TAX MAGAZINE August 2020 Vol.39 No.467
NEW NORMAL
วิถีใหม่ของคนบัญชี
by อาจารย์รุจิรัตน์ ปาลีพัฒน์สกุล
ท�ำความรู้จักกับ เจาะประเด็น “ภาษีมูลค่าเพ่ิม”
พ.ร.บ. e-Service กับการ “ขายสินค้า”
by วินัย ปณิธานรักษ์ชัย by สมเดช โรจน์คุรีเสถียร
39ก้าวสู่ปีท่ี th อ่านบทความ “เอกสารภาษีอากร”
ช่องทางออนไลน์ e-Magazine Index
ได้ที่ www.dst.co.th
Content
August 2020 Vol.39 No.467
10 38 Tax Practice : 84 Accounting Practice :
เทคนคิ การใช้ประมวลรัษฎากร เจาะประเด็น
Section : Cover Story ส�ำหรบั นกั บัญชี “ภาษีมูลค่าเพม่ิ ” กบั การ “ขายสินคา้ ”
ค�ำอธบิ ายประมวลรัษฎากร รายมาตรา
Cover Story : เจ้าพนักงานประเมินและอำ� นาจ สมเดช โรจน์คุรเี สถียร
NEW NORMAL เจ้าพนักงานประเมนิ (ตอนท่ี 2)
วถิ ใี หมข่ องคนบัญชี 92 Accounting How To :
สเุ ทพ พงษ์พทิ ักษ์ การเรียนรตู้ ลอดชีวติ เพอ่ื พิชิตใหเ้ ปน็
อาจารยร์ จุ ิรัตน์ ปาลีพัฒน์สกุล นกั บัญชีมอื อาชีพ (ตอนท่ี 39)
44 Tax How To : อ่าน ป.ร.ก. อย่างไรให้เขา้ ใจ (2)
5 เรื่องตอ้ งรู้ ก่อนขายของออนไลน์
(ตอนที1่ ) สุพฒั น์ อปุ นิกขติ
ดร.เพชรรตั น์ ศุภนิมติ รกลุ กิจ 100 Accounting Standard :
วิธปี ฏบิ ัติทางการบญั ชี
48 คำ� พพิ ากษาศาลฎีกา : สำ� หรบั การผอ่ นปรนคา่ เชา่ ที่เกี่ยวข้อง
ปญั หารายการในใบก�ำกบั ภาษี กับการแพรร่ ะบาดของ Covid-19
กิจการทน่ี �ำ TFRS 16
ศ.ชยั สทิ ธิ์ ตราชูธรรม เร่อื ง สัญญาเชา่ มาปฏิบตั ใิ ช้ (ตอนจบ)
ผศ.ดุลยลกั ษณ์ ตราชูธรรม
พิจิต ตราชธู รรม ดร.วรศักดิ์ ทุมมานนท์
Section : Tax Talk 56 ภาษที ้องถน่ิ : 106 IT for Accountant :
ภาษีท่ีดนิ และสิ่งปลกู สรา้ ง นกั บัญชยี ุค Big Data Analytics
(ตอนจบ)
18 Tax Tips : (ตอนที่ 11)
ท�ำความรูจ้ ัก พ.ร.บ. e-Service ดร.ธรี เศรษฐ์ เมธจิรนนท์
อวิรทุ ธ์ ชาญชัยกติ ติกร
วินยั ปณิธานรักษช์ ัย Section : Laws & News
62 Customs Duty : 112 Business Laws :
สญั ญาเช่าซื้อและภาระภาษี
22 Tax Vision : 9 หลกั เกณฑ์ “อุทธรณ์”
รฐั วฒุ ิ จิตรช์ นะ
ธุรกรรม...เนอ้ื หาส�ำคญั กวา่ รูปแบบ การประเมินภาษีศลุ กากร
(ตอนจบ) 116 มติ ครม.
รติรตั น์ คงเอียด
ชลลดา ฟูวฒั นศลิ ป์ 123 กฎหมายใหม่
66 Excise Tax : รังสรรค์ หลวงเมือง
24 Tax Planning : การยกเวน้ ภาษีสรรพสามติ ส�ำหรบั 131 ตอบข้อหารือกรมสรรพากร
การบริหารจดั การภาษี “สนิ คา้ นำ� เขา้ ทไี่ ดร้ บั ยกเวน้ อากรขาเขา้ ” 139 News
(Tax Management)
ประพันธ์ คงเอยี ด Section : Lifestyle
เตรียมรบั มือภาษีท่ดี นิ 143 Lifestyle :
7 จดุ ... สร้างบคุ ลกิ “ดี”
และสิง่ ปลูกสรา้ งสำ� หรับ 70 ภาษีระหวา่ งประเทศ :
Jolica
ผปู้ ระกอบธรุ กจิ อสงั หารมิ ทรพั ย์ (ตอนที่ 1) Limitation on Benefits : LOB
การจำ� กัดสทิ ธปิ ระโยชน์ 145 Member Corner
ผศ.ดุลยลกั ษณ์ ตราชูธรรม
32 ภาษสี รรพากร : ตามอนุสัญญาภาษซี ้อน
สุขวรรณ ฤกษ์สมบูรณ์ดี
ภ.ง.ด.51 Section : Smart Accounting
ประมาณการก�ำไรสุทธิ
เงินเพิม่ : เหตอุ ันสมควร (ตอนที่ 1) 76 Accounting Update :
เงินสดและรายการเทยี บเทา่ เงนิ สด
ชมุ พร เสนไสย
ดร.สงิ ห์ชยั อรุณวฒุ ิพงศ์
Editorial
August 2020 Vol.39 No.467
ในช่วงเวลาน้ี หลายท่านคงคุ้นชินกับค�ำว่าการปรับตัวมากขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าค�ำน้ีมีความส�ำคัญมากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นของการดูแล
ตัวเอง การใช้ชีวิตประจ�ำวัน และการปรับตัวให้มีวิถีการท�ำงานท่ีเป็น New Business มากขึ้น อันประกอบด้วยวิธีคิด วิธีเรียนรู้ วิธีส่ือสาร วิธีปฏิบัติ
และการจดั การ เพ่ือเตรียมพรอ้ มกบั ความเปลีย่ นแปลงทีอ่ าจเกิดขึน้ ได้ในอนาคต
“New Normal” จึงเป็นส่ิงท่ีทุกคนให้ความใส่ใจ ไม่ใช่แค่เพียงรับฟังข้อมูลข่าวสารผ่านไปเท่าน้ัน แต่ยังต้องประพฤติปฏิบัติกันอย่างจริงจังด้วย
รวมถึงยังต้องไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้และปรับตัวให้ผ่านพ้นทุกสถานการณ์ไปได้ด้วยดี ส�ำหรับนักบัญชีเอง ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปล่ียนแปลงเหล่านี้
ก็ต้องมีการเตรียมพร้อมส�ำหรับรูปแบบการท�ำงานท่ีเปล่ียนไป ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทมากข้ึน ข้อมูลข่าวสารกฎหมายใหม่ๆ
ท่ีประกาศออกมา ว่าจะมีผลกระทบต่อการท�ำงานอย่างไร มีจุดใดท่ีจะต้องให้ความใส่ใจระมัดระวังเป็นพิเศษ เพ่ือไม่ให้เกิดความผิดพลาดอันจะน�ำ
ความยงุ่ ยากมาสอู่ งคก์ รได้ โดยแนวทางดงั กลา่ วนต้ี ดิ ตามไดใ้ นบทความ “New Normal วถิ ใี หมข่ องคนบญั ช”ี ทนี่ ำ� เสนอประเดน็ ทนี่ า่ สนใจไวอ้ ยา่ งครบถว้ น
ในช่วงเวลาน้ีพวกเรานักบัญชีจะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50, 51 ซึ่งได้รับการขยายเวลามาจากกรมสรรพากรให้แล้วเสร็จ โดยการย่ืนแบบ ภ.ด.ง.50
จะต้องด�ำเนินการให้เสร็จสิ้นในวันท่ี 31 ส.ค. 2563 นี้ ส่วน ภ.ง.ด.51 น้ันจะต้องยื่นแบบเสร็จส้ินภายใน 30 ก.ย. 2563 ดังน้ันควรรีบด�ำเนินการให้
เรยี บร้อย อยา่ ปลอ่ ยใหค้ ้างคาจนเกดิ ปญั หาตามมานะคะ
ถึงแม้วา่ สถานการณต์ า่ งๆ ท่ีทำ� ให้เคยวิตกกงั วล หลายคนเร่มิ กลายเปน็ ความคนุ้ เคย แตต่ ้องไมล่ ะเลยในการป้องกนั ตัว เพราะการระบาดท่วั โลก
ยังคงไม่จบลงงา่ ยๆ ใส่หน้ากากอนามัยและลา้ งมือบ่อยๆ เพอ่ื ความปลอดภยั ของทุกทา่ นคะ่
แลว้ พบกนั ฉบบั หนา้ ค่ะ
กิตติยา อาภากุลอนุ
บรรณาธกิ ารอ�ำนวยการ
เจา้ ของ : บรษิ ัท สำ� นักพฒั นาการบรหิ ารธรรมนติ ิ จ�ำกัด ที่ปรึกษา : ประภาศ คงเอียด,
ศ.ดร.สมบตั ิ ธำ� รงธญั วงศ,์ วชิ ัย จงึ รกั เกยี รต,ิ ไพศาล พืชมงคล, พิพัฒน์ ขันทอง, รณวัตร สุวรรณาภิรมย์
ที่ปรึกษากฎหมาย : บรษิ ัท ส�ำนกั กฎหมายธรรมนิติ จ�ำกัด นกั เขยี นกติ ตมิ ศกั ด์ิ : รศ.ดร.วรศักด์ิ ทุมมานนท์,
ดร.สิงห์ชยั อรุณวฒุ พิ งศ์, ไพศาล พชื มงคล, สมเดช โรจนค์ รุ เี สถยี ร, รศ.เพมิ่ บญุ แก้วเขียว, สรุ พล ถวัลยวชิ ชจิต,
ชมุ พร เสนไสย, ผศ.ดลุ ยลักษณ์ ตราชธู รรม, ดร.อาทติ ย์ ศรทั ธาวรสิทธ์ิ, สเุ ทพ พงษ์พิทกั ษ์,
อวริ ทุ ธ์ ชาญชยั กิตติกร, ฤกษ์ฤทธิ์ เพชรวรกุล, ดร.เพชรรตั น์ ศภุ นมิ ิตรกลุ กจิ
บรรณาธกิ ารอ�ำนวยการ : กติ ตยิ า อาภากุลอนุ ฝ่ายการตลาด : พงษศ์ รณั ย์ หอมขจร โทร. 092-848-8846
บรรณาธกิ ารบริหาร : ดารารตั ต์ พืชมงคล : ปรารถนา กจิ ญาณ โทร. 063-223-8877
: ธนัชชา กิจสวุ รรณ ฝ่ายโฆษณา
ศลิ ามณี จรมิ ายา โทร. 080-908-0989
บรรณาธิการ
หวั หนา้ กองบรรณาธิการ : ศศิพินท์ุ อษุ ณียม์ าศ : คณพิชญ์ อศุ ุภการี โทร. 081-359-4805
ฝ่ายสมาชกิ
: ปวณี า ภเู วียง อัตราคา่ สมาชิก : 1 ปี (12 ฉบบั ) 2,300 บาท
กองบรรณาธิการ : ปติ ิพฒั น์ อรณุ วรววิ ัฒน์ (ราคานี้รวมภาษมี ูลคา่ เพิ่ม 7%)
กราฟกิ ดีไซน ์ : จันทร์จิรา ซอ่ื พร้อม สมาชิกแจ้งยา้ ยทอี่ ยู่ : กรุณาติดต่อ ฝา่ ยบรกิ ารสมาชิก
พิสจู น์อักษร : ทิพสุคนธ์ วงษ์เมอื ง โทร. (02) 555-0901-5
ฝา่ ยผลิต
ผลิตโดย บริษัท สำ�นักพัฒนาการบริหารธรรมนิติ จำ�กัด 178 อาคารธรรมนิติ ชั้น 4 ซอยเพิ่มทรัพย์ (ประชาชื่น 20) ถนนประชาชื่น
แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทร. (02) 555-0901-9 แฟกซ์ (02) 555-0911-4
สงวนลขิ สทิ ธติ์ าม พ.ร.บ. ลิขสทิ ธ์ิ พ.ศ. 2521/2537 ไม่อนุญาตให้คดั ลอกสว่ นใดสว่ นหน่งึ ของหนงั สอื เลม่ นี้ นอกจากจะได้รับอนญุ าตเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษรจากเจ้าของลิขสทิ ธ์ิเท่านัน้
บทความ ข้อความ ความคดิ เหน็ หรอื ขอ้ เขียนใดท่ปี รากฏในวารสารน้ีเป็นความเหน็ ส่วนตวั ของผ้เู ขยี นไม่เก่ียวขอ้ งผกู พนั กับบริษัทฯ แตป่ ระการใด
CStoovreyr
by อาจารย์รุจิรัตน์ ปาลีพฒั นส์ กุล
NEW NORMAL
วิถใี หมข่ องคนบัญชี
10
TAX MAGAZINE
“New Normal หรือความปกติในรูปแบบใหม่ท่ีเราต้องยอมรับให้ได้หลังจากน้ี สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น
กอ่ นหนา้ นจ้ี ะกลายเปน็ เรอ่ื งปกติ ตงั้ แตใ่ นอดตี จนถงึ ปจั จบุ นั ทกุ วกิ ฤตเมอ่ื เกดิ ขน้ึ ทำ� ใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลง
หลายๆ อยา่ ง ลองมาทบทวนกนั ก่อนสกั นิดวา่ ทผ่ี ่านมาเราเจอกบั วิกฤตอะไรกันมาบา้ ง
เราเจอวกิ ฤตอะไรกันมาบ้าง ? ” โรคระบาด สนามบินเงียบเหงา สถานที่
ในฐานะท่ีผู้เขียนเองก็เคยผ่าน ท่องเท่ียวแทบร้างผู้คน สถานการณ์
โควิด-19” ต้องยอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้สร้าง โควิด-19 ท�ำให้โลกเปล่ียนแปลงไป
สถานการณ์วิกฤตมาหลายคร้ังหลายครา ผลกระทบระดับโลก มีการปิดเมือง ปิด ตลอดกาล การใช้ชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไป
ตั้งแต่ “วิกฤตต้มย�ำกุ้ง” จนมาถึง “วิกฤต ประเทศ เพ่ือป้องกันการแพร่กระจายของ ทั่วโลกจากการเว้นระยะทางสังคม (Social
Distancing) การใช้ชีวิตที่เคยปกติจะ
ไม่ปกติอีกต่อไป ทุกคนต้องปรับตัวจาก
สถานการณ์ที่บีบรัดจนกลายเป็นเร่ืองปกติ
ไปในท่ีสุด
ประเดน็ สำ� คญั อยตู่ รงทกี่ ารปรบั ตวั
และปรับใจเข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่
ใหไ้ ด้ วกิ ฤตโควดิ -19 ยงั สง่ ผลใหเ้ กดิ วกิ ฤต
ทางเศรษฐกิจมีผลกระทบต่อชีวิตประจ�ำวัน
ของผู้คนเป็นจ�ำนวนมาก เกิดส่ิงท่ีเรียก
ว่า “New Normal” หรือ “ชีวิตวิถีใหม่”
พฤติกรรมของคนในสังคมเปล่ยี นแปลงไป
วิ ก ฤ ต ค รั้ ง น้ี ยั ง ท� ำ ใ ห ้ เ กิ ด วิ ก ฤ ต
เชิงซ้อนหลายอย่าง หลายธุรกิจได้รับ
ผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม จนต้อง
ลดพนักงาน เลิกจ้าง หรือปิดตัวเองลง
ความไร้สมดุลระหว่างความมั่งคั่งทาง
เศรษฐกิจ ความอยู่ดีมีสุขทางสังคม ความ
ย่ังยืนของธรรมชาติ และภูมิปัญญาของ
มนุษย์ การเน้นแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจ
จนเกิดผลกระทบท่ีไม่พึงประสงค์ต่างๆ
ตามมามากมาย เศรษฐกจิ การเงนิ ทคี่ รอบงำ�
เศรษฐกิจท่ีแท้จริง ธุรกิจสนใจแต่ตัวเลข
ในทางบัญชี ราคาหุ้นในตลาดถูกครอบง�ำ
และบิดเบือนด้วยการสร้างราคาและ
การเก็งก�ำไรจากนักลงทุนรายใหญ่ใน
ตลาดเงนิ และตลาดทนุ โลก ธรุ กจิ ทมี่ ตี วั เลข
ผลประกอบการทด่ี ี แตบ่ างทกี ไ็ รค้ า่
11
TAX MAGAZINE
อ ง ค ์ ก ร เ ป ลี่ ย น แ น ว คิ ด เ ป ็ น ธนบัตรหรือเหรียญท่ีหมุนเวียนผ่านมือคน เร็ว และที่ส�ำคัญในราคาท่ีคนส่วนใหญ่พอ
พฒั นาสคู่ วามยั่งยืน จ�ำนวนมาก อาจมีเชื้อโรคติดอยู่ การใช้ จะจา่ ยได้
การ์ด หรือเงินในระบบอิเล็กทรอนิกส์จ่าย
ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ค ร้ั ง น้ี ท� ำ ใ ห ้ กป็ ลอดภยั ทีส่ ุด ท่ีมา : The World Economic
หลายธุรกิจต้องปรับแนวคิดการปรับปรุง Forum
พัฒนาองค์กร จากเดิมท่ีมุ่งพัฒนาองค์กร 3. การท�ำงานท่ีบ้าน : จ�ำเป็น
สู่ความทันสมัย (Modernism) ต้องหันมา ต้องมีเทคโนโลยี อุปกรณ์ การเข้าถึงระบบ วิถีใหม่...สิ่งที่ท้าทายนกั บัญชี
ใส่ใจและมุ่งท่ีจะพัฒนาองค์กรสู่ความ เครือข่ายของออฟฟิศต้องมีระบบการ
ยั่งยืน (Sustainism) โดยการบริหาร รักษาความปลอดภัยท่ีดี การประชุม ห ลั ง จ า ก วิ ก ฤ ต ค ร้ั ง น้ี ค ว า ม
จัดการความสมดุลในองค์กรด้านต่างๆ การสื่อสารกันผ่านช่องทางออนไลน์ เปลี่ยนแปลงที่เกิดข้ึนอีกด้านหนึ่งคือ
กระบวนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการด�ำรง
•อาทิ 4. การเรียนทางไกล : มีการปิด ชีวิตเพิ่มขึ้นมาก ธุรกิจเก่ียวข้องกับการ
การบริหารจัดการความเสี่ยงกับ โรงเรียนและมหาวิทยาลัยท�ำให้ต้องเรียน สอ่ื สารผา่ นระบบออนไลนจ์ ะทำ� เงนิ มหาศาล
จากท่ีบ้าน ผู้คนจะเริ่มปรับตัวท�ำงานผ่านเครือข่าย
•ผลตอบแทน การส่ือสารระยะไกลมากข้ึน เคร่ืองจักรกล
ความฉลาดหลกั แหลมทางธรุ กจิ 5. ก า ร ดู แ ล สุ ข ภ า พ ด ้ ว ย และหนุ่ ยนตจ์ ะถกู ใชง้ านแทนมนษุ ยม์ ากขน้ึ
เทคโนโลยี : ทกุ คนหนั มาใสใ่ จเรอื่ งสขุ ภาพ ซึ่งก็ต้องแลกด้วยสถานการณ์ผู้คนตกงาน
•กับจริยธรรมและความชอบธรรม มอี ปุ กรณแ์ บบสวมใสไ่ วก้ บั ตวั เพอ่ื ประมวล มากขึ้น นักบัญชีเองก็เป็นอีกอาชีพหน่ึง
ความมุ่งมั่นต้ังใจกับการปรับตัว ผลสขุ ภาพของตนเอง ท่ี ถู ก ท ้ า ท า ย ใ น ส ถ า น ก า ร ณ ์ แ บ บ น้ี
อยา่ งนอ้ ยก็คือการเปลย่ี นแปลง 3 ด้านคือ
•ตามเงื่อนไขสภาพแวดล้อม 6. ความบันเทิงผ่านออนไลน์ :
ขีดความสามารถจากภายในกับ ในที่คนหนาแน่นอาจจะไม่ปลอดภัย ท�ำให้ 1. ธรุ กิจวถิ ีใหม่ (New Business
เครอื ข่ายความรว่ มมือจากภายนอก ธรุ กิจความบนั เทงิ ต้องปรับตัว Normal)
• การออมกบั การลงทุน 7. ซัพพลายเชน 4.0 : หลาย 2. การเรียนรู้ (Learning)
• ปรมิ าณและคณุ ภาพ ธุรกิจเจ๊งไป แต่หลายธุรกิจไปได้ดี โดย 3. การทำ� งาน (Working)
• หลักการและหลักปฏบิ ตั ิ เฉพาะอาหาร ของใช้จ�ำเป็น แต่ส่ิงเหล่านี้ โดยท้ัง 3 เรื่องจะกลายเป็นเรื่อง
• ผลตอบแทนระยะส้ันกับความ ต้องการเทคโนโลยีมาจัดการ ต้ังแต่การใช้ ปกติในที่สดุ
••สามารถในการทำ� ก�ำไรในระยะยาว อินเทอร์เน็ตมาเช่ือมต่ออุปกรณ์ต่างๆ การ 1. ธรุ กิจวถิ ใี หม่ (New Business
ประมวลผล Big Data เพื่อบริหารจัดการ Normal)
ผู้ถอื หนุ้ กับผ้มู สี ่วนเกย่ี วขอ้ ง เครือข่ายการผลิต ส่งถึงลูกค้าได้อย่างมี New Normal ในธุรกิจต้อง
ก า ร รั ง ส ร ร ค์น วั ต ก ร ร ม กั บ ก า ร ประสทิ ธภิ าพ เปลี่ยนแปลงไป พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป
ลอกเลยี นแบบ อย่างไร Social Distancing จะเป็น
8. ระบบการผลติ จาก 3D Printing ปัจจัยหลัก ถ้าธุรกิจเป็นร้านอาหาร การ
10 เทคโนโลยีตอบโจทย์ชีวิต : การขน้ึ รปู ชนิ้ งานไดห้ ลากหลาย การจำ� ลอง รับประทานอาหารที่ร้านต้องมีการจัดพ้ืนที่
วิถใี หม่ (New Normal) รปู แบบ และปรบั เปลยี่ นการผลติ เพอื่ ตอบโจทย์ เพ่ือเว้นระยะห่าง ส่งผลต่อจ�ำนวนลูกค้าท่ี
ความต้องการใหม่กับลูกค้าได้ตัดสินใจ ลดลง และรายไดข้ องธรุ กจิ ลดลง พฤตกิ รรม
ส�ำหรับ 10 เทคโนโลยีท่ีจะเข้ามา จงึ สำ� คญั ลูกค้าอาจจะมีการสั่งอาหารไปกินที่บ้าน
ตอบโจทย์ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ที่ มากขน้ึ หนั มาใชบ้ รกิ ารตวั แทนในการจดั สง่
หลายคนต้องเจอ และนับเป็นโอกาสของ 9. โดรนและหุน่ ยนต์ : ช่วงวิกฤต อาหารแบบ Delivery มากขนึ้ ถา้ คณุ ยงั ทำ�
ธุรกิจต่างๆ ที่หากปรับตัวทันก็สามารถ โควิด-19 ท่ีโดรนและหุ่นยนต์เป็นตัวช่วย ธรุ กจิ รปู แบบเดมิ ไมน่ านกอ็ าจจะตอ้ งปดิ ตวั
สร้างรายไดใ้ หเ้ ติบโต ไดแ้ ก่ มนษุ ย์หลายหนา้ ที่ ตัง้ แตช่ ่วยสง่ ของ วดั ไข้ ลงไป ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ลูกค้าจะเดิน
ลดการสัมผัสระหว่างผู้ป่ วยกับบุคลากร ซ้ือสินค้าตามห้างลดลงและหันมาซื้อสินค้า
1. ชอ้ ปปง้ิ ออนไลน์ : คนหนั มาซอื้ ทางการแพทย์ไดจ้ �ำนวนมาก
ของออนไลนเ์ พอ่ื ปอ้ งกนั การมาสมั ผสั กนั จน
เสย่ี งตอ่ การระบาดของโรค 10. ส่ือสารเร็ว แรง เสถียรด้วย
5G : สัญญาณ 5G สำ� คญั และทั่วโลกต้อง
2. การช�ำระเงินแบบดิจิทัล : ลงทุนพฒั นา เพอ่ื ให้เครอื ขา่ ยส่อื สารมีสปีด
12
TAX MAGAZINE
แบบออนไลน์กนั มากข้ึน และยงั มีอีกหลาย ต้องหยุดกิจการช่วั คราวหรอื ปดิ กจิ การ ธรุ กจิ อยไู่ ด้ เมอ่ื ธรุ กจิ ยงั ตอ้ งเกดิ การปรบั ตวั
ธุรกิจทีต่ อ้ งมีการเปล่ียนแปลงไป นอกจากการปรับวิธีการหารายได้ เพ่ือให้เข้ากับการเปล่ียนแปลง นักบัญชี
ก็ต้องมีการปรับเปล่ียนการท�ำงานให้ทัน
การเข้าใจถึงพฤติกรรมลูกค้าเป็น แล้ว การปรับโครงสร้างต้นทุนและรายจ่าย ตามลกั ษณะของธุรกจิ ทเ่ี ปลย่ี นไป
ส่ิงท่ีธุรกิจต้องท�ำความเข้าใจ จากวิกฤต ก็เป็นหัวใจส�ำคัญเช่นกัน การลดรายจ่าย
ที่เกิดข้ึน สภาพเศรษฐกิจอาจเกิดการ คงทใี่ หม้ ากทส่ี ดุ แลว้ เปลยี่ นใหอ้ ยใู่ นรปู แบบ McKinsey & Company บริษัทท่ี
หยุดชะงัก อาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู ของต้นทุนที่เพิ่มลดตามรายได้ เช่น การ ปรึกษาการบริหารธุรกิจชั้นน�ำของโลก ได้
และต้ังหลัก การจับจ่ายใช้สอยอาจจะ ลดขนาดของออฟฟิศลง การลดจ�ำนวนคน เปิดเผยรายงานวิจัยอนาคต คาดการณ์ถึง
ไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม สิ่งเหล่านี้จะ ในองค์กรลง มีการใช้บริการ Outsource ผลสะเทือน และท�ำนายระยะฟื้นตัวของ
กระทบต่อรายได้ของธุรกิจอย่างแน่นอน มากข้ึน การลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย เศรษฐกิจโลก จ�ำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรม
หลายธุรกิจต่างประสบปัญหา หรือถึงขั้น ทกุ อยา่ งทเ่ี ปน็ Fixed Cost ใหต้ ำ่� ลงเพอื่ ให้ ต่างๆ ดงั นี้
อนั ดบั ท่ี ประเภทอตุ สาหกรรม การหดตัวของธุรกิจ ระยะเวลาฟนื้ ตวั
1 Commercial Aerospace Industry 48% ยาวนานท่สี ดุ อันดบั ที่ 1
2 อตุ สาหกรรมการบนิ และอวกาศเชงิ พาณิชย์ หดตัวรนุ แรงที่สดุ ราวไตรมาส 3-4 ปี 2564
3 Oil & Gas Industry
4 อุตสาหกรรมปโิ ตรเลียม 45% อนั ดับที่ 4
5 Air & Travel Industry ราวไตรมาส 3 ปี 2563
6 อุตสาหกรรมการบนิ และการทอ่ งเทย่ี ว
7 Insurance Industry 40% รองลงมา อันดบั ท่ี 2
8 อตุ สาหกรรมประกนั ภัย ราวไตรมาส 1-2 ปี 2564
9 Bank Industry
10 อตุ สาหกรรมการธนาคาร 32% อนั ดบั ท่ี 3
Real Estate Industry ราวไตรมาส 4 ปี 2563
อุตสาหกรรมอสังหาริมทรพั ย์
Automotive & Assembly Industry 30%
อตุ สาหกรรมรถยนต์
Agriculture Industry 29%
อุตสาหกรรมการเกษตร
Appeal, Fashion & Luxury Industry 29% อันดบั ที่ 5
อตุ สาหกรรมแฟชนั่ ราวไตรมาส 3 ปี 2563
Healthcare Facilities & Services Industry
อุตสาหกรรมบริการทางการแพทย์ 28%
27% เร็วทส่ี ดุ
ราวไตรมาส 2-3 ปี 2563
26%
McKinsey สรุปว่า ทุกกลุ่ม ท่ีจะฟื้นตัวได้เลย แม้กระทั่งทรงตัวก็ยังมี 2. การเรยี นรู้ (Learning)
อตุ สาหกรรมหลกั ของโลกไดร้ บั ผลกระทบ นอ้ ยมาก ! ตั้งแต่อดีตเราจะยังคงเห็นภาพ
ทั้งหมด ! โดยที่ “ไม่มีอุตสาหกรรมใด” นักบัญชีท่ีต้องท�ำงานกับเอกสารกองใหญ่
13
TAX MAGAZINE
ซ่ึงงานบัญชีก็อาจจะไม่ต่างกับงานเสมียน ตัวอยา่ ง งบแสดงฐานะการเงนิ (รปู แบบรายงาน)
ธุรการท่ีต้องรวบรวมเอกสารมาท�ำการ
บันทึกบัญชี แต่วิกฤตครั้งนี้ดูเหมือนจะ บรษิ ทั ตวั อยา่ ง จากดั
ท�ำให้นักบัญชีเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น งบแสดงฐานะการเงนิ
เก่งข้ึน ความสับสน วุ่นวาย ความขัดแย้ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 25x2
บางอย่างในองค์กรถูกมองข้ามไป เพราะ
การปรับเปลี่ยนวิธีการท�ำงานแทบจะ สินทรัพย์ (หน่วย : บาท)
พลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือกันเลยทีเดียว
อะไรท่ีส�ำคัญและจ�ำเป็นจะมีการตัดสินใจ สนิ ทรพั ยห์ มุนเวียน 250,687,462 7.66%
เปน็ อันดับแรก นกั บญั ชีในยคุ สมยั ใหมเ่ หน็ 765,894,520 23.41%
ชัดมากจากทัศนคติและผลงาน งานที่ท�ำ เงนิ สดและรายการเทียบเท่าเงนิ สด 125,684,585 3.84%
ได้เร็วและมีประสิทธิภาพเกิดจากลักษณะ 186,587,654 5.70%
ความเป็นผู้น�ำท่ีพยายามท�ำงานให้น้ัน ลกู หนีก้ ารคา้ และลกู หนีอ้ น่ื 1,328,854,221 40.62%
“ส�ำเร็จ” มากกว่างาน “เสร็จ”
สนิ คา้ คงเหลอื 2,565,000 0.08%
นั ก บั ญ ชี เ ห มื อ น ถู ก ท ้ า ท า ย ใ น 1,895,758,650 57.95%
สถานการณ์วกิ ฤตครงั้ น้ี ส่งิ ทน่ี กั บัญชีตอ้ งมี สนิ ทรพั ยห์ มุนเวียนอนื่
การเรียนรู้และน�ำไปปรับใช้อย่างจริงจังกับ 28,655,460 0.88%
ธุรกิจ เช่น เม่อื รูปแบบธุรกิจมกี ารเปล่ียนไป รวมสนิ ทรพั ยห์ มนุ เวียนอนื่ 15,625,120 0.48%
ธุรกรรมของธุรกิจอาจจะเกิดข้ึนมาใน 1,942,604,230 59.38%
รูปแบบเอกสารดิจิทัลมากข้ึน การจัดเก็บ สนิ ทรพั ยไ์ ม่หมุนเวียน 3,271,458,451 100.00%
ข้อมูลเอกสารทางการบัญชีในรูปแบบ File
เอกสาร การบันทึกบัญชีในองค์กรจะถูก เงนิ ลงทุนเผอ่ื ขาย 765,895,302 23.41%
เชอ่ื มโยงไปยงั หนว่ ยงานตา่ งๆ เพอื่ ตรวจสอบ 500,000,000 15.28%
การนำ� เสนอขอ้ มลู ในงบการเงนิ ไดแ้ ก่ งบแสดง ท่ีดนิ อาคารและอปุ กรณ์ 56,256,542 1.72%
ฐานะการเงิน งบก�ำไรขาดทุน งบกระแส 23,895,308 0.73%
เงินสด หรือข้อมูลอื่นๆ เพ่ือน�ำเสนอให้กับ สนิ ทรพั ยไ์ ม่มีตวั ตน 1,346,047,152 41.15%
ผู้บริหาร จากการรายงานข้อมูลตัวเลขอาจ
ต้องเปลี่ยนเป็นรูปแบบการน�ำเสนอผ่าน สนิ ทรพั ยไ์ ม่หมนุ เวียนอน่ื 125,658,430 3.84%
Infographic เพ่ือให้ผบู้ รหิ ารได้เข้าใจ 55,875,420 1.71%
รวมสนิ ทรพั ยไ์ ม่หมุนเวียนอน่ื 12,568,200 0.38%
ตวั อยา่ งการนำ� เสนอขอ้ มลู งบการเงนิ 194,102,050 5.93%
ในรูปแบบรายงานท่ีนักบัญชีคุ้นชิน เป็น รวมสนิ ทรพั ย์ 1,540,149,202 47.08%
รูปแบบการยอ่ สว่ น หรอื การนำ� รูปแบบของ
Infographic มาน�ำเสนอข้อมูลเฉพาะส่วน หนสี้ ินและส่วนของผู้ถือหนุ้ 800,000,000 24.45%
ท่ีส�ำคัญให้กับผู้บริหารให้สามารถเข้าใจ
ได้งา่ ยข้ึน หนีส้ นิ หมุนเวียน 8,500,000 0.26%
922,809,249 28.21%
งบแสดงฐานะการเงิน ซ่ึงแสดง เจา้ หนีก้ ารคา้ และเจา้ หนีอ้ น่ื 1,731,309,249 52.92%
รายการสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของ 3,271,458,451 100.00%
ผู้ถือหุ้น ณ เวลาใดเวลาหน่ึง ในรูปแบบ เงนิ กยู้ มื ระยะสนั้ จากบคุ คลและกจิ การท่ีเกยี่ วขอ้ งกนั
รายงานนั้นอาจจะแสดงข้อมูลรายละเอียด
ทง้ั หมดของกจิ การ ซง่ึ ผบู้ รหิ ารอาจจะ Focus หนีส้ นิ ตามสญั ญาเชา่ การเงนิ ท่ีถงึ กาหนดชาระภายในหนึ่งปี
หนีส้ นิ หมนุ เวียนอนื่
รวมหนีส้ นิ หมนุ เวียน
หนีส้ นิ ไม่หมนุ เวียน
หนีส้ นิ ระยะยาว
ภาระผกู พนั ผลประโยชนพ์ นักงาน
หนีส้ นิ ไม่หมนุ เวียนอน่ื
รวมหนีส้ นิ ไม่หมนุ เวียน
รวมหนีส้ นิ
สว่ นของผถู้ อื หนุ้
ทุนเรอื นหนุ้
ทุนที่ออกและชาระแลว้
กาไรสะสม
จดั สรรแลว้
ทุนสารองตามกฏหมาย
ยงั ไม่ไดจ้ ดั สรร
รวมสว่ นของผถู้ อื หุน้
รวมหนีส้ นิ และสว่ นของผถู้ อื หนุ้
14
TAX MAGAZINE
แค่ข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งท่ีส�ำคัญเท่านั้นASSEตTSวั อยา่ ง งบแสดงฐานะการเงิน (รปู แบบ Infographic)
นกั บญั ชอี าจจะเปลย่ี นแปลงรปู แบบการเสนอ 3,271.5 100%
โดยการย่อส่วนตัวเลข ให้เป็นตัวเลขCURRAESNSTETASSSETS 3,271.5 100%
หลักล้าน แทนท่ีจะแสดงข้อมูลจ�ำนวน 1,328.9 41%
สิน ทรัพย ์ท้ังหมดเ พ่ื อ ให้ผู้บ ริ หา ร ได้ เห็ นNON CURRENT ASSETS ASASSESTESTS LIABLIILAIBTIYLITY
ภาพรวมของฐานะการเงินของกิจการ หรือ CURRENT ASSETS 1,328.9 41% ASSETS EQUEIQTYUITY
1,942.6 59%
LIABILITY
แอาลจะจสะ่วแนสขดองงเผปถู้น็ อืสหดั นุ้สว่แนบขบองIสnนิfoทgรrพัapย์hหicนส้ี วนิ่าLIABILNIOTYN CURRENT ASSETS EQUITY
สัดส่วนของรายการสินทรัพย์หมุนเวียน LIABILITY 1,942.6 59% รรููปปทที่่ี2ขแร2ูปแอสแทสสงด่ีด2ดเงงจแสงสสสดั้าดดสััดขงว่สสอสนว่ ดัข่งวนสอนขว่งอสนขงนิขอสอทนิงงรสพัทสินยรินทพ์ั หรทยนพั ์สี้รยหนิัพ์นหแสีน้ยลนิสีะ้ ์ สินแหว่แลนนละขะส้ีสอสว่ งินว่ นเนจขแขา้ ออขลงองะเเงจจสาา้้ ขข่วออนงง
เทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเป็นอย่างไร CURRENT LIABILITY 1,540.1 47%
CURRENT LIABILITY 3,271
1,540.1 47%
1,346.0 41%
งบก�ำไรขาดทุน เป็นงบทแี่ สดงผลNON CURRENT LIABILITY 1,346.0 41% 3,271
การด�ำเนินงานของกิจการ ณ งวดใดงวด NON CURRENT LIABILITY
หนงึ่ ซงึ่ ผบู้ ริหารค่อนขา้ งจะให้ความส�ำคัญEQUITY 194.1 6% 3,022 3,099
194.1 6% 3,022 3,099
มากท่ีสุด โดยเฉพาะตัวเลขของผลก�ำไร EQUITY 1,731.3 53% แ225ส5XรXด20รูป0ูปง5ททฐ่ีX3ี่ า30แนสแดสะงดทฐงาาฐนงาะนกทะาา2งท5รก2าX2าเง51งร5กเXนิXงาิน11ยรยเงอ้อ้ ินนนยหหอล้ งนัลห3งั ลปง23ัี 523Xป5ป2ี2Xี 52X2
ของกิจการ ดังนั้นงบก�ำไรขาดทุนรูปแบบ 1,731.3 53%
รายงาน ผู้บริหารส่วนใหญ่จะดูเข้าใจอยู่ งบแรูปสทดี่ 1รงูปงฐทบาี่ แ1นสงดบะแงกฐสาดานงรฐเะางกนินาะรแกเางบรินเบแงินบยแบบ่อยบสอ่ ยส่วอ่ ว่สนนว่ น
แล้ว แต่นักบัญชีสามารถน�ำเสนอข้อมูลงบ
ก�ำไรขาดทุนให้น่าสนใจมากขึ้น แทนท่ีจะ
น�ำเสนอข้อมูลท่ีเป็นตัวเลขอย่างเดียว อาจ ตัวอย่าง งบกำ� ไรขาดทุน (รปู แบบรายงาน)
จะยอ่ สว่ นตวั เลข ใหเ้ ปน็ ตวั เลขหลกั ลา้ น เพอื่
ใหผ้ บู้ รหิ ารไดเ้ หน็ ภาพรวมของฐานะการเงนิ
ของกจิ การ หรอื นำ� รูปแบบ Infographic มา บรษิ ทั ตวั อยา่ ง จากดั (หน่วย : บาท)
แสดงผลการดำ� เนินงานในหลายๆ งวดเพอ่ื งบกาไรขาดทุน 416,858,795 100.00%
เห็นถึงแนวโน้มของการเปล่ียนแปลง และ 348,150,215 83.52%
ยงั เลอื กรปู แบบใหเ้ หมาะสมในการนำ� เสนอ สาหรบั ปี สนิ้ สดุ วันที่ 31 ธันวาคม 25x2 68,708,580 16.48%
ข้อมูลในงบก�ำไรขาดทุนท่ีน่าสนใจออกมา 38,715,952 9.29%
ให้ผู้บริหารได้เห็นถึงจุดส�ำคัญในงบก�ำไร รายไดจ้ ากการขายและใหบ้ รกิ าร 10,750,785 2.58%
ขาดทนุ เชน่ อาจจะมกี ารเปรยี บเทยี บขอ้ มลู ตน้ ทุนขายและการใหบ้ รกิ าร
จากปีกอ่ นเพิ่มเตมิ กาไรขนั้ ตน้
คา่ ใชจ้ า่ ยในการขายและจดั จาหน่าย
คา่ ใชจ้ า่ ยในการบรหิ าร
งบกระแสเงนิ สด เปน็ งบทแ่ี สดงผล กาไรจากการดาเนินงาน 19,241,843 4.62%
การดำ� เนนิ งานของกจิ การในรปู แบบกระแส ตน้ ทุนทางการเงนิ 2,109,535 0.51%
เงนิ สดทเ่ี พมิ่ ขน้ึ หรอื ลดลง โดยแบง่ ออกเปน็ กาไรกอ่ นภาษีเงนิ ได้ 17,132,308 4.11%
3 กจิ กรรม คือ กจิ กรรมด�ำเนินงาน กิจกรรม ภาษีเงนิ ได้ 3,525,630 0.85%
การลงทนุ และกจิ กรรมจดั หาเงนิ ซงึ่ กจิ การที่ กาไร (ขาดทุน) สาหรบั ปี 13,606,678 3.26%
จัดท�ำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงาน
ทางการเงินส�ำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสีย EBDA 25,356,570 6.08%
สาธารณะ หรือ NPAEs ผู้บริหารอาจจะ EBITDA 32,657,569 7.84%
ไม่คุ้นกับงบกระแสเงินสด เพราะ NPAEs
ไม่ได้ก�ำหนดให้กิจการต้องจัดท�ำงบกระแส
15
TAX MAGAZINE
ตวั อยา่ ง งบกำ� ไรขาดทนุ (รปู แบบ Infographic) ตัวอย่าง งบกระแสเงนิ สด (รูปแบบรายงาน)
REVENUE 416.9 100% GP บรษิ ทั ตวั อยา่ ง จากัด
COGS 348.2 83.52% งบกระแสเงนิ สด
GROSS PROFIT 16.48%
SELLING 68.7 16.48% สาหรบั ปี สิน้ สดุ วนั ที่ 31 ธันวาคม 25x2
ADMIN 38.7 9.29%
EBIT 10.8 2.58% กระแสเงนิ สดจากกิจก25รxร1มด1า5เ.น6น3ิ %งาน (หนว่ ย : บาท)
INTEREST 19.2 4.62% เงนิ สดรบั จากลกู คา้
TAX เงนิ สดจ่ายแก่เจา้ หนี้ 346,750,860
NET PROFIT 2.1 0.51% (263,025,624)
EBITDA 3.5 0.85% เงนิ สดจN่ายPคา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนนิ งาน (32,655,940)
13.6 3.26%
32.7 7.84% เงนิ สดจ3่า.2ย6ค%า่ ดอกเบีย้ (529,845)
เงนิ สดสทุ ธิจากกิจกรรมดาเนนิ งาน 50,539,451
25x1 3.05%
กระแสเงนิ สดจากกิจกรรมลงทนุ 356,250
เงนิ สดรบั จากการขายทด่ี นิ อาคารและอปุ กรณ์ (16,532,652)
เงนิ สดEจB่าIยTใDนกAารซือ้ ทดี่ นิ อาคารและอุปกรณ์
เงนิ สดจ7่า.8ย4ใน%การซือ้ สินทรพั ยไ์ มม่ ตี วั ตน (231,450)
เงนิ สดสทุ ธิจากกิจกรรมลงทนุ (16,407,852)
25x1 6.56%
งบกำ� ไรขาดทนุ แบบยอ่ สว่ น กระแสเงนิ สดจากกิจกรรมจัดหาเงนิ 0
เงนิ สดรบั จากการกูย้ ืม (18,656,560)
REVENUE 416.9 100%
COGS รูปท่ี 5 เปรยี บเงเทนิ ยี สบดอจตั ร่าำยสจว่ นาทก่สี กำคาญัรชกาบั รปะีกหอ่ นนี้ 0
GROSS PROFIT 348.2 83.52%รูปที่ 4 งบกำไรขGำPดทนุ แบบยอ่ สว่ น เงนิ สดรบั จากการออกหนุ้ สามญั 0
SELLING 16.48% เงนิ สดจ่ายเงนิ ปันผล (18,656,560)
ADMIN เงนิ สดสทุ ธิจากกิจกรรมจัดหาเงนิ
EBIT 68.7 16.48%
INTEREST
TAX 25x1 15.63%
NET PROFIT
EBITDA 38.7 9.29%
10.8 2.58% NP
19.2 4.62%
2.1 0.51% 3.26%
25x1 3.05%
3.5 0.85% EBITDA เงนิ สดและรายการเทยี บเทา่ เงนิ สดเพิ่มขนึ้ (ลดลง) - สทุ ธิ 15,475,039
13.6 3.26% 7.84% เงนิ สดและรายการเทยี บเทา่ เงนิ สด ณ วนั ตน้ งวด 235,212,423
32.7 7.84% เงนิ สดและรายการเทยี บเทา่ เงนิ สด ณ วนั สิน้ งวด 250,687,462
25x1 6.56%
เปรียบเทยี บอัตราสว่ นที่ส�ำคัญกบั ปกี อ่ นรูปที่4งบกำไรขำดทนุ แบบยอ่ สว่ น
รูปท่ี 5 เปรยี บเทียบอตั รำสว่ นที่สำคญั กบั ปีกอ่ น
417 เงินสด ซ่ึงหากนักบัญชีในกิจการ NPAEs สว่ นหนง่ึ เทา่ นนั้ ทง้ั น้ี รปู แบบของ Infographic
อยากสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานทางด้าน มคี อ่ นขา้ งหลากหลาย นกั บญั ชจี ะตอ้ งเลอื ก
348 บัญชี อาจจะลองจัดท�ำงบกระแสเงินสด ใชร้ ปู แบบของ Infographic ใหเ้ หมาะสมกบั
แล้วน�ำเสนอผู้บริหารให้เห็นถึงสภาพคล่อง การนำ� เสนอขอ้ มลู ตา่ งๆ เพอ่ื ดงึ จดุ ทน่ี า่ สนใจ
282 318 ของกระแสเงินสดของกิจการ ซึ่งรูปแบบ ของงบการเงินและช่วยผู้บริหารให้เข้าใจ
227 250 งบกระแสเงนิ สด นกั บญั ชสี ามารถนำ� รปู แบบ ขอ้ มลู ในงบการเงนิ งา่ ยขน้ึ แทนการนำ� เสนอ
Infographic มาแสดงกระแสเงินสดของ แต่เพียงงบการเงินในรูปแบบรายงาน ซึ่ง
11 18 14 กิจการท่ีเพ่ิมขึ้นหรือลดลงในแต่ละกิจกรรม บางกิจการผู้บริหารถึงกับกุมขมับต้อง
เพราะบางครง้ั กำ� ไรในงบกำ� ไรขาดทนุ อาจจะ เปลย่ี นแวน่ ไปมา เพราะขอ้ มลู ในงบการเงนิ
25X0 25X1 25X2 ไม่ได้สะท้อนถึงกระแสเงินสดที่แท้จริงของ มนั ตวั เล็กเหลอื เกนิ !
REVENUE COST NET PROFIT กิจการกไ็ ด้
3. การทำ� งาน (Working)
เปรียบเทียบรายได้ ต้นทุน และก�ำไรสุทธิ รูปแบบการน�ำเสนองบการเงิน เวลาท่ีเกิดวิกฤต ความส�ำคัญท่ี
ยอ้ นหลงั 3 ปี (กราฟแทง่ ) ในรูปแบบ Infographic ข้างต้น เป็นเพียง
417
348
318
282
250
227
11 18 14
25X0 25X1 25X2
REVENUE COST NET PROFIT
เปรียบเทียบรายได้ ต้นทุน และก�ำไรสุทธิรูปท่ี 7 เปรยี บเทยี บรายได้ตน้ ทนุ และ กาไรสทุ ธิยอ้ นหลงั 3 ปี (กราฟเสน้ )
ย้อนหลัง 3 ปี (กราฟเสน้ )
16
TAX MAGAZINE
ตัวอย่าง งบกระแสเงินสด (รูปแบบ เป้าหมายชัดเจน เป็นทีมที่รวมตัวกันจาก หลายๆ องค์กรต้องการบุคลากรที่มีความรู้
Infographic) หลายฝา่ ย ซง่ึ แนน่ อนว่าตอ้ งมนี ักบัญชรี วม ความสามารถจริงๆ ท่ีจะมาช่วยกันพัฒนา
อยู่ในทีมด้วย ความจ�ำเป็นของปัญหา องค์กรให้ก้าวไปขา้ งหน้า บางตำ� แหน่งอาจ
Operating Activities สามารถ“ตดดั ังสนินั้นใ+จห5ไล0ดั้ด.ง5แีโMคลBวะเิดร็วมถา้ากจๆะท�ำให้ จะไมม่ คี วามสำ� คญั อกี ตอ่ ไป นกั บญั ชเี องถา้
ยังคงไม่ปรับเปล่ียนทัศนคติ วิธีการท�ำงาน
50.5 327% หรือทักษะต่างๆ ก็อาจจะไม่เป็นท่ีต้องการ
ขององค์กรต่อไป
Investing Activities สิ่งที่เรียนรOู้ชPE่วRAงTนING้ียAังCคTIVงITอY ยู่ก็คือต้องท�ำให้
ดงั นนั้ สง่ิ ทน่ี กั บญั ชที อ่ี งคก์ รตอ้ งการ
(16.4) -106% ทองีมคเล์กร็กNFนๆICGNIAั้NนหใNหลET้ +าC“1ยAแS5ๆHบF.L5นOทMW”BีมIANTทCIVNTE่ีสGลISVุดัด ให้อ�ำนาจ
วงจรความ •อาจจะมีคณุ ลักษณะอ่นื ๆ ร่วมดว้ ย เช่น
Financing Activities การมีองค์ความรู้ด้านบัญชี
อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องมีองค์
(18.7) -121% -1ซ8บั .ซ7อ้ MBนAICTใTYนIV การอนมุ ตั ภิ าITยY-ใ1น6ใ.4หMค้ Bลอ่ งตวั
•ความรู้ด้านอ่ืนที่เก่ียวข้องกับธุรกิจ
NET CASH FLOW ขึ้น ในโลกที่ปลาเร็วชนะปลาช้า การ การพฒั นาตนเอง เพมิ่ พนู ทกั ษะ
15.5 100% จัดทัพใหม่ให้ทีมเล็กที่คล่องตัว ไม่รวม •ทางวชิ าชีพ และการเรียนรู้ส่ิงใหม่ๆ
การน�ำเทคโนโลยีมาใช้ในงาน
งบกระแสเงนิ สดแบบย่อส่วน ศูนย์ ก็จะเป็นข้อได้เปรียบมากในการ
รูปที่ 8 งบกระแสเงินสดแบบยอ่ สว่ น แข่งขรูปนั ทภ่ี 9าแยสภดงากรคะแหสเนงิน้าส”ดในแตล่ ะกิจกรรม •บัญชี การจัดเกบ็ การจัดการข้อมลู ตา่ งๆ
การทำ� งานแบบ Work from Home สามารถปรบั ตวั เขา้ กบั สถานการณ์
50.5 327% +50.5MB ส�ำหรับนักบัญชี เม่ือก่อนอาจจะท�ำได้
(16.4) •การเปล่ียนแปลงไดอ้ ย่ตู ลอดเวลา
(18.7) -106% OPERATING ACTIVITY ค่อนข้างยาก เพราะการจัดการกับเอกสาร สามารถเช่ือมต่อข้อมูลและ
15.5 -121%
NET CASHFLOW INVES ร ว ม ถึ ง ค ว า ม ส� ำ คั ญ ใ น เ ร่ื อ ง ก า ร รั ก ษ า •ทำ� งานไดท้ ุกท่ี
ดแบบยอ่ สว่ น TING ทักษะการส่ือสาร และการน�ำ
MBACTIV •เสนอเปน็ ส่งิ จ�ำเปน็
+15.5FINA ความลับของข้อมูลลูกค้าและข้อมูลบริษัท การมีมนุษยสัมพันธ์ และการ
ทำ� งานเป็นทมี ทดี่ ี
NCIN
G ถึงแม้วิกฤตคร้ังนี้จะกินปอด
-18.7 ACTIV ITY-16.4MB แต่นักบัญชีต้องไม่ปอดแหก ไม่ว่าหลัง
ITY ทำ� ใหน้ กั บญั ชตี อ้ งคอยระมดั ระวงั อยา่ งมาก โควิด-19 นักบัญชีจะกลับไปใช้ชีวิตอยู่
MB กับการท�ำงานใน “โลกใบเดิม” หรือ “โลก
ใบใหม”่ แตเ่ ชอ่ื วา่ วธิ กี ารทำ� งานของนกั บญั ชี
100% การนำ� เทคโนโลยมี าชว่ ยในการทำ� งานบญั ชี จะไมม่ ที างเหมอื นเดมิ อกี ต่อไป !
แสดงกระแสเงนิ สดในแตล่ ะกิจกรรม รวมถึงการจัดเก็บเอกสารบน Cloud ที่ใช้ นักบัญชีต้องเรียนรู้และอยู่ให้เป็น
บริษัทต้องทรูป�ำทห่ี 9 รแือสดเงปกร้าะแหสเมงินาสดยในทแต่ีทล่ ะุกกิจคกนรรมยอมรับ รว่ มกนั ในองคก์ รกเ็ ปน็ อกี ทางเลอื กหนง่ึ แต่ และพร้อมต่อการเปล่ียนแปลงตลอดเวลา
ร่วมกันน้ันดูจะมีไม่กี่ข้อแต่ชัดเจนมากๆ ต้องก�ำหนดนโยบายและการเข้าถึงข้อมูล ADAPT or DIE
พอเข้าใจและรู้ว่าเป้าหมายน้ันส�ำคัญแล้ว ให้ชัดเจน เพอ่ื เปน็ ไปตามมาตรฐานวชิ าชพี
พลังแห่งความร่วมมือร่วมใจกันก็มากัน และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เพราะเราก็ไม่มีทางรู้เลยว่าหลัง
ทว่ มทน้ กวา่ การทำ� งานกอ่ นโควดิ มาก พลงั แฝง วิกฤตครั้งน้ีอาจจะเป็นจุดเร่ิมต้น จากน้ีจะมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกใน
อีกอย่างทน่ี ่าเรยี นรใู้ นชว่ งน้กี ็คือ องค์กรทมี่ ี ของหลายๆ องค์กรที่จะต้องเปล่ียนมาเป็น วันข้างหน้า ดังนั้น “ส่ิงใดเกิดข้ึนแล้ว
“ความหว่ งใยกนั ” ผใู้ หญห่ ว่ งใยผนู้ อ้ ย มกี าร ซอฟต์แวร์บัญชีบน Cloud มากขึ้น เพราะ สงิ่ นน้ั ย่อมดเี สมอ”
ห่วงเร่ืองความปลอดภัยของพนักงานก่อน สามารถตอบโจทย์การท�ำงานแบบ Work
ถา้ ตอ้ งเสยี สละ ผใู้ หญเ่ สยี สละกอ่ น กจ็ ะเปน็ from Home แต่อาจท�ำให้เกิดปัญหาเรื่อง
องค์กรท่ีแข็งแรงมากๆ ในการฝ่าวิกฤต จะ คณุ ภาพหรอื ความถกู ตอ้ งของงานได้ เพราะ
ท�ำอย่างไรให้ความรู้สึกดีๆ นี้ยังคงอยู่และ ไม่ได้คุยหรือการแก้ปัญหากันต่อหน้า การ
ตอ่ เนอ่ื งเมื่อโควิดจากไปแลว้ สื่อสารจึงส�ำคัญมากในการท�ำงานแบบ
Remote ดงั นน้ั จะตอ้ งแบง่ หนา้ ทกี่ นั กำ� หนด
การท�ำงานเป็นทีม หลายองค์กร ผรู้ บั ผิดชอบ และ Deadline ให้ชดั เจน เพอ่ื
มี ก า ร จั ด ตั้ ง ที ม ง า น เ พ่ื อ ม า ช ่ ว ย กั น แ ก ้ ใหผ้ ู้บรหิ ารได้ขอ้ มลู ท่ที ันต่อการตัดสนิ ใจ
สถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เป็น
บทสรุปแล้วว่าทีมเล็กที่สร้างมาเฉพาะกิจ ปรับตัวเป็นนักบัญชีที่องค์กร
มีน้ันท�ำงานได้เร็ว บริษัทหลายแห่งน่าจะ ต้องการ
เห็นพ้องต้องกันว่า ทีมเล็กๆ ที่สร้างมา
เพื่อลุยกับวิกฤตมีความคล่องตัว เพราะมี สถานการณ์วิกฤตครั้งนี้ ท�ำให้
17
TAX MAGAZINE
TaxSection
Talk
Tax Tips
by วินยั ปณธิ านรักษช์ ัย
ท�ำความรู้จกั พ.ร.บ. e-Service
18
TAX MAGAZINE
หลักการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ขอคนื ภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ตามจำ� นวนทแ่ี ตกตา่ ง (3) บริษัท ค. จ�ำกัด ได้ท�ำสัญญา
มงุ่ จดั เกบ็ จากการบรโิ ภค (Tax on Consume) ดงั กล่าว รับจ้างออกแบบค�ำนวณโครงสร้างทาง
ผู้รับภาระภาษีมูลค่าเพ่ิม (Tax Burden) ยกระดับโครงการแห่งหน่ึง ซึ่งบริษัท ค.
แท้จริงคือผู้บริโภคคนสุดท้าย (Final ภ า ษี มู ล ค ่ า เ พ่ิ ม จั ด เ ก็ บ ส� ำ ห รั บ จ�ำกัด ได้ท�ำสัญญาจ้างช่วงงานค�ำนวณ
Consumers) ส�ำหรับผู้ประกอบการท่ีเป็น กิจกรรมการค้าระหว่างประเทศตามหลัก โครงสร้างบางส่วนกับบริษัทในต่างประเทศ
ผขู้ ายสินค้าหรอื ให้บรกิ าร แม้จะถกู กำ� หนด ปลายทาง (Destination Principle) โดยบริษัทในต่างประเทศจะด�ำเนินการ
ใหเ้ ปน็ ผมู้ หี นา้ ทเ่ี สยี ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ โดยตอ้ ง ออกแบบและคำ� นวณโครงสรา้ งในตา่ งประเทศ
มหี นา้ ทยี่ น่ื รายการและชำ� ระภาษมี ลู คา่ เพมิ่ การน�ำเข้าสินค้าหรือบริการจาก และสง่ ผลของงานใหก้ บั บรษิ ัท ค. จำ� กัด
ทุกเดือนภาษีก็ตาม แต่ผู้ประกอบการก็ได้ ต่างประเทศ ให้ถือว่าปลายทางของสินค้า
สทิ ธเิ รียกเกบ็ ภาษมี ูลคา่ เพิ่มจากผู้ซ้ือสนิ คา้ หรือบริการดังกล่าวอยู่ในประเทศไทย จึง กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี
หรือผู้รับบริการ หรือท่ีเรียกว่า “ภาษีขาย” ก�ำหนดให้การน�ำเข้าสินค้าหรือบริการนั้น กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร
และน�ำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้จ่ายหรือพึง เป็นกิจกรรมท่ีต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม นน้ั ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ค. จำ� กดั มหี นา้ ท่ี
ตอ้ งจ่าย หรอื ทเี่ รยี กว่า “ภาษีซือ้ ” มาเครดติ ในลักษณะเดียวกับการขายสินค้าหรือการ ตอ้ งย่นื แบบน�ำสง่ ภาษีมูลคา่ เพิ่ม (ภ.พ.36)
หักออกจากภาษีขายที่ได้เรียกเก็บหรือมี ให้บริการในราชอาณาจักร
สิทธิเรียกเก็บน้ัน ซ่ึงเท่ากับผู้ประกอบการ (4) บริษัท ง. จ�ำกัด ได้ท�ำสัญญา
จะได้รับคืนภาษีมูลค่าเพ่ิมกลับมาทันที ส�ำหรับผู้น�ำเข้าบริการจากต่าง ว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศให้ซ่อมแซม
เวน้ แตใ่ นกรณที ผี่ ปู้ ระกอบการมยี อดภาษซี อ้ื ประเทศ มีหน้าท่ีต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 เพ่ือ เคร่ืองจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้า โดยส่ง
มากกว่ายอดภาษีขายในแต่ละเดือนภาษี แสดงรายการและน�ำส่งภาษมี ูลคา่ เพมิ่ จาก เคร่ืองจักรไปซ่อมแซมในต่างประเทศ เม่ือ
กจ็ ะไดส้ ทิ ธขิ อคนื เงนิ ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ ดงั กลา่ ว การนำ� เขา้ บรกิ ารดงั กลา่ ว ภายในวนั ที่ 7 ของ บริษัทในต่างประเทศด�ำเนินการเรียบร้อย
จากทางราชการภายหลัง เดือนถัดจากเดือนที่มีการช�ำระค่าบริการ แล้วได้ส่งกลับมาให้บริษัท ง. จ�ำกัด ใช้ใน
ภาษีมูลค่าเพ่ิมที่ได้น�ำส่งให้มีผลเช่นเดียว ประเทศไทย
ภาษีมูลค่าเพ่ิมจัดเก็บจากมูลค่า กบั ภาษมี ลู คา่ เพมิ่ เนอ่ื งจากการนำ� เขา้ สนิ คา้
ที่เพิ่มขึ้นของสินค้าหรือให้บริการในทุก กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี
ขนั้ ตอนของการขายสนิ คา้ หรอื การใหบ้ รกิ าร ตัวอย่างผู้มีหนา้ ที่ยื่น ภ.พ.36 กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร
เฉพาะสว่ นทย่ี งั ไมผ่ า่ นการเสยี ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ (1) บริษัท ก. จ�ำกัด ได้ท�ำสัญญา นนั้ ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ง. จำ� กดั มหี นา้ ที่
มากอ่ น ภาษีมูลคา่ เพิม่ จงึ ได้ชือ่ วา่ เปน็ ภาษี ว่าจ้างบริษัทในต่างประเทศให้ด�ำเนินการ ตอ้ งย่นื แบบนำ� สง่ ภาษมี ลู คา่ เพ่มิ (ภ.พ.36)
ท่ีจัดเก็บไม่ซ�้ำซ้อนและมีความเป็นธรรม ให้ค�ำปรึกษาและแนะน�ำด้านการบริหาร
อย่างยิ่ง การจัดการ การวางแผน กฎหมาย การเงิน (5) บรษิ ทั จ. จำ� กดั ประกอบกจิ การ
การตลาดและบุคคล ซึ่งการให้บริการ เก่ียวกับสนามกอล์ฟ ได้ท�ำสัญญาว่าจ้าง
ส�ำหรับผู้ประกอบการแต่ละราย ทง้ั หมดไดก้ ระทำ� ในตา่ งประเทศ และบรษิ ทั บรษิ ทั ในตา่ งประเทศใหด้ ำ� เนนิ การออกแบบ
ถูกก�ำหนดให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพ่ิมจาก ในต่างประเทศได้จัดส่งข้อมูลดังกล่าวผ่าน สนามกอล์ฟ โดยมีการจัดท�ำแผนผัง
มลู คา่ ของสนิ คา้ หรอื บรกิ ารในสว่ นทเ่ี พมิ่ ขนึ้ ทางโทรศัพท์ โทรสาร e-Mail (ไปรษณีย์ รายละเอียดและงานเขียนแบบส�ำหรับใช้
จากการประกอบกิจการของตน โดยค�ำนวณ อิเล็กทรอนิกส์) และจดหมายให้กับบริษัท ในการก่อสร้างสนามกอล์ฟ ซ่ึงบริษัทใน
ภาษที ตี่ อ้ งชำ� ระจากยอด “ภาษขี าย” (Output ก. จำ� กัด ต่างประเทศยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
Tax) หรอื ภาษีมลู คา่ เพิม่ ที่ผูป้ ระกอบการได้ กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารที่ ในงานเขียนแบบและแผนผังอื่นๆ เงิน
เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากการประกอบ กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร ค่าจ้างออกแบบดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น
กิจการขายสินค้าหรือการให้บริการหักด้วย นนั้ ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ก. จำ� กดั มหี นา้ ท่ี คา่ ตอบแทนเพอ่ื คา่ สิทธิ
“ภาษีซ้อื ” (Input Tax) หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม ตอ้ งยนื่ แบบนำ� ส่งภาษมี ูลคา่ เพ่มิ (ภ.พ.36)
ท่ีผปู้ ระกอบการไดจ้ ่ายหรือพงึ ตอ้ งจ่ายตาม (2) บรษิ ทั ข. จำ� กดั ไดท้ ำ� สญั ญาเชา่ กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี
หลักฐาน “ใบกำ� กับภาษ”ี (Tax Invoice) เครื่องจักรจากบริษัทในต่างประเทศเพื่อ กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร
น�ำมาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเส้ือผ้า นนั้ ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั จ. จำ� กดั มหี นา้ ที่
ในกรณีท่ีภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ สำ� เรจ็ รปู ตอ้ งยน่ื แบบนำ� สง่ ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ (ภ.พ.36)
ให้ผู้ประกอบการช�ำระภาษีมูลค่าเพิ่มตาม กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี
จ�ำนวนที่แตกต่างนั้น และในกรณีที่ภาษีซื้อ กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร (6) บริษทั ช. จำ� กดั ประกอบธรุ กิจ
มากกว่าภาษีขายให้ผู้ประกอบการมีสิทธิ นน้ั ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ข. จำ� กดั มหี นา้ ที่ ถลุงโลหะ ได้ซื้อลิขสิทธิ์กรรมวิธีการผลิต
ตอ้ งยนื่ แบบนำ� สง่ ภาษีมลู ค่าเพ่มิ (ภ.พ.36) จากบริษัทในต่างประเทศ โดยบริษัทใน
ต่างประเทศยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธ์ิ
ในลิขสิทธ์ิกรรมวิธีการผลิต
19
TAX MAGAZINE
กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ
กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร ให้น�ำส่งภาษีให้กับรัฐบาลไทยได้มากน้อย
นน้ั ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ช. จำ� กดั มหี นา้ ท่ี นนั้ ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ญ. จำ� กดั มหี นา้ ที่ แคไ่ หน ปจั จบุ นั มหี ลายประเทศไดเ้ รมิ่ จดั เกบ็
ต้องย่นื แบบนำ� สง่ ภาษมี ูลค่าเพ่ิม (ภ.พ.36) ตอ้ งย่นื แบบน�ำส่งภาษมี ูลคา่ เพ่ิม (ภ.พ.36) ภาษี e-Service แลว้ เช่น มาเลเซีย (ทเี่ ร่มิ
โดยค�ำนวณจากค่าบริการทง้ั หมด เม่ือต้นปีนี้) ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ขณะที่
(7) สว่ นราชการแหง่ หนงึ่ ทำ� สญั ญา อนิ โดนเี ซยี จะเรม่ิ เกบ็ ภาษี e-Service ในวนั ที่
จัดซ้ือโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากบริษัทใน (11) บรษิ ัท ฎ. จ�ำกดั ได้ท�ำสัญญา 1 กรกฎาคม 2563 โดยเก็บที่อตั รา 10%
ตา่ งประเทศ โดยบรษิ ทั ในตา่ งประเทศเสนอ ใช้บริการรับฝากเซิร์ฟเวอร์ (Data
ราคาคา่ โปรแกรมคอมพวิ เตอรป์ ระกอบดว้ ย Management หรือ Co-Location) จาก ทั้งน้ี ร่าง พ.ร.บ.ฯ จัดเก็บภาษี
ค่าลิขสิทธิ์ท่ีบริษัทในต่างประเทศยังคงเป็น บรษิ ัทในต่างประเทศ ‘e-Service’ เดมิ ทเี รยี กวา่ รา่ ง พ.ร.บ.ฯ จดั เกบ็
เจ้าของกรรมสิทธ์ิในลิขสิทธิ์ ค่าติดตั้ง ค่า ภาษี ‘e-Business’ ก�ำหนดใหม้ กี ารจัดเกบ็
บ�ำรุงรักษา ค่าฝึกอบรม ค่าให้ค�ำปรึกษา กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี ภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการธุรกรรม
ค่าเดนิ ทาง และคา่ ทพี่ ักของพนักงาน กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Business ใน
นน้ั ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ฎ. จำ� กดั มหี นา้ ที่ ต่างประเทศ โดยก�ำหนดให้ผู้ให้บริการ
กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี ตอ้ งย่นื แบบน�ำสง่ ภาษีมูลคา่ เพ่มิ (ภ.พ.36) ทางอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม
กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร โดยค�ำนวณจากค่าบริการท้งั หมด ในต่างประเทศท่ีมีรายได้จากการให้บริการ
น้ันในราชอาณาจักร ส่วนราชการมีหน้าท่ี ในไทยเกนิ กวา่ 1.8 ลา้ นบาทตอ่ ปี ยนื่ คำ� ขอ
ต้องยน่ื แบบนำ� สง่ ภาษมี ูลค่าเพ่ิม (ภ.พ.36) ดั ง นั้ น ผู ้ ท่ี จ ่ า ย ค ่ า บ ริ ก า ร ไ ป จ ด ท ะ เ บี ย น ภ า ษี มู ล ค ่ า เ พ่ิ ม ห รื อ ภ า ษี
ต่างประเทศทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องยื่น มูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร แต่เมื่อเข้าสู่
(8) บริษัท ซ. จ�ำกัด ได้ท�ำสัญญา ภ.พ.36 แต่ที่ผ่านมาจะมีเฉพาะนิติบุคคล ข้ันการพิจารณาของผู้เช่ียวชาญ เพื่อความ
ว่าจ้างบริษทั ในต่างประเทศผลติ Brochure จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมเท่าน้ันที่มีการ เหมาะสมและครอบคลุมมากข้ึน จึงมี
เ ป ็ น รู ป ภ า พ ข อ ง โ ร ง แ ร ม แ ล ะ เ ย็ บ เ ป ็ น ย่ืน ภ.พ.36 เม่ือมีการจ่ายค่าบริการไป การเปลี่ยนชื่อเป็น พ.ร.บ.จัดเก็บภาษี
หนงั สอื เลม่ เล็กๆ โดยบางส่วนแจกใหล้ ูกค้า ตา่ งประเทศ ทว่าในสว่ นของบคุ คลธรรมดา e-Service โดยมีเหตุผลว่าด้วยเทคโนโลยี
ในประเทศไทยและบางส่วนแจกให้ลูกค้า ท่ีมีการจ่ายค่าบริการไปต่างประเทศยัง สมัยใหม่ท�ำให้ผู้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล
ในตา่ งประเทศ ไม่ค่อยมีการยื่น ภ.พ.36 แต่ประการใด ในต่างประเทศสามารถค้าขายสินค้าและ
ท�ำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีมูลค่าเพ่ิม ให้บริการได้โดยไม่จ�ำเป็นต้องมาต้ังหรือ
กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี ในสว่ นนไ้ี ป จดทะเบยี นในไทย และปจั จบุ นั การจา่ ยเงนิ ได้
กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร ไปต่างประเทศผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน
นน้ั ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ซ. จำ� กดั มหี นา้ ท่ี ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องจัดเก็บ ดาวน์โหลดหนัง เพลง เกม การจองโรงแรม
ตอ้ งยนื่ แบบนำ� สง่ ภาษีมูลคา่ เพิ่ม (ภ.พ.36) ภาษี e-Service จากผใู้ หบ้ รกิ ารตา่ งประเทศ จากแพลตฟอร์มต่างประเทศโดยไม่เสีย
โดยคำ� นวณจากคา่ บรกิ ารท้งั หมด เพราะการจัดเก็บภาษี e-Service จะท�ำให้ มลู คา่ เพมิ่ ซง่ึ ไมเ่ ปน็ ธรรมกบั ผปู้ ระกอบการ
ทราบว่า ไทยขาดดุลการค้าด้านดิจิทัลที่ ไทยท่ีประกอบธุรกิจลักษณะเดียวกันท่ี
(9) บริษัท ฌ. จ�ำกัด ได้ท�ำสัญญา คนไทยจ่ายเงินออกไปนอกประเทศว่าจ่าย ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และท�ำให้รัฐบาล
ใช้บริการน�ำเสนอข้อมูลสินค้าหรือบริการ ออกไปเท่าไรกันแน่ ซึ่งท่ีผ่านมาคนไทย สญู เสียรายไดม้ ากขึ้น
ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือบริการเช่าพ้ืนที่ นิยมใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจ่ายเงิน
บนเว็บไซต์ (Website) หรือบริการเช่า ออกต่างประเทศโดยไม่มีรายได้ใดๆ ที่อยู่ ดั ง นั้ น ท่ี ป ร ะ ชุ ม ค ณ ะ รั ฐ ม น ต รี
พื้นที่บนเซิร์ฟเวอร์ (Server) ของบริษัท ในประเทศไทยเลย หากมี พ.ร.บ. e-Service (ครม.) จงึ มมี ติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ
ในต่างประเทศ จะท�ำให้ทราบว่ามีเงินออกนอกประเทศ (พ.ร.บ.) แก้ไขประมวลรัษฎากรฯ จัดเก็บ
มากข้ึนเพียงใด แต่ท่ีอาจกระทบผู้บริโภค ภาษี ‘e-Service’ หรอื การเกบ็ ภาษมี ลู คา่ เพมิ่
กรณดี งั กลา่ วถอื เปน็ การใหบ้ รกิ ารท่ี ชาวไทยก็คือคนไทยต้องจ่ายเงินแพงข้ึน จากแพลตฟอรม์ ดจิ ทิ ลั ของบรษิ ทั ตา่ งประเทศ
กระทำ� ในตา่ งประเทศและไดม้ กี ารใชบ้ รกิ าร จากภาษีท่ีทางผู้ให้บริการออนไลน์จาก ท่ีให้บริการในไทย แต่ไม่มีบริษัทลูกในไทย
นน้ั ในราชอาณาจกั ร บรษิ ทั ฌ. จำ� กดั มหี นา้ ท่ี ต่างประเทศที่จะผลักภาระส่วนนี้มาให้ แต่ โดย พ.ร.บ. e-Service นั้นมีรายละเอียด
ตอ้ งย่นื แบบน�ำสง่ ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ (ภ.พ.36) ก็คุ้มกว่าส�ำหรับประเทศไทยที่จะเสียหาย สาระส�ำคญั ดังน้ี
โดยค�ำนวณจากคา่ บริการทงั้ หมด จากภาษีส่วนน้ีไป อย่างไรก็ตาม ต้องตาม
กันดูว่าภาครัฐจะสามารถดูแลบริษัทผู้ให้
(10) บรษิ ัท ญ. จำ� กดั ไดท้ �ำสญั ญา
ใช้บริการอินเทอร์เน็ตหรือบริการเช่ือมต่อ
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet Service
Provider) จากบรษิ ัทในตา่ งประเทศ
20
TAX MAGAZINE
1. แก้ไขเพิ่มเติม 4. กำ� หนดวา่ หา้ มไมใ่ หผ้ ปู้ ระกอบการ 9. กลุ่มอินฟราสตรัคเจอร์ (เช่น
บทนิยามค�ำว่า “สินค้า” หมายถึง จดทะเบียนท่ีให้บริการอิเล็กทรอนิกส์จาก บริการคลาวด์ต่างๆ)
ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจ ต่างประเทศออกใบก�ำกับภาษี 10. บริการการเงิน (เช่น PayPal)
มีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพ่ือขาย 11. Forex Investment
เพอ่ื ใช้ หรอื เพอ่ื การใดๆ และใหห้ มายรวมถงึ ซ่ึงถ้าดูจากสาระส�ำคัญของ พ.ร.บ. 12. การพนนั ออนไลน์
สิ่งของทุกชนิดที่น�ำเข้า แต่ทั้งน้ีไม่รวมถึง e-Service ในข้อ 4 ท่ีก�ำหนดว่าห้ามไม่ให้
ทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่าน ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ให้บริการ หวังว่าการปรับปรุงกฎหมายใน
ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย อิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศออกใบ ครั้งน้ี จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อืน่ ใด ก�ำกบั ภาษีนนั้ ยอ่ มหมายถึง พ.ร.บ. ฉบับน้ี ท่ี เ ป ็ น ธ ร ร ม ร ะ ห ว ่ า ง ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร
และเพ่ิมบทนิยามค�ำว่า “บริการ มุ่งเน้นเฉพาะการจ่ายเงินได้ค่าบริการ ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย กั บ ผู ้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร ใ น
อิเล็กทรอนิกส์” หมายถึง บริการท่ีส่งมอบ อิเล็กทรอนิกส์เฉพาะประชาชนคนธรรมดา ต่างประเทศท่ีให้บริการในประเทศไทย
โดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ ทวั่ ไปเทา่ นนั้ เพราะจะไมไ่ ดร้ บั ใบกำ� กบั ภาษี ให้ท�ำการจัดเก็บภาษีมีความเหมาะสม
เครือขา่ ยทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์อื่นใด มาจากผใู้ หบ้ รกิ าร แตใ่ นสว่ นของนติ บิ คุ คล สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และ
และ “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิม เม่ือมีการจ่าย ยังเป็นการปรับปรุงกฎหมายภาษีไทยให้
หมายถึง ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการ ค่าบริการไปต่างประเทศ ยังคงมีหน้าที่ มีความทันสมัยสอดคล้องกับแนวทางการ
อื่นใดท่ีผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้ ตอ้ งย่นื ภ.พ.36 ปกติต่อไป จัดเก็บภาษีของนานาประเทศ คาดว่าการ
บรกิ ารทางอิเล็กทรอนกิ สแ์ กผ่ รู้ บั บรกิ าร ปรับปรุงกฎหมายในคร้ังนี้จะช่วยท�ำให้
2. กำ� หนดให้ เปน็ ทนี่ า่ สงั เกตวา่ การออกกฎหมาย จัดเก็บภาษีได้เพ่ิมขึ้นอีกประมาณ 3,000
(1) ผู้ประกอบการที่ให้บริการ ที่แบ่งแยกเช่นน้ีจะท�ำให้ผู้ให้บริการ ล้านบาท
ทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแก่ผู้ใช้ ต ่ า ง ป ร ะ เ ท ศ มี ค ว า ม สั บ ส น ห รื อ ไ ม ่ ว ่ า
ซึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนใน ผู้จ่ายเงินท่านใดเป็นบุคคล ท่านใดเป็น ส�ำหรับพวกเราในฐานะผู้บริโภค
ประเทศและมีการใช้บริการน้ันในประเทศ นิติบุคคล และภาครัฐจะมีการตรวจสอบ ก็ต้องมาลุ้นกันต่อว่าผู้ให้บริการต่างๆ
ซึ่งมีรายได้จากการให้บริการดังกล่าวเกิน ไดอ้ ยา่ งไร ? อย่างเช่น Netflix, YouTube, Facebook,
1.8 ล้านบาทต่อปี ให้ยื่นค�ำขอจดทะเบียน Google เกมออนไลน์ หรือแพลตฟอร์ม
ภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้มีหน้าท่ีเสียภาษี ตวั อยา่ งของผใู้ หบ้ รกิ ารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ e-Service ต่างๆ จะเลือกที่จะรับผิดชอบ
มูลค่าเพ่ิมโดยค�ำนวณจากภาษีขายโดย ใน พ.ร.บ. e-Service ว่าในธุรกิจประเภท ในส่วนของภาษีท่ีเพิ่มขึ้นเอง หรือจะผลัก
ไม่ใหห้ ักภาษีซอ้ื ใดบา้ ง ภาระมาใหเ้ ปน็ ความรบั ผดิ ชอบของผบู้ รโิ ภค
(2) ส�ำหรับกรณีผู้ประกอบการ ซง่ึ หากสดุ ทา้ ยแลว้ ผบู้ รโิ ภคจะตอ้ งรบั ภารระ
ต่างประเทศได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่เป็นผู้ให้บริการออนไลน์ ภาษีท่ีเพิ่มขึ้น ก็ต้องมาพิจารณาการใช้
แก่ผู้รับบริการในประเทศไทยผ่านดิจิทัล จากตา่ งประเทศ แตน่ ยิ มใชม้ ากในประเทศไทย บริการ e-Service จากตา่ งประเทศกันอีกที
แพลตฟอร์มต่างประเทศ ก�ำหนดให้ ไดแ้ ก่ เพื่อให้เหมาะสมกับงบประมาณการใช้จ่าย
รายได้ท่ีได้รับจากการให้บริการน้ันเป็น ในแตล่ ะเดือนของแต่ละคน
ฐานภาษีมูลค่าเพิ่มของดิจิทัลแพลตฟอร์ม 1. กลุ่มอีคอมเมิร์ซ (เช่น อีเบย์
ต่างประเทศ ซ่ึงหากดิจิทัลแพลตฟอร์ม อาลีบาบา อเมซอน) เม่ือทราบวา่ พ.ร.บ. e-Service คอื
ต่างประเทศมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท อะไรกันไปแล้ว หลังจากน้ียังต้องจับตาว่า
ตอ่ ปี ใหย้ นื่ คำ� ขอจดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพมิ่ 2. มีเดียและแอดเวอร์ไทซิ่ง (เช่น มีรายไหนจะเข้าร่วมเก็บภาษี e-Service
และให้มหี นา้ ท่ีเสยี ภาษมี ูลค่าเพ่มิ กเู กลิ เฟซบ๊กุ ไลน์) โดยทนั ทบี า้ ง และเรมิ่ จดั เกบ็ ภาษี e-Service
3. กำ� หนดใหก้ ารดำ� เนนิ การเกยี่ วกบั ในไทยเมื่อไร ซึ่งจากที่ได้ฟังข่าวสารมา
เอกสารหลักฐานหรือหนังสืออ่ืนใดตาม 3. กลุ่มบริการ (มาร์เกต็ ต้ิงเซอรว์ สิ , คาดวา่ หลังจากท่ี พ.ร.บ. e-Service ฉบบั นี้
ประมวลรัษฎากร และการจดทะเบียน เอเวอร์โน้ต) ประกาศใชแ้ ลว้ จะใหเ้ วลาประมาณ 6 เดอื น
ภาษีมูลค่าเพ่ิม สามารถกระท�ำผ่านทาง เพื่อให้เวลาผู้ให้บริการต่างประเทศมีเวลา
อิเล็กทรอนิกส์ได้ 4. ทรานสปอรต์ เทช่ัน (แอรไ์ ลน)์ เตรียมตัวจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้
5. กลุ่มทราเวล (Booking, Airbnb, เรียบร้อยก่อนการบังคับใช้อย่างจริงจัง
Agoda) ต่อไป
6. ดิจิทัลคอนเทนต์ (Netflix, iflix,
JOOX, Spotify, VIU)
7. กลุ่มซอฟต์แวร์ (เช่น Apple,
Microsoft และแอปตา่ งๆ จากต่างประเทศ)
8. เกม (บนไอโอเอส แอนดรอยด์
แอปฯ เกมตา่ งๆ)
21
TAX MAGAZINE
Column
Tax Vision
by ชลลดา ฟูวฒั นศิลป์
ธุรกรรม...เน้อื หาสำ� คัญกว่ารูปแบบ
(ตอนจบ)
บทความธุรกรรม...เน้ือหาส�ำคัญ นิติกรรมสัญญา ท�ำให้เกิดภาระทางภาษี จะให้ข้อคิดเตือนใจแก่นักบัญชีภาษีอากร
กว่ารูปแบบท้ัง 3 ฉบับท่ีผ่านมาใน Tax ต้องถูกกรมสรรพากรประเมินภาษีเพ่ิมใน หรือผู้ประกอบการท่ีควรให้ความส�ำคัญ
Vision ได้กล่าวถึงเรื่องเน้ือหาส�ำคัญกว่า ภายหลงั อนั เนอื่ งมาจากถกู กรมสรรพากร และค�ำนึงถึงในเรื่อง Substance over
รูปแบบ (Substance over Form) ท่ีการ ตคี วามวา่ มเี จตนาเพอ่ื หลกี เลยี่ งภาษี ซง่ึ มผี ล Form น้ีให้มาก และผู้เขียนก็ให้ความ
ท�ำนิติกรรมสัญญาท�ำข้ึนตามรูปแบบ ให้ไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยลง สำ� คญั ประเดน็ นมี้ าก เพราะหากพลาดพลงั้
ของกฎหมาย แต่มีเนื้อหาวิธีปฏิบัติของ และมกี รณศี กึ ษาดว้ ยกนั ทง้ั 3 กรณแี ลว้ นน้ั ไปจะมีผลกระทบ ก่อให้เกิดภาระภาษี
การท�ำธุรกรรมที่แตกต่างไปจากรูปแบบ เบย้ี ปรบั เงนิ เพม่ิ ซงึ่ อาจสงู จนมผี ลกระทบ
ในตอนน้ีจะเป็นบทสรุปที่ประสงค์
22
TAX MAGAZINE
ต่อการด�ำเนินกิจการของบริษัทได้ ด้านเทคนิค ด้านบริการสนับสนุนหรือ ตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่าใน
ด้านบริหารเงินให้แก่บริษัทในกลุ่มใน ระดับโลก Substance จะมีความส�ำคัญ
Substance over Form : ประเทศต่างๆ กฎหมายมีการก�ำหนด มากขน้ึ เรอื่ ยๆ ในทางภาษี
เป็นประเด็นภาษีเฉพาะ เงอ่ื นไขในการจะไดส้ ิทธิประโยชน์ IBC น้ี
ในประเทศไทยหรอื ไม่ ? ดงั นี้ Substance over Form :
กับการวางแผนภาษีอากร
กรณตี วั อยา่ งจากบทความทผี่ า่ นมา ก. เปน็ บรษิ ทั ตงั้ ตามกฎหมาย
ในวารสารเอกสารภาษีอากรทั้ง 3 ฉบับ ไทยทุนจดทะเบียนเรียกช�ำระแล้ว 10 เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าการ
เป็นกรณีตัวอย่างท่ีเกิดข้ึนในประเทศไทย ลา้ นบาท วางแผนภาษีอากรเป็นการบริหารจัดการ
ทง้ั หมด แตม่ ไิ ดห้ มายความวา่ Substance ก�ำหนดวิธีปฏิบัติหรือเตรียมการล่วงหน้า
over Form จะเป็นประเด็นภาษีใน ข. พนกั งานมคี วามรแู้ ละทกั ษะ เพื่อเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ประเทศไทยเท่าน้ัน ในต่างประเทศก็ ที่จ�ำเป็นส�ำหรับ IBC จ�ำนวนไม่น้อยกว่า และประหยัด การวางแผนภาษีอากร
ทำ� นองเดยี วกนั โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ องคก์ าร 10 คน เว้นแต่ให้บรกิ ารเฉพาะ TC ต้องมี ที่ดีจะมิใช่เน้นความถูกต้องเฉพาะใน
เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการ ไม่นอ้ ยกวา่ 5 คน ความหมายของรูปแบบนิติกรรมสัญญา
พัฒนา (Organization for Economic (Form) เท่านั้น แต่ต้องถูกต้องตาม
Co-Operation and Development หรือ ค. รายจ่ายของกิจการท่ีได้ ธรุ กรรมที่มีข้นึ จรงิ ดว้ ย (Substance)
OECD) ตระหนักถึงการหลบหลีกภาษี จ่ายให้ผู้รับในประเทศไม่น้อยกว่า 60
ระหว่างประเทศ และไดม้ ีโครงการ BEPS ล้านบาท จากกรณตี วั อยา่ ง 3 ฉบบั ทผ่ี า่ นมา
(Base Erosion and Profit Shifting) เปน็ ประเดน็ ทเ่ี กดิ จากการวางแผนภาษที ม่ี ี
มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และมีแผน ง. มีการให้บริการด้านบริหาร จุดออ่ นเร่ือง Substance ทง้ั สิน้ สามารถ
ปฏิบัติการ 15 แผน ซ่ึงสมาชิก OECD บริการสนับสนุนด้านเทคนิค บริการด้าน สรุปเป็นวิธีพิจารณาการวางแผนภาษีที่
และประเทศต่างๆ ร่วม 100 ประเทศ การบริหารเงินแกว่ ิสาหกิจในเครอื จะมคี วามเสย่ี งประเด็น Substance over
อยู่ในกรอบความร่วมมือที่จะด�ำเนิน
การร่วมกัน ซึ่งประเทศไทยก็ได้เข้าร่วม จะเหน็ ไดว้ า่ การจะไดส้ ทิ ธภิ าษี •Form ได้ดงั นี้
กรอบความร่วมมือน้ีเมื่อเดือนมิถุนายน IBC จากการจัดตั้ง Paper Company นิติกรรมสัญญาน้ันมิได้เป็น
พ.ศ. 2560 หนึง่ ในแผนปฏิบตั กิ ารคอื การ เพยี งอยา่ งเดยี วไมไ่ ด้ แตต่ อ้ งมี Substance วัตถุประสงค์ทางการค้า แต่เป็นเพียง
ตอบโต้มาตรการภาษีท่ีเป็นภัย โดยค�ำนึง คือมีการให้บริการจริงและมีพนักงานท่ี วัตถุประสงค์เพื่อไม่ต้องเสียภาษีหรือ
ถึงความโปร่งใสและเนื้อหา (Harmful มีความรู้ในการให้บริการนั้นจริงอีกด้วย
Tax Practices - Transparency and น่ีคือแนวทางในการออกกฎหมายที่ค�ำนึง •เสียภาษีน้อยแต่เพียงอย่างเดียว หรือ
Substance) ที่แต่ละประเทศจะร่วมกัน นติ กิ รรมสญั ญานนั้ คกู่ รณมี ไิ ด้
น�ำแนวทางน้ีมาใช้ในการออกกฎหมาย •ถึง Substance มีเจตนาท่ีจะบังคับตามนิติกรรมสัญญา
ภายในของแต่ละประเทศ เช่น ในการ ประเทศอ่ืนๆ : การใช้สิทธิ หรือธรุ กรรมน้ัน แตเ่ ปน็ การท�ำข้ึนเพอ่ื ลวง
ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ของ ลดภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน มี หรอื อำ� พรางเจตนาทแี่ ทจ้ รงิ เพอ่ื จะไมต่ อ้ ง
แต่ละประเทศต้องมีบทก�ำหนดเร่ืองของ หลายๆ ประเทศจะก�ำหนดเง่ือนไขใน เสียภาษีหรอื เสยี ภาษีนอ้ ยลง
การใช้สิทธิลดภาษีนอกเหนือไปจาก
•Substance ด้วย ตัวอย่างเชน่ การจัดตั้งบริษัทในประเทศคู่สัญญา นั่น สุดท้ายน้ีผู้เขียนหวังว่านักบัญชี
ประเทศไทย : ในการให้ หมายความว่าการไปจัดตั้งบริษัทท่ีเป็น ภาษอี ากรหรอื ผปู้ ระกอบการทต่ี ดิ ตามอา่ น
สิทธิประโยชน์ยกเว้นหรือลดภาษี Paper Company ในประเทศใดๆ เพียง บทความนีจ้ ะไดแ้ นวคิด Substance over
ของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ เพ่ือประโยชน์จะใช้สิทธิลดอัตราภาษี Form ไปใช้ในการบริหารจัดการวางแผน
(International Business Center หรือ ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนจะไม่สามารถใช้ ภาษีอากรทั้งในประเทศและต่างประเทศ
IBC) ท่ีประกอบธุรกิจบริการด้านบริหาร สทิ ธไิ ด้ เชน่ ประเทศอนิ โดนเี ชยี การจะจา่ ย ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและไมม่ คี วามผดิ พลาด
ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือค่าสิทธิออกจาก ด้านภาษีย้อนหลัง รวมถึงเกิดเบี้ยปรับ
ประเทศไปยังประเทศท่ีมีอนุสัญญาภาษี เงินเพ่ิมเกิดขึ้น
ซ้อนที่ได้ลดอัตราภาษีลงนั้นจะต้องมีการ
พิสูจน์ได้ว่าบริษัทท่ีรับเงินในประเทศนั้น
มพี นกั งานจรงิ และมกี ารประกอบธรุ กจิ จรงิ
23
TAX MAGAZINE
Column
Tax Planning
by ผศ.ดุลยลกั ษณ์ ตราชูธรรม1
การบรหิ ารจดั การภาษี
(Tax Management)
เตรยี มรบั มอื ภาษีท่ดี ินและสิ่งปลกู สร้างส�ำหรบั
ผู้ประกอบธรุ กจิ อสงั หารมิ ทรพั ย์ (ตอนท่ี 1)
1 ท่ปี รึกษากฎหมายภาษีอากร และอาจารยพ์ ิเศษ คณะนติ ศิ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ หลักสูตรปรญิ ญาโท สาขากฎหมายภาษ,ี คณะพาณชิ ยศาสตรแ์ ละ
การบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตร MRE, Mini MRE, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามค�ำแหง หลักสูตรปริญญาโท สาขากฎหมายภาษีอากร,
มหาวทิ ยาลยั กรงุ เทพ, วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแกน่ หลักสูตร MBA, สภาทนายความ, ฯลฯ
24
TAX MAGAZINE
พระราชบัญญัติภาษีท่ีดินและส่ิงปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซ่ึงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศคือวันท่ี 13 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป และให้เร่ิมจัดเก็บภาษีในปีภาษี 2563 แต่
เน่ืองจากกฎหมายลูกยังออกไม่ครบจึงมีการขยายระยะเวลาในการด�ำเนินการจัดเก็บตามประกาศกระทรวงมหาดไทย
ลงวันท่ี 11 ธันวาคม 2562 โดยให้ขยายระยะเวลาการแจ้งประเมินภาษีจากเดือนกุมภาพันธ์ไปเป็นเดือนมิถุนายน 2563
และขยายระยะเวลาในการชำ� ระภาษีจากเดอื นเมษายนไปเปน็ เดอื นสงิ หาคม 2563
พระราชบัญญัติฉบับน้ีมีหลักเกณฑ์และเน้ือหาในส่วนที่ผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควรทราบและเตรียมรับมือ
อย่างไร ? ผเู้ ขยี นขอนำ� เสนอดังนี้
1. ขอ้ จ�ำกดั ของการจดั เกบ็ ภาษีทรพั ยส์ ิน (เดมิ ) ในประเทศไทย
ประเทศไทยจัดเก็บภาษีทรัพย์สินใน 2 ประเภทภาษีคือ 1. ภาษีบ�ำรุงท้องท่ีซ่ึงจัดเก็บมาตั้งแต่ปี 2508 และ 2. ภาษีโรงเรือน
และท่ดี นิ ซึง่ จดั เก็บมาตงั้ แต่ปี 2475 แตภ่ าษที ้งั 2 ประเภทนน้ั มีการบงั คับใชม้ าเปน็ เวลานาน จึงมีข้อจำ� กัดในการจัดเก็บภาษี
ภาษีบ�ำรุงท้องที่ ภาษโี รงเรือนและท่ีดนิ
1. ใชร้ าคาปานกลางในการจัดเก็บ ซง่ึ เป็นอตั ราตง้ั แต่ปี 2521- 1. ค�ำนวณฐานภาษีจากค่ารายปี (ค่าเช่าท่ีอาจค�ำนวณได้
2524 ไม่มีการปรับมาเป็นระยะเวลานาน จึงไม่สอดคล้องกับ ใน 1 ปี) จึงเปน็ ฐานภาษที ี่ซำ�้ ซอ้ นกบั ภาษีเงินได้
ความเปน็ จรงิ 2. อัตราภาษีสงู ถึง 12.5% ของคา่ รายปี
2. ใช้อัตราภาษีถดถอย (Regressive Rate) เช่น ถ้าราคา
ปานกลางไม่เกิน 30,000 บาท เสียภาษีไม่เกิน 70 บาท และ 3. แม้เป็นภาษีท่ีก�ำหนดให้ผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีย่ืนแบบแสดง
ส่วนท่ีเกินกว่า 30,000 บาท ทุกๆ 10,000 บาท จะเสียภาษี รายการตนเอง แตก่ ใ็ หอ้ ำ� นาจในการใชด้ ลุ พนิ จิ แกเ่ จา้ พนกั งาน
25 บาท จึงขัดกับหลักการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินที่ทรัพย์สิน ท้องถ่ินในการประเมินภาษี จึงเป็นปัญหาในการใช้ดุลพินิจท่ี
ยงิ่ มรี าคามากควรตอ้ งเสียภาษีมากขึน้ อาจประเมินมากหรอื นอ้ ยกว่าท่ตี ้องเสยี
3. มีการยกเวน้ และลดหยอ่ นภาษีจำ� นวนมาก
2. วตั ถุประสงคข์ องการจดั เกบ็ ภาษีที่ดินและสิ่งปลกู สร้าง
1. ปฏริ ปู ระบบโครงสรา้ งภาษที รัพยส์ นิ ใหท้ นั สมยั
2. กระต้นุ ให้เกดิ การใช้ประโยชนใ์ นท่ดี นิ
3. สร้างความเขม้ แข็งและโปร่งใสในการบริหารงานขององคก์ ารปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ (อปท.)
4. เพม่ิ ความเป็นอสิ ระและความมปี ระสทิ ธิภาพในการจดั เกบ็ ภาษีใหอ้ งคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ (อปท.)
5. ชว่ ยใหท้ อ้ งถ่นิ มีงบประมาณในการพัฒนาพื้นท่ี
3. ผ้มู หี นา้ ท่เี สยี ภาษีทีด่ นิ และส่งิ ปลกู สรา้ ง
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและส่ิงปลูกสร้าง ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลซ่ึงเป็นเจ้าของท่ีดินหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือ
เป็นผู้ครอบครองหรือท�ำประโยชน์ในท่ีดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ ทั้งน้ี ผู้ซ่ึงเป็นเจ้าของหรือครอบครองที่ดินหรือ
สิ่งปลูกสร้างอยู่ในวันที่ 1 มกราคมของปีใด เป็นผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีส�ำหรับปีน้ัน (พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและส่ิงปลูกสร้าง
พ.ศ. 2562 มาตรา 5 และมาตรา 9)
ตามคู่มือปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและส่ิงปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซ่ึงจัดท�ำโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
กระทรวงมหาดไทย เมอื่ เดือนกันยายน 2562 ระบุว่าที่ดนิ ทตี่ อ้ งเสียภาษี ได้แก่
25
TAX MAGAZINE
1. ที่ดินที่เปน็ กรรมสิทธขิ์ องบคุ คลธรรมดาหรือนติ บิ คุ คล เช่น มีโฉนด, ตราจอง, ตราจองทีต่ ราวา่ ได้ท�ำประโยชน์
2. ทด่ี ินท่อี ย่ใู นความครอบครองของบคุ คลหรือนิตบิ ุคคล เชน่ น.ส.3, น.ส.3 ก., น.ส.3 ข., ส.ป.ก.4, ก.ส.น., ส.ค.1, น.ค.1,
น.ค.3, ส.ท.ก.1 ก., ส.ท.ก.2 ก., น.ส.2 (ใบจอง) และท่ดี นิ อนั เป็นทรัพย์สนิ ของรัฐซ่ึงมีการเข้าไปครอบครองหรือท�ำประโยชน์
1. ส.ค.1 คอื ใบแจง้ การครอบครองทด่ี นิ ซงึ่ สามารถใชเ้ ปน็ หลกั ฐานในการแจง้ ความตอ่ ทางราชการไดว้ า่ กำ� ลงั ครอบครองทด่ี นิ แปลง
นน้ั อยู่ แตไ่ มใ่ ชห่ นงั สือกรรมสทิ ธิ์ในทด่ี นิ และใช้โอนกรรมสทิ ธไิ์ ม่ได้ ใชเ้ พียงสละการครอบครองท่ีนั้นแก่ผรู้ ับโอนเทา่ นนั้
2. น.ส.2 คือใบจอง คือหนังสือแสดงความยินยอมให้ครอบครองและท�ำประโยชน์ในท่ีดินได้ชั่วคราว ผู้มี น.ส.2 ต้องท�ำประโยชน์
ในท่ดี นิ ใหไ้ ด้อย่างนอ้ ย 75 เปอร์เซ็นตข์ องทดี่ ินที่จัดให้ภายใน 3 ปี เมื่อท�ำได้ตามเง่ือนไขจงึ มีสิทธขิ อออก น.ส.3 หรอื น.ส.3 ก. หรอื
โฉนดท่ดี ินได้ ทัง้ นี้ สามารถโอนสทิ ธิดังกล่าวให้ผูอ้ น่ื ได้
3. น.ส.3 คอื หนังสอื รับรองจากเจา้ หน้าท่วี ่าได้ท�ำประโยชน์ในที่ดนิ แล้ว แต่มเี พียงสิทธิครอบครอง ไมม่ กี รรมสทิ ธิ์ โดยหนังสอื เป็น
แบบธรรมดามกี ารรังวัดและจดั ท�ำแผนทข่ี องทีด่ นิ (ครุฑด�ำ)
4. น.ส.3 ก. เหมอื นกับ น.ส.3 แต่ตา่ งทม่ี ีการรังวัดและจดั ท�ำแผนที่ของที่ดินจากภาพระวางรูปถ่ายทางอากาศ (ครฑุ เขยี ว)
5. ส.ป.ก.4 หนังสอื ทีด่ ินทำ� กิน หา้ มโอนเปลี่ยนมือ (ครุฑสนี �ำ้ เงนิ )
6. น.ค.1 คอื ทนี่ ิคม เปน็ ทีด่ ินของรฐั ซึ่งอนญุ าตให้บุคคลเขา้ ท�ำประโยชนต์ ามเงอ่ื นไขของนิคม หา้ มจำ� หนา่ ย จ่าย โอน
7. น.ค.3 คือหนงั สืออนุญาตใหเ้ ขา้ ท�ำประโยชนใ์ นเขตนคิ มอุตสาหกรรมสรา้ งตนเอง
8. ส.ท.ก.1 คอื สิทธทิ �ำกนิ เป็นที่ดนิ ในเขตป่าสงวนและเป็นป่าไมเ้ สอ่ื มโทรม ต้องเปน็ พ้ืนที่ท่ไี ดท้ ำ� ประโยชน์หรอื อยู่อาศัยอยแู่ ลว้ จึง
ประกาศเปน็ เขตปรบั ปรงุ ปา่ สงวนแหง่ ชาติ ฉะนนั้ ส.ท.ก. ยงั เปน็ ทปี่ า่ สงวนอยู่ โดยกรมปา่ ไมเ้ ปน็ ผอู้ นญุ าตและทำ� การรงั วดั ไมส่ ามารถ
ซอ้ื ขายได้ แตต่ กทอดเป็นมรดกแก่ทายาทได้
9. ส.ท.ก.2 ก. เกษตรกรจะได้รับอนุญาตใหค้ รอบครองทีด่ ินตามท่คี รอบครองจรงิ แต่ไมเ่ กิน 20 ไร่ตอ่ ครอบครวั
10. โฉนดท่ีดิน คอื หนงั สอื แสดงกรรมสิทธท์ิ ดี่ ินทีร่ ะบถุ ึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองทม่ี ตี ราประทบั วา่ ไดท้ ำ� ประโยชน์
แลว้ ผ้ทู ี่เปน็ เจ้าของโฉนดจะถือว่ามสี ทิ ธใิ นทด่ี นิ นน้ั อยา่ งสมบูรณ์ (ครุฑแดง)
ส่งิ ปลูกสร้าง หมายความวา่ โรงเรอื น อาคาร ตกึ หรือส่ิงปลกู สร้างอยา่ งอ่นื ท่บี คุ คลอาจเขา้ อยอู่ าศัยหรือใช้สอยได้ หรือที่ใช้เปน็
ที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือการพาณิชยกรรม และหมายความรวมถึงห้องชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่ได้
ออกหนังสือแสดงกรรมสิทธหิ์ ้องชดุ แลว้ หรอื แพท่บี ุคคลอาจใช้อยู่อาศยั ได้หรอื มไี วเ้ พอื่ หาผลประโยชนด์ ว้ ย (พระราชบัญญตํ ภิ าษที ่ดี ิน
และสิ่งปลูกสรา้ ง พ.ศ. 2562 มาตรา 5)
ค�ำว่า “สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น” ในมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ต่อจากค�ำว่า โรงเรือน อาคาร ตึก ดังน้ันทรัพย์สิน
ทจี่ ะถอื เปน็ สง่ิ ปลกู สรา้ งอยา่ งอน่ื จงึ ตอ้ งมลี กั ษณะทำ� นองเดยี วกบั โรงเรอื น อาคาร หรอื ตกึ จงึ จะสอดคลอ้ งกบั หลกั การตคี วามกฎหมาย
ที่ว่า “สิ่งท่ีอยู่หลังมีความหมายท�ำนองเดียวกับสิ่งที่อยู่ก่อนหน้า” ซ่ึงหลักนี้ศาลฎีกาก็ใช้ ดังจะเห็นได้จากค�ำพิพากษาศาลฎีกาท่ี
1271/2531 ซึ่งวนิ ิจฉยั วา่ “มาตรา 40 (3) แหง่ ประมวลรษั ฎากร ระบุค่าแห่งกดู๊ วิลล์ คา่ แห่งลิขสทิ ธ์ิ หรอื สิทธิอย่างอื่น ฯลฯ เปน็ เงนิ ได้
ประเภทนี้ คำ� วา่ “สทิ ธอิ ยา่ งอนื่ ” หมายถงึ สทิ ธอิ ยา่ งอน่ื ทมี่ ลี กั ษณะทำ� นองเดยี วกบั คา่ แหง่ กดู๊ วลิ ล์ หรอื คา่ แหง่ ลขิ สทิ ธ์ิ ฉะนนั้ สทิ ธกิ ารเชา่
จึงไม่ใช่สิทธิอ่ืน ตามมาตรา 40 (3) ดังน้ันเงินได้จากการโอนสิทธิการเช่าจึงไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) แต่ถือเป็น
เงนิ ได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8)”
นอกจากน้ี พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554 ไดใ้ หน้ ยิ ามคำ� วา่ “สง่ิ ปลกู สรา้ ง” วา่ อาคารบา้ นเรอื นทที่ ำ� โดยวธิ ฝี งั เสา
ลงในทด่ี นิ ยงิ่ เปน็ ขอ้ สนบั สนนุ วา่ “สงิ่ ปลกู สรา้ ง” ตามนยิ ามในมาตรา 5 แหง่ พระราชบญั ญตั ดิ งั กลา่ วหมายถงึ ทรพั ยส์ นิ มลี กั ษณะทำ� นอง
เดียวกับโรงเรือน อาคาร หรือตึก ยิ่งนิยามดังกล่าวมีการขยายความว่า “อาจมีบุคคลท่ีเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยได้หรือใช้เป็นท่ีเก็บสินค้า
หรือการประกอบการอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรม” ย่ิงแสดงให้เห็นโดยปราศจากความสงสัยว่า “ส่ิงปลูกสร้างอย่างอื่น” ตามนิยาม
26
TAX MAGAZINE
ดังกล่าวจะต้องเป็นส่ิงปลูกสร้างท่ีมีลักษณะท�ำนองเดียวกับโรงเรือน อาคาร หรือตึก ดังนั้นส่ิงที่เป็นเพียงอุปกรณ์ เช่น เสาสัญญาณ
โทรศัพท์ แผงโซลาเซลล์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต เสาไฟฟ้า กังหันลม เคร่ืองเล่นในสวนสนุก ลานไกไฟฟ้า จึงไม่ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่
จะต้องเสียภาษีที่ดินและส่ิงปลูกสร้าง จึงต่างจากภาษีโรงเรือนและท่ีดินที่มีการตีความให้อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นส่ิงปลูกสร้างที่จะต้อง
เสียภาษโี รงเรอื นและทีด่ นิ นอกจากน้ี ตามพระราชบญั ญัตภิ าษีโรงเรอื นและทด่ี นิ พ.ศ. 2475 มาตรา 13 กถ็ ือวา่ เครอื่ งจักรท่ีตดิ ตั้งเปน็
ส่วนควบกับโรงงานเป็นส่ิงปลูกสร้างท่ีจะต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินด้วย เพียงแต่ได้รับการลดค่ารายปีของโรงงานและเคร่ืองจักร
ซง่ึ เปน็ สว่ นควบเหลอื เพียง 1 ใน 3 เท่าน้ัน จึงตา่ งกับภาษที ่ดี ินและสงิ่ ปลกู สรา้ งทไี่ ม่ถือเครื่องจักรเป็นส่ิงปลกู สรา้ ง ไม่น�ำมารวมคำ� นวณ
เป็นมลู คา่ ของฐานภาษีเพอ่ื เสยี ภาษี
อน่ึง ส่ิงปลูกสร้างท่ีอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีท่ีดินและส่ิงปลูกสร้างจะต้องสร้างเสร็จสามารถใช้ประโยชน์ได้ ฉะน้ัน สิ่งปลูกสร้าง
ท่อี ยู่ระหวา่ งการกอ่ สร้าง ยงั ไมแ่ ล้วเสร็จและยังไมส่ ามารถใชป้ ระโยชนไ์ ด้ จงึ ไม่ถือเปน็ ส่งิ ปลกู สรา้ งทจี่ ะตอ้ งเสยี ภาษี
กรณีเจ้าของท่ีดินและเจ้าของส่ิงปลูกสร้างไม่ใช่บุคคลเดียวกัน ให้ต่างคนต่างเสียภาษี โดยเจ้าของท่ีดินมีหน้าที่เสียภาษีจาก
มูลค่าฐานภาษีท่ดี ิน และเจา้ ของส่ิงปลูกสร้างเสยี ภาษจี ากมลู ค่าฐานภาษีสิ่งปลูกสรา้ ง (พ.ร.บ.ภาษที ่ีดินและสิ่งปลูกสร้าง มาตรา 48)
จึงแตกต่างกับภาษโี รงเรือนและทีด่ ินซึง่ กำ� หนดใหเ้ จา้ ของสิ่งปลกู สรา้ งเป็นผู้มหี นา้ ท่ีเสยี ภาษีทัง้ ส้นิ
นอกจากน้ี ภาษที ด่ี นิ และสง่ิ ปลกู สรา้ งยงั มกี ารจดั เกบ็ ภาษจี ากเจา้ ของหอ้ งชดุ ดว้ ย (พ.ร.บ.ภาษที ดี่ นิ และสงิ่ ปลกู สรา้ ง มาตรา 5,
มาตรา 35 (3)) ซ่ึงแยกพิจารณาได้เป็น 2 กรณี คือ เจ้าของโครงการอาคารชุด และเจ้าของกรรมสิทธ์ิห้องชุดทั้งกรณีบ้านหลังหลัก
และหลงั อน่ื ๆ รวมถงึ กรณใี หเ้ ชา่ หอ้ งชดุ จงึ แตกตา่ งกบั ภาษโี รงเรอื นและทด่ี นิ ซง่ึ ไมม่ กี ารจดั เกบ็ ภาษจี ากเจา้ ของโครงการอาคารชดุ และ
ไมม่ กี ารจดั เกบ็ ภาษกี รณเี จา้ ของกรรมสทิ ธหิ์ อ้ งชดุ ใชป้ ระโยชนเ์ ปน็ บา้ นพกั อาศยั สว่ นกรณนี ำ� หอ้ งชดุ ออกไปใหเ้ ชา่ แมจ้ ะเขา้ หลกั เกณฑ์
การจดั เกบ็ ภาษโี รงเรอื นและสง่ิ ปลกู สรา้ ง แตใ่ นทางปฏบิ ตั กิ ไ็ มส่ ามารถจดั เกบ็ ภาษไี ด้ เนอ่ื งจากเจา้ พนกั งานทอ้ งถน่ิ ไมส่ ามารถตรวจสอบ
การเช่าได้ ภาษีท่ีดินและส่ิงปลูกสร้างจึงแก้ไขข้อจ�ำกัดดังกล่าวโดยก�ำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีห้องชุดที่น�ำมาปล่อยเช่า โดยให้
เสยี ภาษีในอตั ราอ่ืนๆ (พาณิชยกรรมฯ)
27
TAX MAGAZINE
อนงึ่ ตามพระราชบญั ญตํ ภิ าษที ดี่ นิ และสงิ่ ปลกู สรา้ ง พ.ศ. 2562 มาตรา 5 ประกอบมาตรา 9 กำ� หนดใหก้ ารทำ� ประโยชนใ์ นทดี่ นิ
หรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีท่ีดินและส่ิงปลูกสร้างด้วย แม้ผู้ท�ำประโยชน์จะไม่ได้สิทธิครอบครอง
กต็ าม เชน่ การลกั ลอบเขา้ ไปท�ำประโยชนใ์ นที่ดินที่ส�ำนกั งานปฏริ ปู ทีด่ นิ เพือ่ การเกษตรกรรมหรือ ส.ป.ก. จดั ซอื้ หรือเวนคืน โดย ส.ป.ก.
ยังมิได้จัดหรือให้บุคคลเข้าท�ำประโยชน์มีสิทธิในที่ดินน้ัน (ยังมิได้ออกเอกสารสิทธิ (ส.ป.ก.4-01) ให้ผู้ท�ำประโยชน์) อยู่ในบังคับ
ต้องเสียภาษีที่ดินและส่ิงปลูกสร้าง แม้ผู้เข้าไปท�ำประโยชน์จะยังไม่มีสิทธิครอบครองในท่ีดินน้ันก็ตาม ซ่ึงมาตรา 9 วรรคสองของ
พระราชบญั ญตั ิดงั กลา่ วได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งวา่ การเสียภาษใี นกรณีเชน่ นีไ้ ม่เป็นเหตุท�ำให้เกิดสทิ ธิครอบครองในที่ดินนั้น
ตา่ งกับ พ.ร.บ.ภาษีบ�ำรุงท้องที่ พ.ศ. 2508 ท่มี ิไดบ้ ญั ญัติวา่ การท�ำประโยชน์ในทดี่ นิ ของรฐั อย่ใู นบังคับตอ้ งเสยี ภาษีบำ� รุงทอ้ งท่ี
ดว้ ย เพยี งแตบ่ ญั ญตั วิ า่ การครอบครองทดี่ นิ ทไี่ มเ่ ปน็ กรรมสทิ ธข์ิ องเอกชนอยใู่ นบงั คบั ตอ้ งเสยี ภาษบี ำ� รงุ ทอ้ งทดี่ ว้ ย (ดนู ยิ ามคำ� วา่ “เจา้ ของ
ทีด่ ิน” ในมาตรา 5 ของพระราชบัญญตั ภิ าษีบำ� รุงทอ้ งท่ี พ.ศ. 2508) จงึ มปี ัญหาว่าหากเป็นการลักลอบเขา้ ไปทำ� ประโยชน์ในที่ดนิ ของรฐั
โดยไม่มีสทิ ธิครอบครอง เชน่ ยงั ไมไ่ ดร้ ับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 จะต้องเสียภาษีบ�ำรุงท้องท่ีหรอื ไม่
นอกจากน้ี พระราชบญั ญตั ภิ าษบี ำ� รงุ ทอ้ งท่ี พ.ศ. 2508 มไิ ดม้ บี ทบญั ญตั มิ ใิ หถ้ อื วา่ การเสยี ภาษบี ำ� รงุ ทอ้ งทไี่ มเ่ ปน็ เหตทุ ำ� ใหเ้ กดิ
สทิ ธคิ รอบครองในท่ีดินเหมือนที่พระราชบัญญัติภาษีทีด่ ินและสง่ิ ปลกู สรา้ ง พ.ศ. 2562 ไดบ้ ัญญตั ไิ ว้โดยชัดแจ้งในมาตรา 9 วรรคสอง
จึงมกี ารอ้างสทิ ธิครอบครองโดยใชห้ ลกั ฐานการเสียภาษบี �ำรงุ ทอ้ งที่ (แบบ ภ.บ.ท.5) เปน็ เหตุท�ำใหเ้ กิดคดีความในศาลเป็นจำ� นวนมาก
ต้ังแตพ่ ระราชบญั ญตั ิภาษบี �ำรุงทอ้ งท่ี พ.ศ. 2508 มผี ลใชบ้ งั คบั
ตามกฎหมายใหม่ การที่ข้าราชการไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือนอยู่อาศัยในบ้านพักของทางราชการหลังจากเกษียณแล้ว
ยอ่ มอยใู่ นบงั คบั ตอ้ งเสยี ภาษที ดี่ นิ และสง่ิ ปลกู สรา้ ง เพราะเปน็ การครอบครองหรอื ทำ� ประโยชนใ์ นทดี่ นิ และสง่ิ ปลกู สรา้ งอนั เปน็ ทรพั ยส์ นิ
ของรฐั ตามมาตรา 5 แหง่ พระราชบัญญัตภิ าษที ีด่ ินและสงิ่ ปลกู สรา้ ง พ.ศ. 2562 แม้จะเปน็ การอยโู่ ดยไม่มสี ิทธิกต็ าม
4. ผู้มีหนา้ ท่ีจัดเก็บภาษที ี่ดินและสิ่งปลกู สร้าง
4.1 ผมู้ ีหน้าที่จัดเกบ็ ภาษีท่ดี ินและสิ่งปลกู สร้าง คอื องค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ (อปท.) ไดแ้ ก่ เทศบาล, องคก์ ารบรหิ าร
ส่วนต�ำบล (อบต.), กรงุ เทพมหานคร (กทม.) (โดยส�ำนกั งานเขตต่างๆ) และเมืองพัทยา แตไ่ มร่ วมถงึ องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั (อบจ.)
(พ.ร.บ.ภาษีทด่ี นิ และสงิ่ ปลกู สร้าง มาตรา 5 และมาตรา 7)
4.2 ขน้ั ตอนการจดั เกบ็ ภาษี องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ สง่ แบบแจง้ รายการทรพั ยส์ นิ (ภ.ด.ส.3-4) ระบปุ ระเภทของทรพั ยส์ นิ
และลักษณะการใช้ประโยชน์ของทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษี และให้เวลาในการคัดค้านข้อมูลตามแบบแจ้งรายการประเมิน
ภายใน 15 วนั นบั แตว่ นั ไดร้ บั แบบแจง้ ขอ้ มลู และในเดอื นกมุ ภาพนั ธข์ องทกุ ปี องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ จะทำ� การสง่ หนงั สอื แจง้ ประเมนิ
ภาษี (ภ.ด.ส.6) ให้แก่ผ้มู หี นา้ ที่เสยี ภาษีพร้อมกบั แบบแสดงรายการคำ� นวณภาษีที่ดินและสงิ่ ปลูกสรา้ ง (ภ.ด.ส.7) หรือแบบแสดงรายการ
ค�ำนวณภาษหี ้องชดุ (ภ.ด.ส.8) แต่ส�ำหรับปีภาษี 2563 ขยายระยะเวลาส่งหนงั สือแจง้ ประเมนิ ภาษีเป็นเดอื นมถิ ุนายน 2563
กรณที ผี่ มู้ หี นา้ ทเ่ี สยี ภาษเี หน็ ดว้ ยกบั การประเมนิ กใ็ หย้ นื่ แบบแสดงรายการภาษภี ายในเดอื นเมษายนของปนี นั้ แตส่ ำ� หรบั ปภี าษี
2563 ขยายเป็นย่ืนได้ภายในเดือนสิงหาคม 2563 กรณีผู้มีหน้าท่ีเสียภาษีไม่เห็นด้วยกับหนังสือแจ้งการประเมิน ให้ย่ืนคําร้องคัดค้าน
ต่อผู้บริหารท้องถ่ินเพื่อพิจารณาทบทวน (ตามแบบ ภ.ด.ส.9) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน หากผู้บริหารท้องถิ่น
ไม่เห็นชอบกับคําร้องคัดค้านน้ี ผู้เสียภาษีมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี โดยย่ืนอุทธรณ์ต่อผู้บริหาร
ท้องถิ่นภายใน 30 วัน นับแต่วันท่ีได้รับหนังสือแจ้งและกรณีไม่เห็นด้วยกับคําวินิจฉัยอุทธรณ์ ผู้เสียภาษีมีสิทธิฟ้องเป็นคดีต่อศาล
ภาษอี ากรกลางภายใน 30 วนั นับแตว่ ันท่ไี ด้รบั แจง้ คาํ วินิจฉยั อทุ ธรณ์ ทง้ั น้ี ตามมาตรา 73 และมาตรา 82 แหง่ พระราชบัญญตั ภิ าษี
ทดี่ ินและส่งิ ปลกู สร้าง พ.ศ. 2562
(ดตู วั อย่างแบบฟอรม์ ต่างๆ จาก file:///E:/Data/Sena62/ภาษีที่ดิน/ประกาศกท.มหาดไทย(แบบฟอรม์ ต่างๆ).PDF)
5. ขัน้ ตอนการก�ำหนดราคาประเมินทนุ ทรพั ยเ์ พอื่ ประเมนิ ภาษีทีด่ นิ และสิง่ ปลูกสร้าง
ในการจัดเก็บภาษีท่ีดินและส่ิงปลูกสร้างต้องใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ในการประเมินภาษี ซึ่งราคาประเมินทุนทรัพย์
ถกู ก�ำหนดข้ึนตามขนั้ ตอนของแผนผังตอ่ จากนี้
28
TAX MAGAZINE
- - -
-
-
-
-
-
-
6. ทรัพยส์ ินท่ตี ้องเสียภาษที ี่ดินและสิง่ ปลูกสร้าง
ทรัพย์สินที่ต้องเสียภาษีท่ีดินและสิ่งปลูกสร้างจะแยกพิจารณาตามประเภทของการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน โดยแบ่งเป็น
4 ประเภท ดังน้ี
-
1.2% 0.3%
%
29
TAX MAGAZINE
7. ฐานในการคำ� นวณภาษีท่ีดนิ และสิ่งปลูกสร้าง (พ.ร.บ.ภาษีทด่ี นิ และส่งิ ปลูกสร้าง มาตรา 35)
7.1 ฐานภาษีทด่ี นิ
มลู คา่ ทีด่ นิ x อตั ราภาษี
(มูลคา่ ที่ดิน = ราคาประเมินทนุ ทรพั ยท์ ่ีดนิ (ตอ่ ตร.ว.) x ขนาดพน้ื ทดี่ นิ )
(มาตรา 35 (1))
7.2 ฐานภาษสี ่งิ ปลูกสรา้ ง
มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง x อัตราภาษี
= (ราคาประเมินทนุ ทรัพย์โรงเรือนและสิ่งปลูกสรา้ ง (ตอ่ ตร.ม.) x ขนาดพ้นื ทีส่ ิง่ ปลูกสรา้ ง) - ค่าเส่อื มราคา
(มาตรา 35 (2))
7.3 ฐานภาษที ดี่ นิ และสิง่ ปลูกสร้าง
มลู ค่าทดี่ ิน + (มูลคา่ ส่งิ ปลกู สรา้ ง - หกั ค่าเสอ่ื มราคา) x อัตราภาษี
(มาตรา 35 (1) + (2))
7.4 ฐานภาษหี อ้ งชดุ
มลู ค่าห้องชุด x อตั ราภาษี
(มลู คา่ ห้องชุด = ราคาประเมินทนุ ทรพั ย์หอ้ งชดุ x ขนาดพนื้ ท่หี ้องชดุ (ตร.ม.))
(มาตรา 35 (3))
8. อัตราภาษที ดี่ ินและสง่ิ ปลูกสร้าง (ใชส้ ำ� หรับปภี าษี 2563 และปภี าษี 2564)
0.15 % 0.3% 0.3%
50 -
0 -75 % 7,500 - 0 -50 %
75 -100 0.01 7,500 10 50 -200 0.3 150,000
100 – 500 0.03 200,000 200 – 1,000 0.4 600,000
500 – 1,000 0.05 350,000 0 -25 % 7,500 0.5 4,000,000
1,000 0.07 0.03 12 500 1,000 – 5,000 0.6 24,000,000
0.10 25 – 50 0.05 5,000 0.7
50 0.10 0.3% 3
- 1.2%
0 - 50 %
- 50 -75
75 – 100
100 % 0 -50 0.3 150,000
0.02 50 -200 0.4 600,000
0.03 10,00 200 – 1,000 0.5 4,000,000
0.05 7,500 1,000 – 5,000 0.6 24,000,000
0.10 12,500 5,000 0.7
30
TAX MAGAZINE
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเม่ือค�ำนวณฐานภาษีตามข้อ 7 แล้ว ให้น�ำมาค�ำนวณภาษีในอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate)
ตามมลู คา่ ภาษใี นแตล่ ะช่วง แต่จำ� นวนภาษที ่ีค�ำนวณไดใ้ หเ้ สียไม่เกนิ กว่าอัตราเพดานท่ีระบุไว้ตามประเภทของทรพั ย์สนิ
ขอใหส้ งั เกตวา่ บา้ นหลงั หลกั ทมี่ รี าคาประเมนิ เกนิ 50 ลา้ นบาท สว่ นทเ่ี กนิ เสยี ภาษี 0.10% ถา้ บา้ นมรี าคาประเมนิ 100 ลา้ นบาท
จงึ เสยี ภาษเี พยี งปลี ะ 20,000 บาทเทา่ นน้ั แตต่ ามขอ้ มลู ของสำ� นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ บา้ นมรี าคาเกนิ 50 - 100 ลา้ นบาท มเี พยี ง 10,000
หลังเทา่ น้นั และบ้านมีราคาเกิน 100 ลา้ นบาท มเี พียง 800 หลงั เท่าน้ัน จึงมผี ู้ไดร้ บั ผลกระทบจากการเสียภาษไี มม่ าก และท�ำให้ อปท.
เก็บภาษีท่ีดินและสิ่งปลูกสร้างจากบ้านหลังหลักราคา 100 ล้านบาท ได้เพียง 10,000 x 20,000 = 200,000,000 บาทเท่าน้ัน ส่วน
บ้านหลงั หลักที่มรี าคาเกิน 100 ล้านบาทนั้น หากมีราคา 200 ลา้ นบาท จะเสียภาษี 200 - 50 x 0.10% = 150,000 บาท 800 หลงั
อปท. จะเกบ็ ภาษไี ด้เพียง 120,000,000 บาทเท่านน้ั
9. ตัวอยา่ งการคำ� นวณภาษที ่ีดินและส่งิ ปลูกสรา้ งแต่ละรายการ
9.1 การคำ� นวณภาษจี ากทรัพย์สินประเภททีด่ นิ เกษตรกรรม
9.2 การค�ำนวณภาษีจากทรัพยส์ ินประเภทบา้ นท่อี ยอู่ าศยั
9.3 การค�ำนวณภาษจี ากทรพั ยส์ นิ ประเภททีด่ ินว่างเปล่าไมไ่ ดใ้ ช้ประโยชน์/ท่ีดินจัดสรร/ทด่ี ินพฒั นาโครงการทอ่ี ยู่
อาศยั เพ่ือขาย
9.4 การค�ำนวณภาษีจากทรัพย์สนิ ประเภทหอ้ งชดุ
9.5 การคำ� นวณภาษจี ากทรพั ยส์ นิ ประเภทอนื่ ๆ เชน่ โกดงั สนิ คา้ , สนามเดก็ เลน่ , หา้ งสรรพสนิ คา้ , สนามกอลฟ์ ฯลฯ
(อา่ นตอ่ ฉบบั หน้า)
31
TAX MAGAZINE
Column
ภาษสี รรพากร
by ชุมพร เสนไสย
ภ.ง.ด.51
ประมาณการกำ� ไรสุทธิ
เงนิ เพิม่ : เหตุอนั สมควร (ตอนท่ี 1)
32
TAX MAGAZINE
แบบ ภ.ง.ด.51 เป็นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามท่ีกฎหมายได้ก�ำหนดไว้ตามข้อ 2 (2) ของประกาศอธิบดี
กรมสรรพากร เก่ียวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 16) เร่ือง ก�ำหนดแบบแสดงรายการเกี่ยวกับภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
ลงวนั ที่ 5 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2525 ซงึ่ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยประกาศอธิบดกี รมสรรพากร เก่ียวกบั ภาษเี งนิ ได้ (ฉบับท่ี 42)ฯ ที่กำ� หนดไวว้ ่า
“ข้อ 2...(2) แบบ ภ.ง.ด.51 ท้ายประกาศน้ี ใช้ส�ำหรบั
(ก) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลท่ีต้องจัดท�ำประมาณการก�ำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวล
รัษฎากร
(ข) กรณีบริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์
หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์หรือตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทหรือ
หา้ งหุ้นส่วนนิตบิ คุ คล ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่อี ธิบดีก�ำหนดตามมาตรา 67 ทวิ (2) แห่งประมวลรษั ฎากร”
แบบ ภ.ง.ด.51 จงึ เป็นแบบแสดงรายการเพ่ือเสียภาษีเงนิ ไดน้ ิติบคุ คลตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรษั ฎากร โดยมาตรา 67 ทวิ
แหง่ ประมวลรัษฎากร ไดบ้ ัญญัติไวด้ งั น้ี
“มาตรา 67 ทวิ เพ่ือประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีก่อนถึงก�ำหนดเวลาตามมาตรา 68 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลย่ืนรายการ
ตามแบบทอ่ี ธบิ ดกี �ำหนดพร้อมกับชำ� ระภาษตี อ่ อำ� เภอ ณ ท่ีว่าการอำ� เภอทอ้ งท่ี ภายใน 2 เดอื น นบั แตว่ ันสดุ ท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดอื น
นับแต่วนั แรกของรอบระยะเวลาบญั ชีดงั น้ี
(1) ในกรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนอกจากท่ีกล่าวใน (2) ให้จัดท�ำประมาณการก�ำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ซึ่งได้จาก
กิจการหรือเนื่องจากกิจการท่ีได้กระท�ำหรือจะได้กระท�ำในรอบระยะเวลาบัญชีน้ัน แล้วให้ค�ำนวณและช�ำระภาษีจากจ�ำนวนกึ่งหน่ึงของ
ประมาณการก�ำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบญั ชนี น้ั
(2) ในกรณีบริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์
หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทหรือ
ห้างหนุ้ สว่ นนติ ิบุคคลตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงือ่ นไขทีอ่ ธิบดีกำ� หนด ให้คำ� นวณและช�ำระภาษจี ากก�ำไรสุทธิของรอบระยะเวลา 6 เดอื น
นับแตว่ นั แรกของรอบระยะเวลาบัญชี ตามเงื่อนไขทรี่ ะบไุ ว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี
ภาษที ช่ี �ำระตามวรรคหนึง่ ให้ถอื เปน็ เครดิตในการคำ� นวณภาษีทต่ี อ้ งชำ� ระตามมาตรา 68
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซ่ึงมีรอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้าย
นอ้ ยกวา่ 12 เดือน”
จึงเห็นได้ว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ต้องย่ืนแบบ ภ.ง.ด.51 เป็นการยื่นแบบฯ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในงวด
6 เดือนแรก นับแต่วันเริ่มต้นของรอบระยะเวลาบัญชี โดยกฎหมายได้ก�ำหนดให้มีท้ังกรณีท่ีเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนท่ีต้องยื่นจาก
กำ� ไรสทุ ธจิ รงิ ในงวด 6 เดอื นแรก กบั บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลทตี่ อ้ งยน่ื จากกง่ึ หนงึ่ ของประมาณการกำ� ไรสทุ ธขิ องทงั้ รอบระยะเวลาบญั ชี
อย่างไรก็ดี ส�ำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีรอบระยะเวลาบัญชีแรกหรือรอบระยะเวลาบัญชีสุดท้ายน้อยกว่า 12 เดือน
กฎหมายไม่ไดก้ �ำหนดใหม้ ีหนา้ ทตี่ อ้ งย่นื แบบ ภ.ง.ด.51 แตอ่ ย่างใด
ซง่ึ กเ็ คยเกดิ เปน็ ประเดน็ วา่ มบี างกรณบี รษิ ทั ฯ เพง่ิ เรม่ิ ตงั้ กจิ การมรี อบระยะเวลาบญั ชแี รกนอ้ ยกวา่ 12 เดอื น แตไ่ ปยน่ื แบบ ภ.ง.ด.51
และปรากฏว่าแบบที่ย่ืนดังกล่าวค�ำนวณภาษีแล้วไม่ถูกต้อง บริษัทฯ ดังกล่าวจะมีความรับผิดอย่างใดหรือไม่ กรณีดังกล่าวถ้าพิจารณา
ตามข้อกฎหมายแล้วการที่บริษัทฯ ดังกล่าวย่ืน ภ.ง.ด.51 เป็นการกระท�ำเกินกว่าท่ีกฎหมายก�ำหนด ดังนั้นหากมีข้อผิดพลาดค�ำนวณภาษี
ไม่ถูกต้องหรือยื่นเสียภาษีจากกึ่งหน่ึงของก�ำไรท่ีได้จากการประมาณการก�ำไรสุทธิ แต่ยื่นประมาณการก�ำไรสุทธิขาดเกินกว่าร้อยละ 25
ของก�ำไรสุทธิ กรณีเช่นนี้บริษัทฯ ก็ไม่มีความรับผิดแต่อย่างใด จากบทบัญญัติของมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ได้แบ่งผู้มีหน้าที่
ยนื่ แบบ ภ.ง.ด.51 ออกเปน็ 2 กรณี ไดแ้ ก่
กรณีท่ี 1 กรณีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์
หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจ
เครดิตฟองซิเอร์ หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดีก�ำหนด ให้ค�ำนวณและช�ำระภาษีจาก
กำ� ไรสทุ ธขิ องรอบระยะเวลา 6 เดือน นับแตว่ ันแรกของรอบระยะเวลาบญั ชี
33
TAX MAGAZINE
กรณีท่ี 2 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลท่ีไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ต้องย่ืนจากก�ำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรก นับแต่วันแรกของ
รอบระยะเวลาบัญชี กรณีน้ีต้องยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.51 จากก่ึงหน่ึงของประมาณการก�ำไรสุทธิ ซึ่งตามข้อเท็จจริง
บริษัทฯ ที่ยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.51 ก็ได้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลท่ัวๆ ไปท่ีเป็นกิจการขนาดกลางหรือ
ขนาดย่อม (เน่ืองจากกลุ่มนมี้ ักจะไมใ่ ช่บรษิ ัทฯ ในกลมุ่ ท่ี 1)
มีปัญหาวา่ การประมาณการกำ� ไรสุทธจิ ะตอ้ งกระท�ำอยา่ งใด มกี ฎหมายก�ำหนดวิธกี ารการทำ� การประมาณกำ� ไรสทุ ธหิ รือไม่
ปัญหาดังกล่าวหากพิจาณาตามประมวลรัษฎากรแล้ว ไม่มีบทบัญญัติใดก�ำหนดวิธีการให้บริษัทฯ ท่ีต้องเสียภาษีจากก่ึงหนึ่งของ
ประมาณการก�ำไรสุทธิต้องจัดท�ำประมาณการก�ำไรสุทธิเช่นน้ีหรือเช่นนั้น การจัดท�ำการประมาณการก�ำไรสุทธิจึงเป็นเรื่องของบริษัทฯ
ท่ีต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ท่ีจะต้องพิจารณาข้อมูลจากผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรกและการคาดการณ์รายได้รายจ่ายที่จะเกิดขึ้น
ในช่วง 6 เดือนหลังของรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งบริษัทฯ อาจจัดท�ำประมาณการก�ำไรสุทธิโดยท่ีพิจารณาจากข้อมูลที่จะต้องกรอกในแบบ
ภ.ง.ด.51 โดยรายการในแบบ ภ.ง.ด.51 จะมีรายการทต่ี อ้ งกรอกเก่ยี วกับการจัดท�ำประมาณการกำ� ไรสทุ ธิตามแบบ ภ.ง.ด.51 ได้ก�ำหนดให้
กรอกรายการปรากฏตามแบบดังกลา่ วดงั นี้
รายการท่ี 1 การคำ� นวณฐานภาษี
1. การเสยี ภาษีจากกง่ึ หน่ึงของประมาณการก�ำไรสุทธิตามมาตรา 67 ทวิ (1)
(1) ประมาณการยอดรายรบั หรือยอดขายกอ่ นหกั รายจา่ ยใดๆ ของรอบระยะเวลาบญั ชีปัจจบุ นั …...
(2) หกั ประมาณการรายจา่ ยของรอบระยะเวลาบญั ชีปีปัจจบุ นั …...
(3) คงเหลอื ประมาณการ ( ) ก�ำไรสทุ ธิ ( ) ขาดทุนสทุ ธ ิ …...
(4) หักขาดทุนสทุ ธิยกมาไมเ่ กิน 5 รอบระยะเวลาบญั ชกี ่อนปีปัจจบุ ัน …...
(5) หกั ประมาณการก�ำไรสุทธทิ ่ไี ด้รับยกเวน้ ตามกฎหมาย …...
(6) ประมาณการ ( ) กำ� ไรสุทธทิ ีต่ ้องเสยี ภาษี ( ) ขาดทนุ สทุ ธ ิ …...
รายการท่ี 2 เงนิ ไดท้ ี่ตอ้ งเสียภาษี และการคำ� นวณภาษี …...
1. กึ่งหนึ่งของ ( ) (1) ประมาณการก�ำไรสุทธทิ ่ีต้องเสียภาษี ( ) (2) ขาดทุนสทุ ธ ิ
2. ...
3. ...
4. การค�ำนวณภาษี (ดูค�ำอธิบายใช้อัตราภาษีในการค�ำนวณภาษี โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมาย
ก�ำหนด ในวิธกี รอกแบบ ภ.ง.ด.51)
(1) กรณีท่วั ไป
(2) กรณลี ดอัตรา ( ) SME ( ) รอ้ ยละ 15 ( ) รอ้ ยละ 10 ( ) ร้อยละ 8 ( ) ร้อยละ 5 ( ) ร้อยละ 3 ( ) อนื่ ๆ
(3) ...
(4) ...
ภาษที ่ีค�ำนวณได้ ...
5. (1) ภาษีเงินได้หกั ณ ทจ่ี า่ ย และภาษีทีผ่ ้อู ่นื เสยี แทน …...
(2) ภาษีทไี่ ด้รับการลดหยอ่ นอตั ราไมเ่ กินรอ้ ยละ 50 ของอัตราปกติ …...
(3) ภาษที ี่ชำ� ระแล้วตามแบบ ภ.ง.ด.51 (กรณียน่ื เพมิ่ เติม) …...
(4) ...
(5) ...
(6) คงเหลือภาษีท่ี ( ) ช�ำระเพ่มิ เติม ( ) ช�ำระไวเ้ กิน …...
รายละเอียดตามแบบ ภ.ง.ด.51 ข้างต้นนั้น จะเห็นได้ว่าตัวเลขในการกรอกแบบ ภ.ง.ด.51 เป็นตัวเลขที่บริษัทฯ ต้องประมาณการ
ข้นึ มา ทง้ั ในส่วนของรายไดแ้ ละรายจ่าย เพอื่ ให้ได้ประมาณการก�ำไรสทุ ธิหรือขาดทุนสุทธใิ นการยนื่ แบบ ภ.ง.ด.51 ซง่ึ โดยทว่ั ไปน้นั บรษิ ัทฯ
34
TAX MAGAZINE
จะเห็นรายได้รายจ่ายท่ีเกิดในงวด 6 เดือนแรกอยู่แล้ว และการยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 กฎหมายให้ย่ืนภายใน 2 เดือน นับแต่วันสุดท้ายของ
รอบระยะเวลา 6 เดอื น นับแตว่ นั แรกของรอบระยะเวลาบัญชี กจ็ ะท�ำให้เหน็ รายไดร้ ายจ่ายเพม่ิ มาอกี 2 เดอื น เป็น 8 เดือน จงึ เหลอื รายได้
รายจ่ายท่ีต้องประมาณการอีก 4 เดือน แต่ที่กล่าวมานี้ก็ไม่ใช่วิธีการที่มีกฎหมายก�ำหนดให้ต้องใช้วิธีการเช่นน้ี เพียงแต่ถ้าท�ำเช่นน้ีจะได้
รายไดร้ ายจา่ ยท่ีสอดคลอ้ งกับขอ้ เทจ็ จริงมากกว่า
เม่ือท�ำการประมาณการก�ำไรสุทธิ (ขาดทุนสุทธิ) ได้แล้ว ให้น�ำก่ึงหนึ่งของประมาณการก�ำไรสุทธิมาค�ำนวณภาษี ตามอัตราภาษี
(คูณกบั อัตราภาษ)ี โดยอัตราภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลในปจั จุบันจดั เก็บในอตั ราร้อยละ 20 แต่ส�ำหรับบางกจิ การได้มีกฎหมายใหล้ ดอัตราภาษี
เงินไดน้ ติ บิ คุ คล ก็ให้คำ� นวณภาษเี งินไดน้ ติ ิบคุ คลตามอตั ราภาษที ่ไี ดร้ ับการลดอตั ราภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลนน้ั
เช่นกรณีของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลท่ีมีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท
และมีทุนท่ีช�ำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท (ในบทความนี้เรียกว่า บริษัท SME) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
นติ บิ คุ คลสำ� หรบั กำ� ไรสทุ ธสิ ว่ นทไ่ี มเ่ กนิ 300,000 บาท และไดร้ บั การลดอตั ราภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลสำ� หรบั กำ� ไรสทุ ธสิ ว่ นทเี่ กนิ 300,000 บาท
แตไ่ มเ่ กนิ 3,000,000 บาท เสยี ในอตั รารอ้ ยละ 15 (ตามพระราชกฤษฎกี าฯ (ฉบบั ท่ี 530) พ.ศ. 2554 ซง่ึ แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชกฤษฎกี าฯ
(ฉบบั ท่ี 603) พ.ศ. 2558) กใ็ หค้ ำ� นวณตามทไ่ี ดร้ บั การยกเวน้ และลดอตั ราภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลนน้ั สำ� หรบั กำ� ไรสทุ ธสิ ว่ นทเี่ กนิ 3,000,000 บาท
จะเสียภาษเี งินได้นติ ิบคุ คลในอตั ราร้อยละ 20
ตัวอย่าง บริษัท ก. จ�ำกัด มีรอบระยะเวลาบัญชีตรงตามปีปฏิทิน ในรอบระยะเวลาบัญชี 2563 บริษัท ก. คาดว่าจะมีรายได้จาก
การขายสินค้าหรือการให้บริการเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีทุนท่ีช�ำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
ไม่เกิน 5 ลา้ นบาท บรษิ ัท ก. จำ� กดั ย่นื แบบ ภ.ง.ด.51 เม่อื วันที่ 30 กันยายน 2563 (เนื่องจากโดยปกติบริษัท ก. ต้องย่นื แบบ ภ.ง.ด.51 ภายใน
เดือนสิงหาคม 2563 แต่กรณีนี้ได้รับการขยายเวลาตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายก�ำหนดเวลาการยื่นรายการช�ำระภาษีเงินได้
นติ บิ คุ คล (ฉบบั ท่ี 2) ลงวนั ที่ 31 มนี าคม พ.ศ. 2563) โดยยน่ื ประมาณการกำ� ไรสทุ ธจิ ำ� นวน 600,000 บาท กง่ึ หนง่ึ ของประมาณการกำ� ไรสทุ ธิ
เทา่ กับ 300,000 บาท ซ่งึ เป็นก�ำไรสทุ ธิทไี่ มเ่ กิน 300,000 บาท
ดังนั้นบริษัท ก. จ�ำกัด จึงไม่มีภาษีที่ต้องช�ำระพร้อมกับการย่ืนแบบ ภ.ง.ด.51 แต่หากบริษัท ก. จ�ำกัด ยื่นประมาณการก�ำไรสุทธิ
เปน็ จ�ำนวน 800,000 บาท กง่ึ หนึง่ ของประมาณการกำ� ไรสุทธิคือ 400,000 บาท บรษิ ัท ก. จ�ำกดั จงึ มีภาษที ่ตี ้องชำ� ระพรอ้ มกบั การยน่ื แบบ
ภ.ง.ด.51 ดงั นี้
กำ� ไรสทุ ธิสว่ นท่ไี มเ่ กิน 300,000 บาท ไดร้ บั ยกเว้นภาษเี งนิ ไดน้ ติ ิบคุ คล (300,000 บาท ยกเวน้ ภาษ)ี
กำ� ไรสทุ ธสิ ว่ นทเี่ กนิ 300,000 บาท แตไ่ มเ่ กนิ 3,000,000 บาท เสยี ภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลรอ้ ยละ15 (100,000 x 15/100) = 15,000 บาท
ดังนน้ั บรษิ ทั ก. จ�ำกดั จงึ ต้องเสยี ภาษเี งนิ ได้นิติบคุ คลพร้อมกับการย่นื แบบ ภ.ง.ด.51 จ�ำนวน 15,000 บาท
ปัญหาของบริษัท SME ท่ีอาจจะเกิดขึ้นในการย่ืนแบบ ภ.ง.ด.51 ก็คือ การประมาณการก�ำไรสุทธิเกิดข้ึนในขณะที่ประกอบกิจการ
ในงวด 6 เดือนแรก โดยต้องประมาณการรายได้ ซึ่งหากประมาณการรายได้จากการขายสินค้าหรือการให้บริการว่าไม่เกิน 30 ล้านบาท
แตเ่ ม่ือสน้ิ รอบระยะเวลาบญั ชี รายได้อนั เกดิ จากการขายสนิ ค้าหรอื การให้บริการเกิน 30 ลา้ น ก็จะท�ำใหก้ ารค�ำนวณเสยี ภาษเี งินได้นติ บิ คุ คล
ตามท่ยี ่ืนแบบ ภ.ง.ด.51 ผิดพลาดคลาดเคลื่อนทันที
ดังน้ันบริษัทฯ ที่เห็นว่า บริษัทฯ จะมีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการ และทุนท่ีช�ำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะ
เวลาบัญชี อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะเป็นบริษัท SME ในขณะยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 จะต้องวางแผนภาษีเก่ียวกับเง่ือนไขของข้อกฎหมายให้ได้
อยา่ งชดั แจ้ง เพอื่ จะได้ไมม่ ีปญั หาในการย่ืนแบบ ภ.ง.ด.51
โดยมเี ร่อื งทเ่ี ก่ยี วข้องกับเรื่องนีอ้ ยดู่ ว้ ยคอื
1. ความหมายของคำ� ว่า “ขาย” “สินคา้ ” “บริการ” เพราะรายไดข้ องบรษิ ทั SME จะต้องเป็นรายได้จากการขายสินคา้ และบรกิ าร เป็น
เงอื่ นไขในการวดั รายไดท้ จี่ ะท�ำใหบ้ ริษทั เปน็ SME หรือไม่ ซง่ึ ความหมายของคำ� ดงั กลา่ ว ไดก้ �ำหนดไวต้ ามมาตรา 4 แหง่ พระราชกฤษฎกี าฯ
(ฉบับท่ี 530) พ.ศ. 2555 ดงั นี้
“ขาย” หมายความว่า จ�ำหน่าย จ่าย หรือโอนสินค้า โดยมีหรือไม่มีประโยชน์หรือค่าตอบแทน และให้หมายความรวมถึงสัญญา
ให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซ้ือขายผ่อนช�ำระท่ีกรรมสิทธ์ิในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อมีการส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อแล้ว และการส่งสินค้า
ออกนอกราชอาณาจักร
35
TAX MAGAZINE
“สนิ ค้า” หมายความวา่ ทรัพยส์ นิ ทมี่ ีรูปรา่ งและไม่มรี ปู รา่ งที่อาจมีราคาและถอื เอาได้ทีม่ ีไว้เพอ่ื ขายเท่านั้น
“บรกิ าร” หมายความวา่ การกระท�ำใดๆ อันอาจหาประโยชนอ์ ันมีมลู ค่าซ่ึงมใิ ชเ่ ป็นการขายสินค้า
มีปัญหาส�ำหรับรายได้บางกรณีว่าเป็นรายได้จากการขายสินค้าหรือการให้บริการหรือไม่ โดยมีค�ำถามถามว่าค�ำว่า “บริการ”
ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับท่ี 530) พ.ศ. 2554 หมายความรวมถึงดอกเบ้ียเงินฝาก ดอกเบี้ยรับ เงินปันผล เงินอุดหนุน
เงินช่วยเหลือ ก�ำไรจากการขายทรัพย์สนิ หรอื รายไดอ้ ื่นท่ีบริษทั ฯ ไดร้ ับ ใช่หรือไม่
มคี �ำตอบวา่ คำ� ว่า “บริการ” ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎกี าฯ (ฉบับท่ี 530) พ.ศ. 2554 หมายความว่า การกระทำ� ใดๆ อนั อาจ
หาประโยชนอ์ ันมมี ลู คา่ ซงึ่ มิใช่เป็นการขายสนิ ค้า ดังนน้ั
(1) รายได้ที่เป็นดอกเบี้ยอันเกิดจากการที่บริษัทฯ น�ำเงินไปฝากธนาคาร น�ำเงินออกให้กู้ และรายได้เงินปันผลที่เกิดจากการ
นำ� เงนิ ไปซอ้ื หุ้น จึงเปน็ รายได้ที่เกดิ จากการกระทำ� ใดๆ อนั อาจหาประโยชน์อนั มมี ูลค่าซ่ึงมใิ ชเ่ ป็นการขายสนิ ค้า กรณีจึงเป็นรายไดจ้ ากการ
ใหบ้ ริการ
(2) รายไดท้ ีเ่ ปน็ ก�ำไรจากการขายทรพั ย์สนิ ทม่ี ใิ ชท่ รพั ย์สนิ ทีม่ ีไวเ้ พอ่ื ขาย เน่ืองจากทรัพยส์ นิ ดังกลา่ วไม่เข้าลกั ษณะเป็น “สนิ คา้ ”
ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎกี าฯ (ฉบับท่ี 530) พ.ศ. 2554 รายไดด้ ังกล่าวจงึ ไม่เขา้ ลกั ษณะเป็นรายไดจ้ ากการขายสินคา้ และกำ� ไรจาก
การขายทรัพย์สนิ ดังกล่าวก็ไม่เข้าลักษณะเป็นรายได้จากการให้บรกิ ารแตอ่ ย่างใด
(3) รายได้จากเงินอุดหนุนหรือเงินช่วยเหลือ หากมิใช่รายได้ท่ีเกิดขึ้นจากการท่ีบริษัทฯ มีการกระท�ำใดๆ อันอาจหาประโยชน์
อันมีมลู ค่าให้แกผ่ ู้ทม่ี อบเงนิ ดังกล่าวใหบ้ รษิ ัทฯ กรณยี ่อมไมเ่ ข้าลักษณะเป็นรายได้จากการใหบ้ ริการ
ท้ังน้ี รายได้ของบริษัทฯ ท่ีเกิดขึ้นจะเข้าลักษณะเป็นรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการหรือไม่ ให้พิจารณาตามค�ำนิยามท่ี
กำ� หนดไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบบั ที่ 530) พ.ศ. 2554 (หนังสอื กรมสรรพากรท่ี กค 0702/2898 ลงวนั ท่ี 29 มนี าคม 2556)
2. กรณที บ่ี ริษัท SME มรี ายได้จากการขายสนิ คา้ หรอื การให้บริการ ณ วนั สนิ้ รอบระยะเวลาบัญชี เกนิ 30 ลา้ นบาท หรอื มที ุนช�ำระ
แลว้ เกนิ 5 ลา้ นบาท ภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลทยี่ นื่ พรอ้ มกบั แบบ ภ.ง.ด.51 ยอ่ มผดิ พลาดคลาดเคลอื่ น มผี ลใหบ้ รษิ ทั ฯ อาจชำ� ระภาษไี มค่ รบถว้ น
และตอ้ งชำ� ระภาษีเพ่มิ เติมและเงนิ เพ่ิมตามกฎหมาย
การยน่ื แบบ ภ.ง.ด.51 เปน็ กรณที ก่ี ฎหมายบงั คบั ใหบ้ รษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลตอ้ งปฏบิ ตั ิ ดงั นนั้ ในกรณที บี่ รษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ น
นติ บิ คุ คลไมป่ ฏบิ ตั ิ กลา่ วคอื ไมไ่ ดย้ น่ื แบบ ภ.ง.ด.51 หรอื ในกรณที บี่ รษิ ทั ฯ ไดย้ นื่ แบบ ภ.ง.ด.51 ประมาณการกำ� ไรสทุ ธิ (ขาดทนุ สทุ ธ)ิ ไปแลว้
เมือ่ สน้ิ รอบระยะเวลาบัญชี ซ่งึ ถงึ เวลาทจี่ ะต้องยื่นแบบแสดงภาษีเงินไดน้ ิติบคุ คล (ภ.ง.ด.50) จะมผี ลตอ่ แบบ ภ.ง.ด.51 ท่ยี ื่นไปแล้วหรือไม่
กรณนี ้ีมีบทบัญญัตขิ องมาตรา 67 ตรี แหง่ ประมวลรษั ฎากร ไดบ้ ญั ญัตไิ วด้ งั น้ี
“มาตรา 67 ตรี ในกรณที ี่บริษัทหรือหา้ งหนุ้ สว่ นนติ ิบุคคลไม่ยืน่ รายการและช�ำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรอื ยืน่ รายการและ
ช�ำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) โดยแสดงประมาณการกำ� ไรสทุ ธขิ าดไปเกินร้อยละ 25 ของกำ� ไรสทุ ธิ ซง่ึ ได้จากกจิ การหรอื เน่อื งจากกจิ การ
ทก่ี ระทำ� ในรอบระยะเวลาบญั ชนี นั้ โดยไมม่ เี หตอุ นั สมควร บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นนติ บิ คุ คลนนั้ ตอ้ งเสยี เงนิ เพมิ่ อกี รอ้ ยละ 20 ของจำ� นวนเงนิ ภาษี
ทต่ี ้องชำ� ระตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรอื ของกง่ึ หนึ่งของจ�ำนวนเงนิ ภาษที ีต่ อ้ งเสียในรอบระยะเวลาบญั ชนี ้นั หรอื ของภาษีท่ชี �ำระขาด แล้วแตก่ รณี
ในกรณีท่ีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่ยื่นรายการและช�ำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรือยื่นรายการและช�ำระภาษีตาม
มาตรา 67 ทวิ (2) ไว้ไม่ถูกต้อง โดยไม่มีเหตุอันสมควร ท�ำให้จ�ำนวนภาษีท่ีต้องช�ำระขาดไป บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้อง
เสียเงนิ เพ่มิ อีกรอ้ ยละ 20 ของจำ� นวนเงนิ ภาษที ตี่ อ้ งช�ำระตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรอื ของภาษีทช่ี �ำระขาด แลว้ แต่กรณี
เงนิ เพม่ิ ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ใหถ้ อื เปน็ คา่ ภาษีและอาจลดลงได้ตามระเบียบทอ่ี ธิบดกี �ำหนดโดยอนมุ ัตริ ัฐมนตร”ี
ดังนน้ั กรณีบรษิ ทั ฯ จะมคี วามรับผิดเก่ยี วกบั แบบ ภ.ง.ด.51 ซงึ่ เป็นหน้าท่ีตามกฎหมายท่ีจะตอ้ งยืน่ ภายใน 2 เดอื น นบั แตว่ นั สุดท้าย
ของรอบระยะเวลา 6 เดอื น นบั แตว่ ันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี จะมีอยู่ด้วยกัน 2 กรณคี อื
กรณที ี่ 1 ไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ต้องรับผิดเสียเงินเพ่มิ อกี รอ้ ยละ 20 ของจ�ำนวนเงนิ ภาษที ีต่ ้องชำ� ระ
กรณีที่ 2 กรณีย่ืนแบบ ภ.ง.ด.51 โดยแสดงประมาณการก�ำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของก�ำไรสุทธิ ซึ่งได้จากกิจการหรือ
เนือ่ งจากกิจการท่กี ระทำ� ในรอบระยะเวลาบัญชีนน้ั โดยไมม่ ีเหตุอนั สมควร บริษทั หรือห้างหุ้นสว่ นนิตบิ คุ คลนนั้ ต้องเสียเงนิ เพิ่มอกี ร้อยละ 20
ของกึง่ หนึ่งของจำ� นวนเงินภาษีท่ตี อ้ งเสยี ในรอบระยะเวลาบัญชีน้นั หรือของภาษีที่ชำ� ระขาด แล้วแต่กรณี
การเสียเงินเพิ่มกรณที ี่บริษทั ฯ ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 โดยประมาณการกำ� ไรสทุ ธขิ าดไปเกินกว่ารอ้ ยละ 25 ซง่ึ จะต้องรับผดิ เสยี เงนิ เพ่ิม
36
TAX MAGAZINE
ในกรณีที่ 2 นั้น มวี ิธีการค�ำนวณหาจำ� นวนเงินว่าย่ืนประมาณการกำ� ไรสทุ ธขิ าดเกินไปกวา่ ร้อยละ 25 ของกำ� ไรสุทธิทยี่ ื่นตามแบบ ภ.ง.ด.50
หรอื ไม่ ดงั น้ี
กำ� ไรสทุ ธิ S บาท ประมาณการกำ� ไรสุทธิขาดไป (กำ� ไรสทุ ธิตามแบบ ภ.ง.ด.50 - ประมาณการก�ำไรสทุ ธิที่ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.51)
Y บาท
กำ� ไรสทุ ธิ 100 บาท ประมาณการกำ� ไรสุทธิขาดไป Y x 100/S = ...%
ถ้าคำ� นวณตามวิธีการดงั กล่าวขา้ งต้นแลว้ หากประมาณการกำ� ไรสุทธขิ าดไปไม่เกินรอ้ ยละ 25 ก็ไมม่ คี วามรบั ผดิ ทจี่ ะตอ้ งเสียเงนิ เพิม่
แต่หากประมาณการก�ำไรสทุ ธขิ าดไปเกินรอ้ ยละ 25 ตอ้ งเสียเงินเพม่ิ ร้อยละ 20 ซงึ่ อาจเกดิ ข้ึนได้ดังน้ี
1. กรณีท่บี ริษทั ฯ ได้ยืน่ ภ.ง.ด.51 โดยยนื่ เปน็ ประมาณการขาดทนุ สุทธิ แตป่ รากฏวา่ เม่อื ย่ืนแบบ ภ.ง.ด.50 ของรอบระยะเวลาบญั ชี
น้นั มกี ำ� ไรสทุ ธิ กรณเี ชน่ น้ีอาจตอ้ งรับผดิ เสียเงินเพิม่
ตัวอย่าง บริษัท ข. จ�ำกัด เป็นบริษัท SME ย่ืน ภ.ง.ด.51 ประมาณการขาดทุนสุทธิ 1,000,000 บาท เมื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 มี
ก�ำไรสทุ ธิ 500,000 บาท ดงั น้นั จึงประมาณการกำ� ไรสทุ ธขิ าดไปเกินรอ้ ยละ 25 บริษัท ข. จำ� กัด จงึ ตอ้ งคำ� นวณว่าได้ยืน่ ภ.ง.ด.51 เสยี ภาษี
ผดิ พลาดคลาดเคล่ือนหรอื ไม่ ดงั นี้
กึง่ หนึ่งของกำ� ไรสุทธทิ ตี่ อ้ งย่ืนตามแบบ ภ.ง.ด.51 คือ 250,000 บาท แตเ่ นอ่ื งจากกำ� ไรสทุ ธสิ ่วนน้ีได้รับยกเว้นภาษีเงินไดน้ ติ ิบคุ คล
ดังนนั้ จงึ ไม่มภี าษีทต่ี อ้ งเสยี และไม่มเี งนิ เพิม่ ดว้ ยเชน่ กนั
แต่หากบริษัท ข. จ�ำกัด มีก�ำไรสุทธิที่ย่ืนตามแบบ ภ.ง.ด. 51 จ�ำนวน 800,000 บาท ดังนั้นจึงประมาณการก�ำไรสุทธิขาดไป
เกนิ ร้อยละ 25 บรษิ ทั ข. จ�ำกดั จึงต้องคำ� นวณว่าไดย้ ืน่ ภ.ง.ด.51 เสยี ภาษีผิดพลาดคลาดเคลือ่ นหรอื ไม่ ดังนี้
กึง่ หนึง่ ของก�ำไรสุทธทิ ีต่ อ้ งยืน่ ตามแบบ ภ.ง.ด.51 คือ 400,000 บาท กำ� ไรสุทธสิ ่วนที่ไม่เกนิ 300,000 บาท ได้รบั ยกเว้นภาษเี งินได้
นติ ิบคุ คล กำ� ไรสทุ ธสิ ่วนท่เี กนิ 300,000 บาท แตไ่ ม่เกิน 3,000,000 บาท เสียภาษเี งนิ ไดน้ ติ ิบุคคลในอตั ราร้อยละ 15 (100,000 x 15/100)
ดังน้ันบริษัท ข. จึงเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.51 ไว้ขาดไป 15,000 บาท จึงต้องช�ำระภาษีในส่วนน้ีเพิ่มเติม และ
ตอ้ งรับผดิ เสยี เงนิ เพิม่ อีกรอ้ ยละ 20 ของภาษีดังกล่าวจำ� นวน 3,000 บาท
2. กรณีทีบ่ รษิ ทั ฯ ได้ยนื่ ภ.ง.ด.51 โดยย่นื เป็นประมาณการก�ำไรสทุ ธิ แต่ปรากฏว่าเมอื่ ย่ืนแบบ ภ.ง.ด.50 ของรอบระยะเวลาบญั ชีนน้ั
มีก�ำไรสุทธิมากกว่าประมาณการก�ำไรสุทธิที่ย่ืนตามแบบ ภ.ง.ด.51 ดังนั้นบริษัทฯ ต้องค�ำนวณว่าได้ย่ืนประมาณการก�ำไรสุทธิขาดเกินไป
กวา่ รอ้ ยละ 25 หรอื ไม่ ถา้ ยนื่ ประมาณการกำ� ไรสทุ ธขิ าดไปไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 25 กไ็ มม่ ภี าระภาษที ง้ั สว่ นของ ภ.ง.ด.51 ทย่ี นื่ ไปแลว้ และไมต่ อ้ ง
เสียเงินเพม่ิ แตถ่ า้ ยน่ื ประมาณการก�ำไรสทุ ธิขาดไปเกนิ กว่าร้อยละ 25 กจ็ ะมภี าระภาษีท้ังสว่ นของ ภ.ง.ด.51 ท่ีย่นื ไปแล้ว แตย่ น่ื ชำ� ระภาษี
ไม่ครบ และตอ้ งเสียเงินเพมิ่ อีกร้อยละ 20 ของภาษที ี่ชำ� ระไว้ไม่ครบ
ตัวอยา่ ง บริษัท ค. จำ� กัด เปน็ บริษทั SME ยื่น ภ.ง.ด.51 ประมาณการก�ำไรสทุ ธิ 1,000,000 บาท (เสียภาษไี ปแล้วจำ� นวน 30,000
บาท) เม่ือย่ืนแบบ ภ.ง.ด.50 มีก�ำไรสุทธิ 1,500,000 บาท ดังน้ันจึงต้องค�ำนวณว่าบริษัท ค. จ�ำกัด ได้ย่ืนประมาณการก�ำไรสุทธิขาดไป
เกนิ กวา่ ร้อยละ 25 หรือไม่ ดังนี้
ก�ำไรสทุ ธิตามแบบ ภ.ง.ด.50 จ�ำนวน 1,500,000 บาท ยื่นประมาณการก�ำไรสทุ ธิขาดไป 500,000 บาท
ถ้าก�ำไรสทุ ธิตามแบบ ภ.ง.ด.50 จ�ำนวน 100 บาท ย่ืนประมาณการก�ำไรสทุ ธขิ าดไป 500,000 x 100/1,500,000 = 33.33%
เมอื่ ปรากฏวา่ บรษิ ทั ค. จำ� กัด ประมาณการกำ� ไรสุทธิขาดไปเกนิ กว่ารอ้ ยละ 25 บรษิ ัท ค. จำ� กัด จึงตอ้ งช�ำระภาษเี งินไดน้ ิตบิ คุ คลเพิ่ม
พรอ้ มเงนิ เพม่ิ ดงั น้ี
กึ่งหน่ึงของก�ำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.50 (จ�ำนวน 750,000 บาท) ค�ำนวณภาษีท่ีต้องเสีย (300,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
นิติบุคคล ส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 15) (450,000 x 15/100) จึง
ค�ำนวณภาษีไดเ้ ท่ากบั 67,500 บาท
แตเ่ นอื่ งจากบรษิ ทั ค. จำ� กดั ไดย้ น่ื เสยี ภาษตี ามแบบ ภ.ง.ด.51 ไปแลว้ จำ� นวน 30,000 บาท จงึ ตอ้ งชำ� ระภาษเี พม่ิ เตมิ (67,500 - 30,000)
37,500 บาท พรอ้ มเงินเพม่ิ รอ้ ยละ 20 จ�ำนวน 7,500 บาท (เงนิ เพมิ่ ลดได้ตามคำ� สง่ั กรมสรรพากรท่ี ท.ป.81/2542ฯ)
(อา่ นต่อฉบับหนา้ )
37
TAX MAGAZINE
Column
Tax Practice
by สเุ ทพ พงษ์พทิ กั ษ์
เทคนิคการใช้ประมวลรัษฎากร
ส�ำหรับนักบัญชี
ค�ำอธิบายประมวลรัษฎากร รายมาตรา
เจ้าพนักงานประเมินและอ�ำนาจเจ้าพนักงานประเมิน
(ตอนที่ 2)
www.Dharmniti.co.th ประมวลรัษฎากร www.Dharmniti.co.th
ฉบับสมบูรณ์
2563ฉบบั ปี ประมวลรษั ฎากร
รหัส 36301 ฉบับสมบรู ณ์
ราคา 500 บาท
2563
ฉบับสมบูรณ์ ณ 1 มกราคม 2563
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร
กฎกระทรวง ประกาศ คำาสั่ง เกี่ยวกับประมวลรัษฎากร
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
ประกาศ คำาสั่ง เกี่ยวกับภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์
38
TAX MAGAZINE
2. อำ� นาจเจ้าพนักงานประเมิน อ�ำนาจพนกั งานเจา้ หน้าที่ และ การท�ำการตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ต้องท�ำใน
นายตรวจอากรแสตมป์ ระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือในระหว่างเวลา
ทำ� การของผูป้ ระกอบกจิ การน้นั
2.1 อำ� นาจเจา้ พนกั งานประเมนิ ทกี่ ำ� หนดเปน็ การทวั่ ไป
ตามลกั ษณะ 1 2.1.3 อ�ำนาจสั่งให้แปลบัญชี เอกสาร และหลักฐาน
ตา่ งๆ เปน็ ภาษาไทยตามมาตรา 3 ฉ
2.1.1 อ�ำนาจเปรียบเทียบโดยก�ำหนดค่าปรับแต่
สถานเดยี วตามมาตรา 3 ทวิ บรรดาบญั ชี เอกสาร และหลกั ฐานตา่ งๆ ซงึ่ เกย่ี วกบั
หรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับภาษีอากรที่จะต้องเสีย ถ้าท�ำเป็นภาษา
ถ้าเจ้าพนักงานดังต่อไปน้ีเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควร ต่างประเทศ เจ้าพนักงานประเมินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้
ตอ้ งได้รับโทษจ�ำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้องร้อง ใหม้ อี ำ� นาจเปรยี บเทียบ บุคคลใดที่มีหน้าท่ีรับผิดชอบจัดการแปลเป็นภาษาไทยให้เสร็จ
โดยก�ำหนดค่าปรับแต่สถานเดียวในความผิดต่อไปนี้ เว้นแต่ ภายในเวลาที่สมควรกไ็ ด้
ความผดิ ในกรณเี จา้ พนกั งานผใู้ ดฝา่ ฝนื บทบญั ญตั มิ าตรา 10 มคี วามผดิ
ต้องระวางโทษจ�ำคุกไม่เกิน 1 ปี หรอื ปรับไมเ่ กิน 20,000 บาท หรือ 2.1.4 อ�ำนาจตรวจสอบผู้ย่ืนค�ำร้องขอออกใบผ่าน
ท้ังจ�ำท้งั ปรบั ตามมาตรา 13 คอื ภาษีอากรตามมาตรา 4 เบญจ
(1) ความผดิ ทมี่ โี ทษปรบั สถานเดยี ว หรอื มโี ทษปรบั ให้ผู้รับค�ำร้องขอออกใบผ่านภาษีอากรตามมาตรา
หรือจ�ำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ� ซ่ึงโทษจ�ำคุกไม่เกิน 6 4 ตรี ตรวจสอบว่าผู้ยืน่ คำ� ร้องมภี าษอี ากรทคี่ า้ งช�ำระและหรือท่จี ะ
เดือนท่ีเกิดข้ึนในกรุงเทพมหานคร ให้เป็นอ�ำนาจของอธิบดี ถ้าเกิด ตอ้ งชำ� ระ แมจ้ ะยงั ไมถ่ งึ กำ� หนดชำ� ระ หรอื จดั หาเงนิ ประกนั ภาษอี ากร
ในจังหวัดอ่นื ให้เป็นอำ� นาจของผ้วู ่าราชการจงั หวดั ให้เสร็จสนิ้ ก่อนออกเดินทางตามมาตรา 4 ทวิ หรอื ไม่ ถา้ ไมม่ กี ็ให้
ออกใบผา่ นภาษอี ากรตามแบบทอ่ี ธิบดกี �ำหนดใหแ้ ก่ผู้ยืน่ ค�ำรอ้ ง
(2) ความผดิ ทมี่ โี ทษปรบั หรอื โทษจำ� คกุ เกนิ 6 เดอื น
แตไ่ มเ่ กนิ 1 ปี หรอื ทงั้ ปรบั ทงั้ จำ� ซงึ่ โทษจำ� คกุ เกนิ 6 เดอื น แตไ่ มเ่ กนิ ถ้าในการตรวจสอบดังกล่าวปรากฏว่า ผู้ยื่นค�ำร้อง
1 ปี ใหเ้ ป็นอำ� นาจของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยอธิบดี อธบิ ดี มีเงินภาษีอากรท่ีค้างช�ำระและหรือท่ีจะต้องช�ำระ แม้จะยังไม่ถึง
กรมการปกครอง และอธบิ ดีกรมต�ำรวจ หรือผ้ทู ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย ก�ำหนดช�ำระ หรือจัดหาเงินประกันภาษีอากรให้เสร็จสิ้นก่อนออก
เดินทางตามมาตรา 4 ทวิ และผู้ย่ืนค�ำร้องได้น�ำเงินภาษีอากร
ถ้าผู้ต้องหาใช้ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายใน มาช�ำระครบถ้วนแล้วก็ดี หรือไม่อาจช�ำระได้ท้ังหมด หรือได้ช�ำระ
ระยะเวลาที่ผู้มีอ�ำนาจเปรียบเทียบก�ำหนดแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันคุ้ม แต่บางส่วน และผู้ย่ืนค�ำร้องได้จัดหาผู้ค�้ำประกันหรือหลักประกันที่
ผตู้ อ้ งหามิใหถ้ ูกฟ้องร้องตอ่ ไปในกรณแี หง่ ความผิดนนั้ อธบิ ดกี รมสรรพากร หรอื ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั หรอื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
เห็นสมควรมาเป็นประกันเงินค่าภาษีอากรนั้นแล้วก็ดี ให้อธิบดี
ถ้าผู้มีอ�ำนาจเปรียบเทียบตามวรรคหน่ึงเห็นว่า กรมสรรพากร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
ไม่ควรใช้อ�ำนาจเปรียบเทียบ หรือเม่ือเปรียบเทียบแล้ว ผู้ต้องหา ออกใบผา่ นภาษอี ากรให้
ไม่ยอมตามท่ีเปรียบเทียบ หรือยอมแล้วแต่ไม่ช�ำระค่าปรับภายใน
ระยะเวลาทผี่ มู้ อี ำ� นาจเปรยี บเทยี บกำ� หนด ใหด้ ำ� เนนิ การฟอ้ งรอ้ งตอ่ ไป 2.1.5 อ�ำนาจออกใบผ่านภาษีอากรตามมาตรา 4 ฉ
และในกรณีน้หี า้ มมิใหด้ ำ� เนินการเปรยี บเทียบตามกฎหมายอนื่ อกี และมาตรา 4 อัฏฐ
2.1.2 อ�ำนาจตรวจค้น ยึด หรืออายัดบัญชี เอกสาร (1) ในกรณีท่ีผู้รับค�ำร้องขอออกใบผ่านภาษีอากร
หรือหลกั ฐานตามมาตรา 3 เบญจ ตามมาตรา 4 ตรี พิจารณาเห็นว่าผู้ย่ืนค�ำร้องมีเหตุผลสมควรจะ
ต้องเดินทางออกจากประเทศไทยเป็นการรีบด่วนและชั่วคราว และ
เมื่อมีเหตุอันควรเช่ือว่ามีการหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ผู้ย่ืนค�ำร้องมีหลักประกันหรือหลักทรัพย์อยู่ในประเทศไทยพอ
อากร ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอ�ำนาจเข้าไปหรือออกค�ำส่ังเป็น คุ้มค่าภาษีอากรท่ีค้างหรือที่ต้องช�ำระ ให้อธิบดีกรมสรรพากร หรือ
หนงั สอื ใหเ้ จา้ พนกั งานสรรพากรเขา้ ไปในสถานทห่ี รอื ยานพาหนะใด ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายออกใบผ่านภาษีอากร
เพ่ือท�ำการตรวจค้น ยึด หรืออายัดบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานอื่น ให้ (มาตรา 4 ฉ)
ที่เกี่ยวกับ หรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับภาษีอากรที่จะต้องเสียได้
ทวั่ ราชอาณาจกั ร (2) คนตา่ งดา้ วซง่ึ มคี วามจำ� เปน็ ตอ้ งเดนิ ทางเขา้ ออก
ประเทศไทยเป็นปกตธิ รุ ะเกีย่ วกบั การประกอบอาชพี หรือวิชาชีพ จะ
ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้ว่า ยนื่ คำ� รอ้ งตอ่ อธบิ ดี หรอื ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั หรอื ผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ราชการจังหวัดหรือสรรพากรเขตมีอ�ำนาจเช่นเดียวกับอธิบดีตาม
วรรคหน่ึง สำ� หรับในเขตท้องท่จี งั หวดั หรอื เขตนัน้
39
TAX MAGAZINE
แลว้ แตก่ รณี ขอใหอ้ อกใบผา่ นภาษอี ากรใหใ้ ชเ้ ปน็ ประจำ� กไ็ ด้ ถา้ ผรู้ บั มาตรา 18 ทวิ ภายใน 7 วนั นบั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ บั หนงั สอื แจง้ การประเมนิ
ค�ำร้องพิจารณาเห็นว่าคนต่างด้าวผู้นั้นมีความจ�ำเป็นดังที่ร้องขอ (5) การประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีน้ี
และมีหลักประกันหรือหลักทรัพย์อยู่ในประเทศไทยพอคุ้มค่าภาษี
อากรที่ค้างหรือท่ีจะต้องช�ำระแล้วจะออกใบผ่านภาษีอากรให้ตาม เจา้ พนักงานประเมินยงั ไมม่ ีอำ� นาจประเมินเงินเพม่ิ ภาษีตามมาตรา
แบบทอ่ี ธบิ ดกี ำ� หนดกไ็ ด้ ใบผา่ นภาษอี ากรเชน่ วา่ นใ้ี หม้ กี ำ� หนดเวลา ได้ จนกว่าจะพน้ กำ� หนดเวลาตามมาตรา 18 ทวิ ดงั กล่าวเสียก่อน
ใช้ไดต้ ามทรี่ ะบุในใบผา่ นภาษีอากรนัน้ แต่ต้องไมเ่ กนิ กวา่ 180 วนั ซึ่งหากผู้ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ช�ำระก็ให้รับผิดเสีย
นบั แต่วันออก (มาตรา 4 อัฏฐ) เงินเพ่ิมตามมาตรา 27 ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของ
เดือนของเงินภาษี
2.2 อ�ำนาจเจ้าพนักงานประเมินตามหมวด 2 วิธีการ
เกย่ี วแก่ภาษีอากรประเมิน (6) การประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีน้ี
ผู้ต้องเสียภาษีอาจใช้สิทธิอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการ
2.2.1 อ�ำนาจประเมินก่อนถึงก�ำหนดเวลาย่ืนรายการ พจิ ารณาอทุ ธรณ์ตามมาตรา 30 ได้
เปน็ ไปตามมาตรา 18 ทวิ และมาตรา 60 ทวิ แหง่ ประมวลรษั ฎากร
ดังน้ี (7) เจา้ พนกั งานประเมนิ มอี ำ� นาจทจี่ ะสงั่ ใหผ้ ตู้ อ้ งเสยี
ภาษีเงินได้บคุ คลธรรมดายน่ื รายการตามแบบท่ีอธิบดกี ำ� หนด
“มาตรา 18 ทวิ ในกรณีจำ� เป็นเพือ่ รกั ษาประโยชน์
ในการจดั เกบ็ ภาษอี ากร เจ้าพนกั งานประเมินมอี ำ� นาจท่จี ะประเมิน (8) การประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณีน้ี
เรียกเก็บภาษีจากผู้ต้องเสียภาษีก่อนถึงก�ำหนดเวลายื่นรายการได้ หากมีจ�ำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีจ�ำนวนตั้งแต่ 3,000 บาท
เมอื่ ไดป้ ระเมนิ แลว้ ใหแ้ จง้ จำ� นวนภาษที ตี่ อ้ งเสยี ไปยงั ผตู้ อ้ งเสยี ภาษี ข้ึนไป ผ้ตู ้องเสียภาษีไม่มีสทิ ธิขอผอ่ นช�ำระตามมาตรา 64
และให้ผู้ต้องเสียภาษีช�ำระภาษีภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับแจ้ง
การประเมิน ในกรณนี ้ีจะอทุ ธรณก์ ารประเมินก็ได้ 2.2.2 อ�ำนาจประเมินตามแบบแสดงรายการ เป็นไป
ตามมาตรา 18 ดงั น้ี
ภาษีที่ประเมินเรียกเก็บตามความในวรรคก่อน ให้
ถอื เป็นเครดิตของผตู้ อ้ งเสียภาษใี นการค�ำนวณภาษี “มาตรา 18 รายการที่ยื่นเพอ่ื เสยี ภาษอี ากรนั้น ให้
อ�ำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินเป็นผู้ประเมินตามท่ีก�ำหนดไว้ใน
ในการใชอ้ ำ� นาจตามความในมาตราน้ี เจา้ พนกั งาน หมวดภาษีอากรน้ันๆ และเมื่อได้ประเมินแล้ว ให้แจ้งจ�ำนวนภาษี
ประเมินจะสงั่ ให้ยืน่ รายการตามแบบท่อี ธิบดกี ำ� หนดด้วยก็ได้” อากรท่ีประเมินไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร ในกรณีน้ีจะอุทธรณ์
การประเมินกไ็ ด้
จากบทบญั ญัตดิ ังกลา่ วอาจแยกพิจารณาไดด้ งั นี้
(1) มาตรา 18 ทวิ ใช้ในกรณีจ�ำเป็นเพื่อรักษา ในกรณีที่ผู้ต้องเสียภาษีอากรถึงแก่ความตาย
ประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรประเมิน ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้ เสยี กอ่ นไดร้ บั แจง้ จำ� นวนภาษอี ากรทป่ี ระเมนิ ใหอ้ ำ� เภอหรอื เจา้ พนกั งาน
บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษี ประเมินแจ้งจ�ำนวนภาษีอากรท่ีประเมินไปยังผู้จัดการมรดก หรือ
ธรุ กจิ เฉพาะ ไปยงั ทายาท หรอื ผอู้ ื่นทคี่ รอบครองทรัพยม์ รดก แลว้ แตก่ รณี
(2) คำ� วา่ “กรณจี ำ� เปน็ เพอื่ รกั ษาประโยชนใ์ นการ
จดั เก็บภาษีอากร” ตามมาตรา 18 ทวิ นนั้ เป็นกรณที ี่เจ้าพนักงาน ถ้าเมื่อประเมินแล้ว ไม่ต้องเรียกเก็บหรือเรียกคืน
ประเมินไม่อาจงดเว้นหรือละเลยไม่ด�ำเนินการในอันที่จะใช้อ�ำนาจ ภาษีอากร การแจ้งจ�ำนวนภาษีอากรเป็นอันงดไม่ต้องกระท�ำ แต่
ประเมินตามมาตรา 18 ทวิ ซ่ึงท�ำให้รัฐเสียหายเพราะการงดเว้น อ�ำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินยังคงด�ำเนินการตามมาตรา 19
การกระท�ำ ซึ่งเจ้าพนักงานประเมินอาจต้องรับผิดท้ังทางแพ่งและ มาตรา 20 และมาตรา 21 ได้
ทางอาญา
(3) เม่ือได้ประเมินแล้ว ให้เจ้าพนักงานประเมิน การประเมินตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง ให้น�ำ
แจ้งจ�ำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาท่ีประเมินเป็นหนังสือแจ้ง มาตรา 27 มาใช้บังคับโดยอนุโลม”
การประเมิน ไปยังผตู้ ้องเสียภาษเี งนิ ได้บุคคลธรรมดา
(4) ก�ำหนดเวลาในการช�ำระภาษีเงินได้บุคคล จากบทบัญญตั ดิ ังกลา่ วอาจแยกพิจารณาไดด้ ังน้ี
ธรรมดาตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตาม (1) เป็นบทบัญญัติให้อ�ำนาจเจ้าพนักงานประเมิน
ในอนั ทจี่ ะประเมนิ ความถกู ตอ้ งของรายการตามแบบแสดงรายไดท้ ่ี
ผู้ต้องเสียภาษีหรือผู้น�ำส่งภาษีได้ยื่นไว้แล้วตามมาตรา 17 ไม่ว่า
จะยื่นแบบแสดงรายการภายในก�ำหนดเวลาหรือไม่ก็ตาม ท้ังน้ี
เพ่ือประโยชน์ในการบริหารการจัดเก็บภาษีอากรประเมินตาม
ประมวลรษั ฎากร
40
TAX MAGAZINE
(2) กรณีมีภาษีที่ต้องประเมินเรียกเก็บเพ่ิมเติม ให้ “มาตรา 20 เม่ือได้จัดการตามมาตรา 19 และ
เจา้ พนกั งานประเมนิ มีอ�ำนาจแจ้งการประเมินไปยังผ้ตู อ้ งเสยี ภาษี ทราบขอ้ ความแลว้ เจา้ พนกั งานประเมนิ มอี ำ� นาจทจี่ ะแกจ้ ำ� นวนเงนิ
ทปี่ ระเมนิ หรอื ทยี่ น่ื รายการไวเ้ ดมิ โดยอาศยั พยานหลกั ฐานทป่ี รากฏ
กรณภี าษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดาทผี่ ตู้ อ้ งเสยี ภาษอี ากร และแจง้ จำ� นวนเงนิ ทต่ี อ้ งชำ� ระอกี ไปยงั ผตู้ อ้ งเสยี ภาษอี ากร ในกรณนี ้ี
ถึงแก่ความตายเสียก่อนได้รับแจ้งจ�ำนวนภาษีอากรที่ประเมิน ให้ จะอุทธรณก์ ารประเมินก็ได้”
เจา้ พนกั งานประเมนิ แจง้ จำ� นวนภาษอี ากรทปี่ ระเมนิ ไปยงั ผจู้ ดั การมรดก
หรือไปยงั ทายาท หรอื ผ้อู ื่นที่ครอบครองทรัพยม์ รดก แล้วแต่กรณี “มาตรา 21 ถ้าผู้ต้องเสียภาษีอากรไม่ปฏิบัติตาม
หมายหรอื คำ� สงั่ ของเจา้ พนกั งานประเมนิ ตามมาตรา 19 หรอื ไมย่ อม
(3) ถา้ เมอื่ ประเมนิ แลว้ ไมต่ อ้ งเรยี กเกบ็ หรอื เรยี กคนื ตอบค�ำถามเมื่อซักถามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เจ้าพนักงาน
ภาษีอากร การแจ้งจ�ำนวนภาษีอากรเป็นอันงดไม่ต้องกระท�ำ แต่ ประเมินมีอ�ำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และ
เจ้าพนักงานประเมินยังคงด�ำเนินการออกหมายเรียกและประเมิน แจ้งจ�ำนวนเงินซึ่งต้องช�ำระไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร ในกรณีนี้
เรียกเก็บภาษี พร้อมทั้งแจ้งการประเมินจ�ำนวนภาษีและเบี้ยปรับ ห้ามมใิ หอ้ ทุ ธรณ์การประเมนิ ”
ตามมาตรา 19 มาตรา 20 และมาตรา 21 แลว้ แต่กรณี ไดต้ อ่ ไป
“มาตรา 27 บุคคลใดไม่เสียหรอื นำ� สง่ ภาษีภายใน
(4) พร้อมกับการประเมินจ�ำนวนภาษีอากร ให้ กำ� หนดเวลาตามทบ่ี ัญญตั ไิ วใ้ นหมวดต่างๆ แหง่ ลกั ษณะนีเ้ กยี่ วกับ
เจา้ พนักงานประเมินท�ำการประเมนิ เงินเพิ่มตามมาตรา 27 ดว้ ย ภาษีอากรประเมิน ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือ
เศษของเดือนของเงินภาษีท่ีตอ้ งเสียหรอื นำ� ส่งโดยไมร่ วมเบยี้ ปรับ
(5) ใหผ้ ตู้ อ้ งเสยี ภาษหี รอื ผนู้ ำ� สง่ ภาษชี ำ� ระภาษอี ากร
ตามหนงั สอื แจง้ การประเมินภายใน 30 วัน นบั แต่วนั ทีไ่ ดร้ ับหนงั สือ ในกรณีอธิบดีอนุมัติให้ขยายก�ำหนดเวลาช�ำระ
แจง้ การประเมนิ (มาตรา 18 ตร)ี หรอื นำ� สง่ ภาษี และไดม้ กี ารชำ� ระหรอื นำ� สง่ ภาษภี ายในกำ� หนดเวลา
ที่ขยายให้นน้ั เงนิ เพ่มิ ตามวรรคหนง่ึ ใหล้ ดลงเหลอื รอ้ ยละ 0.75 ตอ่
(6) การประเมินตามบทบัญญัติน้ีให้สิทธิแก่ เดือนหรือเศษของเดือน
ผู้ต้องเสียภาษีหรือน�ำส่งภาษีให้สามารถอุทธรณ์การประเมินของ
เจา้ พนกั งานประเมนิ ได้ การคำ� นวณเงนิ เพม่ิ ตามวรรคหนง่ึ และวรรคสอง
ให้เริ่มนับเมื่อพ้นก�ำหนดเวลาการยื่นรายการหรือน�ำส่งภาษีจนถึง
2.2.3 อ�ำนาจประเมินตามผลการตรวจสอบตาม วนั ชำ� ระหรอื นำ� สง่ ภาษี แตเ่ งนิ เพม่ิ ทคี่ ำ� นวณไดม้ ใิ หเ้ กนิ จำ� นวนภาษี
หมายเรียกกรณีผู้ต้องเสียภาษีย่ืนแบบแสดงรายการ เป็นไปตาม ท่ีต้องเสียหรือน�ำส่ง ไม่ว่าภาษีท่ีต้องเสียหรือน�ำส่งน้ันจะเกิดจาก
มาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 27 และ การประเมินหรือค�ำส่ังของเจ้าพนักงานหรือค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์ หรือ
มาตรา 18 ตรี ดังน้ี คำ� พพิ ากษาของศาล”
“มาตรา 19 เว้นแต่จะมีบทบญั ญัติไวเ้ ปน็ อย่างอนื่ “มาตรา 27 ทวิ เบย้ี ปรบั ตามมาตรา 22 และมาตรา
กรณีที่เจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเช่ือว่า ผู้ใดแสดงรายการ 26 และเงนิ เพิ่มตามมาตรา 27 ใหถ้ อื เป็นเงนิ ภาษี
ตามแบบทย่ี นื่ ไมถ่ กู ตอ้ งตามความจรงิ หรอื ไมบ่ รบิ รู ณ์ ใหเ้ จา้ พนกั งาน
ประเมินมีอ�ำนาจออกหมายเรียกผู้ย่ืนรายการนั้นมาไต่สวน และ เบี้ยปรับตามวรรคหนึ่ง อาจงดหรือลดลงได้ตาม
ออกหมายเรียกพยานกับส่ังให้ผู้ย่ืนรายการหรือพยานน้ัน น�ำบัญชี ระเบียบท่ีอธิบดีก�ำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ระเบียบดังกล่าวน้ีให้
เอกสารหรือหลักฐานอ่ืนอันควรแก่เรื่องมาแสดงได้ แต่ต้องให้เวลา ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา”
ลว่ งหนา้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 7 วนั นบั แตว่ นั สง่ หมาย ทง้ั นี้ การออกหมายเรยี ก
ดงั กลา่ ว จะตอ้ งกระทำ� ภายในเวลา 2 ปี นบั แตว่ นั ทไี่ ดย้ นื่ รายการ ไมว่ า่ “มาตรา 18 ตรี ภายใตบ้ งั คบั มาตรา 18 ทวิ ในกรณี
การยน่ื รายการนั้น จะไดก้ ระท�ำภายในเวลาทก่ี ฎหมายก�ำหนด หรือ เจา้ พนกั งานประเมนิ ไดป้ ระเมนิ ใหเ้ สยี ภาษี บคุ คลผมู้ หี นา้ ทเ่ี สยี ภาษี
เวลาทร่ี ฐั มนตรหี รอื อธบิ ดขี ยายหรอื เลอ่ื นออกไปหรอื ไม่ ทง้ั นี้ แลว้ แต่ จะต้องช�ำระภาษนี นั้ พร้อมทงั้ เบย้ี ปรับและเงนิ เพ่มิ ตามท่ีบญั ญัติไว้
วันใดจะเป็นวันหลัง เว้นแต่กรณีปรากฏหลักฐานหรือมีเหตุอันควร ในหมวดนี้ ภายใน 30 วนั นับแตว่ นั ไดร้ บั แจ้งการประเมนิ ”
สงสัยว่าผู้ย่ืนรายการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร หรือเป็นกรณี
จำ� เปน็ เพอื่ ประโยชนใ์ นการคนื ภาษอี ากร อธบิ ดจี ะอนมุ ตั ใิ หข้ ยายเวลา จากบทบญั ญตั ดิ ังกลา่ วอาจแยกพิจารณาไดด้ งั น้ี
การออกหมายเรยี กดงั กลา่ วเกนิ กวา่ 2 ปกี ไ็ ด้ แตต่ อ้ งไมเ่ กนิ 5 ปี นบั แต่ (1) อ�ำนาจในการออกหมายเรียก จะต้องกระท�ำ
วันที่ได้ยื่นรายการ แต่กรณีขยายเวลาเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษี ภายในเวลา 2 ปี นับแต่วนั ทีไ่ ด้ยน่ื รายการ ไม่วา่ การยนื่ รายการน้ัน
อากรใหข้ ยายไดไ้ ม่เกินก�ำหนดเวลาตามท่ีมสี ทิ ธิขอคนื ภาษอี ากร” จะได้กระท�ำภายในเวลาท่ีกฎหมายก�ำหนด หรือเวลาที่รัฐมนตรี
หรืออธิบดีขยายหรือเลื่อนออกไปหรือไม่ ท้ังนี้ แล้วแต่วันใดจะเป็น
41
TAX MAGAZINE
วันหลัง เว้นแต่กรณีปรากฏหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า เจ้าพนักงานประเมินมีอ�ำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่า
ผู้ย่ืนรายการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีอากร หรือเป็นกรณีจ�ำเป็นเพื่อ ถูกต้อง และแจ้งจ�ำนวนภาษีอากรไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร ใน
ประโยชนใ์ นการคนื ภาษอี ากร อธบิ ดจี ะอนมุ ตั ใิ หข้ ยายเวลาการออก กรณนี หี้ ้ามมิให้อุทธรณ์การประเมนิ ”
หมายเรยี กดงั กลา่ วเกนิ กวา่ 2 ปกี ไ็ ด้ แตต่ อ้ งไมเ่ กนิ 5 ปี นบั แตว่ นั ทไ่ี ด้
ยนื่ รายการ แตก่ รณขี ยายเวลาเพอ่ื ประโยชนใ์ นการคนื ภาษอี ากรให้ “มาตรา 26 เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอ่ืนใน
ขยายไดไ้ มเ่ กนิ กำ� หนดเวลาตามทมี่ สี ทิ ธขิ อคนื ภาษอี ากร (มาตรา 19) ลกั ษณะน้ี ในการประเมนิ ตามมาตรา 24 หรอื มาตรา 25 ผตู้ อ้ งเสยี
ภาษตี อ้ งรบั ผิดเสียเบ้ยี ปรบั อีก 2 เทา่ ของจ�ำนวนเงินภาษีที่ตอ้ งช�ำระ”
(2) อ�ำนาจในการประเมินและแจ้งการประเมิน
กรณีประเมินตามพยานหลักฐานท่ีปรากฏจากการตรวจสอบบัญชี “มาตรา 27 มาตรา 27 ทวิ และมาตรา 18 ตร”ี
และเอกสารหลักฐานที่ผู้เสียภาษีให้ความร่วมมือด้วยดี และใช้ เช่นเดียวกับกรณตี าม 2.2.3
อ�ำนาจแก้จ�ำนวนเงินที่ประเมิน หรือที่ย่ืนรายการไว้เดิม โดยผู้ต้อง
เสยี ภาษีมีสิทธอิ ทุ ธรณ์การประเมิน (มาตรา 20) จากบทบญั ญัติดงั กล่าวอาจแยกพิจารณาไดด้ งั นี้
(1) อ�ำนาจในการออกหมายเรียก มีสิทธิกระท�ำ
(3) อ�ำนาจในการประเมินและแจ้งการประเมิน
กรณีประเมินตามที่รู้เห็นว่าถูกต้องจากการตรวจสอบภาษีอากร ภายในเวลา 10 ปี นบั แตว่ นั ทไ่ี ดย้ นื่ รายการ ไมว่ า่ การยนื่ รายการนน้ั
เน่ืองจากผู้เสียภาษีไม่ให้ความร่วมมือด้วยดี ซึ่งห้ามมิให้ผู้ต้องเสีย จะไดก้ ระทำ� ภายในเวลาทีก่ ฎหมายก�ำหนด หรอื เวลาที่รฐั มนตรีหรอื
อทุ ธรณ์การประเมนิ (มาตรา 21) อธบิ ดขี ยายหรอื เลอ่ื นออกไปหรอื ไม่ ทงั้ น้ี แลว้ แตว่ นั ใดจะเปน็ วนั หลงั
(มาตรา 23)
(4) อำ� นาจในการประเมนิ เบย้ี ปรบั จำ� นวนไมเ่ กนิ
1 เท่าของเงินภาษี ซึ่งอาจพิจารณาลดหรืองดได้ตามค�ำสั่ง (2) อ�ำนาจในการประเมินและแจ้งการประเมิน
กรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2541 (มาตรา 22) กรณีประเมินตามพยานหลักฐานท่ีปรากฏจากการตรวจสอบบัญชี
และเอกสารหลักฐานที่ผู้เสียภาษีให้ความร่วมมือด้วยดี และใช้
(5) อ�ำนาจในการประเมินเงินเพ่ิม ในอัตราร้อย อำ� นาจแกจ้ ำ� นวนเงนิ ทป่ี ระเมนิ หรอื ทยี่ น่ื รายการไวเ้ ดมิ (มาตรา 24)
ละ 1.5 ต่อเดอื นหรอื เศษของเดอื นของเงินภาษี (มาตรา 27)
(3) อำ� นาจในการประเมนิ และแจง้ การประเมนิ กรณี
(6) ผู้ต้องเสียภาษีต้องช�ำระภาษีอากรตามหนังสือ ประเมนิ ตามทรี่ เู้ หน็ วา่ ถกู ตอ้ งจากการตรวจสอบภาษอี ากร เนอื่ งจาก
แจง้ การประเมินภายใน 30 วนั นบั แต่ไดร้ ับหนังสอื แจ้งการประเมิน ผู้เสียภาษีไม่ให้ความร่วมมือด้วยดี ซ่ึงห้ามมิให้ผู้ต้องเสียอุทธรณ์
(มาตรา 18 ตร)ี การประเมนิ โดยผตู้ อ้ งเสยี ภาษมี สี ทิ ธอิ ทุ ธรณก์ ารประเมนิ (มาตรา 25)
2.2.4 อำ� นาจประเมนิ ตามผลการตรวจสอบตามหมายเรยี ก (4) อำ� นาจในการประเมนิ เบยี้ ปรบั จำ� นวนไมเ่ กนิ
กรณีผู้ต้องเสียภาษียื่นแบบแสดงรายการ เป็นไปตามมาตรา 23 2 เทา่ ของเงนิ ภาษี ซง่ึ อาจพจิ ารณาลดหรอื งดไดต้ ามคำ� สง่ั กรมสรรพากร
มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 27 และมาตรา 18 ตรี ดงั นี้ ที่ ท.ป.81/2541 (มาตรา 26)
“มาตรา 23 ผู้ใดไม่ยื่นรายการ ให้อ�ำเภอหรือ (5) อำ� นาจในการประเมนิ เงนิ เพมิ่ ในอตั รารอ้ ยละ
เจ้าพนักงานประเมิน แล้วแต่กรณี มีอ�ำนาจออกหมายเรียกตัวผู้น้ัน 1.5 ตอ่ เดอื นหรือเศษของเดือนของเงนิ ภาษี (มาตรา 27)
มาไตส่ วน และออกหมายเรียกพยานกับส่ังใหผ้ ้ทู ่ไี ม่ย่ืนรายการหรือ
พยานน้ันน�ำบัญชีหรือพยานหลักฐานอันควรแก่เร่ืองมาแสดงได้ (6) ผู้ต้องเสียภาษีต้องช�ำระภาษีอากรตามหนังสือ
แต่ต้องใหเ้ วลาลว่ งหน้าไมน่ อ้ ยกวา่ 7 วัน นับแต่วนั ส่งหมาย” แจ้งการประเมนิ ภายใน 30 วัน นับแต่ไดร้ ับหนงั สือแจ้งการประเมิน
(มาตรา 18 ตรี)
“มาตรา 24 เมื่อได้จัดการตามมาตรา 23 และ
ทราบขอ้ ความแล้ว อ�ำเภอหรอื เจา้ พนักงานประเมนิ แล้วแต่กรณี มี 2.2.5 ส่งหนังสือแจ้งความแก่ผู้มีสิทธิขอคืนหรือบุคคล
อำ� นาจประเมนิ เงนิ ภาษอี ากร และแจง้ จ�ำนวนภาษอี ากรท่ตี อ้ งชำ� ระ อื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยค�ำ หรือส่งเอกสารหรือหลักฐานอันควรแก่
ไปยงั ผู้ต้องเสียภาษอี ากร ในกรณีนีจ้ ะอทุ ธรณ์การประเมินกไ็ ด้” เรื่องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควรตามมาตรา 27
จัตวา ดังน้ี
“มาตรา 25 ถ้าผู้ได้รับหมายหรือค�ำสั่งของอ�ำเภอ
หรอื เจา้ พนกั งานประเมนิ แลว้ แตก่ รณี ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามหมายหรอื คำ� สง่ั “มาตรา 27 จตั วา เพอ่ื ประโยชนใ์ นการคนื ภาษอี ากร
ของอ�ำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 23 หรือไม่ยอม ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินอาจส่ง
ตอบค�ำถามเม่ือซักถามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อ�ำเภอหรือ หนังสือแจ้งความแก่ผู้มีสิทธิขอคืนหรือบุคคลอ่ืนที่เก่ียวข้องมาให้
ถอ้ ยคำ� หรอื สง่ เอกสารหรอื หลกั ฐานอนั ควรแกเ่ รอื่ งเพอื่ ประกอบการ
พจิ ารณาไดต้ ามที่เห็นสมควร”
42
TAX MAGAZINE
ตารางเปรยี บเทียบการประเมินตามผลการตรวจสอบ
รายการ ประเมินตามผลการตรวจสอบตามหมายเรยี ก
1. กรณใี นการออก กรณผี ตู้ อ้ งเสียภาษยี น่ื แบบแสดงรายการ กรณีผตู้ ้องเสยี ภาษีไม่ยื่นแบบแสดงรายการ
หมายเรยี ก
(1) มีเหตอุ นั ควรเชื่อว่า แสดงรายการตามแบบทย่ี น่ื ผู้ต้องเสียภาษีอากรไม่ยื่นแบบแสดงรายการตาม
2. อ�ำนาจในการออก ไม่ถูกต้องตามความจริงหรือไม่บริบูรณ์ มาตรา 17
หมายเรียกและคำ� ส่ัง (2) ปรากฏหลักฐานหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า ผู้ย่ืน
3. ก�ำหนดเวลาในการออก รายการมเี จตนาหลีกเล่ยี งภาษีอากร มาตรา 23
หมายเรียก (3) กรณีจ�ำเปน็ เพือ่ ประโยชน์ในการคืนภาษีอากร
มาตรา 19
4. อ�ำนาจประเมินและแจ้ง
การประเมิน กรณีปฏิบัติ (1) กรณีทั่วไป ภายในเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ได้ ภายใน 10 ปี นับแต่วันพ้นก�ำหนดเวลาย่ืนรายการ
ตามหมายเรียกและให้ ย่ืนรายการ ไม่ว่าจะย่ืนรายการภายในเวลาท่ี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา
ความร่วมมือดว้ ยดี กฎหมายก�ำหนด หรือเวลาที่รัฐมนตรีหรืออธิบดี 193/30
5. อำ� นาจประเมนิ เงนิ ภาษอี ากร ขยายหรือเลื่อนออกไปหรือไม่ ท้ังนี้ แล้วแต่
ตามทร่ี เู้ หน็ วา่ ถกู ตอ้ ง และ วนั ใดจะเป็นวนั หลงั เม่ือไดจ้ ัดการตามมาตรา 23 และทราบข้อความแลว้
แจง้ จำ� นวนภาษอี ากร (2) กรณมี หี ลกั ฐานหรอื เหตอุ นั ควรสงสยั วา่ หลกี เลย่ี ง
ภาษีอากร อธิบดีกรมสรรพากรจะอนุมัติให้
6. อำ� นาจประเมนิ เบ้ยี ปรับ ขยายเวลาการออกหมายเรยี กดงั กลา่ วเกนิ กวา่ 2 ปี
7. อ�ำนาจประเมนิ เงินเพ่ิม ก็ได้ แตต่ ้องไมเ่ กนิ 5 ปี นับแต่วนั ทีไ่ ดย้ ่นื รายการ
(3) กรณีขยายเวลาเพ่ือประโยชน์ในการคืน
8. อำ� นาจลดหรืองดเบยี้ ปรบั ภาษีอากร ให้ขยายได้ไม่เกินก�ำหนดเวลาตามท่ี
9. กำ� หนดเวลาชำ� ระภาษอี ากร มสี ทิ ธิขอคนื ภาษอี ากร
ตามหนงั สอื แจง้ การประเมนิ มาตรา 20 แก้จำ� นวนเงินทีป่ ระเมิน หรือท่ยี ืน่ รายการ
10. การอุทธรณ์การประเมนิ ไว้เดิมโดยอาศยั พยานหลกั ฐานทปี่ รากฏ
มาตรา 21 กรณผี ตู้ อ้ งเสยี ภาษอี ากรไมป่ ฏบิ ตั ติ ามหมาย มาตรา 25 ไม่ปฏิบัติตามหมายหรือค�ำส่ังของ
หรือค�ำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน ตามมาตรา 19 เจ้าพนักงานประเมิน หรือไม่ยอมตอบค�ำถาม
หรือไม่ยอมตอบค�ำถามเมื่อซักถามโดยไม่มีเหตุผล เม่ือซักถามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ต้องห้ามการ
อันสมควร ต้องห้ามการอทุ ธรณ์ อุทธรณ์
มาตรา 22 จำ� นวน 1 เท่าของเงินภาษี มาตรา 26 จำ� นวน 2 เท่าของเงินภาษี
มาตรา 27 อัตรา 1.5 % ของเงินภาษีโดยไม่รวม เชน่ เดยี วกนั
เบีย้ ปรบั
มาตรา 27 ทวิ ดูคำ� ส่ังกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 เชน่ เดียวกนั
มาตรา 18 ตรี ภายใน 30 วนั นบั แต่วันไดร้ ับหนังสือ เชน่ เดยี วกัน
แจ้งการประเมนิ
มาตรา 30 ภายใน 30 วัน นับแตว่ นั ได้รบั หนังสือแจ้ง เชน่ เดยี วกนั
การประเมิน ตามแบบ ภ.ส.6 เวน้ แต่กรณหี า้ มอุทธรณ์
(อ่านตอ่ ฉบบั หน้า)
43
TAX MAGAZINE
Column
Tax How To
by ดร.เพชรรตั น์ ศุภนิมิตรกุลกิจ1
5 เรอ่ื งตอ้ งรู้ กอ่ นขายของออนไลน์
(ตอนที่ 1)
หลายๆ คน ใฝฝ่ นั อยากมธี รุ กจิ เปน็ ของตวั เอง แตท่ ำ� อยา่ งไร หรือลงทุนมากที่สุดวิธีหนึ่งคือการขายของออนไลน์ ซ่ึงนักขาย
ให้มีการลงทุนน้อยแต่ให้มีรายได้มาก บางคนอยากท�ำธุรกิจเป็น หลายคนมีรายได้จากการขายของออนไลน์ ไม่ว่าจะขายผ่าน
อาชีพเสริมจากการมีเงินเดือนประจ�ำหรือในช่วงที่มีเวลาว่าง Facebook, Line, Instagram, สื่อออนไลน์อ่นื ๆ หรอื ผ่านเวบ็ ไซต์
จากการท�ำงานประจ�ำ ด้วยเหตุผลที่ต้องการรายได้เพ่ิมมากข้ึน ของตนเองมานานและมีรายได้เป็นกอบเป็นก�ำ แต่ไม่เคยรู้หรือรู้
ให้สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายท่ีเพ่ิมมากขึ้น ซ่ึงวิธีการขายของที่ง่าย แต่เพิกเฉยไมย่ ่ืนแบบเสียภาษีใหก้ บั กรมสรรพากร
และมีผู้สนใจหรือเรียกได้ว่ามีลูกค้าเยอะโดยไม่ต้องออกแรง
การมีความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับภาษีเป็นส่ิงท่ีทุกคนควร
1 นิติกร กองกฎหมาย
44
TAX MAGAZINE
ตระหนักและให้ความส�ำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งส�ำหรับคนท่ีท�ำงาน 1. รูปแบบการประกอบธุรกจิ
ประจ�ำมีเงินเดือนทุกเดือนอาจจะพอคุ้นชินกับการเสียภาษี ผปู้ ระกอบการทจี่ ะลงทนุ คา้ ขายออนไลน์ ตอ้ งมคี วามเขา้ ใจ
อยู่บ้าง โดยต้องเก็บเอกสารหลักฐานที่เก่ียวข้องกับการใช้สิทธิ
ลดหย่อนต่างๆ ของตนเองมาประกอบการย่ืนแบบฯ ในแต่ละปี รูปแบบของการประกอบธุรกิจเป็นประการแรกว่าผู้ประกอบการ
เชน่ หลกั ฐานการซอื้ หนว่ ยลงทนุ ในกองทนุ รวมตา่ งๆ การซอ้ื สนิ คา้ อยากให้ธุรกิจของตนเป็นธุรกิจในรูปแบบใด ซึ่งการเลือกนี้จะ
ตามมาตรการชอ้ ปชว่ ยชาติ ดอกเบยี้ เงนิ กยู้ มื เพอ่ื ซอ้ื บา้ นหลงั แรก สง่ ผลตอ่ รปู แบบการเสยี ภาษขี องผปู้ ระกอบการดว้ ย โดยสามารถ
เป็นต้น หลักฐานเหล่านี้เป็นหลักฐานท่ีผู้ย่ืนแบบฯ ต้องมีเพื่อ แยกออกเปน็ 2 รปู แบบ ไดแ้ ก่
ประโยชน์ในการค�ำนวณภาษีเงนิ ได้บคุ คลธรรมดาของตนเอง
1.1 กรณีกิจการประเภทเจ้าของคนเดียว รูปแบบนี้
แต่ส�ำหรับผู้ท่ีมีรายได้จากการขายของในโลกออนไลน์ ส่วนมากจะเป็นกิจการขนาดเล็ก เจ้าของลงทุนคนเดียว เช่น
ไมว่ า่ จะเปน็ การซอื้ มาขายไปหรอื ผลติ เพอ่ื ขายกต็ าม บคุ คลเหลา่ นี้ ร้านค้าต่างๆ หรือในลักษณะของห้างหุ้นส่วนสามัญท่ีไม่ได้
ก็มีหน้าที่ต้องย่ืนแบบฯ และเสียภาษีให้แก่กรมสรรพากรด้วย จดทะเบยี นนติ บิ คุ คลหรอื คณะบคุ คลทม่ี ใิ ชน่ ติ บิ คุ คล ซงึ่ เปน็ กรณี
เช่นกัน เพราะรายได้จากการขายของออนไลน์เป็นรายได้ท่ี บุคคลตง้ั แต่ 2 คนข้นึ ไป ตกลงทำ� ธรุ กิจและแบ่งปันผลประโยชน์
ไม่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษี ซ่ึงการเสียภาษีของผู้ขายของ รว่ มกัน แตม่ สี ภาพเป็นบคุ คลธรรมดา
ออนไลนน์ มี้ วี ธิ กี ารคำ� นวณทแี่ ตกตา่ งจากกรณขี องการมเี งนิ เดอื น
ประจำ� เพยี งอยา่ งเดยี วอยบู่ า้ ง นอกจากนี้ ผปู้ ระกอบการยงั มหี นา้ ท่ี 1.2 กรณีกิจการที่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เช่น
ต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้เป็นระบบ เช่น หลักฐาน ห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบยี นนิติบุคคล บรษิ ทั หรือหา้ งหนุ้ ส่วน
การซ้ือสินค้าหรือบริการ หลักฐานการรับโอนเงิน เอกสารการท�ำ นติ บิ คุ คล เป็นตน้
บญั ชีตา่ งๆ เพื่อประโยชนใ์ นการค�ำนวณและเสียภาษีใหถ้ กู ต้อง
ผู้ประกอบการออนไลน์หลายท่านมักมีค�ำถามว่า ธุรกิจ
สิ่งส�ำคัญที่ผู้ประกอบการขายของออนไลน์พึงรู้และ ของตนเองควรจัดท�ำในรูปแบบใด ค�ำตอบส�ำหรับค�ำถามนี้อาจ
ตอ้ งทำ� ความเขา้ ใจใหด้ กี อ่ นเรมิ่ ประกอบการหรอื กอ่ นการยน่ื แบบฯ ไมส่ ามารถตอบไดท้ นั ที แตต่ อ้ งขนึ้ อยกู่ บั องคป์ ระกอบหลายอยา่ ง
ให้กบั กรมสรรพากร มี 5 ประการ สรุปได้ดงั น้ี หรือความพร้อมของผู้ประกอบการเอง ซ่ึงในเบื้องต้นสามารถ
ศกึ ษาความแตกต่างของรูปแบบธุรกิจไดด้ ังนี้
บคุ คลธรรมดา นติ บิ คุ คล
1. มีอิสระทางความคิด มีความคล่องตัวสูง ตัดสินใจได้ง่ายและ 1. มีการระดมความคิด เกิดมุมมองท่ีหลากหลาย แต่อาจล่าช้าและ
รวดเร็วกว่า เกดิ ความขัดแย้งได้
2. ใชเ้ งินลงทนุ ไม่มาก 2. มีการระดมเงินทนุ จากผทู้ ่ีเป็นห้นุ ส่วน มเี งนิ ทนุ หมุนเวียน
3. รับผลกำ� ไรขาดทนุ แต่เพยี งผูเ้ ดียวหรือในกลมุ่ บุคคล 3. ผลก�ำไรแบง่ ตามสดั ส่วนการถอื ห้นุ
4. จดั ต้ังง่าย ขั้นตอนการจัดต้ังไม่ยุง่ ยาก 4. มีขั้นตอนการจดั ตัง้ ท่ยี งุ่ ยากตอ้ งจดทะเบียน
5. ไมม่ คี วามมนั่ คง ความนา่ เชอ่ื ถอื มไี มม่ าก เนอ่ื งจากมคี วามเสย่ี งสงู 5. ได้รับความน่าเช่ือถือจากบุคคลภายนอก มีความเสี่ยงในแง่
ในแง่ความรับผิดในหนี้สิน เพราะเจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบ ความรับผิดในหนี้สินน้อยกว่า เพราะธุรกิจจะถูกแยกจากตัว
หนี้สนิ ทีเ่ กดิ ขึ้นเองทัง้ หมด เจ้าของกิจการอย่างชัดเจน หน้ีสินของกิจการจะเก่ียวข้องกับ
ผถู้ อื หนุ้ จำ� กดั เฉพาะมลู คา่ ห้นุ ท่ีเป็นเจ้าของเทา่ นั้น
6. การจดั หาเงนิ ทนุ หรอื การยนื่ ขอสนิ เชอื่ จากสถาบนั การเงนิ ทำ� ไดย้ าก 6. ระดมทนุ จากแหล่งอื่นไดง้ า่ ย
7. ต้องจัดท�ำรายงานเงินสดรับ-จ่าย โดยไม่ต้องจัดท�ำบัญชีตาม 7. ต้องมีการจัดท�ำบัญชีตามมาตรฐานบัญชี พร้อมทั้งมีผู้ตรวจสอบ
มาตรฐานบญั ชี และรับรองบญั ช ี
8. เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยไม่ค�ำนึงว่ากิจการจะขาดทุน 8. เสยี ภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลโดยคำ� นวณจากกำ� ไรของกจิ การ อตั ราภาษี
หรอื ไม่ อัตราภาษีในลกั ษณะขัน้ บนั ได สงู สุดไม่เกนิ 35% ในลักษณะขั้นบันได สูงสุดไม่เกิน 20% ในกรณีขาดทุนไม่ต้อง
เสียภาษี และยังสามารถนำ� ผลขาดทนุ ไปหกั ก�ำไรปีตอ่ ไปไดส้ ูงสุด
ถึง 5 ปดี ้วย
45
TAX MAGAZINE
2. รปู แบบการเสยี ภาษจี ากการขายของออนไลน์ ผู้ประกอบการมีเงินได้จากการขายของออนไลน์อย่างเดียวหรือ
มเี งนิ ไดจ้ ากแหลง่ อนื่ นอกจากเงนิ ไดจ้ ากการขายของออนไลนด์ ว้ ย
ในการเสียภาษีของผู้ประกอบการขายของออนไลน์ เช่น มีเงินได้ประเภทเงินเดือนจากการเป็นพนักงานประจ�ำและ
ส่ิงส�ำคัญเป็นล�ำดับแรกคือการท�ำความเข้าใจว่าธุรกิจที่ การขายของออนไลน์ ผู้ประกอบการจะต้องน�ำเงินท่ีได้รับมา
ผู้ประกอบการท�ำหรือคิดจะท�ำนั้นมีรูปแบบของธุรกิจเป็นแบบ ทั้งหมดมาค�ำนวณในแบบ ภ.ง.ด.90 โดยในการค�ำนวณภาษีน้ี
บคุ คลธรรมดาหรอื แบบนติ บิ คุ คล เนอื่ งจากทงั้ 2 รปู แบบ มลี กั ษณะ ผู้ประกอบการท่ีมีเงินได้ทั้งประเภทเงินเดือนและการขายของ
การเสยี ภาษจี ากการขายของออนไลนแ์ ตกตา่ งกนั ซง่ึ หากพจิ ารณา ออนไลนม์ วี ธิ ีการหกั ค่าใช้จ่ายแตกตา่ งกัน กลา่ วคือ
ประมวลรัษฎากรแลว้ ผูป้ ระกอบการขายของออนไลน์จะมหี น้าที่
ตอ้ งเสยี ภาษใี ห้กับกรมสรรพากร 3 ประเภท ดังน้ี - รายได้จากการท�ำงานประจ�ำ ได้รับเงินได้ประเภท
เงินเดอื นเปน็ ประจ�ำทกุ เดือน สามารถหกั คา่ ใชจ้ ่ายเหมาได้ 50%
2.1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แตไ่ ม่เกิน 100,000 บาท
ผู้ประกอบการขายของออนไลน์ในรูปแบบของบุคคล
ธรรมดามีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยเงินท่ีได้ - รายได้จากการขายของออนไลน์ สามารถหักค่าใช้จ่าย
จากการขายของออนไลน์นี้ จัดเข้าเป็นเงินได้จากธุรกิจ การ ได้ 2 วิธี ดงั นี้
พาณิชย์ ฯลฯ ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซ่ึง
ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องน�ำรายได้ที่ได้รับ (ตามเกณฑ์เงินสด) (1) คา่ ใชจ้ า่ ยเหมาได้ 60% กรณขี ายของออนไลนแ์ บบ
มาย่ืนแบบฯ 2 ครงั้ ดงั น้ี ซอ้ื มาขายไป ไมต่ อ้ งมเี อกสารน�ำมาพสิ จู น์ค่าใชจ้ า่ ย
(1) ยน่ื แบบ ภ.ง.ด.90 ระหวา่ งเดอื นมกราคม - มนี าคม
ของปีถัดไป เป็นการน�ำรายได้ที่ได้รับต้ังแต่เดือนมกราคม - (2) ค่าใช้จ่ายตามจริง กรณีผลิตสินค้าและขายของ
ธันวาคมของปีภาษีท่ีผ่านมามาค�ำนวณภาษีตามเงื่อนไขที่ ออนไลน์เอง ต้องมีบัญชีรายรับรายจ่ายและเอกสารหลักฐาน
กฎหมายก�ำหนด เช่น นำ� รายได้ท่ีไดร้ บั จากการขายของออนไลน์ พิสูจนค์ ่าใช้จา่ ยทนี่ �ำมาใช้ดังกลา่ ว
ตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม 2561 มาย่ืนแบบ ภ.ง.ด.90 ได้
ตงั้ แตเ่ ดอื นมกราคม - มนี าคม 2562 โดยในการคำ� นวณภาษตี าม เช่น นายสมประสงค์ สถานะเป็นโสด ท�ำงานเป็น
แบบ ภ.ง.ด.90 ใหใ้ ชว้ ธิ คี ำ� นวณ (วธิ ที ่ี 1) จาก (รายได้ - คา่ ใชจ้ า่ ย พนักงานประจ�ำธนาคารแห่งหนึ่ง ได้รับเงินเดือนตลอดปี 2562
- ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี ท้ังนี้ ผู้ประกอบการที่ได้ยื่นแบบ จ�ำนวน 600,000 บาท (เงินเดือนๆ ละ 50,000 บาท) และเมื่อ
แสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีที่ช�ำระไว้ตามแบบ เดือนกรกฎาคม - เดอื นธันวาคม 2562 นายสมประสงค์มีรายได้
ภ.ง.ด.94 มาถอื เป็นเครดิตภาษใี นการค�ำนวณภาษไี ด้ด้วย จากการขายนาฬกิ าออนไลน์ โดยมรี ายไดเ้ ดอื นละ 15,000 บาท
(2) ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ระหว่างเดือนกรกฎาคม - นายสมประสงค์ต้องคำ� นวณตามแบบ ภ.ง.ด.90 ดังนี้
กันยายนของแต่ละปี เรียกว่ายื่นภาษีคร่ึงปี เป็นการน�ำรายได้ที่
ไดร้ บั จากการขายออนไลนท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ในชว่ งครง่ึ ปภี าษแี รก (มกราคม เงินเดือน : 50,000 x 12 = 600,000 - ค่าใช้จ่าย
- มิถุนายนของแต่ละปี) มาค�ำนวณภาษีตามเงื่อนไขท่ีกฎหมาย จำ� นวน 100,000 บาท = 500,000 บาท (600,000 - 100,000)
ก�ำหนด2 เช่น น�ำรายได้จากการขายของออนไลน์ที่ได้รับใน
เดือนมกราคม - มถิ นุ ายน 2561 มาย่นื แบบ ภ.ง.ด.94 ได้ต้งั แต่ เงินได้จากการขายของออนไลน์ : 15,000 x 6 =
เดือนกรกฎาคม - กนั ยายน 2561 เป็นต้น โดยใชว้ ธิ คี �ำนวณจาก 90,000 บาท - ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา 60% ของเงินได้ หรือ
(รายได้ - ค่าใช้จา่ ย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี = ภาษีท่ีต้องช�ำระ จ�ำนวน 54,000 บาท = 36,000 บาท (90,000 - 54,000)
ส�ำหรับวิธีการค�ำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากรณี
รวมเงินได้หลงั จากหักค่าใชจ้ ่าย (500,000 + 36,000)
= 536,000 บาท - ค่าลดหย่อนต่างๆ ตามท่ีกฎหมายก�ำหนด x
อตั ราภาษี = ภาษที ่ีตอ้ งจา่ ย
นอกจากการคำ� นวณดว้ ยวธิ กี ารดงั กลา่ วขา้ งตน้ แลว้ กรณี
ผู้ประกอบท่ีมีรายได้จากการขายของออนไลน์ นอกจากเงินเดือน
จ�ำนวนเกิน 120,000 บาทต่อปี ยังมีหน้าที่ต้องค�ำนวณภาษี วิธี
ท่ี 2 เรยี กวา่ การคำ� นวณภาษแี บบเหมาอกี ดว้ ย โดยผปู้ ระกอบการ
2 บุคคลที่มีหน้าท่ีย่ืนแบบ ภ.ง.ด.94 จ�ำกัดเฉพาะกรณีการได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) - (8) เท่าน้ัน โดยต้องได้รับเงินได้พึงประเมินดังกล่าวตั้งแต่
เดอื นมกราคม - มถิ ุนายนของทกุ ปี เกิน 60,000 บาท กรณีโสด และเกิน 120,000 บาท กรณสี มรส
46
TAX MAGAZINE
ต้องน�ำเงินได้พึงประเมินท้ังหมดท่ีได้รับจากการประกอบกิจการ เป็นภาษีทางอ้อมท่ีผู้ประกอบการขายสินค้าอาจต้องอยู่ในบังคับ
ขายของออนไลน์ (ไมห่ กั ค่าใชจ้ ่าย คา่ ลดหย่อนใดๆ) มาคำ� นวณ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้ประกอบการนั้นได้ขายสินค้า
ภาษใี นอัตรา 0.5%3 ออนไลน์เป็นปกติธุระ (โดยสินค้าท่ีขายน้ันไม่ได้รับยกเว้นภาษี
มลู คา่ เพม่ิ ) และมรี ายไดจ้ ากการขายถงึ เกณฑท์ กี่ ฎหมายกำ� หนด
ซึ่งหากผู้ประกอบการค�ำนวณวิธีท่ี 2 แล้ว มีภาษีท่ีต้อง กล่าวคือ เกิน 1,800,000 บาทต่อปี5 ผู้ประกอบการดังกล่าว มี
ช�ำระไม่เกิน 5,000 บาท ใหผ้ ้ปู ระกอบการช�ำระภาษจี ากวิธที ่ี 14 หนา้ ทต่ี อ้ งจดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพม่ิ และเสยี ภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ใหแ้ ก่
และหากค�ำนวณวิธีท่ี 2 แล้ว มีภาษีที่ต้องช�ำระเกิน 5,000 บาท กรมสรรพากรทุกวนั ท่ี 15 ของแตล่ ะเดอื นอกี กรณหี นึง่ ดว้ ย
ให้ผู้ประกอบการท�ำการเปรียบเทียบจ�ำนวนภาษีที่ต้องช�ำระใน
วิธีที่ 1 และ 2 วิธีใดมีภาษีท่ีต้องช�ำระมากกว่าให้เสียภาษีให้แก่ ซ่ึงกรณีผู้ประกอบการท่ีขายของออนไลน์ท่ีมีรายได้เกิน
กรมสรรพากรตามวธิ ีนั้น 1,800,000 บาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับ
กรมสรรพากรภายใน 30 วัน นับแตว่ ันทีม่ รี ายรบั เกนิ 1,800,000
อน่ึง หากผู้ประกอบการขายของออนไลน์มีรายได้ที่ไม่ใช่ บาทต่อปี ตามมาตรา 85/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดย
เงินเดือนไมเ่ กิน 120,000 บาท ใหค้ �ำนวณภาษีดว้ ยวธิ ีที่ 1 เท่าน้นั ผปู้ ระกอบการมหี นา้ ทตี่ อ้ งยน่ื แบบ ภ.พ.30 เพอื่ เสยี ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ
เป็นรายเดือนภาษี โดยค�ำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มจากยอดภาษีขาย
2.2 ภาษเี งนิ ได้นิติบคุ คล หักดว้ ยภาษซี ือ้ ในแตล่ ะเดอื นภาษี
ผู้ประกอบการขายของออนไลน์ที่จดทะเบียนนิติบุคคล
มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยต้องเสียภาษีเงินได้ นอกจากน้ี ยังมีหน้าที่อ่ืนๆ ที่กฎหมายก�ำหนด เช่น จัดท�ำ
นิติบุคคลตามเกณฑ์ “ก�ำไรสุทธิตามกฎหมายภาษีอากร” ใน ใบก�ำกับภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น
อัตราสูงสุดไม่เกิน 20% ของกำ� ไรสุทธิ ซึ่งผู้ประกอบการมีหน้าที่ จัดท�ำรายงานภาษีซ้ือ รายงานภาษีขาย และรายงานสินค้าและ
ตอ้ งยืน่ แบบแสดงรายการ ดงั น้ี วตั ถุดบิ ตามหลกั เกณฑท์ ่ีกฎหมายก�ำหนด
1. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้คร่ึงรอบระยะเวลา
บัญชี (ภ.ง.ด.51) ภายใน 2 เดือน นับจากวันสุดท้ายของทุก (อา่ นต่อฉบบั หน้า)
6 เดือนแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
2. แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.50) ภายใน
150 วัน นบั แต่วนั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาบญั ชี
ซง่ึ หากคำ� นวณรายไดแ้ ละรายจา่ ยจากการประกอบกจิ การ
แล้ว ปรากฏว่าผู้ประกอบการมีผลการประกอบการขาดทุนสุทธิ
ผูป้ ระกอบการไมม่ หี นา้ ทตี่ ้องเสยี ภาษีเงนิ ไดน้ ิติบุคลลแตอ่ ย่างใด
2.3 ภาษีมลู ค่าเพมิ่
ผู้ประกอบการขายของออนไลน์ต้องท�ำความเข้าใจใน
เบ้ืองต้นก่อนว่า การเสียภาษีตามท่ีก�ำหนดในประมวลรัษฎากร
แบ่งลักษณะของภาษีอากรออกเป็นภาษีทางตรงและภาษี
ทางอ้อม ซ่ึงผู้ประกอบการหลายรายสงสัยว่าท�ำไมต้องเสียภาษี
มลู ค่าเพม่ิ อีก ทง้ั ๆ ที่ไดเ้ สยี ภาษที างตรงหรอื ภาษเี งินได้ ตาม 2.1
หรือ 2.2 แล้ว
ในประเด็นน้ี ต้องท�ำความเข้าใจก่อนว่า ภาษีมูลค่าเพ่ิม
3 มาตรา 48 (2) แหง่ ประมวลรษั ฎากร
4 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าดว้ ยการยกเวน้ รัษฎากร (ฉบับที่ 480) พ.ศ. 2552
5 กรณผี ปู้ ระกอบการขายของออนไลนม์ รี ายไดไ้ มเ่ กนิ 1,800,000 บาทตอ่ ปี จะไดร้ บั ยกเวน้ ภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ตามมาตรา 81/1 แหง่ ประมวลรษั ฎากร และไมอ่ ยใู่ นบงั คบั
ต้องเสียภาษีมูลค่าเพ่ิมให้แก่กรมสรรพากร แต่หากผู้ประกอบการน้ันมีความประสงค์จะเข้าระบบภาษีมูลค่าเพ่ิมก็ให้กระท�ำได้โดยให้แจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากร
เพ่ือขอจดทะเบียนภาษมี ูลคา่ เพิ่มและเสียภาษมี ูลคา่ เพ่ิม และย่ืนคำ� ขอจดทะเบยี นภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นบั แตว่ ันที่ได้แจง้ ต่ออธิบดีกรมสรรพากร
47
TAX MAGAZINE
Column
คําพิพากษาศาลฎีกา
by ศ.ชยั สิทธ์ิ ตราชธู รรม*, ผศ.ดลุ ยลกั ษณ์ ตราชูธรรม**, พิจิต ตราชธู รรม***
ปัญหารายการในใบก�ำกับภาษี
* ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณค์ ดชี ำ� นัญพิเศษ, อดีตประธานกรรมการตรวจเงินแผน่ ดิน, ประธานศาลอทุ ธรณ,์ ผูพ้ พิ ากษาศาลฎีกา ฯลฯ
** อาจารยพ์ เิ ศษมหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, มหาวทิ ยาลยั รามค�ำแหง, มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ฯลฯ
*** อาจารย์พเิ ศษมหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ , มหาวิทยาลยั กรงุ เทพ, มหาวทิ ยาลัยกรงุ เทพธนบรุ ,ี มหาวิทยาลัยเอเชยี อาคเนย์ ฯลฯ
48
TAX MAGAZINE
คำ� พิพากษาศาลฎีกาที่ 8303/2557 โจทก์ โจทกอ์ ุทธรณ์ต่อศาลฎกี า
บริษัท ส. (มหาชน) จำ� เลย ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาตาม
กรมสรรพากร อทุ ธรณข์ องโจทกว์ า่ ใบกำ� กบั ภาษที โ่ี จทกไ์ ดร้ บั จากองคก์ ารโทรศพั ท์
แห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคส�ำหรับเดือนภาษี
คำ� วินิจฉยั ย่อ สิงหาคมถึงเดือนภาษีตุลาคม 2544 มีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่
สมบรู ณใ์ นสว่ นทเี่ ปน็ สาระสำ� คญั ตามหลกั เกณฑแ์ ละเงอื่ นไขทอ่ี ธบิ ดี
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/4 บญั ญัตวิ ่าใบก�ำกับภาษี กรมสรรพากรกำ� หนดหรอื ไม่
ตอ้ งมรี ายการอยา่ งนอ้ ยดงั ตอ่ ไปน้ี ... (3) ชอื่ ทอ่ี ยู่ ของผซู้ อ้ื สนิ คา้ เหน็ วา่ ตามขอ้ เทจ็ จรงิ ทค่ี คู่ วามไมโ่ ตแ้ ยง้ กนั ฟงั ไดว้ า่ สำ� หรบั
หรือผู้รับบริการ โดยบทกฎหมายดังกล่าวไม่ได้บัญญัติไว้เป็น เดือนภาษีสงิ หาคม 2544 โจทก์น�ำใบก�ำกับภาษที ี่ออกโดยองค์การ
ท่ีชัดเจนว่าจะต้องให้ช่ือ ท่ีอยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ โทรศัพท์แห่งประเทศไทย 13 ฉบับ และที่ออกโดยการไฟฟ้าส่วน
ตรงกับรายการท่ีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ทั้งโจทก์ขอให้ ภูมิภาค 5 ฉบับ มาใช้ค�ำนวณภาษีมูลค่าเพ่ิม ส�ำหรับเดือนภาษี
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย กันยายน 2544 โจทก์น�ำใบก�ำกับภาษีท่ีออกโดยองค์การโทรศัพท์
ผู้ออกใบก�ำกับภาษีแก้ไขแล้ว แต่ผู้ออกใบก�ำกับภาษีพิพาท แหง่ ประเทศไทย 11 ฉบบั และทอี่ อกโดยการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าค 5 ฉบบั
ไม่ยินยอมแก้ไขให้ เพียงแต่รับรองว่าเป็นใบก�ำกับภาษีท่ีออก มาใช้ค�ำนวณภาษีมูลค่าเพิม่ ส�ำหรบั เดอื นภาษตี ุลาคม 2544 โจทก์
ใหแ้ ก่โจทกจ์ ริง นำ� ใบกำ� กบั ภาษที อี่ อกโดยองคก์ ารโทรศพั ทแ์ หง่ ประเทศไทย 13 ฉบบั
และท่ีออกโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 5 ฉบับ มาใช้ค�ำนวณภาษี
ดังน้ันแม้ใบก�ำกับภาษีพิพาทระบุช่ือและท่ีอยู่ของ มูลคา่ เพ่ิม
ผู้ซ้ือสินค้าหรือผู้รับบริการไม่ตรงหรือไม่ครบถ้วนตามรายการ ตามใบก�ำกับภาษีดังกล่าวปรากฏว่า มีช่ือโจทก์ไม่ตรง
ทจี่ ดทะเบยี น แตก่ ไ็ มท่ ำ� ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจผดิ วา่ เปน็ ใบกำ� กบั ภาษี ตามที่จดทะเบียน ไม่ระบุเลขที่ หมู่ที่ ช่ือและที่อยู่ไม่ตรงตามท่ี
ของผู้ประกอบการรายอื่น จึงไม่ถือว่าใบก�ำกับภาษีพิพาทท่ี จดทะเบียน ช่ือไม่ตรงและไม่มีเลขท่ี หมู่ที่ ที่อยู่ไม่ตรง ช่ือไม่ตรง
โจทก์ได้รับจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและองค์การโทรศัพท์ ตามที่จดทะเบียน เม่ือพิจารณาใบก�ำกับภาษีดังกล่าว แผ่นที่
แห่งประเทศไทยเป็นใบก�ำกับภาษีท่ีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือ 250 ถงึ 252 แผน่ ท่ี 244 ถงึ 249 แผ่นที่ 287 ถึง 294 และแผน่ ท่ี
ไมส่ มบรู ณใ์ นสว่ นทเี่ ปน็ สาระสำ� คญั ตามหลกั เกณฑแ์ ละเงอื่ นไข 348 ถงึ แผน่ ที่ 357 ตามลำ� ดับ ปรากฏวา่ ใบก�ำกบั ภาษีท่ีมชี ่ือโจทก์
ที่อธบิ ดกี ำ� หนดไว้ ภาษีซื้อตามใบกำ� กับภาษดี งั กลา่ วจึงไม่ต้อง ไม่ตรงตามที่จดทะเบียน เนื่องจากผู้ออกใบก�ำกับภาษีระบุช่ือผู้ใช้
ห้าม ให้น�ำมาหักในการค�ำนวณภาษีมูลค่าเพ่ิมตามประมวล บรกิ ารวา่ บรษิ ัทส. (...) จำ� กัด หรือสโมสรและบา้ นพัก ส. หรอื บริษทั
รัษฎากร มาตรา 82/5 โจทก์จึงมีสิทธิน�ำภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ส. จำ� กัด บ้านพกั บ.ส. จ�ำกดั หรือบรษิ ทั บ.ส. จำ� กดั
ใบก�ำกับภาษีพิพาทมาหักในการค�ำนวณภาษีตามประมวล ส่วนท่ีอยทู่ ่ไี ม่ตรงนั้น เน่อื งจากผู้ออกใบกำ� กบั ภาษรี ะบทุ ่ีอยู่
รษั ฎากร มาตรา 82/3 ได้ วา่ ต.มาบข่า อ.บา้ นค่าย จ.ระยอง หรือ ... ถ.นคิ ม ซ. ... ต.มาบขา่
อ.บ้านคา่ ย จ.ระยอง หรือ 3... ม.2 ต.มาบขา่ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง
คำ� พิพากษายอ่ หรือ 1... ม.1 ต.แม่นำ�้ คู้ หรือ ถ.สาย... ต.นคิ มพฒั นา กิ่งอำ� เภอนคิ ม
พัฒนา หรือ 3... ม.1 ต.นิคมพัฒนา กิ่งอ�ำเภอนิคมพัฒนา หรือ
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงาน ต.มาบขา่ หรือ 3... ม.2 นคิ มพฒั นา กิ่งอ�ำเภอนคิ มพฒั นา
ประเมิน ตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพ่ิม (ภพ.73.1) ซ่ึงใบก�ำกับภาษีพิพาทดังกล่าวไม่มีฉบับใดท่ีไม่ปรากฏชื่อ
เลขที่ 02008390/102... ถึงเลขท่ี 02008390/102... ลงวันที่ และที่อยู่ของโจทก์ เพียงแต่มีช่ือ ที่อยู่ของโจทก์ผู้ซื้อสินค้าหรือ
1 กรกฎาคม 2545 และค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการ รับบริการ ไม่ตรงกับท่ีโจทก์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้เท่าน้ัน
พิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ สภ.2/อธ.3/14.1/18/... ถึงเลขที่ สภ.2/อธ. ส�ำหรับผู้ซ้ือสินค้าหรือผู้รับบริการตามประมวลรัษฎากร มาตรา
3/14.3/18/... ลงวนั ท่ี 27 มกราคม 2547 86/4 (3) บัญญัติให้มีแต่เพียงว่า ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซ้ือสินค้าหรือ
ผู้รับบริการ เม่ือกฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้เป็นที่ชัดเจนว่าจะต้องให้
จำ� เลยให้การขอใหย้ กฟอ้ ง ช่ือ ที่อยู่ของผู้ซ้ือสินค้าหรือผู้รับบริการตรงกับรายการที่จดทะเบียน
ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชา ภาษีมูลคา่ เพิม่ ไว้ ทงั้ โจทกข์ อให้การไฟฟา้ สว่ นภูมภิ าคและองค์การ
ธรรมเนียมแทนจำ� เลย โดยกำ� หนดคา่ ทนายความ 3,000 บาท โทรศัพท์แห่งประเทศไทยผู้ออกใบก�ำกับภาษีแก้ไขแล้ว แต่ผู้ออก
49
TAX MAGAZINE
ใบก�ำกับภาษีพิพาทไม่ยินยอมแก้ไขให้ เพียงแต่รับรองว่าเป็น ดงั นนั้ แมใ้ บกำ� กบั ภาษพี พิ าทระบชุ อ่ื และทอ่ี ยขู่ องผซู้ อื้ สนิ คา้
ใบก�ำกับภาษีทอ่ี อกใหแ้ กโ่ จทกจ์ ริง หรอื ผรู้ บั บรกิ ารไมต่ รงหรอื ไมค่ รบถว้ นตามรายการทจี่ ดทะเบยี นภาษี
มูลค่าเพ่ิมไว้ แต่ก็ไม่ท�ำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ประกอบการ
ดงั นนั้ แมใ้ บกำ� กบั ภาษพี พิ าทระบชุ อ่ื และทอี่ ยขู่ องผซู้ อื้ สนิ คา้ รายอน่ื จงึ ไมถ่ อื วา่ ใบกำ� กบั ภาษพี พิ าทเปน็ ใบกำ� กบั ภาษที ม่ี ขี อ้ ความ
หรอื ผรู้ บั บรกิ ารไมต่ รงหรอื ไมค่ รบถว้ นตามรายการทจี่ ดทะเบยี น แต่ ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนท่ีเป็นสาระส�ำคัญตามหลักเกณฑ์
กไ็ มท่ ำ� ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจผดิ วา่ เปน็ ผปู้ ระกอบการรายอน่ื จงึ ไมถ่ อื วา่ และเงือ่ นไขทีอ่ ธบิ ดกี รมสรรพากรกำ� หนด
ใบกำ� กบั ภาษพี พิ าทดงั กลา่ วเปน็ ใบกำ� กบั ภาษที มี่ ขี อ้ ความไมถ่ กู ตอ้ ง
หรอื ไมส่ มบรู ณใ์ นสว่ นทเ่ี ปน็ สาระสำ� คญั ตามหลกั เกณฑแ์ ละเงอื่ นไข ภาษีซื้อตามใบก�ำกับภาษีดังกล่าวจึงไม่ต้องห้ามให้น�ำมา
ที่อธบิ ดีก�ำหนดไว้ ภาษีซ้อื ตามใบกำ� กบั ภาษดี ังกลา่ วจงึ ไมต่ อ้ งหา้ ม หกั ในการคำ� นวณภาษมี ลู คา่ เพม่ิ ตามประมวลรษั ฎากร มาตรา 82/5
ให้น�ำมาหักในการค�ำนวณภาษีมูลค่าเพ่ิมตามประมวลรัษฎากร
มาตรา 82/5 การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและค�ำวินิจฉัย การประเมนิ ของเจา้ พนกั งานประเมนิ และคำ� วนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ์
อุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงไม่ชอบ ที่ศาล ของคณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณจ์ งึ ไมช่ อบ
ภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิน�ำใบก�ำกับภาษีค่าไฟฟ้า
และคา่ โทรศพั ทท์ อ่ี อกโดยการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคและองคก์ ารโทรศพั ท์ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิน�ำใบก�ำกับ
แห่งประเทศไทยมาใช้ในการค�ำนวณภาษีมูลค่าเพ่ิมนั้น ศาลฎีกา ภาษีพิพาทมาใช้ในการค�ำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น ศาลฎีกาแผนก
แผนกคดภี าษอี ากรไม่เห็นพ้องดว้ ย อทุ ธรณข์ องโจทกฟ์ ังข้ึน คดภี าษอี ากรไม่เหน็ พ้องดว้ ย อทุ ธรณข์ องโจทกฟ์ งั ข้ึน
พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้ง พิพากษากลับให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงาน
การประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มฉบับลงวันท่ี 1 กรกฎาคม 2545 และ ประเมินและคำ� วนิ ิจฉัยอทุ ธรณข์ องคณะกรรมการพจิ ารณาอุทธรณ์
ค�ำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ทั้ง 3 ฉบับ
ลงวันท่ี 27 มกราคม 2547 โดยให้โจทกม์ สี ิทธนิ �ำภาษีมูลคา่ เพม่ิ ตาม หมายเหตุ
ใบกำ� กบั ภาษตี ามฟอ้ งมาหกั ในการค�ำนวณภาษีตามมาตรา 82/3 ได้
1. ตามประมวลรษั ฎากร มาตรา 82/5 (2) ภาษซี อ้ื ทใ่ี บกำ� กบั ภาษี
ค่าฤชาธรรมเนียมท้งั 2 ชั้นศาลให้เปน็ พับ มีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระส�ำคัญตาม
(เมทนิ ี ชโลธร, สทุ ศั น์ ศริ มิ หาพฤกษ,์ วรี ะพล ต้ังสวุ รรณ) หลกั เกณฑ์และเงอ่ื นไขทอ่ี ธบิ ดีกรมสรรพากรกำ� หนด ผ้ปู ระกอบการ
สรปุ ค�ำวนิ ิจฉยั ศาลฎีกา จะน�ำมาหกั ในการค�ำนวณภาษีมลู ค่าเพม่ิ ตามมาตรา 82/3 ไม่ได้
ปญั หาวนิ จิ ฉัยในชนั้ ศาลฎกี า
“ใบก�ำกับภาษีท่ีโจทก์ได้รับจากองค์การโทรศัพท์แห่ง ขอให้สังเกตว่า ข้อความในใบก�ำกับภาษีจะต้องไม่ถูกต้อง
ประเทศไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีข้อความไม่ถูกต้องหรือ หรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระส�ำคัญ จึงจะท�ำให้ภาษีซื้อตาม
ไม่สมบูรณ์ในส่วนท่ีเป็นสาระส�ำคัญตามหลักเกณฑ์และเง่ือนไข ใบก�ำกับภาษีน้ันน�ำมาหักออกจากภาษีขายในการค�ำนวณภาษี
ท่อี ธบิ ดีกรมสรรพากรกำ� หนดหรอื ไม”่ มลู คา่ เพม่ิ ไม่ได้
คำ� วนิ จิ ฉยั
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/ 4 (3) บญั ญตั แิ ต่เพยี งให้มีชอื่ ขอ้ ความสว่ นทเี่ ปน็ สาระสำ� คญั หมายถงึ อะไร มาตรา 82/5 (2)
และท่ีอยู่ของผู้ซ้ือสินค้าหรือผู้รับบริการ มิได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่าจะ บัญญัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเง่ือนไขที่อธิบดีกรมสรรพากร
ต้องให้ช่ือและที่อยู่ของผู้ซ้ือสินค้าหรือผู้รับบริการตรงกับรายการที่ ก�ำหนด ซ่ึงอธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมไว้ ท้ังโจทก์ขอให้องค์การโทรศัพท์แห่ง เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพ่ิม (ฉบับท่ี 17) เรื่อง ก�ำหนดหลักเกณฑ์และ
ประเทศไทยและการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคผอู้ อกใบกำ� กบั ภาษแี กไ้ ขแลว้ เง่ือนไขเก่ียวกับภาษีซ้ือท่ีไม่ให้น�ำมาหักในการค�ำนวณภาษีตาม
แต่ผู้ออกใบก�ำกับภาษีไม่ยินยอมแก้ไขให้ เพียงแต่รับรองว่าเป็น มาตรา 82/5 (1) (2) (3) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันท่ี
ใบก�ำกบั ภาษที ่ีออกใหแ้ ก่โจทก์จรงิ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ขอ้ 3 วา่
“กรณมี ใี บกำ� กบั ภาษแี ละสามารถแสดงใบกำ� กบั ภาษไี ดว้ า่ มี
การช�ำระภาษซี อื้ ไปจริงตามมาตรา 82/5 (2) แหง่ ประมวลรษั ฎากร
ใบก�ำกบั ภาษดี ังกล่าวต้องมรี ายการครบถว้ นตามมาตรา 86/4 แห่ง
ประมวลรัษฎากร”
ดงั นน้ั ใบกำ� กบั ภาษที ม่ี ขี อ้ ความไมถ่ กู ตอ้ งหรอื ไมส่ มบรู ณ์
ในส่วนท่ีเป็นสาระส�ำคัญ จึงหมายถึงใบก�ำกับภาษีที่มีรายการ
ไมค่ รบถว้ นตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึง่ บญั ญตั ิ
50
TAX MAGAZINE
วา่ “ภายใตบ้ งั คบั มาตรา 86/5 และมาตรา 86/6 ใบกาํ กับภาษตี อ้ ง ก�ำหนดว่าใบก�ำกับภาษีต้องมีรายการครบถ้วนตามมาตรา 86/4
มีรายการอยา่ งนอ้ ยดงั ตอ่ ไปน้ี เท่านั้น มิได้ก�ำหนดว่ารายการชื่อและท่ีอยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือ
ผู้รับบริการต้องตรงกับรายการท่ีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้
(1) คําวา่ “ใบกํากบั ภาษี” ในท่ที ี่เหน็ ไดเ้ ด่นชัด ศาลฎีกาจึงเห็นว่าภาษีซื้อตามใบก�ำกับภาษีที่มีช่ือผู้ซ้ือสินค้าหรือ
(2) ชอ่ื ทอี่ ยู่ และเลขประจาํ ตวั ผเู้ สยี ภาษอี ากรของผปู้ ระกอบการ ผู้รับบริการไม่ตรงกับรายการท่ีจดทะเบียนไว้น�ำมาหักออกจาก
จดทะเบียนท่ีออกใบกํากับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออก ภาษขี ายในการค�ำนวณภาษีมลู คา่ เพ่มิ ตามมาตรา 82/3 ได้
ใบก�ำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม 86 วรรคสี่
หรือมาตรา 86/2 หรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกใบก�ำกับภาษีในนาม ผู้เขียนเห็นว่า แม้ข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86/3 ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และ ดังกล่าวเพียงแต่ก�ำหนดว่าใบก�ำกับภาษีต้องมีรายการครบถ้วน
เลขประจ�ำตัวของผูเ้ สียภาษีอากรของตวั แทนนนั้ ดว้ ย ตามมาตรา 86/4 จึงจะถือว่าเป็นใบก�ำกับภาษีท่ีข้อความถูกต้อง
(3) ช่ือ ที่อยู่ ของผูซ้ ้อื สินคา้ หรอื ผู้รบั บริการ หรือสมบูรณ์ในส่วนท่ีเป็นสาระส�ำคัญ มิได้ก�ำหนดว่ารายการตาม
(4) หมายเลขลําดับของใบกํากับภาษี และหมายเลขลําดับ ใบก�ำกับภาษีจะต้องเป็นรายการที่ตรงกับที่ผู้ประกอบการได้
ของเลม่ ถา้ มี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมไว้ ก็ควรจะตีความว่ารายการตาม
(5) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า หรือ ใบก�ำกับภาษีจะต้องเป็นรายการที่ตรงกับท่ีผู้ประกอบการได้
บริการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่ิมไว้ ผู้ประกอบการจึงจะน�ำภาษีซื้อตาม
(6) จาํ นวนภาษมี ลู คา่ เพม่ิ ทค่ี าํ นวณจากมลู คา่ ของสนิ คา้ หรอื ใบกำ� กบั ภาษนี น้ั มาหกั ออกจากภาษขี ายในการคำ� นวณภาษมี ลู คา่ เพม่ิ
ของบรกิ าร โดยใหแ้ ยกออกจากมลู คา่ ของสนิ คา้ และหรอื ของบรกิ าร ตามมาตรา 82/3 ได้ เพราะถ้าไม่ตีความเช่นน้ี ผู้ประกอบการย่อม
ให้ชดั แจง้ น�ำภาษีซ้ือตามใบก�ำกับภาษีที่ระบุชื่อและท่ีอยู่ของผู้อื่นมาหักออก
(7) วัน เดือน ปี ท่อี อกใบกํากบั ภาษี จากภาษีขายในการค�ำนวณภาษมี ลู ค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 ได้ แต่
(8) ข้อความอื่นท่อี ธบิ ดกี ําหนด ค�ำว่า “ตรงกับรายการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้” นั้น ผู้เขียน
* ประกาศอธบิ ดกี รมสรรพากร เกย่ี วกบั ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ (ฉบบั ท่ี 39) เหน็ วา่ ไมจ่ �ำเป็นต้องตรงกนั ทกุ ตวั อักษร หากต่างกันบ้าง แตม่ พี ยาน
หลักฐานแสดงให้เห็นว่าเป็นชื่อและที่อยู่ของผู้ซ้ือสินค้าหรือผู้รับ
ลงวันท่ี 24 สงิ หาคม 2535 บรกิ ารรายเดยี วกนั ก็น่าอนโุ ลมวา่ ตรงกันได้
รายการในใบกํากับภาษีให้ทําเป็นภาษาไทย เป็นหน่วย
เงินตราไทยและใช้ตัวเลขไทยหรืออารบิก เว้นแต่ในกิจการ คดีนี้ช่ือและที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตาม
บางประเภทที่มีความจําเป็นต้องทําเป็นภาษาต่างประเทศ ใบกำ� กบั ภาษีกบั ชอื่ และทอ่ี ยขู่ องโจทกท์ จ่ี ดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพม่ิ ไว้
หรือเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ ให้กระทําได้เม่ือได้รับอนุมัติ ไมเ่ หมือนกนั ทุกตวั อักษร มแี ตกต่างกันบ้าง เชน่ ช่ือของผซู้ ื้อสินคา้
จากอธิบดี หรือผู้รับบริการตามใบก�ำกับภาษี ระบุว่า บริษัท ส. จ�ำกัด แต่
ชอ่ื ของโจทกต์ ามทจี่ ดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ไว้ คอื “บรษิ ทั ส. จำ� กดั
* ประกาศอธบิ ดกี รมสรรพากร เกยี่ วกบั ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ (ฉบบั ที่ 92) (มหาชน)” โจทก์ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและองค์การโทรศัพท์
แห่งประเทศไทยผู้ออกใบก�ำกับภาษีแก้ไข แต่ผู้ออกใบก�ำกับภาษี
ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2542 ท้ัง 2 ราย ไม่ยินยอมแก้ไขให้ เพียงแต่รับรองว่าเป็นใบก�ำกับภาษี
ใบกํากับภาษีอาจออกรวมกันสําหรับการขายสินค้าหรือ ที่ออกให้แก่โจทก์จริง จึงเป็นพยานหลักฐานว่าช่ือและที่อยู่ของ
การให้บริการหลายอย่างก็ได้ เว้นแต่อธิบดีจะได้กําหนดให้การ ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามใบก�ำกับภาษีพิพาทเป็นรายเดียวกัน
ออกใบกํากับภาษีสําหรับสินค้าหรือบริการบางอย่างหรือหลาย กับโจทก์
อย่างต้องกระทําแยกต่างหาก โดยมิให้รวมไว้ในใบกํากับภาษี
เดียวกนั กบั รายการอืน่ ” ดังน้ันจึงควรอนุโลมว่าตรงกัน โจทก์มีสิทธิน�ำภาษีซื้อตาม
ใบก�ำกับภาษีพิพาทมาหักออกจากภาษีขายในการค�ำนวณภาษี
2. ใบกำ� กบั ภาษพี พิ าทในคดนี ม้ี รี ายการครบถว้ นตามมาตรา มูลค่าเพม่ิ ตามมาตรา 82/3 ได้
86/4 ดังกล่าว เพียงแต่ช่ือและท่ีอยู่ของผู้ซ้ือสินค้าหรือผู้รับบริการ
ไม่ตรงกับท่ีโจทก์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้กับกรมสรรพากร
เทา่ น้นั เม่ือข้อ 3 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรดังกลา่ วเพยี งแต่
51
TAX MAGAZINE
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
เกยี่ วกับภาษมี ลู คา่ เพมิ่ (ฉบบั ที่ 17)
เร่อื ง ก�ำหนดหลกั เกณฑแ์ ละเงือ่ นไขเก่ยี วกับภาษีซอ้ื ทไ่ี ม่ให้น�ำไปหัก
ในการค�ำนวณภาษี ตามมาตรา 82/5 (1) (2) (3) และ (4) แหง่ ประมวลรษั ฎากร
อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา 82/5 (1) (2) (3) และ (4) แหง่ ประมวลรัษฎากร ซง่ึ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ้ ข
เพ่มิ เตมิ ประมวลรัษฎากร (ฉบบั ที่ 30) พ.ศ. 2534 อธบิ ดกี รมสรรพากรก�ำหนดหลักเกณฑ์และเงือ่ นไขเกี่ยวกับภาษีซื้อท่ไี มใ่ ห้น�ำไป
หักในการค�ำนวณภาษี ดงั ต่อไปนี้
ขอ้ 1 กรณไี มม่ ใี บกำ� กบั ภาษตี ามมาตรา 82/5 (1) แหง่ ประมวลรษั ฎากร ผปู้ ระกอบการไมม่ สี ทิ ธนิ ำ� ภาษซี อ้ื ไปหกั ในการคำ� นวณ
ภาษี
ข้อ 2 กรณมี ใี บก�ำกับภาษีแตไ่ มอ่ าจแสดงใบก�ำกับภาษีไดว้ ่ามีการชำ� ระภาษีซื้อตามมาตรา 82/5 (1) แห่งประมวลรษั ฎากร
ใหผ้ ู้ประกอบการมสี ทิ ธนิ ำ� ภาษีซ้ือไปหกั ในการค�ำนวณภาษีไดต้ ามหลักเกณฑ์ดงั ต่อไปน้ี
(ก) ใบก�ำกับภาษีถูกท�ำลายโดยเหตุสุดวิสัย เช่น อัคคีภัย อุทกภัย หรือวาตภัย ซึ่งต้องมีหลักฐานทางราชการหรือ
หลกั ฐานอ่ืนทเี่ ชือ่ ถอื ได้ว่าเกดิ เหตกุ ารณด์ ังกลา่ วจรงิ และ
(ข) ผปู้ ระกอบการไมส่ ามารถขอใบแทนใบกำ� กบั ภาษจี ากผขู้ ายสนิ คา้ หรอื ผใู้ หบ้ รกิ ารไดต้ ามมาตรา 86/12 แหง่ ประมวล
รัษฎากร เน่ืองจากผ้ขู ายสนิ คา้ หรอื ผใู้ หบ้ รกิ ารไมส่ ามารถออกใบแทนใบกำ� กบั ภาษไี ดเ้ พราะเหตุสดุ วิสยั
ขอ้ 3 กรณมี ใี บกำ� กบั ภาษี และสามารถแสดงใบกำ� กบั ภาษไี ดว้ า่ มกี ารชำ� ระภาษซี อ้ื ไปจรงิ ตามมาตรา 82/5 (2) แหง่ ประมวล
รษั ฎากร ใบกำ� กับภาษีดังกล่าวต้องมรี ายการครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แหง่ ประมวลรัษฎากร
ขอ้ 4 ภาษซี ้ือทีไ่ ม่เกี่ยวขอ้ งโดยตรงกบั การประกอบกจิ การของผปู้ ระกอบการตามมาตรา 82/5 (3) แหง่ ประมวลรัษฎากร
ได้แก่ ภาษซี ื้อท่ีไมเ่ ข้าลักษณะเป็นรายจา่ ยเพอ่ื หาก�ำไรหรอื เพือ่ กจิ การโดยเฉพาะ
ขอ้ 5 ภาษซี อื้ ทเี่ กดิ จากรายจา่ ยเพอื่ การรบั รองหรอื เพอ่ื การอนื่ ทม่ี ลี กั ษณะทำ� นองเดยี วกนั ตามมาตรา 82/5 (4) แหง่ ประมวล
รัษฎากร ตามหลักเกณฑแ์ ละเงอื่ นไขดงั นี้
(ก) ค่ารับรองหรือค่าบริการไม่ว่าจะจ่ายเพ่ือการรับรองหรือให้บริการแก่บุคคลใดๆ และไม่ว่าจะอ�ำนวยประโยชน์แก่
กจิ การหรือไม่กต็ าม เชน่ ค่าท่พี กั ค่าอาหาร ค่าเคร่อื งด่มื คา่ มหรสพ ค่าใชจ้ า่ ยเพอ่ื การกีฬา และคา่ ใชจ้ า่ ยอืน่ ๆ ในทำ� นองเดยี วกัน
(ข) ค่าส่ิงของหรือประโยชนอ์ ่ืนใดที่ใหแ้ กบ่ ุคคลซงึ่ ได้รบั การรบั รองหรอื รับบรกิ ารตาม (ก) และบุคคลอื่น
ประกาศนี้ใหใ้ ชบ้ งั คับตง้ั แตว่ ันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2535 เปน็ ต้นไป
ประกาศ ณ วันท่ี 27 ธนั วาคม พ.ศ. 2534
บัณฑิต บณุ ยะปานะ
(นายบัณฑิต บณุ ยะปานะ)
อธิบดกี รมสรรพากร
52
TAX MAGAZINE
กรณีศกึ ษาเก่ยี วกับภาษีมูลคา่ เพิ่ม : 5 จดุ ความรบั ผดิ ในการเสยี ภาษมี ลู ค่าเพ่ิม
}1. กรณีการขายสนิ คา้ ทั่วไป ความรับผดิ เกดิ ข้นึ เมื่อส่งมอบสนิ ค้า
เวน้ แต่ 1. โอนกรรมสิทธิ์สินค้า หากเกิดขน้ึ กอ่ นสง่ มอบสนิ คา้
2. ได้รบั ช�ำระราคาสนิ ค้า หรือ ให้ถือวา่ ความรับผดิ เกดิ ขน้ึ แลว้ หรือ
3. ออกใบก�ำกับภาษ ี
เลขทห่ี นังสือ : กค 0702/4353
เรอื่ ง : ภาษีมลู คา่ เพมิ่ กรณกี ารออกใบกำ� กบั ภาษี
ขอ้ หารือ : บรษิ ัท ก. จ�ำกดั (บรษิ ทั ฯ) เป็นผปู้ ระกอบการจดทะเบียนภาษีมลู คา่ เพมิ่ ไดข้ ายสนิ คา้ ใหก้ ับสหกรณ์ท่ปี ระกอบ
กจิ การขนส่งและมิได้เป็นผูป้ ระกอบการจดทะเบยี นภาษมี ูลค่าเพ่ิม บรษิ ทั ฯ จึงขอทราบวา่ บรษิ ัทฯ ขายสินคา้ ใหก้ ับ
สหกรณ์โดยไม่ออกใบก�ำกบั ภาษีมูลค่าเพิม่ ใหส้ หกรณ์ไดห้ รอื ไม่
แนววนิ ิจฉัย : กรณที บ่ี รษิ ทั ฯ ซง่ึ เปน็ ผปู้ ระกอบการจดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ขายสนิ คา้ หรอื ใหบ้ รกิ ารกบั ลกู คา้ บรษิ ทั ฯ มหี นา้ ท่ี
จัดท�ำใบก�ำกับภาษีและส�ำเนาใบก�ำกับภาษีส�ำหรับการขายสินค้าหรือให้บริการทุกคร้ังในทันทีท่ีความรับผิดในการ
เสียภาษีมูลค่าเพ่ิมเกิดขึ้น พร้อมทั้งส่งมอบใบก�ำกับภาษีนั้นแก่ลูกค้า ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่า
ลูกค้าดังกลา่ วจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพม่ิ หรอื ไมก่ ต็ าม
}2. กรณขี ายสินคา้ ตามสญั ญาให้เช่าซื้อ หรือซื้อขายผ่อนชำ� ระ ความรบั ผิดเกดิ ขึน้ เม่ือถึงกำ� หนดช�ำระราคาแตล่ ะงวด
เว้นแต่ 1. ได้รบั ช�ำระราคาสินค้า หรอื หากเกดิ ขนึ้ กอ่ นถึงก�ำหนด
2. ออกใบกำ� กบั ภาษ ี ชำ� ระราคาแต่ละงวด
ให้ถือว่าความรับผดิ เกดิ ข้ึนแล้ว
เลขทหี่ นังสอื : กค 0706/พ./9210
เรอ่ื ง : ภาษมี ูลคา่ เพิม่ กรณีการให้เชา่ ซ้อื
53
TAX MAGAZINE
แนววนิ ิจฉัย : การทบ่ี รษิ ทั ฯ ขายรถจกั รยานยนตใ์ หแ้ กผ่ ซู้ อื้ โดยผซู้ อื้ ไดช้ ำ� ระเงนิ ลว่ งหนา้ เปน็ คา่ รถจกั รยานยนตบ์ างสว่ น และ
ท�ำสัญญาเช่าซ้ือ ก�ำหนดจ�ำนวนเงินผ่อนช�ำระเป็นงวดๆ โดยเงินส่วนที่เหลือ บริษัทฯ จะออกใบก�ำกับภาษีเม่ือ
ถึงก�ำหนดช�ำระราคาตามงวดท่ีถึงก�ำหนดช�ำระราคาแต่ละงวดน้ัน เป็นการปฏิบัติชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส�ำหรับ
กรณผี ซู้ อื้ ขอเปลย่ี นเปน็ การขายซอื้ ขายเสรจ็ เดด็ ขาดโดยชำ� ระเงนิ ตามราคาขายเงนิ สดและชำ� ระราคารถจกั รยานยนต์
กอ่ นถึงก�ำหนดช�ำระราคางวดแรก เข้าลักษณะเปน็ การขายสินคา้ ตามสัญญาให้เช่าซอื้ ท่ีไดม้ ีการรับชำ� ระราคาสนิ ค้า
กอ่ นถึงกำ� หนดชำ� ระราคาตามงวดทกี่ ำ� หนดตามมาตรา 78 (2) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร ความรบั ผิดในการเสียภาษี
มลู คา่ เพิ่มสำ� หรับมลู คา่ สนิ ค้าส่วนท่เี หลอื จงึ เกิดขึ้นเมอื่ ไดม้ กี ารรบั ช�ำระราคาสินคา้ บริษทั ฯ ตอ้ งจดั ทำ� ใบกำ� กบั ภาษี
และสำ� เนาใบกำ� กบั ภาษีสำ� หรับมลู ค่าสว่ นทเี่ หลือท่ีได้รับช�ำระทันทตี ามมาตรา 86 แห่งประมวลรษั ฎากร
3. กรณกี ารส่งออก/นำ� เข้า ความรับผดิ เกิดข้ึนเมอื่ ถึงช�ำระอากรขาออก/ขาเขา้
เว้นแต่ 1. ไมต่ ้องเสยี อากรขาออก/ขาเข้า หรอื ใหถ้ ือว่าความรับผิดเกดิ ขน้ึ
ในวันท่มี กี ารออกใบขนสนิ คา้
} 2. ไดร้ ับยกเว้นอากรขาออก/ขาเขา้
เลขทีห่ นงั สอื : กค 0811/พ.01936
เร่ือง : ภาษมี ูลค่าเพมิ่ กรณีการออกใบก�ำกบั ภาษี
ข้อหารือ : บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตและส่งออกสินค้า รายได้ส่วนใหญ่เกิดจากการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เม่ือ
บรษิ ัทฯ ไดร้ ับใบส่ังซือ้ สินค้าจากลูกคา้ ตา่ งประเทศโดยมเี ง่อื นไขการชำ� ระเงินโดยให้ลกู ค้าตา่ งประเทศจ่ายเงินมดั จำ�
คา่ สนิ คา้ ลว่ งหนา้ 50% ก่อนส่งมอบสินค้า และจา่ ยเงนิ สว่ นที่เหลอื อีก 50% เม่อื สง่ สินค้าลงเรอื แลว้ การส่งเงนิ ชำ� ระ
ค่าสินค้าทั้ง 2 กรณี ดังกล่าวข้างต้นลูกค้าต่างประเทศจะส่งผ่านธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย โดยโอนมาจาก
ต่างประเทศ
บริษัทฯ เข้าใจว่า บริษัทฯ จะต้องออกใบก�ำกับภาษีเม่ือได้รับเงินมัดจ�ำและเมื่อส่งสินค้าลงเรือเรียบร้อยแล้ว
โดยเสยี ภาษมี ลู ค่าเพ่มิ ในอตั ราร้อยละ 0 จงึ ขอทราบว่าความเข้าใจของบริษัทฯ ถกู ตอ้ งหรอื ไม่
แนววนิ จิ ฉัย : ตามมาตรา 78 (4) (ก) แหง่ ประมวลรษั ฎากร ความรบั ผดิ ในการเสยี ภาษมี ลู คา่ เพม่ิ สำ� หรบั การขายสนิ คา้ โดยสง่ ออก
ให้ความรับผดิ เกิดขึ้นเม่ือชำ� ระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจดั ให้มผี ู้ค�ำ้ ประกนั อากรขาออก และ
ตามมาตรา 86 แหง่ ประมวลรษั ฎากร ผปู้ ระกอบการฯ มหี นา้ ทตี่ อ้ งจดั ทำ� ใบกำ� กบั ภาษแี ละสำ� เนาใบกำ� กบั ภาษสี ำ� หรบั
การขายสนิ คา้ และการใหบ้ รกิ ารทกุ ครง้ั และตอ้ งจดั ทำ� ในทนั ทที คี่ วามรบั ผดิ ในการเสยี ภาษมี ลู คา่ เพมิ่ เกดิ ขนึ้ พรอ้ มทงั้
สง่ มอบใบกำ� กับภาษีนัน้ แกผ่ ซู้ ้อื สนิ คา้ หรือผู้รับบริการ สว่ นส�ำเนาใบกำ� กบั ภาษใี ห้เก็บรกั ษาไว้
}4. กรณกี ารให้บรกิ าร ความรับผิดเกดิ ข้นึ เมื่อได้รับชำ� ระราคาค่าบริการ
เวน้ แต่ 1. ได้ออกใบกำ� กบั ภาษี หรอื หากเกิดขึ้นกอ่ นไดร้ ับช�ำระราคาค่าบรกิ าร
2. ได้ใชบ้ ริการไม่ว่าโดยตนเอง ใหถ้ อื ว่าความรบั ผิดเกิดขึน้
หรอื บุคคลอ่ืน เมือ่ ไดม้ ีการกระทำ� น้นั ๆ
เลขที่หนงั สอื : กค 0811(กม)/1082
เร่ือง : ภาษมี ูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการรับจา้ งผลิต
ข้อหารือ : บริษัทฯ ประกอบกิจการรับจ้างผลิตรูปลอกส�ำหรับติดเซรามิกต่างๆ เฉพาะท่ีมีผู้ว่าจ้างเท่านั้น มิได้ผลิต
เพอื่ จำ� หน่ายเปน็ การทั่วไป กรณีท่ีลูกค้าจากประเทศญ่ปี ุ่น (บรษิ ัทญ่ปี ุ่น) สั่งใหบ้ รษิ ทั ฯ ผลิตรูปลอกส�ำหรับตดิ เซรามกิ
บรษิ ทั ญปี่ นุ่ จะเปดิ L/C ใหก้ บั บรษิ ทั ฯ เปน็ คา่ รปู ลอกทว่ี า่ จา้ ง และใหบ้ รษิ ทั ฯ สง่ สนิ คา้ ใหแ้ กบ่ รษิ ทั ก. จำ� กดั สำ� นกั งาน
อยทู่ ่อี �ำเภอเมือง จงั หวัดนครปฐม ซง่ึ เป็นบรษิ ทั ท่ผี ลิตภาชนะเซรามิก เพ่ือทำ� การติดเผารูปลอกลงบนภาชนะเซรามิก
ของบริษัท ก. แล้วจึงบรรจุหีบห่อภาชนะเซรามิกท่ีติดรูปลอกแล้วส่งออกไปยังบริษัทญ่ีป่ ุน เมื่อบริษัทฯ ส่งมอบ
รูปลอกให้แก่บริษัท ก. จ�ำกัด ก็แจ้งไปยังบริษัทญี่ปุ่น เพื่อให้โอนเงินมาช�ำระค่าจ้างผลิตรูปลอก ดังน้ี จะถือว่า
54
TAX MAGAZINE
การใหบ้ รกิ ารดงั กลา่ วไดม้ กี ารใชบ้ รกิ ารในราชอาณาจกั รหรอื ตา่ งประเทศ เนอื่ งจากผจู้ า่ ยเงนิ คา่ รปู ลอกคอื บรษิ ทั ญปี่ นุ่
แนววินจิ ฉัย : กรณีตามข้อเท็จจริงดังกล่าว การที่บริษัทฯ รับจ้างผลิตรูปลอกตามค�ำสั่งจ้างของบริษัทญ่ีปุ่น แต่ส่งสินค้า
ให้ผู้ผลิตภาชนะเซรามิกในประเทศไทยถือเป็นการรับจ้างท�ำของ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร
อยใู่ นบงั คบั ตอ้ งเสยี ภาษมี ลู คา่ เพมิ่ ตามมาตรา 77/2 แหง่ ประมวลรษั ฎากร โดยความรบั ผดิ ในการเสยี ภาษมี ลู คา่ เพมิ่
เกิดข้ึน เม่ือมีการช�ำระราคาค่าบริการ เว้นแต่ได้ออกใบก�ำกับภาษี หรือได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น
กอ่ นไดร้ บั ชำ� ระราคาคา่ บรกิ าร กใ็ หค้ วามรบั ผดิ เกดิ ขนึ้ เมอ่ื ไดม้ กี ารกระทำ� นน้ั ๆ ดว้ ย ตามมาตรา 78/1 (1) แหง่ ประมวล
รัษฎากร และเมื่อได้มีการใช้บริการในราชอาณาจักร บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา
รอ้ ยละ 10.0 จากบรษิ ัทญีป่ นุ่ ซงึ่ เปน็ ผวู้ ่าจ้างตามมาตรา 82/4 แห่งประมวลรัษฎากร
5. กรณีพเิ ศษ
กจิ กรรม VAT ความรบั ผิดในการเสีย VAT เวน้ แต่
การขายกระแสไฟฟา้ /นำ�้ ประปา/ ได้รับช�ำระราคาสินค้า มีการออกใบก�ำกับภาษี
สนิ ค้าไมม่ ีรปู รา่ ง สง่ มอบสนิ คา้ ก่อนรับชำ� ระราคา
การขายสินค้าโดยช�ำระราคาด้วยการใช้ 1. โอนกรรมสิทธ์ิสินคา้
บัตรเครดิต มีการออกหลกั ฐานการใช้ 2. เม่ือมกี ารออกหลกั ฐานการใช้
บตั รเครดติ บัตรเครดิต หรือ
การให้บริการโดยช�ำระราคาด้วยการใช้ สง่ มอบสนิ ค้า 3. ไดอ้ อกใบกำ� กับภาษี
บัตรเครดิต มกี ารออกใบก�ำกบั ภาษกี ่อน
การขายสินค้าตามสัญญาจะขายสินค้า ได้มีการช�ำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือ การออกหลักฐานการใช้บตั รเครดิต
บางสว่ น (ผจู้ า่ ยเงนิ คา่ บรกิ ารมหี นา้ ทนี่ ำ� สง่ 1. โอนกรรมสิทธ์สิ ินคา้
การใหบ้ ริการท่ีกระทำ� ในต่างประเทศ เงนิ ภาษมี ลู ค่าเพม่ิ ตามมาตรา 83/6 (2)) 2. ได้รบั ชำ� ระราคาสนิ คา้ หรอื
และใช้บริการน้ันในประเทศไทย ไดร้ ับชำ� ระราคาคา่ บรกิ าร 3. ได้ออกใบก�ำกับภาษี
กรณีรับโอนสิทธิในบริการท่ีเคยเสีย VAT
อัตรา 0%
เม่อื ความรบั ผิดในการเสียภาษมี ูลคา่ เพิม่ เกิดขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการฯ ตอ้ งออกใบก�ำกบั ภาษีทันที พรอ้ มกบั สง่ มอบให้ผู้ซือ้ สินค้าหรือ
ผ้รู ับบริการ ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร หากไม่ปฏิบตั ติ ามจะมคี วามรบั ผดิ ดงั น้ี
••1. กรณีไมจ่ ดั ท�ำใบกำ� กบั ภาษี และสง่ มอบใหแ้ กผ่ ู้ซื้อสนิ คา้ หรือผูร้ ับบริการทนั ที
รบั ผิดเสียเบี้ยปรบั 2 เทา่ ของจำ� นวนภาษีตามใบกำ� กบั ภาษีตามมาตรา 89 (5)
และตอ้ งระวางโทษจ�ำคกุ ไม่เกิน 1 เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 5,000 บาท
หรอื ทั้งจำ� ท้งั ปรับตามมาตรา 90/2 (3)
•2. กรณจี ัดทำ� ใบก�ำกบั ภาษี แต่ไม่ส่งมอบใหผ้ ู้ซ้ือสนิ ค้าหรอื ผรู้ ับบริการทนั ที
ต้องระวางโทษจ�ำคกุ ไม่เกนิ 1 เดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ 5,000 บาท
หรอื ท้ังจำ� ท้งั ปรบั ตามมาตรา 90/2 (3)
55
TAX MAGAZINE
Column
ภาษที อ้ งถนิ่
by อวริ ุทธ์ ชาญชยั กิตติกร1
ภาษีท่ดี ินและสิง่ ปลูกสร้าง
(ตอนที่ 11)
เมือ่ วนั ท่ี 2 มิถนุ ายน 2563 คณะรัฐมนตรไี ดม้ มี ติเหน็ ชอบ ประชาชนและผู้ประกอบการท่ัวประเทศท่ีได้รับผลกระทบ
ร่างพระราชกฤษฎีกาลดภาษีท่ีดินและสิ่งปลูกสร้างบางประเภท
พ.ศ. ... โดยร่างพระราชกฤษฎกี าดังกลา่ ว มีสาระสำ� คัญเกี่ยวกบั จากการแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
การลดภาษที ดี่ นิ และสง่ิ ปลกู สรา้ งสำ� หรบั ปภี าษี พ.ศ. 2563 มี (COVID-19) เป็นการลดจ�ำนวนภาษีที่ดินและส่ิงปลูกสร้างใน
วัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื ชว่ ยบรรเทาภาระภาษที ด่ี นิ และสิง่ ปลกู สร้าง แก่ อัตราร้อยละ 90 ของจ�ำนวนภาษีท่ีค�ำนวณได้ให้แก่ที่ดินหรือ
ส่ิงปลูกสร้างท่ีใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ใช้เป็น
1 ผพู้ ิพากษาหวั หนา้ คณะในศาลอาญาคดีทจุ รติ และประพฤติมชิ อบกลาง, นบ. (รามคำ� แหง), นบท, รปศ. (นิดา้ ), นม. (กฎหมายมหาชน) ม.อสั สมั ชญั Certificated
of International Business Transactions and Taxation. Duke Center for International Development, Duke University Durham, North Carolina,
USA. Certificated of International Taxation Queen Mary, University of London, UK.
56
TAX MAGAZINE