ย ิ นด ี ต ้ อนรบ ั ผเ ้ ู ข ้ ารบ ั การฝึ กอบรมท ุ กท ่ าน รับฟังการบรรยาย หัวข้อ “การป้องกันและปราบปราม การท ุ จร ิ ตคอรัปชั่นในวงราชการ” ณ สถาบนัพฒันาบุคคลากรทอ ้ งถิ่น โดย สา นกังานคณะกรรมการป้ องกนัและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
1. การทุจริตในปัจจุบัน 1
กรอบการน าเสนอ 2 1. ความหมายค าว่า “ทุจริต” 2.รูปแบบของการทุจริต 3.สาเหตุและผลกระทบของการทุจริต
1. ความหมายค าว่า “ทุจริต” “ “ 3
ความหมายของค าว่า “ทุจริต” : กรอบแนวคิด 4 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2558 ให้ความหมายการทุจริตว่า “การประพฤติชั่ว คดโกง โกง ไม่ซื่อตรง” รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ พุทธศาสตร์ Black Law Dictionary ให้ความหมายการทุจริตว่า “การกระท าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการกระท าที่ชั่วช้า และฉ้อโกงโดยเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงกฎหมาย รวมทั้งการกระท าที่ขัดกับต าแหน่งหน้าที่ และสิทธิของผู้อื่น” นักรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ให้ความหมายการทุจริตว่า “การใช้อ านาจหน้าที่ในทางที่ผิด เบี่ยงเบนไปจาก บรรทัดฐานและความคาดหวังทางสังคมอันเกิดจากการเห็นประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ซึ่งไม่จ าเป็นต้องเป็น เงินตราเสมอไป” Rational choice theorists ให้ความหมายการทุจริตในเชิงเศรษฐศาสตร์ว่า “การกระท าอย่างมีเหตุและผลของปัจเจก ในการเลือกที่จะใช้อ านาจหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนเนื่องจากไตร่ตรองและค านวณแล้วว่าการใช้ต าแหน่งหน้าที่ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ส่วนตนนั้นมีความคุ้มค่ามากกว่าการใช้ต าแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม”
ความหมายของค าว่า “ทุจริต” : สากล vs ไทย 5 ให้ความหมายการทุจริตว่า “การใช้อ านาจที่ได้รับการไว้วางใจในทางที่ผิด (abuse of entrusted power) เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล” พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 Transparency International (TI) ให้ความหมายการทุจริตต่อหน้าที่ว่า “การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ อย่างใดในต าแหน่งหรือหน้าที่หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในพฤติการณ์ที่อาจท าให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีต าแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้ มีต าแหน่งหรือหน้าที่นั้น หรือใช้อ านาจในต าแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งนี้ (1)เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบส าหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือ (2)กระท าการอันเป็นความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการหรือ(3)ความผิด ต่อต าแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญาหรือ ตามกฎหมายอื่น”
“ 2. รูปแบบของการทุจริต “ 7
รูปแบบของการทุจริตที่พบบ่อยในประเทศไทย 8 การอุปถัมภ์ (Patronage) การทุจริตขนาดเล็ก (Petty Corruption) การติดสินบน (Bribery) ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) การยักยอก (Embezzlement) การทุจริตขนาดใหญ่ (Grand Corruption)
“ 3. สาเหตุและผลกระทบของการทุจริต “ 9
สาเหตุของการทุจริตคอร์รัปชั่น โครงสร้างสังคม ระบบอุปถัมภ์ ความเพิกเฉย ของประชาชน ต่อการทุจริต กระบวนการ ยุติธรรม ไม่แข็งแรง การแทรกแซง จากผู้มีอิทธิพล และนักการเมือง กระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยมและ ปัจเจกบุคคล ปัญหาการแยก ผลประโยชน์ ส่วนตนส่วนรวม กฎหมายไม่รัดกุม การบังคับใช้ ไม่เข้มงวด ค่าตอบแทนไม่เหมาะสม ความโลภใช้จ่ายเกินตัว ขาดความตื่นตัว ในการตรวจสอบ ความเห็นแก่ตัว ขาดความรับผิดต่อสังคม การเอื้อประโยชน์ในทางมิชอบ ให้แก่ญาติมิตรและพวกพ้อง การแก่งแย่งแข่งขันกันมีอ านาจ ของบรรดาผู้น าทางการเมือง สาเหตุของการทุจริต
ผลกระทบของการทุจริตคอร์รัปชั่น 11 1. ต้นทุนในการด ารงชีพสูงคุณภาพของชีวิตต่ า 2. ลดทอนรายได้ภาครัฐ 3. ความล้มเหลวในการจัดสรรทรัพยากรและกระจายรายได้ 4. กฎหมายบ้านเมืองขาดความศักดิ์สิทธิ์/ท าลายระบบสิทธิมนุษยชน 5. ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน/ประชาธิปไตยอ่อนแอ 6. ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายขาดความน่าเชื่อถือการยอมรับในเวทีโลก 7. นักลงทุนต่างชาติไม่กล้ามาลงทุนท าให้ประเทศขาดการพัฒนา
๒.กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การกระท าความผิด ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ความผิดท ี่อยู่ ในหนา ้ ท ี่และอ านาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ดว ้ ยการป้ องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบญัญตัิวา่ดว ้ ยความผิด ของพนักงานในองค์การหรือ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ พระราชบญัญตัิวา่ดว ้ ยความผิด เก ี่ยวกบัการเสนอราคาต่อ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ ความผด ิ ทอ ี่ย ่ ู ในหน ้ าทแ ี่ละอา นาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ประมวลกฎหมายอาญา
ประมวลกฎหมายอาญา 1. ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา ๑๔๗ – ๑๖๖ • เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ (มาตรา ๑๔๗) • เจา ้ พนกังานใชอ ้ า นาจในตา แหน่งโดยมิชอบ (มาตรา ๑๔๘) • เจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับสินบน (มาตรา ๑๔๙) • เจา ้ พนกังานเห ็ นแก่ทรัพยส ์ินหร ื อประโยชน ์ อ ื่นใด ก่อนที่ตนไดร ้ับแต่งต้งั เป็ นเจา ้ พนกังานในตา แหน่งน้นั (มาตรา ๑๕๐) • เจา ้ พนกังานใชอ ้ า นาจในตา แหน่งโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๑) • เจา ้ พนกังานเขา ้ มีส่วนไดเ ้สีย(มาตรา ๑๕๒) • เจา ้ พนกังานจ่ายทรัพยน ์ ้นัเกินกวา่ที่ควรจ่าย(มาตรา ๑๕๓) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผิด ลักษณะ ๒ ความผดิเก ี่ยวกบัการปกครอง
ประมวลกฎหมายอาญา 1. ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา ๑๔๗ – ๑๖๖ (ต่อ) • เจา ้ พนกังานเรียกเกบ ็ หร ื อละเวน ้ไม่เรียกเกบ ็ ภาษีอากรโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๔) • เจา ้ พนกังานกา หนดราคาโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๕) • เจ้าพนักงานตรวจสอบบัญชีโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๖) • เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๗) • เจ้าพนักงานท าให้เสียทรัพย์ที่ตนมีหน้าที่ปกครองหรือรักษา (มาตรา ๑๕๘) • เจ้าพนักงานท าให้เสียหายซึ่งตราหรือเครื่องหมาย (มาตรา ๑๕๙) • เจ้าพนักงานใช้ดวงตราหรือรอยตราโดยมิชอบ (มาตรา ๑๖๐) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผิด ลักษณะ ๒ ความผดิเก ี่ยวกบัการปกครอง
ประมวลกฎหมายอาญา 1. ความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา ๑๔๗ – ๑๖๖ (ต่อ) • เจ้าพนักงานปลอมเอกสาร (มาตรา ๑๖๑) • เจ้าพนักงานท าเอกสารเท็จ (มาตรา ๑๖๒) • เจ้าพนักงานในการไปรษณีย์ฯ กระท าการอันมิชอบด้วยหน้าที่ (มาตรา ๑๖๓) • เจา ้ พนกังานกระทา การใหผ ้ อู้ื่นล่วงรู้ ความลบั (มาตรา ๑๖๔) • เจา ้ พนกังานป้ องกนัหร ื อขดัขวางมิใหก ้ ารเป็ นไปตามกฎหมายหร ื อคา สงั่ (มาตรา ๑๖๕) • เจา ้ พนกังานละทิ้งงานหร ื อกระทา การเพ ื่อใหง ้ านหยดุชะงกัหร ื อเสียหาย(มาตรา ๑๖๖) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผิด ลักษณะ ๒ ความผดิเก ี่ยวกบัการปกครอง
ประมวลกฎหมายอาญา 2. ความผดิต่อตา แหน่งหน้าทใี่นการยุตธิรรม มาตรา ๒๐๐ – ๒๐๕ • เจา ้ พนกังานในตา แหน่งพนกังานอยัการ ผวู้ า่คดีพนกังานสอบสวนหรือ • เจา ้ พนกังาน ผมู้ีอา นาจสืบสวนคดีอาญาหรือจดัการใหเ ้ป็ นไปตามหมายอาญา ช่วยบุคคลหน่ึงบุคคลใด • มิให้ต้องรับโทษ (มาตรา ๒๐๐) • เจา ้ พนกังานในตา แหน่งตุลาการ พนกังานอยัการผวู้ า่คดีหรือพนกังานสอบสวน เรียกรับ หรือยอมจะรับสินบน (มาตรา ๒๐๑) • เจา ้ พนกังานกระทา การหรือไม่กระทา การในตา แหน่ง โดยเห ็ นแก่ทรัพยส์ินฯ ก่อนที่ตนไดร ้ับแต่งต้งัในตา แหน่งน้นั (มาตรา ๒๐๒) • เจา ้ พนกังานป้ องกนัหรือขดัขวางมิใหก ้ ารเป็ นไปตามคา พิพากษาหรือคา สงั่ (มาตรา ๒๐๓) • เจา ้ พนกังานทา ใหผ ้ อู้ ยใู่นระหว่างคุมขงัหลุดพน ้ จากการคุมขงัไป (มาตรา ๒๐๔) • เจา ้ พนกังานประมาทเป็ นเหตุใหผ ้ ทู้ี่อยใู่นระหวา่งคุมขงัหลุดพน ้ จากการคุมขงัไป (มาตรา ๒๐๕) ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผิด ลักษณะ ๒ ความผดิเก ี่ยวกบัการปกครอง
ค าพิพากษาตัวอย่าง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (1) “โดยทุจริต” หมายความว่า เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายส าหรับ ตนเองหรือผู้อื่น (16) “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า บุคคลซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าเป็นเจ้าพนักงานหรือได้รับ แต่งตั้งตามกฎหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่ว่าเป็นประจ าหรือครั้งคราว และไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทน หรือไม่
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ท า จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด (๒) เบ ี ยดบังเป็นของตน หร ื อเป็นของผ ู้อ ื่น หร ื อยอมให ้ ผ ู้อ ื่นเอา (๓) ซึ่งทรัพย์ที่ตนมีหน้าที่ตาม (๑) องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (๒) เจตนาพิเศษ “โดยทุจริต ” โทษ ต ้ องระวางโทษจา คุกต้งัแต่ห ้ าปี ถง ึ ยส ี่ิบปี หร ื อจา คุกตลอดช ี วติและปรับต้งัแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 8088/2561 เงิน 10,000 บาท ที่จา เลยในฐานะประธานศูนยก ์ีฬาตา บลโนนเมืองรับไปจากศูนยก ์ ารกีฬาแห่งประเทศไทยจงัหวดัหนองบัวล าภู เป็ นเงินที่ศูนยก ์ ารกีฬาแห่งประเทศไทยจงัหวดัหนองบวัลา ภูซ่ึงเป็ นหน่วยงานราชการจดัสรรมาใหศู้นยก ์ีฬาตา บลโนนเมืองซ่ึงเป็ นส่วนหน่ึงของ องคก ์ ารบริหารส่วนตา บลโนนเมือง เงินดงักล่าวถือเป็ นเงินของทางราชการที่ตอ ้ งนา ส่งเป็ นเงินรายไดข ้ ององคก ์ ารบริหารส่วนตา บลโนนเมืองท้งัสิ้น กรณีมิใช่เป็ นเงินที่มีผอูุ้ทิศใหแ ้ ก่องคก ์ ารบริหารส่วนตา บลโนนเมืองเป็ นการเฉพาะเจาะจงวา่ ใหก ้ ระทา การอยา่งใดอยา่งหน่ึงดังที่จ าเลยฎีกา จ าเลยใน ฐานะนายกองคก ์ ารบริหารส่วนตา บลโนนเมืองและในฐานะประธานศูนยก ์ีฬาตา บลโนนเมืองยอ่มจะตอ ้ งทราบดีวา่จะตอ ้ งเกบ ็ รักษาเงินดงักล่าวไว ้ อยา่งไรการที่จา เลยอา ้ งวา่จา เลยมีความขดัแยง ้ กบัส. ซ่ึงดา รงตา แหน่งปลดัองคก ์ ารบริหารส่วนตา บลโนนเมืองจนไม่สามารถจดัการแข่งขนักีฬาได ้ ก ็ มิไดเ ้ป็ นเหตุใหจ ้ า เลยมีหนา ้ ที่หรือจา ตอ ้ งเกบ ็ รักษาเงินไวเ ้ องการที่จา เลยเกบ ็ รักษาเงินไวเ ้ องโดยไม่ปฏิบตัิใหถ ู้กตองตามระเบียบของทา ้ งราชการและ ไม่เคยแจง ้ใหค ้ ณะกรรมการศูนยก ์ีฬาตา บลโนนเมืองทราบ พฤติการณ ์ ดงักล่าวของจา เลยรับฟังไดโ้ ดยปราศจากขอ ้สงสัยวา่จา เลยเจตนาเบียดบังเงิน ดงักล่าวเป็ นของตนเองโดยทุจริต แมต ้่อมาจา เลยจะคืนเงินดงักล่าวใหแ ้ ก่คณะกรรมการศูนยก ์ีฬาตา บลโนนเมืองแต่กเ ็ป็ นเวลาภายหลังจากมีการร้อง ทุกขแ ์ ลว ้ จึงหาเป็ นเหตุใหร ้ับฟังไดว ้ า่จา เลยมิไดม ้ีเจตนาทุจริตเบียดบงัเงินดงักล่าวไปเป็ นของตนเอง
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก อดีตนายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ หนองคาย -พวก ทุจรติ โครงการจัดประชมุเชงิวชิาการสันนบิาตเทศบาล-งาน เฉลิมพระเกียรติฯ น.ส.วนิดา ยิมะตะโละ เมื่อครั้งดํารงตําแหน่งปลัดองค์การบรหิารส่วนตําบลเรียง (อบต.เรียง) อ.รือเสาะ จ. นราธิวาส ทุจริตในการตรวจรับงานจ้างและเบิกจ่ายเงินค่าจ้างเหมารถตู้ โครงการอบรมเพมิ่ประสทิธภิาพการ บรหิารงานของผบู้รหิาร สมาชกิสภาฯ พนักงาน และพนักงานจา้งของ อบต.เรียง ปีงบประมาณ 2560 อดีตนายกเทศมนตรีบ ้านเกาะ อุตรดิตถ์คดีนําไม ้ที่รื้อถอนจากพื้นห ้องเรียนอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ไปเก็บไว ้ที่ บ ้านพักตนเอง ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 สั่ง จําคุก 7 ปี 6 เดือน 'สมชัย มานวกุล' อดีตผอ.กองการศกึษา เทศบาลตําบลท่ายาง จว.เพชรบุรี เบยีดบังเงนิ ศนูยพ์ ัฒนาเด ็ กเล ็ กไปเป็ นประโยชนส์ว่นตัว อดีตจนท.คณะแพทยศาสตร์ฯ มหิดล เบยีดบังโนต้บกุ๊หลวงไปใชเ้พอื่เป็ นประโยชนส์ว่นตน
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ฎ 1292/2536 จําเลยเป็ นข ้าราชการอยู่ภายใต ้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์และได ้รับ คําสงั่มอบหมายจากนายกเทศมนตรใีหไ้ปรับเงนิจากศาลมามอบใหเ้ทศบาล แมจ้ะไมใ่ ชห่นา้ทตี่ามตําแหน่งของ จําเลยโดยตรง แต่เมื่อจําเลยได ้รับมอบหมายให ้จัดการแล ้ว จําเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับ เงินที่ได ้รับมอบหมายนั้น เมื่อจําเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตนจําเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้า พนักงานเบียดบังทรัพย์ที่ได ้รับมอบหมายให ้มีหน้าที่จัดการเป็ นของตนโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานใช้อ านาจใน ต าแหน ่ งโดยท ุ จร ิ ต จ ั ดการทร ั พย ์ อน ั เป็ นการเส ี ยหาย ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ท า จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ (๒) ใช้อา นาจในต าแหน่งอนัเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น (๓) ซึ่งทรัพย์ที่ตนมีหน้าที่ตาม (๑) องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (ประสงค์ต่อผล / เล็งเห็นผล) (๒) โดยทุจริต ต้องระวางโทษจ าคุกต้ังแต่ห้าปีถึงยสี่ิบปีหรือจ าคุกตลอดชีวติและปรับต้ังแต่สองพนับาทถึงสี่หมื่นบาท
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ ความผิดฐาน “ เจ ้ าพน ั กงานใช ้ อา นาจในต าแหน ่ งโดยท ุ จร ิ ต จัดการทรัพย์อันเป็ นการเสียหาย” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 6792/2561 องค์ประกอบตามความผิด ป.อ. มาตรา 147 และ 151 ผกู้ระทา ความผดิตอ้งเป็นเจา้พนกังานที่มีหนา้ที่ซ้ือ ทา จดัการหรือรักษาทรัพย์ใด ไดเ้บียดบงัทรัพยท์ ี่ตนมีหนา้ที่ดงักล่าวเป็นของตนโดยทุจริตหรือใชอ้า นาจในตา แหน่งดงักล่าวโดยทุจริตอนัเป็นการเสียหายแก่รัฐ พยานโจทกท์ ี่นา สืบมาไม่ไดเ้บิก ความยนืยนัวา่จา เลยมีหนา้ที่ซ้ือ ทา จดัการหรือรักษาทรัพยใ์ด อยา่งไรเพียงไดค้วามแต่วา่จา เลยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองแห่งหน่ึง มีอ านาจหนา้ที่กา หนดนโยบาย สั่ง อนุญาตและอนุมตัิเกี่ยวกบัราชการของเทศบาลและมีอา นาจสั่งอนุญาตใหซ้ ้ือหรือจา้งทุกวธิีที่ใชจ้่ายจากเงินรายไดไ้ม่จา กดัวงเงินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ยการพสัดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนทอ้งถิ่น พ.ศ.2535 และที่แกไ้ขเพิ่มเติม ส่วนการจดัซ้ือทรายพิพาทไดค้วามวา่อยใู่นความดูแลรับผิดชอบของฝ่ าย โยธา ในขณะที่การจดัการดูแลรับผดิชอบรถยนตข์องเทศบาลเมืองแห่งหน่ึง เป็นหนา้ที่ของงานป้องกนัและรักษาความสงบเรียบร้อยของเทศบาลเมืองแห่งน้นั เห็นไดว้า่จา เลยมีส่วนเกี่ยวขอ้งเพียงเป็นผอู้นุมตัิเกี่ยวกบังานราชการของเทศบาลเมืองแห่งน้นั ไม่ไดม้ีหนา้ที่โดยตรงในการซ้ือ ท า จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ การกระทา ของจา เลยจึงไม่มีความผดิตาม ป.อ. มาตรา 147 และ 151 แต่การที่จา เลยซ่ึงเป็นเจา้พนกังานตามกฎหมายอาศยัอา นาจในตา แหน่งนายกเทศมนตรีสั่ง การใหใ้ชร้ถยนตข์องเทศบาลเมืองแห่งน้นัขนทรายพิพาทไปใชป้ระโยชน์ส่วนตวัโดยไม่ถูกตอ้งตามระเบียบดงักล่าวเป็นการปฏิบตัิหนา้ที่โดยไม่ชอบเพื่อใหเ้กิด ความเสียหายแก่เทศบาลเมืองน้นัจึงเป็นความผดิตาม ป.อ. มาตรา 157
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ ความผิดฐาน “ เจ ้ าพนักงานใช ้ อา นาจในตา แหน ่ งโดยทุจริต จัดการทรัพย์อันเป็ นการเสียหาย” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ฎีกา 4828/2533 จ าเลยรับราชการเป็ นนายช่างโยธา 5 ต าแหน่งหัวหน้าหน่วยจราจรสงเคราะห์ประจ าเขตการทางสงขลา กรมทางหลวง ในการปฏิบัติหน้าทจี่ าเลยมีอา นาจสั่งอนุญาตให้เบิกจ่ายน า้มันและอนุญาตให้ใช้รถยนต์ในเขตการทางสงขลาด้วย การที่จ าเลยได้สั่งให้ใช้รถ ของราชการและสั่งอนุญาตให้เบิกจ่ายน า้มันของราชการส าหรับรถดังกล่าวขนเสาซีเมนต์ป้ายจราจรจากแขวงการทางสงขลาไปยงัจุดติดต้ัง ในกจิการส่วนตัวจึงเป็นการใช้อา นาจในต าแหน่งโดยทุจริตอนัเป็นการเสียหายแก่กรมทางหลวง ย่อมเป็นความผดิตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 151
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๑ ความผิดฐาน “ เจ ้ าพน ั กงานใช ้ อา นาจในต าแหน ่ งโดยท ุ จริต จัดการทรัพย์อันเป็ นการเสียหาย” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ฎีกา 565/2558 จ าเลยทราบดีว่านาง ล. ตกลงขายที่ดินแก่นาย พ. บุตรเขยจ าเลยในราคาเพยีง 220,000 บาท แต่มีการปลอมแปลงลายมือชื่อนาง ล. ในใบ เสนอราคาขายที่ดินดังกล่าวเป็ นเงิน 594,800 บาท แล้วน าไปยื่นต่อองค์การบริหารส่วนต าบลตูมใต้พร้อมกบัใบเสนอราคาของเจ้าของที่ดิน อกีสองแปลงซึ่งเสนอราคาสูงกว่าและเมื่อคณะกรรมการจัดซื้อเห็นสมควรซื้อทดี่ินของนาง ล. ทเี่สนอราคาต ่าสุด จ าเลยในฐานะนายกองค์การ บริหารส่วนต าบลตูมใต้กไ็ด้อนุมัติให้จัดซื้อทดี่ินดังกล่าวในราคาภายหลงัการต่อรองแล้ว 594,000 บาท สูงกว่าราคาที่นาง ล. ต้องการขาย 3 74,000 บาท และเมื่อหักเงินที่จ าเลยต้องน าไปช าระเป็ นค่าภาษี 5,940 บาท คงมีส่วนต่างทเี่ป็นประโยชน์แก่บุตรเขยของจ าเลย 368,06 0 บาท การกระทา ของจ าเลยจึงเป็นการเอือ้ประโยชน์แก่บุตรเขยของจ าเลย อนัถือได้ว่าเป็นการแสวงประโยชน์โดยมิชอบ เป็นเหตุให้องค์การ บริหารส่วนต าบลตูมใต้ได้รับความเสียหายต้องซื้อทดี่ินในราคาสูงเกนิกว่าทคี่วรจะเป็น จ าเลยจึงมีความผดิฐานเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อทรัพย์ ใช้ อา นาจในต าแหน่งโดยทุจริตอนัเป็น
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานใช้อ านาจ ในต าแหน่งโดยมิชอบ ข ่ มข ื นใจผ ้ ู อ ื ่ นให ้ มอบ ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ตน” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงาน (๒) ใช้อ านาจในต าแหน่งโดยมิชอบ (๓) ข่มขืนใจ หรือจูงใจ องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (๒) เจตนาพิเศษ เพื่อ “ให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด”
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานเรียกหรือรับสินบน ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล (๒) เรียกรับ หรือยอมจะรับ ส าหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ (๓) ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (๒) เจตนาพิเศษ เพื่อ “เพื่อกระท าการหรือไม่กระท าการอย่างใดในต าแหน่งไม่ว่าการนั้นจะ ชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่”
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานใช้อ านาจในต าแหน่งโดยมิชอบ ข ่ มข ื นใจผ ้ ู อ ื ่ นให ้ มอบทร ั พย ์ ส ิ นหร ื อประโยชน ์ อ ื ่ นใดให ้ แก่ตน” มาตรา ๑๔๙ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานเรียกหรือรับสินบน” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 3470/2543 จา เลยท้งัสามเป็ นเจา ้ พนกังานตา รวจตา แหน่งลูกแถวกองกา กบัการอารักขาและรักษาความปลอดภยักองบงัคบการสายั ตรวจและปฏิบัติการพิเศษกองบัญชาการต ารวจนครบาล ซึ่งเป็ นเจ้าพนักงานต ารวจมีอ านาจหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระท าผิดอาญา เมื่อได้ พบและกล่าวหาวา่ผเู้สียหายใหท ้ ี่พกัอาศยัแก่คนต่างดา ้ วโดยไม่ปฏิบตัิตามกฎหมายอนัเป็ นความผดิตามพระราชบญั ญัติคนเข้าเมืองฯ จึงไม่ใช่การกลนั่แกลง ้ กล่าวหาวา่ผเู้สียหายกระทา ผดิอาญาโดยไม่มีมูลความผดิการที่จา เลยท้งัสามปฏิบตัิการไปตามหนา ้ ที่ดงักล่าวโดย ชอบแลว ้ กลบัไม่จบักมุแต่ข่เูขญ ็ เรียกร ้ องเอาเงินแลว ้ ละเวน ้ไม่จบักมุผเู้สียหายการกระทา ของจา เลยท้งัสามจึงไม่เป็ นความผดิตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 148 แต่การที่จา เลยท้งัสามข่เูขญ ็ เรียกร ้ องเอาเงินจากผเู้สียหายภายหลงัเช่นน้ียอ่มเป็ นความผดฐานเป็ นเจ้า ิ พนกังานเรียกรับทรัพยส ์ินในตา แหน่งโดยมิชอบด้วยหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๐ ความผิดฐาน “เห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งตนได้เรียกรับหรือ ยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็ นเจ้าพนักงานในต าแหน่งนั้น” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงาน (๒) กระท ำกำรหรือไม่กระท ำกำรอย่ำงใดในต ำแหน่ง (๓) โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งตนได้เรียกรับหรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็ นเจ้ำพนักงำนใน ต ำแหน่งนั้น องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (ประสงค์ต่อผล / เล็งเห็นผล) (๒) โดยทุจริต โทษจ าคุกต้ังแต่ห้าปีถึงยสี่ิบปีหรือจ าคุกตลอดชีวติและปรับต้ังแต่สองพนับาทถึงสี่หมื่นบาท
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานมีส่วนได้ เสียเนื่องด้วยกิจการที่ตนมีหน้าที่จัดการหร ื อด ู แล ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ ้ าพนักงาน ม ี หน ้ าท ี่จดัการหร ื อดูแลกจิการใด (๒) เข้ามีส่วนได้เสีย เนื่องด้วยกิจการนั้น องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (๒) เจตนาพิเศษ “ เพ ื่อประโยชน ์ ส าหรับตนเองหร ื อผ ู้อ ื่น ” โทษจา คุกต้งัแต่หน ึ่งปี ถง ึ สิบปี และปรับต้งัแต่สองพนับาทถง ึ สองหม ื่นบาท
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานมีส่วนได้เสีย เนื่องด้วยกิจการที่ตนมีหน้าที่จัดการหรือด ู แล ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 8823/2559 ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 152 ไม่มีองคป์ระกอบของความผดิหรือมูลเหตุชกัจูงใจวา่อนัเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผหู้น่ึง ผใู้ด เมื่อขอ้เทจ็จริงรับฟังไดว้า่จา เลยเป็นผจู้ดัทา โครงการส่งเสริมการปลูกส้มเขียวหวานปลอดโรค "การจดัทา แปลงสาธิตระบบการใหน้ ้า เหนือผิวดิน" โดยด าเนินการ ตามข้นัตอนของทางราชการต้งัแต่เริ่มจนแลว้เสร็จ ไม่ปรากฏวา่มีข้นัตอนใดที่กระทา โดยฝ่าฝืนระเบียบหรือมีระเบียบหา้มไว้ในข้นัตอนของการจดัซ้ือวสัดุอุปกรณ์และ ข้นัตอนการตรวจรับและการติดต้งัก็ไม่ปรากฏวา่มีการฝ่าฝืนระเบียบขอ้บงัคบัเกิดข้ึน แต่พ้ืนที่แปลงสาธิตเป็นของ ส. ภริยาของจ าเลย แม้การจัดหาที่ดินแปลงสาธิตจะ เป็นดงัที่จา เลยอา้งวา่เกษตรอา เภอแม่วงกเ์ป็นผจู้ดัหาที่ดินและเกษตรกรไดร้ับประโยชน์จากแปลงสาธิตก็ตาม จา เลยก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบของตนได้เพราะเกิด มีความขดัแยง้กนัระหวา่งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมข้ึน ซ่ึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวขอ้งกบัจริยธรรมของผมู้ีตา แหน่งหนา้ที่และมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็ น ความผิด การน าที่ดินของ ส. มาดา เนินการโดยมีการนา วสัดุอุปกรณ์และกิ่งพนัธุ์ส้มเขียวหวานปลอดโรคมาลงในที่ดิน ที่ดินของ ส. ยอ่มไดร้ับประโยชน์อยใู่นตวัโดย ปริยายเมื่อจา เลยเป็นเจา้พนกังานมีหนา้ที่กา กบัดูแลกิจการโครงการดงักล่าวถือวา่จา เลยเขา้มีส่วนไดเ้สียเพื่อประโยชน์สา หรับภริยาตนเนื่องดว้ยกิจการน้นัจา เลยจึงมี ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 152
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานมีส่วนได้เสีย เนื่องด้วยกิจการที่ตนมีหน้าที่จัดการหรือด ู แล ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 8823/2559 ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 152 ไม่มีองคป์ระกอบของความผดิหรือมูลเหตุชกัจูงใจวา่อนัเป็นการเสียหายแก่รัฐหรือเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผหู้น่ึง ผใู้ด เมื่อขอ้เทจ็จริงรับฟังไดว้า่จา เลยเป็นผจู้ดัทา โครงการส่งเสริมการปลูกส้มเขียวหวานปลอดโรค "การจดัทา แปลงสาธิตระบบการใหน้ ้า เหนือผิวดิน" โดยด าเนินการ ตามข้นัตอนของทางราชการต้งัแต่เริ่มจนแลว้เสร็จ ไม่ปรากฏวา่มีข้นัตอนใดที่กระทา โดยฝ่าฝืนระเบียบหรือมีระเบียบหา้มไว้ในข้นัตอนของการจดัซ้ือวสัดุอุปกรณ์และ ข้นัตอนการตรวจรับและการติดต้งัก็ไม่ปรากฏวา่มีการฝ่าฝืนระเบียบขอ้บงัคบัเกิดข้ึน แต่พ้ืนที่แปลงสาธิตเป็นของ ส. ภริยาของจ าเลย แม้การจัดหาที่ดินแปลงสาธิตจะ เป็นดงัที่จา เลยอา้งวา่เกษตรอา เภอแม่วงกเ์ป็นผจู้ดัหาที่ดินและเกษตรกรไดร้ับประโยชน์จากแปลงสาธิตก็ตาม จา เลยก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบของตนได้เพราะเกิด มีความขดัแยง้กนัระหวา่งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมข้ึน ซ่ึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวขอ้งกบัจริยธรรมของผมู้ีตา แหน่งหนา้ที่และมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็ น ความผิด การน าที่ดินของ ส. มาดา เนินการโดยมีการนา วสัดุอุปกรณ์และกิ่งพนัธุ์ส้มเขียวหวานปลอดโรคมาลงในที่ดิน ที่ดินของ ส. ยอ่มไดร้ับประโยชน์อยใู่นตวัโดย ปริยายเมื่อจา เลยเป็นเจา้พนกังานมีหนา้ที่กา กบัดูแลกิจการโครงการดงักล่าวถือวา่จา เลยเขา้มีส่วนไดเ้สียเพื่อประโยชน์สา หรับภริยาตนเนื่องดว้ยกิจการน้นัจา เลยจึงมี ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 152
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๒ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานมีส่วนได้เสีย เนื่องด้วยกิจการที่ตนมีหน้าที่จัดการหรือด ู แล ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ฎีกา 7776/2540 จ าเลยที่ 1 เป็นปลดัสุขาภิบาลได้รับค าสั่งแต่งต้ังจากสุขาภิบาลให้เป็นผู้ตรวจงานจ้างในการจ้างเหมาขุดลอกและล้างทางระบายน า้ในเขตสุขาภิบาล จ าเลยที่1 ได้เข้า ด าเนินการขุดลอกและล้างทางระบายน า้โดยใช้คนงานของสุขาภิบาลทา งานให้จ าเลยที่1 เป็นผู้มีหน้าทจี่ัดการและดูแลกจิการของสุขาภิบาล เมื่อจ าเลยที่ 1 เข้ามีส่วนได้ เสียเพื่อประโยชน์ส าหรับตนเองและผู้อื่นเนื่องด้วยกจิการดังกล่าวโดยจ่ายค่าจ้างคนงานเพยีง 1,750 บาท แต่เบิกเงินค่าจ้างตามสัญญาไป 2,900 บาท เป็นเหตุให้ สุขาภิบาลได้รับความเสียหายการกระทา ของจ าเลยที่1จึงเป็ นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152,157อันเป็ นการกระท ากรรมเดียวผิดกฎหมายหลาย บท ต้องลงโทษตามมาตรา 152 ซึ่งเป็ นบทหนัก
ความผิดเกี่ยวกับ การจ่ายทรัพย์เกินกว่าที่ควรจะจ่าย
ความผ ิ ดเก ี่ยวกบั การจ ่ ายทรพัยเ ์ ก ิ นกว ่ าท ี่ควร จะจ ่ าย มาตรา 153 ผู้ใดเป็ นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จ่ายทรัพย์จ่าย ทรัพย์นั้นเกินกว่าที่ควรจ่ายเพอื่ประโยชน์สําหรับตนเองหรือ ผอู้นื่ตอ้งระวางโทษจําคกุตัง้แตห่นงึ่ปีถงึสบิ ปีและปรับตั้งแต่ สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
ความผิดเกี่ยวกับ การเรียกเก็บหรือไม่เรียกเก็บภาษีอากร โดยทุจริต
ความผ ิ ดเก ี่ยวกบั การเร ี ยกเกบ ็ หร ื อไม ่ เร ี ยก เกบ ็ ภาษ ี อากรโดยทจ ุ ร ิ ต มาตรา 154 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่หรือแสดงว่าตนมี หน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร ค่าธรรมเนียม หรือ เงินอื่นใด โดยทุจริตเรียกเก็บหรือละเว ้นไม่เรียกเก็บภาษี อากร ค่าธรรมเนียมหรือเงินนั้น หรือกระทําการหรือไม่กระทํา การอย่างใด เพอื่ใหผ้มู้หีนา้ทเี่สยีภาษีอากรหรอืคาธรรมเนียม ่ นั้นมติอ้งเสยีหรือเสยีนอ้ยไปกว่าที่จะตอ้งเสยี ต ้องระวาง โทษจําคุกตัง้แต่หา้ปีถึงยี่สบิ ปีหรือจําคุกตลอดชีวติและ ปรับตงั้แตห่นงึ่แสนบาทถงึสแี่สนบาท
อุทาหรณ์ ฎีกา 288/2507 พนักงานเทศบาลตรวจสอบภาษี โรงเรือนตรวจพบว่า บ้านใดควรต้องเสียภาษี แล้วละ เว้นเสียไม่รายงานต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อด าเนินการเรียก เก็บภาษีโดยมีเจตนาทุจริตเรียกเอาเงินค่าตอบแทน จากผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเป็นความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 154
อุทาหรณ์ ฎีกา 1272/2506 จ าเลยเป็นเจ้าพนักงานที่ดินอ าเภอ มี หน้าที่รับเรื่องราวจด ทะเบียน ท านิติกรรมเกี่ยวกับ ที่ดินของราษฎร ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการท านิติ กรรมซื้อขายที่ดิน จากผู้ขายเกินกว่าจ านวนที่กฎหมาย ก าหนดและยึดเอา ส่วนเกินไว้เงินส่วนเกินไม่ใช่เป็น เงินของทางราชการหรือของรัฐบาล จึงไม่ใช่ทรัพย์ตาม ความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฉะนั้นการที่จ าเลยเรียกเก็บค่าธรรมเนียม(แม้จะเกิน กว่ากฎหมายก าหนด) ส่วนเกินเป็นความผิดตามมาตรา 154
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ เกด ิ ความเส ี ยหายแก ่ ผ ้ ู หน ึ่งผ ้ ู ใด หร ื อปฏ ิ บต ัิ ละเว ้ นการปฏ ิ บต ั ห ิ น ้ าท ี่โดยท ุ จร ิ ต ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงาน (๒) ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (๒) เจตนาพิเศษ “ เพ ื่อให้เกดิความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด” โทษจ ำคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบำทถึงสองหมื่นบำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผ ู้หน ึ่งผ ู้ใด หร ื อปฏิบัติละเว ้ นการปฏิบัตหิน ้ าท ี่โดยทุจริต ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 4436/2562 จา เลยเป็ นผบู้ งัคบับญัชามีอา นาจจะอนุญาตใหโ้ จทกล ์ าหรือไม่กไ็ ด ้ แต่การใชด ุ้ลยพินิจตอ ้ งอยบู่นรากฐานของความ สมเหตุสมผลที่วญิญูชนทวั่ ไปยอมรับไดว ้ า่มิใช่เป็ นการใชด ุ้ลยพินิจตามอา เภอใจเมื่อปรากฏวา่จา เลยเคยมีปัญหาไม่พอใจกบัโจทกม ์ าก่อน และเมื่อโจทกย ์ นื่ใบลากิจล่วงหนา ้ ตามระเบียบ และภายหลงัโจทกก ์ไ็ ดย ้ นื่ใบลาป่วยแทนใบลากิจที่จา เลยมีคา สั่งไม่อนุญาตไปก่อนแลว ้ จา เลย จึงเกษียณคา สั่งคาดโทษโจทกว ์ า่เป็ นการลาเทจ ็ เพื่อหาเหตุต้งัคณะกรรมการสอบสวนการลาของโจทกอ ์ นัเป็ นการหาเหตุลงโทษทางวินัย โจทก ์ แมภ ้ ายหลงัอ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนที่การศึกษาเขต 8 จะพิจารณายกเลิกคา สั่งดงักล่าวแต่โจทกก ์ ย ็ งัมิไดร ้ับการเลื่อนข้นัเงินเดือนปกติการ กระทา ของจา เลยจึงเป็ นการก่อความเสียหายแก่โจทกแ ์ ละเป็ นการใชด ุ้ลยพินิจที่ไม่อยบู่นรากฐานของความสมเหตุสมผลเป็นการใช้ดุลยพินิจ ตามอา เภอใจถือไดว ้ า่จา เลยปฏิบตัิหรือละเวน ้ การปฏิบตัิหนา ้ ที่โดยมิชอบเพื่อใหเ ้ กิดความเสียหายแก่โจทก ์ อนัเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานปลอมเอกสาร” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงาน มีหน้าที่ “ท า” เอกสาร “กรอกข้อความลง” ในเอกสาร หรือ “ ดูแลรักษา” เอกสาร (๒) กระท าการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น องค์ประกอบภายใน เจตนาธรรมดา โทษจา คุกไม่เกนิสิบปี และปรับไม่เกนิสองแสนบาท
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๑ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานปลอมเอกสาร” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 4532/2548 การที่จ าเลยน าสมุดบันทึกการประชุมในวันที่ 15 และ 19 สิงหาคม 2538 ไปให้ จ. และ ส. ลงลายมือชื่อในบันทึกการประชุม ท้งัที่ ไม่ไดม้ีการประชุม และบนัทึกรายงานการประชุมดงักล่าวระบุวา่ร. เป็ นผู้จดรายงานการประชุม การกระท าของจ าเลยจึงเป็ นความผิดฐานปลอมเอกสาร โดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ ร. ผู้ทไี่ม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่มีชื่อเข้าร่วมประชุมและประชาชนทั่วไปในต าบลท่าเรือ ท้งัเอกสารที่ทา ปลอมข้ึนน้นัเป็น บนัทึกรายงานการประชุมของสมาชิกสภาองคก์ารบริหารส่วนตา บลท่าเรือเป็นการปฏิบตัิหนา้ที่ของสมาชิกสภาองคก์ารบริหารส่วนตา บลในราชการส่วน ทอ้งถิ่น จึงเป็นการปลอมเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 265 เมื่อจ าเลยซึ่งเป็ นประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนต าบลท่าเรือมีหน้าที่ขออนุมัติ ขอ้บงัคบังบประมาณรายจ่ายประจา ปีงบประมาณ พ.ศ.2538 จากสมาชิกองคก์ารบริหารส่วนตา บลท่าเรือเพื่อนา เสนอนายอา เภอเมืองนครศรีธรรมราช อนุมัติ จ าเลยจึงมีความผดิฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าทดีู่แลรักษาเอกสารกระทา การปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสทตี่นมีหน้าที่น้ันตาม ป.อ. มาตรา 161 และการทจี่ าเลยลงลายมือชื่อรับรองส าเนารายงานการประชุมท้งัสองคร้ังดังกล่าวในส าเนาข้อบังคับเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจ าปีพ.ศ.2538 ว่ามีการ ประชุมจริงจ าเลยจึงมีความผดิฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับเอกสารรับรองเป็ นหลักฐานว่าการอย่างใดได้กระท าต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จตาม ป.อ. มาตรา 162 (1) และจ าเลยเป็ นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกองค์การบริหารส่วนต าบลท่าเรือ และประชาชนใน ตา บลท่าเรือโดยการนา งบประมาณมาจดัประมูลใหผ้รู้ับเหมาทา งานตามที่ตนเองตอ้งการ อนัเป็นการแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองหรือผอู้ื่นโดยไม่ชอบด้วย กฎหมาย จึงเป็ นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตาม ป.อ. มาตรา 157
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานท าเอกสารเท็จ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก องค์ประกอบภายนอก เจ้าพนักงานมีหน้าที่ท าเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระท าการดังต่อไปนี้ในการ ปฏิบัติการตามหน้าที่ (๑) รับรองเป็ นหลักฐานว่า ตนได้กระท าการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระท าต่อหน้าตนอันเป็ นความเท็จ (๒) รับรองเป็ นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง (๓) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด หรือจดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น หรือ (๔) รับรองเป็นหลกัฐานซึ่งข้อเทจ็จริงอนัเอกสารน้ันมุ่งพสิูจน ์ ความจริงอนัเป็นความเทจ็ องค์ประกอบภายใน เจตนาธรรมดา ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบำท
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๒ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานท าเอกสารเท็จ” ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระท าความผิดมาก ค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 6538/2562 การที่จ าเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อรับรองรายงานการประชุม และจ าเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็ นผู้บันทึกการประชุมในเอกสารฉบับ เดียวกนัยอ่มเป็ นการรับรองเป็ นหลกัฐานวา่การประชุมคณะกรรมการกา หนดโครงสร ้ างส่วนราชการและจดัทา แผนอตัรากา ลงั 3 ปี(รอบ ปี งบประมาณ 2558 - 2560) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 ไดก ้ ระทา ต่อหนา ้ ตนน้นัเมื่อคณะกรรมการดงักล่าวมิไดม ้ีการประชุมกนัจริง การกระท าของจ าเลยที่ 1 และที่ 2 ยอ่มเป็ นความผดิฐานเป็ นเจา ้ พนกังานมีหนา ้ ที่ทา เอกสารรับรองเป็ นหลกัฐานวา่การอยา่งใดไดก ้ ระทา ต่อหนา ้ ตนอนัเป็ นความเทจ ็ และรับรองเป็ นหลกัฐานซ่ึงขอ ้ เทจ ็ จริงอนัเอกสารน้นัมุ่งพิสูจนค ์ วามจริงอนัเป็ นเทจ ็ ตาม ป.อ. มาตรา 162 (1) และ (4) - ปกติ เมื่อฟังวา่มีความผดิตาม ป.อ. มาตรา 162 แลว ้ ยอ่มเป็ นความผดิตาม ป.อ. มาตรา 157 ดว ้ ยเสมอโดยถือวา่เป็ นการกระทา กรรมเดียว ผดิต่อกฎหมายหลายบท - การท าเอกสารอนัเป็ นเทจ ็ ดงักล่าว ที่เจา ้ พนกังานไดก ้ ระทา ข้ึน แมจ ้ ะไม่ก่อใหเ ้ กิดความเสียหายแก่ผอู้ื่นหรือประชาชนกถ ็ือวา่เป็ นความผดิตาม มาตราน้ีแลว ้
การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวม