The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน
บทที่ ๒ องค์ประกอบภายในของแบบเรียน
บทที่ ๓ วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหากับหลักสูตร (ตัวชี้วัด)
บทที่ ๔ วิเคราะห์ความสอดคล้องกับกิจกรรมและการประเมินผลของ Benjamin Bloom
บทที่ ๕ วิเคราะห์ข้อดีและข้อบกพร่องของแบบเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thatsaneeya2544, 2022-08-16 11:04:54

วิเคราะห์หนังสือเรียนวิวิธภาษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

บทที่ ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน
บทที่ ๒ องค์ประกอบภายในของแบบเรียน
บทที่ ๓ วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหากับหลักสูตร (ตัวชี้วัด)
บทที่ ๔ วิเคราะห์ความสอดคล้องกับกิจกรรมและการประเมินผลของ Benjamin Bloom
บทที่ ๕ วิเคราะห์ข้อดีและข้อบกพร่องของแบบเรียน

Keywords: วิเคราะห์หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ “วิวิธภาษา”

1

วเิ คราะหห์ นงั สอื เรียนรายวชิ าภาษาไทย
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

โดย
นางสาว ทัศนยี า สพี าไชย

การวิเคราะห์หนงั สอื เรียนรายวชิ าภาษาไทยน้ีเป็นส่วนหนงึ่ ของรายวชิ า ED๑๐๓๓ ววิ ฒั นาการแบบเรียนไทย
หลกั สตู รศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย
มหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตอสี าน
ปีการศึกษาศึกษา ๒๕๖๕

2

คำนำ

การวิเคราะห์หนังเรียนรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เล่มนี้ เป็นรายงานการ
วิเคราะห์หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ED๑๐๓๓ วิวัฒนาการแบบเรียนไทย โดย
รายงานเลม่ นี้ มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พื่อ เพือ่ ใหน้ กั ศึกษาไดฝ้ ึกฝึกวิเคราะห์หนังสอื เรยี นรายวิชาภาษาไทยกับ
หลักสูตรแกนกลางข้นั พื้นฐานพทุ ธศักราช ๒๕๕๑ โดยมงุ่ หวงั ใหเ้ กิดความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจต
คติ และประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในการประกอบวิชาชีพครู ผู้รายงานได้เรียบเรียงผล
ของการทำงานเป็นทั้งหมดจำนวน ๕ บท ได้แก่ บทท่ี ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน, บทท่ี
๒ องค์ประกอบภายใน ของแบบเรียน, บทที่ ๓ วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหากับหลักสูตร
(ตัวชี้วัด), บทที่ ๔ วิเคราะห์ความสอดคลอ้ งกับกิจกรรมและการประเมินผลของ Benjamin Bloom,
และ บทที่ ๕ วเิ คราะหข์ อ้ ดี และข้อบกพรอ่ งของแบบเรยี น

หวังว่ารายงานเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาแนวทางการเรียนวิชาชีพครู อย่างไรก็ดี
อาจจะมสี ว่ นท่ไี มค่ รบสมบูรณอ์ ยู่บา้ ง ผู้จัดทำรายงานขอน้อมรบั คำแนะนำด้วยความเคารพยิ่ง

นางสาวทศั นียา สพี าไชย
(ผจู้ ดั ทำรายงาน)

3

สารบญั หน้า

เรอื่ ง
คำนำ
สารบัญ
บทท่ี ๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรยี น

๑.๑ ข้อมลู ท่ัวไปของแบบเรียน
๑.๒ ปกหนงั สอื

๑.๒.๑ ปกหน้าดา้ นนอก
๑.๒.๒ ปกหนา้ ดา้ นใน
๑.๒.๓ ปกรอง
๑.๒.๔ ใบรองปกดา้ นหน้า
๑.๒.๕ ปกรองด้านหลัง
๑.๒.๖ ปกหลงั ด้านใน
๑.๒.๗ ปกหลัง
บทที่ ๒ องค์ประกอบภายในของแบบเรียน
๒.๑คำแนะนำของแบบเรยี น
๒.๒ การจักแบง่ เนอ้ื หา
๒.๓ ความถกู ตอ้ งของเนือ้ หา
๒.๔ ภาพประกอบ
๒.๕ ความสอดคล้องของบทเรียนกบั หลักสตู ร
บทที่ ๓ วิเคราะหค์ วามสอดคล้องของเนื้อหากับหลักสูตร (ตัวช้ีวดั )
บทท่ี ๔ วเิ คราะหค์ วามสอดคลอ้ งกับกจิ กรรมและการประเมนิ ผลของ
Benjamin Bloom
บทท่ี ๕ วิเคราะหข์ ้อดีและข้อบกพร่องของแบบเรียน

4

แบบเรยี น “ววิ ิธภาษา” ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ศึกษาภัณฑ์พาณิชณ์ องค์กรการคา้ สกสค.

หนังสือเรียนเป็นเครื่องมือในการใช้ในการเรียนการสอนของครูและนักเรียน ส่วนใหญ่ครูจะ
นำมาใช้ประกอบการเรียนการสอนในรายวิชาที่สอน การวิเคราะห์หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานร
ภาษาไทย ววิ ิธภาษา ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๑ แบ่งการวเิ คราะหอ์ อกเป็น ๒ สว่ น ดงั นี้

๑. องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน ได้แก่ ข้อมูลทั่วไปของแบบเรียน ปกหนังสือ สัน
หนังสือรองปก ส่วนประกอบที่สำคัญของหนังสือ แนวทางการใช้แบบเรียน การพิมพ์ตัวอักษรและ
สสี นั การจดั ระเบียบการพิมพ์ ภาพประกอบ กระดาษ การเข้าเล่มและราคา

๒. องคป์ ระกอบภายในของแบบเรียน
๒.๑ การวเิ คราะห์เนื้อหาแบบเรียนและการวิเคราะห์รูปแบบการจัดแบ่งเนื้อหา
๒.๒ ความสอดคลอ้ งของแบบเรียนกับหลกั สตู ร
๒.๓ ความเหมาะสมตอ่ การเรียนรขู้ องผู้เรยี นและการจดั การเรยี นรู้ของครู
๒.๔ ความเหมาะสมในการพฒั นาทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑
๒.๕ ด้านการใช้ภาษา
๒.๖ ด้านความยากงา่ ยของเน้ือหา

5

วเิ คราะห์หนังสือเรยี นรายวชิ าภาษาไทย
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ “ววิ ิธภาษา”

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

องค์ประกอบในการวเิ คราะห์หนังสือเรยี นรายวชิ าภาษาไทยประกอบด้วย
๑. องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน ไดแ้ ก่ ข้อมูลทวั่ ไปของแบบเรยี น ปกหนังสอื สันหนังสือ
รองปก ส่วนประกอบทีสำคัญของหนังสือ แนวทางการใช้แบบเรียน การพิมพ์ตัวอักษรและ
สสี ันการจัดระเบยี บการพมิ พ์ ภาพประกอบ กระดาษและการเข้าเล่มและราคา
๒. องค์ประกอบภายในของแบบเรียนได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหาแบบเรียน รูปแบบการ
จัดแบ่งเน้ือหาแบบเรียน ความถูกต้องของเนื้อหา ภาพประกอบ การใช้ภาษา ความยาก
งา่ ยของเนอื้ หา
๓. วิเคราะห์ความสอดคลอ้ งของเนื้อหากับหลักสตู ร (ตัวชี้วดั )
๔. วเิ คราะหค์ วามสอดคลอ้ งกับกิจกรรมและการประเมินผลของ Benjamin Bloom
๕. วเิ คราะห์ขอ้ ดแี ละขอ้ บกพร่องของแบบเรยี น

6

๑ องค์ประกอบภายนอกของแบบเรียน
๑.๑ ขอ้ มลู ทว่ั ไปของแบบเรยี น

หนังสอื รายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทย “ วิวิธภาษา” ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๑
จดั พิมพโ์ ดย สำนักพิมพอ์ งคก์ ารค้า สกสค. โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพรา้ ว

ขนาดของหนังสอื : -
ขนาดสนั หนงั สอื : -
จำนวนหน้า : จำนวนเน้ือหา ๑๙๐
ชนิดของกระดาษท่ีใช้ : ปกใชก้ ระดาษแขง็ อาร์ตมัน
เน้อื หาใช้ : กระดาษฟอกขาว
ลกั ษณะการเข้าเล่ม : ใช้วิธีการเขา้ เลม่ ด้วยสนั กาว มคี วามเรยี บร้อย แขง็ แรง และคงทน
ตอ่ การใช้งาน

7

๑.๒ ปกหนังสือ

๑) ปกด้านนอก

ตรากระทรวง ช่ือหนงั สือ ปกด้านนอกของหนังสือวิวิธภาษา ชั้นมัธมย
ศึกษาปีที่ ๑ มีการพิมพ์ที่ใช้มีไม่ต่ำกว่า ๑๐ สี โดมีสีที่

น่าสนใจ ดึงดูดให้อยากอ่าน และมีรูปการ์ตูนที่เกี่ยวข้อง

ระดบั ชน้ั รูปภาพ กบั เร่ืองในหนังสือ มีการจัดพิมพด์ ้วยกระดาษอาร์ตมัน
ส ่ ว น บ น แ ล ะ ส ่ ว น ล ่ า ง ข อ ง ป ก จ ะ เ ป ็ น ข ้ อ มู ล

กลมุ่ สาระ เบื้องต้นของหนังสือ โดยประกอบด้วย ชื่อหนังสือที่มีขนาด
หลกั สตู ร ใหญ่ใช้ตัวหนังสือสีส้มอิฐ ตัดกับพื้นหลังสีส้มอ่อนทำให้ชื่อ
ราคา หนังสือเด่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยระบุคำว่า “วิวิธ
ภาษา” ถัดมาจะเป็นระดับชั้นใช้ตัวหนังสือสีน้ำเงินตัดกับพื้นหลังสีบานเยน็ เป็นสีที่ตัด

กันจึงทำให้มองเห็นระดับชั้นชัดมากขึ้นรองลงมาจากชื่อหนังสือ โดยระบุข้อความว่า “

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑” ถ้ามองขึ้นไปอีกนิดจะมองเห็น ตรากระทรวง โดยมีกรอบสี

เหล่ยี มดา้ นบนสดุ สนี ้ำเงนิ และสีท่ใี ชต้ ัดคือสีขาว ตดั กันสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

โดยระบุคำวา่ “กระทรวงศึกษาธิการ” ถัดลงมาดา้ นลา่ งจะเป็นกลมุ่ สาระการเรียนรู้โดย

ใช้ตัวหนังสือสีเขียวตัดกับพื้นหลังที่เป็นสีจาง ทำให้นักเรียนสามารถอ่านได้ง่าย โดยได้

ระบุขอ้ ความไวว้ ่า “กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย” ถัดลงมาบรรทัดสดุ ท้ายจะเป็นการ

การบอกหลักสูตรโดยใช้สีเขียวเหมือนกับกลุ่มสาระ แต่ได้ระบุข้อความไว้ว่า “ตาม

หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑” และมรี าคาบอกไว้เป็นรูป

วงรีสสี ม้ อย่ดู า้ นลา่ งสดุ โดยระบรุ าคาไว้ “๗๐ บาท”

สรุปโดยรวมแล้วหน้าปกมีความเหมาะสมพอใช้ เนื่องจากมีตัวหนังสือขนาดใหญ่ ชัดเจน

และองค์ประกอบต่าง ๆ ของหน้าปกมีความเหมาะสมกัน ทั้งระดับชั้น ตรากระทรวง รูปภาพ กลุ่ ม

หลักสูตร กลุ่มสาระ และราคา ระบุข้อมูลที่ถูกต้องและทำให้ผู้เรียนสามารถมองได้อย่างง่าย ไม่ขาด

องค์ประกอบใด ๆ ท่จี จำเปน็ เรียนลำดับตัวอักษรไดด้ ีตามความสำคัญของหนงั สือทีค่ วรมี

8

๒) ปกหนา้ ด้านใน
เป็นหน้ากระดาษวา่ ง
๓) ปกรอง ประกอบด้วยข้อมลู คล้ายคลงึ ปกหนา้ ดังนี้

รายวชิ า ตราครุฑ
ระดบั ชนั้ ช่ือหนงั สือ
หลกั สตู ร กลมุ่ สาระ

สงั กดั

๑. ตราครุฑ
๒. ชือ่ แบบเรยี น : วิวธิ ภาษา
๓. ระดับชั้น : ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑
๔. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ : ภาษาไทย
๕. รายวชิ า : รายวิชาพ้นื ฐาน
๖. หลกั สูตร : หลกั สตู รแกนกลางขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
๗. สังกัดของหนังสอื : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน

9

๔. ใบรองปกหนา้

๑. ช่ือแบบเรียน : วิวธิ ภาษา
๒. ระดบั ชั้น : ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑
๓. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ : ภาษาไทย
๔. หลกั สูตร : หลักสูตรแกนกลางข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
๕. ผถู้ ือลิขสิทธิ์ : สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
๖. ท่ีอยผู่ ู้ถือลิขสิทธิ์ : กระทรวงศึกษาธกิ าร ถนนราชดำเนินนอก เขตดสุ ิต
กรุงเทพมหานคร ๑๐๓๐๐
๗. เบอรโ์ ทรศัพท์และโทรา่ รผถู้ อื ลขิ สิทธิ์ : ๐ ๒๖๒๘ ๕๓๔๓
๘. เลขประจำหนงั สือสากล : ISBN 978-616-461-008-8
๙. จำนวนครั้งท่พี มิ พ์ : พิมพ์ครั้งที่เก้า พ.ศ. ๒๕๖๑
๑๐. จำนวนเล่มทพ่ี มิ พ์ : จำนวน ๓๗๐,๐๐๐
๑๑. ชือ่ สำนกั พิมพ์ : องคก์ ารคา้ ของ สกสค. โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพร้าว
๑๒. ทีต่ ้ังสำนักพิมพ์ : ๒๒๔๙ ถนนลาดพรา้ ว แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง
กรงุ เทพมหานคร ๑๐๓๑๐
๑๓. เบอร์โทรศพั ท์สำนกั พมิ พ์ : ๑ ๒๕๓๘ ๓๐๓๓ ตอ่ ๑๕๒
๑๔. เบอรโ์ ทรสารสำนักพมิ พ์ : ๐ ๒๕๓๙ ๙๙๕๖
๑๕. แหลง่ ขอ้ มลู อิเล็กทรอนิกส์ : www.suksapan.or.th

10

๕) ปกรองดา้ นหลัง

ประกอบด้วยคณะผจู้ ัดทำหนังสือเรยี น และอกี หนา้ ท่ีหนงึ่ เป็นใบอนุญาตให้ใชส้ ่ือการ
เรียนรู้ในสถานศึกษา ซ่งึ เป็นองค์ประกอบท่ีจำเป็นต้องมสี ำหรบั หนงั สือเรียน จึงจะสามารถนำมาใช้ใน
โรงเรยี นได้โดยแสดงเนอ้ื หา ในใบอนุญาตไวอ้ ยา่ งชัดเจน ทำใหเ้ ปน็ เล่มที่นา่ เชื่อถือ

11

๖) ปกหลังด้านใน

เปน็ เน้ือเพลงตน้ ไมข้ องพ่อ แตโ่ ดย นติ ิพงษ์ ห่อนาค และ อภไ่ิ ชย เย็นพนู สุข

12

๗. ปกหลงั ใช้กระดาษอารต์ มนั ชนิดเดยี วกนั กับหน้าปก พิมพ์สีบานเย็นทัว่ ท้ังแผ่น ประดอบดว้ ย
ขอ้ มูลดังน้ี

๑. รหัสราคา และตวั เลขแสดงจำนวนราคากำกับ : รหสั ราคา 9 786163 178350
ราคา 70 บาท

๒. ชื่อและที่อยู่สำนักพมิ พ์ : ศกึ ษาภณั ฑ์พาณิชย์ โรงพมิ พ์ สกสค.ลาดพรา้ ว
๓. ชือ่ ผพู้ ิมพ์และผู้โฆษณา : นายพนิ จิ ศักดิ์ สุวรรณรังค์
๔. ตราสำนกั พมิ พ์ : -
๕. ตราสำนกั พมิ พเ์ วบ็ ไซต์สำนักพิมพ์ : www.suksapan.or.th

13

๘. สนั ปก ประกอบดว้ ยข้อมูลดงั น้ี

๑. ตราสญั ลักษณข์ องกระทรวงศึกษาธกิ าร
๒. ชื่อแบบเรียน : หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย วิวิธภาษา ชั้น
มัธยมศึกษาปีท่ี ๑

14

๒ องค์ประกอบภายในของบทเรยี น
๒.๑ การวิเคราะห์เนื้อหาแบบเรียน และการวิเคราะห์รูปแบบการจัดแบ่งเนื้อหา

แบบเรยี น
๑) ด้านเน้ือหา
เนื้อหาที่ปรากฏในหนังสือ รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วิวิธภาษา ระดับชั้น

มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร ประกอบด้วยเน้อื หาดังนี้
๑.๑ คำแนะนำในการใชห้ นังสือเรียน

หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐานรวิวิธภาษา ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้
จัดทำขึ้นตามหลกั สตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ จดั ทำข้นึ

ในคำนำนำการใช้หนังสือ กล่าวถึงสาเหตุที่ใช้ชื่อ วิวิธภาษา เนื่องจากมีจุดประสงค์
๒ ประการ คือ

(๑) เพ่ือใหผ้ เู้ รียนได้เรียนรู้ภาษาไทยจากการอา่ นเร่ืองท่ีมลี ักษณะต่างๆ กัน
ทำให้ได้เห็นรูปแบบงานเขียนท่ีหลากหลาย ได้อ่านภาษาสำนวนต่าง ๆ ทั้งที่เป็นภาษาทางการ ภาษา
กึ่งทางการภาษาลำลอง และภาษาร้อยกรอง ผู้เรียนจะได้รับความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ได้
เรียนรู้หลักภาษาได้สังเกตลักษณะการใช้ภาษาจากคำอธิบายท้ายเรื่องและจากกิจกรรมที่เสนอไว้ใน
แตล่ ะบทเร่อื งท่คี ดั มา

(๒) เพื่อเสนอสาระและแสดงตัวอย่างการใช้ภาษาได้พิจารณาแล้วว่า
เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ซึ่งควรจะอ่านเรื่องท่ีความยากบ้างง่ายบ้าง ได้รวดเร็วพอควร สามารถทำ
ความเข้าใจเนื้อเรื่อง วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเนื้อหาตัวละคร และเหตุการณ์ที่
ปรากฎในเรื่องท่อี ่าน การเรียนภาษาไทยจากบทเรียนน้ี

นอกจากนี้ยังได้ขอ้ เสนอแนะวธิ ีการใช้หนังสือ ดงั นี้
(๑) อ่านสารบัญเพอื่ จะได้ทราบวา่ หนงั สือมีบทเรียนเร่อื งอะไรบ้าง
(๒) ใช้เวลาวา่ งอ่านทบทวนทำความเขา้ ใจบอ่ ย ๆ
(๓) ควรทำกิจกรรมท้าบทบในทกุ บทใหค้ รบถ้วน เพ่อื ทบทวนความรูค้ วามเขา้ ใจ
(๔) ฝึกอา่ นทำนองเสนาะ และจำทำนองเสนาะท่บี ังคบั ให้ไดต้ ามกำหนด

๒) เนื้อหา แบ่งเป็นตอนหลกั ดงั ต่อไปนี้
ความรู้และข้อคิดนั้นๆ ผู้เรียนจะสามารถทำความเข้าใจได้ถ่องแท้ และอาจจดจำไว้เป็น

แนวทางในการดำเนินชวี ิตตอ่ ไปได้ ด้วยเหตุทีผ่ ู้เรยี นมีโอกาสเรยี นรูค้ ำ ความหมายของคำ หน้าที่และ

15

ชนิดของคำ ตลอดจนลักษณะพิเศษของคำต่างๆอยู่บ้างแล้วจากสื่อมวลชน จากสังคม และจากผู้ที่อยู่
รอบตัว ผ่านการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน หนังสือเรียนเล่มน้ีจึงอธิบายกฎเกณฑ์ทางภาษาใน
ลักษณะให้เปน็ ข้อสงั เกตแกผ่ ู้เรียนมากกวา่ เป็นการสอนให้รู้กฎเกณฑ์ของภาษาไทยโดยตรง สิ่งสำคญั
ในการ

๑. ภาษา เรียนรู้ภาษา คือ ความสามารถในการใช้วิจารณญาณตัดสินได้ว่าสิ่งที่ฟัง ที่ดู
และที่อ่านนั้น สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สิ่งใดควรปฏิบัติตาม สิ่งใดควรปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยง การเรียนรู้สิ่งที่
ถูกตั้งแต่เริ่มเรียนและใช้ถูกต้องอยู่เสมอจะทำให้ผู้เรียนใช้ภาษาไทยได้ถูกต้องโดยไม่ต้องแก้ไขใน
ภายหลัง และการเรียนภาษาในระดับที่สูงข้ึนไปก็จะง่ายขึ้นด้วย หนังสือเรียน วิวิธภาษา นี้ จึงเน้น
ความรู้ที่ถูกต้อง ไม่มีกิจกรรมประเภทหาที่ผิด แก้ภาษาที่ใช้ผิด หรือลักษณะทางภาษาที่เป็นปัญหา
ภาษาไทยเป็นสมบตั ขิ องชาติไทย เปน็ วฒั นธรรม เปน็ เครอื่ งมอื แสดงความเป็นชาติ และเป็นสิ่งท่ีเชื่อม
ใจคนไทยทุกคน

๑.๑) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษา กล่าวถึงอำนาจของภาษา ภาษาทำให้คนเราส่ือสารกัน
ได้ บอกเรื่องราว ความรู้สึกนึกคิดให้กันได้ สามารถอ่านเพื่อสื่อสารกันได้ จนสามารถพัฒนาตนและ
สังคม ใหเ้ กิดความเข้าในกันมากย่งิ ขนึ้ จงึ ยกมาตวั อยา่ งมาให้ดู ๑ ประการ ดังน้ี

๑.๑.๑) การใชภ้ าษา
กิจกรรมการเรียนรู้

๑.๑.๒) การอ่านพยัญชนะทไี่ มม่ ีรูปสระกำกับ
กจิ กรรมการเรยี นรู้

๑.๒) เสียงคำส่วนใหญไ่ มส่ มั พันธก์ บั ความหมาย
กิจกรรมการเรียนรู้
๑.๒.๑) สงั เกตคำแต่ละคำท่ีสะกดออกมาแต่ละคำ ใชต้ ัวสะกดคนละตัวแต่

ออกเสียงเหมือนกัน
๑.๓) การใชภ้ าษาสื่อสารตามเจตนาตา่ งๆ

๑.๓.๑) สังเกตคำทีใ่ ช้ตวั สะกดให้ดี ๆ
กจิ กรรมการเรยี นรู้

๒) เสยี ง การเปลง่ เสยี งเพ่อื สอ่ื สารของมนษุ ย์ในหลกั ภาษษไทยแบ่งออกเปน็ ๓ ชนิด ได้แก่
เสยี งพยญั ชนะ เสยี งสระ และเสียงวรรณยกุ ต์

๒.๑) เสียงพยัญชนะ
กจิ กรรมการเรยี นรู้

16

๒.๒) เสียงสระ
กิจกรรมการเรยี นรู้
๒.๓) เสียงวรรณยกุ ต์
กิจกรรมการเรยี นรู้
๓) อักษร กล่าวถึงการใช้ตัวอักษรว่ามีความสำคัญอย่างไร รวมไปถึงต้องถ่ายทอดออกมา
ให้ดี และถูกต้อง
๓.๑) อกั ษรไทย

กจิ กรรมการเรียนรู้
๓.๒) การอา่ นออกเสียงคำต่าง ๆ

กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔) คำ คำแต่ละคำมีความหมายต่างกัน เราสาสมารถเลือกใช้ไดต้ ามความตอ้ งการ นักไวยากรณ์ได้ให้
ความหมายของคำไว้หลายชนิด

๔.๑) ชนดิ ของคำ
กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑.๑) คำนาม
กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑.๒) คำสรรพนาม
กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑.๓) คำอทุ าน
กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑.๔) คำวิเศษณ์
กจิ กรรมการเรยี นรู้

๔.๒) คำพอ้ ง
๔.๒.๑) คำพอ้ งรูป
กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๒.๒)คำพอ้ งเสียง
กจิ กรรมการเรียนรู้

17

๔.๒.๓ )คำพ้องความหมาย
กจิ กรรมการเรียนรู้

๔.๓) คำเชื่อม การอธิบายหรือเล่าเรื่องราวต่าง ๆ หรือข้อความนั้น ๆ ให้มีความ
ตอ่ เน่ืองกัน โดยคำเชือ่ มจะแบง่ ออกเป็น ๓ ประเภท

๔.๓.๑) เช่ือมคำกบั คำ
กจิ กรรมการเรียนรู้

๔.๓.๒) เช่ือมประโยคกับประโยค
กิจกรรมการเรยี นรู้

๔.๓.๓) เชอ่ื มข้อความกับข้อความ
กิจกรรมการเรียนรู้

ตอนที่ ๒ การเรียนร้เู ก่ยี วกับเร่อื งการอ่าน
การอ่านจะเกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าผู้อ่านสามารถนำสารประโยชน์ที่ได้รับไป

ประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าขึ้น ทั้งในการศึกษาเล่าเรียน การประกอบอาชีพ และการ
ดำรงชวี ิต

๑) ควรคิดพินิจคุณค่าเร่ืองการอ่าน เมื่ออ่านเรื่องใด ๆ ก็ตาม ผู้อ่านควรพิจารณา
ว่า นอกจากได้เรียนรู้เรื่องราวจากเรื่องที่อ่านแล้ว ผู้อ่านยังได้สารประโยชน์อื่นใดอีกบ้าง เช่น ได้
ความรู้ได้ความเพลิดเพลิน ได้เห็นตัวอย่างที่ดีและไม่ดี ได้ข้อคิด ได้คติสอนใจได้พัฒนาอารมณ์ ได้
ความรู้สึกในทางสร้างสรรค์หรือจรรโลงใจ หนังสือแต่ละประเภทให้สารประโยชน์และคุณค่าท่ี
แตกตา่ งกันไป ดงั น้ี

๑.) การอ่านทวั่ ไป
๑.๑) การอ่านตำราเรยี น หอื หนังสือเรียนวิชาต่าง ๆ วารสารตา่ ง ๆ
๑.๒) การอา่ นหนังสือพิมพิมพ์รายวนั นิตยาสาร
๑.๓) การอ่านนิทาน นิยาย นวยยิ าย เรื่องสนั้ บทละคร บทกวีนพิ นธ์
๑.๔) การอา่ นหนังสือชวี ประวัติ เรอ่ื งองิ ประวตั ิศาสตร์
๑.๕) การอา่ นพยางค์ทีม่ ี ร หัน
๑.๖) การอา่ นสรุปใจความสำคญั

๒) การอ่านกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์
๒.๑) กลอนบทละคร
๒.๑.๑) กลอนบทละคร

18

๒.๒) กลอนสวด
๒.๒.๑) ทำนองงกลอนสวด
๒.๒.๒) การสวดพระมาลยั
๒.๒.๓) การสวดโอ้เอว้ หิ ารราย

๒.๓) กาพย์
๒.๓.๑) กาพย์ยานี ๑๑
๒.๓.๒) กาพยฉ์ บงั ๑๖
๒.๓.๓) กาพยส์ ุรางคนางค์ ๒๘

ตอนท่ี ๓ การใชภ้ าษาในการสอื่ สาร
๑) การใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร ในรูปแบบต่างๆ ดังกล่าวใช้หลักการ

เช่นเดยี วกับการใช้ภาษาไทยเพื่อการส่อื สารท่ัวไป กลา่ วคือ
๑.๑) ใชค้ ำถกู ตอ้ ง ตรงความหมาย ตามหลักไวยากรณ์ไทย
๑.๒) ใชค้ ำเหมาะสมกับกาลเทศะ และบคุ คล
๑.๓) ใชภ้ าษาชัดเจนไมก่ ำกวม ตรงตามวตั ถุประสงค์
๑.๔) ใช้ภาษากระชบั สละสลวย
๑.๕) ระวงั การเขยี นสะกดดำใหถ้ กู ตอ้ ง
๑.๖) พึงจำไว้ว่าอีเมล คือ จดหมายไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ท่ี

ตอ้ งใช้แบบฟอรม์ ท่ีถูกต้อง ไม่ใช่โน้ตย่อ
๑.๗) พึ่งระมัดระวังการสือ่ สารทงั้ ข้อความและภาพผ่านอินเทอร์เนต็ โดย

คำนึงถึงความเหมาะสมและภัยที่อาจมาถึงตัวทั้งตอ่ ตัวผู้ส่งสารและตัวผ้รู ับ
สารเช่น ภาพหรือเร่อื งราวทเี่ ป็นสว่ นตวั ของตนเองอาจนำภัยมาสู่ตน แต่ถ้า
เป็นภาพหรือข้อความที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายก็จะเป็นความผิดหนกั เบาตามท่ี
กฎหมายกำหนดใหค้ นไทยรกั และเข้าใจกันได้อย่างดี
๒) เจตนาในการส่อื สาร
๒.๑) เจตนาบอกเล่าเรอ่ื งราวขอ้ มลู แก่ผู้ฟัง
๒.๒) เจตนาถามเพอ่ื ตอ้ งการขอ้ มูล
๒.๓) เจตนาแนะนำ ส่ัง หรอื บอกใหท้ ำอยา่ งใดอย่างหน่งึ
๒.๔) เจตนาแสดงความคดิ เห็น

19

๒.๕) เจตนาแสดงอารมณห์ รือความตอ้ งการ
๓) มารยาทในการแสดงความคิดเห็น

๓.๑) การแสดงความคดิ เห็นควรนกึ ถึงหลกั การ
๓.๑.๑.) ภาษาในการแสดงความคิดเห็นต้องเป็นภาษาสภุ าพ ชัดเจน เข้าใจ
ง่ายเลือกใช้ถ้อยคำให้มีความหมายตรงตามที่คิดความสมเหตุสมผลตรงตามหัวข้อที่
กำหนดไมอ่ อกนอกเรื่องตรงประเด็นจริง
๓.๑.๒)ข้อมูลหลักฐานที่นำมาใช้ประกอบความข้อมูลเท็จหรอื มีจุดประสงค์
เพอื่ หลอกลวง
๓.๑.๓) ควรใชน้ ้ำเสยี งท่ีนุ่มนวล แต่หนกั แน่น นา่ เชื่อถอื ไม่พูดยงดังเกินไป
ไม่ห้วนหรอื กระดา้ ง ไม่แสดงอารมณโ์ กรธหรือไมพ่ อใจ
๓.๑.๔) ใช้กิริยาท่าทางทภ่ี าพ ไมแ่ สดงท่าทางก้าวร้าว เช่นยืนเท้าเอวช้ีหน้า
อีกฝ่าย หรอื ทบุ โต๊ะ เปน็ ตน้
๓.๑.๕)ไมพ่ ดู เพือ่ เอาชนะ ต้องใช้เหตผุ ลเปน็ สำคัญ ตอ้ งรู้จักควบคุมอารมณ์
และยอมรบั ฟงั เม่อื เหตุผลของอกี ฝ่ายหนักแนน่ และถูกต้องกว่าตั้งใจฟัง
๓.๑.๖) เป็นผู้ฟังที่ดีไม่พูดแทรกหรือพูดขัดจังหวะในขณะที่ผู้อื่นกำลังพูด
แสดงความคิดเหน็
๔) การแสดงความคิดเห็น
๔.๑) เหตผุ ลท่ี ๑ และเหตผุ ลท่ี ๒
๕) การเขยี นจดหมาย
๕.๑) เน้ือหารสาระ
๕.๒) การเลือกใช้คำ
๕.๒.๑) คำข้ึนต้นจดหมาย
๕.๒.๒) การใชค้ ำสรรพนาม
๕.๒.๓) การใชค้ ำลงทา้ ยจดหมาย
๕.๒.๔) การใช้คำตามระดับภาษา

20

๕) การเขยี น
๕.๑) การเขยี นบรรยาย
กจิ กรรมการเรียนรู้
๕.๒) การเขยี นเชิงพรรณนา
กิจกรรมการเรียนรู้

๖) ภาษาเพอ่ื การสื่อสารทางอนิ เตอรเ์ นต็
๖.๑) เครอื ขา่ ยอนิ เตอร์เนต็
อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่ใหญ่ที่สุด มีผู้ตั้งสถานีหรือ

เว็บไซต์ (website) สำหรับให้บริการข้อมูลข่าวสารในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต นับล้านสถานี
เครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงเป็นเสมือนห้องสมุดของโลก เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาท่ี
เน้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั เพราะทำให้ผู้เรียนสามารถค้นควา้ หาข้อมูลความรูต้ ่างๆ ไดเ้ องโดยละด
วก กว้างขวาง และรวดเร็ว นอกจากนั้นอินเทอร์เน็ตยังทำให้เกิดการศึกษาโดยใส่ือ
อิเลก็ ทรอนกิ ส์แบบต่างๆ เช่น

e–learning หมายถงึ การเรยี นด้วยตนเองทไี่ ข้สือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์
e-book หมายถงึ หนงั สอื ในรูปส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
e-library หมายถึง ห้องลมดุ ท่ีผใู้ ช้ใชผ้ า่ นสื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส์
e-classroom หมายถงึ การเรยี นการสอนทีใชส้ ื่ออิเลก็ ทรอนิกสก์ ันได้อยา่ งดี

๖.๒) การรบั สารจากอนิ เตอรเ์ น็ต
การรบั สารจากอนิ เทอรเ์ น็ตเร่ืองการใช้คอมพิวเตอร์การรับสารจากอินเทอร์เน็ตน้ัน
ผู้รับสารต้องมีความและรู้ภาษาอังกฤษในระดับที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้ นอกจากนั้นผู้ใช้ต้องมี
วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อประโยชน์ในการใดมีทั้งที่เป็นความรู้สารที่ได้
จากอินเทอร์เน็ตมมากมายหลายประเภทและเรื่องบันเทิงทั้งหลายผู้รับสารต้องรู้จักเลือก ถ้า
ต้องการรับข้อมูลที่เป็นความต้องเลือกแหล่งข้อมูลที่เป็นหน่วยงานหรือบุคคลที่มีความ
เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆและควรวิเคราะห์ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนนำไปใช้ และเมื่อยก
ข้อความจากอินเทอร์เน็ตมาโดยตรง ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลด้วยเรื่องบันเทิงใน
อินเทอร์เน็ตก็มีหลากหลายมากมายชวนให้อ่านเพลิน ควรระวังเรื่องการใช้เวลาให้เหมาะสม
ในการรบั ข้อมูลเหล่าน้ัน ไมเ่ พลดิ เพลินจนไม่ได้ทำกิจอื่นๆ ที่พงึ ทำ วัยรุ่นปัจจุบันนิยมใช้ห้อง
สนทนาหรอื หอ้ งพูดคยุ อิเลก็ ทรอนิกส์กนั แพร่หลายมวี ัยรนุ่ จำนวนไม่น้อยท่ใี ห้ความสำคัญ

21

และสนิทสนมกับเพื่อนในเว็บบอร์ดมากกว่าเพื่อนในสังคมทั่ว ๆ ไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ
เป็นเพื่อนที่ไม่เห็นหน้าตากันจึงทำให้กล้าที่จะปรึกษาหารือเรื่องที่อายเกินกว่าจะบอกให้
เพื่อนที่จักหน้าตากันได้รู้ การปรึกษาเพื่อนในอินเทอร์เน็ตนี้แม้จะมีส่วนดีตรงที่เป็นช่องทาง
ให้ได้ระบายความทุกข์ได้ง่าย แต่ก็อาจมีอันตรายได้ ถ้าคำแนะนำของเพื่อนในอินเทอร์เน็ ต
ไม่ได้เกิดจากความหวังดีหรอื เจตนาดี หรือไม่เป็นคำแนะนำทีด่ ีที่ถูกต้อง นอกจากนั้นเพือ่ นที่
ไม่มีความเข้าใจชีวิตเพียงพออาจแนะไปในทางที่ทำให้เกิดความทุกข์ความวิตกกังวลเพิ่มข้ึน
ไปอกี ก็ไดผ้ ้รู ับคำแนะนำจึงต้องใช้วิจารณญาณให้มากก่อนเชื่อคำแนะนำเหลา่ นั้น ควรปรกึ ษา
พ่อแม่ ครอู าจารย์ หรอื ผทู้ ีไ่ วว้ างใจ

๖.๓) การส่อื สารผา่ นอินเทอร์เน็ต
การสื่อสารผ่านเครือข่ายยินเทอร์เน็ตมีข้อควรระวังทั้งในเรื่องการให้ข้อมูลและการใช้
ภาษาเพราะผู้รับสารไม่มีโอกาสถามถ้าผู้ให้ข้อมูลเขียนได้กระจ่างชัดเจนมากเท่าใค ก็ทำให้
ผู้รบั สารเขา้ ใจใด้รวดเร็ว และเกิดประโยชนห์ รือปฏิบัติผสู้ ่งสารตอ้ งตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง
มากที่สุด การพูดคุยในห้องคุยอิเล็กทรอนิกส์ ต้องระวังไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นส่วนตัวมาก
เกินไป เพราะผู้อื่นสามารถได้ข้อมูลนั้นไป อาจทำให้เกิดอันตราย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้
เรื่องภาษาต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการสะกดการันต์ เพราะถ้อยคำและภาษา
เหล่าน้จี ะปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ ผูร้ บั สารจะเห็นภาพตัวอักษร ถ้าผู้ส่งสารใช้คำทส่ี ะกดไม่
ถูกต้อง หรือใช้ภาษาผิดๆ ผู้รับสารก็อาจจดจำไปใช้ผิดต่อไปได้ นอกจากนั้นผู้ส่งสารควรใช้
ถ้อยคำสุภาพ หลีกเล่ียงการใช้ดำหยาบ เพราะจะทำให้ผู้รับสารขาดความนบั ถอื และดูถูกวา่
ผ้สู ง่ สารเป็นคนไมส่ ุภาพไมน่ า่ คบก็เป็นได้
คำต่อไปนใ้ี นอินเทอร์เน็ตมกั เขียนตามเสยี งพูด ควรเขยี นใหถ้ กู ต้องตามอักขรวธิ ี
คำว่า เค้า ต้องเขยี นว่า เขา
คำว่า ชัน้ , ดิชัน้ ตอ้ งเขียนว่า ฉัน, ดฉิ นั
คำว่า นึง ตอ้ งเขียนว่า หน่ึง
คำว่า ม้ัย ต้องเขยี นวา่ ไหม
คำว่า รึ ตอ้ งเขยี นวา่ หรอื
คำว่า ซัก ตอ้ งเขยี นว่า สัก
คำวา่ เนย่ี ต้องเขยี นว่า นีน่ ะ
คำว่า ซะ ตอ้ งเขยี นว่า เสีย

22

๒.๒ ดา้ นการจัดแบ่งเนอื้ หา
หนงั สือเรยี น รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วิวธิ ภา ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ จัดแบ่งเน้ือหาได้

ดังนี้
๒.๑ บทเกรนิ่ นำ ไมม่ บี ทเกรินนำ
๒.๒ หัวขอ้ รองที่ปรากฏในสารบญั หวั ขอ้ รองพมิ พ์ดว้ ยตวั หนงั สอื สีดำ ในการแบง่ หัวข้อแต่ละ

บทไม่เท่ากัน แตกต่างกันออกไปตามเนื้อหาแต่ละบทที่ครอบคลุม หัวข้อรองแต่ละบทมี ๕ - ๑๑
หัวข้อ

๒.๓ กิจกรรมเพ่อื การเรียนรู้ แบบเรียนวิวิธภาษาไดน้ ำแบบฝกึ หดั ไปไว้ท่ีท้ายบทของแต่ละบท
โดยใช้หวั ขอ้ ว่า คดิ เพิ่ม เสริมทักษะ เมอ่ื นบั ดแู ลว้ พบวา่ มีอยู่ ๑๒ กิจกรรม
๒.๓ ดา้ นความถกู ตอ้ งของเนื้อหา

เนื้อหาในแบบเรียน วิวธภาษา มีเนื้อหาที่ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ตามตัวชี้วัดของหลักสูตร
แกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ แต่บางตัวอย่างที่นำมา ไม่ค่อยทันติ่เหตุการณ์ในปัจจุบัน
เพราะหนงั สอื มกี ารตพี ิมพ์นานแล้ว และในบางเร่อื งไมก่ ่อประโยชน์แก่ผูเ้ รียน
๒.๔ ด้านภาพประกอบ

ภาพประกอบในรปู เล่ม หนงั สอื เรยี น รายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทย วิวธิ ภา ระดับช้นั มธั ยมศึกษา
ปีที่ ๑ วาดและออกแบบโดย นายพินิจ มนรัตน์ นายเฉลิม อัคคะพู นายวิเชียร มณีโชติ นายพีระ
จนั ทรง์ าม นางประภาสินี เจรญิ สกุลชัยพร

๔.๑ จำนวน แบบเรียนมภี าพประกอบทัง้ หมด ๓๓ภาพ รวมปก
๔.๒ ขนาด ภาพประกอบในเลม่ มขี นาดท่แี ตกต่างกนั แต่ใหญ่ไม่เกิน ๑ หนา้ กระดาษษ A4
๔.๓ คำอธบิ ายภาพ มีคำอธิบายภาพ
๔.๔ สี การใช้สีแต่ละภาพแตกต่างกันออกไป โดยคำนึงถึงเด็กที่อ่านและดู ว่ามีความสนใจ
หรอื ม่

23

๔.๕ ความสอดคล้องภาพกับเนื้อหา ภาพประกอบสอดคล้องกับเนื้อหา และ
กลา่ วถงึ ความสำคญั ไดค้ อ่ นขา้ งชดั เจน

๒.๕. ดา้ นการใชภ้ าษา
ภาษาที่เลือกใช้ในแบบเรียนนี้นับว่ามีความเหมาะสม แม้จะเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างมาก

พอสมควร มีจำนวนตัวอักษรจำนวนมาก แต่บางเนื้อหาก็ได้กล่าวให้กระชับมากขึ้น บางเนื้อหาก็ต้อง
อาศัยการอธิบายเพิ่มเติม เพราะนักเรียนอาจจะจะไม่เข้าใจเนื้อหา การพิมพ์เนื้อหาถูกต้องทั้งหมด
เป็นแบบอยา่ งทด่ี ีใหน้ ักเรียนไดเ้ รยี นรู้ได้
๒.๖.ดว้ นความยากงา่ ยของเนื้อหา

ความยากง่ายของเน้ือหาภายในแบบเรยี น เลอื กสรรเนื้อหาได้อย่างเหมาะสม มเี น้ือหาภายใน
แบบเรียนเหมาะสมกับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ สอดคล้องกับพัฒนาการตามช่วงวัยของ
นักเรียนเนื้อหาส่วนใหญ่เหมาะสมกับการเรียนรู้ระดับชัน้ มัธยมศึกษาตอนต้น มุ่งเน้นเนื้อหาทางด้าน
การใชภ้ าษาให้ถกู ต้อง ทง้ั ดา้ นอักษร เสียง และระบบคำ นา่ อา่ นนา่ สนใจ
๗ ความสอดคลอ้ งของแบบเรยี นกับหลกั สตู ร

หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย หลักภาษาและการใชภ้ าษาเพื่อการสือ่ สารระดับชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ของกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ในสถานศึกษาตาม
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ การพจิ ารณาความสอดคล้องของเนื้อหา
กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จึงทำได้โดยนำเนื้อหาในแบบเรียน
เลม่ น้มี าวเิ คราะหห์ าความสอดคล้องกับตัวชวี้ ดั ในกล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย โดยตัวชว้ี ดั

24

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ – ๓ เป็นตัวชี้วัดช่วงชั้น ซึ่งหนังสือเรียนเล่มนี้ตรงตามตัวชี้วัดในกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ๔ สาระ ได้แก่ สาระที่ ๑ การอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน สาระท่ี ๓ การฟัง
การดู การพูด การเขียน และวรรณคดีวรรณกรรม

25

๓. วเิ คราะหค์ วามสอดคล้องของเน้อื หากบั หลักสูตร (ตวั ชี้วดั )
๓.๑ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ภาษาไทย
สาระท่ี ๑ การอา่ น
ท๑.๑ ใช้ในกระบวการอ่านสร้างความรู้ความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา
ในการดำเนนิ ชีวติ และมนี ิสยั รกั การอา่ น
สาระที่ ๒ การเขียน
ท๒.๑ ใช้ในกระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน
เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษา
คน้ ควา้ อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
สาระที่ ๓ การฟงั การดู และการพดู
ท๓.๑ สามสารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด
และความร้สู ึกโอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
ท๔.๑ เข้าใจธรรมชาติภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
ท๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คณุ คา่ และนำมาใชใ้ นชีวิตจรงิ
๓.๒ ตวั ชวี้ ดั ช้ันปี
สาระท่ี ๑ การอา่ น
ท๑.๑ ป.๑/๑ อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ต้องเหมาะสมกับ
เรอื่ งที่อา่ น

ท๑.๒ ม.๑/๒ ใจความสำคญั จากเรื่องท่ีอ่าน

ท๑.๓ ม.๑/๓ ระบเุ หตุและผล และขอ้ เทจ็ จริงกบั ขอ้ คดิ เหน็ จากเรื่องท่ีอา่ น

ท๑.๔ ม.๑/๔ ระบุและอธบิ ายคำเปรียบเทยี บและคำทม่ี หี ลายความหมายในบริบท
ตา่ งๆ จากการอ่าน

26

ท๑.๖ ม.๑/๖ ระบุข้อสังเกต และความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจงู โน้ม
น้าวใจ
ท๑.๗ ม.๑/๗ ปฏบิ ัติตามคมู่ ือแนะนำวิธกี ารใชง้ านของเคร่อื งมอื หรอื เครอ่ื งใชใ้ น
ระดบั ท่ยี ากขึ้น
ท๑.๘ ม.๑/๘ วิเคราะหค์ ุณค่าท่ไี ดร้ ับการอา่ นงานเขียนอย่างหลากหลายเพ่ือ
นำไปใช้แกป้ ัญหาในชวี ิต
ท๑.๙ ม.๑/๙ มีมารมาทในการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขียน
ท๒.๑ ม.๑/๑ คัดลายมือตวั บรรจงครง่ึ บรรทัด
ท๒.๒ ม.๑/๒ เขียนสอื่ สารโดยใช้ถอ้ ยคำถกู ต้อง ชดั เจนเหมาะสมและสละสลวย
ท๒.๓ ม.๑/๓ เขยี นบรรยายประสบการณโ์ ดยระบสุ าระสำคญั และรายละเอียด
สนับสนุน
ท๒.๔ ม.๑/๔ เขยี นเรยี งความ
ท๒.๕ ม.๑/๕ เขยี นยอ่ ความจากเรื่องที่อา่ น
ท๒.๖ ม.๑/๖ เขียนแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับสาระจากสือ่ ท่ีไดร้ บั
ท๒.๗ ม.๑/๗ เขียนจดหมายสว่ นตวั และจดหมายกจิ ธุระ
ท๒.๘ ม.๑/๘ เขียนรายงานการศกึ ษาค้นคว้าและโครงงาน
ท๒.๙ ม.๑/๙ มมี ารยาทในการเขยี น
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
ท๓.๑ ม.๑/๑ พดู สรุปใจความสำคญั ของเรอื่ งท่ีฟังและดู
ท๓.๒ ม.๑/๒ เลา่ เรือ่ งยอ่ จากเรอ่ื งท่ีฟังและดู
ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู แสดงความคดิ เห็นอย่างสร้างสรรคเ์ ก่ียวกับเรือ่ งที่ฟงั และดู
ท๓.๔ ม.๑/๔ ประเมินความน่าเช่ือถือของสอื่ ท่ีมีเนอื้ หาโนม้ น้าวใจ

27

ท๓.๕ ม.๑/๕ พูดรายงานเร่ืองหรือประเดน็ ทศี่ ึกษาค้นควา้ จากการฟัง การดู และ
การสนทนา
ท๓.๖ มีมารยาทในการฟงั การดู และการพดู
สาระท่ี ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
ท๔.๑ ม.๑/๑ อธบิ ายลักษณะของเสียงในภาษาไทย
ท๔.๒ ม.๑/๒ สรา้ งคำในภาษาไทย
ท๔.๓ ม.๑/๓ วเิ คราะห์ชนิดและหนา้ ท่ีของคำในประโยค
ท๔.๔ ม.๑/๔ วเิ คราะหค์ วามแตกตา่ งของภาษาพูดและภาษาเขียน
ท๔.๕ ม.๑/๕ แต่งบทร้อยกรอง
ท๔.๖ ม.๑/๖ จำแนกและใช้สำนวนทเ่ี ปน็ คำพังเพย และสภุ าษติ
สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
ท๕.๑ ม.๑/๑ สรุปเนอื้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมทอี่ ่าน
ท๕.๒ ม.๑/๒ วเิ คราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรมที่อา่ นพรอ้ มยกเหตุผลประกอบ
ท๕.๓ ม.๑/๓ อธบิ ายคุณคา่ ของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่าน
ท๕.๔ ม.๑/๔ สรปุ ความรู้ และข้อคดิ จากการอ่าน เพื่อประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง
ท๕.๕ ม.๑/๕ ทอ่ งจำบทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทร้อยกรองท่มี ีคุณค่าตาม
ความสนใจ
๓.๓ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
วิเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหาของหนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ “วิวิธ
ภาษา”
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ตัวช้ีวัด) วเิ คราะห์ตามประเด็นดงั นี้
๑. เนอ้ื หา กับ สาระการเรยี นรู้ และตวั ชีว้ ดั
๒. กิจกรรมการเรยี นรู้ กับ สาระการเรยี นรู้ และตัวช้ีวัด
๓. กจิ กรรมการเรยี นรู้ กับ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

28

บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั สมรรถนสำคญั ของ
ท๓.๑ ผ้เู รยี น
บทท่ี ๑ เนื้อหา ท๓.๑ ท๓.๑ ม.๑/๑ พูด
เนื้อหา สรุปใจความสำคัญ ความสามารถในการ
ภาษามีพลงั ท๑.๑ ของเร่ืองท่ีฟังและดู ส่อื สาร
การพูดการสื่อสารกับ
คนในสงั คม ท๓.๓ ม.๑/๓ พูด ความสามารถในการคิด
การอ่านพยัญชนะใน แสดงความคิดเห็น
ภาษาไทย อย่างสร้างสรรค์ ความสามารถในการคดิ
กิจกรรมการเรยี นรู้ เกย่ี วกับเรือ่ งที่ฟัง
คิดตรอง ลองทำดู และดู
๑. ให้นักเรียน
อภปิ รายความเช่อื ใน ท๑.๘ ม.๑/๘
สงั คมไทยทผี่ ูกพันกบั วิเคราะห์คุณค่าท่ี
ภาษานอกจากชอื่ ที่ ได้รบั การอ่านงาน
เปน็ มงคลและไม่เป็น เขียนอยา่ ง
มงคลแลว้ ประกอบให้ หลากหลายเพอ่ื
ขดั เจนความเชือ่
ดังกลา่ วมเี หตุผล
สมควรเชื่อหรือไม่
เพราะเหตุใด
ยกตวั อยา่ ง
๒. ให้นักเรียนจับคู่กัน
แ ล ้ ว ฝ ึ ก อ ่ า น ค ำ ท ี ่ มี
พยางค์ที่ไม่มีรูปสระ
ตอ่ ไปนี้

29

บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๒.๑ ผ้เู รียน
๓. ให้นักเรียนจับคู่กัน นำไปใช้แกป้ ัญหาใน
อ่านและเขียนตามคำ ชีวติ ความสามารถในการ
บอก ท๒.๒ ม.๑/๒ เขียน สือ่ สาร
ส่ือสารโดยใช้
ถอ้ ยคำถกู ตอ้ ง
ชัดเจนเหมาะสม
และสละสลวย

๔. พิจารณาคำต่อไปน้ี ท๑.๑ ท๑.๓ ม.๑/๓ ระบุ ความสามารถในการคดิ
ว่าคำใดออกเสียงแบบ ท๑.๑ เหตุและผล และ
อักษรนำ คำใดไม่ออก ข้อเทจ็ จรงิ กับ
เสยี งแบบอักษรนำ ท๒.๑ ข้อคิดเห็นจากเร่ือง
ท่อี า่ น
๕.พิจารณาและ ท๑.๓ ม.๑/๓ ระบุ ความสามารถในการคิด
จำแนกพยางค์ที่ไม่มี เหตแุ ละผล และ
รูปสระในคำต่อไปนี้วา่ ข้อเทจ็ จริงกับ
ออกเสียงสระใดบ้าง ข้อคิดเหน็ จากเร่ือง
ท่ีอ่าน
๖. พิจารณาชื่อจังหวดั ท๒.๒ ม.๑/๒ เขยี น ความสามารถในการคดิ
ต ่ อ ไ ป นี้ ซ่ึ ง ส่อื สารโดยใช้
ราชบัณฑิตยสถานได้ ถ้อยคำถูกตอ้ ง
กำหนดไว้ในหนังสือ ชัดเจนเหมาะสม
อ่านอย่างไรและเขียน และสละสลวย
อยา่ งไร
๗. จากข้อความใน ท๑.๑ ท๑.๒ ม.๑/๒ ความสามารถในการคดิ
หน้า ๑ ให้พิจารณา
ดังต่อไปน้ี ใจความสำคัญจาก
คิดเพม่ิ เสริมทักษะ
เร่อื งที่อ่าน

30

บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั สมรรถนสำคัญของ
ท๑.๑ ท๑.๑ ป.๑/๑ อ่าน ผู้เรียน
๑. แบ่งกล่มุ ชว่ ยกนั ออกเสียงบทร้อย
คดั เลือกขอ้ ความหรือ ท๒.๑ แก้วและบทร้อย ความสามารถในการคิด
บทประพันธท์ ี่ กรองได้ถูกตอ้ ง
ประทับใจจากหนังสอื เหมาะสมกับเร่อื งท่ี ความสามารถในการคดิ
เรียนหรอื จากส่ือต่างๆ อ่าน
แล้วนำมาฝกึ อ่านใน
กลมุ่ คัดเลอื กตวั แทน ท๒.๒ ม.๑/๒ เขยี น
กลุม่ มาอา่ นหนา้ ช้นั สอ่ื สารโดยใช้
เรียน ชว่ ยกนั อภปิ ราย ถ้อยคำถกู ต้อง
ติชมโดยใชเ้ กณฑ์ที่ ชัดเจนเหมาะสม
ช่วยกันกำหนดขึ้น และสละสลวย
ไดแ้ ก่ ความถูกต้อง
ชัดเจน การลงเสียง
หนักเบา การแบ่ง
วรรคตอน ความ
คล่องแคล่วในการอ่าน
การใชน้ ้ำเสยี งและ
ท่าทางเหมาะสมกบั
เรื่องท่ีอา่ น
๒. แบง่ กล่มุ จัดทำสมดุ
ภาพ รวบรวมภาพ
ต้นไม้ ดอกไม้ ขนม
อาหารและสิ่งของทีม่ ี
ชอ่ื เปน็ มงคล พร้อมท้งั
เขยี นคำอธบิ ายสาระ
ความประกอบให้
ชดั เจนจนสามารถมคี รู
สอน
บทท่ี ๒ เนอ้ื หา

31

บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั สมรรถนสำคัญของ
ผู้เรียน
เน้ือหา
วิถีความงามความ
พอเพียง

๑. ขอ้ คิดจากเร่ือง ท๑.๒ ท๑.๒ ม.๑/๒ ความสามารถในการ
เรื่อง วิถีงามความ ใจความสำคญั จาก สอื่ สาร
พอเพียง เป็นความ เรอื่ งที่อา่ น
เรียงที่ผู้เขียนเขียนข้ึน
โดยมีจุดมุ่งหมาย ท๑.๑ ท๑.๘ ม.๑/๘ ความสามารถในการคดิ
เพื่อให้เห็นตัวอย่าง วิเคราะหค์ ุณคา่ ท่ี
การประพฤติปฏิบัติ ไดร้ บั การอ่านงาน
ตนของคนใครอบครวั เขยี นอยา่ ง
๒. การพจิ ารณาคณุ ค่า หลากหลายเพอื่
ของเรื่องที่อ่าน การ นำไปใช้แกป้ ัญหาใน
อ่านจะเกิดประโยชน์ ชวี ิต
สูงสุด ถ้าผู้อ่าน
สามารถนำ ท๔.๑ ท๔.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการคิด
สารประโยชน์ไป วเิ คราะห์ชนิดและ
ประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนา หนา้ ทข่ี องคำใน
ตนเองให้ก้าวหน้าขึ้น ประโยค
ในการศึกษาเล่าเรียน
ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ
และการดำเนินชีวติ
๓. คำเชื่อม การใช้
ภาษาอธิบายเรื่องราว
ใด ๆ ข้อความนั้น ๆ
ต่อเนื่องกัน วิธีทำ
ข้อความต่อเนื่องกัน
จะต้องมีการเชื่อมคำ

32

บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๒.๑ ผู้เรียน
ประโยคหรือข้อความ ท๑.๑ ท๒.๒ ม.๑/๒ เขียน
เข้าด้วยกนั ส่อื สารโดยใช้ ความสามารถในการ
๔. อักษรที่ไม่ออก ถอ้ ยคำถูกต้อง ส่ือสาร
เสียง สระที่ไม่ออก ชัดเจนเหมาะสม
เสียงแต่ต้องเขียนไว้ และสละสลวย ความสามารถในการคดิ
เพื่อแสดงท่ีมาของคำ ท๑.๓ ม.๑/๓ ระบุ
เหตุและผล และ
๕. การอ่านพยางค์ที่มี ขอ้ เทจ็ จริงกับ
ร (รอ หัน) ข้อคิดเหน็ จากเรื่อง
ที่อา่ น

กิจกรรมการเรยี นรู้ ท๑.๑ ท๑.๓ ม.๑/๓ ระบุ ความสามารถในการคิด
คิดตรอง ลองทำดู เหตุและผล และ
๑. ให้นักเรียนจับคู่กัน ข้อเท็จจรงิ กบั
อ่านและเขียนตามคำ ขอ้ คิดเห็นจากเรื่อง
บอก เลือกคำจากชุด ทีอ่ ่าน
ใดชุดหนึ่งข้างล่างน้ี
ผลัดกันเป็นผู้อ่านและ ท๑.๑ ท๑.๒ ม.๑/๒ ความสามารถในการคดิ
ผู้เขียนตามคำบอก ใจความสำคญั จาก
แล้วแลกกันตรวจคำใด เรื่องที่อ่าน
เขียนผิดหรืออ่านผิด
ให้คัดลายมอื ตัวบรรจง
ครึ่งบรรทัด คำที่เขียน
ผิด และอา่ นผิดนั้น
๒. รวบรวมคำที่ไม่
ออกเสียงตัว ห เมื่อตัว

33

บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ัด สมรรถนสำคัญของ
ผ้เู รยี น
ห นำอกั ษรตำ่ เด่ยี ว ให้ ท๒.๑ ท๒.๓ ม.๑/๓
ได้มากทสี่ ุด เขียนบรรยาย ความสามารถในการ
๓. เขยี นเลา่ เรอ่ื งจาก ประสบการณโ์ ดย สอ่ื สาร
ประสบการณ์จริงที่ ระบุสาระสำคัญ
นักเรยี นได้นำ และรายละเอยี ด ความสามารถในการ
หลักเศรษกจิ พอเพียง สนบั สนุน สอ่ื สาร
ไปใชใ้ นการดำเนนิ
ชีวิต แล้วนำมาแลก ท๓.๑ ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู
กันอา่ นดีเดน่ มาอ่าน แสดงความคดิ เหน็
หนา้ ชนั้ เรยี น อย่างสรา้ งสรรค์
๔. ช่วยกนั แสดงความ เกยี่ วกบั เร่อื งที่ฟัง
คดิ เหน็ วา่ การ และดู
ท่องเทย่ี วเปน็ การใช้
จ่ายทฟ่ี มุ่ เฟือยไม่มี
ประโยชน์ หรอื เป็น
การกระจายรายไดส้ ู่
ชมุ ชน

คิดเพิม่ เสรมิ ทกั ษะ

๑. ศึกษาบทอ่านเสริม ท๑.๑ ท๑.๘ ม.๑/๘ ความสามารถในการคิด

เรื่อง ทฤษฎีใหม่และ วิเคราะห์คุณคา่ ที่

เศรษฐกิจพอเพียงและ ไดร้ ับการอา่ นงาน

พระราชดำรัสของ เขียนอย่าง

พระบาทสมเด็จพระ หลากหลายเพื่อ

ปรมินทรมหาภูมิพลอ นำไปใชแ้ ก้ปัญหาใน

ดุลยเดช บรมนาถ ชีวิต

บพิตรทั้ง ๒ องค์ แล้ว

ทำกิจกรรมตอ่ ไปน้ี

34

บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๔.๑ ผู้เรยี น
บทท่ี ๓ เนือ้ หา ท๔.๔ ม.๑/๔
เนอ้ื หา เพอื่ นกัน ท๓.๑ วิเคราะหค์ วาม ความสามารถในการคิด
๑. ภาษาพูด ภาษา แตกต่างของภาษา
เขียน เป็นคำที่ใช้เรียก พดู และภาษาเขียน ความสามารถในการ
ระดับของภาษา มิได้มี ส่ือสาร
ความหมายตรงตาม ท๔.๑ ม.๑/๑
ตัวอักษรว่า ภาษาที่ใช้ อธิบายลักษณะของ
สำหรับพูด และภาษา เสียงในภาษาไทย
ทใี่ ชใ้ นการเขียน ภาษา
พ ู ด ห ม า ย ถึ ง
ภาษาระดับลำลอง
ภ า ษ า ร ะ ด ั บ ไ ม ่ เ ป๋ น
ทางการ ส่วนภาษา
เ ข ี ย น ห ม า ย ถึ ง
ภาษาระดับแผนการ
ห ร ื อ ภ า ษ า ท ี ่ เ ป็ น
ทางการ
๒. ชนิดของคำ
ประกอบด้วย เสียง
และความหมาย เสียง
อาจเป็นเสียงพูดที่มใี น
ภาษา หรืออาจเป็น
เสียงแทนตัวหนังสือ
คำในภาษามีหลาย
ช น ิ ด น ั ก ภ า ษ า ไ ด้
กำหนดชื่อเรียกคำแต่
ละชนิดไว้ โดย
พิจารณาจาก
ความหมาย วิธีการใช้

35

บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตัวช้ีวดั สมรรถนสำคัญของ
ท๓.๑ ผู้เรียน
และความสัมพันธ์ที่มี ท๓.๑ ท๑.๓ ม.๑/๓ ระบุ
ตอ่ คำอื่น เหตแุ ละผล และ ความสามารถในการคิด
กิจกรรมการเรียนรู้ ท๓.๑ ข้อเท็จจริงกบั ความสามารถในการคิด
คดิ ตรอง ลองทำดู ท๒.๑ ขอ้ คิดเหน็ จากเรื่อง
๑.อภิปรายแสดงความ ท่อี า่ น ความสามารถในการคดิ
ค ิ ด เ ห ็ น เ พ ิ ่ ม เ ต ิ ม ถึ ง ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง แสดงความคดิ เห็น ความสามารถในการ
เพือ่ นกัน อย่างสร้างสรรค์ สอื่ สาร
เกีย่ วกบั เรื่องที่ฟัง
๒. คำว่าเพื่อน" ใน และดู
เรื่องนี้ มีความหมาย
ว่าอย่างไร นักเรียนมี ท๓.๑ ม.๑/๑ พดู
"เพื่อนนอกเหนือจาก สรปุ ใจความสำคัญ
เพื่อนนักเรียนและ ของเรื่องท่ีฟังและดู
เพื่อนเล่นบ้างหรือไม่
นำเรื่องของ"เพื่อน" ท๒.๕ ม.๑/๕ เขยี น
เหล่านั้น มาเล่าสู่กัน ย่อความจากเรื่องท่ี
ฟงั อา่ น
๓. แบ่งกลุ่มอภิปราย
แนวทางการปฏิบัติตน
เพอ่ื สร้างความสัมพันธ์
ทด่ี ีกับญาตผิ ใู้ หญ่ หรือ
จดั บทบาทสมมตุ ิแสดง
ความสัมพันธ์ที่ดีตาม
ความเหมาะสม
๔. เขียนย่อเรื่องให้
เป็นสำนวนภาษา
บรรยาย และใช้ภาษา
เขยี นแทนภาษาพูด

36

บทที่ สาระการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด สมรรถนสำคัญของ
ท๔.๑ ท๒.๕ ม.๑/๕ เขยี น ผ้เู รียน
๕. ชว่ ยกนั หาคำนามท่ี ยอ่ ความจากเรื่องท่ี
สามารถใช้อย่างคำ ท๔.๑ อ่าน ความสามารถในการ
บุรษุ สรรพนามได้ และ สื่อสาร
พิจารณาว่าคำ ท๔.๒ ม.๑/๒ สรา้ ง
เหล่านั้น สามารถใช้ คำในภาษาไทย ความสามารถในการ
คำว่า คุณ นำหน้าได้ สือ่ สาร
หรอื ไม่
๖. แบ่งกลุ่มรวบรวม
คำชนิดตา่ งๆ เชน่
คำนาม ดำสรรพนาม
ดำกริยาโดยดนั คว้า
จากพจนานุกรม
จำนวนชนดิ ละไมน่ ้อย
กวา่ ๑๐ คำและให้
แลกเปลี่ยนความร้กู ัน
ภาษา

บทที่ ๔ เนือ้ หา

เนื้อหา แต่งให้งาม

ตามทีเ่ หมาะ

๑. การสรุปใจความ ท๑.๑ ท๑.๒ ม.๑/๒ ความสามารถในการ

สำคัญ คือข้อความ ใจความสำคัญจาก ส่อื สาร

ของเรอื่ ง จะตดั ออกไป เรื่องท่ีอา่ น

ไม่ได้ ถ้าตัดออกไปจะ

ทำให้เนื้อหา

เปลี่ยนแปลงไปหรอื ได้

ความไม่ครบถ้วน การ

อ่านเพื่อสรุปใจความ

สำคัญ ผู้อ่านจะต้องมี

37

บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนสำคญั ของ
ผู้เรยี น
สมาธิในการอ่าน อ่าน ท๔.๑ ท๔.๒ ม.๑/๒ สร้าง
อย่างรอบคอบ และ ท๒.๑ คำในภาษาไทย ความสามารถในการ
ผู้อ่านจะต้องเข้าใจใน สอ่ื สาร
เรื่องที่อ่าน ต้องอ่าน ท๒.๒ ม.๑/๒ เขียน
หลาย ๆ เที่ยว แล้วตั้ง สอื่ สารโดยใช้
คำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ ถอ้ ยคำถูกตอ้ ง
อ่านว่า ใคร ทำอะไร ชัดเจนเหมาะสม
ที่ไหน เมื่อใด อย่างไร และสละสลวย
แล้วตอบคำถาม
เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน
เพียงสั้น ๆ แต่ให้ได้
ใจความสำคัญชัดเจน
จากนั้นมาเรียบเรียง
ให้เป็นประโยค
ขอ้ ความสั้น ๆ
๒.คำประสม คำที่ใช้
ในภาษามีทั้งคำที่เป็น
คำมูลคำเดียว และคำ
ที่ประกอบด้วยคำมูล
มากกว่า ๑ คำ
กิจกรรมการเรยี นรู้
คดิ ตรอง ลองทำดู
๑. แบ่งกลุ่มช่วยกันตั้ง
คำถามและตอบ
คำถามจากเรื่องที่อ่าน
ให้แต่ละกลุ่มผลัดกัน
ตอบผลัดกันถาม แล้ว
เขียนคำถามและดำ
ตอบลงสมดุ

38

บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั สมรรถนสำคญั ของ
ท๑.๑ ผ้เู รยี น
๒. สรุปใจความสำคัญ ท๓.๑ ท๑.๒ ม.๑/๒
เรือ่ ง แต่งให้งามตามที่ ท๑.๑ ใจความสำคญั จาก ความสามารถในการ
เหมาะ เฉพาะตอนที่ เรือ่ งที่อ่าน สอ่ื สาร
เป็นบทความ ท๔.๑ ความสามารถในการ
๓. ฝึกสรุปใจความ ท๓.๑ ม.๑/๑ พูด สื่อสาร
สำคญั จากบทความ สรปุ ใจความสำคญั
สารคดี ฯลฯ ในสือ่ ของเร่ืองท่ีฟงั และดู ความสามารถในการคิด
สง่ิ พิมพ์ตา่ งๆพรอ้ ม
บอกท่ีมาของเรื่องท่ี ท๑.๔ ม.๑/๔ ระบุ ความสามารถในการ
นำมาสรุปนน้ั และอธบิ ายคำ ส่อื สาร
๔. เปรียบเทียบ เปรียบเทียบและคำ
ความหมายของดำ ทม่ี ีหลาย
หรอื ขอ้ ความท่ีจัดไว้ ความหมายใน
เปน็ คู่ ๆ ต่อไปนี้แลว้ บริบทตา่ งๆ จาก
เขยี นขอ้ สงั เกตว่า แต่ การอา่ น
ละคูม่ ีความหมาย
เหมอื นกันหรือต่างกนั ท๔.๒ ม.๑/๒ สร้าง
อยา่ งไร สามารถใช้ คำในภาษาไทย
แทนกนั ได้หรือไม่
๕. ยกตัวอยา่ งคำ
ประสมที่ประกอบดว้ ย
คำมูล ๒ คำ และดำ
ประสมที่ประกอบดว้ ย
คำมลู ๓ คำ มา
ประเภทละ ๑๐ คำ
ภาษาไทยชว่ ยใหค้ น
ไทยรกั และเข้าใจกัน
ไดอ้ ยา่ งดี
คิดเพ่ิม เสรมิ ทักษะ

39

บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตวั ชีว้ ัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๓.๑ ผ้เู รียน
๑.แบ่งกล่มุ อภิปราย ท๓.๑ ท๓.๑ ม.๑/๑ พดู
แสดงความคิดเหน็ ใน สรุปใจความสำคญั ความสามารถในการคดิ
หัวข้อ "วยั รนุ่ กบั การ ท๓.๑ ของเร่ืองที่ฟังและดู
แต่งกายตามแฟชั่น" ความสามารถในการ
๒. แบง่ กลมุ่ อภปิ ราย ท๓.๑ ม.๑/๑ พูด สอ่ื สาร
ใหข้ ้อเสนอแนะ สรปุ ใจความสำคัญ
เกี่ยวกบั เร่ือง"การแต่ง ของเร่ืองท่ีฟังและดู ความสามารถในการ
กายทเ่ี หมาะสมในวัย สอ่ื สาร
เรียน" ท๓.๑ ม.๑/๑ พูด
๓. แบ่งกลมุ่ อภิปราย สรุปใจความสำคญั
แสดงความคิดเหน็ ใน ของเร่ืองที่ฟังและดู
หวั ขอ้ "เส้นแบ่ง
พรมแดนระหวา่ งสทิ ธิ
เสรีภาพสว่ นตนในการ
แต่งกายกบั วฒั นธรรม
ทด่ี ีงามในสงั คม"

บทท่ี ๕ เนอื้ หา

เนือ้ หา

รอให้น้ำลายไหล

เสยี ก่อน

๑ . ก า ร ใ ช ้ ภ า ษ า ท๓.๑ ท๓.๑ ม.๑/๑ พดู ความสามารถในการ

วรรณศิลป์ ใน สรปุ ใจความสำคญั ส่อื สาร

ภ า ษ า ไ ท ย ม ี ก า ร ใ ช้ ของเร่ืองที่ฟงั และดู

ภาษาวรรณศิลป์ ด้วย

การเลือกสรรถ้อยคำที่

ไ พ เ ร า ะ เ ล ื อ ก ใ ช้

คำศัพท์ ซึ่งแตกต่าง

จ า ก ภ า ษ า ป ก ติ

40

บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวชีว้ ัด สมรรถนสำคัญของ
ผู้เรียน
คำศัพท์นั้นอาจเป็นคำ
ทีม่ าจากภาษาอ่ืน เช่น
ภาษาบาลี ภาษาสัน
สฤต ภาษาเขมร หรือ
เปน็ ถอ้ ยคำท่ีกล่าวเป็น
สำนวนเปรียบเทียบ
ดงั เชน่ ชอื่ เร่อื งและเน้ือ
เรื่องที่ยกมาให้อ่าน
ข้างต้นนี้ ผู้แต่งใช้
ภาษาวรรณศิลป์ใน
ประโยคบางประโยค
ทำให้เรอ่ื งน่าอา่ น

๒. คำซ้อน คำซ้อน ท๔.๑ ท๔.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการคิด
บ า ง ค ำ อ า จ มี วิเคราะห์ชนิดและ
ความหมายเฉพาะ หน้าทีข่ องคำใน
แตกตา่ งไปจากเดิม คำ ประโยค
ซ ้ อ น เ ห ล ่ า น ี ้ มี
ค ว า ม ห ม า ย ไ ม่ ท๑.๑ ท๑.๓ ม.๑/๓ ระบุ ความสามารถในการคิด
เหมอื นกบั คำท่นี ำมา เหตแุ ละผล และ
กิจกรรมการเรยี นรู้ ขอ้ เท็จจริงกับ
คดิ ตรอง ลองทำดู ข้อคิดเห็นจากเรื่อง
๑. นอกจากข้อคิดที่ได้ ท่ีอา่ น
อธิบายไว้แล้ว เรื่องท่ี
อ่านทำให้นักเรียนได้
ข้อคิดอะไรอีกบา้ ง

41

บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั สมรรถนสำคัญของ
ท๓.๑ ผู้เรยี น
๒. หาสำนวนอื่นๆ ที่มี ท๔.๑ ท๔.๖ ม.๑/๖
ความหมายคล้ายกับ จำแนกและใช้ ความสามารถในการคดิ
ชือ่ เรือ่ ง ท๓.๑ สำนวนท่ีเป็นคำ
ท๔.๑ พังเพย และสุภาษิต ความสามารถในการคิด
๓.แบ่งกลุ่มค้นหา ท๔.๒ ม.๑/๒ สรา้ ง
คำศพั ท์จากตัวอักษรที่ ท๑.๑ คำในภาษาไทย ความสามารถในการ
กำหนดให้ในตาราง ส่ือสาร
ข้างล่างนี้ และบอกว่า ท๓.๑ ม.๑/๑ พูด ความสามารถในการคดิ
เป็นคำซ้อนประเภทใด สรปุ ใจความสำคัญ
๔. รวบรวมคำที่มี ของเร่ืองท่ีฟังและดู ความสามารถในการ
ลักษณะต่อไปนี้ แล้ว สื่อสาร
นำมาพิจารณา ท๔.๓ ม.๑/๓
ความหมายและการใช้ วิเคราะหช์ นดิ และ
๕. เปรียบเทียบ หนา้ ที่ของคำใน
ความหมายของคำท่ี ประโยค
จัดเป็นคู่ต่อไปนี้แล้ว
แต่งประโยคที่แสดงให้ ท๑.๖ ม.๑/๖ ระบุ
เห็นความแตกต่างของ ข้อสังเกต และ
คำ ความสมเหตสุ มผล
๖. เล่าประสบการณ์ ของงานเขยี น
และความร้สู ึกของ ประเภทชักจงู โนม้
ตนเองท่ีตัดสินใจซอื้ น้าวใจ
หรอื ไม่ซอื้ ส่งิ ใดสิ่งหน่งึ
ทมี่ ใิ ช่ของจำเปน็ ต่อ
การดำรงชวี ิตหรือต่อ
การเรยี น ชว่ ยกัน
อภปิ รายว่าการ
ตดั สนิ ใจน้ันถูกต้อง
เหมาะสมหรือไม่

42

บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๑.๑ ผูเ้ รียน
๗. ช่วยกันเสนอ ท๑.๖ ม.๑/๖ ระบุ
รายการสิง่ ของ ท๒.๑ ข้อสงั เกต และ ความสารถในการแก้ไข
ฟุม่ เฟือยท่ีนักเรียนมัก ท๒.๑ ความสมเหตุสมผล ปัญหา
ซื้อกนั แล้วเสนอวิธหี ัก ของงานเขียน
หา้ มใจ ทีจ่ ะไม่ซื้อสงิ่ ท๓.๑ ประเภทชกั จูงโนม้ ความสามารถในการ
ฟมุ่ เฟือยน้นั น้าวใจ สื่อสาร
๘. เขยี นบรรยาย ท๔.๑ ท๒.๓ ม.๑/๓
ความรสู้ ึกเมื่อ "อยาก เขยี นบรรยาย ความสามารถในการ
ไดส้ งิ่ ใดสิง่ หน่งึ อย่าง ประสบการณ์โดย ส่ือสาร
มาก" ระบุสาระสำคัญ
และรายละเอียด ความสารถในการใช้
๙. แตง่ คำขวัญเชิญ สนับสนุน ทักษะชีวิต
ชวนใหป้ ระหยัด ท๒.๖ ม.๑/๖ เขยี น
ระมดั ระวงั การใช้ แสดงความคิดเหน็ ความสามารถในการคิด
จา่ ยเงิน เกย่ี วกับสาระจาก
๑๐. แบง่ กลมุ่ คิดหาวิธี ส่ือที่ไดร้ ับ
ประหยดั นำ้ ไฟฟ้า ท๒.๖ ม.๑/๖ เขียน
นำ้ มัน และ แสดงความคดิ เหน็
ทรพั ยากรธรรมชาติ เก่ียวกบั สาระจาก
อ่ืน ๆ สื่อที่ไดร้ ับ
บทท่ี ๖ เน้ือหา
เนอื้ หา ท๔.๓ ม.๑/๓
เก็บมาเล่า เอามาคยุ วเิ คราะหช์ นิดและ
๑. คำพ้อง คำพ้องคือ หน้าที่ของคำใน
คำที่มีลักษณะอย่าง ประโยค
เดียวกันในภาษาไทย
มีคำพ้องเสียงคือ การ
ออกเสีนงเหมือนกัน

43

บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวชว้ี ดั สมรรถนสำคญั ของ
ท๒.๑ ผูเ้ รียน
ค ื อ ค ำ พ ้ อ ง ร ู ป คื อ ท๒.๓ ม.๑/๓
เ ข ี ย น เ ห ม ื อ น กั น ท๓.๑ เขียนบรรยาย ความสามารถในการ
คำพ้องรปู – พอ้ งเสียง ประสบการณโ์ ดย สือ่ สาร
คือเขียนและออกเสียง ท๔.๑ ระบุสาระสำคัญ
เหมอื นกัน และคำพอ้ ง และรายละเอยี ด ความสามารถในการ
ค ว า ม ค ื อ ค ำ ท ี ่ มี สนับสนนุ ส่อื สาร
ความหมายเหมือนกัน ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู
กจิ กรรมการเรียนรู้ แสดงความคดิ เหน็ ความสามารถในการ
คดิ ตรอง ลองทำดู อยา่ งสรา้ งสรรค์ สื่อสาร
๑. ช่วยกนั สรปุ เกยี่ วกบั เรอ่ื งท่ฟี ัง
ประโยชน์ทบ่ี ัวขวญั และดู
ได้รับจากการไปเท่ยี ว
งานกาชาดของจงั หวัด ท๒.๒ ม.๑/๒ เขียน
ส่อื สารโดยใช้
๒. นำประสบการณ์ท่ี
นักเรียนได้ไปเทีย่ วงาน
ตา่ ง ๆ มาเลา่
แลกเปลย่ี นกนั ฟังเชน่
งานวัด งานวันเดก็
งานกาชาด งานเกษตร
งานประจำปีท่ีจังหวัด
หรอื อำเภอจดั ขนึ้ งาน
ท่หี น่วยงานราชการ
องค์กรเอกชนสถาบัน
สถานศกึ ษาตา่ ง ๆ จดั
ขึ้น
๓.ใช้พจนานุกรมหา
คำ หรอื พยางค์ ท่ีพอ้ ง

44

บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวัด สมรรถนสำคัญของ
ท๔.๑ ผูเ้ รยี น
เสียงกับเสียงของคำ ถ้อยคำถูกต้อง
ต่อไปนี้ให้ได้มากที่สุด ท๒.๑ ชดั เจนเหมาะสม ความสามารถในการ
แลว้ นำไปแต่งประโยค ท๒.๑ และสละสลวย สื่อสาร
คดิ เพ่มิ เสรมิ ทกั ษะ
๑. ฝึกสงั เกต ท๔.๒ ม.๑/๒ สรา้ ง ความสามารถในการ
คำพ้องรปู และคำพอ้ ง คำในภาษาไทย สื่อสาร
เสียงจากส่ือโฆษณา
หรอื ส่ือมวลชน หา ท๒.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการ
ความหมายและ เขยี นบรรยาย ส่ือสาร
รวบรวมไวใ้ นสมุด ประสบการณโ์ ดย
บันทกึ ระบุสาระสำคัญ
๒. นำคำพ้องรปู คำ และรายละเอยี ด
พ้องเสยี งหรือข้อความ สนับสนนุ
ท่ีมกั พบเห็นหรือใช้
บอ่ ย ๆ มาแต่งเป็น ท๒.๓ ม.๑/๓
กลอนสกั วาเพื่อฝึก เขยี นบรรยาย
อ่านเป็นทำนอง หรอื ประสบการณโ์ ดย
ร้องเล่น จำนวนไม่ ระบสุ าระสำคัญ
น้อยกวา่ ๒ บท และรายละเอียด
๓. แบง่ กล่มุ แขง่ ขัน สนับสนนุ
การใช้คำพอ้ งรปู และ
คำพ้องเสียงใน
กจิ กรรมการเรียนรู้
ภาษาไทย หรือ
กจิ กรรมชมรม
ภาษาไทย

บทท่ี ๗ เน้อื หา

45

บทที่ สาระการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั สมรรถนสำคญั ของ
ผู้เรียน
เนอ้ื หา
เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้อง
หลว่ิ ตาตาม

๑. เรยี นร้เู ร่ืองสำนาน ท๔.๑ ท๔.๖ ม.๑/๖ ความสามารถในการคิด

จำแนกและใช้

สำนวนที่เป็นคำ

พงั เพย และสุภาษติ

๒. สุภาษิต สุภาษิต ท๔.๑ ท๔.๖ ม.๑/๖ ความสามารถในการคดิ

หมายถงึ ถ้อยคำที่เป็น จำแนกและใช้

ค ต ิ ส อ น ใ จ มี สำนวนท่ีเป็นคำ

จุดมุ่งหมายสอนให้ละ พังเพย และสุภาษิต

เว้นหรือให้ปฏิบัติ มัก

มีคำว่า อย่า ให้ อยู่ใน

ถ้อยคำนัน้ ด้วย เนื้อหา

อาจเป็นการสอนตรง

ๆ หรือสอนด้วย

ความหมายแฝงให้ขบ

คดิ

๓ . ค ำ พ ั ง เ พ ย ค ำ ท๔.๑ ท๔.๖ ม.๑/๖ ความสามารถในการคดิ

พังเพยเป็นสำนวน จำแนกและใช้

หรือข้อคิด คำพังเพย สำนวนทีเ่ ป็นคำ

กล่าวถึงพฤติกรรม พังเพย และสุภาษิต

ก า ร ก ร ะ ท ำ ห รื อ

ปรากฏการณ์ต่าง ๆ

ซึ่งอาจนำมาจาก

ตำนาน นิทาน

วรรณคดี เหตุการณ์

หรือสิ่งที่สังเกตได้จาก

46

บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๔.๑ ผู้เรยี น
ธรรมชาติรอบตัว แล้ว ท๔.๖ ม.๑/๖
นำมาใช้ในความหมาย ท๑.๑ จำแนกและใช้ ความสามารถในการคิด
ที่เป็นนามธรรมหรือ สำนวนที่เปน็ คำ
ข้อสรุปของลักษณะที่ พังเพย และสภุ าษติ ความสามารถในการ
เ ป ็ น น า ม ธ ร ร ม เ ป็ น สือ่ สาร
ข้อสรุปการกระทำ ท๑.๒ ม.๑/๒
หรือพฤติกรรม ใจความสำคัญจาก
โดยท่วั ไป เร่อื งท่ีอ่าน
๔. คุณค่าทางภาษา
ของสำนวนไทย
สำนวนไทยเป็นมรดก
แห่งภูมิปัญญาทาง
ภ า ษ า ข อ ง ไ ท ย ท่ี
สะท้อนความเป็นมา
ของชาติ วัฒนธรรม
ประเพณี ศาสนา การ
ดำเนินชีวิตที่เป็นจริง
ข อ ง ค น ไ ท ย ม า แ ต่
โบราณ สำนวนไทยใช้
ภาษาที่งดงาม ไพเราะ
กะทดั รัด มคี วามหมาย
ท่ีลึกซึ้งกนิ ใจ สมควรที่
จะช่วยกันรักษาไว้เปน็
สมบตั ิของชาติสืบไป
กิจกรรมการเรียนรู้
คิดตรอง ลองทำดู
๑. เรื่อง เข้าเมืองตา
หลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม
ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แล้ว

47

บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ดั สมรรถนสำคัญของ
ผเู้ รยี น
พิจารการพัฒนา ท๑.๑ ท๑.๒ ม.๑/๒
ตนเองหรือไม่ อย่างไร ใจความสำคัญจาก ความสามารถในการ
ในประเดน็ ต่อไปน้ี เรือ่ งที่อา่ น สอ่ื สาร
๑) ระยะเวลาในการ
อ่าน ท๑.๑ ท๑.๒ ม.๑/๒ ความสามารถในการ
ใจความสำคญั จาก สอื่ สาร
๒) การจบั ใจความ เร่ืองที่อา่ น
สำคัญของเน้อื เรื่อง ความสามารถในการ
ท๑.๑ ท๑.๒ ม.๑/๒ สือ่ สาร
๓) ขอ้ คิดท่ไี ด้จากการ ใจความสำคญั จาก
อา่ น เรอื่ งที่อา่ น

๒. อ่านคำประพนั ธ์ ท๔.๑ ท๔.๖ ม.๑/๖ ความสามารถในการคิด
ต่อไปน้ี แล้วบอกว่ามี ท๔.๑ จำแนกและใช้
ใจความใกลเ้ คยี งกับ สำนวนท่ีเปน็ คำ
สำนวนใดมนษุ ย์ พงั เพย และสุภาษติ
๓. จบั คูก่ นั แลว้ ตา่ ง ท๔.๖ ม.๑/๖ ความสามารถในการคดิ
พิจารณาคุณลกั ษณะที่ จำแนกและใช้
ดขี องเพ่ือนวา่ สอดล้อง สำนวนทีเ่ ป็นคำ
กบั สำนวนใด พงั เพย และสภุ าษติ
เขียนสำนวนนั้นลงใน
กระดาษทค่ี รจู ดั เตรียม ท๔.๑ ท๔.๖ ม.๑/๖ ความสามารถในการคดิ
ไว้ให้ และมอบให้ จำแนกและใช้
เ พื่ อ น ผ ู ้ น ั ้ น ห า
ความหมาย
คดิ เพม่ิ เสริมทกั ษะ
๑. แบ่งกลุ่มรวบรวม
สำนวนไทยพร้อม

48

บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ดั สมรรถนสำคญั ของ
ท๓.๑ สำนวนที่เป็นคำ ผ้เู รียน
ความหมายให้ได้มาก พังเพย และสภุ าษิต
ที่สุด หาสำนวนตาม ท๔.๑ ความสามารถในการคิด
ลักษณะที่กำหนด ท๔.๑ ท๓.๓ ม.๑/๓ พูด
ต ่ อ ไ ป น ี ้ แ ล ะ ส รุ ป แสดงความคิดเห็น ความสามารถในการ
แ ล ก เ ป ล ี ่ ย น ก ั น กั บ อย่างสรา้ งสรรค์ สอื่ สาร
เพื่อน หลังจากนั้นให้ เกี่ยวกับเรื่องท่ีฟัง ความสามารถในการคิด
สรุปเป็นบันทึกความรู้ และดู
ส่งครู
๒. จัดกจิ กรรมโต้วาที ท๔.๑ ม.๑/๑
หรืออภิปรายเพอื่ อธบิ ายลักษณะของ
สง่ เสริมความสามารถ เสียงในภาษาไทย
ดา้ นการพูดและทกั ษะ ท๔.๓ ม.๑/๓
การใชภ้ าษาไทย โดย วเิ คราะห์ชนิดและ
นำสำนวนทยมาเป็น
ประเดน็ ในการโตว้ าที
หรอื อภปิ ราย อาจ
จัดเปน็ กจิ กรรมใน
ห้องเรียนหรอื กจิ กรรม
พฒั นาผ้เู รียนของ
โรงเรียน
บทที่ ๘ เนอ้ื หา
เนื้อหา เสียงเพลงกับ
เสียงกรีด๊
๑. ขอ้ คิดจากเรือ่ ง

๒. คำอุทาน
คำอุทาน

49

บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๓.๑ หน้าท่ีของคำใน ผู้เรยี น
คือ คำที่เปล่งออกมา ท๒.๑ ประโยค
เพื่อแสดงอารม ณ์ ความสารถในการใช้
แสดงความรูส้ กึ ตกใจ ท๓.๖ มีมารยาทใน ทกั ษะชีวิต
ดใี จ การฟงั การดู และ
แ ส ด ง ค ว า ม ร ู ้ สึ ก การพูด ความสามารถในการ
เจ็บปวด ทุกข์ทน หรือ ส่อื สาร
เพื่อแสดงเจตนาอย่าง ท๒.๓ ม.๑/๓
ใดอยา่ งหนึง่ เขยี นบรรยาย
คำอุทาน เป็นคำกล่าว ประสบการณ์โดย
ขึ้นต้นประโยด มักมี ระบุสาระสำคัญ
เครื่องหมายอัศเจรีย์
กำกับหลงั คำอทุ าน
ตัวอยา่ งคำอุทานแสดง
ความร้สู ึก
๓. มารยาทในการชม
การแสดงการเป็นผู้มี
มารยาทดี รู้จกั ควบคุม
อารมณ์และนึกถึงผู้อ่ืน
ทชี่ มการแสดง
อยู่ด้วยเป็นสิ่งที่ควร
คำนึงถึงในการชมการ
แสดงทุกประเภท
มารยาทในการชมการ
แสดงมขี อ้ ควรปฏิบัติท่ี
ดี
๔. การเขยี นบรรยาย
การเขียนบรรยาย เป็น
การเขียนเพื่อเ ล่ า

50

บทที่ สาระการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด สมรรถนสำคญั ของ
ผ้เู รียน

เหตุการณ์ใด และรายละเอยี ด
เหตุการณห์ นึ่งท่ี สนับสนุน
เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้อ่าน
เห็นภาพเหตุการณ์น้ัน
ทั้งหมด ทั้งในด้าน
สถานท่ี บรรยากาศ
บุคคลที่ร่วมใน
เหตุการณ์และ
ก ิ จ ก ร ร ม ท ี ่ เ ก ิ ด ข้ึ น
ผู้เขียนควรกล่าวถึง
เหตุการณ์
ให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้อ่าน
สามารถติดตามวาด
ภาพในใจได้ถูกต้อง
ผู้เขียนควรอา่ น
ทบทวนข้อเขียนของ
ตน เพื่อให้แน่ใจว่า
ภาพที่เขียนบรรยาย
นน้ั กระจ่างชัดเจน
ไม่ทิ้งปัญหาให้ผู้อ่าน
สงสยั
การเขียนบรรยายภาพ
เหตุการณ์อาจแทรก
บ ท ส น ท น า ข อ ง ตั ว
ละคร ซึง่
ทำให้ผู้อ่านเข้าใจ
ล ั ก ษ ณ ะ อ า ร ม ณ์
ความคิดของตัวละคร
และเขา้ ใจเร่อื งท้งั หมด


Click to View FlipBook Version