The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาระดับขั้นพื้นฐานโรงเรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by watteppitakschool2512, 2022-09-05 10:29:34

หลักสูตรสถานศึกษาระดับขั้นพื้นฐานโร

หลักสูตรสถานศึกษาระดับขั้นพื้นฐานโรงเรี

หลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์

ประจาปีการศึกษา ))))))
2565

ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

โรงเรียนวัดเทพพิทกั ษ์

สงั กัดสานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษาสพุ รรณบุรี เขต ๒

…….สงั กดั สานักงานการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร

ประกาศโรงเรยี นวัดเทพพิทักษ์
เรื่อง ให้ใช้หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
……………………………….

อนุสนธิตามคาส่ังกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ เรื่อง ใหใชมาตรฐานการเรียนรูและ
ตัวชี้วดั กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ในกลุม สาระการเรียนรูสังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ส่ัง ณ วันท่ี ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกอบคาสั่งสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานที่ ๓๐/
๒๕๖๑ เรอ่ื ง ใหเปลย่ี นแปลงมาตรฐานการเรยี นรูและตัวชว้ี ดั กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส่ัง ณ วันที่ ๕
มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ประกอบคาส่ังสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ที่ ๙๒๑/๒๕๖๑ เร่ือง
ยกเลิกมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด สาระท่ี ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี และ สาระที่ ๓ เทคโนโลยี
สารสนเทศและการส่ือสาร ในกลุมสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ และเปล่ียนชื่อกลุมสาระการเรียนรู ส่ัง ณ วันที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ และคาสั่ง
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ท่ี ๙๒๒/๒๕๖๑ เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ส่ัง ณ วนั ท่ี ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ น้นั

อาศัยอานาจตามความในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กาหนดให
สถานศึกษามีหนาที่สาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใชหลักสูตร การ
เพิ่มพูนคุณภาพหลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดทาระเบียบการวัดและ
ประเมินผล ใหสอดคลองกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน สภาพปญหาในชุมชนและสังคม ภูมิ
ปัญญาท้องถ่ิน และความตองการของผู้เรียน โดยทุกภาคสวน เขามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา โรงเรียนวัดเทพพิทักษ์ จึงได้พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามคาส่ัง
กระทรวงศกึ ษาธิการและคาสัง่ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐานเป็นท่ีเรยี บร้อยแลว้ ทง้ั นห้ี ลกั สูตร
สถานศึกษาได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันท่ี ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕ จึง
ประกาศให้ใชห้ ลักสตู รสถานศกึ ษา ตงั้ แต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕

.................................................. ..................................................
(นางวิภาดา ตณั กสกิ ิจ) (นางอานวยพร สอิง้ ทอง)

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ผู้อานวยการโรงเรยี นวดั เทพพิทกั ษ์
โรงเรยี นวัดเทพพิทักษ์

คำนำ

จากการทบทวนหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นาไปสู่การพฒั นามาตรฐาน
การเรียนรูและตัวชี้วัด กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และสาระภูมิศาสตร์ในกลุมสาระการเรียนรู
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ใหม้ คี วามเหมาะสมสอดคลองกับการเปลยี่ นแปลง
ทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดลอม และความรูทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าเป็น
การพัฒนาสงเสริมศักยภาพคนของชาติใหสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศ การยกระดับ
คุณภาพการศึกษาและการเรียนรูใหมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคลองกับประเทศไทย ๔.๐ โลกใน
ศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทียมกับนานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแขงขันและดารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ใน
ประชาคมโลก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนจึงพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ด้วยการวางแผน
และดาเนินการใชหลักสูตร การเพ่ิมพูนคุณภาพหลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงหลักสูตร จัดทา
ระเบียบการวัดและประเมินผล สอดคลองกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน สภาพในชุมชนและสังคม
ภูมปิ ญั ญาทองถ่นิ และความตองการของผู้เรยี นโดยทุกภาคสวน

โรงเรียนวัดเทพพิทักษ์ ได้ดาเนินการประเมินผลการใชหลักสูตรสถานศึกษาเป็นระยะอย่างต่อเน่ือง และ
นามาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาใช้เป็น
กรอบในการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดเทพพิทักษ์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ทั้งการกาหนดวิสัยทัศน
สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค เนนใหนักเรียนเป็นผู้ประพฤติดีและมีความรู รวมท้ังมี
ทักษะท่ีจาเป็นการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรูเพ่ือพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง ซ่ึง
เป็นทิศทางหลักในการจัดโครงสร้างเวลาเรียน โครงสร้างรายวิชา และคาอธิบายรายวิชา โดยมีผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้อง
ฝ่ายร่วมกันพัฒนาหลักสูตร ทาใหหลักสูตรสถานศึกษามีคุณภาพ รวมท้ังมีกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาตาม
ความตองการของทองถนิ่ ครอบคลุมสมรรถนะและคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงคของผเู้ รยี นทกุ กลมุ่ เป้าหมาย

ท้ังนี้ การจัดทาหลักสูตรโรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ จะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวงั ได้ ทุกฝ่าย
ท่ีเก่ียวต้องร่วมกันรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบและต่อเน่ืองในการวางแผนดาเนินการ ส งเสริม
สนับสนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรบั ปรุงแกไขเพ่ือพฒั นานักเรียนโรงเรียนวัดเทพพิทักษ์ ใหมคี ณุ ภาพตามมาตรฐาน
การเรียนรูและผลการเรียนรูทก่ี าหนดไว้

สำรบัญ

เนือ้ หำ หน้ำที่

วสิ ัยทศั น์ พนั ธกจิ ....................................................................................................................... ๑
อตั ลกั ษณ์โรงเรยี น เอกลกั ษณ์.................................................................................................... ๑
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ....................................................... ๒
โครงสรา้ งหลกั สูตร..................................................................................................................... ๓

โครงสร้างเวลาเรียน ............................................................................................................ ๕
โครงสรา้ งหลกั สตู รชั้นปี....................................................................................................... ๗
คาอธบิ ายรายวชิ า ..................................................................................................................... ๑๖
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ................................................... ๑๖
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์................................................ ๒๕
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ........................ ๓๔
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ............. ๔๐
คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา................................ ๕๙
คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ......................................................... ๖๕
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ ............................................. ๗๖
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ....................................... ๘๒
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน ................................................................................................................ ๙๔
เกณฑ์การจบการศึกษา .............................................................................................................. ๑๑๔
การจัดการเรียนรู้ .......................................................................................................................๑๑๔
ส่อื การเรยี นรู้ .............................................................................................................................๑๑๖
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ...............................................................................................๑๑๗
เอกสารหลักฐานการศึกษา ......................................................................................................... ๑๒๐
การเทยี บโอนผลการเรยี นรู้ ........................................................................................................๑๒๑
การบริหารจัดการหลักสูตร ........................................................................................................๑๑๒
คาสงั่ แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและงานวชิ าการสถานศึกษาข้นั พน้ื ฐานโรงเรียน
เอกสารอา้ งอิง

โรงเรยี นวดั เทพพิทกั ษ์ ๑

วิสยั ทัศน์

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดเทพพิทักษ์ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ โรงเรียนวัดเทพพิทกั ษจ์ ัดการศึกษาตามมาตรฐานการศกึ ษาชาติได้อย่างมี
คณุ ภาพ โดยใช้เทคโนโลยีและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ พัฒนาผูเ้ รียนใหเ้ ปน็ คนดี มคี วามรู้คูค่ ุณธรรม มีนสิ ัยรกั
การอา่ น การเขียน การคิดวเิ คราะห์ มนี ้าใจนักกีฬา อนุรักษ์สงิ่ แวดลอ้ ม และทักษะในการดา้ เนินชีวติ ตาม
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

พันธกจิ

๑.จัดการศึกษาตามหลกั สตู รแกนกลางและหลักสูตรท้องถิ่น
๒.ส่งเสรมิ และพัฒนาเทคโนโลยเี พ่ือการศึกษา
๓.ส่งเสริมการใชแ้ หลง่ เรยี นร้แู ละจดั การเรียนรโู้ ดยใชภ้ มู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่
๔.ปลูกฝังคณุ ธรรมจรยิ ธรรมแกผ่ ู้เรียน
๕.ส่งเสริมการอา่ น การเขียน การคิดวิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์
๖.ปลูกฝังการมีน้าใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รอู้ ภัย
๗.จัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การอนุรกั ษ์และพฒั นาส่งิ แวดล้อม
๘.สง่ เสริมใหม้ ีทกั ษะการด้ารงชีวติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

อัตลกั ษณโ์ รงเรียน

เรียนดี มคี ุณธรรม นอ้ มนา้ เศรษฐกจิ พอเพียง

เอกลักษณ์

โรงเรยี นวัดเทพพิทักษเ์ ปน็ ผนู้ ้าดา้ นวิชาการ

อัตลักษณโ์ รงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.

รับผิดชอบต่อหน้าท่ี วนิ ยั ดี มีจิตสาธารณะ

โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๒

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี นและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

๑. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร ผู้เรียนสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะ เพ่ือแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์
อันเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสงั คม ด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วิธีการ
สอื่ สารที่มปี ระสทิ ธภิ าพโดยค้านงึ ถงึ ผลกระทบทม่ี ตี ่อตนเองและสังคม

๒. ควำมสำมำรถในกำรคิด ผ้เู รียนสามารถคดิ วเิ คราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอยา่ งสรา้ งสรรค์ คดิ อย่างมี
วจิ ารณญาณและคิดเป็นระบบ เพ่อื นา้ ไปสกู่ ารสรา้ งองค์ความร้หู รือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเก่ยี วกับตนเอง
และสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๓. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสม บนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้ มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข
ปญั หา และมีการตัดสินใจทีม่ ปี ระสิทธภิ าพโดยค้านงึ ถงึ ผลกระทบทเ่ี กิดข้นึ ต่อตนเอง สังคม และสงิ่ แวดล้อม

๔. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต ผู้เรียนสามารถน้ากระบวนการต่างๆ ไปใช้ด้าเนินชีวิตประจ้าวนั
เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง การท้างาน และอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความสัมพันธ์อันดี จัดการปัญหาและ
ความขัดแยง้ ต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ปรับตวั ให้ทันกับการเปล่ยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม และร้จู ัก
หลีกเลีย่ งพฤตกิ รรมไม่พงึ ประสงคท์ ี่ส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน

๕. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี ผู้เรียนสามรถเลือกใช้เทคโนโลยี และมีทักษะกระบวนการทาง
เทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การท้างาน การแก้ปัญหาอย่าง
สรา้ งสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

๑. รกั ษ์ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
๓. มวี ินัย
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มนั่ ในการท้างาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มีจิตเป็นสาธารณะ

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๓

โครงสรำ้ งหลักสตู ร

หลักสูตรโรงเรียนวัดเทพพิทักษ์ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ไดก้ ้าหนดโครงสร้างของหลกั สตู รสถานศึกษา เพ่ือให้ผสู้ อนและผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการ
เรยี นรู้ตามหลักสตู รของสถานศึกษามแี นวปฏบิ ตั ิ ดงั นี้

๑. ระดับการศกึ ษาก้าหนดหลกั สูตรเปน็ ๑ ระดบั คือ ระดบั ประถมศึกษา(ช้นั ประถมศึกษาปที ี่๑– ๖)
การศึกษาระดับนี้เป็นช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิด
ค้านวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพ้ืนฐานความเป็นมนุษย์
การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลทั้งในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และวัฒนธรรม
โดยเนน้ จดั การเรยี นร้แู บบบูรณาการ

๒. สาระการเรียนรู้ ในหลักสูตรโรงเรียนวัดเทพพิทักษ์ พุทธศักราช ๒๕๖๑ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ได้ก้าหนดไว้ในหลักสูตร ประกอบด้วยองคค์ วามรู้ และทกั ษะ ตาม
มาตรฐานการเรยี นรไู้ ว้ ๘ กลุ่มสาระการเรยี นรไู้ ด้แก่

๒.๑ ภาษาไทย
๒.๒ คณติ ศาสตร์
๒.๓ วิทยาศาสตร์
๒.๔ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๒.๕ สุขศึกษาและพลศึกษา
๒.๖ ศลิ ปะ
๒.๗ การงานอาชีพและเทคโนโลยี
๒.๘ ภาษาองั กฤษ
๓. กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น มุ่งให้ผู้เรยี นได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความ
เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มี
ระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตส้านึกของการท้าประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่
รว่ มกบั ผูอ้ ื่นอย่างมีความสขุ แบ่งเปน็
๓ ลักษณะ ดงั นี้

๓.๑ กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์

สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา ก้าหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และ

อาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็น

กจิ กรรมท่ีช่วยเหลอื และให้คา้ ปรกึ ษาแกผ่ ูป้ กครองในการมีสว่ นรว่ มพัฒนาผู้เรยี น

๓.๒ กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้น้าผู้ตามที่ดี

ความรับผิดชอบ การท้างานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การ

ช่วยเหลอื แบ่งปันกนั เออ้ื อาทร และสมานฉันท์ โดยจดั ให้สอดคล้องกบั ความสามารถ ความถนัด และ

ความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัตดิ ว้ ยตนเองในทุกขั้นตอน ไดแ้ ก่ การศึกษาวเิ คราะหว์ างแผน ปฏิบตั ิ

ตามแผน ประเมินและปรับปรุงการท้างาน เน้นการท้างานร่วมกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสมและ

สอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนในหลักสูตร

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ ๔

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๑ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ ประกอบด้วย

๓.๒.๑ กจิ กรรมลูกเสอื - เนตรนารี
๓.๒.๒ กิจกรรมชมุ นมุ
๓.๓ กิจกรรมเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบา้ เพ็ญตน
ใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อสังคม ชุมชน และทอ้ งถ่นิ ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพอื่ แสดงถึงความ
รบั ผิดชอบ ความดีงาม ความเสยี สละต่อสงั คม มีจิตสาธารณะ
๔. เวลาเรยี น หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ ตามหลกั สตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้ก้าหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนส้าหรับ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘
กล่มุ สาระการเรียนรู้ในรายวชิ าพ้ืนฐาน รายวชิ าเพ่ิมเติม และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ในระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี
๑ – ๖ ใหจ้ ดั เวลาเรียนเปน็ รายปี โดยมีเวลาเรียนวนั ละ ไมน่ ้อยกวา่ ๖ ช่ัวโมง หรอื ๑,๐๔๐ ช่วั โมง /ปี

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ๕

โครงสรำ้ งเวลำเรียน

กลุ่มสำระกำรเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลำเรยี น(ชว่ั โมง/ปี)
ระดบั ประถมศกึ ษำ
 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ประวัตศิ าสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา่ งประเทศ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
รวมเวลำเรียน (พน้ื ฐำน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
 รำยวิชำเพมิ่ เติม
- - - ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาไทย ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาองั กฤษ (เพิ่มเติม) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมเวลำเรยี น (เพม่ิ เตมิ )
 กิจกรรมพฒั นำผู้เรียน ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนกั เรยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- กิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
- ชมุ นุม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
๑,๐๔๐ ชว่ั โมง/ปี
รวมเวลำเรียนทง้ั หมด

๑. จ้านวนชั่วโมงท่ีจัดให้นักเรียนระดับประถมศึกษา ( ป.๑-ป.๓ ) เรียนทั้งปี เท่ากับ ๑,๐๔๐ ชั่วโมง
ระดับชั้นประถมศึกษา ( ป.๔-ป.๖ ) เท่ากับ ๑,๐๔๐ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้/จุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนที่ต้องการเน้น
เป็นพิเศษ คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ทักษะภาษาไทย คณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาการอ่านออก เขียนได้ ทักษะ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ที่ดีมีประโยชน์ มีความสนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน
โดยจัดการเรียนการสอนและวดั ผลประเมินผลเปน็ รายปี

๒. การจัดการศึกษาตามพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ ๑๐ ให้การศึกษามุ่งสร้างผู้เรียน ๔ ด้าน ได้แก่ มี
ทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพ้ืนฐานชีวิตท่ีมั่นคงมีคุณธรรม มีงานท้ามีอาชีพ เป็นพลเมืองดีบูรณาการใน
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๖

๓. การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรต้านทุจริต บูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม

๔. การจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษา ด้านพัฒนาการของมนุษย์ สัมพันธภาพ ทักษะส่วนบุคคล
พฤติกรรมทางเพศ สขุ ภาพทางเพศ สังคมและวฒั นธรรม บรู ณาการในกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศึกษา พลศึกษา

๕. การจัดการเรียนรู้คุณธรรมจริยธรรม น้อมน้าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการทุกกลุ่ม
สาระการเรยี นรู้

โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๗

โครงสรำ้ งหลักสตู รช้ันปี

เปน็ โครงสร้างทแี่ สดงรายละเอียดเวลาเรียนของรายวิชาพ้ืนฐาน รายวิชา/กจิ กรรมเพิม่ เติมและ
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียนในแตล่ ะชนั้ ปี

โครงสรำ้ งหลักสตู รชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๑

รหัส กลมุ่ สำระกำรเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลำเรียน
(ชม./ปี)
ท ๑๑๑๐๑ รำยวิชำพืน้ ฐำน ๘๔๐
ค ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐
ส ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส ๑๑๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๘๐
พ ๑๑๑๐๑ ประวตั ศิ าสตร์ ๘๐
ศ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๔๐
อ ๑๑๒๐๑ ๑๒๐
รำยวชิ ำเพ่ิมเติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ (เพิ่มเติม) ๘๐
๑๒๐
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน ๔๐
แนะแนว
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐
๓๐
 ลกู เสอื เนตรนารี
 ชุมนมุ ๑๐
๑,๐๔๐
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณะประโยชน์
รวม

โครงสรำ้ งหลกั สตู รช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๒ โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๘

รหสั กลมุ่ สำระกำรเรียนร/ู้ กิจกรรม เวลำเรียน
(ชม./ปี)
ท ๑๒๑๐๑ รำยวชิ ำพื้นฐำน ๘๔๐
ค ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐
ส ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส ๑๒๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๘๐
พ ๑๒๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐
ศ ๑๒๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ง ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
ภาษาอังกฤษ ๔๐
อ ๑๒๒๐๑ ๑๒๐
รำยวิชำเพิ่มเติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ (เพ่ิมเติม) ๘๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นำผเู้ รยี น ๔๐
แนะแนว
กิจกรรมนักเรียน ๔๐
๓๐
 ลูกเสอื เนตรนารี
 ชุมนุม ๑๐
๑,๐๔๐
กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
รวม

โครงสร้ำงหลักสตู รช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๓ โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๙

รหสั กลมุ่ สำระกำรเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลำเรียน
(ชม./ปี)
ท ๑๓๑๐๑ รำยวชิ ำพน้ื ฐำน ๘๔๐
ค ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐
ส ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส ๑๓๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๘๐
พ ๑๓๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐
ศ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ง ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
อ ๑๓๑๐๓ การงานอาชีพ ๔๐
ภาษาอังกฤษ ๔๐
อ ๑๓๒๐๑ ๑๒๐
รำยวชิ ำเพม่ิ เติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ (เพิ่มเตมิ ) ๘๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นำผูเ้ รยี น ๔๐
แนะแนว
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐
๓๐
 ลูกเสอื เนตรนารี
 ชุมนุม ๑๐
๑,๐๔๐
กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
รวม

โครงสร้ำงหลกั สูตรช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๔ โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๑๐

รหัส กล่มุ สำระกำรเรียนรู/้ กจิ กรรม เวลำเรยี น
(ชม./ปี)
ท ๑๔๑๐๑ รำยวชิ ำพน้ื ฐำน ๘๔๐
ค ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐
ส ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส ๑๔๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๘๐
พ ๑๔๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐
ศ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ง ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
อ ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๔๐
อ ๑๔๒๐๑ ๑๒๐
ท ๑๔๒๐๑ รำยวิชำเพมิ่ เติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ (เพ่ิมเติม) ๔๐
ภาษาไทย ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นำผูเ้ รียน ๔๐
แนะแนว
กจิ กรรมนกั เรียน ๔๐
๓๐
 ลกู เสือ เนตรนารี
 ชุมนุม ๑๐
๑,๐๔๐
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
รวม

โครงสร้ำงหลกั สูตรช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๕ โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๑๑

รหัส กล่มุ สำระกำรเรียนรู/้ กจิ กรรม เวลำเรยี น
(ชม./ปี)
ท ๑๕๑๐๑ รำยวชิ ำพน้ื ฐำน ๘๔๐
ค ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐
ส ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส ๑๕๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๘๐
พ ๑๕๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐
ศ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ง ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
อ ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๔๐
อ ๑๔๒๐๑ ๑๒๐
ท ๑๔๒๐๑ รำยวิชำเพมิ่ เติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ (เพ่ิมเติม) ๔๐
ภาษาไทย ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นำผูเ้ รียน ๔๐
แนะแนว
กจิ กรรมนกั เรียน ๔๐
๓๐
 ลกู เสือ เนตรนารี
 ชุมนุม ๑๐
๑,๐๔๐
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
รวม

โครงสร้ำงหลกั สูตรช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๖ โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๑๒

รหัส กล่มุ สำระกำรเรียนรู/้ กจิ กรรม เวลำเรยี น
(ชม./ปี)
ท ๑๖๑๐๑ รำยวชิ ำพน้ื ฐำน ๘๔๐
ค ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ว ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒๐๐
ส ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ส ๑๖๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๘๐
พ ๑๖๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ ๘๐
ศ ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐
ง ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
อ ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
ภาษาองั กฤษ ๔๐
อ ๑๔๒๐๑ ๑๒๐
ท ๑๔๒๐๑ รำยวิชำเพมิ่ เติม ๘๐
ภาษาองั กฤษ (เพ่ิมเติม) ๔๐
ภาษาไทย ๔๐
๑๒๐
กจิ กรรมพฒั นำผูเ้ รียน ๔๐
แนะแนว
กจิ กรรมนกั เรียน ๔๐
๓๐
 ลกู เสือ เนตรนารี
 ชุมนุม ๑๐
๑,๐๔๐
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
รวม

โครงสรำ้ งรำยวชิ ำ โรงเรียนวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๓

กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย จา้ นวน ๒๐๐ ชั่วโมง
จ้านวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
รำยวิชำพน้ื ฐำน จา้ นวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จา้ นวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จา้ นวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จ้านวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จา้ นวน ๔๐ ชวั่ โมง
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ จ้านวน ๔๐ ชว่ั โมง
จา้ นวน ๔๐ ชวั่ โมง
รำยวชิ ำเพ่ิมเติม
ท ๑๔๒๐๑ ภาษาไทย ๔ จา้ นวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ท ๑๕๒๐๑ ภาษาไทย ๕ จา้ นวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ท ๑๖๒๐๑ ภาษาไทย ๖ จา้ นวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
จ้านวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
กลุม่ สำระกำรเรียนรู้คณติ ศำสตร์ จา้ นวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
จ้านวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
รำยวิชำพื้นฐำน
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ จ้านวน ๘๐ ชวั่ โมง
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ จา้ นวน ๘๐ ชวั่ โมง
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ จา้ นวน ๘๐ ชวั่ โมง
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ จา้ นวน ๘๐ ชว่ั โมง
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ จ้านวน ๘๐ ชว่ั โมง
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ จ้านวน ๘๐ ช่วั โมง

กลมุ่ สำระกำรเรียนวทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี

รำยวชิ ำพน้ื ฐำน
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๒
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๓
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๔
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๕
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๖

กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม โรงเรยี นวดั เทพพิทกั ษ์ ๑๔

รำยวชิ ำพนื้ ฐำน จ้านวน ๘๐ ชวั่ โมง
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๑ จา้ นวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๒ จ้านวน ๘๐ ช่วั โมง
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๓ จ้านวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๔ จ้านวน ๘๐ ชวั่ โมง
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๕ จา้ นวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๖
จ้านวน ๔๐ ชั่วโมง
กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ุขศึกษำและพลศึกษำ จ้านวน ๔๐ ชวั่ โมง
จา้ นวน ๔๐ ชัว่ โมง
รำยวชิ ำพ้ืนฐำน จา้ นวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๑ จา้ นวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๒ จา้ นวน ๔๐ ช่วั โมง
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๓
พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๔ จา้ นวน ๔๐ ชั่วโมง
พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๕ จา้ นวน ๔๐ ชว่ั โมง
พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๖ จ้านวน ๔๐ ชว่ั โมง
จา้ นวน ๔๐ ช่วั โมง
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ศลิ ปะ จ้านวน ๔๐ ช่ัวโมง
จ้านวน ๔๐ ชวั่ โมง
รำยวิชำพื้นฐำน
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ จา้ นวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ จา้ นวน ๔๐ ช่วั โมง
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ จา้ นวน ๔๐ ช่ัวโมง
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ จา้ นวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ จ้านวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ จา้ นวน ๔๐ ช่วั โมง

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชพี

รำยวิชำพ้ืนฐำน
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖

กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำต่ำงประเทศ (องั กฤษ) โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๑๕

รำยวชิ ำพื้นฐำน จ้านวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จ้านวน ๑๒๐ ชั่วโมง
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ จ้านวน ๑๒๐ ชั่วโมง
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ จา้ นวน ๑๒๐ ชั่วโมง
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ จา้ นวน ๑๒๐ ช่วั โมง
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ จา้ นวน ๑๒๐ ช่วั โมง
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖
รำยวชิ ำเพิ่มเตมิ จา้ นวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพม่ิ เตมิ ) ๑ จา้ นวน ๘๐ ชวั่ โมง
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษ (เพมิ่ เติม) ๒ จา้ นวน ๘๐ ชวั่ โมง
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพ่ิมเติม) ๓ จา้ นวน ๔๐ ชั่วโมง
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษ (เพม่ิ เตมิ ) ๔ จ้านวน ๔๐ ชวั่ โมง
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษ (เพ่มิ เตมิ ) ๕ จา้ นวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษ (เพิม่ เติม) ๖

โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๑๖

คำอธิบำยรำยวิชำ

กลุ่มสำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย

คำอธิบำยรำยวิชำพืน้ ฐำน

ท ๑๑๑๐๑ ภำษำไทย ๑ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทย

ชนั้ ประถมศึกษำปีที่ ๑ เวลำ ๒๐๐ ช่วั โมง

ฝึกอ่านออกเสยี งคา้ คา้ คล้องจอง และข้อความส้นั ๆ บอกความหมายของคา้ และข้อความ ตอบค้าถาม

เล่าเร่ืองย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่้าเสมอ น้าเสนอเรื่องที่อ่าน บอก

ความหมายของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ส้าคัญท่ีมักพบเห็นในชีวิตประจ้าวัน มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัด

ลายมอื ดว้ ยตัวบรรจงเต็มบรรทดั เขยี นสอื่ สารด้วยค้าและประโยคงา่ ยๆ มมี ารยาทในการเขียน

ฝึกทักษะในการฟัง ฟังค้าแนะน้า ค้าสั่งง่ายๆและปฏิบัติตาม ตอบค้าถาม เล่าเร่ือง พูดแสดงความ

คิดเห็นและความรู้สกึ จากเรอ่ื งที่ฟังและดู พูดสื่อสารได้ตามวตั ถุประสงค์ เน้นมารยาทในการฟัง การดูและการ

พูด

ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดค้าและบอกความหมายของค้า

เรยี บเรียงคา้ เปน็ ประโยคง่ายๆ ตอ่ ค้าคลอ้ งจองง่ายๆ

บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองส้าหรับเด็ก ฝึกท่องจ้าบท

อาขยานตามที่ก้าหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน

กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังค้าถาม

ตอบคา้ ถาม ใชท้ กั ษะการฟัง การดูและการพดู พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ

อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียงและสามารถน้าไปประยุกต์ใชก้ บั ชีวิตประจ้าวนั ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

มำตรฐำน/ตวั ชี้วัด

ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘

ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓

ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕

ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔

ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

รวม ๕ มำตรฐำน ๒๒ ตวั ชว้ี ัด

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๑๗

คำอธบิ ำยรำยวิชำพ้ืนฐำน

ท ๑๒๑๐๑ ภำษำไทย ๒ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทย

ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๒ เวลำ ๒๐๐ ช่ัวโมง

ฝึกอ่านออกเสียงค้า ค้าคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของค้าและ

ข้อความท่ีอ่าน ต้ังค้าถาม ตอบค้าถาม ระบุใจความส้าคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน

เหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่้าเสมอและน้าเสนอเร่ืองท่ีอ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย

และปฏบิ ตั ติ ามคา้ สั่งหรอื ข้อแนะน้า มมี ารยาทในการอา่ น

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ เขียนเร่ืองสั้นๆ ตาม

จนิ ตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น

ฝกึ ทักษะการฟัง ฟังค้าแนะน้า ค้าสงั่ ทซ่ี ับซ้อนและปฏิบัติตาม เล่าเร่ือง บอกสาระส้าคัญของเรื่อง ตง้ั

ค้าถาม ตอบค้าถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทใน

การฟัง การดแู ละการพดู

ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดค้าและบอกความหมายของค้า

เรียบเรียงค้าเป็นประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะค้าคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทย

มาตรฐานและภาษาถนิ่ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ

ฝึกจับใจความส้าคัญจากเร่ือง ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมส้าหรับเด็ก เพื่อ

น้าไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน ร้องบทร้องเล่นส้าหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจ้าบทอาขยานตามท่ีก้าหนดและบทร้อย

กรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้

กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ

อธิบาย บันทึก การต้ังค้าถาม ตอบค้าถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น

กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ

อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียงและสามารถน้าไปประยุกต์ใชก้ บั ชวี ติ ประจ้าวนั ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

มำตรฐำน/ตัวช้ีวดั

ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘

ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗

ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕

ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวม ๕ มำตรฐำน ๒๗ ตัวช้ีวดั

โรงเรยี นวดั เทพพิทกั ษ์ ๑๘

คำอธบิ ำยรำยวิชำพืน้ ฐำน

ท ๑๓๑๐๑ ภำษำไทย ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย

ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๓ เวลำ ๒๐๐ ชวั่ โมง

ฝึกอ่านออกเสียงค้า ข้อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของค้าและ

ข้อความท่ีอ่าน ต้ังค้าถาม ตอบค้าถามเชิงเหตุผล ล้าดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิด

จากเรื่องที่อ่าน เพื่อน้าไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม้่าเสมอและน้าเสนอ

เรื่องท่ีอ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามค้าส่ังหรือข้อแนะน้า อธิบายความหมายของข้อมูลจาก

แผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจ้าวัน เขียนเร่ืองตาม

จนิ ตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น

ฝึกทักษะการฟัง การดู และการพูด เล่าและบอกสาระส้าคัญ ต้ังค้าถาม ตอบค้าถาม แสดงความ

คดิ เห็น ความรู้สึก ส่ือสารได้ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ มมี ารยาทในการฟงั การดูและการพดู

ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดค้าและบอกความหมายของค้า ระบุชนิด หน้าที่ของค้า ใช้

พจนานุกรมค้นหาความหมายของค้า แต่งประโยคง่ายๆ แต่งค้าคล้องจองและค้าขวัญ เลือกใช้ภาษาไทย

มาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ

ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านวรรณกรรมเพ่ือน้าไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อม

เด็ก เพ่ือปลูกฝังความชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่น แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวรรณคดีที่อ่าน ท่องจ้าบทอาขยาน

ตามท่ีก้าหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน การเขียน กระบวนการ

แสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ ส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ

อธิบาย บันทึก การตั้งค้าถาม ตอบค้าถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น

กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สอื่ สารไดถ้ กู ต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เห็นคณุ คา่ ของการ

อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ

พอเพียงและสามารถน้าไปประยกุ ต์ใชก้ บั ชีวิตประจ้าวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

มำตรฐำน/ตวั ชีว้ ดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวม ๕ มำตรฐำน ๓๑ ตัวชวี้ ดั

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๙

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน

ท ๑๔๑๐๑ ภำษำไทย ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย

ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๔ เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของค้า ประโยคและส้านวนจาก

เร่ืองท่ีอ่าน อ่านเร่ืองสั้น ๆ ตามเวลาที่ก้าหนดและตอบค้าถามจากเร่ืองท่ีอ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น

จากเรอ่ื งท่ีอา่ น คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรือ่ งที่อ่าน โดยระบเุ หตผุ ลประกอบ สรปุ ความรูแ้ ละข้อคิดจากเรื่อง

ที่อ่าน เพ่ือน้าไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่้าเสมอและแสดง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรอ่ื งท่ีอ่าน มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทดั

เขียนส่ือสารโดยใช้ค้าได้ถูกต้อง ชัดเจนและเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้

พัฒนางานเขียน เขียนย่อความจากเร่ืองส้ัน ๆ เขียนจดหมายถึงเพ่ือนและมารดา เขียนบันทึกและเขียน

รายงานจากการศึกษาคน้ ควา้ เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขียน

ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด จ้าแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเรื่องที่ฟังและดู พูดสรุปจากการ

ฟังและดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเก่ียวกับเรื่องที่ฟังและดู ต้ังค้าถามและตอบค้าถามเชิง

เหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มี

มารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดค้าและบอกความหมายของค้าใน

บริบทต่าง ๆ ระบุชนิดและหน้าท่ีของค้าในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของค้า แต่งประโยคได้

ถูกต้องตามหลักภาษา แต่งบทร้อยกรองและค้าขวัญ บอกความหมายของส้านวน เปรียบเทียบภาษาไทย

มาตรฐานและภาษาถน่ิ ได้

ระบุข้อคิดจากนิทานพ้ืนบ้านหรอื นิทานคติธรรมอธิบายข้อคิดจากการอ่านเพื่อน้าไปใช้ในชวี ติ จริงร้อง

เพลงพ้ืนบ้านท่องจ้าบทอาขยานตามท่ีก้าหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการ

อ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุป

ความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ

อธิบาย บันทึก การต้ังค้าถาม ตอบค้าถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูดพูด แสดงความคิดเห็น

กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของ

การอนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจ

พอเพียงและสามารถน้าไปประยกุ ต์ใชก้ บั ชวี ติ ประจา้ วนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

มำตรฐำน/ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวม ๕ มำตรฐำน ๓๓ ตัวช้วี ัด

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๒๐

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพ้ืนฐำน

ท ๑๕๑๐๑ ภำษำไทย ๕ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย

ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๕ เวลำ ๒๐๐ ชวั่ โมง

ฝกึ อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของค้า ประโยคและข้อความท่ีเป็น

การบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความ

คิดเห็น อ่านงานเขียนเชิงอธบิ าย ค้าส่ัง ข้อแนะน้า และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสอื ท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ

มมี ารยาทในการอ่าน

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเร่ือง

แผนภาพความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเหน็

กรอกแบบรายการตา่ ง ๆ เขียนเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขยี น

ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึก ตั้งค้าถาม ตอบ

ค้าถาม วเิ คราะห์ความ พูดรายงาน มมี ารยาทในการฟงั การดูและการพูด

ระบุชนิดและหน้าที่ของค้าในประโยค จ้าแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทย

มาตรฐานและภาษาถ่ิน ใชค้ า้ ราชาศัพท์ บอกค้าภาษาต่างประเทศในภาษาไทย แตง่ บทร้อยกรอง ใชส้ ้านวนได้

ถกู ตอ้ ง

สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดท่ีสามารถน้าไปใช้ในชีวิตจริง อธิบาย

คุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจ้าบทอาขยานตามท่ีก้าหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความ

สนใจ โดยใช้กระบวนการอ่านเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์

และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา ฝึกปฏิบัติ

อธิบาย บันทึก การต้ังค้าถาม ตอบค้าถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น

กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ

อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจ

พอเพียงและสามารถนา้ ไปประยุกต์ใช้กับชีวติ ประจ้าวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

มำตรฐำน/ตัวช้วี ัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวม ๕ มำตรฐำน ๓๓ ตัวช้ีวดั

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ ๒๑

คำอธบิ ำยรำยวิชำพ้นื ฐำน

ท ๑๖๑๐๑ ภำษำไทย ๖ กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย

ช้นั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๖ เวลำ ๒๐๐ ช่วั โมง

ฝึกอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของค้า ประโยคและข้อความที่เป็น

โวหาร อ่านเรื่องสั้น ๆอย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน วิเคราะห์และแสดง

ความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองท่ีอ่านเพื่อน้าไปใช้ในการด้าเนินชีวิต อ่านงานเขียน เชิงอธิบาย ค้าส่ัง ข้อแนะน้า

และปฏบิ ตั ิตาม อธิบายความหมายของข้อมูลจากการอา่ นแผนผัง แผนท่ี แผนภมู ิและกราฟ เลอื กอ่านหนังสือ

ตามความสนใจและอธบิ ายคุณค่าทีไ่ ดร้ บั มมี ารยาทในการอ่าน

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้ค้าได้ถูกต้อง ชัดเจนและ

เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ เขียนย่อ

ความจากเร่ืองอ่าน เขียนจดส่วนตัว กรอกแบบรายการต่างๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์ มี

มารยาทในการเขียน

ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเร่ืองท่ีฟังและดู ตั้ง

ค้าถามและตอบค้าถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากเรื่องท่ีฟังและดูส่ือโฆษณา

อย่างมีเหตผุ ล พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นทีศ่ ึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดแู ละการสนทนา พดู โน้มน้าวอย่าง

มีเหตผุ ลและน่าเชือ่ ถือ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด

ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของค้าในประโยค ใช้ค้าได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและ

บอกความหมายของค้าภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง

วิเคราะหเ์ ปรียบเทียบส้านวนท่เี ป็นค้าพงั เพยและสภุ าษิต

ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพ้ืนบ้านท้องถิ่นตนเองและนิทาน

พื้นบ้านของท้องถิ่นอื่น อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและน้าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

ท่องจ้าบทอาขยานตามท่ีก้าหนดและบทร้อย โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการ

แสวงหาความรู้ กระบวนการกล่มุ กระบวนการคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความ กระบวนการคดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ

กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข้อเท็จจริง กระบวนการ

คน้ ควา้ กระบวนการใชเ้ ทคโนโลยใี นการสอื่ สาร กระบวนการใช้ทกั ษะทางภาษา การฝกึ ปฏิบตั ิ อธบิ าย บนั ทกึ

การต้ังค้าถาม ตอบค้าถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้าง

ความคิดรวบยอด

เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สอ่ื สารไดถ้ ูกต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เหน็ คณุ ค่าของการ

อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจ

พอเพียงและสามารถนา้ ไปประยกุ ต์ใชก้ ับชีวิตประจ้าวนั ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

มำตรฐำน/ตวั ชว้ี ดั

ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙

ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙

ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖

ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖

ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวม ๕ มำตรฐำน ๓๔ ตวั ชวี้ ัด

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๒๒

คำอธิบำยรำยวิชำเพ่ิมเติม

ท ๑๔๒๐๑ ภำษำไทย ๔ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้ภู ำษำไทย

ช้ันประถมศึกษำปีท่ี ๔ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษา ฝึกทกั ษะ / กระบวนการในสาระต่อไปน้ี

อ่านเรอื่ งต่างๆ สรปุ ความ ขอ้ คิดจากเรื่องที่อ่าน พูด โดยใช้ทกั ษะการอ่านเพ่ือจับใจความส้าคญั นา้ มา

สู่การคดิ เคราะห์ ได้อย่างถกู ต้องสามารถแสดงความคดิ เห็น และสรปุ ขอ้ คดิ เหน็ จากเนื้อเรื่องได้

เพ่ือใหม้ คี วามรู้ทางภาษา ทักษะการพดู การเขียน มีความรักในภาษาไทย และสามารถน้าไป

ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจา้ วันได้

ผลกำรเรยี นรู้ทค่ี ำดหวงั
1. สรุปใจความส้าคญั ของเรื่องท่ีอา่ นได้อย่างถูกต้อง
2. สรปุ ข้อเทจ็ จริง และข้อคิดเหน็ ได้
3. เขียนแสดงความคิดเห็นจากเร่ืองที่อ่าน ฟงั ดู ได้
4. เขียนบทร้อยกรอง และคา้ ขวญั ได้

รวมทั้งหมด 4 ผลกำรเรียนรู้ที่คำดหวัง

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ๒๓

คำอธิบำยรำยวิชำเพิ่มเติม

ท ๑๕๒๐๑ ภำษำไทย ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย

ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ ๕ เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

ศึกษา ฝึกทกั ษะ / กระบวนการในสาระต่อไปน้ี

อา่ นเรื่องตา่ งๆ สรปุ ความ ขอ้ คิดจากเรื่องท่ีอ่าน พดู เพ่ือเป็นพิธกี รรายการท่ัวไป เขียนหนังสอื เล่มเลก็

จากประสบการณ์ หรอื จนิ ตนาการ

โดยใชท้ กั ษะการอา่ นเพื่อความเข้าใจ การคดิ เคราะห์ ทักษะการพดู การมบี คุ ลกิ ทีด่ ใี นการพดู ทักษะ

การเขยี นสือ่ ความ

เพ่ือใหม้ ีความรู้ทางภาษา ทักษะการพดู การเขียน มีความรักในภาษาไทย และสามารถน้าไป

ประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจ้าวนั ได้

ผลกำรเรียนรู้ท่ีคำดหวงั
1. อา่ นเรอื่ งราวตา่ งๆ สามารถสรปุ ขอ้ คิดจากเร่ืองท่ีอ่านได้
2. ตอบคาถามเชิงวิเคราะห์จากเรอื่ งทีอ่ ่านได้
3. มคี วามร้ทู างภาษา รกั ษใ์ นภาษาไทย ละสามารถนา้ มาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจ้าวนั ได้

รวมท้ังหมด ๓ ผลกำรเรยี นรู้ท่ีคำดหวงั

โรงเรียนวดั เทพพทิ กั ษ์ ๒๔

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเติม

ท ๑๖๒๐๑ ภำษำไทย ๖ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย

ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี ๖ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง

ศึกษา ฝกึ ทักษะ / กระบวนการในสาระต่อไปน้ี

อา่ นเรือ่ งต่างๆและสามารถแตง่ บทรอ้ ยกรองกลอนสี่กลอนสภุ าพกาพยย์ านี11 เพลงพนื้ บ้าน เพอ่ื

นา้ มาใช้ในการให้ความบันเทงิ ในชวี ิตประจ้าวนั ให้เกดิ ความสนุกสนาน

โดยใชท้ ักษะการคน้ ควา้ สอบถามสมั ภาษณ์ ปราชญช์ าวบ้านเพ่ือท้าการศึกษาเร่ืองราวความเป็นของ

ถงึ ภมู ิปญั ญาไทยดา้ นปริศนาค้าไทยผะหมีบทรอ้ งเลน่ เพอ่ื น้าไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจ้าวนั ได้

ตลอดจนมีศึกษาและอธิบายคุณค่าของภมู ปิ ญั ญาไทยในท้องถิน่ ในด้านการละเลน่ สามารถแสดง

ความคดิ เห็น และวพิ ากวิจารณ์ถงึ ความเป็นมาได้

ผลกำรเรยี นรทู้ ค่ี ำดหวัง
1. อ่านและแต่งบทรอ้ ยกรองกลอนส่กี ลอนสุภาพกาพยย์ านี11และเพลงพืน้ บ้านได้
2. น้าปรศิ นาคา้ ทายผะหมีบทร้องเล่นบทร้อยกรองต่างๆ และเพลงพื้นบา้ นมาร้องและทายได้
3.คน้ คว้าสอบถามสัมภาษณ์ผู้รเู้ ก่ียวกบั ภมู ิปญั ญาไทยดา้ นปรศิ นาคา้ ไทยผะหมีบทร้องเล่นและเพลง

พ้นื บา้ นน้ามาเผยแพร่
4. อธบิ ายคณุ ค่าแสดงความคิดเหน็ วิพากวิจารณ์ปริศนาคา้ ทายผะหมีบทร้องเล่นบทรอ้ ยกรองและ

เพลงพน้ื บา้ น
รวมทั้งหมด ๔ ผลกำรเรียนรู้ท่ีคำดหวัง

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ๒๕

กลุ่มสำระกำรเรยี นร้คู ณติ ศำสตร์

อธบิ ำยรำยวิชำพืน้ ฐำน

ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๑ กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้คู ณิตศำสตร์
ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี ๑ เวลำ ๒๐๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษา คน้ คว้า ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเก่ียวกับเรื่องต่อไปน้ี
จำนวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ การนับทีละ ๑ และทีละ ๑๐ การอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอา
รบิก ตัวเลขไทยแสดงจ้านวน การแสดงจ้านวนนับไม่เกิน ๒๐ ในรูปความสัมพันธ์ของจ้านวนแบบส่วนย่อย
ส่วนรวม (part - whole relationship) การบอกอันดับท่ี หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลักและการเขียน
ตวั เลขแสดง จา้ นวนในรูปกระจาย การเปรยี บเทยี บจา้ นวนและการใช้ เครอ่ื งหมาย = ≠ > < การเรยี งล้าตับ
จา้ นวน
กำรบวก กำรลบ จำนวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ
การหาผลบวก การหาผลลบและความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวกโจทย์
ปญั หา การลบ และการสร้างโจทย์ปัญหาพรอ้ มทง้ั หาคา้ ตอบ
แบบรูป แบบรูปของจา้ นวนที่เพ่มิ ขนึ้ หรือลดลงทีละ ๑ และทีละ ๑๐ แบบรูปซ้าของจ้านวน
รูปเรขาคณติ และรปู อนื่ ๆ
ควำมยำว การวัดความยาวโดยใชห้ น่วยทไ่ี ม่ใช่ หนว่ ยมาตรฐาน การวัดความยาวเป็นเซนตเิ มตร เป็น
เมตร การเปรียบเทยี บความยาวเป็นเซนติเมตร เปน็ เมตร การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก การลบเกย่ี วกบั ความยาวที่
มหี นว่ ยเปน็ เซนตเิ มตร เป็นเมตร
นำ้ หนัก การวัดน้าหนักโดยใชห้ น่วยท่ีไม่ใช่หนว่ ย มาตรฐาน การวดั น้าหนักเป็นกโิ ลกรัม เป็นขีด การ
เปรยี บเทียบนา้ หนักเป็นกิโลกรัม เปน็ ขดี การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก การลบเกี่ยวกบั น้าหนักทมี่ ีหนว่ ยเป็น
กโิ ลกรัม เปน็ ขดี
รูปเรขำคณิตสองมิติและรูปเรขำคณิตสำมมิติ ลักษณะของทรงล่ีเหล่ียมมุมฉาก ทรงกลม
ทรงกระบอก กรวย ลักษณะของรูปสามเหล่ียม รูปส่ีเหล่ียม วงกลม และวงรี การน้าเสนอข้อมูล การอ่านแผนภูมิ
รูปภาพ โดยใช้ความรู้ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะส้าคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการส่ือสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการ
แก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝ่ เรียนรู้ มี
ความมุ่งมัน่ ในการท้างาน และมีจติ สาธารณะตามคุณลักษณะอันพึงประสงคท์ ่ีดี รวมท้งั เหน็ คุณค่า และมีเจตคติที่
ดตี อ่ คณิตศาสตร์

มำตรฐำน/ตัวชวี้ ดั
ค ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑

รวมทั้งหมด ๑๐ ตัวช้ีวัด

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๒๖

คำอธบิ ำยรำยวิชำพ้ืนฐำน

ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๒ กลมุ่ สำระกำรเรียนรคู้ ณิตศำสตร์
ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ ๒ เวลำ ๒๐๐ ช่ัวโมง

ศกึ ษา ค้นควา้ ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกีย่ วกบั เรอ่ื งต่อไปน้ี
จำนวนนบั ไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ การนบั ทีละ ๒ ทีละ ๔ ทีละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐ การอา่ นและการ
เขียนตัวเลขฮนิ ดอู ารบิก ตวั เลขไทย และตัวหนงั สอื แสดงจ้านวน จา้ นวนคูจ่ า้ นวนค่ี หลักคา่ ของเลขโดดในแต่ละ
หลกั และการเขียนตวั เลขแสดงจ้านวนในรปู กระจาย การเปรียบเทยี บและเรียงล้าดับจา้ นวน
กำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำร จำนวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ การบวกและการลบ
ความหมายของการคูณ ความหมายของ การหาร การหาผลคูณ การหาผลหาร และเศษ และความสัมพันธ์ของการ
คูณ และการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้และการสรา้ งโจทยป์ ัญหา พรอ้ มท้งั หาค้าตอบ
แบบรปู แบบรูปของจ้านวนที่เพิ่มข้ึนหรือลดลง ทีละ ๒ ทีละ ๕ และทีละ ๑๐๐ แบบรปู ซ้าา
เวลำ การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาที (ชว่ ง ๕ นาที) การบอกระยะเวลาเป็นชัว่ โมง เปน็ นาที
การเปรยี บเทียบระยะเวลาเป็นชั่วโมง เปน็ นาทีการอ่านปฏทิ ิน การแก้โจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั เวลา
ควำมยำว การวดั ความยาวเปน็ เมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตร
การเปรยี บเทยี บความยาวโดยใชค่ วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเมตรกบั เซนตเิ มตร การแกโ้ จทย์ปญั หาเกยี่ วกับ
ความยาวทีม่ หี นว่ ยเป็นเมตรและเซนตเิ มตร
น้ำหนัก การวัดน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนน้าหนักเปน็ กิโลกรัม การ
เปรียบเทียบน้าหนักโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างกิโลกรัมกับกรัม กิโลกรัมกับขีด การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ
น้าหนกั ทม่ี หี นว่ ยเปน็ กิโลกรัมและกรัม กิโลกรมั และขีด
ปริมำตรและควำมจุ การวดั ปรมิ าตรและความจโุ ดยใช้หน่วย ทไ่ี ม่ใชห่ นว่ ยมาตรฐาน การวดั ปริมาตร
และความจุเป็นช้อนซา ช้อนโต๊ะ ถว้ ยตวง ลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเปน็ ชอ้ นซา ชอ้ นโต๊ะถ้วย
ตวง ลิตร การแก้โจทย์ปญั หาเก่ียวกบั ปริมาตรและ ความจุ ท่ีมีหน่วยเปน็ ช้อนซา ชอ้ นโตะ๊ ถ้วยตวง ลติ ร
รปู เรขำคณติ สองมิติ ลกั ษณะของรูปหลายเหลี่ยม วงกลม และวงรแี ละการเขียนรปู เรขาคณิตสองมิติ
โดยใช้แบบของรูป
กำรนำเสนอข้อมูล การอ่านแผนภูมิรูปภาพโดยใช้ความร้ทู ักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรแ์ ละ
สมรรถนะส้าคัญในการแก้ปญั หาต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการส่ือสารและสอื่
ความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ และ
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีมวี นิ ยั มีความใฝ่เรยี นรูม้ ีความมุง่ มน่ั ในการทา้ งานและมีจิตสาธารณะตาม
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ี่ดี รวมทั้งเหน็ คณุ ค่าและมเี จตคติทีด่ ตี อ่ คณติ ศาสตร์
มำตรฐำน/ตัวช้วี ดั

ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวม ๑๖ ตัวชี้วัด

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๒๗

ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๓ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ ๓ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณิตศำสตร์
เวลำ ๒๐๐ ช่ัวโมง

ศึกษา คน้ ควา้ ฝึกทกั ษะ/กระบวนการเกยี่ วกับเรือ่ งต่อไปน้ี
จำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ การอ่าน การเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และ
ตัวหนงั สือแสดงจ้านวน หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลักและการเขียนตวั เลขแสดงจ้านวนในรูปกระจาย การ
เปรียบเทียบและเรยี งล้าดับจ้านวน
เศษสว่ น เศษสว่ นที่ตัวเศษน้อยกว่าหรอื เทา่ กบั ตัวส่วน การเปรียบเทยี บและเรยี งลา้ ดับเศษสว่ น
กำรบวก กำรลบ กำรคณู กำรหำรจำนวนนับ ไมเ่ กน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ การบวกและการลบ การ
คูณ การหารยาวและการหารส้ันการบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ปัญหา และการสร้าง โจทย์ ปัญหา
พร้อมทงั้ หาค้าตอบ การบวก การลบเศษสว่ น
กำรบวก กำรลบเศษส่วน การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและ โจทย์ ปัญหาการลบเศษส่วน
แบบรูป แบบรูปของจา้ นวนทเี่ พม่ิ ขนึ้ หรือลดลงทีละเทา่ ๆ กัน
เงนิ การบอกจา้ นวนเงนิ และเขยี นแสดง จา้ นวนเงนิ แบบใชจ้ ดุ การเปรยี บเทยี บจา้ นวนเงนิ
และการแลกเงนิ การอ่านและเขยี นบนั ทึกรายรับ รายจ่าย การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั เงิน
เวลำ การบอกเวลาเป็นนาฬิกาและนาทีการเขียนบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรือทวิภาค (:) และ
การอ่าน การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมงและนาที การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง ชวั่ โมงกับ
นาที การอ่านและการเขยี นบนั ทกึ กจิ กรรม ทรี่ ะบเุ วลา การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกับเวลาและ ระยะเวลา
ควำมยำว การวัดความยาวเป็นเซนติเมตรและ มิลลิเมตร เมตรและเซนติเมตร กิโลเมตร และเมตร
การเลือกเครื่องวัดความยาวท่ีเหมาะสม การคาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเป็น เซนติเมตร การเปรียบเทียบ
ความยาวโดยใช้ความสัมพันธร์ ะหว่างหนว่ ยความยาว การแก้โจทยป์ ัญหาเก่ียวกับ
ความยาว
น้ำหนกั การเลอื กเคร่อื งชง่ั ทเี่ หมาะสม การคาดคะเนนา้ หนักเปน็ กโิ ลกรมั และเปน็ ขีด
การเปรยี บเทียบน้าหนักโดยใช้ความสัมพนั ธร์ ะหว่างกโิ ลกรัมกับกรัม เมตรกิ ตันกับกโิ ลกรัม การแก้โจทย์ปัญหา
เกีย่ วกับน้าหนัก
รูปเรขำคณิตสองมิติ รปู ท่ีมแี กนสมมาตร
กำรเก็บรวบรวมข้อมูลและกำรนำเสนอขอ้ มลู การเก็บรวบรวมขอ้ มลู และจ้าแนกขอ้ มูล การอ่านและ
การเขียนแผนภมู ริ ปู ภาพ การอ่านและการเขียนตารางทางเดียว (one - way table)
โดยใชค้ วามรทู้ ักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะส้าคัญในการแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ ได้
อย่างเหมาะสมโดยใช้ความสามารถในการส่ือสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการ
แก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีมีวินัย มีความใฝ่เรียนรู้มีความ
มุ่งม่ันในการท างาน และมีจิตสาธารณะตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดี รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อ
คณติ ศาสตร์

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ ๒๘

มำตรฐำน/ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙,
ป.๓/๑๐ , ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙,
ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑,ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒

รวม ๒๘ ตัวช้ีวดั

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ๒๙

ค ๑๔๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๔ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน
ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ ๔ กลมุ่ สำระกำรเรียนรูค้ ณิตศำสตร์
เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง

ศกึ ษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ/กระบวนการเกย่ี วกับเรื่องต่อไปน้ี
จำนวนนับท่ีมำกกว่ำ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ การอ่าน การเขยี นตัวเลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย
และตัวหนังสือแสดงจ้านวน หลัก ค่าประจ้าหลักและค่าของเลขโดด ในแต่ละหลัก และการเขียนตวั เลข แสดง
จ้านวนในรปู กระจาย การเปรียบเทียบและเรียงล้าดับจ้านวน ค่าประมาณของจ้านวนนบั และการใช้เครื่องหมาย ≈
เศษส่วน เศษสว่ นแท้เศษเกนิ จา้ นวนคละ ความสมั พนั ธ์ระหว่างจา้ นวนคละและเศษเกิน เศษส่วนท่ี
เท่ากัน เศษส่วนอย่างต่้าและเศษสว่ นทเ่ี ท่ากบั จ้านวนนบั การเปรียบเทียบ เรยี งลา้ ดบั เศษสว่ นและจา้ นวนคละ
ทศนิยม การอา่ นและการเขียนทศนยิ มไม่เกนิ ๓ ต้าแหนง่ ตามปริมาณทก่ี ้าหนด หลัก
ค่าประจ้าหลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลักของทศนิยม และการเขียน ตัวเลข แสดงทศนิยมในรูปกระจาย
ทศนิยม ท่ีเทา่ กัน การเปรียบเทยี บและเรยี งล้าดับทศนิยม
กำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำรจำนวนนบั ทม่ี ำกกว่ำ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ การประมาณผลลัพธ์
ของการบวก การลบ การคณู การหาร การบวกและการลบ การคูณและการหาร การบวก ลบ คณู หารระคน
การแกโ้ จทย์ปัญหาและการสรา้ งโจทยป์ ญั หาพร้อมท้ังหาค้าตอบ
กำรบวก กำรลบเศษสว่ น การบวก การลบเศษสว่ นและจา้ นวนคละ การแกโ้ จทย์ปญั หาการบวก และ
โจทย์ปญั หาการลบเศษสว่ นและ จา้ นวนคละ
กำรบวก กำรลบทศนิยม การบวก การลบทศนยิ ม การแก้โจทยป์ ญั หาการบวก การลบ ทศนิยมไม่
เกนิ ๒ ข้ันตอน
แบบรูป แบบรปู ของจ้านวนที่เกดิ จากการคณู การหารด้วยจา้ นวนเดียวกนั
เวลำ การบอกระยะเวลาเปน็ วนิ าทนี าทชี ่วั โมง วนั สัปดาห์เดอื น ปกี ารเปรียบเทยี บระยะเวลา โดยใช้
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างหน่วยเวลา การอา่ นตารางเวลา การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับเวลา
กำรวัดและสรำ้ งมุม การวดั ขนาดของมุมโดยใช้โพรแทรกเตอรก์ ารสร้างมุมเม่อื กา้ หนดขนาดของมุม
รูปส่ีเหล่ียมมุมฉำก ความยาวรอบรูปของรูปลี่เหลี่ยมมุมฉาก พ้ืนที่ของรูปล่ีเหลี่ยมมุมฉาก การแก้
โจทย์ปญั หาเก่ยี วกับความยาว รอบรูป และพ้ืนท่ขี องรปู ล่ีเหล่ยี มมมุ ฉาก
รปู เรขำคณติ ระนาบ จุด เสน้ ตรง รังสี ส่วนของเส้นตรง และสญั ลกั ษณ์แสดงเส้นตรง รังสี
สว่ นของเส้นตรง มมุ สว่ นประกอบของมุม การเรยี กซอ่ื มมุ สญั ลักษณแ์ สดงมุม ชนดิ ของมมุ
ชนิดและสมบตั ิ ของรูปลเ่ี หลีย่ มมุมฉาก การสร้างรปู ลี่เหล่ยี มมมุ ฉาก
กำรนำเสนอข้อมูล การอ่านและการเขียนแผนภูมิแท่ง (ไมร่ วมการย่นระยะ) การอ่านตารางสองทาง (two
- way table) โดยใช้ความรู้ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะส้าคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้
อย่างเหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการส่ือสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิดความสามารถใน
การแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝ่ เรียนรู้มี
ความมุง่ มน่ั ในการท้างานและมีจิตสาธารณะตามคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ท่ดี ี รวมท้ังเหน็ คณุ คา่ และมเี จตคติ
ทีด่ ตี ่อคณติ ศาสตร์

โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๓๐

มำตรฐำน/ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙,
ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑

รวม ๒๒ ตัวชี้วดั

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๓๑

คำอธบิ ำยรำยวิชำพ้นื ฐำน

ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศำสตร์ ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรคู้ ณิตศำสตร์
ชนั้ ประถมศึกษำปีท่ี ๕ เวลำ ๒๐๐ ชวั่ โมง

ศึกษา ค้นคว้า ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกีย่ วกบั เร่ืองต่อไปน้ี
ทศนยิ ม ความสัมพันธร์ ะหว่างเศษสว่ นและทศนยิ ม คา้ ประมาณของทศนิยมไม่เกนิ ๓ ตา้ แหนง่ ที่เปน็
จ้านวนเตม็ ทศนิยม ๑ ต้าแหน่ง และ ๒ ต้าแหนง่ การใชเ้ คร่ืองหมาย ≈
จำนวนนับและ 0 กำรบวก กำรลบ กำรคณู และกำรหำร การแกโ้ จทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์
เศษสว่ น และกำรบวก กำรลบ กำรคณู กำรหำรเศษส่วน การเปรียบเทยี บเศษส่วนและจ้านวนคละ การ
บวก การลบของเศษส่วนและจ้านวนคละการคูณ การหารของเศษส่วนและจ้านวนคละ การบวก ลบ คูณ หาร
ระคนของเศษสว่ น และจ้านวนคละ การแก้โจทยป์ ัญหาเศษส่วนและจา้ นวนคละ
กำรคูณ กำรหำรทศนิยม การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม การ
คูณทศนิยม การหารทศนยิ ม การแกโ้ จทย์ปญั หาเก่ยี วกบั ทศนิยม
ร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ การอ่านและการเขียนร้อยละหรือ เปอร์เซ็นต์การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ
ควำมยำว ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร
กิโลเมตรกับเมตร โดยใชค้ วามรู้เรอื่ งทศนยิ ม การแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ยี วกับความยาว โดยใช้ความรเู้ ร่อื ง
การเปลยี่ นหน่วย และทศนยิ ม
น้ำหนัก ความสมั พันธร์ ะหว่างหนว่ ยนา้ หนัก กโิ ลกรัมกับกรัม โดยใชค้ วามรเู้ รือ่ งทศนยิ ม การแก้ โจทย์
ปัญหาเก่ียวกับนา้ หนัก โดยใช้ความรเู้ ร่อื งการเปลยี่ นหน่วยและทศนิยม
ปริมำตรและควำมจุ ปริมาตรของทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก
ความสัมพันธ์ระหว่าง มิลลิลิตร ลิตร ลูกบาศก์เซนติเมตร และลูกบาศก์เมตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ
ปริมาตร ของทรงส่เี หล่ียมมุมฉากและความจขุ องภาชนะทรงสีเ่ หล่ยี มมุมฉาก
รูปเรขำคณิตสองมิติ ความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหล่ียม พื้นที่ของรูปส่ีเหลี่ยมด้านขนานและรูป
สี่เหล่ียมขนมเปียกปูน การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปของรูปส่ีเหล่ียมและพื้นที่ของรูปสี่เหล่ียม
ด้านขนานและรูปสี่เหลี่ยมขนมเปยี กปูน
รูปเรขำคณิต เส้นตั้งฉากและสัญลักษณ์แสดงการต้ังฉาก เส้นขนานและสัญลักษณ์แสดงการขนาน
การสร้างเสน้ ขนาน มุมแย้ง มุมภายใน และมุมภายนอก ทอี่ ย่บู นชา้ งเดยี วกันของเส้นตัดขวาง (Transversal)
รปู เรขำคณิตสองมติ ิ ชนดิ และสมบตั ขิ องรปู ล่เี หลีย่ ม การสร้างรปู ลเ่ี หลีย่ ม
รูปเรขำคณติ สำมมติ ิ ลกั ษณะและสว่ นต่าง ๆ ของปริซมึ
กำรนำเสนอขอ้ มลู การอ่านกราฟเส้น การอ่านและการเขยี นแผนภูมิแทง่
โดยใช้ความรู้ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะส้าคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการส่ือสารและสื่อความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถ ในการ
แก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มีวินัย มีความใฝ่ เรียนรู้มี
ความมุง่ ม่นั ในการท้างาน และมจี ติ สาธารณะตามคุณลักษณะอันพึงประสงคท์ ด่ี ี รวมทง้ั เห็นคณุ คา่ และมีเจตคติ
ที่ดีต่อคณิตศาสตร์

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ ๓๒

มำตรฐำน/ตัวช้วี ัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ , ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

รวม ๑๙ ตัวช้ีวัด

โรงเรยี นวดั เทพพิทกั ษ์ ๓๓

คำอธิบำยรำยวชิ ำพื้นฐำน

ค ๑๖๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๖ กลมุ่ สำระกำรเรียนรคู้ ณิตศำสตร์

ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี ๖ เวลำ ๒๐๐ ชัว่ โมง

เศษส่วน การเปรียบเทียบและเรียงล้าตับเศษส่วน และจ้านวนคละโดยใช้ความรู้เรื่อง ค.ร.น.

อัตรำส่วน อตั ราส่วน อตั ราสว่ นทเ่ี ทา่ กัน และมาตราสว่ น

จำนวนนับและ ๑ ตัวประกอบ จ้านวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบ ห.ร.ม.

และ ค.ร.น. การแก้โจทย์ปญั หาเก่ียวกบั ห.ร.ม. และ ค.ร.น.

กำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำรเศษส่วน การบวก การลบเศษส่วนและจ้านวนคละ โดยใช้ความรู้

เรอื่ ง ค.ร.น. การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน และจ้านวนคละ การแกโ้ จทย์ปัญหาเศษสว่ นและจ้านวน

คละ ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหาร ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม การหารทศนิยม

การแก้โจทย์ปัญหาเกยี่ วกับทศนิยม (รวมการแลกเงนิ ต่างประเทศ)

อัตรำส่วนและร้อยละ การแก้โจทย์ปัญหาอัตราส่วน และมาตราส่วน การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ

แบบรูป การแก้ปญั หาเกย่ี วกบั แบบรปู

ปริมำตรและควำมจุ ปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบด้วยทรงส่ีเหล่ียมมุมฉาก การแก้

โจทย์ปญั หาเกี่ยวกับปริมาตร ของรูปเรขาคณติ สามมติ ิที่ประกอบด้วย ทรงสเี่ หลย่ี มมมุ ฉาก

รูปเรขำคณิตสองมิติ ความยาวรอบรูปและพ้ืนที่ชองรูปสามเหลี่ยม มุมภายในของรูปหลายเหล่ียม

ความยาวรอบรูปและพื้นที่ชองรูปหลายเหล่ียม การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรปู และพ้ืนท่ีของรปู

หลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและพ้ืนทีข่ องวงกลม การแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกบั ความยาวรอบรปู และพ้นื ที่ของ

วงกลม

รูปเรขำคณิตสองมิติ ชนดิ และสมบตั ิของรูปสามเหลีย่ ม การสรา้ งรูปสามเหล่ยี มสว่ นตา่ ง ๆ

ของวงกลม การสร้างวงกลม

รูปเรขำคณิตสำมมิติ ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย พีระมิด รูปคล่ีของทรงกระบอก กรวย ปริซึม

พีระมดิ

กำรนำเสนอขอ้ มูล การอา่ นแผนภมู ริ ูปวงกลม โดยใช้ความรู้ทักษะ/กระบวนการ

ทางคณิตศาสตร์และสมรรถนะส้าคัญในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ อย่างเหมาะสม โดยใช้ความสามารถในการ

สื่อสารและส่ือความหมาย ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะ

ชีวติ และความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

มวี นิ ัย มคี วามใฝ่ เรยี นรมู้ ีความมงุ่ มัน่ ในการท้างานและมีจติ สาธารณะตามคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ทด่ี ี รวมทัง้ เห็นคุณคา่ และมเี จตคติทดี่ ีต่อคณิตศาสตร์

มำตรฐำน/ตวั ชว้ี ดั

ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙,

ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑

ค ๑.๒ ป.๖/๑

ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓

ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

ค ๓.๑ ป.๖/๑

รวม ๒๐ ตวั ช้ีวดั

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๓๔

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตรว์ ทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ว๑๑๑๐๑ วิทยำศำสตร์ ๑ คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพืน้ ฐำน
ช้ันประถมศึกษำปีที่ ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง

ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะ หน้าท่ีและการดูแลรักษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
มนุษย์ ลักษณะและหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ของสัตว์และพืชรอบตัว และสภาพแวดล้อมในบริเวณที่สัตว์และพชื
อาศัยอยู่ ชนิดและสมบัติของวัสดุท่ีใช้ท้าวัตถุรอบตัว การเกิดเสียงและทิศทางการเคล่ือนที่ของเสียง ลักษณะ
ของหิน และการมองเห็นดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืนการแก้ปัญหาโดยการลองผิดลองถูก การ
เปรยี บเทยี บการเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใช้ซอฟตแ์ วร์หรือสื่อ การใช้งานอปุ กรณเ์ ทคโนโลยเี บอื้ งต้น การใช้
งานซอฟต์แวรเ์ บื้องต้น

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต ส้ารวจตรวจสอบโดยใชเ้ คร่อื งมอื อยา่ งง่ายรวบรวมข้อมลู บนั ทกึ และ
อธิบายผลการส้ารวจตรวจสอบเพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพ้ืนฐาน
และมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบ้ืองต้น สามารถ
ส่อื สารสง่ิ ทเี่ รยี นรู้ มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ สามารถท้างานร่วมกบั ผอู้ นื่ แสดงขัน้ ตอนการแก้ปญั หาอย่างงา่ ยเขียน
โปรแกรมโดยใช้ส่ือ สร้าง จดั เก็บและเรยี กใชไ้ ฟล์ตามวตั ถปุ ระสงค์

ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการด้ารงชีวิต ใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอปุ กรณ์และใช้งานเทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างเหมาะสม มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมทเี่ หมาะสม

มำตรฐำน/ตัวชวี้ ดั
ว ๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔ ป.๑/๕

รวมทงั้ หมด ๑๕ ตัวชว้ี ัด

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ๓๕

ว๑๒๑๐๑ วิทยำศำสตร์ ๒ คำอธิบำยรำยวิชำพืน้ ฐำน
ช้นั ประถมศึกษำปีที่ ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวทิ ยาศาสตร์ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต ความจ้าเป็นของแสงและ
น้าต่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก สมบัติการดูดซับน้าของวัสดุและการน้าไปใช้ประโยชน์
สมบัติของวัสดุที่เกิดจากการน้าวัสดุมาผสมกัน การเลือกวัสดุมาใช้ท้าวัตถุตามสมบัติของวัสดุ การน้าวัสดุที่ใช้
แล้วกลับมาใช้ใหม่ การเคล่ือนท่ีของแสง การมองเห็นวัตถุ การป้องกันอันตรายจากการมองวัตถุในบริเวณท่ีมี
แสงสวา่ งไมเ่ หมาะสม สว่ นประกอบและการจา้ แนกชนดิ ของดนิ การใช้ประโยชนจ์ ากดิน การแสดงขัน้ ตอนการ
แก้ปัญหา การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม การใช้งานซอฟต์แวร์เบื้องต้น การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์
การใช้งานและดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีในชีวิตประจ้าวัน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง
ปลอดภยั

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต จ้าแนกประเภท รวบรวมข้อมูล บันทึก และอธิบายผล การส้ารวจ
ตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานและมีทักษะการ
เรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ในดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารเบ้ืองตน้ สามารถสอ่ื สารส่งิ ทเี่ รียนรู้
มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถท้างานร่วมกับผู้อื่น แสดงขัน้ ตอน การแกป้ ัญหาอยา่ งง่าย เขียนโปรแกรมแบบมี
เง่อื นไขโดยใชบ้ ตั รค้าส่ังและตรวจหาขอ้ ผิดพลาด ใชง้ านซอฟตแ์ วร์ สรา้ ง จัดหมวดหม่ไู ฟล์และโฟลเดอร์

ตระหนักถงึ ประโยชนข์ องการใชค้ วามรแู้ ละกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการด้ารงชวี ิต ตระหนักถึง
ความส้าคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนตัว ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ดูแลรักษาอุปกรณ์
คอมพิวเตอร์ มจี ติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

มำตรฐำน/ตัวช้ีวดั
ว ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔

รวมท้ังหมด ๑๖ ตวั ช้ีวดั

โรงเรียนวดั เทพพทิ กั ษ์ ๓๖

ว๑๓๑๐๑ วิทยำศำสตร์ ๓ คำอธิบำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
ชั้นประถมศกึ ษำปที ่ี ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรูว้ ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง

ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ปัจจัยในการด้ารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์
วัฏจักรชีวิตของสตั ว์ วัตถุประกอบขึ้นจากช้ินส่วนย่อยซึ่งสามารถแยกออกจากกันและประกอบกันเป็นวัตถุช้นิ
ใหม่ได้ การเปล่ียนแปลงของวัสดุเม่ือท้าให้ร้อนข้ึนหรือเย็นลง ผลของแรงท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่
ของวตั ถุ แรงสัมผัสและแรงไมส่ ัมผัส วัสดุทีแ่ มเ่ หล็กดึงดูดได้ แรงแมเ่ หล็ก ข้วั แม่เหล็ก การเปลี่ยนพลังงานหนึ่ง
ไปเป็นอีกพลังงานหนึ่ง การท้างานของเคร่ืองก้าเนิดไฟฟ้า แหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า การใช้ไฟฟ้าอย่าง
ประหยัดและปลอดภัย การเกิดกลางวัน กลางคืน การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ การก้าหนดทิศ ความส้าคัญ
ของดวงอาทิตย์ สว่ นประกอบของอากาศ ความสา้ คญั ของอากาศ ผลกระทบของมลพิษทางอากาศ การเกิดลม
ประโยชน์และโทษของลม การแสดงข้ันตอนการแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะเบ้ืองต้นการเขียนโปรแกรม
แบบวนซ้าโดยใช้บัตรค้าสั่งและการตรวจหาข้อผิดพลาด การใช้อินเทอร์เน็ตและข้อตกลงในการใช้งาน การ
รวบรวมขอ้ มูล การประมวลผลข้อมูลเบอื้ งต้น การนา้ เสนอข้อมลู เทคโนโลยใี นงานด้านต่าง ๆ ขอ้ ดแี ละข้อเสีย
ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระท้าและสือ่ ความหมายขอ้ มูล สร้างแบบจา้ ลอง
และอธิบายผลการส้ารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ัน
พ้ืนฐานและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเบื้องต้น
สามารถส่ือสารสงิ่ ท่เี รียนรู้ มีความคดิ สรา้ งสรรค์ สามารถท้างานร่วมกับผู้อ่นื แสดงขน้ั ตอนการแก้ปัญหา เขียน
โปรแกรมแบบวนซ้าโดยใช้บัตรค้าส่ัง ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาความรู้ รวบรวม ประมวลผล และน้าเสนอ
ขอ้ มลู ตามวัตถุประสงค์

ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของการใช้ความรแู้ ละกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการด้ารงชวี ติ ตระหนักถึง
การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย และอยู่ในการดูแลของครูหรือผู้ปกครอง มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕

รวมท้ังหมด ๒๕ ตัวชว้ี ัด

โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๓๗

ว๑๔๑๐๑ วิทยำศำสตร์ ๔ คำอธบิ ำยรำยวิชำพน้ื ฐำน
ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ ๔ กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๑๒๐ ช่วั โมง

ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ การจ้าแนกสิ่งมีชีวิตเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มที่ไม่ใช่พืช
และสัตว์ การจ้าแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก การจ้าแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและ
สตั ว์ไมม่ กี ระดกู สนั หลัง ลกั ษณะเฉพาะของสัตวม์ ีกระดกู สนั หลงั ในกลมุ่ ปลา กลมุ่ สตั วส์ ะเทินนา้ สะเทินบก กลมุ่
สัตวเ์ ลื้อยคลาน กล่มุ นก และกลุ่มสัตวเ์ ลี้ยงลกู ดว้ ยน้านม หนา้ ทีข่ องราก ลา้ ตน้ ใบและดอกของพชื ดอก สมบัติ
ทางกายภาพ ด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การน้าความร้อน และการน้าไฟฟ้าของวัสดุ การน้าสมบัติทาง
กายภาพของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน สมบัติของสสารท้ัง ๓ สถานะ ผลของแรงโน้มถ่วงที่มีต่อวัตถุ การวัด
น้าหนักของวัตถุ มวลของวัตถุท่ีมีผลต่อการเปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ และตัวกลางของแสง การขึ้น
และตกและรูปร่างดวงจันทร์ และองค์ประกอบของระบบสุริยะ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การ
ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย การตรวจหาข้อผิดพลาดในโปรแกรม การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
และการใช้คา้ คน้ การประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถอื ของข้อมลู การรวบรวม น้าเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ ตั้งค้าถาม คาดคะเนค้าตอบหรือสร้างสมมติฐาน วางแผนและส้ารวจ
ตรวจสอบโดยใชเ้ ครอ่ื งมอื อปุ กรณ์และเทคโนโลยสี ารสนเทศทเี่ หมาะสมประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมลู รวม
รวมข้อมูล ประมวลผลอย่างง่าย วิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือก น้าเสนอข้อมูล ลงความ
คิดเห็นและสรุปผลการส้ารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
และมีทกั ษะการเรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารเบ้ืองต้นมีความคิด
สร้างสรรค์ สามารถท้างานร่วมกับผู้อื่น ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา และอธิบายการท้างานหรือคาด
การผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบและเขียนโปรแกรม ตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของตนเอง
และผูอ้ ่นื

ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการด้ารงชีวิต สามารถส่ือสารอย่างมีมารยาทและรู้กาลเทศะ รู้จักการปกป้องข้อมูลส่วนตัว มี
จิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม

มำตรฐำน/ตวั ชว้ี ดั
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕

รวมทั้งหมด ๒๑ ตัวช้วี ดั

โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๓๘

ว๑๕๑๐๑ วิทยำศำสตร์ ๕ คำอธิบำยรำยวิชำพื้นฐำน
ช้ันประถมศึกษำปที ่ี ๕ กลุ่มสำระกำรเรยี นรูว้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ ๑๒๐ ชัว่ โมง

ศึกษาการเรยี นรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ โครงสรา้ งและลักษณะของส่ิงมชี ีวิตท่ีเหมาะสมในแต่ละแหล่งท่ี
อยู่ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิตการถ่ายทอด
ลักษณะทางพันธุกรรมของพืช สัตว์ และมนุษย์การเปล่ียนสถานะของสสาร การละลายของสารในน้า การ
เปล่ียนแปลงทางเคมี การเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน การได้ยินเสียง
ผ่านตัวกลาง ลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต้่า เสียงดัง และเสียงค่อย ระดับเสียงและมลพิษทางเสียง
ความแตกตา่ งของดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ การใชแ้ ผนทด่ี าว แบบรปู เส้นทางการข้นึ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์
บนท้องฟ้าในรอบปีปริมาณน้าในแต่ละแหล่งปริมาณน้าที่มนุษย์สามารถน้ามาใช้ได้ การใช้น้าอย่างประหยัด
และการอนุรักษ์น้า วัฏจักรน้ากระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้าค้าง และน้าค้างแข็งกระบวนการเกิดฝน หิมะ
และลูกเห็บการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปญั หา การเขียนรหสั จ้าลองเพ่ือแสดงวธิ แี ก้ปัญหา การออกแบบ
และการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไขและการท้างานแบบวนซ้า การใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูล
การติดต่อส่ือสารผ่านอินเทอร์เน็ต การใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูลและการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
อันตรายจากการใชง้ านและอาชญากรรมทางอนิ เทอร์เน็ต

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระท้าและส่ือความหมายข้อมูล สร้างแบบจา้ ลอง
และอธิบายผลการส้ารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ัน
พ้ืนฐานและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบ้ืองต้น
สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถท้างานร่วมกับผู้อ่ืน แสดงวิธีแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล
เชงิ ตรรกะใชร้ หัสจ้าลอง แสดงวิธีการแกป้ ัญหาอย่างเป็นขนั้ ตอน ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมแบบ มีเงื่อนไข
และการท้างานแบบวนซ้า ตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการแก้ปัญหา ใช้
อนิ เทอรเ์ น็ตติดตอ่ สอ่ื สารและค้นหาขอ้ มลู แยกแยะขอ้ เทจ็ จริงกบั ข้อคิดเหน็ ประเมนิ ความน่าเชื่อถอื ของข้อมูล

ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการด้ารงชีวิต ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและมีมารยาท มีจิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม

มำตรฐำน/ตัวช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

รวมทั้งหมด ๓๒ ตัวชว้ี ดั

โรงเรยี นวดั เทพพิทกั ษ์ ๓๙

ว๑๖๑๐๑ วิทยำศำสตร์ ๖ คำอธิบำยรำยวิชำพน้ื ฐำน
ช้นั ประถมศึกษำปที ี่ ๖ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้วู ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เวลำ ๑๒๐ ชั่วโมง

ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ สารอาหาร การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหาร
ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพ ระบบย่อยอาหาร การแยกสารผสมโดยการหยิบออก
การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน แรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุท่ีผ่านการ
ขดั ถู การต่อวงจรไฟฟา้ อยา่ งง่าย การตอ่ เซลลไ์ ฟฟา้ แบบอนุกรมและการน้าไปใชป้ ระโยชน์ การต่อหลอดไฟฟ้า
แบบอนุกรมและแบบขนานและการน้าไปใช้ประโยชน์ การเกิดเงามืดเงามัว ปรากฏการณ์สุริยุปราคาและ
จันทรุปราคา เทคโนโลยีอวกาศ กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และวัฏจักรหิน ลักษณะ
และสมบัติของหินและแร่ การใช้ประโยชน์ของหินและแร่ การเกิดซากดึกด้าบรรพ์และสภาพแวดล้อมในอดีต
ของซากดึกด้าบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุมผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะ
และผลกระทบของน้าท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ การเกิดและผลกระทบของ
ปรากฏการณ์เรือนกระจก การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหาการออกแบบ
การเขียนโปรแกรมและการตรวจหาข้อผิดพลาด การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพการใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศในการท้างานรว่ มกนั

ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต รวบรวมข้อมูล จัดกระท้าและสอ่ื ความหมายข้อมูล สร้างแบบจ้าลอง
และอธิบายผลการส้ารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ัน
พื้นฐานและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเบ้ืองต้น
สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถท้างานร่วมกับผู้อ่ืน อธิบายและออกแบบวิธีการ
แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ เขียนโปรแกรมอย่างง่ายเพ่ือแก้ปัญหาและตรวจหาข้อผิดพลาดของ
โปรแกรม ค้นหาขอ้ มลู ในอนิ เทอรเ์ นต็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศท้างานร่วมกนั

ตระหนักถึงคุณค่าของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และใช้ความรู้และกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ในการด้ารงชีวิต ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันอย่างปลอดภัย เข้าใจสิทธิและหน้าท่ีของตน
เคารพในสทิ ธขิ องผู้อื่น มจี ิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรมค่านยิ มท่เี หมาะสม

มำตรฐำน/ตัวชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวมทงั้ หมด ๓๐ ตวั ชว้ี ัด

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๔๐

กล่มุ สำระกำรเรียนรูส้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพืน้ ฐำน

ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษำฯ ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ งั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม

ช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๑ เวลำ ๘๐ ช่ัวโมง

ศึกษาค้นคว้า การรวบรวมข้อมูล อภิปรายประวัติของศาสดาที่ตนนับถือ การด้าเนินชีวิตและ
ข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง ความส้าคัญและหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับ
ถือ เห็นคุณค่าขอการปฏิบัติตามหลักธรรม การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ การบ้าเพ็ญ
ประโยชนต์ ่อศาสนสถานของศาสนาทีต่ นนับถือ การแสดงตนเป็นศาสนิกชนของศาสนาทีต่ นนับถือและศาสนา
ของประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียน การปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรม และวันส้าคัญทางศาสนา ฝึก
ปฏิบัติการบริหารจิต การเจริญปัญญาเบื้องต้น คุณลักษณะของการเป็นพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตย มี
ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ความกล้าหาญ ความเสียสละ การเคารพสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ของตนเอง
และผู้อื่น วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ิน การด้าเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ประโยชน์ของรายรับ-
รายจ่าย ต้นทุน ผลประโยชน์ที่ได้รับทรัพยากรในท้องถ่ิน ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของครอบครัวและ
ชุมชน การซื้อขายแลกเปล่ียนสินค้าและบริการในชีวิตประจ้าวัน ส่ิงแวดล้อมรอบตัวโรงเรียนและชุมชนที่
เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและท่ีมนุษย์สร้างข้ึน ต้าแหน่งทิศทางของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว การเขียนแผนผังแสดง
ต้าแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ในห้องเรียน สภาพอากาศในรอบวัน สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติกับการด้าเนินชีวิตของ
ตนเอง ครอบครัว และชุมชน การพ่ึงพาอาศัยซ่ึงกันและกัน ผลเสียการท้าลายสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ การ
ดแู ลอนรุ กั ษ์ส่ิงแวดลอ้ มท่บี า้ นและโรงเรียน

โดยใช้กระบวนการทางสังคม กระบวนการสืบค้น กระบวนการกลุ่ม และกระบวนการแก้ปัญหา ให้
การศึกษามุ่งสร้างผเู้ รยี น ๔ ด้าน ได้แก่ มที ัศนคติท่ีถกู ต้องต่อบ้านเมือง มีพ้ืนฐานชีวิตทมี่ ่ันคงมีคุณธรรม มีงาน
ท้ามีอาชีพ เป็นพลเมืองดีบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ศึกษาเก่ียวกับ
การแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจรติ รหู้ นา้ ท่ขี องพลเมืองและรับผดิ ชอบต่อสังคมในการต่อต้านการทุจริต
โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จ้าแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การท้าโครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕
ขั้นตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การสบื สอบ การแก้ปัญหา ทกั ษะการอ่านและการเขยี น

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถน้าไปปฏิบัติในการด้าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถด้าเนินชีวิตอยา่ งสนั ตสิ ุขในสังคมไทย และสงั คมโลกสามารถน้าความรไู้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์
โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน้าไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจ้าวันได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม เพือ่ ใหม้ คี วามตระหนกั และเห็นความส้าคญั ของการต่อต้านและการป้องกนั การทุจริต

มำตรฐำน/ตัวชี้วัด
ส ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔
ส ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ ๔๑

ส ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ส ๕.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
รวม ๘ มำตรฐำน ๒๔ ตัวช้ีวดั

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๔๒

ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษำฯ ๒ คำอธิบำยรำยวิชำพืน้ ฐำน
ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ ๒ กลุม่ สำระกำรเรียนร้สู งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม
เวลำ ๘๐ ชั่วโมง

ศึกษาค้นคว้า การรวบรวมข้อมูล อภิปรายความส้าคัญศาสนา ประวัติศาสดาท่ีตนนับถือ การด้าเนิน
ชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เร่ืองเล่า และศาสนิกชนตัวอย่าง ความส้าคัญของการปฏิบัติตาม
หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ ช่ืนชมการท้าความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัวและในโรงเรียน เห็น
คุณค่าของการปฏิบัติธรรม พัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาที่ตนนับถือ บอกช่ือศาสนา ศาสดา และ
ความสา้ คญั ของคัมภีร์ของศาสนาท่ตี นนบั ถือและศาสนาอนื่ ๆของประเทศสมาคมอาเซยี น การปฏิบตั ิตนอย่าง
เหมาะสมต่อสาวกของศาสนาท่ีตนนับถือ และศาสนพิธี พิธีกรรม และวันส้าคัญทางศาสนา เข้าใจเห็นคุณค่า
และปฏิบัติเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในฐานะสมาชิกท่ีดีของโรงเรียนและชุมชนที่อยู่อาศัย ปฏิบัติ
ตามบทบาทสิทธิเสรีภาพหน้าท่ีของตนเองและผู้อ่ืน ยอมรับความเป็นอยู่ในครอบครัวและด้ารงชีวิตตามสิทธิ
ของตนเอง ปฏิบัติตามกติการะเบียบของชุมชน เคารพความคิดความเช่ือของบุคคลอื่น รู้และเข้าใจโครงสร้าง
การบริหารตามกระบวนการประชาธิปไตยในระดบั หมู่บา้ น บทบาทผนู้ า้ ท้องถิ่น มีสว่ นร่วมปฏบิ ตั ิกิจกรรมตาม
หลักประชาธิปไตย เคารพ กฎ กติกา ตามหลักรัฐธรรมนูญ เข้าใจการกระจายได้ รายรับ รายจ่ายของ
ครอบครัว มีส่วนร่วมในการผลิตการบริโภคอย่างมีคุณค่าและคุณธรรม เข้าใจการใช้ทรัพยากรธรรมชาติแบบ
เศรษฐกิจพอเพียง น้าไปใช้ในชีวิตประจ้าวัน รู้และเข้าใจความหมายของการซื้อขาย การแลกเปล่ียนสินค้า
สงิ่ แวดล้อมที่พบเห็นระหว่างบ้านและโรงเรียน ความส้าคัญของส่ิงแวดล้อมตามธรรมชาตแิ ละท่ีมนุษยส์ ร้างข้ึน
องค์ประกอบของแผนผัง แผนท่ี ต้าแหน่ง ระยะทิศทาง และลักษณะทางกายภาพของส่ิงต่าง ๆ ท่ีปรากฏใน
แผนผัง แผนท่ี รปู ถา่ ยและลูกโลก ปรากฏการณ์สรุ ยิ ปุ ราคาและจนั ทรปุ ราคา การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้
รคู้ ุณคา่ ฤดูกาลกับวิถีชวี ติ ของคนในชุมชนและท้องถนิ่ การมีส่วนรว่ มในการจัดการสิ่งแวดลอ้ มในโรงเรยี น

โดยใช้กระบวนการสังคม กระบวนการสืบค้น กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหา ให้การศึกษา
มงุ่ สร้างผู้เรียน ๔ ดา้ น ไดแ้ ก่ มีทัศนคติท่ถี ูกตอ้ งต่อบา้ นเมือง มพี นื้ ฐานชวี ิตทมี่ ่นั คงมีคณุ ธรรม มีงานท้ามีอาชีพ
เปน็ พลเมืองดีบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ศกึ ษาเกย่ี วกบั การแยกแยะ
ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต STRONG /
จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการต่อต้านการทุจริต โดยใช้
กระบวนการคิด วิเคราะห์ จ้าแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การท้าโครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕ ข้ันตอน
(๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแกป้ ัญหา ทักษะการอา่ นและการเขยี น

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถน้าไปปฏิบัติในการด้าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถด้าเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน้าไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจ้าวันได้อย่าง
ถกู ต้องเหมาะสม มีความตระหนักและเห็นความสา้ คญั ของการต่อต้านและ การป้องกันการทจุ ริต

มำตรฐำน/ตัวช้วี ัด

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๔๓

ส ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวม ๘ มำตรฐำน ๒๘ ตัวชีว้ ัด

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๔๔

ส ๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษำฯ ๓ คำอธิบำยรำยวชิ ำพื้นฐำน
ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๓ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้สงั คมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
เวลำ ๘๐ ชั่วโมง

ศึกษาค้นคว้า รวบรวมข้อมูล อภิปราย แสดงความคิดเห็น สรุปความส้าคัญความส้าคัญของศาสนาท่ี
ตนนับถือ ในฐานะท่ีเป็นรากฐานส้าคัญของวัฒนธรรมไทย ประวัติของศาสดาท่ีตนนับถือ การด้าเนินชีวิตและ
ข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/เรื่องเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง คัมภีร์ของศาสนาท่ีตนนับถือ หลักธรรมของ
ศาสนาที่ตนนับถือ เห็นคุณค่าของการสวดมนต์ การพัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ การปฏิบัติ
ตนได้อย่างเหมาะสมต่อศาสนสถาน ศาสนวัตถุ ศาสนพิธีพิธีกรรม และวันส้าคัญทางศาสนา และการแสดงตน
เปน็ ศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนบั ถือ การเปน็ พลเมอื งดใี นสังคมประชาธิปไตย เคารพสิทธิ เสรภี าพของตนเอง
และผู้อ่นื การขัดเกลาของสงั คม ค่านยิ ม ความเช่อื ประเพณี การอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมิปัญญาของท้องถ่ิน
การปฏิบัติตนตามวิถีชีวิตของบุคคลที่มีผลงานท่ีเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมในท้องถ่ิน มีส่วนร่วมประเพณี
วัฒนธรรม ต่อโรงเรียน ครอบครัว ท้องถ่ิน และปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญสูงสุดของประเทศ รายรับ–
รายจ่ายของครอบครัวตนเอง ผลประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับการตัดสินใจเลือกอย่างเหมาะสม ระบบเศรษฐกิจ
พอเพียง อาชีพในชุมชนการแลกเปล่ียน สินค้าและบริการ ความส้าคัญของธนาคาร ภาษีที่เกี่ยวข้องใน
ชีวิตประจ้าวัน การส้ารวจข้อมูลทางภูมิศาสตร์ต้าแหน่ง ระยะ ทิศทาง ในโรงเรียนและชุมชนโดยใช้แผนผัง
และแผนท่ี การวาดภาพแผนผังแสดงต้าแหน่งที่ต้ังของสถานท่ีส้าคัญในบริเวณโรงเรียนและชุมชน การ
เปล่ียนแปลงของส่ิงแวดล้อมของชุมชนในอดีตและปัจจุบัน การใช้ประโยชน์ของสิ่งแวดล้อมและ
ทรัพยากรธรรมชาติในการด้าเนินชีวิต การประกอบอาชีพของมนุษย์ และมลพิษท่ีเกิดขึ้น ความแตกต่างของ
ส่งิ แวดล้อมในเมอื งและชนบท ความสัมพันธท์ างกายภาพในการดา้ เนนิ ชีวติ ของคนในชุมชน และการมีสว่ นร่วม
ในการจัดการสิ่งแวดล้อมในชมุ ชน

โดยใช้กระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชิญสถานการณ์
และแก้ปัญหา ให้การศึกษามุ่งสร้างผู้เรียน ๔ ด้าน ได้แก่ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพ้ืนฐานชีวิตที่
ม่ันคงมีคุณธรรม มีงานท้ามีอาชีพ เป็นพลเมืองดีบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม ศึกษาเกยี่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม ความละอายและ
ความไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ
สังคมในการต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จ้าแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การท้า
โครงงานกระบวนการเรียนรู้ ๕ ขั้นตอน(๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่าน
และการเขียน

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถน้าไปปฏิบัติในการด้าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถด้าเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน้าไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจ้าวันได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสม มีความตระหนกั และเหน็ ความส้าคัญของการต่อตา้ นและการป้องกนั การทจุ ริต

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๔๕

มำตรฐำน/ตวั ชวี้ ัด
ส ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖

รวม ๘ มำตรฐำน ๓๑ ตัวชวี้ ัด

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๔๖

ส ๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษำฯ ๔ คำอธิบำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน
ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ ๔ กลุม่ สำระกำรเรียนรสู้ งั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
เวลำ ๘๐ ช่ัวโมง

ศึกษาค้นคว้า อภิปราย สรุปเก่ียวกับความส้าคัญทางศาสนา และศาสดาของศาสนาพุทธ คัมภีร์ทาง
ศาสนาที่ตนนับถือ หลกั ธรรมของศาสนา การบรหิ ารจิตและเจรญิ ปัญญา ชื่นชม การทา้ ความดีของบุคลากรใน
สังคม แปลความหมายในคัมภีร์ของศาสนา การมสี ่วนร่วมในการบ้ารุงรักษาศาสนสถานของศาสนาทีต่ นนับถือ
มรรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดี การปฏิบัติตนในศาสนพิธี พิธีกรรมและวันส้าคัญทางศาสนา รวมทั้ง
ศาสนาต่าง ๆ ในประเทศสมาชิกอาเซียน การปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธิปไตยในฐานะสมาชิกท่ีดี
ของชุมชนการเป็นผู้น้าและผู้ตามที่ดี สิทธิเด็กเพ่ือป้องกันตัวเอง ความแตกต่างของวัฒนธรรมในท้องถ่ิน การ
ยอมรับคุณค่าของกันและกัน ช่ืนชมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การ
รวมกลุ่มภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาท้องถิ่น การปฏิบัติตามกฎหมายในชีวิตประจ้าวัน ปัจจัยท่ีมีผลต่อการ
เลือกซ้ือสินค้าและบริการ สิทธิพื้นฐานและรักษาผลประโยชน์ของตนเองในฐานะผู้บริโภค หลักการของ
เศรษฐกิจพอเพียงและนา้ ไปใช้ในชีวติ ประจ้าวันของตนเอง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของคนในชุมชน หน้าที่
เบื้องต้นของเงินในระบบเศรษฐกิจ การธนาคาร สถาบันการเงินอ่ืน ๆ ภาษีท่ีเกี่ยวข้องในชีวิตประจ้าวัน การ
พึ่งพา การแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ การอ่านแผนที่ สัญลักษณ์ ข้อมูลท่ีตั้ง สภาพพ้ืนท่ี และลักษณะอากาศ
ของจังหวดั ตน ลกั ษณะทางภมู ิศาสตร์และทรัพยากรทางธรรมชาติ แมน่ ้า ล้าคลอง ปา่ ไม้ ทสี่ ่งผลต่อการด้าเนิน
ชีวิตของชุมชนท้องถ่ินในจังหวัดของตน การเปล่ียนของสิ่งแวดล้อมในชุมชน ผลกระทบ และแนวทางการ
จัดการสิง่ แวดล้อม

โดยใช้กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการเผชญิ สถานการณ์
และแก้ปญั หา ใหก้ ารศกึ ษามุ่งสรา้ งผูเ้ รียน ๔ ด้าน ไดแ้ ก่ มที ัศนคติทถี่ กู ต้องตอ่ บา้ นเมือง มีพ้ืนฐานชวี ติ ที่มั่นคง
มคี ุณธรรม มงี านทา้ มอี าชพี เป็นพลเมอื งดีบูรณาการในกลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ศกึ ษาเกีย่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม ความละอายและความไม่ทน
ต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อสังคมในการ
ต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จ้าแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การท้าโครงงาน
กระบวนการเรียนรู้ ๕ ขั้นตอน(๕ STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่านและการ
เขียน

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถน้าไปปฏิบัติในการด้าเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดา้ เนินชีวิตอยา่ งสันติสขุ ในสงั คมไทย และสงั คมโลกสามารถนา้ ความร้ไู ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์
โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถน้าไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจ้าวันได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม มีความตระหนักและเห็นความส้าคัญของการต่อต้านและการป้องกันการทุจริต


Click to View FlipBook Version