The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1) แผนการจัดการเรียนรู้ งานจักสานในท้องถิ่น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

1) แผนการจัดการเรียนรู้ งานจักสานในท้องถิ่น

1) แผนการจัดการเรียนรู้ งานจักสานในท้องถิ่น

บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ……… เรื่อง ………………………………………………………………. รหัสวิชา ง20238 รายวิชางานจักสานในท้องถิ่น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................................................... ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... 2. ปัญหา อุปสรรค .............................................................................................................................................. ........................................ ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ......................................................................................................................................................................... ............. ..................................................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ......................................................... .................................................................................................................................... .................................................. ลงชื่อ...................................................................ผู้สอน (นางสาวอัญชลี เพ็ชรอ่อน) ........................../........................../.............................


ใบความรูที่ 19 เรื่อง การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง กำไรขาดทุน แผนการจัดการเรียนรูที่ 19 เรื่อง การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น รายวิชา งานจักสานในท้องถิ่น รหัสวิชา ง20238 ภาคเรียนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น 1. ความหมายของราคา พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้จำกัดความหมายของคำว่า ราคา หมายถึง มูลค่าของ สิ่งของที่คิดเป็นเงินตรา ; จำนวนเงินซึ่งได้มีการชำระหรือตกลงจะชำระในการซื้อขายทรัพย์สิน รศ. ศิริวรรณ เสรีรัตน์ ได้ให้ความหมายของคำว่า ราคา (Price) หมายถึง มูลค่าของสินค้าและบริการในรูป ตัวเงิน หรือหมายถึงจำนวนเงินที่ผู้ขายและผู้ซื้อเต็มใจที่จะตกลงให้เกิดการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ภายในเวลาและ สถานการณ์เฉพาะอย่าง จากความหมายดังกล่าว สรุปได้ว่า ราคา คือ สิ่งที่กำหนดมูลค่าผลิตภัณฑ์และผลตอบแทนจากการ ดำเนินธุรกิจในรูปของเงินตรา ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อขายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ผู้ซื้อเต็มใจที่ชำระและ ผู้ขายเต็มใจที่จะขายในราคาเดี่ยวกันและในช่วงระยะหนึ่ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีหน้าที่ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า จึงต้องมีราคาที่เหมาะสมกล่าวคือเป็น ราคาที่สอดคล้องกับคุณค่า (Value) หรือมูลค่าของผลิตภัณฑ์ในสายตาของลูกค้าซึ่งถ้าหากผลิตภัณฑ์มีราคาต่ำ เกินไปก็จะทำให้กิจการมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์น้อย แต่ถ้าราคาสูงเกินไปลูกค้าก็อาจจะไม่ซื้อมูลค่าของ ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบให้กับลูกค้าต้องสูงเกินกว่าต้นทุนผู้ซื้อซึ่งต้นทุนผู้ซื้อก็คือราคาสินค้า (Price) นั้นเอง 2. วัตถุประสงค์ในการกำหนดราคา วัตถุประสงค์ในการกำหนดราคานั้นมีอยู่หลายประการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของกิจการสถานการณ์การ แข่งขัน และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ รวมทั้งการพิจารณาถุงวัตถุประสงค์รวมของกิจการและวัตถุประสงค์ทางการ ตลาดด้วยวัตถุประสงค์ในการกำหนดราคาที่สำคัญมีดังนี้ 1. การกำหนดราคาที่มุ่งรายได้จากการขาย โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ - เพื่อต้องการรายได้เพิ่มขึ้น เป็นวัตถุประสงค์สำคัญของกิจการที่สร้างรายได้ให้มากพอที่จะคุ้มกับค่า ใช่จ่ายต่าง ๆ เพื่อนำไปขยายกิจการต่อไป - เพื่อต้องการเพิ่มเงินสดหมุนเวียน ในกรณีที่กิจการเผชิญกับปัญหาเงินทุนหมุนเวียนขาดแคลนจนไม่สามารถ ชำระหนี้ได้ จึงจำเป็นต้องปรับราคาและส่วนลด 2. การกำหนดราคาที่มุ่งกำไร โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ - เพื่อให้ได้ผลตอบแทน (กำไร) จากการลงทุน เช่น ต้องการผลตอบแทน 20% จากการลงทุน ต้องการผลตอบแทน 15% จากยอดขาย เป็นต้น - เพื่อให้ได้กำไรสูงสุด กิจการที่แสวงหาผลกำไรสูงสุดก็เพื่อต้องการคืนทุนอยางรวดเร็วมุ่งหวังผลใน ระยะสั้น - เพื่อดำรงการดำเนินธุรกิจให้คงอยู่ต่อไป กรณีที่กิจการเผชิญกับปัญหาวิกฤติในช่วงที่เศรษฐกิจ ซบเซา อาจต้องลดราคาสินค้าเพื่อให้กิจการสามารถดำเนินอยู่ได้


3. การกำหนดราคาที่มุ่งยอดขายหรือปริมาณการขาย โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ - เพื่อเพิ่มยอดขาย เนื่องจากกิจการต้องการให้ลูกค้าเก่าซื้อผลิตภัณฑ์เพิ่มมากขึ้นขณะเดียวกันก็ แสวงหาลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนมากขึ้นด้วย - เพื่อรักษาส่วนครองตลาด ในกรณีที่กิจการเป็นผู้นำของผลิตภัณฑ์นั้น และต้องการรักษาความเป็น ผู้นำอยู่ต่อไป - เพื่อเพิ่มส่วนครองตลาด หรือขายตลาดให้มีส่วนครองตลาดเพิ่มมากขึ้น 4. การกำหนดราคาที่มุ่งการแข่งขัน โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ - เพื่อเผชิญกับการแข่งขัน เนื่องจากกิจการไม่ต้องการเผชิญกับสงครามด้านราคากับคู่แข่งขัน - เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขัน ในกรณีที่กิจการเป็นผู้เริ่มทำธุรกิจในท้องถิ่นหนึ่งและไม่ต้องการให้กิจการ อื่นเข้ามาแข่งขันด้วย จึงต้องตั้งราคาสินค้าให้ต่ำ - เพื่อตัดราราของคู่แข่งขัน ในกรณีที่กิจการต้องการขจัดแข่งขันออกจากตลาดและต้องการแย่งลูกค้า ของคู่แข่งขัน 5. การกำหนดราคาที่มุ่งสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ - เพื่อการปฏิบัติตามลักจรรยาบรรณที่ดี เป็นการแสดงว่ากิจการไม่เอาเปรียบสังคมด้วยการกำหนด ราคาให้ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็น - เพื่อรักษาภาวการณ์จ้างงาน เป็นการสร้างภาพลักษณ์ว่ากิจการเป็นผู้สร้างงานให้กับการผลิตและ การจ้างงานให้กับสังคม ด้วยการกำหนดราคาในระดับที่ทำให้เกิดการผลิตและการจ้างแรงงาน 3. วิธีการกำหนดราคา ในการกำหนดราคาสินค้านั้น มีสิ่งที่กิจการจะต้องพิจารณาเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น กำไร จากการขาย การยอมรับของผู้ซื้อ การเปรียบเทียบกับราคาของคู่แข่งขัน เป็นต้น ซึ่งต้องคำนึงถึงอนาคตหากกิจการ ต้องลงราคาสินค้าลงอีก ก็สามารถกระทำได้โดยไม่ขาดทุน 1. การกำหนดราคาจากต้นทุน (Cost Based Pricing) เป็นวิธีการกำหนดราคาที่ง่ายและสะดวกที่สุด โดย ใช้ต้นทุนต่อหน่วยมาเป็นพื้นฐาน ซึ่งมีวิธีการกำหนดรารา ดังนี้ 1.1 วิธีการกำหนดราคาแบบ Cost-Plus การกำหนดราคาวิธีนี้มาใช้ในกรณีที่กิจการไม่สามารถ คาดการณ์ต้นทุนของผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าได้ หรือต้นทุนของผลิตภัณฑ์ไม่แน่นอน กิจการจึงต้องกำหนดกำไรที่แน่นอน ขึ้นมาก่อน และเมื่อทราบต้นทุนต่อหน่วยแล้วจึงนำต้นทุนนั้นไปบวกกับกำไรที่ต้องการ ราคาขาย = กำไรต่อหน่วยที่ต้องการ + ต้นทุนต่อหน่วย 1.2 วิธีกำหนดราคาแบบ Mark up เป็นการบวกส่วนเพิ่มโดยใช้สมการ ดังนี้ Price = Cost + Mark up หรือ ราคา = ทุน + ส่วนเพิ่ม วิธีการคำนวณ Mark up มีดังนี้ 1) Mark up on Cost หรือ Mark on คือ การกำหนดเป็นร้อยละจากราคาทุน 2) Mark up on Selling Price หรือ Mark up คือ การกำหนดเป็นร้อยละจากราคาขายวิธี นี้ใช้มากในธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง โดยมีพื้นฐานการคำนวณมาจากต้นทุนเช่นเดียวกัน


1.3 วิธีกำหนดราคาเพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย (Target Pricing) เป็นการกำหนดราคา เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment : ROI) โดยต้องการกำไรเป็นร้อยละเท่าใดของเงิน ลงทุน (Target Profit) เข้าไปในต้นทุนของสินค้าหรือเงินลงทุน โดยใช้สมการดังนี้ ราคา = ต้นทุนต่อหน่วย + อัตราผลตอบแทนที่ต้องการ * เงินลงทุน จำนวนสินค้าที่ขาย 2. การกำหนดราคาจากอุปสงค์ (Demand Based Pricing) เป็นการกำหนดราคาโดยคำนึงปริมาณความ ต้องการซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งของลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเรียกว่า ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Price Elasticity of Demand) 4. นโยบายราคา เป็นแนวทางในการปฏิบัติตามวัตถุของกิจการ โดยมีการวางแผนอาศัยวิธีต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และช่วยให้กิจการบรรลุวัตถุประสงค์ซึ่งนโยบายราคาที่นิยมใช้ ได้แก่ 1. นโยบายระดับราคา (Price Level Policy) แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ - ระดับราคาตามราคาตลาด (Meet the Market Price) เป็นการกำหนดราคาหรือการตัดราคากัน เนื่องจากตลาด มีการแข่งขันสมบูรณ์ (Pure Competition Market) และผลิตภัณฑ์ไม่มีความแตกต่างกัน - ระดับราคาสูงกว่าราคาตลาด (Above the Market Price) กิจการสามารถกำหนดราคาให้สูงกว่าคู่แข่งขันได้ เนื่องจากความเข้มแข็งของกิจการหรือมีข้อได้เปรียบในด้านต่าง ๆ ที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน เช่น ตราสินค้าเป็นที่ ยอมรับของผู้บริโภค ทำเลที่ตั้งของกิจการที่เหมาะสม บุคลากร มีความชำนาญ เป็นต้น - ระดับราคาต่ำกว่าราคาตลาด (under the Market Price) เป็นนโยบายระดับราคาที่กิจการขนาดเล็กนิยม นำมาใช้ เพื่อต้องการส่วนแบ่งทางการตลาดในปริมาณมาก ๆ และให้สินค้ากระจายสู่ผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย 2. นโยบายราคาเดียว (One Price Policy) เป็นการกำหนดราคาสินค้าชนิดเดียวกัน สำหรับผู้ซื้อทุกรายในราคา เดียวกันภายใต้สถานการณ์และเงื่อนไขที่เหมือนกัน เพื่อให้สะดวกต่อการขายโดยตัดปัญหาในการเสนอราคา และ การต่อรองราคา 3. นโยบายราคายืดหยุ่นได้ (Flexible Price Policy) เป็นการกำหนดราคาสินค้าสำหรับลูกค้าประเภทเดียวกัน ปริมาณเท่ากันในราคาที่แตกต่างกัน ราคาสินค้าจะถูกกำหนดให้สูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับความสำพันธ์ระหว่างผู้ขายกับผู้ ซื้อ การกำหนดราคายืดหยุ่นได้นี้นิยมใช้กันมากสำหรับกิจการขนาดเล็กและสินค้าที่ล้าสมัยง่ายหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งกิจการจำเป็นต้องมีส่วนลด หรือส่วนยอมให้ กับผู้ที่ซื้อสินค้าดังกล่าว ประเภทของส่วนลดและส่วยยอมให้ ส่วนลด (Discounts) หมายถึง ส่วนที่กิจการลดหรือหักออกจากราคาที่กำหนดไว้ในรายการ เนื่องจากผู้ซื้อได้ทำหน้าที่ทางการตลาดบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตหรือผู้ขาย ตามเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ ประเภทของส่วนลดมีดังนี้ - ส่วนลดปริมาณ (Quantity Discounts) เป็นส่วนลดจากราคาเดิมที่กำหนดไว้ เพื่อกระตุ้นให้มี การซึ่งในปริมาณที่มากขึ้น - ส่วนลดการค้า (Trade Discounts) เป็นส่วนที่กิจการลดให้กับคนกลางในระดับต่าง ๆ ของ ช่องทางการจำหน่าย


- ส่วนลดเงินสด (Cash Discounts) เป็นส่วนที่กิจการลดให้ผู้ซื้อสำหรับการจ่ายเงินชำระหนี้ 2/10, n/30 หมายความว่า ถ้าชำระเงินค่าสินค้าภายใน 30 วัน นับจากวันที่ที่ปรากฏใน ใบกำกับสินค้า 2/10, n/30 e.o.m. (End of Month) หมายความว่า ถ้าชำระเงินค่าสินค้าภายใน 30 วัน นับจากวันสิ้นเดือนของเดือนที่ปรากฏในในกำกับสินค้า 2/15,n/30 r.o.g (Receipt of Goods) หมายความว่า ถ้าชำระเงินค่าสินค้าภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า แต่ถ้าชำระภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า จะได้ส่วนลดเงิน 2% - ส่วนลดนอกฤดูกาล (Seasonal Discounts) เป็นส่วนที่กิจการลดให้กับผู้ซื้อที่สั่งซื้อสินค้าในช่วง นอกฤดูการขาย เพื่อกระตุ้นให้มีการสั่งซื้อเร็วกว่าปกติส่วนลดเงินสด และส่วนลดปริมาณ ส่วนยอมให้ (Allowance) หมายถึง ส่วนที่กิจการยอมให้กับผู้ซื้อ สำหรับการกระทำบางอย่างหรือ การยอมรับบางอย่างที่กิจการต้องการให้ผู้ซื้อช่วยเหลือ ประเภทของส่วนยอมให้ดังนี้ - ส่วนยอมให้ให้จากการส่งเสริมการขาย (Promotion Allowance) เป็นจำนวนเงินที่กิจการยอม ให้กับคนกลางโดยหักออกจากราคาขาย - ส่วนยอมให้จากการนำสินค้าเก่ามาแลกซื้อ (Trade - in Allowance) เป็นส่วนที่กิจการยอมให้ผู้ ซื้อนำสินค้าเก่าที่ยังคงมีมูลค่ามาแลกซื้อสินค้าใหม่ - ส่วนยอมให้สำหรับการเป็นนายหน้า (Broker Allowance) เป็นค่าตอบแทนที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ จากยอดขาย 5. กลยุทธ์การตั้งราคา กลยุทธ์การตั้งราคา หมายถึง วิธีการต่าง ๆ ที่ใช้สำหรับการตั้งราคาสินค้าตามนโยบายราคาที่ได้ กำหนดไว้ เพื่อให้ผู้ซื้อยอมรับราคาที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งกลยุทธ์การตั้งราคา มีดังนี้ 1. การตั้งราคาตามแนวภูมิศาสตร์ (Geographical Pricing) เป็นการตั้งราคาโดยพิจารณาจากเขตพื้นที่ ต่างๆ วิธีการตั้งราคาตามแนวภูมิศาสตร์ ได้แก่ - การตั้งราคาแบบ F.O.B. Pricing (Free On Board Pricing) เป็นการตั้งราคาสินค้ารวมค่าขนส่ง ถึงเรือเท่านั้น ค่าขนส่งหลังจากนั้นเป็นภาระของผู้ซื้อที่ต้องเสียเอง - การตั้งราคาตามเขต (Zone Pricing) เป็นการตั้งราคาให้แตกต่างกันตามเขตภูมิศาสตร์ - การตั้งราคาส่งมอบราคาเดียว (Uniform Delivered Pricing) เป็นการตั้งราคาเดียวสำหรับผู้ซื้อ ทุกรายไม่ว่าจะขายแบบผู้ขายพื้นที่ใด - การตั้งราคาแบบผู้ขายรับภาระค่าขนส่ง (Freight Absorption Pricing) เป็นการตั้งราคาที่ผู้ขาย รับภาระค่าขนส่งบางส่วน เพื่อต้องการเจาะตลาดผู้ซื้อท่อยู่ไกลออกไป - การตั้งราคา ณ จุดฐาน (Base Point Pricing) เป็นการตั้งราคาโดยกำหนดจากราคาสินค้า ณ โรงงานรวมค่าขนส่งจากจุดฐานที่อยู่ใกล้ผู้ซื้อมากที่สุด 2. การตั้งราคาตามหลักจิตวิทยา (Psychological Pricing) เป็นการตั้งราคาโดยอาศัยความรู้สึกของ ผู้ซื้อที่ทีต่อ ราคา ซึ่งวิธีการตั้งราคาตามหลักจิตวิทยา ดังนี้ - การตั้งราคาแบบเลขคี่หรือเลขคู่ (Odd or Even Pricing) การตั้งราคาแบบเลขคี่ (Odd Pricing) เป็นการกำหนดให้ราคาลงท้ายด้วยเลขคี่ โดยจะให้ลงท้ายด้วยเลข 9 เช่น 49 บาท 99 บาท 199 บาท เป็นต้น


- การตั้งราคาแบบเลขคู่ (Even Pricing) เป็นการกำหนดให้ราคาท้ายด้วยเลขคู่หรือจำนวนเต็ม ซึ่งให้ความรู้สินค้ามีคุณภาพดี มีชื่อเสียง เช่น 100 บาท 1,500 บาท 2,000 บาท เป็นต้น - การตั้งราคาตามความเคยชิน (Customary Pricing) เป็นการตั้งราคาตามประเพณีนิยมที่ถือ ปฏิบัติกันมา หรือตั้งราคาตามราคาตลาด ซึ่งเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคคุ้นเคย - การตั้งราคาที่แสดงถึงชื่อเสียง (Prestige Pricing) เป็นการตั้งราคาสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งให้ มีราคาสูง เพื่อแสดงถึงภาพพจน์เกี่ยวกับชื่อเสียงของตรายี่ห้อ หรือคุณภาพของสินค้า - การตั้งราคาแนวระดับราคา (Price Lining) เป็นการตั้งราคาที่เหมาะกับกิจการที่มีสินค้า ประเภทเดี่ยวกันแต่มีหลายเดียวแตกต่างกันในด้านรูปแบบ ขนาด หรือสี 3. การตั้งราคาสูงและการตั้งราคาต่ำ (Skimming and Penetration Pricing) - การตั้งราคาสูง (Skimming Pricing) เป็นการตั้งราคาสินค้าให้สูงในช่วงแรกของการนำสินค้า ใหม่เข้าสู่ตลาด เพื่อต้องการให้ได้ต้นทุนและกำไรกลับมาโดยเร็ว เหมาะกับสินค้าที่มีลักษณะแตกต่างทางการ แข่งขัน - การตั้งราคาต่ำ (Penetration Pricing) เป็นการตั้งราคาให้ต่ำในช่วงแรกของการนำสินค้าเข้า สูตลาด หรือเป็นการตั้งราคาเพื่อเจาะตลาดให้ครอบคลุมตลาดส่วนใหญ่ และให้ผู้บริโภคยอมรับ อย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับสินค้าที่สามารถใช้สินค้าอื่นทดแทนได้ 4 การตั้งราคาเพื่อการส่งเสริมการตลาด (Promotion Pricing) เป็นกลยุทธ์ที่ผู้ค้าปลีกนิยมนำมาใช้ ในการตั้งราคาสินค้า เพื่อจูงใจผู้บริโภคให้ซื้อสินค้ามากขึ้น ซึ่งมีวิธีตั้งราคาดังนี้ - การตั้งราคาแบบล่อใจ (Leader Pricing) เป็นการตั้งราคาสินค้าบางชนิดซึ่งเป็นสินค้าที่ ผู้บริโภครู้จักทั่วไป ให้มีราคาต่ำมากหรืออาจจะต่ำกว่าต้นทุน เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อสินค้าในร้าน - การตั้งราคาแบบเหยื่อล่อ (Bait Pricing) เป็นการตั้งราคาสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งในจำนวน จำกัดให้มีราคาต่ำกว่าคู่แข่งขัน แล้วทำการโฆษณาเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคมาซื้อสินค้าที่ร้าน - การตั้งราคาในเทศกาลพิเศษ (Special Event Pricing) เป็นการตั้งราคาสินค้าให้ต่ำกว่าราคา ปกติในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าตามเทศกาลนั้น ๆ เช่น เทศกาลปีใหม่ ช่วงเวลาเปิด เทอม เป็นต้น


ใบงานที่19 เรื่อง การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง กำไรขาดทุน แผนการจัดการเรียนรูที่ 19 เรื่อง การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น รายวิชา งานจักสานในท้องถิ่น รหัสวิชา ง20238 ภาคเรียนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 คำชี้แจง : ใหนักเรียนกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นจากผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนต้องการขาย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


แบบประเมินผลงาน/ใบงาน เรื่อง การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น คําชี้แจง : ครูผูสอนประเมินผลงาน/ใบงานของนักเรียนและใหคะแนนลงในชองที่ตรงกับระดับคะแนน เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน(20) ร้อยละ สามารถอธิบายการ ผลการประเมิน กำหนดราคา ผลิตภัณฑ์จากวัสดุ ในท้องถิ่นได้ มีทักษะในการ กำหนดราคา ผลิตภัณฑ์จากวัสดุ ในท้องถิ่นได้ การนําไป ประยุกตใช ในชีวิตประวัน การสงงานตรง ตอเวลาและ เหมาะสม การทํางาน มีความสะอาด เรียบรอย ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ต้องได้ 10 คะแนนขึ้นไป ผลการประเมิน นักเรียนทั้งหมด......................คน ผ่าน จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ไม่ผ่าน จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ลงชื่อ........................................... ครูผู้สอน (นางสาวอัญชลี เพ็ชรอ่อน)


เกณฑ์การประเมินผลผลงาน/ใบงาน ประเด็นที่ประเมิน เกณฑการใหคะแนน ดีมาก (4) ดี(3) พอใช(2) ปรับปรุง (1) 1.สามารถอธิบายการกำหนด ราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุใน ท้องถิ่นได้ สามารถอธิบายการ กำหนดราคา ผลิตภัณฑ์จากวัสดุใน ท้องถิ่นได้ ได้ ถูกต องครบถวนชัดเจนดี เยี่ยม สามารถอธิบายการ กำหนดราคา ผลิตภัณฑ์จากวัสดุใน ท้องถิ่นได้ ได้ ถูกต อง สามารถอธิบายการ กำหนดราคาผลิตภัณฑ์ จากวัสดุในท้องถิ่นได้ ถูกตองแตยังไม ครอบคลุมบางสวน สามารถอธิบายการ กำหนดราคา ผลิตภัณฑ์จากวัสดุใน ท้องถิ่นได้ น้อยหรือ ไมไดและไมเกิดความ เข้าใจ 2. มีทักษะในการกำหนดราคา ผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น ได้ มีทักษะในการกำหนด ราคาผลิตภัณฑ์จาก วัสดุในท้องถิ่นได้ ถูกตองครบถวน ดี เยี่ยม มีทักษะในการกำหนด ราคาผลิตภัณฑ์จาก วัสดุในท้องถิ่นได้ ถูกต้องตามขั้นตอนได้ ดี มีทักษะในการกำหนด ราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุ ในท้องถิ่นได้ ถูกต้อง ตามขั้นตอนได้บางสวน มีมีทักษะในการ กำหนดราคา ผลิตภัณฑ์จากวัสดุใน ท้องถิ่นได้ ถูกต้อง ตามขั้นตอนนอยหรือ ไมไดเลย 3. การนําไปประยุกตใชใน ชีวิตประจําวัน สามารถนําไป ประยุกตใชในชีวิต ประจําวันเปนอยาง ดีมาก สามารถนําไป ประยุกตใชในชีวิต ประจําวันไดดี สามารถนําไปปรับใชใน ชีวิตประจําวันได ไมสามารถไปปรับ ใชได 4. การสงงานตรงตอเวลาและ เหมาะสม สงงานตรงเวลา มีความรับผิดชอบ ในงานที่ไดรับ มอบหมายสรางสรรค งานไดอยางถูกตอง รับผิดชอบในงานที่ ไดรับมอบหมาย สงงานตรงเวลา บางครั้ง แตงานมี ความเหมาะสมกับ เวลาที่สงประจํา ทํางานที่ไดรับ มอบหมายไดเพียง เล็กนอย บางสวน ไมตรงตอเวลาเปน บางครั้งทุกสวน และส่ง งานไมตรงเวลาเปน ทํางานที่ไดรับ มอบหมายไมครบ 5. การทํางาน มีความสะอาด เรียบรอย ใบงาน/ ผลงาน มีความสะอาด เรียบรอย สวยงาม ถูกตองตามที่กําหนด ในระดับดีมาก ใบงาน/ ผลงาน มีความสะอาด เรียบรอย สวยงาม ถูกตองตามที่กําหนด ในระดับดี ใบงาน/ ผลงาน มีความสะอาด เรียบรอย สวยงาม ถูกตองเปนบางสวน ในระดับพอใช ใบงาน/ ผลงาน มีความสะอาด เรียบรอยนอยมากมี รอยลบและความ สกปรกของงาน


แบบประเมินพฤติกรรมรายบุคคล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น คําชี้แจง : ครูผูสอนประเมินผลงาน/ใบงานของนักเรียนและใหคะแนนลงในชองที่ตรงกับระดับคะแนน เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน เฉลี่ย ระดับคุณภาพ สรุปผลการประเมิน มุ่งมั่นในการทำงาน ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ต้องได้ ระดับคุณภาพ 2 ผลการประเมิน นักเรียนทั้งหมด......................คน ได้ระดับดี จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ได้ระดับพอใช้ จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ได้ระดับปรับปรุง จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ลงชื่อ........................................... ครูผู้สอน (นางสาวอัญชลี เพ็ชรอ่อน)


เกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมรายบุคคล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่ ประเด็นพฤติกรรม เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. มุ่งมั่นในการทำงาน นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการ ทำงานในการเรียนวิชางาน จักสานในท้องถิ่นอย่างเต็มที่ นักเรียนไม่ค่อยมุ่งมั่นใน การทำงานในการเรียนวิชา งานจักสานในท้องถิ่น อย่างเต็มที่ นักเรียนไม่สนใจและไม่มีความ มุ่งมั่นในการทำงานในการเรียน วิชางานจักสานในท้องถิ่น 2. มีวินัย ส่งงานตรงตามกำหนดเวลา ที่ครูกำหนด รับผิดชอบในการทำงานที่ ได้รับมอบหมาย เข้าห้องเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกต้องตามระเบียบ ส่งงานตรงตามกำหนดเวลา พอสมควร รับผิดชอบในการทำงานที่ ได้รับมอบหมายน้อย เข้าห้องเรียนไม่ค่อยตรง เวลา แต่งกายถูกต้องตามระเบียบ บางครั้ง ส่งงานไม่ตรงตามกำหนดเวลา ไม่รับผิดชอบในการทำงานที่ได้ รับมอบหมาย เข้าห้องเรียนไม่ตรงเวลา แต่งกายไม่ถูกต้องตามระเบียบ 3. ใฝ่เรียนรู้ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียนวิชางาน จักสานในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียน รู้ต่าง ๆ เป็นประจำ - เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียนวิชางาน จักสานในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมการ เรียนรู้ต่าง ๆ บ่อยครั้ง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียนวิชางานจัก สานในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ต่าง ๆ เป็นบางครั้ง เกณฑ์การประเมินด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดี 2 หมายถึง ระดับคุณภาพ พอใช้ 1 หมายถึง ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปเกณฑ์การประเมินด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค่าเฉลี่ย 2.34 - 3.00 ได้ระดับคุณภาพ ดี ค่าเฉลี่ย 1.67 - 2.33 ได้ระดับคุณภาพ พอใช้ (ผ่าน) ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.66 ได้ระดับคุณภาพ ปรับปรุง


แผนการจัดการเรียนรู้ที่20 รหัสวิชา ง20238 รายวิชา งานจักสานในท้องถิ่น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ภาคเรียนที่2 หน่วยการเรียนที่4 เรื่อง กำไรขาดทุน เวลา 4 ชั่วโมง ชื่อผู้สอน นางสาวอัญชลี เพ็ชรอ่อน สอนวันที่ ………………………………… ชื่อเรื่อง การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น เวลา 2 ชั่วโมง เป้าหมายการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ (สำหรับรายวิชาเพิ่มเติม) สามารถคำนวณราคาต้นทุนและกำหนดราคาขายได้ สาระสำคัญ การนำสินค้าและบริการของผู้ผลิตออกสู่ตลาดเพื่อ เสนอต่อผู้บริโภค โดยการจัดหาสถานที่ขายหรืออาศัย ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดที่เป็นคนกลาง ช่วยในการนำเสนอสินค้าและบริการไปสู่ผู้บริโภคในเวลาและสถานที่ที่ เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีสถาบันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การจัดจำหน่ายมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บ รักษาสินค้า การขนส่ง และการกระจายสินค้า ซึ่งกิจกรรมหลักของการจัดจำหน่าย จุดประสงค์การเรียนรู้ (จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมเพื่อให้บรรลุตามตัวชี้วัด) 1. สามารถอธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นได้ 2. มีทักษะในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นได้ สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) อธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) มีทักษะในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นได้ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นในการทำงาน มีวินัย รักความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ มีจิตสาธารณะ


ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการสื่อสาร : การสนทนาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การสื่อสาร ความสามารถในการคิด : การใช้กระบวนคิดในการเรียนรู้และการทำงาน ความสามารถในการแก้ปัญหา : การแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่ครูกำหนด และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต : การใช้ความรู้ไปใช้ในชีวิตอย่างเป็นประโยชน์ เพื่อความปลอดภัย ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : สืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านคุณลักษณะของผู้เรียนตามหลักสูตรมาตรฐานสากล เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารสองภาษา ล้ำหน้าทางความคิด ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก บูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณ...(ไม่มาก ไม่น้อย ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น)..................................................... ผู้เรียนรู้จักใช้ วัสดุในท้องถิ่นมาใช้ในการจักสาน ความมีเหตุผล...(มีเหตุผลของผลการกระทำที่คาดว่าจะได้รับอย่างรอบคอบ)..................................... ผู้เรียนเรียนรู้ และเข้าใจในการนำวัสดุในท้องถิ่นไปใช้ประโยชน์ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี...(เตรียมตัวรับผลกระทบ/การเปลี่ยนการในอนาคต).................................... ผู้เรียนมีสมาธิ ความตั้งใจ สนใจในกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ในสาระการเรียนมากขึ้น ความรู้...(รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง)........................................................................................ ........ ผู้เรียนสามารถจำแนกประเภทของวัสดุในท้องถิ่นได้ คุณธรรม..(ซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน สติปัญญา แบ่งปัน )................................................................... ผู้เรียนใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น นำมาใช้อย่างคุ้มค่า และประหยุด รวมทั้งรักษาสิ่งแวดล้อม ด้านการอ่าน เขียน คิดวิเคราะห์ การอ่าน : การอ่านใบความรู้ ใบงาน การสืบค้นความรู้เพิ่มเติม การคิดวิเคราะห์ : การคิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมมีวิจารณญาณ คิดคล่อง คิดยืดหยุ่น การวิเคราะห์นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน การเขียน : การทำแบบฝึกหัด ใบงาน สรุปความรู้ที่ได้ การบูรณาการ บูรณาการภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้กับ รายวิชา..................................................... บูรณาการข้ามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระบุ......................................................................................... บูรณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้าน 3 ห่วงทางสายกลาง คือ พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตนเอง 2 เงื่อนไข มีคุณธรรม มีความรู้


บูรณาการกับประชาคมอาเซียน ในสาระสำคัญ (Theme) ต่อไปนี้ การรู้จักอาเซียน การตระหนักถึงคุณค่าของอัตลักษณ์และความหลากหลาย การเชื่อมโยงโลกและท้องถิ่น การส่งเสริมความเสมอภาคและความยุติธรรม การทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ชิ้นงาน/ภาระงาน ใบงานที่ 20 เรื่อง การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น กิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นนำ 1. ครูแจงจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ 2. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน เช่น - นักเรียนคิดว่าอธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นมีประโยชน์อย่างไร - ถ้าต้องการขายสินค้าจำเป็นต้องมีทักษะในอธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น หรือไม่ ขั้นสอน 1. ครูให้นักเรียนศึกษา เรื่อง มีทักษะในอธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นจาก อินเตอร์เน็ต เรื่อง การกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น แล้วร่วมกันสรุปผล 2. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของอธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุใน ท้องถิ่นแล้วสรุปเป็นแผนที่ความคิด 3. ครูถามคำถามเพื่อพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียน เช่น นักเรียนคิดว่าการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จาก วัสดุในท้องถิ่น มีประโยชน์ต่อใครมากที่สุด เพราะเหตุใด 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4–5 คน ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอธิบายอธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น พร้อมกับ ยกตัวอย่างประกอบ 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น พร้อมกับเปิดโอกาส ให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการอธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น ได้แก่ ประโยชน์ของการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น แล้วบันทึกความรู้


สื่อ/วัสดุอุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้ สื่อ สื่อสไลด์เรื่อง อธิบายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น ใบความรู้การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น วัสดุอุปกรณ์ - แหล่งเรียนรู้ ห้องสมุด อินเตอร์เน็ต การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge) ตรวจใบงานที่ 20 อธิบายการจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น แบบการประเมินผลงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) ตรวจใบงานที่ 20 อธิบายการจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น แบบการประเมินผลงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ความคิดเห็น (รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ / ผู้บริหาร / ผู้ที่ได้รับมอบหมาย) ............................................................................................................................. ......................................................... ...................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ..................................................... (นายมนูญ บุบผาพ่วง) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ วันที่.......................................................


บันทึกหลังแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ……… เรื่อง ………………………………………………………………. รหัสวิชา ง20238 รายวิชางานจักสานในท้องถิ่น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ......................................................... ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... 2. ปัญหา อุปสรรค .............................................................................................................................................. ........................................ ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข ..................................................................................................................................................... ................................. ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ลงชื่อ...................................................................ผู้สอน (นางสาวอัญชลี เพ็ชรอ่อน) ........................../........................../.............................


ใบความรูที่ 20 เรื่อง การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง กำไรขาดทุน แผนการจัดการเรียนรูที่ 20 เรื่อง การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น รายวิชา งานจักสานในท้องถิ่น รหัสวิชา ง20238 ภาคเรียนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น การจัดจำหน่าย (Distribution) หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับการนำสินค้าและบริการของผู้ผลิตออก สู่ตลาดเพื่อ เสนอต่อผู้บริโภค โดยการจัดหาสถานที่ขายหรืออาศัยผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดที่เป็นคนกลาง ช่วยใน การนำเสนอสินค้าและบริการไปสู่ผู้บริโภคในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีสถาบันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดจำหน่ายมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรักษาสินค้า การขนส่ง และการกระจายสินค้า ซึ่ง กิจกรรมหลักของการจัดจำหน่าย ประกอบด้วย 1. ช่องทางการจัดจำหน่าย (Channel of Distribution) ผลิตไปสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย (Ultimate Consumer) หรือผู้ใช้ทางอุตสาหกรรม (Industrial User) ในช่องทางการจัดจำหน่าย จะประกอบด้วยกลุ่มของ สถาบันที่ทำหน้าที่หรือกิจกรรมอันจะนำสินค้าและบริการจากผู้ผลิตไปสู่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้เกิดระดับของ ช่องทาง (Channel Level) คือ - ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (Channel of consumer goods distribution) แนวทางที่ 1 (ผู้ผลิต – ผู้บริโภค) แนวทางที่ 2 (ผู้ผลิต – ผู้ค้าปลีก – ผู้บริโภค) แนวทางที่ 3 (ผู้ผลิต – ผู้ค้าส่ง – ผู้ค้าปลีก – ผู้บริโภค) แนวทางที่ 4 (ผู้ผลิต – ตัวแทน – ผู้ค้าปลีก – ผู้บริโภค) แนวทางที่ 5 (ผู้ผลิต – ตัวแทน – ผู้ค้าส่ง – ผู้ค้าปลีก – ผู้บริโภค) - ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม (Channel of Industrial goods distribution) แนวทางที่ 1 (ผู้ผลิต – ผู้ใช้ทางอุตสาหกรรม) แนวทางที่ 2 (ผู้ผลิต – ผู้จัดจำหน่ายอุตสาหกรรม – ผู้ใช้ทางอุตสาหกรรม) แนวทางที่ 3 (ผู้ผลิต – ตัวแทน – ผู้ใช้ทางอุตสาหกรรม) แนวทางที่ 4 (ผู้ผลิต – ตัวแทน – ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม – ผู้ใช้ทางอุตสาหกรรม) 2. การกระจายสินค้า (Physical of distribution) การกระจายสินค้า หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวกับการ วางแผน การปฏิบัติงาน และส่งเสริมสนับสนุนในการนำสินค้าจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดที่มีการใช้หรือ การบริโภค สินค้า เพื่อสนองความต้องการลูกค้าและก่อให้เกิดกำไรแก่ผู้ผลิต ซึ่งกิจกรรมที่เกี่ยวกับการกระจายสินค้า ได้แก่ - การคลังสินค้า ( Warehousing ) การคลังสินค้าเป็นหน้าที่ของกิจกรรมทางการตลาด ในการดูแลเก็บ รักษาสินค้าระหว่างรอการจำหน่าย หรือระหว่างรอการขนส่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสินค้าไว้ตอบสนองความ ต้องการของลูกค้า การจัดการเกี่ยวกับการคลังสินค้า มีหลักในการพิจารณาดังนี้


1. สถานที่ตั้งของคลังสินค้า 2. ชนิดของคลังสินค้า แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ 2.1. แบ่งตามลักษณะความเป็นเจ้าของ ได้แก่ 1) คลังสินค้าส่วนตัว (Private Warehouse) เป็นคลังสินค้าของผู้ประกอบการที่ ดำเนินการสร้างขึ้นมาเอง 2) คลังสินค้าสาธารณะ (Public Warehouse) เป็นคลังสินค้าที่องค์การหรือ บุคคลอื่นสร้างขึ้นมา 2.2 แบ่งตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ 1) คลังสินค้าเฉพาะ (Commodities Warehouse) เป็นคลังสินค้าที่สำหรับเก็บผลิตผล ทางเกษตรกรรม 2) คลังสินค้าห้องเย็น (Cold Storage Warehouse) เป็นคลังสินค้าที่ใช้สำหรับเก็บสินค้า ที่เน่าเสียได้ง่าย 3) คลังสินค้าประเภทของเหลว (Bulk Storage Warehouse) เป็นคลังสินค้าที่เก็บ สินค้าประเภทของเหลว 4) คลังสินค้าทั่วไป (General Merchandise Warehouse) เป็นคลังสินค้าแบบให้เช่า สำหรับเก็บสินค้าสำเร็จรูปทุกชนิด 3. บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Transport Package) เป็นการรวบรวมผลิตภัณฑ์หน่วยย่อย ที่ พร้อมจำหน่ายแล้วเข้าด้วยกันให้เป็นหน่วยใหญ่ เพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายหรือขนส่งบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง ได้แก่ 3.1 ลังไม้ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุด 3.2 ลังพลาสติก นิยมใช้แทนลังไม้ 3.3 กล่องกระดาษลูกฟูก 3. สถาบันการตลาด (Marketing Institution) หมายถึง สถาบันคนกลางต่าง ๆ ที่ช่วยในการจัดจำหน่ายและ เคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย หรือผู้ใช้ทางอุตสาหกรรมรวมถึงการอำนวยความสะดวก และให้บริการทางการตลาด สถาบันการตลาดสามารถแบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ 1. สถาบันพ่อค้าคนกลาง (middleman) ได้แก่ - ตัวแทนคนกลาง (Agent Middleman) เป็นคนกลางที่ไม่ถือครองกรรมสิทธิ์ในผลิตภัณฑ์แต่ทำ หน้าที่เป็นคนกลางช่วยเหลือผู้ผลิตในการติดต่อซื้อขาย ซึ่งประกอบด้วย - ตัวแทนขาย (Selling Agents) เป็นตัวแทนที่ทำหน้าที่แทนผู้ผลิตแต่เพียงผู้เดี่ยวใน อาณาเขตหนึ่ง - ตัวแทนผู้ผลิต (Manufacturers Agents) เป็นตัวแทนที่แต่งตั้งโดยผู้ผลิตให้ทำหน้าที่ แต่เพียงบางส่วน - นายหน้า (Broker) เป็นตัวแทนที่ทำหน้าที่ที่นำผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกันเพื่อตกลงซื้อ ขายผลิตภัณฑ์ - พ่อค้าคนกลาง (Merchant Middleman) เป็นคนกลางที่มีกรรมสิทธิ์ในผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย - พ่อค้าปลีก (Retailer) เป็นผู้ที่ขายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภคคนสุดท้าย


- พ่อค้าส่ง (Wholesaler) เป็นผู้ที่ทำกิจกรรมเกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ให้กับ บุคคล กลุ่มบุคคล 2. สถาบันที่ทำหน้าที่กระจายสินค้า (Physical Distribution) เป็นคนกลางที่ช่วยกิจกรรมด้าน การจัดเก็บและเคลื่อนย้ายสินค้า 3. สถาบันที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก (Marketing Facilitator) เป็นคนกลางที่ให้ความ สะดวกต่าง ๆ ทางการตลาด 4. การค้าปลีก หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ โดยผู้ค้าปลีก (Retailer) ขายให้กับผู้บริโภคคน สุดท้าย (Ultimate Consumer) เพื่อนำไปใช้ส่วนตัว ไม่ใช่เป็นการใช้เพื่อธุรกิจ (Non-business User) ประเภท ของการค้าปลีก สามารถแบ่งได้ตามลักษณะ ดังนี้ - การค้าปลีกแบบไม่มีร้านค้า (Non-store Retailing) ได้แก่ - การขายสินค้าตามบ้าน (House to House Selling หรือ Knock Door Selling) - การขายสินค้าทางไปรษณีย์ (Mail Order Selling) - การขายสินค้าโดยการจัดสังสรรค์ (Party Plan Selling) - การขายสินค้าทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce Selling) - การค้าปลีกแบบมีร้านค้า (Store Retailing) - ร้านค้าเบ็ดเตล็ด (Variety Store Retailing) - ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) - ร้านขายสินค้าเปรียบเทียบซื้อ (Shopping Store) - ร้านขายสินค้าเฉพาะ (Specialty Store) - ร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าในสายผลิตภัณฑ์เดียว (Single-Line Store) - ร้านค้าแบบลูกโซ่ (Chain Store) - ร้านขายสินค้าราคาถุก (Discount Store) - ร้านค้าปลีกแบบคลังสินค้า (Warehoues Store) - ร้านค้าปลีกที่ได้รับสิทธิ์บัตร (Franchise Store) - ร้านสรรพาหาร (Supermarket) - ร้านสหกรณ์ (Cooperative Store) - ห้างสรรพสินค้า (Department Store) 5. การค้าส่ง หมายถึง กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ซื้อหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ซื้อไปเพื่อขายต่อ หรือเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสถาบันการค้าส่ง ได้แก่ ผู้ค้าปลีก ผู้ค้าส่ง ผู้ใช้ทาง อุตสาหกรรม และสถาบันต่าง ๆ ประเภทของการค้าส่ง สามารถแบ่งได้ตามลักษณะดังนี้ 1. ผู้ค้าส่งที่เป็นพ่อค้าคนกลาง (Merchant Wholesaler) เป็นผู้ค้าส่งที่มีกรรมสิทธิ์ในสินค้าสามารถ แบ่งออกได้ดังนี้ 1.1 ผู้ค้าส่งที่ให้บริการเต็มที่ (Service Wholesaler) เป็นผู้ค้าส่งที่สามารถให้บริการ ในหลายๆ ด้านอย่างเต็มที่ - ผู้ค้าส่งสินค้าทั่วไป (General Merchant Wholesaler) - ผู้ค้าส่งสินค้าในสายผลิตภัณฑ์เดียว (Single Line Wholesaler) - ผู้ค้าส่งสินค้าเฉพาะอย่าง (Specialty Wholesaler)


1.2 ผู้ค้าส่งที่ให้บริการจำกัด (Limit Service Wholesaler) เป็นผู้ค้าส่งที่ให้บริการแกลูกค้า บางอย่างตามความสามารถและความชำนาญ ได้แก่ - ผู้ค้าส่งที่ขายสินค้าเป็นเงินสดและให้ลูกค้าขนสินค้าไปเอง (Cash and Carry Wholesaler) - ผู้ค้าส่งที่รับคำสั่งซื้อ (Drop Shipper or Desk Jobber) - ผู้ค้าส่งเร่ (Wagon Wholesaler) - ผู้ค้าส่งที่ขายสินค้าทางไปรษณีย์ (Mail Order Wholesaler) - ผู้ค้าส่งฝากขายสินค้า (Rack Jobber) - สหกรณ์ผู้ค้าส่ง (Cooperative) 2. นายหน้าและตัวแทน (Broker and Agent) เป็นคนกลางที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในสินค้า - นายหน้า (Broker) เป็นผู้ที่ทำหน้าที่นำผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกันและเจรจาให้เกิดการซื้อขาย - ตัวแทน (Broker) เป็นคนกลางที่จำหน่ายสินค้าให้กับผู้ผลิต 3. สาขาและสำนักงานขายของผู้ผลิต (Manufacturer's Sales Branches and Office) เป็น หน่วยงานที่ผู้ผลิตจัดตั้งขึ้นเอง ด้วยเหตุผลที่ต้องการผลิตสินค้าแล้วจัดจำหน่ายเอง


ใบงานที่20 เรื่อง การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง กำไรขาดทุน แผนการจัดการเรียนรูที่ 20 เรื่อง การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น รายวิชา งานจักสานในท้องถิ่น รหัสวิชา ง20238 ภาคเรียนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 คำชี้แจง : ใหนักเรียนการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นจากผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนต้องการขาย …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


แบบประเมินผลงาน/ใบงาน เรื่อง การคำนวณต้นทุน-กำไร คําชี้แจง : ครูผูสอนประเมินผลงาน/ใบงานของนักเรียนและใหคะแนนลงในชองที่ตรงกับระดับคะแนน เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวมคะแนน(20) ร้อยละ สามารถอธิบายการ ผลการประเมิน จัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์จากวัสดุ ในท้องถิ่นได้ มีทักษะในการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากวัสดุในท้องถิ่นได้ การนําไป ประยุกตใช ในชีวิตประวัน การสงงานตรง ตอเวลาและ เหมาะสม การทํางาน มีความสะอาด เรียบรอย ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ต้องได้ 10 คะแนนขึ้นไป ผลการประเมิน นักเรียนทั้งหมด......................คน ผ่าน จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ไม่ผ่าน จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ลงชื่อ........................................... ครูผู้สอน (นางสาวอัญชลี เพ็ชรอ่อน)


เกณฑ์การประเมินผลผลงาน/ใบงาน ประเด็นที่ประเมิน เกณฑการใหคะแนน ดีมาก (4) ดี(3) พอใช(2) ปรับปรุง (1) 1.สามารถอธิบายการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุใน ท้องถิ่นได้ สามารถอธิบายการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากวัสดุในท้องถิ่นได้ ได้ถูกตองครบถวน ชัดเจนดีเยี่ยม สามารถอธิบายการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากวัสดุในท้องถิ่นได้ ถูกตอง สามารถอธิบายการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก วัสดุในท้องถิ่นได้ถูกต้อง แตยังไมครอบคลุม บางสวน สามารถอธิบายการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากวัสดุในท้องถิ่นได้ น้อยหรือไมไดและไม เกิดความเข้าใจ 2. มีทักษะในการจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่น ได้ มีทักษะในการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากวัสดุในท้องถิ่นได้ ถูกตองครบถวน ดี เยี่ยม มีทักษะในการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากวัสดุในท้องถิ่นได้ ถูกต้องตามขั้นตอนได้ ดี มีทักษะในการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์จาก วัสดุในท้องถิ่นได้ ถูกต้องตามขั้นตอนได้ บางสวน มีทักษะในการจัด จำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากวัสดุในท้องถิ่นได้ ถูกต้องตามขั้นตอน นอยหรือไมไดเลย 3. การนําไปประยุกตใชใน ชีวิตประจําวัน สามารถนําไป ประยุกตใชในชีวิต ประจําวันเปนอยาง ดีมาก สามารถนําไป ประยุกตใชในชีวิต ประจําวันไดดี สามารถนําไปปรับใชใน ชีวิตประจําวันได ไมสามารถไปปรับ ใชได 4. การสงงานตรงตอเวลาและ เหมาะสม สงงานตรงเวลา มีความรับผิดชอบ ในงานที่ไดรับ มอบหมายสรางสรรค งานไดอยางถูกตอง รับผิดชอบในงานที่ ไดรับมอบหมาย สงงานตรงเวลา บางครั้ง แตงานมี ความเหมาะสมกับ เวลาที่สงประจํา ทํางานที่ไดรับ มอบหมายไดเพียง เล็กนอย บางสวน ไมตรงตอเวลาเปน บางครั้งทุกสวน และส่ง งานไมตรงเวลาเปน ทํางานที่ไดรับ มอบหมายไมครบ 5. การทํางาน มีความสะอาด เรียบรอย ใบงาน/ ผลงาน มีความสะอาด เรียบรอย สวยงาม ถูกตองตามที่กําหนด ในระดับดีมาก ใบงาน/ ผลงาน มีความสะอาด เรียบรอย สวยงาม ถูกตองตามที่กําหนด ในระดับดี ใบงาน/ ผลงาน มีความสะอาด เรียบรอย สวยงาม ถูกตองเปนบางสวน ในระดับพอใช ใบงาน/ ผลงาน มีความสะอาด เรียบรอยนอยมากมี รอยลบและความ สกปรกของงาน


แบบประเมินพฤติกรรมรายบุคคล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากวัสดุในท้องถิ่นได้ คําชี้แจง : ครูผูสอนประเมินผลงาน/ใบงานของนักเรียนและใหคะแนนลงในชองที่ตรงกับระดับคะแนน เลขที่ ชื่อ-สกุล รายการประเมิน เฉลี่ย ระดับคุณภาพ สรุปผลการประเมิน มุ่งมั่นในการทำงาน ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ผ่าน ไม่ผ่าน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ต้องได้ ระดับคุณภาพ 2 ผลการประเมิน นักเรียนทั้งหมด......................คน ได้ระดับดี จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ได้ระดับพอใช้ จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ได้ระดับปรับปรุง จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ลงชื่อ........................................... ครูผู้สอน (นางสาวอัญชลี เพ็ชรอ่อน)


เกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมรายบุคคล คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่ ประเด็นพฤติกรรม เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. มุ่งมั่นในการทำงาน นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการ ทำงานในการเรียนวิชางาน จักสานในท้องถิ่นอย่างเต็มที่ นักเรียนไม่ค่อยมุ่งมั่นใน การทำงานในการเรียนวิชา งานจักสานในท้องถิ่น อย่างเต็มที่ นักเรียนไม่สนใจและไม่มีความ มุ่งมั่นในการทำงานในการเรียน วิชางานจักสานในท้องถิ่น 2. มีวินัย ส่งงานตรงตามกำหนดเวลา ที่ครูกำหนด รับผิดชอบในการทำงานที่ ได้รับมอบหมาย เข้าห้องเรียนตรงเวลา แต่งกายถูกต้องตามระเบียบ ส่งงานตรงตามกำหนดเวลา พอสมควร รับผิดชอบในการทำงานที่ ได้รับมอบหมายน้อย เข้าห้องเรียนไม่ค่อยตรง เวลา แต่งกายถูกต้องตามระเบียบ บางครั้ง ส่งงานไม่ตรงตามกำหนดเวลา ไม่รับผิดชอบในการทำงานที่ได้ รับมอบหมาย เข้าห้องเรียนไม่ตรงเวลา แต่งกายไม่ถูกต้องตามระเบียบ 3. ใฝ่เรียนรู้ เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียนวิชางาน จักสานในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียน รู้ต่าง ๆ เป็นประจำ - เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียนวิชางาน จักสานในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมการ เรียนรู้ต่าง ๆ บ่อยครั้ง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียนวิชางานจัก สานในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ต่าง ๆ เป็นบางครั้ง เกณฑ์การประเมินด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3 หมายถึง ระดับคุณภาพ ดี 2 หมายถึง ระดับคุณภาพ พอใช้ 1 หมายถึง ระดับคุณภาพ ปรับปรุง สรุปเกณฑ์การประเมินด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ค่าเฉลี่ย 2.34 - 3.00 ได้ระดับคุณภาพ ดี ค่าเฉลี่ย 1.67 - 2.33 ได้ระดับคุณภาพ พอใช้ (ผ่าน) ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.66 ได้ระดับคุณภาพ ปรับปรุง


แบบประเมินการปฏิบัติงานกลุ่ม แบบประเมิน แบบบันทึกผลจากการสังเกตการณ ์ปฏิบัติงานกลุ่ม กิจกรรมที่สังเกต เรื่อง............................................................................................วันที่....../........./.............. ชื่อกลุ่ม....................................................................... ที่ พฤติกรรม/ตวับ่งช้ี ระดับคุณภาพ หมายเหตุ 1 2 3 4 5 5 หมายถึงผู้เรียนแสดง พฤติกรรมน้นัอยา่ง เหมาะสม 4 หมายถึงผู้เรียนแสดง พฤติกรรมน้นับ่อย 3 หมายถึงผู้เรียนแสดง พฤติกรรมน้นัเป็นคร้ังคราว 2 หมายถึงผู้เรียนแสดง พฤติกรรมน้นันอ้ยคร้ัง 1 หมายถึงผู้เรียนไม่แสดง พฤติกรรมน้นัเลย 1 ร่วมมือกันวางแผนและแบ่งหน้าที่กันท างานกับเพื่อนใน กลุ่ม 2 จดัเตรียมวสัดุ/อุปกรณ์ให้พร้อมก่อนลงมือปฏิบตัิงาน 3 ปฏิบตัิงานหรือทา การทดลอง ตามข้นัตอนและวิธีการที่ ได้ตกลงกัน 4 ท างานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ 5 แนะน าวิธีการท างาน และช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่ม 6 ร่วมแสดงความคิดเห็นที่เป็ นประโยชน์ 7 เป็นท้งัผนู้า และผตู้ามในโอกาสที่เหมาะสม 8 ระมัดระวังเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน หรือท าการทดลอง 9 ยอมรับข้อผิดพลาดร่วมกัน 10 น าเสนอผลงานได้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์และ เข้าใจง่าย 11 เก็บ ล้างท าความสะอาดวัสดุ/อุปกรณ์ อย่างเป็ นระเบียบ หลังจากการปฏิบัติ 12 งานเสร็จทันเวลาและมีคุณภาพ 13 ภูมิใจในผลงาน / ผลงานของกลุ่ม รวมคะแนน https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSeT_mskFY16j6Y_9tYCS_97nDSadwld 0nomE1lU92JLCIFXYQ/viewform แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานร่วมกับผู้อื่น(รายบุคคล)


บรรณานุกรม ทิศนา แขมมณี. (2553). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2547). เรียนรู้...บูรณาการ กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพร้าว. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2551ก). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2551ข). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย.


Click to View FlipBook Version