The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สัญลักษณ์ในภาพประกอบไพ่ทาโรต์ชุดไรเดอร์เวท

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bordin, 2022-06-26 08:38:27

สัญลักษณ์ในภาพประกอบไพ่ทาโรต์ชุดไรเดอร์เวท

สัญลักษณ์ในภาพประกอบไพ่ทาโรต์ชุดไรเดอร์เวท

สัญลกั ษณใ์ นภาพประกอบไพ่ทาโรตช์ ุดไรเดอรเ์ วท

โดย
นางสาวกนกกาญจน์ ขุนวจิ ติ ร์

ศลิ ปนิพนธน์ ีเ้ ป็ นสว่ นหนึ่งของการศกึ ษาตามหลักสตู รปริญญาศลิ ปบณั ฑติ
สาขาวชิ าทศั นศิลป์ (ทฤษฎีศลิ ป์ )
ภาควิชาทฤษฎีศลิ ป์

คณะจติ รกรรม ประตมิ ากรรมและภาพพมิ พ์ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร
ปี การศกึ ษา 2562

สัญลกั ษณใ์ นภาพประกอบไพ่ทาโรตช์ ุดไรเดอรเ์ วท

โดย
นางสาวกนกกาญจน์ ขุนวจิ ติ ร์

ศลิ ปนิพนธน์ ีเ้ ป็ นสว่ นหนึ่งของการศกึ ษาตามหลักสตู รปริญญาศลิ ปบณั ฑติ
สาขาวชิ าทศั นศิลป์ (ทฤษฎีศลิ ป์ )
ภาควิชาทฤษฎีศลิ ป์

คณะจติ รกรรม ประตมิ ากรรมและภาพพมิ พ์ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร
ปี การศกึ ษา 2562

Symbols in The Rider Waite Tarot Deck Illustrations

By
Miss Kanogkan Khunwichit

A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree
Bachelor of Fine Arts (B.F.A.), Program in Visual Arts
Department of Art Theory
Faculty of Painting Sculpture and Graphic Arts
Silpakorn University
Academic Year 2019

คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลยั ศิลปากร อนมุ ตั ิใหศ้ ิลปนิพนธ์
เรื่อง “สญั ลกั ษณใ์ นภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท” เสนอโดย นางสาวกนกกาญจน์ ขนุ วิจิตร์ เป็น
สว่ นหนง่ึ ของการศกึ ษาตามหลกั สตู รปรญิ ญาศิลปบณั ฑิต สาขาวชิ าทศั นศิลป์ กลมุ่ วชิ าเอกทฤษฎีศิลป์

.........................................................................
(ศาสตราจารยญ์ าณวทิ ย์ กญุ แจทอง)

คณบดคี ณะจติ รกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
………...……/…………....………./………....……

ผคู้ วบคมุ ศลิ ปนิพนธ์
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยล์ ลนิ ธร เพญ็ เจรญิ

คณะกรรมการตรวจศลิ ปนิพนธ์ ………………………………………….... ประธานกรรมการ
(รองศาสตราจารยส์ ธุ ี คณุ าวชิ ยานนท)์

………...……/…………........./…….….....

…………………………………………..... กรรมการ
(ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยล์ ลนิ ธร เพญ็ เจรญิ )
………....…/….....…………./…....……....

…………………………………………..... กรรมการและเลขานกุ าร
(ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยโ์ อชนา พลู ทองดวี ฒั นา)
………...……/………….…./…..…....……

หวั ขอ้ ศลิ ปนิพนธ์ สญั ลกั ษณใ์ นภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท
ช่ือนกั ศกึ ษา นางสาวกนกกาญจน์ ขนุ วจิ ติ ร์
สาขาวชิ า ทศั นศลิ ป์
ภาควชิ า ทฤษฎีศลิ ป์
ปีการศกึ ษา 2562

บทคัดย่อ

ศิลปนิพนธฉ์ บบั นีม้ ีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื วเิ คราะหแ์ ละจาแนกประเภทสญั ลกั ษณ์ และวเิ คราะห์
รูปแบบการสรา้ งภาพประกอบไพช่ ดุ ไรเดอรเ์ วทของพาเมลา โคลแมน สมิธ ในปี ค.ศ. 1909 ทงั้ ไพช่ ดุ
หลกั และไพช่ ดุ รองทงั้ หมดจานวน 78 ใบ ดว้ ยวิธีการวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ จากการวิเคราะหข์ อ้ มลู จาก
ไพท่ าโรตช์ ดุ นี้ และเอกสารท่รี วบรวมมาทงั้ หมดสามารถสรุปไดด้ งั นี้

1. สญั ลกั ษณใ์ นไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทมีสญั ลกั ษณท์ งั้ หมดจานวน 85 สญั ลกั ษณ์ จาก
ทงั้ หมด 3 ประเภท ซง่ึ ไดแ้ ก่ สญั ลกั ษณจ์ ากรูปทรงธรรมชาติ สญั ลกั ษณจ์ ากรูปทรงท่มี นษุ ยส์ รา้ งขนึ้
และสญั ลกั ษณจ์ ากรูปทรงทางคณิตศาสตร์ ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทนนี้ ยิ มใชส้ ญั ลกั ษณจ์ ากรูป
ธรรมชาติ มกั ส่อื ความหมายในแงบ่ วก และจดั วางสญั ลกั ษณร์ องต่าง ๆ ไวแ้ ทรกอยใู่ นภาพ โดยคงรูปรา่ ง
ลกั ษณะเดมิ ของสญั ลกั ษณไ์ วเ้ ป็นหลกั

2. ภาพประกอบไพช่ ดุ ไรเดอรเ์ วทถกู จดั สรา้ งไวอ้ ยา่ งเป็นแบบแผน และเป็นเอกลกั ษณ์
เฉพาะของศิลปิน ไดแ้ ก่ การระบหุ มายเลขไวด้ า้ นบน และช่ือไพ่ทาโรตไ์ วด้ า้ นลา่ งภาพ ประธานหลกั
ของภาพจะมขี นาดใหญ่กนิ พืน้ ท่ีก่งึ กลางภาพ ภาพมีลกั ษณะแสดงออกเชงิ ลดทอนความเหมือนจรงิ
ผ่านรูปทรงและสีท่ีเรยี บง่าย นยิ มใชส้ เี หลืองเป็นหลกั และตดั เสน้ สีดารอบนอก ทาใหไ้ ดภ้ าพท่มี ี
ลกั ษณะ 2 มิติ คลา้ ยภาพการต์ นู ภาพมีลกั ษณะเลา่ เร่อื งท่ีสะทอ้ นอารมณค์ วามรูส้ กึ ในเชิงบวก และส่อื
ความ หมายของไพท่ าโรตไ์ ดช้ ดั เจน



Thesis Title Symbols in The Rider Waite Tarot Deck Illustrations.
Name Kanogkan Khunwichit
Concentration Visual Arts
Department Art Theory
Academic Year 2019

Abstract

This art thesis aims to analyze and categorize the illustrations of both the main
deck and the sub-deck of the 78-card Rider-Waite tarot deck created in 1909 by Pamela
Colman Smith with qualitative research. According to the data and the collected
documents, it has lead to the conclusion that:

1. There are 85 symbols in the deck out of 3 categories of forms which are
natural, manmade and mathematical. Natural forms are found mostly in the cards. Most
symbols generally convey positive meanings and in their original shapes. Additionally,
subordinate symbols are inset into the images.

2. The artist created the illustrations with a unique pattern. Numbers are on the
top, while the names are on the bottom of the cards. The main subjects extend through
the center of the cards. The illustrations have reducing realistic images with simplified
forms, plain colors, which are generally in yellow, and black outlines. These result in the
illustrations with having 2-dimensional images and resembling cartoons. The illustrations
express positive emotion and convey the tarot cards’ meaning in obviously.



กิตตกิ รรมประกาศ
ขา้ พเจา้ ขอนอ้ มราลกึ พระคณุ ของมารดา ผทู้ ่ใี หก้ ารสง่ เสรมิ และใหก้ าลงั ใจในการทางาน ทา
ใหศ้ ิลปนพิ นธค์ รงั้ นีส้ าเรจ็ และความกรุณาจากผชู้ ่วยศาสตราจารยล์ ลนิ ธร เพ็ญเจรญิ อาจารยท์ ่ปี รกึ ษา
ศลิ ปนิพนธ์ ท่ีไดใ้ หค้ วามรู้ อบรมส่งั สอน ใหแ้ นวคดิ ชีแ้ นะแนวทาง ตลอดจนแกข้ อ้ บกพรอ่ งต่าง ๆ ในการ
ทาศลิ ปนพิ นธ์ สง่ ผลใหก้ ารวจิ ยั ในครงั้ นีส้ าเรจ็ ลลุ ว่ งไปไดด้ ว้ ยดี ผวู้ จิ ยั ขอกราบขอบพระคณุ เป็นอย่างสงู
ขอกราบขอบพระคณุ คณะกรรมการตรวจศลิ ปนิพนธ์ รองศาสตราจารยส์ ธุ ี คณุ าวิชยานนท์
และผชู้ ว่ ยศาสตราจารยโ์ อชนา พลู ทองดีวฒั นา ซง่ึ ไดใ้ หค้ วามเมตตาอนเุ คราะหค์ วามรูแ้ ละคาแนะนา
ต่าง ๆ แกผ่ วู้ จิ ยั
ขอขอบพระคณุ ทนุ อดุ หนนุ การวิจยั นวตั กรรม และการสรา้ งสรรค์ เพ่อื พฒั นานกั ศกึ ษา
ระดบั ปรญิ ญาตรี (ศิลปนิพนธ)์ จากกองทนุ สนบั สนนุ การวิจยั นวตั กรรมและการสรา้ งสรรค์ คณะ
จติ รกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ ท่ีสนบั สนนุ ทนุ สาหรบั การทาศลิ ปะนพิ นธใ์ นครงั้ นี้
ขอขอบคณุ เพ่ือน ๆ และผใู้ กลช้ ิด ท่ีใหค้ าปรกึ ษา คอยผลกั ดนั และใหก้ าลงั ใจในการทา
ศิลปนิพนธเ์ ป็นอย่างดีเสมอมา
ทา้ ยท่ีสดุ นีผ้ วู้ ิจยั หวงั ว่าศลิ ปนิพนธน์ ี้ จะเป็นประโยชนแ์ ก่ผทู้ ่ีสนใจศกึ ษาสญั ลกั ษณแ์ ละ
รูปแบบการสรา้ งภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท หากมีขอ้ ผิดพลาดหรือบกพรอ่ งประการใด ผวู้ ิจยั
ขอนอ้ มรบั คาแนะนาพรอ้ มทงั้ ขออภยั มา ณ โอกาสนี้



คานา
เอกสารฉบบั นเี้ ป็นศลิ ปนิพนธ์ สาขาวชิ าทศั นศลิ ป์ กลมุ่ วิชาเอกทฤษฎีศลิ ป์
ปีการศกึ ษา 2562 ของคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร
โดยมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือวเิ คราะห์ และจาแนกประเภทสญั ลกั ษณใ์ นภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ
ไรเดอรเ์ วท ประกอบกบั รูปแบบการสรา้ งภาพของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท เพ่อื ใหท้ ราบถึงท่มี าของ
สญั ลกั ษณแ์ ละรูปแบบของการสรา้ งภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท ผวู้ จิ ยั ม่งุ หวงั ว่าผลงาน
ศลิ ปนิพนธฉ์ บบั นี้ จะเป็นประโยชนต์ อ่ ผทู้ ่สี นใจตอ่ ไป



สารบญั

หนา้
บทคดั ย่อภาษาไทย………...........……………………………………………………… ง
บทคดั ย่อภาษาองั กฤษ.................................................................................................. จ
กติ ตกิ รรมประกาศ.................................................................................................. ฉ
คานา......................................................................................................................... ช
สารบญั .................................................................................................................... ซ
สารบญั ภาพ............................................................................................................. ญ
สารบญั ตาราง............................................................................................................. ฑ

บทท่ี
1 บทนา............................................................................................................... 1
ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา................................................... 1
วตั ถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษา........................................................................ 7
ขอบเขตของการศกึ ษา............................................................................... 7
วธิ ีการศกึ ษา............................................................................................ 8
แหลง่ ขอ้ มลู ............................................................................................. 8
2 ประวตั ไิ พท่ าโรต์ ความหมายของสญั ลกั ษณ์ และภาพประกอบ............................... 9
ประวตั คิ วามเป็นมาของไพท่ าโรต.์ ............................................................. 9
ความเช่ือดงั้ เดมิ ท่ีนามาใชใ้ นการทานาย...................................................10
ความเช่ือดงั้ เดิมท่ถี กู ผสมผสาน...............................................................15
ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท............................................................................... 29
ประวตั ิความเป็นมาของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท........................................ 29
แนวคิดและรูปแบบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท................................................3.5
ตน้ แบบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท............................................................. 38
ความหมายของสญั ลกั ษณ.์ ......................................................................... 40
สญั ลกั ษณใ์ นทางภาษาศาสตร.์ ............................................................. 40
สญั ลกั ษณใ์ นทางจติ วทิ ยา...................................................................... 44
สญั ลกั ษณใ์ นทางทศั นศิลป์ .................................................................. 45



บทท่ี หนา้
ภาพประกอบ.............................................................................................. 47
ความหมายของภาพประกอบ..................................................................47
ประเภทของภาพประกอบ........................................................................4. 7
หลกั การสรา้ งภาพประกอบ................................................................... 48

3 สญั ลกั ษณแ์ ละความหมายของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท........................................ 50
สญั ลกั ษณใ์ นไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท.......................................................... 50
ความหมายของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท...................................................... 70
รูปแบบการสรา้ งภาพในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท........................................... 81

4 วิเคราะหส์ ญั ลกั ษณแ์ ละรูปแบบการสรา้ งภาพประกอบของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท.... 104
ประเภทสญั ลกั ษณ.์ ................................................................................. 104
ความหมายของสญั ลกั ษณ.์ .................................................................. 104
ความหมายเชงิ บวก........................................................................104
ความหมายเชงิ ลบ..........................................................................107
ความหมายเชงิ บวกลบ.............................................................. 108
รูปทรงของสญั ลกั ษณ.์ .......................................................................... 110
รูปทรงคงเดิม..................................................................................1. 10
รูปทรงหลากหลาย..........................................................................1. 12
การจดั วางสญั ลกั ษณ.์ ............................................................................114
สญั ลกั ษณห์ ลกั ............................................................................. 114
สญั ลกั ษณร์ อง.............................................................................. 116
รูปแบบการสรา้ งภาพ............................................................................... 118
รูปแบบการนาเสนอ............................................................................. 118
องคป์ ระกอบภาพ................................................................................. 119

5 สรุป...................................................................................................................124
สรุปผลการศกึ ษา...................................................................................1. 24
ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ........................................................................ 128

บรรณานกุ รม........................................................................................................ 129
ประวตั ผิ วู้ จิ ยั ......................................................................................................... 133



สารบัญภาพ

ภาพท่ี หนา้
1 เทพีไอซสิ .................................................................................................... 12
2 เทพโอซิรสิ ................................................................................................... 12
3 เทพฮอรสั ................................................................................................... 13
4 เทพอานบู ิส......................................................................................................1.4
5 เทพเซธ...................................................................................................... 14
6 ฮาเธอร.์ ...................................................................................................... 14
7 เทพธอธ..................................................................................................... 15
8 Caravaggio, Bacchus, 1596, Oil on canvas, 95 x 85 cm..............................16
9 Peter Paul Rubens, Diana and Her Nymphs Departing for the Hunt,
1615, Oil on canvas, 216 x 178.7 cm.......................................................1..7
10 Quatremere de Quincy, Zeus in Olympia, 1815........................................ 18
11 Sandro Botticelli, The Birth of Venus , Tempera on panel, 1483 – 1485,
172.5 x 278.5 cm......................................................................................1.8
12 Alexandre Charles, Mars and Venus Surprised by Vulcan, 1827,
Oil on canvas, 160.02 x 129.54 cm.........................................................19
13 Peter Paul Rubens, Saturn Devouring a Son, 1636, Oil on canvas,
180 x 87 cm..............................................................................................1.9
14 David Johnson, Athena Goddess of Visdom and Justice, 2010,
Mixed Media, 50.8 x 40.64 cm.................................................................2..0.
15 เทพแพน..................................................................................................... 21
16 เทพอพอลโล............................................................................................. 22
17 เทพฮาเดส................................................................................................... 22
18 กษัตรยิ ไ์ มดาสกบั ธิดาองคเ์ ลก็ ...................................................................... 23
19 ไพ่ 6 เหรยี ญ ในไพท่ าโรตช์ ดุ โซลาบสุ กา ขนาด 14.2 x 7.5 ซม............................ 25
20 ไพท่ าโรตน์ โู ว ปี ค.ศ. 1910............................................................................. 26
21 Micheal Eaton, The Black Power Tarot by King Khan, 2015....................... 26



ภาพท่ี หนา้
22 ไพท่ าโรตช์ ดุ ดรมี ออฟไกอาของราซินน์ ฟิลแลน................................................ 28
23 ไพท่ าโรตช์ ดุ เมอรเ์ มดของจลู ่ี ดลิ ลอน................................................................ 28
24 Pamela Colman Smith............................................................................... 30
25 Pamela Colman Smith, A Dirge, 1970, Ink and pencil on paper,

30 x 30 cm................................................................................................3.1
26 Pamela Colman Smith, Blue Cat, 1970, Watercolor and pencil....................31
27 Pamela Colman Smith, Facing A Mosque, Undate, Watercolor,

34.5 x 29 cm.............................................................................................3.2
28 Pamela Colman Smith, Overture,Manfred Schumann, 1907,

Watercolor on paper, 36.5 x 27 cm.........................................................3..2
29 Pamela Colman Smith, Red Cloak, 1906, Watercolor and pencil

on board, 36 x 28 cm...............................................................................3..3..
30 Pamela Colman Smith, Sea Creatures, Undate, Watercolor on paper..........3..3
31 Pamela Colman Smith, Sketch for Glass, 1908, Watercolor and ink

on paper, 36 x 23cm................................................................................3..4.
32 Pamela Colman Smith, Sonata No.11 Beethoven, 1907, Watercolor

on paper, 38.5 x 28 cm............................................................................3..4
33 สญั ลกั ษณใ์ นไพห่ มายเลข 13 เทพแห่งความตาย.............................................. 37
34 ไพ่ 7 เหรยี ญในไพท่ าโรตช์ ดุ โซลาบสุ กา ขนาด 14.2 x 7.5 ซม............................ 39
35 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งองคป์ ระกอบของสญั ญะในความคดิ ของเพริ ซ์ ................... 42
36 สญั ลกั ษณม์ า้ , สงิ โต, สนุ ขั , แกะ, กระทิง และหมาป่า...................................... 51
37 สญั ลกั ษณป์ ลาวาฬ แมว และกระต่าย............................................................. 51
38 สญั ลกั ษณง์ ู กงิ้ กา่ และมงั กร......................................................................... 53
39 สญั ลกั ษณน์ ก เหย่ียว และนกพิราบ................................................................ 54
40 สญั ลกั ษณป์ ลา........................................................................................... 55
41 สญั ลกั ษณผ์ ีเสอื้ กงุ้ มงั กร และหอยทาก........................................................... 55
42 สญั ลกั ษณเ์ ดก็ , เทวดา, สฟิงซ์ และเลอื ด........................................................ 56
43 สญั ลกั ษณน์ า้ ตก, ทะเล, นา้ แข็ง, หิมะ และฝน............................................... 57



ภาพท่ี หนา้
44 สญั ลกั ษณพ์ ระจนั ทร,์ พระอาทิตย,์ ดวงดาว, ไฟ และภเู ขา............................... 58
45 สญั ลกั ษณต์ น้ ไม,้ ดอกกหุ ลาบ, พวงองนุ่ , ดอกลิล,ี ดอกทานตะวนั และหญา้ ธูป...... 60
46 สญั ลกั ษณพ์ วงองนุ่ , แอปเปิล, ทบั ทมิ , ลกู แพร, ฟักทอง และสม้ ........................ 61
47 สญั ลกั ษณเ์ หรยี ญ, ถว้ ย, ดาบ, ไมเ้ ทา้ , ชดุ เกราะ และโล.่ ............................... 63
48 สญั ลกั ษณม์ า้ น่งั , มงกฎุ , ตราช่งั , เทียน, ธง และผา้ ปิดตา................................ 64
49 สญั ลกั ษณค์ อ้ น, คมั ภีร,์ เหยอื ก, ตะเกียง, ผา้ คลมุ และไมค้ า้ .............................. 65
50 สญั ลกั ษณก์ ญุ แจ, โซ,่ แตร, มว้ นกระดาษ, ลกู โลก และเชือก............................. 66
51 สญั ลกั ษณค์ ทางไู ขว,้ คราด, โลงศพ และพวงมาลยั .......................................... 67
52 สญั ลกั ษณเ์ มอื งหรอื หมบู่ า้ น, บา้ น, สะพาน, เสา, กระจกสี และซมุ้ ประต.ู .............67
53 สญั ลกั ษณเ์ รือ.............................................................................................. 68
54 สญั ลกั ษณส์ ามเหล่ยี ม, ส่เี หล่ยี ม, วงกลม และเครอ่ื งหมายอนนั ต.์ ....................... 69
55 ไพ่ 0 เทพแหง่ ความสาราญ.............................................................................. 82
56 ไพ่ 1 เทพแหง่ การส่อื สารและเวทมนตร.์ ....................................................... 83
57 ไพ่ 2 เทพีแห่งยมโลก................................................................................... 84
58 ไพ่ 3 เทพีจกั รพรรดินี.................................................................................... 85
59 ไพ่ 4 เทพจกั รพรรด.ิ ..................................................................................... 86
60 ไพ่ 5 เทพแห่งความเมตตา.............................................................................. 87
61 ไพ่ 6 เทพแหง่ ความรกั .................................................................................. 88
62 ไพ่ 7 เทพแห่งสงคราม.................................................................................... 89
63 ไพ่ 8 หญิงสาวผแู้ ขง็ แกรง่ ............................................................................... 90
64 ไพ่ 9 ชายผโู้ ดดเด่ยี ว.................................................................................... 91
65 ไพ่ 10 เทพีแหง่ พรหมลขิ ิต................................................................................ 92
66 ไพ่ 11 เทพีแหง่ ความยตุ ิธรรม....................................................................... 93
67 ไพ่ 12 เทพแหง่ การบชู ายญั .......................................................................... 94
68 ไพ่ 13 เทพแหง่ ความตาย............................................................................... 95
69 ไพ่ 14 เทพีแหง่ สายรุง้ ................................................................................... 96
70 ไพ่ 15 เทพแหง่ อบายมขุ ................................................................................. 97



ภาพท่ี หนา้
71 ไพ่ 16 ตกึ พงั ทลาย..................................................................................... 98
72 ไพ่ 17 เทพีแหง่ นา้ .......................................................................................... 99
73 ไพ่ 18 เทพีแหง่ แสงเดอื น................................................................................ 100
74 ไพ่ 19 เทพแหง่ ความสวา่ ง............................................................................. 101
75 ไพ่ 20 วนั แหง่ การพพิ ากษา ........................................................................... 102
76 ไพ่ 21 เทพีผสู้ รา้ งโลก................................................................................... 103
77 สญั ลกั ษณม์ า้ ในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท........................................................ 113
78 สญั ลกั ษณห์ ลกั จากรูปทรงธรรมชาตใิ นไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทใบหลกั ............... 115
79 สญั ลกั ษณห์ ลกั จากรูปทรงท่มี นษุ ยส์ รา้ งขนึ้ ในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทใบหลกั .......115
80 สญั ลกั ษณร์ องในไพ่ 11 เทพีแห่งความยตุ ธิ รรม.................................................117
81 ไพท่ าโรตช์ ดุ หลกั ท่ีวางตาแหนง่ ประธานภาพอย่ทู างดา้ นบนของภาพ (ชดุ ท่ี 1).....120
82 ไพท่ าโรตช์ ดุ หลกั ท่ีวางตาแหน่งประธานภาพอยทู่ างดา้ นบนของภาพ (ชดุ ท่ี 2).....120
83 การใชส้ สี ม้ ในภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท............................................1..21



สารบัญตาราง

ตารางท่ี หนา้
1 จานวนสญั ลกั ษณเ์ ชงิ บวกในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท......................................1.06
2 จานวนสญั ลกั ษณเ์ ชงิ ลบในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท.......................................107
3 จานวนสญั ลกั ษณเ์ ชิงบวกลบในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท................................109
4 จานวนสญั ลกั ษณท์ ่มี ีรูปทรงคงเดิมในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท...................... 111
5 จานวนสญั ลกั ษณท์ ่มี ีรูปทรงหลากหลายในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท............... 112



บทที่ 1

บทนำ

ควำมเป็ นมำและควำมสำคัญของปัญหำ
ศิลปนิพนธ์ฉบับนีเ้ ป็นการศึกษาวิจัยเก่ียวกับศิลปะภาพประกอบในไพ่ยิปซีหรือ

ไพ่ทาโรต์ชุดไรเดอรเ์ วท (Raider Waite Tarot) ซ่ึงใชส้ ญั ลกั ษณใ์ นการส่ือความหมายของไพ่
เพ่ือศึกษาถึงประเภทของสญั ลกั ษณท์ ่ีศิลปินนามาใชใ้ นภาพประกอบไพ่ และรูปแบบการ
สร้างภาพประกอบไพ่ทาโรตช์ ุดไรเดอรเ์ วท

ไพท่ าโรต์ (Tarot cards) หรอื ท่รี ูจ้ กั กนั ในอกี ช่ือหนึ่งวา่ “ไพย่ ปิ ซี” นามาใชเ้ ป็นเครอ่ื งมอื
ในการทานายอดีต ปัจจบุ นั และอนาคตของผคู้ น โดยการเปิดไพแ่ ละอา่ นคาทานายท่ีปรากฏบน
หนา้ ไพ่ ซง่ึ ไมใ่ ช่ตวั หนงั สอื แต่อย่างใด หากแตเ่ ป็นภาพศลิ ปะประกอบการทานาย จุดเริ่มตน้ ของ
ไพ่ทาโรตน์ ั้นคาดว่ามาจากพวกยิปซี (Gypsy) คาว่า ”ยิปซี” หมายถึง กลุ่มชนเร่ร่อน มีการ
สันนิษฐานจากขอ้ มูลทางประวัติศาสตรไ์ ดว้ ่าอาจมีถ่ินกาเนิดท่ีอนุทวีปอินเดีย คาดว่าเป็น
พวกดราวิเดียน (Dravidian) ซง่ึ เป็นอกี หนง่ึ กลมุ่ ชนท่ถี ่ายทอดอารยธรรมใหแ้ กพ่ วก บาบโิ ลเนียน
(Babylonians)1 ก่อนจะเคล่ือนย้ายกระจัดกระจายไปตามท่ีต่าง ๆ มีประชากรจานวนหน่ึงได้
ลงหลักปักฐานอยู่ในดินแดนอียิปต์ ก่อนท่ีต่อมาบางส่วนจะเร่ร่อนต่อไปท่ีทวีปยุโรปและคา
ว่า “ยิปซี” ก็เกิดขึน้ มาจากการปรากฏตัวของกลุ่มชนนีใ้ นประเทศอังกฤษ เม่ือตน้ คริสต์
ศตวรรษท่ี 16 และถูกทึกทักว่าเป็นพวกอียิปตอ์ พยพ

เม่ือชาวยิปซีเข้ามามีบทบาทในยุโรป ในช่วงนั้นเป็นช่วงท่ีคริสตจักรเรืองอานาจ
อย่างมาก ทาให้การทานายท่ีแรกเร่ิมเป็นเพียงการใชล้ ูกแก้วประกอบกับการใช้จิตวิทยา
เท่านั้น ศาสนจักรจึงมองว่าสิ่งเหล่านีเ้ ป็นการกระทาท่ีไม่สามารถยอมรบั ได้ และตราหนา้ ว่า
ชาวยิปซีเป็นพ่อมด หมอผี ซ่ึงถือเป็นส่ิงท่ีผิดอย่างมากในขณะนนั้ ทาใหช้ าวยิปซีเร่ิมมีการ
คิดคน้ การด์ หรือไพ่ (Card) มาใชแ้ ทนลกู แกว้ แต่ยงั ไม่เป็นท่ียอมรบั ในทนั ที จนกระท่ังมีหญิง

1ปิยะแสง จนั ทรวงศไ์ พศาล, มหศั จรรยแ์ หง่ สัญลักษณ์ เครอ่ื งรำงและเคล็ดลับนำโชค (กรุงเทพ
ฯ: สานกั พิมพ์ ซีเอ็ดยเู คช่นั บมจ., 2552), 328.

1

2

ชาวยิปซีไดใ้ ชไ้ พ่ในการทานายใหก้ ษัตริย์ชารล์ ท่ี 6 แหง่ ฝร่งั เศส (Charles VI of France) ทาให้
หลงั จากนนั้ มาไพท่ าโรตก์ ไ็ ดร้ บั การยอมรบั และมีการผลติ ขนึ้ มาในสมยั นนั้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1491 ไดม้ ี
การผลิตไพท่ าโรตท์ ่ีครบทงั้ 78 ใบ โดยศิลปินนิรนามท่ีถกู ตงั้ ช่อื ตามผคู้ รอบครองสองคนสดุ ทา้ ยคือ
ไพท่ าโรตช์ ดุ โซลาบสุ กา (Sola Busca) ซง่ึ ในขณะนนั้ ยงั คงไม่ถกู เผยแพรแ่ ละยงั ไม่มีผใู้ ดไดเ้ หน็ ไพ่
ทงั้ หมด ไพบ่ างใบถกู เผยแพรแ่ คร่ ูปภาพเทา่ นนั้

ในยุคแรกท่ีมีการทานายดว้ ยไพ่ทาโรตน์ นั้ ไดม้ ีการนาเอาความเช่ือของตานานเทพ
อียิปตเ์ ขา้ มาในการอา้ งอิงถึงการทานาย แอนทวั น์ คอรท์ เดอ เจเบลิน (Antoine Court de
Gébelin) นักเขียน นักวิชาการดา้ นวรรณคดีและวิทยาศาสตรช์ าวสวิตเซอรแ์ ลนด์ ไดว้ ิเคราะห์
และตีพิมพเ์ ก่ียวกับไพ่ยิปซี ในปี ค.ศ. 1781 หน่ึงในประเด็นท่ีน่าสนใจคือศิลปะบนหนา้ ไพ่ยิปซี
นัน้ มีเรื่องราวท่ีเก่ียวขอ้ งกับตานานไอซิส (Isis) โอซิริส (Osiris) และเทพอียิปตอ์ งคอ์ ่ืน ๆ2
หากกล่าวถึงเทพเจา้ ทางอียิปตส์ ่วนมากแลว้ นัน้ เป็นเร่ืองของโลกวิญญาณ โลกหลงั ความตาย
เสียส่วนมาก แต่เม่ือหลงั การอพยพเขา้ ส่ทู วีปยุโรปดว้ ยเหตุผลทางศาสนาทาใหช้ าวยิปซีจา
เป็นตอ้ งมีการเอาตวั รอด โดยการนาเอาความเช่ือของชาวยุโรปเขา้ มาผสมผสานกับความเช่ื อ
ดงั้ เดิม แต่สิ่งท่ีนามาอา้ งอิงยงั คงเป็นการใชเ้ ร่ืองราวตานานของเทพเจา้ อยู่ แต่จะเป็นตานาน
เทพกรีกโรมนั ตามความเช่ือของชาวยุโรป เช่น เทพอะพอลโล (Apollo) เป็นเทพแห่งแสงสว่าง
เทพแพน (Pan) เป็นตัวแทนของส่ิงช่วั รา้ ย เป็นตน้ แต่การกระทาเหล่านีก้ ็ยงั ไม่ไดท้ าใหก้ าร
ทานายดว้ ยไพ่ทาโรตเ์ ป็นท่ียอมรบั ในสงั คม

จนกระท่งั ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 14 กษัตรยิ ช์ ารล์ สท์ ่ี 6 แหง่ ฝร่งั เศส ทรงอนญุ าตใหห้ มอดหู ญิง
ชาวยปิ ซเี ขา้ มาทานายทายทกั พระองคแ์ ละพระราชนิ โี อเด็ตต์ (Isabeau of Bavaria) ซง่ึ ผลของการ
พยากรณค์ รงั้ นนั้ ออกมาอยา่ งแมน่ ยา สง่ ผลใหต้ อ่ มาอกี สามปี คือปี ค.ศ. 1393 พระองคจ์ งึ มีรบั ส่งั
ใหจ้ ดั ทาไพท่ าโรตข์ นึ้ มาสามชดุ โดยมีจิตรกรช่ือ ชารล์ ส์ หรอื ชากเกอแมง แกรงกงเนอร์ (Charles
Gringonneur) เป็นผวู้ าดภาพหนา้ ไพช่ าวฝร่งั เศส โดยแต่งภาพดว้ ยลายทองและเดนิ ขอบไพ่ดว้ ย
เงิน ไพท่ งั้ สามชดุ นถี้ ือเป็นไพย่ ปิ ซชี ดุ เกา่ แก่ท่ีสดุ เทา่ ท่มี ีการบนั ทกึ ไว้ แตภ่ าพของไพย่ ปิ ซียงั ไม่มี
ความเป็นเอกลกั ษณห์ รอื ชดั เจน และจดั ทาขนึ้ เพียงแค่ชดุ หลกั เท่านนั้ ทาใหเ้ รม่ิ มกี ารนิยมใช้
ไพท่ าโรตม์ ากขนึ้ ในกลมุ่ ชนชนั้ สงู ต่อมาไดม้ ีการจดั ทาไพท่ าโรตท์ ่คี รบทงั้ ชดุ หลกั และชดุ รอง โดย
ไดร้ บั การอปุ ถมั ป์ จากตระกลู เศรษฐีในมิลาน แต่ไม่มีการบนั ทึกถึงศิลปินผูจ้ ัดทา ปรากฏเพียง
แค่ช่ือท่ีตัง้ มาจากช่ือเจา้ ของสองคนสุดทา้ ยคือ มารค์ วีส บสุ กา (Marquise Busca) และเคาท์

2Patti Wigington, A Brief History of Tarot, accessed August 8, 2019, available from
https://www.learnreligions.com/a-brief-history-of-tarot-2562770

3

โซลา (Count Sola) โดยไพท่ าโรตช์ ดุ นมี้ ีช่อื วา่ “โซลาบสุ กา” โดยถกู จดั ทาดว้ ยเทคนคิ แกะสลกั บน
แผน่ ทองแดง และระบายสดี ว้ ยมือ และมกี ระบวนแบบ (Style) สรา้ งสรรคแ์ บบเรอเนสซองส์ หรอื
ยคุ ฟื้นฟศู ลิ ปวทิ ยาใหม่ (Renaissance) โดยเนน้ ไปท่กี ารแสดงออกทางกลา้ มเนือ้ ของคน มีการใช้
เสน้ ในการทานา้ หนกั แต่โดยรวมแลว้ ภาพยงั คงไมส่ มจรงิ เทา่ ไรนกั ไพช่ ดุ นีไ้ ม่ไดร้ บั การเปิดเผยสู่
สาธารณะ สว่ นมากจะพบเหน็ จากหลกั ฐานเป็นรูปถา่ ยเพียงบางใบเทา่ นนั้ จนกระท่งั ผถู้ ือสทิ ธิ์
ครอบครองชาวมิลานไดส้ ง่ สาเนาภาพถ่ายท่ีครบสมบรู ณท์ ่สี ดุ ทงั้ สารบั ใหแ้ ก่บรติ ิชมวิ เซียม (British
Museum) และไดถ้ กู จดั แสดงในปี ค.ศ. 1907

ในนทิ รรศการครงั้ นนั้ มีผชู้ มคนสาคญั คอื อาเธอร์เอด็ เวริ ด์ เวท (Arthur Edward Waite)
ซง่ึ เป็นสมาชกิ ในกลมุ่ เดอะโกลเดน้ ดอวน์ (The Golden Dawn)3 กลมุ่ สาหรบั ผทู้ ่สี นใจในพลงั
ธรรมชาติ สง่ิ ลลี้ บั หรอื เวทมนตรต์ า่ ง ๆ ไดเ้ ขา้ ไปชมไพช่ ดุ นี้ ทาใหเ้ กิดการวา่ จา้ งใหพ้ าเมลา
โคลแมน สมธิ (Pamela Colman Smith) หนง่ึ ในสมาชกิ ในกลมุ่ ของตนและเป็นศลิ ปินหญิง
ชาวองั กฤษรว่ มออกแบบใหแ้ ก่ไพท่ าโรตช์ ดุ ใหมน่ ี้ โดยการใชไ้ พช่ ดุ ก่อนหนา้ คอื ชดุ โซลาบสุ กามา
เป็นแรงบนั ดาลใจและต่อยอดจนเกดิ เป็นไพช่ ดุ ใหมข่ นึ้ ซง่ึ ไดเ้ ปิดเผยสสู่ าธารณชนและจดั จาหนา่ ย
ในปี ค.ศ. 1909 โดยใชช้ ่ือสารบั ไพท่ าโรตน์ ีว้ า่ “ไรเดอรเ์ วท” (Raider Waite Tarot Deck) ไพช่ ดุ นี้
ถือเป็นประสบความสาเรจ็ อย่างมาก เน่ืองจากไดร้ บั ความนิยมมาอยา่ งยาวนาน จวบจนถงึ ปัจจบุ นั
นบั เป็นเวลากวา่ 110 ปี

การท่ไี พท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทไดร้ บั ความนยิ มในหมนู่ กั ทานายมาตงั้ แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจบุ นั
สาเหตไุ มไ่ ดม้ าจากความสวยงามของศิลปะบนหนา้ ไพเ่ ท่านนั้ เพราะในปัจจบุ นั ไดม้ ี การสรา้ งสารบั
ไพท่ ่หี ลากหลาย และมีความสวยงามแตกตา่ งกนั ไปตามรสนยิ มความชอบ และแบบอย่าง (Style)
ของผจู้ ดั ทาท่แี ตกตา่ งกนั ประกอบกบั เทคโนโลยีสมยั ใหม่ท่ที าใหก้ ารสรา้ งภาพประกอบมีความ
หลากหลายทางเทคนคิ กว่าสมยั ก่อน แตด่ ว้ ยภาพประกอบหนา้ ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทนนั้ มกี าร
เลา่ เร่อื งท่ีครบถว้ นดว้ ยภาษาภาพ และท่สี าคญั คือสญั ลกั ษณท์ ่แี ฝงอย่ใู นภาพ ประกอบทกุ ใบ ทา
ใหภ้ าพทงั้ หมดนนั้ สามารถส่อื ความหมายไดอ้ ย่างชดั เจน จงึ ทาใหไ้ พท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทยงั คงเป็น
ท่นี ยิ มในหมนู่ กั ทานายเสมอมา

3เป็นกลมุ่ เวทมนตรเ์ รม่ิ ตน้ ก่อตงั้ ในกรุงลอนดอนเม่ือปี ค.ศ. 1888 เป็นกลมุ่ คนท่อี ทุ ศิ ตนใหก้ บั
วิวฒั นาการทางปรชั ญา วิญญาณและจิตวิญญาณ เป็นกลมุ่ ท่ีฝักใฝ่ศกึ ษาในเรอ่ื งของไสยศาสตรแ์ ละเวทมนตร์
ยงั คงมีอิทธิพลและสรา้ งแรงบนั ดาลใจใหก้ บั นกั มายากลและกล่มุ เวทมนตรม์ าจนถึงปัจจบุ นั , อา้ งจาก Eu
Ohem, Hermetic Order of the Golden Dawn, accessed October 24, 2019, available from https://
www.goldendawn.com /eu/displaycontent.aspx?pageid=104-aims-purpose-of-golden-dawn-order

4

สญั ลกั ษณใ์ นปัจจบุ นั มีผใู้ หค้ านิยามความหมายแตกตา่ งกนั ไปแต่ละศาสตร์ ทงั้ ดา้ น
ภาษาศาสตร์จิตวิทยา และทางทศั นศลิ ป์ ดา้ นสญั วทิ ยา (Semiology) หรอื สญั ศาสตร์(Semiotics)
มองวา่ สญั ลกั ษณเ์ ป็นเคร่อื งหมายท่ีแสดงถงึ บางสง่ิ บางอยา่ ง สว่ นมากเป็นสญั ลกั ษณท์ ่เี กดิ จาก
ขอ้ ตกลงรว่ มกนั ในสงั คม ไม่ใช่เกิดจากธรรมชาติของสญั ลกั ษณน์ นั้ ๆ เช่น ภาษา เครือ่ งหมาย
จราจร และเครอ่ื งหมายทางดา้ นคณิตศาสตร์ สญั ลกั ษณท์ าหนา้ ท่เี ช่อื มรูปสญั ญะ (Signifier) กบั
ความหมายสญั ญะ (Signified) เขา้ ดว้ ยกนั อยา่ งสะเปะสะปะ (Arbitrary)4 ในทางจิตวิทยามกั
กลา่ วถึงความ หมายของสญั ลกั ษณท์ ่มี ีความเก่ียวขอ้ งกบั จติ ไรส้ านกึ (Unconscious) สญั ลกั ษณ์
มาจากความฝันหรอื จิตไรส้ านกึ ของมนษุ ย์ ซง่ึ จิตไรส้ านกึ เป็นสว่ นสาคญั ท่ีใหอ้ ทิ ธิพลตอ่ การสรา้ ง
สรรคข์ องศิลปิน โดยสญั ลกั ษณเ์ ป็นสิ่งท่ศี ลิ ปินใชเ้ พ่ือส่อื ความหมายไปถงึ เนือ้ หาท่ีศลิ ปินตอ้ งการ
จะส่อื 5

สญั ลกั ษณใ์ นงานทศั นศลิ ป์ เป็นสิง่ ท่ที าใหง้ านมีเอกลกั ษณ์ เป็นการถ่ายทอดความคดิ
ผ่านการแสดงออกทางศิลปะ ซง่ึ ในบางครงั้ ดว้ ยขอ้ จากดั ทางเทคนคิ หรอื บางสิ่งท่ีมีเนือ้ หาท่ีรุนแรง
หรอื ลอ่ แหลมมากเกินไป ทาใหไ้ ม่สามารถแสดงออกมาไดอ้ ยา่ งโจง่ แจง้ จงึ ไดม้ ีการนาสญั ลกั ษณ์
เขา้ มาเป็นสว่ นชว่ ยแทนสง่ิ นนั้ ๆ ทาใหส้ ญั ลกั ษณใ์ นงานทศั นศลิ ป์ เกิดจากการรวบรวมลกั ษณะ
พิเศษจากธรรมชาติ หรอื จนิ ตนาการสว่ นตวั ของศิลปิน ประกอบออกมาเป็นรูปทรงใหม่ โดยผรู้ บั ชม
จะเขา้ ใจมากนอ้ ยเพียงใดนนั้ ลว้ นขนึ้ อย่กู บั ประสบการณท์ ่มี ีมาแตเ่ ดิม สญั ลกั ษณจ์ ะถา่ ยทอด
ความหมายไดด้ มี ากนอ้ ยเพยี งใด เป็นเร่อื งท่ีขนึ้ อย่กู บั ทกั ษะของศิลปิน6 การเขา้ ใจความหมายของ
สญั ลกั ษณท์ าใหส้ ามารถเขา้ ใจถึงแนวคดิ ของศลิ ปินท่ีเลอื กนามาใชใ้ นผลงาน ซง่ึ สรุปครา่ ว ๆ ถงึ
ความหมายไดด้ งั นี้ สญั ลกั ษณ์ คอื สิง่ ท่ีถ่ายทอด ส่อื ความหมาย แสดงเง่ือนไขความคิด ส่อื ความ
หมายถึงสงิ่ หน่งึ ท่ีไมใ่ ช่ตวั มนั เอง เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจท่ตี รงกนั ของกลมุ่ คน เป็นท่ยี อมรบั และ

4เถกิง พฒั โนภาษ, สัญศำสตร์ กับ ภำพแทนควำม, เขา้ ถึงเม่ือ 24 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก
file:///C:/Users/Admins/Downloads/qyYaZ1mab3Sun103124%20(1).pdf

5ปณุ ณดา สายยศ, “กำรใช้สัญลักษณภ์ ำพแทนร่ำงกำยในงำนศิลปกรรมของพนิ รี สัณฑ์
พทิ กั ษ์ และวชั รำพร อย่ดู ,ี ” วารสารวชิ าการ Veridian E-Journal 7, 3 (กนั ยายน 2557): 1393.

6วนั วิสาข์ ไชยมาส, “สัญลักษณใ์ นงำนจติ รกรรมของทวศี กั ดิ์ ศรที องด”ี (ศิลปนพิ นธศ์ ิลป
บณั ฑติ ภาควชิ าทฤษฎีศิลป์ คณะจิตรกรรม ประตมิ ากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร, 2558) , 24.

5

ตกลงกนั ในสงั คมใดสงั คมหนง่ึ โดยเฉพาะอาจกลา่ วสนั้ ๆ วา่ สญั ลกั ษณห์ มายถึงส่งิ ตา่ ง ๆ ท่ใี ช้
เป็นสอ่ื ความหมายและส่อื ความคดิ รว่ มกนั ซง่ึ มนษุ ยส์ รา้ งขนึ้ 7

สญั ลกั ษณเ์ ป็นสว่ นหนึ่งในการสรา้ งสรรคข์ องมนษุ ย์ ทาใหผ้ ลงานนนั้ มีคณุ คา่ ทาง
เนือ้ หาเร่ืองราว อารี สทุ ธิพนั ธุ์ ไดแ้ บ่งประเภทของสญั ลกั ษณต์ ามแหลง่ ท่ีมาของการแสดงออกตาม
รูปทรงได้ 3 ประเภท ท่จี ะนามาประกอบการวเิ คราะหส์ ญั ลกั ษณใ์ นไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท ไดแ้ ก่
รูปทรงธรรมชาติ รูปทรงท่มี นษุ ยค์ ิดคน้ ขนึ้ และรูปทรงเรขาคณิต8 ซง่ึ พบไดใ้ นไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอร์
เวทไดเ้ ชน่ กนั ไมเ่ พียงเทา่ นี้ ดร. โอโนรา่ ฟิงเคลิ สไตน์ (Honora Finkelstein) นกั เขียน นกั วิชาการ
ดา้ นวรรณคดีและการเขียนชาวอเมรกิ นั ไดแ้ บ่งสญั ลกั ษณไ์ ว้ 3 ประเภท คือ สญั ลกั ษณต์ น้ แบบ
(Archetypal symbols) สญั ลกั ษณแ์ บบประเพณีนิยม (Conventional symbols) สญั ลกั ษณ์
สว่ นตวั (Personal symbols)

ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทประกอบดว้ ยไพท่ งั้ หมด 78 ใบ ประกอบดว้ ยไพช่ ดุ หลกั (Major
Arcana) จานวน 22 ใบ ในไพช่ ดุ หลกั นไี้ ดม้ ีการนาเรอ่ื งราวตานานเทพเจา้ โดยเฉพาะเทพเจา้ กรกี
สอดแทรกในเนือ้ หาเร่อื งราวไพบ่ างใบอกี ดว้ ย และไพ่ชดุ รอง (Miner Arcana) จานวน 56 ใบ ซง่ึ ใน
ไพช่ ดุ รองนีไ้ ดถ้ กู แบง่ ออกเป็น 4 ชดุ ยอ่ ย ชดุ ละ 14 ใบเทา่ ๆ กนั โดยแบง่ ออกตามสญั ลกั ษณ์ ไดแ้ ก่
เหรยี ญ (Pentacles, Discs, Coins) ถว้ ย (Cups, Chalices) ดาบ (Swords) และไมเ้ ทา้ (Wand)
ซง่ึ สญั ลกั ษณท์ งั้ หมดนีไ้ ดถ้ กู ใชแ้ ทนธาตทุ งั้ 4 ซง่ึ เป็นพนื้ ฐานของสงิ่ ตา่ ง ๆ รวมถึงมนษุ ย์ คอื ดนิ นา้
ลม และไฟ กลา่ วคือ ไพเ่ หรยี ญ ตวั แทนแหง่ ธาตดุ ิน เก่ียวขอ้ งกบั เรื่องทางกายภาพ สสารหรอื สงิ่ อนั
เป็นวตั ถกุ ารโอบอมุ้ มกั ใชใ้ นการทานายเรอ่ื งการเงิน ไพถ่ ว้ ย ตวั แทนแห่งธาตนุ า้ ไพถ่ ว้ ยมกั เป็น
เรอ่ื งเก่ียวกบั ความรกั ความสมั พนั ธ์ ไพด่ าบตวั แทนแห่งธาตลุ ม เป็นตวั แทนของเหตผุ ล และตรรกะ
ท่อี ย่ใู นรูปแบบของการตดั สินใจต่าง ๆ ในชีวติ และสดุ ทา้ ยไพไ่ มเ้ ทา้ ตวั แทนแห่งธาตไุ ฟ มกั ถกู ใชใ้ น
การทานายเรอ่ื งการงาน หรอื แรงขบั เคล่อื นชีวิตตา่ ง ๆ

7มลู นธิ ิอารสี ทุ ธิพนั ธ,์ 60 ปี อำรี สุทธพิ นั ธุ์ (กรุงเทพฯ: หจก.ภาพพิมพ,์ 2535), 47.
8ในท่ีนีผ้ วู้ ิจยั จะขอใชค้ าวา่ “รูปทรงทางคณิตศาสตร”์ เป็นตน้ ไป เน่ืองจากสามารถแบง่ ออกเป็น 2
ประเภท ไดแ้ ก่ รูปเรขาคณิต ไดแ้ ก่ รูปสามเหล่ยี ม ส่เี หล่ยี ม วงกลม วงรี และรูปทรงการนบั ปรมิ าณ ไดแ้ ก่
สญั ลกั ษณอ์ นนั ต์ ท่ีปรากฏอย่ใู นไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท เพ่อื ใหก้ ารจาแนกสญั ลกั ษณไ์ ดช้ ดั เจนย่งิ ขนึ้ , อา้ งจาก
nooonuii, อนันต,์ เขา้ ถึงเม่ือ 23 มีนาคม 2563, เขา้ ถงึ ไดจ้ ากhttp://www.mathcenter.net/forum
/archive/index.php/t-1122.html

6

โครงสรา้ งของไพช่ ดุ รองจะคลา้ ยกบั ไพป่ ๊ อก (Playing Card Tarot) น่นั คอื มีไพ่ 1 แตม้
(Ace) ไพห่ มายเลข 2-10 และไพ่บคุ คล สิ่งท่ีแตกตา่ งจากไพป่ ๊ อกก็คือ ไพท่ าโรตจ์ ะมไี พบ่ คุ คล
มากกวา่ ไพป่ ๊ อก ไพป่ ๊ อกจะมีไพบ่ คุ คล 3 ใบ คือ ไพท่ หาร (Jack) ไพร่ าชนิ ี (Queen) และไพร่ าชา
(King) แต่ไพย่ ิปซจี ะมีไพม่ หาดเลก็ (Page) ไพอ่ ศั วิน (Knight) ไพร่ าชนิ ี และไพ่ราชา ในบางสารบั
อาจจะเรยี กช่อื ท่แี ตกตา่ งกนั ไป แตโ่ ดยโครงสรา้ งจะมี 4 ใบเหมือนกนั โดยจะเรยี งตามชนั้ วรรณะ
หรอื อายขุ องคนในไพ่ มีรายละเอียดดงั นี้

ไพม่ หาดเลก็ หมายถงึ คนท่มี ีอายนุ อ้ ยกวา่ มือใหม่ อาจหมายถงึ บตุ ร หรอื นอ้ งชาย
แสดงถึงการเรม่ิ ตน้ ใหม่ ไพอ่ ศั วนิ หมายถึง คนท่ีมีอายเุ ท่า ๆ กนั เพ่ือน เป็นคนท่เี นน้ ท่กี ารกระทา
ไพร่ าชนิ ี หมายถงึ คนท่มี ีอายมุ ากกวา่ และเป็นผหู้ ญิง อาจหมายถึงแม่ พ่สี าว หรอื อาจหมายถึงคน
ท่มี ีอายเุ ท่ากนั แตม่ ีอานาจ ตาแหนง่ หรอื มีความคิดท่ีสงู กวา่ และไพร่ าชา หมายถึงคนท่มี ีอายุ
มากกวา่ และเป็นผชู้ าย อาจหมายถงึ พอ่ พ่ีชาย หรอื อาจหมายถึงคนท่มี ีอายเุ ท่ากนั แตม่ ีอานาจ
ตาแหนง่ หรอื มีความคิดท่สี งู กวา่

ทงั้ หมดท่กี ลา่ วมาคอื โครงสรา้ งหลกั ของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท ท่ปี ระกอบไปดว้ ยไพ่
ชดุ หลกั ท่ีใชท้ านายถงึ เหตกุ ารณส์ าคญั ต่าง ๆ และไพช่ ดุ รองท่มี กั กลา่ วถึงเหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ขนึ้ ใน
ชีวติ ประจาวนั ท่ยี ดึ ตามหลกั การธาตทุ งั้ 4 ประกอบกบั ไพบ่ คุ คลท่เี ป็นตวั กาหนดถงึ ช่วงอายขุ อง
บคุ คล ทงั้ นี้ ขนึ้ อย่กู บั ตาแหนง่ ในการทานาย วา่ จะเป็นไปในทศิ ทางใด โดยขนั้ ตอนนีเ้ ป็นหนา้ ท่ที ่ี
หมอดตู อ้ งใชท้ กั ษะอยา่ งมาก

จากการรวบรวมขอ้ มลู เบอื้ งตน้ สงั เกตว่า สญั ลกั ษณใ์ นไพทาโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท มีทงั้ ใช้
สญั ลกั ษณม์ าจากรูปทรงธรรมชาติ รูปทรงท่ีมนษุ ยค์ ดิ คน้ ขนึ้ และรูปทรงทางคณิตศาสตร์
รูปทรงธรรมชาติ เชน่ ดนิ นา้ ลม ไฟ มนษุ ย์ สตั ว์ และพืชพรรณ รูปทรงท่ีมนษุ ยค์ ิดคน้ ขึน้ เชน่ อาคาร
หอคอย สะพาน โล่ ชดุ เกราะ เป็นตน้ รูปทรงทางคณิตศาสตร์ เชน่ สามเหล่ยี ม ส่เี หลย่ี ม วงกลม
เป็นตน้ และพบบางสญั ลกั ษณม์ ีลกั ษณะและความหมายคลา้ ยกบั สญั ลกั ษณท์ างศาสนาครสิ ต์
เช่น ลิลลีสีขาว หมายถงึ ความบรสิ ทุ ธิ์ ทบั ทมิ หมายถงึ ความอดุ มสมบรู ณข์ องสตรี เป็นตน้
การนาเสนอรูปทรงสว่ นใหญ่แสดงออกในเชงิ เหมือนจรงิ (Realistic) แตล่ ดทอนรายละเอียดความ
สมจรงิ ลงไป เนน้ การนาเสนอรูปทรงท่เี รียบง่าย แต่แฝงความหมายผา่ นการจดั วางรูปทรงหรอื
สญั ลกั ษณเ์ หลา่ นนั้ ตามจินตนาการท่ีสอดคลอ้ งกบั คาทานายดว้ ย

ภาพประกอบในไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทท่ีถกู ออกแบบสรา้ งสรรคโ์ ดยพาเมลานนั้ จดั เป็น
ภาพท่สี มั พนั ธก์ บั เร่ือง (Picture-Text Combination) หมายถงึ ภาพเหตกุ ารณท์ ่เี กดิ ขนึ้ ในเรอ่ื ง
นามาประกอบเรือ่ งใหเ้ ขา้ ใจไดช้ ดั เจนขนึ้ ภาพประกอบชนิดนีต้ อ้ งใชค้ วามรว่ มมือระหวา่ งผเู้ ขียน

7

เร่ือง ผู้สรา้ งภาพ และผู้วางหน้าหนังสือ แบบอยา่ งของไพท่ าโรตช์ ดุ นีม้ าจากกลมุ่ พรรี าฟาเอล-
ไลต์ (Pre-Raphaelite Brotherhood) ความเรียบง่ายของภาพพิมพญ์ ่ีป่นุ และภาพประกอบใน
กระบวนแบบอารต์ นโู ว (Art Nouveau)9

จากการรวบรวมขอ้ มลู เบอื้ งตน้ พบวา่ ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทนิยมใชส้ สี นั สดใส โดยท่ีสี
เด่นในภาพคอื สที อง ฟา้ แดง ขาว อาจมีการใชส้ เี ทาและดารว่ มในสว่ นนอ้ ย เกบ็ รายละเอียด นยิ ม
ตดั เสน้ รูปทรงใหค้ มชดั ภาพแสดงออกถึงความนมุ่ นวล ออ่ นไหว และเนน้ ความงามในทาง
ธรรมชาติ องคป์ ระกอบในภาพมีประธานเด่นอยู่กลางภาพชัดเจน โดยท่ีมีสญั ลกั ษณก์ ระจาย
อยู่รอบภาพ และมีพืน้ หลงั ท่ีราบเรียบ โดยรวมแลว้ องคป์ ระกอบของภาพประกอบไพ่ชุดนี้
จดั วางอยา่ งคานงึ ถงึ เอกภาพ (Unity) ตามหลกั การออกแบบภาพประกอบ (Principle of Illustration)
สอดคลอ้ งกบั หลกั การทางทศั นศลิ ป์ (Principle of Art)

นอกเหนือจากรูปแบบท่ีสวยงามในดา้ นการแสดงออกของศลิ ปะภาพประกอบหนา้ ไพ่
แลว้ การใชส้ ญั ลกั ษณใ์ นการส่อื ความหมายในภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท ถือเป็นความ
ชาญฉลาดในการส่ือสาระและเนือ้ หาถึงคนดไู ดอ้ ย่างแนบเนียน ประกอบกบั การสรา้ งภาพ
ประกอบท่ีสามารถบอกถึงจุดประสงคใ์ นการสรา้ งภาพนนั้ ๆ ว่าสรา้ งเพ่ือจุดประสงคใ์ ด ผวู้ จิ ยั จงึ
มีความสนใจท่ีจะศกึ ษาในเร่อื งการใชส้ ญั ลกั ษณใ์ นการส่อื ความหมายของไพ่ รวมถึงหลกั การสรา้ ง
ภาพ ประกอบ และรูปแบบในการสรา้ งภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท เพ่ือใหท้ ราบถึงท่ีมา
ของสญั ลกั ษณ์ ซง่ึ อาจสะทอ้ นถงึ แนวคิดในการออกแบบภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท

วัตถุประสงคข์ องกำรศกึ ษำ
1. วิเคราะหแ์ ละจาแนกประเภทของสัญลักษณ์ที่ปรากฏในภาพประกอบไพ่

ทาโรตช์ ุดไรเดอรเ์ วท
2. ศกึ ษาวเิ คราะหร์ ูปแบบการสรา้ งภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท

ขอบเขตของกำรศึกษำ

9 Robert M.Place, The Fool’s Journey : the History, Art & Symbolism, accessed August
21, 2019, available from https://books.google.co.th/books?id=gSbGAQAAQBAJ&printsec=
frontcover&hl=th#v=onepage&q&f=false

8

1. วเิ คราะหแ์ ละจาแนกประเภทของสญั ลกั ษณใ์ นภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอร-์
เวทของพาเมลา โคลแมน สมธิ ในปี ค.ศ. 1909 ทงั้ ไพช่ ดุ หลกั จานวน 22 ใบ และไพช่ ดุ รองจานวน
56 ใบ รวมทงั้ หมด 78 ใบ

2. วเิ คราะหร์ ูปแบบการสรา้ งภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท เฉพาะไพ่ชดุ หลกั
จานวน 22 ใบ

วธิ ีกำรศกึ ษำ
การศกึ ษาครงั้ นีเ้ ป็นงานวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพ (Qualitative Research) โดยใชว้ ิธีการศกึ ษา

วิเคราะหจ์ ากขอ้ มลู ตารา เอกสาร บทความต่าง ๆ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท
แลว้ นาเสนอขอ้ มลู ดว้ ยวธิ ีการพรรณนา (Descriptive) ตามขนั้ ตอนดงั ตอ่ ไปนี้

1. ศกึ ษาโดยเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จากเอกสาร
1.1 รวบรวมเอกสารท่วั ไปท่มี ีความเก่ียวขอ้ งกบั ประวตั คิ วามเป็นมาของไพท่ าโรต์

รวมทงั้ เอกสารท่ีเก่ียวกบั หลกั ความเช่ือในการทานายไพท่ าโรต์
1.2 รวบรวมเอกสารท่เี ก่ียวขอ้ งกบั รูปแบบของพฒั นาการไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท
1.3 รวบรวมเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความหมายของสญั ลกั ษณ์ และหลกั การสรา้ ง

สญั ลกั ษณ์ ตามทฤษฎีสญั วิทยา จิตวิทยา และทางทศั นศิลป์
1.4 รวบรวมเอกสารท่ีเก่ียวขอ้ งกบั หลกั การจดั สรา้ งภาพประกอบ และประเภท

ของภาพประกอบ
2. การวิเคราะหข์ อ้ มลู
2.1 ตรวจสอบขอ้ มลู
2.2 จดั ระเบียบขอ้ มลู
2.3 วิเคราะหข์ อ้ มลู
3. สรุปผลการศกึ ษา
4. เขียนรายงานการศกึ ษา โดยนาเสนอในรูปแบบของความเรยี ง และตาราง
5. จดั ทาเอกสารตน้ ฉบบั เป็นรูปเลม่ และเผยแพร่

แหล่งข้อมลู
1. หนงั สอื วารสาร และบทความจากส่อื สิ่งพิมพต์ า่ ง ๆ
2. ขอ้ มลู จากส่อื สารสนเทศ

บทที่ 2

ประวตั ไิ พ่ทาโรต์ ความหมายของสัญลักษณ์ และภาพประกอบ

การศกึ ษาสญั ลกั ษณใ์ นภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทนนั้ จาเป็นอยา่ งยิ่งท่จี ะ
ตอ้ งศกึ ษาถึงประวตั ิความเป็นมา หลกั การความเช่ือของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท และท่ีสาคญั
อย่างย่งิ คือการศกึ ษาถงึ ความหมายของสญั ลกั ษณจ์ ากหลากหลายแหลง่ ท่ีมา เพ่อื คน้ หาถงึ การ
ทางานของระบบสญั ลกั ษณ์ และประเภทของสญั ลกั ษณใ์ นภาพประกอบไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท
อนั จะนามาซง่ึ ความเขา้ ใจตอ่ สญั ลกั ษณใ์ นการสอ่ื ความหมายมากยิง่ ขนึ้ โดยเนือ้ หาแบ่งออกเป็น
4 หวั ขอ้ คือ ประวตั คิ วามเป็นมาของไพท่ าโรต์ ประวตั คิ วามเป็นมาของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท
ความหมายของสญั ลกั ษณ์ และภาพประกอบ

1. ประวัตแิ ละความเป็ นมาของไพท่ าโรต์
ไพท่ าโรตเ์ ป็นศาสตรแ์ หง่ การทานายทงั้ อดตี ปัจจบุ นั และอนาคต ซง่ึ มกี ารใชไ้ พใ่ นการ

พยากรณม์ าหลายรอ้ ยปี ตงั้ แต่เกิดการอพยพของชาวยิปซีในราวครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 16 จนการใชไ้ พ่
ในการทานายแพรห่ ลายไปท่วั โลกดงั ในปัจจบุ นั ซง่ึ ไพท่ าโรตส์ ารบั แรกท่ีมีช่ือเสยี งไดร้ บั การยอมรบั
และไดร้ บั การเผยแพรใ่ นยคุ แรก ๆ คือ ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท ท่ภี าพประกอบหนา้ ไพม่ ีรูปแบบท่ี
โดดเดน่ และท่สี าคญั คอื การใชส้ ญั ลกั ษณใ์ นไพต่ า่ ง ๆ ท่เี ปรยี บเสมือนกญุ แจหลกั ในการทาความ
เขา้ ใจภาพบนหนา้ ไพต่ งั้ แตอ่ ดตี มาจนถึงปัจจบุ นั

ไพท่ าโรต์ คือสารบั ไพท่ ่ีมีจานวน 78 ใบ ไพแ่ ต่ละใบประกอบดว้ ยภาพวาด สญั ลกั ษณ์
และเครอ่ื งหมายตา่ ง ๆ ท่มี าของไพท่ าโรตม์ ีขอ้ สนั นิษฐานอยมู่ ากมาย บา้ งวา่ กาเนิดมาจากอียปิ ต์
โบราณ บา้ งวา่ มาจากมารแ์ ซล (Marseilles) บา้ งก็วา่ ดดั แปลงมาจากไพท่ อธ (Thoth) และบา้ งวา่
มาจากชาวเรร่ อ่ นเผ่ายปิ ซี คาวา่ “ยิปซ”ี ไดถ้ กู นามาเรียกในความหมายเดยี วกนั กบั ไพท่ าโรต์
ความเป็นมาของกลมุ่ ชนนี้ พอจะสนั นิษฐานจากขอ้ มลู ทางประวตั ศิ าสตรไ์ ดว้ า่ อาจมีถ่นิ กาเนิดท่ี
อนทุ วีปอินเดยี คาดวา่ เป็นพวกดราวิเดียน ซ่ึงเป็นอีกหน่ึงกลุ่มชนท่ีถ่ายทอดอารยธรรมใหแ้ ก่
พวกบาบิโลเนียน1 ก่อนจะเคล่อื นยา้ ยกระจดั กระจายไปตามท่ีตา่ ง ๆ มีจานวนหนง่ึ ไดล้ งหลกั ปัก

1ปิยะแสง จนั ทรวงศไ์ พศาล, มหศั จรรยแ์ หง่ สัญลักษณ์ เคร่อื งรางและเคล็ดลับนาโชค (กรุงเทพ ฯ:
สานกั พมิ พ์ ซีเอ็ดยเู คช่นั บมจ., 2552), 328.

9

10

ฐานอย่ใู นดนิ แดนอียิปต์ ก่อนท่ีต่อมาบางสว่ นจะเรร่ อ่ นไปท่ที วปี ยโุ รป และคาวา่ “ยิปซ”ี ก็เกิดขนึ้ มา
จากการปรากฏตวั ของกลมุ่ ชนนีใ้ นประเทศองั กฤษ เม่ือตน้ ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 16 และถกู ทกึ ทกั วา่ เป็น
พวกอยี ิปตอ์ พยพ ศาสตรใ์ นการพยากรณข์ องยปิ ซเี รียกไดว้ า่ เป็นส่งิ ใหมใ่ นยคุ นนั้ โดยเฉพาะท่มี า
ท่มี ีหลกั แหลง่ มาจากแถบเอเชียไมเนอร์(Asia Minor) และเมดเิ ตอรเ์ รเนียน (Mediterranean Area)
เหมือนกนั ท่ีมกั จะใชด้ วงดาวและวนั เวลาเกดิ เป็นฐานขอ้ มลู แต่พวกยิปซจี ะนาลกู แกว้ มารา่ ย
มนตรแ์ ละพยากรณโ์ ดยแทบไม่ตอ้ งรูภ้ มู หิ ลงั ของผมู้ ารบั คาพยากรณเ์ ลย ซง่ึ แน่นอนวา่ อาจจะมีการ
คลาดเคล่อื นอย่บู า้ ง หลกั การคือการสะกดจิตผถู้ กู ทานายใหม้ ีความเคลบิ เคลมิ้ เขา้ สสู่ มาธิสว่ นลกึ
จนสามารถพดู หรือระลกึ ส่ิงท่ีเคยทาในอดตี ไวไ้ ดน้ นั้ เอง (เปรยี บเสมือนหลกั การเดยี วกบั การท่จี ติ
ของคนเราบนั ทกึ กรรมไวใ้ นศาสนาพทุ ธ ถา้ เราสามารถเขา้ สสู่ มาธิขนั้ สงู ไดเ้ ราจะระลกึ ชาติระลกึ
กรรมไดอ้ ยา่ งท่พี ระพทุ ธเจา้ เคยทาไว)้ 2

กระท่งั ในยคุ ตอ่ มา ซง่ึ คาดวา่ เป็นช่วงกลางในราวครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 10 พวกยิปซีไดเ้ พิม่
รูปแบบในการพยากรณอ์ ีกแบบหนง่ึ ขึน้ มา แต่จุดม่งุ หมายเดียวกนั กบั การใชล้ กู แกว้ แต่เป็นในแง่
ท่ีว่าไม่ตอ้ งอาศยั ดวงดาวและวนั เวลาเกิด แต่กลบั ใหค้ วามแม่นยามากยิ่งกว่าและไม่ตอ้ งรา่ ย
มนตร์ ลกู แกว้ ใหด้ ูเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ เหตเุ พราะเม่ือชาวยิปซียา้ ยไปอย่ใู นยโุ รปการ
ใชล้ กู แกว้ เร่ิมเป็นอนั ตรายต่อชาวยิปซี เพราะในยคุ สมยั นนั้ ตรงกบั ชว่ งเวลาท่ีชาวยโุ รปและศาสน
จกั รเกรงกลวั ปรากฏการณท์ ่ีไม่สามารถอธิบายได้ เช่น แม่มดพอ่ มด เป็นตน้ จงึ ทาใหช้ าวยิปซตี อ้ ง
เปล่ยี นวิธีการเพ่อื ความอย่รู อดจงึ หนั มาใชไ้ พซ่ ง่ึ จบั ตอ้ งได้ เป็นรูปธรรม และมีเหตผุ ลท่ีสามารถ
อธิบายตอ่ ผคู้ นไดม้ ากขนึ้ แต่แรกเรม่ิ นนั้ การนาไพท่ าโรตเ์ ขา้ มาใชใ้ นการทานายนนั้ ยงั คงไวซ้ ง่ึ
ความเช่ือดงั้ เดิมท่ีมีมาตงั้ แตค่ รงั้ ยงั อพยพ คอื ความเช่อื เก่ียวกบั เรอื่ งภตู ผี

1.1 ความเชอื่ ดัง้ เดมิ ทนี่ ามาใช้ในการทานาย
แต่ดงั้ เดิมนนั้ ไพย่ ิปซจี ะผกู ตดิ อย่กู บั ตานานความเช่ือเรื่องเทพและภตู ผี โดยเฉพาะ

จากทางอียปิ ตแ์ ละกรีก ซง่ึ ชาวยโุ รปมองเป็นเรอ่ื งไสยเวท มนตรด์ า ทาใหผ้ คู้ นสนใจอยากท่จี ะรูถ้ ึง
คาทานายเพราะมีคารา่ ลอื เป็นท่หี นาหวู า่ การทานายจากชาวยปิ ซมี ีความแมน่ ยาแต่ในขณะเดยี ว
กนั กก็ ลวั ท่ีจะถกู กลา่ วหาวา่ เป็นพวกนอกรตี เพราะไปเช่ือความเช่อื ท่ไี ม่เป็นท่นี ิยมในตอนนนั้ แต่
ตน้ กาเนิดของไพท่ าโรตน์ นั้ กลบั ลกึ ลบั เกินกวา่ จะพสิ จู นไ์ ดว้ า่ มตี น้ กาเนิดมาจากท่ีไหน แอนทวั น์
คอรท์ เดอ เจเบลิน ไดว้ ิเคราะหแ์ ละตพี ิมพเ์ ก่ียวกบั ไพย่ ิปซี ในปี ค.ศ. 1781 หนง่ึ ในประเดน็ ท่ี
นา่ สนใจคอื ศลิ ปะบนหนา้ ไพย่ ปิ ซนี นั้ มีเรือ่ งราวท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ตานานไอซิส โอซิรสิ และเทพอยี ิปต์

2 หมอดู กฤชา,ประวัตไิ พ่ยปิ ซี หรือไพท่ าโรต,์ เขา้ ถงึ เม่ือ 8 สงิ หาคม, 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://predictmeplease.blogspot.com/2013/01/blog-post_8.html

11

องคอ์ ่นื ๆ3 หากกลา่ วถงึ เทพเจา้ ทางอยี ิปตส์ ว่ นมากแลว้ นนั้ เป็นเรอ่ื งของโลกวิญญาณ โลกหลงั
ความตายเสยี สว่ นมาก ดงั รายละเอยี ดตอ่ ไปนี้

เทพไอซสิ หรอื เทพีไอซิส (ภาพท่ี 1) มีรูปลกั ษณแ์ ทนตนอย่หู ลายแบบ อาจเป็น
มนษุ ยท์ ่ีมีศรี ษะเป็นววั หรอื อาจมีดวงจนั ทรส์ วมอย่บู นศีรษะ บางครงั้ เป็นการสวมมงกฎุ รูปดอกบวั
นอกจากนจี้ ะมีหเู ป็นขา้ วโพด หรอื ถือขาแพะเอาไวใ้ นมือ แสดงถึงสญั ลกั ษณแ์ หง่ ความสมบรู ณ์
ตน้ กาเนิดของเทวีไอซิสเรม่ิ มาจากการอภเิ ษกระหวา่ งเทพรา (Ra) กบั เทพีนตั (Nut) โดยท่เี ทพรา
หวงั ท่ีจะไดโ้ อรสธิดา แต่เทพนี ตั ก็ไมท่ รงครรภ์ เทพราจงึ พโิ รธและสาปใหเ้ ทพีนตั ไมม่ ีวนั ท่ีจะตงั้
ครรภไ์ ด้ เทพีนตั เสียใจมากจงึ ไดไ้ ปหารอื กบั เทพธอท (Toth) แหง่ ความรอบรู้ ซง่ึ หลงรกั เทพีนตั
ตลอดมา จงึ สรา้ งขอ้ ตกลงใหเ้ ทพีนตั ตอ้ งมอบความรกั ใหแ้ ก่ตนเอง ซง่ึ เทพนี ตั ก็ตอบตกลง จนใน
ท่ีสดุ ไดใ้ หก้ าเนิดโอรสธิดาทงั้ หมด 5 พระองค์ เทพีไอซสิ คือหนง่ึ ในนนั้ เทพีไอซสิ เป็นเทพีผเู้ ป่ียมไป
ดว้ ยความรกั พระองคอ์ ภิเษกกบั เทพโอซริ สิ พ่นี อ้ งตนเอง และฝ่าฝันอปุ สรรคมากมาย ผคู้ นตา่ งยก
ย่องตานานรกั ของเทพีไอซิสและเทพโอซิรสิ อยา่ งมาก และในปัจจบุ นั ชาวอยี ปิ ตก์ ็ยงั นบั ถือและ
ศรทั ธาเทพีไอซสิ อยู่

เทพโอซริ สิ (ภาพท่ี 2) เป็นเทพผยู้ ิง่ ใหญ่แหง่ ยมโลก มีความเช่ือวา่ ฟาโรหท์ ่ี
สวรรคตจะไปรวมกบั โอซิรสิ ในดนิ แดนหลงั ความตาย ในท่ีฝังพระศพจะมภี าพโอซริ สิ อย่ดู ว้ ยเสมอ
โอซิรสิ จะอย่ใู นรูปของชายทรงเคร่อื งและมงกฎุ ของฟาโรห์ แต่มีผิวกายสดี าและถกู พนั ผา้ ไวแ้ บบมนั
ม่ี โอซิรสิ คอื ศนู ยก์ ลางในความเช่ือเร่ืองการฟื้นคนื ชีพ เพราะในตานานโอซริ สิ ถกู ฆา่ โดยเซธ (Seth)
และถกู สบั เป็นชิน้ ๆ แตด่ ว้ ยความรกั ของเทพไี อซสิ ผเู้ ป็นมเหสที ่ีตามเก็บรวบรวมพระศพมาตอ่ ใหม่
ทาใหโ้ อซิรสิ ฟื้นคนื ชพี ขนึ้ มาได้

3Patti Wigington, A Brief History of Tarot, accessed August 8, 2019, available from
https://www.learnreligions.com/a-brief-history-of-tarot-2562770

12

ภาพท่ี 1 เทพีไอซสิ
ท่มี า: Wittawat63874, เทวีไอซสิ (Isis) เทพแหง่ อยี ปิ ต,์ เขา้ ถงึ เม่อื 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถงึ ได้
จาก https: //sites.google.com/site/wittawat63874/link6

ภาพท่ี 2 เทพโอซริ สิ
ท่มี า: Wittawat63874, เทพเจา้ แหง่ อยี ปิ ต,์ เขา้ ถึงเม่อื 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก http://
www.2by4 travel.com/home/Data-travel/egypt/thephcea-haeng-xiyipt

13

ภาพท่ี 3 เทพฮอรสั
ท่ีมา: Wittawat63874, เทพเจ้าแหง่ อยี ปิ ต,์ เขา้ ถงึ เม่อื 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก http://
www.2by4 travel.com/home/Data-travel/egypt/thephcea-haeng-xiyipt

เทพฮอรสั (Horus) (ภาพท่ี 3) เป็นโอรสของเทพโอซิรสิ กบั เทพีไอซิส เป็นสวามีของ
เทพีฮาเธอร์ (Hathor) เป็นเทพท่ีเกิดจากการรวมตวั กนั ของเทพนกเหย่ียวและเทพแห่งแสงสวา่ ง
มีพระเนตรขวาเป็นดวงอาทติ ยแ์ ละพระเนตรซา้ ยเป็นดวงจนั ทร์ ครงั้ เม่อื ต่อสกู้ บั เซธทาใหไ้ ดร้ บั บาด
เจบ็ ท่ีตาซา้ ยจนหมองมวั เทพฮอรสั เป็นตวั แทนแหง่ ความฉลาดแหลมคม และมีดวงตาท่ีมองทะลุ
ไดอ้ ย่างรูแ้ จง้ เห็นจรงิ

เทพอานบู สิ (Anubis) (ภาพท่ี 4) คอื เทพแหง่ ความตาย และการจดั พิธีศพ มีรูป
เป็นหมาใน จะพบรูปอนบู สิ ในหลมุ ฝังศพ อานบู สิ เป็นโอรสของเทพเี นฟธีส (Nephthys) กบั เทพ
โอซิรสิ มีสญั ลกั ษณเ์ ป็นหมาในสีดา เพราะออกหากนิ ในเวลากลางคนื อาศยั ใกลส้ สุ าน ท่สี าคญั
ท่สี ดุ คอื ทรงเป็นผชู้ ว่ ยในการช่งั วิญญาณ มีลกั ษณะเป็นชาย มีศีรษะเป็นหมาในหรือเป็นสนุ ขั คอย
เฝา้ เทพโอซริ สิ หรอื เป็นสนุ ขั จงิ้ จอก หรอื สนุ ขั ชคู อหมอบอย่ทู ่ฐี านหรอื บนหลมุ ศพ

เทพเซธ (Seth) (ภาพท่ี 5) เทพแห่งพายแุ ละความรุนแรง มีรูปเป็นหนา้ สตั วท์ ่ี
นา่ เกลียด เชน่ หมู หรอื ลา ตามตานานวา่ เป็นอนชุ าของโอซิรสิ ผเู้ กลยี ดชงั พ่ีของตนเอง และเป็น
ผสู้ งั หารโอซิรสิ ดว้ ย

ฮาเธอร์ (Hathor) (ภาพท่ี 6) ทรงเป็นเทวแี หง่ นภากาศอกี องคห์ นง่ึ และเป็น
มหาเทวที ่สี าคญั ท่ีสดุ ท่นี บั ถือสรุ ยิ เทพรา โดยเทวปกรณก์ ลา่ ววา่ ทรงเป็นธิดาและชายาขององคส์ รุ ยิ
เทพ เป็นเทวีแหง่ ความงาม ความรกั ความสขุ พธิ ีกรรม ศลิ ปวทิ ยาการ และคณุ สมบตั ิท่ีดีของเพศ
หญิง มีลกั ษณะเป็นหญิงสวมศริ าภรณร์ ูปเขาววั คโู่ อบดวงสรุ ยิ ะ หรอื ปรากฏเป็นรูปววั ทงั้ ตวั ทรง
ถือ ซิสทรมั (Sistrum) พระนามภาษาอยี ปิ ตว์ า่ เฮ็ท-เฮรท์ (Het-Hert)

14

ภาพท่ี 4 เทพอานบู ิส
ท่มี า: Wittawat63874, เทพเจา้ แหง่ อยี ปิ ต,์ เขา้ ถงึ เม่อื 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://
www.2by4travel.com/home/Data-travel/egypt/thephcea-haeng-xiyipt

ภาพท่ี 5 เทพเซธ
ท่ีมา: Wittawat63874, เทพเจา้ แหง่ อยี ปิ ต,์ เขา้ ถงึ เม่อื 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก http://
www.2by4 travel.com/home/Data-travel/egypt/thephcea-haeng-xiyipt

ภาพท่ี 6 ฮาเธอร์
ท่มี า: Wittawat63874, เทพเจา้ แหง่ อียปิ ต,์ เขา้ ถงึ เม่ือ 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.2by4 travel.com/home/Data-travel/egypt/thephcea-haeng-xiyipt

15

ภาพท่ี 7 เทพธอธ
ท่มี า: Wittawat63874, เทพเจ้าแห่งอียิปต,์ เขา้ ถึงเม่ือ 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
http://www.2by4 travel.com/home/Data-travel/egypt/thephcea-haeng-xiyipt

ธอธ (Toth) (ภาพท่ี 7) เทพผมู้ ีเศยี รเป็นรูปนกกระเรียน เป็นเทพแหง่ อาลกั ษณ์
เจา้ แห่งการอา่ นและเขยี นจะเป็นผบู้ นั ทกึ เรื่องราวต่าง ๆ ในการพิพากษาดวงวิญญาณของผลู้ ว่ งลบั

ตวั อย่างเทพอยี ิปตท์ ่ีกลา่ วมาเป็นเพยี งสว่ นหนง่ึ ของความเช่ือเรอ่ื งเทพเจา้ ในอียปิ ต์
สงั เกตวา่ เทพแต่ละองคต์ า่ งถกู แทนคา่ ดว้ ยเรอื่ งต่าง ๆ เช่น ความฉลาด ความตาย หรือความรกั
อีกทงั้ ยงั มีบคุ ลิกและลกั ษณะนิสยั รูปรา่ ง และหนา้ ท่ีตา่ งกนั ออกไป การแทนค่านีอ้ าจถกู นาไปใชใ้ น
การพยากรณใ์ นยคุ แรกเรม่ิ เพราะเป็นความเช่ือดงั้ เดิมของชาวยิปซตี ามขอ้ สนั นิษฐานขา้ งตน้

1.2 ความเชอื่ ดัง้ เดมิ ทถี่ กู ผสมผสาน
ดว้ ยความท่ีความเช่ือดงั้ เดมิ นนั้ ไม่เป็นท่ีรูจ้ กั และไม่เป็นท่ีคนุ้ เคยมากเท่าไรนกั

ในยุโรป จึงทาใหว้ งการไพ่ยิปซียุคนนั้ ตอ้ งหลบ ๆ ซ่อน ๆ เป็นหมอดูท่ีไม่เป็นท่ียอมรบั เท่าไร
นัก เพ่ือความอย่รู อดปลอดภัยและไม่ถกู จบั ไปเผาทง้ั เป็น บรรดาหมอดยู ิปซีจงึ ตอ้ งพลิกแพลง
โดยนาตานานเทพเจา้ กรกี และจากคมั ภีรไ์ บเบลิ มาผสมผสานและเกล่ียไปกบั ตานานเดิมจนดู
แนบเนยี นเป็นเนือ้ เดยี วกนั 4 จนเร่มิ มีการยอมรบั มากขึน้ แต่ก็ยงั คงตอ้ งระวงั ไม่ใหโ้ ดดเด่นเกินไป
นกั เพราะอานาจครสิ ตจกั รจะมองเป็นเรื่องทา้ ทาย ซ่งึ เรื่องราวเทพเจา้ และเรอื่ งราวในคมั ภีรท์ ่ี
นามาผสม ผสานนีก้ ็ยงั คงเป็นแบบแผน และแนวทางหลกั ในการสรา้ งสรรคไ์ พ่ทาโรตเ์ รอ่ื ยมาอาจ
เปล่ียนไปเพียงแค่แบบอย่างหรือสไตล์ เรื่องท่ีนามาแทรกในไพ่ทาโรตส์ ว่ นมากจะพบในไพ่ชดุ
หลกั (Major Arcana) ท่ีมีทงั้ หมด 22 ใบ ซ่งึ ตานานเทพเจา้ กรีกหรือเร่ืองราวในคมั ภีรไ์ บเบิลนนั้ มี
อย่มู ากมาย ในท่ีนีจ้ ะนาเสนอตานานท่ีถกู นามาไวบ้ นหนา้ ไพ่ทาโรต์ ดงั รายละเอียดต่อไปนี้

4Davidgypsy, ความเป็ นมาของไพย่ ปิ ซี, เขา้ ถงึ เม่ือ 8 สงิ หาคม 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=68391

16

ภาพท่ี 8 Caravaggio, Bacchus, 1596, Oil on canvas, 95 x 85 cm
ท่มี า: Tumnandd, เทพไดโอนีซุส (Dionysus) เทพองนุ่ และนา้ เมา, เขา้ ถึงเม่อื 11 ตลุ าคม
2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.tumnandd.com/ -dionysus/

แบคคสั (Bacchus) หรอื ไดโอนซี สุ (Dionysus) เทพเจา้ แหง่ เหลา้ อง่นุ (ภาพท่ี 8) เป็น
เทพเจา้ ท่ีอายนุ อ้ ยท่สี ดุ เป็นโอรสองคห์ นง่ึ ของเทพซสุ (Zeus) กบั มารดามนษุ ยน์ ามวา่ เซมลิ ี
(Semele) จงึ ถือไดว้ า่ เป็นนอ้ งตา่ งมารดากบั เทพมารส์ (Mars) และเทพเฮเฟสทสั (Hephaestus)
เม่ือเฮรา (Hera) ชายาในเทพซสุ รบั รูถ้ ึงความจรงิ นี้ จงึ ไดแ้ ปลงกายมาเป็นหญิงชราเพ่ือเขา้ มา
พดู คยุ กบั เซมลิ ี และพดู ใหเ้ ซมิลีคลอ้ ยตามวา่ เร่อื งท่ีสามีเป็นเทพเป็นเรอ่ื งโกหก หากเป็นเทพจรงิ ให้
ขอใหแ้ ปลงรา่ งกลบั เป็นรา่ งเทพใหเ้ ซมิลดี ู เม่ือไดย้ นิ ดงั นนั้ เม่ือเซมิลพี บกบั เทพซสุ อกี ครงั้ เธอไดข้ อ
พรขอ้ หนง่ึ โดยใหส้ าบานตอ่ แมน่ า้ สติกซ์ (The River Styx) อนั ศกั ดิส์ ทิ ธิ์วา่ จะประทานพรใหโ้ ดยไม่
ปด ดว้ ยความรกั พระองคจ์ งึ ยอมสาบาน เซมลิ ีจงึ ทลู ขอตามท่หี ญิงชราเสยี้ มสอนวา่ ใหแ้ ปลงเป็น
รา่ งเทพพบกบั ตน เทพซสุ ตกตะลงึ เพราะทราบดีวา่ หากมนษุ ยธ์ รรมดาถกู รศั มีของพระองคแ์ ลว้ จะ
ไม่สามารถตา้ นทานไดถ้ งึ แมจ้ ะเป็นรศั มที ่อี อ่ นท่ีสดุ แตด่ ว้ ยคาสาบานจงึ ตอ้ งทา และทาใหน้ ่ีเป็น
วาระสดุ ทา้ ยของเซมิลี เทพซุสรีบฉวยโอกาสก่อนท่ีรา่ งหญิงท่ีรกั จะกลายเป็นเถา้ ถา่ นเพ่ือนาทารก
ในครรภม์ าฝังไวท้ ่ผี วิ หนงั ของพระองคจ์ นครบกาหนด และตงั้ ช่อื วา่ ไดโอนีซสุ และนาทารกนอ้ ยไป
ใหไ้ นสยาดสี (Nysiades) ซง่ึ เป็นนางอปั สรช่วยอนบุ าล ดว้ ยความดีเหลา่ นีท้ าใหเ้ ทพซุสเนรมิตให้
นางอปั สรเหลา่ นีก้ ลายเป็นกลมุ่ ดาวช่อื วา่ กลมุ่ ดาวไฮยาดสี (Hyades) และมีเรอ่ื งเลา่ ว่า บรเิ วณหบุ
เขาท่ไี ดโอนซี สุ อาศยั อย่นู นั้ มีองนุ่ อย่มู ากมาย ไดโอนีซสุ ผรู้ ูปงามนงุ่ หม่ ดว้ ยอาภรณส์ ีมว่ งไดท้ าเหลา้
อง่นุ อนั หอมหวานขนึ้ และไดเ้ สด็จลงมาบนโลกทงั้ ท่ีประเทศกรซี และตามเกาะตา่ ง ๆ พรอ้ มดว้ ย
เทพผดู้ แู ลและเสือโครง่ เสือดาวท่เี ป็นบรวิ าร เพ่ือสอนมนษุ ยท์ าเหลา้ องนุ่ ด่มื ดว้ ยเหตนุ พี้ ระองคจ์ ึง
ไดร้ บั ความนิยมและไดร้ บั ยกย่องในทกุ ท่ที ่ยี ่างกา้ วไป ทาใหเ้ ทพซุสผเู้ ป็นบิดาพอพระทยั มาก

17

ภาพท่ี 9 Peter Paul Rubens, Diana and Her Nymphs Departing for the Hunt, 1615,
Oil on canvas, 216 x 178.7 cm

ท่ีมา: Cleveland Art, A Strange Diana, accessed October 11, 2019, available from
https://www.clevelandart.org/magazine/july-august-2016/a-strange-diana

ไดอานา (Diana) หรอื อารท์ ีมิส (Artemis) (ภาพท่ี 9) เทพีพรหมจารีองคท์ ่สี ามในกลมุ่
นี้ ไดแ้ ก่ เทพคี รองการลา่ สตั ว์ เป็นเจา้ ของสตั วป์ ่าทงั้ ปวง สตั วโ์ ปรด ไดแ้ ก่ กวาง โดยท่แี สงเดอื น
เพญ็ เป็นประโยชนเ์ กือ้ กลู แกก่ ารเดินป่าและลา่ สตั วเ์ วลากลางคนื ผคู้ นจงึ นบั ถือพระองคใ์ นฐานะ
เทพีครองแสงเดือนดว้ ย ทาใหบ้ า้ งก็เรียกพระองคว์ า่ ฟีบี (Phoebe) ซิเลเน (Selene) บา้ ง ซง่ึ เป็นช่ือ
เรียกเทพีประจาดวงเดือน ต่อมาผคู้ นยงั เอาช่ือเฮคาติ (Gecate) เทพีครองความมืดในขา้ งแรมและ
ไสยศาสตรม์ ารวมกบั พระองคใ์ หห้ มายเป็นเทพีองคเ์ ดยี วกนั พระองคเ์ ป็นคแู่ ฝดกบั เทพอะพอลโล
สรุ ยิ เทพของกรกี พระองคย์ ืนกรานจะดารงชวี ติ โสด และอกี ทงั้ ยงั มีบรวิ ารเป็นนางอปั สรอกี มาก
มายท่ีไม่ยนิ ดีในการวิวาหเ์ ป็นบรวิ ารตดิ สอยหอ้ ยตาม เพ่อื ประพาสตามป่าเขา เพลดิ เพลนิ ไปกบั
การลา่ สตั ว์

เทพซสุ (Zeus) หรอื จปู ิเตอร์ (Jupiter) เป็นเทพแห่งสายฟ้า (ภาพท่ี 10) และเป็น
ผคู้ รองโอลมิ ปัส เป็นผทู้ ่ีมนี ิสยั เจา้ ชู้ เกือบโดนบิดาของตนเองจบั กิน แตม่ ารดารูท้ นั จงึ ทาใหร้ อด
มาได้ และมารดาไดน้ าไปฝากเลีย้ งท่เี กาะครตี เม่ือครงั้ โตขนึ้ ก็ไดไ้ ปโคน่ บลั ลงั กข์ องพอ่ ตนเอง มี
ลกั ษณะรูปงาม นา่ เกรงขาม และเป่ียมไปดว้ ยเสนห่ ์

18

ภาพท่ี 10 Quatremere de Quincy, Zeus in Olympia, 1815
ท่มี า: Wikimedia, Jupiter Olympien ou l’art de la sculpture antique, accessed October 11,
2019, available from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Le_Jupiter_Olympien_ou
_l% 27art_de_la_sculpture_antique.jpg

ภาพท่ี 11 Sandro Botticelli, The Birth of Venus , Tempera on panel, 1483 – 1485,
172.5 x 278.5 cm

ท่ีมา: MGR Online, กาเนิดวนี ัส เทพนารีแหง่ ความรัก, เขา้ ถงึ เม่ือ 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถงึ ได้
จาก https://mgronline.com/celebonline/detail/9560000018914

วีนสั (Venus) หรืออโฟรไดต์ (Aphrodite) (ภาพท่ี 11) กลา่ ววา่ เธอถือกาเนิดมาจาก
ฟองทะเลโดยมีแหลง่ กาเนิดอยแู่ ถวทะเลไซเธอรา (Sithira Sea) เธอผดุ ขนึ้ มาและถกู คล่นื ซดั ไป
จนถงึ เกาะไซปรสั (Cyprus) และเทพีผรู้ กั ษาทวารแห่งโอลิมปัส (Olympus) กม็ ารบั นางขนึ้ ไป
ความงามของนางสรา้ งความป่ันป่วนใหก้ บั โอลิมปัส แมแ้ ตม่ หาเทพซสุ ก็ยงั ตกหลมุ รกั นาง แต่วนี สั
ไม่สนใจ ซุสจงึ โกรธอย่างมาก และไดป้ ระทานเทพวลั แคน (Vulcan) ใหเ้ ป็นพระสวามเี ป็นการ
ลงโทษ เพราะวลั แคนเป็นเทพแห่งการชา่ งและโลหะและขาพิการ วีนสั ไม่ไดส้ นใจใยดีสวามขี อง
ตนเองเท่าไรนกั อีกทงั้ ยงั ออกไปสมสกู่ บั เทพองคอ์ ่นื ไปท่วั หนง่ึ ในนนั้ คอื เทพแห่งสงคราม เทพมารส์
จนมีลกู ดว้ ยกนั คือ อีรอส (Eros) หรอื ควิ ปิด (Cupid) กามเทพท่ีแผลงศรใหค้ นรกั กนั

19

ภาพท่ี 12 Alexandre Charles, Mars and Venus Surprised by Vulcan, 1827, Oil on canvas,
160.02 x 129.54 cm

ท่ีมา: คอสมอส, มารส์ เทพแหง่ เดอื นมีนาคม, เขา้ ถึงเม่ือ 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก
http://www.gypzyworld.com/article/view/522

ภาพท่ี 13 Peter Paul Rubens, Saturn Devouring a Son, 1636, Oil on canvas, 180 x 87 cm
ท่มี า: Museo Del Prado, Saturn devouring a Son, accessed March 23, 2019, available
from https://www.museodelprado.es/en/the-collection/art-work/saturn-devouring-a-son/
d022fed3-6069-4786-b59f-4399a2d74e50

มารส์ (Mars) เทพเจา้ แหง่ สงคราม (ภาพท่ี 12) พระโอรสองคใ์ หญ่ของเทพซุสกบั
พระนางเฮรา เป็นเทพบตุ รท่สี ง่างามและหย่งิ ผยอง ใจรอ้ นววู่ าม และรกั ในการศกึ สงครามแตกตา่ ง
กบั พระอนชุ าเฮเฟสทสั ผสู้ ขุ มุ และมีเมตตาราวฟา้ กบั ดนิ เทพมารส์ มีเทพีแหง่ ความขดั แยง้ ทะเลาะ
วิวาทเป็นคหู่ ู มีนิสยั ดรุ า้ ยน่าสะพรงึ กลวั และมีจิตใจอนั ช่วั รา้ ย ชอบความขดั แยง้ ความทกุ ขข์ อง
ผอู้ ่นื คอื ความสขุ ของนาง นางมีแอปเปิ้ลทองท่ีงดงามอย่ผู ลหนง่ึ คือแอปเปิ้ลแหง่ ความบาดหมาง
หรอื การแตกความสามคั คี

20

เทพโครนอส (Kronos) หรือในภาษาโรมนั คอื แซทเทิรน์ (Satern) (ภาพท่ี 13) เป็นพอ่ ผทู้ ่ี
จะกนิ ลกู ของตนเองเพราะคาสาป แต่ซุสลกู คนท่ี 6 นนั้ รอดมาไดเ้ พราะไดม้ ารดาชว่ ยเอาไว้ และถกู ซุส
บงั คบั ใหค้ ายลกู ท่ีกลนื กินออกมาทงั้ หมด ไดแ้ ก่ ฮาเดส (Hades) โพไซดอน (Poseidon) เซเรส
(Seres) และเฮรา หลงั จากนนั้ โครนอสถกู เรียกวา่ เป็นเทพแหง่ การเก็บเก่ียวและไดร้ บั การนบั ถือมา
จนถึงยคุ ปัจจบุ นั

ภาพท่ี 14 David Johnson, Athena Goddess of Visdom and Justice, 2010, Mixed Media,
50.8 x 40.64 cm

ท่มี า: Howard David Johnson, 21st Century Pre-Raphaelite Art Exhibition; Homage to the
Master, accessed April 9, 2020, available from http://www.howarddavidjohnson.com/pre-
raphaelite-art.htm

อธีน่า (Athena) เทพีแหง่ ปัญญา (ภาพท่ี 14) เป็นธิดาของเทพธิดาเมทสิ (Metis) เทพแี ห่ง
ความเฉลียวฉลาด เป็นพระชายาองคแ์ รกของซสุ เทพโครนอสผเู้ ป็นพอ่ ของเทพซุสไดส้ าปไวว้ า่ ให้
มหาเทพซสุ ถกู โอรสธิดาชงิ บลั ลงั กเ์ ชน่ กนั มหาเทพซสุ ไม่ประสงคใ์ หเ้ ป็นเชน่ นนั้ และตอ้ งการคาแนะนา
จากพระชายา จงึ หาวธิ ีกลืนพระนางเมทสิ เขา้ ไปไวใ้ นทอ้ ง พระชายาเมทิสกป็ ระทบั อย่ทู ่เี ศยี รของเทพซสุ
เพ่อื ใหค้ าปรกึ ษาแนะนาเก่ียวกบั เรอื่ งต่าง ๆ แตห่ ารูไ้ ม่วา่ พระชายาของตนกาลงั ตงั้ ครรภ์ จนถงึ กาหนด
คลอดมหาเทพก็ปวดหวั ขนั้ รุนแรงจนตอ้ งถึงขนั้ ผา่ กะโหลกออก ทนั ใดนนั้ เทพอี ธีน่าเทพแี หง่ ปัญญาก็ได้
กระโดดออกมาจากพระเศยี รโดยแต่งชดุ นกั รบ สวมหมวก ถือโล่และหอก ดวงเนตรสเี ทาเป็นประกาย อธี
น่าเป็นเทพีพรหมจารไี ม่ปรารถนามีคคู่ รอง มีสหายคหู่ คู อื ไนกี (Nike) เทพแี หง่ ชยั ชนะ และมีตานาน
เก่ียวกบั เมืองเอเธนสท์ ่ยี กย่องเทพอี ธีน่า ตงั้ แตค่ รงั้ เม่ือมีการประลองเพ่อื หาช่ือเมือง ในขณะนนั้ มีเทพ
มากมายท่ีตอ้ งการจะใหใ้ ชช้ ่ือของตนเป็นช่ือเมือง ในจานวนนนั้ มีเทพอี ธีน่าและเจา้ สมทุ รโพไซดอน
รวมอยดู่ ว้ ย ซุสจงึ ใหเ้ ทพทงั้ สองเนรมิตส่งิ ท่มี ีประโยชนแ์ กเ่ มืองมากท่สี ดุ จะไดเ้ ป็นผชู้ นะ ซง่ึ โพไซดอนได้

21

เสกมา้ วิเศษและพรรณนาถงึ คณุ ประโยชนท์ ่มี ากมาย เทพอี ธีน่ากลบั เสกตน้ มะกอกขนึ้ มาตน้ หนง่ึ และ
บรรยายคณุ ประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากผล ก่งิ กา้ น ใบ และยิ่งไปกวา่ นนั้ มะกอกยงั เป็นเครอ่ื งหมายแหง่ สนั ติภาพ
และความรุง่ เรอื ง ดว้ ยเหตนุ ีจ้ งึ ไดเ้ ป็นผชู้ นะ ชาวตะวนั ตกไดถ้ ือวา่ ชอ่ มะกอกเป็นสญั ลกั ษณแ์ ห่ง
สนั ติภาพสบื มาจนถึงทกุ วนั นี้

ภาพท่ี 15 เทพแพน
ท่ีมา: Admin, แพน (Pan) เทพแหง่ ทงุ่ โลง่ และดงทบึ หรือเทพแหง่ ธรรมชาติ, เขา้ ถึงเม่ือ 11 ตลุ าคม
2562, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://variety.phuketindex.com/faith

แพน (ภาพท่ี 15) เป็นเทพเจา้ ผยู้ ิ่งใหญ่ในธรรมชาติ แต่กลบั มีรูปรา่ งอปั ลกั ษณต์ ่าง
จากเทพเจา้ องคอ์ ่นื คอื ใบหนา้ และขาเป็นแพะ หแู หลม มีเขาเลก็ ๆ คหู่ นง่ึ บนหวั ตลอดรา่ งปกคลมุ
ดว้ ยขนสดี า แมผ้ เู้ ป็นมารดาเหน็ แพนครงั้ แรกยงั สง่ เสยี งกรดี รอ้ งและวงิ่ หนี แต่เฮอรเ์ มส (Hermes)
เทพเจา้ แหง่ คนเดนิ ทางกลบั ชอบใจในรูปรา่ งหนา้ ตาของแพน จงึ นาไปท่ีโอลมิ ปัส ทาใหเ้ หลา่ เทพ
หวั เราะและโปรดปรานมาก แพนทาหนา้ ท่เี ป็นผคู้ มุ้ ครองพวกพราน คนเลยี้ งแกะ และบรรดาแกะ
ขนหยิก บางครงั้ เทพแพนเป็นเทพท่ีวา้ เหวแ่ ละเจา้ อารมณ์ บางทีก็กรดี รอ้ งดว้ ยเสยี งแหลมเย็นเขา้
กระดกู เม่ือใดท่ีรูส้ กึ เศรา้ ใจ เทพแพนมกั จะไปซอ่ นกายอยเู่ พียงลาพงั ในถา้ ท่เี ย็นสบาย ในยคุ หลงั
แพนกลายเป็นเทพแห่งความช่วั รา้ ยตามลทั ธิไสยศาสตร์ เพราะความนา่ กลวั ของเทพแพน

22

ภาพท่ี 16 เทพอพอลโล
ท่มี า: Admin, อพอลโล ( Apollo ) เทพแหง่ แสงสว่าง หรือเทพแหง่ ดวงอาทติ ย,์ เขา้ ถึงเม่ือ 11
ตลุ าคม 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก http://variety.phuketindex. com/faith/-apollo-2886.html

เทพอะพอลโล (ภาพท่ี 16) คือเทพเจา้ แหง่ แสงสวา่ ง ดนตรี และกวนี ิพนธ์ ผเู้ ป็นคู่
แฝดกบั อารท์ ีมิส หรอื ไดอานา เทพีแหง่ จนั ทราและการลา่ สตั ว์ ทงั้ คเู่ จรญิ เติบโตอยา่ งรวดเรว็
มหาเทพซุสไดป้ ระทานรถศกึ เทียมดว้ ยหงสส์ ขี าวใหแ้ กพ่ ระโอรสของพระองค์ มีเร่อื งราวเก่ียวกบั
ตานานดอกทานตะวนั ท่ีเป็นเรอ่ื งของพระองค์ กลา่ วคอื นางอปั สรประจานา่ นนา้ นามวา่ ไคลที
(Clytie) นางจะหนั หนา้ ตามดวงตะวนั เรม่ิ โคจรจากตะวนั ออกถงึ ทิศตะวนั ตก ดว้ ยหวงั วา่ สกั วนั หนง่ึ
เทพบตุ รหนมุ่ จะหนั มาเสน่หาตนบา้ ง เหลา่ เทพเจา้ ทงั้ หลายบงั เกิดความสงสารจงึ เสกใหน้ างกลาย
เป็นตน้ ทานตะวนั ชดู อกหนั ตามดวงอาทิตยม์ าจนถงึ ปัจจบุ นั

ภาพท่ี 17 เทพฮาเดส
ท่ีมา: Admin, ฮาเดส ( Hades ) หรือ พลูโต ( Pluto ) เทพเจ้าแหง่ ยมโลก, เขา้ ถึงเม่ือ 11 ตลุ าคม 2562,
เขา้ ถึงไดจ้ าก http://variety.phuketindex.com/faith/95-386.html

23

เทพฮาเดส (Hades) เทพแห่งนรกภมู ิ (ภาพท่ี 17) รวมไปถึงเทพแหง่ ความตาย เป็นเทพท่ี
รา่ รวยมีทรพั ยส์ นิ มหาศาล หนา้ ท่กี ารงานดี แตอ่ าภพั รกั เพราะเทพฮาเดสหาหญิงท่ตี กลงใจไปอยทู่ ่นี รก
กบั ทา่ นไม่ได้ แต่ดนั เกิดเรื่องใหเ้ ทพฮาเดสตอ้ งขนึ้ มาบนโลก เม่ือเทพวี นี สั เหน็ เขา้ กใ็ หค้ วิ ปิดลกู ชายตน
แผลงศรปักอกใหท้ ่านตกหลมุ รกั หญิงคนแรกท่ีเห็น ซง่ึ กค็ อื เปอรซ์ ีโฟเน(่ Persephone) ท่ีมีศกั ดิเ์ ป็น
หลานของมหาเทพซสุ

ภาพท่ี 18 กษัตรยิ ไ์ มดาสกบั ธิดาองคเ์ ลก็
ท่มี า: Puma, Midas ไมดาส ผู้สัมผัสเป็ นทองคา, เขา้ ถงึ เม่ือ 11 ตลุ าคม 2562, เขา้ ถงึ ไดจ้ าก
http://www.komkid.com/wp-content/uploads/2012/09/kingmidas2.jpg

ไมดาส (Maidas) (ภาพท่ี 18) เป็นกษตั รยิ ท์ ่มี ีนา้ ใจ แต่คอ่ นขา้ งโงเ่ ขลาเบาปัญญา
มีเหตกุ ารณห์ น่งึ มเี ทวดาผหู้ น่งึ นอนหลบั ทบั แปลงดอกไม้ แต่พระราชาไมดาสก็ไมไ่ ดล้ งโทษ เทวดา
องคน์ ีเ้ ป็นบรวิ ารของเทพไดโฮนีซุสทาใหไ้ มดาสไดพ้ รเป็นการตอบแทน โดยพระราชากไ็ ดข้ อใหท้ กุ
ส่ิงท่ีตนสมั ผสั กลายเป็นทองคาเพ่ือหวงั จะเป็นพระราชาท่ีร่ารวย แตแ่ ลว้ แมแ้ ตอ่ าหารหรือพระธิดา
องคเ์ ลก็ กก็ ลายเป็นทองดว้ ยเช่นกนั ไมดาสท่ีไม่เฉลียวฉลาดจงึ ทลู ขอใหเ้ ทพไดโอนีซุสบนั ดาลให้
ทกุ อย่างกลาย เป็นดงั เดมิ

ตานานเทพกรีกทงั้ หมดนีเ้ ป็นตานานท่ีไดป้ รากฏอย่ทู ่ีหนา้ ไพ่ทาโรตใ์ นช่วงท่ีเขา้ มา
เผยแพร่ในยุโรป เพราะไม่ตอ้ งการใหเ้ ป็นท่ีเคลือบแคลงสงสยั แก่ศาสนจกั รในช่วงเวลานนั้ จน
กระท่งั ราวคริสตศ์ ตวรรษท่ี 14 ไพ่ยิปซีจึงเร่ิมเป็นท่ียอมรบั อย่างเปิดเผย โดยเฉพาะจากบคุ คล
ชนั้ สงู ในสงั คมยุโรป หลกั ฐานท่ีแน่ชดั ระบวุ ่าในปี ค.ศ. 1390 กษัตริยช์ ารล์ สท์ ่ี 6 แห่งฝร่งั เศส ทรง
อนญุ าตใหห้ มอดหู ญิงชาวยิปซี เขา้ มาทานายทายทกั พระองคแ์ ละพระราชินีโอเด็ตต์ ซง่ึ ผลของ
การพยากรณค์ รงั้ นนั้ ออกมาอย่างแมน่ ยาย่งิ นกั สง่ ผลใหต้ อ่ มาอกี สามปี คือปี ค.ศ. 1393 พระองค์
จงึ มรี บั ส่งั ใหจ้ ดั ทาไพท่ าโรตข์ นึ้ มาสามชดุ โดยมีจติ รกรช่ือ ชารล์ ส์ หรอื ชากเกอแมง แกรงกงเนอร์

24

เป็นผวู้ าดภาพหนา้ ไพ่ โดยแต่งภาพดว้ ยลายทองและเดินขอบไพด่ ว้ ยเงนิ ไพท่ งั้ สามชดุ นถี้ ือเป็นไพ่
ยิปซีชดุ เก่าแกท่ ่ีสดุ เทา่ ท่มี ีการบนั ทกึ ไว้ แตภ่ าพของไพย่ ปิ ซียงั ไมม่ ีความเป็นเอกลกั ษณห์ รอื ชดั เจน

หลงั จากท่ีเรม่ิ มีการนาเทพเจา้ กรกี องคต์ า่ ง ๆ ท่เี ป็นเรอ่ื งราวตานานเลา่ ขานตอ่ ๆ กนั
มาเป็นตวั แทนในไพต่ า่ ง ๆ ในสารบั ไพท่ าโรต์ กเ็ รม่ิ มีการสรา้ งสรรคจ์ ากศิลปินท่ถี กู วา่ จา้ งอยู่
เรอ่ื ยมา แตส่ ว่ นมากแลว้ นนั้ ภาพไพท่ ่ีมีมนษุ ยเ์ ป็นองคป์ ระกอบจะมีเพยี งแค่ไพช่ ดุ หลกั ท่มี ีทงั้ หมด
22 ใบ เทา่ นนั้ ไพส่ ารบั รองจะถกู แทนดว้ ยสญั ลกั ษณ์ 4 อยา่ ง คือ ถว้ ย ดาบ เหรยี ญ และไมเ้ ทา้ โดย
ไพท่ าโรตช์ ดุ ท่เี ป็นท่นี ิยมมากท่ีสดุ และนบั เป็นไพช่ ดุ แรกท่ีมีการนาภาพของมนษุ ยเ์ ขา้ มาอยใู่ นไพ่
สารบั รองรวมกบั สญั ลกั ษณท์ งั้ ส่ี คอื ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท

ก่อนหนา้ ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทจะถกู สรา้ งขนึ้ ไดม้ ีไพท่ าโรตช์ ดุ โซลาบสุ กา (ภาพท่ี
19) ท่ถี กู สรา้ งขนึ้ โดยศลิ ปินนิรนาม ปรากฏเพียงแคช่ ่อื ท่ตี งั้ มาจากช่ือเจา้ ของสองคนสดุ ทา้ ยคือ
มารค์ วีส บสุ กา และ เคาท์ โซลา ซง่ึ ไพช่ ดุ นีเ้ ป็นไพช่ ดุ เดียวท่คี รบ 78 ใบในครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 15
เรม่ิ ตน้ จากปี ค.ศ. 1491 ไพช่ ดุ นีเ้ กดิ ขนึ้ ในภาคเหนอื ของอติ าลี ถกู จดั ทาดว้ ยเทคนิคแกะสลกั บน
แผน่ ทองแดง และระบายสีดว้ ยมือ นกั ประวตั ศิ าสตรไ์ พท่ าโรตช์ ่ือดงั จอี อดาโน เบอรต์ ิ (Giordano
Berti) และเซอร์ ไมเคลิ ดมั เมทท์ (Sir Michael Dummett) ในแบบอยา่ งของศิลปะสมยั ฟื้นฟู
ศิลปวทิ ยา หรอื ยคุ เรอเนสซองส์ มีการบนั ทกึ ไวว้ า่ ไพท่ าโรตช์ ดุ นโี้ ดง่ ดงั อยา่ งมากในในเมืองเวนสิ
(Venice) หรอื ตลาดเวเนเทียน (Venetian) และหลายใบกเ็ ป็นท่รี ูจ้ กั แค่จากภาพถา่ ยเท่านนั้
ในปี ค.ศ. 1907 ตระกลู เศรษฐีในมิลานไดถ้ ือสทิ ธิ์เป็นผคู้ รอบครองรูปถา่ ยขาวดาจากไพส่ ารบั ท่ี
สมบรู ณท์ งั้ หมด ชดุ ของภาพถา่ ยเหลา่ นีไ้ ดถ้ กู นาไปบรจิ าคใหแ้ ก่บรติ ชิ มิวเซยี ม เป็นผเู้ ก็บรกั ษาไว้
ตงั้ แตน่ นั้ เป็นตน้ มาสารบั ตน้ ฉบบั ก็ไม่ถกู นามาแสดงอกี เลย จนกระท่งั บรติ ิชมวิ เซียมไดน้ ามาจดั
แสดงเป็นนิทรรศการใหบ้ คุ คลท่วั ไปไดช้ มในปีเดียวกนั

25

ภาพท่ี 19 ไพ่ 6 เหรยี ญ ในไพท่ าโรตช์ ดุ โซลาบสุ กา ขนาด 14.2 x 7.5 ซม.
ท่มี า: Wopc, Sola-Busca Tarocchi, accessed October 11, 2019, available from https://

www.wopc.co.uk/italy/sola-busca

ในตน้ ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 18 ไดม้ ีการจดั พมิ พห์ นงั สอื อธิบายเก่ียวกบั ความหมายของ
ไพต่ ่าง ๆ ซง่ึ ถือวา่ เป็นพนื้ ฐานใหแ้ ก่ความหมายของไพช่ ดุ รองของไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท ท่ีถกู
จดั พิมพโ์ ดยผตู้ ิดตามของ เอ็ดเทลลา (Etteilla) นกั เขียนและผอู้ า่ นไพท่ าโรตม์ ืออาชพี ชาวฝร่งั เศส ผู้
เป็นท่ีรูจ้ กั อย่างกวา้ งขวางในปลายครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 17 ตอ่ มาในปี ค.ศ.1863 พอล ครสิ เตยี น (Paul
Christian) นกั เขียนชาวฝร่งั เศส ไดเ้ ผยแพรน่ วนิยายท่อี ธิบายไพท่ าโรตส์ ไตลอ์ ียปิ ต์ และเป็นครงั้
แรกท่ีเรม่ิ ใชค้ าวา่ “อารค์ านา” (Arcana) สง่ ผลใหใ้ นปี ค.ศ.1865 เอด็ มนั ด์ บิลลอวด์ อท (Edmond
Billaudot) อาจารยช์ าวฝร่งั เศส และผทู้ ่มี ีความสนใจในดา้ นโหราศาสตร์ ไดส้ รา้ งไพท่ าโรตโ์ ดยให้
ช่ือวา่ ทาโรตบ์ ลี ินน์ (Tarot Belline) ซง่ึ สรา้ งขนึ้ โดยการองิ จากนวนิยายของพอล ครสิ เตยี น นบั วา่
เป็นไพช่ ดุ แรกท่ีมีคาอธิบายภาษาฮบิ รู (Hebrew) บนหนา้ ไพ่ ปัจจบุ นั เป็นท่ีรูจ้ กั ในช่ือ แกรนด์ ทา
โรต์ บีลนิ น์ (Grand Tarot Belline) ต่อมาในปี ค.ศ. 1888 อีลี สตาร์ (Ely Star) นกั โหราศาสตร์
ชาวฝร่งั เศสไดเ้ ขียนหนงั สือโดยอา้ งองิ มาจากนวนิยายของพอล ครสิ เตยี น และไดม้ ีการใชค้ าวา่
“เมเจอร”์ ในการแบ่งไพช่ ดุ หลกั และคาว่า “ไมเนอร”์ (Minor) กบั ไพช่ ดุ รองเป็นครงั้ แรก

ในตน้ ครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 20 ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทก็ไดพ้ ฒั นาต่อจากไพท่ าโรตช์ ดุ
โซลาบสุ กา เป็นไพท่ ่ีไดร้ บั ความนิยมมาจนถงึ ปัจจบุ นั มีการพฒั นาแบบอยา่ งของภาพประกอบไพ่
ในแต่ละยคุ สมยั ซง่ึ จะกลา่ วประวตั ิโดยละเอยี ดในหวั ขอ้ ถดั ไป ภายหลงั ไพท่ าโรตไ์ รเดอรเ์ วทออก
เผยแพรไ่ ม่นานนกั ไดเ้ กดิ ไพท่ าโรตน์ โู ว (Tarot Nouveau) เม่ือปี ค.ศ. 1910 ในประเทศฝร่งั เศส
(ภาพท่2ี 0) หนา้ ไพเ่ ป็นการพรรณนาถึงเรอ่ื งราวในชีวิตประจาวนั ท่วั ไปของชาวฝร่งั เศส มีจานวนไพ่

26

ทงั้ หมด 78 ใบ และมีชดุ รองจานวนเท่ากนั กบั ชดุ ไรเดอรเ์ วท ภาพประกอบหนา้ ไพน่ นั้ มเี อกลกั ษณ์
อยา่ งมาก การแต่งกายของบคุ คลในไพเ่ ป็นการแตง่ ตวั โดยชดุ สทู ของชาวฝร่งั เศส เป็นภาพเชงิ
เปรยี บเทยี บกบั แบบเรอเนสซองสด์ งั้ เดิม หนา้ ไพช่ ดุ รองหวั และทา้ ยมีตวั เลขกากบั ไว้ และมีลวด
ลายเครือเถาประดบั เอาไวใ้ นจดุ นีด้ ว้ ย ภาพประกอบในไพช่ ดุ รองเป็นภาพชีวติ ประจาวนั ของชาว
ฝร่งั เศสจะถกู จดั ใหอ้ ย่ใู นกรอบส่เี หลี่ยมผนื ผา้ กลางภาพเทา่ นนั้

ภาพท่ี 20 ไพท่ าโรตน์ โู ว ปี ค.ศ. 1910
ท่มี า: Wikimili, Tarot Nouveau, accessed September 3, 2019, available from
https://wikimili.com/en/Tarot_Nouveau

ภาพท่ี 21 Micheal Eaton, The Black Power Tarot by King Khan, 2015
ท่ีมา: Tanja M.Laden, ‘Black Power Tarot’ Cards Feature Billie Holiday,Andre3000,
accessed September 3, 2019, available from https://www.vice.com/en_us/article/jpvb8g
/black-power-tarot-cards-feature-billie-holiday-andre-3000

27

ปัจจบุ นั ไพ่ทาโรตช์ ดุ ไรเวอรเ์ วทไดร้ บั การออกแบบภาพประกอบจากศิลปินและนกั
ออกแบบเป็นจานวนมาก มีทงั้ ภาพเชิงการต์ นู (Cartoon) สีสนั สดใส รวมทงั้ ใชก้ ารออกแบบดว้ ย
คอมพิวเตอร์ ยกตวั อย่างเช่น ไพ่ทาโรตช์ ดุ เเบลคพาวเวอร์ (Black Power) (ภาพท่ี 21) ออกแบบ
โดยคิง ข่าน (King Khan) โดยไดร้ บั ความช่วยเหลือจาก อลั ลีจนั โดร โจโดโรวส์ กี (Alejandro
Jodorowsky) ผสู้ รา้ งภาพยนตรช์ าวชิลี และนกั ออกแบบจากไอรแ์ ลนดเ์ หนือ ไมเคิล อีตนั
(Michael Eaton) ซ่งึ ไดร้ บั แรงบนั ดาลใจมาจากไพท่ าโรตเ์ ดอมาเซย์ (Tarot der Marseille)5 ในไพ่
ชดุ แบลคพาวเวอรเ์ ป็นไพ่ท่ีรวบรวมคนท่ีมีช่ือเสียงในสงั คม ซง่ึ มีบทบาทแตกตา่ งกนั ไป เช่น นกั
ดนตรี นกั มายากล นกั แสดง เป็นตน้ ตวั ละครในไพ่ชดุ นีม้ ีตน้ แบบมาจากบคุ คลท่ีมีชีวิตอย่จู รงิ
และทงั้ หมดลว้ นเป็นคนผิวสี ถือเป็นปรากฏการณใ์ หม่อย่างมากต่อวงการไพท่ าโรต์ เพราะท่ีผ่าน
มาเป็นตวั ละครผิวขาวเสียสว่ นใหญ่ นอก จากนีใ้ นไพย่ งั แฝงเรอ่ื งราวของเพศท่ี 3 เอาไวใ้ นไพ่อีก
ดว้ ย คิง ขา่ น มองว่าการสรา้ งไพ่ชดุ แบลคพาวเวอรน์ ีข้ ึน้ มาเพ่ือเป็นการส่ือถึงความภมู ิใจและ
เฉลิมฉลองใหแ้ ก่ชาวผิวสีโดยผ่านภาษาของไพ่ทาโรต์

ไพท่ าโรตไ์ ดม้ ีการพฒั นาอยา่ งตอ่ เน่ือง รูปแบบจากเทคนิคภาพพิมพไ์ ดน้ อ้ ยลงไป
แต่เป็นการใชค้ อมพวิ เตอรใ์ นการออกแบบ ทาใหไ้ ดภ้ าพท่นี มุ่ นวล สวยงามและสามารถใชเ้ ทคนคิ
ทางคอมพวิ เตอรท์ าใหภ้ าพนนั้ มคี วามพเิ ศษมากยง่ิ ขนึ้ ดงั เชน่ ไพช่ ุดดรมี ออฟไกอา (Dreams of
Gia Tarot) (ภาพท่ี 22) ออกแบบโดย ราซนิ น์ ฟิลแลน (Racynne Phelan) ไดอ้ อกแบบสรา้ งไพท่ ่ีมี
เอกลักษณ์เฉพาะตัว ภาพประกอบมีลักษณะคล้ายความฝัน จุดเด่นเป็นภาพของหญิงสาว
ท่ีมีลักษณะต่างกันไป ใช้สีสันสดใส และไม่ยึดสัญลักษณ์จาพวกเหรียญ ถ้วย ดาบ และไม้
แต่ใช้ตัวธาตุทั้ง 4 ขึน้ มาเป็นสัญลักษณ์ คือ โลก นา้ อากาศ และไฟ โดยแต่ละชุดจะมีชุดสี
ประจาธาตุนั้น ๆ

การพฒั นาการออกแบบไพท่ าโรตน์ นั้ ไม่ไดห้ ยดุ เพียงแค่เนือ้ หาและเทคนิคท่ีแปลก
ใหม่ แตย่ งั มีการใชต้ วั ละครเดนิ เรื่องท่ีแตกตา่ งจากไพ่ทาโรตด์ งั้ เดมิ อย่างมาก ตวั อย่างเช่น ไพ่
ทาโรตช์ ดุ เมอรเ์ มด (Mermaid Tarot) (ภาพท่ี 23) ออกแบบโดย จลู ่ี ดิลลอน (Julie Dillon) ท่ียงั คง

5สารบั ไพ่ทาโรตเ์ ดอมารเ์ ซย์ เป็นการจาลองแบบดงั้ เดมิ ของไพท่ าโรตย์ อดนยิ มของมารเ์ ซย์ นกั วิชาการชาว
ฝร่งั เศส ไดเ้ รียกคนื ไพท่ าโรตอ์ ายหุ ลายศตวรรษดว้ ยภาพวาดท่คี มชดั ตามภาพตน้ ฉบบั ของแม่พิมพไ์ ม้ ภาพบนหนา้ ไพ่
เป็นสญั ลกั ษณส์ ากล หรือตวั แทนของอะไรไดห้ ลายอยา่ ง ท่ีสามารถเขา้ ใจงา่ ยดว้ ยสญั ชาตญาณ ดว้ ยการรบั รูข้ องมนษุ ย์
ท่เี ปิดรบั ขอ้ มลู จาการมองเห็น, อา้ งจาก Piyanoot in The Jam Factory Magazine, Tarot de Marseille, เขา้ ถึงเม่ือ 3
พฤศจิกายน 2562, เขา้ ถึงไดจ้ าก https://thebold.one/2017/02/21/tarot-de-marseille/

28

มีการใชส้ ญั ลกั ษณจ์ าพวก เหรียญ ถว้ ย ดาบ ไมเ้ ทา้ อยู่ แต่ท่ีแตกตา่ งไปคือการใชน้ างเงือกและ
โลกใตบ้ าดาลเขา้ มาดาเนินเรื่องราว ทาใหไ้ พ่สารบั นีค้ ่อนขา้ งเพอ้ ฝัน มีการใชจ้ ินตนาการคอ่ นขา้ ง
สงู ยิ่งไปกว่านนั้ ตวั ละครท่ีมาดาเนินเรื่องไม่เพียงแต่มีความเพอ้ ฝันไปถึงสตั วใ์ นตานานอย่างนาง
เงือก แต่ไพท่ าโรตใ์ นปัจจบุ นั นนั้ ไดม้ ีการนาความชอบ รสนิยมสว่ นตวั ของผอู้ อกแบบเขา้ มา
ผสมผสานอยา่ งอิสระ ดงั เช่น ไพท่ าโรตช์ ุดพาแกนแคท (Pagan Cat Tarot) ท่ีมีการใชส้ ญั ลกั ษณ์
แบบเดยี วกบั ชดุ ไรเดอรเ์ วท ไม่ว่าจะเป็นธาตทุ งั้ ส่หี รอื สญั ลกั ษณอ์ ่ืน ๆ ท่ีอย่ใู นภาพแต่ละใบ
แตกตา่ งเพียงแค่นาแมวมาเป็นตวั ดาเนินเรื่องแทนมนษุ ย์

ภาพท่ี 22 ไพท่ าโรตช์ ดุ ดรมี ออฟไกอาของราซินน์ ฟิลแลน
ท่ีมา: Klarna, Dreams of Gaia Tarot - Ravynne Phelan, accessed September 3, 2019,
available from https://www.mysticdreamer.no/products/dreams-of-gaia-tarot-ravy nne-
phelan

ภาพท่ี 23 ไพท่ าโรตช์ ดุ เมอรเ์ มดของจลู ่ี ดลิ ลอน
ท่ีมา: Leeza Robertson, Mermai Wisdom for the Creative Soul, accessed September 3,
2019, available from https://www.llewellyn.com/journal/article/2742

29

2. ไพท่ าโรตช์ ุดไรเดอรเ์ วท
2.1 ประวัตคิ วามเป็ นมาของไพ่ทาโรตช์ ุดไรเดอรเ์ วท
ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทถกู สรา้ งขนึ้ ในปี ค.ศ. 1909 โดยความตงั้ ใจของอาเธอร์

เอด็ เวริ ด์ เวท ผทู้ ่ชี ่นื ชอบในศาสตรล์ กึ ลบั จดุ เรม่ิ ตน้ ในการสรา้ งไพส่ ารบั นีเ้ กดิ ขนึ้ เม่ือเขาไดเ้ ขา้ ชม
นทิ รรศการท่ีบรติ ชิ มวิ เซียมในปี ค.ศ. 1907 และไดพ้ บกบั ไพท่ าโรตช์ ดุ โซลาบสุ กา ท่เี ป็นภาพถา่ ย
ขาวดา เป็นไพท่ าโรตท์ ่มี ีครบทงั้ 78 ใบ ภาพประกอบมีรูปแบบท่ีเนน้ องคป์ ระกอบ กายวิภาคของ
มนษุ ย์ และทศั นียภาพท่ีมีความนา่ สนใจ จงึ ไดเ้ กดิ ความคิดท่ีจะสรา้ งไพท่ าโรตเ์ พ่อื การพยากรณข์ นึ้
จงึ ไดว้ า่ จา้ งให้ พาเมลา โคลแมน สมิธ (ภาพท่ี24) ศิลปินหญิงชาวองั กฤษท่เี ช่ียวชาญดา้ นการวาด
ภาพประกอบ และไดเ้ ชญิ ใหเ้ ขา้ มารว่ มองคก์ รเพ่ือทางานรว่ มกนั ท่ีสาคญั คือ ทงั้ เวทและ สมิธลว้ น
เป็นสมาชิกของกลมุ่ เดอะโกลเดน้ ดอวน์ ซง่ึ เป็นกลมุ่ ท่หี ลงไหลทางดา้ นมนตรด์ า สนใจและศกึ ษา
พิธีกรรมตา่ ง ๆ ไวม้ ากมาย ซง่ึ ไดส้ รา้ งความหวาดหว่นั สบั สนใหแ้ ก่คนองั กฤษในสมยั นนั้ อยา่ งมาก
ซง่ึ อิทธิพลจากองคก์ รนีไ้ ดส้ ง่ ผลกบั รูปวาดของสมิธอยา่ งมาก

ศลิ ปินหญิงผทู้ ่เี ป็นคนวาดภาพประกอบไพช่ ดุ นีค้ อื พาเมลา่ โคลแมน สมิธ เธอเกดิ
เม่ือวนั ท่ี 16 กมุ ภาพนั ธ์ ปี ค.ศ. 1878 ท่ีเมืองลอนดอน ในประเทศองั กฤษ ครอบครวั เป็นชาว
อเมรกิ นั แม่เป็นชาวจาไมกา้ ช่ือวา่ โครนิ โคลแมน (Corinne Colman) พอ่ เป็นชาวอเมรกิ นั ผิวขาว
ช่ือวา่ ชารล์ ส์ เอด็ เวริ ด์ สมิธ (Charles Edward Smith) เธอมีผวิ สีขาวเชน่ เดียวกบั พอ่ ชาวอเมรกิ นั
ในวยั เดก็ ของเธอไดใ้ ชเ้ วลาไปกบั การเดนิ ทางระหวา่ งลอนดอน นวิ ยอรก์ คิงสต์ นั และจาเมกา
ในช่วงวยั รุน่ เธอมีช่ือเลน่ วา่ “Pixie” ไดเ้ ขา้ ศกึ ษาในโรงเรยี นสอนศลิ ปะในนวิ ยอรก์ ท่ีสถาบนั แพรตต์
แห่งเมืองบรู ก์ ลนิ (Pratt Institute of Brooklyn) หลงั จากการสญู เสยี ผเู้ ป็นแมใ่ นปี ค.ศ. 1896
เธอออกจากโรงเรยี นศิลปะโดยท่ียงั ไมจ่ บการศกึ ษา และไดเ้ ขา้ รว่ มเดินทางเรร่ อ่ นไปกบั กลมุ่ โรง
ละคร นอกเหนือจากการทางานบนเวที เธอไดส้ รา้ งช่ือเสยี งใหก้ บั ตนเองในฐานะนกั ออกแบบเครอื่ ง
แต่งกายอกี ดว้ ย ถือวา่ เป็นอาชีพท่ีแปลกสาหรบั ผหู้ ญิงตวั คนเดยี ว

เธอไดพ้ ฒั นาตนเองมาอยา่ งต่อเน่ือง จนทาใหเ้ ธอเป็นท่ีตอ้ งการอยา่ งมาก โดย
เฉพาะในฐานะนกั วาดภาพประกอบ และยงั ไดร้ ว่ มงานกบั ผคู้ นมากมาย นอกจากนีย้ งั มีผลงาน
เขียนหนงั สอื ท่เี ป็นผลงานชดุ นิทานพนื้ บา้ นจาไมกา้ ท่ีเรียกวา่ “Annancy Stories” ภาพประกอบใน
หนงั สอื เหลา่ นไี้ ดส้ รา้ งช่ือเสียงใหก้ บั เธอเป็นอย่างมาก ทงั้ ในนวิ ยอรก์ และต่างประเทศ ในปี ค.ศ.
1907 อลั เฟรด สติกลิตซ์ (Alfred Stieglitz) ชา่ งภาพผทู้ ่ีเหน็ ศกั ยภาพของเธอไดม้ อบพนื้ ท่ีเพ่ือจดั
แสดงนิทรรศการภาพวาดของเธอ นบั ไดว้ า่ สมธิ เป็นจิตรกรคนแรกท่ีไดจ้ ดั แสดงในแกลเลอรขี่ องเขา

30

ภาพท่ี 24 Pamela Colman Smith
ท่มี า: Allison Meier, The Unsung Woman Artist Behind Your Tarot Cards, accessed
October 11, 2019, available from https://hyperallergic.com/330790/the-unnamed-woman-
artist-reveale d-in-the-monogram-of-your-tarot-cards/

กอ่ นหนา้ นีเ้ ธอยงั ไดร้ ว่ มงานกบั วิลเลยี ม บตั เลอร์ ยที ส์ (William Butler Yeats)
สง่ ผลใหใ้ นปี ค.ศ. 1901 เขาไดแ้ นะนาใหเ้ ธอไดร้ ูจ้ กั กบั กลมุ่ เดอะโกลเดน้ ดอวน์ ในกลมุ่ นีเ้ ธอไดพ้ บ
กบั นกั กวแี ละนกั พยากรณล์ กึ ลบั อารเ์ ธอร์ เอด็ เวิรด์ เวท และไดร้ บั การทาบทามใหเ้ ธอมาออกแบบ
ภาพบนหนา้ ไพท่ าโรตใ์ หมท่ ่เี ขาสนใจสรา้ งในปี ค.ศ. 1909 เวทตอ้ งการใหเ้ ธอเขียนภาพสาหรบั
ไพท่ งั้ หมดใหส้ มบรู ณแ์ บบท่ีสดุ เพราะในประวตั ศิ าสตรไ์ พท่ าโรตส์ ว่ นมากมภี าพ ประกอบเฉพาะ
ชดุ หลกั เทา่ นนั้ เขาไดใ้ หส้ มธิ เขียนภาพโดยอา้ งองิ จากสารบั ไพช่ ดุ โซลาบสุ กา ทาใหไ้ พส่ องสารบั นมี้ ี
ความคลา้ ยคลงึ กนั อยา่ งมาก

ผลงานไพท่ งั้ 78 ใบถกู ตีพมิ พด์ ว้ ยเทคนิคภาพพิมพห์ นิ โดย เวทและลกู ชายในเวลา
ตอ่ มา สองปีตอ่ มาหลงั จากการสรา้ งภาพไพท่ าโรตท์ ่เี ปรยี บเสมือนสญั ลกั ษณข์ องสมธิ เธอได้
เปล่ยี นศาสนามาเป็นครสิ ตน์ กิ ายโรมนั คาทอลิก อกี สิบปีตอ่ มาเธอไดใ้ ชเ้ งนิ จากมรดกของเธอ เพ่ือ
เปิดบา้ นใหน้ กั บวชในคอรน์ วอลล์ ประเทศองั กฤษ เธอยงั คงมีผลงานภาพประกอบอกี มากมาย แต่
ไมไ่ ดท้ าใหเ้ ธอโดง่ ดงั และมีเงนิ ทองมากเท่าไรนกั และเธอไมเ่ คยไดร้ บั เงินคา่ ลขิ สทิ ธิ์จากภาพประ
กอบไพท่ าโรตข์ องเธอ แมจ้ ะเป็นท่ีนิยมมากก็ตาม เธอเสยี ชีวติ อยา่ งโดดเด่ยี ว ไมม่ ีครอบครวั และ
ทายาทในเมืองคอรน์ วอลล์ ในเดอื นกนั ยายน ค.ศ. 1951 และไมม่ ีใครทราบถึงผลงานศลิ ปะท่ี
เหลอื อย่วู า่ ไปอย่กู บั ผใู้ ด ท่ยี งั คงหลงเหลอื อยสู่ ว่ นมากเป็นภาพสเก็ตชส์ ีนา้ บนกระดาษ บางภาพมี
การใชส้ หี มกึ เขา้ มาผสมในการสรา้ งสรรคด์ ว้ ย

31

ภาพท่ี 25 Pamela Colman Smith, A Dirge, 1970, Ink and pencil on paper, 30 x 30 cm
ท่ีมา: Phil Norfleet, Alfred Stieglitz And Pamela Coleman smith (A Dirge), accessed
August 10, 2019, available from http://pcs2051.tripod.com/stieglitz _archive.htm

ภาพท่ี 26 Pamela Colman Smith, Blue Cat, 1970, Watercolor and pencil
ท่มี า: Phil Norfleet, Alfred Stieglitz And Pamela Coleman smith (Blue Cat), accessed
August 10, 2019, available from http://pcs2051.tripod.com/stieglitz_archive.htm

32

ภาพท่ี 27 Pamela Colman Smith, Facing A Mosque, Undate, Watercolor, 34.5 x 29 cm
ท่ีมา: Phil Norfleet, Alfred Stieglitz And Pamela Coleman smith (Facing A Mosque),
accessed August 10, 2019, available from http://pcs2051.tripod.com/stieglitz_archive
.htm

ภาพท่ี 28 Pamela Colman Smith, Overture,Manfred Schumann, 1907, Watercolor on
paper, 36.5 x 27 cm

ท่มี า: Phil Norfleet, Alfred Stieglitz And Pamela Coleman smith (Overture,Manfred
Schumann), accessed August 10, 2019, available from http://pcs2051.tripod.com/stieglitz
_archive.htm

33

ภาพท่ี 29 Pamela Colman Smith, Red Cloak, 1906, Watercolor and pencil on board,
36 x 28 cm

ท่ีมา: Phil Norfleet, Alfred Stieglitz And Pamela Coleman smith (Red Cloak), accessed
August 10, 2019, available from http://pcs2051.tripod.com/stieglitz_archive.htm

ภาพท่ี 30 Pamela Colman Smith, Sea Creatures, Undate, Watercolor on paper
ท่มี า: Phil Norfleet, Alfred Stieglitz And Pamela Coleman smith (Sea Creatures), accessed
August 10, 2019, available from http://pcs2051.tripod.com/stieglitz_archive.htm

34

ภาพท่ี 31 Pamela Colman Smith, Sketch for Glass, 1908, Watercolor and ink on paper,
36 x 23 cm

ท่ีมา: Phil Norfleet, Alfred Stieglitz And Pamela Coleman smith (Sketch for Glass),
accessed August 10, 2019, available from http://pcs2051.tripod.com/stieglitz_archive.
htm

ภาพท่ี 32 Pamela Colman Smith, Sonata No.11 Beethoven, 1907, Watercolor on paper,
38.5 x 28 cm

ท่ีมา: Phil Norfleet, Alfred Stieglitz and Pamela Coleman Smith (Sanata No.11 Beethoven),
accessed August 10, 2019, available from http://pcs2051.tripod.com/stieglitz_archive.
htm

35

2.2 แนวคดิ และรูปแบบไพท่ าโรตช์ ุดไรเดอรเ์ วท
ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทมที งั้ หมด 78 ใบ แบง่ เป็นไพช่ ดุ หลกั 22 ใบ และไพช่ ดุ รอง

56 ใบ ซง่ึ ในไพช่ ดุ รองไดแ้ บ่งออกเป็น 4 ชดุ ชดุ ละ 14 ใบเทา่ กนั โดยแบง่ ตามสญั ลกั ษณ์ เหรยี ญ
ถว้ ย ดาบ และไมเ้ ทา้ ในชดุ ยอ่ ยจะประกอบไปดว้ ยไพล่ าดบั เลข 1-10 และตามดว้ ยไพบ่ คุ คล ไดแ้ ก่
ไพม่ หาดเล็ก ไพอ่ ศั วิน ไพร่ าชนิ ี และไพร่ าชา โดยพาเมลาไดพ้ ฒั นาตอ่ ยอดการออกแบบ
ภาพประกอบไพม่ าจากไพต่ น้ แบบ คอื ชดุ โซลาบสุ กา เพราะหากมองดอู ย่างผวิ เผินแลว้ นนั้ จะเห็น
สญั ลกั ษณ์ องคป์ ระกอบ และเร่ืองราวท่คี ลา้ ยคลงึ กนั อยา่ งมาก แตไ่ พท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วทไดม้ ีการ
นาเร่อื งราวท่ีเป็นธรรมดาสามญั หรอื เร่อื งชีวติ ประจาวนั ของชาวบา้ นเขา้ มาใสใ่ นไพช่ ดุ รอง ท่ี
สาคญั ไปกวา่ นนั้ ไพช่ ดุ นีเ้ ป็นไพท่ ่มี นษุ ยแ์ ทรกอยใู่ นแทบทกุ ใบ แต่โดยท่วั ไปแลว้ ความ หมายของ
ไพแ่ ตล่ ะใบจะมีความหมายท่ีเหมือนกนั ถงึ แมร้ ูปจะตา่ งกนั ซง่ึ ไพท่ าโรตช์ ดุ ไรเดอรเ์ วท ไดก้ ลาย เป็น
เหมอื นมาตรฐานของภาพในไพท่ าโรตใ์ หก้ บั ปัจจบุ นั ไปเสยี แลว้ โดยแรกเรม่ิ นนั้ ไพท่ าโรตท์ ่ีมีมาก่อน
หนา้ จะไม่มีเรอ่ื งราวปรากฏบนหนา้ ไพ่ เป็นเพยี งแค่จานวนของดาบ ไมเ้ ทา้ ถว้ ย และเหรยี ญเท่านนั้
ทาใหย้ ากตอ่ การจดจาและตีความหมาย

ไพช่ ดุ ไรเดอรเ์ วทนนั้ มีแบบอย่างท่ีมีเอกลกั ษณ์ นิยมใชส้ ีสนั สดใส โดยสเี ด่นใน
ภาพคอื สีทอง ฟา้ แดง ขาว อาจมกี ารใชส้ ีเทาและดารว่ มในสว่ นนอ้ ย เก็บรายละเอยี ด นิยมตดั เสน้
รูปทรงใหค้ มชดั ภาพแสดงออกถึงความนมุ่ นวล ออ่ นไหว และเนน้ ความงามในทางธรรมชาติ
องคป์ ระกอบในภาพมีประธานเด่นอยู่กลางภาพชัดเจน โดยท่ีมีสญั ลกั ษณก์ ระจายอยู่รอบ
ภาพ และมีพืน้ หลงั ท่ีราบเรียบ โดยการออกแบบไดร้ บั อิทธิพลมาจากกลุ่มพรีราฟาเอลไลต์
ความเรียบง่ายของภาพพิมพญ์ ่ีป่ ุน และภาพในกระบวนแบบอารต์ นูโว6

กลมุ่ พรรี าฟาเอลไลต์ หรอื ท่มี ีช่ือย่อวา่ “พี อาร์ บี” ( PRB ) เรม่ิ ก่อตงั้ กลมุ่ ครงั้ แรก
ในปี ค.ศ. 1848 โดยมี จอหน์ เอฟเวอเรตต์ มลิ เลส์ (John Evertt Millais,1829-1895), วิลเลยี ม
โฮลแมน ฮนั ท์ (William Holman Hunt, 1872-1910) และดนั เต กาเบรยี ล รอสเซต็ ตี (Dante
Gabriel Rossetti, 1828-1882) และมีแนวรว่ มอีกมากมายสมาชกิ รว่ มสาบานเป็นพ่นี อ้ งกนั และมี
อดุ มการณร์ ว่ มกนั คอื ศิลปะเพ่อื ชีวติ ควบคไู่ ปกบั เจตนารมณใ์ นการปฏิวตั ริ ูปแบบและการแสดง
ออกทางศิลปะ กลุ่มนีเ้ นน้ เรื่องของจริยธรรม ความรบั ผิดชอบของศิลปินต่อผลงานท่ี
ประชาชนเป็นผูร้ บั ในดา้ นรูปแบบนั้นเนน้ ในเรื่องของการศกึ ษาธรรมชาติ ไม่คานงึ ถงึ กฎเกณฑ์

6Robert M.Place, The Fool’s Journey : the History, Art, &Symbolism, accessed August
21, 2019, available from https://books.google.co.th/books?id=gSbGAQAAQBAJ&printsec
=frontcover&hl=th#v=onepage&q&f=false


Click to View FlipBook Version