แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา 43
แนวทางการประเมนิ
๑. ประเมนิ จากผลการทากิจกรรมกลุ่ม
๒. ประเมินพฤติกรรมผเู้ รียนโดยการสังเกตหรอื ใชแ้ บบสงั เกต
พฤตกิ รรม หลกั คณุ ธรรมทีป่ ระเมิน
- ปฏิบัตกิ ิจกรรมโดยมีการวางแผน มีความรอบคอบ พอเพียง ๓๐%
- ใช้วัสดถุ กู ต้อง พอเพียงกับงาน
สจุ รติ ๒๐%
- ปฏบิ ตั ิตามกฎ กติกาท่ีกาหนดอยา่ งเครง่ ครดั
- ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมด้วยตนเอง สามัคคี ๓๐%
- ใหค้ วามรว่ มมือในการทากจิ กรรมกลุม่ มีวนิ ัย ๒๐%
- มีภาวะผนู้ า ผู้ตาม ยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ืน่
- ม่งุ มนั่ ทากิจกรรมตามขั้นตอนและเวลาที่กาหนด
จนเกิดผลสาเรจ็
รวม 100%
44 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
กิจกรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จริยธรรม หนว่ ยท่ี ๑
ช่ือหน่วย กจิ กรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรมและ กจิ กรรมที่ ๑.๖
ธรรมาภิบาลตามค่านิยมหลักของคนไทย
12 ประการ เวลา ๒ ชั่วโมง
ชอื่ กจิ กรรม ไอดอลของฉนั
หลกั การและเหตุผล
พฤติกรรมท่ีเกิดจากการเลียนแบบในทางที่ไม่ดีงามของเยาวชนไทยมีเพิ่มมากข้ึน เช่น การสัก
ตามร่างกาย การแวน้ จักรยานยนต์ การแต่งกายไม่สุภาพ การตบตกี นั ในทส่ี าธารณะ เป็นตน้ สาเหตหุ ลัก
จากการสื่อสารบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตท่ีรวดเร็ว มีการกดไลค์และแชร์กันไปอย่างรวดเร็วทั่วถึง ทาให้
เยาวชนที่ขาดการบ่มเพาะจากครอบครัวและโรงเรียนมีพฤติกรรมที่ขาดจริยธรรมมากข้ึน ทาให้เกิด
ปัญหาสังคมตามมา กจิ กรรมไอดอลของฉัน เปน็ กิจกรรมท่ีให้ผ้เู รียนที่เปน็ เยาวชนท้ังหลายหันมามองหา
แบบอย่างทีด่ ี เพือ่ เชดิ ชคู นทาดี และเลยี นแบบส่ิงทีด่ งี ามตอ่ ไป
จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพ่ือให้กบั ผูเ้ รยี นมีจิตสานกึ ของการเปน็ คนดี
2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นหาตัวแบบที่เหมาะสมในการดาเนินชีวิตตามค่านิยมหลักของ
คนไทย ๑๒ ประการ
3. เพ่อื ส่งเสรมิ การเชิดชคู นดีตามค่าคา่ นิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ
สอ่ื วัสดุ อปุ กรณ์และแหล่งเรียนรู้อ่ืน ๆ
๑. กระดาษฟลปิ ชาร์ท พรอ้ มบอรด์ และขาตั้งตามจานวนกลุ่ม
๒. ปากกาเคมี สีเทยี นคละสีตามจานวนกลมุ่
๓. คอมพวิ เตอร์ พร้อมเครื่องฉาย LCD จอและเครื่องเสียง
๔. บอรด์ หรอื ฟิวเจอรบ์ อร์ด สาหรับติดผลงานกล่มุ
๕. กระดาษขนาด A4 คละสี มดี คตั เตอร์ กรรไกร เทปกาว สเี มจกิ คละสี กล่มุ ละ ๑ ชดุ
๖. รปู ภาพกจิ กรรมของดารา นกั รอ้ งและบคุ คลอืน่ ๆ รวมทง้ั เนต็ ไอดอล (Net Idol)
๗. แบบแสดงความคดิ เหน็ ตามจานวนกลุ่ม
๘. แบบประเมนิ ผลงานกลุม่ และแบบสงั เกตพฤตกิ รรม
แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 45
ขัน้ ตอนการดาเนินกจิ กรรม
๑. ผู้สอนนาสนทนาเกี่ยวกับคนที่มีช่ือเสียงในสังคม แล้วถามผู้เรียนว่าชอบใครบ้าง ทาไมจึง
ชอบคนคนนนั้
๒. แบง่ กลุ่มผเู้ รยี นเปน็ ๕ กล่มุ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลอื กประธาน เลขานกุ าร และตัง้ ช่อื กลุ่ม
๓. ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมากลุ่มละ ๕ คน เพ่ือเขียนภาพ ไอดอลของฉันบนกระดาษ
ฟลิปชาร์ททจี่ ัดไว้พร้อมบอร์ดและขาต้งั บริเวณหนา้ ช้นั เรยี น ตามคาส่ังดังนี้
๒.๑ ใหค้ นท่ี ๑ เขยี นรูปหนึง่ รปู บนกระดาษครัง้ เดียวโดยไม่ต้องยกปากกา
๒.๒ ให้คนที่ ๒ และคนถัดไปทาแบบเดียวกันโดยเขียนต่อจากรูปแรก เพ่ือให้ได้ภาพที่มี
รปู ร่างชัดเจน
๒.๓ คนสดุ ทา้ ยเตมิ สใี หส้ วยงาม
๔. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันวิจารณ์ภาพ จากนั้นผู้สอนสรุปว่าการท่ีภาพออกมาเป็นแบบน้ี
เพราะ ไอดอลของแต่ละคนไมเ่ หมือนกนั
๕. ผู้สอนฉายภาพดารา/นักร้อง/นักกีฬา/หรือคนอ่ืน ๆ ขณะท่ีทาความดี ให้ผู้เรียน
เปรียบเทยี บกบั ภาพ เน็ตไอดอล ที่เตรยี มมา ให้ผเู้ รียนช่วยกนั ตอบว่าถ้าเป็นคนไทยตอ้ งการ
ไอดอลแบบไหน
๖. ให้กลุ่มผู้เรียนท้ัง ๕ กลุ่ม จับสลากประเภทของไอดอล กลุ่มละ ๑ ประเภท คือ ประเภท
ดารานักร้อง ประเภทครู-อาจารย์ ประเภทนักกีฬา ประเภทบุคคลใกล้ตัว (พ่อ แม่
ผปู้ กครอง เพอ่ื น) ประเภทบคุ คลท่วั ไป แลว้ ระดมสมองเพ่อื เลอื กตัวแทนไอดอล ในประเภทนั้น
มากลุ่มละ ๑ คน จัดบอร์ดขนาด ๑ x ๑ เมตร แสดงคุณสมบัติท่ีแสดงออกถึงความดีท่ีเขา
กระทา
๗. ส่งตวั แทนกล่มุ นาเสนอ สรุปความหมายและความดีของ ไอดอล
๘. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นตามความเข้าใจของตนเกี่ยวกับประเด็น
คาถามท่แี จกให้ แลว้ นาไปติดท่บี อร์ดเพ่อื แลกเปลีย่ นเรยี นรรู้ ่วมกัน
ขอ้ เสนอแนะ
1. ผู้สอนควรเตรียมและตั้งบอร์ดพร้อมขาตั้งไว้หน้าช้ัน โดยหันหน้าฟลิปชาร์ทเข้าหาผู้เรียน
และควรช้ีแจงข้ันตอนการทากิจกรรมให้ชัดเจน โดยอาจสาธิตวิธีการวาดภาพให้ผู้เรียนดู
เปน็ ตวั อยา่ ง
2. กิจกรรมน้ีไม่จากัดจานวนผู้เรียน แต่ให้สามารถแบ่งได้ ๕ กลุ่มหรือมากกว่า โดยแต่ละ
ประเภทไอดอล อาจมีประเภทละ ๒ กลุ่ม
3. ในการค้นหาไอดอล อาจให้ทุกคนเขียนไอดอลของตัวเองแล้วร่วมกันตัดสนิ ใจเลอื ก
4. การติดบอรด์ ต้องมีภาพและข้อมลู โดยสงั เขปของไอดอลดว้ ย
5. หากเวลาไม่พอสาหรับทากิจกรรมในข้ันตอนท่ี ๗ ผู้สอนอาจปรับเป็นให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่ม
หรือรายบุคคลทาเป็นงานมอบหมายได้
46 แนวการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
แนวทางการประเมิน
๑. ประเมินจากผลการทากจิ กรรมกลมุ่
๒. ประเมินพฤติกรรมผู้เรยี นโดยการสังเกตหรอื ใช้แบบสงั เกต
พฤตกิ รรม หลกั คุณธรรมท่ีประเมนิ
- ใช้หลักเหตผุ ลในการตัดสนิ ใจเลอื กไอดอล พอเพยี ง ๑๐%
- ปฏิบตั ติ ามกฎ กติกาทีก่ าหนดอย่างเครง่ ครดั สจุ ริต ๓๐%
- ใหค้ วามร่วมมือในการทากจิ กรรมกลมุ่ สามคั คี ๓๐%
- ยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผูอ้ ่นื
มวี ินัย ๓๐%
- มงุ่ มัน่ ทากิจกรรมตามขั้นตอนและเวลาท่ีกาหนด
จนเกดิ ผลสาเรจ็
รวม 100%
แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 47
แบบแสดงความคดิ เห็น
หนว่ ยท่ี ๑ กจิ กรรมที่ ๑.๖
กลุ่มท่ี ............ ชื่อกลุ่ม ............................................................. วันที่ ............................................
คาสัง่ ใหต้ อบคาถามตามความเขา้ ใจของผู้เรยี น
๑. “ความซ่ือสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในส่ิงที่ดีงามเพื่อส่วนรวม” มีความสาคัญต่อ
ประเทศชาตอิ ย่างไรบา้ ง
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๒. ผู้เรียนคิดว่าเพราะเหตุใด คนในสังคมจึงให้ความสาคัญต่อ “ความซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน
มีอดุ มการณใ์ นสิ่งท่ดี ีงามเพอื่ สว่ นรวม” น้อยลง
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๓. ผู้เรียนคิดว่าจะสร้าง “ความซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในส่ิงท่ีดีงามเพ่ือส่วนรวม”
ของคนในสังคมข้ึนมาไดอ้ ย่างไรบ้าง
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
๔. หากผู้เรียนมีครอบครัวและมีบุตร-ธิดา ผู้เรียนจะปลูกฝังเร่ือง “ความซ่ือสัตย์ เสียสละ อดทน
มีอดุ มการณ์ในส่ิงที่ดีงามเพอื่ ส่วนรวม” ให้ลกู อยา่ งไรบา้ ง
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
48 แนวการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
-หนา้ ว่าง-
แนวการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมคุณธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา 49
หนว่ ยกจิ กรรมท่ี ๒
กจิ กรรมปลกู จติ สำนกึ ควำมเป็ นคนดี
50 แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
- หนา้ ว่าง -
แนวการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา 51
กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม หน่วยที่ ๒
ชื่อหน่วย กจิ กรรมปลกู จติ สำนกึ ควำมเปน็ คนดี กจิ กรรมที่ ๒.๑
ชื่อกจิ กรรม ระเบียบวินยั ในชีวิต เวลำ ๒ ช่ัวโมง
หลกั กำรและเหตผุ ล
ปัจจุบนั สถานประกอบการต้องการบคุ ลากรท่ีมีระเบียบวินยั การไร้ระเบียบวินยั เป็นไปในหลาย
ลักษณะ ท้ังแสดงออกทางกายหรือการกระทาไม่เคารพกฎ กติกา การใช้วาจาไม่เหมาะสม ขาดความ
รับผิดชอบในการพดู ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อผู้อ่ืน การฝึกให้ผู้เรียนให้อยใู่ นระเบียบวินัย รจู้ ักเคารพ
กฎ กตกิ าตา่ ง ๆ จะเปน็ การชว่ ยให้ผู้เรียนค้นุ เคยต่อการอยใู่ นกรอบระเบยี บวนิ ัย ไม่รู้สกึ อดึ อดั หรือเครยี ด
เมื่อต้องปรับตัว เพราะสังคมแต่ละสังคมจะมีวินัยต่างกันออกไป ท้ังน้ีเพื่อเป็นการเตรียมผู้เรียนเข้าสู่
สถานประกอบการและดารงชีพในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข
จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม
1. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกบั ระเบยี บวนิ ยั
2. เพื่อใหผ้ ้เู รยี นตระหนักและเห็นความสาคัญของการมวี ินัย
3. เพื่อสง่ เสรมิ ใหผ้ ้เู รียนมีวินัย มีมนุษยสัมพันธ์ทด่ี ี
สอ่ื วัสดุ อุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้อืน่ ๆ
1. คอมพวิ เตอร์ พร้อมเครอ่ื งฉาย LCD และจอ
2. ไมโครโฟนและเครื่องเสยี ง
3. เรอ่ื งเลา่ พรอ้ มคาถาม-คาตอบ
4. ภาพน่งิ หรอื วดี ิทัศน์ เพอื่ การอภปิ รายกลมุ่ เกย่ี วกับ
4.1 การเข้าควิ (Queue) เช่น การใชบ้ ริการสาธารณะ การใชบ้ ริการหนว่ ยงานทไี่ ปติดตอ่
4.2 การปฏิบตั ิตามกฎจราจร เชน่ การใชร้ ถ การใช้ถนน
4.3 การปฏิบัตติ ามกฎระเบียบในสถานศึกษา เชน่ การแต่งกาย การเขา้ เรยี น การเขา้ ร่วม
กจิ กรรม
4.4 การปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบในการทางาน เชน่ การแต่งกาย การเขา้ งาน การเลกิ งาน
4.5 การปฏบิ ัตติ ามกฎ กตกิ าการกีฬา เช่น การเลน่ กีฬา การชมกฬี า
5. แบบประเมนิ ผลงานกลุ่มและแบบสังเกตพฤตกิ รรม
ขั้นตอนกำรดำเนินกจิ กรรม
1. ผู้สอนอธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจและตระหนักในความสาคัญของการปฏิบัติตามกฎ กติกาและ
ระเบยี บวนิ ัยอยา่ งเคร่งครัด
52 แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมคุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
2. ผู้สอนยกตัวอย่างการปฏิบัติตามกฎ กติกามารยาทในการถามและตอบ โดยใช้เกม “ใครรู้
ยกมือข้ึน” โดยแบ่งผู้เรียนเป็น ๕ กลุ่ม และขออาสาสมัครผู้เรียน ๑-๒ คน ร่วมเป็น
กรรมการสังเกตการณ์ และจดบนั ทึกพฤติกรรมระหว่างการเลน่ เกม โดยกาหนดกติกาดังน้ี
๒.๑ สมาชิกในกลุม่ ใดตอ้ งการถามหรอื ตอบระหวา่ งท่ผี ู้สอนเลา่ เร่อื ง ให้ยกมอื ขึน้ และเมอื่
ไดร้ บั อนญุ าตแลว้ จงึ สามารถถามหรอื ตอบได้
๒.๒ กลมุ่ ใดปฏบิ ตั ิตามกตกิ าทุกครง้ั ทจ่ี ะถามหรือตอบ ไดค้ ะแนนครง้ั ละ ๑ คะแนน กลุม่ ที่
ไดค้ ะแนนมากทส่ี ุดเปน็ กลุม่ ชนะ
3. ผู้สอนเริ่มเล่าเรื่องท่ีมีเน้ือหาสนุกและน่าสนใจ ซ่ึงมีท้ังการเปิดโอกาสให้ผู้ฟังตั้งคาถามและ
ตอบคาถามงา่ ย ๆ เปน็ ระยะ ๆ
4. สมาชิกแต่ละกล่มุ จะตอ้ งตั้งใจฟังและรอตัง้ คาถามและตอบคาถามของผ้สู อน โดยตอ้ งปฏิบัติ
ตามกฎ กตกิ าในการถามและตอบทกุ ครง้ั
5. ผสู้ อนและผ้เู รยี นอาสาสมคั รชว่ ยกนั สรปุ ผลการทากิจกรรม และมอบรางวลั แกก่ ลมุ่ ทีช่ นะ
6. ผสู้ อนใหต้ วั แทนแต่ละกลุ่มจับสลากหัวข้อการอภิปรายเก่ียวกับระเบียบวินยั ในชีวิต กลุ่มละ
๑ หัวข้อ ได้แก่ การเข้าคิว การปฏิบัติตามกฎจราจร การปฏิบัติตามกฎระเบียบในสถานศึกษา
การปฏิบัติตามกฎระเบียบการทางาน การปฏิบัติตามกฎกติกาการเล่นกีฬา โดยผู้สอน
จัดเตรยี มภาพนงิ่ หรอื วดี ิทัศน์สนั้ ๆ ประกอบการอภิปรายให้แต่ละกลุม่
7. กลมุ่ หรอื ตวั แทนกล่มุ ออกมานาเสนอผลงานกลมุ่
8. ผู้สอนและผู้เรยี นช่วยกนั สรุปว่าระเบยี บวนิ ยั สาคญั อย่างไร
ขอ้ เสนอแนะ
1. กจิ กรรมน้เี หมาะสาหรับกลมุ่ ผู้เรียนทมี่ จี านวนไมม่ าก หากเปน็ ผ้เู รยี นกลุ่มใหญ่ ผสู้ อนตอ้ งใช้
ไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียงเพ่ือให้ได้ยินกันอย่างทั่วถึง ชัดเจน และจาเป็นต้องมีคณะ
ผ้สู อนหลายคนเพอ่ื คอยส่งไมค์ใหแ้ กผ่ เู้ รยี นที่ต้องการถาม-ตอบ
๒. เร่ืองท่ีผู้สอนนามาเล่า ควรเป็นเร่ืองท่ีสนุก น่าสนใจและใกล้ตัวผู้เรียน โดยผู้สอนต้องใช้
น้าเสยี งทีน่ ่าฟัง เร้าความสนใจ และเตรยี มสว่ นทจี่ ะใหผ้ ู้เรียนมสี ่วนรว่ มในการต้งั คาถามและ
ตอบคาถามในแต่ละชว่ งเป็นระยะ ๆ โดยควรเป็นคาถามท่งี ่าย ผู้เรยี นทุกคนสามารถตอบได้
เพอ่ื เรา้ ใจให้ผเู้ รยี นสนใจตดิ ตาม ต้ังใจฟังและโตต้ อบกับผสู้ อน
๓. ผู้สอนอาจเพม่ิ กตกิ าอื่น ๆ ท่ีสง่ เสรมิ การพัฒนาพฤตกิ รรมทีพ่ งึ ประสงค์เกี่ยวกับระเบียบวินัย
ในชน้ั เรยี น เชน่
๓.๑ เม่ือผู้เรียนได้รับอนุญาตให้ตอบคาถาม ผู้เรียนต้องลุกขึ้นยืนตอบ ต้องแต่งกายให้
เรยี บรอ้ ย ตอ้ งพูดดว้ ยวาจาสภุ าพ
๓.๒ หากคาตอบทเี่ พอื่ นตอบถกู ตอ้ ง ให้ผเู้ รยี นคนอืน่ ๆ ปรบมือให้
๓.๓ หากผเู้ รยี นชอบใจคาถาม-คาตอบใด ใหใ้ ช้การปรบมอื แทนการโห่ฮา
๔. ผู้สอนอาจจาเป็นต้องจัดคอมพิวเตอรโ์ น๊ตบุ้คตามจานวนกลุ่ม หรือสง่ ไฟล์วีดิทัศน์ ใหผ้ ู้เรียน
เปดิ ดจู ากสมารท์ โฟน
แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา 53
แนวทำงกำรประเมิน
๑. ประเมนิ จากผลการทากจิ กรรมกลมุ่
๒. ประเมินพฤติกรรมผ้เู รยี นโดยการสงั เกตหรอื ใช้แบบสงั เกต
พฤติกรรม หลกั คณุ ธรรมทปี่ ระเมนิ
- พงึ พอใจในผลทไี่ ด้จากการประเมิน พอเพยี ง ๒0%
- มภี ูมคิ ุ้มกันในการปฏิบัติตามกฎ กติกา
- มคี วามรอบรูใ้ นการแสดงเหตผุ ลเมอ่ื ถาม-ตอบ
- ตั้งใจฟังคาอธบิ ายของผสู้ อน มวี ินัย ๔0%
- ปฏบิ ัติตามกฎ กติกาโดยยกมือทุกครง้ั ท่จี ะถาม-ตอบ
- รบั ผดิ ชอบตอ่ คาพูดของตน ซื่อสัตย์ สจุ รติ ๒0%
- ไม่นาคาถาม-คาตอบของผูอ้ น่ื มาใช้
- เคารพสิทธิของผู้อื่นที่ยกมอื กอ่ น มมี ารยาท ๒0%
- ลกุ ข้ึนถาม-ตอบเม่ือได้รบั อนุญาต
- ใช้ภาษาท่เี หมาะสมในการถาม-ตอบ
รวม 100%
54 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
กจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จริยธรรม หน่วยที่ ๒
ชอ่ื หน่วย กิจกรรมปลกู จติ สำนึกควำมเป็นคนดี กจิ กรรมท่ี ๒.๒
ชอ่ื กจิ กรรม สวยด้วยใจ เวลำ ๒ ชั่วโมง
หลักกำรและเหตุผล
ยคุ สมยั ท่เี ปล่ียนไป ทาใหค้ นละเลยหน้าทีท่ ่มี ีตอ่ สังคม ขาดจิตสานกึ ต่อส่วนรวม กจิ กรรม “สวย
ด้วยใจ”เป็นอีกวิธีหน่ึงในการสร้างความตระหนักปลูกฝังลักษณะนิสัยจิตอาสาให้กับนักเรียน นักศึกษา
ได้ร่วมมือร่วมใจ รักษาความสะอาด ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ และมีความภาคภูมิใจในตนเอง
อันจะนาไปสู่การปฎบิ ัติตนมคี ุณลักษณะพงึ ประสงค์ เปน็ สมาชิกท่ีดีของสงั คมตอ่ ไป
จุดประสงค์ของกจิ กรรม
1. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนได้ตระหนักและเห็นความสาคญั ของการอยู่รว่ มกนั ในสังคม
2. เพ่ือสง่ เสริมให้ผู้เรยี นมีจติ สานึกความเปน็ คนดี
สือ่ วัสดุ อุปกรณ์และแหล่งเรยี นรู้อนื่ ๆ
1. คอมพวิ เตอร์ พร้อมเครอ่ื งฉาย LCD จอ ไมโครโฟนและเครอ่ื งเสียง
2. เรอื่ งเล่า พรอ้ มคาถาม-คาตอบ
3. ภาพน่งิ หรอื วดี ทิ ัศน์ เพอื่ การอภปิ รายกลมุ่ เกีย่ วกบั
3.1 หนังสนั้ คนดี https://www.youtube.com/watch?v=8LFLpsD7bjw
3.2 จติ อาสา https://www.youtube.com/watch?v=lZ6k1TxuKhA
3.3 การเป็นคนดี https://www.youtube.com/watch?v=YRnUEPzUuPY
4. กระดาษสี ๓ สี ตัดเปน็ รูปหวั ใจสาหรับผเู้ รยี นคนละชดุ กระดาษกาวและกระดาษฟลิปชาร์ท
กระดาษ A4 กล่มุ ละ ๓ แผ่น
5. แบบประเมินผลงานกล่มุ และแบบสังเกตพฤติกรรม
ขนั้ ตอนกำรดำเนินกจิ กรรม
1. ผ้สู อนเล่าเรอ่ื งหรอื ให้ผเู้ รียนดูภาพนิ่งหรือวดี ิทัศน์ แลว้ ต้ังคาถามเก่ยี วกับสิง่ ท่ีผู้เรยี นไดร้ บั ใน
ประเด็นเกยี่ วกบั ความเปน็ คนดี
2. ผู้สอนแจกกระดาษสีท่ีตัดเป็นรูปหัวใจ ให้ผู้เรียนคนละ ๓ ดวง ๆ ละสี แล้วให้ผู้เรียนเขียน
ความดขี องตนเองท่มี ี จิตอาสาทตี่ นเองเคยทา และความด/ี จติ อาสาท่อี ยากทาในอนาคต ทัง้
ตอ่ ตนเอง ครอบครัวและสงั คม จากน้นั ให้ผู้เรียนนาหัวใจทเี่ ขียนขอ้ ความไปตดิ ทีต่ ้นไม้แห่งความดี
3. แบ่งผู้เรียนเป็น ๓ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มมีจานวนสมาชิกเท่า ๆ กัน แล้วให้แต่ละกลุ่มเลือก
หัวหน้ากลมุ่ พร้อมกบั ตั้งชอ่ื กลุ่ม แล้วส่งตวั แทนรับกระดาษ
แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 55
4. ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อที่ต้องการสรุปร่วมกันจากต้นไม้แห่งความดี ในหัวข้อ
“ความดีของตนเองทมี่ ี” “จิตอาสาทีต่ นเองเคยทา” และ “ความดี/จติ อาสาท่ีอยากทาในอนาคต”
5. ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนระหว่างการทากิจกรรม โดยเน้นเร่ืองของความซ่ือสัตย์
การทางานร่วมกัน ความสามัคคี และการตรงต่อเวลา
6. ให้ผู้เรียนส่งตัวแทนกลมุ่ นาเสนอผลงาน
7. ผู้เรียนร่วมกันสรุปกิจกรรม “สวยด้วยใจ” เล่าถึงความประทับใจ ความภาคภูมิใจที่มี
ส่วนรว่ มในกจิ กรรม พรอ้ มเชญิ ชวนให้ทุกคนทาความดโี ดยเรม่ิ ตน้ ท่ใี จ
ข้อเสนอแนะ
1. กจิ กรรมนี้เหมาะกับผู้เรียนจานวน ๓๐-๔๕ คน แบ่งเป็น ๓ กลุ่ม ๆ ละ ๑๐-๑๕ คน ไม่ควร
เพมิ่ จานวนสมาชกิ ตอ่ กลุ่มมากกว่าท่ีกาหนด เพอ่ื ให้ทกุ คนได้มสี ่วนร่วมในการระดมความคดิ
และอภิปรายร่วมกนั
๒. กรณีท่ีไม่มีส่ือภาพนิ่งหรือวีดทิ ัศน์ เร่ืองที่ผู้สอนนามาเล่าควรเป็นเร่ืองที่น่าสนใจและใกล้ตัว
ผู้เรียน เร้าความสนใจ และเตรียมส่วนท่ีจะให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการต้ังคาถามและตอบ
คาถามในแต่ละชว่ งเปน็ ระยะ ๆ โดยควรเป็นคาถามทง่ี า่ ย ผูเ้ รยี นทกุ คนสามารถตอบได้ เพ่ือ
เร้าใจให้ผูเ้ รยี นสนใจตดิ ตาม ตง้ั ใจฟงั และโตต้ อบกบั ผู้สอน
แนวทำงกำรประเมิน
๑. ประเมนิ จากผลการทากิจกรรมกลุม่
๒. ประเมนิ พฤติกรรมผูเ้ รียนโดยการสังเกตหรอื ใชแ้ บบสงั เกต
พฤติกรรม หลักคุณธรรมท่ีประเมนิ
- ใช้ทรพั ยากรอยา่ งค้มุ ค่า ตรวจสอบได้ พอเพียง ๑0%
- ปฏิบัตหิ นา้ ท่แี ละรักษาผลประโยชน์ขององคก์ ร ซือ่ สตั ย์ สุจรติ ๒0%
- พูดความจริง
- ไม่นาผลงานของผอู้ ื่นมาเปน็ ของตนเอง มวี นิ ัย ๑0%
สามคั คี ๒0%
- ตรงตอ่ เวลา
- เข้ารว่ มกิจกรรมตามกาหนด จิตอาสา 40%
- ร่วมมือในการทางานดว้ ยความกลมเกลียวและปรองดอง
- ยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อืน่
- มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
- ร่วมบาเพ็ญประโยชน์ตอ่ สาธารณะ
- อาสาช่วยเหลอื ครหู รอื ส่วนรวม
- เสียสละ แบง่ ปนั โดยไม่หวงั สง่ิ ตอบแทน
รวม 100%
56 แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา
กิจกรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม หนว่ ยที่ ๒
ช่อื หน่วย กิจกรรมปลกู จิตสำนึกควำมเปน็ คนดี กิจกรรมท่ี ๒.๓
ช่อื กิจกรรม มอื สะอำด ชำตไิ ม่ลม่ เวลำ ๒ ชวั่ โมง
หลักกำรและเหตผุ ล
ปัจจุบันกระแสเรียกร้องหา ความซ่ือสัตย์สุจริต โดยเฉพาะการไม่คอร์รัปชัน (Corruption)
คดโกงของนักการเมืองและข้าราชการมีมากขึ้นทุกวัน และมีการจัดทาโครงการรณรงค์ปลูกฝังความ
ซื่อสัตย์สุจริต ให้กับเด็ก เยาวชนและข้าราชการมากข้ึนเรื่อย ๆ เช่น โครงการต้านโกง โครงการโตไป
ไม่โกง แต่ผลที่เกิดข้ึนกลับเป็นไปในทางตรงกันข้ามเพราะมีข่าวเปิดโปงการโกงกินคอร์รัปชันมากข้ึน
กว่าเดิม ดังน้ันจึงเป็นภาระหน้าที่ของครูในการปลูกจิตสานึกของความเป็นคนดีให้กับเยาวชนของชาติ
เพ่อื ให้ชาตไิ ทยปลอดจากการคดโกงคอร์รปั ชนั ให้ไดใ้ นอนาคต
จุดประสงค์ของกิจกรรม
๑. เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นรู้และเข้าใจความหมายของความซอ่ื สตั ย์ สุจริต การคอร์รปั ชนั
๒. เพื่อให้สร้างจิตสานึกให้ผู้เรียนมีความซ่ือสัตย์ต่อตนเอง อาชีพ ครอบครัว สังคมและ
ประเทศชาติ
3. เพ่ือสง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนปฏิบัตติ นเปน็ ผมู้ ีความซือ่ สัตย์ สุจริต รกั ษาผลประโยชนส์ ว่ นรวม
ผลประโยชนข์ องชาติ มากกวา่ ประโยชนข์ องกลมุ่ ตน หรือ ผลประโยชนส์ ่วนตน
สื่อ วสั ดุ อุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้อืน่ ๆ
๑. วีดิทศั นก์ ารพดู สนุ ทรพจน์ เรอื่ ง “มือสะอาดชาตไิ มล่ ่ม”
https://www.youtube.com/watch?v=RsfLTVuHBTA
๒. คอมพิวเตอร์ พร้อมเคร่ืองฉาย LCD และจอ
๓. กระดานไวทบ์ อรด์ พรอ้ มปากกาเขยี นไวทบ์ อร์ด หรือกระดาษฟลิปชาร์ทพรอ้ มปากกาเคมี
๔. กระดาษ A4 พรอ้ มปากกาเทา่ จานวนผู้เรียน
๕. แบบประเมนิ ผลงานกลุม่ และแบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ขัน้ ตอนกำรดำเนินกจิ กรรม
๑. ผสู้ อนกลา่ วทักทายผู้เรยี น จากน้นั จงึ แจ้งชอ่ื กิจกรรมและจุดประสงคข์ องกิจกรรม
๒. ผูส้ อนแจ้งว่า “ในหอ้ งเรยี นนี้ มีโจทยอ์ ยู่ ๕ ขอ้ ได้แก่
2.1 คิดว่า “ทุจริต คอร์รปั ชัน” หมายถงึ อะไร
2.2 ในชว่ งชวี ิตทผ่ี า่ นมา เคยเห็นหรือรับร้เู รื่องราวเกย่ี วกับการทจุ รติ คอรร์ ปั ชันอะไรบา้ ง
2.3 รู้สึกอย่างไรเม่อื เห็นผอู้ ่ืน ทจุ รติ คอร์รปั ชัน
แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา 57
2.4 ในชว่ งวยั เรียนทผี่ ่านมา เคยทจุ รติ อะไรมาบ้าง
2.5 มแี นวทางในการปอ้ งกันการทุจรติ คอร์รปั ชันอย่างไรบา้ ง
๓. ให้ผู้เรียนทุกคนหยิบกระดาษและปากกาท่ีหน้าห้องคนละ ๑ ชุด แล้วเขียนคาตอบของ
ตนเองลงกระดาษตามโจทย์ท่ีให้ โดยจะเร่ิมท่ีข้อใดก็ได้ แต่ต้องเขียนให้ครบท้ัง ๕ ข้อ หาก
พบว่ามีคาตอบของเพ่ือนเหมือนคาตอบในใจของตนเอง ให้ขีดท้ายข้อความน้ัน (เหมือน
เลือกผ้แู ทน) กาหนดเวลาสาหรับการตอบโจทย์ ๗-๑๐ นาที หรือแลว้ แตค่ วามเหมาะสม
๔. ระหว่างที่ผู้เรียนเขียนคาตอบ ผู้สอนควรเดินดูคาตอบของผู้เรียนเป็นระยะ เพ่ือดูประเด็น
ทน่ี า่ สนใจ และคอยรักษาเวลาตามท่ไี ด้กาหนดไว้ โดยขานเวลาท่ีเหลือดงั ๆ ให้ผู้เรียนทราบ
เปน็ ระยะ เพ่อื เปน็ การฝกึ วนิ ัยและความรบั ผิดชอบแกผ่ ู้เรยี น ผ้สู อนไมค่ วรปล่อยเวลาใหเ้ ลย
ไปจากที่กาหนดไว้แต่แรก เม่ือหมดเวลาแล้ว แต่พบว่าผู้เรียนบางส่วนยังเขียนไม่ครบ ๕ ข้อ
ผู้สอนควรสง่ั ให้หยุดการเขยี น แล้วให้ช้ันเรียนรว่ มกันกาหนดเวลารว่ มกันวา่ ต้องการเพิม่ อีก
กี่นาที และให้ทัง้ ช้ันร่วมกนั รกั ษาเวลาอยา่ งเคร่งครดั
๕. เมื่อทุกคนเขียนคาตอบเสร็จแล้ว ผู้สอนแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ให้มีจานวนเท่า ๆ
กัน แล้วมอบหมายให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์และสรุปประเด็นสาคัญ ภายใน ๕-๑๐ นาที
จากนนั้ ใหต้ ัวแทนกลมุ่ นาเสนอประเด็นทีส่ รปุ ได้ โดยใชเ้ วลาไมเ่ กนิ กลุ่มละ ๒ นาที
๖. ผู้สอนเก็บประเด็นทุกข้อข้ึนกระดานเพ่ือนาไปสู่การสรุป แล้วถามคาถามสุดท้ายว่า “ได้
เรยี นรูอ้ ะไรจากกิจกรรมน้ี”
๗. ทา้ ยชวั่ โมง ให้ผูเ้ รยี นชมวีดทิ ศั น์ ผู้ชนะการประกวดสนุ ทรพจน์ เรอ่ื ง “มอื สะอาดชาติไม่ลม่ ”
เพื่อเติมเต็มความรู้ ความเข้าใจและเสริมสร้างทัศนคติ และปลูกฝังความรับผิดชอบในเรื่อง
ทุจรติ คอร์รัปชนั ของสว่ นรวมตอ่ ไป
ขอ้ เสนอแนะ
๑. ก่อนจัดกิจกรรม ผู้สอนควรเขียนโจทย์ท้ัง 5 ข้อใส่กระดาษฟลิปชาร์ทให้แล้วเสร็จ และติด
กระจายรอบห้องเรียน หรอื พ้ืนทจี่ ัดการเรยี นการสอน โดยใชช้ ายกระดาษปิดทบั ข้อความไว้
เพือ่ ปอ้ งกันความสนใจของผูเ้ รยี นขณะผสู้ อนกาลงั อธิบาย
๒. กจิ กรรมน้ีเหมาะกับผเู้ รียนจานวน ๓๐-๔๐ คน แบ่งเป็น ๕ กลุ่มเท่ากับจานวนโจทย์ หากมี
จานวนผู้เรียนมากกว่าน้ี สามารถเพิ่มจานวนกลุ่มได้ตามความเหมาะสม (เช่น หากมี ๑๐
กลุ่ม ก็สามารถให้ ๒ กลุ่มวิเคราะห์โจทย์ข้อเดียวกันได้) แต่ไม่ควรเพิ่มจานวนสมาชิกต่อ
กล่มุ มากกว่า 8 คน เพือ่ ให้ทุกคนได้มสี ่วนรว่ มในการระดมความคดิ และอภปิ รายร่วมกัน
๓. เพื่อให้มีส่วนร่วมและฝึกการรับผิดชอบต่อหน้าท่ีของตนเอง อันเป็นวัตถุประสงค์หน่ึงของ
กระบวนการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียน ผู้สอนไม่ควรสุ่มบางกลุ่มเพ่ือนาเสนอ หรือสุ่มให้
กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนาเสนอ หากต้องการประหยัดเวลา ผู้สอนควรแจ้งผู้เรียนว่า “กลุ่มที่
นาเสนอทีหลัง หากพบว่ากลุ่มก่อนนาเสนอประเด็นเดียวกันกับตนเองแล้ว ให้นาเสนอ
เพ่มิ เติมเฉพาะประเดน็ ทีต่ ่างกันเท่าน้ัน เพ่อื ลดเวลาในการนาเสนอลง”
๔. ในการสรา้ งความตระหนกั และเรียนรปู้ ัญหาคอรร์ ัปชันอาจใช้เกม เชน่ บอรด์ เกมต้านโกง
58 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
แนวทำงกำรประเมนิ
๑. ประเมินจากผลการทากิจกรรมกลุ่ม
๒. ประเมินพฤตกิ รรมผ้เู รียนโดยการสงั เกตหรอื ใชแ้ บบสงั เกต
พฤติกรรม หลกั คุณธรรมท่ปี ระเมิน
- ใชห้ ลักความมเี หตผุ ลในการแสดงความคิดเหน็ พอเพียง 3๐%
- ปฏิบัตกิ ิจกรรมเสร็จตามเวลาทกี่ าหนด มีวนิ ัย 2๐%
- ระบพุ ฤติกรรมของตนเองตามความเปน็ จรงิ ซื่อสัตย์ สจุ ริต 40%
- ปฏิบตั ิงานดว้ ยตนเองครบทุกกจิ กรรม
จติ อาสา ๑0%
- ชว่ ยเหลอื ผสู้ อนและเพือ่ นในขณะร่วมกิจกรรมด้วย
ความเต็มใจ
- ร่วมกจิ กรรมกลุม่ ดว้ ยความกระตือรือรน้
รวม ๑๐๐%
แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 59
หนว่ ยกจิ กรรมท่ี ๓
กจิ กรรมทำควำมดตี ำมรอยพระยคุ ลบำท
60 แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
- หนา้ ว่าง -
แนวการจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา 61
กิจกรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม หน่วยท่ี ๓
ชอื่ หน่วย กิจกรรมทำควำมดตี ำมรอยพระยุคลบำท กิจกรรมที่ ๓.๑
ชื่อกิจกรรม รู้จกั “พอ่ ” เวลำ ๒ ชั่วโมง
หลักกำรและเหตุผล
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน คนไทยเราอยู่และคุ้นเคยกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก
พระมหากษัตริย์ไทยทรงบาเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพ่ือให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข สถาบัน
พระมหากษัตริย์จึงหมายถึงสถาบันสูงสุด โดยทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความ
จงรักภักดี ทรงเป็นที่ยึดเหน่ียวจิตใจของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ ทรงไว้ซ่ึงคุณธรรมอันประเสริฐ และ
ทรงเป็นทเ่ี คารพรักเทดิ ทนู อย่างสูงยง่ิ ของประชาชนชาวไทยท้ังประเทศ
ด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงามและพระราชอัธยาศัยอันน่าประทับใจของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี ๙ ทรงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก พระองค์ทรงเป็น
แบบอย่างของคาว่าสุภาพบุรุษ และทรงเป็นเอกบุรุษ หน่ึงเดียวท่ีคนท่ัวโลกต่างถวายพระราชสมัญญา
นามว่า “King of Kings” หรือ “Great King” ยอดพระมหากษัตริย์ของโลกด้วยพระเกียรติคุณอัน
ย่ิงใหญ่และพระบารมีอันไพศาลของพระองค์ จึงควรอย่างยิ่งท่ีอนุชนรุ่นหลังจะได้ศึกษาและเรียนรู้
"พระมหากษัตริยท์ ที่ รงงานหนกั ที่สุดในโลก"
จดุ ประสงค์ของกิจกรรม
๑. เพ่ือให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจในพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ ๙
๒. เพื่อเสริมสร้างและปลกู ฝังคุณธรรม จริยธรรมให้ผู้เรียน โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภมู ิพลอดลุ ยเดช รชั กาลท่ี ๙ เป็นองค์ตน้ แบบแห่งคุณธรรม
๓. เพ่ือส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนมคี วามจงรักภกั ดตี อ่ สถาบนั พระมหากษัตริย์
สอ่ื วัสดุ อปุ กรณ์และแหลง่ เรยี นรูอ้ ื่น ๆ
1. วีดทิ ศั น์ พระราชกรณยี กิจ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี ๙
https://goo.gl/U6wdLf หรือ https://goo.gl/pwu4w8
๒. ภาพพระราชกรณยี กจิ จากส่อื อินเทอร์เนต็
๓. คอมพวิ เตอร์ พร้อมเคร่ืองฉาย LCD จอ และเคร่ืองเสียง
๔. กระดาษ A4
๕. กระดานไวทบ์ อรด์ พรอ้ มปากกาเขยี นไวทบ์ อร์ด หรือ กระดาษฟลิปชาร์ทพรอ้ มปากกาเคมี
๖. ลูกอม/ขนม เพอ่ื เป็นรางวลั
๗. แบบประเมนิ ผลงานกล่มุ และแบบสงั เกตพฤติกรรม
62 แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
ขน้ั ตอนกำรดำเนินกจิ กรรม
1. แบ่งผู้เรยี นเป็นกลมุ่ ๆ ละ ๕-๖ คน ด้วยวิธีง่าย ๆ ทไ่ี มใ่ ชเ้ วลามาก (เช่น นับเลข จับสลากส/ี
รูปภาพ ฯลฯ)
2. ผูส้ อนตงั้ คาถามเพื่อกระตนุ้ ความคดิ ผู้เรยี น ทง้ั นี้ โดยไมค่ าดหวงั คาตอบทีถ่ กู ต้อง ดงั น้ี
๒.๑ กษัตรยิ ์ทคี่ รองราชย์ยาวนานทส่ี ดุ ในประเทศไทยคอื พระองคใ์ ด
๒.๒ ตลอดรชั สมัยของพระองค์ได้ทรงคิดและดาเนนิ โครงการหลวงท้งั ส้ินกีโ่ ครงการ
๒.๓ เพราะอะไรทา่ นจงึ ทรงงานอยา่ งหนกั
๒.๔ โครงการหลวงทนี่ กั เรยี นรจู้ กั มีโครงการอะไรบา้ ง
3. ผู้สอนชี้แจงว่า กิจกรรม “รู้จักพ่อ” ต้องการให้ทุกคนช่วยกันคิดคาถาม-คาตอบเรื่องอะไร
ก็ได้ท่ีเก่ียวข้องกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 กลุ่มละ
๕ คาถาม เพ่ือแข่งขันการตอบปัญหา โดยสลับกันเป็นพิธีกรทีละกลุ่ม กลุ่มท่ีเหลือจะเป็น
ผูร้ ่วมแข่งขัน โดยกาหนดกติกา ดังน้ี
๓.๑ แต่ละกลุ่มมีเวลาในการเตรียมคาถาม ๓๐ นาที (อนุญาตให้ใช้โทรศัพท์มือถือเพ่ือ
สืบคน้ ขอ้ มูลได้)
๓.๒ ให้ผู้ทาหน้าท่ีพิธีกรอ่านโจทย์ ๒ คร้ัง ผู้ที่จะตอบให้ยกมือและต้องได้รับอนุญาตจาก
พธิ กี รก่อนตอบคาถาม
๓.๓ หากไม่มีผ้ตู อบถูกภายใน ๓ คร้ัง ให้พธิ กี รเฉลยคาตอบ
๓.๔ การตัดสิน คือ ตอบถูก ๑ ข้อ ได้ ๑ คะแนน หากกลุ่มใดตอบได้คะแนนสูงสุดจะเป็น
ผชู้ นะ
๓.๕ ผสู้ อนเป็นผูบ้ ันทึกคะแนนและชข้ี าด หากเกดิ ปัญหาระหวา่ งแขง่ ขัน
4. ผสู้ อนและผู้เรยี นร่วมกนั สรปุ ผลการแข่งขนั แล้วมอบรางวลั ให้กลุ่มท่ีชนะ
5. ผ้สู อนชวนผู้เรยี นอภิปรายดว้ ยคาถาม ได้แก่
๕.๑ รสู้ กึ อย่างไร เม่อื ทากจิ กรรม “รู้จกั พ่อ”
๕.๒ คิดอย่างไร เมื่อได้ทราบข้อมูลเพ่ิมเติมเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา-
ภูมพิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี ๙
๕.๓ ผู้เรยี นคดิ วา่ จะทดแทนพระคุณพระองคอ์ ยา่ งไร
6. เปดิ วดี ิทัศน์ พระราชกรณยี กจิ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดช
รชั กาลที่ ๙ ใหผ้ เู้ รยี นดู เพ่ือเตมิ เต็มและเปน็ การสรปุ พระราชกรณียกจิ อีกครั้ง
ข้อเสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้เหมาะกับกลุ่มผู้เรียนจานวน ๑ ห้องเรียน แต่หากมีจานวนมากกว่าน้ีหรือจัด
รวมกันทั้งสถานศกึ ษา ผู้สอนสามารถเพิม่ จานวนสมาชกิ ต่อกล่มุ หรือเพ่มิ จานวนกลุม่ ไดต้ าม
ความเหมาะสม หรอื จดั แขง่ ขนั ตอบคาถามระหว่างตัวแทนกลุ่มของแผนกวชิ า
แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 63
2. ในกรณีจัดรวมกันกลุ่มใหญ่ ผู้สอนอาจเป็นผู้คิดคาถาม แล้วให้นักศึกษาที่มีความเป็นผู้นา
เป็นพิธีกรดาเนินรายการและร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินได้ โดยอาจจัดให้มีการมอบ
รางวัลและเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะ ผู้ร่วมแข่งขันและคณะกรรมการดาเนินงาน เพ่ือเป็นการ
กระตนุ้ การเข้ารว่ มกิจกรรมในครั้งตอ่ ไป
3. กิจกรรมสามารถปรับเปล่ียนรปู แบบและเงอ่ื นไขอื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสม
4. แนะนาแอปพลเิ คชนั เช่น OHM Books Shelf, OHM jitasa3 ให้ผเู้ รยี นได้ศึกษาเพม่ิ เตมิ
แนวทำงกำรประเมิน
๑. ประเมินจากผลการทากิจกรรมกลุ่ม
๒. ประเมนิ พฤตกิ รรมผู้เรยี นโดยการสงั เกตหรือใชแ้ บบสังเกต
พฤติกรรม หลักคุณธรรมทีป่ ระเมิน
- ทากิจกรรมโดยคานงึ ถงึ ภมู ิคุ้มกนั ด้านคุณธรรม พอเพยี ง ๒๕%
จริยธรรม ความปลอดภัย ความรกั สามัคคี
มีวนิ ัย ๒๕%
- ทากิจกรรมโดยมีการวางแผน
สุจรติ ๒๕%
- ทากิจกรรมตามท่ไี ด้รบั มอบหมายจนเกิดผลสาเร็จ จิตอาสา ๒๕%
ตามเงอ่ื นไขและเวลาที่กาหนด รวม ๑๐๐%
- ทากจิ กรรมตามทไี่ ด้รบั มอบหมายด้วย
ความรบั ผิดชอบ
- รบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน
- มุ่งมั่นทากิจกรรมด้วยความซื่อสตั ย์
- ไมล่ อกเลียนคาตอบของผู้อน่ื
- ช่วยเหลอื เพอื่ นในกลมุ่
- ชว่ ยจดั เตรียม จดั เกบ็ วัสดุอปุ กรณก์ ารทากิจกรรม
64 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
กิจกรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม หนว่ ยท่ี ๓
ช่ือหน่วย กิจกรรมทำควำมดีตำมรอยพระยุคลบำท กจิ กรรมท่ี ๓.๒
ชอ่ื กิจกรรม รใู้ จ “พ่อ” เวลำ ๒ ชว่ั โมง
หลกั กำรและเหตุผล
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน คนไทยเราอยู่และคุ้นเคยกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก
พระมหากษัตริย์ไทยทรงบาเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพ่ือให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข สถาบัน
พระมหากษัตริย์จึงหมายถึงสถาบันสูงสุด โดยทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความ
จงรักภักดี ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ ทรงไว้ซึ่งคุณธรรมอันประเสริฐ และ
ทรงเป็นทีเ่ คารพรักเทิดทนู อยา่ งสงู ย่งิ ของประชาชนชาวไทยทง้ั ประเทศ
ด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงามและพระราชอัธยาศัยอันน่าประทับใจของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นทปี่ ระจกั ษ์แก่สายตาชาวโลก พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของ
คาวา่ สภุ าพบรุ ษุ และทรงเปน็ เอกบรุ ุษ หน่งึ เดยี วทคี่ นท่วั โลกต่างถวายพระราชสมญั ญานามวา่ “King of
Kings” หรือ “Great King” ยอดพระมหากษัตริย์ของโลกด้วยพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่และพระบารมี
อนั ไพศาลของพระองค์ จงึ ควรอย่างยิ่งทอี่ นุชนรุน่ หลังจะไดศ้ ึกษาและเรยี นรู้ "พระมหากษัตริย์ทท่ี รงงาน
หนกั ทส่ี ุดในโลก"
จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม
๑. เพ่ือให้ผู้เรียนรู้และเข้าใจในพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลท่ี 9
๒. เพือ่ เสริมสร้างและปลกู ฝังคณุ ธรรม จริยธรรมให้กับผเู้ รียน โดยมีพระบาทสมเด็จ พระ
ปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช รชั กาลที่ 9 เป็นองคต์ ้นแบบแหง่ คณุ ธรรม
๓. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรยี นมีความจงรกั ภักดตี อ่ สถาบันพระมหากษัตริย์
สอื่ วสั ดุ อปุ กรณ์และแหล่งเรียนร้อู นื่ ๆ
๑. กระดาษ A4
๒. กระดานไวท์บอร์ดพร้อมปากกาเขยี นไวทบ์ อร์ด หรือกระดาษฟลิปชาร์ทพร้อมปากกาเคมี
๓. บทความ ๑๑ ตอน เรอื่ ง “รจู้ ักพอ่ ” จาก https://goo.gl/j9UfE3
๔. แบบประเมนิ ผลงานกล่มุ และแบบสงั เกตพฤตกิ รรม
แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา 65
ข้นั ตอนกำรดำเนนิ กจิ กรรม
๑. แบง่ ผู้เรยี นเปน็ กลุ่ม ๆ ละ ๓ คน ตามความสมัครใจ
๒. ผู้สอนชแ้ี จงจดุ ประสงค์ ขนั้ ตอนและกติกาของกจิ กรรม “เกมการฟงั ” ดงั นี้
๒.๑ ให้แต่ละกลุ่มยืนเรียงแถว กาหนดให้เรียกคนยืนกลางว่า "ผู้ฟัง" และคนยืนขนาบข้าง
ซา้ ยและขวาว่า "ผูพ้ ูด"
๒.๒ กาหนดเวลาให้ ๑ นาที ให้ผู้พูดพูดอะไรก็ได้ ส่วนผู้ฟังให้จาเรื่องราวที่ได้ฟังให้ได้มาก
ท่สี ุด และนับจงั หวะไปด้วย (๑..๒..๓..๔..๕...) จนกวา่ จะไดย้ ินสัญญาณหมดเวลา
๓. เมื่อหมดเวลา ผู้สอนขออาสาสมัครผู้ฟัง ๑-๓ กลุ่ม เล่าเร่ืองที่ได้ฟังมาในเวลา ๑ นาที
ที่ผ่านมาว่าจาอะไรได้บ้าง และให้ผู้พูดบอกว่า ผู้ฟังสามารถจดจาเร่ืองราวที่ตนเองพูดได้
กี่เปอรเ์ ซ็นต์จากท่ีผ้พู ดู เล่าไป (ผสู้ อนสามารถซักถามเพิ่มเติมได้ว่า “มขี อ้ มลู อะไรขาดหายไป
บา้ ง”) หลังจากนั้นให้ผูเ้ รียนทงั้ หมดรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ ดังน้ี
๓.๑ ผู้พดู รสู้ กึ อยา่ งไร
๓.๒ ผฟู้ ัง ร้สู กึ อยา่ งไร
๓.๓ เกมการฟังเหมอื นการปกครองพสกนกิ รของ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหา- ภูมิ
พลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ อยา่ งไรบ้าง
๓.๔ การนับตวั เลขไปด้วยขณะทฟี่ ัง เปรียบได้กบั อะไรในชีวิตประจาวันของพระองคท์ า่ น
๓.๕ คิดวา่ พระองคท์ า่ นทรงใช้พระกรรณฟงั อยา่ งเดียวหรือไม่ อยา่ งไร
๔. ผู้สอนแจกบทความ ๑๑ ตอน ให้ทุกกลุ่มและกาหนดเวลาอ่าน ๓๐ นาที เพื่อให้แต่ละกลุ่ม
หาบทความทป่ี ระทบั ใจท่สี ดุ ๑ บทความ แล้วออกไปนาเสนอ กลมุ่ ละไมเ่ กนิ ๕ นาที ดงั นี้
๔.๑ ประทับใจเพราะอะไร
๔.๒ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 ทรงมีบุคลิกลักษณะ
พิเศษอยา่ งไร
๔.๓ เป็นเร่อื งง่ายหรือไม่ สาหรบั ผู้เรียนที่จะมีบุคลิกลักษณะเหมือนพระองค์ท่าน และหาก
ผู้เรียนจะพัฒนาบุคลกิ ภาพของตนเองให้เหมือนพระองค์ท่าน ผู้เรียนจะพฒั นาด้านใด
เลือกเพียง ๑ ด้าน โดยให้บอกวิธีเร่ิมพัฒนาตนเองเป็นข้อ ๆ ลงบนกระดาษ A4
(แบ่งกลมุ่ ผเู้ รียนออกเป็นกล่มุ ๆ ละ ๕-๗ คน ตามความเหมาะสม)
๔.๔ ให้ผู้เรียนแต่ละคนนาผลงานการพัฒนาตนเองติดลงบนกระดาษฟลิปชาร์ทของแตล่ ะ
กลุ่ม แล้วออกแบบการนาเสนอในรปู Mind Mapping ระบายสใี หส้ วยงาม
๔.๕ แตล่ ะกลมุ่ นาผลงานของตนเองติดตามจดุ ตา่ ง ๆ รอบหอ้ งเรยี น
๔.๖ ผู้เรยี นคัดเลือกคนนาเสนอผลงานของกล่มุ ละ ๑ คนยนื ประจาจดุ ที่ตดิ ผลงาน
๔.๗ สมาชิกกลุ่มท่ีเหลือเดินชมผลงานของเพ่ือนกลุ่มอ่ืน ๆ โดยมีผู้นากลุ่ม ๑ คนยืน
นาเสนอผลงานของตนเองตามจุดต่าง ๆ โดยแต่ละกลุ่มเดินชมผลงานของเพ่ือนโดย
เดนิ วนขวา หรอื ตามเขม็ นาฬิกา
66 แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
๔.๘ ใหส้ มาชกิ ทุกคนเลือกโหวตกล่มุ ทนี่ าเสนอได้ดีและนา่ สนใจ (ใช้วิธตี ิดดาว /ให้คะแนน/
ติดสตก๊ิ เกอร์ หรอื อ่นื ๆ ตามความเหมาะสมโดยมีกตกิ าห้ามให้คะแนนกล่มุ ของตนเอง)
๔.๙ ให้รางวลั กลมุ่ ท่ไี ดร้ บั การโหวตจากสมาชิกในห้องมากท่สี ุด
๕. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปพระราชจริยวัตร (บุคลิกคุณลักษณะ) ของพระบาทสมเด็จ
พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รชั กาลที่ 9 แลว้ ร่วมกนั อภปิ ราย ดงั น้ี
๕.๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี 9 ทรงใช้หลักการ
ปกครองบา้ นเมอื งอยา่ งไร
๕.๒ เป็นเรือ่ งง่ายหรอื ไม่ สาหรบั ผู้เรียนทจ่ี ะมีบุคลิกลักษณะเหมือนพระองค์
๕.๓ ผู้เรียนจะทดแทนพระคุณ พระองค์อย่างไร
ขอ้ เสนอแนะ
1. กจิ กรรมนเี้ หมาะกบั ผเู้ รยี นจานวน ๓๐ คน หรือ ๑ ชน้ั เรียน
2. ในการอภิปราย ผู้ฟัง/ผู้พูด รู้สึกอย่างไรในข้ันตอนที่ ๓ น้ัน ผู้สอนควรเขียนแยกความรู้สึก
เชิงบวกและลบออกจากกนั เพอ่ื ใหง้ ่ายตอ่ การจาแนกของผู้เรยี น
3. ผู้สอนตอ้ งสงั เกตพฤตกิ รรมของผู้เรยี นในระหวา่ งการทากจิ กรรมและการอภิปราย
4. กจิ กรรมสามารถปรบั เปล่ียนไดต้ ามความเหมาะสมกับเวลาทม่ี ี
แนวทำงกำรประเมิน
๑. ประเมินจากผลการทากจิ กรรมกลุ่ม
๒. ประเมินพฤตกิ รรมผู้เรยี นโดยการสงั เกตหรือใช้แบบสังเกต
พฤตกิ รรม หลักคุณธรรมท่ปี ระเมนิ
- ทากิจกรรมโดยคานงึ ถึงภูมคิ มุ้ กนั ดา้ นคณุ ธรรม พอเพียง ๓๐%
จรยิ ธรรม ความรอบคอบ ใฝร่ ู้
มีวนิ ยั ๓๐%
- ทากิจกรรมโดยมีการวางแผน
สจุ รติ ๓๐%
- ทากิจกรรมตามทไี่ ดร้ บั มอบหมายจนเกิดผลสาเรจ็ จติ อาสา ๑๐%
ตามเงอ่ื นไขและเวลาที่กาหนด รวม ๑๐๐%
- ทากิจกรรมตามที่ไดร้ บั มอบหมายด้วยความ
รบั ผิดชอบ/รับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ่นื
- มุง่ ม่ันทากิจกรรมด้วยความซื่อสตั ย์
- ไมล่ อกเลียนคาตอบของผ้อู นื่
- ช่วยเหลอื เพ่ือนในกลุม่
- ช่วยจดั เตรยี ม จดั เกบ็ วสั ดอุ ปุ กรณก์ ารทากิจกรรม
แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 67
กิจกรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม หนว่ ยท่ี ๓
ชอื่ หน่วย กจิ กรรมทำควำมดตี ำมรอยพระยคุ ลบำท กิจกรรมที่ ๓.๓
ชอื่ กจิ กรรม เดนิ ตำม “พ่อ” เวลำ ๒ ชวั่ โมง
หลกั กำรและเหตผุ ล
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีงามใน
ทุกดา้ น สมควรท่ีจะดาเนนิ รอยตามพระยุคลบาทด้วยหลกั ปฏบิ ัติ ๑๐ ประการ ได้แก่
ขอ้ ที่ ๑ ทางานอย่างผู้รู้จริง และมผี ลงานเป็นทป่ี ระจักษ์
ขอ้ ท่ี ๒ มีความอดทน มุ่งมน่ั ยดึ ธรรมะและความถกู ต้อง
ขอ้ ที่ ๓ ความอ่อนนอ้ มถ่อมตน เรยี บงา่ ย และประหยดั
ขอ้ ที่ ๔ มงุ่ ประโยชนค์ นส่วนใหญเ่ ป็นหลัก
ขอ้ ที่ ๕ รับฟงั ความเห็นของผอู้ น่ื และเคารพความคิดทีแ่ ตกตา่ ง
ข้อท่ี ๖ มีความตัง้ ใจจริงและขยนั หมัน่ เพยี ร
ข้อท่ี ๗ มคี วามสุจริต และความกตญั ญู
ขอ้ ที่ ๘ พง่ึ ตนเอง ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง
ขอ้ ท่ี ๙ รกั ประชาชน
ข้อที่ ๑๐ การเอ้ือเฟื้อซ่งึ กันและกนั
หากประชาชนชาวไทยทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ได้ทบทวน ยึดถือและน้อมนาไป
ปฏบิ ตั ดิ งั ท่ี พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช รัชกาลท่ี 9 ทรงปฏบิ ัตแิ ลว้ คนในชาติจะ
สามารถดาเนนิ ชวี ิตไดด้ ้วยดี สงั คมจะสงบสขุ และประเทศชาติเจรญิ กา้ วหนา้ ได้อยา่ งหาทีส่ ดุ มิได้
จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพ่ือให้ผู้เรียน รู้และเข้าใจในพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช รชั กาลท่ี 9
2. เพื่อเสริมสร้างและปลูกฝงั คุณธรรม จริยธรรมให้ผู้เรียน โดยมีพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทร
มหาภูมิพลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ 9 เป็นองค์ต้นแบบ
3. เพอ่ื สง่ เสริมให้ผ้เู รียนมปี ณิธานในการทาความดีเพอื่ ผ้อู น่ื
4. เพือ่ ส่งเสริมใหผ้ ้เู รียนมีส่วนรว่ มในการปลูกหรอื บารงุ รกั ษาตน้ ไม้
5. เพื่อส่งเสริม ให้ผู้เรียนน้อมนาพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับการดูแลรักษาป่าไปสู่การปฏิบัติ เพ่ือสถานศึกษา ชุมชน
ท้องถิ่น และประเทศชาติ
68 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
สือ่ วัสดุ อุปกรณ์และแหล่งเรยี นรอู้ น่ื ๆ
๑. กระดาษคละสี ตดั เปน็ รปู หวั ใจ พร้อมปากกาเคมีและเทปใส
๒. บอรด์ ใหญ่ ตดิ ภาพตน้ ไม้ใหญท่ แ่ี ตกก่ิงกา้ นสาขา
๓. ขวดเปลา่ นา้ อดั ลม คนละ ๒ ขวด
๔. ฟองน้า ๔ แผน่ เลก็ /ชน้ั เรียน
๕. ถาดเปลา่ สาหรับเพาะเมล็ด ๒ ถาด/ชน้ั เรยี น
๖. เมลด็ พนั ธุส์ าหรบั ปลกู กลมุ่ ละ ๒-๓ ชนิด/ช้นั เรียน
๗. คัตเตอร์ ๔ อนั /ช้นั เรียน
๘. เชอื ก ๑ ม้วน/ชน้ั เรยี น
๙. หัวแรง้ ๑ ตัว
๑๐. ปุ๋ย A, ปยุ๋ B ๑ ถงุ /ชน้ั เรยี น
๑๑. ดนิ ๕ ถงุ (เลก็ )
๑๒. คีมเล็ก ๓ อนั /ชัน้ เรียน
๑๓. วดี ทิ ศั น์ “ตามรอยพระราชา” http://gg.gg/94d6k
๑๔. เครื่องเสียง พรอ้ มเพลง “เดนิ ตามรอยเท้าพอ่ ” http://gg.gg/94d02
๑๕. แบบประเมนิ ผลงานกลุ่มและแบบสงั เกตพฤติกรรม
ขัน้ ตอนกำรดำเนนิ กจิ กรรม
๑. ใหผ้ ู้เรียนดูวีดิทัศน์ “ตามรอยพระราชา” แลว้ ช่วยกันอภิปรายวา่
๒.๑ เคยเห็นใครทาความดเี พ่ือคนอนื่ เพ่ือสงั คม เพ่ือประเทศชาติ โดยไม่หวังผลตอบแทนบา้ ง
๒.๒ รสู้ ึกอยา่ งไรต่อบคุ คล หรอื ความดีเหล่าน้นั
๒.๓ ในช่วงชวี ิตทีผ่ า่ นมา นกั เรยี น/นกั ศกึ ษาไดท้ าความดอี ะไรบา้ ง
๒.๔ นักเรยี น/นกั ศึกษา ได้ตงั้ ใจจะให้สังคมและประเทศชาตจิ ดจาความดีของตนเองอย่างไร
๒. ผู้สอนแจกกระดาษรปู หัวใจให้ผเู้ รียนคนละชนิ้ ใหผ้ ู้เรยี นแตล่ ะคนเขียนความดที ตี่ ง้ั ใจจะทา
เพอื่ เดินตามรอยพ่อลงในกระดาษนน้ั แลว้ นาไปตดิ ตามกิง่ ก้านสาขาของต้นไม้ทบี่ อร์ด โดย
ในระหวา่ งทากิจกรรมผู้สอนจะเปิดเพลง “เดนิ ตามรอยเทา้ พ่อ” เพื่อใช้เปน็ การกาหนดเวลา
สาหรับการทากิจกรรมในขัน้ ตอนนี้
๓. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันยืนตรงเพื่อน้อมสานึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นเวลา ๘๙ วินาที แล้วร่วมกันร้องเพลง
“เดนิ ตามรอยเทา้ พ่อ”
๔. ผ้สู อน ใหผ้ ู้เรยี น เลือกเมล็ดพันธุ์ ทเ่ี ตรยี มมา เพ่ือเตรยี มการเพาะเมลด็
๕. ผ้สู อนสาธิตการเพาะเมล็ด ด้วยเริม่ จาก การตดั ฟองน้าเป็นช้นิ เล็ก และวางเมลด็ พนั ธ์ุ บน
ฟองน้า แล้วนาเมล็ดพันธ์ุท่ีวางบนฟองน้า มาใส่ในถาดเพาะเมล็ด แล้วเติมน้าให้ล้น
ฟองนา้ หมัน่ เตมิ นา้ ทกุ วนั หา้ มให้แห้ง
แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา 69
๖. เมื่อเมลด็ พันธุ์งอกภายใน 1 สัปดาห์ นาเมล็ดพนั ธ์ุทีเ่ พาะได้ ใส่ลงขวดและใสป่ ุ๋ย
๗. ติดตามผลการเจริญเติบโตของพืช และดูแลรักษาจนเติบโต เพื่อดาเนินการจาหน่ายหรือ
แจกตอ่ ไป
ข้อเสนอแนะ
๑. กิจกรรมนี้สามารถใช้กับผู้เรียนจานวนมาก และหากทาได้ ควรจัดในสถานท่ีท่ีสามารถ
ควบคุมแสง เสยี ง เพือ่ สร้างบรรยากาศท่เี งยี บสงบ ให้ผเู้ รยี นมีสมาธใิ นการดูวดี ทิ ัศน์ “ตาม
รอยพระราชา” ฟังและร่วมร้องเพลง “เดินตามรอยเท้าพ่อ” ด้วยสานึกในพระมหา
กรุณาธคิ ณุ เป็นล้นพน้ อนั หาสดุ มไิ ด้
๒. หากมีผู้เรียนร่วมกิจกรรมจานวนมาก ในช่วงอภิปราย ผู้สอนอาจใช้วิธีสุ่มถามผู้เรียน ๒-๓
คนตอ่ ๑ ประเด็นคาถาม แล้วเปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นท่มี ีความเห็นแตกตา่ งเพ่มิ เติมจากทีเ่ พื่อน
ได้นาเสนอไปแลว้
๓. ผู้สอนต้องสังเกตพฤติกรรมของผเู้ รยี นในระหว่างการทากจิ กรรม
๔. กจิ กรรมสามารถปรบั เปลยี่ นไดต้ ามความเหมาะสม
แนวทำงกำรประเมนิ
๑. ประเมินจากผลการทากจิ กรรมกลุ่ม
๒. ประเมินพฤติกรรมผเู้ รยี นโดยการสังเกตหรอื ใชแ้ บบสังเกต
พฤติกรรม หลักคณุ ธรรมท่ปี ระเมนิ
- ทากิจกรรมดว้ ยความต้งั ใจ พอเพยี ง ๒๐%
- ใช้วัสดใุ นการทากจิ กรรมด้วยความประหยัด
มวี นิ ยั ๓๐%
- ทากิจกรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมายตามเงอ่ื นไขและ
เวลาทีก่ าหนด สุจรติ ๒๕%
จติ อาสา ๒๕%
- ทากิจกรรมดว้ ยความรับผดิ ชอบ
- เขา้ แถวอย่างมีระเบียบชว่ งนากระดาษไปตดิ ทบ่ี อรด์ รวม ๑๐๐%
- ไมพ่ ูดคุย สง่ เสียงดังระหวา่ งการทากิจกรรม
- มุ่งมั่นทากจิ กรรมด้วยตนเอง ไมล่ อกเลยี นผอู้ ื่น
- มุ่งมัน่ ต้งั ใจรกั ษาคาพูดของตน
- ช่วยเหลอื เพ่อื นในกลุ่ม
- เอ้ือเฟ้ือ แบ่งปันการใชว้ สั ดุอปุ กรณ์
- ชว่ ยจดั เตรียม จดั เกบ็ วัสดอุ ปุ กรณก์ ารทากิจกรรม
แนวการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 71
หนว่ ยกจิ กรรมท่ี ๔
กจิ กรรมอนุรักษ์ศลิ ปวฒั นธรรม
72 แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
- หนา้ วา่ ง -
แนวการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 73
กจิ กรรมส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม หนว่ ยท่ี ๔
ช่อื หน่วย กจิ กรรมอนรุ กั ษศ์ ิลปวัฒนธรรม กิจกรรมท่ี ๔.๑
ชอ่ื กิจกรรม การแสดงพื้นบา้ น เวลา ๒ ช่ัวโมง
หลกั การและเหตผุ ล
ปัจจุบนั การใช้ชีวิตของคนไทยมีการเปล่ยี นแปลงจากสังคมไทยแบบดง้ั เดิมไปสสู่ ังคมทม่ี กี ารรับ
วัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามากข้ึน ทาให้เยาวชนละเลยการประพฤติปฏิบัติตามวัฒนธรรมและประเพณี
ไทย ไม่ให้ความสาคัญกับการสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท่ีดีงามเหล่านั้นให้คงอยู่คู่กับ
สังคมไทย จึงจาเป็นต้องปลูกฝังและสร้างจิตสานึกเยาวชนให้เกิดความรักและศรัทธาต่อประเพณีและ
วัฒนธรรมไทยท่ีเป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่ินให้ดารงสืบต่อไป โดยเฉพาะศิลปวัฒ นธรรม “การแสดง
พื้นบา้ น” ที่แสดงถงึ ความเปน็ ชมุ ชน สังคมและท้องถน่ิ ทาใหเ้ กดิ สานกึ รักษ์บา้ นเกดิ และอนุรักษส์ ืบสาน
วฒั นธรรม
จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม
1. เพอ่ื ให้ผู้เรยี นมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบั การแสดงพ้นื บา้ นในท้องถ่ิน
2. เพื่อให้ผเู้ รียนตระหนักถึงความสาคญั และเห็นคณุ คา่ ของการแสดงพน้ื บ้านในท้องถิน่
3. เพื่อส่งเสริมให้ผ้เู รียนอนรุ กั ษ์สืบสานวฒั นธรรมการแสดงพ้นื บา้ นในทอ้ งถิน่
ส่อื วสั ดุ อปุ กรณ์และแหล่งเรยี นรูอ้ ่นื ๆ
1. ภาพนงิ่ หรือวดี ิทัศน์ หรอื วีดทิ ัศน์ เก่ยี วกับการแสดงพน้ื บา้ นของแต่ละทอ้ งถิ่น
https://www.youtube.com/watch?v=5EHMNDEVL0Q&list=RD5EHMNDEVL0Q&s
tart_radio=1&t=50
2. ภาพการแสดงพ้ืนบ้านของแต่ละท้องถิ่น ๒ ชุด ๆ ละ ๕ ภาพ ชุดหน่ึงตัดเป็นจิ๊กซอว์ใส่ใน
ซอง ๆ ละภาพ จานวน ๕ ซอง
3. คอมพวิ เตอร์ พร้อมเคร่ืองฉาย LCD จอและเครอื่ งเสยี ง
4. กระดาษฟลปิ ชาร์ท พรอ้ มปากกาเคมี
5. แบบประเมนิ ผลงานกล่มุ และแบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ข้นั ตอนการดาเนนิ กจิ กรรม
1. ผู้สอนชวนสนทนาและตัง้ คาถามให้ผูเ้ รยี นตอบเกี่ยวกบั การแสดงพน้ื บา้ นของท้องถน่ิ ดงั นี้
๑.๑ การแสดงพืน้ บ้านทผี่ เู้ รียนร้จู ักมอี ะไรบ้าง
๑.๒ การแสดงพื้นบ้านของแต่ละทอ้ งถ่ินที่ผู้เรยี นรู้จักนั้น จัดแสดงในโอกาสอะไรบา้ ง หรือมี
วตั ถปุ ระสงค์อย่างไร
74 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา
2. ผู้สอนเปิดภาพนิ่ง หรือวีดิทัศน์ หรือวีดิทัศน์ การแสดงพ้ืนบ้านของแต่ละท้องถ่ิน แล้วให้
ผเู้ รียนชว่ ยกนั ตอบวา่ การแสดงพ้นื บา้ นน้ันเปน็ ของภาคใด
3. แบ่งกลุ่มผู้เรยี นเป็น ๕ กลมุ่ ๆ ตามความสมัครใจ ให้แต่ละกลมุ่ เลือกประธานและต้งั ชือ่ กลุ่ม
แลว้ ส่งตวั แทนจับฉลากซองจิ๊กซอวภ์ าพการแสดงพ้นื บา้ น กลุ่มละ ๑ ซอง
4. ให้แต่ละกลุ่มต่อภาพจิ๊กซอว์การแสดงพื้นบ้านจากซองท่ีจับฉลากได้ กลุ่มใดที่ต่อภาพเสร็จ
และผู้สอนตรวจสอบความถูกตอ้ งสมบูรณ์เรยี บรอ้ ยแล้ว ผู้สอนมอบภาพการแสดงพน้ื บ้าน
ภาพเดียวกับที่กลุ่มต่อจ๊ิกซอว์เป็นการเฉลยภาพ แล้วให้สมาชิกกลุ่มร่วมกันหาข้อมูลจาก
มอื ถอื เกยี่ วกบั การแสดงพื้นบ้านนน้ั ใหเ้ วลารวม ๒๐ นาที
5. กลุ่มหรือตัวแทนกลุ่มออกมาเล่านาเสนอประกอบภาพการแสดงพื้นบ้าน ซ่ึงเป็นภาพ
เดยี วกับทก่ี ลุม่ ต่อจก๊ิ ซอว์ กลมุ่ ละ ๕ นาที ในหัวข้อท่กี าหนดดังนี้
๕.๑ ชือ่ การแสดงพื้นบา้ น
๕.๒ ทอ้ งถ่นิ ท่จี ัด วนั หรือชว่ งทจ่ี ัด จดุ มงุ่ หมายทีจ่ ัด ประวตั ิความเป็นมาโดยสังเขป
๕.๓ รายละเอียดของการแสดง เช่น การแต่งกาย ผู้เก่ียวข้อง เคร่ืองมืออุปกรณ์ หรือ
องคป์ ระกอบท่เี กยี่ วขอ้ ง ฯลฯ
6. ผสู้ อนและผู้เรียนร่วมกันอภปิ รายเก่ยี วกบั
๖.๑ เหตุผลท่เี ราควรอนรุ ักษก์ ารแสดงพื้นบา้ นไว้
๖.๒ ผูเ้ รยี นจะมีสว่ นรว่ มในการอนุรักษก์ ารแสดงพ้นื บ้านไดอ้ ยา่ งไร
7. ผสู้ อนและผเู้ รยี นรว่ มกันสรปุ สิ่งท่ีได้เรยี นรู้
ขอ้ เสนอแนะ
1. ภาพการแสดงพ้ืนบ้านที่นามาประกอบกิจกรรม ควรเป็นภาพการแสดงพืน้ บ้านท่ีเป็นที่รู้จัก
รปู ภาพต้องเป็นภาพสี มคี วามคมชดั ขนาดใหญ่ไม่นอ้ ยกว่ากระดาษ A4 เพ่อื เวลานามาตัด
เป็นภาพจิ๊กซอว์แล้ว สมาชิกกลุ่มทุกคนจะได้สามารถมีส่วนร่วมในการประกอบภาพ ท้ังน้ี
การจัดทาภาพจิ๊กซอว์แต่ละภาพควรมีจานวนชิ้นส่วนเท่า ๆ กัน เพ่ือไม่ให้มีการได้เปรียบ
เสียเปรียบระหว่างกลุม่
2. กิจกรรมน้ีสามารถจัดในช้ันเรียน โดยหากมีเวลามากพอ อาจกาหนดงานมอบหมายให้
ผู้เรียนแต่ละกลุ่มไปศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติม และเตรียมการเพ่ือมาแสดงการละเล่นพ้ืนเมือง
ในคร้งั ตอ่ ไป
3. กรณีจัดเป็นกิจกรรมของสถานศึกษา อาจจัดในชั่วโมงกิจกรรมเสริมหลักสูตร หรือจัด
รว่ มกบั กิจกรรมลูกเสอื วิสามญั กจิ กรรมองคก์ ารวชิ าชีพ หรือกจิ กรรมในวันสาคัญอื่น ๆ เพ่ือ
อนุรกั ษส์ บื สานการแสดงพ้นื บ้านและวฒั นธรรมทอ้ งถิ่น
4. การแสดงพื้นบา้ นควรมีความหลากหลาย โดยผสู้ อนอาจคัดเลือกมาจากวัฒนธรรมประเพณี
ของแต่ละภาค เพ่ือให้ผู้เรียนได้มโี อกาสศึกษาเรียนร้แู ลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณีท่ีดีของ
แต่ละทอ้ งถน่ิ
แนวการจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา 75
5. หากผู้เรียนมาจากท้องถ่ินท่ีแตกต่างกัน การจัดกลุ่มเพ่ือทากิจกรรมอาจกาหนดให้จัดตาม
ท้องถ่นิ ของผ้เู รยี นได้ เพอื่ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มไดน้ าเสนอข้อมลู การละเลน่ พ้นื บา้ นของทอ้ งถ่นิ ตนได้
อย่างชัดเจนและเกดิ ความซาบซ้ึง ความภาคภมู ใิ จในวฒั นธรรมประเพณที ้องถน่ิ ตนมากข้ึน
แนวทางการประเมิน
๑. ประเมนิ จากผลการทากจิ กรรมกลุม่
๒. ประเมินพฤตกิ รรมผเู้ รยี นโดยการสงั เกตหรือใชแ้ บบสังเกต
พฤติกรรม หลักคณุ ธรรมทปี่ ระเมิน
- ทากิจกรรมดว้ ยความตง้ั ใจ รอบคอบ พอเพียง ๒0%
- ใฝร่ ู้ ศกึ ษาคน้ คว้าขอ้ มลู เพอื่ ความถูกต้อง
มวี ินัย ๔๐%
- ทากจิ กรรมตามทไี่ ดร้ บั มอบหมายตามเงื่อนไขและ
เวลาที่กาหนด สุจริต ๒๐%
จิตอาสา ๒0%
- ทากจิ กรรมด้วยความรับผดิ ชอบ
- ไม่พดู คุย ส่งเสยี งดงั ระหว่างการทากิจกรรม รวม 100%
- รบั ฟังความคดิ เห็นของผูอ้ นื่
- มงุ่ มน่ั ทากจิ กรรมดว้ ยตนเอง
- รว่ มแรงร่วมใจชว่ ยเหลือในการทางานกลุ่ม
- มงุ่ ม่นั ทางานจนประสบความสาเรจ็
76 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
กิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม หน่วยที่ ๔
ชือ่ หน่วย กิจกรรมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมท่ี ๔.๒
ชือ่ กิจกรรม การละเลน่ พน้ื บ้าน เวลา ๒ ชว่ั โมง
หลกั การและเหตุผล
ปจั จบุ ันความเจรญิ และการขยายตัวของสังคมเมอื งสู่สังคมชนบท ทาให้วถิ ชี วี ิตความเปน็ อยู่ของ
คนในสังคมชนบทเกิดการเปล่ียนแปลง การรับวัฒนธรรมต่างชาติทาให้เยาวชนรนุ่ หลังขาดจิตสานึกที่มี
ต่อการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีไทยให้คงอยู่คู่กับสังคมไทย จึงต้องปลูกฝังและสร้าง
จิตสานึกเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เกิดความรักและศรัทธาต่อประเพณีและวัฒนธรรมไทยท่ีเป็นเอกลักษณ์
ของท้องถ่ินให้ดารงสืบต่อไปโดยเฉพาะศิลปวัฒธรรม “การละเล่นพื้นบ้าน” ท่ีแสดงถึงความเป็นชุมชน
สงั คมและท้องถ่ิน ทาให้เกิดสานกึ รักษ์บ้านเกิด และอนรุ กั ษส์ บื สานวฒั นธรรม
จดุ ประสงค์ของกิจกรรม
1. เพือ่ ให้ผเู้ รียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การละเล่นพนื้ บา้ นในท้องถนิ่
2. เพื่อให้ผ้เู รียนตระหนกั ถึงความสาคัญและเหน็ คณุ ค่าของการละเล่นพ้ืนบ้านในท้องถิน่
3. เพ่อื สง่ เสริมให้ผู้เรียนอนุรกั ษ์และสบื สานวฒั นธรรมการละเลน่ พนื้ บา้ นในทอ้ งถนิ่
ส่อื วสั ดแุ ละอปุ กรณ์
1. วัสดุอปุ กรณต์ ามการละเลน่ ของแตล่ ะกล่มุ เช่น ผา้ ถุง เสอ้ื หมวก ผ้าขาวมา้ เปน็ ตน้
2. เครอ่ื งเสียงและอปุ กรณ์สอื่ โสตทัศน์
3. แบบประเมนิ ผลงานกลมุ่ และแบบสงั เกตพฤติกรรม
ขน้ั ตอนการดาเนินกจิ กรรม
1. ประชุมคณะกรรมการดาเนินงานวิทยาลัย / คณะกรรมการองค์การวิชาชีพ / คณะ
กรรมการชมรมวิชาชีพ เพื่อวางแผนเตรียมจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการกาหนดหัวข้อเรื่อง
รูปแบบ วัน เวลาและสถานท่ีจัดกิจกรรม การรับสมัครกลุ่มผู้เรียนร่วมประกวดการละเล่น
พนื้ บา้ น คณะกรรมการตัดสิน คณะวิทยากร คณะทางานและอน่ื ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง
2. ประชาสัมพันธ์การรับสมคั รและการจดั กิจกรรมแกผ่ ู้เรียนหรือกลุ่มเป้าหมายในสถานศึกษา
โดยใช้สอ่ื ตา่ ง ๆ เช่น ประชาสมั พนั ธ์หนา้ เสาธง ติดป้ายประกาศ เวบ็ ไซต์ของวิทยาลัย เสียง
ตามสาย เป็นตน้
3. ผรู้ ับผิดชอบการจัดกิจกรรมฝ่ายต่าง ๆ ประสานงาน เตรยี มการตามท่ไี ด้รับมอบหมาย โดย
เนน้ การมสี ่วนร่วมของนักเรยี น นักศกึ ษาในแผนกวิชาต่าง ๆ คณะกรรมการองคก์ ารวชิ าชีพ
ชมรมวิชาชีพ ในการจัดเตรียมสถานที่ การแตง่ กาย อุปกรณส์ อ่ื โสตทัศนูปกรณ์
แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 77
ลาดับขั้นตอนการดาเนินงานและการนาเสนอ การต้อนรับและดูแลประธาน คณะวิทยากร
กรรมการตัดสินและผู้ร่วมงานอื่น ๆ ภายใต้การให้คาแนะนาและอานวยความสะดวกของ
ครูทป่ี รึกษาชมรม/ครทู ่ีปรกึ ษาองคก์ ารวชิ าชีพ/ครูท่ีสถานศกึ ษามอบหมาย
หมายเหตุ ขั้นตอนที่ ๑-๓ จัดนอกเวลา เน่ืองจากจาเป็นต้องใช้เวลาและอาจต้องมีการ
ประชุมวางแผนเตรียมการหลายครั้ง นอกจากนี้การประชาสัมพันธ์การรับสมัครก็ต้อง
กาหนดเปน็ ช่วงเวลาสาหรับการตดั สนิ ใจและการวางแผนเตรยี มการของกลมุ่ ทส่ี มัครดว้ ย
4. ดาเนินกิจกรรม “การละเล่นพื้นบ้าน” ตามลาดับขั้นตอนท่ีกาหนด เริ่มตั้งแต่การกล่าวเปิด
งาน การนาเสนอการละเล่นพื้นบ้านของกลุม่ ท่สี มัครเข้าประกวด การประกาศผลการตัดสิน
และมอบรางวลั แกก่ ล่มุ ทช่ี นะ
5. ประเมินผลพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนทั้งผู้สาเสนอและผู้ชม โดยครู
ท่ีรบั ผิดชอบ/ครูท่ีปรึกษา/ครูประจาวชิ า
6. คณะวิทยากรให้ความรู้เพิ่มเติมเก่ียวกับการละเล่นพื้นบ้านแต่ละรูปแบบต้ังแต่อดีตจนถึง
ปจั จุบัน แล้วรว่ มกนั สรุปผลการดาเนนิ งานกจิ กรรม “การละเลน่ พน้ื บ้าน” ตามกระบวนการ
PDCA
ขอ้ เสนอแนะ
1. กจิ กรรมนี้ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรยี นที่สนใจสมคั รเข้าร่วมกิจกรรมเปน็ กลุ่ม ซ่ึงไม่จาเป็นต้องมี
จานวนสมาชิกเท่ากันในแต่ละกลุ่ม ขึ้นอยู่กับการละเล่นพ้ืนบ้านที่ผู้เรียนจะนาเสนอ โดย
กาหนดให้แต่ละกลุ่มต้องมีผู้ทาหน้าที่พิธีกรบรรยายเก่ียวกับช่ือของการละเล่นพ้ืนบ้าน
จานวนผู้เล่น วิธีการเล่น กติกาและอื่น ๆ โดยต้องกาหนดเวลาในการนาเสนอการละเล่น
พนื้ บา้ นให้ชัดเจน เชน่ กลมุ่ ละ ๑๕ นาที
2. นอกจากการตัดสินของคณะกรรมการแล้ว ผู้สอนหรือผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมอาจ
เปดิ โอกาสให้ผูเ้ รียนที่เปน็ ผ้ชู มการแสดงโหวตให้คะแนนแกก่ ลุม่ นาเสนอที่ตนประทับใจมาก
ทส่ี ุดกไ็ ด้ เพ่ือเพ่มิ ความสนุกสนานและการมีสว่ นร่วมในกิจกรรมมากขึน้
3. หากมีกลุ่มผู้เรียนสนใจสมัครร่วมประกวดการละเล่นพ้ืนบ้านจานวนมาก ไม่สามารถจัด
กิจกรรมและตัดสินให้แล้วเสร็จในเวลา ๒ ชั่วโมง อาจจาเป็นต้องจับฉลากแบ่งสายการ
ประกวดนอกเวลาแล้วหากลุ่มท่ีชนะในแต่ละสายมานาเสนอประกวดเพื่อตัดสินกลุ่มชนะ
ในช่วงเวลากจิ กรรมเสรมิ หลักสตู ร
4. กจิ กรรมนี้สามารถนาไปจัดในชั้นเรียนได้ โดยผู้สอนอาจจาเป็นต้องเลือกการละเล่นท่ผี ู้เรียน
รู้จักและใช้พื้นท่ีไม่มาก ทาฉลากให้แต่ละกลุ่มจับเพื่อนาเสนอ ท้ังนี้ ต้องจัดเก็บโต๊ะ เก้าอี้
เพ่ือให้มีพ้ืนท่ีกว้างพอสาหรับการละเล่นโดยไม่มีส่ิงกีดขวางที่อาจเป็นอันตรายขณะกลุ่ม
นาเสนอการละเลน่ ดว้ ย
5. การละเล่นพื้นบ้าน ได้แก่ มอญซ่อนผ้า ขี่ม้าส่งเมือง งูกินหาง รีรีข้าวสาร จาจ้ี ตั้งเต ตี่จับ
กระโดดเชือก กระด่ายขาเดียว ลิงชิงหลัก ซ่อนหา ม้าก้านกล้วย ชักเย่อ หมากเก็บ ไม้ห่ึง
โพงพาง เป่ากบ เปน็ ตน้
78 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
6. ในระหวา่ งการนาเสนอกจิ กรรม “การละเล่นพื้นบา้ น” ผ้สู อนหรือคณะกรรมการจัดกิจกรรม
อาจเพมิ่ ความสนกุ ตน่ื เต้น เรา้ ใจ ดว้ ยการตกี ลอง ฉาบ ฉ่งิ ฯลฯ
แนวทางการประเมนิ
1. ประเมินจากผลการทากจิ กรรมกลุ่ม
2. ประเมนิ พฤติกรรมผ้เู รยี นโดยการสงั เกตหรือใชแ้ บบสงั เกต
พฤติกรรม หลกั คณุ ธรรมทป่ี ระเมิน
- ทากจิ กรรมด้วยความต้งั ใจ รอบคอบ พอเพยี ง ๓0%
- ใฝร่ ู้ ศกึ ษาคน้ คว้าข้อมูลเพอื่ ความถกู ตอ้ ง
- เลือก ใช/้ ประยุกตใ์ ช้วัสดุอุปกรณ์การแสดงทม่ี ี มวี ินัย ๓๐%
ในทอ้ งถน่ิ สุจรติ ๑๐%
จิตอาสา ๓0%
- ทากจิ กรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมายตามเงือ่ นไขและ
เวลาท่กี าหนด รวม 100%
- ทากิจกรรมดว้ ยความรบั ผิดชอบ สมานสามัคคี
- รับฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อนื่
- มงุ่ มัน่ ทากิจกรรมด้วยตนเอง
- ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลอื ในการทางานกลมุ่
- มงุ่ มัน่ ทางานจนประสบความสาเรจ็
แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 79
กิจกรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม หน่วยที่ ๔
ชอ่ื หน่วย กิจกรรมอนุรกั ษศ์ ิลปวัฒนธรรม กิจกรรมที่ ๔.๓
ช่ือกจิ กรรม ประเพณีไทยในท้องถิ่น เวลา ๒ ชัว่ โมง
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันสภาพสังคม เศรษฐกิจและเทคโนโลยีมีการเปล่ียนแปลงอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว
ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะการรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาสู่สังคมไทยในหมู่
เยาวชน ทาให้เยาวชนรุ่นหลังขาดจิตสานึกท่ีมีต่อวัฒนธรรมและประเพณีไทย จึงจาเป็นต้องปลูกฝังและ
สร้างจิตสานึกให้เยาวชนเกิดความรักและศรัทธาต่อประเพณีและวัฒนธรรมไทยท่ีเป็นเอกลักษณ์ของ
ท้องถิ่นและประเทศชาติให้ดารงสืบต่อไป โดยเฉพาะศิลปวฒั นธรรม “ประเพณีไทยในท้องถ่ิน” ที่แสดง
ถงึ ความเป็นชุมชน สังคมและท้องถ่ิน ทาให้เกิดสานึกรักษบ์ ้านเกดิ และช่วยกันอนรุ ักษ์สืบสานวัฒนธรรม
ประเพณใี หค้ งอยูส่ บื ไป
จุดประสงค์ของกจิ กรรม
๑. เพื่อใหผ้ ู้เรียนมคี วามรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกบั ประเพณีไทยในท้องถิ่น
๒. เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รยี นตระหนกั ถึงความสาคัญและเหน็ คุณคา่ ของประเพณไี ทยในท้องถิ่น
๓. เพื่อส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนอนุรักษ์และสบื สานประเพณไี ทยในท้องถนิ่
ส่อื วัสดุ อุปกรณ์และแหลง่ เรยี นรูอ้ นื่ ๆ
1. วสั ดอุ ุปกรณต์ ามการละเล่นของแต่ละกลุ่มเพือ่ แสดง
2. วีดทิ ัศน์ เกย่ี วกับประเพณไี ทยในทอ้ งถ่นิ
https://www.youtube.com/watch?v=8fJBFHMwDsk
3. คอมพวิ เตอร์ พร้อมเครื่องฉาย LCD และจอ
4. เครอื่ งเสียงและอปุ กรณ์สอ่ื โสตทศั น์
5. แบบประเมนิ ผลงานกลมุ่ และแบบสงั เกตพฤติกรรม
ข้ันตอนการดาเนินกจิ กรรม
1. ประชุมคณะกรรมการดาเนินงานวิทยาลัย / คณะกรรมการองค์การวิชาชีพ / คณะ
กรรมการชมรมวิชาชีพ เพ่ือวางแผนเตรียมจัดกิจกรรมเก่ียวกับการกาหนดหัวข้อเรื่อง
รปู แบบ วัน เวลาและสถานท่ีจดั กจิ กรรม การรบั สมัครกลมุ่ ผ้เู รียนรว่ มประกวดประเพณีไทย
ในทอ้ งถ่ิน คณะกรรมการตัดสิน คณะวทิ ยากร คณะทางานและอื่น ๆ ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
80 แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
2. ประชาสัมพันธ์การรับสมคั รและการจดั กิจกรรมแกผ่ ู้เรียนหรือกลุ่มเป้าหมายในสถานศึกษา
โดยใช้ส่ือต่าง ๆ เช่น ประชาสัมพันธ์หน้าเสาธง ตดิ ปา้ ยประกาศ เว็บไซต์ของวิทยาลยั เสียง
ตามสาย เปน็ ต้น
3. ผู้รบั ผดิ ชอบการจดั กิจกรรมฝ่ายตา่ ง ๆ ประสานงาน เตรียมการตามที่ได้รับมอบหมาย โดย
เน้นการมีส่วนร่วมของนักเรยี น นักศกึ ษาในแผนกวชิ าต่าง ๆ คณะกรรมการองค์การวชิ าชีพ
ชมรมวิชาชีพ ในการจัดเตรียมสถานท่ี การแต่งกาย อุปกรณ์ส่ือโสตทัศนูปกรณ์ ลาดับ
ขั้นตอนการดาเนินงานและการนาเสนอ การต้อนรับและดูแลประธาน คณะวิทยากร
กรรมการตัดสินและผู้ร่วมงานอ่ืน ๆ ภายใต้การให้คาแนะนาและอานวยความสะดวกของ
ครทู ีป่ รกึ ษาชมรม/ครทู ป่ี รกึ ษาองคก์ ารวชิ าชพี /ครทู ่ีสถานศึกษามอบหมาย
หมายเหตุ ขั้นตอนที่ ๑-๓ จัดนอกเวลา เน่ืองจากจาเป็นต้องใช้เวลาและอาจต้องมีการ
ประชุมวางแผนเตรียมการหลายคร้ัง นอกจากนี้การประชาสัมพันธ์การรับสมัครก็ต้อง
กาหนดเปน็ ช่วงเวลาสาหรบั การตดั สินใจและการวางแผนเตรียมการของกล่มุ ทสี่ มคั รด้วย
4. ดาเนินกิจกรรม “ประเพณีไทยในท้องถิ่น” ตามลาดับขั้นตอนที่กาหนด เร่ิมตงั้ แต่การกล่าว
เปิดงาน การนาเสนอประเพณีไทยในท้องถิ่นของกลุ่มที่สมัครเข้าประกวด การประกาศผล
การตดั สินและมอบรางวลั แก่กลุ่มท่ีชนะ
5. ประเมินผลพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียนทั้งผู้สาเสนอและผู้ชม โดยครูที่
รบั ผดิ ชอบ/ครทู ปี่ รึกษา/ครปู ระจาวิชา
6. คณะวิทยากรให้ความรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกับประเพณีไทยในท้องถิ่นแต่ละรูปแบบตั้งแต่อดีต
จนถึงปัจจุบัน แล้วร่วมกันสรุปผลการดาเนินงานกิจกรรม “ประเพณีไทยในท้องถ่ิน” ตาม
กระบวนการ PDCA
ข้อเสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรยี นท่ีสนใจสมคั รเขา้ ร่วมกจิ กรรมเป็นกลุ่ม ซึ่งไมจ่ าเป็นต้องมี
จานวนสมาชิกเท่ากันในแต่ละกลุ่ม ขึ้นอยู่กับประเพณีไทยในท้องถิ่นที่ผู้เรียนจะนาเสนอ
โดยกาหนดให้แต่ละกลุ่มต้องมีผู้ทาหน้าท่ีพิธีกรบรรยายเก่ียวกับช่ือของประเพณีไทย
ผู้เกี่ยวข้อง ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติในประเพณีนั้นและอ่ืน ๆ โดยต้องกาหนดเวลาในการ
นาเสนอประเพณีไทยในท้องถน่ิ ใหช้ ดั เจน เชน่ กลุม่ ละ ๑๕ นาที
2. นอกจากการตัดสินของคณะกรรมการแล้ว ผู้สอนหรือผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมอาจ
เปิดโอกาสให้ผ้เู รยี นที่เป็นผู้ชมการแสดงโหวตให้คะแนนแกก่ ลมุ่ นาเสนอที่ตนประทับใจมาก
ทีส่ ุดก็ได้ เพือ่ เพ่ิมความสนุกสนานและการมีส่วนร่วมในกจิ กรรมมากขน้ึ
3. หากมีกลุ่มผู้เรียนสนใจสมัครรว่ มประกวดประเพณีไทยในท้องถ่ินจานวนมาก ไมส่ ามารถจัด
กิจกรรมและตัดสินให้แล้วเสร็จในเวลา ๒ ช่ัวโมง อาจจาเป็นต้องจับฉลากแบ่งสายการ
ประกวดนอกเวลาแล้วหากลุ่มท่ีชนะในแต่ละสายมานาเสนอเพื่อตัดสนิ กลุ่มชนะในช่วงเวลา
กิจกรรมเสริมหลกั สูตร
แนวการจัดกิจกรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา 81
4. กิจกรรมนี้สามารถนาไปจัดในช้ันเรียนได้ โดยผู้สอนอาจจาเป็นต้องเลือกประเพณีไทย
ในท้องถิ่นท่ีผู้เรียนรู้จักและใช้พ้ืนท่ีไม่มาก ทาฉลากให้แต่ละกลุ่มจับเพ่ือนาเสนอ ท้ังน้ี ต้อง
จัดเก็บโต๊ะ เก้าอี้เพื่อให้มีพื้นท่ีกว้างพอสาหรับการนาเสนอโดยไม่มีสิ่งกีดขวางท่ีอาจเป็น
อันตรายขณะกลุ่มนาเสนอดว้ ย
5. ประเพณไี ทยในท้องถนิ่ ท่ีนาเสนอ นอกจากในท้องถิ่นของภูมิภาคที่เป็นท่ีตั้งของสถานศึกษา
แล้ว อาจเปิดโอกาสให้ผู้เรียนที่มาจากภาคอ่ืน ๆ นาเสนอประเพณีไทยของท้องถ่ินในภาค
ตนเองได้ เพ่ือการแลกเปลี่ยนเรยี นรซู้ ึง่ กันและกนั
6. ในระหว่างการนาเสนอกิจกรรม “ประเพณีไทยในท้องถ่ิน” ผู้สอนหรือคณะกรรมการจัด
กิจกรรมอาจเพิม่ ความสนุก ต่นื เต้น เรา้ ใจ ด้วยเสยี งดนตรี ฯลฯ
แนวทางการประเมิน
๑. ประเมินจากผลการทากจิ กรรมกล่มุ
๒. ประเมนิ พฤติกรรมผ้เู รียนโดยการสังเกตหรอื ใช้แบบสงั เกต
พฤติกรรม หลกั คุณธรรมทป่ี ระเมนิ
- ทากจิ กรรมด้วยความต้ังใจ รอบคอบ พอเพียง ๕0%
- ใฝร่ ู้ ศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู เพื่อความถกู ตอ้ ง
- เลอื ก ใช้/ประยุกตใ์ ชว้ ัสดุอุปกรณก์ ารแสดงทมี่ ี มีวินยั ๒๐%
ในท้องถ่ิน สจุ รติ ๑๐%
จิตอาสา ๒0%
- ทากิจกรรมตามทไี่ ดร้ บั มอบหมายตามเงือ่ นไขและ
เวลาทีก่ าหนด รวม 100%
- ทากิจกรรมดว้ ยความรบั ผิดชอบ สมานสามคั คี
- รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผ้อู ่นื
- มงุ่ มนั่ ทากจิ กรรมดว้ ยตนเอง
- ร่วมแรงร่วมใจชว่ ยเหลือในการทางานกลุ่ม
- มุ่งม่ันทางานจนประสบความสาเรจ็
82 แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
กิจกรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรม หนว่ ยที่ ๔
ชอ่ื หน่วย กจิ กรรมอนรุ ักษศ์ ลิ ปวัฒนธรรม กิจกรรมท่ี ๔.๔
ช่อื กิจกรรม สวย-หลอ่ แบบไทย แต่งกายตามถนิ่ เวลา ๒ ช่วั โมง
หลักการและเหตุผล
การใช้ชีวิตในสังคมเมืองปัจจบุ นั ตอ้ งการเคร่อื งแตง่ กายทีม่ ีความคล่องตวั ประกอบกบั การรบั เอา
วัฒนธรรมต่างชาติเข้ามา ทาให้คนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มสังคมวัยรุ่นนิยมแต่งกายตามแฟชั่น
ตามสังคมนิยม หรือเลียนแบบดารานกั รอ้ งที่ตนช่ืนชอบ ในขณะเดียวกันก็มองว่าการแตง่ กายแบบไทย ๆ
นั้นล้าสมัย ทาให้เกิดการละเลยต่อวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย ทั้งด้านการแต่งกายและกริยาวาจา จึง
จาเป็นต้องปลูกฝังและสร้างจิตสานึกให้เกิดความรักและศรัทธาต่อวัฒนธรรมท่ีเป็นเอกลักษณ์ของ ไทย
และของท้องถ่ิน โดยเร่ิมจาก “การแต่งกายแบบไทย” และการแสดงออกซึ่งกริยาวาจาที่แสดงถึงความ
เปน็ ชุมชน สังคมและท้องถ่นิ เพื่อให้เกดิ สานึกรักษ์บ้านเกดิ และร่วมกันอนุรักษ์สบื สานวฒั นธรรมทด่ี ีงาม
จดุ ประสงค์ของกจิ กรรม
๑. เพื่อให้ผู้เรยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั การแต่งกายที่เปน็ เอกลักษณ์ของทอ้ งถิ่น
๒. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสาคัญและเห็นคุณค่าของการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์
ของท้องถิ่น
๓. เพ่ือส่งเสรมิ ให้ผ้เู รยี นอนุรกั ษแ์ ละสบื สานการแตง่ กายทเ่ี ป็นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถิน่
ส่อื วสั ดุ อปุ กรณ์และแหลง่ เรียนร้อู น่ื ๆ
๑. วีดิทัศน์ เกี่ยวกับการแต่งกายของนักเรียน นักศึกษาที่ไม่ถูกระเบียบ และการแต่งกายของ
เยาวชนหญงิ ทน่ี ุ่งสัน้ รัดรปู และเยาวชนชายที่แต่งตัวและแสดงกรยิ ามารยาทไม่สภุ าพ
๒. วดี ิทัศน์ เกี่ยวกับการแตง่ กายของนักเรียน/นักศึกษาท่ีถูกต้องตามระเบียบ การแต่งกายและ
พฤติกรรมของเยาวชนทีส่ ุภาพ เรยี บร้อย ถูกกาลเทศะ
https://www.youtube.com/watch?v=oq8mZZEFvzA
๓. คอมพิวเตอร์ พรอ้ มเครอื่ งฉาย LCD และจอ
๔. ภาพนักเรียน/นกั ศึกษาชาย-หญงิ ทีแ่ ต่งกายถกู ต้องและไม่ถกู ตอ้ งตามระเบยี บ
๕. ภาพชาย-หญงิ ท่ีแต่งกายเฉพาะถ่นิ แตง่ ชุดสุภาพตามสมัยนยิ ม และแตง่ ชุดไม่สภุ าพ
๖. กระดาษฟลปิ ชาร์ท พร้อมปากกาเคมี
๗. แบบประเมนิ ผลงานกลุ่มและแบบสงั เกตพฤติกรรม
แนวการจดั กิจกรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 83
ขั้นตอนการดาเนินกิจกรรม
1. ผู้สอนนาสนทนา โดยถามผเู้ รียนว่า “การแตง่ กายชุดนักเรียน/นักศึกษาแบบไหนทถ่ี ูกต้อง”
(ให้ตอบความรสู้ กึ ของผูเ้ รยี น) ผู้สอนเขียนคาตอบในกระดาษฟลปิ ชารท์
2. ผู้สอนถามต่อว่า “ปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากการแต่งกายของนักเรียน/นักศึกษาในทางลบ และ
ทางบวกมีอะไรบ้าง” ใหผ้ ู้เรียนร่วมกนั ตอบ โดยผสู้ อนเขียนคาตอบลงในกระดาษฟลปิ ชาร์ท
แยกคาตอบเป็นด้านลบและด้านบวก
3. ผู้สอนเปิดวีดิทัศน์ เก่ียวกบั การแต่งกายของนักเรียน/นักศกึ ษาที่ผดิ ระเบียบและถูกระเบียบ
แล้วสุ่มถามความคิดเห็นของผูเ้ รยี น ๕-๗ คน ว่ารูส้ ึกอย่างไรบ้าง
4. แบ่งผู้เรียนเป็น ๔ กลุ่มตามความสมัครใจ แล้วให้ตัวแทนกลุ่มออกมาจับสลากเพื่อจับคู่
ทากจิ กรรมการโต้วาที หลังจากนน้ั ใหแ้ ตล่ ะคู่จับไมส้ ้นั ไมย้ าว (หรอื เปา่ ยิ้งฉบุ ) เพ่อื กาหนดให้
เปน็ ฝา่ ยเสนอและฝ่ายค้าน ในการโต้วาที ๒ คู่ ๒ ประเดน็ คือ
คู่ท่ี ๑ หวั ข้อเรอ่ื ง “แต่งกายถูกระเบียบ เนย๊ี บกวา่ แฟช่นั ”
คทู่ ี่ ๒ หวั ขอ้ เรอ่ื ง “สวย-หลอ่ แบบไทย ไฉไลกว่าแบบนอก”
5. ผสู้ อนแนะนาขั้นตอนการทากจิ กรรม ดงั นี้
๕.๑ ให้แต่ละกลมุ่ ร่วมประชุมเตรยี มการโตว้ าที โดยเลอื กตัวแทนฝ่ายละ ๓ คนเป็นผ้โู ตว้ าที
๕.๒ ในการโต้วาทีแต่ละคู่ จะให้เวลาลูกทมี ฝ่ายเสนอและฝา่ ยค้านนาเสนอได้คนละ ๒ นาที
และให้เวลาหัวหน้าทมี ของแตล่ ะสรุปอีกคนละ ๓ นาที
๕.๓ แต่ละทีมสามารถนาภาพที่ผู้สอนจัดให้มาประกอบการนาเสนอได้ หรือให้เพื่อนในทีม
ทีไ่ ม่ได้นาเสนอเปน็ ผู้แสดงประกอบการนาเสนอ
๕.๔ ผูเ้ รยี นที่เหลือเป็นผ้ชู มและรว่ มประเมนิ ผลการโตว้ าทดี ว้ ยมารยาทท่ีดี
6. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกนั สรุปผลการแขง่ ขันโต้วาทีและมอบรางวลั แก่กลมุ่ ทช่ี นะ
7. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์และสืบสานการแต่งกายที่เป็น
เอกลกั ษณ์ของทอ้ งถิ่น
ขอ้ เสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้สามารถได้ท้ังในช้ันเรียน และจัดเป็นกิจกรรมของสถานศึกษาเพื่อกระตุ้นผู้เรียน
นักเรยี น นักศึกษาของสถานศึกษาให้เห็นความสาคญั ของการแต่งกายท่ีถูกระเบียบและการ
แต่งกายทีเ่ ปน็ เอกลักษณ์ของท้องถิ่น
2. การจัดกิจกรรมในช้ันเรียน ผู้สอนต้องควบคุมเวลาในทุกขั้นตอนเพ่ือให้แล้วเสร็จในเวลา
ท่ีกาหนดและบรรลุวัตถุประสงค์ตามท่ีกาหนด หากเวลาไม่มากพอ ผู้สอนอาจเลือกทา
กจิ กรรมเพยี งประเดน็ เดียว
84 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
3. เนือ่ งจากกิจกรรมโต้วาทีตามทเี่ สนอแนะ มผี ู้ท่ีรว่ มทาหน้าท่ีโตว้ าทีทมี ละ ๓ คน รวม ๔ ทีม
จานวน ๑๒ คน ผู้สอนต้องควบคุมดูแลและคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนท่ีเหลือให้ทาหน้าที่เป็น
ผู้ชมที่ดี ให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมวางแผนเตรียมการของทีม และอาจ
กาหนดใหท้ าหน้าทป่ี ระเมินทีมโตว้ าทีตามแบบประเมินทีก่ าหนด
4. การแบ่งกลุ่มทากิจกรรมโดยการจับฉลากอาจมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างกลุ่ม หาก
กลุ่มใดมีผู้เรียนที่พูดเก่งกว่าหลายคนก็มีโอกาสชนะมาก ดังนั้นผู้สอนอาจจาเป็นต้อง
ชว่ ยเหลือให้คาแนะนา กระตุ้นและใหก้ าลังใจกล่มุ ท่ีอ่อนกวา่
แนวทางการประเมิน
๑. ประเมนิ จากผลการทากิจกรรมกลมุ่
๒. ประเมนิ พฤติกรรมผ้เู รียนโดยการสังเกตหรอื ใชแ้ บบสังเกต
พฤติกรรม หลกั คณุ ธรรมท่ีประเมิน
- ทากจิ กรรมด้วยความต้ังใจ รอบคอบ พอเพียง ๓0%
- ใฝร่ ู้ ศึกษาคน้ คว้าข้อมลู เพื่อความถูกต้อง
มวี ินัย ๓๐%
- ทากิจกรรมตามทไี่ ด้รบั มอบหมายตามเงอื่ นไขและ
เวลาทก่ี าหนด สุจริต ๑๐%
จติ อาสา ๓0%
- ทากิจกรรมด้วยความรับผดิ ชอบ สมานสามคั คี
- รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ืน่ รวม 100%
- มงุ่ มั่นทากิจกรรมด้วยตนเอง
- รว่ มแรงร่วมใจช่วยเหลือในการทางานกล่มุ
- มงุ่ มนั่ ทางานจนประสบความสาเรจ็
แนวการจดั กิจกรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา 85
กจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม จริยธรรม หนว่ ยท่ี ๔
ชอ่ื หน่วย กิจกรรมอนุรักษศ์ ิลปวัฒนธรรม กจิ กรรมที่ ๔.๕
ชือ่ กจิ กรรม ภาษาไทย ภาษาถน่ิ เวลา ๒ ชวั่ โมง
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันช่องทางการส่ือสารมีมากมายหลายช่องทาง การนาเสนอและการเผยแพร่ข้อมูล
สารสนเทศหลายเร่ืองหลายช่องทางก็ขาดความระมัดระวังด้านความถูกต้องของกฎเกณฑ์การใช้ภาษา
ประกอบกับการที่เทคโนโลยีสารสนเทศพฒั นาไปอย่างรวดเร็ว ทาใหเ้ ยาวชนขาดความตระหนกั ในการใช้
ภาษาไทยให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการพูด ฟัง อ่านหรือเขียน จึงมีความจาเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องเร่ง
ดาเนินการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาทกั ษะการใช้ภาษาไทย เพราะภาษาไทยเป็นสื่อสาคัญในการสื่อสาร
และการเรยี นรู้ ทัง้ ในชีวิตประจาวนั และการทางาน
จดุ ประสงค์ของกิจกรรม
1. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนมคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับภาษาไทยและภาษาถิน่ ที่เป็นเอกลกั ษณ์
2. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสาคัญและเห็นคุณค่าของภาษาไทยและภาษาถิ่นที่เป็น
เอกลักษณ์ของชาติ
3. เพ่ือส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้ภาษาไทยในการส่ือสารได้อย่างถูกต้อง และช่วยอนุรักษ์สืบสาน
ภาษาถ่นิ ที่เปน็ เอกลักษณ์ของทอ้ งถนิ่ ตน
ส่อื วสั ดุ อุปกรณ์และแหลง่ เรยี นรอู้ ่นื ๆ
๑. กระดานไวท์บอร์ดขนาด ๔๐ x ๔๐ ซ.ม. หรอื ตามความเหมาะสม ๔-๕ แผ่น พร้อมปากกา
เขยี นไวทบ์ อรด์และแปรงลบกระดานไวทบ์ อร์ด ๕ ชุด
๒. ส่ือจากอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับคาท่ีใช้ในแต่ละภาคโดยแบ่งหมวดหมู่ เช่น ของใช้ ผลไม้ ผัก
คาพูดในชวี ิตประจาวัน เป็นตน้
๓. แบบประเมนิ ผลงานกลมุ่ และแบบสงั เกตพฤติกรรม
ขัน้ ตอนการดาเนินกิจกรรม
1. แบ่งผเู้ รยี นออกเป็น ๔ กลุ่ม ตามภาค/ตามถิ่นของผู้เรียนทม่ี ภี าษาและศพั ท์เฉพาะถ่ิน
2. ผูส้ อนเลือกทป่ี รึกษาประจากลมุ่ แตล่ ะภาคเปน็ กรรมการ ภาคละ ๑ คน
3. ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต หรือจากแหลง่ อน่ื ๆ เก่ียวกับภาษาถิ่นของแต่ละ
ภาค ภายในเวลา ๓๐ นาที แล้วส่งตัวแทนกลุ่มละ ๒ คน ออกมาหน้าชั้นเรียนเพื่อแข่งขัน
การนาเสนอภาษาถ่ิน
4. ผู้สอนพูดคาศัพท์ตามภาษาราชการไทยทีละข้อ ให้ผเู้ รียนแตล่ ะกลุ่มเขียนภาษาถนิ่ ตามภาค
ลงบนกระดาน และพดู ออกเสียงภาษาถ่นิ นัน้
86 แนวการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชีวศกึ ษา
5. ท่ปี รึกษาประจากลุ่มท่ีทาหน้าท่ีกรรมการแต่ละภาคเฉลยคาตอบท่ีถูกต้อง ให้คะแนนข้อละ
๒ คะแนน โดยแบ่งคะแนนเปน็ การเขียนสะกดถูกตอ้ ง ๑ คะแนน และอ่านออกเสยี งถูกต้อง
อกี ๑ คะแนน
6. เม่ือผู้เรียนตอบครบทุกข้อ ที่ปรึกษาประจากลุ่มที่ทาหน้าท่ีกรรมการแต่ละภาคสรุปผลการ
แขง่ ขัน ผูส้ อนมอบรางวัลแกก่ ลุ่มที่ได้คะแนนมากที่สดุ
7. ผู้สอนย้าเน้นความสาคัญของการพูด การฟัง การอ่านและการเขียนท่ีถูกต้องตามหลัก
ภาษาไทย แล้วรว่ มกบั ผู้เรยี นสรุปถงึ ความงดงามของภาษาถน่ิ และภาษาไทย
ขอ้ เสนอแนะ
1. กิจกรรมน้ีสามารถจัดกับผู้เรียนได้ไม่จากัดจานวน โดยแบ่งให้ได้ตามภาคและท้องถ่ิน แต่
ผสู้ อนต้องเพม่ิ กิจกรรมเพอื่ ให้ผ้เู รยี นทุกคนไดม้ สี ่วนร่วมอย่างทัว่ ถงึ
2. กรณไี มม่ ีผูท้ าหนา้ ท่ที ่ปี รึกษาครบทุกภาค ให้เชญิ จากบุคคลภายนอกหรือศึกษาอนิ เทอรเ์ น็ต
3. ผู้สอนต้องคอยสังเกตพฤติกรรมผู้เรียนระหว่างการทากิจกรรม ทั้งผู้ท่ีเป็นตัวแทนกลุ่มเข้า
แขง่ ขันและสมาชกิ ทเี่ ป็นกองเชียร์
4. ผู้สอนต้องไม่ละเลยการเน้นย้าความถูกต้องของการเขียนสะกดคาและการอ่านออกเสียง
ทถ่ี กู ต้อง รวมท้ังการเป็นผู้ฟงั ที่ดี
แนวทางการประเมนิ
๑. ประเมนิ จากผลการทากจิ กรรมกลมุ่
๒. ประเมนิ พฤติกรรมผเู้ รียนโดยการสังเกตหรือใชแ้ บบสงั เกต
พฤติกรรม หลกั คณุ ธรรมที่ประเมนิ
- ทากจิ กรรมด้วยความตัง้ ใจ รอบคอบ พอเพียง ๒0%
- ใฝ่รู้ ศกึ ษาค้นควา้ ขอ้ มลู เพื่อความถูกต้อง
มวี ินยั ๓๐%
- ทากจิ กรรมตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมายตามเงือ่ นไขและ
เวลาทก่ี าหนด สจุ รติ ๒๐%
จติ อาสา ๓0%
- ทากิจกรรมด้วยความรบั ผดิ ชอบ สมานสามคั คี
- รับฟังความคดิ เห็นของผูอ้ ่ืน รวม 100%
- มุง่ ม่นั ทากิจกรรมดว้ ยตนเอง
- ร่วมแรงร่วมใจชว่ ยเหลอื ในการทางานกลุ่ม
- ม่งุ มั่นทางานจนประสบความสาเร็จ
แนวการจดั กิจกรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 87
กจิ กรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จริยธรรม หน่วยที่ ๔
ชอ่ื หน่วย กิจกรรมอนรุ กั ษ์ศลิ ปวัฒนธรรม กิจกรรมที่ ๔.๖
ชื่อกิจกรรม หัตถศลิ ป์ ท้องถน่ิ เรา เวลา ๒ ชวั่ โมง
หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันปัญหาการใช้ชีวิตในสังคมชนบทสู่สังคมเมือง ทาให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่มีการ
เปลี่ยนแปลงได้รับวัฒนธรรมต่างชาติ ทาให้เยาวชนรุ่นหลังขาดจิตสานึกท่ีมีต่อวัฒนธรรมและประเพณี
ไทยให้คงอยูค่ ู่กับสงั คมไทย จงึ ต้องปลูกฝงั และสรา้ งจติ สานึก ใหเ้ กิดความรักและศรัทธาต่อประเพณีและ
วฒั นธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่ินให้ดารงสืบต่อไปโดยเฉพาะศิลปวัฒธรรม “หัตถศิลป์ท้องถิ่น
เรา”ท่ีแสดงถึงความเป็นชุมชน สังคม และท้องถ่ิน ทาให้เกิดสานึกรักษ์บ้านเกิด และอนุรักษ์สืบสาน
วฒั นธรรม
จุดประสงคข์ องกจิ กรรม
1. เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหัตถกรรม จิตรกรรม ปฏิมากรรมที่เป็น
เอกลักษณ์ของท้องถ่นิ
2. เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงความสาคัญและเห็นคุณค่าของหัตถกรรม จิตรกรรม ปฏิมากรรม
ทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณข์ องท้องถน่ิ
3. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และสืบสานงานหัตถกรรม จิตรกรรม
ปฏิมากรรมทีเ่ ปน็ เอกลกั ษณข์ องท้องถิน่
สือ่ วัสดุ อปุ กรณ์และแหลง่ เรียนรู้อ่ืน ๆ
1. วีดิทัศน์ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมงานหัตถศิลป์ไทยของพระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
ในรชั กาลท่ี ๙ https://www.youtube.com/watch?v=ebT4ZijH5do
2. รปู ภาพหัตถศิลป์ในท้องถ่ิน และหรือตัวอย่างของจริงงานหัตถกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม
ที่เป็นเอกลักษณ์ของทอ้ งถิ่น
3. คอมพิวเตอร์ พรอ้ มเครอื่ งฉาย LCD และจอ
4. วิทยากรภูมิปัญญาท้องถ่ิน พร้อมวัสดุอุปกรณ์ในงานหัตถศิลป์ ๓ ด้าน คือ ด้านหัตถกรรม
ด้านจติ รกรรม และด้านปฏิมากรรม
5. แบบประเมินผลงานและแบบสังเกตพฤติกรรม
88 แนวการจัดกจิ กรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชีวศกึ ษา
ขั้นตอนการดาเนนิ กิจกรรม
1. ผู้สอนเปิดวีดิทัศน์ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมงานหัตถศิลป์ไทยของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิ ริกิติ์
พระบรมราชินีนาถในรัชกาลท่ี ๙ ให้ผู้เรียนชม จากนนั้ ชวนผเู้ รียนสนทนาเพื่อให้เข้าใจและ
ตระหนักถึงความสาคัญของหตั ถศิลป์ในท้องถ่ิน ที่ควรภูมใิ จและควรสืบสานอนุรักษ์ไว้ โดย
ตั้งคาถามวา่
๑.๑ นักเรียน/นกั ศึกษารู้สึกอย่างไรตอ่ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙
ท่ีทรงสง่ เสรมิ งานหตั ถศิลป์ไทย
๑.๒ ในท้องถ่ินของนักเรียน/นักศึกษามีหัตถศิลป์อะไรบ้าง หัตถ์ศิลป์ของท้องถ่ินตน
มจี ุดเดน่ อยา่ งไร
2. ผู้สอนแนะนาวิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหัตถกรรม จิตรกรรมและปฏิมากรรม พร้อม
รูปภาพหัตถศิลป์และหรือตัวอย่างของจริงทั้ง ๓ ด้าน โดยจัดพื้นท่ีเป็นฐานการเรียนรู้ ๓
ฐาน คอื ฐานหตั ถกรรม ฐานจติ รกรรม และฐานปฏิมากรรม
3. แบ่งผู้เรียนเปน็ ๓ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มหมนุ เวียนเข้าศกึ ษาเรยี นรู้และหัดทางานหัตถศิลปจ์ าก
วทิ ยากรภูมิปญั ญาท้องถิ่นในแตล่ ะฐานการเรยี นรู้ ฐานละ ๓๐ นาที
4. เมื่อผู้เรียนได้เรียนรู้ครบ ๓ ฐานการเรียนรู้แล้ว ให้เขียนช่ือที่ผลงานและนามาจัดแสดงบน
โต๊ะท่ีผู้สอนเตรียมไว้หน้าช้ันเรียน โดยแยกเป็น ๓ กลุ่ม ตามประเภทของหัตถศิลป์ แล้วให้
วิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่นตัดสินผลงานที่ดีที่สุดในแต่ละด้าน และมอบรางวัลแก่เจ้าของ
ผลงาน
5. ผ้สู อนสมุ่ ถามผู้เรยี นทเ่ี ปน็ เจ้าของผลงานหัตถศลิ ป์ ๓-๔ คน วา่
๕.๑ นักเรยี น/นกั ศึกษาได้เรียนร้อู ะไรบ้าง
๕.๒ นักเรียน/นกั ศกึ ษารูส้ ึกอย่างไรทีไ่ ดท้ างานหตั ถศลิ ป์
6. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปอภิปรายถึงความสาคัญของหัตถศิลป์ในท้องถ่ิน ความจาเป็น
ทีจ่ ะต้องร่วมมอื กันอนุรักษแ์ ละสืบสานไว้ให้คงอยู่ และแนวทางท่ีจะประชาสัมพันธ์หตั ถศิลป์
ในท้องถ่ินของตนให้มีชื่อเสียงและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนตามแนวพระราชดาริ
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ข้อเสนอแนะ
1. งานหัตถศิลป์ในแต่ละฐานการเรียนรู้ควรมีความยากง่ายพอ ๆ กัน ผู้เรียนสามารถศึกษา
เรียนรู้และฝึกปฏิบัติได้แล้วเสร็จในเวลาท่ีกาหนด ทั้งน้ี เพ่ือให้สามารถควบคุมช้ันเรียน
และคุมเวลาในการหมุนเปลยี่ นเรยี นรูใ้ นแตล่ ะฐานไดต้ ามท่ีกาหนด
แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา 89
2. ผู้สอนอาจพิจารณาปรบั วธิ ีการเข้าทากิจกรรมฐานการเรียนรู้ โดยให้แต่ละกลุ่มจับฉลากเข้า
ศึกษาเรียนรูแ้ ละฝึกปฏิบตั ิเพียงฐานการเรยี นรู้ฐานใดฐานหนึ่ง เพ่ือจะไดม้ ีเวลาในการเรยี นรู้
และฝกึ ปฏบิ ัติมากขึ้น ไดผ้ ลงานท่ีสมบรู ณ์ขน้ึ
3. กิจกรรมนี้สามารถจัดร่วมกันท้ังสถานศึกษา แต่ต้องเพ่ิมฐานการเรียนรู้ในแต่ละด้านให้มี
หลายฐาน หรือจัดฐานการเรียนรู้ตามชนิดของงานหัตถศิลป์ที่หลากหลาย เพ่ือให้ผู้เรียน
ไดเ้ รยี นรแู้ ละฝึกปฏบิ ตั ิอยา่ งท่ัวถงึ
แนวทางการประเมิน
1. ประเมนิ จากผลการทากิจกรรมกลมุ่
2. ประเมินพฤติกรรมผู้เรียนโดยการสงั เกตหรอื ใชแ้ บบสงั เกต
พฤติกรรม หลักคุณธรรมที่ประเมิน
- ทากิจกรรมดว้ ยความตัง้ ใจ รอบคอบ พอเพยี ง ๔0%
- ใฝร่ ู้ ศกึ ษาค้นควา้ ขอ้ มลู เพอื่ ความถกู ตอ้ ง
- ใช้ประโยชนจ์ ากวสั ดุในท้องถ่นิ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ มีวนิ ยั ๓๐%
เพมิ่ มูลค่า สร้างรายได้ สจุ ริต ๑๐%
จิตอาสา ๒0%
- ทากิจกรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมายตามเงอื่ นไขและ
เวลาทก่ี าหนด รวม 100%
- ทากิจกรรมด้วยความรับผิดชอบ สมานสามคั คี
- รับฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื
- มุ่งม่นั ทากิจกรรมดว้ ยตนเอง
- ร่วมแรงร่วมใจชว่ ยเหลอื ในการทางานกล่มุ
- มุ่งม่ันทางานจนประสบความสาเรจ็
90 แนวการจดั กจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา
กจิ กรรมสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม หนว่ ยท่ี ๔
ชอื่ หน่วย กิจกรรมอนุรักษ์ศลิ ปวัฒนธรรม กจิ กรรมที่ ๔.๗
ชื่อกิจกรรม งามอย่างไทย ยิม้ ไหว้ ทักทาย เวลา ๒ ช่วั โมง
หลกั การและเหตผุ ล
ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของสังคมชนบทสู่สังคมเมือง ประกอบกับการรับวัฒนธรรม
ตา่ งชาติเขา้ มามากขีน้ ทาให้เยาวชนรุ่นหลงั ละเลยต่อวฒั นธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทยทด่ี งี าม
โดยเฉพาะเร่ืองกิริยามารยาทในสังคม และการประพฤติปฏิบัติตนต่อผู้อาวุโสและบุคคลอื่น จึงต้อง
ปลูกฝังและสร้างจิตสานึกเยาวชนให้ตระหนักถึงความสาคัญของการพัฒนาตนให้มีกิริยามารยาทและ
ประพฤติปฏิบัติตนถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีซ่ึงเป็นเอกลักษณ์
ของไทย และช่วยกันอนรุ กั ษ์สบื สานใหค้ งอยู่ตลอดไป
จุดประสงค์ของกิจกรรม
1. เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ กิริยามารยาทและการประพฤติปฏิบัติ
ในสงั คมไทยที่ถูกตอ้ ง
2. เพ่ือผู้ให้เรียนตระหนักถึงความสาคัญและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม
ประเพณีอนั ดงี ามของไทย
3. เพ่ือส่งเสริมให้ผู้เรียนประพฤติปฏิบัติตนในสังคมอย่างถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรมและ
ขนบธรรมเนยี มประเพณีซง่ึ เป็นเอกลักษณ์ของไทย
สอ่ื วสั ดุ อปุ กรณ์และแหลง่ เรียนรู้อืน่ ๆ
1. รูปภาพหรือวีดิทัศน์ เก่ียวกับมารยาทไทย การประพฤติปฏิบัติตนในสังคมท่ีถูกต้อง และ
ไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทย
https://www.youtube.com/watch?v=TUJcxxvPEWE
2. คอมพิวเตอร์ พรอ้ มเครอ่ื งฉาย LCD และจอ
3. แบบประเมินผลงานกลุม่ และแบบสงั เกตพฤติกรรม
ข้ันตอนการดาเนนิ กิจกรรม
1. ผู้สอนนารูปภาพหรือเปิดวีดิทัศน์ เกี่ยวกับมารยาทไทย การประพฤติปฏิบัติตนในสังคม
ท่ีถูกต้อง และไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีให้ผู้เรียนดู
เพื่อเปรียบเทยี บกัน แลว้ สมุ่ ตั้งคาถามผเู้ รียน วา่
๑.๑ นักเรียน/นักศึกษารู้สึกอย่างไรกับการประพฤติปฏิบัติตนของบุคคลในรูปภาพหรือ
วดี ทิ ศั น์
แนวการจดั กิจกรรมส่งเสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศึกษา 91
๑.๒ นักเรียน/นกั ศึกษาเคยประพฤติปฏบิ ัติตนไม่เหมาะสมบ้างหรอื ไม่
2. แบ่งผู้เรียนเป็น ๔ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มเลือกประธานและตั้งชื่อกลุ่ม แล้วส่งตัวแทนออกมา
จับฉลากหัวข้อการฝึกปฏิบัติตนตามมารยาท วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
กลุ่มละหวั ข้อ คอื
กลมุ่ ๑ การไหวบ้ ุคคลตา่ ง ๆ
กล่มุ ๒ การกลา่ วทกั ทาย กลา่ วตอ้ นรบั กล่าวขอบคณุ กลา่ วขอโทษในโอกาสต่าง ๆ
กลมุ่ ๓ การเดนิ ยืน น่ังในสถานการณ์ตา่ ง ๆ
กลุ่ม ๔ มารยาทในโตะ๊ อาหาร/การรับประทานอาหาร
3. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มศึกษาและฝึกปฏิบัติตามภาพและหรือวีดิทัศน์ ท่ีผู้สอนจัดให้ และให้
เตรียมนาเสนอโดยการแสดงบทบาทสมมติ โดยให้มีสมาชิกกลุ่ม ๑ คน ทาหน้าที่บรรยาย
ส่วนสมาชิกท่ีเหลือทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการแสดงบทบาทสมมติ ให้เวลาในการวางแผน
เตรียมการ จัดเตรยี มวสั ดุอุปกรณ์ประกอบการนาเสนอ ๓๐ นาที
4. แต่ละกลุ่มนาเสนอบทบาทสมมติตามหัวข้อท่ีรับผิดชอบ กลุ่มละ ๑๐ นาที กลุ่มท่ีชมการ
แสดงประเมินกลุ่มทนี่ าเสนอตามแบบประเมนิ
5. หลังจากนาเสนอบทบาทสมมติครบทุกกลุ่มแล้ว ผู้สอนและผู้เรียนสรุปผลการประเมินและ
มอบรางวลั แกก่ ลมุ่ ทไ่ี ด้คะแนนมากทสี่ ุด
6. ผสู้ อนและผเู้ รียนร่วมกันสรุปผลท่ีได้จากการทากิจกรรม และเน้นย้าถึงความสาคญั ของการ
แสดงกิริยามารยาทและการประพฤติปฏิบัติตนถูกต้องตามกาลเทศะ วัฒนธรรมและ
ขนบธรรมเนยี มประเพณีไทย
ขอ้ เสนอแนะ
1. กิจกรรมนี้ หากจัดในชั้นเรียนและมเี วลามากพอควรใหผ้ ู้เรยี นได้ออกมาแสดงเป็นรายบุคคล
โดยผู้สอนทาฉลากสถานการณ์ต่าง ๆ ไว้หลายสถานการณ์ ให้ผู้เรียนแต่ละคนออกมา
จับฉลากแลว้ แสดงกริ ิยามารยาทตามสถานการณ์ที่ตนจบั ฉลากไดห้ น้าชน้ั เรยี น
2. ผู้สอนต้องคอยสังเกตพฤติกรรมระหว่างการศึกษา ฝึกปฏิบัติและเตรียมการของแต่ละกลุ่ม
เพื่อให้คาแนะนา และเมื่อสมาชิกกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมติ หากมีเรือ่ งใดท่ีไม่ถกู ต้อง
ผู้สอนต้องแนะนาและปรับแก้ไขทันทีอยา่ งเป็นกัลยาณมิตร ส่วนเรอื่ งใดท่ีสมาชกิ กลมุ่ ทาได้
ถูกตอ้ ง นาเสนอไดด้ ี ผู้สอนควรชมเชยยกย่องให้เปน็ ตัวอยา่ งแก่สมาชิกกลุ่มอื่น ๆ
3. หากจัดกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมของสถานศึกษาหรือจัดกับผู้เรียนจานวนมาก ควรเชิญ
วทิ ยากรภายนอกท่ีมปี ระสบการณ์มาบรรยายด้วย
4. การแสดงบทบาทสมมตใิ นกิจกรรมสถานศึกษา อาจจัดให้มีการประกวดโดยรับสมัครผเู้ รยี น
เป็นทีม ให้แต่ละกลุ่มนาเสนอการแสดงเป็นลักษณะละครส้ันภายในเวลาท่ีกาหนด ซ่ึงจะ
เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงออก มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ เกิดความรักสามัคคี
สามารถทางานร่วมกัน ทั้งผู้แสดงและผู้ชมได้ท้ังสาระและความสนุกเพลิดเพลิน จดจาได้ดี
และได้นาน นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันและการประกอบอาชีพต่อไป
92 แนวการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศึกษาอาชวี ศกึ ษา
แนวทางการประเมิน
1. ประเมนิ จากผลการทากิจกรรมกล่มุ
2. ประเมินพฤตกิ รรมผูเ้ รยี นโดยการสังเกตหรือใช้แบบสังเกต
พฤติกรรม หลักคณุ ธรรมท่ปี ระเมนิ
- ทากจิ กรรมดว้ ยความต้งั ใจ รอบคอบ มีความคดิ รเิ รม่ิ พอเพียง ๓0%
สรา้ งสรรค์
มวี ินยั ๓๐%
- ใฝ่รู้ ศกึ ษาค้นคว้าข้อมลู เพอื่ ความถูกต้อง
- ใชป้ ระโยชนจ์ ากวสั ดใุ นท้องถิ่นใหเ้ กิดประโยชน์ สจุ ริต ๑๐%
จิตอาสา ๓0%
- ทากิจกรรมตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมายตามเง่อื นไขและ
เวลาที่กาหนด รวม 100%
- ทากิจกรรมด้วยความรับผิดชอบ สมานสามคั คี
- รบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ น่ื
- มงุ่ มัน่ ทากิจกรรมด้วยตนเอง
- รว่ มแรงร่วมใจช่วยเหลอื ในการทางานกลุ่ม
- ม่งุ มน่ั ทางานจนประสบความสาเร็จ
แนวการจดั กิจกรรมสง่ เสริมคณุ ธรรม จริยธรรม ในสถานศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา 93
กจิ กรรมส่งเสริมคุณธรรม จรยิ ธรรม หน่วยที่ ๔
ชอ่ื หน่วย กิจกรรมอนุรกั ษ์ศลิ ปวัฒนธรรม กจิ กรรมที่ ๔.๘
ชอ่ื กจิ กรรม อาหารไทยในท้องถนิ่ เวลา ๒ ชว่ั โมง
หลกั การและเหตุผล
ชีวิตในสังคมเมืองท่ีมีแต่ความรีบเร่ง ทาให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยเปล่ียนแปลงไป
แม้กระท่ังเรื่องอาหารการกิน คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลาทาอาหารรับประทานเอง ซ้ืออาหารนอกบ้านท่ีอาจ
ไม่ได้มีประโยชน์หรือมีคุณค่าทางโภชนาการท่ีดีพอ และอาจไม่สะอาดตามหลักสุขอนามัย นอกจาก
จะส่งผลตอ่ สุขภาพแล้ว อาหารบางชนิดบางประเภทยงั มีราคาแพงด้วย อาหารไทยในทอ้ งถ่ินส่วนใหญ่จะ
ประกอบจากวัตถุดิบท่ีมีในท้องถิ่น หลายอย่างไม่ต้องซื้อหา นอกจากชนิดของอาหารและรสชาติที่เป็น
เอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการกินอยู่อย่างวิถีชีวิตพอเพียงและสามารถผลิต
เพือ่ จาหนา่ ยได้ด้วย การสง่ เสรมิ การทาและรบั ประทานอาหารไทยในท้องถ่ินจงึ เปน็ การปลูกฝงั และสรา้ ง
จิตสานึกรักและศรัทธาต่อประเพณีและวัฒนธรรมไทย ท่ีแสดงถึงความเป็นชุมชน สังคมและท้องถ่ิน
ทาใหเ้ กิดสานึกรกั ษบ์ ้านเกดิ และอนุรกั ษ์สืบสานวัฒนธรรมท่ดี แี นวทางหนงึ่
จุดประสงค์ของกจิ กรรม
1. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมีความรู้เก่ียวกบั อาหารพ้นื บา้ นในท้องถ่ิน
2. เพือ่ สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นสามารถประกอบอาหารพืน้ บา้ นในทอ้ งถนิ่
3. เพอ่ื ให้ผู้เรียนเหน็ คุณคา่ ของอาหารพื้นบา้ นในท้องถนิ่ ซง่ึ แสดงถงึ ความเป็นชมุ ชน สงั คมและ
ทอ้ งถิ่น ทาให้เกิดสานึกรักษบ์ า้ นเกดิ และอนุรกั ษส์ บื สานวัฒนธรรม
ส่ือ วัสดุ อปุ กรณ์และแหล่งเรียนรอู้ น่ื ๆ
1. รปู ภาพหรอื วดี ทิ ัศน์ อาหารไทยพืน้ บา้ นในทอ้ งถน่ิ หรอื ภาคตา่ ง ๆ
https://www.youtube.com/watch?v=IvaYZNT5FZM
2. คอมพิวเตอร์ พร้อมเคร่ือง LCD และจอ
3. กระดาษฟลปิ ชาร์ท พร้อมปากกาเคมีคละสี ๕ ชุด
4. แบบประเมนิ ผลงานและแบบสงั เกตพฤติกรรม
ขน้ั ตอนการดาเนนิ กิจกรรม
1. ผู้สอนทาตารางสองช่องตามแนวตั้งบนกระดาษฟลิปชาร์ท แล้วนาสนทนาโดยถามผู้เรียน
เก่ียวกับอาหารว่า “อาหารท่ีนักเรยี น/นักศกึ ษาทานบอ่ ยหรือชอบทานคืออะไรบ้าง”
2. ผู้สอนเขียนช่ืออาหารที่ผู้เรียนตอบในช่องตารางซ้ายมือบนฟลิปชาร์ทด้วยปากกาเคมีสีดา
หากชอ่ื อาหารที่ผเู้ รยี นตอบเป็นอาหารไทยในท้องถิ่น เขียนดว้ ยปากกาเคมสี แี ดง