The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2563 ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย THE POLITICAL TRUST OF PEOPLE TOWARDS LOCAL POLITICIANS IN LOEI PROVINCE พระไกรสร สุมโน (กันมา)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย THE POLITICAL TRUST OF PEOPLE TOWARDS LOCAL POLITICIANS IN LOEI PROVINCE

2563 ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย THE POLITICAL TRUST OF PEOPLE TOWARDS LOCAL POLITICIANS IN LOEI PROVINCE พระไกรสร สุมโน (กันมา)

Keywords: 2563,ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเลย THE POLITICAL TRUST OF PEOPLE TOWARDS LOCAL POLITICIANS IN LOEI PROVINCE,พระไกรสร สุมโน (กันมา)

๘๔

ไพสิน นกศริ ิ, ผลการวิจัยพบวา ผลการเปรียบเทียบคุณ ลักษณ ะของ
(มถิ นุ ายน, ๒๕๕๘). นักการเมืองทองถ่ินท่ีพงึ ประสงค ของประชาชนในเขตเทศบาล
ตําบลคลองหาด จังหวัดสระแกว จําแนกตามปจจัยสวนบุคคล
พบวา ประชาชนท่ีมีเพศ อายุ สถานภาพการสมรส ระดับ
การศึกษา และรายไดเฉลี่ยตอเดือนแตกตางกัน มีความคิดเห็น
ตอคุณลักษณะของนักการเมืองทองถ่ินท่ีพึงประสงค ไม
แตกตางกนั ทีร่ ะดบั นยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ่ี ๐.๐๕

๒.๗.๖ งานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ งกับหลกั สังคหวตั ถุ ๔
พระสุนทร ธมมฺ วโร (บุญคง) ไดวิจยั เร่ือง “การประยุกตใชหลักสงั คหวตั ถุ ๔ ในชมุ ชนวัด
หนองสนม จังหวัดระยอง” ผลการวิจัย พบวา การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในชุมชมวัดหนอง
สนม จังหวัด ระยอง มีการประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ โดยรวมอยูในระดับมาก แสดงใหเห็นวา
ชุมชนวัดหนอง สนมมีการนําหลักสังคหวัตถุ ๔ มาใชในชุมชนวัดหนองสนมเปนอยางดี เมื่อแยกเปน
รายดาน ดานทาน ผลการวิจัยพบวา อยูในระดับมาก แสดงใหเห็นวา ประชาชนในชุมชนวัดหนอง
สนมใหความชวยเหลือ ซึ่งกันและกันไดเปนอยางดี ดานปยวาจา พบวา โดยรวมอยูในระดับมาก
แสดงใหเห็นวา ประชาชนใน ชุมชนหนองสนมพูดจาดวยถอยคําไพเราะเสมอ พูดใหก ําลังใจเพือ่ นบาน
ไมตําหนิ ดานอัตถจริยา พบวา โดยรวม อยูในระดับปานกลาง ประชาชนในชุมชนเปนจิตอาสา
สามารถชวยเหลือชุมชนอ่ืน ๆ ไดตลอดเวลา ความอนุเคราะหแกผูยากไร ผูดอยโอกาส เด็ก สตรี
ผสู งู อายุ และผูพ กิ าร แบงปน ความรูใหแกเ ยาวชนในชุมชน คอยชวยเหลือผอู ่นื เมอ่ื เขาเดือดรอ น และ
ดา นสมานัตตตา พบวา โดย ภาพรวมอยูในระดบั มาก แสดงใหเ ห็นวาประชาชนในชุมชนวัดหนองสนม
จงั หวัดระยอง มีการ ประยุกตใชหลักสงั คหวัตถุอยางสมํ่าเสมอตอ เน่ืองมีความประพฤติเสมอตนเสมอ
ปลาย ประชาชน ยึดถือความถูกตองเปนธรรมในการอยูรวมกันในชุมชน ปฏิบัติกับทุกคนในชุมชน
อยา งเทาเทยี มกนั 90๙๑
พระธนพร คุณสมฺปนฺโน (อาคะนิช) และคณะ. ไดวิจยั เร่ือง “การประยุกตใชหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ในการดําเนินชีวิตของประชาชนบานศิลา ตําบลศิลา อําเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน”
ผลวิจัยพบวา ๑. ความคิดเห็นของประชาชนตอการประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในการดําเนิน
ชีวิตประจําวัน ของประชาชนบานศิลา ตําบลศิลา อําเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน โดย
ภาพรวมอยูในระดับมากท่ีสุด เมื่อพิจารณาในแตละดานพบวา ๑) ดานทาน อยูในระดับมากที่สุด ๒)
ดานปยวาจา อยูในระดับมากท่ีสุด ๓) ดา นอัตถจรยิ า อยูในระดับมากทีส่ ุด ๔) ดานสมานตั ตตา อยใู น
ระดับมากท่ีสุด ๒. ขอเสนอแนะอ่ืน ๆ ของประชาชนบานศิลา ดังน้ี ๑) ควรใหทานเปนประจําเมื่อมี

๙๑ พระสุนทร ธมฺมวโร (บุญคง), “การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในชุมชนวัดหนองสนม จังหวัด
ระยอง”, วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหา
จฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๖๐).

๘๕

โอกาส ทานเปน ประจําทุกวัน ชวยเหลือผูอื่นเมื่อเขายากลําบาก ควรลดการเห็นแกตวั การตระหน่ีใน
การบริจาคทาน ควรพูดจาไพเราะพูดจารูจักกาลรูจักเวลาอยูกับผูใหญ พูดจาสุภาพเรียบรอยกับคน
อ่ืนเสมอ ควรใหคําแนะนําคําปรึกษาและคนในชุมชนอยางสุภาพ ควรชวยเหลือกิจกรรมของสังคม
อยางสม่ําเสมอ ใหมีจิตสํานึกในการใหบริการแกเพื่อนบาน เวลาเขารวมประชุมควรแสดงความ
คิดเหน็ อยา งประชาธิปไตยใหมากขน้ึ ควรมคี วามสมั พนั ธอ ันดีกับชุมชนใหม ากยง่ิ ขึ้น91๙๒

พระครูประภัศรธรรมาภิรักษ (จันเขียด) ไดวิจัยเร่ือง “การบริหารสถานศึกษาตาม
หลกั สังคหวตั ถุ ๔ ในสถานศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานสังกัดสํานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาชยั ภูมิเขต
๑” ผลวิจัยพบวา ๑. สภาพการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๑ พบวา โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยูใน
ระดับมาก และเมอ่ื จําแนก เปน รายดาน พบวา มีคา เฉล่ียอยใู นระดับมากทกุ ดาน โดยดา นที่มคี าเฉล่ีย
สงู สุดคือ ดานการบริหารสถานศึกษาตามหลักปยวาจา รองลงมา คือ ดานการบริหารสถานศึกษาตาม
หลกั อัตถจรยิ า และดา นการบริหารสถานศกึ ษาตามหลักทาน ตามลาํ ดับ สวนดานที่มกี ารปฏิบตั ิต่ําสุด
คือ ดานการบริหารสถานศึกษาตามหลักสมานัตตตา ๒. เปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหาร
สถานศึกษา และครูผูสอนเก่ยี วกับการบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ จาํ แนกตามตําแหนง
หนาท่ีจําแนกตามวุฒิการศึกษา และจําแนกตามประสบการณการทํางาน พบวา โดยภาพรวม
แตกตางกนั อยางมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิท่รี ะดับ ๐.๐๑ ๓. แนวทางในการสง เสริมการบริหารสถานศึกษา
ตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ในสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พบวา มีดังนี้ ๑) ดานการบริหารสถานศึกษาตาม
หลักทาน ผูบริหารควรสงเสริมบุคลากร โดยจัดใหมีสวัสดิการดานตาง ๆ อยางพึงพอใจ ๒) ดานการ
บริหารสถานศึกษาตามหลักปยวาจา ควรใชคําพูดที่กอใหเกิดความรกั ความสามัคคี ใหกําลังใจ ไมใช
คําพูดสอเสียดีหรือคํากลาวที่เพอเจอ ๓) ดานการบริหารสถานศึกษาตามหลักอัตถจริยา ควรบําเพ็ญ
ประโยชนชวยเหลือผอู ื่นเสมอ ตามโอกาสสมควร ๔) ดานการบริหารสถานศึกษาตามหลักสมานัตตตา
ควรมีการกําหนดปฏทิ ินการปฏบิ ตั ิงานของสถานศึกษาเพื่อใหบคุ ลากรปฏิบัติงานอยางเปน ระบบ92๙๓

กรีฑา คงพยัคฆ และคณะ ไดวิจัยเร่ือง “การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมในการ
ใหบริการสาธารณะของเทศบาลตําบลจันดี อําเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช” ผลการวิจัยพบวา
๑) การประยกุ ตใ ชห ลักสังคหวัตถุธรรมในการใหบริการสาธารณะของเทศบาลตําบลจันดี อําเภอฉวาง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยภาพรวม อยูในระดับมาก สวน ดานปยวาจา (การพูดจาดวยถอยคํา
ไพเราะ) มีคาเฉล่ียสูงสุด ๒) ผลการเปรียบเทียบการประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมในการใหบริการ

๙๒ พระธนพร คุณสมฺปนฺโน (อาคะนิช) และคณะ, “การประยุกตใชหลักสังคหัวัตถุ ๔ ในการดําเนิน
ชีวิตของประชาชนบานศิลา ตําบลศิลา อําเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน”, วิทยานิพนธรัฐศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชารัฐศาสตรก ารปกครอง, (บัณฑติ วิทยาลัย: มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑).

๙๓ พระครูประภัศรธรรมาภิรักษ (จันเขียด), “การบริหารสถานศึกษาตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ใน
สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานสังกัดสํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต ๑”, วิทยานิพนธพุทธศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
๒๕๖๑).

๘๖

สาธารณะประชาชนท่ีมี เพศตางกนั โดยผลการวิจัยพบวา ไมแ ตกตาง อยางมีนัยทางสถิติที่ ๐.๐๕ ๓)
ขอเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางสงเสริมการประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมในการใหบริการสาธารณะ
ของเทศบาลตําบลจนั ดี อําเภอฉวาง จงั หวดั นครศรีธรรมราชมีผูเ สนอแนะมากท่ีสดุ คือ ดานอัตถจริยา
การชวยเหลือกัน) ไดแก ขอท่ีวา เทศบาลตําบลจันดี ควรจัดกิจกรรมท่ีสงเสริมความใกลชิดระหวาง
เจา หนาทแี่ ละประชาชน เชน การทาํ บุญตกั บาตรรวมกนั ในวันสําคญั ทางศาสนา เปนตน 93๙๔

ตารางที่ ๒.๑๒ สรุปงานวิจัยท่ีเกีย่ วของกับหลกั สงั คหวตั ถุ ๔

นักวจิ ยั ผลการวิจัย
พระสนุ ทร ธมฺมวโร (บญุ คง), ผลการวิจัยพบวา การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุ ๔ ในชุมชม
(พทุ ธศาสตรมหาบัณฑติ วัดหนองสนม จงั หวดั ระยอง มีการประยกุ ตใชหลักสังคหวัตถุ
(พระพทุ ธศาสนา),๒๕๖๐). ๔ โดยรวมอยูในระดับมาก แสดงใหเห็นวาชุมชนวัดหนอง
พระธนพร คุณสมฺปนโฺ น (อาคะ สนมมีการนําหลักสังคหวัตถุ ๔ มาใชในชุมชนวัดหนองสนม
นิช) และคณะ, เปนอยางดี
(ปริญญารัฐศาสตรบณั ฑิต ผลวิจัยพบวา ความคิดเห็นของประชาชนตอการประยุกตใช
(รัฐศาสตรก ารปกครอง, ๒๕๖๑). หลักสังคหวัตถุ ๔ ในการดําเนินชีวิตประจําวัน ของประชาชน
พระครูประภัศรธรรมาภริ ักษ บานศิลา ตําบลศิลา อําเภอเมืองขอนแกน จังหวัดขอนแกน
(จนั เขียด), โดยภาพรวมอยใู นระดบั มากที่สดุ
(๒๕๖๑). ผลการวิจัยพบวา เปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหาร
สถานศกึ ษา และครูผูสอนเก่ียวกบั การบริหารสถานศึกษาตาม
กรีฑา คงพยัคฆ และคณะ, หลักสังคหวัตถุ ๔ จําแนกตามตําแหนงหนาท่ีจําแนกตามวุฒิ
( มกราคม ๒๕๖๓, ๓๐ – ๓๑). การศึกษา และจําแนกตามประสบการณการทํางาน พบวา
โดยภาพรวม แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ
๐.๐๑
ผลการวิจัยพบวา ๑) การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมใน
การใหบริการสาธารณะของเทศบาลตําบลจันดี อําเภอฉวาง
จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยภาพรวม อยใู นระดับมาก ผลการ
เปรียบเทียบการประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมในการ
ใหบริการสาธารณะประชาชนท่ีมี เพศตางกัน โดยผลการวิจัย
พบวา ไมแตกตา ง อยา งมนี ยั ทางสถติ ิที่ ๐.๐๕

๙๔ กรีฑา คงพยัคฆ และคณะ, “การประยุกตใชหลักสังคหวัตถุธรรมในการใหบริการสาธารณะของ
เทศบาลตําบลจันดี อําเภอฉวาง จงั หวัดนครศรธี รรมราช”, วารสารสังคมศาสตรแ ละมานุษยวทิ ยาเชงิ พทุ ธ, ปที่ ๕
ฉบบั ที่ ๑ (มกราคม ๒๕๖๓): ๓๐ - ๓๑.

๘๗

๒.๘ กรอบแนวคิดในการวิจยั (Conceptual Framework)

การวิจัยครั้งน้ี ผูวิจัยไดศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยท่ีเก่ียวของกับเร่ือง “ความ
ไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย”ดังนี้ ผูวิจัยดําเนินการ
ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี ท่ีเก่ียวของของพระสุนทร ธมฺมธโร และไพบูลย สุขเจตนีและคณะ นํามาปรับ
ประกรอบแนวคิดในการวิจยั ไดดงั นี้

ตวั แปรตน ตัวแปรตาม
(Independent Variables) (Dependent Variable)
ปจ จัยสวนบคุ คล ความไววางใจของประชาชนของประชาชน
๑. เพศ ท่มี ตี อนักการเมอื งทอ งถิ่นในจังหวดั เลย
๒. อายุ ๑. ดา นนโยบายการทาํ งาน
๓. สถานภาพ ๒. ดา นประสทิ ธิผลการทํางาน
๔. อาชีพ ๓. ดา นการสอ่ื สารทางการเมือง
๕. ระดับการศึกษา ๔. ดา นบุคลกิ ภาพ
๖. รายไดต อ เดือน

หลักสังคหวัตถุ ๔
๑. ดา นทาน
๒. ดา นปย วาจา
๓. ดา นอัตถจริยา
๔. ดา นสมานัตตตา

แผนภาพที่ ๒.๒ กรอบแนวคิดในการวจิ ยั

บทท่ี ๓
วธิ ีดาํ เนนิ การวิจัย

การวิจัยเรื่อง “ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถิ่นใน
จงั หวดั เลย” ซง่ึ ผูวจิ ยั ไดก าํ หนดวธิ กี ารดาํ เนนิ การวิจัยตามลําดบั ๕ ขนั้ ตอน ดงั นี้

๓.๑ รูปแบบการวิจัย
๓.๒ ประชากร กลุมตวั อยา ง และผใู หข อ มูลสาํ คญั
๓.๓ เครื่องมือทีใ่ ชใ นการวิจัย
๓.๔ การเก็บรวบรวมขอ มลู
๓.๕ การวเิ คราะหข อ มูล

๓.๑ รปู แบบการวิจัย

การวิจัยเรื่อง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นใน
จังหวัดเลย เปนการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ระหวางการวิจัยเชิงปริมาณ
(Quantitative Research) โดยใชการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) จากแบบสอบถาม
(Questionnaire) และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณเชิงลึก (In-depth Interview) กับ
ผูใหขอมูลสําคัญ (Key Informant)

๓.๒ ประชากร กลมุ ตวั อยาง และผูใหขอมูลสาํ คญั

งานวิจัยเรื่อง “ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นใน
จังหวดั เลย” ผูวจิ ยั มีข้นั ตอนแบงกลุม ดังน้ี

๓.๒.๑ ประชากร และกลุมตัวอยาง

๑) ประชากร (Population) ไดแกประชาชนผูมีสิทธ์ิออกเสียงเลือกต้งั ในจังหวดั เลย
มจี ํานวน ๖๔๑,๗๐๗ คน ๑
94

๑ ท่ีทําการปกครองจังหวดั เลย (ออนไลน), แหลงที่มา : https://ww2.loei.go.th/content/general
[12 กนั ยายน 2563].

๘๙

๒) กลุมตัวอยาง (Sample) ไดแก ผูมีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตจังหวัดเลย จํานวน ๔๐๐
คน ผูวิจัยกําหนดขนาดกลุมตัวอยาง (Sample Size) โดยมีวิธีการคํานวณตามสูตรของ Taro
Yamane๒ ซึ่งใชร ะดบั ความคลาดเคลือ่ นท่ี ๐.๐๕ ดงั นี้

สตู ร

= 1 N
+ Ne2

โดย N = จํานวนประชากรทง้ั หมด

e = ความคลาดเคล่ือนทีย่ อมรับได

n = จํานวนกลุมตัวอยาง

ประชากรท้ังหมด ๖๔๑,๗๐๗ คน เม่ือแทนคาในสูตรจะไดด งั นี้

= 641,707
1+641,707(0.05)2

= 641,707
1+641,707(0.0025)

= 641,707
1,605.26

= 399.75

เพราะฉะนนั้ จํานวนกลุมตัวอยา ง เทา กบั ๔๐๐ คน

๓) การสุมกลุมตัวอยาง (Sample) กลุมตัวอยางไดมาจาก ๔๐๐ คน ท่ีไดจากสูตรของ
Taro Yamane คือในจังหวัดเลยมี ๑๔ อําเภอและมีจํานวนประชาชนท่ีมีสิทธ์ิเลือกต้ังจํานวน
๖๔๑,๗๐๗ คน ซ่ึงจังหวัดเลยมีพื้นที่ขนาดใหญ ผูวิจัยมีขอจํากัดในดานเวลาในการทําวิจัย จึงใช
วิธีการสุมกลุมตัวอยางแบบหลายข้ันตอน (Multi stage ramdom sampling)๓ โดยมีข้ันตอน
ดงั ตอไปนี้

ข้ันท่ี ๑ แบงจังหวัดเลยออกเปน ๑๔ อาํ เภอ แบงเปน ๔ กลมุ โดยใชการสุมแบบแบงกลุม
(Cluster sampling) คือ

กลุมท่ี ๑ อําเภอเมอื งเลย อาํ เภอภเู รอื อาํ เภอเชียงคาน อาํ เภอทา ลี่

๒ สุรินทร นยิ มางกูร, ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร, (กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพมหาจุฬา
ลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖), หนา ๑๘๑.

๓ สุรพล พรมกุล, ระเบียบวธิ ีวิจัยทางรฐั ศาสตร, (โอเดียนสโตร: กรงุ เทพมหานคร, ๒๕๕๔), หนา ๘๖.

๙๐

กลุมท่ี ๒ อาํ เภอดา นซา ย อําเภอภกู ระดึง อําเภอปากชม อาํ เภอวงั สะพงุ
กลุมที่ ๓ อาํ เภอนาแหว อําเภอนาดว ง อาํ เภอภูหลวง
กลมุ ที่ ๔ อําเภอเอราวณั อําเภอหนองหนิ อําเภอผาขาว
ข้ันท่ี ๒ สุมมากลุมละ ๑ อําเภอโดยใชการสุมแบบงาย (Simple rampling sampling)
ได ๔ อาํ เภอคือ อําเภอเมืองเลย อําเภอวงั สะพงุ อาํ เภอนาดว ง อาํ เภอเอราวัณ
ข้ันที่ ๓ เมื่อสุมได ๔ อําเภอในจังหวัดเลย ซึ่งถือวาเปนตัวแทนของจังหวัดโดยใชการสุม
แบบงายแลว สุมกลุมตัวอยางท่ีเปนผูมีสิทธ์ิเลือกต้ังอําเภอละ ๑๐๐ คน ดังน้ันจึงไดกลุมตัวอยางของ
จงั หวัดเลยจํานวนเทากับ ๔๐๐ คน ดังตารางตอ ไปนี้

ตารางท่ี ๓.๑ จาํ นวนประชากรและกลุม ตัวอยา งในจงั หวดั เลย

ลําดับ อําเภอในจงั หวดั เลย จาํ นวนประชากร
๑ อาํ เภอเมืองเลย ๑๐๐
๒ อําเภอวงั สะพงุ ๑๐๐
๓ อําเภอนาดวง ๑๐๐
๔ อําเภอเอราวณั ๑๐๐
รวมจํานวนท้ังหมด ๔ อาํ เภอ ๔๐๐

๓.๒.๒ ผใู หข อมูลสาํ คัญ (Key Informant)

ประชากรสําหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จํานวน ๘ คน ไดแก
อดีต ส.อบจ. ๒ คน กํานัน/ผูใหญบาน ๒ คน นักวิชาการ/อาจารย ๒ คน ประธานชุมชน ๒ คน รวม
จํานวน ๘ คน โดยเก็บรวบรวมขอมูลดวยวิธีการสัมภาษณเชิงลึก (In Depth Interview) เปนผูให
ขอมูลสําคญั (Key Informant) ซึง่ มีรายนาม ดงั ตอ ไปนี้
๑. นายพพิ ฒั นพ งษ วนั ทา ตาํ แหนง อดตี ส.อบจ.เลย เขต ๒ อาํ เภอเมืองเลย
๒. นายชลละวชิ ช ฤทธศิ กั ด์ิชลเดช ตาํ แหนง อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวงั สะพงุ
๓. นายสุชัช สมรักษ ตาํ แหนง กาํ นันตาํ บลศรสี งคราม อําเภอวังสะพุง
๔. นางน่มิ นวล คําภากุม ตาํ แหนง ผูใหญบ า นนอยนา ตําบลศรสี งคราม
อาํ เภอวังสะพุง จังหวดั เลย
๕. นายวฒั นกรณ บญุ สร ตําแหนง นกั วชิ าการการศกึ ษา ชาํ นาญการ สงั กดั
เทศบาลเมืองวังสะพงุ จงั หวดั เลย
๖. นายครรชติ จนั ทรบุบผา ตาํ แหนง รองผอู ํานวยการโรงเรยี นเทศบาลวังสะพุง ๑
๗. นางหนพู ูน กนิ ณลักษ ตําแหนง ประธานชมุ ชนบา นนอ ยนา ตําบลศรี
สงคราม อําเภอวังสะพุง จงั หวัดเลย
๘. นางละมาย ศรีจันทวงศ ตําแหนง ประธานชุมชนบานบุงไสล ๑ ตาํ บลศรี
สงคราม อาํ เภอวงั สะพงุ จังหวดั เลย

๙๑

๓.๓ เคร่ืองมอื ทใี่ ชใ นการวิจยั

งานวิจัยเร่ือง “ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นใน
จังหวัดเลย” งานวิจัยฉบับน้ีใชเครื่องมือในการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Researh) คือ
แบบสอบถาม (Questionnaire) และแบบสมั ภาษณ (Interview)

๓.๓.๑ แบบสอบถาม (Questionnaire)

ผูว ิจัยไดด าํ เนนิ การสรา งแบบสอบถามดงั นี้

๓.๓.๒ ลักษณะของเคร่ืองมอื

๑) ลักษณะของเคร่อื งมอื สําหรบั การแจกแบบสอบถาม

เคร่ืองมือท่ีใชในการวิจัยคร้ังนี้ เปนแบบสอบถาม (Questionnaire) ท่ีผูวิจัยพัฒนาขึ้น
ตามกรอบของ “ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย”
โดยแบง ออกเปน ๓ ขั้นตอน ดังน้ี

ตอนท่ี ๑ แบบสอบถามเกี่ยวกับขอมูลท่ัวไปของผูตอบแบบสอบถาม ไดแก เพศ
อายุ สถานภาพ อาชีพ ระดับการศึกษา รายไดต อ เดือน

ตอนที่ ๒ เปนแบบสอบถามระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอ
นักการเมืองทองถิ่นในจังหวดั เลย ไดแก ๑) ดานนโยบายการทํางาน ๒) ดา นประสทิ ธิผลการทํางาน
๓) ดานการส่ือสารทางการเมือง ๔) ดานบุคลิกภาพ ซ่ึงมีลักษณะเปนมาตราสวนประเมินคา (Rating
Scale) มี ๕ ระดบั โดยมเี กณฑก ารใหคะแนน ดังนี้

๕ หมายถึง มีความไววางใจในระดบั มากทส่ี ดุ
๔ หมายถงึ มคี วามไวว างใจในระดบั มาก
๓ หมายถงึ มคี วามไวว างใจในระดบั ปานกลาง
๒ หมายถงึ มคี วามไวว างใจในระดับ นอ ย
๑ หมายถงึ มีความไวว างใจในระดับ นอ ยท่ีสดุ

การแปลผล
คาเฉล่ียตัง้ แต ๔.๕๐ - ๕.๐๐ หมายความวา ระดับความไววางใจ มากที่สดุ
คา เฉลี่ยต้ังแต ๓.๕๐ - ๔.๔๙ หมายความวา ระดบั ความไวว างใจ มาก
คา เฉลีย่ ตง้ั แต ๒.๕๐ - ๓.๔๙ หมายความวา ระดับความไวว างใจ ปานกลาง
คาเฉล่ยี ต้งั แต ๑.๕๐ - ๒.๔๙ หมายความวา ระดบั ความไววางใจ นอ ย
คาเฉลี่ยตั้งแต ๑.๐๐ - ๑.๔๙ หมายความวา ระดับความไวว างใจ นอยที่สุด

ตอนที่ ๓ เปนแบบสอบถามระดับความคดิ เห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัติตนตาม
หลกั สังคหวตั ถุ ๔ ของนกั การเมอื งทองถิน่ ในจังหวัดเลย

๙๒

๒) ลักษณะของเครอ่ื งมอื สําหรับการสัมภาษณ

ในการวิจัยน้ี ใชการสัมภาษณแบบมีโครงสราง (Structured interview) มีลักษณะเปน
คําถามแบบปลายเปด เพ่ือใหไดขอมูลเชิงลึกตรงตามวัตถุประสงคของการวิจัย โดยสัมภาษณ กลุม
ประชากรผใู หข อ มลู หลกั (Key Informants) ไดแ กไ ดแก
๑. นายพิพฒั นพ งษ วันทา ตาํ แหนง อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๒ อําเภอเมืองเลย
๒. นายชลละวชิ ช ฤทธศิ ักดิ์ชลเดช ตาํ แหนง อดีต ส.อบจ.เลย เขต ๑ อําเภอวังสะพงุ
๓. นายสชุ ชั สมรักษ ตําแหนง กํานันตาํ บลศรีสงคราม อาํ เภอวงั สะพงุ
๔. นางน่ิมนวล คาํ ภากุม ตําแหนง ผูใ หญบานนอยนา ตาํ บลศรสี งคราม
อําเภอวังสะพุง จงั หวัดเลย
๕. นายวัฒนกรณ บุญสร ตาํ แหนง นกั วชิ าการการศกึ ษา ชํานาญการ สังกัด
เทศบาลเมืองวังสะพงุ จังหวัดเลย
๖. นายครรชิต จันทรบุบผา ตําแหนง รองผอู ํานวยการโรงเรยี นเทศบาลวังสะพุง ๑
๗. นางหนูพูน กนิ ณลักษ ตําแหนง ประธานชุมชนบานนอยนา ตําบลศรี
สงคราม อาํ เภอวังสะพุง จังหวัดเลย
๘. นางละมาย ศรีจันทวงศ ตําแหนง ประธานชุมชนบา นบุงไสล ๑ ตําบลศรี
สงคราม อาํ เภอวงั สะพุง จังหวดั เลย

๓.๓.๓ การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใชใ นการวิจยั

๑) แบบสอบถาม (Questionnaire)

ผูวิจัยไดนําเสนอแบบสอบถามเพ่ือหาคุณภาพแบบสอบถามโดยความเที่ยง (Validity)
และความเชือ่ มัน่ (Reliability) ดงั นี้

(๑) ขอคําแนะนําจากอาจารยที่ปรึกษาวิทยานิพนธและผูเชี่ยวชาญ ตรวจสอบ
เครื่องมือทส่ี รา งไว

(๒) หาคาความเที่ยง (Validity) โดยกําหนดแบบสอบถามท่ีสรางเสร็จเสนอตอ
ประธานและกรรมการท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ เพ่ือขอความเห็นชอบและนําเสนอตอผูเช่ียวชาญ แลว
นํามาปรับปรงุ แกไ ขใหเหมาะสม โดยนาํ เสนอผเู ชย่ี วชาญ จาํ นวน ๕ ทา น ประกอบดวย

(๒.๑) รศ.ดร.ธงชัย สิงอุดม อาจารยประจาํ หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑติ มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาลัยสงฆเ ลย

(๒.๒) ผศ.ดร.วิทยา ทองดี อาจารยประจําหลักสูตรหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต
มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน

(๒.๓) ดร.จํานง วงศคง อาจารยประจําหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาลัยสงฆเ ลย

(๒.๔) ดร.สมควร นามสีฐาน อาจารยประจาํ หลักสตู รหลักสูตรรฐั ศาสตรมหาบณั ฑิต
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตขอนแกน

๙๓

(๒.๕) ดร.สุธิพงษ สวัสด์ิทา อาจารยประจําหลักสูตรหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตขอนแกน

๓) ผูวิจัยนําเครื่องมือท่ีผูเช่ียวชาญไดตรวจสอบไปปรึกษากับท่ีปรึกษาโครงการวิจัย
แลวนํามาหาคาดัชนีความสอดคลองกับวัตถุประสงคของแตละขอ (Index of Item -Objective
Congruence :IOC) ไดคา IOC ตั้งแต ๐.๖ - ๑.๐ แสดงใหเห็นวาแบบสอบถามทุกขอมีความ
สอดคลอ งกบั วัตถปุ ระสงคการวจิ ยั

๔) หาคาความเชื่อมั่น (Reliability) ผูวิจัยนําแบบสอบถามที่ไดปรับปรุงแกไขแลวไป
ทดลองใชเครื่องมือ (Try Out) กับกลุมผมู ีสิทธิ์ไมใชกลุมตัวอยางที่ใชในการวจิ ัย จํานวน ๓๐ ชุด เพ่ือ
หาคาความเชื่อมั่นดวยวิธีการหาคาสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alphaα-coefficient) ตามวิธีการของครอ
นบาค (Cronbach)๔ ไดคา ความเชือ่ ม่ันทั้งฉบับ เทากับ ๐.๙๘๓ แสดงใหเห็นวาแบบสอบถามมีความ
เชื่อมั่นอยใู นระดับสูงสามารถนาํ ไปแจกกบั กลุมตัวอยางไดจริง

๕) นําแบบสอบถามท่ีไดรับการปรับปรุงแกไขแลวเสนอตออาจารยท่ีปรึกษา
วทิ ยานิพนธ เพื่อขอความเหน็ ชอบ และจดั พมิ พแบบสอบถามฉบับสมบูรณเพ่ือนําไปใชในการวจิ ัย

๓.๓.๔ แบบสัมภาษณ
๑. ศกึ ษาวธิ ีการสรางแบบสัมภาษณที่ใชในการเก็บขอมูลจากเอกสาร ตําราและงานวจิ ัยท่ี
เกี่ยวขอ ง เพอ่ื เปน แนวทางในการกาํ หนดกรอบความคิดในการสรา งแบบสัมภาษณ
๒. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและเอกสารการวิจัยตาง ๆ ท่ีเก่ียวของ โดยพิจารณาถึง
รายละเอยี ดตา ง ๆ เพื่อใหค รอบคลุมวตั ถุประสงคข อ งการวิจัยที่กาํ หนดไว
๓. ขอคาํ แนะนาํ จากอาจารยทปี่ รึกษาเพอื่ ใชเ ปนแนวทางในการสรา งแบบสัมภาษณ
๔. สรางแบบสัมภาษณใหครอบคลุมวัตถุประสงคของการวิจัยเพ่ือใชเปนเครื่องมือในการ
เก็บขอมลู จากผูใหขอมูลสําคัญ (Key Informants) เพื่อนํามาวเิ คราะห

๓.๔ การเก็บรวบรวมขอ มลู

การเก็บรวบรวมขอมูลของงานวิจัย “ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอ
นักการเมืองทอ งถิน่ ในจงั หวัดเลย” ผวู จิ ยั ไดดาํ เนนิ การเก็บรวบรวมขอมลู มีขัน้ ตอนดังนี้

๓.๔.๑ การเก็บรวบรวมขอ มูลจากแบบสอบถาม (Questionnaire)
ในการวิจัยครง้ั นี้ ผูวจิ ัยไดดําเนนิ การเกบ็ รวบรวมขอ มูลมีขนั้ ตอน ดงั น้ี
๑. นําแบบสอบถามฉบับสมบูรณไปเก็บขอมูล กับประชาชนที่เปนกลุมตัวอยางจํานวน
๔๐๐ ชุด และเก็บแบบสอบถามคืนดวยตนเอง แลวนามาตรวจสอบความถูกตอง ไดขอมูลท่ีสมบูรณ
ท้ังหมดจํานวน ๔๐๐ ชุด คิดเปนรอยละ ๑๐๐% ของจาํ นวนแบบสอบถามทัง้ หมด

๔ สิน พันธพินิจ, เทคนิคการวิจัยทางสังคม, (กรงุ เทพมหานคร: บริษัทจูนพลับลิซซิ่ง จํากัด, ๒๕๔๗),
หนา ๑๙๑.

๙๔

๒. นําขอมูลท่ีไดไปวิเคราะหและประมวลผลโดยใชโปรแกรมสําเร็จรูปเพ่ือการวิจัยทาง
สังคมศาสตรตอไป

๓.๔.๒ การเก็บรวบรวมขอมลู จากแบบสมั ภาษณ (Interview)
ในการวจิ ัยครงั้ นี้ ผูวิจยั ไดดาํ เนินการเกบ็ รวบรวมขอมลู มขี ั้นตอน ดงั น้ี
๑) ขอหนังสือจากศูนยบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขต
ขอนแกน ถึงผใู หข อ มลู สําคัญ (Key Informants) เพอื่ สมั ภาษณต ามทก่ี ําหนดไว
๒) ทําการนัดวัน เวลา และสถานที่กับผใู หขอ มูลสําคญั (Key Informants) เพื่อสัมภาษณ
ตามทกี่ ําหนดไว
๓) ดําเนินการสัมภาษณตามวัน เวลาและสถานท่ีท่ีกําหนดไว จนครบทุกประเด็นโดยขอ
อนญุ าตใชวิธกี ารจดบนั ทกึ และการบนั ทึกเสียงประกอบการสมั ภาษณ
๔) นาํ ขอ มลู ดิบทไี่ ดม ารวบรวมเพอ่ื วิเคราะหโดยวิธกี ารท่เี หมาะสมและนาํ เสนอตอไป

๓.๕ การวิเคราะหขอมลู

การวิเคราะหขอมูลของงานวิจัยเรื่อง “ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นักการเมอื งทองถิน่ ในจงั หวดั เลย” ผวู จิ ัยมีข้นั ตอนการวเิ คราะห ดงั นี้

๓.๕.๑ การวิเคราะหข อมูลจากแบบสอบถาม
การวเิ คราะหขอ มลู ใชว ิธกี ารวเิ คราะหเชงิ ปริมาณ (Quantitative Analysis) เปนหลกั โดย
การดําเนินการขั้นแรก คือนําแบบสอบถามที่เก็บรวบรวมได จํานวน ๔๐๐ ชุด นํามาตรวจสอบความ
สมบูรณของแบบสาํ รวจ (Editing) แลว ดําเนนิ การลงรหัสตามคมู ือการลงรหัส (Code Book) หลงั จาก
น้ันไดม ีการตรวจสอบแบบสาํ รวจเพอ่ื ความถูกตองอีก ๑ ครัง้ แลว จึงดาํ เนินการถายรหัสท้ังหลายลงใน
แบบฟอรมถายขอมูล (Transfer Sheet) บรรจุขอมูลลงในคอมพิวเตอรและวิเคราะหดวยโปรแกรม
สําเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร เพ่ือหาคา ทางสถิติการวิเคราะหขอมูลน้ันผูวิจัยหา
ความสัมพันธระหวางตัวแปรตน และตัวแปรตามโดยการใชการประมวลผลดวยเคร่ืองคอมพิวเตอร
โดยใชโปรแกรมสําเรจ็ รปู ทางสถิตเิ พ่อื การวจิ ยั ทางสังคมศาสตรเสนอขอมลู ดงั นี้
๑) ขอมูลเก่ียวกับปจจัยสวนบุคคลของกลุมตัวอยางและพรรณนา ไดแก เพศ อายุ
สถานภาพ อาชีพ ระดับการศึกษา รายไดตอเดือน สถิติท่ีใช คือคาความถี่ (Frequency), คารอยละ
(Percentage), คา เฉลี่ย (Mean) และคา เบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
๒) ขอมูลเกี่ยวกับระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถ่นิ ในจังหวดั เลย และตามระดับความคิดเห็นของประชาชนชนทมี่ ตี อ การปฏบิ ตั ิตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ใชการวิเคราะหโดยการหาคาเฉล่ีย ( � ) และสวน
เบย่ี งเบนมาตรฐาน S.D.(Standard Deviation)
๓) เปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นใน
จังหวัดเลย โดยจําแนกตามปจจัยสวนบุคคล และตามความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตน
ตามหลกั สังคหวตั ถุ ๔ ของนักการเมอื งทองถนิ่ ในจังหวดั เลย สถติ ทิ ี่ใชคือการทดสอบคา ที (t-test) ใน

๙๕

กรณีตัวแปรตนสองกลุม และการทดสอบคาเอฟ (F-Test) ดวยวิธีการวิเคราะหความแปรปรวนทาง
เดียว (One Way ANOVA) ในกรณีตัวแปรตนตั้งแตสามกลุมข้ึนไป เม่ือพบวามีความแตกตางจะทํา
การเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียเปนรายคูดวยวิธีผลตางเปนสําคัญนอยท่ีสุด (Least
Significant Difference : LSD.) โดยกาํ หนดระดบั นัยสาํ คัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ .๐๕

๔) ขอมูลขอเสนอแนะแนวทางจากแบบสัมภาษณ นํามาวิเคราะหโดยเทคนิคการ
วเิ คราะหเ นอ้ื หาประกอบบริบท (Content Analysis Techniques)

๓.๕.๒ การวเิ คราะหข อมูลการวิเคราะหข อ มลู จากแบบสัมภาษณ
ผูว จิ ยั วเิ คราะหขอ มลู จากแบบสัมภาษณโ ดยวธิ กี ารดงั น้ี
๑) นาํ ขอ มลู ทไี่ ดจากการสัมภาษณมาถอดเสยี งและบนั ทึกเปน ขอ ความ
๒) นําขอความจากการสัมภาษณและการจัดบันทึกมาจําแนกเปนประเด็น และเรียบเรียง
เฉพาะประเด็น ทีเ่ กีย่ วของกบั วตั ถปุ ระสงคการวจิ ัย
๓) วิเคราะหคําใหสัมภาษณของผูใหขอ มูลสําคัญตามวัตถุประสงคการวิจัย โดยใชเทคนิค
การวิเคราะหเ นือ้ หา (Content Analysis Technique) ประกอบบรบิ ท (Context)
๔) สังเคราะหข อมลู ตามวตั ถปุ ระสงคก ารวจิ ัยและนําเสนอตอไป

บทที่ ๔

ผลการวิเคราะหข อมูล

การวิจัยเร่ือง ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถ่ินใน
จงั หวดั เลย ซ่งึ ไดจ ัดลาํ ดบั ผลการวิเคราะหข อมลู ดังตอ ไปนี้

๔.๑ ผลการวิเคราะหขอมลู วิจัยปจ จัยสวนบุคคล
๔.๒ ผลการวิเคราะหระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถิ่นในจงั หวดั เลย
๔.๓ ผลการวิเคราะหระดับความคิดเห็นของประชาชนชนท่ีมีตอการปฏิบัติตนตาม
หลกั สังคหวตั ถุ ๔ ของนกั การเมอื งทอ งถิ่นในจงั หวัดเลย
๔.๔ ผลการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถน่ิ ในจงั หวดั เลย
๔.๕ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ
๔ ของนักการเมืองทองถ่นิ ในจังหวดั เลย
๔.๖ ผลการวิเคราะหแบบสัมภาษณความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นกั การเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย
๔.๗ ผลการวิเคราะหแบบสัมภาษณความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวตั ถุ ๔ ของนักการเมอื งทอ งถ่นิ ในจงั หวัดเลย
๔.๘ สรปุ องคความรทู ไี่ ดรับจากการวจิ ัย

๔.๑ ผลการวเิ คราะหข อ มูลวิจัยปจ จัยสว นบคุ คล

ตารางที่ ๔.๑ จํานวนความถ่ีและประชากรจาํ แนกตามเพศ

จาํ แนกตามเพศ จาํ นวน รอยละ
ชาย ๑๙๑ ๔๗.๗
หญิง ๒๐๙ ๕๒.๓
๔๐๐ ๑๐๐
รวม

จากตารางท่ี ๔.๑ พบวา ประชากรสว นใหญเปนเพศหญงิ จาํ นวน ๒๐๙ คน คิดเปนรอย
ละ ๕๒.๓ และเปนเพศชาย จํานวน ๑๙๑ คน คดิ เปน รอ ยละ ๔๗.๗

๙๗

ตารางท่ี ๔.๒ จํานวนความถแี่ ละประชากรจาํ แนกตามอายุ

จาํ แนกตามอายุ จาํ นวน รอยละ
๑๘ – ๒๕ ป ๕๕ ๑๓.๘
๒๖ – ๓๕ ป ๑๑๖ ๒๙
๓๖ – ๔๕ ป ๑๑๔ ๒๘.๕
๔๖ – ๕๕ ป ๘๘ ๒๒
๕๖ ปข้ึนไป ๒๗ ๖.๗
๔๐๐ ๑๐๐
รวม

จากตารางที่ ๔.๒ พบวา ประชากรสวนใหญ มีอายุระหวาง ๒๖ – ๓๕ ปจํานวน ๑๑๖
คน คิดเปนรอยละ ๒๙ รองลงมา คือ อายุระหวาง ๓๖ – ๔๕ ป จํานวน ๑๑๔ คน คิดเปนรอยละ
๒๘.๕ อายุระหวาง ๔๖ – ๕๕ ป จํานวน ๘๘ คน คิดเปนรอยละ ๒๒ อายุระหวาง ๑๘ – ๒๕ ป
จํานวน ๕๕ คน คดิ เปนรอ ยละ ๑๓.๘ อายุ ๕๖ ปข ึน้ ไป จํานวน ๒๗ คน คิดเปน รอยละ ๖.๗

ตารางที่ ๔.๓ จํานวนความถแี่ ละประชากรจําแนกตามสถานภาพ

จาํ แนกตามสถานภาพการสมรส จํานวน รอยละ
โสด ๑๒๘ ๓๒
สมรส ๒๒๗ ๕๖.๘
หยา รา ง/หมา ย/แยกกันอยู ๑๑.๒
๔๕ ๑๐๐
รวม ๔๐๐

จากตารางที่ ๔.๓ พบวา ประชากรสวนใหญม ีสถานภาพการสมรส จํานวน ๒๒๗ คน คิด
เปนรอยละ ๕๖.๘ รองลงมา คือ สถานภาพโสด จํานวน ๑๒๘ คน คิดเปนรอยละ ๓๒ สถานภาพ
หยา รา ง/หมาย/แยกกนั อยู จาํ นวน ๔๕ คน คิดเปน รอ ยละ ๑๑.๒

ตารางที่ ๔.๔ จํานวนความถีแ่ ละประชากรจาํ แนกตามอาชีพ

จําแนกตามอาชพี จาํ นวน รอยละ
รับราชการ/รฐั วิสาหกิจ ๘๓ ๒๐.๗
ธรุ กจิ สว นตวั ๑๐๕ ๒๖.๓
เกษตรกรรม ๗๒ ๑๘
คา ขาย ๙๔ ๒๓.๕
รับจางทว่ั ไป ๔๐ ๑๐
อน่ื ๆ (ระบุ).............. ๖ ๑.๕
๔๐๐ ๑๐๐
รวม

๙๘

จากตารางท่ี ๔.๔ พบวา ประชากรสว นใหญ มีอาชพี ธุรกิจสวนตัว จํานวน ๑๐๕ คน คิด
เปนรอยละ ๒๖.๓ รองลงมา คือ อาชีพคาขาย จํานวน ๙๔ คน คิดเปนรอยละ ๒๓.๕ อาชีพรับ
ราชการ/รัฐวิสาหกิจ จํานวน ๘๓ คน คิดเปนรอยละ ๒๐.๗ อาชีพเกษตรกรรม จํานวน ๗๒ คน คิด
เปนรอยละ ๑๘ อาชีพรับจางทั่วไป จํานวน ๔๐ คน คิดเปนรอยละ ๑๐ อาชีพอื่นๆ (ระบุ)........
จํานวน ๖ คน คิดเปน รอ ยละ ๑.๕

ตารางท่ี ๔.๕ จาํ นวนความถี่และประชากรจําแนกตามระดบั การศกึ ษา

จําแนกตามระดบั การศึกษา จํานวน รอยละ
ชั้นประถมศกึ ษา ๔๐ ๑๐
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ี่ ๓ ๔๗ ๑๑.๘
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี ๖/ปวช. ๑๑๖ ๒๙
ปวส. ๕๘ ๑๔.๕
ปรญิ ญาตรี ๙๖ ๒๔
สงู กวาปริญญาตรี ๔๓ ๑๐.๗
๔๐๐ ๑๐๐
รวม

จากตารางที่ ๔.๕ พบวา ประชากรสวนใหญ มีระดบั การศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี ๖/ปวช.
จํานวน ๑๑๖ คน คิดเปนรอยละ ๒๙ รองลงมา คือ ระดับการศึกษาปริญญาตรี จํานวน ๙๖ คน คิด
เปนรอยละ ๒๔ ระดับการศึกษา ปวส. จํานวน ๕๘ คน คิดเปนรอยละ ๑๔.๕ ระดับการศึกษาช้ัน
มัธยมศึกษาปท่ี ๓ จํานวน ๔๗ คน คิดเปนรอยละ ๑๑.๘ ระดับการศึกษาสูงกวาปริญญาตรี จํานวน
๔๓ คน คดิ เปนรอ ยละ ๑๐.๗ ระดับการศึกษาชนั้ ประถมศกึ ษา จํานวน ๔๐ คน คดิ เปน รอ ยละ ๑๐

ตารางที่ ๔.๖ จํานวนความถ่ีและประชากรจาํ แนกตามรายไดต อ เดอื น

จําแนกตามรายไดต อเดอื น จํานวน รอ ยละ
ตา่ํ กวา ๕,๐๐๐ บาท ๑๖ ๔
๕,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๔๑
๑๐,๐๐๑ – ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๒๕ ๓๕.๓
๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท ๘๖ ๓๑.๒
๒๐,๐๐๐ บาทขนึ้ ไป ๓๒ ๒๑.๕
๔๐๐
รวม ๘
๑๐๐

จากตารางท่ี ๔.๖ พบวา ประชากรสวนใหญ มีรายไดตอ เดือน ๕,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ บาท
จํานวน ๑๔๑ คน คิดเปนรอยละ ๓๕.๓ รองลงมา คือ รายไดตอเดือน ๑๐,๐๐๑ – ๑๕,๐๐๐ บาท
จาํ นวน ๑๒๕ คน คิดเปนรอ ยละ ๓๑.๒ รายไดตอเดือน ๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท จํานวน ๘๖ คน
คดิ เปนรอยละ ๒๑.๕ รายไดตอเดือน ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป จํานวน ๓๒ คน คดิ เปนรอยละ ๘ รายได
ตอเดอื นตา่ํ กวา ๕,๐๐๐ บาท จาํ นวน ๑๖ คน คิดเปนรอยละ ๔

๙๙

๔.๒ ผลการวิเคราะหร ะดับความไวว างใจทางการเมอื งของประชาชนทีม่ ีตอ
นกั การเมืองทอ งถ่ินในจงั หวัดเลย

ผลการวิเคราะหวิเคราะหขอมูลระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย จากแบบสอบถามท่ีใชเก็บขอมูลเพื่อนํามาวิเคราะห ทั้ง ๔ ดาน
ไดแก ๑) ดานนโยบายการทํางาน ๒) ดานประสิทธิผลการทํางาน ๓) ดานการสื่อสารทางการเมือง
๔) ดานบุคลิกภาพ

ตารางที่ ๔.๗ ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัด
เลย โดยภาพรวมท้ัง ๔ ดาน

(n = ๔๐๐)
ภาพรวมท้ัง ๔ ดา น � S.D. ระดับ
๑. ดานนโยบายการทาํ งาน ๓.๘๗ ๐.๖๙ มาก
๒. ดา นประสิทธผิ ลการทํางาน ๔.๑๕ ๐.๕๖ มาก
๓. ดานการส่ือสารทางการเมือง ๓.๗๒ ๐.๖๕ มาก
๔. ดา นบุคลกิ ภาพ ๓.๙๖ ๐.๕๘ มาก
รวม ๓.๙๒ ๐.๔๕ มาก

จากตารางที่ ๔.๗ พบวา ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอ
นักการเมอื งทอ งถ่นิ ในจังหวัดเลย โดยภาพรวม อยใู นระดบั มาก ( � = ๓.๙๒)

เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา อยูในระดับมากทุกดาน เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไป
หานอย สามลําดับแรก พบวา ความไววางใจดานประสิทธิผลการทํางาน มีคาเฉล่ียสูงสุด ( � =
๔.๑๕) รองลงมา คือ ความไววางใจดานบุคลิกภาพ ( � = ๓.๙๖) และความไววางใจดานนโยบาย
การทํางาน ( � = ๓.๘๗) ตามลาํ ดบั

๑๐๐

ตารางที่ ๔.๘ ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัด
เลย ดานนโยบายการทํางาน

(n = ๔๐๐)
ระดับความ
ขอ ดา นนโยบายการทาํ งาน � S.D. ไววางใจ

๑ มีนโยบายในการพัฒนาจังหวัดท่ีครอบคลุมทุกๆ ดานท่ีเปน ๔.๐๒ ๐.๘๓ มาก
ประโยชนต อ การดําเนนิ ชวี ติ ของประชาชน
๒ นโยบายมีความชดั เจนไมค ลุมเครอื ๓.๘๗ ๐.๘๑ มาก

๓ มกี ารแจกแจงรายละเอยี ดของนโยบายไดชดั เจนไมซับซอน ๓.๘๒ ๐.๘๒ มาก

๔ นโยบายมคี วามเปน กลางไมไดเ ออื้ ประโยชนต อ ฝา ยใด ๓.๗๕ ๐.๘๒ มาก
มาก
๕ มีการจัดสรรงบประมาณใหกับโครงการตาง ๆ ตามลักษณะ ๓.๘๘ ๐.๘๐ มาก
ประเภทของงาน
ภาพรวม ๓.๘๗ ๐.๖๙

จากตารางท่ี ๔.๘ พบวา ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอ
นักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตามความไววางใจดานนโยบายการทํางาน โดยภาพรวม อยูใน
ระดบั มาก ( � = ๓.๘๗)

เมื่อพิจารณาเปนรายขอ อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉลี่ยจากมากไปหานอย
สามลําดบั แรก พบวา ขอ ๑ มนี โยบายในการพัฒนาจงั หวดั ที่ครอบคลุมทุกๆ ดานทีเ่ ปนประโยชนตอ
การดําเนินชีวิตของประชาชน มีคาเฉลี่ยสูงสุด ( � = ๔.๐๒) รองลงมา คือ ขอ ๕ มีการจัดสรร
งบประมาณใหกับโครงการตางๆ ตามลักษณะประเภทของงาน ( � = ๓.๘๘) และขอ ๒ นโยบายมี
ความชดั เจนไมค ลุมเครอื ( � = ๓.๘๗) ตามลําดับ

๑๐๑

ตารางที่ ๔.๙ ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัด
เลย ดานประสิทธิผลการทาํ งาน

(n = ๔๐๐)
ระดบั ความ
ขอ ดานประสทิ ธผิ ลการทาํ งาน � S.D. ไวว างใจ

๑ ไดป ฏบิ ตั ติ ามโครงการท่ไี ดป ระกาศไว ๔.๐๔ ๐.๗๓ มาก

๒ ไดปฏิบัติงานโครงสรางพ้ืนฐาน เชน การสรางถนนใหไดรับ ๔.๐๔ ๐.๗๕ มาก
ความสะดวก มาก
ไดปฏิบัติงานดานสง เสริมพัฒนาคุณภาพชีวติ เชน การจัดหา มาก
๓ รถดบั เพลงิ , การจดั หารถฉกุ เฉินสาํ หรบั ผูปว ย เปนตน ๔.๒๓ ๐.๗๓
มาก
๔ ไดปฏิบัติงานดานทองเที่ยว เชนการจัดการแกงคุดคูใหเปน ๓.๘๔ ๐.๗๙
แหลงทอ งเที่ยว เปนตน มาก
ไดปฏิบัติงานการบริหารจัดการเพ่ือการอนุรักษธรรมชาติและ
๕ ส่ิงแวดลอม เชน การอนุรักษน้ําตกปลาบา อําเภอภูเรือ เปน ๓.๖๑ ๐.๘๓
ตน
ไดปฏิบัติงานการสงเสริมดานศาสนา วัฒนธรรมประเพณี
๖ ทองถิ่น เชน งานดอกฝา ยบานมะขามหวานเมืองเลย เปน ตน ๔.๓๔ ๐.๖๙

ภาพรวม ๔.๑๕ ๐.๕๖ มาก

จากตารางที่ ๔.๙ พบวา ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตามความไววางใจดานประสิทธิผลการทํางาน โดยภาพรวม อยูใน
ระดบั มาก ( � = ๔.๑๕)

เมื่อพิจารณาเปนรายขอ อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย
สามลําดับแรก พบวา ขอ ๖ ไดปฏิบัติงานการสงเสริมดานศาสนา วัฒนธรรมประเพณีทองถ่ิน เชน
งานดอกฝา ยบานมะขามหวานเมืองเลย เปนตน มีคาเฉลยี่ สูงสุด ( � = ๔.๓๔) รองลงมา คอื ขอ ๓ ได
ปฏิบัติงานดานสงเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต เชน การจัดหารถดับเพลิง, การจัดหารถฉุกเฉินสําหรับ
ผูปวย เปนตน ( � = ๔.๒๓) และขอ ๒ ไดปฏิบัติงานโครงสรางพื้นฐาน เชน การสรางถนนใหไดรับ
ความสะดวก ( � = ๔.๐๔) ตามลําดับ

๑๐๒

ตารางที่ ๔.๑๐ ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัด
เลย ดา นการสอ่ื สารทางการเมอื ง

ขอ ดา นการสอื่ สารทางการเมือง � S.D. (n = ๔๐๐)
๑ มีการสือ่ สารกบั ประชาชนแบบกลั ยาณมติ ร ๓.๘๔ ๐.๗๙ ระดบั ความ
๒ มกี ารสอ่ื สารชแี้ จงขอมลู ดวยเหตผุ ล ๓.๗๓ ๐.๘๐ ไววางใจ
๓ นาํ ส่ิงทเี่ ปนประโยชนม าเปดเผย ๓.๖๑ ๐.๘๓
๔ สามารถโนมนา วจติ ใจประชาชนใหคลอ ยตามได ๓.๗๐ ๐.๘๒ มาก
๓.๗๒ ๐.๖๕ มาก
ภาพรวม มาก
มาก
มาก

จากตารางที่ ๔.๑๐ พบวา ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอ
นักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตามความไววางใจดานการส่ือสารทางการเมือง โดยภาพรวม อยูใน
ระดบั มาก ( � = ๓.๗๒)

เม่ือพิจารณาเปนรายขอ อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย
สามลําดบั แรก พบวา ขอ ๑ มกี ารสื่อสารกับประชาชนแบบกัลยาณมิตร มคี าเฉล่ียสงู สดุ ( � = ๓.๘๔)
รองลงมา คือ ขอ ๒ มีการสื่อสารช้ีแจงขอมูลดวยเหตุผล ( � = ๓.๗๓) และขอ ๔ สามารถโนมนาว
จติ ใจประชาชนใหค ลอยตามได ( � = ๓.๗๐) ตามลาํ ดับ

ตารางที่ ๔.๑๑ ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัด
เลยดา นบคุ ลกิ ภาพ

(n = ๔๐๐)
ระดบั ความ
ขอ ดา นบคุ ลกิ ภาพ � S.D. ไวว างใจ

๑ มีความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง ๓.๙๙ ๐.๗๓ มาก
๒ มีความเฉลียวฉลาด ๓.๙๗ ๐.๗๒ มาก

๓ มีความกระตอื รอื รนในการปฏิบัตงิ าน ๓.๘๖ ๐.๗๘ มาก
๔ มีความสุภาพเรยี บรอย ยมิ้ แยมแจม ใส ออนนอมตอประชาชน ๓.๘๔ ๐.๗๙ มาก
๕ มคี วามรูความสามารถ ๔.๐๖ ๐.๗๕ มาก
๖ มีความเปนผนู าํ ๔.๑๐ ๐.๗๕ มาก
๗ ประชาชนเขาถงึ งาย คบหางา ยและไมถ ือตัว ๓.๘๕ ๐.๘๙ มาก
๘ ความมคี ณุ ธรรม, จรยิ ธรรม ๔.๐๓ ๐.๗๕ มาก
ภาพรวม ๓.๙๖ ๐.๕๘ มาก

๑๐๓

จากตารางที่ ๔.๑๑ พบวา ระดับความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอ
นักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตามความไววางใจดานบุคลิกภาพ โดยภาพรวม อยูในระดับมาก
( � = ๓.๙๖)

เม่ือพิจารณาเปนรายขอ อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย
สามลําดับแรก พบวาขอ ๖ มีความเปนผูนํา มีคาเฉลี่ยสูงสุด ( � = ๔.๑๐) รองลงมา คือ ขอ ๕ มี
ความรูความสมารถ ( � = ๔.๐๗) และขอ ๘ ความมีคณุ ธรรม, จรยิ ธรรม ( � = ๔.๐๓) ตามลาํ ดบั

๔.๓ ผลการวิเคราะหระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัติตนตาม
หลกั สงั คหวตั ถุ ๔ ของนกั การเมอื งทอ งถน่ิ ในจงั หวดั เลย

ผลการวิเคราะหระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วตั ถุ ๔ ของนักการเมืองทองถน่ิ ในจงั หวัดเลย จากแบบสอบถามทใี่ ชเก็บขอ มลู เพ่อื นํามาวเิ คราะห ท้ัง
๔ ดาน ไดแก ๑) ดา นทาน ๒) ดานปยวาจา ๓) ดานอตั ถจรยิ า ๔) ดา นสมานัตตตา

ตารางท่ี ๔.๑๒ ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของ
นกั การเมอื งทอ งถิ่นในจงั หวัดเลย

ภาพรวมตามหลกั สังคหวตั ถุ ๔ � (n = ๔๐๐)
๑. ดา นทาน S.D. ระดบั ความ
๒. ดา นปย วาจา ๓.๗๑
๓. ดา นอัตถจรยิ า ๓.๗๙ คดิ เห็น
๔. ดา นสมานัตตตา ๓.๖๙ ๐.๖๐ มาก
๓.๙๕ ๐.๕๗ มาก
รวม ๓.๗๙ ๐.๖๒ มาก
๐.๕๗ มาก
๐.๔๕ มาก

จากตารางท่ี ๔.๑๒ พบวา ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนท่ีมีตอการปฏิบตั ิตนตาม
หลกั สงั คหวตั ถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจงั หวัดเลย ทั้ง ๔ ดา น คอื ๑) ดานทาน ๒) ดานปย วาจา
๓) ดา นอัตถจรยิ า ๔) ดา นสมานัตตตา โดยภาพรวม อยูใ นระดับมาก ( � = ๓.๗๙)

เม่ือพิจารณาเปนรายดาน อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉลี่ยจากมากไปหานอย
สามลําดับแรก พบวา ดานสมานัตตตา มีคาเฉลี่ยสูงสุด ( � = ๓.๙๕) รองลงมา คือ ดานปยวาจา
( � = ๓.๗๙) และดา นทาน ( � = ๓.๗๑) ตามลําดับ

๑๐๔

ตารางท่ี ๔.๑๓ ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของ
นักการเมืองทองถ่นิ ในจงั หวดั เลย ดานทาน

ขอ ดานทาน � (n = ๔๐๐)
ระดบั
๑ แจกส่ิงของชวยเหลือประชาชนเมื่อไดรับความเดือน ๓.๘๐
รอ นจากภัยธรรมชาติ เชน น้ําทว ม เปนตน S.D. ความ
ใหความรูความเขาใจในการปองกันโรคระบาดแก คดิ เหน็
๒ ประชาชน ๓.๖๓
๐.๗๘ มาก
๓ จัดสรรงบประมาณในการพฒั นาชุมชนและสงั คม ๓.๘๔
ประกาศเกียรติคุณแกประชาชนที่ทําความดี บําเพ็ญ ๐.๘๒ มาก
๔ ตนเปนประโยชนต อชุมชนและสังคม ๓.๕๒ ๐.๘๕ มาก
๐.๙๐ มาก
๕ ใหความรวมมือในกิจกรรมท่ีทางชุมชนและสังคมจัด ๓.๗๖
ขึน้ ๐.๗๙ มาก
ภาพรวม ๓.๗๑ ๐.๖๐ มาก

จากตารางที่ ๔.๑๓ พบวา ระดับความคดิ เห็นของประชาชนชนท่มี ีตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ดานทาน โดยภาพรวม อยูในระดับมาก
( � = ๓.๗๑)

เมื่อพิจารณาเปนรายขอ อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉลี่ยจากมากไปหานอย
สามลาํ ดับแรก พบวา ขอ ๓ จดั สรรงบประมาณในการพัฒนาชมุ ชนและสงั คม มคี า เฉลย่ี สงู สดุ ( � =
๓.๘๔) รองลงมา คือ ขอ ๑ แจกสิ่งของชวยเหลอื ประชาชนเมอ่ื ไดร ับความเดอื นรอนจากภัยธรรมชาติ
เชน น้ําทวม เปนตน ( � = ๓.๘๐) และขอ ๕ ใหความรวมมือในกิจกรรมท่ีทางชุมชนและสังคมจัด
ขน้ึ ( � = ๓.๗๖) ตามลําดบั

๑๐๕

ตารางท่ี ๔.๑๔ ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของ
นักการเมอื งทองถ่ินในจังหวดั เลย ดา นปย วาจา

(n = ๔๐๐)
ระดบั ความ
ขอ ดา นปยวาจา � S.D. คดิ เห็น

๑ พูดจาดวยถอยคาํ สภุ าพ ๓.๘๐ ๐.๗๓ มาก
๒ พดู จาดว ยความจริงใจ ๓.๘๑ ๐.๗๓ มาก
๓ พูดชกั จงู ในทางท่ีดงี ามและสรา งสรรค ๓.๖๘ ๐.๗๘ มาก
๔ พดู เหมาะสําหรบั กาลเทศะ
๕ พูดใหเ กดิ ความเขาใจในขอมูล ๓.๗๗ ๐.๗๘ มาก
๖ พดู แนะนาํ ใหค วามรเู ปน ประโยชนแ กประชาชน ๓.๗๓ ๐.๗๙ มาก
๗ เมื่อมีประชาชนพดู จาตําหนิ กไ็ มโกธร พรอมใหอ ภัย ๓.๗๙ ๐.๗๗ มาก
๘ ไมพดู จาเอารดั เอาเปรยี บประชาชน ๓.๙๑ ๐.๗๖ มาก
๓.๘๖ ๐.๘๐ มาก
ภาพรวม ๓.๗๙ ๐.๕๗ มาก

จากตารางที่ ๔.๑๔ พบวา ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนท่ีมีตอการปฏิบัติตน
ตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ดานปยวาจา โดยภาพรวม อยูในระดับ
มาก ( � = ๓.๗๙)

เม่ือพิจารณาเปนรายขอ อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย
สามลําดับแรก พบวา ขอ ๗ เมื่อมีประชาชนพูดจาตําหนิ ก็ไมโกธร พรอมใหอภัย มีคาเฉล่ียสูงสุด
( � = ๓.๙๑) รองลงมา คือ ขอ ๘ ไมพูดจาเอารัดเอาเปรียบประชาชน ( � = ๓.๘๖) และขอ ๒
พูดจาดว ยความจรงิ ใจ ( � = ๓.๘๑) ตามลาํ ดับ

๑๐๖

ตารางที่ ๔.๑๕ ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มีตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของ
นักการเมอื งทองถ่นิ ในจงั หวัดเลย ดา นอัตถจรยิ า

(n = ๔๐๐)
ระดับความ
ขอ ดานอัตถจริยา � S.D. คิดเห็น

๑ ใหความอนุเคราะหแกผ ยู ากไร ผูดอ ยโอกาส เด็ก สตรี ๓.๘๕ ๐.๗๘ มาก
ผสู งู อายุ และผพู ิการ

๒ ชว ยเหลือประชาชน และชมุ ชนดวยการใหค ําปรึกษาหารือ ๓.๖๑ ๐.๘๗ มาก

๓ คอยชวยเหลือประชาชนเม่ือไดรบั ความเดอื ดรอ น ๓.๕๘ ๐.๘๑ มาก

๔ มีสวนรวมในการปฏบิ ตั ิงานพฒั นาชุมชน ๓.๖๘ ๐.๘๐ มาก

๕ ประพฤติในสิ่งท่ีเปนประโยชนแกผูอ่ืน เชน รวมงานสําคัญ ๓.๖๗ ๐.๘๒ มาก
ทางศาสนากับประชาชนรว มงานกิจกรรมสาธารณะ เปนตน มาก
๖ สง เสรมิ กจิ กรรมโครงการตา งๆ ใหบ รรลผุ ลสาํ เร็จ ๓.๗๕ ๐.๗๘ มาก
ภาพรวม ๓.๖๙ ๐.๖๒

จากตารางที่ ๔.๑๕ พบวา ระดับความคดิ เห็นของประชาชนชนท่มี ีตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวตั ถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ดานอัตถจรยิ า โดยภาพรวม อยูในระดบั มาก
( � = ๓.๖๙)

เมื่อพิจารณาเปนรายขอ อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย
สามลําดับแรก พบวา ขอ ๑ ใหความอนุเคราะหแกผูยากไร ผูดอยโอกาส เด็ก สตรี ผูสูงอายุ และผู
พิการ มีคาเฉล่ียสูงสุด ( � = ๓.๘๕) รองลงมา คือ ขอ ๖ สงเสริมกิจกรรมโครงการตางๆ ให
บรรลุผลสําเร็จ ( � = ๓.๗๕) และขอ ๔ มีสวนรวมในการปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน ( � = ๓.๖๘)
ตามลาํ ดับ

๑๐๗

ตารางท่ี ๔.๑๖ ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนท่ีมีตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของ
นกั การเมืองทองถิ่นในจงั หวดั เลย ดานสมานตั ตตา

ขอ ดา นสมานัตตตา (n = ๔๐๐)
๑ ปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของบา นเมอื งอยางเครงครดั ระดับ

� S.D. ความ
คดิ เหน็

๓.๘๖ ๐.๗๗ มาก

๒ ปฏบิ ตั ิกบั ประชาชนอยา งเทา เทยี ม โดยไมหวังผลตอบแทน ๓.๘๘ ๐.๗๒ มาก

๓ กระตือรอื รน คอยดแู ลเอาใจใสประชาชน ๓.๘๓ ๐.๗๘ มาก
๔ ไมเอารัดเอาเปรียบประชาชน ๓.๙๑ ๐.๗๘ มาก
ยดึ หลักความถูกตองเปนธรรมในการอยรู ว มกนั ในชุมชนและ ๓.๙๘ ๐.๗๑ มาก
๕ สงั คม ๔.๐๒ ๐.๗๕ มาก

๖ ปฏิบัตติ นตอประชาชนอยางเสมอตนเสมอปลาย

๗ ปฏิบตั ิตนใหเ ปนแบบอยางท่ีดแี กผใู ตบงั คับบัญชาและประชาชน ๔.๑๕ ๐.๗๐ มาก

ภาพรวม ๓.๙๕ ๐.๕๗ มาก

จากตารางที่ ๔.๑๖ พบวา ระดับความคิดเห็นของประชาชนชนที่มตี อการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ดานสมานัตตตา โดยภาพรวม อยูในระดับ
มาก ( � = ๓.๙๕)

เม่ือพิจารณาเปนรายขอ อยูในระดับมากทุกขอ เรียงลําดับคาเฉล่ียจากมากไปหานอย
สามลําดับแรก พบวา ขอ ๗ ปฏิบัติตนใหเปนแบบอยางท่ีดีแกผูใตบังคับบัญชาและประชาชน มี
คาเฉล่ียสูงสุด ( � = ๔.๑๕) รองลงมา คือ ขอ ๖ ปฏิบัติตนตอประชาชนอยางเสมอตนเสมอปลาย
( � = ๔.๐๒) และขอ ๕ ยึดหลักความถูกตองเปนธรรมในการอยูรวมกันในชุมชนและสังคม
( � = ๓.๙๘) ตามลาํ ดับ

๔.๔ ผลการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทอ งถ่นิ ในจงั หวัดเลย

สมมติฐานที่ ๑ ประชาชนที่มีเพศตางกัน มีความไววางใจทางการเมืองตอนักการเมือง
ทอ งถน่ิ ในจงั หวัดเลย แตกตา งกนั

การวิเคราะห ใชสถิติ t-test คือ กลุมตัวอยาง ๒ กลุม มีความเปนอิสระตอกัน ใชระดับ
ความเช่ือมั่น ๙๕% ดงั นั้น จะเปน ไปตามสมมติฐานตอเมื่อคา Sig. นอยกวา ๐.๐๕ และนาํ เสนอในรูป
ตารางประกอบการบรรยาย

๑๐๘

ตารางท่ี ๔.๑๗ ผลการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทองถน่ิ ในจังหวดั เลย จําแนกตามเพศ

ความไวว างใจทางการเมือง ชาย หญิง (n = ๔๐๐ คน)
ของประชาชน (๑๙๑ คน)
� S.D. (๒๐๙ คน) t Sig.
ดา นนโยบายการทาํ งาน ๓.๙๑ ๐.๗๓ � S.D. ๐.๒๒
ดานประสิทธิผลการทาํ งาน ๔.๑๕ ๐.๖๐ ๓.๘๓ ๐.๖๖ ๑.๒๓ ๐.๘๐
ดา นการสอ่ื สารทางการเมือง ๓.๗๓ ๐.๖๖ ๔.๑๔ ๐.๕๓ ๐.๒๕ ๐.๗๓
๓.๙๖ ๐.๕๙ ๓.๗๑ ๐.๖๕ ๐.๓๔ ๐.๙๑
ดานบุคลกิ ภาพ ๓.๙๔ ๐.๔๗ ๓.๙๗ ๐.๕๗ -๐.๑๑ ๐.๕๒
รวม ๓.๙๑ ๐.๔๓ ๐.๖๔

จากตารางที่ ๔.๑๗ ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมืองทองถ่ิน
ในจังหวัดเลย ในภาพรวม จําแนกตามเพศ พบวา ประชาชนท่ีมีเพศตางกัน มีความไววางใจทางการ
เมืองตอนักการเมืองทองถน่ิ ในจงั หวดั เลย ไมแ ตกตา งกัน ซึ่งไมเ ปนไปตามสมมตฐิ านท่ตี ั้งไว

เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนท่ีมีเพศตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง
ตอนักการเมืองทองถน่ิ ในจงั หวดั เลย ไมแ ตกตา งกนั ซงึ่ ไมเ ปน ไปตามสมมตฐิ านท่ตี ั้งไว

สมมติฐานที่ ๒ ประชาชนท่ีมีอายุตางกัน มีความไววางใจทางการเมืองตอนักการเมือง
ทอ งถิ่นในจังหวดั เลย แตกตา งกัน

การเปรียบเทียบ ใชสถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความ แปรปรวน
แบบทางเดียวเพ่ือเปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉล่ียที่มากกวาสองกลุม ใชระดับความเช่ือม่ัน
๙๕% จะยอมรับตามสมมตฐิ านท่ตี งั้ ไวต อเมอื่ คา Sig. นอ ยกวา ๐.๐๕

๑๐๙

ตารางที่ ๔.๑๘ ผลการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถิน่ ในจังหวัดเลย จาํ แนกตามอายุ

ความไวว างใจทางการเมือง แหลง ความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน
ดานนโยบายการทาํ งาน ระหวา งกลุม ๓.๔๓ ๔ ๐.๘๖ ๑.๘๐ ๐.๑๓
ดานประสทิ ธผิ ลการทํางาน ภายในกลุม ๑๘๗ .๗๕ ๓๙๕ ๐.๔๘
ดา นการสือ่ สารทางการเมอื ง รวม ๑๙๑ .๑๘ ๓๙๙
ดา นบคุ ลกิ ภาพ ระหวางกลุม ๑.๑๖ ๔ ๐.๒๙ ๐.๙๑ ๐.๔๖
รวม ภายในกลมุ ๑๒๖ .๑๕ ๓๙๕ ๐.๓๒
รวม ๑๒๘ .๓๑ ๓๙๙
ระหวางกลุม ๑.๕๕ ๔ ๐.๓๙ ๐.๙๐ ๐.๔๖
ภายในกลุม ๑๖๙ .๓๑ ๓๙๕ ๐.๔๓
รวม ๑๗๐ .๘๖ ๓๙๙
ระหวา งกลมุ ๐.๘๐ ๔ ๐.๒๐ ๐.๕๙ ๐.๖๗
ภายในกลุม ๑๓๓ .๒๙ ๓๙๕ ๐.๓๔
รวม ๑๓๔ .๐๙ ๓๙๙
ระหวางกลุม ๐.๖๔ ๔ ๐.๑๖ ๐.๑๘ ๐.๕๒
ภายในกลุม ๗๘ .๕๐ ๓๙๕ ๐.๒๐
รวม ๗๙ .๑๔ ๓๙๙

จากตารางที่ ๔.๑๘ ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่มี ีตอนักการเมอื งทองถิ่น
ในจังหวัดเลย ในภาพรวม จําแนกตามอายุ พบวา ประชาชนที่มีอายุตางกัน มีความไววางใจทางการ
เมอื งตอนักการเมอื งทอ งถ่ินในจงั หวดั เลย ไมแ ตกตา งกัน ซ่ึงไมเ ปนไปตามสมมตฐิ านที่ตั้งไว

เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนที่มีอายุตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง
ตอ นักการเมอื งทองถิ่นในจังหวัดเลย ไมแ ตกตา งกัน ซ่งึ ไมเปนไปตามสมมติฐานทีต่ ัง้ ไว

สมมติฐานที่ ๓ ประชาชนที่มีสถานภาพการสมรสตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง
ตอนกั การเมืองทอ งถ่นิ ในจงั หวัดเลย แตกตางกัน

การเปรียบเทียบ ใชสถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความ แปรปรวน
แบบทางเดียวเพ่ือเปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉลี่ยท่ีมากกวาสองกลุม ใชระดับความเช่ือมั่น
๙๕% จะยอมรบั ตามสมมตฐิ านทต่ี ้ังไวตอเมือ่ คา Sig. นอยกวา ๐.๐๕

๑๑๐

ตารางท่ี ๔.๑๙ ผลการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทอ งถน่ิ ในจังหวัดเลย จําแนกตามสถานภาพการสมรส

ความไววางใจทางการเมือง แหลงความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน
ดานนโยบายการทํางาน ระหวางกลุม ๓.๖๕ ๒ ๑.๘๒ ๓.๘๖ ๐.๐๒*
ภายในกลมุ ๑๘๗ .๕๓ ๓๙๗ ๐.๔๗
รวม ๑๙๑ .๑๘ ๓๙๙
ดานประสทิ ธผิ ลการทํางาน ระหวา งกลุม ๐.๖๗ ๒ ๐.๓๓ ๑.๐๕ ๐.๓๕
ภายในกลุม ๑๒๖ .๖๔ ๓๙๗ ๐.๓๒
รวม ๑๒๗ .๓๑ ๓๙๙
ดานการสื่อสารทางการเมอื ง ระหวางกลุม ๒.๖๑ ๒ ๑.๓๐ ๓.๐๘ ๐.๐๕*
ภายในกลมุ ๑๖๘ .๒๕ ๓๙๗ ๐.๔๒
รวม ๑๗๐ .๘๖ ๓๙๙
ดานบุคลิกภาพ ระหวา งกลมุ ๐.๑๑ ๒ ๐.๐๖ ๐.๑๗ ๐.๘๕
ภายในกลมุ ๑๓๓ .๒๙ ๓๙๗ ๐.๓๔
รวม ๑๓๔ .๐๙ ๓๙๙
รวม ระหวางกลมุ ๑.๐๗ ๒ ๐.๕๔ ๒.๗๒ ๐.๐๗
ภายในกลมุ ๗๘.๐๗ ๓๙๗ ๐.๒๐
รวม ๗๙.๑๔ ๓๙๙

*มีนยั สําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕

จากตารางที่ ๔.๑๙ ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถ่ิน
ในจังหวัดเลย ในภาพรวม จําแนกตามสถานภาพการสมรส พบวา ประชาชนท่ีมีสถานภาพการสมรส
ตางกัน มีความไววางใจทางการเมืองตอ นกั การเมืองทองถ่ินในจงั หวดั เลย ไมแตกตางกนั ซง่ึ ไมเ ปนไป
ตามสมมติฐานที่ตงั้ ไว

เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนท่ีมีสถานภาพการสมรสตางกัน มีความ
ไววางใจทางการเมือง ดานนโยบายการทํางาน และดานการสื่อสารทางการเมือง แตกตางกัน อยางมี
นัยสาํ คญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั ๐.๐๕ ซงึ่ เปนไปตามสมมติฐานที่ตัง้ ไว นอกน้ัน ไมแตกตา งกัน

ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความไววางใจทางการเมือง ๒
ดาน ดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยที่สุด (Least Significant Difference : LSD.) รายละเอียดดังแสดง
ในตารางที่ ๔.๒๐ – ๔.๒๑

๑๑๑

ตารางที่ ๔.๒๐ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความไววางใจทางการเมือง
ดานนโยบายการทํางาน ดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยท่ีสุด (LSD.) จําแนกตาม
สถานภาพการสมรส

สถานภาพการสมรส
สถานภาพการสมรส � โสด สมรส หยา รา ง/หมาย/แยกกนั อยู
๓.๘๕ ๓.๙๓ ๓.๖๒
โสด ๓.๘๕ - -.๐๗๗
สมรส .๒๓๒
หยา รา ง/หมา ย/แยกกนั อยู
๓.๙๓ - .๓๐๙*

๓.๖๒ -

จากตารางท่ี ๔.๒๐ พบวา ประชาชนท่ีมีสถานภาพการสมรสตางกัน มีความไววางใจ
ทางการเมืองตอนักการเมืองทองถ่นิ ในจงั หวัดเลย ดานนโยบายการทํางาน จําแนกตามสถานภาพการ
สมรส แตกตา งกนั อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถติ ิท่ีระดบั ๐.๐๕ มีจาํ นวน ๑ คู ไดแ ก

ประชาชนที่มีสถานภาพการสมรส มีความไววางใจทางการเมือง ดานนโยบายการทํางาน
แตกตางจากประชาชนท่มี ีสถานภาพ หยาราง/หมา ย/แยกกนั อยู

นอกน้ัน ประชาชนมคี วามไวว างใจทางการเมอื ง ไมแตกตา งกนั

ตารางท่ี ๔.๒๑ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความไววางใจทางการเมือง
ดานการส่ือสารทางการเมือง ดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยท่ีสุด (LSD.) จําแนกตาม
สถานภาพการสมรส

สถานภาพการ � โสด สถานภาพการสมรส
สมรส ๓.๗๐ สมรส หยา รา ง/หมา ย/แยกกันอยู
๓.๗๗ ๓.๕๑
โสด ๓.๗๐ - -.๐๗๒ .๑๘๘
สมรส ๓.๗๗ - .๒๖๐*
หยาราง/หมาย/ ๓.๕๑ -
แยกกันอยู

จากตารางท่ี ๔.๒๑ พบวา ประชาชนที่มีสถานภาพการสมรสตางกัน มีความไววางใจ
ทางการเมอื งตอนักการเมืองทอ งถิ่นในจงั หวัดเลย ดานการส่ือสารทางการเมือง จําแนกตามสถานภาพ
การสมรส แตกตางกนั อยางมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิทีร่ ะดบั ๐.๐๕ มีจํานวน ๑ คู ไดแ ก

ประชาชนที่มีสถานภาพการสมรส มีความไววางใจทางการเมือง ดานการสื่อสารทาง
การเมือง แตกตางจากประชาชนทมี่ ีสถานภาพ หยา ราง/หมา ย/แยกกันอยู

นอกน้นั ประชาชนมีความไวว างใจทางการเมือง ไมแ ตกตา งกัน

๑๑๒

สมมติฐานท่ี ๔ ประชาชนที่มีอาชีพตางกัน มีความไววางใจทางการเมืองตอนักการเมือง
ทองถนิ่ ในจงั หวดั เลย แตกตา งกนั

การเปรียบเทียบ ใชสถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความ แปรปรวน
แบบทางเดียวเพ่ือเปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉล่ียท่ีมากกวาสองกลุม ใชระดับความเชื่อม่ัน
๙๕% จะยอมรับตามสมมติฐานทตี่ ั้งไวตอ เมือ่ คา Sig. นอ ยกวา ๐.๐๕

ตารางท่ี ๔.๒๒ ผลการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทองถนิ่ ในจงั หวัดเลย จาํ แนกตามอาชีพ

ความไวว างใจทางการเมือง แหลงความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน ๔.๙๑ ๕ ๐.๙๘ ๒.๐๘ ๐.๐๗
ดานนโยบายการทาํ งาน ระหวา งกลมุ ๑๘๖
ภายในกลมุ ๑๙๑ .๒๖ ๓๙๔ ๐.๔๗
รวม ๑.๓๓ .๑๘ ๓๙๙
ดา นประสิทธิผลการทาํ งาน ระหวางกลุม ๑๒๕
ภายในกลมุ ๑๒๗ ๕ ๐.๒๗ ๐.๘๓ ๐.๕๓
รวม ๒.๑๖ .๙๘ ๓๙๔ ๐.๓๒
ดานการส่ือสารทางการเมือง ระหวางกลุม ๑๖๘ .๓๑ ๓๙๙
ภายในกลุม ๑๗๐
รวม ๒.๓๗ ๕ ๐.๔๓ ๑.๐๑ ๐.๔๑
ดานบุคลิกภาพ ระหวา งกลุม ๑๓๑ .๗๐ ๓๙๔ ๐.๔๓
ภายในกลมุ ๑๓๔ .๘๖ ๓๙๙
รวม ๑.๒๓
รวม ระหวา งกลุม ๗๗.๙๑ ๕ ๐.๕๕ ๑.๖๔ ๐.๑๕
ภายในกลมุ ๗๙.๑๔ .๓๖ ๓๙๔ ๐.๓๓
รวม .๐๙ ๓๙๙

๕ ๐.๒๕ ๑.๒๔ ๐.๒๙
๓๙๔ ๐.๒๐
๓๙๙

จากตารางที่ ๔.๒๒ ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนทีม่ ีตอนักการเมอื งทองถ่ิน
ในจังหวัดเลย ในภาพรวม จําแนกตามอาชีพ พบวา ประชาชนที่มีอาชีพตางกัน มีความไววางใจ
ทางการเมืองตอนกั การเมอื งทอ งถิ่นในจงั หวัดเลย ไมแ ตกตา งกัน ซ่งึ ไมเปน ไปตามสมมติฐานทต่ี ั้งไว

เมือ่ พิจารณาเปน รายดาน พบวา ประชาชนที่มีอาชีพตางกัน มีความไววางใจทางการเมอื ง
ตอ นักการเมอื งทอ งถิน่ ในจังหวัดเลย ไมแ ตกตา งกัน ซง่ึ ไมเ ปนไปตามสมมตฐิ านทต่ี ้งั ไว

๑๑๓

สมมติฐานท่ี ๕ ประชาชนที่มีการศึกษาตางกัน มีความไววางใจทางการเมืองตอ
นกั การเมอื งทองถน่ิ ในจงั หวัดเลย แตกตา งกนั

การเปรียบเทียบ ใชสถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความ แปรปรวน
แบบทางเดียวเพ่ือเปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉลี่ยท่ีมากกวาสองกลุม ใชระดับความเช่ือมั่น
๙๕% จะยอมรับตามสมมติฐานท่ีตั้งไวต อ เมือ่ คา Sig. นอยกวา ๐.๐๕

ตารางท่ี ๔.๒๓ ผลการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมือง
ทอ งถน่ิ ในจงั หวัดเลย จาํ แนกตามระดับการศกึ ษา

ความไววางใจทางการเมือง แหลง ความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน ๙.๗๒ ๕ ๐.๙๔ ๔.๒๒ ๐.๐๐*
ดา นนโยบายการทํางาน ระหวา งกลมุ ๑๘๑
ภายในกลมุ ๑๙๑ .๔๖ ๓๙๔ ๐.๔๖
รวม ๒.๒๑ .๑๘ ๓๙๙
ดา นประสทิ ธิผลการทาํ งาน ระหวา งกลมุ ๑๒๕
ภายในกลมุ ๑๒๗ ๕ ๐.๔๔ ๑.๓๙ ๐.๒๓
รวม ๖.๔๗ .๑๐ ๓๙๔ ๐.๓๒
ดานการสื่อสารทางการเมอื ง ระหวา งกลมุ ๑๖๔ .๓๑ ๓๙๙
ภายในกลุม ๑๗๐
รวม ๑.๘๙ ๕ ๑.๒๙ ๓.๑๐ ๐.๐๑*
ดานบุคลิกภาพ ระหวา งกลุม ๑๓๑ .๓๙ ๓๙๔ ๐.๔๒
ภายในกลุม ๑๓๔ .๘๖ ๓๙๙
รวม ๒.๕๖
รวม ระหวางกลมุ ๗๖.๕๗ ๕ ๐.๓๘ ๑.๑๓ ๐.๓๕
ภายในกลมุ ๗๙.๑๔ .๓๖ ๓๙๔ ๐.๓๓
รวม .๐๙ ๓๙๙

๕ ๐.๕๑ ๒.๖๔ ๐.๐๒*
๓๙๔ ๐.๑๙
๓๙๙

*มีนัยสําคญั ทางสถติ ิท่รี ะดับ ๐.๐๕

จากตารางท่ี ๔.๒๓ ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนทีม่ ีตอนักการเมืองทองถิ่น
ในจังหวดั เลย ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษา พบวา ประชาชนทมี่ ีระดับการศึกษาตางกัน มี
ความไววางใจทางการเมืองตอ นกั การเมืองทองถิ่นในจังหวดั เลย แตกตา งกนั อยางมีนยั สาํ คัญทางสถิติ
ทีร่ ะดับ ๐.๐๕ ซ่งึ เปน ไปตามสมมติฐานทีต่ ้ังไว

เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาตางกัน มีความไววางใจ
ทางการเมือง ดานนโยบายการทํางาน และดานการสอ่ื สารทางการเมือง แตกตางกัน อยา งมีนัยสําคัญ
ทางสถติ ทิ ่รี ะดับ ๐.๐๕ นอกนนั้ ไมแตกตา งกัน

๑๑๔

ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความไววางใจทางการเมือง ใน
ภาพรวมและ ๒ ดาน ดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยที่สุด (Least Significant Difference : LSD.)
รายละเอียดดงั แสดงในตารางที่ ๔.๒๔ – ๔.๒๖

ตารางที่ ๔.๒๔ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความไววางใจทางการเมือง ใน
ภาพรวม ดว ยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยทีส่ ุด (LSD.) จําแนกตาม ระดับการศึกษา

ระดับการศึกษา
ชน้ั
ระดบั การศกึ ษา � ช้ัน ชั้นมัธยม มัธยมศึกษา ปวส. ปรญิ ญา สงู กวา
ประถมศกึ ษา ศกึ ษา ตรี ปริญญา
ปท่ี ๓ ปที่ ๖/
ปวช. ตรี

๓.๙๓ ๓.๙๓ ๓.๙๕ ๓.๘๔ ๓.๘๕ ๔.๑๑

ชน้ั ประถมศึกษา ๓.๙๓ - -.๐๐๕ -.๐๒๒ .๐๘๖ .๐๘๐ -.๑๘๕

ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ ๓ ๓.๙๓ - -.๐๑๗ .๐๙๑ .๐๘๕ -.๑๘๐
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๖/
ปวช. ๓.๙๕ - .๑๐๘ .๑๐๒ -.๑๖๓*

ปวส. ๓.๘๔ - -.๐๐๖ -.๒๗๑*
ปรญิ ญาตรี ๓.๘๕ - -.๒๖๕*
สูงกวา ปรญิ ญาตรี ๔.๑๑ -

จากตารางที่ ๔.๒๔ พบวา ประชาชนทม่ี ีระดบั การศึกษาตางกัน มีความไวว างใจทางการ
เมืองตอ นักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษา แตกตางกัน อยาง
มนี ัยสําคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั ๐.๐๕ มจี าํ นวน ๓ คู ไดแ ก

ประชาชนท่ีมรี ะดับการศึกษาช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี ๖/ปวช. มีความไววางใจทางการเมือง ใน
ภาพรวม แตกตางจากประชาชนท่ีมีระดบั การศึกษา สงู กวาปรญิ ญาตรี

ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษา ปวส. มีความไววางใจทางการเมือง ในภาพรวม แตกตาง
จากประชาชนทีม่ ีระดับการศกึ ษา สูงกวาปรญิ ญาตรี

ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีความไววางใจทางการเมือง ในภาพรวม
แตกตางจากประชาชนทม่ี ีระดับการศึกษา สูงกวา ปรญิ ญาตรี

นอกนัน้ ประชาชนมีความไววางใจทางการเมอื ง ไมแตกตางกนั

๑๑๕

ตารางที่ ๔.๒๕ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความไววางใจทางการเมือง
ดา นนโยบายการทํางาน ดวยวิธีผลตางนัยสาํ คัญนอยที่สุด (LSD.) จาํ แนกตาม ระดับ
การศึกษา

ระดบั การศึกษา
ชนั้ มัธยม ชน้ั
ระดับการศกึ ษา � ชัน้ ศึกษา มธั ยมศึกษา ปวส. ปริญญา สูงกวา
ประถมศึกษา ปท่ี ๓ ปท ่ี ๖/ปวช. ตรี ปริญญาตรี

๓.๘๒ ๓.๘๘ ๓.๘๘ ๓.๗๐ ๓.๗๙ ๔.๒๘

ชน้ั ประถมศกึ ษา ๓.๘๒ - -.๐๕๒ -.๐๕๔ .๑๒๘ .๐๔๐ -.๔๕๔*
- -.๐๐๓ .๑๘๐ .๐๙๑ -.๔๐๒*
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ ๓ ๓.๘๘
- .๑๘๓ .๐๙๔ -.๔๐๐*
ชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี ๖/ ๓.๘๘
ปวช. - -.๐๘๙ -.๕๘๓*
ปวส. ๓.๗๐ - -.๔๙๔*
ปริญญาตรี ๓.๗๙ -

สูงกวา ปริญญาตรี ๔.๒๘

จากตารางท่ี ๔.๒๕ พบวา ประชาชนที่มีระดับการศกึ ษาตางกัน มีความไวว างใจทางการ
เมืองตอนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ดานนโยบายการทํางาน จําแนกตามระดับการศึกษา
แตกตางกัน อยางมีนัยสําคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๕ คู ไดแก

ประชาชนท่ีมรี ะดับการศึกษาชั้นประถมศกึ ษา มีความไววางใจทางการเมือง ดานนโยบาย
การทาํ งาน แตกตางจากประชาชนท่ีมีระดับการศกึ ษา สงู กวา ปรญิ ญาตรี

ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปท่ี ๓ มีความไววางใจทางการเมือง ดาน
นโยบายการทาํ งาน แตกตางจากประชาชนท่ีมีระดับการศกึ ษา สงู กวาปริญญาตรี

ประชาชนที่มีระดับการศึกษาช้ันมัธยมปที่ ๖ /ปวช. มีความไววางใจทางการเมือง ดาน
นโยบายการทาํ งาน แตกตา งจากประชาชนทม่ี ีระดบั การศกึ ษา สงู กวาปริญญาตรี

ประชาชนท่มี รี ะดับการศึกษา ปวส. มีความไววางใจทางการเมือง ดา นนโยบายการทํางาน
แตกตา งจากประชาชนท่ีมีระดบั การศกึ ษา สูงกวาปรญิ ญาตรี

ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีความไววางใจทางการเมือง ดานนโยบายการ
ทาํ งาน แตกตางจากประชาชนทมี่ ีระดับการศกึ ษา สูงกวา ปริญญาตรี

นอกนน้ั ประชาชนมคี วามไววางใจทางการเมือง ไมแ ตกตางกัน

๑๑๖

ตารางท่ี ๔.๒๖ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความไววางใจทางการเมือง
ดานการส่ือสารทางการเมือง ดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยที่สุด (LSD.) จําแนกตาม
ระดบั การศกึ ษา

ระดบั การศึกษา สงู กวา
ชนั้ ชั้นมธั ยม ชนั้ ปรญิ ญา
ระดบั การศึกษา � ประถม ศกึ ษา มัธยมศึกษา ปวส. ปริญญา
ศกึ ษา ปท ี่ ๓ ปท ่ี ๖/ปวช. ตรี ตรี
ชนั้ ประถมศกึ ษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี ๓ ๓.๗๒ ๓.๖๖ ๓.๘๐ ๓.๖๙ ๓.๕๕ ๓.๙๗
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี ๖/
ปวช. ๓.๗๒ - .๐๕๙ -.๐๘๕ .๐๓๓ ๑.๖๗ -.๒๕๒
ปวส.
ปรญิ ญาตรี ๓.๖๖ - -.๑๔๔ -.๐๒๖ .๑๐๗ -.๓๑๑*
สูงกวาปรญิ ญาตรี
๓.๘๐ - .๑๑๙ .๒๕๒* -.๑๖๗

๓.๖๙ - -.๑๓๓ -.๒๘๖*
๓.๕๕ - -.๔๑๙*
๓.๙๗ -

จากตารางท่ี ๔.๒๖ พบวา ประชาชนที่มีระดับการศกึ ษาตางกัน มีความไววางใจทางการ
เมืองตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ดานการส่ือสารทางการเมือง จําแนกตามระดับการศึกษา
แตกตา งกนั อยางมนี ัยสําคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๔ คู ไดแก

ประชาชนที่มีระดับการศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปท่ี ๓ มีความไววางใจทางการเมือง ดาน
การสือ่ สารทางการเมือง แตกตา งจากประชาชนทีม่ รี ะดับการศึกษา สงู กวา ปริญญาตรี

ประชาชนที่มีระดับการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปท่ี ๖/ปวช. มีความไววางใจทางการเมือง
ดานการสอื่ สารทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนทมี่ รี ะดบั การศึกษาปรญิ ญาตรี

ประชาชนที่มีระดับการศึกษา ปวส. มีความไววางใจทางการเมือง ดานการส่ือสารทาง
การเมือง แตกตางจากประชาชนที่มีระดับการศกึ ษาปริญญาตรี

ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาปริญญาตรี มีความไววางใจทางการเมือง แตกตางจาก
ประชาชนทม่ี รี ะดับการศกึ ษาสงู กวา ปริญญาตรี

นอกน้ัน ประชาชนมคี วามไวว างใจทางการเมอื งไมแ ตกตางกนั

๑๑๗

สมมติฐานที่ ๖ ประชาชนที่มีรายไดตอเดือนตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง
นักการเมืองทองถิน่ ในจังหวัดเลย แตกตางกนั

การเปรียบเทียบ ใชสถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความ แปรปรวน
แบบทางเดียวเพ่ือเปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉล่ียท่ีมากกวาสองกลุม ใชระดับความเชื่อม่ัน
๙๕% จะยอมรับตามสมมตฐิ านทีต่ ง้ั ไวต อเมื่อคา Sig. นอยกวา ๐.๐๕

ตารางที่ ๔.๒๗ ผลการเปรียบเทียบความไววางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีตอนักการเมือง
ทอ งถนิ่ ในจงั หวัดเลย จาํ แนกตามรายไดต อ เดือน

ความไววางใจทางการเมือง แหลงความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน
ดานนโยบายการทาํ งาน ระหวางกลมุ ๔.๓๙ ๔ ๑.๑๐ ๒.๓๒ ๐.๐๖
ภายในกลมุ ๑๘๖ .๗๙ ๓๙๕ ๐.๔๗
รวม ๑๙๑ .๑๘ ๓๙๙
ดานประสิทธิผลการทํางาน ระหวา งกลุม ๕.๑๕ ๔ ๑.๒๙ ๔.๑๖ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ ๑๒๒ .๑๕ ๓๙๕ ๐.๓๑
รวม ๑๒๗ .๓๑ ๓๙๙
ดานการสื่อสารทางการเมือง ระหวา งกลมุ ๒.๖๒ ๔ ๐.๖๕ ๑.๕๔ ๐.๑๙
ภายในกลมุ ๑๖๘ .๒๔ ๓๙๕ ๐.๔๓
รวม ๑๗๐ .๘๖ ๓๙๙
ดานบคุ ลิกภาพ ระหวางกลมุ ๒.๗๐ ๔ ๐.๖๗ ๒.๐๓ ๐.๐๙
ภายในกลุม ๑๓๑ .๓๙ ๓๙๕ ๐.๓๓
รวม ๑๓๔ .๐๙ ๓๙๙
รวม ระหวา งกลุม ๑.๗๔ ๔ ๐.๔๔ ๒.๒๒ ๐.๐๗
ภายในกลุม ๗๗.๓๙ ๓๙๕ ๐.๒๐
รวม ๗๙ .๑๔ ๓๙๙
*มีนัยสําคญั ทางสถิติท่ีระดบั ๐.๐๕

จากตารางที่ ๔.๒๗ ความไววางใจทางการเมืองของประชาชนท่ีมีตอนักการเมืองทองถิ่น
ในจังหวัดเลยในภาพรวม จําแนกตามรายไดตอเดือน พบวา ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือนตางกัน มี
ความไววางใจทางการเมืองตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ไมแตกตางกัน ซึ่งไมเปนไปตาม
สมมติฐานทตี่ ง้ั ไว

เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือนตางกัน มีความไววางใจ
ทางการเมือง ดานประสิทธิผลการทํางาน แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕
นอกน้ันไมแตกตา งกัน

๑๑๘

ดังน้ัน จึงทําการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความไววางใจทางการเมือง ๑
ดาน ดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยท่ีสุด (Least Significant Difference : LSD.) รายละเอียดดังแสดง
ในตารางที่ ๔.๒๘

ตารางที่ ๔.๒๘ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความไววางใจทางการเมือง
ดานประสิทธิผลการทํางาน ดวยวิธีผลตางนัยสําคัญนอยที่สุด (LSD.) จําแนกตาม
รายไดต อเดอื น

รายไดต อ เดือน
ตาํ่ กวา ๕,๐๐๐๐ – ๑๐,๐๐๑ – ๑๕,๐๐๑ –
รายไดต อเดือน � ๕,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐ ๒๐,๐๐๐ ๒๐,๐๐๑
บาท บาทขนึ้ ไป
บาท บาท บาท
๓.๘๙ ๔.๐๘ ๔.๑๙ ๔.๑๒ ๔.๔๖

ต่ํากวา ๕,๐๐๐ บาท ๓.๘๙ - -.๑๙๔ -.๓๐๗* -.๒๓๗ -.๕๗๓*

๕,๐๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ บาท ๔.๐๘ - -.๑๑๓ -.๐๔๓ -.๓๗๙*

๑๐,๐๐๑ – ๑๕,๐๐๐๐ บาท ๔.๑๙ - .๐๗๐ -.๒๖๖*
- -.๓๓๖*
๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท ๔.๑๒ -
๒๐,๐๐๑ บาทข้นึ ไป
๔.๔๖

จากตารางท่ี ๔.๒๘ พบวา ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือนตางกัน มีความไวว างใจทางการ
เมืองตอนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ดานประสิทธิผลการทํางาน จําแนกตามรายไดตอเดือน
แตกตา งกัน อยางมนี ยั สําคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดบั ๐.๐๕ มีจํานวน ๕ คู ไดแ ก

ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือน ตํ่ากวา ๕,๐๐๐ บาท มีความไววางใจทางการเมือง ดาน
ประสิทธิผลการทํางาน แตกตางจากประชาชนที่มีรายไดตอเดือน ๑๐,๐๐๑ – ๑๕,๐๐๐ และ
แตกตางจากประชาชนที่มีรายไดต อ เดือน ๒๐,๐๐๑ ขน้ึ ไป

ประชาชนที่มีรายไดตอเดือน ๕,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ บาท มีความไววางใจทางการเมือง
ดานประสิทธผิ ลการทํางาน แตกตา งจากประชาชนทมี่ ีรายไดต อเดอื น ๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป

ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือน ๑๐,๐๐๑ – ๑๕,๐๐๐ บาท บาท มีความไววางใจทางการ
เมอื ง ดา นประสิทธผิ ลการทาํ งาน แตกตางจากประชาชนท่มี รี ายไดต อเดือน ๒๐,๐๐๑ ขนึ้ ไป

ประชาชนท่ีมีรายไดตอเดือน ๑๕,๐๐๑ – ๒๐,๐๐๐ บาท มีความไววางใจทางการเมือง
ดานประสิทธผิ ลการทาํ งาน แตกตางจากประชาชนที่มรี ายไดต อ เดอื น ๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป

นอกนน้ั ประชาชนมีความไววางใจทางการเมือง ไมแตกตา งกัน

๑๑๙

๔.๕ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมอื งทอ งถิ่นในจังหวัดเลย

สมมติฐานท่ี ๗ ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ตางกนั มคี วามไวว างใจทางการเมอื ง แตกตางกัน

การเปรียบเทียบ ใชสถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความ แปรปรวน
แบบทางเดียวเพ่ือเปรียบเทียบความแตกตางของคาเฉลี่ยที่มากกวาสองกลุม ใชระดับความเชื่อม่ัน
๙๕% จะยอมรบั ตามสมมตฐิ านที่ตัง้ ไวตอ เมอื่ คา Sig. นอยกวา ๐.๐๕

ตารางท่ี ๔.๒๙ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ
๔ ของนกั การเมอื งทองถ่นิ ในจงั หวัดเลย

ความไววางใจทางการเมือง แหลงความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน ๑๔.๓๘ ๒ ๗.๑๙ ๑๓.๒๘ ๐.๐๐*
ดานนโยบายการทาํ งาน ระหวางกลมุ
ภายในกลมุ ๒๑๐ .๖๘ ๓๘๙ ๐.๕๔
รวม ๒๒๕ .๐๖ ๓๙๑
ดานประสทิ ธิผลการทํางาน ระหวา งกลมุ ๗.๙๓
ภายในกลุม ๑๕๖ ๒ ๓.๙๗ ๙.๘๙ ๐.๐๐*
รวม ๑๖๔ .๐๖ ๓๘๙ ๐.๔๐
ดา นการสือ่ สารทางการเมอื ง ระหวา งกลมุ ๒๕.๘๒ .๐๐ ๓๙๑
ภายในกลมุ ๑๘๗
รวม ๒๑๓ ๒ ๑๒.๙๑ ๒๖.๗๙ ๐.๐๐*
ดา นบุคลิกภาพ ระหวา งกลมุ ๙.๓๙ .๔๖ ๓๘๙ ๐.๔๘
ภายในกลมุ ๑๔๘ .๓๘ ๓๙๑
รวม ๑๕๘
รวม ระหวา งกลุม ๑๐.๙๔ ๒ ๔.๗๐ ๑๒.๒๗ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ ๙๐.๔๕ .๘๘ ๓๘๙ ๐.๓๘
รวม ๑๐๑ .๒๘ ๓๙๑

๒ ๕.๔๗ ๒๓.๒๙ ๐.๐๐*
๓๘๙ ๐.๒๓
.๓๙ ๓๙๑

*มีนัยสาํ คัญทางสถิตทิ ี่ระดบั ๐.๐๕

จากตารางท่ี ๔.๒๙ ความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ในภาพรวม พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติ
ตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง แตกตางกัน ซึ่งเปนไปตามสมมติฐาน
ท่ีตงั้ ไว

เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ดาน

๑๒๐

นโยบายการทํางาน ดานประสิทธิผลการทํางาน ดานการส่ือสารทางการเมือง ดานบุคลิกภาพ
แตกตางกันอยา งมนี ยั สาํ คัญทางสถติ ทิ รี่ ะดบั ๐.๐๕

ดังน้ัน จึงทําการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมอื งทองถิน่ ในจังหวัดเลย ในภาพรวมและ ๔ ดาน ดวยวธิ ีผลตา งนัยสําคัญ
นอยที่สุด (Least Significant Difference : LSD.) รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ ๔.๓๐ – ๔.๓๔

ตารางท่ี ๔.๓๐ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคิดเหน็ ตอการปฏิบัติตนตามหลกั สังคห
วตั ถุ ๔ ของนักการเมืองทอ งถิ่นในจังหวดั เลย

สังคหวัตถุ ๔ � ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ
ปานกลาง ๓.๗๑ ๓.๙๙ ๔.๕๐
๓.๗๑ - -.๒๗๘* -.๗๙๓*
มาก ๓.๙๙ -.๕๑๕*
มากท่ีสุด ๔.๕๐ -
-

จากตารางท่ี ๔.๓๐ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ในภาพรวม
แตกตา งกัน อยางมีนัยสําคัญทางสถติ ิที่ระดบั ๐.๐๕ มจี าํ นวน ๓ คู ไดแก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่สี ดุ

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตางจากประชาชนทีม่ ีความคดิ เหน็ ตอ การปฏิบัติตนตามหลกั สังคหวัตถุ ๔ มากทส่ี ุด

ตารางที่ ๔.๓๑ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบตั ิตนตามหลักสังคห
วตั ถุ ๔ ของนกั การเมอื งทองถนิ่ ในจงั หวดั เลย จําแนกตาม ดา นนโยบายการทาํ งาน

สงั คหวัตถุ ๔ � ปานกลาง มาก มากที่สุด
ปานกลาง ๓.๖๐ ๓.๙๖ ๔.๔๑
๓.๖๐ - -.๓๖๐* -.๘๑๒*
มาก ๓.๙๖ -.๔๕๒*
มากทส่ี ุด ๔.๔๑ -
-

จากตารางที่ ๔.๓๑ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวดั เลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จาํ แนกตาม ดาน
นโยบายการทาํ งาน แตกตา งกนั อยางมีนยั สาํ คญั ทางสถิตทิ ่ีระดับ ๐.๐๕ มจี ํานวน ๓ คู ไดแก

๑๒๑

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่ีสดุ

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตางจากประชาชนทีม่ คี วามคิดเห็นตอ การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สังคหวตั ถุ ๔ มากทส่ี ดุ

ตารางที่ ๔.๓๒ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลีย่ รายคูความคิดเห็นตอ การปฏิบตั ติ นตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานประสิทธิผลการ
ทาํ งาน

สงั คหวัตถุ ๔ � ปานกลาง มาก มากทส่ี ุด
ปานกลาง ๔.๐๔ ๔.๓๑ ๔.๖๕
๔.๐๔ - -.๒๖๕* -.๖๐๗*
มาก ๔.๓๑ -.๓๔๒*
มากทส่ี ุด ๔.๖๕ -
-

จากตารางที่ ๔.๓๒ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
ประสิทธิผลการทํางาน แตกตางกัน อยางมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ิทีร่ ะดบั ๐.๐๕ มจี ํานวน ๓ คู ไดแ ก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่สี ดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนท่ีมคี วามคิดเหน็ ตอการปฏบิ ตั ิตนตามหลกั สงั คหวัตถุ ๔ มากที่สดุ

ตารางท่ี ๔.๓๓ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคดิ เห็นตอการปฏิบัตติ นตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานการสื่อสารทาง
การเมอื ง

สงั คหวตั ถุ ๔ � ปานกลาง มาก มากท่สี ุด
ปานกลาง ๓.๔๘ ๓.๙๕ ๔.๕๙
๓.๔๘ - -.๔๓๗* -๑.๑๐๘*
มาก ๓.๙๕ -.๖๓๖*
มากทสี่ ดุ ๔.๕๙ -
-

๑๒๒

จากตารางท่ี ๔.๓๓ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
การสอื่ สารทางการเมือง แตกตา งกัน อยา งมนี ัยสาํ คญั ทางสถิตทิ ่ีระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๓ คู ไดแก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่สี ดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนทม่ี คี วามคดิ เหน็ ตอการปฏบิ ตั ิตนตามหลักสังคหวตั ถุ ๔ มากที่สดุ

ตารางท่ี ๔.๓๔ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสงั คหวตั ถุ ๔ ของนกั การเมอื งทอ งถ่นิ ในจงั หวดั เลย จาํ แนกตาม ดานบุคลิกภาพ

สงั คหวตั ถุ ๔ � ปานกลาง มาก มากทสี่ ุด
ปานกลาง ๓.๘๖ ๔.๑๑ ๔.๕๙
๓.๘๖ - -.๒๔๙* -.๗๒๘*
มาก ๔.๑๑ -.๔๗๙*
มากทส่ี ดุ ๔.๕๙ -
-

จากตารางท่ี ๔.๓๔ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
บคุ ลิกภาพ แตกตา งกนั อยา งมีนัยสําคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ ๐.๐๕ มจี ํานวน ๓ คู ไดแก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทส่ี ุด

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตา งจากประชาชนท่ีมคี วามคดิ เหน็ ตอการปฏบิ ัตติ นตามหลกั สังคหวัตถุ ๔ มากทสี่ ดุ

๑๒๓

ตารางท่ี ๔.๓๕ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ
๔ ของนกั การเมอื งทอ งถน่ิ ในจังหวดั เลย จําแนกตามดานทาน

ความไววางใจทางการเมือง แหลง ความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน ๑๘.๙๔ ๓ ๖.๓๑ ๑๑.๙๗ ๐.๐๐*
ดานนโยบายการทํางาน ระหวางกลุม
ภายในกลุม ๒๐๘ .๙๙ ๓๙๖ ๐.๕๓
รวม ๒๒๗ .๙๔ ๓๙๙
ดานประสิทธผิ ลการทํางาน ระหวางกลมุ ๗.๖๑
ภายในกลมุ ๑๖๐ ๓ ๒.๕๔ ๖.๒๗ ๐.๐๐*
รวม ๑๖๗ .๓๐ ๓๙๖ ๐.๔๐
ดานการสอื่ สารทางการเมอื ง ระหวา งกลมุ ๒๐.๗๖ .๙๑ ๓๙๙
ภายในกลมุ ๑๙๘
รวม ๒๑๙ ๓ ๖.๙๒ ๑๓.๗๘ ๐.๐๐*
ดา นบุคลกิ ภาพ ระหวางกลมุ ๑๑.๑๒ .๘๓ ๓๙๖ ๐.๕๐
ภายในกลุม ๑๙๔ .๕๙ ๓๙๙
รวม ๑๕๘
รวม ระหวางกลุม ๙.๓๗ ๓ ๓.๗๑ ๙.๘๔ ๐.๐๐*
ภายในกลุม ๙๔.๐๖ .๑๙ ๓๙๖ ๐.๓๘
รวม ๑๐๑ .๒๘ ๓๙๑

๓ ๓.๑๒ ๑๓.๐๑ ๐.๐๐*
๓๙๒ ๐.๒๔
.๓๙ ๓๙๕

*มีนยั สาํ คัญทางสถิติท่ีระดบั ๐.๐๕

จากตารางท่ี ๔.๓๕ ความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตามดานทาน ในภาพรวม พบวา ประชาชนท่ีมีความ
คิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง แตกตางกัน ซ่ึง
เปนไปตามสมมตฐิ านท่ีต้ังไว

เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ดาน
นโยบายการทํางาน ดานประสิทธิผลการทํางาน ดานการสื่อสารทางการเมือง ดานบุคลิกภาพ
แตกตา งกันอยา งมีนยั สาํ คัญทางสถิติทร่ี ะดับ ๐.๐๕

ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัติตน
ตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ในภาพรวมและ ๔ ดาน ดวยวิธีผลตาง
นัยสําคญั นอยท่ีสดุ (Least Significant Difference : LSD.) รายละเอียดดังแสดงในตารางท่ี ๔.๓๖ –
๔.๔๐

๑๒๔

ตารางท่ี ๔.๓๖ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลยี่ รายคูความคดิ เห็นตอการปฏิบตั ิตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนกั การเมืองทอ งถนิ่ ในจงั หวดั เลย จําแนกตาม ดานทาน

สงั คหวัตถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ
นอ ย ๔.๐๐ ๓.๗๕ ๔.๐๐ ๔.๒๔
๔.๐๐ - .๒๕๐ .๐๐๕ -.๒๔๔
ปานกลาง ๓.๗๕ - -.๒๔๕* -.๔๙๔*
มาก ๔.๐๐ - -.๒๔๙*
๔.๒๔ -
มากทสี่ ุด

จากตารางท่ี ๔.๓๖ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
ทาน ในภาพรวม แตกตา งกนั อยางมีนยั สาํ คัญทางสถติ ิทีร่ ะดบั ๐.๐๕ มจี ํานวน ๓ คู ไดแก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่สี ดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนที่มีความคดิ เห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวตั ถุ ๔ มากท่สี ดุ

ตารางท่ี ๔.๓๗ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉล่ยี รายคูความคดิ เห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วตั ถุ ๔ ของนักการเมืองทองถน่ิ ในจังหวดั เลย จําแนกตาม ดา นนโยบายการทาํ งาน

สงั คหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากทส่ี ุด
นอ ย
๔.๑๑ ๔.๑๑ ๓.๖๑ ๓.๙๘ ๔.๒๗
ปานกลาง ๓.๖๑ - .๔๙๘* .๑๓๕ -.๑๖๒
มาก ๓.๙๘ - -.๓๖๓* -.๖๖๐*
๔.๒๗ - -.๒๙๗*
มากทสี่ ดุ -

จากตารางท่ี ๔.๓๗ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
นโยบายการทํางาน แตกตางกนั อยางมีนัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๔ คู ไดแก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ นอย มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนทีม่ ีความคิดเห็นตอการปฏบิ ัตติ นตามหลักสงั คหวตั ถุ ๔ ปานกลาง

๑๒๕

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากที่สุด

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตา งจากประชาชนทีม่ ีความคิดเหน็ ตอ การปฏบิ ตั ิตนตามหลกั สงั คหวตั ถุ ๔ มากทีส่ ุด

ตารางท่ี ๔.๓๘ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลย่ี รายคูความคดิ เหน็ ตอ การปฏิบตั ติ นตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานประสิทธิผลการ
ทํางาน

สงั คหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากท่ีสุด
นอย ๔.๐๐ ๔.๑๒ ๔.๓๑ ๔.๕๕
๔.๐๐ - -.๑๑๗ -.๓๑๔ -.๕๔๕*
ปานกลาง ๔.๑๒ - -.๑๙๗* -.๔๒๙*
มาก ๔.๓๑ - -.๒๓๑*
๔.๕๕ -
มากทส่ี ดุ

จากตารางที่ ๔.๓๘ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
ประสทิ ธผิ ลการทาํ งาน แตกตา งกนั อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถติ ิที่ระดับ ๐.๐๕ มจี ํานวน ๔ คู ไดแก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ นอย มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตา งจากประชาชนทีม่ คี วามคิดเหน็ ตอการปฏิบตั ติ นตามหลักสงั คหวัตถุ ๔ มากทส่ี ดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทีส่ ดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนทมี่ คี วามคิดเหน็ ตอ การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สงั คหวัตถุ ๔ มากทีส่ ดุ

๑๒๖

ตารางที่ ๔.๓๙ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบตั ติ นตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานการสื่อสารทาง
การเมือง

สังคหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากทส่ี ุด
นอย ๓.๗๘ ๓.๕๖ ๓.๙๗ ๔.๒๓
๓.๗๘ - .๒๑๖ -.๑๙๔ -.๔๔๙
ปานกลาง ๓.๕๖ - -.๔๐๙* -.๖๖๕*
มาก ๓.๙๗ - -.๒๕๖*
๔.๒๓ -
มากทส่ี ุด

จากตารางที่ ๔.๓๙ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
การสอ่ื สารทางการเมือง แตกตางกนั อยางมีนยั สําคัญทางสถิติท่รี ะดบั ๐.๐๕ มีจาํ นวน ๓ คู ไดแ ก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทส่ี ุด

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตา งจากประชาชนท่ีมีความคิดเหน็ ตอการปฏบิ ตั ติ นตามหลักสังคหวตั ถุ ๔ มากทีส่ ดุ

ตารางท่ี ๔.๔๐ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคิดเหน็ ตอการปฏิบัตติ นตามหลกั สังคห
วตั ถุ ๔ ของนกั การเมืองทองถ่ินในจงั หวดั เลย จําแนกตาม ดานบคุ ลกิ ภาพ

สงั คหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ
นอย ๓.๕๖ ๓.๙๓ ๔.๑๐ ๔.๔๓
๓.๕๖ - -.๓๗๑ -.๕๔๔* -.๘๗๖*
ปานกลาง ๓.๙๓ - -.๑๗๓* -.๕๐๕*
มาก ๔.๑๐ - -.๓๓๒*
๔.๔๓ -
มากทีส่ ุด

จากตารางท่ี ๔.๔๐ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
ประสทิ ธผิ ลการทาํ งาน แตกตา งกัน อยางมีนยั สาํ คญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดบั ๐.๐๕ มจี ํานวน ๕ คู ไดแ ก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ นอย มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตา งจากประชาชนท่มี ีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสงั คหวตั ถุ ๔ มากและ
มากทสี่ ุด

๑๒๗

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทส่ี ุด

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตางจากประชาชนทม่ี คี วามคดิ เหน็ ตอ การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั สงั คหวตั ถุ ๔ มากที่สุด

ตารางท่ี ๔.๔๑ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ
๔ ของนักการเมอื งทอ งถิ่นในจงั หวัดเลย จาํ แนกตาม ดา นปยวาจา

ความไวว างใจทางการเมือง แหลงความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน
ดา นนโยบายการทาํ งาน ระหวางกลุม ๙.๐๘ ๓ ๓.๐๓ ๕.๔๘ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ ๒๑๘ .๘๖ ๓๙๖ ๐.๕๕
รวม ๒๒๗ .๙๔ ๓๙๙
ดา นประสิทธผิ ลการทาํ งาน ระหวางกลุม ๖.๐๐ ๓ ๒.๐๐ ๔.๘๙ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ ๑๖๑ .๙๑ ๓๙๖ ๐.๔๑
รวม ๑๖๗ .๙๑ ๓๙๙
ดา นการส่ือสารทางการเมือง ระหวา งกลุม ๒๕.๑๗ ๓ ๘.๓๙ ๑๗.๐๙ ๐.๐๐*
ภายในกลุม ๑๙๔ .๔๒ ๓๙๖ ๐.๔๙
รวม ๒๑๙ .๕๙ ๓๙๙
ดา นบุคลกิ ภาพ ระหวางกลุม ๘.๘๑ ๓ ๒.๙๔ ๗.๖๗ ๐.๐๐*

ภายในกลุม ๑๕๑ .๕๐ ๓๙๖ ๐.๓๘
รวม ๑๖๐ .๓๑ ๓๙๙
รวม ระหวางกลมุ ๗.๘๓ ๓ ๒.๖๑ ๑๐.๗๐ ๐.๐๐*
ภายในกลุม ๙๕ .๕๙ ๓๙๒ ๐.๒๔
รวม ๑๐๓ .๔๒ ๓๙๕

*มีนัยสาํ คัญทางสถิติทร่ี ะดับ ๐.๐๕

จากตารางที่ ๔.๔๑ ความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตามดานปยวาจา ในภาพรวม พบวา ประชาชนที่มี
ความคิดเหน็ ตอการปฏบิ ัติตนตามหลักสังคหวตั ถุ ๔ ตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง แตกตางกัน
ซง่ึ เปน ไปตามสมมตฐิ านทตี่ งั้ ไว

เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ดาน

๑๒๘

นโยบายการทํางาน ดานประสิทธิผลการทํางาน ดานการสื่อสารทางการเมือง ดานบุคลิกภาพ
แตกตา งกัน อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ่รี ะดบั ๐.๐๕

ดังน้ัน จึงทําการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวตั ถุ ๔ ของนกั การเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย ในภาพรวมและ ๔ ดาน ดวยวิธีผลตางนัยสําคัญ
นอ ยท่ีสดุ (Least Significant Difference : LSD.) รายละเอยี ดดงั แสดงในตารางที่ ๔.๔๒ – ๔.๔๖

ตารางท่ี ๔.๔๒ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลย่ี รายคูความคดิ เห็นตอการปฏิบตั ติ นตามหลกั สังคห
วตั ถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จาํ แนกตาม ดา นปย วาจา

สงั คหวัตถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากที่สุด
นอ ย ๓.๘๐ ๓.๗๘ ๓.๙๒ ๔.๒๕
๓.๘๐ - .๐๒๑ -.๑๒๔ -.๔๕๕*
ปานกลาง ๓.๗๘ - -.๑๔๕* -.๔๗๕*
มาก ๓.๙๒ - -.๓๓๑*
๔.๒๕ -
มากทสี่ ุด

จากตารางท่ี ๔.๔๒ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตามดาน
ปย วาจา ในภาพรวม แตกตางกนั อยางมีนยั สําคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั ๐.๐๕ มจี ํานวน ๔ คู ไดแก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ นอย มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตางจากประชาชนทีม่ ีความคิดเห็นตอ การปฏบิ ตั ติ นตามหลักสังคหวตั ถุ ๔ มากที่สดุ

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่สี ุด

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตา งจากประชาชนทีม่ คี วามคดิ เห็นตอการปฏิบตั ติ นตามหลักสงั คหวตั ถุ ๔ มากที่สดุ

ตารางท่ี ๔.๔๓ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคิดเหน็ ตอการปฏิบัติตนตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถน่ิ ในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดา นนโยบายการทํางาน

สงั คหวตั ถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากทีส่ ดุ
นอย ๓.๖๐ ๓.๖๔ ๓.๙๒ ๔.๑๒
๓.๖๐ - -.๐๔๔ -.๓๒๔ -.๕๒๓
ปานกลาง ๓.๖๔ - -.๒๘๑* -.๔๗๙*
มาก ๓.๙๒ - -.๑๙๙
๔.๑๒ -
มากทีส่ ุด

๑๒๙

จากตารางที่ ๔.๔๓ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
นโยบายการทาํ งาน แตกตางกนั อยางมีนยั สําคัญทางสถิตทิ ่รี ะดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๒ คู ไดแ ก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่สี ุด
ตารางท่ี ๔.๔๔ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลยี่ รายคูความคิดเหน็ ตอ การปฏิบตั ติ นตามหลักสังคห

วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานประสิทธิผลการ
ทาํ งาน

สังคหวัตถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากที่สดุ
นอ ย
๔.๐๐ ๔.๐๐ ๔.๐๗ ๔.๒๙ ๔.๔๖
ปานกลาง ๔.๐๗ - -.๐๖๙ -.๒๙๕ -.๔๕๖
มาก ๔.๒๙ - -.๒๒๖* -.๓๘๗*
๔.๔๖ - -.๑๖๑
มากทส่ี ดุ -

จากตารางที่ ๔.๔๔ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
ประสทิ ธิผลการทํางาน แตกตางกัน อยา งมีนัยสาํ คัญทางสถิตทิ ่ีระดับ ๐.๐๕ มีจาํ นวน ๒ คู ไดแ ก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่สี ุด

ตารางท่ี ๔.๔๕ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลยี่ รายคูความคดิ เห็นตอ การปฏิบัตติ นตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานการสื่อสารทาง
การเมอื ง

สงั คหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากท่ีสุด
นอ ย
๔.๐๐ ๔.๐๐ ๓.๔๖ ๓.๘๙ ๔.๓๐
ปานกลาง ๓.๔๖ - .๕๔๐ .๑๑๒ -.๒๙๘
มาก ๓.๘๙ - -.๔๒๙* -.๘๓๘*
๔.๓๐ - -.๔๑๐*
มากท่สี ุด -

๑๓๐

จากตารางท่ี ๔.๔๕ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
การส่ือสารทางการเมือง แตกตา งกนั อยางมีนยั สาํ คัญทางสถิตทิ ี่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๓ คู ไดแ ก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากท่สี ุด

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนท่มี ีความคดิ เห็นตอ การปฏิบตั ติ นตามหลกั สงั คหวตั ถุ ๔ มากท่สี ดุ

ตารางที่ ๔.๔๖ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉล่ียรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัตติ นตามหลกั สังคห
วตั ถุ ๔ ของนกั การเมืองทองถน่ิ ในจังหวดั เลย จาํ แนกตาม ดา นบุคลิกภาพ

สังคหวตั ถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากทสี่ ุด
นอ ย ๔.๐๐ ๓.๙๑ ๔.๐๔ ๔.๔๐
๔.๐๐ -๔๐๔
ปานกลาง ๓.๙๑ - .๐๙๒ -.๐๔๔ -.๔๙๕*
มาก ๔.๐๔ - -.๑๓๖ -.๓๖๐*
๔.๔๐ -
มากท่สี ุด -

จากตารางท่ี ๔.๔๖ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
บุคลิกภาพ แตกตา งกนั อยางมีนยั สาํ คัญทางสถติ ิทร่ี ะดับ ๐.๐๕ มจี ํานวน ๒ คู ไดแ ก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากท่สี ุด

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมือง แตกตางจากประชาชนทม่ี ีความคิดเหน็ ตอการปฏิบตั ติ นตามหลักสงั คหวัตถุ ๔ มากทสี่ ดุ

๑๓๑

ตารางที่ ๔.๔๗ ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ
๔ ของนกั การเมอื งทองถน่ิ ในจงั หวัดเลย จําแนกตามดา นอตั ถจรยิ า

ความไวว างใจทางการเมือง แหลงความ SS df MS F Sig.
ของประชาชน แปรปวน
ดานนโยบายการทาํ งาน ระหวางกลุม ๑๑.๗๐ ๓ ๓.๙๐ ๗.๑๔ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ ๒๑๖ .๒๓ ๓๙๖ ๐.๕๕
รวม ๒๒๗ .๙๔ ๓๙๙
ดานประสทิ ธิผลการทํางาน ระหวา งกลมุ ๓.๓๒ ๓ ๑.๑๑ ๒.๖๖ ๐.๐๕*
ภายในกลุม ๑๖๔ .๕๙ ๓๙๖ ๐.๔๒
รวม ๑๖๗ .๙๑ ๓๙๙
ดา นการส่อื สารทางการเมอื ง ระหวางกลมุ ๒๒.๖๔ ๓ ๗.๕๕ ๑๕.๑๗ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ ๑๙๖ .๙๕ ๓๙๖ ๐.๕๐
รวม ๒๑๙ .๕๙ ๓๙๙
ดา นบคุ ลกิ ภาพ ระหวางกลุม ๖.๔๗ ๓ ๒.๑๖ ๕.๕๕ ๐.๐๐*
ภายในกลุม ๑๕๓ .๘๔ ๓๙๖ ๐.๓๙
รวม ๑๖๐ .๓๑ ๓๙๙
รวม ระหวางกลุม ๘.๔๔ ๓ ๒.๘๑ ๑๑.๖๒ ๐.๐๐*
ภายในกลุม ๙๔.๙๘ ๓๙๒ ๐.๒๔
รวม ๑๐๓ .๔๒ ๓๙๕

*มีนัยสําคัญทางสถิตทิ ร่ี ะดบั ๐.๐๕

จากตารางที่ ๔.๔๗ ความคิดเห็นของประชาชนตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตามดานอัตถจริยา ในภาพรวม พบวา ประชาชนที่มี
ความคดิ เหน็ ตอการปฏิบัตติ นตามหลกั สงั คหวัตถุ ๔ ตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง แตกตางกัน
ซึ่งเปนไปตามสมมติฐานที่ตงั้ ไว

เม่ือพิจารณาเปนรายดาน พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตาม
หลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง ดาน
นโยบายการทํางาน ดานประสิทธิผลการทํางาน ดานการสื่อสารทางการเมือง ดานบุคลิกภาพ
แตกตางกนั อยา งมนี ัยสําคัญทางสถิติท่รี ะดับ ๐.๐๕

ดังน้ัน จึงทําการเปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคิดเห็นตอการปฏิบัติตน
ตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย ในภาพรวมและ ๔ ดาน ดวยวิธีผลตาง
นยั สําคญั นอยท่ีสดุ (Least Significant Difference : LSD.) รายละเอียดดังแสดงในตารางที่ ๔.๔๘ –
๔.๕๒

๑๓๒

ตารางท่ี ๔.๔๘ เปรยี บเทียบความแตกตางคาเฉลี่ยรายคูความคดิ เห็นตอ การปฏิบตั ิตนตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนกั การเมืองทองถิ่นในจงั หวัดเลย จาํ แนกตาม ดานอัตถจริยา

สงั คหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ
นอย ๓.๗๑ ๓.๗๖ ๓.๙๘ ๔.๒๑
๓.๗๑ - -.๐๔๔ -.๒๖๓ -.๔๙๗*
ปานกลาง ๓.๗๖ - -.๒๑๙* -.๔๕๓*
มาก ๓.๙๘ - -.๒๓๕*
๔.๒๑ -
มากที่สุด

จากตารางที่ ๔.๔๘ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตามดาน
อัตถจรยิ า ในภาพรวม แตกตางกัน อยางมีนัยสาํ คัญทางสถติ ทิ รี่ ะดับ ๐.๐๕ มจี าํ นวน ๔ คู ไดแ ก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ นอย มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนทม่ี ีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสงั คหวัตถุ ๔ มากทส่ี ดุ

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากที่สดุ

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตางจากประชาชนท่มี ีความคิดเหน็ ตอการปฏิบตั ติ นตามหลักสงั คหวตั ถุ ๔ มากท่สี ดุ

ตารางที่ ๔.๔๙ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลีย่ รายคูความคิดเหน็ ตอการปฏิบัตติ นตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมอื งทอ งถน่ิ ในจงั หวัดเลย จําแนกตาม ดา นนโยบายการทํางาน

สงั คหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ
นอย ๔.๐๐ ๓.๖๘ ๓.๙๒ ๔.๒๓
๔.๐๐ - .๓๒๒ .๐๘๒ -.๒๒๖
ปานกลาง ๓.๖๘ - -.๒๔๐* -.๕๔๙*
มาก ๓.๙๒ - -.๓๐๙*
๔.๒๓ -
มากทีส่ ุด

จากตารางท่ี ๔.๔๙ พบวา ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
นโยบายการทาํ งาน แตกตางกนั อยา งมีนัยสาํ คญั ทางสถติ ิที่ระดับ ๐.๐๕ มีจาํ นวน ๓ คู ไดแก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากและมากทสี่ ุด

๑๓๓

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ มาก มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตา งจากประชาชนทีม่ คี วามคดิ เหน็ ตอ การปฏบิ ตั ติ นตามหลักสังคหวตั ถุ ๔ มากท่สี ุด

ตารางที่ ๔.๕๐ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลีย่ รายคูความคดิ เห็นตอ การปฏิบัตติ นตามหลกั สังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานประสิทธิผลการ
ทํางาน

สังคหวตั ถุ ๔ � นอ ย ปานกลาง มาก มากท่สี ดุ
นอ ย ๔.๐๐ ๔.๑๗ ๔.๒๙ ๔.๔๓
๔.๐๐ -.๔๓๔
ปานกลาง ๔.๑๗ - -.๑๖๕ -.๒๘๘ -.๒๖๙*
มาก ๔.๒๙ - -.๑๒๒ -.๑๔๖
๔.๔๓ -
มากทีส่ ุด -

จากตารางท่ี ๔.๕๐ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถ่ินในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
ประสทิ ธิผลการทํางาน แตกตางกนั อยา งมีนยั สาํ คัญทางสถติ ิที่ระดบั ๐.๐๕ มีจาํ นวน ๑ คู ไดแก

ประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ ปานกลาง มีความ
ไววางใจทางการเมือง แตกตางจากประชาชนท่ีมีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔
มากทส่ี ุด

ตารางที่ ๔.๕๑ เปรียบเทียบความแตกตางคาเฉลีย่ รายคูความคดิ เห็นตอ การปฏิบตั ติ นตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลย จําแนกตาม ดานการสื่อสารทาง
การเมอื ง

สงั คหวตั ถุ ๔ � นอย ปานกลาง มาก มากทีส่ ดุ
นอ ย ๓.๕๗ ๓.๕๔ ๓.๙๕ ๔.๒๕
๓.๕๗ - .๐๓๔ -.๓๗๔ -.๖๗๔*
ปานกลาง ๓.๕๔ - -.๔๐๘* -.๗๐๘*
มาก ๓.๙๕ - -.๓๐๐*
๔.๒๕ -
มากทส่ี ุด

จากตารางที่ ๔.๕๑ พบวา ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคห
วัตถุ ๔ ของนักการเมืองทองถิ่นในจังหวัดเลยตางกัน มีความไววางใจทางการเมือง จําแนกตาม ดาน
การสอ่ื สารทางการเมอื ง แตกตางกนั อยางมีนยั สําคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดับ ๐.๐๕ มจี ํานวน ๔ คู ไดแ ก

ประชาชนที่มีความคิดเห็นตอการปฏิบัติตนตามหลักสังคหวัตถุ ๔ นอย มีความไววางใจ
ทางการเมอื ง แตกตา งจากประชาชนทม่ี คี วามคดิ เหน็ ตอ การปฏบิ ตั ิตนตามหลกั สังคหวัตถุ ๔ มากทสี่ ดุ


Click to View FlipBook Version