51
แผนบริหารการสอนประจาบทที่ 5
หวั ข้อเนื้อหาประจาบท
1. การป้องกันสวสั ดภิ าพสัตว์
2. การปอ้ งกนั การทารุณกรรมสัตว์
3. การจัดสวสั ดิภาพสัตว์
4. การจดั การสุขภาพสตั ว์
วตั ถุประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
หลังจบการเรียนการสอนบทนแ้ี ล้วผ้เู รียนมีความสามารถดังน้ี
1. นักศกึ ษาสามารถอธิบายความหมายของ การทารุณกรรม
2. นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายไดว้ า่ พฤติกรรมใดคือ การทารณุ กรรมสตั ว์
3. นักศึกษาสามารถอธิบาย บทลงโทษของการทารุณกรรมสตั ว์
4. นักศกึ ษาสามารถอธบิ าย หลักการ และความสาคัญของการจดั การสุขภาพสตั ว์ได้
วิธีสอนและกิจกรรมการเรยี นการสอนประจาบท
1. ศึกษาเอกสารประกอบการสอนบทท่ี 5
2. ปฏิบตั กิ จิ กรรมตามท่ีได้รบั มอบหมาย
3. อภปิ รายรว่ มกนั โดยเนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสาคญั
4. ศกึ ษาจากตวั อยา่ งผลงานทางวชิ าการ และกรณีศึกษา
สื่อการเรยี นการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน
2. ใช้สือ่ เทคโนโลยมี าช่วยในการสอน รวมถงึ Power point slides, Google class
room, Google slides
การวัดผลและประเมนิ ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมในชัน้ เรียน และการมสี ว่ นร่วมในช้นั เรียน
2. ประเมินผลจากการมปี ฏสิ ัมพันธข์ องนกั ศึกษาที่แสดงถงึ ความเขา้ ใจในบทเรยี น
3. ประเมินผลจากการสอบไลป่ ระจาภาคการศึกษา
52
53
บทท่ี 5
การป้องกันสวัสดิภาพสัตว์ และการจดั การสขุ ภาพสตั ว์
การปอ้ งกนั สวัสดภิ าพสัตว์
มาตรการดา้ นการคุ้มครองสวัสดภิ าพของสัตว์ (Animal welfare) เป็นมาตรการทม่ี งุ่ เนน้
ดา้ นการคุ้มครองสัตว์ให้มคี วามเป็นอยูป่ กติ ปราศจากการรบกวน ทรมานหรอื ทารุณสัตว์ ตงั้ แตก่ าร
เลีย้ งดไู ปจนถงึ ส่งสตั ว์เข้าโรงฆา่ สัตว์ เชน่ กาหนดพืน้ ท่ีท่ีเหมาะสมในการเลย้ี งสตั ว์ ไม่เลีย้ งสัตว์
หนาแนน่ เกนิ ไป มีการจดั การสิ่งแวดลอ้ มในสถานที่เลีย้ งสตั ว์ เช่น อุณหภูมิ การระบายอากาศ
ตลอดจนให้แสงสวา่ งตามทสี่ ัตวแ์ ต่ละชนิดตอ้ งการ มีอปุ กรณ์ใหอ้ าหารและน้าอยา่ งพอเพียง ไม่ปล่อย
สตั วใ์ หข้ าดอาหาร มีการป้องกนั และรักษาเมอ่ื สตั ว์บาดเจ็บหรือเจบ็ ป่วย มีการเคลื่อนย้ายขนส่งสตั ว์
โดยไมท่ รมานสัตว์ มีการฆา่ สัตว์โดยไม่ทารณุ และทรมาน
แต่เดมิ ประเทศไทยมีเฉพาะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 381 และ 382 ทีพ่ ดู ถึงการ
ทารณุ สัตว์ทีไ่ ม่ใชเ่ หตจุ าเป็นหรือไม่ควรเทา่ นน้ั และก็จะมีโทษนอ้ ยมาก คอื จาคุกไม่เกิน 1 เดอื นและ
ปรับไม่เกิน 1000 บาท ทาให้คนไม่กลวั และไมเ่ กดิ ความเป็นธรรมกับสัตว์ ประกอบดว้ ยปัจจบุ ันคนไทย
เรมิ่ มกี ารเลยี้ งสัตวเ์ ลีย้ งจาพวกสุนัขและแมวมากข้ึน และเริ่มคานึงถึงสวสั ดภิ าพสัตวใ์ นสงั คมไทยมาก
ขึ้น จงึ มีการผลกั ดนั กฎหมายใหม่ออกมา คอื
“การทารณุ กรรม” หมายความวา่ การกระทาหรืองดเวน้ การกระทาใด ๆ ทท่ี าให้สตั ว์ได้รบั
ความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางรา่ งกายหรอื จติ ใจ ได้รบั ความเจ็บปวดความเจ็บปว่ ย ทุพพลภาพ หรืออาจมี
ผลทาใหส้ ตั วน์ ้ันตาย และให้หมายความรวมถึงการใช้สตั ว์พิการ สตั ว์เจบ็ ปว่ ย สัตวช์ รา หรอื สัตว์ที่
กาลงั ต้ังท้อง เพ่ือแสวงหาประโยชน์ ใชส้ ัตวป์ ระกอบกามกิจ ใช้สัตว์ทางานจนเกนิ สมควรหรือใชใ้ ห้
ทางานอันไมส่ มควร เพราะเหตทุ ีส่ ัตวน์ ้ันเจบ็ ป่วย ชราหรืออ่อนอายุ
“การจัดสวัสดภิ าพสัตว์” หมายความว่า การเล้ยี งหรอื การดแู ลให้สตั วม์ คี วามเปน็ อยู่ใน
สภาวะ ทเี่ หมาะสม มีสุขภาพอนามัยท่ีดี มที ี่อยู่ อาหาร และนา้ อยา่ งเพียงพอ
“เจ้าของสัตว์” หมายความว่า เจ้าของกรรมสทิ ธ์ิ และใหห้ มายความรวมถึงผู้ครอบครอง
สัตวห์ รือผซู้ ่งึ ได้รบั มอบหมายให้ดูแล ไม่ว่าจะได้รบั มอบหมายจากเจา้ ของกรรมสิทธิ์ หรอื ผซู้ ึ่งได้รบั
มอบหมายจากเจ้าของกรรมสิทธ์ใิ หด้ แู ลดว้ ย
54
การทารุณกรรมสตั ว์ (พระราชบญั ญัติ ปอ้ งกันการทารณุ กรรมและการจัดสวสั ดภิ าพสัตว์ พ.ศ.
2557. 2557 : 4 – 21)
หา้ มทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตอุ ันสมควร
โดยมีขอ้ ยกเวน้ วา่ การการฆ่าสตั ว์ทม่ี ีเหตผุ ลอนั ควรดงั เหตุผลด้านล่างน้ี หรอื กระทา
ดงั ต่อไปนี้ จะไม่ถือวา่ เปน็ การทารณุ กรรมสัตว์
การฆ่าสตั ว์ท่เี ลย้ี งเป็นอาหารเพ่ือใชเ้ ป็นอาหาร และการฆ่าสัตวต์ ามกฎหมายวา่ ด้วยการ
ควบคุมการฆ่าสัตวแ์ ละจาหน่ายเนอื้ สตั ว์ จะไมถ่ ือว่าเป็นการทารุณกรรมสตั ว์
หากมกี ารระบาดของโรคระบาดสัตว์ สามารถทาการฆา่ สัตวเ์ พ่ือควบคุมโรคระบาดได้ ตาม
กฎหมายว่าดว้ ยโรคระบาดสตั ว์จะไมถ่ ือว่าเป็นการทารณุ กรรมสตั ว์
ทงั้ นก้ี ารกระทาใด ๆ ต่อรา่ งกายสัตว์ โดยสตั วแพทยผ์ ู้ประกอบวชิ าชพี การสัตวแพทย์และ
ไดร้ บั ใบอนุญาตเปน็ ผปู้ ระกอบวิชาชพี การสัตวแพทย์จากสัตวแพทยสภาตามกฎหมาย เชน่ การตัด หู
หาง ขน เขา หรอื งา โดยมเี หตุอันสมควรและไม่เปน็ อนั ตรายตอ่ สตั วห์ รือการดารงชวี ิตของสตั ว์
สามารถกระทาได้โดยจะไมถ่ ือวา่ เป็นการทารณุ กรรมสตั ว์
หรอื หากมสี ตั ว์ปว่ ย พิการ หรอื บาดเจ็บ แล้วสตั วแพทยล์ งความเห็นวา่ ไม่สามารถเยยี วยา
หรือรักษาให้มีชวี ิตอยู่รอดได้ และจะเกิดความทกุ ข์ทรมานหากสตั ว์ดังกล่าวมชี วี ิตอยู่ต่อไป ดังน้ี
สามารถทาการฆา่ สตั ว์ให้พน้ จากความทุกข์ทรมานได้ เรียกวา่ การการณุ ฆาต โดยจะเป็นการใช้ยาสลบ
ในขนาดสูงเพ่ือให้สตั วส์ ลบและจากไปโดยสงบ และจะไม่ถอื ว่าเป็นการทารณุ กรรมสัตว์
กรณเี ป็นการฆา่ สตั ว์ตามพธิ กี รรม ที่เป็นความเช่อื ทางศาสนา หรือการจดั ให้มีการต่อส้ขู อง
สตั วต์ ามประเพณีท้องถน่ิ ดังนี้สามารถกระทาได้โดยจะไม่ถือวา่ เป็นการทารณุ กรรมสัตว์
หรอื หากมีความจาเป็นต้องฆ่าสัตวเ์ พ่อื ป้องกนั อันตรายแก่ชวี ติ หรอื รา่ งกายของมนุษย์หรือ
สตั วอ์ ื่น หรือปอ้ งกนั ความเสยี หายที่จะเกิดแก่ทรพั ยส์ ิน ดังนส้ี ามารถกระทาได้โดยจะไม่ถอื วา่ เปน็ การ
ทารุณกรรมสัตว์
หรอื หากมีกฎหมายกาหนดให้สามารถกระทาได้เปน็ การเฉพาะทีร่ ัฐมนตรปี ระกาศกาหนด
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการว่าใหส้ ามารถฆา่ สตั ว์ได้ จะไม่ถอื วา่ เป็นการทารุณกรรมสัตว์
โดยกฎหมายยังระบหุ นา้ ท่ีของเจา้ ของสัตว์ไว้อกี ด้วยวา่ ตอ้ งดาเนนิ การจัดสวสั ดิภาพสัตว์
ใหแ้ กส่ ัตว์ของตนให้เหมาะสม ตามชนิด ลักษณะ สภาพ และอายุของสตั ว์ และห้ามมิให้เจ้าของสตั ว์
ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทาการใด ๆ ให้สตั วพ์ น้ จากการดแู ลของตนโดยไมม่ เี หตุอันสมควร โดยไม่รวมถงึ
การโอนกรรมสิทธ์ิหรือสทิ ธิครอบครองให้แกผ่ ้ซู ่งึ ประสงคจ์ ะนาสตั ว์ไปดแู ลแทน
หากมกี ารขนส่งสัตว์ หรอื การนาสตั วไ์ ปใช้งานหรอื ใช้ในการแสดง เจา้ ของสัตวห์ รอื ผมู้ ี
55
ส่วนเกย่ี วขอ้ ง ต้องจดั สวัสดภิ าพสตั วใ์ ห้เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ ประเภท ชนิด ลักษณะ สภาพ และอายุ
ของสตั ว์
โดยมีบทลงโทษหากทาทารุณกรรมสัตว์ คอื จาคุกไม่เกิน 2 ปี หรอื ปรับไม่เกนิ 40,000
บาทหรอื ท้ังจาทง้ั ปรับ
ภาพท่ี 5.1 แผนผงั สรปุ กฎหมายการทารุณกรรมสตั ว์
ท่มี า : (ทีมข่าวเฉพาะกจิ ไทยรัฐออนไลน์. ออนไลน์. 2558)
การจดั สวสั ดิภาพสัตว์ (พระราชบัญญัติ ปอ้ งกันการทารุณกรรมและการจัดสวสั ดภิ าพสตั ว์ พ.ศ.
2557. 2557 : 4 – 21)
นิยามคาวา่ “สวัสดภิ าพสตั ว์” สตั วจ์ ะต้องไดร้ ับการจดั การสวสั ดิภาพโดยเรม่ิ จากความ
ตอ้ งการพ้ืนฐาน 5 ประการดังนี้
1. อสิ ระจากความหวิ และกระหาย โดยสตั วต์ ้องได้รบั อาหารและนา้ ทม่ี ีคณุ ภาพและปริมาณ
ทีเ่ พียงพอต่อจานวนและความจาเปน็ ของสตั ว์
56
2. อสิ ระจากความไม่สุขสบาย โดยจัดใหส้ ัตวไ์ ด้อยใู่ นสภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสม มที พี่ ักพิง
และ บรเิ วณท่สี ัตวส์ ามารถพกั ได้
3. อสิ ระจากความเจบ็ ปวด บาดเจบ็ หรอื โรค สัตว์ได้รบั การปอ้ งกันโรค และไดร้ ับการดูแล
รกั ษาจากการเจบ็ ปว่ ย
4. อิสระในการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาตขิ องสตั ว์ สตั วไ์ ดร้ ับการดูแลใหม้ กี ารแสดง
พฤติกรรมตามธรรมชาติในท่ี เหมาะสมและอยูใ่ นหมสู่ ัตวป์ ระเภทเดยี วกนั
5. อสิ ระจากความกลัวและความเครียด สตั ว์ไดร้ บั ความดูแลไม่ใหเ้ กิดความเครยี ดหรือ
หวาดกลัวท่ี สามารถป้องกันและหลกี เล่ียงได้
โดยสรุปคือ ในปจั จุบนั มกี ฎหมายการทารุณกรรมสตั ว์ เพ่ือปกป้องสวัสดิภาพของสตั ว์ ซงึ่
รวมถึงสตั ว์ทุกชนดิ มีโทษถงึ จาคุก และปรบั เงนิ หรอื ทั้งจาทงั้ ปรบั หากพบเหน็ การทารุณกรรมสัตว์
สามารถแจง้ เจา้ หนา้ ท่ีให้ตรวจสอบได้
การจดั การสขุ ภาพสัตว์
หลกั ทีส่ าคัญในการจัดการสขุ ภาพสตั วค์ ือ การจดั การฟารม์ ต่าง ๆ ในทุกด้านใหถ้ ูกต้องตาม
มาตรฐานฟาร์ดงั ทก่ี ล่าวมาแล้วในบทขา้ งต้นเพื่อหลกี เลีย่ งปัญหาท่จี ะเกิดขึน้ ตามมา โดยเฉพาะอย่าง
ยิง่ การเกิดโรคระบาดทจี่ ะทาให้เกิดความเสียหายทั้งในดา้ นเศรษฐกจิ ซ่ึงเปน็ เปา้ หมายหลกั สาหรบั การ
เล้ยี งสัตว์เพือ่ การค้าอยา่ งสตั ว์เศรษฐกิจ หรอื สตั ว์ปศุสัตว์เป็นตน้ ดังนน้ั การวางแผนป้องกันตง้ั แต่
เร่ิมต้นตงั้ แต่การจดั ตัง้ ฟารม์ การออกแบบฟาร์มให้ถูกตอ้ งตรงตามหลกั ความปลอดภัยทางชีวภาพจึง
เป็นการลงทุน และการป้องกันปญั หาทอี่ าจเกดิ ขน้ึ ตามมาไดเ้ ปน็ อย่างดี นอกจากนีจ้ ะมีเร่อื งการ
จัดการสขุ ภาพสตั วใ์ นสตั วป์ ศุสตั ว์ที่มีความสาคญั มากเช่นกัน โดยในทางการเลีย้ งสัตว์เพื่อการคา้ สตั ว์
ปศสุ ัตวม์ กั จะมงุ่ เนน้ เรื่องการปอ้ งกนั โรคดว้ ยการฉีดวคั ซีนเปน็ สาคญั และโปรแกรมจดั การสุขภาพ
สัตวต์ ามชว่ งอายุตา่ ง ๆ ทีม่ ีตารางการจดั การเป็นประจาตามแตล่ ะฟาร์มจะกาหนด แต่หากเกดิ ปัญหา
สัตวป์ ว่ ยข้นึ สิ่งแรกทจ่ี ะต้องปฏบิ ตั คิ ือการแยกสตั ว์ป่วยออกจากฝูงเพ่ือสงั เกตุอาการ แต่อาจไม่ทาการ
รักษาหากพจิ ารณาแลว้ ว่าอาจไมค่ ุ้มต้นทุน เน่ืองจากสัตว์เศรษฐกิจมักเปน็ สตั ว์ท่ีนามาเปน็ อาหารจึงมี
ตน้ ทุนต่อตวั สัตวต์ า่ จะเน้นเร่ืองการจากดั วงของปญั หา โดยการคดั ท้ิงแล้วส่งผา่ ซากเพื่อหาสาเหตขุ อง
การตาย ทาการฆา่ เช้ือและป้องกันการสญู เสียชีวิตสตั วใ์ นสว่ นรวมมากกว่า แตกตา่ งจากการจัดการ
สขุ ภาพสตั ว์เล้ียงทมี่ ีความผูกผันและเจา้ ของสตั ว์มักยอมจา่ ยเพื่อรักษาให้หายขาดจึงเน้นไปในเร่อื ง
ของการพยาบาลสตั วแ์ ละการวินิจฉยั โรคขณะท่สี ัตวย์ งั มชี ีวติ ท่ีจะกลา่ วในบทถดั ไป
57
การจดั การสขุ ภาพสตั ว์เศรษฐกจิ
ดังทก่ี ล่าวมาแลว้ วา่ ฟาร์มสตั วเ์ ศรษฐกิจจะต้องมรี ะบบเฝ้าระวงั ควบคุมและป้องกนั โรคให้
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ รวมถึงการมีโปรแกรมการจัดการเพ่ือทาลายเชอื้ โรคทง้ั ก่อนเข้าฟาร์ม และ
ออกจากฟาร์ม มีการป้องกันการสะสมของเช้อื โรคในฟาร์ม มกี ารจัดการเฝา้ ระวังโรค มีการแผนการ
ควบคมุ โรคใหส้ งบไดโ้ ดยเรว็ และไมใ่ ห้แพร่ระบาดจากฟาร์มหากมีโรคระบาดเกดิ ขน้ึ มีการบาบดั โรค
สตั วโ์ ดยปฏิบัติตาม พรบ.ควบคุมการประกอบการบาบัดโรคสัตว์ และมีการใชย้ าสาหรบั สัตวอ์ ยา่ ง
ถกู ต้องโดยปฏบิ ัติตามข้อกาหนดการใช้ยาสาหรบั สัตว์ โดยการจดั การสุขภาพสัตว์เศรษฐกิจ
(มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. ออนไลน.์ 2564) มีความสาคญั อย่างมากต่อธุรกิจการเล้ียงสัตว์
เศรษฐกิจเพือ่ การบรโิ ภคและส่งผลอย่างยง่ิ ต่อเศรษฐกิจ
1. การจดั การสขุ ภาพโคนม
1.1 การจดั การเล้ยี งดูโคนมแรกเกดิ ถึงหยา่ นม การจดั การในช่วงน้ี มุ่งเนน้ เพอ่ื ให้ไดล้ ูก
โคนมทีห่ ย่านมเร็ว ทม่ี สี ุขภาพสมบรู ณ์ เจรญิ เติบโตไปเป็นแมโ่ คนมที่เหมาะสมท่ีสุด การจัดการเล้ียงดู
ลูกโคนมแรกเกดิ ถึงหย่านมปฏิบัติ ดังนี้
1) ตัดสายสะดือ ทาความสะอาดตวั ลกู ช่ังนา้ หนัก วัดขนาดแรกเกดิ สักเบอรห์ ู
(Tattoo)
2) ใหก้ ินน้านมเหลือง (Colostrum) ทนั ทภี ายใน 1 ชว่ั โมงหลังแรกเกดิ โดยให้กิน
วันละ 2 มือ้ ๆ ละ 2 ลติ ร ตลอด 3 วนั โดยหดั ใหล้ ูกโคกนิ นมจากถงั พลาสตกิ
3) ทาการจดบนั ทกึ พันธ์ุประวัติลกู โคทกุ ตวั
4) ฉดี วติ ามินเอดีอี 1 ซีซี. คร้ังแรกเม่ืออายุ 2 – 3 วัน และครั้งตอ่ ไป เม่ืออายุ 7
วนั และ 14 วัน ใหน้ มอาหารขน้ หญ้า และน้า ตามโปรแกรม
5) การจดั การอื่น เช่น ตดั หวั นมเกินภายในอายุ 14 วัน ทาลายเขาและทาการตอน
โคเพศผู้ก่อนอายุ 3 เดือน และทาการถา่ ยพยาธิเม่ืออายุ 3 – 4 สปั ดาห์
1.2 การจดั การเลย้ี งดูโคนมระยะหลงั หยา่ นม การจัดการเลยี้ งดโู คนมในช่วงนี้มี
จดุ ประสงค์เพ่ือเลีย้ งลูกโคให้โดยโตเร็วที่สดุ ให้เขา้ ส่วู ยั หนุม่ สาวเรว็ ที่สุดพรอ้ มท่ีจะผสมพันธุใ์ หไ้ ด้ลูกท่ี
แขง็ แรงและรอดชีวิตใหม้ ากท่ีสุดโดยเสียตน้ ทุนตา่ ทส่ี ดุ โดยหากสามารถจัดการในระยะนี้ไดด้ ีจะได้
แมโ่ คทส่ี มบรู ณพ์ ร้อมทจี่ ะให้นา้ นมในปรมิ าณสงู สดุ การจัดการโคนมหลงั หย่านมมกี ารจัดการดังนี้
1) ใหอ้ าหารข้นโปรตนี 16 – 18 % ให้กนิ วนั ละ 2 – 3 กก. โดยให้กนิ หญา้ และน้า
เตม็ ที่
2) การจัดการอืน่ ๆ เช่น การชง่ั น้าหนัก วดั ขนาดตวั ทอ่ี ายุหย่านม 4 เดือน ตดิ
เบอรห์ ู (Ear tag) และทาการใหว้ คั ซนี ป้องกนั โรคแท้งตดิ ต่อบลูเซลลา เสตรน - 19 แก่โคเพศเมยี อายุ
58
3 – 8 เดอื น โดยทาการคัดแยกเพศ แยกฝูง เปน็ ฝูงเพศผู้ไม่ตอน กับฝงู เพศเมยี (โดยอาจรวมกับเพศผู้
ทตี่ อนแลว้ ) โดยผา่ นการถา่ ยพยาธิแล้ว และทาการถ่ายพยาธิตวั กลมซา้ เม่ืออายุ 3 และ 6 เดือน
จากนน้ั ถ่ายพยาธิทกุ ปี ปลี ะ 1 ครงั้ ทาการถา่ ยพยาธใิ บไม้ เม่ืออายุ 8 เดอื นข้นึ ไป ต่อไปถ่ายพยาธิทกุ
ปี ปลี ะ 2 ครงั้
1.3 การเลย้ี งดโู คนมรนุ่ โคนมสาว เม่อื พ้นระยะหยา่ นมแลว้ โคนมก็จะเขา้ สวู่ ัยสาว โดย
ทแี่ มโ่ คจะเริ่มแสดงอาการเป็นสัดเมอ่ื อายุ 12 เดือน แตอ่ ายุทีเ่ หมาะสมสาหรับการผสมพันธุค์ ือ 15 –
18 เดือน โดยมีการจดั การในระยะน้ีดังนี้
1) การให้อาหารโครุ่น – โคสาว ให้อาหารข้น โปรตีน 16 % วนั ละ 1 – 4
กโิ ลกรัม ให้หญา้ และนา้ เตม็ ที่ แร่ธาตวุ างไว้ใหก้ ินตามชอบ
2) การจัดการโครุ่น – โคสาว โดยปล่อยให้ลงแทะเล็มหญ้าในแปลง ทาการคดั เลือก
แยกฝูง เปน็ พ่อ – แม่พนั ธุ์ทดแทน โดยโคเพศผู้ ให้จาหน่าย หรือตอน แล้วขุนสง่ โรงฆ่า ทาการให้วคั ซนี
ป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย และคอบวม ปีละ 2 ครัง้ และทาการผสมเม่ือโคสาวแสดงอาการเปน็ สดั
โดยจะแสดงอาการกระวนกระวาย สง่ เสียงรอ้ ง ไม่กินหญ้า อวัยวะเพศบวมแดงมนี า้ เมือกไหลออกมา
ชอบขึ้นขที่ ับตัวอ่ืนและยอมให้ตวั อืน่ ข้นึ ทบั โดยมักจะแสดงอาการเปน็ สดั อยู่ประมาณ 12 ช่ัวโมง โดย
ระยะที่เหมาะสมต่อการผสมพนั ธ์ุ คือ ชว่ั โมงที่ 8 – 15
1.4 การจัดการเลยี้ งดูแม่โคนมระยะต้ังท้องถึงคลอด การจัดการแม่โคนมระยะนี้สาคัญ
มากเน่ืองจากเป็นระยะท่ีลูกโคในท้องมีการพัฒนาอวัยวะต่าง ๆ เพ่ือออกมาเป็นลูกโคที่สมบูรณ์
แข็งแรง อีกอย่างหนึ่งคือเป็นช่วงท่ีแม่โคนมมีการพัฒนาระบบเต้านมเพ่ือรองรับการให้นมเม่ือ
คลอดลูกแล้ว หากผู้เลี้ยงมีการปฏิบัติต่อแม่โคอย่างถูกต้องแล้ว ลูกท่ีคลอดออกมาก็จะสมบูรณ์
แข็งแรง แม่โคนมจะมีระบบเต้านมท่ีสมบูรณ์พร้อมที่จะให้นมต่อไป การจัดการเล้ียงดูแม่โคนมระยะ
ตง้ั ท้องถึง ระยะคลอดปฏิบตั ดิ ังน้ี
1) ในโคสาวท้องแรก จัดการดงั นี้ ให้อาหารข้นโปรตนี 16 % วันละ 1 – 4 กก.
และเพิ่มทีละน้อยในชว่ ง 30 – 40 วัน ก่อนคลอด ถา่ ยพยาธิก่อนคลอด ก่อนคลอด 7 วัน นาเขา้ คอก
คลอดปดู ้วยฟางหญา้ ทส่ี ะอาด และให้วิตามนิ เอ ดี อี และแร่ธาตโุ ดยเฉพาะแคลเซยี มและฟอสฟอรัส
ฝกึ ให้แม่โคเขา้ ซองรีดนมเพ่ือความคนุ้ เคย เมือ่ ถึงเวลารีดแม่โคจะไดไ้ ม่กลวั และไม่อั้นนม
โดยฝกึ เขา้ ซองรีดนม 30 วนั ก่อนคลอด
2) แมโ่ คใหล้ ูกมาแลว้ มีการจัดการดังนี้ หยุดรดี นมก่อนคลอด 60 วัน โดยใหห้ ญ้า
สดเตม็ ทแ่ี ละให้แมโ่ คออกกาลังกายบ้างในกรณีแม่โคให้นา้ นมมาก ให้คอ่ ย ๆ ลดปรมิ าณอาหารข้นลง
จนถงึ งดให้อาหารขน้ ฉีดวิตามินเอ ดี อี
โดยในช่วง 30 – 45 วัน กอ่ นคลอด ค่อย ๆ ให้อาหารข้นเพิ่มทลี ะน้อย สว่ นการจดั การอ่ืน
ทาเช่นเดียวกบั โคสาวทอ้ งแรก
59
ถ้าลูกโคคลอดออกมาแล้วรกไมอ่ อกภายใน 2 – 6 ชวั่ โมง ให้ฉดี ยาช่วยขับรกถ้านมคดั ต้อง
ช่วยรีดนา้ นมออก เพ่ือป้องกันการเกิดเต้านมอักเสบ
1.5 การจัดการเลี้ยงดูแม่โคระยะใหน้ ม การจดั การเลีย้ งดูแม่โคระยะให้นมนน้ั จะต้องมี
ความระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากระยะน้ีเป็นระยะทแ่ี มโ่ คใหผ้ ลผลิตต่อผเู้ ล้ยี ง หากผูเ้ ล้ยี งปฏิบตั ติ อ่
แม่โคไม่ถกู ต้อง แมโ่ คก็จะให้นมในปริมาณต่า การปฏิบตั ิช่วงแม่โคให้นมทาดงั น้ี
1) หลังคลอดควรฉดี ยาปฏชิ วี นะ และใหย้ าสอดชอ่ งคลอด เช่นเดยี วกับในโคเน้อื
ฉดี วิตามินเอ ดี อี ตัวละ 5 ซซี ี. ในแม่โคท่ีให้นมมาก ๆ
2) ให้อาหารหยาบในชว่ งอากาศเย็นสบาย ตอนเชา้ – เยน็ ให้อาหารขน้ โปรตนี
16 – 18 % วนั ละ 2 เวลา เชา้ - เยน็ โดยถ้าให้นม 4 กโิ ลกรมั จะให้อาหารข้น 1 กิโลกรัม ให้หญา้ สด
และให้น้าเต็มที่
3) ตรวจสัด โดยมกั เป็นสดั หลังคลอดภายใน 60 วัน และหากพบเป็นสัดคร้ังท่ี 2
สามารถทาการผสมเทียมได้ทันที
4) รดี นม วนั ละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น รีดดว้ ยมือหรือใช้เครื่องรีด
2. การจัดการสขุ ภาพโคเน้ือ
2.1 การคดั เลือกพ่อพนั ธแุ์ ละแม่พันธุ์โคเนื้อ ตอ้ งคัดเลือกโคทีม่ ีคุณลกั ษณะ สี ตรงตาม
พันธ์ุ รปู ทรงเปน็ โคเน้อื (Blocky type) เปน็ โคอายุ 2 - 5 ปี (น้าหนกั โดยประมาณ 280 - 300 กก.
หรอื มากกว่านี้) ทัง้ น้ีขึ้นกบั อายแุ ละสายพันธุ์ท่ีทาการคัดเลือก (Geenty, K., nd Morris, S. 2017)
ปราศจากโรคแทง้ ติดต่อ (Brucellosis) วัณโรค (Tuberculosis) เช่อื ง เจรญิ เติบโตเรว็ การคัดเลือก
ควรพจิ ารณาจากข้อมูลของบรรพบรุ ษุ คือ พ่อ แม่ ปู่ ยา่ ตา ยาย ดว้ ย ซ่ึงข้อมูลเหลา่ นี้ เรยี กวา่ พันธ์ุ
ประวัติ (Pedigree) ลักษณะทค่ี วรนามาใช้ ในการพจิ ารณาคดั เลือกพ่อแม่พนั ธม์ุ ีดงั นี้
1) มีรปู ร่างลักษณะตรงตามสายพนั ธุ์
2) มีน้าหนกั แรกคลอดสงู มนี ้าหนักหยา่ นมดี
3) มีการเจรญิ เตบิ โตหลงั หยา่ นมดี
4) มปี ระสทิ ธภิ าพในการเปลย่ี นอาหารเป็นเนื้อสูง
โดยหลังจากคดั เลอื กโคได้ลักษณะท่ีดแี ลว้ ต้องทาการกกั โรค ฉดี วคั ซนี และถา่ ยพยาธกิ ่อนนาเขา้ ฝูง
2.2 การเลยี้ งดพู ่อพนั ธ์ุและแม่พนั ธ์ุโคเนอ้ื การเล้ยี งดูพ่อพันธ์แุ ละแม่พนั ธโ์ุ คเน้อื จะ
ปฏบิ ตั ิคลา้ ย ๆ กับการดูแลพ่อพันธุ์และแม่พันธ์ุโคนม ต่างกันตรงทีโ่ คเนื้อไมม่ ีขั้นตอนการปฏิบตั ิการ
รีดนม การดูแลพ่อพนั ธ์แุ ละแม่พนั ธโ์ุ คเนือ้ ควรปฏิบัติดงั นี้
1) การให้อาหารในสภาพปกติจะจัดการให้อาหารดงั นี้ อาหารข้น โปรตีน 15 %
(วนั ละ 2 – 3 กโิ ลกรัม) หญา้ สด 10 %ของนา้ หนักตวั โดยประมาณ (40 – 50 กโิ ลกรมั /วนั ) หรอื
หญา้ แหง้ 12 % ของนา้ หนักตวั และให้น้าอยา่ งนอ้ ย 30 – 40 ลิตร/วัน
60
2) การผสมพนั ธุ์โคเน้ือ ทาได้ดังนี้ การจงู ผสม แยกเลีย้ งพ่อพนั ธุ์และแมพ่ ันธเ์ุ ม่ือ
จะผสมกน็ าตวั ผู้มาผสม หรือการผสมแบบคุมฝูง เหมาะสาหรบั ฟาร์มขนาดใหญ่ ตามปกตกิ ารผสม
แบบคุมฝูงให้แมโ่ คที่ผสมคิดประมาณ 75 % โดยมสี ดั สว่ นตวั ผู้ตอ่ ตวั เมีย ดงั นี้ ตัวผู้อายุ 2 – 3 ปี คุม
ตัวเมยี ได้ 10 – 15 ตวั , ตัวผู้อายุ 3 – 4 ปี คมุ ตวั เมียได้ 15 – 20 ตวั , ตวั ผู้อายุ 4 ปีขนึ้ ไป คุมตัวเมีย
ได้ 20 – 25 ตวั
3) การผสมเทียม โดยการนาน้าเชอ้ื ที่แช่แข็งไปผสมให้กับแมโ่ คในระยะเปน็ สัด
การผสมเทียมจะมโี อกาสผสมตดิ ประมาณ 70 %
4) การฝึกรดี นา้ เช้ือพ่อพนั ธุ์ สามมารถเร่ิมฝึกได้เม่ืออายุ 15 เดือน และสามารถรดี
เกบ็ น้าเช้อื ไดเ้ มื่อพ่อพันธุ์อายุ 18 เดือน นา้ เชือ้ ท่ีได้นามาเจือจางเพ่อื ทานา้ เชอื้ สด (Fresh semen)
หรอื ทานา้ เชือ้ แชแ่ ขง็ (Frozen semen)
5) การสังเกตการเปน็ สดั (Heat detection) การเปน็ สัด (Heat หรอื Estrus) คอื
อาการการยอมรับการผสมของโคเพศเมยี โดยมกั จะเกิดขึน้ ทุก ๆ 21 วัน การเปน็ สดั มีอาการดงั น้ี โค
จะขึ้นขต่ี ัวอ่ืนหรอื ยอมให้ตวั อื่นข้นึ ข่ี อวยั วะเพศบวมแดง มีนา้ เมือกใสไหลออกมาจากช่องคลอด ร้อง
บ่อยกว่าปกติ
6) ช่วงทเี่ หมาะสมในการผสมเทยี ม หากพบการเปน็ สัดในตอนเช้า ควรผสมเทียม
ในตอนเย็น (คอื หา่ งจากเวลาท่ีพบอาการเป็นสัดคร้ังแรกไป 12 ชวั่ โมง) หากพบการเปน็ สดั ในตอนเยน็
ควรผสมเทียมในตอนเชา้ วันรงุ่ ข้ึน
2.3 การเลี้ยงดแู ม่โคอุม้ ท้อง การเลย้ี งดแู มโ่ คอุ้มทอ้ งถึงระยะคลอดใหป้ ฏบิ ตั ิ
เช่นเดยี วกับการดแู ลแม่โคนมอมุ้ ท้อง และจะต้องมีการปฏิบตั ดิ ูแลเอาใจใส่มากกวา่ ปกติ ไมค่ วรทาให้
แมโ่ คตื่นตกใจ หรอื ทาให้แมโ่ คว่งิ การใช้ยาและเวชภณั ฑ์กับแม่โคตง้ั ท้องจาเป็นตอ้ งทาศึกษาให้
ละเอยี ดก่อน เพราะเนอ่ื งจากอาจมีผลทาให้แม่โคเกิดการแท้งลูกได้
2.4 การเลย้ี งดูลกู โคเน้ือแรกเกิดถึงหย่านม ใหป้ ฏิบัติเชน่ เดียวกับการดแู ลลูกโคนม แต่
จะมวี ิธปี ฏิบตั เิ พ่มิ เติมในเรื่องของการตอนลูกโคเน้อื เพศผู้ท่ีไม่ได้เอาไวท้ าพนั ธ์ุ การตอนจะใช้เคร่ืองมือ
ท่เี รียกว่า เบอรด์ สิ โซ (Burdizzo) หนบี ที่ขั้วอัณฑะทงั้ 2 ข้างของลูกโคเม่ืออายุ 3 เดอื น เครอื่ งมือนจี้ ะ
ไปตดั เส้นเลอื ดและท่อนาอสจุ ขิ องลกู โคตวั ผใู้ หข้ าด โดยท่ลี ูกโคไม่เกิดอันตราย ส่วนการจัดการอ่นื ๆ
เช่น
1) ทาการถา่ ยพยาธิคร้งั แรกที่อายุ 3 – 4 สัปดาห์
2) จากนัน้ ทาการถ่ายพยาธิคร้ังถัดไป ท่ีอายุ 3 เดือน และ ทีอ่ ายุ 6 เดือน
3) ฉดี วคั ซนี ป้องกันโรคแทง้ ติดต่อใหล้ กู โคเพศเมียท่ีอายุ 3 – 8 เดอื น
4) หยา่ นมลูกโคท่ีอายุ 7 เดือน
61
2.5 การเลีย้ งดโู คเนือ้ รุน่ การเล้ยี งดูโคเนอ้ื รนุ่ ปฏบิ ัติคล้าย ๆ กบั การเล้ยี งโคนมรนุ่ แต่
จะมีรายละเอียดเพ่มิ เติมคือ โครุ่นจะเลีย้ งเพ่อื ไวใ้ ช้สาหรับทดแทนโคฝูงเดมิ ท่ีคดั ออกจาหนา่ ย หรือ
ทดแทนพ่อแม่พนั ธ์ทุ คี่ ดั ทิ้ง จะมีขน้ั ตอนการปฏิบัติที่แตกต่างไปดังน้ี
1) เม่อื โคอายุครบ 1 ปี ให้ทาการคัดเลือกแยก โดยโคเพศเมียใช้เปน็ โคทดแทน
ประมาณ 16 – 25 %ทุ กปี ทาการคัดแม่โคอายมุ ากออกปีละ 10 % สว่ นโคเพศผู้ให้คัดเลอื กไว้
จาหน่ายหรอื เปน็ พ่อพนั ธท์ุ ีจ่ ะนาไปฝกึ รีดนา้ เช้ือ
2) การให้อาหารและนา้ ควรใหอ้ าหารข้น โปรตนี 15 % วนั ละ 2 – 3 กิโลกรมั
หญา้ สด 20 – 50 กิโลกรมั หรอื หญา้ แหง้ 6 – 12 กิโลกรัม ใหน้ ้า 20 – 30 ลิตรต่อวนั และอาหารแร่
ธาตมุ ไี ว้ให้กินได้ตลอดเวลา
2.6 การเลีย้ งดูโคขุน โคขุนกค็ ือการนาโคเนื้อที่มีลกั ษณะดีมาขุนให้เจริญเตบิ โตอยา่ ง
รวดเรว็ โดยได้รับอาหารทด่ี ที ้ังอาหารข้นและอาหารหยาบอยา่ งเต็มท่ีในชว่ งระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ได้
เน้ือทีม่ ีคณุ ภาพดตี รงกับความตอ้ งการของตลาดท้งั ในและต่างประเทศ โดยปจั จุบันได้มผี ู้เลีย้ งโคเน้ือ
หลายรายดาเนนิ การเล้ยี งโคขุนโดยหาซอื้ โคเนอื้ ทีเ่ กษตรกรเลีย้ งไว้ตามชนบท จากน้นั นามาขนุ ต่อเพ่ือ
ชาแหละเน้อื ขาย เกดิ เป็นธรุ กิจการขนุ โคขน้ึ การเลย้ี งดโู คขุนมขี นั้ ตอนการปฏิบัติดงั น้ี
1) หลักในการคดั เลอื กโคมาขุน มหี ลกั ในการพิจารณาหลายประการดังต่อไปนี้
การคัดเลือกพนั ธโุ์ ค โดยมักไม่นิยมนาโคพ้ืนเมอื งมาขุนขาย เนือ่ งจากตวั มขี นาดเล็ก โตช้า
จงึ มักนิยมเลือกโคลูกผสมทมี่ เี ลอื ดพันธแ์ุ ทห้ รือพันธุต์ ่างประเทศประมาณ 50 – 75 % เชน่ ลกู ผสม
อเมริกันบราห์มันกบั พื้นเมือง ลกู ผสมบราห์มันพ้นื เมอื งกับชาโรเล่ย์ ลูกผสมบราหม์ นั กบั ชาโรเล่ย์ ฯลฯ
เพศโคท่ีจะนามาขนุ ควรเปน็ โคเพศผู้เน่ืองจากตวั ใหญแ่ ละโตเรว็ จะเป็นเพศผู้ทตี่ อนแลว้
หรอื ไมต่ อนก็ได้
อายุโค จะมีความสมั พันธก์ บั ระยะเวลาการขนุ กล่าวคือ โคอายุน้อยจะให้เวลาขุนนานกวา่
โคอายมุ าก ดังนี้ โคหยา่ นมจะใชเ้ วลาขนุ นาน 10 เดอื น โคอายุ 1 ปี ใชเ้ วลาขุนนาน 8 เดือน, โคอายุ
1.5 ปี ใชเ้ วลาขนุ นาน 6 เดอื น โคอายุ 2 ปี ใช้เวลาขนุ นาน 4 เดือน โคเต็มวัย ใชเ้ วลาขนุ นาน 4 เดือน
2) แหล่งท่จี ะหาซอ้ื โคมาขุน อาจจะไดจ้ ากคอกของผู้เล้ียงเอง โดยเลีย้ งแมเ่ พื่อผลิต
ลกู เอง หรอื ซ้อื จากผผู้ ลิตลูกโคขาย อาจหาซอ้ื ตามตลาดนดั โคกระบือ หรอื ซ้ือจากผูเ้ ลย้ี งรายยอ่ ยก็ได้
โดยท่ผี ซู้ ื้อจาเปน็ จะต้องมคี วามชานาญในการดลู ักษณะโคเป็นอย่างดี
3) อาหารโคขนุ สว่ นมากจะเล้ียงด้วยอาหารหยาบแลว้ เสริมดว้ ยอาหารข้น อาหาร
หยาบจะใชห้ ญา้ สดเปน็ อาหารหลกั หรอื อาจจะเปน็ หญ้าหมัก ต้นขา้ วโพด เปลอื กถั่ว เปลือกสบั ปะรด
ส่วนอาหารขน้ อาจจะนาวัตถุดิบตา่ ง ๆ มาผสมกัน แตต่ ้องเป็นวัตถดุ บิ ทม่ี ีคณุ ภาพดี มีโปรตีนและ
พลงั งานตามท่ีโคต้องการ
4) การจดั การด้านอน่ื ๆ ใหป้ ฏบิ ตั ดิ ังนี้
62
กักสัตวด์ ูอาการในคอกกักกันอย่างน้อย 14 วนั
ทาการเล้ียงโดยจัดโคท่ีขนาดใกลเ้ คียงกนั ให้อยู่ในคอกขุนเดียวกนั
ให้วัคซนี ปอ้ งกนั โรคสาคญั ๆ เชน่ โรคปากและเทา้ เป่ือย โรคคอบวม โรคแอนแทรกซ์
ถ่ายพยาธิทงั้ ตวั กลมตวั แบนหลังใหว้ คั ซนี 1 สัปดาห์
กาจัดพยาธิภายนอก เชน่ เห็บ
โคตวั ผูจ้ ะตอ้ งทาการตอนเพ่ือให้เช่อื ง และสะสมไขมนั ได้มาก
การขุน ข้ึนกับอายุและสภาพของสัตว์ โครุ่น จะใชเ้ วลาขุนนานกว่ามักขนุ ประมาณ 6 – 8
เดือน โคอายุมาก โคผอม มักใช้เวลาขุนสน้ั กว่าคือ 3 – 6 เดอื น
การให้อาหารในระยะขนุ ช่วงแรกใหอ้ าหารขน้ ท่ีมโี ปรตนี 8 % จานวน 3 สว่ น อาหาร
หยาบ 7 ส่วน ช่วงกลางให้อาหารหยาบ 3 ส่วน อาหารข้น 5 ส่วน และช่วงสุดท้าย ให้อาหารหยาบ 5
สว่ น อาหารข้น 7 ส่วน
5) ลกั ษณะโคขุนทพ่ี ร้อมส่งตลาด โคขนุ ที่พร้อมจะสง่ ตลาดจะต้องมลี กั ษณะดังน้ี
กลา้ มเนอื้ เจริญเติบโตเตม็ ที่
มีการผสมไขมันท้ังแทรกอยู่ในเน้ือและหุ้มอย่นู อกกล้ามเน้ือ
โคจะมอี ัตราการเจริญเตบิ โตนอ้ ยลงถึงแมจ้ ะได้อาหารมาก
ใหจ้ ับโคขุนส่งตลาดได้เม่ือสภาพของโคสมบรู ณ์และเติบโตเตม็ ท่ี
3. การจดั การสขุ ภาพสกุ ร
การเล้ียงสุกรในประเทศไทยมีการพัฒนาการเลยี้ งที่ทันสมัย มีการปรบั ปรุงพนั ธ์ุจนได้สุกร
สายพนั ธุ์ทีเ่ ตบิ โตเรว็ ให้เนื้อมาก และมปี ระสิทธิภาพในการเปลยี่ นอาหารเป็นเน้ือดี มกี ารนา
เทคโนโลยีด้านเครอ่ื งจักรเคร่ืองมือมาใชใ้ นกิจการเลี้ยงสุกรในปจั จุบนั โดยมกี ารใช้ระบบโรงเรอื นที่
ทนั สมัยเป็นโรงเรอื นระบบปดิ การจัดการเลี้ยงดสู ุกรน้ันมีข้อปฏิบตั ดิ ังต่อไปน้ี
3.1 การจัดหาพนั ธุส์ ุกรมาเลี้ยง พันธสุ์ ุกรทเี่ ล้ยี งกันอย่ใู นปัจจุบันมีอยู่ดว้ ยกนั 3 สาย
พันธุ์ คอื พนั ธุล์ าร์จไวท์ พนั ธุ์แลนเรซ และพันธด์ุ รู ็อคเจอร์ซี โดยมักนาสกุ รทั้ง 3 สายพันธ์มุ าผสมข้าม
กันให้ได้ลูก 2 สาย และ 3 สาย ซงึ่ การจดั หาพันธุ์สุกรมาเล้ียงมขี ้อควรปฏบิ ัติดงั นี้
1) มาจากฟารม์ ที่เช่อื ถอื ได้
2) ซื้อมาจากแหลง่ ท่ีปลอดโรค
3) หากต้องการซ้อื ไวเ้ ปน็ พ่อพันธุแ์ ละแม่พันธุจ์ ะต้องเป็นสุกรทม่ี คี วามสมบูรณ์
พนั ธุ์ ตัวเมียตอ้ งมีเต้านมไม่น้อยกว่า 6 คู่
4) ทาการขนย้ายสกุ รอยา่ งระมดั ระวัง
5) ทาการกกั โรคโดยกักแยกสุกรใหมไ่ วต้ ่างหาก 15 วัน ก่อนนาเข้าฝงู
63
3.2 การจดั การเลีย้ งดูสุกรพ่อพันธแุ์ ละแมพ่ นั ธ์ุ การจัดการดแู ลพ่อพันธุ์และแม่พันธ์ทุ ี่ดี
จะส่งผลตอ่ คุณภาพของลูกสกุ ร ทาให้ได้ผลผลติ ลูกสุกรที่มสี ุขภาพดี ปริมานลูกตอ่ คอกสงู โดยจะ
แบง่ เป็นการจัดการระยะก่อนผสมพันธ์ุ ระยะระหวา่ งผสมพันธ์ุ และระยะหลงั การผสมพันธุ์
1) การจดั การสุกรพ่อพันธุ์ ปฏิบตั ไิ ดด้ ังนี้
พ่อสุกรที่มีน้าหนักไดป้ ระมาณ 50 กโิ ลกรมั ต้องนาไปแยกเลีย้ งต่างหาก พ่อสกุ รต้องได้รับ
การออกกาลงั กายบ้าง โดยให้พ่อสุกรออกเดินรอบ ๆ โรงเรือน ห้ามให้พอ่ สกุ รอ้วนเกนิ ไป
เม่อื พ่อสกุ รอายุได้ 6 เดือน ใหจ้ งู พ่อสุกรไปหาตวั เมยี บ้างเพือ่ ทาความคนุ้ เคย
เมื่อพ่อสุกรอายุได้ 8 เดือน สามารถเร่มิ ผสมพนั ธไ์ุ ด้ โดยพ่อสุกร 1 ตวั สามารถจะผสมกับ
ตวั เมียได้ 20 ตวั
พ่อพนั ธ์ุที่โตเตม็ ที่แลว้ มีอายเุ กินกวา่ 15 เดือน ไม่ควรใชผ้ สมพนั ธ์มุ ากกวา่ วนั ละ 2 คร้งั
เดือนละไมเ่ กิน 30 ครง้ั เวลาท่นี าพ่อสกุ รเขา้ ผสมทเี่ หมาะสมคอื เวลาเชา้ 05.00 – 07.00 น. และ
เวลาเยน็ 17.00 – 19.00 น.
2) การจดั การสุกรแม่พนั ธ์ุ ปฏิบัติได้ดงั นี้
แยกแมส่ ุกรออกเลี้ยงในคอกต่างหากเมื่อมีน้าหนักได้ 50 กโิ ลกรัม หรือเลยี้ งรวมกันเฉพาะ
แมพ่ นั ธ์คุ อกละ 6 ตวั แมพ่ นั ธุ์สกุ รไม่ควรอ้วนเกนิ ไป ควรจะผสมเมอื่ แม่สกุ รอายุมากกว่า 7 เดือนขึ้น
ไป เมอ่ื แสดงอาการเปน็ สดั ไปแลว้ อยา่ งน้อย 3 รอบ โดยแม่สุกรจะเรม่ิ เป็นสดั เมื่ออายุได้ประมาณ 5
เดือน
3) โปรแกรมวคั ซีนและถ่ายพยาธิ ในพ่อแมส่ ุกรพันธป์ุ ฏบิ ัติดงั น้ี
ให้วคั ซนี โรคแท้งติดต่อ และทาการตรวจโรคแท้งติดต่อ เปน็ ประจาปลี ะ 1 ครั้ง วัคซีนโรค
อหิวาต์สกุ ร ให้วคั ซีน 2 ครง้ั /ปี คร้ังแรกอายุ 2 เดือน คร้งั ที่ 2 อายุ 6.5 เดือน และต่อไปทกุ 6 เดอื น
วัคซีนโรคปากและเท้าเป่ือยให้วัคซนี 2 คร้งั /ปี ครั้งแรกอายุ 10 สัปดาห์ ครงั้ ที่ 2 อายุ 7 เดือน และ
ตอ่ ไปทุก 6 เดือน พยาธิภายในและภายนอก ควรถา่ ยพยาธิ เปน็ ประจาทกุ ๆ 6 เดอื น
4) การให้อาหารพ่อ – แมส่ ุกรพันธุ์ มกี ารจดั การให้อาหารดังน้ี
พอ่ พันธุ์ ใหอ้ าหารข้นโปรตีน 14 – 15 % วนั ละ 2.5 กิโลกรัม ถ้านาไปผสมพนั ธ์ุบอ่ ย ๆ ให้
เพิม่ อาหารขน้ เปน็ วนั ละ 1.5 %ของนา้ หนักตัว
แม่พันธุ์ ระยะก่อนผสมหรือท้องวา่ ง ใหอ้ าหารขน้ โปรตีน 14 – 15 %วนั ละ 2 กิโลกรัม
ระยะกอ่ นผสม 10 – 14 วัน ควรใหอ้ าหารท่ีมพี ลังงานเพ่ิมหรือทเี่ รียกว่า ปรนอาหาร (Flushing) เพ่ือ
กระตุ้นการตกไข่ให้มากข้ึน โดยเพมิ่ เปน็ วันละ 2.5 – 3 กโิ ลกรมั หรอื เพ่ิมไขมันในอาหาร 10 % ระยะ
หลังผสมพันธ์ุ ระยะ 84 วันแรกของการอุ้มท้องหลังผสมชว่ ง 1 เดือนแรก ควรลดอาหารข้น เหลือวนั
ละ 1.5 – 1.8 กิโลกรมั เพ่ือป้องกนั แท้งลูก หลังจากน้นั ค่อย ๆ เพมิ่ อาหารข้นเป็น 2 กโิ ลกรมั ระยะ
30 วันก่อนคลอด เพิ่มอาหารข้นเป็น 2.5 – 3 กโิ ลกรมั ระยะก่อนคลอด 2 – 3 วนั ใหอ้ าหารเยือ่ ใย
64
เช่น ผกั สด หญ้าสด และลดปริมาณอาหารข้นเหลือ 30 – 50 % จากทีใ่ หก้ ิน ในวนั คลอด ให้งด
อาหาร
3.3 การจัดการผสมพนั ธ์สุ กุ ร มีวิธปี ฏบิ ตั ดิ ังนี้
1) อาการแม่สุกรเปน็ สัด อวัยวะเพศบวมแดง อาจมเี มือกไหลออกมา ไม่ยอมกิน
อาหาร สง่ เสียงรอ้ ง กระวนกระวาย อาจทาการดสอบการเป็นสัดโดยกดที่หลังของสกุ ร โดยแม่สุกรท่ี
เป็นสดั มกั ยนื นงิ่ หากโดนกดท่ีบริเวณ จดั ว่าเปน็ สญั ญานวา่ แม่สกุ รเปน็ สดั และพร้อมรบั การผสมพันธ์ุ
จากพ่อสกุ ร (Food and Agriculture Organization of the United Nations. Online. 2564)
หากจะผสมจรงิ สามารถนาพ่อพันธม์ุ าเพ่ือใหผ้ สมได้
2) การผสมพนั ธ์ุสามารถทาได้ 2 วิธี คือ
จงู พ่อพันธุไ์ ปผสมกบั ตัวเมยี ที่เป็นสดั หรือทาการผสมเทยี ม ซงึ่ เป็นวิธที ี่ปจั จุบนั นยิ มทากัน
มาก โดยให้ผสมในวนั ที่ 2 ของการเป็นสัด และทาการผสมซา้ อีกครง้ั โดยใหม้ รี ะยะห่างกัน 8 – 16
ชั่วโมง เชน่ ผสมคร้งั แรกตอนเช้าใหผ้ สมซ้าอีกคร้งั ในตอนเย็น
3.4 การดแู ลแมส่ ุกรอุ้มท้อง ปฏิบัตดิ ังน้ี
1) ตรวจการกลับสดั ถ้าแม่สุกรไม่กลับมาเป็นสดั อีกหลงั จากผสม 21 และ 42 วัน
สามารถมั่นใจไดว้ า่ สกุ รตงั้ ทอ้ ง
2) ตรวจการตั้งท้องโดยใช้เครื่องอลั ตราซาวนดต์ รวจช่องท้องในวนั ที่ 30 และ 45
ของการตง้ั ท้อง
3) โรงเรือนต้องแหง้ ป้องกันแมส่ ุกรล่ืนลม้
4) ก่อนกาหนดคลอด 14 วัน ใหถ้ า่ ยพยาธแิ มส่ กุ ร
5) กอ่ นคลอด 7 วัน ใหย้ ้ายแม่สกุ รเขา้ คอกคลอด
6) ให้อาหารจาพวกเส้นใย เช่น หญ้าและผกั สดกับแม่สกุ ร
7) ผสมราละเอียดลงในอาหารในสัดสว่ น 1 ใน 3 ของอาหารที่ใหส้ ุกรในช่วง 5 วัน
ก่อนคลอด เพ่ือป้องกนั ไม่ใหแ้ ม่สุกรท้องผกู
8) หาฟางแหง้ มาปรู องพื้นคอกก่อนคลอด 1 – 2 วัน
3.5 การจัดการแม่สกุ รและลูกหลังคลอด ทาได้ดงั น้ี
1) แม่สกุ ร ใหป้ ฏบิ ตั ดิ ังนี้
คลอดลูกได้ 3 – 4 ตัว จะหยุดเบ่งประมาณ 1 ชม. ถา้ นานกว่าน้ตี ้องฉีดฮอรโ์ มนออกซโี ต
ซนิ 3 – 5 ซ.ี ซ.ี
เบง่ แล้วลูกไม่ออก ตอ้ งใช้มือลว้ งชว่ ยเอาออกท่าคลอดปกติ ลูกสุกรจะเอาจมูกออกก่อน
ตามดว้ ยหัว ลาตัว ส่วนท้าย โดยปกตจิ ะคลอดทกุ ๆ 15 นาที คลอดลูกออกหมดแลว้ รกควรจะถูกขับ
ออกมาด้วย
65
ฉดี ยาปฎิชีวนะเพื่อป้องกันมดลูกอกั เสบ เต้านมอักเสบ เช่น ยาเพน็ สเตรป
(Penstrep) ฉีดวคั ซนี โรคปากและเท้าเปื่อย และวัคซนี โรคอหวิ าห์สกุ ร
หลงั คลอด 7 วนั แมส่ กุ รจะเป็นสัดเทยี มแต่ไม่มีการตกไข่ ผสมไม่ไดผ้ ล
กอ่ นหยา่ ลูก ควรฉีดวติ ามนิ ให้กบั แม่สกุ รจะทาใหเ้ ปน็ สัดเรว็ ขน้ึ
2) ลกู สุกรเกิดใหม่ ให้ปฏบิ ตั ิดังนี้
ใชผ้ ้าสะอาดเช็ดเยื่อและเมอื กทหี่ อ่ หมุ้ ลกู โดยเฉพาะบริเวณจมูกและปาก ทาใหล้ ูกสุกรร้อง
เพอ่ื ให้ปอดทางาน
ใช้กรรไกรตดั สายสะดือหา่ งจากพื้นท้อง 2 นว้ิ ใชด้ า้ ยชบุ น้ายา แล้วผกู สายสะดือห่างจาก
พน้ื ท้อง 1 น้ิว รดั ใหแ้ น่น แต้มเบตาดีน
ใชก้ รรไกรตัดฟนั เขีย้ ว ลา่ ง 4 ซ่ี บน 4 ซ่ี ตดั ให้สูงกว่าเหงือกเลก็ น้อย โดยห้าม ให้ฟนั แตก
ใหล้ กู สุกรได้กนิ นา้ นมเหลืองภายใน 6 ช่วั โมงหลังคลอด
ใหค้ วามอบอุ่นลูกสุกรดว้ ยการกกไฟ แขวนหา่ งจากตัวสุกรประมาณ 1 ฟตุ กกไฟประมาน
14 วัน
หลงั คลอด 1 – 3 วัน ฉดี ธาตุเหล็ก 200 มก. ต่อตวั ท่ีโคนขาหลงั หรอื คอ เพื่อป้องกันโรค
โลหิตจาง
เมอื่ อายุครบ 1 สัปดาหเ์ ลือกขนาดใกล้เคยี งกันมาไว้ในคอกเดียวกัน หา้ มใหล้ ูกสกุ รเปียกนา้
ทาการตอนตวั ผ้เู มือ่ อายุ 2 – 3 สัปดาห์ และคัดแยกตัวไมด่ ีออก
ช่วยเหลอื ลูกสุกรทไี่ ม่ได้กนิ นม โดยนาไปฝากแม่ตัวอน่ื ๆ หรอื ใช้นมเทียม + นา้ อนุ่ + ยา
ปฏิชีวนะปอ้ นใหล้ กู สุกรกิน ดูแลความสะอาด ความอบอุน่ และน้าดม่ื
หากแม่สุกรตวั ใดมีลูกเกิน 12 ตัว ต้องนาไปฝากใหแ้ ม่สุกรตัวอน่ื ทมี่ ีลกู น้อย เม่ือลูกสกุ รอายุ
ได้ 5 – 7 วนั ควรหดั ใหล้ กู สกุ รกนิ อาหาร หยา่ นมลูกสกุ รได้ตงั้ แตอ่ ายุ 3 – 5 สปั ดาห์
3.6 การจดั การแม่สุกรหลังหย่านมลูกถงึ ผสมใหม่ สกุ รแม่พนั ธ์ุหลังหย่านมลกู แล้วตอ้ ง
จดั การให้เปน็ สัดโดยเรว็ ทสี่ ดุ โดยปฏบิ ตั ิดงั น้ี
1) การให้อาหาร ทาไดโ้ ดย ก่อนหย่านมลกู 3 – 4 วัน ให้ลดอาหารขน้ ลง
เหลอื วนั ละ 2 กโิ ลกรมั เพ่ือป้องกนั นมคดั เต้า แต่ใหห้ ญา้ ขนให้เพียงพอ
เร่งอาหารพลังงานโดยวธิ ีปรนอาหารให้วันละ 3 – 4 กโิ ลกรัม กอ่ นผสม 3 – 7 วัน เพ่ือทา
ใหต้ กไข่มากขึ้น
2) การจดั การทัว่ ไป ทาได้ดงั น้ี หลังหยา่ นมลกู 2 วนั ให้ทาการถ่ายพยาธิ
แมโ่ ค หลังหยา่ นมลกู ให้วคั ซีนกอ่ นผสมแมโ่ คอยา่ งน้อย 7 วัน แมส่ กุ รทเ่ี ปน็ สดั จริงจะมกี ารตกไข่
สามารถทาการผสมได้ทันที
66
3.7 การจัดการลกู สุกรหลังหย่านม ให้ปฏบิ ัติดังนี้
1) ให้สุกรกนิ อาหารสกุ รอ่อน โดยโรยใหใ้ นรางทลี ะนอ้ ย
2) เมอ่ื สุกรมีอายุ 8 – 10 สปั ดาห์ ใหเ้ ปล่ียนเป็นอาหารท่ีมีโปรตนี 17 – 18 %
โดยโรยใหใ้ นรางหรือใส่ในท่ใี ห้อาหารอัตโนมัติ ใหก้ ินไดท้ ั้งวนั
3) ถ่ายพยาธลิ กู สกุ รเมื่ออายุ 6 สัปดาห์
4) ใหว้ ัคซนี โรคอหวิ าต์คร้ังแรกทอี่ ายุ 2 เดอื น ใหว้ คั ซีนโรคปากและเท้าเป่ือยครัง้
แรกท่ีอายุ 10 สัปดาห์
3.8 การเล้ียงดสู กุ รรุ่น ให้ปฏิบัตดิ ังน้ี
1) ใหอ้ าหารอยา่ งเพยี งพอ อย่าให้อ้วนเกินไป
2) คัดเลือกสุกรอายุ 6 เดอื น ท่มี ีสุขภาพและคุณลักษณะท่ีดี ไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์
ทดแทน
3) อาจจะขังสุกรรวมกันคอกละ 3 – 4 ตวั
4) กระตุน้ ให้เปน็ สัดโดยนาพ่อพันธม์ุ าขังไวใ้ นคอกใกล้ ๆ
5) ควรผสมเม่ือสุกรเปน็ สดั ครั้งที่ 2 – 3
3.9 การเลยี้ งดูสุกรขนุ สุกรขุน คอื สกุ รเพศผู้ท่ตี อนแล้ว หรือสกุ รเพศเมียที่ไม่ได้คัดไว้
ทาพันธุ์ โดยนามาเล้ยี งจนมีน้าหนกั ประมาณ 100 กโิ ลกรมั ก็สามารถจบั ส่งตลาดได้ โดยให้ปฏบิ ัติ
ดงั นี้
1) การให้อาหารสามารถทาได้ 2 แบบ คือ ให้กินตลอดเวลาโดยใส่อาหารไวใ้ นถัง
อตั โนมัติต้งั ใหส้ ุกรกินไดต้ ลอดเวลา หรอื ให้อาหารเปน็ เวลา โดยสว่ นมากจะให้เวลาเช้าและเย็น
2) ไม่ควรปลี่ยนสูตรอาหารโดยกระทนั หนั
3) พ้ืนโรงเรอื นต้องสะอาดอยู่เสมอ
4. การจดั การสขุ ภาพไก่เน้ือ
ไกเ่ นื้อหรอื ไก่กระทง (Broiler) หมายถงึ ไก่คละเพศที่มีการเจริญเตบิ โตรวดเรว็ มี
ประสิทธิภาพการเปล่ยี นอาหารเป็นเนอื้ ดี มเี น้ืออ่อนนมุ่ ไม่เหนียว หนงั สะอาด กระดูกออ่ น จาหน่าย
ไดเ้ มื่ออายุ 6 – 7 สปั ดาห์ ขึ้นอยูก่ ับความตอ้ งการของตลาด ส่วนมากจะใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 45 วนั
ให้ได้น้าหนักตวั ประมาณ 1.8 – 2.0 กิโลกรัม ไกเ่ น้ือทีเ่ ล้ียงกนั อยู่ในปัจจุบนั นี้ มกั จะเปน็ ไก่พันธ์ุ
ลูกผสมทบ่ี ริษัทต่าง ๆ ผลิตออกมาจาหน่ายให้กบั ผ้เู ล้ยี ง โดยปกติอตั ราการเลยี้ งไก่อย่ทู ี่ 10 – 12 ตวั
ตอ่ ตารางเมตร ในระบบปดิ โดยคานวณหาพ้ืนที่การเลี้ยงไกไ่ ดจ้ ากสูตร (พ้นื ทก่ี ารเลี้ยง = ความยาว
ของโรงเรือน x ความกว้างของโรงเรือน) การจดั การไกเ่ น้ือมีหลกั การปฏิบัติดงั นี้ (โรงเรียนมารดา
นฤมล. ออนไลน.์ 2564).
67
4.1 การจดั หาพันธไุ์ ก่กระทง ในปจั จุบนั บริษทั ต่าง ๆ ไดท้ าการผสมพนั ธุไ์ ก่เนื้อขน้ึ มา
หลายบริษัทและตั้งชอ่ื ตา่ ง ๆ กันออกไป ซง่ึ เปน็ ไกท่ ่ีเกดิ จากการผสมขา้ มสายพนั ธ์ุทั้งส้ิน หลกั การใน
การเลอื กพนั ธ์ไุ กเ่ น้ือมาเลีย้ งมีดังน้ี
1) ควรซอ้ื ไกจ่ ากแหลง่ ท่เี ช่ือถือได้
2) ทาการคัดเลอื กลกู ไก่ทมี่ าจากพ่อแม่พันธุ์ทีส่ มบูรณแ์ ข็งแรง
3) เปน็ ลกู ไกท่ สี่ ขุ ภาพแข็งแรงปลอดโรค
4) ลูกไกม่ ีลกั ษณะดี มขี นฟู ดวงตาสดใส เดินและเคลื่อนไหวไดป้ กติ ไมม่ ีอุจจาระ
ติดกน้
5) ลกู ไกค่ วรมนี ้าหนักและสีสมา่ เสมอ มนี ้าหนักตัวเฉลีย่ 40 กรัมขึ้นไป และควร
เป็นไก่อายุ 1 วัน
4.2 การเตรยี มโรงเรอื นก่อนนาลกู ไกเ่ ขา้ เลี้ยง เนอ่ื งจากในปจั จบุ นั นเี้ กดิ การระบาดของ
โรคไข้หวดั นก ทางราชการจงึ ได้ออกระเบยี บเก่ยี วกับโรงเรือนเลย้ี งไก่เน้ือเพื่อการค้าว่าจะต้องเป็น
โรงเรือนระบบปิดเท่านน้ั เกษตรกรที่เคยเลยี้ งในโรงเรือนระบบเปิดบางรายจึงต้องหยุดเล้ียงเนอ่ื งจาก
ไม่มีทุนสาหรับนามาสร้างโรงเรือนระบบปิด การเตรียมโรงเรือนก่อนนาลูกไก่เข้าเล้ียงต้องดาเนินการ
ดังนี้
1) ทาการขออนญุ าตจากปศุสัตว์เพือ่ ทาการเคลอ่ื นยา้ ยลูกไกเ่ ขา้ มาเลี้ยงในฟาร์ม
2) ติดต่อเจ้าหนา้ ท่ีปศุสตั ว์ประจาอาเภอ ให้เขา้ มาตรวจความพร้อมของโรงเรือน
ว่าได้ตรงตามมาตรฐานฟารม์
3) ทกุ ขัน้ ตอนต้องได้รับการอนญุ าตจากปศุสัตว์ประจาท้องที่กอ่ นจะเริม่ เลยี้ ง
4) การเตรียมโรงเรือนเพื่อรองรบั ลูกไก่ให้ปฏบิ ัตดิ ังนี้
ล้างทาความสะอาดโรงเรือน โดยถ้าเป็นโรงเรอื นทเ่ี คยเลย้ี งไกม่ าแล้วต้องนาวัสดุรองพ้ืนเก่า
ออกไปทง้ิ ใหห้ มดก่อนลา้ งทาความสะอาด ไม่ควรนาวสั ดุรองพืน้ เดิมมาใช้เพ่ือป้องกนั โรค
พน่ ยาฆา่ เชื้อท้งั พื้นและผนงั โรงเรอื น ปิดโรงเรอื นท้งิ ไว้อย่างนอ้ ย 21 วนั
5) ล้างทาความสะอาดอุปกรณ์ทุกช้ิน พร้อมจุม่ ในนา้ ยาฆ่าเชื้อโรค ควา่ ทง้ิ ไวจ้ น
แหง้
6) นาปนู ขาวมาโรยพ้นื โรงเรือนกอ่ นปูทับดว้ ยแกลบดบิ ให้หนา 2 – 3 น้วิ
7) พ่นยาฆ่าเชื้อโรคบนแกลบทเ่ี ป็นวสั ดุรองพน้ื
8) เตรยี มอุปกรณ์การกกลกู ไก่ และติดตั้งทดลองระบบการทางานของไฟฟ้า
9) เตรียมทุกอย่างให้พร้อมกอ่ นนาลูกไก่เขา้ 2 – 3 วัน
4.3 การปฏิบตั ิเมอ่ื ลูกไกม่ าถึงโรงเรอื น ลูกไก่ที่นาเข้ามาเลย้ี งในฟาร์ม สว่ นใหญ่มกั มี
การขนส่งมาจากพ้นื ท่ีอื่นหรอื จากจงั หวดั อื่น ๆ โดยสว่ นมากมักจะทาการขนส่งลูกไก่ในเวลากลางคืน
68
เพื่อลดความเครียดจากการขนส่ง โดยจะใช้เวลาขนสง่ ประมาณ 3 – 10 ช่วั โมง หรอื ตามแตร่ ะยะทาง
ลกู ไก่จะบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษกล่องละ 100 ตัว เมื่อลูกไก่มาถึงโรงเรือนให้ปฏบิ ตั ดิ ังน้ี
1) นากล่องลกู ไก่เข้าโรงเรือนใหเ้ ร็วท่ีสุด
2) รบี เปิดฝากล่องเพ่ือใหล้ ูกไก่ไดร้ ับอากาศ
3) นาลกู ไก่ลงที่กกโดยต้องนับจานวนลกู ไก่ทุกกล่อง
4) ให้ลูกไกก่ นิ น้าใหเ้ รว็ ที่สดุ โดยอาจผสมนา้ ตาลทรายหรือวิตามนิ ลงไปเลก็ น้อย
เพอื่ ให้พลังงานกับลกู ไก่ เพ่อื ให้ลกู ไก่ฟื้นตวั เรว็ ขนึ้
5) หัดให้ลกู ไก่กินน้าโดยจับลูกไก่ตวั ที่นอนซมจ่มุ ปากลูกไก่ใหแ้ ตะผวิ น้า ลกู ไก่
มักจะกนิ น้าได้เอง
6) เมอ่ื ลูกไกก่ นิ น้าแล้วกเ็ รม่ิ ใหอ้ าหารโดยโรยอาหารเลก็ น้อยบนถาดอาหาร
7) สังเกตสภาพของลูกไก่ โดยลูกไก่ในช่วงนีต้ ้องได้รบั ความอบอุ่นทพ่ี อเหมาะ ให้
สงั เกตดงั นี้
ถ้าลูกไกไ่ ปสุมตวั กันใตเ้ คร่อื งกกแสดงว่าอุณหภูมิตา่ เกนิ ไป แก้ไขโดยการขยับเคร่อื งกกให้
ตา่ ลง
ถ้าลูกไก่กระจายกนั ออกนอกเคร่ืองกกแสดงวา่ อุณหภมู สิ งู เกนิ ไป แก้ไขโดยการขยับเครอ่ื ง
กกให้สูงขน้ึ
ถา้ ลูกไก่อยู่กันอยา่ งกระจดั กระจายเตม็ พนื้ ท่ีกกแสดงวา่ อุณหภมู พิ อดี
8) อย่าใหล้ ูกไกข่ าดน้า และควรใหอ้ าหารบอ่ ย ๆ แต่ครงั้ ละน้อย เพ่ือลดการ
สญู เสียอาหาร
4.4 การจดั การเล้ยี งดูไก่เนื้อระยะตา่ ง ๆ การจัดการเลี้ยงดูไกเ่ นอื้ ระยะต่าง ๆ มี
ขัน้ ตอนที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่ผเู้ ลี้ยงจาเป็นจะต้องรูถ้ ึงวธิ ีปฏบิ ตั ิการเล้ียงไก่เน้อื ในช่วงอายุต่าง ๆ ให้
เหมาะสม เพอ่ื ให้ไกเ่ นื้อมีการเจรญิ เตบิ โตทเ่ี ปน็ ปกติ โดยปราศจากโรครบกวน โดยทั่วไปจะแบง่ ระยะ
การเลย้ี งไกเ่ นอื้ ออกเปน็ 3 ระยะดงั นี้
1) การจัดการเลยี้ งดไู ก่เนือ้ ระยะไกเ่ ลก็ (อายุ 1 – 21 วนั ) ระยะไกเ่ ล็กให้ปฏบิ ัติ
ดงั น้ี
ต้องกกไฟให้ลกู ไก่ มิฉะนน้ั ลูกไก่อาจจะหนาวตายได้ ปกติใชเ้ คร่ืองกกแบบฝาชี
เครอ่ื งกก 1 เคร่ืองต่อลูกไก่ 400 ตวั
ใหย้ าปฏิชีวนะกบั ลกู ไกอ่ ายุ 1 – 3 วัน
ใหอ้ าหารท่ีมีโปรตีนประมาณ 22 % แก่ไก่ระยะแรก โดยใช้ถาดอาหาร 1 ถาดต่อลกู ไก่
100 ตัว โดยจดั วางสลับกับถังน้า ควรให้อาหารปรมิ าณนอ้ ยแต่บ่อยคร้ัง
69
การให้นา้ โดย โดยใช้ทีใ่ หน้ า้ แบบสญู ญากาศขนาดเล็ก 1 ถงั ต่อลูกไก่จานวน 20 ตวั ต้อง
ล้างทีใ่ หน้ า้ และเปลี่ยนน้าทุกวัน
เมือ่ สังเกตว่าไกโ่ ตขึน้ ให้ปรบั เครอ่ื งกกและขยายวงล้อม โดยปรบั เครอ่ื งกกใหส้ งู ขนึ้
และขยายวงล้อมกกทุก ๆ 3 – 4 วัน
เมื่อลกู ไก่อายุได้ 7 วัน ให้เปล่ยี นถังอาหารเป็นแบบแขวนหรอื แบบรางอัตโนมตั ิ ถงั
น้าเป็นแบบแขวน หรือแบบราง หรือแบบหัวหยดก็ได้
ใหแ้ สงสว่างตลอด 24 ช่ัวโมง
ทาวคั ซนี โรคนวิ คาสเซิลที่อายุ 3 วัน วัคซนี โรคหลอดลมอักเสบทีอ่ ายุ 14 วัน และวคั ซีนโรค
นวิ คาสเซลิ คร้ังที่ 2 ที่อายุ 21 วนั หลังทาวัคซนี ต้องให้ยาปฏชิ วี นะกับลกู ไก่เปน็ เวลา 1 วัน เพอ่ื
ป้องกันความเครยี ดท่ีเกดิ จากการทาวัคซีน จดบนั ทกึ ข้อมูล
2) การจัดการเล้ยี งดไู กเ่ นอ้ื อายุ 22 – 35 วนั ปฏบิ ตั ิดังนี้
เลิกใชเ้ ครื่องกกและแผงก้ัน ขยายพ้นื ที่และปวู ัสดุรองพน้ื
เปลีย่ นอาหารจากระยะแรกเปน็ ระยะท่ี 2 โดยคอ่ ย ๆ เปล่ียนอาหารทีละนอ้ ยผสมกบั
อาหารระยะแรกโดยใช้เวลา 5 – 7 วนั จงึ จะใช้อาหารระยะท่ี 2 ทั้งหมด มีน้าและอาหารใหก้ ิน
ตลอดเวลา
คอยตรวจดูสม่าเสมออย่าใหว้ ัสดุรองพนื้ เปยี ก ถ้าเปยี กให้เปลี่ยนวัสดรุ องพ้ืนใหม่ และควร
พลิกกลับวสั ดรุ องพ้ืนบ่อย ๆ เพือ่ ให้ก๊าซแอมโมเนยี ระเหย
ปรับระดบั ทีใ่ ห้น้าและให้อาหารใหอ้ ยใู่ นระดบั ทีเ่ หมาะสม คือโดยประมาณระดบั แนวหลัง
ไก่ และจาเปน็ ต้องเชด็ ระดบั อยเู่ สมอเปน็ ประจาทกุ วัน (McGahan, E., Gould, N., and Dunlop,
M. Online. 2564) จดบันทึกข้อมลู
3) การจดั การเลี้ยงดไู กอ่ ายุ 36 วนั ถงึ ส่งตลาด ใหจ้ ัดการดังนี้
ใหน้ ้าและอาหารอย่างเต็มท่ี ไมใ่ ห้ขาด เปล่ยี นมาใช้อาหารระยะที่ 3 ปรบั ระดบั ที่ใหน้ ้าและ
ท่ใี หอ้ าหารให้สงู ขนึ้ ใหเ้ หมาะสมกับขนาดไก่ หา้ มให้พน้ื โรงเรือนเปยี ก จดบนั ทกึ ข้อมูล
ทาการติดต่อตลาดเพื่อกาหนดวันจบั ไก่ โดยการจบั ไกส่ ่งตลาด มขี ้ันตอนดังน้ี
ติดต่อผูร้ บั ซื้อเพื่อกาหนดวันจบั ไก่ โดยก่อนกาหนดจบั ไก่ 7 วนั ตอ้ งทาการสุ่มตรวจโรค ดว้ ยการส่มุ
เกบ็ ตัวอย่างจากอุจจาระไกด่ ้วยการก้านสาลีเพ่ือส่งไปตรวจโรค ณ ศนู ยช์ ันสตู รโรคประจาพื้นที่ เม่ือ
ไดผ้ ลการตรวจทไี่ ม่พบโรคใด ๆ จงึ จะดาเนินการจับไกส่ ง่ ตลาดได้โดยตรง และได้ใบเคลือ่ นย้ายไก่จาก
ปศุสัตวป์ ระจาพน้ื ที่
หลงั จากสง่ ไก่รุ่นนี้ออกไป ให้ลา้ งทาความสะอาดโรงเรือนและอปุ กรณ์ พร้อมพน่ น้าฆา่ เช่อื
เอาแกลบวัสดรุ องนอนเดิมทิ้ง เพอ่ื เตรยี มพร้อมสาหรับเลย้ี งไก่รุน่ ถัดไป
70
5. การจดั การสขุ ภาพไก่ไข่
ในปจั จุบันอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ไข่เพ่อื การคา้ มกี ารพฒั นาสายพนั ธไ์ุ ก่ไขจ่ ากเดมิ ทีเ่ ปน็
พันธแ์ุ ท้ ได้ทาการปรบั ปรงุ พันธุแ์ ละผสมพนั ธุ์จนได้ไก่ไข่ลูกผสมในปัจจุบนั จนสามารถสรา้ งรายได้
ให้กับผเู้ ล้ยี งได้เป็นอยา่ งดี การจดั การสขุ ภาพไก่ไขม่ ีการจัดการดงั นี้
5.1 การจดั การไก่เล็ก ไกเ่ ล็กมอี ายุระหว่าง 1 – 8 สปั ดาห์ การจดั การเลยี้ งดูไก่ไข่น้ัน
จะปฏบิ ตั ิเหมอื นกบั การจัดการไกเ่ น้ือโดยจะมีขอ้ แตกตา่ งกันบ้างในรายละเอียด เช่น การตดั ปาก การ
ให้วคั ซีน และการจัดการด้านความสมา่ เสมอของฝงู ไก่ การจัดการไกเ่ ลก็ มีขนั้ ตอนการปฏิบัตดิ งั นี้
1) การจดั การไก่เลก็ ใหจ้ ัดการเหมอื นกับไกเ่ นื้อโดยเลีย้ งแบบปล่อยพนื้
2) ช่วงอายุ 10 วนั ใหท้ าการตัดปากลกู ไก่ครง้ั แรก โดยใชเ้ ครอ่ื งตดั ปากไฟฟ้า ตดั
จงอยปากบนออก ของความยาวปาก ตัดให้ปากบนสัน้ กว่าปากลา่ ง ควรตดั ปากไกใ่ นช่วงอากาศเย็น
หรอื ชว่ งเวลาตอนเยน็ เพื่อลดความเครยี ด ไม่ควรตัดปากลูกไก่หลงั ทาวคั ซีน หลังตดั ปากแล้วควรให้ไก่
กินยาปฏชิ ีวนะ 1 – 2 วัน
3) ทาวัคซีนตามกาหนด
4) จดั หาคอนสาหรับให้ไกน่ อน
5) ตดั ปากไก่คร้ังท่ี 2 ท่ีอายุ 2 เดือน โดยตบแต่งปากไกใ่ ห้เรียบ
5.2 การจดั การไก่ไขใ่ นระยะไก่สาว ไก่สาว คอื ไกท่ ี่มอี ายุระหวา่ ง 2 – 22 สัปดาห์ การ
จัดการชว่ งระยะไกส่ าวมีความสาคญั มากสาหรับการจดั การไก่ไข่ เนื่องจากการจดั การช่วงนี้จะมีผลไป
ถึงการให้ไข่ของแม่ไกด่ ้วย โดยระยะนย้ี งั คงเล้ยี งแบบปลอ่ ยพื้นเหมือนไกเ่ ลก็ แตจ่ ะมีการจัดการที่มี
รายละเอียดเพิ่มขึ้น การจดั การไก่ไข่ในระยะไก่สาวสามารถจดั การไดด้ ังนี้
1) การให้อาหารไก่รุน่ อาจจะใหแ้ บบจากัดเพ่ือไม่ใหไ้ กอ่ ้วนเกินไป
2) ควรมีน้าสะอาดให้กินได้ตลอดเวลา
3) ตรวจสอบนา้ หนักไก่ให้ได้มาตรฐาน
4) ทาวัคซีนตามกาหนด
5) คดั ขนาดไกเ่ พ่ือแยกกลุ่ม ซึ่งทาไดด้ ังน้ี ส่มุ ชง่ั นา้ หนักไกเ่ พอ่ื ทาการแยกกลุ่ม
โดยสุ่มไกจ่ ากพ้ืนท่ีบรเิ วณ 3 – 4 จุด ทาการสมุ่ ไก่มาจานวน 10 % จากจานวนไก่ท้งั หมด ช่ังน่าหนกั
ไกท่ ีส่ ุม่ มาไดแ้ ล้วหานา้ หนกั เฉลี่ย จากน้ันทาการแยกกลุ่มไก่ตามน้าหนกั โดยคดิ จากนา้ หนักท่ีห่างกนั
ทุก ๆ 100 กรัม ทั้งมากกวา่ และน้อยกว่าคา่ เฉล่ีย
5.3 การจดั การเลีย้ งดูไก่ไข่ในระยะให้ไข่ ไก่ไขร่ ะยะให้ไขจ่ ะนับตง้ั แต่อายุ 22 สัปดาห์
ขึ้นไป ระยะนีจ้ ะทาการยา้ ยไก่ไขร่ ่นุ จากการเลีย้ งแบบปล่อยพืน้ ทาการย้ายไก่ขึน้ กรงตับ แต่ถา้ หาก
ตอ้ งการเลี้ยงไก่แบบปลอ่ ยพ้ืนไปตลอดก็ให้จดั เตรียมรังไข่ไว้สาหรบั ให้แมไ่ กข่ ึ้นไปไข่ โดยนาไปตัง้ เรยี ง
71
ไว้ในโรงเรอื น การเลย้ี งไก่แบบปลอ่ ยพน้ื ไมค่ ่อยนิยมเนื่องจากจดั การเร่ืองสุขาภิบาลยาก และตรวจนบั
ปริมาณการไข่ของแม่ไก่ไดย้ ากกวา่ การเลย้ี งบนกรงตบั การจัดการไกไ่ ขร่ ะยะใหไ้ ข่ ปฏิบัติได้ดังน้ี
1) กรงตับทใ่ี ช้เล้ียงอาจจะเป็นกรงตบั ช้นั เดียว 2 ชน้ั หรือ 3 ชั้นก็ได้ แตค่ วรจะ
เลยี้ งไก่ชอ่ งละ 1 ตวั เพ่ือสะดวกในการตรวจโรค และตรวจนบั ปรมิ าณไข่
2) การให้อาหาร เม่ือไก่ให้ไขไ่ ด้ 5 % ตอ้ งให้อาหารแบบเต็มท่เี พื่อเร่งแม่ไก่ให้ไขไ่ ด้
สงู สุด (Peak) โดยเร็ว
3) เมื่อไก่ให้ไข่สงู สดุ แลว้ ใหค้ อ่ ย ๆ ลดปรมิ าณอาหารลงมาที่ 110 – 120 กรัมต่อ
ตวั ตอ่ วนั
4) ใหแ้ สงวนั ละ 16 ช่ัวโมง โดยเปิดไฟเพิ่มในชว่ งเชา้ และหวั คา่
5) หลงั จากนาไกข่ ึน้ กรงตับแล้ว 1 เดือน ใหท้ าการกาจัดพยาธิภายนอก และถ่าย
พยาธิภายใน
6) คดั ไก่ท่ีใหไ้ ข่ไมด่ ีออก โดยการตรวจนับจานวนไข่ของแม่ไก่ทุกตวั
7) ทาวัคซีนตามกาหนด
8) ใหก้ รวดกับแมไ่ ก่เดือนละคร้งั
การเล้ยี งสตั ว์ให้ประสบผลสาเร็จน้ันจะต้องมอี งคป์ ระกอบใหญ่ ๆ 3 ส่วน คอื มีพนั ธุ์สตั ว์ทีด่ ี
มีอาหารที่ดี และมีการจัดการฟารม์ ในทกุ ๆดา้ นท่ีดี ถ้ามีทงั้ 3 สว่ นครบครัน การประกอบอาชพี เลยี้ ง
สัตวก์ ็จะประสบผลสาเรจ็ และไดผ้ ลกาไรสุทธสิ งู สดุ
การจัดการสขุ ภาพสตั ว์เลย้ี ง
1. การฉีดวคั ซีนป้องกันโรคในแมว
โรคติดเชอ้ื อันตรายส่วนใหญ่ที่เปน็ สาเหตุให้แมวปว่ ยได้น้ันเกิดจากเชอ้ื ไวรัส ซ่งึ เม่ือปว่ ยแล้ว
ไมม่ ียารักษาโดยตรง ส่วนใหญ่เปน็ การรกั ษาแบบประคบั ประคอง คือการใหน้ า้ เกลือทดแทนอาการ
ทอ้ งเสยี อาเจยี น หรอื การไม่กินอาหารท่เี กิดข้นึ รอจนร่างกายของแมวสรา้ งภูมิคุ้มกนั ข้ึนมาต่อต้าน
โรคเอง ดังนั้นการปอ้ งกนั โรคใหแ้ มวโดยการฉีดวัคซนี ป้องกัน จึงเป็นส่งิ จาเป็น
โปรแกรมการฉีดวคั ซนี หลัก (ไม่มีวัคซีนใดท่ีปอ้ งกนั โรคได้ 100 %)
แตก่ ารฉีดวัคซีนเป็นการลดความเส่ียงทจ่ี ะเกิดโรค เปน็ การเพิม่ ความตา้ นทานต่อเช้ือโรคให้
แมว ท่เี จ้าของสัตว์สามารถทาได้
ฉดี วัคซีนหัดหวดั แมว : ทอ่ี ายุ 2 เดอื น 3 เดอื น 4 เดือน ทุกปี
ฉดี วคั ซีนพิษสุนขั บา้ : ทีอ่ ายุ 3 เดือน 4 เดือน ทกุ ปี
วัคซีนท่ีสามารถฉีดได้ (แล้วแตเ่ จ้าของสัตว์วา่ จะฉีดให้แมวหรอื ไม่)
72
ถ้าจะฉดี วัคซีนป้องกันมะเรง็ เมด็ เลือดขาวในแมว สามารถฉีดได้ท่ีอายุ 2 เดือน ฉีด 2 ครงั้
ห่างกนั 1 เดือน แต่ตอ้ งตรวจไม่พบเชอ้ื มะเร็งเม็ดเลอื ดขาวในกระแสเลือด
ถา้ ตรวจพบเชอ้ื ในกระแสเลอื ดคอื เป็นโรคแล้วไม่จาเป็นต้องฉีดวัคซนี
แตถ่ า้ ตรวจไม่พบ บอกไม่ได้ว่าเปน็ โรคหรือไมเ่ พราะมีโอกาสท่ีเชอื้ จะหลบอยู่ตามต่อม
นา้ เหลอื งไมอ่ อกมาในกระแสเลอื ด
การฉีดวคั ซีนไม่ทาใหเ้ ป็นโรค แตถ่ ้าแมวมีเชื้อในรา่ งกายแล้วการฉีดวคั ซีนจะไม่ไดป้ ้องกัน
การเปน็ โรค
เล้ียงระบบปิด เปน็ การป้องกันการติดเช้อื โรคที่ดที ส่ี ดุ
ความเชอ่ื ท่ีว่า แมวต้องออกไปเที่ยว ตอ้ งออกไปนอกบา้ นไดเ้ ทา่ นน้ั ถึงจะมคี วามสขุ ได้นั้น
ไมถ่ ูกตอ้ งเสมอไป เพราะการทแี่ มวออกไปนอกบา้ นได้นัน้ ทั้งเสีย่ งต่อการโดนรถชน โดนสนุ ัขกดั เตลิด
ออกไป หาทางกลบั บา้ นไมเ่ จอ หรือเส่ยี งต่อการออกไปเจอแมวจรตวั อื่น ซึง่ แมวสว่ นใหญม่ นี สิ ัยหวงถิ่น
ของตัวเอง โดยเฉพาะแมวท่ียงั ไม่ไดท้ าหมนั ดงั นั้นการออกไปนอกบ้านคอื ความเสี่ยงต่อโดนกดั หลงั
โดนกดั ยงั รบั โรคติดเช้ือไวรสั กลับมาด้วย รวมถงึ โรคพษิ สนุ ขั บ้า โรคเอดส์แมว โรคมะเรง็ เมด็ เลอื ดขาว
ในแมว เปน็ ต้น ออกไปนอกบา้ นยงั เสย่ี งตอ่ การไปติดพยาธภิ ายนอกกลับมาอกี ติดหมัดแมว ติดเหา
แมว ติดไรหู ติดไรข้เี รอ้ื น สรุปคือการเลี้ยงแมวระบบปิด ช่วยลดความเสี่ยงในการตดิ โรค
2. การฉีดวัคซนี ป้องกนั โรคในสนุ ขั
สุนัขจะตดิ คน ต้องการความรัก ตอ้ งการความสนใจ สนุ ขั มีหลายขนาดต้ังแต่เล็ก กลาง ใหญ่
และมีนสิ ัยเด่น ๆประจาแตล่ ะพนั ธดุ์ ้วย ถ้าเลือกสุนัขมาเป็นคใู่ จ ต้องหาที่เข้ากบั สไตล์การใช้ชีวิตของ
เรา แล้วชวี ิตจะง่าย สนุ ขั เปน็ โรคได้คลา้ ย ๆโรคของคน สงสัยจะผูกพันกนั มาก ทั้งโรคเบาหวาน
โรคมะเร็ง หลกั การการดแู ลสุขภาพก็ยงั คล้ายของคนอีกซ่ะสว่ นใหญ่ สมกับการเป็นเพื่อนท่ดี ีท่สี ุดของ
มนุษย์
ก่อนนาสุนัขเข้าบ้าน ควรพาไปตรวจรา่ งกาย เชค็ สุขภาพท่ัวไป วา่ ไมม่ ีเห็บหมดั ไม่มพี ยาธิ
ทางเดนิ อาหาร
ควรทาวัคซีนในช่วงแรก คือ ที่อายุ 2 เดอื นครึ่ง ทาวคั ซีนรวม 5 โรค ทีอ่ อายุ 3 เดือน ทา
วคั ซีนพิษสุนขั บา้
ควรทาหมนั ท่ีอายุ 5 - 7 เดือน
การดูแลประจาปี คอื การทาวัคซนี รวม 5 โรค และทาวัคซีนพษิ สนุ ขั บ้า เป็นประจาทุกปี
3. การป้องกนั พยาธภิ ายนอกในแมว แนะนาใหพ้ าแมวไปหยดหลังดว้ ย Revolution
(Selamectin) เนอ่ื งจากเป็นยาชนิดเดียวที่ปลอดภัยในแมวทส่ี ามารถป้องกนั พยาธทิ ี่แมวสามารถ
73
เปน็ ได้ครอบคลุมทัง้ หมัดแมว เหาแมว ไรหู พยาธิหนอนหวั ใจ (ยาชนิดอ่นื ใหผ้ ลไม่ครอบคลมุ ) แค่
เพยี งหยดหลงั เดือนละครัง้
ยากาจดั เหบ็ สนุ ขั ส่วนใหญ่เป็นพษิ ต่อแมว
ทส่ี าคัญ แมวไม่เป็นเห็บสุนัข
อยา่ หลงเช่ือคาโฆษณา หรือฉลาก หรือ อย. ยาในเมืองไทยออกมาวางขายในท้องตลาดง่าย
มาก มีท้ังยาเถ่ือน ยาทีม่ ี อย. แตไ่ ม่มกี ารทดสอบความเป็นพษิ ในแมว เนื่องจากสารเคมีทีม่ ีฤทธิ์กาจัด
เห็บสุนขั ไดส้ ามารถกาจัดหมดั แมวได้ด้วย ดังน้นั จงึ แปะฉลากว่ากาจัดเห็บหมดั และเขียนว่าใชไ้ ด้ใน
สนุ ัขและแมว ท้ัง ๆทเ่ี ป็นพิษตอ่ แมว เหน็ ได้ทวั่ ไปทั้งแชมพู แป้ง ปลอกคอ ยาหยดหลัง ยากนิ ดังน้นั
ก่อนใชย้ าในแมวทุกครงั้ ต้องปรึกษาสตั วแพทย์
สาร Permethrin ซ่งึ เป็นสารที่มกั พบในแชมพูกาจัดเห็บสุนขั แป้งกาจดั เห็บสุนัข ยาหยด
หลงั กาจัดเห็บสนุ ขั ปลอกคอกบั เหบ็ สุนัข สุนัขสามารถใช้ไดอ้ ย่างปลอดภัย แตเ่ ปน็ พิษร้ายแรงต่อแมว
อาการ แมวจะมีอาการกลา้ มเนื้อกระตุก สั่น ชัก ตาย
การอาบน้ากาจดั หมัดและเหา
หา้ มอาบน้าแมวท่ีอายนุ ้อยกวา่ 3 เดอื น หรอื ไม่เคยฉีดวัคซีน
ถ้าเจา้ ของไมก่ ังวลนกั เรื่องขน แนะนาใหโ้ กนขนออกแลว้ เก็บขนทงิ้ จะงา่ ยที่สุด
เนอื่ งจากแมวผิวบอบบาง แพ้งา่ ย และแมวมนี ิสยั เลยี ทาความสะอาดขนตัวเองไมแ่ นะนาให้
ใช้แชมพู แปง้ ท่ผี สมสารเคมีกาจดั เห็บหมัดทุกชนิด ส่วนใหญ่จะมสี าร Permethrin และแมวมนี ิสยั
เลยี ทาความสะอาดตัวเอง จะไดร้ ับยาซง่ึ เป็นสารเคมสี าหรับใชภ้ ายนอกหา้ มรับประทานเข้าไปได้ ควร
อาบด้วยนา้ อนุ่ กเ็ พียงพอหรือใช้แคแ่ ชมพูออ่ น ๆท่ีไม่มสี ารเคมีกาจัดเห็บหมัดก็เพยี งพอแล้ว เหาแมว
และหมัดแมวจะจมน้าตาย หรือนาหมัด เหาท่ยี งั มชี ีวติ ที่ออกมาจากตวั แมวเอาไปใสภ่ าชนะอกี ใบท่ใี ส่
น้ารอ้ นจัด ต้องกาจัดหมดั และเหาทสี่ ิ่งแวดล้อมด้วย สาคญั มาก สามารถ ใชน้ า้ รอ้ นจดั ทาความสะอาด
บรเิ วณทีแ่ มวนอน กรง ที่นอน สง่ิ ของทุกอย่างของแมว สามารถใชย้ ากาจดั หมัดทีส่ ่งิ แวดลอ้ มได้ แต่
หา้ มใหแ้ มวสัมผสั โดนยาอยา่ งนอ้ ย 24 ชั่วโมง
3.1 หมดั แมว (Flea)
วิธีสังเกตง่าย ๆ หมดั แมวจะเดินเร็ว ๆ กระโดดได้ หมัดแมวตวั เมยี ออกไข่ชัว่ โมงละ 1 ฟอง
ดงั นน้ั สามารถออกไข่ได้ถงึ 2,000 - 8,000 ฟอง ไขห่ มดั และตวั อ่อนหมดั จะหลน่ อย่ใู นสิง่ แวดลอ้ ม
ใกลบ้ รเิ วณท่แี มวนอน ไข่หมัดและตวั อ่อนหมัดจะไม่ชอบแสง จะไปแอบอย่ตู ามซอกพื้น ซอกพรม
ตอ้ งดูดฝุ่นทุก 1 – 7 วัน ในชว่ งแรก ทาต่อเนอื่ งประมาน 2 เดือน เพราะไขห่ มัดสามารถอยูใ่ น
ส่ิงแวดลอ้ มได้ถงึ 2 ปี
74
ภาพท่ี 5.2 หมัดแมว
ทม่ี า: (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
แมวมีโอกาสเป็นพยาธติ วั ตืด ถา้ กนิ หมดั แมวท่ีมีพยาธเิ ขา้ ไป ดังน้ันควรพาแมวทม่ี หี มดั ทุก
ตวั ไปถา่ ยพยาธติ วั ตืด ควรปรกึ ษาสัตวแพทย์เพราะต้องใช้ยาทถ่ี า่ ยพยาธิตัวตืดโดยเฉพาะ ซ่ึงจะ
แตกต่างจากยาถ่ายพยาธิทัว่ ไป
แพน้ า้ ลายหมัด เป็นได้ทั้งในแมว สนุ ขั และคน
อาการในแมว สนุ ขั : คือขนร่วงโดยเฉพาะช่วงโคนหาง เพราะสัตว์กดั ไมถ่ ึงหมัดจึงมักไปอยู่
บรเิ วณนั้นเป็นสว่ นใหญ่ คันมาก แดง
อาการในคน: อาการ คนั มาก ขึ้นตุม่ แดง
3.2 เหาแมว (Lice)
ภาพที่ 5.3 (ซา้ ย) เหาแมว ขนาดประมาน 1 – 1.5 มิลลเิ มตร
(ขวา) ไขข่ องเหาแมวทีเ่ กาะอย่บู นเส้นขน ไข่เหาขนาดประมาณ 0.7 มลิ ลิเมตร
ท่ีมา: (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
วิธีสงั เกตงา่ ย ๆ เหาแมวจะเกาะแนน่ อยบู่ นเสน้ ขนของแมว เหน็ เหมือนเป็นสะเกด็ สีขาว
ขนาดเล็ก เกาะโอบรอบเสน้ ขน
3.3 ไรหู (Ear mite)
ไรหมู องไมเ่ หน็ ดว้ ยตาเปล่า แมวจะมอี าการสะบดั หู เกาหู ทรมานมาก ถา้ มีเยอะมาก คัน
มาก สนุ ัขแมวจะเกาจนขนร่วงรอบ ๆ หู ให้สงั เกตดูถา้ สุนัขแมวมขี ้หี ดู า ๆ น้าตาล ๆ เยอะมากในรูหู
ให้รบี พามาพบสัตวแพทย์ ให้หมอลา้ งหู และเอาขีห้ ูไปส่องกล้องจุลทรรศน์ดวู ่ามตี วั ไรหูอยูห่ รือไม่ ไม่
75
ต้องรอจนหูอกั เสบเพราะตวั ไรหจู ะขยายพนั ธุอ์ ย่ใู นรหู ูสุนัขแมว และไชลกึ เข้าไปเร่อื ยจากหชู ั้นนอกเขา้
ไปหชู ั้นกลางซ่ึงทาใหก้ ารรกั ษายง่ิ ยากขึ้น
ภาพท่ี 5.4 ไรหู เมื่อส่องใต้กล้องจลุ ทรรศน์ ขนาดของไรหูประมาน 300 ไมครอน (µm)
ที่มา: (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
การกาจดั หมัดแมว เหาแมว ไรหู ตอ้ งทาพร้อมกันทุกตัวในบา้ น และถ้าแมวออกไปนอก
บ้านได้ ต้องใชย้ าป้องกนั เป็นประจาทกุ เดือน
ข้อควรระวัง : ยาอนั ตรายในแมว แมวแพ้ยาหลายชนิดมาก แมวแพย้ าคน แมวแพ้ยาสนุ ัข
ขนาดหมอเองจะให้ยาแมวยงั ต้องระวัง ยาที่ให้ในสุนัขไดห้ ลายตัวก็ใชใ้ นแมวไมไ่ ด้ หา้ มให้พาราเซตา
มอนในแมวเด็ดขาด หา้ มใช้ยากาจัดเหบ็ สนุ ัขทุกชนิดในแมว หา้ มใช้ยาคมุ ในแมว
การฉีดยาคุมจะทาใหแ้ มวเปน็ มดลูกอักเสบเกิดการขยายใหญ่ของมดลูกจากการท่ีมหี นอง
บรรจุอยภู่ ายใน จากการติดเชื้อแบคทีเรยี และถา้ ฉีดยาคุมแมว ตอนทแ่ี มวท้องไปแล้ว แม่แมวอาจ
ตายทงั้ กลม หรือลูกแมวตายยกครอก อีกท้ังการฉดี ยาคุมจะต้องฉีดทกุ 3 เดือน ตลอดชีวิต ปจั จุบนั
สตั วแพทยจ์ งึ ไมฉ่ ดี ยาคมุ แตแ่ นะนาให้พาสนุ ขั และแมวมาทาหมัน
4. การป้องกนั พยาธิภายนอกในสนุ ัข
4.1 เห็บ (Tick) เหบ็ อาศัยอยู่ในสิ่งแวดลอ้ ม ใกล้ ๆบริเวณที่สนุ ัขอยู่ โดยเฉพาะบริเวณ
ที่ชน้ื ๆ ตามซอกผนงั ซอกพรม ซอกบ้าน เหบ็ จะกระโดดขึ้นไปดูดเลือดสุนัข แล้วกลบั ลงมาท่ี
สิง่ แวดลอ้ ม เพื่อลอกคราบเจรญิ เตบิ โตเปน็ ตวั ทใี่ หญ่ข้นึ ทาอยา่ งนี้ทงั้ หมด 3 รอบ ซึ่งอาจเป็นสนุ ขั ตวั
เดยี วกนั หรือสุนขั ตัวอ่ืนกไ็ ด้
วงจรชวี ติ เห็บ ประมาณ 2 เดือน โดยเห็บทไี่ ม่ดดู เลอื ด สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานถึง
2 ปี เห็บตัวผู้จะสีนา้ ตาลและตวั เล็กกว่าเหบ็ ตัวเมียซ่งึ มสี เี ทา เหบ็ ตวั เมยี จะตัวอว้ นใหญ่กว่า ลกั ษณะ
เหมือนลกู หยี ในทอ้ งเหบ็ ตัวเมีย มไี ข่ไดถ้ ึง 8,000 ฟอง ดังน้ันคอื แนะนาวา่ อย่าบีบ หยบิ ออกแลว้ ให้ใส่
ในขวดแอลกอฮอล์
76
ภาพท่ี 5.5 เหบ็ มีขนาดได้ต้ังแต่ 1 – 12 มลิ ลิเมตร ขน้ึ กับระยะการเจรญิ เตบิ โต
ท่มี า: (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
วธิ ีกาจัดเห็บ กาจดั เห็บบนตวั สนุ ัข มหี ลายรูปแบบ ขึน้ กับตัวยา สามารถใช้ร่วมกันได้ ถา้
ไมใ่ ช่ตวั ยาชนิดเดียวกนั การใชย้ าควรปรึกษาสตั วแพทย์ก่อนใชท้ ุกครัง้ และศึกษาวิธกี ารใช้จากฉลาก
ยาใหล้ ะเอยี ดก่อนใช้ทกุ ครัง้
จากรายงานพบว่า เห็บทก่ี ระโดดขึ้นไปบนตวั สุนขั สามารถปลอ่ ยเช้ือพยาธิเมด็ เลอื ดได้
ภายในไมก่ ี่ชว่ั โมง (Fourie, J. 2013 : 595 – 603)
ยากนิ ยาฉีด หรือยาหยดหลงั มโี อกาสดือ้ ยา จากรายงานพบว่า ยากนิ ยาฉีด ยาหยดหลงั มี
โอกาสด้อื ยา ดังนั้นคือต้องใช้ยาสลบั กนั ไป ไมใ่ ช่ว่าใช้ยากนิ ยาฉีด ยาหยดหลัง อย่างเดียวเรอ่ื ย ๆ
ต้องประเมินดูวา่ ยงั ได้ผลอยูห่ รอื ไม่
ยากินเป็นยาชนิดใหม่ กาจัดเหบ็ ได้ดี แต่เร่มิ มีรายงานผลข้างเคียงต่อระบบประสาทในสนุ ัข
บางตัว
ยาหยดหลงั ส่วนใหญย่ าจะไปกับไขมันบนร่างกาย ดงั น้นั ห้ามอาบนา้ 2 วนั ก่อนและหลัง
หยดหลัง ยาหยดท่หี ลงั คอก็คือใหแ้ หวกขนออก ใหห้ ยดยาลงไปโดนผวิ หนงั แลว้ ต้องท้งิ ไว้ระยะเวลา
หน่ึงให้ยาดูดซมึ เขา้ ไปในรา่ งกายสนุ ัข หา้ มสมั ผสั โดนบริเวณทหี่ ยดยา
ยาฉดี ควรฉดี กับสตั วแพทยเ์ ทา่ นนั้ ถา้ ให้ยาผดิ ขนาด สนุ ัขจะมีอาการทางระบบประสาท
ตาบอด ชัก เสียชีวติ ได้
ยากาจดั เห็บภายนอกแบบผสมนา้ เช่น ย่หี อ้ ไบติคอล ตวั ยาคืออะมทิ ราซ ใช้ 1 ซีซี ผสมน้า
1.5 ลิตร ใชร้ าดบนตวั สนุ ขั ได้ ยาภายนอกหา้ มโดนตา อย่าให้สุนขั เลยี แตว่ า่ ถ้าแห้งแล้วไมเ่ ป็นไร ไม่
ต้องล้างออก ให้แห้งไปกบั สุนัข และก็ต้องทาทุกอาทิตยอ์ ย่างตอ่ เนื่อง ข้อยกเวน้ หา้ มใช้อะมทิ ราซ ใน
สนุ ัขพันธช์ ิวาว่า (British Small Animal Veterinary Association. 2011 : 17 – 18)
ยากิน ยาฉีด ยาหยดหลัง ไม่ได้กันไม่ใหเ้ ห็บไมม่ าข้นึ เห็บต้องดดู เลือดสนุ ขั ถึงจะได้รับยาไป
แลว้ ไปแหง้ ตาย ภายใน 24 ช่ัวโมง ซ่งึ เหบ็ อาจปลอ่ ยเชื้อพยาธิเมด็ เลือดไปแลว้ ก็ได้ ยากาจดั เหบ็
ภายนอกทส่ี ่งิ แวดล้อม ย่ีหอ้ ไบติคอล ตัวยาคืออะมิทราซ ใช้ 1 ซซี ี ผสมนา้ 1.5 ลติ ร ราดบ้าน อยา่ ให้
สนุ ขั เลีย แตว่ ่าถา้ แห้งแลว้ ไมเ่ ป็นไร ไม่ต้องลา้ งออก ให้แหง้ ไปกับพน้ื ผวิ และก็ตอ้ งทาทุกอาทติ ย์อยา่ ง
77
ต่อเน่อื ง ข้อยกเวน้ ห้ามใช้อะมทิ ราซในสนุ ขั พันธช์ ิวาวา่ ควรกาจัดเห็บให้ครบวงจร อย่างน้อย 2
เดือน ถ้ามีเห็บเยอะก็ทาจนกวา่ จะไม่เหน็ เหบ็ เลย
4.2 พยาธหิ นอนหัวใจ
ภาพที่ 5.6 พยาธิหนอนหัวใจ (Heart worm) ตวั โตเต็มวยั จะอาศยั อยู่ในหวั ใจสุนขั หรือแมว
ทีม่ า : (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
สุนัขและแมวสามารถติดโรคพยาธิหนอนหัวใจได้จากโดนยุงที่มีเช้อื พยาธิหนอนหัวใจกัด ที่
น่ากลัวคือโรคนี้เป็นภัยเงียบ มักไม่แสดงอาการ จนหลายปีผ่านไป เมื่อพยาธิขยายขนาดตัวยาวจน
ขัดขวางหลอดเลอื ดในปอด หรือในหัวใจ
1) อาการ สนุ ัขหรือแมวอาจแคแ่ สดงอาการไอ หรอื เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะในแมว
เพราะหัวใจแมวมขี นาดเล็กมาก มีพยาธิอยู่แค่ 1 - 2 ตัวก็อุดหวั ใจ ทาให้หัวใจวายตายเฉียบพลนั ได้ อยู่
ดี ๆตายโดยทเ่ี จา้ ของไมท่ ราบสาเหตุ
2) การป้องกัน ยาป้องกันโรคพยาธิหนอนหวั ใจมหี ลายรปู แบบทง้ั แบบฉีด แบบกนิ
แบบหยดหลงั โดยขนาด และความถีใ่ นการให้ขึน้ กับชนิดของยา การเลือกใช้ยารูปแบบใดข้นึ กบั ชนิด
ของสัตว์ รปู แบบการเลย้ี งดู ความสะดวกของเจ้าของ ดงั น้ันควรปรึกษาสตั ว์แพทย์ก่อนการให้ยาทุก
ครง้ั
5. การทาหมันแมว
มปี ระโยชน์หลายดา้ นทงั้ ต่อสุขภาพของแมว เป็นการปอ้ งกันโรคตดิ เช้อื ปอ้ งกนั โรคทาง
ระบบสืบพันธ์ุ
การทาหมนั แมว ช่วยให้แมวแขง็ แรง เพราะมีโอกาสตดิ โรคติดเชอ้ื ลิวคเี มยี เอดส์แมว หวดั
แมวหดั แมว ลดลง ซ่ึงตดิ ต่อจากการสัมผัสใกลช้ ิด คอื ชว่ งที่แมวติดสัด
แนะนาให้ทาหมนั แมวตัวเมยี กอ่ นเป็นสัดครัง้ แรก คอื ทอ่ี ายุ 4 - 5 เดอื น จะชว่ ยปอ้ งกัน
การเปน็ มดลูกอักเสบ และช่วยลดโอกาสเป็นมะเรง็ เตา้ นมได้ถึง ร้อยละ 86 (Schneider, R. 1969 :
1249 - 61)
78
แมวตัวเมยี ท่ไี มท่ าหมันมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมถึง ร้อยละ 27.5 (Howe, M. 2015 :
171 – 180)
ท่ีสาคัญคือ การทาหมนั แมว ช่วยให้แมวอารมณ์ดี เพราะชว่ งตดิ สัด ฮอรโ์ มนเพศพุ่งพร่าน
แนะนาให้ทาหมนั แมวตวั ผู้ กอ่ นออกไปตดิ สัดนอกบ้าน คือทอ่ี ายุ 4 - 5 เดือน จะลดความ
ก้าวร้าว ลดการออกไปเทย่ี วนอกบา้ น ลดการฉีส่ เปรย์ไมเ่ ป็นท่ี
ทส่ี าคัญคือ ผลของการไม่ทาหมนั แมวคือ เวลาแมวติดสดั เจา้ ของสตั วจ์ ะโดนกวนไม่ไดห้ ลบั
ไม่ได้นอนเลย เพราะแมวจะงุ่นง่าน รอ้ งเสียงดงั กวนเจ้าของสัตว์ตลอด และแมวตดิ สดั ได้ตลอดทั้งปี
ต้องทาหมนั ทัง้ ตวั ผูแ้ ละตวั เมียติดสดั แล้วกระวนกระวายฮอรโ์ มนเพศพรุง่ พร่าน
วงจรการเปน็ สัดของแมวขึ้นกับแสงแดด
ซึ่งบ้านเรามแี สงแดดตลอดท้ังปี แมวกลับสดั ไดท้ ั้งปี
แมวทอ้ งแค่ 2 เดือน
หลงั คลอด 1 เดือน แมวกลบั สดั ทอ้ งไดอ้ ีกแล้ว
ดังนนั้ ถา้ ไม่ทาหมัน 1 ปี แมวสามารถท้องได้ 4 รอบ
ดงั น้ัน หลงั คลอดนบั ไปแค่ 1 เดือนพอดี ต้องรบี พามาทาหมนั ไม่งน้ั ท้องได้อีกแลว้ ไมต่ ้อง
รอหย่านม ลกู แมวอายุ 1 เดือน ฟนั ขึ้นแล้วสามารถใหอ้ าหารเปยี กหรอื อาหารเมด็ เล็ก ๆ ไดแ้ ล้ว
6. การทาหมนั สนุ ัข
การทาหมันชว่ ยปอ้ งกันโรคได้ดีท่ีสดุ
สนุ ขั ทุกตวั ที่ไมท่ าหมันมโี อกาสเป็นมดลูกอักเสบถึง ร้อยละ 58 (Howe, M. 2015 : 171
– 180)
ถา้ สนุ ขั ไมส่ บาย ขณะที่มีอายุมากขึน้ จะมโี อกาสตายสูงข้นึ เนอื่ งจากภาวะติดเชอ้ื ในกระแส
เลอื ด บางตวั มดลูกแตกหนองทะลักมาอยู่ในชอ่ งท้อง ค่าใช้จ่ายในการรักษาและผา่ ตัดจะสงู ขึน้ 3 - 5
เทา่ แพงกวา่ การผา่ ตดั ทาหมันตอนอายนุ ้อย ทส่ี ุขภาพแข็งแรงดี และฟีน้ ตัวเร็ว
แนะนาให้ทาหมันสุนขั ตวั เมีย ก่อนเป็นสดั ครัง้ แรก คือที่ อายุ 5 เดอื น ช่วยลดโอกาสเปน็
มะเร็งเต้านมได้ถึง รอ้ ยละ 95
สนุ ัขตัวเมียทไ่ี มท่ าหมนั มีโอกาสเปน็ มะเรง็ เต้านมถึง รอ้ ยละ 55
การรกั ษามะเร็งเตา้ นม คลา้ ยของคนคือตอ้ งตัดออกใหก้ ว้างเทา่ ทจ่ี ะเป็นไปได้ โดยเฉพาะ
อยา่ งย่ิงสุนขั มเี ต้านม 5 คู่ แผลจะกวา้ งมาก การดูแลแผลลาบาก เจ็บปวดทรมานมาก แถมสว่ นใหญ่
มาพบหมอช้าเกนิ ไป มะเร็งได้กระจายไปทีป่ อด หรอื ไปที่อวยั วะอ่นื ๆ แล้วจงึ ไม่มที างรักษาให้
หายขาด รอวันตาย
โรคทีส่ ามารถติดไดจ้ ากการผสมพนั ธุท์ คี่ วรระวังคือ โรคแท้งตดิ ต่อ และโรคมะเร็งทางระบบ
สบื พันธุท์ ี่ติดจากการสมั ผัสซง่ึ ลกั ษณะของก้อนจะคล้ายดอกกะหล่าพบได้ท่ีบริเวณอวัยวะของตวั ผูแ้ ละ
79
ตัวเมีย อาจพบได้ที่บรเิ วณจมูกของตวั ผ้เู พราะตัวผจู้ ะมนี ิสยั ทจ่ี ะดมตรงบรเิ วณอวัยวะเพศกอ่ นผสม
พนั ธ์ุ
แนะนาให้ทาหมันสนุ ขั ตวั ผู้ สามารถทาได้ ตัง้ แต่อายุ 5 เดือนช่วยลดพฤตกิ รรมก้าวร้าว
ช่วยลดการฉีส่ เปรย์ และป้องกันการเกดิ โรคตอ่ มลูกหมาก
สนุ ขั ตัวผู้ทไี่ ม่ทาหมัน ตอนอายุมากกว่า 6 ปี มโี อกาสเป็นโรคตอ่ มลูกหมากถงึ ร้อยละ 80
(Howe, M. 2015 : 171 – 180)
ขอ้ ยกเวน้ : การทาหมนั สาหรับสุนัขสายพนั ธุ์แท้ ขนาดใหญ่
สุนขั สายพนั ธ์แุ ทข้ นาดใหญ่ น้าหนักเกิน 25 กโิ ลกรมั เชน่ โกลเดน้ รที รีฟเวอร์ (Golden
Retriever) ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ รอตไวเลอร์ ไซบเี รยี นฮกั กี้ (Siberian Husky) เยอรมันเชฟเฟริ ด์
อเมรกิ ัน พิทบูลเทอร์เรยี และอน่ื ๆ
สุนัขพันธแุ์ ท้พวกนี้โดยปกติแลว้ มโี อกาสเปน็ โรคมากกว่าสุนัขพันธผุ์ สมอ่นื ๆ เน่ืองจากการ
ผสมพันธใ์ุ ห้ไดส้ ายเลือดพนั ธุ์แทจ้ ะมาพร้อมกบั อตั ราเสีย่ งท่จี ะมียีนด้อยแสดงออกมา
สุนัขพันธแ์ุ ทข้ นาดใหญ่ จงึ มาพรอ้ มกับโอกาสเกดิ โรคเฉพาะของพันธ์ุน้ัน ๆ เชน่ โรคข้อ
สะโพกเส่ือม
การจะทาหมันหรือไม่ ในสนุ ัขพันธ์แุ ท้ขนาดใหญ่ ข้นึ อยกู่ บั เจา้ ของต้องพจิ ารณาเอาเอง
ระหวา่ งโอกาสเปน็ มะเรง็ เตา้ นม รอ้ ยละ 55
โอกาสเปน็ มดลูกอักเสบ รอ้ ยละ 58
โอกาสเป็นโรคต่อมลกู หมาก รอ้ ยละ 80
โอกาสเป็นมะเรง็ กระดูก ร้อยละ 2.2
เพราะดว้ ยโครงสรา้ งทีใ่ หญ่ และกระดกู ท่ีใหญ่ สุนัขสายพนั ธ์แุ ทข้ นาดใหญ่ จึงมีโอกาสเป็น
มะเรง็ กระดูกได้มากกวา่ สนุ ขั พนั ธ์ุอ่นื ซงึ่ จากรายงานพบวา่ สุนขั พนั ธุแ์ ทข้ นาดใหญ่ ท่ีทาหมนั ตอนอายุ
น้อยเกนิ ไปมีโอกาสเปน็ มะเร็งกระดูกมากกวา่ ไมท่ า (Cooley, M. 2002 : 1434 - 1440) จึงแนะนา
ว่าถ้าจะทาหมนั ใหร้ อหลงั โครงสรา้ งร่างกาย โครงสรา้ งกระดูกเจริญเตบิ โตเตม็ ท่ี คอื อายุประมาณ 2
ป+ี
สาหรับตวั เมียแนะนาให้ทาหมนั หลงั เป็นสัดคร้ังแรกไปแล้ว ก่อนเปน็ สัดรอบที่สอง ซ่งึ ยงั
ช่วยลดโอกาศเปน็ มะเรง็ เต้านมได้อย่ทู ีร่ อ้ ยละ 92 (Schneider, R. 1969 : 1249 - 61)
ถา้ ไม่ทาหมัน แนะนาให้พาไปตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจสขุ ภาพทุกปี สงั เกตอาการ
ผิดปกติ การฉ่ี สง่ิ คัดหลงั่ จากชอ่ งคลอด หมั่นคลาเต้านม และรบี พาไปรับการรักษาแตเ่ น่ิน ๆ
80
คาถามท้ายบทท่ี 5
1. ให้นักศึกษาอธิบายความหมายของ การทารณุ กรรม
2. ใหน้ ักศึกษาอธบิ าย บทลงโทษของการทารณุ กรรมสัตว์
3. ใหน้ ักศึกษาอธบิ ายหลกั การของการจัดการสุขภาพสตั ว์
81
เอกสารอา้ งองิ
พระราชบญั ญตั ิ ป้องกนั การทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสตั ว์ พ.ศ. 2557. (26 ธันวาคม 2557).
ราชกจิ จานุเบกษา. เลม่ 131 ตอนท่ี 87ก. หน้า 4 - 21.
ทมี ข่าวเฉพาะกิจไทยรฐั ออนไลน.์ (27 ม.ค. 2558). จริงหรือคนเสียเปรียบ ! ก.ม.คุ้มครองสตั ว์ EP.2
ไขข้อกังขา เตะหมาปอ้ งกันตวั ผิด-ไมผ่ ิด?
http://www.thanaiphorn.com/content.php?type=5&id=195
มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครสวรรค์. (20 ต.ค. 2564). หลกั การเลี้ยงสตั ว.์
http://elearning.nsru.ac.th/web_elearning/animals/
โรงเรียนมารดานฤมลนครสวรรค.์ (20 ต.ค. 2564). การจดั การเลี้ยงดไู กเ่ นือ้
http://www.mandanarumol.ac.th/index.php
Food and Agriculture Organization of the United Nations. (20 ต.ค. 2564). Farmer's
Hand Book on Pig Production.
http://www.fao.org/ag/againfo/themes/documents/pigs/handbook%20on%2
0pig%20production_english%20layout-vietanm-draft.pdf
Geenty, K., and Morris, S. (20 ต.ค. 2564). Guide to New Zealand Cattle Farming.
https://beeflambnz.com/knowledge-hub/PDF/guide-new-zealand-cattle-
farming.pdf
McGahan, E., Gould, N., and Dunlop, M. (20 ต.ค. 2564). Best Practice Litter
Management Manual for Australian Meat Chicken Farms.
https://agrifutures.com.au/wp-content/uploads/2021/04/21-022.pdf
82
83
แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 6
หวั ขอ้ เนอื้ หาประจาบท
1. หลักการพยาบาลสัตว์
2. การใหบ้ รกิ ารทางด้านสตั วแพทยแ์ ละการพยาบาลสัตว์
วตั ถปุ ระสงค์เชงิ พฤติกรรม
หลังจบการเรยี นการสอนบทนแ้ี ล้วผูเ้ รยี นมีความสามารถดังนี้
1. นักศกึ ษาสามารถอธิบายขัน้ ตอนการใหบ้ ริการทางดา้ นสัตวแพทย์และการพยาบาลสัตว์
ได้
2. นกั ศึกษาอธิบายขนั้ ตอนการจับบงั คับสัตวไ์ ด้
วิธีสอนและกจิ กรรมการเรียนการสอนประจาบท
1. ศึกษาเอกสารประกอบการสอนบทท่ี 6
2. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามท่ีได้รบั มอบหมาย
3. อภิปรายร่วมกันโดยเนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ
4. ศึกษาจากตวั อยา่ งผลงานทางวชิ าการ และกรณีศกึ ษา
สอื่ การเรียนการสอน
1. เอกสารประกอบการสอน
2. ใช้สอ่ื เทคโนโลยีมาช่วยในการสอน รวมถึง Power point slides, Google class
room, Google slides, QR-code, Kahoot, Quizizz
การวัดผลและประเมินผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมในชนั้ เรยี น และการมีสว่ นร่วมในชัน้ เรียน
2. ประเมนิ ผลจากการมีปฏสิ ัมพันธ์ของนกั ศึกษาท่ีแสดงถึงความเข้าใจในบทเรียน
3. ประเมินผลจากการสอบไล่ประจาภาคการศึกษา
84
85
บทท่ี 6
หลักการพยาบาลสัตว์
ในการเรียนการสอนวิชาการจัดการสุขภาพสตั วน์ ี้ หลังจากผู้เรยี นทราบถงึ หลักการโดยรวม
ของการจัดการสุขภาพสตั ว์ว่า หลักการในสัตว์ปศสุ ัตวจ์ ะมุง่ เนน้ ถึงเรอื่ งความปลอดภัยทางชวี ภาพ การ
ออกแบบผงั ฟาร์ม และการจัดการฟาร์มให้ตรงตามมาตรฐานฟาร์มที่มกอช.เปน็ ผู้กาหนด รวมถงึ ต้องมี
มาตรการในการป้องกัน ควบคุม โรคระบาดสัตว์ เพ่ือป้องกันการตดิ เช้ือในฟาร์มสตั ว์ ซ่ึงอาจทาใหเ้ กิด
ความเสียหายทางเศรษฐกิจได้ นอกจากนัน้ ยังมีกฎหมายและข้อบังคับทเ่ี กีย่ วกับการจัดการสุขภาพ
สตั วป์ ศุสตั ว์ รวมถงึ กฎหมายและข้อบังคับทีเ่ กี่ยวกบั การจัดการสขุ ภาพสตั วเ์ ลี้ยง ซ่งึ เจ้าของสตั ว์
จาเป็นต้องทราบและปฏบิ ตั ิตาม
นอกเหนือจากการจัดการสุขภาพสัตว์ในสัตว์ปศุสัตว์ ที่มักคานึงถึงการสุขาภิบาลและ
มาตรฐานสินค้าการเกษตรเป็นส่วนสาคัญแล้ว ในส่วนของการจัดการสุขภาพสัตว์ท่ัวไปเมื่อสัตว์แสดง
อาการป่วยขึ้น ทั้งในส่วนของสัตว์เศรษฐกิจ หรือสัตว์เล้ียง การป้องกันโรคย่อมมีความสาคัญสูงสุด
และสามารถทาได้ง่ายกว่าเม่ือสัตว์แสดงอาการป่วยแล้ว แต่หากหลีกเล่ียงไม่ได้แล้วพบว่ามีสัตว์ป่วย
เกิดข้ึน ควรทาการแยกสัตว์ตัวนั้นออกจากฝูงเพ่ือมาทาการสังเกตอาการและทาการรักษาได้อย่าง
ใกล้ชดิ และปอ้ งกนั การติดเชอื้ โรคไปสฝู่ ูง หรอื ในกรณที ่เี ปน็ สตั วเ์ ล้ียงในบ้านแต่เลีย้ งไว้หลายตวั ก็ควร
ทาการแยกสัตว์ท่ีแสดงปว่ ยไว้บริเวณหนง่ึ เช่นกนั จากน้นั ให้แจง้ สัตวแพทยป์ ระจาฟาร์ม หรอื พาไปพบ
สัตวแพทย์ ในบทเรียนน้ีจึงขอกล่าวถึงขั้นตอนการให้บริการทางสัตวแพทย์โดยองค์รวมในส่วนของ
การพยาบาลสัตว์ ที่ประกอบด้วย การซักประวัติ ตรวจร่างกาย การให้การรักษา การติดตาม
ผลการรักษา ซึ่งโดยรวมแล้วเป็นหลักการเดียวกันท้ังในสัตว์เศรษฐกิจและสัตว์เลี้ยงเพื่อให้ผู้เรียน
เข้าใจพื้นฐานเบ้ืองต้นว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง เม่ือสัตว์เกิดความเจ็บป่วยขึ้น ว่าสัตว์จะได้รับบริการ
ทางการสัตว์แพทย์ ท้ังการพยาบาลสัตว์ และการรักษาจากสัตวแพทย์อย่างไร จะมีส่วนท่ีแตกต่างใน
เร่ืองของรายละเอียดปลีกย่อยท่ีเป็นลักษณะเฉพาะของสัตว์แต่ละชนิด ที่ทาให้วิธีการในการ
ดาเนินงานต่างกัน เช่น เทคนิคการจับบังคับสัตว์ ซ่ึงแตกต่างกันตามชนิดสัตว์เน่ืองจากความแตกต่าง
ของสรีระสัตว์ พฤตกิ รรมสัตว์
86
การใหบ้ รกิ ารทางดา้ นสตั วแพทย์และการพยาบาลสัตว์ (Ackerman, N. and Aspinall, V.
2016)
การให้บรกิ ารทางดา้ นสัตวแพทย์และการพยาบาลสัตว์ เม่ือมสี ัตวป์ ว่ ยมาเข้ารบั การบริการ
ทส่ี ถานพยาบาลสัตว์ (คลินกิ หรือ โรงพยาบาลสัตว์) หรอื หากเป็นสัตวเ์ ศรษฐกิจ จะเปน็ หนา้ ทข่ี อง
สัตวแ์ พทยท์ ี่จะไปเขา้ ไปทาการตรวจทฟี่ าร์มโดยตรง การให้บริการทางด้านสัตวแพทย์และการ
พยาบาลสตั ว์ประกอบด้วยหลายขน้ั ตอน
โดยข้ันตอนการดูแลสัตว์และเจ้าของสัตว์ จะเร่ิมตั้งแต่การเริ่มให้คาปรึกษาโดยสร้ าง
ความสัมพันธ์อันดีทั้งกับเจ้าของสัตว์ เจ้าของฟาร์ม คนเล้ียงสัตว์ และตัวสัตว์ ซักถามระบุสาเหตุ
เหตผุ ลที่มาของรบั คาปรึกษา จากนนั้ จะเป็นขน้ั ตอน
1. การซักถามข้อมลู ต่าง ๆ เช่น ประวัติทว่ั ไป ประวัติอาการปว่ ย ประวัติการเลย้ี งดู และ
ขอ้ มูลอื่น ๆ
2. การตรวจร่างกายเบื้องตน้
3. การวินิจฉยั โรค การวางแผนการรกั ษารว่ มกนั ระหวา่ งสัตวแพทย์และเจา้ ของ และการ
อธบิ ายให้เจา้ ของเขา้ ใจถึงแผนการรกั ษา
4. การวางแผนติดตามการรกั ษา
1. การซกั ถามข้อมูลต่าง ๆ เช่น สาเหตุท่เี ข้ามารับบริการ ประวัติเจา้ ของสตั ว์ ประวัตสิ ตั ว์
เนือ่ งจากสตั วไ์ มส่ ามารถเล่าบอกอาการความผดิ ปกติเองได้ เจ้าของสตั วห์ รอื คนเล้ยี งสตั ว์ใน
ฟาร์มจึงมีส่วนสาคัญในการให้ข้อมูลต่าง ๆของสัตว์ อย่างไรก็ดีจิตวิทยาในการสื่อสารกับเจ้าของสัตว์
เจ้าของฟาร์ม หรือคนเลี้ยงสัตว์มีส่วนสาคัญต่อการให้บริการทางสัตวแพทย์ ผู้ให้บริการทุกฝ่าย
โดยเฉพาะสตั ว์แพทย์ และพยาบาล ต้องพยายามสรา้ งความเชื่อใจ และความเช่ือม่ัน สรา้ งสมั พนั ธ์ที่ดี
กับเจ้าของสัตว์ เจ้าของฟาร์ม และคนเล้ียงสัตว์การใช้คาพูดและท่าทางในการส่ือถึงเร่ืองราวต่าง ๆ
ต้องนุ่มนวล แสดงถึงความเห็นอกเหน็ ใจ เข้าใจจติ ใจของเจ้าของสตั ว์ การสื่อสารและตกลงในเรอื่ งต่าง
ๆ ท้ังเร่ืองค่าใช้จ่าย อาการท่ีสัตว์เป็น โรคที่สัตว์เป็น แนวทางการรักษา การพยากรณ์โรค และความ
คาดหวังจากการรักษาต้องทาความเข้าใจให้ตรงกันให้ดี เพ่ือหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจจะตามมาจากการ
สื่อสารที่ผิดพลาด และ เน่ืองจากเจ้าของสัตว์ เจ้าของฟาร์ม และคนเลี้ยงสัตว์ไม่ได้มีความรู้ด้านการ
รักษาสัตว์โดยตรง การซักประวัติจาเป็นต้องมีเทคนิคเพื่อให้ได้ข้อมูลท่ีถูกต้อง เช่ือถือได้ เพราะบางที
เจ้าของสัตว์หรือคนเล้ียงสัตว์จะแปลผลบางอาการของสัตว์และส่ือสารออกมาอีกทางหน่ึง ทาให้เกิด
ความสับสนได้ ต้องมีการทวนความเข้าใจถึงสิ่งท่ีเจ้าของพยายามจะสื่อสาร ดังนั้นขั้นตอนการซัก
ประวัติจึงมีความสาคัญอย่างมาก เพ่ือให้ได้รายละเอียดมากที่สุดท่ีเก่ียวข้องกับสัตว์ไปประกอบการ
รักษาและวนิ จิ ฉยั โรค
87
โดยทั่วไปคาถามแรกจะเป็นวัตถุประสงคท์ ม่ี าเขา้ รบั การรักษาในวนั นี้ อาการที่เจ้าของ
สังเกตพบว่าผิดปกติ และจะมีการกรอกประวตั โิ ดยทว่ั ไปของสตั ว์ เชน่ ชอื่ อายุ เพศ พนั ธ์ุ ประวตั ิการ
ทาหมนั ประวตั ิการทาวัคซีน
การจดบันทึกเปน็ สง่ิ สาคญั อย่างมากต่อการรบั บรกิ ารทางสัตวแพทย์ โดยสัตว์ทกุ ตัวจะต้อง
ได้รับการจดบนั ทกึ และลงข้อมูลในระบบ ตามรายการดา้ นล่างดังน้ี
1.1 ชอื่ สตั ว์
1.2 นา้ หนกั
1.3 ช่ือเจ้าของ
1.4 แหลง่ ทมี่ าหรอื ท่ีอยู่ของเจา้ ของ
1.5 ลกั ษณะของสตั ว์ (ชนิด สี เพศ พนั ธ์ุ อายุ)
1.6 วัตถุประสงค์ทมี่ าเขา้ รับการรักษาในวันนี้
1.7 ประวัติการทาหมัน ประวตั กิ ารทาวคั ซีน ประวัตกิ ารผ่าตดั ประวตั กิ ารถา่ ยพยาธิ
1.8 ประวตั ิการให้ผลผลิต ปริมาณนา้ นม ปรมิ าณไข่ การผสมตดิ
อาจะมีการซักถามรายละเอยี ดเก่ยี วกบั วธิ กี ารเล้ียงดู ดังตวั อย่างคาถามด้านล่าง เพ่ือให้ได้
ข้อมลู ของสัตวม์ าชว่ ยในการวินิจฉยั โรค อกี ทั้งอาการเจบ็ ป่วยของสตั ว์ในบางคร้ังอาจเกดิ จากวธิ กี าร
เลยี้ งดทู ีไ่ มเ่ หมาะสมกบั สัตว์ชนิดนนั้ ๆ หรอื ชว่ งอายนุ น้ั ๆ ได้อกี ดว้ ย ดังน้ันการซักประวตั ิอย่าง
ละเอยี ดในทุก ๆ ดา้ น จะช่วยใหร้ ะบุสาเหตขุ องอาการปว่ ยได้งา่ ยมากยิ่งขึน้
1.9 ตัวอย่างคาถามซักประวัติเกี่ยวกับ การกินของสตั ว์
1) อาหารปกติของสัตวค์ ืออะไร
2) มีการใหอ้ าหารบ่อยแค่ไหน
3) สัตวม์ ีอาหารท่ชี น่ื ชอบเปน็ พเิ ศษหรือไม่
4) สัตวม์ ีความต้องการการให้อาหารแบบเฉพาะเจาะจงหรือไม่
เช่น ประเภทของชาม หรอื ปกติใหอ้ าหารดว้ ยมือ หรือปกติข้ีอาย กินยาก
5) มอี าหารประเภทใดบ้างท่สี ัตว์ของคุณไมค่ วรกนิ ?
โปรดระบุรายละเอยี ดของการแพ้ / การแพ้ใด ๆ
1.10 ตวั อยา่ งคาถามซกั ประวตั เิ กี่ยวกบั การด่ืมของสตั ว์
1) สัตวข์ องคณุ ปกตดิ ่มื นา้ อย่างไร ชามน้า ขวดนา้ หรือ นา้ พุ
2) สตั วข์ องคณุ ปกติดืม่ นา้ จากแหล่งใด
3) ความถ่ีในการเปล่ียนน้า หรอื ลา้ งภาชนะบรรจุ
1.11 ตวั อย่างคาถามซักประวัติเก่ยี วกับ การปัสสาวะ / ถา่ ยอุจจาระ
1) สัตว์มีปัญหากล้ันปัสสาวะไมอ่ ยหู่ รือกล้นั อจุ จาระไมอ่ ยูห่ รือไม่
88
2) หากสตั ว์เลย้ี งของคุณเป็นแมวพวกมันใชท้ รายแมวที่บ้านหรอื ไม่
3) ถา้ เป็นเช่นนัน้ ปกตใิ ชท้ รายแมว ชนิดใด เช่น ไม้ ดนิ ทราย ครสิ ตลั อืน่ ๆ
4) หากสตั วเ์ ลีย้ งของคุณเปน็ สนุ ัข: พวกเขาชอบปัสสาวะหรอื ถา่ ยอุจจาระบน
พืน้ ผิวโดยเฉพาะหรอื ไม่ ถา้ เป็นเชน่ น้นั โปรดใหร้ ายละเอียด
5) สัตว์จะปัสสาวะดว้ ยความเตม็ ใจหรือไม่ เช่น ปกติให้ออกไปปัสสาวะตามเวลา
มคี าส่ังเฉพาะเพ่ือกระตุ้นใหป้ ัสสาวะ/ถา่ ยอจุ จาระ
6) ความถี่ในการทาความสะอาด คอก/โรงเรือน/กรง/กระบะทราย/ถาดฉี่
1.12 ตัวอยา่ งคาถามซกั ประวตั ิเกีย่ วกบั การนอน
1) สัตวม์ กั จะนอนท่ีไหน
2) ใช้ผ้าปูทน่ี อน หรือวัสดรุ อง ประเภทใด
3) รูปแบบการนอนหลับปกติของพวกเขาคืออะไร
4) ความถี่ในการทาความสะอาด หรือเปลย่ี นวัสดุรอง
1.13 คาถามเพ่ิมเตมิ อนื่ ๆ เชน่
1) สัตว์ของคุณมีความสุขกบั การดูแลเป็นอย่างดีหรอื ไม่
2) คุณจะอธบิ ายอารมณส์ ตั ว์ของคณุ เปน็ อยา่ งไรที่บ้าน หรือท่ีโรงเรอื น
3) สตั วข์ องคุณมีปัญหาเร่อื งการเคลอื่ นไหวหรือไม่ ใช่ / ไมใ่ ช่ – ไดโ้ ปรดให้
รายละเอียด
4) สตั ว์ของคณุ ชอบที่จะมปี ฏิสมั พันธ์กบั คนอ่นื หรอื ไม่
5) สัตวข์ องคณุ มีของเล่นท่ีชอบหรอื ไม่
6) ปกติคุณให้ยากบั สัตว์ของคุณอย่างไร
7) มีอะไรอกี บ้างท่ีคณุ อยากใหเ้ รารู้เกีย่ วกบั สัตว์ของคณุ ท่อี าจช่วยในการรกั ษา
2. การตรวจร่างกายเบือ้ งตน้ ซ่ึงประกอบดว้ ยหลายขน้ั ตอน
การสงั เกต การฟงั การคลา วิธีการโดยละเอียดและรายละเอียดจะกล่าวในบทถัดไปเร่ืองกา
วินจิ ฉยั โรค แตก่ อ่ นท่ีจะทาการจบั ตวั สัตว์ ควรจะต้องสังเกตอาการและท่าทาง อารมณ์ของสัตว์ต้ังแต่
ตอนที่เข้ามา หรือตอนที่เร่ิมเห็นสัตว์คร้งั แรก เพ่ือประเมินสภาพทั่วไป ต้องทราบถึงพฤติกรรมสัตว์วา่
การแสดงออกแตล่ ะอยา่ งของสัตว์หมายความว่าอย่างไร โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ สตั ว์แต่ละชนิดมกี ารแสดง
บางอย่างท่แี ตกต่างกัน และท่าทางการแสดงออกแบบเดียวกนั สามารถมีความหมายทแี่ ตกต่างกันโดย
สน้ิ เชงิ สาหรบั สตั วแ์ ต่ละชนิด ความรูท้ างดา้ นพฤติกรรมสัตว์จึงมคี วามสาคญั อย่างมากในการพยาบาล
สัตว์ หลังจากการประเมินสภาพสัตว์ และอารมณ์ของสัตว์เบ้ืองต้นแล้ว จาเป็นต้องทาการจับบังคับ
สัตว์เพื่อการตรวจร่างกายเบ้ืองต้นต่อไป ซ่ึงเทคนิคการจับบังคับสัตว์แต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกนั
89
ดังนั้นผู้จับบังคับจะต้องสามารถจับบังคับสัตว์ได้อย่างถูกต้อง เพราะมีความสาคัญอย่างมากเพ่ือลด
อันตรายท้งั ตอ่ ตวั สัตว์เอง และต่อตวั ผ้จู ับบังคบั เอง
3. การวนิ จิ ฉัยโรค
หลงั จากสตั วแพทย์ทาการเก็บรวบรวมข้อมลู ทงั้ ประวัติ อาการ การตรวจรา่ งกายเบื้องตน้
ตา่ ง ๆ การวดั อุณหภมู ิ รวมถึงการเกบ็ ตัวอย่างเลือด หรอื ปัสสาวะมาตรวจเบ้อื งต้นแลว้
สัตวแพทย์จะนาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาท่ีเกิดขึ้นน้ีมาวิเคราะห์ประกอบกัน เพื่อระบุปัญหา
และทาการวินิจฉัยโรคว่าอาการป่วยในคร้ังน้ี สามารถเกิดได้จากสาเหตุ หรือโรคใดบ้าง ซ่ึงขบวนการ
ดังกล่าวที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาทางคลินิกตามอาการทางคลินิกท่ีปรากฏอย่างเป็นระบบนี้ในทาง สัตว
แพทย์เรียกว่า Problem-oriented medical record (POMR) โดยการใช้ปัญหาเป็นตัวต้ังต้นในการ
กาหนดแนวทางในการดาเนินการวินิจฉัยโรคและการรักษานี้ หรือ ท่ีเรียกว่า Problem-oriented
approach (POA) ยดึ ตามหลักการทวี่ ่า โรค (Disease) ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปล่ยี นแปลง ต่อกายวิภาค
ศาสตร์ (Anatomy) หรือโครงสร้างภายนอกและโครงสร้างภายในของร่างกาย และต่อการทางาน
(Function) ของร่างกาย จะก่อให้เกิดอาการทางคลินิกต่าง ๆ (Clinical signs) ที่แสดงออกมา หรือ
“ปญั หา” ในทน่ี ี้
โดยการแบ่งกลุม่ ของโรคเรยี กโดยย่อวา่ DAMNIT-V ซ่ึงแต่ละตัวอักษรเป็นตวั แทนของกล่มุ
ของโรคนนั้ ๆ (Lorenz, M., Neer, M. and Demars, P. 2009)
D = Degenerative (การเส่ือมสภาพของเนื้อเยอ่ื หรืออวยั วะต่าง ๆ)
A = Anomaly (ความผดิ ปกตหิ รอื ความพกิ ารแต่กาเนิด)
M = Metabolic (ความผิดปกตขิ องกระบวนการเผาผลาญอาหาร)
N = Neoplastic (การเติบโตผดิ ปกติของเน้ือเยอื่ หรือเน้ืองอก โดยมะเรง็ คือเน้ืองอกแบบ
รา้ ยแรง) Nutritional (ความผดิ ปกติท่ีเกิดจากสารอาหาร)
I = Inflammatory (ความผิดปกตทิ เ่ี กิดจากการอกั เสบ) Infectious (ความผดิ ปกติท่ีเกดิ
จากการตดิ เช้ือ Immune mediated (ความผิดปกติที่เกิดจากระบบภมู ิคุ้มกนั )
T = Trauma (ความผิดปกติ ภาวะบาดเจบ็ ทเ่ี กิดจากการกระแทก) Toxicity (ความผดิ ปกติ
ทค่ี วามเปน็ พิษ สารพิษ)
V = Vascular (ความผดิ ปกติทเี่ กดิ จากหลอดเลือด)
หลังจากไดท้ าการเรยี งลาดับความน่าจะเป็นว่าปัญหาหรืออาการทางคลินิกของการปว่ ยใน
ครั้งนี้วา่ น่าจะเกดิ มาจากกลมุ่ โรคใดไดบ้ ้าง จากน้ันสัตวแพทย์จะทาการวางแผนการวินจิ ฉัยโรคโดย
ละเอยี ดต่อไปโดยอาจกาหนดใหม้ ี การเก็บตัวอย่างเพ่อื นามาตรวจเพมิ่ เติมทางห้องปฏิบัติการ การ
ตรวจวนิ จิ ฉัยดว้ ยวธิ พี ิเศษเพมิ่ เติมอีก เช่น การถา่ ยภาพรังสี (X-ray) การตรวจดว้ ยคล่ืนเสยี งความถีส่ ูง
(Ultrasound) การตรวจคลื่นไฟฟา้ หัวใจ (Electrocardiogram; EKG) และการตรวจความดนั โลหิต
90
เพือ่ จะช่วยคัดเข้า/คัดออก (Rule in/Rule out) กลมุ่ โรคหรือโรคที่น่าจะเปน็ จนหาสาเหตขุ องอาการ
ป่วยในคร้งั นไี้ ด้ ซึ่งวธิ กี ารตรวจจะกลา่ วในรายละเอียดต่อไปในบทที่ 8
โดยสัตวแ์ พทย์จะอธิบายแนวทางการรักษาให้เจ้าของเขา้ ใจ เพือ่ ใหเ้ จา้ ของเลอื กตัดสินใจวา่
ตอ้ งการทาการวนิ ิจฉัยและรกั ษาในแนวทางใดต่อไป
4. การวางแผนติดตามการรกั ษา
สว่ นใหญก่ ารรักษาสัตว์แพทย์จะนัดตรวจเพื่อตดิ ตามการรักษาเพิ่มเตมิ เพ่อื ใหแ้ น่ใจว่าการ
รักษาในครงั้ นัน้ ๆ ประสบผลสาเรจ็ สัตวห์ ายปว่ ยจากโรคโดยเดด็ ขาดจรงิ เพราะเน่ืองจากการรักษา
เป็นศิลปะ การตอบสนองต่อการรักษาท่ีไดร้ ับการรักษาแบบเดยี ว สตั ว์ปว่ ยอาจตอบสนองตอ่ การ
รกั ษาแตกตา่ งกันได้ จึงต้องมีการติดตามผลการรกั ษาอย่างใกลช้ ิด เพ่ือมีการปรับยา หรอื ปรบั การ
รักษาไดท้ นั ท่วงที เพราะบางทีสัตวม์ อี าการอย่างอ่นื เพม่ิ เติมจากที่มารับการรักษาคร้ังแรก ซ่ึงต้อง
ไดร้ บั การตรวจเพิ่มเตมิ หรือปรับการรกั ษาใหเ้ ข้ากบั อาการทเ่ี ปลย่ี นแปลงนัน้ ๆ
เทคนิคการเขา้ หาสัตว์ และเทคนิคการจบั บังคับสัตว์
เทคนิคการเข้าหาสัตว์และเทคนิคการจบั บังคบั สัตว์ ขึ้นกบั หลายปัจจยั โดยต้องมีการ
วางแผน และประเมิน นสิ ัย สภาวะจิตใจและสภาวะร่างกายก่อนทาการเข้าหาและจับบงั คบั โดยต้องมี
การปรบั เทคนิคเฉพาะใหเ้ หมาะสมกับนสิ ยั สภาวะจติ ใจ และสภาวะรา่ งกายของสตั ว์แต่ละตัว ซง่ึ ต้อง
อาศัยการสังเกต ฝกึ ฝนจนเกิดความชานาญ เพ่ือให้แน่ใจวา่ สัตว์พรอ้ มยอมรับหรือต้องการการสัมผัส
ของมนษุ ย์ และวิธกี ารท่ีจะดาเนินการได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ หากขัน้ ตอนการจัดการเปน็ ไปอย่างไม่
เหมาะสม จะทาใหส้ ัตว์อย่ใู นภาวะวิตกกังวลและเครยี ด ซึ่งจะแสดงการตอบโตอ้ ย่างรุนแรงเมอื่ เราเข้า
ใกล้ซ่งึ เป็นอันตรายต่อสวสั ดภิ าพสตั ว์ และจะเปน็ การยากในการจัดการสัตว์ สัตว์จะพยายามหนอี อก
หา่ ง ไม่ยอมให้สัมผสั ไมย่ อมใหผ้ กู มดั และอาจแสดงความก้าวรา้ วเพื่อป้องกนั ตัว การจดั การท่ี
เหมาะสมและอ่อนโยนจึงสาคัญและเปน็ ประโยชนต์ ่อท้ังสตั ว์และผ้จู ับ
1. เทคนิคการเข้าหาสตั ว์
ควรเขา้ หาสัตวด์ ว้ ยท่าทางที่สงบและมีความมน่ั ใจ โดยหลกี เล่ยี งการเคล่ือนไหวที่รวดเรว็
หรอื ฉบั พลัน เชน่ การเคลื่อนไหวของมอื และแขน ควรปรบั ระดับเสียงนุ่มนวล อ่อนโยนเม่ือพูดคุยกับ
สตั ว์อาจช่วยให้สตั ว์รู้วา่ ไม่เปน็ อันตราย งา่ ยต่อการดูแลและจัดการ
วธิ ีการจัดการท่ีเหมาะสมในการจบั อมุ้ และการผูกมดั เป็นส่ิงทคี่ ญั ท่สี ุดของการจัดการ
วิธีการจดั การที่เหมาะสมต้องคานึงถึงชนดิ และลกั ษณะเฉพาะของแต่ละตวั รวมถึงความแตกต่าง
ทางดา้ นอารมณ์ทีต่ ้องนามาเก่ียวขอ้ งในการจัดการ ในรายทม่ี คี วามกงั วลสงู ควรต้องใช้เวลาและ
เทคนคิ ในการจัดการ เราตอ้ งการการเรยี นร้ใู นการจดั การไมใ่ ชก่ ารคุกคาม การสงั เกตพฤติกรรมของ
91
สตั วใ์ นระหวา่ งการจบั เป็นสิ่งสาคญั เพ่ือชว่ ยให้มีเวลาในวางแผนการจบั บังคบั การปรบั ตัว และเพื่อให้
สตั ว์รสู้ กึ ถึงความปลอดภยั อย่างไรกต็ าม
ควรสังเกต การตอบสนองของสัตว์ในการเข้าหา และการตอบสนองของสัตว์หลังจากสัตว์
ไดร้ บั การปลอ่ ยกลบั เขา้ ไปในสภาพแวดลอ้ ม เชน่
สัตว์ที่มีความกลัวมักจะหนีไม่ยอมให้จับ และ พยายามที่จะหลบเล่ียงการจับยึด หรือจะ
พยายามซ่อนตวั เงยี บ ๆ เพอ่ื หลกี เลีย่ งความสนใจ
ข้นั ตอนการเข้าหาสัตว์
1.1 ต้องมีการสังเกตพฤติกรรม และประเมนิ สภาพของสัตว์ รวมถงึ ซกั ถามเจ้าของสัตว์
พร้อมทง้ั จดบันทกึ ก่อนจะเริ่มทาการเขา้ หาสตั วเ์ พ่ือสมั ผสั ตัว และจับบังคับต่อไป
1.2 การเขา้ หาสัตวต์ ้องทาอย่างสงบ สขุ มุ เงยี บ และมน่ั ใจ เรียกชอื่ สัตว์ด้วยน้าเสยี ง
นมุ่ นวล โทนเสียงต่า เป็นมติ ร
1.3 ใหย้ อ่ ตวั ตา่ ลง เพื่ออยูใ่ นระดับเดียวกบั สตั ว์ (ไม่ควรสบตาสตั ว์ โดยเฉพาะในกรณี
ของสัตว์ท่เี ปน็ นักลา่ หรอื มีแนวโน้มที่จะดุร้าย มกั จะถือเป็นการท้าทาย)
1.4 ยนื่ มอื ออกไปอยา่ งช้า เพ่ือใหส้ ตั วด์ ม ถา้ สัตว์ไมแ่ สดงอาการกา้ วรา้ วให้เห็น
2. เทคนิคการจบั บังคบั สัตว์
ในกรณีที่สัตว์มีการตอบสนองในเชิงบวกต่อการจัดการ โดยทั่วไปสัตว์มักจะอยากรู้อยาก
เห็นและสมคั รใจท่ีจะเขา้ ใกล้ผจู้ บั โดยมพี ฤตกิ รรมอยากรู้อยากเหน็ สารวจ
ข้ันตอนต่อไปของผู้ดาเนินการจับคือ ลองยืนน่ิง ๆ เป็นระยะเวลาส้ัน ๆ หลังจากท่ีผู้จับ
พยายามทีจ่ ะเขา้ ใกล้ หรอื ไม่ก็ใหส้ ัตวเ์ ข้ามาใกลแ้ ละยอมใหเ้ ราสมั ผัสเอง
การดาเนินการจับอย่างมีคุณภาพ ผู้จับท่ีมีความชานาญและทักษะ ต้องได้รับการฝึกอบรม
ถึ ง วิ ธี ก า ร ท่ี เ ห ม า ะ ส ม แ ล ะ มี ก า ร ฝึ ก ป ฏิ บั ติ ม า ก พ อ ที่ จ ะ ส า ม า ร ถ จั ด ก า ร ไ ด้ อ ย่ า ง ร ว ด เ ร็ ว แ ล ะ มี
ประสิทธิภาพ เมื่อพบเห็นสัตว์ ผู้จับต้องมีทักษะและความชานาญพอที่จะจับ สัตว์ได้อย่างรวดเร็ว
ม่ันใจและปลอดภัยในครั้งแรก โดยปราศจาก การวง่ิ ไล่จบั ความลม้ เหลวในความพยายามทีจ่ ะจับสัตว์
ในครั้งแรกจะเป็นการเพ่ิมความวิตกกังวลและนาไปสู่การตอบสนองในทางต่อต้าน ส่งผลให้เกิดความ
คับแค้น และบางครั้งการขาดความอดทนในการจัดการของผู้จับ การจัดการท่ีปราศจากการต่อต้าน
จากสัตว์ในระยะโตเต็มวัย จะเป็นวิธีท่ีรวดเร็วและมีประสิทธิภาพท่ีจะทาให้สัตว์เช่ือง การใช้วิธีการที่
ไม่มีการต่อต้านจะส่งเสริมใหเ้ กดิ ความเคยชิน ซงึ่ มีความเกี่ยวข้อง และเปน็ ผลดโี ดยเฉพาะอยา่ งย่ิงเม่ือ
มีเวลาเป็นข้อจากัด หากเป็นไปได้ผู้ดาเนินการจับควรพยายามท่ีจะทาให้สัตว์เกิดความร่วมมือโดย
สมัครใจ เพ่ือลดการตอบสนองเชิงลบใด ๆ วิธีการให้รางวัลในการฝึก (เป็นที่ทราบว่าเป็นการส่งเสรมิ
ในเชิงบวก) มักจะใช้ขนมหรืออาหาร ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในสุนัขและแมว และสามารถลดการ
ควบคุมหรอื ผูกมัดในระหว่างข้ันตอนการจับสัตว์ ซึ่งควรหลีกเล่ียงใหม้ ากที่สุดในการจับสัตว์ในสภาวะ
92
ปกติ ในสัตว์เศรษฐกิจโดยมากจะใช้ความคุ้นเคยของคนเลี้ยงสัตว์ในฟาร์ม โดยเฉพาะถ้าฟาร์มมีการ
ฝึกให้สัตว์เข้าคอกบังคับอย่างสม่าเสมอ เพื่อฝึกให้สัตว์คุ้นเคยกับการตรวจร่างกายเป็นประจา จะทา
ให้สัตวไ์ มเ่ ครียด ลดการตอ่ ต้าน การปฏิบัตงิ านทาได้ง่ายและรวดเร็วย่ิงขึ้น และเกิดความเสียหายน้อย
ที่สุด
การเคลือ่ นยา้ ยสตั ว์
1. สตั ว์เศรษฐกจิ
หากเปน็ ไปไดก้ ารเคลอื่ นย้ายสตั ว์ช่วงกลางคนื จะช่วยลดความเครยี ดให้สัตว์ได้ จาเป็นต้องให้
สตั วอ์ ยูใ่ นกรง หรอื คอกทผี่ กู มดั ล็อคอยา่ งแน่นหนา แน่ใจว่าสตั ว์ไม่สามารถหลุดออกมาได้
2. สุนขั
การเคลอ่ื นย้ายสนุ ขั จาเป็นต้องแนใ่ จว่าปลอกคอขนาดพอดีไม่หลวมไปจนหลุดได้ ถ้าสุนขั
ดิ้นหนี สนุ ขั มักเอาตูดถอยหลังหนีแล้วหลุดไป และสายจงู ต้องผกู มัดลอ็ คไวก้ ับปลอกคออยา่ งแนน่ หนา
พอ ไม่หลุด เวลาตอ้ งยก หรืออุ้ม ต้องระมดั ระวังส่วนหลงั ของตัวเอง เวลายกหลังต้องตรง ควรยอ่ เข่า
ไมใ่ ชก้ ารกม้ ตวั เพราะมผี ู้ชว่ ยสตั ว์แพทย์จานวนมากมีอาการปวดหลัง จากการยกหรืออุ้มสตั ว์ หาก
สนุ ขั หนกั มากกวา่ 25 กิโลกรัม ควรจะมีคนอุ้ม 2 - 3 คนขึ้นไป และขณะอุ้มต้องอุ้มอย่างมั่นคง รัดอย่าง
พอดี ไม่แน่นไป หรือหลวมไป สตั วจ์ ะรู้สกึ ม่ันคงทาใหจ้ ับบังคบั ได้งา่ ย มีอปุ กรณ์ทชี่ ว่ ยในการควบคุม
สุนัขทด่ี ุรา้ ย หลายชนิด เชน่ สวิงจับสุนขั ปลอกปาก เทปเหนยี ว ถุงมอื หนัง
3. แมว
การเคลอื่ นย้ายแมวจาเป็นต้องใหแ้ มวอยู่ในตะกร้าท่ผี กู มัด ล็อคอย่างแน่นหนา แน่ใจวา่ แมว
ไมส่ ามารถหลดุ ออกมาได้ ถา้ อ้มุ แมว แมวอาจกลวั แลว้ หลบหนีได้ มีอุปกรณ์ทชี่ ว่ ยในการควบคุมแมวที่
ดรุ า้ ย หลายชนดิ ควรแนใ่ จว่าสามารถใชไ้ ด้อยา่ งถูกต้อง เช่น สวิงจับ ผา้ ขนหนอู ยา่ งหนา กรงจับบังคับ
ปลอกปากสาหรับแมว ถงุ มอื หนัง ถุงผา้ บังคับแมว
ข้อควรจา : จาไวว้ า่ การจะควบคุมสุนขั หรอื แมวท่ดี ุรา้ ย ต้องมน่ั คง มัน่ ใจ แสดงออกในเชิง
บวกเป็นมิตร
4. นก
นกมกั ถกู นามาโรงพยาบาลสัตว์โดยอยูใ่ นกรง ควรจะนากรงนกไปวางไวใ้ นทม่ี ืด ทเ่ี งยี บสงบ
เพื่อลดความเครยี ดและทาให้นกสงบลง
93
ลักษณะท่าทางของรา่ งกาย และการแสดงออกทางสีหน้าของสตั ว์แต่ละชนดิ
ทั้งน้ีลักษณะท่าทางของร่างกาย และการแสดงออกทางสีหน้าของสัตว์แต่ละชนิดอาจ
แตกต่างกันในการแสดงออกท่ีบ่งบอกถึงอารมณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงออก ตัวออย่าง
เช่น ท่างทางของร่างกายในสุนัขและแมวแบบเดียวกัน อาจจะบ่งบอกถึงอารมณ์ท่ีแตกต่างกันได้ เช่น
ถ้าสุนัขแสดงอาการเป็นมิตร จะส่ายหางไปมา แต่ในแมวการส่ายหางไปมาไม่ได้บ่งบอกถึงอาการเปน็
มิตร ในทางตรงกนั ข้ามอาจเป็นสัญญาณพร้อมจู่โจมทแ่ี สดงออกมาได้ แมวจะเป็นสัตวน์ ักลา่ จะนิ่งสงบ
สังเกตฝงั่ ตรงข้าม ก่อนจะตอบสนอง ต่างจากสนุ ัขทม่ี ักแสดงอาการเป็นมิตรหรอื ก้าวร้าวในทันทีที่เห็น
ฝั่งตรงข้าม สัตว์เศรษฐกิจเป็นสัตว์ที่เป็นเหย่อื ของสัตว์อื่นท้ัง โค สุกร และไก่ จึงมักหวาดกลัวสัตว์อืน่
เป็นปกติ ยกเว้นในกรณีของจ่าฝูงท่ีมักแสดงอาการก้าวร้าว หวงถ่ิน แต่อย่างไรก็ดี ขนาดของสัตว์มี
ความสาคัญอย่างย่ิง สัตว์ขนาดใหญ่ที่หวาดกลัวจะสามารถทาอันตรายอย่างรุนแรงทั้งต่อผู้จับและตวั
สัตว์เองได้ ยงิ่ ต้องเพ่มิ ความระมดั ระวงั ดังน้นั ก่อนจะจับบังคบั หรือเข้าหาสัตวแ์ ตล่ ะชนิด ควรทราบถึง
ความหมายของ ลกั ษณะทา่ ทางของร่างกาย และการแสดงออกทางสหี นา้ ของสัตว์ โดยเฉพาะอย่างย่ิง
สัตว์เล้ียงใกล้ชดิ อยา่ งสุนัขและแมว ซ่ึงบ่งบอกอารมณท์ ี่แตกตา่ งกันในรายละเอยี ด
1. ลักษณะทา่ ทางร่างกายของสนุ ัข ท่ีบ่งบอกถงึ อารมณ์ต่าง ๆ
ภาพที่ 6.1 ลักษณะทา่ ทางร่างกายของสุนขั ทบี่ ่งบอกถงึ อารมณ์ต่าง ๆ
A) ท่าทางกลัว B) ท่าทางแสดงอาการยนิ ยอม C) ทา่ ทางมั่นใจ พร้อมตอบโต้
ทม่ี า: (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
94
2. พฤตกิ รรมทางสังคมท่ีสาคัญในสนุ ัข
ภาพที่ 6.2 พฤติกรรมการทาความรจู้ ักในสุนัข
โดยสนุ ขั จะใช้พฤตกิ รรมการดมกลน่ิ ทบ่ี ริเวณกน้ เพ่ือทาความร้จู ักกนั และกัน โดยสุนขั ตัวท่ี
แสดงความเปน็ ใหญก่ ว่าอาจยื่นกน้ ให้อีกตัวดม
ที่มา: (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
3. ลกั ษณะท่าทางรา่ งกายของแมว ที่บ่งบอกถึงอารมณ์ตา่ ง ๆ
ภาพท่ี 6.3 ลักษณะท่าทางร่างกายของแมว ทบ่ี ่งบอกถึงอารมณต์ ่าง ๆ
A) เปน็ มิตรและผอ่ นคลาย B) ตนื่ ตัว และสงสยั C) รู้สกึ ถกู คกุ คาม พร้อมโจมตี
D) หวาดกลวั E) สับสน อาจจู่โจม
ทม่ี า: (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
95
ภาพที่ 6.4 การแสดงออกทางสีหน้าของแมว
A) เปน็ มิตรและผอ่ นคลาย B) ตน่ื ตวั และสงสัย C) รสู้ กึ ถกู คกุ คาม พร้อมโจมตี D)
หวาดกลัว E) สับสน อาจจ่โู จม
ที่มา: (Ackerman, N. and Aspinall, V. 2016)
การจับบังคบั สตั วเ์ ศรษฐกิจ
โดยส่วนใหญ่แลว้ สตั วเ์ ศรษฐกิจ จะเปน็ สัตวท์ ีเ่ ป็นอาหาร เปน็ กลมุ่ ของสตั วท์ ี่เป็นเหย่ือ จึง
มักกลวั และหลกี หนีจากมนุษย์อยู่แลว้ ดงั นนั้ หากจะจบั บงั คับสัตวค์ วรเขา้ หาทางดา้ นหลงั โดยหาก
เปน็ สตั ว์ขนาดเล็ก หรอื สตั ว์อายนุ อ้ ยท่ยี ังสามารถพอจะอุ้มได้ เช่น ลกู หมู หรือ ไก่ จะทาการเขา้ หาจาก
ทางดา้ นหลัง แลว้ รบี รวบขาหลังขน้ึ มาอุ้ม โดยถ้าเปน็ สัตวป์ ีก หรือไก่ จะใช้การรวบปีกเพื่อปอ้ งกันการ
บินหนี และหนบี เข้าหาลาตัว โดยเอาหวั ของสตั ว์ซกุ ไปท่ีส่วนรกั แร้ แตห่ ากเป็นสตั วข์ นาดใหญ่ หรือ
สตั ว์ที่โตเต็มวยั เช่น สุกร วัว ทไ่ี ม่สามารถอมุ้ ได้ ต้องเตรียมซองบังคับ เชอื ก หรืออปุ กรณ์บงั คบั อื่น ๆ
เพ่ือชว่ ยในการจับบงั คับสตั ว์ โดยการต้อนสตั วจ์ ากทางด้านหลงั สตั ว์จะพยายามหาทางหนีไปดา้ นตรง
ข้าม ควรตอ้ นไปท้ังฝูง ให้รวมกลุม่ กันไว้ หากยงั ไม่คุน้ เคยกับสัตว์ ควรมีผูช้ ว่ ยในการต้อนสตั วห์ ลายคน
เพื่อดักทางไว้ ใหส้ ตั ว์ไปในบริเวณที่เราต้องการ แตโ่ ดยมากแลว้ คนเลีย้ งจะคนุ้ เคยกับสัตวเ์ ปน็ อย่างดี
และสามารถต้อนสตั วม์ าใหไ้ ด้ จากน้นั จะต้องแตล่ ะตัว เรียงคิวเขา้ ซองบงั คับเพ่ือการตรวจรักษา หรอื
ปฏบิ ัตงิ านเป็นรายตวั ไป การปฏิบัตงิ านกับสตั ว์ควรสงั เกตพฤติกรรม และอารมณ์ของสัตวต์ ลอดเวลา
สัตวอ์ าจจกิ หรือกัด หรือเตะไดต้ ลอดเวลาอยา่ งฉบั พลนั โดยเฉพาะหากตกใจ กลัว สิง่ ที่ต้องระมัดระวงั
เป็นพเิ ศษคือสัตวต์ ัวผูท้ ี่เป็นจ่าฝูง หรือพอ่ พนั ธ์ุซงึ่ มักมีราคาแพง และมกั มคี วามดรุ า้ ยเพมิ่ ข้ึนมากกว่า
96
สัตวป์ กติ ควรสอบถามพฤติกรรม อารมณ์ นสิ ัย และควรใหค้ นเลยี้ งเป็นคนช่วยจบั บังคับจะทาให้
สามารถปฏิบัติงานได้สะดวกมากย่งิ ขน้ึ
การจบั บงั คับสนุ ัข
สุนขั มักจะแสดงปฏิกิริยาหลากหลายแตกตา่ งต่อการผูกมัดและการจับตวั บางตัวก็สงบและ
ยินยอมแต่โดยดีบางตัวก็ต่อสู้กลับอย่างก้าวร้าวรุนแรง ปฏิกิริยาเหล่านี้สามารถเปลี่ยนและแตกต่าง
จากพฤติกรรมท่ีเหน็ ปกติบอ่ ยครงั้ สนุ ัขท่ีเงียบ ๆ เรยี บร้อยเปน็ มิตร กลับแสดงปฏกิ ิรยิ าเปลย่ี นไปเวลา
สัตวแพทย์จะทาการตรวจวินิจฉัย จาไว้เสมอว่าสัญญาณท่ีบ่งบอกว่าจะเป็นสุนัขข้ีกลัวหรือก้าวร้าว
มกั จะแสดงออกเวลาถกู จบั หรอื ถกู ผูกมัด
เม่ือไรก็ตาม เวลาที่จะเร่ิมทางาน ต้องรอใหส้ ุนัขเดนิ เข้ามาใกลค้ ุณก่อน บ่อยครัง้ ท่สี ุนัขข้ี
กลวั สนุ ขั จะต้องม่นั ใจวา่ คุณจะไม่ทารา้ ย ให้คณุ คุกเขา่ ย่อตัวลงตา่ และ เขา้ ใกลส้ ุนัขช้า ๆ พดู บอก
สุนัขดว้ ยนา้ เสยี งนมุ่ นวล สนกุ สนาน ปลอ่ ยใหส้ ุนัขเดินเข้าหาเอง หรอื หากคณุ จาเป็นต้องเข้าหาสนุ ัข
ต้องทาดว้ ยความระมัดระวงั และค่อยเปน็ ค่อยไปเสมอ ต้องให้สนุ ัขเห็นและไดย้ นิ วา่ คุณกาลงั เดินเข้า
ไปหา ตอ้ งสงั เกตพฤติกรรมอยา่ งใกลช้ ิด ว่ามสี ัญญาณบง่ บอกว่าสนุ ขั กาลังกลัวหรือก้าวรา้ วหรือไม่
โดยค่อย ๆย่นื มือออกไป มอื จะต้องไม่อยเู่ หนือจมูกสนุ ัข เพราะมนั จะคดิ ว่า มือท่อี ยเู่ หนอื จมูกจะเปน็
การเข้าทารา้ ย และจะพยายามตอ่ สู้กลับอยา่ งก้าวร้าว การยื่นมือ เหนอื จมูก รวมทั้งก้มตัวเหนอื ศรี ษะ
หรอื พยายามจะเขา้ ไปลบู หวั ในเวลาที่มนั ยังไม่มนั่ ใจวา่ คุณเปน็ ใคร
เมื่อสุนัขกล้าเดินเข้าหา และยอมรับการที่คุณปฏิบัติโดยไม่มีสัญญาณของความหวาดกลัว
คุณจึงจะสามารถคล้องสายจูงรอบคอได้ สุนัขตัวใดก็ตามท่ีแสดงอาการก้าวร้าวในระหว่างการตรวจ
วินิจฉัย หรือการรักษาอาจจาเป็นต้องใช้การครอบปาก อุปกรณ์ครอบปากสามารถเบ่ียงเบนความ
สนใจสุนัขได้ชั่วขณะ และจะช่วยให้ คุณดาเนินการตามข้ันตอนได้เสร็จ เวลาจะครอบปากต้องดูด้วย
ว่า คุณต้องไม่ใส่ปากครอบให้กับสุนัขที่แสดงอาการของทางเดินหายใจลาบาก หรือมีอาการบาดเจ็บ
บริเวณหน้าอก โดยอาจใชก้ ารใส่คอลลา่ รห์ รือลาโพงกันเลียแทน จะสามารถกันสนุ ัขกดั ได้บางส่วนโดย
ท่ีไมท่ าให้สุนัขหายใจลาบาก รวมทั้งต้องมัน่ ใจว่าคุณไม่ใสค่ รอบปากไว้นานเกนิ ไป ครอบปากบางชนิด
อาจทาให้สุนัขระบายความร้อนทางปากไม่สะดวกซึ่งอาจทาให้ อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นได้ ในกรณีท่ีไม่
มีอุปกรณ์ครอบปาก ต้องรู้จกั ปรบั เปล่ียน หากสนุ ัขมสี ายเชือกคล้องรอบคออยู่แล้ว ก็สามารถใช้เชือก
ส่วนที่เหลือพันรอบปากได้ แต่ต้องระวังอย่าดึงเชือกจนตึงเกินไป ควรจะใช้เชือกรัดพอประมาณท่ีทา
ใหส้ ุนัขไม่สามารถเปดิ ปากได้เทา่ นั้น คุณยงั สามารถทาเชอื กครอบปากได้จากมว้ นผ้าพนั แผลได้อีกทาง
หนึ่ง
97
ภาพที่ 6.5 วิธีใชม้ ว้ นผา้ พันแผลเป็นเชือกครอบปากสนุ ขั
ทมี่ า: (YouTube. ออนไลน์. 2556).
สแกน QR-code เพื่อดูวีดีโอสาธติ วธิ ีใช้ม้วนผา้ พนั แผลเป็นเชอื กครอบปากสุนัข
โดยเริ่มจากการตัดม้วนผ้าพันแผลให้ได้ขนาดท่ีต้องการเหมาะกับขนาดของสุนัข ทาเง่ือน
แล้วนาไปคล้องรอบปาก สุนัขโดยให้เชือกผูกปากอยู่บริเวณตรงกลางของความยาวของปากสุนัข
เนื่องจากถ้าผูกปมล่นไปทางใกล้ตาของสุนัขมากเกินไป สุนัขจะยังสามารถเปิดปากและกัดได้อยู่
จากน้ันลากเชือกคล้องลงมาบริเวณด้านล่างของปากสนุ ัขแลว้ พันเชือกไขว้กันอีกรอบหนึ่งจากน้ันลาก
เชือกไปผกู ปมเง่อื นกระตุกทีบ่ ริเวณหลังหูของสุนขั
ทั้งนีว้ ธิ กี าร/ข้นั ตอนการจับบงั คับสนุ ัขท่เี หมาะสมนน้ั อาจเป็นการจบั บังคบั สุนัขในท่ายนื
ในท่านัง่ หรือในท่านอนตะแคง ขึ้นอยกู่ ับ อุปนิสัยของสุนัขในระหวา่ งการตรวจ และหตั ถการทางสตั ว
แพทย์ท่เี ราตอ้ งการปฏิบัติกับสตั ว์ จึงปรบั เปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยตอ้ งจับสุนัขใหอ้ ยู่ใน
ตาแหน่งท่ีเหมาะสม ทส่ี ามารถทางานได้งา่ ยจนลลุ ่วงและปลอดภยั ทง้ั ตวั ผ้จู ับและตัวสตั ว์
สแกน QR-code เพอื่ ดูวีดโี อสาธิตการจับบงั คบั สุนัขในทา่ ตา่ ง ๆ
1. การจบั บังคับสนุ ัขในท่ายืน
วางมือขา้ งหนึ่งไว้ดา้ นหน้าลาคอของสุนขั วางมอื อีกข้างไว้ใตท้ ้องบริเวณด้านหน้าของขา
หลงั คอ่ ย ๆ ยกดันตวั สนุ ขั ขึ้นมาหาตัวผ้จู ับจนตวั ของสนุ ัขมาชิดกับลาตัวของผู้จับ
เทคนิคการจบั /ผูกมัดอีกวธิ หี นึ่งคือสอดแขนขา้ งหนง่ึ รอบท้อง ส่วนหลังของสุนัข วิธนี ้จี ะทา
ใหค้ ณุ ควบคมุ สุนัขไดม้ ากขนึ้ จบั สนุ ัขในทา่ นจ้ี นกวา่ จะเสรจ็ สน้ิ การตรวจ ตามปกติการจบั หรอื ผกู มัด
ตอ้ งทาใหส้ ัน้ ที่สุด เพราะการจบั แนน่ เกนิ ไปจะทาให้สุนัขเกิดอาการกลวั ได้ ในสุนขั บางตัวอาจจะฝืน
ตวั ตอ่ ต้านมากกวา่ ทจ่ี ะสามารถใช้วธิ กี ารจับในท่ายืนได้ สนุ ขั เหลา่ นี้คุณสามารถใชว้ ิธจี บั ควบคุมตัวใน
98
ท่าน่งั การจบั ควบคมุ ในท่าน่ังจะเหมาะสมกับการ ฉดี ยาหรือข้ันตอนการรักษาทีไ่ ม่ยุ่งยากและใช้
ระยะเวลาสนั้ ๆ
ภาพท่ี 6.6 วธิ จี ับบังคบั สนุ ัขในท่ายืน
ท่มี า: (YouTube. ออนไลน์. 2557).
3. การจับบงั คบั สุนัขในทา่ น่ัง
โอบแขนไว้รอบลาตวั สุนัขในช่วงใกล้บนั้ ท้าย ค่อย ๆกดกน้ ลงให้อย่ใู นทา่ นั่ง โอบแขนอีกข้าง
รอบลาคอ เพื่อทจ่ี ะใหศ้ ีรษะพักในข้อพับเหนือศอก ดึงตวั สนุ ัขเข้าหาตัวผู้จับใหแ้ น่น ต้องระวังอย่าให้
สว่ นใบหนา้ หรอื ศรีษะของผู้จับอยใู่ กล้กบั ปากสุนัข เพราะในขณะดาเนนิ การสนุ ัขอาจแว้งกดั ผูจ้ บั ได้
ภาพที่ 6.7 วิธีจบั บังคับสุนขั ในท่านั่ง
ท่ีมา: (YouTube. ออนไลน์. 2557).
4. การจับบงั คบั สุนัขในท่านอนตะแคง
ในบางสถานการณ์ ผจู้ ับอาจจาเปน็ ตอ้ งใช้ การจบั / ควบคุมตัวในทา่ นอน หรอื เรียกวา่ การ
จบั นอนตะแคง
ในขณะท่สี นุ ัขกาลังยืน ใหเ้ อื้อมมือไขวข้ ้ามหลงั เพื่อจะไปจับขาหนา้ และขาหลงั ท่ีอยดู่ ้านใน
ใกล้ตัวผู้จับ
คอ่ ย ๆยกขาท้ังสองดา้ นในข้นึ จากพนื้ และโดยการดันตัวของสุนัขให้เลอ่ื นลงนอนตะแคงโดย
ใชต้ วั ของผจู้ ับพยุงตัวสุนัขให้นอน ตะแคงลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวลโดยทีเ่ ท้าหันออกจากตัวผู้จับ
99
กดแขนของผ้จู ับลงเบา ๆบนสว่ นลาคอของสุนขั ใช้มืออีกขา้ ง จับขาหลงั ด้านในไว้
ภาพท่ี 6.8 วิธจี ับบังคับสนุ ขั ในท่านอนตะแคง
ทีม่ า: (YouTube. ออนไลน์. 2557).
ข้อควรจา : สตั วม์ กั แสดงนิสัยทดี่ ขี ึ้นเมื่อไม่มีเจา้ ของอยูด่ ว้ ย
เวลาจะนาสุนขั เขา้ ห้องตรวจ ใหเ้ จ้าของพาสนุ ขั ของตวั เองเดนิ จากหอ้ งน่ังรอไปทห่ี ้องตรวจ
เองจะเปน็ การง่ายกวา่ ทจ่ี ะลากสนุ ัขออกมาจากเจ้าของ แต่ต้องระวังในกรณีท่ีสนุ ัขใชโ้ ซจ่ ูง และปลอก
คอที่หลวมอาจเลือ่ นหลดุ หากสนุ ัขไมย่ อมไป
หลงั จากสุนขั และเจ้าของเขา้ ห้องตรวจแลว้ หากต้องการทาการเข้าหาและทาการจับบังคับ
แลว้ สัตว์มีอาการก้าวรา้ ว และเจ้าของก็ไมส่ ามารถจบั ได้ ให้เชิญเจา้ ของออกจากห้องตรวจ
การจบั บงั คับแมว
ก่อนจบั บงั คับแมว ควรสังเกตพฤติกรรม และซักถามนสิ ัยจากเจ้าของก่อน ว่าเป็นแมวขี้ตื่น
ตกใจกลัวหรือไม่ และควรเรมิ่ ทาการจับบงั คบั ในห้องทป่ี ิดมิดชดิ ลอ็ กประตู ล็อกหน้าตา่ งอย่างดี
เพราะในกรณีของแมว ถ้ามีอาการตนื่ ตกใจ แมวจะกระโดดขน้ึ ท่สี ูงปนี ปา่ ย หลบหนไี ป และตามตวั
กลบั มาได้ยากมาก แตกต่างจากสุนขั ท่ีอาจจะแค่วิง่ หนไี ป แตไ่ มส่ ามารถปนี ป่ายไดจ้ ะตามกลบั มาได้
งา่ ยกวา่
สแกน QR-code เพ่อื ดวู ดี ีโอสาธติ การจับบงั คบั แมวในท่าต่าง ๆ
100
1. การจบั บังคับแมวด้วยมือ
ต้องม่ันใจวา่ แมวอยูบ่ นพื้นผิวเรียบไมล่ น่ื เชน่ บนพนื้ หรือไม่ ก็เป็นโตะ๊ ที่แขง็ แรงแน่นหนา
หรอื พน้ื ที่ทางานท่ไี ม่เปน็ พน้ื ผิวทีล่ ื่นงา่ ย
มกั ใชว้ ิธีจับบังคบั โดยการจับที่หนังคอของแมว
คอ่ ย ๆกดกน้ ลงให้อยู่ในทา่ น่งั
ดงึ ตัวแมวเข้าหาลาตัวผจู้ ับให้แน่น เพือ่ ไม่ให้แมวลกุ ข้ึนยนื หรอื กระโดด โดยต้องระวังอย่าให้
สว่ นใบหน้าหรอื ศรีษะของผ้จู ับอยใู่ กล้กับปากแมว เพราะในขณะดาเนินการแมวอาจแว้งกัดผู้จับได้
ภาพที่ 6.9 วิธกี ารจบั บงั คบั แมวด้วยมอื
ทม่ี า: (YouTube. ออนไลน์. 2557).
2. การจับบงั คับแมวด้วยผ้าเช็ดตัว
วิธนี ี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะแมวที่ซกุ ซน ดน้ิ เก่ง หรอื คุณไมม่ ีคนชว่ ยจบั แมวใน
ขณะนั้น
ใช้ผา้ เชด็ ตัวนมุ่ ๆ ขนาดกลาง ต้องไม่ใหญเ่ กินเพราะมนั จะไม่ เกะกะเทอะทะ ปูผ้าเชด็ ตัว
บนพืน้ หรอื บนพืน้ ผวิ เรยี บทต่ี ิดแน่น กับทแ่ี ลว้ วางแมวบนผ้าเชด็ ตวั นน้ั ให้แมวหันหนา้ ออกจากตัวผู้จับ
ยกมมุ ข้างหนึง่ ของผ้าเชด็ ตวั และฝ่งั ตรงข้าม มาห่มคลมุ ถงึ คอ ของแมว ซ่ึงจะทาให้แมวถูก
หอ่ เกือบทง้ั ตัว และไม่มีช่องที่จะใหข้ า หนา้ ย่ืนออกได้
ประคองแมวเบา ๆ แตม่ ัน่ คงบนผา้ เช็ดตวั น้ัน
ภาพท่ี 6.10 วิธีการจับบงั คบั แมวดว้ ยผ้าเช็ดตวั
ท่มี า: (YouTube. ออนไลน์. 2557).