โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2566
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ได้ก าหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ” กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ เพื่อให้ ประชาชนมีความมั่นคง ปลอดภัย เกิดความสงบสุขในสังคมอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการน าแผนปฏิบัติราชการ กระทรวงมหาดไทยไปสู่การปฏิบัติหร ือการพัฒนาในระดับพื้นที่ (Area Based) จังหวัด-อ าเภอ-ต าบล-หมู่บ้าน และทอ้งถิ่นโดยเฉพาะในระดับอ าเภอที่มีนายอ าเภอเป็นผู้ขับเคลื่อนภารกิจของอ าเภอในด้านการบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการ โดยประสานการขับเคลื่อนและสร้างกลไกการท างานร่วมกันกับภาคีเคร ือข่าย ทั้ง 7 ภาคีในระดับพื้นที่ ให้เกิดการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนากิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่ส่งผลต่อการ สร้างสังคมที่เข้มแข็ง การปรับเปลี่ยนค่านิยมให้เสียสละ มีจิตอาสา จิตสาธารณะ เอื้อเฟื้ อแบ่งปันผู้อื่น โดยอาศัย หลักการทรงงานและการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน ามาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการและขยายผล เพื่อ “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองได้จัดท าโครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณา การอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับหลักการทรงงานและการ พัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อน ามาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการเพื่อ “บ าบัดทุกข์ บ ารุง สุข” ให้แก่พี่น้องประชาชน ปลูกฝังค่านิยมการเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลงแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งน าไปสู่การ ขับเคลื่อนและสร้างกลไกการท างานร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนา กิจกรรม สาธารณประโยชน์ ที่ส่งผลต่อการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง การปรับเปลี่ยนค่านิยมให้เสียสละ มีจิตอาสา จิตสาธารณะ เอื้อเฟื้ อแบ่งปันผู้อื่น และเป็นพลังส าคัญในการจัดการปัญหาความเหลื่อมล้า การพัฒนาตนเองและการจัดการของ ชุมชนท้องถิ่น โดยน าความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปขยายผลในการสร้างความตระหนักรู้เผยแพร่ และปลูกฝัง ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจร ิงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตร ิย์และพระราชกรณียกิจ เพื่อประชาชน ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตร ิย์ทุกพระองค์เพื่อก่อให้เกิดการมีส่วนร่วม อย่างถูกต้อง และเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ ซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็น ประโยชน์ในการพัฒนาเคร ือข่ายในการท างานเป็นทีม ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจส าคัญส าหรับการท างานร่วมกัน ในปัจจุบันรวมถึงการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ท าให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน ภารกิจของหน่วยงาน สถาบันการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายให้ด าเนินการฝึกอบรมในโครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ทั้ง 8 รุ่น เสร็จเร ียบร้อยแล้วโดยมีกลุ่มเป้าหมายเข้ารับการฝึกอบรม รวมทั้งสิ้น ๘,๗๓๖ คน ไม่เข้ารับการฝึกอบรม ๔๔ คน แบ่งเป็น เพศชาย ๕,๘๔๐ คน เพศหญิง ๒,๘๙๖ คน นายอ าเภอ ๘๐๒ คน ผู้แทนนายอ าเภอ ๗๔ คน ปลัดอ าเภอ ๘๗๓ คน นายกองค์การบร ิหารส่วนต าบล/ เทศบาลหร ือผู้แทน ๙๓๓ คน ก านัน/ผู้ใหญ่บ้าน ๑,๑๙๔ คน คณะกรรมการพัฒนาสตร ีอ าเภอหร ือผู้แทน ๘๐๕ คน พระสงฆ์/โต๊ะอีหม่าม /ไวยาวัจกร /มัคทายก หร ือผู้แทนภาคศาสนา ๗๓๙ คน ผู้แทนภาคประชาชน ๘๕๘ คน ผู้แทนภาควิชาการ ๙๘๐ คน ผู้แทนภาคเอกชน ๗๓๖ คน และหัวหน้าศูนย์เร ียนรู้โครงการ พระราชด าร ิต้นแบบหร ือผู้แทน ๗๔๒ คน
สถาบันการพัฒนาชุมชน ได้ด าเนินการประเมินผลการฝึกอบรมโครงการฯ ประเด็น ๑) การบรรลุ วัตถุประสงค์ของโครงการฯ ๒) ประโยชน์ของหัวข้อวิชาต่อการน าความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน ๓) การประเมินความพึงพอใจต่อภาพรวมของโครงการฯ 4) ผลการประเมินด้านการบร ิหารจัดการของโครงการ และ 5) การประเมินวิทยากรรายวิชา พบว่า ๑. ผลการประเมินการบรรลุวัตถุประสงค์โครงการ รุ่นที่ ๑ - ๘ ภาพรวมการบรรลุวัตถุประสงค์ โครงการ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๕๐ วัตถุประสงค์ที่มีค่าเฉลี่ยมากสุดคือวัตถุประสงค์ข้อที่ ๓ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๕๓ รองลงมาคือข้อที่ ๑ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๕๒ น้อยสุดคือ วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๘ 2. ผลการประเมินประโยชน์ของหัวข้อวิชาต่อการน าความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน รุ่นที่ ๑ - ๘ ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๒๐ หัวข้อวิชาต่อการน าความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานมากสุด คือวิชาฝึกปฏิบัติ “จิตอาสาภัยพิบัติ หาอยู่ หากิน” อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๘ รองลงมามี ๒ หัวข้อ วิชาคือหัวข้อวิชาฝึกปฏิบัติ “จิตอาสาพัฒนา เอามื้อสามัคคี” และหัวข้อวิชาทฤษฎีใหม่ด้านการบร ิหารจัดการ ทรัพยากร ดิน น้า ป่า สู่การพัฒนาตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๖ น้อยสุด คือหัวข้อวิชา MOI ONE อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๓๕ ๓. การประเมินความพึงพอใจต่อภาพรวมโครงการ รุ่นที่ ๑ - ๘ ภาพรวมผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๐ รุ่นที่มีระดับความพึงพอใจต่อโครงการสูงสุดคือรุ่นที่ ๘ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๕๐ รองลงมาคือรุ่นที่ ๖ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๔ รุ่นที่มี ระดับความพึงพอใจต่อโครงการน้อยสุดคือรุ่นที่ ๑ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๓๔ 4. ผลการประเมินด้านการบร ิหารจัดการของโครงการ รุ่นที่ ๑–๘ ปรากฏว่า เจา้หน้าทีผู้่ให้บรกิาร/ การประสานงานมีระดับความพึงพอใจมากที่สุด อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๕๒ รองลงมาคือ การอ านวยความสะดวก อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๖ น้อยสุดคือด้านกระบวนขั้นตอนการให้บร ิการ อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๑๔ 5. ผลการประเมินวิทยากรภาพรวมรายวิชา รุ่นที่ 1 - 8 ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๓๗วิทยากรหัวข้อวิชาที่มีผลการประเมินมากสุดคือ หัวข้อวิชาฝึกปฏิบัติ “จิตอาสาภัยพิบัติ หาอยู่ หากิน” อยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๙ รองลงมาคือหัวข้อวิชาฝึกปฏิบัติ “จิตอาสาพัฒนา เอามื้อสามัคคี” อยู่ใน ระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๔๗ น้อยสุดคือหัวข้อวิชา MOIONEอยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ ๔.๒๗
ข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมในด้านความพึงพอใจ ดังนี้ ๑. ควรเพิ่มการอบรมศักยภาพก านัน ผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้าน เรอ่ืงทา แผนพัฒนาหมู่บ้าน ๒. ได้รับความรู้ เทคนิค ที่จะน าไปปฏิบัติและถ่ายทอดเพื่อผู้อื่นและสามารถต่อยอดขยายผลต่อไป ๓. เป็นนโยบายที่แก้ไขปัญหาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ๔. ได้ท างานร่วมกับผู้คนในการฝึกอบรม ได้รับความรู้สามารถน าไปใช้เพื่อพัฒนาชุมชนได้ ๕. ประทับใจมาก ๆได้เห็นความสามัคคีต่อเพื่อนกลุ่มเดียวกันทั้ง ๆ ที่มาจากหลาย ๆ ที่มาอยู่ด้วยกัน ๖. เป็นโครงการที่ดีที่จะเป็นเคร ื่องมือน าไปบูรณาการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ ๗. ได้แลกเปลี่ยนเร ียนรู้ผู้เข้ารับการอบรมและความรู้ที่ได้รับจากวิทยากรทุกท่าน ๘. ความรอบรู้และช านาญการของทีมวิทยากร ผู้ดูแล ๙. ทีมพี่เลี้ยงคณะผู้จัดยอดเยี่ยมมาก ๑๐. เกิดวสิัยทศัน์กว้างมีมิตรภาพกว้างไกลมีความรูอุ้บัติขึ้นใหม่มาเพิ่มเต็มความรูเ้ก่าให้กระจา่ง ๑๑. สามารถน าไปถ่ายทอดและพัฒนาต่อยอดได้
หน้า บทสรุปผู้บร ิหาร ก - ค ส่วนที่ ๑ บทน า 1 - 6 ส่วนที่ ๒ ท าไมต้อง “CAST ” 2.๑ รุ่นที่ ๑ 7 -23 2.๒ รุ่นที่ ๒ 24 -31 2.3 รุ่นที่ ๓ 32 -42 2.4 รุ่นที่ ๔ 43 -55 2.๕ รุ่นที่ ๕ 56 -65 2.๖ รุ่นที่ ๖ 66 -76 2.๗ รุ่นที่ ๗ 77 -89 2.๘ รุ่นที่ ๘ 90 -102 ส่วนที่ ๓ รายงานผลการฝึกอบรมโครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ . ศ. 2566 3.๑ รุ่นที่ ๑ 103 -106 3.๒ รุ่นที่ ๒ 107 -110 3.๓ รุ่นที่ ๓ 111 -114 3.๔ รุ่นที่ ๔ 115 -118 3.๕ รุ่นที่ ๕ 119 -122 3.๖ รุ่นที่ ๖ 123 -126 3.๗ รุ่นที่ ๗ 127 -130 3.๘ รุ่นที่ ๘ 131 -134 ส่วนที่ ๔ บทสรุปและข้อเสนอแนะ บทสรุปโครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข 135 -139 แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2566 ส่วนที่ ๕ ภาคผนวก5.๑ ฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าอบรม 141 5.๒ ภาพกิจกรรมและวีดีทัศน์ประมวลภาพกิจกรรม 142 5.๓ คณะผู้จัดท า 143
ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๓) ได้ก าหนดวิสัยทัศน์ "ประเทศไทยมีความ มั่นคงมั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว โดยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” กรมการปกครองเป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่โดยมีอ านาจ หน้าที่ บทบาท และภารกิจในการรักษาความสงบเร ียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ การอ านวย ความเป็นธรรม การปกครองท้องที่ การอาสารักษาดินแดนและการทะเบียน เพื่อให้ประชาชนมีความ มั่นคงปลอดภัย เกิดความสงบสุข ในสังคมอย่างยั่งยืน รวมถึงการน านโยบายจากแผนในระดับต่างๆ ตลอดจนแผนปฏิบัติราชการกระทรวงมหาดไทยไปสู่การปฏิบัติหร ือการพัฒนาในระดับพื้นที่ (Area Based)จังหวัด-อ าเภอ-ต าบล-หมู่บ้าน และทอ้งถิ่นโดยเฉพาะในระดับอ าเภอที่มีนายอ าเภอเป็นผู้ ขับเคลื่อนภารกิจของอ าเภอในด้านการบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการ โดยประสานการขับเคลื่อน และสร้างกลไกการท างานร่วมกันกับภาคีเคร ือข่าย ทั้ง ๗ ภาคีในระดับพื้นที่ ให้เกิดการมีส่วนร่วมใน กิจกรรมการพัฒนากิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่ส่งผลต่อการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง การปรับเปลี่ยนค่านิยม ให้เสียสละ มีจิตอาสาจิตสาธารณะ เอื้อเฟื้ อแบ่งปันผู้อื่น โดยอาศัยหลักการทรงงานและการพัฒนา ประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอ ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน ามาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการและขยายผล เพื่อ "บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข" ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ส านักบร ิหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครองตระหนักถึง ความส าคัญในการขับเคลื่อนและสร้างกลไกการท างานร่วมกันกับภาคีเคร ือข่ายทั้ง ๗ ภาคีในระดับพื้นที่ ให้เป็นไปตามหลักการทรงงาน และการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้จัดท าโครงการ อ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2566 ขึ้น ส านักบร ิหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครองตระหนักถึงความส าคัญ ใน การขับเคลื่อนและสร้างกลไกการท างานร่วมกันกับภาคีเคร ือข่าย ทั้ง ๗ ภาคีในระดับพื้นที่ ให้เป็นไป ตามหลักการทรงงาน และการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้จัดท าโครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 1. หลักการและเหตุผล 1
๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับหลักการทรงงานและการ พัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมซนกาธิเบศร มหาภูมิพลอ ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน ามาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการเพื่อ "บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข" ให้แก่พี่น้อง ประชาชน ๒.๒ เพื่อปลูกฝังค่านิยมการเป็นผู้น ากรเปลี่ยนแปลงแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งน าไปสู่การ ขับเคลื่อนและสร้างกลไกการท างานร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพัฒนา กิจกรรม สาธารณประโยชน์ที่ส่งผลต่อการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง การปรับเปลี่ยนค่านิยมให้เสียสละ มีจิตอาสาจิตสาธารณะ เอื้อเฟื้ อแบ่งปันผู้อื่น และเป็นพลังส าคัญในการจัดการปัญหาความเหลื่อมล้า การพัฒนาตนเอง และการจัดการ ของชุมชนทอ้งถิ่น ๒.๓ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมน าความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปขยายผลในการสร้างความ ตระหนักรู้เผยแพร่ และปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจร ิงเกี่ยวกับสถาบัน พระมหากษัตร ิย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตร ิย์ ทุกพระองค์ เพื่อการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้อง ๒.๔ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเร ียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็น ประโยชน์ในการพัฒนาเคร ือข่ายในการท างานเป็นทีม ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจส าคัญส าหรับการท างานร่วมกันใน ปัจจุบันรวมถึงการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ท าให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน ภารกิจของหน่วยงาน ๓. เป้าหมาย ประกอบด้วย นายอ าเภอ ปลัดอ าเภอ ตัวแทนผู้น าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยต าแหน่ง ตัวแทนก านันผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทน อส. ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตร ีอ าเภอ ผู้น าภาคศาสนา ผู้น าภาค ประชาชน ผู้น าภาควิชาการ และผู้น าภาคเอกชน หัวหน้าศูนย์เร ียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าร ิต้นแบบ หร ือผู้แทน จ านวน ๘๗๘ อ าเภออ าเภอละ ๑๐ คน รวมทงั้สิ้น ๘.๗๘๐ คน 2
๔. วิธีด าเนินการ ๔.๑ การบรรยายทางวิชาการโดยอาจารย์/ผู้บร ิหารผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงจากหน่วยงาน ต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ๔.๒ การเร ียนรู้แบบหลากหลาย ได้แก่ ๑) การแลกเปลี่ยนความรู้และแสดงความคิดเห็นเพื่อหาข้อสรุป ผ่านกิจกรรมการระดม สมอง(Brainstorming) อภิปรายกลุ่ม (Group Discussion)และการน าเสนอ (Presentation) ๒) การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการ ๓) การทัศนศึกษาเชิงประจักษ์นอกสถานที่และฝึกปฏิบัติในศูนย์การเร ียนรู้ตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๕. ระยะเวลาด าเนินการ จัดฝึกอบรมระหว่างเดือนมกราคม - เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ๖. สถานที่ด าเนินการ ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ๑๑ ศูนย์ทั่วประเทศ ประกอบด้วย ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ล าปาง พิษณุโลก อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี สระบุร ี นครนายก ชลบุร ี เพชรบุร ี นครศร ีธรรมราช และยะลาโดยแบ่งการฝึกอบรมออกเป็น ๘ ห้วงเวลา (อบรมวัน-เวลาเดียวกัน) ๗. งบประมาณ ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ แผนงาน : ยุทธศาสตร์พัฒนาบร ิการ ประชาชนและการพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ ผลผลิต : โครงการสนับสนุนการบูรณาการงานในพื้นที่ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบร ิหารราชการ กิจกรรมหลัก : สนับสนุนการจัดระบบการปกครองท้องที่โครงการ อ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน วงเงินงบประมาณ จ านวน ๔๘,๘๒๗,๓๔๐ บาท (สี่สิบเก้าล้านเก้าแสนสองหมื่นเจ็ดพันสามร้อยสี่สิบบาทถ้วน) ๘. ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๘.๑ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถน าความรู้ความเข้าใจที่ได้รับไปขยายผลในการสร้างความตระหนัก รู้เผยแพร่ และปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจร ิงเกี่ยวกับสถาบัน พระมหากษัตร ิย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตร ิย์ ทุกพระองค์ เพื่อก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้อง ๘.๒ ผู้เข้าอบรมสามารถบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคีเคร ือข่าย ทั้ง ๗ ภาคี ในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2566 4
๘,๗๘๐ คน กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการอ าเภอ บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2566 รุ่นที่ ๑ - ๘ ** อ้างอิงข้อมูลจากกรมการปกครอง** ๘,๗36 คน 5
6
สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการอําเภอบําบัดทุกข์บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. ๒๕๖๖ 7
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 1 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ท าไมต้อง “ CAST ” นายสุทธิพงษ์ จุลเจร ิญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการนี้ทางกระทรวงมหาดไทยได้ทดลองโครงการน าร่องในปีงบประมาณที่ผ่านมา จ านวน 76 อ าเภอ ในพื้นที่ 76 จังหวัด เพราะกระทรวงมหาดไทยตระหนักดีว่า ทุกข์ของประชาชน พวกเราทุกคน ไม่ว่าคนของกระทรวงไหน ไม่ว่าภาคีเคร ือข่ายภาคธุรกิจเอกชน ภาควิชาการ ผู้น าศาสนา ประชาสังคม ประชาชน สื่อมวลชน ทุกคนก็อยากเห็นทุกข์ของประชาชน ทุกข์ของแผ่นดินได้รับการขจัดปัดเป่า และโดย ความเชื่อมั่นว่าท่านนายอ าเภอก็ดี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ดี เป็นบุคคลที่กฎหมายยกย่องให้เป็นผู้น า ในพื้นที่ หร ือที่เร ียกว่า ผู้น าเชิงพื้นที่ (Area Base) ในสังคมต้องมีผู้น า เช่น ในครอบครัวมีพ่อแม่ ในโรงเร ียน มี ผอ.โรงเร ียนเป็นผู้น า ในห้องเร ียนมีครูประจ าชั้นมีหัวหน้าห้อง ที่หมู่บ้านของเราก็มีผู้ใหญ่บ้าน ที่อบต. มีนายก อบต. ที่วัดมีเจ้าอาวาส เป็นเร ื่องธรรมดาของสังคม ที่สังคมจ าเป็นต้องมีผู้น า ดังนั้นพวกเราที่มา รวมกันที่ 11 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเชื่อมั่นว่า ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอ าเภอ ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยทุกคน นอกจากกฎหมายจะมอบให้เป็นผู้น าในพื้นที่แล้ว ส่วนตัวของทุกคนก็มีอุดมการณ์ มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า (Passion) ในการท าหน้าที่บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชน อยากจะท าหน้าที่ในการเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข พี่น้องประชาชน ดังนั้นเมื่อเราเชื่อมั่น ว่านอกจากผู้น าที่เป็นผู้น าตามกฎหมายแล้ว ประชาชนในพื้นที่ยังยกย่องให้ท่านเป็นผู้น าของบ้านเมือง แต่ดังค าที่ว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว เราเชื่อมั่นว่า กรุงโรมก็ไม่ได้สร้างได้ด้วยตัวผู้ว่าราชการจังหวัด หร ือนายอ าเภอได้เพียงคนเดียว งานบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุขของประชาชนนั้น พวกเราทุกคนต้องมีทีม ดังนั้นเมื่อได้ทดลองน าร่องใน 76 จังหวัด จังหวัดละ 1 อ าเภอ เร ียบร้อยแล้ว ทางกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชนประเมินผล การขับเคลื่อนโครงการอ าเภอน าร่องบ าบัดทุกข์บ ารุงสุข แบบบูรณาการนั้น จากการประเมินผลโครงการฯ พบว่าเป็นโครงการที่ดีท าให้เกิดต้นแบบที่ดีของการบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุขในหลายพื้นที่ นายอ าเภอผู้ที่ท าแล้ว ก็ชอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านที่เกษียณอายุราชการแล้วก็ชื่นชมว่าเป็นโครงการที่ดี เป็นที่มาว่า 878 อ าเภอ ต้องลุกขึ้นมาท าเหมือนอ าเภอน าร่อง เช่น เหมือนกับนายอ าเภอวังเจ้า นายอ าเภอแม่ใจ นายอ าเภอเทพา นายอ าเภอโนนสะอาด นายอ าเภอแหลมงอบ นายอ าเภอหันคา นายอ าเภอแปลงยาว นายอ าเภอเชียงของ นายอ าเภอศีขรภูมิ ที่เป็นต้นแบบที่พึงพอใจ และเชื่อมั่นว่า 878 อ าเภอ จะช่วยกันท างานแบบบูรณาการ โดยบูรณาการอย่างแรกคือ การบูรณาการคนจาก 7 ภาคีเคร ือข่ายมาช่วยกันในการช่วยกันคิด ช่วยกันท า ช่วยกันขับเคลื่อนงาน อย่างที่สองคือการบูรณาการงานฟังก์ชั่นของทุกกระทรวง รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงฟังก์ชั่นของวัด มัสยิด โบสถ์คร ิสต์และใช้รูปแบบในการท างานแบบองค์รวม ถึงลูกถึงคน ท างานแบบ รองเท้าสึกก่อนกางเกงขาด เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เป็นพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 8
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 2 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ที่พระองค์มีพระราชปณิธานที่แน่วแน่ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชด าร ิ ของพระบรมชนกนาถ และจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ค าว่าตลอดไปนั้น คนของพระราชา ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะที่จะต้องเป็นผู้น า น าจิตใจของคนในอ าเภอ ต าบลหมู่บ้าน ให้ร้อยเร ียงเข้ามา มัดรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเห็นเป้าหมาย ในการพัฒนาให้เกิดหมู่บ้านยั่งยืน ต าบลยั่งยืนให้เกิดขึ้น ท าอ าเภอยั่งยืนให้เกิดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ทางกระทรวงมหาดไทยได้ขอให้กรมการพัฒนาชุมชน เปิดพื้นที่ใช้ศูนย์ศึกษา และพัฒนาชุมชน เพื่อท าการฝึกอบรม และกรมการปกครองด าเนินการในเร ื่องงบประมาณ เพื่อให้ พวกเราทั้ง 7 ภาคีเคร ือข่าย มาใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อช่วยกัน Change for Good ให้เกิดขึ้นในบร ิบท ของแต่ละท่านทั้ง 878 อ าเภอ จึงได้เกิดโครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน จ านวน 5 วัน 4 คืน โดยสิ่งที่คาดหวังจากโครงการนี้ คือ ไม่ว่านายอ าเภอจะย้ายไปไหนหร ือจะเกษียณ อายุราชการ ก็จะมีทีมผู้น าที่จะช่วยดูแลอ าเภอเพื่อให้อ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ก็จะยังคงอยู่ เพราะ 7 ภาคีเคร ือข่าย ผู้ที่เป็นผู้น าประจ าถิ่น ผู้น าศาสนาในพื้นที่ จะเป็นเสาหลัก ในการประสานงานกับนายอ าเภอท่านใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าท่านนายอ าเภอจะต้องผ่านการท างานแบบมีส่วนร่วม การท างานแบบค านึงถึงภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ ค านึงถึงความต้องการของพี่น้องประชาชน นายอ าเภอใหม่มา เขาก็เคยท างานแบบพวกเรา ปีนี้เราท า 878 อ าเภอ ที่ขอให้ทุกท่านที่มาได้ช่วยกันตักตวงเอาสิ่งที่ดีของชวีติ ทั้งวชิาความรู้ทั้งแนวทางในการท างาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใช้เวลา 4 คืน 5 วัน ที่อยู่ ณ ศูนย์ศึกษา และพัฒนาชุมชน ในการเสร ิมสร้างความรัก ความสามัคคีเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกันของทีมอ าเภอของท่าน ให้เกิดขึ้น และช่วยกันเป็นก าลังใจ ให้น าสิ่งที่ได้รบัจากการท าสิ่งดีรว่มกันนี้กลับไปขับเคลื่อนอย่างจรงิจงั ในการสร้างทีมหมู่บ้าน ต าบล ให้เป็นทีมอ าเภอที่เต็มพื้นที่ เพราะว่าเรามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ในการขับเคลื่อนงานในหมู่บ้าน ต าบล และอ าเภอที่เราอยู่นั้นก็จะดีเพิ่มมากขึ้น 9
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 3 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ขอกราบขอบพระคุณท่านวิทยากร รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้กรุณา ท่านอธิบดี กรมการปกครอง ท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อีกครั้งหนึ่งที่ช่วยเป็นตัวตั้งตัวตีในการท าให้โครงการนี้ เดินมาถึงวันนี้ได้ และหวังว่าหลังจากการฝึกอบรมนี้แล้ว ท่านนายอ าเภอทุกอ าเภอทั้ง 878 อ าเภอ ที่จะหมุนเวียนอบรมส าเรจ็เสรจ็สิ้น ในเดือนมีนาคม 2566 นั้น จะเป็น Key Success ของการบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืนได้ขอให้ทุกท่านมีความสุขในการใช้ชวีติรว่มกัน และมีความสุขเพิ่มมากขึ้น จากการกลับไปท าให้แผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเรา ผมเชื่อมั่นใจโครงการนี้ และอยากเห็นทีมงานของท่านนายอ าเภอ เป็นผู้ช่วยในการ Change for good ให้เกิดขึ้นทั้ง 878 อ าเภอทั่วประเทศ โครงการนี้เป็นการด าเนินการรุ่นที่ 2 เพื่อให้ครบ 878 อ าเภอ โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 8 รุ่น 11 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ ถึงแม้นายอ าเภอในพื้นที่ ที่ยังไม่ได้เข้ารับการอบรม ก็สามารถด าเนินการได้ โดยศึกษาจากต้นแบบดีๆ ที่ผ่านการอบรมไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การอบรม การประชุม การพูดคุยที่มีกันหลายวาระ หลายโอกาส โดยไม่จ าเป็นต้องรอการฝึกอบรม ให้เรม่ิได้เลย ไม่ต้องคอย โดยให้ศึกษาอ าเภอที่เป็นอ าเภอน าร่อง เช่น อ าเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก, อ าเภอ วังเจ้า จังหวัดตาก, อ าเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา, อ าเภอแปดรว้ิ จังหวัดฉะเชิงเทรา, อ าเภอหันคา จังหวัด ชัยนาท, อ าเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุร ี, อ าเภอเทพา จังหวัดสงขลา เป็นต้น ในการใช้ชีวิตของพวกเรา เราอาจจะรู้สึกว่าภารกิจเยอะ แต่เร ื่องใหญ่ที่ส าคัญ คือ เร ื่องของการบูรณาการ ต้องบูรณาการให้ได้ ยกตัวอย่างวันนี้มีการประชุมประจ าเดือนของท่านรัฐมนตร ีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอ าเภอทั่วประเทศ โดยมีเร ื่องของแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่ให้ท าแผนระยะ 4 ปี ถ้าฟังเผินๆ ก็เป็นเร ื่องของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถ้าพิจารณาอย่างถ่องแท้ แผนนี้จะเป็นต้นน้า ของการของบประมาณต่อไป ถ้าเราสามารถชี้เป้าความต้องการของทุกอ าเภอ 878 อ าเภอ ว่ามีแหล่งน้า ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถ่ายโอนมา และไม่มีงบประมาณมีกี่แห่ง เร ื่องถังน้าชุมชน ซึ่งมีนัยยะว่าเรามี แหล่งน้าตามธรรมชาติที่ถูกบุกรุกท าลาย ให้ตื้นเขิน เปลี่ยนทางไหลของน้าให้ กลายเป็นสิ่งปลูกสรา้ง เป็นทุ่งนา ถ้าเรามีฐานข้อมูลจากทุกภาคส่วนมาช่วยกัน เราจะสามารถป้องกันแหล่งน้าให้สามารถใช้งานได้ ไม่ใช่ว่ามีฝาย ฝายพัง มีอ่างเก็บน้า อ่างเก็บน้ารั่ว มีคลอง คลองตื้นเขิน มีหนองบึง หนองบึงถูกถม มีล าห้วย ล าห้วยเปลี่ยนทิศทาง เพราะเราจะป้องกันภัยพิบัติจากภัยแล้ง เราก็ต้องมีที่อยู่ของน้า มีที่เก็บน้า หร ือเราจะ ป้องกันน้าท่วมเราก็ต้องมีที่เก็บน้า ห้วย หนอง คลองบึง ที่ไหลสะดวก ถ้าเราใส่ไว้ในแผน เวลาของบประมาณ จะสามารถอ้างเหตุที่อยู่ในแผนนี้ไปสนับสนุนในแผนพัฒนาต าบล แผนพัฒนา อบต. แผนพัฒนาจังหวัดได้ หร ือเรามีถนนหนทางที่ขรุขระ มันคือการป้องกันอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นการป้องกันภัยพิบัติเช่นกัน เราต้องใส่ ความต้องการลงไปว่า ต้องการสร้างถนนลาดยางกี่กิโล กว้างยาวเท่าไหร่ เพื่อให้การสัญจรเป็นไปด้วย ความปลอดภัย เรามีสี่แยกที่ไม่มีไฟแดงก็เขียนใส่แผน เรามีพื้นที่เสี่ยงภัยจากดินถล่มก็เขียนใส่แผน เรามีพื้นที่ตลิ่งแม่น ้ าพังทลายก็ใส่แผน มันจะสนับสนุนการที่ท้องถิ่นหรอืจงัหวัดจะของบประมาณจากภาครฐั เพื่อไปพัฒนา เราอาจจะดูเหมือนคนละเร ื่อง แต่แท้ที่จร ิงเราต้องบูรณาการให้เป็นเร ื่องเดียวกัน ดังนั้น 7 ภาคีที่ได้อยู่ร่วมกันต้องหันหน้าพูดคุย ช่วยกัน น าปัญหาความต้องการ แนวทางในการพัฒนา ทั้งแก้ไขปัญหา ทั้งต่อยอดศักยภาพที่ดีอยู่แล้ว ให้ความเพิ่มพูนเข้มแข็งของชุมชนให้มากขึ้น อย่าให้เวลาที่อยู่ ร่วมกันหมดไปกับการนั่งฟังและท ากิจกรรม แต่ต้องใช้ทุกนาที ทุกวินาที ละลายพฤติกรรมและสร้างความรัก ความสามัคคีที่แนบแน่น และดึงเอาสิ่งที่เราใฝ่ฝันอยากให้เกิดขึ้นในพื้นที่หมู่บ้าน ต าบลของเรา แบ่งปัน 10
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 4 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กับคนในกลุ่ม และหาเลขากลุ่มไว้คอยจด อย่าให้การฝึกอบรมครั้งนี้เหมือนการฝึกอบรมทั่ว ๆ ไป ที่มีตารางสอนก าหนดชีวิต แต่ขอให้ใช้ทุกวินาทีในการนึกถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่อ าเภอของเรา ว่าเขารอเราอยู่ อยากให้เราช่วยท าให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงขออยากให้ทุกท่านช่วยกัน พวกเราต้อง ตระหนักอยู่ตลอดเวลา เราจะสามารถท างานของแผ่นดินซึ่งคืองานราชการนั้น ให้เกิดแก่พี่น้องประชาชนได้ อย่างแท้จร ิง ซึ่งนั่นหมายความว่า เราจะได้ช่วยท านุบ ารุงประเทศชาติศาสนา พระมหากษัตร ิย์ และพี่น้อง ประชาขนให้มีความสุข ความเจร ิญได้ ดังที่พวกเราจะเห็นได้จากพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใจความส าคัญว่า เราทุกคนมีภารกิจหน้าที่ ท าให้พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมุ่งหวังว่า จะท าให้อาณาราษฎรมีความสุขตลอดไป ด้วยการนึกถึงสิ่งที่เป็นเป้าหมายส าคัญในชีวติของพวกเรา คือเป็นคนดีของแผ่นดิน อยากเป็นคนดีของประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยการมีความปรารถนา อย่างแรงกล้า (Passion) เราต้องมีเป้าหมายว่าเราอยากจะท าให้ประชาชนมีความสุข บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชน สิ่งหนึ่งที่จ าเป็นต้องน ามาใช้ในชีวติ ประจ าวัน คือการประมวลวิเคราะห์ข้อมูล ว่าสิ่งที่เคยท าอยู่สิ่งที่เคยเป็นมา ว่ามีอะไรผิดพลาด ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ ท าไมประชาชนของเรา อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สู้ดีนัก จนองค์การสหประชาชาติ(UN) ถึงออกมารณรงค์ให้ทุกคนช่วยกัน Change for Good เพื่อให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น โดยให้เป้าหมายในการท างานที่ส่งผลดีอย่างยั่งยืน SDGs ทั้ง 17 ข้อ เร ื่องแรกคือเราต้องช่วยกันระดมสมอง หาจุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางในการท างาน งานเพื่อพี่น้องประชาชนนั้น กระทรวงมหาดไทยท ามากว่า 130 ปีแล้ว ในปีนี้ ปี 2566 กระทรวงมหาดไทยครบ 130 ปีมีคนท ามาก่อนเรา แต่ท าไมปัญหายังไม่หมด ท าไมเรายังต้องท างาน ค าตอบ ก็คือ มันต้องมีกระบวนงาน หร ือวิธีการท างาน เนื้องานที่ผิดบ้าง ไม่สมบูรณ์แบบ ถึงยังมีปัญหา ดังนั้นการ เปิดใจพูดคุย เราจะค้นพบปัญหา เพื่อช่วยกันปรับทัศนคติปรับวธิ ีการท างาน แก้ไขในสิ่งผิด ให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นรว่มกัน Change for Good ท าให้ดีขึ้น เป็นการแก้ไขในสิ่งผิด ตัวงานอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ผิด ตัวงานอาจจะใช่ก็ได้ ไม่มีค าตอบตายตัวให้และพื้นที่ว่าผิดที่ตรงไหน เป็นสิ่งที่ทุกท่านต้องช่วยกันคิด ในการทา เพื่อให้ประเทศชาติมั่นคงประชาชนมีความสุข แก้ไขสิ่งผิดนั้น 11
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 5 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 มีพระราชปณิธานที่ทรงจะ “สืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชด าร ิของพระบรมชนกนาถ และจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร ตลอดไป” และเป้าหมายองค์การสหประชาชาติ(UN) 17 ข้อ ที่น ามาขับเคลื่อน คือสิ่งที่ล้วนตอกย้าให้เรา มั่นใจได้ว่าสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานไว้ให้เรานั้น คือเร ื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเรอ่ืงที่ถูกต้องทั้งสิ้น รวมถึง ทฤษฎีใหม่ สามารถใช้แก้ไขปัญหาได้จร ิง ถูกต้อง และเป็นที่ยอมรับ ผ่านโครงการในพระราชด าร ิมากกว่า 4,000 โครงการ ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 จึ ง ใ ช้ ค า ว่ า ท ร ง สื บ ส า น พระราชปณิธานภายใต้หลัก ป รั ช ญ า ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พอเพียง ทั้งหมดคือปฐมบท ให้พวกเราเกิดความมั่นใจที่ จ ะ น้ อ ม น า แ น ว พ ร ะ ร า ช ปณิธานของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และพระบรม ช น ก น า ถ ม า เ ป็ น ฐ า น เช่นเดียวกันหลักการทรงงาน โดยท่านให้ยึดหลัก บรม บวร ครบ ท างานร่วมกันทุกภาคส่ วน ทั้ง 7 ภาคีเคร ือข่าย ต้องร่วมมือกัน ไว้วางใจกัน ต้องเชื่อใจกัน ต้องกล้าเปิดเผยความในใจให้กัน ทั้งนี้ เพื่อให้รากฐานแห่งการขับเคลื่อนงานบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข เป็นไปอย่างถูกต้อง ส่วนส าคัญที่เราจึงต้องจัด โครงการอบรมนี้ขึ้น ท าไมต้อง CAST ? นั่นก็เพราะประชาชนยังเดือดร้อนอยู่ ประชาชนมีความทุกข์อยู่ เราต้องท าหน้าที่ตามอุดมการณ์ที่เรามีอยู่ตั้งแต่ต้น ที่มารวมกันอยู่ตอนนี้เราต้องมีสิ่งที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวอยากให้มี คือ มีจิตเสียสละ มีจิตอาสา มีความเมตตามีความกรุณา ต่อพี่น้องประชาชน ต่อประเทศชาติ 12
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 6 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย อินาโมร ิคาซูโอะ กล่าวไว้ว่า ความส าเร็จเกิดขึ้นได้แน่นอน ถ้าทุกคน มีทัศนคติที่เป็น บวก เหมือนค าว่าจิต อาสา จิตใจคิดถึงส่วนรวม คนที่จะ ป ร ะ ส บ ค ว า ม ส า เ ร็จ ( Success) ส่ ว นม าก ม าจาก คนที่ มี ทั ศ นคติ ดี (Attitude) ส่วนความรู้ (Knowledge) ความสามารถ(Ability) นั้น ทุกคนมี แ ต่ ม า ก น้ อ ย ไ ม่ เ ท่ า กั น ซึ่ ง ไ ม่ ใ ช่ สาระส าคัญ ถ้าทุกคนมีทัศนคติที่ดี เมื่อมีทัศนคติที่ดีจะสามารถดึงเอาองค์ความรู้ของทั้ง 10 คน มารวมกัน แตกต่าง หลากหลาย แต่กลายเป็นส่วนผสมที่เติมเต็มกันเพื่อไปขับเคลื่อนการท างานนั้น มีสูงมาก ต่างคน ต่างความสามารถกัน เด่นคนละอย่าง ไม่จ าเป็นต้องเหมือนกัน ถนัดคนละด้าน เมื่อมารวมกันแล้ว ท างานเป็นทีม สิ่งที่ส าคัญที่สุดที่พวกท่านมีแน่ คือ การมีทัศนคติดี มีจิตเสียสละ มีความปรารถนา อันแรงกล้า (Passion) อยากท าสิ่งที่ดีให้หมู่บ้าน ต าบล อ าเภอของเรา ให้พี่และน้องประชาชนมีความสุข อย่างยั่งยืนมันเกิดขึ้น ซึ่งในการท างาน “ก าลังใจ” เป็นสิ่งส าคัญที่จะท าให้อุดมการณ์ของแต่ละคนยังคงอยู่ ฝากให้ช่วยกันท างาน และต้องมีความ “อดทน” ฝากให้ทุกคนอดทนต่อความยากล าบากในการขับเคลื่อนงาน ให้ประสบความส าเร็จ ค าว่าอดทน ภาษาจีน แต้จวิ๋มาจากค าว่า มีดบังตอแทงทะลุหัวใจ แล้วไม่ตาย คือ อดทน กรุงโรมไม่ได้สร้างวัน เดียวส าเร็จ ปัญหาของผู้คนที่จะมาบั่นทอน จิตใจอาจจะมีเยอะมาก ท าให้อาจจะบั่น ทอนก าลังใจในการท างานได้ แต่ถ้ายึดหลัก ว่าเราจะต้องอดทน เพื่อท าสิ่งที่ดีตอบแทน คุณของแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของพวก เรา เราจะทา ได้อีกส่วนหนึ่งที่อยากให้พวกเราให้ก าลังใจซงึ่กันและกัน มีนัยยะว่าจะทา ให้เกิดความอดทนเพิ่ม มากขึ้นด้วย 10 คนที่มาด้วยกันต้องอดทน อย่าบั่นทอนก าลังใจกันเองในทีม ช่วยกันให้ก าลังใจ และค านึงถึง เป้าหมายที่มีร่วมกัน คือ เพื่อความสุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของเราท าให้เกิดขึ้น ส่วนที่ส าคัญในโครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน สิ่งที่อยากให้เกิดขึ้นคือ อยากเห็นพวกเราร่วมมือกับทุกภาคีเคร ือข่ายอย่างจร ิงจัง และอยากให้พวกเราทุกคนให้ก าลังใจกัน เพื่อที่จะน้อมน าเอาพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมชนกนาถ มาเป็นก าลังใจ ด้วยการท าตัวเป็นรวงข้าว ท างานร่วมกับภาคีเคร ือข่าย และโน้มเข้าหาประชาชน และประชาชนยกย่องให้ นายอ าเภอเป็นผู้น า แต่นายอ าเภอคนเดียวบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืนไม่ได้ 13
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 7 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ประสบการณ์ 130 ปี กระทรวงมหาดไทย สอนว่าเราต้องมีความรัก ความเมตตาประชาชน เหมือนดั่ง ชื่อกระทรวงมหาดไทย คือ มหทย หมายถึง ใจที่มีความรักความเมมตาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งใหญ่ คือ รักคนอื่นมากกว่าตนเอง เหมือนดั่งสีของกระทรวงมหาดไทย คือ สีด า หมายถึง สีแห่งความรักที่เป็น อมตะ ตามความเชื่อของฮินดูหร ือพราหมณ์ คือ รักผู้อื่นไม่ใช่รักตนเองหร ือคู่รัก แต่หมายถึงความรัก ประชาชน รักชาวบ้าน พวกเราโดยเฉพาะท่านนายอ าเภอ ในฐานะผู้น าทีม ต้องขอให้ทีมของท่านมั่นใจว่า ท่านเสียสละมาด้วยความรักในบ้านเกิดเมืองนอนนั้น ตรงกับจิตเจตนาของท่านนายอ าเภอและน าทีม อย่างมั่นใจ ปลุกขวัญก าลังใจให้ทีมเชื่อมั่นว่า ทีมของท่านก าลังสร้างและเผยแพร่ความรัก ความเมตตา ความมีจิตอาสา ที่มีต่อสังคม ต่อผู้อื่น ให้แก่ประชาชน ให้ขยายวงกว้างขึ้นเพิ่มมากขึ้น จากนี้ทีมต้องกลับไป ค้นหาทีมที่ 2 ทีมที่ 3 ขยายทีมออกไปให้ครบทุกหมู่บ้าน แปลว่าครบทุกต าบล ครบทุกอ าเภอ จนครบทั้ง 76 จังหวัด สิ่งที่เป็นเป้าหมายว่าประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุขจะต้องเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ทีมคือเร ื่องส าคัญ ทีมและ 7 ภาคีเคร ือข่ายพัฒนา ต้องสร้างทีมหมู่บ้านบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุขแบบบูรณาการ อย่างยั่งยืน จ านวนคนในทีมนั้นคัดเลือกตามความเหมาะสมกับพื้นที่ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวเป็นทีมประชาชน แต่คุณสมบัติที่ต้องมีเหมือนกันกับทีมอ าเภอ คือ จิตใจที่เสียสละ ที่เราเร ียกว่าจิตอาสา ต้องช่วยกันค้นหา ช่วยกันแนะน าคนที่มีคุณสมบัติ เมื่อมีทีมหมู่บ้านที่เป็นทีมจิตอาสาแล้ว ท่านนายอ าเภอต้องน าทีมราชการ ระดับต าบลไปแนะน าทีมหมู่บ้านให้รู้จักหน้าที่ และท าตามหน้าที่อย่างแข็งขัน ทั้งสองทีม ทั้งทีมจากหมู่บ้าน และทีมราชการ ต้องรวมทีมกันเป็น One Team งานแรกที่ท่านต้องสั่งปลัดอ าเภอที่รับผิดชอบต าบล น าพาทีมข้าราชการที่รับผิดชอบประจ าต าบลลงไปปรับปรุงบุคคล พูดคุยกับกรรมการหมู่บ้าน ที่มีผู้ใหญ่บ้าน เป็นประธาน ปลุกเร้าให้ช่วยกันท าหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย 14
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 8 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย คนไทยโชคดีที่มีพระมหากษัตร ิย์เป็นประมุขที่เป็นหลักชัย น าพาประเทศไทยเป็นเอกราชอยู่บน ผืนแผ่นดินไทยจนถึงทุกวันนี้ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานแนวทางพระราชด าร ิ แนวทางดีๆ จากทุกพระองค์ มาเป็นกรอบของการด าเนินการที่ถูกต้อง และท าให้เกิดสิ่งที่ดีอย่างยั่งยืนในหลายด้าน มากมาย ทั้งหลายทั้งปวงเป็นสิ่งที่ท าให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย และ องค์การสหประชาชาติ(UN) ประเทศไทย สองส่วนนี้จะเป็นกรอบส าคัญในการท างานแบบมีส่วนร่วม ที่จะร่วมมือกันให้ไปสู่เป้าหมาย การพัฒนาอย่างยั่งยืน ปฐมบทของภาพรวม ของเป้าหมายที่เราต้องช่วยกันขับเคลื่อนไปตามโครงการนี้ให้เกิดขึ้น ในทุกหมู่บ้าน คือ หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่น้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง หร ือ SDGs ทั้ง 17 ข้อ ไปสู่วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนได้เรม่ิตั้งแต่ประการที่หนึ่ง ความมั่นคงด้าน อาหาร โดยมีพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมาร ี เป็นผู้น าในการขับเคลื่อนให้เกิดการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร ตามโครงการบ้านนี้รัก ปลูกผักกินเอง และโครงการทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน ดังตัวอย่างความส าเร็จที่ต าบลโก่งธนู จังหวัดลพบุร ี ที่นอกจากจะสามารถช่วยลดรายจ่ายแล้ว ยังท าให้ประชาชนมีอาหารปลอดภัยกินในครัวเร ือน และเป็น กิจกรรมที่ท าให้เกิดความรัก ความสามัคคีให้เกิดในครอบครัว ในหมู่บ้าน ในต าบล ในอ าเภอ เพราะตาม โครงการนอกจากจะส่งเสร ิมมุ่งเน้นให้ปลูกผักสวนครัวเต็มพื้นที่แล้ว ยังให้ใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์เช่น พื้นที่วัด โรงเร ียน ถนน หร ือที่ดินสาธารณะประโยชน์อื่นๆ เป็นแหล่งอาหารด้วย เป็นการสนับสนุนให้ประชาชน รู้จักการแบ่งปัน จุนเจือช่วยเหลือกัน ให้รู้จักเก็บเมล็ดพันธุ์และขยายพันธุ์พืชผักสวนครัว ตามโครงการ ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืช หร ือ โครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชตามแนวพระราชด าร ิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมาร ี(อพ.สธ.) นอกจากนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิร ิวัณณวร ี นาร ีรัตนราชกัญญา 15
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 9 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ทรงพระราชทานแนวทางหมู่บ้านยั่งยืนด้านอาหารเพิ่มเติม โดยให้หาพื้นที่ที่ท าไรท่ านาในเวลาปกติ น ามาสร้างความมั่นคงด้านอาหาร แปลงรวมของคนในหมู่บ้าน หร ือที่ในหัวไร่ปลายนาของตนเอง ปลูกพืชผักสวนครัว และให้รวมกลุ่ม รวมผลผลิตมาท าการถนอมอาหาร เพื่อยืดอายุให้เก็บได้นาน และเพิ่มมูลค่าเป็นรายได้เสรมิรวมถึงการสนับสนุนให้เลี้ยงไก่ไข่ เป็ดไข่ เพื่อให้มีไข่กินในครัวเร ือน ช่วยกันเลี้ยงกบ จงิ้หรดีและปลา เพิ่มเติมขึ้นมา เป็นการขยายมิติความมั่นคงทางอาหาร เพื่อเป็นคุณสมบัติ ของหมู่บ้านยั่งยืน และค านึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยการบรหิารจัดการขยะและน ้ าเสีย ไม่ปล่อยทิ้งลงไปในแหล่งน ้ า สาธารณะ ไม่ให้เกิดมลภาวะที่เป็นพิษต่อน้า ต่ออากาศ ต่อสิ่งแวดล้อมที่ให้ออกซิเจนกับพวกเรา ให้ความชุ่มชื้น ให้อาหาร ให้ยารักษาโรคแก่เรา อยากให้ทุกคนลองนึกถึงสมัยทุกคนเป็นเด็กวัยประถม ภาพหมู่บ้านที่มี ความรักสามัคคี มีฟักทองแกงบวดหนึ่งหม้อ แบ่งปันกันกิน แบ่งท าบุญ แบ่งปันเพื่อนบ้าน นึกภาพศาลาวัด ที่ผู้คนคับคั่ง ไม่เหมือนสมัยนี้ที่คนไม่ค่อยไปท าบุญที่วัด นึกถึงงานขึ้นบ้านใหม่ งานท าบุญสงกรานต์ งานขึ้นบ้านใหม่ ที่ผู้คนไปช่วยกันท ากับข้าวโดยไม่ต้องจ้าง ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เป็นความงดงาม ของประเพณี การเร ียก คุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยาย โดยที่ไม่ได้เป็นญาติกัน เราเร ียกกันด้วยวัยวุฒิ เพราะจิตใจของคนไทยเป็นคนที่อ่อนโยน ให้เกียรติยกย่องทุกคน อยากให้น าบรรยากาศนั้นกลับมาให้ได้ ให้ผู้คนรักกันให้ได้ เป็นสภาพปัญหาที่เราต้องช่วยกัน เพื่อเป็นแนวทางการท างานในการพัฒนา ท าให้วิถีชีวิต อันดีงามนั้นกลับมา ให้ผู้คนเข้าใกล้ศาสนาให้มากขึ้น ไม่ว่าศาสนาใดก็ต้องช่วยกัน ซงึ่ต้องเรม่ิจากผู้น าต้องท าก่อน ต้องช่วยกันในการด าเนินการ ซึ่งกรมการปกครองได้ท าคู่มือหมู่บ้านยั่งยืน ซึ่งจะประกอบด้วย วิธีการท างาน ที่เรม่ิต้นตั้งแต่การหาคนเข้ามาอยู่ในโครงสร้างของการบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน โดยมี 2 ทีม คือ ทีมตามค าสั่ง และทีมจิตอาสา ที่มีความเสียสละมาช่วยเสร ิม ในการหาร ือ ค้นหาปัญหา เพื่อพัฒนา ปรับปรุงหมู่บ้าน ต าบลของตนเอง ขอให้ท่านนายอ าเภอและทีม มุ่งมั่น เอาจร ิงเอาจัง ในการขับเคลื่อน นายอ าเภอจ าเป็นต้องมีอุดมการณ์ที่มุ่งมั่น เพื่อสร้างขวัญก าลังใจให้ทีมจิตอาสาด้วย ไม่ใช่ท าเพราะท าตาม ค าสั่ง ทีมงานต้องช่วยกันกดดัน กระตุ้นนายอ าเภอ และส่งข่าวด้วยการรายงานให้ปลัดกระทรวงทราบ ค าตอบของนายอ าเภอที่เอาจร ิงเอาจัง เป็นเหมือนดั่งเช่นกับไม้หอม ที่ส่งกลิ่นหอมลอยทวนลมมาถึง ส่วนกลางในที่สุด ขอให้ท่านและทีมงานช่วยกันเอาจร ิงเอาจัง ช่วยกันท าสิ่งที่ดีช่วยกันบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้พี่น้องประชาชน ในหมู่บ้าน ต าบล อ าเภอของทุกท่านให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้ลูกหลานเกิดมา ในสภาพแวดล้อมที่ดี ขอให้ช่วยกันสานฝันให้เป็นจร ิง สร้างคุณงามความดีภายใต้การด าเนินงานโครงการ อ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 16
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 10 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 17
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 11 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 18
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 12 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 19
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 13 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 20
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 14 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 21
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 15 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 22
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 – 20 มกราคม 2566 16 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 23
สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการอําเภอบําบัดทุกข์บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. ๒๕๖๖ 24
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 - 27 มกราคม 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 1 ท าไมต้อง CAST ? รุ่นที่ 2 นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย การอบรมโครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ในรุ่นที่ 2 นี้ มีผู้เข้ารับการอบรม 1,080 คน กระจายอบรมอยู่ใน 11 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ วันนี้จึงมีความยินดีที่ได้พบเจอกับทุกท่าน ผ่านทางระบบออนไลน์รูส้ ึกยนิดีเป็นอยา่งยงิ่ที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีเปิดในวันนี้ เนื่องจากท่านปลัดกระทรวง มหาดไทยท่านติดรับเสด็จฯ อยู่ที่จังหวัดสกลนคร ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้มีโอกาสได้มาเข้ารับการฝึกอบรมที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ทั้ง 11 ศูนย์ฯ ของกรมการพัฒนาชุมชน และมีบรรยากาศที่เหมือนกับวิทยาลัยการปกครอง ซึ่งเป็นบรรยากาศ ในการใช้ชีวิต บรรยากาศในการอบรม มีโอกาสได้ไปเจอกัน ได้ท ากิจกรรมร่วมกัน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการ พัฒนาชุมชน เขามีศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งเป็นศูนย์ที่เป็นที่คาดหวังให้หน่วยงานราชการ หร ือภาคเอกชน ได้มีโอกาสได้เข้าไป ใช้ซึ่งในปัจจุบันนี้ศูนย์ฯ เหล่านี้เป็นแหล่งเร ียนรู้ในเร ื่องของการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคก หนอง นา ท าให้ท่านได้มีโอกาสเห็นบรรยากาศของจร ิง โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน เป็นโครงการที่ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย มีความคาดหวังอย่างมากที่อยากจะให้อ าเภอเป็นกลไกส าคัญในการด าเนินการการปฏิบัติภารกิจส าคัญ ในการบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข โดยใช้กลไกในพื้นที่ที่เราเร ียกว่า ภาคส่วนต่าง ๆ ทั้ง 7 ภาคีเคร ือข่าย โดยมีท่านนายอ าเภอเป็นผู้น า เมื่อพูดถึงการบูรณาการ เราจะคุ้นเคยกัน โดยเฉพาะนายอ าเภอ ปลัดอ าเภอ ซึ่งความจร ิงค าว่าบูรณาการ หร ือการประสาน การปฏิบัติ เราด าเนินการมาตั้งแต่เราเป็นปลัดอ าเภอเล็ก ๆ เราคงเคยได้ยินค าว่า บ้าน วัด โรงเร ียน และค าว่าภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ภาคราชการ เป็นภาคีเคร ือข่ายที่เราเคยร่วมกันท างานมาตั้งแต่ในอดีต ในพื้นที่ ความคาดหวังของปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านอยากเห็นว่ามีผู้น าที่ท าหน้าที่ในการบูรณาการ การท างาน ในระดับจังหวัด คาดหวังว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นายกรัฐมนตร ีของจังหวัด ระดับอ าเภอจะมีนายอ าเภอ เป็นนายกรัฐมนตร ีระดับอ าเภอ ความหมายก็คือว่า รบัผิดชอบ รบัรู้หรอืน าสิ่งที่เป็นเรอ่ืงต่าง ๆ ของทุกกระทรวง ทบวง กรม น ามาขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ทุกเร ื่อง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอ าเภอเป็นผู้น า ตรงนี้จึงเป็นที่มาของการอบรม โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ซึ่งวัตถุประสงค์ส าคัญของการท าโครงการ คือต้องการ ที่จะให้ทุกท่านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ได้มีความรู้ มีความเข้าใจในการด าเนินการตามเป้าหมายต่าง ๆ ซึ่งตามหลักสูตรจะเห็นว่ามีวิชาหลักการทรงงาน การพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่น ามา ปรับใช้ในการปฏิบัติราชการในการบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุขแก่พี่น้องประชาชน วัตถุประสงค์ประการที่ 2 เพื่อปลูกฝังค่านิยม การเปลี่ยนแปลงผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งจะน าไปสู่การขับเคลื่อนและสร้างกลไกการท างานร่วมกันกับภาคส่วนต่าง ๆ ให้ มีส่วนร่วมในการจัดท ากิจกรรมพัฒนาสาธารณูปโภค หร ือจะท าอย่างไรในการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และมีค่านิยม ที่เสียสละ มีจิตอาสา มีจิตสาธารณะแบ่งปัน วัตถุประสงค์ประการที่ 3 เพื่อให้ผู้รับการฝึกอบรมน าความรู้ ความเข้าใจ ไปขยายผล ตระหนักรู้การเผยแพร่ การปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และประการสุดท้าย เพื่อที่จะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนเร ียนรู้กัน ซึ่งเป็นกลไกที่ส าคัญ อันจะเป็นประโยชน์ ในการพัฒนาเคร ือข่ายการท างานเป็นทีม 25
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 - 27 มกราคม 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 2 “ท าไมต้อง CAST” (แคส) ถ้าฟังการออกเสียงแคส จะคล้ายกับการ CASTING (แคสติ้ง) ของดารา นักรอ้งต่าง ๆ C – A – S – T เป็นตัวย่อ คือ C = Change A = Agents for S = Strategic T = Transformation คือท าอย่างไรที่จะสามารถเป็น ตัวแทน หรอืเป็นกลไกที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่ในสิ่งที่ดีไปในเชงิของยุทธศาสตร์หรอืกลยุทธ์ที่มีความจา เป็นที่ต้อง ด าเนินการ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่า เราเป็นข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย นายอ าเภอ ปลัดอ าเภอ ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน เราคุ้นเคยกับการบูรณาการ การท างานรว่มกับภาคีเครอืข่าย แต่สิ่งที่ก าลังจะย ้ าอีกทีเนื่องจากเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป องค์ประกอบต่าง ๆ ในสถานการณ์ปัจจุบันก็เปลี่ยนไป จึงมีการฝึกอบรม เพื่อมุ่งหวังตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ซึ่งการอบรมทั้ง 5 วัน ก็มีความความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ผลลัพธ์อย่างเต็มที่ซึ่งเราเป็นข้าราชการ ของพระเจ้าอยู่หัว เป็นข้าราชการที่จะต้องน าองค์ความรู้ แนวพระราชด าร ิต่าง ๆ ของสถาบันพระมหากษัตร ิย์ น้อมน า มาสู่การปฏิบัติให้บังเกิดผล ยกตัวอย่างเช่น ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านให้พระบรมราโชวาทไว้ว่า “งานราชการนั้น คือ งานของแผ่นดิน ซึ่งมีความหมายอย่างลึกซึ้ง และยังได้กล่าวถึงว่าข้าราชการจะต้องส าเหนียก ตระหนักอยู่ตลอดเวลาถึง ฐานะและหน้าที่ของตนแล้วตั้งใจปฏิบัติงานทุกอย่างโดยเต็มก าลัง สติปัญญาความสามารถ ด้วยความสุจร ิต เที่ยงตรง และด้วยความมีสติยั้งคิด รูว้่าสิง่ ใดถูกสิ่งใดผิด สิง่ ใดควรกระท า สิง่ ใดควรงดเว้น เพื่อให้งานที่ทา ปราศจากโทษเสียหาย และบังเกิดผลประโยชน์ที่แท้ คือ ความเจร ิญมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ให้พระบรมราโชวาทไว้ว่า “"งานราชการนั้น ต้องอาศัยความรู้ 3 ส่วนในการ ปฏิบัติ คือความรู้ในหลักวิชาที่ถูกต้อง แม่นย า ลึกซึ้ง กว้างขวาง ความรู้ในการปฏิบัติบร ิหารงานตามภาระหน้าที่ และความรู้คิดวินิจฉัยที่ถูกต้องด้วยเหตุผล หลักวิชา และหลักธรรม ข้าราชการทุกคนจึงต้องสร้างสม อบรมความรู้ทั้ง สามส่วนนี้ ให้สมบูรณ์พร้อม อย่าให้บกพร่องในส่วนใดเป็นอันขาด จะได้สามารถปฏิบัติงานให้บรรลุผลเป็นประโยชน์ ทแี่ทท้ ัง้แก่ประเทศชาติและประชาชน" ซงึ่พระบรมราโชวาทพระราชทานเหล่านี้เป็นสิ่งทเี่ราต้องน ามาปฏิบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระปฐมราชโองการว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดิน โดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ค าว่าสืบสาน ก็เป็นการสืบสานสิ่งที่ในหลวงรชักาลที่9 ได้ทรง พระราชทานไว้ เป็นโครงการ พระราชด ารัส พระราชด าร ิต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด าร ิ มีถึง 5,000 กว่าโครงการ ซงึ่จะสืบสานและรกัษาไว้ทุกโครงการ และต่อยอดเพื่อที่จะให้เกิดในสิ่งทดี่ีและพัฒนามากขึน้ ด้านกระทรวงมหาดไทย ได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2535 พระราชทานแก่ข้าราชการในสังกัด กระทรวงมหาดไทยในโอกาสที่กระทรวงมหาดไทยครบรอบ 100 ปี พระราชทานไว้ว่า “หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย พูดอย่างรวบรัด คือการอ านวยความสุขสวัสดีที่ท าอยู่นั้น อาจจ าแนกตามประเภทงานได้เป็น 4 ด้าน คือการอ านวยความ มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การพัฒนาอาชีพและฐานะความเป็นอยู่ การพัฒนาจิตใจให้อยู่ร่วมกันได้ ด้วย ความสุขและความสามัคคีปรองดอง และการให้การศึกษาเพื่อสร้างอนาคตที่แจ่มใส...” ซึ่งเป็นไปตามภารกิจของ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอ าเภอ และพวกเราชาวมหาดไทยที่มีสโลแกนว่า บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ก็คือการแก้ไขปัญหา ความทุกข์ของประชาชน และสร้างความสุขให้พี่น้องประชาชน นี่เป็นเป้าหมายส าคัญ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศร ีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน พระราชด ารัสไว้เมื่อ 30 มิถุนายน 2563 ไว้ว่า “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสาน ในพระราชปณิธาน ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นสิ่งที่พระองค์ได้พระราชทานให้ทุกคนช่วยกันท า อะไรที่เป็นสิ่งที่ผิดก็แก้ไข ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเตือนคนไทย ถึงเร ื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 มีอยู่ 4 เร ื่องหลัก ๆ ที่ยังเกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน 1) ภัยพิบัติธรรมชาติ 2) โรคระบาด 3) วิกฤตเศรษฐกิจ และ 4) ความขัดแย้งสงคราม ซึ่งพระองค์ทรงเตือนมามากกว่า 18 ปีแล้ว ปัจจุบันเกิดขึ้น 26
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 - 27 มกราคม 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 3 จร ิงและเห็นภาพชัดเจนมาก และยังคงจะได้เห็นปัญหาเหล่านี้ไปอีกอย่างต่อเนื่อง เกิดเป็นความเดือดร้อน ของประชาชน รัฐบาลก็มีโครงการต่าง ๆ มาช่วย ในฐานะข้าราชการ หร ือเป็นคนที่ปฏิบัติงานต้องช่วยกันน้อม น าและสนองแนวทางต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนคนไทย ท าไมต้อง CAST ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ให้แนวทางไว้ว่า สิ่งที่จะต้องเกิดขึ้น คือควรที่จะต้อง ท ายังไงที่จะสามารถปฏิบัติตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งสิ่งแวดล้อม สงคราม เศรษฐกิจ ล้วนแล้วจะส่งผลต่อคุณภาพชวีติของประชาชนทั้งสิ้น ท ายังไงที่จะท าให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป้าหมายก็คือว่าจะต้องสร้างสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้น ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยใช้ค าว่า Change for Good ท าสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้น งานที่ท าก็ท าให้ดีขึ้นได้งานที่เป็น งานใหม่ ๆ คิดให้ดีขึ้นได้ และที่ส าคัญ คือ การมีส่วนร่วม งานที่ท าในปัจจุบันนี้ท าโดยคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เพราะปัญหาสลับซับซ้อน เพียงหน่วยงานเดียว คนก็ไม่พอ งบก็ไม่พอ พลังก็ไม่พอ จึงต้องอาศัยการมีส่วน ร่วม ร่วมท า ร่วมคิด ร่วมรับผิดชอบ และเกิดคุณค่าต่อสังคม พร้อมยกระดับการปฏิบัติงานและการให้บร ิการ ต่อประชาชน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ทางกระทรวงมหาดไทยเองต้องการให้เกิดขึ้น ต้องการให้มีผู้น าในระดับพื้นที่ มี Agent มีตัวแทนในการท างาน มีการเปลี่ยนแปลง และมีการน าไปสู่ในสิ่งที่ดีจะส าเรจ็ขึ้นได้ต้องอาศัย 1) ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ความรู้บร ิบทในเนื้องานต่าง ๆ 2) มีความคิดมีทัศนคติที่ดี มีความตั้งใจมุ่งมั่น และ 3) มีความสามารถ จะท าให้เกิดความส าเร็จ ในแต่ละพื้นที่มีความยากแตกต่างกัน อย่างเช่น ทางภาคเหนือก็จะมีปัญหาบนพื้นที่สูง ไฟป่า หมอกควัน ความยากจนของภาคเหนือก็มีลักษณะเฉพาะ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปัญหาเร ื่องการท ามาหากิน แห้งแล้ง ซึ่งลักษณะปัญหาย่อมมีความแตกต่างกัน การจะท างานขึ้นมาได้จะต้องใช้ความรู้ ทัศนคติ ความสามารถ ความอดทน และมีจิตใจให้เข้มแข็ง ทางกระทรวงมหาดไทยได้น้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงน ามาใช้ โดยมองว่าเศรษฐกิจพอเพียง คือ ทฤษฎีใหม่ที่เป็นทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก เป็นทางรอดที่จะท าให้เกิดความเจร ิญขึ้นมาได้ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ขนาดไหน ถ้าได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ก็จะสามารถสร้างความเจร ิญขึ้นมาได้ ต้องมีความเพียร มีความอดทน มีความตั้งใจ ตรงนี้ทางกระทรวงมหาดไทย ทุก ๆ กรม และผ่านมาที่กรมการ พัฒนาชุมชนเป็นหลัก ท าให้เห็นความเป็นรูปธรรมว่าสามารถท าได้จร ิง ปฏิบัติได้จร ิง แก้ไขปัญหาได้จร ิง สามารถช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนได้จร ิง รูปแบบในหลักสูตรทั้ง 5 วันนี้ ท่านจะได้รับความรู้ 27
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 - 27 มกราคม 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 4 และเห็นของจร ิง พร้อมได้ฝึกปฏิบัติ โดยมีวิทยากรให้ค าแนะน าให้เกิดผลเป็นรูปธรรม คือได้เร ียนรู้ทั้งทฤษฎี และเห็นผลในทางปฏิบัติ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้มาลงนามประกาศเจตนารมณ์ เพื่อให้ประเทศไทยเกิดความ ยั่งยืน บรรลุ 17 เป้าหมายของ UN หมายถึงเป็นเป้าหมายของทุกจังหวัด และของทุกอ าเภอ รวมถึงประชาชน ทุกคนด้วย ว่าจะเป็นเป้าหมาย เป็นค ามั่นสัญญาร่วมกันว่าจะไปท างานต้องเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนก่อน แล้วจึงมีกิจกรรมที่จะไปท างานให้บรรลุเป้าหมายนั่น ทั้ง 17 เป้าหมาย ถ้าจะแบ่งเป็นกลุ่มก็แบ่งได้ว่า 1) เป้าหมายในเร ื่องของคน เกี่ยวกับเร ื่องของความยากจน ความล าบาก 2) ด้านเศรษฐกิจ จะท าอย่างไรให้มีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 3) ด้านสิ่งแวดล้อม 4) ความเสมอภาค 5) การมีส่วนร่วม โดยกระทรวงมหาดไทยได้มี กิจกรรม/โครงการต่าง ๆ ดังนี้ ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหนึ่งของ 17 เป้าหมาย SDGs ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยผลักดันเร ื่อง ของวันดินโลก (World Soil Day) ภายใต้แนวคิด “อาหาร ก่อก าเนิด เกิดจากดิน” ให้ความส าคัญกับดินทั้งปี 2566 ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2565 เป็นต้นมา จนไปถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2566 กิจกรรมก็เป็นกิจกรรมที่ เกี่ยวข้องกับการสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนัก ดูแลบ ารุงรักษาดิน การปลูกปอเทือง การท าให้ดินมี คุณภาพดีขึ้น มีการจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี ซึ่งตอนนี้ให้ทางอ าเภอสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทุกอ าเภอแล้ว ซึ่ง เป็นกิจกรรมส าคัญที่ท าให้สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรอ่ืงของการพัฒนาคุณภาพดินให้มีคุณภาพ ส่งผลถึง คุณภาพชวีติของพวกเราโดยตรง ในเรอ่ืงของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านของสิ่งแวดล้อม โครงการต่อไป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิร ิวัณณวร ี นาร ีรัตนราชกัญญาได้พระราชทานโครงการ หนึ่งต าบล หนึ่งหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) ซึ่งเป็นการท าให้ชุมชน/หมู่บ้าน ให้เกิดความยั่งยืน โดยยั่งยืนทั้งในเรอ่ืงของคน, ปัจจยั4, สิ่งแวดล้อม, ความปลอดภัย, วัฒนธรรม, ความรกั, และความสามัคคี ซึ่งแนวทางที่ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ทุกจังหวัดด าเนินการ คือ 1 ต าบล 1 หมู่บ้านยั่งยืน โดยให้เลือกหมู่บ้านที่พัฒนาน้อยที่สุด ต าบลละ 1 หมู่บ้าน ประเทศไทยมีต าบล ทั้งสิ้น 7,255 ต าบล ก็จะมี เป้าหมายการพัฒนาหมู่บ้านทั้งสิ้น 7,255 หมู่บ้าน แต่ในทางปฏิบัติท่านนายอ าเภอและภาคีเคร ือข่าย สามารถใช้แนวทางนี้พัฒนาทุกหมู่บ้านในอ าเภอท่านได้เลย ถ้าหากมีความเข้มแข็งพอ และสามารถขึ้นอยู่กับ มิติที่มีความหลากหลายได้ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน อาทิ เร ื่องความเดือดร้อน ที่อยู่อาศัย รายได้ ความปลอดภัย เป็นต้น การแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนในระบบ Thai QM โดยใช้กลไก ศจพ. ที่ได้ส ารวจข้อมูล TPMAP เมื่อปี 2565 สามารถแก้ไขปัญหาใน 5 มิติ และในปีนี้มีเป้าหมายที่จะ ด าเนินการขยายผล โดยกรมการปกครองเก็บข้อมูลในระบบ Thai QM จะมีปัญหาในมิติต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ให้ครอบคลุมทุกปัญหา ดังนั้น ศจพ. และภาคีเคร ือข่ายที่เราจะร่วมมือกันเดินหน้าต่อ พร้อมผนึกก าลังให้มี แรงพลังมากพอที่จะช่วยเหลือประชาชน ถังขยะเปียกลดโลกร้อน เป็นอีกหนึ่งประเด็นส าคัญที่จะช่วยตอบสนองเป้าหมายของ SDGs ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งหน่วยงานหลักคือกรมส่งเสรมิการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอ าเภอจับมือกับภาคีเครอืข่ายช่วยขยายผลถังขยะเปียกลดโลกรอ้นด้วย สิ่งส าคัญต้องท าให้ถูกต้อง 28
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 - 27 มกราคม 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 5 ถูกวธิีด้วย เพราะถ้าท าไม่ถูกต้อง จะท าให้เกิดก๊าซที่เป็นมลพิษ สรา้งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อท า ทุกครัวเร ือนแล้วจะมีส่วนชว่ยทา ให้ลดโลกรอ้นได้ทา ให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร ี ที่มีเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเห็นผลอย่างมากในช่วงสถานการณ์โควิด เดินทางไปตลาดไม่ได้ ร่วมกลุ่มกันไม่ได้ ก็ปลูกผักไว้ที่ บ้านของตนเอง, ช่วยประหยัดรายจ่าย, อาหารปลอดภัย และสรา้งสุขภาพที่ดีเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นเป้าหมายของกรมการพัฒนาชุมชนที่อยากให้ครบ 100% ของครัวเร ือนทั้งหมดได้ปลูกผักกินเอง ซึ่งจะส าเร็จได้ ก าลังส าคัญที่จะช่วยกันคือผู้เข้าอบรมทุกท่าน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นโครงการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิร ิวัณณวร ี นาร ีรัตนราชกัญญาได้ พระราชทานตั้งแต่เร ื่องของการออกแบบลายผ้า วิธีการต่าง ๆ รวมทั้งแนวคิดในสร้างตลาด ค าว่า ผ้าไทยใส่ ให้สนุกเป็นการพระราชทานแนวคิดที่ว่า ท าอย่างไรที่จะท าให้ผ้าไทย ที่เดิมทีนิยมใช้กันอยู่แค่ผู้สูงอายุ สามารถน าเอกลักษณ์ตรงนี้มาเล่นสี เล่นลายผ้า ท าให้ผ้าไทยสามารถใส่ได้ทุกโอกาส ให้มีความหลากหลาย มากขึ้น ซงึ่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการท าให้พี่น้องที่ท าอาชพีทอผ้า จากเดิมมีรายได้ไม่พอที่จะเลี้ยงชีพ ปัจจุบันที่มี การกระตุ้นเร ื่องของตลาดมากขึ้น ก็ท าให้ความต้องการผ้าไทยมีสูงขึ้น จนกระทั่งสร้างรายได้ได้หลายสิบเท่า และท าให้เกิดแนวคิดในการรกัษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย เหตุผลคือวัสดุที่น ามาท าผ้า เกิดจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไหม ฝ้าย ต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดมลพิษต่าง ๆ อีกทั้งสีก็มาจากธรรมชาติ ไม่มีการใช้ สีเคมี ซึ่งจะก่อให้เกิดมลพิษต่อตัวผู้ใช้เอง (ผู้สวมใส่) ทั้งหมดเป็นเป้าหมายเพียงส่วนหนึ่งที่จะน าเสนอว่า เป้าหมายสุดท้ายจร ิง ๆ ก็คือการพัฒนาคุณภาพ ชีวติของพี่น้องประชาชนให้มีคุณภาพชีวติที่ดีขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่มีอยู่แล้วท าให้ดีขึ้น ซึ่งมี กระบวนการ คือ ทุกท่านที่อบรมอยู่นี้ จะเป็นกลไก หร ือเป็นเคร ือข่ายที่จะช่วยขับเคลื่อนงานต่าง ๆ โดยเฉพาะ ท่านนายอ าเภอที่มีภารกิจตามกฎหมาย มีอ านาจหน้าที่ ผู้อนุมัติ ผู้อนุญาตในเร ื่องต่าง ๆ ให้ปฏิบัติหน้าที่ ตามที่กฎหมายก าหนดเป็นไปด้วยความถูกต้อง และขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ด้วยการบูรณาการ ซึ่งการอบรมในครั้งนี้ท่านจะได้รับความรู้ และแนวทางการด าเนินการ พร้อมสู่การปฏิบัติ สุดท้ายขอขอบคุณท่านวิทยากร ท่านนายอ าเภอ และภาคีเคร ือข่ายที่ได้เข้ามาร่วมอบรมในครั้งนี้ สิ่งที่จะท าให้ประสบความส าเรจ็ได้อย่างเป็นรูปธรรมได้ก็ขึ้นอยู่กับทุก ๆ ท่านที่จะเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลง ใช้กลไกในการท างานร่วมกันในพื้นที่ น าไปสู่การบูรณาการในหลายมิติ ทั้งเร ื่องแผนงาน โครงการ กิจกรรม งบประมาณ และบูรณาการในเร ื่องของความคิดต่าง ๆ ขึ้นมา และจะต้องเร ียนรู้กันแล้วน าไปปฏิบัติ โดยยึดหลักการทรงงาน น ามาปรับใช้ เป้าหมายคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กินดีอยู่ดี พัฒนาด้าน สิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะน าความรูไ้ปสรา้งตัวแบบความเป็นเลิศในการพัฒนา พื้นที่ เพื่อเป็นต้นแบบความส าเร็จและขยายผลความส าเร็จในการปฏิบัติ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ในพื้นที่ต่อไป และขออ านวยอวยพรให้การอบรมครั้งนี้บรรลุวัตถุประสงค์ทุกประการ 29
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 - 27 มกราคม 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 6 30
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 23 - 27 มกราคม 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 7 31
สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการอําเภอบําบัดทุกข์บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. ๒๕๖๖ 32
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 1 ท าไมต้อง CAST ? รุ่นที่ 3 นายสุทธิพงษ์ จุลเจร ิญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมรู้สึกยินดีแล้วก็เป็นเกียรติทุกครั้งที่มีโอกาสได้มาพูดคุย มาพบปะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่น้อง ทีมอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ในรุ่นที่สองนั้นผมไม่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิด เพราะว่าติดไปรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิร ิวัณณวร ี นาร ีรัตนราชกัญญา เสด็จไปสกลนคร ไปเร ื่องผ้า ไปช่วยชาวบ้านและได้มีโอกาสเห็นหมู่บ้านที่บ้านดอนกอย ต าบลสว่าง อ าเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ที่ได้มีโอกาสเห็นเพราะว่าท่านเสด็จพระราชด าเนินเยี่ยมตามบ้านเร ือนระหว่างทางที่เสด็จ พระราชด าเนินไปที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ36 พรรษา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิร ิวัณณวร ี นาร ีรัตนราชกัญญา ที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ท าถวายพระองค์ท่านให้เป็นศูนย์ของการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นเร ื่องภูมิปัญญาผ้าไทย ท่านทรงได้ทอดพระเนตรเห็นบ้านเร ือนที่เป็นระเบียบเร ียบร้อย บร ิเวณหน้าบ้านมีผักสวนครัวเต็มไปหมดทุกบ้าน ทรงอยากไปให้ก าลังใจกับพี่น้องประชาชน โดยทรงเสด็จ พระราชด าเนินเดินเป็นระยะทางร่วมสองกิโลเมตร แวะบ้านโน้น บ้านนี้แต่ละบ้านก็ทรงทอดพระเนตร แล้วก็ ทรงมีพระด ารัสพูดคุยกับเจ้าของบ้าน เกี่ยวกับเร ื่องผักสวนครัว เร ื่องการดูแลครัวเร ือนให้สะอาดสะอ้าน ท่านทรงสัพยอกเป็นการสร้างความเป็นกันเองกับพี่น้องประชาชน ด้วยการเหมือนแซว ถ้าเป็นภาษาสามัญ ชนก็เหมือนแซวว่า มะนาวต้นนี้ดก ไม่คิดที่จะถวายมะนาวบ้างเหรอ ชาวบ้านได้ฟังก็ดีใจ ว่งิไปเก็บมะนาวใส่ถุง มาถวายด้วยมือของชาวบ้านเอง บางทีเจอกะหล่าปลี เจอฟักทองที่มันเลื้อยอยู่ ท่านก็แซวบ้านที่มีฟักทองว่า ฟักทองลูกใหญ่น่ากิน ไม่ถวายบ้างเหรอ เจอกะหล่าปลีเขียวเข้มๆ ท่านก็มีพระราชด ารัสกับเจ้าของบ้าน แล้วผมก็ท้าพิสูจน์ พาไปดูถังขยะเปียกลดโลกร้อนบางบ้านด้วย ท่านบอกว่าหมู่บ้านยั่งยืน คนตื่นตัว ลุกขึ้นมา ท าบ้านเร ือนให้เป็นระเบียบเร ียบร้อย สะอาดสะอ้าน ใช้สอยพื้นที่ดินที่มีอยู่รอบ ๆ บร ิเวณบ้านเป็นพื้นที่สร้าง ความมั่นคงด้านอาหาร มีการจัดกลุ่มเป็นคุ้ม มีการบร ิหารจัดการขยะ จัดท าถังขยะเปียกลดโลกร้อน ผมจึงไม่ ได้มาเป็นประธานเปิดที่รุ่นที่สอง แต่ว่าผมอาศัยจังหวะที่ไปประชุมกับ กปร. กรมชลประทาน และกรมอุทยาน ที่จังหวัดนครนายก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ไปพูดคุยกับท่านที่เข้ารับการฝึกอบรมรุ่นที่สองแทนการเปิด เป็นเคร ื่องยืนยันได้ว่าผมรู้สึกยินดี และเป็นเกียรติทุกครั้งที่มีโอกาสได้มาพูดคุยกับทีมอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน เพราะว่าผมเองก็รับราชการกระทรวงมหาดไทย มาตั้งแต่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2531 จนปัจจุบันครบ 35 ปีแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งสร้างความเชื่อมั่นก็คือว่าถ้าเรามีนายอ าเภอดีพี่น้อง ประชาชนก็จะมีความสุข ถ้าเรามีนายอ าเภอที่มีความตั้งอกตั้งใจในการท างานที่ รองเท้าสึก ก่อนกางเกงขาด คือมีความขยันหมั่นเพียร เจียดเวลาไปเยี่ยมพี่น้องประชาชน ที่ต าบล หมู่บ้าน บวกกับผนึกก าลังกับภาคี เคร ือข่าย ก านัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้น าท้องถิ่นคณะกรรมการหมู่บ้าน ภาคประชาสังคม พระสงฆ์องค์เจ้า ผู้น า ศาสนา ที่อยู่ในพื้นที่ รวมกับภาคธุรกิจเอกชน เช่น โรตาร ี่ สภาอุตสาหกรรม สมาคมส่งเสร ิมการท่องเที่ยว หอการค้า ครูบาอาจารย์ พี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ ถ้าตั้งใจพี่น้องประชาชนก็จะมีความสุข สิ่งที่เราเรยีกว่า รูปธรรม ของการพัฒนาอย่างยั่งยืนก็จะเกิดขึ้น เหมือนเช่น ที่บ้านดอยกอย หร ือที่บ้านโก่งธนู จังหวัดลพบุร ีที่ผมเล่าให้ ฟังบ่อย ๆ หร ือที่บ้านป่าบุก ต าบลแม่แรง อ าเภอป่าซาง จังหวัดล าพูน ที่ผมได้เคยกราบเร ียนอยู่บ่อย ๆ หร ือ เหมือนหลาย ๆ ที่ ที่ท่านนายอ าเภอเคยเห็นประเด็นปัญหาก็คือ กระทรวงมหาดไทย มีทั้งหมด 7 กรม รวม ส านักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และมี6 รัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) องค์การตลาด (อต.) องค์การจัดการน้าเสีย (อจน.) 33
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 2 เรามี6 รัฐวิสาหกิจ พื้นที่เราดูแล 76จังหวัด บวก 1 กรุงเทพมหานคร เหตุที่การใช้บวกไม่นับรวมเป็นเจ็ดสิบ เจ็ดเพราะว่าในแง่ของการบร ิหารจัดการและในแง่ของการให้บร ิการกับพี่น้องประชาชนในเขต กรุงเทพมหานคร กรมต่าง ๆ กับกระทรวง หร ือ สปมท. รวมถึงปลัดกระทรวง มีส่วนร่วมน้อย รัฐวิสาหกิจ ไฟฟ้า ประปานครหลวง ท่านดูแลอยู่ เหมือนที่ท่านดูแลสมุทรปราการ นนทบุร ี ส่วนที่เหลือเป็นประปา ไฟฟ้าส่วน ภูมิภาค ดูแล 76+1 นั้น ค าถามที่ส าคัญหร ือปัญหาที่เห็นอยู่เสมอ คือท าไมถึงมีแต่ต าบลโก่งธนู อ าเภอเมือง ลพบุร ีดี ท าไมต าบลอื่นๆ ของอ าเภอเมืองลพบุร ีไม่ค่อยดีท าไมจังหวัดอื่น ๆ ของจังหวัดลพบุร ีไม่ค่อยดี ค าว่า ไม่ค่อยดีหร ือค าว่าดี มีนัยะหมายถึง การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนเชิงคุณภาพในลักษณะแบบบูรณา การ ท าไมต าบลโก่งธนู อ าเภอเมืองลพบุร ี มี ท าไมที่อื่นๆ ไม่มี แต่ถ้าดูในลักษณะหยาบๆ ว่าท าไมต าบลโก่งธนู แต่ละบ้านแต่ละหลังคาเร ือน มีพืชผักสวนครัว รั้วกินได้เต็มไปหมด อย่างบ้านดอนกอย ก็มีเต็มไปหมด แต่ ท าไมที่อื่นมีบ้าง ไม่มีบ้าง มันไม่สามารถมองเห็นด้วยตา แบบที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิร ิวัณณวร ี นาร ี รัตนราชกัญญา ท่านเห็นด้วยสายพระเนตรของพระองค์ท่านเอง ท่านสรุปได้ว่าชาวบ้านที่นี่ดีรู้จักปลูกผักสวน ครัว รู้จักรวมตัวกันเป็นคุ้ม เป็นกลุ่ม รู้จักดูแลถนนหนทาง ช่วยกันปลูกไม้ดอกและไม้ประดับ ปลูกพืชผักสวน ครัว “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” ค าถามว่า “บ้านนี้รัก ปลูกผักกินเอง” “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” ท่านนายอ าเภอทุกท่านรู้จักหร ือไม่ ท่านต้องตอบว่ารู้จักแน่ เพราะว่าถ้าไม่รู้จักแปลว่า 2 - 3 ปี ที่ผ่าน แสดงว่าท่านไม่เคยช่วยพัฒนาการอ าเภอขับเคลื่อนงานเลย ไม่เคยคิดจะน้อมน าพระราชด าร ิ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมาร ีไปขับเคลื่อนงานเลย ส าหรับผมคิดว่าไม่มีนายอ าเภอคนไหน ไม่ว่าจะเป็นนายอ าเภอที่ด ารงต าแหน่งมายาวนาน หร ือพึ่งด ารง ต าแหน่งจะไม่รู้จักหร ือเคยได้ยิน แต่การเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงกระบวนงานอย่างละเอียดเป็นอีกเร ื่องหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิร ิวัณณวร ี นาร ีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทานแนวพระราชด าร ิ ที่มีชื่อว่า หมู่บ้านยั่งยืน หร ือ Sustainable Village ให้กระทรวงมหาดไทย น้อมน าไปขับเคลื่อน ท่านบอกบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข มันต้องท าให้เกิดหมู่บ้านยั่งยืน ท่านทรงซื้อหนังสือภาษาอังกฤษมาให้เล่มหนึ่ง เราน ามานั่งคุยกันจน ท้ายที่สุดสรุปได้ว่าเหมือนหมู่บ้านพัฒนา เหมือนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เหมือนหมู่บ้านแผ่นดินธรรม 34
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 3 แผ่นดินทอง เหมือนหมู่บ้านเข้มแข็ง เหมือนหมู่บ้านพัฒนา ที่เราเคยไปประกวดกัน แต่ค าถามคือ ท าไมมันมี หมู่บ้านแบบนี้ไม่เยอะ ถ้ามองโลกในแง่ร้ายเราก็จะคิดว่า ท่านผู้น าในแต่ละพื้นที่ เช่น ท่านนายอ าเภอ ขาดอุดมการณ์ไม่มีใจในการที่จะไปปลุกเร้าให้พี่น้องประชาชนตื่นตัวลุกขึ้นมาดูแลครอบครัว ดูแลชุมชน ดูแลต าบล ดูแลหมู่บ้าน ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีและเอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของคนในครอบครัว ของคนในชุมชน เร ื่องราวทั้งหลายทั้งปวงท าให ้เห็น ข้อเท็จจร ิงในประเทศว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนมันมี อยู่ ดังมีตัวอย่างในหมู่บ้านที่เราไปส ารวจ จปฐ. กชช 2ค. Thai QM TPMAP เราได้พูดคุยกับคนในพื้นที่ สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ชัดเจน คือ การพูดคุยถึงรายละเอียดของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในต าบล หมู่บ้าน จะมาพร้อมกับปัญหา ยกตัวอย่าง เช่น ปัญหาที่เกี่ยวกับขยะ ปัญหาเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ ปัญหาเกี่ยวกับ ยาเสพติด ปัญหาเกี่ยวกับเด็กไม่มีทุนการศึกษา ปัญหาคนไม่มีทะเบียนบ้าน ปัญหาคนไม่มีที่อยู่อาศัย ปัญหา ของความยากแค้นล าบาก ความขาดแคลนในโครงสร้างพื้นฐาน ท่านนายอ าเภอก็สามารถที่จะเป็นนักวิจัยได้ ถ้าท่านสนใจ แต่ถ้าท่านไม่สนใจ ท่านก็ต้องเชื่อผมว่าหมู่บ้านเหมือนโก่งธนูเหมือนบ้านดอยกอย เหมือนบ้านป่าบุก ต าบลแม่แรง เหมือนที่ดอนแก้ว เชียงใหม่ มันมีน้อย หมู่บ้านที่จะไม่มีปัญหามีน้อย หมายความว่าภาระหน้าที่ ที่ส าคัญ ของการท าหน้าที่ข้าราชการที่ดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของท่านนายอ าเภอ 878 อ าเภอ เป็นสิ่งที่ท้าทายที่จะต้องพิสูจน์ได้ว่านายอ าเภอคนไหนจะเป็นเหมือนายอ าเภอวังเจ้า จังหวัดตาก นายอ าเภอ ศีขรภูมิ จังหวัดสุร ินทร์ นายอ าเภอหันคา จังหวัดชัยนาท อ าเภอเทพา จังหวัดสงขลา เหมือนนายอ าเภอที่คนยกย่องให้ผมได้ยิน ให้ เพิ่มมากขึ้น ให้มันเฉียดๆ ใกล้ๆ กับ 100 อ าเภอ ตอนนี้มีแค่ 10 อ าเภอ จะครบ 100 อ าเภอ ผมคุยกับอธิบดีกรมการปกครอง ท่านบอกว่ามันต้อง 878 อ าเภอ ท่านมั่นใจใน ตัวพวกเรา ผมเองก็มั่นใจในตัวพวกเรา ว่า พวกเราทุกคนอยาก Change for good อยากท าในสิ่งที่ดีท่านอธบิดีกรมการปกครอง ยิ่งมั่นใจหนักท่านบอกทุ่มงบประมาณให้เพื่อที่จะให้ทุกคน 35
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 4 มารู้เท่ากัน ใน 5 วัน 4 คืน และให้ทุกท่านมีโอกาสในการที่จะเลือกทีมจิตอาสาในแต่ละอ าเภอ อ าเภอละ 9 คน รวมเป็น 10 คนทั้งท่านนายอ าเภอ ซึ่งผมยืนยันว่าความเชื่อมั่นยังมีค่อนข้างสูง แม้ว่าที่ผ่านมาอาจจะมี บางอย่าง ท าให้ผมรู้สึกบั่นทอนความเชื่อมั่นลง ยกตัวอย่างเช่น ท่านนายอ าเภอที่เราขอให้ไปเลือกทีม 7 ภาคี เคร ือข่าย ซึ่งจะเป็นทีมอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ระดับอ าเภอ ที่มาอยู่ที่ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนในตอนนี้ บางอ าเภอเคร ือข่ายมีไม่ถึง 7 ภาคี บางอ าเภอน าก านัน ผู้ใหญ่บ้าน มาหมดเลย ไม่มีภาคธุรกิจเอกชน ไม่มีภาคผู้น าศาสนา ท าให้บั่นทอนจิตใจ อธิบดีมอบหมายให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดไปแจ้งท่านนายอ าเภอ นอกจากมีหนังสือแจ้งแนวทางไปแล้ว ยังมีตัวอย่าง อย่างน้อยจังหวัดละ 1 อ าเภอของปีงบประมาณที่แล้ว พ.ศ. 2565 ผมจึงระบุชื่อให้เห็นว่าท่านนายอ าเภอวังเจ้า จังหวัดตาก ที่ท างาน ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้หน้าได้ตามาก นายอ าเภอเทพา จังหวัดสงขลา ท างานให้คน ที่เป็นผู้น าชาวพุทธไปอยู่ในพื้นที่มุสลิมได้รับค ายกย่องชมเชย ต่อไปนายอ าเภอนับถือศาสนาอะไรก็ตามลงไป อยู่ที่อ าเภอเทพา ชาวบ้านผู้น าก็เชื่อมั่นยอมรับว่าท่านนายอ าเภอเป็นเหมือนนายกรัฐมนตร ีประจ าอ าเภอ เป็นผู้น าที่ฟัง และยอมรับค าแนะน าของประชาชน เป็นผู้น าที่ติดดิน เป็นผู้น าที่ลงพื้นที่ท างานร่วมกับชุมชน อย่างถึงลูกถึงคน จนประชาชนยอมรับ จนผู้น าศาสนายอมรับ จนผู้คนทั้งอ าเภอยอมรับ และพร้อมที่จะ ขับเคลื่อนไปพร้อมกับท่าน มีตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้น มีแนวทางตามหนังสือสั่งการ แต่ยังมีการพาทีมที่ไม่ครบ ใน 7 ภาคีอย่างมีนัยยะส าคัญมาร่วมฝึกอบรม มีบางอ าเภอผมถามว่า “รู้จักคนที่มาด้วยไหม” เขาบอกไม่รู้จัก ก็ดีที่เขาบอกว่าไม่รู้จัก ผมเลยไม่ต้องทดลองถามต่อว่า คนนู้นคนนี้ชื่ออะไร คนนี้ท างานอะไร การฝึกอบรม ครั้งนี้ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนต้องช่วยท าให้ทีมของอ าเภอมีโอกาสคลุกคลีตีโมงอยู่ด้วยกัน อย่าไป ละลายพฤติกรรมให้รู้จักข้ามจังหวัด ข้ามอ าเภอ จนลืมนึกไปว่าทีมที่มาประชุมมาฝึกอบรม เป็นทีมอ าเภอที่ ต้องกลับไปท างานร่วมกันกับท่านนายอ าเภอที่อ าเภอ การรูจ้กักันข้ามอ าเภอเป็นสิ่งที่ดีแต่จะดีที่สุด ความรกั ความผูกผัน ความคุ้นเคย จนเป็นเหมือนญาติ จากคนที่มาจากอ าเภอเดียวกันต้องเป็นอันดับแรก ที่เราจะให้ ความส าคัญ ส่วนพรรคพวกเพื่อนฝูงต่างอ าเภอเป็นของแถม เพราะเรามีเวลา 5 วัน 4 คืน ทุกวันทีมอ าเภอ เดียวกันต้องมีโอกาสได้คุยกัน เพื่อเราจะได้ดูแลซึ่งกันและกัน ในการที่จะพร้อมกันไปขับเคลื่อนอ าเภอบ าบัด ทุกข์บ ารุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน กลับไปสร้างทีมอ าเภอที่มี10 คนให้ใหญ่ขึ้นและกลับไปสร้างทีม ต าบล ทีมหมู่บ้าน ให้มีครบทุกหมู่บ้าน ครบทุกต าบล พรอ้มกับน าเอาสิ่งที่ดีที่ท่านวิทยากร ได้มาพูดคุย กลับไปเป็นแนวทางในการพูดคุยกับทีมอ าเภอที่มีเพิ่มมากขึ้น กับทีมต าบล ทีมหมู่บ้าน ที่เรามาช่วยกันตั้งขึ้น มา ที่คุยมาทั้งหมดเป็นเร ื่องยาก แต่ผมเองหวังพึ่งนายอ าเภอทุกคนและภาคีเคร ือข่ายที่มา ผมยินดีและรู้สึก เป็นเกียรติที่ได้มาพบปะทุกรุ่น อันที่สองผมเวียนแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ท่านผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจ ทุกแห่ง ท่านอธิบดีทุกกรม ช่วยให้ความส าคัญกับการฝึกอบรม มีโอกาสก็ขอให้แวะไปเยี่ยม หลังจากการ ฝึกอบรม ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วยเอาใจใส่รับมาเป็นธุระ ที่จะให้ทีมของอ าเภอทุกอ าเภอ ของจังหวัด ได้พูดคุยน าเสนอสิ่งที่ดีที่ชว่ยกันคิดชว่ยกันวางแผนที่จะขับเคลื่อนด าเนินการในพื้นที่ให้กับท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดและทีมผู้บร ิหารระดับจังหวัดได้รับฟัง จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระองค์ท่านจะ “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุข แก่อาณาราษฎรตลอดไป” นั้น จะมีความส าเร็จโดยข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งคือ พวกเราทุกคน และภาคีเคร ือข่ายของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่อยู่ในห้องประชุม และที่ อยู่ที่อ าเภอทุกอ าเภอ พวกเราจะเห็นว่าพระปฐมบรมราชโองการมีสิ่งที่ชดัเจนเป็นรูปธรรมว่า 36
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 5 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระบรมชนกนาถ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระราชปณิธานไว้ท่านจะทรงด าเนินการตามนั้น หนึ่ง คือเป้าหมายว่า ท่านจะท าให้พสกนิกรของพระองค์ท่านทุกหนทุกแห่ง มีความสุข ท่านจะเป็นพระมหากษัตร ิย์เพื่อประโยชน์ สุขแห่งอาณาราษฎร์ แห่งมหาชนชาวสยาม นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชปณิธาน หร ือพระปฐมบรมราชโองการ ขยายความในพระปฐมบรมราชโองการในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 หลังจากมี พระปฐมบรมราชโองการในวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ว่าเป้าหมายในการครองราชย์โดยธรรมนั้นมีเป้าหมาย ให้ประเทศชาติของเรามีความมั่นคง ประชาชนมีความสุข สิ่งที่เป็นอยู่ถ้ามันผิดพลาด จะแก้ในสิ่งผิดและสืบ สาน รักษาและต่อยอด แนวพระราชปณิธาน พระบรมชนกนาถของพระองค์ท่านภายใต้หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ขยายความว่าประโยชน์สุขแก่อาณาราษฎร์ ต้องท าให้ประเทศชาติมั่นคงด้วยและพวกเรา ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไขในสิ่งผิด สิ่งผิดในชีวติของเราทุกคนมีอยู่ ปรากฏการณ์ในการท างานในฐานะคน มหาดไทย ในฐานะข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระอยู่หัวฯ มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ท่านอธบิดีกรมการปกครองและ ผมค้นพบ คือ คนที่เป็นผู้น าของพี่น้องประชาชนตามกฎหมาย และตามความเชื่อ หร ือตามประเพณีของ พี่น้องประชาชน คนนั้นคือนายอ าเภอ คนนั้นคือปลัดอ าเภอ คือผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นอยู่ไกลจากชีวิตจร ิงของ พี่น้องประชาชน “รองเท้าไม่ค่อยสึก กางเกงไม่ค่อยขาด” ท าไมไม่เหมือนพระปฐมพระบรมราชโองการ คือ ถ้ารองเท้าไม่สึกกางเกงขาด คือว่างานราชการในส านักงานก็หย่อนหยาน เพราฉะนั้นแผนและโครงการต่าง ๆ ก็ขาดการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนท าส่งๆ ไปลูกน้องลอกมากี่ปีก็ลงนามไปเลย งานแฟ้มงานเอกสารไม่ค่อยได้ลง นาม งานประชุมไม่ค่อยประชุม งานพื้นที่ก็ไม่ค่อยได้ไป ลอยไปลอยมา ก็ขอให้ช่วยปรบั ปรุงแก้ไขในสิ่งผิด มาจับร่วมมือกับท่านอธิบดี ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ในการที่จะท าทั้งงานส านักงาน ท าทั้งงานพื้นที่ ให้มี ความเข็มแข็งเพิ่มมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งซึ่งเราวเิคราะห์กัน ท่านนายอ าเภอกับทีมงานอาจจะเหลือแต่เชื่อ ถ้าทีมงานของท่านนายอ าเภอ ไม่ได้เป็นทีมของท่านนายอ าเภอ ยกตัวอย่างเช่นทีมข้าราชการที่อ าเภอก็ต้อง รอท่านนายอ าเภอ เพื่อช่วยท าให้เป็นทีมของท่านนายอ าเภอ คือเข้าใจและปฏิบัติตนในลักษณะรองเท้าสึก ก่อนกางเกงขาด ในลักษณะเป็น One Team และเป็นลักษณะข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มีพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมาย เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เพื่อบ าบัดทุกข์บ ารุงสุข 37
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 6 ทีมที่ต าบลมีสองทีมที่เป็นทางการของท่านนายอ าเภอ คือ ทีมข้าราชาการที่รับผิดชอบประจ าต าบลทบทวน ว่าทีมเข้มแข็งดีแล้วหร ือยัง ถ้าเข็มแข็งดีแล้ว ท่านนายอ าเภอต้องให้ก าลังใจต้องไปร่วมงานในพื้นที่เพื่อให้ ก าลังใจ ถ้ายังไม่ดีต้องพูดคุยแล้วก็ก าหนดแนวทางวิธีการในการท างาน ทีมที่เป็นทางการที่หมู่บ้าน ท่านนายอ าเภอคงทราบดีอยู่แล้ว นั่นคือทีมผู้ใหญ่บ้านทีมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้าน รวม 7 ฝ่ายและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด 8-10 คน ถ้าท่านนายอ าเภอท าให้ทีมนี้มันเข็มแข็ง หลังจากท าให้ทีมข้าราชการ ผู้รับผิดชอบประจ าต าบลเข็มแข็ง ท่านนายอ าเภอก็จะมีทีมที่จะช่วยเป็นนายอ าเภอน้อย อยู่ที่หมู่บ้านดูแล ทุกข์สุขให้พี่น้องประชาชน เป็น Mission แรกของโครงการนี้ที่อยากให้ท่านนายอ าเภอไปช่วยด าเนินการ เป็น เร ื่องแรกที่จะให้ท่านอธิบดีกรมการปกครอง ใช้เป็น KPI ในการตรวจติดตาม หลังจากนั้นทีมที่มาใช้ชีวิต ร่วมกัน ที่ผมเร ียกว่าทีมจิตอาสาหร ือทีมผู้เสียสละ ที่ท่านนายอ าเภอต้องไปเลือกจาก 7 ภาคีเคร ือข่าย ให้มา เป็นทีมของท่านนายอ าเภอ รวมทั้งให้ท่านก านัน ผู้ใหญ่บ้าน กับข้าราชการผู้รับผิดชอบประจ าต าบล อันประกอบไปด้วย ปลัดอ าเภอผู้รับผิดชอบประจ าต าบล พัฒนากรประจ าต าบล สาธารณสุขประจ าต าบล เกษตรประจ าต าบล และอื่น ๆ ไปสร้างทีมบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ไปบูรณาการในทุกหมู่บ้านและหันหน้าเข้าหา กัน ท างานร่วมกัน ในการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละครัวเร ือนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน เมื่อทุกครัวเร ือนพี่น้องประชาชนผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวเป็นสมาชิกในครอบครัวตื่นตัวและได้รู้ถึงการน้อมน า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในชีวิตประจ าวัน ไปช่วยท าให้เกิดความมั่นคงด้านอาหาร ไปช่วยท า ให้บ้านเร ือนสะอาดสะอ้าน ไปดูแลลูกหลานให้เป็นเด็กดีหนีห่างไกลจากยาเสพติด ไปช่วยกันท าให้คนที่อยู่ บ้านใกล้เร ือนเคียงได้รับสิ่งที่เร ียกว่า ความรัก ความเมตตา กับความกรุณา ความเห็นอกเห็นใจ ความร่วมไม้ ร่วมมือ ในการที่จะช่วยกัน ท าให้เพื่อนบ้านของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย ทั้งหลายทั้งปวงก็จะถือได้ว่า ได้ช่วยกันท าหน้าที่ของข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภารกิจเนื้องานในเร ื่องของกรมต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ของกระทรวงต่าง ๆ ร้อยเร ียงร่วมกันแล้ว คือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน คือการช่วยกัน ท าหมู่บ้านยั่งยืนให้เกิดขึ้น ซึ่งจ าเป็นเหลือเกินที่ท่านนายอ าเภอท่านต้องปลุกเร้าจิตวิญญาณ ของความเป็น คนมหาดไทย ของความเป็นราชสีห์ผู้มีความภักดีต่อแผ่นดิน ผู้มีหัวอกที่คิดถึงพี่น้องประชาชน บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน และดึงเอาสิ่งที่เราเร ียกว่าอุดมการณ์หร ือความปรารถนาอย่างแรงกล้า (Passion) นั้นมาใช้ในการหาสมัครพรรคพวก ดังที่ท่านหามาที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนในเวลานี้และ กลับไปสร้างทีมที่หมู่บ้าน ที่ต าบล ที่อ าเภอเพิ่มมากขึ้น เหมือนที่ผมพยายามเล่าให้ฟัง เพื่อให้พวกเราสามารถ เดินไปสู่ความส าเร็จ คนแต่ละคนนั้นมีก าลัง ความแข็งแรง ความสามารถ ความรู้ในการท างาน ในการท าใน สิ่งที่ดีไม่เท่าเทียมกัน มากน้อยไม่เท่ากัน และความรู้ความสามารถพละก าลังของคนคนเดียว สู้คนทั้งกองทัพ ไม่ได้ สู้คนทั้งหมู่บ้าน สู้คนทั้งต าบลไม่ได้ สู้คนทั้งอ าเภอไม่ได้ ดังนั้นทีมของท่านนายอ าเภอจึงมีความส าคัญ ต่อความส าเร็จของการที่เราจะบรรลุเป้าหมาย ในการเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ให้ ได้ โดยการสนองแนวพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยการสร้างประเทศชาติให้มั่นคง ท าประชาชนให้มีความสุข และช่วยกันแก้ไขในสิ่งที่ผิด รวมทั้งการสืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทั้งหลายทั้งปวง ขอฝากไว้ที่พวกท่าน และผมขอเป็นก าลังใจให้ผมเองได้บอก อธิบดีกรมส่งเสรมิการปกครองท้องถิ่น บอกท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน บอกท่านอธิบดีกรมการ ปกครอง ทั้งสามกรมฯ ต้องนั่งคุยกันว่า เราจะแสดงสิ่งที่เป็นรูปธรรม ในการสนับสนุนท่านนายอ าเภอขวัญใจ ประชาชนท่านนายอ าเภอผู้เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ดีเยี่ยม เป็นราชสีห์ของ พระราชาผู้มีความจงรักภักดี เช่น นายอ าเภอวังเจ้า นายอ าเภอเทพา และอ าเภออื่น ๆ จะเพิ่มเติมได้อย่างไร เราจะท า และไม่ใช่ว่าจะท าตอนเราเกษียณอายุราชการ แต่เราจะท าทันทีภายในปีนี้ เพื่อที่จะให้ท่าน นายอ าเภอที่เหลือได้มั่นใจว่าท่านตั้งอกตั้งใจมาฝึกอบรม ตั้งอกตั้งใจในการปร ึกษาหาร ือกับทีม 7 ภาคี 38
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 7 เคร ือข่าย ท่านตั้งอกตั้งใจในการท างานนอกจากท่านจะได้รับความสุขใจ คนที่อ าเภอของท่านไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้าน ต าบลไหน ยกย่องชมเชย รักใคร่ นับถือแล้ว ท่านจะได้รับการสนับสนุนจากท่านผู้บังคับบัญชาใน ส่วนกลางอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกท่านได้มั่นอกมั่นใจและน าเวลาที่ท่านเสียสละมาใช้ชีวิตร่วมกันให้เป็นประโยชน์ กลับไปท าหน้าที่ให้เข็มแข็ง จนทุกคนให้การยอมรับว่าชาตินี้คนไทยขาดราชสีห์ผู้มีความจงรักภักดีอย่างท่าน นายอ าเภอและทีมงานไม่ได้ ขออ านวยพรให้ทุกท่านมีความสุขกับการฝึกอบรม ขอให้ทีมงานมีความรักใคร่ สามัคคีกันเพิ่มมากขึ้นตลอด 5 วัน 4 คืน และขอให้ได้รับความรู้สมดังเจตนารมณ์ของท่านและผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง ขอให้การฝึกอบรมได้บรรลุความส าเร็จตามเป้าหมายเพื่อประโยชน์สุขในการบ าบัด ทุกข์บ ารุงสุข ให้กับพี่น้องประชาชน และเกิดผลส าเร็จเป็นรูปธรรมเหมือนกับที่พวกเราทุกคนตั้งใจกัน 39
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 8 40
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 9 41
โครงการอ าเภอบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน รุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 บันทึกโดย สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย 10 42
สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย โครงการอําเภอบําบัดทุกข์บํารุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน พ.ศ. ๒๕๖๖ 43