The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดที่ ๒ วรรณคดี ม.๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by www.lovedapqee, 2021-06-15 00:24:09

ชุดที่ ๒ วรรณคดี ม.๒

ชุดที่ ๒ วรรณคดี ม.๒

วรรณกรรมคัดสรรในหนงั สอื เรียน ม.๒ ๑๕๐

- สมั ผัสพยัญชนะ

ตัวเอย๋ ตวั ทะยาน อย่าบนั ดาลดลใจให้ใฝฝ่ ัน

ดถู กู กจิ ชาวนาสารพัน และความครอบครองกันอนั ชื่นบาน

เขาเปน็ สขุ เรยี บเรียบเงยี บสงัด มปี วัตต์ิเปน็ ไปไม่วติ ถาร

ขออยา่ ไดเ้ ย้ยเยาะพดู เราะราน ดูหม่ินการเปน็ อยเู่ พื่อนตเู อย

จากคาประพนั ธ์ดังกล่าว มกี ารเล่นสัมผสั พยญั ชนะเพื่อทาให้บทประพนั ธ์เกิดความไพเราะมากย่งิ ข้ึน

๓. คุณค่าดา้ นสังคมและวฒั นธรรม
๓.๑ สะทอ้ นให้เหน็ วถิ ชี ีวติ ของชาวนา ในการทานาในแตล่ ะฤดูโดยเร่มิ จากการไถคราดเพื่อปรับ

สภาพหน้าดนิ กอ่ นเร่มิ ทานา ตามด้วยไถนาดว้ ยวัวควาย หว่านเมล็ดและเกบ็ เก่ียวข้าว ดงั ตัวบททวี่ ่า

กองเอ๋ยกองข้าว กองสูงราวโรงนายิ่งนา่ ใคร่

เกดิ เพราะการเกบ็ เกี่ยวด้วยเคียวใคร ใครเลา่ ไถคราดพ้ืนฟื้นแผน่ ดนิ

เชา้ ก็ขับโคกระบือถือคันไถ สาราญใจตามเขตประเทศถ่ิน

ยึดหางยามยักไปตามใจจินต์ หางยามผินตามใจเพราะใครเอย

๓.๒ สะท้อนให้เห็นคา่ นิยมของคนไทยทีผ่ ู้ชายมีหนา้ ที่เป็นเสาหลกั ของครอบครัวและไปทางานหา

เงินเล้ยี งครอบครัวนอกบา้ น สว่ นผูห้ ญิงต้องเป็นแมศ่ รีเรือนคอยหาขา้ วปลาให้สามีและลกู กนิ ดงั ตัวบททวี่ า่

ทอดเอ๋ยทอดท้ิง ยามหนาวผิงไฟล้อมอยู่พร้อมหน้า

ท้งิ เพ่ือนยากแม่เหยา้ หาขา้ วปลา ทุกเวลาเชา้ เยน็ เปน็ นริ ันดร์

ทิง้ ท้ังหนนู ้อยน้อยร่อยรอ่ ยรับ เห็นพ่อกลบั ปลื้มเปรมเกษมสันต์

เขา้ กอดคอฉอเลาะเสนาะกรรณ สารพันทอดทิ้งทุกสง่ิ เอย

๓.๓ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงความรกั และเคารพที่มีตอ่ สถาบันพระมหากษัตรยิ ์โดยการสร้างพระเจดีย์

บรรจพุ ระอัฐขิ องพระมหากษตั รยิ เ์ พ่อื ใหผ้ ู้คนไดเ้ คารพและสักการะบูชา ดงั ตวั บทท่ีวา่

ร่างเอ๋ยร่างกาย ยามตายจมพ้ืนดาษดนื่ หลาม

อยา่ ดูถูกถน่ิ นี้ว่าท่ีทราม อาจขนึ้ ช่อื ลือนามในก่อนไกล

อาจจะเปน็ เจดยี ์มพี ระศพ แห่งจอมภพจกั รพรรดกิ ษัตริย์ใหญ่

ประเสรฐิ ด้วยสัตตรัตน์จรัสชยั ณ สมยั กอ่ นกาลบรุ าณเอย

๓.๔ สะทอ้ นค่านยิ มในสังคมไทยท่มี ีการแบ่งชนชน้ั ในสงั คม ทีช่ นชน้ั ล่างจะไมไ่ ดร้ ับความสนใจจาก

คนในสังคมตา่ งจากคนชัน้ สูงที่มีคนยกย่องว่าเปน็ ผ้มู ีอานาจ มีเกยี รติ นา่ นบั ถือ น่าคบค้าสมาคมด้วย ดงั ตัว

บทท่ีวา่

ศพเอย๋ ศพไพร่ ไม่มีใครขึน้ ช่อื ระบือขาน

ไม่เกรงใครนินทาว่าประจาน ไม่มีการจารึกบนั ทกึ คณุ

ถึงบางทีมบี า้ งเปน็ อย่างเลศิ ก็ไม่ฉดู ฉาดเชดิ ประเสรฐิ สุนทร์

พอเตือนใจได้บา้ งในทางบุญ เปน็ เครอ่ื งหนุนนาเหตสุ งั เวชเอย

ศพเอ๋ยศพสงู เปน็ เครื่องจงู จิตให้เลือ่ มใสศานต์

จารกึ คาสานวนชวนสกั การ ผิดกับฐานชาวนาคนสามญั

ซงึ่ อยา่ งดีก็มีกวีเถ่ือน จากรกึ ชอื่ ปเี ดือนวนั ดบั ขนั ธ์

อุทิศส่ิงซ่งึ สร้างตามทางธรรม์ ของผนู้ ้ันผู้น้แี ก่ผีเอย

วรรณกรรมคดั สรรในหนงั สือเรียน ม.๒ ๑๕๑

๔. คุณค่าด้านแนวคิด

มงุ่ แสดงความจรงิ ของชีวิตให้รวู้ า่ คนทุกคนทัง้ สามญั และชั้นสูง ลว้ นมคี วามตายเป็นที่สุด เปน็
การสะทอ้ น
ให้เหน็ ถงึ สัจธรรมของชวี ติ ที่ทกุ สิ่งล้วนไม่แนน่ อน ทกุ คนไม่สามารถหลีกหนีความตายได้ การดาเนินชวี ิตจึงควร
รูจ้ กั ปลอ่ ยวาง ไมย่ ึดตดิ กับสงิ่ ใดๆ ซงึ่ เป็นคติธรรมในการดาเนินชีวติ ดงั ตวั บททีว่ า่

ดวงเอ๋ยดวงจิต ลืมสนิทกิจการงานท้งั หลาย
ย่อมละชีพเคยสุขสนุกสบาย เคยเสยี ดายเคยวติ กเคยปกครอง
ละท้ิงถน่ิ ท่ีสาราญเบิกบานจติ ซง่ึ เคยคิดใฝเ่ ฝ้าเปน็ เจา้ ของ
หมดวิตกหมดเสยี ดายหมดหมายปอง ไมผ่ นิ หลังเหลียวมองดว้ ยซา้ เอย

ข้อคดิ
๑. อย่าล่มุ หลงในสิง่ ท่ีมีและอย่าทะเยอทะยานจนเกนิ ตวั ควรรจู้ กั ความพอดี เพราะสุดทา้ ยเรากต็ ้องตาย

จากสงิ่
เหลา่ น้ันไป ไม่สามารถเอาอะไรไปได้ จงึ ควรเขา้ ใจโลกและเข้าใจชีวติ มีจิตในอยูเ่ หนือความทุกข์และกเิ ลส

๒. สอนให้มองความตายวา่ เป็นเร่อื งธรรมดา เพราะทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย เพียงแต่ก่อนตายควรทา

ความดี ไมด่ หู ม่ิน
ผ้อู ่ืน และไมป่ ระมาทในการดาเนินชวี ติ

๓. สอนให้เห็นถึงความสงบสขุ อย่างแทจ้ ริงคือการอยู่อย่างสงบเรยี บง่ายและใช้ชวี ิตในการทา

คณุ ประโยชนใ์ ห้แก่ผ้อู น่ื
และประเทศชาติ

เกร็ดความรู้

วรรณคดีเรอ่ื งกลอนดอกสร้อยราพงึ ในป่าช้าเป็นบทเรยี นที่ยกมาสอนนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒
เพ่ือใหเ้ ห็นถงึ สัจธรรมของชีวติ และความจริงทวี่ า่ ไม่มีมนุษยค์ นใดสามารถหนีความตายพน้ อกี ทง้ั ยงั ปรากฏ
คาศัพทส์ าคญั ในบทเรยี นที่ควรศึกษาหาความรูเ้ พิม่ เติม เช่น

๑. เกราะ

เกราะ

ทม่ี า : https://www.sac.or.th

ในคาประพนั ธม์ ีการกล่าวถึงเกราะ ไวใ้ นบทท่ี ๒ ความวา่

ยามเอ๋ยยามน้ี ปถพมี ืดมัวทวั่ สถาน

อากาศเยน็ เยอื กหนาวคราววิกาล สงดั ปานป่าใหญ่ไร้สาเนียง

วรรณกรรมคัดสรรในหนังสอื เรียน ม.๒ ๑๕๒

มีกแ็ ตเ่ สยี งจงั หรดี กระกรีดกริ่ง! เรไรหริ่ง! ร้องขรมระงมเสยี ง
คอกควายววั รัวเกราะเปาะเปาะ ! เพยี ง รวู้ า่ เสียงเกราะแว่วแผว่ แผ่วเอย

เกราะใชแ้ ขวนคอววั หรือควายเพ่ือบอกเสียงสัญญาณของสัตว์เล้ียง เพื่อใหร้ ูว้ า่ กาลังหากนิ อยู่ที่ใด การ
เล้ียงสัตว์ในสมัยก่อน จะปล่อยตามธรรมชาติ เมื่อเสร็จจากการทาไร่นา เจ้าของจะผูกเกราะ หรือกระด่ิง ท่ีคอ
สัตว์ แล้วปล่อยให้ออกหากินตามท้องทุ่ง เมื่อเจ้าของจะออกตามหาวัวควายของตน จะฟังจากเสียงเกราะเปน็
สาคัญ โดยจะนยิ มแขวนเกราะไว้ที่ตวั เมีย เพราะมักหากินในท่ไี กล ๆ

การทาเกราะ เริ่มจากการเสาะหาไม้ไผ่ป่าหรือไม้สีสุก ลาโต แก่จัด เน้ือแน่น และหนา ความยาว
ประมาณหน่ึงปล้อง ตัดเหลือข้อหัวท้าย ปอกเอาผิวไม้ไผ่ออก คว้านกระบอกด้านหนึ่งเป็นรางยาว ใช้ไม้ตีลอง
เสียงอยู่เสมอ หากเสียงดังไม่พอใจ ก็คว้านรูใหใ้ หญ่ขึ้นเปน็ ลาดบั (พชิ ชา ทองขลบิ , ๒๕๖๐: ออนไลน)์

๒. สัตตรตั น์ (แก้ว ๗ ประการ)

ในคาประพันธม์ ีการกล่าวถึงสตั ตรัตน์ ไวใ้ นบทที่ ๑๒ ความวา่

รา่ งเอย๋ รา่ งกาย ยามตายจมพ้ืนดาษดื่นหลาม

อยา่ ดูถกู ถิ่นนวี้ า่ ทีท่ ราม อาจขึน้ ชือ่ ลือนามในกอ่ นไกล

อาจจะเป็นเจดีย์มีพระศพ แห่งจอมภพจกั รพรรดกิ ษัตริยใ์ หญ่

ประเสรฐิ ด้วยสตั ตรตั น์จรสั ชยั ณ สมยั กอ่ นกาลบรุ าณเอย

สัตตรัตน์ หมายถึง แก้ว ๗ ประการซึ่งเป็นสมบัติคู่บารมีของพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งผู้ท่ีจะเป็น
จักรพรรดไิ ดน้ ้นั จัก
ต้องมีบุญญาธิการ บาเพ็ญพระบารมมี ามากแล้ว (อย่างนอ้ ยต้องเต็ม ๑๐ ทศั ) ดงั ปรากฏในไตรภมู ิพระรว่ งของ
พระมหาธรรมราชาที่ ๑ พญาลิไทย (๒๕๕๕, ๑๐๐) กล่าวว่า “พระญามีบุญดั่งนั้นใจ ธ มักใคร่ฟังธรรมเทศนา
หนักหนา… แลพระญานั้นทรงปัญจศีลทุกวารบ่มไิ ด้ขาด” แกว้ ๗ ประการ ประกอบไปด้วย

๑. จักรรตั นะหรือจกั รแก้ว
๒. หัตถรี ัตนะหรือช้างแก้ว
๓. อัสสรัตนะหรือม้าแก้ว
๔. มณรี ตั นะหรอื มณีแกว้ หรือแกว้ ทับทิม
๕. อิตถรี ัตนะหรอื นางแก้ว
๖. คหบดีรตั นะหรอื ขนุ คลงั แกว้

๗. ปรินายกรตั นะหรือขุนพลแกว้

๓. หางยาม

ส่วนประกอบของคันไถ
ทีม่ า : https://www.amarintv.com

วรรณกรรมคัดสรรในหนงั สอื เรยี น ม.๒ ๑๕๓

ในคาประพันธ์มีการกลา่ วถึงหางยาม ไว้ในบทท่ี ๗ ความวา่

กองเอ๋ยกองข้าว กองสูงราวโรงนาย่งิ น่าใคร่

เกิดเพราะการเกบ็ เก่ียวดว้ ยเคยี วใคร ใครเลา่ ไถคราดพน้ื ฟนื้ แผ่นดนิ

เชา้ ก็ขับโคกระบอื ถือคันไถ สาราญใจตามเขตประเทศถนิ่

ยดึ หางยามยักไปตามใจจนิ ต์ หางยามผินตามใจเพราะใครเอย

หางยาม คือ สว่ นที่เข้าเดอื ยกับคันไถ ซ่ึงใช้ล่ิมตอกให้สนิทแน่น โคนไม้หางยามจะเขา้ เดือยกบั หวั หมู

ส่วนปลายหางยามถากและเหลาเล็กลง ปลายงอเป็นมือจับเวลาไถนา ตามความหมายของพจนานุกรม

ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายว่า หางยาม คือ น.หางคันไถตอนท่ีมือถือ (จิตติมา, ๒๕๕๖:

ออนไลน์)

๔. นกแสก

นกแสก

ทีม่ า : https://www.amarintv.com

ในคาประพันธม์ กี ารกล่าวถึงหางยาม ไว้ในบทท่ี ๓ ความว่า

นกเอย๋ นกแสก จับจ้องร้องแจก๊ เพียงแถกขวญั

อยบู่ นยอดหอระฆังบงั แสงจนั ทร์ มีเถาวัลย์รุงรงั ถงึ หลงั คา

เหมือนมันฟอ้ งดวงจันทร์ใหผ้ นั ดู คนมาสู่ซ่องพกั มันรักษา

ถือเปน็ ทรี่ โหฐานนมนานมา ใหเ้ สอ่ื มผาสกุ สนั ตข์ องมันเอย

นกแสก เปน็ นกชนดิ หน่งึ ในวงศน์ กเค้าแมว และมีความเชื่อว่า เปน็ นกทส่ี ่งสัญญาณเตือนถึงความตาย

หากนกแสกบนิ ข้ามหลังคาบ้านหรอื ไปเกาะที่หลงั คาบา้ นใครและส่งเสยี งร้อง จะตอ้ งมีบุคคลในบา้ นถงึ แก่ความ

ตาย จึงทาให้เชื่อกันว่าเป็นนกผี หรือนกปีศาจ ความเช่ือน้ีมีมาอย่างยาวนาน แม้ว่าจะไม่มีการยืนยันทาง

วิทยาศาสตรก์ ็ตาม (สถาบนั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ, ๒๕๕๖ : ๑๒๒)

แตใ่ นทางกลบั กันชาวอนิ เดยี กลบั เช่ือวา่ นกชนดิ นี้เปน็ นกของพระลักษมี ผู้เป็นเทวีแห่งโภคทรพั ย์ และ

ความเจรญิ งอกงามทางการเกษตร ชาวฮนิ ดูในแคว้นเบงกอลเช่ือวา่ ถ้านกแสกมาทารังทีบ่ า้ นใคร จะทาโชคดีมา

ให้เจา้ ของบา้ นให้ได้รับทรัพยส์ นิ เงินทอง ถือเป็นความเชือ่ คนละขว้ั กับของไทยเลยกว็ า่ ได้ (ฐติ ิพนั ธ์ พัฒนมงคล,

๒๕๖๑: ออนไลน)์

วรรณกรรมคัดสรรในหนังสอื เรยี น ม.๒ ๑๕๔

บรรณานกุ รม

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (๒๕๕๘). หนังสอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐานภาษาไทย วรรณคดวี ิจักษ์ ชน้ั
มัธยมศกึ ษาปี

ที่ ๒. พมิ พ์ครง้ั ที่ ๘. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๕๔). ประวัตวิ รรณคดี เล่ม ๒ วรรณคดแี ละวรรณกรรมสมยั กรงุ
ธนบุรีและสมยั

กรงุ รตั นโกสินทรง. พิมพ์ครัง้ ท่ี ๒. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
พระมหาธรรมราชาที่ ๑ ลิไทย. (๒๕๕๕). ไตรภูมกิ ถา หรอื ไตรภูมิพระร่วง. พิมพ์ครง้ั ที่ ๕.
กรงุ เทพฯ : โรง

พิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
วันเนาว์ ยูเดน็ . (๒๕๓๒). การศึกษาเรือ่ งกลอน. กรุงเทพฯ : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
วัลภา วิทยารักษ์. (๒๕๕๗). ค่มู ือเตรยี มสอบ ภาษาไทย ม.๒. กรุงเทพฯ : ไฮเอ็ดพับลิชช่ิง.
สถาบนั พัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.). (๒๕๕๖). ค่มู ือครู วรรณคดีและวรรณกรรม ช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ ๒.

กรุงเทพฯ : บรษิ ัทพัฒนาคณุ ภาพวชิ าการ (พว.) จากดั .
เอกรัตน์ อดุ มพร. (๒๕๕๕). สรปุ -ถาม-ตอบ และแบบฝกึ หัด ภาษาไทย ม.๒ วรรณคดีวิจักษ์.
กรุงเทพฯ :

ห้างหุน้ สว่ นจากัด รงุ่ เรอ่ื งสาสน์ การพมิ พ์


Click to View FlipBook Version