The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ถอดหลักสูตร TGP-2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by saranthorn.3, 2021-08-11 03:36:02

ถอดหลักสูตร TGP-2563

ถอดหลักสูตร TGP-2563

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นท่ัวไป(Talented General Program: TGP) 51

เป็นห้องเรียนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนท่ีมีอัจฉริยภาพด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ได้รับการเรียนรู้
จากการปฏิบัติจริง รวมท้ังส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยด้านแพทยศาสตร์
และวิศวกรรมศาสตร์ได้

2. ห้องเรียน (พิเศษ) วิทยาศาสตร์-คณติ ศาสตร์ (Talented Science-Math :
TSM) เป็นห้องเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนเข้าเรียนในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เพ่ือเตรียม
ความพร้อมใหผ้ ู้เรยี นทีม่ คี วามประสงค์เรยี นตอ่ ระดบั มหาวทิ ยาลยั ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ในขัน้ สูงต่อไป

3. ห้องเรียน (พเิ ศษ) เตรียมความพรอ้ มสสู่ เ่ี หล่าทพั ( Pre – Cadet : PCD )
เป็นห้องเรียนท่ีเน้นผู้เรียนท่ีมีความต้องการ ใฝ่ฝันอยากมีวิชาชีพรับราชการ อาทิ ตารวจ ทหาร
นักบิน หรือวิชาชีพท่ีต้องมีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบสูง สามารถเป็นผู้นาองค์กรต่าง ๆ ได้อย่าง
มีคณุ ภาพ

4. ห้องเรียน (พเิ ศษ) ความเป็นเลศิ ทางดา้ นภาษาอังกฤษ (Talented English
Program: TEP) เป็นห้องเรียนที่เน้นภาษาอังกฤษ เพ่ือเตรียมผู้เรียนให้สามารถเลือกเรียนต่อ และ
ทางานอย่างหลากหลาย โดยมีความถนัดโดดเด่นด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษและเรียนจาก
ประสบการณ์จริงในตา่ งประเทศได้ตามความถนัดอย่างมีคุณภาพ

5. ห้องเรียน (พิเศษ) ความเปน็ เลิศทางดา้ นภาษาจนี (Talented Chinese
Program: TCP) เป็นห้องเรียนท่ีเน้นภาษาจีน เพื่อเตรียมผู้เรียนให้สามารถเลือกเรียนต่อ และทางาน
อยา่ งหลากหลาย โดยมคี วามถนัดโดดเดน่ ด้านการสอื่ สารภาษาจีนและแลกเปลี่ยนตา่ งประเทศได้ตาม
ความถนัดอย่างมีคุณภาพ

6. หอ้ งเรยี นท่วั ไป (Talented General : TGP) เป็นหอ้ งเรียนทเ่ี นน้ ใหผ้ เู้ รยี น
ได้รับความรู้และเติมเต็มในส่วนที่นักเรียนสนใจ เพื่อเตรียมผู้เรียนสาหรับการเรียนต่อหลากหลาย
สาขาตามความถนัดและศักยภาพ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนค้นพบอัจฉริยภาพของตนเองและส่งเสริม
สนับสนนุ ใหพ้ ฒั นาไดเ้ ต็มศกั ยภาพ

7. หอ้ งเรยี นผ้นู าแหง่ การพัฒนา (Citizen Empowerment Program : CEP)
เปน็ หอ้ งเรียนที่เนน้ ให้ผู้เรยี นไดร้ ับโอกาสและพัฒนาตนเองให้ประสบความสาเร็จ โรงเรียนใหค้ วามรัก
ความสาคัญกับผู้เรียน สร้างทางเลือกที่หลากหลายกระตุ้นและสรา้ งแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียน ก้าวสู่
เป้าหมายของชีวิตอย่างมีความสขุ ให้ได้เรียนและจดั การศกึ ษาสรา้ งผูน้ าแห่งการพัฒนาในอนาคต

8. หอ้ งเรยี นความเป็นเลศิ ดา้ นธุรกิจคา้ ปลกี ( Retail Mangement Program

หลกั สตู รหอ้ งเรียนท่วั ไป(Talented General Program: TGP) 52

: RMP) เป็นห้องเรียนที่เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง มีสมรรถนะในการประกอบอาชีพ
มีความรู้ มีรายได้ระหว่างเรียน และเข้าใจในชีวิตมีทางเลือกในอนาคต สามารถทางานในเครือ CP
หรือเรยี นต่อปริญญาตรี ปรญิ ญาโท พร้อมทนุ เรยี นฟรตี ามเงื่อนไขทีก่ าหนด

9. หอ้ งเรียนความเปน็ เลิศด้านดนตรี ศลิ ปะ และการแสดง ( Performing Arts
Program: PAP) เป็นห้องเรียนท่ีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความเป็นเลิศในด้านดนตรี ศิลปะ และการแสดง
สามารถปฏิบัติได้จริง กล้าแสดงออก และนาความสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียน ภายใต้หลักคิด
ได้ความรู้ ไดเ้ กรด ได้งาน

10. หอ้ งเรยี นเตรยี มครุ ทุ ายาท ( Pre – Educator Program : PEP )
เป็นห้องเรียนท่ีเน้นให้ผู้เรียนท่ีมีความสนใจ และรักท่ีจะประกอบอาชีพครูซ่ึงจะได้รับการปลูกฝัง
“จิตวิญญาณความเป็นครู” ตั้งแต่อยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยจัดการเรียนการสอนเน้น
ทางด้านวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ เพื่อเตรียมผู้เรียนท่ีมีความประสงค์เข้าเรียนในสาขาการศึกษา
ในวิชาเอกท่ีนักเรียนสนใจ เรียนรู้จริง ฝึกประสบการณ์จริง มีสื่อการเรียนการสอนท่ีทันสมัย มีกิจกรรม โครงการ
ทผี่ ้เู รียนมีส่วนร่วมเป็นการสานฝนั ใหเ้ ปน็ จรงิ และกา้ วสู่ “ครมู อื อาชพี ”ในอนาคตต่อไป

11. หอ้ งเรยี นเตรยี มพาณชิ ยน์ าวี (Merchant Marine Program : MMP )
ห้องเรียนเตรียมพาณิชย์นาวี เป็นห้องเรียนที่ส่งเสริมและเตรียมความพร้อมของผู้เรียนในด้านทักษะ
การเดินเรือทางทะเล โดยแยกเป็น 2 สาขาคือ สาขานายประจาเรือ และสาขาพนักงานประจาเรือ
พาณชิ ย/์ เรือสาราญ

12. ห้องเรยี นการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหาร ( Smart Chef
Program: SCP) เปน็ หลกั สตู รทม่ี งุ่ หวังใหผ้ ู้เรียน มคี วามรพู้ ื้นฐานตามแบบผเู้ รียนในระดบั มัธยมศึกษา
และมีความรู้ด้านการประกอบอาหารมีทักษะในการประกอบอาหาร และบริการ อีกท้ังยังมีการฝึก
ประสบการณจ์ ริงกับสถานประกอบการและผู้ประกอบการในจังหวัด เพอ่ื เปน็ การศึกษาเรียนรูจ้ ากผู้มี
ความรดู้ ้านอาหารอย่างจริงจัง

3. หลักสูตรอัจฉริยภำพทำงด้ำนกีฬำ (Excellent Sport: E – Sport) ประกอบด้วย
หอ้ งเรยี น ได้แก่

1. ห้ อ ง เ รี ย น อั จ ฉ ริ ย ภ ำ พ ท ำ ง ด้ ำ น กี ฬ ำ ( Excellent Sport : E – Sport)
เป็นห้องเรียนท่ีเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาความเป็นอัจฉริยภาพด้านกีฬา พัฒนาผู้เรียนให้มีความเป็นเลิศ
ด้านกีฬาต้นแบบ 4 ประเภท คือ ฟุตบอล แฮนด์บอล กรีฑา และวอลเล่ย์บอล เพื่อพัฒนาให้เป็น

หลักสูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 53

นักกีฬาระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ (ทีมชาติ) และก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพมีรายได้
ระดบั สงู โดยมีโคช้ หรอื ผฝู้ ึกสอนระดบั ประเทศ

(วิชัย วงษ์ใหญ่ 2552 : 1 ) ได้กล่าวไว้ว่าแนวคิดหลักการบริหารหลกั สูตรควรมีการทาความ
เข้าใจและให้ความสาคัญกับการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาอย่างชัดเจนและถูกต้องถือเป็นเคร่ืองมือ
ท่ีสาคัญประการหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ โดยมีหลักและแนวคิดท่ีสาคัญ 9
ประการ ดงั นี้

1. การวางแผนงานหลักสูตร ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านของการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน ทุกโรงเรียนจะมีท้ังหลักสูตรใหม่และหลักสูตรเก่า หลักสาคัญในการบริหารหลักสูตร
คือจะต้องทาให้ผู้เรียนสูญเสียประโยชน์น้อยท่ีสุด เพราะฉะน้ันจะต้องใช้เวลาในการเปล่ียนหลักสูตร
ให้น้อยและส้ันที่สุด ดังน้ันจึงจาเป็นต้องมีการวางแผนที่ดี ต้องจัดระบบให้ดี มีข้อมูลที่ชัดเจน
และตระเตรยี มทุกอย่างใหพ้ รอ้ มรับการเปลยี่ นแปลง

2. การจัดระบบข้อมูลโรงเรียน นับเป็นพื้นฐานที่สาคัญประการหนึ่งในการบริหารหลักสูตร
ระบบข้อมลู โรงเรียนประกอบด้วยขอ้ มูลตา่ งๆ ดงั นี้

1. หลกั สตู ร - ระบบการสร้างหลกั สตู ร การบรหิ ารหลักสตู ร และการประเมนิ ผล
2. การบรหิ ารจดั การ - มขี ้อมูลด้านผู้เรยี น ผูส้ อน วา่ มคี วามพรอ้ มหรอื ไม่เพยี งใด
3. ระบบข้อมลู - ครูอาจารย์ นักเรียน บคุ ลากร ผ้รู ู้ในชมุ ชน อาชีพในพน้ื ท่ี
4. การวางแผนกลยุทธ์ 3-5 ปี - แสดงถึงวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมาย และขั้นตอนการ
ปฏบิ ตั งิ าน
5. ระบบงบประมาณ - การบริหารงบประมาณจะต้องมีความชัดเจนตรวจสอบได้
ม่งุ ผลงาน และเพื่อพัฒนาการศึกษาเป็นสาคญั
6. การพัฒนาการเรียนรู้ - สื่อและข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมการเรียนการสอน การ
ประเมนิ ผล การศกึ ษาอบรมของครู
7. ระบบชว่ ยเหลอื - มีขอ้ มลู ผเู้ รยี นเปน็ รายบุคคล จาแนกเดก็ เกง่ เด็กปกติ และเด็ก
ด้อยโอกาส เพื่อให้การสนบั สนุนช่วยเหลอื อย่างสอดคล้องกบั ความจาเป็นต้องการของเด็กแตล่ ะกลุ่ม
8. บริหารบุคคล - ข้อมูลเกี่ยวกับครูอาจารย์ ท้ังในด้านการศึกษา การอบรม
การจัดหา บรรจุ และเลกิ จ้าง เพือ่ ชว่ ยในการพัฒนาครูใหเ้ หมาะสมสอดคล้องกบั หลกั สูตรใหม่
9. การประเมินภายใน - จัดเตรียมข้อมูลการพัฒนาหลักสูตร บุคลากร และ
ผลสัมฤทธิท์ างการศกึ ษาของเดก็ และโรงเรียน

หลกั สูตรห้องเรยี นท่วั ไป(Talented General Program: TGP) 54

9. กำรจัดกำรเรียนรู้
กำรเรยี นรู้ (Learning) นักการศกึ ษาได้ใหค้ วามหมายของการเรยี นรู้ ไวด้ ังน้ี
สรุ างค์ โคว้ ตระกุล (2550:186)ไดใ้ ห้ความหมายของการเรียนรวู้ ่า หมายถงึ การเปลี่ยนแปลง

พฤติกรรมซ่ึงเป็นผลมาจากประสบการณ์ ที่คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับส่ิงแวดล้อมหรือจากการฝึกหัด
รวมทัง้ การเปลยี่ นแปลงความรู้ของผเู้ รยี น

สุรางค์ โค้วตระกลุ (2550:186)ไดใ้ ห้ความหมายของการเรียนรู้วา่ หมายถึงการเปลีย่ นแปลง
พฤติกรรมซ่ึงเป็นผลมาจากประสบการณ์ ที่คนเรามีปฏิสัมพันธ์กับส่ิงแวดล้อมหรือจากการฝึกหัด
รวมทง้ั การเปลยี่ นแปลงความรู้ของผู้เรยี น
สิริอร วิชชาวุธ (2554:2) ได้กล่าวว่าการเรียนรู้มีองค์ประกอบ 3 อย่างคือมนุษย์ต้องเกิดการ
เปลี่ยนแปลงจากไม่รู้ เป็นรู้ ทาไม่ได้ เป็นได้ ไม่เคยทา เป็นทาการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นเป็นไป
อยา่ งถาวรการเปล่ยี นแปลงพฤติกรรมนั้น เกดิ จากประสบการณ์การฝึกฝนและการฝึกหัดจะเหน็ ได้ว่า
การเรียนรู้น้ันเกิดจากการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวรของบุคคล อันเป็นผลมาจาก
ประสบการณ์ในอดีต ทั้งจากการฝึกฝน การปฏิสัมพันธ์กับประสบการณ์รอบตัวและมีปริมาณองค์
ความร้ทู ่เี พม่ิ มากข้นึ

แนวคิดตามทฤษฎีการเรียนรขู้ อง เบญจมนิ บลมู (Bloom Taxonomy)
อติญาน์ ศรเกษตริน (2543 : 72-74 อ้างในบุญชม ศรีสะอาด 2537 :Bloom : 18) ได้กล่าว
ว่า จุดประสงค์สาคัญของการเรียนการสอน คือการให้บุคคลเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีพึงประสงค์
พฤติกรรมเหล่านี้จาแนกและจัดลาดับหมวดหมู่และระดับความยากง่าย หมวดหมูเหล่าน้ีเรียกว่า
จดุ มงุ่ หมายของการศึกษาของ บลูม (Taxonomy of Educational objective) : ซง่ึ Benjamin
Bloom (Bloom.1976) ไดแ้ บ่งเป็น 3 หมวดดังน้ี
พฤติกรรมด้านพุทธพิสัย (Cognitive Domain) เป็นความสามารถทางด้านสติปัญญาแบ่งการเรียนรู้
ออกเปน็ 6 ระดับ ดงั นี้
1. ความสามารถในการจดจาความรูต้ า่ งๆที่ไดเ้ รยี นรมู้ า (Knowledge)
2. ความสามารถในการแปลความ ขยายความ ในสิ่งท่ีไดเ้ รยี นรู้มา (Comprehensive)
3. ความสามารถในการสิง่ ที่เรียนรู้มาให้เกิดประโยชน์ (Application)
4. ความสามารถในการแยกแยะความรู้ออกเปน็ ส่วนๆและทาความเข้าใจในแตล่ ะส่วนว่า
สมั พนั ธห์ รอื ต่างกันอย่างไร (Analysis)
5. ความสามารถในการรวบรวมความรู้ต่าง ๆ หรือประสบการณต์ ่าง ๆ ให้เกดิ เปน็ สิ่งใหม่
(Synthesis)
6. ความสามารถในการตัดสินคุณคา่ ของความรู้อย่างเป็นเหตุเป็นผล (Evaluation)

หลักสูตรห้องเรียนทัว่ ไป(Talented General Program: TGP) 55

ต่อมา Anderson and Krathwont (2001) ซึง่ เปน็ กลมุ่ ลูกศษิ ย์ของ Bloom ไดป้ รบั ปรงุ พัฒนาให้
เหมาะสม โดยเปลี่ยนแปลงขั้นตอนพฤติกรรมพุทธพิสัยดงั นี้

- ขั้นความรคู้ วามจา เปลีย่ นเปน็ จา
- ขน้ั ความเข้าใจ เปลีย่ นเป็น เข้าใจ
- ขั้นการนาไปใช้ เปลย่ี นเป็น ประยกุ ต์
- ขน้ั การวเิ คราะห์ เปลยี่ นเปน็ วิเคราะห์
- ขนั้ การสงั เคราะห์ เปลี่ยนเปน็ ประเมินค่า
- ขน้ั การประเมนิ ค่า เปลยี่ นเป็น รเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์

พฤติกรรมดำ้ นจติ พสิ ยั (Affective Domain) เปน็ พฤติกรรมทเี่ กดิ จากความรูส้ กึ นึกคิดใน
จิตใจ ความเชอื่ ความซาบซึง้ ประกอบดว้ ยพฤตกิ รรม 5 ระดับ ดงั น้ี

1. ความต้งั ใจ สนใจในสิ่งเร้า หรอื รบั รู้ (Receive)
2. การมีส่วนรว่ มในกิจกรรมท่ีเกิดขนึ้ หรือตอบสนองสิง่ เร้า (Respond)
3. ความรสู้ กึ ซาบซงึ้ ยินดี มเี จตคตทิ ี่ดี หรือคา่ นยิ ม (Value)
4. เห็นความแตกต่างในคุณค่า แกไ้ ขข้อบกพรอ่ ง/ขัดแย้ง สร้างปรชั ญา/เป้าหมายใหแ้ ก่
ตนเอง หรือการจดั ระบบ (Organize)
5. ทาให้เกิดเปน็ คณุ ลกั ษณะหนง่ึ ของชวี ติ ตนเองหรอื บุคลกิ ภาพ (Characterize)
พฤติกรรมด้ำนทกั ษะพิสัย (Psychomotor Domain) เป็นความสามารถในการปฏิบตั ิ
ประกอบดว้ ยพฤตกิ รรม 5 ระดับดงั นี้
1. ความสามารถในการสงั เกตและรบั รขู้ นั้ ตอนการปฏบิ ัติ หรอื ขน้ั รับรู้ (Imitation)
2. ความสามารถในการทาตามขน้ั ตอนหรือรปู แบบ ท่ีได้รบั การแนะนา (Manipulation)
3. ความสามารถในการทางานด้วยตนเอง โดยไมต่ ้องมผี ู้ชี้แนะและพัฒนาการทางานดว้ ย
ตนเองให้มปี ระสทิ ธภิ าพสูงขึ้น (Precision)
4. ความสามารถในการเลอื กรูปแบบท่ตี นเองพฒั นาจนมปี ระสทิ ธิภาพ และฝึกฝนจนเกิด
ความคล่องแคลว่ เปน็ อัตโนมตั ิชัดเจนตอ่ เนอื่ งจน ชานาญการ (Articulation)
5. ความสามารถที่เกดิ จากการฝึกฝนจนเกิดเปน็ ความเชยี่ วชาญในงานนัน้ เปน็ การเฉพาะและ
เปน็ ธรรมชาติ ขั้น เช่ยี วชาญ (Naturalization)
กำรจดั กำรเรียนรู้ (Learning Management)
นกั การศึกษาไดใ้ ห้ความหมายของการจัดการเรียนรู้ ไว้ดังน้ี
สมุ น อมรวิวฒั น์ 2533:460) ไดใ้ ห้ความหมายของการจัดการเรียนร้คู ือสถานการณ์อย่างหนึ่ง
ที่มีสิ่งต่อไปนี้เกิดข้ึน ได้แก่ มีความสัมพันธ์และมีปฏสิ ัมพันธ์เกิดข้ึน ระหว่างผู้สอนกับ ผู้เรียน ผู้เรียน

หลกั สตู รหอ้ งเรียนทัว่ ไป(Talented General Program: TGP) 56

กับผู้เรียน ผู้เรียนกับสิ่งแวดล้อม และผู้สอนกับสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์และการมีปฏิสัมพันธ์
ก่อให้เกดิ การเรียนรแู้ ละประสบการณ์ใหม่ ผูเ้ รียนสามารถนาประสบการณ์ใหมน่ นั้ ไปใช้ได้

วิชยั ประสทิ ธว์ ฒุ ิเวชช์ (2542 :255) ได้กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการท่ีมีระบบ
ระเบยี บคลอบคลมุ การคาเนินการ ตง้ั แต่การวางแผน การจดั การเรยี นรู้ จนถึงการประเมนิ ผล

ฮู และ ดันแคน (Hough and Duncan 1970: 144) อธิบายความหมายของการจัดการ
เรียนรู้ว่าหมายถึง กิจกรรมที่บุคคลได้ใช้ความรู้ของตนเองอย่างสร้างสรรค์เพ่ือสนับสนุนให้ผู้อื่นเกิด
การเรียนรู้ และมีความผาสุกดังนั้นการจดั การเรียนรู้จงึ เป็นกจิ กรรมในแง่มมุ ตา่ ง ๆ 4 ดา้ นดงั นี้

1. การจดั การหลกั สตู ร(Curriculum)
2. การจัดการเรียนการสอน(Instruction)
3. การวัดผล(Measuring)
4. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้(Evaluation)หลังการเรยี นการสอน
องค์ประกอบของกำรจัดกำรเรยี นรู้
ผู้สอน จาเป็นจะต้องศึกษาจากข้อมูลหลายประการ เพื่อนามาช่วยเสริมสร้างการจัดการ
เรียนรู้ของตน และการเรียนรู้ของผู้เรียน การจัดการเรียนรไู้ ม่วา่ ระดับใด จะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ 3
ประการดังตอ่ ไปนี้
1. ผ้เู รยี น
2. บรรยากาศทางจติ วิทยาทเี่ อ้อื ต่อการเรียนรู้
3. ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน บรรยากาศทางจิตวิทยาในชั้นเรียน ผู้เรียน ธรรมชาติของ
ผู้เรียน เปน็ สิ่งทีค่ รูผู้สอนจะต้องคานึงถึงเปน็ อันดบั แรก เกีย่ วกับความสามารถของสมอง ความถนัด
ความสนใจ พัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ ความต้องการพื้นฐานหรือเรียกอีกอย่างหนงึ่ ว่า
ศักยภาพผู้เรียน
บรรยำกำศทำงจติ วทิ ยำท่เี อื้อตอ่ กำรเรียนรู้
บรรยากาศใฝ่รู้ใฝ่เรียนถือเป็นบรรยากาศทางจิตวิทยาที่สาคัญที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรยี น
ครูผู้สอนต้องมีทักษะ ประสบการณ์และจิตวิทยาในการสร้างบรรยากาศดังกล่าวได้โดยเลอื ก รูปแบบ
(Model) วธิ กี าร (Innovation) เครื่องมอื (Media) ตลอดจนเทคโนโลย(ี Technology) เพมิ่ เสรมิ สร้าง
บรรยากาศท่ีเร้าให้ผู้เรียน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มากย่ิงขึ้น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับบรรยากาศทาง
จิตวิทยาในห้องเรียน ครูผู้สอนควรสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนทุกกลุ่มที่มีศักยภาพแตกต่างกัน
ด้วยความเอ้ืออาทรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจท่ีจะเรียนรู้ของผู้เรียน ที่จะก้าวอย่างม่ันคง
เต็มศกั ยภาพของผ้เู รยี นแต่ละบุคคลให้สูงย่งิ ขึ้น และอยา่ ลมื วา่
ผู้เรียนทีม่ ศี ักยภาพตา่ ต้องการความช่วยเหลอื จากครผู ู้สอนและเพื่อนนกั เรยี นในการเรียนรู้ให้
ประสพผลสาเร็จ

หลกั สูตรห้องเรียนทว่ั ไป(Talented General Program: TGP) 57

ผูเ้ รยี นทมี่ ศี ักยภาพปานกลาง ต้องการเรียนรู้ได้ดว้ ยตนเองภายใต้การประคบั ประคองและให้
กาลังใจของครู

ผู้เรียนท่ีมีศักยภาพสูงต้องการเรียนรู้ด้วยตนเอง ภายใต้การให้กาลังใจและอานวยความ
สะดวกในการเรียนรู้จากครูผู้สอน ให้โอกาส ผู้เรียนใช้ความฝัน จินตนาการ ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์
ประกอบการเรียนรู้
หลักกำรพื้นฐำนในกำรจัดกำรเรยี นรู้

ในการจัดการเรียนรู้สมัยใหม่ ผู้สอนจาเป็นต้องมีความรู้ความสามารถหลายอย่างในการ
จัดการเรยี นรใู้ ห้มปี ระสิทธภิ าพและเกดิ ประสทิ ธผิ ลสงู สุด ดังน้ี

1. หลักการรู้จักผู้เรยี น ถือเป็นส่ิงแรกท่ีผ้สู อนต้องสามารถวิเคราะห์ศักยภาพผู้เรียนได้ว่าเป็น
อย่างไร มีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้อย่างไร มากน้อยเพียงใด ปกติสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม
ดังน้ี

1.1 กลุ่มสติปัญญาคอ่ นข้างอ่อน/เรยี นรชู้ า้ กลุ่มนส้ี ามารถเรียนรไู้ ด้ตอ่ เม่ือไดร้ ับการ
ช่วยเหลือหรือสอนจากครูอย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงจะเรียนรู้สาเร็จเป้าหมายการเรียนรู้เพียงช่วยเหลอื
ตนเองไดโ้ ดยไม่ต้องเป็นภาระแก่ผอู้ นื่ ในการดารงชีวิต

1.2 กลุ่มสตปิ ญั ญาปานกลาง กลุ่มนมี้ คี วามสามารถในการเรียนรูไ้ ด้ดว้ ยตนเอง แต่
ต้องได้รับคาชี้แนะ รูปแบบ วิธีการ จากครูผู้สอนภายใต้การให้กาลังใจการเรียนรู้จึงจะประสพ
ผลสาเร็จ ความต้องการเรียนรู้เพื่อ ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและเอื้อแก่ผู้อื่น
รอบข้างได้

1.3 กลุม่ สติปญั ญาสูง กลุ่มนเี้ ป็นความหวงั ของสังคมประเทศชาติในการช่วยใหเ้ กิด
ความเจริญก้าวหน้าทางวชิ าการและวิชาชพี ในอนาคต กลุ่มนี้มีความสามารถท่ีจะเรยี นรู้ได้ด้วยตนเอง
โดยต่อยอดจากการเรียนรู้จากครูแต่ต้องการความเป็นอิสระในการเรียนรู้ การใช้ความคิดริเร่ิม
สร้างสรรค์ จินตนาการ ฉะนั้นจงึ ต้องการโอกาสและการให้ความสะดวกในการเรียนรู้อย่างหลากหลาย
รูปแบบไม่มีขีดจากัด กลุ่มนี้มีเป้าหมายการเรียนท่ีทาให้เกิดประโยชน์กับตนเองแล้วยังเพื่อผู้อ่ืน
ประเทศชาตติ ลอดจนสิง่ แวดล้อม ใชอ้ งคค์ วามรู้เพอ่ื สร้างมูลคา่ เพม่ิ เป็นความหวงั ของทุกสังคม

2. หลักการวางแผนและเตรียมจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนต้องมีความรู้ความสามารถในการวาง
แผนการจัดการเรียนรแู้ ละวิธีการเรยี นรู้ทหี่ ลากหลาย ใหเ้ หมาะสมกับกลุ่มผ้เู รียนแต่ละศักยภาพ ทง้ั น้ี
กระบวนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมสอดคล้องต่อการเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มผู้เรียน
เป็นปัจจัยสาคญั ตอ่ การเลอื กวธิ กี ารจดั การเรียนร้ดู ้วย

หลกั สูตรห้องเรยี นทัว่ ไป(Talented General Program: TGP) 58

3. หลักการใชจ้ ิตวทิ ยาการเรียนรู้ การจะจดั การเรยี นรอู้ ย่างไรกับกลุ่มผเู้ รยี นใด ครูผสู้ อนตอ้ ง
มีพื้นฐานความรู้ทางด้านจิตวิทยาการเรียนรู้ จิตวิทยาพัฒนาการ ทฤษฎีสมอง จิตวิทยาแนะแนวและ
การใหค้ าปรกึ ษา เพื่อประกอบการตัดส้ินใจในการจัดกิจกรรมการเรยี นรูต้ ่างๆไดอ้ ย่างเหมาะสม

4. หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การที่ครูผู้สอนจะเลือกรูปแบบการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้รูปแบบใด ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการวัดและประเมินผลว่ามี
วัตถปุ ระสงคอ์ ยา่ งไร เช่น

4.1 ต้องการวัดองค์ความรแู้ ละทักษะปฏิบัติเบ้ืองต้นวา่ มเี ท่าใด ควรใชร้ ปู แบบการ
วัด (Test)

4.2 ต้องการรวู้ ่าผ้เู รยี นเกดิ การเรยี นรู้มากนอ้ ยแคไ่ หนจากการเรยี นรู้ด้วยตนเอง ใช้
การประเมนิ (Assessment) เทียบกบั เกณฑท์ กี าหนด

4.3 ต้องการทราบว่าผูเ้ รียนได้พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ดว้ ยความคิดริเรม่ิ สร้างสรรคจ์ น
เกดิ ประโยชน์ดว้ ยการประเมนิ แบบมสี ่วนร่วมจากการยอมรับ ชื่นชมและให้รางวัล

รปู แบบกำรจดั กำรเรียนรู้
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ จาแนกตามวธิ กี ารจดั การเรยี นร้ไู ด้ 3 รูปแบบดังนี้
1. การถ่ายทอดความรู้ (Transmission Approach) เป็นการจัดการเรยี นการสอนที่ใชก้ ันมา

นานเป้าหมายเพื่อสืบทอดความรู้ อารยะธรรม วัฒนธรรมประเพณี ทักษะฝีมือเพื่อให้คงอยู่ต่อไป
ประกอบกับต้องการกาลงั คนในระบบอุตสาหกรรมจึงเน้นความเก่ง คนเก่ง การถ่ายทอดใช้รปู แบบวธิ ี
สอน (Teaching) การฝึกฝน (train) การกล่อมเกลาให้เกิดศรัทธาและเชื่อฟัง(Tame) ครูจะเป็น
ศูนย์กลางการจัดการเรียนรู้ (Teacher Centered Development) สานักไหน โรงเรียนไหน หรือครู
คนไหนเก่ง นักเรียนจะหลั่งไหลไปเรียน เกิดการแข่งขันการเข้าเรียนในโรงเรียนดัง เป็นค่านิยมของ
สงั คมมานาน

2. การสร้างองค์ความรู้ (Transformational Approach) หรือ (Constructionist) เป็นการ
จัดการเรียนรู้ที่คาดหวังว่าจะยกระดับศักยภาพของประชาชนให้พ่ึงพาตนเองได้หลังจากที่พึ่งพาผู้อื่น
โดยเฉพาะเจ้าของกิจการ รัฐบาล ฯลฯ มานานจนเกิดปัญหาความเหลื่อมล้าและความยากจน
การว่างงาน เกิดปัญหาสุขภาพ ฯลฯ โดยพยายามจะให้ผู้เรียนลดการเรียนรู้ที่ต้องพึงพาครู โรงเรียน
หรือสถาบันไปสู่การพึ่งพาตนเองในการแสวงหาความรู้ โดยเน้นการเรียนรู้ผ่าน สื่อ (Media)
นวัตกรรม(Innovation)และเทคโนโลยี (Technology) การเรยี นรจู้ ะเนน้ การเรียนรดู้ ้วยตัวผู้เรียนเอง
ภายใตก้ ารอานวยความสะดวกของครผู า่ นสื่อและนวัตกรรมแต่อานาจการจัดการยังเป็นอานาจของครู
แต่เปดิ โอกาสให้ผ้เู รียนมีบทบาทและสว่ นร่วมมากขึ้น

หลักสูตรหอ้ งเรยี นท่ัวไป(Talented General Program: TGP) 59

3. การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่สู่ปัญญาภิวัฒน์ ด้วยการแลกเปล่ียนเรียนรู้ท่ีหลากหลาย
(Transactional Approach) ผลการเปล่ยี นแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิตอลทาให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์และวิถีชีวิตในศตวรรษท่ี 21 เป็นอย่างย่ิงและรวดเร็ว ศักยภาพของ
ประชาชนต้องได้รับการพัฒนาทักษะและวิถีการดาเนินชีวิตใหม่ ในสังคมแห่งชีวะคุณธรรม (Bio-
Ethic) การศึกษาถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยน มุมมอง วิธีคิด รูปแบบการให้การศึกษาแนวใหม่ ท่ีเปิด
โอกาสให้ผูเ้ รยี นได้พฒั นาศักยภาพของตนสู่ขีดจากัดของแตล่ ะบุคคล โดยเฉพาะผู้เรยี นที่มีศักยภาพสูง
เพ่ือเป็นท่ีพ่ึงของสังคมให้มีโอกาสเรียนรู้เต็มศักยภาพ โดยรูปแบบที่พัฒนาเน้นการใช้นวัตกรรมและ
เทคโนโลยสี ูส่ งั คม 4.0

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 60
10. โครงสร้ำงเวลำเรียนหอ้ งเรียนท่วั ไป (Talented General Program: TGP)

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 61

หลกั สตู รห้องเรียนทว่ั ไป(Talented General Program: TGP) 62

11. โครงสรำ้ งเวลำเรียนรำยชั้นปีหอ้ งเรียนทั่วไป (Talented General Program: TGP)

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 63

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 64

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 65

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 66

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 67

หลกั สตู รห้องเรยี นท่วั ไป(Talented General Program: TGP) 68

บทที่ 3
กำรดำเนนิ งำน

รายงานการดาเนินงานหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรห้องเรียนทั่วไป (Talented General
Program: TGP) ของโรงเรียนองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั เชียงราย มวี ัตถปุ ระสงค์คอื

1.เพ่ือศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการจัดการศึกษาตาหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป
(Talented General Program: TGP) กรณโี รงเรยี นองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั เชียงราย

2.เพ่ือรายงานผลการจัดการศึกษาหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป ( Talented General
Program: TGP) ประจาปีการศึกษา 2562 กรณโี รงเรยี นองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดเชียงราย

3.เพ่ือหาแนวทางการพัฒนา ปรับปรุง การจัดการศึกษาหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป
(Talented General Program: TGP) ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กรณีโรงเรียนองค์การบริหาร
ส่วนจังหวดั เชียงราย ให้มปี ระสทิ ธภิ าพต่อไป

ห้องเรียนหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป (Talented General Program: TGP) หมายถึง แนวการ
จัดประสบการณ์ ท่ีมีการจัดทาเป็นแผนการจัดสภาพการเรียนรู้หรือโครงการพัฒนาการศึกษาโดย
มีการกาหนดวิธีการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดผลการเรียนรู้ตามจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมาย
ตามที่หลักสูตรกาหนดไว้ ให้กับนกั เรียนหอ้ งเรยี นทวั่ ไปทก่ี าลังศึกษาอย่ใู นปีการศึกษา 2562 โรงเรยี น
องค์การบริหารส่วนจังหวดั เชยี งราย

หลักสตู รห้องเรียนทั่วไป (Talented General Program: TGP) มจี านวน 23 ห้องเรียน ต้ังแต่
ม.1- ม.6 มีจานวนนักเรยี น 821

หลกั สตู รห้องเรียนท่วั ไป(Talented General Program: TGP) 69

ปฏทิ ินกิจกรรมกำรจดั กำรเรียนรู้ตำมหลกั สตู รปกติ ห้องเรยี นหลกั สูตรห้องเรียนท่ัวไป

(Talented General Program: TGP)

โครงกำร/กิจกรรม ระยะเวลำกำร ผู้รบั ผดิ ชอบ

ปฏบิ ัตงิ ำน โครงกำร/

กจิ กรรม

1.กำรพัฒนำหลักสูตร ครกู ลมุ่ สาระ

1.1. ศึกษา วเิ คราะห์เอกสารหลกั สตู ร และข้อมูล ทดี่ าเนินการตอ่ การ พฤษภาคม 2563 8 กลุ่มสาระ

พฒั นาหลกั สตู ร –มีนาคม 2564 กจิ กรรมพฒั นา

1.2. วเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ ม และประเมินสถานภาพของสถานศกึ ษา ผู้เรียน

เพอ่ื กาหนดวิสยั ทศั น์ ภารกจิ

1.3. ศกึ ษาวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั

1.4. ประสานงานและจดั ทาโครงสรา้ งของหลักสตู รสถานศึกษาให้

สอดคล้องกบั หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน

1.5. กากบั ติดตามใหค้ ุณครนู าหลกั สูตรไปใช้

1.6. ประเมินการใช้หลกั สตู รเพอ่ื นาข้อมูลมาปรับปรุงหลกั สูตรใหม้ ี

คณุ ภาพยิ่งขึน้

1.7. ปรบั ปรุงและพฒั นาหลักสูตร

2.กำรพัฒนำผูเ้ รียน ตลอดปกี ารศึกษา ครกู ลุ่มสาระ

2.1.โครงการคา่ ยคุณธรรมจริยธรรม สังคมศึกษา

ศาสนาและ

วัฒนธรรม

2.2.กจิ กรรมอบรมเชงิ ปฏิบัติการสืบสานนาฏศลิ ปไ์ ทย สงิ หาคม 2563 ครกู ลุ่มสาระ

ศิลปะ

2.3.กจิ กรรมสง่ เสรมิ ความเป็นเลศิ วงโยธวาทติ สิงหาคม 2563 ครกู ลุ่มสาระ

ศิลปะ

2.4.โครงการอบรมเชงิ ปฏิบตั ิการพัฒนาทกั ษะนักเรียน สร้างงาน สรา้ ง สิงหาคม 2563 ครูกลุ่มสาระ

อาชพี เชิงเกษตร การงานอาชพี

และเทคโนโลยี

2.5.กิจกรรมส่งเสรมิ ศิลปะและสถาปัตยกรรม สงิ หาคม 2563 ครกู ลมุ่ สาระ

ศิลปะ

หลักสูตรห้องเรียนทวั่ ไป(Talented General Program: TGP) 70

โครงกำร/กจิ กรรม ระยะเวลำกำร ผูร้ ับผิดชอบ
ปฏิบตั ิงำน โครงกำร/
2.6.กิจกรรมดาวรุ่งลูกทุ่ง CRPAO กิจกรรม
มกราคม 2564 ครกู ลุ่มสาระ
2.7.กจิ กรรมสง่ เสริมการเรียนรู้ด้านทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ ศิลปะ
(สบื สานงานศลิ ป์ สรา้ งศลิ ปนิ สู่สากล) มนี าคม 2564 ครูกลุ่มสาระ
2.8.กิจกรรมสง่ เสรมิ วงสตริงคอมโบสคู่ วามเป็นเลศิ ศลิ ปะ
มนี าคม 2564 ครูกลมุ่ สาระ
3.กำรพฒั นำคณุ ภำพครู ศิลปะ
3.1 โครงการพัฒนาครูสคู่ วามเป็นเลิศการพฒั นาศักยภาพการ ตุลาคม 2563
ปฏิบัติงานของครแู ละบุคลากรทางการศึกษาฯ มีนาคม 2564 ฝ่ายวิชาการ
3.2 โครงการพฒั นาครูสูค่ วามเป็นเลิศการพัฒนาศักยภาพการออกแบบ ตลุ าคม 2563
ขอ้ สอบแบบPISA มีนาคม 2564 ฝ่ายวชิ าการ
3.2.โครงการอบรมเชงิ ปฏิบัติการเพ่ือพัฒนาครูสคู่ วามเปน็ เลิศ กนั ยายน 2563
ครกู ลุ่มสาระ
ศิลปะ

ห้องเรยี นหลกั สตู รห้องเรียนท่วั ไป (Talented General Program: TGP) ความคาดหวังด้าน
ผู้เรียน หลักสูตร ห้องเรียนหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป (Talented General Program: TGP) มีความ
คาดหวังว่า ผู้เรียนจะต้องมีผลการเรียนทุกวิชา ได้ผลการเรียนไม่น้อยกว่า 2.50 คิดเป็นร้อยละ 85
และ มผี ลการสอบ O-net ไม่นอ้ ยกว่าระดับประเทศ ฯลฯ ตอ้ งเขา้ ร่วมงานกจิ กรรมของโรงเรยี น ไม่
น้อยกว่า 3 กจิ กรรมของโรงเรียนและมจี ิตสาธารณะในการชว่ ยพัฒนาโรงเรียนมีทักษะในการ หารายได้
ระหว่างเรียนและสามารถพฒั นาตนเองได้

กำรดำเนินงำน 5 ด้ำน

1.ดา้ นการบรหิ ารจัดการ
ด้านการบริการจัดการผู้บริหารได้เห็นความสาคัญของห้องเรียนหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป
(Talented General Program: TGP) โดยให้นโยบายในการจัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียน
สามารถค้นพบตัวเองมีจิตสาธารณะ ในการช่วยพัฒนาโรงเรียนสนับสนุนกิจกรรมและส่งเสริมผู้เรียน
ตามความถนดั และศักยภาพโดยให้มีการจัดกลุ่มสนใจในด้านตา่ งๆเพื่อในผเู้ รียนค้นพบตัวเอง

หลักสูตรห้องเรียนทั่วไป(Talented General Program: TGP) 71

2. ดา้ นการพฒั นาหลักสูตร
หลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป (Talented General Program: TGP) ได้มีการพัฒนาในสอดคล้อง
กับศักยภาพของผู้เรียนโดยยึดความถนัดและความสามารถของผู้เรียนเรียนตามความชอบแสวงหา
งานทเ่ี น้นทักษะทางด้านการปฏบิ ัตแิ ละเป็นหลกั สตู รทใี่ ห้ผลสมั ฤทธผิ์ ้เู รียนตามความถนัด

3. ดา้ นการจดั การเรียนการสอน
การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรห้องเรียนทั่วไป (Talented General Program: TGP)
จัดการเรียนการสอนแบบปกติ ผู้เรียนโดยเน้นผู้เรียนใหเ้ กิดทักษะ เน้นการปฏิบัติและผสู้ อนครูผสู้ อน
ต้องเข้าใจห้องเรียนหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป (Talented General Program: TGP) และสร้างแรง
บันดาลใจให้ผู้เรียน ค้นพบความถนัดของตัวผู้เรียนเอง อาทิเช่น ด้านกีฬา ศิลปะดนตรีและการแสดง
อาชีพและเทคโนโลยี ในการเรยี นการสอนให้ผูเ้ รยี นมีทักษะการคิดและใช้เครอ่ื งมือการคิดทีเ่ หมาะสม
ผู้เรียนมีสว่ นรว่ มในการเรยี น

4. ด้านคณุ ภาพผูเ้ รียน
จานวน นกั เรยี นในโปรแกรมมจี านวนมากและในแต่ละห้องมีนักเรียนในห้องเรยี นจานวนมาก
ทาให้จัดการเรียนรู้ได้ไม่ทั่วถึง และนักเรียนส่วนใหญ่ชอบทากิจกรรมกล้าแสดงออกนักเรียนมีทักษะ
ชีวิตนักเรียนค้นตัวเอง ครูผู้สอนต้องเข้าใจห้องเรียนหลักสูตรห้องเรียนทั่วไป (Talented General
Program: TGPและสร้างแรงบนั ดาลใจใหผ้ ู้เรยี น ค้นพบความถนัดของตัวผ้เู รียนเอง อาทเิ ชน่ ด้านกีฬา
ศิลปะดนตรแี ละการแสดง อาชีพและเทคโนโลยี ในการเรียนการสอนมที ักษะการคิดและ ใชเ้ ครือ่ งมือ
การคดิ ท่เี หมาะสม ผู้เรยี นมีสว่ นร่วมในการเรยี น

5. ดา้ นอืน่ ๆ
5.1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและสง่ สาร มีวัฒนธรรมในการ
ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูล
ข่าวสารและประสบการณอ์ ันจะเป็นประโยชน์ตอ่ การพัฒนาตนเองและสังคม รวมทง้ั การเจรจาต่อรอง
เพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและ
ความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ิธีการสื่อสาร ที่มปี ระสิทธภิ าพโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบทีม่ ีตอ่ ตนเอง
และสงั คม
5.2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์การ
คิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์
ความร้หู รอื สารสนเทศเพอ่ื การตัดสนิ ใจเก่ียวกบั ตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
5.3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ

ท่ีเผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ

ความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มา

หลักสูตรหอ้ งเรียนทว่ั ไป(Talented General Program: TGP) 72

ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีเกิดขึ้น
ตอ่ ตนเอง สังคมและสง่ิ แวดล้อม

5.4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไป
ใชใ้ นการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั การเรยี นรูด้ ้วยตนเอง การเรยี นรู้อยา่ งตอ่ เนื่อง การทางาน และการอยู่
ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความ
ขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม
และการรู้จกั หลีกเลย่ี งพฤติกรรมไม่พงึ ประสงค์ท่ีสง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ น่ื

5.5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยี
ด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการ
เรยี นรู้ การสื่อสาร การทางาน การแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมีคุณธรรม

6.การปรับปรงุ แก้ไข
เมื่อมีการดาเนินงานสิ่งที่จะทาให้โครงการบรรลุตามเป้าหมายคือการปรับปรุงแก้ไขในทุก
ข้ันตอน เพื่อค้นหาจุดดี จุดด้อย ของการดาเนินงาน จากนั้นจึงปรับปรุงเป็นระยะของการทางาน
ผู้รับผิดชอบมีการประชุมเพื่อปรับปรุงการดาเนินงานตามแผนอย่างต่อเน่ือง ตลอดจนมีการถอด
บทเรียนของห้องเรียนหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป (Talented General Program: TGP) นาเสนอต่อ
ผู้บริหารเพื่อกาหนดเป็นนโยบายของการพัฒนาห้องเรียนหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป (Talented
General Program: TGP) อยา่ งมีคุณภาพตอ่ ไป

กำรดำเนนิ งำน

1. โครงการค่ายคุณธรรมจรยิ ธรรม
2. โครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการพัฒนาทักษะนกั เรยี น สรา้ งงาน สร้างอาชีพ เชงิ เกษตร
3. โครงการเรียนรู้ศนู ย์เศรษฐกจิ พอเพยี ง
4. โครงการอบรมเชงิ ปฏิบตั ิการกิจกรรมสืบสานนาฏศิลป์ไทย
5. โครงการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการกจิ กรรมสง่ เสริมบุคลกิ ภาพทางการแสดง
6. โครงการอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการค่ายศิลปะและสถาปัตยกรรม
7. โครงการส่งเสรมิ การเรียนรู้ผา่ นศลิ ปะ ดนตรี และนนั ทนาการ: กิจกรรมพฒั นาการออกแบบท่าทาง
และการ แสดงออกสุนทรยี ศาสตรท์ างศลิ ปะ
8. กจิ กรรมอาเซียนสร้างสรรค์

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 73

บทที่ 4

ผลกำรดำเนนิ งำน

รายงานการดาเนินงานหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป (Talented General
Program: TGP) ของโรงเรยี นองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั เชียงราย มีวัตถุประสงค์คอื

1.เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการจัดการศึกษาตาหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป
(Talented General Program: TGP) กรณโี รงเรยี นองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดเชียงราย

2.เพื่อรายงานผลการจัดการศึกษาหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป (Talented General
Program: TGP) ประจาปีการศกึ ษา 2562 กรณโี รงเรยี นองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดเชียงราย

3.เพื่อหาแนวทางการพัฒนา ปรับปรุง การจัดการศึกษาหลักสูตรห้องเรียนท่ัวไป
(Talented General Program: TGP) ให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กรณีโรงเรียนองค์การบริหาร
สว่ นจังหวัดเชียงรายให้มีประสิทธิภาพต่อไป

สรุปผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนของผู้เรียน
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2562

ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562

ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2562

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2562

ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2562

ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562

ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2562

ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2562

ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562

ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562

ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2562

ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 74

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 75

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 76

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 77

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 78

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 79

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 80

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 81

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 82

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 83

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 84

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 85

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 86

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 87

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 88

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 89

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 90

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 91

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 92

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 93

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 94

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 95

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 96

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 97

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 98

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 99

หลกั สูตรหอ้ งเรยี นทั่วไป(Talented General Program: TGP) 100


Click to View FlipBook Version