of Austria, 1647 ศิลปะจีน นักสะสมงานศิลปะ, 1301 - 1374 การสะสมงานศิลปะของชาวจีน 128
ศิลปะที่เลือกสรรขึ้นมาจากธรรมชาติเพื่อชื่นชมความงาม สวนหินไท่หูที่ซูโจว กลางศตวรรษที่ 17 ฟาง เหิงเสี้ยน, หินประหลาดที่พระราชวัง เบี้ยนเหลียน, กลางศตวรรษที่ 17 หินรูปกระถางธูป กลางศตวรรษที่ 17 – กลาง 18129
“ท่านพ่อผู้ล่วงลับของข้า…อุทิศชีวิตของท่านให้กับ การเสาะแสวงหาของโบราณ ด้วยความรู้อันล้ าลึก ของท่าน ท่านพ่อข้าสะสมภาพคัดลอกโบราณ ภาพ จิตรกรรมเลื่องชื่อ พิณเก่าแก่ ขวดหมึก และ ภาชนะสัมฤทธิ์ประเภทต่างๆ ทั้งแบบหยี่ เฟิง ต้วน และหูเพื่อศึกษาและชื่นชมความงดงามของมัน… เมื่อข้ายังเยาว์วัยข้าสนใจในของโบราณมาก… เมื่อใดก็ตามที่ข้าพบของโบราณโดยบังเอิญ ข้าจะ ค้นคว้าจากต าราที่มีอยู่ทั้งหมด อันรวมไปถึงต ารา ภาพของโบราณเพื่อตามหาแหล่งก าเนิด ประเมิน คุณค่าของมัน และพิสูจน์ว่ามันเป็นของแท้ก่อนที่ จะเก็บรักษาไว้” เสา จ้าว, 1388, ค้าน้าของหนังสือโก กู่ เหยา หลุน (หลักส าคัญในการสะสมของโบราณ) ต้าราภาพการสะสมงานศิลปะของชาวจีน ต้าราภาพของสะสมโบราณในสมัยราชวงศ์ซ่ง เผยแพร่ในปี1123 บ่งบอกถึงการระบายสีการสร้างมิติการให้น้้าหนัก ต้นก้าเนิด จารึก และการประดับตกแต่ง 130
เครื่องเคลือบกวน “ส ร้า งขึ้นตามค าบัญชาของ ราชส านัก…ของเลียนแบบทุก ชิ้นท าขึ้นที่เตาหลงฉวนและไม่มี รอยราน” ราชวงศ์ซ่งใต้ 131 เครื่องเคลือบติ่ง “พวกชั้นเลิศจะต้องมีลวดลายบนภาชนะ พวกชั้นรองจะไม่มีลายเลย ส่วนพวกชั้นต่ าจะมีลายเต็มไปหมด ชั้นเลิศสุดของเครื่องเคลือบติ่งผลิตขึ้น ในรัชศกส้วนโหและเช็งโห” ราชวงศ์ซ่งใต้ ราชวงศ์จิน
ติ่ง (บรรจุอาหาร) เจี่ย (บรรจุเหล้า) ราชวงศ์ชาง (1600 - 1050 BC) จากสุสานของพระนางฟุเหา พระสนมของอ๋องหวู่ติง
ส้ารับภาชนะสัมฤทธิ์พบที่เช็งสีในปี1901 สมบัติของมหาอุปราชอ๋องต้วนฟางแห่งราชวงศ์ชิง ราชวงศ์โจวตะวันตก (1050 - 771 BC) 133
ราชวงศ์โจวตะวันออก (770 - 221 BC) ยุคฤดูใบไม้ผลิและยุคฤดูใบไม้ร่วง 770 - 475 BC ยุคสงคราม 475 - 221 BC ตู่ (บรรจุอาหาร) หู(บรรจุเหล้า) 134
ซุ่น (บรรจุเหล้า) หู(บรรจุเหล้า) จากสุสานของขุนนางอี่แห่งแคว้นเจิง (ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี 433) ยุคสงคราม (475 - 221 BC) 135
ชุดราวกังสดาลสัมฤทธิ์64 ใบ แขวนบนคานไม้ รองรับด้วยฐานและรูปปั้นนักรบ ระฆังใบใหญ่ที่สุดหนักกว่า 45 กิโลกรัม เชื่อกันว่าใช้ผู้เล่นถึง 5 คน มีกังสดาลในชุด 47 ใบให้ตัวโน้ต 2 ตัวที่มีช่วงเสียงต่างกัน 3 ล้าดับ ไมเนอร์และกังสดาลอีก 16 ใบ ให้โน้ตที่มีช่วงเสียงต่างกัน 3 ล้าดับเมเจอร์ แต่ละใบมีจารึกอธิบายถึงเสียงตัว โน้ตที่แต่ละใบออกเสียงอย่างแม่นย้าว่าอยู่ส่วนใดของบันไดเสียง และบันไดเสียงนั้นสัมพันธ์กับบันไดเสียงที่ แคว้นอื่นในยุคนั้นใช้กันอย่างไร ยุคสงคราม (475 - 221 BC) จากสุสานของขุนนางอี่แห่งแคว้นเจิง, 433 136
จากสุสานของขุนนางอี่แห่งแคว้นเจิง, 433 ยุคสงคราม (475 - 221 BC): เครื่องเขิน พลาสติกชนิดแรกของโลก จารึกบนเครื่องเขินจาก ค.ศ. 4 ให้รายละเอียดของ สายพานการผลิตเครื่องเขินว่า “ลงสีพื้นโดยอี้ เคลือบแล็กเกอร์โดยหลี่ เคลือบภายนอก โดยถัง ปิดทองที่ด้ามจับโดยกู้ วาดภาพโดยติ้ง จารึก อักษรโดยเฟิง ท าความสะอาดและขัดเงาโดยจง” 137
ผ้าไหม พบที่มณฑลหูเป่ย จิตรกรรมม้วนไหม ยุคสงคราม (475 - 221 BC) 138
สุสานจักรพรรดิฉิน หวาง ตี้, 210 และกองทัพในสุสาน ค้นพบเมื่อปี 1974 ราชวงศ์ฉิน (211 - 207 BC) 139
140 กองทัพทหารดินเผาและสัมฤทธิ์ของจักรพรรดิฉิน หวาง ตี้(จิ๋นซี)
“หมิงฉี้” จากสุสานจักรพรรดิฉิงตี้แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก มณฑลส่านซี, 141 BC 141
เครื่องเขิน 142 ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (206 BC - 9 CE)
ไฟ (ชนะโลหะ) ทิศใต้ นก ฤดูร้อน ทิศตะวันออก ไม้ (ชนะโลก) มังกร ฤดูใบไม้ร่วง ทิศตะวันตก โลหะ (ข่มไม้) เสือขาว ฤดูใบไม้ร่วง ทิศเหนือ คือ น้้า (น้้าชนะไฟ) เต่า ฤดูหนาว โลก (ชนะน้้า) มนุษย์ กระจกโลหะและเข็มทิศ (ชี้ทางทิศใต้) (ราชวงศ์ฮั่น) ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (206 BC - 9 CE) 143
ราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (206 BC - 9 CE) หลักความกตัญญูของขงจื๊อ เรื่อง 12 กตัญญู: ไหลซู่กับพ่อแม่อายุ70 ปี 144
แท่นบูชาของตระกูลหวู่ ภาพการกู้ภาชนะสามขาของราชวงศ์ชางจากล้าน้้าสื้อสุ่ยโดยพระราชโองการของพระจักรพรรดิฉิน ปี 219 BC ราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (25 - 220): ส้านึกทางประวัติศาสตร์ของชาวจีน ภาชนะติ่ง สมัยราชวงศ์ชาง
พุทธศาสนาในจีน (ประมาณศตวรรษที่ 2) 146 กลมกลืนกับแนวคิดลัทธิเต๋า
พระพุทธรูปจีนรุ่นแรก พระศากยมุนี ศตวรรษที่2 - 3 พระศากยมุนี ปี 338 มหาปาฏิหาริย์ที่ศราวัสตี ศิลปะอินเดียแบบคันธาระ 147
ราชวงศ์เว่ยเหนือ (386 - 534) พระศายกมุนีและพระประภูตรัตนะ สร้างขึ้นตามคัมภีร์สัทธรรมปุณฑรีกสูตร ของลัทธิมหายาน คัมภีร์วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร ค้นพบที่ถ้้าตุนหวงเขียนขึ้นเมื่อปี 868 เป็นภาพพิมพ์ไม้แกะที่เก่าที่สุดในโลก 148
ถ้้ายุนกัง สมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ มีประติมากรรมราว 51,000 ชิ้น ถ้้ายุนกัง 9, ศตวรรษที่ 5 ถ้้าตุนหวง โม่เกา 45 ศตวรรษที่ 7 - 8 ประติมากรรมจ้าลองจากถ้้ายุนกัง 328 149
อารามหนานชานบนภูเขาหวู่ไท่ที่ส่านซี บูรณะใหม่ในปี782 ถือเป็นสถาปัตยกรรมไม้ในยุคแรกเริ่มของจีนที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน จารึกใต้หลังคาระบุวันเดือนปีที่บูรณะในปี 782 150