7
11.2 การต่อแบบขนาน (Parallel Connection)
รูปที่ 7 แสดงวงจรขนาน
206
7
ลกั ษณะเฉพาะของวงจรขนาน
1) แรงเคล่ือนท่ีจ่ายไปยงั อุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตวั จะเท่ากนั ทุกตวั
2) ผลรวมของกระแสไฟฟ้าท่ีผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตวั จะมีค่าเท่ากับ
กระแสไฟฟ้าท้งั หมดที่จ่ายออกจากแบตเตอร่ี
3) I = I1 + I2 +…. In มีหน่วยเป็น แอมแปร์
4) ความตา้ นทานรวมในวงจร มีค่าเท่ากบั ส่วนกลบั ของผลรวมของความ
ตา้ นทานของอุปกรณ์ไฟฟ้าแตล่ ะตวั
207
7
12. ไฟฟ้าและแม่เหลก็ (Electricity and Magnetism)
12.1 เส้นแรงแม่เหลก็ (Magnetic Lines of Force)
รูปท่ี 8 แสดงขดลวดแม่เหลก็ ไฟฟ้า
208
7
รูปท่ี 9 แสดงการดูดและการผลกั ของข้วั แม่เหลก็
209
7
12.2 กฎมือขวา (Rigth-hand Screw Rule)
รูปที่ 10 แสดงทิศทางของเสน้ แรงแม่เหลก็
12.3 ขดลวดและแม่เหลก็ ไฟฟ้า (Coil and Electromagnet)
210
7
13. การเหนี่ยวนาแม่เหลก็ ไฟฟ้า (Electromagnetic Induction)
รูปที่ 11 แสดงการเหน่ียวนาแม่เหลก็ ไฟฟ้า
211
7
14. การเหน่ียวนาตวั เอง (Self Induction)
รูปท่ี 12 แสดงการเหนี่ยวนาตวั เอง
212
7
15. การเหน่ียวนาร่วม (Mutual Induction)
รูปที่ 13 แสดงการเหนี่ยวนาร่วม
213
7
2. แบตเตอร่ี
1. โครงสร้างและหลกั การทางาน
รูปที่ 14 แสดงโครงสร้างของแบตเตอรี่
214
7
2. ปฏิกริ ิยาเคมีทเี่ กดิ ขนึ้
รูปที่ 15 แสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมี
215
7
3. นา้ ยาแบตเตอรี่
กราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งความถ่วงจาเพาะของน้ากรดและการจ่ายประจุ
216
7
4. ความจุแบตเตอร่ี
ความจุแบตเตอร่ี (Battery Capacity) มีหน่วยเป็ น แอมแปร์-ช่ัวโมง
(Ampere-hour: Ah) ซ่ึงหมายความว่า ความสามารถในการจ่ายกระแสไฟฟ้าของ
แบตเตอรี่ที่มีประจุเตม็ โดยจ่ายกระแสไฟฟ้าคงที่จนกวา่ จะลดลงถึงจุดต่าสุดของการ
ใชง้ าน
ความจุแบตเตอร่ี (แอมแปร์-ชว่ั โมง) = กระแสไฟฟ้าท่ีจ่าย (แอมแปร์) x
จานวนที่จ่าย (ชว่ั โมง)
217
7
3. ระบบไฟฟ้าเคร่ืองยนต์ดเี ซล
1. แบตเตอร่ี ทาหนา้ ท่ีเกบ็ พลงั งานไฟฟ้า และจ่ายใหก้ บั อุปกรณ์ไฟฟ้า
2. อลั เทอร์เนเตอร์ ทาหนา้ ที่เป็นตวั สร้างพลงั งานไฟฟ้าเพ่ือประจุเขา้ ไป
ในแบตเตอร่ี
รูปที่ 16 แสดงอลั เทอร์เนเตอร์
218
7
3. มอเตอร์สตาร์ต มีหนา้ ท่ีในการหมุนเครื่องยนตใ์ หต้ ิดโดยใชพ้ ลงั งาน
ไฟฟ้าจากแบตเตอร่ีเป็นพลงั งานในการขบั เคลื่อน
4. หัวเผา ทาหนา้ ท่ีอุ่นไอดีที่เขา้ มาในหอ้ งเผาไหมเ้ พอ่ื ใหส้ ามารถสตาร์ต
เคร่ืองยนตไ์ ดง้ ่าย
รูปท่ี 17 แสดงหวั เผาชนิดข้วั เดียวแบบต่างๆ (สาหรับการต่อวงจรแบบขนาน)
219
7
รูปที่ 18 แสดงวงจรของระบบหวั เผาแบบขนาน
220
7
4. ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์ดเี ซล
รูปที่ 19 แสดงวงจรของระบบสตาร์ต
221
7
รูปที่ 20 แสดงโครงสร้างของมอเตอร์สตาร์ต
222
7
หลกั การทางาน
เม่ือบิดสวิตช์กุญแจไปที่ตาแหน่งสตาร์ต กระแสไฟฟ้าจะไปเล้ียงขดลวดทา
ใหเ้ กิดอานาจแม่เหลก็ ถึงชุดลูกสูบโซเลนอยดแ์ ละขาต่ออีกดา้ นหน่ึงจะดนั เฟื องขบั ไป
ต่อกบั เฟื องลอ้ ช่วยแรง เม่ือลูกสูบโซเลนอยด์ถูกดึงไปจนสุดก็จะทาให้หน้าสัมผสั
ของโซเลนอยดแ์ ตะกบั สะพานไฟข้วั B และข้วั M (ดงั รูปที่ 20) ดงั น้นั กระแสไฟฟ้า
จากแบตเตอรี่ไหลผา่ นขดลวดสนามแม่เหลก็ (Field Coil) ลงกราวดท์ ี่แปรงถ่านทาให้
มอเตอร์สตาร์ตหมุน ซ่ึงในช่วงน้ีขดลวดตวั ดึงจะไม่ทางาน เพราะแรงเคลื่อนใน
ขดลวดดึงท้งั สองขา้ งเท่ากนั กระแสไฟฟ้าจึงหยดุ ไหล
223
7
ดงั น้นั จึงเหลือขดลวดยึดทางานอยเู่ พียงขดเดียว เพ่ือยึดลูกสูบโซเลนอยดไ์ ว้
เมื่อปล่อยสวิตช์กุญแจกลบั ไปที่ตาแหน่ง “ON” หลงั จากสตาร์ตเคร่ืองยนต์แลว้
ลูกสูบโซเลนอยด์จะถอยกลบั ไปที่เดิมโดยอาศยั แรงดนั สปริงเพื่อป้องกนั มอเตอร์
สตาร์ตเสียหาย
224
7
5. ระบบประจุไฟ
1. หลกั การและชนิดของเจนเนอเรเตอร์
1.1 เจนเนอเรเตอร์ใช้หลกั การเหน่ียวนาทางแม่เหลก็ ไฟฟ้า
225
7
รูปท่ี 21 แสดงความเหนี่ยวนาทางแม่เหลก็ ไฟฟ้า
226
7
1.2 หลกั การทางานของเจนเนอเรเตอร์ (Principle of the Generator) เม่ือนา
ขดลวดตวั นาหมุนเวียนในสนามแม่เหลก็ ขดลวดจะวิง่ ตดั สนามแม่เหลก็ เหน่ียวนาให้
เกิดแรงเคล่ือนไฟฟ้า ทิศทางของกระแสไฟฟ้าจะเปล่ียนแปลงในทุกๆ มุม 180 องศา
ของการหมุนจานวนแรงเคลื่อนไฟฟ้าท่ีเกิดข้ึนจะเปล่ียนแปลงตามมุมที่ขดลวดทากบั
เส้นแรงแม่เหล็ก แรงเคลื่อนไฟฟ้าจะสูงสุดเม่ือขดลวดหมุนตดั ต้งั ฉากกบั เส้นแรง
แม่เหล็กพอดี และแรงเคลื่อนไฟฟ้าจะเป็ นศูนย์ (0) เมื่อขดลวดว่ิงขนานกบั เส้นแรง
แม่เหลก็ ดงั น้นั ในขดลวดจึงเกิดเป็ นไฟฟ้ากระแสสลบั ถา้ เป็นเจนเนอเรเตอร์กระแส
สลบั ก็จะส่งไฟฟ้ากระแสสลบั ออกไปใช้ไดท้ นั ที ส่วนเจนเนอเรเตอร์กระแสตรง
ไฟฟ้ากระแสสลบั จะถูกเรียงใหเ้ ป็นไฟฟ้ากระแสตรงเสียก่อนท่ีจะส่งไปใชง้ าน
227
7
รูปที่ 22 แสดงหลกั การทางานของเจนเนอเรเตอร์
228
7
2. ชนิดของเจนเนอเรเตอร์
2.1 เจนเนอเรเตอร์กระแสสลบั (Alternating-current Generator) จะเปลี่ยน
ไฟฟ้ากระแสสลบั ให้เป็ นไฟฟ้ากระแสตรงโดยใชต้ วั เรียงกระแส (Rectifier) แลว้ จึง
ประจุเขา้ แบตเตอร่ี
2.2 เจนเนอเรเตอร์กระแสตรง (Direct-current Genenator) เป็ นเจนเนอเร
เตอร์ที่ผลิตไฟฟ้ากระแสสลบั แต่จะเปล่ียนไปเป็ นไฟฟ้ากระแสตรงเสียก่อนดว้ ย
อุปกรณ์ภายในตวั ของมนั เองก่อนท่ีจะส่งออกไปใชง้ านภายนอก
229
7
3. การควบคุมแรงเคล่ือนไฟฟ้าแบบธรรมดา (มีหน้าทองขาว)
หลกั การทางาน
รูปที่ 23 แสดงการควบคุมแรงเคล่ือนไฟฟ้าแบบธรรมดา (มีหนา้ ทองขาว)
230
7
4. การควบคุมแรงเคล่ือนไฟฟ้าแบบทรานซิสเตอร์
หลกั การทางาน
เม่ือเปิ ดสวิตชก์ ุญแจ กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะว่ิงผา่ นกุญแจผา่ น R1
ผ่าน TR1 ทาให้ TR1 ทางาน กระแสไฟฟ้าจึงไหลจากสวิตช์กุญแจผ่านขดลวด
แม่เหลก็ ของโรเตอร์ผา่ น TR1 ลงกราวดค์ รบวงจร ส่วน TR2 จะยงั ไม่ทางาน ขณะ
ความเร็วรอบของเครื่องยนตเ์ พิ่มข้ึน เม่ือแรงเคล่ือนไฟฟ้าท่ีผลิตจากเจนเนอเรเตอร์สูง
ถึงจุดที่กาหนดไว้ ซีเนอร์ไดโอด (ZD) จะทางานส่งกระแสไฟฟ้าไปกระตุน้ TR2 ให้
TR2 ทางาน ดงั น้นั กระแสเบสของ TR1 จะไหลผา่ น TR2 ลงกราวด์ TR1 จึงจะหยดุ
ทางาน กระแสไฟฟ้าท่ีไปเล้ียงขดลวดแม่เหลก็ จึงหยดุ ไหล
231
7
ดงั น้ันแรงเคล่ือนไฟฟ้าท่ีผลิตไดจ้ ากเจนเนอเรเตอร์จึงหมดไปหรือเป็ น
ศูนย์ เมื่อแรงเคล่ือนไฟฟ้าที่ผลิตจากเจนเนอเรเตอร์เป็ นศูนย์ TR1 จะทางาน
กระแสไฟฟ้าจะไหลผา่ นขดลวดแม่เหลก็ ไดอ้ ีก เจนเนอเรเตอร์กจ็ ะผลิตกระแสไฟฟ้า
ได้ กระบวนการน้ีจะเกิดข้ึนตอ่ เนื่องไปเพ่อื ควบคุมแรงเคล่ือนไฟฟ้าท่ีนาออกไปใช้
232
7
รูปที่ 24 แสดงการควบคุมแรงเคลื่อนไฟฟ้าแบบทรานซิสเตอร์
233
8
การตดิ เครื่องยนต์ดเี ซลและการปรับแต่ง
สาระการเรียนรู้ การตดิ จุดประสงค์การเรียนรู้
เคร่ืองยนต์ดเี ซล
1. การติดเครื่องยนตด์ ีเซล และการปรับแต่ง 1. อธิบายและปฏิบตั ิการติดเคร่ืองยนตด์ ีเซลได้
2. การปรับแตง่ เคร่ืองยนตด์ ีเซล 2. อธิบายและปฏิบตั ิการปรับแต่งเครื่องยนตด์ ีเซลได้
3. ใชเ้ คร่ืองมือ วสั ดุและอปุ กรณ์ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
สมสรมรรถรนถะนปะรปะรจะาจหานห่วนย่วย
ปลอดภยั
1. แสดงความรู้และปฏิบตั ิการติดเครื่องยนตด์ ีเซล 4. มีกิจนิสยั ท่ีดีในการทางานดว้ ยความเป็นระเบียบ
2. แสดงความรู้และปฏิบตั ิการปรับแต่งเคร่ืองยนตด์ ีเซล
สะอาด ประณีต ปลอดภยั และรักษาสภาพแวดลอ้ ม
234
การตดิ เครื่องยนต์ดเี ซลและการปรับแต่ง 8
1. การตดิ เคร่ืองยนต์ดเี ซล
1. การตรวจระบบไฟฟ้าเครื่องยนต์ดีเซล
1.1 การตรวจข้ัวแบตเตอร่ี
รูปท่ี 1 แสดงการทาความสะอาดแบตเตอร่ี
235
8
รูปที่ 2 แสดงการทาความสะอาดข้วั สายและข้วั แบตเตอรี่
236
8
1.2 การตรวจระดบั นา้ กรดแบตเตอร่ีและการวดั ค่าความถ่วงจาเพาะ
รูปที่ 3 แสดงการอ่านระดบั น้ากรดแบตเตอร่ี
237
8
2. การตรวจระบบนา้ มันเชื้อเพลงิ
รูปท่ี 4 แสดงการถ่ายน้าออกจากระบบน้ามนั เช้ือเพลิง
238
8
รูปที่ 5 แสดงการไล่ฟองอากาศออกจากระบบน้ามนั เช้ือเพลิง
239
8
รูปที่ 6 แสดงตาแหน่งโซเลนอยดต์ ดั น้ามนั
240
8
3. การตรวจระบบระบายความร้อน
รูปที่ 7 แสดงการตรวจระดบั น้าในหมอ้ น้า
241
8
รูปที่ 8 แสดงการตรวจระดบั น้าหล่อเยน็ และการตรวจสภาพอุปกรณ์ระบบหล่อเยน็
242
8
4. การตรวจระบบหล่อลื่น
รูปที่ 9 แสดงการตรวจระดบั น้ามนั เคร่ือง
243
8
5. การตรวจสอบระบบสตาร์ต
รูปท่ี 10 แสดงวงจรสตาร์ตพ้ืนฐานที่ตอ้ งทาการตรวจ
244
8
6. การตดิ เคร่ืองยนต์และตรวจสอบความปกตขิ องระบบต่างๆ
รูปที่ 11 แสดงการสตาร์ตเครื่องยนต์
245
8
2. การปรับแต่งเครื่องยนต์ดเี ซล
1. การตรวจเช็กและปรับต้ังองศาฉีดนา้ มนั เชื้อเพลงิ
รูปท่ี 12 แสดงการปรับต้งั องศาฉีดน้ามนั เช้ือเพลิง
246
8
วธี ีการตรวจเช็กเคร่ืองยนต์ดีเซล
รูปที่ 13 แสดงเครื่องมือพเิ ศษท่ีใชส้ าหรับปรับต้งั องศาการฉีดน้ามนั
247
8
รูปที่ 14 แสดงการประกอบเคร่ืองมือเขา้ กบั ป๊ัมน้ามนั เช้ือเพลิง
248
8
รูปที่ 15 แสดงการตรวจสอบการเคล่ือนท่ีของไดอลั เกจ
249
8
รูปที่ 16 แสดงการหมุนเคร่ืองยนตเ์ พ่อื อ่านค่าจากไดอลั เกจ
250
8
รูปที่ 17 แสดงการต้งั ป๊ัมฉีดน้ามนั เช้ือเพลิงเพอ่ื ปรับองศาการฉีดน้ามนั
251
8
2. การปรับต้งั รอบเดินเบา
รูปท่ี 18 แสดงวธิ ีการวดั รอบเคร่ืองยนต์
252
8
รูปที่ 19 แสดงการปรับต้งั รอบเดินเบา
253
8
ข้ันตอนการตรวจวดั กาลงั อดั กระบอกสูบ
1) การตรวจเชก็ และการปรับต้งั ใหป้ ฏิบตั ิดงั น้ี
(1) อุ่นเครื่องยนตแ์ ละปรับต้งั อยทู่ ่ีอุณหภูมิใชง้ านประมาณ 80-95 องศา
เซลเซียส
(2) ปิ ดไฟและอุปกรณ์ไฟท้งั หมด
(3) เกียร์อยใู่ นตาแหน่งเกียร์วา่ ง “N”
(4) พวงมาลยั อยใู่ นตาแหน่งตรง
2) ถอดหวั เผาออกทุกสูบ
254
8
3) ถอดขอ้ ต่อสายไฟโซเลนอยดป์ ั๊มน้ามนั เช้ือเพลิงออกเพื่อเป็ นการตดั น้ามนั
เช้ือเพลิง
4) ใชผ้ า้ อุดที่รูหวั เผาเอาไว้ หลงั จากน้นั ให้ทาการสตาร์ตเครื่องยนตใ์ หห้ มุน
แลตรวจเชก็ วา่ มีฝ่ นุ ละอองติดท่ีผา้ หรือไม่
5) ใส่เครื่องมือวดั กาลงั อดั เขา้ ที่รูหวั เผา
6) หมุนเคร่ืองยนตโ์ ดยการสตาร์ตเคร่ืองเพือ่ วดั กาลงั อดั
7) ตรวจวดั กาลงั อดั ของแต่ละสูบและเช็กว่ากาลงั อดั ของแต่ละสูบแตกต่าง
กนั เท่าไร ซ่ึงตอ้ งต่ากวา่ คา่ ตอ้ งซ่อม
255