1. กรรมการ ป.ป.ช. 2. ผดู้ า รงตา แหน่งในองคก ์ รอิสระ 3. เจ้าพนักงานของรัฐที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกา หนด รวมท ้ งัคู่สมรสของผดู้ า รงตา แหน่งขา ้ งตน ้ ดว ้ ย ข้อสังเกต คู่สม รสต ามพระรา ชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใหห ้ มายความรวมถ ึ งผซู้่ึ งอยกู่ ินกนัฉนัสาม ี ภริยาโดยมิไดจ ้ ดทะเบ ี ยนสมรสด้วย การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องห้ามกระท าตามมาตรา ๑๒๖
(๑) เป็ นค ู ่ ส ั ญญาหร ื อม ี ส ่ วนไดเ ้ส ี ยในส ัญญาที่ ทา กบ ั หน ่ วยงานของร ั ฐท ี่เจา ้ พนก ั งานของร ั ฐผน ู ้้ น ั ปฏ ิ บต ัิ หน้าที่ในฐานะที่เป็ นเจ้าพนักงานของรัฐซึ่งม ี อา นาจไม ่ ว ่ าโดยตรงหร ื อโดยอ ้ อมในการก าก ั บ ด ู แล ควบค ุ ม ตรวจสอบหรือด าเนินคดี การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม การกระท าที่ต้องห้ามด าเนินการ (มาตรา ๑๒๖)
(๒) เป็ นห ุ ้ นส ่ วนหร ื อผ ู ถ ้ื อห ุ ้ นในห ้ างห ุ ้ นส ่ วนหร ื อบร ิษัทที่เข้าเป็ น ค ู ่ สัญญากบัหน ่ วยงานของรัฐท ี่เจา ้ พนกังานของรัฐผ ู น ้้ นั ปฏ ิ บติหน้าที่ในฐานะที่ ั เป็ นเจา ้ พนกังานของรัฐซ่ึ งม ี อา นาจไม ่ วา ่ โดยตรงหร ื อโดยออ ้ มในการกา กบัด ู แล ควบค ุ ม ตรวจสอบหร ื อดา เน ิ นคด ี เวน ้ แต ่ จะเป็ นผ ู ถ ้ื อห ุ ้ นในบร ิ ษทัจา กัดหร ื อ บร ิ ษัทมหาชนจ ากัดไม ่ เก ิ นจ านวนท ี่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก าหนด ( คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดป้ ระกาศใหเ ้ป็ นผถ ู ้ื อห ุ น ้ ไดไ้ ม ่ เก ิ นร ้ อยละหา ้) การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม การกระท าที่ต้องห้ามด าเนินการ (มาตรา ๑๒๖)
(๓) รับสัมปทานหร ื อคงถ ื อไวซ ้่ึ งสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงาน ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หร ื อราชการส่วนทอ ้ งถิ่น หร ื อเขา ้ เป็ นคู่สัญญากบัรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ หร ื อราชการส่วนทอ ้ งถิ่น อนัม ี ลกัษณะเป็ นการผูกขาดตัด ตอน หร ื อเป็ นหุน ้ ส่วนหร ื อผูถ ้ื อหุน ้ ในหา ้ งหุ้ นส่วนหร ื อบริษทัท ี่รับสัมปทานหรือเข้าเป็ น คู่สัญญาในลกัษณะดงักล่าว ในฐานะท ี่เป็ นเจา ้ พนกังานของรัฐซ่ึ งม ี อา นาจไม่ว่าโดยตรง หรือโดยออ ้ มในการกา กบัดูแลควบคุม ตรวจสอบหร ื อดา เนินคด ี เวน ้ แต่จะเป็นผู้ถือหุ้น ในบริษทัจา กดัหร ื อบริษทัมหาชนจา กดัไม่เกินจา นวนท ี่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กา หนด ( คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดป้ ระกาศใหเ ้ป็ นผถู้ื อหุน ้ ไดไ้ ม่เกินร ้ อยละหา ้) การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม การกระท าที่ต้องห้ามด าเนินการ (มาตรา ๑๒๖)
(๔) เข ้ าไปมีส่วนได ้ เสียในฐานะเป็ นกรรมการ ที่ปร ึ กษา ตัวแทน พนักงานหร ื อลูกจา ้ งในธุรกิจของเอกชนซ่ึ งอยู่ภายใตก ้ ารกา กบัดูแล ควบคุม หรือ ตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐที่เจา ้ พนกังานของรัฐผนู้้ นัสังกดัอยหู่ รือปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะเป็ นเจา ้ พนกังานของรัฐ ซ่ึ งโดยสภาพของผลประโยชน ์ ของธุรกิจของเอกชน น ้ นัอาจขดัหร ื อแยง ้ ต่อประโยชน ์ ส่วนรวม หร ื อประโยชน ์ ทางราชการ หร ื อกระทบต่อ ความมีอิสระในการปฏิบตัิหนา ้ ที่ของเจา ้ พนกังานของรัฐผนู้้ นั การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม การกระท าที่ต้องห้ามด าเนินการ (มาตรา ๑๒๖)
ผดู้ า รงตา แหน่งท ี่ตอ ้ งหา ้ ม (๑) ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. (๒) ผดู้ า รงตา แหน่งในองคก ์ รอิสระ (๓) ผดู้ า รงตา แหน่งระดบัสูงและผดู้ า รงตา แหน่งทางการเม ื องท ี่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กา หนด ลักษณะต้องห้าม ไปเป็ นกรรมการ ท ี่ปร ึ กษา ตวัแทน พนกังานหร ื อลูกจา ้ งในธุรกิจของเอกชน ภายในสองปีนับ แต่วนัท ี่พน ้ จากตา แหน่ง การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม มาตรา ๑๒๗ หา ้ มมิใหไ้ปเป็ นกรรมการ ที่ปรึกษา ตวัแทน พนกังานหรือลูกจา ้ งในธุรกิจ ของเอกชน ภายในสองปีนบัแต่วนัที่พน ้ จากตา แหน่ง
ตอ ้ งระวางโทษจา คุกไม่เกินสามปีหร ื อปรับไม่เกินหกหม ื่นบาท หร ื อท ้ งั จา ท ้ งัปรับ การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม บทกา หนดโทษของการฝ่ าฝื นมาตรา ๑๒๖
ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด อันอาจค านวณเป็ น เงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ ออกโดยอาศยัอา นาจตามบทบญัญตัิแห่งกฎหมาย เวน ้ แต่การรับทรัพยส ์ินหร ื อประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจ านวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กา หนด บทบญัญตัิในวรรคหน่ึ งให ้ใชบ ้ งัคบักบัการรับทรัพยส ์ินหร ื อประโยชน ์อื่นใดของผู้ซึ่ง พน ้ จากการเป็ นเจา ้ พนกังานของรัฐมาแลว ้ ยงัไม่ถ ึ งสองปี ดว ้ ยโดยอนุโลม ข้อสังเกต เจา ้ พนกังานของรัฐทุกตา แหน่งจะตอ ้ งปฏิบตัิตามขอ ้ น ้ ี การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรา ๑๒๘)
การห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สิน (องค์ประกอบของกฎหมาย) มีดงัน ้ี (๑) เป็ นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (๒) ห้าม รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด (๓) จากบุคคล(บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) (๔) หลักเกณฑ์ตาม (๑) ถึง (๓) ใช ้ บังคับกับผู้ ซ่ึ งพ ้ นจากการเป็ น เจา ้ หนา ้ ที่ของรัฐมาแลว ้ ยงัไม่ถ ึ งสองปีดว ้ ยโดยอนุโลม การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ตอ ้ งระวางโทษจา คุกไม่เกินสามปีหร ื อปรับไม่เกินหกหม ื่นบาท หร ื อท ้ งั จา ท ้ งัปรับ การข ั ดกน ั ระหว ่ างประโยชน ์ ส ่ วนบ ุ คคลและประโยชน ์ ส ่ วนรวม บทกา หนดโทษของการฝ่ าฝื น
ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ท ี่ส าคญั
พระราชบ ั ญญ ั ตปิ ระกอบร ั ฐธรรมน ูญว ่ าด ้ วยการป้ องกน ั และ ปราบปรามการท ุ จร ิ ต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๑ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานของรัฐ ผ ้ ู ใดปฏ ิ บ ั ต ิ หร ื อละเว ้ นการปฏ ิ บ ั ต ิ อย ่ างใดใน พฤต ิ การณ ์ ทอ ี ่ าจทา ให ้ ผ ้ ู อ ื ่ นเช ื ่ อว ่ ามีต าแหน่งหรือ หน้าที่” องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงานของรัฐ (๒) ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ทอี่าจทา ให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีต าแหน่งหรือหน้าที่ (๓) ทั้งที่ตนมิได้มีต าแหน่งหรือหน้าที่ องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (๒) เจตนาพิเศษ “ เพื่อแสวงหาประโยชน์ทมี่ิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายส าหรับตนเองหรือผู้อื่น ”
พระราชบ ั ญญ ั ตปิ ระกอบร ั ฐธรรมน ูญว ่ าด ้ วยการป้ องกน ั และ ปราบปรามการท ุ จร ิ ต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๗๒ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานของรัฐ ผ ้ ู ใดปฏ ิ บ ั ต ิ หร ื อละเว ้ นการปฏ ิ บ ั ต ิ” องค์ประกอบภายนอก (๑) เจ้าพนักงานของรัฐ (๒) ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในต าแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อ านาจใน ต าแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ องค์ประกอบภายใน (๑) เจตนาธรรมดา (๒) เจตนาพิเศษ “ เพ ื่อให ้ เกดิความเส ี ยหายแก่ผ ู้หน ึ่งผ ู้ใด” หรือ “โดยทุจริต ”
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา 3 บัญญัติว่า “พนักงาน” หมายความว่า ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ กรรมการหรือ บ ุ คคลผ ้ ู ปฏ ิ บต ั ง ิ านในองค ์ การ บร ิ ษท ั จา กด ั ห ้ างห ้ ุ นส ่ วน นิติ บ ุ คคลหร ื อหน ่ วยงานท ี่เร ี ยกช ื่ออย ่ างอ ื่น ซ ึ่งท ุ นทั้งหมดหรือ ท ุ นเกน ิ กว ่ าร ้ อยละห ้ าส ิ บเป็ นของร ั ฐโดยได ้ ร ั บเงนเดือนหรือ ิ ประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นจากองค์การ บริษัทจ ากัด ห้าง ห ้ ุ นส ่ วนน ิ ตบ ิ ุ คคลหร ื อหน ่ วยงานน ้ ั น ท ้ ั งน ี ้ นอกจากผ ้ ู เป็ น เจ ้ าพน ั กงานอย ่ ู แล ้ วตามกฎหมายเพราะฉะน ้ ั น หากผ ้กระท า ู ความผด ิ ซ ึ่งจะถ ู กลงโทษตามพระราชบญ ั ญ ั ตน ิี ้ ต ้องเป็ น พนักงานรัฐวิสาหกิจหรือองค์การมหาชนเท่านั้น
พระราชบญัญตัิว่าดว ้ ยความผิดเก ี่ยวกบัการเสนอราคาต่อ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วน ภูมิภาคราชการส่วนทอ ้ งถิ่น รัฐวิสาหกิจ หร ื อหน่วยงานอ ื่นของรัฐ หร ื อหน่วยงานอ ื่น ใดที่ดา เนินกิจการของรัฐตามกฎหมายและไดร ้ับเงินอุดหนุน หร ื อเงิน หรือทรัพย์สิน ลงทุนจากรัฐ “การเสนอราคา” หมายความว่า การย ื่นข ้ อเสนอเพ ื่อเป็ นผูม ้ีสิทธิท า สัญญากบัหน่วยงานของรัฐอนัเกี่ยวกบัการซ ้ ื อการจา ้ ง การแลกเปลี่ยน การเช่า การ จา หน่ายทรัพยส ์ิน การไดร ้ับสัมปทาน หร ื อการไดร ้ับสิทธิใด ๆ นิยาม
๑) ใชก ้ บัเจา ้ หนา ้ ท ี่ของรัฐและผด ู ้ า รงตา แหนงทางการเมือง ่ ๒) ใชก ้ บัภาคเอกชนท ี่เป็ นค ู่สญัญากบัรัฐ ๓) ใชก ้ บั ประชาชนทวั่ ไปท ี่ม ี ส่วนร่วมกระทา ผด ิ การบังคับใช้
๑) ใชก ้ บัเจา ้ หนา ้ ที่ของรัฐและผดู้ า รงตา แหน่งทางการเมือง ๒) ใชก ้ บัภาคเอกชนที่เป็ นคู่สัญญากบัรัฐ บทลงโทษ
มาตรา ๔ การสมยอมการเสนอราคา กรณีที่ ๑ ผใู้ดตกลงร่วมกนั ในการ เสนอราคา เพื่อใหป้ระโยชนแ์ก่ผู้ใด เป็ นผู้มีสิทธิท าสัญญา หลีกเลี่ยงการแข่งขนั ราคาอยา่งเป็นธรรม กีดกนัไม่ใหเ้สนอสินค้า หรือบริการ เอาเปรียบหน่วยงานของ รัฐซ่ึงมิใช่การประกอบ ธุรกิจปกติ โทษ ต้องระวางโทษจ าคุกต้ังแต่หนึ่งปี ถึงสามปีและปรับร้อย ละห้าสิบของจ านวนเงินทมี่กีารเสนอราคาสูงสุดใน ระหว่างผู้ร่วมกระท าความผิดนั้น หรือของจ านวนเงิน ที่มีการท าสัญญากับหน่วยงานของรัฐแล้วแต่จ านวนใด จะสูงกว่า - ผ ู้ทเี่ป็นธุระชักชวน ก็รับโทษตามนี้
มาตรา ๔ การสมยอมการเสนอราคา กรณีที่ ๒ ผู้ใดเป็ นธุระในการ ชกัชวนใหผ้อู้ื่นร่วมตก ลง เพื่อใหป้ระโยชนแ์ก่ผู้ใด เป็ นผู้มีสิทธิท าสัญญา หลีกเลี่ยงการแข่งขนั ราคาอยา่งเป็นธรรม กีดกนัไม่ใหเ้สนอสินค้า หรือบริการ เอาเปรียบหน่วยงานของ รัฐซ่ึงมิใช่การประกอบ ธุรกิจปกติ
มาตรา ๕ การฮั้วกันโดยมีผลประโยชน์ตอบแทน กรณีที่๑ ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับ วา่จะให้ -เงิน - ทรัพย์สิน - ประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจ ใหร้่วมดา เนินการให้ เป็นประโยชน์แก่ผใดู้ เป็ นผู้มีสิทธิท าสัญญา กีดกนัไม่ใหเ้สนอ สินค้าหรือบริการ หรือสิทธิที่จะได้รับ ใหไ้ม่เขา้ร่วมเสนอ ราคาหรือถอนการ เสนอราคา โทษ ต้องระวางโทษจา คุกต้งัแต่หนึ่งปี ถึงห้าปี และปรับร้อยละห้าสิบของ จ านวนเงินที่มีการเสนอราคาสูงสุดในระหวา่งผรู้่วมกระท าความผดิน้นั หรือของจ านวนเงินที่มีการท าสัญญากบัหน่วยงานของรัฐแลว ้ แต่จ านวน ใดจะสูงกวา่ -ผใู้ ดเรียกรับ หรือยอมจะรับ ใหถ ้ือวา่เป็ นผรู้่วมกระทา ความผิดด้วย
มาตรา ๕ การฮั้วกันโดยมีผลประโยชน์ตอบแทน กรณีที่๒ ผู้ใดเรียก รับ หรือยอม จะรับ -เงิน - ทรัพย์สิน - ประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจ ใหร้่วมดา เนินการให้ เป็นประโยชน์แก่ผใดู้ เป็ นผู้มีสิทธิท าสัญญา กีดกนัไม่ใหเ้สนอ สินค้าหรือบริการ หรือ สิทธิที่จะได้รับ ใหไ้ม่เขา้ร่วมเสนอ ราคาหรือถอนการ เสนอราคา
มาตรา ๑๐ ร ้ ู หร ื อควรร ้ ู ว ่ าม ี การกระทา ความผด ิ เจ้าหน้าที่ใน หน่วยงาน ของรัฐ มีอ านาจอนุมัติ มีหน้าที่พิจารณา ดา เนินการใด ที่เกี่ยวขอ้งกบัการเสนอ ราคา รู้ มีพฤติการณ์ปรากฏแจง้ชดัวา่ ควรรู้ ละเวน้ไม่ดา เนินการเพื่อให้มี การยกเลิกการเสนอราคา มีความผิดฐานกระท าความผิด ตา ตา แหน่งหนา้ที่ การเสนอราคาในคร้ังน้นัมีการ กระท าความผิด มีความผิดฐานกระท าความผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจาคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี และ ปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท
มาตรา ๑๑ ท ุ จร ิ ตในการออกแบบ กา หนดราคากา หนดเง ื่อนไข เจ้าหน้าที่ใน หน่วยงาน ของรัฐ เพื่อช่วยเหลือผเู้สนอ ราคารายใดให้มีสิทธิท า สัญญาโดยไม่เป็ นธรรม โดยมุ่งหมายไม่ใหม ้ีการ แข่งขนัราคาอยา่งเป็ น ธรรม เพื่อกีดกนัผเู้สนอราคา รายใดไม่ใหม ้ีโอกาส เขา ้ แข่งขนั ในการเสนอ ราคาอยา่งเป็ นธรรม ผู้ได้รับ มอบหมาย จาก หน่วยงาน โดยทุจริตท าการ หรือกา หนด ท าการออกแบบ กา หนดราคา กา หนดเง ื่อนไข กา หนดผลประโยชนต ์ อบแทน อันเป็ น มาตรฐานในการ เสนอราคา ต้องระวางโทษจา คุกต้งแัต่ห้า ปี ถึงยี่สิบปี หรือจ าคุกตลอด ชีวติและปรับต้งัแต่หนึ่งแสน บาทถึงสี่แสนบาท
มาตรา ๑๒ เจ้าหน้าที่ของรัฐกระท าความผิด มีความผิดฐานกระท าผิดต่อต าแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจ าคุกต้ังแต่ห้าปี ถึงยี่สิบปี หร ื อจ าคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
๓.กรณ ี ตว ั อย ่ างการทจ ุ ร ิ ต ใน อปท.
ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันความเสี่ยง เกี่ยวกับการทจ ุ ร ิ ตในการบร ิ หารจด ั การงบประมาณ โครงการกองทุนหลักประกันสุขภาพ ระดบ ั ท ้ องถ ิ่นหรอ ื พ ื น ้ ท ี่
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติส่งเรื่อง กรณีกล่าวหาผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แห่งหนึ่ง เมื่อครั้งด ารงต าแหน่งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ว่ากระท าความผิดฐานทุจริต ต่อหน้าที่ราชการ กรณีทุจริตเกี่ยวกับการด าเนินการเบิกจ่ายเงินโครงการกองทุนหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ (สปสช.) ระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ โดยมอบหมายให้ส านักมาตรการป้องกันการทุจริต (ชื่อส านักในขณะนั้น) พิจารณาศึกษาและก าหนดมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริต ในเรื่องการรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดท าบัญชีเงินหรือทรัพย์สินในระบบหลักประกันสุขภาพ ตามประกาศ ส านักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง แนวทางการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และ การจัดท าบัญชีเงินหรือทรัพย์สินในระบบหลักประกันสุขภาพ ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2549 ที่ไม่มีการ ก าหนดวิธีการควบคุม ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินที่ชัดเจนและรัดกุมเพียงพอ เป็นเหตุให้ผู้รับผิดชอบ สามารถกระท าการทุจริตเบียดบังเงินได้โดยง่าย ความเป็นมา
เจ้าหน้าที่ของรัฐกระท าการทุจริตโดยยักยอกเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพไปเป็น ประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น โดยที่ผู้กระท าการทุจริตได้แจ้งผู้มีอ านาจเบิกจ่ายเงินจากบัญชีดังกล่าวว่าในการถอนเงินแต่ละครั้งจะถอนเงินเพื่อน าไปด าเนินโครงการและให้ผู้มีอ านาจเบิกจ่าย ลงนามถอนเงินในใบถอนเงิน เมื่อได้ใบถอนเงินที่ผู้มีอ านาจเบิกจ่ายลงนามแล้วผู้ที่กระท าการ ทุจริตได้น าใบถอนเงินไปเบิกเงินจากบัญชีกองทุนฯ ที่ได้เปิดไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร เงินที่ได้เบิกจากธนาคารผู้กระท าการทุจริตเป็นผู้รับเงินดังกล่าวตามจ านวนที่ ถอนทุกครั้งและเก็บไว้เอง ซึ่งเงินดังกล่าวได้น าไปใช้ในโครงการจริงเพียงบางส่วน แล้วยักยอก ส่วนที่เหลือ และบางครั้งไม่ได้น าเงินไปใช้จ่ายในโครงการแต่อย่างใด แล้วยักยอกทั้งจ านวน ข้อเท็จจริง (๑)
รูปแบบการด าเนินการของโครงการกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ข้อเท็จจริง (๒) อปท. ที่ต้องการขอรับการสนับสนุนเงินจาก สปสช. ยื่นขอรับการสนับสนุน ตั้งคณะกรรมการบริหารระบบ หลักประกันสุขภาพ (ท้องถิ่น) โดย แต่งตั้งผู้บริหารสูงสุดของ อปท. นั้น เป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพ (ท้องถิ่น) เปิดบัญชีกับ ธกส. ใช้ชื่อ บัญชี “ระบบหลักประกันสุขภาพ (ท้องถิ่น)” โดยอาจมอบหมายให้ประธาน กรรมการฯ และกรรมการ 3 คน เปิดบัญชีและท าหน้าที่เบิกจ่าย เงื่อนไขการเบิกจ่าย ต้องให้ผู้มีอ านาจถอนเงินจ านวน 2 ใน 4 คน ลงลายมือชื่อ ผู้บริหารท้องถิ่นได้ยักยอกเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพไปเป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น
เกิดการทุจริตโดยไม่น าเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์โครงการ
https://www.tcijthai.com/news/2020/9/watch/10903
https://www.tcijthai.com/news/2020/9/watch/10903
https://www.tcijthai.com/news/2020/9/watch/10903
หนังสือส ำนักงำน ป.ป.ช. ลว 24 มิ.ย. 2563 มติคณะรัฐมนตรี 1 ก.ย. 63
มติคณะรัฐมนตรี 1 ก.ย. 63 รับทรำบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันควำมเสี่ยงเกี่ยวกับกำรทุจริต ในกำรบริหำรจัดกำรงบประมำณโครงกำรหลักประกันสุขภำพ ระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ตำมที่คณะกรรมกำร ป.ป.ช. เสนอ ให้ส ำนักงำนหลักประกันสุขภำพแห่งชำติ เป็นหน่วยงำนหลัก ร่วมกับกระทรวงมหำดไทยและหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง รับไปพิจำรณำ ด ำเนินกำรในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตำมข้อเสนอ ของคณะกรรมกำร ป.ป.ช. ให้รับควำมเห็นของกระทรวงกำรพัฒนำสังคมและควำมมั่นคง ของมนุษย์ กระทรวงสำธำรณสุข และส ำนักงบประมำณ ไปประกอบกำรพิจำรณำด ำเนินกำรด้วย
4. การประเมินความเสี่ยง การทุจริต
การประเมินความเสี่ยงการทุจริต การประเมินความเสี่ยงของการด าเนินงานหรือการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจก่อให้เกิดการทุจริต หรือ ก่อให้เกิดการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวมของหน่วยงาน แบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธรณะ ( Open Data Integrity and Transparency Assessment: OIT) ตัวชี้วัดที่ 10 การป้องกันการทุจริต o36 การประเมินความเสี่ยงการทุจริตประจ าปี o37 การด าเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (21) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ 1. แผนย่อย การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ - “คน” “ระบบ” แผนงาน/โครงการส าคัญ : 1. แผนงานปลูกฝังความคิด สร้างจิตส านึกในความซื่อสัตย์สุจริต แยกแยะผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส ่วนรวม สนับสนุนการมีส ่วนร ่วมของประชาชนเข้ามามีส ่วนร ่วมในการ ตรวจสอบการด าเนินงานของภาครัฐ 2. แผนงานการสร้างนวัตกรรมและมาตรการภายในต่อต้านการทุจริต และ การประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต 3.ปรับระบบงาน โครงสร้างองค์กรเอื้อต่อการลดการใช้ดุลยพินิจ แนวทางการพัฒนา ค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศ ไทย (CPI) ในปี พ.ศ. 2580 จะต้องอยู่ใน อันดับ 1 ใน 20 ของโลก 2. แผนย่อย การปราบปรามการทุจริต - ด าเนินคดี รวดเร็ว เฉียบขาด เป็นธรรม - การพัฒนาปรับปรุงมาตรการทางกฎหมาย - แผนงาน/โครงการส าคัญ : แผนงานสร้างนวัตกรรมการปราบปรามการทุจริตเชิงรุก
แผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ( พ.ศ. 2561-2565) ประเด็นปฏิรูปที่ 2 ด้านการป้องปราม ได้ก าหนดให้ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) ด าเนินการวางระบบการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ ในส่วนราชการเป็นประจ าทุกปี และรายงานผลการปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชา หรือตามระยะเวลาที่ก าหนด การวางระบบการประเมินความเสี่ยงการทุจริต ดัชนีที่ 10 การป้องกันการทุจริต การประเมินความเสี่ยงของการด าเนินงานที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตและ การด าเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต ตัวชี้วัด ร้อยละของหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ITA ร้อยละ 80 ( 85 คะแนน ขึ้นไป ) 94
95 กรอบแนวคิดการพัฒนามาตรการภายในของหน่วยงานเพื่อความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต การประเมินความเสี่ยงการทุจริต แผนบริหารความเสี่ยง การทุจริต ๒) มาตรการป้องกันการรับสินบน ๓) มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ๑) มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง ๔) มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจ ๕) มาตรการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต 95
9696ความเชื่อมโยงการพัฒนามาตรการภายในสู่การขับเคลื่อน • ประเมินความเสี่ยง • แผนบริหารความเสี่ยง ค้นหา • มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสในการ จัดชื้อจัดจ้าง • มาตรการป้องกันการรับสินบน • มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน • มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจ มาตรการ • แผนป้องกันและปราบปรามการทุจริตของ หน่วยงาน • น าแผนงาน/โครงการบรรจุในแผนปฏิบัติ ราชการประจ าปีของหน่วยงาน • จัดท าค าของบประมาณรายจ่ายประจ าปีของ หน่วยงานตามแผน(กรณีต้องใช้งบประมาณ) มาตรการจัดการข้อร้องเรียนการทุจริต ขับเคลื่อน
ลักษณะของการประเมินความเสี่ยงการทุจริต แสดงผลการประเมินความเสี่่ยงของการด าเนินงานหรือการปฏิบัติ หน้าที่ที่่อาจก่อให้เกิดการทุจริตหรือก่อให้เกิดการขัดกันระหว่าง ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมของหน่วยงาน 01 มีข้อมูลรายละเอียดของผลการประเมิน เช่น • เหตุการณ์ความเสี่่ยง และ • ระดับของความเสี่ยง • มาตรการและการด าเนินการในการบริหารจัดการความเสี่่ยง เป็็นต้น 02
Section Break Insert the title of your subtitle Here