388 บทที่3 วิธีการดำเนินงานของโครงงาน วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เครื่องดูดฝุ่นจิ๋ว มีดังนี้ 1. ขวดน้ำอัดลมขนาด 1.25 ลิตร 2.สายไฟขนาด 1 เมตร 3.สวิตซ์ไฟ 1 ตัว 4. หัวแร้ง 5.ไม้เสียบลูกชิ้น 6.มอเตอร์ 7.ครีม 8.คัดเตอร์ 9.กระป๋องน้ำมันเครื่อง 10.ท่อ PVC ¾ นิ้ว 11.ปืนยิงกาว 12.ฝาขวดน้ำ 13.หลอดยาสีฟัน 14.กรรไกร 15.ไม้บรรทัด 16.วงเวียน 17.แท่งกาว 18.กาวสองหน้า ขั้นตอนการทำเครื่องดูดฝุ่นจิ๋ว 1. ขีดเส้นส่วนที่จะตัดและเว้นระยะจากก้นขวดประมาณ 1 ซม. 2. ตัดตูดขวดที่ตั้งออกจากขวด 3. ตัดขวดตามรอยทั้งหมดและลองประกอบดู 4. ใช้ไม้บรรทัดวัดความกว้างของวงกลมของวงเวียน 5. ตัดตามรอยของวงเวียนที่ทำไว้และเอาส่วนที่ตัดออกมาทำให้เป็นใบพัดโดยการนำไม้บรรทัดมาขีดเป็น6 ส่วนแล้วตัดตามรอยให้เว้นระยะประมาณ1.5ซม. 6 .แล้ววัดระยะวงกลมแล้วตัดตามรอยที่กำหนดไว้แล้วพับตามรอยที่กำหนดไว้ให้บิดมุมให้เท่ากันทุกใบ 7. นำปืนยิงกาวมาบล็อกระหว่างกลีบของใบพัดรอให้กาวแห้งแล้วเจาะรูตรงกลางด้วยหัวแร้งนำมอเตอร์มาใส่ กับใบพัดที่ทำไว้ 8. นำกาวมาติดกับใบพัดกับมอเตอร์และรอให้กาวแห้งแล้วนำฝามาตัดขอบสองด้านแล้วเจอะรูกับหัวแร้งตรง กลางและนำมอเตอร์มาติดกับฝาที่ตัดขอบไว้ 9. นำสายไฟมาเชื่อมกับมอเตอร์โดยใช้หัวแร้งและนำมอเตอร์ที่ต่อกับสายไฟมาติดกับก้นขวดที่ตัดไว้ 10. นำหัวแร้งมาเจาะรูเล็กๆแล้วนำไม้เสียบลูกชิ้นมาเสียบรูที่เจาะไว้แล้วติดกาวตรงที่ใส่ไม้ลูกชิ้นไว้ 11 .นำกาวสองหน้ามาติดขอบเป็นวงกลมแล้วตัดให้พอดีกับขอบและลอกเปลือกของกาวสองหน้าและสายรัด มาตัดครึ่งของหัวสายรัด 12. แล้วนำสายรัดที่ตัดหัวแล้วมาใส่กับเทปกาวสองหน้าที่ติดไว้แล้วติดกาวที่หัวบล็อกของสายรัดและนำ ออกมาใส่ผ้าขาวบางโดยใช้กาวร้อนแล้วนำมาติดกับที่ขอบของขวด 13. นำฝามาเจาะรูเพื่อที่จะใส่ท่อเข้าไปในสายไฟได้แล้วนำท่อที่ใส่ฝานำมาใส่กับหัวของขวดแล้วนำกาวมาติด กับท่อใส่ฝาขวด 14. นำหลอดยาสีฟันมาตัดเป็นแนวเฉียงแล้วนำมาใส่กับท่อและนำกาวมาติดกับหลอดยาสีฟันที่ตัดแล้วแล้ว นำท่อและนำโฟมมาติดกับขวดแล้วนำท่อมาติดกับขวด 15. นำถ่านมาติดกับขวดเพื่อเป็นที่ตั้งและนำฝามาติดเพื่อความสวยงามนำสวิตซ์มาติดกับที่จับที่ทำไว้ 16. แล้วนำหัวแร้งมาเชื่อมสายไฟกับมอเตอร์แล้วเจาะรุเพื่อร้อยสายไฟได้ 17. แล้วนำไปใส่กับแบตเตอร์รี่หรือเชื่อมกับตัวแปรงไฟ220เป็น12 6v
389 บทที่ 4 การอภิปราย การทำเครื่องดูดฝุ่นจากขวดพลาสติก ทางผู้จัดทำได้เล่งเห็นถึงปัญหาของขยะภายในโรงเรียนเรวดี พัทลุง การจัดทำโครงงานครั้งนี้ เป็นการจัดทำโครงงานประดิษฐ์ เครื่องดูดฝุ่น 2 in 1 โดยเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ ได้จากเศษวัสดุเหลือใช้ภายในโรงเรียนที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถนำไปทำ ของใช้และดูดฝุ่นและทำความสะอาดได้จากการประดิษฐ์ เครื่องดูดฝุ่นขนาดจิ๋วนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์จากเศษ วัสดุเหลือใช้ใน โรงเรียนเรวดีพัทลุง จังหวัดพัทลุง บทที่ 5 สรุปผลและอภิปรายผลการดำเนินการจัดทำโครงงาน ผลการทดลองสรุป จากการประดิษฐ์ เครื่องดูดขนาดจิ๋ว โรงเรียนเรวดีพัทลุง สามารถสรุปผลได้ดังนี้ 1. เครื่องดูดฝุ่นขนาดจิ๋วมีคุณสมบัติพิเศษคือ ในตัวเครื่องดูดฝุ่นสามารถทำงานได้ทั้ง 2 ระบบ ระบบที่ 1 สามารถดูดเศษฝุ่น เศษทราย เศษกระดาษต่างๆได้ ระบบที่ 2 สามารถดูดเศษฝุ่นทราย เศษ กระดาษต่างๆได้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทดลอง 1. ได้อุปกรณ์ทำความสะอาดในราคาประหยัดจากสิ่งของเหลือใช้ 2. ได้อุปกรณ์ทำความสะอาดด้วยฝีมือตนเอง 3. สามารถต่อยอดและดัดแปลงเป็นสินค้าได้ในอนาคต 4. ประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องการซื้ออุปกรณ์ดูดฝุ่นไฟฟ้าเพราะคุณสมบัติพิเศษคือสามรถเป่าและดูดได้ ข้อเสนอแนะ จากผลการทำโครงงานในครั้งนี้ เป็นเพียงการการประดิษฐ์จากเศษวัสดุจำนวนหนึ่ง เท่านั้น ยังมีเศษ วัสดุอื่นอีกมากมายหลายชนิดที่สามารถนำมาทำโครงงานแบบนี้ได้ ในการทำโครงงานในครั้งต่อไป เราควรนำ เศษวัสดุอื่นๆ เช่น แกลอน กระป๋องน้ำ มาหาจัดทำเป็นสิ่งประดิษฐ์แบบเดียวกันได้นอกจากนี้ควรมี การศึกษาเกี่ยวกับการประหยัดไฟของตัวเครื่องดูดอเนกประสงค์ว่าจะทำอย่างไรให้เครื่องดูดอเนกประสงค์ ตัวนี้ประหยัดไฟและมีระยะการใช้งานที่ยาวนานจึงเป็นประเด็นที่น่าจะศึกษาเพิ่มเติมต่อไป
390 ภาคผนวก
391
392 โครงงาน เรื่อง เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรต้านโควิด19 (Covid 19) ผู้รับผิดชอบโครงงาน ๑. เด็กชายนภดล ศรีวิเศษ ๒. เด็กชายภาสกร เกลาฉีด ๓. เด็กชายธนกฤต แสงดำ ๔. เด็กหญิงกฤษฏิฐิตา ชูภักดี ๕. เด็กชายนฤบดินทร์ สูงทรง 1. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน ด้วยโรงเรียนเรวดีพัทลุง ได้กำหนดนโยบายให้นักเรียนมีความรู้ รู้จักโทษ และตระหนักถึงโทษของยา เสพติดไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ในสภาพปัจจุบันห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ .5./.2. ได้พบปัญหาว่า นักเรียนไม่ตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวยาเสพติดเท่าที่ควร ดังนั้นเพื่อเป็นการปลูกฝังให้ความรู้ และ ตระหนักถึงโทษยาเสพติดที่มีการขยายตัวอยู่ในสังคมปัจจุบันให้ลดน้อยลง จึงใช้วิธีการรณรงค์ปลูกฝัง จิตสำนึกในห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5../.2. คณะกรรมการห้องเรียนสีขาวจึงจัดโครงงาน เรื่อง เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรต้านโควิด19 (Covid 19) ขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ความรู้ ให้นักเรียนรักสุขภาพให้ แข็งแรง ห่างไกลจากยาเสพติด 2. จุดประสงค์ประสงค์ 1. เพื่อศึกษาวิธีการทำเครื่องดื่มที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย และป้องกันต้านการติด เชื้อไวรัส และเชื้อโรคโควิด 19 2. เพื่อศึกษาถึงพืชสมุนไพรไทย ผัก ผลไม้ในประเทศไทยที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร ต้านเชื้อไวรัส และเชื้อโรคโควิด 19 ได้ 3. เพื่อเป็นการคิดค้นสูตรเครื่องดื่มสมุนไพรต้านเชื้อไวรัส และเชื้อโรคโควิด 19 ตัวใหม่ให้เข้ากับ ยุคสมัยของโควิด 19 แ 4. เพื่อให้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสุขภาพ ให้แข็งแรงห่างไกลจากยาเสพติด 3. เป้าหมาย 3.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ /๒.จำนวน ๒6 คน 3.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ /๒ มีมีความรู้เกี่ยวกับสรรพคุณของ สมุนไพรไทย ผัก และผลไม้ไทยที่นำมาทำเป็นเครื่องดื่มต้านโควิด 19 และให้นักเรียนรู้จักดูแลรักษาสุขภาพ และห่างไกลจากยาเสพติด โครงงานห้องเรียนสีขาว ปีการศึกษา ๒๕65 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2
393 4. วิธีดำเนินงาน ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน ขั้นตอน และวิธีการคำเนินงานของโครงงานเครื่องดื่มต้อนรับสมุนไพรด้านโควิด 19 (Herbal Anti Covid19 Drink) แสดงดังตารางที่ 1 ขั้นตอนการดำเนินงาน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม 1 ศึกษาข้อมูลที่สนใจ 2. คิดค้นสูตร 3. ทดลองทำเครื่องดื่มสมุนไพรต้านโควิด19 4. ทำการทดสอบรสชาติ 5. พัฒนาสูตรเครื่องดื่ม 6. ขัดทำแบบประเมินผล 7. จัดทำเอกสาร ตารางที่ 1 แสดงระยะเวลาในการดำเนินงานของโครงงาน ที่มา : ผู้จัดทำ (2565) 1. ศึกษาข้อมูลที่สนใจ ในขณะที่ทำการทดลองทางคณะผู้จัดทำได้มีการปรึกษาคุณครูที่ปรึกษาและนักโภชนาการรวมถึง การค้นคว้าเกี่ยวกับสมุนไพรไทย และคิดค้นสูตรจึงได้หัวข้อการทำโครงงานอาชีพ เรื่อง เครื่องดื่มสมุนไพร ต้านโควิด 19 (Herbal Anti Covid 19 Drink) 2. คิดค้นสูตร หลังจากศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรที่จะนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม ทางผู้จัดทำได้คิดค้นสูตรและลงมือ ทำการทดลองเพื่อให้ได้รสชาติ สีสัน และกลิ่นออกมาลงตัว 3. ทดลองทำเครื่องดื่มสมุนไพรไทยด้านโควิด 19 นำสมุนไพรทั้งหมดที่เตรียมไว้ เช่น ลูกหม่อน มะ ขามป้อม น้ำผึ้ง มะนาว มาทำและทดลองตาม ขั้นตอนต่าง ๆ ที่วางไว้เพื่อให้ได้รสชาติที่อร่อยตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4. ทำการทดสอบรสชาติ จากการที่คณะผู้จัดทำได้ทดลองทำเครื่องดื่มสมุนไพรด้านโควิด 19 (Herbal Anti Covid 19 Drink) ครั้งแรกได้นำมาให้ครูที่ปรึกษา และอาจารย์ท่านอื่น ๆ ได้ทดลองดื่มพร้อมกับได้รับคำแนะนำ และคำ ติชมเกี่ยวกับการปรับปรุงรสชาติ สีสันต่าง ๆ
394 5. พัฒนาสูตรเครื่องดื่มสมุนไพรต้านโควิด 19 นำคำแนะนำและคำติชมทั้งหมดของคุณครูที่ปรึกษาและคุณครูท่านอื่น ๆ ผู้ปกครอง และนักเรียน ในโรงเรียนเรวดีพัทลุงมาปรับปรุงตัวเครื่องดื่มให้มีรสชาติที่ดีขึ้น 6. ผู้ร่วมงานประเมินผล นำเครื่องดื่มสมุนไพรต้อนรับต้านโควิด19 (Herbal Anti Covid 19 Drink ที่ผ่านการปรับปรุงให้มี รสชาติ สีสัน และกลิ่นหอม ที่สมบูรณ์แล้วให้เรียน คุณครู ผู้ปกครอง และบุคลากรของโรงเรียนเรวดีพัทลุง 30 คน ได้ทดลองดื่มพร้อมทั้งสอบถามความพึงพอใจในตัวของเครื่องดื่ม จากนั้นนำผลที่ได้มาจัดทำเป็น รูปเล่มของโครงงาน 7. จัดทำเอกสาร ส่งข้อมูลและเอกสารการทำโครงงานทั้งหมดให้ กับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อตรวจดูความถูกต้องและ ตามระเบียบการปฏิบัติทดลอง จากนั้นรวมรวบข้อมูลการทำโครงงานที่ถูกต้องแล้วทั้งหมดจัดทำเป็นรูปเล่ม ให้เรียบร้อยและพร้อมสำหรับการนำเสนอ สูตรเครื่องดื่มสมุนไพรต้านโควิด 19 วัตถุดิบและขั้นตอนการทำเครื่องดื่มสมุนไพรต้านโควิด (Herbal Anti Covid 19 Drink) วัตถุดิบในการทำเครื่องดื่มสมุนไพรต้านโควิด 19 มีด้งนี้ 1. ขิง 100 กรัม 2 ข่า 100 กรัม 3. ตะไคร้ 200 กรัม 4. กระชาย 200 กรัม 5. มะม่วงหาวมะนาวโห่ 500 กรัม 6. น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม 7. น้ำสะอาด 8 ลิตร 8. น้ำผึ้งตามความชอบ อุปกรณ์ในการทำเครื่องดื่มสมุนไพรต้านโควิด 19 มีด้งนี้ 1. เตาแก๊ส 2. กะละมัง 3. หม้อสำหรับต้ม 4. ทัพพี 5. ผ้าขาวบาง 6. ขวดสำหรับบรรจุเครื่องดื่ม 7. มีดสำหรับหั่น 8. เขียง 9. เหยือกตวงน้ำ
395 ขั้นตอนในการทำเครื่องดื่มสมุนไพรต้านโควิด 19 (Herbal Anti Covid 19 Drink) มีดังนี้ 1. นำภาชนะที่มีขนาดกลางมาใส่สมุนไพรไทยมี ขิง ข่า ตะไคร้ กระชายจากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด หั่นแฉลบบาง ๆ เตรียมไว้ 2. นำภาชนะที่มีขนาดกลางมาใส่ลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดเตรียมไว้ 3. นำมะม่วงหาวมะนาวโห่ผ่าครึ่งเอาเมล็ดออกแล้วล้างยางออกอีกครั้งพักไว้ 4. ต้มน้ำให้เดือดนำมะม่วงหาวมะนาวโห่ที่เตรียมไว้มาต้มให้เปื่อยแล้วนำมาคั้นเอาแต่น้ำกรองด้วย ผ้าขาวบางพักไว้ 5. ต้มน้ำให้เดือดนำสมุนไพร ขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย ที่เตรียมไว้มาต้มใช้เวลาต้มประมาณ 45 นาที แล้วนำกรองด้วยผ้าขาวบางเอาแต่น้ำพักไว้ 6. นำน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ และน้ำสมุนไพรที่มีสวนผสมของ ขิง ข่า ตะไคร้ กระชายมาต้มรวมกัน จนเดือดแล้วกรองอีกครั้งด้วยผ้าขาวบางใส่ภาชนะไว้ 7. ใส่น้ำตาลทรายแดงตามสูตรใส่ 100 กรัม หรือน้ำผึ้งใส่ความหวานตามความชอบ 8. ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้องให้เย็น แล้วกรอกใส่ขวดปิดฝา ๕. ผลการดำเนินงาน ในการจัดทำโครงงานการทดลองการทำเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรต้านโควิด19 (Covid 19) โดยได้นำ สมุนไพร อย่างเช่น ลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ และมะนาว นำมาผสมผสานจนได้รสชาติ สีสัน และกลิ่นเฉพาะ ของสมุนไพรไทยต่าง ๆ ที่ออกมาได้อย่างลงตัวรวมทั้งยังได้นำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ในห้องเรียนมา ประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทั้งนี้ เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรที่ทาง คณะผู้จัดทำได้คิดค้นออกมานั้นประสบความสำเร็จ ได้เครื่องดื่มสมุนไพรต้านโควิด 19 ที่มีสีสันสวยดึงดูด ความสนใจผู้พบเห็น และมีรสซาติกลมกล่อม โดยที่คณะผู้ทดลองได้นำเครื่องดื่มสมุนไพรไปทดลองให้คุณครู ผู้ปกครองและนักเรียนในโรงเรียนดื่ม ผลการดำเนินการพบว่า ในผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ปกครองและคุณครูใน โรงเรียนในวัยทำงานชอบรสชาติหวานเปรี้ยว ในวัยผู้ใหญ่ผู้ชายวัยทำงานชอบรสชาติที่คณะผู้จัดทำนำเสนอ คือ ที่มีรสเผ็ดร้อนของขิง และนักเรียนในโรงเรียนเรวดีพัทลุงชอบเครื่องดื่มต้านโควิด 19 สูตรใหม่ที่ทาง ผู้จัดทำได้คิดปรับปรุงขึ้น เพราะรสชาติอร่อยกว่าสูตรเดิม และสีสันน่าดื่ม คณะผู้จัดทำคิดว่าสูตรเครื่องดื่ม สมุนไพรต้านโควิด 19 สูตรนี้จะนำไปปรับใช้ในโรงเรียน และจะนำไปเผยแพร่ต่อผู้ที่สนใจต่อไป
396 6. ปัญหา อุปสรรค์ และขอเสนอแนะ 6.1 ปัญหา อุปสรรค์ ๑. เวลาว่างของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม ไม่ค่อยตรงกัน ๒. นักเรียนไม่มีความกระตอรือร้นในการทำงาน ๓. สมาชิกขาดความสามัคคีกัน ๔. สมาชิกบางคนไม่มีความรับผิดชอบ 6.2 ข้อเสนอแนะ และวิธีการแก้ไขปัญหา 1. เลือกเวลาที่สมาชิกทุกคนว่างตรงกันมากที่สุด ส่วนใหญ่จะใช้เวลาช่วงพักกลางวัน และตอนเย็น หลังเลิกเรียน เพราะสมาชิกทุกคนว่างตรงกัน 2. ความรับผิดชอบ กระตือรือร้นในการทำโครงงานและมีความตั้งใจจะทำให้โครงงานนั้นผ่านไป ด้วยดี 3. ต้องมีการเรียนรู้ประยุกต์ปรับปรุงในข้อเสียของการทำโครงงานเพื่อนำไปปรับใช้ใน ชีวิตประจำวันและอนาคตได้ (ลงชื่อ).......................................... ผู้เสนอโครงการ (ลงชื่อ).................................ผู้เห็นชอบ โครงการ (เด็กชายภาสกร เกลาฉีด ) (เด็กชายนภดล ศรีวิเศษ ) รองหัวหน้าฝ่ายการเรียน หัวหน้าห้องชั้นประถมศึกษาปีที่ ...๕../...๒... (ลงชื่อ).....................................ผู้อนุมัติโครงการ (นางสาวอรสา ชูสังข์) ครูที่ปรึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 /2
397 โครงงาน เรื่องเครื่องหยอดปุ๋ย ผู้รับผิดชอบโครงการ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 เด็กหญิง เขมจิรา อิสสระ เด็กชาย เทพอนันต์ ราชรักษ์ เด็กหญิง ปุญญิศา ปานเพชร เด็กชาย อนุชา พิกุลงาม เด็กชาย รัชชานนท์ แก้วน้อย เด็กชาย ภูรินท์ ฤทธิเนียม เด็กชาย ธนัญพจน์ เส้งทับ เด็กชาย ปุณณดนย์ ทองสง เด็กชาย สิรวิชญ์ เมืองเสน เด็กหญิง พัชราภา รัตน์พันธ์ เด็กหญิง ธัชธัญวรัชมิ์ บุญญปรีดากุล เด็กชาย จิระเมธ เพชรน้อย เด็กหญิง วรรณชนก สายคุ้ม เด็กชาย ภานุกร ทองกาวแก้ว เด็กหญิง นฤมล กล้าคง เด็กชาย จารุวิทย์ ปุระณะ เด็กชาย ไกรวิชญ์ เพ็ชรกาศ เด็กชาย ชินกฤต รักเพ็ชร์ เด็กชาย วัชรินทร์ ขำแก้ว เด็กชาย พีรพัฒน์ รัตตะโน เด็กหญิง ณัฐธยาน์ แท่นสวัสดิ์ เด็กชาย กุลเดช ศรีชุมพวง เด็กชาย สิทธิกร โปฎกรัตน์ เด็กชาย ณัฐพัฒน์ แก้วทอง เด็กชาย ณัฐวัตร เกิดชู โครงงานห้องเรียนสีขาว ปีการศึกษา ๒๕65 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3
398 บทที่1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ เนื่องจากในปัจจุบันมีสิ่งของเหลือใช้ถูกในไปทิ้งเป็นขยะมากมาย จึงมีผู้ให้ความสนใจนำขยะเหล่านั่น มาแปรรูปใหม่ซึ่งบางอย่างนำมาประดิษฐ์เป็นสิ่งอื่นได้วัสดุต่างๆมีมากมายหลายประเภทเช่น วัสดุจากไม้ท่อ PVC ยางรถยนต์วัสดุประเภทพลาสติกต่างๆเป็นต้น วัสดุเหล่านี้หลังจากการนำมาใช้แล้วอาจเกิดการชำรุด เสียหาย หมดอายุการใช้งาน หรือเป็นสิ่งของเหลือใช้ไร้ค่า แต่สิ่งของบางชนิดเมือไม่สามารถ ใช้งานได้แล้ว อุปกรณ์บางอย่างเราสามารถนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีก โดยนำมาประดิษฐ์เป็นของเล่น ของใช้ให้ เกิดประโยชน์หรือของประดับตกแต่ง ตามความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคล ด้วยโรงเรียนเรวดีพัทลุง ได้กำหนดนโยบายให้นักเรียนมีความรู้ รู้จักโทษ และตระหนักถึงโทษของยาเสพติดไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ในสภาพปัจจุบันห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3ได้พบปัญหาว่านักเรียนไม่ตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น เกี่ยวยาเสพติดเท่าที่ควร ดังนั้นเพื่อเป็นการปลูกฝังให้ความรู้ และตระหนักถึงโทษยาเสพติดที่มีการขยายตัว อยู่ในสังคมปัจจุบันให้ลดน้อยลง จึงใช้วิธีการรณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึกในห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5/3 คณะกรรมการห้องเรียนสีขาวจึงจัดโครงงาน เรื่อง เยาวชนรุ่นใหม่ห่างไกลยาเสพติด ขึ้นซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ ความรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเพื่อน ๆ ในห้องเรียนไม่ไปสนใจ และรู้จักหลีกเลี่ยงยาเสพติดตลอดจนสร้างความ ตระหนักให้กับครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด วัตถุประสงค์ 1. เพื่อประยุกต์ใช้สิ่งของหรือเศษวัสดุที่ไม่ใช้มารีไซเคิลใหม่ 2. ประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการซื้อถุงพลาสติกมาให้นักเรียนใส่ปุ๋ย 3. เพื่อทดลองประดิษฐ์อุปกรณ์ตามความคิดแบบเป็นกลุ่ม 4. ลดต้นทุนการนำเข้าให้ประเทศในอนาคต เป้าหมาย 3.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 จำนวน 25 คน 3.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ได้ร่วมกิจกรรม ตั้งใจประพฤติดี ไม่ยุ่ง เกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด และเป็นผู้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้อุปกรณ์เครื่องหยอดปุ๋ยที่ประดิษฐ์ขึ้นเองในราคาประหยัดจากสิ่งของเหลือใช้ 2. เพื่ออำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาแก่ชาวเกษตรกร 3. เพื่อนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาด้านการเกษตร 4. ช่วยทุ่นแรงให้กับบุคคลทำงานใช้ถุงผ้าลดภาวะโลกร้อนแทนการหิ้วถุงพลาสติกใส่ปุ๋ย
399 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า 1. ศึกษาเพื่อลดปริมาณขยะท่อ PVC ในโรงเรียน และลดภาวะโลกร้อน 2. ศึกษาเพื่อให้มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกและทุ่นแรงให้กับครู บุคคลกรและนักเรียนผู้ปฏิบัติงาน สมมุติฐานของการศึกษา 1. เพื่อความสะดวกสบายในการพกพา 2. สามารถต่อยอดสามารถนำไปใช้กับชาวเกษตรกรได้ในอนาคต 3. มีอุปกรณ์ใช้งานที่สามารถประดิษฐ์ได้ด้วยตนเอง 4. ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกลดภาวะโลกร้อน บทที่2 ความเป็นมาของเครื่องหยอดปุ๋ย เนื่องจากทางโรงเรียนของเราได้มีขยะที่เป็นถุงพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง และท่อน้ำ PVC ที่เหลือเป็น จำนวนมาก ในสภาพดีและสามารถนำมากลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์การศึกษา เราพบว่าเครื่องหยอดปุ๋ย ใช้ท่อ PVC เป็นอุปกรณ์หลักในการทำงานจึงเกิดแนวความคิดว่าเราสามารถนำท่อ PVC โดยนำมาประกอบ กับแผ่นไม้และใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก เพื่อให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร เ ป็ น เครื่องหยอดปุ๋ยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชาวเกษตรกรนำอุปกรณ์ดังกล่าวไปใช้ได้ใน ชีวิตประจำวันได้สามารถต่อยอดนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์พืชได้อีกด้วยและประโยชน์ อย่างอื่นได้จึงเป็นที่มาของโครงงานวิทยาศาสตร์ประ เภทสิ่งประดิษฐ์ บทที่3 วิธีการดำเนินงานของโครงงาน วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เครื่องหยอดปุ๋ย มีดังนี้ 1. ท่อ PVC 2.แผ่นไม้ 3.ยางรถ 4. ค้อน 5.ไขควง 6.ตะปู 2
400 ขั้นตอนการทำเครื่องหยอดปุ๋ย 1. นำท่อPVC มาตัดตามความยาวที่ต้องการ ตัดปลายเฉียง 30 องศา แล้วเจาะเป็นรูสำหรับใส่ลิ้นจุด กึ่งกลาง 2. ตัดท่อ PVC ขนาดเท่ากับที่เจาะเพื่อทำลิ้น เปิดช่องหยอดปุ๋ย 3. นำแผ่นไม้มาตัดให้มีขนาดความยาวเท่ากับจุดที่เจาะรูเพื่อใส่ลิ้นช่องเปิดจนถึงปลายท่อด้านบน 4. นำลิ้นช่องเปิดที่ตัดไว้มาใช้ตะปูยึดติดกับแผ่นไม้ด้านบน 5. นำแผ่นไม้ที่ยึดติดกับลิ้นช่องเปิดแล้วมาประกอบโดยใช้สายยางมัดติดกับท่อ PVCตรงจุดที่เจาะรูไว้ กึ่งกลาง 6. นำถุงผ้ามามัดติดกับปลายท่อที่ประกอบเสร็จแล้วด้านบน 7. นำปุ๋ยใส่ในถุงผ้าแล้วสะพายนำมาใช้งานโดยทดลองหยอดปุ๋ยในแปลงผักที่ต้องการ บทที่ 4 การอภิปราย การทำเครื่องหยอดปุ๋ยจากท่อ PVC ทางผู้จัดทำได้มองเห็นถึงปัญหาของขยะภายในโรงเรียนเรวดี พัทลุง การจัดทำโครงงานครั้งนี้ เป็นการจัดทำโครงงานประดิษฐ์ เครื่องหยอดปุ๋ยโดยเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้จาก เศษวัสดุเหลือใช้ภายในโรงเรียนที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการใช้ถุงพลาสติกที่เป็นขยะ ที่ย่อยสลายได้ยาก ลดภาวะโลกร้อน และนักเรียนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในแปลงเกษตรได้จากการ ประดิษฐ์ เครื่องหยอดปุ๋ยนี้เป็นสิ่งประดิษฐ์จากเศษวัสดุเหลือใช้ใน โรงเรียนเรวดีพัทลุง จังหวัดพัทลุง บทที่ 5 สรุปผลและอภิปรายผลการดำเนินการจัดทำโครงงาน ผลการทดลองสรุป จากการประดิษฐ์ เครื่องหยอดปุ๋ย โรงเรียนเรวดีพัทลุง สามารถสรุปผลได้ดังนี้ เครื่องหยอดปุ๋ย มีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความสะดวกสบายในการพกพา สามารถต่อยอดนำไปใช้กับ ชาวเกษตรกรได้ในอนาคต ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกลดภาวะโลกร้อน และเป็นอุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ได้ด้วย ตนเองสามารถพกพาไปใส่ปุ๋ยในแปลงเกษตรได้ตามจุดต่างๆได้ในปริมาณตามที่ต้องการ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการทดลอง 1. ได้อุปกรณ์เครื่องหยอดปุ๋ยที่ประดิษฐ์ขึ้นเองในราคาประหยัดจากสิ่งของเหลือใช้ 2. เพื่ออำนวยความสะดวกและประหยัดเวลาแก่ชาวเกษตรกร 3. เพื่อนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาด้านการเกษตร 4. ช่วยทุ่นแรงให้กับบุคคลทำงานใช้ถุงผ้าลดภาวะโลกร้อนแทนการหิ้วถุงพลาสติกใส่ปุ๋ย ข้อเสนอแนะ จากผลการทำโครงงานในครั้งนี้ เป็นเพียงการการประดิษฐ์จากเศษวัสดุจำนวนหนึ่ง เท่านั้น ยังมีเศษ วัสดุอื่นอีกมากมายหลายชนิดที่สามารถนำมาทำโครงงานแบบนี้ได้ ในการทำโครงงานในครั้งต่อไป เราควร สามารถนำต่อยอดกับการประดิษฐ์เครื่องหยอดเม็ดพันธุ์พืชได้ในครั้งต่อไป
401 ภาคผนวก
402
403
404 +
405 บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ส่งเสริมให้นักเรียนพัฒนาโดยการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับวุฒิภาวะ ความ สนใจ และความถนัดของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติ ให้นักเรียนฝึกคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหาการเรียนรู้ในสถานการณ์จริงของผู้เรียนตามศักยภาพ คณิตศาสตร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิด ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มี แบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยให้คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสมอีกทั้ง ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่น ๆ คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดี ขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากความเข้าใจและการได้ปฏิบัติจริง สามารถ นำมาใช้ประโยชน์และพัฒนาชีวิตของตนเอง บอร์ดเกม คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเรียนรู้โดยใช้เป็นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม บนพื้นฐานการเรียนที่ สนุกสนานความท้าทาย ได้รับประสบการณ์ตรง เกิดความคิดรวบยอดและเป็นการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ เมื่อนำบอร์ดเกมมาส่งผลให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดและตัดสินใจ การแก้ไขปัญหา และเปิดโอกาสให้ นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าลงมือปฏิบัติเผชิญสถานการณ์ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยใช้กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ เมื่อเกิดกระบวนการคิดขึ้นก็จะมีการถ่ายโอนกระบวนการคิดไปสู่สถานการณ์ในชีวิตจริงซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ จากการที่คณะผู้จัดทำได้สังเกตพฤติกรรมเพื่อนร่วมชั้นเรียนและนอกห้องเรียน พบว่า เพื่อนขาดความรู้และ กระบวนการคิดเกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และเพื่อนชอบเล่นเกม ROV และ Free Fire ทางคณะ ผู้จัดทำเล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงมีการนำความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสอง มิติ มาบูรณาการและประดิษฐ์เป็นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง เพื่อทำให้การเรียนคณิตศาสตร์เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และบูรณาการณ์ความรู้เรื่อง รูปเรขาคณิตสอง มิติเข้าไปด้วย วัตถุประสงค์ 1. เพื่อนำความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติมาบูรณาการและ ประดิษฐ์เป็นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง 2. เพื่อเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติมากยิ่งขึ้น 3. เพื่อให้การเรียนคณิตศาสตร์เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลินมากขึ้น มีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ และ ความพึงพอใจในการเรียนคณิตศาสตร์ด้วยการเล่นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง โครงงานห้องเรียนสีขาว ปีการศึกษา ๒๕65 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2
406 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ผู้เรียนมีความเข้าใจเรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติมากยิ่งขึ้น 2. ผู้เรียนได้พัฒนาความคิด สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยให้ คาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา จากการเล่นเกมและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง 3. ได้โครงงานคณิตศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิต สองมิติ ขอบเขตของการทำโครงงาน การทำโครงงานครั้งนี้ เป็นการศึกษาเพื่อนำความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคนและรูป เรขาคณิตสองมิติ มาบูรณาการและประดิษฐ์เป็นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนเรวดีพัทลุง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3 ห้องเรียน จำนวน 89 คน กลุ่มตัวอย่างใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนโรงเรียนเรวดีพัทลุง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 31 คน ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรต้น หรือตัวแปรอิสระ การเรียน เรื่อง การบวกลบคูณหารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติ โดยใช้ บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง ตัวแปรตาม เจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียน เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิต สองมิติ ขอบเขตด้านเนื้อหา เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ เนื้อหา เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคนและรูปเรขาคณิตสองมิติ ร่วมกับการศึกษาเกี่ยวกับกฎ กติกา และวิธีการเล่นเกม ROV และ Free Fire ขอบเขตด้านเวลา ในการศึกษาครั้งนี้ ใช้เวลาในการศึกษา วันที่ 5 พฤศจิกายน ถึง 9 ธันวาคม 2565 ในภาคเรียน ที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2565 เป็นเวลา 5 สัปดาห์
407 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง การจัดทำโครงงานคณิตศาสตร์ เรื่อง บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง คณะผู้จัดทำได้ศึกษา เอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำเสนอรายละเอียดเป็นลำดับต่อไปนี้ 1. เนื้อหาการบวก ลบ คูณ หารระคน 2. รูปเรขาคณิตสองมิติ 3. กฎ กติกา วิธีการเล่นเกม ROV และ Free Fire 4. บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง 1. เนื้อหาการบวก ลบ คูณ หารระคน โจทย์ที่มีเครื่องหมายบวก (+) หรือเครื่องหมายลบ (-) หรือเครื่องหมายคูณ (x) หรือเครื่องหมายหาร (÷) มากกว่าหนึ่งครั้ง หรือมากกว่าหนึ่งเครื่องหมายในข้อเดียวกัน เรียกว่า โจทย์ระคน เช่น (6 + 4) – 3 = เป็นโจทย์ที่มีเครื่องหมายบวก (+) และเครื่องหมายลบ (-) ในข้อเดียวกัน เราเรียกโจทย์ชนิด นี้ว่า โจทย์การบวก ลบระคน การบวก ลบ คูณ หารระคน มีข้อตกลงในการเรียงลำดับการคำนวณ เพื่อให้ได้คำตอบเหมือนกัน ดังนี้ ลำดับที่ 1 คำนวณส่วนในวงเล็บ ลำดับที่ 2 คำนวณส่วนที่เป็นการคูณ การหาร จากซ้ายไปขวา ลำดับที่ 3 คำนวณส่วนที่เป็นการบวก การลบ จากซ้ายไปขวา ตัวอย่าง (13 – 7) + (3 × 8 ) – 10 ÷ 2 × 4
408 408 โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน 1. ทำความเข้าใจโจทย์อ่านและวิเคราะห์สาระสำคัญของโจทย์เพื่อให้ทราบข้อมูลที่จำเป็นในการ หาคำตอบ 2. วางแผน กำหนดวิธีที่จะใช้ในการหาคำตอบ 3. ลงมือทำ คิดคำนวณตามแผน 4. ตรวจสอบ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ โดยดูจากความเป็นไปได้ของคำตอบ และ ตรวจคำตอบเพื่อความถูกต้องของคำตอบ 2. รูปเรขาคณิตสองมิติ แบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ รูปสี่เหลี่ยม , รูปสามเหลี่ยม , รูปวงกลม และรูปหลายเหลี่ยมซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ รูปสี่เหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม คือ รูปปิดที่มี4 ด้าน 4 มุม ชนิดของรูปสี่เหลี่ยม แบ่งเป็น 6 ชนิด คือ - รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก คือ รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทุกมุมเป็นมุมฉาก - รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า คือ รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ที่มีด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน แต่ด้านที่อยู่ติดกันยาวไม่ เท่ากัน - รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส คือ รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมทุกมุมเป็นมุมฉากมีด้านทั้งสี่ยาวเท่ากัน - รูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน คือ รูปสี่เหลี่ยมที่มีมุมไม่เป็นมุมฉาก มีด้านตรงข้ามยาวเท่ากัน และ ขนานกันสองคู่ - รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน คือ รูปสี่เหลี่ยมที่มีด้านสี่ด้านยาวเท่ากัน แต่มุมทุกมุมไม่เป็นมุมฉาก - รูปสี่เหลี่ยมคางหมูคือ รูปสี่เหลี่ยมที่มีด้านขนานกัน เพียงคู่เดียว ภาพที่ 1 รูปสี่เหลี่ยม
409 409 รูปสามเหลี่ยม รูปสามเหลี่ยมคือรูปปิด ที่มี3 ด้าน 3 มุม โดยมุมภายในรวมกันได้180 องศา ชนิดของรูป สามเหลี่ยม แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ แบ่งตามลักษณะของด้าน แบ่งได้3 ชนิด คือ - รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีด้านเท่ากันสามด้าน - รูปสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีด้านทั้งสามยาวไม่เท่ากันเลย - รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีด้านเท่ากันสองด้าน แบ่งตามลักษณะของมุม มี3 ชนิด คือ - รูปสามเหลี่ยมมุมแหลม คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีมุมทุกมุมเป็นมุมแหลม - รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีมุมหนึ่งมุมเป็นมุมฉาก - รูปสามเหลี่ยมมุมป้าน คือ รูปสามเหลี่ยมที่มีมุมหนึ่งมุมเป็นมุมป้าน ภาพที่ 2 รูปสามเหลี่ยม รูปวงกลม รูปวงกลม คือ รูปบนระนาบ ที่ล้อมรอบด้วยเส้นโค้งที่มีระยะห่างจากจุดคงที่ ภายในจุดหนึ่งเป็น ระยะทางเท่ากัน เส้นโค้งขอบของรูปวงกลม เรียกว่า เส้นรอบรูปวงกลม หรือ เส้นรอบวง จุดคงที่ เรียกว่า จุดศูนย์กลาง ส่วนประกอบของรูปวงกลม - จุดศูนย์กลาง คือ จุดคงที่อยู่ตรงกลางของรูปวงกลมซึ่งอยู่ห่างจากเส้นรอบวงเป็นระยะเท่ากัน - เส้นผ่านศูนย์กลาง เป็นส่วนของเส้นตรงที่ลากจากจุดหนึ่งบนเส้นรอบวงด้านหนึ่งผ่านจุดศูนย์ ไปยังอีกจุดหนึ่งบนเส้นรอบวงอีกด้านหนึ่ง - เส้นรอบวง เป็นเส้นขอบของรูปวงกลมที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเท่ากัน - รัศมีเป็นระยะห่างระหว่างจุดศูนย์และเส้นรอบวงของรูปวงกลม - คอร์ด เป็นส่วนของเส้นตรงที่ลากจากเส้นรอบวงด้านไปยังเส้นรอบวงอีกด้านหนึ่ง คอร์ดที่ยาว ที่สุด คือเส้นผ่านศูนย์กลาง
410 410 ภาพที่ 3 รูปวงกลม รูปหลายเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม คือ รูปที่ปิดล้อมไปด้วยด้าน ตั้งแต่ 3 ด้านขึ้นไป มีจำนวนมุมเท่ากับจำนวนด้าน ภาพที่ 4 รูปหลายเหลี่ยม 3. กฎ กติกา วิธีการเล่นเกม ROV และ Free Fire เกม RoV ย่อมาจากคำว่า Realm of Valor ซึ่งเป็นเกมจากค่าย Tencent เป็นบริษัทยักษ์ ใหญ่ของประเทศจีน ด้วยรูปแบบการเล่นเกมนั้น จะมีลักษณะคล้ายกับเกมแนว MOBA อย่างเกม Dota , Dota2 และ LOL ที่เหล่าเกมเมอร์รู้จักและนิยมเล่นกันเป็นอย่างมาก ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้เกม RoV เป็นที่นิยมก็เพราะเป็นเกมที่เล่นง่าย ใช้เวลาเล่นไม่นานต่อรอบ แค่ประมาณ 10-15 นาที ยัง เพิ่มความสนุกสนานในการเล่นเกม ด้วยการสื่อสารที่สามารถพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมได้อีกด้วย ยังเป็น เกมที่เล่นได้ทั้งคอมพิวเตอร์ และ Smartphone ก็ดาวน์โหลดเกมผ่าน App Store หรือ Play Store งานนี้ถูกใจทั้งสาย Android และกลุ่มคนที่ใช้ iPhone รุ่นต่าง ๆ เช่น iPhone X / iPhone 11 / iPhone 12 เป็นต้น และปัจจุบันเกม RoV มีผู้เล่นเกมแต่ละเดือนกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก เกม RoV จะมีวิธีเล่นเกมคล้ายกับเกมแนว MOBA (Multiplayer Online Battle Arena) รูปแบบการเล่นเกม จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ทีม แต่ละทีมจะมีผู้เล่น 5 ต่อ 5 โดยผู้เล่นจะต้องคัดเลือกตัวละครจากในเกม
411 411 มา 1 ตัว ให้เป็นฮีโร่เข้าไปทำลายฐานที่มั่นของฝ่ายตรงข้าม แต่ในขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามก็จะเข้า มาทำลายฐานที่มั่นของเราเช่นเดียวกัน และถ้าทีมไหนที่สามารถทำลายฐานของฝั่งตรงข้ามได้ก่อน ก็ จะเป็นฝ่ายที่ได้ชัยชนะไป ถ้ามองภาพรวมก็จะเป็นเกมลักษณะที่มีวางแผน เพื่อการโจมตีฝ่ายตรงข้าม โดยผู้เล่นในทีมสามารถชวนเพื่อน ๆ มาให้ครบ 5 คนได้ หรือถ้าไม่มีระบบก็เลือกผู้เล่นให้อัตโนมัติ แผนที่ในเกม RoV - เลน การยืนเลนถือว่ามีความสำคัญมาก ๆ ของทีม หากวางแผนผู้เล่นให้ฮีโร่แต่ละสายไปอยู่ใน ตำแหน่งที่ไม่เหมาะ ก็อาจจะทำให้เสียเปรียบและแพ้ได้ ซึ่งเลนจะแบ่งออกเป็น 3 เลน ได้แก่ เลน กลาง / เลน Dark Slayer และ เลน Abyssal Dragon - มอนสเตอร์ หรือ ครีปป่า คือ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่อยู่รวมกันในป่ามอนสเตอร์ จะคอยให้เงิน และบัฟที่แตกต่างกันออกไป และยังทำให้ฮีโร่ได้รับความสามารถพิเศษได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งอีกด้วย - ฐานและป้อม โดยแต่ละทีมจะมี 1 ฐาน 9 ป้อม ซึ่งแต่ละป้อมจะทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน ป้อม ชั้นนอก ก็จะคอยช่วยเก็บเลเวลและเหรียญทอง ถ้าป้อมแตกก็จะทำให้เก็บเลเวลได้ยากขึ้น ส่วนป้อม กลาง จะช่วยทำให้ฟาร์มป่าที่สะดวกมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าป้อมแตกเมื่อไรก็จะทำให้ฟาร์มป่ายากขึ้น และ ป้อมใน จะคอยปกป้องฐานที่มั่นของแต่ละทีม ถ้าป้อมแตกก็จะทำให้ครีปของแต่ละฝ่ายกลายเป็น ซูเปอร์ครีป สุดท้ายก็จะเป็นฐานที่มีพลังในการโจมตีสูงที่สุด แต่ถ้าฐานแตกเมื่อไร ทีมนั้นก็จะแพ้ทันที - ป่าและพุ่มไม้ ซึ่งพื้นที่ป่าจะถูกบางออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ป่าฝั่งของทีมเราและป่าฝั่งของทีมศัตรู แต่ถ้าเมื่อไรที่เราเข้าไปอยู่ในป่าฝั่งศัตรู มุมมองก็จะยังคงเป็นเช่นเดิม ยกเว้นถ้าเป็นเลน Dark Slayer, Abyssal Dragon และ Spirit Sentinel จะสลับฝั่งกันทันที เกม Free Frie ได้เปิดตัวในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2017 เป็นเกมออนไลน์สุดฮิตที่อยู่ในเครือ Gerena ที่มียอดดาวน์โหลดทั่วโลกกว่า 450 ล้านคนจาก 130 ประเทศทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นเกมแนว Battle Royale ที่มียอดดาวน์โหลดสูงที่สุดเลยทีเดียว ซึ่งเกมฟีฟาย คือเกมมือถือออนไลน์ประเภท Tactical-TPS Survival Open World หรือเกมเอาตัวรอด ที่เริ่มจากการดิ่งลงจากเครื่องบินด้วยร่มชู ชีพ ลงสู่สนามรบ พร้อม ๆ กับหายานพาหนะหรือาวุธที่จะทำให้ตัวเองได้เปรียบในสงครามครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ การสังหารผู้เข้าแข่งขันเพื่อให้ตัวเองเป็นผู้รอดชีวิต คนสุดท้าย 4. บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง จะเป็นการตีป้อมของแต่ละทีม และจะมีหลอดเลือด 10 หลอด ซึ่งทีม ไหนพิชิตป้อมของอีกทีมได้จะเป็นผู้ชนะ หรือถ้าทีมไหนเลือดหมดก่อน หรือเลือดเหลือน้อยกว่าก็จะ เป็นฝ่ายแพ้ โดยมีเวลาในการเล่นเกม 20 นาที โดยแผนที่ในการเล่นจะแบ่งออกเป็น 3 โซน และ ทางเดินจะเป็นรูปเรขาคณิตสองมิติ
412 412 ภาพที่ 5 บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง
413 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการ การศึกษาครั้งนี้เป็นการนำความรู้เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน รูปเรขาคณิตสองมิติ ไป ใช้สร้างเกมคณิตศาสตร์ โดยการออกแบบเพื่อนำไปใช้จริง เช่น สร้างบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง ขั้นตอนในการดำเนินการ 1. ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการบวก ลบ คูณ หารระคน รูปเรขาคณิตสองมิติ และวิธีการ เล่นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง ภาพที่ 6 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง 2. ออบแบบบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง ภาพที่ 7 ออบแบบบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง
414 414 3. สร้างบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง ตามที่ออกแบบเอาไว้ ภาพที่ 8 สร้างบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง 4. นำบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง มาเล่นตามกติกาที่ได้กำหนดเอาไว้ ภาพที่ 9 นำบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง มาเล่นตามกติกา
415 415 5. เผยแพร่ ให้คำแนะนำแก่ผู้สนใจ ภาพที่ 10 เผยแพร่ ให้คำแนะนำแก่ผู้สนใจ ขั้นตอนในการเล่นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง 1. แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ทีม ทีมละ 2 คน โดยจะมีทีมสีน้ำเงินและทีมสีเหลือง 2. บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง จะเป็นการตีป้อมของแต่ละทีม และจะมีหลอดเลือด 10 หลอด ซึ่งทีมไหนพิชิตป้อมของอีกทีมได้จะเป็นผู้ชนะ หรือถ้าทีมไหนเลือดหมดก่อน หรือเลือดเหลือ น้อยกว่าก็จะเป็นฝ่ายแพ้ โดยมีเวลาในการเล่นเกม 20 นาที 3. บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง จะมีทางเดินเป็นรูปเรขาคณิตสองมิติ และจะมีเส้นขอบเป็น การแบ่งของรูปเรขาคณิตสองมิติ เป็นสีของทีม จะให้เดินตามสีของทีมตังเอง โดยจะใช้ลูกเต๋า 8 เหลี่ยมในการทอดลูกเต๋า ทอดลูกเต๋าออกหน้าอะไรก็เดินไปตรงนั้น 4. บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง จะมีการแบ่งออกเป็น 3 โซน โดยโซนที่ 1 โซนสีเขียน จะเป็นโซนในการเก็บไอเท็มหรือเป็นการเก็บรวบรวมความรู้เพื่อไปใช้ใน โซนต่อไป ซึ่งในโซนนี้จะมีโอกาศเดินได้ไม่เกิน 8 ครั้ง เมื่อเดินครบ 8 ครั้งหรือพอใจในไอเท็มแล้ว สามารถไปต่อในโซนที่ 2 โซนที่ 2 โซนสีส้ม จะเป็นการตีบอร์ดหรือเป็นการทำโจทย์การบวก ลบ คูณ หารระคนแบบง่ายๆ ซึ่งในโซนนี้จะต้องเดินให้ครบ 5 ครั้งและตอบคำถามให้ถูก 4 ข้อขึ้นไปถ้าตอบไม่ถูกถึง 4 ข้อจะต้อง ทอดลูกเต่าต่อจนตอบคำถามครบ 4 ข้อ ถึงจะไปต่อที่โซนที่ 3 ได้แต่ถ้าตอบคำถามผิดจะต้องเสีย
416 416 หลอดเลือด 1 หลอดต่อการตอบผิด และถ้าทอดลูกเต๋าครั้งที่ 6 ขึ้นไปจะต้องเสียหลอดเลือดครั้งละ 1 หลอดด้วย โซนที่ 3 โซนสีแดง จะเป็นการตีเมืองหรือเป็นการทำโจทย์การบวก ลบ คูณ หารระคนหรือโจทย์ ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน ซึ่งในโซนนี้จะเดินกี่รอบก็ได้แต่ต้องตอบคำถามให้ถูก 3 ครั้ง ถึงจะ เป็นการตีป้อมอีกทีมได้ แต่ถ้าตอบคำถามผิดจะต้องเสียหลอดเลือด 1 หลอดต่อการตอบผิดด้วย 5. เริ่มเกมโดยการเป่าหยิงชุบ ทีมใดเป็นฝ่ายชนะจะได้เป็นทีมที่ได้เลือกสีของทีมและจะได้ เริ่มเล่นก่อน 6. ทีมที่เป็นฝ่ายเริ่มเล่นก่อน ให้ทอดลูกเต๋า และเดินถามหน้าของลูกเต๋าที่ทอดได้ โดยจะ ตามเส้นขอบของรูปเรขาคณิตสองมิติที่ทีมตัวเองเลือกสีไว้ 7. เล่นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง ตามกติกาจนเวลาในการเล่นเกมครบ 20 นาทีหรือหลอด เลือดหมด ถึงจะถือว่าจบเกม
417 บทที่ 4 ผลการดำเนินการ การทำโครงงาน เรื่อง บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง โดยคณะทำงานซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นการนำความรู้ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน รูปเรขาคณิตสองมิติ ไปใช้ในกิจกรรมการเรียน โดยมี ระยะเวลาการดำเนินงาน ตั้งแต่ 8 สิงหาคม ถึง 7 กันยายน 2565 ได้ผลดังนี้ 1. ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติ และได้นำมาบูรณา การและประดิษฐ์เป็นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง 2. นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติมากยิ่งขึ้น จาก การที่ได้เล่น บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง 3. เมื่อนำบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง เข้าไปเผยแพรให้เพื่อนคนอื่น ในการเรียนคณิตศาสตร์เกิดความ สนุกสนาน เพลิดเพลินมากขึ้น มีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์มาขึ้น และเพื่อน ๆ ก็มีความพึงพอใจในการ เรียนคณิตศาสตร์ด้วยบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง ตารางที่ 1 สรุปความพึงพอใจของ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเรวดีพัทลุง ในการได้เล่น บอร์ดเกม ตี ป้อมพิชิตเมือง รายการประเมิน ร้อยละของความพึงพอใจของนักเรียนของ นักเรียน จำนวน 31 คน มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด 1. บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง มีความน่าสนใจ 83.25 16.75 - - - 2. มีความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติมากยิ่งขึ้น จากการที่ได้เล่น บอร์ด เกม ตีป้อมพิชิตเมือง 90.21 9.79 - - - 3. สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง 86.22 13.78 - - - 4. ส่งเสริมให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น 88.36 11.64 - - - 5. ส่งเสริมทักษะการคิดที่รวดเร็ว และแม่นยำ 90.05 9.95 - - - 6. เกิดความสนุกสนานในการเรียนคณิตศาสตร์ 92.24 7.76 - - - 7. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์มาขึ้น (อยากเรียน คณิตศาสตร์มากขึ้น) 89.26 10.74 - - - เฉลี่ย 88.51 11.49 - - -
418 418 จากตารางที่ 1 ปรากฏว่า เพื่อน ๆชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเรวดีพัทลุง ในการได้เล่น บอร์ดเกม ตีป้อม พิชิตเมือง ดังนี้ บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง มีความน่าสนใจ คิดเป็นร้อยละ 83.25 มีความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติมากยิ่งขึ้น จากการที่ได้เล่น บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง คิด เป็นร้อยละ 90.21 สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้จริงคิดเป็นร้อยละ 86.22 ส่งเสริมให้ใช้เวลาว่างให้เกิด ประโยชน์มากยิ่งขึ้น คิดเป็นร้อยละ 88.36 ส่งเสริมทักษะการคิดที่รวดเร็ว และแม่นยำ คิดเป็นร้อยละ 90.05 เกิดความสนุกสนานในการเรียนคณิตศาสตร์ คิดเป็นร้อยละ 92.24 และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์มาขึ้น (อยากเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น) คิดเป็นร้อยละ 89.26
419 บทที่ 5 สรุป อภิปรายและข้อเสนอแนะ การทำโครงงานเรื่อง บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง โดยคณะทำงานซึ่งเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเรวดีพัทลุง เป็นการนำความรู้เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติ ไปสร้าง เกมที่สวยงาม น่าสนใจ และนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้ โดยมีระยะเวลาการดำเนินงาน ตั้งแต่ 8 สิงหาคม ถึง 7 กันยายน 2565 สรุปผลการทำโครงงาน 1. ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติ และได้นำมาบูรณาการและ ประดิษฐ์เป็นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง 2. นักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติมากยิ่งขึ้น จาก การที่ได้เล่น บอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง 3. เมื่อนำบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง เข้าไปเผยแพรให้เพื่อนคนอื่น ในการเรียนคณิตศาสตร์เกิดความ สนุกสนาน เพลิดเพลินมากขึ้น มีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์มาขึ้น และเพื่อน ๆ ก็มีความพึงพอใจในการ เรียนคณิตศาสตร์ด้วยบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง สรุปได้ว่า การทำโครงงานนี้ สามารถนำความรู้เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติ ไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจ ในเรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน และรูปเรขาคณิตสองมิติ และได้ทบทวนความรู้ทางคณิตศาสตร์ เป็นการ เรียนคณิตศาสตร์ที่ไม่น่าเบื่อหน่าย อันจะส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สูงขึ้นอีกด้วย อภิปรายผล 1. การเล่นบอร์ดเกม ตีป้อมพิชิตเมือง จะทำให้ผู้เล่นมีความสนุกสนานในการบวก ลบ คูณ หารระคน และรูป เรขาคณิตสองมิติ ว่ามีจำนวนใดบ้าง ทำให้มีความเข้าใจเนื้อหาคณิตศาสตร์ในเรื่องดังกล่าวได้มากขึ้น 2. ในขณะที่ผู้เล่น เล่นเกมต้องใช้สมาธิในการหาคำตอบอย่างรวดเร็วและแม่นยำ จึงเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้าง สมาธิของผู้เล่นได้อย่างดี อันเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนวิชาต่างๆ ให้ได้ผลดีต่อไป 3. โครงงานนี้เป็นการนำเอาสิ่งที่เป็นเหตุการณ์ปัจจุบันสิ่งที่เพื่อน ๆ สนใจมาบูรณาการณ์าทำให้เกิดประโยชน์ ให้เป็นชิ้นงานที่น่าสนใจ และควบคู่กับการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ข้อเสนอแนะ 1. สามารถสร้างแผ่นเกมให้มีจำนวนแผ่นมากขึ้น เพื่อให้มีผู้เล่นได้หลายคน 2. จากโครงงานนี้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเรียนคณิตศาสตร์ได้อย่างสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ ซึ่งสามารถนำไปใช้เรียนในเนื้อหาอื่นของวิชาคณิตศาสตร์ได้อีกหลายเนื้อหา 3. สามารถนำไปประยุกต์กับการเรียนวิชาอื่นได้เช่น วิชาภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เป็นต้น
420 420 (ลงชื่อ).......................................ผู้เสนอโครงการ (ลงชื่อ).................................ผู้เห็นชอบโครงการ (...........................................) (......................................) หัวหน้าฝ่ายกิจกรรม หัวหน้าห้องชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 (ลงชื่อ).....................................ผู้อนุมัติโครงการ (....................................) ครูที่ปรึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2
421 421 ภาคผนวก
๔๒๒
๔๒๓ รูปแบบของการ์ดในแต่ละโซน
๔๒๔
๔๒๕
๔๒๖
๔๒๗ รายงานโครงงานประเภททดลอง เรื่องลูกชิ้นจากข้าวสังข์หยด 1. เด็กชายรัชชานนท์ รัตนะโน 2. เด็กชายณฐกร ชูสุดรักษ์ 3. เด็กหญิงอันดา อังกุลดี 4. เด็กชายอดุลวิทย์ จันทรัตน์ 5. เด็กชายวุฒิกร เสียงใหญ่ 6. เด็กชายณัฎฐ์ แก้วงาม 7. เด็กชายสุวิจักขณ์พิบูรณ์ 8. เด็กหญิงกัญญาณัฐ แสงมณี 9. เด็กชายอดิเทพ อินทนะนก 10.เด็กชายกษิดิ์เดช สังข์สิงห์ 11.เด็กหญิงศรัณรัตน์ หมื่นสนิท 12.เด็กหญิงปภาวราจันวนา 13.เด็กชายจารุภัทร จันทรัตน์ 14.เด็กชายมนพันธ์ เหตุทอง 15.เด็กหญิงกัญญ์ณัชชา มิ่งขวัญ 16.เด็กชายจิรพงศ์ บุญจันทร์ 17.เด็กชายพิพัฒนพงศ์ ทองหยู 18.เด็กชายกฤษตเมธ บุญสนิท 19.เด็กหญิงทักษวดีขาวเผือก 20.เด็กชายพัฒนราชันย์ แสนโคตร 21.เด็กหญิงศุกลกานต์ พูนสวัสดิ์ 22.เด็กหญิงภนิตา ท่อนทอง 23.เด็กชายธวัชชัย นุ่นละออง 24.เด็กหญิงนพภัสสร ทองแก้ว 25.เด็กหญิงปุณสิตา เหมือนพรรณราย 26.เด็กชายธนภัทร ข้งแดง 27.เด็กชายอนาวิล จันทร์สุขศรี 28.เด็กหญิงเพชรลดา ภู่ประดิษฐ 29.เด็กชายสหัสวัต ทวีรัตน์ โครงงานห้องเรียนสีขาว ปีการศึกษา ๒๕65 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3
๔๒๘ บทที่1 บทนำ 1.ที่มาและความสำคัญ ลูกชิ้นข้าวสังข์หยด ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำแป้งข้าวเจ้าผสมแป้งชนิดอื่น ผสมให้เข้ากัน นำมาทำเป็นลูกชิ้น ก่อนบริโภคควรนำไปทอด ลูกชิ้นข้าวสังข์หยดเป็นพืชภูมิปัญญาท้องถิ่นต่าง การผลิตลูกชิ้นข้าวสังข์หยดที่เป็นพืชภูมิ ปัญญา เนื่องจากจำนวนผู้ผลิตมีน้อยลง จากปัญหาดังกล่าว คณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะศึกษาหาสูตรมาตรฐานของ ลูกชิ้นข้าวสังข์หยด พร้อมทั้งเสริมคุณค่าลงไปในลูกชิ้นข้าวสังข์หยด โดยใช้ข้าวสังข์หยดและส่วนผสมอื่นๆ เนื่องจาก ข้าวสังข์หยดมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะข้าวสังข์หยดที่ไม่ผ่านการขัดสีจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ใยอาหาร กรดโฟลิค วิตามินบี6 และ วิตามินบี12 ปัจจัยอื่นๆที่ช่วยลดคอเลสโตรอลในเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และความดัน และยังส่งเสริมให้ร่างกายใช้กลูโคสและฮอร์โมนอินซูลินได้ดีขึ้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ กาลังจะสูญหายไป และนำความรู้ไปถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวสังข์หยด แปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่อไป 2.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อหาสูตรมาตรฐานลูกชิ้นข้าวสังข์หยด 2. เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้จัดทำ 3. เพื่อพัฒนาลูกชิ้นข้าวสังข์หยดออกสู่ตลาด 4. เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน 3.เป้าหมาย 3.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/3 จำนวน 29 คน 3.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 29 ได้ร่วมกิจกรรม ตั้งใจประพฤติดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับ ยาเสพติดทุกชนิด และเป็นผู้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี 4.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. เพิ่มมูลค่าให้กับข้าวสังข์หยด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมอาหารต่อไป 2 .ได้ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ 3. นำไปถ่ายทอดความรู้ให้กับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเพื่อผลิตเป็นสินค้าเพิ่มรายได้ 4. เป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยให้กับผู้ที่สนใจต่อไป 5.ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า 1. ศึกษาพืชภูมิปัญญาท้องถิ่น 2. ศึกษาเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
๔๒๙ 6.สมมุติฐานของการศึกษา 1. เพื่อนำข้าวสังข์หยดมาแปรรูปให้เหมาะแก่ผู้บริโภค 2. สามารถต่อยอดได้ในอนาคต 7.สถานที่ดำเนินงาน ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ อาคารใฝ่รู้ ชั้น 2โรงเรียนเรวดีพัทลุง 8.ระยะเวลาดำเนินงาน พฤษภาคม 2564 – กุมภาพันธ์ 2565 9.การวัดและประเมินผล ตัวบ่งชี้ความสำเร็จ วิธีการประเมิน เครื่องมือ 1. ผู้เรียนร้อยละ 100 ได้ร่วมกิจกรรม ปลูกฝังสร้าง จิตสำนึก ส่งเสริมให้ความรู้ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข 1. สำรวจการเข้าร่วม กิจกรรม 1. แบบสำรวจการเข้า ร่วมกิจกรม 2. ผู้เรียนร้อยละ 100 เป็นผู้ตระหนักรู้ห่างไกลยาเสพติด และอบายมุข 1. สังเกต 2. ประเมิน 1. แบบสังเกตพฤติกรรม 2. แบบประเมินผลการ จัดกิจกรรม บทที่2 ความเป็นมาของลูกชิ้นข้าวสังข์หยด เนื่องจากทางโรงเรียนของเราได้นำภูมิปัญญาท้องถิ่นในจังหวัดพัทลุงมาแปรรูปให้เหมาะแกผู้บริโภค ง่าย ต่อการบริโภค การศึกษา เราพบว่าข้าวสังข์หยดสุกสามารถนำมาแทนข้าวข้าวเจ้าได้และมีประโยชน์ ต่อผู้บริโภค
๔๓๐ บทที่3 วิธีการดำเนินงานของโครงงาน วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง เรื่อง ลูกชิ้นข้าวสังข์หยด มีดังนี้ วัตถุดิบ 1) ข้าวสังข์หยด สุก 2) เนื้อไก่ 3) พริกไทย 4) เกลือ 5) ผักชี 6) ผงปรุงรส 7) น้ำตาลทราย 8) น้ามันพืช 9) ไข่ไก่ อุปกรณ์ 1) กระทะไฟฟ้า 2) เครื่องปั่น 3) กะละมัง ขั้นตอนการทำลูกชิ้นข้าวสังข์หยด 1. นำข้าวสังข์หยดมาหุงให้สุก 2. นำเนื้อไก่มาหันให้เป็นชิ้นเล็กๆ 3. นำข้าวสังข์หยด เนื้อไก่ พริกไทย ไข่ไก่ ผงปรุงรส เกลือ น้ำตาลทราย ผักชี มาปั่นให้เข้ากันจนละเอียด 4. นำแป้งลูกชิ้นข้าวสังข์หยดมาปั้นให้เป็นลูกกลมๆ แล้วนำไปต้มในน้ำร้อนที่ยังไม่เดือด 5. เตรียมน้ำเย็นเพื่อทำให้ลูกชิ้นจับตัวกันเป็นรูปทรงกลมๆ 6 .เตรียมกระทะตั้งไฟ แล้วนำลูกชิ้นไปทอด หรือนึ่ง
๔๓๑ บทที่ 4 การอภิปราย การทำลูกชิ้นข้าวสังข์หยด ทางผู้จัดทำได้เล่งเห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นในจังหวัดพัทลุง การจัดทำโครงงาน ครั้งนี้ เป็นการจัดทำโครงงานทดลอง โดยนำข้าวสังข์หยดมาแปรรูปเป็นลูกชิ้นเพิ่มรายได้ และนำออกตลาดได้มาก ที่สุด และที่สำคัญคือข้าวสังข์หยดมีประโยชน์ทางโภชนาการมากที่สุด บทที่ 5 สรุปผลและอภิปรายผลการดำนินการจัดทำโครงงาน จาการทดลองพบว่าการนำข้าวสังข์หยดมาใช้แทนแป้งข้าวจ้าว สามารถทำลูกชิ้นได้และยังมีรสชาติที่เหมาะสมและ อร่อย เหมาะแก่นักเรียน ข้อเสนอแนะ การศึกษาผลิตภัณฑ์ลูกชิ้นข้าวสังข์หยด มีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. ควรศึกษารูปร่างและขนาดชิ้นที่ผู้บริโภคให้การยอมรับเพื่อพัฒนารูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ ของผู้บริโภคต่อไป 2. ควรศึกษาระยะเวลาการเก็บรักษา (ลงชื่อ).......................................ผู้เสนอโครงการ (ลงชื่อ).................................ผู้เห็นชอบโครงการ (...........................................) (......................................) หัวหน้าฝ่ายกิจกรรม หัวหน้าห้องชั้นประถมศึกษาปีที่ 6./3 (ลงชื่อ).....................................ผู้อนุมัติโครงการ (....................................) ครูที่ปรึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6./3
๔๓๒ ภาคผนวก
๔๓๓
๔๓๔