The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2563 ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย THE POLITICAL TRUST OF PEOPLE TOWARDS LOCAL POLITICIANS IN LOEI PROVINCE พระไกรสร สุมโน (กันมา)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย THE POLITICAL TRUST OF PEOPLE TOWARDS LOCAL POLITICIANS IN LOEI PROVINCE

2563 ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย THE POLITICAL TRUST OF PEOPLE TOWARDS LOCAL POLITICIANS IN LOEI PROVINCE พระไกรสร สุมโน (กันมา)

Keywords: 2563,ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย THE POLITICAL TRUST OF PEOPLE TOWARDS LOCAL POLITICIANS IN LOEI PROVINCE,พระไกรสร สุมโน (กันมา)

๑๓๔

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากที่สดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตา งจากประชาชนท่ีมคี วามคิดเหน็ ตอการปฏบิ ตั ติ นตามหลักสังคหวตั ถุ ๔ มากทส่ี ดุ

ตารางท่ี ๔.๕๒ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคดิ เหน็ ตอการปฏิบัติตนตามหลกั สังคห
วตั ถุ ๔ ของนกั การเมอื งทอ งถ่ินในจังหวดั เลย จาํ แนกตาม ดานบคุ ลิกภาพ

สังคหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากทีส่ ุด
นอ ย ๓.๕๗ ๓.๙๒ ๔.๑๒ ๔.๒๓
๓.๕๗ - -.๓๔๖ -.๕๕๒* -.๖๕๕*
ปานกลาง ๓.๙๒ - -.๒๐๖* -.๓๐๙*
มาก ๔.๑๒ - -.๑๐๓
๔.๒๓ -
มากท่ีสุด

จากตารางท่ี ๔.๕๒ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
บุคลิกภาพ แตกตา งกนั อยา งมีนยั สําคัญทางสถิติท่รี ะดบั ๐.๐๕ มจี าํ นวน ๔ คู ไดแ ก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ นอย มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสงั คหวัตถุ ๔ มากและ
มากทส่ี ุด

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทส่ี ุด

๑๓๕

ตารางท่ี ๔.๕๓ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลกั สังคหวัตถุ
๔ ของนกั การเมืองทองถ่นิ ในจงั หวัดเลย จําแนกตามดา นสมานตั ตตา

ความไววางใจทางการเมือง แหลง ความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน ๘.๒๔ ๓ ๒.๗๕ ๔.๙๕ ๐.๐๐*
ดา นนโยบายการทํางาน ระหวางกลมุ ๒๑๙
ภายในกลมุ ๒๒๗ .๗๐ ๓๙๖ ๐.๕๕
รวม ๖.๖๔ .๙๔ ๓๙๙
ดานประสิทธิผลการทาํ งาน ระหวา งกลุม ๑๖๑
ภายในกลุม ๑๖๗ ๓ ๒.๒๑ ๕.๔๓ ๐.๐๐*
รวม ๗.๒๘ .๒๗ ๓๙๖ ๐.๔๑
ดา นการสื่อสารทางการเมอื ง ระหวางกลมุ ๒๑๒ .๙๑ ๓๙๙
ภายในกลุม ๒๑๙
รวม ๔.๗๓ ๓ ๒.๔๓ ๔.๕๓ ๐.๐๐*
ดา นบุคลิกภาพ ระหวางกลุม ๑๕๓ .๓๑ ๓๙๖ ๐.๕๔
ภายในกลมุ ๑๖๐ .๕๙ ๓๙๙
รวม ๓.๖๓
รวม ระหวา งกลมุ ๙๙.๗๙ ๓ ๑.๕๘ ๔.๐๑
ภายในกลมุ ๑๐๓ .๘๔ ๓๙๖ ๐.๓๙
รวม .๓๑ ๓๙๙

๓ ๑.๒๑ ๔.๗๕ ๐.๐๐*
๓๙๒ ๐.๒๕
.๔๒ ๓๙๕

*มีนัยสาํ คัญทางสถิตทิ ีร่ ะดับ ๐.๐๕

จากตารางที่ ๔.๕๓ ความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ของนักการเมืองทอ งถนิ่ ในจังหวัดเลย จําแนกตามดานสมานัตตตา ในภาพรวม พบวา ประชาชนท่ี
มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง แตกตาง
กัน ซึ่งเปน ไปตามสมมตฐิ านทต่ี ้ังไว

เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ดาน
นโยบายการทํางาน ดานประสิทธิผลการทํางาน ดานการสื่อสารทางการเมือง ดานบุคลิกภาพ
แตกตางกนั อยางมนี ัยสาํ คัญทางสถิติท่รี ะดบั ๐.๐๕

ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัติตน
ตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ในภาพรวมและ ๔ ดาน ดวยวิธีผลตาง
นัยสําคัญนอยที่สุด (Least Significant Difference : LSD.) รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ ๔.๔๘ –
๔.๕๒

๑๓๖

ตารางท่ี ๔.๕๔ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วตั ถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานสมานัตตตา

สังคหวัตถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ
นอย ๓.๗๑ ๓.๗๙ ๓.๙๕ ๔.๐๙
๓.๗๑ - -.๐๗๒ -.๒๓๓ -.๓๗๕
ปานกลาง ๓.๗๙ - -.๑๖๑* -.๓๐๓*
มาก ๓.๙๕ - -.๑๔๒*
๔.๐๙ -
มากที่สุด

จากตารางท่ี ๔.๕๔ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตามดาน
สมานตั ตตา ในภาพรวม แตกตางกนั อยา งมีนัยสาํ คญั ทางสถติ ิทีร่ ะดับ ๐.๐๕ มจี าํ นวน ๓ คู ไดแก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทีส่ ดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตา งจากประชาชนทมี่ ีความคดิ เห็นตอ การปฏบิ ัตติ นตามหลกั สังคหวัตถุ ๔ มากที่สุด

ตารางท่ี ๔.๕๕ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลยี่ รายคูความคิดเห็นตอการปฏิบตั ติ นตามหลกั สังคห
วตั ถุ ๔ ของนกั การเมืองทอ งถิ่นในจงั หวดั เลย จาํ แนกตาม ดา นนโยบายการทาํ งาน

สงั คหวัตถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากทีส่ ดุ
นอย ๓.๕๗ ๓.๖๔ ๓.๙๒ ๔.๐๙
๓.๕๗ - -.๐๖๙ -.๓๔๕ -.๕๑๗
ปานกลาง ๓.๖๔ - -.๒๗๖* -.๓๓๘*
มาก ๓.๙๒ - -.๑๗๒
๔.๐๙ -
มากทีส่ ดุ

จากตารางที่ ๔.๕๕ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
นโยบายการทาํ งาน แตกตา งกนั อยา งมีนยั สําคญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดับ ๐.๐๕ มีจาํ นวน ๒ คู ไดแ ก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากที่สุด

๑๓๗

ตารางท่ี ๔.๕๖ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคิดเหน็ ตอ การปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานประสิทธิผลการ
ทาํ งาน

สังคหวัตถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากท่ีสดุ
นอย ๔.๐๐ ๔.๐๑ ๔.๓๒ ๔.๒๗
๔.๐๐ - -.๐๑๓ -.๓๒๔ -.๓๕๓
ปานกลาง ๔.๐๑ - -.๓๑๑* -.๓๔๐*
มาก ๔.๓๒ - -.๐๒๙
๔.๒๗ -
มากทส่ี ดุ

จากตารางที่ ๔.๕๖ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
ประสทิ ธิผลการทาํ งาน แตกตางกัน อยางมีนยั สําคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั ๐.๐๕ มีจํานวน ๒ คู ไดแก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทส่ี ดุ

ตารางที่ ๔.๕๗ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานการสื่อสารทาง
การเมอื ง

สังคหวตั ถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากทสี่ ุด
นอย ๓.๕๗ ๓.๖๑ ๓.๘๙ ๔.๐๓
๓.๕๗ - -.๐๔๒ -.๓๑๗ -.๔๕๘
ปานกลาง ๓.๖๑ - -.๒๗๕* -.๔๑๖*
มาก ๓.๘๙ - -.๑๔๑
๔.๐๓ -
มากทีส่ ดุ

จากตารางท่ี ๔.๕๗ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
การส่ือสารทางการเมือง แตกตางกนั อยา งมีนัยสําคญั ทางสถิติทีร่ ะดบั ๐.๐๕ มีจาํ นวน ๒ คู ไดแก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทีส่ ดุ

๑๓๘

ตารางที่ ๔.๕๘ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลย่ี รายคูความคดิ เหน็ ตอ การปฏิบัติตนตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนกั การเมอื งทอ งถน่ิ ในจังหวดั เลย จาํ แนกตาม ดานบุคลกิ ภาพ

สังคหวัตถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ
นอ ย ๓.๕๗ ๓.๙๕ ๔.๐๗ ๔.๒๔
๓.๕๗ - -.๓๗๕ -.๔๙๗* -.๖๖๔*
ปานกลาง ๓.๙๕ - -.๑๒๑ -.๒๘๙*
มาก ๔.๐๗ - -.๑๖๗
๔.๒๔ -
มากทส่ี ดุ

จากตารางท่ี ๔.๕๘ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
บคุ ลกิ ภาพ แตกตา งกนั อยางมีนัยสาํ คญั ทางสถติ ิท่รี ะดับ ๐.๐๕ มจี ํานวน ๓ คู ไดแ ก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ นอย มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตางจากประชาชนทม่ี ีความคิดเห็นตอการปฏบิ ัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มากและ
มากทสี่ ดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากท่ีสดุ

ตารางท่ี ๔.๕๙ ผลสรุปโดยรวมการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นกั การเมอื งทอ งถิน่ ในจังหวดั เลย

ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนกั การเมืองทองถิ่นในจงั หวัดเลย

ปจจัยสวน t F Sig. ผลการทดสอบ
บคุ คล เปน ไปตามสมมติฐาน ไมเปนไปตามสมมตฐิ าน

เพศ ๐.๖๔ - ๐.๕๒ √
อายุ - ๐.๑๘ ๐.๕๒ √
สถานภาพ - ๒.๗๒ ๐.๐๗ √
อาชีพ - ๑.๒๔ ๐.๒๙ √
ระดับการศกึ ษา - ๒.๖๔ ๐.๐๒ √
รายไดต อ เดอื น - ๒.๒๒ ๐.๐๗ √

จากตารางท่ี ๔.๕๙ สรุปไดวา ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถ่ินในจังหวดั เลย

๑๓๙

ประชาชนท่ีมีเพศตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ในภาพรวม ไมแตกตางกัน ซึ่งไม
เปน ไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว

ประชาชนที่มีอายุตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ในภาพรวม ไมแตกตางกัน ซ่ึงไม
เปนไปตามสมมติฐานท่ีตั้งไว

ประชาชนท่ีมีสถานภาพตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ในภาพรวม ไมแตกตางกัน
ซงึ่ ไมเปนไปตามสมมติฐานทต่ี ง้ั ไว

ประชาชนท่มี อี าชีพตางกัน มีความไวว างใจทางการเมอื ง ในภาพรวม ไมแ ตกตา งกนั ซงึ่ ไม
เปนไปตามสมมตฐิ านทต่ี ง้ั ไว

ประชาชนที่มีระดับการศึกษาตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ในภาพรวม แตกตาง
กนั ซึง่ เปนไปตามสมมตฐิ านทตี่ ง้ั ไว อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕

ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือนตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง โดยภาพรวม ไม
แตกตางกัน ซึง่ ไมเ ปนไปตามสมมตฐิ านท่ีต้ังไว

ตารางที่ ๔.๖๐ ผลสรุปโดยรวมการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสงั คหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทอ งถน่ิ ในจงั หวัดเลย

ความคิดเห็นของประชาชนตอ การปฏิบัตติ นตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นใน
จังหวดั เลย
ผลการทดสอบ
ตัวแปลตน t F Sig. เปน ไปตามสมมตฐิ าน ไมเปน ไปตามสมมติฐาน

ทาน - ๑๓.๐๑ ๐.๐๐ √
ปยวาจา - ๑๐.๗๐ ๐.๐๐ √
อตั ถจรยิ า - ๑๑.๖๒ ๐.๐๐ √
สมานัตตตา - ๔.๕๗ ๐.๐๐ √
ภาพรวม - ๒๓.๒๙ ๐.๐๐ √

จากตารางที่ ๔.๖๐ สรุปไดวา ความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสงั คหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถนิ่ ในจังหวัดเลย

ความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมือง
ทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา ดานสมานัตตตา พบวา
ประชาชนมีความไววางใจทางการเมือง แตกตางกัน ซึ่งเปนไปตามสมมติฐานที่ต้ังไว อยางมีนัยสําคัญ
ทางสถติ ิท่ี ๐.๐๕

๑๔๐

๔.๖ ผลการวิเคราะหแบบสัมภาษณความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นกั การเมอื งทองถิ่นในจงั หวดั เลย

ผลการวิเคราะหแบบสัมภาษณความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถน่ิ ในจงั หวดั เลย มีดังน้ี

๑. ดานนโยบายการทํางาน
ควรมีนโยบายการพัฒนาจังหวัดท่ีครอบคลุมทุก ๆ ดานเพิ่มมากข้ึนกวาที่ผานมา ที่เปน
ประโยชน98๙๙ตอการดําเนินชีวิตของประชาชน99๑๐๐ และนโยบายนั้นควรตอบสนองความตองการของ
ประชาชน100๑๐๑ใหมากที่สุดในปจจุบัน เชน นโยบายรักษาตอกระจก101๑๐๒, นโยบายยกระดับ อสม.
เพ่ือให อสม.มขี วัญและกาํ ลังใจในการปฏิบตั ิหนาท่ี102๑๐๓, นโยบายจดั หาเครื่องมือหมอใหกับชุมชน103๑๐๔
เพ่ืออํานวยความสะดวกในการเขาถึงการรักษาอาการปวยหรือประสบอุบัติเหตุไดอยางทันทวงที,
นโยบายซอมแซมถนน104๑๐๕ ใหดีมากกวาเดิม เปนตน มีนโยบายผลักดันราคายางพารา105๑๐๖ เน่ืองจากมี
การปลูกยางพารากันมากข้ึน อีกท้ังราคาออยก็เชนกัน เพราะจะไดชวยเกษตรกรมีรายไดเพิ่มขึ้นและ
คุมคากับตนทุน รวมท้ังมีนโยบายจัดหาเครื่องมือทําการเกษตร106๑๐๗ใหกับประชาชนทุกหมูบานไวใช
รว มกัน และควรมีดานการแกไขและปองกนั ปญหายาเสพติดที่จริงจังเพราะในปจจุบันยาเสพตดิ เยอะ
มากและมีราคาถูก107๑๐๘ ทําใหซ้ือหาไดงายโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนท่ีตกเปนเหย่ือยาเสพติด และนํา

๙๙ สัมภาษณ น่ิมนวล คําภากุม, ผูใ หญบา นนอ ยนา ตําบลศรสี งคราม อาํ เภอวังสะพุง จงั หวัดเลย, ๑๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓ และวัฒนกรณ บุญสร นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง จงั หวัด
เลย, ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๐๐ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓และสุชชั สมรกั ษ กํานันตาํ บลศรีสงคราม อาํ เภองสะพงุ , ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.

๑๐๑ สมั ภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศกั ด์ิชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๐๒ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวดั เลย, ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๑๐๓ สัมภาษณ น่ิมนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย,
๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓

๑๐๔ สัมภาษณ พิพัฒนพงษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมืองเลย, ๑๙ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๐๕ สัมภาษณ สชุ ชั สมรักษ, กาํ นันตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง, ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๑๐๖ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวดั เลย, ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
๑๐๗ สัมภาษณ พิพัฒนพงษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมืองเลย, ๑๙ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๐๘ สมั ภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักด์ชิ ลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อาํ เภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๔๑

หลักธรรมในทางพระพุทธศาสนามาสอดแทรกหรือประยุกตใชในการจัดทํานโยบาย108๑๐๙ เพื่อสราง
ความเจริญกาวหนา และไวว างใจใหกับประชาชนในจงั หวัดเลย

สรุป ควรมีนโยบายการพัฒนาจังหวัดท่ีครอบคลุมทุก ๆ ดานเพ่ิมมากข้ึน และนโยบาย
ควรตอบสนองความตองการของประชาชน แกไขปญหาของประชาชนไดถูกจุด สามารถพัฒนา
คุณภาพชีวิตของประชาชนไดดีมากท่ีสุด และนําหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนามาสอดแทรกหรือ
ประยุกตใ ชใ นการจัดทาํ นโยบาย

๒. ดานประสทิ ธผิ ลการทาํ งาน

ควรมีการพัฒนาและการสงเสริมโดยการขุดสระ, ขุดลอก, บอบาดาลใหครอบคลุมทุก
พ้ืนที่ในจังหวัดเลย109๑๑๐เพิ่มเติมเพราะชวงฤดูแลงประชาชนจะไดมีน้ําทําเกษตรกรรมไดอยางสะดวก
มากขึน้ 110๑๑๑ และพัฒนาแหลงทองเทย่ี ว111๑๑๒ใหเพิ่มมากข้นึ กวาเดมิ เพอื่ ดึงดนู ักทอ งเทีย่ วใหเขา มาเทีย่ ว
ท่ีจังหวัดเลย ก็จะทําใหเศรษฐกิจดีไปดวยประชาชนจะไดมีรายไดเพ่ิมข้ึน112๑๑๓ และมีรถตูหรือโดยสาร
คอยบรกิ ารนักทองเท่ียวตามสถานที่ทองเท่ียวตาง ๆ ๑๑๔ และพัฒนาอาชีพใหกับเกษตรกรแบบมีสวน
113
รวม114๑๑๕ตลอดจนทําการเช่ือมถนนหนทางระหวางตําบล115๑๑๖ ใหสะดวกทุกพื้นที่เพ่ิมข้ึน โดยเปล่ียน
ถนนท่ีเปนทางดินใหเปนลาดยาง116๑๑๗หรือคอนกรีต117๑๑๘ และสงเสริมใหมีลานกีฬาประจําหมูบานทุก
พน้ื ที่118๑๑๙ เพ่ือสรางนักกีฬามืออาชีพ และสง เสริมใหเด็กและเยาวชนที่ตองการเปน นักกีฬาใหมีสถานที่

๑๐๙ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๑๐ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๑๑ สมั ภาษณ นิม่ นวล คําภากมุ , ผใู หญบ านนอ ยนา ตําบลศรสี งคราม อําเภอวงั สะพุง จังหวดั เลย, ๑๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๑๒ สมั ภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักดิ์ชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๑๓ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวดั เลย, ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๑๑๔ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวัดเลย, ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๑๑๕ สัมภาษณ พิพัฒนพงษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมืองเลย, ๑๙ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๑๖ สมั ภาษณ สุชชั สมรักษ, กาํ นันตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพงุ , ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๑๑๗ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวัดเลย, ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๑๘ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวง, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวดั เลย, ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๑๙ สมั ภาษณ สชุ ัช สมรกั ษ, กาํ นันตาํ บลศรสี งคราม อําเภอวังสะพุง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓.

๑๔๒

อปุ กรณการกฬี าครบ เพื่อจะไดพ ัฒนาทกั ษะและความสามารถในการเปนนกั กีฬาเชน ฟุตบอล ซึ่งเปน
ท่ีนิยมมากในปจจุบันและกีฬาดานอ่ืน ๆ119๑๒๐ตามความถนัดของแตละคนที่สนใจ และพัฒนาดาน
อุปกรณปองกันภัยและบรรเทาสาธารณภัยใหทันสมัยมากขึ้น120๑๒๑ และควรพัฒนาบริเวณสถานีขนสง
ผโู ดยสารจังหวดั เลย (บขส.เลย) ๑๒๒ ใหดีกวาเดิม เชน พื้นคอนกรตี เปนตน และอยากใหพัฒนาเร่ือง
ของท่ีทิ้งขยะ122๑๒๓ที่อยูตําบลศรีสองรักใหมีลักษณะที่ดีกวาเดิม เพราะขยะมีจํานวนมากเพ่ิมข้ึนทุกวัน
จนสูงเทาภูเขา ฉะนั้นควรมีการพัฒนาใหเกิดภาพลักษณท่ีดีตอจังหวัดเลยวาเปนเมืองสะอาดไมท้ิง
ขยะ และการพัฒนา ดานศาสนา วัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถ่ิน เพื่อใหศาสนา
ศลิ ปวัฒนธรรม จารตี ประเพณี และภูมิปญญาทอ งถิ่นของพีน่ องประชาชนจังหวัดเลย ใหดํารงอยู และ
สบื ทอดสคู นรนุ ตอไป123๑๒๔

สรุป ควรมีการพัฒนา และการสงเสริมพัฒนาอาชีพใหกับเกษตรกรแบบมีสวนรวม ให
ครอบคลุมทุกพื้นท่ใี นจงั หวัดเลยเพม่ิ เติม พัฒนาแหลงทองเท่ียวใหเพิ่มมากข้ึนกวา เดิม พัฒนาสงเสริม
คุณภาพชีวติ ของประชาชนใหไดร ับความสะดวกสบายมากข้ึน และการพฒั นา ดานศาสนา วัฒนธรรม
จารีตประเพณี และภูมิปญญาทองถิ่น เพ่ือใหศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี เปนตน

๓. ดานการสอ่ื สารทางการเมือง
ควรสื่อสารกับประชาชนแบบกัลยาณมิตร124๑๒๕ และสื่อสารขอมูลที่ทําใหเกิดประโยชนตอ
ประชาชนใหมากท่ีสุด125๑๒๖ มีเหตุผลใหการสื่อสารและไมปดบังขอมูลเพ่ือเอาเปรียบประชาชน126๑๒๗ มี
ความสุจริตใจในการนําเสนอขอมูล127๑๒๘ มีการลงพื้นที่ช้ีแจงและใหความรูแกประชาชน128๑๒๙ เพ่ือให

๑๒๐ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๒๑ สมั ภาษณ พพิ ัฒนพงษ วันทา, อดตี ส.อบจ.เลย เขต ๒ อาํ เภอเมืองเลย, ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๒๒ สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักดิ์ชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๒๓ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๒๔ สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักด์ิชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๒๕ สัมภาษณ นิ่มนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จ.เลย, ๑๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๒๖ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๒๗ สัมภาษณ พิพัฒนพงษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อาํ เภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๒๘ สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักด์ิชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๒๙ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวดั เลย, ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๔๓

ประชาชนเขาใจและกระจายขอมูลใหประชาชนอยางทั่วถึงชัดเจน129๑๓๐หรือมีชองการการสื่อสารท่ี
ประชาชนเขาถึงงาย130๑๓๑ ตอการติดตอประสานงาน มีการส่ือสารกับประชาชนดวยขอมูลที่เปนจริง
๑๓๒ มีการพูดจาปราศรัยกับประชาชนดวยถอยคําสุภาพ132๑๓๓ และเม่ือมีประชาชนชักถามหรือตําหนิก็

131

ไมโกรธประชาชน133๑๓๔ พูดจานิ่มนวลตอประชาชน134๑๓๕ พูดกับประชาชนดวยความจริงใจ ไมแอบแฝง
เอารดั เอาเปรียบ135๑๓๖ มีการแนะนําขอมูลที่ประชาชนนําไปปฏิบัติไดจริงมีประโยชนมีความสรางสรรค
136๑๓๗และตอ งนําหลักธรรมทางพระพทุ ธสาสนามาประยกุ ตใ ชในการส่ือการ137๑๓๘

สรุป ควรสื่อสารกับประชาชนแบบกลั ยาณมิตร และส่ือสารขอ มลู ที่ทําใหเ กิดประโยชนต อ
ประชาชนใหมากทสี่ ดุ กระจายขอมูลใหประชาชนอยา งท่ัวถงึ ชดั เจนไมคลมุ เครือ มีการแนะนาํ ขอมูลที่
ประชาชนนาํ ไปปฏิบัติไดจริงมีประโยชนมีความสรา งสรรค และตองนําหลักธรรมทางพระพุทธสาสนา
มาประยกุ ตใชใ นการสอ่ื การ

๔. ดานบคุ ลิกภาพ

ควรมีความรูความสามารถ138๑๓๙ในความเปนผูนํา139๑๔๐เพื่อเปนแบบอยางใหกับประชาชน และ
มีความเรียบงายเปนกันเองตอประชาชน140๑๔๑ เพ่ือใหประชาชนเขาถึงงายรูสึกอบอุนใจ141๑๔๒ มีความออน

๑๓๐ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวดั เลย, ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๑๓๑ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๓๒ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๓๓ สัมภาษณ สชุ ัช สมรกั ษ, กาํ นนั ตําบลศรีสงคราม อาํ เภอวังสะพงุ , ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๑๓๔ สัมภาษณ นิ่มนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย, ๑๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๓๕ สัมภาษณ สชุ ชั สมรกั ษ, กํานนั ตาํ บลศรีสงคราม อําเภอวังสะพงุ , ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๑๓๖ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๓๗ สมั ภาษณ พพิ ฒั นพ งษ วันทา, อดตี ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๓๘ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๓๙ สมั ภาษณ พพิ ฒั นพงษ วันทา, อดตี ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๔๐ สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักดิ์ชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๔๑ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวดั เลย, ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๔๒ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวดั เลย, ๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๑๔๔

นอมถอมตน142๑๔๓ มีความสุภาพเรียบรอย ย้ิมแยมแจมใส143๑๔๔ประชาชนจะไดไมกลัวหรือนินทา ไมควรใช
คําหยาบหรือตอวาประชาชน144๑๔๕มีความกระตือรือรนในการปฏิบตั ิงาน145๑๔๖เพ่ือใหบรรลวุ ัตถุประสงคแ ละ
เปาหมายไดอยางมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ146๑๔๗ มีความรู หรือทักษะในการปฏิบัติงาน147๑๔๘มีความ
เฉลียวฉลาด148๑๔๙ มีวิสัยทัศนในการปฏิบัติงานและดําเนินงาน149๑๕๐ มีความมุงม่ันที่จะใหงานประสบ
ผลสําเร็จ150๑๕๑ มีมนุษยส ัมพันธท่ีดีตอผูใตบังคับบัญชาและประชาชน151๑๕๒ มีความเที่ยงตรงสุจริต152๑๕๓ และ
มีคุณธรรม จริยธรรม153๑๕๔ในการบริหารงานโดยนําหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนามาประยุกตใช154๑๕๕ ก็
จะทาํ ใหมบี ุคลกิ ภาพทีด่ ีและประชาชนไวว างใจตลอดกาลนาน

สรุป มีความเปน ผูนํา มีความรคู วามสามารถ ความเฉลียวฉลาด หรือทักษะในการปฏบิ ัติงาน
มีความมุงม่ันที่จะใหงานประสบผลสําเร็จเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคและเปาหมายไดอยางมีประสิทธิผล
และประสิทธิภาพ และมีคุณธรรม จริยธรรม ในการบริหารงานโดยนําหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนา
มาประยุกตใช

๑๔๓ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๔๔ สมั ภาษณ น่มิ นวล คาํ ภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตาํ บลศรีสงคราม อําเภอวงั สะพงุ จังหวัดเลย, ๑๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๑๔๕ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวัดเลย, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๔๖ สมั ภาษณ พิพฒั นพงษ วนั ทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๔๗ สมั ภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักดิช์ ลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อาํ เภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๔๘ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๔๙ สมั ภาษณ นม่ิ นวล คําภากมุ , ผใู หญบานนอ ยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวงั สะพงุ จงั หวดั เลย, ๑๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๕๐ สมั ภาษณ พิพัฒนพ งษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อาํ เภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๕๑ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๕๒ สมั ภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักดิ์ชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๕๓ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวัดเลย, ๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๕๔ สัมภาษณ สุชัช สมรกั ษ, กาํ นันตําบลศรสี งคราม อาํ เภอวงั สะพุง, ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๑๕๕ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๔๕

๔.๗ ผลการวิเคราะหแบบสัมภาษณความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวตั ถุ ๔ ของนกั การเมอื งทองถ่ินในจงั หวัดเลย

ผ ล ก า ร วิ เค ร า ะ ห แ บ บ สั ม ภ า ษ ณ ค ว า ม คิ ด เห็ น ข อ งป ร ะ ช า ช น ต อ ก า ร ป ฏิ บั ติ ต น ต า ม
หลักสงั คหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิน่ ในจังหวัดเลย มีดังน้ี

๑. ดานทาน

นักการเมืองทองถิ่นควรมีความเอ้ือเฟอเผ่ือแผ155๑๕๖ เสียสละ แบงปน156๑๕๗ ชวยเหลือ
ประชาชนดวยส่ิงของในยามยากลําบากหรือเดือดรอนจากภัยธรรมชาติ157๑๕๘ เชนน้ําทวม,ไฟไหม
บานเรือน เปนตน ตลอดจนใหความรูค วามเขาใจในการปองกันโรคภยั ตางๆอยางเชนในปจ จุบนั คือ โค
วิด ๒๐๑๙ เปนตน158๑๕๙ และแนะนําส่ิงท่ีดีที่เปนประโยชนตอประชาชน159๑๖๐ และมีการจัดสรร
งบประมาณในการพัฒนาชุมชนและสังคม160๑๖๑ใหความรวมมือในการพัฒนาชุมชนและรวมมือในการ
จัดกิจกรรมที่ทางชุมชนจัดขึ้น161๑๖๒ ใหรางวัลแกผูทําความดีผูบําเพ็ญตนเปนประโยชนตอชุมชนและ
สงั คม ๑๖๓ ใหคําแนะนําในการประกอบอาชพี และการดําเนินชีวติ ในหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง163 ๑๖๔
162
ชวยเหลือในดานเครื่องมือการทํากินหรืออุปกรณในการทําเกษตรกรรม เชน จัดสรรรถเก่ียวขาว
ประจําตําบลตามความเหมาะสม เปนตน164๑๖๕ ใหการชวยเหลืองานวัดชวยเหลืองานการกุศล165๑๖๖ ให

๑๕๖ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๕๗ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๕๘ สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักดิ์ชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๕๙ สัมภาษณ พพิ ัฒนพ งษ วนั ทา, อดตี ส.อบจ.เลย เขต ๒ อาํ เภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๖๐ สัมภาษณ นิ่มนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย, ๑๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๖๑ สัมภาษณ สชุ ชั สมรักษ, กาํ นันตําบลศรสี งคราม อาํ เภอวงั สะพงุ , ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๑๖๒ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัด
เลย, ๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๖๓ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวดั เลย, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๖๔ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๖๕ สมั ภาษณ สุชชั สมรักษ, กํานนั ตําบลศรสี งคราม อําเภอวงั สะพงุ , ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๑๖๖ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๔๖

เงนิ กองทุนหมูบาน166๑๖๗ และควรใหก ารชวยเหลือซอ มแซมถนนหนทางท่ีชํารดุ ทรุดโทรมตามชุมชน167๑๖๘
ควรใหค วามรูเรอื่ งกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคบั ในการอยรู ว มกนั ในชมุ ชนและสังคม168๑๖๙

สรปุ นกั การเมืองทองถ่ินควรมีความเอือ้ เฟอเผื่อแผ แบงปน เสียสละ ชว ยเหลอื ประชาชน
ดวยส่ิงของเมื่อไดรับความเดือดรอน แนะนําสิ่งท่ีดีที่เปนประโยชนตอประชาชน ใหความรวมมือใน
การพฒั นาชุมชนและรวมมือในการจัดกิจกรรมที่ทางชุมชนจัดข้ึน และมีการจัดสรรงบประมาณในการ
พัฒนาชุมชนและสงั คม

๒. ดานปย วาจา

นักการเมืองทองถิ่นควรใชคําพูดจาสุภาพ169๑๗๐ ออนนอมถอมตน170๑๗๑ พูดจามีกาลเทศะ
พูดจาดวยถอยคําท่ีไพเราะ พูดดวยความจริงใจตอประชาชน171๑๗๒ พูดจามีเหตุมีผลใหเกิดความ
นาเชื่อถือและสามารถพูดใหประชาชนคลอยตามได172๑๗๓ และพูดแนะนําใหความรูเปนประโยชนตอ
ประชาชนและสังคมเสมอ173๑๗๔ พูดอยางมีสติไมหลงลืมเนื้อหาสาระอันสําคัญตอประชาชน174๑๗๕ พูดได
ชดั เจนในเนื้อหาขอมูล ตลอดจนพดู ใหเกิดกําลงั ใจที่ดีตอประชาชนและสรางสรรค ไมพ ูดทําลายนา้ํ ใจ
๑๗๖ ไมพูดจาดูถูกหรือขมขูหรือเหยียดหยามประชาชนจนทําใหประชาชนกลัว176๑๗๗ ไมพูดเอารัดเอา

175

เปรียบ177๑๗๘ ไมพูดจาใหเกิดความขัดแยง ตอชุมชนและสังคม และควรพูดจาที่เปนการผูกมติ รไมตรีหรือ

๑๖๗ สัมภาษณ นม่ิ นวล คาํ ภากุม, ผูใหญบ านนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวงั สะพงุ จงั หวดั เลย, ๑๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๑๖๘ สัมภาษณ พิพัฒนพงษ วันทา, อดตี ส.อบจ.เลย เขต ๒ อาํ เภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๖๙ สมั ภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศกั ด์ชิ ลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อาํ เภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๗๐ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๗๑ สมั ภาษณ สชุ ัช สมรกั ษ, กาํ นนั ตําบลศรสี งคราม อําเภอวงั สะพงุ , ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๑๗๒ สัมภาษณ น่ิมนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย,
๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๗๓ สมั ภาษณ พิพัฒนพ งษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อาํ เภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๗๔ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๗๕ สัมภาษณ สชุ ัช สมรกั ษ, กาํ นันตาํ บลศรีสงคราม อาํ เภอวังสะพงุ , ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๑๗๖ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวดั เลย, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๗๗ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๗๘ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวดั เลย, ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๔๗

พูดใหเ กิดความสมั พนั ธท่ีดีตอประชาชนและชุมชน178๑๗๙ พูดจาสนับสนนุ ในทางที่ดีและเกิดประโยชนตอ
ประชาชน179๑๘๐ ไมพูดจามีอคติตอประชาชนและควรนําธรรมะมาประยุกตใชในการพูด180๑๘๑ ก็จะทําให
เกิดความไวว างใจจากประชาชนตอไป

สรุป นักการเมืองทองถิ่นควรพูดจาท่ีเปนการผูกมิตรไมตรีหรือพูดใหเกิดความสัมพันธท่ีดี
ตอ ประชาชนและชุมชน ใชค ําพูดสุภาพเรยี บรอย พูดแนะนําใหความรูเปนประโยชนตอประชาชนและ
สังคมเสมอ พูดดวยความจริงใจตอประชาชน และพูดจาสนับสนุนในทางท่ีดีและเกิดประโยชนตอ
ประชาชน ตลอดจนนาํ หลกั ธรรมในทางพระพทุ ธศาสนามาประยุกตใชใ นการพูดจากับประชาชน

๓. อัตถจรยิ า
นักการเมืองทองถิ่นควรคอยชวยเหลือสงเคราะหประชาชนเสมอ181๑๘๒ และรวมงานสําคัญ
ทางศาสนากับประชาชน182๑๘๓ รวมงานกิจกรรมสาธารณะ183๑๘๔ และสงเสริมโครงการหรือกิจกรรมของ
ชุมชนที่ประชาชนจัดขึ้น184๑๘๕ สงเสริมคนดีมีความสามารถใหไดรับการพัฒนายิ่งๆ ข้ึนไป185๑๘๖ ควรมี
รางวัลมอบใหแ กผูทาํ ประโยชนต อชุมชนและสงั คม186๑๘๗ ควรสงเคราะหผยู ากไร ผูดอ ยโอกาส เดก็ สตรี
ผูสูงอายุและผูที่การ สงเคราะหในการจัดหาอุปกรณทางการแพทยใหกับชมุ ชน187๑๘๘ และมีสวนรวมใน
การพัฒนาชุมชนและสังคม ใหคําปรึกษาหารือชวยเหลือประชาชน188๑๘๙ และรวมงานดานศาสนากับ

๑๗๙ สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักดิช์ ลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อาํ เภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๘๐ สมั ภาษณ สชุ ชั สมรักษ, กํานันตาํ บลศรสี งคราม อาํ เภอวงั สะพุง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๑๘๑ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๘๒ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๘๓ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวัดเลย, ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๘๔ สัมภาษณ นิ่มนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย,
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๘๕ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรยี นเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๘๖ สัมภาษณ พิพัฒนพงษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมืองเลย, ๑๙ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๘๗ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวดั เลย, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๘๘ สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักดชิ์ ลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๘๙ สัมภาษณ น่ิมนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย,
๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๑๔๘

ประชาชนหรือกิจกรรมสาธารณะ บําเพ็ญประโยชนดวยการทําความสะอาดถนน189๑๙๐ ซอมแซมถนน
บูรณปฏิสังขรณวัดวาอาราม190๑๙๑ ใหไดรับความสะดวกและความเจริญงอกงามกาวหนายิ่ง ๆ ข้ึนไป
เปนการรักษาความศรัทธาของประชาชนสวนใหญท่ีนับถือศาสนาพุทธ191๑๙๒ ถานักการเมืองทองถิ่น
สนับสนุนและสงเสริม192๑๙๓ก็จะเปนการดีตอตนเองและองคการบริหารสวนจังหวัด ตลอดจนนํา
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการปฏิบัติตน193๑๙๔กจ็ ะทําใหประชาชนมีความไววางใจ
ตลอดกาลนาน

สรุป นักการเมืองทองถ่ินควรคอยชวยเหลือสงเคราะหประชาชนเสมอ สงเสริมโครงการ
หรอื กิจกรรมของชุมชนที่ประชาชนจดั ขึน้ มีสวนรวมในการพัฒนาชุมชนและสังคม ใหค ําปรึกษาหารือ
ชวยเหลือประชาชน และรวมงานดานศาสนากับประชาชนหรือกิจกรรมสาธารณะบําเพ็ญประโยชน
รว มกบั ประชาชน ตลอดจนนําหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยกุ ตใชใ นการปฏิบัติตน

๔. สมานัตตตา

ปลาย ๑๙๕ นักการเมืองทองถิ่นควรมีความประพฤติตนสม่ําเสมอหรือมีความประพฤติเสมอตนเสมอ
1 94 ใหความเสมอภาค195๑๙๖ และรวมรับรูแกไขปญหาเพ่ือใหเกิดประโยชนสุขรวมกันกับ
ประชาชน196๑๙๗ ตลอดจนชวยเหลือเหลือประชาชนอยางเทาเทียมกัน197๑๙๘ โดยไมหวังผลตอบแทน ไม
เอารัดเอาเปรียบประชาชน198๑๙๙ ยึดหลักความถกู ตองเปนธรรมในการอยูร ว มกนั ในชมุ ชนและสงั คม199๒๐๐

๑๙๐ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๙๑ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๙๒ สมั ภาษณ สุชชั สมรักษ, กํานันตาํ บลศรสี งคราม อําเภอวงั สะพงุ , ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๑๙๓ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๑๙๔ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรยี นเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๙๕ สัมภาษณ พิพัฒนพงษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมืองเลย, ๑๙ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๙๖ สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕
พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๑๙๗ สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศกั ดิช์ ลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อาํ เภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๙๘ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.
๑๙๙ สัมภาษณ นิ่มนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย,
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
๒๐๐ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวดั เลย, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๔๙

ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบบานเมืองอยางเครงครัด มีความกระตือรือรนคอยเอาใจใสดูแล
ประชาชน200๒๐๑ รูจักรวมทุกรวมสุขกับประชาชน201๒๐๒ เห็นประชาชนเดือดรอนก็ตองไมทอดท้ิง หรือ
รังเกียจ202๒๐๓ เห็นประชาชนมีความสุขสบายก็ไมริษยา203๒๐๔ และคงเสนคงวาในการปฏิบัติตนกับ
ประชาชน204๒๐๕ ตลอดจนนําหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการปฏิบัติตน205๒๐๖ ก็จะทํา
ใหป ระชาชนมคี วามไววางใจตลอดกาลนาน

สรุป นักการเมืองทองถิ่นควรวางตนเปนกลาง เสมอตนเสมอปลาย ใหความเสมอภาค
รวมรับรูแกไขปญหาเพื่อใหเกิดประโยชนสุขรวมกันกับประชาชน ชวยเหลือเหลือประชาชนอยางเทา
เทียมกัน ยึดหลักความถูกตองเปนธรรมในการอยูรวมกันในชุมชนและสังคม และไมเอารัดเอาเปรียบ
ประชาชน ปฏิบตั ิตนกฎหมาย กฎระเบียบบา นเมอื งอยา งเครง ครัด

๔.๘ สรปุ องคความรูท ่ีไดร บั จากการวจิ ยั

จากการวิจัยเรื่อง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินใน
จังหวัดเลย ผูวิจัยไดรับองคความรูจากการวิจัยในครั้งน้ี คือ ไดแนวทางในความไววางใจทางการเมือง
ของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย และตามความคิดเห็นของประชาชนตอการ
ปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย สามารถสรุปเปนแผนภาพได
ดงั น้ี

๒๐๑ สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จงั หวัดเลย, ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๒๐๒ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรยี นเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๒๐๓ สัมภาษณ พิพัฒนพงษ วันทา, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมืองเลย, ๑๙ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๒๐๔ สมั ภาษณ สชุ ชั สมรักษ, กาํ นันตําบลศรสี งคราม อําเภอวงั สะพงุ , ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๒๐๕ สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง
จังหวดั เลย, ๒๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.
๒๐๖ สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรยี นเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน
๒๕๖๓.

๑๕๐

๑. ดานนโยบายการทาํ งาน ดานทาน ๒. ดานประสิทธผิ ลการ
มีนโยบายพัฒนาจังหวดั ที่ นักการเมืองทองถิน่ มี ทาํ งาน ไดม กี ารพฒั นาและ
ครอบคลุมทุกๆ ดา น ทีเ่ ปน การจดั สรรงบประมาณ สงเสริมกับประชาชนแบบมี
ประโยชนตอ การดาํ เนินชวี ิต ในการพัฒนาชุมชน
ของประชาชนชดั เจนไม สว นรว ม
และสงั คม
คลมุ เครือ

ดานสมานัตตตา ความไวว างใจทางการเมือง ดา นปยวาจา
นกั การเมืองทอ งถนิ่ ได ของประชาชนที่มตี อ นกั การเมืองทอ งถิน่
ปฏิบัติตนเปนแบบอยา งท่ี มีความเปนกนั เองตอ
ดีใหแ กผูใตบังคบั บัญชา นักการเมอื งทองถน่ิ ในจังหวัด
เลย และตามความคดิ เหน็ ของ ประชาชน
และประชาชน ประชาชนตอ การปฏิบัตติ นตาม

หลักสงั คหวัตถุ ๔ ของ
นกั การเมืองทองถ่ิน

ในจงั หวดั เลย

๓. ดา นการสื่อสารทาง ดานอตั ถจรยิ า ๔. ดา นบุคลกิ ภาพ
การเมือง มีการสอ่ื สารกับ นกั การเมืองทองถ่นิ ได มีความเปน ผูน ําและมี
ประชาชนอยางกัลยาณมติ ร ใหค วามอนเุ คราะหแกผ ู ความรูความสามารถในการ
ยากไร ผดู อยโอกาส
และเปน ประโยชน เดก็ และสตรี ผูสูงอายุ ปฏิบตั ิงาน

และผพู ิการ

แผนภาพที่ ๔.๑ สรปุ องคค วามรทู ไ่ี ดรบั จากการวจิ ัย

สรุปองคความรูท่ีไดจากการวิจัย คือ ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอ
นกั การเมอื งทองถิ่นในจังหวัดเลย และตามความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบตั ติ นตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนกั การเมอื งทองถ่ินในจงั หวดั เลย สรุปไดด งั น้ี

๑. ดานนโยบายการทํางาน พบวา โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เน่ืองจากมีนโยบายใน
การพัฒนาจังหวัดท่ีครอบคลุมทุกๆ ดานท่ีเปนประโยชนตอการดําเนินชีวิตของประชาชน และมีการ
จัดสรรงบประมาณใหกับกับโครงการตางๆ ตามลักษณะประเภทของงาน นโยบายมีความชัดเจนไม
คลุมเครือ มีการแจกแจงรายละเอียดของนโยบายไดชัดเจนไมซับซอน และนโยบายมีความเปนกลาง
ไมไดเอื้อประโยชนต อฝายใด

๑๕๑

๒. ดานประสิทธิผลการทํางาน พบวา โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เน่ืองจากได
ปฏิบัติงานสงเสริมดานศาสนา วัฒนธรรมประเพณีทองถิ่น เชน งานดอกฝายบานมะขามหวานเมือง
เลยและดานสงเสริมพัฒนาชวี ิต เชน การจัดหารถดับเพลงิ , การจัดหารถฉุกเฉินสําหรับผูปวย เปนตน
และไดปฏิบัติงานโครงสรางพ้ืนฐาน เชน การสรางถนนใหไดรับความสะดวก ไดปฏิบัติงานตาม
โครงการที่ไดประกาศไว ไดปฏิบัติงานดานทองเท่ียว เชนการจัดการแกงคุดคูใหเปนแหลงทองเที่ยว
เปนตน และไดปฏิบัติงานการบริหารจัดการเพื่อการอนุรักษธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เชน การ
อนุรกั ษน าํ้ ตกปลาบา อาํ เภอภเู รอื เปนตน

๓. ดานการสื่อสารทางการเมือง พบวา โดยภาพรวมอยูในระดับมาก เน่ืองจากมีการ
ส่ือสารกับประชาชนอยางกัลยาณมิตร มีการส่ือสารชีแ้ จงขอ มูลดว ยเหตุผลและสามารถโนมนาวจติ ใจ
ประชาชนใหค ลอยตามได และนาํ ส่ิงท่ีเปน ประโยชนมาเปดเผย

๔. ดานบุคลิกภาพ พบวา โดยภาพรวมอยูในระดบั มา เนอื่ งจากมีความเปนผนู ํา มคี วามรู
ความสามารถ และมีคุณธรรม, จริยธรรม มีความเช่ือมั่นในตนเอง มีความเฉลียวฉลาด มีความ
กระตือรือรนในการปฏิบัติงาน ประชาชนเขาถึงงาย คบหางายและไมถือตัว และมีความสุภาพ
เรยี บรอย ยิ้มแยม แจม ใส ออนนอมตอ ประชาชน

ดานทาน พบวา โดยภาพรวม อยูในระดับมาก เน่อื งจากมกี ารจดั สรรงบประมาณในการ
พัฒนาชมุ ชนและสังคม แจกสิ่งของชวยเหลือประชาชนเม่ือไดร บั ความเดือนรอ นจากภยั ธรรมชาติ เชน
นํ้าทวม เปนตน ใหความรวมมือในกิจกรรมที่ทางชุมชนและสังคมจัดข้ึน ใหความรูความเขาใจในการ
ปองกันโรคระบาดแกประชาชน และประกาศเกียรติคุณแกประชาชนท่ีทําความดี บําเพ็ญตนเปน
ประโยชนต อ ชมุ ชนและสังคม

ดา นปย วาจา พบวา โดยภาพรวม อยใู นระดับมาก เนือ่ งจากเมอ่ื มีประชาชนพูดจาตําหนิ
ก็ไมโกธร พรอมใหอภัย ไมพูดจาเอารัดเอาเปรียบประชาชน พูดจาดวยความจริงใจ พูดจาดวยคํา
สุภาพ พูดแนะนําใหความรูเปนประโยชนแกประชาชน พูดเหมาะสําหรับกาลเทศะ พูดใหเกิดความ
เขาใจในขอมูล และพดู ชกั จงู ในทางทดี่ งี าม

ดา นอัตถจริยา พบวา โดยภาพรวม อยูในระดับมาก เน่ืองจากมกี ารใหความอนุเคราะห
แกผูยากไร ผูดอยโอกาส เด็ก สตรี ผูสูงอายุ และผูพิการ สงเสริมกิจกรรมโครงการตางๆ ใหบรรลุผล
สําเร็จ มีสวนรวมในการปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน ประพฤติในสิ่งที่เปนประโยชนแกผูอื่น เชน รวมงาน
สําคัญทางศาสนากับประชาชน รวมกิจกรรมสาธารณะ เปนตน ชวยเหลือประชาชนและชุมชนดวย
การใหค ําปรกึ ษาหารือ และคอยชว ยเหลอื ประชาชนเมื่อไดร ับความเดือดรอน

ดานสมานัตตตา พบวา โดยภาพรวม อยูในระดับมาก เน่ืองจากมีการปฏิบัติตนใหเปน
แบบอยางท่ีดีแกผูใตบังคับบัญชาและประชาชน ปฏิบัติตนตอประชาชนอยางเสมอตนเสมอปลาย ยึด
หลักความถูกตอ งเปนธรรมในการอยูรวมกันในชุมชนและสังคม ไมเอารัดเอาเปรียบประชาชน ปฏิบัติ
กับประชาชนอยางเทาเทียม โดยไมหวังผลตอบแทน ปฏิบัติตามกฎระเบียบของบานเมืองอยาง
เครง ครดั และกระตือรือรน คอยดแู ลเอาใจใสประชาชน

๑๕๒

สรุปไดวา ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัด
เลย ประกอบดวย ดานนโยบายการทํางาน ดานประสิทธิผลการทํางาน ดานการส่ือสารทาง
การเมือง ดานบุคลิกภาพ และตามความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ
๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ประกอบดวย ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา ดาน
สมานัตตตา เพื่อประโยชนสุขและความสะดวกสบายของประชาชนในจังหวดั เลย และการบรหิ ารงาน
พฒั นาทวั่ ไป เพ่ือบรรลุวตั ถุประสงคและกอใหเ กิดประสทิ ธผิ ลมากที่สุดตลอดจนมีความเจริญกาวหนา
ยิง่ ๆ ขึ้นไป

บทที่ ๕

สรปุ ผล อภิปรายและขอ เสนอแนะ

การวิจัยเรื่อง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินใน
จงั หวดั เลย เปนการวเิ คราะหแบบผสานวธิ ี

๕.๑ สรปุ ผลการวิจยั
๕.๒ อภปิ รายผลการวิจัย
๕.๓ ขอ เสนอแนะ

๕.๑ สรุปผลการวิจัย

๕.๑.๑ ปจจัยสวนบุคคลของผตู อบแบบสอบถาม
ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย
ประชากรสวนใหญเปนเพศหญิง จํานวน ๒๐๙ คน คิดเปนรอยละ ๕๒.๓ มีอายุระหวาง ๒๖ – ๓๕ ป
จาํ นวน ๑๑๖ คน คิดเปนรอยละ ๒๙ ไดสมรส จํานวน ๒๒๗ คน คดิ เปนรอยละ ๕๖.๘ มีอาชีพธุรกิจ
สว นตัว จํานวน ๑๐๕ คน คดิ เปน รอ ยละ ๒๖.๓ มีระดบั การศึกษาช้ันมธั ยมศึกษาปที่ ๖/ปวช. จํานวน
๑๑๖ คน คิดเปนรอยละ ๒๙ มีรายไดตอเดือน ๕,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ บาท จํานวน ๑๔๑ คน คิดเปน
รอยละ ๓๕.๓
๕.๑.๒ ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถ่ินใน
จังหวัดเลย
ผลการวจิ ยั พบวา
ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย
ท้ัง ๔ ดาน คือ ๑) ความไววางใจดานนโยบายการทํางาน ๒) ความไววางใจดานประสิทธิผลการ
ทํางาน ๓) ความไววางใจดานการสื่อสารทางการเมือง ๔) ความไววางใจดานบุคลิกภาพ โดยภาพรวม
อยใู นระดบั มาก ( � = ๓.๙๒)
เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา อยใู นระดับมากทุกขอ เรียงลําดบั คาเฉล่ยี จากมากไปหา
นอย พบวา ความไววางใจดานประสิทธิผลการทํางาน มีคาเฉลี่ยสงู สุด ( � = ๔.๑๔) รองลงมา คือ
ความไววางใจดานบุคลิกภาพ ( � = ๓.๙๖) และความไววางใจดานนโยบายการทํางาน ( � =
๓.๘๗) ตามลําดับ

๑๕๔

๕.๑.๓ ระดับความคิดเห็นของประชาชนที่มีตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ของนกั การเมืองทอ งถน่ิ ในจังหวดั เลย

ผลการวจิ ัยพบวา
ระดับการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ท้ัง ๔
ดาน คือ ๑) ดานทาน ๒) ดานปยวาจา ๓) ดานอัตถจริยา ๔) ดานสมานัตตตา โดยภาพรวม อยูใน
ระดบั มาก ( � = ๓.๗๙) เมือ่ พิจารณาเปนรายดาน อยใู นระดับมากทุกขอ เรยี งลําดับคาเฉลยี่ จากมาก
ไปหานอย พบวา ดานสมานัตตตา มีคาเฉลี่ยสูงสุด ( � = ๓.๙๕) รองลงมา คือ ดานปยวาจา
( � = ๓.๗๙) และดานทาน ( � = ๓.๗๑) ตามลาํ ดบั
๕.๑.๔ การเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ปจจัยสวนบุคคล และตามความคิดเห็นของประชาชนตอการ
ปฏิบัตติ นตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมอื งทองถิน่ ในจงั หวัดเลย
๑) ประชาชนที่มีเพศตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง โดยภาพรวม ไมแตกตางกัน
ดังนนั้ จึงไมเ ปน ไปตามสมมตฐิ านท่ีต้ังไว
๒) ประชาชนที่มีอายุตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง โดยภาพรวม ไมแตกตางกัน
ดังน้ัน จงึ ไมเ ปนไปตามสมมตฐิ านท่ตี ั้งไว
๓) ประชาชนทม่ี ีสถานภาพตางกัน มคี วามไววางใจทางการเมือง โดยภาพรวม ไมแ ตกตา ง
กนั ดังน้นั จงึ ไมเ ปนไปตามสมมติฐานที่ตงั้ ไว
๔) ประชาชนที่มีอาชีพตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง โดยภาพรวม ไมแตกตางกัน
ดังนนั้ จงึ ไมเปนไปตามสมมติฐานที่ตงั้ ไว
๕) ประชาชนที่มีระดับการศึกษาตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง โดยภาพรวม
แตกตางกัน ดังนั้น จงึ เปนไปตามสมมตฐิ านทีต่ ง้ั ไว
๖) ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือนตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง โดยภาพรวม ไม
แตกตางกนั ดงั นั้น จงึ ไมเปน ไปตามสมมตฐิ านทต่ี ง้ั ไว
๗) ความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมือง
ทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา ดานสมานัตตตา พบวา
ประชาชนมีความไววางใจทางการเมือง แตกตางกัน ซ่ึงเปนไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว อยางมีนัยสําคัญ
ทางสถิตทิ ่ี ๐.๐๕
๕.๑.๕ แนวทางการสรา งความไวว างใจทางการเมอื งของประชาชนที่มีตอนักการเมอื ง
ทอ งถิ่นในจังหวดั เลย สรุปไดดังน้ี
๑) ดานนโยบายการทํางาน ควรมีนโยบายพัฒนาจังหวดั ท่ีครอบคลุมทุกๆ ดานเพม่ิ เติม
ใหสอดคลอ งกับปญหาทเี่ กดิ ขน้ึ ในปจ จบุ ัน และนโยบายควรตอบสนองความตองการของประชาชนให
มากที่สุด เชน นโยบายบายรักษาตอกระจก, นโยบายยกระดับ อสม., นโยบายจัดหาเคร่ืองมือหมอ
ใหกับชุมชน เปนตน และควรนําหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการจัดทํานโยบาย
เพ่ือสรางความไวว างใจใหก บั ประชาชนในจงั หวดั เลย

๑๕๕

๒) ดานประสิทธิผลการทํางาน ควรพัฒนาแหลงทองเที่ยวใหมากข้ึนกวาเดิม เพราะ
ปจจุบันประชาชนหัวมาทองเท่ียวสถานที่ทองเท่ียวมากข้ึน ซึ่งจะทําใหเกิดเศรษฐกิจท่ีดีเปนการ
สงเสริมใหประชาชนในพื้นที่ไดมีโอกาสขายสินคาใหกับนักทองเท่ียง และการสงเสริมแหลงท่ีทํากิน
ใหกับประชาชน การขุดสระเพ่ิมเติมในพ้ืนที่ที่ยังขาดแคลนน้ํา และปรบั หรอื ขยายถนนใหสะดวกมาก
ย่งิ ข้ึน

๓) ดานการสื่อสารทางการเมือง ควรมีการสื่อสารทางการเมืองกับประชาชนอยางเปน
ประจํา และเปนกันเองกับประชาชน ใหประชาชนรูสึกม่ันใจในการปฏิบัติงานของนายก อบจ. และ
เปดโอกาสใหประชาชนไดชักถามในขอท่ีสงสัยหรืออยากรูตามความเหมาะสม และนําหลักธรรมทาง
พระพุทธสาสนามาประยุกตใชในการสื่อการ

๔) ดา นบุคลกิ ภาพ ควรมีความเรยี บงา ย เปนกนั เองตอประชาชน เพ่ือใหประชาชนเขา ถึง
งายรูสึกอบอุนใจ และมีคุณธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติงาน และควรนําหลักธรรมในทาง
พระพุทธศาสนามาประยุกตใ ชเสรมิ บุคลิกภาพใหด ยี ิ่งขนึ้ ไป

๕.๑.๖ แนวทางในการสรางความไววางใจตามความคิดเห็นของประชาชนตอการ
ปฏิบตั ติ นตามหลกั สงั คหวัตถุ ๔ ของนักการเมอื งทอ งถน่ิ ในจงั หวัดเลย สรุปไดด งั น้ี

๑) ดานทาน นักการเมืองทองถ่ินควรใหทานเปนประจําเม่ือมีโอกาส ทานเปนประจําทุก
วัน แจกสิ่งของชวยเหลือประชาชนที่ไดรับความเดือนรอนเปนประจํา ชวยตามที่ชวยได และจัดสรร
งบประมาณในการพัฒนาชุมชนและสังคมตามวาระโอกาสที่ประชาชนตองการหรือตองการความ
ชว ยเหลอื เมอ่ื ไดรับความเดอื นรอน

๒) ดานปยวาจา นักการเมืองทองถ่ินควรพูดจาไพเราะกับประชาชนเสมอ พูดจาตาม
ความเหมาะสม มีความจริงใจในการพูดกับประชาชน และพูดจาใหเกิดประโยชน ตลอดจนพูดใหเกิด
กาํ ลังใจที่ดแี กประชาชน

๓) ดานอัตถจริยา นักการเมืองทองถ่ินควรชวยเหลือประชาชนเสมอ ชวยเหลือตาม
ความเหมาะสม มีสวนรวมในการพัฒนาชุมชนและสังคม สงเสริมกิจกรรมที่ประชาชนจัดขึ้น และ
บําเพญ็ ประโยชนร ว มกับประชาชนเปนประจํา หรอื ตามความสะดวกและเหมาะสม

๔) ดานสมานัตตตา นักการเมืองทองถิ่นควรวางตนเปนกลาง ปฏิบัติตนตอประชาชน
อยางเสมอตนเสมอปลาย ยึดหลักความถูกตองเปนธรรมในการอยูรวมกันในชุมชนและสังคม ปฏิบัติ
ตนใหเปนแบบอยางท่ีดีแกผูใตบังคับบัญชาและประชาชน และควรนําหลักธรรมในทาง
พระพุทธศาสนามาประยกุ ตใช เพือ่ ใหประชาชนมัน่ ใจในการปฏิบัติหนา ท่ี

๕.๒ อภิปรายผลการวิจยั

การอภปิ ลายผลในครั้งนี้ผวู ิจัยจะไดนําประเด็นที่มคี วามสําคัญความไววางใจทางการเมือง
ของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย มีประเด็นท่ีนาสนใจสามารถนํามาอภิปรายได
ดังนี้

๑๕๖

๕.๒.๑ ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นใน
จังหวัดเลย

จากผลการศึกษา พบวา ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอ
นักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย โดยภาพรวม อยูในระดับมาก ท้ังน้ีอาจเปนเพราะวานักการเมือง
ทองถ่ิน กลาวคือนายกองคการบริหารสวนจังหวัดมีนโยบายในการพัฒนาจังหวัดที่ครอบคลุมทุก ๆ
ดาน แกปญหาไดถูกจุดท่ีประชาชนตองการ และนโยบายเปนประโยชนตอการดําเนินชีวิตของ
ประชาชน และนโยบายนั้นก็ตอบสนองความตองการของประชาชนไดอยางดี มีการพัฒนาและการ
สงเสริมโดยการขุดสระ, ขุดลอก, บอบาดาล ใหครอบคลุมทกุ พืน้ ที่ในจงั หวัดเลย สามารถพฒั นาแหลง
ทอ งเทยี่ ว พัฒนาอาชพี ใหกับเกษตรกรแบบมีสวนรวมตลอดจนทําการเชือ่ มถนนหนทางระหวางตําบล
ใหสะดวก มีการส่ือสารกับประชาชนแบบกัลยาณมิตร สื่อสารขอมูลท่ีทําใหเกิดประโยชนตอ
ประชาชน และมีความรูความสามารถในความเปนผูนําเพื่อเปนแบบอยางใหกับผูใตบังคับบัญชาและ
ประชาชน มีความเรียบงาย เปนกันเองตอประชาชน มีคุณธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติงาน และใน
วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ เปนการเลือกตั้งทองถิ่น (อบจ.) ซ่งึ นกั การเมืองทองถิน่ ในจงั หวดั เลย (นาย
ธนาวุฒิ ทิมสวุ รรณ) ก็ไดรับเลือกใหเปน นายกองคการบรหิ ารสวนจังหวดั เลยสมัยท่ี ๕ ดงั นั้น แสดงให
เห็นวานักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยสามารถสรางความไววางใจทางการเมืองไดเปนอยางดี ซ่ึง
สอดคลองกับงานวิจัยของ ไพบูลย สุขเจตนี และคณะ ไดวิจัยเรื่อง “การพัฒนาความไววางใจ
ทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองระดับทองถิ่นในจังหวัดนนทบุรี” ผลการวิจัยพบวา
ปจจัยท่มี ีอิทธิพลตอความไววางใจทางการเมอื งของประชาชน โดยรวมอยูในระดับมาก และสอดคลอง
กับงานวิจัยของ มัฌสุรีย มณีมาศ ไดวิจัยเรื่อง “ความเช่ือถือไววางใจของประชาชนตอการ
บรหิ ารงานตามหลักธรรมาภิบาลของหนวยงานภาครฐั ในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต : กรณีศึกษา
จังหวัดนราธิวาส” ผลการวิจัยพบวา ระดับความเช่ือถือไววางใจของประชาชนตอการบรหิ ารงานตาม
หลักธรรมาภิบาลของหนวยงานภาครัฐในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต : กรณีศึกษาจังหวัด
นราธิวาส โดยภาพรวมอยูในระดับมาก แตไ มสอดคลองกับงานวิจัยของ ดนุวัศ สุวรรณวงศ ไดวิจัย
เรื่อง “ความไววางใจทางการเมืองและการมีสวนรวมทางการเมืองของประชาชน ในพ้ืนท่ีท่ีมีความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต : ศึกษาเปรียบเทียบพ้ืนท่ีเทศบาลนครหาดใหญและเทศบาลเมือง
ปตตานี” ผลการวิจัยพบวา ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชน ระหวางพื้นท่ีเทศบาล
นครหาดใหญแ ละพน้ื ทเ่ี ทศบาลเมอื งปต ตานี พบวา ทั้ง ๒ พืน้ ที่ โดยภาพรวม อยใู นระดับปานกลาง

เมอ่ื พิจารณาเปนรายดา น สามารถนํามาอภปิ รายไดดังน้ี
ดานนโยบายการทํางาน ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตามดานนโยบายการทํางาน โดยภาพรวม อยูในระดับมาก ท้ังน้ี
อาจเปนเพราะวานักการเมืองทองถิ่น กลาวคือนายกองคการบริหารสวนจังหวัดมีนโยบายในการ
พัฒนาจังหวัดที่ครอบคลุมทุก ๆ ดานท่ีเปนประโยชนตอการดําเนินชีวิตของประชาชน มีการจัดสรร
งบประมาณใหกับโครงการตาง ๆ ตามลักษณะประเภทของงานไดเปนอยางดี นโยบายมีความชัดเจน
ไมค ลุมเครือ มีการแจกแจงรายละเอียด ไมซบั ซอนทําใหป ระชาชนเขาใจงาย และนโยบายมีความเปน
กลางไมไ ดเอ้ือประโยชนตอฝายใดอนั เปนการเอาเปรียบหรือทจุ ริต แสดงใหเ ห็นวานกั การเมืองทองถิ่น

๑๕๗

ในจงั หวดั เลยมีนโยบายการทํางานทีด่ ี ซง่ึ สอดคลองกับงานวิจัยของ รัตนาภรณ โตพงษแ ละศภุ ณฏั ฐ
ทรัพยนาวิน ไดวิจัยเรื่อง “การนํานโยบายดานการจัดเก็บภาษีและรายไดไปปฏิบัติขององคกร
ปกครองสวนทองถ่ินจังหวัดเพชรบุรี” ผลการวิจัยพบวา๑. ปจจัยที่สงผลตอความสําเร็จในการนํา
นโยบายดานการจัดเก็บภาษีและรายไดไปปฏิบัติ ท้ัง ๖ ดานโดยภาพรวมมีระดับความคิดเห็นอยูใน
ระดับมาก สอดคลองกับงานวิจัยของ ชญานี ประกอบชาติ และเสนาะ กลิ่นงาม ไดวิจัยเร่ือง “การ
นํานโยบายหลักประกันสุขภาพถวนหนาไปปฏิบัติของโรงพยาบาลหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ”
ผลการวิจัยพบวา ๑. ความสําเร็จในการนํานโยบายดานการประกันสุขภาพไปปฏิบัติท้ัง ๓ ดาน โดย
ภาพรวมอยูในระดับมาก และสอดคลองกับงานวิจัยของ ประณยา ชัยรังสี และคณะ ไดวิจัยเรื่อง
“การนํานโยบายการพัฒนาสังคมไปปฏิบัติ : กรณีศึกษาสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและ
ความมั่นคงของมนุษย” ผลการวิจยั พบวา ความสําเร็จของการนํานโยบายการพฒั นาสงั คมไปปฏบิ ัติมี
ความสาํ เร็จอยใู นระดบั มาก

ดานประสิทธิผลการทํางาน ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตามความไววางใจดานประสิทธิผลการทํางาน โดยภาพรวม อยูใน
ระดับมาก ท้ังน้ีอาจเปนเพราะวา นายกองคการบริหารสวนจังหวัดไดปฏิบัติงานการสงเสริมดาน
ศาสนา วัฒนธรรมประเพณีทองถิ่น เชน งานดอกฝายบานมะขามหวานเมืองเลย เปนตน ได
ปฏิบัติงานดานสงเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต เชน การจัดหารถดับเพลิง, การจัดหารถฉุกเฉินสําหรับ
ผูปวย เปนตนซึ่งดีตอการดําเนินชีวิตของประชาชน และยังไดปฏิบัติงานโครงสรางพ้ืนฐาน เชน การ
สรางถนนใหไดรับความสะดวก และไดปฏิบัติงานตามโครงการท่ีไดประกาศไว ไดปฏิบัติงานดาน
ทองเท่ียว เชน การจดั การแกง คุดคูใหเปน แหลงทองเท่ียว เปน ตน และไดปฏบิ ัติงานการบริหารจัดการ
เพ่ือการอนุรักษธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เชน การอนุรักษนํ้าตกปลาบา อําเภอภูเรือ เปนตน แสดง
ใหเห็นวานักการเมืองทองถ่ินในจงั หวัดเลยมีผลงานที่ดี ซึ่งสอดคลองกับงานวจิ ัยของ พระมหาเตชินท
สิทฺธาภฺภู (ผากา) ไดวิจัยเร่ือง “ประสิทธิผลการใหบริการของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมือง
จงั หวัดมุกดาหาร” ผลการวจิ ัยพบวา ระดับประสิทธิผลการใหบริการแกประชาชนของเทศบาลตําบล
ดงเย็นอําเภอเมอื ง จังหวัดมุกดาหาร โดยภาพรวมอยูใ นระดับมาก แตไ มส อดคลองกบั งานวิจยั ของ กร
วิชญ กล่ินบุญ ไดวิจัยเร่ือง “ระบบราชการกับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของขาราชการ
กองบัญชาการหนวยบัญชาการทหารพัฒนา” ผลการวิจัยพบวา การบริหารจัดการระบบราชการของ
กองบัญชาการหนวยบัญชาการทหารพัฒนา และดานหลักการแบงงานกันทําตามความถนัดอยูใน
ระดับมากตามลําดบั โดยภาพรวมอยใู นระดับมากทสี่ ุด

ดานการส่ือสารทางการเมือง ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอ
นักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตามความไววางใจดานการส่ือสารทางการเมือง โดยภาพรวม อยูใน
ระดับมาก ทั้งน้ีอาจเปนเพราะวา นายกองคการบริหารสวนจังหวัดไดมีการสื่อสารกับประชาชนแบบ
กัลยาณมิตรที่ทําใหประชาชนรูสึกเปนกันเองไมเหินหาง และมีการสื่อสารช้ีแจงขอมูลดวยเหตุผล
สามารถโนมนาวจติ ใจประชาชนใหคลอยตามได และนําส่ิงท่ีเปนประโยชนมาเปดเผย แสดงใหเห็นวา
นักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยมีการสื่อสารทางการเมืองท่ีดี ซ่ึงไมสอดคลองกับงานวิจัยของ วรว
รรณ วีระกุล ไดวิจัยเรื่อง “การเปดรับขาวสารทางการเมือง และการมีสวนรวมทางการเมืองของ

๑๕๘

ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร” ผลการวิจัยพบวา สวนใหญกลุมตัวอยางมีการติดตามเหตุการณ
ขา วสารทางการเมือง ประเภทการประทวงทางการเมืองอยูใ นระดับมากท่ีสุด ไมสอดคลองกับงานวิจัย
ของ รัฐ กันภัย ไดวจิ ยั เร่ือง “การส่ือสารทางการเมืองและการมีสว นรวมของประชาชนท่ีสง ผลตอ การ
พัฒนาทองถ่ินในองคการบริหารสวนตําบลเขตจังหวัดภาคตะวันตกตอนลาง” ผลการวิจัยพบวา
ประชาชนในองคก์ ารบรหิ ารส่วนตําบลเขตจงั หวดั ภาคตะวนั ตกตอนล่าง มคี วามเหน็ ว่าดา้ นการ
สอ่ื สารทางการเมอื ง โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด

ด้านบุคลิกภาพ ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถ่ินในจังหวัดเลยตามความไววางใจดานบุคลิกภาพ โดยภาพรวม อยูในระดับมาก ทั้งน้ีอาจเปน
เพราะวา นายกองคการบริหารสวนจังหวัดมีความเปนผูนํา มีความรูความสมารถ มีคุณธรรม,
จริยธรรม มีความเชื่อม่ันในตนเอง มีความเฉลียวฉลาด มีความกระตือรือรนในการปฏิบัติงาน
ประชาชนเขาถึงงาย คบหางายและไมถือตัว และมีความสุภาพเรียบรอย ย้ิมแยมแจมใส ออ นนอมตอ
ประชาชน แสดงใหเห็นวานักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยมีบุคลิกภาพท่ีดี ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัย
ของ พระสิริรัตนเมธี (บุญเพ็ง ตันตุลา)และพรสวรรค สุตะคาน ไดวิจัยเรื่อง “หลักธรรมและ
บุคลิกภาพนักการเมืองท่ีมีผลตอการแสดงออกทางการเมืองของนักการเมืองทองถิ่น ในเขตจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๑” ผลการวิจัยพบวา ผลสํารวจตัวแปรหลักสัปปุริสธรรม และ
องคประกอบดา นรูจกั ประมาณ ดานรูเ วลาและชมุ ชนดานรูบุคคล และดานรูเ หตุ มีคา โดยภาพรวมอยู
ในระดับมาก และสอดคลองกับงานวิจัยของ วิภาวี เหมาะงามและงามลมัย ผิวเหลือง ไดวิจัยเรื่อง
“อิทธิพลของบุคลิกภาพ การขัดเกลาทางสังคม และความไววางใจท่ีมีผลตอความศรัทธาผูนําทาง
การเมืองของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร” ผลการศึกษาพบวา อิทธิพลของบุคลิกภาพ การขัด
เกลาทางสังคม และความไววางใจท่มี ีผลตอ ความศรทั ธาผนู าํ ทางการเมืองของนิสิต โดยภาพรวมอยใู น
ระดับสูง และไมสอดคลองกับงานวิจัยของ ไพสิน นกศิริ ไดวิจัยเรื่อง “คุณลักษณะของนักการเมือง
ทองถ่ินท่ีพึงประสงคข องประชาชนในเขตพ้ืนทเ่ี ทศบาลตําบลคลองหาด จังหวัดสระแกว” ผลการวิจัย
พบวา คุณลักษณะของนักการเมืองทองถ่ินท่ีพึงประสงค ของประชาชน ในเขตเทศบาลตําบลคลอง
หาด จังหวัดสระแกว พบวา คุณลักษณะของนักการเมืองทองถิ่นที่พึงประสงค ของประชาชนในเขต
เทศบาลตําบลคลองหาด จงั หวดั สระแกว ในภาพรวม อยใู นระดบั ปานกลาง

๕.๒.๒ ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัตติ นตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ของนักการเมอื งทองถิ่นในจังหวัดเลย

จากผลการศึกษา พบวา ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนท่ีมีตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย โดยภาพรวม อยูในระดับมาก ท้ังนี้อาจเปน
เพราะวา นายกองคการบริหารสวนจังหวัดมีการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาชุมชนและสังคม
แจกส่ิงของชวยเหลือประชาชนเม่ือไดรับความเดือนรอนจากภัยธรรมชาติ เชน นํ้าทวม เปนตน ให
ความรวมมือในกิจกรรมท่ีทางชุมชนและสังคมจัดขึ้น ใหความรูความเขาใจในการปองกันโรคระบาด
แกประชาชน และประกาศเกยี รติคุณแกประชาชนที่ทาํ ความดี บําเพญ็ ตนเปนประโยชนต อชมุ ชนและ
สังคม และเมื่อมีประชาชนพูดจาตําหนิ ก็ไมโกรธ พรอมใหอภัย ไมพูดจาเอารัดเอาเปรียบประชาชน
พดู จาดว ยความจริงใจ พดู จาดว ยคําสุภาพ พดู แนะนาํ ใหค วามรูเ ปน ประโยชนแกประชาชน พดู เหมาะ

๑๕๙

สําหรับกาลเทศะ พูดใหเกิดความเขาใจในขอมูล และพูดชักจูงในทางที่ดีงาม และมีการใหความ
อนุเคราะหแกผูยากไร ผูดอยโอกาส เด็ก สตรี ผูสูงอายุ และผูพิการ สงเสริมกิจกรรมโครงการตางๆ
ใหบรรลุผลสําเร็จ มีสวนรวมในการปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน ประพฤติในส่ิงท่ีเปนประโยชนแกผูอ่ืน
เชน รวมงานสําคัญทางศาสนากับประชาชน รวมกิจกรรมสาธารณะ เปนตน ชวยเหลอื ประชาชนและ
ชุมชนดวยการใหคําปรึกษาหารือ และคอยชวยเหลือประชาชนเม่ือไดรับความเดือดรอน และการ
ปฏบิ ัตติ นใหเปน แบบอยางท่ีดแี กผ ูใตบ งั คบั บัญชาและประชาชน ปฏิบตั ิตนตอประชาชนอยา งเสมอตน
เสมอปลาย ยึดหลักความถูกตองเปนธรรมในการอยูรวมกันในชุมชนและสังคม ไมเอารัดเอาเปรียบ
ประชาชน ปฏิบัติกับประชาชนอยางเทาเทียม โดยไมหวังผลตอบแทน ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ
บานเมืองอยางเครงครัด และกระตือรือรน คอยดูแลเอาใจใสประชาชน แสดงใหเห็นวา นักการเมือง
ทองถิ่นในจังหวัดเลย มีการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ไดเปนอยางดี ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัย
ของ พระสุนทร ธมฺมวโร (บุญคง) ไดวจิ ัยเร่ือง “การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในชุมชนวดั หนอง
สนม จังหวัดระยอง” ผลการวิจัย พบวา การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในชุมชมวัดหนองสนม
จงั หวดั ระยอง มกี ารประยุกตใชห ลักสงั คหวัตถุ ๔ โดยรวมอยูในระดับมาก และสอดคลอ งกบั งานวิจัย
ของ พระครูประภัศรธรรมาภิรักษ (จันเขียด) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ในสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต ๑” ผล
วิจัยพบวา สภาพการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สังกัด
สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๑ พบวา โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยูในระดับ
มาก และสอดคลองกับงานวิจัยของ กรีฑา คงพยัคฆ และคณะ ไดวิจัยเร่ือง “การประยุกตใช
หลักสังคหวัตถุธรรมในการใหบริการสาธารณะของเทศบาลตําบลจันดี อําเภอฉวาง จังหวัด
นครศรีธรรมราช” ผลการวิจัยพบวา การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมในการใหบริการสาธารณะ
ของเทศบาลตําบลจันดี อําเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยภาพรวม อยูในระดับมาก แตไม
สอดคลองกับงานวิจัยของ พระธนพร คุณสมฺปนฺโน (อาคะนิช), พระประสพผล สจฺจวโร (นาม
จันทรา),และคณะ. ไดวิจัยเรื่อง “การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในการดําเนินชีวิตของประชาชน
บานศิลา ตําบลศิลา อําเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน” ผลวิจัยพบวา ความคิดเห็นของ
ประชาชนตอการประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในการดําเนินชีวิตประจําวัน ของประชาชนบานศิลา
ตาํ บลศิลา อาํ เภอเมอื งขอนแกน จงั หวดั ขอนแกน โดยภาพรวมอยใู นระดับมากทีส่ ุด

๕.๒.๓ เปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทอ งถิ่นในจังหวดั เลย

จากการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถ่ิน
ในจังหวัดเลย โดยจําแนกตามปจจัยสวนบุคคล ๖ ดาน คือ เพศ อายุ สถานภาพ อาชีพ ระดับ
การศกึ ษา และรายไดต อ เดอื น

๕.๒.๓.๑ ผลการวิจัย ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถ่ินในจังหวัดเลย ในภาพรวม จาํ แนกตามเพศ พบวา ประชาชนที่มีเพศตางกัน มีความไววางใจ
ทางการเมืองตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ไมแตกตางกัน ซึ่งไมเปนไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว
ทั้งนี้อาจเปนเพราะวา เปนไปตามรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ ความวา

๑๖๐

บคุ คลยอมเสมอกนั ในกฎหมาย มสี ิทธิและเสรภี าพและไดรับความคุมครอง ตามกฎหมายเทาเทียมกัน
ชายและหญิงมีสิทธิเทาเทียมกัน ไมไดเลือกปฏิบัติตอบุคคล ไมวาจะเปนเรื่องถิ่นกําเนิด เช้ือชาติ
ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือ
สงั คม ความเช่ือทางศาสนา การศึกษาฝก อบรมมีความคิดเห็นทางการเมืองอันไมขดั ตอบทบัญญัติแหง
รัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใด จะกระทํามิได ดังน้ัน จึงไมวาจะเปนเพศชายหรือเพศหญิงตางก็มีความ
ไววางใจทางการเมืองท่ีไมแตกตางกัน ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยของ พระมหาเตชินท สิทฺธาภฺภู (ผา
กา) ไดวจิ ัยเรอื่ ง “ประสิทธิผลการใหบ ริการของเทศบาลตําบลดงเยน็ อําเภอเมอื ง จังหวดั มุกดาหาร”
ผลการวจิ ัยพบวา ประชาชนท่ีมีเพศตางกนั มีระดับความคิดเห็นเก่ยี วกับประสิทธผิ ลการใหบ ริการของ
เทศบาลตําบลดงเยน็ อาํ เภอเมืองจงั หวัดมุกดาหาร ไมแ ตกตางกัน และสอดคลอ งกบั งานวิจัยของ วไิ ล
วรรณ พวงทอง ไดวิจัยเรื่อง “ประสิทธิผลการพัฒนาชุมชนขององคการบริหารสวนตําบลทับใต
อาํ เภอหัวหนิ จังหวัดประจวบครี ีขันธ” ผลการวจิ ัยพบวา เพศ ไมแตกตางกัน

๕.๒.๓.๒ ผลการวิจัย ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถิ่นในจังหวัดเลย ในภาพรวม จําแนกตามอายุ พบวา ประชาชนที่มีอายุตางกัน มีความไววางใจ
ทางการเมืองตอนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ไมแตกตางกัน ซ่ึงไมเปนไปตามสมมติฐานท่ีตั้งไว
ท้ังน้ีอาจเปนเพราะวา เปนไปตามรัฐธรรมนูญแหงรัชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ ความวา
บุคคลยอมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและไดรับความคุมครอง ตามกฎหมายเทาเทียมกัน
ชายและหญิงมีสิทธิเทาเทียมกัน ไมไดเลือกปฏิบัติตอบุคคล ไมวาจะเปนเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา
เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความ
เช่ือทางศาสนา การศึกษาฝกอบรมมีความคิดเห็นทางการเมืองอันไมขัดตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญ
หรือเหตุอ่ืนใด จะกระทํามิได ดังนั้น ความไววางใจทางการเมืองจึงมีความเสมอภาคกัน ไมไดแบงแยก
ตามวัยตางๆ จึงไมเปนปจจัยสงผลตอความไววางใจทางการเมือง ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ วิไล
วรรณ พวงทอง ไดวิจัยเรอ่ื ง “ประสิทธิผลการพัฒนาชมุ ชนขององคการบริหารสวนตําบลทับใต อําเภอ
หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ” ผลการวิจัยพบวา ประชาชนที่มีอายุ และการเปนกรรมการหมูบาน
ตางกัน มีความคิดเห็นตอประสิทธิผล ไมแตกตางกัน และสอดคลองกับงานวิจัยของ ไพสิน นกศิริ ได
วิจัยเร่ือง “คุณลักษณะของนักการเมืองทองถิ่นที่พึงประสงคของประชาชนในเขตพ้ืนที่เทศบาลตําบล
คลองหาด จังหวัดสระแกว” ผลการวิจัยพบวา ประชาชนท่ีมีอายุแตกตางกัน มีความคิดเห็นตอ
คุณลักษณะของนักการเมืองทองถ่ินท่ีพึงประสงค ไมแตกตางกัน และสอดคลองกับงานวิจัยของ มัฌ
สุรีย มณีมาศ ไดวิจยั เร่ือง “ความเชอ่ื ถือไวว างใจของประชาชนตอการบรหิ ารงานตามหลักธรรมาภบิ าล
ของหนว ยงานภาครัฐในสังคมพหุวฒั นธรรมชายแดนใต : กรณศี ึกษาจงั หวัดนราธวิ าส” ผลการวิจัยพบวา
ประชาชนทีม่ อี ายุแตกตางกัน มีระดบั ความเชอ่ื ถือไววางใจท่ีไมแตกตางกนั

๕.๒.๓.๓ ผลการวิจัย ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถิ่นในจังหวัดเลย ในภาพรวม จําแนกตามสถานภาพสมรส พบวา ประชาชนท่ีมีสถานภาพ
สมรสตางกัน มีความไววางใจทางการเมืองตอนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ไมแตกตางกัน ซง่ึ ไม
เปน ไปตามสมมตฐิ านที่ต้งั ไว ทั้งนอ้ี าจเปนเพราะวา เปนไปตามรัฐธรรมนูญแหง รัชอาณาจักรไทย พ.ศ.
๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ ความวาบุคคลยอมเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิและเสรีภาพและไดรับความ

๑๖๑

คุมครอง ตามกฎหมายเทาเทียมกัน ชายและหญงิ มสี ิทธิเทาเทยี มกัน ไมไดเลือกปฏิบัตติ อบุคคล ไมวา
จะเปนเร่ืองถ่ินกําเนิด เช้ือชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของ
บุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาฝกอบรมมีความคิดเห็นทางการ
เมืองอันไมขดั ตอบทบัญญัติแหงรัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใด จะกระทํามิได ดังนั้น สถานภาพครอบครัว
ที่ตา งกัน ไมส ามารถทาํ ใหความไววางใจทางการเมืองแตกตา งกันได ซึ่งสอดคลอ งกบั งานวิจัยของ มัฌ
สุรีย มณีมาศ ไดวิจัยเรื่อง “ความเช่ือถือไววางใจของประชาชนตอการบริหารงานตามหลักธรรมาภิ
บาลของหนวยงานภาครัฐในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต : กรณีศึกษาจังหวัดนราธิวาส”
ผลการวิจัยพบวา ความเช่ือถือไววางใจของประชาชน จําแนกตามปจจัยสวนบุคคล พบวา สถานภาพ
สมรสที่แตกตางกัน มีระดับความเช่ือถือไววางใจท่ีไมแตกตางกัน แตไมสอดคลองกับงานวิจัยของ ไพ
สิน นกศิริ ไดวิจัยเรื่อง “คุณลักษณะของนักการเมืองทองถิ่นท่ีพึงประสงคของประชาชนในเขตพื้นท่ี
เทศบาลตําบลคลองหาด จังหวัดสระแกว” ผลการวิจัยพบวา ประชาชนท่ีมสี ถานภาพสมรสตางกัน มี
ความคดิ เหน็ ตอคณุ ลกั ษณะของนักการเมอื งทองถน่ิ ที่พงึ ประสงค ไมแ ตกตางกนั

๕.๒.๓.๔ ผลการวิจัย ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถิ่นในจังหวัดเลย ในภาพรวม จําแนกตามอาชีพ พบวา ประชาชนที่มีอาชีพตางกัน มีความ
ไวว างใจทางการเมืองตอนกั การเมอื งทองถน่ิ ในจังหวัดเลย ไมแตกตา งกัน ซึ่งไมเปนไปตามสมมติฐาน
ท่ีตั้งไว ท้ังน้ีอาจเปนเพราะวา ประชาชนท่ีมีอาชีพตางกัน ไดรับการพัฒนาและสงเสริมในดานอาชีพ
โดยการดูแลผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินคา และขยายตลาดภายในประเทศ สูต างประเทศภายใตค วาม
อยูรอดพอเพียง และยั่งยืนเหมือนกัน จึงทําใหความไววางใจทางการเมืองไมแตกตางกนั ซึ่งสอดคลอง
กับงานวิจัยของ พระมหาเตชินท สิทฺธาภฺภู (ผากา) ไดวิจัยเร่ือง “ประสิทธิผลการใหบริการของ
เทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร” ผลการวิจัยพบวา ประชาชนที่มีอาชีพตางกัน มี
ทัศนะในประสิทธิผลการใหบริการแกประชาชนของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมืองจังหวัด
มุกดาหาร ไมแตกตางกัน และสอดคลองกับงานวิจัยของ วิไลวรรณ พวงทอง ไดวิจัยเรื่อง
“ประสิทธิผลการพัฒนาชุมชนขององคการบริหารสวนตําบลทับใต อําเภอหัวหิน จังหวัด
ประจวบคีรีขันธ” ผลการวิจัยพบวา ประชาชนท่ีมีอาชีพการเปนกรรมการหมูบานตางกัน มีความ
คิดเห็นตอประสิทธผิ ล ไมแ ตกตา งกัน

๕.๒.๓.๔ ผลการวิจัย ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทอ งถิ่นในจังหวดั เลย ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศกึ ษา พบวา ประชาชนที่มีระดับการศึกษา
ตา งกัน มีความไววางใจทางการเมอื งตอนักการเมอื งทองถ่ินในจังหวัดเลย แตกตา งกัน ซึ่งเปนไปตาม
สมมติฐานที่ต้ังไว ทั้งนี้อาจเปนเพราะวา ประชาชนที่มีระดับการศึกษาสูงกวา สามารถเขาถึงการ
ติดตอ ราชการกบั ทางองคก ารบริหารสวนจงั หวัดไดเ ร็วกวาระดบั การศึกษาตํา่ จงึ เปนปจ จยั สงผลทําให
ความไววางใจทางการเมืองแตกตางกัน ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ
ธวลั กร บุญศรี ไดว ิจัยเรอ่ื ง “สื่อท่สี ง ผลตอการมีสวนรวมทางการเมอื ง: กรณีศกึ ษา การเขารวมชุมนุม
ทางการเมืองเวทีราชดําเนินในป ๒๕๕๖” ผลการวิจัยพบวา ลักษณะประชากรที่มีระดับการศึกษา
ตางกัน จะรับขาวสารทางการเมืองแตกตางกัน แตไมสอดคลองกับงานวิจัยของ พระมหาเตชินท
สิทฺธาภฺภู (ผากา) ไดวิจัยเรื่อง “ประสิทธิผลการใหบริการของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมือง

๑๖๒

จังหวัดมุกดาหาร” ผลการวจิ ัยพบวา ประสทิ ธิผลการใหบริการแกประชาชนของเทศบาลตาํ บลดงเย็น
อําเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบวา ประชาชนที่มีระดับการศึกษาตางกัน มีทัศนะในประสิทธิผล
การใหบ ริการแกป ระชาชนของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมอื งจงั หวดั มกุ ดาหาร ไมแ ตกตา งกัน

๕.๒.๓.๕ ผลการวิจัย ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถิ่นในจังหวัดเลยในภาพรวม จําแนกตามรายไดตอเดือน พบวา ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือน
ตางกัน มีความไววางใจทางการเมอื งตอ นกั การเมืองทองถ่ินในจงั หวดั เลย ไมแ ตกตางกนั ซึง่ ไมเ ปนไป
ตามสมมติฐานที่ตั้งไว ทั้งนี้อาจเปนเพราะวา ประชาชนท่ีมีรายไดตางกัน เสียคาน้ํามันรถในการ
เดนิ ทางมาติดตอบรกิ ารจากองคการบรหิ ารสวนจังหวดั ไมแ ตกตางกนั จงึ สงผลเปนปจจยั ท่ที ําใหความ
ไววางใจทางการเมืองแตกตางกัน ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัยของ พระมหาเตชินท สิทฺธาภฺภู (ผากา)
ไดวิจัยเร่ือง “ประสิทธิผลการใหบริการของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร”
ผลการวิจัยพบวา ระดับประสิทธิผลการใหบริการแกประชาชนของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมือง
จังหวัดมุกดาหาร พบวา ประชาชนที่มีรายไดเฉล่ียตอเดือนตางกัน มีทัศนะในประสิทธิผล การ
ใหบริการแกประชาชนของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร ไมแตกตางกัน แตไม
สอดคลองกับงานวิจัยของ ธวัลกร บุญศรี ไดวิจัยเรื่อง “ส่ือท่ีสงผลตอการมีสวนรวมทางการเมือง :
กรณีศึกษา การเขารวมชุมนุมทางการเมืองเวทีราชดําเนินในป ๒๕๕๖” ผลการวิจัยพบวา ลักษณะ
ประชากรที่มีระดับการศกึ ษาตา งกนั จะรบั ขาวสารทางการเมอื งแตกตางกนั

๕.๒.๔ การเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วตั ถุ ๔ ของนกั การเมอื งทองถิน่

๕.๒.๔.๑ ผลการวจิ ัย ความคดิ เห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ
๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในภาพรวม พบวา
ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ตางกัน มีความไววางใจทางการ
เมือง แตกตางกัน ซึ่งเปนไปตามสมมติฐานทตี่ ง้ั ไว ทั้งน้ีอาจเปน เพราะวา นักการเมืองทองถน่ิ ไดปฏบิ ัติ
ตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในดานทาน ดานปยวาจา ดานอัตถจริยา และดานสมานัตตตา โดยมีการ
จดั สรรงบประมาณในการพัฒนาชุมชนและสงั คม แจกสง่ิ ของชวยเหลือประชาชนเมอ่ื ไดรับความเดือน
รอนจากภัยธรรมชาติ เชน นํ้าทวม เปนตน ไมพูดจาเอารัดเอาเปรียบประชาชน พูดจาดวยความ
จริงใจ พูดจาดวยคําสุภาพ พูดแนะนําใหความรูเปนประโยชนแกป ระชาชน มีการใหความอนุเคราะห
แกผูยากไร ผูดอยโอกาส เด็ก สตรี ผูสูงอายุ และผูพิการ สงเสริมกิจกรรมโครงการตางๆ ใหบรรลุผล
สําเร็จ มีสวนรวมในการปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน และมีการปฏิบัติตนใหเปนแบบอยางท่ีดีแก
ผูใตบังคับบัญชาและประชาชน ปฏิบัติตนตอ ประชาชนอยา งเสมอตนเสมอปลาย ยึดหลกั ความถูกตอง
เปนธรรมในการอยูรวมกันในชุมชนและสังคม ตอประชาชนที่แตกตางกัน ซ่ึงสอดคลองกับงานวิจัย
ของ พระครูประภัศรธรรมาภิรักษ (จันเขียด) ไดวิจัยเรื่อง “การบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ในสถานศึกษาข้ันพื้นฐานสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต ๑” ผล
วิจัยพบวา เปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหารสถานศึกษา และครูผูสอนเกี่ยวกับการบริหาร
สถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ จําแนกตามตําแหนงหนาที่จําแนกตามวุฒิการศึกษา และจําแนก
ตามประสบการณการทํางาน พบวา โดยภาพรวม แตกตางกนั แตไมส อดคลองกบั งานวิจัยของ กรีฑา

๑๖๓

คงพยคั ฆ และคณะ ไดวิจัยเร่ือง “การประยุกตใชหลักสังคหวตั ถุธรรมในการใหบริการสาธารณะของ
เทศบาลตําบลจันดี อาํ เภอฉวาง จงั หวัดนครศรีธรรมราช” ผลการวิจัยพบวา ผลการเปรียบเทียบการ
ประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมในการใหบริการสาธารณะประชาชนท่ีมี เพศตางกัน โดยผลการวิจัย
พบวา ไมแ ตกตา ง

๕.๓ ขอ เสนอแนะ

ผลการวิจัยเรื่อง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นใน
จงั หวัดเลย ผูวิจัยมขี อ เสนอแนะดังนี้

๕.๓.๑ ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
๑. องคการบริหารสวนจังหวัดเลยควรมีนโยบายในการพัฒนาแหลงทองเที่ยวใหมากกวา
เดิม
๒. องคการบริหารสวนจังหวัดเลยควรยกระดับนโยบายบายที่ชวยแกปญหาในปจจุบัน
เชน ยกระดับการรักษาตอกระจกตาฟรี, ยกระดับ อสม., จัดหาเคร่ืองมือหมอใหกับชุมชน, ลานกีฬา
ประจําหมูบ า น และรถเก่ียวขาวประจาํ ตาํ บลทุกพืน้ ท่ีในจังหวัดเลย
๓. องคการบริหารสวนจังหวัดเลยควรนําหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนามาสอดแทรก
หรอื ประยุกตในการจดั ทํานโยบาย
๕.๓.๒ ขอ เสนอแนะในการนําผลการวจิ ยั ไปใช
๑. องคการบรหิ ารสวนจังหวัดเลยควรนาํ นโยบายในการพฒั นาแหลงทอ งเที่ยวใหมากกวา
เดมิ ไปปฏบิ ตั ิ
๒. องคการบริหารสวนจังหวัดเลยควรนํานโยบายพัฒนาและสงเสริมชวยแกปญหาของ
ประชาชนในปจจุบัน เชน ยกระดับการรักษาตอกระจกตาฟรี, ยกระดับ อสม., จัดหาเครื่องมือหมอ
ใหกบั ชมุ ชน, ลานกฬี าประจําหมบู าน และรถเก่ียวขาวประจําตาํ บลทุกพ้ืนที่ในจงั หวัดเลย เปน ตน
๓. องคการบริหารสวนจังหวัดเลยควรนําการปฏิบัติตอประชาชนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ไปใชใ หเทาเทยี มกนั ทุกพ้นื ทใ่ี นจงั หวดั เลย
๕.๓.๓ ขอเสนอแนะสําหรับการวิจัยคร้ังตอ ไป
ผลการศึกษาวิจัยเร่ือง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถ่ินในจงั หวัดเลย ผูวิจยั มขี อเสนอแนะเพอื่ การวจิ ัยครงั้ ตอไป ดงั นี้
๑. ควรมีการทําวิจัยเรื่อง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถ่ินในจงั หวดั เลย
๒. ควรมีการทําวิจัยเร่ือง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถ่ินในจังหวัดเลย เพ่อื ทจี่ ะไดท ําการหาระดบั ความไววางใจทางการเมือง
๓. ควรมีการทําวิจัยเร่ือง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถ่ินในจงั หวดั เลย เพอ่ื ทจ่ี ะไดทาํ การเปรยี บเทยี บความไวว างใจทางการเมือง

๑๖๔

๔. ควรศึกษาการประยุกตใชหลักธรรมอื่น เชน สาราณียธรรม ๖ พรหมวิหาร ๔ เปนตน
การประยุกตใชหลักธรรมหมวดใด อนั เปนแนวทางในการปฏิบตั ิตนตอ ประชาชนใหเกิดความไววางใจ
ทางการเมืองของนักการเมืองทองถิน่ ในจงั หวดั เลย

๕. ควรนําผลการวิจัยที่ไดจากความคิดเหน็ ของประชาชนตอการปฏบิ ัติตนตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยไปประยุกตในองคกร หนวยงานภาคีเครือขายท่ี
เก่ยี วของตอไป เพื่อทจี่ ะไดพ จิ ารณาผลสัมฤทธก์ิ ารปฏิบัตติ นตามหลกั สงั คหวัตถุ ๔

๑๖๕

บรรณานุกรม

๑. ภาษาไทย

ก. ขอ มูลปฐมภูมิ
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พม หาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั , ๒๕๓๙.

(๑) หนงั สือ:
กรมสงเสริมการปกครองทองถ่ิน กระทรวงมหาดไทย. สรุปสาระสําคัญมาตรฐานการบริการ

สาธารณะขององคกรปกครองสวนทองถิ่น. กรุงเทพมหานคร: กรมสงเสริมการปกครอง
ทองถน่ิ , ๒๕๕๐.
กลุมงานคณะกรรมาธิการการปกครอง สํานักกรรมาธิการ ๒. รูปแบบการบริหารองคกรปกครอง
สวนทองถิ่นของประเทศไทยและตางประเทศ. กรุงเทพมหานคร: สํานักงานเลขาธิการ
วฒุ ิสภา, ๒๕๕๗.
ชาญชัย จิตรเหลาอาพร. การบริหารจัดการงานทองถ่ิน. กรุงเทพมหานคร: สมาคมรัฐศาสตรแหง
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร, ๒๕๕๒.
ชูวงศ ฉายะบุตร ดร.. การปกครองทองถ่ินไทย. พิมพคร้ังท่ี ๓. กรุงเทพมหานคร: พิฆเณศ พริ้นต้ิง
เซ็นตเตอร, ๒๕๓๙.
ชูศักด์ิ เที่ยงตรง. การบรหิ ารการปกครองทองถ่ินไทย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร,
๒๕๑๘.
ถวลั ยรฐั วรเทพพุฒิพงษ. การกาํ หนดและวเิ คราะหน โยบายสาธารณะ: ทฤษฎี และการประยกุ ตใ ช.
กรงุ เทพมหานคร: สถาบันบณั ฑติ พัฒนาบริหารศาสตร, ๒๕๔๑.
นราธปิ ศรรี าม. แนวคิดเก่ียวกบั การจัดบริการสาธารณะของทองถิ่น. เอกสารการสอนชุดวิชาการ
จั ด บ ริก า ร ส า ธ า ร ณ ะ ข อ งท อ งถิ่ น ห น ว ย ที่ ๑ -๗ . น น ท บุ รี: สํ านั ก พิ ม พ
มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช, ๒๕๕๗.
พรรณเพ็ญ คุณวพานิชกุล. ระบบบริหารราชการไทย. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวน
สนุ นั ทา, ๒๕๔๘.
พระพรหมคุณากรณ (ป.อ.ปยุตโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร ฉบับประมวลธรรม. กรงุ เทพมหานคร:
บรษิ ัท พมิ พสวย จาํ กดั , ๒๕๕๐.
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพมหานคร: อักษรเจริญทัศน,
๒๕๕๔.
วิชชุกร นาคธน. การปกครองทองถ่ิน ไทย. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏ
พระนครศรีอยธุ ยา, ๒๕๕๐.

๑๖๖

วิภาดา คุปตานนท. การจัดการและพฤติกรรมองคการ. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรังสิต,
๒๕๔๔.

ศกั ดิไ์ ทย สุรกจิ บวร. ภาวะผูน าํ ของผบู ริหารมอื อาชพี . กรงุ เทพมหานคร: สุวิริยาสาสน, ๒๕๔๗.
ศุภวัฒนากร วงศธนวสุ และคณะ. การปฏิรูปการปกครองทอ งถนิ่ ตามกระบวนทัศนแหง การบรหิ าร

กิจการสาธารณะแนวใหม. ขอนแกน : คลังนานาวิทยา, ๒๕๕๗.
สมศักดิ์ เก่ียวกิ่งแกว . ความรเู บ้ืองตน ทางรฐั ศาสตร. เชียงใหม: มหาวิทยาลยั เชยี งใหม, มปป.
สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. พระราชบัญญัติกําหนดแผนและข้ันตอนการกระจายอํานาจ

ใหแกองคกรปกครองสวนทองถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร: สํานักงานกฤษฎีกา,
๒๕๔๒.
สํานักงานคณะกรรมการขาราชการพลเรือน. คูมือแนวทางการสรางมาตรฐานความโปรงใสของ
สวนราชการ, นนทบรุ ี: สาํ นักงานคณะกรรมการขาราชการพลเรอื น, ๒๕๕๐.
สํานักงานสถิตจิ งั หวดั เลย. รายงานสถติ จิ งั หวัดเลย ๒๕๖๒. เลย: สํานกั งานสถิตจิ งั หวดั เลย, ๒๕๖๓.
สํานักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกลา. การเมืองการปกครองไทย ๒๕๕๐. กรุงเทพมหานคร:
จรัญสนิทวงศก ารพิมพ, ๒๕๕๑.
สนิ พันธพ ินจิ . เทคนคิ การวิจยั ทางสงั คม. กรงุ เทพมหานคร: บริษัทจนู พลับลิซซิ่ง จาํ กัด, ๒๕๔๗.
สุรพงษ โสธนะเสถียร. การสื่อสารกับสังคม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย,
๒๕๓๓.
สุรพล พรมกุล. ระเบยี บวธิ วี จิ ยั ทางรฐั ศาสตร. โอเดียนสโตร: กรงุ เทพมหานคร, ๒๕๕๔.
สรุ ินทร นยิ มางกรู . ระเบียบวิธวี ิจยั ทางรัฐประศาสนศาสตร. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพมหาจฬุ าลง
กรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖.
อรทัย กกผล. เคล็ดลับการจัดบริการสาธารณะทองถ่ิน: บทเรียนจากรางวัลพระปกเกลา’ ๕๑.
กรงุ เทพมหานคร: บรษิ ัท ส. เจรญิ การพิมพจ ํากัด, ๒๕๕๒.
อลงกรณ อรรคแสง. พัฒนาทางการส่ือสารการมีสวนรวมทางการเมืองในสังคมไทย ตั้งแตป พ.ศ.
๒๕๐๐-๒๕๕๓. กรงุ เทพมหานคร: มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร, ๒๕๕๓.
(๒) ดุษฎีนพิ นธ/ วิทยานพิ นธ/สารนพิ นธ:
กรวิชญ กล่ินบุญ. “ระบบราชการกับประสิทธิผลการปฏิบัติงานของขาราชการกองบัญชาการหนวย
บัญชาการทหารพัฒนา”. วิทยานิพนธรฐั ประศาสนศาสตรมหาบัณฑติ . บณั ฑิตวิทยาลยั :
มหาวิทยาลัยเกริก, ๒๕๕๘.
ดนุวัศ สุวรรณวงศ. “ความไววางใจทางการเมืองและการมีสวนรวมทางการเมืองของประชาชน ใน
พ้ืนท่ีที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต : ศึกษาเปรียบเทียบพ้ืนท่ีเทศบาลนคร
หาดใหญและเทศบาลเมืองปตตานี”. วิทยานิพนธรัฐประศาสนาศาสตรมหาบัณฑิต.
บณั ฑติ ศึกษา: มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร, ๒๕๕๓.
ธวัลกร บุญศรี. “ส่ือท่ีสงผลตอการมีสวนรวมทางการเมือง: กรณีศึกษา การเขารวมชุมนุมทาง
การเมืองเวทีราชดําเนินในป ๒๕๕๖”. วิทยานิพนธนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
การส่อื สารเชิงกลยุทธ. บัณฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพ, ๒๕๕๗.

๑๖๗

นันทนภัส ต้ังภรณพรรณ. “ความสัมพันธระหวางบุคลิกภาพกับการเผชิญปญหาและฝาฟนอุปสรรค
ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา”. วิทยานิพนธครุศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาจิตวิทยาการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา,
๒๕๕๓.

ปริญ บุญฉลวย. “วัฒนธรรมมีองคการูองคการการเรียนรู กับประสิทธิผลองคการของศาลยุติธรรม:
ตัวแบบสมการโครงสราง”. วิทยานิพนธปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนาสังคม
และการจัดการสิ่งแวดลอม. คณะพัฒนาสังคมและการจัดการสิ่งแวดลอม: สถาบัน
บัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร, ๒๕๕๖.

พระครูประภัศรธรรมาภิรักษ (จันเขียด). “การบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ใน
สถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต ๑”.
วทิ ยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าพทุ ธบรหิ ารการศึกษา. บัณฑติ วิทยาลัย:
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๖๑.

พระธนพร คุณสมฺปนฺโน (อาคะนิช) “การประยุกตใชหลักสังคหัวัตถุ ๔ ในการดําเนินชีวิตของ
ประชาชนบานศิลา ตําบลศิลา อําเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน”. วิทยานิพนธ
รฐั ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตรการปกครอง. บณั ฑิตวิทยาลยั : มหาวิทยาลัยมหา
จฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑.

พระมหาเตชินท สิทฺธาภฺภู (ผากา). “ประสิทธิผลการใหบริการของเทศบาลตําบลดงเย็น อําเภอเมือง
จังหวัดมุกดาหาร”. วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสน
ศาสตร. บณั ฑิตวทิ ยาลัย: มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๕๔.

พระสุนทร ธมฺมวโร (บุญคง). “การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในชุมชนวัดหนองสนม จังหวัด
ระยอง”. วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิต
วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๖๐.

พมิ พมาดา อณพัชทัศพงศ. “วัฒนธรรมมีองคการที่มอี ิทธิพลตอประสิทธิผลขององคการ : กรณีศึกษา
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรสาธารณสุข”. วิทยานิพนธปริญญามหาบัณฑิต สาขาการ
จดั การสาธารณะ. คณะการจัดการและการทองเทย่ี ว มหาวทิ ยาลัยบรู พา, ๒๕๕๕.

ไพสิน นกศิริ. “คุณลักษณะของนักการเมืองทองถิ่นที่พึงประสงคของประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาล
ตําบลคลองหาด จังหวัดสระแกว”. วิทยานิพนธรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
การเมอื งการปกครอง. คณะรัฐศาสตรและนิตศิ าสตร: มหาวทิ ยาลยั บูรพา, ๒๕๕๘.

ภิรมยพร ไชยยนต. “การกระจายอํานาจการปกครองทองถิ่น: ศึกษากรณีการปกครองตนเองตาม
เจตนารมณข องประชาชนในระดับจังหวัด”. วิทยานิพนธนิตศิ าสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วทิ ยาลยั : สถาบนั บณั ฑติ พัฒนบริหารศาสตร, ๒๕๕๗.

มัฌสุรีย มณีมาศ. “ความเชื่อถือไววางใจของประชาชนตอการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของ
หนวยงานภาครัฐในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต : กรณีศึกษาจังหวัดนราธิวาส”. สาร
นิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ ารฐั ประศาสนศาสตร. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร, ๒๕๖๒.

๑๖๘

วรพล สุพรรณอวม. “ปญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจาหนาที่ตํารวจกองกํากับการสวัสดี
ภาพเด็กและสตรี”. สารนิพนธปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานยุติธรรม.
คณะสังคมสงเคราะหศ าสตร: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร, ๒๕๕๔.

วรรณสิริ สุจริต. “บุคลิกภาพหาองคประกอบ อิทธิบาท ๔ การสนับสนุนทางสังคมและพฤติกรรม
ความสุขในการทํางาน”. วิทยานิพนธวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาจิตวิทยา
อตุ สาหกรรมและองคการ. บณั ฑิตวทิ ยาลัย: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร, ๒๕๕๓.

วรวรรณ วรี ะกลุ . “การเปดรับขา วสารทางการเมอื ง และการมีสว นรว มทางการเมอื งของประชาชนใน
เขตกรุงเทพมหานคร”. วิทยานิพนธศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิเทศศาสตร
และนวัตกรรม. สถาบนั บณั ฑิตพัฒนาบริหารศาสตร, ๒๕๕๖.

วนั วิสาข พวงมะลิ. “ปจจัยที่สงผลกระทบตอประสิทธผิ ลของการควบคมุ ภายในตามแนวทาง COSO
กรณีศึกษาการไฟฟาสวนภูมิภาคเขต ๑ ภาคใต จังหวัดเพชรบุรี”. วิทยานิพนธบัญชี
มหาบัณฑิต สาขาบัญชี. คณะพาณิชยศาสตรและการบัญชี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร,
๒๕๕๔.

วิไลวรรณ พวงทอง. “ประสิทธผิ ลการพฒั นาชมุ ชนขององคก ารบริหารสวนตําบลทับใต อาํ เภอหัวหิน
จงั หวัดประจวบคีรีขันธ”. วทิ ยานิพนธรัฐประศาสนศาตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลรตั นโกสินทร, ๒๕๕๙.

อุดมเดช ดวงแกว. “บทบาทผูนําสตรีในการเมืองการปกครองระดับทองถิ่นของเทศบาลนครเชียงราย
งานนิพนธ”. วิทยานิพนธรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง.
บณั ฑิตวทิ ยาลัย: มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม, ๒๕๕๕.

เอกชัย ธนผลผดุงกุล. “บทบาททางการเมืองของผูนําทองถิ่น: กรณีศึกษาอําเภอเมืองชุมพรจังหวัด
ชุมพร”. วิทยานิพนธรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะ,
บัณฑติ วิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั บูรพา, ๒๕๔๗.

(๓) รายงานวิจยั :
สุทธิพงศ ปานเพ็ชร. “การประยุกตหลักพุทธธรรมกับวิถีชีวิตชุมชน”. รายงานการวิจัยอิสระ.

มหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑติ ย. ๒๕๕๐.
ทิรัศมชญา พพิ ฒั นเ พ็ญ และคณะ. “การประเมินประสิทธภิ าพและประสิทธิผลการปฏิบัตริ าชการของ

เทศบาลนครสงขลา”. รายงานการวจิ ยั . มหาวิทยาลยั หาดใหญ. ๒๕๕๗. หนา ๑๖-๑๗.

(๔) บทความ:
ไพบูลย สุขเจตนี และคณะ. “การพฒั นาความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนกั การเมือง

ระดับทองถ่ินในจังหวัดนนทบุรี”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน. ปที่ ๗ ฉบับท่ี ๑๐
(เดือนตลุ าคม ๒๕๖๓): ๒๓๔ – ๒๓๕.
กรพจน อัศวินวิจิตร. “หลักนิติธรรมกับการบริการสาธารณะของรัฐ”. วารสารศาลรฐั ธรรมนูญ. ปที่
๑๙ เลมที่ ๕๕ (มกราคม-เมษายน ๒๕๖๐): ๖-๙.

๑๖๙

กรีฑา คงพยัคฆ และคณะ. “การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมในการใหบริการสาธารณะของ
เทศบาลตําบลจันดี อําเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช”. วารสารสังคมศาสตรและ
มานษุ ยวิทยาเชงิ พทุ ธ. ปท ่ี ๕ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม ๒๕๖๓): ๓๐ - ๓๑.

ชญานี ประกอบชาติ และเสนาะ กล่ินงาม. “การนํานโยบายหลักประกันสุขภาพถวนหนาไปปฏิบัติ
ของโรงพยาบาลหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ”. การประชุมวิชาการและเสนอ
ผลงานวิจัยระดับชาติคร้ังท่ี ๓ กาวสูทศวรรษที่ ๒ : บูรณาการงานวิจัย ใชอ งคความรู
สูค วามยัง่ ยืน ณ วิทยาลัยนครราชสมี า อําเภอเมอื งจังหวัดนครราชสมี า. (๑๗ มิถุนายน
๒๕๕๙).

ประณยา ชัยรังสี และคณะ. “การนํานโยบายการพัฒนาสังคมไปปฏิบัติ : กรณีศึกษาสํานักงาน
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย”. วารสารการจัดการ
สมยั ใหม. ปที่ ๑๑ ฉบับท่ี ๒ (เดอื นกรกฎาคม - ธนั วาคม. ๒๕๕๖): ๑๕๑.

พงศกร อรรณนพพร และคณะ. “การสรางและการรักษาฐานสนับสนุนทางการเมืองของพรรคเพื่อ
ไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”. วารสารรัชตภาคย. ปท่ี ๑๓ ฉบับท่ี ๓๑ (ตุลาคม-
ธันวาคม ๒๕๖๒).

พระสิรริ ัตนเมธี (บุญเพ็ง ตันตุลา)และพรสวรรค สุตะคาน. “หลักธรรมและบุคลิกภาพนักการเมืองท่ีมี
ผลตอการแสดงออกทางการเมืองของนักการเมืองทองถ่ิน ในเขตจังหวัด”. วารสาร
สังคมศาสตรและมานุษยวิทยาเชิงพุทธ. ปท่ี ๕ ฉบับที่ ๕ (พฤษภาคม ๒๕๖๓): ๑๓๐-
๑๓๑.

รัฐ กนั ภัย. “การส่ือสารทางการเมืองและการมีสวนรวมของประชาชนทีส่ งผลตอการพัฒนาทองถิ่นใน
องคการบริหารสวนตําบลเขตจังหวัดภาคตะวันตกตอนลาง”. วารสารมนุษยสังคม
ปริทัศน. ปท ่ี ๑๗ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม - มถิ ุนายน ๒๕๕๘): ๗๑-๗๒.

รัตนาภรณ โตพงษ และศุภณัฏฐ ทรัพยนาวิน. “การนํานโยบายดานการจัดเก็บภาษีและรายไดไป
ปฏิบัติขององคกรปกครองสวนทองถ่ินจังหวัดเพชรบุรี”. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร
สังคมศสาตร และศิลปะ. ปท่ี ๙ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม - สิงหาคม ๒๕๕๙): ๒๐๒๕-
๒๐๒๖.

วิภาวี เหมาะงาม และงามลมัย ผิวเหลือง. “อิทธิพลของบุคลิกภาพ การขัดเกลาทางสังคม และความ
ไววางใจที่มีผลตอความศรัทธาผูนําทางการเมืองของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร”.
วารสารสังคมศาสตรแ ละมนุษยศาสตร. ปท ่ี ๓๙ ฉบบั ท่ี ๑ (๒๕๕๖): ๑๓๐ – ๑๔๙.

สนธิกาญจน เพ่ือนสงคราม. “กรอบนโยบายสาธารณะท่ีดีที่พรรคการเมืองของไทย ควรนํามา
ประกอบการจัดทํานโยบายการบริหารประเทศ”. รัฐสภาสาร. ปท่ี ๖๕ ฉบับท่ี ๑๑
(พฤศจกิ ายน ๒๕๖๐): 9.

๑๗๐

(๕) เอกสารท่ีไมไดต ีพมิ พเ ผยแพรและเอกสารอื่น ๆ:
เกียงไกร เจรญิ ผล และคณะ. “คุณลักษณะผูนําทางการเมืองสีเขียวภายใตหลักการกระจายอํานาจ”.

รายงานสืบเน่ืองจากการประชุมสัมมนาทางวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล
ตะวันออก ครัง้ ท่ี ๑๐. วิทยาลัยบริหารศาสตร มหาวทิ ยาลับแมโ จ. ๒๙ – ๓๐ พฤษภาคม
๒๕๖๐.

(๖) สื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส:
กรมสงเสริมการปกครอง. ยุทธศาสตรกรมสงเสริมการปกครองทองถ่ิน พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๙.

[อ อ น ไล น ]. แ ห ล งท่ี ม า: http://www.dla.go.th/visit/stategics.pdf [๒ ตุ ล าค ม
๒๕๖๓].
ทิพยพาพร ตันติสุนทร. มองนโยบาย พรรคการเมือง แลวมองตัวเอง. สถาบันนโยบายศึกษา
[ออนไลน]. แหลงท่ีมา: http://www.fpps.or.th/news.php? detail=n1125858898.
news [๒ ตลุ าคม ๒๕๖๓].
ท่ีทําการปกครองจังหวัดเลย ออนไลน. แหลงท่ีมา : https://ww2.loei.go.th/content/general
[๑๒ กนั ยายน ๒๕๕๖].
ท่ีทําการปกครองจังหวัดเลย. ขอมูลทั่วไปจังหวัด. [ออนไลน]. แหลงท่ีมา: https://ww2.loei.go.
th/content/general [๑๒ กันยายน ๒๕๖๓].
สยามรัฐ. นโยบายวาดวยทองถ่ิน. [ออนไลน]. แหลงที่มา: https://siamrath.co.th/n/94410 [๒๕
ตุลาคม ๒๖๓].
องคการบริหารจังหวัดเลย (อบจ.). ยุทธศาสตรการพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถ่ินในเขต
จังหวัดเลย (พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๕) องคการบริหารสวนจังหวัดเลย. [ออนไลน].
แหลง ท่ีมา: https://loeipao.go. th/strategy?cid=3 [๒๓ ตลุ าคม ๒๕๖๓].
องคการบริหารสวนจังหวัดเลย. โครงสรางองคการบริหารสวนจังหวัดเลย. [ออนไลน]. แหลงที่มา:
www.loeipao.go.th. [๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๓].
องคการบริหารสวนจังหวัดเลย. ยุทธศาสตรการพัฒนาขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในเขต
จังหวัดเลย (พ.ศ.๒๕๖๑- ๒๕๖๕). [ออนไลน. แหลงท่ีมา: https://loeipao.go.th/
files/com_strategy/2020-01_e1725346ab03088.pdf [๒๕ ตลุ าคม ๒๕๖๓].

(๗) สัมภาษณ/สนทนากลมุ :
สัมภาษณ ครรชิต จันทรบุบผา, รองผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลวังสะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน

๒๕๖๓และสชุ ชั สมรกั ษ กาํ นันตาํ บลศรสี งคราม อาํ เภองสะพุง, ๒ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
สัมภาษณ ครรชิต จันทรบบุ ผา, รองผูอาํ นวยการโรงเรยี นเทศบาลวงั สะพุง ๑, ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
สัมภาษณ ชลละวิชช ฤทธิศักด์ิชลเดช, อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพุง, ๑๘ พฤศจิกายน

๒๕๖๓.
สัมภาษณ น่ิมนวล คําภากุม, ผูใหญบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัดเลย, ๑๕

พฤศจิกายน ๒๕๖๓.

๑๗๑

สัมภาษณ พพิ ฒั นพงษ วันทา, อดตี ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมอื งเลย, ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
สัมภาษณ ละมาย ศรีจันทวงศ, ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง

จังหวดั เลย, ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
สัมภาษณ วัฒนกรณ บุญสร, นักวิชาการการศึกษา ชํานาญการ สังกัดเทศบาลเมืองวังสะพุง, ๕

พฤศจิกายน ๒๕๖๓.
สัมภาษณ สุชัช สมรักษ, กํานนั ตําบลศรีสงคราม อาํ เภอวังสะพุง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๓.
สัมภาษณ หนูพูน กินณลักษ, ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรีสงคราม อําเภอวังสะพุง จังหวัด

เลย, ๑๕ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓.

๒. ภาษาอังกฤษ

1. Secondary Sources
(I) Books:
Bandura. A.. Social Learning Theory. Englewood Cliffs. N.J: Printic- Hall, 1977.
Boies & Corbett as cited in Knoll. The Relative Importance of Ability. Benevolence

and Integrity in Predicting Supervisor. subordinate. and peer trust.
Unpublished master’s thesis. The University of Guelph. Guelph: Canada,
2007.
Cook. C. W. and Hansaker. P. L. Management and Organization Behavior. New York:
McGraw-Hill. Inc, 2001.
Covey. S.R.. Three Roles of the Leadership in the New Paradigm. In F. Hesselbein
and G. Dessler eds.. G. Personnel/Human Resource Management. 5th
ed.. Englewood Cliffs, 2006.
Dalton. Fundamentals of Marketing. 8th ed.. New York: McGraw-Hill, 1988.
David Easton. A Systems Analysis of Political Life. New York: John Wiley, 1965.
Davis. G. A.. & Scott. J. A. Training creative thinking. New York: Holt Rinehart and
Winston, 1983.
Dubrin. J. Leadership study finding: Practice and skills. Boston Houghton: Mifflin
Company, 1998.
Gamson. W.A.. Power and Discontent. Evanston. IL. : The Dorsey Press. Gerth H.. &
Mills. C.W. 1964. Essays in Sociology. New York: Oxford University, 1968.
Giddent. Anthony. The Consequence of modernity. Endland: IJ.Press, 1990.
Hardin. Russell. Liberalism Constitutionalism and Democracy. Oxford: Oxford
University Press, 1999.

๑๗๒

Healey. J.. Radical Trust: How Today’s Great Leaders Convert People to Learning.
New York: John Wiley & Sons, 2007.

Hetherington. E. M.. & Parke. R. D.. Child Psychology: A Contemporary Viewpoint. 4th
ed.. Auckland: McGraw-Hill, 1986.

Kramer. R. M.. Organizational Trust: A Reader. Oxford. United Kingdom: Oxford
University Press, 2006.

Luhmann. N.. Trust and Power: Two Works. Chichester: Wiley, 1979.
McNair. B.. An Introduction to Political Communication. 2nd ed.. New York. NY:

Routledge, 2003.
Rosenberg. A Dictionary of Modern Politics. Second Edition. London: Europa

Publications Ltd., 1993.
Stephen R. Covey. The 8th Habit: From Effectiveness to Greatness. New York:

Simon & Schuste, 2004.
Stoker. Gerry. “Introduction: Normative Theories of Local Government and Democracy”.

In Rethinking Local Democracy. edited by Desmond King and Gerry
Stoker. London: Macmillan, 1996.
Weber. M. The theory of social and economic organization. (A. M. Henderson &
Talcott Person Trans). New York: Harold Process, 1947.
(II) Articles:
Dietz. Hartog & Deanne. “A Robust Case for Strong Action to Reduce the Risks of
Climate Change”. World Economics. 8(1) (2007): 121-168.
Davis. J. H.. Schoorman. F. D.. Mayer. R. C.. & Tan. H. H.. “The Trusted General Manager
and Business unit Performance: Empirical Evidence of a Competitive
Advantage”. Strategic Management Journal. 21. (2000): 563-576.

Chaudury. A; & Holbrook. M.B.. “The chain of effects from brand trust and brand affect to brand

performance: the role of brand loyalty”. Journal of Marketing. Vol. 6 No. 5 (2001):

81-93.

Citrin. J.. “Political Alienation as a Social Indicator: Attitudes and Action”. Social
Indicators Research. Vol.4 No 1. (May 27. 2007): 381-419.

Turton. A.. “ Production. Power and Participation in Rural Thailand. Experiences of
poor farmers’ groups”. Report UNRISD. (1987).

ภาคผนวก

๑๗๔

ภาคผนวก ก.
แบบสอบถามและแบบสมั ภาษณเพื่อการวิจยั

๑๗๕

แบบสอบถามเพอ่ื การวิจัย
เร่ือง ความไวว างใจทางการเมอื งของประชาชนทีม่ ีตอ นกั การเมืองทอ งถ่ิน

(นายก อบจ.เลย) ในจังหวัดเลย

คาํ ชีแ้ จง
แบบสอบถามนี้เปนสวนหนึ่งของวิทยานิพนธตามหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เพ่ือรวบรวมเปนขอมูลทางวิชาการสําหรับศึกษาคนควาและเพ่ือประโยชน
สาํ หรับการวิจัยและขอรับรองวาจะไมมผี ลกระทบใด ๆ ตอผตู อบแบบสอบถาม
ผูวิจัยจึงใครขอความกรุณาจากทานในการตอบแบบสอบถามใหครบทุกขอ ตามความเห็นของทาน
เพื่อจะนําไปวเิ คราะหใ หเปนประโยชนดังท่ีกลาว ขอมูลท่ีทานตอบจะถือเปนความลับและนาํ เสนอผล
การวเิ คราะหข อ มูลบนแบบภาพรวมเทาน้ัน
แบบสอบถามนี้ มี ๓ ตอน ดงั นี้
ตอนที่ ๑ แบบสอบถามเก่ียวกบั ขอมูลท่วั ไป
ตอนที่ ๒ เปนแบบสอบถามระดบั ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มตี อ นกั การเมืองทอ งถ่ิน
ในจังหวดั เลย
ตอนท่ี ๓ เปนแบบสอบถามระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วตั ถุ ๔ ของนักการเมืองทอ งถ่ินในจังหวัดเลย
ผวู จิ ยั ขอขอบคณุ ทุกทานท่ีกรุณาสละเวลาในการตอบแบบสอบถามนเี้ ปน อยา งสงู

พระไกรสร สุมโน
นสิ ิตหลักสตู รรัฐศาสตรมหาบัณฑิต

บณั ฑิตวทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๗๖

คําชี้แจง : โปรดทําเครื่องหมาย  ใน  หนาขอความตามสภาพความเปนจริงของผูตอบ
แบบสอบถาม (กรณุ าตอบทุกขอ)

ตอนที่ ๑ แบบสอบถามเกย่ี วกับขอ มูลทั่วไป  หญิง
๑. เพศ

 ชาย

๒. อายุ  ๑๘ – ๒๕ ป  ๒๖ – ๓๕ ป
๓. สถานภาพ  ๓๖ – ๔๕ ป  ๔๖ – ๕๕
 ๕๖ ปขน้ึ ไป

 โสด  สมรส

 หยา่ รา้ ง/หมา้ ย/แยกกนั อยู่

๔. อาชีพ  ธรุ กิจสว นตัว
 รับราชการ/รฐั วสิ าหกจิ  คาขาย
 เกษตรกรรม  อน่ื ๆ(ระบุ)……………
 รบั จางทว่ั ไป
 ชัน้ มธั ยมศึกษาปท ี่ ๓
๕. ระดบั การศึกษา  ปวส.
 ชัน้ ประถมศึกษา  สูงกวา ปริญญาตรี
 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี ๖/ปวช.
 ปรญิ ญาตรี  ๕,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ บาท
 ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท
๖. รายไดต อ เดือน
 ตา่ํ กวา ๕,๐๐๐ บาท
 ๑๐,๐๐๑ – ๑๕,๐๐๐ บาท
 ๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป

๑๗๗

ตอนท่ี ๒ แบบสอบถามเกี่ยวกับระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทอ งถนิ่ (นายก อบจ.เลย) ในจงั หวัดเลย

คําชแี้ จง : โปรดทําเคร่ืองหมาย ลงในชองทต่ี รงกบั ความเปนจริงของทา นมากทีส่ ดุ เพียงขอเดียว
ระดบั ความไววางใจทางการเมอื งของประชาชนท่ี มาก มาก ปาน นอ ย นอ ย
ขอ ที่ มีตอ นักการเมืองทอ งถิ่น(นายก อบจ.เลย) ที่สดุ กลาง ทส่ี ดุ
ในจงั หวดั เลย (๕) (๔) (๓) (๒) (๑)
๑) ความไววางใจดา นนโยบายการทํางาน
มีนโยบายในการพฒั นาจังหวัดท่ีครอบคลมุ ทุกๆ ดาน
๑ ที่เปนประโยชนตอ การดาํ เนนิ ชวี ติ ของประชาชน

๒ นโยบายมีความชัดเจนไมคลมุ เครอื
มีการแจกแจงรายละเอียดของนโยบายไดชัดเจนไม
๓ ซบั ซอน

๔ นโยบายมีความเปนกลางไมไดเอื้อประโยชนตอฝาย
ใด
มีการจัดสรรงบประมาณใหกับโครงการตาง ๆ ตาม
๕ ลักษณะประเภทของงาน

๒) ความไวว างใจดา นประสิทธิผลการทํางาน

๑ ไดป ฏบิ ตั ิงานตามโครงการท่ีไดป ระกาศไว
ไดปฏิบัติงานโครงสรางพื้นฐาน เชน การสรางถนน
๒ ใหไดรบั ความสะดวก

ไดปฏิบัติงานดานสงเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต เชน
๓ การจัดหารถดับเพลิง, การจัดหารถฉุกเฉินสําหรับ

ผปู วย เปนตน

๔ ไดปฏิบัติงานดานทองเท่ียว เชนการจัดการแกงคุดคู
ใหเปน แหลง ทอ งเที่ยว เปน ตน

ไดปฏิบัติงานการบริหารจัดการเพื่อการอนุรักษ
๕ ธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม เชน การอนุรักษน ้ําตก

ปลาบา อ.ภเู รอื เปน ตน
ไดปฏิบัติงานการสงเสริมดานศาสนา วัฒนธรรม
๖ ประเพณีทองถิ่น เชน งานดอกฝา ยบานมะขามหวาน
เมืองเลย เปน ตน

๓) ความไววางใจดา นการส่อื สารทางการเมอื ง

๑ มีการสื่อสารกบั ประชาชนแบบกลั ยาณมติ ร

๑๗๘

ระดบั ความไววางใจทางการเมอื งของประชาชนที่ มาก มาก ปาน นอ ย นอ ย
ขอท่ี มตี อนักการเมืองทอ งถิ่น(นายก อบจ.เลย) ที่สดุ กลาง ท่สี ุด
ในจังหวัดเลย (๕) (๔) (๓) (๒) (๑)

๒ มกี ารสือ่ สารชแี้ จงขอมลู ดวยเหตผุ ล

๓ นําสง่ิ ท่เี ปน ประโยชนม าเปดเผย

๔ สามารถโนมนาวจิตใจประชาชนใหค ลอยตามได

๔) ความไวว างใจดา นบคุ ลิกภาพ

๑ มคี วามเชอื่ ม่ันในตนเอง

๒ มีความเฉลียวฉลาด

๓ มีความกระตอื รอื รน ในการปฏบิ ตั งิ าน

๔ มีความสุภาพเรียบรอย ยิ้มแยมแจมใส ออนนอมตอ
ประชาชน
๕ มคี วามรูความสมารถ

๖ มคี วามเปนผนู าํ

๗ ประชาชนเขาถงึ งา ย คบหางายและไมถอื ตัว
๘ ความมีคุณธรรม, จริยธรรม

๑๗๙

ตอนท่ี ๓ แบบสอบถามเกี่ยวกับระดับความคิดเห็นของประชาชนชนท่ีมีตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนกั การเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย

คาํ ชี้แจง : โปรดทาํ เครื่องหมาย ลงในชอ งท่ีตรงกบั ความเปนจรงิ ของทา นมากทีส่ ุดเพยี งขอเดียว
ระดบั ความคดิ เหน็ ของประชาชนชนทีม่ ตี อการ มาก มาก ปาน นอ ย นอ ย
ขอ ที่ ปฏิบตั ติ นตามหลกั สังคหวัตถุ ๔ ของนกั การเมอื ง ทีส่ ดุ กลาง ทส่ี ดุ
ทอ งถ่นิ ในจงั หวัดเลย (๕) (๔) (๓) (๒) (๑)
๑) ดานทาน
แจกสิ่งของชวยเหลือประชาชนเม่ือไดรับความเดือน
๑ รอนจากภยั ธรรมชาติ เชน นํา้ ทวม เปนตน

๒ ใหความรูความเขาใจในการปองกันโรคระบาดแก
ประชาชน

๓ จัดสรรงบประมาณในการพฒั นาชมุ ชนและสงั คม

๔ ประกาศเกียรติคุณแกประชาชนท่ีทําความดี บําเพ็ญ
ตนเปนประโยชนต อชมุ ชนและสงั คม
ใหความรวมมือในกิจกรรมที่ทางชุมชนและสังคมจัด
๕ ขน้ึ

๒) ดา นปยวาจา
๑ พดู จาดว ยถอ ยคาํ สุภาพ

๒ พดู จาดว ยความจรงิ ใจ

๓ พูดชกั จูงในทางทีด่ ีงามและสรา งสรรค

๔ พดู เหมาะสาํ หรบั กาลเทศะ
๕ พดู ใหเกิดความเขาใจในขอมูล

๖ พูดแนะนาํ ใหค วามรเู ปนประโยชนแกประชาชน

๗ เม่ือมปี ระชาชนพูดจาตาํ หนิ ก็ไมโ กธร พรอ มใหอ ภยั
๘ ไมพดู จาเอารัดเอาเปรียบประชาชน

๑๘๐

ระดับความคดิ เห็นของประชาชนชนท่มี ีตอการ มาก มาก ปาน นอ ย นอย
ขอ ที่ ปฏิบตั ิตนตามหลักสังคหวตั ถุ ๔ ของนักการเมอื ง ที่สดุ กลาง ทีส่ ดุ
ทอ งถนิ่ ในจังหวดั เลย (๕) (๔) (๓) (๒) (๑)
๓) ดา นอตั ถจรยิ า

๑ ใหความอนุเคราะหแกผูยากไร ผูดอยโอกาส เด็ก
สตรี ผสู งู อายุ และผูพิการ

๒ ชวยเหลือประชาชนและชุมชนดวยการใหคําปรึกษา
หารือ

๓ คอยชวยเหลอื ประชาชนเมือ่ ไดรับความเดอื นรอน

๔ มสี ว นรว มในการปฏิบตั งิ านพฒั นาชมุ ชน
ประพฤติในสิ่งท่ีเปนประโยชนแกผูอื่น เชน รวมงาน

๕ สําคัญทางศาสนากับประชาชนรวมงานกิจกรรม
สาธารณะ เปน ตน

๖ สงเสรมิ กิจกรรมโครงการตา งๆ ใหบ รรลุผลสาํ เรจ็

๔) ดานสมานตั ตตา

๑ ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบยี บของบานเมืองอยางเครง ครดั

๒ ปฏิบัติกับประชาชนอยางเทาเทียม โดยไมหวัง
ผลตอบแทน

๓ กระตอื รือรน คอยดแู ลเอาใจใสประชาชน

๔ ไมเ อารดั เอาเปรียบประชาชน
ยึดหลักความถูกตองเปนธรรมในการอยูรวมกันใน
๕ ชมุ ชนและสังคม

๖ ปฏบิ ัตติ นตอประชาชนอยา งเสมอตนเสมอปลาย

๗ ปฏิบัติตนใหเปนแบบอยางท่ีดีแกผูใตบังคับบัญชา
และประชาชน

๑๘๑

แบบสมั ภาษณเ พื่อการวิจัย
เรอื่ ง ความไววางใจทางการเมอื งของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่นิ (นายก อบจ.เลย)

ในจังหวัดเลย
ตอนท่ี ๑ ขอมูลของผใู หส มั ภาษณ

ชื่อผูใหสัมภาษณ :
ตาํ แหนง :
วันเดอื นปท สี่ ัมภาษณ :
เวลา :
ตอนท่ี ๒ ขอมลู การสมั ภาษณเกยี่ วกบั ความไวว างใจทางการเมืองของประชาชนท่มี ตี อ

นักการเมืองทองถ่ิน(นายก อบจ.เลย)ในจังหวัดเลย และตามความคิดเห็นของ
ประชาชนตอการปฏิบตั ติ นตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่นิ ในจงั หวัดเลย

คาํ ถามทใ่ี ชในการสมั ภาษณ
๑. เพราะเหตใุ ดทา นจงึ ใหค วามไววางใจตอนักการเมืองทอ งถ่นิ (นายก อบจ.เลย) ในจงั หวดั เลย
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ความไวว างใจทางการเมืองทอ งถิน่ ดงั น้ี
ทานคิดวานักการเมืองทองถ่ิน (นายก อบจ.เลย ) ในจังหวัดเลย ควรมีแนวทางปฏิบัติอยางไรใน
ประเดน็ ตอ ไปนี้ จงึ จะกอใหเ กดิ ความไววางใจแกป ระชาชน
๑) ดานนโยบาย
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

๑๘๒

๒) ดา นประสทิ ธิผลการทาํ งาน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
๓) ดา นการสื่อสารทางการเมือง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
๔) ดา นบุคลกิ ภาพ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

๒. ทานมีขอเสนอแนะเกี่ยวกับการประยุกตหลักสังคหวัตถุ ๔ เพื่อสงเสริมความไววางใจทางการ
เมืองของประชาชนท่มี ีตอนกั การเมอื งทองถิน่ (นายก อบจ.เลย)ในจังหวดั เลย ไดอยา งไร
๑) ทาน (การให) คือ เออื้ เฟอ เผ่อื แผ เสียสละ แบง ปน ชว ยเหลอื ประชาชนดวยส่งิ ของ เปนตน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

๑๘๓

๒) ปยวาจา (วจีไพเราะ) คือวาจาเปนท่ีรัก วาจาดูดดื่มนํ้าใจ กลาวคําสุภาพ และเปนประโยชน เปน
ตน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

๓) อตั ถจรยิ า (การประพฤติประโยชน) คอื ขวนขวายชวยเหลือกจิ บําเพญ็ สาธารณประโยชน เปน ตน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................

๔) สมานัตตตา (วางตนเปน กลาง) คือการมคี วามสมํ่าเสมอหรือเสมอตนเสมอปลาย เปน ตน
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version