๓๔
๒.๒.๒.๒ ความสาํ คญั ของประสิทธิผล
ความสําคัญของ ประสทิ ธิผล วาเปน ความสามารถขององคการในการสรางการปฏิบัติการ
ในการดําเนินงานใหบรรลุวัตถุประสงคตามจุดมุงหมายท่ีวางไว โดยบางครั้งไมไดคํานึงถึงปริมาณ
ทรัพยากรท่ีใชในกระบวนการของการดําเนินงานและไดใหความสําคัญในความแตกตางระหวาง
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลไววา ประสิทธิภาพน้ันถือไดวาเปนการที่มีการใชทรัพยากรสิ้นเปลือง
นอยท่ีสุด แตในสวนของประสิทธิผลน้ัน ไดคํานึงถึงความสําคัญในแงความสามารถท่ีจะบรรลุใน
เปาหมายที่กําหนดไว แตสองคํานี้ มีความหมายที่ใกลเคียงและเก่ียวของกันคือองคการจะมี
วิธดี ําเนินการปฏิบัติการในการใชทรพั ยากรใหส ิ้นเปลืองนอยทส่ี ุดโดยมีเปา หมายคือประสิทธผิ ล41๔๒
ความสําคัญในเร่ืองประสทิ ธิผลองคการวา ประสิทธิผลน้ันไดเกิดขึ้นมาอยางยาวนานและ
กวางขวาง ต้ังแตยุคแรกในการศึกษาเก่ียวกับทฤษฎีองคการและถือไดวามีความสําคัญ เพราะเปน
แกนของแนวคิดที่มีผลในการขับเคล่ือนองคการในดานตาง ๆ เชนโครงสรางขององคการวัฒนธรรม
ขององคการภาวะผูนําการวางแผนทางดานยุทธศาสตรขององคการเพื่อใหเกิดผลตามเปาหมายของ
องคการ ดังนั้นประสิทธิผลขององคการจึงถือไดวามีความสําคัญเพราะเปนเปาหมายสูงสุดของ
ผูบริหารท่ีจะตองบรรลุถึง และประสิทธิผลขององคการ(Organization Effectiveness) ก็ยังมี
ค ว า ม สํ า คั ญ ต อ ทิ ศ ท า ง ข อ ง อ ง ค ก า ร เพ ร า ะ เป น ก า ร ม อ ง ใน ร ะ ดั บ ข อ ง อ ง ค ก า ร ท่ี จ ะ บ ร ร ลุ ต า ม
วัตถุประสงคท่ีตั้งไวในระยะสนและระยะยาว ทั้งในเชิงกระบวนการและผลลัพธ ซ่ึงสามารถท่ีจะ
สง ผลในเรอ่ื งของความอยูร อดขององคการดวย42๔๓
สรุปไดวา ความสําคัญของประสิทธิผลน้ัน คือความสามารถขององคการในการสรางการ
ปฏิบัติการในการดําเนินงานใหบรรลุวัตถุประสงคตามจุดมุงหมายที่วางไว ตามแผนงานและ
ยทุ ธศาสตรขององคการใหเ กิดผลตามเปาหมาย
๒.๒.๒.๓ ยุทธศาสตรการพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในเขตจังหวัดเลย
(พ.ศ.๒๕๖๑- ๒๕๖๕) องคก ารบริหารสวนจังหวดั เลย
การจัดทํายุทธศาสตรการพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถ่ินในเขตจังหวัดเลย (พ.ศ.
๒๕ ๖ ๑ - ๒๕ ๖ ๕ ) ไดดําเนินการตามแนวทางหนังสือกรมสงเสริมการป กครองทองถ่ิน
กระทรวงมหาดไทย เร่ืองซักซอ มแนวทางการทบทวนแผนพัฒนาทองถนิ่ (พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๖๕) ของ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นเพ่ือใหองคการบริหารสวนจังหวัดประชุมแผนพัฒนาองคการบริหารสวน
จังหวัดและคณะกรรมการประสานแผนพัฒนาทองถิ่นระดับจังหวัด ทบทวน หรือเปล่ียนแปลง
๔๒ วรพล สุพรรณอวม, “ปญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีตํารวจกองกํากับ
การสวัสดีภาพเด็กและสตรี”, สารนิพนธปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานยุติธรรม, (คณะสังคม
สงเคราะหศาสตร: มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร, ๒๕๕๔), หนา ๑๕-๑๖.
๔๓ ปริญ บุญฉลวย, “วัฒนธรรมมีองคก ารูองคก ารการเรยี นรู กบั ประสิทธิผลองคก ารของศาลยุติธรรม
: ตัวแบบสมการโครงสรา ง”, วิทยานิพนธปรชั ญาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาวชิ าพัฒนาสงั คมและการจัดการส่ิงแวดลอม,
(คณะพัฒนาสงั คมและการจัดการสง่ิ แวดลอ ม: สถาบนั บัณฑติ พฒั นาบรหิ ารศาสตร, ๒๕๕๖), หนา ๑๐.
๓๕
ยุทธศาสตรการพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในเขตจังหวัด ใหสอดคลองกับยุทธศาสตร
จังหวัด ยุทธศาสตรกลุมจังหวัด ยุทธศาสตรภาคแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับท่ี ๑๒
และยทุ ธศาสตรช าติ ๒๐ ป โดยมแี ผนสรปุ ดงั น้ี
สว นที่ ๑
สรปุ ผลการพฒั นาทอ งถนิ่ ตามแผนพัฒนาทองถิน่ (พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐)
๑. ผลการดําเนนิ งานยทุ ธศาสตรก ารพฒั นาขององคกรปกครองสวนทองถ่นิ ในเขตจังหวดั
๑.๑ สรุปสถานการณการพฒั นาท่ัวไป
คณะกรรมการประสานแผนพฒั นาทองถ่ินจงั หวดั เลย ไดจัดทํายุทธศาสตรการพัฒนาของ
องคกรปกครองสวนทองถ่ินในเขตจังหวัดเลย (พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๖๕) โดยนําขอมูลจากการจัดทํา
ประชาคมทองถ่ินระดับอําเภอและระดับจังหวัด ประจําปงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ มา
กําหนดทิศทางการดําเนินงานขององคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ ดงั นี้
๑) วสิ ัยทศั น
“บานเมืองนาอยู ประตกู ารคาชายแดน ชุมชนเขมแข็งขจดั ความยากไร”
๒) ยุทธศาสตร
๑. ยุทธศาสตรการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค สาธารณปการโครงสรางพื้นฐาน และ
เทคโนโลยสี ารสนเทศ
๒. ยทุ ธศาสตรการพัฒนาคน สงั คม และเสริมสรา งความเขมแข็งใหกับชุมชน
๓. ยทุ ธศาสตรก ารพฒั นาการเมืองการบริหารจัดการที่ดแี ละการใหบริการสาธารณแก
ประชาชน
๔. ยทุ ธศาสตรก ารพัฒนาดานสงเสริมการทองเท่ียวและการกีฬา
๕. ยทุ ธศาสตรการพฒั นาการศกึ ษา ศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณที องถนิ่ และภูมิ
ปญ ญาทองถ่นิ
๖. ยุทธศาสตรการพัฒนาการปองกันบรรเทาสาธารณภัย และการจัดการอนุรักษ
ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ มอยางยงั่ ยนื
๗. ยุทธศาสตรก ารพฒั นาเศรษฐกิจ อาชีพ และรายได
๓) เปาประสงค
๑. ระบบสาธารณูปโภค สาธารณปการการคมนาคมขนสง มีประสิทธิภาพ สามารถ
ตอบสนองความตอ งการของประชาชนไดอยา งทัว่ ถึง
๒. สงเสริมพัฒนาอาชีพสรางงาน เพ่ิมรายได พัฒนาคุณภาพชีวิตและดูแล
ผดู อยโอกาสทางสังคม เปนจงั หวัดปลอดยาเสพตดิ
๓. องคการบริหารสวนจังหวัดเลย มีการบริหารจัดการภาครัฐที่ดีและมีสวนรวมจาก
ทุกภาคสว นเพม่ิ มากขึ้น
๓๖
๔. ประชาชนยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาแหลง
ทองเทีย่ วท่ีมีอยูในทอ งถ่ินใหเ ปนสถานท่ีทอ งเท่ยี วแหง ใหมของจงั หวัด
๕. ประชาชนเขามามีสวนรวมในวันสําคัญทางศาสนา และรวมอนุรักษฟนฟูรักษา
ศิลปวฒั นธรรมจารีตประเพณีและภูมิปญญาของทอ งถิ่นเพิ่มมากขึ้น
๖. ประชาชนมีจิตสํานึกและมีสวนรวมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ มเพ่มิ มากขน้ึ
๗. กลุมสงเสริมอาชีพมีศักยภาพในการจัดตั้งกลุมอาชีพ ประกอบอาชีพ โดยลด
รายจา ยเพม่ิ รายไดมากขน้ึ
๔) กลยทุ ธ
๑. สนบั สนนุ โครงสรา งพน้ื ฐานใหครอบคลุมทง้ั จงั หวดั เลย
๒. สง เสรมิ พัฒนาอาชพี เพ่ิมรายได พฒั นาคุณภาพชวี ติ และดแู ลผูดว ยโอกาสฯ
๓. องคการบริหารสวนจังหวัดเลย มีการบริหารจัดการภาครัฐท่ีดี และมีสวนรวมจาก
ทกุ ภาคสว นเพ่ิมมากขึ้น
๔. ประชาชนยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
๕. ประชาชนเขามามสี วนรว มในประเพณีขนบธรรมเนียมประเพณที องถิน่
๖. ประชาชนเขา มารมสี วนรว มในวันสาํ คัญทางศาสนาและรวมอนุรกั ษฟ น ฟู
๗. คุณภาพการผลติ และการตลาดสินคาเกษตรใหไดมาตรฐานปลอดภยั
๕) จุดยืนทางยุทธศาสตร
๑. พัฒนาพ้ืนท่ีท่ีมีความคาบเกี่ยวกันในเขตอํานาจหนาที่ขององคการบริหารสวน
จังหวัดเลยใหนาอยูมีความปลอดภัย โดยไดรับบริการสาธารณะดานโครงสรางพ้ืนฐาน ท่ีจําเปนเพ่ือ
ความสะดวกรวดเร็ว และรองรบั การขยายตัวของชมุ ชนแหละเศรษฐกจิ
๒. พัฒนาระบบการศึกษา สงเสริมและสนับสนุนกิจกรรมสําคัญทางศาสนา อนุรักษ
ศิลปวฒั นธรรมทองถ่ินใหคงอยสู ืบไป
๓. สงเสริมและพัฒนาศักยภาพคนและความเขมแข็งของชุมชนในการพ่ึงตนเองตาม
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๔. มีการบริหารจดั การภาครัฐทดี่ ีและมีสว นรวมจากทุกภาคสวน
๖) ผลการพัฒนาในภาพรวม
ตามที่คณะกรรมการประสานแผนพัฒนาระดับจังหวัด ไดดําเนินจัดทํายุทธศาสตรการ
พฒั นาในเขตจงั หวัดเลย ซ่งึ สรุปสถานการณก ารพัฒนาทั่วไปในภาพรวมในป พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ ได
ดังน4ี้3๔๔
๔๔ องคการบริหารสวนจังหวัดเลย, ยุทธศาสตรการพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถ่ินในเขต
จังหวัดเลย (พ.ศ.๒๕๖๑- ๒๕๖๕), [ออนไลน,, แหลงที่มา: https://loeipao.go.th/files/com_strategy/2020-
01_e1725346ab03088.pdf [๒๕ ตลุ าคม ๒๕๖๓].
๓๗
ตารางที่ ๒.๒ สรุปสถานการณก ารพัฒนาทว่ั ไปในภาพรวมในป พ.ศ.๒๕๕๗ – ๒๕๖๐
แผนพัฒนา ผลการดาํ เนนิ งาน
ยุทธศาสตร (๒๕๕๗-๒๕๖๐) ประจาํ ปง บประมาณ ๒๕๕๗
จาํ นวน จํานวนงบประมาณ จํานวน คดิ เปน งบ คดิ เปน
โครงการ โครงการ รอ ยละ ประมาณ รอยละ
๑. ดา นสาธารณูปโภค สาธารณปการ ๔๕๖ ๘๑๐,๒๕๑,๖๐๐ ๒๙ ๖.๓๖ ๕๔,๑๙๐,๘๐๐ ๖.๖๘
โครงสรางพืน้ ฐาน
๒. การพฒั นาคน สังคม คณุ ภาพชวี ติ ๓๙ ๖๑,๒๗๓,๒๐๐ ๘ ๒๐.๕๑ ๓๓,๖๒๑,๘๘๐ ๕๔.๘๗
เศรษฐกจิ พอเพียง
๓. การพฒั นาดา นการเมอื ง การบรหิ าร ๑๓๘ ๑๖๕,๕๐๕,๕๐๖ ๒๕ ๑๘.๑๒ ๓๓,๖๔๐,๕๓๐ ๒๐.๓๒
จัดการทดี่ แี ละการใหบ รกิ ารสาธารณะ
แกป ระชาชน
๔.การพัฒนาดา นการสงเสรมิ การ ๑๗ ๑๕,๑๓๔,๐๐๐ ๑ ๕.๘๙ ๙๕,๐๔๖ ๐.๖๖
ทองเท่ียวและกีฬา
๕.การพฒั นาการศึกษาศาสนา ๒๘ ๑๓,๕๕๐,๐๐๐ ๑๖ ๕๗.๑๔ ๒,๙๙๑,๗๙๙ ๒๒.๐๘
ขนบธรรมเนยี มประเพณีทองถิน่
๖.การพฒั นาการปองกันบรรเทาสา ๙ ๓๖,๐๕๐,๐๐๐ ๐ ๐ ๐ ๐
ธารณภยั และการจดั การอนรุ กั ษ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม
๗. การพัฒนาดานเศรษฐกจิ อาชพี ๘ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ๓ ๓๗.๕๐ ๓,๑๕๓, ๘๘๔ ๕๒.๕๖
รายได
๖๙๕ ๑,๑๐๗,๗๖๔,๓๐๖ ๘๒ ๑๑.๗๙ ๑๒๗,๐๓๑,๐๘๙ ๑๑.๔๖
รวม
ยทุ ธศาสตร แผนพัฒนา ผลการดําเนนิ งาน
(๒๕๕๗-๒๕๖๐) ประจาํ ปง บประมาณ ๒๕๕๘
จาํ นวน จํานวน จาํ นวน คิดเปน งบ คดิ เปน
โครงการ งบประมาณ โครงการ รอ ยละ ประมาณ รอยละ
๑. ดานสาธารณูปโภค ๑๐๒ ๒๙๖,๒๕๘,๐๐๐ ๑๔ ๑๓.๗๓ ๕๕,๘๖๘,๓๐๐ ๑๘.๘๖
สาธารณปการโครงสรา งพนื้ ฐาน
๒. การพัฒนาคน สงั คม คุณภาพชวี ติ ๔๗ ๒๗,๗๙๐,๐๐๐ ๑๑ ๒๓.๔๐ ๘,๓๖๒,๕๘๒ ๓๐.๐๙
เศรษฐกิจพอเพยี ง
๓. การพฒั นาดานการเมอื ง การ ๑๔๑ ๒๓๖,๙๓๓,๘๐๕ ๑๖ ๑๑.๓๕ ๒๐๑,๙๒๕,๒๐๕ ๘๕.๒๒
บรหิ ารจดั การทดี่ แี ละการให บริการ
สาธารณะแกประชาชน
๔. การพัฒนาดานการสง เสริมการ ๓๖ ๘,๗๒๐,๐๐๐ ๕ ๑๓.๘๙ ๔๒๕,๑๐๐ ๔.๘๘
ทอ งเท่ียวและกีฬา
๕.การพฒั นาการศกึ ษาศาสนา ๕๑ ๓๗,๒๕๐,๐๐ ๑๙ ๓๗.๒๕ ๒,๖๔๙,๔๒๕ ๗.๑๑
ขนบธรรมเนยี มประเพณีทองถน่ิ
๖.การพฒั นาการปอ งกนั บรรเทาสา ๑๓ ๓๐,๑๗๕,๐๐ ๓๘
ธารณภยั และการจดั การอนรุ ักษ ๓ ๒๓.๐๘ ๒๑๓,๙๙๐ ๐.๗๑
ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม
๗. การพัฒนาดา นเศรษฐกิจ อาชพี ๔ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ๓ ๗๕ ๙๐๐,๐๐๐ ๙๐
รายได ๓๙๔ ๖๓๘,๑๒๖,๘๐๕ ๗๑ ๑๘.๐๒ ๒๗๐,๓๔๔,๖๐๒ ๔๒.๓๗
รวม
ยุทธศาสตร แผนพฒั นา ผลการดาํ เนินงาน
(๒๕๕๗-๒๕๖๐) ประจําปงบประมาณ ๒๕๕๙
จาํ นวน จาํ นวนงบประมาณ จาํ นวน คิดเปน งบ คิดเปน
โครงการ โครงการ รอยละ ประมาณ รอ ยละ
๑. ดา นสาธารณูปโภค สาธารณ ๑๖๖ ๗๕๐,๔๒๑,๙๐๐ ๓๐ ๑๘.๐๓ ๑๔๓,๑๐๘,๙๐๐ ๒๑.๕๓
ปการโครงสรา งพื้นฐาน
๒. การพัฒนาคน สังคม คณุ ภาพ ๒๕ ๑๑,๔๑๕,๐๐๐ ๑ ๔.๐๐ ๑,๐๓๑,๒๕๐ ๙.๐๓
ชีวติ เศรษฐกิจพอเพียง
๓. การพัฒนาดา นการเมอื ง การ ๑๑๒ ๑๑๖,๑๑๙,๒๐๐ ๑๐ ๘.๓๙ ๒๑,๘๙๑,๔๐๐ ๑๘.๘๕
บรหิ ารจดั การทดี่ ีและการ
ใหบ ริการสาธารณะแกประชาชน
๔.การพัฒนาดานการสงเสรมิ การ ๓๙ ๘,๒๑๐,๐๐๐ ๓ ๗.๖๙ ๔๓๐,๕๕๐ ๕.๗๗
ทอ งเที่ยวและกีฬา
๕.การพฒั นาการศกึ ษาศาสนา ๔๗ ๑๑,๔๑๐,๐๐๐ ๑๕ ๓๔.๐๔ ๓,๓๐๕,๐๘๑ ๒๘.๙๗
ขนบธรรมเนยี มประเพณีทองถ่นิ
๖.การพัฒนาการปองกนั บรรเทา ๒๓ ๑,๙๓๒,๖๒๐,๐๐๐ ๒ ๘.๗๐ ๑๐๐,๐๐๐ ๐.๐๑
สาธารณภยั และการจดั การ
อนุรกั ษ ทรพั ยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอม
๗. การพฒั นาดา นเศรษฐกจิ ๑ ๗๐๐,๐๐๐ ๑ ๑๐๐ ๕๕๖,๑๒๕ ๗๙.๔๕
อาชพี รายได
รวม ๔๒๓ ๒,๘๓๐,๘๙๖,๑๐๐ ๖๒ ๑๔.๖๖ ๑๖๙,๗๕๐,๑๖๐ ๖.๐๐
ยุทธศาสตร แผนพฒั นา ผลการดาํ เนนิ งาน
(๒๕๕๗-๒๕๖๐) ประจาํ ปงบประมาณ ๒๕๖๐
จํานวน จาํ นวนงบประมาณ จาํ นวน คดิ เปน งบ คิดเปน
โครงการ โครงการ รอยละ ประมาณ รอ ยละ
๑. ดานสาธารณูปโภค สาธารณ ๑๒๓ ๙๐๐,๗๘๖,๗๐๐ ๑๒ ๙.๗๖ ๕๐,๕๐๕,๐๐๐ ๕.๖๑
ปการโครงสรา งพน้ื ฐาน
๒. การพัฒนาคน สังคม คุณภาพ ๒๖ ๑๘,๒๐๐,๐๐๐ ๔ ๑๕.๓๘ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ๕.๔๙
ชวี ติ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๓. การพัฒนาดานการเมือง การ ๖๒ ๑๐๕,๑๓๒,๑๐๐ ๓๓ ๕๓.๒๓ ๒,๗๕๐,๗๘๐ ๒๖.๑๖
๓๙
บริหารจัดการที่ดีและการใหบริการ ๕ ๑๔.๗๑ ๑,๔๕๐,๐๐๐ ๑๔.๕๙
สาธารณะแกประชาชน ๙ ๑๙.๕๗ ๑,๓๓๐,๐๐๐ ๑๒.๘๓
๔.การพฒั นาดานการสงเสริมการ ๓๔ ๙,๙๓๕,๕๐๐ ๓ ๑๕.๗๙ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ๐.๑๓
ทองเท่ียวและกฬี า
๕.การพัฒ นาการศึกษาศาสนา ๔๖ ๑๐,๓๗๐,๐๐๐ ๓ ๑๐๐ ๕,๗๐๐,๐๐๐ ๑๕๔.๐๕
ขนบธรรมเนยี มประเพณีทองถนิ่ ๖๙ ๒๒.๐๔ ๘๘,๕๘๙,๗๘๐ ๔.๑๗
๖.การพัฒนาการปองกันบรรเทาสา ๑๙ ๑,๐๗๕,๐๐๐,๐๐๐
ธ า ร ณ ภั ย แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร อ นุ รั ก ษ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม
๗. การพัฒนาดานเศรษฐกิจ อาชีพ ๓ ๓,๗๐๐,๐๐๐
รายได
รวม ๓๑๓ ๒,๑๒๓,๑๒๔,๓๐๐
๒.๒.๓ ปจจัยดานการส่ือสารทางการเมือง (Political Communication)
การสื่อสารถือเปนหัวใจสําคัญของการติดตอสัมพันธของมนุษย ในทางการเมืองการ
ส่ือสารทําหนาที่ในการถายทอดความรูและขาวสารเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบการเมืองหรือท่ี
เรียกวา การส่ือสารทางการเมือง44๔๕ ทําใหเกิดการไหลเวียนของสารอันจะชวยใหประชาชนไดเรียนรู
และเขาใจกระบวนการตางๆ ในทางการเมือง และสามารถตัดสินใจประเด็นทางการเมืองไดอยาง
ถกู ตอ งและมเี หตุผล นน่ั คือ สามารถเขามีสวนรว มทางการเมืองไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพ
สื่อมวลชน (Mass Media) จะเปนตัวกระตุนและมีอิทธิพลในการกําหนดพฤติกรรม
ทางการเมืองของประชาชนไดอยางมาก โดยหากมีการพัฒนาของส่ือมวลชนไปมากเทาไร ก็ยิ่งจะทํา
ใหบุคคลใหความสนใจและเขารว มทางการเมืองในระดับชาติมากข้ึนเทาน้ัน45๔๖ การที่คนรูหนังสือมาก
ขึ้นจะทําใหมีโอกาสรับทราบขาวสารตางๆ จากสื่อมวลชน อันจะชวยกระตุนใหคนสนใจ และเขา รวม
ในกระบวนการพัฒนาทางการเมืองและเศรษฐกิจตามไปดวย ทํานองเดียวกับ Rogers ท่ีเห็นวา หาก
คนมีความรูหนังสือและเปดรับส่ือมวลชนแลว จะทําใหบุคคลนั้นเปนคนทันสมัย คือ สามารถเขาใจ
บทบาทของผูอืน่ ได มีความกลาที่จะยอมรับนวัตกรรม มคี วามรทู างการเมอื งมีแรงจูงใจใฝส ัมฤทธ์แิ ละ
มีความหวังในดานการศึกษาและอาชีพดวย อิทธิพลของสื่อมวลชนดังกลาวนับวาเปนแรงกระตุน
สําคัญที่สงผลกระทบตอความรูสึกเชื่อม่ันของประชาชนที่มีตอการทํางานของรัฐบาลหรือผูดํารง
ตาํ แหนง ทางการเมือง อันหมายความรวมถึงการตอบสนองของระบบการเมอื งอกี ดว ย
๔๕ สรุ พงษ โสธนะเสถียร, การสือ่ สารกบั สังคม, (กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พจ ฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั ,
๒๕๓๓), หนา ๑๑๘-๑๒๔.
๔๖ Stoker, Gerry, “Introduction: Normative Theories of Local Government and
Democracy”, In Rethinking Local Democracy. edited by Desmond King and Gerry Stoker,
(London: Macmillan, 1996), p. 212.
๔๐
การส่ือสารจึงเปนเคร่ืองมือสําคัญของการพัฒนาทางการเมือง ทั้งนี้เพราะสถาบันการ
สื่อสารสามารถพัฒนากระบวนการของสถาบันทางการเมืองและระบบการเมืองก็พยายามขยาย
การศึกษาออกไป ไดพิสูจนใหเห็นวาการสื่อสารเปนรากฐานที่จําเปนตอการระดมมวลชนและการ
พัฒนาทางการเมืองอยา งแทจริง
การมสี วนรวมทางการเมอื งของคนอเมรกิ ันในเชิงพหมุ ิตเิ ก่ยี วกบั ปจ จยั ดานสื่อมวลชน พบ
ในลักษณะที่คลายกันวา การกระจายเสียง, การชวยอุดหนุนในการลงโฆษณา และการจัดใหมีเวที
สาธารณะปราศรัยตอบโตกันระหวางผูเขาแขงขันทางโทรทัศนโดยเฉพาะในชวงของการเลือกตั้งมี
อิทธิพลสําคัญตอการตดั สนิ ใจทางการเมืองในการเลือกผูแ ทนของประชาชนมากกวาปกติ
จากการสํารวจงานวจิ ัยในประเด็นเรอื่ งการส่ือสารทางการเมืองของไทย พบวา การเปดรับ
ส่ือมวลชน ประสบการณทางการเมือง และการสื่อสารระหวางบุคคลเปนปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอความ
สนใจทางการเมือง และผูที่มีระดับการสื่อสารทางการเมืองสูงมีแนวโนมจากเขารวมทางการเมืองสูง
กวาผูที่ระดับการสื่อสารตํ่ากวา โดยประชาชนในชนบทที่ไดรับขาวสารจากการเปดรับส่ือ (mass
media) ในระดับท่ีสูงกวาการไดรับขาวสารกันเองระหวางบุคคลจะเขามีสวนรวมทางการเมืองดวย
ความสํานึกของตนเอง สาํ หรบั ผูท ี่ไดรับขาวสารจากตัวบุคคลมากกวาการเปดรับสือ่ เองจะเขารวมทาง
การเมืองในลักษณะของการถูกระดม อันเน่ืองมาจากขา วสารที่ไดรับจากสอื่ จะทําใหบ ุคคลเกิดความรู
ความเขาใจมากข้ึนเกิดความสนใจมากข้ึน และทําใหเกิดการรวมกลุมกันมากข้ึน สามารถกลาวไดวา
ปจจัยดานการสื่อสารทางการเมืองมีอิทธิพลสําคัญตอความไววางใจทางการเมือง สามารถสรุปปจจัย
องคประกอบไดดังแผนภาพ
ความสนใจทางการเมือง
การสอื่ สาร
ทางการเมอื ง
การไดร บั ขา วสารทางการเมือง
แผนภาพที่ ๒.๑ ปจจยั องคประกอบของการส่ือสารทางการเมอื ง
การส่ือสารทางการเมืองทั้งในความหมายเชิงกวางและเชิงแคบ ในความหมายเชิงกวาง
การสอ่ื สารทางการเมอื ง หมายถงึ กิจกรรมการส่อื สารท่มี นุษยทาํ ข้ึนหรือเกดิ ข้ึนนอกบานเรือนของตน
การย่ืนขอเรียกรองระหวาง ประเทศ หรือการกลาวคําปราศรัยของนักการเมืองยอมหมายถึง การ
ส่อื สารทางการเมอื ง สวนในความหมายเชิงแคบ กลาวคือ การส่ือสารทางการเมือง หมายถึง กิจกรรม
ใดๆ ของสถาบันเฉพาะ ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อทําหนาท่ีในการกระจายขอมูลขาวสาร ความคิด และ
ทัศนคติ อันเก่ียวกับเร่ืองการเมืองการปกครอง ซึ่งสวนใหญแลว การศึกษาเร่ืองการส่ือสารทาง
การเมือง มักจะมองการส่ือสารทางการเมือง โดยนัยแหงความหมายแคบน้ี เชน การศึกษาเรื่องการ
๔๑
รณรงคหาเสียงในการเลือกตัง้ อาจเนนในเรอื่ งการใชโ ทรทัศน โปสเตอรและการกลาวคาํ ปราศรัยของ
พรรคและนักการเมือง เปนตน อาจกลาวไดวา การสื่อสารทางการเมืองเปนกระบวนการถายทอด
และการแพรของขาวสารทางการเมือง อันเกี่ยวกับการเมืองระหวางผูมีตําแหนงทางการเมืองกับ
ประชาชน หรือระหวางนักการเมืองกับสถาบันทางการเมืองท่ีครอบคลุมการส่ือสาร ในทุกกิจกรรม
ของมนุษยทางสังคมและการเมือง รวมทั้งเปนการจัดระเบียบทางสังคม เพื่อใหคนในสังคม เกิดความ
เขาใจซึ่งกันและกันและอยูรวมกันอยางมีความสุขในสังคมการเมือง เชน การเขารวมทางการเมือง
การเลือกสรรทางการเมือง การสื่อสารทางการเมืองไววา “เปนการอภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรร
ทรัพยากรสาธารณะ (รายไดจากภาษี) อํานาจรัฐ (ใครเปนผูมอบอํานาจในการตรากฎหมายการ
ตัดสนิ ใจในการใชอํานาจนิติบัญญัติและอํานาจบริหาร) การอนุญาตท่ีเปนทางการ (รฐั จะใหประโยชน
หรอื ลงโทษอยา งไร)46๔๗
๑. การส่ือสารทุกรูปของนกั การเมอื งและผูทเ่ี กีย่ วของทางการเมืองในการบรรลเุ ปาหมาย
อยา งใดอยางหนงึ่
๒. การส่ือสารที่สงถึงนักการเมืองและผูที่เกี่ยวของทางการเมืองโดยผูที่ไมใชนักการเมือง
เชน ผมู สี ทิ ธิ์ออกเสียงเลือกต้งั และคอลัมนิสตห นงั สือพิมพ
๓. การส่ือสารและกิจกรรมของบุคคลท่ีกลาวมาขางตน ท่ีปรากฏในการรายงานขาวบท
บรรณาธิการ และรูปแบบอื่นๆ ของสอ่ื ในการกลา วถงึ การเมอื ง47๔๘
สรุปไดวา การส่อื สารทางการเมือง เปนการสื่อสารของนกั การเมืองถึงประชาชนที่ไดเลือก
ตนเขามา การท่ีประชาชนเลือกเขามามีความคาดหวังวานักการเมืองทองถ่ินท่ีตนเลือกเขามาน้ัน
สามารถสนองเจตนารมณข องตนเองและทองถิน่ ในการสรา งประโยชนใหกบั ทอ งถิ่นตามนโยบายทไี่ ด
หาเสียงไวได
๒.๒.๔ ปจ จยั ดา นบคุ ลิกภาพ
บคุ ลิกภาพของผูนํามคี วามสําคัญตอความสําเร็จ หรอื ความลมเหลวในการบริหารงานเปน
อยางย่ิง ผูนําท่ีมีบุคลิกภาพดียอ มไดร ับการยอมรับนับถือจากผูใตบังคับบัญชา เม่ือการยอมรับเกิดขึ้น
การบริหารงานยอมดําเนินไปไดอยางราบรื่นเพราะจะไดรับความรวมมือในทุก ๆ ดานบุคลิกภาพจึง
เปนเรอื่ งท่ีนักวิจัยใหความสนใจศึกษาคนควาต้ังแตอ ดีตจนถงึ ปจจบุ ัน เพื่อเปนแนวทางในการคดั เลือก
สรรหาผูนําใหสอดคลองกับนโยบายในการพัฒนาประเทศ ผูนําจึงจําเปนจะตองมีบุคลิกภาพท่ี
เหมาะสม เปนผูนําท่ีทันสมัย ซึ่งบุคลิกภาพเปนลักษณะเฉพาะสวนบุคคลท่ีแสดงออกถึงความเปน
ตัวตนของแตละบคุ คลนัน้ ๆ
๔๗ McNair, B., An Introduction to Political Communication, (2nd ed.), (New York, NY:
Routledge, 2003), pp. 3-4.
๔๘ อลงกรณ อรรคแสง, พัฒนาทางการส่ือสารการมีสวนรวมทางการเมืองในสังคมไทย ตั้งแตป
พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๕๓, (กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร, ๒๕๕๓), หนา ๗.
๔๒
๒.๒.๔.๑ ความหมายของบุคลกิ ภาพ
บุคลิกภาพ หมายถึงลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลทั้งท่ีสามารถมองเห็นไดโดยตรง เชน
รูปรางหนาตา กริยามารยาท การแตงตัว การพูดจา และไมสามารถมองเห็นไดโดยตรง เชน
สติปญญา ความถนัด อารมณ ทําใหสามารถแยกไดวาบุคคลแตละบุคคลแตกตางกันอยางไร ซึ่งสิ่ง
เหลานี้ หลอมตัวจากพันธุกรรม การเรียนรูวฒั นธรรมและสงิ่ แวดลอม ดังนัน้ บุคลิกภาพจึงไมเปนสง่ิ ท่ี
ตายตัวสามารถเปลย่ี นแปลงได บคุ ลิกภาพจึงเปน เอกลกั ษณเฉพาะตัวของ บุคคลและกลุมบุคคล48๔๙
บุคลิกภาพคือคุณลักษณะ และพฤติกรรมตาง ๆ ของบุคคล ท่ีแสดงออกท้ังภายในและ
ภายนอก ท่ีถูกหลอหลอมมาจากประสบการณ วิธีการปรับตัวและส่ิงแวดลอม ซึ่งสงผลตอความคิด
อันเปน ผลทาํ ใหตนเองแตกตางจากบุคคลอ่นื ๆ ๕๐
49
สรุปไดวาบุคลิกภาพ หมายถึง ลักษณะท่ีเปนนิสัยและพฤติกรรมท่ีเปนเอกลักษณของ
บุคคลน้ันท่ีใชในการตอบสนองและปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดลอมตางๆ ตามสถานการณที่เกิดขึ้นใน
ขณะนั้น และทําใหบุคคลแตละคนใหมีบุคลิกภาพแตกตางกันออกไป จนมีลักษณะเปนเอกลักษณ
เฉพาะตน
๒.๒.๔.๒ องคประกอบของบุคลกิ ภาพ
บุคคลแตละคนมีบุคลิกภาพที่แตกตางกันไป โดยแตละคนนั้นจะมีพฤติกรรมพิเศษเปน
ของตนเอง ตั้งแตลักษณะทางกายภาพ ตลอดจนลักษณะที่ซอนเรนท่ีอยูภายใน ที่พรอมจะแสดง
ออกมาเมื่อมีเหตุการณหรือสถานการณตาง ๆ ท่ีเกิดข้ึน หรือเมื่อมีสิ่งเราเกิดข้ึน ซ่ึงแตละคนจะมี
เอกลักษณเปนของตนเอง บุคลิกภาพประกอบดวยลักษณะหลายประการบางอยางก็สามารถ
สังเกตเห็นได แตบางอยางก็ไมส ามารถสงั เกตเห็นไดท ้ังนี้ มนี ักจิตวิทยาหลายทา นใหความสนใจศึกษา
บุคลิกภาพซึ่งพบวาบุคลิกภาพสวนใหญมีลักษณะตรงกันหาองคประกอบ ซ่ึงนักทฤษฎีแตละทานมี
การจัดกลุมแบงคุณลักษณะและใหช่ือในแตละองคประกอบแตกตางกันออกไปดังที่ผูวิจัยไดแสดงไว
ดังนี้
จากองคประกอบของ Cattell กับกลุมตัวอยางที่เปนเจาหนาที่กองทัพอากาศกอนแลวจึง
ทําการศึกษาในขั้นอื่น ๆ ตอไปจนสรุปผลงานไดวาบุคลิกภาพของทุกกลุมมีลักษณะตรงกันหา
องคป ระกอบนําไปต้งั ช่ือสรุปความหมายใหเ ปน คําส้ัน ๆ ตามการใชคําในหลักภาษาไดแก
๔๙ นนั ทนภัส ต้งั ภรณพรรณ, “ความสมั พันธระหวา งบุคลกิ ภาพกบั การเผชญิ ปญหาและฝาฟน อปุ สรรค
ของนักศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครราชสีมา”, วิทยานิพนธค รุศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวชิ าจิตวทิ ยาการศึกษา,
(บัณฑติ วทิ ยาลยั : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, ๒๕๕๓).
๕๐ วรรณสิริ สุจริต, “บุคลิกภาพหาองคประกอบ อิทธิบาท ๔ การสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรม
ความสขุ ในการทาํ งาน”, วิทยานิพนธวทิ ยาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองคการ, (บัณฑิต
วทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร, ๒๕๕๓).
๔๓
๑) ปกปดซอนเรน (Secretive) ประกอบดวยซอนเรน (Secretive) นิ่งเงียบ (Silent) ไม
ของเกี่ยวกับผูใด (Self-contained) และการถือสันโดษ (Reclusive) ตรงกันขามกับลักษณะชอบ
สงั คม (Sociable) และชา งพูด (Talkative)
๒) ความใจเย็น (Composure) ประกอบไปดว ยการมีจิตใจสงบ (Composed) และการมี
ความเท่ยี งตรง (Poised)
๓) ใหความรวมมือ (Cooperative) ประกอบไปดวยใหความรวมมือ (Cooperative)
เมตตากรณุ า (Good-natured) และความออนโยน (Mild)
๔) ความเปนศิลปน (Artistic) ประกอบไปดวยความเปนศิลปน (Artistic) ความมี
จนิ ตนาการ(Imaginative) และการใฝ หาความรู (Intellectuanl)
๕) การมีความรับผิดชอบ (Responsible) ประกอบดวยการมีความรับผิดชอบ
(Responsible) และการมีศลี ธรรม (Scrupulous)
ผูเช่ียวชาญดานการบริหารจัดการไดศึกษารวบรวมแนวคิดทฤษฎีที่สามารถนําไป
ประยุกตใชในการบริหารจัดการูองคการไดสรุปประเด็นสําคัญของ บุคลิกภาพหาองคประกอบใน
มุมมองการทาํ งานและพฤตกิ รรมของ บุคคลในองคก ารไวด งั น้ี
๑. รูปแบบการแสดงออก (Expressive Style) เปนลักษณะที่แตละบุคคลจะแสดงออก
ทางคําพูดีหรือพฤติกรรมดวยตนเองอยางไรตัวอยางเชนลักษณะพฤติกรรมของ บุคคลอาจจะมีชวง
ระหวา งจากการนง่ิ เงียบและระมดั ระวงั ตวั ไปจนถึงลักษณะการชา งพูด
๒. รปู แบบการปฏิสัมพันธระหวาง บุคคล ( Interpersonal Style) เปนพฤตกิ รรมของแต
ละบุคคลท่ีซ่ึงมีปฏิสัมพันธกับบุคคลอ่ืนอยางไร ตัวอยางเชน พฤติกรรมของ บุคคลอาจจะมีชวง
ระหวางจากการเยน็ ชาและเหนิ หา ง ไปจนถึง ความอบอุนและใกลช ิดสนิทสนม
๓. รูปแบบการทํางาน (Work Style) เปนลักษณะของ บุคคลในการทํางานและการมี
ความรับผิดชอบวาเปนอยางไร ตัวอยางเชน รูปแบบของแตละบุคคลอาจะมีชวงระหวางจากการ
ทํางานดวยความใสใจในรายละเอียด และยึดถือแบบแผนโครงสราง ไปจนถึงการมองแบบกวาง ๆ
และแนวทางทเี่ ปน ไปเองตามธรรมชาติ
๔. รูปแบบอารมณ (Emotional Style) เปนลักษณะการแสดงออกทางอารมณของ
บุคคลวาเปนอยางไร ตัวอยางเชน พฤติกรรมของ บุคคลอาจจะมีชวงระหวางจากแบบไรอารมณ
ความรูสึกและมคี วามคงท่ไี ปจนถึงการใชอ ารมณอยา งมากมายและอารมณเ ปล่ยี นแปลงงาย
๕. รูปแบบการใฝ หาความรู (Intellectual Style) เปนลักษณะการเรียนรู การคิด การ
ตัดสินใจของ บุคคลวาเปนอยางไร เชน รูปแบบของแตละบุคคลอาจจะมีชวงระหวางจากการเรียนรู
การคิดและการตัดสินใจในแบบงาย ๆ ธรรมดาและเปนแนวทางแบบด้ังเดิม ไปจนถึงแบบที่
สลบั ซับซอ นและแนวทางท่ีแปลกใหม50๕๑
๕๑ Cook, C. W. and Hansaker, P. L, Management and Organization Behavior, (New
York: McGraw-Hill, Inc2001), p. 183.
๔๔
สรปุ ไดว า องคประกอบของบุคลิกภาพ ๕ ประการคือ การควบคมุ ทางอารมณท่แี สดงเปน
พฤติกรรมออกมาจากภายในเปนพฤติกรรมภายนอกท้ังเชิงบวกและเชิงลบ ซึ่งเชิงบวกจะทําใหมี
ลักษณะที่ดีและเชิงลบจะเปน ลกั ษณะที่ไมดี หรอื เปนการแสดงอาการตามอารมณความรสู ึกนึกคิดของ
บคุ คลนัน้ ๆ หรือการควบคุมบังคับหรือเปนแสดงพฤตกิ รรมชวยสรางความเช่อื มัน่ และทาํ ใหบุคคลอื่น
เกิดความรสู ึกยินดแี ละไมยนิ ดี
ตารางท่ี ๒.๓ สรปุ แนวคดิ เก่ยี วกบั ปจจัยความไวว างใจทางการเมอื ง
นักวชิ าการหรอื แหลงขอมูล แนวคดิ หลัก
ทพิ ยพาพร ตันติสนุ ทร, การจัดทํานโยบายของพรรคการเมือง ตองตอบสนองความ
(http://www.fpps.or.th/news. ตองการของประชาชน มีวิสัยทัศน โดยคํานึงถึงความ
php?detail=n1125858898.news). เปลี่ยนแปลงของสังคม สภาพแวดลอม และความตองการใน
อนาคต
สนธกิ าญจน เพ่อื นสงคราม, นโยบายถือเปนปจจัยสําคัญในการกําหนดความสําเร็จและ
(๒๕๖๐, ๙). ความลมเหลวในการบรหิ ารประเทศ
ถวัลยรฐั วรเทพพฒุ ิพงษ, นโยบายสาธารณะ เปนแนวทางปฏิบัติของรัฐบาลเพ่ือ
(๒๕๔๑, หนา ๕). แกปญหาในปจจุบัน เพื่อปองกันหรือหลีกเล่ียงปญหาใน
อนาคต และเพื่อกอใหเ กดิ ผลทพี่ งึ ปรารถนา
สยามรฐั , ปญหาการปฏิบัติงานของ อปท. การรายงานขอมูลตามส่ัง
(https://siamrath.co.th/n/94410). การจากหนวยเหนือขาดทิศทางกรอบในการช้ีแนะนําท่ี
ชัดเจน ทําใหการรายงานกิจกรรมตาง ๆ ของ อปท. ขาด
ความนาเชื่อถือของขอมูลในการรายงาน และในภารกิจ
หนาท่ีของทองถิ่นไมมีการกําหนดสวนราชการ(สํานัก หรือ
กอ ง) ใหค รบครอบคลุมในทกุ ภารกจิ สาํ คัญ
กรพจน อัศวนิ วจิ ิตร, บริการสาธารณะที่ดีน้ันจะตองสามารถปรับปรุงแกไขได
(๒๕๖๐, ๖-๙). และรักษาประโยชนสาธารณะรวมทั้งปรับปรุงใหเขากับ
วิวฒั นาการของความตอ งการสวนรวมของประชาชนดว ย
อรทัย กกผล, การบริการสาธารณะ หมายถึง การบริการหรอื กิจกรรมท่ีรัฐ
(๒๕๕๒, ๔). จัดทําขึ้นเพื่อประโยชนสาธารณะหรือเพ่ือตอบสนองความ
ตองการของสวนรวม
นราธิป ศรีราม, การจัดบริการสาธารณะคือการจัดบริการสาธารณะตอง
(๒๕๕๗,๑-๖, ๑-๒๔ -๑-๒๕). ดําเนินการเพ่ือกอใหเกิดประโยชนแกสวนรวม สามารถ
ตอบสนองความตองการของทองถิน่ มคี วามเสมอภาค ความ
ตอ เนื่อง และความโปรง ใสในการใหบริการ
๔๕
นักวิชาการหรอื แหลงขอมูล แนวคิดหลกั
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, พระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ
(๒๕๔๒, ๕-๙). ใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดมีการ
กําหนดอํานาจและหนาท่ีในการจัดบริการสาธารณะให
กรมสง เสริมการปกครองทองถิ่น เปนไปตามที่ไดรับมอบหมาย และกําหนดใหรัฐบาลเปนผู
กระทรวงมหาดไทย, จัดสรรเงินอุดหนุนและเงินจากการจัดสรรภาษีและอากร
(๒๕๕๐), ๑-๖๘). เพ่ือใหการดําเนินการดานบริการสาธารณะเปนไปอยางมี
ยทุ ธศาสตรก รมสงเสริมการปกครอง ประสทิ ธิภาพ
ทอ งถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๙, ภารกิจท่ีองคกรปกครองสวนทองถ่ินไดรับการถายโอนจาก
(http://www.dla.go.th/visit/state รัฐแบงออกไดเปน ๔ ดานหลัก คือ ดานการจัดบริการ
gics.pdf). สาธารณะท่ีเก่ียวกับโครงสรางพ้ืนฐาน ดานการสงเสริม
คุณภาพชีวิต ดานการจัดระเบียบชุมชน สังคม และรักษา
ความสงบ ดานสุดทายคือ ดานการลงทุน ทรัพยากร
สงิ่ แวดลอม และศิลปวฒั นธรรม
การสงเสริมและพัฒนาบริการสาธารณะของทองถิ่นท่ีมี
คุณภาพเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนไดกําหนดแนวคิด
ของประเด็นยุทธศาสตรไววา จัดทําบริการสาธารณะและ
กิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่น
ตามหลักการพฒั นาอยางย่ังยืน รวมท้งั สงเสริมและสนบั สนุน
การจัดการศึกษาใหแกประชาชนในทองถิ่น การจัดทํา
บริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะท่ีตองสอดคลองกับ
รายไดขององคกรป กครองสวน ท องถ่ิน จัดบ ริการ
สาธารณสุขในรูปแบบการรวมดําเนินการกับเอกชนหรือ
หนวยงานของรัฐ การเสริมสรางประสิทธิภาพการจัดบริการ
สาธารณะของทองถ่ินเพ่ือการหนุนเสริมการเปนประเทศท่ี
พฒั นาแลวและยทุ ธศาสตรป ระเทศไทย ๔.๐
๔๖
นกั วิชาการหรอื แหลงขอมูล แนวคิดหลัก
องคการบรหิ ารจังหวดั เลย (อบจ.), ยุทธศาสตรที่ ๖ การบริหารจัดการในภาครัฐ การปองกัน
(https://loeipao.go.th/strategy?ci การทุจริตประพฤติมิชอบและธรรมาภิบาลในสังคมไทย คือ
d=3). ๑. ปรับปรุงโครงสรางหนวยงาน บทบาท ภารกิจ และ
คณุ ภาพบุคลากรภาครัฐ ใหมีความโปรงใส ทันสมัยคลองตัว
มี ข น าด ที่ เห ม าะส ม เกิ ด ค วาม คุ ม ค า ๒ . ป รับ ป รุง
กระบวนการงบประมาณ และสรางกลไกในการติดตาม
ตรวจสอบการเงินการคลังภาครัฐ ๓. เพิ่มประสิทธิภาพและ
ยกระดับการใหบริการสาธารณะใหไดมาตรฐานสากล ๔.
เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการใหแกองคกรปกครอง
สวนทองถ่ิน ๕. ปองกันและปราบปรามการทุจริตและ
ประพฤตมิ ชิ อบ ๖. ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุตธิ รรม
ใหมีความทันสมัย เปนธรรม และสอดคลองกับขอบังคับ
สากลหรอื ขอตกลงระหวางประเทศ
รสคนธ รัตนเสริมพงศ, ปญหาการจัดบริการสาธารณะขององคกรปกครองสวน
(๒๕๕๗,๑๕-๕ – ๑๕ – ๑๒). ทองถิ่นในระดับมหาภาค ในเชิงอํานาจการบริหารจัดการ
กิจการสาธารณะที่ยังไมไดรับอิสระที่แทจริงในการตัดสินใจ
ดําเนินนโยบายสาธารณะภายในทองถ่ินดวยขอจํากัดทาง
กฎหมายและงบประมาณในการดําเนินการ ปญหาในเชิง
โครงสรางของระบบการบริหารราชการในการจัดบริการ
สาธารณะท่ียังเนนการรวมศูนยอํานาจ ขาดความชัดเจน มี
ความซับซอน สายการบงั คับบัญชายาว และมโี ครงสรา งการ
บรหิ ารท่ีไมส อดคลองกบั บรบิ ทของแตล ะทองถ่ิน
รสคนธ รตั นเสริมพงศ, การเปดโอกาสใหประชาชนในทองถ่ินไดเขามามีสวนรวมทั้ง
(อางแลว,๑๕-๑๓ - ๑๕-๑๔). ในการเสนอนโยบาย การมีสวนรวมในการดําเนินงาน และ
การตรวจสอบการใหบริการสาธารณะขององคกรปกครอง
สว นทองถนิ่
วรี ะศกั ด์ิ เครือเทพ, การปรับแนวทางการบริหารกิจการสาธารณะในรูปแบบใหม
(๒๕๕๐,๑๓-๑๘). ๆ เพ่ือพัฒนาการบริการสาธารณะใหมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
และเพมิ่ ขีดความสามารถในการแกไขปญ หา
ราชบณั ฑิตยสถาน, ประสิทธิผล หมายถงึ ผลสําเรจ็ หรอื ผลที่เกดิ ข้นึ
(๒๕๕๔).
นกั วิชาการหรอื แหลงขอมูล ๔๗
วนั วสิ าข พวงมะลิ,
(๒๕๕๔, ๑๗). แนวคิดหลกั
พมิ พม าดา อณพชั ทัศพงศ, ประสิทธิผล = ทางเลือกท่ีมีผลลัพธท่ีได > เปาหมายที่ได
(๒๕๕๕, ๑๗). กําหนดเอาไว
ทริ ศั มช ญา พิพัฒนเพ็ญ และคณะ, ประสิทธิผลคือการที่กลุมสามารถทํางานที่ไดรับมอบหมาย
(๒๕๕๗, ๑๖-๑๗). มาใหบรรลุตามวัตถุประสงคไดและถือวาเปนประสิทธิผล
ของกลุม
ติน ปรชั ญพฤทธิ์, (๒๕๓๖, ๑๓๐) ความหมายของประสิทธิผลขององคการในมุมมองของ
วรพล สพุ รรณอวม, (๒๕๕๔, ๑๕- ตํ าแห น งก ารต อ รอ งขอ งอ งค การวาห ม ายถึ ง เป น
๑๖). ความสามารถขององคการในการไดมาของทรัพยากรท่ีหา
ปรญิ บญุ ฉลวย, (๒๕๕๖, ๑๐) ยากและมีมูลคาจากสภาพแวดลอมหรืออีกนัยหน่ึงก็คือเปน
การประเมินดานความสามารถขององคการในฐานะที่เปน
องคการบรหิ ารสว นจงั หวดั เลย, ระบบการของการไดมาของทรัพยากร
(https://loeipao.go.th/files/ ประสิทธิผล วาเปนความสามารถขององคการในการสราง
com_strategy/2020- การปฏิบัติการในการดําเนินงานใหบรรลุวัตถุประสงคตาม
01_e1725346ab03088.pdf). จุดมุงหมายที่วา งไว ประสิทธิภาพน้นั ถอื ไดวาเปนการท่ีมกี าร
สรุ พงษ โสธนะเสถียร, ใชทรพั ยากรสิน้ เปลืองนอ ยท่สี ดุ
(๒๕๓๓, ๑๑๘-๑๒๔). ความสําคัญในเรอ่ื งประสิทธิผลองคการวา ประสทิ ธผิ ลน้นั ได
เกิดข้ึนมาอยางยาวนานและกวางขวาง ตั้งแตยุคแรกใน
Stoker, Gerry, (1996, p. 212). การศึกษาเกย่ี วกบั ทฤษฎีองคการและถือไดวา มคี วามสาํ คัญ
การจัดทําประชาคมทองถ่ินระดับอําเภอและระดับจังหวัด
ประจําปงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๗ - ๒๕๖๐ มากําหนดทิศ
ทางการดําเนินงานขององคกรปกครองสว นทองถิน่
การส่ือสารในทางการเมือง คือการสื่อสารทําหนาท่ีในการ
ถายทอดความรูและขาวสารเก่ียวกับสิ่งท่ีเกิดข้ึนในระบบ
การเมืองหรือท่ีเรียกวา การส่ือสารทางการเมือง นั่นคือ
สามารถเขามีสว นรวมทางการเมืองไดอยา งมีประสิทธิภาพ
สื่อมวลชน (Mass Media) จะเปนตัวกระตุนและมีอิทธิพล
ในการกาํ หนดพฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนไดอยาง
มาก
๔๘
นกั วิชาการหรือแหลงขอมูล แนวคิดหลัก
McNair, B., (2003, pp. 3-4). การสอื่ สารทาง การเมืองเปน กระบวนการถายทอด และการ
แพรของขาวสารทางการเมือง หรือ “เปนการอภิปราย
อลงกรณ อรรคแสง, เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรสาธารณะ (รายไดจากภาษี)
(๒๕๕๓, ๗). อํานาจรัฐ (ใครเปนผูมอบอํานาจในการตรากฎหมายการ
ตัดสินใจในการใชอํานาจนิติบัญญัติและอํานาจบริหาร) การ
Shaffee, (๙๖). อนุญาตที่เปนทางการ (รัฐจะใหประโยชนหรือลงโทษ
อยา งไร)”
นันทนภัส ต้ังภรณพรรณ, (๒๕๕๓). การสื่อสารทางการเมืองวา ๑. การส่ือสารทุกรูปของ
วรรณสิริ สจุ ริต, (๒๕๕๓). นักการเมืองและผูที่เกี่ยวของทางการเมืองในการบรรลุ
Cook, C. W. and Hansaker, P. L. เปาหมายอยางใดอยางหน่ึง ๒. การสื่อสารที่สงถึง
(2001,183). นักการเมืองและผูท่ีเกี่ยวของทางการเมืองโดยผูที่ไมใช
นักการเมือง เชน ผูมีสิทธ์ิออกเสียงเลือกตั้ง และคอลัมนิสต
หนังสือพิมพ ๓. การส่ือสารและกิจกรรมของบุคคลท่ีกลาว
มาขา งตน ท่ีปรากฏในการรายงานขาวบทบรรณาธิการ และ
รูปแบบอน่ื ๆ ของสอ่ื ในการกลา วถงึ การเมอื ง
การส่ือสารทางการเมืองเปนแบบแผนหรือกระบวนการแพร
ขาวสารทางการเมืองระหวางสมาชิกกับหนวยตาง ๆ ใน
ระบบการเมือง หรือ กลาวอีกนัยหน่ึงไดวาการสื่อสารทาง
การเมืองมีบทบาทเปนตัวกลางระหวางประชาชนและ
รัฐบาล โดยเปนชองทางในการเสนอขอมูลขาวสารทาง
การเมืองตาง ๆ ท่ีเกี่ยวกับการตัดสินใจและนโยบายของ
รฐั บาลใหป ระชาชนไดร บั รู
บุคลิกภาพ หมายถึงลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลท้ังที่
สามารถมองเห็นไดโดยตรง
บุคลิกภาพคือคุณลักษณะ และพฤติกรรมตาง ๆ ของบุคคล
ท่ีแสดงออกทง้ั ภายในและภายนอก
บุ ค ลิ ก ภ า พ ห า อ ง ค ป ร ะ ก อ บ ใน มุ ม ม อ ง ก า ร ทํ า ง า น แ ล ะ
พฤตกิ รรมของ บคุ คลในองคการไวด ังน้ี
๑. รูปแบบการแสดงออก (Expressive Style)
๒. รูปแบบการปฏิสัมพันธระหวาง บุคคล ( Interpersonal
Style)
๓. รูปแบบการทํางาน (Work Style)
๔๙
นกั วชิ าการหรือแหลงขอมูล แนวคิดหลกั
๔. รปู แบบอารมณ (Emotional Style)
๕. รปู แบบการใฝ หาความรู (Intellectual Style)
๒.๓ แนวคดิ เก่ยี วกบั การปกครองทองถิน่
การปกครองทองถ่ิน คือ การปกครองท่ีรัฐบาลกลาง ไดมอบอํานาจใหประชาชน ใน
ทอ งถิ่นใดทองถิ่นหน่งึ เพอื่ จัดการปกครอง และดําเนินการบางอยาง โดยดําเนินการกันเอง เพ่ือบําบัด
ความตองการของตน การบริหารงานของทองถิ่นน้ัน มีการเปนจัดองคการ มีเจาหนาที่ ซ่ึงประชาชน
เลือกต้ังข้ึนมาทั้งหมด มีบางสวนมาจากการแตงต้ัง แนวคิดเก่ียวกับการปกครองสวนทองถ่ิน
นักวชิ าการ และนักวจิ ัยไดใหท รรศนะไวด งั น้ี
๒.๓.๑ ความหมายการปกครองทอ งถนิ่
ความหมายการปกครองทองถ่ิน เปนการปกครองท่ีรัฐบาลกลางใหอํานาจ หรือกระจาย
อํานาจไปใหหนวยการปกครองทองถิ่น เพื่อเปดโอกาสใหประชาชนในทองถ่ิน มีอํานาจในการ
ปกครองรวมกันทั้งหมด หลักการดังกลาว นักวิชาการ และนักวิจัย ใหทรรศนะไววารูปแบบการ
ปกครอง ซึ่งเกิดจากการกระจายอํานาจ การปกครองของรัฐบาลกลาง ใหหนวยการปกครองทองถิ่น
เพื่อตอบสนองความตองการ และเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถ่ิน โดยมอี งคกร และประชาชน
มีสวนรวมในการตัดสินใจ51๕๒ การปกครองทองถิ่น มีการใหความหมายไวมากมายแตกตางกันไปใน
สวนปลีกยอย แตในสาระสําคัญแลว การปกครอง ยอมมีความหมายเก่ียวพันกับเรื่องของอํานาจ
ฉะนั้น การปกครองทองถ่ินในความหมายกวางๆ จึงหมายถึง การปกครองที่รัฐบาลกลาง มอบ
อํานาจให หรือกระจายอํานาจไปใหหนวยการปกครองท่ีเกิดขึ้น จากหลักการกระจายอํานาจ ไดมี
อํานาจในการปกครองรวมรับผิดชอบท้ังหมด หรือแตเพียงบางสวนในการบริหารภายในขอบเขต
อาํ นาจหนาท่ี และอาณาเขตของตน52๕๓
สรุปวา การปกครองทองถิน่ คือ ความเปนอิสระในการตัดสินใจ และกําหนดนโยบายเปน
นิติบุคคล ตั้งข้ึนโดยกฎหมาย โดยแยกจากสวนกลาง มีขอบเขตที่แนนอน มีงบประมาณดําเนินการ
เพ่ือตอบสนองความตองการ และเพื่อประโยชนของประชาชนในทองถิ่น ประชาชนมีสวนรวมในการ
ตัดสินใจการปกครองทองถิ่น การปกครองทองถ่ิน จึงเปนการกระจายอํานาจทางปกครอง ซ่ึงรัฐ
กระจายอํานาจการปกครองใหแกประชาชน ใหมีสวนรวมในการปกครองตนเอง ซ่ึงไมใชการกระจาย
อํานาจใหแกปจเจกชน แตเปนการกระจายอํานาจใหแกทองถิ่น หรือชุมชน ใหมีการปกครองตนเอง
ซึง่ ก็คอื การปกครองทอ งถ่ินนั่นเอง
๕๒ วิชชุกร นาคธน, การปกครองทองถิ่นไทย, (พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏ
พระนครศรอี ยุธยา, ๒๕๕๐), หนา ๒.
๕๓ ภิรมยพ ร ไชยยนต, “การกระจายอํานาจการปกครองทอ งถิ่น: ศึกษากรณีการปกครองตนเองตาม
เจตนารมณของประชาชนในระดับจงั หวัด”, วทิ ยานิพนธนติ ิศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวทิ ยาลัย: สถาบันบัณฑิต
พฒั นบรหิ ารศาสตร, ๒๕๕๗), หนา ๑๖.
๕๐
๒.๓.๒ เปาประสงคก ารปกครองทอ งถน่ิ
เปาประสงคหลักการปกครองทองถ่ินก็คือ การใหประชาชนในทองถ่ินมีสวนรวมในการ
ปกครองทองถิ่น เพราะประชาชนในทองถิ่นจะรูปญหา และวิธีการแกไขปญหาของตนเองไดอยาง
ถูกตอ ง และแทจริง หนวยงานการปกครองทองถ่ิน จึงจําเปนตองมีคนในทอ งถิ่น เปาประสงคของการ
ปกครองทองถ่ิน นักวิชาการ และนักวิจัย ใหทรรศนะไววา การปกครองทองถ่ิน มีอยูหลายประการ
เชน การที่จะชวยแบงเบาภาระของรัฐบาล หรือเพ่ือใหหนวยการปกครองทองถ่ิน เปนสถาบันที่ให
การศึกษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยใหก ับประชาชน และเพ่ือสนองตอบตอความตอ งการของ
ประชาชนในทองถ่ิน โดยรายละเอียด มีหลักสําคัญอยู ๔ ประการ คือ “ขอหนึ่ง” ชวยแบงเบาภาระ
ของรัฐบาล เห็นไดชัดเจนวา การบริหารประเทศจําเปนตองอาศัยเงินงบประมาณเปนหลัก หาก
งบประมาณจํากัด ภารกิจท่ีจะตองบริการใหกับชุมชนอาจไมเพียงพอ ดังน้ัน หากจัดใหมีการปกครอง
ทองถ่ิน หนวยการปกครองทองถิ่นน้ันๆ ก็สมารถมีรายได จึงเปนการแบงเบาภาระของรัฐบาลไดเปน
อยางมาก “ขอสอง” เพ่ือสนองตอบตอความตองการของประชาชนในทองถิ่นอยางแทจริง เนื่องจาก
ประเทศมีขนาดกวางใหญ ความตองการของประชาชนในแตละทองท่ี ยอมมีความแตกตางกนั การรอ
รบั การใหบริการจากรัฐ อาจไมตรงตามความตองการทแ่ี ทจริง “ขอสาม” เพ่ือความประหยัด ทองถิ่น
แตละหนวยงานมีความแตกตางกัน สภาพความเปนอยูของประชาชนก็ตางกัน การจัดหนวยปกครอง
ทองถิน่ ข้นึ จึงจาํ เปนตองมีการเก็บภาษีอากร ซงึ่ เปนวิธีการหารายไดใหกบั ทองถ่นิ เพื่อนําไปใชในการ
บริหารกิจการของทอ งถ่นิ ทําใหประหยัดงบประมาณของรฐั “ขอส่ี”เพื่อใหหนวยการปกครองทอ งถิ่น
เปนสถาบันที่ใหการศึกษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยใหกับประชาชน จากการที่การปกครอง
ทองถ่ิน เปดโอกาสใหประชาชนมีสวนรวมในการปกครองตนเอง53๕๔ การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญท่ี
เก่ียวกับรูปแบบการปกครองทองถิ่น คือ การแกไขใหหัวหนาฝายบริหารขององคกรปกครองสวน
ทอ งถิ่นทุกรปู แบบ เขาสูตําแหนงโดยการเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชน นับไดวาเปนการสรางความ
เขมแข็งใหกับองคกรปกครองสวนทองถ่ินไดในทางหน่ึง คือ ทําใหการบริหารทองถิ่น มีความเขมแข็ง
มากขึ้น54๕๕ การกระจายอํานาจการปกครอง คือ ความเปนนิติบุคคลขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน
การแบงหนวยการปกครองท่ีมีอิสระ ในการบริหารกิจการ แยกจากหนวยการปกครองสวนกลาง
เพ่ือใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินสามารถดําเนินการใด ๆ ไดในนามตนเอง ซ่ึงเปนการเพ่ิมความ
คลองตัวในการใชอํานาจบริหารจัดการ การบังคบั ใชกฎหมาย และการจัดทํา และดําเนินงบประมาณ
รายรับ รายจาย ทั้งน้ี เมื่อองคกรปกครองสวนทองถนิ่ มีฐานะเปนนติ ิบคุ คล ยอ มทําใหสามารถปฏิบัติ
หนาท่ีไดอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้น เน่ืองจากการกระจายอํานาจของรัฐสวนกลาง ใหแกองคกร
ปกครองสวนทองถิ่น สงผลใหผูบริหารทองถ่ิน มีศักยภาพเต็มที่ในการดําเนินนโยบายตาง ๆ เพราะ
เม่ือองคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนนิติบุคคล ยอมสามารถมีงบประมาณเปนของตนเอง สามารถ
๕๔ ชวู งศ ฉายะบุตร (ดร.), การปกครองทองถ่ินไทย, พิมพครั้งที่ ๓, (กรุงเทพมหานคร: พิฆเณศ พริ้น
ต้ิง เซน็ ตเตอร, ๒๕๓๙), หนา ๒๗.
๕๕สํานักวิจัยและพฒั นา สถาบันพระปกเกลา, การเมืองการปกครองไทย ๒๕๕๐, (กรุงเทพมหานคร:
จรัญสนิทวงศการพิมพ, ๒๕๕๑), หนา ๒๙๑.
๕๑
จัดหางบประมาณมาใชในการพัฒนาทองถิ่นได เชน การเก็บภาษี การประกอบธุรกิจการคา อีกท้ังยัง
สามารถมีเจา หนาท่เี ปนของตนเองอีกดว ย55๕๖
สรุปวา เปาประสงคของการปกครองทองถ่ิน หลักสําคัญก็คือ การบริหารทองถ่ิน ดวย
ตนเอง โดยประชาชนในชุมชน เกิดขึ้นจากการมีสวนรวมของภาคสวนตาง ๆ โดยเฉพาะบทบาทของ
ประชาชน ในการกําหนดวิถีชีวิต และการปกครองตนเอง มิใชการกําหนดโดยภาครัฐ ฝายเดียว
แตเปน การสรางความสมั พนั ธร ะหวางภาคประชาชน ภาคชมุ ชน และภาครัฐนัน่ เอง
๒.๓.๓ ความสําคัญการปกครองทองถ่นิ
ความสําคัญของการปกครองสว นทองถิ่น จึงเปนการสนับสนุนการปกครองของรัฐ ในอัน
ท่ีจะรักษาความผาสุกของประชาชน โดยการยึดหลักการกระจายอํานาจปกครอง และเพ่ือให
สอดคลองกับหลักประชาธิปไตย ความสําคัญของการปกครองสวนทองถ่ิน นักวิชาการ และนักวิจัย
ใหทรรศนะไววา การปกครองทองถ่ิน คือ รากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตย (Basic
Democracy) เพราะการปกครองทองถิ่น จะเปนสถาบันฝกสอนการเมือง การปกครองใหกับ
ประชาชน ใหรูส ึกตนวามีความเกีย่ วพันกับสวนไดสว นเสยี ในการปกครอง การบริหารทองถ่นิ และเกิด
ความรับผิดชอบ และหวงแหนตอประโยชน อันพึงมีตอทองถิ่นท่ีตนอยูอาศัย อันจะนํามาซ่ึงความ
ศรัทธาในการปกครองระบอบประชาธิปไตย การปกครองทองถิ่น ทําใหประชาชนรูจักการปกครอง
ตนเอง (Self-Government) หัวใจของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อีกประการหนึ่งคือ การ
ปกครองตนเอง มิใชเปนการปกครองอันเกิดจากคําสั่งเบื้องบน แตการปกครองตนเอง คือ การที่
ประชาชนมีสวนรวมในการปกครอง ซึ่งผูบริหารทองถิ่น นอกจากจะไดรับเลือกต้ังมา เพ่ือรับผิดชอบ
บริหารทองถ่ิน โดยอาศัยความรวมมือรวมใจจากประชาชนแลว ผูบริหารทองถิ่นจะตองฟงเสียง
ประชาชน ดวยวิถีทางประชาธิปไตย เชน เปดโอกาสใหประชาชนออกเสียงประชามติ
(Referendum) ใหประชาชนมีอํานาจ (Recall) ซึ่งจะทําใหประชาชนเกิดความสํานึกในความสําคัญ
ของตนตอ ทองถิ่น ประชาชนมีสว นรับรูถึงอุปสรรคปญหา และชว ยกันแกไขปญหาของทองถิน่ ของตน
๕๗ ความสําคัญของการปกครองสวนทองถิ่นน้ัน เปนการพัฒนาการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
56
ความสําคัญหลักมี ๓ ดาน คือ “ดานท่ีหนึ่ง”การวางรากฐานในระบอบประชาธิปไตย โดยมีองคกร
ปกครองสวนทองถิ่นเปนเสมือนโรงเรียนประชาธิปไตยของประชาชน (School of Democracy)
เพ่ือใหประชาชนในทองถ่ิน มีโอกาสเรียนรูฝกปฏิบัติ และสามารถเขาใจถึงการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยจากการปฏิบตั จิ ริง ผานทางการบริหารจัดการทอ งถ่ิน ในการฝกฝนการใชอาํ นาจในการ
ปกครองตนเอง อีกทั้งประชาชน ยังสามารถเขาไปมีสวนรวมทางการเมือง ในฐานะพลเมืองมากข้ึน
“ดานท่ีสอง” เพื่อเปนการแบงเบาภาระของรัฐสวนกลาง โดยใหอํานาจบริหารทองถ่ินแกประชาชน
๕๖ ชาญชยั จติ รเหลาอาพร, การบริหารจัดการงานทอ งถ่นิ , (กรงุ เทพมหานคร : สมาคมรฐั ศาสตรแ หง
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร, ๒๕๕๒), หนา ๑๑-๑๒.
๕๗ ชู ศั ก ดิ์ เที่ ย ง ต ร ง , ก า ร บ ริ ห า ร ก า ร ป ก ค ร อ ง ท อ ง ถิ่ น ไท ย , (ก รุ ง เท พ ม ห า น ค ร :
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร, ๒๕๑๘), หนา ๖-๗.
๕๒
โดยตรง เน่ืองจากองคกรปกครองสวนทองถ่ิน สามารถตอบสนองตอความตองการของประชาชนใน
พื้นท่ี ไดอยางมีประสิทธิภาพมากกวารัฐสวนกลาง ผูนําทองถ่ิน มีความเขาใจปญหาไดดี ประกอบกับ
ความสัมพันธแบบไมเปนทางการภายในพ้ืนท่ีเอง มีกระบวนการระดมความคิดแกไขปญหา ความ
สามัคคีภายในทองถิ่น จึงสงผลใหความตองการของประชาชน ไดรับการตอบสนองไดอยางชัดเจน
และ“ขอท่ีสาม” เพ่อื ใหห นว ยการปกครองของประชาชนในทองถิ่น ไดบรหิ ารงาน และจัดการ บรกิ าร
สาธารณะในนามของตนเอง (Local Self - Government) เมื่อประชาชนมีโอกาสเรียนรูการบริหาร
กิจการปกครองตนเอง ผานทางองคกรปกครองสวนทองถ่ินแลว ประชาชน ยอมประสงคจะเขามามี
สวนรวมทางการเมืองมากขึ้น และทําใหพื้นที่ในทางการปกครอง ซ่ึงจากเดิม เปนพ้ืนที่สําหรับรัฐ
และกลุมทุนเทาน้ัน ถูกแบงใหแกประชาชน ประชาชนจึงกลายเปนศูนยกลางในการปกครอง และมี
บทบาทในการถว งดุลการใชอ ํานาจมากข้นึ 57๕๘
สรุปวา ความสําคัญของการปกครองสวนทองถิ่น คือ การกระจายอํานาจ การปกครอง
โดยวัตถุประสงคหลักก็คือ การใหประชาชนสามารถมีสวนรวมในการบริหารกิจการในทองถ่ินได ซึ่ง
เปนปจจัยสงเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยประชาชนมีสิทธิ ในการบริหารกิจการ
ทองถิ่นของตนเองไดอยางแทจริง อันจะเปนรากฐานท่ีสําคัญในการพัฒนาการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยในระดบั ชาติตอไป
ตารางท่ี ๒.๔ สรุปแนวคดิ เก่ยี วกบั การปกครองทองถน่ิ
นักวชิ าการหรอื แหลงขอมูล แนวคดิ หลัก
วิชชกุ ร นาคธน, การปกครองทองถ่ิน เปนการปกครองท่ีรัฐบาลกลางให
(๒๕๕๐, หนา ๒). อํานาจ หรือกระจายอํานาจไปใหหนวยการปกครองทองถ่ิน
เพ่ือเปดโอกาสใหประชาชนในทองถิ่น มีอํานาจในการ
ภิรมยพร ไชยยนต, ปกครองรวมกันทัง้ หมด
(๒๕๕๗, หนา ๑๖). การปกครองทองถ่ินในความหมายกวางๆ จึงหมายถึง การ
สาํ นักวิจยั และพัฒนา สถาบนั ปกครองที่รัฐบาลกลาง มอบอํานาจให หรือกระจายอํานาจ
พระปกเกลา , ไปใหห นว ยการปกครองทเี่ กิดข้ึน
(๒๕๕๑, หนา ๒๙๑). การเปลี่ยนแปลงที่สําคัญท่ีเกี่ยวกับรูปแบบการปกครอง
ทองถ่ิน คือ การแกไขใหหัวหนาฝายบริหารขององคกร
ปกครองสวนทองถ่ินทุกรูปแบบ เขาสูตําแหนงโดยการ
เลือกต้งั โดยตรงจากประชาชน
๕๘ ชาญชัย จิตรเหลาอาพร, การบริหารจัดการงานทอ งถน่ิ , หนา ๔-๖.
๕๓
นกั วิชาการหรือแหลงขอมูล แนวคดิ หลกั
ชาญชัย จิตรเหลา อาพร, การกระจายอาํ นาจการปกครอง คือ ความเปน นิติบุคคลของ
(๒๕๕๒, หนา ๑๑-๑๒). องคกรปกครองสวนทองถิ่น การแบงหนวยการปกครองท่ีมี
ชูศักด์ิ เทีย่ งตรง, อิสระ ในการบริหารกิจการแยกจากหนวยการปกครอง
(๒๕๑๘, หนา ๖-๗.) สวนกลาง
ชวู งศ ฉายะบุตร (ดร.), การปกครองทองถ่ิน คือ รากฐานการปกครองระบอบ
(๒๕๓๙, หนา ๒๗). ประชาธิปไตย (Basic Democracy) และอีกประการหน่งึ คือ
การปกครองตนเอง
ชาญชัย จติ รเหลาอาพร, เปาประสงคหลักการปกครองทองถ่ินก็คือ การใหประชาชน
(๒๕๕๒, หนา ๔-๖). ในทองถิ่นมีสวนรวมในการปกครองทองถิน่ และวิธีการแกไ ข
ปญหาของตนเองไดอยางถูกตอง และแทจริง มีหลักสําคัญ
อยู ๔ ประการ คอื
“ขอหนงึ่ ” ชว ยแบง เบาภาระของรัฐบาล
“ขอ สอง” เพ่อื สนองตอบตอความตอ งการของประชาชนใน
ทอ งถ่นิ อยางแทจริง
“ขอสาม” เพ่ือความประหยัด
“ขอส”่ี เพื่อใหหนวยการปกครองทองถน่ิ เปน สถาบันท่ใี ห
การศึกษาการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยใหกบั ประชาชน
ความสําคญั ของการปกครองสวนทอ งถ่ิน ความสําคญั หลกั มี
๓ ดา น คือ
“ดานทห่ี นง่ึ ”การวางรากฐานในระบอบประชาธิปไตย
“ดานที่สอง” เพ่ือเปน การแบงเบาภาระของรฐั สวนกลาง
“ขอทส่ี าม” เพือ่ ใหหนว ยการปกครองของประชาชนใน
ทอ งถิน่
๒.๔ แนวคิดเกี่ยวกับผนู ําทางการเมืองและผนู ําทอ งถิ่น
๒.๔.๑ ความหมายของผูน ําทางการเมอื ง
ผูนํา คือ บุคคลท่ีมีอิทธิพลตอกลุมปฏิบัติหนาท่ีของความเปนผูนําบุคคลผูผลักดัน
(Mobilizer) ผูดลบั นดาล (Inspier) ผูสรางพลังรวม (Synergizer) ผูสรางแรงจูงใจกระตุน
(Motivator) ผกู อ ใหเ กิดพลงั (Energiner) การปฏิบัติการดาํ เนินการของมวลสมาชิกใหเขาสเู ปา หมาย
ตามทีต่ อ งการ58๕๙
๕๙ ศักดิ์ไทย สรุ กจิ บวร, ภาวะผนู าํ ของผบู ริหารมอื อาชพี , (กรงุ เทพมหานคร: สวุ ิริยาสาสน, ๒๕๔๗),
หนา ๓๐.
๕๔
ผูนํา หมายถึง ผูมีความรูในเร่ืองใดเรื่องหนึ่งอันเปนท่ีตองการในการดําเนินงานของกลุม
และความสามารถใชความรูปน้ันชวยใหกลุมบรรลุวัตถุประสงคไดในสถานการณใดสถานการณหน่ึง
และความเปนผูนํา (Leadership) เปนกระบวนการท่ีมีอิทธิพลตอกิจกรรมของกลุมที่รวมตัวกันขึ้น
เพ่ือนํากลุมใหบรรลุวัตถุประสงคและเปาหมายท่ีวางไวผูนําสวนใหญมีบุคลิกภาพ และมีความรู
ความสามารถเปนพิเศษในชุมชนหรือทองถ่ินนั้น ๆ เปนผูท่ีสามารถจูงใจประชาชนใหมีความคิดเห็น
คลอยตามและลงมือทํางานอยางใดอยางหนึ่งจนนํากลุมไปสูจุดหมายปลายทางไดเปนผลสําเร็จใน
ที่สุดหรืออีกนัยหน่ึง ผูนําคือ ผูท่ีมีบทบาทในการขึ้นส่ังการหรือมีอํานาจเหนือบุคคลอ่ืนที่จะใหบุคคล
เหลานั้นดําเนิน การไปสูจุดหมายตามที่ตองการไมวาจะมาโดยตําแหนงหนาท่ีหรืออํานาจตาม
กฎหมายหรือไมก ็ตาม59๖๐
ผูนําทางการเมือง คือ บุคคลที่ตองมีคุณลักษณะพิเศษ สามารถเขาถึงใจมวลชน บริหาร
ประเทศไดโ ดยสามารถแกปญหาท้ัง ปญหาเฉพาะหนา และปญหาระยะยาวอยางมีประสทิ ธิภาพ และ
ประสิทธิผล มีวิสัยทัศน และมีวุฒิภาวะในการทํางาน รวมทั้งการดํารงชีวิตสวนตัว ฯลฯ ถาจะ
กลาวถึงคุณสมบัติของผูนําในอุดมคติน้ัน คงจะมีหลายประการดวยกัน แตท่ีเดน ๆ มีอยู ๔ ประการ
คือประการแรก ผูนําจะตองมีความรู กลาวคือมีความรูความเขาใจในประเด็นปญหาตาง ๆ และ
จะตองมขี อมูลอยา งพรอมสรรพเพอื่ ใชประกอบในการวิเคราะหหาสาเหตุ ขณะเดียวกนั ตอ งสามารถท่ี
จะใชขอมูล และใชค วามสามารถในการวิเคราะหปญหาวิเคราะหสาเหตุ ตาง ๆ ทป่ี ระเทศกําลังเผชิญ
อยู และหาหนทางแกไขประการท่ีสองผูนําตองมีความสามารถ ความรูเปนประโยชนในตัวของมัน
เปน ประโยชนในการเปน ฐานในการวเิ คราะหว ิจยั สําหรับผูนาํ จะตองมีความสามารถใชค วามรูดังกลาว
เพ่ือประยุกตกับการบริหาร ประการท่ีสาม ผูนําตองมีความเปน ผูนําทางการเมืองคือสามารถทําตนให
เปนที่ยอมรับของ บุคคลอื่นจะดว ยผลงาน ดวยวาทศิลป ดวยประวัติ อันดีเยี่ยม ผูนําตองอยูในฐานะ
ท่ีจะชักจูงคนอ่ืนใหทํางานรวมกันนี้เปนกลุมเปนหมู เพ่ือจะบรรลุเปาหมาย ประการที่สี่ ผูนํามี
จริยธรรม เพลโตเคยกลาวไวเม่ือสองพันปที่แลววา ผูปกครองท่ีดีที่สุดคือกษัตริยท่ีเปนนักปรัชญา
ขงจ้อื กลาววา ผมู อี ํานาจจะตองมคี ุณธรรม60๖๑
ผูนําทางการเมืองเปนตัวแทนประชาชนท่ีสามารถตัดสินใจไดสอดคลองกับสภาพการณ
บริบทของทองถิ่น เพราะสามารถสนอง ความตองการของทองถ่ินไดดี เพราะเขาจะรูปญหา และ
ความตองการของทองถิ่น อีกทั้งทําใหประชาชนในทองถ่ินรูจักรับผิดชอบใน การปกครองตนเองมาก
๖๐ เอกชัย ธนผลผดุงกุล, “บทบาททางการเมืองของผูน ําทอ งถ่ิน : กรณศี ึกษาอําเภอเมอื งชุมพรจังหวัด
ชุมพร”, วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ, (บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวิทยาลัยบรู พา, ๒๕๔๗). หนา ๖๐.
๖๑ เกียงไกร เจริญผล และคณะ, “คุณลักษณะผูนําทางการเมืองสีเขียวภายใตหลักการกระจาย
อาํ นาจ”, รายงานสืบเนื่องจากการประชุมสมั มนาทางวิชาการ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก คร้ัง
ท่ี ๑๐, วิทยาลยั บรหิ ารศาสตร มหาวิทยาลับแมโจ, (๒๙ – ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐).
๕๕
ขึ้น ทําใหชุมชนเขมแข็งมากข้ึน เปนรากฐานการปกครองในระบอบประชาธิปไตย61๖๒ ความ
เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของภาคเหนือตอนบน และตอนลางทําใหเกิดการขยายตัวของภาคการผล
ตอยางไมเปนทางการคนกลุมใหมนี้เร่ิมเกาะกลุมแลกเปล่ียนขอมูลขาวสารกันมากข้ึนถีข้ึน และได
กลายเปนกลุมทางการเมืองที่สําคัญขึ้นมาเพราะจําเปนตอง สรางอํานาจตอรองทางการเมืองเพ่ือ
เขาถึงทรัพยากรท่ีรัฐเปนผูกระจายมากกวาในอดีตท่ีผานมา นอกจากน้ี ความเปล่ียนแปลงทาง
การเมืองยังมีผลกระทบตอการจัดความสัมพันธของคนในชุมชนทองถิ่นนี้เปนอยางมาก นั่นคือมีการ
กระจายอํานาจใหแกชุมชนทองถ่ิน ไดมีสวนในการปกครองตนเองมากขึ้น อันไดแกองคการบริหาร
สวนตําบล (อบต.) น้ันมีผลตอความเปล่ียนแปลงความสัมพันธทาง อํานาจของกลุมคน ดังจะพบวา
กลุมคนท่ีข้ึนมามีอํานาจใน อบต รุนหลัง ๆ น้ีสวนใหญจะประกอบธุรกิจท่ีสัมพันธอยูกับการรับเหมา
กอสรางซ่ึงจะตองใชแรงงานของคนงาน และกลุมคนเหลาน้ีก็จะสามารถสรางระบบอุปถัมภแบบใหม
กับคนในชุมชนผานการจางงาน ซ่ึง สงผลตอการไดรับคะแนนเสียงในการเลือกต้ังระดับทองถิ่น
ลักษณะสําคัญของระบบอุปถัมภแบบใหม แมวาจะยังคงเปนความสัมพันธ เชิงแลกเปลี่ยนระหวางผู
เขา ถงึ ทรพั ยากรไดมากกบั ผูเขาถึงทรพั ยากรไดนอ ยกวา แตเปน การแลกเปล่ียนเฉพาะเรื่องไมร อบดาน
ไมยาวนาน และระบบอุปถัมภแบบใหมในชนบทน้ีมีผลตอการเมืองระดับจังหวัด และระดับชาติดวย
เพราะผูรับเหมากอสรางท่ีเปนผูอุปถัมภใหมในชุมชนสามารถสวมบทบาทหัวคะแนนท่ีระดมคน
ออกมาสนับสนุนผูสมัครรับเลือกต้ังระดับจังหวัด และระดับชาติไดอยางมีประสิทธิภาพ แมแตการ
เคล่ือนไหวทางการเมืองในทองถนนผูอุปถัมภใหมในชุมชนก็สามารถระดมคนออกมาเคลื่อนไหวได
เปน จํานวนมากเชน กัน62๖๓
๒.๔.๒ ทฤษฎผี ูนาํ ทางการเมอื ง
ภาวะผูนําเปนสิ่งสําคัญยิ่งในการนําพาองคกรหรือหนวยงานสูความสําเร็จตามเปาหมาย
ผูนําจึงจําเปนตองมีภาวะผูนําท่ีดีและเหมาะสม คําวา “ผูนําแบบบารมี” (charisma) ซ่ึงแปลวา
พรสวรรค ศัพทคํานี้ Weber๖๔ นักสังคมวิทยาชาวเยอรมันไดขยายความและเสนอความหมายของ
ภาวะผูนําแบบบารมีวา เปนพรสวรรคท่ีอธิบายถึงความมีอิทธิพลที่ไมมีแนวทางท่ีชัดเจน และอยู
นอกเหนือการควบคมุ ของกฎหมาย ผนู าํ แบบบารมีเอกลักษณใ นการเปน ทยี่ อมรับจากภาพลักษณและ
ความสามารถ ทําใหเกิดความจงรักภักดี ความรูสึกรวมและศรัทธาจนกอใหเกิดความรูสึกผูกพันที่
ลกึ ซ้ึง สําหรบั บทบาทความสําคัญของผนู าํ ตามความเห็นของ Dubrin๖๕ เห็นวา ผูนําเปนผูมบี ทบาทที่
๖๒ สมศักดิ์ เก่ียวก่ิงแกว, ความรูเบ้ืองตนทางรัฐศาสตร, (เชียงใหม: มหาวิทยาลัยเชียงใหม, มปป),
หนา ๑๐๒.
๖๓ พรรณเพ็ญ คุณวพานชิ กุล, ระบบบริหารราชการไทย, (กรงุ เทพมหานคร: มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวน
สนุ ันทา, ๒๕๔๘), หนา ๑๐๒.
๖๔ Weber, M., The theory of social and economic organization. (A. M. Henderson
& Talcott Person Trans), (New York: Harold Process, 1947).
๖๕ Dubrin, J, Leadership study finding: Practice and skills, (Boston Houghton: Mifflin
Company, 1998).
๕๖
แสดงถึงการมีความสัมพันธระหวางบุคคลหรือกลุมที่สงผลใหมีการปฏิบัติตามความคิดเห็นและความ
ตองการของตน จนสามารถนําไปสูการบรรลุวัตถุประสงคตามเปาหมาย ท้ังนี้ บุคคลที่จะเปนผูนําได
นนั้ จะตอ งมคี ุณสมบตั พิ ิเศษซง่ึ โดยรวมแลว Davis & Scott๖๖ สรุปลกั ษณะสาํ คญั ๔ ประการ ดงั น้ี
๑) ความเฉลียวฉลาด (intelligence) ผูนําตองมีความเฉลียวฉลาดคิดทันตอเหตุการณ มี
ความริเริ่มสรางสรรคงานใหม ๆ อยูเสมอ มีความสามารถในการรับรู มีความสามารถในการ
ตดิ ตอสอื่ สาร รวมถึงการรวมงานกบั ผอู ืน่ เพอ่ื ใหเ กิดการรวมมือ
๒) บรรลุวุฒิภาวะทางสังคม (social maturity) ผูนําตองมีแนวโนมท่ีจะสนใจในเรื่องท่ัว ๆ
ไปอยางกวางขวางมีความม่ันคงทางอารมณ อดทนตอภาวะคับขอ งใจไดส ูง ไมมที ัศนคตทิ ่ีเปนปฏิปกษตอ
สงั คม มคี วามเชือ่ ม่ันในตนเองและเคารพตนเอง
๓) ความตองการประสบความสําเร็จ (achievement drivers) ผูนําท่ีดีตองมีความ
กระตือรือรนที่จะทํางานที่ตนรับผิดชอบใหบรรลุความสําเร็จ ตองสรางแรงจูงใจใหเกิดกับตนเองอยู
เสมอ และทํางานอยา งจรงิ จังจนงานบรรลุผลสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย
๔) ทัศนคติทางดานมนุษยสัมพันธ (human relations attitudes) ผูนําควรทําใหทุกคน
ยอมรบั เพราะการทํางานจะสําเร็จไดน ้ันตองอาศยั ความรวมมือ ผูนําจะตอ งมีมนุษยสัมพันธท่ีดแี ละมี
การสรา งมนษุ ยสัมพนั ธกับบุคคลอื่นอยางสมาํ่ เสมอ
จากลักษณะของผูนํา ๔ ประการขางตนจะเห็นไดวามีอยูในตัว ดร. ทักษิณ ชินวัตร
โดยเฉพาะเร่ืองความเฉลียวฉลาด คุณลักษณะขอน้ีทําใหประสบความสําเร็จในงานธุรกิจและเมื่อเขาสู
การเมืองก็เปนผูนําความคิดในการนําโครงการประชานิยมตาง ๆ มาเปนกลยุทธสําคัญในการหาเสียง
และการบริหารประเทศจนไดรับการยอมรับจากประชาชน ทําใหพรรคมีพัฒนาการเติบโตสามารถ
ไดรับการเลือกต้ังเขาสูสภาจัดต้ังรัฐบาลพรรคเดียวเปนประวัติศาสตรคร้ังแรกของการเมืองไทย
นอกจากนี้ ในเรื่องมนุษยสัมพันธ ดร. ทักษิณ ชินวัตร ก็เปนผูที่มีมนุษยสัมพันธท่ีดีและมีสายสัมพันธ
กับบุคคลระดับสูงท้ังภายในและภายนอกประเทศ66๖๗
สรปุ ไดว า ผนู ํา คือ บคุ คลที่ไดร ับการแตงตง้ั หรอื ยกยองจากสมาชิกใหข ึ้นเปนหวั หนา ไมวา
จะเปน ทางการหรอื ไมเปนทางการก็ตามมอี ํานาจในการตัดสนิ ใจเปน ผูท่ีสามารถจูงใจสมาชกิ ในกลมุ ให
มคี วามคิดเห็นคลอยตามดว ยความเลอื่ มใสศรัทธาและปฏิบตั ิตามจนนาํ กลุมไปสจู ุดหมายปลายทางได
เปนผลสําเร็จและบรรลุเปาหมายในท่ีสุด และผูนําทางการเมืองเปนตัวแทนประชาชนท่ีสามารถ
ตัดสินใจไดสอดคลองกับสภาพการณ บริบทของทองถ่ิน เพราะสามารถสนองความตองการของ
ทองถิน่ ไดด ี
๖๖ Davis, G. A., & Scott, J. A, Training creative thinking, (New York: Holt Rinehart and
Winston, 1983).
๖๗ พงศกร อรรณนพพร และคณะ, “การสรางและการรักษาฐานสนบั สนนุ ทางการเมืองของพรรคเพื่อ
ไทยในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ”, วารสารรัชตภ าคย, ปท่ี ๑๓ ฉบบั ท่ี ๓๑ (ตุลาคม-ธนั วาคม ๒๕๖๒).
๕๗
๒.๔.๓ แนวคดิ เกย่ี วกับผูน ําทอ งถ่ิน
๒.๔.๓.๑ ความหมายของผนู าํ ทองถิ่น
การพัฒนาชุมชนผูที่ใกลชิดกับประชาชนมากท่ีสุด คือประชาชนในชุมชนนั่นเอง ซึ่ง
บคุ คลผูนี้จะเปนผูนําความคิดในหลาย ๆ ดานความเปนผนู ําเองจะนําประชาชนใหนําพลังซอนเรนอยู
มาใชประโยชน และพลังเหลานี้สามารถเติบโตไดถาไดรับการพัฒนาซ่ึงเปนวิธีการหน่ึงท่ีทําให
ประชาชนรูจกั ชวยตนเอง (To help the people to help themselves)
“ผูนาํ ทองถ่นิ ” หมายถึง บคุ คลทช่ี วยผอู ื่น หรอื ชุมชนซ่ึงอาจจะเปน ผูมอี าํ นาจหรืออทิ ธพิ ล
สามารถชกั จูงคนใจชุมชนได ซงึ่ องคป ระกอบสาํ คญั ของผนู ําทองถ่ิน ไดแ ก
- ตอ งมคี วามรู หรอื ทักษะในเร่ืองใดเร่อื งหนึง่ ที่กลมุ หรือชมุ ชนตองการ
- ตอ งมีคน ซ่งึ เปน สมาชิกในชุนชนั้ นนั้
- มีโอกาส หรอื สถานการณทีจ่ ะใชความรูใ หเปนประโยชนแ กช มุ ชน
- มคี วามรูสามารถท่ีจะใชความรนู ้ัน
ผูนําทองท่ีหมายถึงผูใหญ บานสารวัตร กํานั้น หรือผูชวยผูใหญบาน ท่ีมีหนาท่ีบริหาร
หมูบานตามระเบยี บทก่ี ฎหมายกาํ หนด67๖๘
ผนู ําทองถ่ินหมาย ถงึ บคุ คลในทอ งถ่ินผูซ่ึงมีความสามารถในการชว ยใหสมาชิกในทองถิ่น
น้ันสามารถที่จะรวมตัวกันกระทํางานส่ิงหน่ึงสิ่งใดเพ่ือใหบรรลุตามวัตถุประสงคที่วางไวโดยมุง
ความสาํ เร็จของทองถนิ่ นั้นน้ีเปนสําคัญผูนําทองถิ่นจึงเปนผูที่คอยเผยแพรความรูความคิดตาง ๆ จาก
นักพัฒนาไปยังเพื่อนบานและผูคอยชักนําสมาชิกในทองถิ่นเขามารวมในการพัฒนาหมูบานผูนํา
ทองถ่ินไมจําเปนท่ีจะตองเปนคน ๆ เดียวอาจจะมีหลายคนก็ได แตไดแลวแตลักษณะของงาน เชน
ผูนําทางการเกษตร ผูนําทางการศึกษาหรือแมกระท่ังผูนําทางศาสนา เปนตน แตเราสามารถรวมเอา
ผูนาํ เหลานั้นมาใชในการพฒั นาชนบทไดผนู ําทอ งถน่ิ จึงเรยี กไดวาเปน ไดว าเปนตวั ส่ือคิดสองทาง
๒.๔.๓.๒ ประเภทของผนู ําทอ งถิ่น
ประเภทของผนู าํ ทอ งถ่นิ ในประเทศไทยแบงออกเปน ๒ ประเภทคอื
๑) ผูนําแบบทางการ (Formal Leadership Structure) กลาวโดยท่ัว ๆ ไปลักษณะ
ตําแหนงของผูน ําซง่ึ มีอยูใ นหมูบ านแบง ไดเ ปน ๓ ประเภทคือ
๑.๑) ผนู ําทองที่คอื ตาํ แหนง ผใู หญบ า น กํานัน้ แพทยประจําตําบล
๑.๒) ผูน ําทอ งถน่ิ ไดแ ก สมาชกิ สภาเทศบาล สมาชิกสภาองคการบรหิ ารสวนตําบล
๑.๓) คณะกรรมการตาง ๆ ขององคการชุมชนเชนกลุมชาวนาคณะกรรมการพัฒนา
หมบู าน
๖๘ อุดมเดช ดวงแกว, “บทบาทผูนําสตรีในการเมืองการปกครองระดับทองถ่ินของเทศบาลนคร
เชยี งรายงานนิพนธ” , วิทยานิพนธร ฐั ศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง. (บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม, ๒๕๕๕), หนา ๑๗-๒๐.
๕๘
ผูนําประเภทน้ีมีตําแหนงอํานาจหนาท่ีชัดเจน และประชาชนกต็ ระหันกีดในฐานะของการ
เปนผูนําตําแหนงเหลาน้ีเปนไดโดยการเลือกต้ังแตงต้ัง และประกาศเปนทางการใหทราบถาหากวา
บุคคลใดมีคณุ สมบัติครบถวนตามตอ งการอาจจะไดรบั เลือกใหด ํารงตําแหนงหลาย ๆ ตําแหนงในเวลา
เดยี วกับตําแหนงนึ่งฐานะความรับผดิ ชอบของผนู ําแบบทางการจึงเปน ทที่ ราบกนั ทั่วไปในหมชู าวบาน
๒) ผูนําแบบไมเปนทางการ(Informal Leadership Structure) ผูนําชนิดน้ีเกิดจากการ
สังสรรคของชาวบานอยางไมเปนทางการมาเปนเวลาชานาน ลักษณะของกลุมในหมูบานก็เปนกลุม
แบบปฐมภูมิ (Primary Group) จึงเพ่ิมความใกลชิดสนิทสนมซ่ึงกันและกัน มีการติดตอสัมพันธแบบ
ตัวตอตัวในระหวางชาวบานดวยกันเองและผลที่ตามมาก็คือไดมีการพัฒนาของกลุมแบบไมเปน
ทางการเกดิ ข้ึนแตละกลุมเหลานี้ก็จะมีศนู ยกลางอยูท่ีบุคคลใดบุคคลหนง่ึ ผูซึง่ ไดกลายเปนผนู ําแบบไม
เปนทางการในหมูบานนั้นซ่ึงก็ ไดแก ผูเฒาผูแกหรือสมาชิกที่อาวุโสท่ีสุดของครอบครัวขยายอดีต
พระภิกษุสามเณรชาวนาทีมีฐานะมั่งคั่งสมาชิกท่ีมีช่ือเสียงของกลุมตาง ๆ และผูท่ีมีความรู
ความสามารถพิเศษจนไดรับการยกยองมีความเช่ียวชาญในอาชีพท่ีตนทําอยู เชน หมอแผนโบราณ
ผูนําแบบไมเปนน้ีเปนทางการเหลานี้มีอิทธิพลตอชาวบานมากชาวบานจะใหความเคารพยกยองและ
ใหความเปนความเชอ่ื ถอื
ในชุมชนโดยทั่ว ๆ ไปนั้น ไมวาผูนําชุมชนจะเปนผูนําที่เปนทางการหรือผูนําที่ไมเปน
ทางการก็ตาม สามารถทีจ่ ะแบงออกไดห ลากหลายประเภทดังน้ี
๑) แบงโดยยึดถือระดับและหนาที่ (level and funrion) วิธีการนี้สามารถแบงออกได
เปนประเภทยอ ย ๆ ดงั นี้
๑.๑) ผูที่กฎหมายและสังคมยอมรับ (legegitimizer) ผูนําประเภทน้ีจะมีบทบาทและ
อิทธิพลอยางมากในทองถิ่นผูนําประเภทนี้อาจเรียกออกไดเปนหลายชื่อดวยกันเชนผูเฝาประตู
(gatekeeper) ผูนําที่เปนกุญแจสําคัญ (key leader) ผูนําท่ีมีอิทธิพลในทองถิ่น (influential) และ
ผูนําท่ีสถาบันในการยอมรับ (institutional leader) โครงการใด ๆ ก็ตามในชุมชนจะสําเร็จไดหาก
บุคคลดังกลาวน้ี ใหการเห็นชอบถึงแมว า จะไมไดเ ปนผูลงมือปฏิบัติเองก็ตามผนู ําประเภทน้จี ะเปน ผนู ํา
ในระดับแนวหนา (top management)
๑.๒) ผูกอใหเกิดผล (eflector) ผูนําประเภทน้ี จะมีบทบาทสําคัญรองจากผูนํา
ประเภทแรกแตม ักจะมีบทบาทสําคัญในการที่ลงมอื ปฏิบัติการในกิจกรรมตาง ๆ ในชมุ ชนมากกวาการ
ที่จะใหคําช้ีแนะในเมืองที่มีขนาดใหญขึ้นจะพบผูนําประเภทนี้อยูมากมายไมวาจะเปนผูนําท่ีอยูใน
ภาครัฐหรือภาคเอกชนมักจะเปนผูท่ีมีความรูความสามารถและมีทักษะในการทํางานและมักเปน
บุคคลทด่ี ํารงตําแหนงหนา ทส่ี ําคัญตอการวางแผนพัฒนาชุมชนโดยจะมีความเชยี่ วชาญในสาขาตาง ๆ
ที่แตกตางกันออกไปเชนการศึกษาอนามัยและสาธารณสุขการพัฒนาชุมชนนันทนาการเปนตนผูนํา
ประเภทน้ีมักจะมีการพบกับผูนําประเภทแรกอยูเสมอในชุมชนท่ีมีขนาดนความเห็นชอบจากผูนํา
ประเภทแรกสวนเมืองหรอื ชุมชนที่มีขนาดเล็กผูนําท้ังสองประเภทมักจะเปนบุคคลเดียวตําแหนงน่ึงท่ี
สําคัญมกั เปนผนู ําประเภทน้ี
๑.๓) ผูปฏิบัติการ (activist) ผูนําประเภทน้ี จะเปนผูนําที่มิไดครอบครองตําแหนงที่
สําคัญแตจะเปนผูลงมือปฏิบัติการเสียมากกวาอาจเรียกผูนํากลุมน้ีวาผูรวมงาน (joiner) ก็ไดผูนํา
๕๙
ประเภทน้ีมักจะขาดฐานอํานาจ และไมมที ักษะท่ีพอเพียงที่จะเขาไปมีบทบาทในการตัดสินใจท่ีสําคัญ
เก่ียวกับโครงการของชุมชนไดเลยมีหนาที่ลงมือปฏิบัติการเม่ือโครงการไดรับความเห็นชอบแลว
เทาน้ัน
๑.๔) คนทั่วไป (genral public) โดยปกติเม่ือกลา วถงึ ผูนําแลวมักจะเขา ใจกนั วามผี นู ํา
เพียง ๓ ชนิดเทาน้ันคือผูที่กฎหมายและสังคมยอมรับผูกอใหเกิดผลและผปู ฏิบัติการอยา งไรก็ตามคน
โดยท่ัว ๆ ไปที่อยใู นชมุ ชัน้ น้ันกม็ ีบทบาทสําคญั เพราะวามอี ิทธพิ ลตอ พฤติกรรมของ บคุ คลอ่ืน ๆ ไมว า
จะเปนทางตรงหรือทางออมก็ตามเชนการเลือกต้ังโดยท่ัว ๆ ไปผูนําจะไดตําแหนงหรือไมน้ันก็ขึ้นอยู
กบั มติของคนโดยทั่ว ๆ ไปลักษณะทางภูมิศาสตรและการเมืองจึงมีความสมั พันธก ันและเปนสวนหน่ึง
ของโครงสรางทางผนู ํานอกจากน้คี วามผูกพนั ของ บุคคลทอี่ ยนู อกทองท่ที ี่มตี อผูน าํ ในชุมชนกอ็ าจมผี ล
ท่ีสําคญั ตอการตัดสนิ ใจในการพัฒนาชมุ ชนได
๒) แบงโดยยึดถือความสามารถ (Scope of influence) การแบงประเภทน้ีสามารถแบง
ผูนําออกไดเปน ๒ ประเภทคือผูนําท่ีมีความสามารถโดยท่ัวไป (genral) กับผูนําท่ีมีความสามารถ
เฉพาะดาน (specialized) ผูนาํ แตละคนจะมคี วามสามารถท่ีจะมีอิทธิพลหรือโนมนาวจิตใจสมาชกิ ใน
ชุมชนไดแตกตางกันออกไปผูนําบางคนมีความถนัดทุกเร่ืองขณะท่ีผูนําบางคนอาจมีความถนัดเฉพาะ
อยางแตเดิมเชื่อกันวาผูนําที่มีความถนัดทุกทางมีจํานวนนอยกวาผูนําที่มีความถนัดเฉพาะดานตอมา
จากการศึกษาวิจัยก็ไดพบวาไมมีความแนนนอนเสมอไปเพราะบอยครั้งเมื่อไดทําการสํารวจผูนําใน
ชุมชนจะมีคาบเกี่ยวกัน (Overlap) คือมีบทบาทไดท้ัง ๒ อยางโดยเฉพาะอยางย่ิงผูนําที่เก่ียวของกับ
ธุรกิจการอุตสาหกรรมและการเมืองสมาชิกในชุมชนอาจมองผูนําในบทบาทแตกตางกันออกไป
อยางไรก็ตามไมวาผูนําจะมีบทบาทถนัดทุกอยางหรือถนัดเฉพาะเร่ืองก็ตามเมื่อชุมชนมีการ
เปล่ียนแปลงไปในทางท่ีดีขึ้นโดยมีความซับซอนและมีการแบงงานกันทําเฉพาะอยางเพ่ิมมากข้ึน
แนวโนมของผูนําเฉพาะดานท่ีจะเกิดข้ึนก็มีเปนเงาตามตัวมานอกจากนี้เม่ือชุมชนมีการเปลี่ยนแปลง
มากขึ้นโอกาสที่ผูนําที่มีความสามารถทุกดานจะเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของตัวเองเปนผูนําที่มีความ
สากรถเฉพาะดานตามเพิ่มไปดวย
๓) แบงโดยยึดถือการปรับ ตนเอง (basic orientation) วิธีการนี้สามารถท่ีจะแบงผูนํา
ออกไดเปน ๒ ประเภท คือผูนําที่ชอบ แตงาน (task) และผูนําที่ชอบ แตความสัมพันธผูนําท่ีชอบ แต
ตัวเองเปนผูนําท่ีมีความสามารถเฉพาะดานตามเพิ่มไปดวยบังคับบังชาเปนส่ิงสําคญั ที่รองลงไปขณะท่ี
ผูนํา ท่ีชอบ แตความสัมพันธถือวาเปนความสัมพันธของ บุคคลในทีมงาน้ีเปนส่ิงสําคัญที่สุด
ความสําเร็จของงานมาเปนอันดับหลังผูนําทั้ง ๒ แบบนี้ยังมีความสําคัญตอชุมชนโดยเฉพาะอยางใน
ชมุ ชนที่ยังตอ งการพฒั นายงั ตอ งการเปลีย่ นแปลงส่งิ ตา ง ๆ อกี มากมายน้ันผนู ําทีเ่ อาแตง านย่ิงเปน สิ่งที่
จําเปนเพราะผูนําประเภทนี้มีจิตในแนวแนที่จะพัฒนาชุมชนของตนเองใหดีขึ้นในเวลารวดเร็ว แตใน
สังคมที่มีการพัฒนาและมีการปรับตัวดีแลวผนู ําที่เอาแตส ังคมคอนขางจะมปี ระโยชนมากเพราะทําให
ชมุ ชนมีความกลมกลืนนา อยูไ มมีความขัดแยงความสัมพันธของสมาชิกในชุมชนมมี ากและอยใู นระดับ
ท่ดี ี
๖๐
๒.๔.๓.๓ คณุ สมบัติและลักษณะของผนู ําทอ งถนิ่
คณุ สมบัติและลกั ษณะของผูนาํ ทอ งถิน่ คือคุณ สมบัติลักษณะ และความสามารถของผนู ํา
ท่ัวไปนั้นเองแตจะตองมีคุณสมบัติลักษณะและความสามารถเพ่ิมเติมเปนพิเศษใหเหมาะสมกับสภาพ
ทองถ่นิ หรือชนบทไทยเฉพาะอกี ดวย กลาวโดยสรปุ คณุ สมบัติและลกั ษณะของผูน ําทอ งถ่นิ มีดังนี้
๑) มคี ุณสมบัตแิ ละลักษณะของผนู ําท่ัวไป
๒) มคี วามรหู รอื ทกั ษะเหนือกวาชาวบานในบางเรื่อง
๓) มคี วามเช่ือมัน่ ในตนเองสงู หรอื มีความม่ันใจกวา ชาวบา น
๔) เขาใจในนวตั กรรม (Innovation) และเทคโนโลยีใหมโดยรวดเรว็ พอสมควร
๕) ยอมรับเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม ๆ ไปเผยแพรใหชาวบานโดยวิธีการท่ีมี
ประสทิ ธิภาพ
๖) เปนตวั แทนแสดงปญหาและความตอ งการของชาวบา นใหผ เู กีย่ วของทราบไดดี
๗) เขาถึงประชาชนคบหางายและไมถือตัว68๖๙
สรุปไดวา ผูนําทองถิ่นคือบุคคลในทองถ่ินผูรับการคัดเลือกจากประชาชนในทองถ่ินนั้น
กระทํางานสิ่งหน่ึงส่ิงใด เพ่ือใหบรรลุตามวัตถุประสงคที่วางไวโดยมุงความสําเร็จของทองถิ่นน้ันเปน
สําคัญผูนําทองถิ่น จึง เปนผูท่ีคอยเผยแพรความรู แนวความคิดตาง ๆ ในการพัฒนาทองถิ่นไปยัง
เพอ่ื นบา นและผคู อยชักนําสมาชิกในทอ งถ่ินเขามารว มในการพฒั นาหมูบา นผนู ําทอ งถ่นิ
ตารางท่ี ๒.๕ สรปุ แนวคดิ เกย่ี วกบั แนวคิดเกีย่ วกบั ผูน าํ ทางการเมืองและผนู ําทองถนิ่
นกั วชิ าการหรอื แหลงขอมูล แนวคดิ หลัก
ศกั ดไ์ิ ทย สรุ กจิ บวร, ผูนํา คือ บุคคลท่ีมีอิทธิพลตอกลุมปฏิบัติหนาที่ของความเปน
(๒๕๔๗, หนา ๓๐). ผนู ําบุคคลผูผลกั ดัน (Mobilizer) ผูดลบันดาล (Inspier) ผสู ราง
พลังรวม (Synergizer) ผูสรางแรงจูงใจกระตุน (Motivator) ผู
กอ ใหเ กิดพลัง (Energiner)
เอกชยั ธนผลผดุงกุล, ผูนํา หมายถึง ผมู คี วามรใู นเรือ่ งใดเร่ืองหน่ึงอันเปนที่ตองการใน
(๒๕๔๗, หนา ๖๐). การดําเนินงานของกลุมและความสามารถใชความรปู น้ันชวยให
กลมุ บรรลวุ ตั ถปุ ระสงคไดในสถานการณใดสถานการณหน่ึงและ
ความเปน ผนู าํ (Leadership)
เกียงไกร เจรญิ ผล และคณะ, ผูนาํ ทางการเมือง คอื บุคคลทีต่ องมคี ุณลักษณะพิเศษ สามารถ
(วนั ที่ ๒๙ – ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐). เขาถงึ ใจมวลชน บรหิ ารประเทศไดโ ดยสามารถแกปญ หาท้ัง
ปญ หาเฉพาะหนา และปญ หาระยะยาวอยา งมีประสทิ ธิภาพ
๖๙ อุดมเดช ดวงแกว, “บทบาทผูนําสตรีในการเมืองการปกครองระดับทองถิ่นของเทศบาลนคร
เชียงรายงานนิพนธ” , วิทยานิพนธรฐั ศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง. (บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวิทยาลัยเชียงใหม, ๒๕๕๕), หนา ๑๒๗-๑๒๘.
นักวิชาการหรอื แหลงขอมูล ๖๑
สมศักด์ิ เก่ยี วก่งิ แกว, มปป.
(หนา ๑๐๒). แนวคดิ หลัก
พรรณเพญ็ คณุ วพานชิ กุล, และประสทิ ธิผล มวี ิสยั ทศั น และมีวฒุ ิภาวะในการทํางาน
(๒๕๔๘, หนา ๑๐๒). ผูนําทางการเมืองเปนตัวแทนประชาชนที่สามารถตัดสินใจได
สอดคลองกับสภาพการณ บริบทของทองถิ่น เพราะสามารถ
Weber, M. สนอง ความตองการของทองถ่ินไดดี เพราะเขาจะรูปญหา และ
(1947). ความตองการของทอ งถ่ิน
Dubrin, J. สรางอํานาจตอรองทางการเมืองเพื่อเขาถึงทรัพยากร และเชิง
(1998). แ ล ก เป ล่ี ย น ร ะ ห ว า ง ผู เข า ถึ ง ท รั พ ย า ก ร ไ ด ม า ก กั บ ผู เข า ถึ ง
Davis, G. A., & Scott, J. A ทรัพยากรไดนอ ยกวา และความเปล่ียนแปลงทาง การเมืองยังมี
(1983). ผลกระทบตอการจัดความสัมพันธของคนในชมุ ชนทองถิ่นน้เี ปน
อยางมาก น่ันคือมีการกระจายอํานาจใหแกชุมชนทองถ่ิน ไดมี
พงศกร อรรณนพพร และคณะ, สวนในการปกครองตนเองมากขนึ้
(๓๑ ตลุ าคม-ธนั วาคม ๒๕๖๒). ภาวะผนู าํ เปน สงิ่ สาํ คญั ยิง่ ในการนาํ พาองคกรหรอื หนว ยงานสู
ความสาํ เร็จตามเปา หมาย และเปน ผูมีบารมี และพรสวรรค
ผนู ําเปนผมู บี ทบาททีแ่ สดงถึงการมคี วามสัมพนั ธระหวางบุคคล
หรือกลุมท่ีสงผลใหมกี ารปฏบิ ัตติ ามความคดิ เห็นและความ
ตองการของตน
สรปุ ลักษณะสําคญั ๔ ประการ ดงั นี้
๑) ความเฉลยี วฉลาด (intelligence)
๒) บรรลวุ ฒุ ิภาวะทางสงั คม (social maturity)
๓) ความตอ งการประสบความสําเร็จ (achievement drivers)
๔) ทศั นคติทางดานมนุษยสัมพันธ (human relations
attitudes)
ดร. ทกั ษิณ ชนิ วตั ร มีความเฉลียวฉลาด คุณลักษณะขอ นี้ทําให
ประสบความสาํ เร็จในงานธรุ กิจและเมื่อเขา สกู ารเมืองก็เปนผูนํา
ความคดิ ในการนําโครงการประชานยิ มตา ง ๆ มาเปน กลยทุ ธ
สําคญั ในการหาเสยี งและการบรหิ ารประเทศจนไดร ับการ
ยอมรับจากประชาชน
๖๒
นักวิชาการหรือแหลงขอมูล แนวคดิ หลัก
อดุ มเดช ดวงแกว, “ผูนําทองถ่ิน” หมายถึง บุคคลที่ชวยผูอื่น หรอื ชุมชนซึ่งอาจจะ
(๒๕๕๕, หนา ๑๗-๒๐). เปนผูมีอํานาจหรืออิทธิพลสามารถชักจูงคนใจชุมชนได ซึ่ง
องคป ระกอบสําคัญของผูนาํ ทองถิน่ ไดแก
อุดมเดช ดวงแกว , - ตองมีความรู หรือทักษะในเรื่องใดเร่ืองหน่ึงท่ีกลุมหรือชุมชน
(๒๕๕๕, หนา ๑๒๗-๑๒๘). ตอ งการ
- ตองมคี น ซึ่งเปน สมาชิกในชุนช้ันน้ัน
- มีโอกาส หรือสถานการณที่จะใชความรูใหเปนประโยชนแก
ชมุ ชน
- มคี วามรสู ามารถทจี่ ะใชความรนู ้ัน
กลา วโดยสรปุ คณุ สมบตั ิและลักษณะของผูนําทองถิน่ มีดังน้ี
๑) มีคณุ สมบัติและลกั ษณะของผนู ําท่วั ไป
๒) มคี วามรหู รอื ทกั ษะเหนือกวา ชาวบานในบางเรอื่ ง
๓) มีความเช่ือมน่ั ในตนเองสงู หรือมคี วามมนั่ ใจกวา ชาวบาน
๔) เขาใจในนวัตกรรม (Innovation) และเทคโนโลยีใหมโดย
รวดเรว็ พอสมควร
๕) ยอมรับเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม ๆ ไปเผยแพรให
ชาวบานโดยวิธีการท่มี ปี ระสิทธภิ าพ
๖) เปนตัวแทนแสดงปญหาและความตองการของชาวบานให
ผูเก่ยี วของทราบไดดี
๗) เขา ถงึ ประชาชนคบหางา ยและไมถือตวั
๒.๕ หลักพุทธธรรมทเ่ี กี่ยวขอ งกบั ความไววางใจทางการเมอื ง
พระไตรปฎ กไดก ลา วไวด ังนี้ สงั คหวตั ถุ (ธรรมเครอ่ื งยดึ เหนีย่ ว) ๔ ประการคือ
๑. ทาน (การให)
๒. เปยยวัชชะ (วาจาเปนทีร่ ัก)
๓. อตั ถจรยิ า (การประพฤตปิ ระโยชน)
๔. สมานตั ตตา (การวางตนสมํา่ เสมอ)
ทาน เปยยวัชชะ อัตถจริยาโนโลกนี้ และสมานัตตตาในธรรมน้ัน ๆ ตามสมควรสังคห
ธรรมเหลานี้แลชวยอุมชูโลก เหมือนล่ิมสลักที่ยึดคุมรถที่แลนไปไวไดนั้น ๆ ถาไมพึงมีธรรมเหลาน้ี
มารดาหรือบิดาก็ไมฟงไดการนับถือหรือการบูชาเพราะบุตรเปนเหตุ แตเพราะบัณฑิต เล็งเห็น
ความสําคญั ของสงั คหธรรมเหลา นี้ฉะนัน้ บณั ฑิตเหลา น้จี ึงถงึ ความเปนใหญและเปน ผนู า สรรเสริญ69๗๐
๗๐ อง.ฺ จตกุ กฺ .ฺ (ไทย) ๒๑/๓๒/๕๐-๕๑.
๖๓
สังคหวัตถุ ๔ เปนหลักคุณธรรมในศาสนาพุทธ โดยเปนภาษาบาลีแยกออกเปน ๒ ศัพท
คือ สังคห ๑ วัตถุ ๑ สังคห แปลเปนภาษาไทยวาสงเคราะห มีความหมายวา ชวยเหลืออุดหนุน วตั ถุ
ในที่น้ีหมายความวาเรื่อง รวมท้ัง ๒ ศัพท มีความหมายวา เรื่องความชวยเหลือจะชวยเหลือกัน ดวย
วธิ ีอยา งไรบา ง ทา นไดว างไวเ ปน ๔ อยา งจงึ จะถอื วาเปนเครอ่ื งยดึ เหน่ยี วใจของผูอ่ืนได70๗๑
สังคหวัตถุ แปลวา หลักการสงเคราะห หรือหลักสังคมสงเคราะห หมายความวาเม่ือ
มนุษยอยูรวมกันเปนหมูเปน สังคม คนในสังคมจะตองรูจักสงเคราะห อนเุ คราะหกันตามฐานะ คน ใน
สังคมจึงจะมีความรักใครปรองดองกัน ซ่ึงจะทาใหสังคมราบรื่น มีความสงบธรรมที่เปนหลักการ
สงเคราะหน ี้ มีอยู ๔ อยาง คือ
๑. ทาน เปนการใหสิ่งของแกคนที่ควรให หมายความวา คนเราเกิดมามีชีวิตอยูไดก็
เพราะอาศยั การให จะเห็นไดชัดก็คือ บิดา มารดา ใหปจจัยดํารงชีพทุกอยางแกบตุ รธิดา ครู อาจารย
ใหวิชาความรูแกลูกศิษย ซ่ึงการใหของมีอยู ๒ อยาง คือ อามิสทานใหวัตถุสิ่งของ กับ ธรรมทาน ให
ธรรมหรือวิชาความรแู กผ ูอ่ืน ซง่ึ การแบง ปนวตั ถเุ พ่อื เปนปจ จัยรวมกัน
๒. ปยวาจา เจรจาดวยถอยคํานารัก ไพเราะออนหวาน หมายความวา การพูดจากนารัก
พูดจาดวยถอยคําท่ีไพเราะ การพูดนอกจากจะเปนวาจาที่ไพเราะออนหวานแลวตองเปนวาจาที่เปน
สัจจะ และมีประโยชนแกผ ูฟงแลวยงั จะเปน สงิ่ ยดึ เหน่ียวนาใจไดมัน่ คง
๓. อัตถจริยา ประพฤติตนใหเปนประโยชนตอผูอ่ืน หมายความวา การทําประโยชน แก
คนอื่น เชน การบาํ เพญ็ สาธารณประโยชน
๔. สมานัตตตา ความเปนคนเสมอตนเสมอปลาย ไมถือตัว หมายความวา ความเปน คน
เสมอตนเสมอปลาย คือ จิตใจคงเสนคงวาตอคนท่ัวไป รูจักรวมสุขรวมทุกขกับคนอื่น เห็นคน อื่น
ไดรับทุกขตองไมทอดท้ิง หรือรังเกียจ เห็นคนอื่นไดดีมีความสุขก็ไมริษยาแรกคบเปนอยางไร ตอไปก็
เปน อยา งนัน้ ไมเปลีย่ นแปลง การวางตัวอยา งนี้ ยอมเปน ท่ีรกั ใครน ับถอื ของคนท่ัวไป
สังคหวัตถุ ๔ หมายถึง ธรรมเคร่ืองยึดเหนี่ยว คือยึดเหนี่ยวใจบุคคล และประสานหมูชน
ไวใ นสามัคคหี ลกั การสงเคราะห
๑. ทาน การใหคือเอ้ือเฟอเผื่อแผ เสียสละ แบงปน ชวยเหลือกันดวยส่ิงของตลอดถึงให
ความรู และแนะนําสั่งสอน
๒. ปย วาจา หรือเปยยวัชชะ วาจาเปนทร่ี ักวาจาดดู ด่ืมน้ําใจ หรอื วาจาซาบซึ้งใจ คือกลาว
คําสุภาพไพเราะ ออนหวานสมานสามัคคีใหเกิดไมตรี และความรักใครนับถือตลอดถึงคําแสดง
ประโยชน ประกอบดว ยเหตผุ ลเปนหลักฐานจงู ใจใหน ยิ มยอมตาม
๓. อัตถจริยา การประพฤติประโยชน คือขวนขวายชวยเหลือกิจการบําเพ็ญ
สาธารณประโยชนต ลอดถงึ ชวยแกไ ขปรับปรงุ สง เสรมิ ในทางจริยธรรม
๗๑ สุทธิพงศ ปานเพ็ชร, “การประยุกตหลักพุทธธรรมกับวิถีชีวิตชุมชน”, รายงานการวิจัยอิสระ.
(มหาวทิ ยาลยั ธรุ กิจบัณฑติ ย, ๒๕๕๐).
๖๔
๔. สมานัตตตา ความมีตนเสมอ คือทําตนเสมอดวยปลายปฏิบัติสม่ําเสมอกันในชน
ทั้งหลายและเสมอในสุขทุกขโดยรวมรับรูรวมแกไขตลอดถึงวางตนเหมาะแกฐานะภาวะบุคคล
เหตกุ ารณและสิ่งแวดลอ มถกู ตอ งตามธรรมในแตละกรณี71๗๒
ธรรมเทศนาเรื่องมงคลท่ี ๑๗ สงเคราะหญาตสิ ังคหวัตถุธรรมวา คําสอนของพระสัมมาสัม
พุทธเจาเปนสัจธรรมท่ีทุกคนควรมาพิสูจน ผูที่ปฏิบัติตามยอมสามารถรูแจงเห็นจริงไดดวยตนเอง
และทําใหผูปฏิบัติพนทุกขเขาถึงความสขุ และความบริสุทธ์ภิ ายในไดจริงธรรมะของพระพุทธองคเปน
ความรูอันบริสุทธท์ิ ี่กลั่นออกมาจากกลางพระธรรมกาย ที่พระองคไดเขาถึงดวยวิธีการทําใจใหหยุดนิ่ง
อยา งถกู ตองสมบูรณ เปน ธรรมโอสถขนานเอกที่สามารถเยียวยารกั ษาจติ ใจของมวลมนษุ ยช าติใหห ลุด
พนจากความโลภความโกรธความหลงเพราะเม่ือใจปราศจากส่ิงเหลาน้ีใจยอมสะอาดบริสุทธ์ิ มี
อานุภาพเปนอิสระอยางแทจริง และจะเกิดวามหากรุณามีแตความรักความเมตตาปรารถนาดีตอกัน
เสมอพระสัมมาสัมพุทธเจาตรัสไวในสังคหวตั ถุสตู รวา
ทานจฺ เปยฺยวชฺชจฺ อตถฺ จรยิ าจอธิ
สมานตฺตตาจ ตตฺถตตถฺ ยถารหํ
การใหทานการพูดจาไพเราะการประพฤติตนใหเปนประโยชนในโลกนี้ความเปนผูมีตน
สม่าํ เสมอแนวในธรรมทั้งหลายนน้ั ๆ ตามควร
การอยูรวมกันในสังคมมนุษยทุกคนลวนปรารถนาเปนที่รักของคนรอบขาง เปนท่ียอมรับ
นับถือของทุกๆ คนและปรารถนาที่จะไดยินไดฟงคํายกยองสรรเสริญมากกวาเสียงนินทาวาราย พระ
พทุ ธองคไดสอนวิธีที่จะทาํ ตนใหเ ปนท่ีรักของสังคมวา จะตองรูจักการใหธ รรมดาแลวทุกชวี ิตตางดํารง
อยูไ ดด วยการใหหากมนุษยทกุ คนในโลกรูจักใหทานเสยี สละแบงปน ใหอภัยซงึ่ กัน และกันไมพยาบาท
ปองรายกนั โลกนย้ี อมจะเกดิ ความสงบสุขอยางแนน อน
นอกจากการใหแ ลว ตองรจู กั พูดจาปราศรัย หัดพูดจาใหไพเราะนมุ นวลนาฟงท่ีเรียกวา ปย
วาจา คือคําพูดทพ่ี ูดแลวเปนทร่ี กั ฟง แลว เกดิ กําลังใจที่จะสงเสรมิ สนับสนุนใหท กุ คนอยากทําความดใี ห
ย่ิงขึ้นไปไมพูดจาสอเสียดกอใหเกิดความแตกแยกพูด แตคําท่ีจะทําใหเกิดความสามัคคีเปรียบเสมือน
น้ําทพิ ยชโลมใจประสานใจทุก ๆ ดวงใหเ ปน หน่งึ เดียว
อัตถจริยา คือตองรูจักทําตัวใหเปนประโยชนตอคนอ่ืนใหมีนํ้าใจประดุจพระโพธิสัตว ท่ี
ชวยเหลือเพื่อนรวมโลกใหพนจากทุกข หากรูวาใครกําลังประสบปญหาแมเขาไมขอความชวยเหลือก็
ใหมีมหากรุณาอาสาเขาไปชวยน้ีเปนสิ่งที่แสดงถึงจิตใจอันดีงาม เปนจิตใจของนักสรางบารมีผูรักใน
การฝกฝนอบรมตน ซึ่งนอกจากจะฝก ตนเองใหบรสิ ุทธ์ิแลว ยงั ปรารถนาใหโ ลกบรสิ ุทธ์ดิ ว ย
สมานัตตตา คือตองรูจักวางตัวเสมอตนเสมอปลายไมวาจะเขาไปสูสมาคมไหนใหรักษา
ภาวะปกติท่ีดีของตนไวรักษาใจใหบริสุทธิ์เปนกลาง ๆ ไมหวั่นไหวไปตามกระแสปรับตัวใหเขากันได
๗๒ พระพรหมคุณ ากรณ (ป.อ.ปยุตโต), พ จนานุกรมพุ ทธศาสตร ฉบับประมวลธรรม,
(กรงุ เทพมหานคร: บริษทั พิมพส วย จํากดั , ๒๕๕๐), หนา ๑๘๖.
๖๕
กับทุก ๆ คนอีกท้ังควบคุมตนเองดวยสติ และปญญาเรายอมเปนที่รักที่พอใจของทุกคน ดังเชนเรื่อง
ของวัตถุอุบาสกชาวเมอื งอาฬวีผมู ีสงั คหวตั ถธุ รรมประจําใจ72๗๓
สรุปไดว า สังคหวัตถุ ๔ หมายถึง เคร่ืองมือหรือหลักธรรมท่ีชวยประสานคนหมูมากใหอยู
รวมกันอยางมีความสุข เปนเครื่องชวยขจัดความขัดแยงท่ีเกิดข้ึนทําใหคนอยู รวมกันดวยความรัก
สามารถนําไปใชไดต้ังแตระดับครอบครัวจนถึงระดับสังคม เปนธรรมอันจะกอใหเกิดความผาสุกใน
บา นเมอื งและประเทศชาตินัน่ เอง
สรุปไดวา สังคหวัตถุ ๔ เปนหลักธรรมนี้เปนเครื่องจรรโลงสังคม เปนหลักธรรมที่สราง
ความสงบสุขสมานสามัคคี สรางความเกื้อกูลกัน สรางความผูกมิตรรักใครกลมเกลียว และเช่ือม
ความสัมพันธกันของคนในสังคมซึ่งประกอบดวย ทาน คือการใหการแบงปน ปยวาจา คือการส่ือสาร
กันดวยถอยคําท่ีดี และเปนประโยชนตอผูอ่ืน อัตถจริยา คือการสรางสรรคสิ่งที่ดีมีคุณประโยชนแก
สว นรวมสัมพันธภาพทีด่ ีระหวา งกัน การรวมกันทํางานตามีหนาทีท่ ี่ตนรับผิดชอบใหดีทีส่ ุด รวมถงึ การ
สงเคราะห การดูแลเอาใจใส การชวยเหลือเก้ือกูลกัน การสงเสริมกันใหเกิดผลสําเร็จของงานและ
สมานัตตตาคือการประพฤติตนอยางเสมอตนเสมอปลายการไมเลือกปฏิบัติการรูจักวางตนให
เหมาะสมตามเวลา สถานท่ีและตําแหนงหนาท่ีของตนเอง การรวมทุกขรวมสุขระหวางเพ่ือนรวมงาน
ผบู งั คับบัญชา และองคก ร
๒.๕.๑ การประยกุ ตหลักสังคหวตั ถุ ๔ ในการบรหิ ารงาน
สังคมของประเทศไทย พระพทุ ธศาสนาถือเปนศาสนาหลักประจาํ ชาตกิ ารนําหลกั ธรรมมา
ประยุกตใชก็เพื่อการเปนผูนํา ท่ีดี และคําสั่งสอนท่ีแสดงใหเห็นถึงลักษณะของผูนําที่ดี หรือวิถีทาง
ของการที่จะเปนผูนําท่ีดีเพ่ือใชสําหรับเปนแนวทางที่จะนําไปปฏิบัติซ่ึงสามารถนํามา ประยุกตใชกับ
การบรหิ ารและจัดการสมยั ใหม คอื หลักธรรมสังคหวัตถุ ๔ ไดแ ก
(๑) ทาน ดานสวัสดิการการจดั สรรวสั ดุ อปุ กรณเคร่อื งมือเคร่ืองใชใน การปฏิบตั ิงาน ไดแก
การจัดใหม ีสวัสดิการตา ง ๆ ท่จี ะเอื้อในการปฏบิ ัติงาน สามารถอทุ ศิ ตนใหก ับงานไดอยางเต็มท่ีเชน การ
จดั ท่ที าํ งานใหถูกสขุ ลักษณะ การรักษาสขุ ภาพความปลอดภยั และการสังเคราะหใ นดานตาง ๆ
(๒) ปยวาจา ดานนโยบายและการวางแผน การวางแผนนี้เปนนโยบายหลักของผูบริหาร
การศึกษา เพ่ือจะดําเนินการปฏิบัติงานน้ัน ๆ ใหกระจายไปทั่วถึงผูใตบังคับบัญชาซ่ึงเปน ปจจัยที่
สงผลใหนักบริหารประสบความสาํ เร็จหรอื ความลม เหลวในการทํางาน
(๓) อัตถจริยา ดานการฌาปนกิจสงเคราะหหรือประพฤติในส่ิงท่ีเปนประโยชน แก
ผูใตบังคับบัญชา ผูบริหารนับวาเปนบุคคลท่ีมีความสําคัญอยางยิ่งตอองคกร เปนผูมีบทบาทใน การ
กําหนดนโยบาย วางแผนการดําเนินงาน แนวการปฏิบัติงาน และเปนตัวอยา งใหกบั ผูอื่นที่อยู ภายใน
องคก ร หากผบู ริหารเปนผูมีคุณธรรม ยอ มสง ผลตอ องคก รและสงั คมโดยสวนรวม
๗๓ องฺ.อฏฐก. (ไทย) ๒๒/๒๔/๒๖๗.
๖๖
(๔) สมานัตตตา การปฏิบัติตามระเบียบวินัย ความเปนผูนําการปฏิบัติตนในทางท่ีดีอยาง
สมํ่าเสมอ การที่ผูบริหารตองมีบุคลากรท่ีดีมีวินัยอยางเครงครัด ผูบริหารจําเปนจะตองวาง ตน หรือ
ปฏบิ ัตติ นใหเ ปนแบบอยางทีด่ แี กผ ใู ตบังคบั บญั ชา
สรุปไดวา หลักธรรมสังคหวัตถุ ๔ หากผูบริหารนําไปปฏิบัติ ก็จะเกิดความม่ันคงและ
ความกาวหนาในหนาที่การงาน เปนที่รักและเคารพของผูอื่น โดยเฉพาะผูบริหารจําเปนจะตอง วาง
ตนและปฏบิ ตั ิใหเ ปน แบบอยางที่ดแี กผ ูใตบ งั คบั บญั ชา
ตารางท่ี ๒.๖ สรปุ หลกั ธรรมพทุ ธธรรมที่เกี่ยวของกบั ความไววางใจทางการเมือง
นกั วิชาการและแหลงขอ มลู แนวคดิ หลกั
องฺ.จตุกฺกฺ. (ไทย) ๒๑/๓๒/๕๐-๕๑. พระไตรปฎกไดกลาวไวดังน้ี สังคหวัตถุ (ธรรม
เครื่องยึดเหนีย่ ว) ๔ ประการคือ
สุทธิพงศ ปานเพช็ ร, ๑. ทาน (การให)
(๒๕๕๐). ๒. เปยยวัชชะ (วาจาเปนทร่ี ัก)
พระพรหมคุณากรณ (ป.อ.ปยุตโต), ๓. อตั ถจรยิ า (การประพฤติประโยชน)
(๒๕๕๐, ๑๘๖). ๔. สมานัตตตา (การวางตนสม่าํ เสมอ)
อง.ฺ อฏฐ ก. (ไทย) ๒๒/๒๔/๒๖๗. สังคห วัตถุ ๔ มีความห มายวา เรื่องความ
ชวยเหลือจะชวยเหลือกัน ดวยวิธีอยางไรบาง
ทานไดวางไวเปน ๔ อยางจึงจะถือวาเปนเครื่อง
ยดึ เหน่ยี วใจของผูอื่นได
สังคหวัตถุ ๔ หมายถึง ธรรมเครื่องยึดเหนี่ยว คือ
ยึดเหนี่ยวใจบุคคล และประสานหมูชนไวใน
สามัคคีหลกั การสงเคราะห
พระสมั มาสัมพทุ ธเจา ตรสั ไวในสังคหวตั ถสุ ูตรวา
ทานจฺ เปยฺยวชชฺ จฺ อตถฺ จริยาจอิธ
สมานตตฺ ตาจ ตตฺถตตฺถ ยถารหํ
๒.๖ ขอ มูลบริบทเร่ืองท่ีวิจัย
๒.๖.๑ ประวตั ิความเปนมา
องคการบริหารสวนจังหวัดเลย คือ องคกรปกครองสวนทองถิ่น ที่มีขนาดใหญที่สุดของ
ประเทศไทย มีจังหวัดละหน่ึงแหง ยกเวนกรุงเทพมหานคร ซ่ึงเปนการปกครองสวนทองถ่ินรูปแบบ
พิเศษ องคการบริหารสวนจังหวัด มีเขตพื้นท่ีรับผิดชอบครอบคลุมทั้งจังหวัด จัดตั้งขึ้น เพ่ือบริการ
สาธารณประโยชนในเขตจังหวัด ตลอดทั้งชวยเหลือพัฒนางาน ของเทศบาลและ อบต. รวมท้ังการ
ประสานแผนพัฒนาทองถิ่น เพ่ือไมใหงานซํ้าซอนการจัดรูปแบบขององคการบริหารสวนจังหวัด ซึ่ง
เปนการปกครองสวนทองถ่ินรูปแบบหนึ่ง ท่ีใชอยูในปจจุบัน ไดมีการปรับปรุงแกไข และวิวัฒนาการ
ตามลําดับ โดยจัดใหมีสภาจังหวัดข้ึนเปนครั้งแรก ในป พ.ศ. ๒๔๗๖ ตามความในพระราชบัญญัติจัด
๖๗
ระเบียบเทศบาล พ.ศ. ๒๔๗๖ ฐานะของสภาจังหวัดขณะน้ัน มลี ักษณะเปนองคกรแทนประชาชน ทํา
หนาท่ีใหคําปรึกษาหารือแนะนําแกคณะกรรมการจังหวัด ยังมิไดม ีฐานะเปน นิติบุคคล ท่ีแยกตางหาก
จากราชการบรหิ ารสวนภูมิภาค หรอื เปนหนวยงานการปกครองสวนทองถิ่นตามกฎหมาย ตอมาในป
พ.ศ. ๒๔๘๑ ไดมีการตราพระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๑ ขึ้น โดยมีความประสงคท่ีจะแยก
กฎหมาย ท่ีเกี่ยวกับสภาจังหวัดไว โดยเฉพาะสําหรับสาระสําคัญของพระราชบัญญัติฯนั้น ยังมิไดมี
การเปล่ียนแปลงฐานะ และบทบาทของสภาจังหวัดไปจากเดิม กลาวคือ สภาจังหวัดยังคงทําหนาท่ี
เปนสภาท่ีปรึกษาของคณะกรรมการจังหวัดเทานั้น จนกระทั่งไดมีการประกาศใชพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งกําหนดใหผูวาราชการจังหวัด เปนหัวหนาปกครอง
บังคับบัญชาขาราชการ และรับผิดชอบบริหารราชการสวนจังหวัดของกระทรวง ทบวง กรมตางๆ
โดยตรงแทนคณะกรรมการจังหวัดเดิม โดยผลแหงพระราชบัญญัติฯนี้ ทําใหสภาจังหวัด มีฐานะเปน
สภาท่ีปรึกษาของผูวาราชการจังหวัด แตเน่ืองจากบทบาท และการดําเนินงานของสภาจังหวัดใน
ฐานะท่ีปรกึ ษา ซึ่งคอยใหคําแนะนาํ และควบคมุ ดูแลการปฏบิ ัติงานของจงั หวัด ไมไดผลสมตามความ
มงุ หมายเทาใดนัก จงึ ทาํ ใหเ กิดแนวคิดท่ีจะปรบั ปรุงบทบาท ของสภาจงั หวดั ใหมีประสทิ ธิภาพโดยให
ประชาชน ไดเขามามีสวนในการปกครองตนเองย่ิงข้ึน ในป พ.ศ. ๒๔๙๘ อันมีผลทําใหเกิดองคการ
บริหารสวนจังหวัดขึ้น ตามกฎหมายโดยมีฐานะเปนนิติบุคคล แยกจากจังหวัด ในฐานะท่ีเปนราชการ
บริหารราชการสวนภูมิภาค ตอมาไดมีการประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันท่ี ๒๙ กันยายน
พ.ศ. ๒๕๑๕ ซ่ึงเปนกฎหมายแมบทวาดวยการจัดระเบียบบริหารราชการแผนดิน กําหนดใหองคการ
บรหิ ารสวนจังหวัด มีฐานะเปนหนวยการปกครองสวนทองถ่ินรูปแบบหน่ึง และตอมารัฐธรรมนูญ ป
พ.ศ. ๒๕๔๐ และพระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอน เพ่ือการกระจายอํานาจใหแกองคกร
ปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดกําหนดไวอยางชัดเจนวา หนวยงานภาครัฐสวนกลาง จะตอง
กระจายอํานาจในการวางแผน และการจัดบริการสาธารณะใหแกชุมชนทองถ่ิน เพื่อใหชุมชนทองถิ่น
สามารถจัดการแกไขปญหาตางๆไดดวยตนเอง และองคกรปกครองสวนทองถ่ินทุกระดับ ตางก็มี
หนาที่รับผิดชอบ และบทบาทในชีวิตประจําวันของประชาชนมากข้ึนกวาชวงระยะเวลากอนการ
กระจายอํานาจ73๗๔ ดังน้ัน โครงสรางภายในของหนวยการปกครองสวนทองถิ่น รัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๒ กําหนดโครงสรางขององคกรปกครองสวน
ทองถ่ินไวใหสมาชิกสภาทอ งถนิ่ ตองมาจากการเลอื กต้ัง ผูบริหารทองถิ่นใหมาจากการเลือกต้ัง หรือมา
จากความเห็นชอบของสภาทองถิ่น โดยทั้งสองสวนมีวาระการดํารงแหนงคราวละสี่ป และในพื้นที่
จังหวัดเลย เม่ือวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๔๔ – ๔ กุมภาพันธ ๒๕๔๗ นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ ไดรับ
เลือกใหเปนนายกองคการบริหารสวนจังหวัดเลย คร้ังท่ี ๑ (เลือกจากสภาฯ) ครั้งท่ี ๒ เมื่อวันท่ี ๑๔
มีนาคม ๒๕๔๗ – ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ (เลือกตรง) ครั้งท่ี ๓ เม่ือวันท่ี ๖ มกราคม ๒๕๕๑ – ๒๐
มิถุนายน ๒๕๕๔ (เลือกตรง) คร้งั ท่ี ๔ เมื่อวนั ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ – ปจ จุบนั คือ ๒๕๖๓ และครัง้ ท่ี
๕ เมอื่ วนั ท่ี ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๖๓ ไดม กี ารเลอื กตัง้ นายก อบจ. เลยอกี ครั้ง ซ่งึ ผลปรากฏวา นายธนาวุฒิ
ทิมสวุ รรณ ปอ งกันแชมปไ วได และครองแชมปเปนสมัยที่ ๕ ติดตอกัน
๗๔ เรอื่ งเดยี วกัน, หนา ๖.
๖๘
ยากไร” ๑) วสิ ยั ทศั น/ พันธกิจ
(๑) วิสัยทัศน “บานเมืองนาอยู ประตูการคาชายแดน ชุมชนเขมแข็ง ขจัดความ
(๒) พนั ธกจิ
(๒.๑) พฒั นาโครงสรางพ้นื ฐานใหค รอบคลมุ ท้ังจังหวดั เลย
(๒.๒) สงเสรมิ พัฒนาคุณภาพชวี ิตของประชาชนใหด ขี น้ึ
(๒.๓) สง เสรมิ การลงทุนพาณิชยกรรม และการทองเทยี่ วของจงั หวดั เลย
(๒.๔) บริหารจดั การ และอนรุ กั ษทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมอยา งย่ังยนื
(๒.๕) พัฒนาดานศาสนาวัฒนธรรมจารตี ประเพณีและภูมปิ ญ ญาทองถนิ่
(๒.๖) พฒั นาการเมืองและการบริหาร
๒) นโยบายการบรหิ าร
คําแถลงนโยบาย นายธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ นายกองคการบริหารสวนจังหวัดเลย ตอสภา
องคการบริหารสว นจังหวัดเลย
๓) นโยบายพัฒนาเมืองเลย
(๑) นโยบายการพัฒนาดานโครงสรางขั้นพื้นฐาน เพ่ือปรับปรุงโครงสรางพื้นฐานใหได
มาตรฐาน และจัดส่ิงอํานวยความสะดวกสาธารณะ ใหกับประชาชนอยางเพียงพอและกําหนดแนว
ทางการวางผังเมือง การใชท ี่ดนิ อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ
(๒) นโยบายการพัฒนาดานการสงเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต เพ่ือใหพี่นองประชาชน
จังหวัดเลย มีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน เสริมสรางความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสิน บูรณาการความ
รวมมือจากทุกภาคสวน ในการปองกันบรรเทาสาธารณภัย พัฒนาระบบประสิทธิภาพใน การรักษา
ความปลอดภัย ในทองถิ่น ท้ังในดานการพัฒนาบุคลากร การจัดหาสนับสนุน เครื่องมืออุปกรณ
เทคโนโลยี และการพฒั นาเครอื ขา ยในการปอ งกนั และเฝาระวงั ภยั
(๓) นโยบายการพัฒนาดานการสงเสริมการลงทุน พาณิชยกรรม และการทองเท่ียว
เพื่อพัฒนา และสงเสริมการลงทุน พาณิชยกรรม และการทองเท่ียว เพ่ิมขีดความสามารถในการ
แขงขันของผูประกอบการ การทองเที่ยว และวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดความสามารถในการ
แขงขันของผูประกอบการ การทองเท่ียว และวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดยอม โดยการดูแล
ผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินคา และขยายตลาดในประเทศ สูตางประเทศภายใตความอยูรอด พอเพียง
และยง่ั ยนื
(๔ ) น โย บ ายก ารพั ฒ น าใน ด าน การบ ริห ารจัด การแล ะเพ่ื อก ารอนุ รัก ษ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม เพื่อพัฒนาดานการบริหารจัดการ และเพ่ือการอนุรักษ
ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมใหค งอยูคูพ่นี อ งประชาชนจงั หวัดเลย ตลอดไป
(๕) นโยบายการพัฒนา ดา นศาสนา วฒั นธรรม จารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่น
เพื่อใหศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่นของพี่นองประชาชนจังหวัดเลย
ใหดาํ รงอยู และสบื ทอดสคู นรนุ ตอ ไป
๖๙
(๖) นโยบายการพัฒนา ดานการพัฒนาการเมือง และการบริหาร เพ่ือใหการพัฒนา
การเมอื งและการบรหิ าร เปนไปดวยความสงบ เรียบรอย และใหจ ังหวดั เลยมีความเจริญรุงเรืองสืบไป
๔) กองกิจการสภาองคก ารบริหารสว นจงั หวดั
มีผูอํานวยการกองกิจการสภาองคการบริหารสวนจังหวัด (นักบริหารงานท่ัวไป
ระดับกลาง) เปนผูบังคับบัญชาขาราชการ และลูกจาง และรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการของกอง
กิจการสภาองคก ารบรหิ ารสวนจังหวดั โดยแบง สว นราชการภายใน ออกเปน ๒ ฝาย ดังน้ี
(๑) ฝายประชุมสภาองคการบริหารสวนจังหวัด มีหัวหนาฝายประชุมสภาองคการ
บริหารสวนจังหวัด (นักบริหารงานท่ัวไป ระดับตน) เปนผูบังคับบัญชา มีหนาที่ความรับผิดชอบงาน
สารบรรณ งานเก่ียวกับการประชุมสภาองคการบริหารสวนจังหวัดงานเก่ียวกับการประชุม
คณะกรรมการตางๆ ของสภาองคการบริหารสวนจังหวัด งานจัดทําระเบียบวาระการประชุมสภา
องคการบริหารสวนจังหวัด งานจัดทําระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการตางๆ งานบันทึก และ
จัดทํารายงานการประชุมสภาองคการบริหารสวนจังหวัด งานเกี่ยวกับกระทูถาม ญัตติ และขอสอบ
ถามของสภาองคการบริหารสวนจังหวัด งานเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ การประชุมสภา
องคการบริหารสวนจังหวัด งานติดตอประสานงานสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัด งานเลี้ยง
รับรองการประชมุ สภาองคการบริหารสว นจังหวัด งานอนื่ ๆทเ่ี กี่ยวของและไดร บั มอบหมาย
(๒) ฝายกิจการสภาองคการบริหารสวนจังหวัด มีหัวหนาฝายกิจการสภาองคการ
บริหารสวนจังหวัด (นักบริหารงานทั่วไป ระดับตน) เปนผูบังคับบัญชามีหนาท่ีความรับผิดชอบงาน
ติดตามผลการปฏิบัติ ตามมติของสภา และคณะกรรมการของสภางานระเบียบ และทะเบียนประวัติ
ตลอดจนสิทธิสวัสดิการของสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัด งานเลขานุการสภาประธานสภา
และรองประธานสภาองคการบริหารสวนจังหวัดงานสงเสริม และพัฒนาสมาชิกสภาองคการบริหาร
สวนจังหวัด งานสารบรรณ งานบริหารงานบุคคล งานกฎหมาย ระเบียบ และหนังสือสั่งการของทาง
ราชการ งานสิทธิและสวัสดิการงานราชพิธี งานจัดทํางบประมาณในกองกิจการสภาฯ งานการเงิน
และบัญชี งานเบิก จาย และควบคุมงบประมาณ งานจัดทําแผนพัฒนาองคก ารบริหารสวนจงั หวัดเลย
งานพัสดุ งานพิมพและงานบันทึกขอมูล งานรางหนังสือ และงานโตตอบหนังสือราชการ งานท่ีไมอยู
ในความรบั ผดิ ชอบของฝายใด งานอืน่ ๆทเ่ี กีย่ วของ และทไี่ ดรบั มอบหมาย
๕) อํานาจหนาทตี่ ามพระราชบัญญตั ิ
พระราชบัญญัติกําหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอํานาจใหแกองคกรปกครองสวน
ทองถ่ิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ภูมิพลอดลุ ยเดช ป.ร. ใหไว ณ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เปนปที่ ๔๕
ในรัชกาลปจจุบัน และมาตรา ๑๗ ภายใตบังคับ มาตรา ๑๖ ใหองคการบริหารสวนจังหวัดมีอํานาจ
และหนาทีใ่ นการจัดระบบบรกิ ารสาธารณะ เพื่อประโยชนของประชาชนในทอ งถ่ินของตนเอง ดงั น้ี
(๑) การจัดทําแผนพัฒนาทองถ่ินของตนเอง และโดยการประสานการจัดทํา
แผนพฒั นาจังหวัดตามระเบียบทีค่ ณะรฐั มนตรกี ําหนด
(๒) การสนบั สนนุ องคก รปกครองสว นทองถ่นิ อื่นในการพฒั นาทองถ่ิน
(๓) การประสาน และใหความรวมมือในการปฏิบัติหนาที่องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
อ่ืน
๗๐
(๔) การแบง สรรเงิน ซ่ึงตามกฎหมายจะตองแบงใหแกอ งคกรปกครองสวนทอ งถิน่ อื่น
(๕) การคุมครอง การดแู ล และบํารุงปา ไม ทด่ี นิ ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดลอม
(๖) การจัดการศกึ ษา
(๗) การสง เสริมประชาธปิ ไตย ความเสมอภาค และการมีสิทธิเสรีภาพของประชาชน
(๘) การสง เสรมิ การมสี วนรว มของราษฎรในการพฒั นาทองถน่ิ
(๙) การสงเสริมการพฒั นาเทคโนโลยที ีเ่ หมาะสม
(๑๐) การจดั ตงั้ และดแู ลระบบบาํ บัดนา้ํ เสยี รวม
(๑๑) การกําจัดมลู ฝอย และสงิ่ ปฏิกูลรวม
(๑๒) การจัดการสงิ่ แวดลอม และมลพษิ ตา งๆ
(๑๓) การจัดการ และดูแลสถานขี นสง ทงั้ ทางบกและทางน้าํ
(๑๔) การสงเสริมการทองเทยี่ ว
(๑๕) การพาณิชย การสงเสริมการลงทุน และการทํากิจการไมวาจะเปนการ
ดําเนนิ การเอง หรอื รว มกับบคุ คลอ่นื หรือจากสหการ
(๑๖) การสรางและบํารุงรักษาทางบกและทางน้ําท่ีเชื่อมตอระหวางองคกรปกครอง
สว นทอ งถิน่ อื่น
(๑๗) การจัดต้งั และดูแลตลาดกลาง
(๑๘) การสง เสรมิ การกีฬา จารีตประเพณี และสง เสริมวัฒนธรรมอนั ดงี ามของทอ งถ่ิน
(๑๙) การจัดใหมีโรงพยาบาลจังหวัด การรักษาพยาบาล การปองกัน และควบคุม
โรคติดตอ
(๒๐) การจดั ใหม พี พิ ิธภัณฑ และหอจดหมายเหตุ
(๒๑) การขนสง มวลชน และการวิศวกรรมจราจร
(๒๒) การปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(๒๓) การจัดใหม ีระบบรกั ษาความสงบเรียบรอยในจังหวดั
(๒๔) การจัดทํากิจการใดอนั เปนอํานาจ และหนา ท่ีขององคก รปกครองสว นทองถิน่ อื่น
ท่ีอยูในเขต และกิจการน้ัน เปนการสมควรใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินอ่ืนรวมกันดําเนินการ หรือ
ใหอ งคการบริหารสวนจงั หวัดจดั ทาํ ทัง้ นี้ ตามทีค่ ณะกรรมการประกาศกําหนด
(๒๕) สนับสนุน หรือชว ยเหลอื สวนราชการ หรือองคก รปกครองสวนทองถ่ินอื่นในการ
พัฒนาทอ งถิ่น
(๒๖) การใหบริการแกเอกชน สวนราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองคกร
ปกครองสวนทองถน่ิ อ่ืน
(๒๗) การสังคมสงเคราะห และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และ
ผูดอยโอกาส
(๒๘) จัดทํากิจการอื่นใด ตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอ่ืน
กาํ หนดใหเ ปน อาํ นาจ และหนาท่ขี ององคก ารบริหารสว นจังหวดั
(๒๙) กิจการอ่ืนใด ท่ีเปนผลประโยชนของประชาชนในทองถิ่น ตามท่ีคณะกรรมการ
ประกาศกําหนด
๗๑
๖) อาํ นาจหนาที่
กองการเจาหนาท่ี มีผูอํานวยการกองการเจาหนาท่ี (นักบริหารงานท่ัวไป ระดับกลาง)
เปนผูบงั คบั บัญชาขา ราชการ และลูกจาง และรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิราชการ ของกองการเจา หนาท่ี
โดยแบงสว นราชการภายใน ออกเปน ๓ ฝา ย ดังนี้
(๑) ฝายสรรหา และบรรจุแตงต้ัง มีหัวหนาฝาย และบรรจุแตงตั้ง (นักบริหารงาน
ท่ัวไป ระดับตน) เปนผูบังคับบัญชามีหนาท่ีความรับผิดชอบงานดําเนินการเกี่ยวกับการสรรหา
ขาราชการ อบจ. ลูกจาง พนักงานจาง ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา งานบรรจุ แตงต้ัง
การโอน การรับโอน และเล่ือนระดับของขาราชการ อบจ. งานบรรจุ แตงต้ัง การโอน การรับโอน
ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา งานดําเนินการเกี่ยวกับการสอบแขงขัน การสอบคัดเลือก
การคัดเลือก ขาราชการ อบจ. และพนักงานจาง งานดําเนินการเก่ียวกับการสอบแขงขัน การสอบ
คัดเลือก การคัดเลือก ขาราชการครู และบุคลาการทางการศึกษาสังกัด อบจ. งานปรับปรุงตําแหนง
ใหสูงขึ้นของลูกจางประจํา เลื่อนขนั้ เงนิ เดือนขาราชการ อบจ. คาจางลูกจางประจํา และคาตอบแทน
พนักงานจาง งานการเลื่อนขั้นเงินเดือนขาราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา งานสอบเปลี่ยน
สายงานของขาราชการ อบจ. งานสอบเปลี่ยนสายงานของขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
งานทดลองปฏิบัติราชการของขาราชการ อบจ. งานการเตรียมความพรอม และพัฒนาอยางเขม
บุคลากรเขารับการบรรจุ และแตงตั้งเขารับราชการใหม ตําแหนงครูผูชวย งานการตัดโอนตําแหนง
ปรับปรุงตําแหนง และงานตัดโอนอัตราเงินเดือน งานยายภายในสวนราชการ อบจ. งานการชวย
ราชการของขาราชการอบจ. ลูกจาง พนักงานจาง ขาราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา งาน
เกษียณอายุราชการของขาราชการ อบจ. ลูกจางประจํา ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
งานลาออก และการใหออกจากราชการ จัดทําทะเบียนคุมอัตรากําลัง และกรอบอัตรากําลัง งาน
จัดทําประกาศหลกั เกณฑเกี่ยวกับการบรหิ ารงานบุคคล งานเลขานกุ าร ก.จ.จ. และงานอ่นื ทีเ่ ก่ียวของ
กบั สํานักงาน ก.จ.จ. งานตอสัญญาจางพนักงานจา ง งานจัดทําขอ มูล จัดเก็บ ตรวจสอบ คนหา แกไข
เพ่ิมเติมทะเบียนประวัติ (ก.พ.๗) งานออกหนังสือรับรองบุคคล งานอื่นที่เก่ียวของ และไดรับ
มอบหมาย
(๒) ฝายสงเสริม และพัฒนาบุคลากร มีหัวหนาฝายสงเสริม และพัฒนาบุคลากร (นัก
บริหารงานทั่วไป ระดับตน) เปนผูบังคับบัญชามีหนาที่ความรับผิดชอบ งานศึกษา วิเคราะห กําหนด
หลักเกณฑก ารบรหิ ารทรัพยากรบุคคล การพฒั นาขาราชการ งานจัดการองคความรู งานการคัดเลอื ก
บุคลากรรับทุนการศึกษาปริญญาตรี และปริญญาโท งานประชุม ฝกอบรม และสัมมนาของบุคลากร
ในสังกัด งานการจัดทําบัญชี ถือจายเงินเดือนขาราชการครู (จ.๑๘) งานประเมินบุคคล และผลงาน
ทางวิชาการ เพื่อเล่ือนตําแหนงของขาราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา งานพัฒนาสมรรถนะ
การบรหิ ารทรพั ยากรบุคคล งานสงเสริมความม่ันคง ผดุงความเปนธรรม ในการประกอบวิชาชีพของ
ขาราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา งานลาศึกษาตอ การฝกอบรม การประชุมสัมมนา
การศกึ ษาดูงาน ท้งั ใน และตางประเทศของผบู รหิ าร ขาราชการ ขาราชการครู บุคลากรทางการศกึ ษา
ลูก จางป ระจํา แ ล ะพ นั ก งาน จาง งาน ขอ รับ บํ าเห น็ จ บํ าน าญ งาน ขอ พ ระราช ท าน
เครื่องราชอิสริยาภรณ งานขอพระราชทางเพลิงศพ งานเขารับการตรวจเลือก และเตรียมพลตาม
กฎหมาย วา ดว ยการรับราชการทหาร ปรับอัตราเงินเดือนใหไ ดต ามวุฒิ งานเพ่ิมคุณวฒุ ิทางการศกึ ษา
๗๒
ประกาศนียบัตร วุฒิบัตร และแกไขเปลี่ยนแปลง ชื่อตัว ชื่อสกุล งานวิเคราะหโครงสราง วางแผน
การจัดทําแผนอัตรากําลัง และวางระบบการบริหารงานบุคคล งานดําเนินการเก่ียวกับการลา และ
การมาปฏิบัติงาน งานกําหนดตําแหนง เกล่ียอัตรากําลัง งานแบงสวนราชการภายใน งานจัดทําบัตร
ประจําตัว (๓) ฝายวินัย และสงเสริมคุณธรรม มีหัวหนาฝายวินัย และสงเสริมคุณธรรม (นัก
บริหารงานท่ัวไป ระดับตน) เปนผูบังคับบัญชา มีหนาที่ความรบั ผดิ ชอบงานพจิ ารณาสํานวนสอบสวน
ทางวินัย งานดําเนินการทางวินัย การอุทธรณ การรองทุกข งานสืบสวนขอเท็จจริงเบื้องตนเก่ียวกับ
เรื่องรองเรียน รองทุกขและขอกลาวหา งานตรวจพิจารณาเร่ืองรองเรียน รองทุกข หรืออุทธรณการ
ลงโทษทางวินัย งานเสนอความเห็น และดําเนินการจัดทําคําสั่งแตงต้ัง คณะกรรมการสอบสวน งาน
ตรวจพิจารณารายงานการสอบหาขอเท็จจริง และรายงานการสอบสวน งานพิจารณาสมรรถภาพ
ขาราชการ ลูกจาง และพนักงานจางขององคการบริหาร สวนจังหวัด ขาราชการครู และบุคลากร
ทางการศึกษา งานพิจารณาสั่งใหออกจากราชการไวกอ นหรือสงั่ พกั ราชการ งานใหคําปรกึ ษา แนะนํา
เกี่ยวกับข้ันตอนการดําเนินการทางวินัย งานดําเนินการพิจารณาหาทางปองกันการกระทําผิดวินัย
งานแตงต้ัง และถอดถอนรองนายกองคการบริหารสวนจังหวัด เลขานุการนายกองคการบริหารสวน
จังหวัด และที่ปรึกษานายกองคการบริหารสวนจังหวัด งานจัดทําคําส่ังเก่ียวกับการมอบอํานาจ การ
รักษาราชการแทนการปฏิบัติราชการแทน และรักษาการตําแหนง การชวยปฏิบัติราชการแทน งาน
ขอจัดต้ังงบประมาณของกอง งานขอรบั ใบอนญุ าต และการขอตอใบอนุญาตวชิ าชพี ของขาราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษา งานขออนุมัติตําแหนงประจํา อบจ. งานจัดทําคําสั่งมอบหมายงานใน
หนาที่ของกองงานจัดต้ังฎีกาการเบิกจายเงินเดือน ตามขอบัญญัติงบประมาณรายจายประจําป งาน
แผนการใชจายงบประมาณ งานจัดซอื้ จัดจาง จัดหาพัสดุฯ ของกอง ทะเบียนทรัพยสิน และครุภัณฑ
ของกอง งานตรวจสอบการรับ จายพัสดุประจําป งานยืมเงินทดรองราชการ สงใชเงินยืม รวมท้ังงาน
สวัสดิการของกอง งานขออนุญาตไปราชการของขาราชการ ลูกจาง และพนักงานจาง งานจัดทําและ
รวบรวมแผนงาน งบประมาณ งานประมวลจริยธรรมของขาราชการ และฝายบริหาร งานมาตรฐาน
คุณธรรมจริยธรรม และเสริมสรางวินัยเชิงบวก งานประชุมภายในกองงานตรวจติดตาม และนิเทศ
การปฏิบัติงานขององคกรปกครองสว นทอ งถิ่น งานระบบควบคุมภายในของกอง งานรวบรวมเอกสาร
ตามแบบตรวจรับรองมาตรฐานการปฏิบัติงานของกอง งานรวบรวมเอกสาร เพ่ือรับตรวจประโยชน
ตอบแทนอื่นเปนกรณีพิเศษ (โบนัส) ของกองงานนักศึกษาฝกงาน ประชาสัมพันธของกองการ
เจาหนาท่ี งานอาํ นวยการ งานบริหารงานทั่วไป งานธุรการ งานสารบรรณ ของกอง งานอ่ืน
๗) โครงสรา งองคก ารบรหิ ารสวนจังหวัดเลย
(๑) ฝายบริหาร
(๑.๑) นายกองคการบริหารสวนจังหวัดเลย (เลขานุการ และท่ีปรึกษานายก อบจ.
รวมกนั ไมเ กนิ ๕ คน)
(๑.๒) รองนายกองคการบรหิ ารสว นจงั หวดั เลย จํานวน ๒ คน
(๑.๓) ปลัดองคการบริหารสวนจังหวัดเลย (นักบริหารงานทองถิ่นระดับสูง : หนวย
ตรวจสอบภายใน นกั วิชาการตรวจสอบภายในชํานาญการ)
(๑.๔) รองปลดั องคก ารบรหิ ารสว นจงั หวัดเลย (นกั บรหิ ารงานทองถ่นิ ระดับกลาง)
๗๓
(๒) ฝา ยนติ ิบญั ญตั ิ
(๒.๑) สภาองคก ารบริหารสว นจังหวัดเลย
(๒.๒) ประธานสภาองคก ารบรหิ ารสวนจงั หวดั เลย
(๒.๓) รองประธาน อบจ. จํานวน ๒ คน
(๒.๔) สมาชกิ สภา อบจ. จาํ นวน ๓๐ คน ๗๕
74
๒.๗ งานวิจัยท่ีเกี่ยวของ
การวิจัยเรื่อง “ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถ่ินใน
จังหวัดเลย” จากการคนควาทางเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของ ผูวิจัยพบวา มีเอกสารงานวิจัยและ
วิทยานิพนธที่มีเนื้อหาเกี่ยวของกับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทอ งถ่นิ ในจงั หวัดเลย ดงั ตอ ไปน้ี
๒.๗.๑ งานวจิ ัยที่เกี่ยวของกบั ความไววางใจทางการเมือง
ดนุวัศ สุวรรณวงศ ไดวิจัยเรื่อง “ความไววางใจทางการเมืองและการมีสวนรวมทางการ
เมืองของประชาชน ในพื้นที่ท่ีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต: ศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่
เทศบาลนครหาดใหญและเทศบาลเมืองปตตานี” ผลการวจิ ัยพบวา ระดับความไวว างใจทางการเมือง
ของประชาชน เมื่อเปรียบเทียบระหวางพ้ืนท่ีเทศบาลนครหาดใหญและพ้ืนท่ีเทศบาลเมืองปตตานี
พบวา ระดับความไววางใจทางการเมืองของ ท้ัง ๒ พื้นท่ไี มมีความแตกตางกัน และโดยภาพรวมอยูใน
ระดับปานกลางเหมือนกัน สวนรายดานอยูในระดับปานกลางเหมือนกัน ทั้งความไววางใจดาน
นโยบายเทศบาล ความไววางใจดานกระบวนการทํางานของเทศบาล ความไววางใจดานตัวบุคคลใน
เทศบาล และความไววางใจดานระบบการทํางานของเทศบาล ระดับการมีสวนรวมทางการเมืองของ
ประชาชน เมื่อเปรียบเทียบระหวางพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญและพ้ืนที่เทศบาลเมืองปตตานีพบวา
ระดับการมสี วนรวมทางการเมืองของ ท้ัง ๒ พ้ืนที่ไมมีความแตกตางกัน และโดยภาพรวมอยูในระดับ
ตํ่าเหมือนกัน สวนรายดานอยูในระดับปานกลางเหมือนกันในดานการมีสวนรวมในการเลือกต้ัง และ
ดานการมีสวนรวมในกิจกรรม ของเทศบาล สวนดานการมีสวนรวมในการบริหารงานของเทศบาล
และดานการมีสวนรวมใน การประทวง ตอตาน หรือรองเรียนเพื่อความเปนธรรม อยูในระดับตํ่า
เหมือนกนั ดานความสัมพนั ธของความไววางใจทางการเมืองและการมีสวนรวมทางการเมืองทั้งพื้นท่ี
เทศบาลนครหาดใหญและพื้นที่เทศบาลเมืองปตตานี พบวาความไววางใจทางการเมอื งและการมีสวน
รว มทางการเมืองมคี วามสัมพันธในภาพรวมเหมือนกนั ทั้ง ๒ พื้นที่ และสว นปจ จัยที่มอี ิทธิพลตอ ความ
ไววางใจทางการเมืองของประชาชนท้ังในพ้ืนท่ีเทศบาลนครหาดใหญและพื้นท่ีเทศบาลเมืองปตตานี
คือปจจัยดานตนทุนทางสังคม ปจจัยดาน การสื่อสารทางการเมืองและปจจัยดานการระดมทาง
การเมืองสวนปจจัยดานทัศนคติ ทางการเมืองมีอิทธิพลตอความไววางใจทางการเมืองของประชาชน
๗๕ องคก ารบริหารสวนจังหวดั เลย, โครงสรางองคการบริหารสวนจังหวดั เลย, [ออนไลน] , แหลงท่มี า:
www.loeipao.go.th, [๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓].
๗๔
เฉพาะในพื้นท่ีเทศบาล นครหาดใหญ และปจจัยดานความรูทางการเมืองมีอิทธิพลตอความไววางใจ
ทางการเมืองของ ประชาชนเฉพาะในพ้ืนที่เทศบาลเมืองปตตานี สวนปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอการมีสวน
รวมทางการเมืองของประชาชนท้ังในพ้ืนที่เทศบาลนครหาดใหญและพื้นที่เทศบาลเมืองปตตานี คือ
ปจจัยดาน การระดมทางการเมืองและปจจัยดานทัศนคติทางการเมืองสวนปจจัยดานรายได และ
ปจจัยดาน การส่ือสารทางการเมืองมีอิทธิพลตอการมีสวนรวมทางการเมืองของประชาชนเฉพาะใน
พ้ืนท่ีเทศบาลนครหาดใหญ สวนปจจัยดานศาสนา และปจจัยดานการศึกษา มีอิทธิพลตอการมีสวน
รวม ทางการเมอื งของประชาชนเฉพาะในพนื้ ท่เี ทศบาลเมืองปต ตาน7ี5๗๖
ไพบูลย สุขเจตนี และคณะ ไดวิจัยเรื่อง “การพัฒนาความไววางใจทางการเมืองของ
ประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองระดับทองถ่ินในจังหวัดนนทบรุ ี” ผลการวิจัยพบวา ผลการวิจัยพบวา ๑)
ปญหาการมีสวนรวมทางการเมืองของประชาชน เชน การสื่อสารของนักการเมืองเขาไมถึงประชาชน
ในบางพื้นท่ีพฤติกรรมของนักการเมืองท่ีประชาชนไดรับรูจากขาวและการวิพากษวิจารณจากสื่อ
นโยบายอาจจะปฏิบัติบางและไมไดบาง ๒) ปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอความไววางใจทางการเมืองของ
ประชาชน โดยรวมอยูในระดับมาก โดยเรียงตามคาเฉล่ียจากมากไปหานอย ไดแก ดานพฤติกรรม
นักการเมือง ดานนโยบาย ดานการบริหารงานของทองถิ่น (อปท.) และดานการส่ือสารทางการเมือง
ตามลําดับ ๓) การพัฒนานักการเมืองระดับทองถิ่นตามหลักอปริหานิยธรรม เพ่ือสรางความไววางใจ
ของประชาชนในจงั หวัดนนทบุรี ดงั น้ี นักการเมืองตองมีความสามัคคีในการทํางานรว มกับหนวยงาน
องคกรตาง ๆ มีความรับผิดชอบ ตอหนาที่ปฏิบัติตามกฎขอบังคับในการเปนผูนําของประชาชน
เคารพผูอาวุโส เปนผูไมลุแกอํานาจ และอนุรักษทองถิ่น สนับสนุนและสงเสริมทํานุบํารุงศาสนาและ
บุคคล ทาํ ตนใหเ ปนแบบอยางท่ีดแี กส ังคม76๗๗
มัฌสุรีย มณีมาศ ไดวิจัยเรื่อง “ความเชื่อถือไววางใจของประชาชนตอการบริหารงาน
ตามหลักธรรมาภิบาลของหนวยงานภาครัฐในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต : กรณีศึกษาจังหวัด
นราธิวาส” ผลการวิจัยพบวา ระดับความเชื่อถือไววางใจของประชาชนตอการบริหารงานตามหลัก
ธรรมาภิบาลของหนวยงานภาครัฐในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต : กรณีศึกษาจังหวัดนราธิวาส
โดยภาพรวมอยูในระดับมาก และเม่ือทําการเปรียบเทียบความแตกตางระหวางความเชื่อถือไววางใจ
ของประชาชน จําแนกตามปจจัยสวนบุคคล พบวา อาชีพ ระยะเวลาที่อาศัยอยูในพื้นที่และอําเภอที่
อาศัยท่ีแตกตางกัน มรี ะดบั ความเชื่อถอื ไววางใจท่ีแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕
๗๖ ดนวุ ัศ สุวรรณวงศ, “ความไววางใจทางการเมืองและการมีสวนรว มทางการเมอื งของประชาชน ใน
พ้ืนที่ท่ีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต : ศึกษาเปรียบเทียบพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญและเทศบาลเมือง
ปต ตานี”, วทิ ยานิพนธรัฐประศาสนาศาสตรมหาบัณฑิต, (บณั ฑิตศึกษา: มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร, ๒๕๕๓).
๗๗ ไพบูลย สุขเจตนี และคณะ, “การพัฒนาความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นักการเมืองระดับทองถิ่นในจังหวัดนนทบุรี”, วารสารมหาจุฬานาครทรรศน, ปที่ ๗ ฉบับท่ี ๑๐ (เดือนตุลาคม
๒๕๖๓): ๒๓๔ – ๒๓๕.
๗๕
สวน เพศ อายุ ศาสนา สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา และรายได ท่ีแตกตางกัน มีระดับความ
เชอ่ื ถอื ไวว างใจท่ีไมแ ตกตางกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดับ ๐.๐๕77๗๘
ตารางที่ ๒.๗ สรุปงานวิจัยทเ่ี กีย่ วของกบั ความไววางใจทางการเมอื ง
นกั วจิ ัย ผลการวิจยั
ดนวุ ัศ สุวรรณวงศ, ผลการวิจัยพบวา เม่ือเปรียบเทียบระหวางพื้นที่เทศบาลนคร
(๒๕๕๓). หาดใหญและพื้นท่ีเทศบาลเมืองปตตานี้พบวา ระดับความ
ไพบูลย สุขเจตน และยุทธนา ไววางใจทางการเมืองของ ทั้ง ๒ พ้ืนที่ไมมีความแตกตางกัน
ประณีต และสรุ พล สยุ ะพรหม, และโดยภาพรวมอยูในระดับปานกลางเหมือนกัน สวนราย
(เดือนตลุ าคม ๒๕๖๓, ๒๓๔ – ดา นอยใู นระดบั ปานกลางเหมือนกัน
๒๓๕). ผลการวิจัยพบวา ปจจัยที่มีอิทธิพลตอความไววางใจทางการ
มัฌสุรยี มณีมาศ, เมอื งของประชาชน โดยรวมอยูในระดับมาก
(๒๕๖๒).
ผลการวิจัยพบวา ระดับความเช่ือถือไวว างใจของประชาชนตอ
การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของหนวยงานภาครัฐใน
สังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต : กรณีศึกษาจังหวัดนราธิวาส
โดยภาพรวมอยูในระดบั มาก
๒.๗.๒ งานวจิ ัยท่เี กย่ี วของกับการกําหนดนโยบายทางการเมือง
รัตนาภรณ โตพงษ และศุภณัฏฐ ทรัพยนาวิน ไดวิจัยเรื่อง “การนํานโยบายดานการ
จัดเก็บภาษีและรายไดไปปฏิบัติขององคกรปกครองสวนทองถ่ินจังหวัดเพชรบุรี” ผลการวิจัยพบวา
๑. ปจจัยที่สงผลตอความสําเร็จในการนํานโยบายดานการจัดเก็บภาษีและรายไดไปปฏิบัติ ทั้ง ๖
ดานโดยภาพรวมมีระดับความคิดเห็นอยูในระดับมาก ตามลําดับ และความสําเร็จในการนํา
นโยบายดานการจัดเก็บภาษีและรายไดไปปฏิบัติ ทั้ง ๓ ดาน โดยภาพรวมมีระดับความคิดเห็นอยู
ในระดับมาก ๒. ปจจัยดานความสอดคลองกับบริบทของทองถิ่น อาทิ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง
และคานิยมทางวัฒนธรรม ดานการสื่อสารระหวาง องคการดานความชัดเจนในการกําหนด
วัตถุประสงคและแผนงานดานการมีสวนรวมของผูรับบริการในกระบวนการนโยบาย และดานการ
กาํ หนดภารกิจและมอบหมายงานที่สงผลตอความสาํ เร็จของการนาํ นโยบาย และมีประสิทธิภาพใน
การทาํ นาย ๓. แนวทางการนํานโยบายดานการจัดเก็บภาษีและรายไดไปปฏิบัติท่ีเหมาะสม ไดแก
๗๘ มฌั สรุ ีย มณีมาศ, “ความเชือ่ ถอื ไววางใจของประชาชนตอการบริหารงานตามหลกั ธรรมาภิบาลของ
หนวยงานภาครัฐในสงั คมพหวุ ัฒนธรรมชายแดนใต : กรณีศึกษาจังหวัดนราธิวาส”, สารนิพนธรัฐประศาสนศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวชิ ารฐั ประศาสนศาสตร, (บณั ฑิตวิทยาลัย: มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร, ๒๕๖๒).
๗๖
บุคลากรที่ปฏิบัติงานดานการจัดเก็บภาษีและรายไดควรมีความรูเฉพาะดานนี้เปนอยางดี ควรไดรับ
การฝกทกั ษะในการปฏิบัติงานรวมกบั ประชาชนสรางทัศนคติทดี่ ีใหแ กผนู ํานโยบายไปปฏิบัติ และควร
มีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกตใ ช เพ่ือเปนตัวขับเคล่ือนใหนโยบายสามารถดําเนินไปไดจน
บรรลุเปาหมาย78๗๙
ชญานี ประกอบชาติ และเสนาะ กลิ่นงาม ไดวิจัยเร่ือง “การนํานโยบายหลักประกัน
สุขภาพถวนหนาไปปฏิบัติของโรงพยาบาลหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ” ผลการวิจัยพบวา ๑.
ความสําเร็จในการนํานโยบายดานการประกันสุขภาพไปปฏิบัติท้ัง ๓ ดาน โดยภาพรวมอยูในระดับ
มาก ๒. ปจจัยที่สงผลตอความสําเร็จในการนํานโยบายดานการประกันสุขภาพไปปฏิบัติไดแก ดาน
สถานที่ ดานวัสดุอุปกรณ ดานงบประมาณคาใชจายเกี่ยวกับสุขภาพ และดานบุคลากร ที่สงผลตอ
ความสําเร็จของการนํานโยบายไปปฏิบัติ ๓. แนวทางในการนํานโยบายดานการประกันสุขภาพไป
ปฏิบัติที่เหมาะสม ไดแ ก บุคลากรทป่ี ฏิบตั ิงานดานการประกันสขุ ภาพควรมีความรเู ฉพาะดา นเกย่ี วกับ
สุขภาพเปนอยางดีควรไดรับการฝกทักษะในการปฏิบัติงานรวมกับประชาชนสรางทัศนคติท่ีดีใหแก
ผูนํานโยบายไปปฏิบัติและควรมีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกตใชเพ่ือเปนตัวขับเคล่ือนให
นโยบายสามารถดาํ เนินไปไดจนบรรลุเปาหมายของการประกันสขุ ภาพ79๘๐
ประณยา ชัยรังสี และคณะ ไดวิจัยเรื่อง “การนํานโยบายการพัฒนาสังคมไปปฏิบัติ :
กรณีศึกษาสํานกั งานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย” ผลการวจิ ัยพบวา (๑)
ความสาํ เร็จของการนํานโยบายการพัฒนาสงั คมไปปฏิบัติมีความสาํ เร็จอยูในระดับมาก (๒) ปจจัยดา น
การทํางานี้เปนทีม การจูงใจ ภาวะผูน าํ การมีสวนรว ม และความผูกพันและการยอมรับมีความสัมพันธ
ทางบวกกับความสําเร็จของการนํานโยบายการพัฒนาสังคมไปปฏบิ ัตอิ ยางมีนยั สําคัญทางสถิติทีร่ ะดับ
๐.๐๑ (๓) ปญ หาการนํานโยบายการพัฒนาสังคมไปปฏิบัตมิ ี ๔ ประการไดแก ผูบริหารขาดภาวะผนู ํา
บุคลากรผูปฏิบัติงานยังมีไมเพียงพอบุคลากรขาดแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และปญหาดานนโยบาย
การพัฒนาสังคม แนวทางการปรับปรุงการนํานโยบายการพัฒนาสังคมไปปฏิบัติมี ๔ ประการไดแก
ควรพัฒนาผูบริหารใหมีภาวะผูนําแบบธรรมาภิบาล ควรพัฒนาบุคลากรใหมีสมรรถนะในการ
ปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น ควรสรางขวัญและกําลังใจบุคลากรโดยการประเมินผลการปฏิบัติงานอยาง
๗๙ รตั นาภรณ โตพงษ และศุภณฏั ฐ ทรพั ยนาวนิ , “การนํานโยบายดานการจดั เก็บภาษแี ละรายไดไ ป
ปฏิบัติขององคกรปกครองสวนทองถ่ินจงั หวัดเพชรบุรี”, วารสารวิชาการมนุษยศาสตร สังคมศสาตร และศิลปะ,
ปที่ ๙ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม - สิงหาคม ๒๕๕๙): ๒๐๒๕-๒๐๒๖.
๘๐ ชญานี ประกอบชาติ และเสนาะ กล่ินงาม, “การนํานโยบายหลกั ประกันสุขภาพถวนหนาไปปฏิบัติ
ของโรงพยาบาลหัวหนิ จังหวัดประจวบครี ีขนั ธ”, การประชมุ วิชาการและเสนอผลงานวจิ ัยระดบั ชาติครั้งท่ี ๓ กา ว
สูทศวรรษที่ ๒ : บูรณาการงานวิจัย ใชองคความรูสูความยั่งยืน ณ วิทยาลัยนครราชสีมา อําเภอเมืองจังหวัด
นครราชสีมา, (๑๗ มถิ นุ ายน ๒๕๕๙).
๗๗
ยุติธรรม และมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาสังคม กําหนดแนวปฏิบัติตามนโยบายที่
ชดั เจน80๘๑
ตารางท่ี ๒.๘ งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวของกบั การกําหนดนโยบายทางการเมือง
นักวิจยั ผลการวจิ ยั
รัตนาภรณ โตพงษ ผลการวิจัยพบวา ความสําเร็จในการนํานโยบายดานการจัดเก็บ
และศภุ ณัฏฐ ทรพั ยน าวนิ , ภาษีและรายไดไปปฏิบัติ ท้ัง ๓ ดาน โดยภาพรวมมีระดับความ
(บทความ, ๒๕๕๙, ๒๐๒๕-
๒๐๒๖). คิดเห็นอยใู นระดบั มาก
ชญานี ประกอบชาติ และ ผลการวิจัยพบวา ๑. ความสาํ เร็จในการนํานโยบายดานการประกัน
เสนาะ กล่ินงาม,
(๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๙) สขุ ภาพไปปฏบิ ตั ิท้ัง ๓ ดาน โดยภาพรวมอยใู นระดับมาก
ประณยา ชยั รงั สี และคณะ, ผลการวิจัยพบวา (๑) ความสําเร็จของการนํานโยบายการพัฒนา
(เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม, สังคมไปปฏบิ ตั ิมีความสาํ เร็จอยใู นระดับมาก
๒๕๕๖, ๑๕๑).
๒.๗.๓ งานวิจัยทีเ่ กย่ี วของกับประสิทธิผลการทํางาน
กรวิชญ กลิ่นบุญ ไดวิจัยเรื่อง “ระบบราชการกับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของ
ขาราชการกองบัญชาการหนวยบัญชาการทหารพัฒนา” ผลการศึกษา การบริหารจัดการระบบ
ราชการของกองบัญชาการหนวยบัญชาการทหารพัฒนา พบวา ดานหลักกฎระเบียบขอบังคับและ
วิธีการปฏิบัติดานหลักการจัดตําแหนงตามลําดับช้ัน ดานหลักการแบงงานกันทําตามความถนัด ดาน
ความสัมพันธระหวาง บุคคลเปนแบบทางการหรือการไมคํานึงถึงตัวบุคคล ดานหลกั ความกาวหนาใน
ตําแหนงหนาที่การงาน และดานความมีวิชาชพี อยูในระดับมากทสี่ ดุ สวนดา นหลักการแบง งานกันทํา
ตามความถนัดอยูในระดับมากตามลําดับ เชนเดียวกับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของขาราชการ
กองบัญชาการหนวยบัญชาการทหารพัฒนา พบวา ดานปริมาณ ดานคุณภาพ ดานฉับไว/ทันการณ
และดานความประหยัด/คุมคาภาพรวมอยูในระดับมากท่ีสุด ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ระบบ
ราชการมอี ิทธิพลตอประสทิ ธิผลการปฏิบตั งิ าน โดย พบวา ดา นกฎระเบยี บขอ บังคบั และวธิ กี ารปฏิบัติ
ดา นความกาวหนา ในตําแหนงหนาท่ีการงาน ดานความมีวิชาชีพ และดานหลกั การแบงงานกันทาํ ตาม
ความมีอทิ ธพิ ลตอการทํานายประสทิ ธผิ ลการปฏิบัตงิ าน ทนี่ ัยสําคญั ทางสถิติ ๐.๐๕81๘๒
๘๑ ประณยา ชัยรังสี และคณะ, “การนํานโยบายการพัฒนาสังคมไปปฏิบัติ : กรณีศึกษาสํานักงาน
ปลัดกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย”, วารสารการจัดการสมัยใหม, ปที่ ๑๑ ฉบับท่ี ๒ (เดอื น
กรกฎาคม - ธันวาคม, ๒๕๕๖): ๑๕๑.
๘๒ กรวชิ ญ กล่ินบุญ, “ระบบราชการกับประสิทธผิ ลการปฏิบัติงานของขา ราชการกองบญั ชาการหนวย
บัญชาการทหารพัฒนา”, วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเกริก,
๒๕๕๘).
๗๘
พระมหาเตชนิ ท สิทธฺ าภฺภู (ผากา) ไดวิจัยเร่ือง “ประสิทธิผลการใหบ ริการของเทศบาล
ตําบลดงเย็น อําเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร” ผลการวิจัยพบวา ระดับประสิทธิ ผลการใหบริการแก
ประชาชนของเทศบาลตําบลดงเย็นอําเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เม่ือ
พิจารณาเปน รายดานสวนใหญอยใู นระดับมาก โดยมคี า เฉลยตามลําดบั คอื ดานอาคารสถานท่ี ดานสิ่ง
อํานวยความสะดวก สวนดานเจาหนาที่ผูใหบริการ อยูในระดับปานกลาง การเปรียบเทียบระดับ
ประสทิ ธผิ ลการใหบริการแกป ระชาชนของเทศบาลตาํ บลดงเย็น อําเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบวา
ประชาชนท่ีมีอายุตางกนั มีทัศนะในประสทิ ธิผล การใหบริการแกประชาชนของเทศบาลตําบลดงเย็น
อําเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร แตกตางกัน ในขณะที่เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดเฉล่ียตอ
เดือน มีทัศนะไมแตกตางกัน ปญหาอุปสรรคตอการใหบริการของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมือง
จังหวัดมุกดาหารดานเจาหนาท่ีผูใหบริการคือเจาหนาที่ขาดมนุษยสัมพันธท่ีดี มีความรักในงาน
ใหบริการนอย เอกสารอธิบายขั้นตอนการใหบริการในดานตาง ๆ ยังไมเพียงพอดานอาคาร สถานท่ี
สภาพแวดลอมโดยรวมไมเหมาะสม ดานสิ่งอํานวยความสะดวก ขาดเจาหนาท่ีแนะนํา ข้ันตอนการ
ใหบรกิ ารและประชาสัมพันธ82๘๓
วไิ ลวรรณ พวงทอง ไดวิจัยเรื่อง “ประสิทธิผลการพัฒนาชุมชนขององคการบริหารสวน
ตําบลทับใต อําเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ” ผลการวิจัยพบวา ๑) องคการบริหารสวนตําบล
ทับใตมีการพัฒนาชุมชนดานสาธารณสุข ดาน การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานดานการพัฒนาแหลงนํ้า
และดานเศรษฐกจิ สงั คมและชุมชน ๒) ประชาชนทม่ี ี เพศ อายุ การศกึ ษา อาชพี และระยะเวลา การ
เปน กรรมการหมบู า นตา งกนั มคี วามคดิ เหน็ ตอ ประสทิ ธิผล ไมแ ตกตางกนั 83๘๔
๘๓ พระมหาเตชินท สิทฺธาภฺภู (ผากา), “ประสิทธิผลการใหบริการของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอ
เมือง จังหวัดมุกดาหาร”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร, (บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๕๔).
๘๔ วิไลวรรณ พว งทอง, “ประสิทธิผลการพัฒนาชุมชนขององคการบรหิ ารสวนตําบลทับใต อําเภอหัว
หนิ จังหวดั ประจวบคีรขี ันธ” , วิทยานพิ นธรัฐประศาสนศาตรมหาบัณฑติ , (บณั ฑิตวิทยาลัย: มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยี
ราชมงคลรตั นโกสินทร, ๒๕๕๙).
๗๙
ตารางท่ี ๒.๙ สรปุ งานวิจยั ทีเ่ ก่ยี วขอ งกับประสิทธิผลการทํางาน
นกั วิจยั ผลการวจิ ยั
กรวิชญ กลน่ิ บุญ, ผลการวจิ ัยพบวา การทดสอบสมมติฐาน พบวา ระบบราชการ
รฐั ประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต/ มีอิทธิพลตอ ประสิทธผิ ลการปฏิบัติงาน พบวา ดา นกฎระเบียบ
ศลิ ปะศาสตร/ มหาวทิ ยาลัยเกริก,
๒๕๕๘). ขอบังคับและวิธีการปฏิบัติดานความกาวหนาในตําแหนง
หนาที่การงาน ดานความมีวิชาชีพ และดานหลักการแบงงาน
กันทําตามความมีอิทธิพลตอการทํานายประสิทธิผลการ
ปฏิบตั ิงาน ท่ีนัยสําคัญทางสถิติ ๐.๐๕
พระมหาเตชินท สิทธฺ าภภฺ ู ผลการวิจัยพบวา ประชาชนที่มีอายุตางกัน มีทัศนะใน
(ผากา), (๒๕๕๔). ประสิทธิผล การใหบริการแกประชาชนของเทศบาลตําบลดง
วิไลวรรณ พว งทอง, เย็น อําเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร แตกตางกัน ในขณะท่ีเพศ
(๒๕๕๙). ระดับการศึกษา อาชีพ และรายไดเฉล่ียตอเดือน มีทัศนะไม
แตกตา งกนั
ผลการวิจัยพบวา ๑) องคการบริหารสวนตําบลทับใตมีการ
พัฒนาชุมชนดานสาธารณสุข ดาน การพัฒนาโครงสราง
พื้นฐานดานการพัฒนาแหลงน้ําและดานเศรษฐกิจ สังคมและ
ชุมชน ๒) ประชาชนท่ีมี เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ และ
ระยะเวลาการเปนกรรมการหมูบานตางกัน มีความคิดเห็นตอ
ประสทิ ธผิ ล ไมแตกตางกัน
๒.๗.๔ งานวจิ ยั ทีเ่ ก่ยี วขอ งกบั การสอื่ สารทางการเมอื ง
ธวัลกร บุญศรี ไดวิจัยเรื่อง “สื่อที่สงผลตอการมีสวนรวมทางการเมือง: กรณีศึกษา การ
เขารวมชุมนุมทางการเมืองเวทีราชดําเนินในป ๒๕๕๖” ผลการวิจัยพบวา ๑) ลักษณะประชากรท่ี
แตกตางกัน จะมีการรับขาวสารทางการเมืองที่ไมตางกัน แตมีเฉพาะปจจัยดานระดับการศึกษาและ
รายไดตอเดือนท่ีแตกตางกัน จะรับขาวสารทางการเมืองตางกัน ๒) ลักษณะประชากรท่ีแตกตางกัน
จะมีสวนรวมทางการเมืองท่ีไมตางกัน แตมีเฉพาะปจจัยดานระดับการศึกษาท่ีแตกตางกัน จะมีการมี
สวนรวมทางการเมืองท่ีตางกัน ๓) อิทธิพลของการเปดรับขาวสารทางการเมืองไมมีความสัมพันธกับ
๘๐
การมีสวนรวมทางการเมือง ๔) อทิ ธิพลของการเปดรับขาวสารทางการเมืองไมสงผลตอ การมีสวนรว ม
ทางการเมอื งแตส ื่อบคุ คลคอนขา งสงผลตอ การมีสวนรว มทางการเมอื ง84๘๕
วรวรรณ วีระกุล ไดวิจัยเรื่อง “การเปดรับขาวสารทางการเมือง และการมีสวนรวม
ทางการเมืองของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร” ผลการวิจัยพบวา กลุมตัวอยางมีการเปดรับ
ขาวสารทางการเมืองจากสื่อตาง ๆ โดยมี การเปดรับทุกวันในแทบทุกเรื่อง และมีการใชสื่อในการ
ติดตามเหตุการณขาวสารทางการเมืองมา มากกวา ๔ ป สําหรับความถี่ในการติดตามเหตุการณ
ขาวสารทางการเมืองโดยสวนใหญติดตามจากส่ือโทรทัศนมากที่สุด คือติดตามเหตุการณขาวสารทาง
การเมืองทุกวัน ระยะเวลาในการติดตาม เหตุการณขาวสารทางการเมือง (โดยเฉล่ียตอวัน) พบวา
สวนใหญกลุมตัวอยางติดตามเหตุการณ ขาวสารทางการเมืองโดยส่ือโทรทัศนและส่ืออินเตอรเน็ต
นานท่ีสุด โดยเฉล่ียแลว ๑๕–๖๐ นาทีตอวัน ระดับการติดตามเหตุการณ ขาวสารทางการเมือง
ประเภทตาง ๆ พบวา สวนใหญกลุมตวั อยา งมกี ารตดิ ตามเหตุการณขาวสารทางการเมืองประเภทการ
ประทวงทางการเมืองมากท่ีสดุ สวนการมีสวนรวมทางการเมืองของกลุมตัวอยาง พบวา กลมุ ตัวอยาง
มีระดับการมีสวนรวมทางการเมืองอยูในระดับนอย โดยประเภทของการมีสวนรวมทางการเมืองท่ี
กลุมตัวอยางมีสวนรวมมากท่ีสุด คือการไปใชสิทธิออกเสียงเลือกต้ัง ลักษณะทางประชากรศาสตรท่ี
แตกตางกันของกลุมตัวอยางสงผลใหการมีสวนรวมทางการเมืองแตกตางกัน และการเปดรับขาวสาร
ทางการเมืองจากประเภทของส่ือที่แตกตางกนั ก็จะสงผลใหมีพฤติกรรมการมีสวนรว มทางการเมืองที่
แตกตางกันดวยเชนกัน สวนพฤติกรรมการมีสวนรวมทางการเมืองมีความสัมพันธกับการเปดรับ
ขา วสารทางการเมืองจากส่อื ประเภทตาง ๆ อยา งมีนยั สําคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั ๐.๐๕85๘๖
รฐั กันภัย ไดวิจัยเร่ือง “การส่ือสารทางการเมอื งและการมสี วนรวมของประชาชนทีส่ งผล
ตอการพัฒนาทองถ่ินในองคการบริหารสวนตําบลเขตจังหวัดภาคตะวันตกตอนลาง” ผลการวิจัย
พบวา ๑. ประชาชนในองคการบริหารสวนตําบลเขตจงั หวัดภาคตะวนั ตกตอนลาง มีความเห็นวาดาน
การสื่อสารทางการเมือง มีการสื่อสารทางการเมืองจากส่ือโทรทัศนอยูในระดับมากท่ีสุด ดานการมี
สวนรวมของประชาชน การสวนรวมในการรับผลประโยชนจากการพัฒนาอยูในระดับมากท่ีสุด และ
ดานการพัฒนาทองถิ่น การพัฒนาดานการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อยูในระดับมากที่สุด ๒.
การสื่อสารทางการเมอื งและการมีสวนรวมของประชาชนกับการพัฒนาทองถิ่นในองคการบริหารสวน
ตําบลเขตจังหวัดภาคตะวันตกตอนลาง มีความสัมพันธทางบวก โดยมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ
๘๕ ธวัลกร บุญศรี, “สื่อท่ีสงผลตอการมีสวนรวมทางการเมือง: กรณีศึกษา การเขารวมชุมนุมทาง
การเมืองเวทีราชดําเนินในป ๒๕๕๖”, วิทยานิพนธนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารเชิงกลยุทธ,
(บัณฑติ วทิ ยาลัย: มหาวทิ ยาลัยกรงุ เทพ, ๒๕๕๗).
๘๖ วรวรรณ วรี ะกุล, “การเปด รับขาวสารทางการเมือง และการมีสว นรว มทางการเมืองของประชาชน
ในเขตกรุงเทพมหานคร”, วิทยานิพนธศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตรและนวัตกรรม, (สถาบัน
บัณฑติ พฒั นาบรหิ ารศาสตร, ๒๕๕๖).
๘๑
๐.๐๑ ๓. การสื่อสารทางการเมืองและการมีสวนรวมของประชาชน สงผลโดยตรงตอการพัฒนา
ทองถน่ิ ในองคการบรหิ ารสวนตําบล เขตจังหวัดภาคตะวนั ตกตอนลา ง86๘๗
ตารางที่ ๒.๑๐ สรปุ งานวิจยั ท่เี กี่ยวขอ งกบั การส่อื สารทางการเมือง
นักวจิ ัย ผลการวจิ ยั
ธวลั กร บุญศรี, ผลการวิจัยพบวา ๑) ลกั ษณะประชากรที่แตกตางกัน จะมีการ
(ปรญิ ญานเิ ทศศาสตรมหาบณั ฑิต รับขาวสารทางการเมืองท่ีไมตางกัน แตมีเฉพาะปจจัยดาน
สาขาวชิ าการสอื่ สารเชิงกลยุทธ,
๒๕๕๗). ระดับการศึกษาและรายไดตอเดือนท่ีแตกตางกัน จะรับ
ขาวสารทางการเมืองตางกัน ๒) ลักษณะประชากรที่แตกตาง
กัน จะมีสวนรวมทางการเมืองท่ีไมตางกัน แตมีเฉพาะปจจัย
ดานระดับการศึกษาที่แตกตางกัน จะมีการมีสวนรวมทางการ
เมืองที่ตา งกนั
วรวรรณ วรี ะกลุ , ผลการวิจยั พบวา การมสี วนรว มทางการเมอื งแตกตางกนั และ
(ศลิ ปศาสตรมหาบัณฑิต (นิเทศ การเปด รบั ขา วสารทางการเมอื งจากประเภทของส่อื ทแ่ี ตกตาง
ศาสตรแ ละนวตั กรรม, ๒๕๕๖). กัน ก็จะสงผลใหมีพฤติกรรมการมีสวนรวมทางการเมืองที่
แตกตางกันดวยเชนกัน สวนพฤติกรรมการมีสวนรวมทางการ
เมืองมีความสัมพันธกับการเปดรับขาวสารทางการเมืองจาก
สือ่ ประเภทตาง ๆ อยางมนี ัยสําคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดับ ๐.๐๕
รฐั กันภัย, ผลการวิจัยพบวา การส่ือสารทางการเมืองและการมีสวนรวม
(๒๕๕๘: ๗๑-๗๒).
ของประชาชนกับการพัฒนาทองถิ่นในองคการบริหารสวน
ตําบลเขตจังหวัดภาคตะวันตกตอนลาง มีความสัมพันธ
ทางบวก โดยมีนัยสําคญั ทางสถติ ิท่ีระดับ ๐.๐๑
๒.๗.๕ งานวิจัยท่ีเกยี่ วของกับบุคลิกภาพ
วภิ าวี เหมาะงาม และงามลมัย ผิวเหลือง ไดวจิ ัยเร่ือง “อิทธิพลของบุคลิกภาพ การขัดเกลา
ทางสังคม และความไววางใจท่ีมีผลตอความศรัทธาผูนําทางการเมืองของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร”
ผลการศึกษาพบวา ๑) นิสิตมีบุคลิกภาพดานความหว่ันไหว อยูในระดับปานกลาง ดานการแสดงตัว ดาน
การเปดกวาง ดานการยอมรับผูอ่ืน และดานการมีสติอยูในระดับสูง การขัดเกลาทางสังคมและความ
ไววางใจอยูในระดับปานกลาง มีความศรัทธาผูนําทางการเมืองแบบใชปญญาอยูในระดับสูง และความ
๘๗ รฐั กันภัย, “การสื่อสารทางการเมืองและการมีสวนรวมของประชาชนท่ีสง ผลตอการพฒั นาทองถิ่น
ในองคการบริหารสวนตําบลเขตจังหวัดภาคตะวันตกตอนลาง”, วารสารมนุษยสังคมปริทัศน, ปที่ ๑๗ ฉบับที่ ๑
(มกราคม - มถิ นุ ายน ๒๕๕๘): ๗๑-๗๒.
๘๒
ศรัทธาผูนําทางการเมืองแบบใชอารมณอยูในระดับตํ่า ๒) การวิเคราะหถดถอยพหุคูณแบบข้ันตอน
พบวา ตัวแปรอิสระ ๑๑ ตัว คือเพศ เกรดเฉล่ียภูมิลําเนาเดิม ระดับการศึกษาของบิดา มารดาที่
ประกอบอาชีพเกษตรกร บุคลิกภาพดานความหวั่นไหว บุคลิกภาพดานการแสดงตัว บุคลิกภาพดาน
การยอมรับผูอ่ืน การขัดเกลาทางสังคมจากกลุมเพื่อน ความไววางใจผูนําทางการเมืองวามีความ
ซ่ือตรง และความไววางใจผูนําทางการเมืองวามีความม่ันคงสม่ําเสมอ สามารถอธิบายความศรัทธา
ผนู ําทางการเมืองแบบใชป ญญาไดอยางมีนัยสําคัญทางสถิติทร่ี ะดับ ๐.๐๕ ในขณะท่คี วามศรทั ธาผูนํา
ทางการเมอื งแบบใชอ ารมณ พบวา ตัวแปรอสิ ระ ๑๑ ตวั ดังกลาวในขางตนมีอิทธพิ ลตอความศรทั ธา
แบบใชอ ารมณอยางมีนยั สําคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั ๐.๐๕87๘๘
พระสริ ิรัตนเมธี (บุญเพ็ง ตันตุลา)และพรสวรรค สุตะคาน ไดวิจัยเรื่อง “หลักธรรมและ
บุคลิกภาพนักการเมืองท่ีมีผลตอการแสดงออกทางการเมืองของนักการเมืองทองถิ่น ในเขตจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๑” ผลการวิจัยพบวา ผลสํารวจตัวแปรหลักสัปปุริสธรรม และ
องคประกอบดา นรูจกั ประมาณ ดานรูเ วลาและชมุ ชนดานรูบคุ คล และดานรูเหตุ มีคาอยใู นระดับมาก
เชนเดียวกับตัวแปรบุคลกิ ภาพนักการเมืองที่มีองคประกอบดานลักษณะที่ช่ืนชอบความกังวลผิดปกติ
การแสดงความถกู ตอ งและทักษะการเมืองรวมถึงตัวแปรการแสดงออกทางการเมืองและองคป ระกอบ
ความถูกตองในการเปนผูแทนการเปดโอกาสและความอดทนตอการเรียกรอง มีคาเฉล่ียอยูในระดับ
มากเชนเดียวกันจากผลวิเคราะหพบวาตัวแปรทั้งสามหลักธรรม บุคลิกภาพนักการเมืองและการ
แสดงออกทางการเมืองมีความสัมพันธไปในทิศทางเดียวกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ๐.๐๑ ดังนั้น
สรุปไดวาตัวแปรหลักธรรม บุคลิกภาพนักการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองมีความสัมพันธ
สอดคลองกันมากอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ๐.๐๑ จากผลวิเคราะหพบวาสัมประสิทธิ์พยากรณตอตัว
แปรตามการแสดงออกทางการเมืองอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ๐.๐๕ โดยมีตัวแปรอิทธิพล
ประกอบดว ยลักษณะท่ีชน่ื ชอบ ความกังวลผิดปกติ ทักษะการเมืองรวมถึงรูเวลาและชุมชนอันเปนตัว
แปรอู งคประกอบของหลกั ธรรมและบุคลกิ ภาพนักการเมอื ง88๘๙
ไพสิน นกศิริ ไดวิจัยเร่ือง “คุณลักษณะของนักการเมืองทองถิ่นท่ีพึงประสงคของ
ประชาชนในเขตพื้นท่เี ทศบาลตําบลคลองหาด จงั หวัดสระแกว” ผลการวิจัยพบวา ๑.คณุ ลักษณะของ
นักการเมืองทองถ่ินที่พึงประสงค ของประชาชน ในเขตเทศบาลตําบลคลองหาด จังหวัดสระแกว
พบวา คุณลักษณะของนักการเมืองทองถ่ินที่พึงประสงค ของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลคลอง
หาด จังหวัดสระแกว ในภาพรวม อยูในระดับปานกลาง เม่ือพิจารณาเปนรายดานพบวามีคาคะแนน
เฉลี่ยอยูในระดับปานกลางทุกดาน โดยดานที่มีคาเฉลี่ยสูงสุด คือคุณลักษณะดานสังคม รองลงมาคือ
๘๘ วิภาวี เหมาะงาม และงามลมัย ผิวเหลือง, “อิทธิพลของบุคลิกภาพ การขัดเกลาทางสังคม และ
ความไววางใจท่ีมีผลตอความศรัทธาผูนําทางการเมืองของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร”, วารสารสังคมศาสตร
และมนุษยศาสตร, ปที่ ๓๙ ฉบับท่ี ๑ (๒๕๕๖): ๑๓๐ – ๑๔๙.
๘๙ พระสิริรัตนเมธี (บุญเพ็ง ตันตุลา)และพรสวรรค สุตะคาน, “หลักธรรมและบุคลิกภาพนกั การเมือง
ท่ีมีผลตอการแสดงออกทางการเมืองของนักการเมืองทองถ่ิน ในเขตจังหวัด”, วารสารสังคมศาสตรและ
มานุษยวทิ ยาเชงิ พทุ ธ, ปท ่ี ๕ ฉบบั ที่ ๕ (พฤษภาคม ๒๕๖๓): ๑๓๐-๑๓๑.
๘๓
คุณลักษณะทางสติปญญา คุณลักษณะดานงาน คุณลักษณะดานจิตใจ สวนดานที่มีคาเฉลี่ยนอยที่สุด
คือคุณลักษณะทางกาย ตามลําดับ ๒. ผลการเปรียบเทียบคุณลักษณะของนักการเมืองทองถิ่นท่ีพึง
ประสงค ของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลคลองหาด จังหวัดสระแกว จําแนกตามปจจัยสว นบุคคล
พบวา ประชาชนที่มีเพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับการศึกษา และรายไดเ ฉล่ียตอเดือนแตกตาง
กัน มีความคิดเห็นตอคุณลักษณะของนักการเมืองทองถ่ินที่พึงประสงค ไมแตกตางกัน ที่ระดับ
นยั สําคญั ทางสถิติท่ี ๐.๐๕89๙๐
ตารางท่ี ๒.๑๑ สรุปงานวจิ ัยทีเ่ กย่ี วของกับบุคลิกภาพ
นักวจิ ัย ผลการวิจัย
วภิ าวี เหมาะงามและงามลมัย ผิว ผลการศึกษาพบวา ความศรัทธาผูนาํ ทางการเมืองแบบใชป ญญา
เหลือง, ไดอยางมีนัยสําคญั ทางสถติ ิที่ระดับ ๐.๐๕ ความศรัทธาผูนําทาง
(๒๕๕๖, ๑๓๐ – ๑๔๙). การเมืองแบบใชอารมณ พบวา ตัวแปรอิสระ ๑๑ ตัว ดังกลาว
พระสิรริ ตั นเมธี (บญุ เพง็ ตนั ตุลา) ใน ข า ง ต น มี อิ ท ธิ พ ล ต อ ค ว า ม ศ รั ท ธ า แ บ บ ใช อ า ร ม ณ อ ย า ง มี
และพรสวรรค สตุ ะคาน, นยั สําคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั ๐.๐๕
(2563, ๑๓๐-๑๓๑).
ผลการวิจยั พบวา ตัวแปรหลักธรรม บุคลิกภาพนักการเมืองและ
การแสดงออกทางการเมืองมีความสัมพันธสอดคลองกันมาก
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ๐.๐๑ จากผลวิเคราะหพบวา
สัมประสิทธิ์พยากรณตอตัวแปรตามการแสดงออกทางการเมือง
อยางมีนัยสําคัญ ทางสถิติ ๐ .๐ ๕ โดยมีตัวแปรอิทธิพ ล
ประกอบดวยลักษณะที่ชื่นชอบ ความกังวลผิดปกติ ทักษะ
การเมืองรวมถึงรูเวลาและชุมชนอนั เปนตวั แปรอู งคประกอบของ
หลกั ธรรมและบคุ ลกิ ภาพนกั การเมอื ง
๙๐ ไพสนิ นกศริ ,ิ “คุณลกั ษณะของนักการเมืองทองถนิ่ ทพ่ี ึงประสงคของประชาชนในเขตพนื้ ที่เทศบาล
ตําบลคลองหาด จังหวัดสระแกว”, วิทยานิพนธรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครอง, (คณะ
รฐั ศาสตรแ ละนติ ิศาสตร: มหาวทิ ยาลัยบรู พา, ๒๕๕๘).