The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2563 พฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
THE BEHAVIOR OF PRESIDENT ELECTION OF CHAIYAPHUM PROVINCIAL ADMINISTRATIVE ORGANIZATION OF PEOPLE IN MUANG DISTRICT CHAIYAPHUM PROVINCE พระมหาสังคม ชยานนฺโท (ช่างเหล็ก)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

2563 พฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ THE BEHAVIOR OF PRESIDENT ELECTION OF CHAIYAPHUM PROVINCIAL ADMINISTRATIVE ORGANIZATION OF PEOPLE IN MUANG DISTRICT CHAIYAPHUM PROVINCE พระมหาสังคม ชยานนฺโท

2563 พฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
THE BEHAVIOR OF PRESIDENT ELECTION OF CHAIYAPHUM PROVINCIAL ADMINISTRATIVE ORGANIZATION OF PEOPLE IN MUANG DISTRICT CHAIYAPHUM PROVINCE พระมหาสังคม ชยานนฺโท (ช่างเหล็ก)

Keywords: 2563,พฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ,THE BEHAVIOR OF PRESIDENT ELECTION OF CHAIYAPHUM PROVINCIAL ADMINISTRATIVE ORGANIZATION OF PEOPLE IN MUANG DISTRICT CHAIYAPHUM PROVINCE,พระมหาสังคม ชยานนฺโท (ช่างเหล็ก)

๑๓๖

บริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดค่อนข้างมากพอสมควร๑ และมีการ
ต่ืนตัวทางการเมืองให้ความสนใจในการเลือกต้ัง๒ ทั้งนี้เนื่องจากการเลือกต้ังครั้งนี้เป็นการเลือกตั้ง
ระดับท้องถ่ินเป็นคร้ังแรกภายหลักว่างเว้นจากการเลือกตั้งมาเป็นระยะเวลานาน๓ และในอีกส่วนท่ี
ประชาชนให้ความสนใจเน่ืองจากผู้สมัครเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นนักการเมืองเก่าท่ี
เคยเป็นทรี่ ู้จักของประชาชนในพื้นที่มากกอ่ น๔ แต่ในอีกส่วนหนึ่ง ผู้ให้ขอ้ มูลสําคัญยังมคี วามคิดเห็นว่า
กลุ่มคนกลุ่มใหม่วัยรุ่นที่มีสิทธิ์เลือกตั้งใหม่ตอนนี้กระแสในการสนใจในการเมืองมีน้อยส่วนใหญ่คนที่
สนใจการเมืองมีอายุต้ังแต่ ๔๕ ปีข้ึนไปแล้ว๕ และการที่ประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้งมานานก็อาจจะ
ไม่ค่อยต่ืนตัวมากเท่าไหร่อาจจะไม่มีการตื่นตัวมากนัก๖ ส่งผลทําให้การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของ
ประชาชนมีจํานวนน้อยกว่าที่ควรจําเป็นทั้งนี้สืบเน่ืองจากผู้มีสิทธิเลือกต้ังไม่ได้อยู่ในพื้นที่และการไม่
สนใจทจี่ ะออกไปใชส้ ทิ ธติ ามที่ควรจะเปน็

๑.๒ ส่ือประชาสัมพันธ์การเลือกต้ังของผู้สมัคร ผู้ให้ข้อมูลสําคัญให้ข้อมูลไปใน
ทิศทางเดียวกันว่า ประชาชนให้ความสนใจในข่าวสารการเลือกต้ังไม่มากไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่นการ
รับทราบข้อมูลจากทางส่ือโซเชียล รับข่าวสารจากรถแห่ประชาสัมพันธ์๗ ติดป้ายประชาสัมพันธ์ และ
ฟังการหาเสียง๘ โดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นรับข้อมูลจากสื่อโซเชียลและรถแห่ประชาสัมพันธ์เป็นหลักซ่ึง
การหาเสียงผ่านส่ือโซเชยี ลนัน้ ส่งผลต่อประชาชนเป็นส่วนน้อยเทา่ น้ัน และรถแห่ประชาสัมพันธน์ ั้นจะ
สามารถเข้าถึงประชาชนได้ในเชิงพื้นที่ แต่เน่ืองจากพื้นที่จังหวัดนั้นมีพ้ืนที่กว้างขวางทําให้การ
ประชาสัมพันธ์เพื่อหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครนั้นอาจทําได้ไม่ท่ัวถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สมัครเสนอ
ตวั เพอ่ื เป็นผู้แทนของประชาชนนั้นไม่ค่อยได้ลงพน้ื ที่หาเสียงด้วยตนเองหรือลงพ้ืนที่นอ้ ยเกินไป จนทํา
ให้ประชาชนไม่เห็นความสําคัญของการออกไปใช้สิทธ์ิเลือกต้ังเท่าท่ีควร๙ อีกท้ังเน่ืองจากสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา (โควิด-๑๙) ยังสง่ ผลให้ประชาชนไมต่ ้องการออกไปใช้สิทธ์ิ
เลอื กตงั้ ๑๐

๑ สัมภาษณ์ ประไพ ฐานวิสัย, ส.อบต. บ้านเล่า หมู่ ๑๔, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔. และ ผศ.ดร, สมปอง
สุวรรณภมู า, อาจารยป์ ระจํามหาวทิ ยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๒ สัมภาษณ์ ประไพ ฐานวิสัย, ส.อบต. บ้านเล่า หมู่ ๑๔, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔. และราชัญ ฐาน
สมบรู ณ์, ผใู้ หญบ่ า้ น บ้านเล่า, หมู่ท่ี ๒, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๓ สมั ภาษณ์ อริสา ขําชยั ภูมิ, รองปลัดเทศบาลเมอื งชัยภูมิ, ๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔. และประดลเดช เกิด
ชยั ภมู ิ, ผอ.กองกจิ การสภา อบจ. ชยั ภูม,ิ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๔ สัมภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ,์ กํานันตาํ บลบา้ นเลา่ , ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๕ สัมภาษณ์ อรสิ า ขําชัยภูม,ิ รองปลัดเทศบาลเมืองชัยภมู ,ิ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๖ สมั ภาษณ์ เภาลนี า โล่วรี ะ, นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาํ บลบ้านเฎลา่ , ๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๗ สัมภาษณ์ จริยา ศิริพนั ธ์, ปลัดองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ชยั ภูมิ, สัมภาษณ,์ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
๘ สัมภาษณ์ สากล วงศ์ไพร, รองปลัดองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาํ บลหนองนาแซง, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๙ สมั ภาษณ์ ราชญั ฐานสมบรู ณ,์ ผใู้ หญ่บ้าน บ้านเลา่ , หม่ทู ่ี ๒, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๑๐ สัมภาษณ์ ประดลเดช เกิดชัยภูมิ, ผอ.กองกิจการสภา อบจ. ชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔. และพนา
วัลย์ วรรณพงศ์, ประธานกองทุนหม่บู ้าน, บ้านเลา่ หมู่ ๑๔, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๑๓๗

๑.๓ ส่ือประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาเลือกตั้ง ผู้ให้ข้อมูลสําคัญได้
แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับสื่อประชาสัมพันธ์ที่เชิญชวนให้ประชาชนออกมเลือกตั้งว่า เน่ืองจาก
งบประมาณในการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งน้ัน เป็นหน้าท่ีขององค์การ
บริหารส่วนจังหวัดโดยตรง จะเห็นได้จากการออกมาใช้สิทธิ์ค่อนข้างน้อยอาจจะเป็นเพราะว่า
ระยะเวลาในการประชาสัมพันธ์มีน้อยและเขตเลือกตั้งมีพื้นที่กว้างครอบคลุมท้ังจังหวัด การเข้าถึงสื่อ
ต่าง ๆ ค่อนข้างจะลําบากเป็นแค่กลุ่มเล็ก ๆ ท่ีเข้าถึงในสื่อโซเชียลเท่าน้ัน กลุ่มใหญ่ของประชาชนใน
จังหวัด ส่วนใหญ่มีผู้สูงอายุเป็นจํานวนมากการเข้าถึงในสื่อโซเชียลจึงเข้าถึงได้น้อย และสิ่งท่ีสําคัญ
ที่สุดคือ สื่อประชาสัมพันธ์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมีน้อยและมีเวลาการประชาสัมพันธ์ตาม
หมู่บ้านหรือประชาสัมพันธ์การหาเสียงในช่วงเย็นถึงแค่ ๑๘.๐๐น.เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากการ
ประชาสัมพันธ์เชิญชวนในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งระดับประเทศน้ัน จะมีการประชาสัมพันธ์จากรัฐบาล
สว่ นกลางที่มจี ํานวนมาก แตใ่ นระดับจังหวัด จะมีงบประมาณในการประชาสัมพันธ์ที่จํากัดท่ีทําได้ คือ
มีการส่งหนังสือเรียนเชิญในการมาเลือกต้ังให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคน๑๑ นอกจากน้ียังมี
การประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย เชิญชวนให้ผ้มู ีสิทธ์ิอายุต้ังแต่ ๑๘ ปีขึน้ ไปออกไปใช้สทิ ธ์ิเลือกตั้งในท่ี
ทําการ มีการติดประกาศบัญชีรายช่ือในที่ทําการของผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้าน ให้ชาวบ้านมาตรวจสอบ
รายชือ่ ๑๒

๑.๔ สภาพพื้นที่ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร ในด้านการติดตามข่าวสารการ
เลือกตั้ง ประชาชนมีความรู้ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน้อยมากเนื่องจากไม่มี
การลงพื้นที่ของผู้สมัคร๑๓ ทําให้ไม่ได้สัมผัสประชาชนโดยตรงมีแต่ตัวแทน (หัวคะแนน) เข้ามาหา
เสียงช่วย ๑๔ ประกอบกับประเทศไทยกําลังอยู่ในห้วงระยะเวลาการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนา-
๑๙ ทําให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร, ผู้ดําเนินการเลือกตั้ง และประชาชนที่จะออกมาใช้สิทธิ
ในการเลือกตั้ง ต้องมีความระมัดระวังต่อสถานการณ์ดังกล่าว จึงทําให้การลงพื้นที่หาเสียงของ
ผู้สมัคร และประชาชนที่จะออกมาเลือกต้ังต้องตระหนักในการตัดสินใจออกมาใช้สิทธ์ิด้วยเช่นกัน๑๕

สรุป ด้านการติดตามข่าวสารการเลือกตั้ง พอกล่าวโดยสรุปได้คือ ๑) ความสนใจใน
การเลือกต้ังของประชาชนและการออกมาใช้สิทธิเลือกต้ังอยู่ในเกณฑ์พอประมาณ อาจจะเป็นเพราะ
ไม่มีการเลือกต้ังมานานแล้วทําให้ประชาชนไม่เห็นความสําคัญมากเท่าท่ีควร ๒) ส่ือประชาสัมพันธ์
การเลือกตั้งของผู้สมัคร มีไม่ท่ัวถึงจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ จะมีเข้าถึงประชาชนได้
บ้างมีแต่รถแห่ประชาสัมพันธ์เท่าน้ัน ๓)สื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาเลือกตั้งมี
ระยะเวลาในการประชาสัมพันธ์มีน้อยและเขตเลือกต้ังมีพื้นที่กว้างครอบคลุมทั้งจังหวัด ๔) สภาพ

๑๑ สัมภาษณ์ อรสิ า ขาํ ชยั ภูม,ิ รองปลดั เทศบาลเมอื งชยั ภูม,ิ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๑๒ สัมภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ์, กํานันตาํ บลบา้ นเลา่ , ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๑๓ สมั ภาษณ์ สทุ นิ สวุ รรณพมิ ล, รองนายกองค์การบรหิ ารสว่ นตําบลโพนทอง, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๑๔ สัมภาษณ์ ราชัญ ฐานสมบรู ณ,์ ผูใ้ หญ่บ้าน บา้ นเลา่ , หมู่ที่ ๒, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๑๕ สมั ภาษณ์ ประดลเดช เกิดชัยภูมิ, ผอ.กองกิจการสภา อบจ. ชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ และพนา
วัลย์ วรรณพงศ,์ ประธานกองทนุ หมูบ่ า้ น, บา้ นเลา่ หมู่ ๑๔, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๑๓๘

พ้นื ท่ีในการหาเสยี งเลือกต้ังของผู้สมัครมีความกวา้ งขวางมากประชาชนจึงไดแ้ ต่รู้จดั หัวคะแนน ไม่พบ
ตัวจรงิ ของผู้สมคั รเลอื กตง้ั เปน็ นายก อกี ประการหนงึ่ ที่เป็นปัญหา คือ ช่วงโรคโควิด-๑๙ ระบาดด้วย

๒. ด้านการช่วยหาเสยี งเลือกตัง้

ผลการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (Key Informants) เก่ียวกับพฤติกรรมการเลือกต้ัง
นายกองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอาํ เภอเมอื ง จังหวดั ชัยภูมิ ในดา้ นการช่วยหา
เสยี งเลือกตงั้ มีประเด็นท่ีสามารถสรุปได้ พบว่า ตามกฎหมายการเลอื กต้ังองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
ได้กําหนดให้ผู้สมัครเลือกตั้ง ได้เสนอรายชื่อทีมผู้ช่วยหาเสียงต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจํา
จงั หวัด และมีการกําหนดกรอบค่าใชจ้ ่ายและคา่ ตอบแทนให้กับผ้ชู ่วยหาเสียงเลอื กตั้งและการหาเสียง
เลือกต้ังให้เป็นไปตามท่ีกฎหมายกําหนด๑๖ ผู้ช่วยหาเสียงมีความจําเป็นและมีความสําคัญในการช่วย
ผู้สมัครหาเสียง เพราะว่าพื้นที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้นมีพ้ืนท่ีใหญ่มาก ผู้สมัครจะไม่สามารถลง
ได้ทุกพ้ืนท่ี ฉะนั้น ผู้ท่ีจะช่วยได้ดีที่สุด คือ ผู้ช่วยหาเสียงจะไปแนะนําชาวบ้านว่า คนน้ีเป็นอย่างไร มี
นโยบายอย่างไรมาพัฒนาบ้านเมือง แม้แต่ในอําเภอเมืองก็เช่นเดียวกัน ในเร่ืองนโยบายน้ันยังไม่เห็น
ความชดั เจนมากเท่าไหร่ ของผูส้ มัครยังไมเ่ ห็นความชดั เจน๑๗

ในการเลอื กต้ังนั้น จะต้องมีการดําเนินงานเป็นทมี งาน ซึ่งจะมีเทคนคิ วธิ กี ารเช่นไรกข็ ึ้นอยู่
กับผู้สมัครแต่ละคนมีมารยาททางการเมืองมากแค่ไหน มอบหมายนโยบายให้กับทีมงานช่วยหาเสียง
โดยไม่โจมตี ไม่ใส่ร้ายกัน๑๘ โดยมีการแสดงแนวคิด นโยบาย และผลงานของผู้สมัครให้กับประชาชน
ได้พิจารณา๑๙ แต่ในการช่วยหาเสียงเลือกตั้งนี้ ประชาชนมองว่าตนเองไม่มีส่วนร่วม เพราะผู้สมัครจะ
มีทีมของเขา มาติดป้ายหาเสียง๒๐ แต่ก็มองได้ว่าการช่วยหาเสียงนั้น สามารถกระทําได้โดยทางอ้อม
โดยการช่วยแนะนาํ ให้ประชาชนรอบขา้ งใหท้ ราบแนวคดิ นโยบาย และผลงานของผสู้ มคั รไดเ้ ช่นกนั ๒๑

สรุป ด้านการช่วยหาเสียงเลือกต้ังนั้น ด้ายพ้ืนที่ของจังหวัดชัยภูมิ มีพ้ืนท่ีกว้างขวางมาก
ทําได้ไม่ทั่วถึง ประชาชนผู้ที่มีอาสามาช่วยหาเสียงก็ทําได้ยาก เพราะตามกฎหมาย ผู้สมัครจะต้อง
แต่งตัง้ ทมี ผู้ช่วยหาเสยี งตอ่ คณะกรรมการการเลอื กต้ังประจําจังหวัด และมีการกาํ หนดกรอบค่าใช้จ่าย
และค่าตอบแทนให้กับผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งและการหาเสียงเลือกตั้งให้เป็นไปตามท่ีกฎหมายกําหนด
ด้วย ถ้าทาํ นอกเหนือจากทีก่ ฎหมายกาํ หนด ก็จะเป็นการทาํ ผดิ พรบ.การเลือกต้ัง

๓. ดา้ นการวพิ ากษ์วิจารณ์นโยบายของผู้สมัคร

๑๖ สมั ภาษณ์ จริยา ศริ ิพนั ธ์, ปลดั องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั ชัยภมู ,ิ ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๑๗ สมั ภาษณ์ อรสิ า ขาํ ชยั ภูมิ, รองปลดั เทศบาลเมอื งชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๑๘ สัมภาษณ์ เภาลีนา โล่วีระ, นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตําบลบา้ นเฎลา่ , ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๑๙ สมั ภาษณ์ ประไพ ฐานวิสยั , ส.อบต. บ้านเล่า หมู่ ๑๔, ๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๒๐ สมั ภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ,์ กํานนั ตาํ บลบา้ นเลา่ , ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๒๑ สมั ภาษณ์ สากล วงศ์ไพร, รองปลดั องค์การบรหิ ารส่วนตาํ บลหนองนาแซง, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๑๓๙

ผลการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (Key Informants) เกี่ยวกับพฤติกรรมการเลือกต้ัง
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ในด้านการ
วิพากษ์วิจารณ์นโยบายของผู้สมัคร มีประเด็นท่ีสามารถสรุปได้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้
ความสาํ คัญกับนโยบาย แต่เน้นหนักท่ีตวั บุคคลวา่ ถ้าความเป็นจรงิ ตวั บุคคลท่จี ะมาช่วยพัฒนา จังหวัด
ชัยภูมิตามนโยบายท่ีหาเสียงคนไหนจะมาช่วยทําประโยชน์ให้กับประชาชน๒๒ โดยวิธีการนําเสนอ
นโยบายของผู้สมัครอาจแตกต่างกัน แต่ล้วนมีวัตถุประสงค์อันเดียวกัน คือ ให้พี่น้องประชาชนใน
ท้องถิ่นมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น ทําให้ระบบโครงสร้างดีข้ึน ถนนหนทางชาวบ้านนั้นอยาก
ได้ถนนที่ดีขึ้น ให้บํารุงรักษาให้ดีย่ิงข้ึนจะได้เดินทางสะดวก แต่ในการบริหารกิจการท้องถ่ินมีข้อจํากัด
ในการออกนโยบาย เนื่องจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีเป็นส่วน
สนับสนุนและพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอื่น ไม่ใช่เป็นการพัฒนาเชิงพ้ืนที่โดยตรง อาจทําให้
ประชาชนไม่เข้าใจในนโยบายของผู้สมัคร การนํานโยบายไปปฏิบัติน้ัน จะทําได้ก็ต่อเมื่อผู้สมัครนั้น
ไดร้ บั การเลอื กตง้ั ไปแลว้ เขา้ ไปเสนอเปน็ แผนงานโครงการ จึงจะทาํ ได๒้ ๓

ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ถึงนโยบายของผู้สมัคร ประชาชนส่วนใหญ่เมื่อไม่เข้าใจในการ
เสนอนโยบายของผู้สมัครว่า มีความสําคัญของตนเองอย่างไร จึงหันมาให้ความสําคัญกับคุณสมบัติ
ความรู้ และประสบการณ์ของผู้สมัคร และวิธีการเลือกตั้งที่ท่ีบริสุทธิ์ยตุ ิธรรมไม่มีการซ้ือสทิ ธ์ขิ ายเสียง
อยากจะทาํ ใหม้ คี วามโปรง่ ใสนนั่ เอง๒๔

สรุป ด้านการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของผู้สมัคร ประชาชนไม่ค่อยให้ความสําคัญมากนัก
เพราะบางที ผู้สมัครเสนอนโยบายไปแล้ว ก็ทําไม่ได้ หรือไม่ได้ทํา ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ประชาชนจึง
ไม่คอ่ ยวิพากษ์วิจารณ์ อาจจะเป็นเพราะไมเ่ ขา้ ใจนโยบายของผู้สมัคร ส่วนมากจึงหนั มาให้ความสาํ คัญ
ต่อตัวผู้สมัครและคุณสมบัติความรู้ และประสบการณ์ของผู้สมัครมากกว่า และองค์การบริหารส่วน
จังหวัดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีเป็นส่วนสนับสนุนและพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
ไม่ใช่เป็นการพัฒนาเชิงพ้ืนที่โดยตรง อาจทําให้ประชาชนไม่เข้าใจในนโยบายของผู้สมัคร การนํา
นโยบายไปปฏิบัติน้ัน จะทําได้ก็ต่อเมื่อผู้สมัครนั้นได้รับการเลือกต้ังไปแล้วเข้าไปเสนอเป็นแผนงาน
โครงการจึงจะทาํ ได้

๔. ดา้ นการไปใชส้ ิทธิล์ งคะแนนเสียงเลอื กต้งั

ผลการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (Key Informants) เก่ียวกับพฤติกรรมการเลือกต้ัง
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ในด้านการไปใช้
สิทธ์ิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง มีประเด็นท่ีสามารถสรุปได้ พบว่า ในการใช้สิทธ์ิลงคะแนนจะเป็น
ประชาชนในพื้นท่ีเป็นหลัก ส่วนประชาชนท่ีไปทํางานในจังหวัดอื่นจะเดินทางกลับมาเพื่อใช้สิทธ์ิใน
การเลือกต้ังจํานวนน้อย เนือ่ งจากการเลือกตั้งครง้ั นไ้ี มม่ ีการเลือกตง้ั ลว่ งหน้าและการเลอื กตั้งนอกเขต

๒๒ สัมภาษณ์ จริยา ศิริพันธ,์ ปลดั องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั ชยั ภมู ิ, สมั ภาษณ,์ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๒๓ สมั ภาษณ์ ราชญั ฐานสมบรู ณ,์ ผ้ใู หญ่บ้าน บ้านเล่า, หมทู่ ี่ ๒, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๒๔ สมั ภาษณ์ ประดลเดช เกดิ ชยั ภูม,ิ ผอ.กองกิจการสภา อบจ. ชัยภมู ิ, ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๐

โดยคิดเป็นร้อยละ ๖๕ ของจํานวนผู้มีสิทธ์ิเลือกตั้ง๒๕ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นท่ีเขตเมืองที่มีประชาชน
อยู่หนาแน่น มีการประชาสัมพันธ์ที่ทั่วถึง แต่ในส่วนในพื้นท่ีนอกเขตเมือง เขตพื้นท่ีชนบท ประชาชน
จะไปใช้สิทธิ์น้อย๒๖ ในด้านของการต่ืนตัวเพ่ือไปใช้สิทธิ์เลือกต้ังนั้นจะพบว่า ประชาชนมีการต่ืนตัวใน
การไปใช้สิทธิ์เลือกต้ัง เน่ืองจากการว่างเว้นจากการเลือกต้ังท้องถิ่นมาเป็นระยะเวลานาน๒๗
โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๑๘-๓๐ ปี๒๘ นอกจากนี้ ประชาชนในพ้ืนท่ียังได้รับข้อมูล
ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ไปใช้สิทธ์ิเลือกตั้งจากองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น การประชาสัมพันธ์เชิญ
ชวนตามเสียงตามสายและอ่ืน ๆ๒๙ และการไปใช้สิทธ์ิเลือกตั้งของประชาชนเป็นไปตามแนวทางการ
ปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยท่ปี ระชาชนทุกคนมอี ิสระในออกเสยี งเลอื กตง้ั ๓๐

สรุป ด้านการไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จะเป็นประชาชนในพื้นท่ีเป็นหลักในการ
ออกมาใช้สิทธ์ิลงคะแนนเสียงเลือกตั้น ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า และเลือกตั้งนอกเขตการเลือกต้ัง
ส่วนมากท่ีออกมาเลือกตั้งจะเป็นในตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีคนอยู่หนาแน่น การประชาสัมพันธ์
ท่ัวถึง ทุกสื่อและจะมีประชาชนอายุระหว่าง ๑๘-๓๐ ปี ออกมาใช้สิทธ์ิเลือกตั้ง และอีกประการหน่ึง
ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่อยู่นอกเชตพ้ืนท่ี ซ่ึงออกไปทํามาหากินต่างจังหวัดก็ไม่ได้มาใช้สิทธ์ิ
เลือกต้ัง เพราะเป็นห่วงเรื่องปากท้อง ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ เดินทางไกลลําบาก และอยู่ในช่วงโรคโค
วดิ -๑๙ ระบาด ตอ้ งอยูก่ บั ท่กี กั ตัว จงึ ไมไ่ ดม้ าใช้สทิ ธิ์ลงคะแนนเสยี งเลอื กต้ัง เพียงแตแ่ จ้งให้ กกต.ไดร้ ู้

๕. ปัญหาและอุปสรรคของพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ชัยภมู ิ ของประชาชนในอาํ เภอเมอื ง จังหวัดชัยภมู ิ

ผลการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญเก่ียวกับปัญหาและอุปสรรคของพฤติกรรมการเลือกตั้ง
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มีประเด็นที่
สามารถสรปุ ได้ พบว่า

๑) การขาดความเข้าใจเก่ียวกับบทบาทหน้าท่ีขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
ผ้ใู ห้ขอ้ มูลสําคญั มองว่า ประชาชนนัน้ ไม่คอ่ ยเข้าใจบทบาทหน้าท่ีขององค์การบริหารส่วนจังหวัด๓๑ แต่
กค็ าดหวัง ให้ผู้ท่ีจะมาดํารงตําแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยเห็นว่าใครมาตํารงตําแหน่ง

๒๕ สัมภาษณ์ จริยา ศิริพันธ์, ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ และเภาลีนา
โล่วีระ, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบา้ นเฎลา่ , ๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๒๖ สมั ภาษณ์ อรสิ า ขาํ ชยั ภมู ิ, รองปลัดเทศบาลเมอื งชยั ภมู ิ, ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๒๗ สมั ภาษณ์ ประดลเดช เกดิ ชัยภูมิ, ผอ.กองกจิ การสภา อบจ. ชยั ภูม,ิ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๒๘ สมั ภาษณ์ วีระศกั ดิ์ นามวเิ ศษ, ปลัดเทศบาลตําบลโคกสูง, ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๒๙ สัมภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สุวรรณภูมา, อาจารย์ประจํามหาวืทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์
๒๕๖๔.
๓๐ สัมภาษณ์ ประไพ ฐานวสิ ัย, ส.อบต. บ้านเล่า หมู่ ๑๔, สมั ภาษณ์, ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๓๑ สมั ภาษณ์ สทุ ิน สุวรรณพิมล, รองนายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตําบลโพนทอง, ๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๑

ก็เหมือนเดิม๓๒ ดังน้ันจึงทําให้ประชาชนยังมองหาอามิสสินจ้างมากกว่าประโยชน์ที่แท้จริงจากการ
เลอื กต้งั ๓๓ ยงั มีการมุ่งหวังเกีย่ วกับการซือ้ สิทธข์ิ ายเสยี งกนั อยู่๓๔ เรยี กวา่ ยังมคี วามคิดแบบเดิมๆ

๒) การขาดการประสานงานท่ีดีในการจัดการเลือกตั้ง เนื่องจากการจัดการ
เลือกต้ังแบบเต็มพ้ืนท่ีท้ังจังหวัด ทําให้มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ การประสานงานเพื่อให้การเลือกตั้ง
ประสบความสําเร็จและเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจึงเป็นไปด้วยความยากลําบาก๓๕ อีกท้ังการ
กําหนดการแบ่งเขตการเลือกต้ังในแต่ละครั้งไม่เหมือนเดิมทําให้ประชาชนเกิดความสับสนในการ
เลอื กต้งั ๓๖ ทาํ ให้ประชาชนไม่แนใ่ จ ในเขตการเลือกตั้งของตนเอง

๓) ปัญหาจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัส-๑๙ การแพร่ระบาดของโรคไวรัส
โคโรน่า-๑๙ ทําให้เจ้าหน้าท่ีที่จัดการเลือกตั้ง ต้องจัดสถานที่ให้มีความเหมาะสม เว้นระยะห่างกัน มี
การวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด จึงทําให้ต้องเพ่ิมเจ้าหน้าที่
วัสดุ อปุ กรณท์ เี่ กย่ี วกบั การเลอื กตง้ั เพมิ่ ข้นึ ๓๗ และประชาชนส่วนใหญ่ยอมสละสิทธิ์ไมไ่ ปเลอื กตงั้ ๓๘

๖. ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
ชัยภูมิ ของประชาชนในอาํ เภอเมอื ง จงั หวัดชยั ภมู ิ

ผลการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (Key Informants) เกี่ยวกับข้อเสนอแนะในการ
ส่งเสริมพัฒนาพฤติกรรม มีประเด็นที่สามารถสรุปได้ พบว่า ควรมีการสร้างความเข้าใจในบทบาท
หน้าท่ีของผู้บริหารท้องถ่ิน ต้องทําตามนโยบาย ที่ได้แถลงเอาไว้ แถลงอะไรไว้ก็ต้องทํา มีการติดตาม
ประเมินผล การรายงานผลดําเนินการให้ประชาชนได้ทราบในส่ิงท่ีทําไปแล้ว ก็จะทําให้ได้เห็นผลการ
ดําเนินงาน๓๙ ในการเลือกต้ังสิ่งท่ีสําคัญที่สุดก็คือการประชาสัมพันธ์สิ่งที่เขาเลือกตั้งแล้วว่าเขาจะได้
อะไร ได้อะไรจากการเลือกต้ัง อย่างน้อยไม่ต้องเสียสิทธิ์อะไร ก็ประชาชนไม่รู้ด้วยซํ้าไปว่าตัวเองไม่ได้
เลือกต้ัง อบต. สส. ฉะนั้น การประชาสัมพันธ์ว่า อบจ. มีหน้าที่อะไร สส. มีหน้าท่ีอะไร ประชาชนเขา
ก็จะใส่ใจมากข้ึน... ต้องใกล้ชิดประชาชน... เราต้องสอน เราต้องให้ประชาชนรู้ว่า... จะเป็นด้านการ
ประชาสัมพันธ์ การออกส่ือโซเชียล การแจกคู่มือประชาชน ให้เขาได้ตระหนักในหน้าที่ในการเลอื กตั้ง
ถา้ เมื่อไหร่ประชาชน ได้ร้วู ่ามันคอื หนา้ ทกี่ ารเลอื กตั้งมนั จะประสบความสาํ เร็จ๔๐

๓๒ สมั ภาษณ์ จรยิ า ศริ ิพนั ธ,์ ปลดั องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดชยั ภูมิ, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๓๓ สมั ภาษณ์ อริสา ขําชัยภมู ,ิ รองปลดั เทศบาลเมอื งชัยภมู ิ, ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๓๔ สัมภาษณ์ วรี ะศักดิ์ นามวิเศษ, ปลดั เทศบาลตําบลโคกสูง, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๓๕ สัมภาษณ์ ปะดลเดช เกดิ ชัยภูม,ิ ผอ.กองกจิ การสภา อบจ. ชยั ภมู ิ, ๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๓๖ สัมภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สุวรรณภูมา, อาจารย์ประจํามหาวืทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์
๒๕๖๔.
๓๗ สัมภาษณ์ สากล วงศ์ไพร, รองปลัดองคก์ ารบรหิ ารส่วนตําบลหนองนาแซง, ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๓๘ สัมภาษณ์ เภาลีนา โล่วีระ, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านเฎล่า, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ และ
ถนอม วรรณพงศ,์ กํานนั ตาํ บลบ้านเล่า, สมั ภาษณ์, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๓๙ สมั ภาษณ์ จริยา ศริ พิ ันธ,์ ปลดั องค์การบริหารสว่ นจงั หวัดชยั ภูม,ิ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๔๐ สัมภาษณ์ อริสา ขาํ ชัยภูมิ, รองปลัดเทศบาลเมืองชัยภมู ,ิ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๒

ประชาชนต้องเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของนายก อบจ., ประชาชน ควรติดตามผลงานและ
โครงการของท้องถิ่นอย่างตอ่ เนื่องและเปรียบเทียบผลวานโดยเนน้ การพัฒนาภาครวม ไม่ใช่ประโยชน์
ของตนเองเป็นสาํ คัญ ประชาชนควรยึดประโยชน์ส่วนรวมเปน็ สาํ คญั ๔๑

การเมือง นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือนายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ท่ีมาเชื่อมระหว่างประชาชนท่ีเป็น
ตัวแทน กับฝ่ายบริหาร คือจะมีฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาคือฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่าย
บริหารคือนายก ซึ่งถ้าประชาชนได้รับความเดือนร้อนมากอย่างไร เพ่ือจะมาประสานให้นายกได้
ดําเนินการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพ้ืนท่ีของเขา ซ่ึงสมาชิกสภาหรือนายกที่ได้เสนอนโยบายไว้กับ
พ่ีน้องประชาชน ก็ให้ดําเนินการหรือทําตามท่ีไห้นโยบายไว้ตอนหาเสียงกับพี่น้องประชาชน ก็จะเป็น
ผลดีตอ่ พ่นี ้องประชาชน และประเทศชาต๔ิ ๒

ในการไม่ไปใช้สิทธ์ิเลือกตั้งให้เข้มงวดมากขึ้นกว่านี้ ซ่ึงจะทําให้เสียสิทธ์ิ บางคนอาจจะไม่
ทันเวลาในการเลือกตั้ง อบต เป็นเรื่องของการบริหารจัดการตัวเองมีงบประมาณจํากัดแล้วก็ชาวบ้าน
เวลามีอะไรเขาก็จะขอเราก็ค่อนข้างใกล้ชิดกับชาวบ้านทําได้บ้างทําไม่ได้บ้างก็สามารถคุยกับ
ประชาชนได้ขึ้นอยู่กับว่าในการที่เราไปอธิบายหรือชี้แจงในการแก้ไขนโยบายของผู้บริหารบริหารแต่
ละคนไม่เหมอื นกันมันขน้ึ อยู่กับนโยบายของผู้บริหารแต่ละที่แตล่ ะทอ้ งถิ่นอันนนั้ ๔๓

ควรมีองค์กรท่ีมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนในท้องถิ่นน้ัน ได้แสดงถึงการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองการปกครอง ควรให้ความรู้เกี่ยวกับการเมืองและการเลือกต้ังโดยเท่าเทียมกันโดยให้
ความรู้แก่ประชาชนในพ้ืนท่ีโดยเท่าเทียมกัน๔๔ โดยให้ผู้สมัครลงพ้ืนท่ีทุกพื้นที่ ประชาชนผู้อยู่ในพ้ืนท่ี
เลอื กในเขตพน้ื ท่ีของตนเอง”๔๕

“อยากให้ผมู้ ีสิทธเิ์ ลือกต้ังอายุ ๑๘ ปี มีจิตสํานึกทางการเมืองเพ่ือความเจริญกา้ วหน้าของ
บ้านเมืองไม่ว่าจะเปน็ ทางเศรษฐกิจสงั คมการเมือง และสงั คม ต้องมีการปลกู จติ สํานึกรวมเปน็ หนึ่ง ให้
ได้ยกตัวอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีความเจริญก้าวหน้าทางการเมืองและสังคมเป็นอย่างมาก
นั่นเอง”๔๖ และ “อยากให้รณรงค์ ไม่ให้การซ้ือสิทธ์ิขายเสียง ในการเลือกแต่ละครั้ง อยากชาวบ้าน
ออกมาเลือกตั้งกันให้มาก ให้ได้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันในหมู่บ้านของผมไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง
แล้ว จงึ ออกมาเลอื กตัง้ กนั มาก... ในการเลือกตง้ั แตล่ ะครั้ง อยากให้ผนู้ าํ ประชาสัมพันธ.์ ..”๔๗

๒๕๖๔. ๔๑ สัมภาษณ์ จรยิ า ศิรพิ นั ธ์, ปลัดองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั ชยั ภูม,ิ ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๔๒ สมั ภาษณ์ ประดลเดช เกิดชัยภมู ิ, ผอ.กองกจิ การสภา อบจ. ชยั ภมู ,ิ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๔๓ สัมภาษณ์ เภาลนี า โลว่ รี ะ, นายกองค์การบริหารส่วนตาํ บลบ้านเฎลา่ , ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๔๔ สัมภาษณ์ ประไพ ฐานวสิ ยั , ส.อบต. บา้ นเล่า หมู่ ๑๔, ๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๔๕ สัมภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สุวรรณภูมา, อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์
๔๖ สัมภาษณ์ วรี ะศักด์ิ นามวเิ ศษ, ปลัดเทศบาลตําบลโคกสูง, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๔๗ สัมภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ,์ กํานันตําบลบ้านเลา่ , ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๓

แนวคิดเกี่ยวกับข้อเสนอแนะของพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ การดํารงไว้ซ่ึง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์, การ
เคารพสิทธิผู้อื่น รักษากฎหมาย,การมีความเป็นประชาธิปไตย, การมีความรัก สามัคคี ความซื่อสัตย์
ต่อตนเองและผู้อ่ืน การไม่ซ้ือสิทธิ์ ขายเสียง๔๘ ไม่มีการซ้ือสิทธิ์ ขายเสียง ให้ยึดมั่นในหลัก
ประชาธิปไตย๔๙ น่าจะให้มีการเลือกต้ังล่วงหน้า หรือ เลือกต้ังทางไปรษณีย์ หรือ เลือกต้ังนอกเขต...
กกต. มากํากับ”๕๐ โดย “หน่วยงานของรัฐหรือส่วนราชการท่ีเก่ียวข้องจะต้องเน้นหรือปฏิบัติเชิงรุก
เพอ่ื ประชาสมั พันธ์เกีย่ วกบั การเลอื กตั้งใหม้ ากกวา่ น้ี มใิ ชป่ ล่อยใหท้ อ้ งถ่ินดําเนินการเอง”๕๑

สรุปข้อเสนอแนะ ผู้บริหารหรือผู้นําท้องถิ่นควรมีการสรา้ งความเข้าใจในบทบาทหนา้ ทข่ี อง
ผู้บริหารท้องถิ่นทุกระดับ ท้ังองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตําบล ต้อง
ใกล้ชิดประชาชน ประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ทุกส่ือที่สามารถช่วยให้แก่ประชาชนได้มีความรู้ความ
เข้าใจชัดเจนในกฎหมายรัฐธรรมนูญ การใช้สิทธิ์เลือกต้ัง ให้ตระหนักรู้สิทธิเสรีภาพและมีจิตสํานึกถึง
สิทธิและหน้าที่ ท้ังของตนเองและส่วนรวม ว่า เป็นหน้าที่ท่ีต้องกระทําและกระทําให้ถูกต้อง ไม่ละเลย
หน้าท่ีเป็นเด็ดขาด การเคารพสิทธิผู้อ่ืน รักษากฎหมาย การมีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ซ้ือสิทธิ์ ขาย
เสียง มีความซ่ือสัตย์ สุจริตต่อตนเองและผู้อื่น มีความรู้ รักสามัคคี รักษาดํารงไว้ ซึ่งชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ สถาบันหลกั ของประเทศชาติไทย ใหม้ นั่ คง ยัง่ ยืน สถาพรสืบไป

๗. ผลการสัมภาษณ์หลักสังคหวัตถุ ๔ ที่ส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การ
บรหิ ารส่วนจงั หวดั ชยั ภูมิ

ผลการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (Key Informants) เกี่ยวกับหลักธรรมสังคหวัตถุ ๔ ท่ี
ส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง
จงั หวัดชัยภมู ิ ซึง่ มรี ายละเอยี ดดังตอ่ ไปน้ี

๑) ดา้ นทาน การให้ การแบง่ ปนั เอือ้ เฟอ้ื ชว่ ยเหลือ เสียสละ

- ฝ่ายผู้นําขององค์การปกครองท้องถ่ิน หรือผู้ลงสมัครรับเลือกต้ังเป็นนายก อบจ.
ทาน การให้ ให้ความรู้เรื่องการเลือกตั้ง เรื่องการเมือง เรื่องกฎระเบียบวินัย เรื่องกฎหมายในการ
เลือกตั้ง ช้ีแจงให้ประชาชนเข้าใจถูกต้อง๕๒ ซึ่งผู้นําท้องถ่ินควรจัดกิจกรรมหรือโครงการส่งเสริมให้
ความรู้แก่ประชาชนในทอ้ งถิ่น และผู้สมัครเป็นกันเอง ร่วมกันส่งเสริมให้ความรู้เรื่องการเลอื กตัง้ สิทธิ
ของการเลือกต้ังแก่ประชาชนท่ัวไป๕๓ ซ่ึงทานการให้เก่ียวกับตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง ถ้าเป็นคนมีความ
เสียสละ มีการให้ มีความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่ในการให้ แต่ไม่จําเป็นจะต้องให้ทางด้านวัตถุเสมอไป อาจจะ

๔๘ สัมภาษณ์ ราชัญ ฐานสมบรู ณ์, ผใู้ หญบ่ า้ น บา้ นเลา่ , หมูท่ ่ี ๒, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๔๙ สมั ภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ์, กํานันตาํ บลบ้านเล่า, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๕๐ สัมภาษณ์ สากล วงศไ์ พร, รองปลัดองค์การบริหารส่วนตาํ บลหนองนาแซง, ๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๕๑ สัมภาษณ์ พนาวลั ย์ วรรณพงศ์, ประธานกองทุนหมู่บา้ น, บ้านเลา่ หมู่๑๔, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๕๒ สมั ภาษณ์ เภาลีนา โล่วีระ, นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตําบลบ้านเฎล่า, ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๕๓ สมั ภาษณ์ พนาวัลย์ วรรณพงศ์, ประธานกองทนุ หมู่บ้าน, บ้านเล่าหมู่ ๑๔, ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๔

เป็นการให้ความเป็นกันเอง ให้ความรู้ในเร่ืองต่าง ๆ เช่น ความรู้การเลือกตั้งเป็นต้น ฉะน้ัน เรื่องของ
ทานแล้ว ถ้ามีผู้ให้ก็มีผู้รับ ให้มีบุญคุณก็จะมีการตอบแทนผู้ให้ ซ่ึงถ้าเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมการ
เลือกต้ังน้ัน จะเป็นการให้ท่ีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น ให้ความรู้เร่ืองการเลือกตั้งเรื่องกฎหมาย
เกี่ยวกับการสง่ เสริมใหค้ วามรเู้ รื่องอาชีพเป็นต้น๕๔ นอกจากน้แี ล้ว ฝา่ ยผู้สมคั รก็ต้องให้ความสําคญั แก่
ชุมชนให้คํามั่นสัญญาประกาศนโยบายอะไรให้แก่ชุมชนแล้ว ก็รักษาคําสัญญานั้นปฏิบัติตามน้ัน ให้
เวลาให้โอกาสไปพบปะกับคนในชุมชนบ้าง๕๕ ในเรื่องทานผู้สมัครต้องเป็นบุคคลที่มีความเสียสละ
แบ่งปันเสียสละเวลาเสียสละทรัพย์ และความสุขส่วนตนเพ่ือประโยชน์ส่วนรวมเพ่ือคนในชุมชนใน
จังหวัด ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เม่ือได้เข้ามาทําหน้าที่เป็นนายกแล้วต้องมีความเสียสละ
อยา่ งเชน่ วา่ การเสยี สละนต้ี ้องทําเป็นประจาํ ๕๖

- ฝ่ายประชาชน ชาวบ้านให้ความร่วมมือไปรับความรู้ ก็ให้ความร่วมมือรับรู้ รับรู้หน้าที่
ของตนเอง ในการไปใช้สิทธิ์เลือกต้ัง และให้ความร่วมมือในการออกมาเลือกตั้งทุกครัง้ ท่ีมีการเลือกต้ัง
ขอให้ช่วยในเร่ืองใด ให้ความร่วมมือทุกคร้ัง๕๗ ประชาชนทั่วไปให้ความร่วมมือในการรับรู้ อบรมการ
เลือกต้ัง เวลาไปลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง พร้อมไปเลือกต้ังทุกครั้ง๕๘ ประชาชนให้ความร่วมมือ ให้
ความสําคัญแก่กิจกรรมทางการบ้านการเมืองเช่น การออกไปเลือกตั้ง ไม่ซ้ือสิทธิ์ขายเสียง ช่วยชุมชน
พัฒนาหมู่บ้านเป็นต้น๕๙ ด้านทานประชาชนต้องให้ความสําคัญ ให้ความร่วมมือออกไปใช้สิทธิ์
ลงคะแนนเสียงเลือกต้ังนายก อบจ.และเลือกตั้งทั่วไป ตามสิทธิหน้าท่ีทางการเมืองของตนเองท่ีมี ทุก
ครั้ง เพ่ือเป็นประโยชน์แก่ชุมชนและประเทศชาติ๖๐ ประชาชนต้องเป็นคนมีความเสียสละทําหน้าท่ี
ของตน เม่ือทางองคก์ ารปกครองท้องถิน่ ออกมาพัฒนาชุมชนชว่ ยกันทํางานเพื่อชุมชนส่วนรวม ๖๑

และปัญหา และข้อเสนอแนะ ผใู้ หค้ ําสมั ภาษณ์ไว้แตกต่างกนั ออกไปดงั นี้ ปัญหาการให้
แบบเกรงใจ เมื่อมีผู้ขอมา ผู้ท่ีสนองตอบ ก็ตอ้ งสนองตอบด้วยตามความเกรงใจ โดยไม่คิดให้รอบคอบ
เสียก่อน ทําให้เกิดผลเสียตามมา ไม่ว่าการขอจะเป็นเร่ืองอะไร ผิดชอบช่ัวดี ก็ไห้ไว้ก่อน เมื่อมาคิดได้
ก็สายที่จะแก้ คือการให้แบบผิด ๆ เพราะนี้เป็นนิสัยของบรรพบุรุษให้มา อย่าให้แบบเป็นทุกข์
ข้อเสนอแนะส่งเสริมการให้แบบธรรมชาติ คือ ให้คิดให้รอบคอบ คิดให้ดี คิดให้กว้าง ๆ คิดให้ผู้อ่ืนมี
ความสุข คลายทุกข์ คลายกังวล ไม่หวังส่ิงตอบแทน ก็ร้ทู ่ีจะให้กับตวั เอง ให้มากหรือน้อย ก็ถือวา่ เป็น

๒๕๖๔. ๕๔ สัมภาษณ์ อริสา ขาํ ชัยภมู ิ, รองปลัดเทศบาลเมืองชัยภมู ,ิ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๒๕๖๔. ๕๕ สัมภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สุวรรณภูมา, อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์
๕๖ จรยิ า ศริ ิพันธ,์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจงั หวดั ชัยภูมิ, ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๕๗ สมั ภาษณ์ เภาลนี า โล่วรี ะ, นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตาํ บลบ้านเฎล่า, ๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๕๘ สัมภาษณ์ พนาวัลย์ วรรณพงศ์, ประธานกองทนุ หมบู่ ้าน, บา้ นเลา่ หม๑ู่ ๔, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๕๙ สัมภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สุวรรณภูมา, อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์
๖๐ สมั ภาษณ์ ประดลเดช เกดิ ชัยภูมิ, ผอ.กองกจิ การสภา อบจ. ชัยภมู ิ, ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๖๑ สัมภาษณ์ จริยา ศริ ิพันธ์, ปลดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัดชยั ภูมิ, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๕

การให้ เป็นการสะสมทุน เพื่อการแบ่งปันจากผู้หนึ่งไปอีกผู้หน่ึง ในยามมีวิกฤติ สภาวะฉุกเฉิน๖๒
ข้อเสนอแนะ เลือกคนท่ีเข้าพบปะได้ง่าย เม่ือต้องการให้ช่วยเหลือประชาชน ต้องเลือกคนที่มีใจ
เสียสละ๖๓ ข้อเสนอแนะ ถ้าผู้นําท่ีดี ต้องมีบวร มีบ้าน วัด โรงเรียน มีความสําคัญในการเลือกตั้ง ต้อง
ไปด้วยกัน ที่บ้านต้องประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้ในการเลือกต้ัง ไม่ซ้ือสิทธิ์ขายเสียง ทางศาสนาที่วัด
อย่างน้อย เดือนละ ๒ คร้ังหรือ ๓ คร้ัง ไปทําบุญที่วัด ทางวัดต้องให้ส่วนร่วม ให้ส่วนร่วมในการ
เลือกต้ัง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ ให้เลือกตั้งที่ถูกต้อง โดยเฉพาะโรงเรียนส่งเสริมเด็ก ให้
แนวปลูกฝังเด็กในแนวเลอื กต้ังให้ไปโนม้ น้าวผู้ปกครองไปเลือกต้ัง ให้วัดมีส่วนช่วยประชาสมั พันธ์การ
เลือกตั้งเป็นสิ่งที่ดี ให้มาทํางาน ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง๖๔ ปัญหาสังคมไทยส่วนใหญ่ทุกวันนี้
ส่วนมากเป็นคนเห็นแก่ตัว เอาตัวรอดไม่แบ่งปัน แนวทางส่งเสริมช่วยปลูกฝังให้ลูกหลานและคน
รอบข้าง ให้เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัวรู้จักการให้ การเสียสละช่วยเหลือคนอื่นที่ด้อยกว่าด้วยความ
จริงใจ๖๕ ปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง มีการจูงใจให้ประชาชนไปลงคะแนนโดยใช้สิ่งของ บริจาคเงิน
ข้อเสนอแนะรณรงค์ต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรืองของข้อ
กฎหมายและกฎ กติกาต่าง ๆ เก่ียวกับการเลือกต้ัง๖๖

สรุปความในด้านทานจากเน้ือความผู้ให้ข้อมูลได้ว่า ทุกฝ่าย ฝ่ายผู้นําท้องถิ่นทั้งผู้บริหาร
องค์การส่วนจังหวัดต้องมีความเสียสละประโยชน์ตนเพ่ือประโยชน์ส่วนรวมของคนส่วนมาก เช่น
เสียสละเวลาความสุขส่วนตน เพื่อออกไปดูแลความเป็นอยู่ของคนในชุมชน นอกเมือง ช่วยจัด
โครงการอบรมให้ความรเู้ ร่อื งสิทธิเสรีภาพตามหน้าที่ของพลเมืองในประเทศตามกฎหมายรฐั ธรรมนูญ
การใช้สิทธ์ิลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง ส่งเสริมเร่ืองอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ให้อยู่รอดปลอดภัย ส่วน
ประชาชนก็ต้องมีความเสียสละให้ความร่วมมือที่จะเรียนรู้กฎหมายรัฐธรรมนูญ การเลือกต้ัง สิทธิ
หน้าที่ของพลเมืองของตน ตลอดถึงการออกไปใช้สิทธ์ิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทุกครั้งไม่ขาด ท้ังให้
ความร่วมมือกับองค์การปกครองท้องถิ่นช่วยพัฒนา หมู่บ้าน ชุมชนในเขตจังหวัดของตนเอง ทุกครั้ง
ตามโอกาส อันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในชุมชน และอีกประการหน่ึง นายกองค์การบริหารส่วน
จังหวัดชัยภูมิมนี โยบายในการเปลย่ี นแปลงจังหวัดชัยภูมิในทางทีด่ ีย่งิ กว่าเดิม ด้วยการให้ การเสยี สละ
และการแบ่งปันส่ิงดี ๆ ให้แก่จังหวัดชยั ภูมิ คนทุกคนในจังหวัดชัยภูมิก็รอดูผลงานของนายก เพื่อท่ีจะ
เอามาปรบั ปรงุ จังหวัดชยั ภมู ติ ่อไป

๖๒ สมั ภาษณ์ ราชญั ฐานสมบูรณ,์ ผใู้ หญ่บา้ น บา้ นเล่า, หมทู่ ี่ ๒, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๖๓ สมั ภาษณ์ วีระศกั ดิ์ นามวิเศษ, ปลดั เทศบาลตําบลโคกสูง, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๖๔ สมั ภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ,์ กาํ นนั ตําบลบ้านเล่า, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๖๕ สมั ภาษณ์ ประไพ ฐานวสิ ยั , ส.อบต. บ้านเล่า หมู่ ๑๔, ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๖๖ สัมภาษณ์ สุทิน สุวรรณพิมล, รองนายก อบต, โพนทอง, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔. และสากล วงศ์
ไพร, รองปลดั องค์การบรหิ ารส่วนตาํ บลหนองนาแซง, สมั ภาษณ์, ๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๖

๒) ปยิ วาจา วาจาเป็นท่ีรกั พูดไพเราะสภุ าพ อ่อนหวาน พดู เปน็ ประโยชน์

จากคําสัมภาษณ์ของผู้ให้ข้อมูลได้กล่าวเร่ืองปิยวาจาคือ พูดคําสุภาพ ไพเราะ ส่งเสริม
ในทางท่ีดี ใช้วาจาที่น่าทําตามไปในทางที่ถูก เสนอนโยบายของตนเอง ชี้แนะแนวทางการทํางานของ
ตนเอง มีความอดทน การพูดหาเสียง มีบ้างท่ีคนจะพูดโจมตีฝ่ายตรงข้าม ก็ต้องอดทน ช้ีแจงนโยบาย
ของตนให้ประชาชนเข้าใจ ประชาชนก็พูดส่งเสริมตามนโยบายที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
ชี้แจงให้ผู้สมัครรู้ความต้องการของตนเองของชุมชน๖๗ ผู้สมัครหรือผู้มีหน้าที่ปกครองท้องถิ่นก็ต้องมี
วาจาไพเราะสภุ าพ ช้แี จงอธบิ ายการทํางานตามนโยบายของตนเองและประชาชนได้เข้าใจชดั เจน เพ่ือ
การทํางานได้สะดวกเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ประชาชนพูดจาไพเราะเช่นเดียวกัน ถ้าบอกถ้าพูดให้
เหตุผลความต้องการของชุมชนของตนว่าต้องการให้พัฒนาอะไรบ้าง ชุมชนมีความต้องการอะไรบ้าง
ให้ผนู้ าํ ไดเ้ ข้าใจถึงความต้องการ”๖๘

ทุกคนควรมีคําพูดสุภาพ อ่อนโยน มีประโยชน์ ทั้งผู้สมัครและประชาชนทั่วไป ควรพูด
ด้วยคําไพเราะอ่อนหวานจริงใจ ฝ่ายผู้สมัครละครพูดแจ้งความประสงค์ของตนท่ีลงสมัครรับเลือกต้ัง
ตามนโยบายท่ีได้กําหนดไว้ให้ประชาชนเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งชัดเจน เพื่อประชาชนจะได้ลงคะแนน
เสียงเลือกตั้ง ประชาชนก็ต้องพูดเพราะสุภาพบอกความต้องการของตนเองและชุมชนแก่ผู้สมัครให้
เขามาทําให้ตามที่ต้องการและท่ีชุมชนต้องการด้วย๖๙ ประชาชนต้องกล้าแสดงออก กล้าพูดความจริง
พูดโน้มน้าวจิตใจ ชักชวนญาติพ่ีน้องหรือเพื่อน และคนในชุมชน พูดให้เห็นความสําคัญของการไปใช้
สทิ ธิล์ งคะแนนเสียงเลือกต้ังทางการเมือง ตามสิทธหิ น้าที่ของตนเองท่ีมแี ละกฎหมายรัฐธรรมนูญ ดว้ ย
ความถูกต้อง เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมในชุมชน๗๐ ต้องพูดให้ความรู้แก่ประชาชนได้เข้าใจการเลือก
คนที่มาเป็นนายก ให้เข้าใจกฎ ระเบียบหรือกฎหมายการเลือกตั้ง ส่งเสริมการพูดความจริง พูดช่วย
แนะนําสังคมให้ต้ังอยู่ในหลักความถูกต้อง ไม่เห็นแก่ได้๗๑ การพูดจาด้วยความจริงใจ การพูดจาไม่ใช่
เฉพาะพูดไพเราะอ่อนหวานเท่านั้น ต้องพูดด้วยความจริงใจ พูดออกจากใจชี้แจงนโยบายที่จะทําให้
ประชาชนได้ทราบและเข้าใจแล้วก็ต้องกระทําตามที่พูดจานั้นด้วย แล้วประชาชนได้เห็นความจริงใจ
เขากจ็ ะเลือกต้ังเอง ก็ถือว่าเป็นแบบอย่างให้ประชาชน ประชาชนก็จะพูดจาไพเราะ สุภาพ ด้วยความ
จรงิ ใจด้วยเชน่ กัน๗๒

๖๗ สัมภาษณ์ เภาลนี า โล่วรี ะ, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตําบลบา้ นเฎล่า, ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๖๘ สัมภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สุวรรณภูมา, อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์
๒๕๖๔.
๖๙ สมั ภาษณ์ พนาวลั ย์ วรรณพงศ์, ประธานกองทุนหมูบ่ ้าน, บ้านเลา่ หมู่ ๑๔, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๗๐ สัมภาษณ์ ประดลเดช เกิดชัยภูมิ, ผอ.กองกิจการสภา อบจ. ชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔. และ
สุทิน สุวรรณพิมล, รองนายก อบต, โพนทอง, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๗๑ สัมภาษณ์ สากล วงศ์ไพร, รองปลดั องค์การบรหิ ารสว่ นตาํ บลหนองนาแซง, ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๗๒ สัมภาษณ์ อริสา ขาํ ชัยภูมิ, รองปลดั เทศบาลเมอื งชัยภมู ิ, ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๗

ผู้สมัครต้องพูดไพเราะอ่อนหวาน พูดชูนโยบายของตนเองพูดให้ชาวบ้านเชื่อถือ ให้
ประชาชนเข้าใจในนโยบายของตนเอง พูดจริงทําจริง ตามนโยบายของตนเอง ประชาชนจะมองภาพ
ของส่วนรวมมากกว่า ถ้าใช้วาจาไม่สุภาพ ไม่ไพเราะ เช่น ไปพูดโจมตีคู่แข่ง พูดแต่คําหยาบ พูดไม่
สุภาพ พูดไม่ดี ก็ไม่มีใครเขาเลือกหลอก๗๓ การพูดจาไพเราะเหมาะสมกับภาวะของแต่ละคน
เหมาะสมกับฐานะ และกับสถานการณ์น้ัน ๆ หรือพูดให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนเช่นการแนะนําการใช้
สิทธิ์เลือกต้ังตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามหน้าท่ีที่มีสิทธิ์ออกไปเลือกต้ังแก่ประชาชนด้วย เป็น
ตัวอย่าง ประชาชนก็ต้องพูดไพเราะสุภาพเช่นเดียวกัน และพูดแนะนําให้คนในครอบครัวและชุมชน
ของตนเองให้รู้ให้เข้าใจถึงสิทธิ์ในการออกไปเลือกตั้งหรือการมีส่วนร่วมเก่ียวข้องกับการปกครองใน
องค์กรท้องถิ่นในจังหวัดของตนเองเป็นต้น๗๔ ปัญหาทางด้านวาจา คือการสัญญาในทางเสียง เพื่อชัก
จูงในการรับเลือกต้ังเพื่อท่ีจะได้มาเป็นนายก การท่ีสัญญาด้วยวาจา น้ันผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งต้องทํา
ตามสัญญาที่ได้ให้แก่กับประชาชน เพราะทุกคนท่ีเลือกนั้นเชื่อในสิ่งที่ท่านพูด๗๕ ผู้ที่จะเข้ามาดูแล
นโยบายและความเดือดร้อนของประชาชน จะต้องออกมาแสดงความจริงใจท่ีพูดรับปากกับชาวบ้าน
ตอ้ งออกมาพดู และปฏิบตั ิ ต้องมากลา่ วขอบคณุ ที่ประชาชนไวว้ างใจเลอื กเข้ามา๗๖

ปัญหาในการหาเสียงของผู้สมัคร คํานึงถึงท่ีได้ฟังคือการโจมตีคู่แข่ง เป็นคําท่ีไม่น่าฟัง
เท่าไร เป็นคําพูดท่ีเปรียบเปรยไปในทางไม่ดี จะจริงเท็จแค่ไหนไม่ทราบ คนที่ชอบแบบนี้ก็นิยมใน
คําพูดนั้น แต่คนท่ีไม่ชอบหรือเห็นต่างก็ไม่ชอบ คําพูดท่ีหยาบคาย ไม่น่ามีในบุคคลสาธารณะ เช่นนี้
เพราะมีเกียรติกันทุกคน น่าจะไห้เกียรติผู้อ่ืนบ้าง, ข้อเสนอแนะ จะต้องเคารพสิทธิในการพูด ไม่
กระทบความรู้สึกผู้อื่น ท้ังต่อหน้าและลับหลัง พูดในเร่ืองที่น่าเช่ือถือ น่าฟัง มีใจความที่ชัดเจน ไม่วก
ไปวนมาจนน่ารําคาญ ส่งเสรมิ ให้มีเวทีในการพูดตอบโต้ ทัง้ ในระดบั ตา่ ง ๆ ในชว่ งใดชว่ งหน่ึง และให้มี
ทีมฝึกพูดมาสอนทักษะ วิธีการและขั้นตอนต่อเยาวชนหรือบุคคลท่ัวไป ให้ส่งเสริมการพูดมีระเบียบ
กฎเกณฑ์ ถูกอักขระ มีรูปแบบที่สระสลวย นา่ จะดีถ้ามีโอกาส”๗๗

สรุปความด้านปิยวาจา ได้ว่า ผู้นําท้องถิ่นควรพูดแนะนําให้ประชาชนเข้าใจกฎ ระเบียบ
หรือกฎหมายการเลอื กตั้ง ส่งเสริมการพูดความจริง พูดช่วยแนะนาํ สังคมให้ตั้งอยู่ในหลักความถูกต้อง
พูดโน้มน้าวให้ประชาชนได้เข้าใจนโยบายท่ีจะทําในการพัฒนาท้องถิ่น ให้เชื้อถือส่ิงที่จะทําร่วมกันใน
การพัฒนาตามนโยบายขององค์กรท่ีได้ประกาศไปแล้ว และกระทําตามนโยบายท่ีประกาศด้วยความ
จริงใจ ส่วนประชาชนท่ีอยู่ในพื้นที่ของอําเภอต่าง ๆ ในจังหวัด ได้แบบอย่างท่ีดี ก็จะพูดแต่สิ่งที่เป็น
ประโยชน์ต่อส่วนรวม พูดแนะนําพ่ีน้อง เพ่ือนบ้านหรือคนในชุมชนของตน ให้เข้าใจเห็นความสําคัญ
ของการไปใช้สิทธ์ิทางการเมือง การเลือกต้ังตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทุกประการ และร่วมกันยึดถือ
ปฏิบัตติ ามสิทธิหน้าทข่ี องพลเมอื ง ด้วยความถูกตอ้ งดีงาม

๗๓ สัมภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ,์ กํานันตําบลบา้ นเลา่ , ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๗๔ สมั ภาษณ์ จรยิ า ศริ ิพนั ธ์, ปลดั องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดชัยภมู ,ิ ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๗๕ สมั ภาษณ์ วีระศกั ด์ิ นามวิเศษ, ปลดั เทศบาลตาํ บลโคกสงู , ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๗๖ สมั ภาษณ์ ประไพ ฐานวสิ ัย, ส.อบต. บา้ นเล่า หมู่ ๑๔, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๗๗ สัมภาษณ์ ราชญั ฐานสมบรู ณ,์ ผู้ใหญบ่ ้าน บ้านเลา่ , หมูท่ ี่ ๒, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๘

๓) อตั ถจรยิ า การประพฤตปิ ระโยชน์ ชว่ ยงานสว่ นรวม

จากการสัมภาษณ์ได้ความว่า อัตถจริยา การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ การทํา
ประโยชน์แกส่ ่วนรวมท้ังผสู้ มัครและประชาชน ให้มีพฤติกรรมส่งเสริมการเลือกต้ัง เพราะแต่ละชุมชน
ก็แตกต่างกัน ก็ต้องปฏิบัติให้ตรงตามต้องการของแต่ละชุมชน ไม่เกี่ยวกับการประพฤติเป็นหลักของ
แต่ละบุคคล ก็เข้าไปช่วยขวนขวายประโยชน์ส่วนรวมในทางที่ไปด้วยกัน ที่คุยกันไว้ด้วยนะ ท้ังสอง
ฝ่าย๗๘ ผ้สู มัครหรอื ผนู้ ําทอ้ งถิ่นกไ็ ด้ไปรว่ มงานของคนในชมุ ชน เชน่ งานบวช งานแต่ง งานศพเปน็ ต้น
และท่ีสําคัญก็ควรประพฤติปฏิบัติตามนโยบายที่ให้ไว้แก่ชุมชนเพ่ือพัฒนาชุมชนเป็นประโยชน์แก่
ประเทศชาติต่อไป ส่วนประชาชนก็ต้องให้ความร่วมมือเม่ือผู้นําท้องถ่ินได้ออกมาพัฒนาชุมชน ร่วม
กิจกรรมทํางานเพื่อชุมชนตามหน้าที่ที่เก่ียวข้องเพื่อประโยชน์แก่ชุมชนของตนเอง๗๙ ประพฤติเป็น
ประโยชน์ ทุกฝ่ายต้องทําตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ฝ่ายผู้สมัครก็ต้องไปเยี่ยมชาวบ้าน เยี่ยมคน
ในชุมชน มาดูแลช่วยเหลือความทุกข์ยากให้เขาได้ผ่อนคลายบ้าง ส่วนประชาชนก็ให้ความร่วมมือกับ
องค์กรท้องถ่ินในการบริหารจัดการและร่วมไปลงคะแนนเสียงเลือกต้ังทุกครั้งท่ีมีการเลือกต้ัง๘๐
ผู้สมัครต้องตั้งมั่นในนโยบายท่ีทําประโยชน์เพ่ือส่วนรวมยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลักยอม
เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพ่ือประโยชน์ส่วนรวมเป็นผู้นําต้องตั้งอยู่ในหลักสลากเป็นแบบอย่างให้กับ
คนในชุมชนในจังหวัดของตนเอง ส่วนประชาชนก็ควรปฏิบัติเช่นเดียวกันออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียง
เลือกต้ังตามสิทธ์ิของตนเพ่ือประโยชน์ส่วนรวมไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างและแจ้งงานชุมชนบ้านทางการ
ปกครองท้องถ่ินออกมาพักช่วยพัฒนาในการแนะนําอาชีพให้ความรู้เร่ืองกฎหมายจะต้องประพฤติ
ปฏิบัติตามกฎหมายกติกาของบ้านเมืองเพ่ือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสําคัญ๘๑ อัตถจริยา ประพฤติ
ประโยชน์ ทําตัวเป็นประโยชน์จะมีความใกล้เคียงกันกับทานจึงมีการให้ประโยชน์แก่คนท่ัวไป ใช้ใน
การส่งเสริมพฤติกรรมทางการเลอื กต้ัง ควรจะเป็นการประพฤติตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ต่อส่วนรวมเช่นให้
ความช่วยเหลือ ออกไปแนะนําความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง ออกไปช่วยเหลือชุมชนเพ่ือ
สาธารณะประโยชน์เป็นต้น และฝ่ายประชาชนก็ต้องประพฤติตนรักษาสิทธิ์ออกมาเลือกตั้งหรือร่วม
กิจกรรมเก่ียวกับส่วนรวมท่ีผู้นําท้องถิ่นออกมาพัฒนาร่วมกันใช้หลักธรรมนี้ก็ต้องไปร่วมกันกับท้ังการ
ให้และการพูดจาไพเราะด้วย๘๒ ด้านอัตถะจริยา ประชาชนต้องออกไปใช้สิทธ์ิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ทุกครั้งด้วยตนเอง เป็นแบบอย่างท่ีดใี ห้กับเพอ่ื นบ้าน คนในชุมชนและลูกหลาน พร้อมกบั ชักชวนญาติ
พี่น้องหรือคนในชุมชนให้ออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกต้ังนายก อบจ. และท่ีมีการเลือกต้ังทุก
ครั้ง ทงั้ ระดับท้องถน่ิ และระดบั ชาต๘ิ ๓

๒๕๖๔. ๗๘ สมั ภาษณ์ เภาลีนา โลว่ รี ะ, นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตําบลบ้านเฎล่า, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๗๙ สัมภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สุวรรณภูมา, อาจารย์ประจํามหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ๖ กุมภาพันธ์
๘๐ สมั ภาษณ์ พนาวลั ย์ วรรณพงศ,์ ประธานกองทุนหมู่บ้าน, บ้านเล่าหมู่ ๑๔, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๘๑ สัมภาษณ์ จรยิ า ศิรพิ ันธ,์ ปลดั องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดชยั ภูมิ, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔
๘๒ สมั ภาษณ์ อรสิ า ขําชยั ภูม,ิ รองปลัดเทศบาลเมอื งชยั ภมู ,ิ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๘๓ สัมภาษณ์ ประดลเดช เกดิ ชยั ภูมิ, ผอ.กองกจิ การสภา อบจ. ชยั ภมู ิ, ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๔๙

ปัญหา คือ การคิดอย่างหน่ึง แต่ไปทําอย่างหนึ่ง ซ่ึงไม่ตรงกับส่ิงท่ีประชนคาดหวัง การ
ประพฤติตน เมื่อมีตําแหน่งก็จะยกตนเป็นบุคคลเหนือบุคคลอ่ืนว่า มีอํานาจ ก็จะใช้อํานาจน้ัน ถ้าใช้
ถูกที่ถูกเวลาก็เป็นผลดี แต่ถ้าใช้ในทางท่ีไม่ถูกต้อง ก็จะเกิดความเสียหายต่อสิ่งท่ีรับผิดชอบ และจะ
เกิดคามเคยตัวหรือนิสัยติดตัวไปตลอด ข้อเสนอแนะแนวทางส่งเสริมให้มีการปรับเปล่ียนพฤติกรรม
ในด้านต่าง ๆ ของบุคคลในด้านคมุ นิสัยใจคอ การปรบั ปรงุ อาจจะยากมาก แต่ไม่มีการเสรมิ สรา้ งทําให้
เกดิ คุณค่า กย็ ่อมไมเ่ กิดผลตามมา ให้เป็นคณุ ค่าทางใจ เพือ่ ประโยชน์ของผอู้ นื่ มากกว่าสว่ นตน ใหเ้ ป็น
ผ้มู ีจิตอาสา ทําแทนผอู้ ื่นท่ีต้องสละในเมือมีโอกาส ทําในส่ิงท่ียากกว่าใหง้ ่ายข้ึน มีนําเสนอแนะและรับ
ฟงั ส่วนนอ้ ยก่อน เพอ่ื ให้ผลงานที่ทาํ บรรลเุ ปา้ หมาย๘๔

ปัญหาเม่ือผู้มาลงเลือกตั้ง ไม่มาพบปะชาวบ้าน ชาวบ้านก็ไม่รู้จัก ไม่ช่วย ไม่ให้ความ
รว่ มมือในสิ่งต่าง ๆ คือกัน ข้อเสนอแนะ เมื่อผู้ได้รับเลือกต้ัง ต้องลงมาดูแลความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
เช่น คมนาคม ไฟฟ้า น้ําประปาเป็นต้น อาชีพการเป็นอยู่ให้เขาพึงตนเองได้ มาประพฤติตนให้เป็น
ประโยชน์ต่อชาวบ้าน ส่งเสริมชาวบ้านปลูกพืชครัวเรือน ปลูกพืชหมุนเวียน เหลือก็แบ่งปันให้คนอื่น
ได้ ๘๕ ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น รู้จักเสียสละไม่เห็น
ตัวและความสุขสบายส่วนตัว ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทํางานให้สาธารณประโยชน์๘๖
ข้อเสนอแนะให้ประชาชนประพฤติปฏิบัติอยู่ในทางถูกต้อง เลือกตั้งด้วยความบริสุทธ์ิ ตามหน้าท่ีของ
ประชาชน ควรกระทํามุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ไม่รับสินบน ไม่ซ้ือสิทธ์ิ ขายเสียง๘๗ ปัญหา
ผู้สมัครลงเลือกตั้งเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชน เพื่อแสวงหาผลประโยชน์กับคนในชุมชน
ข้อเสนอแนะท่ีได้รับเลือกเป็นนายกแล้ว ควรมีความทุมเท มุ่งม่ัน ต้ังใจและเป็นที่ยอมรับของสังคม
มุ่งมัน่ ทํางานเพ่ือประชาชน๘๘

สรุปอัตถจริยา การประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ เพื่อทําประโยชน์แก่ส่วนรวม ทั้งผู้สมัคร
และประชาชน ให้มีพฤติกรรมส่งเสริมการเลือกตั้ง ปฏิบัติแกคนในชุมชนแต่ละชุมชน ก็แตกต่างกัน ก็
ต้องปฏิบัติให้เหมาะสมแต่ละชุมชน ซ่ึงคนในชุมชนต้องเข้าไปช่วยขวนขวายประโยชน์ส่วนรวมในทาง
ทีไ่ ปด้วยกัน มีจิตใจเสยี สละมุ่งทําประโยชน์ให้สว่ นรวม เมือส่วนรวมมีความสขุ ความร่มเย็น คนแต่ละ
คนซงึ่ ก็เปน็ ส่วนหน่งึ ของชมุ ชน ก็ย่อมได้รบั ประโยชน์ ความสุขสงบเย็นไปด้วย เป็นอันหนง่ึ อันเดียวกับ
ชุมชน ขอเพียงแต่ผู้นําท้องถิ่นหรือประชาชน เมื่อได้รู้ได้เห็นสิ่งอันเป็นประโยชน์ของชุมชน ส่วนรวม
แล้วอย่าน่ิงดูดาย ในกิจการงานส่วนรวม ให้ความร่วมมือกันช่วยทําให้สําเร็จ ด้วยความสมัครใจ เช่น
การออกไปใช้สิทธ์ิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทางการเมืองเพื่อเลือกตัวแทนของประชาชนไปร่วมบริหาร
กิจการบ้านเมือง ก็ออกไปร่วมใช้สิทธ์ิออกเสียงกันทุกคน เพ่ือนําไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง

๘๔ สัมภาษณ์ ราชัญ ฐานสมบรู ณ์, ผูใ้ หญบ่ า้ น บ้านเล่า, หม่ทู ่ี ๒, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๘๕ สัมภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ,์ กาํ นันตาํ บลบ้านเล่า, ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๘๖ สัมภาษณ์ ประไพ ฐานวสิ ยั , ส.อบต. บา้ นเลา่ หมู่ ๑๔, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๘๗ สัมภาษณ์ สุทิน สวุ รรณพมิ ล, รองนายก อบต, โพนทอง, ๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๘๘ สมั ภาษณ์ วีระศกั ด์ิ นามวิเศษ, ปลัดเทศบาลตําบลโคกสงู , ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๕๐

ประเทศชาติ ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างเพียงเล็กน้อย อันเป็นการทําลายประโยชน์ส่วนมากของส่วนรวม
ของประเทศชาติ

๔) สมานตั ตตา ความมีตนเสมอ

สมานัตตตา ความมีตนเสมอ ความมีตนเสมอตน้ เสมอปลาย จะเจอกันทไี่ หนก็ไม่ถอื ตัวถือ
ตน ก็เป็นกันเอง เม่ือมีหน้าท่ีก็ทําหน้าที่ท่ีตนมีให้ถูกต้อง ผู้สมัครต้องเป็นแบบอย่างของชุมชน ทํา
หน้าที่ก็ทําหน้าท่ีตามปกติ พ้นหน้าที่ก็ประชาชนคนหนึ่งเป็นคนในชุมชน เป็นกันเอง ทําตามหน้าท่ี
ตอนเลือกต้ังเป็นอย่างไร หลังเลือกต้ังก็เป็นอย่างน้ัน ส่วนประชาชนก็ทําหน้าท่ีของตน รู้จักบทบาท
หน้าท่ีของตน ทําตามหน้าทีท่ มี่ ีให้ดใี หถ้ กู ต้อง ถึงตอนออกไปเลือกต้ัง ก็ออกไปเลอื กต้งั ๘๙ วางตนเสมอ
ไปหาเม่ือไหร่ก็ได้พบ เจอที่ไหนก็ทักทายเป็นกันเองทุกที่ เมื่อมีกิจสําคัญมีงานของชุมชนเม่ือเข้าไปหา
ก็ต้องให้ความสําคัญได้พบ หรือทํางานในหน้าที่ของตนเองตามท่ีได้รับปากไว้กับชุมชนอย่างดีและ
ถูกต้อง เต็มความสามารถท่ีได้วางนโยบายไว้ ส่วนประชาชนก็ต้องทําหน้าท่ีให้เหมาะสมกับตนเมื่อถึง
เวลาไปเลือกตั้งก็ไปใช้สิทธิ์เลือกต้ังด้วยความสุจริต ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง ไม่ซื้อสิทธ์ิ ขายเสียง เมื่อมี
งานของชุมชนก็เข้าร่วมทุกครั้งเป็นต้น๙๐ สมานัตตตา ท้ังผู้สมัครรับเลือกต้ังและประชาชนต้องวางตน
เสมอต้นเสมอปลายปลาย ฝ่ายผู้สมคั ร ต้องวางตนเสมอกับหน้าทีท่ ี่ไดร้ ับเลือก เมือ่ ประชาชนต้องการ
เข้าพบขอความช่วยเหลือ ก็ต้องเป็นกันเองในทุกท่ี ดูแลซ่ึงกันและกันเสมอ ตามหน้าท่ีท่ีตนมี ไม่ใช่
เห็นหน้าเฉพาะตอนเลือกตง้ั พอไดร้ บั เลือกแล้ว กเ็ ขา้ พบไม่เจอหน้า ขอความชว่ ยเหลอื ไมไ่ ด๙้ ๑

ปัญหาคือการทําตัวก่อนการเข้ารับตําแหน่งและหลังเข้ารับตําแหน่ง ไม่เหมือนเดิม ก่อน
การเลือกต้ังเจอกันบ่อย เม่ือได้รับการแต่งต้ังและบทบาทก็เริ่มจางลง การพูดคุยพบปะก็ค่อย ๆ
เลือนราง ทุกข์ สุข ปัญหา ความสนิทสนม ความชอบพอกัน ก็เป็นอันว่าเปลี่ยนไป ข้อเสนอแนะ
แนวทางส่งเสริม ความคุ้นเคยก็ให้กลับมาเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นโครงการเร่ืองสารสัมพันธ์ ตาม
ประเพณี วัฒนธรรม ปัญหาเร่ืองปากท้องพอช่วยเหลือได้ก็ขอให้ทําโครงการเพื่อประชาชนให้เต็ม
กาํ ลังความสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ สมกับการไปใชล้ งคะแนนเลอื กต้งั ดว้ ย๙๒

ปัญหา–รับปากชาวบ้าน แล้วไม่ทําตามท่ีให้ไว้กับชาวบ้าน ถ้าทําไม่ได้หมด ก็ให้ทําบ้าง
ตามท่ีเสนอนโยบายไว้บ้าง ข้อเสนอแนะ–ต้องอาศัยทางวัดช่วยบอกอธิบายให้ชาวบ้านได้รู้เข้าใจ ใน
วนั พระที่มาทําบุญบ้าง เม่ือมาเลอื กตั้ง เม่ือได้เป็นผู้บริหารแล้ว ชาวบ้านก็คาดหวังงบประมาณมาช่วย
พัฒนาจากผบู้ ริหารทไี ดร้ บั เลือก มาร่วมทําบญุ ท่วี ัดกบั ประชาชนดว้ ย หรือ บ้านวัดโรงเรยี น มีส่วนรว่ ม
ด้วย๙๓ เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย วางตัวดี เป็นกลาง รู้จักวางตัวให้เหมาะสมกับเหตุการณ์และ
สถานท่ี ฐานะของตัวเอง ต้องมีจิตใจมนั่ คง ไม่หวน่ั ไหว ให้ความเสมอภาคกบั ทุกคน๙๔ ข้อเสนอแนะให้

๘๙ สัมภาษณ์ เภาลีนา โลว่ รี ะ, นายกองค์การบรหิ ารส่วนตาํ บลบา้ นเฎลา่ , ๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๙๐ สมั ภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สุวรรณภูมา, อาจารยป์ ระจาํ ม, ราชภัฏชัยภูม,ิ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๙๑ สมั ภาษณ์ พนาวัลย์ วรรณพงศ,์ ประธานกองทุนหม่บู า้ น, บา้ นเล่าหมู่ ๑๔, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๙๒ สัมภาษณ์ ราชญั ฐานสมบูรณ,์ ผ้ใู หญบ่ ้าน บา้ นเลา่ , หมทู่ ่ี ๒, ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๙๓ สมั ภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ์, กํานันตําบลบา้ นเล่า, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๙๔ สัมภาษณ์ ประไพ ฐานวสิ ยั , ส.อบต. บา้ นเล่า หมู่ ๑๔, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.

๑๕๑

ประชาชนรู้จักวางตัวให้เหมาะสมของแต่ละคน ถูกต้องตามธรรมในแต่กรณี ไม่เอาอย่างใคร เห็นเขา
รวย ก็อยากรวยตามเขา ประพฤติตรงไปตรงมา ไม่รับอามิสสินจ้าง ประพฤติเลือกตั้งตามกฎ กติกา
หรือกฎหมายการเลือกต้ัง๙๕ ปัญหาผู้สมัครลงเลือกตั้งมีความนอบน้อมถ่อมตน สุภาพ เป็นกันเองกับ
ทุกคน เพ่ือผลประโยชน์ทางการเมือง ข้อเสนอแนะ ประชาชนควรพิจารณาและคิดไตร่ตรองให้ดี
ผู้สมัครลงเลือกต้ังท่ีได้รับเลือกควรพูดจริง ทําจริง รักษาคําพูด ทําตามนโยบายท่ีได้ประกาศหรือ
สัญญาไว้๙๖

สมานัตตตา วางตนเสมอต้นเสมอปลายคือผู้นําเม่ือได้รับหน้าท่ีเป็นนายกก็ต้องทําหน้าท่ี
ของตนให้เสมอ ให้สมํ่าเสมอถูกต้องกับหน้าท่ีท่ีตนได้รับ เป็นแบบอย่างให้คนทั่วไป มีหน้าที่อะไรก็ทํา
หน้าที่นั้นให้ดีให้เหมาะสมกับหน้าท่ีของตนด้วยความจริงใจ ส่วนประชาชนก็ต้องทําหน้าท่ีของตน
สม่ําเสมอ มีส่วนร่วมทางการเมืองก็ไปเลือกต้ัง มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนก็ไปร่วมตามหน้าท่ีท่ี
ตนเองมี เป็นประจํา ถูกต้อง เหมาะสม ด้วยความจริงใจ ซ่ึงทั้งหมดก็รวมถึงการประพฤติปฏิบัติใน
หลักของทาน ปิยวาจา อตั ถจรยิ าสมํา่ เสมอไปด้วยกนั ด้วย๙๗ วางตนเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ถอื เน้ือถือ
ตน ไม่ใช่แค่มาหาวันนี้เจอ มาพรุ่งน้ีก็เจอ หรือ เข้าพบวันน้ีพรุ่งน้ีก็เข้าพบได้ แต่การวางตนพบเจอท่ี
ไหนก็ทักทาย ไหว้ พูดเป็นกันเอง เปน็ กันเองกับทกุ คน ทุกท่ี ทุกเวลา ตลอดถงึ การทําหนา้ ท่ที ต่ี นเองมี
ให้ดี มีคุณภาพตามหน้าที่ของตนเอง เป็นประจําเสมอ ทั้งประชาชนก็ต้องวางตนเสมอในหน้าที่ที่
ตนเองพึงมีเก่ียวข้องกับบ้านเมืองส่วนรวม เมื่อถึงเวลาออกไปเลือกต้ัง ก็ไปเลือกต้ังสมํ่าเสมอ ก็ทํา
หน้าท่ีของพลเมืองหรือประชากรของประเทศท่ีดีสมํ่าเสมอด้วยเช่นเดียวกัน เช่น ให้ความร่วมมือ
ปฏบิ ตั ิตามกฎหมายไม่ส่งเสรมิ การทุจริต ช่วยกันดูแล สอดส่องในสง่ิ ไมด่ ี ไมใ่ ห้เกิดขน้ึ ในหมู่บา้ นชุมชน
และบ้านเมืองเป็นตัวอย่าง ซ่ึงทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามหลักสังควัตถุ ๓ ข้อข้างต้นคือ ทาน ปิยวาจา
อตั ถจริยา ประจําสมํา่ เสมอด้วยเช่นกัน๙๘ ปัญหาในการขัดแย้งการทํางาน อาจจะมีการแบง่ พรรคแบ่ง
พวก ในการทํางานบางครั้งอาจมีการทะเลาะ ข้อเสนอแนะเม่ือผู้สมัครได้เป็นผู้นําแล้ว ต้องให้ความ
เสมอภาคทุกฝ่าย ต้องบําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับทุกภาคส่วน เพ่ือการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ลดความ
ขัดแย้งกัน สร้างความสมานฉันท์ในทุกภาคส่วนและในองค์กร และปฏิบัติในหลักสังคหวัตถุ ๓ ข้อ
ข้างต้นน้ันเป็นประจําด้วย๙๙ ด้านสมานัตตตา ประชาชนต้องประพฤติปฏิบัติอยู่เสมอใน ๓ ข้อ
เบื้องต้น คือ ทาน ปิยวาจา และอัตถะจริยาอย่างสมํ่าเสมอ ตามบทบาทและตามสิทธิหน้าท่ีของ
ตนเองที่พึงมีพึงได้ เพอื่ ประโยชน์แกส่ ว่ นรวมแกช่ ุมชนและประเทศชาต๑ิ ๐๐

๙๕ สัมภาษณ์ วรี ะศักด์ิ นามวิเศษ, ปลัดเทศบาลตาํ บลโคกสงู , ๘ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๙๖ สัมภาษณ์ สากล วงศไ์ พร, รองปลัดองคก์ ารบรหิ ารส่วนตําบลหนองนาแซง, ๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๙๗ สมั ภาษณ์ จรยิ า ศิรพิ นั ธ,์ ปลัดองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั ชยั ภมู ิ, ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
๙๘ สัมภาษณ์ อริสา ขาํ ชยั ภมู ิ, รองปลดั เทศบาลเมอื งชัยภมู ,ิ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
๙๙ สัมภาษณ์ สทุ นิ สุวรรณพิมล, รองนายก อบต, โพนทอง, ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
๑๐๐ สัมภาษณ์ ประดลเดช เกดิ ชยั ภมู ,ิ ผอ.กองกจิ การสภา อบจ. ชัยภมู ิ, ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๕๒

สรุปความสมานตั ตตา ผูบ้ ริหาร ผูท้ ้องถ่ินและเจา้ หนา้ ที่ในองค์การบริหารส่วนจังหวัด วาง
ตนเสมอ ทําหน้าท่ีให้สมบูรณ์ตามหน้าที่ท่ีมี เม่ือเก่ียวข้องกับบุคคลหรือประชาชน ก็เป็นกันเอง ไม่ถือ
ยศฐาบรรดาศักด์ิ ให้ความเป็นกันเอง ทักทาย พูดคุย สอบถามเป็นกันเองได้ทุกที่ ให้ความช่วยเหลือ
กับทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคน ทุกที่ ให้บริการประชาชนตามลําดับ ไม่เลือกหน้า ปฏิบัติเสมอภาคกับ
ทุกคน ยดึ ถือปฏิบตั ิตามหลกั ประชาธิปไตย ความเสมอภาค ความยตุ ิธรรม เม่ือชมุ ชนใดของบอดุ หนุน
พฒั นาชุมชน ก็ใหค้ วามสนันสนุนตามลาํ ดบั ตามความเหมาะสม ไม่เลอื กปฏิบัติ คือ ให้เฉพาะชุมชนที่
ลงคะแนนเสียงให้มาก ส่วนชุมชนอื่นไม่ลงคะแนนเสียงให้ ก็ไม่ให้งบสนับสนุน ดังนี้เป็นต้น ต้องให้
ความเสมอภาคทุกภาคส่วนทุกชุมชน ทุกอําเภอ ตามความเหมาะสม และต้องนําหลัก ทาน การให้
การเสียสละเวลา ความสุขส่วนตน ให้แก่ส่วนรวม, ปิยวาจา การพดู จาสุภาพ พูดแนะนําให้ความรู้ แก่
ประชาชนในจังหวัด พูดเป็นกันเอง และอัตถจริยา ประพฤติปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็น
หลัก ไม่น่ิงดูดายในงานส่วนรวม อาสาลงไปช่วยทําสม่ําเสมอเป็นต้น นํามาปฏิบัติควบคู่กันไปกับ
สมานัตตตา อย่างสม่ําเสมอด้วยเช่นกัน เม่ือประชาชนคนทั่วไปได้เห็นแบบอย่างท่ีดีจากองค์การ
ปกครองส่วนท้องถ่ินแล้ว ก็จะประพฤติปฏิบัติตาม มีจิตอาสาร่วมทํากิจกรรม ช่วยทํางานกับองค์การ
ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ด้วยความเต็มใจ ทุกเรือ่ ง ทุกท่ี อย่างสจุ รติ ถกู ตอ้ ง สม่าํ เสมอด้วยเช่นเดยี วกัน

๑๕๓

๔.๓ องคค์ วามรทู้ ี่ไดจ้ ากการวิจัย

๑) ประชาชนติดตามข่าวสารทุกด้าน การติดตาม
จากสื่อต่างๆ: ส่ิงพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ข่าวสารการ
อนิ เทอร์เน็ต ส่อื ออนไลน์ฯ มาวิเคราะห์
พิจารณาข้อเท็จจริง แล้วเลือกแต่ข้อมูล เลือกตงั้
ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ต่อส่วนรวมฯ

๑) ประชาชนต้องมีส่วนร่วมช่วย การชว่ ยหา พฤติกรรมการเลอื กต้งั
ร ณ ร ง ค์ ให้ ค ว า ม รู้ แ ก่ ผู้ มี สิ ท ธิ์ ให้ เห็ น เสียงเลือกตั้ง นายกองค์การบริหาร
ความสําคัญการเลือกตั้งผู้แทนชุมชน ส่วนจังหวัดชยั ภูมิ
ไปบริหารบ้านเมืองของตนด้วยความ การวพิ ากษ์
ถกู ต้อง วจิ ารณน์ โยบาย ของประชาชนใน
อําเภอเมือง
๑) ประชาชนต้องกล้าวจิ ารณ์นโยบาย ผสู้ มคั ร จงั หวัดชัยภูมิ
ของผู้สมัครดา้ นตา่ งๆ อย่างสรา้ งสรรค์
ดว้ ยเหตผุ ล มีมุมมองแนวคิด ที่หลาก
หลาย ส่งเสรมิ การพัฒนาทอ้ งถิน่ ตาม
ความต้องการของชมุ ชนอยา่ งแทจ้ รงิ

๑) ควรมีหน่วยงานออกไปให้ความรู้ การไปใช้สิทธิ์ หลกั ธรรม
การเลือกต้งั ข้อดี/ขอ้ เสียของการไป/ไม่ ลงคะแนนเสียง สงั คหวตั ถุ ๔
ไปใช้สิทธิเลือกต้ัง โทษการทําผิด
กฎหมายเลือกตั้งทุกข้ันตอนให้ทั่วถึง เลอื กตง้ั
ชวนประชาชนให้เห็นความสําคัญการ
ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในฐานะความเป็น
มนษุ ยท์ ่ีทุกคนมสี ทิ ธ์ิเท่าเทยี มกัน

๑) ทาน ให้ความรู้ ให้ข้อมูลข่าวสารความจริงแก่ประชาชน สังคมทุกด้าน ด้วยเคร่ืองมือส่ือสารต่าง ๆ เพ่ือ
สง่ เสริมประชาธิปไตย
๒) ปิยวาจา พูดให้เกิดกําลังใจ พูดให้เห็นความสําคัญของการติดตามข่าวการเมือง การใช้สิทธ์ิเลือกต้ังตาม
ระบบประชาธิปไตย
๓) อัตถจริยา เป็นสื่อกลางนําความต้องการของประชาชนไปให้แก่รัฐบาลได้รู้ มุ่งทําประโยชน์แก่ส่วนรวมของ
ประชาชนประเทศชาตเิ ปน็ สําคญั ฯ ทง้ั ประชาชนก็ประพฤตติ นตามขอ้ บงั คบั กฎหมายรฐั ธรรมนูญของประเทศ
๔) สมานัตตตา เป็นแบบอย่างมุ่งทําประโยชน์เพื่อส่วนรวมเป็นหลัก ทุกที่ ทุกโอกาส ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างอัน
ผิดศลี ธรรมฯ

แผนภาพท่ี ๔.๑ องคค์ วามรทู้ ่ไี ดจ้ ากการวิจยั

บทท่ี ๕

สรุป อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ

การศึกษาวิจัยเร่ือง “พฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของ
ประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ” โดยมีวัตถุประสงค์ของการศึกษาวิจัย คือ เพื่อศึกษาระดับ
พฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัด
ชัยภูมิ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของ
ประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ และเพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมการพัฒนาพฤติกรรมการ
เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งการ
ศึกษาวิจัยคร้ังนี้ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิง
ปริมาณ (Quantitative Research) ซง่ึ เป็นการวิจัยเชิงสาํ รวจ (Survey Research) โดยกลุ่มตวั อย่าง
ท่ีใช้ในการวิจัย คือ ผู้มีสิทธิเลือกต้ัง ในเขตอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีจํานวน ๑๔๗,๖๖๐ คน ซึ่ง
ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง ที่ได้จากสูตรของ Taro Yamane ได้กลุ่มตัวอย่าง จํานวน ๓๙๙ คน วิเคราะห์
ข้อมูลโดย (frequency) ค่าร้อยละ (percentage) หาค่าเฉล่ีย (mean) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
(standard deviation) การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว (One way
analysis of variance) และการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview)
กับผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (Key Informant) และใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท ซ่ึงมี
รายละเอียดดงั นี้

๕.๑ สรปุ ผลการวิจยั
๕.๒ อภปิ รายผลการวิจัย
๕.๓ ข้อเสนอแนะ

๕.๑ สรปุ ผลการวิจัย

๕.๑.๑ ผลการวิเคราะห์ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม จํานวน ๒๙๙ คน
จําแนกตาม เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา และอาชีพ

ประชาชนจํานวน ๓๙๙ คน ส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง จํานวน ๒๐๕ คน คิดเป็นร้อยละ
๕๑.๔, เพศชาย จํานวน ๑๙๔ คน คดิ เป็นร้อยละ ๔๘.๖ มอี ายุระหวา่ ง ๕๑ – ๖๐ ปี จํานวน ๗๔ คน
คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๕, รองลงมาคือ มีอายุระหว่าง ๒๖-๓๐ ปี จํานวน ๗๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๘,
มกี ารศึกษาระดบั ปริญญาตรี จํานวน ๑๐๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๗.๓, รองลงมาคือมีการศึกษาระดับ
ประถมศึกษา จํานวน ๙๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๘, มีอาชีพอิสระ/รับจ้างท่ัวไป มีจํานวน ๑๐๗ คน

๑๕๕

คดิ เป็นร้อยละ ๒๖.๘, รองลงมาคอื มีอาชีพรับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ มีจาํ นวน ๘๓ คน คิดเป็น
รอ้ ยละ ๒๐.๘.

๕.๑.๒ สรุปผลการวิเคราะห์ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วน
จงั หวดั ชัยภูมขิ องประชาชนในอาํ เภอเมือง จังหวดั ชยั ภูมิ

ผลการวิเคราะห์ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เพื่อ
ตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ชยั ภูมขิ องประชาชนในอาํ เภอเมอื ง จังหวัดชยั ภูมิ

พบว่า ระดับพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชน
ในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ทั้ง ๔ ด้าน โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง ( =๒.๙๑) เม่ือ
พจิ ารณาเปน็ รายด้าน พบวา่ ด้านการติดตามขา่ วสารการเลือกตั้ง พบว่า ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้ง
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยรวม อยู่ใน
ระดับมาก (=๓.๔๗)

ด้านการไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง พบว่า ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งนายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยรวม อยู่ในระดับ
ปานกลาง (=๓.๑๓)

ด้านการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของผู้สมัคร พบว่า ระดับพฤติกรรมการเลือกต้ังนายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยรวม อยู่ในระดับ
ปานกลาง (=๒.๗๘)

ด้านการช่วยหาเสียงเลือกตั้ง พบว่า ระดับพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดชัยภมู ิ ของประชาชนในอาํ เภอเมือง จังหวดั ชยั ภูมิ โดยรวม อยใู่ นระดบั นอ้ ย (=๒.๒๕)

๕.๑.๓ สรุปผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหาร
สว่ นจังหวดั ชยั ภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จงั หวัดชัยภมู ิ

การวิเคราะห์เปรียบเทียบพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เพ่ือตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบ
พฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัด
ชัยภูมิ โดยจําแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา และอาชีพ เพื่อนําไปสู่การตอบสมมติฐานที่ต้ังไว้
ซง่ึ สามารถสรุปไดด้ งั น้ี

๑) ประชาชนท่ีมีเพศต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ชัยภูมิ โดยรวม ไม่แตกตา่ งกัน จงึ ปฏเิ สธสมมติฐานการวจิ ัยท่ีตง้ั ไว้

๒) ประชาชนที่มีอายุต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ชยั ภูมิ โดยรวม ไมแ่ ตกต่างกัน จงึ ปฏิเสธสมมตฐิ านการวจิ ัยทีต่ ั้งไว้

๓) ประชาชนท่ีมีการศึกษาต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วน
จงั หวดั ชัยภูมิ โดยรวม ไม่แตกต่างกัน จงึ ปฏิเสธสมมติฐานการวจิ ยั ทีต่ ้งั ไว้

๑๕๖

๔) ประชาชนท่ีมีอาชีพต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ชัยภูมิ โดยรวม ไมแ่ ตกตา่ งกนั จงึ ปฏเิ สธสมมติฐานการวจิ ยั ทต่ี ัง้ ไว้

๕.๑.๔ สรุปผลการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสําคัญเกี่ยวกับข้อเสนอแนะแนวทาง
ส่งเสริมพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอ
เมือง จังหวัดชัยภูมิ

เพือ่ ตอบวตั ถุประสงคข์ ้อท่ี ๓ เพ่ือศึกษาแนวทางส่งเสริมการพัฒนาพฤติกรรมการเลอื กต้ัง
นายกองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ชัยภมู ิ ของประชาชนในอาํ เภอเมอื ง จังหวัดชัยภมู ิ

ผลการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญ (Key Informants) แนวทางส่งเสริมพฤติกรรมการ
เลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ สามารถ
สรุปผลโดยจําแนกตามรายด้านของการวิจัย ๔ ด้าน ดังนี้

๑. ด้านการติดตามข่าวสารการเลือกตั้ง พบว่า จากการสมั ภาษณ์ผูข้ อ้ มูลสาํ คัญ เกีย่ วกบั
ความคิดเหน็ ข้อเสนอแนะส่งเสริมการพัฒนาพฤตกิ รรมทางการเมืองพอสรปุ ไดค้ ือ

๑) ความสนใจในการเลือกตั้งของประชาชนและการออกมาใช้สิทธิเลือกต้ัง
พอสมควร เพราะห่างเหินการเลือกต้ังมานานมาก กลุ่มคนกลุ่มใหม่วัยรุ่นท่ีมีสิทธิ์เลือกต้ังใหม่มีน้อย
ส่วนใหญ่คนท่ีสนใจการเมืองมีอายุตั้งแต่ ๔๕ ปีขึ้นไป การออกไปใช้สิทธิ์เลือกต้ังจึงมีน้อยประมาณ
ร้อยละ ๖๕

๒) สื่อประชาสัมพันธ์การเลือกต้ังของผู้สมัคร มีไม่ทั่วถึงจะประชาสัมพันธ์ให้
ประชาชนได้รับทราบ ประชาชนจะมีเข้าถึงข้อมูลจากทางสื่อโซเชียลมีน้อย ประชาชนจะเข้าถงึ ได้จาก
รถแห่ประชาสัมพนั ธ์ ป้ายประชาสมั พนั ธ์ และการหาเสียงจากหัวคะแนน

๓) สื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนออกมาเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของ อบจ.
มากกว่า แต่ก็มีงบประมาณในการประชาสัมพันธ์จํากัด มีระยะเวลาในการประชาสัมพันธ์มีน้อยและ
เขตเลือกตั้งมีพ้ืนที่กวา้ งครอบคลุมท้ังจงั หวัด กลุ่มประชาชนผู้เข้าถงึ ส่ือโชเชียลมนี ้อย จะมีกล่มุ ผูม้ อี ายุ
บ้างสว่ นในเมอื งทเ่ี ข้าถงึ สอ่ื ได้

๔) สภาพพื้นที่ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร มีความกว้างขวาง ประชาชนไม่
รู้จักผู้สมัครตัวจริงที่สมัครเลือกตั้งเป็นนายก จะรู้จักเฉพาะหัวคะแนนท่ีมาหาเสียงเท่าน้ัน อีกอย่าง
หน่ึงท่ีเป็นปัญหาคือช่วงโรคโควิด-๑๙ ระบาดด้วย เป็นอุปสรรคทําให้ยากในการตัดสินใจของ
ประชาชน

ขอ้ เสนอแนะเพอ่ื การสง่ เสริมพฒั นาพฤติกรรมทางการเมือง

๑) หน่วยงานขององค์การปกครองท้องถิ่น จะต้องใช้สื่อประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงทุกสื่อ
ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย คือ ป้ายคัดเอาท์ประชาสัมพันธ์ ในหมู่บ้าน เสียงตามสายใน
หมู่บ้าน สื่อส่ิงพิมพ์ วารสาร หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต เฟสบุ๊คและสื่อโชเชียล
ออนไลน์

๑๕๗

๒) สําหรับประชาชนท่ัวไป ต้องติดตามข่าวสารการเมืองอยู่เสมอ ติดตามข่าวสารอย่าง
สม่ําเสมอ เพราะข่าวสารในปัจจุบันมีความรวดเร็วฉับไว และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงควร
ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เสมอ เพ่ือจะได้รับรู้เหตุการณ์ความเคล่ือนไหวต่าง ๆ ได้ทันท่วงที การ
ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เสมอ ช่วยให้เรารู้จักคิด วิเคราะห์ประเด็นสําคัญในเนื้อหาข่าวรวามถึง
สามารถเสนอแนะ แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ตามข่าวรู้จักใช้วิจารณญาณในการรับรู้
ข่าวสารต่าง ๆ และวิเคราะห์ความน่าเช่ือถือในข่าวโดยอยู่บนพ้ืนฐานของข้อเท็จจริงและเหตุผล ไม่
หลงเชื่อข่าวสารโดยง่าย นําข่าวสารมาใช้ให้เกิดประโยชน์คือนําข่าวสารที่ได้มาเป็นองค์ความรู้ หรือ
ข้อมูลเพอื่ ใช้ในการตดั สนิ ใจ การแกป้ ัญหา รวมถงึ สรา้ งประโยชนเ์ กดิ ทงั้ แกต่ นเองและสังคมสว่ นรวม

๒. ดา้ นการชว่ ยหาเสียงเลอื กตงั้

ปัญหาด้านการช่วยหาเสียงเลือกต้ังน้ัน พ้ืนที่ของจังหวัดชัยภูมิ มีพ้ืนท่ีกว้างขวางทั้ง
จังหวัด ทาํ ได้ไม่ท่วั ถึง และตามกฎหมายเก่ียวกับเลือกตั้ง ทีมงานผูช้ ่วยหาเสียงจะต้องได้รับการแต่งต้ัง
จากผู้สมัครๆ จะต้องรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด และมีการกําหนดกรอบ
ค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทนให้กับทีมงานผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง การหาเสียงเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่
กฎหมายกําหนดดว้ ย ถา้ ทํานอกเหนอื จากทก่ี ฎหมายกาํ หนด ก็จะเปน็ การทาํ ผดิ พรบ.การเลือกต้งั ไป

ข้อเสนอแนะเพื่อการส่งเสรมิ พฒั นาพฤติกรรมทางการเมือง
๑) ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ควรเชิญประชาชนให้มีส่วนร่วม แต่งต้ังให้เป็นทีมหาเสียง แบ่งเป็น
โซน เพื่อใหท้ ่วั ถึงทัง้ จังหวดั ซึง่ กเ็ ปน็ ไปตามกฎหมายหรือ พรบ.การเลอื กต้ัง
๒) ผ้สู มัครควรออกไปพบปฏสิ มั พันธก์ ับประชาชนตามหมู่บา้ น หรือชุมชน ใหเ้ ป็นทีร่ ู้จัก
๓) ประชาชนควรเห็นความสําคญั ของการเลือกตงั้ ชว่ ยส่งเสริมการประชาสมั พันธห์ าเสยี ง
โดยอ้อมด้วยวิธีการต่าง ๆ ทางส่ือต่าง ๆ เช่น บอกต่อๆ กัน ประชาสัมพันธ์ทางสื่อโซเชียล เช่นทาง
ไลน์ เฟสบคุ๊ เปน็ ตน้

๓. ดา้ นการวิพากษ์วิจารณน์ โยบายของผูส้ มคั ร

ด้านการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของผู้สมัคร ประชาชนไม่ค่อยให้ความสําคัญมากนัก
เพราะบางที ผู้สมัครเสนอนโยบายไปแล้ว ก็ทําไม่ได้ หรือไม่ได้ทํา ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไป
วิพากษ์วิจารณ์ อาจจะเป็นเพราะไม่เข้าใจนโยบายของผู้สมัคร ส่วนมากจึงหันมาให้ความสําคัญต่อตัว
ผู้สมัครและคุณสมบัติความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของผู้สมัครมากกว่า อีกประการหน่ึง
องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นส่วนสนับสนุนและพัฒนาองค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินอ่ืน ไม่ใช่เป็นการพัฒนาเชิงพนื้ ท่ีโดยตรง อาจทําให้ประชาชนไม่เข้าใจในนโยบาย
ของผู้สมัคร การนํานโยบายไปปฏิบัตินั้น จะทําได้ก็ต่อเม่ือผู้สมัครน้ันได้รับการเลือกต้ังไปแล้วเข้าไป
เสนอเป็นแผนงานโครงการจึงจะทําได้

ขอ้ เสนอแนะเพื่อการสง่ เสรมิ พฒั นาพฤตกิ รรมทางการเมอื ง

๑) ด้านผู้สมัครรับเลือกต้ัง ควรเสนอนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้ ไม่ไกลเกินไป ให้
ประชาชนสามารถจับต้องได้ เช่นเก่ียวข้องกับปากท้อง ความเป็นอยู่ของประชาชน ให้ชัดเจน ให้

๑๕๘

ประชาชนเข้าใจ หรือเชิญชวนประชาชนให้เข้ามาร่วมอภิปราย เสนอแนะนโยบายเพื่อให้สอดคล้อง
เป็นไปไดต้ รงความต้องการชองประชาชนในทอ้ งถนิ่

๒) ประชาชนควรให้ความสําคัญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายของผู้สมัคร และกล้า
วิพากษ์วิจารณ์และเสนอแนะต่อนโยบายของผู้สมัคร โดยเน้นประโยชน์ต่อชุมชนเป็นหลัก เช่น
นโยบายดา้ นสาธารณปู การช้ันพื้นฐาน ไดแ้ ก่ น้าํ ประปา ไฟฟา้ และส่งเสรมิ อาชพี เปน็ ต้น

๔. ดา้ นการไปใช้สทิ ธิล์ งคะแนนเสยี งเลอื กตั้ง

ด้านการไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง จะเป็นประชาชนในพ้ืนที่เป็นหลักในการ
ออกมาใช้สิทธ์ิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกเขตการเลือกต้ัง
ส่วนหน่ึงประชาชนผู้มีสิทธ์ิเลือกต้ังท่ีอยู่นอกเขตพ้ืนท่ี ซึ่งออกไปทํามาหากินต่างจังหวัดก็ไม่ได้มาใช้
สิทธิเ์ ลือกตั้ง เพราะเป็นห่วงเรื่องปากท้อง ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ เดินทางไกลลําบาก และอยใู่ นช่วงโรค
โควิด-๑๙ ระบาด ต้องอยู่กับท่ีกักตัว จึงไม่ได้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง เพียงแต่แจ้งให้ กกต.
ได้รับรู้ แต่คนส่วนมากที่ออกมาเลือกต้ังจะเป็นคนท่ีอยู่ในตัวเมืองเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีคนอยู่
หนาแน่น การประชาสัมพันธ์ท่ัวถึง และจะมีประชาชนมีอายุระหว่าง ๑๘-๓๐ ปี และประชาชนท่ีมี
อายุ ๔๕ ปขี ึ้นไป ออกมาใช้สิทธ์เิ ลือกต้งั มากถึงรอ้ ยละ ๖๕ เปอรเ์ ซ็นต์

ขอ้ เสนอแนะเพือ่ การสง่ เสรมิ พฒั นาพฤตกิ รรมทางการเมอื ง
๑) หน่วยงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ควรจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนได้
ตระหนักถึงความสําคัญการไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง เป็นหน้าท่ีที่สําคัญทีประชาชนใน
ประเทศไทยจะตอ้ งกระทํามสี ว่ นร่วมในการบริหารบ้านเมืองของตนเองอยา่ งเครง่ ครดั
๒) หน่วยงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ควรส่งเสริมให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม
ในการประชาสมั พนั ธ์ เชญิ ชวนให้ไปใชส้ ทิ ธิเลอื กต้ังและชว่ ยสอดสอ่ ง ดคู วามเคล่ือนไหวตา่ ง ๆ ภายใน
หมบู่ ้าน
๓) หน่วยงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ควรให้ความรู้แก่ประชาชนตระหนักในเรื่อง
การรับเงินจากผู้สมัครเป็นการกระทําผิดกฎหมายเลือกต้ัง มีบทลงโทษ มีมาตรการลงโทษผู้ท่ีซื้อสิทธิ
ขายเสียงอยา่ งจริงจัง และเน้นยาํ้ เรือ่ งความเป็นกลางของหน่วยงานและประชาชนท่เี กี่ยวขอ้ ง
๔) ประชาชนควรให้ความสําคัญการไปใช้สิทธ์ิเลือกต้ังและตระหนักถึงการเลือกต้ังเป็น
หน้าท่ีของประชาชนที่ต้องกระทํา เป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย
ไดม้ สี ว่ นร่วมทางการเมือง(Political Participation) ในการบรหิ ารกิจการบ้านเมอื งของตน

๕.๑.๕ สรุปผลการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) ผู้ใหข้ ้อมูลหลัก (Key
Informant)เกี่ยวกับหลักสังคหวัตถุ ๔ ที่ส่งเสรมิ พฤติกรรมการเลอื กตั้งนายกองค์การบริหารส่วน
จังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมอื ง จงั หวดั ชยั ภูมิ

๑) ด้านทาน (การให้ การเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ ความเสยี สละ และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน) ทาน
แปลว่า ให้ นอกจากให้ด้านวัตถแุ ล้ว ยังมีความหมายรวมไปถึงการให้ทีเป็นนามธรรมด้วย เช่น การให้
ให้ความรู้ เร่ือง ทาน ศีล ภาวนาดังน้ีเป็นต้น ในส่วนที่เก่ียวข้องกับการเมือง ผู้นําท้องถ่ินท้ังผู้บริหาร
องค์การส่วนจังหวัดต้องมีความเสียสละประโยชน์ตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของคนส่วนมาก เช่น

๑๕๙

เสียสละเวลาความสุขส่วนตน เพื่อออกไปดูแลความเป็นอยู่ของคนในชุมชน นอกเมือง ช่วยจัด
โครงการอบรมให้ความรู้เร่ืองสทิ ธิเสรีภาพตามหน้าท่ีของพลเมืองในประเทศตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
การใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง ส่งเสริมเรื่องอาชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ให้อยู่รอดปลอดภัย ส่วน
ประชาชนก็ต้องมีความเสียสละให้ความร่วมมือที่จะเรียนรู้กฎหมายรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง สิทธิ
หน้าท่ีของพลเมืองของตน ตลอดถึงการออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทุกคร้ังไม่ขาด ท้ังให้
ความร่วมมือกับองค์การปกครองท้องถิ่นช่วยพัฒนา หมู่บ้าน ชุมชนในเขตจังหวัดของตนเอง ทุกคร้ัง
ตามโอกาส อันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในชุมชน และอีกประการหน่ึง นายกองค์การบริหารส่วน
จงั หวดั ชัยภูมิมีนโยบายในการเปล่ยี นแปลงจังหวดั ชัยภูมิในทางท่ดี ียิ่งกวา่ เดมิ ด้วยการให้ การเสียสละ
และการแบ่งปันส่งิ ดี ๆ ให้แกค่ นทกุ คนในจังหวดั ชยั ภมู ิ

๒) ด้านปิยวาจา (การพูดไพเราะ ออ่ นหวาน สุภาพ และพูดเป็นประโยชนต่อส่วนรวม)
ได้ว่า ผู้นําท้องถิ่นควรพูดแนะนําให้ประชาชนเข้าใจกฎ ระเบียบ หรือกฎหมายการเลือกตั้ง ส่งเสริม
การพูดความจริง พูดช่วยแนะนําสังคมให้ต้ังอยู่ในหลักความถูกต้อง พูดโน้มน้าวให้ประชาชนได้เข้าใจ
นโยบายที่จะทําในการพัฒนาทอ้ งถิ่น ให้เชือ้ ถอื สง่ิ ทีจ่ ะทําร่วมกนั ในการพัฒนาตามนโยบายขององค์กร
ท่ีได้ประกาศไปแล้ว และกระทําตามนโยบายท่ีประกาศด้วยความจริงใจ ส่วนประชาชนท่ีอยู่ในพื้นที่
ของอําเภอต่าง ๆ ในจังหวัด ได้แบบอย่างที่ดี ก็จะพูดแต่สิ่งท่ีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม พูดแนะนําพ่ี
น้อง เพื่อนบ้านหรือคนในชุมชนของตน ให้เข้าใจเห็นความสําคัญของการไปใช้สิทธ์ิทางการเมือง การ
เลือกต้ังตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทุกประการ และร่วมกันยึดถือปฏิบัติตามสิทธิหน้าที่ของพลเมือง
ด้วยความถูกตอ้ งดงี าม

๓) ด้านอัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์ ขวนขวายชว่ ยเหลือกิจการงานตา่ ง ๆ ของ
สว่ นรวม ดว้ ยความเตม็ ใจ) การประพฤติตนเพือ่ ทําประโยชน์แกส่ ่วนรวม ทั้งผู้สมัครและประชาชน ให้
มีพฤติกรรมส่งเสริมการเลือกตั้ง ปฏิบัติแกคนในชุมชนแต่ละชุมชน ก็แตกต่างกัน ก็ต้องปฏิบัติให้
เหมาะสมแต่ละชุมชน ซ่ึงคนในชมุ ชนต้องเข้าไปชว่ ยขวนขวายประโยชนส์ ่วนรวมในทางท่ีไปด้วยกัน มี
จิตใจเสียสละมุ่งทําประโยชน์ให้ส่วนรวม เมือส่วนรวมมีความสุข ความร่มเย็น คนแต่ละคนซึ่งก็เป็น
ส่วนหน่ึงของชุมชน ก็ย่อมได้รับประโยชน์ ความสุขสงบเย็นไปด้วย เป็นอันหน่ึงอันเดียวกับชุมชน ขอ
เพียงแต่ผู้นําท้องถิ่นหรือประชาชน เมื่อได้รู้ได้เห็นสิ่งอันเป็นประโยชน์ของชุมชน ส่วนรวมแล้วอย่าน่ิง
ดูดาย ในกิจการงานส่วนรวม ให้ความร่วมมือกันช่วยทําให้สําเร็จ ด้วยความสมัครใจ เช่นการออกไป
ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง ทางการเมืองเพื่อเลือกตัวแทนของประชาชนไปร่วมบริหารกิจการ
บ้านเมือง ก็ออกไปร่วมใช้สิทธิ์ออกเสียงกันทุกคน เพื่อนําไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง
ประเทศชาติ ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้างเพียงเล็กน้อย อันเป็นการทําลายประโยชน์ของส่วนรวมของ
ประเทศชาติ ใหร้ กั ษาไวซ้ ง่ึ ความถูกต้อง เป็นธรรมตามระบอบประชาธปิ ไตยและกฎหมายรฐั ธรรมนูญ

๔) ด้านสมานัตตตา (การประพฤติตนเสมอต้นเสมอปลาย, ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียม
กัน ปฏิบัติตามหน้าท่ีอย่างสม่ําเสมอ) ผู้บริหาร ผู้ท้องถ่ินและเจ้าหน้าที่ในองค์การบริหารส่วนจังหวัด
วางตนเสมอ ทําหน้าท่ีให้สมบรู ณ์ตามหนา้ ทที่ ม่ี ี เม่ือเกีย่ วขอ้ งกับบุคคลหรือประชาชน ก็เป็นกันเอง ไม่
ถือยศฐาบรรดาศักดิ์ ให้ความเป็นกันเอง ทักทาย พูดคุย สอบถามเป็นกันเองได้ทุกท่ี ให้ความ
ชว่ ยเหลอื กบั ทุกคนเท่าเทยี มกนั ทุกคน ทกุ ท่ี ใหบ้ ริการประชาชนตามลําดบั ไมเ่ ลอื กหนา้ ปฏิบัตเิ สมอ

๑๖๐

ภาคกับทุกคน โดยที่ไม่เลือกปฏิบัติหรือสุภาษิตท่ีเรียกว่า “เลือกที่รักมักท่ีชัง” ยึดถือปฏิบัติตามหลัก
ประชาธิปไตย ความเสมอภาค ความยุติธรรม ไม่มีอคติต่อใครๆ เม่ือชุมชนใดของบอุดหนุนพัฒนา
ชุมชน ก็ให้ความสนันสนุนตามลําดับ ตามความเหมาะสม ไม่เลือกปฏิบัติ เช่น ให้เฉพาะชุมชนท่ี
ลงคะแนนเสียงให้มาก ส่วนชุมชนอ่ืนไม่ลงคะแนนเสียงให้ ก็ไม่ให้งบสนับสนุน ดังนี้เป็นต้น ต้องให้
ความเสมอภาคทุกภาคส่วนทุกชุมชน ทุกอําเภอ ตามความเหมาะสม และต้องนําหลัก ทาน การให้
การเสียสละเวลา ความสุขสว่ นตน ให้แก่ส่วนรวม, ปยิ วาจา การพดู จาสุภาพ พูดแนะนําให้ความรู้ แก่
ประชาชนในจังหวัด พูดเป็นกันเอง และอัตถจริยา ประพฤติปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็น
หลัก ไม่น่ิงดูดายในงานส่วนรวม อาสาลงไปช่วยทําสมํ่าเสมอเป็นต้น นํามาปฏิบัติควบคู่กันไปกับ
สมานัตตตา อย่างสม่ําเสมอด้วยเช่นกัน เม่ือประชาชนคนท่ัวไปได้เห็นแบบอย่างท่ีดีจากองค์การ
ปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ก็จะประพฤติปฏิบัติตาม มีจิตอาสาร่วมทํากิจกรรม ช่วยทํางานกับองค์การ
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ ด้วยความเต็มใจ ทุกเรือ่ ง ทุกท่ี อยา่ งสุจรติ ถูกต้อง สมํ่าเสมอด้วยเชน่ เดยี วกัน

๕.๒ อภปิ รายผลการวิจัย

จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ของประชาชนในอําเภอเมอื ง จังหวัดชยั ภมู ิ” ไดข้ ้อสรุปท่ีมีประเด็นท่ีสําคัญและนา่ สนใจสามารถนํามา
อภิปรายผล ดงั น้ี

๕.๒.๑ ผลการวิเคราะห์ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ชยั ภูมิของประชาชนในอําเภอเมอื ง จงั หวัดชัยภูมิ

จากผลการศึกษาวิจัย พบว่า ระดับพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วน
จังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ท่ีเป็น
เช่นนี้อภิปรายได้ว่า พฤติกรรมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งนายก อบจ. มีการติดตาม
ข่าวสารทางการเมืองผ่านทางสื่อต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์เป็นต้น เฝ้าติดตามข่าวสารผลการเลือกต้ัง
เมื่อมีการเลือกต้ังท้องถิ่นหรือระดับชาติเสมอ มีความสนใจเหตุการณ์บ้านเมืองเพ่ิมข้ึน จากสื่อวิทยุ
โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ที่ได้นําเสนอข้อมูลข่าวสารทางการเมืองทุก ๆ วัน ได้นําข้อมูลข่าวสารทาง
การเมืองมาวิเคราะห์เพ่ือใช้ในการตัดสินใจทางการเมืองในการเลือกตั้ง มีการช่วยหาเสียงเฉพาะ
หัวคะแนน มีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของผู้สมัครน้อย การไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง
พอประมาณ ซึ่งอาจจะมีเหตุที่ไม่มีการเลือกต้ังเป็นเวลานานหลายปี เมื่อมีการเลือกตั้ง สส. เป็น
ตัวแทนของประชาชนก็ทําอะไรไม่ค่อยได้ เพราะการเมืองระดับชาติมีการทุจริตซ้ือสิทธิ์ขายเสียงกัน
มาก ซึ่งมีผลมาจากระบบเผด็จการที่มีการสืบทอดอํานาจแอบแฝงมาในรูปแบบประชาธิปไตย และ
จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสําคัญกล่าวว่า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ จะเลือกใครเป็นก็
เหมือนเดิม จะทําอะไรได้ไม่มาก เพราะยังอยู่ภายใต้ระบบเผด็จการแอบแฝงมาในรูปแบบ
ประชาธิปไตย จึงทําให้ประชาชนไม่ค่อยสนใจ ไม่ให้ความสําคัญกับการเลือกตั้งเท่าท่ีควร ที่ออกมา
เลือกต้ังมีประมาณพอสมควร จะเป็นประชาชนผู้มีอายุ ๔๕ ปีขึ้นไปและประชาชนท่ีอยู่ในตวั เมืองเป็น
สว่ นใหญ่ประมาณร้อยละ ๖๕ ออกมาใช้สทิ ธิ์ลงคะแนนเลือกตงั้ นายก อบจ. และอยใู่ นชว่ งเชอื้ ไวรัสโค
โรน่า(โควิด-๑๙) ระบาด จึงทําให้ประชาชนในเขตอําเภอเมืองชัยภูมิ ออกมาเลือกตั้งพอสมควร จึง

๑๖๑

ส่งผลทาํ ให้พฤตกิ รรมการเลือกตั้งนายกองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั ชัยภูมิของประชาชนในอาํ เภอเมือง
จังหวัดชัยภูมิ อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สนุก สิงห์มาตร ได้วิจัยเร่ือง
“พฤติกรรมทางการเมืองตามวิถีประชาธิปไตยของพลเมืองในจังหวัดร้อยเอ็ด” ผลการวิจัยพบว่า
ระดับพฤติกรรมทางการเมืองตามวิถีประชาธิปไตยของพลเมืองในจังหวัดรอ้ ยเอ็ด โดยรวมอย่ใู นระดับ
ปานกลาง สอดคล้องกับ ศุภักษร ตระกลู ศิริ ได้วจิ ัยเร่ือง”พฤติกรรมการเลือกต้ังของประชาชนในเขต
องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านชบ อําเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับ
ปานกลาง สอดคล้องกับ ยงยุทธ พงษ์ศรี ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผลการศึกษาพบว่า
ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี โดยรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง สอดคล้องกับ ลัคนา ถูระบุตร และบัญชา วิทยอนันต์ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง ปัจจัยที่มีผลต่อ
การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีศึกษา อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ผล
การศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลตอ่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) โดยรวมอยู่ในระดับปาน
กลาง สอดคล้องกับ ยลรดณ คุ้มภัย ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง “ปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจ
เลือกต้ังผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลในเขต อําเภอท่าตะโก จังหวัด
นครสวรรค์” ผลการวิจัยพบว่า ระดับปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจเลือกต้ังผู้บริหารท้องถ่ิน
และสมาชกิ สภาองคก์ ารบริหารสว่ นตําบลในเขตอาํ เภอทา่ ตะโก จงั หวัดนครสวรรค์ โดยภาพรวมอยใู่ น
ระดับปานกลาง สอดคล้องกับ นิรันดร์ พันธ์ศักดิ์ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง “พฤติกรรมการเลือกตั้งระดับ
ท้องถิ่นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลตําบลท่าประจะ อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช”
ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการเลอื กตง้ั ระดับทอ้ งถ่ินของผ้มู สี ิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลตําบลท่าประ
จะ อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สอดคล้องกับ ธนกร
ภัทรบุญสิริ ได้ศึกษาวจิ ัยเรื่อง “ปัจจยั ทมี่ ีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด
ชัยภูมิ : ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒” ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ัง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ : ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ภาพรวมอยู่ในระดับปาน
กลาง สอดคล้องกับ มานพ เข็มเมือง ได้วิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถ่ิน
ของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลหนองแวง อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์” ผลการวิจัยพบว่า
การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน ในเขตเทศบาลตําบลหนองแวง อําเภอ
ละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สอดคล้องกับ นพดล บุตตะกุล ได้
วิจัยเร่ือง “พฤติกรรมของประชาชนในการใช้สิทธิเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วน
ตําบลหนองคอนไทย อําเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ” ผลการศึกษาพบว่า พฤติกรรมของประชาชนใน
การใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตําบลหนองคอน
ไทย อําเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พบว่า พฤติกรรมในการเลือกต้ังอยู่ในระดับปานกลาง ขัดแย้งกับ
อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรจังหวัดอ่างทอง : ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๕๙” ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการ
ตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง โดยภาพรวมมากท่ีสุด ขัดแย้งกับ วินิจ ผา
เจริญ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง พฤติกรรมการตัดสินใจไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ของประชาชนในพ้ืนท่ีเลือกต้ังซ่อมเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการตัดสินใจ

๑๖๒

ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ขัดแย้งกับ ปิยะ
รัตน์ สนแจ้ง ได้ศึกษาวิจัย เร่ือง ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร :
ศึกษากรณีประชาชนกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการ
ตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยรวมอยู่ในระดับมาก ขัดแย้งกับ พันธ์ุทิพา อัครธีรนัย
ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด
นครนายก : ศึกษาในช่วงเวลา พ.ศ.๒๕๕๙” ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจในการ
เลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ขัดแย้งกับ นภาพร หม่ืนจง ได้ศึกษาวิจัย
เร่ือง “ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง : ศึกษาในห้วง
เวลาปี พ.ศ. ๒๕๕๙” ผลการวิจยั พบวา่ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร
จังหวัดระยอง โดยรวมอยู่ในระดับมาก ขัดแย้งกับ สุรพล พรมกุล ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการ
เลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๗ ในจังหวัดขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ขัดแย้งกับ
นุชปภาดา ธนวโรดม ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาล
นครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการเลือกต้ังของผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน
เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ขัดแย้งกับ จําลอง พรมสวัสดิ์ ได้วิจัยเรื่อง
“พฤติกรรมทางการเมืองของชนชั้นกลางกับการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยในเขต
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงพุทธศักราช ๒๕๕๑-๒๕๕๓” ผลการวิจัยพบว่า บริบททาง
การเมืองมีผลตอ่ พฤติกรรมทางการเมืองของชนช้ันกลางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ชว่ ง
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑-๒๕๕๓ ทั้ง ๔ ด้าน มคี ่าเฉล่ยี ในภาพรวม อยใู่ นระดับมาก

เม่อื พจิ ารณาเปน็ รายด้าน สามารถนาํ มาอภิปรายผลการวจิ ัยได้ดงั น้ี

๑. ด้านการติดตามข่าวสารการเลือกตั้ง ระดับพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ด้านการติดตามข่าวสารการ
เลือกตั้ง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่า มีติดตามข่าวสารทางการเมืองผ่านทาง
สื่อต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์เป็นต้น เฝ้าติดตามข่าวสารผลการเลือกตั้งเมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือ
ระดับชาติเสมอ มีความสนใจเหตุการณ์บ้านเมืองเพ่ิมขึ้นจากสื่อวิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ที่นําเสนอ
ข้อมูลข่าวสารทางการเมืองทุก ๆ วัน นําข้อมูลขา่ วสารทางการเมอื งมาวเิ คราะห์เพอ่ื ใช้ในการตัดสินใจ
ทางการเมืองในการเลือกต้ัง ติดตามข่าวสารทางการเมืองการปกครองกับบุคคลอื่น มีความ
กระตือรอื ร้นในการติดตามข่าวสารการเมืองเสมอ สอดคล้องกับ อุบล ตินะโส และคณะ ได้วิจัยเรื่อง
พฤติกรรมการลงคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตําบลโพน อําเภอคําม่วง จังหวัดกาฬสินธ์ุ
เมื่อพิจารณารายประเด็น พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก คือ ประเด็นมีการติดตามข่าวสารการ
เลอื กต้งั (=๓.๖๓)

๒. ด้านการช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วน
จังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ด้านการช่วยหาเสียงเลือกตั้ง โดยภาพรวม
อยู่ในระดับนอ้ ย ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่า การเข้าร่วมประชมุ ทางการเมอื งของผู้สมคั รเพ่ือกําหนดวธิ กี าร
หาเสียงเลือกตั้ง เคยร่วมหาเสียงให้กับนักการเมืองทุกระดับด้วยการติดป้ายหาเสียง ติดสติกเกอร์

๑๖๓

เป็นต้น ได้พูดเชิญชวนให้ผู้อ่ืนไปเลือกผู้ท่ีตนสนับสนุน ได้แนะนําชาวบ้านในเขตเลือกตั้งใกล้บ้านให้
เลือกผู้สมัครท่ีตนชอบ มีโอกาสพบปะพูดคุยกับกรรมการชุมชน หาคะแนนเสียงให้นักการเมือง
ท้องถ่ิน มีใช้สอ่ื สมัยใหม่ในการรณรงคห์ าเสียง (เฟสบุ๊ค, ไลน์, อินเทอร์เน็ต, โซเชียลมีเดีย ฯลฯ) เข้า
ร่วมประชาสัมพันธ์ทางการเมือง เช่น การสวมเสื้อหรือติดสติกเกอร์ท่ีรถยนต์ ได้ร่วมเป็นหัวคะแนน
เดินหาเสียงให้แก่ผู้สมัครรับเลือกต้ัง ร่วมช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกต้ังโดยเดินเคาะประตูบ้าน
อย่างท่ัวถึง เคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง ในช่วงหาเสียงของผู้สมัครรับ
เลือกต้ัง ซึ่งในการหาเสียงนั้นต้องให้เป็นไปตามกฎหมายเลือกต้ังด้วย ซ่ึงสอดคล้องกับบทสัมภาษณ์
ของจริยา ศิริพันธ์, ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิและถนอม วรรณพงษ์,กํานันตําบลบ้านเล่า
ว่า ตามกฎหมายการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ได้กําหนดใหผ้ ู้สมคั รเลอื กตั้ง ได้เสนอรายช่ือ
ทีมผู้ช่วยหาเสียงต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจําจังหวัด และมีการกําหนดกรอบค่าใช้จ่ายและ
ค่าตอบแทนให้กับผู้ช่วยหาเสียงเลือกต้ังและการหาเสียงเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
ขัดแย้งกับมานพ เข็มเมือง ได้วิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมการเลือกต้ังทางการเมืองท้องถ่ิน ของ
ประชาชนในเขตเทศบาลตําบลหนองแวง อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์” ผลการวิจัยพบว่าด้าน
การรณรงค์การหาเสยี งเลอื กต้ัง อยใู่ นระดับปานกลาง

๓. ด้านการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของผู้สมัคร ระดับพฤติกรรมการเลือกต้ังนายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ด้านการวิพากษ์วิจารณ์
นโยบายของผู้สมัคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่า มีความเห็นว่าการ
กําหนดนโยบายมีความสําคัญต่อผู้สมัครรับเลือกต้ัง เคยวิจารณ์นโยบายของผู้สมัครนายก อบจ. ว่า
อาจมีผลดี/ผลเสียต่อประชาชน ได้สนทนากับคนในครอบครัวและเพ่ือนบ้านถึงเร่ืองการแก้ไขปัญหา
หน้ีสินของเกษตรกร รายได้ตกต่ํา เคยวิจารณ์ถึงคนไทยในปัจจุบันยังมีค่านิยมนับถือคนมีเงิน ฐานะ
ชนช้ันสูงทางสังคม ตําแหน่งสูง ได้เคยร่วมวิจารณ์นโยบายเร่ืองการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค
ขั้นพื้นฐานเช่น ไฟฟ้านํ้าประปา ร่วมกับคนในครอบครัวได้ร่วมกันวิพากษ์ วิจารณ์นโยบายของ
ผู้สมัครทางการเมืองท้องถิ่นก่อนเลือกตั้ง ร่วมกับคนในครอบครัวหรือเพ่ือน ๆ ได้เคยร่วมกัน วิจารณ์
การทํางานนักการเมืองระดับท้องถ่ินเสมอ ได้เคยร่วมสนทนากับเพ่ือนบ้านเร่ืองการทํางานของ
นักการเมืองท้องถ่ินและหน่วยงานราชการท่ีทุจริต มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครทาง
การเมืองกบั กล่มุ เพือ่ นและเพ่อื นบ้านใกล้ชิด

๔. ด้านการไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งนายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ด้านการไปใช้สิทธิ์
ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า การไปใช้สิทธิ์
เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ เพราะเห็นว่าเป็น
หน้าที่ของประชาชน เพราะกลัวจะเสียสิทธิทางการเมือ เพราะอยากได้นายกองค์การบริหารส่วน
จังหวัดชัยภูมิที่ดี ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพราะผู้รับสมัครเป็นคนที่ซื่อสัตย์ สุจริต ต่อประชาชนและ
สังคม เพราะผู้สมัครเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เพราะผู้สมัครเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจาก
หน่วยงานต่าง ๆ เพราะผู้สมัครให้ความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพราะถูกชักชวน
จากญาติเพื่อน สอดคล้องกับ นุกูล ชิ้นฟัก วรลักษณ์ ลลิตศศิวิมล และจิราพร ปลอดนุ้ย ได้

๑๖๔

ศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในตําบลเขาพระ อําเภอ
รัตภูมิ จังหวัดสงขลา เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า มีความคิดเห็นด้านการใช้สิทธิเลือกตั้งอยู่ใน
ระดับเห็นด้วย ขัดแย้งกับ นุชปภาดา ธนวโรดม ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการเลือกตั้งของผู้มี
สิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า
ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้งอยู่ในระดับมาก ขัดแย้งกับ ลัดดา งามโสภา ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนา
พฤติกรรมการเลือกต้ังของผู้มีสิทธิ เลือกตั้งในเขตอําเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกําแพงเพชร พบว่า
ดา้ นการลงคะแนนเสียงเลอื กตัง้ โดยภาพรวมอยูใ่ นระดบั มาก ขัดแย้งกับ อํานาจ ศรีพระจันทร์ ได้วิจัย
เรื่อง“ปัจจัยที่มีผลตอการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในองค์การปกครองส่วน
ท้องถ่ิน : กรณีศึกษาการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ศึกษาเฉพาะอําเภอบ้าน
ผือ จังหวัดอุดรธานี” พบว่าการไปใช้สิทธิเลือกต้ังอยู่ในระดับมาก ขัดแย้งกับ สิทธิชัย อินทร์บุญ ได้
วิจัยเร่ือง “พฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในอําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
ต่อการเลือกต้ังท่ัวไปในวันท่ี ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกต้ังใน
ระดบั มาก

๕.๒.๒ อภิปรายผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบพฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การ
บรหิ ารสว่ นจังหวดั ชยั ภูมขิ องประชาชนในอาํ เภอเมือง จงั หวัดชัยภมู ิ จาํ แนกตามปัจจัยส่วนบคุ คล

จากการเปรียบเทียบพฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิของ
ประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๔ ด้านคือ เพศ อายุ ระดับ
การศกึ ษาและอาชพี

๕.๒.๒.๑ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีเพศต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกต้ังนายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม ไม่
แตกต่างกัน ซ่ึงไม่เป็นไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้ ท่ีเป็นเช่นน้ีอภิปรายได้ว่า เพศไม่มีผลกระทบต่อการ
พฤตกิ รรมการเลือกตั้งนายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัดชัยภูมิ ซ่ึงทั้งเพศชายและหญิงมพี ฤตกิ รรมการ
เลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ไม่แตกต่างกัน ทั้ง ๔ ด้าน ซ่ึงอาจเป็นเพราะ
ประชาชนท้ังเพศชายและหญิงมีพฤติกรรมการเลือกต้ังท้ังระดับท้องถ่ินเช่นการเลือกต้ังนายกองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดหรือการเลือกต้ังสมาชิกสภาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นต้น และการ
เลือกตั้งระดับชาติ มีความสําคัญต่อคนไทยทุกคนที่ต้องไปทําหน้าท่ีเพ่ือมอบอํานาจอธิปไตยของเรา
โดยการเลือกผู้แทนไปทําหน้าท่ีในการปกป้องผลประโยชน์และดูแลทกุ ข์สุขของประชาชน และเป็นไป
ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ท่ีเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย สามารถแสดงออกทางการเลือกต้ังได้
สอดคล้องกับ นุชปภาดา ธนวโรดม ได้ศกึ ษาวจิ ัยเรื่อง พฤติกรรมการเลือกตง้ั ของผู้มีสทิ ธเิ ลือกต้ังในเขต
เทศบาลนครนครสวรรค์ จงั หวดั นครสวรรค์ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีเพศ ตา่ งกัน มพี ฤติกรรมการ
เลือกตั้งในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จงั หวัดนครสวรรค์ ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกบั ยงยุทธ พงษ์ศรี
ได้ศึกษาวิจัยเรอ่ื ง ปัจจยั ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ศึกษา
ในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนท่ีมีเพศ ต่างกัน มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ัง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ พันธ์ุทิพา อัครธีรนัย ได้
ศกึ ษาวจิ ัยเรอ่ื ง “ปจั จัยท่มี ีผลต่อการตดั สนิ ใจในการเลอื กต้ัง สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรจงั หวดั นครนายก:

๑๖๕

ศกึ ษาในช่วงเวลา พ.ศ.๒๕๕๙” ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนที่มเี พศ ต่างกัน มผี ลตอ่ การตัดสนิ ใจใน
การเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ ปิยะรัตน์ สน
แจ้ง ได้ศึกษาวิจัย เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร : ศึกษากรณี
ประชาชนกรงุ เทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผลการศกึ ษาพบว่า ประชาชนทีม่ เี พศ ต่างกนั มผี ลต่อการ
ตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ไม่แตกต่างกัน
สอดคล้องกับ อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ัง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง : ศึกษาในห้วงเวลาปี พ.ศ. ๒๕๕๙” ผลการศึกษาพบว่า
ประชาชนท่ีมีเพศ ต่างกัน มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง ไม่
แตกต่างกัน สอดคล้องกับ วิรัช เพียรชอบ ได้วิจัยเร่ือง “พฤติกรรมการใช้สิทธิทางการเมืองของผูม้ ี
สิทธิเลือกต้ังในเขตพื้นที่องคก์ ารบริหารส่วนตําบลทุ่งควายกิน อําเภอแกลง จังหวัดระยอง” ผล
การศึกษาพบว่า ปัจจัยท่ีสง่ ผลต่อพฤติกรรมการใชส้ ิทธิทางการเมืองของผูม้ ีสิทธิเลือกตั้งในเขตพ้ืนที่องค์
การบริหารสว่ นตําบล ทุ่งควายกิน อําเภอแกลง จังหวัดระยอง พบวา่ ผูม้ ีสิทธิเลือกต้ังท่ีมีเพศและระดับ
การศึกษาตา่ งกัน มีพฤติกรรมการใชส้ ิทธิทางการเมือง ไมแ่ ตกต่างกัน ขัดแย้งกับ ลัคนา ถูระบุตร และ
บัญชา วิทยอนันต์ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
กรณีศึกษา อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนที่มีเพศ ต่างกัน มีปัจจัย
ท่ีส่งผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส) กรณีศึกษา อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา
แตกต่างกัน ขัดแย้งกับ วินิจ ผาเจริญ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง พฤติกรรมการตัดสินใจไปใช้สิทธิออกเสียง
เลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนในพ้ืนท่ีเลือกตั้งซ่อมเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่
ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนท่ีมีเพศ ต่างกัน มีพฤติกรรมการตัดสินใจออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นท่ีเลือกตั้งซ่อมเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่ แตกต่างกัน ขัดแย้งกับ สุรพล
พรมกุล ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง พฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๗ ในจังหวัด
ขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนท่ีมีเพศ ต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎร ๒๕๕๗ ในจังหวดั ขอนแก่น แตกตา่ งกนั

๕.๒.๒.๒ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกต้ังนายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม ไม่
แตกต่างกัน ซ่ึงไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ท่ีเป็นเช่นน้ีอภิปรายได้ว่า ประชาชนในอําเภอเมือง
จงั หวดั ชัยภูมิ มีความสนใจการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ทัง้ การติดตามข่าวสาร
การเลือกตั้ง การช่วยหาเสียงเลือกต้ัง การวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของนักการเมือง การไปใช้สิทธิ์
ลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง ในระดับท้องถ่ินและการเลือกตั้งระดับชาติ ให้ความสําคัญต่อทําหน้าท่ีเพ่ือ
มอบอํานาจอธิปไตยของตนให้ตัวแทนท่ีเห็นว่าเป็นผู้ความรู้ความสามารถจริงใจในการปกป้อง
ผลประโยชน์และดูแลทุกขส์ ุขของประชาชน เป็นไปตามรฐั ธรรมนูญ ๒๕๖๐ ท่ีเปิดโอกาสใหป้ ระชาชน
ทุกเพศทุกวัย สามารถแสดงออกทางการเลือกต้ังได้ สอดคล้องกับ วินิจ ผาเจริญ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง
พฤติกรรมการตัดสินใจไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนในพ้ืนท่ี
เลือกตั้งซ่อมเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนมีอายุต่างกัน มีพฤติกรรมการ
ตัดสินใจออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนในพ้ืนท่ีเลือกตั้งซ่อมเขต ๘
จงั หวัดเชียงใหม่ ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ ยงยุทธ พงษ์ศรี ได้ศึกษาวิจัยเรือ่ ง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการ

๑๖๖

ตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผล
การศึกษาพบว่า ประชาชนมีอายุต่างกัน มีปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ัง สมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรจังหวัดปทุมธานี ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ ปิยะรัตน์ สนแจ้ง ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยท่ีมี
ผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร : ศึกษากรณีประชาชนกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ.
๒๕๖๒ ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนมีอายุต่างกัน มีปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร : ศึกษากรณีประชาชนกรุงเทพมหานคร ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ ลัคนา
ถูระบุตร และ บัญชา วิทยอนันต์ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎร (ส.ส.) กรณีศึกษา อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนมีอายุ
ต่างกัน มีปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรณีศึกษา อําเภอโนนไทย
จังหวัดนครราชสีมา ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ พันธ์ุทิพา อัครธีรนัย ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง “ปัจจัยที่มี
ผลต่อการตัดสินใจในการเลือกต้ัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก : ศึกษาในช่วงเวลา พ.ศ.
๒๕๕๙” ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนมีอายุต่างกัน มีปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกต้ัง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก ไม่แตกต่างกัน ขัดแย้งกับ นุชปภาดา ธนวโรดม ได้
ศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัด
นครสวรรค์ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกต้ังในเขตเทศบาลนคร
นครสวรรค์ จังหวดั นครสวรรค์ แตกต่างกัน ขัดแย้งกบั วิรัช เพียรชอบ ได้วิจยั เร่ือง “พฤติกรรมการใช้
สิทธิทางการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกต้ังในเขตพื้นท่ีองคก์ ารบริหารส่วนตําบลทุ่งควายกิน อําเภอแกลง
จังหวัดระยอง” ผลการศึกษาพบวา่ ปัจจัยท่ีส่งผลต่อพฤติกรรมการใชส้ ิทธิทางการเมืองของผู้มีสิทธิ
เลือกต้ังในเขตพ้ืนที่องค์การบริหารสว่ นตําบล ทุง่ ควายกิน อาํ เภอแกลง จังหวดั ระยอง พบว่า ผู้มีสิทธิ
เลือกตั้งท่ีมีอายุ การรับรู้ขอ้ มูลขา่ วสารเก่ียวกบั สิทธิทางการเมือง และการมสี ว่ นร่วมทางการเมอื งของ
ประชาชนแตกต่างกัน มีพฤติกรรมการใชส้ ทิ ธิทางการเมอื งแตกต่างกนั

๕.๒.๒.๓ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกตั้ง
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม ไม่
แตกตา่ งกัน ซ่ึงไมเ่ ปน็ ไปตามสมมตฐิ านที่ตง้ั ไว้ ท่ีเป็นเชน่ น้ีอภิปรายได้วา่ การเลอื กต้งั เป็นกระบวนการ
ทางการเมืองและการปกครอง เพราะการเลือกต้ังเป็นการแสดงออกซึ่งเจตจํานงของประชาชนในการ
ปกครองประเทศ เจตจํานงดังกล่าวนั้นปรากฏอยู่ในลักษณะของการเรียกร้องหรือสนับสนุน ต่อการ
ตัดสินใจท้ังหลายในระบบการเมือง และเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่เช่ือมโยงการผนึกปฏิบัติสัมพันธ์
ระหว่างกันระหว่างประชาชนกับผู้ปกครองโดยที่ประชาชนเป็นฝ่ายได้รับโอกาสในการแสดงออกถึง
ความต้องการใหม่ ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย สามารถ
แสดงออกทางการเลือกตั้งได้ สอดคล้องกับ ยงยุทธ พงษ์ศรี ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง ปัจจัยที่มีผลต่อการ
ตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผล
การศึกษาพบว่า ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ เอมวดี กาฬภักดี ได้วิจัย
เรื่อง “ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกต้ังนายกเทศมนตรี เทศบาลตําบล หนองกระทุ่ม อําเภอเดิมบางนาง
บวช จังหวัดสุพรรณบุรี: ศึกษาเฉพาะกรณีการเลือกต้ังเม่ือวันท่ี ๒๐ เมษายน ๒๕๕๗” ผลการ
เปรียบเทียบพบว่า ระดับการศึกษาของประชาชนไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง ขัดแย้งกับ วินิจ ผาเจริญ

๑๖๗

ได้ศึกษาวิจัยเร่ืองพฤติกรรมการตัดสินใจไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ
ประชาชนในพื้นท่ีเลือกตั้งซ่อมเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนท่ีมีระดับ
การศกึ ษาตา่ งกนั มีพฤตกิ รรมการตัดสินใจออกไปใช้สทิ ธิเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชน
ในพ้ืนที่เลือกต้ังซ่อมเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่ แตกต่างกัน ขัดแย้งกับ ปิยะรัตน์ สนแจ้ง ได้ศึกษาวิจัย
เร่ือง ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร : ศึกษากรณีประชาชน
กรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีปัจจัยที่มี
ผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร แตกต่างกัน
ขัดแย้งกับ นภาพร หมื่นจง ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรจังหวัดระยอง : ศึกษาในห้วงเวลาปี พ.ศ. ๒๕๕๙” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีระดับ
การศึกษาต่างกัน มีการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง แตกต่างกัน ขัดแย้งกับ
อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จังหวัดอ่างทอง : ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๕๙” ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษา
ต่างกัน มีปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง แตกต่างกัน
ขัดแย้งกับ สุรพล พรมกุล ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.
๒๕๕๗ ในจังหวัดขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีพฤติกรรมการ
เลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรสมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๗ ในจังหวัดขอนแก่น แตกต่างกนั

๕.๒.๒.๔ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกต้ังนายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ของประชาชานในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม ไม่
แตกต่างกัน ซ่ึงไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ท่ีเป็นเช่นน้ีอภิปรายได้ว่า การเลือกตั้งช่วยสร้าง
อิทธิพลและความสําคัญทางการเมืองของประชาชนการเลือกตั้งเป็นการใช้อํานาจทางการเมือง
โดยตรงของประชาชน ซ่ึงจะสง่ อิทธพิ ลต่อการไดม้ าซ่ึงอาํ นาจทางการเมืองของผปู้ กครอง การเลอื กต้ัง
โดยทั่วไปจึงเป็นการใช้อิทธิพลทางการเมืองของประชาชนส่วนใหญ่ไปจํากัด ควบคุม และสลายการ
ครอบงาํ อิทธพิ ลสูงสุดทางการเมืองขององค์กร อํานาจและกลุ่มผกู ขาดเฉพาะกลุ่มเพื่อให้กระบวนการ
แขง่ ขนั เข้าส่อู ํานาจทางการเมือง อกี ทั้งตามรฐั ธรรมนูญ ๒๕๖๐ ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศ ทุก
วัย สามารถแสดงออกทางการเลือกต้ังได้ สอดคล้องกับนิรันดร์ พันธ์ศักด์ิและคณะ ศึกษาเร่ือง
พฤติกรรมการเลือกตง้ั ระดับท้องถิ่นของผู้มีสทิ ธิเลอื กตั้งในเขตเทศบาลตําบลท่าประจะ อําเภอชะอวด
จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า ระดับพฤติกรรมการเลือกตั้งระดับท้องถ่ินของผู้มีสิทธิเลือกต้ังในเขต
เทศบาลตําบลท่าประจะ อําเภอชะอวด จงั หวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทง้ั ๓ ด้านจําแนกตามอาชีพ
ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ ปยิ ะรัตน์ สนแจ้ง ได้ศึกษาวิจัยเร่อื งปัจจัยทมี่ ีผลต่อการตดั สนิ ใจเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร: ศึกษากรณีประชาชนกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผลการศึกษาพบว่า
ประชาชนท่ีมีอาชีพต่างกัน มีปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร : ศึกษา
กรณีประชาชนกรุงเทพมหานคร ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับวินิจ ผาเจริญ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง
พฤติกรรมการตัดสินใจไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนในพ้ืนท่ี
เลือกตั้งซ่อมเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีพฤติกรรมการ
ตัดสินใจออกไปใช้สิทธิเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนในพื้นท่ีเลือกต้ังซ่อมเขต ๘
จังหวัดเชียงใหม่ ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ ยงยุทธ พงษ์ศรี ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง ปัจจัยที่มีผลต่อการ

๑๖๘

ตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ผล
การศึกษาพบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎร จังหวดั ปทุมธานี ไม่แตกต่างกัน ขัดแย้งกับ พันธุ์ทิพา อัครธีรนัย ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง “ปัจจัยที่มี
ผลต่อการตัดสินใจในการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก : ศึกษาในช่วงเวลา พ.ศ.
๒๕๕๙” ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกต้ัง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก แตกต่างกัน ขัดแย้งกับ นภาพร หมื่นจง ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง
“ปจั จัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง: ศึกษาในห้วงเวลาปี พ.ศ.
๒๕๕๙” ผลการวิจัยพบว่าประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีการตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จังหวัดระยอง แตกต่างกัน ขัดแย้งกับ อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “ปัจจัยท่ีมีผลต่อการ
ตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง : ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๕๙” ผล
การศึกษาพบว่า ประชาชนท่ีมีอาชีพต่างกัน มีปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรจังหวัดอ่างทอง แตกต่างกัน ขัดแย้งกับสุรพล พรมกุล ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง พฤติกรรมการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๗ ในจังหวัดขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนท่ีมีอาชีพ
ต่างกัน มีพฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๗ ในจังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน
ขัดแย้งกับ นุชปภาดา ธนวโรดม ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการเลือกต้ังของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต
เทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนท่ีมีอาชีพต่างกัน มีพฤติกรรม
การเลอื กต้ังของผมู้ ีสทิ ธิเลอื กตั้งในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ จงั หวดั นครสวรรค์ แตกตา่ งกัน

๕.๓ ขอ้ เสนอแนะ

จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ของประชาชนในอําเภอเมอื ง จงั หวัดชยั ภูมิ” ผวู้ จิ ยั ขอเสนอประเดน็ ทคี่ วรนาํ ไปปรับใชด้ งั ตอ่ ไปน้ี

๕.๓.๑ ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย

จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ” ผู้วิจัยขอเสนอประเด็นท่ีควรกําหนดเป็นนโยบายเพื่อให้
ผทู้ ่ีเก่ยี วข้องได้นาํ ไปใช้ดงั ตอ่ ไปน้ี

๑) หน่วยงานปกครองท้องถิ่นควรมีการประชาสัมพันธ์โดยผ่านสื่อที่มีความใกล้ชิดกับ
ประชาชนให้มากท่สี ุด เช่น คัทเอาทป์ ระจําหมู่บ้าน หอกระจายขา่ วประจาํ หม่บู ้าน/เสียงตามสาย เพื่อ
ประชาสัมพันธก์ ารเลอื กตง้ั

๒) หน่วยงานปกครองท้องถ่ินควรจัดให้ความรู้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ตําบล หมู่บ้าน
ชุมชน ทราบถึงบทลงโทษผู้กระทําผิดกฎหมายการเลือกตั้ง กฎหมายสิทธิ์ด้านอ่ืน ๆ และกฎหมาย
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย เพอื่ ใหป้ ระชาชนได้รับขอ้ มลู ขา่ วสารอย่างทัว่ ถงึ

๓) หน่วยงานปกครองท้องถิ่นควรให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในช่วงวันเทศกาลต่าง ๆ
และวันสําคัญทางศาสนา เพราะจะทําให้ประชาชนหยดุ การประกอบอาชีพ ซง่ึ ทาํ ให้มีการรวมตัวกันของ
ประชาชน จึงทําให้ง่ายต่อการให้ความรู้เก่ียวกับการเลือกต้ัง ได้ท่ัวถึงกว่าวันปกติ และการให้ความรู้

๑๖๙

เก่ียวกับการเลือกต้ัง ไม่ควรให้ความรู้ในช่วงมีการเลือกตั้งเท่าน้ัน แต่ควรให้ความร้กู ับประชาชนอย่าง
ต่อเนือ่ ง เพือ่ เปน็ การสร้างความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั การเลือกตั้งอย่างถอ่ งแท้ใหก้ บั ประชาชน

๕.๓.๒ ขอ้ เสนอแนะในการนาํ ผลวจิ ยั ไปใช้

จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “พฤติกรรมการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
ของประชาชนในอาํ เภอเมอื ง จังหวดั ชัยภมู ”ิ ผูว้ จิ ัยขอเสนอประเดน็ ท่ีควรนําไปปฏบิ ัตดิ งั ต่อไปน้ี

๑) ควรนําผลการศึกษาน้ีไปเป็นข้อมูลในการรณรงค์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นความสําคัญ
ของการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

๒) ควรนําข้อเสนอแนะจากการศึกษามาปรับใช้ในการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสารในด้าน
ตา่ ง ๆ ให้ประชาชนได้รู้เรื่องของสิทธิทางการเมอื งของตนเอง และท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การเลอื กตง้ั

๓) ควรมีการบริหารจัดการให้ผู้สมัครได้แนะนําตัวกับประชาชนผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้
ประชาชนผมู้ ีสิทธิเลอื กตัง้ ได้มีข้อมูลท่ีจะตดั สนิ ใจเลือกตงั้

๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะสําหรบั การวิจยั ครั้งตอ่ ไป

จากการศกึ ษาวจิ ยั เรือ่ ง “พฤตกิ รรมการเลือกต้งั นายกองค์การบริหารสว่ นจังหวัดชัยภูมิ

ของประชาชนในอําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ” ผู้วจิ ัยขอเสนอให้ผู้ที่สนใจได้นําไปศึกษาวิจัย
คร้ังต่อไปในประเดน็ ดงั ตอ่ ไปน้ี

๑) ควรทําการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพฤตกิ รรมการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกต้ังท้ังผู้บรหิ าร
และสมาชกิ ขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นท้องถิน่ ทุกระดับ

๒) ควรทําการศึกษาวิจัยปัจจัยท่ีมีผลต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภา
ขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นท้องถิ่น ทกุ ระดบั

๓) ควรทําการศึกษาวิจัยพฤติกรรมการเลือกต้ังของผู้มีสิทธิเลือกต้ังในลักษณะเดียวกันใน
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ระดบั เทศบาล และองค์การบริหารสว่ นตาํ บล

๔) ควรมีการศึกษาพฤติกรรมการเลือกต้ังของผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้านต่าง ๆ ที่อาจมี
ความสมั พนั ธ์กบั พฤติกรรมการเลือกตั้งในเขตองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั ชัยภูมิ

๑๗๐

บรรณานกุ รม

๑. ภาษาไทย

ก. ข้อมูลปฐมภมู ิ

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๓๙.

ข. ข้อมูลทุติยภูมิ

(๑) หนังสอื :

กนก วงษต์ ระหงา่ น. การเมืองในระบอบประชาธปิ ไตย. กรงุ เทพมหานคร: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ,
๒๕๔๐.

กรมการศาสนา. คู่มือจริยศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์กรมการศาสนา,
๒๕๓๙.

กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ. การเมืองและการปกครองไทย. พิมพ์คร้ังทฎี่ ๓. กรุงเทพมหานคร:
ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๓๑.

________. การเลือกต้ัง พรรคการเมือง และเสถียรภาพของรัฐบาล. กรุงเทพมหานคร: ฝ่ายวิจัย
คณะรฐั ศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๑.

กวี วงศ์พฒุ . ภาวะผู้นาํ . กรงุ เทพมหานคร: ศูนย์สง่ เสริมวิชาชีพบัญช,ี ๒๕๓๙.
คณติ ณ นคร และคณะ. รฐั ธรรมนญู กบั กระบวนการยุติธรรม. กรงุ เทพมหานคร: วญิ ญชู น, ๒๕๕๐.
ฑติ ยา สวุ รรณะชฏ. สงั คมวิทยา. กรงุ เทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๒๗.
ทรงพล ภูมิพัฒน์. จิตวิทยาสังคม. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา

มหาวทิ ยาลัยศรีปทุม, ๒๕๔๑.
นันทพร หาญวทิ ยสกุล. หลักการจดั การ. กรุงเทพมหานคร: เอมพันธ์, ๒๕๕๑.
บรรเทิง พาวิจิตร. การปกครองตามแนวพุทธศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์ โอเดียน

สโตร,์ ๒๕๔๘.
บวรศักด์ิ อุวรรณโณ และ ถวิลวดี บุรีกุล. ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม. พิมพ์คร้ังท่ี ๒. นนทบุรี:

สถาบันพระปกเกล้า, ๒๕๔๘.
บญุ มี แท่นแกว้ . จรยิ ธรรมกับชีวติ . พิมพค์ รง้ั ท่ี ๖. กรงุ เทพมหานคร: โอเดียนสโตร,์ ๒๕๔๑.
ปรีชา นันตาภิวัฒน์. พจนานุกรมหลักธรรมพระพุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์ดวงแก้ว,

๒๕๔๔.
พรศักด์ิ ผ่องแผว้ . “การเลือกต้ังกับการพัฒนาทางการเมือง”. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาปัญหาการ

พฒั นาทางการเมอื งไทย. นนทบุรี: มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช, ๒๕๓๔.
________. พฤติกรรมการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของคนไทย. กรุงเทพมหานคร: เจ้าพระยาการ

พิมพ์, ๒๕๒๗.

๑๗๑

พระธรรมกิตตวิ งศ์ (ทองดี สุรเตโช). ชดุ คาํ วัด. กรงุ เทพมหานคร: เล่ยี งเชยี ง, ๒๕๔๖.
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ). พุทธศาสนากับคนรุ่นใหม่และสังคมไทยในอนาคต.

กรุงเทพมหานคร: สาํ พมิ พส์ ขุ ภาพใจ, ๒๕๒๕.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). ธรรมนุญชีวิต. พิมพ์ครั้งท่ี ๘๒. กรุงเทพมหานคร: บริษัทพิมพ์

สวยจาํ กดั , ๒๕๕๐.
________. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์คร้ังท่ี ๑๗. กรุงเทพมหานคร: โรง

พมิ พ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๕๑.
________. ธรรมนญู ชวี ิต พิมพค์ รัง้ ท่ี ๘๒. กรุเทพมหานคร: บริษทั พิมพส์ วย จํากดั , ๒๕๕๐.
พิสณุ ฟองศรี. วิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งท่ี ๒. กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพ์เทียมฝ่าการพิมพ์,

๒๕๔๙.
พิสมัย เสรีขจรกิจเจริญ. การศึกษาวิเคราะห์ สังเคราะห์ภาพรวมจรรยาบรรณวิชาชีพในประเทศ

ไทย. ชลบุรี: มหาวทิ ยาลัยบรู พา, ๒๕๓๖.
รสลิน ศิริยะพันธ์ุ และคณะ. พฤติกรรมทางการเมืองของชนช้ันกลางกับพัฒนาการทางการระบบ

ใหม่ของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกต้ังในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. นนทบุรี:
มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช, ๒๕๕๑.
ราชบัณ ฑิตยสถาน. พ จนานุกรมฉบับเฉลิมพ ระเกียรติ พ.ศ. ๒๕๕๔. พิมพ์ครั้งท่ี ๓๒.
กรุงเทพมหานคร: สํานักพิมพว์ ัฒนาพานิช, ๒๕๕๖.
วชั รา ไชยสาร. ระบบการเลือกตั้งกับการเมืองไทยยคุ ใหม่. กรุงเทพมหานคร: นติ ธิ รรม, ๒๕๔๑.
วิชัย โถสุวรรณจินดา. ความลับองค์การ : พฤติกรรมองค์การสมัยใหม่. พิมพค์ ร้ังทฎี่ ๒.
กรงุ เทพมหานคร: ดีไลท, ๒๕๓๕.
วิสุทธ์ิ โพธิแท่น. ป ระชาธิป ไตย: แนวความคิดและตัวแบ บ ป ระเท ศป ระชาธิป ไตย.
กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๓.
ศิริอร ขันธหัตถ์. องค์กรและการจัดการ O&M. พิมพ์ครั้งท่ี ๒. กรุงเทพมหานคร: บริษัทอักษรา
พิพัฒน์ จํากดั , ๒๕๔๗.
สถิต นิยมญาต.ิ สังคมวิทยาการเมอื ง. กรุงเทพมหานคร: สํานกั พิมพไ์ ทยวัฒนาพานิช, ๒๕๔๖.
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ พิมพ์ ธมฺมธโร. ธรรมะสร้างเยาวชน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหามกุฏ
ราชวิทยาลัย, ๒๕๔๑.
สมบัติ ธํารงธญั วงศ์. การเมอื งไทย. กรุงเทพมหานคร: เสมาธรรม, ๒๕๔๙.
________. การเมอื งองั กฤษ. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรงุ เทพมหานคร: เสมาธรรม, ๒๕๔๔.
สนิ พันธุพ์ ินจิ . เทคนคิ การวจิ ัยทางสังคม. กรงุ เทพมหานคร: บริษทั จูนพลับลิซซง่ิ จาํ กัด, ๒๕๔๗.
สุจิต บุญบงการ และ พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว. พฤติกรรมการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของคนไทย.
กรงุ เทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๓๐.
สุจิต บุญบงการ. การพัฒนาทางการเมืองของไทย: ปฏิสัมพันธ์ระหว่างทหารสถาบันทางการเมือง
และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน. กรุงเทพมหานคร: สํานกั พิมพ์จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , ๒๕๓๗.

๑๗๒

สุรินทร์ นิยมางกูร. ระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๖๐.

อ นั น ต์ เก ตุ วงศ์ . ห ลั ก แ ล ะเท ค นิ ค ก ารว างแ ผ น . พิ ม พ์ ค รั้งท่ี ๗ . ก รุงเท พ ม ห าน ค ร:
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๑.

อุดม เชยกีวงค์ และกนิษ ฐาน แป นสุวรรณ . พ ระธรรมคําสั่งสอน ของพ ระพุ ท ธเจ้า.
กรุงเทพมหานคร: สาํ นักพิมพแ์ สงดาว, ๒๕๔๘.

เอกชาติ แจ่มอ้น. พฤติกรรมการไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารสว่ นจังหวัด
องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ: คณะกรรมการการเลือกต้ัง. กรุงเทพมหานคร: สถาบัน
พระปกเกลา้ , ๒๕๔๗.

(๒) ดุษฎนี ิพนธ/์ วทิ ยานพิ นธ/์ สารนิพนธ:์

กิตติคม พศินนกแสง. “พฤติกรรมในการใช้สิทธิเลอื กต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประชาชนผู้สิทธิ์
เลอื กต้ัง กรณศี ึกษา : เขตเลือกตั้งที่ ๑๔ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร”. วิทยานิพนธ์รัฐ
ประศาสนศาสตรมหาบณั ฑติ . บัณฑติ วทิ ยาลัย: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร,์ ๒๕๕๖.

จาํ ลอง พรมสวสั ด.์ิ “พฤตกิ รรมทางการเมอื งของชนชั้นกลางกับการเมืองในระบอบ ประชาธปิ ไตยของ
ไทยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลชว่ งพุทธศักราช ๒๕๕๑-๒๕๕๓”. ปรัชญา
ดษุ ฎีบัณฑติ สือ่ สารการเมือง. วทิ ยาลยั สือ่ สารการเมือง: มหาวิทยาลัยเกริก, ๒๕๕๔.

เจษฎา อึ้งเจริญ. “สภาพการตัดสินใจสั่งการของผู้บริหารกับความพึงพอใจของโรงเรียนมัธยมศึกษา
สังกัดกรมสามัญศึกษากรุงเทพมหานคร”. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต
สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา. บณั ฑิตวทิ ยาลยั : มหาวิทยาลัยบรู พา, ๒๕๓๗.

ชไมพร เหล่าพงศ์เจริญ. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของข้าราชการครู: ศึกษากรณีโรงเรียน กันทร
ลักษณ์วิทยา จังหวัดศรีสะเกษ”. ภาคนิพนธ์พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วิทยาลยั : สถาบันบัณฑติ พฒั นบริหารศาสตร,์ ๒๕๕๑.

ธนกร ภัทรบุญสิริ. “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ :
ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒”. สารนิพนธ์รรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาส่ือสาร
การเมอื ง. วทิ ยาลัยสือ่ สารการเมือง: มหาวิทยาลัยเกรกิ , ๒๕๖๒.

นภาพร หมื่นจง. “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง :
ศึกษาในห้วงเวลาปี พ.ศ. ๒๕๕๙”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาส่ือสาร
การเมือง. วทิ ยาลยั สื่อสารการเมอื ง: มหาวทิ ยาลัยเกริก, ๒๕๕๙.

นุชปภาดา ธนวโรดม. “พฤติกรรมการเลือกต้ังของผู้มีสิทธิเลือกต้ังในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์
จังหวัดนครสวรรค์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๕๗.

บุญญฤทธ์ิ โชคอุดมพร. “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกต้ังนายกเทศมนตรีของประชาชนเขต
เทศบาลเมืองตราด อําเภอเมือง จังหวัดตราด”. วิทยานพินธ์รัฐประศาสนศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถ่ิน. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพ
พรรณี, ๒๕๕๖.

๑๗๓

บุณฑริกา เจ่ียงเพ็ชร. “พฤติกรรมการส่ือสารทางการเมืองผ่านสื่อมวลชน ส่ือบุคคล สื่ออินเตอร์เน็ต
และทัศนคติทางการเมืองแบบประชาธิปไตยที่มีต่อความรู้ ทัศนคติ และกิจกรรมการมี
ส่วนร่วมทางการเมืองท่ีเกี่ยวกับการเลือกต้ังระบบใหม่ของกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในเขต
กรุงเทพมหานคร”. วิทยานิพนธ์วารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารมวลชน.
คณะวารสารศาสตรแ์ ละส่อื สารมวลชน: มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, ๒๕๔๓.

ปิยะรัตน์ สนแจ้ง. “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร : ศึกษากรณี
ประชาชนกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๖๒”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขา
สอ่ื สารการเมอื ง. วิทยาลัยส่อื สารการเมอื ง: มหาวิทยาลัยเกริก, ๒๕๖๒.

พัชรา เพ็ชรจรูญ. “เหตุผลประกอบการตัดสินใจเลือกนายกเทศมนตรีของประชาชน ในเขตเทศบาล
ตําบลพระอินทราชา อําเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. รายงานการศึกษา
อิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , ๒๕๕๓.

พันธ์ุทิพา อัครธีรนัย. “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด
นครนายก : ศึกษาในช่วงเวลา พ.ศ. ๒๕๕๙”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. สาขา
ส่อื สารการเมอื ง. วิทยาลยั สือ่ สารการเมือง: มหาวิทยาลัยเกริก, ๒๕๕๙.

พีรพงศ์ ดาราไทย. “ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการตัดสินใจของผู้บริหารกับประสิทธิผลโรงเรียน
เอกชน สายสามัญศึกษา ในเขตการศึกษา ๑๒”. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหา
บณั ฑิต. บัณฑติ วิทยาลยั : มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๔๒.

ยงยุทธ พงษ์ศรี. “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี
ศึกษาในห้วงเวลา ปี พ.ศ. ๒๕๖๒”. สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาส่ือสาร
การเมือง. วทิ ยาลยั สื่อสารการเมอื ง: มหาวทิ ยาลยั เกริก, ๒๕๖๒.

ยลรดณ คุ้มภัย. “ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการตัดสินใจเลือกต้ังผู้บริหารท้องถ่ินและสมาชิกสภา
องค์การบริหารส่วนตําบลในเขตอําเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์”. วิทยานิพนธ์พุทธ
ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหา
จุฬาลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๕๖.

รัษฎา บันเทิงสุข. “พฤติกรรมการเลือกตั้งของผู้มีอายุ ๑๘-๑๙ ปี ในการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎร วันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ศึกษากรณี อําเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่”.
วิทยานิพนธร์ ฐั ศาสตรมหาบัณฑติ . บัณฑติ วทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่, ๒๕๔๐.

ลัดดา งามโสภา. แนวทางการพัฒนาพฤติกรรมการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกต้ังในเขตอําเภอขาณุวร
ลักษบุรี จังหวัดกําแพงเพชร”. วิทยานิพนธศ์ ิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย:
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั กาํ แพงเพชร, ๒๕๕๓.

วิรัช เพียรชอบ. “พฤติกรรมการใช้สิทธทิ างการเมืองของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตพื้นท่ีองคก์ ารบริหาร ส่
วนตําบลทุง่ ควายกิน อําเภอแกลง จังหวดั ระยอง”. วิทยานิพนธศ์ ิลปศาสตรมหาบัณฑิต.
บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวทิ ยาลัยราชภัฏราํ ไพพรรณ,ี ๒๕๕๒.

๑๗๔

ศุภักษร ตระกูลศิริ. “พฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านชบ
อําเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วิทยาลยั : มหาวิทยาลัยราชภัฏบรุ ีรมั ย์, ๒๕๕๓.

สนุก สิงหม์ าตร. “พฤติกรรมทางการเมืองตามวิถีประชาธิปไตยของพลเมอื งในจังหวัดรอ้ ยเอ็ด”. ดุษฎี
นิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต. คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์:
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏมหาสารคาม, ๒๕๕๖.

สมชาย ติลังการณ์. “พฤติกรรมการออกเสียงเลือกต้ังกับจิตสํานึกทางการเมืองของชาวเชียงใหม่ใน
การเลือกตั้งทั่วไป: กรณีศึกษาเขตอําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่”. วิทยานิพนธ์ศิลปศา
สตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร.์ บัณฑติ วิทยาลยั : มหาวทิ ยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๖๑.

สัมฤทธิ์ ราชสมณะ. “กระบวนการตัดสินใจเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร
มหาบัณฑิต ภาควิชาการปกครอง. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลัย, ๒๕๓๐.

สิทธิชัย อินทร์บุญ “พฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในอําเภอเชียงดาว จังหวัด
เชียงใหม่ต่อการเลือกต้ังทั่วไปในวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการปกครอง. บณั ฑติ วิทยาลัย: มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่,
๒๕๕๕.

สุวัฒน์ ศรีพงษ์สุวรรณ. “ความคิดเห็นของประชาชนต่อการเลือกต้ังสมาชิกวุฒิสภา : ศึกษากรณี
ประชาชนในเขตบางนา ในการเลือกตั้งเม่ือวันท่ี ๔ มีนาคม ๒๕๔๓”. วิทยานิพนธ์
ศิลปศาสตรมหาบัณฑติ รัฐศาสตร.์ บณั ฑิตวทิ ยาลัย: มหาวทิ ยาลยั รามคําแหง, ๒๕๔๕.

เสาวนีย์ ศิริพจนานนท์. “การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร: ศึกษา
กรณีเขตเลือกตั้งท่ี ๑ จังหวัดสุโขทัย”. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
พฒั นาสังคม. บัณฑติ วิทยาลัย: มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , ๒๕๔๔.

อารียา ศรีคําภา. “อุปสรรคในการแก้ปัญหาการซื้อเสียงของคณะกรรมการการเลือกต้ัง จังหวัด
เชียงใหม่”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
๒๕๔๘.

(๓) รายงานวจิ ัย:

กาญจนา พันธ์ุเอี่ยมและคณะ. “ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้สิทธิการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรของผู้นําชุมชน เทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์”. รายงานการวิจัย.
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลรตั นโกสนิ ทร,์ ๒๕๕๖.

พรศักด์ิ ผ่องแผ้ว. “แบบแผนการลงคะแนนเสียงเลือกต้ังของชาวกรุงเทพมหานคร ศึกษาจากการ
ลงคะแนนเสียงเลือกต้ัง ส.ส. พ.ศ. ๒๕๒๖ และเลือกต้ังซ่อม พ.ศ. ๒๕๒๘”. งานวิจัย.
สมาคมสงั คมศาสตร์แหง่ ประเทศไทย, ๒๕๒๙.

รสลิน ศริ ยิ ะพนั ธ์ุ และคณะ. “พฤติกรรมทางการเมืองของชนชั้นกลางกับพฒั นาการทางการเมอื งไทย:
ศึกษากรณีภาคเหนือ”. รายงานการวิจัย. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,
๒๕๕๒.

๑๗๕

สุจิต บุญบงการ และ พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว. “พฤติกรรมการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของคนไทย”.
รายงานการวิจยั . กรุงเทพมหานคร: สํานกั พมิ พจ์ ฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๒๗.

(๔) บทความ:

ฐานิตา เฉลิมช่วง. “ปัจจัยท่ีส่งผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ในระดับเทศบาล
จังหวัดฉะเชิงเทรา”. วารสารชุมชนวิจัย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา. ปีท่ี ๑๐ ฉบับท่ี ๑ (มกราคม - เมษายน
๒๕๕๙): ๘๒.

นพดล บุตตะกุล. “พฤติกรรมของประชาชนในการใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถ่ินขององค์การ
บริหารส่วนตําบลหนองคอนไทย อําเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ”. วารสารวิชาการพุทธ
ศาสตร์ปรทิ รรศน.์ ปที ี่ ๑ ฉบบั ที่ ๑ (มกราคม-มีนาคม ๒๕๖๓). ๒๑-๒๒.

นริ ันดร์ พนั ธ์ศักดิ์ และคณะ. “พฤติกรรมการเลือกตั้งระดับทอ้ งถนิ่ ของผู้มีสิทธิเลือกตัง้ ในเขตเทศบาล
ตําบลท่าประจะ อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช”. วารสารสังคมศาสตร์และ
มานษุ ยวทิ ยาเชิงพทุ ธ ปีท่ี ๕ ฉบับท่ี ๒ (กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓): ๓๘๙-๓๙๐.

มานพ เข็มเมือง. “การมสี ่วนรว่ มการเลอื กตัง้ ทางการเมืองทอ้ งถน่ิ ของประชาชนในเขตเทศบาลตาํ บล
หนองแวง อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์”. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
บรุ ีรัมย์. ปีที่ ๕ ฉบบั ท่ี ๑ (มกราคม-มถิ ุนายน ๒๕๕๖): ๑๐๘.

ลักขณา ธูระบุตร และบัญชา วิทยอนันต์. “ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(ส ส .) ก รณี ศึ ก ษ า อํ าเภ อ โน น ไท ย จั งห วั ด น ค รราช สี ม า” . JOURNAC OF
NAKHONRATCHASIMA COLLEGE, ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๓ (กันยายน-ธันวาคม ๒๕๖๑):
๑๔๑.

วินิจ ผาเจริญ. “พฤติกรรมการตัดสินใจไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ
ประชาชนในพื้นที่เลือกต้ังซ่อมเขต ๘ จังหวัดเชียงใหม่”. วารสาร “ศึกษาศาสตร์ มมร”
คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. ปีท่ี ๘ ฉบับที่ ๑ (มกราคม–
มถิ ุนายน ๒๕๖๓): ๙๑.

ศันสนีย์ ตันติวิท. “การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-Tourism) กรณีศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชน
เกาะล้านต่อท้องถ่ิน”. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. ปีท่ี ๕ ฉบับที่ ๑ (กันยายน-
ธนั วาคม ๒๕๕๐): ๘๑-๘๘.

สิริวัฒน์ ศรีเครือดง. “การสร้างมนุษยสัมพันธ์ตามแนวพระพุทธศาสนา: หลักธรรมสําหรับสั่งสอน
สังคม”. วารสารมหาจุฬาวิชาการ. ปีที่ ๒๐. (มถิ ุนายน ๒๕๕๑): ๗๐.

สุรพล พรมกุล. “พฤติกรรมการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๗ ในจังหวัดขอนแก่น”.
บทความงานวิจัย. วารสารธรรมทรรศน์. ปีที่ ๑๕ ฉบับที่ ๓ (พฤศจิกายน ๒๕๕๘ -
กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๙): ๑๐๓-๑๑๘.

อัญชุลี วงษ์บุญงาม และ ดารณี ธัญญสิริ. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษามหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคล”. วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร. ปีท่ี ๖ ฉบับท่ี ๒
(กนั ยายน ๒๕๕๕): ๙๙-๑๑๒.

๑๗๖

อํานาจ ศรีพระจันทร์. “ปัจจัยท่ีมีผลตอการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้มีสิทธิ์เลือกต้ังในองค์การ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน : กรณีศึกษาการเลือกต้ังนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี
ศึกษาเฉพาะอําเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี”. การประชุมวิชาการและเสนอผลงานวิจัย
ระดับชาติ. “สร้างสรรค์และพฒั นา เพอ่ื ก้าวหน้าสูป่ ระชาคมอาเซยี น”. คร้ังท่ี ๒ (๑๘-๑๙
มิถุนายน ๒๕๕๘).

อุบล ตนิ ะโสและคณะ. “พฤตกิ รรมการลงคะแนนเลอื กตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตําบลโพน อําเภอ
คําม่วง จังหวัดกาฬสินธ์ุ”. วารสารรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ
กาฬสินธ.ุ์ ปที ่ี ๒ เล่มที่ ๒ (กรกฎาคม-ธนั วาคม ๒๕๕๖): ๙๗-๙๙.

เอมวดี กาฬภักดี. “ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกต้ังนายกเทศมนตรี เทศบาลตําบลหนองกระทุ่ม อําเภอ
เดิมบางนางบวช จังหวดั สุพรรณบุรี: ศึกษาเฉพาะกรณีการเลอื กต้ัง เม่ือวันท่ี ๒๐ เมษายน
๒๕๕๗”. วารสารรัฐศาสตร์ปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปีที่ ๔ ฉบับท่ี ๑
(มกราคม–มถิ ุนายน ๒๕๖๐): ๑๑๗-๑๒๒.

(๕) เอกสารทไี่ ม่ได้ตพี ิมพ์เผยแพร่และเอกสารอน่ื ๆ:

สํานักงานคณะกรรมการการเลือกต้ังประจําจังหวัดชัยภูมิ. แบบประมาณการจํานวนหน่วยเลือกตั้ง
ส.อบจ. และนายก อบจ.ชัยภูมิ. ๒๕๖๓.

แบบประมาณการจํานวนหน่วยเลือกต้ัง ส.อบจ. และนายก อบจ.ชัยภูมิ ปี ๒๕๖๓ สํานักงาน
คณะกรรมการการเลือกตงั้ ประจําจังหวัดชยั ภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๓.

(๖) สอื่ อเิ ล็กทรอนกิ ส:์

สารานุกรมบริแทนนิก้า Encyclopedia of Britannica. อํานาจอธิปไตย. [ออนไลน์]. แหล่งท่ีมา:
http://en.wikipedia.org/wiki/Sovereignty [๒๑ มนี าคม ๒๕๖๒].

(๗) สมั ภาษณ/์ สนทนากล่มุ :

สมั ภาษณ์ เภาลนี า โล่วีระ, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาํ บลบ้านเฎลา่ , ๗ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ สุทิน สวุ รรณพมิ ล, รองนายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาํ บลโพนทอง, ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
สัมภาษณ์ จรยิ า ศริ พิ ันธ,์ ปลดั องคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั ชัยภมู ิ, ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
สัมภาษณ์ สากล วงศไ์ พร, รองปลัดองคก์ ารบริหารสว่ นตําบลหนองนาแซง, ๗ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ วีระศกั ดิ์ นามวเิ ศษ, ปลดั เทศบาลตําบลโคกสูง, ๘ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ อรสิ า ขําชัยภมู ,ิ รองปลัดเทศบาลเมืองชยั ภมู ,ิ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ ประดลเดช เกดิ ชัยภูมิ, ผอ.กองกจิ การสภา อบจ. ชยั ภูม,ิ ๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๔.
สัมภาษณ์ ผศ.ดร.สมปอง สวุ รรณภมู า, อาจารยป์ ระจํา ม, ราชภฏั ชยั ภมู ,ิ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ ถนอม วรรณพงศ์, กํานนั ตําบลบา้ นเลา่ , ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ ประไพ ฐานวิสยั , ส.อบต. บา้ นเล่า หมู่ ๑๔, ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ พนาวัลย์ วรรณพงศ,์ ประธานกองทนุ หมู่บ้าน, บา้ นเล่าหมู่๑๔, ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.
สัมภาษณ์ ราชญั ฐานสมบูรณ,์ ผู้ใหญ่บา้ น บ้านเลา่ , หมทู่ ่ี ๒, ๘ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๔.

๑๗๗

๒. ภาษาองั กฤษ

1. Secondary Sources

(I) Books:

Anthony Downs. An Economic Theory of Democracy. New York: Harper & Row,
1957.

Cronbach. Lee J. Essentials of psychological testing. 4th ed.. New York: Harper &
Row, 1971.

Johnson Doyle Paul. Sociological Theory. New York: John Wiley & Son, 1981.
Richard G. Niemi and Herbert F. Weisberg. Controversies in Voting Behavior.

Washington D.C: Congressional Quarterly, 1984.
V.O. Key. The Responsible Electorate; Rationality in Presidential Voting 1 9 3 9 -

1960. Cambridge: Belkmap pren of Harvard University Press, 1966.

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก

รายชอื่ ผู้เชยี่ วชาญตรวจสอบเครอื่ งมอื วิจยั
และหนงั สอื ขอความอนเุ คราะหผ์ เู้ ช่ยี วชาญในการตรวจสอบเคร่อื งมือวจิ ยั

๑๘๐

รายช่ือผเู้ ชี่ยวชาญตรวจเครอื่ งมือวิจยั

ที่ ชื่อ-นามสกุล ตาํ แหนง่
๑ พระครูสุตธรรมภาณี ผศ.
๒ ผศ.ดร.บุรนิ ทร์ ภูสกุล ประธานหลกั สูตรรฐั ศาสตรบณั ฑติ มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตนอนแกน่
๓ ผศ.ดร.วิทยา ทองดี
อาจารย์ประจําหลกั สูตรรัฐศาสตรมหาบณั ฑิต
๔ ดร.สมควร นามสฐี าน มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
วทิ ยาเขตนอนแก่น
๕ ผศ.ดร.ปัญญา คล้ายเดช
อาจารย์ประจําหลักสตู รครศุ าสตรมหาบณั ฑติ และ
หลกั สูตรครศุ าสตรดุษฎีบัณฑิต
มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั
วิทยาเขตนอนแกน่

อาจารยป์ ระจาํ หลักสูตรรฐั ศาสตรมหาบัณฑติ
มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาเขตนอนแก่น

อาจารย์ประจําหลกั สูตรรฐั ศาสตรบัณฑิต
วิทยาลัยสงฆ์ชยั ภูมิ
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั

๑๘๑

๑๘๒

๑๘๓

๑๘๔

๑๘๕

ภาคผนวก ข
เครือ่ งมอื การวิจัยเชงิ ปรมิ าณและเชิงคณุ ภาพ


Click to View FlipBook Version