หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบตั ขิ องแกส๊
2. ครขู ออาสานกั เรยี น 1 คน มาเป่าลมใส่ลูกโป่ง 1 ใบ แล้วใช้หนังยางมัดไว้ให้แนน่ ครูใหน้ ักเรียนในช้ัน
เรยี นสงั เกตลูกโป่ง
3. ครูตงั้ คาถามถามนักเรยี นเพ่ือกระตุ้นความคิดว่า นกั เรียนคดิ วา่ ในลูกโป่งท่ีเป่าแล้วมีอะไรอยู่ข้างใน และ
อยใู่ นสถานะใด
(แนวตอบ : อากาศ อยู่ในสถานะแก๊ส)
(หมายเหตุ : ครูเร่ิมประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)
ขน้ั สอน
ขั้นสารวจค้นหา (Explore)
1. ครูตง้ั คาถามถามนักเรยี นว่า แก๊สมรี ปู ร่างคงทหี่ รอื ไม่ โดยให้นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคาถามอยา่ งอสิ ระ
(แนวตอบ : แก๊สมรี ูปร่างเปลีย่ นแปลงตามภาชนะท่ีบรรจุ)
2. นกั เรียนทกุ คนรว่ มกันอภิปรายและตอบคาถามไดอ้ ย่างอิสระ โดยครูยังไมเ่ ฉลยคาตอบ
3. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่านักเรียน จะได้คาตอบจากการทากิจกรรมท่ี 3 เรื่อง สมบัติของแก๊ส
ตอนท่ี 1 จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนา้ 30
4. ครูแบ่งกลมุ่ ให้นกั เรียน กลมุ่ ละ 4 คน โดยคละตามความสามารถ
5. ครูใช้วิธีสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรยี นรู้ โดยครูจับฉลากเลือก
นักเรียน 2 กลมุ่ จากน้ันใหอ้ อกมาสาธติ การทากิจกรรมท่ี 3 เรื่อง สมบตั ิของแกส๊ ตอนที่ 1 จากหนงั สือ
เรียนวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 30
6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มช่วยกันสงั เกตการสาธติ การทากิจกรรมจากกลมุ่ สาธิต
7. สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันนาผลการสังเกตบันทึกลงในสมุดประจาตัวนักเรียนหรือในแบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน้า 41
8. ครูต้ังคาถามถามนักเรียนวา่ แกส๊ มีมวลหรือไม่ และนักเรยี นสามารถหาคาตอบได้อย่างไร” จากน้ัน
นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ ราย โดยยงั ไมเ่ ฉลยคาตอบ
9. ครูใช้วิธีสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรยี นรู้ โดยครูจับฉลากเลือก
นกั เรยี น 2 กลุ่ม จากน้นั ใหอ้ อกมาสาธิตการทากจิ กรรมที่ 3 เร่อื ง สมบตั ิของแกส๊ ตอนท่ี 2 จากหนังสือ
เรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 30-31
95
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ท่ี 9 สมบัตขิ องแกส๊
10. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ช่วยกันสังเกตการสาธติ การทากิจกรรมจากกล่มุ สาธติ
11. สมาชิกในกลุ่มช่วยกันนาผลการสังเกตบันทึกลงในสมุดประจาตัวนักเรียน หรือใน แบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ หนา้ 41
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)
ชัว่ โมงท่ี 2
ขัน้ สารวจคน้ หา (Explore) (ต่อ)
12. ครูตั้งคาถามถามนักเรียนว่า สสารท่ีอยู่ในสถานะแก๊สมีปริมาตรคงท่หี รือไม่ โดยใหน้ ักเรียนร่วมกัน
ตอบคาถามอย่างอสิ ระ
(แนวตอบ : แกส๊ มีปริมาตรเปล่ยี นแปลงตามภาชนะทบี่ รรจุ)
13. ครูอธบิ ายให้นกั เรียนฟังวา่ นกั เรียนจะไดค้ าตอบจากการทากิจกรรมท่ี 3 เรื่อง สมบตั ิของแก๊ส
ตอนที่ 3 จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ หน้า 30-31
14. ครแู บง่ กลมุ่ ให้นักเรยี น กล่มุ ละ 4 คน โดยคละตามความสามารถ
15. ครูใชว้ ิธีสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครูจับฉลากเลือก
นกั เรยี น 2 กลมุ่ จากน้นั ใหอ้ อกมาสาธติ การทากิจกรรมที่ 3 เร่อื ง สมบตั ิของแก๊ส ตอนท่ี 3 จากหนังสือ
เรียนวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 30-31
16. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั สังเกตการสาธติ การทากจิ กรรมจากกลมุ่ สาธติ
17. สมาชิกทุกคนในกลุ่มชว่ ยกันนาผลการสงั เกตบนั ทึกลงในสมุดประจาตวั นกั เรยี น หรือในแบบฝกึ หัด
วทิ ยาศาสตร์ หน้า 42
18. เมื่อทากจิ กรรมเสร็จแลว้ ให้ครูถามนักเรยี นว่า สสารทอ่ี ยใู่ นสถานะแก๊สต้องการทีอ่ ยู่หรือไม่ โดยให้
นักเรียนรว่ มกันตอบคาถามอยา่ งอิสระ
(แนวตอบ : แกส๊ ต้องการทอี่ ยู่)
19. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า นักเรียนจะได้คาตอบจากการทากิจกรรมที่ 3 เรื่อง สมบัติของแก๊ส
ตอนที่ 4 จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ หนา้ 30-31
20. ครูใชว้ ิธีสอนโดยใช้การสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยครจู ับฉลากเลือก
นักเรียน 2 กลุ่ม จากนั้นให้ออกมาสาธิตการทากจิ กรรม เร่ือง สมบตั ิของแกส๊ ตอนที่ 4 จากหนังสือ
เรียนวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 30-31
96
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบตั ขิ องแกส๊
21. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั สงั เกตการสาธิตการทากิจกรรมจากกล่มุ สาธิต
22. สมาชิกในกลุ่มช่วยกันนาผลการสังเกตบันทึกลงในสมุดประจาตัวนักเรียน หรอื ใน แบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ หนา้ 42
(หมายเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนกั เรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม)
ชว่ั โมงที่ 3
ขั้นอธิบายความรู้ (Explain)
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ชนั้ เรียนทีละกลุม่ จนครบทุกกล่มุ
2. นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายและสรุปผลการทากจิ กรรมให้ไดว้ ่า อากาศในลูกโป่งอยู่ในสถานะแก๊ส มีมวล
ตอ้ งการทีอ่ ยู่ มรี ปู รา่ งและปรมิ าตรเปลีย่ นแปลงตามภาชนะทบี่ รรจุ
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุม่ )
ข้นั สรุป
ข้ันขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. นกั เรียนแตล่ ะคนทากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ หนา้ 31 ลงในสมุดประจาตัว
นักเรียน หรอื ทาลงในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ หนา้ 43
2. ครูชูบัตรภาพต่างๆ เช่น สมดุ นา้ ด่ืม อากาศในบอลลนู อากาศในลูกโป่ง ก้อนหิน ไอนา้ เป็นตน้ จากนั้น
ให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบว่า สสารใดอยใู่ นสถานะแก๊ส เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : อากาศในบอลลนู อากาศในลูกโป่ง และไอนา เป็นสสารท่ีอยใู่ นสถานะแกส๊ เพราะมีมวล
ต้องการท่ีอยู่ สามารถสมั ผสั ได้ มีรปู ร่างและปรมิ าตรเปลี่ยนแปลงตามภาชนะท่บี รรจุ)
3. ครตู ้ังประเดน็ คาถามเพ่ือให้นักเรียนร่วมกนั อภิปรายวา่ แก๊สมีอนุภาคเหมอื นกนั หรอื แตกต่างกบั ของแข็ง
และของเหลวหรอื ไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ : แตกต่างกนั เพราะอนภุ าคของแกส๊ กระจายห่างจากกันมากกว่าของเหลว ทาให้เคล่ือนท่ีไดท้ ุก
ทศิ ทาง)
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั สืบค้นขอ้ มลู จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 34 จากนัน้ ร่วมกนั แสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับคาถาม
97
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วัสดุและสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบตั ขิ องแก๊ส
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาเขียนคาตอบหน้ากระดาน แลว้ ร่วมกันตรวจสอบคาตอบ
6. ครูถามคาถามท้าทายการคิดข้นั สงู จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ หน้า 34 วา่ ถ้านักเรียนต้องการเล่น
ลูกโป่ง แต่ไม่มีแรงในการเปา่ ลมเข้าไปภายในลูกโป่ง นักเรียนจะเลือกใช้วิธีดารใดแทนการเป่าลม
เพราะอะไร
(แนวตอบ : เลือกใชน้ า เพราะนาอยใู่ นสถานะของเหลว มีรปู รา่ งเปล่ียนแปลงตามภาชนะที่บรรจุ จึง
สามารถบรรจลุ งในลกู โปง่ ได้ และสามารถนาลูกโป่งมาเล่นได้เช่นกนั )
ช่ัวโมงที่ 4
ข้ันขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) (ต่อ)
7. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสบื ค้นข้อมลู จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 35-36 และศกึ ษาจาก Powerpoint
เรื่องสถานะของสสาร จากนนั้ ชว่ ยกันคิดวิธีการนาเสนอวธิ ีการหามวลและหาค่าปรมิ าตรของแก๊ส เช่น
ทาเป็นแผนภาพ การสาธิตวิธกี ารทดลอง เปน็ ตน้ เพ่ือเตรียมออกมานาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน
8. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั ออกมานาเสนอวิธีการหามวลและหาคา่ ปริมาตรของแก๊ส
9. นกั เรียนกลุ่มอนื่ ๆ ผลัดกนั ให้คะแนนกลุ่มที่ออกมานาเสนอ จากนั้นครูรวบรวมคะแนนแลว้ นามา รวมกับ
คะแนนของครู กลมุ่ ใดไดค้ ะแนนรวมสงู สุด คือ กลุ่มที่ชนะ
10. ครูมอบรางวลั ให้กลุม่ ท่ชี นะ เพอื่ เปน็ กาลังใจ
11. นกั เรียนแต่ละคนทากจิ กรรมสรุปความรบู้ ทที่ 2 ลงในแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์ หนา้ 44
12. นักเรียนแต่ละคนทากิจกรรมฝึกทักษะบทท่ี 2 จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 37-38 ลงในสมุด
ประจาตัวนกั เรียน หรอื ทาลงในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 45-47
13. นักเรียนแตล่ ะคนทากจิ กรรมทา้ ทายการคิดข้ันสงู บทท่ี 2 ลงในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 48
14. นักเรียนกลุ่มเดมิ ช่วยกันทากิจกรรมสร้างสรรค์ผลงาน จากหนังสือ เรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 38 หรือ
แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ หน้า 49 เป็นการบา้ น
15. นักเรียนแต่ละคนทาทบทวนทา้ ยหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ หนา้ 50-53
16. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เพอื่ ตรวจสอบความรูข้ องนักเรียนหลังทากิจกรรม
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล)
ขั้นตรวจสอบผล (Evaluate)
98
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบตั ขิ องแก๊ส
1. ให้นักเรียนดตู ารางตรวจสอบตนเอง จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ หน้า 36 จากนน้ั ครูถามนักเรยี นเป็น
รายบุคคลตามรายการขอ้ 1-5 จากตาราง เพ่ือเป็นการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของนักเรียน
หลงั จากการเรียน หากนักเรยี นคนใดตรวจสอบตนเองโดยให้อยู่ในเกณฑ์ที่ควรปรบั ปรุง ให้ครทู บทวน
บทเรยี นหรือหากจิ กรรมอ่นื ซอ่ มเสรมิ เพอื่ ใหน้ ักเรยี นมคี วามรูค้ วามเข้าใจในบทเรียนมากข้นึ
2. ครูประเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล
พฤติกรรมการทางานกลุม่ และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหน้าชัน้ เรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมท่ี 3 เรือ่ ง สมบัตขิ องแก๊ส ในสมดุ ประจาตวั นักเรยี น หรอื ในแบบฝกึ หัด
วิทยาศาสตร์ หนา้ 41-42
4. ครูตรวจสอบผลการทากิจ กรรมหนูตอบได้ในสมุดประจาตัวนักเรียน หรือตรวจในแบบฝึกหัด
วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 43
5. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมสรุปความรูบ้ ทที่ 2 ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ หน้า 44
6. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมฝึกทักษะบทที่ 2 ในสมุดประจาตัวนกั เรยี น หรือตรวจในแบบฝึกหัด
วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 45-47
7. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมทา้ ทายการคดิ ข้นั สงู บทที่ 2 ในแบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ หน้า 48
8. ครตู รวจช้ินงานสมุดภาพจาแนกสถานะของสสาร และการนาเสนอชนิ้ งาน/ผลงาน หน้าชัน้ เรียน
9. ครตู รวจสอบผลการทาทบทวนท้ายหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ หนา้ 50-53
10. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน
99
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบัติของแกส๊
7. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวัด วิธีการ เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 การประเมนิ - ตรวจสมุดภาพจาแนก
- แบบประเมินชิน้ งาน/ - ระดับคุณภาพ 2
ชนิ้ งาน/ภาระงาน สถานะของสสาร
(รวบยอด) ภาระงาน ผา่ นเกณฑ์
7.2 ประเมนิ ระหว่าง
การจดั กิจกรรม - ตรวจสมดุ ประจาตวั - สมุดประจาตวั หรอื - ร้อยละ 60
การเรยี นรู้ หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัด ผา่ นเกณฑ์
1) ผลบันทกึ การทา วิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 วทิ ยาศาสตร์ ป.4
หน้า 41-42 เล่ม 2 หนา้ 41-42
กิจกรรมท่ี 1
2) กจิ กรรมหนตู อบได้ - ตรวจสมุดประจาตัว - สมดุ ประจาตัว หรอื - รอ้ ยละ 60
หรือแบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์
3) กจิ กรรมสรปุ วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 วทิ ยาศาสตร์ ป.4
ความรู้ หนา้ 43 เล่ม 1 หน้า 43 - ระดบั คุณภาพ 2
- ตรวจสมุดประจาตัว - สมุดประจาตวั หรือ ผ่านเกณฑ์
4) กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 วิทยาศาสตร์ ป.4 - ระดบั คุณภาพ 2
5) กจิ กรรมทา้ ทาย หน้า 44 เล่ม 2 หน้า 44 ผา่ นเกณฑ์
การคดิ ข้นั สงู - ตรวจสมดุ ประจาตัว - สมดุ ประจาตวั หรือ
หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัด - ระดบั คณุ ภาพ 2
6) กิจกรรมทบทวน วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 วิทยาศาสตร์ ป.4 ผา่ นเกณฑ์
ท้ายหน่วย หนา้ 45-47 เล่ม 2 หน้า 45-47
- ตรวจสมุดประจาตัว - สมุดประจาตวั หรือ - รอ้ ยละ 60
หรือแบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด ผ่านเกณฑ์
วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 วทิ ยาศาสตร์ ป.4
หนา้ 48 เล่ม 2 หนา้ 48
- ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหดั
วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 วิทยาศาสตร์ ป.4
100
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบัตขิ องแกส๊
7) การนาเสนอผลงาน/ หน้า 50-53 เล่ม 2 หน้า 50-53 - ระดับคณุ ภาพ 2
ผลการทากจิ กรรม - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมิน ผ่านเกณฑ์
ผลงาน/ผลการทา
กิจกรรม การนาเสนอผลงาน
รายการวดั วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
8) พฤติกรรม - สงั เกตพฤตกิ รรม
การทางานกลมุ่ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทางานกลมุ่ - สงั เกตความมีวนิ ัย
9) คุณลักษณะ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุง่ มน่ั การทางานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์
ในการทางาน
อนั พงึ ประสงค์ - แบบประเมิน - ระดบั คุณภาพ 2
7.3 การประเมิน คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
หลังเรียน
1) ทบทวนท้าย อนั พงึ ประสงค์
หน่วยการเรียนรู้
ที่ 3 วสั ดแุ ละ - ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หัด - ประเมินตาม
สสาร วิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 วทิ ยาศาสตร์ สภาพจรงิ
2) แบบประเมนิ หน้า 50-53 ป.4 เลม่ 2
หลังเรียน หนว่ ย หน้า 50-53 - ร้อยละ 60
การเรยี นรทู้ ี่ 3 - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบ ผ่านเกณฑ์
วสั ดุและสสาร หลงั เรียน หลังเรยี น
8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วสั ดแุ ละสสาร
3) วัสดุ-อุปกรณ์การทดลองในกจิ กรรมที่ 3 เช่น คานไม้ เชือก หลอดดดู น้าเปล่า เคร่ืองช่งั ดจิ ทิ ัล
น้าผสมสฟี า้ ลูกโป่ง กะละมัง หนังยาง หลอดฉดี ยา แกว้ พลาสติกใส เป็นต้น
101
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบตั ขิ องแกส๊
4) บัตรภาพตัวอย่างสสาร
5) Powerpoint เรอ่ื ง สถานะของสสาร
6) วสั ดุ-อปุ กรณ์กิจกรรมสร้างสรรคผ์ ลงาน
7) สมดุ ประจาตัวนกั เรียน
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) หอ้ งเรยี น
3) อนิ เทอรเ์ นต็
บตั รภาพ
นา้ ดื่ม
102
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 วสั ดแุ ละสสาร
แผนฯ ท่ี 9 สมบตั ขิ องแกส๊
อากาศในบอลลนู
ไอน้า
103
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 วสั ดุและสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบตั ขิ องแก๊ส
บตั รภาพ
กอ้ นหิน
104
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 วัสดแุ ละสสาร
แผนฯ ที่ 9 สมบตั ขิ องแกส๊
บตั รภาพ
สมดุ ปากกา
อากาศในลูกโปง่
105
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 วสั ดแุ ละสสาร .................................
แผนฯ ท่ี 9 สมบัติของแกส๊ ................................ )
9. ความเห็นของผูบ้ ริหารสถานศึกษาหรอื ผทู้ ี่ไดร้ ับมอบหมาย .......
ขอ้ เสนอแนะ
ลงช่อื
(
ตาแหน่ง
10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ด้านความสามารถทางภมู ศิ าสตร์
ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเดน่ หรอื พฤติกรรมท่ีมีปญั หาของนักเรยี นเป็นรายบคุ คล (ถ้าม)ี )
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางการแก้ไข
106
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ท่ี 1 เรยี นรู้ระบบสรุ ิยะ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1
เรยี นรู้ระบบสรุ ยิ ะ
เวลา 2 ชวั่ โมง
1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ว 3.1 ป.4/3 สร้างแบบจาลองแสดงองคป์ ระกอบของระบบสรุ ิยะ และอธบิ ายเปรียบเทียบคาบ
การโคจรของดาวเคราะหต์ า่ งๆ จากแบบจาลอง
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกส่วนประกอบของระบบสรุ ยิ ะได้ (K)
2. มีความสนใจใฝเ่ รียนรู้ (A)
3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ
พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ระบบสุรยิ ะเปน็ ระบบท่มี ีดวงอาทิตย์เปน็
ศูนยก์ ลาง และมีดาวบริวารโคจรอยู่โดยรอบ ระบบ
สรุ ยิ ะประกอบดว้ ย ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะหแ์ ปด
ดวง ดาวเคราะหแ์ คระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง
อุกกาบาต และวตั ถขุ นาดเล็กอน่ื ๆ
4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
ระบบสุริยะเป็นระบบของดวงดาวที่ต้งั อยใู่ นดาราจักรทางช้างเผือก ซ่งึ มีดวงอาทติ ย์เปน็ ศูนยก์ ลาง
5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรยี นรู้
1) ทักษะการสังเกต 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน
123
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 1 เรียนรู้ระบบสรุ ิยะ
2) ทกั ษะการสารวจคน้ หา
3) ทกั ษะการสรปุ อ้างอิง
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ช่วั โมงท่ี 1
ขั้นนา
ข้ันกระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามว่า นกั เรียนทราบหรอื ไมว่ า่ วันนจ้ี ะไดเ้ รียนรู้เกย่ี วกบั เรือ่ งอะไร แล้ว
ให้นกั เรียนช่วยกนั ตอบคาถาม จากนน้ั ครแู จ้งชอ่ื เรอ่ื งท่จี ะเรยี นรู้ และตวั ชี้วัดให้นักเรยี นทราบ
2. นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เพือ่ วัดความรู้เดิมของนักเรยี นกอ่ นเข้าสู่กจิ กรรม
3. นกั เรยี นแต่ละคนอ่านสาระสาคญั และดภู าพ หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของ
ดวงจันทร์ จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน้า 40 แล้วให้นักเรียนทกุ คนร่วมกันแสดง
ความคิดเหน็ อย่างอสิ ระวา่ เรามองเห็นดวงจนั ทร์ได้ในเวลากลางวันหรอื กลางคืน
(แนวตอบ : เรามองเห็นดวงจนั ทรไ์ ด้ทัง้ ในเวลากลางวันและกลางคืน แต่มองเห็นได้ในบางวันและ
บางเวลา)
4. นกั เรียนแต่ละคนเรียนรู้คาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในบทที่ 1 โดยครูเป็นผ้อู ่านนาและให้
นักเรยี นอา่ นตาม ดังนี้
Solar System (‘โซลึ ‘ซิสตึม) ระบบสรุ ยิ ะ
Star (สตา) ดาวฤกษ์
Planet (‘แพลน็ นิท) ดาวเคราะห์
Comet (‘คอ็ มเม็ท) ดาวหาง
Dwarf Planet (ดวอฟ ‘แพล็นนิท) ดาวเคราะห์แคระ
124
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ที่ 1 เรยี นรรู้ ะบบสรุ ิยะ
5. นักเรียนดภู าพจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 41 จากน้นั ครูถามคาถามสาคัญประจาบทว่า
นักเรียนรู้จักดวงดาวใดในระบบสุริยะบ้าง จากนั้นครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น
อย่างอิสระในการตอบคาถาม
(แนวตอบ : เชน่ ดวงอาทิตย์ ดาวพธุ ดาวศุกร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส
ดาวเนปจูน เปน็ ตน้ )
6. นกั เรียนแต่ละคนวาดภาพพร้อมระบายสีองคป์ ระกอบของระบบสุริยะที่นักเรียนรู้จกั ลงในสมุด
ประจาตัวนกั เรียน หรือใหน้ กั เรียนทากิจกรรมนาสู่การเรียนในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2
หน้า 54
(หมายเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรยี น โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล)
ขน้ั สอน
ขน้ั สารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูนาบตั รภาพระบบสุริยะ มาใหน้ กั เรยี นสังเกตและร่วมกันแสดงความคิดเหน็ ว่า เป็นภาพจาลอง
ของอะไร และต้องการแสดงใหเ้ ราทราบเรื่องอะไร
2. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน ให้ออกมาแสดงความคดิ เห็นหนา้ ชัน้ เรียน
3. ครูอธบิ ายเชอื่ มโยงให้นักเรยี นเข้าใจถึงระบบสุริยะทม่ี ีดวงอาทิตย์เปน็ ศูนย์กลาง และมดี าวบริวาร
โคจรโดยรอบ ได้แก่ ดาวเคราะห์แปดดวง ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง อุกกาบาต
และวัตถขุ นาดเล็กอนื่ ๆ
4. ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยคละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง
(คอ่ นขา้ งเก่ง) ปานกลาง (ค่อนขา้ งอ่อน) และออ่ น แลว้ ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้ เรอ่ื ง ระบบ
สุรยิ ะ จากหนังสือเรียน หรือแหล่งขอ้ มลู อ่นื ๆ
5. นักเรยี นแต่ละคนในกลุ่มทาใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง ระบบสรุ ยิ ะ ตามแผนทีไ่ ด้วางไว้ เสรจ็ แล้วทบทวน
คาตอบทถ่ี กู ตอ้ งของใบงาน
ชั่วโมงท่ี 2
125
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ที่ 1 เรยี นร้รู ะบบสุริยะ
ขน้ั อธิบายความรู้ (Explain)
1. นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มผลัดกนั อภปิ รายคาตอบในใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง ระบบสรุ ิยะ ของตนเองให้
เพ่ือนในกลมุ่ ฟงั หากมสี ว่ นท่ีบกพรอ่ งให้เพอ่ื นในกลมุ่ ช่วยแกไ้ ขและเพ่ิมเติมคาตอบใหถ้ ูกต้อง
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทน เพื่อออกมานาเสนอคาตอบในใบงานที่ 4.1 เรือ่ ง ระบบสุริยะ
หน้าชน้ั เรยี น โดยมคี รูคอยตรวจสอบความถกู ตอ้ งและเสนอแนะเพ่ิมเตมิ ในสว่ นทบ่ี กพร่อง
3. ครูนาบัตรภาพระบบสรุ ิยะให้นักเรียนดูอกี ครงั้ และอธิบายเพิ่มเติม เพื่อให้นกั เรียนเกิดความรู้
ความเข้าใจมากยิ่งขึน้
ข้นั สรปุ
ขนั้ ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
ครูตั้งคาถามถามนกั เรียนเพ่ือขยายความรู้ให้นกั เรยี น โดยถามคาถามนกั เรยี น ดงั นี้
● ดวงอาทิตย์มคี วามสาคัญตอ่ ระบบสรุ ิยะหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : ดวงอาทิตย์มีความสาคัญต่อระบบสุริยะ เนื่องจากดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน
ความร้อนและแสงสว่างแกด่ าวเคราะห์ดวงอ่ืน ๆ)
● เพราะเหตุใดเราจงึ มองเหน็ ดวงอาทิตยเ์ ปน็ วงกลมโตอยู่บนท้องฟา้
(แนวตอบ : เพราะดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษท์ ่ีอยใู่ กล้โลกมากท่สี ุด)
ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครสู ุ่มนักเรียน 2-3 คน แลว้ ให้บอกความรทู้ ไ่ี ด้จากการเรียนในสองชวั่ โมงน้ี โดยใหเ้ พื่อนในช้ันเรยี น
ช่วยกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่าถูกตอ้ งหรือไม่ และมีครูคอยแนะนาสว่ นทบ่ี กพร่อง
2. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจก่อนเรียนของนกั เรยี น
3. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
พฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าชนั้ เรยี น
126
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ที่ 1 เรียนรู้ระบบสรุ ยิ ะ
4. ครูตรวจสอบการวาดภาพองคป์ ระกอบของระบบสุริยะ หรือตรวจผลการทากจิ กรรมนาสู่การเรยี น
ในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ หนา้ 54
5. ครูตรวจสอบผลการทาใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง ระบบสรุ ยิ ะ
7. การวัดและประเมินผล
รายการวดั วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
7.1 การประเมิน
กอ่ นเรยี น
1) แบบทดสอบก่อน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ประเมนิ ตาม
สภาพจรงิ
เรียน หนว่ ยการ กอ่ นเรียน
เรยี นร้ทู ี่ 4 ระบบ
สรุ ยิ ะและการปรากฏ
ของดวงจันทร์
2) กิจกรรมนาสู่ - ตรวจสมุดประจาตวั - สมดุ ประจาตวั หรือ - ร้อยละ 60
แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑ์
การเรียน หรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์
ป.4 เลม่ 2 หนา้ 54 เกณฑก์ ารประเมนิ
วิทยาศาสตร์ ป.4
เครอ่ื งมอื
เลม่ 2 หนา้ 54
รายการวัด วิธีการ
7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง
การจดั กิจกรรม
การเรียนรู้
1) อธิบาย - ตรวจใบงานที่ 4.1 - ใบงานท่ี 4.1 - ร้อยละ 60
ผ่านเกณฑ์
ส่วนประกอบ
ของระบบสรุ ยิ ะ
2) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมิน - ระดับคณุ ภาพ 2
การนาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
ผลการทากจิ กรรม ผลงาน/ผลการทา
กิจกรรม
3) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
127
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 1 เรยี นรู้ระบบสรุ ิยะ
การทางาน การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
4) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทางานกลุม่ การทางานกลุ่ม การทางานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์
5) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี ินัย - แบบประเมิน
อันพงึ ประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งม่ัน คณุ ลักษณะ - ระดบั คุณภาพ 2
ในการทางาน อันพึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของ
ดวงจันทร์
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของ
ดวงจันทร์
3) ใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง ระบบสรุ ิยะ
4) สมุดประจาตวั นักเรยี น
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) ห้องเรียน
3) อินเทอร์เน็ต
บตั รภาพ
1. ดาวพธุ 8. ดาวเนปจนู
7. ดาวยเู รนสั
2. ดาวศุกร์ 6. ดาวเสาร์
3. โลก
4. ดาวองั คาร
128
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์ ดาวเคราะห์แคระ พลโู ต
แผนฯ ที่ 1 เรียนรู้ระบบสุรยิ ะ
5. ดาวพฤหสั บดี
ภาพจาลองระบบสรุ ิยะ
ท่มี า : ศริ ริ ตั น์ วงศศ์ ริ ิ และรกั ซ้อน รตั น์วจิ ติ ต์เวช. 2552. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ ป.4.
กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
ใบงานท่ี 4.1
เรือ่ ง ระบบสุรยิ ะ
คาช้ีแจง : ให้นกั เรียนสบื คน้ ขอ้ มูล เรื่อง ระบบสุริยะ แล้วตอบคาถามพรอ้ มวาดภาพประกอบ
(วาดภาพ)
129
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 1 เรยี นรรู้ ะบบสุริยะ
1. ระบบสุรยิ ะ คืออะไร
2. ศูนย์กลางของระบบสุริยะ คอื อะไร
3. ระบบสรุ ิยะประกอบด้วยดาวเคราะห์ 8 ดวง ไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง
4. ดาวเคราะหด์ วงใดบา้ ง ท่ีอยู่ใกลด้ วงอาทติ ยม์ ากกวา่ โลก
5. ดาวเคราะหด์ วงใดบ้าง ที่อยูห่ า่ งจากดวงอาทิตยม์ ากกวา่ โลก
ใบงานที่ 4.1 เฉลย
เรอ่ื ง ระบบสุรยิ ะ
130
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ที่ 1 เรียนร้รู ะบบสุรยิ ะ
คาช้ีแจง : ใหน้ ักเรยี นสืบคน้ ข้อมูล เรอ่ื ง ระบบสุรยิ ะ แลว้ ตอบคาถามพรอ้ มวาดภาพประกอบ
(วาดภาพ)
1. ระบบสรุ ยิ ะ คอื อะไร
ระบบดวงดาวท่ีมีดวงอาทติ ย์เปน็ ศูนย์กลางและมบี รวิ ารโคจร
2. ศนู ยก์ ลางของระบบสุริยะ คืออะไร
ดวงอาทติ ย์
3. ระบบสุรยิ ะประกอบดว้ ยดาวเคราะห์ 8 ดวง ได้แก่อะไรบ้าง
ดาวพธุ ดาวศุกร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจนู
4. ดาวเคราะหด์ วงใดบา้ ง ทอ่ี ยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกวา่ โลก
ดาวพุธ และดาวศกุ ร์
5. ดาวเคราะห์ดวงใดบ้าง ท่ีอย่หู ่างจากดวงอาทิตยม์ ากกวา่ โลก
ดาวองั คาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยเู รนัส และดาวเนปจนู
131
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์ .................................
แผนฯ ท่ี 1 เรียนรู้ระบบสุรยิ ะ ................................ )
9. ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย .......
ข้อเสนอแนะ
ลงชือ่
(
ตาแหนง่
10. บนั ทึกผลหลงั การสอน
ดา้ นความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางภมู ิศาสตร์
ด้านอ่นื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทีม่ ีปัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปญั หา/อปุ สรรค
แนวทางการแก้ไข
132
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 1 เรยี นร้รู ะบบสุริยะ
133
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2
แบบจาลองระบบสรุ ิยะ
เวลา 4 ชั่วโมง
1. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ว 3.1 ป.4/3 สร้างแบบจาลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และอธิบายเปรยี บเทียบคาบ
การโคจรของดาวเคราะห์ตา่ งๆ จากแบบจาลอง
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายเปรียบเทยี บคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ได้ (K)
2. สรา้ งแบบจาลองเพอ่ื อธบิ ายส่วนประกอบของระบบสุริยะและคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของ
ดาวเคราะห์ได้ (P)
3. ใหค้ วามรว่ มมือในการทากจิ กรรมกลุม่ ได้ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ
ดวงอาทิตย์เปน็ ดาวฤกษ์ท่ีเป็นศนู ยก์ ลางของระบบ พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สรุ ิยะ และมบี รวิ ารโคจรอย่โู ดยรอบ ซงึ่ ดาวเคราะห์
แตล่ ะดวงจะมีคาบการโคจรรอบดวงอาทติ ยแ์ ตกตา่ ง
กนั
4. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ระบบสุริยะเป็นระบบทมี่ ีดวงอาทิตยเ์ ป็นศนู ยก์ ลาง และมีดาวบริวารโคจรอยูโ่ ดยรอบ คอื ดาวเคราะห์
แปดดวง คือ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน
นอกจากน้ี ระบบสรุ ิยะยังมีดวงจันทร์ท่ีเปน็ ดาวบริวารของดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์แคระ ดาวเคราะหน์ อ้ ย
132
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ
ดาวหาง อุกกาบาต และวตั ถุขนาดเล็กอ่ืนๆ ซง่ึ ดาวพุธ คอื ดาวเคราะห์ท่มี คี าบการโคจรรอบดวงอาทติ ยส์ ้ัน
ทส่ี ุด และดาวเนปจูนคือดาวท่มี คี าบการโคจรรอบดวงอาทติ ย์ยาวทสี่ ุด
5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี นและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มวี ินยั
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
1) ทักษะการสังเกต
2) ทกั ษะการสารวจค้นหา
3) ทกั ษะการระบุ
4) ทักษะการเปรยี บเทียบ
5) ทกั ษะการสรปุ อ้างองิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ช่ัวโมงที่ 1
ขนั้ นา
ขั้นกระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามวา่ นักเรียนทราบหรอื ไม่วา่ วันน้จี ะไดเ้ รยี นรู้เกีย่ วกบั เรื่องอะไร แล้ว
ให้นักเรียนช่วยกันตอบคาถาม จากนน้ั ครูแจง้ ช่อื เรื่องทจี่ ะเรียนรู้ และตวั ช้ีวัดใหน้ ักเรยี นทราบ
133
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ
2. ครูใหน้ ักเรยี นเล่นเกม Hangman เก่ยี วกบั ช่อื ดวงดาวในระบบสรุ ยิ ะ โดยปฏิบตั ิ ดังนี้
1) ครูขีดเส้นตามตวั อักษรของชื่อดวงดาวในระบบสรุ ิยะ เชน่ โ_ ก (โลก)
2) ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั บอกตัวอกั ษรคร้ังละ 1 ตัว ถ้าบอกถูก ครเู ขยี นลงในช่องวา่ ง ถา้ ไมถ่ ูกให้ครู
วาดเส้นคร้งั ละ 1 เส้น เปน็ ตัว Hangman
3) หากนกั เรยี นบอกตัวอักษรผิดครัง้ ท่ี 8 ตวั Hangman จะถกู แขวนคอ
3. นกั เรียนช่วยกนั รวบรวมชอ่ื ดวงดาวทต่ี อบถูก
4. นกั เรียนชว่ ยกนั บอกสง่ิ ท่ีรู้หรอื ประสบการณ์เดิมเกยี่ วกบั ระบบสุรยิ ะ
ช่ัวโมงที่ 2
ขนั้ สอน
ข้ันสารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูทบทวนความรู้ของนกั เรียน โดยนาบัตรภาพดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ มาให้นักเรียนดู แล้วให้
นกั เรียนสงั เกตและรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ ว่า คือภาพของดาวเคราะห์ดวงใด
2. นักเรียนแต่ละคนศึกษาข้อมูลเก่ียวกับองคป์ ระกอบของระบบสรุ ิยะจากหนังสือเรียน หนา้ 42
จากนัน้ ครูถามคาถามนกั เรยี นว่า ดาวเคราะหใ์ นระบบสรุ ิยะมีดาวอะไรบ้าง โดยครูยังไมเ่ ฉลย
(แนวตอบ : ดาวพุธ ดาวศกุ ร์ โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนสั และดาวเนปจูน)
3. ครอู ธิบายให้นักเรียนฟังว่า นักเรียนจะได้คาตอบจากการทากิจกรรมท่ี 1 เรื่อง แบบจาลองระบบ
สรุ ิยะ จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หนา้ 43
4. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแบบคละความสามารถ (เก่ง-ค่อนข้างเก่ง-ปานกลาง-อ่อน) ให้อยู่ในกลุ่ม
เดยี วกนั กลมุ่ ละ 3-4 คน โดยครเู ป็นผเู้ ลอื กนักเรยี นเขา้ กลุม่
5. นักเรยี นทุกคนในกลุ่มปฏบิ ัตติ ามข้ันตอนการทากิจกรรมที่ 1 เร่ือง แบบจาลองระบบสรุ ยิ ะ จาก
หนงั สอื เรียน หน้า 43 โดยให้ไปสืบค้นเพิ่มเติมเกยี่ วกับลกั ษณะของระบบสุริยะ ส่วนประกอบของ
ระบบสุรยิ ะและคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆ จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร์ หน้า 44-59
และจากแหลง่ ข้อมูลอนื่ ๆ เชน่ ห้องสมดุ อนิ เทอร์เนต็
134
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ที่ 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
6. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาขอ้ มูลท่ีได้จากการสบื ค้นมาอภิปรายร่วมกัน จากนน้ั ให้ช่วยกันออกแบบ
แบบจาลองระบบสุรยิ ะ แลว้ วาดภาพและบันทึกข้อมลู แบบจาลองระบบสุริยะลงในสมุดประจาตัว
นักเรียน หรือในแบบฝึกหดั วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หนา้ 56-57
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนเพื่อให้ออกมานาเสนอภาพแบบจาลองระบบสุริยะ พร้อมอธิบาย
สว่ นประกอบ ของระบบสุรยิ ะและคาบการโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆ ทไี่ ดอ้ อกแบบไว้
8. ครูคอยแนะนาเพ่ิมเตมิ ในส่วนท่บี กพรอ่ ง และให้ข้อเสนอแนะในสว่ นท่ีควรแกไ้ ข
9. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ปรับปรุง และแกไ้ ขภาพแบบจาลองตามท่ีครูเสนอแนะ
(หมายเหตุ : ครูเรมิ่ ประเมนิ นักเรียน โดยใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุม่ )
ช่ัวโมงท่ี 3
10. นักเรียนทุกคนช่วยกันแสดงความคิดเห็นว่า นักเรยี นได้รับประโยชน์จากการวางแผนออกแบบ
แบบจาลองระบบสรุ ิยะ ก่อนสร้างแบบจาลองหรือไม่ อย่างไร
11. นกั เรียนรวมกลมุ่ เดิม จากนั้นช่วยกันสร้างแบบจาลองตามท่ีได้ออกแบบไว้ โดยใช้อปุ กรณ์จาก
กิจกรรมท่ี 1 เร่ือง แบบจาลองระบบสรุ ยิ ะ จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ หนา้ 43
ชว่ั โมงท่ี 4
ขัน้ อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูตง้ั คาถามเพื่อทบทวนความร้นู ักเรียนวา่ ดาวดวงใดเป็นศนู ย์กลางของระบบสุรยิ ะ
(แนวตอบ : ดวงอาทติ ย)์
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอแบบจาลองทีไ่ ด้สร้างขนึ้ หน้าช้นั เรยี น พรอ้ มอธบิ ายส่วนประกอบ
ของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาวเคราะห์ตา่ งๆ ในระบบสุริยะ โดยมีครูคอยแนะนา
เพ่ิมเติมในส่วนทบ่ี กพร่อง
3. นักเรียนทุกคนร่วมกันแสดงความคิดเห็นจนได้ข้อสรุปว่า ระบบสรุ ิยะเป็นระบบที่มีดวงอาทิตย์
เป็นศูนย์กลาง และมีดาวบริวารโคจ รอยู่โดยรอบ ระบบสุริยะประกอบด้วย ดวงอาทิตย์
ดาวเคราะห์ 8 ดวง รวมท้ังดวงจันทร์บริวาร ดาวเครา ะห์แคระ ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง
อกุ กาบาต และวัตถขุ นาดเล็กอนื่ ๆ ดาวเคราะหท์ ่ีมคี าบการโคจรรอบดวงอาทติ ย์ส้ันทีส่ ุดในบรรดา
135
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ที่ 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
ดาวเคราะหท์ ้ัง 8 ดวง คือ ดาวพุธ และดาวเคราะหท์ ี่มคี าบการโคจรรอบดวงอาทติ ย์ยาวท่ีสุด คือ
ดาวเนปจนู
ขั้นสรปุ
ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. นักเรยี นแตล่ ะคนทากิจกรรมหนูตอบไดจ้ ากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร์ หน้า 43 ลงในสมดุ ประจาตัว
นักเรียน หรอื ทาในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ หน้า 58-59
2. นกั เรยี นแต่ละคนทากิจกรรมสรุปความรู้ประจาบทท่ี 1 ลงในสมุดประจาตัวนักเรยี น หรือทาใน
แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ หน้า 60
3. นกั เรยี นแต่ละคนทากิจกรรมฝึกทักษะบทที่ 1 จากหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร์ หนา้ 60-61 ลงใน
สมุดประจาตวั นักเรยี น หรือทาในแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์ หน้า 61-64 เป็นการบ้าน แลว้ นามาส่ง
ครูในชวั่ โมงถัดไป
4. นักเรยี นแต่ละคนทากิจกรรมทา้ ทายการคิดขึ้นสงู ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ หน้า 65 เปน็ การบา้ น
แลว้ นามาส่งครูในชวั่ โมงถดั ไป
5. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ทากจิ กรรมสรา้ งสรรค์ผลงานบทท่ี 1 จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 61
หรอื ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ หน้า 66 เปน็ การบ้าน แลว้ นามาสง่ ครูในช่วั โมงถัดไป
ขน้ั ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ให้นกั เรียนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ หน้า 59 จากนน้ั ครูถามนักเรยี น
เป็นรายบุคคลตามรายการข้อ 1-5 จากตาราง เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของ
นักเรียนหลังจากการเรยี น หากนักเรียนคนใดตรวจสอบตนเองโดยให้อยู่ในเกณฑ์ท่ีควรปรบั ปรุง ให้
ครทู บทวนบทเรียนหรือหากิจกรรมอ่นื ซอ่ มเสริม เพ่ือให้นักเรยี นมีความรู้ความเข้าใจในบทเรียน
มากขน้ึ
2. ครปู ระเมนิ ผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากจิ กรรมหน้าช้ันเรียน
3. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมท่ี 1 เรื่อง แบบจาลองระบบสุริยะ ในสมดุ ประจาตัวนกั เรยี น หรือ
ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 56-57
136
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
4. ครูตรวจสอบผลการทากจิ กรรมหนตู อบได้ในสมุดประจาตวั นกั เรยี น หรือในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์
หน้า 58-59
5. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมสรปุ ความร้บู ทท่ี 1 ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ หนา้ 60
6. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมฝกึ ทักษะบทท่ี 1 ในสมุดประจาตัวนกั เรียน หรือในแบบฝกึ หัด
วทิ ยาศาสตร์ หน้า 61-64
7. ครตู รวจสอบผลการทากจิ กรรมทา้ ทายการคิดขั้นสงู บทที่ 1 ในแบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ หน้า 65
8. ครูตรวจช้ินงานเกมที่ช่วยในการเรียนรู้เก่ียวกบั ระบบสรุ ิยะ และการนาเสนอชิ้นงาน/ผลงาน
หนา้ ชน้ั เรยี น
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวดั วิธกี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
7.1 การประเมนิ - ตรวจผลงานเกมที่ช่วย - แบบประเมินช้นิ งาน/ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ชิน้ งาน/ภาระงาน ในการเรยี นรูเ้ ก่ยี วกับ
(รวบยอด) ระบบสรุ ิยะ ภาระงาน ผ่านเกณฑ์
7.2 ประเมนิ ระหวา่ ง - ตรวจสมุดประจาตัว - สมดุ ประจาตวั หรอื - รอ้ ยละ 60
การจดั กิจกรรม แบบฝกึ หดั ผ่านเกณฑ์
การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ป.4
1) ผลบนั ทกึ การทา เลม่ 2 หนา้ 56-57
กจิ กรรมท่ี 1 หรอื แบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ป.4
เล่ม 2 หน้า 56-57
รายการวดั วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน
2) สรา้ งแบบจาลอง - ตรวจแบบจาลอง - แบบจาลอง - รอ้ ยละ 60
ระบบสุริยะ ระบบสุริยะ ผา่ นเกณฑ์
ระบบสรุ ิยะ - ตรวจสมดุ ประจาตวั - สมดุ ประจาตวั หรอื - รอ้ ยละ 60
3) กิจกรรมหนูตอบได้
137
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ที่ 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
หรือแบบฝกึ หดั แบบฝึกหัด ผา่ นเกณฑ์
วิทยาศาสตร์ ป.4
วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน้า 58-59 - รอ้ ยละ 60
- สมุดประจาตัว หรอื ผา่ นเกณฑ์
เล่ม 2 หน้า 58-59 แบบฝึกหัด
วิทยาศาสตร์ ป.4 - รอ้ ยละ 60
4) กิจกรรมสรุป - ตรวจสมุดประจาตวั เล่ม 2 หนา้ 60 ผ่านเกณฑ์
- สมุดประจาตวั หรอื
ความรู้บทท่ี 1 หรือแบบฝึกหัด แบบฝกึ หดั - รอ้ ยละ 60
วิทยาศาสตร์ ป.4 ผา่ นเกณฑ์
วิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนา้ 61-64
- สมดุ ประจาตัว หรือ - ร้อยละ 60
เลม่ 2 หน้า 60 แบบฝึกหดั ผ่านเกณฑ์
วทิ ยาศาสตร์ ป.4
5) กิจกรรมฝึก - ตรวจสมุดประจาตัว เลม่ 2 หนา้ 65
- เกมทชี่ ว่ ยในการเรียนรู้
ทกั ษะบทท่ี 1 หรือแบบฝึกหดั เก่ยี วกับระบบสรุ ยิ ะ
วทิ ยาศาสตร์ ป.4
เลม่ 2 หน้า 61-64
6) กิจกรรมทา้ ทาย - ตรวจสมดุ ประจาตัว
การคดิ ขั้นสงู บทที่ 1 หรอื แบบฝกึ หัด
วทิ ยาศาสตร์ ป.4
เล่ม 2 หน้า 65
7) กจิ กรรมสร้างสรรค์ - ตรวจเกมทีช่ ว่ ยในการ
ผลงาน เรยี นร้เู กย่ี วกับระบบ
สุรยิ ะ
8) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมิน - ระดับคุณภาพ 2
การนาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
ผลการทากิจกรรม ผลงาน/ผลการทา
กิจกรรม
9) พฤตกิ รรมการทางาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล การทางานรายบคุ คล - แบบสังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุม่ - ระดับคณุ ภาพ 2
10) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะ
การทางานกล่มุ การทางานกล่มุ อนั พึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2
ผ่านเกณฑ์
11) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมีวนิ ยั
อันพึงประสงค์ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น
ในการทางาน
138
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
8. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 ส่ือการเรียนรู้
1) หนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของ
ดวงจนั ทร์
2) แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของ
ดวงจันทร์
3) วสั ดุ-อปุ กรณก์ ารทดลองในกิจกรรมท่ี 1 เช่น ฟวิ เจอร์บอร์ด กระดาษแข็ง กระดาษสี ลกู ปงิ ปอง
ดนิ นา้ มัน ลูกบอลพลาสติก กาว กรรไกร สไี ม้ เป็นต้น
4) บัตรภาพดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ
5) วสั ดุ-อปุ กรณ์กจิ กรรมสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
6) สมดุ ประจาตวั นักเรียน
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) ห้องเรียน
3) อินเทอร์เน็ต
139
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ที่ 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
บตั รภาพ
ดาวพุธ
140
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
ดาวศุกร์
บตั รภาพ
141
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ที่ 2 แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ
โลก
ดาวองั คาร
142
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
บตั รภาพ
ดาวพฤหัสบดี
143
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ที่ 2 แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ
ดาวเสาร์
144
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ
บตั รภาพ
ดาวมฤตยู หรอื ดาวยูเรนสั
145
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ
ดาวสมุทร หรอื ดาวเกตุ หรอื ดาวเนปจนู
146
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์ .................................
แผนฯ ท่ี 2 แบบจำลองระบบสุรยิ ะ ................................ )
9. ความเหน็ ของผ้บู ริหารสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย .......
ข้อเสนอแนะ
ลงชือ่
(
ตาแหนง่
10. บนั ทึกผลหลงั การสอน
ด้านความรู้
ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ดา้ นความสามารถทางภมู ิศาสตร์
ด้านอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเด่น หรือพฤติกรรมทีม่ ีปัญหาของนกั เรยี นเปน็ รายบุคคล (ถา้ ม)ี )
ปญั หา/อปุ สรรค
แนวทางการแกไ้ ข
147
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ที่ 3 การขน้ึ และตกของดวงจนั ทร์
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3
การขึ้นและตกของดวงจนั ทร์
เวลา 3 ชว่ั โมง
1. มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ว 3.1 ป.4/1 อธบิ ายแบบรปู เสน้ ทางการขึ้นและตกของดวงจนั ทร์ โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษ์
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายแบบรปู เสน้ ทางการขึ้นและตกของดวงจนั ทร์ได้ (K)
2. ให้ความรว่ มมอื ในการทากจิ กรรมกลุม่ และมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A)
3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นร้ทู ้องถิ่น
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ดวงจันทร์ปรากฏขึน้ ทางด้านทศิ ตะวนั ออกและ
ตกทางดา้ นทิศตะวนั ตกหมุนเวียนเปน็ แบบรูปซา้ ๆ
4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การข้ึนและตกของดวงจันทร์เกิดจากดวงจนั ทรห์ มุนรอบตัวเองในทศิ ทางทวนเข็มนาฬกิ าเชน่ เดยี วกับ
โลก โดยที่ดวงจันทร์ใช้เวลาการโคจรรอบโลกนานกวา่ เวลาที่โลกหมุนรอบตัวเอง ซึ่งดวงจนั ทร์ปรากฏขึ้น
ทางดา้ นทศิ ตะวันออกและตกทางด้านทศิ ตะวันตกหมนุ เวยี นเป็นแบบรปู ซา้ ๆ
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียนและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้
144
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์ 3. มุ่งม่ันในการทางาน
แผนฯ ที่ 3 การขึ้นและตกของดวงจนั ทร์ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1) ทักษะการสังเกต
2) ทักษะการสารวจค้นหา
3) ทกั ษะการให้เหตผุ ล
4) ทักษะการสรุปอา้ งองิ
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ชวั่ โมงท่ี 1
ข้นั นา
ข้นั กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครสู นทนากับนักเรียนโดยถามนกั เรยี นวา่ นกั เรียนทราบหรือไม่วา่ วันน้ีจะไดเ้ รียนรู้เกีย่ วกับเร่อื ง
อะไร แล้วให้นักเรียนชว่ ยกันตอบคาถาม จากนั้นครูแจง้ ชื่อเรอ่ื งท่จี ะเรยี นรู้ และตัวชว้ี ัดใหท้ ราบ
2. นกั เรียนเรียนร้คู าศพั ท์ท่ีเกย่ี วข้องกับการเรยี นในหน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 บทที่ 2 จากหนังสือเรยี น
วิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หน้า 62 โดยครูสุ่มเลือกตัวแทนหรือขออาสาสมัคร นักเรียน 1 คน
ออกมาหนา้ ช้นั เรียนเพ่อื เปน็ ผู้อ่านนา และให้เพือ่ นคนอื่นๆ อ่านตาม ดังนี้
Sky (สไก) ทอ้ งฟ้า
Moon (มนู ) ดวงจนั ทร์
Light part (ไลท พาท) ส่วนสวา่ ง
Dark part (ดาค พาท) สว่ นมดื
Night (ไนท) กลางคนื
145
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 3 การขน้ึ และตกของดวงจนั ทร์
3. นกั เรียนทกุ คนดภู าพจากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ หน้า 62 จากนน้ั ครูถามคาถามสาคญั ประจาบท
ว่า ดวงจนั ทร์ในแต่ละคนื มีลักษณะเหมอื นกันหรอื ไม่ อย่างไร แล้วให้นกั เรียนรว่ มกันแสดงความ
คดิ เหน็ อย่างอสิ ระในการตอบคาถาม
(แนวตอบ : ดวงจันทร์ในแต่ละคนื มีลักษณะไม่เหมือนกัน เพราะในบางคืนเราจะมองเห็นรูปรา่ ง
ปรากฏของดวงจันทร์เป็นรูปเสี้ยว ครึ่งดวง เต็มดวง หรือในบางคืนอาจมองไมเ่ ห็น
ดวงจันทรเ์ ลย)
4. นักเรยี นแต่ละคนสังเกตดวงจันทร์ แลว้ วาดภาพพรอ้ มระบายสีลงในสมุดประจาตัวนกั เรยี น หรือทา
กิจกรรมนาสกู่ ารเรยี นลงในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 หน้า 67
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล)
ขนั้ สอน
ข้นั สารวจค้นหา (Explore)
1. นกั เรียนแต่ละคนอ่านข้อมลู และดูภาพในหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร์ หน้า 63 จากนั้นครูตัง้ คาถาม
ถามนักเรียน แลว้ ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามลงในสมดุ ดังน้ี
1) การขึน้ และตกของดวงจันทร์เกิดขน้ึ ในทศิ ทางใด
(แนวตอบ : ดวงจันทร์ข้นึ ทางทศิ ตะวนั ออก และตกทางทิศตะวันตก)
2) การขน้ึ และตกของดวงจันทรม์ ีลักษณะแตกต่างจากการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์หรอื ไม่
อย่างไร
(แนวตอบ : การขน้ึ และตกของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์มีทิศทางเดียวกัน คือ ข้ึนทางทิศ
ตะวนั ออก และตกทางทศิ ตะวนั ตก)
2. ครขู ออาสาสมัครหรือสุ่มเลือกนักเรียนจากเลขที่ 4-5 คน ให้ออกมาอธิบายเฉลยคาตอบ โดยมีครู
คอยตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
3. ครูให้คาชมเชยหรอื มอบรางวัลให้ตวั แทนนักเรียนที่ออกมาตอบ คาถามไดถ้ ูกต้อง เพือ่ เปน็ การ
เสริมแรงในการกลา้ แสดงออก และให้คาชมเชยนกั เรยี นทุกคนที่ช่วยกนั อภปิ รายคาตอบจากคาถาม
ทค่ี รูตง้ั ไว้
146
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ท่ี 3 การข้นึ และตกของดวงจนั ทร์
ชั่วโมงท่ี 2
ข้ันสารวจคน้ หา (Explore) (ต่อ)
4. ครูตั้งคาถามเพอ่ื กระต้นุ ความคิดนักเรียนว่า นักเรยี นคิดว่า การข้ึนและตกของดวงจนั ทรเ์ กิดขนึ้ ได้
อยา่ งไร และให้นักเรียนตอบคาถามโดยอสิ ระ ซง่ึ ครูยงั ไมเ่ ฉลยคาตอบ
5. ครูช้ีแจงใหน้ ักเรียนฟังว่า นักเรียนจะได้คาตอบจากการทากจิ กรรมที่ 1 เรอ่ื ง การข้นึ และตกของ
ดวงจนั ทร์
6. ครูแบง่ กลมุ่ นักเรียนแบบคละความสามารถ (เก่ง-ปานกลาง-อ่อน) ให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน กาหนด
กลุ่มละ 4-5 คน คละเพศหญิง–ชาย โดยครูเป็นผูเ้ ลอื กนกั เรียนเขา้ กลุ่ม
7. ครูใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิคแบ่งปันความสาเร็จ (STAD : Student Teams
Achievement Division) โดยให้นักเรียนแตล่ ะคนในกลุม่ ชว่ ยกันศกึ ษาข้ันตอนการทากจิ กรรมท่ี 1
เรือ่ ง การขึ้นและตกของดวงจนั ทร์ จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ หน้า 64
8. นกั เรียนแต่ละคนในกลุ่มทากิจกรรมที่ 1 เร่ือง การข้ึนและตกของดวงจันทร์ จากหนังสอื เรียน
วิทยาศาสตร์ หน้า 64 โดยปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ดังน้ี
1) สงั เกตการขึ้นและตกของดวงจนั ทรเ์ ป็นเวลา 1 สัปดาห์ จากนนั้ บันทึกผลลงในสมดุ ประจาตัว
นกั เรยี น หรือบนั ทึกลงในแบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ หนา้ 69
2) นาผลการสังเกตมาอภิปรายร่วมกันภายในกลุ่ม
3) สบื ค้นข้อมูลเก่ยี วกบั การข้ึนและตกของดวงจันทร์เพ่ิมเติม จากนนั้ นาขอ้ มูลทีไ่ ด้มาวาดแสดง
รูปแบบการขน้ึ และตกของดวงจันทรล์ งในกระดาษแข็ง พรอ้ มตกแตง่ ให้สวยงาม
(หมายเหตุ : ครเู ร่มิ ประเมนิ นักเรยี น โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางานกลุ่ม)
ขั้นอธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกันอภิปรายผลการทากิจกรรมภายในกลุ่มและชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งเพ่ือเตรียมความพรอ้ มในการนาเสนอหน้าชั้นเรียน
2. ใหแ้ ต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานาเสนอผลการทากจิ กรรมหนา้ ช้ันเรยี นทลี ะกลมุ่ จนครบทกุ กล่มุ
(หมายเหตุ : ครเู รมิ่ ประเมนิ นกั เรยี น โดยใชแ้ บบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม)
ช่ัวโมงที่ 3
147
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 3 การขนึ้ และตกของดวงจนั ทร์
ขน้ั สรุป
ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครูทบสอบความรขู้ องนกั เรยี นรายบุคคล โดยให้นกั เรยี นแต่ละคนทาใบงานท่ี 4.2 เรื่อง การขนึ้ และ
ตกของดวงจนั ทร์
2. ครูตรวจใบงานที่ 4.2 เรื่อง การข้ึนและตกของดวงจันทร์ จากน้ันนาคะแนนของสมาชิกทุกคนใน
กลมุ่ มารวมกันเป็นคะแนนกลมุ่
3. ครสู ัมภาษณ์กลุ่มท่ีได้คะแนนสูงท่ีสุดว่า มีวิธกี ารทางานร่วมกันอย่างไร จงึ ทาให้ได้คะแนนรวมสูง
ที่สดุ
4. ครูให้คาชมเชยหรือมอบรางวัลให้กลุ่มทไ่ี ด้คะแนนรวมสูงทส่ี ุด เพือ่ เป็นการเสริมแรงในการทา
กจิ กรรม และใหค้ าชมเชยนกั เรยี นทกุ คนท่ีชว่ ยกันทากจิ กรรมภายในกลุ่ม
5. นกั เรียนแตล่ ะคนทากิจกรรมหนตู อบได้จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร์หน้า 64 ลงในสมุดประจาตัว
นักเรียน หรือทาในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ หนา้ 70 เปน็ การบา้ น แล้วนามาส่งในช่ัวโมงเรียนถดั ไป
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนกั เรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล)
6. นักเรียนทุกคนศกึ ษาขอ้ มลู การขึน้ และตกของดวงจันทร์จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ หนา้ 65-66
7. นักเรียน จับคู่กับเพื่อน แล้วไปเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับ การขึ้นและตกของดวงจันทร์เพิ่มเติม
จากส่ือดิจทิ ัลจากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร์ หน้า 65 โดยใช้โทรศัพท์มือถอื สแกน QR Code เร่ือง
การขนึ้ และตกของดวงจนั ทร์
8. นักเรียนแต่ละคู่นาความรู้ที่ได้จากการศกึ ษาขอ้ มูลในหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร์ หนา้ 65-66 และ
ความรู้จากการสแกน QR Code เร่ือง การขึ้นและตกของดวงจันทร์ มาอภิปรายเกี่ยวกับลกั ษณะ
การขึ้นและตกของดวงจนั ทร์ และร่วมกนั สรุปภายในชั้นเรียน โดยใหค้ รูคอยอธิบายเสริม
9. ครถู ามคาถามท้าทายการคิดข้ันสูงนกั เรยี นว่า “การขึ้นและตกของดวงจันทร์เหมือนการขน้ึ และตก
ของดวงอาทิตย์” จากข้อความดังกลา่ ว นกั เรียนเหน็ ด้วยหรือไม่ เพราะอะไร
(แนวตอบ : เห็นดว้ ย เพราะดวงจันทร์ขน้ึ ทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก เช่นเดียวกับ
การขึน้ และตกของดวงอาทติ ย์)
ขน้ั ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูสมุ่ นักเรียน 4-5 คน แล้วให้สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั การข้ึนและตกของดวงจันทร์
148
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ที่ 3 การขนึ้ และตกของดวงจนั ทร์
2. ครูตรวจสอบผลการวาดภาพดวงจันทรใ์ นสมดุ หรือกจิ กรรมนาส่กู ารเรยี นในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์
หนา้ 67
3. ครูประเมินผลนกั เรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบคุ คล
พฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการทากิจกรรมหนา้ ชน้ั เรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทากิจกรรมท่ี 1 เร่ือง การขึ้นและตกของดวงจนั ทร์ ในสมดุ ประจาตัวนักเรยี น
หรอื ในแบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ หน้า 69
5. ครูตรวจสอบผลการทาใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง การขึน้ และตกของดวงจนั ทร์
6. ครูตรวจสอบผลการทากิจกรรมหนูตอบได้ในสมุดประจาตัวนกั เรยี น หรือในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์
หนา้ 70
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
7.1 การประเมิน
กอ่ นเรียน
1) กิจกรรมนาสู่การเรียน - ตรวจสมดุ ประจาตวั - สมุดประจาตวั หรอื - รอ้ ยละ 60
แบบฝกึ หดั ผา่ นเกณฑ์
หรอื แบบฝึกหดั วิทยาศาสตร์ ป.4
เลม่ 2 หน้า 67
วทิ ยาศาสตร์ ป.4
เลม่ 2 หนา้ 67
รายการวัด วิธีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
7.2 ประเมินระหว่าง
- ตรวจสมดุ ประจาตวั - สมดุ ประจาตวั หรือ - รอ้ ยละ 60
การจัดกิจกรรม ผ่านเกณฑ์
การเรยี นรู้ หรือแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หดั
1) ผลบนั ทึกการทา
กจิ กรรมที่ 1
วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 วทิ ยาศาสตร์ ป.4
149
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ที่ 3 การข้นึ และตกของดวงจนั ทร์
2) อธบิ ายการข้ึน หนา้ 69 เล่ม 2 หนา้ 69 - ร้อยละ 60
และตกของ - ตรวจใบงานที่ 4.2 - ใบงานท่ี 4.2 ผ่านเกณฑ์
ดวงจนั ทร์
- ตรวจสมดุ ประจาตวั - สมดุ ประจาตัว หรอื - รอ้ ยละ 60
3) กิจกรรมหนตู อบได้ หรือแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หดั ผ่านเกณฑ์
วทิ ยาศาสตร์ ป.4 เลม่ 2 วิทยาศาสตร์ ป.4
4) การนาเสนอผลงาน/ หน้า 70 เลม่ 2 หนา้ 70 - ระดับคุณภาพ 2
ผลการทากจิ กรรม - ประเมินการนาเสนอ - แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน/ผลการทา การนาเสนอผลงาน
5) พฤติกรรมการทางาน กจิ กรรม - ระดบั คุณภาพ 2
รายบคุ คล - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล
6) พฤติกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
การทางานกลมุ่ การทางานกล่มุ การทางานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
- สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบประเมนิ
7) คุณลกั ษณะ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่ัน คณุ ลกั ษณะ - ระดับคุณภาพ 2
อันพงึ ประสงค์ ในการทางาน อันพงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
8. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สือ่ การเรยี นรู้
150
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ท่ี 3 การขึ้นและตกของดวงจนั ทร์
1) หนงั สือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของ
ดวงจนั ทร์
2) แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ป.4 เล่ม 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของ
ดวงจันทร์
3) วสั ดุ-อปุ กรณ์การทดลองในกิจกรรมท่ี 1 เชน่ สไี ม้ กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ เปน็ ตน้
4) ใบงานที่ 4.2 เรื่อง การข้นึ และตกของดวงจนั ทร์
5) QR Code เรือ่ ง การข้ึนและตกของดวงจันทร์
6) สมดุ ประจาตวั นักเรียน
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ
2) หอ้ งเรียน
3) อนิ เทอร์เนต็
151
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ท่ี 3 การขึ้นและตกของดวงจนั ทร์
ใบงานท่ี 4.2
เรอื่ ง การขนึ้ และตกของดวงจนั ทร์
คาชี้แจง : 1. วาดภาพแสดงทศิ ทางการข้นึ และตกของดวงจนั ทร์
คาช้ีแจง : 2. ขีด หนา้ ขอ้ ความที่กลา่ วเก่ียวกับการขน้ึ และตกของดวงจันทรไ์ ดถ้ ูกต้อง
…......1) ดวงจนั ทร์มกี ารเคล่อื นท่ีในทศิ ทางทตี่ รงข้ามโลก
……...2) ดวงจันทรโ์ คจรรอบโลกในทศิ ทางตามเข็มนาฬกิ า
152
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของดวงจนั ทร์
แผนฯ ที่ 3 การข้ึนและตกของดวงจนั ทร์
…......3) ดวงจันทรใ์ ช้เวลาโคจรรอบโลกนานกวา่ เวลาทโ่ี ลกหมุนรอบตัวเอง
…......4) การข้ึนและตกของดวงจนั ทรม์ ีทศิ ทางเดยี วกับการขึน้ และตกของดวงอาทิตย์
…......5) ดวงจันทรล์ อยสงู ข้ึนทางทศิ ตะวนั ออกและลอยตา่ ลงมาจนกระทัง่ ลับขอบฟ้า
ไปทางทศิ ตะวนั ตก
ใบงานที่ 4.2 เฉลย
เร่อื ง การขน้ึ และตกของดวงจันทร์
คาช้ีแจง : 1. วาดภาพแสดงทศิ ทางการขึ้นและตกของดวงจนั ทร์
153
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจันทร์
แผนฯ ท่ี 3 การขึน้ และตกของดวงจนั ทร์
คาช้แี จง : 2. ขีด หน้าข้อความท่กี ลา่ วเกีย่ วกบั การข้ึนและตกของดวงจันทร์ได้ถูกต้อง
…......1) ดวงจนั ทร์มีการเคลอ่ื นท่ีในทิศทางที่ตรงข้ามโลก
……...2) ดวงจนั ทร์โคจรรอบโลกในทศิ ทางตามเขม็ นาฬกิ า
…......3) ดวงจนั ทร์ใช้เวลาโคจรรอบโลกนานกวา่ เวลาท่ีโลกหมนุ รอบตวั เอง
…......4) การขน้ึ และตกของดวงจันทรม์ ีทิศทางเดยี วกบั การขน้ึ และตกของดวงอาทติ ย์
…......5) ดวงจนั ทร์ลอยสงู ข้นึ ทางทศิ ตะวนั ออกและลอยตา่ ลงมาจนกระท่งั ลบั ขอบฟา้
ไปทางทิศตะวันตก
9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาหรือผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย .................................
................................ )
ข้อเสนอแนะ
.......
ลงชือ่
(
ตาแหนง่
10. บันทกึ ผลหลังการสอน
ดา้ นความรู้
ด้านสมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
154