คาช้แี จงประกอบการขอปรับปรงุ การแบง่ สว่ นราชการ
กรมทางหลวง
กระทรวงคมนาคม
มนี าคม 2564
สารบญั หน้า
บทท่ี 1 การทบทวนบทบาท ภารกจิ ภาพรวมของส่วนราชการ 1
1.1 ทมี่ า 2
1.2 กฎหมายทเ่ี กยี่ วขอ้ ง 8
1.3 กฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการ 15
1.4 แนวทางในอนาคตของสว่ นราชการ 20
1.5 การวเิ คราะห์ภารกจิ ของสว่ นราชการ
28
บทท่ี 2 เหตุผล ความจาเป็นในการขอปรับปรงุ การแบ่งส่วนราชการ 29
2.1 บทบาทภารกิจท่ีเพ่ิมขนึ้ 30
2.2 บทบาทภารกจิ กรมทางหลวงที่สอดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตร์ 33
2.3 ขอ้ เสนอการถา่ ยโอนภารกิจของหนว่ ยงาน (One-in, X-out) 34
2.4 การวเิ คราะห์ปจั จยั สภาพแวดล้อมภายนอก (External Environment)
2.5 ปญั หาการดาเนนิ งาน หรือการบรหิ ารงานของกรม อันเนือ่ งมาจากโครงสร้าง 34
สว่ นราชการเดิมไมเ่ หมาะสม 36
2.6 การวเิ คราะหบ์ ทบาทหน้าทแ่ี ละภารกจิ ของหน่วยงานในอนาคต
2.7 การเปลย่ี นแปลงระบบ หรือวิธกี ารทางาน 40
40
บทที่ 3 ภารกจิ ของส่วนราชการท่จี ะมีการแบ่งส่วนราชการใหม่ 41
3.1 ขอบเขตหน้าท่ีและอานาจของสว่ นราชการระดบั กรม 44
3.2 แผนภมู กิ ารแบ่งสว่ นราชการ
3.3 การเปรียบเทียบการแบง่ สว่ นราชการในปจั จุบันและที่ขอปรบั ปรงุ ใหม่ 75
3.4 การเปรยี บเทียบหนา้ ท่คี วามรับผิดชอบของสว่ นราชการปจั จุบนั กับทข่ี อปรับปรงุ ใหม่ 76
78
บทท่ี ๔ อัตรากาลงั เจ้าหนา้ ที่
4.1 กรอบอัตรากาลงั เจา้ หน้าทใี่ นปจั จบุ นั 80
4.2 อตั รากาลังที่ใชอ้ ยู่ในปัจจบุ ันและอตั รากาลงั ท่จี ะขอปรบั ปรุง 93
95
บทท่ี ๕ ปรมิ าณงาน
95
บทท่ี 6 ตัวช้ีวัดและค่าเป้าหมาย
96
บทท่ี 7 ค่าใช้จ่าย
98
บทท่ี 8 ขอยกฐานะสานกั งานควบคุมนา้ หนักยานพาหนะเปน็ กองควบคุมน้าหนักยานพาหนะ
8.1 การทบทวนบทบาท ภารกจิ ภาพรวมของหน่วยงาน
8.2 เหตุผลความจาเป็นในการขอจดั ตั้ง
8.3 ภารกิจของส่วนราชการท่ีจะมีการแบง่ ส่วนราชการใหม่
สารบัญ หนา้
102
8.4 อัตรากาลังเจา้ หนา้ ที่ 103
112
8.5 ปริมาณงาน 112
8.6 ตวั ชว้ี ัดและคา่ เป้าหมายทเี่ ป็นผลจากการดาเนินงานปรับปรุงโครงสร้างและภารกจิ ของ 117
สานกั งาน(กอง)ควบคุมน้าหนักยานพาหนะ 130
8.7 ค่าใช้จ่าย
บทท่ี 9 กฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการ (รา่ ง)
ภาคผนวก
แผนภมู ิแสดงการแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง (ขอปรบั ปรงุ )
อานาจหน้าท่ีของส่วนราชการที่ขอปรบั ปรุง
ประวัติของกองควบคุมนา้ หนักยานพาหนะ
- มตคิ ณะรัฐมนตรี เมอ่ื วนั ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2546
- มตคิ ณะรัฐมนตรี เม่อื วันท่ี 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2539
- มติคณะรฐั มนตรี เม่ือวนั ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2529
ปริมาณการเดนิ ทางบนทางหลวง (คัน – กโิ ลเมตร) ปี พ.ศ. 2560
ปรมิ าณการเดนิ ทางบนทางหลวง (คัน – กิโลเมตร) ปี พ.ศ. 2561
ปริมาณการเดนิ ทางบนทางหลวง (คัน – กโิ ลเมตร) ปี พ.ศ. 2562
ปริมาณการเดนิ ทางบนทางหลวงจาแนกตามภาคและจานวนช่องจราจร ปี พ.ศ. 2560
ปริมาณการเดนิ ทางบนทางหลวงจาแนกตามภาคและจานวนชอ่ งจราจร ปี พ.ศ. 2561
ปริมาณการเดินทางบนทางหลวงจาแนกตามภาคและจานวนชอ่ งจราจร ปี พ.ศ. 2562
สารบญั ตาราง / แผนภาพ / แผนภมู ิ หน้า
สารบัญตาราง 20
27
ตารางที่ 1.1 แสดงภารกจิ หลกั ของกรมทางหลวง 28
ตารางท่ี 1.2 แสดงภารกจิ สนบั สนุนของกรมทางหลวง
ตารางที่ 2.1 แสดงการเปรียบเทียบระยะทางในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง 31
32
ตอ่ กิโลเมตรทีเ่ พิ่มข้ึน
ตารางท่ี 2.2 แสดงการเปรียบเทยี บ กลุ่ม/ส่วน/ฝ่าย/ศนู ย์ ของสานักบรหิ ารบารงุ ทาง 41
ตารางที่ 2.3 งบประมาณประจาปีของกรมทางหลวงเทียบกับงบประมาณด้านงานบารงุ รักษาทาง
ตารางท่ี 3.1 สรุปการพจิ ารณาทบทวน ปรบั ปรุง บทบาท ภารกจิ โครงสร้างการแบ่งส่วน 44
76
ราชการของกรมทางหลวง 77
ตารางท่ี 3.2 แสดงการเปรียบเทยี บหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการปัจจบุ นั กับ 78
79
ทีข่ อปรบั ปรุงใหม่
ตารางท่ี 4.1 แสดงเปรยี บเทียบกรอบอัตรากาลังเจา้ หน้าท่ีในปัจจุบนั และท่ีขอปรบั ปรุงใหม่ 79
ตารางท่ี 4.2 แสดงสรุปอตั รากาลงั ของกรมทางหลวง 80
ตารางท่ี 5.1 แสดงปริมาณการเดนิ ทางบนทางหลวง ปี พ.ศ. 2560 - 2562 81
ตารางที่ 5.2 แสดงการเปรยี บเทยี บระยะทางในความรบั ผิดชอบของกรมทางหลวงต่อ 82
83
กโิ ลเมตรทเี่ พ่ิมขนึ้ 85
ตารางที่ 5.3 แสดงระยะทางถนนของประเทศไทยจาแนกรายหนว่ ยงาน
(Total road length under organization of Thailand) หนว่ ย:กโิ ลเมตร
ตารางที่ 6.1 แสดงตัวชว้ี ัดความสาเรจ็ และค่าเปา้ หมายระดับวิสัยทัศน์
ตารางท่ี 6.2 แสดงตวั ชีว้ ดั ความสาเร็จและค่าเปา้ หมายของประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี 1
ตารางที่ 6.3 แสดงตวั ชว้ี ดั ความสาเรจ็ และค่าเปา้ หมายของประเด็นยทุ ธศาสตร์ท่ี 2
ตารางที่ 6.4 แสดงตวั ชี้วดั ความสาเรจ็ และค่าเป้าหมายของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3
ตารางที่ 6.5 แสดงตัวชว้ี ดั ความสาเร็จและค่าเป้าหมายของประเดน็ ยุทธศาสตร์ที่ 4
สารบัญตาราง / แผนภาพ / แผนภมู ิ หน้า
87
ตารางที่ 6.6 แสดงตวั ช้ีวัดตามมาตรการปรับปรุงประสทิ ธิภาพในการปฏิบตั ิราชการ
ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2563 93
93
ตารางท่ี 7.1 แสดงการเปรยี บเทียบงบประมาณรายจ่ายของประเทศกบั งบประมาณรายจา่ ย
ของกรมทางหลวง ระหวา่ งปี พ.ศ. 2560 – 2564 94
97
ตารางท่ี 7.2 การแจกแจงงบประมาณรายจา่ ยของกรมทางหลวงในด้านต่าง ๆ ระหว่างปี 98
พ.ศ. 2560 – 2564
103
ตารางที่ 7.3 การแจกแจงงบประมาณรายจา่ ยงบลงทุนเทียบกบั รายจ่ายประจา ระหว่างปี 104
พ.ศ. 2561 - 2564 112
113
ตารางท่ี 8.1 แสดงปรมิ าณรถบรรทุก ระหวา่ งปี พ.ศ. 2561 - 2563
ตารางที่ 8.2 แสดงการเปรียบเทยี บหนา้ ทค่ี วามรับผิดชอบของสานักบริหารบารงุ ทาง
ก่อนและหลงั การขอยกฐานะกองควบคมุ นา้ หนักยานพาหนะ
ตารางที่ 8.3 แสดงปริมาณรถบรรทกุ ที่เข้าตรวจสอบน้าหนกั ทส่ี ถานตี รวจสอบนา้ หนักของ
กรมทางหลวง
ตารางที่ 8.4 แสดงปริมาณงานของฝา่ ยต่าง ๆ ในสานักควบคมุ นา้ หนกั ยานพาหนะ
ตารางท่ี 8.5 แสดงตัวชวี้ ัดและคา่ เปา้ หมาย
ตารางท่ี 8.6 แสดงค่าใช้จา่ ยของสานักงานควบคุมนา้ หนกั ยานพาหนะ
สารบัญแผนภาพ 37
39
แผนภาพที่ 2.1 แผนพฒั นาดจิ ิทัล กรมทางหลวง พ.ศ. 2562 – 2565
แผนภาพท่ี 2.2 แสดงความสอดคล้องของยทุ ธศาสตร์ในการพัฒนา ICT ของกรมทางหลวง 41
100
พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ กบั ยทุ ธศาสตร์ทเ่ี กี่ยวข้อง 103
แผนภาพท่ี 3.1 แสดงการเปรียบเทียบโครงสรา้ งกรมทางหลวงปจั จุบนั กบั ท่ขี อปรบั ปรงุ ใหม่ 113
แผนภาพท่ี 8.1 สานักงานควบคุมน้าหนกั ยานพาหนะกับภารกจิ หลักของกรมทางหลวง
แผนภาพที่ 8.2 แสดงการปฏบิ ัติงานในการตรวจสอบน้าหนกั
แผนภาพท่ี 8.3 แสดงกระบวนการควบคมุ นา้ หนักยานพาหนะโดยใช้ Digital Technology
สารบญั ตาราง / แผนภาพ / แผนภูมิ หนา้
115
แผนภาพท่ี 8.4 แสดงกระบวนการควบคมุ น้าหนักยานพาหนะโดยใช้ระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศ 40
75
สารบัญแผนภูมิ 98
101
แผนภมู ทิ ่ี 3.1 การแบง่ ส่วนราชการกรมทางหลวง
แผนภูมทิ ี่ 4.1 อตั รากาลงั ของกรมทางหลวงในปัจจุบัน 102
แผนภูมทิ ่ี 8.1 แสดงโครงสร้างของสานักบรหิ ารบารุงทาง ตาม อ.ก.พ. กระทรวงกาหนด
แผนภมู ทิ ่ี 8.2 แสดงโครงสร้างและอัตรากาลังของสานกั บริหารบารงุ ทางหลงั แยกกองควบคุม
น้าหนักยานพาหนะ
แผนภมู ทิ ี่ 8.3 แสดงโครงสรา้ งและอัตรากาลงั ของกองควบคุมนา้ หนักยานพาหนะ
บทที่ 1
การทบทวนบทบาท ภารกิจ ภาพรวมของสว่ นราชการ
แบบคำชี้แจงประกอบกำรแบง่ ส่วนรำชกำร
กรมทำงหลวง
บทท่ี 1
การทบทวนบทบาท ภารกิจ ภาพรวมของส่วนราชการ
1.1 ที่มา
กรมทางหลวงได้รับการสถาปนาข้ึนเป็นกรมเม่ือวันท่ี 1 เมษายน ร.ศ. 131 ตรงกับ พ.ศ. 2455
แต่เดิมน้ันจะมีแต่กรมคลอง ซ่ึงอยู่ในกระทรวงเกษตราธิการ ล่วงมาจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยุบกรมคลองมาขึ้นกับกระทรวงโยธาธิการและใช้ช่ือว่า “กรมทาง” ให้เปลี่ยนชื่อ
กระทรวงโยธาธกิ ารเปน็ กระทรวงคมนาคมตามประกาศจัดราชการรัตนโกสนิ ทร์ศก 131
- วันท่ี 30 กันยายน พ.ศ. 2457 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โอนแผนกทางน้าของกรมทางไปให้กรมทดน้า
คือกรมชลประทานขึ้นในกระทรวงเกษตราธิการ กรมทางจึงเหลืออยู่แต่กองทางบกเพียงอย่างเดียวโดยมีเจ้ากรม
เป็นหวั หนา้
- วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 ภายหลังท่ีประเทศไทยได้ประกาศสงครามกับประเทศเยอรมัน ออสเตรีย
ฮังการี ก็ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้กรมทางไปอยู่กับกรมรถไฟหลวง สังกัดกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมขึ้นอยู่กับ
ผู้บัญชาการรถไฟหลวง เพื่อสะดวกแก่กรมรถไฟหลวงและกรมทางท่ีจะได้ใช้วิศวกรท่ีมีเป็นชนชาติศัตรูที่ต้อง
ถูกควบคุม เป็นเชลยศึกและปลดออกจากประจ้าการหลายคน ในสมัยน้นั มีนายชา่ งทางเอกเป็นหวั หนา้ กรมทาง
- วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รวม
กระทรวงพาณชิ ย์และคมนาคม กบั กระทรวงเกษตราธกิ ารเข้าเป็นกระทรวงเดียวกันเรียกว่า "กระทรวงเกษตรและ
พณิชยการ" กรมรถไฟหลวง ซงึ่ มกี รมทางรวมอยู่ จึงเปลีย่ นเป็นสังกัดกระทรวงเกษตรและพณชิ ยการ
- วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ตราพระราชบัญญัติ
จัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช 2476 ให้ยุบเลิกกระทรวงเกษตรและพณิชยการ กรมรถไฟหลวง
ซึ่งมกี รมทางหลวงรวมอยดู่ ว้ ย ไปสงั กัดกระทรวงเศรษฐการ
- วนั ที่ 18 กนั ยายน พ.ศ. 2477 พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ
โอนอ้านาจหน้าที่เก่ียวกับการสร้างทาง และบ้ารุงรักษาทางหลวงพุทธศักราช 2477 ของกรมทางให้เป็นอ้านาจ
หน้าท่ขี องกรมโยธาเทศบาล สงั กดั กระทรวงมหาดไทย
- วันท่ี 19 สงิ หาคม พ.ศ. 2484 ในรชั สมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล กองทางก็ได้
ยกฐานะขึ้นเป็นกรมทางโอนสังกัดจาก กรมโยธาเทศบาล กระทรวงมหาดไทย มาสังกัดกระทรวงคมนาคม
ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช 2484 แม้จะได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกรมสังกัด
กระทรวงคมนาคมแล้วก็ตามก็ยังไม่มีที่ท้าการเป็นของตนเอง ยังคงอาศัยอยู่ในกรมโยธาเทศบาลท่ีเชิงสะพาน
ผา่ นฟูาลีลาศ จนถงึ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2491 จงึ ได้ย้ายไปอยู่ ท่ีถนนพระราม 6 ซึ่งเป็นที่ต้ังของกรมทางหลวง
ในปัจจุบัน
- วนั ที่ 12 มนี าคม พ.ศ. 2495 กรมทางหลวงไดเ้ ปลี่ยนชื่อเป็นกรมทางหลวงแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติ
ปรบั ปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2495 สังกดั กระทรวงคมนาคม
- วันท่ี 4 มิถุนายน พ.ศ. 2498 ได้ทา้ พิธีเปดิ อาคารที่ท้าการของกรมด้านถนนศรอี ยธุ ยา
- วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 กรมทางหลวงแผ่นดินได้เปลี่ยนช่ือเป็นกรมทางหลวง สังกัดกระทรวง
พัฒนาการแหง่ ชาติ ตามพระราชบัญญัตปิ รับปรงุ กระทรวงทบวง กรม พ.ศ. 2506
- วันที่ 29 กนั ยายน พ.ศ. 2515 จนถึงปัจจุบัน กรมทางหลวงได้โอนไปสังกดั กระทรวงคมนาคม
(ทมี่ า: หนังสือรายงานประจ้าปี กรมทางหลวง ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562)
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 1
กรมทางหลวง
ปัจจุบันกรมทางหลวงรับผิดชอบทางหลวงตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 แก้ไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบญั ญตั ทิ างหลวง (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2549 ได้แก่ ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน
โดยใช้กลไกการก่อสร้าง การรักษาสภาพและบ้ารุงรักษา ซึ่งต้องดูแลเส้นทางทั่วประเทศกว่า
52,065 กิโลเมตร (ข้อมูลจาก : ส้านักแผนงาน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563) และมีการบริหารเงินงบประมาณ
รายจ่าย ในแผนงานพื้นฐานด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย แผนงาน บูรณาการพัฒนา
โครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์แผนงานบุคลากรภาครัฐและผ่านการบูรณาการ ส่งเสริมการวิจัยและ
พฒั นา รวมทงั้ สนิ้ กว่า 100,000 ล้านบาท อัตราก้าลังข้าราชการ 6,759 อัตรา ลูกจ้างประจ้า 2,611 อัตราและ
พนักงานราชการ7,012อัตรา กรอบอัตราก้าลังรวม16,382 อัตรา (ข้อมูลจาก : กองการเจ้าหน้าท่ี ณ วันที่ 16 ธ.ค.
2563)
โดยกรมทางหลวงมีแผนยทุ ธศาสตร์ในการดา้ เนนิ การ ดงั นี้ (พ.ศ. 2560 – 2564)
วิสยั ทัศน์ :
ระบบทางหลวงที่สะดวก ปลอดภยั เช่อื มโยงการพัฒนาโครงสร้างพนื้ ฐานของประเทศ
พันธกจิ :
1. พัฒนาระบบทางหลวง (Highway System) ให้เกิดความเช่ือมต่อ (Connectivity) การเข้าถึง (Accessibility)
และความคล่องตัว (Mobility) ที่สมบรู ณ์เพื่อการขับเคลื่อนประเทศท้ังด้านเศรษฐกิจและสังคม
2. ควบคุมดูแลระดับการให้บริการ (Serviceability) และความปลอดภัย (Safety) บนทางหลวงให้ได้
มาตรฐานเพอ่ื คุณภาพการใหบ้ รกิ ารทดี่ ี
3. พฒั นาระบบบรหิ ารองคก์ ร (Organization Management) ตามธรรมาภิบาล
ยทุ ธศาสตรก์ รมทางหลวง
1. พฒั นาระบบทางหลวงทเ่ี ชื่อมต่อ (Connectivity) เข้าถึง (Accessibility) และคล่องตวั (Mobility) อยา่ งมี
คณุ ภาพและตรงความตอ้ งการ
2. การรักษาระดับการให้บริการ (Serviceability) ของระบบทางหลวงให้เป็นไปตามมาตรฐานอยา่ งต่อเน่ือง
3. การยกระดับความปลอดภยั (Safety) ของระบบทางหลวงอย่างบรู ณาการ
4. การพฒั นาส่งเสริมระบบบรหิ ารจัดการองค์กร (Organization Management) อยา่ งมธี รรมาภิบาลและยั่งยนื
1.2 กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้อง ตามหน้าทีค่ วามรับผดิ ชอบ
1. พระราชบญั ญตั ทิ างหลวง พ.ศ. 2535 เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก
กฎหมายว่าด้วยทางหลวงได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน บทบัญญัติต่าง ๆ ท่ีใช้ในการควบคุมดูแลรักษาทางหลวงยัง
ไม่เหมาะสม และมาตรการส้าหรับดา้ เนนิ การกับผู้ฝุาฝนื ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร และปรากฏว่าได้มีการใช้ยานพาหนะ
ท่มี ีน้าหนักบรรทุกเกินกว่าทก่ี า้ หนดบนทางหลวง ก่อใหเ้ กดิ ความเสียหายแก่ทางหลวงและความปลอดภัยแก่ผู้ขับข่ี
ยานพาหนะบนทางหลวง นอกจากนั้น ยังปรากฏว่ามีการใช้ทางหลวงเพื่อการชุมนุมประท้วงย่ืนข้อเรียกร้องจาก
ทางราชการและโดยที่ได้มีการยกฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล ตามกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงฐานะของ
สุขาภิบาลเป็นเทศบาลแล้ว สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยทางหลวงเสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับ
สภาวการณ์ปัจจุบัน ยกเลิกบทบัญญัติที่เก่ียวกับสุขาภิบาล และก้าหนดให้ผู้อ้านวยการทางหลวงหรือผู้ซ่ึงได้รับ
มอบหมายจากผู้อ้านวยการทางหลวงมีอ้านาจเปรียบเทียบปรับส้าหรับความผิดท่ีมีโทษปรับสถานเดียวได้รวมทั้ง
ปรับปรงุ บทกา้ หนดโทษให้เหมาะสมยง่ิ ข้ึน จงึ จ้าเปน็ ต้องตราพระราชบัญญัตนิ ้ี
2. พระราชบญั ญัติทางหลวงสัมปทาน พ.ศ. 2542 เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ฉิ บับน้ีคือ
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 2
กรมทางหลวง
เน่ืองจากพระราชบัญญัติทางหลวงท่ีได้รับสัมปทาน พุทธศักราชการ 2473 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว
บทบัญญัติบางมาตราไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เอกชนจะเข้ามาลงทุนในกิจการอันเป็นสาธารณูปโภคและ
บทก้าหนดโทษไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับบทบัญญัติของกฎหมายอื่นท่ีพระราชบัญญัติ
ฉบับนี้ให้น้ามาใช้บังคับได้ถูกยกเลิกไปแล้ว สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมกับภาวะทางเศรษฐกิจและสภาพสังคม
ปจั จบุ นั จงึ จ้าเปน็ ต้องตราพระราชบญั ญตั ินี้
3. พระราชบญั ญัติกาหนดค่าธรรมเนยี มการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีการคมนาคมเป็นสิ่งจ้าเป็นและส้าคัญส่วนหนึ่งของ
ประเทศอันเป็นผลให้กิจการส่วนอ่ืน ๆ ทุกสาขาเจริญตามส่วนสัมพันธ์กับความก้าวหน้าของการคมนาคมทางหลวง
และสะพานเป็นส่วนสัมพันธ์แขนงหน่ึงของการคมนาคม จึงจ้าต้องก่อสร้างและบูรณะทางหลวงและสะพานให้
เพ่ิมมากข้ึนในสภาพที่ดี แต่งบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอจึงต้องกู้เงินมาใช้เพื่อการน้ี ดังน้ันจึงจ้าเป็นต้องเก็บ
ค่าธรรมเนียมผา่ นทางหลวงและสะพาน เพ่อื น้ามาชดใชเ้ งนิ กแู้ ละบูรณะทางหลวงและสะพานดงั กล่าว
4. พระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2549 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยท่ีเป็นการสมควรแก้ไขมีเพ่ิมเติมกฎหมายว่าด้วย
ทางหลวง พระราชบัญญัติน้ีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา 29
ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 44 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บญั ญตั ิใหก้ ระท้าได้โดยอาศัยอ้านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าให้ตราพระราชบัญญัติ
ข้นึ ไว้โดยค้าแนะนา้ และยนิ ยอมของรัฐสภา
5. พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 เหตุผลในการประกาศใช้
พระราชบัญญัติฉบับน้ีคือ โดยที่กฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันได้ประกาศใช้
มานานแล้วและมบี ทบัญญตั บิ างประการท่ียังไม่เหมาะสม สมควรปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวเสียใหม่เพื่อให้การเวนคืน
อสังหาริมทรพั ยเ์ ป็นไปได้โดยรวดเรว็ และเป็นธรรมยงิ่ ขึ้น จงึ จา้ เป็นต้องตราพระราชบัญญตั นิ ี้
6. พระราชกฤษฎีกากาหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ท่ีจะคืน เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา
ฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีความจ้าเป็นต้องสร้างทาง.....สายทาง.......แขวง/ต้าบล.....เขต/อ้าเภอ........จังหวัด...........
เพอื่ อา้ นวยความสะดวกและความรวดเรว็ แก่การจราจรและการขนส่งอันเป็นกิจการสาธารณูปโภค สมควรก้าหนด
เขตท่ีดินท่ีจะเวนคืนในท้องที่ดังกล่าว เพ่ือให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีมีสิทธิเข้าไปท้าการส้ารวจเพ่ือให้ทราบข้อเท็จจริง
เกย่ี วกับอสงั หารมิ ทรัพย์ทตี่ อ้ งได้มาโดยแน่ชดั จึงจ้าเป็นต้องตราพระราชกฤษฎกี าน้ี
7. พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
ระเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่
เป็นการสมควรปรับปรุงระบบบริหารราชการเพ่ือให้สามารถปฏิบัติงานตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและ
การให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพย่ิงข้ึน โดยก้าหนดให้การบริหารราชการแนวทางใหม่
ต้องมีการก้าหนดนโยบาย เปูาหมาย และแผนการปฏิบัติงาน เพ่ือให้สามารถประเมินผลการปฏิบัติราชการในแต่
ละระดับได้อย่างชัดเจน มีกรอบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นแนวทางในการก้ากับการก้าหนดนโยบายและ
การปฏิบัตริ าชการ และเพือ่ ใหก้ ระทรวงสามารถจดั การบรหิ ารงานให้เปน็ ไปตามเปาู หมายได้จงึ ก้าหนดให้มีรูปแบบ
การบริหารใหม่ โดยกระทรวงสามารถแยกส่วนราชการจัดตั้งเป็นหน่วยงานตามภาระหน้าที่ เพื่อให้เกิดความ
คล่องตัวและสอดคล้องกับเปูาหมายของงานที่จะต้องปฏิบัติ และก้าหนดให้มีกลุ่มภารกิจของส่วนราชการต่าง ๆ
ที่มีงานสัมพันธ์กัน เพ่ือที่จะสามารถก้าหนดเปูาหมายการท้างานร่วมกันได้ และมีผู้รับผิดชอบก้ากับการบริหารงาน
ของกล่มุ ภารกิจน้นั โดยตรงเพ่ือใหง้ านเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและรวดเร็ว รวมทง้ั ให้มีการประสานการปฏิบัติงาน
และการใช้งบประมาณเพ่ือทจ่ี ะให้การบริหารงานของทุกสว่ นราชการบรรลเุ ปาู หมายของกระทรวงได้อยา่ งมี
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 3
กรมทางหลวง
ประสิทธิภาพและลดความซ้าซ้อน มีการมอบหมายงานเพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ และสมควรก้าหนด
การบริหารราชการในต่างประเทศให้เหมาะสมกับลักษณะการปฏิบัติหน้าท่ีและสามารถปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว
และมีเอกภาพ โดยมีหัวหน้าคณะผู้แทนเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารราชการ นอกจากนี้สมควรให้มี
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเพ่ือเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดูแลการจัดส่วนราชการและปรับปรุง
ระบบการท้างานของภาคราชการให้มีการจัดระบบราชการอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป จึงจ้าเป็นต้องตรา
พระราชบญั ญตั นิ ้ี
8. พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 เหตุผลในการ
ประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์
ใหก้ ระทา้ เพียงเทา่ ท่จี า้ เป็นต้องใช้เพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภคการปูองกันประเทศ การได้มาซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ
หรือเพือ่ ประโยชน์สาธารณะอย่างอ่ืน รวมตลอดทั้งเพือ่ น้าอสังหาริมทรัพย์ท่ีเวนคืนไปชดเชยให้เกิดความเป็นธรรม
แกเ่ จ้าของอสงั หารมิ ทรัพยท์ ่ถี กู เวนคนื ในกรณที ห่ี นว่ ยงานท่ีเวนคนื ไม่ใช้อสังหาริมทรัพย์ตามวัตถุประสงค์ที่เวนคืน
ภายในก้าหนดระยะเวลาหรือมีท่ีดินเหลือจากการใช้ประโยชน์ หากเจ้าของเดิมหรือทายาทประสงค์จะได้คืน
ตอ้ งคนื ใหแ้ กบ่ ุคคลดังกล่าวโดยระยะเวลาการขอคืน การคืน และการเรียกคืนค่าทดแทนให้เป็นไปตามท่ีกฎหมาย
บัญญตั ิ ซ่ึงพระราชบญั ญตั ิว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ท่ีใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังมีบทบัญญัติ
ไม่ครบถว้ น จงึ จ้าเป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั ินี้
9. พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติ
ฉบับน้ี คือ ในระบอบประชาธิปไตย การให้ประชาชนมีโอกาสกว้างขวางในการได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ
การด้าเนินการต่าง ๆ ของรัฐเป็นส่ิงจา้ เป็น เพื่อท่ีประชาชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิทางการเมือง
ไดโ้ ดยถกู ตอ้ งกบั ความเปน็ จรงิ อันเปน็ การส่งเสริมให้มคี วามเป็นรัฐบาลโดยประชาชนมากยิ่งข้ึน สมควรก้าหนดให้
ประชาชนมีสิทธิได้รู้ข้อมูลข้าวสารของราชการ โดยมีข้อยกเว้นอันไม่ต้องเปิดเผยที่แจ้งชัดและจ้ากัดเฉพาะข้อมูล
ข่าวสารท่ีหากเปิดเผยแล้วจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติหรือต่อประโยชน์ท่ีส้าคัญของเอกชน ท้ังน้ีเพ่ือ
พัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้ม่ันคงและจะยังผลให้ประชาชนมีโอกาสรู้ถึงสิทธิหน้าที่ของตนอย่างเต็มท่ี เพื่อที่จะ
ปกปกั รักษาประโยชน์ของตนได้อีกประการหนึง่ ด้วย ประกอบกบั สมควรคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในส่วนท่ีเก่ียวข้อง
กับข้อมลู ข่าวสารของราชการไปพร้อมกัน จึงจา้ เป็นต้องตราพระราชบัญญตั นิ ้ี
10. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 เหตุผลในการประกาศใช้
พระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เพ่ือให้การด้าเนินการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีกรอบการปฏิบัติงานที่
เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยการก้าหนดเกณฑ์มาตรฐานกลาง เพ่ือให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งน้าไปใช้เป็น
หลักปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนให้มากท่ีสุด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเปิดโอกาสให้
มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการด้าเนินการจัดซื้อจัดจ้างท่ีค้านึงถึงวัตถุประสงค์ของการใช้งานเป็นส้าคัญซึ่งจะ
ก่อให้เกิดความคมุ้ คา่ ในการใช้จ่ายเงนิ มีการวางแผนการดา้ เนนิ งานและมีการประเมินผลการปฏิบัติงานซ่ึงจะท้าให้
การจัดซื้อจัดจ้างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งเพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีการส่งเสริมให้
ภาคประชาชนมสี ่วนรว่ มในการตรวจสอบการจดั ซอื้ จดั จ้างภาครัฐซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งเพื่อปูองกันปัญหาการทุจริต
และประพฤติมิชอบในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ประกบกับมาตรการอื่น ๆ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงจะท้าให้เกิดความโปร่งใสในการด้าเนินการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ อันจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น
ให้กับสาธารณชนและก่อให้เกิดผลดีกับการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐให้เป็นท่ียอมรับโดยทั่วไป จึงจ้าเป็นต้องตรา
พระราชบญั ญัตินี้
11. พระราชบัญญัติการอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558
เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญตั ิฉบับนค้ี ือ โดยที่ปจั จบุ นั มกี ฎหมายว่าด้วยการอนญุ าตจา้ นวนมากการ
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบง่ ส่วนราชการ 4
กรมทางหลวง
ประกอบกิจการของประชาชนจะต้องขออนุญาตจากส่วนราชการหลายแห่งอีกทั้งกฎหมายที่เก่ียวข้องกับการ
อนญุ าตบางฉบบั ไมไ่ ดก้ า้ หนดระยะเวลา เอกสารและหลักฐานที่จ้าเป็น รวมถึงข้ันตอนในการพิจารณาไว้ท้าให้เป็น
อุปสรรคต่อประชาชนในการย่ืนค้าขออนุญาตด้าเนินการต่างๆ ดังนั้น เพ่ือให้มีกฎหมายกลางที่จะก้าหนดข้ันตอน
และระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต และมีการจัดตั้งศูนย์บริการร่วมเพื่อรับค้าร้องและศูนย์รับค้าขออนุญาต
ณ จุดเดียว เพื่อให้ข้อมูลท่ีชัดเจนเก่ียวกับการขออนุญาตซ่ึงจะเป็นการอ้านวยความสะดวกแก่ประชาชน จึงจ้าเป็น
ตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี
12. กฎกระทรวง (พ.ศ.2536) ออกตามความในพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 เหตุผล
ในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ โดยที่มาตรา 23 วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535
บัญญัติให้บัตรประจ้าตัวเจ้าพนักงานทางหลวงต้องเป็นไปตามแบบที่ก้าหนดในกฎกระทรวง จึงจ้าเป็นต้องออก
กฎกระทรวงนี้
13. กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ีคือ โดยท่ีเป็นการสมควรก้าหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะ
บนทางหลวงชนบท เพอ่ื ความปลอดภัยในชีวิตและทรพั ยส์ นิ ของประชาชนประกอบกบั มาตรา 5(1) แห่งพระราชบญั ญัติ
ทางหลวง พ.ศ. 2535 ได้บัญญัติให้การก้าหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะต้องเป็นไปตามที่ก้าหนดใน
กฎกระทรวง จึงจา้ เปน็ ตอ้ งออกกฎกระทรวงนี้
14. กฎกระทรวง ฉบับท่ี 3 (พ.ศ.2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนคี้ อื เนื่องจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ทางสายกรุงเทพมหานคร –
เมืองพัทยา และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) ทางสายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
เป็นทางหลวงท่ีออกแบบเพ่อื ใหก้ ารจราจรผา่ นได้ตลอดรวดเร็วเป็นพิเศษท้าให้ยานพาหนะต่าง ๆ สามารถใช้ความเร็วสูง
ได้ด้วยความปลอดภัย สมควรก้าหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงสายดังกล่าวไว้สูงกว่าทางหลวง
สายอื่น ประกอบกบั มาตรา 5 (1) แหง่ พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 ได้บัญญัติให้การก้าหนดอัตราความเร็ว
ของยานพาหนะต้องเปน็ ไปตามที่กา้ หนดในกฎกระทรวง จงึ จ้าเป็นต้องออกกฎกระทรวงน้ี
15. กฎกระทรวง กาหนดประเภท ชนิดหรือลักษณะของอาคารที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนการสร้างหรือ
ดัดแปลงต่อเติมภายในระยะไม่เกนิ สิบห้าเมตรจากเขตทางหลวง พ.ศ. 2550 เหตุผลในการประกาศ ใช้กฎกระทรวง
ฉบบั นี้คอื เน่ืองจากมาตรา 49 (1) แห่งพระราชบญั ญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 บัญญตั วิ า่ เมื่อมคี วามจ้าเป็นจะต้อง
ควบคุมทางเข้าออกทางหลวงเพ่ือให้การจราจรบนทางหลวง เป็นไปโดยรวดเร็วและสะดวก หรือเพ่ือความปลอดภัย
ในการจราจรบนทางหลวง ห้ามมิให้ผู้ใดสร้างหรือดัดแปลงต่อเติมอาคารตามประเภท ชนิด หรือลักษณะท่ีก้าหนด
ในกฎกระทรวง ภายในระยะไม่เกินสิบห้าเมตรจากเขตทางหลวง เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อ้านวยการ
ทางหลวง หรือผู้ซ่ึงได้รับมอบหมายจาก ผู้อ้านวยการทางหลวง สมควรก้าหนดประเภท ชนิด หรือลักษณะของอาคาร
ที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนการสร้างหรือดัดแปลงต่อเติมภายในระยะไม่เกินสิบห้าเมตรจากเขตทางหลวง จึงจ้าเป็นต้อง
ออกกฎกระทรวงน้ี
16. กฎกระทรวง ฉบับท่ี 10 (พ.ศ. 2515) ออกตามความในพระราชบัญญัติกาหนดค่าธรรมเนียมการ
ใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ โดยที่เห็นสมควร
ยกเว้นค่าธรรมเนียมแก่ยานยนตร์บางประเภทในการใช้ยานยนตร์น้ันบนทางหลวงและสะพานทุกแห่งท่ัวราชอาณาจักร
เป็นพเิ ศษ จึงจา้ เป็นตอ้ งออกกฎกระทรวงฉบบั น้ี
17. กฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2515) ออกตามความในพระราชบัญญัติกาหนดค่าธรรมเนียมการ
ใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีได้มีการ
แกไ้ ขเพม่ิ เติมกฎกระทรวงเกย่ี วกับการยกเว้นค่าธรรมเนียมแก่ยานยนตร์บางประเภทในการใช้ยานยนตรบ์ นทางหลวง
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 5
กรมทางหลวง
และสะพานทุกแหง่ ทว่ั ราชอาณาจักรขนึ้ ใหม่ จึงจ้าเป็นตอ้ งออกกฎกระทรวงฉบบั น้ี
18. กฎกระทรวง ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติกาหนดค่าธรรมเนียม
การใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ เพ่ือให้
เปน็ ไปตามความตกลงระหว่างรฐั บาลแหง่ ราชอาณาจกั รไทยกบั รฐั บาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ว่าด้วยสะพานมิตรภาพ เม่ือวันท่ี 2 เมษายน 2537 ที่ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงเป็นผู้ด้าเนินการจัดเก็บ
ค่าผ่านสะพานมติ รภาพไทย – ลาว ทางฝ่ังประเทศไทยตามพระราชบัญญัติก้าหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์
บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2479 จึงจา้ เปน็ ต้องออกกฎกระทรวงนี้
19. กฎกระทรวง ฉบับที่ 22 (พ.ศ. 2556) ออกตามความในพระราชบัญญัติกาหนดค่าธรรมเนียมการ
ใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยท่ีเป็น
การสมควรปรบั ปรุงการยกเว้นค่าธรรมเนียมการใชย้ านยนตรบ์ นสะพานมิตรภาพไทย – ลาว ซง่ึ ขา้ มแม่น้าโขง ตอ่ จาก
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 สายสระบุรี – หนองคาย (เขตแดน) ตอน กม. 163 + 000 ต่อเขตแดนไทยลาว
ระหว่าง กม.9 + 848.870 – กม. 11 + 022.870 เพื่อก้าหนดการยกเว้นค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมส้าหรับ
รถโดยสารประจ้าทางระหว่างประเทศ ท่ีวิ่งในเส้นทางหนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์ และเส้นทางนครหลวง
เวียงจนั ทน์ – หนองคาย และรถโดยสารประจ้าทางระหว่างประเทศท่ีวิ่งในเส้นทางอุดรธานี – นครหลวงเวียงจันทน์ –
อุดรธานี เพ่ือให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาววา่ ดว้ ยสะพานมติ รภาพ ลงวันท่ี 2 เมษายน 2537 จงึ จา้ เปน็ ตอ้ งออกกฎกระทรวงน้ี
20. กฎกระทรวง ฉบับท่ี 23 (พ.ศ. 2560) ออกตามความในพระราชบัญญัติกาหนดค่าธรรมเนียมการ
ใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีเป็น
การสมควรกา้ หนดเพิม่ วิธกี ารเสียค่าธรรมเนยี มการใชย้ านยนตรผ์ ่านบัตรอัตโนมตั ิ ส้าหรับการน้ายานยนตร์ผ่านขึ้น
สะพานมติ รภาพไทย – ลาว แห่งท่ี 1 (หนองคาย – เวียงจันทน์) เพ่ืออ้านวยความสะดวกและเพ่ิมทางเลือกในการ
ช้าระค่าธรรมเนียมแก่ประชาชนผู้ใช้ยานยนตร์ท่ีต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์ จึงจ้าเป็นต้องออก
กฎกระทรวงน้ี
21. กฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ตอน
กรุงเทพมหานคร - เมืองพัทยา พ.ศ. 2561 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยที่ในปัจจุบัน
ทางหลวงพเิ ศษหมายเลข 7 สายกรงุ เทพมหานคร – บ้านฉาง ตอนกรงุ เทพมหานคร – เมืองพัทยา รวมทางแยกไป
บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบัง และทางแยกเข้า
พัทยาได้มีการจัดให้มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงท้ังขาเข้าและขาออกเพิ่มข้ึน และยกเลิก
ด่านพานทอง เป็นเหตุให้ต้องมีการก้าหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงขึ้นใหม่เพ่ือให้สอดคล้องกับ
ระยะทางและดา่ นเกบ็ คา่ ธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น จึงจา้ เปน็ ต้องออกกฎกระทรวงน้ี
22. กฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ตอน
บ้านหนองปรือ - บ้านฉาง พ.ศ. 2561 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มี
มติให้การด้าเนินการกอ่ สร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงบ้านหนองปรือถึงบ้านฉาง รวมถึงทางแยกไปบรรจบ
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (บ้านอ้าเภอ) โดยใช้จ่ายจากเงินค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและ
สะพานและเงินค่าปรับที่เรียกเก็บได้ตามพระราชบัญญัติก้าหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและ
สะพาน พ.ศ. 2497 เพื่อให้การก่อสร้างทางหลวงดังกล่าวสามารถด้าเนินการตามมติของคณะรัฐมนตรีได้ สมควร
ก้าหนดให้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง ตอนบ้านหนองปรือ – บ้านฉาง รวมทาง
แยกไปบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (บ้านอ้าเภอ) เป็นทางหลวงท่ีต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์
บนทางหลวง จึงจ้าเปน็ ตอ้ งออกกฎกระทรวงน้ี
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 6
กรมทางหลวง
23. กฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนน
วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระปะแดง - บางแค ช่วงพระประแดง -
ต่างระดบั บางขุนเทียน พ.ศ. 2555 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยที่เป็นการสมควรเรียก
เกบ็ ค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร
(ถนนกาญจนาภิเษก) พระประแดง – บางแค ช่วงพระประแดง – ต่างระดบั บางขุนเทยี น จึงจ้าเปน็ ต้องออกกฎกระทรวงนี้
24. กฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนน
วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอนิ - บางพลี พ.ศ. 2558 เหตุผลในการ
ประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มีการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษ
หมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร – บ้านฉาง ตอนกรุงเทพมหานคร – เมืองพัทยา รวมทางแยกไปบรรจบ
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 34 (บางวัว) ทางแยกเข้าชลบุรี ทางแยกเข้าท่าเรือแหลมฉบังและทางแยกเข้าพัทยา
เสยี ใหม่ใหส้ อดคล้องกับระบบการจัดเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มตามระยะทางท่ีใชย้ านยนตร์ส้าหรบั ผู้ใชย้ านยนตร์แต่ละราย
ที่มีการควบคุมช่องทางเข้าออก โดยมีการยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับท่ี 19 (พ.ศ. 2540) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติก้าหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 และกฎกระทรวง
ฉบับท่ี 21 (พ.ศ. 2555) ออกตามความในพระราชบัญญัติก้าหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวง
และสะพาน พ.ศ. 2497 แต่ยังคงระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราเหมาจ่ายขั้นต้่าส้าหรับการใช้ยานยนตร์
แต่ละประเภทบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก)
ตอนบางปะอนิ – บางพลี สมควรแยกก้าหนดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9
สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร(ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนบางปะอิน – บางพลี มาก้าหนดไว้ในกฎกระทรวง
อีกฉบับหน่ึงต่างหาก โดยยังคงอัตราค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์ตามที่ก้าหนดไว้เดิม เพ่ือเกิดความสะดวกใน
การบังคบั ใช้กฎหมายและของผ้ใู ช้ยานยนตร์ จึงจา้ เปน็ ต้องออกกฎกระทรวงน้ี
25. กฎกระทรวงกาหนดคา่ ธรรมเนียมการใชย้ านยนตรบ์ นสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร - สะหวันนะเขต)
พ.ศ. 2555 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ โดยท่ีเป็นการสมควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้
ยานยนตร์บนสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) เพ่ือให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่ง
ราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร –
สะหวันนะเขต) ลงวันท่ี 18 ธันวาคม 2549 ประกอบกับมาตร 3 แห่งพระราชบัญญัติก้าหนดค่าธรรมเนียมการ
ใชย้ านยนตรบ์ นทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติก้าหนดค่าธรรมเนียมการ
ใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534 ก้าหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
มอี ้านาจออกกฎกระทรวงกา้ หนดอัตราคา่ ธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน จึงจ้าเป็นต้องออก
กฎกระทรวงน้ี
26. กฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม – คาม่วน)
พ.ศ. 2556 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ยาน
ยนตร์บนสะพานมติ รภาพ 3 (นครพนม – ค้าม่วน) เพอ่ื ให้เปน็ ไปตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักร
ไทยกับรฐั บาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยกรรมสิทธ์ิ การใช้การบริหารและการบ้ารุงรักษา
สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม – ค้าม่วน) ลงวันท่ี 12 ตุลาคม 2554 ประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ
ก้าหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติ
ก้าหนดก้าหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2534 ก้าหนด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีอ้านาจออกกฎกระทรวงก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บน
ทางหลวงและสะพาน จึงจ้าเป็นตอ้ งออกกฎกระทรวงนี้
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 7
กรมทางหลวง
27. กฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนสะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ – ห้วยทราย)
พ.ศ. 2559 เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีเป็นการสมควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้
ยานยนตร์บนสะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ – ห้วยทราย) เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่ง
ราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยกรรมสิทธิ์ การใช้การบริหารและ
การบา้ รุงรักษาสะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ – ห้วยทราย) ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2556 ประกอบกับมาตรา 3
แหง่ พระราชบญั ญตั ิก้าหนดคา่ ธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัตกิ า้ หนดค่าธรรมเนยี มการใชย้ านยนตร์บนทางหลวงและสะพาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534 ก้าหนดให้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีอ้านาจออกกฎกระทรวงก้าหนดอัตราค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวง
และสะพาน จงึ จ้าเป็นตอ้ งออกกฎกระทรวงนี้
28. กฎกระทรวงกาหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และ
ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ เป็นประจาทุกปี พ.ศ. 2550 เหตุผลในการ
ประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในช่วงเทศกาลสงกรานต์และเทศกาลปีใหม่มีประชาชนเดินทางไปกลับ
ภูมิล้าเนาจ้านวนมาก เป็นผลให้การจราจรติดขัดในทุกสายทางทีออกและเข้ากรุงเทพมหานครและปริมณฑล
และโดยที่การยกเว้นค่าธรรมเนยี มการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9
ในระหว่างเทศกาลสงกรานต์และเทศกาลปีใหม่ เป็นมาตรการที่มีส่วนสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเดินทาง
ด้วยความสะดวกรวดเร็วมากย่ิงขึ้น ท้าให้การจราจรเกิดความคล่องตัวและลดการใช้พลังงานตามนโยบายของรัฐบาล
อันเป็นผลดีต่อการแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงเทศกาลดังกล่าวในภาพรวม สมควรยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้
ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ในระหว่างเทศกาลสงกรานต์และเทศกาล
ปใี หมเ่ ปน็ ประจา้ ทุกปี จึงจ้าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
29. กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่
28 พฤศจิกายน เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับน้ี คือ เนื่องจากข้อ 3 (2) แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 บัญญัติให้ออกกฎกระทรวงก้าหนดการจัดท้าปูายจราจร
เครื่องหมายจราจรเคร่ืองหมายสัญญาณหรือสัญญาณอื่น ขีดเส้น เขียนข้อความ หรือเครื่องหมายอื่นใด ส้าหรับ
การจราจรบนทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัดและทางหลวงสัมปทานได้จึงจ้าเป็นต้องออก
กฎกระทรวงนี้
30. กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 เหตุผลในการประกาศใช้
กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและอ้านาจหน้าที่ของกรมทางหลวง
กระทรวงคมนาคม เพอ่ื ให้สอดคลอ้ งกับภารกิจท่เี พ่มิ ขึน้ และเหมาะสมกบั สภาพของงานที่เปล่ียนแปลงไป อันจะท้า
ใหก้ ารปฏิบตั ภิ ารกจิ ตามอา้ นาจหน้าทม่ี ีประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลยิง่ ขึน้ จึงจ้าเป็นต้องออกกฎกระทรวงน้ี
(ท่มี า : เว็บไซต์กรมทางหลวง)
1.3 กฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการ
กรมทางหลวงมกี ารปรบั ปรงุ โครงสรา้ งส่วนราชการ โดยลา้ ดับ ดังน้ี
- ประกาศคณะปฏวิ ัติ ฉบับที่ 216
- พระราชกฤษฎกี าแบง่ ส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2516
- พระราชกฤษฎีกาแบ่งสว่ นราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2532
- พระราชกฤษฎกี าแบ่งสว่ นราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2533
- พระราชบัญญัติปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2534
- พระราชกฤษฎีกาแบง่ ส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2537
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ ส่วนราชการ 8
กรมทางหลวง
- พระราชกฤษฎกี าแบง่ สว่ นราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2539
- พระราชบญั ญัตปิ รบั ปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545
- กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ.2545
- กฎกระทรวงแบง่ สว่ นราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ.2552
- กฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ.2558 ดงั น้ี
อาศัยอ้านาจตามความในมาตรา 8 ฉ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2543 รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังตอ่ ไปนี้
ข้อ 1 ใหย้ กเลกิ กฎกระทรวงแบง่ ส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕2
ข้อ 2 ให้กรมทางหลวง มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้านทางหลวง การก่อสร้างและ
บา้ รุงรกั ษาทางหลวงใหม้ ีโครงขา่ ยทางหลวงท่สี มบูรณค์ รอบคลุมท่วั ทงั้ ประเทศ และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
เพื่อให้ประชาชนได้รบั ความสะดวก รวดเรว็ และปลอดภัยในการเดินทาง โดยให้มีหน้าทแ่ี ละอ้านาจ ดังต่อไปนี้
(1) ดา้ เนนิ การตามกฎหมายว่าดว้ ยทางหลวงเฉพาะในส่วนทเ่ี กยี่ วกบั ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผน่ ดิน
และทางหลวงสมั ปทาน รวมทั้งกฎหมายอ่นื ท่เี ก่ยี วข้อง
(2) วิจัยและพัฒนางานก่อสร้าง บูรณะ และบ้ารุงรักษาทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดินและ
ทางหลวงสมั ปทาน
(3) ร่วมมอื และประสานงานดา้ นงานทางกบั องคก์ รและหน่วยงานอ่ืนท่ีเกีย่ วข้องทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศ
(4) ปฏิบตั ิการอน่ื ใดตามที่กฎหมายก้าหนดให้เป็นอ้านาจหน้าท่ีของกรมหรือตามท่รี ัฐมนตรหี รือ
คณะรฐั มนตรีมอบหมาย
ข้อ 3 ให้แบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง ดังต่อไปน้ี
(1) ส้านักงานเลขานกุ ารกรม
(2) กองการเงนิ และบญั ชี
(3) กองการเจา้ หนา้ ท่ี
(4) กองการพสั ดุ
(5) กองทางหลวงพเิ ศษระหวา่ งเมือง
(6) กองฝึกอบรม
(7) แขวงทางหลวง ตามทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศกา้ หนด
(8) ศนู ย์เทคโนโลยีสารสนเทศ
(9) ส้านักกฎหมาย
(10) – (๑๑) สา้ นกั กอ่ สร้างทางท่ี ๑ - ๒
(12) ส้านกั กอ่ สรา้ งสะพาน
(13) สา้ นกั เครือ่ งกลและส่อื สาร
(14) – (31) ส้านักงานทางหลวงท่ี ๑ – ๑๘
(32) ส้านกั จดั กรรมสิทธิ์ทด่ี ิน
(33) สา้ นักบรหิ ารโครงการทางหลวงระหว่างประเทศ
(34) สา้ นักบรหิ ารบ้ารุงทาง
(35) ส้านกั แผนงาน
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 9
กรมทางหลวง
(36) สา้ นักมาตรฐานและประเมนิ ผล
(37) ส้านกั วิเคราะหแ์ ละตรวจสอบ
(38) ส้านกั วิจัยและพัฒนางานทาง
(39) สา้ นกั ส้ารวจและออกแบบ
(40) ส้านกั อ้านวยความปลอดภยั
ขอ้ ๔ ในกรมทางหลวง ใหม้ ีกลุม่ ตรวจสอบภายใน เพื่อท้าหน้าท่ีหลักในการตรวจสอบการด้าเนินงานภายในกรม
และสนบั สนนุ การปฏิบตั ิงานของกรม รบั ผดิ ชอบงานขึน้ ตรงตอ่ อธบิ ดี โดยมีหน้าทีแ่ ละอ้านาจดังตอ่ ไปนี้
(1) ด้าเนนิ การเกีย่ วกับการตรวจสอบด้านการบรหิ าร การเงนิ และการบัญชีของกรม
(2) ปฏิบตั งิ านรว่ มกับหรือสนับสนุนการปฏบิ ตั ิงานของหนว่ ยงานอ่นื ที่เกย่ี วข้องหรือท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ข้อ ๕ ในกรมทางหลวง ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร เพ่ือท้าหน้าท่ีหลักในการพัฒนาการบริหารของกรม
ให้เกดิ ผลสัมฤทธ์ิ มีประสิทธภิ าพ และคุ้มคา่ รบั ผิดชอบงานขึน้ ตรงตอ่ อธิบดี โดยมีหน้าทแ่ี ละอา้ นาจ ดงั ต่อไปนี้
(1) เสนอแนะและใหค้ า้ ปรึกษาแก่อธิบดีเก่ียวกับยุทธศาสตร์การพฒั นาระบบราชการภายในกรม
(2) ติดตาม ประเมนิ ผล และจัดท้ารายงานเกยี่ วกบั การพฒั นาระบบราชการภายในกรม
(3) ประสานและด้าเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่างๆ และ
หนว่ ยงานในสังกดั กรม
(4) ปฏิบตั ิงานรว่ มกบั หรอื สนับสนนุ การปฏิบตั ิงานของหนว่ ยงานอืน่ ที่เก่ยี วข้องหรือที่ไดร้ ับมอบหมาย
ขอ้ 6 ส้านักงานเลขานกุ ารกรม มีอ้านาจหน้าท่ีดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ด้าเนนิ การเกีย่ วกบั งานบรหิ ารทวั่ ไป งานสารบรรณ และอาคารสถานท่ขี องกรม
(2) ด้าเนนิ การเกี่ยวกับงานชว่ ยอา้ นวยการและงานเลขานกุ ารของกรม
(3) ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสาร ผลการปฏิบัติงาน และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานในหน้าท่ี
ของกรม
(4) ดา้ เนินการอ่นื ใดทีม่ ไิ ด้ก้าหนดให้เปน็ อ้านาจหน้าท่ีของสว่ นราชการใดของกรม
(5) ปฏิบัติงานรว่ มกบั หรือสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของหน่วยงานอืน่ ท่ีเกี่ยวขอ้ งหรือที่ได้รบั มอบหมาย
ขอ้ 7 กองการเงนิ และบญั ชี มีอ้านาจหน้าท่ีดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ด้าเนนิ การเกยี่ วกับการเงิน การบญั ชี และการงบประมาณของกรม
(2) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนนุ การปฏบิ ตั ิงานของหน่วยงานอนื่ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งหรือที่ไดร้ ับมอบหมาย
ขอ้ 8 กองการเจา้ หน้าท่ี มอี ้านาจหน้าที่ดงั ต่อไปน้ี
(1) ด้าเนินการเก่ียวกับการจัดระบบงานและบริหารงานทรัพยากรบุคคลของกรม เว้นแต่การพัฒนา
ทรพั ยากรบุคคลของกรม
(2) ด้าเนนิ การเกี่ยวกับการเสรมิ สรา้ งวินัย รักษาระบบคณุ ธรรม และงานสวสั ดกิ ารบคุ ลากรของกรม
(3) ปฏบิ ัติงานร่วมกับหรือสนับสนนุ การปฏิบัตงิ านของหนว่ ยงานอน่ื ที่เกย่ี วขอ้ งหรือที่ได้รับมอบหมาย
ขอ้ 9 กองการพัสดุ มอี ้านาจหนา้ ท่ีดังตอ่ ไปนี้
(1) ดา้ เนนิ การเกย่ี วกบั การพัสดขุ องกรม
(2) ปฏิบตั ิงานร่วมกับหรือสนับสนนุ การปฏบิ ัติงานของหน่วยงานอนื่ ทเี่ กย่ี วข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 10 กองทางหลวงพเิ ศษระหวา่ งเมอื ง มอี ้านาจหนา้ ท่ีดงั ต่อไปนี้
(1) ด้าเนินการจดั เกบ็ คา่ ธรรมเนียมผา่ นทางและจัดระบบการจราจรและระบบความปลอดภัยบน
ทางหลวงพเิ ศษระหวา่ งเมอื ง
(2) บรหิ ารจัดการเพ่อื พฒั นาและบ้ารงุ รกั ษาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหวา่ งเมือง
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบง่ ส่วนราชการ 10
กรมทางหลวง
(3) กา้ กับดูแลและตดิ ตามงานเกย่ี วกับทางหลวงสัมปทาน
(4) ปฏบิ ตั ิงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนว่ ยงานอื่นที่เกีย่ วข้องหรือที่ไดร้ ับมอบหมาย
ขอ้ 11 กองฝกึ อบรม มีอ้านาจหนา้ ทีด่ ังต่อไปนี้
(1) ด้าเนินการเกี่ยวกับการพฒั นาทรพั ยากรบุคคลของกรม
(2) ปฏิบตั งิ านรว่ มกบั หรอื สนับสนุนการปฏิบตั ิงานของหน่วยงานอนื่ ทีเ่ กยี่ วข้องหรือที่ไดร้ ับมอบหมาย
ข้อ 12 แขวงทางหลวง มีอ้านาจหนา้ ทดี่ งั ต่อไปน้ี
(1) วางแผนเกี่ยวกบั งานบ้ารุงรกั ษาทางหลวง งานอา้ นวยความปลอดภยั ทางหลวงและงานก่อสรา้ งโครงการ
ขนาดเลก็
(2) สา้ รวจ ตรวจสอบและจัดทา้ แผนและขอ้ มูลเกี่ยวกับแหลง่ วสั ดงุ านทางและสภาพสายทางเบื้องตน้
(3) ด้าเนินการเก่ียวกับงานบ้ารุงรักษาทางหลวง งานอา้ นวยความปลอดภัยทางหลวงและงานก่อสร้าง
โครงการขนาดเลก็
(4) บ้ารุงรักษาเพื่อปูองกันเสีย ปรับแต่ง ซ่อมเบาเครื่องจักร ยานพาหนะ เครื่องมือ เคร่ืองใช้ส้าหรับ
งานกอ่ สร้างและงานบ้ารุงรกั ษาทางหลวงท่ีอยใู่ นความรบั ผดิ ชอบ
(5) ด้าเนินการเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นท่ีท่ีมีโครงการก่อสร้าง บูรณะและบ้ารุงรักษา
ทางหลวง
(6) ตรวจตรา ดูแล และบงั คบั ใชก้ ฎหมายว่าด้วยทางหลวงตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
(7) ดา้ เนินการเกย่ี วกบั การอนญุ าตตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงตามที่ได้รับมอบหมาย
(8) ดา้ เนนิ การเกย่ี วกบั ด่านชัง่ นา้ หนกั ยานพาหนะเคลื่อนที่
(9) สนบั สนนุ และปฏิบตั งิ านร่วมกบั จังหวัดและหนว่ ยงานอนื่
(10) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอ่ืนที่เก่ียวข้องหรือที่ได้รับ
มอบหมาย
ข้อ 13 ศูนยเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศ มีอ้านาจหนา้ ทีด่ งั ตอ่ ไปน้ี
(1) จดั ทา้ แผนแมบ่ ทและแผนปฏิบัตกิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศของกรม รวมท้ังติดตามและประเมินผล
การปฏบิ ตั งิ านตามแผน
(2) ดา้ เนนิ การเกีย่ วกับการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรม
(3) พฒั นาระบบงานคอมพิวเตอรแ์ ละเครือข่าย รวมทั้งใหค้ ้าปรกึ ษา แนะน้าหรือฝกึ อบรมการใช้
คอมพิวเตอรแ์ ละการใชโ้ ปรแกรม
(4) ปฏบิ ัติงานรว่ มกบั หรอื สนบั สนุนการปฏบิ ัติงานของหนว่ ยงานอ่นื ทีเ่ ก่ียวขอ้ งหรือท่ีได้รับมอบหมาย
ขอ้ 14 สา้ นักกฎหมาย มีอ้านาจหน้าที่ดงั ต่อไปนี้
(1) ด้าเนนิ การเกี่ยวกบั งานดา้ นกฎหมายตามกฎหมายว่าดว้ ยทางหลวง และกฎหมายอื่นที่เก่ียวข้อง
(2) ด้าเนินการเก่ียวกับงานนิติกรรมและสัญญา งานที่เกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่ง อาญา
งานคดีปกครอง และงานคดีอ่ืนทอ่ี ยใู่ นอา้ นาจหนา้ ทขี่ องกรม
(3) ให้ค้าปรึกษาและเสนอแนะเก่ียวกับการด้าเนินงานตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ
และค้าส่ังที่อยู่ในอา้ นาจหนา้ ที่ของกรม รวมทั้งเผยแพรค่ วามรเู้ ก่ยี วกับกฎหมายทเี่ ก่ียวข้อง
(4) ศึกษาและวิเคราะห์ เพ่อื ยกรา่ งและพฒั นากฎหมายทีอ่ ยู่ในความรับผดิ ชอบของกรม
(5) ปฏิบตั ิงานรว่ มกับหรือสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานของหน่วยงานอน่ื ทีเ่ ก่ยี วข้องหรือที่ได้รบั มอบหมาย
ข้อ 15 สา้ นกั กอ่ สรา้ งทางท่ี ๑ มอี า้ นาจหนา้ ท่ีดงั ต่อไปน้ี
(1) ก้ากบั ควบคมุ และดา้ เนนิ การบริหารจดั การงานก่อสรา้ งและบรู ณะทางโครงการขนาดใหญ่
(2) จดั ทา้ ราคาประเมินเบือ้ งต้นของงานก่อสร้างและบูรณะทางโครงการขนาดใหญ่
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ สว่ นราชการ
กรมทางหลวง 11
(3) กา้ กับและดูแลความปลอดภยั และสง่ิ แวดล้อมระหว่างการก่อสร้างและบรู ณะทางโครงการขนาดใหญ่
(4) ศกึ ษาและวเิ คราะหเ์ พอื่ พัฒนาและปรับปรงุ งานก่อสรา้ งและบรู ณะทางโครงการขนาดใหญ่
(5) ให้คา้ ปรึกษาและแนะนา้ เทคนคิ วธิ ีการก่อสร้างและบูรณะทางโครงการขนาดใหญ่
(6) ปฏบิ ตั ิงานร่วมกับหรอื สนบั สนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอน่ื ที่เกีย่ วข้องหรือท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ขอ้ 16 สา้ นักก่อสรา้ งทางท่ี ๒ มีอ้านาจหน้าท่ดี งั ตอ่ ไปนี้
(1) ก้ากับ ควบคุม และดา้ เนินการบริหารจัดการงานกอ่ สรา้ ง บรู ณะทางโครงการพเิ ศษและงานเร่งด่วน
ฉกุ เฉิน
(2) จดั ทา้ ราคาประเมนิ เบ้ืองตน้ ของงานก่อสรา้ ง บูรณะทางโครงการพเิ ศษและงานเร่งดว่ นฉุกเฉนิ
(3) ก้ากบั และดแู ลความปลอดภยั และสง่ิ แวดล้อมระหวา่ งด้าเนินการงานก่อสรา้ ง บูรณะทางโครงการ
พิเศษ และงานเร่งดว่ นฉุกเฉนิ
(4) ศกึ ษาและวเิ คราะห์เพ่ือพัฒนาและปรบั ปรงุ งานกอ่ สร้าง บรู ณะทางโครงการพิเศษและงานเร่งด่วน
ฉกุ เฉนิ
(5) ถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยีและองค์ความรู้ทางวิชาการ และเป็นศูนย์ฝึกอบรมภาคสนาม
ดา้ นวศิ วกรรมงานทาง เพอ่ื พฒั นาบคุ ลากรของกรมและหนว่ ยงานอ่ืน รวมทัง้ สถาบนั การศึกษา
(6) ปฏบิ ตั ิงานร่วมกบั หรอื สนับสนุนการปฏิบตั งิ านของหนว่ ยงานอ่นื ที่เก่ยี วขอ้ งหรือท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ข้อ 17 ส้านกั ก่อสรา้ งสะพาน มอี า้ นาจหน้าทดี่ ังต่อไปนี้
(1) กา้ กบั ควบคุม และดา้ เนินการบริหารจดั การงานก่อสร้างและบูรณะสะพาน
(2) จัดท้าราคาประเมนิ เบื้องต้นของงานก่อสรา้ งและบรู ณะสะพาน
(3) ก้ากับและดูแลความปลอดภัยและสง่ิ แวดลอ้ มระหวา่ งการด้าเนนิ งานก่อสร้างและบูรณะสะพาน
(4) ศึกษาและวเิ คราะห์เพื่อพัฒนาและปรบั ปรุงงานกอ่ สร้างและบรู ณะสะพาน
(5) ถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยีและองค์ความรู้ทางวิชาการ และเป็นศูนย์ฝึกอบรมภาคสนาม
ด้านวศิ วกรรมงานทาง เพื่อพัฒนาบคุ ลากรของกรมและหน่วยงานอ่ืน รวมทั้งสถาบนั การศกึ ษา
(6) ให้ค้าปรกึ ษาและแนะนา้ เทคนิควธิ กี ารก่อสรา้ งและบรู ณะสะพาน
(7) ปฏิบตั งิ านร่วมกบั หรอื สนบั สนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือท่ีได้รบั มอบหมาย
ขอ้ 18 สา้ นักเครอ่ื งกลและสือ่ สาร มีอา้ นาจหนา้ ท่ีดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ก้าหนดและจัดท้ามาตรฐาน วางแผนและควบคุมการใช้ และการซอ่ มเคร่ืองจกั รกลและยานพาหนะ
ของกรม
(2) บ้ารงุ รกั ษาและซอ่ มเครอ่ื งจักรกลและยานพาหนะของกรม
(3) บริหารเงนิ ทนุ หมุนเวียนคา่ เคร่ืองจักรกลของกรม
(4 ด้าเนนิ การจดั หาอะไหลเ่ พื่อใช้ในการซ่อมเคร่ืองจักรกลและยานพาหนะใหห้ น่วยงานต่าง ๆ ของกรม
(5) วางระบบ ติดต้ัง ซ่อมและบ้ารุงรกั ษาระบบสื่อสารโทรคมนาคมของกรม
(6) ปฏิบัติงานรว่ มกบั หรือสนบั สนนุ การปฏบิ ตั ิงานของหนว่ ยงานอืน่ ทเี่ กีย่ วข้องหรือท่ีได้รับมอบหมาย
ข้อ 19 ส้านกั งานทางหลวงที่ ๑ - ๑๘ มมี ีอ้านาจหน้าท่ีในเขตพ้นื ทท่ี ี่รบั ชอบดังต่อไปนี้
(1) วางแผน สา้ รวจ ออกแบบ ตรวจสอบ และวิเคราะห์ทางวศิ วกรรมเก่ียวกับงานบ้ารุงรักษาทางหลวง
งานอา้ นวยความปลอดภยั ทางหลวง และงานกอ่ สรา้ งโครงการขนาดเล็กของแขวงทางหลวง
(2) วางแผนและด้าเนนิ การก่อสร้างโครงการขนาดกลาง และบา้ รุงรกั ษาโครงข่ายทางหลวงที่ได้รบั
มอบหมาย
(3) ด้าเนินการเกี่ยวกบั การจดั กรรมสิทธท์ิ ่ีดนิ และงานนิตกิ าร
(4) ดา้ เนนิ การเกีย่ วกับดา่ นชั่งน้าหนกั ยานพาหนะ
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบง่ สว่ นราชการ
กรมทางหลวง 12
(5) วางแผน บรหิ ารจัดการ และซ่อมบ้ารุงรกั ษาเคร่ืองจกั รกลและยานพาหนะ
(6) วางแผน ก้ากับ และติดตามการปฏิบัติงานของแขวงทางหลวง เพื่อใหเ้ ป็นไปตามนโยบายแผนงานและ
เปูาหมาย
(7) ด้าเนินการเกีย่ วกับการอนุญาตตามกฎหมายวา่ ด้วยทางหลวงตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
(8) ใหค้ า้ ปรึกษา แนะน้า และสนับสนุนด้านวิชาการแก่แขวงทางหลวงและหนว่ ยงานอ่นื
(9) ปฏบิ ัตงิ านร่วมกับหรือสนับสนนุ การปฏบิ ตั ิงานของหน่วยงานอืน่ ท่เี ก่ียวข้องหรือทไี่ ด้รับมอบหมาย
ขอ้ 20 สา้ นกั จดั กรรมสทิ ธิท์ ดี่ นิ มีอา้ นาจหน้าท่ีดังตอ่ ไปนี้
(1) ส้ารวจ รงั วัด และคา้ นวณราคาทีด่ นิ และทรพั ยส์ นิ ท่ีใช้ในงานทาง
(2) ดา้ เนินการเพือ่ ใหไ้ ด้มาซ่ึงกรรมสทิ ธใิ์ นทดี่ ินและทรัพย์สนิ ทใี่ ชใ้ นงานทาง
(3) ด้าเนนิ การเกี่ยวกับการอทุ ธรณค์ า่ ทดแทนท่ดี นิ และทรัพย์สินทใี่ ชใ้ นงานทาง
(4) ปฏิบัติงานรว่ มกับหรอื สนับสนนุ การปฏิบตั ิงานของหน่วยงานอ่นื ท่ีเก่ยี วขอ้ งหรือท่ีได้รับมอบหมาย
ข้อ 21 สา้ นักบริหารโครงการทางหลวงระหว่างประเทศ มหี นา้ ที่และอ้านาจดังตอ่ ไปนี้
(1) ศึกษาและพัฒนาโครงข่ายทางหลวงภายในประเทศท่ีเช่ือมต่อกับโครงข่ายทางหลวงระหว่าง
ประเทศและโครงข่ายทางหลวงระหว่างประเทศ
(2) ประสานงาน จัดท้า และให้ความรว่ มมือโครงการเก่ียวกับการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงภายในประเทศ
ที่เช่ือมต่อกบั โครงขา่ ยทางหลวงระหวา่ งประเทศ และโครงข่ายทางหลวงระหวา่ งประเทศ
(3) ด้าเนินการ วางแผน ประสานงาน ตรวจสอบ และรายงานผลเกี่ยวกับโครงการเงินกู้และเงิน
ชว่ ยเหลอื รวมทงั้ ตดิ ตามและประสานงานกบั แหลง่ เงินกูแ้ ละเงินช่วยเหลือทง้ั ในประเทศและตา่ งประเทศ
(4) ปฏบิ ตั งิ านร่วมกบั หรอื สนบั สนุนการปฏบิ ตั งิ านของหน่วยงานอ่นื ท่ีเกยี่ วขอ้ งหรือท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ข้อ 22 ส้านักบริหารบ้ารงุ ทาง มีอ้านาจหนา้ ที่ดังต่อไปนี้
(1) ก้าหนดกลยทุ ธ์ แผนงาน และโครงการงานบา้ รงุ รักษาทาง
(2) ศึกษาและพฒั นาการบริหารและบ้ารงุ รักษาทาง รวมทัง้ ประมวลและวิเคราะหข์ ้อมลู งานบา้ รุงทาง
(3) กา้ กับดูแล ติดตาม และประเมนิ ผลการใช้จา่ ยงบประมาณบ้ารุงทาง
(4) จัดทา้ แผนงาน มาตรการและมาตรฐานทีเ่ กีย่ วข้องกับงานควบคุมน้าหนักยานพาหนะ
(5) ปฏบิ ัตงิ านร่วมกับหรือสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานของหน่วยงานอื่นทเ่ี กี่ยวข้องหรือท่ีไดร้ บั มอบหมาย
ขอ้ 23 ส้านกั แผนงาน มีอา้ นาจหนา้ ท่ีดังตอ่ ไปน้ี
(1) จดั ท้าแผนยทุ ธศาสตร์และแผนการปฏิบัติราชการของกรม
(2) ศึกษาและพัฒนาเพื่อกา้ หนดโครงข่ายและมาตรฐานทางหลวง
(3) ศึกษาความเปน็ ไปไดแ้ ละความเหมาะสมของโครงการ รวมทง้ั การประเมนิ ผลโครงการก่อสร้างทาง
(4) ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกบั หรอื สนับสนนุ การปฏิบตั งิ านของหน่วยงานอน่ื ทเี่ ก่ยี วข้องหรือที่ไดร้ ับมอบหมาย
ขอ้ 24 สา้ นักมาตรฐานและประเมินผล มีอ้านาจหน้าท่ีดังต่อไปนี้
(1) ก้าหนดและพัฒนามาตรฐานข้อก้าหนด เพ่ือใหส้ อดคล้องกบั มาตรฐานของวศิ วกรรมงานทาง รวมทง้ั
ก้ากบั ดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน
(2) ศึกษาและพัฒนามาตรฐานและหลักเกณฑ์เก่ียวกับผู้รับจ้าง รวมทั้งก้ากับดูแลและส่งเสริมศักยภาพ
ผูร้ ับจา้ ง
(3) ประเมนิ คณุ ภาพผลงานทางวศิ วกรรมงานทาง
(4) ปฏบิ ตั งิ านร่วมกบั หรือสนบั สนุนการปฏิบัติงานของหนว่ ยงานอ่ืนที่เกี่ยวขอ้ งหรือที่ไดร้ บั มอบหมาย
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 13
กรมทางหลวง
ขอ้ 25 ส้านกั วเิ คราะหแ์ ละตรวจสอบ มอี า้ นาจหน้าทด่ี ังตอ่ ไปนี้
(1) ศึกษา พัฒนา และจัดท้าข้อก้าหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของวัสดุ วิธีการทดสอบวัสดุและการ
ปฏบิ ัติงานกอ่ สรา้ งและบ้ารงุ รกั ษาทาง
(2) ออกแบบและแนะนา้ โครงสรา้ งชน้ั ทาง และเสนอปรับปรุงคณุ ภาพวัสดุที่ใชก้ ับงานทาง
(3) ปฏิบตั ิงานรว่ มกับหรอื สนบั สนนุ การปฏบิ ตั ิงานของหน่วยงานอน่ื ที่เกย่ี วขอ้ งหรือท่ีได้รับมอบหมาย
ขอ้ 26 ส้านกั วิจัยและพฒั นางานทาง มอี ้านาจหนา้ ท่ดี งั ตอ่ ไปนี้
(1) ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาเกี่ยวกับงานทาง
(2) ตดิ ตอ่ ประสานงานกบั สถาบันวิจัยทั้งในประเทศและตา่ งประเทศ
(3) ปฏิบัติงานร่วมกบั หรอื สนบั สนุนการปฏบิ ตั ิงานของหน่วยงานอนื่ ทเี่ ก่ียวขอ้ งหรือท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ข้อ 27 สา้ นักสา้ รวจและออกแบบ มีอ้านาจหนา้ ทดี่ งั ตอ่ ไปนี้
(1) ศึกษา พัฒนา และจดั ท้าขอ้ กา้ หนดและมาตรฐานการออกแบบทางและโครงสรา้ ง
(2) ส้ารวจและจัดท้าแผนที่ภาคพื้นดินและแผนท่ีจากภาพถ่ายทางอากาศ เพ่ืองานของกรม ส้ารวจ
และก้าหนดแนวและระดบั ของทางหลวง ตลอดจนจัดท้าข้อมลู และระบบภมู ศิ าสตรส์ ารสนเทศ
(3) ศึกษาสภาพความเหมาะสมทางด้านธรณวี ิทยา
(4) ด้าเนินการหรือตรวจสอบเก่ียวกับการออกแบบทางหลวง และออกแบบโครงสร้างและ
สถาปัตยกรรมเพื่องานก่อสรา้ งและบรู ณะทางหลวง
(5) ปฏิบตั ิงานร่วมกับหรือสนบั สนนุ การปฏบิ ัติงานของหนว่ ยงานอ่นื ที่เกย่ี วขอ้ งหรือที่ได้รบั มอบหมาย
ข้อ 28 สา้ นกั อ้านวยความปลอดภัย มีอ้านาจหนา้ ที่ดงั ต่อไปนี้
(1) วางแผนสา้ รวจและวเิ คราะห์เพื่อแก้ไขปญั หาการจราจรบนทางหลวง
(๒) ศึกษา พัฒนา และจดั ท้ามาตรฐานเครื่องหมายและสญั ญาณควบคุมการจราจรที่ใช้กับงานทางและ
ก้าหนดหลักเกณฑ์การด้าเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร การลดอุบัติเหตุ และเพิ่มความปลอดภัยใน
เขตทางหลวง
(3) ใหค้ า้ ปรกึ ษาและเสนอแนะเกยี่ วกบั การด้าเนินงานด้านการอ้านวยความปลอดภยั
(4) ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกับหรอื สนบั สนุนการปฏบิ ตั งิ านของหนว่ ยงานอ่ืนทเ่ี กี่ยวขอ้ งหรือที่ได้รบั มอบหมาย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการ
และอ้านาจหน้าที่ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เพ่ือให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพ่ิมข้ึนและเหมาะสมกับ
สภาพของงานที่เปลี่ยนแปลงไป อันจะท้าให้การปฏิบัติภารกิจตามอ้านาจหน้าท่ีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ยง่ิ ข้นึ จงึ จ้าเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวง ประกอบด้วย อธิบดีกรมทางหลวง รองอธิบดีกรมทางหลวง
ฝุายบริหาร รองอธิบดีกรมทางหลวงฝุายวิชาการ รองอธิบดีกรมทางหลวงฝุายด้าเนินงาน รองอธิบดีกรมทางหลวง
ฝาุ ยบ้ารุงทาง วิศวกรใหญด่ า้ นวจิ ัยและพฒั นา วิศวกรใหญด่ ้านส้ารวจออกแบบ วิศวกรใหญ่ด้านบ้ารุงรักษา วิศวกรใหญ่
ด้านควบคุมการก่อสร้าง วิศวกรใหญ่ด้านอ้านวยความปลอดภัย วิศวกรใหญ่ด้านวางแผนและโครงการก่อสร้าง
หน่วยงานระดับส้านัก/กอง/ศูนย์/ส้านักงาน/แขวง และกลุ่ม ดูแลครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และแบ่งเป็นพ้ืนท่ี
ความรับผิดชอบของกรมทางหลวง โดยมีการก้าหนดแขวงทางหลวงตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง
กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558
อาศัยอ้านาจตามความในข้อ 3(7) ของกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม
พ.ศ.2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกประกาศกระทรวงคมนาคม เร่ือง การก้าหนดแขวงทางหลวง
ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 ก้าหนดแขวงทางหลวงและ
เขตอา้ นาจ
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ
กรมทางหลวง 14
1.4 แนวทางในอนาคตของสว่ นราชการ
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม มีแนวทางการด้าเนินงานในการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้านทางหลวง
การก่อสร้างและบ้ารุงรักษาทางหลวงให้มีโครงข่ายทางหลวงที่สมบูรณ์ครอบคลุมท่ัวทั้งประเทศและเชื่อมโยงกับ
ประเทศเพ่ือนบ้านเพือ่ ให้ประชาชนได้รบั ความสะดวก รวดเรว็ และปลอดภัยในการเดินทาง สอดคล้องตามภารกิจ
หลักของกรมทางหลวง พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติทางหลวงสัมปทาน พ.ศ. 2542
และพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2549 โดยด้ารงอยู่เพ่ือพัฒนาระบบทางหลวงให้เชื่อมต่อ เข้าถึง
และคล่องตัว เพื่อระบบการเดินทางขนส่งและระบบโลจิสติกส์ที่สมดุลและสมบูรณ์ พัฒนาและบ้ารุงรักษาระดับ
การให้บริการของระบบทางหลวงที่รวดเร็ว ครอบคลุม และทันต่อสถานการณ์ ควบคุมและพัฒนามาตรฐาน
ความปลอดภัยบนระบบทางหลวงอย่างบูรณาการ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและลดการสูญเสีย
ทางเศรษฐกิจ พัฒนาระบบการจัดการองค์กรตามหลักธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงความสมดุลทางด้าน
เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานแห่งความพอเพียง และมีการบริหารงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน
ท่ีเก่ียวข้องท้ังในประเทศและต่างประเทศ อีกท้ังผู้บริหารกรมทางหลวงได้ให้ความส้าคัญในการบริหารงานภายใต้
นโยบายการก้ากับและดูแลองค์กรที่ดี โดยมีสมรรถนะหลักคือกรมทางหลวงเป็นองค์กรที่มีความสามารถและ
สมรรถนะหลกั ดา้ นวศิ วกรรมงานทางและมกี ารบรหิ ารจัดการระบบโครงขา่ ยทางหลวงทเ่ี ชีย่ วชาญอย่างมืออาชีพ
โดยมกี ารปรบั ปรุงภารกิจ ด้านต่าง ๆ เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบนั ดงั น้ี
1.4.1 ดา้ นโครงสรา้ งหนว่ ยงาน
กรมทางหลวงไดม้ ีการดา้ เนินการทบทวนบทบาท ภารกิจ การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายรัฐบาล
และภารกิจของกรมทางหลวง เพ่ือให้การปฏิบัติงานของกรมทางหลวงมีความครอบคลุมโดยได้ด้าเนินการตาม
หลักเกณฑ์การแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 เพื่อให้การบริหารราชการภายใน
ส่วนราชการมีความคล่องตัว รวดเร็ว ตอบสนองต่อประชาชน และครอบคลุมภารกิจหลักของหน่วยงาน และ
ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ตลอดจนบริบทการเปล่ียนแปลงของโลกและแนวโน้มท่ีส้าคัญในอนาคต มุ่งหมายให้
องคก์ รภาครฐั มีความยดื หยุ่น เหมาะสมกบั บรบิ ทการพัฒนาประเทศ สามารถปรับตัวเข้าสู่การเป็นองค์กรสมัยใหม่
นา้ ไปสูก่ ารเปน็ องค์กรที่มขี ีดสมรรถนะสงู สามารถปฏิบัตงิ านเทียบไดก้ ับมาตรฐานสากล
1.4.2 ดา้ นกฎหมาย
กรมทางหลวงได้มีการปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม กฎหมาย พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535
พระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2549 และปรับภารกิจของกรมทางหลวงตามนโยบายรัฐบาลและ
ยุทธศาสตร์ชาติ และได้มีผลบังคับใช้ ส่งผลให้หน่วยงานมีภารกิจท่ีมีกฎหมายรับรองในการปฏิบัติงานที่ชัดเจน
และมอี า้ นาจหน้าทีใ่ นการปฏิบัติงาน ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวงกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558
กา้ หนดให้กรมทางหลวงมีอ้านาจหน้าท่ีดงั ตอ่ ไปนี้
2.1 ดา้ เนนิ การตามกฎหมายว่าดว้ ยทางหลวงเฉพาะในสว่ นทีเ่ กย่ี วกับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และ
ทางหลวงสมั ปทาน รวมทัง้ กฎหมายอืน่ ที่เกีย่ วข้อง
2.2 วิจยั และพัฒนางานก่อสร้าง บูรณะและบ้ารงุ รักษาทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผน่ ดนิ และทางหลวงสัมปทาน
2.3 รว่ มมอื และประสานงานด้านงานทางกับองคก์ รและหนว่ ยงานอน่ื ท่เี กีย่ วขอ้ งท้งั ในประเทศและต่างประเทศ
2.4 ปฏบิ ัติการอ่ืนใดตามท่กี ฎหมายกา้ หนดให้เป็นอ้านาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี
มอบหมาย
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 15
กรมทางหลวง
1.4.3 ด้านกระบวนงาน 16
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมมี ภารกิจหลกั คือ
1. ภารกิจงานส้ารวจออกแบบ
1.1 งานส้ารวจทางและภูมปิ ระเทศ
1.2 งานสา้ รวจและวิเคราะหท์ างธรณวี ิทยา
1.3 งานออกแบบทาง
1.4 งานออกแบบโครงสร้าง
1.5 งานสถาปตั ยกรรมและภูมสิ ถาปัตยกรรม
1.6 งานก้าหนดมาตรฐานและออกแบบส่งิ แวดลอ้ ม
1.7 งานรูปแบบ
2. ภารกจิ งานวเิ คราะหแ์ ละตรวจสอบ และงานวจิ ัยและพัฒนางานทาง
2.1 งานวเิ คราะหแ์ ละตรวจสอบ
2.1.1 งานส้ารวจและประเมินสภาพทาง
2.1.2 งานตรวจสอบและแนะนา้ วัสดุสรา้ งทาง
2.1.3 งานออกแบบแนะนา้ โครงสรา้ งช้นั ทาง
2.1.4 งานออกแบบและตรวจสอบผิวทางแอสฟลั ท์
2.1.5 งานวเิ คราะห์วสั ดุทางวศิ วกรรม
2.1.6 งานวิเคราะหว์ สั ดุทางวิทยาศาสตร์
2.1.7 งานธรณวี ิศวกรรม
2.1.8 งานมาตรฐานและขอ้ กา้ หนด
2.2 งานวิจยั และพฒั นางานทาง
2.2.1 งานวสั ดุออกแบบและงานระบบความปลอดภัย
2.2.2 งานวสั ดสุ ร้างทางและโครงสร้างถนน
2.2.3 งานบา้ รุงทาง
2.2.4 งานฐานรากและเทคนิคธรณี
2.2.5 งานวางแผนและส่งิ แวดล้อม
3. ภารกจิ งานมาตรฐานและประเมินผล
3.1 งานมาตรฐานและขอ้ กา้ หนด
3.2 งานมาตรฐานผรู้ บั จ้าง
3.3 งานประเมนิ ผล
4. ภารกิจงานก่อสรา้ ง
4.1 งานกอ่ สร้างทาง
4.1.1 งานก่อสรา้ งและบรู ณะทาง
- โครงการขนาดใหญ่
- โครงการพิเศษ
4.1.2 ศูนย์สรา้ งทาง
4.2 งานก่อสรา้ งสะพาน
4.2.1 งานมาตรฐานและวศิ วกรรมสะพาน
4.2.2 งานกอ่ สร้างสะพานจา้ งเหมา
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบง่ สว่ นราชการ
กรมทางหลวง
4.2.3 ศูนยส์ รา้ งและบูรณะสะพาน
4.3 งานทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway)
4.3.1 งานบริหารค่าธรรมเนยี มผ่านทาง
4.3.2 งานบา้ รุงทางหลวงพเิ ศษระหวา่ งเมือง
4.3.3 งานอา้ นวยการจราจรและจดั เกบ็ ค่าธรรมเนยี มผ่านทาง
4.3.4 งานบรหิ ารธุรกรรมการเงินอเิ ล็กทรอนิกส์
4.3.5 งานปฏบิ ตั ิการความปลอดภัยทางหลวงพเิ ศษระหวา่ งเมือง
4.3.6 งานลงทนุ กอ่ สร้างเพอ่ื เพิ่มประสทิ ธภิ าพในการใหบ้ ริการบนทางหลวงพิเศษหมายเลข
7 และ 9
4.3.7 งานพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพเิ ศษระหว่างเมือง
4.4 งานสา้ นกั งานทางหลวง
4.5 งานแขวงทางหลวง
5. ภารกิจงานบา้ รุงและอ้านวยความปลอดภัย
5.1 งานบริหารบา้ รงุ ทาง
5.1.1 งานก้าหนดกลยทุ ธแ์ ละแผนงานบ้ารุงทาง
5.1.2 งานบรหิ ารการด้าเนนิ งาน
5.1.3 งานประเมนิ ผลและประมวลข้อมูลขา่ วสาร
5.1.4 งานบรหิ ารและควบคุมน้าหนักยานพาหนะ
5.1.5 งานบรหิ ารทรัพยส์ นิ
5.1.6 งานบริหารงานอบุ ตั ิภัย
5.1.7 งานพฒั นาระบบบริหารงานบา้ รงุ
5.2 งานส้านกั งานทางหลวง
5.3 งานแขวงทางหลวง
5.4 งานอ้านวยความปลอดภยั
5.4.1 งานสา้ รวจข้อมลู การจราจรและขนสง่
5.4.2 งานศึกษาวางแผน
5.4.3 งานสถติ สิ ารสนเทศ
5.4.4 งานมาตรฐานอ้านวยความปลอดภยั
5.4.5 งานตรวจสอบความปลอดภยั
(ข้อมูลจาก : หนังสือกรมทางหลวง ด่วนที่สุด ที่ คค 06145/0356 ลงวันที่ 5 เมษายน 2561 เร่ือง การจัดท้า
แผนปฏิรูปองค์การของกรมทางหลวง)
กรมทางหลวงเปน็ หนว่ ยงานทีม่ บี ทบาทส้าคัญและความรับผิดชอบในการก่อสร้าง บูรณะและบ้ารุงทางหลวง
ส่งเสริมวิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายถนนและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ให้มีประสิทธิภาพ
คุณภาพไดม้ าตรฐานสูง มสี มรรถนะที่สูงมีต้นทุนระบบโลจิสติกส์ที่ต้่า และสอดคล้องกับการขับเคล่ือนนโยบายรัฐบาล
Thailand 4.0 ด้านการเปล่ียนจาก Traditional Services ซ่ึงสร้างมูลค่าค่อนข้างต่้าไปสู่ High Value Services
และแผนขับเคล่ือนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ในยุทธศาสตร์ที่ 2
มุ่งด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันและเปูาหมาย และตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่ 12 จะต้องเร่งรัดให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวเพื่อให้ก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงได้ในปี พ.ศ. 2569
ซงึ่ ทผ่ี า่ นมา กรมทางหลวงได้สนองตอบต่อการน้านโยบายของรัฐไปสู่การปฏิบัติ สามารถก่อสร้าง บ้ารุงรักษาทางหลวง
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ
กรมทางหลวง 17
รองรับกับปริมาณงานโครงข่ายถนนและระบบโลจิสติกส์ท่ีเพิ่มมากขึ้นทุกปี เกิดผลสัมฤทธ์ิอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยประเทศไทยยังมีความต้องการใช้โครงข่ายถนนรวมทั้งระบบโลจิสติกส์ ท่ีมีจ้านวนเพิ่มมากข้ึนตามอัตราการ
เติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ตามรฐั บาลยังคงสูญเสียงบประมาณจ้านวนมากในการซ่อมบ้ารุงทางหลวง จึงให้ความส้าคัญกับ
การควบคุมรถบรรทุกน้าหนักเกินซ่ึงมีจ้านวนเพิ่มมากข้ึน ให้มีมาตรการควบคุมการบรรทุกน้าหนักอย่างเคร่งครัด
มีสถานีตรวจสอบน้าหนักและด้าเนินคดีรถบรรทุกน้าหนักเกินกว่ากฎหมายก้าหนดและจากมติ คณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2546 ให้ด้าเนินการตามนโยบายส้าคัญของรัฐบาลโดยรีบด่วนเรื่องมาตรการปูองกัน
ทุจริตและประพฤติมิชอบเกี่ยวกับรถบรรทุกน้าหนักเกินซึ่งสามารถตอบสนองแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการ
พัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาคและเชื่อมโยงกับโครงข่ายคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน
โดยการบริหารจัดการควบคุมนา้ หนักของรถบรรทุกที่จะบรรทุกสินค้าเข้าหรือออกประเทศ รวมทั้งยังมีภารกิจ
ในการเตรียมการวางแผนการจดั เก็บรายไดค้ า่ ธรรมเนียมผา่ นทางเข้าและออกประเทศจากรถบรรทุกท่ีติดต่อค้าขาย
กบั ประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ทั้งนี้ ยังมีประเด็นความสูญเสียด้านต่าง ๆ ท่ีส้าคัญ ท่ีต้องด้าเนินการบริหารจัดการ
ไดแ้ ก่
- ความสูญเสียทางภาครัฐ รัฐต้องสูญเสียงบประมาณจ้านวนมากในการที่จะต้องบ้ารุงรักษาและบูรณะ
ทางหลวง ซง่ึ ไมค่ ุ้มกับการลงทุนของภาครฐั คดิ เป็นมลู ค่าปลี ะหลายพนั ลา้ นบาท
- ความสูญเสียของผู้ประกอบการ ต้องเสียค่าอุปกรณ์ อะไหล่รถบรรทุกเพิ่มข้ึน การใช้รถบรรทุกไม่ได้ตาม
อายทุ กี่ ้าหนด รวมทัง้ การแก่งแยง่ กนั ประกอบอาชพี ทา้ ให้มีรายไดไ้ มแ่ น่นอน
- ความสูญเสียของประชาชน เกิดความไม่สะดวกสบาย ความล่าช้าในการเดินทางจากถนนช้ารุด
เนอ่ื งจากรถบรรทุกน้าหนักเกิน ท้าให้ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการบ้ารุงรักษาท่ีมากขึ้น อีกท้ังยังเป็นสาเหตุท่ีท้าให้
เกดิ อบุ ัติเหตุบนทอ้ งถนน
- ความสูญเปล่าของทรัพยากร การที่ทรัพยากรของประเทศ คือถนนถูกสร้างข้ึนมาแต่ถูกใช้อย่างไม่คุ้มค่า
เงินลงทุนตามอายกุ ารใชง้ านทไี่ ดอ้ อกแบบไว้
- ความไม่เป็นธรรมในสังคม การเปิดช่องให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในเชิงธุรกิจ และความไม่ปลอดภัย
บนทอ้ งถนน
กรมทางหลวง จึงจ้าเป็นต้องมีกลไกปูองกัน โดยสร้างสถานีตรวจสอบน้าหนักยานพาหนะในทุกจังหวัด
ทั่วประเทศ เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพการก้ากับควบคุมโดยจัดชุดการตรวจสอบเคล่ือนที่ชุด Spot Check กวดขันจับกุม
และสร้างกลไกประชาสัมพันธ์ สร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา แจ้งเบาะแสการบรรทุกน้าหนักเกินกว่า
กฎหมายก้าหนด และมีหน่วยงานรับผิดชอบระบบควบคุมน้าหนักยานพาหนะ เพื่อปูองกันและขจัดปัญหาการ
ทจุ รติ และประพฤติมิชอบของเจา้ หนา้ ที่ไดท้ นั เวลา และถกู ตอ้ ง
การแกไ้ ขปัญหาการปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงท่ัวภูมิภาคและระหว่างประเทศให้มีมาตรฐานสากล และ
ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย ในการบริหารงานของกรมทางหลวง จึงจ้าเป็นต้องปรับปรุง
โครงสร้างส่วนราชการให้มีหน่วยงานการบริหารจัดการด้านการก้ากับ ดูแล และตรวจสอบน้าหนักให้สะดวก คล่องตัว
มีมาตรการควบคุมรถบรรทุกน้าหนักเกินกว่าที่กฎหมายก้าหนด เพ่ือลดการช้ารุดเสียหายของถนนทางหลวง
รวมทั้งเปน็ การเพมิ่ ประสิทธิภาพการท้างานโดยมีการน้าเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้มากขึ้น ส่งเสริมพัฒนาบุคลากร
เฉพาะด้านให้มีองค์ความรู้และสมรรถนะที่สอดคล้องกับบทบาทของหน่วยงานการแก้ไขปัญหาการจัดการการ
ควบคมุ นา้ หนกั ยานพาหนะท่อี ยูใ่ นระบบโลจิสติกสแ์ ละการขนส่งใหม้ สี มรรถนะสงู ขน้ึ ตามเปูาหมายของประเทศ
ดังน้ัน ในการเตรียมพร้อมและรองรับการเปลี่ยนแปลงการท้างานของกองควบคุมน้าหนักยานพาหนะ
เพ่ือใหเ้ ปน็ Regulator คือ เปน็ หน่วยพฒั นาและปรับปรงุ เพิ่มประสิทธิภาพการบา้ รงุ รกั ษาระบบทางหลวง ปูองกัน
การทุจรติ และการบริหารจัดการให้ระบบโครงข่ายใช้งานได้ดีมีคุณภาพ โดยให้หน่วยงานภูมิภาค (ส้านักงานทางหลวง/
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ
กรมทางหลวง 18
แขวงทางหลวง) เป็นผู้ด้าเนินการเกี่ยวกับสถานีตรวจสอบน้าหนักยาพาหนะ และด่านชั่งน้าหนักยานพาหนะเคล่ือนท่ี
ซึ่งจากปัญหาท่ีเกิดข้ึนน้าไปสู่ การปรับเปล่ียนภารกิจ เพ่ือรองรับหน้าท่ีความรับผิดชอบท่ีเพ่ิมข้ึนจากเดิม ได้แก่
การจัดตั้งสถานีตรวจสอบน้าหนักถาวร และจุดพักรถบรรทุกเพ่ิมข้ึนท่ัวประเทศบนถนนสายส้าคัญ เพ่ือส่งเสริม
และสนบั สนุนให้ผู้ขับข่ีสามารถปฏิบัติตามข้อก้าหนดพระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ท่ีก้าหนดให้ทุก ๆ
4 ช่ัวโมง ให้ผู้ขับข่ีรถบรรทุกต้องหยุดพักรถเป็นเวลาไม่น้อยกว่าครึ่งช่ัวโมง เป็นการลดความเหน่ือยล้าของผู้ขับขี่
และช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงและเป็นการสนองตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ด้านการเพิ่ม
ประสิทธิภาพของโครงข่ายจุดพักรถบรรทุกให้ครอบคลุมท่ัวประเทศอีกด้วย ทั้งน้ี ปริมาณของรถบรรทุกท่ีเพิ่มข้ึน
ท้าให้ภารกิจในการตรวจสอบ บริการชั่งน้าหนักยานพาหนะเพ่ิมข้ึน จึงมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการแก้ไขกฎหมายท่ีจะใช้ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (ITS) มาใช้ในการควบคุมน้าหนักรถบรรทุก
โดยจัดต้ังศูนย์ควบคุมเครือข่าย เชื่อมโยงกับสถานีตรวจสอบน้าหนักท่ัวประเทศเพ่ือใช้ก้ากับและตรวจสอบ
เพอ่ื ปูองกนั การทุจริตประพฤติมชิ อบ และการพิจารณาอนุญาตรถบรรทุกชนดิ พเิ ศษ
1.4.4 ดา้ นบุคลากร
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ให้ความส้าคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ต้ังแต่การสรรหา
การบรรจุ การแต่งต้ัง จนถึงการเข้ารับการฝึกอบรม เพ่ือให้บุคลากรในทุกระดับมีขีดความสามารถพร้อม
ปฏิบัตงิ านรองรับภารกิจและยุทธศาสตร์กรมทางหลวงอย่างมืออาชีพ การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงเป็นบทบาทที่
ส้าคัญในการสนับสนุนภารกิจของกรมทางหลวงให้บรรลุผลส้าเร็จตามเปูาหมายท่ีก้าหนด โดยกรมทางหลวงได้
ดา้ เนนิ การด้านบรหิ ารทรัพยากรบุคคล ดงั นี้
(1) ปัจจบุ ันบุคลากรของกรมทางหลวงมีการเกษียณอายุออกไปทุก ๆ ปี ซึ่งต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า
ในการเตรียมบคุ ลากรไวท้ ดแทนคนทเี่ กษยี ณอายุออกไป และด้วยภารกิจงานท่ีเพ่ิมมากขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล
ซ่ึงจ้าเป็นต้องมีการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการในกรมทางหลวง ได้สรรหาโดยวิธีการสอบแข่งขันเพื่อ
บรรจุบุคคลเข้ารับราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เป็นไปตามระบบคุณธรรม
และค้านึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรม ตลอดจนประโยชน์ของทางราชการตามมาตรา 52 เพ่ือให้กระบวนการ
สรรหาเปน็ ไปในเชงิ รุก โดยค้านึงถึงการให้โอกาสแก่ผู้ที่ก้าลังจะส้าเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถาบันศึกษาต่าง ๆ
และการรณรงค์ให้คนเก่งและคนดีซ่ึงเป็นกลุ่มเปูาหมาย ได้มีโอกาสสมัครสอบแข่งขัน เพ่ือให้ส่วนราชการได้บรรจุ
บุคคลตรงตามความต้องการ และเพ่ือให้ผู้สมัครได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับส่วนราชการ ลักษณะงาน หน้าท่ี
ความรับผิดชอบของต้าแหน่ง และมีโอกาสได้รับบรรจุเข้ารับราชการ กรมทางหลวงจึงอาศัยอ้านาจตามความในข้อ 53
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหนังสือส้านักงาน ก.พ. ที่ นร 1004/ ว 17 ลงวันที่
11 ธันวาคม 2556 เรื่อง การสรรหาโดยการสอบแข่งขันเพ่ือบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ซ่ึงกรมทางหลวงได้
กา้ หนดตา้ แหน่งท่จี ะบรรจุแต่งต้ังพร้อมลักษณะงานท่ีปฏิบัติ คุณสมบัติของผู้สมัครและคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา
36 แห่งพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บข้อราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 เพื่อคัดเลือกบุคลากรให้ได้ผู้ท่ีมีคุณสมบัติเหมาะสม
กับตา้ แหนง่ และสามารถปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีตามความรบั ผิดชอบได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
(2) ก้ากับดูแลและติดตามผลการด้าเนินการตามแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมีการ
ติดตามผลการด้าเนนิ งานตามแผนกลยทุ ธ์เป็นประจ้าทกุ 6 เดือนและ 12 เดือน เพื่อก้าหนดทิศทางในการบริหาร
ทรัพยากรบุคคลและพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร เพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนให้วิสัยทัศน์และภารกิจของ
กรมทางหลวงบรรลไุ ดต้ ามเปาู หมายอย่างมีประสิทธภิ าพ
(3) ปรับปรุงการก้าหนดต้าแหน่งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ก้าหนดไว้ในหนังสือส้านักงาน ก.พ.
ท่ี นร 1008/ว 2 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 เพื่อให้สอดรับกับภารกิจที่เปล่ียนแปลงไปของกรมทางหลวง
และเพอ่ื เป็นการสร้างความก้าวหน้าในสายงานให้กบั บุคลากร
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 19
กรมทางหลวง
(4) ทบทวนและจดั ทา้ ค้าบรรยายลักษณะงานของต้าแหน่งท่ีขอปรับปรุงการก้าหนดต้าแหน่งตาม หนังสือ
สา้ นักงาน ก.พ. ท่ี นร 1008/ว 2 ลงวนั ท่ี 19 กุมภาพันธ์ 2558
(5) ทบทวนและก้าหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางการปฏิบัติงานทเี่ กย่ี วข้องกบั การบริหารทรัพยากรบุคคล
(6) พัฒนาระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคลและปรบั ปรุงฐานข้อมูลบุคคลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอย่เู สมอ
(7) ด้าเนินการตามแนวทางประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการด้าเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ
(Integrity and Transparency Assessment : ITA) และส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดมีจิตส้านึกคุณธรรมและ
จริยธรรม ตลอดจนรณรงค์ให้มีการปูองกันและปราบรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ โดยมีการ
ขับเคล่ือนการด้าเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม การปูองกันและปราบปรามการทุจริต
และประพฤตมิ ชิ อบในภาครัฐของกรมทางหลวง
(8) ส่งเสริมด้านคุณภาพชีวิตให้บุคลากรกรมทางหลวงอย่างต่อเนื่อง เพ่ือให้บุคคลากรมีสุขภาพกายและ
ใจทดี่ พี รอ้ มสา้ หรบั การปฏิบัตงิ าน โดยจดั ให้มสี วสั ดิการตา่ งๆ เพิ่มเติมจากทีร่ ัฐก้าหนด
(9) จัดให้มีโครงการข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธ์ิสูง (HiPPS) โดยร่วมกับส้านักงาน ก.พ. เพ่ือดึงดูด จูงใจ และ
รกั ษาทรัพยากรบุคคลผูเ้ ป็นคนดีและคนเกง่ ให้ปฏิบัตงิ านในระบบราชการ
(10) จดั ให้มีการคดั เลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นของกรมทางหลวง เป็นประจ้าทุกปีเพื่อเป็นขวัญก้าลังใจใน
การปฏิบตั งิ านของบคุ ลากร
(11) จัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นการแสดงออกถึง
ความจงรกั ภักดีและสา้ นึกในพระมหากรณุ าธิคุณอย่างหาที่สดุ มิได้
(12) จัดให้มีหลักสูตรการฝึกอบรมเพ่ือพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ ท่ีใช้ในการปฏิบัติงานเพ่ือให้
บรรลวุ ัตถปุ ระสงคแ์ ละภารกจิ ของกรมทางหลวงได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
1.5 การวเิ คราะห์ภารกจิ ของส่วนราชการ
กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ดา้ เนินการวิเคราะห์ภารกิจหลักและภารกิจสนับสนุนของส่วนราชการ
ที่สอดคล้องตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2549 และ
กฎหมายอนื่ ๆ ท่เี กยี่ วข้อง ดังน้ี
ตารางที่ 1.1 แสดงภารกจิ หลกั ของกรมทางหลวง
ภารกิจ ความรบั ผิดชอบ/กระบวนการดาเนินการ
1. ภารกิจงานสารวจและออกแบบ 1. พัฒนางานส้ารวจและออกแบบให้เป็นไปอย่าง
1.1 งานสา้ รวจทางและภูมปิ ระเทศ ถกู ต้องไดม้ าตรฐาน
1.2 งานก้าหนดมาตรฐานและออกแบบ 2. พัฒนากระบวนการออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่
ทันสมัยเพ่ือให้งานออกแบบมีคุณภาพที่ดีและรวดเร็ว
สิง่ แวดล้อม โดย
1.3 งานสา้ รวจและวิเคราะห์ทางธรณวี ทิ ยา
1.4 งานออกแบบทาง - ใช้ข้อมลู จากดาวเทียม
1.5 งานออกแบบโครงสรา้ ง - ใช้โดรน (Drone) ส้ารวจข้อมูลและน้ามาออกแบบ
1.6 งานสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรม เบือ้ งต้น
1.7 งานรปู แบบ - ใช้โปรแกรมส้าเร็จรูปท่ีใช้ตามมาตรฐานสากลใน
การออกแบบทางหลวง
3. พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถและ
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ สว่ นราชการ 20
กรมทางหลวง
ภารกิจ ความรับผิดชอบ/กระบวนการดาเนนิ การ
สรา้ งสรรค์ผลงานใหท้ นั สมัย
4. น้าเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการส้ารวจและจัดท้า
แผนที่ภาคพื้นดินและแผนท่ีจากภาพถ่ายทางอากาศ
เพ่ืองานของกรมทางหลวงและส้ารวจและก้าหนดแนว
และระดบั ของทางหลวง โดย
- ใช้ขอ้ มูลจากดาวเทียม
- ใชโ้ ดรน (Drone)
5. โครงการพิเศษท่ีมีขนาดใหญม่ ีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม
ผมู้ สี ่วนได้ส่วนเสยี และมีกระบวนการและข้นั ตอนการ
ด้าเนนิ การในระยะยาว ด้าเนินการจา้ งทปี่ รึกษาในการ
สา้ รวจ ออกแบบ และรับฟังความคดิ เห็นของประชาชน
2. ภารกจิ งานวิเคราะหแ์ ละตรวจสอบ และงานวจิ ัยและพฒั นางานทาง
2.1 งานวิเคราะหแ์ ละตรวจสอบ
2.1.1 งานส้ารวจและประเมินสภาพทาง จดั ตั้งศนู ย์พัฒนาเทคโนโลยงี านทาง (Central Lab)
2.1.2 งานตรวจสอบและแนะน้าวสั ดุ เปน็ ศนู ยก์ ลางดา้ นการทดสอบวิเคราะห์ วจิ ยั และ
สร้างทาง
2.1.3 งานออกแบบแนะน้าโครงสร้าง ถ่ายทอดเทคโนโลยีดา้ นงานทางในภมู ิภาคเอเชีย
ช้ันทาง
2.1.4 งานออกแบบและตรวจสอบ
ผวิ ทางแอสฟลั ท์
2.1.5 งานวิเคราะห์วัสดทุ างวิศวกรรม
2.1.6 งานวเิ คราะหว์ ัสดุทางวทิ ยาศาสตร์
2.1.7 งานธรณวี ศิ วกรรม
2.1.8 งานมาตรฐานและข้อกา้ หนด
2.2 งานวจิ ยั และพฒั นางานทาง 1. ดา้ เนนิ งานวจิ ัยและพัฒนาเพ่ือน้าเทคโนโลยี
2.2.1 งานวางแผนและส่งิ แวดล้อม นวตั กรรม และระบบเทคโนโลยตี า่ งๆ ด้านวศิ วกรรม
2.2.2 งานวสั ดุสรา้ งทางและโครงสรา้ ง งานทางมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบทางหลวงให้มี
ประสทิ ธิภาพสูงข้นึ
ถนน 2. พัฒนาและบูรณาการองค์ความรู้ทางการวิจัย
2.2.3 งานวัสดุออกแบบและงานระบบ เทคโนโลยี นวัตกรรมด้านวิศวกรรมงานทาง ผ่านระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบฐานข้อมูล
ความปลอดภัย กลางการเช่ือมโยงข้อมูล ในการบริหารจัดการ รวมทั้ง
2.2.4 งานบา้ รุงทาง สนบั สนุนการน้าเข้า ICT มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา
2.2.5 งานฐานรากและเทคนิคธรณี ระบบและกระบวนการท้างาน
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ ส่วนราชการ 21
กรมทางหลวง
ภารกิจ ความรับผดิ ชอบ/กระบวนการดาเนนิ การ
3. ภารกิจงานมาตรฐานและประเมนิ ผล 3. ส่งเสริม สนับสนุนการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี
3.1 งานมาตรฐานและข้อกา้ หนด และนวัตกรรม รวมถึงเผยแพร่ผลงานวิจัยด้านวิศวกรรม
3.2 งานมาตรฐานผูร้ ับจ้าง งานทางให้แก่ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและบุคคล
3.3 งานประเมินผล ภายนอกทั้งในประเทศและตา่ งประเทศ
4. ส่งเสริมการวิจัยพัฒนา การสร้างนวัตกรรมและการ
4. ภารกจิ งานกอ่ สร้าง ใช้เทคโนโลยีงานทาง ร่วมมือกับภาคมหาวิทยาลัย
4.1 งานก่อสร้างทาง สถาบนั การศกึ ษา และสถาบนั วิจัยของรัฐ
4.1.1 งานก่อสรา้ งและบรู ณะทาง
- โครงการขนาดใหญ่ 1. พฒั นามาตรฐานและข้อกา้ หนดตา่ ง ๆทีเ่ กยี่ วข้องกับ
- โครงการพเิ ศษ วศิ วกรรม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และนวตั กรรม ให้
4.1.2 ศูนย์สรา้ งทาง สอดคล้องและเปน็ ไปตามยุทธศาสตร์การพฒั นาระบบ
4.2 งานก่อสร้างสะพาน คมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี ( พ.ศ. 2560-2579)
4.2.1 งานมาตรฐานและวิศวกรรม สะพาน 2. ปรับเปลี่ยนบทบาทภารกิจใหม่ให้สอดคล้องกับ
4.2.2 งานกอ่ สร้างสะพานจ้างเหมา ภารกิจท่เี ปลยี่ นแปลงไป โดยการน้าเทคโนโลยีสารสนเทศ
4.2.3 ศนู ย์สร้างและบูรณะสะพาน เข้ามาประยุกต์ใชง้ าน
- การน้า Tablet มาใช้ในการตรวจสอบสภาพ
เคร่ืองมอื เครื่องจักร
- การตรวจสอบหนงั สือรบั รองวงเงนิ สนิ เช่ือกบั ธนาคาร
3. การจดั อบรมและออกใบรับรองผ้ปู ระเมินและ
ตรวจสอบความปลอดภัยในงานกอ่ สรา้ ง (Road Safety
Audit Certification) ที่สอดคล้องและสนบั สนนุ แผน
ยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม (พ.ศ.2560-2564)
• จ้างเหมาเอกชนเข้ามาด้าเนินการแทนโดยอยู่ภายใต้
การก้ากับของกรมทางหลวง เช่น โครงการขนาดใหญ่
และโครงการพิเศษ
• จ้างเหมาเอกชนเข้ามาด้าเนินการแทนโดยอยูภ่ ายใต้
การก้ากบั ของกรมทางหลวง
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 22
กรมทางหลวง
ภารกิจ ความรบั ผิดชอบ/กระบวนการดาเนินการ
4.3 งานทางหลวงพิเศษระหว่างเมอื ง (Motorway)
4.3.1 งานบริหารคา่ ธรรมเนียมผา่ นทาง • จ้างเหมาด้าเนนิ การจ่ายบัตรใหผ้ ู้ใช้ทางบนทางหลวง
พเิ ศษหมายเลข 7 ดา้ นขาเขา้ ระบบ
4.3.2 งานบ้ารุงทางหลวงพเิ ศษระหว่าง • จ้างเหมาเอกชนด้าเนนิ การ
เมือง - งานบา้ รุงรกั ษาทางและสะพาน
- งานบา้ รงุ รักษาระบบจัดเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มผา่ นทาง
- งานบา้ รุงรกั ษาระบบอา้ นวยการจราจร
- งานบ้ารงุ รักษาระบบโครงขา่ ยส่ือสารข้อมูล
- งานบ้ารุงรักษาระบบควบคมุ นา้ หนักยานพาหนะ
- งานบา้ รงุ รักษาระบบสารสนเทศ
4.3.3 งานอ้านวยการจราจรและจัดเก็บ 1. งานจา้ งบรหิ ารศนู ย์จดั การจราจรทางหลวงพเิ ศษ
คา่ ธรรมเนยี มผา่ นทาง ระหว่างเมือง (CCB)
2. งานจา้ งบรหิ ารจดั การ Call Center
3. งานจา้ งเหมาจดั เกบ็ เงนิ คา่ ธรรมเนยี มผ่านทางและ
งานกู้ภยั บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนน
วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภเิ ษก)
ตอนพระประแดง – บางแค ชว่ งพระประแดง –
ตา่ งระดับบางขนุ เทยี น (ด่านบางครุ – ด่านบางขนุ เทยี น)
4.3.4 งานบริหารธุรกรรมการเงนิ 1. จา้ งเหมาบริหารงานบริการธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ บนทางหลวงพเิ ศษระหวา่ งเมือง หมายเลข 7 และ 9
2. จ้างเหมาบริหารงานบริการธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนกิ ส์บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมอื ง
หมายเลข 6 และ 81
4.3.5 งานปฏบิ ตั กิ ารความปลอดภัยทาง • งานลงทนุ จา้ งเหมาเอกชนก่อสร้าง
หลวงพเิ ศษระหวา่ งเมือง - โครงการแก้ไขปัญหาจราจรและปรับปรุงระบบ
4.3.6 งานลงทนุ ก่อสรา้ งเพ่ือเพ่ิม ควบคุมงานจัดเกบ็ บริเวณด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่าน
ประสทิ ธิภาพในการใหบ้ ริการบนทางหลวงพเิ ศษ ทางทับชา้ ง กม. 48 – กม. 51
หมายเลข 7 และ 9
- โครงการก่อสรา้ งเพิม่ ประสิทธภิ าพทางแยกต่าง
ระดบั ทับชา้ ง
- โครงการแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณชว่ งทางออก
สนามบนิ สวุ รรณภมู บิ นทางหลวงพิเศษหมายเลข 7
- งานเพมิ่ ประสิทธภิ าพด่านฯ หนองขามและด่านฯ
โปงุ บนทางหลวงพเิ ศษหมายเลข 7
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 23
กรมทางหลวง
ภารกจิ ความรับผิดชอบ/กระบวนการดาเนินการ
4.3.7 งานพัฒนาโครงข่ายทางหลวง
พิเศษระหวา่ งเมือง
4.3.7.1 งานลงทุนก่อสรา้ งทางหลวง ลงทนุ จ้างเหมาเอกชนก่อสร้าง
พิเศษ ระหวา่ งเมือง - โครงการก่อสร้างทางหลวงพเิ ศษหมายเลข 7
สาย กรุงเทพ– บ้านฉาง ชว่ งพทั ยา–มาบตาพดุ
- โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6
สาย บางปะอนิ –นครราชสมี า
- โครงการก่อสรา้ งทางหลวงพิเศษหมายเลข 81
สาย บางใหญ่ – กาญจนบุรี
4.3.7.2 งานรว่ มลงทุนระหว่างรฐั กบั 1. โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6
เอกชน (PPP) ในการด้าเนนิ งานและบ้ารงุ รักษา สาย บางปะอิน – นครราชสีมา
2. โครงการกอ่ สร้างทางหลวงพเิ ศษหมายเลข 81
สาย บางใหญ่ – กาญจนบรุ ี
4.3.7.3 งานดา้ เนนิ งานและ โครงการก่อสรา้ งทางหลวงพเิ ศษหมายเลข 7
บ้ารุงรกั ษา (O&M) บนทางหลวงพิเศษที่ตอ่ ขยาย สายกรุงเทพฯ – บา้ นฉาง ช่วงพัทยา – มาบตาพุด
4.3.7.4 งานลงทุนก่อสร้างและบรหิ าร สมั ปทานงานลงทนุ ก่อสรา้ งและบรหิ ารจัดการท่ีพกั ริม
จดั การท่ีพกั รมิ ทาง (Rest Area) ทาง (Rest Area)
- บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7
ชว่ งกรงุ เทพฯ - ชลบุรี
ช่วงชลบุรี – พัทยา
ช่วงพัทยา - มาบตาพดุ
- บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอนิ –
นครราชสีมา
- บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 สายบางใหญ่ –
กาญจนบุรี
4.4 งานส้านกั งานทางหลวง จา้ งเหมาเอกชนเข้ามาดา้ เนินการแทนโดยอยูภ่ ายใตก้ าร
ก้ากบั ของส้านักงานทางหลวง
4.5 งานแขวงทางหลวง จ้างเหมาเอกชนเข้ามาด้าเนินการแทนโดยอยภู่ ายใต้การ
ก้ากบั ของส้านักงานทางหลวง
5. ภารกจิ งานบารุงและอานวยความปลอดภยั
5.1 งานบรหิ ารบา้ รงุ ทาง
5.1.1 งานก้าหนดกลยุทธ์และแผนงาน 1. ปรับปรงุ องคก์ ารโดยใช้หลักการดงั นี้
บ้ารุงทาง - Structure จดั ท้าโครงสรา้ งองค์การใหส้ อดคล้อง
5.1.2 งานบริหารการดา้ เนินงาน กบั ภาระงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
5.1.3 งานประเมินผลและประมวลข้อมูล - Process ปรบั ปรงุ ขนั้ ตอนการทา้ งานในกรณีท่ี
- Structure ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ (ลด/เพิ่ม
ขา่ วสาร
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ
กรมทางหลวง 24
ภารกิจ ความรับผิดชอบ/กระบวนการดาเนินการ
5.1.4 งานบริหารและควบคุมนา้ หนัก ขน้ั ตอนการทา้ งานบางอย่าง เพอ่ื เพ่ิมประสทิ ธภิ าพ
ยานพาหนะ ในการท้างาน)
5.1.5 งานบรหิ ารทรัพย์สนิ - People จดั วางบุคลากรให้สอดคล้องกบั โครงสร้าง
5.1.6 งานบริหารงานอบุ ัตภิ ัย (Structure) และขน้ั ตอนการทา้ งาน (Process)
5.1.7 งานพัฒนาระบบบริหารงานบา้ รงุ 2. การน้าเอาเทคโนโลยีที่เพ่ิมประสิทธิภาพในการ
ทา้ งานมากขึ้นมาใช้
- การสา้ รวจสภาพความเสียหายของถนนด้วยเทคโนโลยี
ที่ทันสมัย รวมทั้งการเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในการรายงานความเสียหายของถนน (Information
Sharing System) ซึ่งข้อมูลที่ได้จะเป็นแบบ Real-
Time และตรงกับสภาพความเสียหาย
- การจัดท้างบประมาณและแผนงานซ่อมบ้ารุงท่ี
สอดคล้องกับข้อมลู สภาพความเสยี หายแบบ Real-Time
- การประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลในการ
ทา้ ให้การติดตามความก้าวหน้าของงานบ้ารุงทางให้เป็น
แบบ Real-Time ตามยุทธศาสตร์ Thailand 4.0 ใน
การเป็น Real-Time Enterprise
- สร้างระบบการประเมินผลการดา้ เนินงานด้านการซอ่ ม
บ้ารุงใหส้ ามารถประเมินผลความคุ้มคา่ ในการด้าเนินการ
3. นา้ เอาแนวทางการซอ่ มบ้ารงุ แบบ Performance –
Based Highway Maintenance มาใช้ เพื่อเพ่ิม
ประสิทธภิ าพและลดตน้ ทุนการดา้ เนนิ งาน
4. ให้เอกชนเข้ามาร่วมด้าเนินการในบางงานในฐานะ
Operator โดยกรมทางหลวงท้าหน้าท่ีเป็น Regulator
เชน่ การควบคุมนา้ หนกั ยานพาหนะ
5. ปรับปรงุ กฎระเบียบทเ่ี กีย่ วข้อง เพอ่ื เพ่มิ ประสิทธภิ าพใน
การทา้ งานและลดขน้ั ตอนการทา้ งาน เช่น การขออนญุ าตใช้
พนื้ ท่นี อกเขตทาง เป็นต้น (Positive List/Negative List)
5.2 งานสา้ นักงานทางหลวง จา้ งเหมาเอกชนเขา้ มาด้าเนินการ (Outsource) ในงาน
5.3 งานแขวงทางหลวง บา้ รุงปกตทิ ุกประเภท เช่น
- งานซอ่ มผวิ ทาง
- งานตีเสน้ จราจร
- งานติดตงั้ หลักล้มลุกน้าทาง
- งานตดิ ตง้ั เปูาสะท้อนแสง
- งานตัดหญ้า (ทา้ ช่วงเร่งด่วนเทศกาล หน้าฝน รับ
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 25
กรมทางหลวง
ภารกจิ ความรบั ผดิ ชอบ/กระบวนการดาเนนิ การ
5.4 งานอา้ นวยความปลอดภัย เสดจ็ )
5.4.1 งานสา้ รวจขอ้ มลู การจราจรและ - งานทาสีสะพาน, สะพานลอย
- งานตดิ ตั้งปาู ยจราจร, ปูายเตอื น
ขนส่ง - งานติดตั้งราวกนั อันตราย
5.4.2 งานศกึ ษาวางแผน - งานติดตง้ั ไฟฟูาแสงสว่าง
5.4.3 งานสถติ สิ ารสนเทศ
5.4.4 งานมาตรฐานอา้ นวยความ 1. นา้ ระบบ Microwave Radar พรอ้ มกล้อง CCTV
และระบบสื่อสารทางไกลเครือขา่ ย 3G มาชว่ ยในการ
ปลอดภัย สา้ รวจข้อมูลการจราจรรวมท้ังพัฒนา Application ใน
5.4.5 งานตรวจสอบความปลอดภัย การให้ข้อมูลจราจรแก่ผู้ใชท้ าง แบบ Real Time
2. พฒั นาปรับปรุงงานเกยี่ วกับมาตรฐานอุปกรณ์อ้านวย
ความปลอดภยั โดยใชเ้ ทคโนโลยที ีท่ ันสมัย
3. ใช้ระบบการจัดการข้อมูลการจราจรและอุบตั ิเหตุ
เชิงบูรณาการ
4. ส่งเสรมิ การทา้ Road Safety Audit
5. การจัดต้ังศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุเพื่อ
เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการจราจรและอุบัติเหตุบน
โครงขา่ ยทางหลวง
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ สว่ นราชการ 26
กรมทางหลวง
ตารางท่ี 1.2 แสดงภารกจิ สนบั สนนุ ของกรมทางหลวง
ภารกิจสนบั สนุน
Technical Support
1. งานเทคโนโลยสี ารสนเทศของกรม
2. งานแผนงานของกรม
3. งานบริหารโครงการทางหลวงระหวา่ งประเทศ
4. งานจดั กรรมสิทธิท์ ่ีดิน
5. งานเคร่อื งกลและสื่อสาร
6. งานสิ่งแวดลอ้ มและการมีส่วนรว่ มของประชาชน
7. งานกฎหมาย
8. งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่
Administrative Support
1. งานคลงั พสั ดุ จัดซื้อจดั จา้ ง
2. งานการเจา้ หน้าทแ่ี ละพฒั นาบคุ ลากร
3. งานตรวจสอบภายใน
4. งานพัฒนาระบบบรหิ าร
5. งานบรหิ ารทวั่ ไป และงานสารบรรณ
(ข้อมูลจาก : หนงั สอื กรมทางหลวง ด่วนท่สี ดุ ที่ คค 06145/0356 ลงวนั ท่ี 5 เมษายน 2561 เรอ่ื ง การจดั ท้า
แผนปฏิรปู องค์การของกรมทางหลวง)
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 27
กรมทางหลวง
บทที่ 2
เหตุผล ความจาเปน็ ในการขอปรับปรงุ การแบง่ สว่ นราชการ
แบบคำชี้แจงประกอบกำรแบ่งสว่ นรำชกำร
กรมทำงหลวง
บทท่ี 2
เหตุผล ความจาเปน็ ในการขอปรบั ปรุงการแบ่งสว่ นราชการ
กรมทางหลวง ได้ดาเนินการตามอานาจหน้าท่ีและภารกิจท่ีได้รับมอบหมายตามกฎกระทรวง
การแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 อย่างเต็มศักยภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ
ส่วนรวมของประเทศอย่างมหาศาล แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มีการเปล่ียนแปลงไป ทาให้หน่วยงาน
มีภารกิจหน้าท่ีและความรับผิดชอบเพ่ิมมากขึ้น จึงจาเป็นที่จะต้องบริหารจัดการโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับ
สภาพแวดลอ้ มท่ีเป็นอยู่ในปจั จุบัน
2.1 บทบาทภารกจิ ทเี่ พิ่มขึ้น
การที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาค ที่เน้นท้ังการส่งออกและ
การนาเข้า และจากการตกลงการค้าเสรีในกรอบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนท่ี
จะช่วยส่งเสริมให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาคให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่ืองและรวดเร็ว
รัฐบาลจงึ มนี โยบายสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนในธรุ กิจบริการระบบโลจิสติกส์ รวมท้ังการทุ่มงบประมาณของ
รัฐบาลในโครงการเร่งด่วน ด้านการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีสาคัญ เพ่ือเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่าง
ภาคตา่ ง ๆ รองรบั การเดินทางและการขนส่งสินค้าไปยังทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยมีเป้าหมายการพัฒนาไปสู่
การเปน็ ศนู ย์กลางการคมนาคมขนสง่ ของภูมิภาคอาเซยี นอยา่ งสมบูรณ์
กรมทางหลวงได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาทางหลวงอาเซียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ต่อเนื่องมาจนถึง
ปัจจุบัน กรมทางหลวงได้มีการดาเนินการก่อสร้างถนนและสะพาน เพ่ือเช่ือมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งทางถนน
ทั่วทุกภูมิภาค ท้ังภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ดาเนินการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงตาม
ความจาเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในการเดินทางของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถใน
การแข่งขันกับประเทศเพ่ือนบ้าน โดยการสร้างทางหลวงเป็นรูปแบบทางหลวงพิเศษขนาด 4 ช่องจราจร ทาให้มี
การคมนาคมที่เชือ่ มตอ่ เขา้ ถงึ สามารถจดั การระบบขนส่งใหม้ คี วามสะดวก รวดเรว็ และปลอดภัย
ตารางที่ 2.1 แสดงการเปรยี บเทยี บระยะทางในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงต่อกโิ ลเมตรที่เพ่มิ ขน้ึ
ปงี บประมาณ ระยะทางจรงิ ระยะทาง (กม.) ระยะทางทเ่ี พิ่มข้นึ
ต่อ 2 ชอ่ งจราจร
พ.ศ. 2559 51,789.81 67,132 0
พ.ศ. 2560 51,801.74 67,923 792
พ.ศ. 2561 51,849.74 68,936 1,013
พ.ศ. 2562 51,849.98 70,317 1,381
พ.ศ. 2563 52,065.98 70,575 258
ข้อมูลจาก : สานักบริหารบารงุ ทางและสานักแผนงาน ณ วันท่ี 30 กนั ยายน 2563
จากผลการดาเนินงานที่ผ่านมากรมทางหลวงได้พัฒนา ขยายเส้นทางการคมนาคมขนส่ง โครงข่ายทางถนน
ทีค่ รอบคลุมและเขา้ ถึงประชาชนและผ้ใู ช้ทางเพ่ิมมากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐสามารถดาเนินงานก่อสร้าง
และบารุงรักษาทางหลวง ให้ผู้ใช้โครงข่ายทางหลวงได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางและ
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 28
กรมทางหลวง
การขนส่ง รวมทั้งรองรับกับปริมาณงานโครงข่ายถนนและระบบโลจิสติกส์ที่เพิ่มมากข้ึนทุกปี ก่อให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ
เชงิ การบรหิ ารอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธิผล
2.2 บทบาทภารกิจกรมทางหลวงท่สี อดคล้องกับยุทธศาสตร์
1) ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)
ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้น
การยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ โดยกรมทางหลวงต้องมีบทบาทส่งเสริมการบริหารจัดการ
ควบคุมนา้ หนักยานพาหนะในระบบโลจิสตกิ สแ์ ละการขนสง่ ให้มีสมรรถนะสูงขน้ึ
2) แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาตฉิ บับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)
ยทุ ธศาสตร์ที่ 6 การบรหิ ารจดั การในภาครฐั การป้องกนั การทุจริตและประพฤติมิชอบและธรรมาภิบาล
โดยกรมทางหลวงใช้กลไกการควบคุมน้าหนักยานพาหนะเพ่ือป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบของ
เจ้าหน้าที่รัฐ และในยุทธศาสตร์ที่ 7 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ โดยให้กรมทางหลวงใช้
กลไกพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้านโครงขา่ ยถนนท่มี มี าตรฐาน เพอื่ ลดต้นทุนการซ่อมบารงุ รกั ษาถนนทางหลวง
3) นโยบาย Thailand 4.0
ยุทธศาสตร์ท่ี 3: เปล่ียนจาก Traditional Services ไปสู่ High Value Services ด้านการเปลี่ยน
จาก Traditional Services ซ่ึงสร้างมูลค่าค่อนข้างต่าไปสู่ High Value Services โดยมีกลไกพัฒนาสถานีตรวจสอบ
นา้ หนกั และกวดขนั นา้ หนักรถบรรทกุ ให้เปน็ ไปตามกฎหมายและตามมาตรฐานสากลลดความเสียหายของถนนทางหลวง
4) แผนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)
4.1 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การบริการของภาคคมนาคมขนส่ง (Transport Services) โดยใช้กลไก
ควบคุมนา้ หนักยานพาหนะเพือ่ ปอ้ งกันถนนทางหลวงชารุด
4.2 ยุทธศาสตร์ท่ี 3 การพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย กากับ ดูแล และปฏิรูปองค์กร (Regulation
and Institutions) โดยใช้กลไกปรับปรุงกฎหมาย ข้อบังคับให้ทันสมัยเป็นมาตรฐานสากล รวมทั้งปรับปรุง
โครงสรา้ งราชการให้เหมาะสม
5) แผนยุทธศาสตร์กรมทางหลวง (พ.ศ. 2560 - 2564)
5.1 ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาระบบทางหลวงท่ีเช่ือมต่อ เข้าถึง และคล่องตัวอย่างมีคุณภาพ
และตามความต้องการ
5.2 ยุทธศาสตร์ที่ 2 การรักษาการให้บริการของระบบทางหลวงให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่าง
ตอ่ เนอื่ ง โดยใชก้ ลไกพัฒนาและเพิม่ ประสิทธิภาพการบริหารจัดการงานควบคุมน้าหนักยานพาหนะ
5.3 ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การยกระดับความปลอดภัย (Safety) ของระบบทางหลวงอย่างบูรณาการ
5.4 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาส่งเสริมระบบบริหารจัดการองค์กร (Organization Management)
อย่างมธี รรมาภิบาลและย่ังยนื
จากบทบาทภารกจิ ทีเ่ พมิ่ ขึ้นและเพ่ือให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 - 2580) แผนแม่บท
ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 12 นโยบายรัฐบาลแผนยุทธศาสตร์
กระทรวงคมนาคม และแผนยทุ ธศาสตร์กรมทางหลวง (พ.ศ. 2560 - 2564) ทาให้กรมทางหลวง มีความจาเป็นใน
การขอปรับปรุงอานาจหน้าท่ีและโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการในกรมทางหลวงใหม่โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้
หน่วยงานสามารถปฏิบัติงานภายใต้ภารกิจท่ีเพิ่มข้ึนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อีกทั้งการขอจัดต้ัง
หน่วยงานเพิ่มขึ้นจานวน 1 หน่วยงาน ได้แก่ กองควบคุมน้าหนักยานพาหนะ และขอปรับปรุงชื่อหน่วยงานให้
สอดคล้องตามแนวทางการกาหนดชื่อส่วนราชการระดับต่ากว่ากรม ซึ่งเมื่อได้จัดต้ังข้ึนแล้วจะส่งผลให้
งบประมาณในการซ่อมบารุงรักษาทางหลวงลดลง การปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงท่ัวทุกภูมิภาคและระหว่าง
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 29
กรมทางหลวง
ประเทศเป็นไปตามมาตรฐานสากล ผู้ใช้บรกิ ารไดร้ ับความสะดวก รวดเร็วและเกิดความปลอดภัย ระบบโลจิสติกส์
และการขนส่งมีสมรรถนะสูงข้ึนตามเป้าหมายของประเทศ
2.3 ขอ้ เสนอการถ่ายโอนภารกิจของหน่วยงาน (One-in, X-out)
กรมทางหลวงไดท้ บทวนโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมทางหลวงตามกฎกระทรวงแบ่งส่วน
ราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 ไม่สนองตอบต่อยุทธศาสตร์ของกรมทางหลวงซึ่งต้อง
ปรับเปลี่ยนให้รองรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายถนนและ
ระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพ มาตรฐานสูง มีสมรรถนะ มีต้นทุนระบบโลจิสติกส์ท่ีต่าและ
สอดคล้องกับการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล Thailand 4.0 ด้านการเปล่ียนจาก Traditional Services ซ่ึงสร้าง
มูลค่าคอ่ นขา้ งตา่ ไปสู่ High Value Services และแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ระยะ
20 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 2 การบริการของภาคคมนาคมขนส่ง (Transport Services) และยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนา
ปรับปรุงกฎหมาย กากับ ดูแล และปฏิรูปองค์กร (Regulation and Institutions) โดยใช้กลไกปรับปรุงกฎหมาย
ข้อบังคับให้ทันสมัยเป็นมาตรฐานสากล จึงจาเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของ
กรมทางหลวงใหม่ โดยการทบทวนภารกิจที่มีอยู่ และภารกิจท่ีเพ่ิมข้ึน ให้เหมาะสมกับงบประมาณ บุคลากร
และสภาพแวดล้อม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน สังคมและประชาชน อย่างไรก็ตามในการขอ
จัดตงั้ หนว่ ยงานใหม่ตามหนงั สอื สานกั งาน ก.พ.ร. ที่ นร 1200/ว 1 ลงวันท่ี 25 ม.ค. 2562 เร่ืองการซักซ้อมความ
เขา้ ใจเกี่ยวกบั มติคณะรฐั มนตรี เรือ่ งการทบทวนขอ้ เสนอให้จัดตั้งหน่วยงานของรัฐตามแผนการปฏิรูปประเทศข้อ 4
การเสนอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ต้องระบุข้อเสนอให้ยุบเลิกหรือยุบรวมหน่วยงานที่มีอยู่เดิม (One in, X out)
เพ่ือมิให้เกิดความซ้าซ้อนด้านภารกิจ และงบประมาณ และให้เสนอแผนการนา Digital Technology เข้ามาใช้ในการ
ปฏบิ ัตงิ านประกอบคาขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ โดยกรมทางหลวงได้พิจารณาแล้วเห็นควรยุบเลิก/ยุบรวมบางภารกิจ
ในสานัก/กอง คอื สานักเครื่องกลและสอื่ สารและสานักบริหารบารุงทาง ดงั นี้
2.3.1 สานกั เคร่ืองกลและสอื่ สาร
1) การยุบรวม “ส่วนเคร่ืองจักรกลส่วนกลาง”รวมกับ “ส่วนยานพาหนะและบารุงรักษา” เป็น
“ฝา่ ยเครื่องจักรกลส่วนกลางและบารุงรักษาทั่วไป” ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการบริหารกิจการ
บ้านเมืองท่ดี ี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 เพือ่ ให้การดาเนินงานมคี วามคล่องตัวและรองรับบริบททีเ่ ปลยี่ นแปลงไป
2) การยบุ (บางสว่ นงาน) ของ “สว่ นการส่ือสารและไฟฟ้า” เป็น “ฝ่ายไฟฟ้า” ซ่ึงเดิม “ส่วนการ
ส่ือสารและไฟฟ้า” มหี นา้ ท่รี บั ผดิ ชอบในการวเิ คราะห์ ออกแบบ วางแผน พัฒนาและบริหารจัดการโครงข่ายระบบ
การสื่อสารโทรคมนาคม อุปกรณ์ส่ือสารโทรคมนาคมและระบบไฟฟ้าของกรม ให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และ
เกดิ ความคุ้มคา่ ตอ่ การลงทุน รวมท้ังการควบคุม ตรวจสอบ ติดต้ัง ซ่อมแซม บารุงรักษา ติดตามประเมินผลระบบ
และอุปกรณ์งานด้านสื่อสารโทรคมนาคม และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในอาคาร อย่างไรก็ตามเพื่อให้สอดคล้องกับการ
เปล่ียนแปลงของระบบเทคโนโลยีโครงข่ายและสารสนเทศในปัจจุบัน จากโครงข่ายระบบการสื่อสารโทรคมนาคม เป็น
ระบบเทคโนโลยีโครงขา่ ยและสารสนเทศ สานักเคร่ืองกลและส่ือสาร จึงขอปรับเปล่ียนบทบาทหน้าที่ของส่วนการ
ส่อื สารและไฟฟา้ โดยยุบส่วนส่ือสารคงเหลือเพียงระบบไฟฟ้าโดยมีหน้าที่ในการออกแบบ วางแผน พัฒนาบริหาร
จัดการงานระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์ของกรม ควบคุมการติดต้ัง บารุงรักษาระบบไฟฟ้า ลิฟต์โดยสาร
ให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ตรวจสอบ ควบคุมซ่อมบารุงรักษา ย้ายและติดตั้งระบบโทรศัพท์ ระบบไฟฟ้า
กาลังไฟฟ้า แสงสวา่ ง เครอื่ งปรบั อากาศ รวมทัง้ จัดทารายงานการจัดการพลังงานอาคารควบคุมของกรมทางหลวง
ให้เปน็ ไปตามกฎหมาย กาหนดหมายเลขครภุ ณั ฑเ์ คร่อื งรับส่งวทิ ยุสื่อสาร และตรวจสอบบารุงรักษาบริหารจัดการ
ระบบชมุ สายโทรศัพท์ VOIP และตู้ Media Gateway ของหนว่ ยงานสว่ นกลางและส่วนภูมภิ าค
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 30
กรมทางหลวง
2.3.2. สานกั บรหิ ารบารงุ ทาง
เดิมมหี นว่ ยงานกลมุ่ /ส่วน/ฝ่าย/ศูนย์ อยู่ภายใต้ สานักบริหารบารุงทางจานวน 8 งาน เน่ืองจาก
มกี ารขอยกฐานะสว่ นบรหิ ารและควบคมุ น้าหนกั ยานพาหนะ ข้นึ เปน็ กองควบคุมนา้ หนกั ยานพาหนะ และส่วน
ท่ีเหลืออีก 7 งาน ขอปรับบทบาทภารกิจเพ่ือรองรับงานตามบริบทที่เปล่ียนไปและให้เกิดความคล่องตัวโดยยุบ
เหลือเพียง 5 ฝ่าย ดงั นี้
ตารางท่ี 2.2 แสดงการเปรียบเทียบ กลมุ่ /สว่ น/ฝา่ ย/ศูนย์ ของสานักบริหารบารงุ ทาง
สานักบรหิ ารบารงุ ทาง (เดิม) สานักบรหิ ารบารุงทาง (ขอปรับปรุง)
1. ฝา่ ยบริหารงานทว่ั ไป 1. ฝ่ายบริหารงานทวั่ ไป
2. กลุม่ กาหนดกลยทุ ธแ์ ละแผนงานบารุงทาง 2. กลมุ่ วเิ คราะหย์ ุทธศาสตรแ์ ละกาหนดกลยทุ ธ์
3. กลุ่มบรหิ ารการดาเนนิ งาน 3. กลมุ่ วางแผนดาเนนิ งาน
4. สว่ นประเมินผลและประมวลผลข้อมูลขา่ วสาร 4. กลุม่ ประเมินผลและพัฒนาระบบงานบารุงทาง
5. สว่ นบรหิ ารและควบคุมน้าหนกั ยานพาหนะ 5. กลมุ่ บริหารงานภัยพบิ ตั ิ
6. สว่ นบรหิ ารทรัพยส์ ิน
7. ศูนย์บริหารงานอบุ ัติภยั
8. กลมุ่ พัฒนาระบบบริหารงานบารงุ
กรมทางหลวงมีหน้าท่ีรับผิดชอบทางหลวงท่ัวประเทศ รวมระยะทางประมาณ 52,065 กิโลเมตรและ
เพ่ิมข้ึนทุกปี มีโครงข่ายทางหลวงในความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างทางหลวงใหม่ และทางหลวงที่ได้รับ
มอบจากส่วนราชการอื่น การบารุงรักษาทางหลวงคือการดูแลทรัพย์สินของรัฐที่มีมูลค่ามหาศาล (หลายแสนล้านบาท)
ให้อยู่ในสภาพท่ีดีสามารถใช้งานได้ตลอดเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ สานักบริหารบารุงทางเป็นหน่วยงานหลักใน
การบริหารงานบารุงโครงข่ายรวมเพื่อกาหนดกลยุทธ์และแผนงานโครงการบารุงทาง ทั้งระยะกลางและระยะยาว
ให้มีทิศทางที่ชัดเจน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล กระทรวง และกรม นอกจากน้ียังทาหน้าที่ในการกาหนด
มาตรฐาน การติดตามตรวจสอบและการประเมินผลการบารุงทางของกรม ในด้านงานบารุงรักษาทางสานักบริหาร
บารุงทาง จะทาหน้าท่ีดูแล บารุงรักษาทางหลวงให้ใช้การได้ทุกฤดูกาล ป้องกันมิให้ทางหลวงเส่ือมสภาพต่ากว่า
มาตรฐานที่ก่อสร้างไว้ การบริหารจัดการภัยพิบัติและลดอุบัติเหตุ การบารุงรักษาทางหลวงยังครอบคลุมถึงการ
ประหยัดงบประมาณค่าบารุงรักษา ค่าบูรณะก่อสร้างในอนาคต ลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการใช้ยวดยานที่ใช้สัญจร
บนทางหลวง เพอ่ื ให้ทางหลวงมสี ภาพสมบูรณ์ย่งิ ข้นึ มีความสะดวกและปลอดภยั แก่ผูใ้ ช้เสน้ ทาง
จากเหตุผลข้างต้น และจากงบประมาณของกรมทางหลวงท่ีได้รับเพ่ิมข้ึนทุกปี เพื่อให้การดาเนินงานของ
กรมทางหลวงให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธ์ิ จึงมีความจาเป็นต้องดาเนินการทบทวนท้ังด้านบุคลากร
ดา้ นโครงสรา้ ง ดา้ นกระบวนการ และการนาเทคโนโลยีด้านประมวลผลข้อมูลมาใช้ให้เหมาะสมกับภารกิจ และเพื่อ
มิให้เกิดความซ้าซ้อนทั้งในด้านภารกิจและงบประมาณ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับของสภาพแวดล้อมท่ีเปลี่ยนแปลง
ไปในปัจจุบัน
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 31
กรมทางหลวง
ตารางท่ี 2.3 งบประมาณประจาปีของกรมทางหลวงเทียบกับงบประมาณด้านงานบารงุ รักษาทาง
รายการ พ.ศ. 2561 ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 หมายเหตุ
งบประมาณประจาปี 105,746.58 พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563
117,138.84 113,883.43 125,946.92 หน่วย:ลา้ นบาท
งบประมาณบารุงทาง 17,032(16.11%) 18,982(16.20%) 20,994(18.43%) 23,133(18.37%)
หมายเหตุ - ระยะทางถนนสายหลักและสายรองท่กี รมทางหลวงรบั ผิดชอบ 52,065 กม.
ข้อมลู จาก : กองควบคุมน้าหนักและยานพาหนะ
ในปัจจุบันสานักบริหารบารุงทางเป็นหน่วยงานที่มีสมรรถนะสูง มีการบริหารการใช้งบประมาณด้าน
บารงุ รักษาอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพโดยมกี ารดาเนินงานตามภารกจิ หนา้ ที่ ดงั น้ี
1. การบรหิ ารจดั การบารุงรักษาเชิงรุกและวางแผนงาน (Activemaintenanceand planning): วัตถุประสงค์
เพื่อรวบรวมข้อมลู ตา่ ง ๆ ทางเทคนคิ ทางกายภาพและสิง่ แวดล้อม เพ่ือนามาประมวล ตรวจสอบ วิเคราะหใ์ ช้ใน
การวางแผนบารงุ รักษาเชงิ ป้องกนั ลว่ งหนา้ ดังตัวอยา่ งระบบงานทน่ี ามาใช้ เช่น Preventive Highway Maintenance,
Corrective Highway Maintenance ฯลฯ
2. การบารงุ รักษาทางเชิงรับและแผนบารงุ (Passive maintenance and planning)
3. เก็บรวบรวมข้อมูล สถิติวิเคราะห์ โดยอาศัยโครงข่ายส่ือสาร (ICT) เพื่อการวางแผนซ่อมบารุงทาง :
มีความสาคญั และเน้นบริหารข้อมลู อดตี และปัจจุบันและงานวเิ คราะหข์ อ้ มลู
4. ศูนย์ข้อมูลวิชาการและงานวิจัยเพ่ือพัฒนาส่งเสริมประสิทธิภาพด้านงานซ่อมบารุงทาง : มีการอบรม
มาตรฐานประสิทธภิ าพงานซ่อมบารงุ ทาง และเผยแพร่ผลดาเนินงานใหก้ ับหนว่ ยงานต่าง ๆ ทุกปี
งานบารงุ ทางเปน็ งานวิศวกรรมท่ีมีความหลากหลาย เช่นเดียวกับงานก่อสร้าง เป็นงานท่ีต้องอาศัยความรู้
ทางด้านวิศวกรรมหลายสาขา เช่น วิศวกรรมการทาง (Highway Engineering) วิศวกรรมขนส่ง (Transport
Engineering) วิศวกรรมปฐพี (Soil Engineering) เป็นต้น งานบารุงทางเป็นงานท่ีดาเนินการบนทางหลวง
ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ สภาพของทางข้ึนอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุบริการ ปริมาณจราจร น้าหนักบรรทุก
สภาพภูมอิ ากาศ วิธกี ารก่อสรา้ ง รวมทง้ั มาตรฐานการออกแบบสภาพของทาง โดยมีแนวทางในการจัดทาแผนงาน
บารุงของแต่ละปี เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักวิชาการและเกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้ทางอย่างแท้จริง ซ่ึงการ
จัดทาแผนงานจะต้องวิเคราะหต์ ามมาตรฐานประยกุ ตก์ บั การทางานจรงิ ในสนามมาปรับปรุง เพื่อความถูกต้องและ
ทันสมัยอยู่เสมอ การรวบรวมและวิเคราะห์วิจัยข้อมูลท่ีใช้ในการพัฒนางานบารุงทาง โดยเก็บข้อมูลภาคสนาม
มาประยุกต์ตามหลักวิชาการ ซ่ึงแตกต่างกันไปในแต่ละสายทางและในแต่ละพ้ืนท่ี งานบารุงทางจึงต้องการความ
เชี่ยวชาญและประสบการณ์เฉพาะด้าน ประกอบกับการใช้เทคนิคสมัยใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
พรอ้ มท้งั การดาเนนิ การตามแนวทางในปัจจุบัน ได้แก่ ตามมติคณะรัฐมนตรี 4 ธ.ค. 2560 พระราชบัญญัติวิธีการ
งบประมาณ พ.ศ.2561 มาตรา 46 - 48 และ การจัดซ้ือจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ตามพระราช
กฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับท่ี2) พ.ศ.2562 เพ่ือให้สามารถดูแลบารุงรักษา
ทางหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด และคุ้มค่าในการลงทุน สามารถสนองความต้องการของผู้ใช้ทางและ
ชมุ ชนรวมทัง้ สังคมโดยรวมตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม
การดาเนินงานของสานักบริหารบารุงทาง แม้ว่าจะมีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพโดยสามารถ
บารุงรกั ษาผิวทางและถนนท่ัวประเทศให้ใช้งานได้ตามมาตรฐานและใช้งบประมาณบารุงรักษาท่ีคุ้มค่าตามแผนงาน
ที่วางไว้ แต่กลับพบว่าผิวทางมีแนวโน้มการชารุดเพิ่มข้ึนและช่วงเวลาการบารุงรักษาในอัตราที่เร็วขึ้น ส่งผลให้มี
แบบคาชี้แจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 32
กรมทางหลวง
ค่าใช้จ่ายดา้ นงบประมาณการบารุงรักษาทางหลวงไม่เพียงพอและมีแนวโน้มเพ่ิมขึ้นทุกปี ซ่ึงเป็นผลมาจาก ๓ ปัจจัย
หลกั ดงั นี้
1. โครงข่ายทางหลวงทเี่ พม่ิ ขนึ้ ทกุ ปี
2. จานวนยานพาหนะท่ีใช้สัญจรเพิ่มมากขนึ้
3. มกี ารลกั ลอบบรรทุกนา้ หนักเกินกวา่ พิกดั ที่กฎหมายกาหนด
ซึ่งภารกิจในการดาเนินการควบคุม กากับ ดูแลและตรวจสอบ การบังคับใช้ให้เป็นไปตามท่ีกฎหมาย
กาหนด ดาเนนิ การโดยสว่ นควบคมุ นา้ หนกั ยานพาหนะ สานกั บรหิ ารบารงุ ทาง ซ่งึ นอกจากนี้ยังมีภารกิจ การจัดตั้ง
ดา่ นตรวจรถและพื้นทจ่ี อดพกั รถเพือ่ ความปลอดภยั อกี จานวน 86 แห่ง ตามนโยบายรัฐบาล ส่งผลให้การปฏิบัติงาน
กากับ ตรวจสอบ งานบารุงรักษาทางและความปลอดภัยไม่ท่ัวถึง ขาดความคล่องตัวในการบริหารจัดการด้านการ
ควบคุมน้าหนัก เน่ืองจากเป็นกลุ่มงานย่อยภายใต้การกากับดูแลของสานักบริหารบารุงทางแต่การปฏิบัติงานเป็น
ภารกิจเชิงรุก(proactive) ควบคุม(control) ตรวจสอบ(check) ติดตามผล (monitor and report) และการบูรณาการ
ข้อมูลร่วมกับหน่วยงานราชการอื่น ทาให้เกิดเป็นปัญหาในการขับเคล่ือนองค์กรในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านบุคลากร
ด้านบรหิ ารจัดการ โดยจะตอ้ งรายงานผา่ นผบู้ งั คับบญั ชาหลายฝา่ ยหลายข้ันตอน
กรมทางหลวงจงึ มีความจาเปน็ ในการพิจารณาทบทวน ปรบั ปรงุ บทบาท ภารกิจและโครงสร้างหน่วยงาน
ให้เหมาะสม รวมถึงการนา Digital Technology มาใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการบริหารราชการ
ให้เกิดความคลอ่ งตัว ดังน้ี
1. ขอยกฐานะโดยจัดต้ัง “กองควบคุมน้าหนักยานพาหนะ” ท่ีปัจจุบันมีภารกิจที่กรมฯ ได้รับมอบหมาย
จากมติ ค.ร.ม. ให้ดาเนินการตามนโยบายสาคัญของรัฐบาลโดยรีบด่วน เร่ืองมาตรการป้องกันการทุจริตและ
ประพฤติมิชอบเกี่ยวกับรถบรรทุกน้าหนักเกิน ซึ่งสามารถสนองตอบแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการพัฒนา
ระบบคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ในภูมิภาคและเช่ือมโยงกับโครงข่ายคมนาคมกับประเทศเพ่ือนบ้าน
โดยการบริหารจัดการควบคุมน้าหนักของรถบรรทุกที่จะบรรทุกสินค้าเข้าหรือออกนอกประเทศ รวมท้ังยังมี
ภารกจิ ในการเตรียมการวางแผนการจดั เก็บรายไดค้ า่ ธรรมเนียมผ่านทาง จากรถบรรทุกท่ีติดต่อค้าขายกับประเทศ
เพอ่ื นบา้ นอีกด้วย ในการปรบั ปรุงโครงสร้างครั้งนี้ ส่วนบริหารควบคุมน้าหนักยานพาหะจึงขอยกฐานะขึ้นเป็นกอง
เน่ืองจากเป็นหน่วยงานท่ีรับผิดชอบดูแลทางหลวงระยะทาง 52,065 กิโลเมตรและเพ่ิมขึ้นทุกปี มีรถผ่านด่าน
มากกวา่ 50,000 คันต่อวัน มีสถานีตรวจสอบน้าหนักถาวร 103 แห่งสถานีตรวจสอบน้าหนักด่านชายแดน 6 แห่ง
สถานีตรวจสอบน้าหนักลูกข่าย VWS 51 แห่ง สถานีตรวจสอบน้าหนักแบบ WIM 47 แห่งและจุดจอดพัก
รถบรรทกุ 36 แหง่
2. ขอยุบรวมและยุบเลิก จานวน ๒ งาน สังกัดสานักเคร่ืองกลและไฟฟ้าและยุบงาน จานวน ๒ งานใน
สังกัดสานักบริหารบารุงทางที่มีอยู่เดิม เพื่อมิให้เกิดความซ้าซ้อนด้านภารกิจและงบประมาณ และมีความความ
คลอ่ งตวั ในการปฏบิ ัติงานราชการของกรมทางหลวงเพ่มิ มากขึน้
2.4 การวิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดลอ้ มภายนอก (External Environment)
ตามมติ ค.ร.ม. เมื่อวันท่ี 7 มกราคม 2529 ,14 พฤษภาคม 2539, 2 ธันวาคม 2546 และ
8 พฤศจิกายน 2559 มอบหมายให้กรมทางหลวงดาเนินการกวดขันน้าหนักรถบรรทุกบนถนน ต้องปฏิบัติตาม
กฎหมายเพ่ือมิให้เกิดความเสียหายบนถนน เปน็ การสิ้นเปลืองงบประมาณและส่งผลกระทบต่อความไม่สะดวกและ
ปลอดภยั ตอ่ ผใู้ ช้ทาง กรมทางหลวงจึงไดน้ ามติ ค.ร.ม. ดงั กล่าว มาดาเนนิ การในส่วนทเี่ กี่ยวข้องต่าง ๆ ดงั น้ี
1) วางแผน พัฒนาระบบการควบคุมน้าหนักยานพาหนะและการจัดต้ังสถานี รวมถึงจุดจอดรถบรรทุก
บนโครงข่ายทางหลวงท่ัวประเทศ
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 33
กรมทางหลวง
2) สรา้ งศูนย์เฝ้าระวังเครือข่าย เชื่อมโยงข้อมูลเพื่อติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติงานของสถานีและนาไป
ประมวลผลเพ่ือป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตลอดจนการนาไปใช้ในการบริหารจัดการข้อมูล (Big Data)
เพือ่ ประโยชนใ์ นงานของกรมทางหลวง
3) ควบคุม กากับ ดูแลการก่อสร้างและการบารุงรักษาสถานีตรวจสอบน้าหนักให้ได้มาตรฐานสากล
เหมาะสมกบั พ้ืนท่ีและคุ้มค่ากับการลงทุนและดาเนินการตรวจสอบการปฏิบัติงานควบคุมน้าหนักยานพาหนะโดย
ใชห้ น่วยเครื่องชงั่ น้าหนกั เคล่ือนท่ี (Spot Check)
2.5 ปัญหาการดาเนนิ งาน หรือการบริหารงานของกรม อันเน่อื งมาจากโครงสรา้ งส่วนราชการเดมิ ไมเ่ หมาะสม
ส่วนการบริหารและควบคุมน้าหนักยานพาหนะ ประสบปัญหาในการดาเนินงานตามภารกิจ หน้าท่ี
ทไ่ี ด้รับมอบหมาย เนอื่ งจากโครงสร้างเดมิ ไม่เหมาะสม ดังนี้
1) การบริหารจัดการด้านการควบคุมน้าหนัก ไม่สะดวก ไม่คล่องตัว ขาดประสิทธิภาพในการ
ปฏบิ ตั ิงาน เน่ืองจากเปน็ กล่มุ งานยอ่ ยภายใตก้ ารกากับดูแลของสานักบริหารบารุงทางแต่มีภารกิจความรับผิดชอบ
มากมายทาให้เกิดเป็นปัญหาในการขบั เคลื่อนองคก์ รในดา้ นต่าง ๆ เช่น ด้านบุคลากร ด้านบริหารจัดการดาเนินการได้
ลาบากจะตอ้ งรายงานผา่ นผูบ้ ังคับบญั ชาหลายฝา่ ยหลายขนั้ ตอน
2) การปฏิบัติงานในการการควบคุมน้าหนักในส่วนของภูมิภาคไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าท่ีควร เช่น
มีความคุ้นเคยในพื้นท่ีอาจมีการปล่อยปะละเลยในหน้าที่ หรือปัญหาอิทธิพลในพื้นท่ี จะเห็นได้จากยอดจับกุม
รถบรรทุกที่น้าหนักเกินของส่วนภูมิภาค และขาดระบบ IT ในการกากับ ตรวจสอบจากหน่วยงานจากส่วนกลาง
จะเปน็ ช่องโหว่ใหเ้ จา้ หนา้ ทท่ี จุ ริตประพฤติมิชอบ
3) การบรหิ ารจัดการดา้ นการกากบั ดแู ลและตรวจสอบสถานีทั้ง 86 แห่ง เกิดความล่าช้า ไม่สะดวก
คล่องตวั จงึ ทาใหเ้ กดิ ปัญหาในการดาเนนิ งานการควบคุมนา้ หนกั ยานพาหนะท่ีกาหนดในกฎหมาย ล่าช้า บกพร่อง
ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องทันเวลา รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณในการซ่อมบารุงถนนทางหลวงเป็น
จานวนหลายหมน่ื ลา้ นบาท รัฐบาลจงึ มขี ้อสัง่ การให้ดูแลกวดขันน้าหนักรถบรรทุกบนถนนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
อย่างเครง่ ครดั จึงตอ้ งมีหนว่ ยงานหลกั ในการดาเนนิ การในเรอ่ื งการควบคุมน้าหนกั อยา่ งจริงจงั
4) โครงสรา้ งเดิมเป็นหนว่ ยงานภายในไม่สามารถรองรับภารกิจทเ่ี ปล่ียนแปลงและภารกจิ ที่เพ่ิมมากข้ึน
2.6 การวเิ คราะหบ์ ทบาทหน้าทแี่ ละภารกจิ ของหน่วยงานในอนาคต
โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมทางหลวงตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมทางหลวง
กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 ไม่สนองตอบต่อยุทธศาสตร์ของกรมทางหลวงซ่ึงต้องปรับเปลี่ยนให้รองรับกับ
ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาประเทศ ในการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานด้านโครงข่ายถนนและระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ
คุณภาพ ได้มาตรฐานสูง มีสมรรถนะที่สูง มีต้นทุนระบบโลจิสติกส์ที่ต่า และสอดคล้องกับการขับเคลื่อนนโยบาย
รัฐบาล Thailand 4.0 ด้านการเปลี่ยนจาก Traditional Services ซึ่งสร้างมูลค่าค่อนข้างต่าไปสู่ High Value
Services และแผนขับเคล่ือนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง ระยะ 20 ปี ในยุทธศาสตร์ท่ี 2 การ
บริการของภาคคมนาคมขนส่ง (Transport Services) และยุทธศาสตร์ท่ี 3 การพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย กากับ
ดูแล และปฏิรูปองค์กร (Regulation and Institutions) โดยใช้กลไกปรับปรุงกฎหมาย ข้อบังคับให้ทันสมัยเป็น
มาตรฐานสากล จึงจาเป็นต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมทางหลวงใหม่โดยการต้ังส่วน
บริหารและควบคุมน้าหนักยานพาหนะเป็นกองควบคุมน้าหนักยานพาหนะ แยกออกจากสานักบริหารบารุงทาง
เพื่อตอบสนองภารกจิ ในดา้ นการกากับ ดูแล ควบคมุ และตรวจสอบน้าหนกั ยานพาหนะได้อย่างมีประสิทธิภาพและ
เกดิ ผลสมั ฤทธิ์
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบง่ สว่ นราชการ 34
กรมทางหลวง
2.6.1 ภารกิจทีเ่ ปลี่ยนแปลงไปเพ่อื ใหส้ ามารถรองรบั การเปลีย่ นแปลงในบรบิ ทต่างๆ
การจัดต้ังกองควบคุมน้าหนักยานพาหนะ จะทาให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติภารกิจ หน้าท่ี
ภายใตบ้ ริบทท่ีเปลีย่ นแปลงไป ดงั นี้
1) เพื่อรองรับบริบทและความท้าทายในอนาคต เช่น การเพิ่มขึ้นของปริมาณจราจร และ
โครงขา่ ยทางหลวงที่เพ่ิมข้ึน โดยกรมทางหลวงจะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทในการพัฒนาและปรับปรุงทางหลวงให้
อยู่ในสภาพดี เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศและ
ประชาชน โดยจะต้องเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารจัดการงานควบคุมน้าหนักยานพาหนะโดยใช้ระบบขนส่งและ
จราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System : ITS) เชน่ ระบบ Weigh In Motion (WIM) มาใช้ในการ
คัดกรองรถบรรทกุ ทมี่ ีแนวโน้มน้าหนักเกนิ เพ่อื นามาตรวจสอบนา้ หนักท่ีสถานีฯ และเมื่อมีน้าหนักเกินก็จะดาเนินการ
จับกมุ ทันทนั ที ซ่งึ ในอนาคตจะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถใชร้ ะบบ WIM ในการจับกมุ รถบรรทุกได้โดยตรง
และนาระบบ IT มาใชใ้ นการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ที ่ีสถานตี รวจสอบน้าหนัก โดยจะส่งข้อมูลภาพ
(CCTV) และข้อมูลการช่ังน้าหนักแบบ Real time มาที่ศูนย์ควบคุมส่วนกลาง กองควบคุมน้าหนักยานพาหนะ
เพอื่ มาช่วยในการควบคมุ นา้ หนักยานพาหนะใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานสากล และป้องกันการทจุ รติ
2) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงระบบหรือวิธีการทางาน โดยฝ่ายภูมิภาค (สานักงานทางหลวง,
แขวงทางหลวง) เป็นผู้ปฏิบัติ และสว่ นกลางเป็นหน่วยกากับ สนับสนุนและตรวจสอบผ่านทางศูนย์เฝ้าระวังโดยใช้
ระบบ IT และนาเทคโนโลยีระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System : ITS) มาใช้
อีกท้งั การดาเนนิ การสอบเทยี บมาตรฐานเคร่อื งมอื ช่ังนา้ หนักให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล โดยควบคุมไม่ให้
มีความผิดพลาดของสถานีตรวจสอบน้าหนักทั่วประเทศ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพ่ือการปรับปรุง วางแผน
พัฒนาการให้บริการเครือข่ายข้อมูล การใช้เทคโนโลยีเข้ามาแทนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าท่ี การเพ่ิม
ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายในเป้าหมายการรักษาความสะดวกและรวดเร็วในการขนส่ง
บนทางหลวงให้ได้มาตรฐาน รักษาทางหลวงไม่ให้เสียหายก่อนกาหนด และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางหลวง
ให้อยใู่ นสภาพที่ใชง้ านได้ทุกสถานการณ์
3) เพ่ือรองรับหน้าท่ีความรับผิดชอบที่เพ่ิมข้ึนจากเดิม ได้แก่ การจัดต้ังสถานีตรวจสอบ
น้าหนักถาวร และจุดพักรถบรรทุกเพิ่มข้ึนท่ัวประเทศบนถนนสายสาคัญ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ขับขี่
สามารถปฏิบัติตามข้อกาหนดพระราชบัญญัติขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ท่ีกาหนดให้ทุก ๆ 4 ช่ัวโมง ให้ผู้ขับข่ี
รถบรรทุกต้องหยุดพักรถเป็นเวลาไม่น้อยกว่าคร่ึงช่ัวโมง เป็นการลดความเหน่ือยล้าของผู้ขับขี่ และช่วย
ลดการเกดิ อบุ ัติเหตบุ นทางหลวงและเปน็ การสนองตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ด้านการเพ่ิมประสิทธิภาพ
ของโครงข่ายจดุ พักรถบรรทุกให้ครอบคลุมท่ัวประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ ปริมาณของรถบรรทุกเพ่ิมขึ้นทาให้ภารกิจใน
การตรวจสอบ บริการช่ังน้าหนักยานพาหนะเพิ่มข้ึนมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการแก้ไข
กฎหมายท่ีจะใช้ระบบขนสง่ และจราจรอจั ฉรยิ ะ (ITS) มาใชใ้ นการควบคมุ นา้ หนกั รถบรรทุก โดยจัดต้ังศูนย์ควบคุม
เครือข่าย เชื่อมโยงกับสถานีตรวจสอบน้าหนักทั่วประเทศเพื่อใช้กากับและตรวจสอบ เพื่อป้องกันการทุจริต
ประพฤตมิ ชิ อบ และการพจิ ารณาอนญุ าตรถบรรทุกชนิดพิเศษ
สัมฤทธ์ิ 2.6.2 ประโยชนต์ ่อการบริหารราชการและการปฏิบตั ิงาน
ศูนยก์ ลาง การก่อตั้งกองควบคุมน้าหนักและยานพาหนะก่อใหเ้ กิดประโยชน์ต่าง ๆ ดงั น้ี
1) สามารถขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผล
2) มีหน่วยงานรองรับภารกิจที่ชัดเจน โดยยึดประชาชน ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็น
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งส่วนราชการ 35
กรมทางหลวง
3) มีหน่วยงานรองรับภารกิจ กาหนดแนวทางมาตรการ หรือแก้ไขปัญหาในควบคุมน้าหนัก
ของรถบรรทกุ และรับขอ้ ร้องเรียนเพือ่ แกไ้ ขปัญหาได้สะดวกรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์
2.6.3 ประโยชนท์ ี่ประชาชนจะไดร้ ับ
1) ประชาชนผูใ้ ช้โครงข่ายทางหลวงได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทาง
และการขนสง่ เน่ืองจากมีการควบคุมน้าหนักที่มีประสิทธิภาพทาให้รถไม่บรรทุกน้าหนักเกิน ทาให้ทางหลวงไม่ได้
รบั ความเสยี หาย
2) โครงข่ายทางหลวงรองรบั ระบบโลจสิ ติกส์ภาคการขนส่งได้อย่างมีมาตรฐานและเสริมสร้าง
ขดี ความสามารถการแข่งขันในเชงิ ธรุ กจิ ของภาคประชาชนโดยเฉพาะภาคการขนส่งทางถนน
3) ปรับปรงุ โครงสร้างกองควบคุมน้าหนักยานพาหนะ เป็นการสร้างระบบติดตาม ตรวจสอบ
ยานพาหนะท่ีใช้งานบนทางหลวงไม่ให้บรรทุกพิกัดเกินกว่าท่ีกฎหมายกาหนด เพ่ือป้องกันความเสียหายของ
ทางหลวง ช่วยรักษาทางหลวงให้อยู่ในสภาพดี ลดงบประมาณในการบารุงรักษาทางหลวง และทาให้เกิดความ
เปน็ ธรรมลดขอ้ รอ้ งเรยี นในการพฤติมิชอบของเจ้าหน้าท่ี รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในการสูญเสีย
ทางเศรษฐกจิ
4) เพ่ิมประสิทธิภาพ กลไกการมีส่วนร่วมกับสมาคม/สหพันธ์รถบรรทุกต่าง ๆ กาหนดแนวทาง
มาตรการ หรือแก้ไขปัญหาในควบคุมน้าหนักของรถบรรทุก และรับข้อร้องเรียนเพ่ือแก้ไขปัญหาได้สะดวกรวดเร็ว
และทนั ตอ่ เหตุการณ์
5) ประชาชนไดร้ บั การบริการในการติดต่อประสานงานที่ดขี ้ึน เชน่ การรับเรื่องร้องเรียนรถบรรทุก
น้าหนกั เกนิ การขออนุญาตรถบรรทกุ ชนิดพเิ ศษ
2.7 การเปลี่ยนแปลงระบบ หรือวิธีการทางานในภาพรวมของกรม
กรมทางหลวงสร้างมาตรฐานการให้บริการสารสนเทศภายในองค์กรยกระดับมาตรฐานให้สามารถ
ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ โดยเร่งพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเพ่ือสนับสนุนการ
บริหาร พัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการ และการเพ่ิมศักยภาพของบุคลากรเพ่ือพัฒนาปรับปรุง
องค์กรให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูงที่สามารถให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนได้อย่าง
รวดเร็ว และตรงกับความต้องการซ่ึงเป็นไปตามเป้าหมายของกรมทางหลวงเพื่อมุ่งสู่ Smart Highways โดยมี
แผนการนา Digital Technology มาใช้ในการปฏิบัติงานเพ่ือสร้างประสิทธิภาพในการทางาน แสดงดังแผนภาพ
ดงั นี้
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ ส่วนราชการ 36
กรมทางหลวง
แผนภาพท่ี 2.1 แผนพฒั นาดิจิตอล กรมทางหลวง พ.ศ. 2562 – 2565
กรมทางหลวงได้นาสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture : EA) มาเป็นส่วนหนึ่งในการ
วางแผนพัฒนาระบบสารสนเทศของกรมทางหลวง ทาให้บุคลากรของกรมทางหลวงสามารถเห็นภาพรวมของ
องค์กรเป็นภาพเดยี วกนั ช่วยให้เห็นความซ้าซ้อนของข้อมูล ระบบสารสนเทศ และกระบวนการทางาน จึงได้เกิด
การบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานภายในกรมทางหลวง ซ่ึงการพัฒนาระบบสารสนเทศท่ีผ่านมาของ
กรมทางหลวงเป็นแบบไซโล (Silo) กล่าวคือหน่วยงานภายในกรมทางหลวงต่างพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อใช้
สนับสนนุ เฉพาะภาระกิจของหนว่ ยงานตนเอง เกดิ เปน็ ระบบสารสนเทศเลก็ ๆ มากมาย สง่ ผลให้เกิดกระบวนการ
ทางานท่หี ลากหลายและขอ้ มูลซา้ ซอ้ น ขาดความคล่องตวั ในการดาเนนิ งาน ใช้เวลามากในการปรับปรุงข้อมูลเพ่ือ
รองรับการบริการใหม่ ๆ เม่ือต้องใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ จะได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกัน ขาดความเป็น
เอกภาพของข้อมลู
ปัจจุบันข้อมูลส่วนใหญ่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นรูปแบบดิจิทัล ทั้งในรูปแบบของภาพ ไฟล์ และ
ฐานขอ้ มูลต่าง ๆ เพื่อใช้ในองค์กร มีระบบงาน (Application) หลากหลายเพื่อรองรับการทางานตามภารกิจของ
กรมทางหลวง ทั้งในงานหลัก (Core Business) เช่น ระบบแผนพัฒนาทางหลวงและติดตามงบประมาณ ระบบ
โครงข่ายและทรัพยส์ ินทางหลวง ระบบบริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ ระบบสารสนเทศวิบัติภัยบนทางหลวง
ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางและบริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway)
เป็นต้น และงานสนับสนุน เช่นบัญชีงบประมาณ สารบรรณ พัสดุ งานบริหารบุคคล งานประชาสัมพันธ์ งานบริการ
และอานวยความสะดวกกับประชาชน ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิสก์ (E-mail) เว็บไซต์ (Web Site) และอื่น ๆ
ตลอดจน ระบบบริหารเครื่องจักรกลและการเงินการบัญชี ซ่ึงนาระบบสารสนเทศมาใช้แทนการทางานด้วยมือ
(Manual) แบบครบวงจร
ในมุมมองการบูรณาการร่วมกัน กรมทางหลวงมีการพัฒนาระบบงานบูรณาการที่ใช้ข้อมูลอ้างอิง
จากฐานข้อมูลหลักเดียวกัน เช่น PLANNET เป็นระบบบูรณาการกระบวนการทางานระหว่าง ๓ หน่วยงานหลัก
คือ สานักแผนงาน สานักบริหารบารงุ ทาง และสานักอานวยความปลอดภยั รองรับการจดั ทาแผนงานและติดตาม
ผลการดาเนินงาน และการตดิ ตามผลการเบกิ จ่ายเงนิ งบประมาณ ซง่ึ เปน็ งานบูรณาการกับกองการเงินและบัญชี
ในระบบ PLANNET Account
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ สว่ นราชการ 37
กรมทางหลวง
นอกจากการบูรณาการภายในกรมแล้ว กรมทางหลวงโดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ยังได้พัฒนา
ต่อยอดโดยวา่ จ้าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดทามาตรฐานข้อมูล (Standardizing) เพื่อให้สามารถบูรณาการ
และแลกเปล่ียนข้อมูล (Exchange) ข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน กับหน่วยภายนอก เช่น กระทรวงคมนาคม
กรมทางหลวงชนบท สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมธนารักษ์ เป็นต้น ซึ่งการจัดทา
มาตรฐานข้อมูลน้ี จะเปน็ จุดเร่ิมต้นของการพัฒนาสู่การวิเคราะห์ใช้ข้อมูลขาดใหญ่ (Big Data) เพ่ือนามาแก้ปัญหา
ในการบริหารจัดการงานของกรม ในการให้บริการหรือแลกเปล่ียนข้อมูลจะต้องมีเอกภาพและการแลกเปล่ียน
ณ จุดเดียวคือ เว็บไซต์กรมทางหลวง ท่ีให้บริการข้อมูลเปิดของภาครัฐ (Open Government Data) บริการ
แลกเปลี่ยนข้อมูลซ่ึงแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1. ข้อมูล (Data) 2. โครงสร้างข้อมูล (Structure) และ 3. บริการ API
และอืน่ ๆ
ดา้ นโครงสร้างพ้นื ฐาน กรมทางหลวงมีการให้บริการเครือข่ายเพ่ือเช่ือมโยงข้อมูล ๔ เครือข่าย ได้แก่
๑) ระบบเครือข่ายของกรมทางหลวง (DOH Net) ให้บริการเชื่อมโยงระหว่างสานักงานของหน่วยงานส่วนกลาง
และในภูมิภาค ๑๓๘ จุด ๒) เครือข่ายสานักงานควบคุมน้าหนักและยานพาหนะ ให้บริการเชื่อมโยงระหว่าง
สถานีช่ังน้าหนักท่ีต้ังอยู่ริมถนนทางหลวงกับศูนย์ควบคุมน้าหนักและยานพาหนะ (Data Center) ๓) เครือข่าย
สานักอานวยความปลอดภัย ให้บริการเชื่อมโยงระหว่างกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และบริเวณไฟสัญญาณ
จราจรกับศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุ (Traffic Operations Center : TOC) และ ๔) เครือข่าย
กองทางหลวงพิเศษระหวา่ งเมอื ง (Motorway) ใหบ้ ริการเชอ่ื มโยงระหวา่ งด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางและ
อปุ กรณบ์ นทางหลวงพเิ ศษระหวา่ งเมอื ง กับอาคารควบคุมกลาง (CCB) ในขณะเดียวกันก็สนองตอบนโยบายของ
ประเทศ ใช้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ หรือระบบ GDCC โดยพิจารณาร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ
สังคม นาข้อมูลท่ีเป็นสาธารณะ (Public) ท่ีสามารถเปิดเผยได้ เข้าสู่ระบบ GDCC ได้แก่ข้อมูลเว็บไซต์ทางหลวง
ระบบจัดการความรู้ ระบบบริหารงานทรพั ยากรบคุ คล ระบบสานกั งานอัตโนมัติ ระบบจัดซื้อจัดจ้าง ดังจะเห็นได้
ว่าเมื่อระบบสารสนเทศถูกนาเข้ามาใช้งานอย่างท่ัวถึงแล้ว การรักษาข้อมูลให้ม่ันคงปลอดภัยและเป็นความลับ
ส่ิงท่ีตอ้ งยดึ ถอื และปฏบิ ัตใิ หเ้ ป็นไปตามระเบยี บและข้อกฎหมาย โดยกรมทางหลวงจัดทานโยบายและแนวปฏิบัติ
ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและแก้ไข
ปญั หา ด้านความมัน่ คงปลอดภัยทางไซเบอร์ และดาเนินนโยบายและแนวปฏบิ ตั ิการคมุ้ ครองขอ้ มูลส่วนบคุ คล
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาระบบสารสนเทศกรมทางหลวง ดาเนินการ
พัฒนาตามกรอบและแนวทางนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม
แผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ แผนพัฒนาดิจิทัล
เพอื่ เศรษฐกิจและสงั คมของกระทรวงคมนาคม แผนยุทธศาสตร์กรมทางหลวง และแผนปฏิบัติการดิจิทัล เพื่อเข้าสู่
การเป็นองคก์ รดจิ ิทลั Smart Highways ประกอบดว้ ย e-Connectivity โดยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและ
นวัตกรรมทท่ี ันสมัย เพอื่ เพม่ิ ประสิทธภิ าพการให้บริการและการบริหารจัดการถนนอัจฉริยะ (Smart Road) และ
เช่ือมโยงข้อมูลการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) มุ่งเน้นการพัฒนาระบบจราจรและขนส่งที่
ปลอดภยั หรอื e-Safety และพัฒนาส่วนของระบบสารสนเทศ e-Service เพ่อื ให้บรกิ ารแก่ประชาชน
ในอนาคต เพ่ิมประสิทธิภาพการนาระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน โดยพัฒนา
ส่วนเชื่อมโยงกับ Linkage Center ของกรมการปกครอง เพ่ือตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชน และข้อมูลทะเบียนบ้าน
ข้อมูลเหล่านถ้ี ูกนาไปยืนยันตนตัว ในระบบจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและระบบงานด้านกฎหมายของกรมทางหลวงและ
การแก้ไขปัญหาการรอคอยชาระเงินค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยนาระบบ M-Flow มาใช้จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง
ซึ่งใช้ข้อมูลจาก Linkage Center นี้ เพ่ือแจ้งค่าธรรมเนียมผ่านทางต่อผู้ใช้ทาง และสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อ
สนับสนุนงานตามภารกิจของกรมทางหลวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนองตอบความต้องการใช้บริการของ
ประชาชน และผู้ใชบ้ ริการทางหลวงอย่างไรข้ ีดจากดั
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ
กรมทางหลวง 38
แผนภาพท่ี 2.2 แสดงความสอดคล้องของยุทธศาสตร์ในการพัฒนา ICT ของกรมทางหลวง พ.ศ. 2560-
2564 กบั ยทุ ธศาสตรท์ ่ีเกย่ี วขอ้ ง
แบบคาช้ีแจงประกอบการแบ่งสว่ นราชการ 39
กรมทางหลวง
บทท่ี 3
ภารกจิ ของสว่ นราชการทีจ่ ะมีการแบ่งส่วนราชการใหม่
แบบคำชี้แจงประกอบกำรแบ่งสว่ นรำชกำร
กรมทำงหลวง
บทที่ 3
ภารกจิ ของส่วนราชการที่จะมกี ารแบง่ สว่ นราชการใหม่
3.1 ขอบเขตหนา้ ทแ่ี ละอานาจของส่วนราชการระดบั กรม
ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 กาหนดให้
กรมทางหลวงมอี านาจหน้าที่ ดงั ต่อไปนี้
(1) ดาเนินการตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงเฉพาะในส่วนที่เก่ียวกับทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดินและ
ทางหลวงสัมปทาน รวมทงั้ กฎหมายอนื่ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง
(2) วิจัยและพฒั นางานก่อสร้าง บูรณะและบารุงรักษาทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงสัมปทาน
(3) ร่วมมอื และประสานงานดา้ นงานทางกับองค์กรและหน่วยงานอ่นื ท่ีเกี่ยวขอ้ งทงั้ ในประเทศและตา่ งประเทศ
(4) ปฏบิ ตั ิการอ่ืนใดตามที่กฎหมายกาหนดใหเ้ ป็นหน้าที่และอานาจของกรมหรือตามทร่ี ฐั มนตรีหรือคณะรัฐมนตรี
มอบหมาย
3.2 แผนภูมกิ ารแบ่งส่วนราชการปัจจบุ นั
จากกฎกระทรวงการแบง่ ส่วนราชการกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 สามารถแสดงเป็น
แผนภมู ิได้ ดังนี้
แผนภมู ทิ ่ี 3.1 การแบ่งสว่ นราชการกรมทางหลวง
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ ส่วนราชการ 40
กรมทางหลวง
3.3 การเปรยี บเทียบการแบ่งสว่ นราชการในปัจจุบันและท่ขี อปรับปรงุ ใหม่
ในการเปรียบเทยี บสว่ นราชการทเี่ ปน็ อยเู่ ดิม ประกอบด้วย 2 กลุ่ม 1 ศูนย์ 14 สานัก 5 กอง 19 สานักงาน
104 แขวงทางหลวง รวม 145 หนว่ ยงาน เปน็ สว่ นราชการที่ขอปรับปรุง ประกอบด้วย 2 กลุ่ม 1 ศูนย์ 20 กอง
19 สานักงาน 104 แขวงทางหลวง รวม 146 หน่วยงาน มีรายละเอียด ดังน้ี
แผนภาพท่ี 3.1 แสดงการเปรยี บเทยี บโครงสร้างกรมทางหลวงปัจจุบันกับทขี่ อปรับปรงุ ใหม่
การดาเนนิ การปรับเปลี่ยนชอื่ อานาจหน้าที่และภารกจิ ของส่วนราชการ กรมทางหลวง สามารถสรุปได้ดัง
ตารางที่ 3.1
ตารางท่ี 3.1 สรปุ การพิจารณาทบทวน ปรับปรงุ บทบาท ภารกิจและโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของ
กรมทางหลวง
ท่ี การปรบั เปลี่ยน รายละเอยี ด
1 ปรับอานาจหนา้ ท่ีกรมทางหลวง จากเดมิ
จาก 4 ข้อ เป็น 5 ข้อ (1) ดาเนินการตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงเฉพาะในส่วนที่เก่ียวกับ
ทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน รวมท้ัง
กฎหมายอื่นที่เก่ยี วขอ้ ง
แบบคาชี้แจงประกอบการแบง่ สว่ นราชการ 41
กรมทางหลวง