The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20.1 - การป้องกันการทุจริต อปท v1 - อ.นรภัทร เดโชพยัตชัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mangkorntusport, 2022-09-08 06:28:13

20.1 - การป้องกันการทุจริต อปท v1 - อ.นรภัทร เดโชพยัตชัย

20.1 - การป้องกันการทุจริต อปท v1 - อ.นรภัทร เดโชพยัตชัย

ยินดีต้อนรบั ผเู้ ข้ารบั การฝึ กอบรมทกุ ท่าน

รบั ฟังการบรรยาย

หัวข้อ
“การป้องกนั และปราบปราม
การทุจริตคอรัปช่ันในวงราชการ”

ณ สถาบนั พฒั นาบุคคลากรทอ้ งถ่ิน
โดย

สานกั งานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เนื้อหาในวนั นี้

1. การทจุ ริตในปัจจบุ นั 2. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกบั 3. กรณีตวั อยา่ งการทจุ ริต
การกระทาความผิด ใน อปท.

ของเจา้ หน้าที่ของรฐั

5. (ฝึ กหดั ) ประเมินความ 4. การประเมินความเสี่ยง
เสี่ยงต่อการทจุ ริตที่อาจ ต่อการทจุ ริต
เกิดขนึ้ ในภารกิจของ อปท.

1. การทจุ รติ ในปจั จุบนั

1

กรอบการนาเสนอ

1. ความหมายคาว่า “ทุจริต”
2. รูปแบบของการทุจริต
3. สาเหตแุ ละผลกระทบของการทุจรติ

2

““
1. ความหมายคาว่า “ทจุ ริต”
3

ความหมายของคาวา่ “ทุจรติ ” : กรอบแนวคดิ

พทุ ธศาสตร์ พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2558 ใหค้ วามหมายการทจุ รติ ว่า “การประพฤตชิ ั่ว คดโกง โกง ไม่ซือ่ ตรง”
นิตศิ าสตร์
เศรษฐศาสตร์ Black Law Dictionary ใหค้ วามหมายการทุจริตวา่ “การกระทาทไ่ี มช่ อบดว้ ยกฎหมายอันเป็นการกระทาท่ีชว่ั ช้า
และฉ้อโกงโดยเจตนาที่จะหลีกเลย่ี งกฎหมาย รวมทง้ั การกระทาทขี่ ดั กบั ตาแหน่งหน้าท่ี และสทิ ธขิ องผู้อื่น”
รัฐศาสตร์
Rational choice theorists ให้ความหมายการทจุ รติ ในเชิงเศรษฐศาสตร์วา่ “การกระทาอยา่ งมเี หตแุ ละผลของปจั เจก
ในการเลือกท่ีจะใชอ้ านาจหนา้ ที่เพ่อื แสวงหาประโยชน์สว่ นตนเนอ่ื งจากไตรต่ รองและคานวณแลว้ วา่ การใชต้ าแหน่งหนา้ ที่
เพอ่ื ให้ได้มาซง่ึ ผลประโยชน์ส่วนตนนนั้ มคี วามคมุ้ คา่ มากกว่าการใช้ตาแหนง่ หนา้ ทเี่ พือ่ ผลประโยชนส์ ่วนรวม”

นกั รฐั ศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตรใ์ หค้ วามหมายการทุจริตว่า “การใช้อานาจหนา้ ทีใ่ นทางทีผ่ ิด เบยี่ งเบนไปจาก
บรรทัดฐานและความคาดหวังทางสังคมอนั เกดิ จากการเหน็ ประโยชนส์ ่วนตนเป็นทตี่ งั้ ซึ่งไมจ่ าเป็นตอ้ งเป็น
เงนิ ตราเสมอไป”

4

ความหมายของคาวา่ “ทจุ รติ ” : สากล vs ไทย

Transparency International (TI) พระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการปอ้ งกัน
และปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. 2561
ให้ความหมายการทุจรติ ว่า
“การใชอ้ านาจที่ไดร้ ับการไว้วางใจในทางทผ่ี ิด ใหค้ วามหมายการทจุ ริตตอ่ หน้าที่ว่า “การปฏบิ ตั ิหรือละเว้นการปฏบิ ัติ
(abuse of entrusted power) อย่างใดในตาแหน่งหรือหน้าทหี่ รือปฏบิ ัติหรือละเวน้ การปฏิบตั ิอยา่ งใด
เพอื่ ประโยชนส์ ว่ นบคุ คล” ในพฤติการณท์ ี่อาจทาให้ผ้อู ืน่ เชื่อวา่ มตี าแหน่งหรือหน้าท่ที ้ังท่ีตนมไิ ด้
มตี าแหนง่ หรือหน้าทน่ี ้นั หรือใชอ้ านาจในตาแหน่งหรือหน้าท่ี
ท้งั นี้ เพื่อแสวงหาประโยชนท์ ่มี คิ วรไดโ้ ดยชอบสาหรับตนเองหรือผู้อนื่
หรอื กระทาการอันเปน็ ความผิดต่อตาแหนง่ หน้าทร่ี าชการหรอื ความผดิ
ตอ่ ตาแหนง่ หนา้ ท่ีในการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญาหรือ
ตามกฎหมายอืน่ ”

5

ความเคยชนิ ตอ่ การทจุ รติ ในสงั คมไทย

(จากผลการสารวจของ ABAC และ NIDA)

ความเคยชนิ ตอ่ การทจุ รติ

ความเคยชนิ ตอ่ การทจุ รติ

ความเคยชนิ ตอ่ การทจุ รติ



““
2. รปู แบบของการทจุ ริต
1

รปู แบบของการทุจริตทพี่ บบอ่ ยในประเทศไทย

การทุจริตขนาดใหญ่
(Grand Corruption)

การทุจรติ ขนาดเลก็ การอปุ ถมั ภ์ (Patronage) การตดิ สนิ บน
(Petty Corruption) (Bribery)

การยกั ยอก ผลประโยชน์ทับซ้อน 1
(Embezzlement) (Conflict of Interest)

“ “
3. สาเหตแุ ละผลกระทบของการทจุ รติ
1

สาเหตุของการทุจรติ คอรร์ ัปชั่น โครงสรา้ งสงั คม การเอือ้ ประโยชน์ในทางมิชอบ
ระบบอปุ ถมั ภ์ ให้แก่ญาติมติ รและพวกพ้อง

ความเห็นแกต่ ัว ปัญหาการแยก ความเพกิ เฉย ขาดความต่ืนตวั
ขาดความรบั ผิดต่อสงั คม ผลประโยชน์ ของประชาชน ในการตรวจสอบ
สว่ นตนสว่ นรวม ตอ่ การทจุ รติ

สาเหตุของการทจุ ริต

คา่ ตอบแทนไมเ่ หมาะสม กระแสบรโิ ภคนิยม กระบวนการ กฎหมายไมร่ ัดกุม
ความโลภใช้จา่ ยเกินตัว วตั ถุนยิ มและ ยุติธรรม การบงั คับใช้
ปจั เจกบคุ คล ไมแ่ ข็งแรง ไม่เขม้ งวด

การแทรกแซง
การแก่งแยง่ แข่งขันกนั มอี านาจ จากผู้มอี ิทธพิ ล

ของบรรดาผู้นาทางการเมอื ง และนกั การเมือง

ผลกระทบของการทุจริตคอร์รปั ชั่น

1. ตน้ ทนุ ในการดารงชีพสูงคุณภาพของชีวิตต่า
2. ลดทอนรายไดภ้ าครัฐ
3. ความลม้ เหลวในการจดั สรรทรพั ยากรและกระจายรายได้
4. กฎหมายบา้ นเมืองขาดความศักด์สิ ิทธิ์/ทาลายระบบสิทธิมนุษยชน
5. ขาดการมสี ่วนร่วมของประชาชน/ประชาธิปไตยอ่อนแอ
6. ภาพลกั ษณ์ของประเทศเสียหายขาดความน่าเชอื่ ถือการยอมรบั ในเวทีโลก
7. นักลงทุนตา่ งชาตไิ มก่ ล้ามาลงทนุ ทาใหป้ ระเทศขาดการพฒั นา

17

สถานการณ์การทุจริตในประเทศไทย : ภาพอนาคต

ทัง้ น้ี เม่อื พิจารณาตวั แปรอืน่ ที่อาจส่งผลตอ่ สถานการณ์การทุจรติ แล้ว สถานการณ์การทุจริตอาจเปล่ียนแปลงไป โดยตวั แปรท่มี นี ัยสาคญั ต่อ

สถานการณก์ ารทจุ ริตในอนาคตประกอบดว้ ย

กลุ่มตัวแปรท่อี าจทาใหก้ ารทุจริตเพิ่มมากขึ้น กล่มุ ตวั แปรทีอ่ าจทาใหก้ ารทุจรติ ลดลง

1. รฐั บาลทีม่ าจากการเลอื กตงั้ 1. พ.ร.บ. ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
- ปอ้ งปรามการทุจริตผา่ นกระบวนการตรวจสอบและเปิดเผยบญั ชที รพั ย์สนิ ผู้ดารงตาแหนง่ ทาง
- การทุจรติ เชิงนโยบายโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการให้บรกิ าร
สาธารณะ/โครงสรา้ งพ้ืนฐานเพอ่ื หวังผลทางการเมอื ง การเมืองและเจา้ หน้าทข่ี องรัฐเพิม่ มากขนึ้
- ปราบปรามการทุจรติ ไดร้ วดเรว็ และมีประสทิ ธิภาพภายใต้กรอบระยะเวลาการตรวจสอบและ
- การทุจรติ เกีย่ วกบั การแตง่ ต้ังโยกยา้ ยเจ้าหนา้ ท่ีของรฐั ที่เกดิ จาก
การปรบั เปล่ยี นรฐั บาล ไตส่ วนทีส่ ัน้ ลงทาใหเ้ กิดความเกรงกลวั ต่อการทจุ ริต

2. การบริหารทอ้ งถิ่นหลังเลือกต้งั ท้องถ่ิน VS 2. พ.ร.บ. การจัดซอ้ื จดั จา้ งและบริหารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ. 2560
กาหนดข้นั ตอนการจัดซอื้ จัดจ้างให้มีความโปรง่ ใสและเปิดเผยข้อมูลทกุ ข้นั ตอน
การใชจ้ ่ายงบประมาณผิดวัตถุประสงค์และการทุจริตเก่ยี วกับ
การจดั ซอ้ื จดั จา้ งเพื่อถอนทุน 3. พ.ร.บ. การอานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558
กาหนดใหท้ กุ หนว่ ยงานจัดทาคู่มือสาหรับประชาชน ซ่งึ แสดงถงึ หลักเกณฑ์ วธิ ีการ
3. การมุ่งพัฒนาประเทศไทย 4.0
ข้นั ตอน และระยะเวลาในการพจิ ารณาอนุญาตเพ่ือความชัดเจนโปรง่ ใสและตรวจสอบได้
การทจุ รติ เกยี่ วกับการพัฒนาโครงสร้างพ้นื ฐานและระบบสาธารณปู โภค เชน่
คมนาคม พลงั งาน โทรคมนาคม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี 4. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี/ ยุทธศาสตร์ชาติฯ ระยะท่ี 3
กาหนดกลไกในการป้องกนั และปราบปรามการทุจริตโดยม่งุ เน้นการมีสว่ นร่วมของ

ประชาชน ความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ และปลกู ฝงั ค่านิยมไม่ทนตอ่ การทจุ รติ

18

““
จบการนาเสนอสว่ นท่ี 1 ครับ
19

๒.กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ งกับ
การกระทาความผิด
ของเจา้ หนา้ ทีข่ องรฐั

ความผิดท่ีอยู่ในหนา้ ท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ความผดิ ทอ่ี ยู่ในหน้าทแ่ี ละอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบญั ญตั ิประกอบ
รัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้องกนั
และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.

๒๕๖๑

พระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยความผิด พระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยความผิด
ของพนกั งานในองคก์ ารหรือ เกี่ยวกบั การเสนอราคาต่อ
หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๐๒
หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒

ประมวลกฎหมายอาญา

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผดิ
ลกั ษณะ ๒ ความผดิ เกี่ยวกบั การปกครอง

1. ความผดิ ต่อตาแหน่งหน้าทรี่ าชการ มาตรา ๑๔๗ – ๑๖๖
• เจา้ พนกั งานยกั ยอกทรัพย์ (มาตรา ๑๔๗)
• เจา้ พนกั งานใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยมิชอบ (มาตรา ๑๔๘)
• เจา้ พนกั งานเรียก รับ หรือยอมจะรับสินบน (มาตรา ๑๔๙)
• เจา้ พนกั งานเห็นแก่ทรัพยส์ ินหรือประโยชนอ์ ่ืนใด ก่อนท่ีตนไดร้ ับแต่งต้งั
เป็นเจา้ พนกั งานในตาแหน่งน้นั (มาตรา ๑๕๐)
• เจา้ พนกั งานใชอ้ านาจในตาแหน่งโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๑)
• เจา้ พนกั งานเขา้ มีส่วนไดเ้ สีย (มาตรา ๑๕๒)
• เจา้ พนกั งานจ่ายทรัพยน์ ้นั เกินกวา่ ที่ควรจ่าย (มาตรา ๑๕๓)

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผดิ
ลกั ษณะ ๒ ความผดิ เกี่ยวกบั การปกครอง

1. ความผดิ ต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา ๑๔๗ – ๑๖๖ (ต่อ)
• เจา้ พนกั งานเรียกเกบ็ หรือละเวน้ ไม่เรียกเกบ็ ภาษีอากรโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๔)
• เจา้ พนกั งานกาหนดราคาโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๕)
• เจา้ พนกั งานตรวจสอบบญั ชีโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๖)
• เจา้ พนกั งานปฏิบตั ิหรือละเวน้ การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีโดยมิชอบหรือโดยทุจริต (มาตรา ๑๕๗)
• เจา้ พนกั งานทาใหเ้ สียทรัพยท์ ่ีตนมีหนา้ ท่ีปกครองหรือรักษา (มาตรา ๑๕๘)
• เจา้ พนกั งานทาใหเ้ สียหายซ่ึงตราหรือเคร่ืองหมาย (มาตรา ๑๕๙)
• เจา้ พนกั งานใชด้ วงตราหรือรอยตราโดยมิชอบ (มาตรา ๑๖๐)

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผดิ
ลกั ษณะ ๒ ความผดิ เกี่ยวกบั การปกครอง

1. ความผดิ ต่อตาแหน่งหน้าทรี่ าชการ มาตรา ๑๔๗ – ๑๖๖ (ต่อ)
• เจา้ พนกั งานปลอมเอกสาร (มาตรา ๑๖๑)
• เจา้ พนกั งานทาเอกสารเทจ็ (มาตรา ๑๖๒)
• เจา้ พนกั งานในการไปรษณียฯ์ กระทาการอนั มิชอบดว้ ยหนา้ ที่ (มาตรา ๑๖๓)
• เจา้ พนกั งานกระทาการใหผ้ อู้ ่ืนล่วงรู้ความลบั (มาตรา ๑๖๔)
• เจา้ พนกั งานป้องกนั หรือขดั ขวางมิใหก้ ารเป็นไปตามกฎหมายหรือคาสงั่ (มาตรา ๑๖๕)
• เจา้ พนกั งานละทิ้งงานหรือกระทาการเพ่ือใหง้ านหยดุ ชะงกั หรือเสียหาย (มาตรา ๑๖๖)

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ความผดิ
ลกั ษณะ ๒ ความผดิ เกี่ยวกบั การปกครอง

2. ความผดิ ต่อตาแหน่งหน้าทใี่ นการยตุ ธิ รรม มาตรา ๒๐๐ – ๒๐๕
• เจา้ พนกั งานในตาแหน่งพนกั งานอยั การ ผวู้ า่ คดี พนกั งานสอบสวนหรือ
• เจา้ พนกั งาน ผมู้ ีอานาจสืบสวนคดีอาญาหรือจดั การใหเ้ ป็นไปตามหมายอาญา ช่วยบุคคลหน่ึงบุคคลใด
• มิใหต้ อ้ งรับโทษ (มาตรา ๒๐๐)
• เจา้ พนกั งานในตาแหน่งตุลาการ พนกั งานอยั การ ผวู้ า่ คดี หรือพนกั งานสอบสวน เรียก รับ หรือยอมจะรับสินบน (มาตรา ๒๐๑)
• เจา้ พนกั งานกระทาการหรือไม่กระทาการในตาแหน่ง โดยเห็นแก่ทรัพยส์ ินฯ ก่อนที่ตนไดร้ ับแต่งต้งั ในตาแหน่งน้นั (มาตรา ๒๐๒)
• เจา้ พนกั งานป้องกนั หรือขดั ขวางมิใหก้ ารเป็นไปตามคาพพิ ากษาหรือคาสงั่ (มาตรา ๒๐๓)
• เจา้ พนกั งานทาใหผ้ อู้ ยใู่ นระหว่างคุมขงั หลุดพน้ จากการคุมขงั ไป (มาตรา ๒๐๔)
• เจา้ พนกั งานประมาทเป็นเหตุใหผ้ ทู้ ่ีอยใู่ นระหวา่ งคุมขงั หลดุ พน้ จากการคุมขงั ไป (มาตรา ๒๐๕)

คาพพิ ากษาตวั อย่าง

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๔๗ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานยกั ยอกทรัพย์”

องคป์ ระกอบภายนอก
(๑) เจ้าพนักงาน มหี น้าที่ซื้อ ทา จดั การหรือรักษาทรัพย์ใด
(๒) เบยี ดบังเป็ นของตน หรือเป็ นของผ้อู ่ืน หรือยอมให้ผู้อน่ื เอา
(๓) ซึ่งทรัพย์ที่ตนมหี น้าทตี่ าม (๑)
องคป์ ระกอบภายใน
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) เจตนาพเิ ศษ “โดยทุจริต”

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมกี ารกระทาความผิดมาก

มาตรา ๑๔๗ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานยกั ยอกทรัพย์”

คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 8088/2561
เงิน 10,000 บาท ที่จาเลยในฐานะประธานศูนยก์ ีฬาตาบลโนนเมืองรับไปจากศูนยก์ ารกีฬาแห่งประเทศไทยจงั หวดั หนองบวั ลาภู

เป็นเงินท่ีศนู ยก์ ารกีฬาแห่งประเทศไทยจงั หวดั หนองบวั ลาภู ซ่ึงเป็นหน่วยงานราชการจดั สรรมาใหศ้ ูนยก์ ีฬาตาบลโนนเมืองซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของ
องคก์ ารบริหารส่วนตาบลโนนเมือง เงินดงั กล่าวถือเป็นเงินของทางราชการท่ีตอ้ งนาส่งเป็นเงินรายไดข้ ององคก์ ารบริหารส่วนตาบลโนนเมืองท้งั สิ้น
กรณีมิใช่เป็นเงินท่ีมีผอู้ ุทิศใหแ้ ก่องคก์ ารบริหารส่วนตาบลโนนเมืองเป็นการเฉพาะเจาะจงวา่ ใหก้ ระทาการอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงดงั ท่ีจาเลยฎีกา จาเลยใน
ฐานะนายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบลโนนเมืองและในฐานะประธานศนู ยก์ ีฬาตาบลโนนเมืองยอ่ มจะตอ้ งทราบดีวา่ จะตอ้ งเกบ็ รักษาเงินดงั กล่าวไว้
อยา่ งไร การที่จาเลยอา้ งวา่ จาเลยมีความขดั แยง้ กบั ส. ซ่ึงดารงตาแหน่งปลดั องคก์ ารบริหารส่วนตาบลโนนเมืองจนไม่สามารถจดั การแข่งขนั กีฬาได้ ก็
มิไดเ้ ป็นเหตุใหจ้ าเลยมีหนา้ ท่ีหรือจาตอ้ งเกบ็ รักษาเงินไวเ้ อง การท่ีจาเลยเกบ็ รักษาเงินไวเ้ องโดยไม่ปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ งตามระเบียบของทางราชการและ
ไม่เคยแจง้ ใหค้ ณะกรรมการศูนยก์ ีฬาตาบลโนนเมืองทราบ พฤติการณ์ดงั กล่าวของจาเลยรับฟังไดโ้ ดยปราศจากขอ้ สงสยั วา่ จาเลยเจตนาเบียดบงั เงิน
ดงั กล่าวเป็นของตนเองโดยทุจริต แมต้ ่อมาจาเลยจะคืนเงินดงั กล่าวใหแ้ ก่คณะกรรมการศนู ยก์ ีฬาตาบลโนนเมือง แต่กเ็ ป็นเวลาภายหลงั จากมีการร้อง
ทุกขแ์ ลว้ จึงหาเป็นเหตุใหร้ ับฟังไดว้ า่ จาเลยมิไดม้ ีเจตนาทุจริตเบียดบงั เงินดงั กล่าวไปเป็นของตนเอง

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๕๑ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานใช้อานาจใน
ตาแหน่งโดยทุจริต จัดการทรัพย์อนั เป็ นการเสียหาย”

องคป์ ระกอบภายนอก
(๑) เจ้าพนักงาน มีหน้าทซ่ี ื้อ ทา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ
(๒) ใช้อานาจในตาแหน่ง อนั เป็ นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์น้ัน
(๓) ซ่ึงทรัพย์ทตี่ นมหี น้าทตี่ าม (๑)
องคป์ ระกอบภายใน
(๑) เจตนาธรรมดา (ประสงค์ต่อผล / เลง็ เห็นผล)
(๒) โดยทุจริต

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๕๑ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานใช้อานาจในตาแหน่งโดยทุจริต
จดั การทรัพย์อนั เป็ นการเสียหาย”

คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 6792/2561
องคป์ ระกอบตามความผดิ ป.อ. มาตรา 147 และ 151 ผกู้ ระทาความผดิ ตอ้ งเป็นเจา้ พนกั งานท่ีมีหนา้ ที่ซ้ือ ทา จดั การหรือรักษาทรัพยใ์ ด

ไดเ้ บียดบงั ทรัพยท์ ่ีตนมีหนา้ ที่ดงั กล่าวเป็นของตนโดยทุจริตหรือใชอ้ านาจในตาแหน่งดงั กล่าวโดยทุจริตอนั เป็นการเสียหายแก่รัฐ พยานโจทกท์ ่ีนาสืบมาไม่ไดเ้ บิก
ความยนื ยนั วา่ จาเลยมีหนา้ ท่ีซ้ือ ทา จดั การหรือรักษาทรัพยใ์ ด อยา่ งไร เพียงไดค้ วามแตว่ า่ จาเลยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองแห่งหน่ึง มีอานาจหนา้ ท่ีกาหนดนโยบาย สง่ั
อนุญาตและอนุมตั ิเกี่ยวกบั ราชการของเทศบาลและมีอานาจสง่ั อนุญาตใหซ้ ้ือหรือจา้ งทุกวธิ ีที่ใชจ้ ่ายจากเงินรายไดไ้ ม่จากดั วงเงินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่
ดว้ ยการพสั ดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนทอ้ งถิ่น พ.ศ.2535 และที่แกไ้ ขเพิม่ เติม ส่วนการจดั ซ้ือทรายพิพาทไดค้ วามวา่ อยใู่ นความดูแลรับผดิ ชอบของฝ่ าย
โยธา ในขณะท่ีการจดั การดูแลรับผดิ ชอบรถยนตข์ องเทศบาลเมืองแห่งหน่ึง เป็นหนา้ ที่ของงานป้องกนั และรักษาความสงบเรียบร้อยของเทศบาลเมืองแห่งน้นั
เห็นไดว้ า่ จาเลยมีส่วนเกี่ยวขอ้ งเพียงเป็นผอู้ นุมตั ิเก่ียวกบั งานราชการของเทศบาลเมืองแห่งน้นั ไม่ไดม้ ีหนา้ ท่ีโดยตรงในการซ้ือ ทา จดั การหรือรักษาทรัพยใ์ ด ๆ
การกระทาของจาเลยจึงไม่มีความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา 147 และ 151 แต่การท่ีจาเลยซ่ึงเป็นเจา้ พนกั งานตามกฎหมายอาศยั อานาจในตาแหน่งนายกเทศมนตรีส่งั
การใหใ้ ชร้ ถยนตข์ องเทศบาลเมืองแห่งน้นั ขนทรายพพิ าทไปใชป้ ระโยชนส์ ่วนตวั โดยไมถ่ ูกตอ้ งตามระเบียบดงั กล่าวเป็ นการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีโดยไมช่ อบเพ่ือใหเ้ กิด
ความเสียหายแก่เทศบาลเมืองน้นั จึงเป็นความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา 157

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๔๘ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานใช้อานาจ
ในตาแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจผู้อ่ืนให้มอบ
ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่ตน”

องคป์ ระกอบภายนอก
(๑) เจ้าพนักงาน
(๒) ใช้อานาจในตาแหน่งโดยมิชอบ
(๓) ข่มขืนใจ หรือจูงใจ
องคป์ ระกอบภายใน
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) เจตนาพเิ ศษ เพ่ือ “ให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด”

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๑๔๙ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานเรียกหรือรับสินบน”

องคป์ ระกอบภายนอก
(๑) เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญตั แิ ห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวดั สมาชิกสภาเทศบาล
(๒) เรียก รับ หรือยอมจะรับ สาหรับตนเองหรือผ้อู ื่นโดยมิชอบ
(๓) ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใด
องคป์ ระกอบภายใน
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) เจตนาพเิ ศษ เพ่ือ “เพื่อกระทาการหรือไม่กระทาการอย่างใดในตาแหน่งไม่ว่าการน้ันจะ
ชอบหรือมิชอบด้วยหน้าท”ี่

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๔๘ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานใช้อานาจในตาแหน่งโดยมิชอบ
ข่มขืนใจผู้อ่ืนให้มอบทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดให้แก่ตน”
มาตรา ๑๔๙ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานเรียกหรือรับสินบน”

คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 3470/2543
จาเลยท้งั สามเป็นเจา้ พนกั งานตารวจตาแหน่งลูกแถว กองกากบั การอารักขาและรักษาความปลอดภยั กองบงั คบั การสาย

ตรวจและปฏิบตั ิการพิเศษกองบญั ชาการตารวจนครบาล ซ่ึงเป็นเจา้ พนกั งานตารวจมีอานาจหนา้ ที่สืบสวนจบั กมุ ผกู้ ระทาผดิ อาญา เมื่อได้
พบและกล่าวหาวา่ ผเู้ สียหายใหท้ ี่พกั อาศยั แก่คนต่างดา้ วโดยไม่ปฏิบตั ิตามกฎหมาย อนั เป็นความผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิคนเขา้ เมืองฯ
จึงไม่ใช่การกลน่ั แกลง้ กล่าวหาวา่ ผเู้ สียหายกระทาผดิ อาญาโดยไม่มีมูลความผดิ การที่จาเลยท้งั สามปฏิบตั ิการไปตามหนา้ ท่ีดงั กล่าวโดย
ชอบแลว้ กลบั ไม่จบั กมุ แต่ข่เู ขญ็ เรียกร้องเอาเงินแลว้ ละเวน้ ไม่จบั กมุ ผเู้ สียหาย การกระทาของจาเลยท้งั สามจึงไม่เป็นความผดิ ตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 148 แต่การที่จาเลยท้งั สามข่เู ขญ็ เรียกร้องเอาเงินจากผเู้ สียหายภายหลงั เช่นน้ียอ่ มเป็นความผดิ ฐานเป็นเจา้
พนกั งานเรียกรับทรัพยส์ ินในตาแหน่งโดยมิชอบดว้ ยหนา้ ที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๕๗ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานปฏบิ ตั หิ รือละเว้นการปฏบิ ตั หิ น้าทโี่ ดยมชิ อบเพ่ือให้
เกดิ ความเสียหายแก่ผ้หู น่ึงผู้ใด หรือปฏิบตั ิ ละเว้นการปฏิบตั หิ น้าที่โดยทุจริต”

องคป์ ระกอบภายนอก
(๑) เจ้าพนักงาน
(๒) ปฏบิ ัติหรือละเว้นการปฏบิ ัติหน้าทโ่ี ดยมิชอบ
องคป์ ระกอบภายใน
(๑) เจตนาธรรมดา
(๒) เจตนาพเิ ศษ “เพ่ือให้เกดิ ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด”

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาที่มีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๕๗ ความผิดฐาน “เจ้าพนักงานปฏบิ ัตหิ รือละเว้นการปฏบิ ัตหิ น้าทโ่ี ดยมิชอบเพ่ือให้เกดิ ความเสียหายแก่
ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏบิ ัติ ละเว้นการปฏบิ ตั หิ น้าทโี่ ดยทุจริต”

คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 4436/2562
จาเลยเป็นผบู้ งั คบั บญั ชามีอานาจจะอนุญาตใหโ้ จทกล์ าหรือไม่กไ็ ด้ แต่การใชด้ ุลยพินิจตอ้ งอยบู่ นรากฐานของความ

สมเหตุสมผลที่วญิ ญูชนทว่ั ไปยอมรับไดว้ า่ มิใช่เป็นการใชด้ ุลยพินิจตามอาเภอใจ เมื่อปรากฏวา่ จาเลยเคยมีปัญหาไม่พอใจกบั โจทกม์ าก่อน
และเมื่อโจทกย์ นื่ ใบลากิจล่วงหนา้ ตามระเบียบ และภายหลงั โจทกก์ ไ็ ดย้ น่ื ใบลาป่ วยแทนใบลากิจที่จาเลยมีคาสั่งไม่อนุญาตไปก่อนแลว้ จาเลย
จึงเกษยี ณคาส่ังคาดโทษโจทกว์ า่ เป็นการลาเทจ็ เพอ่ื หาเหตุต้งั คณะกรรมการสอบสวนการลาของโจทกอ์ นั เป็นการหาเหตุลงโทษทางวนิ ยั
โจทก์ แมภ้ ายหลงั อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนที่การศึกษาเขต 8 จะพิจารณายกเลิกคาสั่งดงั กล่าว แต่โจทกก์ ย็ งั มิไดร้ ับการเลื่อนข้นั เงินเดือนปกติ การ
กระทาของจาเลยจึงเป็นการก่อความเสียหายแก่โจทกแ์ ละเป็นการใชด้ ุลยพินิจท่ีไม่อยบู่ นรากฐานของความสมเหตุสมผล เป็นการใชด้ ุลยพนิ ิจ
ตามอาเภอใจ ถือไดว้ า่ จาเลยปฏิบตั ิหรือละเวน้ การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีโดยมิชอบเพื่อใหเ้ กิดความเสียหายแก่โจทก์ อนั เป็นความผดิ ตาม ป.อ. มาตรา
157

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๖๑ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานปลอมเอกสาร”

องคป์ ระกอบภายนอก
(๑) เจ้าพนักงาน มีหน้าที่ “ทา” เอกสาร “กรอกข้อความลง” ในเอกสาร
หรือ “ดูแลรักษา” เอกสาร
(๒) กระทาการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสทตี่ นมหี น้าที่น้ัน
องคป์ ระกอบภายใน
เจตนาธรรมดา

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๖๑ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานปลอมเอกสาร”

คาพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 4532/2548
การท่ีจาเลยนาสมุดบนั ทึกการประชุมในวนั ท่ี 15 และ 19 สิงหาคม 2538 ไปให้ จ. และ ส. ลงลายมือช่ือในบนั ทึกการประชุม ท้งั ท่ี

ไม่ไดม้ ีการประชุม และบนั ทึกรายงานการประชุมดงั กล่าวระบุวา่ ร. เป็นผจู้ ดรายงานการประชุมการกระทาของจาเลยจึงเป็ นความผดิ ฐานปลอมเอกสาร โดย
ประการท่ีน่าจะเกิดความเสียหายแก่ ร. ผทู้ ี่ไม่ไดเ้ ขา้ ร่วมประชุมแตม่ ีชื่อเขา้ ร่วมประชุมและประชาชนทวั่ ไปในตาบลทา่ เรือ ท้งั เอกสารที่ทาปลอมข้ึนน้นั เป็น
บนั ทึกรายงานการประชุมของสมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลท่าเรือ เป็นการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของสมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบลในราชการส่วน
ทอ้ งถิ่น จึงเป็นการปลอมเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 265 เม่ือจาเลยซ่ึงเป็นประธานกรรมการบริหารองคก์ ารบริหารส่วนตาบลทา่ เรือมีหนา้ ที่ขออนุมตั ิ
ขอ้ บงั คบั งบประมาณรายจ่ายประจาปี งบประมาณ พ.ศ.2538 จากสมาชิกองคก์ ารบริหารส่วนตาบลท่าเรือเพื่อนาเสนอนายอาเภอเมืองนครศรีธรรมราช
อนุมตั ิ จาเลยจึงมีความผดิ ฐานเป็นเจา้ พนกั งานมีหนา้ ท่ีดูแลรักษาเอกสาร กระทาการปลอมเอกสารโดยอาศยั โอกาสท่ีตนมีหนา้ ที่น้นั ตาม ป.อ. มาตรา 161
และการที่จาเลยลงลายมือชื่อรับรองสาเนารายงานการประชุมท้งั สองคร้ังดงั กล่าวในสาเนาขอ้ บงั คบั เร่ืองงบประมาณรายจ่ายประจาปี พ.ศ.2538 วา่ มีการ
ประชุมจริง จาเลยจึงมีความผดิ ฐานเป็นเจา้ พนกั งานมีหนา้ ท่ีรับเอกสารรับรองเป็นหลกั ฐานวา่ การอยา่ งใดไดก้ ระทาตอ่ หนา้ ตนอนั เป็นความเทจ็ ตาม ป.อ.
มาตรา 162 (1) และจาเลยเป็นเจา้ พนกั งานปฏิบตั ิหนา้ ท่ีโดยมิชอบเพ่ือใหเ้ กิดความเสียหายแก่สมาชิกองคก์ ารบริหารส่วนตาบลทา่ เรือ และประชาชนใน
ตาบลทา่ เรือ โดยการนางบประมาณมาจดั ประมูลใหผ้ รู้ ับเหมาทางานตามท่ีตนเองตอ้ งการ อนั เป็นการแสวงหาผลประโยชน์เพอื่ ตนเองหรือผอู้ ่ืนโดยไมช่ อบดว้ ย
กฎหมาย จึงเป็นการปฏิบตั ิหนา้ ที่โดยทุจริตตาม ป.อ. มาตรา 157

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๖๒ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานทาเอกสารเท็จ”

องคป์ ระกอบภายนอก
เจ้าพนักงานมหี น้าทที่ าเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทาการดงั ต่อไปนีใ้ นการ
ปฏบิ ัตกิ ารตามหน้าที่
(๑) รับรองเป็ นหลกั ฐานว่า ตนได้กระทาการอย่างใดขนึ้ หรือว่าการอย่างใดได้กระทาต่อหน้าตนอันเป็ นความเทจ็
(๒) รับรองเป็ นหลกั ฐานว่า ได้มกี ารแจ้งซ่ึงข้อความอนั มไิ ด้มกี ารแจ้ง
(๓) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมหี น้าทต่ี ้องรับจด หรือจดเปลยี่ นแปลงข้อความเช่นว่าน้ัน หรือ
(๔) รับรองเป็ นหลกั ฐานซึ่งข้อเทจ็ จริงอนั เอกสารน้ันม่งุ พสิ ูจน์ความจริงอนั เป็ นความเทจ็
องคป์ ระกอบภายใน
เจตนาธรรมดา

ประมวลกฎหมายอาญา

ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญาท่ีมีการกระทาความผดิ มาก

มาตรา ๑๖๒ ความผดิ ฐาน “เจ้าพนักงานทาเอกสารเทจ็ ”

คาพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 6538/2562
การที่จาเลยท่ี 1 ลงลายมือช่ือรับรองรายงานการประชุม และจาเลยที่ 2 ลงลายมือ

ช่ือเป็นผบู้ นั ทึกการประชุมในเอกสารฉบบั เดียวกนั ยอ่ มเป็นการรับรองเป็นหลกั ฐานวา่ การประชุม
คณะกรรมการกาหนดโครงสร้างส่วนราชการและจดั ทาแผนอตั รากาลงั 3 ปี (รอบปี งบประมาณ 2
558 - 2560) เม่ือวนั ท่ี 20 สิงหาคม 2557 ไดก้ ระทาต่อหนา้ ตนน้นั เมื่อคณะกรรมการ
ดงั กล่าวมิไดม้ ีการประชุมกนั จริง การกระทาของจาเลยท่ี 1 และที่ 2 ยอ่ มเป็นความผดิ ฐานเป็นเจา้
พนกั งานมีหนา้ ที่ทาเอกสาร รับรองเป็นหลกั ฐานวา่ การอยา่ งใดไดก้ ระทาต่อหนา้ ตนอนั เป็นความ
เทจ็ และรับรองเป็นหลกั ฐานซ่ึงขอ้ เทจ็ จริงอนั เอกสารน้นั มุ่งพสิ ูจนค์ วามจริงอนั เป็นเทจ็ ตาม ป.อ.
มาตรา 162 (1) และ (4)

การขดั กนั ระหว่างประโยชนส์ ่วนบคุ คล
และประโยชนส์ ่วนรวม

การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

เจา้ หนา้ ท่ีของรัฐท่ีตอ้ งหา้ มกระทาตามมาตรา ๑๒๖

1. กรรมการ ป.ป.ช.
2. ผดู้ ารงตาแหน่งในองคก์ รอิสระ
3. เจา้ พนกั งานของรัฐที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศกาหนด

รวมท้งั คู่สมรสของผดู้ ารงตาแหน่งขา้ งตน้ ดว้ ย
ขอ้ สงั เกต

คู่ ส ม ร ส ต า ม พ ร ะ ร า ช บัญ ญัติ ป ร ะ ก อ บ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ฉ บับ ใ ห ม่
ใหห้ มายความรวมถึงผซู้ ่ึงอยกู่ ินกนั ฉนั สามีภริยาโดยมิไดจ้ ดทะเบียนสมรสดว้ ย

การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

การกระทาท่ีตอ้ งหา้ มดาเนินการ (มาตรา ๑๒๖)

(๑) เป็ นคู่สัญญาหรือมีส่วนไดเ้ สียในสัญญาที่
ทากบั หน่วยงานของรัฐที่เจา้ พนกั งานของรัฐผนู้ ้นั ปฏิบตั ิ
หน้าที่ในฐานะท่ีเป็ นเจา้ พนักงานของรัฐซ่ึงมีอานาจไม่
ว่าโดยตรงหรื อโดยอ้อมในการกากับ ดูแล ควบคุม
ตรวจสอบหรือดาเนินคดี

การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

การกระทาที่ตอ้ งหา้ มดาเนินการ (มาตรา ๑๒๖)

(๒) เป็ นหุ้นส่วนหรือผูถ้ ือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษทั ท่ีเข้าเป็ น
คู่สัญญากบั หน่วยงานของรัฐที่เจา้ พนกั งานของรัฐผูน้ ้นั ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีในฐานะที่
เป็นเจา้ พนกั งานของรัฐซ่ึงมีอานาจไม่วา่ โดยตรงหรือโดยออ้ มในการกากบั ดูแล
ควบคุม ตรวจสอบหรือดาเนินคดี เวน้ แต่จะเป็ นผูถ้ ือหุ้นในบริษทั จากดั หรือ
บริ ษัทมหาชนจากัดไม่เกินจานวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด (
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดป้ ระกาศใหเ้ ป็นผถู้ ือหุน้ ไดไ้ ม่เกินร้อยละหา้ )

การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

การกระทาท่ีตอ้ งหา้ มดาเนินการ (มาตรา ๑๒๖)

(๓) รับสัมปทานหรือคงถือไวซ้ ่ึงสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงาน
ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนทอ้ งถิ่น หรือเขา้ เป็นคู่สัญญากบั รัฐ หน่วยราชการ
หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนทอ้ งถิ่น อนั มีลกั ษณะเป็นการผูกขาดตดั
ตอน หรือเป็นหุน้ ส่วนหรือผูถ้ ือหุน้ ในหา้ งหุน้ ส่วนหรือบริษทั ท่ีรับสมั ปทานหรือเขา้ เป็น
คู่สัญญาในลกั ษณะดงั กล่าว ในฐานะที่เป็นเจา้ พนกั งานของรัฐซ่ึงมีอานาจไม่ว่าโดยตรง
หรือโดยออ้ มในการกากบั ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดาเนินคดี เวน้ แต่จะเป็ นผถู้ ือหุ้น
ในบริษทั จากดั หรือบริษทั มหาชนจากดั ไม่เกินจานวนท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด (
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดป้ ระกาศใหเ้ ป็นผถู้ ือหุน้ ไดไ้ ม่เกินร้อยละหา้ )

การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

การกระทาท่ีตอ้ งหา้ มดาเนินการ (มาตรา ๑๒๖)

(๔) เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็ นกรรมการ ที่ปรึ กษา ตัวแทน
พนักงานหรือลูกจา้ งในธุรกิจของเอกชนซ่ึงอยู่ภายใตก้ ารกากบั ดูแล ควบคุม หรือ
ตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐท่ีเจา้ พนกั งานของรัฐผนู้ ้นั สังกดั อยหู่ รือปฏิบตั ิหนา้ ที่
ในฐานะเป็ นเจา้ พนกั งานของรัฐ ซ่ึงโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจของเอกชน
น้นั อาจขดั หรือแยง้ ต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ทางราชการ หรือกระทบต่อ
ความมีอิสระในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของเจา้ พนกั งานของรัฐผนู้ ้นั

การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

มาตรา ๑๒๗ หา้ มมิใหไ้ ปเป็นกรรมการ ท่ีปรึกษา ตวั แทน พนกั งานหรือลูกจา้ งในธุรกิจ
ของเอกชน ภายในสองปี นบั แต่วนั ท่ีพน้ จากตาแหน่ง

ผดู้ ารงตาแหน่งที่ตอ้ งหา้ ม
(๑) ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.
(๒) ผดู้ ารงตาแหน่งในองคก์ รอิสระ
(๓) ผดู้ ารงตาแหน่งระดบั สูงและผดู้ ารงตาแหน่งทางการเมืองท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
ลกั ษณะตอ้ งหา้ ม
ไปเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตวั แทน พนกั งานหรือลูกจา้ งในธุรกิจของเอกชน ภายในสองปี นบั
แต่วนั ท่ีพน้ จากตาแหน่ง

การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

บทกาหนดโทษของการฝ่ าฝืนมาตรา ๑๒๖

ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหม่ืนบาท หรือท้งั
จาท้งั ปรับ

การขดั กนั ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม

การรับทรัพยส์ ินหรือประโยชนอ์ ่ืนใดของเจา้ หนา้ ท่ีของรัฐ (มาตรา ๑๒๘)

หา้ มมิใหเ้ จา้ พนกั งานของรัฐผใู้ ดรับทรัพยส์ ินหรือประโยชน์อื่นใด อนั อาจคานวณเป็น
เงินไดจ้ ากผใู้ ด นอกเหนือจากทรัพยส์ ินหรือประโยชน์อนั ควรไดต้ ามกฎหมาย กฎ หรือขอ้ บงั คบั ท่ี
ออกโดยอาศยั อานาจตามบทบญั ญตั ิแห่งกฎหมาย เวน้ แต่การรับทรัพยส์ ินหรือประโยชน์อื่นใด
โดยธรรมจรรยาตามหลกั เกณฑแ์ ละจานวนท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด

บทบญั ญตั ิในวรรคหน่ึงให้ใชบ้ งั คบั กบั การรับทรัพยส์ ินหรือประโยชน์อ่ืนใดของผซู้ ่ึง
พน้ จากการเป็นเจา้ พนกั งานของรัฐมาแลว้ ยงั ไม่ถึงสองปี ดว้ ยโดยอนุโลม
ขอ้ สงั เกต

เจา้ พนกั งานของรัฐทุกตาแหน่งจะตอ้ งปฏิบตั ิตามขอ้ น้ี


Click to View FlipBook Version