The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาระดับขั้นพื้นฐานโรงเรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by watteppitakschool2512, 2022-09-05 10:29:34

หลักสูตรสถานศึกษาระดับขั้นพื้นฐานโร

หลักสูตรสถานศึกษาระดับขั้นพื้นฐานโรงเรี

โรงเรียนวดั เทพพิทกั ษ์ ๙๗

แนวกำรจัดกจิ กรรม ช้ันประถมศึกษำปที ่ี ๔-๖
เปิดประชุมกอง ด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียนศึกษา
และปฏิบัตใิ นเร่อื ง
๑. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ ค้าปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรมกลางแจ้ง
ระเบยี บแถว
๒. ลูกเสือโท การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อ่ืน การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทักษะทางวิชา
ลูกเสือ งานอดเิ รกและเรื่อทีน่ า่ สนใจ คา้ ปฏญิ าณและกฎของลูกเสือ ระเบียบแถว
๓. ลูกเสือเอก การพ่ึงพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว โดยใช้
กระบวนการท้างาน กระบวนการแก้ปัญหา ระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเร่ิม สร้างสรรค์
กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภมู ิปญั ญาท้องถ่ินได้อย่างเหมาะสม
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของ
ลูกเสอื สามัญ มนี สิ ัยในการสังเกต จดจ้า เชื่อฟงั และพ่ึงตนเอง ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต มีระเบยี บวนิ ยั และเหน็ อกเห็นใจ
ผู้อื่น บ้าเพ็ญตนเพื่อสารธารณประโยชน์ รู้จักท้าการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจและศีลธรรม ท้ังน้ีโดยไม่เกี่ยวข้องกับ
ลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและน้าไปใช้ในชีวิตประจ้าวันได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

*หมายเหตุ ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมและผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเคร่ืองหมายลูกเสือตรี ลูกเสือโท
และลกู เสอื เอก

กจิ กรรมชุมนมุ

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นได้ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. เพอื่ ให้ผู้เรยี นได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ใหเ้ กดิ
ประสบการณ์ทงั้ ทางวิชาการและวิชาชีพตามศักยภาพ
๓. เพ่ือสง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนใชเ้ วลาใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและสว่ นรวม
๔. เพอ่ื ให้ผู้เรียนท้างานรว่ มกบั ผอู้ ื่น ได้ตามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย
แนวกำรจดั กจิ กรรม
การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชุมนุม) ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผน การด้าเนิน
กิจกรรมร่วมกัน โดยมีชมรมท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วย
กิจกรรมด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม วัฒนธรรม อนุรกั ษ์ส่งิ แวดล้อม ส่งเสรมิ ประชาธปิ ไตย สง่ เสรมิ การเรยี นรู้ และ
ค่ายวิชาการ การศกึ ษาดูงาน การฝึกปฏบิ ตั ิ การบรรยายพเิ ศษดงั ตัวอยา่ งพอสังเขปต่อไปนี้
๑. กิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรมและจริยธรรม จัดสอนจริยธรรมในห้องเรียน จัดให้มี
การปฏิบัติกิจกรรมเนื่องในวันส้าคัญท้ังทางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัด
กจิ กรรมทงั้ ในด้านวฒั นธรรม ประเพณี กฬี า และศีลปะ
๒. กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีทุกช่วงชนั้ โดยผู้เรียนได้ฝึกทักษะการท้างาน
และการแกป้ ญั หาทกุ ขัน้ ตอน

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ ๙๘

๓. กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการท้างาน จัดกิจกรรมวันวิชาการโดยผู้เรียนมีโอกาสปฏิบัติจริง และฝึก
ทกั ษะการจดั การ

๔. กิจกรรมเพ่ืออนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น
ประเพณไี หว้ครู ประเพณลี อยกระทง

๕. กจิ กรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย จัดให้มกี ารเลือกคณะกรรมการนักเรียน โดย
ใหน้ ้ากระบวนการประชาธิปไตยไปใช้ในการร่วมวางแผนดา้ เนนิ งานพฒั นาโรงเรยี น

๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง
ปญั หายาเสพติด ปญั หาวยั รนุ่ ใหค้ วามรเู้ พอื่ ปลูกฝงั ใหเ้ ปน็ สุภาพบรุ ุษ สุภาพสตรี

๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา
ห้องปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร์ ห้องเทคโนโลยสี ารสนเทศ

๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพื่อ
ป้องกนั โรคระบาดอย่างทนั เหตกุ ารณ์

กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสำธำรณประโยชน์

วัตถปุ ระสงค์
๑. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นบา้ เพ็ญตนให้เป็นประโยชนต์ ่อครอบครวั โรงเรยี น ชมุ ชน และประเทศชาติ
๒. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนออกแบบกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและ
ความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร
๓. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ
๔. เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๕. เพือ่ ใหผ้ ูเ้ รียนมีจิตสาธารณะและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์
แนวกำรจดั กิจกรรม
การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ท้าประโยชน์ตาม
ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งท้าประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมส้าคัญ ได้แก่ กิจกรรม
บ้าเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมด้ารงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรม
พัฒนานวตั กรรมและเทคโนโลยี
เวลาเรียนส้าหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจ กรรมเพ่ือสังคมและ
สาธารณประโยชน์ จัดสรรเวลาให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖ รวม ๖ ปี จ้านวน ๖๐ ชั่วโมง(เฉล่ียปีละ
๑๐ ช่วั โมง)
การจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เป็นการจัดกิจกรรม
ภายในเวลาเรียน โดยให้ผูเ้ รยี นรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบนั ทึก และมผี รู้ ับรองผลการเข้าร่วม
กจิ กรรมทุกครั้ง

โรงเรยี นวดั เทพพิทกั ษ์ ๙๙

แนวทำงกำรประเมนิ กิจกรรมพัฒนำผู้เรยี น

โรงเรยี นวัดเทพพทิ ักษ์ ก้าหนดแนวทางการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ดงั น้ี
๑. กำรประเมินกิจกรรมพัฒนำผ้เู รียนรำยกจิ กรรม

๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมของผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอด
ปกี ารศกึ ษา

๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน
ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรยี นรู้ผ่านไม่น้อย
กลา่ รอ้ ยละ ๕๐ หรือมีคณุ ภาพในระดับ ๑ ขน้ึ ไป

๑.๓ ผ้เู รยี นมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัตกิ ิจกรรมและผลงาน/ชิน้ งานของผู้เรียนตามเกณฑ์
ขอ้ ๑.๑ และขอ้ ๑.๒ ถอื ว่าผ้เู รยี นมผี ลการเรียน “ผ” ผา่ นการประเมนิ กิจกรรมและน้าผลการประเมินไป
บันทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรียน

๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไปตาม
เกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนท้า
กจิ กรรมในส่วนทผ่ี ้เู รียนไมไ่ ด้เขา้ รว่ มหรือไม่ได้ท้าจนครบถว้ น แล้วจึงเปลย่ี น
ผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และน้าผลการประเมนิ ไปบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน

๒. กำรประเมนิ กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียนเพื่อกำรตัดสิน มีแนวปฏิบตั ดิ งั น้ี
๒.๑ ก้าหนดให้ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของ

ผเู้ รยี นทุกคนตลอดระดับการศึกษา
๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตาม

เกณฑ์ที่โรงเรยี นก้าหนด ผู้เรียนจะต้องผ่านกจิ กรรม ๓ กิจกรรมส้าคัญดงั น้ี
๒.๒.๑ กิจกรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กจิ กรรมนักเรียน ไดแ้ ก่
๑. กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี
๒. กจิ กรรมชุมนมุ
๒.๒.๓ กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์

๒.๓ การน้าเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน

๒.๔ เสนอผู้บรหิ ารโรงเรยี นพิจารณาอนุมัตผิ ลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การ
จบแตล่ ะระดับการศึกษา

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๑๐๐

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกจิ กรรมพัฒนำผ้เู รยี น

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

กจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน กจิ กรรมแนะแนว

ช้นั ประถมศึกษำปที ี ๑ - ๖ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง/ปี

รจู้ ักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติที่ดีต่อการมี

ชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการด้าเนินชีวิต สามารถปรับตัวให้ด้ารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รู้จัก

ตนเองในทุกด้าน รู้ความถนัด ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่าง

หลากหลาย มีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพสุจริต รู้ข้อมูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการประกอบอาชีพได้อย่าง

เหมาะสม มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพ่ือประกอบอาชีพตามท่ีตนเองมีความถนัดและสนใจ มี

คุณลักษณะพื้นฐานท่ีจ้าเป็นในการประกอบอาชีพและพัฒนางานให้ประสบความส้าเร็จเพ่ือสร้างฐานะทาง

เศรษฐกจิ ให้กับตนเอง ครอบครวั ชุมชนและประเทศชาติ

พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มศักยภาพ รู้จักแสวงหาความรู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนให้เป็นคนดีมีความรู้

และทักษะทางวิชาการ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อย่างมี

ประสิทธิภาพ มีวิธีการเรียนรู้ มีทักษะการคิด แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คิดเป็น ท้าเป็น มีคุณธรรม จริยธรรม

เออื้ อาทรและสมานฉันท์ เพอ่ื ดา้ รงชวี ติ อย่รู วมกันอย่างสงบสขุ ตามวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง

เพื่อใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จัก เขา้ ใจ รกั และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น เกดิ การเรียนรสู้ ามารถวาง

แผนการเรียนรู้ อาชีพ รวมท้ังการด้าเนินชีวิตและมีทักษะทางสังคม เกิดการเรียนรู้สามารถปรับตัวได้อย่าง

เหมาะสม อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสขุ พ่ึงตนเองได้มีทักษะในการเลือกแนวทางการศึกษา การงานและ

อาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตท่ีดีและจิตส้านึกในการท้าประโยชน์ต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติ

ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

๑. เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นเกิดการเรียนรู้ รจู้ กั เข้าใจ รกั และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อน่ื

๒. เพอ่ื ให้ผ้เู รยี นเกิดการเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรียน การศกึ ษาต่อ อาชพี รวมทงั้ การดา้ เนินชวี ิต

และมีทักษะทางสังคม

๓. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมและอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่าง

เหมาะสม

๔. สามารถประยุกต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้

รวม ๔ จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๑๐๑

กจิ กรรมพัฒนำผ้เู รียน คำอธิบำยรำยวิชำ
ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี ๑ กิจกรรมนกั เรียน (เตรยี มลกู เสือสำรองและลูกเสอื สำรองดำวดวงที่ ๑)

เวลำ ๔๐ ชว่ั โมง/ปี

เปิดประชุมกอง ด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตามค้าปฏิญาณและกฎของลูกเสือ
ส้ารอง เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือส้ารองท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์ร่ วมกัน
ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการปฏิบัติ
กิจกรรม ปิดประชุมกอง ในเรอ่ื งตอ่ ไปนี้

เตรียมลูกเสอื ส้ารอง นิยายเมาคลี ประวตั กิ ารเริ่มกิจการลกู เสือ การท้าความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์)
การท้าความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น ค้าปฏิญาณ กฎและคติพจน์ของลูกเสือ
ส้ารอง

ลูกเสือส้ารองดาวดวงท่ี ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การส้ารวจ การค้นหาธรรมชาติ ความ
ปลอดภัย บริการ ธงและประเทศต่าง ๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเงื่อน ค้าปฏิญาณและ
กฎของลกู เสอื สา้ รอง

เพือ่ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลกู เสอื สา้ รองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏิบัติตามค้า
ปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสา้ รอง มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจ้า เชื่อฟงั และพง่ึ ตนเอง มีความ
ซ่อื สัตย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน รู้จกั บ้าเพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ รูจ้ ัก
ทา้ การฝมี ือและฝึกฝนทา้ กิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรมและ
ความมน่ั คงของชาติ และสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้
๑. มีนิสยั ในการสังเกต จดจา้ เช่อื ฟงั และพงึ่ พาตนเองได้
๒. มีความซ่อื สตั ย์ สุจรติ มีระเบียบวนิ ัยและเห็นอกเหน็ ใจผอู้ นื่
๓. บ้าเพญ็ ตนเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
๔. ท้าการฝมี ือและฝกึ ฝนการทา้ กจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ
และความมนั่ คง
๖. อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน
๗. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้
รวม ๗ จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ๑๐๒

กิจกรรมพัฒนำผเู้ รียน คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ชน้ั ประถมศึกษำปีที ๒ กิจกรรมนักเรียน (ลกู เสือสำรองดำวดวงที่ ๒)
เวลำ ๔๐ ชั่วโมง/ปี

เปิดประชุมกอง ด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
ส้ารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือส้ารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝ่รู้ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม
ปดิ ประชุมกองในเร่อื งตอ่ ไปน้ี

ลกู เสอื ส้ารองดาวดวงท่ี ๒ นยิ ายเมาคลี ประวัตกิ ารเริม่ กิจการลูกเสือ การท้าความเคารพหมู่ (แกรน
ฮาวล)์ การท้าความเคารพเป็นรายบุคคล การจบั มือซ้าย ระเบยี บแถว ค้าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ
ส้ารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะการสา้ รวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่นิ
ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรม
กลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ิน อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ มลดภาวะโลกรอ้ น

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือส้ารองดาวดวงท่ี ๒ สามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ
กฎและคติพจน์ของลูกเสือส้ารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจ้า เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มี
ระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบ้าเพ็ญเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักท้าการฝีมือและฝึกฝนท้า
กิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของชาติและสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง

จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
๑. มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจา้ เชอื่ ฟงั และพ่ึงตนเองได้
๒. มีความซ่ือสัตย์ สุจรติ มรี ะเบียบวนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่ืน
๓. บา้ เพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทา้ การฝมี ือและฝกึ ฝนทา้ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิน่ และความมนั่ คงของชาติ
๖. อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น สามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวม ๖ จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ๑๐๓

กิจกรรมพฒั นำผูเ้ รียน คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชั้นประถมศึกษำปที ี ๓ กจิ กรรมนกั เรียน (ลกู เสือสำรองดำวดวงที่ ๓)
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง/ปี

เปิดประชุมกอง ด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสือ
ส้ารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือส้ารองท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์
รว่ มกนั ศึกษาธรรมชาตใิ นชุมชนด้วยความสนใจใฝ่ร้ตู ามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรปุ ผลและปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ปิด
ประชมุ กองในเรอ่ื งต่อไปน้ี

ลูกเสอื ส้ารองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวตั กิ ารเร่ิมกจิ การลูกเสือ การท้าความเคารพหมู่ (แกรน
ฮาวล์) การท้าความเคารพเปน็ รายบุคคล การจบั มือซ้าย ระเบียบแถว ค้าปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ
สา้ รอง อนามัย ความสามารถเชงิ ทักษะ การสา้ รวจ การค้นหาธรรมชาตกิ ารอนุรกั ษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่ิน
ความปลอดภัย บริการ การผูกเง่ือน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือท่ีใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน กิจกรรม
กลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติสงิ่ แวดล้อมลดภาวะโลกร้อน

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือส้ารองดาวดวงท่ี ๓ สามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ กฎ
และคตพิ จนข์ องลูกเสือสา้ รอง มีนิสัยในการสังเกต จดจ้า เช่ือฟังและพง่ึ ตนเอง มคี วามซอ่ื สตั ย์สุจรติ มีระเบียบ
วนิ ัย และเหน็ อกเหน็ ใจ รูจ้ กั บา้ เพ็ญเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ รจู้ กั ท้าการฝีมือและฝึกฝนท้ากิจกรรมต่าง
ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาท้องถิ่น อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
สิ่งแวดลอ้ ม ความม่นั คงของชาติ และสามารถประยุกต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

จุดประสงค์กำรเรียนรู้
๑. มนี ิสัยในการสงั เกต จดจ้า เช่อื ฟังและพงึ่ ตนเองได้
๒. มีความซ่ือสัตย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวนิ ัย และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ื่น
๓. บ้าเพ็ญตนเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์
๔. ท้าการฝีมือและฝึกฝนท้ากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ินและความมน่ั คงของชาติ
๖. อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวม ๖ จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๑๐๔

กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชนั้ ประถมศึกษำปีที ๔ กิจกรรมนกั เรียน (ลูกเสอื สำมัญ (ลกู เสือตรี))
เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง/ปี

เปิดประชุมกอง ด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามค้าปฏิญาณ คติพจน์ และกฎ
ของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัตจิ ริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้และมีจิตส้านึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้
เก่ียวกับกระบวนการลกู เสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราชประวัติสงั เขปของพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการ ลูกเสือไทยและลูกเสือโลก การท้าความเคารพ การ
แสดงรหัส การจับมอื ซา้ ย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถวท่ามือเปลา่ ทา่ มือไม้พลวง การใชส้ ัญญามือและ
นกหวดี การตัง้ แถวและการเรียนแถว

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจ้า เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจผ้อู ่ืน บ้าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ท้าการฝีมือและฝึกฝนการท้ากิจกรรมต่าง
ๆ ตามความเหมาะสม ความถนดั และความสนใจ รักษาและสง่ เสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง
ประโยชน์และสามารถประยุกตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

จุดประสงคก์ ำรเรยี นรู้
๑. มนี ิสยั ในการสังเกต จดจา้ เช่ือฟงั และพึ่งตนเองได้
๒. มคี วามซื่อสตั ย์สุจรติ มรี ะเบยี บ วินัยและเห็นอกเหน็ ใจผู้อ่ืน
๓. บ้าเพญ็ ตนเพือ่ ส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์
๔. ท้าการฝมี ือและฝึกฝนทา้ กิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ
๕. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น และความม่นั คงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน
๗. สามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวม ๗ จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๐๕

กจิ กรรมพฒั นำผู้เรยี น คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ชน้ั ประถมศึกษำปีที ๕ กิจกรรมนักเรียน ( กิจกรรมลกู เสือสำมัญ (ลูกเสือโท) )

เวลำ ๔๐ ชั่วโมง/ปี

เปิดประชุมกองด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือและจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามค้าปฏิญาณ คติพจน์และกฎ
ของลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์
ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ มีจิตส้านึกในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ
วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้
ทักษะในทางวชิ าลกู เสอื การรู้จักดูแลตนเอง การช่วยเหลือผูอ้ ื่น
การเดนิ ทางไปยังสถานทต่ี ่าง ๆ ท้างานอดิเรก และเรือ่ งที่สนใจ

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ กฎและคติพจน์
ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจ้า เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเหน็ อกเห็นใจผู้อน่ื บา้ เพ็ญตนเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ท้าการฝมี ือและฝกึ ฝนการท้ากิจกรรมต่าง
ๆ ตามความเหมาะสม ความถนดั และความสนใจ รักษาและสง่ เสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง
ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
๑. มนี ิสัยในการสงั เกต จดจ้า เชื่อฟงั และพึ่งตนเองได้
๒. มีความซอื่ สัตย์สจุ รติ มีระเบียบ วนิ ัยและเห็นอกเหน็ ใจผอู้ น่ื
๓. บา้ เพญ็ ตนเพอ่ื ส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์
๔. ท้าการฝมี ือและฝึกฝนทา้ กจิ กรรมต่าง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ
๕. รักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และความมน่ั คงของชาติ
๖. อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน
๗. สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รวม ๗ จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๑๐๖

กิจกรรมพฒั นำผูเ้ รียน คำอธิบำยรำยวิชำ
ชั้นประถมศึกษำปีที ๖ กิจกรรมนกั เรียน ( กิจกรรมลูกเสอื สำมัญ (ลูกเสอื เอก) )

เวลำ ๔๐ ชั่วโมง/ปี

เปิดประชุมกองด้าเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือ
สามัญ วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพ่ึงตนเอง การผจญภัย การใช้สัญลักษณ์ สมาชิกลูกเสือสามัญที่มี
ความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญา
ท้องถิ่นด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการ
อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละลดภาวะโลกรอ้ น

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามค้าปฏิญาณ กฎ และคติ
พจน์ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจ้า เช่ือฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย
และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน บ้าเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ท้าการฝีมือและฝึกฝนการท้ากิจกรรต่าง ๆ
ตามความเหมาะสม ความถนัดและความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง
ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
๑. มีนิสัยในการสงั เกต จดจ้า เชื่อฟงั และพึง่ ตนเองได้
๒. มคี วามซือ่ สัตยส์ ุจริต มรี ะเบียบ วินัยและเห็นอกเห็นใจผูอ้ น่ื
๓. บ้าเพ็ญตนเพอื่ สง่ เสรมิ และสาธารณะประโยชน์
๔. ทา้ การฝมี อื และฝึกฝนท้ากิจกรรมต่าง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ
๕. รกั ษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถ่นิ และความมน่ั คงของชาติ
๖. อนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น
๗. สามารถประยุกตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวม ๗ จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

โรงเรยี นวดั เทพพิทกั ษ์ ๑๐๗

กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น คำอธิบำยรำยวิชำ
ชัน้ ประถมศึกษำปีที ๑ - ๖ กิจกรรมเพอื่ สังคมและสำธำรณประโยชน์
เวลำ ๑๐ ชั่วโมง/ปี

ฝึกปฏบิ ตั กิ จิ กรรมด้วยความสมคั รใจผ่านกิจกรรมทหี่ ลากหลาย ฝกึ การทา้ งานท่สี อดคลอ้ งกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ส้ารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและ
ส่วนรวม เสริมสร้างความมนี ้าใจ เอือ้ อาทร ความเป็นพลเมืองดแี ละความรับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครวั และ
สังคม คิดออกแบบกิจกรรมบ้าเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ
สงั คมตามแนวทางวิถีชวี ติ เศรษฐกิจพอเพยี ง

เพ่ือให้ผู้เรียนบ้าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ
สามารถออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและความ
สนใจในลักษณะอาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ได้
อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ มีจิตสาธารณะและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสามารถประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งได้

จุดประสงค์กำรเรียนรู้
๑. บ้าเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อครอบครวั โรงเรยี น ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ
๒. ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์อยา่ งสร้างสรรค์ ตามความถนัดและ
ความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
๓. สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ
๔. ปฏิบัตกิ จิ การเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนจ์ นเกิดคุณธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
๕. สามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวม ๕ จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๑๐๘

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

กิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน กจิ กรรมนกั เรียน (กิจกรรมชุมนุม)
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี ๑ - ๖ เวลำ ๓๐ ชว่ั โมง/ปี

ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพอื่ พฒั นาความรู้ ความสามารถด้านการ
คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการ และพ้ืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตาม
ศักยภาพอย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสามารถในการส่ือสาร มีทักษะการคิด
แก้ปัญหา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการท้างานและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
อย่างมีความสุข รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซ่อื สัตยส์ ุจริต มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุ่งมัน่ ในการท้างานรกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ

เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นได้ปฏบิ ัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน ได้พฒั นาความรู้
ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ท้ังทักษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะ
ชีวิตและสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ท้าได้ ท้างาน
รว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดต้ ามวถิ ีประชาธปิ ไตย และประยกุ ต์หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้อย่างเหมาะสม

จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
๑. ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน
๒. มีความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะหใ์ ห้เกิดประสบการณ์ ท้ังทางวิชาการและ
วิชาชีพตามศักยภาพ
๓. ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
๔. มงุ่ ม่นั ในการทา้ งานและท้างานร่วมกับผู้อืน่ ได้ตามวิถปี ระชาธิปไตย
๕. ประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม
รวม ๕ จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๐๙

คำอธบิ ำยรำยวิชำกจิ กรรมชุมนมุ

กิจกรรมชมุ นมุ เศรษฐกิจพอเพียง คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
ระดับชัน้ ประถมศึกษำปที ี่ ๑-๖

หลักกำรและเหตผุ ล
ฝึกทักษะนักเรยี นเรียนรหู้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงใน ๓ หลักการ คือ ความพอประมาณ ความมี
เหตุผล และการสร้างภมู ิคุ้มกันในตัวท่ดี ี และ ๒ เงื่อนไข คือ คุณธรรมและความรู้ โดยนักเรยี นไดเ้ รียนรู้ ฐานการ
เรียนรขู้ องโรงเรียนเพื่อสามารถนา้ ความรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจ้าวนั และส่งเสริมอาชพี ในอนาคต
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้
๑. เพื่อฝกึ ทกั ษะการเรียนรู้ ฐานการเรยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพยี งของโรงเรียน
๒. เพือ่ ฝึกนิสัยรกั การท้างาน อยู่อยา่ งพอเพยี งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๓. เพื่อส่งเสรมิ และปลูกฝงั วธิ กี ารคดิ ในการปฏบิ ตั ิตนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รวมทั้งหมด ๓ จุดประสงค์กำรเรียนรู้

โรงเรียนวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๑๐

กจิ กรรมชมุ นมุ พุทธศำสนำ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษำปีที่ ๑-๖

หลกั กำรและเหตผุ ล
จัดข้ึนเพื่อให้สมาชิกมีความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนา ประวัติ วันส้าคัญ หลักธรรมในพุทธศาสนา ได้
ถูกต้องชัดเจน เพ่ือให้เกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าในการปฏิบัติตนตามหลักพุธศาสนิกชนที่ดี คุณธรรม
จริยธรรมตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์และอัตลักษณ์คุณธรรมของโรงเรียน สามารถน้าความรู้ไปใช้ให้เกิด
ประโยชนโ์ ดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกตใ์ นกบั ชีวิตประจา้ วันได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้
๑. นกั เรียนได้รบั ความรู้ทางพุทธศาสนา
๒. นกั เรยี นเกิดความตระหนักในคุณคา่ และมีเจตคติที่ดีต่อการปฏบิ ตั ิตนในพทุ ธศาสนา
๓. เพอ่ื ปลูกฝังให้นักเรยี นมคี ณุ ธรรมจริยธรรมตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์และอตั ลกั ษณ์คุณธรรม

ของโรงเรยี นและใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์
รวมทั้งหมด ๓ จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ ๑๑๑

กิจกรรมชุมนมุ ภำษำไทย คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๑-๖

หลกั กำรและเหตผุ ล
ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจ้าชาติ อนั เป็นเอกลักษณ์ทีส่ ้าคัญอยา่ งหน่ึงของชาติ สมควรจะ
ได้รบั การทา้ นบุ ้ารุงสง่ เสรมิ และอนรุ ักษ์ไว้ให้ยั่งยืนตลอดไป
ทั้งนี้ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเกิดเทคนิคใหม่ ๆ ในการ
ติดตอ่ ส่ือสาร ท่มี งุ่ เนน้ ความสะดวกรวดเร็ว ส่งผลให้ภาษาไทยซงึ่ เป็นสื่อกลางส้าคัญในการตดิ ต่อและผูกพันต่อ
การด้ารงชีวิตประจ้าวันของคนไทยได้รับผลกระทบ ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ท้าให้ภาษาไทยเกิดการ
เปล่ียนแปลงไปจากเดิมอย่างน่าวิตกเป็นอย่างย่ิง สภาพการณ์เช่นน้ีหากไม่เร่งรีบหาทางแก้ไขและป้องกันเสีย
การใช้ภาษาไทยของเราก็จะย่ิงเส่ือมลง จะส่งผลเสียหายต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยเป็น
ทวีคูณ อ่านและเข้าใจความหมายของค้า ประโยค ข้อความและจัดท้าแบบฝึกเป็นรูปเล่ม จัดท้าพจนานุกรม
ฉบับจิ๋ว ศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับ ข่าว บทความจากสิ่งตีพิมพ์ประเภทต่างๆและประดิษฐ์ท่ีค่ันหนังสือประเภท
ตา่ งๆ
เพ่ือให้สมาชิกมีความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ รู้จักค้นคว้าและแก้ปัญหาในการท้างานอย่างมีระบบ เพ่ือให้
สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพ่ือให้สมาชิกมีความเข้าใจและเล่ือมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าท่ีและสิทธิภายในขอบเขตของ
กฎหมายเพ่ือให้สมาชิกมคี วามสงบซาบซึ้งในคุณค่า ด้ารงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติ
ไทยเพื่อให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพ่ือให้สมาชิกได้รับการส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย
จิตใจ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพ่ือให้สมาชิกรู้จักบ้าเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความ
มั่นคงของชาติเพื่อให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจดั
การศกึ ษา สามารถนา้ ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชนโ์ ดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถน้าไป
ประยุกต์ใชก้ ับชวี ิตประจา้ วันไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน
๒. อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแก้ว รอ้ ยกรองไดอ้ ย่างถูกต้องตามอักขระวิธี
๓. เขียน ไดถ้ ูกต้องตามหลักภาษาไทย
๔. ใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสว่ นรวม
๕. นกั เรยี นมคี วามตระหนักและเหน็ คณุ คา่ ของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจา้ ชาติ
รวม ๕ จดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๑๒

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

กิจกรรมชมุ นมุ คณติ ศำสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ ๑-๖

หลกั กำรและเหตผุ ล
คณิตศาสตรเ์ ปน็ วชิ าทีม่ ีความเกยี่ วข้องกบั สิ่งที่อยูร่ อบตวั และชวี ิตของเรา คณติ ศาสตร์สามารถอธิบาย
สิ่งต่างๆ นานาที่อยู่รอบตัวเราได้ ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมองคณิตศาสตร์น้ัน ยาก ซับซ้อน น่าเวียนหัว ท้าให้
เกิดความเครียด และความวิตกกงั วลในการเรยี น
ชุมนุมน้จี งึ จัดขน้ึ มาเพ่อื ให้นกั เรียนในชมุ นมุ ได้มองเหน็ มมุ มองอีกด้านหนึ่งของคณติ ศาสตร์ โดยการ
รวบรวมด้านสนุกสนานของคณิตศาสตร์ ตลอดจนเกร็ดน่ารู้ต่างๆ มากมาย รวมถึงเกร็ดแปลกๆ เก่ียวกับ
ตัวเลขที่อาจจะท้าให้นักเรียนเกิดหลงรักตัวเลขขึ้นมาก็ได้ และน้าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยในหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกต์ในกับชวี ติ ประจา้ วันได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้
๑. เพอ่ื ให้นกั เรยี นมองเห็นความสา้ คัญของคณิตศาสตร์ในชีวิตประจา้ วนั
๒. เพอื่ ให้นักเรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจ มีความสุขและความสนุกสนานในการเขา้ ร่วม กิจกรรม ใน
วิชาคณิตศาสตร์
๓. เพื่อให้นกั เรยี นได้ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามท่ีตนเองถนดั และสนใจ
๔. เพื่อส่งเสรมิ นักเรียนใหม้ ีทัศนคตทิ ีด่ ีต่อวชิ าคณิตศาสตร์
๕. เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถน้าความรไู้ ปปรับใชใ้ นชวี ิตประจา้ วันได้เป็น และได้ใช้เวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์
๖. นักเรียนสามารถเป็นตวั แทนเขา้ ร่วมแขง่ ขันกิจกรรมทางคณิตศาสตร์
รวมท้ังหมด ๖ จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๑๑๓

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

กิจกรรมชมุ นมุ คอมพิวเตอร์ ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ ๑-๖

หลกั กำรและเหตุผล
ในปจั จุบนั เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอย่างยิ่งการ
พัฒนาด้านการสื่อสารและดา้ นข้อมูล ดังน้ันจึงจ้าเป็นอย่างยิ่งท่ีสถานศึกษาให้ความสา้ คัญต่อการเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยีเพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ เกิดความตระหนักและเท่าทันเทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อสนับสนุนให้
ผูเ้ รยี นมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในยคุ ศตวรรษท่ี ๒๑ ได้แก่ เปน็ นกั คิดวเิ คราะห์ เป็นนักแก้ปญั หา
เป็นนักสร้างสรรค์ เป็นนักประสานความร่วมมือ รู้จักใช้ข้อมูลและข่าวสาร เป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นนัก
สื่อสาร และตระหนักรับรู้สภาวการณ์ของโลกปัจจุบันและอนาคตกิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอร์ จึงเป็นกิจกรรม
กลุ่มเสริมทักษะด้านวิชาการ ในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเพ่ือพัฒนานักเรียนให้เต็มศักยภาพ
เพื่อตอบสนองศักยภาพของนักเรียนได้หลากหลายวิชาสามารถตอบสนอง ความต้องการของสังคมสร้างองค์
ความรู้และเพิ่มพูนทักษะคอมพิวเตอร์ให้แก่นักเรียนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ตรงกับ
สภาพแวดลอ้ ม และเทคโนโลยีใหมๆ่ และนา้ มาปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจา้ วันได้อยา่ งเหมาะสม
จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
๑. นกั เรยี นเกดิ ทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีในชีวิตประจา้ วนั
๒. นกั เรยี นมคี วามรู้ทางดา้ นคอมพิวเตอร์ น้ามาใชใ้ นงานต่างๆ
๓. นักเรยี นพัฒนาความรูค้ วามสามารถด้านการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์
๔. นักเรียนมีคุณธรรมจริยธรรมตามคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๕. นักเรียนมีมนุษยสมั พันธใ์ นการท้ากจิ กรรมร่วมกันกับผู้อน่ื
รวมทั้งหมด ๕ จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๑๔

เกณฑก์ ำรจบกำรศกึ ษำ

เกณฑ์กำรจบระดับประถมศกึ ษำ

๑. ผเู้ รียนเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน จ้านวน ๘๔๐ ช่วั โมง และรายวิชาเพิ่มเติม จา้ นวน ๔๐ ชัว่ โมง และ
มผี ลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านทุกรายวชิ า

๒. ผู้เรยี นต้องมผี ลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี น ระดับ “ผา่ น” ข้นึ ไป
๓. ผเู้ รยี นมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดบั “ผา่ น” ขึน้ ไป
๔. ผ้เู รยี นตอ้ งเขา้ ร่วมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรยี น “ผ่าน” ทุกกจิ กรรม

กำรจัดกำรเรียนรู้

การจดั การเรียนรู้เปน็ กระบวนการสา้ คัญในการน้าหลักสูตรสกู่ ารปฏิบัติ หลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะส้าคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เป็นเปา้ หมายส้าหรบั พัฒนาเด็กและเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้
จัดการเรียนร้โู ดยช่วยใหผ้ เู้ รียนเรียนร้ผู า่ นสาระท่ีกา้ หนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง
เสริมสร้างคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ พัฒนาทกั ษะต่างๆ อนั เปน็ สมรรถนะสา้ คญั ใหผ้ ู้เรยี นบรรลุตามเปา้ หมาย

หลกั กำรจดั กำรเรียนรู้

การจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผูเ้ รียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะส้าคัญ และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่ก้าหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี
ความส้าคัญท่ีสุด เช่ือว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ค้านึงถึงความ
แตกตา่ งระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความสา้ คญั ทั้งความรู้ และคุณธรรม

กระบวนกำรเรียนรู้

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส้าคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย เป็น
เครื่องมือที่จะน้าพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จ้าเป็นส้าหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือ
ท้าจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนา
ลกั ษณะนิสยั

กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ
สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึงจ้าเป็นต้องศึกษาท้า
ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพ่ือให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

โรงเรยี นวดั เทพพทิ ักษ์ ๑๑๕

กำรออกแบบกำรจดั กำรเรียนรู้

ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะส้าคัญของ
ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการ
จดั การเรียนรู้โดยเลอื กใชว้ ธิ สี อนและเทคนิคการสอน สอ่ื /แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพ่ือให้ผ้เู รียนได้
พฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพและบรรลตุ ามเป้าหมายที่กา้ หนด

บทบำทของผู้สอนและผเู้ รยี น

บทบำทของผ้สู อน
๑. ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วน้าข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ท่ีท้าทาย
ความสามารถของผู้เรียน
๒. กา้ หนดเปา้ หมายท่ีต้องการใหเ้ กิดขน้ึ กับผเู้ รียน ดา้ นความรูแ้ ละทักษะกระบวนการ ทีเ่ ปน็
ความคิดรวบยอด หลกั การ และความสมั พนั ธ์ รวมท้ังคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๓. ออกแบบการเรียนรแู้ ละจัดการเรียนรทู้ ีต่ อบสนองความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการ
ทางสมอง เพ่ือน้าผูเ้ รียนไปสูเ่ ปา้ หมาย
๔. จดั บรรยากาศท่ีเออ้ื ต่อการเรยี นรู้ และดูแลชว่ ยเหลือผเู้ รยี นใหเ้ กิดการเรียนรู้
๕. จัดเตรยี มและเลอื กใชส้ อ่ื ให้เหมาะสมกับกจิ กรรม นา้ ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น เทคโนโลยี
ทีเ่ หมาะสมมาประยกุ ต์ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน
๖. ประเมินความกา้ วหนา้ ของผู้เรียนด้วยวธิ ีการที่หลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาติของวิชาและ
ระดบั พัฒนาการของผเู้ รยี น
๗. วิเคราะห์ผลการประเมินมาใชใ้ นการซ่อมเสรมิ และพฒั นาผเู้ รียน รวมทัง้ ปรบั ปรุงการจดั การเรียน
การสอนของตนเอง
บทบำทของผูเ้ รยี น
๑. กา้ หนดเปา้ หมาย วางแผน และรบั ผดิ ชอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
๒. เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ต้ังค้าถาม คิดหาค้าตอบ
หรอื หาแนวทางแก้ปัญหาดว้ ยวิธกี ารต่างๆ
๓. ลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ สรปุ ส่งิ ที่ได้เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง น้าความรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
๔. มีปฏิสัมพันธ์ ทา้ งาน ทา้ กจิ กรรมร่วมกบั กลมุ่ และครู
๕. ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรยี นรขู้ องตนเองอยา่ งต่อเน่ือง

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ๑๑๖

สอ่ื กำรเรียนรู้

สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้
ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่ือการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ท้ังสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้ต่างๆ ท่ีมีในท้องถิ่น
การเลือกใช้สอ่ื ควรเลือกใหม้ ีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลีลาการเรียนรูท้ ่หี ลากหลายของผ้เู รียน

การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดท้าและพัฒนาข้ึนเอง หรือปรับปรุงเลอื กใช้อยา่ ง
มีคณุ ภาพจากสื่อตา่ งๆ ทม่ี อี ยู่รอบตัวเพ่ือน้ามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรูท้ ส่ี ามารถส่งเสริมและสื่อสารให้
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพ่ือพัฒนาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่าง
แท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นท่ีการศึกษา หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องและผู้มีหน้าท่ีจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควร
ด้าเนินการดังนี้

๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์ส่ือการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย
การเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปล่ียน
ประสบการณก์ ารเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ทอ้ งถน่ิ ชมุ ชน สงั คมโลก

๒. จัดท้าและจัดหาส่ือการเรียนรู้ส้าหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้ง
จดั หาส่ิงทม่ี อี ยู่ในทอ้ งถิน่ มาประยุกตใ์ ช้เป็นสอ่ื การเรียนรู้

๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับวิธีการ
เรยี นรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลของผเู้ รยี น

๔. ประเมนิ คุณภาพของสื่อการเรียนรู้ทเี่ ลือกใช้อย่างเป็นระบบ
๕. ศกึ ษาค้นคว้า วิจัย เพ่อื พฒั นาส่ือการเรยี นรูใ้ หส้ อดคล้องกับกระบวนการเรียนร้ขู องผู้เรยี น
๖. จัดให้มีการก้ากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับส่ือและการใช้สื่อ
การเรยี นรูเ้ ป็นระยะๆ และสม้่าเสมอ
ในการจัดท้า การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ท่ีใช้ในสถานศึกษา ควรค้านึงถึง
หลักการส้าคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบ
กิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคง
ของชาติ ไม่ขดั ต่อศีลธรรม มกี ารใชภ้ าษาท่ีถกู ตอ้ ง รูปแบบการนา้ เสนอท่ีเขา้ ใจง่าย และน่าสนใจ

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๑๑๗

กำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผเู้ รียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การประเมิน
เพื่อพัฒนาผู้เรียน และเพ่ือตัดสินผลการเรีย ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบผลส้าเร็จ
น้ัน ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน
สมรรถนะส้าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ
เรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การ
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศท่ีแสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความส้าเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็น
ประโยชนต์ ่อการส่งเสรมิ ให้ผเู้ รยี นเกดิ การพัฒนาและเรียนรู้อยา่ งเต็มตามศักยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับ
เขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษา และระดบั ชาติ มีรายละเอียด ดังนี้

๑. กำรประเมินระดับชัน้ เรียน เป็นการวัดและประเมนิ ผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ด้าเนนิ การเป็นปกตแิ ละสมา่้ เสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนคิ การประเมนิ อย่างหลากหลาย เช่น การ
ซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การ
ใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพ่ือนประเมินเพื่อน
ผู้ปกครองร่วมประเมนิ ในกรณีท่ีไมผ่ ่านตัวชว้ี ดั ให้มีการสอนซอ่ มเสรมิ

การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้
อันเป็นผลมาจากการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงท่ีจะต้องได้รับการพฒั นา
ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผ้สู อนใชป้ รับปรงุ การเรยี นการสอนของตนด้วย ท้ังนี้
โดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชว้ี ดั

๒. กำรประเมินระดบั สถำนศึกษำ เปน็ การประเมินที่สถานศึกษาดา้ เนนิ การเพื่อตัดสินผล การเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพ่ือให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อ
การเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถน้าผลการเรียนของ
ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการ
จดั ท้าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผล
การจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ส้านักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขัน้ พน้ื ฐาน ผูป้ กครอง
และชุมชน

๓. กำรประเมินระดับเขตพื้นท่ีกำรศึกษำ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาตามมาตรฐานการเรียนร้ตู ามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมูลพ้นื ฐานในการ
พัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถด้าเนินการโดยประเมิน
คุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดท้าและด้าเนินการโดยเขตพื้นท่ีการศึกษาหรือด้วย
ความรว่ มมอื กับหน่วยงานต้นสงั กัด ในการดา้ เนนิ การจดั สอบ นอกจากนีย้ งั ไดจ้ ากการตรวจสอบทบทวนข้อมูล
จากการประเมนิ ระดับสถานศึกษาในเขตพน้ื ท่ีการศึกษา

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๑๑๘

๔. กำรประเมินระดบั ชำติ เป็นการประเมนิ คุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรยี นทุกคนท่เี รยี น ในชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เข้ารบั การประเมิน ผลจากการประเมนิ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการเทยี บเคียงคุณภาพ
การศึกษาในระดบั ตา่ ง ๆ เพ่ือนา้ ไปใชใ้ นการวางแผนยกระดับคุณภาพการจดั การศกึ ษา ตลอดจนเป็นข้อมลู
สนบั สนนุ การตัดสนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมนิ ในระดบั ตา่ งๆ ข้างตน้ เปน็ ประโยชนต์ อ่ สถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข
ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ีจ้าแนก
ตามสภาพปญั หาและความต้องการ ได้แก่ กลมุ่ ผเู้ รียนทว่ั ไป กลมุ่ ผเู้ รียนทมี่ ีความสามารถพิเศษ กลมุ่ ผูเ้ รยี นทีม่ ี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต้่า กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลุ่ม
ผเู้ รยี นทมี่ ปี ัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุม่ พกิ ารทางรา่ งกายและสติปัญญา เปน็ ต้น ข้อมลู จากการประเมิน
จึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการด้าเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการ
พฒั นาและประสบความส้าเร็จในการเรยี น

สถานศกึ ษาในฐานะผ้รู ับผิดชอบจดั การศึกษา จะต้องจัดท้าระเบยี บว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อก้าหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน เพอื่ ใหบ้ คุ ลากรท่ีเกยี่ วขอ้ งทุกฝา่ ยถือปฏบิ ัติรว่ มกัน

กำรวดั และประเมินผลกำรเรียน

๑. กำรตัดสนิ กำรให้ระดับและกำรรำยงำนผลกำรเรยี น
๑.๑ กำรตดั สนิ ผลกำรเรยี น
ในการตดั สนิ ผลการเรยี นของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียนน้ัน ผสู้ อนตอ้ งค้านึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแตล่ ะคนเปน็
หลกั และตอ้ งเก็บข้อมลู ของผู้เรียนทุกด้านอย่างสมา่้ เสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริม
ผเู้ รียนให้พัฒนาจนเตม็ ตามศักยภาพ

ระดบั ประถมศึกษำ
(๑) ผ้เู รยี นต้องมเี วลาเรยี นไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นท้ังหมด
(๒) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการประเมินทกุ ตวั ชี้วดั ผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากา้ หนด
(๓) ผูเ้ รียนต้องได้รบั การตัดสนิ ผลการเรียนทกุ รายวิชา
(๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก้าหนด
ในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน
การพิจารณาเล่ือนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า
สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาท่ีจะผ่อนผันให้เลื่อนช้ันได้ แต่หากผู้เรียนไม่
ผ่านรายวิชาจ้านวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับช้ันท่ีสูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้าช้ันได้ ท้ังนี้ให้ค้านึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ ความสามารถของผู้เรียนเป็น
ส้าคญั

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๑๙

๑.๒ กำรให้ระดบั ผลกำรเรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษำ ในการตัดสินเพ่ือใหร้ ะดบั ผลการเรียนรายวชิ า สถานศกึ ษาสามารถให้

ระดบั ผลการเรียนหรอื ระดับคุณภาพการปฏิบตั ิของผเู้ รียน เป็นระบบตวั เลข ระบบตัวอกั ษร ระบบร้อยละและ
ระบบทีใ่ ช้ค้าส้าคญั สะทอ้ นมาตรฐาน

การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้ระดับ
ผล การประเมนิ เปน็ ดเี ย่ียม ดีและผา่ น

การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน จะตอ้ งพิจารณาทัง้ เวลาการเข้าร่วมกจิ กรรม การปฏิบตั ิ
กิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษาก้าหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และ
ไมผ่ ่าน

๑.๓ กำรรำยงำนผลกำรเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการ

เรียนรู้ของผู้เรียน ซ่ึงสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดท้าเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็น
ระยะๆ หรืออยา่ งน้อยภาคเรยี นละ ๑ ครง้ั

การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเปน็ ระดับคุณภาพการปฏบิ ัติของผ้เู รยี นทีส่ ะทอ้ น
มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้

๒. เกณฑ์กำรจบกำรศกึ ษำ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ก้าหนดเกณฑ์กลางส้าหรับการจบการศึกษาเป็น

๑ ระดบั คือ ระดบั ประถมศึกษา
๒.๑ เกณฑ์กำรจบระดบั ประถมศึกษำ
(๑) ผู้เรียนเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน และรายวชิ า/กจิ กรรมเพิ่มเตมิ ตามโครงสรา้ งเวลาเรยี นที่

หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐานกา้ หนด
(๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวชิ าพ้ืนฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา

กา้ หนด
(๓) ผู้เรยี นมผี ลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี นในระดับผ่านเกณฑ์การ

ประเมนิ ตามทสี่ ถานศกึ ษากา้ หนด
(๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน

ตามทสี่ ถานศกึ ษากา้ หนด
(๕) ผูเ้ รียนเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนและมผี ลการประเมินผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามท่ี

สถานศกึ ษาก้าหนด
ส้าหรับการจบการศึกษาส้าหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทางการศึกษาส้าหรับผู้มี

ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาส้าหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้คณะกรรมการ
ของสถานศึกษา เขตพ้ืนท่ีการศึกษา และผู้ท่ีเก่ียวข้อง ด้าเนินการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ใน
แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานส้าหรับกลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ

โรงเรยี นวดั เทพพทิ กั ษ์ ๑๒๐

เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำ

เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารส้าคัญท่ีบันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศท่ีเกี่ยวข้อง
กบั พฒั นาการของผูเ้ รียนในดา้ นตา่ ง ๆ แบง่ ออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้

๑. เอกสำรหลักฐำนกำรศกึ ษำท่ีกระทรวงศึกษำธกิ ำรกำหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลกำรเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ

ผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้
ใหผ้ ู้เรียนเปน็ รายบคุ คล เมอ่ื ผู้เรยี นจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา
(ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖)

๑.๒ แบบรำยงำนผู้สำเร็จกำรศึกษำ เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายช่ือและ
ข้อมูลของผ้จู บการศกึ ษาระดบั ประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖)

๒. เอกสำรหลักฐำนกำรศึกษำทีส่ ถำนศึกษำกำหนด
เปน็ เอกสารที่สถานศึกษาจดั ทา้ ข้ึนเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรยี นรู้ และขอ้ มลู สา้ คัญ เก่ยี วกับ

ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจ้าตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจ้ารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรอง
ผลการเรียน และ เอกสารอื่นๆ ตามวัตถปุ ระสงค์ของการนา้ เอกสารไปใช้

โรงเรียนวดั เทพพิทักษ์ ๑๒๑

กำรเทยี บโอนผลกำรเรยี น

สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ
เปล่ียนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก
ต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก
แหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึก อบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดย
ครอบครัว

การเทียบโอนผลการเรียนควรด้าเนนิ การในช่วงก่อนเปดิ ภาคเรยี นแรก หรอื ต้นภาคเรยี นแรก ท่ี
สถานศกึ ษารบั ผขู้ อเทยี บโอนเป็นผู้เรียน ทัง้ น้ี ผู้เรยี นทไี่ ด้รับการเทียบโอนผลการเรียนตอ้ งศึกษาต่อเน่ืองใน
สถานศึกษาทีร่ ับเทยี บโอนอย่างนอ้ ย ๑ ภาคเรยี น โดยสถานศึกษาท่ีรับผู้เรยี นจาก
การเทียบโอนควรกา้ หนดรายวิชา/จา้ นวนหน่วยกติ ทจ่ี ะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม

กำรพจิ ำรณำกำรเทียบโอน
๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษาและเอกสารอ่ืนๆ ท่ีให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ
ผู้เรียน
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบดว้ ยวิธีการตา่ งๆ ทั้งภาคความรูแ้ ละ
ภาคปฏิบัติ
๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง การเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตาม
ประกาศ หรือ แนวปฏบิ ัติ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ

โรงเรยี นวดั เทพพิทักษ์ ๑๒๒

กำรบรหิ ำรจัดกำรหลกั สูตร

ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอ้านาจให้ท้องถ่ินและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตร
น้ัน หน่วยงานต่างๆ ที่เก่ียวข้องในแต่ละระดับ ต้ังแต่ระดับชาติ ระดับท้องถ่ิน จนถึงระดับสถานศึกษา มี
บทบาทหนา้ ท่ี และความรับผิดชอบในการพฒั นา สนับสนุน สง่ เสริม การใชแ้ ละพัฒนาหลักสูตรใหเ้ ป็นไปอย่าง
มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การด้าเนินการจัดท้าหลักสูตรสถานศึกษาและการจดั การเรียนการสอนของสถานศึกษา
มีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ก้าหนดไว้ใน
ระดบั ชาติ

ระดับท้องถนิ่ ไดแ้ ก่ ส้านกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หน่วยงานต้นสงั กัดอ่ืน ๆ เป็นหนว่ ยงานทม่ี ีบทบาท
ในการขบั เคลื่อนคณุ ภาพการจดั การศึกษา เปน็ ตัวกลางท่ีจะเชอื่ มโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานท่ี
ก้าหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน เพ่ือน้าไปสู่การจัดท้าหลักสูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความส้าเร็จ โดยมีภารกิจ
สา้ คญั คือ ก้าหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รียน ในระดบั ทอ้ งถ่ินโดยพิจารณาให้สอดคล้อง
กับสิ่งที่เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถ่ิน ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับ
ทอ้ งถ่ิน รวมท้ังเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบคุ ลากร สนับสนุน ส่งเสรมิ
ติดตามผล ประเมนิ ผล วิเคราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผ้เู รียน

สถานศึกษามีหน้าที่ส้าคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและด้าเนินการใช้หลักสูตร
การเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดท้าระเบียบ
การวัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้อง กับหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน และรายละเอยี ดที่เขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษา หรือหน่วยงาน สังกดั อื่นๆ ในระดับท้องถนิ่ ได้จัดท้า
เพ่ิมเติม รวมท้ัง สถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมในส่วนท่ีเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญา
ทอ้ งถน่ิ และความต้องการของผู้เรยี น โดยทุกภาคสว่ นเข้ามามีสว่ นร่วมในการพัฒนาหลกั สตู รสถานศึกษา

คำส่ังโรงเรียนวดั เทพพิทักษ์
ที่ 18 / ๒๕๖๕

เรอ่ื ง แต่งตงั้ คณะกรรมกำรบริหำรหลักสูตรและงำนวชิ ำกำรของโรงเรยี น

เพ่ือให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียนวัดเทพพิทักษ์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับพระราชบญั ญัติการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ทกี่ ้าหนดใหส้ ถานศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานมีหน้าท่ีจัดท้าสาระของหลักสูตรเพ่ือความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การด้ารงชีวิต
และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพ่ือการศึกษาต่อ ในส่วนท่ีเก่ียวกับสภาพของปัญหาในชุมชน และสังคมภูมิ
ปัญญาท้องถิ่น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครวั ชมุ ชน สงั คมและประเทศชาติ

อาศัยอ้านาจตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.๒๕๓๔ ระเบียบ
กระทรวง ศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตร
และงานวิชาการของโรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์ ดงั นี้

๑. นางอา้ นวยพร สอง้ิ ทอง ผูอ้ ้านวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ
๒. นางสาวลดั ดา ทองเหม
๓. นางสาวสัมฤทธ์ิ สะอาดเอ่ียม กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กรรมการ
๔. นายวชั ระ เหยียบคาย
๕. นายณฐพล ยอยรรู้ อบ กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ กรรมการ
๖. นางสาวสดุ ารัตน์ อินทรเ์ พชร
๗. นางสาวฤดรี ตั น์ แปง้ หอม กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กรรมการ
๘. นางสาวศิรริ ักษ์ วลั มาลี
๙. นางสาวศิริรกั ษ์ วัลมาลี กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษาฯ กรรมการ
๑๐. นายวัชระ เหยยี บคาย
๑๑. นายณฐพล ยอยรูร้ อบ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาพลศึกษา กรรมการ
๑๒. นางลมฝน ตลงึ ธรรม
๑๓. นางสาวสุดารัตน์ อนิ ทร์เพชร กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ กรรมการ
๑๔. นายณฐพล ยอยรูร้ อบ
กลมุ่ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชพี กรรมการ

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ กรรมการ

งานกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น กรรมการ

งานกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น กรรมการ

การศกึ ษาปฐมวยั กรรมการ

การศกึ ษาปฐมวัย กรรมการ

งานวิชาการและวดั ผลฯ กรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการด้าเนนิ การ มหี นา้ ทแี่ ละด้าเนนิ การจดั การตามข้ันตอนที่กา้ หนด ดงั น้ี
๑ วางแผนการด้าเนินงานวิชาการ ก้าหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและ
แนวทาง การจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตร
การศึกษาปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๐ และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง
๒๕๖๐) และสภาพเศรษฐกิจ สังคม ศลิ ปวัฒนธรรม ภูมิปญั ญาท้องถิ่น

๒. จัดท้าคู่มือการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของโรงเรียน นิเทศ ก้ากับ ติดตาม ให้ค้าปรึกษา
เกย่ี วกับ การพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรยี นรู้ การวดั และประเมินผลและการแนะแนวให้สอดคล้อง
และเป็นไปตามหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน

๓. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเก่ียวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การ
วัดและประเมินผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการด้าเนินการของหลักสูตร

๔. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพื่อให้การใช้หลักสูตร
เปน็ ไปอย่างมีประสิทธภิ าพและมคี ณุ ภาพ

๕. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใช้หลักสูตรแกน่ ักเรียน ผปู้ กครอง ชุมชนและผเู้ กย่ี วข้องและน้า
ข้อมลู ปอ้ นกลับจากฝ่ายตา่ ง ๆ มาพิจารณาเพอ่ื ปรับปรงุ และพัฒนาหลกั สตู รของสถานศึกษา

๖. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การวจิ ัยเกยี่ วกบั การพฒั นาหลักสูตร และกระบวนการเรยี นรู้
๗. ตดิ ตามผลการเรยี นของนกั เรียนเป็นรายบุคคล ระดบั ช้ัน และช่วงช้นั ระดบั วชิ า กลุ่มวชิ าในแตล่ ะ
ปกี ารศกึ ษา เพ่ือปรับปรุงแก้ไข และพฒั นาการด้าเนนิ งานด้านตา่ ง ๆ ของสถานศึกษา
๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับ
สถานศึกษาในรอบปีท่ีผ่านมาแล้วใช้ผลการประเมินเพื่อวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการบริหาร
หลักสูตรปีการศึกษาต่อไป
๙. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนา
คุณภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนือ
สถานศกึ ษา สาธารณชน และผูเ้ กีย่ วข้อง
ทั้งนี้ให้ผู้ได้รับการแต่งต้ังปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตาม
วตั ถปุ ระสงคท์ ี่ตัง้ ไว้

ทั้งนี้ ตง้ั แตบ่ ัดนี้เปน็ ต้นไป

ส่งั ณ วนั ท่ี ๒๕ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๕

(นางอา้ นวยพร สอิ้งทอง)
ผ้อู ้านวยการโรงเรยี นวัดเทพพิทกั ษ์

เอกสำรอ้ำงองิ

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๑). หลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑.
กรงุ เทพฯ. โรงพิมพ์ชมุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย

กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). ตวั ช้วี ัดและสำระกำรเรียนรู้แกนกลำง กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
ภำษำไทย ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำขน้ั พ้นื ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพฯ.
โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จา้ กัด.

กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). ตวั ช้วี ัดและสำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
คณิตศำสตร์ ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขน้ั พื้นฐำน พุทธศกั รำช ๒๕๕๑. กรุงเทพฯ.
โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จ้ากัด.

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๑). ตวั ชว้ี ดั และสำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
วทิ ยำศำสตร์ ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พื้นฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพฯ.
โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จา้ กดั .

กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๑). ตวั ชว้ี ดั และสำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
สงั คมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พน้ื ฐำน พุทธศักรำช
๒๕๕๑. กรุงเทพฯ. โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จา้ กัด.

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (๒๕๕๑). ตัวชี้วดั และสำระกำรเรียนร้แู กนกลำง กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
ศลิ ปะ ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพน้ื ฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพฯ.
โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จา้ กดั .

กระทรวงศกึ ษาธิการ. (๒๕๕๑). ตวั ช้ีวดั และสำระกำรเรียนรแู้ กนกลำง กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
สขุ ศึกษำและพลศึกษำ ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพื้นฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑.
กรุงเทพฯ. โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จา้ กดั .

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๕๑). ตวั ชว้ี ดั และสำระกำรเรียนรู้แกนกลำง กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
กำรงำนอำชีพและเทคโนโลยี ตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำน พทุ ธศกั รำช ๒๕๕๑.
กรงุ เทพฯ. โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จ้ากดั .

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (๒๕๕๑). ตัวช้วี ดั และสำระกำรเรียนรู้แกนกลำง กลุ่มสำระกำรเรียนรู้
ภำษำตำ่ งประเทศ ตำมหลกั สตู รแกนกลำงกำรศึกษำขัน้ พื้นฐำน พทุ ธศักรำช ๒๕๕๑. กรงุ เทพฯ.

โรงพมิ พ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จา้ กดั .

))))))

โรงเรียนวดั เทพพทิ ักษ์

สงั กดั สำนกั งำนเขตพนื้ ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศึกษำสุพรรณบรุ ี เขต ๒

…….สงั กัดสำนักงำนกำรศึกษำขัน้ พืน้ ฐำน
กระทรวงศึกษำธิกำร


Click to View FlipBook Version