151 - ผวจ. แต่งตังคณะกรรมการเพื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และ ผวจ. พิจารณาประกาศเป็นงานประเพณีของท้องถิ่น โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นงานประเพณีของท้องถิ่นใดท้องถิ่น หนึ่ง หรือหลายท้องถิ่นในเขตจังหวัด ก. เป็นกิจกรรม หรืองานที่จัดให้มีขึ้นสืบทอดเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ข. มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอันดีงาม ความเสียสละการมีส่วนร่วมและ ความสามัคคีในหมู่ชน ค. เป็นกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นความเชื่อของสังคมโดยรวม และไม่มีลักษณะเป็น ความเชื่อส่วนบุคคล ง. เป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม จ. มีสัดส่วนของกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมในการสืบทอดประเพณีในพื้นที่ระดับจังหวัด อำเภอ เทศบาล และ อบต. พอสมควร การจัดงานอื่น (ระเบียบ ข้อ ๑๑) - การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว - การจัดงานเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว - งานเทศกาลและประเพณีในท้องถิ่น - การจัดงานแสดงศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เผยแพร่และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น และส่งเสริมเศรษฐกิจของท้องถิ่น (เบิกเช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายจัดงาน) การจัดกิจกรรมสาธารณะ (ระเบียบข้อ ๔) คำนิยาม การจัดกิจกรรมเพื่อประโยชน์ทั่วไป ที่ อุปท.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หรือกิจกรรม เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ร่วมกันเช่น การพัฒนา ชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต การสาธารณสุขและอนามัย การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมประเพณีทั้งในกรณีที่ อปท. จัดเอง หรือ จัดร่วมกับ อปท. อื่น หรือจัดร่วมกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานอื่น กิจกรรมสาธารณะ (ระเบียบข้อ ๑๒) อปท.อาจจัดกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชน และท้องถิ่นในเขตพื้นที่ อปท.ภายใต้ อำนาจหน้าที่ ตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนา อปท. เช่น - กิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - กิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น - กิจกรรมเกี่ยวกับการรณรงค์ ป้องกันยาเสพติด - กิจกรรมเกี่ยวกับการป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ - กิจกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมการออกกำลังกาย
152 ค่าใช้จ่ายในการจัดงาน และการจัดกิจกรรมสาธารณะของ อปท.(ข้อ ๑๓) ให้เบิกจ่ายได้ตามรายการ ดังนี้ ๑. กรณีจำเป็นต้องมีพิธีทางศาสนาในการจัดงานครั้งนั้นให้เบิกค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธี ทางศาสนาที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับลักษณะของงานได้ครั้งเดียว เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๓๐,00๐ บาท เว้น แต่กรณีจำเป็นต้องมีการทำพิธีทางศาสนา ตั้งแต่ ๒ ศาสนาขึ้นไปในครั้งนั้น ให้เบิกจ่ายได้ครั้งเดียว เท่าที่จ่าย จริง แต่ไม่เกิน ๔0,0๐๐ บาท ๒. ค่าอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สำหรับประธานผู้ติดตาม แขกผู้มีเกียรติ และผู้ มาร่วมประกอบกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ให้เบิกจ่ายได้ ไม่เกิน ๑๕๐ บาท/คน/วัน ๓. ค่ามหรสพ เช่น ลิเก ดนตรี หมอลำ ภาพยนตร์ ฯลฯ ๔. ค่าการแสดง และหรือค่าใช้จ่ายในการแสดง เช่น ค่าแต่งกาย ค่าวัสดุ หรืออุปกรณ์ที่ จำเป็นในการแสดง ให้เบิกจ่ายได้ เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด กรณีจ่ายเป็น ค่าตอบแทนการแสดง ให้เบิกจ่ายได้ ไม่เกิน ๒00 บาท/คน/วัน ๕. ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์งาน เช่น ค่าโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อ ประเภทสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายในการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ ค่าจ้างเหมาทำป้ายโฆษณา ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายตาม (๓) (๔) และ (๕) เมื่อรวมกันแล้วให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒0 ของ ประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ ๖. ค่าใช้จ่ายที่เป็นกิจกรรมหลักของโครงการ เช่น - ค่าพลุในการจัดแสดงพลุนานาชาติ . ค่าจ้างวงดนตรีในการจัดงานเทศกาลดนตรี - ว่าวที่ใช้สำหรับการแสดงว่าวนานาชาติ ให้เบิกจ่ายได้ เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด เพื่อประโยชน์ของ ทางราชการ ๗. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นและเกี่ยวข้องในการจัดงานถ้ารายการใดไม่มีระเบียบกำหนด หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายไว้ให้เบิกจ่ายได้ เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัด เช่น ค่าชักลาก เรือ ค่าบำรุงทีมเรือ ๑๗. กรณีค่าจ้างเหมาจัดนิทรรศการในการจัดงาน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความ จำเป็น เหมาะสม และประหยัด ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานในการจัดงานและการจัดกิจกรรมสาธารณะ (ข้อ ๑๔) ให้เบิกจ่ายดังนี้ ๑. กรณีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า ๔ ชั่วโมงต่อวัน ให้เบิกจ่ายได้ ไม่เกิน ๒00 บาทต่อคนต่อวัน
153 ๒. กรณีอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ให้เบิกจ่ายตามระเบียบ มท.ว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่าย ให้แก่ อปพร.ของ อปท. อาสาสมัครที่ได้รับคำสั่งฯ ให้ได้รับค่าตอบแทนในอัตราต่อคนต่อวัน กรณีการปฏิบัติ หน้าที่ ให้ได้รับค่าใช้จ่าย ไม่เกิน ๔ ชั่วโมง ๑๐๐ บาท, เกิน ๔ ชั่วโมง แต่ไม่เกิน ๘ ชั่วโมง ๒๐๐ บาท, เกิน ๘ ชั่วโมงขึ้นไป ๓๐๐ บาท ๓. กรณีเจ้าหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานมิใช่บุคคลตาม (๑) และ (๒) ซึ่งปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า ๔ ชั่วโมง ต่อวัน ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกิน ๒00 บาทต่อคนต่อวัน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสถานที่ในการจัดงาน และการจัดกิจกรรมสาธารณะ(ข้อ ๑๕) ให้เบิกจ่ายได้ เท่าที่จ่ายจริง ดังนี้ (๑) ค่าสถานที่จัดงาน เช่น ค่าเช่าหรือค่าบำรุง (๒) ค่าเช่าหรือค่าบริการวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการจัดงาน รวมค่าติดตั้ง และค่ารื้อถอน เช่น เครื่องโปรเจคเตอร์ เครื่องเสียง เต็นท์เวที (๓) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย เช่น ค่าจ้างเหมารักษาความปลอดภัย หรืออื่น ๆ กรณีที่ขอความร่วมมือจากส่วนราชการ หรืออปท.อื่นหรือหน่วยงานอื่น ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกิน ๔0๐บาท /คน/ วันทั้งนี้ ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับค่าใช้จ่ายที่ส่วนราชการ หรือ อปท. อื่น หรือหน่วยงานอื่นเบิกจ่ายให้กับผู้ที่มาปฏิบัติ หน้าที่ (๔) ค่าจ้างเหมาทำความสะอาด (๕) ค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง และจัดสถานที่ (๖) ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น กระแสไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์รวมถึงค่าติดตั้ง ค่าเช่าอุปกรณ์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (๗) ค่าเช่าหรือค่าบริการรถสุขา ตลอดระยะเวลาที่จัดงาน กรณีมีการดำเนินการประกวดหรือแข่งขันในการจัดงาน และจัดกิจกรรมสาธารณะ (ข้อ ๑๖) ให้เบิกค่าใช้จ่าย ดังนี้ (๑) ค่าตอบแทนกรรมการตัดสิน (ก) เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตัดสินและไม่มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ในการจัดงานดังกล่าว ให้เบิกจ่ายได้ ไม่เกิน ๔00 บาท/คน/วัน (ข) บุคคลที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตัดสินให้เบิกจ่ายได้ ไม่เกิน ๘0๐ บาท/คน/วัน (๒) ค่าโล่ หรือถ้วยรางวัล หรือค่าโล่พระราชทาน หรือถ้วยรางวัลพระราชทาน ที่มอบให้ผู้ชนะ การประกวด หรือแข่งขันเพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณ (ก) ค่าโล่ หรือถ้วยรางวัล ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๓,0๐๐ บาท/ชิ้น (ข) ค่าโล่พระราชทาน หรือถ้วยรางวัลพระราชทานให้เบิกจ่ายได้ เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2,000 บาท/ชิ้น
154 (๓) เงินหรือของรางวัลนอกเหนือจาก (๒) ที่มอบให้ผู้ชนะการประกวดหรือแข่งขันให้เบิกจ่ายได้ ไม่เกินร้อยละ ๓0 ของประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ (๔) กรณี อปท.จัดกิจกรรมสาธารณะ โดยมีประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าวหากมีการ ประกวดเพื่อมอบรางวัล ให้สามารถจัดเป็นโล่ หรือประกาศเกียรติคุณหรือเงินหรือของรางวัล ให้ผู้เข้าร่วม กิจกรรมที่ชนะการประกวดได้ ตามความจำเป็น เหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารท้องถิ่น การส่งเสริมกีฬา คำนิยาม การดำเนินการเพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ออกกำลังกายและเล่นกีฬา การ จัดให้มีและพัฒนาสถานที่ อุปกรณ์ในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะ ทางการกีฬา รวมถึงการจัดการแข่งขันกีฬา การส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกีฬา และการพัฒนาการกีฬาเพื่อการ ท่องเที่ยวและนันทนาการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจของท้องถิ่น กีฬา คำนิยาม กีฬาตามที่คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดชนิดกีฬาที่สามารถ ขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมกีฬาได้ รวมถึงกีฬาไทยและกีฬาพื้นบ้าน การส่งเสริมกีฬาและการแข่งขันกีฬา (ข้อ ๑๘) การส่งเสริมกีฬาของ อปท.ต้องเป็นไปเพื่อ วัตถุประสงค์ ๑. การส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และ ประชาชนได้มีการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา ๒. การเสริมสร้างทักษะทางการกีฬา ๓. การพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศและการพัฒนาเพื่อยกระดับการกีฬา ๔. การจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและนันทนาการ และส่งเสริมเศรษฐกิจ ของท้องถิ่น ๕. การส่งเสริมและอนุรักษ์กีฬาไทยและกีฬาพื้นบ้านในท้องถิ่น ๖. การจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อการกุศลการแข่งขันกีฬากระชับมิตรกับเมืองในประเทศเพื่อน บ้านที่มีชายแดนติดต่อกัน การแข่งขันกีฬา (ข้อ ๑๙) อปท. อาจจัดให้มีการแห่งชันกีฬาหรือเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาหรือจัดการแข่งชัน ก็ฬร่มกับ อปท. อื่นหน่วยงานของรัฐหรือสมาจมก็ทำก็ได้ ทั้งนนี้ต้องไม่ใช่เป็นการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ ค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันกีฬาให้เบิกจ่ายได้ตามรายการ ดังนี้(ข้อ ๒๐) (ก) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสถานที่ในการแข่งขันกีฬาเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑๕ (ข) ค่าอุปกรณ์แข่งขัน หรือค่าเช่าอุปกรณ์แข่งขันเบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด (ค) ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ประจำสนามเฉพาะวันที่มีการแข่งข้นกีฬา เบิกจ่ายได้ไม่เกิน ๒00 บาท/คน/วัน
155 (ง) ค่าตอบแทนจ้าหน้าที่จัดการแข่งข้นกีฬาเฉพาะวันที่มีการแข่งขันกีฬา เบิกจ่ายได้ไม่เกิน ๔00 บาทคนวัน ค่าตอบแทนกรรมการตัดสิน - กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตัดสิน และไม่มีหน้าที่ความ รับผิดชอบในการจัดการแข่งขันกีฬาเบิกจ่ายได้ไม่เกิน ๔00 บาทคนวัน - กรณีบุคคลที่มิได้เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ได้รับแด่งตั้งเป็นกรรมการตัดสิน เบิกจ่ายได้ไม่ เกิน ๘00 บาท/คนวัน ในกรณี อปท. มีความจำเป็นต้องใช้กรรมการตัดสินกีฬาประเภทใดเพื่อให้เป็นไปตาม มาตรฐานสากลหรือมาตรฐานที่สมาคมกีฬาประเภทนั้นกำหนด - ให้ อปท. สามารถเบิกค่าตอบแทนกรรมการตัดสินกีฬาประเภทนั้นได้ไม่เกินอัตราที่การ กีฬาแห่งประเทศไทยกำหนด และให้เบิกค่าเช่าที่พักและค่าพาหนะเดินทางได้เท่าที่จ่ายจริงตามสิทธิที่กำหนด ไว้ในระเบียบ มท.ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันกีฬาให้เบิกจ่ายได้ตามรายการดังนี้(ข้อ ๒๐) (๒) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรางวัล (ก) ค่าจัดทำเกียรติบัตรหรือประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬา ให้เบิกจ่าย ได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด (ข) ค่าโล่หรือถ้วยรางวัลที่มอบให้ผู้ชนะการแข่งขัน ให้มีได้ไม่เกิน ๓ รางวัล และเบิกจ่ายได้ ชิ้นละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทในกรณีเป็นโล่พระราชทานหรือถ้วยรางวัลพระราชทานที่มอบให้ผู้ชนะการแข่งขัน เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณ ให้เบิกจ่ายได้ขึ้นละไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท (ค) เงิน เหรียญรางวัล หรือของรางวัลนอกเหนือจาก (ข) เพื่อมอบให้ผู้ชนะการแข่งขัน ให้ เบิกจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๓0 ของประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ ทั้งนี้ ให้ผู้จัดการแข่งขันกำหนดจำนวน เงิน เหรียญรางวัล หรือของรางวัล ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน (๓) ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์งาน เช่น ค่าโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อประเภท สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายในการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ ค่าจ้างเหมาทำป้าย โฆษณา ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกิน ร้อยละ ๑0 ของประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ (๔) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีเปิด ปิดการแข่งขันกีฬา การจัดริ้วขบวนค่าจัดทำ ป้ายชื่อหรือทีมผู้เข้าร่วมแข่งขัน ค่าเสื้อกีฬาสำหรับเจ้าหน้าที่อปท. ผู้บริหาร ผู้ช่วยผู้บริหาร ผู้จัดการแข่งขัน และประธานในพิธีเปิด- ปิดการแข่งขัน ค่ารับรองสำหรับแขกรับเชิญในพิธีเปิด - ปิด การจัดกีฬาสาธิต ค่า เวชภัณฑ์และอุปกรณ์เวชภัณฑ์ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด
156 การแข่งขันกีฬาสำหรับนักเรียนของโรงเรียนหรือสถานศึกษาสังกัด อปท. กีฬาเยาวชน หรือกีฬา ประชาชน (ข้อ ๒๑) - กรณีอปท.เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันก็ฬสำหรับนักเรียนของโรงเรียนหรือสถานศึกษา สังกัด อปท. กีฬาเยาวชนหรือกีฬาประชาชนภายในเขต อปท.ตนเอง ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้ตามรายการในข้อ ๒๐ - สำหรับค่าใช้จ่ายของนักกีฬา ให้เบิกจ่ายได้ ดังนี้ (๑) ค่าชุดกีฬา ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินชุดละ ๓00 บาท (๒) ค่าอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกิน ๑๔0 บาท/คน/วัน การแข่งขันกีฬา (เจ้าภาพ) ข้อ ๒๒ และข้อ ๒๓ ข้อ ๒๒ อปท. อาจเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา โดยมีนักกีฬาจาก อปท.อื่นเข้าแข่งขันร่วมกับ นักกีฬาในเขต อปท.ของตนเองได้ โดยให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้ตามรายการในข้อ ๒0 และข้อ ๒๑ ข้อ ๒๓ อปท. อาจร่วมกับ อปท.อื่น หน่วยงานของรัฐ หรือสมาคมกีฬา เป็นเจ้าภาพจัดการ แข่งขันกีฬา โดยมีนักกีฬาในเขต อปท.ของตนเองเข้าร่วมการแข่งขันได้ โดยให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายได้ตามรายการ ในข้อ ๒๐ ทั้งนี้ ให้ทำข้อตกลงร่วมกันว่าแต่ละหน่วยงานจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรายการใด และในการ คำนวณสัดส่วน เงิน เหรียญรางวัล หรือของรางวัล ตามข้อ ๒0 (๒) (ค) และค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์งานตามข้อ ๒0 (๓) (ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาประชาสัมพันธ์งาน เช่น ค่าโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อประเภทสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายในการออกอากาศทางวิทยุ โทรทัศน์ ค่าจ้างเหมาทำป้าย โฆษณา ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑0 ของประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ ให้คิดจากร้อยละของ ประมาณการค่าใช้จ่ายรวมของโครงการทั้งหมด การจัดแข่งขันกีฬาไทยหรือกีฬาพื้นบ้าน (ข้อ ๒๕) กรณี อปท.เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาไทยหรือกีฬาพื้นบ้านในท้องถิ่นซึ่งเป็นงานประเพณี หรือ เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีของท้องถิ่น โดยนักกีฬาที่เข้าแข่งขันเป็นนักเรียน เยาวชน หรือประชาชน ภายใน อุปท.ตนเอง ให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันกีฬาได้ตามรายการในข้อ ๒0 และ ข้อ ๒๑ อปท.อาจจัดการแข่งขันกีฬาตามวรรคหนึ่ง โดยมีนักกีฬาจากนอกเขต อปท.เข้าแข่งขันร่วมกับ นักกีฬาในเขต อปท.ของตนองได้ โดยให้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันกีฬาตาม รายการในข้อ ๒0 สำหรับค่าใช้จ่ายของนักกีฬาของ อปท. ให้เบิกจ่ายได้ตามข้อ ๒๖ ส่วนข้อ ๒๖ (๖)ให้ เบิกจ่ายได้เฉพาะชุดนักกีฬา วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. พิธีปิด มอบใบประกาศนียบัตร
157 3. ประโยชน์ที่ได้รับจากการฝึกอบรม 3.1 ต่อตนเอง 1. มีความรู้เรื่องความเข้าใจในขั้นตอน วิธีการ กระบวนการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2. ได้ฝึกปฏิบัติวางแผนการตรวจสอบประจำปีให้ครอบคลุมกับประเภทของงานตรวจสอบ ภายในตามที่กระทรวงการคลังกำหนด 3. ได้ฝึกปฏิบัติ การปฏิบัติงานจริง ตามกระบวนการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นตามกระทรวงการคลังกำหนด 4. พัฒนาศักยภาพและทักษะงานตรวจสอบภายใน 3.2 ต่อหน่วยงาน 1. หน่วยตรวจสอบภายในของหน่วยงานมีความเข้มแข็ง สามารถให้ความเชื่อมั่นและให้ คำปรึกษาแก่ผู้บริหาร และบุคลากรในหน่วยงาน ตลอดจนหน่วยงานภายนอกใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้น 2. มีการแสดงความเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำมา ปรับใช้ในบริบทของหน่วยงาน 3. บุคคลากรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับในอันที่จะไปสู่ ความสำเร็จบรรลุเป้าหมายขององค์กร 4.เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในการทำงานด้านการตรวจสอบภายใน การควบคุม ภายใน และการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อปฏิบัติงานเป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของ รัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๙ และมาตรฐาน หลักเกณฑ์การปฏิบัติงานสำหรับหน่วยงานของรัฐตามที่ กรมบัญชีกลางกำหนด ๔. แนวทางการนำความรู้ ทักษะที่ได้รับจากฝึกอบรมครั้งนี้ ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ หน่วยงานมีดังนี้ จากการฝึกอบรมสามารถนำกระบวนความรู้ดังกล่าว สามารถนำมาปรับใช้ในการตรวจสอบ เพื่อให้เป็นองค์ความรู้กระบวนการปฏิบัติงานในหน้าที่ ให้เกิดมีสิทธิภาพในการบริหารงาน เพื่อเพิ่มคุณค่า และปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น และจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ด้วยการ ประเมินและปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง กระบวนการควบคุมภายในและการกำกับ ดูแลอย่างเป็นระบบ 5. ปัญหาและอุปสรรคที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการนำความรู้และทักษะที่ได้รับมาปรับใช้ใน การปฏิบัติงาน 5.1 ความเชื่อของหน่วยงานโดยรวม ยังคงมีทัศนคติเกี่ยวกับการตรวจสอบทุกประเภทคือ “การจับผิด” และต่างก็ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างผู้ตรวจกับผู้รับการตรวจ 5.2 ความเชื่อของฝ่ายบริหาร ตรวจสอบเป็น “สิ่งที่ต้องมีตามกฎหมายหรือข้อบังคับ” “สร้าง ความแตกแยก” “คอยจับผิดมากกว่าจับถูก” ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นทัศนคติในเชิงที่ไม่อยากมีการตรวจสอบ
158 6. ความต้องการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา เพื่อส่งเสริมให้สามารถนำความรู้และทักษะที่ ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้สัมฤทธิ์ผล ได้แก่ มีความตระหนักในบทบาทหน้าที่ของหน่วยตรวจสอบภายใน ในฐานะเป็นผู้ให้ความเชื่อมั่นและ การให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของหน่วยงานของ รัฐให้ดีขึ้น จะช่วยให้หน่วยงานของรัฐบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ด้วยการประเมินและ ปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุม และการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบเปิด โอกาสให้หน่วยตรวจสอบภายในได้สร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของงานตรวจสอบภายในให้หน่วยรับ ตรวจทราบในทุกช่องทางการติดต่อและขอเข้ารับการอบรมในโครงการที่เกี่ยวข้องกับทุกภารกิจของหน่วยงาน เพื่อเป็นการเพิ่มความรู้ในการปฏิบัติงาน (ลงชื่อ) อดิศร ตรีศรี ผู้รายงาน/ผู้เข้ารับการฝึกอบรม (นายอดิศร ตรีศรี) นักวิชาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ
159 ภาคผนวก
160 ภาพการอบรมหลักสูตรนักวิชาการตรวจสอบภายใน รุ่นที่ ๑๔
161 ภาพการอบรมหลักสูตรนักวิชาการตรวจสอบภายใน รุ่นที่ ๑๔
162
163