สรปุ ผลงานวิชาการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอื่ งเล่า
ตารางท่ี 1 น้ำหนกั ของฝนุ่ อะครลิ กิ ที่อยบู่ นกระดาษ(กรมั ) ในกลอ่ ง
ครั้งที่ แบบท่ี 1 ไมม่ ี High power Suction แบบท่ี 2 มี High power Suction
12 0
21 0
32 0
41 0
51 0
61 0
72 0
81 0
91 0
10 1 0
สรปุ ผลท่ไี ด้รบั อยูร่ ะหวา่ งการดำเนนิ งาน
อ้างองิ /บรรณานุกรม
สรุปผลงานวิชาการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเล่า
ช่ือผลงาน กอด รดั ฟัด เหว่ยี ง
ช่ือผู้สง่ ผลงาน: นางสาวธดิ า ใจใส
ชอ่ื ผู้เสนอผลงาน : นางสาวธดิ า ใจใส
สถานที่ติดต่อ : หอผู้ปว่ ยใน โรงพยาบาลภักดีชุมพล
Tel.: 0844723397 E-mail.: [email protected]
หลักการและเหตุผล
โรคในระบบทางเดินหายใจ พบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สาเหตุมักเกิดจากการติดเชื้อ แบคทีเรีย ไวรัส การแพ้
รวมถงึ การระคายเคอื งจากสารเคมี โดยท่วั ไปอาจมอี าการ ไข้ มนี ้ำมูก ไอ บางคร้ังอาจมีอาการหอบรว่ ม ด้วย ซึ่งโรคที่พบ
บ่อย ไดแ้ ก่ ปอดอักเสบ หลอดลมอกั เสบ หอบหืด เป็นต้น และเม่อื โรคเหล่าน้ีเกิดขึ้นในเด็ก มกั จะรนุ แรง เป็นสาเหตุของ
การเสียชีวิตได้ งานผู้ป่วยใน โรงพยาบาลภักดีชุมพล ได้ดูแลผู้ป่วยเด็กที่เข้าพักรกั ษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยโรคในระบบ
ทางเดนิ หายใจ อายุ 0 – 3 ปี พบปญั หาว่า ขณะพ่นยาให้กับผู้ป่วยเด็ก ผปู้ ่วยมกี ารด้ินไปมาบนเตียง พยายาม ดงึ สายและ
หน้ากากพ่นยาออกจากใบหน้า ท้าให้การพน่ ยาไมม่ ีประสทิ ธภิ าพเทา่ ทคี่ วร จากปัญหาดงั กล่าว จึง เปน็ ท่มี าของนวัตกรรม
กอด รดั ฟดั เหวี่ยง
วัตถุประสงค์ของนวัตกรรม
1. ผูป้ ่วยเด็กไดร้ บั การพน่ ยาทมี่ ีประสทิ ธิภาพและตามแผนการรกั ษาครบถว้ น ไมน่ อ้ ยกวา่ ร้อยละ 80
2. ญาติผูป้ ว่ ยเดก็ พึงพอใจ ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 80
วิธกี ารพัฒนาส่ิงประดิษฐ์
วัสดุ/อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการประดษิ ฐน์ วัตกรรม
1. ผ้าเชด็ ตัว ขนาด 28x56 นว้ิ จำนวน 3 ผนื ราคาผนื ละ 100 บาท
2. สายรัดอเนกประสงค์แบบเข็มขัด จำนวน 6 อัน ราคา อันละ 16 บาท รวมต้นทุนในการซ้ืออปุ กรณ์ท้านวตั กรรม
ทัง้ หมด 396 บาท วิธกี ารใช้ ใช้รัดตวั ผู้ปว่ ยเดก็ ขณะพ่นยา
การทดสอบสิ่งประดิษฐ์ ทดลองใช้นวัตกรรม ในผู้ป่วยเด็กที่เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยโรคในระบบทางเดิน
หายใจ อายุ 0 – 3 ปี จ้านวน 5 ราย ระยะเวลาทดลอง 1 เดือน คือเดือน กรกฎาคม 2565
ผลการดำเนินงาน
1. ผปู้ ่วยเด็กไดร้ บั การพ่นยาทมี่ ีประสทิ ธภิ าพและตามแผนการรกั ษาครบถ้วน ร้อยละ 100
2. ญาตผิ ปู้ ว่ ยเด็ก พงึ พอใจ ร้อยละ 100
ประโยชน์ ผปู้ ว่ ยเดก็ ได้รบั การพน่ ที่มีประสิทธภิ าพและครบตามแผนการรักษาของแพทย์
ข้อเสนอแนะ ผ้าที่ใช้ในการห่อผู้ป่วยมีขนาดเล็ก จึงท้าให้ผู้ป่วยบางรายที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าผ้าหลุดออกจากผ้า ครั้ง
ตอ่ ไปควรใช้ผา้ ทีม่ ีขนาดใหญ่ทสี่ ามารถหอ่ ตวั ผปู้ ว่ ยไดท้ ้ังตัว และมีหลายขนาด
สรปุ ผลงานวิชาการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่ืองเลา่
ช่อื ผลงาน ธงนำทาง
ช่ือผู้สง่ ผลงาน นางมลิสา บ่วงรักษ์ ตำแหนง่ พยาบาลวชิ าชีพชำนาญการ
นางปฐั มาภรณ์ สีเสน ตำแหนง่ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
ชอ่ื -สกลุ /ท่ีอยู่หนว่ ยงาน งานผู้ปว่ ยนอก โรงพยาบาลภกั ดีชมุ พล
ประเภทผลงานนวตั กรรม (Innovation category):
/ นวตั กรรมด้านการบริการ
คำสำคัญ : ธงสี
สรุปผลงานโดยยอ่ : เนือ่ งจากงานผูป้ ่วยนอกไดท้ ำงานปรับปรุงดา้ นอาคารสถานที่ จงึ ไดย้ า้ ยมาให้บริการ ร่วมกับคลินิก
โรคเรื้อรัง ชั่วคราว ซึ่งเป็นการให้บริการ หลายๆจุด หลายโต๊ะในห้องเดียวกันเมื่อผู้รับบริการเข้ามาในห้องบางครั้งทำให้
เกิดความสับสนว่าจะต้องไปยื่นบัตรรับริการที่จุดใดบ้าง และมีการมาคอยสอบถามเจ้าหน้าในขณะที่ให้บริการผู้ป่วยราย
อื่นอยู่ ทำให้เกิดความล่าช้าในการให้บริการผู้ป่วยรายต่อไปจึงได้คิดทำนวัตกรรมธงนำทางขึ้นมาเพื่อใช้บอก จุดบริการ
ผูป้ ว่ ย
เป้าหมาย/วตั ถปุ ระสงค์
เพอ่ื ใหผ้ รู้ ับบริการได้รับบริการตรงจดุ บริการ ถูกตอ้ ง รวดเรว็
แนวคดิ การพฒั นานวตั กรรม
การมสี ญั ลักษณท์ เี่ ดน่ ชัดเขา้ ใจง่าย ทำใหผ้ ูร้ ับบริการมองเห็นชดั เจนเข้าถึงบรกิ ารได้สะดวกรวดเรว็
กิจกรรม/กระบวนการพฒั นานวัตกรรม
1.จดั ทำธงสตี ดิ ท่ีจดุ รบั บรกิ ารตา่ งๆดังน้ี
- จดุ ยื่นบัตร ทำประวัตสิ ีเขยี ว
- จดุ วดั V/S สีฟ้า
- จดุ ซกั ประวตั ิ สชี มพู
- จดุ เจาะเลือด สสี ม้
- จดุ Exit care สเี หลือง
2. เมื่อผรู้ ับบรกิ ารมายน่ื บตั รรับบัตรคิว เจา้ หนา้ ท่ที ่ีใหบ้ ริการตามจดุ ตา่ งๆ แนะนำผู้รบั บรกิ าร โดยการบอกช่ือจดุ รบั
บรกิ ารตอ่ ไปพร้อมทง้ั สอื่ สารดว้ ยธงสตี ่างๆตามจดุ รบั บริการ
การประเมนิ ผลการปรับปรงุ /เปลีย่ นแปลง/สิง่ ประดษิ ฐ์ (Innovation evaluation)
เก็บข้อมูลจากการสอบถามของผู้รับบริการเร่อื งจุดบรกิ ารตา่ งๆ ในแตล่ ะวนั รวบรวมผลงานเป็นรายเดือน นำมา
ปรับปรงุ นวัตกรรม เพ่ือให้เข้ากบั บรบิ ทในการปฏิบตั งิ าน นำขอ้ มูลมาเปรียบเทยี บก่อนและหลงั ทำนวัตกรรม
สรปุ ผลท่ไี ด้รบั
หลังจากได้นำนวัตกรรม ธงนำทางมาใช้ ผู้รับบริการ สามารถเข้ารับบริการได้ถูกต้อง ตรงจุดบริการมากขึ้น มา
สอบถามเจ้าหน้าที่ลดลง ซึ่งจากเดิม เดือน เม.ย.65 มีผู้ป่วยมาสอบถามเจ้าหน้าท่ี 56 ครั้ง เดือน พ.ค.65 มาสอบถาม
ลดลง เหลอื 37คร้งั คิดเป็นร้อยละ 66 ทำใหเ้ จา้ หน้าทีส่ ามารถให้บรกิ ารผรู้ บั บรกิ ารไดต้ อ่ เนือ่ ง ไม่ขาดชว่ ง รวดเร็วมากขึน้
สรุปผลงานวิชาการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเลา่
ชอ่ื ผลงาน Implanon nxt ติด Siren
ชือ่ ผ้สู ง่ ผลงาน นางสาวอนชุ ิดา เฮมโนนทอง
ท่อี ยหู่ น่วยงาน กลุ่มงานบริการดา้ นปฐมภูมิและองคร์ วม
ประเภทผลงานนวัตกรรม (Innovation category):
นวตั กรรมดา้ นการบริการ
คำสำคัญ : Implanon nxt คือ ยาคุมกำเนิดชนิดฝัง (Implanon NXT) ชนิดแท่ง พลาสติกขนาดเล็กบรรจุฮอร์โมนที่
เรียกว่าโปรเจสโตเจน ซึ่งจะถูกหลัง่ ออกมาด้วยปริมาณน้อยอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันการตัง้ ครรภ์ แท่งคุมกำเนินนี้จะถูกฝงั
เขา้ ไป ใตผ้ วิ หนังท่ใี ต้ท้องแขน และสามารถมีระยะเวลาคุมกำเนิดได้ถึง 3 ปี
สรุปผลงานโดยย่อ:
เป้าหมาย/วตั ถุประสงค์
เพ่อื ให้วยั รุน่ เขา้ ถึงบริการ การให้คำปรึกษาการคมุ กำเนดิ และสามารถเลอื กใช้วธิ ีการคมุ กำเนิดทเ่ี หมาะสมได้
แนวคดิ การพัฒนานวัตกรรม
การตงั้ ครรภก์ อ่ นวยั อันควรในสตรีวัยรุ่นตามคำนยิ ามขององค์กรอนามัยโลก (WHO: World Health
Organization, 2013) หมายถึง การต้งั ครรภข์ องสตรีทีม่ อี ายนุ ้อยกวา่ 20 ปี สบื เน่อื งมาจากปจั จุบนั มีการเปลย่ี นแปลงของ
สงั คมและวฒั นธรรมในดา้ นตา่ ง ๆ เกดิ ข้ึนอยา่ งรวดเร็ว ในยุคโลกาภวิ ัตน์ รวมถึงอิทธิพลของสิ่งแวดลอ้ มภายนอก และส่อื
ตา่ ง ๆ ท่มี เี นอ้ื หายั่วยุ เอ้อื อำนวยให้วยั รนุ่ มเี พศสัมพันธก์ นั อยา่ งอิสระมากขึน้ จากการทีข่ าดความรู้ ความเขา้ ใจในการ
ปอ้ งกันการต้งั ครรภ์และขาดความพรอ้ มในการมชี วี ติ ครอบครัว เป็นผลให้เกดิ การตัง้ ครรภใ์ นวัยรนุ่ ในอัตราทสี่ งู (สรุ ศกั ดิ์
ฐานีพานชิ สกลุ , 2555) อตั ราคลอดในวัยร่นุ อายุ 15 - 19 ปี เฉลี่ยทว่ั โลกประมาณ 65 ราย ต่อสตรวี ัยร่นุ 1,000 ราย สงู สดุ
ในกลุ่มประเทศแถบแอฟริกาใต้ บางประเทศในเอเชยี ใต้ และลาตินอเมรกิ า รองลงมาคอื ตะวนั ออกกลาง แอฟรกิ าเหนอื
สรุปผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเลา่
สหรัฐอเมรกิ า และยุโรปตะวันออก สว่ นประเทศท่ีมีอัตราคลอดในสตรวี ัยรนุ่ ตำ่ สดุ คือ ประเทศแถบ สแกนดิเนเวีย
สวติ เซอร์แลนด์ ญี่ปนุ่ เกาหลี และจีน (Beth Azar, 2012; Carmen Solomon-Fears, 2012) จากสถติ ขิ องกระทรวง
สาธารณสขุ ประเทศไทยมี ประชากร 65 ลา้ นคน มีสตรีวยั รนุ่ 23 ลา้ นคน ในจำนวนนม้ี กี ารตั้งครรภท์ ีไ่ ม่ตอ้ งการถงึ 1 แสน
คน/ปี(อรพินธ์ เจรญิ ผล, 2555) ซึง่ พบวา่ สถติ กิ ารมบี ุตรของวยั ร่นุ มีจำนวนสงู กวา่ เกณฑม์ าตรฐานกำหนดถงึ 71 จังหวดั ซ่งึ
ตามเกณฑม์ าตรฐานท่ีองคก์ ารอนามัยโลก (WHO) กำหนดไม่เกินรอ้ ยละ 10 และในปี พ.ศ. 2552 ประเทศไทยยงั มีแม่
วยั รนุ่ สงู เป็นอนั ดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของทวีปเอเชยี
จากขอ้ มลู อัตราการต้ังครรภ์ในวัยรุ่นของเขตสขุ ภาพ ทั้งหมด 12 เขตรวมกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. 2556 - 2558
พบว่าเขตสุขภาพท่ี 9 ไดแ้ ก่ จงั หวดั นครราชสีมา บุรีรัมย์ สรุ นิ ทร์ ชัยภมู ิ มี อัตราการต้ังครรภ์ในวยั รุ่นเฉลีย่ เป็นลำดบั ที่ 5
โดยเปน็ วยั รนุ่ หญิงทีม่ อี ายุ 15 - 19 ปี มอี ัตราเฉลยี่ 52.69, 49.5 และ 56.0 ตอ่ ประชากรหญงิ 1,000 คน (สำนกั อนามัย
การเจริญพันธ์ุ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ , 2559) ปี พ.ศ.2559 มีอัตราการตงั้ ครรภ์ในวยั รุน่ เฉล่ียเปน็ ลำดบั ที่ 6
ของเขตสขุ ภาพทงั้ หมด โดยเปน็ วยั รุ่นหญงิ ท่มี ีอายุ 15 - 19 ปี มีอตั ราเฉล่ยี อยทู่ ี่ 43.5 ต่อประชากรหญงิ 1,000 คน (สำนัก
อนามยั การเจรญิ พันธุ์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2560) จากสำรวจการต้ังครรภใ์ นวยั รนุ่ ของจงั หวัดชยั ภูมิปี พ.ศ. 2556 -
2558 วัยรุน่ หญงิ ท่ีมีอายุ 15 - 19 ปี มอี ตั ราเฉล่ีอยู่ท่ี 28.61, 42.84 และ 40.03 ต่อประชากรหญงิ 1,000 คน (สำนกั
อนามัยการเจรญิ พันธ์ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ , 2558) ปี พ.ศ. 2559 วยั รนุ่ หญงิ ทีม่ อี ายุ 15 - 19 ปี มีอตั ราอย่ทู ี่
37.96 ตอ่ ประชากรหญงิ 1,000 คน (สำนกั งานอนามยั การเจริญพนั ธ์ กระทรวงสาธารณสขุ , 2560)
การต้งั ครรภ์ในวยั ร่นุ ของอำเภอภักดีชุมพล ปี พ.ศ. 2563 - 2565 วยั รุ่นหญงิ ทีม่ อี ายุ 15 - 19 ปี มอี ัตราอยทู่ ี่
29.83, 17.88 และ 12.58 ตอ่ ประชากรหญงิ 1,000 คน (ศนู ยข์ ้อมลู สารสนเทศดา้ นสุขภาพ จังหวัดชัยภมู ิ จังหวดั ชยั ภูมิ,
2565) จากการสำรวจพบว่าการตัง้ ครรภใ์ นวัยรนุ่ ของอำเภอภกั ดชี ุมพล ภาพรวมจังหวดั ชยั ภูมิ มอี ตั ราการตั้งครรภใ์ น
วยั ร่นุ ลดลง แตย่ งั มีแนวโน้มทน่ี ่าเป็นหว่ ง ซ่ึงปญั หาการตัง้ ครรภใ์ นวัยรุ่นของจงั หวัดชยั ภมู ิ เกดิ จากปัจจยั ตา่ งๆ มากมาย
เขา้ มาเก่ียวขอ้ ง ไมว่ า่ จะเป็นปัจจยั บุคคล การอยากรอู้ ยากลอง ปญั หาด้านเศรษฐกจิ การอบรมเลย้ี งดทู ี่ไมเ่ หมาะสม สงั คม
ส่อื ตลอดจนคา่ นยิ มตา่ งๆในกลุ่มวัยรุ่น (ตลพฒั น์ ยศธร, 2558)
การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจึงถือ เป็นปัญหาทางสาธารณสุขและเป็นปัญหาสงั คมทีส่ ำคัญทั้งในระดับบุคคล ครอบครวั
ชุมชนและประเทศชาติ การป้องกัน ปัญหาโดยการส่งเสริมให้วัยรุ่นไม่มีการร่วมเพศเป็นสิ่งที่ ดีที่สุดแต่ปฏิบัติได้ยาก
ดงั นั้นการคมุ กำเนดิ จงึ เปน็ วิธีการ ปอ้ งกันปัญหาตา่ งๆ ทอ่ี าจจะเกดิ ข้นึ จากการตง้ั ครรภไ์ ด้ดี ท่สี ดุ ถา้ บุคลากรเข้าใจ และมี
ความรู้เรื่องการคุมกำเนิด ที่เหมาะสม รู้ว่าวัยรุ่นมีการคุมกำเนิดอย่างไร จะสามารถ ให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อให้วัยรุ่น
สามารถเลือกใช้วธิ ีการ คุมกำเนดิ ที่ถูกต้องกจ็ ะเปน็ การปอ้ งกันและแก้ไขปญั หา ดังท่กี ล่าวมาได้
ผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะคิดค้นนวัตกรรม Implanon nxt ติด Siren เพื่อให้วัยรุ่นเข้าถึงบริการและ การให้
คำปรึกษาการคุมกำเนิด สามารถเลือกใช้วิธีการคุมกำเนิดที่เหมาะสมมากขึ้น ซึ่ง จะนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขปัญหา
ด้านสุขภาพอนามยั ทางเพศส่วนหนึ่งของวัยรุ่นได้
สรุปผลงานวิชาการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่ืองเล่า
กจิ กรรม/กระบวนการพฒั นานวตั กรรม /การประเมินผลการปรบั ปรงุ /เปลย่ี นแปลง/สง่ิ ประดิษฐ์ (Innovation
evaluation)
..
สรุปผลที่ไดร้ ับ
วยั รนุ่ ไดร้ บั บริการฝงั ยาคมุ กำเนดิ โดยที่ไม่ตอ้ งมาโรงพยาบาล
สรุปผลงานวิชาการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเลา่
ช่อื ผลงาน เยี่ยมบา้ นยคุ Covid-19
ชอ่ื ผู้สง่ ผลงาน นางสาวสภุ าพร บญุ ช่วย
ชือ่ -สกลุ /ทอี่ ย่หู น่วยงาน กลุ่มงานบรกิ ารดา้ นปฐมภูมิและองคร์ วม โรงพยาลภกั ดชี มุ พล
ประเภทผลงานนวัตกรรม (Innovation category):
/ นวตั กรรมดา้ นกระบวนการ
คำสำคัญ : บทบาทพยาบาล CM , บทบาท CC , การเยี่ยมบา้ น ,ผู้ป่วย LTC , ไวรัสโคโรนา 2019
สรุปผลงานโดยย่อ: การเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต เพราะบางครั้งลูกหลานท่ี คอยดูแล
คนสงู วัยกลุ่มนจี้ ำเป็นต้องออกไปประกอบอาชพี จงึ ทำให้คนชราต้องอยู่บ้านเพียงลำพงั ทีส่ ำคญั จิต อาสาเยี่ยมบ้าน (CC)
นอกจากจะลงไปช่วยให้กำลังใจผู้สูงอายุแล้ว ยังช่วยคัดกรองโรค เช่น ภาวะแผลกดทับ หรือกรณีที่มีโรคแทรกซ้อนอื่น
เช่น มีแผลติดเชื้อที่ต้องไปพบแพทย์โดยด่วน การเยี่ยมบ้านจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ มาก และในสถานการณ์การระบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 พยาบาลที่ปฏิบัติงาน ของ CM และ CC จำเป็นต้องมีสมรรถนะเฉพาะ
ด้านในการประยุกต์องค์ความรู้และทักษะการดูแลที่เหมาะสม ในการเย่ียมบ้านให้สอดคลอ้ งกับสถานการณ์และ บริบทท่ี
เปลี่ยนแปลง ทั้งในระยะก่อนเยี่ยม ขณะเยี่ยม และ หลังเยี่ยม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการ เย่ียม
บ้าน ส่งผลให้ผู้ป่วยครอบครัวและชุมชน ได้รับการดูแลที่บ้านอย่างครอบคลมุทั้งในมิติทางกายใจจิตวิญญาณและสังคม
จากแนวคิดผลการศึกษาและปัญหาดังกล่าว ผู้ศึกษาจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาสร้างนวตกรรม เรือง การเยี่ยมบ้านยุค
Covid-19 นี้ขึ้นมาเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาระบบการรายงานการเยี่ยมบ้านผู้ป่วย LTC กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการดูแล
โดย CC ในช่วงของการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 สะดวกและรวดเร็วมาก ยิ่งขึ้นอีกทั้ง ช่วยให้การติดตามอาการ
เปลี่ยนแปลงและความต้องการของผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลโดย CC ได้อย่าง ทันท่วงทีและมีการจัดเก็บบันทึกข้อมูลที่เป็น
ระบบมากย่ิงขน้ึ
เป้าหมาย/วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อพัฒนาระบบการรายงานการเยี่ยมบ้านของ CC ในช่วงของการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ในเขตรับผิดชอบ
โรงพยาบาลภกั ดีขุมพล
2. เพื่อติดตามอาการเปลี่ยนแปลงและความต้องการของผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลโดย CC ได้อย่างทันท่วงที กิจกรรม/
กระบวนการพัฒนานวตั กรรม
1. ศึกษาวธิ กี ารสร้าง QR Code และ Line Notify สำหรับการระบบรายงานการเย่ียมบา้ นของ CC
2. ออกแบบและนำข้อมูลผู้ปว่ ย LTC กลุม่ เปา้ หมายที่ได้รับการดูแลโดย CC เข้าสโู่ ปรแกรมโดยสร้าง QR Code โดยผ่าน
Google Drive
3. นำ QR Code ท่ไี ดเ้ ข้าส่รู ะบบการแจ้งเตอื นทางไลน์ (Line Notify)
4. ทดสอบระบบโดยปริ้น QR Code นำไปติดที่บ้านผู้ป่วย LTC ตามกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการดูแลโดย CC และเมื่อ CC
ออกเยี่ยมบา้ นใหท้ ำการแสกน QR Code กอ่ นและหลังการปฏบิ ตั งิ าน
สรุปผลงานวชิ าการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรื่องเล่า
5. ระบบจะรายงานลงเวลาการปฏิบตั ิงานของ CC (กอ่ นใหบ้ ริการ) และรายงานการติดตามการเย่ยี ม อาการเปลยี่ นแปลง
และแจ้งความต้องการต่างๆของผู้ป่วย LTC กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการดูแลโดย CC (หลังให้บริการ) แจ้งเตือนผ่านทาง
Line Notify ของ CM เพอื่ รบั ทราบข้อมูลและให้การรกั ษาตาม ความตอ้ งการของผู้ป่วย.
การประเมนิ ผลการปรบั ปรงุ /เปล่ียนแปลง/สิ่งประดิษฐ(์ Innovation evaluation)
1. ผ้ปู ่วยได้รับการตดิ ตามเยี่ยมไดอ้ ย่างต่อเนอ่ื งและได้รบั การชว่ ยเหลอื ได้รวดเร็วย่ิงขึน้
2. CC สะดวกในรายงานการทำงานให้ CC ไดท้ ราบและสะดวกในการรายงานการตดิ ตามเย่ยี มผู้ป่วย LTC กลมุ่ เป้าหมาย
ทไ่ี ดร้ ับมอบหมายดูแล ลดการจดบนั ทกึ สะดวก รวดเร็ว
3. CM ได้ทราบเวลาการรายงานการปฏิบัติงานของ CC และได้รับการรายงานอาการและอาการ เปลี่ยนแปลงต่างๆของ
ผปู้ ่วย LTC กลุ่มเป้าหมายทไี่ ดร้ บั การดูแลโดย CC ได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึน้ และสามารถเก็บขอ้ มลู และรวบรวมผลการ
ปฏบิ ตั งิ านไดง้ า่ ยยิ่งขึ้น
สรุปผลที่ได้รับ จากการนำนวตกรรมนี้ไปใช้ ผู้ป่วย LTC และCC ให้ความสนใจ ใส่ใจและให้ความร่วมมือในการนำ
ผลงานใช้งานจริง CC มีความซื่อสัตย์ซ่ือตรง ตรงเวลา และใส่ใจในการปฏิบัติงาน ผู้ป่วย LTC มีความพึง พอใจในระบบ
เนอ่ื งจากได้รับรับการดูแลชว่ ยเหลือได้รวดเรว็ ตามความต้องการ และนวตกรรมนส้ี ามารถนำไป พฒั นาและบูรณาการกับ
ระบบการเย่ยี มบา้ นของ CG หรือ อสม. ได้ต่อไป
อ้างองิ /บรรณานุกรม
การสรา้ ง Google Form กรอกขอ้ มลู ดว้ ยการ Scan QR Code แลว้ ให้ระบบแจง้ เตือนไปยัง Line อัตโนมตั ิ.//
(2022).//การสรา้ งQRCode.//สืบคน้ เมอื่ 4กรกฎาคม2565./จาก
https://www.youtube.com/watch?v=_6ds7oj2a4w
สรุปผลงานวชิ าการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเลา่
ชื่อผลงาน สมุดเบิกยารายสปั ดาหฝ์ า่ ยเภสชั กรรมและงานคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
โรงพยาบาลภักดชี มุ พล อำเภอภกั ดชี มุ พล จังหวัดชยั ภมู ิ
ชอื่ ผสู้ ่งผลงาน สภุ าพร ชำนาญการ
ชื่อกลุ่มงาน ฝา่ ยเภสชั กรรมฯ โรงพยาบาลภกั ดีชมุ พล
ทมี่ าของปญั หา :
จากการปฏบิ ตั ิงานในฝา่ ยเภสัชกรรมฯ โรงพยาบาลภักดชี มุ พล ซง่ึ มหี นา้ ที่ในการสำรองยาในคลังยอ่ ย และสำรอง
ยาในหนว่ ยบรกิ ารต่างๆ ของโรงพยาบาลภักดชี ุมพล ใหเ้ พียงพอตอ่ การใชง้ านใน 1 สัปดาห์ จากการทำผลงานในคร้ังแรก
ยงั พบปัญหาการคิดจำนวนคงเหลอื ในคลัง มลู ค่าคงเหลอื เพราะทำใหจ้ ำนวนคงเหลือ และมูลค่าคงคลังเกนิ 1 สัปดาห์ ทำ
ให้มียาหมดอายุและใช้ไม่ทัน จึงได้มีแนวคิดให้แตล่ ะฝ่ายเช็คจำนวนคงเหลือในคลงั มูลค่าคงเหลือด้วย เพื่อให้สอดคล้อง
กบั การเบิกตามจริงต่อสปั ดาห์
วตั ถุประสงคข์ องโครงการ :
1. เพอ่ื ลดปญั หาจำนวนคงเหลอื ในคลัง มูลค่าคงเหลอื
2. เพือ่ ลดอัตรายาหมดอายุ
3. ผู้ใชง้ านมีความพึงพอใจในการใช้นวตั กรรม
ขั้นตอนการดำเนินงาน :
1. นำรายการยาที่เบิกในแต่ละสัปดาห์ของแต่ละฝ่ายในโรงพยาบาลภักดีชุมพลมาจัดเรียง และทบทวนรายการยา
ใหม่
2. จัดการเพ่มิ ช่อง คงเหลอื ในคลงั มูลคา่ คงเหลอื ในสมุดเบกิ ยารายสัปดาห์ของแตล่ ะฝ่ายในโรงพยาบาลภักดีชุมพล
ออกมา และทำการ prin ออกมา เพอ่ื ให้มีการทบทวน และตรวจสอบไดท้ ้ังสองฝา่ ย
3. จัดทำเปน็ รูปเลน่ เยบ็ มมุ บนหวั และใสก่ ระดาษ copy เขา้ ไป
4. ระยะเวลาการเกบ็ ขอ้ มูลตงั้ แต่ มีนาคม - กรกฎาคม 65
วธิ กี ารใชง้ าน :
1. นำสมดุ เบิกยารายสปั ดาห์ไปแจกจา่ ยให้กบั แตล่ ะฝ่ายในโรงพยาบาลภกั ดชี ุมพล ซง่ึ เน้นหลักๆ ของการเบิกยาราย
สัปดาหบ์ อ่ ยครง้ั จำนวน 10 ฝ่าย ดังน้ี
1. เวชระเบียน (OPD)
2. หอ้ งคลอด (OR)
3. หอ้ งฉกุ เฉิน (ER)
4. สง่ เสรมิ สขุ ภาพ
5. ทันตกรรม
6. คลนิ กิ โรคเร้ือรัง (NCD)
7. ผูป้ ว่ ยใน (IPD)
8. กายภาพ
9. แพทย์แผนไทย
10. ใหค้ ำปรึกษา
สรุปผลงานวิชาการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่อื งเล่า
2. เขยี นเบกิ ยารายสปั ดาห์ โดยมกี ำหนดสง่ ทุกวนั พุธ และจะตอ้ งเชค็ คงเหลอื ในคลัง มูลคา่ คงเหลือ มาให้ด้วย
3. จดั ของเบิกให้ภายในวนั พฤหสั บดีของทกุ ๆ สัปดาห์
4. เมื่อมีการมารับของเบิกยา จะทำการเซ็นชื่อผู้รับ และฉีกสมุดเบิกยารายสัปดาห์โดยฉีก copy ออกไว้ เพื่อตรวจสอบ
เมือ่ แตล่ ะฝ่ายเบกิ ยาไปกส็ ามารถทบทวน และตรวจสอบยาไดว้ ่าตรงตามจำนวนที่เบกิ ไปหรือไม่
ตวั อย่างแบบเดิมสมดุ เบิกยารายสัปดาห์
ตวั อย่างการสมดุ เบกิ ยารายสปั ดาห์ทม่ี กี ารปรับเปลยี่ นแลว้ (โดยการเพม่ิ ชอ่ งคงเหลือในคลัง มูลค่าคงเหลอื ) และใชไ้ ดจ้ ริง
ในปัจจบุ ัน
สรปุ ผลงานวิชาการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเล่า
ผลการดำเนินงาน :
ทำการเก็บข้อมูลโดยแต่ละฝ่ายที่ใช้สมุดเบิกยารายสัปดาห์ตามที่กล่าวมาข้างต้น ทำการประเมินด้านความพึง
พอใจหลังจากการใช้งานสมุดเบิกยารายสปั ดาห์ฝ่ายเภสัชกรรมฯ โรงพยาบาลภักดชี ุมพล ใน 5 ประเด็นข้อคำถาม โดยมี
เกณฑป์ ระเมินความพงึ พอใจของนวตั กรรมดงั น้ี
มที ั้งหมด 10 ฝ่ายในการทำแบบสอบถาม
ตอนท่ี 1 สถานภาพท่ัวไป
- เพศ
เพศหญงิ 9 คน (รอ้ ยละ 90)
เพศชาย 1 คน (ร้อยละ 10)
- อายุ
20-30 ปี จำนวน 4 คน (ร้อยละ 40)
31-40 ปี จำนวน 4 คน (รอ้ ยละ 40)
41-50 ปี จำนวน 2 คน (รอ้ ยละ 20)
- อาชพี
พนงั งานชว่ ยเหลือคนไข้ จำนวน 5 คน (ร้อยละ 50)
ผู้ชว่ ยนักกายภาพ จำนวน 1 คน (รอ้ ยละ 10)
ข้าราชการ จำนวน 2 คน (รอ้ ยละ 20)
แพทยแ์ ผนไทย จำนวน 1 คน (รอ้ ยละ 10)
พนกั งานกระทรวง จำนวน 1 คน (ร้อยละ 10)
ตอนท่ี 2 ระดบั ความพงึ พอใจ
ระดบั ความพงึ พอใจ นิยาม
5 มากที่สดุ
4 มาก
3 ปานกลาง
2 นอ้ ย
1 นอ้ ยทส่ี ุด
สรุปผลงานวชิ าการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรื่องเลา่
ประเด็นขอ้ คำถามในการประเมินความพึงพอใจ
ประเด็นการปะเมินความพงึ พอใจ ระดับความพึงพอใจ
54321
1. สมุดเบิกรายสัปดาห์มีประโยชน์ในการใช้งาน
เพื่อทบทวน และตรวจสอบรายการที่เบิกได้ว่า 6 (60) 4 (40) 0 (0) 0 (0) 0 (0)
ตรงตามทีเ่ บิกหรอื ไม่
2. เป็นสมุดเบิกรายสัปดาห์ที่สามารถตรวจสอบ
ย้อนหลังถึงปริมาณการใช้ยา และเช็คคงเหลือใน 8 (80) 1 (10) 1 (10) 0 (0) 0 (0)
คลัง มลู คา่ คงเหลอื ต่อครงั้ ในการเบิกได้
3. มีความเหมาะสมต่อใช้งาน สะดวกในการใช้ 7 (70) 3 (30) 0 (0) 0 (0) 0 (0)
งาน และจดั เกบ็ งา่ ย
4. สามารถนำสมุดเบิกยารายสัปดา ห์ ไป 0 (0) 4 (40) 3 (30) 3 (30) 0 (0)
ประยุกตใ์ ช้ในการทำงานอย่างอื่นได้
5. มีการตรวจสอบยา และรายการต่างๆ ในสมุด
เบิกยารายสัปดาห์เพื่อทบทวนยาหมดอายุ หรือ 9 (90) 1 (10) 0 (0) 0 (0) 0 (0)
ยาใกล้หมดอายไุ ด้
ผลจากการใชน้ วัตกรรมของกลุม่ ผูใ้ ช้นวัตกรรม 10 หนว่ ยบริการ พบวา่ ร้อยละ 90 มีมูลคา่ ยาสำรองคงคลังอยู่ใน
คา่ เปา้ หมายคอื 1 สัปดาห์
ก่อนใช้นวัตกรรมมีอัตรายาหมดอายุร้อยละ 3.05 หลังใช้นวัตกรรมมียาหมดอายุร้อยละ 1.04 ผลจากการใช้
นวตั กรรม พบวา่ สามารถลดอัตรายาหมดอายุได้รอ้ ยละ 2.01
สรุปผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานสมุดเบิกยารายสัปดาห์ฝ่ายเภสัชกรรมฯ โรงพยาบาลภักดีชุมพล
ของผู้ใช้งานสมุดเบิกยารายสัปดาห์ฝ่ายเภสัชกรรมฯ ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจด้าน มีการตรวจสอบยา และรายการต่างๆ
ในสมุดเบิกยารายสัปดาห์เพ่ือทบทวนยาหมดอายุ หรือยาใกล้หมดอายุได้ ร้อยละ 90 เป็นสมุดเบิกรายสัปดาห์ที่สามารถ
ตรวจสอบย้อนหลังถึงปริมาณการใช้ยา และเช็คคงเหลือในคลัง มูลค่าคงเหลือ ต่อครั้งในการเบิกได้ ร้อยละ 80 และมี
ความเหมาะสมต่อใช้งาน สะดวกในการใช้งาน และจัดเก็บงา่ ย ร้อยละ 70
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน :
การเช็คจำนวนคงเหลือในคลงั มูลค่าคงเหลอื ในสมดุ เบิกยารายสปั ดาหฝ์ ่ายเภสชั กรรมฯ โรงพยาบาลภกั ดีชุมพล
ทำใหม้ ียาหมดอายุและใชไ้ มท่ นั จึงได้มแี นวคดิ ใหแ้ ตล่ ะฝ่ายเช็คจำนวนคงเหลือในคลัง และมูลคา่ คงเหลอื ดว้ ย
โอกาสในการพฒั นา :
1. ใหส้ มดุ เบิกยารายสปั ดาห์ฝ่ายเภสัชกรรมฯ โรงพยาบาลภกั ดชี มุ พล เป็นระบบคอมพิวเตอร์ โดยการสร้างเป็น
ไฟล์ Excel สง่ ผ่าน Line มอื ถอื
2. ใหส้ มุดเบิกยารายสัปดาห์ฝา่ ยเภสชั กรรมฯ โรงพยาบาลภักดชี มุ พล มีระบบตรวจเช็คยาหมดอายุ online
สรปุ ผลงานวิชาการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่ืองเล่า
ชอ่ื ผลงาน Pop up พ่นยาให้ถกู dose
ผู้ส่งผลงาน นางสาวสริ ิยา หมูห่ มน่ื ศรี พยาบาลวชิ าชพี ปฏบิ ตั กิ าร
กลุ่มงาน อุบตั ิเหตุ - ฉุกเฉนิ โรงพยาบาลภกั ดชี มุ พล
ประเภทผลงานนวตั กรร ( Innovation category) : นวตั กรรมดา้ นการบริการ
คำสำคัญ : พน่ ยา
สรปุ ผลงานโดยย่อ
นวัตกรรม Pop up พน่ ยา จดั ทำขนึ้ เพ่อื ใช้ในการใหบ้ รกิ ารพน่ ยาผู้ปว่ ย ให้ตรงตามคำสงั่ การรักษาของแพทย์ ให้
ตรงตามจำนวนครง้ั ขนาดของยา และชว่ ยลดความผดิ พลาดของเจา้ หน้าที่ทใ่ี หบ้ รกิ าร
เป้าหมาย/วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือใหผ้ ู้ป่วยได้รับการพน่ ยาตามชนดิ และจำนวนครั้งท่ีถูกตอ้ งตามแผนการรกั ษา
แนวคดิ การพฒั นานวัตกรรม
ในแผนกอุบัติเหตุ -ฉุกเฉิน มีการพ่นยาต่อเนื่องในผู้ป่วยที่มีอาการหอบเหนื่อย เช่น ผู้ป่วย Asthma , COPD,
Bronchitis เป็นต้น โดยในการพ่นยามีเจ้าหน้าที่ดูแลผูป้ ่วยหลายคน ทำให้ในบางครั้งอาจสับสนในจำนวนครั้งของยาท่ี
พ่นใหแ้ ก่ผ้ปู ว่ ยแต่ละคน
กจิ กรรม/กระบวนการพฒั นานวัตกรรม
Pop up จำนวนครั้งในการพ่นยา โดยเขียนชนิดของยาพ่นใน pop up และแบ่งสี 3 สี ระบุหมายเลขที่พ่นยา
ได้แก่ สีแดง หมายเลข 1 สีเหลืองหมายเลข 2 สีเขียวหมายเลข 3 ทุกหมายเลขมีชนิดของโดยนำ pop up นี้ เตรียมไว้
บริเวณจุดเตรียมยาพ่นในห้องอุบัติเหตุ ฉุกเฉิน เมื่อเจ้าหน้าที่นำยาไปพ่นให้กับผู้ป่วย ให้นำป้ายไปห้อยบริเวณจุดต่อ
ออกซิเจน เม่อื พน่ ยาครงั้ ตอ่ ไปก็นำปา้ ยจากบริเวณทเ่ี ตรยี มยาไปเปล่ยี นให้กับผปู้ ว่ ย ผู้ป่วยจะได้รบั การพ่นยาอยา่ งถูกชนิด
และถกู จำนวนคร้งั ตามแผนการรกั ษา
การประเมินผลการปรบั ปรุง/เปลย่ี นแปลงสง่ิ ประดิษฐ์ ( Innovation evaluation)
หลังจากใช้งาน พบปัญหาสิ่งประดิษฐ์ไม่อยู่นิ่ง เปียกน้ำ ไม่สะดวกต่อการใช้งาน จึงปรับปรุงสิ่งประดิษฐ์ให้ไม่
เปียกน้ำ และอย่นู ง่ิ สะดวกตอ่ การใช้งาน
สรุปผลทไ่ี ดร้ ับ
บุคลาการในงานอบุ ตั ิเหตุ - ฉกุ เฉนิ สามาถใช้ยาพ่นให้ถกู ต้องตามคำส่งั ของแพทย์ ครบตามจำนวนคร้งั ตามคำส่ังแพทย์
ภาพประกอบ
สรุปผลงานวชิ าการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเล่า
ชอ่ื ผลงาน “หนนู อ้ ยปลอดภยั ป้องกนั ไว้ไมใ่ ห้หลุด”
ชอื่ ผู้เสนอผลงาน นางศรัณย์ภทั ร ศุภมาตย์ ตำแหนง่ พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ
ชื่อ-สกุล/ที่อย่หู น่วยงาน งานหอ้ งคลอด โรงพยาบาลภักดีชุมพล
ประเภทผลงานนวตั กรรม : นวตั กรรมความปลอดภยั ผ้ปู ว่ ย
คำสำคญั : ปลอยภยั ป้องกัน หลุด
สรุปผลงานโดยยอ่
งานห้องคลอด โรงพยาบาลภักดีชุมพล ให้บริการผู้ป่วยเด็กแรกเกิดและมารดาหลังคลอดในปี พ.ศ 2565
พบอุบัติการณ์ทารกแรกเกิดดิ้น ส่งผลให้เข็มให้สารน้ำหลุด ทำให้อัตราการแทงเข็มให้สารน้ำก่อนเวลากำหนด อีกทั้งการ
แทงเข็มบ่อยครั้งส่งผลให้ทารกแรกเกิดได้รับการบาดเจ็บจากการแทงเข็มเพิ่มขึ้น มารดาเกิดความวิตกกังวล จึงได้คิดคน้
นวัตกรรม “ หนูน้อยปลอดภัย ป้องกันไว้ไม่ให้หลุ ด” เพื่อลดอุบัติการณ์การเลื่อนหลุดของ IVF
ลดอัตราการแทงเข็มก่อนเวลา และสามารถประเมินการรั่วซึมของสารน้ำออกนอกเส้นได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันการเกิด
Phlebitis ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
เป้าหมาย/วัตถปุ ระสงค์
1. ปอ้ งกนั การเล่อื นหลดุ ของบริเวณที่ให้สารนำ้ ทางหลอดเลือดดำสว่ นปลาย
2. สามารถประเมินการรวั่ ซึมของสารนำ้ ออกนอกเส้นไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
3. ลดอตั ราการแทงเขม็ ให้สารนำ้ ก่อนเวลากำหนด
4. ลดความวติ กกงั วลของญาตติ ่อการแทงเขม็ เพอื่ ใหส้ ารนำ้
ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน
1. จัดหาอุปกรณ์การผลิตนวตั กรรมโดยใช้เศษผา้ ผา้ ที่หาไดง้ า่ ย เข็ม ดา้ ย
2. ใชข้ วดสารน้ำเปลา่ ตดั เป็นสเี่ หล่ยี มผนื ผ้าทำเปน็ แป้นรองมอื เดก็
3. ประชุมทมี งานทำนวัตกรรม
4. ดำเนินการ
5. ตดิ ตามผลและสรปุ ผล
วิธกี ารใช้และการพฒั นาต่อเนือ่ ง
1. แทงเข็มให้สารน้ำทางหลอดเลอื ดดำ แลว้ ใช้ fixomull แปะทีเ่ ขม็
2. ใช้ Transpore แปะ 1-2 เส้น
3. ใชน้ วัตกรรมพนั รอบมอื
กอ่ นใชน้ วตกรรม
สรุปผลงานวิชาการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเลา่
ใช้นวตั กรรม
ตวั ชว้ี ดั ผลสำเร็จ และผลลพั ธ์ เป้าหมาย ผลลัพธ์ทป่ี ฏบิ ัติได้
ตวั ชวี้ ดั (KPI) (Target) (เดอื น ก.ค. 65)
0 0
1. อัตราของการเกิดการเลอ่ื นหลดุ ของบรเิ วณ
ที่ให้สารนำ้ ทางหลอดเลอื ดดำสว่ นปลาย 0 0
2. อัตราการเกิด Phlebitis
3. อัตราการแทงเขม็ ให้สารนำ้ ก่อนเวลากำหนด 0 0
4. ความพงึ พอใจของผรู้ บั บรกิ าร มากกว่า 80 85
5. อตั ราความพงึ พอใจของหนว่ ยงานที่เผยแพร่นวตั กรรม มากกวา่ 80 94
ผลลัพธ์
1. จากการทดลองใชน้ วัตกรรมพบอตั ราการเลอื่ นหลุดของ IVF ลดลง
2. ไมพ่ บอุบัติการณ์ Phlebitis
3. ผูป้ กครองเดก็ พง่ึ พอใจ รอ้ ยละ 86
ขอ้ เสนอแนะของผู้มารบั บรกิ าร(ผปู้ กครองเดก็ )
1. “ชอบคะ่ ไมต่ อ้ งกงั วลว่า นำ้ เกลือจะหลดุ ”
2. ควรจัดทำหลายๆ ขนาด เพราะสามารถนำไปใช้กบั เด็กโตท่ีหอ้ งฉุกเฉินไดด้ ้วยค่ะ
โอกาสพฒั นา
1. พัฒนาเปน็ Model ตอ่
2. เพม่ิ ความหลากหลายของขนาด
3. นำขอ้ เสนอแนะจากหนว่ ยงานที่เราเผยแพรน่ วัตกรรม นำมาพฒั นาตอ่
สรปุ ผลงานวิชาการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเลา่
ภาคผนวก
แบบประเมินความพงึ พอใจการใช้นวัตกรรม “หนูน้อยปลอยภัย ปอ้ งกันไว้ไม่ให้หลุด”
ขอใหท้ ่านทำเครื่องหมาย / ลงในช่องวา่ งตามระดับความพงึ พอใจของทา่ น ในแตล่ ะประเด็นคำถามและกรณุ ากรอกข้อมูล
ในช่องขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ เพื่อรวบรวมและนำไปปรบั ปรุงพัฒนา
ระดับความพึงพอใจ 5 ระดับคอื
1 ไมพ่ งึ พอใจ 2 พึงพอใจนอย 3 พึงพอใจปานกลาง 4 พึงพอใจมาก 5 พึงพอใจมากทสี่ ดุ
เร่อื ง ระดบั ความพงพอใจ
5 4321
1.ดา้ นการใช้ประโยชนไ์ ด้จริง
1.1 นวัตกรรมทำใหท้ า่ นหรือญาตขิ องทา่ นสามารถสงั เกต
เหน็ การรวั่ ซึมของสารนำ้ ออกนอกเสน้ เลอื ดดำได้
1.2 นวตั กรรมมีความเหมาะสมตอ่ การใช้งาน
1.3 นวตั กรรมมีประโยชนต์ ่อท่านและประชาชนผู้รับบริการ
2.ด้านความปลอดภัย
ทา่ นหรือประชาชนผรู้ ับบริการสามารถใชน้ วัตกรรมได้
โดยไม่ก่อให้เกดิ อันตราย
3.ความสวยงาม
3.1 นวตกรรมมคี วามเรยี บงา่ ย
3.2 นวตกรรมมคี วามนา่ ใช้ สสี ันสวยงาม
4.ด้านความคมุ้ ค่า คมุ้ ทนุ
นวตั กรรมทำให้มีการใช้ทรพั ยากรอย่างค้มุ ค่า มปี ระสทิ ธิภาพ ไม่
ฟมุ่ เฟอื ย มกี ารนำวัสดุเหลอื ใช้มาประดิษฐ์ใหก้ ่อเกดิ ประโยชน์
รวมคะแนน
ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สรปุ ผลงานวิชาการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอื่ งเล่า
ชือ่ ผลงาน แบบตดิ ตามผปู้ ว่ ยเรอื้ รงั ยคุ โควดิ
ชอ่ื ผสู้ ่งผลงาน นางสาวพราวนภา พลแสน
ชือ่ -สกุล/ท่อี ย่หู นว่ ยงาน คลนิ กิ โรคเรอื้ รงั โรงพยาบาลภกั ดีชุมพล
ประเภทผลงานนวตั กรรม (Innovation category):
/ นวตั กรรมดา้ นผลิตภณั ฑ์
คำสำคัญ : แบบตดิ ตามผปู้ ่วย, โควิด-19, โรคเร้อื รงั
สรปุ ผลงานโดยย่อ:
เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีการระบาดอยู่ในปัจจุบัน ทำให้วิถีชีวิตประจำวันเปลี่ยนแปลงไปเพื่อ ปรับตัว
ต่อการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 และจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 นี้ยังส่งผลกระทบ ต่อผู้ป่วยโรค
เรื้อรัง เนื่องจากกลุ่มโรคเรื้อรังเป็นกลุม่ ที่จำเป็นต้องมีการตดิ ตามและรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอเพื่อควบคมุ
อาการของโรค และการที่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีจำนวนมากซึ่งไม่เหมาะที่จะให้ผู้ป่วยมาติดตาม อาการและรับยาตามปกติ
เช่นเดิม ในช่วงการระบาดจึงได้มีการจัดการส่งยาให้ที่บ้าน แต่หากแค่ส่งยาไปให้แต่ ไม่มีการติดตามผลหรืออาการของ
ผู้ป่วยอาจทำให้ไม่ทราบถงึ ปัญหาหรือภาวะเส่ียงที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยได้ ทางคลินิกโรคเรื้อรงั จึงได้จัดให้มี อสม.เคอรี่
ในการจัดส่งยา เพื่อลดความแออัดภายในคลินิกโรคเรื้อรัง และเพื่อให้ง่ายต่อการติดตามอาการจึงได้จัดทำแบบติดตาม
ระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลให้กับ อสม. เคอรี่ เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามและการลงข้อมูลของผู้ป่วยในเขต
รับผิดชอบของตนเอง
เป้าหมาย/วตั ถปุ ระสงค์
1. อสม.เคอร่ี มคี วามพึงพอใจในการใช้แบบบันทึกการตดิ ตามผปู้ ว่ ยโรคเรอื้ รงั ร้อยละ 80
2. เจา้ หน้าท่ีคลนิ กิ โรคเรอื้ รังสามารถตดิ ตามผู้ปว่ ยทม่ี ภี าวะเส่ียงได้ ร้อยละ 100
กิจกรรม/กระบวนการพฒั นานวตั กรรม
ช่วงแรก ในการเรม่ิ ส่งยาให้ท่บี ้าน
1. ประชุมทีมคลนิ กิ โรคเร้ือรัง วางแผนการดำเนนิ การสง่ ยาให้ผ้ปู ว่ ยที่บ้าน
2. จัดทำระบบการส่งยาร่วมกบั ฝา่ ยเภสัชกรรม
3. พยาบาลคลินิกโรคเรื้อรงั ทำการคดั รายชอื่ ผ้ปู ่วยที่สามารถสง่ ยาให้ทบี่ ้านได้
4. จัดทำเอกสารนำสง่ ยา ประกอบด้วย เลข HN ชอื่ -นามสกุลผู้ป่วย ทอ่ี ยู่ วนั นดั รอบถดั ไป และคลินิกท่ี นดั
5. นำเอกสารนำส่งยาให้กับพยาบาลคลนิ ิกโรคเร้อื รงั ทำการออกใบนดั และส่งตอ่ ไปทีฝ่ ่ายเภสัชกรรมเพ่ือ ทำการจดั ยา
6. นำส่งยาพรอ้ มเอกสารการนำส่งและตดิ ตามผู้ป่วยโรคเร้ือรงั ให้กบั อสม.เคอร่ี
7. อสม.เคอรี่ จะทำการบันทึกความดันโลหิตและระดับน้ำตาลลงในกระดาษเอกสารนำส่งและถ่ายรูปส่ง ให้กับพยาบาล
คลนิ ิกโรคเรอื้ รังผ่านทางไลน์ ในชว่ งแรกพบว่า ภาพเอกสารที่ทาง อสม.เคอรี่ ส่งมาไมช่ ดั เจน ลมื ส่งกลบั มาหรือส่งกลับมา
ล่าช้า ทาง เจ้าหน้าที่คลินิกโรคเรื้อรังจึงได้ทำการประชุมวางแผนในการติดตามผลเพิ่มเติม ร่วมกับมีการสนับสนุนให้ใช้
แอปพลิเคชั่น Smart อสม. จึงได้จดั ทำเอกสารตดิ ตามผู้ป่วยโรคเรื้อรงั ขึ้น โดยเพิ่มส่วนของเลขบัตรประชาชน ของผู้ป่วย
ท่นี ำสง่ ยาให้ เพ่ือให้ อสม.เคอรี่ สะดวกมากข้ึนในการลงข้อมูลในผา่ น แอปพลิเคชนั่ Smart อสม.
สรุปผลงานวชิ าการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอื่ งเลา่
การประเมินผลการปรับปรงุ /เปลี่ยนแปลง/สงิ่ ประดิษฐ์ (Innovation evaluation)
1. อสม.เคอร่ี มีความพงึ พอใจในการใชแ้ บบติดตามผู้ปว่ ยโรคเร้ือรัง ร้อยละ 100
2. เจ้าหน้าทค่ี ลนิ กิ โรคเรื้อรงั สามารถติดตามผู้ป่วยโรคเรื้อรงั ท่ีอยู่ในภาวะเสย่ี งได้ รอ้ ยละ 100
สรปุ ผลท่ีไดร้ บั
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเป็นผู้ปว่ ยทีค่ วรมีการติดตามผลการรักษาเป็นระยะและควรรับประทานยาอย่าง สม่ำเสมอ หาก
ไม่มีการติดตามผลอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาได้ การนำส่งยาให้ผู้ป่วยที่บ้านเป็น กระบวนการลดความแออัด
ภายในคลินิกโรคเรื้อรังที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก การจัดทำเอกสารนำส่งและติดตาม ผู้ป่วยที่ดีจะทำให้การติดตามผู้ป่วยได้
ง่ายและสะดวกขึ้น จากการจัดทำแบบติดตามผู้ป่วยโรคเรือ้ รังนี้ ทำให้มี ความสะดวกท้ังต่อทมี เจา้ หนา้ ที่ ได้แก่ พยาบาล
ในการจัดเตรียมใบนัด เภสัชกรที่จะทำการจัดเตรียมยา และ อสม.เคอรี่ ที่จะต้องทำการนำส่งยาให้และส่งผลความดัน
โลหิตและระดับน้ำตาลของผปู้ ่วยกลับมาใหก้ บั ทมี ผา่ น แอพพลเิ คชั่น Smart อสม. รปู ช้นิ งานนวตั กรรม รูปแบบเดิม
รูปชิน้ งานนวตั กรรม
สรุปผลงานวชิ าการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่ืองเล่า
ช่อื ผลงาน เซยี มซีสี Healht Station STEMI Stroke
ชือ่ เจ้าของผลงาน หน่วยงาน
นางพลจุรี เปาะศิริ ตำแหน่ง พยาบาลวชิ าชพี ชำนาญการ หนว่ ยงานอุบตั ิเหตุ-ฉกุ เฉนิ โรงพยาบาลภกั ดีชุมพล จงั หวดั
ชยั ภูมิ เขตสขุ ภาพท่ี 9 โทรศัพท์ 081- 3801068 E-mail [email protected]
ความสำคัญของปญั หา
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสงู เป็นโรคเร้อื งรังทม่ี ีจำนวนมาก พบมากในกลมุ่ วัยทำงานและผูส้ ูงอายุ จาก
การทีผ่ ู้ป่วยเป็นโรคเรื้องรงั จะเป็นปจั จัยเสี่ยงท่ีทำใหเ้ กดิ โรคหลอดเลือดหวั ใจและหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติ การ
ป้องกันภาวะเสี่ยงจากโรคนี้ต้องสร้างความตระหนักให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลให้รู้จักอาการของโรค การเข้าถึงบริการซึ่งจะ
สามารถทำให้ลดอัตราความพกิ ารหรือการเสียชีวิตได้
จาก Service plan ของเขตได้เน้นในเรื่องการดแู ลผู้ปว่ ยโรคหลอดเลอื ดหัวใจและหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาล
ภกั ดีชมุ พลมกี ารดำเนนิ งานในเร่อื งน้ตี ัง้ แต่ปี 2558 จนถงึ ปัจจุบัน ซ่งึ โรคเหล่านเ้ี ป็นสาเหตกุ ารเสียชวี ิตและพิการอันดับ 2
รองจากอุบัติเหตุทางถนนของโรงพยาบาล จากสถิติการเข้ารับการรักษาของโรงพยาบาลภักดีชุมพลปี 2562 ปี 2563 ปี
2564 พบผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจำนวน 33 , 26 ,21 ราย ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 52 , 64 ,34
ราย และผู้ป่วยท้งั หมดได้รับการสง่ ตอ่ ไปโรงพยาบาลชัยภูมิ ปญั หาท่พี บมากเกดิ จากผูป้ ่วยและญาติยังไม่มีความรู้เก่ียวกับ
อาการของโรคหลอดเลือดหวั ใจและหลอดเลือดสมองทำให้เขา้ รับการรกั ษาช้า
วตั ถุประสงค์
1. ผ้ปู ่วยและญาตสิ ามารถประเมินอาการเตอื นของโรคหลอดเลอื ดหวั ใจและหลอดเลอื ดสมองและมาโรงพยาบาล
ภายใน 2 ชว่ั โมง
2. เพ่ือให้ผู้ป่วยทีม่ ีอาการของโรคหลอดเลือดหวั ใจและหลอดเลือดสมองได้รบั การดูแลโดยระบบบรกิ ารการแพทย์
ฉกุ เฉนิ มากขึน้
3. ผปู้ ว่ ยโรคหลอดเลอื ดหวั ใจและหลอดเลือดสมองได้รบั การ คดั กรอง ถกู ตอ้ งและรวดเร็วและสามารถสง่ ต่อ
โรงพยาบาลไดท้ นั เวลา
4. ผปู้ ว่ ยโรคเรอ้ื รงั ตระหนักในการปฏิบัติตวั เร่อื งรบั ประทานยาต่อเนอ่ื ง ลดปจั จัยเสีย่ ง ออกกำลงั กาย เพ่ือลดโอกาส
เสีย่ งต่อการเกดิ โรคหลอดเลอื ดหวั ใจและหลอดเลอื ดสมอง
วธิ กี ารดำเนินการ
1.จดั อบรมอาสาสมัครสาธารณสุขแตล่ ะ รพสต. โดยบูรณาการรว่ มกับงาน Health Station โดยสอนและสาธิต เรื่อง ให้
ความร้เู รอ่ื งโรคหลอดเลอื ดสมอง หลอดเลอื ดหัวใจ, การวัดสัญญาณชพี โดยบูรณาการรว่ มกับงาน Health Station และ
อธิบายการใช้ใบเซียมซีสี สอ่ื โรค Stroke STEMI
วิธเี ชค็ ความดนั โลหติ ชีพจร
SYS 117 คา่ ความดันตัวบนคือ ขณะท่ีหวั ใจบีบตวั ค่าความดันตัว
DIA 78 ล่าง คือขณะทหี่ ัวใจคลายตัว
Pulse 70 อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ
สรุปผลงานวิชาการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่อื งเลา่
เซียมซี สแี ดง 180-200 / 100 mmhg ความดนั โคตรสูงเลยจา้ ต้องปฏบิ ัตติ วั ดงั ต่อไปน้ี
ไปพบแพทย์ทันที ปฏบิ ัติตัวอยา่ งเครง่ ครัด รบั ประทานยาต่อเน่ือง ตรวจตามนัดหา้ มขาด งดปจั จยั เสี่ยง หวาน มัน
เคม็ บุหรี่ สุรา ความเครยี ด ถา้ ไม่ปฏิบัตติ วั ระวังท่านอาจเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต หรอื โรคหลอดเลือดสมอง
จะมีอาการ แขนขาออ่ นแรงกะทันหนั เดนิ เซ ปวดศีรษะรุนแรง ปากเบี้ยวพดู ไมช่ ดั โรคหวั ใจขาดเลอื ดเฉยี บพลัน
จะมอี าการ เจ็บแน่นหน้าอก เจบ็ ร้าวไปทแ่ี ขนซ้าย หรือหลงั เหงอื่ แตก เหนือ่ ยหอบ หายใจไมอ่ อก ถา้ มอี าการดง่ั
กลา่ วใหร้ ีบโทร 1669 บริการฟรี 24 ชั่วโมง
ไปโรงพยาบาลใหเ้ รว็ นะคะ
ผลการดำเนินงาน
จากการดำเนนิ งานตามโครงการ รพสต. ทั้ง 6 แหง่ มสี ถานี Health Station และทีมงานอสม.เป็นคน
ดำเนินการในสถานีแตล่ ะแห่งซ่งึ แต่ละแหง่ มีใบเซียมซีสสี อื่ โรคไวแ้ จกประชาชนท่ีมารบั บริการ
เดือน มีนาคม 2565 มผี รู้ บั บรกิ ารแยกราย รพสต.
ชอ่ื หนว่ ยงาน จำนวน (คน)
โรงพยาบาลภกั ดีชุมพล 23
รพ.สต.ลาดชมุ พล 20
รพ.สต.นาระยะ 21
รพ.สต.หนองตะเคียน 14
รพ.สต.ถำ้ แกว้ 24
รพ.สต.บ้านเจียง 13
รพ.สต.คลองจันลา 11
สรปุ ผลงานวชิ าการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอื่ งเลา่
อภปิ รายผล
จากการใช้นวัตกรรมเซียมซสี ี สื่อโรค Stroke STEMI ในคนไข้กลุ่มเสียง ( DM HT DLD )ที่รับยาที่บ้านมีคนไขท้ ี่
ควบคุมความดนั โลหติ ไมไ่ ดม้ คี ่าสูงมากสง่ เขา้ รกั ษาในโรงพยาบาลจำนวน 5 ราย ทุกรายยงั ไม่มีอาการของโรค หลอดเลอื ด
สมองและหลอดเลอื ดหัวใจ
ความภาคภมู ใิ จ
นวตั กรรมเซียมซีสี สือ่ โรค Stroke STEMI สามารถใชเ้ ป็นสื่อใหค้ วามรู้เรอื่ งโรคทต่ี ้องเฝ้าระวังในกลุม่ คนไข้ความ
เสย่ี งสูงเพือ่ ให้คนไข้ ญาติไดต้ ระหนักในการดูแลตนเองและทราบอาการทตี่ ้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไดเ้ ร็วข้นึ
เป็นการเพ่ิมอีกช่องทางหนึ่ง
สรุปผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเล่า
ชื่อผลงาน หน้ากากนริ ภยั
ชอ่ื ผสู้ ง่ ผลงาน นางสาวปวีรณา ลาภประเสรฐิ
ช่ือ-สกลุ /ท่ีอยหู่ นว่ ยงาน ตึกผ้ปู ว่ ยใน โรงพยาบาลภักดีชมุ พล
ประเภทผลงานนวตั กรรม (Innovation category):
นวตั กรรมดา้ นผลิตภณั ฑ์
คำสำคัญ : การใช้หนา้ กากนริ ภยั ในผ้ปู ว่ ยเดก็
สรุปผลงานโดยย่อ: จากการที่ตึกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลภักดีชุมพล ได้พบผู้ป่วยเด็กที่เกิดภาวะปอดอักเสบเป็นจำนวน
มาก ซ่งึ มภี าวะหายใจหอบเหน่ือย ท่จี ะตอ้ งให้ออกซิเจนเข้าทางสายยางเข้าจมูก ซ่ึงสว่ นใหญข่ องผ้ปู ว่ ย กลุ่มนีอ้ ายุมักพบ
ในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี มักจะไม่ให้ความร่วมมือ อาจมีการต่อต้าน ปัดหรือดึงสายออกซิเจนออก ต้องติดสายออกซิเจน
ด้วยพลาสเตอร์ที่แก้มของผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้สายออกซิเจนเลื่อนหลุด ตึกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลภักดีชุมพล จึง
ประดิษฐ์ “หน้ากากนิรภัย” ใช้สวมบนใบหน้าของผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังบริเวณแก้มของผู้ป่วย สัมผัสโดยตรงกบั
สายออกซเิ จนและพลาสเตอร์ทีต่ ิดยึดสาย เพอื่ ให้ผปู้ ่วยกลมุ่ นใ้ี ห้ความร่วมมือ ลดการตอ่ ตา้ น รวมทง้ั ช่วยป้องกันไม่ให้เกิด
แผลบริเวณแก้ม
เปา้ หมาย/วตั ถปุ ระสงค์
ผปู้ ว่ ยปลอดภยั จากการระคายเคอื งของผิวหนัง และแผลกดทับทบ่ี รเิ วณแก้ม จากการสมั ผัสโดยตรงจากสาย
ออกซิเจนและพลาสเตอรท์ ป่ี ิดยดึ สาย
แนวคดิ การพัฒนานวตั กรรม
หน่วยงานตึกผู้ป่วยใน พบผู้ป่วยเด็กกลุ่มโรคที่สำคัญ 1ใน 5 อันดับแรกที่พบบ่อย คือ ปอดอักเสบผู้ป่วยมักมี
อาการไข้สูง ไอมีเสมหะ หายใจเหนื่อยหอบ จำเป็นต้องให้ออกซิเจนทางสายยางเข้าจมูก ซึ่งส่วนใหญ่ของผู้ป่วยกลุ่ม
นี้มีอายุน้อยกว่า 5 ปี การให้ออกซิเจนทางสายยางเข้าจมูกผู้ป่วยเด็กเล็ก มักจะไม่ให้ความร่วมมือ อาจมีการต่อต้าน ปัด
หรือดึงสายออกซเิ จนออก ต้องตดิ สายออกซิเจนดว้ ยพลาสเตอร์ทแี่ ก้มของผู้ป่วยเพ่อื ป้องกันไมใ่ หส้ ายออกซิเจนเลื่อนหลุด
เนื่องจากผู้ป่วยเด็กมีผิวบางผิวหนังบาง ประกอบกับผู้ป่วยไม่อยู่นิง่ จึงอาจทำให้เกิดการระคายเคืองของผิวหนัง บริเวณที่
สายกดทับและบริเวณที่ติดพลาสเตอร์ โดยเฉพาะในรายที่ต้องให้ออกซิเจนเป็นเวลานาน ทำให้มีเม็ดผื่นและรอยแดง
บริเวณแก้มท้ังสองขา้ ง ผู้ป่วยไมส่ ขุ สบายและมรี อยถลอกในเวลาตอ่ มา จึงประดิษฐ์ “หน้ากากนิรภัย” ใช้สวมบนใบหน้า
ของผู้ป่วยเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังบริเวณแก้มของผู้ป่วย สัมผัสโดยตรงกับสายออกซิเจนและพลาสเตอร์ที่ติดยึดสาย
รวมทั้งช่วยป้องกนั ไม่ให้เกิดแผลบริเวณแกม้ ซึ่งอาจส่งผลใหผ้ ู้ป่วยเกิดการติดเช้ือตอ้ งอยโู่ รงพยาบาลนานขึน้
กิจกรรม/กระบวนการพฒั นานวัตกรรม
วัสดุอุปกรณท์ ีใ่ ช้
ผา้ สาลู ดา้ ย เข็ม เทปผ้า กรรไกร กระดาษ ดินสอ สายวดั
วิธกี ารประดษิ ฐ์
ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2 ภาพท่ี 3 ภาพที่ 4
สรปุ ผลงานวชิ าการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่อื งเล่า
1. วดั ขนาดใบหนา้ ของผู้ป่วยตามเสน้ ประ (ภาพที่ 1)
2. สร้างแบบร่างลงบนกระดาษและปรบั แก้แบบรา่ งให้ไดข้ นาดหน้ากากท่ีพอดเี หมาะสมกบั ผปู้ ่วย (ภาพท่ี 2)
3. ตดั ผ้าสาลูตามแบบร่าง โดยเผอื่ ดา้ นขา้ งสำหรบั เย็บโดยรอบทุกดา้ น(ภาพท3ี่ )
4. เยบ็ หนา้ กากตามรูปแบบทกี่ ำหนดและติดเทปผา้ เพื่อทำสายผกู ทต่ี ำแหนง่ ที่กำหนดไวท้ ้ัง 4 แห่ง (ภาพท่ี 4)
วิธกี ารใชง้ านและพัฒนาตอ่ เนื่อง
1. สวมหนา้ กากนริ ภัยท่ีใบหนา้ ของผปู้ ว่ ยเด็กเล็กทไ่ี ดร้ ับออกซเิ จนทางสายยางเขา้ จมูกเปน็ เวลานานหรือมเี ม็ดผ่ืน
รอยแดงบรเิ วณแก้มท้ังสองขา้ ง จัดหนา้ กากใหก้ ระชับกับจมูกและแกม้ ของผปู้ ว่ ย
2. ใส่สายออกซิเจนชนิดสายยางเข้าจมกู ผูป้ ่วย จดั ยดึ สายออกซิเจนให้พอดกี บั ชอ่ งจมกู ใช้พลาสเตอรป์ ดิ บนหนา้ กาก
นริ ภัยทอ่ี ยบู่ นแก้มของผู้ปว่ ย
3. หมน่ั ตรวจสอบหน้ากากนิรภยั และสายออกซเิ จนใหอ้ ยูใ่ นตำแหน่งทีเ่ หมาะสม
การประเมนิ ผลการปรบั ปรุง/เปลี่ยนแปลง/ส่งิ ประดิษฐ์ (Innovation evaluation)
ตัวชว้ี ดั เป้าหมาย กอ่ น ผลลัพธท์ ่ีปฏบิ ตั ิได้
(KPI) (Target) ดำเนินการ ครง้ั ที่ 1 คร้ังท่ี 2 ครงั้ ท่ี 3
1.ผปู้ ่วยที่ไดร้ ับออกซเิ จนชนิดสายยาง <2 2 110
เข้าจมูกเกดิ การระคายเคืองของผวิ หนงั
บริเวณแก้ม(ราย)
2.ผปู้ ว่ ยทไี่ ด้รับออกซิเจนชนิดสายยาง <1 1 000
เข้าจมูกเกิดแผลกดทับบริเวณผวิ หนงั
บรเิ วณแกม้ (ราย)
สรปุ ผลทไ่ี ดร้ บั
1. ผปู้ ว่ ยเดก็ ทไี่ ดร้ ับออกซิเจนชนดิ สายยางเขา้ จมกู ไมเ่ กดิ การระคายเคอื งของผิวหนงั บริเวณแก้มคดิ เป็น รอ้ ยละ
100
2. ผู้ป่วยเดก็ ที่ได้รบั ออกซิเจนชนดิ สายยางเข้าจมูก ไม่เกดิ แผลกดทบั ท่ีผิวหนงั บรเิ วณแกม้ คิดเป็นร้อยละ 100
สรุปผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่อื งเล่า
ชอื่ ผลงาน เซียมซีห่วงใย ใสใ่ จเบาหวานความดัน
กำหนดรปู แบบการนำเสนอ
√ ผลงานทางวิชาการ ผลงานนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์
ช่ือเจ้าของผลงาน/หน่วยงาน นางดวงฤดี เขอ่ื นเพชร โรงพยาบาลภักดชี มุ พล จ.ชยั ภูมิเขตสุขภาพ ที่ 9
โทรศพั ท์ 044-133100 ตอ่ 312 มือถือ 087-2522672 E-mail [email protected]
ความสำคัญของปญั หา
เนื่องจากสถานการณก์ ารระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นโรคติดตอ่ รา้ ยแรง งานคลินกิ โรคเรื่อรังของโรงพยาบาล
ภักดีชุมพล จึงปรับกระบวนการทำงานโดยการส่งยาไปให้ผู้ป่วยที่บ้านโดยอสม. ซึ่งคนไข้ที่รอที่บ้านจะไม่ทราบระดับ
น้ำตาลในเลือด และระดับความดันโลหิตของตนเอง ทำให้ขาดความตระหนักในการดูแลตนเอง ทำให้ระดับน้ำตาลใน
เลือดสูง มีภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมา ทางงาน NCD จึงเล็งเห็นความสำคัญของ
ปัญหาดังกล่าว จึงได้มีการจัดอบรม อสม. และใช้นวัตกรรม เซียมซีห่วงใย ใส่ใจเบาหวานความดัน เพื่อเป็นคู่มือสำหรับ
อสม. เพื่อใหก้ ารดูแลและให้คำแนะนำผปู้ ่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสงู ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตอ่ ไป
วตั ถปุ ระสงค์
1) เพอื่ เป็นค่มู ือให้ อสม. สำหรบั ใช้ในการดแู ลผู้ปว่ ยโรคเบาหวานและความดนั โลหติ สูงตอ่ ไป
2) เพ่อื ให้ อสม.มคี วามรูใ้ นการดูแล/ให้คำแนะนำผปู้ ่วยโรคเบาหวานและความดนั โลหติ สูงไดอ้ ย่างถูกต้อง
วธิ กี ารดำเนนิ งาน
1) จัดอบรมให้ความรู้แก่ อสม.ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง โดย ทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย
แพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ เพื่อให้ อสม.มีความรู้ในการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดัน
โลหิตสงู
2) จัดอบรมให้ อสม.ฝึกปฏิบัติ การวัดความดันโลหิต การตรวจระดับน้ำตาลปลายนิ้ว เพื่อให้ อสม.มีความมั่นใจขณะ
ปฏบิ ตั งิ าน
3) แจกคู่มือการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง/และคู่มือเซียมซี แนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดัน
โลหิตสงู เพ่ือให้ อสม.สามารถให้คำแนะนำผปู้ ่วย และสง่ ตอ่ ใหเ้ จา้ หนา้ ทส่ี าธารณสุข ดแู ลต่อได้อยา่ งเหมาะสมตอ่ ไป
ผลการดำเนนิ งาน
1. อสม. มคี ูม่ ือที่ใช้เปน็ แนวทางในการดูแล/ให้คำแนะนำผปู้ ่วยโรคเบาหวานและความดนั โลหติ สูง และสามารถส่งผปู้ ่วย
ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงและต่ำผิดปกติ ระดับความดันโลหิตที่สูงหรือต่ำผิดปกติ มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลได้
อย่างเหมาะสม
2. เจ้าหน้าท่ีสามารถติดตามอาการผิดปกติ ของผู้ป่วยแต่ละรายได้โดยผ่านการตรวจระดบั น้ำตาลในเลือด และวัดความ
ดนั โลหติ โดย อสม.
3. ผู้ป่วยมีความพึงพอใจที่ได้เจาะเลือดปลายนิ้วได้ทราบระดับน้ำตาลในเลือดของตนเอง และระดับความดันโลหิตของ
ตนเองท่บี า้ น
4. ผู้ป่วยมคี วามพึงพอใจที่ อสม.นำยาไปใหท้ บี่ า้ น
สรุปผลงานวชิ าการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรื่องเล่า
อภิปรายผล
1. มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ อสม. โดยทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วยแพทย์ให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและความ
ดนั โลหติ สงู ระดบั ความดนั โลหิต และระดับนำ้ ตาลในเลือด แนวทางการดแู ลแต่ละระดบั
2. เภสัชกรให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยา นักเทคนิคการแพทย์สอนเรื่องการเจาะเลือดและให้ฝึกตรวจหาระดับ
นำ้ ตาลในเลือดปลายนว้ิ พยาบาลสอนและใหฝ้ ึกปฏิบตั กิ ารวดั ความดันโลหิต
3. ทำเป็นตารางใบเซียมซแี ตล่ ะสี แยกตามระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดนั โลหิต แต่ละระดับ พร้อมมีแนว
ทางการดูแลในแตล่ ะระดบั และแยกเป็นใบเซยี มเป็นแผน่ ๆ เพ่ือให้ อสม.แจกใหผ้ ูป้ ่วยตามระดบั ทเี่ จาะน้ำตาลใน
เลือด และระดบั ความดนั โลหิตของผู้ปว่ ยแต่ละราย เพอ่ื ให้ผ้ปู ว่ ยมีความรใู้ นการดูแลตนเองต่อไป
4. จัดทำเอกสารสำหรบั บันทึกระดับนำ้ ตาลในเลือดและระดับความดันโลหติ ของผ้ปู ่วยเบาหวานและคาวมดนั โลหิต
สูง ให้ อสม.แต่ละหมู่บ้าน เพื่อบันทกึ ส่งมาใหเ้ จ้าหน้าท่ีงาน NCD ลงบันทึกขอ้ มูลใน HosXP และติดตามระดบั
นำ้ ตาลในเลอื ดและระดบั ความดนั โลหติ ของผู้ปวยตอ่ ไป
5. ตดิ ตามผปู้ ว่ ยทีม่ รี ะดับน้ำตาลในเลอื ดผดิ ปกติ หรือระดบั ความดันโลหติ สูงหรือต่ำผิดปกติมาพบแพทย์ เพื่อใหก้ าร
รักษาทีเ่ หมาะสม เพอ่ื ปอ้ งกันโรคแทรกซอ้ นตอ่ ไป
สรปุ และข้อเสนอแนะ
จากสถานการณ์โรคโควิด ที่มีการระบาดในทุกพื้นที่ ทางการงานคลินิกโรคเรื้อรังจึงเล็งเห็นความสำคัญของ
ปัญหา จึงปรับแผนการรักษาโดยการส่งยาไปให้ผู้ป่วยที่บ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการติดตามอาการผิดปกติที่ต้องมาพบ
แพทย์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างองค์ความรู้ให้แก่ อสม. จิตอาสา ของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถให้
คำแนะนำ และส่งตอ่ ให้มาพบแพทย์ท่ีโรงพยาบาลไดอ้ ย่างทันท่วงที จงึ ไดม้ กี ารจดั อบรมความรใู้ ห้ อสม.และฝกึ ปฏิบัติ ใน
เรื่องการวัดความดันโลหิต และเจาะน้ำตาลปลายนิ้วให้แก่ผู้ป่วย และใช้แผ่นคู่มือ เซียมซี แนวทางการดูแล และให้
คำแนะนำผู้ป่วย เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ขณะปฏิบัติงาน เพื่อให้ อสม.สามารถให้คำแนะนำผู้ป่วย และส่งต่อให้เจ้าหน้าที่
สาธารณสขุ ดูแลต่อได้อย่างเหมาะสมต่อไป ขอ้ เสนอแนะ อยากให้มโี ปรแกรมที่ อสม.สามารถ ลงขอ้ มลู ระดับ DTX และ
BP แลว้ เจ้าหน้าท่ี สาธารณสุขทราบผลได้ทนั ที เพือ่ ให้สามารถ ติดตามอาการผิดปกตขิ องผู้ปว่ ยได้ทนั ที
สรปุ ผลงานวิชาการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรื่องเลา่
ชื่อผลงาน เครอื่ งมือประเมินอาการปวดสำหรบั ผูป้ ่วยในแผนกกายภาพบำบัด
ชอ่ื ผสู้ ง่ ผลงาน นางสาวณัชกานต์ อนิ ตะ๊ รนิ ทร์
ชื่อท่ีอยู่หน่วยงาน กลุ่มงานเวชกรรมฟน้ื ฟู โรงพยาบาลภักดีชุมพล จงั หวดั ชยั ภมู ิ
160 หมู่ 3 ต.เจาทอง อ.ภกั ดชี มุ พล จ.ชัยภูมิ 36260
ประเภทผลงานนวัตกรรม (Innovation category):
นวตั กรรมดา้ นการบรกิ าร
คำสำคัญ : ระดบั ความเจ็บปวด
สรุปผลงานโดยย่อ: เนื่องจากผู้มาใช้บริการทางกายภาพบำบัดส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ปี
2562-2564 คิดเป็นร้อยละ 92.36, 91.62 และ 90.85 ตามลำดับ ของผู้มารับบริการทั้งหมด การให้บริการทาง
กายภาพบำบัดมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดทุเลาลง ที่ผ่านมาการประเมินอาการเจ็บปวดมาจากการ
สอบถามอาการลักษณะของการบอกเล่า ไม่มีตัววัดที่เป็นรูปธรรมทางหน่วยงานจึงคิดประดิษฐ์เครื่องมือประเมินความ
เจ็บปวดของผู้ป่วยขึ้น เพื่อง่ายต่อการส่ือสารทำความเข้าใจระหว่างนักกายภาพบำบัดและผู้ป่วยและเพื่อประโยชน์ต่อ
เจา้ หน้าท่ีห้องกายภาพบำบดั
เป้าหมาย/วัตถปุ ระสงค์
1.สามารถบอกถงึ ประสิทธิภาพของการรักษาทางกายภาพบำบดั ออกมาในเชิงรปู ธรรมได้และประเมินผลได้
2.ง่ายตอ่ การสือ่ สารระหว่างนักกายภาพและผ้ปู ว่ ย
แนวคิดการพัฒนานวตั กรรม
ผู้มารับบริการในกลุ่มระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาการเจ็บปวดทุเลาลง ที่ผ่านมาการ
ประเมินอาการเจ็บปวดมาจากการสอบถามอาการลักษณะของการบอกเล่า ไม่มีตัววัดที่เป็นรูปธรรมทางหน่วยงานจึงคดิ
ประดิษฐ์เครื่องมือประเมินความเจ็บปวดของผู้ป่วยขึ้น เพื่อง่ายต่อการสื่อสารทำความเข้าใจระหว่างนักกายภาพบำบัด
และผู้ปว่ ยและเพ่ือประโยชน์ตอ่ เจ้าหน้าทหี่ ้องกายภาพบำบัด
กจิ กรรม/กระบวนการพฒั นานวตั กรรม
1.ออกแบบเครื่องมอื ในการประเมนิ อาการเจบ็ ปวดของผปู้ ่วย
ด้านหน้า
ดา้ นหลัง
รูปที่ 1 เคร่ืองมือประเมนิ อาการปวดสำหรับผปู้ ว่ ยในแผนกกายภาพบำบดั
2.นำไปใชก้ บั ผปู้ ่วยจริงเรม่ิ ใช้มาตัง้ แตป่ งี บประมาณ 2563-2565 ในผ้ปู ่วยรายใหมท่ ง้ั หมด
3.เก็บรวบรวมขอ้ มูล
4.นำผลมาวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ผลการใชง้ าน
สรุปผลงานวชิ าการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเล่า
การประเมนิ ผลการปรบั ปรุง/เปล่ยี นแปลง/ส่งิ ประดษิ ฐ์ (Innovation evaluation)
จากการดำเนนิ งาน ปงี บประมาณ 2563-2565 ทางหนว่ ยงานสามารถเก็บรวมรวมข้อมูลการประเมนิ ผลของการ
ดีขึ้นจากการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถบอกได้ว่า ผู้ป่วยอาการดีขึ้น ร้อยละ 92.76, 93.93 และ
95.18 ของผู้มารับบริการ
สรปุ ผลท่ไี ดร้ บั
เคร่อื งมอื ประเมินอาการปวดสำหรับผปู้ ว่ ยในแผนกกายภาพบำบดั สามารถบอกถึงประสิทธิภาพของการรกั ษา
ทางกายภาพบำบัดออกมาในเชิงรปู ธรรมได้และประเมนิ ผลได้ คดิ เปน็ ร้อยละ 93.94 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกลมุ่
ผู้ป่วยระบบอน่ื ๆ ได้
อ้างอิง/บรรณานกุ รม
-
สรปุ ผลงานวิชาการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเลา่
ช่ือผลงาน Save bag
ชอ่ื ผสู้ ่งผลงาน. นางสาว นิลาวลั ย์ พมิ พร
ชือ่ -สกลุ /ท่ีอยูห่ น่วยงาน แผนกผปู้ ว่ ยใน
ประเภทผลงานนวตั กรรม (Innovation category):
√ นวัตกรรมด้านผลิตภณั ฑ์
คำสำคัญ :
เนื่องจากตึกผู้ป่วยใน ได้มีผู้ป่วยที่มาแอดมิทด้วยหายใจเหนื่อยหอบและจะต้องใช้ set พ่นยาเป็นจำนวน
มาก ซึ่งการเก็บset พ่นยาแบบเดิมจะแขวน set พ่นยาไว้ที่เหนือหัวเตียงคนไข้ โดยแขวนไว้บริเวณ pipe line oxygen
ทำให้ set พน่ ยาหลน่ ลงทพี่ ืน้ ไม่เปน็ ระเบียบและอาจทำให้เกดิ การปนเปื้อนเช้ือโรค อีกทั้งยงั ไมม่ ีป้ายช่ือระบุว่าเป็นของ
คนไข้ ทำใหเ้ ส่ยี งว่าจะเกดิ การใช้สลับกนั อาจะจะทำให้เกดิ การแพรก่ ระจายเชื้อโรคได้
ดังนั้นข้าพเจา้ จึงได้จัดทำ Save bag ถุงใส่ set พ่นยาแขวนไว้ประจำเตียงคนไข้แต่ละเตียง โดยลักษณะถงุ
Save bag จะระบุเลขเตียง และชื่อของคนไข้ ซึ่งถุง Save bag นี้จะสามารถเก็บทำความสะอาดได้ง่าย ไม่เสี่ยงต่อการ
สะสมของเช้อื โรค
สรปุ ผลงานโดยย่อ:
เปน็ นวตั กรรมท่ไี ดพ้ ัฒนาข้ึนจากการปฏบิ ตั งิ านเป็นประจำ เพือ่ ความสะดวกในการจัดเก็บอุปกรณใ์ ห้เปน็ ระเบยี บ
และลดการติดเช้อื เพิ่มข้ึน
เป้าหมาย/วัตถุประสงค์
1. เพอื่ ความเป็นระเบยี บ หยิบใชส้ ะดวก
2. เพื่อปอ้ งกนั การปนเปอื้ นเช้อื จากส่ิงแวดล้อมรอบข้าง
3. เพือ่ บง่ ช้วี า่ เปน็ ของผปู้ ่วยรายใด
กิจกรรม/กระบวนการพฒั นานวตั กรรม
1. นำแผ่นฟิวเจอรบ์ อรด์ ตดั เปน็ ขนาด 8*10 cm เจาะรูทด่ี ้านลา่ งของฟวิ เจอรบ์ อรด์
2. พมิ พ์หมายเลขเตียงผปู้ ่วยในกระดาษสี แปะลงบนแผน่ ฟวิ เจอรบ์ อร์ด
3. ใชส้ ตกิ เกอร์พลาสติกใสเคลอื บแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด
4. ติดกาวสองหน้าแบบหนาทด่ี า้ นหลงั แผ่นฟวิ เจอรบ์ อร์ด นำไปตดิ ทีห่ วั เตยี งผู้ปว่ ยแต่ละเตียง
5. นำถงุ Save bag แขวนไว้กับแผ่นฟวิ เจอรบ์ อรด์
การประเมนิ ผลการปรับปรงุ /เปลี่ยนแปลง/สงิ่ ประดษิ ฐ์ (Innovation evaluation)
1. มคี วามสวยงามเป็นระเบียบ สามารถหยิบใช้สะดวก
2. สามารถบ่งชี้ไดว้ า่ เปน็ ของผูป้ ว่ ยรายใด
3. ลดการปนเปอื้ นเชอื้ ของอปุ กรณจ์ ากสิง่ แวดลอ้ มได้
สรุปผลทไี่ ดร้ ับ
1. เจ้าหน้าที่มีความพง่ึ พอใจในดา้ นท่ีสามารถบ่งชีผ้ ู้ป่วยได้ คิดเป็น 85%
2. เจา้ หน้าทีม่ คี วามพง่ึ พอใจในด้านความสะดวก ความเปน็ ระเบยี บ คิดเปน็ 83 %
สรุปผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่ืองเล่า
ชื่อผลงาน สขุ ศกึ ษามารดาหลงั คลอดผ่าน Line OA
ช่อื ผู้สง่ ผลงาน นางสาวยุวดี วิเศษแสง
ชอื่ -สกลุ /ทอ่ี ย่หู น่วยงาน งานการพยาบาลผู้ป่วยในโรงพยาบาลภกั ดชี มุ พล
ประเภทผลงานนวตั กรรม (Innovation category):
นวตั กรรมด้านกระบวนการ
คำสำคญั : การให้ความรู้และการสอนสขุ ศึกษาผา่ น LINE Official Account
สรุปผลงานโดยยอ่ :
จากการให้ความรู้และการสอนสขุ ศึกษามารดาหลังคลอดและญาติผู้ดูแลเปน็ ส่ิงที่สำคัญ เพราะมารดาหลังคลอด
จะได้นำความรูค้ ำแนะนำไปใช้ในการดูแลตนเองและบุตร รวมทั้งการสังเกตอาการผิดปกตเิ มื่อกลับบ้านได้ เนื่องจากการ
ให้ความรู้และการสอนสุขศึกษาแก่มารดาหลังคลอดและญาติในตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลภักดีชุมพลยังไม่ครบถ้วนและได้
ตามเกณฑท์ ่ตี ัวชว้ี ดั ทีก่ ำหนด คือ มารดาหลงั คลอดญาติผดู้ ูมารดาหลังคลอดต้องไดร้ บั การสอนสขุ ศกึ ษารอ้ ยละ 75 สาเหตุ
หนึ่งมาจากภาระงานของพยาบาลที่จำกัดในเรื่องการสอนสุขศึกษาแต่ละเคส จะสอนเคสละ 1 ครั้ง และบางครั้งญาติที่
ดูแลไม่อยู่ในช่วงทีพ่ ยาบาลเข้าไปสอนสุขศึกษามารดาหลังคลอด จึงทำให้พลาดการสอนสุขศึกษาในครั้งนั้นๆ จึงได้สร้าง
ช่องทางการให้คำปรึกษาและให้ความรู้กับมารดาหลังคลอดและผู้ดูแลในตึกผู้ป่วยในผ่านสื่อออนไลน์ โดยใช้ LINE
Official Account โดยญาติผู้ดูแลจะสามารถเข้าศึกษาความรู้ย้อนหลังได้ ทุกที่ทุกเวลาและทำให้สะดวกมากขึ้น โดยให้
มารดาหลังคลอดและญาติ 1 คน add line Official Account โดยจะมีแบบประเมินความรู้กอ่ นและหลังเรียนสุขศกึ ษา
ผ่านสื่อออนไลน์ สามารถศึกษาข้อมูลความรู้ด้วยตนเอง และหากมีข้อสงสัยก็สามารถสอบถามข้อมูลกับทีมสุขภาพได้
โดยตรงแบบรายบุคคล โดยมีผูด้ ูแลที่ช่วยกันตอบคำถามแกผ่ ู้ใช้งานได้ตลอดเวลา และ นอกจากนี้การสร้าง line Official
Account ยงั สามารถใช้เปน็ ชอ่ งทางใหค้ ำปรึกษา ติดตามอาการและข้อมูลมารดาหลังคลอดไดอ้ ีกด้วย
เปา้ หมาย/วตั ถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาช่องทางให้บริการใหค้ ำปรึกษา และให้ความรู้ เกี่ยวกับการดูแลตนเองของมารดาหลังคลอดและญาตผิ ู้ดูแล
2. เพือ่ ใหม้ ารดาหลังคลอดและญาติผดู้ ูแลได้รับความสะดวก ในการตดิ ตอ่ สื่อสารข้อมูลสุขภาพกบั ทีมแพทย์และพยาบาล
3.เพ่อื ให้มารดาหลงั คลอดและญาติผู้ดแู ล ไดร้ ับการสอนสุขศึกษาผา่ น line Official Account ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
4. มารดาหลงั คลอดและญาติผู้ดูแล มคี วามรเู้ กย่ี วกับการดูแลและการปฏบิ ตั ิตัวหลังคลอดอยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม
แนวคดิ การพัฒนานวัตกรรม
ในปัจจุบันนี้ Social Media หรือสื่อออนไลน์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย
สื่อสาร หรือการซื้อ-ขายสินค้าที่รวดเร็วทันใจ การปรึกษาหรือพบแพทย์ก็สามารถดำเนินการผ่านออนไลน์ได้ทันที ผล
สำรวจของ We Are Social ระบุว่า แอปพลิเคชั่นยอดนิยมที่มีการใช้งานสูงสุดของคนไทยคือ LINE ในปี 2562 LINE
ประเทศไทยเปิดตัว LINE Official Account คือบญั ชี LINE เพอ่ื ธรุ กจิ หรือเรียกส้นั ๆว่า LINE OA ทม่ี ีวิธีการใช้เหมือนกับ
LINE สว่ นตัว คอื สามารถคยุ ส่งรูปภาพ วิดีโอไปยังผ้ตู ิดตามได้ แต่มตี ัวเลอื กการใช้งานต่างๆ เพมิ่ เตมิ เข้ามาสำหรับใช้งาน
ในเชิงพาณิชย์ เช่น การส่งข้อความ รูปภาพ วิดีโอถึงผู้รับหลายคนพร้อมกันในครั้งเดียว รวมทั้งมีระบบจัดการข้อความ
อัตโนมัติ สามารถตั้งคา่ ตอบกลับอัตโนมัติตามคำสำคัญ (Key word) ผู้ดูแลระบบสามารถคุยกบั ผู้ติดตามได้ทั้งแบบเดี่ยว
และแบบกลุ่ม มีระบบเมนูลัดบนหน้าจอที่สามารถให้ผู้ติดตามเข้าไปดูและสามารถเชื่อมต่อเมนู (Rich Menu) ไปยัง
หน้าต่างอื่นๆท่ผี ู้ดูแลระบบต้องการได้ ปัจจุบันมีการใช้ LINE OA ในทางการแพทย์และสาธารณสขุ เพิม่ ขนึ้ เป็นอย่างมาก
สรุปผลงานวิชาการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอื่ งเลา่
เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้ได้กว้างขวาง เช่น LINE Official Account “หมอพร้อม” ที่เปิด
บริการในเดือนเมษายน 2563 เพื่อให้คนไทยลงทะเบียน และสอบถามเกี่ยวกับการรักษาและป้องกันโรคโควิด-19 ดังนั้น
จะเห็นว่า การนำแอปพลเิ คชนั LINE Official Account มาใช้เป็นเครอ่ื งมือในการความความรู้ และสามารถใหค้ ำปรึกษา
เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ น่าจะเข้าถึงผู้ใช้ได้มากและเหมาะสมมากกว่าแอปพลิเคชั่นอื่นๆ เนื่องจากใช้งานง่าย ดังนั้นจึง
สนใจที่จะพัฒนาระบบบริการให้คำปรึกษาและให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลมารดาหลังคลอดผ่านแอปพลิเคชั่ น LINE
OFFICIAL Account ในตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาลภักดีชุมพลขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างมารดาหลัง
คลอด และทมี ผู้ใหบ้ รกิ ารดา้ นสุขภาพ จะทำให้ไดร้ ับความสะดวกและง่ายข้นึ
กจิ กรรม/กระบวนการพัฒนานวัตกรรม
1) เตรยี มเน้อื หา และความรสู้ ำคัญของมารดาหลงั คลอด และคู่มอื ถาม-ตอบ ปัญหาทพี่ บบ่อยในมารดาหลังคลอด
2) สมัคร และ Feed Content ลงใน LINE OA
3) นำเสนอการใชเ้ มนู LINE OA และแนวทางการตอบคำถาม ชี้แจงการใชง้ านในหอผู้ป่วย
4) ทดลองใช้ LINE OA กับมารดาหลังคลอด โดยให้มารดาหลังคลอดและผู้ดูแล add LINE OA ที่สร้างขึ้นและให้
คำแนะนำการใชง้ าน
5) ประเมนิ ความรแู้ ละความพึงพอใจหลงั จากใชง้ าน LINE OA
6) เปดิ ใช้บริการให้คำปรกึ ษา และให้ความรู้ เกี่ยวกับการดูแลตนเองและการสอนสุขศกึ ษามารดาหลงั คลอ
7) ประเมินผลการดำเนนิ งาน
การประเมินผลการปรับปรุง/เปลย่ี นแปลง/สิง่ ประดิษฐ์ (Innovation evaluation)
1. ได้รปู แบบการใหค้ ำปรึกษาและให้ความร้ผู า่ น LINE Official Account
2. ผใู้ ช้บริการมคี วามพงึ พอใจในระบบ ร้อยละ 90
3. มารดาหลังคลอดและญาติผูด้ ูแลได้รับการสอนสขุ ศกึ ษาผ่านline Official Account ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 75
4. มารดาหลงั คลอดและญาตผิ ดู้ ูแลมคี วามร้เู ก่ียวกับการดูแลการปฏิบตั ิตวั หลังคลอดรอ้ ยละ 90%
สรปุ ผลท่ีได้รบั
1. มชี อ่ งทางการให้คำปรึกษาและให้ความรู้ผา่ นสอ่ื ออนไลน์ ทเ่ี ข้าถึงผู้ตดิ ตามได้อยา่ งรวดเร็ว และมปี ระสิทธิภาพ
2. มารดาหลังคลอดและผ้ดู ูแลไดเ้ ขา้ ถึงความร้ดู า้ นสขุ ภาพ
3. การสอนสุขศกึ ษาใหก้ บั มารดาหลังคลอดโดยใหญ้ าติมีสว่ นร่วมผา่ นเกณฑต์ วั ชวี้ ัดรอ้ ยละ 75
อา้ งอิง/บรรณานุกรม
แนะยกระดบั การบริการสาธารณะไทยดว้ ย LINE OA. 2564. (ออนไลน์). แหลง่ ทม่ี า :
https://www.thansettakij.com/tech/491419. 1 สงิ หาคม 2565.
โครงการพัฒนาระบบบริการให้คำปรึกษา และให้ความรู้ เกี่ยวกับการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ผ่าน
แอปพลิเคช่ัน LINE OFFICIAL Account ในเขตสขุ ภาพที่ 7. 2564. (ออนไลน)์ . แหลง่ ทม่ี า :
http://doc.anamai.moph.go.th/index.php?r=str-project/view&id=4896. 2 สิงหาคม 2565.
Help Center - LINE Official Account. (ออนไลน์). แหลง่ ท่ีมา :
https://lineforbusiness.com/th/helpcenter/line-oa. 2 สงิ หาคม 2565.
สรุปผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่อื งเลา่
ทะเบียนการใหบ้ ริการสขุ ศึกษามารดาหลงั คลอดและญาติ แบบเดิม
การให้ความร้ทู างส่อื ออนไลน์ ผ่านไลน์ OA
1.ใหม้ ารดาหลังคลอดสแกน แอดไลน์ OA
2.การประเมนิ ความรูแ้ ละความพงึ พอใจ
สรปุ ผลงานวิชาการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่อื งเล่า
ชอ่ื ผลงาน จดุ ยนื เปลี่ยนชวี ติ
ชือ่ ผู้ส่งผลงาน : นายพรี ะ ทองปั้น
ชือ่ -สกลุ /ทีอ่ ยู่หน่วยงาน : งานอบุ ัติเหตุและฉกุ เฉนิ
ประเภทผลงานนวตั กรรม (Innovation category):
/ นวัตกรรมด้านการบรกิ าร
คำสำคัญ : หน่วยงานอุบัติเหตแุ ละฉุกเฉินรพ.ภักดีชุมพลเป็นรพช.ขนาด 30 เตียงมีเจ้าหน้าที่ขันปฏิบัติงานเวรเช้า 7 คน
และเวรบ่ายดึก5คนจากสถิติปี2563-2565 มีผู้ป่วยที่ได้รับการ CPR เป็นจำนวน 24 ,22,28 ตามลำดับจากสถิติ ดังกล่าว
เฉลี่ยหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉินรพ.ภักดีชุมพลได้ทำการ CPR เฉลี่ยเดือนละ 2-3 ครั้งทำให้เวลามีการ CPR ทีมเกิด
ความสบั สนวา่ ใครจะปฏบิ ตั ิหนา้ ทต่ี ำแหนง่ ใดหรอื มีการยืนตำแหน่งท่ีเข้าช่วยไม่เหมาะสม เพอื่ ใหท้ มี CPR ทุก คนปฏิบัติ
ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างถูกต้อง และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อการ CPR ที่ มีประสิทธิภาพ จึง ได้จัดทำ
นวัตกรรมจุดยืนเปลี่ยนชีวิตขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในหน่วยงานอุบัติเหตุและฉุกเฉินรพ.ภักดี ชุมพล
เป้าหมาย/วัตถุประสงค:์
1. เพื่อใหท้ ีม CPR ทกุ คนปฏิบัติตามหน้าท่ีท่ไี ดร้ ับมอบหมายอยา่ งถกู ต้อง และอยใู่ นตำแหนง่ ทเี่ หมาะสม เพ่ือการ CPR ท่ี
มปี ระสิทธิภาพ
2. มแี นวทางการปฏบิ ตั ิงานตรงกนั ในการปฏิบัติงานทกุ เวร
กจิ กรรม/กระบวนการพฒั นานวตั กรรม
1. จัดตารางมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบแก่เจ้าหน้าที่ในเวรเมื่อเจ้าหน้าที่ขึ้นปฏิบัติงานต้องไปอ่านรับทราบ หน้าที่
รับผิดชอบของตนเองในตารางเวร A คือ Airway เป็นตำแหน่งสำหรบั ผู้ช่วยเหลือคนไข้เพื่อเตรียมชว่ ยทางเดินหายใจเชน่
เตรียมทอ่ ชว่ ยหายใจ และ Ambu bag D คอื Defibrillatorเปน็ ตำแหนง่ สำหรบั แพทย์ เพ่อื ใชเ้ คร่อื งกระต้นุ ไฟฟ้าหวั ใจ C
คือ Compression เป็นตำแหน่งสำหรับเจ้าหน้าที่ AEMT เวรเปล พนกังานขับรถ หรือเจ้าหน้าที่ในเวรเพือ่ กดนวดหัวใจ
M คือ Medication เปน็ ตำแหนง่ สำหรบั เจ้าหนา้ ท่ีพยาบาลเพอื่ เปดิ เส้นให้สารน้า ทางหลอดเลือดดำ และ บริหาร ยาตาม
แผนการรักษา R คือ Recorder เป็นตำแหน่งสา หรับเจ้าหน้าที่ เพื่อบันทึกเวลาการปฏิบัติการ CPR ต่าง ๆ เช่น การให้
สาร นำ้ ทางหลอดเลือดดำบนั ทึกการบรหิ ารยา เปน็ ต้น
นวัตกรรม
2. ปฏิบตั ิตามหน้าทแ่ี ละตำแหนง่ เพ่อื ใหเ้ กดิ การ CPR ท่ีมปี ระสทิ ธภิ าพ
การประเมนิ ผลการปรบั ปรุง/เปลย่ี นแปลง/สงิ่ ประดษิ ฐ(์ Innovation evaluation)
สรุปผลที่ได้รับ ทีม CPR ทุกคนปฏิบตั ิหน้าที่ตามท่ีได้รับมอบหมายไม่สับสน ยืนในตำแหน่งท่ีกำหนด ทำให้ไม่กีดขวางใน
การ ปฏบิ ตั ินาหนา้ ทข่ี องเพือ่ นรว่ มทีม สง่ ผลให้เกดิ การ CPR ท่มี ีคณุ ภาพ
อ้างอิง/บรรณานุกรม PHTLS THAILAND
สรปุ ผลงานวิชาการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรื่องเล่า
ชอื่ ผลงาน EASY Pelvic Binder
ชื่อผสู้ ่งผลงาน : นายพรี ะ ทองปั้น
ช่ือ-สกลุ /ท่ีอยหู่ นว่ ยงาน : อุบัติเหตุและฉกุ เฉิน
ประเภทผลงานนวัตกรรม (Innovation category):
/ นวตั กรรมดา้ นผลิตภัณฑ์
คำสำคัญ : โรงพยาบาลภักดีชุพล เป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง ตั้งอยู่ในตำบลเจาทอง อำเภอภักดีชุมพล
จังหวัดชัยภูมิจุดตั้งของโรงพยาบาลเป็นตำแหน่งที่มีถนนสายหลักล้อมรอบ 2 ด้าน ปัญหา สุขภาพที่สำคัญของงาน
อุบตั เิ หตฉุ ุกเฉินจึงเป็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจร จากสถติ กิ ารบาดเจบ็ ที่พบว่ามี จำนวนมากที่สุดคือกระดูกส่วนต่างๆ
หัก และพบวา่ มีผปู้ ่วยมีกระดกู บรเิ วณสะโพก
ตารางท่ี1 แสดงจำนวนผู้ป่วยกระดูกบริเวณสะโพกและหลังบริเวณเอว ได้รับบาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาห้อง ฉุกเฉิน
โรงพยาบาลภกั ดีชมุ พลและส่งต่อรพ.ชัยภูมิในปีงบประมาณ 2563 -2565
จากสถิติการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลชัยภูมิที่มีปัญหา กระดูกสะโพกหักมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่ง ส่วนใหญ่
มาจากผู้ป่วยอุบัติเหตุจราจร ผู้สูงอายุหกล้ม จากการทบทวนการดูแลผู้ป่วยและข้อเสนอแนะจากรพ. ชัยภูมิ พบว่ามี
ปญั หาในการดามและการยกและการเคล่ือนย้ายและดูแลผู้ปว่ ยขณะส่งต่อ คือเดิมทำการดาม โดยการพันด้วยผ้าปูเตียง1
ผืนต่อผู้ป่วย 1 คน ใช้งานได้ครั้งเดียวและขณะทำการดามต้องใช้บุคลากร2-3คน ใช้ เวลาในการดามเฉลี่ย15 นาที/ราย
นอกจากนี้ผู้ป่วยมักบ่นว่าอึดอัดจากปมของผ้าปูเตียงที่หนาและใหญ่ หลังจากทำการบิด ด้านผู้ให้บริการเองก็พบว่ามี
อาการปวดหลังจากการยกกระดานรองหลังชนิดยาวบน และ เวลาเหน็บชายผ้าปูเตียงรวมถึงเวลาเหน็บชายผ้าไม่ค่อย
กระชบั และคงทีจ่ ากปมผ้าทใ่ี หญ่และมกั หลุดงา่ ย ระหว่างทาง จึงไดน้ ำปัญหาท่ไี ดท้ ้ังหมดมาวเิ คราะห์ทำนวัตกรรมเพ่ือลด
ปัญหาในการดูแล ลดการบาดเจ็บ ซ้ำซ้อนของผู้ป่วย ลดระยะเวลาและบุคลากรในการให้บรกิ าร ลดการบาดเจ็บจากการ
ทำงานของบุคลากรใน การดูแลผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก ซึ่งต้องได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง รวดเร็ว
การบาดเจบ็ จำนวนผูบ้ าดเจบ็ 2563 2564 2565 กระดกู เชงิ กราน หัก 6 7 8 รวม 6 11 8
เปา้ หมาย/วตั ถปุ ระสงค์
1.เพื่อให้ผู้ป่วย Fracture pelvic ได้รับการดามที่รวดเร็ว เหมาะสม และลดการบาดเจ็บซ้ำซ้อนจาก การทำ pelvic
binder
2.เพื่อใหเ้ จ้าหนา้ แผนกอบุ ตั ิเหตแุ ละฉุกเฉนิ ทำ pelvic binder ได้สะดวกและรวดเร็วและถูกตอ้ ง
แนวคดิ การพฒั นานวัตกรรม
1.ทบทวนขอ้ มูลผูป้ ่วย Fracture pelvic ของแผนกผู้ปว่ ยอุบัตเิ หตุและฉกุ เฉิน
2.ทบทวนการทำ pelvic binder ปญั หาและอุปสรรคของแผนกผูป้ ว่ ยอุบตั ิเหตุและฉุกเฉนิ
สรปุ ผลงานวิชาการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเล่า
3.จัดทำนวัตกรรม EASY Pelvic Binder เพื่อนำมาใช้ในการออกรับผู้ป่วยและสง่ ต่อผู้ป่วย Fracture pelvic แทนวิธีการ
เดิมท่ใี ช้ในการรกั ษาคนไข้Fracture pelvic
กจิ กรรม/กระบวนการพัฒนานวัตกรรม วิธกี ารประดิษฐ์
1. นำขวดน้ำเกลือทเี่ หลอื ใชค้ ัดเลอื กแล้วนำมาทำความสะอาด โดยการตดั ส่วนหวั และส่วนท้ายของขวดน้ำเกลือ ออกแล้ว
ลา้ งทำความสะอาดด้วยขวดนำ้ เกลอื ให้เรียบร้อยอีกหน่งึ คร้งั ดังรูป
2. ตัดขวดนำ้ เกลือใหไ้ ด้ขนาดเท่ากันๆเพื่อเยบ็ ติดกันเป็นแผ่นใหญ่ เพื่อนำไปตดั เย็บประกอบเข้าผ้าและแผ่น ตีนตุ๊กแกให้
สามารถปรบั ระดับ เพอ่ื ให้มคี วามกระชบั และแข็งแรง ดังรปู
การประเมินผลการปรับปรงุ /เปล่ยี นแปลง/สิง่ ประดษิ ฐ์(Innovation evaluation)
1.การดามสะโพกผูป้ ่วย Fracture pelvic แบบเก่าโดยใชผ้ ้าปูเตียงพนั
2.การดามสะโพกผปู้ ่วย Fracture pelvic แบบใหม่EASY Pelvic Bin
สรปุ ผลงานวิชาการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่อื งเลา่
สรปุ ผลนวัตกรรม ตารางที่2
ตารางที่3
ประโยชนท์ ่ไี ด้รบั จากผลงานประดษิ ฐค์ ดิ ค้น
1. ด้านผู้ปว่ ย
- ทำให้มีมาตรฐานการพยาบาลผปู้ ว่ ยกระดกู สะโพกหกั ท่ีได้รับดแู ลรักษากอ่ นและส่งตอ่ ผปู้ ว่ ย
- ไดร้ ับการพยาบาลอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพปลอดภยั และไมเ่ กิดภาวะแทรกซอ้ น
- ได้รับความรู้สึกไม่อึดอดั เวลาดาม
2. ดา้ นโรงพยาบาล/ผู้ใชง้ าน
- นวัตกรรมช้นิ น้ี ลดต้นทุน ลดระยะเวลาและเจ้าหนา้ ท่ใี นการใหบ้ รกิ ารและสามารถนำกลับมาใช้ซำ้ ได้
- มแี นวทางการดามสะโพกหักทีเ่ ปน็ ไปในแนวทางเดยี วกันและเป็นลายลักษณ์อกั ษรเปน็ ไป ตามมาตรฐาน วชิ าชีพ
- ลดภาวะโลกร้อน และลดชอ่ งวา่ งการบรกิ ารการแพทยฉ์ กุ เฉินไทย
- ลดระยะเวลาในการดูแลผู้ป่วย ณ จดุ เกดิ เหตุและก่อนส่งต่อ
อ้างอิง/บรรณานุกรม
เพญ็ ศรี เลาสวสั ดชิ์ ัยกลุ , ทพิ วรรณ ไตรติลานันท์,และวนั ทนา วีระถาวร, (2549). Reseach UtiliZation Project : การใช้
หลักฐานเชิง ประจักษ์ในการพัฒนาแนวปฏิบัติการ พยาบาลคลินิกเรื่อการ พยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อ
สะโพกเทียม(Total hip arthroplasty). รามาธบิ ดีพยาบาลสาร, 12 (2)
สรุปผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเล่า
ช่ือผลงาน รู้ทนั โรคเรอ้ื รังด้วยกราฟคา่ ไต-คา่ นำ้ ตาล
ชอ่ื ผสู้ ่งผลงาน นางสาวศริ ินภา อสุ งิ ห์
ชอ่ื -สกุล/ท่อี ยหู่ น่วยงาน นางสาวศริ ินภา อุสิงห์ คลนิ ิกโรคเรือ้ รัง โรงพยาบาลภกั ดชี มุ พล
ประเภทผลงานนวตั กรรม (Innovation category): / นวัตกรรมดา้ นการบรกิ าร
คำสำคัญ : โรคเร้ือรัง, กราฟคา่ ไต, กราฟค่านำ้ ตาล
สรุปผลงานโดยย่อ: ในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปการ
ดูแล รักษาผู้ปว่ ยโรคเรอื้ รังจำเปน็ ต้องปรับเปล่ียนให้ทนั กับความก้าวหนา้ ของวิถีชีวติ ในปัจจุบันเช่นกัน หากการดูแล เน้น
เพียงการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ การสร้างความรอบรู้ทางด้านสุขภาพจึงเป็นทางเลือก ที่เหมาสมใน
การพัฒนาทกั ษะให้กับผปู้ ว่ ยโรคเร้อื รัง ความรอบร้ทู างสุขภาพเป็นแนวคิดที่ชว่ ยพัฒนาทกั ษะในการดแู ลตนเองของผู้ป่วย
เป็นการพัฒนาท่ี มากกว่าการให้ความรู้ มีการศึกษามากมายที่พบว่าการมีความรอบรูท้ างด้านสุขภาพท่ีดีจะทำให้ผู้ป่วยมี
ทักษะ ในการดูแลตเองได้อย่างเหมาะสม ทางคลินิกโรคเรื้อรังได้เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาความรอบรู้ทางด้าน
สขุ ภาพนใ้ี หก้ บั ผู้ป่วยโรค เร้อื รัง โดยการสร้างความรูค้ วามเขา้ ใจในขอ้ มูลสุขภาพของตนเอง เพ่อื ให้ผู้ป่วยได้เข้าใจและตะ
หนักถึงความ เสี่ยงของการดำเนินโรคหรอื ภาวะแทรกซ้อนทีอ่ าจจะเกิดขึ้นได้ โดยการจัดทำกราฟค่าไต-ค่าน้ำตาล ให้กับ
ผู้ป่วยโรคเร้อื รัง ใหไ้ ดร้ บั รู้และมองใหเ้ ห็นภาพชดั เจนมากยง่ิ ขึ้น
เป้าหมาย/วตั ถุประสงค์
1. ผู้ป่วยโรคเรือ้ รงั มคี วามเขา้ ใจค่าการทำงานของไตและค่าระดบั นำ้ ตาลของตนเอง
2. ผปู้ ่วยโรคเรือ้ รงั มคี วามพึงพอใจในการนำนวัตกรรมมาใช้ ร้อยละ 80
แนวคิดการพฒั นานวัตกรรม ใช้แนวคดิ ความรอบรู้ทางสุขภาพ มาช่วยในการสร้างชนิ้ งาน
นวัตกรรม กิจกรรม/กระบวนการพฒั นานวัตกรรม
1. ประเมนิ ปญั หาที่พบจากการทำงานภายในคลนิ ิกโรคเรื้อรงั
2. ประชมุ ทีมคลนิ กิ โรคเรอ้ื รัง ปรึกษาถึงวิธีการแก้ไขปัญหา
3. ทบทวนวรรณกรรมท่ีเกี่ยวข้อง
4. จัดทำชิ้นงาน “กราฟค่าไต-คา่ น้ำตาล”
5. นำไปใช้กับผปู้ ว่ ยโรคเรอ้ื รงั รว่ มกบั การให้คำแนะนำของพยาบาล
การประเมนิ ผลการปรบั ปรุง/เปลี่ยนแปลง/สิ่งประดิษฐ(์ Innovation evaluation)
1. ผู้ป่วยโรคเรอื้ รังมีความเขา้ ใจระดับของค่าการทำงานของไตและคา่ ระดับน้ำตาล
2. ผู้ป่วยมีความพงึ พอใจตอ่ นวตั กรรม รอ้ ยละ 80
สรุปผลท่ีได้รบั
ด้านผู้ป่วย: สามารถเข้าใจค่าผลเลือดที่เกี่ยวกับค่าการทำงานของไตและค่าระดับน้ำดับได้เนื่องจาก มองภาพได้ชัดเจน
มากขึ้น เข้าใจถึงระดับความรุนแรงของผลเลือดตนเอง ทำให้ผู้ป่วยตะหนักถึงความ ความสำคัญในการดูแลสุขภาพมาก
ย่ิงข้ึน
ด้านเจา้ หน้าท่ี: มสี ื่อการใหค้ วามรทู้ ี่ใช้ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ช่วยในการอธบิ ายผปู้ ว่ ยได้งา่ ยยิ่งขน้ึ รปู ช้นิ งาน
อ้างอิง/บรรณานุกรม ประดิษฐ์ วงษ์คณารัตกุล. (2537). ประสิทธิภาพการใช้สมุดกราฟบันทึกระดับน้ำตาลในเลือดของ
ผู้ปว่ ย เบาหวานเพ่อื การควบคมุ ภาวะของโรค. วารสารการแพทย์เขต 7, 4: 399-407
สรปุ ผลงานวชิ าการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอื่ งเล่า
ประเภทผลงาน
การพัฒนางานคณุ ภาพอย่างตอ่ เนอื่ ง
(Continuous Quality Improvement)
สรุปผลงานวชิ าการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอื่ งเล่า
ชอ่ื ผลงาน การพัฒนาการดแู ลผูป้ ว่ ยติดเชอื้ ในกระแสเลอื ด โรงพยาบาลภกั ดชี ุมพล
ช่ือผสู้ ่งผลงาน
ช่ือ-สกุล นางสาวภาลินี ตอพล ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
วัตถปุ ระสงค์
1. เพิ่มการวนิ ิจฉัยผ้ปู ่วยทม่ี แี นวโนม้ เกิดภาวะ Sepsis
2. เพมิ่ ความสำเร็จในการรักษาผปู้ ่วยตามแนวทางการดูแลในเวลาทีเ่ หมาะสม
3. ลดอตั ราตายในกลุ่มผปู้ ว่ ย Sepsis
4. ลดค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล
5. ลดจำนวนวนั นอน
ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา
ภาวะติดเช้ือในกระแสเลือด (Sepsis) เปน็ ภาวะวกิ ฤตทิ มี่ ีความสำคัญท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ ภาวะแทรกซอ้ นรุนแรง และเป็น
สาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งพบอัตราของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ด้วยภาวะ
Sepsis/Septic shock ในปี 2559-2561 มีจำนวน 121, 164 และ 141 รายตามลำดับ และมีอัตราการเสียชีวิต ร้อยละ
29.4, 38.81 และ 20 ตามลำดับ ซึ่งมีอุบัติการณ์การเกิดมีแนวโน้มสูงขึ้นและมีอัตราการเสียชีวิตสูงอยู่ใน 5 อันดับแรก
ของผู้ป่วยใน และยังเป็นกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ตรวจวินิจฉัย ให้การรักษาที่ถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความ
ปลอดภัย ดังน้ันโรงพยาบาลภักดีชุมพลจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงได้ดำเนินการวางแผนให้
การดแู ลผู้ป่วยตามแนวทางการดแู ลผูป้ ่วยที่มีภาวะ Sepsis ตามมาตรฐาน ร่วมกับโรงพยาบาลจังหวัดซึ่งเปน็ โรงพยาบาล
แม่ข่าย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จนถึงปัจจุบัน โดยพัฒนาการดูแลรักษาให้สามารถตอบสนองต่ออาการเปลี่ยนแปลงของ
ผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลรักษาในภาวะเร่งดว่ น มุ่งเน้นความปลอดภัย (Patient Safety Goals) โดยมีกระบวนการดูแล
ตามมาตรฐานวิชาชีพ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและมีระบบเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย มีแนวทางการอบรม ติดตาม
ตัวชี้วัดเป็นระยะ ซึ่งจากการทบทวนและวิเคราะห์เวชระเบียนผู้ป่วยพบว่า มีการ Early detection ได้เร็วขึ้น แต่ยัง
Early resuscitate ได้ไม่ครบตามแนวทาง และยังพบการ Delay Refer เนื่องจากบุคลากรแพทย์มีการสับเปลี่ยน
หมุนเวยี นบ่อยและระบบการส่งตอ่ ผปู้ ่วย Sepsis และการเชอื่ มโยงขอ้ มลู ระหวา่ งเครอื ข่ายยังไมเ่ ป็นระบบ
ดังนั้นในปีงบ 62 เป็นต้นมา โรงพยาบาลภักดีชุมพลจึงได้จัดทำการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังการเกิดภาวะ
Sepsis ในผู้ป่วยขึ้นโดยเน้นกระบวนการ Early resuscitate ตามกระบวนการ 6 Bundle in 1 hour เพื่อเพิ่มศักยภาพ
และทักษะบุคลากรในการเฝ้าระวงั และดูแลรักษาอยา่ งเหมาะสม เชื่อมโยงระบบเครือข่าย ให้สามารถดูแลรกั ษาผู้ป่วยได้
อยา่ งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
กจิ กรรมการพฒั นา (โดยใชว้ งจรการบริหารงานคุณภาพ Plan - Do - Check - Act )
1. วิเคราะหส์ ถานการณ์ในรูปแบบคณะกรรมการทมี สหวชิ าชพี เพือ่ ค้นหา Gap analysis และเพ่ือวางแผนหาแนว
ทางแก้ไขปัญหาและหาแนวทางปฏบิ ตั ิ
2. ดำเนินการ ประกาศใช้แนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มโรค Sepsis และจัดอบรมวิชาการในโรงพยาบาล
ภักดีชุมพล เพื่อเพิ่มศักยภาพและทักษะบุคลากรในการเฝ้าระวังและดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว มี
ประสทิ ธภิ าพเหมาะสมตามแนวปฏบิ ตั ิ และสง่ เสรมิ การใช้ SOS score และการดแู ลรกั ษาตาม CPG 6 Bundle
in 1 hour ในทุกหน่วยบรกิ าร และพัฒนาการส่อื สารวิธีการประเมนิ และปฏบิ ตั กิ ารช่วยเหลือผู้ปว่ ย Sepsis
สรุปผลงานวิชาการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรื่องเลา่
เบื้องต้นให้กับเจ้าหน้าที่ และ รพ.สต. ให้ง่ายขึ้นโดยเพิ่มช่องทางการให้ความรู้ผ่านสื่อ Multimedia และ
เชอ่ื มโยงขอ้ มูลระหว่างเครอื ขา่ ย ผา่ น Application line เพ่อื รายงานข้อมูลผู้ป่วย และ Consult case sepsis
3. ทบทวนและ Audit chart รว่ มกบั ทีมหวิชาชีพ รวบรวมข้อมลู ตัวชว้ี ดั และวิเคราะห์ผลทุกเดือนและจัดทำตัวชว้ี ดั
ร่วมกับแม่ข่าย และเครือข่ายภายในจังหวัด โดยรวบรวมข้อมูลส่งผ่าน E-mail โดยผู้รับผิดชอบของแต่ละ
โรงพยาบาล
4. รว่ มประชมุ คณะกรรมการ Sepsis เครือขา่ ยระดับจังหวัด เพอ่ื สรปุ ผลการดำเนนิ งาน Sepsisประจำปี วิเคราะห์
Gap analysis ของแต่ละโรงพยาบาล แลกเปลี่ยนข้อคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะในการแก้ไขปญั หาโดยรวมร่วมกับ
แมข่ า่ ย
ผลการดำเนินการ
ตัวชว้ี ดั เกณฑ์ 2562 2563 2564 2565*
1 .จำนวนการเกดิ ภาวะsepsis - 70 73 100 57
(A40-41.9/ R65.1)
2. จำนวนการเกดิ ภาวะ septic - 33 23 14 10
shock (R57.2)
3.ร้อยละการไดร้ ับ Fluid 30 > 90% 50 22 33 57
ml/kg (1.5 lit/1 ชว่ั โมง)
4. ร้อยละการทำ H/C หลงั วนิ จิ ฉัย > 90% 50 88 85 100
ภายใน 1 ช่ัวโมง
5. ร้อยละการได้รับ Antibiotic ใน > 90% 50 75 85 100
1 ชม. หลังไดร้ ับวินิจฉยั
6. อตั ราการเสยี ชวี ติ ของผู้ปว่ ย - 9 13 0 0
Sepsis (3/33) (3/23) (0/14) (0/10)
7. จำนวนวันนอนเฉล่ีย (LOS) - 4.7 4.1 3.8 2.7
8. คา่ ใช้จ่ายในการนอน - 13820 14,606 9,467 9,396
โรงพยาบาล
* ต้งั แต่ ตลุ าคม 2564 – มนี าคม 2565
สรุปผลงานวิชาการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่ืองเลา่
อภิปรายผล
จากผลของการใชแ้ นวทางการเฝา้ ระวังการเกดิ ภาวะ Sepsis และภาวะ Septic shock ในผู้ป่วยเพือ่ การวินิจฉัย
และรักษาภาวะ Sepsis ที่พัฒนาขึ้น พบว่าอัตราการ เกิดภาวะ Septic shock มีแนวโน้มลดลง ความสำเร็จของการ
วินิจฉัยและให้การรักษาผู้ป่วยตามแนวทางการดูแลผู้ป่วย sepsis ในเวลาที่เหมาะสม ในการทำ H/C ,การได้รับ ATB
และการได้รับ IV Fluid เพิ่มเป็นร้อยละ 50, 50 และ 7 ตามลำดับ อัตราตายของผู้ป่วยลดลงอย่างเห็นได้ชัด จำนวนวัน
นอนเฉลี่ยคิดเป็น 2 วัน/คน เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล พบว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเหลือ
4,424 บาท/ราย
บทเรยี นที่ไดร้ บั
การดูแลผู้ป่วย Sepsis ให้ได้ประสิทธิภาพ ต้องมีการ Early detect และ Early resuscitate ให้เร็ว จะช่วยลด
อตั ราการเกิดภาวะแทรกซอ้ นและอตั ราการเสยี ชีวติ ลงได้
ติดตอ่ ทมี งาน ชอ่ื -สกลุ นางสาวภาลินี ตอพล ตำแหนง่ พยาบาลวชิ าชพี ชำนาญการ
สถานปฏบิ ัตงิ าน โรงพยาบาลภักดีชุมพล จังหวัดชยั ภูมิ เขตสขุ ภาพท่ี 9
โทรศพั ท์มือถือ 089-4284565 E-mail [email protected]
สรปุ ผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเล่า
ชอ่ื ผลงาน : Magnesium มาเรว็ ไว หา่ งไกล Eclampsia
คำสำคัญ : 1. Magnesium Sulfate หมายถึง ยาทอ่ี อกฤทธโ์ิ ดยลดความตงึ ของกลา้ มเนื้อลาย โดยยับย้ังการ ปลอ่ ย
Acetylcholine ซ่งึ เปน็ ตัวสง่ สญั ญาณประสาทในกล้ามเนื้อ
2. Eclampsia หมายถงึ การชกั ในสตรตี ั้งครรภท์ ่มี ภี าวะครรภเ์ ป็นพษิ โดยการชักน้นั ไมไ่ ด้ เกิดจากสาเหตอุ นื่
สรุปผลงานโดยย่อ : ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์มีอุบัติการณ์ร้อยละ 5-10 และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของหญิง
ตั้งครรภ์ นอกจากการเสียชีวิตแลว้ หญิงตั้งครรภ์ที่มีความดันโลหิตสูงขณะตัง้ ครรภ์มโี อกาสเสี่ยงที่จะเกดิ ภาวะแทรกซอ้ น
ที่รนุ แรง เช่น รกลอกตัวก่อนกำหนด การแขง็ ตัวของเลือดผดิ ปกติ เลือดออกในสมอง ตบั และไตวาย ทงั้ ยังเป็นสาเหตุที่ทำ
ให้เกดิ ภาวะแทรกซ้อนในทารก เชน่ การตายคลอด การบาดเจ็บและเสียชวี ติ แรกคลอด สาเหตุของการเกิดความดันโลหิต
สงู ขณะตั้งครรภโ์ ดยเฉพาะภาวะครรภเ์ ป็นพิษ ยงั ไม่ทราบแนช่ ดั อยา่ งไรก็ตามอนั ตรายตอ่ หญิงตั้งครรภท์ ารกในครรภ์และ
แรกคลอด จะลดความรุนแรงลงได้ ดว้ ยการวนิ จิ ฉัยที่รวดเร็ว การดูแลทเ่ี หมาะสมและทนั เวลา
ช่อื -สกุล : นางสาวนำ้ ฝน พลรตั น์ พยาบาลวชิ าชพี ชำนาญการ
ช่อื หน่วยงาน/กล่มุ งาน /ทีมงาน : งานหอ้ งคลอด โรงพยาบาลภกั ดชี ุมพล
เปา้ หมาย : 1. เพ่ือใหห้ ญิงตงั้ ครรภท์ ี่มีภาวะความดนั โลหติ สูงได้รบั ยา Magnesium Sulfate ไม่เกนิ 10 นาที
2. เพือ่ เพอ่ื ให้หญงิ ตงั้ ครรภ์ท่มี ภี าวะความดนั โลหิตสงู ไมเ่ กดิ ภาวะ Eclampsia
ปัญหาและสาเหตุโดยย่อ : งานห้องคลอดโรงพยาบาลภักดีชุมพล พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ปี
2560 34.8 % (10 ราย) เกิดภาวะ Eclampsia 2 ราย , ปี 2561 17.85% (5 ราย) เกิดภาวะ Eclampsia 1 ราย , ปี
2562 25.12% (8 ราย) , ปี 2563 13.2% (5 ราย) , ปี 2564 22.2% (10 ราย) การเข้าถึงยา Magnesium Sulfate ได้
รวดเร็วจะลดอัตราการเกิด Eclampsia และการเสียชีวิต จึงเป็นที่มาของการพัฒนา “Magnesium มาเร็วไว ห่างไกล
Eclampsia”
กจิ กรรมการพัฒนา :
1. วางแผน (Plan) ประชุมเตรยี มความพร้อมการดำเนนิ งานทมี งาน แพทย์ ห้องคลอด หอ้ งอุบตั ิเหตุ-ฉุกเฉนิ
และทมี PTC รว่ มกนั วางแผนจัดทำแนวทางการดแู ลหญงิ ต้งั ครรภท์ ่ีมภี าวะความดนั โลหติ สูงใหเ้ ขา้ ถงึ ยาไดอ้ ย่างรวดเรว็
2. ปฏิบัติตามระบบ (Do) ดงั นี้
2.1 จดั ทำกลอ่ ง PIH set box ในกล่องประกอบด้วยยา 10% MgSo4 4 g , 50% MgSo4 40 g
Hydralazine 5 mg , Ca gluconate 1 g , Nss 100 cc , 5% D/W 920 cc , สมุดเชค็ ยา
2.2 เมื่อตรวจพบหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูง BP>140/90 mmHg หลังจากนอนพัก ให้รายงาน
แพทย์ทันที เมื่อแพทย์ตรวจพบความผิดปกติและการวินิจฉัยว่าต้องได้รับยา Magnesium Sulfate แพทย์เขียน Order
ใน OPD card พยาบาลในเวรสามารถหยิบกล่อง PIH set box ทมี่ อี ย่ใู นห้องคลอด ให้ยา Magnesium Sulfate ได้ทันที
โดยที่ไม่ต้องถือ OPD card ไปเบิกยาที่ห้องยา ทำให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงได้รับยารวดเร็วขึ้น ลดการ
เกิดภาวะ Eclampsia
สรปุ ผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเลา่
3. การตรวจเชค็ ระบบ (Check) โดยเม่ือมีการใช้ยาในกล่อง PIH set box เจา้ หนา้ ทใี่ นแต่ละเวรใหเ้ ขยี นจำนวน
ยาท่ีใช้ในกลอ่ ง PIH set box ในสมุดเช็คยา และนำไปสง่ ที่ห้องยา เจา้ หนา้ ท่ีหอ้ งยารับกล่อง PIH set box มาตรวจสอบ
และจดั ยาให้ครบตามสมดุ เช็คยา ในกรณที ่ภี ายใน 1 เดอื น ไม่มคี นไข้ หอ้ งยาจะมาตรวจเช็คยาในกลอ่ ง PIH set box ทกุ
เดือน
4. กำหนดแนวทางปฏบิ ตั ิ (Act) กำหนดเป็นแนวทางปฏิบตั ิสำหรับ แพทย์ เภสัชกร พยาบาล ท่ีข้นึ ปฏบิ ตั ิงาน
หอ้ งคลอดใหร้ บั ทราบ สรุปการประเมินผล ทบทวนปญั หา อุปสรรค สะทอ้ นขอ้ มูลไปยงั ผ้เู กีย่ วขอ้ ง พฒั นาปรับปรงุ
แนวทางโดยมีตวั ชีว้ ดั ดงั นี้
- หญงิ ตั้งครรภท์ ีม่ ภี าวะความดนั โลหติ สงู ไดร้ บั ยา Magnesium Sulfate ไมเ่ กนิ 10 นาที
- หญิงตัง้ ครรภ์ทีม่ ีภาวะความดันโลหิตสูงไม่เกิดภาวะ Eclampsia
การวดั ผลและผลการเปลีย่ นแปลง :
การปรบั ปรงุ ระบบ Magnesium มาเรว็ ไว หา่ งไกล Eclampsia
ประเด็น กจิ กรรม CQI รอบท1ี่ โอกาสพัฒนาท่ีพบ CQI รอบท่ี2
Plan การจดั ทำแนวทาง มแี นวทางการดแู ลหญงิ แพทย์ เภสัชกร ไม่ ประชมุ ทมี งาน แพทย์
ตง้ั ครรภท์ ่มี ีภาวะความดนั ทราบแนวทางการให้ หอ้ งคลอด ห้อง
โลหติ สงู เฉพาะงานหอ้ ง ยา Magnesium อุบตั เิ หตุ-ฉุกเฉิน และทีม
คลอด Sulfate PTC รว่ มกันวางแผน
จัดทำแนวทางการดูแล
หญงิ ต้งั ครรภท์ ี่มภี าวะ
ความดันโลหติ สงู ให้
เข้าถงึ ยาได้อย่างรวดเร็ว
Do กระบวนการ แพทย์เขยี น แพทย์เขยี น ผู้ป่วยเขา้ ถงึ ยา แพทยเ์ ขียน Order ใน
Order ใน OPD card Magnesium OPD card พยาบาลใน
พยาบาลนำ OPD card Sulfate ลา่ ชา้ เกดิ เวรสามารถหยบิ กลอ่ ง
ไปทีห่ ้องยาเพอื่ รอเภสชั กร ภาวะ Eclampsia PIH set box ท่ีมอี ยใู่ น
จดั ยา ขณะรอยา ห้องคลอด ใหย้ า
Magnesium Sulfate
ไดท้ นั ที โดยที่ไม่ต้องถือ
OPD card ไปเบิกยาท่ี
ห้องยา
Check การตรวจเชค็ ระบบ ยา Magnesium Sulfate ไมม่ ี stock ยา ใน จัดทำ PIH set box ใน
จดั เกบ็ ในห้องยา ห้องคลอด ห้องคลอด มีเจ้าหนา้ ที่
ตรวจเชค็ ทุกเวร ห้องยา
ตรวจเช็คเดอื นละ 1 คร้งั
ประเด็น กจิ กรรม CQI รอบท่1ี สรุปผลงานวิชาการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเล่า
Act
กำหนดแนวทาง โอกาสพฒั นาที่พบ CQI รอบท่ี2
ปฏบิ ัติ
แนวทางปฏบิ ตั ิรู้เฉพาะ แนวทางปฏิบัตไิ ม่ พฒั นาปรบั ปรงุ แนวทาง
เจา้ หนา้ ที่ ทข่ี น้ึ ปฏิบัติงาน ชัดเจน โดยกำหนดเปน็ แนวทาง
ปฏบิ ตั สิ ำหรบั แพทย์
เภสัชกร พยาบาล ทีข่ นึ้
ปฏบิ ตั ิงานห้องคลอดให้
รบั ทราบ
บทเรยี นท่ไี ด้รับ :
1. มกี ารทำงานเป็นทมี โดยทีมสหวชิ าชพี ประกอบดว้ ยแพทย์ เภสชั พยาบาลวิชาชีพ
2. ลดการเกิดภาวะแทรกซอ้ นทีร่ ุนแรง หญิงตัง้ ครรภ์ไดร้ ับการรกั ษาท่ีรวดเรว็
การติดตอ่ กับทมี งาน : นางสาวนำ้ ฝน พลรตั น์ 095-6196128 Email : [email protected]
สรปุ ผลงานวชิ าการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเล่า
ช่อื ผลงาน การพัฒนาระบบบำบดั น้ำเสยี ให้ผ่านเกณฑค์ ณุ ภาพน้ำท้งิ โรงพยาบาลภกั ดชี ุมพล จังหวดั ชัยภมู ิ
คำสำคญั : ระบบบำบดั นำ้ เสยี โรงพยาบาลภักดชี มุ พล
สรปุ ผลงานโดยย่อ
จากข้อมูลปี 2560-2565 พบว่าระบบบำบัดน้ำเสียไม่ผ่านตามมาตรฐาน จากการวิเคราะห์สาเหตุพบว่าระบบ
บำบัดน้ำเสียแบบถังสำเร็จรูป ซึ่งเหมาะกับการติดตั้งตามอาคาร หรือสถานที่ทำการที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เนื่องจาก
พื้นที่ของโรงพยาบาลภักดีชุมพลมีขนาดกว้างมาก แรงส่งของน้ำในการระบายออกจากระบบจึงไม่เพียงพอ อีกทั้งมีการ
ปรับพื้นที่หลายจุด และสร้างอาคารเพิ่มขึ้น การทำงานของเครื่องเติมอากาศที่ทำงานหนักจนชำรุดไปหลายเครื่อง จึงได้
ดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์และสร้างบ่อบึงประดิษฐ์เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อลดปริมาณสารอินทรีย์ ตะกอนแขวนลอย และ
สารอาหาร ทำการสร้างบ่อซีเมนต์เพื่อนำน้ำยาล้างฟิมล์มาทิ้งลงบ่อซีเมนต์จากเดิมเทลงบ่อบำบัดน้ำเสีย การเพิ่มถังพัก
อาคารซักฟอก รวมถึงการสรา้ งถงั พักเกบ็ นำ้ กอ่ นปล่อยออกสูช่ ุมชน ผลการตรวจนำ้ ทิ้ง พบวา่ ไมผ่ า่ นเกณฑ์ตามมาตรฐาน
ช่ือ-สกุล 1.นางสาววิภาวดี ตื้นชยั ภมู ิ ตำแหน่ง นกั วชิ าการสาธารณสขุ ปฏิบัตกิ าร
2.นายประดษิ ฐ์ เสนารัตน์ ตำแหน่ง พนักงานบรกิ าร
ชื่อหนว่ ยงาน/กลุ่มงาน /ทีมงาน
กลมุ่ งานบรกิ ารดา้ นปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลภักดีชมุ พล ทีอ่ ยู่ 160 ถนนชยั ภมู ิ-นครสวรรค์
ตำบลเจาทอง อำเภอภักดชี มุ พล จังหวัดชัยภมู ิ ไปรษณีย์ 36260 โทรศพั ท์ 044-133100 โทรสาร 044-133100
ตอ่ Email : [email protected]
เปา้ หมาย
เพอ่ื พัฒนาระบบบำบดั นำ้ เสยี ให้มปี ระสทิ ธิภาพ ผลการตรวจนำ้ ทิง้ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพนำ้ ท้งิ 11
พารามเิ ตอร์
ปัญหาและสาเหตโุ ดยยอ่
1. ผลตรวจระบบบำบัดนำ้ เสยี ไมผ่ า่ นตามเกณฑม์ าตรฐาน
2. การใชส้ ารเคมีในการลา้ งห้องนำ้ และนำ้ ยาซักผา้ ยงั พบปริมาณท่ีสูง
3. อาคารซกั ฟอกอยใู่ กลร้ ะบบบำบดั น้ำเสยี
กจิ กรรมการพฒั นา
ก่อนปรบั ปรุงระบบบำบัดนำ้ เสยี ครั้งท่ี 1
ปี 2560 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภายนอกในการดูแลระบบบำบัดน้ำเสีย สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพ เขต 9
นครราชสีมาและประชุมทีมทำงานในรพ.ภักดีชุมพล จัดสร้างบ่อบึงประดิษฐ์เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อลดปริมาณสารอินทรีย์
ตะกอนแขวนลอยและสารอาหาร จดั ซื้ออุปกรณร์ ะบบบำบัดนำ้ เสียใหมแ่ ละซอ่ มแซมปัม้ เติมคลอรนี และปรบั การใชน้ ำ้ ยา
ล้างห้องน้ำเปลี่ยนเป็นใช้น้ำหมักชีวภาพแทน และใช้ผงซักผ้าในการทำความสะอาดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เนื่องจากห้องน้ำ
เกิดคราบสกปรกและหนิ ปูนเกาะพ้นื ผนงั และมกี ลิน่ คาว
ปญั หาท่พี บ : 1.ค่าสารทีล่ ะลายไดท้ ้ังหมด (Total Dissolved Solids) ยังพบปริมาณทสี่ งู
2. อาคารซกั ฟอกอยใู่ กลร้ ะบบบำบดั นำ้ เสยี
สรปุ ผลงานวชิ าการ วจิ ยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอ่ื งเลา่
กอ่ นปรับปรงุ ระบบบำบดั นำ้ เสียครง้ั ที่ 2
ตุลาคม 2561 จึงได้ดำเนินการประชมุ ทมี และดำเนินการปรับปรุงระบบบำบดั น้ำเสยี โยการจดั ซื้อถังบำบัดน้ำเสีย
จำนวน 2 ถังและดำเนนิ การก่อสรา้ งบ่อพักน้ำ จำนวน 2 บ่อ ท่ีอาคารซกั ฟอกเพ่ือทำการกกั เกบ็ น้ำก่อนปล่อยสู่ขบวนการ
บำบดั และฆ่าเชื้อ ปรบั ในเร่อื งการเลือกน้ำยาซกั ผ้าจากเดิมท่ีมันเกิดฟองเยอะและทำการเปลย่ี นนำ้ ยาซกั ผ้าใหม่และตรวจ
คุณภาพนำ้ ระบบบำบดั นำ้ เสยี ทุกวัน
สิงหาคม 2563 ทำการสร้างถังพักน้ำที่บำบัดแล้วก่อนปล่อยน้ำทิ้งสู่ชุมชน และได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำตรวจ
วิเคราะห์พบว่า ผ่านทุกพารามเิ ตอร์ และในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ได้ทำการเกบ็ ตัวอยา่ งนำ้ ตรวจวิเคราะห์พบว่า ไม่ผ่าน
6 พารามิเตอร์ เนื่องจากเครื่องเติมอากาศชำรุด 3 เครื่อง ปั้มสูบน้ำชำรุด 1 ตัว ปัญหาท่อตันทำให้น้ำไหลไม่สะดวก น้ำ
เอ่อบอ่ คลองเวียน เคร่อื งตรวจน้ำประจำวันชำรุด และไดท้ ำการแก้ไขปญั หาโดยการจัดซื้ออุปกรณ์ระบบบำบัดน้ำเสียใหม่
เครอื่ งเติมอากาศจำนวน 2 เครือ่ ง จดั ซ้ือป้มั สูบนำ้ ประชาสมั พนั ธ์ผู้ปว่ ยและญาติเรอ่ื งการท้งิ ผา้ อนามัยและกระดาษชำระ
ลงชักโครกเนื่องจากเป็นเป็นหาท่ออุดตัน จึงได้ทำการทำการเก็บตัวอย่างน้ำตรวจวิเคราะห์ในเดือนพฤษภาคม 2565
พบว่า ผ่านทกุ พารามิเตอร์
9.การวดั ผลและผลของการเปลี่ยนแปลง : ผลการตรวจนำ้ ท้งิ ผา่ นเกณฑม์ าตรฐานคุณภาพน้ำท้งิ 11 พารามิเตอร์
พารามิเตอรท์ ่ี มาตรฐาน เม.ย.60 ธ.ค.60 ผลการตรวจน้ำทง้ิ พ.ค.62 ต.ค.62 หมาย
ทดสอบ คณุ ภาพนำ้ ทงิ้ ผา่ นทุกตวั *ไมผ่ ่าน พ.ค.61 ธ.ค.61 *ไม่ผ่าน ผ่านทก เหตุ
1 ตวั *ไมผ่ า่ น ผ่านทก 1 ตวั
1 ตัว ตัว ตวั
ความเปน็ กรด-ดา่ ง 5-9 8.3 7.9 8.0 8.3 8.0 8.2 เม่ือเกิด
(pH at 25 C) ปัญหาได้
สารที่ละลายได้ ไม่เกนิ 500 480 *604 *685 428 *619 498 มกี าร
ทงั้ หมด (mg/l) ทบทวน
สารแขวนลอย ไมเ่ กิน 30 3 7 6 14 7 29 หา
(mg/l) สาเหตุ
ตะกอนหนัก (mg/l) ไม่เกิน 0.5 < 0.1 < 0.1 < 0.1 < 0.1 < 0.1 ไม่พบ ทกุ ครง้ั
ปรมิ าณไนโตรเจน ไมเ่ กนิ 35 29.57 23.88 25.68 24.98 28.75 31
(mg/l)
ซี โอ ดี (mg/l) ไม่เกิน 120 95 58 47 84 67 75
ซลั ไฟด์ (mg/l) ไม่เกนิ 1.0 0.24 0.09 0.28 0.04 0.0 0.006
บี โอ ดี (mg/l) ไม่เกิน 20 17 10 3 16 20 15
น้ำมนั และไขมัน ไม่เกิน 20 6.6 2.6 0.6 0.8 1.1 1
(mg/l)
โคลิฟอรม์ แบคทเี รีย ไม่เกิน 5,000 <1.8 <1.8 <1.8 <1.8 <1.8 <1.8
(เอ็มพีเอ็น/100มล.)
ฟคี ัลโคลิฟอรม์ ไมเ่ กิน 1,000 <1.8 <1.8 <1.8 <1.8 <1.8 <1.8
แบคทีเรยี
(เอ็มพีเอ็น/100มล.)
สรุปผลงานวชิ าการ วิจัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรือ่ งเล่า
พารามิเตอรท์ ่ี มาตรฐาน พ.ค.63 ต.ค.63 ผลการตรวจนำ้ ท้ิง ก.พ.65 พ.ค.65 หมาย
ทดสอบ คุณภาพนำ้ ท้งิ ไมผ่ ่าน 1 ไมผ่ ่าน 1 เม.ย.64 ต.ค.64 เหตุ
ผ่านทุกตัว ผ่านทุก ไมผ่ ่าน 6 ผ่านทุก
ตัว ตวั ตวั ตัว
ตัว
ความเป็นกรด-ดา่ ง 5-9 7.8 8.2 7.1 7.8 8.0 8.0 เมอ่ื เกิด
(pH at 25 C) ไมเ่ กิน 500 *794 ปญั หาได้
สารทลี่ ะลายได้
ท้ังหมด (mg/l) ไม่เกิน 30 10 *643 371 495 815 492 มกี าร
สารแขวนลอย ทบทวน
ไมเ่ กนิ 0.5 ไมพ่ บ
(mg/l) ไมเ่ กนิ 35 14 14 27 5 35 16 หา
ตะกอนหนัก (mg/l) สาเหตุ
ปริมาณไนโตรเจน ไม่เกนิ 120 118
ไมเ่ กนิ 1.0 0.048 < 0.1 < 0.1 ไมพ่ บ ไม่พบ ไมพ่ บ ทุกครง้ั
(mg/l) ไมเ่ กิน 20 18
ซี โอ ดี (mg/l) ไมเ่ กิน 20 19.87 4 3 24 18
ซัลไฟด์ (mg/l) 2
บี โอ ดี (mg/l) ไมเ่ กิน 5,000 20 15 36 145 73
น้ำมนั และไขมนั 9200 0 0.010 0.005 0.016 <0.005
ไม่เกิน 1,000 5 3 6 27 15
(mg/l) 3500 0.6 1 1 5 1
โคลิฟอรม์ แบคทเี รีย
(เอ็มพเี อน็ /100มล.) 2 <1.8 <1.8 9200 <1.8
ฟีคัลโคลฟิ อรม์ <1.8 <1.8 <1.8 1100 <1.8
แบคทีเรีย
(เอ็มพเี อน็ /100มล.)
บทเรียนทไี่ ดร้ ับ
1. มกี ารควบคมุ กำกบั ตดิ ตามและแกไ้ ขปัญหาอย่างสม่ำเสมอ
2. มีการประชุมทีมและหาแนวทางแก้ไขรว่ มกนั
3. ผูบ้ ริหารเหน็ ความสำคัญถึงการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสยี
การตดิ ต่อกบั ทีมงาน นางสาววิภาวดี ตืน้ ชยั ภูมิ โทรศัพท์ 084-3909009
ระบชุ อ่ื ผู้ทีส่ ามารถตดิ ตอ่ ได้ ชอ่ื ท่อี ยู่ โทรศัพท์ Email
นางสาววิภาวดี ต้นื ชยั ภมู ิ ตำแหน่ง นกั วชิ าการสาธารณสุขปฏบิ ัติการ ทอ่ี ยู่ 160 ถนนชัยภูมิ-นครสวรรค์ ตำบล
เจาทอง อำเภอภกั ดีชมุ พล จงั หวัดชัยภูมิ ไปรษณยี ์ 36260 โทรศพั ท์ 044-133100 โทรสาร 044-133100 ต่อ 200
Email : [email protected]
สรุปผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรอื่ งเล่า
ช่อื ผลงาน การพัฒนารูปแบบการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดนั โลหติ สูงบนฐานข้อมลู สถานีรักษ์สุขภาพ
(Health Station)
คำสำคญั รูปแบบการคัดกรองโรคเบาหวาน, ความดนั โลหิตสงู , สถานรี กั ษส์ ขุ ภาพ,Health Station
สรุปผลงานโดยย่อ สถานีสุขรักษ์สุขภาพ(Health Station)เป็นจุดที่มีให้ประชาชนสามารถมาใช้บริการตรวจเชค็ สขุ ภาพ
ของ ตนเองได้อย่างสะดวก เช่น การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว วัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจาก
ปลายน้ิวมอื โดย อสม.เพิ่มการเข้าถงึ การตรวจคดั กรองสุขภาพตนเอง การรับรขู้ อ้ มลู เกีย่ วกับการปอ้ งกันโรคไม่ ตดิ ตอ่ การ
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ส่งผลถึงการรับรู้สภาวะสุขภาพนำไปสู่การปรับพฤติกรรมสุขภาพของ ตนเองได้อย่าง
เหมาะสม มคี วามเชอื่ มโยงบรู ณาการกับระบบบรกิ ารสุขภาพ3หมอ เรมิ่ จากประชาชนประเมนิ สขุ ภาพตนเองร่วมกบั หมอ
คนท่ี1 โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)บันทึกข้อมูลและส่งต่อข้อมูล สภาวะสุขภาพประชาชนในพื้นที่
รับผดิ ชอบให้หมอคนท่ี2(เจา้ หนา้ ทีส่ าธารณสุขประจำ รพ.สต.)เพือ่ ประเมินความ เสยี่ งดา้ นสขุ ภาพตา่ งๆการให้คำแนะนำ
เบอ้ื งตน้ การปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมสุขภาพและทำการส่งต่อปรกึ ษาหรอื พบ หมอคนท3ี่ (หมอประจำครอบครัวหรือแพทย์
เวชศาสตรค์ รอบครัว)เพ่ือการใหค้ ำแนะนำการดูแลหรอื การรกั ษาที่ เหมาะสมกับแต่ละบุคคลต่อไป
ชื่อ-สกลุ นายประมวล มากนุษย์พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ
ชอื่ หนว่ ยงาน/กลุ่มงาน /ทมี งาน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลาดชุมพล อำเภอภกั ดีชมุ พล จงั หวัดชัยภูมิ
เปา้ หมาย
1.เพ่ือพัฒนารปู แบบการคดั กรอง การดำเนนิ งานป้องกันโรคเรื้อรงั ในชมุ ชน
2.เพือ่ ให้ประชาชนเขา้ ถงึ การรบั บริการตรวจเช็คสขุ ภาพด้วยตนเองหรือ อสม.ได้ง่ายขน้ึ มคี วามรเู้ ขา้ ใจ สามารถปฏิบัติตน
เพื่อปอ้ งกนั โรคไมต่ ิดตอ่ ได้
ปัญหาและสาเหตุโดยยอ่ โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสาธารณสุขทีส่ ำคัญและถือ
ว่าเป็นภัย เงียบเพราะเป็นโรคที่ไม่ปรากฏอาการและเป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนในอวัยวะสำคัญหลายระบบของ
ร่างกาย เช่น ตา ไต หลอดเลือด เป็นต้น ในประเทศไทยนั้นอุบัติการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในแต่ละปี
เพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากโรคเรื้อรังเป็นโรคที่จำเป็นต้องรักษาอย่าง
ต่อเนื่องและยาวนานมีความใช้จ่ายด้านการรักษาทีส่ ูง ดังนั้นแนวทางแก้ไขจะต้องดำเนินการให้เป็นระบบโดยตั้งแต่ การ
คดั กรองคน้ หาผู้ทม่ี คี วามเสีย่ งโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสงู ให้พบแต่เนน่ิ ๆเพอื่ นำมาปรบั เปล่ียน พฤติกรรมไม่ให้เกิด
โรคหรือลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคให้ครอบคลุมแต่ถ้าหากจะใช้เจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียวคงไม่ เพียงพอจึงต้องบูรณการ
ให้ทุกภาคส่วนในชุมชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน การคัดกรองกลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไปควรได้รับการตรวจคัด
กรองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจคัดกรองโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำ รพ.สต.ไม่สามารถคัดกรอง
กลุม่ เสย่ี งไดค้ รอบคลุมเนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ดังนัน้ การตรวจคัดกรอง แบบสถานรี กั ษ์สุขภาพ จึงเป็นเคร่ืองมือคัด
กรองอย่างดี ประชาชนสมารถตรวจเช็คสุขภาพของตนเองได้ง่ายหรือ ได้รับการคัดกรองจากทีมงาน อสม.และเครือข่าย
พร้อมทั้งรณรงค์สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมี พฤติกรรมที่ดีได้รับการเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัย
เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคต สถานีสุขรักษ์สุขภาพ เป็นจุดที่มีให้ประชาชนสามารถมาใช้บริการ
ตรวจเช็คสุขภาพของตนเองได้อย่าง สะดวก เพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองสุขภาพตนเองได้โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าท่ี
สาธารณสุข การรบั รู้ข้อมูล เกย่ี วกบั การปอ้ งกันโรคไม่ตดิ ต่อ การปรบั เปลีย่ นพฤตกิ รรมของตนเอง สง่ ผลถงึ การรับรู้
สรุปผลงานวิชาการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเร่ืองเล่า
สภาวะสุขภาพของ ประชาชนปรับพฤติกรรมสุขภาพของตนเองได้อย่างเหมาะสม เชื่อมโยงบูรณาการกับระบบบริการ
สุขภาพ3หมอ เรม่ิ ต้นจากประชาชนประเมนิ สขุ ภาพตนเอง ร่วมกับหมอคนทหี่ นึง่ โดยอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจำ
หมบู่ า้ น(อสม.) และสง่ ตอ่ ขอ้ มูลสภาวะสุขภาพประชาชนในพื้นท่รี ับผิดชอบให้หมอคนที่สอง(เจ้าหนา้ ท่ีสาธารณสุขประจำ
รพ.สต.) เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพต่างๆและส่งต่อปรึกษาหรือพบหมอคนที่สาม(หมอประจำครอบครัวหรือ
แพทย์ เวชศาสตร์ครอบครวั )เพอ่ื การใหค้ ำแนะนำการดแู ลหรอื การรักษาทีเ่ หมาะสมกบั แตล่ ะบุคคล
กิจกรรมการพัฒนา
1.จัดต้งั Health Station ในชุมชนเขตรบั ผดิ ชอบและสนับสนนุ เคร่ืองช่งั น้ำหนัก เครอื่ งวดั ความดนั แบบ ดจิ ติ อล, สายวัด
รอบเอว, เครื่องวัดส่วนสูง, เครื่องเจาะน้ำตาลในเลือด, เครื่องวัดออกซิเจนในเลือดและป้ายไวนิล ความรู้เกี่ยวกับโรคไม่
ตดิ ตอ่ การแปรผลการคัดกรองเปน็ ตน้
2.จัดอบรมฟื้นฟูความรู้ ทักษะการตรวจคัดกรอง การวัดความดันโลหิต การตรวจน้ำตาลจากปลายนิ้ว การบันทึกข้อมูล
ในเวบไซตส์ ถานีรักษส์ ุขภาพ(สแกนคิวอารโ์ คด๊ )แกอ่ สม. ที่ปฏิบตั หิ น้าท่ใี นสถานรี ักษ์สขุ ภาพ ใหม้ ี ความรู้ ความสามารถทำ
การตรวจคดั กรอง การให้คำแนะนำเบ้อื งต้น รวมถงึ การส่งต่อขอ้ มูลกบั หมอคนท่ี 2 ผา่ น กลมุ่ ไลน์แอพพลเิ คชน่ั ได้
3.เจา้ หน้าทีป่ ระจำ รพ.สต. ตรวจสอบขอ้ มูลสขุ ภาพท่ี ประชาชนหรืออสม.บนั ทกึ เขา้ มาในระบบและ Line notify โดยทำ
การแบ่งกลมุ่ เปน็ กลุม่ ปกติ กลุ่มเสี่ยง กลมุ่ สงสัยป่วยและกลุ่มผู้ป่วย เพือ่ เก็บรวบรวมขอ้ มูลและ วเิ คราะหส์ ถานการณ์ทาง
ระบาดวิทยา แจ้งกลุ่มเสี่ยงกลุ่มสงสัยป่วยและกลุ่มผู้ป่วยที่ควบคุมไม่ได้ทราบเพื่อทำการ ติดตามตรวจวัดซ้ำและข้ึน
ทะเบยี นกลมุ่ เสยี่ งเพอ่ื เข้ารบั การติดตามปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรมตอ่ ไป
4.ตดิ ตามและปรบั เปลีย่ นพฤติกรรม
ผู้ที่มีภาวะเสี่ยง กลุ่มเสี่ยงความดันโลหิตสูง ให้ อสม.ติดตามวัดความดันที่สถานีรักษ์สุขภาพ/ท่ี บ้าน 7 วัน หากความดนั
สูงมากกว่าเกณฑ์ปกตินัดพบหมอคนที่ 2 กลุ่มเสี่ยงเบาหวานความดันตรวจประเมินซ้ำใน 1 สัปดาห์และหลังปรับเปลี่ยน
พฤตกิ รรม 1- 3 เดอื น
กลมุ่ สงสัยปว่ ย ตรวจประเมนิ ซ้ำ 1 สปั ดาห์/ส่งพบแพทย์
กล่มุ ผปู้ ว่ ย ควบคมุ ไมไ่ ดส้ ่งพบแพทย์เพอื่ ปรบั แผนการรกั ษาต่อไป
5.สรุปและคืนข้อมลู การคดั กรองจากเวบไซตส์ ถานีรักษ์สุขภาพ ใหก้ ับชุมชนทราบสถานการณ์ สรา้ งความ ตระหนักรู้และ
การปรับเปลีย่ นพฤติกรรมเพื่อป้องกนั โรคไม่ติดตอ่ เร้ือรัง
การวดั ผลและผลการเปลีย่ นแปลง รายงานตวั ชว้ี ัด การคดั กรองกลมุ่ เสยี่ ง จาก HDC
สรุปผลงานวชิ าการ วิจยั /R2R, CQI, นวตั กรรม และเรื่องเล่า
บทเรยี นทไี่ ด้รับ
1.การจัดต้ังสถานีรักษ์สุขภาพในชุมชน ส่งผลดีตอ่ ประชาชนทำใหส้ ามารถเข้าถึงการคัดกรอง สุขภาพดว้ ยตนเอง แต่ส่วน
ใหญ่ยังอาศัย อสม.เป็นผู้ให้บริการวัดความดันโลหิตสูงและตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ให้ ไม่ต้องรอตรวจคัดกรองจาก
เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ซึ่งจะทำการออกตรวจคัดกรองในชมุ ชนปีละ 1 ครั้ง และผู้ป่วย เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ได้รับการ
ติดตามวัดความดัน เจาะหาระดบั นำ้ ตาลในเลือด จาก อสม.ได้สะดวก รวดเรว็ ขน้ึ
2.เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน สร้างภาคีเครือข่ายในการป้องกันโรคไม่ติดต่อ การ แลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยอาศัย
บคุ คลตน้ แบบที่มีอยใู่ นชมุ ชน การพูดคุยและเปลีย่ นประสบการณ์ การป้องกันโรค เปน็ ต้น
3.เกดิ รปู แบบการคัดกรอง แนวทางปฏิบัตสิ ำหรบั กล่มุ เส่ยี ง บคุ ลากรมีแนวทางปฏิบตั ิในทิศทาง เดียวกนั การส่งตอ่ เพ่อื พบ
แพทย์เพ่อื วินิจฉัยโรคต่อไป
การติดต่อกับทีมงาน นายประมวล มากนุษย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลาดชุมพล
อำเภอภกั ดีชุมพล จังหวัดชยั ภมู ิ โทรศพั ท์ 044-828104 อีเมล์ [email protected]
สรปุ ผลงานวิชาการ วจิ ัย/R2R, CQI, นวตั กรรม และเรื่องเลา่
ช่ือผลงาน รทู้ ันยาหมดอายุ พัฒนาระบบใหแ้ จ้งเตอื น
คำสำคัญ ยาหมดอายุ
สรุปผลงานโดยย่อ ไดด้ ำเนินการพฒั นาระบบระหวา่ งเดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2565 โดยตรวจสอบ ณ จดุ บริการจ่าย
ยาคลินิกโรคเรื้อรัง พบว่า อัตราการแลกเปลีย่ นยาที่มอี ายนุ ้อยกว่า 1 เดือน เพิ่มมากขึน้ เป็นร้อยละ 100 และไม่
พบยาหมดอายุ บนชัน้ ยาหรอื Stockยา
ชื่อ-สกุล นางสาวศจีวรรณ ทิพย์รกั ษ์ เจ้าพนักงานเภสชั กรรมชำนาญงาน
ชอื่ หน่วยงาน/กลุ่มงาน /ทมี งาน กลมุ่ งานเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค โรงพยาบาลภักดชี ุมพล
เปา้ หมาย
1. เพ่มิ อตั ราการแลกเปล่ยี นยาท่ีมอี ายนุ ้อยกว่า 1 เดอื น ณ จดุ บริการจา่ ยยาคลินิกโรคเร้ือรงั
2. ลดอตั ราการตรวจพบยาหมดอายุ ณ จุดบรกิ ารจ่ายยาคลนิ ิกโรคเรอื้ รงั
ปญั หาและสาเหตโุ ดยย่อ ปจั จุบันโรงพยาบาลภักดีชุมพล มกี ารสำรองยาตา่ งๆ และแบ่งจดุ บริการจา่ ยยาออกเปน็ 2 จุด
บริการ ได้แก่ 1.ห้องจ่ายยาผู้ป่วยนอก 2.ห้องจ่ายยาคลินิกโรคเรื้อรัง โดยมีเจ้าพนักงานเภสัชกรรมทำหน้าที่ช่วย
ตรวจสอบยาหมดอายุตามจุดบริการต่างๆ ทุก 6 เดือน เมื่อเจ้าพนักงานเภสัชกรรมไปตรวจสอบการสำรองยา ณ
จุดบริการ จะนำรายการยาทีม่ ใี ช้ในจุดบริการน้ันๆ ไปบันทึกข้อมูลต่างๆลงในกระดาษ อาทิ จำนวนยาที่เกบ็ สำรองและ
วันหมดอายุของยาแต่ละรายการ กรณีพบยาทจี่ ะหมดอายภุ ายใน 6 เดอื นขา้ งหนา้ เจ้าพนักงานเภสัชกรรมจะประสาน
กับผู้ดูแลระบบคลังยา เพื่อส่งแลกยาที่มีอายุนานกว่าไปสำรองไว้แทน แล้วนำยาที่ใกล้หมดอายุมาหมุนเวียนใช้ใน
หนว่ ยงานเภสัชกรรม ระบบดังกลา่ วเป็นการเกบ็ ขอ้ มูลในรปู แบบเอกสาร จากการใช้ระบบ พบปัญหาดงั ตอ่ ไปนี้
1.รายการยาแต่ละรายการมีหลายวันหมดอายุ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนต่อการคำนวณและตรวจสอบวันหมดอายุ
ซง่ึ อาจสง่ ผลให้ตรวจสอบไม่พบยาทใ่ี กลห้ มดอายุ
2. เม่อื ตรวจพบในภายหลังระยะเวลาทก่ี ำหนดจงึ นำมาหมุนเวียนไม่ทนั ต่อการใชง้ าน
3.การกำหนดระยะเวลาและผู้รับผิดชอบในการเก็บยาหมดอายุก็ยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้ไม่มีการเก็บยาหมดอายุออกจาก
ชั้นยา เสี่ยงต่อการจ่ายยาหมดอายุใหแ้ กผมู้ ารบั บริการ
ทางแผนกเภสัชกรรมจึงคิดค้นเคร่ืองมือและพัฒนาระบบการตรวจสอบที่จะช่วยตรวจสอบรายการยาหมดอายุ
และแจ้งเตือนยาใกล้หมดอายุ เพื่อช่วยหมุนเวียนยาในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึน้ และป้องกันเหตุการณ์
การจ่ายยาหมดอายุ โดยเร่ิมใชร้ ะบบน้ี ณ จุดบริการจ่ายยาโรคเรอ้ื รงั เน่ืองจากจดุ บรกิ ารดังกล่าวพบการหมุนเวยี นการ
ใช้ยาน้อยในหลายรายการเสี่ยงต่อการจ่ายยาที่หมดอายุให้แก่ผู้รับบริการ หากการพัฒนาระบบครั้งนี้มีประสิทธิภาพจะ
นำไปใชใ้ นจุดบรกิ ารอนื่ ๆต่อไป
กิจกรรมการพฒั นา
กอ่ นการพัฒนา ระบบเดิมกำหนดให้มกี ารสำรวจยาหมดอายุ ณ จดุ บริการจา่ ยยา ทุก 6 เดอื น โดยจดบันทึกข้อมูล
ลงในกระดาษ จะติดตามยาหมดอายุด้วยวิธีการติดป้ายสัญลักษณ์ระบุวันหมดอายุท่ีช่องยาโดยใช้สีในการกำหนดตามปี
หมดอายุ กรณีพบยาที่จะหมดอายุภายใน 6 เดือนข้างหน้า เจ้าพนักงานเภสัชกรรมจะประสานกับผู้ดูแลระบบคลังยา
เพื่อสง่ แลกยาท่มี อี ายุนานกว่าไปสำรองไว้แทน แต่ยงั ไมม่ กี ารกำหนดใหเ้ ก็บยาทหี่ มดอายุนอ้ ยกวา่ 1 เดือน