101
เนอื้ หา
ธรรมชาติ ประกอบด้วยสงิ่ มชี ีวิตและสิ่งไม่มชี วี ิต ได้แก่ พืช สตั ว์ ท่งุ หญา้ ปุาไม้ ภเู ขา แมน่ ้าลาธาร เปน็ ต้น
การศึกษาเรือ่ งราวเกย่ี วกบั ธรรมชาตขิ องพืชและสตั ว์ของลูกเสอื สารองในระดับนี้เป็นการเพาะเมลด็ พนั ธุ์พืชทงี่ อกงา่ ย
และพืชที่เปน็ อาหารของสตั ว์เลยี้ ง
1. การเพาะเมล็ดพันธุพ์ ชื ทงี่ อกงา่ ย
การเพาะเมลด็ พันธ์พุ ืชที่งอกง่าย เช่น เพาะถ่ัวงอก เป็นการนาเอาถวั่ เขยี วหรือถ่วั เหลืองมาเพาะเพือ่ นาต้นอ่อนมาใช้
ประกอบอาหาร
การเพาะถว่ั งอก ทาไดง้ า่ ย ใชเ้ วลาน้อย ลกู เสอื ควรสังเกตการเจรญิ เตบิ โตของถว่ั งอกและจดบนั ทึกไว้ การเพาะ
ถวั่ งอก ปฏบิ ัตไิ ดด้ ังน้ี
1. นากระถาง กระบะ กระป๋อง ถาด ถงุ พลาสตกิ หรอื ภาชนะที่เหลอื ใช้อยา่ งใดอย่างหนึ่ง
2. ใส่ทรายหรือแกลบหนาประมาณ 1 เซนตเิ มตร เกล่ียใหท้ ัว่ ปูดว้ ยกระดาษซับ หรอื สาลี
3. นาเมลด็ ถว่ั เขยี วมาโรยให้ทั่วภาชนะ
4. พรมน้าใหท้ ั่วพอชุ่มชนื้ แต่ไมแ่ ฉะเกนิ ไป
5. นาภาชนะที่เพาะเมลด็ ถ่วั วางไวใ้ นท่ีรม่ ที่มีแสงราไร
6. สงั เกตการเจรญิ เตบิ โตของเมลด็ ถวั่ แลว้ จดบันทึกไว้ทุกวัน
ระยะเวลา บนั ทกึ การเจรญิ เตบิ โตของพืช หมายเหตุ
วันท่ี 1
วันที่ 2
วันที่ 3
วนั ท่ี 4
วนั ที่ 5
วันท่ี 6
วันท่ี 7
วันที่ 8
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
102
วนั ที่ 1 วนั ที่ 2 วันที่ 3 วนั ที่ 4
เร่ิมทาการเพาะ ของการเพาะ ของการเพาะ ของการเพาะ
วนั ท่ี 5 วนั ที่ 6 วันที่ 7 วันที่ 8
ของการเพาะ ของการเพาะ ของการเพาะ ของการเพาะ
2. พืชทเ่ี ปน็ อาหารของสัตว์เล้ยี ง
พืชมอี ยมู่ ากมายหลายชนิด ทั้งทม่ี ปี ระโยชน์และมีโทษ การนาพชื มาใช้เป็นอาหารสัตว์นน้ั ลูกเสอื จะตอ้ งศึกษา
ธรรมชาติของสตั ว์แตล่ ะประเภทวา่ พชื ชนิดใดเหมาะทีจ่ ะใช้เป็นอาหารของสตั วป์ ระเภทนั้น
พืชทเ่ี ป็นอาหารของสตั วเ์ ล้ียง ไดแ้ ก่ ขา้ ว ข้าวเปลือก ข้าวฟาุ ง ราข้าว ปลายขา้ ว ข้าวโพดหญา้ มนั ออ้ ย ถัว่ ผกั
และผลไม้
สัตว์เล้ียงแตล่ ะชนดิ กินอาหารแตกต่างกนั ดงั นน้ั เมือ่ ลกู เสือทราบวา่ สตั วท์ เี่ ลย้ี งชอบกนิ พืชชนดิ ใดเปน็ อาหาร ก็ควร
เลือกชนดิ ของพชื ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของสัตวเ์ ลยี้ งดว้ ย เพือ่ สตั ว์นั้นจะไดเ้ จรญิ เตบิ โตอย่างเต็มท่แี ละให้ประโยชน์มากทส่ี ุด
การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สารอง ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
103
นก ชอบกนิ ขา้ วเปลอื ก ขา้ วฟาุ ง ไก่ ชอบกินขา้ วเปลอื ก ปลายขา้ ว
ถว่ั และผลไมช้ นิดต่างๆเปน็ อาหาร ข้าวโพด และถ่ัวชนดิ ตา่ งๆ เป็นอาหาร
เป็ด ชอบกินขา้ วเปลอื ก ราข้าว หมู ชอบกินหยวกกลว้ ย ราขา้ ว
และพชื ผักต่างๆ เปน็ อาหาร และพชื ผักต่างๆ เป็นอาหาร
กระต่าย ชอบกินหวั ผกั กาด และ ววั และควาย ชอบกิน หญ้า เปน็ อาหาร
หญ้า เป็นอาหาร
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแก้วนครสวรรค์
104
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูท้ ี่ 32 การฝมี อื
เรอ่ื ง การทาว่าว
1. สรุปสาระสาคญั การทาการฝีมือช่วยพฒั นาความคดิ สรา้ งสรรค์และการรจู้ ักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์
2. จดุ ประสงค์
สามารถประดษิ ฐว์ ่าวตามความคิดของตนเองให้สาเร็จและนาไปเล่นได้
3. ทักษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนกั ในปญั หาและความจาเปน็
( ) 2. คิดวเิ คราะหว์ จิ ารณ์
( ) 3. สร้างทางเลอื กหลากหลาย
( ) 4. ประเมินและเลอื กทางเลอื ก
( ) 5. กาหนดและลาดบั ขั้นตอนการปฏิบตั ิ
( ) 6. ปฏิบตั ิดว้ ยความช่ืนชม
( ) 7. ประเมินระหว่างปฏบิ ัติ
( ) 8. ปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่เู สมอ
( ) 9. ประเมินผลรวมเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความภาคภมู ิใจ
4. กจิ กรรม และสอื่ / อปุ กรณ์
กิจกรรม สอ่ื / อปุ กรณ์
1. พธิ เี ปดิ ประชมุ กอง ( แกรนด์ฮาวล์ ธงขนึ้ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ 1. แผนภูมเิ พลง
แยก ) 2. ภาพว่าวจฬุ า ปกั เปาู และว่าวรูป
2. เพลง - เกม สัตว์ตา่ ง ๆ
3. การสอนตามเนื้อหา 3. ตวั อย่างว่าวแบบต่าง ๆ
3.1 ผกู้ ากับนาสนนทนาเกย่ี วกบั การใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ 4. เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ทาวา่ ว
เช่น การประดษิ ฐส์ ง่ิ ของจากเศษวสั ดุ เช่น ไม้ไผ่ กระดาษสา เชอื ก
3.2 รว่ มกันอภิปรายเกยี่ วกบั การเล่นกีฬาเล่นว่าว และวา่ วตา่ ง ๆ ปุาน แปงู เปยี ก
ท่นี ยิ มเลน่ กันตามฤดกู าล เชน่ ว่าวจุฬา ว่าวปักเปูา วา่ วงู ว่าวผเี สื้อ
3.3 ให้ลูกเสือประดิษฐว์ า่ วตามแบบทีช่ อบโดยใช้ความคดิ ของตน
อย่างอสิ ระ
3.4 ผู้กากับตรวจผลงาน และสรปุ เสนอแนะ
4. ผ้กู ากับเล่าเร่อื งสั้นทเ่ี ปน็ ประโยชน์
5. พิธปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจ แกรนดเ์ ฮาวล์ ธงลง เลกิ )
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแก้วนครสวรรค์
105
5. การประเมินผล ผา่ น ไม่ผ่าน
รายละเอียดการประเมนิ ผล
…………. …………..
1. ความสนใจในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม …………. …………..
2. ความตั้งใจในการปฏิบตั กิ จิ กรรม …………. …………..
3. การจัดเตรียมอุปกรณ์ …………. …………..
4. ตรวจผลงาน
6. กิจกรรมเสนอแนะเพม่ิ เติม
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
7. ปัญหาและข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
106
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นร้ทู ี่ 33 การฝีมอื
เร่ือง การพบั ผ้าหรอื กระดาษเปน็ รปู ตา่ ง ๆ
1. สรุปสาระสาคัญ การทาการฝมี อื ชว่ ยพฒั นาความคิดสร้างสรรค์และการรจู้ กั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์
2. จดุ ประสงค์
1. สามารถพบั ผ้าหรือกระดาษเปน็ รปู ตา่ ง ๆ ได้
2. สามารถนาผลงานไปใช้ประโยชน์
3. ทกั ษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนักในปญั หาและความจาเป็น
( ) 2. คิดวเิ คราะห์วจิ ารณ์
( ) 3. สรา้ งทางเลอื กหลากหลาย
( ) 4. ประเมินและเลอื กทางเลือก
( ) 5. กาหนดและลาดบั ขัน้ ตอนการปฏิบัติ
( ) 6. ปฏิบัตดิ ้วยความชื่นชม
( ) 7. ประเมนิ ระหวา่ งปฏิบัติ
( ) 8. ปรบั ปรุงให้ดีข้นึ อยูเ่ สมอ
( ) 9. ประเมินผลรวมเพอ่ื ให้เกิดความภาคภูมิใจ
4. กิจกรรม และสอ่ื / อุปกรณ์
กิจกรรม สื่อ/ อุปกรณ์
1. พิธีเปิดประชมุ กอง ( แกรนด์ฮาวล์ ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ 1. แผนภมู เิ พลง
แยก ) 2. ตวั อย่างผา้ หรอื กระดาษทีพ่ บั
2. เพลง - เกม เปน็ รปู ต่าง ๆ
3. การสอนตามเนื้อหา
3.1 ใหล้ กู เสอื ดตู ัวอยา่ งผ้าหรือกระดาษทพี่ บั เป็นรูปต่าง ๆ เช่น
นก หมวก เรอื และเครอ่ื งบนิ เป็นต้น
3.2 รว่ มกนั อภปิ รายถงึ การนาสง่ิ ประดิษฐไ์ ปใชป้ ระโยชน์
3.3 ผกู้ ากับอธิบายและสาธติ วิธีพับผา้ หรอื กระดาษเป็นรปู นก
หมวกเรือ และเคร่ืองบนิ
3.4 ใหล้ ูกเสือพบั ผา้ หรอื กระดาษด้วยอุปกรณ์ทเี่ ตรยี มมา
3.5 ผ้กู ากับตรวจผลงาน และสรปุ เสนอแนะ
4. ผู้กากบั เลา่ เรื่องส้ันทเ่ี ป็นประโยชน์
5. พธิ ปี ิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจ แกรนดเ์ ฮาวล์ ธงลง เลิก)
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแก้วนครสวรรค์
107
5. การประเมินผล ผา่ น ไม่ผ่าน
รายละเอียดการประเมนิ ผล
…………. …………..
1. ความสนใจในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม …………. …………..
2. ความตั้งใจในการปฏิบตั กิ จิ กรรม …………. …………..
3. การจัดเตรียมอุปกรณ์ …………. …………..
4. ตรวจผลงาน
6. กิจกรรมเสนอแนะเพม่ิ เติม
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
7. ปัญหาและข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
108
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ี 34 การฝมี ือ
เรอ่ื ง การทานาฬกิ าแดด
1. สรุปสาระสาคญั การนาวสั ดมุ าประดิษฐ์เป็นสงิ่ ของทม่ี ปี ระโยชน์ เป็นการพฒั นาความคดิ สร้างสรรค์
2. จดุ ประสงค์
สามารถนาวัสดมุ าประดิษฐ์เป็นนาฬิกาแดดได้
3. ทักษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนกั ในปญั หาและความจาเปน็
( ) 2. คิดวเิ คราะหว์ ิจารณ์
( ) 3. สรา้ งทางเลอื กหลากหลาย
( ) 4. ประเมินและเลือกทางเลอื ก
( ) 5. กาหนดและลาดับขั้นตอนการปฏบิ ตั ิ
( ) 6. ปฏบิ ตั ดิ ้วยความช่ืนชม
( ) 7. ประเมนิ ระหวา่ งปฏิบตั ิ
( ) 8. ปรับปรงุ ใหด้ ขี ้ึนอย่เู สมอ
( ) 9. ประเมินผลรวมเพื่อใหเ้ กดิ ความภาคภมู ิใจ
4. กจิ กรรม และสือ่ / อุปกรณ์
กิจกรรม สือ่ / อปุ กรณ์
1. พธิ เี ปิดประชมุ กอง ( แกรนดฮ์ าวล์ ธงข้ึน สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ 1. แผนภมู ิเพลง
แยก ) 2. ไมพ้ ลอง 1 อัน กระป๋องนม
2. เพลง - เกม 12 ใบ ตน้ ไมก้ ระดาษ 12
3. การสอนตามเนอ้ื หา ต้น
3.1 ผูก้ ากับนาสนทนเกย่ี วกบั นาฬกิ าชนิดตา่ ง ๆ และความสาคญั
ของการนานาฬกิ ามาใช้ในสมัยต่าง ๆ เชน่ นาฬกิ าทราย หรือนาฬกิ า
แดด
3.2 ผ้กู ากบั อธิบายและสาธิตการทานาฬกิ าแดด
3.3 ใหล้ ูกเสือช่วยกนั ทานาฬิกาแดดตามความคิดของตนเอง
3.4 ให้ลกู เสอื แตล่ ะกลมุ่ นาผลงานเสนอ
3.5 ผู้กากับตรวจผลงาน และสรปุ เสนอแนะ
4. ผู้กากบั เล่าเรอ่ื งสนั้ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์
5. พิธปี ิดประชุมกอง (นดั หมาย ตรวจ แกรนดเ์ ฮาวล์ ธงลง เลิก)
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแก้วนครสวรรค์
109
5. การประเมินผล ผา่ น ไม่ผา่ น
รายละเอียดการประเมนิ ผล
…………. …………..
1. ความสนใจในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม …………. …………..
2. ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิกจิ กรรม …………. …………..
3. การจดั เตรียมอปุ กรณ์ …………. …………..
4. ตรวจผลงาน
6. กจิ กรรมเสนอแนะเพ่มิ เตมิ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
7. ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
การจัดกจิ กรรมลกู เสอื สารอง ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแกว้ นครสวรรค์
110
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ี 35 การฝีมอื
เรอ่ื ง การทาเขม็ ทิศจาลอง
1. สรปุ สาระสาคญั เข็มทศิ เปน็ อุปกรณท์ สี่ าคัญสาหรบั ลูกเสือในการปฏิบัติกจิ กรรม
2. จุดประสงค์
1. สามารถบอกทศิ ได้ถูกตอ้ งตามเขม็ ทศิ
2. นาวัสดุมาประดษิ ฐเ์ ปน็ เข็มทิศจาลองได้
3. ทักษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนักในปญั หาและความจาเป็น
( ) 2. คิดวเิ คราะห์วิจารณ์
( ) 3. สร้างทางเลอื กหลากหลาย
( ) 4. ประเมินและเลือกทางเลอื ก
( ) 5. กาหนดและลาดบั ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิ
( ) 6. ปฏบิ ตั ิด้วยความชนื่ ชม
( ) 7. ประเมินระหวา่ งปฏิบตั ิ
( ) 8. ปรบั ปรงุ ให้ดีข้นึ อยเู่ สมอ
( ) 9. ประเมนิ ผลรวมเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความภาคภูมใิ จ
4. กิจกรรม และสือ่ / อุปกรณ์ สอื่ / อปุ กรณ์
กิจกรรม 1. แผนภมู เิ พลง
2. ภาพเข็มทศิ จาลอง
1. พธิ ีเปิดประชมุ กอง ( แกรนดฮ์ าวล์ ธงข้ึน สวดมนต์ สงบน่งิ ตรวจ 3. เขม็ ทศิ
แยก ) 4. อปุ กรณ์ในการทาเขม็ ทศิ
2. เพลง - เกม จาลอง เช่น แท่งแม่เหลก็
3. การสอนตามเนอ้ื หา เขม็ เยบ็ ผา้ ไมก้ ๊อก อา่ งนา้
3.1 ร่วมกนั อภิปรายเกย่ี วกับการใชเ้ ข็มทิศและความสาคญั ของเขม็
ทิศ
3.2 แบ่งกล่มุ ลูกเสือช่วยกนั ประดิษฐเ์ ขม็ ทิศจาลอง
3.3 ใหล้ ูกเสือนาผลงานเสนอ
3.4 ผู้กากับตรวจผลงาน และเสนอแนะ
4. ผู้กากบั เลา่ เรือ่ งสั้นท่ีเป็นประโยชน์
5. พธิ ีปดิ ประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจ แกรนดเ์ ฮาวล์ ธงลง เลกิ )
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแก้วนครสวรรค์
111
5. การประเมินผล ผา่ น ไม่ผ่าน
รายละเอียดการประเมนิ ผล
…………. …………..
1. ความสนใจในการเขา้ ร่วมกจิ กรรม …………. …………..
2. ความตั้งใจในการปฏิบตั กิ จิ กรรม …………. …………..
3. การจัดเตรียมอุปกรณ์ …………. …………..
4. ตรวจผลงาน
6. กิจกรรมเสนอแนะเพม่ิ เติม
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
7. ปัญหาและข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
112
เน้ือหา
การฝมี ือ หมายถึง การประดิษฐส์ ่ิงของด้วยฝมี ือตนเอง โดยการนาวสั ดุเหลอื ใช้หรอื ท่ีหาง่ายในท้องถ่ินมาประดษิ ฐ์
เพ่อื นาไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ เชน่ ประดิษฐเ์ ป็นของเลน่ ของใช้ หรือเคร่อื งประดับตกแตง่
ลกู เสอื สารองจะตอ้ งเลือกทากิจกรรมการฝมี อื อยา่ งนอ้ ย 2 อย่าง
1. การทาวา่ ว
วา่ ว คอื เครอ่ื งเลน่ ทม่ี ีลักษณะเปน็ รูปต่าง ๆ โครงว่าวทาจากไมเ้ บา ๆ ปดิ ด้วยกระดาษทมี่ นี า้ หนักเบา ปลอ่ ยให้ลอยข้นึ
ตามลมโดยมสี ายปาุ นยดึ ไว้
อุปกรณ์ในการทาวา่ ว
1. ไมไ้ ผ่
2. เชือกปาุ น ดา้ ย
3. กาว หรอื แปงู เปยี ก
4. กระดาษวา่ ว หรอื กระดาษทม่ี นี า้ หนกั เบา
5. มีด กรรไกร ไมบ้ รรทัด ดนิ สอ
วธิ ที าวา่ ว
1. เหลาไมไ้ ผท่ าโครงปีกยาว 14 นิ้ว เหลาให้
กลม ปลายเรยี วท้ัง 2 ข้างตดั โคง้ ได้
2. เหลาไมไ้ ผท่ าโครงลาตวั ยาว12นิว้ เหลาให้
กลม
3. ผูกโครงปกี ตดิ กับโครงลาตัวให้หา่ งจากปลาย
บนโครงลาตัว 2 1/2 นิ้ว
4. ผูกดา้ ยโยงไหลป่ กี ทงั้ สองกับหวั ว่าวแลว้ ผกู
ด้ายปลายปีกว่าวกบั ส่วนล่างของลาตัว
5. ตดั กระดาษว่าวใหใ้ หญ่กวา่ โครงว่าว ½ น้วิ
โดยรอบ ทากาวส่วนริมกระดาษปะตดิ กบั โครงว่าว
6. ติดกระดาษทาหางว่าวและหวู า่ ว เจาะรผู ูก
ดว้ ยซุง ผูกเชอื กปุานตกแต่งให้ดสี วยงาม นาไปเลน่ ได้
การทาว่าว
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
113
2. การพบั กระดาษหรอื ผา้ เปน็ รปู ตา่ ง ๆ
การพับกระดาษหรือผ้าเปน็ รปู ต่าง ๆ เช่น หมวก ดอกบวั กระทง นก เป็นต้น
การพับหมวก
1. นากระดาษมาตดั เป็นรปู สเี่ หลย่ี ม
แล้วพบั ครง่ึ
2. พับรมิ ซา้ ยและริมขวาให้มาจรดกัน
กลางกระดาษ
3. จับกระดาษทพ่ี ับตงั้ ขน้ึ กด
ส่วนบนให้แบนราบ
4. พับริมซ้าย และรมิ ขวา กลบั ไป
ทางดา้ นหลัง
5. คลก่ี ระดาษด้านล่างออกขา้ งนอก
เปน็ ขอบหมวก ขา้ งละ 2 ครัง้
6. เสรจ็ แล้วแหวกสว่ นกลางหมวก
ออกนาไปสวมศรี ษะได้
การพบั กระทง
1. นากระดาษมาตดั เปน็ รูปสเี่ หลย่ี ม แล้วพับ
รมิ บนและรมิ ลา่ งใหจ้ รดกนั ตรงเสน้ กง่ึ กลางกระดาษ
2. พลกิ กระดาษกลับ พับมมุ ทงั้ 4 ขนึ้
ดา้ นบน ให้จรดกนั ท่ีเสน้ กลาง ตดิ กาวทงั้ 4 มุม
3. พลิกกระดาษกลับ
4. แหวกกลางกระดาษ จัดมมุ ใหเ้ รยี บร้อย
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
114
3. การทานาฬิกาแดด
นาฬกิ าแดด เป็นอปุ กรณท์ ใ่ี ชบ้ อกเวลา โดย
อาศัยแสงอาทิตยท์ ี่ส่องไปยงั หลกั ไม้ทาใหเ้ กดิ เงาจะไปทาบ
ลงบนตวั เลขในหน้าปดั นาฬิกา
อปุ กรณใ์ นการทานาฬกิ าแดด
1. ไม้หลัก
2. หมดุ ไม้
3. กระดาษแขง็
วธิ ีทานาฬิกาแดด
1. ปรับพื้นดนิ บริเวณท่ีจะทาเปน็ นาฬิกาแดดให้
ราบเรยี บ
2. เตรยี มหมดุ ไม้ สาหรบั เป็นตัวเลขบอกเวลา
บนหน้าปดั นาฬิกา
3. วางไมห้ ลักที่มคี วามยาวพอสมควร ใหเ้ งา
ปลายไมท้ าบอยู่บนพนื้ ดินปลายทศิ เหนือชล้ี งดนิ ตรง
บริเวณจุดศูนย์กลาง สว่ นปลายทศิ ใตเ้ ฉียงขน้ึ 45 องศา
จากแนวราบของพ้ืนดิน
4. ปกั ปลายไมห้ ลักด้านทศิ เหนือลงตรงบรเิ วณ
จุดศูนยก์ ลาง แล้วตอกลงในดนิ สงั เกตเงาไมจ้ ากดวง
อาทิตยท์ เี่ คล่ือนไปตามเวลา
5. ตอกหมุดไมล้ งในดนิ ทกุ ๆ คร่ึงช่วั โมง เป็น
ตวั เลขบอกเวลา ซ่ึงเดนิ จนกระทง่ั เงาไม้จรดเปน็ วงกลม
6. เตรยี มแผน่ กระดาษแข็งเขยี นรปู วงกลม
แลว้ จดเวลาท่ตี อกหมดุ ทกุ ชว่ั โมง
การจัดกจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
115
4. การทาไม้สูงสาหรับเดิน
ไมส้ งู สาหรับเดนิ คือ เคร่ืองเล่นทม่ี ลี ักษณะเป็นไมค้ ู่ มีที่สาหรบั ยนื และสามรถรบั นา้ หนกั ตัวของผเู้ ลน่ ได้ การเดนิ บนไม้
สงู จึงเปรยี บเสมือนกบั การตอ่ ขาซงึ่ ทาใหต้ ัวสงู ขนึ้
การฝกึ เดนิ บนไม้สูงสาหรับเดินในระยะแรกตอ้ งหดั เดินจากระดับตา่ ๆ กอ่ น โดย ฝกึ ยืนบนไม้จนกระท่ังสามารถถว่ ง
นา้ หนักตวั ให้สมดลุ แลว้ เดนิ ทรงตวั ไดอ้ ย่างปลอดภยั ตอ่ จากนน้ั จงึ ค่อย ๆ เพิม่ ระดบั ความสูงข้นึ ทลี ะนอ้ ย
อปุ กรณ์ในการทาไม้สูงสาหรบั เดนิ
1. ท่อนไมเ้ ล็ก ๆ กลมหรอื เหลี่ยม
2. ทอ่ นไมย้ าวขนาดไมพ้ ลอง
3. เชอื ก 2 เส้นสาหรบั ผูก
วธิ ีทาไม้สงู สาหรับเดนิ
1. นาท่อนไม้ 2 ท่อน ซ่งึ มคี วามยาวขนาดไม้
พลอง
2. นาไม้ทอ่ นส้ันมาผกู ตดิ กับทอ่ นยาว สูงจาก
พืน้ ประมาณ 12 นวิ้ ให้แนน่ ดังภาพ
5. การทาเข็มทิศจาลอง
เข็มทิศ คือ เครอ่ื งชีบ้ อกทศิ ซงึ่ มเี ขม็ เป็นแม่เหลก็ โดยการวางเขม็ ทศิ บนพน้ื ราบใหถ้ กู ต้องกอ่ นจะอา่ นทศิ ปลายเขม็
ทศิ จะชไ้ี ปทางทิศเหนอื ด้านตรงข้ามจะเปน็ ทิศใต้ จากนนั้ หนั หน้าไปสทู่ ศิ เหนอื แลว้ กางแขนออกทง้ั สองข้างทางขวามือจะเปน็ ทศิ
ตะวนั ออก และทางซา้ ยมือจะเปน็ ทศิ ตะวันตก ลกู เสอื สามารถใชป้ ระโยชน์จากเขม็ ทศิ ในกิจกรรมตา่ ง ๆ ได้ เชน่ การเดิน
ทางไกล การผจญภยั การสารวจและเยือนสถานที่ เป็นตน้
อปุ กรณใ์ นการทาเขม็ ทิศจาลอง
1. แท่งแมเ่ หล็ก
2. อา่ งน้า
3. ไมก้ ๊อก
4. เข็มเย็บผา้
วธิ ีทาเข็มทศิ จาลอง
1. วางเขม็ เยบ็ ผา้ ในแนวราบ
2. นาแท่งแมเ่ หล็กโดยหันขั้วเหนอื ของแถม
แม่เหล็กมาถเู ข็มเยบ็ ผา้ จากหวั เข็มไปจนสุดกระทั่งเขม็
เย็บผา้ กลายเปน็ แมเ่ หลก็
3. วางเข็มเย็บผา้ ไว้บนไมก้ ๊อกแลว้ นาไปลอยใน
อ่างนา้ จะสงั เกตเห็นวา่ ปลายเขม็ เย็บผา้ นัน้ ชี้ไปทางทิศ
เหนือเสมอ
การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
116
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่ 36 การบันเทงิ
เรอ่ื ง การแสดงกลหรอื การแสดงทา่ ขบขัน
1. สรปุ สาระสาคัญ การแสดงกลหรอื แสดงทา่ ขบขนั ชว่ ยให้เกดิ ความสนกุ สนานและความเชอื่ มัน่ ในตัวเอง
2. จุดประสงค์
1. สามารถแสดงกลหรือแสดงท่าขบขันได้
2. ทาให้เกิดความสนกุ สนาน
3. ทกั ษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนกั ในปญั หาและความจาเปน็
( ) 2. คดิ วเิ คราะห์วิจารณ์
( ) 3. สร้างทางเลอื กหลากหลาย
( ) 4. ประเมนิ และเลือกทางเลอื ก
( ) 5. กาหนดและลาดบั ขน้ั ตอนการปฏิบตั ิ
( ) 6. ปฏบิ ัติดว้ ยความชนื่ ชม
( ) 7. ประเมนิ ระหว่างปฏิบัติ
( ) 8. ปรบั ปรุงใหด้ ีขึน้ อยู่เสมอ
( ) 9. ประเมนิ ผลรวมเพอื่ ใหเ้ กิดความภาคภมู ิใจ
4. กจิ กรรม และสื่อ/ อปุ กรณ์ สือ่ / อุปกรณ์
กจิ กรรม 1. แผนภูมิเพลง
2. อุปกรณ์การแสดงกล
1. พิธีเปิดประชุมกอง ( แกรนด์ฮาวล์ ธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิ่ง ตรวจ
แยก )
2. เพลง - เกม
3. การสอนตามเนื้อหา
3.1 ร่วมกนั อภิปรายถงึ วธิ ีแสดงกล และแสดงทา่ ขบขนั
3.2 ใหล้ กู เสือคิดเรอื่ งและวิธีแสดงตามความสามารถและความ
ถนดั
3.3 ให้แต่ละกลมุ่ แสดง
3.4 รว่ มกันวจิ ารณ์และแสดงความคดิ เห็น
3.5 ผกู้ ากับสรุปและชมเชยผทู้ แ่ี สดงไดด้ ี
4. ผู้กากับเลา่ เรอื่ งสน้ั ที่เป็นประโยชน์
5. พธิ ีปิดประชมุ กอง (นดั หมาย ตรวจ แกรนดเ์ ฮาวล์ ธงลง เลิก)
การจัดกจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
117
5. การประเมนิ ผล ผา่ น ไมผ่ ่าน
รายละเอียดการประเมินผล
…………. …………..
1. ความสนใจในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม …………. …………..
2. ความต้ังใจในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม …………. …………..
3. ความสามารถในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม …………. …………..
4. ความเชือ่ มั่นในตนเอง
6. กจิ กรรมเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
7. ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
118
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่ี 37 การบันเทงิ
เร่อื ง การเล่านทิ านหรืออา่ นคากลอน
1. สรุปสาระสาคัญ การเล่านิทานหรืออา่ นคากลอน ชว่ ยให้เกิดความสนุกสนานและความเช่อื มัน่ ในตนเอง
2. จุดประสงค์
1. สามารถเล่านทิ านหรอื อ่านคากลอนได้
2. ทาให้เกดิ ความสนกุ สนาน
3. ทกั ษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนกั ในปญั หาและความจาเป็น
( ) 2. คิดวเิ คราะห์วิจารณ์
( ) 3. สร้างทางเลอื กหลากหลาย
( ) 4. ประเมนิ และเลือกทางเลอื ก
( ) 5. กาหนดและลาดับขั้นตอนการปฏิบตั ิ
( ) 6. ปฏบิ ตั ิดว้ ยความชื่นชม
( ) 7. ประเมนิ ระหวา่ งปฏิบัติ
( ) 8. ปรับปรงุ ให้ดีขนึ้ อย่เู สมอ
( ) 9. ประเมนิ ผลรวมเพ่อื ใหเ้ กิดความภาคภูมิใจ
4. กจิ กรรม และสื่อ/ อุปกรณ์
กิจกรรม ส่ือ/ อุปกรณ์
1. พธิ ีเปิดประชุมกอง ( แกรนดฮ์ าวล์ธงขน้ึ สวดมนต์สงบนง่ิ ตรวจ แยก ) 1. แผนภมู ิเพลง
2. เพลง - เกม 2. หนงั สือนทิ าน
3. การสอนตามเนอื้ หา 3. หนงั สือคากลอน
3.1 รว่ มกันอภปิ รายถงึ วธิ กี ารเล่านทิ านและการคากลอน
3.2 แบ่งลกู เสอื เป็น 2 กลุม่ ใหล้ ูกเสอื เลือกกลมุ่ ท่ตี นถนดั คอื เล่า
นิทาน หรืออ่านคากลอน
3.3 ให้แตล่ ะกลมุ่ ปรึกษากนั เพือ่ เลอื กนาทานทจี่ ะเลา่ ใหเ้ พอื่ นฟงั
หรอื อา่ นคากลอน
3.4 ให้ตวั แทนแตล่ ะกลมุ่ ออกมาแสดงผลงาน
3.5 ร่วมกนั วจิ ารณแ์ ละแสดงความคดิ เห็น
3.6 ผ้กู ากับสรปุ และชมเชยผทู้ ่แี สดงไดด้ ี
4. ผู้กากบั เลา่ เร่ืองสัน้ ทีเ่ ปน็ ประโยชน์
5. พธิ ีปิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจ แกรนดเ์ ฮาวล์ ธงลง เลกิ )
การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแก้วนครสวรรค์
119
5. การประเมนิ ผล ผ่าน ไมผ่ ่าน
รายละเอยี ดการประเมนิ ผล
…………. …………..
1. ความสนใจในการเข้ารว่ มกจิ กรรม …………. …………..
2. ความตง้ั ใจในการปฏิบตั ิกจิ กรรม …………. …………..
3. ความสามารถในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม …………. …………..
4. ความเชอ่ื มั่นในตนเอง
6. กิจกรรมเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
7. ปญั หาและข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแกว้ นครสวรรค์
120
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูท้ ี่ 38 การบันเทิง
เรือ่ ง การร้องเพลง
1. สรปุ สาระสาคญั การรอ้ งเพลง ชว่ ยใหเ้ กิดความสนุกสนานและผ่อนคลายความเครยี ด
2. จดุ ประสงค์
สามารถรอ้ งเพลงรว่ มกับเพื่อนไดอ้ ย่างสนุกสนาน
3. ทักษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนักในปญั หาและความจาเป็น
( ) 2. คิดวิเคราะห์วจิ ารณ์
( ) 3. สรา้ งทางเลอื กหลากหลาย
( ) 4. ประเมนิ และเลือกทางเลอื ก
( ) 5. กาหนดและลาดับข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิ
( ) 6. ปฏบิ ตั ิดว้ ยความชืน่ ชม
( ) 7. ประเมนิ ระหวา่ งปฏบิ ัติ
( ) 8. ปรับปรุงใหด้ ขี ึ้นอย่เู สมอ
( ) 9. ประเมินผลรวมเพื่อใหเ้ กดิ ความภาคภมู ิใจ
4. กจิ กรรม และสอ่ื / อุปกรณ์
กิจกรรม สอ่ื / อุปกรณ์
1. พิธีเปดิ ประชมุ กอง ( แกรนดฮ์ าวล์ธงข้ึนสวดมนตส์ งบน่ิงตรวจ แยก ) 1. แผนภมู ิเพลง
2. เพลง - เกม 2. หนังสอื เพลง
3. การสอนตามเนือ้ หา 3. เครอื่ งดนตรีประกอบจงั หวะ
3.1 รว่ มกันอภิปรายถึงวธิ ีการเตรยี มตัวรอ้ งเพลง และการเลอื ก อย่างงา่ ย
เพลงอยา่ งงา่ ย ๆ ท่ีจะร้อง
3.2 แบง่ ลูกเสอื ให้ปรกึ ษาหารือกันเพอื่ เลือกเพลงทจ่ี ะรอ้ งอยา่ ง
อสิ ระ
3.3 ใหแ้ ต่ละกลมุ่ รอ้ งเพลงและแสดงทา่ ทางประกอบ
3.4 ผ้กู ากบั สรุปและชมเชยผู้ทแี่ สดงไดด้ ี
4. ผูก้ ากับเลา่ เรอื่ งสน้ั ที่เปน็ ประโยชน์
5. พิธีปิดประชมุ กอง (นัดหมาย ตรวจ แกรนดเ์ ฮาวล์ ธงลง เลกิ )
การจัดกจิ กรรมลกู เสอื สารอง ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
121
5. การประเมนิ ผล ผา่ น ไมผ่ ่าน
รายละเอียดการประเมินผล
…………. …………..
1. ความสนใจในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม …………. …………..
2. ความต้ังใจในการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม …………. …………..
3. ความสามารถในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม …………. …………..
4. ความเชือ่ มั่นในตนเอง
6. กจิ กรรมเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
7. ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
122
เน้อื หา
การบันเทงิ หมายถึง การแสดงตา่ ง ๆ ทีท่ าให้ทุกคนรสู้ ึกสนกุ สนาน ตืน่ เตน้ เพลดิ เพลนิ มีอารมณ์คลอ้ ยไปตามการ
แสดงน้นั เชน่ การเล่านทิ าน การรอ้ งเพลง การเลน่ ดนตรี การแสดงกล เป็นต้น
1. การเล่านทิ าน
เดก็ ทุกคนชอบฟงั การเล่านทิ าน แต่ผทู้ ่ีจะเล่านทิ านไดด้ ีน้ันจะต้องใช้ความสามารถของตนเองทาใหผ้ ฟู้ ังสนใจ พอใจ
ตื่นเต้นและสนุกสนาน ซ่งึ สงิ่ เหลา่ น้ี ผูเ้ ล่าจะตอ้ งเตรียมการฝึกฝนมาเปน็ อยา่ งดกี อ่ นท่จี ะเล่าใหผ้ อู้ ่ืนฟัง
การเตรียมตวั เลา่ นทิ าน
1. เลือกนทิ านใหเ้ หมาะสมกบั ผฟู้ งั ทาความเขา้ ใจนทิ านเรอื่ งน้นั ๆ ใหต้ ลอด
2. นทิ านท่จี ะเลา่ ควรเปน็ เร่อื งสน้ั ๆ จางา่ ย มคี ติสอนใจ และช่วยเสรมิ สรา้ งใหเ้ กิดความสามคั คี ความกตญั ญู หรือ
ความรกั ชาตบิ า้ นเมอื ง เป็นตน้
3. เพ่ือสร้างความสนใจของผฟู้ งั จะตอ้ งเตรยี มอุปกรณ์ บทบาท และแสดงท่าทางประกอบเลา่ นทิ านด้วย
4. อา่ นหรอื ฟัง พรอ้ มท้ังจดจาเนอ้ื เรอ่ื งตามลาดับทุกขัน้ ตอน แลว้ เขียนเป็นข้อความส้นั ๆ ไว้เพอ่ื กนั ลืม
5. อา่ นทบทวนบทบาท ทา่ ทาง ทจี่ ะแสดงหลาย ๆ ครั้ง
ขอ้ ควรคานึงในการเล่านิทาน
นอกจากผู้เลา่ นทิ านจะเลอื กเรอื่ งเตรยี มอุปกรณ์ และแสดงท่าทางประกอบแลว้ ขณะเล่าผู้เลา่ จะต้องคานึงถึงส่ิงต่อไปน้ี
1. เสียงทีเ่ ลา่ นทิ านไมเ่ บาหรอื ดังจนเกินไป
2. ปรับเสียงให้เขา้ กับเนอื้ เรอ่ื ง เชน่ ต่นื เตน้ ปลกุ ใจ เศรา้ ฯลฯ
3. ควรสรปุ ตอนท้ายดว้ ยถ้อยคาท่ีประทบั ใจ
2. การรอ้ งเพลง
การรอ้ งเพลง เป็นความสขุ สนกุ สนาน ผ่อนคลายความตึงเครียด เนือ้ เพลงอาจเป็นสื่อชว่ ยปลูกฝงั ความสามัคคี
ความรักชาตบิ ้านเมอื ง ความกตญั ญู และช่วยใหจ้ าบทเรียนได้งา่ ย และแม่นยาขน้ึ ทั้งเป็นการเสริมสร้างสุขภาพทางกายและทาง
จติ ใจไดเ้ ปน็ อย่างดี
ลกู เสอื ควรฝกึ หดั รอ้ งเพลง และทาท่าทางประกอบการร้องเพลง จะทาให้ผ่อนคลาย ความตึงเคลียด และเป็นการหา
ความสุข สนกุ ร่ืนเริง ใหแ้ กต่ นเองและผ้อู ื่นดว้ ย
การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สารอง ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วัดเกาะแกว้ นครสวรรค์
123
การเตรียมตัวร้องเพลง
ลูกเสือทจ่ี ะฝึกรอ้ งเพลง ควรมกี ารเตรียมตัวดังน้ี
1. การเลอื กเพลง เพลงทีน่ ามารอ้ งควรเปน็ เพลงส้นั ๆ ทานองและจงั หวะง่าย ๆ มที า่ ทางประกอบ หรือมลี กู ครู่ อ้ งรับ
จะเพิม่ ความสนกุ สนาน เร้าใจมากยิง่ ขน้ึ เพลงท่ีเลอื กควรให้ท้งั ความบนั เทิงและมีเนอ้ื หาสาระท่เี ป็นประโยชน์ด้วย เชน่ เพลง
ประกอบบทเรยี นเพลงท่ีใชร้ อ้ งในงานประเพณรี น่ื เริงตา่ ง ๆ เป็นต้น
2. การฝกึ รอ้ ง ผู้ร้องเพลงที่ดีต้องจาเน้อื รอ้ งและทานองไดแ้ ม่นยา ฝกึ ฟังเพลงนนั้ หลาย ๆ ครง้ั ร้องตามเบา ๆ ทีละ
วรรค เม่ือจับเสยี งทานองและเนอ้ื ร้องไดแ้ มน่ ยาดแี ล้วจงึ เร่มิ ออกเสยี งใหพ้ อดอี ยา่ ออมเสยี ง หรอื รอ้ งเสยี งดังจนเกนิ ไป จะทาให้
ขาดความไพเราะและก่อความราคาญ แก่ผ้ฟู งั ดว้ ยเมอื่ ฝกึ ร้องได้คลอ่ งดแี ลว้ จึงฝึกทา่ ทางประกอบเพลงฝกึ จงั หวะ ฝึกลกู คู่ ให้เกดิ
ความพรอ้ มเพรยี ง
ขอ้ ควรคานงึ ในการร้องเพลง
การร้องเพลงให้ประสบความสาเรจ็ ควรคานึงถงึ สง่ิ ต่อไปนี้
1. แต่งกายใหเ้ หมาะสม
2. ทาความเคารพผูฟ้ งั
3. ขณะร้องเพลงตอ้ งแสดงอารมณป์ ระกอบ ท่าทางตามเน้อื รอ้ ง และสบตาผู้ฟัง
3. การเลน่ ดนตรี
การเลน่ ดนตรปี ระกอบการร้องเพลงจะชว่ ยให้เกดิ ความสนุกสนาน เพราะเคร่อื งดนตรีจะช่วยให้จงั หวะและทานองพรอ้ ม
เพรยี งกันนอกจากน้ยี ังช่วยให้เพลงไพเราะนา่ ฟังยง่ิ ขึ้นเครอื่ งดนตรีทล่ี กู เสอื สามารถนามาเลน่ ไดแ้ ก่ ขลยุ่ กตี า้ ร์ เมโรดกิ ้า หีบ
เพลงปาก เปน็ ตน้
บางครง้ั ลูกเสืออาจประดิษฐ์เครอื่ งดนตรจี ากวสั ดตุ า่ ง ๆ เช่นทากลองดว้ ยกระป๋องตักนา้ ทาปด่ี ว้ ยลาไผเ่ ล็ก ๆ ทากรับ
เคาะจงั หวะจากไม้ 2 ท่อน เคร่อื งให้จังหวะจากฝาขวดน้าอดั ลมเจาะรรู ้อยเปน็ พวงเขา้ ดว้ ยกัน หรอื หาขวดสัก 4 หรือ 5 ใบ
นามาใส่นา้ ใหม้ รี ะดบั น้าในขวดที่แตกต่างกนั แลว้ นามาแขวนบนราวไม้ ใช้เคาะใหม้ เี สยี งแทนเครอ่ื งดนตรีเปน็ ตน้ จะช่วยใหเ้ กดิ
ความสนกุ สนานกบั ผเู้ ลน่ และผรู้ อ้ งเพลงย่งิ ขึ้น
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
124
4. การแสดงกล
การแสดงกล ช่วยใหเ้ กิดความสนกุ สนาน เมอ่ื ลูกเสือกาลังแสดงอยู่ มหี ลายส่ิงที่ลูกเสอื ต้องจดจาไวว้ ่า ความประหลาด
ใจต่อการไม่รู้ว่าอะไรกาลงั จะเกิดข้นึ นับเป็นสิ่งหนง่ึ ทจ่ี ะทาให้คนชอบดังนั้นลูกเสือต้องไม่เล่นกลทเี่ คยเล่นแลว้ ใหก้ บั เพือ่ นคนเดิมดู
และจะตอ้ งเตรยี มกลอ่นื ๆให้พร้อมเพอื่ ใชเ้ ลน่ ในกรณที ถ่ี ูกขอรอ้ งใหแ้ สดงอกี ครัง้ หนึ่ง
ก่อนทีจ่ ะเร่ิมแสดงกล ลูกเสอื ต้องไมบ่ อกวา่ กาลังทาอะไร เพราะถา้ บอก จะทาให้จับได้ว่าเราจะทาอะไรตอ่ ไป และจะ
ทาลายความสนกุ สนานทเี่ พ่อื น ๆ ควรจะได้รบั ดังนัน้ จงปลอ่ ยใหเ้ พอ่ื น ๆ เกดิ ปรศิ นาในใจต่อไปดกี วา่
การแกเ้ ชือก
กลเมด็ น้ีจะช่วยใหล้ กู เสอื หลบหนอี อกมาได้ อปุ กรณ์ท่ีใชค้ ือผ้าเช็ดหน้าและเชอื กยาว 6 ฟุต วธิ แี สดงกล
แก้เชือก คอื
1. ให้เพอื่ นผูกข้อมอื ผู้แสดงเขา้ ดว้ ยกนั ด้วยการผกู ขอ้ มอื แตล่ ะขา้ งด้วยผ้าเช็ดหนา้ โดยทไี่ มต่ ้องไขวก้ นั
2. ใหเ้ พ่ือนเอาเชือกมาพาดผา้ เชด็ หน้าท่อี ยู่ระหวา่ งข้อมอื ของผ้แู สดงและดงึ เชือกไว้ ซึ่งชอ่ งกลางของเชือกจะอยู่
ระหวา่ งข้อมือของผู้แสดงและดงึ เชือกไว้ซึ่งชอ่ งกลางของเชือกจะอยู่ระหวา่ งขอ้ มือผ้แู สดง
3. ให้เพ่อื นถอื ปลายเชือกไว้ใหแ้ นน่
4. ผแู้ สดงหนั หลงั ใหเ้ พอ่ื น ถอื เชือกไว้แล้วสอดเขา้ ไปในผ้าเช็ดหนา้ ทีผ่ กู ไวร้ อบข้อมอื ขวาของตวั เอง
5. ดนั ห่วงน้ีใหโ้ ผล่เข้ามาขา้ งใน คว่ามือขวาลงแล้วสอดห่วงขนึ้ ไปอย่บู นหลังมือ
6. ดงึ หว่ งสอดเข้าไปในผา้ เช็ดหนา้ ท่พี นั ไว้รอบมอื ขวา แลว้ ดึงเบา ๆ เชือกกจ็ ะหลดุ ออกมาอย่างง่ายดาย
7. เมือ่ ลกู เสอื หันกลบั มาหาเพอื่ น ๆ ก็ให้ถือเชือกไว้สกั ครหู่ นึ่ง ซ่ึงเพอ่ื น ๆ ก็จะเหน็ เพอื่ นคนเดมิ นนั้ ถอื ปลายเชอื กอยู่
และขอ้ มือของลูกเสอื กย็ งั ถกู มัดไวเ้ หมือนเดมิ จากนั้นลูกเสือวางเชอื กลงบนพื้น กลเม็ดนด้ี เู หมือนจะงา่ ย แตม่ นั ก็จะทาใหเ้ พอ่ื น ๆ
ประหลาดใจไดม้ ากเหมอื นกนั
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
125
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนร้ทู ่ี 39 ประเมนิ ผล
เร่ือง ประเมนิ ผล
1. สรุปสาระสาคัญ การตัดสนิ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสตู รการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2551 และการประเมนิ
พฤตกิ รรมทักษะชีวิต
2. จุดประสงค์
2.1 เพอ่ื ใหล้ กู เสอื เข้าใจการประเมนิ ผลเพ่อื การตดั สินผลการผา่ น ไม่ผา่ นกจิ กรรม
2.2 เพือ่ ใหล้ กู เสือเข้าใจการประเมินพฤตกิ รรมทกั ษะชวี ติ ท่ลี ูกเสือได้รับการพัฒนา
2.3 เตรยี มความพร้อมรบั การประเมนิ ตามวิธีการของผ้กู ากบั กองลกู เสือ
3. ทกั ษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนักในปญั หาและความจาเปน็
( ) 2. คิดวเิ คราะห์วจิ ารณ์
( ) 3. สรา้ งทางเลือกหลากหลาย
( ) 4. ประเมินและเลอื กทางเลอื ก
( ) 5. กาหนดและลาดับขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ
( ) 6. ปฏบิ ตั ดิ ้วยความชน่ื ชม
( ) 7. ประเมนิ ระหวา่ งปฏบิ ตั ิ
( ) 8. ปรับปรุงใหด้ ีขนึ้ อยเู่ สมอ
( ) 9. ประเมนิ ผลรวมเพอ่ื ให้เกิดความภาคภมู ใิ จ
4. กจิ กรรม และสื่อ/ อปุ กรณ์
กิจกรรม สอ่ื / อปุ กรณ์
1. ผกู้ ากบั ลกู เสืออธิบายหลักเกณฑ์ วธิ ีการประเมินผลการเรียนรตู้ ามท่ี 1. Flow Chart การประเมนิ เพอ่ื
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พ.ศ. 2551 กาหนดเพ่ือตดั สินการจบ ตดั สนิ ผลการเลื่อนชนั้ ของลกู เสอื
การศึกษา และจบการศกึ ษา
2. ผ้กู ากบั ลูกเสืออธบิ ายถงึ พฤตกิ รรมของลกู เสอื ทไี่ ด้รับการเสริมสร้างทักษะ 2. แบบประเมินทักษะชวี ติ ของ
ชีวิตผา่ นกิจกรรมลกู เสอื ลกู เสอื รายบคุ คลหรือรายหมู่
3. ลูกเสือประเมินความพร้อมของตนเองเพื่อรับการประเมนิ และวางแผนพฒั นา ลกู เสือ
ตนเองในส่วนทไี่ ม่ม่ันใจ 3. แบบประเมนิ ตนเองของลกู เสือ
4. ผู้กากับลูกเสือและลูกเสือกาหนดข้อตกลงรว่ มกันถงึ ช่วงเวลาการประเมนิ ประจาปีการศึกษา
5. ผกู้ ากบั ลกู เสือนัดหมายและดาเนนิ การประเมิน
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแก้วนครสวรรค์
126
5. การประเมนิ ผล ผ่าน ไมผ่ า่ น
รายละเอยี ดการประเมนิ ผล
……….… …………..
1. สังเกตจากผลการประเมินตนเองของลกู เสอื …………. …………..
2. สงั เกตความม่นั ใจและการยนื ยนั ความพรอ้ มของลูกเสอื
6. กจิ กรรมเสนอแนะเพิม่ เติม
…………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
7. ปญั หาและขอ้ เสนอแนะ
…………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
การจัดกจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
127
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
128
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
129
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
130
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
131
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
132
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
133
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
134
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
135
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
136
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
137
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
138
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
139
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
140
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรทู้ ี่ 40 คาปฏิญาณและกฎของลกู เสอื สารอง
เรือ่ ง พิธีประดับดาวดวงท่ี 2
1. สรปุ สาระสาคญั ความสาเร็จในการปฏบิ ตั ิงาน ย่อมนามาซงึ่ ความภาคภมู ิใจ
2. จดุ ประสงค์
สามารถปฏิบัตติ ามขั้นตอนพธิ ีประดบั ดาวดวงท่ี 2 ได้
3. ทกั ษะกระบวนการ
( ) 1. ตระหนักในปญั หาและความจาเปน็
( ) 2. คิดวเิ คราะหว์ ิจารณ์
( ) 3. สร้างทางเลือกหลากหลาย
( ) 4. ประเมินและเลอื กทางเลือก
( ) 5. กาหนดและลาดับขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิ
( ) 6. ปฏิบตั ิด้วยความชืน่ ชม
( ) 7. ประเมินระหว่างปฏิบัติ
( ) 8. ปรับปรงุ ให้ดขี ึน้ อยู่เสมอ
( ) 9. ประเมินผลรวมเพ่ือให้เกิดความภาคภมู ิใจ
4. กิจกรรม และสื่อ/ อปุ กรณ์ สอื่ / อปุ กรณ์
กจิ กรรม 1. แผนภมู เิ พลง
2. แผนภูมิคาปฏิญาณและกฎของ
1. พิธเี ปดิ ประชุมกอง ( แกรนด์ฮาวล์ ธงขึ้น สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ
แยก ) ลูกเสือสารอง
2. เพลง - เกม
3. ผู้กากบั อธบิ ายและสาธติ ข้ันตอนพธิ ีประดบั ดาวดวงท่ี 2
4. ผูก้ ากบั ทาพิธปี ระดบั ดาวดวงท่ี 2
5. พธิ ีปิดประชุมกอง (นัดหมาย ตรวจ แกรนดเ์ ฮาวล์ ธงลง เลกิ )
การจัดกจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
141
5. การประเมินผล ผ่าน ไมผ่ า่ น
รายละเอียดการประเมนิ ผล
……….… …………..
1. ความสนใจในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม …………. …………..
2. ความตงั้ ใจในการปฏิบตั กิ จิ กรรม …………. …………..
3. การเตรยี มตวั เดนิ ทาง …………. …………..
4. ตรวจรายงานการเดินทาง
6. กจิ กรรมเสนอแนะเพ่มิ เติม
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
7. ปัญหาและข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………….………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………………………………………
การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
142
พิธีประดบั ดาวดวงที่ 2
พธิ ปี ระดับดาวดวงที่ 2 เมือ่ ลูกเสอื สารองได้เรียนรวู้ ิชาการตา่ งๆ ตามหลักสูตรของดาวดวงที่ 2 ได้ครบถ้วนแล้ว สามารถ
จดจาสิ่งต่างๆ ที่ได้เรียนมาต้ังแต่ดาวดวงที่ 1 ได้ด้วยแล้ว และประเมินผลผ่านตามหลักสูตรแล้ว ผู้กากับก็จะประกอบพิธีประดับ
ดาวดวงที่ 2 ให้ ในพธิ นี ัน้ ผกู้ ากบั จะเตอื นลูกเสือให้ระลกึ ถงึ ความหมายของดาวดวงท่ี 2 ว่า “เป็นการท่ีลูกเสือได้แสดงแล้วว่าบัดน้ี
ตาทั้งสองขา้ งได้ลืมขนึ้ อยา่ งแจม่ ใสเหมือนกับดาวสามารถที่จะมองเหน็ อะไรไดโ้ ดยเร็วและแจม่ แจง้ เตรียมพรอ้ มที่จะกระทาสงิ่ ทพ่ี งึ
กระทาให้มองไปรอบๆ และดูว่าจะสามารถช่วยเหลือผู้อ่ืนได้อย่างไร ต่อไปจะได้เป็นลูกเสือสารองท่ีเก่งและมีประโยชน์ผู้หนึ่ง ให้
หมนั่ ศกึ ษาหาความรู้ในวชิ าพิเศษ”
พิธีประดับดาวดวงที่ 2 ใหป้ ฏบิ ัตดิ งั ต่อไปนี้
(1) กองลูกเสอื สารองทารูปวงกลมใหญ่
(2) ผู้กากับลกู เสือสารองอยกู่ ลางวงกลม มีรองผ้กู ากับยืนอย่นู อกวงกลมหลังผู้กากบั
(3) หมวกท่ีตดิ ดาวดวงท่ี 2 แล้ว อยู่ทผี่ ู้กากับ
(4) ลูกเสอื ที่จะไดร้ ับดาวดวงท่ี 2 มายนื อยูห่ น้าผกู้ ากบั ในแถววงกลม
(แม้จะมีหลายหม่หู ลายคนก็ใหม้ ายืนอยรู่ วมกันหน้าผู้กากบั )
(5) ผู้กากับอธิบายความหมายของดาวดวงท่ี 2 ให้ลกู เสือทจ่ี ะไดร้ บั ทราบ แลว้ สัง่ สอน
(6) ผูก้ ากบั สัง่ ให้ลูกเสอื ทจ่ี ะไดร้ บั ทวนคาปฏญิ าณอกี ครัง้ หนึ่ง โดยสั่งวา่ “เพอื่ เป็นท่แี นใ่ จว่า เจา้ ยังคงจาคาปฏญิ าณของเจ้าได้
ขอให้เจ้าทวนคาปฏิญาณอกี ครัง้ หน่งึ ” แล้วลกู เสือทจ่ี ะไดร้ ับกก็ ล่าวคาปฏิญาณ
(7) ผกู้ ากบั มอบหมวกใหล้ กู เสอื ลูกเสอื รับไปสวมเอง แล้วทาวนั ทยหัตถผ์ กู้ ากบั
(8) ผู้กากบั แสดงความยนิ ดดี ้วยการสมั ผัสมือกับลกู เสือ
(9) ลูกเสอื ทไ่ี ด้รับดาวดวงท่ี 2 ทากลบั หลังหัน วงิ่ เข้าทข่ี องตน (คือหนา้ ผกู้ ากับไมใ่ ชห่ มู่ของตน)
(10)กองลูกเสอื แสดงความยินดีดว้ ยการทาแกรนดฮ์ าวล์ ลกู เสือทไี่ ดร้ ับดาวดวงที่ 2 เป็นผ้รู อ้ ง “จงทาดี – จงทาดี – จงทาดี” (ถา้ มี
หลายคนก็ใหร้ อ้ งพร้อมกันท้ังหมด)
การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
143
ภาคผนวก
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
144
ภาคผนวก ก
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรยี นเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
145
แนวคดิ ทกั ษะชีวติ
ความหมายและองค์ประกอบทักษะชีวติ
ทักษะชีวิต เป็นความสามารถของบุคคล ที่จาเป็นต่อการปรับตัวในการเผชิญปัญหาต่างๆ และสามารถดาเนินชีวิต
ทา่ มกลางสภาพสงั คมท่ีมีการเปล่ียนแปลงทัง้ ในปัจจบุ ัน และเตรยี มพร้อมสาหรบั การเผชิญปัญหาในอนาคต
องค์ประกอบทักษะชวี ติ มี 12 องค์ประกอบ จดั เปน็ 6 คู่ โดยแบง่ ตามพฤติกรรมการเรยี นรู้ 3 ด้าน ดงั น้ี
องคป์ ระกอบทกั ษะชีวิต 6 คู่ 3 ดา้ น
1. ด้านพทุ ธพิ สิ ยั จัดไวต้ รงกลางของแผนภาพ เพราะเปน็ องคป์ ระกอบรว่ มและเป็นพ้นื ฐานของทุกองคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่
- ความคิดวิเคราะห์วิจารณ์ เป็นความสามารถท่ีจะวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินข้อมูล ข่าวสาร ปัญหา และ
สถานการณต์ ่าง ๆ รอบตัว
- ความคิดสรา้ งสรรค์ เป็นความสามารถในการคดิ ออกไปอย่างกวา้ งขวางโดยไมย่ ึดตดิ อยู่ในกรอบ และการสร้างสรรค์ส่ิง
ใหม่
2. ดา้ นจติ พสิ ัย หรือ เจตคติ มี 2 คู่ คือ
คทู่ ่ี 1 ความตระหนักรู้ในตนเอง และ ความเขา้ ใจ/เห็นใจผู้อ่ืน
ค่ทู ี่ 2 เหน็ คณุ ค่า/ภมู ิใจตนเอง และ ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
- ความตระหนักรู้ในตนเอง เป็นความสามารถในการคน้ หาและเขา้ ใจในจุดดจี ุดดอ้ ยของตนเอง ยอมรบั ความแตกตา่ ง
ของตนเองกับบคุ คลอนื่ ไมว่ า่ จะในแงค่ วามสามารถ เพศ วัย อาชพี ระดบั การศกึ ษา ฐานะทางเศรษฐกิจ ฐานะทางสงั คม ศาสนา สี
ผวิ ท้องถ่นิ สุขภาพ ฯลฯ
- ความเข้าใจ/เหน็ ใจผอู้ นื่ เปน็ ความสามารถในการเข้าใจความรสู้ กึ ของผอู้ ื่น เห็นอกเห็นใจและยอมรับตวั ตนของบุคคล
อืน่ ท่แี ตกตา่ งกบั เรา ไม่วา่ จะในแงค่ วามสามารถ เพศ วัย อาชพี ระดับการศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ ฐานะทางสังคม ศาสนา สีผิว
ท้องถ่ิน สุขภาพ ฯลฯ
การจดั กจิ กรรมลกู เสอื สารอง ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
146
- เห็นคุณค่า/ภูมิใจตนเอง เป็นการคน้ พบ คุณสมบตั เิ ฉพาะตัวของตนเอง รู้สกึ วา่ ตนเองมคี ณุ ค่า เช่น เป็นคนมนี า้ ใจ
ซ่ือสัตย์ ยุติธรรม และภมู ใิ จในความสามารถด้านตา่ งๆ ของตนเอง เชน่ ด้านสงั คม ดนตรี กฬี า ศิลปะ การเรยี น ฯลฯ
- ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม เป็นความรสู้ กึ วา่ ตนเองเป็นสว่ นหนึง่ ของสงั คมและมีสว่ นรบั ผดิ ชอบในความเจรญิ หรอื เสอื่ ม
ของสงั คมนน้ั คนที่เหน็ คณุ ค่าตนเองจะมแี รงจูงใจที่จะทาดกี ับผู้อ่ืนและสังคมสว่ นรวมมากขนึ้ จึงจัดเขา้ คู่กับความรบั ผิดชอบต่อ
สงั คม
3. ดา้ นทกั ษะพิสยั หรอื ทกั ษะ ประกอบด้วย 3 คู่ คือ
คูท่ ่ี 1 การส่ือสารและการสรา้ งสัมพันธภาพ
คูท่ ่ี 2 การตดั สนิ ใจและการแกไ้ ขปญั หา
คู่ที่ 3 การจัดการกับอารมณ์และความเครยี ด
- ทักษะการการส่อื สารและการสร้างสัมพนั ธภาพ เป็นความสามารถในการใชค้ าพดู และภาษาทา่ ทาง เพือ่ สื่อสาร
ความรสู้ กึ นกึ คดิ ของตนเอง และสามารถรับรู้ความรูส้ กึ นึกคดิ ความตอ้ งการ ของอกี ฝุายหนึ่ง มกี ารตอบสนองอย่างเหมาะสมและ
เกดิ สมั พนั ธภาพทด่ี ตี อ่ กนั
- ทักษะการตัดสินใจและการแก้ไขปญั หา การตัดสินใจใช้ในกรณที ม่ี ที างเลือกอยแู่ ลว้ จึงเร่ิมตน้ ดว้ ยการวเิ คราะห์ข้อดี
ขอ้ เสยี ของแตล่ ะทางเลอื กเพอื่ หาทางเลอื กทด่ี ีท่สี ุดและนาไปปฏิบตั ิ สว่ นการแกไ้ ขปญั หาเปน็ ความสามารถในการรบั ร้ปู ญั หาและ
สาเหตุของปัญหา หาทางเลอื กไดห้ ลากหลาย วิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของแตล่ ะทางเลอื ก ตัดสินใจเลอื กทางเลอื กในการแก้ปัญหาที่
เหมาะสมทส่ี ดุ และนาไปปฏบิ ตั ิ
- ทักษะการจดั การกบั อารมณแ์ ละความเครียด เป็นความสามารถในการรบั รูอ้ ารมณ์ตนเอง ประเมนิ และรเู้ ท่าทนั ว่า
อารมณจ์ ะมีอทิ ธพิ ลต่อพฤติกรรมของตนอยา่ งไร และเลือกใชว้ ธิ ีจดั การกบั อารมณท์ ี่เกดิ ข้นึ ได้อย่างเหมาะสม สว่ นการจดั การ
ความเครยี ดเปน็ ความสามารถในการรบั รรู้ ะดับความเครยี ดของตนเอง รู้สาเหตุ หาทางแกไ้ ข และมีวธิ ีผอ่ นคลายความเครียดของ
ตนเองอยา่ งเหมาะสม
ความแตกตา่ งระหวา่ งทกั ษะชวี ติ ทว่ั ไปและทกั ษะชีวิตเฉพาะ
ทักษะชวี ติ ทวั่ ไป เป็นการสร้างภมู คิ ุม้ กนั ทางสงั คม สาหรับปญั หาทว่ั ๆ ไปในชีวิตประจาวนั ด้วยทกั ษะชวี ติ 12
องค์ประกอบ ใหก้ ับเดก็ ทุกคน
ทักษะชวี ติ เฉพาะ เปน็ การประยุกต์ใชท้ กั ษะชวี ิต 12 องค์ประกอบ ที่มีเนอ้ื หา
เกย่ี วกับการปอฺ งกันปญั หาเฉพาะเรอื่ งสาหรบั เด็กกล่มุ เสี่ยง โดยมคี รทู ีป่ รึกษาและระบบดแู ลช่วยเหลอื
นักเรยี นรองรบั
ทกั ษะชีวติ กบั การพฒั นาเยาวชน
เม่อื แบง่ เยาวชนออกเป็น 3 กล่มุ คือเด็กปกติ เด็กกลุ่มเสี่ยง และเดก็ ทม่ี ีปญั หา ทักษะชีวติ จะเป็นกลยทุ ธส์ าคญั ในการ
สง่ เสริมภมู คิ ุม้ กันทางสังคม ใหก้ ับเดก็ ปกติ และเด็กทุกคน สาหรบั เดก็ กลุม่ เส่ียงต้องมกี ารสอนทกั ษะชวี ิตเฉพาะในแต่ละปัญหา มี
ครูทีป่ รึกษาและระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรียนรองรบั ส่วนเดก็ ที่มีปญั หาแลว้ ใชก้ ารดแู ลใกล้ชดิ เพื่อหาทางแกป้ ญั หา ทีเ่ หมาะสมเปน็
รายบุคคล และมรี ะบบสง่ ตอ่ ยงั วชิ าชีพเฉพาะที่เกี่ยวข้อง
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแก้วนครสวรรค์
147
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
148
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแก้วนครสวรรค์
149
ความแตกตา่ งระหวา่ งทกั ษะชวี ิต และทักษะการดารงชีวิต
ทักษะชีวิต (Life Skills) เป็นความสามารถทางจิตสังคม อันประกอบ ด้วย ความรู้ เจตคติและทักษะ ที่จาเป็นในการ
ดาเนนิ ชวี ติ ท่ามกลางสภาพสังคมทีเ่ ปล่ยี นแปลงอยา่ งรวดเร็วในปัจจุบัน และเตรียมพรอ้ มสาหรบั การเผชญิ ปัญหาในอนาคต มี 6 คู่
12 องคป์ ระกอบ
ทักษะการดารงชีวิต (Living Skills) เป็นทักษะท่ีใช้ในกิจวัตรประจาวัน ในเร่ืองพ้ืนฐานของชีวิต มักเป็นทักษะทาง
กายภาพ เชน่ อาบนา้ แตง่ ตวั ซักเสื้อผา้ ปรุงอาหาร ขจี่ ักรยาน วา่ ยน้า ผูกเง่ือนเชือก การจัดกระเป๋าเดินทาง การใช้แผนท่ีเข็มทิศ
ฯลฯ
ความเช่อื มโยงระหวา่ งทักษะชวี ิต และทักษะการดารงชวี ติ
ทกั ษะชีวิตและทักษะการดารงชวี ติ มกั ถกู ใชผ้ สมผสาน เช่อื มโยงกัน ทั้งในกิจวัตรประจาวันปกติ และในสถานการณ์ต่าง
ๆ ทเ่ี กิดข้นึ ไมแ่ ยกสว่ น โดยทกั ษะชีวิตจะเป็นตัวช่วยในการเลือกและใช้ทักษะการดารงชีวิตได้อย่างเหมาะสม ถูกท่ี ถูกเวลา และ
เกิดผลลัพธ์ที่ดีสถานการณ์ทางจิตสังคม มักใช้ทักษะชีวิตเป็นหลัก ตัวอย่าง เช่น การจัดการกับอารมณ์โกรธ ความขัดแย้ง และ
ความรุนแรง ตระหนักรู้และหลีกเล่ียงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ รวมถึงการปูองกันอุบัติเหตุ การช่วยเหลือผู้อ่ืน และรับผิดชอบต่อ
ส่วนรวม การสือ่ สารเชิงบวกและสรา้ งสมั พันธภาพทดี่ ี กิจวตั รท่ที าเป็นประจา ใชท้ ักษะการดารงชีวิตเป็นหลัก เช่น อาบน้า แต่งตัว
แปรงฟนั ซักเสอื้ ผ้า ปรุงอาหาร ขีจ่ กั รยาน วา่ ยน้า ผกู เงื่อนเชอื ก ใชแ้ ผนทเ่ี ข็มทิศ ฯลฯ
ทักษะชวี ิตสรา้ งได้อยา่ งไร
สรา้ งด้วย 2 วธิ ีการใหญ่ ๆ คือ
1. เรยี นร้เู องตามธรรมชาติ ซ่ึงขึ้นกับประสบการณ์และการมีแบบอย่างที่ดี จึงไม่มีทิศทางท่ีแน่นอน และกว่าจะเรียนรู้ก็
อาจช้าเกนิ ไป
2. สร้างโดยกระบวนการเรียนการสอนทยี่ ดึ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้เด็กเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ
ที่เด็กต้องมีส่วนร่วมท้ังทางร่างกายคือลงมือปฏิบัติ และทางความคิดคือการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ เพื่อ
สรา้ งองค์ความรใู้ หม่ร่วมกัน
การจดั กจิ กรรมลกู เสือสารอง ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วดั เกาะแกว้ นครสวรรค์
150
การมีสว่ นร่วมทางสตปิ ัญญาทาให้เกดิ ทกั ษะชวี ติ 2 องค์ประกอบแกนหลกั คอื ความคิดวเิ คราะหแ์ ละความคิดวจิ ารณ์
ปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มเพ่ือทากิจกรรมร่วมกัน ทาให้เด็กได้ฝึกองค์ประกอบทักษะชีวิต ด้านทักษะท้ัง 3 คู่ คือการสร้าง
สมั พันธภาพและการส่ือสาร การตัดสินใจและการแกไ้ ขปญั หา การจัดการอารมณ์และความเครยี ด
การรับฟังความคดิ เห็นของคนอืน่ ทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจคนอืน่ มากขนึ้ ขณะเดยี วกันกเ็ กดิ การไตรต่ รองทาความเข้าใจและ
ตรวจสอบตนเอง จัดเป็นองค์ประกอบทักษะชีวิตด้านเจตคตคิ อื การเข้าใจตนเอง และเข้าใจ/เห็นใจผู้อ่นื
การได้รับการยอมรับจากกลุ่ม การทางานสาเร็จได้รับคาชม ทาให้เกิดความภูมิใจและเห็นคุณค่าตนเอง นาไปสู่ความ
รบั ผดิ ชอบมากขน้ึ ทงั้ ต่อตนเองและสงั คม
กระบวนการและการมีสว่ นรว่ ม ชว่ ยให้กจิ กรรมสนกุ สนานน่าสนใจ และนาไปสูจ่ ดุ ประสงค์ทตี่ ้ังไว้ รวมทง้ั การประยุกต์ใช้
เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เช่ือมองค์ความรู้ใหม่ที่เกิดข้ึนเข้าสู่ชีวิตจริง ว่าได้เกิดการเรียนรู้อะไรและนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน
อยา่ งไร
ความหมายของกระบวนการลกู เสือ (Scout movement)
ตามคานิยามของลูกเสอื โลก หมายถงึ กระบวนการเรียนรู้และพฒั นาตนเองอย่างต่อเน่อื งสาหรบั เยาวชน เพ่ือสรา้ ง
เยาวชนทมี่ จี ิตใจเสยี สละ รบั ผดิ ชอบ และอุทิศตนแก่สังคม ด้วยวิธกี ารลูกเสือ
ตามแนวทางการจดั กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น 2522 (สพฐ.) หมายถึงกระบวนการทางการศึกษาส่วนหนง่ึ ซ่ึงมุ่งพฒั นา
สมรรถภาพของบุคคล ทง้ั ทางสมอง รา่ งกาย จติ ใจ และศลี ธรรมเพอ่ื ใหเ้ ป็นบคุ คลทม่ี คี วามประพฤติดงี าม ไมก่ ระทาตนเป็นปญั หา
สงั คม และดารงชวี ติ อยา่ งมีความหมาย และสขุ สบาย
การจัดกจิ กรรมลกู เสือสารอง ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 2
โรงเรียนเทศบาล 3 วัดเกาะแกว้ นครสวรรค์