51
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตวั ชี้วดั สมรรถนสำคญั ของ
ผู้เรยี น
ได้ดี รวมทั้งอาจใช้ ท๓.๑ ท๓.๕ ม.๑/๕ พดู
สำนวนเปรียบเทียบ รายงานเร่อื งหรือ ความสามารถในการ
คำคม หรือสุภาษิต ซ่ึง ประเดน็ ท่ีศกึ ษา สอื่ สาร
มีความหมาย ค้นคว้าจากการฟัง
เข้าใจกันดีโดยทั่วไป การดู และการ
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ สนทนา
หรือเห็นภาพ
เหตุการณ์ที่บรรยาย
ชดั เจนขึ้น
๕.การใช้ความเปรียบ
การใช้ความเปรียบ
เป็นกลวิธีการใช้ภาษา
ที่ทำให้ผู้ฟังหรือผู้อ่าน
เห็นภาพ
ที่บรรยายได้อย่าง
ชัดเจน เข้าใจอารมณ์
และดวามรู้สึกของผู้
พูดหรือผูเ้ ขียนได้
แจ่มแจ้ง ภาษาแต่ละ
ภาษามีความเปรียบที่
แตกต่างกัน ความ
เปรียบท่แี ตกต่างกนั นี้
สะท้อนวัฒนธรรม
โ ล ก ท ร ร ศ น์ แ ล ะ
สิ่งแวดล้อมรอบตัว
ของเจ้าของภาษาท่ี
แดกตา่ งกัน
เช่น ในภาษาอังกฤษ
เปรียบบุคคลที่มีนิสัย
52
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตัวช้ีวดั สมรรถนสำคญั ของ
ผูเ้ รยี น
ดื้อดึงว่า ดื้อเหมือนลา ท๒.๑ ท๒.๓ ม.๑/๓
แต่ภาษาไทย ท๔.๑ เขยี นบรรยาย ความสามารถในการ
ใช้ว่า ดื้อเหมือนวัว ประสบการณ์โดย สื่อสาร
เหมือนควาย ที่เป็น ระบุสาระสำคัญ ความสามารถในการคิด
เช ่นนี้เพราะผู้พูด และรายละเอยี ด
ภาษาองั กฤษกบั ผูพ้ ดู สนับสนนุ
ภาษาไทยมีทรรศนะ ๖ ม.๑/๖ จำแนก
เกี่ยวกับสัตว์ที่มีนิสัย และใช้สำนวนทเี่ ปน็
ดื้อแตกต่างกัน ผู้พูด คำพงั เพย และ
ภาษาอังกฤษเห็นวา่ สภุ าษิต
ลาเป็นสัตว์ที่ควบคุม
ได้ยาก ในขณะที่ผู้พูด
ภาษาไทยเหน็ วา่ สตั ว์
ที่มลี ักษณะ
เช่นนั้น คือวัวหรือ
ควาย
กิจกรรมการเรยี นรู้
คดิ ตรอง ลองทำดู
๑. ฝึกเขยี นเลา่ เร่อื ง
การเขา้ ชมมหรสพ
เชน่ การชมคอนเสริ ต์
ชมการแสดงละคร
การละเลน่ พ้ืนเมือง
ตา่ ง ๆ
๒. นำสำนวน
เปรียบเทยี บต่อไปนี้
เป็นเรอ่ื งราวส้นั ๆ ๑
เรอ่ื ง ความยาวไม่นอ้ ย
กวา่ ๑๐ บรรทดั
53
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั สมรรถนสำคัญของ
ท๓.๑ ผู้เรียน
๓. แบ่งกล่มุ แสดง ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู
ความคิดเหน็ ในเร่ือง ท๓.๑ แสดงความคิดเห็น ความสามารถในการคิด
ต่อไปนี้ อย่างสร้างสรรค์
ท๒.๑ เก่ียวกับเรือ่ งทีฟ่ ัง ความสามารถในการ
คิดตรอง ลองทำดู ท๔.๑ และดู สอ่ื สาร
๑. จดั กิจกรรมเข้าชม
การแสดงโขน ละดร ท๒.๑ ท๓.๒ ม.๑/๒ เล่า ความสามารถในการ
หนุ่ เปน็ ตัน แล้ว ท๔.๑ เร่อื งยอ่ จากเรื่องที่ สอื่ สาร
อภิปรายแสดงความ ฟังและดู
คิดเห็น วิเคราะห์ ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู ความสามารถในการคดิ
คุณคา่ ของเร่อื งทเ่ี ข้า แสดงความคิดเห็น ความสามารถในการคิด
ชม อย่างสร้างสรรค์
เกี่ยวกบั เรื่องทีฟ่ ัง
๒. ชว่ ยกนั คิดคำ และดู
เปรยี บเทียบด้วย ท๒.๕ ม.๑/๕ เขียน
สำนวนของตนเอง ยอ่ ความจากเรอื่ งที่
แล้วนำมาใชใ้ นงาน อ่าน
เขยี นใหเ้ หมาะสม ท๔.๖ ม.๑/๖
จำแนกและใช้
๓. รวบรวมคำ สำนวนท่เี ป็นคำ
เปรียบเทียบจากส่ือ พงั เพย และสภุ าษติ
ตา่ ง ๆ ท๒.๕ ม.๑/๕ เขยี น
๔. หาประโยคที่มีคำ ย่อความจากเร่อื งที่
อุทาน แล้วชว่ ยกนั อ่าน
วิเคราะห์ว่าคำอุทาน ท๔.๓ ม.๑/๓
น้นั แสดงอารมณ์ วเิ คราะหช์ นิดและ
หนา้ ทขี่ องคำใน
ประโยค
54
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั สมรรถนสำคัญของ
ผูเ้ รยี น
ความร้สู ึกหรือเจตนา
ใด
บทที่ ๙ เน้อื หา ท๔.๑ ท๔.๒ ม.๑/๒ สร้าง ความสามารถในการ
เนื้อหา ท๔.๑ คำในภาษาไทย สอื่ สาร
เที่ยวทา่ เรอื ท๔.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการคิด
๑.ขอ้ คดิ จากเรอ่ื งเท่ียว วเิ คราะหช์ นดิ และ
ท่าเรอื หน้าทขี่ องคำใน
๒. คำวเิ ศษณ์ ประโยค
คำวิเศษณ์ คือ คำซ่ึง
ทำหน้าที่เป็นหน่วย ท๔.๑ ท๔.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการคิด
ขยายกริยา ในงาน วเิ คราะห์ชนิดและ
เขียนเชิง พรรณนา หน้าทขี่ องคำใน
อาจพบดำวิเศษณ์ได้ ประโยค
มาก โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งเมื่อผู้เขียนต้องการ
บรรยายหรือพรรณนา
ลักษณะเฉพาะอย่าง
ใดอย่างหนึ่งของกิริยา
เช่น พูดเนิบ ๆ ร้อง
งอแง เดินกันขวักไขว่
แล่นฉิว หอมกรุ่น ฯลฯ
๓. ประโยคคำเป็น
หน่วยทางภาษาที่มี
ค ว า ม ห ม า ย แ ล ะ ใ ช้
สื่อสารกนั ได้ แตถ่ ้าเรา
ต ้ อ ง ก า ร ส ื ่ อ ส า ร ใ ห้
เขา้ ใจเรอ่ื งราวต่างๆ
55
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนสำคญั ของ
ผู้เรยี น
คำหลายคำมาเรียง
ความสามารถในการ
ป ร ะ ก อ บ ก ั น เ ป็ น ส่ือสาร
ประโยค ประโยคจึง
เป็นหน่วยทางภาษาท่ี
ใช้ครอบคลุมเรื่อง
ท้ังหมดอย่างดี ต้องใช้
สื่อสารเรื่องราวต่างๆ
ได้สมบูรณ์ โดยมาก
ประโยคประกอบด้วย
คำมากกว่าหนึ่งคำ
ประโยคอาจมีคำเพียง
คำเดียวก็ได้ แต่คำ
เดียวที่ใช้เป็นประโยค
ต้องเปน็ คำกริยาเสมอ
ประโยคที่มีคำกริยา
เพียงคำเดียว ได้แก่
ประโยคแสดงความรู้
สึกหรือแสดงความ
ต้องการอาจแสดงว่าผู้
พดู ตอ้ งการอะไรหรือผู้
พูดต้องการให้ใครสัก
คนทำอะไรกไ็ ด้
กจิ กรรมการเรียนรู้
คิดตรอง ลองทำดู
๑. แปงกลมุ่ นกั เรยี น ท๒.๑ ท๒.๓ ม.๑/๓
กลุ่มละ ๔-๕ คน ให้ เขยี นบรรยาย
แตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันตั้ง ประสบการณ์โดย
ขอ้ สงั เกตและอภปิ ราย ระบสุ าระสำคัญ
วธิ ีการเขยี นทผี่ เู้ ขียน
56
บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวชว้ี ัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๒.๑ ผู้เรยี น
นำมาใช้ในเรือ่ ง เทย่ี ว ท๒.๑ และรายละเอยี ด
ทา่ เรือ ท๓.๑ สนบั สนุน ความสารถในการใช้
๒. บอกจดุ ประสงค์ ท๒.๓ ม.๑/๓ ทกั ษะชีวติ
ของผ้เู ขียนในเร่ืองท่ี ท๒.๑ เขียนบรรยาย
อา่ น ท๒.๑ ประสบการณโ์ ดย ความสามารถในการใช้
ระบสุ าระสำคัญ ทักษะชวี ติ
๓. รวบรวมอาชพี ของ และรายละเอยี ด ความสามารถในการคดิ
ผู้คนทป่ี รากฏในเรื่อง สนับสนนุ
ว่ามีอะไรบ้าง ท๒.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการ
๔. ยกตวั อยา่ งคำบอก เขียนบรรยาย สือ่ สาร
เวลา บอกลกั ษณะ ประสบการณ์
บอกขนาด บอก ท๓.๒ ม.๑/๒ เลา่ ความสามารถในการ
จำนวน บอกสีบอก เร่อื งยอ่ จากเร่ืองที่ ส่อื สาร
เสียง บอกกล่นิ อย่าง ฟังและดู
ละ ๒ คำ แล้วนำคำ
เหล่าน้ันมาแต่งประ ท๒.๖ ม.๑/๖ เขยี น
โยดใหไ้ ดใ้ จความ แสดงความคิดเห็น
ถูกต้องซัดเจน เกย่ี วกับสาระจาก
คิดเพมิ่ เสริมทักษะ สือ่ ที่ไดร้ บั
๑. เลือกหัวข้อต่อไปน้ี
เขียนบรรยายอารมณ์ ท๒.๒ ม.๑/๒ เขยี น
ความรู้สึกหรือภาพท่ี สื่อสารโดยใช้
ประทับใจความยาว
ประมาณ ๑๐-๑๕
บรรทัด
๒. รวบรวมข้อความ
หรอื บทประพนั ธ์ทีเ่ ปน็
57
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๒.๑ ถ้อยคำถกู ตอ้ ง ผเู้ รียน
งานเขียนเชิง ชัดเจนเหมาะสม
สรา้ งสรรค์ คือ มี ท๓.๑ และสละสลวย ความสารถในการใช้
ถ้อยคำท่ไี พเราะ ท๓.๑ ทักษะชีวติ
ศลิ ปะในการประพันธ์ ๒.๖ ม.๑/๖ เขียน
ให้แง่คิด ให้คติสอนใจ แสดงความคดิ เหน็ ความสามารถในการ
บอกที่มาของข้อความ เก่ยี วกับสาระจาก สอ่ื สาร
เหล่าน้ัน จดั ทำเป็น ส่ือทีไ่ ด้รับ ความสามารถในการ
รูปเลม่ ใหส้ วยงาม สื่อสาร
๓. ให้นักเรยี นเขียน ท๓.๑ ม.๑/๑ พดู
บรรยายอาชีพท่ี สรุปใจความสำคัญ
นักเรียนรู้จัก สนใจ ของเร่ืองท่ีฟังและดู
หรอื คิดจะประกอบ ท๓.๓ ม.๑/๓ พูด
อาชีพเม่ือเติบโตขน้ึ แสดงความคดิ เหน็
และบอกเหตผุ ลว่าเหตุ อยา่ งสร้างสรรค์
ใดจงึ เลอื กอาชีพน้ัน เก่ยี วกับเรือ่ งทีฟ่ ัง
อาจทำเป็นแผนผงั และดู
ความคดิ ก่อนกไ็ ด้
บทที่ ๑๐ เนอื้ หา
เน้ือหา
คิดต่างกัน แต่อยู่
ร่วมกนั ได้
๑. ข้อคิดจากเรื่อง
๒. การแสดงความ
คิดเห็น การแสดง
ค ว า ม ค ิ ด เ ห ็ น คื อ
อารมณ์ ความรู้สึก
ค ว า ม ค ิ ด แ ล ะ ข้ อ
58
บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตัวช้ีวดั สมรรถนสำคญั ของ
ท๓.๑ ผูเ้ รียน
สันนิษฐานที่ผู้พูดหรือ ท๓.๖ มีมารยาทใน
ผู้เขียนมีต่อสิ่งใดสิ่ง ท๓.๑ การฟงั การดู และ ความสารถในการใช้
หนงึ่ ท๓.๑ การพูด ทกั ษะชีวติ
๓. มารยาทในการ ท๓.๖ มมี ารยาทใน ความสารถในการใช้
แสดงข้อคดิ เหน็ ท๓.๑ การฟังการดู และ ทักษะชีวติ
การพดู ความสามารถในการ
๔. เจตนาในการ ท๓.๑ สอ่ื สาร
สื่อสาร เมื่อคนเราพูด ท๓.๕ ม.๑/๕ พดู
หรือเขียนล้วนต้อง รายงานเรื่องหรือ ความสามารถในการ
แสดงเจตนาหน่งึ เสมอ ประเดน็ ที่ศกึ ษา สื่อสาร
๕. การใช้ภาษาไทยใน คน้ คว้าจากการฟัง
การส่ือสาร การใช้ การดู และการ ความสามารถในการ
ภาษาไทยในการ สนทนา สอื่ สาร
สื่อสารในรูปแบบต่าง
ๆ ดังกล่าวใช้หลักการ ท๓.๓ ม.๑/๓ พูด
เ ช ่ น เ ด ี ย ว ก ั บ ก า ร ใ ช้ แสดงความคดิ เห็น
ภาษาไทยเพื่อการ อยา่ งสร้างสรรค์
ส่อื สารทวั่ ไป เก่ยี วกบั เรอ่ื งที่ฟัง
กิจกรรมการเรยี นรู้ และดู
๑. แบ่งกลุ่มนักเรียน
กลุ่มละ ๔-๕ คน ให้ ท๓.๔ ม.๑/๔
แต่ละกล่มุ อภปิ รายว่า ประเมนิ ความ
มโี ทรศัพท์มอื ถือใช้มี
ขอ้ ดแี ละข้อเสยี
อยา่ งไร หาข้อสรุป
ของกลุ่มมานำเสนอ
หนา้ ช้ันเรยี น
๒. จากเร่ือง คิด
ตา่ งกันแต่อยู่รว่ มกนั
59
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตัวชว้ี ัด สมรรถนสำคัญของ
ท๓.๑ ผ้เู รยี น
ได้ ให้นักเรยี น ท๒.๑ น่าเชือ่ ถอื ของสอ่ื ที่มี
พจิ ารณาว่าข้อความใด เนอื้ หาโนม้ นา้ วใจ
เป็นขอ้ เท็จจรงิ
ข้อความใดเป็นความ ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู ความสามารถในการคิด
คดิ เห็นล้วน ๆ และ แสดงความคิดเหน็
ขอ้ ความใดเปน็ ความ อยา่ งสร้างสรรค์
คิดเหน็ ทีป่ ระกอบด้วย เกย่ี วกบั เรอื่ งทฟี่ ัง
เหตุผล ยกตัวอย่างให้ และดู
มากทีส่ ุด
๓. ยกตวั อย่าง ท๒.๖ ม.๑/๖ เขียน ความสามารถในการคดิ
บทความแสดงความ แสดงความคดิ เห็น
คดิ เหน็ จากสือ่ สิ่งพมิ พ์ เกี่ยวกับสาระจาก
คนละ ๑ เรอ่ื งสรปุ ส่ือทีไ่ ด้รบั
สาระสำคญั ระบุส่วน
ทเี่ ป็นข้อคิดเหน็ และ
สว่ นทีเ่ ปน็ เหตผุ ลให้
ชัดเจน
๔. เขียนบทความ
แ ส ด ง ค ว า ม ค ิ ด เ ห็ น
เรื่องที่นักเรียนสนใจ
เพียง ๑ เรื่องความ
ยาวประมาณ ๑
บรรทัด เช่น เมืองไทย
วันนี้ อาชีพที่ข้าพเจ้า
ใฝ่ฝัน อนาคตของ
เยาวชนไทย ละครไทย
ในโทรทัศน์
คดิ เพมิ่ เสรมิ ทักษะ
60
บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนสำคัญของ
ท๓.๑ ผ้เู รยี น
๑. จัดกจิ กรรมโต้วาที ท๓.๑ ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู
หรอื การอภปิ ราย แสดงความคิดเห็น ความสามารถในการคดิ
ชว่ ยกันกำหนดญตั ติ ท๒.๑ อยา่ งสร้างสรรค์
หรือหัวข้อตามที่ เกย่ี วกบั เรือ่ งทฟี่ ัง ความสามารถในการคิด
นกั เรยี นสนใจ และดู
๒. จัดรายการสนทนา ท๓.๓ ม.๑/๓ พูด ความสามารถในการ
แสดงความคดิ เหน็ แสดงความคิดเหน็ สอื่ สาร
หรือสมั ภาษณ์บุคคล อย่างสรา้ งสรรค์
สำคญั ในประเด็นหรอื เก่ียวกบั เรือ่ งทฟ่ี ัง
หัวข้อต่างๆ ทน่ี ักเรยี น และดู
สนใจ
บทท่ี ๑๑ เนือ้ หา ท๒.๒ ม.๑/๒ เขียน
เน้อื หา สื่อสารโดยใช้
บ.ก.ทร่ี ัก ถ้อยคำถกู ต้อง
๑. การเขียนจดหมาย ชัดเจนเหมาะสม
(๑) เนื้อหาสาระ และสละสลวย
เนื้อหาสาระของ
จดหมายย่อมแตกต่าง
กันไปตามประเภท
ของจดหมายเนื้อหา
สาระของจดหมาย
ส่วนตัวมักเล่าความ
เป็นไปและไต่ถามทุกข์
สขุ เนือ้ หาอาจส้ันหรือ
ย า ว ส ุ ด แ ท ้ แ ต ่ ว่ า
ต ้ อ ง ก า ร จ ะ เ ล่ า
เรื่องราวมากน้อย
เพียงใด จดหมาย
ส่วนตัวยาว ๆ อาจมี
61
บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวชี้วดั สมรรถนสำคญั ของ
ท๒.๑ ผู้เรยี น
หลายย่อหน้า แต่ละ
ย่อหน้าจะเล่าเรื่องราว ท๒.๗ ม.๑/๗ เขียน ความสามารถในการ
แยกเป็นประเด็น ๆ จดหมายสว่ นตัว ส่ือสาร
ชัดเจน ส่วนเนื้อหา และจดหมายกจิ ธรุ ะ
สาระของจดหมายกิจ
ธุระต้องแสดง
วตั ถุประสงค์ที่แน่นอน
ว ่ า เ ข ี ย น ข ึ ้ น เ พ่ื อ
ต้องการอะไร
จดหมายกิจธุระ
โดยมากจึงมักมี ๒ ย่อ
หน้า ย่อหน้าแรกบอก
สาเหตุที่ทำให้ต้อง
เขียนจดหมาย ส่วนย่อ
หน้าที่สองบอก
ว ั ต ถ ุ ป ร ะ ส ง ค ์ ว่ า
ต ้ อ ง ก า ร ใ ห ้ ผ ู ้ รั บ
จ ด ห ม า ย ป ฏ ิ บ ั ติ
อยา่ งไร
(๒) การเลอื กใช้คำ
ในการเขียนจดหมาย
แม้จะเป็นจดหมายท่ี
ไม่เป็นทางการ แต่ก็
พึงระวังว่าควรเลือกใช้
คำให้เหมาะสม หาก
พิจารณาตัวอย่าง
จดหมายทั้ง ๒ ฉบับ
จะเห็นว่าผู้เขียนเป็น
เด็กจึงใช้ภาษาพูดท่ี
62
บทที่ สาระการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั สมรรถนสำคญั ของ
ผู้เรยี น
สุภาพ เหมาะสมกับ
สถานภาพทางสังคม
ของผู้ส่งและผู้รับ ส่วน
วัตถุประสงค์ของ
จดหมายฉบับท่ี ๒ เปน็
การขอความรู้ ผู้เขียน
จึงเลือกใช้คำที่แสดง
การขอร้องอย่างสุภาพ
เช่น ช่วย กรุณา ขอ
ความอนเุ คราะห์
และ ขอบพระคณุ เป็น
ต้นผู้เขียนจดหมายพึง
ระลึกเสมอว่า การใช้
ภาษาที่สภุ าพนอกจาก
แสดงให้เห็นว่าผู้เขียน
เป็นผู้ที่มีมารยาท
สุภาพเรียบร้อย รู้
กาลเทศะแล้ว ยังทำ
ให้ผู้รับประทับใจ ซึ่ง
จะส่งผลให้การสีอสาร
นั้นประสบความสำเร็จ
อีกด้วย
กจิ กรรมการเรียนรู้ ท๒.๑ ท๒.๗ ม.๑/๗ เขยี น ความสามารถในการ
คิดตรอง ลองทำดู จดหมายสว่ นตวั สื่อสาร
๑. แบ่งกลุ่มให้ทกุ คน และจดหมายกจิ ธุระ
ในกลุ่มเขยี นจดหมาย
สว่ นตวั ถงึ เพอื่ น เลา่
เรอ่ื งการไปเทย่ี ว
63
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตัวชี้วดั สมรรถนสำคัญของ
ผเู้ รียน
พักผอ่ นในช่วงปดิ ภาค ท๒.๑
เรียนแนะนำหนงั สือดี ท๒.๑ ท๒.๗ ม.๑/๗ เขยี น ความสามารถในการ
ที่ได้อา่ นความยาวไม่ ท๒.๑ จดหมายส่วนตวั สื่อสาร
เกนิ ๑ หน้ากระดาษ ท๒.๑ และจดหมายกจิ ธุระ
ให้แตล่ ะกลุ่มชว่ ยกัน
คัดเลือกจดหมายฉบบั ท๒.๗ ม.๑/๗ เขียน ความสามารถในการ
ท่ีมผี ชู้ อบมากทีส่ ุดมา จดหมายสว่ นตวั สอ่ื สาร
เสนอในช้นั เรยี นทุก และจดหมายกจิ ธุระ
๒. ทุกกลุ่มชว่ ยกนั
แสดงความคิดเห็น ท๒.๒ ม.๑/๒ เขยี น ความสามารถในการ
เก่ียวกบั จดหมายที่ สื่อสารโดยใช้ ส่ือสาร
ไดร้ บั การคัด ถอ้ ยคำถกู ต้อง
ตามหัวขอ้ ต่อไปนี้ ชัดเจนเหมาะสม
๓. ช่วยกันคดั เลอื ก และสละสลวย
ฉบับทีด่ ที ่สี ุดจดั สง่ ทาง
ไปรษณยี ์ในนามของ ท๒.๗ ม.๑/๗ เขยี น ความสามารถในการ
หอ้ งเรียน เม่ือได้ จดหมายสว่ นตัว สือ่ สาร
จดหมายตอบให้นำ และจดหมายกจิ ธุระ
จดหมายทัง้ สองฉบับ
ติดไว้ทป่ี ้ายนเิ ทศ
๔. รวบรวมคำนำหน้า
นามเพิ่มเตมิ และแบ่ง
คำนำหน้านามเป็น
กลุ่มตามที่จดั ไว้ใน
บทเรียน
คิดเพมิ่ เสรมิ ทกั ษะ
๑. แบ่งกลุ่มหา
ตวั อย่างจดหมายกจิ
ธรุ ะท่ีลงพมิ พ์ใน
64
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนสำคัญของ
ท๒.๑ ผู้เรยี น
นติ ยสารแลว้ นำมา ท๑.๑
แสดงความเห็นวา่ ท๒.๗ ม.๑/๗ เขยี น ความสามารถในการ
จดหมายฉบับนนั้ เขยี น จดหมายส่วนตัว ส่อื สาร
ไดด้ ถี ูกต้องตาม และจดหมายกิจธุระ
หลกั การเขียน
จดหมายกจิ ธุระ ท๑.๔ ม.๑/๔ ระบุ ความสามารถในการใช้
หรือไม่ อย่างไร แล้ว และอธิบายคำ ทักษะชีวิต
นำไปตดิ ไว้ท่ีปา้ ยนิเทศ เปรยี บเทียบและคำ
ใหเ้ พือ่ นทุกคนได้อา่ น ที่มหี ลาย
๒. แบง่ กลุ่มคัดเลือก ความหมายใน
จดหมายกิจธุระที่เป็น
ประโยชนต์ ่อการ
พฒั นาตนเองใน
นติ ยสารหรอื ใน
เว็บไซตต์ า่ งๆ แล้ว
นำมาเสนอใหเ้ พื่อนๆ
ทราบด้วยอาจตดิ ไวท้ ี่
ป้ายนเิ ทศ หรอื
หมุนเวยี นกนั อ่าน
ภายในห้องเรียน
บทท่ี ๑๒ เนื้อหา
เนื้อหา
ทอ่ งเว็บ เกบ็ ความรู้
๑. ความรู้จากเรื่อง
65
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตัวชวี้ ัด สมรรถนสำคญั ของ
ผู้เรยี น
๒ . อ ิ น เ ต อ ร ์ เ น็ ต บรบิ ทต่างๆ จาก
น เ ท อ ร ์ เ น็ ต เ ป็ น การอ่าน ความสามารถในการ
เ ค ร ื อ ข ่ า ย ข ้ อ มู ล ท๓.๑ ท๓.๒ ม.๑/๒ เล่า ส่อื สาร
ข่าวสารและความรู้ท่ี เรือ่ งย่อจากเร่ืองที่
ใหญ่ที่สุด มีผู้ตั้งสถานี ฟงั และดู
ห ร ื อ เ ว ็ บ ไ ซ ต์
( website) ส ำ ห รั บ
ใ ห ้ บ ร ิ ก า ร ข ้ อ มู ล
ข่าวสารในเครือข่าย
อนิ เทอร์เน็ต
น ั บ ล ้ า น ส ถ า นี
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
จึงเปน็ เสมอื นห้องสมุด
ของโลก เปน็ ประโยชน์
อย่างย่ิงต่อการศกึ ษาที่
เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
เพราะทำให้ผู้เรียนตา
มารถค้นคว้าหาข้อมูล
ความรู้ต่าง ๆ ได้เอง
โดยสะดวก กว้างขวาง
แ ล ะ ร ว ด เ ร็ ว
น อ ก จ า ก นั้ น
อินเทอร์เน็ตยังทำให้
เกิดการศึกษาโดยใช้
สื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบ
ตา่ ง ๆ
66
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตัวชวี้ ัด สมรรถนสำคญั ของ
ผูเ้ รยี น
๓. การรับสารจาก ท๓.๑ ท๓.๒ ม.๑/๒ เลา่
ความสามารถในการ
อ ิ น เ ท อ ร ์ เ น็ ต ก า ร รั บ เร่อื งยอ่ จากเรื่องท่ี ส่ือสาร
สารจากอินเทอร์เน็ต ฟงั และดู ความสามารถในการ
สือ่ สาร
น ั ้ น ผ ู ้ ร ั บ ส า ร ต ้ อ ง มี
ความรู้เรื่องการใช้
คอมพิวเตอร์
และรู้ภาษาอังกฤษใน
ระดับที่ใช้อนิ เทอร์เนต็
ได้ นอกจากนั้นผู้ใช้
ต้องมีวัตถุประสงค์ท่ี
ช ั ด เ จ น ว ่ า จ ะ ใ ช้
อ ิ น เ ต อ ร ์ เ น็ ต เ พ่ื อ
ประโยชน์ในการใด
๔. การสื่อสารผ่าน ท๓.๑ ท๓.๒ ม.๑/๒ เลา่
อินเทอรเ์ นต็ เรอื่ งยอ่ จากเรื่องที่
การสื่อสารผ่าน ฟงั และดู
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
มีข้อควรระวังทั้งใน
เรื่องการให้ข้อมูลและ
การใช้ภาษาเพราะ
ผู้รับสารไม่มีโอกาส
ถามถา้ ผูใ้ หข้ ้อมูลเขียน
ได้กระจ่างชัดเจนมาก
เท่าใด กท็ ำใหผ้ ู้รับสาร
เข้าใจได้รวดเร็วและ
เ ก ิ ด ป ร ะ โ ย ช น ์ ห รื อ
ปฏิบัติได้เร็วผู้ส่งสาร
ต้องตรวจสอบข้อมูล
67
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ัด สมรรถนสำคญั ของ
ผเู้ รยี น
ให้ถูกต้องมากที่สุด
การพดู คยุ ในหอ้ งคุย
อิเล็กทรอนิกส์ ต้อง
ระวังไม่เปิดเผยข้อมูล
ที่เป็นส่วนตัวมาก
เกินไปสามาร ถ ไ ด้
ขอ้ มลู นนั้ ไป อาจทำให้
เกิดอันตราย ทำให้
เสื่อมเสียชื่อเสียงได้
เ ร ื ่ อ ง ภ า ษ า ต ้ อ ง ใ ช้
ภาษาให้ถูกต้อง
โดยเฉพาะการสะกด
การันต์ เพราะถ้อยคำ
และภาษาเหล่านี้จะ
ป ร า ก ฏ บ น ห น้ า
จอคอมพวิ เตอร์
ผู้รับสารจะเห็นภาพ
ตัวอักษร ถ้าผูส้ ่งสาร
ใชค้ ำทีส่ ะกดไม่ถูกต้อง
หรือใช้ภาษาผิด ๆ
ผู้รับสารก็อาจจดจำไป
ใ ช ้ ผิ ด ต ่ อ ไ ป ไ ด้
นอกจากนั้นผู้ส่งสาร
ควรใช้ถ้อยคำสุภาพ
หลกี เลีย่ งการใช้
คำหยาบ เพราะจะทำ
ให้ผู้รับสารขาดความ
นบั ถอื
และดถู กู วา่ ผสู้ ่งสาร
68
บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั สมรรถนสำคญั ของ
ท๓.๑ ผู้เรยี น
เป็นคนไม่สุภาพไม่น่า ท๒.๑ ท๓.๑ ม.๑/๑ พดู
คบก็เปน็ ได้ ท๒.๑ สรปุ ใจความสำคญั ความสามารถในการ
กจิ กรรมการเรียนรู้ ของเรื่องท่ีฟงั และดู สอ่ื สาร
คิดตรอง ลองทำดู ท๓.๑ ท๒.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการ
๑. สรุปใจความสำคัญ เขยี นบรรยาย สอื่ สาร
ของเร่ือง การคน้ พบ ประสบการณ์โดย
สมบัติของโลกลา้ นปี ระบุสาระสำคัญ ความสามารถในการ
๒. นำข้อความจาก และรายละเอยี ด สอ่ื สาร
เร่อื งมาเรียบเรยี งใหม่ สนับสนุน
ใหเ้ ปน็ สำนวนของ ท๒.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการคดิ
ตนเองโดยเขียนให้ เขยี นบรรยาย
ครอบคลุมตามเนื้อหา ประสบการณ์โดย
ของเร่ืองเดิม ระบุสาระสำคัญ
๓. แบ่งกลุม่ ฝกึ คันหา และรายละเอยี ด
ขอ้ มลู ความรูจ้ าก สนบั สนนุ
เวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ ใน
หัวขอ้ ตอ่ ไปน้ี โดย ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู
เลือกข้อมลู ทส่ี ามารถ แสดงความคดิ เห็น
นำมาอา้ งองิ ได้ นำ อย่างสรา้ งสรรค์
ข้อมลู มาเรียบเรียง เกีย่ วกบั เรอ่ื งทฟ่ี ัง
แล้วรายงานแกเ่ พื่อนๆ และดู
อาจนำข้อมลู เดิมจาก
เว็บไซตม์ าแสดงด้วย
การรักษาสุขภาพ
๔. แบง่ กลุ่มสนทนาใน
ห้องพูดคยุ
อิเล็กทรอนกิ ส์ โดยใช้
สำนวนภาษาที่ถูกต้อง
และกระชับ นำ
69
บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตวั ช้ีวดั สมรรถนสำคัญของ
ผู้เรยี น
ข้อความที่คุยกันนั้นมา ท๓.๑ ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู
เสนอใหเ้ พ่ือนๆ แสดง แสดงความคิดเหน็ ความสามารถในการคิด
ความคิดเห็น อย่างสร้างสรรค์
๕. ร่วมกนั แสดงความ เก่ียวกบั เรอ่ื งท่ฟี ัง
คิดเหน็ ถงึ ประโยชน์ และดู
ของการใช้
อินเทอร์เนต็ ลองทำดู
บทที่ ๑๓ เนือ้ หา
เนอื้ หา
โครงการเด่น เขียน
เนน้ กระบวนการ
๑. ข้อคิดจากเรือ่ ง ท๒.๑ ท๒.๘ ม.๑/๘ เขียน ความสามารถในการ
รายงานการศึกษา สอ่ื สาร
คน้ คว้าและ
โครงงาน
๒. โครงงานกับการ ท๒.๑ ท๒.๘ ม.๑/๘ เขียน
เรียนรู้ การเรียนรู้จาก รายงานการศึกษา ความสามารถในการ
โครงงานเป็นการ ค้นคว้าและ ส่อื สาร
เรียนรู้จากการได้ลง โครงงาน
มือปฏิบัติจริง ทดลอง
จริงจากสภาพจริงท่ี
นักเรียนต้องประสบ
ช ่ ว ย ใ ห ้ น ั ก เ ร ี ย น ไ ด้
เรียนรู้วิธีการวางแผน
งานและบริหารจดั การ
ให้สามารถดำเนินงาน
70
บทที่ สาระการเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๑.๑ ผู้เรยี น
ทุกขั้นตอนให้ลุล่วงไป ท๑.๔ ม.๑/๔ ระบุ
ด้วยความเรียบรอ้ ย และอธิบายคำ ความสามารถในการ
เกิดผลสำเร็จตาม เปรยี บเทยี บและคำ ส่อื สาร
เป้าหมายที่กำหนดไว้ ทมี่ ีหลาย
ได้เรียนรูด้ ้วยตนเองว่า ความหมายใน
ค ว า ม ร ู ้ จ า ก ก า ร ฟั ง บริบทต่างๆ จาก
อาจจะลืม ความรู้จาก การอา่ น
การเห็นอาจพอจำได้
แต่ความรู้จากการทำ
และนำไปใช้จะจำติด
ตวั ไปไมล่ ืมเลือน
๓. คำที่มีความหมาย
ใกล้เคียงกันพิจารณา
คำแตล่ ะชุดต่อไปนี้
ยา่ ง ปิ้ง เผา
ดู มอง แล เหลือบ
ชำเลืองดู อา่ น ส่อง
ไ ม ้ ด อ ก ไ ม ้ ใ บ ไ ม้
ประดับ ไม่ใบประดับ
ไม้กระถาง
คำในแต่ละกลุ่มข้าง
ต ั น เ ป ็ น ค ำ ท ี ่ มี
ความหมายเกี่ยวข้อง
กันหรือมีความหมาย
ใกลเ้ ดยี งกัน ดำเหล่าน้ี
บางคำอาจใช้แทนกัน
ได้ แต่ส่วนมากมักใช้
ในบริบทท่ี
71
บทท่ี สาระการเรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด สมรรถนสำคญั ของ
ท๒.๑ ผูเ้ รยี น
ตา่ งกนั เช่น คำวา่ ยา่ ง ท๒.๑ ท๒.๘ ม.๑/๘ เขียน
ปิ้ ง เ ผ า ต ่ า ง มี รายงานการศึกษา ความสามารถในการ
ความหมายว่า ทำให้ คน้ คว้าและ สือ่ สาร
สุกดว้ ยไฟโดยตรง โครงงาน
แต่มีรายละเอียดของ ความสามารถในการ
วธิ ที ำให้สุกต่างกัน ท๒.๘ ม.๑/๘ เขียน ส่อื สาร
กิจกรรมการเรยี นรู้ รายงานการศึกษา
คดิ ตรอง ลองทำดู ค้นควา้ และ
แบ่งกลมุ่ ทำโครงงาน โครงงาน
ภาษาไทยทสี่ นใจ แล้ว
เขียนเป็นรายงานที่
สมบูรณ์ส่งครพู ิจารณา
แก้ไขเพิ่มเดิมผู้แทน
กล่มุ นำเสนอรายงาน
ให้เพอื่ นๆทราบและ
ร่วมกนั อภิปรายเพ่อื
แก้ไขปรบั ปรุง
คัดเลอื กรายงานฉบบั
ที่ประทับใจมากทสี่ ุด
ไปตดิ ไว้ท่ีป้ายนเิ ทศ
คิดเพิ่ม เสริมทักษะ
๑. ศึกษาวิธีการเขียน
รายงานโครงงานตา่ งๆ
เพิ่มเดิม จากห้องสมุด
โรงเรียนสรุปสาระที่
จะเป็นประโยชน์แก่
เพื่อน ๆ ในชั้นเรียน
ติดไวท้ ป่ี ้ายนิเทศ
72
บทที่ สาระการเรียนรู้ ตัวช้วี ดั สมรรถนสำคญั ของ
ท๒.๑
๒. จัดกิจกรรม ผเู้ รยี น
ประกวดเขยี นรายงาน ท๕.๑
โครงงานสง่ เสรมิ การ ท๕.๑ ท๒.๘ ม.๑/๘ เขียน ความสามารถในการ
ใช้ภาษาทีโ่ รงเรียนจัด
ขึน้ นำเสนอให้ รายงานการศึกษา ส่ือสาร
โรงเรียนหรอื ชมุ ชน
ทราบ ค้นควา้ และ
บทที่ ๑๔ เนือ้ หา
เนื้อหา คำเพราะ โครงงาน
เสนาะทำนอง
๑. ความรจู้ ากเร่อื ง ท๕.๑ ม.๑/๑ สรุป ความสามารถในการคิด
เนือ้ หาวรรณคดีและ
๒. กลอนสวด วรรณกรรมท่ีอ่าน
กลอนสวดเป็นช่ือที่คน ท๕.๓ ม.๑/๓ ความสามารถในการ
ทั่วไปใช้เรียก อธิบายคุณค่าของ ส่อื สาร
วรรณกรรมร้อยกรอง วรรณคดี และ
ท ี ่ น ำ ม า อ ่ า น เ ป็ น วรรณกรรมท่ีอา่ น
ท ำ น อง ส ว ด ค ำ ว่ า
" ก ล อ น " ใ น ท ี ่ นี้
หมายถึงวรรณกรรม
ร้อยกรองไม่ใช่ดำ
ประพันธ์ประเภท
กลอน กลอนสวดส่วน
ใหญ่มีเนื้อเรื่อง
เกี่ยวกับพุทธศาสนา
มุ่งสอนธรรมะแก่ผู้ฟัง
ทั้งทางตรงและ
ทางอ้อม ฉันทลักษณ์
73
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตวั ชวี้ ดั สมรรถนสำคญั ของ
ผู้เรยี น
ที่ใช้แต่งกลอนสวด
ความสามารถในการ
มักจะเป็นกาพย์ชนิด สื่อสาร
ต่าง ๆ ได้แก่ กาพย์
ยานี ๑๑ กาพย์ฉบัง ๑
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘
เนื่องจากกลอนสวด
แต่งขึ้นในวัดและใช้
สวดกันในวัด จึงเรียก
อีกชื่อหนึ่งว่า กลอน
วดั
๓. กาพย์ ท๕.๑ ท๕.๓ ม.๑/๓
กาพย์ เป็นรูปแบบคำ อธิบายคุณค่าของ
ประพันธ์แบบหนึ่ง ซึ่ง วรรณคดี และ
บังคับจำนวนคำ และ วรรณกรรมที่อา่ น
สัมผัสกวีแต่อดีตนิยม
นำกาพย์มาใช้แต่งบท
ร้อยกรอง ถ้าใช้กาพย์
หลายชนดิ แต่งคละกนั
เรียก คำกาพย์ กาพย์
ที่นิยมแต่งในปัจจุบัน
ไ ด ้ แ ก ่ ก า พ ย ์ ย า นี
กาพย์ฉบัง และกาพย์
สุรางคนางค์ กาพย์
อาจใช้แต่งร่วมหรือ
สลับกับฉันท์ โคลง
ห ร ื อ ร ่ า ย ไ ด้ ง า น
ประพันธ์ที่ใช้กาพย์
แต่งร่วมกับฉันท์เรียก
คำฉนั ท์ ที่ใช้กาพยแ์ ต่ง
74
บทที่ สาระการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด สมรรถนสำคัญของ
ผูเ้ รียน
สลับโคลงเรียก กาพย์ ท๑.๑ ท๑.๒ ม.๑/๒
ห่อโคลง ที่ใช้กาพย์ ท๔.๑ ใจความสำคญั จาก ความสามารถในการ
แต่งร่วมกับร่ายเรียก ท๓.๑ เรื่องท่ีอา่ น สื่อสาร
คำพากย์ นอกจากน้ี ท๔.๖ ม.๑/๖ ความสามารถในการคิด
กาพย์ยังอาจเรียกชื่อ ท๑.๑ จำแนกและใช้
ตามการนำไปใช้ เช่น สำนวนท่เี ป็นคำ ความสามารถในการคิด
กาพย์เห่เรือ กาพย์ขับ พงั เพย และสุภาษิต
ไม้ ท๓.๓ ม.๑/๓ พดู ความสามารถในการ
กจิ กรรมการเรียนรู้ แสดงความคิดเห็น สอื่ สาร
คิดตรอง ลองทำดู อยา่ งสร้างสรรค์
๑. อ่านจบั ใจความ เกยี่ วกบั เรือ่ งท่ีฟัง
ของเรื่องที่อ่าน บอก และดู
ชนิดและลกั ษณะคำ ท๑.๑ ม.๑/๑ อ่าน
ประพันธท์ ่ีแตง่ ออกเสียงบทร้อย
๒. นำตำนานเรอ่ื ง แกว้ และบทร้อย
สุบนิ กุมา จากเร่ืองที่ กรองได้ถูกตอ้ ง
อา่ นมาเรยี บเรยี งเป็น
สำนวนของตนเอง
๓. แบง่ กล่มุ ฝึกเลา่
เรอ่ื งนิทานหรือตำนาน
จากหวั ขอ้ ต่อไปน้ี ใช้
ศิลปะการเล่าให้
น่าสนใจ
๔. ฝึกอา่ นออกเสียง
และอ่านทำนองเสนาะ
75
บทท่ี สาระการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั สมรรถนสำคัญของ
ท๕.๑ ผูเ้ รียน
๕. ฝึกแตง่ กาพยย์ านี เหมาะสมกบั เรื่องที่
กาพยฉ์ บัง และกาพย์ อา่ น ความสามารถในการคิด
สุรางคนางค์ บรรยาย ท๕.๒ ม.๑/๒
ความประทับใจ วเิ คราะห์วรรณคดี
เหตกุ ารณ์ บุคคล หรอื และวรรณกรรมท่ี
ธรรมชาติ อ่านพร้อมยก
เหตผุ ลประกอบ
76
๔. วเิ คราะห์ความสอดคล้องกบั กจิ กรรมและการประเมนิ ผลของ Benjamin Bloom
ตารางวเิ คราะหค์ วามสอดคลอ้ งระหว่างกิจกรรมชวนคดิ พินิจคุณคา่ กับพฤตกิ รรมทางด้านพทุ ธ
พสิ ัย(Cognitive Domain) ตามทฤษฎีการเรียนร้ขู อง Benjamin Bloom
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมดา้ นพุทธพิสัย ผลการวิเคราะห์
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรยี นร้ขู อง
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
บทที่ ๑ ภาษามีพลงั
วเิ คราะห์เนื้อหา
๑. ใหน้ กั เรยี นอภิปรายความเช่อื อภิปรายความเชื่อในสังคมไทยท่ี
ในสงั คมไทยที่ผูกพันกับภาษา ผกู กับภาษา วา่ มคี วามสัมพันธ์กัน
นอกจากชอื่ ทเี่ ปน็ มงคลและไม่เปน็ ✓ ไดห้ รอื ไม่
มงคลแล้วประกอบใหข้ ดั เจนความ
เชอ่ื ดังกล่าวมีเหตผุ ลสมควรเชื่อ
หรือไม่ เพราะเหตใุ ด ยกตวั อย่าง
๒. ให้นักเรียนจับคู่กันแล้วฝึกอ่าน ✓ สามารถอ่านคำทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
คำท่ีมีพยางค์ท่ไี มม่ รี ปู สระตอ่ ไปน้ี
๓. ให้นักเรียนจับคู่กันอ่านและ ✓ ส า ม า ร ถ อ ่ า น แ ล ะ เ ข ี ย น ค ำ ท่ี
เขยี นตามคำบอก กำหนดใหไ้ ด้
การพิจารณาเพอื่ นำไปใช้
๑. พิจารณาคำต่อไปนี้ ว่าคำใด ✓ สามารถแยกคำ และอ่านได้
ออกเสียงแบบอักษรนำ คำใดไม่ ถกู ตอ้ งตามหลกั การได้
ออกเสียงแบบอกั ษรนำ
๒.พิจารณาและจำแนกพยางค์ท่ีไม่ ✓ สามารถจำแนกพยางค์ท่ีมรี ปู และ
มีรูปสระในคำต่อไปนี้ว่าออกเสียง ไม่มรี ปู ได้ถกู ตอ้ ง
สระใดบา้ ง
กิจกรรมการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมดา้ นพทุ ธพิสัย 77
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรยี นรขู้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๓. พิจารณาชื่อจังหวัดต่อไปน้ีซ่ึง ✓ สามารถพิจารณาชื่อจังหวัดท่ี
ราชบัณฑิตยสถานได้กำหนดไว้ใน ✓ กำหนดไว้ให้ได้ โดยการอ่านและ
หนังสือ อ่านอย่างไรและเขียน เขียนได้ถกู ตอ้ ง
อย่างไร ✓
๔. จากข้อความในหน้า ๑ ให้ ส า ม า ร ถ พ ิ จ า ร ณ า ข ้ อ ค ว า ม ไ ด้
พจิ ารณาดังต่อไปน้ี ถกู ตอ้ ง
เลือกสรรนำไปใช้
๑. แบง่ กลุ่มช่วยกนั คดั เลือก ทำงานด้วยกันเป็นกลุ่ม และ
ข้อความหรือบทประพนั ธท์ ่ี พิจารณา อออกแบบ ปรับแก้ได้
ประทับใจจากหนังสือเรยี นหรือ ถกู ต้องตามท่ีกำหนดได้
จากส่ือต่างๆ แล้วนำมาฝกึ อา่ นใน
กลมุ่ คัดเลือกตัวแทนกล่มุ มาอา่ น ✓ ทำงานด้วยกันเป็นกลุ่ม และ
หน้าช้นั เรยี น ชว่ ยกันอภิปรายติชม พิจารณา อออกแบบ ปรับแก้ได้
โดยใชเ้ กณฑท์ ี่ชว่ ยกนั กำหนดข้ึน ถกู ต้องตามที่กำหนดได้
ได้แก่ ความถูกต้องชัดเจน การลง
เสียงหนักเบา การแบ่งวรรคตอน
ความคลอ่ งแคล่วในการอ่าน การ
ใช้นำ้ เสียงและ
ท่าทางเหมาะสมกบั เรื่องที่อา่ น
๒. แบ่งกลุ่มจัดทำสมุดภาพ
รวบรวมภาพต้นไม้ ดอกไม้ ขนม
อาหารและสิ่งของท่ีมชี ่ือเป็นมงคล
พร้อมทั้งเขียนคำอธิบายสาระ
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมด้านพุทธพิสัย 78
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรยี นร้ขู อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
ความประกอบให้ชัดเจนจน ✓ ✓ อ่านและมรความข้าใจกับเนื้อหา
สามารถมคี รสู อน ✓ ท่ีกำหนดให้
บทท่ี ๒ วิถีความงามความพอเพยี ง
วิเคราะห์เนื้อหา สามารถอภปิ รายเหตุผลได้
๑. ขอ้ คดิ จากเรือ่ ง
เรื่อง วิถีงามความพอเพียง เป็น มีความรู้และเข้าใจในเรื่องท่ี
ความเรียงที่ผู้เขียนเขียนขึ้นโดยมี กำหนดให้
จดุ มุ่งหมายเพ่อื ให้เหน็ ตวั อย่างการ
ประพฤติปฏิบัติตนของคนใครอบ
ครัว
๒. การพิจารณาคุณค่าของเรื่องท่ี
อ่าน การอ่านจะเกิดประโยชน์
สูงสุด ถ้าผู้อ่านสามารถนำ
สารประโยชน์ไปประยุกต์ใช้เพื่อ
พัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าขึ้น ใน
การศึกษาเล่าเรียน การประกอบ
อาชีพ และการดำเนนิ ชีวติ
๓. คำเชื่อม การใช้ภาษาอธิบาย
เรื่องราวใด ๆ ข้อความนั้น ๆ
ต่อเนื่องกัน วิธีทำข้อความ
ต่อเนื่องกัน จะต้องมีการเชื่อมคำ
ประโยคหรอื ข้อความเข้าด้วยกัน
กิจกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมดา้ นพุทธพสิ ัย 79
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรียนร้ขู อง ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๔. อักษรที่ไม่ออกเสียง สระที่ไม่ ✓ อ ่ า น แ ล ะ จ ำ ท ี ่ แ ต ก ต ่ า ง ก ั น ไ ด้
ออกเสียงแต่ต้องเขียนไว้เพื่อแสดง ถกู ตอ้ ง
ทมี่ าของคำ
๕. การอ่านพยางค์ท่ีมี ร (รอ หนั ) ✓ อ ่ า น แ ล ะ จ ำ ท ี ่ แ ต ก ต ่ า ง ก ั น ไ ด้
ถกู ต้อง
๖. พยางคห์ นกั พยางคเ์ บา ✓ อ ่ า น แ ล ะ จ ำ ท ี ่ แ ต ก ต ่ า ง ก ั น ไ ด้
ถกู ตอ้ ง
การเลือกนำไปใช้
ทดลองอ่านและสาธิตการอ่านให้
๑. ให้นักเรียนจับคู่กันอ่านและ ✓ เพื่อนฟัง และสามารถเขียนได้
ถกู ตอ้ ง
เขียนตามคำบอก เลือกคำจากชุด
อ ่ า น แ ล ะ จ ำ ท ี ่ แ ต ก ต ่ า ง ก ั น ไ ด้
ใดชุดหนึ่งข้างล่างนี้ ผลัดกันเป็น ถูกต้อง
ผู้อ่านและผู้เขียนตามคำบอก แล้ว สามารถยกตัวอยา่ งสิ่งท่ีเกิดจาก
ตนเองให้คนอ่ืนเข้าใจได้
แลกกันตรวจคำใดเขียนผิดหรือ
อ่านผิด ให้คัดลายมือตัวบรรจง
ครึง่ บรรทดั คำทีเ่ ขยี นผิด และอ่าน
ผดิ นั้น
๒. รวบรวมคำที่ไม่ออกเสียงตัว ห ✓
เมื่อตัว ห นำอักษรต่ำเดี่ยว ให้
ได้มากทีส่ ุด
๓. เขยี นเลา่ เรอ่ื งจากประสบการณ์
จริงท่นี ักเรียนไดน้ ำหลักเศรษกิจ ✓
พอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต
กจิ กรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมด้านพทุ ธพิสัย 80
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรียนรูข้ อง ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
แล้วนำมาแลกกันอา่ นดีเดน่ มาอ่าน ✓ สามารถอภิปรายสิ่งที่กำหนดให้
หนา้ ช้นั เรียน ได้
๔. ชว่ ยกนั แสดงความคิดเห็นวา่
การทอ่ งเทยี่ วเปน็ การใชจ้ ่ายท่ี ✓ ได้ลงมือทำแล้วมีการปรับปรุง
ฟมุ่ เฟอื ยไม่มปี ระโยชน์ หรอื เปน็ เนอ้ื หาตามทต่ี นเองเขา้ ใจ
การกระจายรายได้สูช่ มุ ชน
๕. ศึกษาบทอ่านเสรมิ เรอ่ื ง ทฤษฎี สามารถบอก และเล่าความหมาย
ใหม่และเศรษฐกิจพอเพียงและ ของหัวข้อท่ีใหศ้ ึกษาได้
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตรทั้ง ๒ องค์ แล้วทำ
กิจกรรมตอ่ ไปนี้
บทท่ี ๓ เพ่อื นกนั
วเิ คราะหเ์ น้ือหา
๑. ภาษาพูด ภาษาเขียน เป็นคำที่ ✓
ใช้เรียกระดับของภาษา มิได้มี
ความหมายตรงตามตัวอักษรว่า
ภาษาที่ใช้สำหรับพูด และภาษาท่ี
ใช้ในการเขียน ภาษาพูดหมายถึง
ภาษาระดับลำลองภาษาระดับไม่
เป๋นทางการ ส่วนภาษาเขียน
หมายถึง ภาษาระดับแผนการหรือ
ภาษาทเี่ ปน็ ทางการ
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมด้านพทุ ธพสิ ัย 81
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรยี นรขู้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๒. ชนิดของคำ ประกอบดว้ ย เสยี ง ✓ สามารถบอกชนิดของคำและ
และความหมาย เสียงอาจเป็น องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ได้
เสียงพูดที่มีในภาษา หรืออาจเป็น
เสียงแทนตัวหนังสือ คำในภาษามี
หลายชนิด นักภาษาได้กำหนดช่ือ
เรยี กคำแต่ละชนิดไว้ โดยพิจารณา
จาก ความหมาย วิธีการใช้ และ
ความสัมพนั ธ์ทมี่ ีตอ่ คำอ่ืน
การเลอื กนำไปใช้
๑.อภิปรายแสดงความคิดเห็น ✓ อภปิ รายเหตผุ ลจากเรื่องได้
เพิ่มเติมถึงข้อคิดที่ได้จากเรื่อง
เพือ่ นกัน
๒. คำว่าเพื่อน" ในเรื่องนี้ มี ✓ อภิปรายเหตุผลและ จำแนก
ความหมายว่าอย่างไร นักเรียนมี ความหมายของคำแต่ละคำ
"เพื่อนนอกเหนือจากเพื่อน
นักเรียนและเพื่อนเล่นบ้างหรือไม่
นำเรื่องของ"เพื่อน" เหล่านั้น มา
เลา่ สู่กันฟัง ✓ อภิปรายแนวทางการปฏิบตั ติ น
๓. แบ่งกลุ่มอภิปรายแนวทางการ
ปฏิบัติตนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ท่ี เพ่อื สมั พนั ธท์ ีด่ แี ละแสดงบท
ดีกับญาติผู้ใหญ่ หรือจัดบทบาท บามสมมติได้
สมมุติแสดงความสัมพันธ์ที่ดีตาม
ความเหมาะสม
กิจกรรมการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมด้านพทุ ธพิสัย 82
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรียนรขู้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๔. เขียนย่อเรื่องให้เป็นสำนวน ✓ เรียบเรียงการเขียนเรื่องย่อได้
ภาษาบรรยาย และใช้ภาษาเขียน ✓ ถูกตอ้ ง
แทนภาษาพดู ✓ วเิ คราะหค์ ำตา่ ง ๆ ที่กำหนดให้ได้
๕. ช่วยกันหาคำนามที่สามารถใช้ ถกู ตอ้ ง
อย่างคำบุรุษสรรพนามได้ และ ✓
พจิ ารณาว่าคำเหล่าน้นั สามารถใช้ วิเคราะห์คำต่าง ๆ ที่กำหนดให้ได้
คำว่า คณุ นำหน้าได้หรอื ไม่ ถกู ต้อง
๖. แบง่ กลุ่มรวบรวมคำชนิดต่าง ๆ
เชน่ คำนาม คำสรรพนาม สามารถอธิบายใจความสำคัญ
คำกรยิ าโดยดันคว้าจาก ของเร่ืองทีอ่ า่ นได้
พจนานุกรม จำนวนชนดิ ละไม่
นอ้ ยกวา่ ๑๐ ดำและให้
แลกเปลีย่ นความรกู้ นั ภาษา
บทที่ ๔ แต่งให้งามตามท่เี หมาะ
วิเคราะห์เนื้อหา
๑. การสรุปใจความสำคัญ คือ
ข้อความของเรื่อง จะตัดออกไป
ไม่ได้ ถ้าตัดออกไปจะทำให้เนื้อหา
เปลี่ยนแปลงไปหรือได้ความไม่
ครบถ้วน การอ่านเพอ่ื สรุปใจความ
สำคัญ ผู้อ่านจะต้องมีสมาธิในการ
อ่าน อ่านอย่างรอบคอบ และ
ผู้อ่านจะต้องเข้าใจในเรื่องที่อ่าน
กจิ กรรมการเรียนรู้ พฤตกิ รรมดา้ นพทุ ธพิสัย 83
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรยี นรู้ของ ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
ต้องอ่านหลาย ๆ เที่ยว แล้วต้ัง ✓ บอกได้วา่ คำชนิดน้ีคือคำอะไร
คำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านว่า ใคร ✓
ทำอะไร ที่ไหน เมื่อใด อย่างไร ✓ อภิปรายเหตุผลและเรียบเรียงให้
แล้วตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องท่ี ถกู ตอ้ งลงในสมุด
อ่านเพียงสั้น ๆ แต่ให้ได้ใจความ
สำคัญชัดเจน จากนั้นมาเรียบเรียง สามสรถสรุปใจความสำคัญของ
ใหเ้ ป็นประโยคข้อความส้นั ๆ เรื่องได้
๒.คำประสม คำที่ใช้ในภาษามีทั้ง ✓ สามสรถสรุปใจความสำคัญของ
คำที่เป็นคำมูลคำเดียว และคำที่ เรอ่ื งได้
ประกอบดว้ ยคำมูลมากกว่า ๑ คำ
การเลอื กนำไปใช้
๑. แบ่งกลุ่มช่วยกันตั้งคำถามและ
ตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน ให้แต่
ละกลุ่มผลัดกันตอบผลัดกันถาม
แล้วเขียนคำถามและคำตอบลง
สมุด
๒. สรปุ ใจความสำคัญ เร่ือง แตง่
ให้งามตามท่เี หมาะ เฉพาะตอนที่
เป็นบทความ
๓. ฝึกสรุปใจความสำคัญจาก
บทความ สารคดี ฯลฯ ในส่ือ
ส่ิงพิมพต์ า่ งๆพรอ้ มบอกท่ีมาของ
เรอื่ งที่นำมาสรุปนั้น
กิจกรรมการเรียนรู้ พฤตกิ รรมดา้ นพุทธพิสัย 84
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรยี นรูข้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๔. เปรยี บเทยี บความหมายของคำ ✓ ตรวจสอบความหมายของคำและ
หรือข้อความทจี่ ัดไวเ้ ปน็ คู่ ๆ สามารถแยกแยะความแตกตา่ งได้
ต่อไปนี้แล้วเขียนข้อสังเกตว่า แต่
ละคมู่ ีความหมายเหมือนกันหรอื ✓ จำแนกคำและออกแบบ ปรับแก้
ตา่ งกนั อยา่ งไร สามารถใช้แทนกัน ไขคำได้ถูกตอ้ ง
ไดห้ รอื ไม่
๕. ยกตวั อยา่ งคำประสมท่ี ✓ อภปิ รายหัวข้อที่กำหนดได้
ประกอบด้วยคำมูล ๒ คำ และคำ
ประสมที่ประกอบด้วยคำมูล ๓ คำ ✓ อภิปรายเสนอข้อเสนอแนะได้
มาประเภทละ ๑๐ คำภาษาไทย ✓ ถูกต้อง
ช่วยใหค้ นไทยรกั และเข้าใจกันได้
อยา่ งดี อภิปรายหวั ข้อท่ีกำหนดได้
๖. แบง่ กล่มุ อภิปรายแสดงความ
คิดเห็นในหัวข้อ "วัยรุน่ กบั การแต่ง
กายตามแฟช่ัน"
๗. แบง่ กลุ่มอภิปรายให้
ข้อเสนอแนะเก่ยี วกับเร่ือง"การ
แตง่ กายที่เหมาะสมในวัยเรียน"
๘. แบ่งกลุ่มอภิปรายแสดงความ
คิดเหน็ ในหวั ข้อ "เสน้ แบง่ พรมแดน
ระหว่างสิทธิเสรีภาพส่วนตนใน
การแต่งกายกับวัฒนธรรมที่ดีงาม
ในสงั คม"
กิจกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมด้านพุทธพสิ ัย 85
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรียนรขู้ อง ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
บทที่ ๕ รอให้น้ำลายไหลเสยี กอ่ น ✓ เขา้ ใจเนื้อหาที่ให้อ่าน
วิเคราะห์เนื้อหา ✓
๑. การใช้ภาษาวรรณศิลป์ ใน บอกไดว้ ่าคำซ้อนคืออะไร
ภาษาไทยมกี ารใช้ภาษาวรรณศิลป์ มีความเข้าใจในเรอ่ื งทอี่ ่าน
ด้วยการเลือกสรรถ้อยคำที่ไพเราะ
เลือกใช้คำศัพท์ ซึ่งแตกต่างจาก
ภาษาปกติ คำศัพท์นั้นอาจเป็นคำ
ที่มาจากภาษาอื่น เช่น ภาษาบาลี
ภาษาสันสฤต ภาษาเขมร หรือเปน็
ถ้อยคำที่กล่าวเป็นสำนวน
เปรียบเทียบ ดังเช่นชื่อเรื่องและ
เนื้อเรื่องท่ียกมาให้อา่ นข้างตน้ นี้ ผู้
แต่งใช้ภาษาวรรณศิลป์ในประโยค
บางประโยค ทำใหเ้ รอ่ื งน่าอ่าน
๒. คำซ้อน คำซ้อนบางคำอาจมี ✓
ความหมายเฉพาะแตกต่างไปจาก
เดมิ คำซ้อนเหล่านีม้ คี วามหมายไม่
เหมอื นกับคำทนี่ ำมา
การเลอื กนำไปใช้
๑. นอกจากข้อคิดที่ได้อธิบายไว้
แล้ว เรื่องที่อ่านทำให้นักเรียนได้
ขอ้ คดิ อะไรอีกบา้ ง
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมด้านพทุ ธพิสัย 86
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรยี นรู้ของ ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๒. หาสำนวนอื่นๆ ที่มีความหมาย ✓ เขา้ ใจและอธิบายความได้
คล้ายกับชอ่ื เร่ือง ✓ ได้ทดลองปฏิบัติจากหัวข้อที่
๓.แบ่งกลุ่มค้นหาคำศัพท์จาก ✓ กำหนดให้
ตัวอักษรที่กำหนดให้ในตาราง ✓
ข้างล่างนี้ และบอกว่าเป็นคำซ้อน ✓ อภิปรายคำที่ได้อย่างถูกต้อง
ประเภทใด เหมาะสม
๔. รวบรวมคำที่มีลักษณะต่อไปน้ี ✓ จำแนกความหมายของคำ และ
แล้วนำมาพิจารณาความหมาย จัดกลุ่มคำเหล่านน้ั ได้
และการใช้
๕. เปรียบเทียบความหมายของคำ เล่าประสบการณ์โดยการสาธิตให้
ทจ่ี ดั เป็นคตู่ ่อไปน้ีแล้วแต่งประโยค เขา้ ใจได้งา่ ย
ที่แสดงให้เห็นความแตกต่างของ
คำ แ ส ด ง ค ว า ม ค ิ ด เ ห ็ น ใ น เ น ื ่ อ ง ที่
๖. เลา่ ประสบการณ์และความรู้สึก กำหนดให้
ของตนเองที่ตัดสินใจซื้อหรือไม่ซอ้ื
สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มิใช่ของจำเป็นต่อ
การดำรงชีวิตหรือต่อการเรียน
ชว่ ยกันอภิปรายว่าการตัดสินใจนั้น
ถูกต้องเหมาะสมหรอื ไม่
๗. ชว่ ยกนั เสนอรายการสิ่งของ
ฟุ่มเฟือยทน่ี ักเรียนมักซื้อกนั แล้ว
เสนอวิธีหกั ห้ามใจ ทจี่ ะไม่ซ้อื สง่ิ
ฟุม่ เฟอื ยนน้ั
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมดา้ นพุทธพิสัย 87
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรียนรูข้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๘. เขียนบรรยายความรสู้ ึกเมื่อ ✓ สามารถอธิบายความรู้สึกของ
"อยากได้สง่ิ ใดส่งิ หนึง่ อยา่ งมาก" ✓ ตัวเองได้
๙. แตง่ คำขวญั เชิญชวนให้ ตีความจากเรื่องที่อ่านและแต่คำ
ประหยดั ระมัดระวงั การใช้ ✓ ขวัญได้
จา่ ยเงนิ ✓ คดิ แกไ้ ขปัญหาจากเรื่องท่ีกำหนด
๑๐. แบง่ กลุ่มคดิ หาวิธีประหยัดน้ำ ได้
ไฟฟ้า น้ำมัน และ ✓
ทรพั ยากรธรรมชาติอืน่ ๆ สามารถอธบิ ายคำพ้องได้
บทท่ี ๖ เก็บมาเลา่ เอามาคุย
วิเคราะห์เน้อื หา สรปุ จากเรอ่ื งท่ีกำหนดใหไ้ ด้
๑. คำพ้อง คำพ้องคือคำที่มี
ลักษณะอย่างเดียวกันในภาษาไทย
มีคำพ้องเสียงคือ การออกเสีนง
เหมอื นกนั คือคำพอ้ งรปู คอื เขียน
เหมือนกัน คำพ้องรูป – พ้องเสียง
คือเขียนและออกเสียงเหมือนกัน
และคำพ้องความ คือคำที่มี
ความหมายเหมอื นกนั
การเลือกนำไปใช้
๑. ช่วยกนั สรุปประโยชน์ทีบ่ วั ขวญั
ไดร้ ับจากการไปเท่ียวงานกาชาด
ของจงั หวดั
กจิ กรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมด้านพทุ ธพิสัย 88
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรียนรูข้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๒. นำประสบการณ์ท่ีนักเรียนได้ ✓ เลา่ ประสบการณ์
ไปเท่ียวงานต่าง ๆ มาเล่า แปลความหมายและสามารถแต่ง
ประโยคได้
แลกเปลยี่ นกันฟังเช่น งานวดั งาน
สามารถอธิบายคำพ้องจากส่ือ
วนั เดก็ งานกาชาด งานเกษตร ต่าง ๆ ได้
ปฏิบัติจากหัวข้อที่กำหนดโดย
งานประจำปีทจี่ ังหวดั หรืออำเภอ การนำมาแต่งเป็นกลอนจัตวาได้
ถกู ตอ้ ง
จดั ข้ึน งานทหี่ น่วยงานราชการ
องค์กรเอกชนสถาบัน สถานศึกษา
ตา่ ง ๆ จัดขึน้
๓.ใช้พจนานุกรมหา คำ หรือ ✓
พยางค์ ที่พ้องเสียงกับเสียงของคำ
ต่อไปนี้ให้ได้มากที่สุด แล้วนำไป
แต่งประโยค
พจิ ารณาเพื่อนำไปใช้
๑. ฝกึ สงั เกตคำพ้องรปู และคำพ้อง ✓
เสยี งจากสื่อโฆษณาหรอื สื่อมวลชน
หาความหมายและรวบรวมไว้ใน
สมุดบนั ทกึ
๒. นำคำพอ้ งรูปคำพอ้ งเสียงหรอื ✓
ขอ้ ความที่มักพบเหน็ หรือใช้บ่อย
ๆ มาแตง่ เปน็ กลอนสักวาเพอื่ ฝึก
อ่านเป็นทำนอง หรือร้องเลน่
จำนวนไมน่ ้อยกวา่ ๒ บท
กิจกรรมการเรียนรู้ พฤตกิ รรมด้านพุทธพิสัย 89
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรียนร้ขู อง ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๓. แบ่งกลุ่มแข่งขันการใช้ ✓ สามารถจำแนก อภิยเหตุผล
เกี่ยวกับเรื่องนี้ และจัดกรรม
คำพ้องรูปและคำพ้องเสียงใน ตามที่กำหนด
กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย หรือ ทอ่ งสำนวนที่กำหนดได้
บอกเล่าความหมายของสุภาษิต
กิจกรรมชมรมภาษาไทย ได้
บทที่ ๗ เขา้ เมอื งตาหลิ่ว ต้องหลวิ่ ตาตาม บอกเล่าความหมายของคำพังเพย
ได้
วเิ คราะหเ์ นื้อหา
๑. เรียนรู้เรื่องสำนวน ✓
๒. สุภาษิต สุภาษิตหมายถึง ✓
ถ ้ อ ย ค ำ ท ี ่ เ ป ็ น ค ติ สอ น ใ จ มี
จุดมุ่งหมายสอนให้ละเว้นหรือให้
ปฏิบัติ มักมีคำว่า อย่า ให้ อยู่ใน
ถ้อยคำนั้นด้วย เนื้อหาอาจเป็น
การสอนตรง ๆ หรือสอนด้วย
ความหมายแฝงให้ขบคดิ
๓. คำพังเพย คำพังเพยเป็นสำนวน ✓
หรือข้อคิด คำพังเพยกล่าวถึง
พฤติกรรม การกระทำ หรือ
ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ซึ่งอาจนำมา
จากตำนาน นิทาน วรรณคดี
เหตุการณ์ หรือสิ่งที่สังเกตได้จาก
ธรรมชาติรอบตัว แล้วนำมาใช้ใน
ความหมายที่เป็นนามธรรมหรือ
ข ้ อ ส ร ุ ป ข อ ง ล ั ก ษ ณ ะ ท ี ่ เ ป็ น
กิจกรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมด้านพทุ ธพสิ ัย 90
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรียนรูข้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
นามธรรมเป็นข้อสรุปการกระทำ
หรือพฤติกรรมโดยทัว่ ไป
๔. คุณค่าทางภาษาของสำนวน ✓ บอกคณุ คา่ ของสำนวนไทยได้
ไทยสำนวนไทยเป็นมรดกแห่งภูมิ อ ธ ิ บ า ย ป ร ะ เ ด ็ น ต า ม ห ั ว ข ้ อ ท่ี
กำหนดได้
ปัญญาทางภาษาของไทยที่สะท้อน ระบรุ ะยะเวลาทอี่ ่าน
สรปุ ใจความสำคญั ของเรื่องได้
ความเป็นมาของชาติ วัฒนธรรม บอกความสำคญั ของเรอื่ งได้
ประเพณี ศาสนา การดำเนนิ ชวี ิตท่ี
เป็นจริงของคนไทยมาแต่โบราณ
สำนวนไทยใช้ภาษาที่งดงาม
ไพเราะ กะทัดรัด มีความหมายท่ี
ลึกซึ้งกินใจ สมควรที่จะช่วยกัน
รกั ษาไว้เป็นสมบตั ิของชาตสิ ืบไป
พจิ ารณเพือ่ นำไปใช้
๑. เรื่อง เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหล่วิ ✓
ตาตาม ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แล้วพิจาร ✓
✓
การพัฒนาตนเองหรือไม่ อย่างไร
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
๑) ระยะเวลาในการอา่ น ✓
๒) การจบั ใจความสำคญั ของเนือ้
เรอื่ ง
๓) ขอ้ คิดทไ่ี ด้จากการอา่ น
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมด้านพทุ ธพิสัย 91
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรียนรขู้ อง ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๒. อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้ แล้ว ✓ ✓ ท ่ อ ง ค ำ ป ร ะ พ ั น ธ ์ ท ี ่ ก ำ ห น ด ใ ด้
บ อ ก ว ่ า ม ี ใ จ ค ว า ม ใ ก ล ้ เ ค ี ย ง กั บ ✓ ถกู ต้อง
สำนวนใดมนษุ ย์ ✓
๓. สถานการณ์ต่อไปนี้ตรงกับ ✓ บ อ ก ค ว า ม ส ถ า น ก า ร ณ ์ ท่ี
สำนวนใด กำหนดให้ได้
๔. จบั ค่กู นั แลว้ ตา่ งพจิ ารณา จำแนกและพิจารณาสำนวนที่
คุณลักษณะทีด่ ขี องเพือ่ นว่า กำหนดใหไ้ ด้
สอดคลอ้ งกบั สำนวนใด
๕. เขียนสำนวนนั้นลงในกระดาษ ✓ อธิบายความหมายของสำนวนลง
ที่ครูจัดเตรียมไว้ให้ และมอบให้ ในกระดาษ
เพอื่ นผู้นัน้ หาความหมาย
ออกแบบแลกเปลี่ยน ปละประ
การเลือกนำไปใช้ ปรุงแก้ไขเนื้อหาตามที่กำหนดส่ง
๑.แบ่งกลุ่มรวบรวมสำนวนไทย ครู
พร้อมความหมายให้ได้มากที่สุด
หาสำนวนตามลักษณะที่กำหนด จัดกิจกรรมโต้วาทีโดยการปฏิบัติ
ต่อไปนี้และสรุปแลกเปลี่ยนกันกับ เพ่ือเปน็ การแสดงออก
เพื่อน หลังจากนั้นให้สรุปเป็น
บันทึกความรู้ส่งครู
๒. จัดกิจกรรมโตว้ าทหี รอื อภปิ ราย
เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการ
พูดและทักษะการใช้ภาษาไทย
โดยนำสำนวนทยมาเป็นประเด็น
กิจกรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมด้านพทุ ธพสิ ัย 92
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรียนรูข้ อง ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
ในการโต้วาทีหรืออภิปราย อาจ เขยี นเล่าเรอื่ งที่กำหนดให้
จัดเป็นกิจกรรมในห้องเรียนหรือ
กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนของโรงเรียน ✓ ได้ลงมือปฏิตติ ามทกี่ ำหนดให้
บทท่ี ๘ เสียงเพลงกบั เสียงกร๊ดี
การเลอื กนำไปใช้ ✓ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่อื งท่ี
๑. ฝึกเขียนเลา่ เรื่องการเขา้ ชม ✓ กำหนด
มหรสพ เช่น การชมคอนเสิรต์ ชม
การแสดงละคร การละเลน่ ✓ ออกแบบกิจกรรมเกี่ยวกับการ
พ้นื เมืองต่าง ๆ แสดงละคร
๒. นำสำนวนเปรียบเทียบต่อไปน้ี
มาเขียนเป็นเรื่องราวสัน้ ๆ ๑ เร่ือง ✓ ช่วยกันคิดและปรับแก้ไขงาน
ความยาวไมน่ ้อยกวา่ ๑๐ บรรทดั ✓ เขียนจนถกู ต้องเหมาะสม
๓. แบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นใน
เรอื่ งตอ่ ไปน้ี จำแนกคำจากสื่อตา่ ง ๆ
๔. จัดกิจกรรมเขา้ ชมการแสดง
โขน ละคร หุ่น เป็นตัน แล้ว
อภิปรายแสดงความคิดเห็น
วิเคราะห์คุณคา่ ของเร่ืองท่ีเข้าชม
๕. ช่วยกันคิดคำเปรียบเทียบด้วย
สำนวนของตนเอง แล้วนำมาใช้ใน
งานเขียนใหเ้ หมาะสม
๖. รวบรวมคำเปรียบเทียบจากสอื่
ตา่ ง ๆ
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมด้านพทุ ธพสิ ัย 93
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรียนรู้ของ ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๗. หาประโยคที่มีคำอุทาน แล้ว ✓ จำแนกคำที่เป็นประโยคคำอุทาน
ช่วยกันวิเคราะห์ว่าคำอุทานน้ัน ได้
แสดงอารมณ์ความรู้สึกหรือเจตนา ✓
ใด อภิปราย และตั้งข้อสังเกต
บทท่ี ๙ เทยี่ วทา่ เรอื ✓ เก่ียวกบั เรอ่ื งทกี่ ำหนด
การเลอื กนำไปใช้ ✓
๑. แบง่ กลุ่มนักเรยี นกลุ่มละ ๔-๕ ✓ อภิปรายเหตุผล หรือจุดประสงค์
คน ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั ต้งั ของเร่ือง
ขอ้ สงั เกตและอภิปรายวิธีการเขียน ✓ จัดกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ว่าในเรื่องมี
ท่ผี ้เู ขยี นนำมาใช้ในเรอ่ื ง เทย่ี ว อาชีพอะไรบ้าง ได้
ทา่ เรือ จำแนกคำบอกเวลา บอกลักษณะ
๒. บอกจุดประสงคข์ องผ้เู ขยี นใน บอกขนาด บอกจำนวน บอกสี
เร่ืองท่ีอา่ น บอกเสียง บอกกลน่ิ ได้ถกู ตอ้ ง
๓. รวบรวมอาชพี ของผู้คนท่ี
ปรากฏในเร่อื งวา่ มอี ะไรบา้ ง แสดงความรู้สึก หรือความ
๔. ยกตัวอย่างคำบอกเวลา บอก ประทบั โดยการเขยี น
ลักษณะ บอกขนาด บอกจำนวน
บอกสีบอกเสียง บอกกลิ่น อย่าง
ละ ๒ คำ แล้วนำคำเหล่านั้นมา
แต่งประโยคให้ได้ใจความถูกต้อง
ชดั เจน
๕. เลือกหัวข้อต่อไปนี้เขียน
บรรยายอารมณ์ความรู้สึกหรือ
กิจกรรมการเรยี นรู้ พฤติกรรมดา้ นพุทธพิสัย 94
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรยี นรูข้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
ภาพที่ประทับใจความยาว ✓ ✓ จัดกลุ่มคำ หรือข้อความ บท
ประมาณ ๑๐-๑๕ บรรทดั ✓ ตอ่ ไปน้ีไดถ้ ูกต้อง
๖. รวบรวมข้อความหรอื บท
ประพนั ธ์ท่ีเป็นงานเขียนเชิง เข้าใจ และอธิบายเกี่ยวกับเร่ืองท่ี
สรา้ งสรรค์ คอื มีถ้อยคำที่ไพเราะ กำหนดได้
ศิลปะในการประพนั ธ์ ใหแ้ งค่ ิด ให้
คตสิ อนใจบอกท่ีมาของข้อความ บอกข้อดีข้อเสียของ
เหล่านนั้ จดั ทำเป็นรปู เล่มให้ โทรศัพท์มือถือ และสามารถ
สวยงาม นำเสนอได้
วิเคราะห์เนอ้ื หา
๑. ให้นักเรียนเขียนบรรยายอาชีพ
ที่นักเรียนรู้จัก สนใจหรือคิดจะ
ประกอบอาชีพเมื่อเติบโตขึ้น และ
บอกเหตุผลว่าเหตใุ ดจึงเลือกอาชีพ
นั้นอาจทำเป็นแผนผังความคิด
ก่อนก็ได้
บทที่ ๑๐ คดิ ต่างกนั แตอ่ ยูร่ ่วมกนั ได้
การเลอื กนำไปใช้
๑. แบ่งกลมุ่ นกั เรยี นกลุ่มละ ๔-๕
คน ใหแ้ ต่ละกล่มุ อภปิ รายว่า มี
โทรศัพท์มือถือใชม้ ีข้อดีและข้อเสยี
อย่างไร หาขอ้ สรปุ ของกลุ่มมา
นำเสนอหน้าชนั้ เรียน
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมด้านพทุ ธพสิ ัย 95
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรยี นรู้ของ ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๒. เขียนบทความแสดงความ ✓ เ ข ี ย น บ ท ค ว า ม จ า ก เ ร ื ่ อ ง ที่
คิดเห็นเรื่องที่นักเรียนสนใจเพียง กำหนดให้
๑ เรื่องความยาวประมาณ ๑ ✓
บรรทัด เช่น เมืองไทยวันนี้ อาชีพ ✓ อ ภ ิ ป ร า ย เ ห ต ุ ผ ล ว ่ า ส ิ ่ ง ใ ด คื อ
ที่ข้าพเจ้าใฝ่ฝัน อนาคตของ ขอ้ คดิ เหน็ ส่ิงใดคือขอ้ เท็จจรงิ
เยาวชนไทย ละครไทยในโทรทัศน์ ✓
พจิ ารณาเพอื่ นำไปใช้ จำแนกบทความแสดงความ
๑. จากเร่อื ง คดิ ตา่ งกันแต่อยู่ คิดเห็นจากสื่อได้ถูกต้อง
ร่วมกันได้ ให้นักเรยี นพิจารณาวา่ เหมาะสม
ข้อความใด เปน็ ข้อเท็จจริง
ข้อความใดเปน็ ความคิดเห็นล้วน จัดกิจกรรมโต้วาทีตามเรื่องที่
ๆ และข้อความใดเปน็ ความ นักเรียนสนใจ
คดิ เห็นที่ประกอบด้วยเหตุผล
ยกตัวอยา่ งให้มากทสี่ ุด
๒. ยกตัวอย่างบทความแสดง
ความคิดเห็นจากสื่อสงิ่ พิมพค์ นละ
๑ เร่อื งสรปุ สาระสำคัญ ระบุส่วน
ที่เปน็ ขอ้ คดิ เห็นและส่วนทีเ่ ป็น
เหตผุ ลให้ชัดเจน
๓. จดั กิจกรรมโตว้ าทหี รอื การ
อภปิ ราย ช่วยกนั กำหนดญัตติหรอื
หัวขอ้ ตามที่นักเรยี นสนใจ
กจิ กรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมด้านพุทธพิสัย 96
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรยี นรู้ของ ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๔. จัดรายการสนทนาแสดงความ ✓ ✓ จัดรายการสนทนาแสดงความ
คิดเห็นหรือสัมภาษณ์บุคคลสำคัญ คิดเห็นหรือสัมภาษณ์บุคคล
ในประเด็นหรือหัวข้อต่างๆ ท่ี ✓ สำคัญในประเด็นหรือหวั ข้อต่างๆ
นกั เรียนสนใจ ✓ ท่นี ักเรียนสนใจ
บทที่ ๑๑ บ.ก.ที่รกั
การเลอื กนำไปใช้ เ ข ้ า ใ จ แ ล ะ เ ข ี ย น จ ด ห ม า ย ไ ด้
๑. แบง่ กลุ่มใหท้ ุกคนในกลุ่มเขยี น ถกู ตอ้ ง
จดหมายส่วนตวั ถงึ เพ่ือน เลา่ เรอื่ ง
การไปเท่ยี วพกั ผ่อนในชว่ งปิดภาค แสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับเร่อื งที่
เรียนแนะนำหนังสือดีท่ีไดอ้ า่ น กำหนด
ความยาวไม่เกิน ๑ หน้ากระดาษ
ให้แต่ละกลุ่มชว่ ยกนั คดั เลือก ตรวจสอบจดหมายที่มีความ
จดหมายฉบับที่มผี ชู้ อบมากท่ีสุด สมบูรณ์ที่สุดแล้วติดไว้ที่ป้าย
มาเสนอในชน้ั เรยี นทุก นิเทศ
๒. ทกุ กล่มุ ช่วยกันแสดงความ
คดิ เห็นเก่ียวกบั จดหมายที่ได้รับ
การคัด
ตามหัวข้อต่อไปน้ี
๓. ชว่ ยกนั คัดเลอื กฉบบั ทด่ี ีท่ีสดุ
จัดส่งทางไปรษณีย์ในนามของ
ห้องเรยี น เมื่อได้จดหมายตอบให้
นำจดหมายทงั้ สองฉบับตดิ ไว้ท่ี
ปา้ ยนิเทศ
กิจกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมด้านพุทธพิสัย 97
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรียนรขู้ อง ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๔.แบ่งกลุม่ หาตัวอย่างจดหมายกจิ ✓ ออกแบบหรือเขียนจดหมายและ
ธุระทล่ี งพิมพใ์ นนิตยสารแล้วนำมา นำไปติดไว้ที่ป้ายนิเทศให้เพื่อน
แสดงความเหน็ วา่ จดหมายฉบับ ทุกคนอา่ น
นัน้ เขียนไดด้ ีถกู ต้องตามหลักการ
เขยี นจดหมายกิจธุระหรอื ไม่ ✓ จัดกลุม่ จดหมายต่าง ๆ แล้วนำมา
อยา่ งไร แลว้ นำไปติดไวท้ ป่ี ้าย เสนอเพ่ือน ๆ
นิเทศใหเ้ พื่อนทกุ คนได้อ่าน
๕. แบ่งกลุ่มคัดเลือกจดหมายกิจ ✓ อภิปรายคำต่าง ๆ ที่จัดไว้ได้
ธุระที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ถูกตอ้ ง
ตนเองในนิตยสารหรือในเว็บไซต์
ต่างๆ แล้วนำมาเสนอให้เพื่อนๆ ✓ แก้ไขในบางตอนเพื่อให้เข้ากับ
ทราบด้วยอาจติดไว้ที่ป้ายนิเทศ เนือ้ หาของตน
หรือหมุนเวียนกันอ่านภายใน
ห้องเรยี น
การพิจารณาเพือ่ นำไปใช้
๑. รวบรวมคำนำหน้านามเพ่ิมเติม
และแบ่งคำนำหน้านามเปน็ กลุ่ม
ตามทจ่ี ัดไว้ในบทเรียน
บทที่ ๑๒ ท่องเว็บ เก็บความรู้
วิเคราะหเ์ น้อื หา
๑. นำขอ้ ความจากเร่อื งมาเรยี บ
เรียงใหมใ่ หเ้ ปน็ สำนวนของตนเอง
กจิ กรรมการเรียนรู้ พฤตกิ รรมด้านพทุ ธพสิ ัย 98
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎีการเรยี นรู้ของ ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
โดยเขียนให้ครอบคลุมตามเน้ือหา
ของเร่ืองเดิม
พจิ ารณาเพ่อื นำไปใช้
๑. สรปุ ใจความสำคญั ของเรื่อง ✓ อธบิ ายเร่อื งท่ีกำหนดใหไ้ ด้
การค้นพบสมบัตขิ องโลกล้านปี ทำงานที่มอบหมายแล้วนำข้อมูล
มาเรียบเรียง และอา้ งอิง
การเลอื กนำไปใช้
อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องแล้วให้
๑. แบ่งกลุ่มฝกึ คันหาข้อมูลความรู้ ✓ เพอ่ื น ๆ แสดงความคดิ เหน็
✓
จากเวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ ในหัวขอ้ ✓ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเหี่ยว
กับเรอ่ื งท่ีกำหนดให้
ตอ่ ไปน้ี โดยเลอื กข้อมูลท่สี ามารถ
นำมาอ้างองิ ได้ นำข้อมลู มาเรียบ
เรยี งแลว้ รายงานแกเ่ พอ่ื นๆอาจนำ
ข้อมูลเดิมจากเวบ็ ไซตม์ าแสดงด้วย
การรกั ษาสุขภาพ
๒. แบง่ กลุ่มสนทนาในห้องพดู คุย
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยใช้สำนวน
ภาษาที่ถูกต้องและกระชับ นำ
ขอ้ ความทค่ี ุยกนั นัน้ มาเสนอให้
เพ่อื นๆ แสดงความคิดเหน็
๓. ร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึง
ประโยชน์ของการใช้อินเทอร์เน็ต
ลองทำดู
บทที่ ๑๓ โครงการเด่น เขียนเนน้ กระบวนการ
วิเคราะห์เนอื้ หา
กิจกรรมการเรียนรู้ พฤติกรรมดา้ นพุทธพิสัย 99
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรียนร้ขู อง ผลการวเิ คราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
๑. ศึกษาวิธีการเขียนรายงาน ✓ ✓ สรุปการเขียนโครงงานต่าง ๆ ได้
โครงงานต่างๆ เพิ่มเติม จาก ✓ ✓ ถูกตอ้ ง
ห้องสมุดโรงเรียนสรุปสาระที่จะ
เป็นประโยชน์แก่เพื่อน ๆ ในชั้น เขียนงานที่มอบหมายอละหา
เรียน ติดไวท้ ีป่ ้ายนิเทศ ข้อบกพร่อง เพื่อที่จะปรับปรุง
การเลือกนำไปใช้ แก้ไข ทำให้การเขียนนั้นน่า
๑. แบ่งกลมุ่ ทำโครงงานภาษาไทย ประทบั ใจ
ที่สนใจ แลว้ เขยี นเป็นรายงานที่
สมบรู ณส์ ง่ ครพู จิ ารณาแก้ไขเพ่ิม ออกแบบกจิ กรรมการจัดประกวด
เดมิ ผ้แู ทนกลุ่มนำเสนอรายงานให้ เขียนรายงานโครงงานส่งเสริม
เพอ่ื นๆทราบและร่วมกนั อภิปราย การใช้ภาษาท่ีโรงเรยี น
เพ่ือแก้ไขปรบั ปรงุ คัดเลอื ก
รายงานฉบบั ท่ปี ระทับใจมากทีส่ ดุ ตีความจากเรอื่ งทอ่ี ่านได้
ไปตดิ ไว้ทป่ี ้ายนิเทศ
๒. จัดกิจกรรมประกวดเขียน
รายงานโครงงานส่งเสริมการใช้
ภาษาที่โรงเรียนจัดขึ้น นำเสนอให้
โรงเรยี นหรอื ชมุ ชนทราบ
บทท่ี ๑๔ คำเพราะเสนาะทำนอง
วิเคราะหเ์ นอ้ื หา
๑. อ่านเกบ็ ใจความของเรือ่ งท่อี า่ น
บอกชนดิ และลกั ษณะคำประพันธ์
ทแ่ี ตง่
กจิ กรรมการเรยี นรู้ พฤตกิ รรมดา้ นพุทธพสิ ัย 100
(Cognitive Domain)
ตามทฤษฎกี ารเรยี นรขู้ อง ผลการวิเคราะห์
Benjamin Bloom
คววาม ู้ร ความจำ
ความเข้าใจ
การนำไปใช้
การ ิวเคราะห์
การประเมินค่า
การส ้รางสรรค์
พิจารณาเพอื่ นำไปใช้ ✓ สามารถอธิบายเร่อื งทอ่ี า่ นได้
๑. นำตำนานเรื่อง สบุ นิ กมุ า จาก ✓
เรอ่ื งท่ีอ่านมาเรยี บเรียงเป็น อธิบายยกตัวเรื่องที่กำหนดได้
สำนวนของตนเอง ✓ นา่ สนใจ
การเลือกนำไปใช้ ทอ่ งทำนองเสนาะท่กี ำหนดใหไ้ ด้
๑. แบ่งกลมุ่ ฝึกเล่าเรื่องนิทานหรอื แต่งกาพย์ยานี กาพย์ฉบัง และ
ตำนานจากหัวข้อต่อไปนี้ ใช้ศิลปะ ก า พ ย ์ ส ุ ร า ง ค น า ง ค์ ไ ด ้ น่ า
การเล่าให้น่าสนใจ ประทบั ใจ
๒. ฝึกอ่านออกเสียง และอ่าน ✓ จัดกลุม่ หัวขอ้ ที่กำหนดให้
ทำนองเสนาะ
๓. ฝึกแตง่ กาพยย์ านี กาพย์ฉบัง ✓
และกาพยส์ ุรางคนางค์ บรรยาย
ความประทับใจ เหตุการณ์ บุคคล
หรือธรรมชาติ
๔. แบ่งกลุ่มศึกษาค้นคว้าจาก
หวั ข้อต่อไปนี้