เวทคณติ 3. การดาเนินการคณู
5. การยกกาลงั สอง (SQUARING)
สูตรการหาผลคูณด้วยแนวตงั้ และแนวไขวน้ ั้น สามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั การยกกาลังสองของจานวน
จรงิ ได้ เพราะเปน็ การคณู เลขของจานวนสองจานวนท่เี ท่ากัน ซ่งึ ดงู า่ ยและหาคาตอบได้รวดเร็ว
ในกรณีนเ้ี ราจะต้ังนยิ าม คาวา่ ทวคิ ณู (Duplex) เพื่อการจดจาง่าย และเกิดความเขา้ ใจมากยิ่งขนึ้
บทนิยาม ทวคิ ูณของจานวนจรงิ ( N ) แทนด้วย D(N) โดยท่ี a,b,c,d,e,f,... เปน็ จานวนจริงใด ๆ แลว้
D(a) = a2
D(ab) = 2ab
D(abc) = 2ac + b2
D(abcd) = 2ad + 2bc
D(abcde) = 2ae + c2 + 2bd เป็นเชน่ น้ไี ปเร่ือย ๆ
ตวั อยา่ งท่ี 1 จงหาคา่ ของ 432 แนวคดิ 1,849 เกิดจาก
วธิ ที า 432 =16 / 24 / 09 D(4) = 42 = 16
D(43) = 2(43) = 24
=1,849 D(3) = 32 = 09
ตอบ 1,849 นั่นคอื
1209
64
1849
ตวั อยา่ งที่ 2 จงหาคา่ ของ 982 แนวคิด 982 เกิดจาก
วิธที า 982 = (102)2
D(10) = 102 = 100
= (10 / 2)2
D(10 / 2) = 2(10 2) = 40
=100 / 40 / 04
= 104 / 04 = 9,604 D(2) = 04
ตอบ 9,604 นนั่ คอื
10 4 0 4
60
10 4 04
40
เวทคณิต 3. การดาเนนิ การคูณ
ตัวอย่างท่ี 3 (341)2 แนวคิด
วิธีทา (341)2 = (3 / 4 / 1)2
D(3) = 32 = 9
= 9 / 24 / 22 / 08 / 01 D(34) = 2(3 4) = 24
= 116, 281 D(341) = 2(31)+42 = 22
D(41) = 2(4 1) = 08
ตอบ 116, 281 D(1) = 12 = 01
D(3) ,D(34), D(341), D(41), D(1)
ตวั อยา่ งท่ี 4 จงหาค่าของ 43322
วธิ ที า (4332)2 = (4 / 3 / 3 / 2)2 สอดคลอ้ งกบั การคณู แนวตั้งและแนวไขว้ โดยยดึ
วธิ กี ารหาคาตอบแบบนยิ ามทวิคณู
= 16 / 24 / 33 / 34 / 21/ 12 / 04
= 18,766, 224 022001
9 42 8
ตอบ 18,766, 224
1 1 6, 2 8 1
D(4) = 42 = 16
D(43) = 2(4 3) = 24
D(433) = 2(4 3)+32 = 33
D(4332) = 2(4 2)+2(3 3) = 34
D(332) = 2(3 2)+32 = 21
D(32) = 2(3 2) = 12
D(2) = 22 = 04
ขอ้ สงั เกต จากตวั อยา่ งข้างบนมีลักษณะสมมาตรกนั ด้านกับด้านหลงั
ตัวอยา่ งที่ 5 จงหาคา่ 210342
วธิ คี ิดเร็ว 210342 = 4411222892416 = 442429156
ตัวอย่างที่ 6 จงหาคา่ 1922
วธิ ีคดิ เร็ว 1922 = (212)2 = (2 /1/ 2)2 = 44944 = 36864
41
เวทคณิต 3) 41 3. การดาเนนิ การคณู
แบบฝกึ หัดชดุ ท่ี 3 4) 26 5) 23
1. จงหากาลังสองของจานวนต่อไปน้ี
1) 31 2) 14
6) 32 7) 21 8) 66 9) 81 10) 91
11) 56 12) 63 13) 77 14) 33 15) 105
2. จงหากาลงั สองของจานวนตอ่ ไปนี้ โดยแบง่ ตัวเลขของจานวนทก่ี าหนดให้ออกเปน็ สองส่วน สว่ นแรกมสี อง
ตัวเลข
1) 121 2) 104 3) 203 4) 203 5) 113
6) 116 7) 108 8) 111 9) 181 10) 291
11) 156 12) 253 13) 357 14) 373 15) 150
3. จงหากาลังสองของจานวนต่อไปนี้ 2) 3032 3) 7130
1) 1234
4) 7130 5) 32104 6) 3103
42
เวทคณติ 3. การดาเนนิ การคณู
6. การคณู โดยการเบ่ียงฐาน
การดาเนนิ การคูณโดยวธิ ีการเบี่ยงฐานในเวทคณิต เปน็ วธิ กี ารหาผลคณู แบบเทคนิควธิ ี ของจานวนสอง
จานวนทีค่ ณู กันซงึ่ มีคา่ ใกล้เลขฐาน (เลขฐานคือเลข 10,100,1000,...,10n ) และคา่ ที่ใกลฐ้ านเรยี กวา่ ค่าเบ่ียง
ฐาน(deficiency)
ค่าเบยี่ งฐาน จะมีคา่ เปน็ บวกหรือลบ ขน้ึ อยู่กบั ค่าของแตล่ ะจานวนทจ่ี ะหาผลคูณ ว่ามคี ่ามากกวา่ หรือ
นอ้ ยกว่าฐานน้ัน ๆ ดังตัวอย่างตอ่ ไปนี้
ตวั อย่างท่ี 1 ค่าเบ่ยี งฐานจากฐาน 10
8 มคี า่ นอ้ ยกว่า 10 อยู่ 2 หมายถึง 8 มคี า่ เบี่ยงฐานจาก 10 เป็น –2
6 มีค่าน้อยกว่า 10 อยู่ 4 หมายถงึ 6 มีคา่ เบยี่ งฐานจาก 10 เป็น –4
13 มคี า่ มากกวา่ 10 อยู่ 3 หมายถึง 13 มคี า่ เบย่ี งฐานจาก 10 เป็น 3
25 มีค่ามากกวา่ 10 อยู่ 15 หมายถึง 25 มคี า่ เบย่ี งฐานจาก 10 เป็น 15
ตวั อย่างท่ี 2 คา่ เบย่ี งฐานจากฐาน 100
82 มีคา่ นอ้ ยกวา่ 100 อยู่ 18 หมายถงึ 82 มีคา่ เบี่ยงฐานจาก 100 เป็น –18
96 มคี า่ น้อยกว่า 100 อยู่ 4 หมายถึง 96 มคี ่าเบ่ียงฐานจาก 100 เป็น –04
105 มคี า่ มากกว่า 100 อยู่ 5 หมายถงึ 105 มคี ่าเบี่ยงฐานจาก 100 เป็น 05
118 มคี ่ามากกวา่ 100 อยู่ 18 หมายถงึ 118 มคี ่าเบ่ยี งฐานจาก 100 เป็น 18
ตัวอย่างที่ 3 คา่ เบ่ยี งฐานจากฐาน 1,000
992 มีคา่ น้อยกว่า 1,000 อยู่ 8 หมายถึง 992 มีค่าเบี่ยงฐานจาก 1,000 เป็น –008
986 มีค่านอ้ ยกวา่ 1,000 อยู่ 14 หมายถึง 986 มีค่าเบี่ยงฐานจาก 1,000 เป็น –014
1,011 มคี า่ มากกว่า 1,000 อยู่ 11 หมายถงึ 1,011 มคี ่าเบย่ี งฐานจาก 1,000 เป็น 011
1,026 มคี า่ มากกวา่ 1,000 อยู่ 26 หมายถงึ 1,026 มคี ่าเบี่ยงฐานจาก 1,000 เป็น 026
43
เวทคณติ 3. การดาเนนิ การคณู
6.1 การคณู โดยการเบี่ยงฐานกรณตี วั คณู ท้งั สองนอ้ ยกวา่ ฐาน
(NUMBERS JUST BELOW A BASE)
ตัวอยา่ งที่ 1 จงหาผลคูณของ 88 89 ขน้ั ตอนท่ี 1 เขยี นคา่ เบ่ยี งฐานทางขวามือของตวั ต้ังและ
วิธที ี่ 1
88 −12
98 − 02 ตวั คูณ ซึ่งค่าเบีย่ งฐานของ 88 คือ −12และ
ค่าเบี่ยงฐานของ 98 คือ −02
88 −12 ข้นั ตอนที่ 2 หาผลบวกของตัวตงั้ และค่าเบ่ียงฐานของ
98 − 02 ตัวคูณ หรือหาผลบวกของตวั คณู และคา่ เบ่ยี งฐานของตวั
86 / ตง้ั ซง่ึ ผลบวกทีไ่ ด้จะมีค่าเท่ากัน
จะได้ 88 + (−02) = 86 หรอื 98 + (−12) = 86
นาผลบวกทีไ่ ด้ ใส่ไวท้ ี่ดา้ นล่างของตัวคณู ตรงส่วนแรก
ของคาตอบ
88 −12 ขัน้ ตอนท่ี 3 หาผลคณู ของค่าเบ่ยี งฐาน จะได้
98 − 02 (−12) (−02) = 24 นาผลคณู ที่ได้ ใส่ไวท้ ่ดี า้ นล่างของ
86 / 24 ค่าเบ่ยี งฐานของตัวคูณ ตรงส่วนหลังของคาตอบ
88 −12 ขั้นตอนที่ 4 ผลลัพธ์ที่เกดิ จากการคูณ คือ 8624
98 − 02
86 / 24 ขั้นตอนท่ี 1 เขียนค่าเบ่ยี งฐานไวด้ า้ นบนของตัวต้งั
และตัวคณู ซง่ึ ค่าเบ่ียงฐานของ 88 คือ −12และ
8624
คา่ เบยี่ งฐานของ 98 คือ −02
ดังนนั้ ผลคูณของ 8898 คือ 8624
วิธีท่ี 2 44
−12 −02
88 98
เวทคณิต 3. การดาเนินการคณู
−12 −02 ข้ันตอนท่ี 2 ส่วนแรกของคาตอบ คือ
88 + (−02) = 86 หรือ 98 + (−12) = 86
88 98 = 86 / 24 ส่วนหลังของคาตอบ คือ (−12) (−02) = 24
−12 −02 ขนั้ ตอนที่ 3
ผลลพั ธท์ เี่ กดิ จากการคูณ คือ 8624
88 98 = 86 / 24
= 8624
ดงั น้นั ผลคูณของ 8898 คอื 8624
หมายเหตุ ในเอกสารเล่มน้ี เราจะใชว้ ิธีที่ 2 อธบิ ายการดาเนินการคูณโดยการเบีย่ งฐาน
ตวั อย่างท่ี 2 จงหาผลคูณของ 9396
วธิ ที า −07 −04
93 96 = 89 / 28
= 8928
ดงั นั้น ผลคูณของ 9396 คอื = 8928
หลกั การคิด
ค่าเบยี่ งฐานของ 93 คอื −07 และ ค่าเบี่ยงฐานของ 96 คือ −04
สว่ นแรกของคาตอบคือ 93+ (−04) = 89 หรอื 96 + (−07) = 89
ส่วนหลังของคาตอบคือ (−04)(−07) = 28 ผลลัพธ์ที่เกิดจากการคูณ 9396 คือ 8928
ตวั อย่างท่ี 3 จงหาผลคูณของ 9897
วธิ ีทา −02 −03
98 97 = 95 / 06
= 9506
ดงั นน้ั ผลคณู ของ 9897 คอื 9506
45
เวทคณติ 3. การดาเนินการคูณ
ตัวอย่างท่ี 4 จงหาผลคณู ของ 8981
วิธที า −11 −19
89 81 = 7 0 / 09
2
= 72 / 09
= 7209
ดังนนั้ ผลคูณของ 8981 คอื 7209
ข้อสังเกต
ผลคณู ของค่าเบ่ยี งฐานทมี่ ตี ัวตัง้ และตวั คูณเบยี่ งจากฐาน 100 คาตอบของส่วนหลังต้องมี 2 ตาแหนง่ แต่
จากตวั อย่างน้ี ผลคูณของคา่ เบ่ียงฐานเป็น 209 ให้เขียนแทนด้วย 09 (ค่าเบี่ยงฐานจาก 100)
2
ดงั นั้น 2 เปน็ ส่วนทีต่ อ้ งทดไปบวกกับสว่ นข้างหน้าคือ 70 + 2 = 72
ตัวอย่างท่ี 5 จงหาผลคณู ของ 92196
วธิ ที า พิจารณาโจทย์ข้อน้ี 196 สามารถใช้วิธีลดสัดส่วน เปน็ 98 = 1 (196)
2
จะทาให้ 98 มีค่าใกล้เคียงฐาน 100
นั่นคอื 92 196 = 92 (2 98) = 2 −08 −02
92 98
= 2(90 /16)
= 2(9016) = 18032
ดงั นัน้ ผลคณู ของ 92196 คอื 18032
ตวั อยา่ งที่ 6 จงหาผลคูณของ 568998
วธิ ีทา −432 −002
568 998 = 566 / 864
= 566864
ดังนัน้ ผลคณู ของ 568998 คอื 566864
ตวั อย่างที่ 7 จงหาผลคูณของ 857 994
วธิ ที า −143 −006
857 994 = 851 / 858
= 851858
ดังนน้ั ผลคณู ของ 857 994 คือ 851858
46
เวทคณิต 3. การดาเนนิ การคณู
ตวั อยา่ งท่ี 8 จงหาผลคณู ของ 58776 99998
วธิ ที า −41224 −00002
58776 99998 = 58774 / (−00002) (−41224)
= 58774 / 82448
= 5877482448
ดังนัน้ ผลคณู ของ 58776 99998 คือ 5877482448
พิสจู น์เชิงพีชคณติ
เนอื่ งจาก (x − a)(x − b) = x2 − ax − bx + ab = x(x − a − b) + ab
x −a / −a หรอื x − a / − a
x −b / −b x −b / −b
( x −a) −b / ( −a) (−b) ( x −b) −a / (−a) (−b)
แบบฝกึ หดั ชุดท่ี 1 2. 96 3. 99 4. 77
1. 78 6. 7898 7. 9769 8. 9799
10. 8888 11. 6795 12. 9698
5. 9798 14. 8697 15. 7398 16. 9998
9. 8698
13. 9994
17. 8896 18. 997998 19. 937998 20. 897996
21. 887998 22. 989993 23. 888998 24. 878998
47
เวทคณิต 26. 996997 27. 999999 3. การดาเนนิ การคณู
25. 797996 28. 909998
29. 78979996 30. 89879997 31. 99889996 32. 89899991
33. 98769995 34. 8779899995 35. 9989999993 36. 999998999908
37. 6789599998 38 91119900 39. 7779988899 40. 9998988899
6.2 การคูณโดยการเบ่ยี งฐาน กรณตี วั คูณทัง้ สองมากกวา่ ฐาน
(NUMBERS ABOVE A BASE)
การดาเนนิ การคูณในกรณนี ย้ี งั ใช้วิธกี ารเหมือนเดิม แตค่ ่าเบย่ี งฐานจะมีค่าเป็นบวก
ตวั อย่างท่ี 1 จงหาผลคูณของ 12 13
วิธที า 23
12 13 = 15 / 6
= 156
ดังนั้น ผลคูณของ 12 13 คือ 156
หลักการคิด
ค่าเบี่ยงฐานของ 12 คือ 2 และ ค่าเบ่ยี งฐานของ 13 คือ 3
ส่วนแรกของคาตอบคือ 12 + 3 =15 หรอื 13+ 2 =15
สว่ นหลังของคาตอบคือ (2)(3) = 6
ผลลพั ธท์ ี่เกดิ จากการคูณ คือ 156
ตัวอย่างที่ 2 จงหาผลคณู ของ 103 104
วิธีทา 03 04
103 104 = 107 / 12
= 10712
ดังน้นั ผลคูณของ 103 104 คอื 10712
48
เวทคณิต 3. การดาเนนิ การคณู
หลกั การคิด
ค่าเบย่ี งฐานของ 103 คือ 03 และ ค่าเบี่ยงฐานของ 104 คือ 04
ส่วนแรกของคาตอบคือ 103+ 04 =107 หรอื 104 + 03 =107
สว่ นหลังของคาตอบคือ (03)(04) =12
ผลลัพธ์ทเี่ กดิ จากการคูณ คือ 10712
ตัวอยา่ งที่ 3 จงหาผลคูณของ 1234 1003
วิธที า 234 003
1234 1003 = 1237 / 702
= 1237702
ดังน้ัน ผลคณู ของ 1234 1003 คือ 1237702
ตวั อย่างท่ี 4 จงหาผลคณู ของ 10021 10002
วธิ ีทา 0021 0002
10021 10002 = 10023 / 0042
= 100230042
ดงั นน้ั ผลคูณของ 10021 10002 คอื 100230042
ตัวอย่างที่ 5 จงหาผลคูณของ 1050 1089
วิธีทา 050 089
1050 1089 = 1139 / (050) (089)
= 1139 / 450
4
= 1143 / 450
= 1143450
ดงั น้นั ผลคณู ของ 1050 1089 คือ 1143450
ขอ้ สังเกต
ผลคูณของค่าเบี่ยงฐานต้องมี 3 ตาแหน่ง แตจ่ ากตวั อยา่ งนี้ ผลคูณของคา่ เบย่ี งฐานเป็น 4450 ให้เขยี นแทน
ดว้ ย 450 (ค่าเบี่ยงฐานจาก 1000)
4
ดงั นน้ั 4 เป็นสว่ นที่ตอ้ งทดไปบวกกบั ส่วนขา้ งหนา้ คือ 1139+ 4 = 1143
49
เวทคณติ 3. การดาเนินการคณู
พสิ จู นเ์ ชิงพีชคณิต
เนือ่ งจาก (x + a)(x + b) = x2 + ax + bx + ab = x(x + a + b) + ab
x+a/ a หรือ x + a / a
x+b/ b x+b/ b
( x +a) + b / ab ( x + b) +a / ab
แบบฝกึ หดั ชุดท่ี 2 2. 1311 3. 1413 4. 1415
1. 1213
5. 104106 6. 108111 7. 141103 8. 112113
11. 111102 12. 123104
9. 105107 10. 118118
13. 12241006 14. 10131011 15. 11221006 16. 13241007
17. 1392310009 18. 10111898 19. 1009710083 20. 10991086
21. 1108711079 22. 1098910007 23. 18081010 24. 1108710009
50
เวทคณิต 3. การดาเนินการคูณ
6.3 การคูณโดยการเบ่ียงฐาน กรณีตัวคณู ตวั หนงึ่ มากกว่าฐานและตัวหนึง่ นอ้ ยกว่าฐาน
(ONE NUMBER ABOVE AND ONE NUMBER BELOW THE BASE)
ตัวอยา่ งที่ 1 จงหาผลคณู ของ 124 98
วิธีทา 24 −02
124 98 = 122 / (24) (−02)
= 122 / 48
= 12 2 / 52
1
= 121 / 52
= 12152
ดังนั้น ผลคณู ของ 124 98 คือ 12152
ข้อสังเกต
1. ส่วนหลงั ของคาตอบคือ (24)(−02) = −48 เขยี นแทนดว้ ย 48
2. เน่ืองจากผลคูณของคา่ เบยี่ งฐานมีคา่ คือ 48 เราทาใหส้ ว่ นหลังของคาตอบมคี ่าเป็นบวก จะได้ 152
3. ผลคูณของคา่ เบยี่ งฐานต้องมี 2 ตาแหน่ง ให้เขียนแทนด้วย 52 (ค่าเบีย่ งฐานจาก 100) ดงั นน้ั 1
1
เป็นสว่ นเกินทต่ี ้องทดไปบวกกบั สว่ นข้างหนา้ คือ 122 + 1 = 121
4. ผลลพั ธ์ท่ีเกิดจากการคณู คือ 12152
ตวั อยา่ งท่ี 2 จงหาผลคณู ของ 1003 987
วธิ ีทา 003 −013
1003 987 = 990 / 039
= 990 / 961
1
= 989 / 961
= 989961
ดงั นน้ั ผลคณู ของ 1003 987 คือ 989961
51
เวทคณิต 3. การดาเนินการคูณ
ตัวอยา่ งท่ี 3 จงหาผลคูณของ 121 91
วิธที า 21 −09
121 91 = 112 / 89
1
= 112 / 11
2
= 110 / 11
= 11011
ดงั น้ัน ผลคูณของ 121 91 คอื 11011
พิสูจน์เชงิ พชี คณติ
เนือ่ งจาก (x − a)(x + b) = x2 − ax + bx + (−a)(b) = x(x − a + b) + (−ab)
x −a / −a หรอื x − a / − a
x+b / b x+b / b
( x −a) + b / ( −ab) ( x + b) −a / ( −ab)
แบบฝกึ หัดชดุ ท่ี 3 2. 138 3. 147 4. 915
1. 129
5. 97106 6. 10898 7. 14197 8. 16299
9. 10593
13. 1224996 10. 10188 11. 11198 12. 12397
17. 100039889
21. 1127993 14. 1013997 15. 1122986 16. 8891007
18. 1111999 19. 100079997 20. 1015916
22. 100099993 23. 1235999 24. 110879968
52
เวทคณิต 3. การดาเนินการคูณ
6.4 การนาสมบัติของเรื่องสดั ส่วนมาชว่ ยการคานวณการคูณเบี่ยงฐาน
จากผลคูณจานวนสองจานวนโดยวิธีเบยี่ งฐาน ทม่ี คี ่าใกลฐ้ าน 10,100,1000,...,10n อาจมบี างกรณีที่
จานวนท้งั สองมีค่าใกลเ้ คียงฐานอนื่ ในรูป 10k, 100k, 1000k,... เมอ่ื k เป็นจานวนนับ เชน่ 213 203 จะมี
คา่ ใกลเ้ คียงฐาน 200 เป็นต้น แต่เมอื่ ฐานคือ 200 ซ่ึงเกิดจาก 1002 เราจงึ คณู สว่ นทางซ้ายของคาตอบด้วย
2 มวี ธิ หี าผลคณู โดยการเบย่ี งฐานดังนี้
ตัวอยา่ งที่ 1. 13 0 3
213 203 = 213 203 = 2(216) / 39 = 432 / 39 = 43239
ตัวอยา่ งที่ 2. −1 −2
29 28 = 3(27 / 2) = 81/ 2 = 812
โจทย์ข้อน้ีเราใช้ฐาน 30 = (310) เราจงึ คูณสว่ นทางซ้ายของคาตอบด้วย 3
พิสูจน์เชิงพีชคณติ
เนอ่ื งจาก (x + a)(x + b) = x2 + ax + bx + ab = x(x + a + b) + ab
ถ้า x =10 แลว้ (10 + a)(10 + b) =10(10 + a + b) + ab
=10((10 + a) + b) + ab
หรือ =10((10 + b) + a) + ab
ถ้า x =100 แล้ว (100 + a)(100 + b) =100(100 + a + b) + ab
ถ้า x = 200 แล้ว (200 + a)(200 + b) = 200(200 + a + b) + ab
= 2 (100) (10 + a + b) + ab
หลักรอ้ ย
ตวั อย่างท่ี 3. 1 1 −0 2 3(309) / 22 = 927 /178 = 926 = 92678
311298 =3112 9 8 =
โจทย์ขอ้ น้ีเราใช้ฐาน 300 = (3100) และคา่ ตา่ งฐาน คอื 11,−02
311+ (−02) = 298 + (11) = 309 และ (−02)(11) = −22 = 22
พิจารณาสองจานวนที่คูณกันขา้ งต้น มากกว่าและน้อยกว่า 300 เราจะตอ้ งคูณผลลพั ธท์ างซา้ ยมอื ดว้ ย 3
แล้วบวกด้วย −1 เนือ่ งจากผลลพั ธ์ทางขวามือเป็นจานวนลบเกนิ 2 ตาแหนง่ ตามสมบัตขิ ้างต้น
ดงั นนั้ การใช้เรื่องสดั ส่วนในการเพมิ่ หรอื ลดค่าของสองจานวนทห่ี าผลคูณ ซึง่ จะต้องเพิ่มขน้ั ตอนในการหาผล
สว่ นทางซ้ายของคาตอบ
53
เวทคณติ 3. การดาเนินการคณู
โดยวิธอี ปุ นยั เม่ือกาหนด x เป็นจานวน 10,100,1000, ...
k เป็นจานวน 1 , 2 , 3 , 4 , …
(kx + a)(kx + b) = k2x2 + akx + bkx + ab
= kx (kx + a + b) + ab
ตวั อยา่ งท่ี 4. 88 49 = 88 1 (98)= 1 (88 98)
22
= 1 −12 −02 = 1 (86 / 24) = 1 (8624) = 4312
2 2 2
88 98
ตวั อยา่ ง นี้เม่ือเราพจิ ารณา สองจานวนทจี่ ะหาผลคณู ตา่ งฐานกนั แต่พอจะใชเ้ รอ่ื งการเพ่ิมสดั ส่วนของ
จานวนหลงั 49 เพมิ่ สดั ส่วนโดยการคูณ 2 แต่การเพ่มิ เข้าตอ้ งลดออก ดงั นนั้ 49 = 1 (98)
2
แบบฝกึ หดั ชุดที่ 4 จงหาผลคณู ของสองจานวนต่อไปนี้
1. 42 43 2. 6163 3. 3938 4. 3231
5. 7174 6. 3937 7. 6769 8. 7263
9. 203 207 10. 306301 11. 288 296 12. 517 491
13. 499501 14. 202 208 15. 303299 16. 507 497
17. 80048012 18. 39993999 19. 70076998 20. 30123002
21. 69996998 22. 3123 2998 23. 50125003 24. 212188
25. 598389 26. 1996198 27. 248 247 28. 21021808
54
เวทคณติ 3. การดาเนินการคณู
6.5 การดาเนนิ การคณู แบบนขิ ลิ มั สตู รในกรณีตัวคูณทัง้ สองตา่ งฐานกัน
(NUMBERS NEAR DIFFERENT BASE)
ตวั อยา่ งที่ 1. −0 0 0 2 −0 6
9998 94 = 9 998 9 4 =9398 /12 = 939812
พจิ ารณาตวั อยา่ งน้ีพบว่าจานวนทัง้ สองน้มี ีค่าใกลฐ้ านตา่ งกันคือ :
9998 มคี ่าใกลฐ้ าน 10000 แต่ 94 มีค่าใกลฐ้ าน 100
และคาตอบแบ่งออกเป็นสองสว่ น คอื 9398 และ 12
สว่ นแรกของคาตอบ เปน็ ผลบวกของคา่ เบ่ยี งฐาน −06 กับตวั ต้ัง 9998 (ตัวแรกของการคณู ) โดยกาหนด
ตาแหนง่ การบวกดังแสดงผลข้างล่างนี้:
9998 หรอื 10002
94 106
นาค่าเบี่ยงฐาน −06 ไปบวกกบั 9998 ตรงหลักท่ีท้ายสดุ ของ ( 94) คือจานวนที่ใกลฐ้ าน (100) ทนี่ ้อยกว่า ในนี้
คอื หลกั ท่ี 2 จากทางซ้ายมือ ดังนนั้ 9998 จะเปน็ 9398 เป็นสว่ นทางซ้ายของคาตอบ
แล้วสว่ นทางขวาของคาตอบคงหาจากผลคูณของคา่ เบย่ี งฐาน ทงั้ สองคือ (−0002)(−06) =12
ขอ้ สังเกต จานวนตัวเลขโดดของทางซ้ายของคาตอบต้องสอดคล้องเท่ากบั จานวนตวั เลขโดดของจานวนทนี่ ้อยหรอื
จานวนเลข 0 ของฐานท่ีกวา่ ของสองจานวนทค่ี ูณกนั นั้น( 98 มคี ่าใกลเ้ คยี ง 100 ดงั นั้นจะต้องมเี ลขโดดตวั ทาง
ขวามือของคาตอบ)
ตัวอย่างท่ี 2. 0007 003
10007 10037 = 10007 1003 =10037 / 021 = 10037021
เขยี นจานวนทั้งสองขนานตามแนวนอน : 10007 1003 จะพบวา่ คา่ เบีย่ งฐาน 003 จะบวกตรงตาแหนง่ ที่ 4
ตามแนวตง้ั ของข้างบนได้คาตอบทางขวามอื คือ 10037
ส่วนผลคูณคา่ เบยี่ งฐาน ทง้ั สองคอื 0007003 = 21 แต่ฐานของจานวนน้อยในจานวนท่ีคณู กันคือฐาน 1000
น่นั คือเราต้องการตวั เลขโดดของคาตอบทาขวามือ 3 ตัวคอื 021 คาตอบ 10037021
ตวั อยา่ งที่ 3. 0 3 2 −0 2
1032 9 8 =1012 / 64 = 1012 / 136 =101136
ข้อสังเกต เนื่องจาก 98 =102 คา่ ตา่ งฐาน −02 จะไปบวกกับ 3 ของ 1037 ได้ผลลพั ธ์ 1012 เปน็ คาตอบทา
ซา้ ยมือ
55
เวทคณติ 2. 99796 3. 1031101 3. การดาเนนิ การคูณ
แบบฝกึ หดั ชุดท่ี 5 4. 99894
1. 997
5. 98888 6. 1018104 7. 1041101 8. 1002107
9. 1015107 10. 100699 11. 105596 12. 999697
13. 987696 14. 1013104 15. 10007102 16. 10101101
17. 1000798 18. 11011993 19. 99996102 20. 99881011
21. 27993 22. 1000993 23. 100235999 24. 11087968
56
เวทคณิต 3. การดาเนนิ การคณู
6.6 การดาเนินการคณู แบบนิขิลัมสตู ร์ ในกรณีตัวคูณมสี ามตวั พร้อมกัน
ตวั อยา่ งท่ี 1. −02 −03 −04 = 91/ 26 / 24 = 912576
98 97 96
พจิ ารณาตัวอยา่ งนี้พบว่าท้ังสามจานวนมีคา่ ใกลฐ้ าน 100 และมีค่าเบย่ี งฐาน คือ −02,−03,−04
คาตอบมี 3 ส่วน คั้นด้วย เครอื่ งหมาย /
ข้นั ทแ่ี รก นาตวั เลขตวั หน่ึงในสามจานวนไปบวกกบั คา่ เบย่ี งฐาน ของอีกสองตวั ทเ่ี หลอื คอื 98+ (−3) + (−4) = 91
หรอื 97 + (−2) + (−4) = 91 หรือ 96 + (−2) + (−3) = 91 ซึง่ เปน็ คาตอบส่วนแรก
ข้นั ที่ 2 หาผลบวกของคูณแต่ละคู่ของค่าเบีย่ งฐาน ในเชงิ การจัดหมู่(combinatoric) คือ
(−2 −3) + (−2 −4) + (−3 −4) = 26
ขั้นสุดท้าย ผลคูณท้ังสามของค่าเบ่ียงฐาน −2−3−4 = −24 = 24
ตวั อยา่ งที่ 2. 022 002 003
1022 1002 1003 =10 2 2 100 2 100 2 =10027 /116 /132 = 10027116132
1022 + 2 + 3 =1027, 222 + 223+ 23 =116, 22 23 =132
แบบฝกึ หดั ชุดที่ 6 2. 979699 3. 939598
1. 876
4. 88 95 96 5. 995997999 6. 985994996
7. 984992994 8. 100310151005 9. 10119951006
10. 9969971003 11. 131298 12. 9597103105
13. 9997999599891005 14. 1013104988997 15. 100071021012119
57
เวทคณิต 3. การดาเนินการคูณ
6.7 การหาคา่ กาลังสองของจานวนทม่ี ีค่าใกลเ้ ลขฐาน
วธิ ีการคานวณกรณีนี้เปน็ เทคนคิ พเิ ศษทงี่ ่ายทสี่ ดุ ที่สามรถแสดงในรปู สูตร์ได้ และสามารถใช้สมบตั ขิ อง
สดั สว่ นเพม่ิ ลดไดเ้ ชน่ เดยี วท่ีไดศ้ ึกษามาแลว้ ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี :
ตัวอย่างท่ี 1. −4 −4
962 = 96 96 = 96+( − 4)/( − 4)2 = 92 /16 = 9216
วิธีคิด 96 มคี ่านอ้ ยกว่า 100 มคี า่ เบย่ี งฐาน ดงั นั้น คาตอบสว่ นแรก คือ 96 + (−04) = 92 คาตอบส่วน
สุดท้าย (−4)2 =16
ตวั อยา่ งที่ 2. 10062 = 1000066 2 =1012 / 036 `= 1012036
ขอ้ สงั เกต คาตอบสว่ นแรก 1006 บวกกับคา่ เบ่ยี งฐาน 006 เป็น 1012 และ 62 = 36 แตเ่ นื่องจาจฐาน
1000 คาตอบทางขวาสดุ ต้องมี 3 ตาแหน่ง เราตอ้ งเติม 0 เปน็ 036 เป็นคาตอบ
ตัวอยา่ งที่ 3. 3042 = 3308 /16 = 92416
ตังอย่างกเ็ หมือนตวั อยา่ งทแี่ ล้วเพียงแต่เป็นฐาน 300 ดังนน้ั คาตอบส่วนทางซ้ายสดุ ต้องคูณด้วย 3
ยง่ิ ไปกวา่ นน้ั เรายังสามารถหาคา่ กาลังสามของจานวนที่มีค่าใกล้เลขฐานไดอ้ กี ดว้ ย
ตวั อยา่ งท่ี 4. 1043 =112 / 48 / 64
วธิ คี ิด ส่วนซา้ ยสดุ ของคาตอบ เราเพ่ิมสองเท่าของคา่ ที่เบี่ยงเกินฐาน คือ 104 +8 =112
สว่ นกลาง สามเท่าของกาลงั สองของค่าเบ่ียงฐาน 342 = 48
สว่ นขวาสุด กาลงั สามของคา่ เบี่ยงฐาน (4)3 = 64
พสิ ูจน์เชิงพชี คณิต
พิสจู น์ ให้ x เปน็ เลขฐาน (10,100,1000,...) และ a เปน็ คา่ เบย่ี งฐาน
(x + a)3 = x2 (x + 3a) + 3a2x + a3
ตวั อย่างที่ 5. 99893 = 9989 +11/ 3(11)2 3
/ 11
= 9967 / 0363 /1331 = 996703628669
58
เวทคณติ 3. การดาเนินการคณู
6.8 การหาค่ากาลังสองของจานวนทีม่ ใี กลเั คยี ง 50
อาจแบ่งได้ 2 กรณี คือ ค่ากาลังสองท่นี ้อยกวา่ 50 หรอื ค่ากาลังสองที่มีค่ามากกว่า 50
ตัวอย่างท่ี 1. 542 = 29 /16 ดังน้นั คาตอบคือ 2916
วิธคี ดิ เน่อื งจาก 502 = 2500 และเน่ืองจาก 54 มากกว่า 50 อยู่ 4
เราจะได้ 25+ 4 = 29 และ 42 =16
ข้อควรจา 512 = 26 / 01
522 = 27 / 04
532 = 28 / 09
542 = 29 /16
552 = 30 / 25
562 = 31/ 36
572 = 32 / 49
582 = 33 / 64
592 = 34 / 81
ตวั อย่างท่ี 2. 482 = −2 2 = 23 / 04 ดังน้ันคาตอบคอื 2304
48
วธิ คี ิด 25− 2 = 23 ( 25 ตัวขา้ งหนา้ บวกด้วยค่าเบ่ยี งฐาน −2 ) , (−2)2 = 4 (กาลงั สองของคา่ เบยี่ งฐาน)
แบบฝึกหัดชดุ ที่ 7 2. 932 3. 1042
กาลังสองของจานวนใกล้ฐาน
1. 962
4.1112 5.10042 6.10062
7.1042 8. 1132 9. 10132
10. 9972 11. 9872 12. 99882
59
เวทคณติ 14. 312 3. การดาเนินการคูณ
17. 2042
13.101032 20. 39882 15. 422
23. 962 18. 2962
16. 492 21. 70072
26.1033 24. 952
19.19982
27. 953
22.1032 30. 70073
33. 3023
กาลงั สามของจานวนใกล้ฐาน
25.10053 36. 70073
28.10053 29. 123
31. 99883 32. 993
34.1983 35. 39973
60
เวทคณติ 3. การดาเนินการคณู
7. การดาเนินการคูณดว้ ยตัวคณู เป็นเลขเกา้ หรืออนกุ รมของเลขเกา้
การคิดเลขด้วยวิธีเวทคณิต ใชส้ ตู ร์ One Less Than the One Before ซ่งึ เปน็ วธิ ผี กผันหรอื ย้อนกลับกับ
วิธที กี่ ล่าวมาแลว้ และใช้รว่ มกบั วิธที กุ ตวั ทบเก้าแตต่ ัวสดุ ท้ายทบสบิ และวธิ กี ารนใี้ ชไ้ ดเ้ ม่ือ จานวนหลักของตวั
คูณ เทา่ กับหรือมากกวา่ จานวนหลกั ของตัวตัง้
กรณีท่ี 1 จานวนหลีกของตวั คณู เทา่ กบั จานวนหลกั ของตวั ตง้ั
ตัวอยา่ งท่ี 1. จงหาผลคูณของ 763 999
วธิ คี ิด จานวนแรกตัวตง้ั จะลดลง 1 สว่ นจานวนหลังตัวคณู เป็น เลข 9 หรอื อนุกรมเลข 9 จึงสามารถนาของ
สมบตั ิ “ทกุ ตัวทบเกา้ แต่ตวั สดุ ท้ายทบสิบ” ของตัวต้งั
ดังน้นั จานวนแรก 763 จะถกู ลดลง 1 : 763−1= 762 เป็นคาตอบส่วนแรก คาตอบสว่ นหลังเป็นทุกตัวทบ
เก้าแต่ตวั สุดทา้ ยทบสิบของ 763
763999 = (763−1) / (ทกุ ตวั ทบเก้าแต่ตวั สุดทา้ ยทบสบิ ของ 763 )
= 762 / 237
พสิ ูจน์ 763999 = 763(1000 −1)
= (7631000) − (7631)
= 763000 − 763
= (762000 +1000) − 763
= 762000 + (1000 − 763)
= 762000 + 237 = 762 / 237 = 762237
หรือ 763999 = 763(1000 −1)
= 763000 − 763
= 763000 − (1237) = 763000 − (1000 − 237)
= 763000 − (1000 − 237) = 763000 −1000 + 237
= 762 / 237 = 762237
กรณที ่ี 2 จานวนหลกี ของตัวคูณมากกวา่ จานวนหลกั ของตัวตงั้
ตวั อย่างท่ี 2. 186799999 =1866 / 98133
วธิ ีคิด เน่ืองจาก 1867 มี 4 หลกั และ 99999 มี 5 หลกั เราตอ้ งปรบั 1867 ให้มี 4 หลักเทา่ กนั เป็น
01867 แล้ว คาตอบทางขวามือคือ 1867 −1=1866 และคาตอบทางขวามือ ใชว้ ิธีการทกุ ตัวทบเก้าแต่ตัว
สดุ ทา้ ยทบสบิ กบั 01867 คอื 98133
ดงั นั้น 186799999 = (1867 −1) / (ทุกตวั ทบเกา้ แต่ตวั สดุ ทา้ ยทบสบิ ของ 01867 )
= 1866 / 98133 =186698133
61
เวทคณิต 3. การดาเนนิ การคูณ
พสิ ูจน์ 1876 99999 =1876(100000 −1)
= (1867100000) − (18671)
=186700000 −1867 =186700000 + (2133)
= (186700000 − 2000) +133
=186698000 +133 = (1867 −1) / 98133
ซึง่ 98133 ได้จากทุกตัวทบเก้าแต่ตวั สดุ ท้ายทบสิบของ 01867
แบบฝกึ หดั ชดุ ที่ 8 2. 8899 3. 4299
1. 6399
4. 678999 5. 21379999 6. 34999
7. 76999 8. 8649999 9. 289999
10. 90999999 11. 348899 12. 678999
13. 903299 14. 348899 15. 93999
16. 364999 11. 899899 12. 9999999
62
เวทคณิต 3. การดาเนินการคูณ
8. การตรวจสอบคาตอบดว้ ยวธิ ี การคูณตัวแรกด้วยตัวแรกและตวั หลังดว้ ยตวั หลัง
(THE FIRST BY THE FIRRT AND THE LAST BY THE LAST)
เปน็ เทคนิควิธีประมาณค่าของคาตอบและตรวจสอบคาตอบว่าใกลเคียงหรือคาตอบถูกต้องหรอื ไม่ ซ่ึงจะทา
ให้การคดิ เลขมปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ เทคนิคน้ีมีการตรวจสอบด้วยกัน 3 ขน้ั ตอน ดงั น้ี :
การตรวจสอบข้ันตอนที่ 1 ( Check 1: The first by the first )
การตรวจสอบคาตอบดว้ ยตัวเลขตวั หน้ากบั ตัวเลขตวั หนา้
ตวั อยา่ งที่ 1 จงหาผลคณู ของ 32 41
วธิ คี ดิ เริม่ แรก เราประมาณค่าได้ 1200 โดยการหาผลคณู ตัวหน้าด้วยตัวหนา้ เราคาดว่า
ค่าของ 32 41 โดยประมาณจาก 3040 ซึง่ ได้ 1200
และ เราพอประมาณได้วา่ 32 41 มากวา่ 1200 เลก็ น้อย เพราวา่ 32 และ 41 ท้ังสอง
มากกว่า 30 และ 40
ตัวอย่างที่ 2 จงหาผลคูณของ 641 82
วิธคี ดิ เราพอประมาณคา่ ผลคณู ได้ 50000 เพราะว่า 60080 = 48000
และเราก็พอรูว้ า่ คาตอบเกนิ 50000 เนือ่ งจาก (60080) + (402)
ตัวอยา่ งที่ 3 จงหาผลคูณของ 383 887
วิธีคิด 383 887 มคี า่ ประมาณ 360,000 เพราะวา่ 400900 = 360,000
และเราก็พอรู้วา่ คาตอบต้องนอ้ ยกวา่ น้ี เพราะว่า 400 และ 900 มากกวา่ 383 และ 887
การตรวจสอบขนั้ ตอนท่ี 2 (Check 2: The last by the last)
การตรวจสอบคาตอบดว้ ยตัวเลขตวั หลงั กบั ตัวเลขตวั หลัง
ตวั อยา่ งที่ 4 จงหาผลคูณของ 72 83
วธิ ีคิด เราประมาณค่าได้วา่ คาตอบต้องลงท้ายดว้ ยเลข 6 โดยการหาผลคณู ตวั หลังด้วย
ตัวหลังของเลขสองจานวนนั้น
72 83 ตวั เลขตวั หลงั ของ 72 คอื 2 และตวั เลขตัวหลังของ 83 คอื 3 ดังนั้นคาตอบของผล
คณู ต้องลงท้ายด้วย 6 (23 = 6)
ตวั อยา่ งท่ี 5 จงหาผลคูณของ 383 887
วธิ ีคดิ ประมาณค่าไดว้ ่าคาตอบตอ้ งลงท้ายดว้ ยเลข 1 เพราะวา่ ตัวเลขลงทา้ ยของ 383 คือ 3 และ ตัวเลขลง
ท้ายของ 887 คอื 7 ดังนนั้ คาตอบของผล คณู ต้องลงท้ายด้วย 1 (37 = 21)
63
เวทคณิต 3. การดาเนนิ การคูณ
การตรวจสอบขน้ั ตอนท่ี 3 (Check3:The Digit Sum Check )
การตรวจสอบคาตอบดว้ ยหาผลบวกของตวั เลขโดดในคาตอบน้นั เป็นเครอื่ งมอื ทม่ี ีประโยชนม์ ากใน
เทคนคิ วธิ ขี องเวทคณิตภายใต้ สตู รที่ 15 ของเวทคณิตกล่าวไวว้ ่า “ผลลพั ธ์ของการกระทาบวกเท่ากบั การกระทา
บวกของผลลัพธ์ (The product of the sum is equal to the sum of the product) ’’ กลา่ วคือจานวนเตม็
บวกทกุ ๆ จานวนไมว่ า่ จะมีก่ีหลกั ก็ตามสามารถลดรูปโดยการบวกตวั เลขโดด (digit sum) ซา้ ๆ เป็นตวั เลขตัว
เพยี งเดียวได้ เช่น 43 มผี ลบวกเลขโดดคือ 7 เมอ่ื 4 +3 = 7 เชน่ เดยี วกัน 47,4 + 7 =11 แล้วหาผลบวก
ตอ่ 11,1+1 = 2 ดังน้นั ผลบวกเลขโดดของ 47 คอื 2 หรอื 876,8+ 7 + 6 = 21→ 21, 2 +1= 3
ตวั อย่างที่ 6 กาหนดผลคูณของ 7476 = 5624 จงตรวจสอบวา่ ผลเฉลยถูกต้อง
วิธคี ิด เราสามารถลดรปู เปน็ ผลบวกเลขโดดของแต่ละจานวนคอื 74,76 และ 5624 เป็นดงั น้ี
74 → 7 + 4 =11→1+1 = 2 หาผลคูณของ 2 4 = 8 ผลบวกของเลขโดด
76 → 7 + 6 =13 →1+ 3 = 4 ของ 8 ก็ได้ 8 ตอ่ มาผลบวกเลขโดดของ
5624 → 5 + 6 + 2 + 4 =17 →1+ 7 = 8 5624 ซ่ึงเทา่ กนั เปน็ การยนื ยนั วา่ การหาผล
คณู ครัง้ น้ีถูกต้อง
ตวั อย่างท่ี 7. กาหนดผลคูณของ 88 77 = 6776 (พาลินโดรม) จงตรวจสอบวา่ ผลเฉลยถกู ต้อง
วธิ ีทา หาผลบวกเลขโดดของ 88 และ 77 ได้ 7 กับ 5 แล้วหาผลบวกเลขโดดของผลคูณ 75 = 35
คือ 3+ 5 = 8 ตอมหาผลบวกเลขโดดของคาตอบ 6776 → 6 + 7 + 7 + 6 = 26 → 2 + 6 = 8
สรุปไดว้ า่ ผลเฉลยนนั้ ถกู ต้อง
หมายเหตุ
การตรวจสอบโดยการหาผลบวกของเลขโดดของคาตอบอาจคลาดเคลือ่ นถ้ามีการเขียนตาตอบสลับที่กนั ของ
คาตอบบ้าง เชน่ 88+ 77 =165 แต่กลบั ไปเขียนเป็น 88+ 77 =156 ผลการหาผลบวกเลขโดดของคาตอบ
มคี ่าเท่ากับแต่สลบั ตาแหนง่ เชน่ นี้ควรตรวจสอบหาผลตวั ท้ายสุดทงั้ คู่ ซึง่ ตัวท้ายสดุ บวกกันต้องลงท้ายด้วย 5
64
เวทคณติ 3. การดาเนินการคณู
แบบฝกึ หัดชดุ ที่ 8 3. 4299
6. 34999
จงหาผลคณู ของสองจานวนตอ่ ไปนี้ 9. 289999
12. 678999
1. 6399 2. 8899 15. 93999
18. 9999999
4. 678999 5. 2137999
7. 76999 8. 8649999
10. 90999999 11. 348899
13. 903299 14. 348899
16. 364999 17. 899899
65
เวทคณติ 4. การดาเนนิ การหาร
บทนา
ในวชิ าเลขคณิต (arithmetic) การหารแบบยุคลดิ (Euclidean division) เป็นการหารของ
จานวนสองจานวน ประกอบดว้ ย ตัวต้ัง (dividend) ตัวหาร (divisor) แลว้ ได้ผลหาร (quotient) และเศษเหลือ
(remainder) ทฤษฎีบทนีก้ ล่าวถงึ ผลลัพธ์จากการหารของจานวนเตม็ ปกติไว้อยา่ งเท่ียงตรง ที่สาคญั ทฤษฎีน้ี
ยนื ยนั ว่าจานวนเต็มท่เี รียกว่าผลหาร q และเศษ r มอี ยเู่ สมอและมีเพยี งคา่ เดียวสาหรับตัวต้ัง a และตวั หาร d
โดยที่ d ≠ 0 ทฤษฎีกล่าวไว้ดังน้ี “ มจี านวนเต็ม q และ r เพยี งคเู่ ดยี วที่ a = dq + r และ 0 ≤ r < d ไฃ”
ในบทนจ้ี ะกล่าวถงึ การดาเนินการหารแบบเวทคณิตมี 3 เรื่อง คือการหารตรง การหารด้วยเทคนคิ เฉพาะ
และการโดยใช้เศษสว่ นชว่ ย ซง่ึ แตล่ ะเร่ืองมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
1. เกร่ินนา
2. การดาเนินการหารตรง (Dhvajanka Sutra)
2.1 การหารกรณีตัวหารเปน็ จานวนเต็มหน่งึ หลัก
2.2 การหารกรณีตวั หารเป็นจานวนเตม็ ตัง้ แตส่ องหลักขน้ึ ไป
3.การหารแบบเทคนคิ เฉพาะ
3.1. การดาเนินการหารโดยวธิ ีนขิ ลิ ัม (Nikhilam Method)
3.2 การดาเนินการหารโดยวิธีปราวรรตย (Paravartya Method)
3.3 การดาเนินการหารโดยวิธีเพิม่ หรอื ลดสดั ส่วน (อนรุ ูปเยณ = Anurupyena Method)
3.4 การดาเนินการหารโดยวธิ กี ารวินคิวลัม (Vinculum Process of Division)
4. การดาเนนิ การหารด้วยเศษสว่ นช่วย (Auxiliary Fractions)
4.1 เศษสว่ นช่วยแบบที่ 1
1. เกรินนา
การหารในเวทคณิตมีรูปแบบทั่วไปหรือรูปแบบเฉพาะ เช่นเดียวกับการคูณ รูปแบบเฉพาะจะใช้ได้ก็
ต่อเมื่อจานวนที่หารกันจะต้องอยู่ในเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ตัวหารจะต้องน้อยกว่าหรือมากกว่าและมีค่าใกล้เคียงกับ
100 หรือตัวหารที่เป็นกาลังของ 10 หรือตัวหารที่ลงท้ายด้วยเลข 9 เป็นต้น ส่วนรูปแบบทั่วไปใช้กับการหารได้
ทุกจานวน ดงั น้นั การหารจึงขน้ึ อย่กู ับตวั ตงั้ และตัวหาร ในวิธีการหารทางเวทคณติ สามารถจาแนกตามสูตรได้ดงั น้ี
1. การหารตรง (Dhvajanka Sutra = Vertically and crosswise and on the top of the flag)
2. นขิ ลิ มั สูตร (Nikhilam Sutra) เปน็ เทคนคิ เฉพาะ
3. ปราวรรตยสูตร (Paravartya Sutra) เปน็ เทคนคิ เฉพาะ
4. อนุรปู เยณสูตร (Anurupyena Sutra) เปน็ เทคนิคเฉพาะ
5. วนิ ควิ ลัม (Vinculum Process of Division) เป็นเทคนคิ เฉพาะ
6. เอกาธเิ กนปุรเวณ (Ekadhikena Purvena) เป็นเทคนคิ เฉพาะ
7. เวษฏนมั (Vestanas) เป็นเทคนิคท่ัวไป
66
เวทคณิต 4. การดาเนนิ การหาร
2. การดาเนินการหารตรง (Dhvajanka Sutra)
การหารตรงเป็นการหารแบบท่ัวไปโดยการสังเคราะห์ของวิธีเวทคณิตที่รวดเร็ว ได้พัฒนาโดยใช้
เทคนิคแนวตรงและแนวไขว้ (Vertically and Cross-wise and on the top of the flag ) หรือเป็นการหาร
โดยใช้การหารตรง (Dhvajanka Sutra) ท่านสังฆราช ภารติ กฤษณะ ติรถะ (Sankaracarya Bharati Krsna
Tirthaji พ.ศ. 2427-2503) เรียกวิธีการหารนี้ว่า อัญมณีอันลาค่าของเวทคณิต ‘‘Crowning Gem of Vedic
Mathematics’’ เพราะสามารถดาเนินการหารท่ีตัวต้ังและตัวหารได้ทุกจานวน จึงควรท่ีจะศึกษาอย่างยิ่ง
การหาร ประกอบด้วย ตวั ต้งั (dividend) ตัวหาร (divisor) ผลหาร (quotient) และเศษเหลอื (remainder)
ตัวอย่างเชน่ 19 6 = 3, เศษเหลือ 1
(19 = 63+1) , 19 เป็นตัวตงั้ , 6 เปน็ ตวั หาร, 3 เปน็ ผลหาร และ 1 เป็นเศษเหลือ
2.1 การหารกรณตี วั หารเป็นจานวนเตม็ หนึ่งหลกั
การหารตรงให้เขยี นตวั ต้ังแล้วเขียนเสน้ กากับจากทางซา้ ยไปทางขวา เว้นช่องวา่ งระหว่างตวั เลขของตัวตงั้
ไวพ้ อสมควรสาหรบั ใสเ่ ศษเหลอื ห้อยไวห้ นา้ ตวั เลขถดั ไป ซึ่งจะเป็นตัวตัง้ ในการหารข้ันตอนต่อไป
ตวั อยา่ งที่ 1 671 4 ขันตอนการหาร
วิธที า
4 6 27 1 0 ขันที่ 1 6 4 =1 เหลือเศษ 2
1 เขยี น 2 ห้อยข้างหน้า 7 ซง่ึ เป็นตวั เลขหลักถัดไป
ของเลข 6 จะได้ตวั ตง้ั ในการหารขนั้ ต่อไปคือ 27
4 6 27 31 0 ขันที่ 2 27 4 = 6 เหลอื เศษ 3
16 เขียน 3 หอ้ ยข้างหน้าเลข 1 ซงึ่ เป็นตวั เลขถดั ไป
ของเลข 7 จะไดต้ วั ตั้งในการหารขั้นตอ่ ไปคือ 31
4 6 27 31 30 ขันที่ 3 314 = 7 เหลือเศษ 3 ซึ่งเป็นเศษเหลือ
167 ในการหาร
ตอบ 167 3 คาตอบ คอื 167 3
4 4
67
เวทคณติ 4. การดาเนนิ การหาร
ถ้าตอ้ งการผลลัพธเ์ ปน็ ทศนิยม ให้ดาเนินการหารต่อ ดงั นี
ขนั ที่ 4 เขยี น 3 ห้อยขา้ งหน้า 0
4 6 27 31 30 20 0 ซ่ึงเปน็ ตัวเลขถัดไปของเลข 1 จะไดต้ วั ตง้ั ในการหาร
167 7 ขนั้ ตอ่ ไปคือ 30 ของสว่ นทีเ่ ป็นทศนิยม
30 4 = 7 เหลือเศษ 2 เขยี น 2 หอ้ ยข้างหน้าเลข 0
ซง่ึ เป็นตัวเลขถดั ไปของเลข 0 จะไดต้ วั ต้ังในการหาร
ข้ันตอ่ ไปคือ 20
ขนั ที่ 5 20 4 = 5 เหลอื เศษ 0 แสดงว่า
4 6 27 31 30 20 00 เปน็ การสิน้ สดุ การหาร
16 7 7 5 คาตอบ คอื 167.75
คาตอบคอื 167.75
วิธเี ขยี นการหารแบบตรงสรปุ ไดด้ งั นี
4 6 27 31 30 หรือ 4 6 27 31 30 20
167 3 167 7 5
ตอบ 167 3 = 167.75
4
การตรวจสอบผลลัพธ์จากการดาเนินการหารสามารถใช้วิธีผลบวกเลขโดดของจานวนนับ
(สมบตั ิของวงกลมเกา้ จุด) ไดด้ งั นี
การตรวจสอบการดาเนนิ การหาร (Division Check)
ขนั ที่ 1 นาตัวตงั้ ลบด้วยเศษเหลอื 3 จะได้ 671−3 = 668 ซง่ึ 668 หารดว้ ย 4 ลงตวั
ขันท่ี 2 เมอื่ พิจารณาการตรวจสอบว่าการหารถกู ตอ้ งหรอื ไม่ จากขั้นที่ 1 ให้ปรับเปลี่ยนการหาร เปน็ การคูณ
ระหว่างผลลพั ธก์ บั ตวั หาร ดังนี้
ผลบวกเลขโดดของจานวนนบั (สมบตั ขิ องวงกลมเก้าจุด)
16 7 1+6 +7 = 14, 1+4 = 5
4 5 4 = 20
668 6+6+8 = 20, 2+0 = 2 2+0 = 2
หรอื 671 4 = 167 3 = 167.75 1+6+7+3 = 8
×
4
16 7+3
4
68
เวทคณติ 4. การดาเนนิ การหาร
4 4
6 7 1 → 6 + 7 +1 =14,1+ 4 = 5 3 2 →3+2=5
หรอื 1 6 7 . 7 5 1+6+7 +7 +5 = 8
4×
4
6 7 1 → 6+7 +1= 5 3 2 →3+2=5
ตัวอยา่ งที่ 2 จงหาผลลพั ธ์
1) 294 3 3 2 29 24 0 0
09 8
วิธีทา
ตอบ 294 3 = 98 98 8 9 12 45 5 0 20 40
115 62 5
2) 925 8
วิธที า
ตอบ 925 8 =115.625 7 3 36 18 49 0 0
052 7
3) 3689 7
วิธที า
ตอบ 3689 7 = 527
แบบฝึกหดั ชุดท่ี 1
จงหาผลลัพธ์โดยให้คาตอบอยู่ในรปู ผลหารและเศษเหลอื และทศนยิ มสามตาแหนง่
1. 3 3 2 7 2. 4 3 1 3 4 3. 6 5 3 2 1
4. 7 6 8 2 1 5. 4 2 3 6 5 7 6. 8 5 7 3 2
69
เวทคณิต 4. การดาเนนิ การหาร
7. 5 5 7 4 4 8. 2 7 8 5 7 9 9. 4 4 8 4 3 6
10. 8 5 9 7 8 4 6 3 4 11. 9 9 8 9 7 9 7 9
12. 5 9 4 9 5 6 8 9 3 2 1
13. 6 6 9 6 9 6 9 6 9 6 9 6 9 6 9 6 9
14. 3 3 4 5 6 7 8 9 3 4 5 6 7 8 15. 4 8 9 6 5 7 9 2 3
70
เวทคณิต 4. การดาเนินการหาร
2.2 การหารกรณตี วั หารเปน็ จานวนเต็มตังแต่สองหลกั ขนึ ไป
การหารตรงเป็นวิธที ่ีใช้เทคนิคแนวตรงและแนวไขว้ โดยคิดทีต่ ัวเลขส่วนหน่งึ ของตัวหาร ซง่ึ มขี ้อตกลงดังน้ี
ตัวหาร ท่ีเป็นเลขสองหลักจะต้องแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นตัวหาร เรียกว่า ตัวหารใหม่
(new divisor) และส่วนทสี่ องเรียกวา่ ตัวธง (flag) ใชเ้ ป็นตวั เสรมิ ในการหาร
ตัวตัง แยกเป็นสองส่วนเช่นเดียวกับตัวหาร ซ่ึงส่วนท่ีสองของตัวต้ังต้องมีจานวนหลักเท่ากับ
จานวนหลักของตวั ธง
ตัวอย่างที่ 1 จงหาค่าของ 716769 54
ขนั ตอนการหาร(Division Algorithm)
ตัวอย่างนตี้ วั หาร 54 มสี องหลกั แยกตัวหาร 54 ออกเปน็ สองส่วนคอื 5 กบั 4 ซ่งึ การหาร จะ
ใช้ส่วนแรก คือ 5 เป็นตัวหาร เรียกว่า ตัวหารใหม่ และส่วนท่ีสองคือ 4 เรียกว่า ตัวธง และตัวตั้งแบ่งเป็น สอง
ส่วน คือ 7 1 6 7 6 9 โดยส่วนที่สองของตัวต้ังจะต้องมีจานวนหลักเท่ากับจานวนหลักของตัวธง การ
หารใหด้ าเนนิ การ ดังนี้
วิธีทา 6 9 ขน้ั ตอนการหาร
ขนั ท่ี 1 ขนั ท่ี 1 7 5 =1 เหลือเศษ 2 ใส่ผลหาร 1 ซึ่งเป็น
ตัวแรกของคาตอบ สว่ นเศษ 2 นาไปเขียนห้อย
5 4 7 21 6 7 ข้างหนา้ เลข 1 ของตัวต้งั ในการหารขั้นต่อไป คือ 21
1
ขนั ที่ 2 7 6 9 ขนั ที่ 2 หาผลคณู ตัวธง 4 กบั ผลหาร 1 ทไ่ี ด้มาจาก
ขั้นท่ี 1 แลว้ นาไปลบออกจากตวั เลขถดั ไปของตัวต้งั
5 4 7 21 26 ขา้ งบนคือ 21 แล้วหารดว้ ย 5 ดังนี้
21− 4(1) =17 , 17 5 = 3 เหลอื เศษ 2
(4 1)
ใส่ผลลัพธ์ 3 เป็นตวั ทส่ี องของคาตอบ ส่วนเศษ 2
13 นาไปเขยี นห้อยขา้ งหน้าเลข 6 ของตัวต้งั ในการหาร
ขน้ั ตอ่ ไป คือ 26
ขันที่ 3 6 9 ขนั ที่ 3 ในทานองเดยี วกนั หาผลคูณระหวา่ งตัวธง
กบั ผลหารทไ่ี ดม้ าจากขนั้ ท่ี 2 นาไปลบออกจากตวั ตัง้
5 4 7 21 26 47 ถดั ไปทางขวา แล้วหารตวั หารใหม่
26 −3(4) =14 ,14 5 = 2 เหลอื เศษ 4 ใส่ 2 เป็น
(4 1) (4 3) ตัวท่ีสามของคาตอบ ส่วนเศษ 4
132 71
เวทคณิต 4. การดาเนนิ การหาร
ขนั ที่ 4 46 9 นาไปเขยี นห้อยข้างหนา้ เลข 7 ของตัวตง้ั ในการหาร
ขน้ั ตอ่ ไป คือ 47
5 4 7 21 26 47 ขันที่ 4 47 − 2(4) = 39 , 39 5 = 7 เหลอื เศษ 4
ใส่ 7 เปน็ ตัวทสี่ ข่ี องคาตอบ สว่ นเศษ 4 นาไปเขียน
(4 1) (4 3) (4 2) ห้อยขา้ งหนา้ เลข 6 ของตวั ตัง้ ในการหารขน้ั ต่อไป
คอื 46
1 3 27
ขันที่ 5 46 − 7(4) =18 , 18 5 = 3 เหลือเศษ 3
ขันท่ี 5 21 2 6 4 7 4 6 39 ใส่ 3 เปน็ ตวั ที่ห้าของคาตอบ สว่ นเศษ 3 นาไปเขยี น
ห้อยขา้ งหนา้ เลข 9 ของตวั ตั้งในการหารขนั้ ต่อไป
5 47 (4 1) (4 3) (4 2) (4 7) คือ 39
1 3 2 7 3 ขันท่ี 6 หาเศษเหลือจากการหาร
จะได้ 39 − (43) = 27
ขันท่ี 6 46 39 คาตอบ คอื 13273 27 =13273 1
5 4 7 21 26 47 (4 3) 54 2
(4 1) (4 3) (4 2) (4 7) 27 การหารตั้งแต่ข้ันตอนนี้เป็นต้นไปจะเป็นส่วน
ของทศนยิ ม
1 3 27 3 39 20 ขนั ท่ี 7 39 −3(4) = 27 , 27 5 = 5 เหลอื เศษ 2
ใส่ 5 เป็นตวั ที่ 1 ของคาตอบทศนิยม สว่ นเศษ 2
ตอบ 13273 27 = 13273 1 (4 3) นาไปเขยี นห้อยไว้ข้างหน้าเลข 0 ซง่ึ เป็นตวั ตั้งถดั ไป
คือ 20
54 2 5
ขันที่ 7
5 4 7 21 26 47 46
(4 1) (4 3) (4 2) (4 7)
1 3 27 3
ขนั ที่ 8 21 26 47 46 39 20 ขันที่ 8 20 −5(4) = 0 เปน็ การสนิ้ สดุ การหาร
คาตอบ คอื 13273.5
5 47
(4 1) (4 3) (4 2) (4 7) (4 3) (4 5)
1
3 27 3 5 0
ตอบ 13273.5
72
เวทคณิต 4. การดาเนินการหาร
วิธีเขยี นการหารแบบตรงสรปุ ไดด้ ังนี 8 28 12
4 12 47 46 39
5 4 7 21 2 6 27 = r
17 14 39 18
13 2 73
ตอบ 13273 27 = 13273 1 =13273.5
54 2
ตวั อยา่ งท่ี 2 จงหาค่าของ 45026 47
ในตวั อย่างนีแบ่งตัวหาร 47 เปน็ 4 เปน็ ตวั หารใหม่และ 7 เปน็ ตัวธง
วธิ ีทา ขนั ตอนการหาร
ขันท่ี 1 ขันท่ี 1 4 4 = 0 เหลือเศษ 4 ใส่ผลหาร 0
ซงึ่ เป็นตัวแรกของคาตอบ สว่ นเศษ 4 นาไปเขียนห้อย
4 7 4 45 02 60 ขา้ งหนา้ เลข 5 ของตวั ตง้ั
เนื่องจาก 4 4 =1 เหลือเศษ 0 จะทาให้ผลหาร
0 คือ 1 เมื่อนาไปคูณกับตัวธง คือ 7 แล้วนาไปลบกับ
ตัวต้ังในหลักถัดไปทางขวา ทาให้ผลลัพธ์ท่ีได้ติดลบ
ดงั นน้ั จึงตอ้ งลดผลหารเพื่อใหผ้ ลลพั ธ์ท่ไี ดเ้ ปน็ บวก
73
เวทคณิต 4. การดาเนินการหาร
ขันท่ี 2 0 90 2 60 ขนั ที่ 2 หาผลคูณตวั ธง 7 กับผลหาร 0 ท่ไี ด้มาจาก
ขั้นท่ี 1 นาไปลบออกจากตัวเลขถัดไปของตัวต้ังข้างบน
4 74 45 คอื 45 แลว้ หารดว้ ย 4 ดังน้ี
45 − 7(0) = 45 , 45 4 = 9 เหลอื เศษ 9
0 45 (พิจารณาตามขั้นที่ 1) ใส่ผลหาร 9 เปน็ ตวั ทีส่ องของ
9 คาตอบ สว่ นเศษ 9 นาไปเขียนหอ้ ยข้างหนา้ เลข 0
ของตวั ต้ัง
เนอ่ื งจาก 454 =11 เหลอื เศษ 1 จะทาใหผ้ ลหาร
คือ 11 เมอ่ื นาไปคณู กบั ตัวธง คือ 7 แล้วนาไปลบกบั
ตัวตั้งในหลักถัดไปทางขวา ทาให้ผลลพั ธ์ท่ไี ดต้ ิดลบ
ดังนนั้ จงึ ตอ้ งลดผลหารเพอ่ื ใหผ้ ลลัพธ์ทไี่ ดเ้ ปน็ บวก
ขันท่ี 3 ขันที่ 3 หาผลลบระหวา่ งผลคณู ของตัวธง 7 กบั
ผลหาร 9 ทีไ่ ด้มาจากขนั้ ท่ี 2 ดังน้ี
4 74 0 63 60 90 − 9(7) = 27 , 27 4 = 5 เหลอื เศษ 7
ใส่ 5 เป็นตัวทสี่ ามของคาตอบ ส่วนเศษ 7
45 90 72 นาไปใสห่ ้อยข้างหนา้ เลข 2 ของตัวตั้ง
45 27 ขันที่ 4 72 −5(7) = 37 , 37 4 = 8 เหลอื เศษ 5
09 5 ใส่ 8 เป็นตวั ท่สี ีข่ องคาตอบ สว่ นเศษ 5
นาไปใสห่ ้อยขา้ งหน้าเลข 6 ของตวั ตั้ง
ขนั ท่ี 4 0 63 35 56 0
ขันที่ 5 56 − 7(8) = 0 ไมม่ ีจานวนทจ่ี ะหารตอ่ ไป
4 74 45 90 72 แสดงวา่ สน้ิ สุดการหาร
คาตอบ คือ 958
45 27 37
09 5 8
ขันท่ี 5
4 74 0 63 35 56
45 90 72 5 6 00
45 27 37 0
09 5 8 00
ตอบ 958
74
เวทคณิต 4. การดาเนินการหาร
- หรือเขียนการหารแบบตรง ดังนี 56 00
00
4 7 4 45 90 72
095 8
- หรอื ผลหารอาจมีคา่ เป็นจานวนลบไดเ้ มือ่ ใช้จานวนบาร์ ดังนี
4 7 4 05 20 02 16 0
7
(7 1) (7 0) (7 5) (7 9) (7 10)
10 5 9 10 0
ดังนัน 45026 47 = 1059.10 =958.0
- หรือพิจารณาตัวอย่างนี ตัวหารมีตัวเลขบางตวั มากกว่า 5 อาจใช้วิธีวินคิวลัมแปลงตวั หาร ดงั นี
45026 47 = 45026 53 = 958
5 3 4 45 00 22 26 20 20 20
(3 0) (39) (35) (3 7) (39) (39)
09 5 7 999
ดงั นนั 45026 ÷ 53 = 957.999... = 958
ตอบ 958
ตัวอยา่ งท่ี 3 จงหาคา่ ของ 6282323 12 13 20
วธิ ีทา 2 3 6 22 28 1 43
273
ตอบ 273110 = 2731.43...
23
ตัวอย่างที่ 4 จงหาคา่ ของ 1234 12 14 20 10 10
วิธที า 1 2 1 02 03 8333
102
ตอบ 10210 = 102.8333...
12
75
เวทคณิต 4. การดาเนนิ การหาร
ในบางกรณี สามารถนาจานวนวนิ ควิ ลัมมาใชใ้ นการหารดงั ตัวอยา่ งที่ 5 – 8
ตวั อย่างท่ี 5 จงหาค่าของ 828432 38
วธิ ีทา 828432 38 = 828432 ÷ 42
4 2 8 02 28 24 23 12 12 − (10 2) = 32 = r
2179 10
ตอบ 21800 32
38
ตวั อย่างที่ 6 จงหาค่าของ 3737363
วธิ ีทา
63 3 37 13 7 3 37 6 = 6 เศษเหลือ 1
5 1
6 0 7 14 63 =18, 13−18 = 5, 5 6 = 0 เศษเหลอื 5
การหารข้ันต่อไปคือ : 57 หรือ 43
03 = 0, 43− 0 = 43 , 43 6 = 7 เศษเหลือ 1
73 = 21, 13 − 21 = 7 + 21 =14
หมายเหตุ ใช้วิธกี ารวินควิ ลัม (Vinculum Process) ในการแปลง 57 = 43 และ 13 = 7
ตอบ 607 14 = 59314
63 63
ตวั อย่างที่ 7 จงหาคา่ ของ 62312 49
วิธีทา 62312 49 = 62312 51
51 6 12 33 01 32 6 5 =1 เศษเหลือ 1
12 71 33 11 =1, 12 −1 =12 +1 =13,135 = 2เศษเหลือ 3
การหารขันต่อไปคอื
ตอบ 127133 = 1271 33 1 2 = 2, 33− 2 = 33+ 2 = 35, 35 5 = 7 เศษเหลอื 0
17 = 7, 01− 7 = 8, 8 5 =1 เศษเหลือ 3
51 49
76
เวทคณติ 4. การดาเนนิ การหาร
ตัวอยา่ งท่ี 8 จงหาค่าของ 54545 29
วิธีทา 54545 29 = 54545 31
31 5 24 15 24 15
1 87 10 25 = r
ตอบ 1880 25
29
ตัวอยา่ งที่ 9 จงหาคา่ ของ 333.000 73
วิธีทา 73 3 3 53 60 30 50
1 ...
45 6
ตอบ 4.561 ...
ตวั อยา่ งท่ี 10 จงหาค่าของ 123123128 (ในกรณี ตัวหารสามหลกั )
จากตัวอย่างข้างต้นตัวหารมีสองหลัก ในตัวอย่างน้ีตัวหารคือ 128 มีสามหลัก ให้ใช้วิธีเดียวกัน
กับตัวหารสองหลัก คือ แยกตัวหารออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกท่ีเป็นตัวหารใหม่คือ 12 ส่วนท่ีสองตัวธงคือ 8
และ ตัวตังแบ่งเป็นสองส่วนเช่นเดียวกัน คือ 12 3 1 2 3 แต่จานวนหลักหน้าสุดของตัวตังต้องเท่ากับ
จานวนหลักของตวั หารใหม่ การหารให้ดาเนินการดังน้ี
วิธที า
12 8 12 123 151 7 2 12 3
0961 123 −1(8) =115 = r
ตอบ 961115 = 961.898
128
อธบิ ายรายละเอียดดงั นี
128 ผลลัพธ์ 0 9 6 1 8 9 8
12 3 151 12 3 19 0 18 0
ตัวตง้ั 12 72
(8 0) (8 9) (8 1) (8 8) (8 9)
ผลคณู ไขว้ − (8 6)
123 79 115 126 108
ตวั ตัง้ ใหม่ 12 108 72 24 96 108 96
12
ตัวทไี่ ปลบออก 0 15 7 19 18 12
12
เศษเหลือ 12
77
เวทคณิต 4. การดาเนนิ การหาร
หรอื ใช้วิธีการวินคิวลัม 123123 ÷ 128 = 123123 ÷ 132 113
113 −1(−2) =115 = r
13 2 12 12 3 61 12
9 61
0
อธิบายรายละเอยี ดดงั นี
132 ผลลพั ธ์ 0 9 6 1 8 9 8
12 12 3 61 113 11 0 90
ตวั ตั้ง − 12
ผลคูณไขว้ (2 0 = 0) (29 =18) (21 = 2) (28 =16) (29 =18)
12 (2 6 =12)
ตวั ต้งั ใหม่ 0
ตวั ทีไ่ ปลบออก 123 79 24 115 126 108
เศษเหลือ 12 117 78 13 104 117 104
6 1 11 11 9 4
หรือตัวหาร 128 เป็นสามหลัก การแยกตัวหารออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกท่ีเป็นตัวหารใหม่คือ 1
ส่วนท่ีสองตัวธง คือ 28 และตัวตังแบ่งเป็นสองส่วน ให้ส่วนที่สองของตัวตังมีจานวนหลักเท่ากับจานวนหลัก
ของตวั ธง คือ 1 2 3 1 2 3
1 28 1 12 33 91 6 2 3
0 9 6 1 623− 508 =115 = r
อธิบายรายละเอยี ดดงั นี 96 1
128 ผลลัพธ์ 0 12 33 91 62 3
ตวั ตั้ง 1 (81 = 8)
(2 9 = 18) (2 6 = 12) (2 1 = 2)
ผลคณู ไขว้ − (2 0 = 0) + = 18 + = 84 + = 50
(0 8 = 0) (98 = 72) (6 8 = 48)
ตัวต้งั ใหม่ 1 12 15 7 623
0
ตัวทไี่ ปลบออก 96 1 508
เศษเหลอื 1
39 6 623− 508 =115
ตอบ 961115
128
78
เวทคณิต 4. การดาเนนิ การหาร
ตวั อย่างที่ 11 จงหาคา่ ของ 76055314 ( ในกรณี ตวั หารสามหลัก แบ่งตัวธงออกเป็นสองหลกั )
วธิ ที า 16 05 5 ขันตอนการหาร
ขันท่ี 1 ขนั ที่ 1 7 3 = 2 เหลอื เศษ 1 ใส่ผลหาร 2
ซึ่งเป็นตัวแรกของคาตอบ ส่วนเศษ 1
314 7 นาไปเขียนห้อยข้างหน้าเลข 6 ของตัวตั้ง
ในหลักถดั ไป
2
ขันท่ี 2 2×1=2 20 5 5 ขนั ท่ี 2 หาผลคณู ตัวธง 1 4 กบั ผลหาร 2
ทีไ่ ด้มาจากข้นั ท่ี 1 แล้วนาไปลบออกจาก
314 7 16 ตัวเลขถัดไปของตัวตงั้ ขา้ งบนคอื 16
แลว้ หารด้วย 3 ดังนี้
2 14 16 −1(2) =14 , 14 3 = 4 เหลอื เศษ 2
4
ใส่ 4 เป็นตัวทส่ี องของคาตอบ สว่ นเศษ 2
ขันที่ 3 (4 × 1) = 4=12 นาไปเขยี นห้อยข้างหนา้ เลข 0 ของตวั ต้งั
+ ในหลักถัดไป
31 4 7
2 2 (4 × 2) = 8 ขันท่ี 3 หาผลคณู ไขวร้ ะหวา่ งตวั ธง 1 4
กับผลหาร 2 4 ทไี่ ดม้ าจากขัน้ ที่ 2
16 20 2 5 5 แล้วนาไปลบออกจากตวั เลขถัดไปของตวั ตั้ง
ขา้ งบนคือ 20 แล้วหารด้วย 3 ดังน้ี
14 8 20 −12 = 8 , 8 3 = 2 เหลอื เศษ 2
42 ใส่ 2 เป็นตัวท่สี ามของคาตอบ สว่ นเศษ 2
นาไปเขียนห้อยข้างหนา้ เลข 5 ของตัวต้ัง
ขันท่ี 4 ในหลักถดั ไป
(4 × 4) = 16=18 ขนั ที่ 4 การหาเศษเหลือจากการหาร
+ ให้หาผลคูณไขวร้ ะหว่างตวั ธง 1 4 กบั ผลหาร
4 2 ที่ได้มาจากข้ันที่ 3 แล้วนาไปลบออก
2 12 (2 × 1) = 2 จากตัวเลขถดั ไปของตวั ตั้งข้างบนคือ 25
3 1 4 7 16 20 ดงั น้ี 25−18 = 7 แลว้ นาไปเขียนห้อย
25 75 ข้างหน้าเลข 5 ของตวั ตั้งในหลักถดั ไป
14 8 7 ขันท่ี 5 การหาเศษเหลือจากการหาร
24 2 หาผลคณู ระหว่างตวั ธง 1 4 กับผลหาร 2
ทไ่ี ดม้ าจากข้ันที่ 4 ซึง่ อย่ใู นหลักหน่วย
ขันท่ี 5 18 (4 × 2) = 8 แลว้ นาไปลบออกจากตวั เลขถัดไปของตวั ตั้ง
ข้างบนคือ 75 ดงั น้ี 75−8 = 67
2 12 25 75
3 1 4 7 16 20 7
75 - 8 = 67 = r
14 8
2 42
79
เวทคณิต 4. การดาเนินการหาร
ตอบ 242 67 คาตอบ คือ 242 67
314 314
ขนั ท่ี 6 (4 × 4) = 16=18 ขนั ท่ี 6 การหาทศนยิ มจากการหาร
+ จากขน้ั ท่ี 3 หาผลคูณไขว้ระหวา่ งตัวธง 1 4
3 14 7 กับผลหาร 4 2 ท่ีได้มาจากขั้นที่ 2
2 2 12 (2 × 1) = 2 แล้วนาไปลบออกจากตัวเลขถัดไปของตัวตั้ง
ข้างบนคือ 25 แล้วหารดว้ ย 3 ดังน้ี
16 20 25 15 25−18 = 7 , 7 3 = 2 เหลอื เศษ 1
ใส่ 2 เป็นตวั ที่สข่ี องคาตอบ ส่วนเศษ 1
14 87 นาไปเขียนห้อยข้างหนา้ เลข 5 ของตวั ตั้ง
4 22 ในหลกั ถัดไป
ขนั ที่ 7 ขนั ที่ 7 การหาทศนิยมจากการหาร
(2 × 4) = 8=10 จากขั้นท่ี 3 หาผลคูณไขวร้ ะหวา่ งตวั ธง 1 4
+
314 7 2 12 18 (1 × 1) = 2 20 กับผลหาร 2 2 ท่ไี ด้มาจากขน้ั ท่ี 6
2 แล้วนาไปลบออกจากตวั เลขถัดไปของตัวตงั้
16 20 25 15
14 87 5 ขา้ งบนคือ 15 แลว้ หารด้วย 3 ดังน้ี
4
22 1 ... 15 −10 = 5 , 5 3 =1 เหลือเศษ 2
ใส่ 1 เปน็ ตัวทหี่ า้ ของคาตอบ ส่วนเศษ 2
นาไปเขียนห้อยข้างหน้าเลข 0 ของตวั ตั้ง
ในหลกั ถัดไป
ตอบ 242.21 คาตอบ คือ 242.21...
ตวั อย่างที่ 12 จงหาค่าของ 716769 156
ตัวหาร 156 เป็นสามหลกั การแยกตัวหารออกเป็นสองสว่ น สว่ นแรกท่เี ป็นตวั หารใหมค่ ือ 15 สว่ นตัวธง
คือ 6 ตัวตัง้ คงแบ่งเปน็ เช่นเดียวกับตวั อย่างท่ีแลว้ คือ 7 1 6 7 6 9
วิธีทา 15 6 71 116 17 7 12 6 129 15 0 9 0
459 4 6 7 3 ...
ตอบ 4594105 = 4594.673...
156
80
เวทคณติ 4. การดาเนนิ การหาร
อธิบายรายละเอียดดังนี 673
12 9 15 0 9 0
156 ผลลพั ธ์ 4 594
71 (6 4 = 24) (6 6 = 36) (6 7 = 42)
ตวั ตั้ง 116 17 7 12 6
ผลคณู ไขว้ − 105 114 48
(6 4 = 24) (65 = 30) (69 = 54) 90 105 45
ตัวต้งั ใหม่ 71 15 9 3
ตัวท่ีไปลบออก 60 92 147 72
เศษเหลือ 11
75 135 60
17 12 12
ตัวอย่างที่ 13 จงหาค่าของ 62346 524
วิธที า 5 24 6 12 53 2 4 26
1 1 9 26 - 36 = 10 = r
ดังน้นั 119 = 118 524 , 118 524 + 10 = 118 514
524 524 524 524
ตอบ 118 514
524
อธบิ ายรายละเอียดดังนี
524 ผลลพั ธ์ 1 1 9
12
ตัวตัง้ 6 53 24 26
(21 = 2)
(2 1 = 2) (9 2 = 18) (49 = 36)
10
ผลคณู ไขว้ − 5 + = 6 + = 22
5
(1 4 = 4) (1 4 = 4)
ตัวตั้งใหม่ 6 47
ตัวที่ไปลบออก 5
1 45
เศษเหลือ
2 26 − 36 = 10
พิจารณาจากตารางขา้ งบน การหารตัวเศษมคี ่าเป็นลบแต่เศษตามนยิ ามต้องเป็นบวก โดยวิธีการวินควิ ลมั
ตอบ 119 10 = 118 524 +10 = 118 514
524 524 524
หรือ
5 24 6 12 53 7 4 54 6
1 1 8 546 - 32 = 514 = r
81
เวทคณติ 4. การดาเนินการหาร
อธบิ ายรายละเอยี ดดังนี
524 ผลลัพธ์ 1 1 8 74 54 6
12 53
ตัวตัง้ 6 (48 = 32)
(21 = 2)
ผลคูณไขว้ (2 1 = 2) (2 8 = 16)
10
− 5 + = 6 + = 20
5
(1 4 = 4) (1 4 = 4)
ตัวตงั้ ใหม่ 6 47
5
ตัวท่ไี ปลบออก 1 40
เศษเหลือ 7 546 − 32 = 514
ตอบ 118 514
524
ตัวอย่างที่ 14 จงหาคา่ ของ 2999222 713
วิธีทา
713 2 29 19 19 52 4 2 36 2
(1 0 = 0) (1 4 = 4) (1 2 = 2) (1 0 = 0) (1 6 = 6) (3 6 =18)
+ = 4 + = 14 + = 6 + = 6
(0 3 = 0) (4 3 = 12) (2 3 = 6) (0 3 = 0)
04 20 6 362 −18 = 344 = r
ตอบ 4206 344
713
ตวั อยา่ งที่ 15 จงหาคา่ ของ 23426545214 (การหารที่ตัวหารมสี ี่หลัก)
การแบ่งตัวหารออกเป็น 2 ส่วน อยู่ที่เรากาหนด เพ่ือความง่ายในการหารควรใช้ตัวหารเป็น 5
ดงั นัน้ จงึ แบ่งตวั หารเป็น 5 2 1 4 และตัวตั้งเปน็ 2 3 4 2 6 5 4 ตามเงอ่ื นไขขา้ งต้น
วิธที า
5 214 2 23 3 4 6 2 5 6 185 160 4
0 4 4 9 1604 - 36 = 1568 = r
82
เวทคณติ 4. การดาเนนิ การหาร
อธิบายรายละเอียดดงั นี
5214 ผลลัพธ์ 0 4 49 56 18 5 160 4
2 23 34 62
ตวั ตัง้
ผลคณู ไขว้ (2 0 = 0) (2 4 = 8) (2 9 = 18)
23 (2 4 = 8) + 0) + 16) (1 9 = 9)
20 4= 4=
− + = 8 (0 = 12 (4 = 38 + = 25 (49 = 36)
3
(0 1 = 0) + + (4 4 = 16)
(1 4 = 4) (1 4 = 4)
ตวั ต้ังใหม่ 2 26 50
ตวั ทีไ่ ปลบออก 0
20 45
เศษเหลือ
6 5 1604 − 36 =1568
ตอบ 449 1568
5214
ตัวอยา่ งท่ี 16 จงหาค่าของ 987987 8123
วธิ ที า 8123 9 18 17 59 518 510 7
1
(11 =1) (11 = 1)
2 (1 2 = 2) + (2 1 = 2)
(1 3 = 3)
+ = 4 = 8 + = 8 (31 = 3)
+
(1 2 = 2) (2 3 = 6)
(2 2 = 4)
1 5107 − 3 = 5104 = r
ตอบ 1215104
8123
ตัวอยา่ งท่ี 17 จงหาคา่ ของ 543417103
วิธที า 7103 5 54 53 4 4 31 50 40 00 0
ตอบ 0
3
(1 7 = 7) (1 6 = 6) (1 5 = 5) (1 0 = 0) (1 4 = 4) (1 3 = 3) (1 0 = 0)
(1 0 = 0) + = 7 (0 + 0) = 6 (7 + = 26 (6 + = 18 (5 + = 19 (0 + 0) = 3 (4 + = 12
3= 3= 21) 3= 18) 3= 15) 3= 3= 12)
(0 0 = 0)
+ + + + + +
(0 7 = 0) (0 6 = 0) (0 5 = 0) (0 0 = 0) (0 4 = 0) (0 3 = 0)
76 50 4 3 0 6…
7.6504306... = 7.6504294...
83
เวทคณติ 4. การดาเนนิ การหาร
ตวั อย่างที่ 18 จงหาคา่ ของ 5870476912314 (ต้องการทศนยิ ม 4 ตาแหน่ง)
วธิ ีทา 912314 5 58 47 50 74 97 66
0 (1 0 = 0) (1 3 = 3) (1 4 = 4) (1 7 = 7)
ตอบ 6.4347... 6 + + +
(1 6 = 6) (1 4 = 4) (0 1 = 0) (0 4 = 0) (6 4 = 24)
+
(0 3 = 0) + = 29 + +
+ = 6
= 16 (3 2 = 6) = 28 (4 2 = 8) = 52
(0 2 = 0) (6 3 = 18)
+ + +
(2 6 = 12) +
(6 1 = 6) (4 1 = 4)
(2 4 = 8)
+ +
(4 3 = 12) (3 3 = 9)
4 3 47 ...
ตวั อยา่ งที่ 19 จงหาค่าของ 34567 6918
วิธที า 34567 6918 = 34567 7122
7122 3 34 65 66 47 40 40 30
0
(1 0 = 0) (1 4= 4) (1 9 = 9) (1 9 = 9) (1 6 = 6) (1 6 = 6) (1 7 = 7)
+
4 + + + + +
=
4 (0 2 = 0) = 1 (4 2 = 8) = 1 (9 2 = 18) = 6 (9 2 = 18) = 12 (6 2 = 12) = 7
(0 2 = 0) + + + + +
(2 4 = 8) (2 9 = 18) (2 9 = 18) (2 6 = 12) (2 6 = 12)
9 9 6 6 7 ...
ตอบ 34.99667...
ตวั อย่างที่ 20 จงหาคา่ ของ 877778819976
วิธที า 877778 819976 = 877778820024
820024 8 07 57 17 37 8 00
1 0
1
7 0 5 1 ...
ตอบ 1.07051... =1.07049...
84
เวทคณติ 4. การดาเนินการหาร
แบบฝึกหดั ชดุ ที่ 2 3. 5 4 2 3 4
ตอนที่ 1 จงหาผลหารและเศษเหลอื
1. 5 2 2 0 9 2. 6 3 3 2 1
4. 2 3 7 4 5. 7 2 5 0 4 6. 6 3 4 4 4
7. 8 2 5 4 3 8. 9 3 5 7 6 9. 7 2 5 0 3
10. 2 8 9 7 11. 4 7 1 8 4 12. 5 3 2 1 0
13. 6 3 3 7 3 14. 5 2 3 5 3 15. 4 4 3 3 3
16. 3 7 2 6 7 17. 5 9 3 7 5 18. 5 9 3 5 3
85
เวทคณิต 4. การดาเนินการหาร
ตอนท่ี 2 จงหาผลลัพธ์และตอบเป็นทศนิยมสามตาแหนง่
19. 3 1 3 2 7 20. 5 4 3 1 3 4
21. 6 2 5 3 2 1 22. 7 4 6 8 2 1
23. 4 3 2 3 6 5 7 24. 8 7 5 7 3 2
25. 5 6 5 7 4 4 26. 2 3 7 8 5 7 9
27. 4 9 4 8 4 3 6 28. 8 6 5 9 7 8 4 6 3 4
29. 5 6 8 9 6 5 7 9 2 3
30. 4 9 9 4 9 5 6 8 9 3 2 1
86
เวทคณิต 4. การดาเนนิ การหาร
31. 6 9 6 9 6 9 6 9 6 9 6 9 6 9 6 9
32. 3 5 3 4 5 6 7 8 9 3 4 5 6 7 8
33. 9 6 9 8 9 7 9 7 9
34. 3 5 3 4 5 6 7 8 9 3 4 5 6 7 8
35. 9 6 9 8 9 7 9 7 9
แบบฝกึ หดั ชดุ ที่ 3 2. 751339 ÷ 821
ตอนท่ี 1 จงหาผลลัพธ์ 4. 62045 923
1. 760559 ÷ 914 87
3. 1076422 ÷ 813
เวทคณิต 4. การดาเนนิ การหาร
5. 495161 ÷ 603 6. 1326632 ÷ 921
7. 760673 ÷ 832 8. 751227 ÷ 915
9. 760559 ÷ 914 10. 751339 ÷ 821
11. 312976370 ÷ 9142 12. 222978784 ÷ 6107
13. 33883321 ÷ 7217 14. 2803716399 ÷ 81213
15. 397209672 ÷ 73412 16. 138462 ÷ 39838
88
เวทคณิต 4. การดาเนินการหาร
ตอนที่ 2 จงหาผลลพั ธ์ตอบเปน็ ทศนิยม 4 ตาแหน่ง 18. 19411565 ÷ 822
17. 3005418 ÷ 713
19. 2767773 ÷ 814 20. 9879.879 ÷ 413
21. 3094717 ÷ 642 22. 81039 ÷ 724
23. 1040201 ÷ 814 24. 231884 ÷ 543
25. 135790 ÷ 691 26. 102030.405 ÷ 7898
89