The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by TAN RUNNING, 2021-07-21 04:00:59

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ฯ ป.4 เทอม2

ilovepdf_merged

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 3 สภาพยืดหยุน่ ของวัสดุ

บตั รภาพ 

เชือก ยางรถยนต์

ตุก๊ ตายาง ตกุ๊ ตาผ้า

49

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร .................................
แผนฯ ที่ 3 สภาพยืดหยุ่นของวสั ดุ ................................ )

9. ความเหน็ ของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ไี่ ดร้ ับมอบหมาย .......

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื
(

ตาแหน่ง

10. บนั ทึกผลหลังการสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางภูมิศาสตร์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมท่มี ีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

50

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 วัสดุและสสาร
แผนฯ ท่ี 4 การนาความร้อนของวสั ดุ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4

การนาความร้อนของวัสดุ

เวลา 3 ชั่วโมง

1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด

ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบตั ิทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยดื หยุ่น การนาความร้อน

และการนาไฟฟา้ ของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุ

การนาสมบัตเิ รอื่ ง ความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนาความร้อน และการนาไฟฟ้า

ของวสั ดุไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน ผ่านกระบวนการออกแบบชิน้ งาน

ว 2.1 ป.4/1 แลกเปล่ียนความคิดกับผู้อ่นื โดยการอภิปรายเกยี่ วกับสมบัตทิ างกายภาพของวสั ดุ

อยา่ งมเี หตผุ ลจากการทดลอง

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายสมบตั ิด้านการนาความรอ้ นของวัสดุต่างๆ ได้ (K)
2. ยกตัวอยา่ งการนาวัสดทุ มี่ สี มบตั ดิ า้ นการนาความรอ้ นมาใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ได้ (K)
3. ทดลองสมบตั ดิ ้านการนาความร้อนของวสั ดตุ ่างๆ ได้ (P)
4. เปรียบเทียบสมบัตดิ า้ นการนาความร้อนของวสั ดตุ า่ งๆ ได้ (P)
5. สารวจการนาวสั ดุท่ีมีสมบัติดา้ นการนาความร้อนมาใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันได้ (P)
6. มคี วามรับผดิ ชอบในการสง่ งานตรงเวลา (A)

3. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง สาระการเรียนรูท้ ้องถ่นิ

วัสดุบางชนิดมีสมบัติทางกายภาพด้านการนา พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

ควา มร้อน ได้ และสามารถใช้วัสดุที่มีสมบัติด้า น

การนาความร้อนทาอุปกรณ์ต่างๆ ได้ เช่น กระทะ

เป็นตน้

50

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 4 การนาความรอ้ นของวัสดุ

4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

การนาความร้อนของวัสดุ คอื การถา่ ยโอนความร้อนผ่านของแข็งจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยัง
บรเิ วณที่มอี ณุ หภมู ติ า่ การเรียนรู้เก่ียวกบั สมบัติด้านการนาความรอ้ นของวัสดุ ทาให้นาวัสดุต่างๆ มาใชท้ า
สงิ่ ของเคร่ืองใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ไดต้ ามสมบัติของวสั ดนุ ั้นๆ อยา่ งเหมาะสม

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทักษะการสงั เกต 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

2) ทักษะการสารวจค้นหา

3) ทักษะการต้งั สมมติฐาน

4) ทกั ษะการทดสอบสมมติฐาน

5) ทักษะการสรุปอา้ งอิง

6) ทักษะการนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es)

ชว่ั โมงที่ 1

ขนั้ นา

ข้นั กระตุ้นความสนใจ (Engage)

51

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 4 การนาความร้อนของวสั ดุ

1. ครสู นทนากับนักเรยี นโดยถามนักเรยี นวา่ นักเรยี นทราบหรือไม่ว่า วันนี้จะได้เรียนรู้เก่ียวกับเร่ือง
อะไร แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบคาถาม จากนั้นครแู จ้งชื่อเรื่องที่จะเรียนรู้ และผลการเรยี นรใู้ ห้
นักเรียนทราบ

2. ครูนาช้อนโลหะ ตะเกียบไม้ แท่งแก้วคนสาร หลอดพลาสติก มาให้นักเรยี นสังเกต จากนั้นให้
นักเรียนร่วมกันอภิปรายและคาดเดาวา่ วัตถุชนิดใดนาความร้อนได้ดีท่ีสุด และวัตถุชนิดใด
ไม่นาความรอ้ น โดยครยู ังไมส่ รุปคาตอบ

3. ครูต้ังคาถามถามนักเรียนต่อว่า ทาไมเราจึงไม่สามารถยกหม้อต้มน้าท่ีกาลังเดือดได้ แต่เม่ือ
ใช้ผ้าหรือถุงมือผ้าจับจะทาให้เราสามารถยกหม้อต้มน้าท่ีกาลังเดือดได้ โดยครูยังไม่เฉลย
คาตอบ

4. ครอู ธิบายให้นักเรียนฟงั ว่า นกั เรียนจะได้คาตอบจากการทากิจกรรมท่ี 4 เร่ือง การนาความรอ้ น
ของวสั ดุ จากหนังสือวิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หนา้ 15-16

ขั้นสอน

ขนั้ สารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูแบง่ กลุ่มให้นกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ 4 คน และมีความสามารถคละกัน คือ เก่ง ปานกลาง
(คอ่ นข้างเกง่ ) ปานกลาง (ค่อนขา้ งอ่อน) และออ่ น
2. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ศึกษาขั้นตอนการทากิจกรรมที่ 4 เรื่อง การนาความรอ้ นของวสั ดุ ตอนที่ 1 จาก
หนังสือวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 15-16
3. นกั เรียนแตล่ ะคนชว่ ยกนั สังเกตลกั ษณะของวัสดตุ า่ งๆ จากนน้ั ลงความเห็นว่า วัตถแุ ต่ละชนิ้ ทามา
จากวสั ดชุ นิดใด แล้วบันทึกผลลงในสมดุ ประจาตัวนักเรียน หรอื ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.4
เล่ม 2 หนา้ 17
4. นกั เรยี นชว่ ยกันกาหนดปัญหาในการทดลองและตงั้ สมมติฐาน กาหนดตวั แปรต้น ตวั แปรตาม และ
ตวั แปรควบคมุ แลว้ บันทกึ ลงในสมุดประจาตวั นักเรยี น หรือในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2
หน้า 17
5. กลุ่มชว่ ยกันทาการทดลองตามขน้ั ตอนในกจิ กรรมท่ี 4 โดยปฏิบัตกิ ิจกรรม ดงั น้ี
1) หยดน้าตาเทียนลงบนวตั ถุที่นามาทดสอบอย่างละ 1 หยด โดยกาหนดระยะห่างจาก
ปลายของวตั ถุท้ัง 4 ให้เทา่ ๆ กนั

52

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วัสดุและสสาร
แผนฯ ที่ 4 การนาความร้อนของวสั ดุ

2) นาวัตถุทั้ง 4 ชนิด ใส่ในบีกเกอร์ที่มนี ้าร้อนอยู่ แลว้ ตง้ั ทง้ิ ไว้ประมาณ 3-5 นาที สงั เกต
และจับเวลาการละลายของน้าตาเทียน จากนน้ั บันทกึ ลงในสมดุ ประจาตวั นักเรียน หรือ
ทาในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน้า 17

3) เปรียบเทยี บความรูส้ ึกร้อนเมือ่ ใชม้ ือจบั วัตถทุ ้ัง 4 ชนิด ขณะแชอ่ ยใู่ นบีกเกอร์ โดยจับท่ี
ปลายของวัตถุ แล้วสงั เกตว่ารูส้ ึกรอ้ นหรอื ไม่

(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

ช่ัวโมงท่ี 2

ขน้ั อธิบายความรู้ (Explain)

1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายผลการทากิจกรรมภายในกลุ่ม จากนั้นชว่ ยกันตรวจสอบ

ความถูกต้องเพ่อื เตรียมความพร้อมในการนาเสนอหน้าช้ันเรียน

2. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชั้นเรียนทีละกลมุ่ จนครบทกุ กลุ่ม
3. ครแู ละเพือ่ นในช้ันเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของแต่ละกล่มุ
4. นกั เรยี นทุกคนร่วมกันอภิปรายและสรปุ ผลการทากิจกรรมให้ได้ว่า วสั ดุแต่ละชนิดนาความรอ้ นได้ดี

ไมเ่ ทา่ กัน เนื่องจากนาตาเทียนท่ีอยู่บนปลายช้อนโลหะละลาย และเมือ่ ใช้มือสัมผัสทีป่ ลายช้อน
โลหะจะรสู้ ึกร้อน ส่วนนาตาเทียนท่ีอยู่บนหลอดพลาสติก ตะเกียบไม้ และแทง่ แก้วคนสารไม่
ละลาย เมื่อใช้มือสมั ผสั วตั ถุเหล่านันไม่รู้สึกร้อน

5. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับการนาความร้อนใหน้ ักเรียน ฟังว่า เมื่อวัสดุชนิดนน้ั ได้รับความรอ้ นท่ี

บริเวณใดบริเวณหน่งึ จะถ่ายโอนความร้อนไปสู่บริเวณอ่นื ๆ ดว้ ย

ขน้ั สรปุ

ข้ันขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามคาถามนักเรียนวา่ ในชีวิตประจาวันส่งิ ของใดบ้างทสี่ ามารถนาความร้อน
ได้ แลว้ ให้นกั เรยี นตอบคาถามไดอ้ ยา่ งอิสระ

53

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 4 การนาความร้อนของวสั ดุ

2. นักเรียนกลุ่มเดิม ช่วยกันทากิจกรรมที่ 4 เร่ือง การนาความร้อนของวัสดุ ตอนท่ี 2 จากหนังสือ
วิทยาศาสตร์ หน้า 16 โดยให้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกบั การใช้ประโยชน์จากสมบัติทางกายภาพด้านการ
นาความรอ้ นของวัสดุที่นามาใชใ้ นชวี ติ ประจาวันจากแหล่งข้อมลู ต่างๆ เชน่ หนงั สอื อินเทอรเ์ น็ต เป็นต้น

3. นาข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นมาจดั ทาเปน็ ใบความรู้ เร่ือง ประโยชน์จากการนาความรอ้ นของวสั ดุ เพ่ือ
เผยแพร่ขอ้ มลู พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

ชว่ั โมงที่ 3

ข้นั ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) (ตอ่ )
4. นักเรยี นตวั แทนของแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอใบความรูท้ ไ่ี ด้จากการสืบค้นหนา้ ช้นั เรียน
5. นักเรยี นทุกคนร่วมกันสรปุ สมบัติการนาความร้อนของวัสดุ จนได้ข้อสรุปวา่ การนาความรอ้ น คือ สมบัติ
ของวัสดุท่ีพลงั งานความรอ้ นสามารถถ่ายโอนผา่ นวสั ดนุ ไี้ ด้ แล้วช่วยกนั ยกตวั อย่างวสั ดทุ น่ี าความร้อนได้
6. ครูใช้รูปแบบการเรยี นร้แู บบรว่ มมอื เทคนคิ คคู่ ิดสส่ี หาย โดยให้นักเรยี นแต่ละคนในกลุ่มเดมิ ทากจิ กรรม
หนูตอบได้จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ หน้า 16 ลงในสมุดประจาตัวนักเรียน หรือทาในแบบฝกึ หัด
วิทยาศาสตร์ หนา้ 18
7. เมือ่ นกั เรยี นแตล่ ะคนทากจิ กรรมเสรจ็ ให้จับค่กู บั เพอื่ นทีอ่ ยู่ในกลมุ่ เดยี วกัน จะไดก้ ลมุ่ ละ 2 คู่
8. นักเรียนแต่ละคชู่ ่วยกันตรวจสอบคาตอบของการทากิจกรรมหนตู อบได้ จากนนั้ สนทนาซักถามซึ่งกัน
และกันจนเปน็ ทีเ่ ขา้ ใจรว่ มกันทัง้ 2 คน
9. นักเรยี นแต่ละคู่กลับมารวมกลุ่ม 4 คน จากนั้นแตล่ ะคู่ผลัดกันอธิบายคาตอบของคู่ตนเองให้เพ่ือนใน
กลมุ่ ฟัง จากน้นั สนทนาซกั ถามซ่งึ กันและกนั จนเปน็ ท่เี ข้าใจร่วมกนั ทั้งกล่มุ
10. ครูเฉลยคาตอบแลว้ ให้นักเรียนผลดั กนั ตรวจกิจกรรมหนูตอบได้ของเพ่ือน จากนั้นเฉล่ียคะแนนของ
แต่ละคเู่ ปน็ คะแนนของกลมุ่
11. ครูกระต้นุ ให้นกั เรียนช่วยกันคิดว่า หากภาชนะหุงตม้ ทาจากวัสดทุ ่ีนาความร้อนได้ไมด่ ี จะมผี ลต่อการ
นาไปใชง้ านหรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ : มีผล เนื่องจากหากภาชนะหงุ ตม้ ทาจากวัสดุท่ีนาความร้อนได้ไมด่ ี อาจทาให้ใชเ้ วลาในการ
ประกอบอาหารนาน จงึ ควรใช้วัสดทุ ี่นาความร้อนไดด้ มี าใช้ทาเปน็ ภาชนะหงุ ตม้ )
12. นกั เรียนทุกคนอ่านข้อมลู ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 17 และศึกษาข้อมูลจาก Powerpoint
เรอ่ื ง สมบัตทิ างกายภาพของวสั ดุ (การนาความร้อนของวสั ด)ุ แล้วนกั เรียนร่วมกันสรปุ ความร้ทู ไี่ ด้

54

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 4 การนาความร้อนของวัสดุ

13. ครูเสรมิ ความรู้ให้นักเรียนฟังวา่ อะลูมิเนียมเป็นวสั ดุทค่ี วามรอ้ นนนั ผ่านไดด้ ี เรียกว่า ตัวนาความรอ้ น
จึงนยิ มนามาทาภาชนะหุงต้มในส่วนทต่ี ้องการความรอ้ น ส่วนพลาสติกเป็นวสั ดทุ ีค่ วามรอ้ นนนั ผา่ นได้
ไม่ดหี รอื ผา่ นไม่ได้ เรยี กวา่ ฉนวนความร้อน จงึ นิยมนามาใชเ้ ป็นส่วนประกอบของภาชนะหุงต้มในสว่ น
ท่ีไมต่ อ้ งการใหม้ ีความรอ้ น
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ )

ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหน้ ักเรยี นสรุปความรจู้ ากการเรยี นจนได้ข้อสรปุ รว่ มกันว่า เป็นสมบตั ิของวสั ดทุ ่พี ลังงานความร้อน
สามารถถ่ายโอนผ่านวสั ดุนีได้
2. ครปู ระเมินผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคาถาม พฤตกิ รรมการทางานกล่มุ และจาก
การนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชน้ั เรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมที่ 4 เร่อื ง การนาความร้อนของวัสดุ ลงในสมดุ ประจาตัวนักเรียน หรือ
ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 17
4. ครูตรวจสอบผลการทาใบความรู้ เรอื่ ง ประโยชน์จากการนาความรอ้ นของวสั ดุ
5. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนูตอบได้ในสมดุ ประจาตวั นักเรยี น หรือในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์
หน้า 18

55

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 4 การนาความร้อนของวสั ดุ

7. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมนิ
7.1 ประเมนิ ระหว่าง
- ตรวจสมดุ ประจาตัว - สมดุ ประจาตวั หรอื - ร้อยละ 60
การจดั กจิ กรรม หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์
การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 วทิ ยาศาสตร์ ป.4
1) ผลบันทึกการทา หน้า 17 เล่ม 2 หนา้ 17 - ร้อยละ 60
- ตรวจใบความรู้ เรือ่ ง - ใบความรู้ เรื่อง สมบัติ ผา่ นเกณฑ์
กจิ กรรมที่ 4 การนาความร้อนของ การนาความรอ้ นของ
วัสดุ วสั ดุ
2) อธิบายสมบตั ิการ
นาความร้อนของ
วสั ดุ

3) กิจกรรมหนตู อบได้ - ตรวจสมดุ ประจาตัว - สมุดประจาตวั หรือ - ร้อยละ 60
หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์
4) การนาเสนอผลงาน/ วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 วิทยาศาสตร์ ป.4
ผลการทากิจกรรม หน้า 18 เลม่ 2 หน้า 18 - ระดับคุณภาพ 2
- ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน/ผลการทา การนาเสนอผลงาน
กิจกรรม

รายการวดั วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์การประเมิน
5) พฤติกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทางาน การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
6) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทางานกลุ่ม การทางานกล่มุ
การทางานกลุม่ ผา่ นเกณฑ์

56

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 4 การนาความร้อนของวัสดุ

7) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี นิ ัย - แบบประเมนิ - ระดบั คณุ ภาพ 2
อนั พงึ ประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมน่ั คณุ ลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
ในการทางาน อันพงึ ประสงค์

8. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้

8.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วสั ดุและสสาร
3) วัสดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกจิ กรรมที่ 4 เช่น เทียนไข ช้อนโลหะ ตะเกยี บไม้ แท่งแก้วคนสาร
หลอดพลาสติก น้ารอ้ นจัด ไมข้ ีดไฟ บีกเกอร์ เปน็ ต้น
4) Powerpoint เรอ่ื ง สมบัตทิ างกายภาพของวัสดุ (การนาความรอ้ นของวัสดุ)
5) สมุดประจาตวั นักเรียน

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) หอ้ งเรียน
3) อนิ เทอรเ์ นต็

57

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 วัสดุและสสาร .................................
แผนฯ ที่ 4 การนาความรอ้ นของวสั ดุ ................................ )

9. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผูท้ ไ่ี ด้รับมอบหมาย .......

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(

ตาแหนง่

10. บนั ทึกผลหลังการสอน

 ดา้ นความรู้

 ด้านสมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น

 ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางภูมศิ าสตร์

 ด้านอ่นื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรอื พฤติกรรมทมี่ ปี ญั หาของนกั เรียนเปน็ รายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

58

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 5 การนาไฟฟา้ ของวัสดุ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 5

การนาไฟฟ้าของวสั ดุ

เวลา 4 ช่ัวโมง

1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทียบสมบตั ิทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยดื หยุ่น การนาความรอ้ น

และการนาไฟฟา้ ของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์จากการทดลองและระบุ

การนาสมบตั ิเรือ่ ง ความแข็ง สภาพยดื หยุ่น การนาความร้อน และการนาไฟฟ้า

ของวสั ดไุ ปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ผา่ นกระบวนการออกแบบชิ้นงาน

ว 2.1 ป.4/1 แลกเปล่ียนความคดิ กับผ้อู ืน่ โดยการอภิปรายเก่ยี วกบั สมบตั ิทางกายภาพของวสั ดุ

อยา่ งมีเหตุผลจากการทดลอง

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายสมบตั ดิ า้ นการนาไฟฟ้าของวสั ดุต่างๆ ได้ (K)
2. ยกตวั อยา่ งการนาวสั ดทุ ่มี ีสมบตั ดิ ้านการนาไฟฟ้ามาใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจาวนั ได้ (K)
3. ทดลองสมบตั ดิ ้านการนาไฟฟา้ ของวสั ดุตา่ งๆ ได้ (P)
4. เปรียบเทียบสมบตั ดิ า้ นการนาไฟฟ้าของวัสดุต่างๆ ได้ (P)
5. สารวจการนาวัสดทุ ม่ี ีสมบตั ิดา้ นการนาไฟฟา้ มาใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้ (P)
6. วเิ คราะหก์ ารนาวสั ดุทม่ี ีสมบัตดิ ้านการนาไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวันได้ (P)
7. มีความรบั ผดิ ชอบในการสง่ งานตรงเวลา (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
วัสดุบางชนิดมีสมบัติทางกายภาพด้านการนา
ไฟฟา้ ได้ และสามารถใช้วัสดุท่ีมสี มบตั ดิ า้ นการนา
ไฟฟ้าทาอปุ กรณต์ า่ งๆ ได้ เช่น สายไฟ เปน็ ตน้

58

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 5 การนาไฟฟา้ ของวสั ดุ

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

การนาไฟฟ้าของวัสดุ คือ สมบัติของวัสดุทพ่ี ลังงานไฟฟา้ สามารถถ่ายโอนผ่านวัสดุชนิดนั้นได้ การเรียนรู้
เกีย่ วกับสมบัตดิ ้านการนาไฟฟา้ ของวัสดุ ทาให้นาวัสดตุ ่างๆ มาใชท้ าสิง่ ของเคร่ืองใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้
ตามสมบตั ขิ องวัสดนุ ้ันๆ อยา่ งเหมาะสม

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินยั

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

2) ทักษะการสารวจค้นหา

3) ทกั ษะการตัง้ สมมตฐิ าน

4) ทักษะการทดสอบสมมตฐิ าน

5) ทกั ษะการสรุปอา้ งอิง

6) ทักษะการนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es)

ช่วั โมงท่ี 1

ขนั้ นา

ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ (Engage)

59

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 5 การนาไฟฟา้ ของวสั ดุ

1. ครูสนทนากบั นกั เรียนโดยถามนกั เรียนว่า นักเรียนทราบหรือไม่ว่า วันน้ีจะไดเ้ รียนรู้เกยี่ วกับเร่ือง
อะไร แล้วให้นกั เรียนช่วยกันตอบคาถาม จากน้ันครแู จ้งชื่อเร่ืองท่ีจะเรยี นรู้ และผลการเรยี นรใู้ ห้
นกั เรียนทราบ

2. ครูนาตวั อยา่ งเสน้ ลวด ตะเกยี บไม้ ตะปู หนังยาง ผา้ เช็ดหน้า ชอ้ นโลหะ กระดาษ บีกเกอร์ มาให้
นกั เรียนดู และร่วมกันอภิปรายและคาดเดาว่า วัสดุชนิดใดนาไฟฟ้าและวัสดุชนิดใดไม่นาไฟฟ้า
ทราบไดอ้ ยา่ งไร

3. ครูอธบิ ายให้นกั เรียนฟังว่า การนาไฟฟ้าเป็นสมบตั ขิ องวสั ดุท่ีพลงั งานไฟฟ้าสามารถเคล่อื นที่ผ่าน
วัสดนุ ั้นๆ ได้

4. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรียนฟังว่า นักเรียนจะไดค้ าตอบจากการทากิจกรรมท่ี 5 เรือ่ ง การนาไฟฟ้าของ
วัสดุ จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนา้ 18-19

ขั้นสอน

ข้ันสารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูแบ่งกลมุ่ ให้นักเรียนกลุ่มละ 4 คน และมีความสามารถคละกนั คือ เกง่ ปานกลาง (คอ่ นข้างเกง่ )
ปานกลาง (คอ่ นข้างอ่อน) และออ่ น
2. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มศึกษาขั้นตอนการทากิจกรรมที่ 5 เร่ือง การนาไฟฟ้าของวสั ดุ ตอนที่ 1 จาก
หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ หนา้ 18-19 จากน้ันชว่ ยกันทาการทดลองตามขั้นตอน แล้วบันทกึ ลงใน
สมุดประจาตวั นกั เรยี น หรอื ทาในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ หน้า 21
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ )

ชั่วโมงท่ี 2

ขัน้ อธิบายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันอภปิ รายผลการทากิจกรรมภายในกลุม่ และช่วยกนั ตรวจสอบความถูก
ต้องเพ่อื เตรยี มความพร้อมในการนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้ันเรยี นทีละกลุม่ จนครบทกุ กลมุ่
3. ครูและเพื่อนชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้องของแตล่ ะกลุ่ม

60

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 5 การนาไฟฟา้ ของวัสดุ

4. นักเรียนทุกคนรว่ มกันอภปิ รายและสรุปผลการทากจิ กรรมให้ไดว้ า่ วัสดุแตล่ ะชนิดนาความรอ้ นได้ดี
ไมเ่ ท่ากนั เน่ืองจากนาตาเทียนท่ีอยู่บนปลายช้อนโลหะละลาย และเม่อื ใช้มือสมั ผสั ท่ีปลายช้อน
โลหะจะร้สู ึกร้อน ส่วนนาตาเทียนท่ีอยู่บนหลอดพลาสตกิ ตะเกียบไม้ และแทง่ แก้วคนสารไม่
ละลาย เมอ่ื ใชม้ ือสัมผสั วตั ถุเหล่านันไมร่ ูส้ กึ ร้อน

5. ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับการนาความร้อนให้นักเรียน ฟังว่า เมือ่ วัสดุชนิดนันได้รับความร้อนที่
บรเิ วณใดบรเิ วณหนง่ึ จะถ่ายโอนความรอ้ นไปสูบ่ รเิ วณอน่ื ๆ ดว้ ย
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ )

ชัว่ โมงที่ 3

ขน้ั สรปุ

ข้นั ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครูสนทนากับนักเรยี นโดยถามคาถามนักเรยี นว่า ในชวี ติ ประจาวนั สง่ิ ของใดบ้างทีส่ ามารถนาไฟฟ้าได้
แล้วใหน้ ักเรยี นตอบคาถามไดอ้ ย่างอิสระ
2. นกั เรียนจับกลมุ่ เดิม คือ กลุ่มละ 4 คน และมคี วามสามารถคละกัน คอื เก่ง ปานกลาง (ค่อนขา้ งเก่ง)
ปานกลาง (คอ่ นข้างอ่อน) และอ่อน
3. สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันทากิจกรรมท่ี 5 เร่ือง การนาไฟฟ้าของวัสดุ ตอนท่ี 2 จากหนังสือ
วทิ ยาศาสตร์ หน้า 19 โดยให้สืบคน้ ขอ้ มูลเกีย่ วกับการใชป้ ระโยชน์ จากสมบัตทิ างกายภาพดา้ นการ
นาไฟฟา้ ของวัสดุที่นามาใช้ในชีวติ ประจาวันจากแหล่งขอ้ มูลต่างๆ เช่น หนงั สือ อนิ เทอร์เนต็ เปน็ ตน้
4. นกั เรียนนาข้อมูลที่ไดจ้ ากการสบื ค้นมาจัดทาเปน็ แผ่นพบั ให้ความรู้ เร่ือง ประโยชน์จากการนาไฟฟ้า
ของวัสดุและตกแต่งใหส้ วยงาม
5. ตัวแทนของแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอแผน่ พบั ให้ความรู้ เรอ่ื ง ประโยชน์จากการนาไฟฟ้าของวัสดุ
6. ครสู รุปความรู้เพ่มิ เตมิ ใหน้ ักเรียนฟังว่า การนาไฟฟ้าของโลหะนามาใช้ประโยชนไ์ ด้ เช่น ทองแดงใช้ทา
สว่ นประกอบของเครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ เช่น เตารดี หลอดไฟ เปน็ ตน้ ส่วนวสั ดทุ ่ีไมน่ าไฟฟ้าสามารถนามาใช้
ป้องกนั ไฟฟา้ รัว่ หรือไฟฟา้ ดูด เช่น ปลก๊ั ไฟ สายไฟ แล้วครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นซกั ถามในสว่ นท่สี งสยั
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนกั เรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ )

61

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 วัสดุและสสาร
แผนฯ ที่ 5 การนาไฟฟ้าของวสั ดุ

ชว่ั โมงที่ 4

ข้ันขยายความเข้าใจ (Elaborate) (ต่อ)
7. นกั เรียนแต่ละคนทากิจกรรมหนูตอบได้จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 19 ลงในสมุดประจาตัว
นกั เรยี น หรือทาในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 22
8. ครูใช้เทคนิคคคู่ ิด โดยให้นกั เรียนจับคู่กับเพื่อน แล้วนาคาตอบของตนเองมาเปรยี บเทียบกับคู่ของ
ตนเอง และให้ผลดั กนั อภปิ รายคาตอบ
9. หากนกั เรยี นเกิดขอ้ สงสัยใหท้ าการสบื ค้นเพิม่ เตมิ เพอ่ื หาคาตอบ
10. ครูสมุ่ ตวั แทน 4-5 คู่ เพ่ือให้ออกมาอธิบายคาตอบใหเ้ พอ่ื นฟังหน้าช้นั เรยี น โดยมคี รูคอยตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งของคาตอบ

11. นักเรยี นทุกคนอา่ นข้อมลู ในหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ หนา้ 20 และศึกษาขอ้ มูลจาก Powerpoint เรือ่ ง
สมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดุ (การนาไฟฟา้ ของวัสด)ุ จากน้ันนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ทีไ่ ด้จากการอ่าน

12. ครเู สรมิ ความรู้ให้นกั เรยี นฟงั ว่า ทองแดง เปน็ วัสดทุ ่ใี ห้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ เรียกว่า ตวั นาไฟฟ้า จึง
สามารถนามาใชท้ าอุปกรณ์ เคร่ืองใช้ไฟฟ้า เชน่ สายไฟส่วนพลาสติก เป็นวัสดุท่ีกระแสไฟฟ้าไหลผา่ น
ไมไ่ ด้ จึงสามารถนามาทาอุปกรณป์ อ้ งกันไฟฟา้ ดดู เช่น ปลอกห้มุ สายไฟ

13. นักเรยี นแต่ละคนทากิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ท่ี 1 จากหนังสือเรียน หน้า 21 ลงในสมดุ ประจาตัว
นกั เรยี น หรือทาในใบงานที่ 3.1 เร่ือง การเลือกใชว้ ัสดุ

14. นักเรียนแต่ละคนทากิจกรรมสรปุ ความรบู้ ทที่ 1 ลงในสมุดประจาตัวนักเรียน หรือทาในแบบฝึกหัด
วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 23

15. นกั เรยี นแต่ละคนทากจิ กรรมฝึกทักษะบทท่ี 1 จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ หนา้ 22-23 ลงในสมุด
ประจาตัวนกั เรียน หรอื ทาลงในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ หน้า 24-26

16. นักเรียนทุกคนทากจิ กรรมทา้ ทายการคดิ ข้นั สงู บทท่ี 1 ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน้า 27
17. นักเรียนกลุ่มเดิมช่วยกันทากิจกรรมสร้างสรรค์ผลงาน จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 23 หรือ

แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ หน้า 28 เป็นการบา้ น
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)

62

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 5 การนาไฟฟ้าของวสั ดุ

ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ใหน้ กั เรยี นดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 21 จากน้นั ครถู ามนักเรียนเป็น
รายบุคคลตามรายการขอ้ 1-5 จากตาราง เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของนักเรียน
หลงั จากการเรียน หากนักเรียนคนใดตรวจสอบตนเองโดยให้อยู่ในเกณฑท์ ี่ควรปรับปรุง ให้ครทู บทวน
บทเรียนหรอื หากจิ กรรมอนื่ ซ่อมเสริม เพื่อให้นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียนมากขน้ึ
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจาก
การนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชัน้ เรียน
3. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมท่ี 5 เรื่อง การนาไฟฟ้าของวัสดุ ในสมดุ หรอื ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์
หนา้ 21
4. ครูตรวจสอบผลงานแผน่ พับความรู้ เรื่อง ประโยชน์จากการนาไฟฟ้าของวสั ดุ
5. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนตู อบได้ในสมดุ หรือในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ หน้า 22
6. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ท่ี 1 ในสมุดประจาตัวนักเรยี น หรือในใบงานท่ี 3.1
7. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมสรุปความรู้บทที่ 1 ในสมุดประจาตวั นักเรียน หรือในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ หนา้ 23
8. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมฝึกทักษะบทท่ี 1 ในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือในแบบฝึกหัด
วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 24-26

9. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมท้าทายการคดิ ขน้ั สูง บทที่ 2 ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ หนา้ 27
10. ครูตรวจชิ้นงานกล่องดินสอจากวสั ดุเหลือใช้ และการนาเสนอชนิ้ งาน/ผลงาน หน้าช้นั เรยี น

7. การวดั และประเมินผล

รายการวดั วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
- แบบประเมินชิน้ งาน/ - ระดับคณุ ภาพ 2
7.1 การประเมนิ - ตรวจกลอ่ งดินสอจาก ผา่ นเกณฑ์
ภาระงาน
ชนิ้ งาน/ภาระงาน วสั ดเุ หลอื ใช้

(รวบยอด)

63

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 5 การนาไฟฟ้าของวสั ดุ

7.2 ประเมินระหว่าง

การจัดกิจกรรม

การเรยี นรู้

1) ผลบันทกึ การทา - ตรวจสมุดประจาตวั - สมดุ ประจาตัว หรือ - รอ้ ยละ 60
แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์
กิจกรรมท่ี 5 หรือแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.4
เล่ม 2 หนา้ 21 - ร้อยละ 60
วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 ผา่ นเกณฑ์
- แผนผังความคดิ
หนา้ 21 เรื่อง ความแขง็ ของ - ร้อยละ 60
วัสดุ ผา่ นเกณฑ์
2) ยกตัวอย่างการนาวัสดุ - ตรวจแผนผังความคดิ - สมดุ ประจาตัว หรอื
แบบฝกึ หัด - ร้อยละ 60
ท่ีมสี มบัตดิ า้ นความแขง็ เรือ่ ง ความแขง็ ของวัสดุ วทิ ยาศาสตร์ ป.4 ผา่ นเกณฑ์
เลม่ 2 หน้า 22 - ระดับคุณภาพ 2
มาใช้ประโยชน์ - สมุดประจาตัว ผา่ นเกณฑ์
หรือใบงานท่ี 3.1
3) กจิ กรรมหนตู อบได้ - ตรวจสมดุ ประจาตัว - สมุดประจาตัว หรอื - ระดับคณุ ภาพ 2
แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์
หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.4
เลม่ 2 หน้า 23
วทิ ยาศาสตร์ ป.4 - สมดุ ประจาตัว หรอื
แบบฝึกหัด
เล่ม 2 หน้า 22 วทิ ยาศาสตร์ ป.4
เลม่ 2 หนา้ 24-26
4) กิจกรรมพัฒนาการ - ตรวจสมุดประจาตวั

เรียนรูท้ ี่ 3 4 และ 5 หรอื ใบงานที่ 3.1

5) กิจกรรมสรุปความรู้ - ตรวจสมดุ ประจาตัว

หรอื แบบฝกึ หดั

วิทยาศาสตร์ ป.4

เล่ม 2 หน้า 23

6) กจิ กรรมฝึกทักษะ - ตรวจสมดุ ประจาตวั

หรอื แบบฝึกหดั

วทิ ยาศาสตร์ ป.4

เลม่ 2 หน้า 24-26

รายการวดั วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
7) กจิ กรรมทา้ ทาย - ตรวจสมุดประจาตัว - สมุดประจาตวั หรอื - ระดับคุณภาพ 2
หรือแบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑ์
การคดิ ข้ันสูง แบบฝกึ หัด

64

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 วสั ดุและสสาร วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 วทิ ยาศาสตร์ ป.4 - ระดบั คณุ ภาพ 2
แผนฯ ที่ 5 การนาไฟฟา้ ของวัสดุ หนา้ 27 เลม่ 2 หนา้ 27 ผา่ นเกณฑ์
- ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมิน
8) การนาเสนอผลงาน/ ผลงาน/ผลการทา การนาเสนอผลงาน - ระดบั คุณภาพ 2
ผลการทากิจกรรม กิจกรรม ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
9) พฤติกรรมการ การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล - ระดับคุณภาพ 2
ทางานรายบุคคล - สงั เกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์
การทางานกล่มุ - แบบสงั เกตพฤติกรรม
10) พฤติกรรม - สงั เกตความมีวินยั การทางานกลุ่ม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทางานกล่มุ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
ในการทางาน คุณลกั ษณะ
11) คุณลักษณะ อนั พงึ ประสงค์
อันพงึ ประสงค์

8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 วัสดแุ ละสสาร

3) วัสดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกจิ กรรมท่ี 5 เชน่ ตะปู ดนิ สอ หนังยาง บกี เกอร์ กระดาษ ไม้บรรทัด

พลาสติก ช้อนโลหะ คลิปหนบี กระดาษ ผ้าเชด็ หนา้ เป็นตน้
4) ใบงานท่ี 3.1 เรอื่ ง การเลือกใชว้ สั ดุ
5) Powerpoint เรอ่ื ง สมบัตทิ างกายภาพของวสั ดุ (การนาไฟฟา้ ของวสั ด)ุ
6) วัสดุ-อุปกรณก์ จิ กรรมสรา้ งสรรค์ผลงาน
7) สมดุ ประจาตวั นกั เรียน
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) ห้องเรียน
3) อนิ เทอร์เนต็

65

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 วัสดุและสสาร
แผนฯ ที่ 5 การนาไฟฟ้าของวสั ดุ

ใบงานท่ี 3.1

เรื่อง การเลอื กใชว้ ัสดุ

คาช้ีแจง : ตอบคาถามทก่ี าหนดให้

1. ภาคภูมิตอ้ งการทาถงุ มอื กันความร้อน เขาควรเลอื กใชว้ ัสดุชนิดใดมาประดษิ ฐเ์ ป็นถงุ มอื
เพราะอะไร
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….

2. มาลตี ้องการนาหินสตี ่างๆ มาร้อยเป็นสรอ้ ยข้อมือ เธอควรเลือกใช้วัสดชุ นิดใดมาร้อยหนิ
เขา้ ด้วยกัน เพราะอะไร
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….

3. วรี ะตอ้ งการประดิษฐเ์ รือใบจาลองเพ่ือนาไปแขง่ ขนั เขาควรเลือกใช้วสั ดุชนิดใดทาตวั เรือ
และควรเลือกใช้วัสดชุ นดิ ใดทาใบเรอื เพราะอะไร
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….

66

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 5 การนาไฟฟา้ ของวัสดุ

ใบงานที่ 3.1 เฉลย

เรื่อง การเลอื กใชว้ ัสดุ

คาชีแ้ จง : ตอบคาถามท่กี าหนดให้

1. ภาคภูมิตอ้ งการทาถุงมอื กนั ความร้อน เขาควรเลอื กใชว้ สั ดชุ นดิ ใดมาประดิษฐเ์ ป็นถงุ มือ
เพราะอะไร
………ผ…า้ …อย…า่ …ง…หน…า……เพ…ร…าะ…ผ…า้ …สา…ม…า…รถ…น…า…ม…าต…ดั …แ…ละ…เ…ยบ็…เ…ป…็นถ…งุ …ม…ือไ…ด…้ แ…ล…ะผ…า้…เป…็น…ว…สั …ดทุ…่ี….
…เป…น็ …ฉ…น…วน…ค…ว…าม…ร…อ้ …น…ค…อื …ว…ัส…ดทุ…คี่…ว…า…มร…้อ…น…น…้นั ผ…า่…น…ได…ไ้ …ม…่ดีห…ร…ือ…ผ่า…น…ไ…มไ่…ด…้ จ…ึง…นิย…ม…น…า…ผา้…….
…ม…าท…า…เ…ป็น…ส…่ว…น…ท…ไ่ี ม…่ต…อ้ …งก…า…รใ…ห…้ม…คี …วา…ม…รอ้…น…ห…ร…อื …ก…นั ค…ว…า…ม…รอ้ …น…ไม…ใ่…ห…้ถกู…ผ…ิว…ห…นงั…ข…อ…งเ…รา…….
………………………………………………………………………………………………………………………….

2. มาลีต้องการนาหนิ สีต่างๆ มาร้อยเปน็ สรอ้ ยข้อมอื เธอควรเลอื กใชว้ ัสดชุ นิดใดมาร้อยหนิ
เข…ขอา้…งด…วเ้วสสั…ย้นด…กเุเัน…มอ็น่ือ…เพถ…เกูพร…แาร…ะรางอ…ะมะเ…สาไร…กน้ รเ…อะ…็นท…มาีส…เมช…่นบ…ตั ด…ิทึง…าแง…กล…าว้ ย…ทภา…าใ…หพ้ว…ดสั า้…ดน…ุเสป…ภล…าย่ี พ…นยข…ดืน…หา…ยด…่นุหร…คอื …ือเป…เลป…่ยี็น…นส…รมูป…บร…ัตา่ ิ…งไ…ป.
แ…ต…่ส…า…ม…าร…ถ…ก…ลับ…ส…ู่ส…ภ…าพ…เ…ด…มิ …หร…อื …ใก…ล…้เค…ยี …ง…สภ…า…พ…เด…มิ …ได…้…เม…ื่อ…ห…ยดุ…แ…ร…งก…ร…ะ…ทา…ต…อ่ …วัส…ด…ุน…ั้น….
ด…งั …น…้นั …เ…ส้น…เ…อ…็นจ…ึง…เห…ม…า…ะ…สา…ห…ร…ับน…า…ม…า…รอ้…ย…เป…็น…ส…ร้อ…ย…ข…อ้ …มือ………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….

3. วรี ะตอ้ งการประดิษฐเ์ รอื ใบจาลองเพื่อนาไปแขง่ ขนั เขาควรเลอื กใชว้ ัสดชุ นิดใดทาตัวเรือ
และควรเลอื กใช้วัสดชุ นิดใดทาใบเรือ เพราะอะไร
………เล…อื …ก…ใช…้ไม…้…โฟ…ม……ทา…ต…ัว…เร…ือ…เพ…ร…า…ะล…อ…ย…น…า้ ไ…ด…ด้ ี…………………………………………………….
………เล…อื …ก…ใช…้แ…ผ…น่ พ…ล…า…ส…ติก…บ…า…ง…ท…าใ…บ…เร…ือ…เ…พ…รา…ะ…ม…นี …้าห…น…กั …เบ…า…………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………….

67

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 วัสดุและสสาร .................................
แผนฯ ที่ 5 การนาไฟฟ้าของวัสดุ ................................ )

9. ความเห็นของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ไี่ ดร้ ับมอบหมาย .......

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื
(

ตาแหน่ง

10. บันทึกผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางภูมิศาสตร์

 ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมท่มี ีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปญั หา/อุปสรรค
 แนวทางการแก้ไข

68

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ท่ี 6 สถานะของสสาร

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6

สถานะของสสาร

เวลา 2 ชัว่ โมง

1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด

ว 2.1 ป.4/3 เปรียบเทยี บสมบัตขิ องสสารท้งั 3 สถานะจากขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากการสงั เกต มวล

การต้องการท่ีอยู่ รปู ร่างและปรมิ าตรของสสาร

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. ระบสุ ถานะของของแข็ง ของเหลว และแกส๊ ได้ (K)
2. ให้ความร่วมมอื ในการทากิจกรรมกลุ่ม (A)

3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่ิน
พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
สสารแบ่งออกเปน็ 3 สถานะ ไดแ้ ก่ สถานะ
ของแขง็ สถานะของเหลว และสถานะแก๊ส

4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด

สสารในชีวิตประจาวันมีมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีสถานะที่แตกต่างกัน สสารบางชนดิ อยูใ่ น
สถานะของแข็ง ของเหลว หรือแกส๊

5. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ยั

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุง่ ม่ันในการทางาน

2) ทกั ษะการสารวจค้นหา

68

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 6 สถานะของสสาร

3) ทกั ษะการระบุ
4) ทกั ษะการสรุปอ้างอิง
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรยี นรู้

 แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es)

ชั่วโมงท่ี 1

ขั้นนา

ขนั้ กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามนักเรียนว่า นักเรยี นทราบหรือไม่วา่ วันน้ีจะไดเ้ รยี นรู้เก่ียวกบั เรื่อง
อะไร แล้วให้นักเรียนช่วยกันตอบคาถาม จากน้ันครูแจง้ ชือ่ เรื่องทจ่ี ะเรียนรู้ และจุดประสงค์ให้
นกั เรยี นทราบ
2. นกั เรยี นเรียนรคู้ าศัพทท์ ่ีเกี่ยวข้องกบั การเรยี นในหน่วยท่ี 3 บทที่ 2 จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์
ป.4 เลม่ 2 หนา้ 24 โดยครสู มุ่ เลือกตวั แทนหรือขออาสาสมคั ร นกั เรยี น 1 คน ออกมาหนา้ ช้ันเรียน
เพือ่ เป็นผอู้ า่ นนา และใหเ้ พือ่ นคนอืน่ ๆ อา่ นตาม ดังนี้

States of matter (สเตท เอฟิ ว‘แม็ทเทอ) สถานะของสสาร
Solid (‘ซอลดิ ) ของแข็ง
Liquid (‘ลิควดิ ) ของเหลว
Gas (แกส็ ) แก๊ส

(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
3. ครูถามคาถามสาคญั ประจาบทจากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 24 วา่ วตั ถุในชีวิตประจาวนั อยู่

ในสถานะใดบา้ ง จากนน้ั ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ อยา่ งอสิ ระในการตอบคาถาม
(แนวตอบ : สถานะของแข็ง สถานะของเหลว และสถานะแก๊ส)

69

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 6 สถานะของสสาร

4. นกั เรียนแต่ละคนวาดภาพหรือติดภาพสสารทีอ่ ยู่ในสถานะของแข็ง ของเหลว และแกส๊ สถานะละ
2 ภาพ ลงในสมดุ ประจาตัวนักเรยี น หรอื ทากิจกรรมนาสู่การเรยี นในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.4
เล่ม 2 หนา้ 29

ขัน้ สอน

ขน้ั สารวจคน้ หา (Explore)
1. นกั เรียนแตล่ ะคนสบื ค้นข้อมลู เกี่ยวกับสสารวา่ มีก่ีสถานะ อะไรบ้าง จากแหล่งข้อมูลตา่ งๆ เช่น
หนังสือ อนิ เทอรเ์ นต็ เป็นต้น แลว้ บันทกึ ลงในสมดุ งาน
2. นักเรียนแตล่ ะคนนาขอ้ มลู ท่ีได้จากการสบื ค้นมาจดั ทาเป็นแผนผงั ลงใน ใบงานที่ 3.2 เรื่อง สถานะ
ของสสาร พร้อมตกแตง่ ให้สวยงาม

ชวั่ โมงท่ี 2

ขนั้ อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูใช้เทคนคิ คูค่ ดิ โดยให้นักเรียนจับค่กู บั เพอื่ น แลว้ นาคาตอบของตนเองมาเปรียบเทียบกบั คู่ของ
ตนเอง และใหผ้ ลดั กนั อภปิ รายคาตอบ ถ้านกั เรียนเกดิ ข้อสงสัยให้สืบคน้ เพิ่มเติมเพื่อหาคาตอบ
2. ครสู ่มุ เลือกตัวแทนของแต่ละคใู่ ห้ออกมานาเสนอผลงานใหเ้ พอ่ื นฟังหน้าชน้ั เรียน

ขัน้ สรปุ

ข้นั ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแต่ละคนสารวจสสารในสถานะตา่ งๆ ภายในบรเิ วณโรงเรียน จากนั้นวาดภาพตวั อย่างสสาร
พรอ้ มระบุช่ือและสถานะของสสาร อยา่ งนอ้ ยสถานะละ 1 ชนดิ ลงในสมุดประจาตวั นักเรยี น
2. ครูสุ่มตัวแทน 3-4 คนออกมานาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน โดยมีครูและเพ่ือนคนอื่นๆ ช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง
3. ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมกบั นักเรียนว่า สสารมี 3 สถานะ ซ่ึงสารแตล่ ะสถานะอาจมีสมบตั ิบางประการ
เหมอื นกัน เช่น มีมวล ต้องการท่อี ยู่ เป็นตน้ หรอื อาจแตกตา่ งกัน เช่น สสารบางชนิดมีรูปร่างคงท่ี
สสารบางชนดิ มรี ปู ร่างไม่คงท่ี เปน็ ต้น

70

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 6 สถานะของสสาร

ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูสมุ่ เลือกนักเรยี น 3-4 คน จากน้ันใหย้ กตวั อย่างสสารคนละ 1 ชนดิ และบอกสถานะของสสาร
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชั้นเรียน
3. ครตู รวจการวาดภาพหรอื ตดิ ภาพสสารที่อยูใ่ นสถานะของแข็ง ของเหลว และแกส๊ ในสมดุ ประจาตัว
นักเรยี น หรือตรวจสอบผลการทากจิ กรรมนาส่กู ารเรียนในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ หนา้ 29
4. ครูตรวจสอบผลการทาใบงานท่ี 3.2 เร่อื ง สถานะของสสาร

7. การวัดและประเมินผล วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมิน

รายการวัด
7.1 การประเมิน

กอ่ นเรียน

1) ภาพสสารท่อี ยใู่ น - ตรวจสมดุ ประจาตวั - สมุดประจาตวั หรอื - รอ้ ยละ 60
แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์
สถานะของแข็ง หรือแบบฝึกหัด วทิ ยาศาสตร์
ป.4 เลม่ 2 หนา้ 29
ของเหลว และ วทิ ยาศาสตร์ ป.4

แก๊ส หรือกิจกรรม เล่ม 2 หน้า 29

นาส่กู ารเรยี น

7.2 ประเมินระหวา่ ง

การจัดกจิ กรรม

การเรียนรู้

1) ระบุสถานะของ - ตรวจใบงานที่ 3.2 - ตรวจใบงานท่ี 3.2 - รอ้ ยละ 60
ผา่ นเกณฑ์
ของแขง็ ของเหลว

และแก๊ส

71

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 วัสดุและสสาร
แผนฯ ท่ี 6 สถานะของสสาร

2) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
การนาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
ผลการทากจิ กรรม ผลงาน/ผลการทา

กจิ กรรม

3) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

ทางานรายบุคคล การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

4) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมวี นิ ัย - แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ 2

อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มั่น คุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์

ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์

8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 วสั ดุและสสาร
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 วสั ดแุ ละสสาร
3) ใบงานท่ี 3.2 เร่อื ง สถานะของสสาร
4) สมุดประจาตัวนกั เรยี น

8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) หอ้ งเรียน
3) อนิ เทอรเ์ นต็

72

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 6 สถานะของสสาร

ใบงานที่ 3.2

เรื่อง สถานะของสสาร

คาชี้แจง : ให้นักเรยี นสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ยี วกบั สถานะของสสาร แล้วเขยี นแผนผงั ลงในกรอบ
พรอ้ มตกแต่งให้สวยงาม

73

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 6 สถานะของสสาร

ใบงานที่ 3.2 เฉลย

เร่อื ง สถานะของสสาร

คาชแ้ี จง : ให้นักเรียนสบื ค้นข้อมูลเกี่ยวกบั สถานะของสสาร แล้วเขยี นแผนผังลงในกรอบ
พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม

สถานะของสสาร

สถานะของแข็ง สถานะของเหลว สถานะแกส๊

ตัวอยา่ ง ตัวอย่าง ตวั อยา่ ง

สมดุ น้า แก๊สร้อนในบอลลูน
ผลไม้

ดนิ สอ นา้ เปล่า อากาศในลกู โป่ง

74

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 วัสดุและสสาร .................................
แผนฯ ที่ 6 สถานะของสสาร ................................ )

9. ความเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ไี่ ดร้ ับมอบหมาย .......

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื
(

ตาแหน่ง

10. บันทึกผลหลังการสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางภูมิศาสตร์

 ด้านอืน่ ๆ (พฤตกิ รรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมท่มี ีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค
 แนวทางการแกไ้ ข

75

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 7 สมบัติของของแข็ง

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 7

สมบัตขิ องของแข็ง

เวลา 4 ช่วั โมง

1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด

ว 2.1 ป.4/3 เปรยี บเทยี บสมบัติของสสารท้ัง 3 สถานะ จากข้อมูลท่ีได้จากการสังเกต มวล

การตอ้ งการท่ีอยู่ รูปรา่ งและปรมิ าตรของสสาร

ว 2.1 ป.4/4 ใชเ้ ครอ่ื งมือเพ่ือวัดมวล และปรมิ าตรของสสารทั้ง 3 สถานะ

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. สงั เกต และอธบิ ายสมบตั ขิ องของแข็ง (K)
2. ใช้เครื่องมอื เพื่อวัดมวล และปริมาตรของสสารทีอ่ ยใู่ นสถานะของแขง็ ได้ (P)
3. ใหค้ วามร่วมมือในการทากิจกรรมกลุ่ม (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิ่น
พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
สมบัติของของแข็ง มมี วล และตอ้ งการทอี่ ยู่
มรี ปู รา่ งและปริมาตรคงท่ี

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

สมบัติของของแข็ง คือ มมี วล ต้องการท่ีอยู่ สามารถสัมผสั ได้ มรี ูปรา่ งและปริมาตรคงท่ี มีอนภุ าคยึด
กันอยา่ งหนาแน่น เรยี งชดิ กัน ไมส่ ามารถเคล่อื นทีไ่ ด้

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี ินยั

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้

76

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร 3. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
แผนฯ ที่ 7 สมบตั ิของของแขง็

1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสารวจคน้ หา
3) ทกั ษะการระบุ
4) ทักษะการสรปุ อา้ งองิ

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es)

ชวั่ โมงที่ 1

ขั้นนา

ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. นกั เรียนแต่ละคนอ่านขอ้ มูลและดูภาพในหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน้า 25 แล้วถาม
คาถามนักเรียนว่า สสารในแต่ละสถานะมีสมบัตแิ ตกตา่ งกันหรือไม่ อยา่ งไร ซึ่งครูให้นักเรียน
รว่ มกันตอบคาถาม โดยครยู งั ไม่เฉลยคาตอบ
(แนวตอบ : สสารแต่ละสถานะอาจมีสมบัตบิ างประการเหมอื นกนั เชน่ มมี วล ตอ้ งการทอี่ ยู่ หรอื
อาจแตกตา่ งกนั เช่น สสารบางชนดิ มีรูปร่างคงที่ สสารบางชนดิ มีรปู ร่างไม่คงท่ี )
2. ครูต้ังคาถามถามนักเรียนว่า สสารทอี่ ยใู่ นสถานะของแข็งมีสมบัตอิ ยา่ งไร
3. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นอยา่ งอิสระในการตอบคาถาม โดยครูยงั ไมเ่ ฉลย
4. ครูอธบิ ายให้นกั เรียนฟังว่า นักเรยี นจะได้คาตอบจากการทากิจกรรมท่ี 1 เร่อื ง สมบตั ิของของแข็ง
ตอนท่ี 1-3 จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 26-27

77

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 7 สมบตั ขิ องของแขง็

ขั้นสอน

ข้นั สารวจคน้ หา (Explore)
1. นกั เรยี นทากิจกรรมเพอื่ แบ่งกลุม่ ออกเป็นกลุ่มละ 3-4 คน โดยปฏิบัติ ดงั นี้
1) กาหนดให้นักเรียนหญิง มีค่าเทา่ กบั เงนิ 50 สตางค์ ส่วนนักเรียนชายมีคา่ เทา่ กบั เงนิ 1 บาท
2) ครบู อกให้นักเรียนรวมกลมุ่ กนั ใหไ้ ด้จานวนเงนิ 2 บาท และมจี านวนคนรวมกัน 3-4 คนเทา่ น้นั
3) ครคู ดั นักเรียนทีไ่ ม่มีกลุ่ม กล่มุ ท่มี จี านวนคนนอ้ ยกว่า 3 และมากกว่า 4 ออกมาอยหู่ น้าหอ้ ง แล้ว
ใหร้ วมตัวให้ได้จานวนเงนิ 2 บาท และมจี านวนคนรวมกนั 3-4 คน อกี ครัง้
(หากมีนักเรยี นทยี่ ัง ไม่มีกลุ่ม ให้อย่กู ล่มุ ท่มี นี ักเรียนจานวน 3 คน)
2. ครูใช้วิธสี อนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครูให้นักเรียน
แตล่ ะกลุ่มศกึ ษาข้ันตอนการทากิจกรรมที่ 1 เรือ่ ง สมบัตขิ องของแข็ง ตอนที่ 1 จากหนังสอื เรียน
วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 26-27
3. ครูจบั ฉลากเลือกนักเรียน 2 กลุม่ จากนัน้ ให้ออกมาสาธิตการทากจิ กรรมตามท่ีไดศ้ ึกษาขั้นตอนการ
ทากจิ กรรม
4. นักเรยี นกล่มุ อ่ืนๆ ช่วยกันสงั เกตการสาธติ การทากิจกรรมจากกลุ่มท่ีทาการสาธิต จากน้ันนาผล
การสงั เกตบันทึกลงในสมดุ ประจาตัวนกั เรียน หรือในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนา้ 32
(หมายเหตุ : ครูเรม่ิ ประเมินนกั เรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม)

ช่วั โมงท่ี 2

ข้ันสารวจค้นหา (Explore) (ตอ่ )
5. ครูทบทวนความรูเ้ ดมิ จากการทากจิ กรรมในชวั่ โมงทีแ่ ลว้ โดยถามคาถามนกั เรยี นว่า ส สารที่อย่ใู น
สถานะของแขง็ มีมวลหรือไม่ และหาไดโ้ ดยใชว้ ธิ ีการใด
(แนวตอบ : สสารท่ีอยูใ่ นสถานะของแขง็ มมี วล หามวลของสารทีอ่ ยูใ่ นสถานะของแขง็ ไดโ้ ดย
ใช้การชัง่ ด้วยเครอ่ื งชั่ง)
6. ครูตง้ั คาถามถามนักเรยี นว่า สสารทอ่ี ยู่ในสถานะของแข็งมรี ูปร่างและปริมาตรคงท่ีหรอื ไม่ โดยให้
นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคาถามอยา่ งอิสระ
7. ครูอธิบายให้นกั เรียนฟังว่า นักเรียนจะได้คาตอบจากการทากจิ กรรมที่ 1 เร่อื ง สมบัติของของแข็ง
ตอนท่ี 2-3 จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 26-27

78

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 7 สมบตั ิของของแขง็

8. ครใู ชว้ ิธีสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรยี นรู้ โดยครูให้แต่ละกลุ่ม
ช่วยกนั ศกึ ษาขั้นตอนการทากิจกรรมท่ี 1 เร่ือง สมบัตขิ องของแขง็ ตอนที่ 2-3 จากหนังสอื เรยี น
วทิ ยาศาสตร์ หน้า 26-27

9. ครจู ับฉลากเลือกนักเรยี น 2 กล่มุ ที่ยังไม่ได้ทาการสาธิต จากนนั้ ให้ออกมาสาธติ การทากิจกรรม
ตามทีไ่ ดศ้ กึ ษาข้ันตอนการทากจิ กรรม

10. นักเรยี นกลุ่มอื่นๆ ช่วยกนั สงั เกตการสาธติ การทากจิ กรรมจากกล่มุ ที่ทาการสาธติ จากน้ันนาผล
การสงั เกตบันทึกลงในสมดุ ประจาตัวนักเรยี น หรือในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ หน้า 32
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม)

ชัว่ โมงท่ี 3

ขนั้ อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนทุกคนช่วยกนั บอกวา่ 2 ชั่วโมงที่แล้ว นกั เรยี นไดท้ ากจิ กรรมเกี่ยวกับเร่อื งอะไร
(แนวตอบ : ทดสอบสมบตั ิของของแข็ง คือ หามวล รูปร่าง ปรมิ าตร และการตอ้ งการท่อี ยู่)
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ช่วยกันแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั ข้อมูลที่ได้จากการช่ังมวลของลกู แก้ว รูปรา่ ง
ของลกู แกว้ การตอ้ งการท่อี ยู่ เม่ือวางในภาชนะที่ต่างกนั และปริมาตรของลกู แก้ว
3. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชั้นเรยี นทลี ะกลุม่
4. นกั เรยี นทุกคนร่วมกันอภิปรายและสรปุ ผลการทากิจกรรมใหไ้ ดว้ ่า ลกู แก้วอยู่ในสถานะ ของแข็ง มี
มวล ต้องการท่ีอยู่ และมรี ปู รา่ งและปรมิ าตรคงที่

ขั้นสรุป

ขั้นขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันสบื ค้นข้อมลู จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 35-36 และชว่ ยกันคิด
วธิ กี ารนาเสนอวิธีการหามวลและหาค่าปริมาตรของของแขง็ เช่น ออกมาสาธิตวิธกี ารหามวลและ
หาค่าปริมาตรของของแขง็ หน้าช้ันเรียน เปน็ ต้น
2. นกั เรียนกลุ่มอน่ื ๆ ผลดั กันให้คะแนนกลุ่มทอ่ี อกมานาเสนอ จากน้ันครูรวบรวมคะแนนแล้วนามา
รวมกบั คะแนนของครู
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม)

79

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ท่ี 7 สมบัตขิ องของแขง็

ชั่วโมงที่ 4

ขน้ั ขยายความเข้าใจ (Elaborate) (ต่อ)
3. ครูยกตวั อยา่ งสสาร เช่น เกลอื ผงชูรส จาน ชอ้ น เปน็ ต้น แลว้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบวา่ เปน็ สสารท่ี
อยู่ในสถานะของแข็งหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ : เกลอื ผงชูรส จาน และช้อน เป็นสสารที่อยู่ในสถานะของแขง็ เพราะ มมี วล ตอ้ งการ
ที่อยู่ สามารถสมั ผัสได้ มรี ูปร่างและปรมิ าตรคงที่)
4. ครแู บง่ นกั เรยี นออกเปน็ 2 กลุม่ แลว้ ให้สมาชิกในแตล่ ะกลมุ่ เลอื กหัวหนา้ กลุ่มและรองหัวหน้ากลุ่ม
พรอ้ มทั้งตั้งชอ่ื กลุ่มของตนเอง
5. ครแู จง้ ให้นักเรียนทราบว่า จะให้นกั เรยี นเลน่ เกม แล้วแจ้งชื่อเกม วตั ถปุ ระสงค์ และกติกาในการ
เลน่ เกม ดงั น้ี
1) ชอื่ เกม คือ สสารท่ีอยู่ในสถานะของแข็ง
2) วัตถุประสงค์ คือ เพอ่ื ให้นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์และอธิบายสสารท่ีอยใู่ นสถานะของแข็งได้
3) กตกิ า คอื กลุ่มท่ีเขยี นชื่อสสารทอ่ี ยใู่ นสถานะของแข็งไดม้ ากและถกู ตอ้ งทส่ี ุด ภายในเวลาทคี่ รู
กาหนด จะเป็นกลมุ่ ทช่ี นะ
6. ครอู ธิบายวิธีการเล่นเกมตามลาดับขนั้ ตอน เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจทถี่ ูกต้อง ชดั เจน
ดังน้ี
1) กาหนดให้แต่ละกลุ่มมีเวลากลุ่มละ 10 นาที เพอื่ ช่วยกันคิดช่ือสสารทอี่ ยใู่ นสถานะของแข็ง
ในชีวติ ประจาวัน
2) ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เข้าแถวเรยี งลาดับตอนลึก จากนั้นให้ออกมาเขยี นชือ่ สสารทอ่ี ยใู่ นสถานะของแข็ง
บนกระดาน คนละชอ่ื ดังน้ี

กลมุ่ ที่ 1 กลุ่มท่ี 2

สสารทีอ่ ยใู่ นสถานะของแขง็ สสารทอ่ี ย่ใู นสถานะของแขง็

1…………. 3…………. 1…………. 3………….
2…………. 4…………. 2…………. 4………….

80

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 7 สมบัตขิ องของแขง็

3) เมือ่ เขียนเสร็จแลว้ ใหว้ ่งิ ไปตอ่ ทา้ ยเพอ่ื นในแถวเดิม คนถดั ไปออกไปเขยี นเหมือนคนแรก ทาแบบนี้
ไปเรื่อยๆ เมอ่ื ครสู ั่งใหห้ ยดุ ใหน้ กั เรยี นหยุดเขียนและนั่งลงทนั ที

7. ครใู ห้นกั เรียนทบทวนลาดับข้ันตอนการเล่นเกม 1 รอบ กอ่ นการเลน่ จริง
8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั เล่นเกม “สสารทีอ่ ยู่ในสถานะของแข็ง” โดยครคู อยสงั เกตควบคมุ ดแู ล

และกระตุน้ ใหน้ กั เรยี นมสี ่วนรว่ มในการปฏิบัติกจิ กรรม
9. ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากคาตอบของนกั เรียนบนกระดานดา แลว้ มอบรางวลั ใหก้ ลุม่ ทีช่ นะ
10. นักเรียน แต่ละคนทากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 27 ลงใน สมุด

ประจาตัวนกั เรยี น หรือทาในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ หน้า 33
11. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ชว่ ยกนั สืบค้นขอ้ มูลจากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 32 จากนน้ั ร่วมกัน

สรปุ ความร้ทู ี่ได้
12. ครูตงั้ คาถามเพื่อให้นักเรียนร่วมกนั อภิปรายว่า เพราะเหตใุ ดของแข็งจึงสามารถรักษารูปรา่ งให้

คงที่ได้ โดยให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเขียนคาตอบบนกระดาน
(แนวตอบ : เพราะอนุภาคของของแข็งยดึ กนั อย่างหนาแนน่ เรียงตวั ชดิ กนั ไมส่ ามารถเคลอ่ื นทีไ่ ด้)
13. นักเรยี นทุกคนรว่ มกนั ตรวจคาตอบบนกระดาน

ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูให้นักเรียนสรปุ ความรู้จากการเรียนจนไดข้ ้อสรุปรว่ มกันว่า สสารทอ่ี ยู่ในสถานะของแข็ง มมี วล
ตอ้ งการที่อยู่ สามารถสัมผัสได้ มรี ปู รา่ งและปรมิ าตรคงท่ี มอี นภุ าคยดึ กันอยา่ งหนาแนน่ เรียงชิด
กนั ไม่สามารถเคล่อื นทไี่ ด้
2. ครูประเมินผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤติกรรมการทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมท่ี 1 เรือ่ ง สมบัติของของแขง็ ในสมุดประจาตัวนกั เรียน หรือตรวจ
แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 32
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนูตอบได้ในสมุดประจาตัวนกั เรียน หรือตรวจในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ หน้า 33

81

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 วสั ดุและสสาร วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑก์ าร
แผนฯ ท่ี 7 สมบัตขิ องของแขง็ ประเมิน
- สมดุ ประจาตัว หรือ
7. การวัดและประเมินผล แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ - ร้อยละ 60
ป.4 เล่ม 2 หนา้ 32 ผ่านเกณฑ์
รายการวดั
- สมดุ ประจาตัว หรอื - ร้อยละ 60
7.1 ประเมนิ ระหว่าง - ตรวจสมุดประจาตัว แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์
การจัดกจิ กรรม หรอื แบบฝึกหัด ป.4 เลม่ 2 หน้า 33
การเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 - ระดับคณุ ภาพ 2
1) ผลบันทึกการทา หน้า 32 - แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
กจิ กรรมที่ 1 - ตรวจสมุดประจาตัว การนาเสนอผลงาน
หรือแบบฝกึ หดั - ระดับคุณภาพ 2
2) กิจกรรมหนูตอบได้ วิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์
หนา้ 33 การทางานกลุม่
3) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
ผลการทากิจกรรม ผลงาน/ผลการทา คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
กิจกรรม อันพงึ ประสงค์
4) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุ่ม การทางานกลมุ่
- สงั เกตความมีวนิ ยั
5) คณุ ลักษณะ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั
อนั พงึ ประสงค์ ในการทางาน

82

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 7 สมบตั ขิ องของแขง็

8. ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 วัสดุและสสาร
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 วัสดแุ ละสสาร
3) วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรมที่ 1 เชน่ จานพลาสติก เครอื่ งชั่งดจิ ิทลั น้าเปลา่ บีกเกอร์
กระบอกตวง ลูกแก้ว ถ้วยยูรกี า เปน็ ต้น
4) สมดุ ประจาตวั นกั เรยี น

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) หอ้ งสมดุ
3) อนิ เทอรเ์ น็ต

83

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 วสั ดุและสสาร .................................
แผนฯ ที่ 7 สมบตั ขิ องของแข็ง ................................ )

9. ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ไี่ ดร้ ับมอบหมาย .......

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื
(

ตาแหน่ง

10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน

 ด้านความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางภูมิศาสตร์

 ดา้ นอ่นื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมท่มี ีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

84

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 วัสดุและสสาร
แผนฯ ที่ 8 สมบัติของของเหลว

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 8

สมบัติของของเหลว

เวลา 3 ชั่วโมง

1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

ว 2.1 ป.4/3 เปรยี บเทยี บสมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะ จากข้อมูลท่ีได้จากการสังเกต มวล

การตอ้ งการทอี่ ยู่ รูปร่างและปรมิ าตรของสสาร

ว 2.1 ป.4/4 ใชเ้ ครือ่ งมอื เพอ่ื วัดมวล และปรมิ าตรของสสารทงั้ 3 สถานะ

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายสมบัตขิ องของเหลวได้ (K)
2. เปรยี บเทยี บสมบตั ขิ องของเหลวได้ (P)
3. วิเคราะหส์ มบัตขิ องของเหลวได้ (P)
4. ใช้เคร่ืองมือเพื่อวดั มวล และปริมาตรของสสารที่อยู่ในสถานะของเหลวได้ (P)
5. ให้ความรว่ มมอื ในการทากิจกรรมกลุ่ม และมีความรบั ผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A)

3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถิน่
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
สมบตั ขิ องของเหลว มมี วล และต้องการท่ีอยู่
มีรปู ร่างเปลีย่ นแปลงตามภาชนะที่บรรจุ มปี รมิ าตรคงที่

4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด

สมบัติของของเหลว คือ มีมวล ต้องการที่อยู่ สามารถสัมผัสได้ มีรปู ร่างเปลย่ี นแปลงตามภาชนะท่ี
บรรจุ มีปรมิ าตรคงที่ มีอนุภาคอยู่ห่างกันมากกว่าของแข็ง ทาให้ เคลื่อนไหวไดม้ ากข้ึน และระดับผวิ หน้า
ของของเหลวจะอยใู่ นแนวราบเสมอ

84

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 8 สมบัติของของเหลว

5. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินัย

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้

1) ทักษะการสงั เกต 3. มงุ่ ม่ันในการทางาน

2) ทักษะการสารวจคน้ หา

3) ทกั ษะการระบุ

4) ทักษะการสรุปอ้างอิง

3. ความสามารถในการแก้ปญั หา

4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es)

ชว่ั โมงที่ 1

ขน้ั นา

ข้นั กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูสนทนากบั นักเรยี นโดยถามนกั เรียนว่า นักเรียนทราบหรอื ไมว่ ่า วันนจ้ี ะไดเ้ รียนรู้เกย่ี วกบั เรอ่ื งอะไร
แลว้ ให้นกั เรยี นชว่ ยกันตอบคาถาม จากน้ันครแู จ้งชื่อเร่ืองท่จี ะเรียนรู้ และตัวชีว้ ดั ให้นกั เรียนทราบ
2. ครูนาน้าใส่ถุงพลาสติกใส จากนน้ั มัดปากถุงพลาสติกใสใหแ้ น่น แลว้ ให้นกั เรียนสงั เกต จากนัน้ ครูตั้ง
คาถามถามนกั เรยี นว่า น้าทอี่ ยใู่ นถงุ ใบนีม้ ีสถานะใด โดยครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถามอยา่ งอสิ ระ
(แนวตอบ : ของเหลว)
(หมายเหตุ : ครเู รม่ิ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)

85

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 8 สมบัตขิ องของเหลว

ขั้นสอน

ข้ันสารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูใหน้ กั เรยี นลองจบั และยกถงุ น้าทลี ะคน จากน้ันครูตั้งคาถามถามนักเรยี นวา่ นกั เรียนคดิ ว่าน้ามีมวล
หรือไม่ ถ้ามีมวล นกั เรยี นจะพิสจู น์อย่างไร
(แนวตอบ : มีมวล พิสจู นไ์ ด้โดยการนาไปชัง่ ด้วยเคร่อื งชั่ง)
2. นักเรียนร่วมกันตอบคาถาม โดยครูยงั ไม่เฉลยคาตอบ
3. ครูตงั้ คาถามถามนักเรียนว่า สสารทีอ่ ยูใ่ นสถานะของแข็งมีสมบตั ิอยา่ งไร
4. นกั เรียนทกุ คนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระในการตอบคาถาม โดยครูยงั ไมเ่ ฉลย
5. ครูอธบิ ายให้นกั เรยี นฟังว่า นกั เรยี นจะได้คาตอบจากการทากิจกรรมที่ 2 เร่ือง สมบตั ิของของเหลว ตอน
ที่ 1 จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน้า 28
6. ครูใช้รปู แบบการเรียนรแู้ บบร่วมมอื เทคนคิ LT มาจดั กระบวนการเรียนรู้ โดยให้นกั เรยี น แบ่งกลมุ่
กลมุ่ ละ 4 คน จากนั้นกาหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกล่มุ มบี ทบาทหนา้ ท่ีของตนเอง ดังนี้
สมาชกิ คนท่ี 1 : ทาหนา้ ท่เี ตรียมอุปกรณ์ต่างๆ
สมาชกิ คนที่ 2 : ทาหนา้ ที่อา่ นลองทาดู ทาความเข้าใจ และนามาอธิบายให้ สมาชิกภายในกล่มุ ฟงั
สมาชิกคนที่ 3 : ทาหนา้ ทบ่ี ันทึกผลการทดลอง
สมาชิกคนท่ี 4 : ทาหน้าที่นาเสนอผลการทดลอง
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ )
7. ใหส้ มาชิกคนท่ี 1 เตรียมและตรวจสอบอุปกรณ์ท้ังหมดที่ใชใ้ นการทากิจกรรมท่ี 2 เรื่อง สมบัตขิ อง
ของเหลว ตอนท่ี 1 จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 28
8. ให้สมาชกิ คนที่ 2 อธิบายวธิ ที ากจิ กรรมใหเ้ พื่อนภายในกลมุ่ ฟัง เพ่อื ให้ปฏิบตั ิตามไดถ้ กู ต้อง
9. ครใู หส้ มาชกิ ทุกคนในกลุม่ ช่วยกนั ลงมอื ทากิจกรรม โดยปฏบิ ัติกจิ กรรม ตอนที่ 1 ดังนี้
1) ร่วมกนั อภิปรายเก่ยี วกับสสารทอี่ ยู่ในสถานะของเหลวและสมบัตขิ องของเหลว
2) เทน้าเปล่าใส่แก้วพลาสติกคร่ึงแก้ว จากนั้นคาดคะเนมวลของน้าและบันทึกผลลงในสมุด
ประจาตวั นกั เรียน หรือบนั ทึกข้อมลู ลงในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนา้ 36
3) นานา้ ในแกว้ พลาสติกไปช่ังหามวลเพ่อื ตรวจสอบการคาดคะเน แลว้ บันทึกผล
4) ใช้หลอดฉดี ยาดดู นา้ โดยไล่อากาศออกใหห้ มด แลว้ ใช้นว้ิ มือกดปลายหลอดฉีดยาให้แน่น จากน้ัน
ใชน้ ้ิวมืออกี ข้างดนั ก้านหลอดฉดี ยาไว้ สังเกตและบนั ทึกผลลงในสมดุ ประจาตัวนกั เรยี น หรือบันทึก
ขอ้ มูลลงในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน้า 36

86

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 8 สมบตั ขิ องของเหลว

(หมายเหตุ : ครูเร่มิ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)

ชัว่ โมงที่ 2

ขน้ั สารวจค้นหา (Explore)
10. ครูตั้งคาถามถามนกั เรียนว่า สสารที่อยู่ในสถานะของเหลวมีรปู ร่างและปริมาตรคงที่หรือไม่ โดยให้
นกั เรยี นร่วมกันตอบคาถามอยา่ งอสิ ระ
(แนวตอบ : มรี ปู รา่ งเปลีย่ นแปลงตามภาชนะที่บรรจุ แตม่ ีปรมิ าตรคงที่)

11. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า นักเรยี นจะได้คาตอบจากการทากิจกรรมที่ 2 เรื่อง สมบตั ิของของเหลว
ตอนท่ี 2-3 จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 28-29

12. ครูให้สมาชิกคนท่ี 1 เตรยี มและตรวจสอบอปุ กรณ์ทัง้ หมดท่ใี ช้ในการทากิจกรรมท่ี 1 เรอ่ื ง สมบัติของ
ของเหลว ตอนที่ 2-3 จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ หน้า 28-29

13. สมาชกิ คนที่ 2 อธิบายวิธีทากจิ กรรมใหเ้ พื่อนภายในกลุม่ ฟงั เพือ่ ให้ปฏบิ ัตติ ามไดถ้ กู ตอ้ ง
14. สมาชกิ ทุกคนในกลมุ่ ช่วยกันลงมอื ทากจิ กรรม ตอนที่ 2 โดย ปฏิบัตกิ ิจกรรม ดังนี้

1) เติมนา้ เปล่าใส่บกี เกอร์ 2 ใบ ใบละเท่าๆ กนั
2) คาดคะเนว่า เมอื่ รินนา้ หวานสีแดง 20 มลิ ลลิ ิตร ใสใ่ นบีกเกอร์ 1 ใบ โดยไม่คนจะเกิดผลอยา่ งไร

แล้วบันทกึ ขอ้ มลู ลงในสมดุ ประจาตัวนกั เรียน หรือบนั ทึกลงในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 36
3) ทดลองเพ่ือตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยรนิ นา้ หวานสแี ดง 20 มิลลิลิตร ใส่ในบีกเกอร์ท่มี นี ้า

1 ใบ สงั เกตและบนั ทกึ ผล
15. สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ่ ช่วยกนั ลงมอื ทากจิ กรรม ตอนท่ี 3 โดย ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั น้ี

1) คาดคะเนวา่ เม่ือเตมิ นา้ สฟี ้าใส่ลงในกล่องพลาสตกิ ใส ขวดพลาสติกใส และบีกเกอร์จนเต็มทกุ ใบ
รูปร่างของนา้ สีฟ้าจะเปน็ อย่างไร แลว้ บนั ทึกข้อมูลลงในสมดุ ประจาตวั นักเรียน หรอื บันทึกข้อมูล
ลงในแบบฝีกหัดวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 37

2) ทดลองเพ่ือตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยเติมน้าสีฟ้าใส่ในกล่องพลาสตกิ ใส ขวดพลาสติกใส
และบกี เกอร์ แลว้ สงั เกตรูปรา่ งของน้าสฟี ้า และบันทกึ ผล

3) เลือกภาชนะที่ใสน่ ้าสีฟา้ 1 ใบ จากน้ันเทน้าออกคร่งึ หน่ึง แล้วจบั ภาชนะวางในลักษณะต่างๆ
เพ่อื สงั เกตระดับผิวหนา้ ของนา้ สีฟา้ วา่ มลี กั ษณะอย่างไร

87

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 8 สมบัตขิ องของเหลว

4) สังเกตและวาดรปู ลักษณะผวิ หนา้ ของน้าสีฟ้าลงในสมุดประจาตัวนักเรียน หรือบันทึกข้อมูล
ลงในแบบฝีกหัดวิทยาศาสตร์ หน้า 37

(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกล่มุ )
ขั้นอธิบายความรู้ (Explain)

1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชน้ั เรียนทลี ะกลุ่ม
2. นกั เรียนทุกคนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทากิจกรรมให้ได้ว่า นาอย่ใู นสถานะของเหลว มีมวล

ตอ้ งการที่อยู่ มปี รมิ าตรคงท่ี และมรี ูปร่างเปล่ยี นแปลงตามภาชนะที่บรรจุ

ข้ันสรุป

ขนั้ ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ช่วยกันสืบค้นข้อมลู จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 35-36 และช่วยกันคิด
วธิ ีการนาเสนอวิธีการหามวลและหาคา่ ปรมิ าตรของของเหลว เชน่ ทาเปน็ แผนภาพ การสาธติ วิธีการ
ทดลอง เปน็ ต้นเพือ่ เตรยี มออกมานาเสนอหนา้ ช้นั เรียน
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอวิธีการหามวลและหาคา่ ปริมาตรของของเหลว
3. นกั เรยี นกลุ่มอื่นๆ ผลดั กนั ให้คะแนนกลมุ่ ทอี่ อกมานาเสนอ จากน้ันครรู วบรวมคะแนนแล้วนามารวมกบั
คะแนนของครู กลุ่มใดไดค้ ะแนนรวมสงู สดุ คอื กลมุ่ ที่ชนะ
4. ครมู อบรางวัลใหก้ ลุ่มทชี่ นะ เพือ่ เปน็ กาลังใจ และใหเ้ พอื่ นกลมุ่ อ่นื ๆ รว่ มกนั ยินดีด้วยการปรบมอื
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลมุ่ )

ชัว่ โมงท่ี 3

ข้ันขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) (ต่อ)
5. ครูเขียนช่ือสสารตา่ งๆ เช่น ลูกโป่ง นา้ สม้ สายชู เก้าอี้ น้ามันพืช ขนมปัง เปน็ ต้น บนกระดาน จากนั้น
ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบว่า สสารนัน้ อยใู่ นสถานะของเหลวหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : นาสม้ สายชู นามนั พชื เป็นสสารท่ีอยใู่ นสถานะของเหลว เพราะมีมวล ตอ้ งการที่อยู่ สามารถ
สัมผสั ได้ มีรูปรา่ งเปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่บรรจุ มปี ริมาตรคงท่ี และระดับผิวหน้าของ
ของเหลว จะอยใู่ นแนวราบ เสมอ ส่วนลูกโป่ง เกา้ อี และขนมปงั เป็นสสารท่ีอยู่ในสถานะ
ของแข็ง เพราะมมี วล ตอ้ งการท่อี ยู่ สามารถสัมผสั ได้ มีรูปรา่ งและปริมาตรคงที่)

88

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 8 สมบตั ขิ องของเหลว

6. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุม่ จากนั้นให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มเลอื กหัวหนา้ กลุ่มและรองหัวหนา้ กลุ่ม
พรอ้ มทั้งตง้ั ชอ่ื กลุ่มของตนเอง

7. ครแู จง้ ให้นกั เรยี นทราบว่า จะใหน้ กั เรียนเล่นเกม แลว้ แจ้งชอ่ื เกม วตั ถปุ ระสงค์ และกตกิ าในการเลน่ เกม
ดงั น้ี
- ช่ือเกม คอื ตดิ ภาพสารทอ่ี ย่ใู นสถานะของเหลว
- วัตถุประสงค์ คือ เพ่อื ให้นักเรียนสามารถวิเคราะหแ์ ละอธบิ ายสารที่อย่ใู นสถานะของเหลวได้
- กตกิ า คือ กลุม่ ทีต่ ิดภาพสสารที่อยู่ในสถานะของเหลวไดม้ ากและถูกตอ้ งทีส่ ดุ ในเวลาทค่ี รกู าหนด
จะเปน็ กลุ่มทชี่ นะ

8. ครอู ธบิ ายวธิ กี ารเลน่ เกมตามลาดบั ขัน้ ตอน เพือ่ ให้นักเรียนมีความรูค้ วามเข้าใจท่ีถูกตอ้ งชดั เจน ดงั นี้
1) แตล่ ะกลุ่มจะมเี วลากลุ่มละ 10 นาที เพ่ือให้ชว่ ยกันนาภาพสสารท่ีอยู่ในสถานะของเหลวทค่ี รูเตรยี ม
ไว้ให้ไปตดิ ไว้บนกระดาน
2) แตล่ ะกลุ่มเข้าแถวเรียงตอนลึก จากน้ันใหอ้ อกมาเลอื กบัตรภาพของสสารท่อี ยใู่ นสถานะของเหลว
ที่วางรวมกับสสารท่ีอยใู่ นสถานะอื่นๆ แลว้ นาไปติดไว้บนกระดานคนละชื่อ
3) เมื่อติดเสร็จใหว้ ิ่งไปต่อท้ายเพือ่ นในแถวเดิม คนถัดไปออกไปเลือกบตั รภาพเหมือนคนแรกทาแบบนี้
ไปเร่ือยๆ เมอ่ื ครูสัง่ ใหห้ ยุด ให้นักเรียนหยุดเขียนและน่งั ลงทันที

9. นักเรียนทบทวนลาดับข้ันตอนการเล่นเกม 1 รอบ กอ่ นการเล่นจริง
10. สมาชิกในแต่ละกลุ่มร่วมกันเล่นเกม “ติดภาพสสารท่ีอยู่ในสถานะของเหลว” โดยครูคอยสังเกต

ควบคุมดแู ล และกระตุ้นให้นกั เรียนมีสว่ นรว่ มในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
11. ครูตรวจสอบความถูกต้อง และมอบรางวัลให้กลมุ่ ทช่ี นะ
12. นักเรียนแต่ละคนทากิจกรรมหนูตอบได้จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 29 ลงในสมดุ ประจาตัว

นักเรียน หรอื ลงในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ หน้า 38
13. ครูตั้งคาถามเพอื่ ให้นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายว่า เพราะเหตุใดของเหลวจงึ ไม่สามารถรกั ษารูปรา่ งให้

คงทไี่ ด้เหมอื นของแข็ง
(แนวตอบ : เพราะอนภุ าคของของเหลวอยหู่ า่ งกนั ทาใหเ้ คลื่อนทีไ่ ด้มากขนึ )
14. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสบื คน้ ข้อมลู จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนา้ 33 และร่วมกัน
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั คาถาม
15. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมาเขยี นคาตอบหน้ากระดาน
16. ครูและนักเรียนทกุ คนร่วมกันตรวจคาตอบบนกระดาน
(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล)

89

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 8 สมบัติของของเหลว

ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูให้นักเรียนสรุปความรจู้ ากการเรียนจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า สสารท่ีอยู่ในสถานะของเหลว มมี วล

ตอ้ งการทอี่ ยู่ สามารถสัมผัสได้ มีรปู รา่ งเปล่ียนแปลงตามภาชนะทบี่ รรจุ มีปริมาตรคงท่ี มีอนุภาคอยู่หา่ ง
กนั มากกว่าของแขง็ ทาให้เคลื่อนท่ีได้มากขึน และระดับผวิ หน้าของของเหลว จะอยู่ในแนวราบเสมอ
2. ครปู ระเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชัน้ เรยี น
3. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมที่ 2 เรอ่ื ง สมบัติของของเหลว ในสมุดประจาตัวนักเรียน หรือตรวจใน
แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ หนา้ 36-37
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรร มหนูตอบได้ใน สมุดประจาตัวนักเรียน หรือตรวจใน แบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ หน้า 38

7. การวัดและประเมินผล

รายการวดั วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมนิ

7.1 ประเมินระหว่าง - สมดุ ประจาตัว หรือ - ร้อยละ 60
แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์
การจดั กจิ กรรม วทิ ยาศาสตร์ ป.4
เล่ม 2 หนา้ 36-37
การเรยี นรู้

1) ผลบนั ทึกการทา - ตรวจสมุดประจาตัว

กิจกรรมที่ 2 หรอื แบบฝึกหดั

วิทยาศาสตร์ ป.4

เล่ม 2 หนา้ 36-37

2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจาตวั - สมุดประจาตวั หรือ - ร้อยละ 60
หรือแบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด ผ่านเกณฑ์
วิทยาศาสตร์ ป.4 วทิ ยาศาสตร์ ป.4
เลม่ 2 หนา้ 38 เลม่ 2 หน้า 38

3) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2

90

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร ผลงาน/ผลการทา การนาเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
แผนฯ ที่ 8 สมบตั ิของของเหลว กิจกรรม
- สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
ผลการทากจิ กรรม การทางานกล่มุ การทางานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
- สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมิน
4) พฤติกรรม ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่นั คณุ ลักษณะ - ระดับคณุ ภาพ 2
การทางานกลุ่ม ในการทางาน อันพงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์

5) คณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์

8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สื่อการเรียนรู้
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 วัสดุและสสาร
2) แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วัสดุและสสาร
3) วสั ดุ-อุปกรณ์การทดลองในกิจกรรมท่ี 2 เช่น น้าผสมสีฟ้า น้าเปล่า น้าหวานสีแดง บีกเกอร์
กระบอกตวง หลอดฉดี ยา แก้วพลาสติกใส ขวดพลาสติกใส กล่องพลาสติกใส เครื่องชั่งดิจทิ ัล
เป็นตน้
4) สมดุ ประจาตัวนักเรยี น

8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) ห้องเรยี น
3) อินเทอรเ์ น็ต

91

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 8 สมบตั ิของของเหลว

9. ความเหน็ ของผูบ้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผ้ทู ไี่ ดร้ ับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงช่อื .................................
( ................................ )

ตาแหน่ง .......

10. บนั ทึกผลหลงั การสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

 ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางภูมิศาสตร์

 ดา้ นอน่ื ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรอื พฤตกิ รรมท่มี ีปญั หาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

92

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบัติของแกส๊

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9

สมบัติของแกส๊

เวลา 4 ชว่ั โมง

1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั

ว 2.1 ป.4/3 เปรียบเทยี บสมบัติของสสารท้ัง 3 สถานะจากข้อมูลท่ีได้จากการสงั เกต มวล

การตอ้ งการทีอ่ ยู่ รูปรา่ งและปริมาตรของสสาร

ว 2.1 ป.4/4 ใชเ้ ครือ่ งมือเพ่ือวัดมวล และปริมาตรของสสารท้งั 3 สถานะ

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายสมบัตขิ องแกส๊ ได้ (K)
2. เปรยี บเทยี บสมบตั ิของแก๊สได้ (P)
3. วิเคราะห์สมบัติของแก๊สได้ (P)
4. ใชเ้ ครือ่ งมือเพอ่ื วดั มวล และปรมิ าตรของสสารทอ่ี ยู่ในสถานะของแก๊สได้ (P)
5. ให้ความร่วมมอื ในการทากจิ กรรมกลุ่ม และมคี วามรับผดิ ชอบในการสง่ งานตรงเวลา (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
สมบตั ิของแก๊ส มมี วล ตอ้ งการท่อี ยู่ มรี ูปร่าง
และปริมาตรเปลย่ี นไปตามภาชนะท่ีแกส๊ บรรจุ

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

สมบตั ิของแก๊ส คือ มมี วล ต้องการที่อยู่ สามารถสัมผสั ได้ มีรูปร่างและปริมาตรเปล่ียนแปลงตาม
ภาชนะที่บรรจุ มีอนุภาคกระจายหา่ งจากกันมากกวา่ ของเหลว ทาให้เคล่ือนทไี่ ดท้ กุ ทิศทาง

93

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบัติของแกส๊

5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี นและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. มุ่งมัน่ ในการทางาน

สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
2) ทกั ษะการสารวจคน้ หา
3) ทักษะการระบุ
4) ทกั ษะการสรปุ อ้างองิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรียนรู้

 แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es)

ชวั่ โมงท่ี 1

ขั้นนา

ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครสู นทนากับนักเรียนโดยถามนกั เรยี นว่า นักเรียนทราบหรอื ไม่วา่ วันนจ้ี ะได้เรียนรู้เกย่ี วกบั เรอื่ งอะไร
แลว้ ใหน้ ักเรียนช่วยกนั ตอบคาถาม จากน้นั ครแู จ้งชอื่ เรื่องท่ีจะเรียนรู้ และตวั ช้วี ัดใหน้ กั เรยี นทราบ

94


Click to View FlipBook Version