The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บิสมาร์ค (Bismark) ชะตากรรม...ตำนาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-08-03 05:23:46

บิสมาร์ค (Bismark) ชะตากรรม...ตำนาน

บิสมาร์ค (Bismark) ชะตากรรม...ตำนาน






๑๔ วนของการสารวจพืนทองทะเลอยางละเอยด ยานสํารวจ ทีมีความยาวของลวดสลิงถึง ๕,๐๐๐ เมตร















ทงวนทงคน ตองยตลงดวยความลมเหลว เพราะไมสามารถ ดวยการบงคบจากบนเรอใหญ ใหใตตามความลาดชนของ








คนพบหลกฐานหรอรองรอยใด ๆ ของบสมารคเลย นอกจาก ภูเขาใตทะเลทีระยะปลอดภัยเพียง ๒๕ เมตร ดวยความมุงมัน




ซากเรือใบโบราณขนาดใหญในยุคศตวรรษท ๑๘ เทานัน วาจะตองคนพบซากบิสมารคใหได !






และเมองบประมาณสนบสนนหมดลง คณะสารวจกตอง ในชวงบายเขาก็ไดสารวจพบเศษซากชนสวนขนาด



เดนทางกลบดวยความผดหวง แตเขาก็ไมยอมแพหรอ เลกจานวนมากกองกระจดกระจาย โดยมบางสวนฝงจม









ลมเลิกความตังใจ โดยไดพยายามติดตอขอทุนสนับสนุน อยูในกองขเถาภูเขาไฟ แตก็มวสดชินหนงทลอยเดนขึนมา















จากองคกร National Geographic และกองทพเรือสหรฐฯ






อยางเหนไดชัดเจน นันก็คอซากรองเทาบทขางหนงทยังคง










อาศยชือเสยงและผลงานทนาเชือถอ เขาก็ไดรบ อยูในสภาพสมบูรณ





ทนสนับสนนมากกวาเดมเสยอีก และวางแผนจะออกเดน







ทางสารวจอกครงในตนปหนา ในครงนเขา



ไดเตรียมงานดานขอมลอยางสมบูรณทีสุด


โดยไดจดสงลกนองคนสนท(ทีเปนนักศึกษา




ปรญญาเอกชาวเยอรมน) เดนทางไปขอสัมภาษณ





เรอเอก ฟอน เรคแบรก ผชวยตนปนคนท ๔









ของบสมารคผทรอดชวตในวย ๘๐ ป ทบานพัก


พรอมทงไดรบหนงสอทเขาไดเขียนขึนมา เปน











ขอมลสาคญเพิมเตมสาหรบการสํารวจดวย



เมอขอมลสมบรณโดยเฉพาะจากทาง




ฝายเยอรมัน การดาสารวจกตรงเปาและมความ












หวงมากขน ในกลางดกของวนท ๔ มถุนายน ภาพวัตถุชินเลก ๆ ทปรากฏเดนชัดเหนอกองขเถาภูเขาไฟ








ค.ศ.๑๙๘๙ (วนที ๗ ของการดําสํารวจ) ทีมงานก็ไดตรวจพบ อนทาใหทกชีวตทเขายามอยูในหองควบคมเกดความสะเทอนใจ











เศษวสด ซึงวเคราะหไดวานาจะเปนชินสวนของโครงสราง อยางสด ๆ เวลา ๕๐ ปผานไปรองเทาหนงชนดีก็ยังคงสภาพ แต










สวนบนของตวเรอ ทถูกฝายอังกฤษระดมยงตกทะเลแลว รางเจาของนน ไดกลบคืนสธรรมชาติไปนานมากแลว


















จมลงสพืน ขอมลจากหนงสอทเขียนโดย ร.อ.ฟอน เรคแบรก ไมตองสงสยเลยวาเจาของรองเทาขางเดยวนี ก็



ระบวา ตงแตเรมปะทะในเวลา ๐๘๔๙ จนถึงการ คอ ๑ ในสองพนกวาศพของกาลงพลบนเรอบสมารค












จมในเวลา ๑๐๓๙ บสมารคยังคงแลนสายเปนงเลอยใน จะเปนรองเทาทตดอยกับขาขางทถูกสะเกดระเบดตดขาด













ทศทางระหวาง NW ถึง NE โดยตลอด ดงนนซากเรือจง ึ กระเดนตกทะเล หรอเปนขาขางทยังตดกับตวเขาขณะ












นาจะอยไกลออกไปในทศทางดงกลาว เขาจงตดสนใจปรบ จมลงมาพรอมกบเรือก็อาจจะเปนไดทังนน ตลอดเวลา













แนวทางหรอแกนของการดาสารวจไปในทศทางนน ทภาพดังกลาวปรากฏบนจอ Monitor บรรยากาศในหอง






ในคนวันรงขน ยานสํารวจกสองกลองกวาดพืนทอง ควบคุมเงียบสนิทราวกับอยูในปาชา ทุกคนทีเขายามหนา








ทะเล มาถงบรเวณฐานของกลมภเขาไฟใตทะเลหลายลก จอเฝามองภาพนน พรอมกับจินตนาการถึงเหตุการณเมือ








ทตงรวมกนเปนบรเวณกวาง โดยมขีเถาภูเขาไฟกองทบถม ๕๐ ปกอน หลับตาเห็นสภาพบนดาดฟาเรอบิสมารคทีมี













กันอยูเปนบรเวณกวางรอบฐานของภเขา ดร.บลลารด ไฟลุกทวม และถูกกระหนํายิงจากทุกทิศทางโดยไมปราณี



วเคราะหจากประสบการณแลวลงความเหนวา ซากบสมารค นึกถึงภาพกะลาสีเดกหนมสองพันกวาคน ทีถอดใจนอนรอ












นาจะจมฝงหรอตดคางอย ณ มุมใดมุมหนึงของกลุม ความตาย หรือทีกําลังดินรนตอสูอยางสุดชวต เพือความ









ภูเขาไฟเหลานี และตดสนใจเดนหนาตอไปดวยการลาก อยูรอด !



ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 099



ภาพวาดแสดงนาทสดทาย


ของบสมารคกอนจม โดยมเรอ





ลาดตระเวนหนกดอรเซ็ทไชร

แลนปดระยะเขามาจอยิง
ดวยตอรปโดเปนฉากหลัง



ทามกลางกองเพลงทลกไหม


ทวมลา ไมมการปลอยเรอ










ชวยชีวตลงนาแมแตลาเดยว!!





แสดงวาลกเรอทง ๒,๐๐๐ กวาคน

ตางนอนตายหรอรอความตาย





อยูบนเรอ คงมจานวนนอย คอ



ประมาณ ๑๐ เปอรเซ็นต ท ่ ี




ตดสนใจโดดลงนา และรอด

ชีวตมาไดแค ๕ เปอรเซ็นต


เทานัน (๑๑๒ คน)



ทมงานลากยานสารวจ Argo อยางชา ๆ โดยรกษา มนเปนซากปอมปนใหญขนาด ๑๕ นิว!! และเรือเจาของ








ระดบท ๒๕ เมตรจากพนทองทะเล แลวแลนคนหาซากเรอ ปอมกนาจะซกซอนตวอยูในบรเวณใกลเคยงอยางไมตอง







บสมารคตามแนวรองการลนไถลของกองขเถาลงมาจาก สงสย เขาสงการใหลกทมบงคบยานสารวจแลนหมนเปน















แนวไหลภูเขาไฟใตทะเลตอไป หลงเวลา ๒๒๐๐ เลกนอย วงกนหอย รอบซากปอมปนโดยขยายรัศมออกไปทละนอย










ดร.บลลารดเรมรสกถึงความออนลา จากการทไดอานวยการ (เชนเดียวกับการคนหาผประสบภยในทะเล) แลวขอตวกลบ
















คนหาในหองควบคมตดตอกนเปนเวลา ๓๖ ชัวโมง โดย ไปนอนหลบตาชวคร




ไมไดพักผอน





ดวยความออนเพลยเขาไดหลบเปนตายจนถึงรงเชา 




ในขณะทเปลอกตาของเขาหนกลงจนแทบจะไม (วนท ๗ มถุนายน ค.ศ.๑๙๘๙) เมอตนขึนมาเขารบกลบไปท ่ ี












สามารถฝนตอไปได เขาก็ไดยินเสยงพนักงานควบคมยาน หองควบคมโดยทนท ภาพทีเหนก็คอ รอบ ๆ ซากแทนปน











สารวจ ทอทานกบตวเองอยางตนเตนตอภาพ VDO จาก ทโผลขึนมาจากชนโคลน เปนพืนทองทะเลทวางเปลาเปน
















กลองดานหนายานทีมองเหนไดในระยะไกล และเม่อเขา บรเวณกวาง โดยยานสํารวจไมพบอะไรอกเลย โจทยใหญ


นํายานเขาไปใกลทระยะ ๒๐ เมตร ทกคนในหองควบคมท ี ่ ขอใหมเกิดขนอกแลว! ลกทีมคนหนึงตังขอสงสัยวา เปนไป












กําลงจองมองไปทจอภาพกลอง VDO ดานหนายาน ก็ได ไดหรอไมทวา ภายใตกองขเถาภูเขาไฟนีจะฝงซากของ







มองเหนภาพ (ขาว-ดา) ของวตถุทรงกลมขนาดใหญคลาย บสมารคไวทงลา โดยโผลใหเหนเฉพาะตัวฐานปอมปน?














ฐานของเสาหรอปอม โผลขนมาจากพืนขีเถาภูเขาไฟ เมอ


ดร.บลลารดประเมนวามความเปนไปไดนอยมาก






ยานแลนเขาใกลภาพในจอกเรมขยายใหญและชัดเจนขึน เพราะลาพังชนของขเถาภูเขาไฟก็คงไมสูงพอทีจะปดคลุม








ทกคนก็สามารถสงเกตเหนวา ขอบของวตถุทรงกระบอกท ่ ี รางของเรอประจญบานขนาดมหมาได ถึงแมวาบรเวณน ้ ี









โผลขึนมาจากพืนเลนขีเถา มลกษณะเปนรองหยกรอบตว














มนคือขอบฟนเฟองทฐานของแทนปน! อาจจะมดนเลนจานวนมาก ทไหลตามลงมาเหมอนหมะ



ถลมแลวกองถมเพมจานวน ซึงในกรณนันพืนทองทะเล






“พบแลว !!” Bill Kirk พนักงานบงคบยานตะโกน รอบบรเวณนก็จะตองกลายเปนภูเขาลกเลก ๆ อกลก












ดวยเสียงดัง เปนคําอทานเชนเดียวกันกับเมอครงทเขาก็คอ หนง นอกจากนันก็จะตองมีโครงสรางทีแข็งแรงสวนอน













คนแรกทไดขับยาน Argo ไปพบซากเรอไททานก เมอป ทอยูสงกวาแทนปนใหญ เชน หองอานวยการรบ หอรบ
















ค.ศ.๑๙๘๕ ดร.บลลารดคานวณขนาดของแทนปนทปรากฎ รวมทงหอควบคมการยิงภาคหวและทาย โผลขนมาใหเหน













บนจอภาพตามหลกวิชาการและประเมนไดวา เสนผาศนยกลาง บาง



ของวงแหวนฟนเฟองทฐานปอมกวางประมาณ ๘ เมตร


100 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)


โดยทวไปแลวปอมปนใหญของเรอ







ประจญบานทมเกราะหนาปองกน จะม ี



นําหนกอยูในเกณฑประมาณ ๑ ใน ๑๐๐


ของนาหนกเรอ บสมารคมระวางขบนาเตม








ท่รวมหาหมืนตัน ดงนนปอมปนขนาด ๑๕ นิว ้








แตละปอมจงนาจะหนกประมาณ ๕๐๐ ตน






หากตงสมมตฐานวาทงฐานปอมปนและ

ซากสวนชินเลกชินนอยเหลานี ไดลนไถล






ลงมาพรอมกนภายหลังการตกกระแทกพน



เมอความลาดชนของสนเขาลดลง



ความเรวในการไหลกจะตองลดลงดวย ใน


ขณะทซากวัสดทเบากวาก็จะถกกระแส










มวลขเถาภูเขาไฟพัดพามากองอยูทพืนราบ






แตสาหรบฐานปอมปนทหนกกวามากเมอ



ซากฐานปอมปนใหญแทนคูขนาด ๑๕ นิว รอยเทาสาคญในการ ความเรวตกโมเมนตมของการลนไถลกจะ











แกะรอยตามหาตวบสมารค ในภาพเล็กคือภาพแบบแปลนและสภาพ ลดลง และเมอถงจดหนงกจะไมสามารถเอาชนะความฝดหรอ















จรงขณะตดตงบนดาดฟาของบสมารค


แรงเสยดทาน อนเปนผลลพธของนาหนกสุทธิของวัตถุที ่











กระทาตอผวพืนได นีคอกฎพืนฐานของวชากลศาสตรและ




เปนเหตผลทอธบายวา ทาไมซากปอมปนจงจมอยหางจาก






เหลอเวลาอกไมถึง ๔ วน! เขาตัดสนใจระงบการ กองซากชินสวน บนเสนทางของการลนไถลเหนอขนไปตาม









คนหาอยางไรจดหมาย แลวเรมกระบวนการประมาณ แนวลาดชนอกหลายรอยเมตร








สถานการณใหม โดยใชตาบลทตงของซากแทนปนอนเปน







รอยเทาหลงสดของบสมารคเปนจดอางองสาคญ ดวย ถาทฤษฎนีถูกตอง นันก็หมายความวา ซากเรือ















สมมตฐานวาแทนปนแทนเดียวทสํารวจพบไดในคืนทีผานมา บสมารคทหนกกวาปอมปนใหญถึง ๑๐๐ เทา จะตองหยด









นาจะตดอยูกับลาตวบสมารค แลวจมลงมาดวยกันจนถึง การไหลลงตามความลาดชนทจดเหนอขนไปอกมาก! เขา





















จดทกระแทกกบพนทองทะเลอยางแรง จงไดกระเดนหลด จงตดสนใจอยางเดดเดยว ใหทมงานบงคบยาน Argo ไตขึน








ออกจากตวเรอ จากนันก็ลนไถลตามความลาดเอยงของ ตามแนวลาดชนของภูเขาไฟยอนทศทางของการลนไถล












ไหลภูเขาไฟลงมาดวยกัน โดยมกองเถาภูเขาไฟทไหลตาม โดยใหลดระดบความสงจากพืนทองทะเลลงเหลือ ๒๐ เมตร ซึง ่










มาดวยเปนแรงสงลงสูทีราบเชิงภเขา พรอมกันนันบรรดา ถือวายากและอนตรายมาก สาหรบการบงคบสายเคเบลท ี ่








ชินสวนขนาดเล็กทมนําหนกเบา ก็จะไหลตามผวของชน ยาวถึง ๕,๐๐๐ เมตร และเสยงมากในกรณทพืนทองทะเล














โคลนตามลงมาดวย เปนภูเขาไฟ แตเมอมาถงจดนี “do or die!” สถานการณ






และปจจยเวลา บบบงคบใหตองตดสนใจเสยง หากยังหวง ั










นีก็คอเหตผลของการทไดสารวจพบกองซากชนสวน ความสาเรจ!










ขนาดเลกจานวนมากเมอวนกอน และหลงจากทเขานํายาน






ไตตามสนเขาขึนไป สวนทางกบรองรอยการไหลของขเถา เขาสงการใหทมงานบงคบยาน Argo แลนไตขึนไป













ภูเขาไฟเม่อกลางดึกคืนวาน เขาจงไดพบกบซากแทนปนใหญ ตามแนวสนภูเขาไฟใตทะเล ตามรองรอยการลนไถลของ









ทหนกกวาซากชินสวนกอนหนานีมาก จมฝงอย ู ขีเถาภูเขาไฟดวยความระมดระวงสงสด พรอมกบสารวจ










พืนทองทะเลในบรเวณนนอยางละเอยด เปาหมายกคอ

ซากเรือบสมารค

ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 101










หลงเวลาเทยงคืนเลกนอย (นันหมายถงการเรมตน “เปาโซนารขนาดใหญระยะ ๒๐๐ เมตร ทางกราบขวา”








ของวนท ๘ มถุนายน ค.ศ.๑๙๘๙) ยานสํารวจทีถูกบังคับให เสียงรายงานของพนักงานโซนาร ดงเตือนใหทีมงาน







แลนกวาดทางขวาง แลวคอย ๆ ไตระดบขนตามแนวไหล เพงความสนใจ ดร.บัลลารดยืนยันรบทราบพรอมกับ






เขา ก็มาถงขอบทางดานตะวันตกของกองขเถาภูเขาไฟทไหล วเคราะหสภาพพืนทองทะเลตามภาพจากกลอง VDO ของ


ลนลงมา


ภาพจําลองเหตการณเสมอนจรง ในลกษณะการ







จมลงสกนมหาสมทรของบสมารค
๑. แมจะหมดสภาพในการยงตอบโต แตบสมารค






ก็ยังคงแลนตอไปไมหยดนิง โดยสวนทายเรือคอย ๆ










จมตาลงอยางชา ๆ จากรอยแผลของการระเบดจาก
ภายในทีสวนทายเรือ





๒. เมอนาทะเลไหลทะลกเขาเตมทองเรอ บสมารค







ก็จมลงอยางสมบรณในลกษณะพลกตะแคงทางกราบ




ซาย และสวนปลายทายเรือหกขาดออก










๓. บสมารคจมดงลงในลกษณะควาหนารกษาระดบ






โดยปอมปนใหญทง ๔ ปอมหลดออกจากลาตวเรอ



แลวจมนาลงไปกอน พรอมกบชนสวนของโครงสราง




เหนอดาดฟาทเสยหายจากการถูกระดมยง







๔. เมอนาทะเลไหลเขาแทนทอากาศภายในโดย






สมบรณ บสมารคก็พลกตัวกลบในแนวระดบอยางสม





ดลยอกครง ดวยสภาพลําตวเรอทยังมนคงแขงแรง






บสมารคจมลงในทางดง และรกษาระดบเชนเดียวกับ










เรอดานําทดาลงกบดาน


๕. ประมาณ ๒๐ นาทหลงจากการจมจากผิวนํา





สวนทายเรือกสมผสพนทองทะเลซงมลกษณะเปน










กลมภเขาไฟทความลก ๔,๘๐๐ เมตร

๖. ซากบสมารคไหลลนตามชนขีเถาภูเขาไฟ ลง










จากไหลเขาสทราบในลกษณะเดยวกับการเลนสกหมะ



แลวจอดสงบนงในลกษณะสมดลอกครง







102 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)







ยานสงขนมาแสดงบนจอ สภาพพืนทองทะเลเรมเปลยนไป











โดยขีเถาภูเขาไฟเรมกองทบกนเปนสนสงขน คลายกับแนว



ลกคลน “เปาขนาดใหญที ๒๐๐ เมตร กราบขวา นาจะเปน







แนวหนาผา หรอหลบเขาใตนําทกองขเถาภูเขาไฟไหลลงมา








ปะทะ แลวยกตัวสงขน” เขาแสดงความเห็น แตถึงอยางไร
ก็ตองเขาไปสารวจดวยสายตาใหชัดเจน เพราะถาหลดไปก ็







จะไมมโอกาสหนหลงกลบมาอกแลว






สภาพอากาศทอาวบสเคยเลวรายขึนตามลาดบ

เปนไปไดวาพายุเฮอรเคนกลางมหาสมทรแอตแลนตก


















กําลงจะกอตว คลนลมททวความรนแรงขึนทําใหเรือ Star จอ Monitor ขนาดเลกทตดตงเปนพิเศษในหองนอนสวนตัว ทาให








Hercules ไมสามารถรกษาตาบลทใหนิงอยได สงผลให ดร.บลลารดฯ สามารถเฝาตดตามสถานการณของยานสารวจ







ทมงานไมสามารถบงคบยาน Argo ทอยูลกลงไปถง อยางใกลชิดไดตลอดเวลา





๕ กิโลเมตรใหวงตรงเขาหาเปาได การลากเลยผานทหมาย









ไปเปนระยะทางเกนกวา ๑๐๐ เมตร จะทาใหไมสามารถใช ชวงเวลานนเปนรอบของทมงานผลด ๐๘๐๐-

กลอง VDO ทัง ๓ ตวในยานบันทึกภาพเพือการวิเคราะห ๑๒๐๐ ซึงผูบังคับยาน Argo ก็คอ Bill Kirk นายทายเรือ












ดวยสายตาได เกรด A ของทมงาน Kirk เปนผทมสมาธและปฏกิริยา






สงมาก ดร.บลลารดนังเฝาตดตามภาพทหนาจอ พรอมทง ้ ั



ภายใตสภาพทองทะเลทปนปวนทมงานตอง













พยายามลากยานสํารวจเลยวกลับเขามาหาเปาใหม ครงแลว สงเกตตวเลขแสดงความลกและทศทางของยาน ทมการ












ครงเลาดวยความยากลําบากอยางยิง แตจนแลวจนรอดก ็ เปลยนแปลงอยางรวดเรว ทกครงทภาพหนาจอแสดงเงา







ยังไมสาเรจ ดร.บลลารดไดยืนสงการมาจนถงเวลา ๐๓๐๐ ตะคมขางหนา อนสอวายานกําลงเขาใกลวตถุทมความสง ู










ของวันใหมและไมสามารถทนฝนไดอีกตอไปแลว จึงสังทีม หรอหนาผา พรอมกับนึกชืนชมในความนิง และปฏิกิริยา












งานใหสงตอไปยงยามผลดตอไปวา ใหบงคบยานเขาใกล อนรวดเรวของนกบนมอหนงคนนี ้







เปาโซนารในระยะสายตาใหได หรอถาไดเหนภาพทีนา เขานังคดอยูคนเดียวในใจวา เมอ ๔ ปกอนหนานี ้




สงสยใหปลกเขาในทนท จากนันก็พารางกลบมายงหองพก Bill Kirk ก็คอผูทีบังคับยาน Argo ลํานี ดาลงไปคนพบซาก
















แลวทิงตัวลงหลับอยางหมดสภาพ เรอไททานกเปนคนแรก และเมอคนวันวาน เขาก็เปนคนแรก



ทมองเหนซากฐานปอมปนใหญของบสมารค แมจะไมเชือ






หลงเวลา ๐๙๐๐ เลกนอย เขารสกตัวตนขึนมา และ















พบวาเขาไดหลบเปนตายไปเกอบ ๖ ชัวโมง โดยทไมมใคร เรองโชค-ลาง แตเขาก็มความมนใจลก ๆ วา พอหนมคนน ้ ี

















มาปลก แสดงวาตลอด ๖ ชัวโมงทผานมา ยามทงสองผลด นาจะเปนคนแรกสามารถทไลจบบสมารคได






ยังไมพบรองรอยอน หรอไมก็ยังไมสามารถพิสูจนทราบ ระหวางทคดเพลนก็ปรากฏภาพแนวผนงสเทาออน






เปาโซนารหลงสดดวยสายตาได ตวเขาเองกยังรสกเพลีย ตงขวางหนายานสํารวจ ปรากฎขนทีหนาจอและขยายใหญ









อยู จงตดสนใจเอนกายพักผอนอยในหองพกอกสกระยะหนง ขึนอยางรวดเร็ว แสดงใหเห็นวายานกําลังเคลือนตวเขาใกล
















พรอมทงเฝาตดตามภาพทปรากฏในจอ Monitor ขนาดเลก วตถุดงกลาวมากจนเกือบจะชนแลว “หนาผา !! Bill ดงขึนเรว !”













ซึงทมงานไดตดตงไวเปนพิเศษ ในขณะเดยวกันก็ครนคิด เขาเผลอตัวตะโกนเสียงดังลันหอง แตแลวก็รูสึกโลงใจเมือ







ดวยความกังวลถึงความสําเรจหรือความลมเหลว ทีจะเกิดขน เห็นภาพแนวสีเทานัน (ภาพจากระบบกลองวงจรปดจะเปน









ในอกไมถึง ๔ วนขางหนานี ้ สขาว-ดา) เคลือนผานใตทองยานไปอยางฉิวเฉียด แสดง



ใหเหนวา ปฏกิรยาของ Bill Kirk เรวกวาเสยงเตือนของเขา




เสยอีก


ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 103




National Geographic ทเรมการบนทกเหตการณอยาง










มออาชพ แมแตทมงานทเพิงออกยามไปนอนพกผอนได




ไมนาน ก็อดไมไดทจะมามสวนรวมอยูในวินาทีแหงความ



สาเรจนดวย







ระหวางททมงานกาลงยอนดเทปจากการบนทก






ของกลอง VDO หนายานสํารวจ เพือรวมรบรวนาทแหง



ประวตศาสตรของการคนพบซากเรือ พรอมทงจบมอ-







โอบกอดแสดงความยนดีตอกนและกน ก็มีใครคนหนึงเปด


เพลง “Sink the Bismarck” เพลงฮิตในยุค 60s ทีขับรอง



โดยนักรองลกทงชอดงชาวอเมรกัน Johny Horton เพือ











ภาพ VDO แสดงเงาวตถุสเทาจางๆ เคลอนผานใตทองยานสารวจ สรางบรรยากาศ แตสาหรบ ดร.บลลารดไดเขียนในบนทก












Argo อยางรวดเรวในระยะหาง ๒๐ เมตร มนคือปอมปนกลางแทนคู  ของเขาวา...โดยสวนตัวเขากลับมความรสกในทางตรงขาม







ทยังตดอยูบนลาตวเรอทางกราบขวา....พบแลว ! จับตัวไดแลว !!






เพราะเนือเพลงไมสอดคลองกบขอเทจจรง ทีเขาไดคนควา


มาอยางละเอยด และกาลงจะนาออกตแผดวยหลกฐานท ่ ี






ขณะทเขากําลงนกขําและชนชมอยนัน ภาพทีปรากฏ











ขึนบนจอ VDO ตามหลงมาอยางชดเจนชนิดเกือบเตมจอก ็ เขาไดคนพบเปนคนแรก














คอ ภาพเงาสีเทาลาง ๆ ของปอมปนขนาดกลางทยังม ี แตเมอคดใหลกซึงลงไปอกขัน เขาก็สามารถมองเหน



ลากลองตดอยูทง ๒ กระบอก เลงเฉียงแบบพรอมยงทาง สัจจธรรมความเหมือนของตัวนักรอง และเรือเจาของ







กราบขวา “พระเจา! มันคือปอมปนขนาด ๑๕๐ มม.แทนคู เนือเพลง เพราะ Johny Horton คอนกรองลูกทุงอนาคตไกล




กลางลา!!” ความงวงและเพลียหายหมดไปดังปลิดทิง เขา ทีสรางตัวขึนจนโดงดังดวยความยากลําบาก แตก็มีอันตอง




กระโจนออกจากหองพกวิงไตบนไดอก ๒ ดาดฟาไปยง จบชีวตลงกอนวยอันควร ดวยอุบัตเหตุรายแรงบนทองถนน







หองควบคมพรอมทงตะโกนไปตลอดทางวา “พบแลว... เชนเดียวกับชะตาชีวตของบิสมารค เรือเจาของผลงาน





จับตัวไดแลว!!” (ในภายหลังเขาใหนึกขําตวเองวา ปฏิกิริยา เพลงของเขาทีแจงเกดดวยวีรกรรมกองโลก แตก็มี





ดงกลาวคลายกับอารคมดส นักวิทยาศาสตรชาวกรีกโบราณ อันตองพบจุดจบภายหลังการออกรบครังแรกไดแค
























ทกระโจนขนมาจากอางอาบนา แลววิงดวยตัวลอนจอนไป ๘ วนเทานัน ซึงทัง Johny Horton และบิสมารค


กลางตลาด พรอมกบตะโกนไปตลอดทางวา “ยูเรกา... ตางกไดรับการจารึกชือเปน “ตานาน” หนาหนึงในประวัตศาสตร









คดออกแลว!”) ของนกรองและนกรบทางเรอ ดวยกันทงค ู





เมอเขาเขาไปในหองควบคม แจค มาวเรอร (Jack

Maurer) หวหนายามก็ชิงกลาวสพยอกเขาวา “หัวหนา ใน

ทสดคณกพลาดอกครง” (แจค หมายถึง วนาทีทีคนพบ

















ซากเรือไททานกเมอ ๔ ปกอน ซึง ดร.บลลารดกําลงนง







อานเอกสารอยในหองพกทไมมจอ Monitor และไดรขาว
ชากวาเพือน) เขาตอบกลับอยางหนักแนนวา “ครังนไมใช







แจค! ผมเหนภาพพรอมกบพวกคณทจอ Monitor ใน






หองพก และกอนมาถงทนีผมกไดวงตะโกนกระจายขาวไป








ทวลาเรอแลว" หลังจากนันเพียงอึดใจเดียว ในหองควบคุม “นาทแหงความสาเรจ!” คณะสารวจทงหมด (รวมทงยามผลดดก






























ก็แนนไปดวยทมงานเกอบ ๒๐ ชีวต รวมทงทมชางภาพของ ทเพิงพนหนาทไดไมนาน) มารวมตวกันจนแนนหองควบคม และจบมอ






โอบกอดแสดงความยนดี

104 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)








ความสาเรจของโครงการอยใกลแคมอเออมแลว โครงสรางเหนือดาดฟาหลักสวนใหญ ถูกแรงระเบิดกวาด






ดร.บลลารดและลกทมมความรสกเหมอนไดยกภูเขา กระเด็นตกทะเลไปเกือบหมด เชนปกสะพานเดินเรอ








ออกจากอก หลงจากทไดแบกมนไวดวยความกังวลถง ทังสองขาง เสากลองวัดระยะ หออํานวยการยิงปนรอง







๒ สปดาหเตม ใน ๓ วนทเหลอทมงานของเขาจะตองลาก และปลองควัน เปนตน คงเหลือแตสวนโครงสรางที ่




ยาน Argo แลนสารวจซากเรอบสมารคในระยะใกลทุก มีเกราะหนาปองกัน เชน สะพานเดินเรอปด และ



ซอกทกมม พรอมทงบนทกภาพทีคมชดทสดใหไดมากทสด หองบญชาการรบ หออานวยการยิงปนใหญภาคหว-ทาย



















ทงภาพตอเนองของกลอง VDO วงจรปด และกลองถาย และปอมปนขนาดกลาง (๑๕๐ มิลิเมตร) แทนคูทัง ๖ แทน
ภาพสไลดทเปนฟลมส ี เทานัน











หลงจากนันเขาก็จะนาขอมลรายละเอยดทงหมด เปนทนาสงเกตกคอ ถึงแมวาโครงสรางทเหลออย จะ


















ทไดเหนประจกษดวยตามาประมวลเขาดวยกัน แลวใชหลัก มีรอยกระสุนปนเจาะพรุนเหมือนรังผึง แตตวดาดฟาเรยบ









การทางวทยาศาสตรใตนํา ผสมผสานกบประสบการณของ และลําตวเรือเหนือแนวนํากลับมีรองรอยความเสียหาย


พวกเขาในสาขานี ้ จาลองภาพเหตการณบนเรอบสมารคท นอยมาก ยกเวนรขนาดใหญบริเวณดาดฟากลางลํากราบ











กลางมหาสมทรแอตแลนตก ในชวงสายของวนท ๒๗ ซายเทานัน (ซึงทีมงานสันนิษฐานวานาจะเกดจากกระสุน











พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ตงแตลกษณะการจม การเดนทางลง ปนใหญนัดหนึง ทีไดเจาะทะลุลงไปทําใหคลังกระสุนใต






สกนมหาสมทร จนกระทงกระแทกกบสนภูเขาไฟใตทะเล ดาดฟาระเบิด) ความแข็งแรงของดาดฟาและลําตวเรือเปน








แลวลนไถลลงไปสเชิงเขาพรอมกบคลืนของขเถาภูเขาไฟ ผลมาจากแผนเกราะเหล็กขนาดหนาถึง ๓๐ เซ็นติเมตร










จานวนมหาศาล จนจอดนงสนทอยเปนเวลาเกือบ ๕๐ ป ปองกันรอบตัวเรอ และเปนเหตุผลทีบิสมารคถึงแมจะถูก




บนทราบเชงไหลเขา ณ ตาบลททเขาคนพบ ซึงขอมลทงหมด ยิงขางเดียวเปนเวลาถึง ๙๐ นาทีแตก็ไมยอมจม เพราะแม










จะนาไปสการไขปรศนาทคางคาใจ ในหมนักประวตศาสตร จะมีไฟลุกทวมทังลํา แตทองเรือยังผนึกนําไดสมบูรณดอยู















การทหารเกยวกับการจมของบสมารค อนเปนความมง เมือนาไมเขาทวมภายใน เรือก็ยังลอยลําอยูได



หมายของการสารวจของเขาดวย แตภาพทีทาให ดร.บลลารดประหลาดใจกคอ











ภาพ VDO ทีกลองในยานสํารวจสงขึนมาแสดงที บริเวณสวนปลายทายเรือทีขาดหายไป ทิงใหเห็นรอยแผล


หนาจอ แสดงใหเหนถึงสภาพโครงสรางเหนอดาดฟาเรยบ ทีเรียบตรงราวกับถูกใบมีดปงตอขนาดยักษ สับใหขาดออก












ทมรองรอยรกระสนของปนใหญประจาเรอประจญบาน จากกัน นีไมใชบาดแผลจากการถูกตอรปโดอยางแนนอน!







และเรอลาดตระเวณหนกองกฤษจานวนนับไมถวน (จาก แลวมันเกิดจากอะไร? นีกระมังทีคอ “ความลับทีใตทะเลลึก”







การบนทกหลกฐาน ฝายอังกฤษไดระดมยงปนใหญใสบสมารค อันจะเปนกุญแจไขปริศนาการจมของบิสมารค(ทีนักประวัตศาสตร










ถึง ๒,๘๗๖ นัด และกระทบเปา ๔๐๐ นัด !) จึงเปนเหตุให ไดถกเถียงกันมาเกอบ ๕๐ ป) ไดในทีสุด!
ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 105







ภาพจําลองวนาทแรก ทยานสํารวจ Argo ถูกลากขามซากเรอบสมารค



และสงภาพปอมปนแทนคูกลางลาขึนมาทหองควบคม... “พบแลว..จับตัวไดแลว!”



106 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)











อะดอลฟ ฮตเลอร ผนํานาซี กําลงเดนตรวจแถวกาลงพลทบรเวณทายเรือ





ภาพทีไขปรศนา “ความลับใตทะเลลก” คอสวนปลายทายสุด



ของบสมารคทขาดออกเปนแผลเรยบ ในภาพเล็กคือรอยตะเขบของ










การเชือมพนงกนนําทายสุด ซึงสวนทขาดออกไป (แนวเสนประสแดง)






ก็ใกลเคยงกับบรเวณท “ผนํา” อะดอลฟ ฮตเลอร กําลงเดนตรวจแถว












กําลงพลทบรเวณทายเรือ (ภาพเล็กดานบน)









ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 107










ขอมลทเรอเอก ฟอน เรคแบรก บนทกไวในหนงสอ จดทบอบบางทสดของเรอรบเยอรมน(และก็นาจะ




















ของเขากคอ คาบอกเลาของจาเอกจนัค (Junack) จาพรรคกลน เปนเชนเดียวกับเรอรบทวๆ ไปดวย) ก็คอทีทายเรือใตแนวนํา ้










ประจาหองควบคมเครองจกรใหญ (๑ ใน ๑๑๒ คนทีรอดชีวต) บริเวณทีแกนหางเสือและเพลาใบจักรโผลออกมาจากลําตวเรอ






จนัคใหการวาเขาประจาสถานีอยูขางนาวาโทเลหมานน เพราะจะอยนอกแนวเข็มขัดเสือเกราะ (Armoured Belt)
















ตนกลเรอ ขณะทมคาสงจากตนเรอผานทางโทรศพท รวมทังเปนบริเวณทีมีโครงสรางขนาดใหญเคลือนไหวตลอด



ภายใน (ระบบประกาศคําสังขัดของจากการรบ) ใหเริม เวลา ดงนนภาพสวนปลายทายเรือบิสมารคทีทีมเขา





ปฏบตการจมเรอตวเอง แลวสละเรอใหญไดในทนท ี สารวจพบ จงเปนหลกฐานเชิงประจกษวาไมไดเกิดจากการ















ถูกตอรปโดยิง แตเปนการวางระเบิดจากภายในเพือเปด


เขาไดยินนาวาโทเลหมานนสงการใหพรรคกลิน





ประจาหองเครองจกรใหญและหองหมอนา แยกยายกัน ทางใหนําทะเลจานวนมหาศาลไหลทะลกเขาสทองเรอ




























ไปเปดลนรดาวนใตทองเรอทกตัว แลวรบใตขึนสดาดฟาใหญ และจดทพันจาเอกชมตท พันจาปองกนความเสยหาย(ทีไดรับ



















โดยทงประตผนกนําทกบานใหเปดคางไว พรอมทงสงให บทบาทเปนผทาลาย) วางระเบิด ก็คอทีรอยตะเขบของการ









พันจาเอกวลเฮลม ชมตท (Wilhelm Schmidt) พันจา เชือมระหวางผนงผนกนํา (Watertight Compartment)





หวหนาชุดปองกนความเสยหายภาคทาย ไปปฏบตการ ทายสุดของเรอนนเอง








ตามแบบฝกในการจมเรอตวเอง ก็คอทาอยางไรกไดให


นําทะเลจานวนมากไหลทะลกเขาทองเรือ เพือใหเรือจมลง






โดยเรวทสด และวธีการทสมฤทธผลมากทสดโดยผปฏบต ิ

















ปลอดภย ก็คอการวางระเบดทาลายดวยการจุดชนวนใน





ระยะไกล ตรงจดทบอบบางทสดของเรอ


108 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)












อนง การจมเรอตวเองดวยการวางระเบดทายเรือ ความกดดนจากภายนอกนีจะเพิมขนตามสดสวน



ใหขาดก็ไดเกิดขนมากอนหนานีแลว เชนในกลางเดอน ของความลึก ยิงลึกมากแรงกดของนํารอบดานก็ยิงทวีความ



















ธันวาคม ค.ศ.๑๙๓๙ ภายหลงทสงครามโลกครงท ๒ เกิดขนได รุนแรงมากขึน จนเกินเกณฑทีวสดุทีหอหุมเรือจะสามารถ
ไมนาน เมอเรอประจญบานกระเปา Graf Spee ของเยอรมน ทนทานได สําหรับเรือดํานําทีทันสมัยทสุดในยุคปจจุบัน















ถูกหมเรอองกฤษไลตอนไปจนมุมทีปากแมนําเพลต(River หรือแมแตเรือดํานําพลังงานนวเคลียร ก็จะสามารถทนตอ





Plate) ประเทศอรกวัยในอเมรกาใต และผบงคบการเรอ สภาพความกดดันของนาทะเลไดทีความลึกไมเกิน ๕๐๐ เมตร











นาวาเอก ฮนส ลางสดอรฟ (Hans Langsdorff) ไดตดสนใจ เทานัน หากลึกไปกวานันแรงดันของนาก็จะบีบทําลายตัวเรอ















จมเรอและชวตตวเอง ซึงภาพของเรอขณะจมทผเรยบเรยง แลวแตกกระจายออกดวยแรงดนยอนกลบจากการขยายตัว














ยังจาไดก็คอ การทสวนทายของเรอถกวางระเบดจนหัก ของอากาศทีถูกขังอยูภายในตัวเรอ ปรากฏการณทาง





และโกงขนตังแตตนเชนเดียวกัน วทยาศาสตรนี้มีชือเรียกวา “การระเบิดจากภายใน”


(Implosion)

องคกร National Geographic
Association ของสหรฐฯ ไดกระจาย


ขาวการคนพบ หลงจากเรอไดสาเรจภารกิจ



และกาลงเดนทางกลบไปยงทาเรอทางใต












ของเกาะองกฤษ เมอเรอเขาจอดกมนัก
ขาวจานวนมากมารอทาขาว และคาถาม





แรกตามทเขาคาดการณและเตรยมคําตอบ


ไวแลวก็คอ... “ในทีสุดแลว บิสมารคถูก




เรอรบอังกฤษยงจม หรือจมตวเอง?”

ดร.บลลารด ตอบคาถามโดยยกเอา


ประสบการณของเขาเสรมดวยทฤษฎของ

“การระเบดจากภายใน” (Implosion) วา




วรกรรมอนเปนตํานานของเรอประจญบาน Graf Spee ในการ เทาทผานมาซากเรือทกลาทเขาสารวจพบ จะมสภาพแตก















จมตวเองดวยการวางระเบด ในภาพจะเหนวาสวนทายเรือยกตัวขึน กระจดกระจายเปนชินเลกชินนอย เนืองจากเปนการจม







และกาลงจะขาดออกจากตวเรอ










โดยไมทนตังตวไมวาจากอบตเหต ลมพายุ หรอการสรบ



ก็ตาม สภาวะดงกลาวภายในลําตวเรอโดยเฉพาะในทองเรอ







อยางไรกตาม สวนทายของเรอทขาดออกไปกเปน ก็จะมอากาศถูกกักขังตกคางอยจํานวนมาก เมือเรือจมลง








ไดแควตถุพยาน ทใชสนบสนนการวิเคราะหของเขาเทานัน ในความลกทแรงดนของนาทะเลภายนอก สงกวาแรงดน



















คาเฉลยของปรศนาการจมของบสมารคทเขาเตรยมไว ภายในตัวเรอมาก (มากกวา ๕๐๐ เมตร) ก็จะเกิดการระเบิด




แถลงตอสาธารณะ (โดยเฉพาะตอสือสารมวลชน ทีคาดเดา จากภายในตามทฤษฎดงกลาว ทาใหซากเรือทพืนทองทะเล











ไดวาจะมารอทาขาวการคนพบของเขาอยางลนหลาม เมอ แตกกระจดกระจาย ไมสามารถคงรปรางเดมอยได









เรอสารวจ Star Hercules มกําหนดกลบถงทาเรอทางใต






ของเกาะองกฤษในอก ๒ วนขางหนา) ก็คอ ตรรกะ และ




หลกการทางวทยาศาสตร เกียวกับความกดดนของนาท ี ่





กระทาตอวตถุทกําลงจม




ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 109


ซากบิสมารค

เมอมองจากทางกราบซาย



















1. เครองหมายนาซ (สวสดกะ) ทดาดฟาหวเรอ







2. โซสมอขวาทขาดจากตัวสมอแลวไหลลงไปขดอยู


กับรอยกระสนปนใหญ
3. ฐานปอมปน “A” (Anton)
4. ฐานปอมปน “B” (Bruno)







ซากบิสมารค





10. ซากโรงเกบเครองบนทะเลและเรอชวยชีวต



เมอมองจากดานบน


12. ซากหออานวยการยิงปนตอสอากาศยาน

ภาคทาย


14. ฐานปอม Dora พรอมรอยลกกระสน
ปนใหญ
17. สวนปลายทายเรือทขาดออกไป













11. ซากแทนไฟฉายขนาดใหญทายเรือ


15. ซากพัดลมระบายอากาศทายเรือกราบขวา
110

16. ชองบนไดขน-ลงภาคทาย ิ 13. ฐานปอม Ceasar โดยมกานปนจนเรอ

ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)





เสยบคางอย ู



5. ปนตอสอากาศยาน ขนาด ๓๕ มลลเมตร


แทนคูกราบซาย

6. ซากทเหลอของสะพานเดนเรอเปด




7. ซากทเหลอของหออานวยการยิง (หอรบ)








8. หมปนกลางขนาด ๑๕๐ มลลเมตร แทนคู



๓ แทน กลางลา




9. รางดด/ปลอยเครองบนทะเล (Catapult)








10. โรงเกบเครองบนทะเลและเรอเลก
11. ซากทเหลอของหออานวยการยิงปนภาคทาย






12. ฐานปอมปน “C” (Ceasar)
13. ฐานปอมปน “D” (Dora)


2. ชองบนไดขน-ลงหวเรอพรอมกบหมพัดลม














5. ปนตอสอากาศยาน ขนาด ๓๗ มม. แทนคูหวเรอ


9. รกระสนขนาดใหญบนดาดฟายก ระบายอากาศ




(ดาดฟาเครองบนทะเล)




1. โซสมอหวทขัดตวอยูกับปากรกระสนปนใหญ






3. วงฟนเฟองและหลมของปอมปน Anton


6. ซากฐานเสาและโครงสรางของหอรบ



4. ฐานปอมปน Bruno และรอยกระสนปนใหญ 




7. ฐานของปลองควนและโครงสรางชองดดอากาศด ี



ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 111



8. ฐานของปนจนประจาเรอกราบขวา






แตสาหรบซากเรือบสมารคทเขาไดสารวจพบ ภาระรับผิดชอบตอโครงการทีใชเงินทุนมหาศาล และความ







ปรากฏวาวางตวอยูบนกองขเถาภูเขาไฟอยางสมดล และ ปลอดภัยของลูกนองในทีมรวม ๓๐ กวาชีวต ทุกครงทีเดนทาง














อยูในสภาพทสมบรณมาก ๆ โดยทลาตวและดาดฟาเรยบ กลับเขาจะรูสึกปลอดโปรงโลงอก และภูมิใจในความสําเรจ
ของเรอ แทบจะไมมรองรอยความเสยหายอยางรนแรง โดยเฉพาะโครงการทีมีความทาทาย ยากลําบากและมี







ใด ๆ อนเปนผลของการระเบดจากภายในตลอดระยะทาง ความเสียงมากดวยแลว ความรูสึกจะเหมือนกับนักรบหรือ







การจมถงความลกทเกือบ ๕,๐๐๐ เมตร (ใชเวลาเดินทางใน นักกีฬาทพาชัยชนะกลับบานเกิดเลยทีเดยว แตสําหรับการ





การจม ๑๕-๒๐ นาท) แสดงวากอนทีจะจมนันบิสมารค คนพบซากเรือบิสมารค ทีนับไดวาเปนความยากลําบาก

มนําทะเลไหลเขาไปแทนทอากาศภายในทองเรอเตมพนท และทาทายมากทีสุด เขากลบไมมีความรูสึกเชนนัน !





















หมดแลว จงพลกจมลงเหมอนกับกะละมงทจมลงสกนบอนา ภาพของเรอบสมารคทงลา ททมงานมออาชพได













ในสภาพเดิม เพราะแรงดนของนาจากภายในและภายนอก ตดตอประกอบขนจากภาพถายเล็ก ๆ นับพันภาพ แสดง






ตวเรอเทากันนันเอง





การวางตวอยางมนคงและสมดลบนพนทองทะเล บสมารค









เขาจงยืนยันบทสรปจากการทไดคนพบความลบท ่ ี หนหวไปทางทศตะวนออกโดยเฉียงขึนเหนอเลกนอย ซึงเปน

















ใตทะเลลกในครงนวา บิสมารคไดเริมกระบวนการจม ทิศทางกลับสูดนแดนของเยอรมันประเทศมาตุภูมิของตน

เรอตวเองดวยการเปดทางใหนําทะเลไหลเขาสทองเรอ ราวกับจะแสดงสัญลักษณทางจิตวญญาณของเรือและ











ตงแตเวลาประมาณ ๐๙๑๕ กอนทเรอลาดตระเวน กําลังพลทีฝงรางรวมกันอยู แมโครงสรางเหนือดาดฟาจะ
Dorsetshire จะปดระยะเขามาจอยิงดวยตอรปโดขนาดหนก ถูกกระสุนปนเปนรพรุนตลอดลํา แตโครงสรางหลักและ
















อก ๓ ลก เปนเวลา ๑ ชัวโมง สาหรบตอรปโดทง ๓ ลกนัน





แมวาอาจจะสามารถทะลเขาไปภายในตัวเรอได แตก็จะ



เปนการระเบดในทวางทเตมไปดวยมวลนําทะเล อนจะ









ทาใหแรงระเบดลดลงจนไมสามารถทาใหเรอจมได เพียง

แตจะชวยเรงความเรวของการจมในชวงสดทาย ใหเรวขึน




เทานัน





บทสรปของเขาน ทาใหประวตศาสตรหนาหนึงของ













สงครามทางเรออนยิงใหญตองถกเปลยนแปลง สภาพบุรษ
ผดเชนราชนาวองกฤษไมสามารถอางการไลลาสงหาร






บสมารค วาเปนชัยชนะอันยิงใหญไดอกตอไป ในหนงสอ




ทถือเปนตํานานชือวา “The Great Sea Battle of the





Royal Navy” (หาอานไดทีหองสมุดกองทัพเรือราชนาวกสภา)

ทไดออกพมพครงใหมภายหลงป ค.ศ.๑๙๘๙ ก็ไมมฉาก







การไลลาอนดุเดอดในกลางมหาสมทรแอตแลนตกเหนือใน




เดอนพฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ปรากฏใหอานอกตอไป สวน


เอกสารเกยวกับประวตการยุทธทางเรอ (ทีเขียนโดยผูชนะ)







ก็จะมการกลาวถึงอยางสงเขป เพียงไมกีหนากระดาษ

เทานัน!





ภาพเสมอนจรงทคณะสารวจประดษฐขึน จากการนําฟลมสไลด











คณะสารวจขนจากเรือและเดนทางกลบถนฐาน ภาพสีจํานวนนับพันมาเชอมตอกัน แสดงซากเรือทียังอยูในสภาพ
















บานเกิดของแตละคน ดวยความรสกทแตกตางจากทกครง สมบูรณ วางตัวอยางมันคงและสมดุลบนพืนทะเล สมเปน “สุสานนาซี









ทผานมา สาหรบ ดร.บลลารด หวหนาทมผทตองแบก ทความลก หาพันเมตร”




112 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)








ลาตวเรอยังไมเสยหาย ถึงแมวาเรอจะถก
ระดมยิงดวยกระสุนปนใหญและตอรปโด





อยางบอบชา อกทงยังตกจมลงไปกระแทก


พืนทองทะเลอยางแรง จนทาใหภูมประเทศ



รอบ ๆ จดตกมการแยกและยุบตวราวกับ


เกิดแผนดินไหวกตาม แตบสมารคก็ยังคง



รกษาสภาพความแข็งแรงของโครงสรางเรอ

อยูได เปนสงยืนยันถึงความกาวหนาของ



ววฒนาการการออกแบบ และตอเรอในสมย



หลงสงครามโลกครงท ๑ ซึงเรอไททานก







ทสรางขนกอนหนานันไมถึง ๓๐ ป ไมมทาง








ทจะเทยบเคยงได



เขามันใจวาดวยความแข็งแรงของโครงสรางหลัก ซากเล็ก ๆ ของรองเทาบทขางเดยว วางตวอยางอางวางโดดเดยว
























จะทาใหซากเรอบสมารคยังคงอยในสภาพเดมอกตอไป บนพนกวาง คอภาพทคณะสารวจทงหมดโดยเฉพาะ ดร.บลลารด
















อยางนอย ๕๐ ป โดยทหมปนกลางและปนตอสอากาศยาน รสกสะเทอนใจและ “ฝงใจ” มากทสด !





กลางลาก็จะยังคงสภาพเดม คอเลงปากกระบอกออกหาขาศก


ศตรในสภาพพรอมรบ นันก็หมายความวาซากเรือบสมารค มนไดชวยสรางจนตภาพถึงฉากการรบอนดุเดอดเมอ ๕๐ ปกอน


















จะสามารถ “ประจําสถานีรบ” อยูทีใตทองทะเลลึกไดถึง บนผวนําเหนอขนไปเกอบ ๕ กิโลเมตร ทาใหพวกเขาหลบตา
















๑๐๐ ป ในขณะทกําลงพลประจาเรอพากันฝงรางอยใตดน เหนภาพรางทไรวญญาณของเจาของรองเทาบทเหลานี ้

















หมดแลว ความมนคงแขงแรงของซากเรอนบเปนสงทนาทง ทนอนกองรวมกนอยูบนดาดฟาเรอทีไฟลุกทวม แลวถูกดูด









และยงมรงสของความนาเกรงขามทเปลงออกมา จงเปน จมลงสกนมหาสมทรพรอมกบเรอ











ความประทบใจของ ดร.บลลารด ใน “ปอมปนลอยนําที ่


ไมมวนจม” (The Unsinkable Firing Fortress) ลํานี ้ มากกวา ๙๐% ของเขาเหลานัน (ประมาณวารวม




เปนอยางมาก ๒,๐๐๐ คน) ลวนเปนเด็กหนมอายุไมเกิน ๒๕ ป ทีถูก
ลางสมองใหฝกใฝในอดมการณชาตินิยม(นาซี) แลวไป



แตอยางไรกตามภาพทฝงใจและสรางความ สมครเปนทหารเรอเพอรบกบคนทงโลก พวกเขาตองจบ










สะเทอนใจ ใหแกเขาและทมงานทกคนมากทสด กลบเปน ชีวตอนสดใสกอนวยอันควร ดวยโทษทณฑทตวเองไมได















เศษวตถุชินเลกนิดเดยว นันก็คอรองเทาบทขางหนงบนพน กอขน เปนเหยือของสงคราม ทไรความปราณ และไมม ี














ทองทะเลอนเวิงวาง (และตอมาทีมงานก็ไดคนพบอีกเปน เหตผล...!!






จานวนมาก กองรวมกนอยูทบรเวณไมหางจากซากเรือ) มัน










คอภาพทฝงลกในจตใจททมงานทกคนไมมวนลม เพราะ
































3
3
3
3
3
3
1
1
1
1
1
1
3
3
3
3
3
3
3
3
3
3
3
3
)
)
B
)
)
)
(
(
(
B
B
B
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
















ิิก (TITANICC) & บิสมารค (BISMARCCK) 113

















ไ ไ ไ ไ ไ ไ ไ ไ ไ ไ ไ ไ ไ ไททานก
ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 113





















T
T
T
T
&
)
)
)
)
&
&
)
&
(
(




(
(

(







MA
MA
MA
IS
IS
MA
K
RC
RC
K
K
K
IC
IC
I
C
C
C
IT
IT
IT
AN
AN
AN


าง



"
ความเหม
ตอนท ๑๓ : "ความเหมอนบนความแตกตาง”
อนบนความแตกต

๑๓

:
ตอนท






ผเขียนไดเรมตนเรยบเรยงบทความเรองน โดย สาหรบเรอไททานก ผูเขียนสามารถประมวล














ในขนแรกตงใจจะเขยนใหจบภายใน ๓ - ๔ ตอน ซึง เนือหาไดภายในตอนเดียว แตในสวนของเรือประจัญบาน




ตอนแรกจะเปนการแนะนําเรอและเลาถึงฉากอวสานของ บิสมารคนัน หลังจากทีไดเริมทบทวนความจําทีเคยไดไป














เรอไททานก ตอดวยวีรกรรมและชะตาชวตของเรอบสมารค ศกษามานานมากแลว รวมทงเอกสารทางประวตศาสตร








ซึงคาดวาจะตองใชหนากระดาษมากถง ๒ ตอน เพราะเปน และหนังสือหลายเลมเกยวกับวีรกรรมของเรือลํานีทีผู






เรอรบทมวรกรรมกองโลก ซึงกควรจะเปนทีสนใจในหมู เขียนไดรับในภายหลัง ทําใหพิจารณาเห็นวามีหลักคิดทาง










นักรบทางเรอทงหลายดวย แลวจบในบทสดทายดวยการ ยุทธศาสตรบางประการ รวมทังมีแงมุมทางยุทธการ และ






วเคราะหหาความเหมอนบนความแตกตางของเรอทงสองลา เทคนิคทางยุทธวิธีแฝงอยูไมนอย อันนาจะเปนประโยชน




อนจะเปนงานทมความทาทายเปนอยางมาก เพราะเปน สําหรับบรรดานักรบทางเรือของราชนาวีไทยดวย ผูเขียน





เรอทแตกตางกนอยางสนเชิง และไมเคยมผใดทคดจะ จึงไดตดสินใจขยายเนือหาเกียวกับวีรกรรมของเรือประจัญบาน












เขียนมากอน บสมารคอยางสมบรณ นับตงแตเรมตฝาออกสูกลาง













มหาสมทร จนกระทงจมลงสกนทะเลทความลก ๕,๐๐๐ เมตร






ทาใหบทความนกลายเปน Series ทยาวถึง ๑๔ ตอน






ไททานก (Titanic) เรอโดยสารขามสมทรสดหรของสายการ บิสมารค (Bismarck) เรอประจญบานอนทรงอานภาพของ















เดนเรอองกฤษ ทไดรบการขนานนามวา “ไมมวนจม” กองทพเรือนาซีเยอรมน ทไดรบการขนานนามวา “ไมมวนจม” เชนกัน








114 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)




สาเหตอกประการหนงของการขยายเนือหาเกยวกับ







เรอบสมารคก็คอ กระแสตอบรบจากผอานทผเขียนได 












รบทราบในทางออม ซึงเหตผลกนาจะมาจากการทบรรดา







ตาราประวตการยุทธทางทะเลทมอยูในกองทพเรือ จะม ี












รายละเอยดในเรองนนอยมาก เพียงแตกลาวถึงเหตุการณ หนงสอทเขยนโดย



โดยยอแลวก็ผานไปโดยไมมการวเคราะหแงมมทาง ดร.Robert Ballard ทเปด











ประวตศาสตรใด ๆ ทงสน ซึงกเปนทเขาใจได เพราะประวตศาสตร  เผยความลบของบสมารค





















เกือบทงหมดมกจะถกเขียนโดย “ผชนะ” ซึงในกรณนี ้ ทใตทะเลลก ไขปรศนาเกียว




จาวทะเลอยางองกฤษกคงจะรสกวาเปนชัยชนะทไมสม กับสาเหตการจม หลงจากท ี ่
















ศกดิศร อกทงกนาจะรสกละอายหรอผดหลกคุณธรรมชาวเรอ ถูกเก็บเปนขอสงสยอยูถึง





เพราะยังคงระดมยงอยางตอเนองเพอจมบสมารคทหมด ๕๐ ป 

















สภาพแลวใหได โดยทไมคานึงถงชวตของลกเรอนบพนคน นักวิทยาศาสตรทางทะเลลกชาวอเมรกัน คอ ดร.โรเบรต









ทนอนรอความความตายอยบนเรอ




บลลารด (Robert Ballard) ซึงหนงสอทเขาไดรวบรวม








สวนทางฝายเยอรมันนัน ถึงแมวาจะเปนการพายแพ ขอมูลทีเกิดขนจากทังสองฝาย เสริมดวยหลักฐานและ






และจมลงอยางวรบรษ แตบสมารคก็คออาวธรบของกองทพ การวิเคราะหทางวทยาศาสตรจากการสํารวจซากเรือโดย



















นาซี ทพวกเขาไมอยากจะรือฟนความหลงอนนาอปยศอดส ละเอียด ก็ไดกลายเปนหลักฐานสาคญของตํานานการไลลา








โดยอยากจะเก็บวรกรรมนซุกไวในตเซฟทางประวตศาสตร บิสมารคไปโดยปริยาย

เทานัน



ในฐานะทผเขียนไดเรยบเรยงบทความทง ๑๔ ตอนนี ้













จงนบวาเปนเรองแปลกแตจรง ทรายละเอยดของ โดยใชขอมูลจากหนังสือของ ดร.โรเบิรต บัลลารด เปนพื้นฐาน
การตอส-ไลลา ระหวางบิสมารค เรือประจัญบานของ จงมความตงใจทจะฝากบทความชดนีไวกับนตยสาร




















กองทพเรือนาซีเยอรมน กับครงหนงของกองทพเรือองกฤษ “กระดูกงู” ซีงมีการเก็บรักษาตนฉบับไวเปนอยางดี ทังน ี ้





กลบถกคนควาและนามาเปดเผยใน ๕๐ ปใหหลง โดย เพือประโยชนในการคนควาสําหรับนักรบทางเรือรุนหลัง






รวมทงสาหรบนายทหารทกําลงศกษาหลกสตรตาง ๆ ใน








กองการฝก กองเรอยุทธการ จะไดใชอานประกอบในระหวาง








การฝกหดศกษาดวย และเพอใหบทความชดนีมความสมบรณ 







ตามเปาหมายทไดตงใจไวตงแตตน จงขอจบดวยบทวเคราะห 












สวนตัว ในความเหมอนบนความแตกตางระหวางเรอทงสองลา










ซึงจะเปน ๒ ตอนสดทายตอไป :-


ในคอลมนบรรณาธิการ “รายงานตัว” กอนจะเริม
ตนบทความตอนท ๑ (ฉบบสิงหาคม ๒๕๕๙) ทีมงาน




กองบรรณาธการก็ไดกรณาชวยเฉลยคําตอบ เกียวกับ




ความเหมอนของเรอทงสองไวแลวขอหนงตงแตตน นันก็คอ






















การทเรอทงสองลามอนตองจมลงในการออกทะเลครงแรก


ดวยกันทงสองลา คาตอบนก็คอความเหมอนทเปนตํานาน





















ดร.โรเบรต บลลารด (Robert Ballard) นักวิทยาศาสตรทะเลลก ทางประวตศาสตรของเรอทมชือเสยงกองโลกทังสอง

















ชาวอเมรกัน ผคนพบซากเรือบสมารค และเปดเผย “ความลบใตทะเลลก” ทนักประวตศาสตรทางทะเลทงหลายตางก็ไดยืนยันไว


ใน ๕๐ ปใหหลง


ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 115















อยางไรกตามจากการทผเรยบเรยงไดศกษารายละเอยด สวน “บิสมารค” นันสรางขนเพือใชรบจงไมสนใจ












ของเรอทงสอง โดยเฉพาะเรือประจญบานบสมารค ก็ทาให ในเรองความสขสบาย แตเนนหนกในดานความมนคง











สามารถวเคราะหความเหมอนของเรอทงสองลาออกมา แขงแรงและอานาจการยิง นอกเหนอจากปนใหญ ปนรอง








ไดอยางนอย ๑๐ ประเดน จงขอนาเสนอพรอมทงเหตผล และปนตอสอากาศยานแลว (ซึงลวนใชเทคโนโลยีลาสุดของ



ประกอบ ดงน : - ปนใหญสนาม ทเยอรมนมความกาวหนาอยูแลวเปนตนแบบ)






















ความเหมอนขอท ๑ : เรอทงสองลา ไดรบการ บสมารคยังไดรบการออกแบบใหเปน “ปอมปราการ” ท ี ่
















ยอมรบจากนกประวตศาสตรทางทะเลวา เปนเรอทไดสราง สามารถตานทานการโจมตดวยอาวุธทกรปแบบ



ขึนดวยนวัตกรรมใหมทงในดานการออกแบบ












และวสดทใชสรางเรอททนสมยทสดของยคนัน



โดยเฉพาะในดานความแขงแรงของลาตวเรอ







ใตแนวนํา ซึงมผลโดยตรงตอความคงทนทะเล

ในทกสภาวะแวดลอม


“ไททานก” ตอเสรจกอนในป ค.ศ.๑๙๑๒

จงยงคงใชเทคโนโลยการประกอบแผนเหลก








ลาตวเรอแบบการยาหมด (Rivet) อยู แต









ก็ไดใชหมดโลหะทไดพัฒนาขนลาสด ซึงมความ
แขงแกรงและแนนเหนยวเปนพิเศษ ยิงไปกวานัน






ทง ๓ ดาดฟาใตแนวนํายังถูกแบงเปนหองผนึกนํา



ภาพแบบแปลนดานบนและดานขางของเรอประจญบานบสมารค





(Watertight Compartments) ถึง ๑๖ หอง ซึงเปนนวัตกรรม แสดงใหเหนพนังกนนํา (Watertight Compartments) จานวน ๒๒ หอง









การออกแบบลาสด จงทาใหไดรบสมญานามวา “เรือสําราญ ตลอดลาตวเรอ โดยเฉพาะในสวนใตแนวนํา (ภาพกลาง) จะแสดง















ทไมมวนจม” (Unsinkable Luxury Liner) ใหเหนแนวเข็มขดเสอเกราะ (Armored Belt) ๒ ชัน สาหรบปองกน















ตอรปโด ไดอยางชดเจน



ภาพดานขางและดานบน





แสดงใหเหนดาดฟาใตแนวนํา







ทง ๓ ชัน ของไททานก ทไดแบง



กันเปนหองผนกนําถึง ๑๖ หอง







แตก็ไมสามารถ “ผนกนํา” ได





๑๐๐ เปอรเซ็นต เพราะจาเปน



ตองเจาะชองทใตฝา เพือ


ระบาย-ถายเทอากาศสาหรบ





หองผโดยสารชันประหยดท ี ่

ใตทองเรอ


116 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)






การใชเทคโนโลยการเชือมแผนเหลกลาตวเรอ คอ ความเหมอนขอท ๒ : ื ่ ี  ี ั ั ้ ํ ั




เรอท “ไมมวนจม” ทง ๒ ลา กลบ









นวัตกรรมลาสดของการตอเรอในยคนัน เสรมดวยการใช มีอันตองประสบชะตากรรม จมลงในการออกทะเลครังแรก



แผนเกราะเหลกหนาขนาด ๑๒ - ๓๐ เซนติเมตร ปองกน เหมือนกัน ซึงจะอางวาเปนเรองบังเอิญกพอกลาวได แตก็



















บรเวณสวนสาคญทเปนหวใจของการสรบ รวมทงตดตง มีทีมาและสาเหตุของมันอยู และก็นับวาเปนเรองสะเทือนใจ







เข็มขดเสอเกราะ (Armoured Belt) ๒ ชันทีบริเวณใตแนวนํา (Drama) ในระดับประวัตศาสตรทังคู รายละเอียดปรากฏ













รอบตวเรอเพอปองกนตอรปโด จนทาใหเรอมนําหนก อยูในบทความทัง ๑๒ ตอนทีไดนําเสนอไปแลว ซึงผูเขียนจะ











เพิมขนจากเกณฑปกตถึง ๒๐,๐๐๐ ตน รวมทงการแบง ๓ ชัน ไดสรุปอีกครงในตอนจบ













ดาดฟาใตทองเรอเปนหองผนกนํา หรอทเรยกวา “พนังกนนํา” ความเหมอนขอท ๓ : จะนบวาเปนเรองบงเอญ














(Watertight Compartments) ถึง ๒๒ หอง โดยทีพืนของ เพราะฟาลขิต หรอเหตการณพาไป ก็เปนไปไดทงสน แต













แตละหองลวนมเครองสบนากําลงสง ทสามารถเปดปดได ความจรงทปรากฏกคอ ตําแหนงทเรือทังสองจม อยูใกล















จากหองควบคม



กนมาก! หากจะเปรียบเทียบพืนทีมหาสมุทรแอตแลนติก




ทงหมดนลวนเปนไปตาม “ความตองการทางยทธการ” ทงหมดเปนสระวายนําขนาด ๘ ลวาย ยาว ๕๐ เมตร ซากเรือ




















ในอนทจะม “ปอมปนลอยนําทีไมมีวันจม” (The Unsinkable ทังสองลําจะมีตาบลทีหางกน เปนระยะทางประมาณ ๒ -







Firing Fortress) เพือเอาไวตอสแบบเอาเปนเอาตาย ๓ แผนกระเบืองทีกนสระเทานัน!



กลางมหาสมทรกบจาวทะเลองกฤษ แลวยังตองสามารถ พิกัดอยางเปนทางการของซากเรอไททานกคือ บน


พารางลอยลากลบมาซอมทา ทถําตวเองใหได










เสนละตจูดที ๔๑.๔๔ องศาเหนือ และลองจิจูดที ๕๐.๒๔








ดงนน ความเหมอนของเรอทงสองลาประการแรก องศาตะวันตก สวนซากเรือบิสมารค ผูคนพบจงใจปกปด








ก็คอ ทงสองลวนไดรบการตงสมญานามวา “ไมมีทางจม” เปนความลับ เพือปองกันเหลานักลาหาสมบัตใตทะเล





(Unsinkable) ดวยกันทงค ซึงเปนความเหมอนดวย (ประเภทเดียวกับเรือ Australian Tide ในอาวไทย










คณสมบตพิเศษตามทไดกลาวมาแลว ไมใชการกลาวอาง เมือ ๓๐ ปกอน!) บอกแตเพียงวาอยูทางทิศตะวันตก





หรอเรองเหตบงเอญ จากฐานทพเมองเบรสท






(Brest) ประเทศฝรงเศส



ประมาณ ๖๐๐ ไมลทะเล





เทานัน ในการนผเขียนได 

ลองพลอตตาบลทจมของ




เรอทงสองลาลงบนผว











ลกโลกทมเสนผาศนยกลาง

ยาว ๔๐ เซนติเมตร ก็

จะพบวาตาบลทแนนอน



ของไททานก และตาบลที ่


โดยประมาณของบสมารค



มระยะหางกนใกลเคยง



กับเหรยญ ๑๐ บาทเทานัน

(กรณาดภาพประกอบ)



ตาบลทจมของไททานกซึงมพิกัดทแนนอนบนลกโลกขนาดเสนผาศนยกลาง ๔๐ เซนติเมตร (แสดงใหเหน






















ดวยจุดสแดง) กับตาบลทจมโดยประมาณของบสมารค (วงกลมรศม ๑๐ ไมลทะเลสนําเงน) และเหรยญ ๑๐ บาท


ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 117












ตาบลทจมของเรอทงสองลา บนแผนทโลกขนาดหนาหนงสอพมพ และเหรยญ ๑ บาท






แปลงการเปรยบเทยบระยะทางบนพนโลกออก ความเหมอนขอท ๔ : ิ ิ  ิ


ในมตของสัดสวน : ไททานก



เปนตัวเลข เสนรอบวงของโลกจะมความยาวประมาณ มระวางขบนา ๕๒,๓๑๐ ตน ยาว ๒๖๕ เมตร กวาง ๒๘ เมตร











๒๐,๐๐๐ ไมลทะเล ในขณะทระยะหางของซากเรอทง กินนําลก ๙.๒ เมตร ในขณะทบสมารค (จากหนังสือที







สองโดยประมาณ คอ ๗๐๐ ไมลทะเล หรอเปนสดสวน เขียนโดย ดร.บลลารด) จะมีระวางขับนํา (เมือบรรทุกเต็มที)










โดยประมาณ ๑ : ๓๐ เทา ดงนนหากจะนาเอาพืนผวโลก ๕๓,๕๔๖ ตน ยาว ๒๕๑ เมตร กวาง ๓๖ เมตร กินนําลก












ทงหมดออกมาคลแผเปนแผนทขนาดหนาหนงสอพมพ ๑๐.๒ เมตร เมอเทยบกันตามตวเลข บสมารคก็จะมระวาง










ซากเรือทังสองก็อาจจะกองรวมกันบนหนาหนังสือพมพ ใน ขับนามากกวาไททานกประมาณ ๑,๒๐๐ ตน ในขณะท ี ่









วงรศมขนาดประมาณเหรยญ ๑ บาทเทานัน สดสวนอน ๆ ใกลเคยงกันมาก อนงกอนทจะวเคราะหตอไป






















นอกจากนัน ถาหากมนษยสามารถยอนเวลาของทง ผเขียนอยากจะขอขยายความศัพททหารเรือคําหนึง ทีคด






สองเหตการณใหมาอยในมตเดยวกัน (เชนเดียวกับในหนัง วาผทไมใชชาวเรือโดยอาชพอาจจะมความเขาใจไมชัดเจน









Sifi ทงหลาย) ก็อาจจะไดพบความบังเอิญอีกประการหนึง นันก็คอคาวา “ระวางขับนา” (Displacement)




วา เรือทังสองลํายังถือเข็มแลนตัดเสนทางซึงกันและกันดวย! “ระวางขบนา” ตางจากคาวา “นําหนก” ตรงไหน?













ไททานกถือเขมตะวนตกเฉียงใตมงสนครนิวยอรคดวย แลวทาไมจงตองใชคานีกับเรอ? จงนาจะเปนคําถามท ี ่

















ความเรวสงสด สวนบสมารคนันไดใชความพยายามอยางยิง ่ ตองการคาอธบาย ตามความเหนของผเขียน ทงสองคานี ้








ในการหลบหนการตามลาของกองเรอองกฤษ โดยมงหนา จะบอกคาวัด "ความหนก" ของมวลวตถุใด ๆ (บนผิวโลก)









ไปทางทศตะวนออกเฉียงใตเพือความอยรอด เรอทงสองลา เปนหนวยเดียวกัน! ตางกนทวาวัตถุนันจะถกชัง-วดทไหน?



















จงอาจจะแลนผานกันในระยะสายตา ซึงไททานกถึงแมจะ ถาวัดบนพนดิน แรงกดทวตถุนันกระทาตอฐานตาชง ดวย









อาวโสกวาก็จะตองทําการ “สลุตธง” ใหแกบิสมารค ตาม อานาจแรงโนมถวงของโลกกเรยกวาเปน “นําหนก” (ตาม












แบบธรรมเนยมชาวเรือดวย แลวหลงจากนนทงสองกคงจะ ทฤษฎของทาน เซอร ไอแซค นิวตน นักวิทยาศาสตรชาว










แยกยายกันไปสจดจบในวนรงขน นีก็คอความเหมอนจาก องกฤษ) แตถาวัตถุนันเปนเรอลอยอยูในนาซึงไมสามารถ















ความบงเอญ ในประเดนท ๓



118 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)


















ใชตาชังลงไปวดได เขาก็ใชวธีกําหนดนาหนก ดวยปรมาณ อกประการหนงสวนตางของระวางขบนา ๑,๒๐๐ ตนนี ้
















ของนาทเรอนนจมลงไปแทนท (ตามทฤษฎีของ “อารคมีดส” ถาเรอทงสองลาจะรวมมอกนปรบ โดยบสมารคสบนา









ปรชญาเมธขีรอนชาวกรีกโบราณ ทคดคนคําตอบไดขณะ ทองเรือออกและไททานิกสูบเขา ภายในเวลาไมถึง ๑ ชัวโมง
















หยอนกายลงในอางอาบนา) เรอทงสองกจะมนําหนกเทากัน สามารถขนชกบนเวทใน


พิกัดเดยวกันไดแลว




จงเปนความสมเหตสมผลสาหรบขออางทวา ม ี








ความเหมอนกันในดานนําหนกได ทงนก็รวมไปถงมตดาน








ความยาว และอตราการกินนําลก ซึงกจะมความแตกตางใน









สดสวนทนอยมากดวย ยกเวนในมตความกวาง เพราะ
บสมารคมสวนกลางลาท “อวน” กวาไททานกคอนขางมาก










เนืองจากไดรบการออกแบบใหเปนฐานปนลอยนําทมนคง







และสมดล เพือความแมนยําในการยิงปนใหญของเรอ



นันเอง



ความเหมอนขอท ๕ : ขอยายมาพิจารณาในประเดน




ความเหมอนทเกียวกับ “คน” บาง เมือเริมออกเดินทาง












ขามมหาสมทรแอตแลนตกสมหานครนวยอรค ไททานก



อารคีมดส (Archemediz) ปรชญาเมธขีรอนชาวกรีกโบราณ มีจํานวนผูโดยสารและเจาหนาทีอยูบนเรือรวมทังสิน









ผคนพบทฤษฎเกียวกับนาหนกของวตถุบนนา ในอาง ! ๒,๒๒๔ ชีวต ในขณะทบสมารคออกทะเลสศกดวยกําลงพล

















รวมทงหมด ๒,๒๒๑ คน (ในจํานวนนีเปนนายทหารสัญญาบัตร









ดงนน เรอลาใดกตามทยังอยบนบก (หรือเพงสรางเสร็จ และประทวน ทมประสบการณจานวนประมาณไมเกิน ๒๐๐ คน










กอนปลอยลงนา) ก็นาจะเรียกมวลของเรือลํานันวา “นําหนัก” ทเหลอคอ ๒,๐๐๐ กวาคนลวนเปนพลทหารเดกหนม ทไมเคย



















แตเมอใดทเรอลานันถูกปลอยลงนาก็จะตองใชคาวา “ระวาง มประสบการณทะเลทงสน)

























ขับนา” แทนคาวา “นําหนก” ซึงนยยะของคํานีก็บงบอกได 





คอนขางชดเจนอยูแลว โดยเฉพาะศัพทภาษาองกฤษทวา















Displacement ทงนคาวา “ระวางขบนา” นันจะมความ





ออนตวมากกวา "นําหนก" เพราะมิใชวาถาหนักเกินกวานี ้












แค ๑ กิโลกรม แลวเรอลานันจะตองจม ในทางปฏบตเรอ


ยังมกําลงลอยเปนบวกเหลอมากพอ ทจะบรรทกนําหนกเพิม














เตมไดจานวนหนึงตามสภาพแวดลอม รวมทงอาจสบนา





เขาทองเรอเพมเตม เพือปรบแตงความสมดลของเรอไดดวย









ดวยคําอธบายขางตน ความแตกตางในดานระวาง






ขับนาระหวางบสมารคและไททานก จานวน ๑,๒๐๐ ตน นัน










หากจะนาไปเปรยบเทยบกับระวางขบนาของเรอ คอหาหมน




กวาตน ก็จะเทากับ ๒.๔ เปอรเซ็นตเทานัน จงถอวาเปน



สดสวนทนอยมาก ถาเปนคนทนําหนักเฉลีย ๗๐ กิโลกรัม













ก็จะคดเปนนําหนกสวนเกินแคประมาณ ๑.๕ กิโลกรม ภาพถายดานหนาตรง แสดงใหเหนความกวางกลางลาตวท ่ ี











เทานัน เกินธรรมชาตของบสมารค เพราะทไดรบการออกแบบใหเปนฐานปน



ทนิงและสมดลย เพือความแมนยําของระบบอาวธ




ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 119










ภาพวาด : แสดงฉากสดทายของไททานก ทมเวลากอนจมถง ๒ ชัวโมง แตผโดยสารสวนใหญตองเสยชีวต เพราะจานวนเรือเลกไมพอเพียง

















เมอเปรยบเทยบจานวนของ “คน” ทอยูบนเรอทง ้ ั






สองลาในการออกทะเลครงแรก (และครังสุดทาย) จะเห็น


ไดวามตวเลขทบงเอญใกลเคยงกันอยางไมนาเชือ จานวน


















ผโดยสารบนไททานกทมากกวาลกเรอของบสมารคแค ๓ คน



เมอคดเปนสดสวนตอจานวนคนรวมสองพนกวาคน




(คอ ๓ : ๒,๒๒๑) ก็จะเทากับ ๑.๔ คนตอ ๑,๐๐๐ คนเทานัน ผเสยชีวตบนไททานกสวนใหญเปนผโดยสารชาย











ซึงในทางสถตถือวาแตกตางกนนอยมาก จนสามารถยอมรบ รวมทงผโดยสารหญงบางสวนของชน ๓ และชน ๒ ทไม













วาเปนความเหมอนกันได สามารถกระเสอกกระสนขนไปบนดาดฟาชันสงสด เพือ



















เมอเรอทงสองตองประสบชะตากรรม ไททานกมผ แยงยือทีนังบนเรือชวยชีวตทีมีจํานวนไมพอเพียงได พวก









สงเวยชีวตจานวน ๑,๕๐๐ กวาคน รอดชวต ๗๑๐ คน ซึง เขายอมควกกระเปาซือตัวโดยสารราคาแพง เพือแลกกับ




สวนใหญก็คอผูโดยสารทีเปนสตรีและเด็ก ในขณะทีบิสมารค ประสบการณทยิงใหญครงหนงในชวต ในการไดเดนทาง























มทหารประจาเรอจานวน ๒,๑๐๖ คนทตองสงเวยชีวต โดย ขามมหาสมุทรแอตแลนติกไปกับเรือโดยสารสุดหรูทีใหญ












มผทรอดเพยงแค ๑๑๕ คนเทานัน ตวเลขของผทรอดและ ทีสุดในโลก และ “ไมมีวนจม” ในฐานะเปนผโดยสารเทียว












เสยชีวตของเรอทงสองลานับวามความแตกตางกนพอ ปฐมฤกษ (อันไดกลายเปนเทียวสุดทายในชีวต) โดยที ่








สมควร แตก็มความเหมอนทผเขียนอยากจะตังขอสงเกต พวกเขาไมไดมีสวนไดสวนเสยแมแตนอย กับความเห็นแก













ก็คอ ทงหมดลวนเปนผทตองรบชะตากรรมในสงทตวเอง ประโยชนทางธุรกจ มากกวาความปลอดภัยของบริษัทเดินเรอ

ไมไดเปนตนเหต เหมอนกันทงสองลา! และความประมาทเลนเลอของผทรบผดชอบ











120 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)








สาหรบกรณเรอบสมารคนัน ลกเรอทเสยชีวต และการรบทีดเดอดอยางตอเนอง ดวยความมวนัยและ






















สวนใหญ (ประมาณวามากกวา ๙๐ เปอรเซ็นต) ก็คอ อดมการณทฝงลกในจตวญญาณ สดทายก็คอ การสงเวย







พลทหารเดกหนุม ทผนําประเทศไดสรางกระแสชาตนิยม และ ชีวตใหแกสงคราม ทีไรซึงความปราณีและไมมีเหตุผล





















ปลกระดมแกมบงคบ ใหมาเปนทหารเรอเพอรบกบคนทงโลก สงครามเพืออํานาจ และความยิงใหญ ซึงพวกเขาไมได






พวกเขาไมมประสบการณทางทะเลและไมเคยออกรบมากอน มีสวนสรางมันขึนมา!




แตก็ไดทมเทปฏบตหนาททามกลางสภาพคลนลมรนแรง





















ภาพวาด : ฉากสุดทายของบสมารค ทมเวลากอนจมใกลเคยงกับไททานก ตางกนทวาหลงจากคาสง “สละเรอใหญ” ไมมการปลอย











เรอเลกลงนาแมแตลาเดยว! ถึงแมวาเรอเลกสวนใหญอาจจะเสยหายจากการปะทะ แตก็ควรจะมเหลอทใชไดอยูบาง รวมทงแพชชีพ




























ขางเรอดวย แตเมอผบญชาการกองเรอและผบงคบการเรอไมนํากอน ก็ไมมใครทาตาม คงใชวธีโดดลงทะเล ซึงสวนใหญคงจะหนาวจนตวแขง






แลวจมลงตามเรอไปสกนทะเล





เมอบสมารคจมลงโดยสมบรณ คงเหลอลกเรอสวนทเหลอลอยคอเกาะกลม






อยูทามกลางคราบนามนทคางอยในเรอ ตองตอสกับความหนาวเยนและคลน












ลมกลางสมทร และกมสวนนอยเทานันทไดรบการชวยชีวต (ภาพถายจาก







เรอรบองกฤษ)



ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 121




ผเขียนไดวเคราะหความเหมอนบนความแตกตาง ๕. ในประเดนของ “คน” ปรากฏวา เมอเรมออกเดนทาง











ระหวางเรอสาราญขามสมทร “ไททานก” กับเรอประจญบาน เรอทงสองลามจานวนคนทีอยูในเรอ เปนตัวเลขทใกลเคยง
























“บสมารค” ไวได ๕ ประการ คอ :- กันมากอยางไมนาเชือ คอ ๒,๒๒๔ คน สําหรับไททานิก และ














๑. เปนเรอทไดรบการตงสมญานามวา “ไมมวนจม” ๒,๒๒๑ คน สาหรบกาลงพลบนเรอบสมารค ซึงสวนตางของ



















(Unsinkable) ทงค เนืองจากมการใชเทคโนโลยใหมลาสด ๓ บนฐานของ ๒,๒๒๔ จะเทากับ ๐.๑๔ เปอรเซ็นต คอไมถึง











ในการออกแบบโครงสรางเรอ ใหมความคงทนทะเลเปนเลศ ๑ คนดวยซํา !








๒. เรอทไดรบการยอมรบวา “ไมมวนจม” กลับมีอัน ในบทความตอนนผเขยนจะไดวเคราะหหาความ

























ตองจม ในการเปดตวออกทะเลเปนครงแรกทงค  ู เหมอนใหไดอก ๕ ขอ แลวจบดวยบทสรปตอไป














๓. ตาบลทีจมของเรอทงสองลํานบวาใกลเคยง ความเหมอนขอท ๖ : เปนความเหมอนในประเดน






















กนมาก ซึงถาเอาแผนทโลกมากางและขยายใหกวางเทากับ ของผทมหนาทรบผดชอบ ตอชะตาชวตของเรอทงสองลา :






















หนากระดาษหนงสอพมพ ก็จะพบวา ซากเรือทงสองลาจะ โดยปกตแลวผทมอานาจสงสดในเรอกคอ “กัปตันเรือ” (หรือ














กองรวมกนอยูทกนมหาสมทรแอตแลนตกเหนอ ในพืนทหาง ผบงคบการเรอในกรณเรอรบ) เปน “King of The Ship”



















กันประมาณวงรศมของเหรยญ ๑ บาทเทานัน ทตองดแลรบผดชอบกจการทกอยางในเรอ โดยเฉพาะ



อยางยิงความปลอดภยในการเดินเรอ


๔. เมอเปรยบเทยบกันในมตของ"สัดสวน" ก็








จะพบวาใกลเคยงกันมาก โดยทงสองลามระวางขบนา









(Displacement) ตางกนเพียงแค ๒.๔ เปอรเซ็นต เทานัน

ซึงจะถอวาเทากันก็ไมผด เพราะระวางขบนาสามารถปรบ












แตงเปลยนแปลงไดตลอดเวลาตามอตราการบรรทก และใน






สวนของความกวาง ความยาว ความลก ก็ใกลเคยงกันอยาง







นาทง ยกเวนกรณเดยวคือบสมารคมีความกวางของลําตวเรอ












ทกลางลา (อวน) กวาไททานกคอนขางมาก เพราะตองการ


ออกแบบใหเปนฐานทสมดลมนคง เพือความแมนยําของ






ระบบอาวธนันเอง






“King of the Ships” ของเรอทงสองลา (ซาย) เอดเวรด สมท












กัปตนผเฒาของเรอไททานก และ (ขวา) นาวาเอก แอนสท ลนเดมานน




ผบงคบการเรอเกรด A ของบสมารค





122 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)










แตสาหรบไททานกและบสมารคนัน ทงกปตนเรอ เอาตัวรอด (มนักขาวไปขดคยทหลงวา เขาไดปลอมตวเปนผ  ู




















เอดเวรด สมท และ ผบงคบการเรอ นาวาเอก ลนเดมานน หญง) ทิงใหกัปตัน เอ็ดเวรด สมิท ตองแสดงความรับผิดชอบ









ไมใช “King of The Ship” ตวจรง เพราะเขาทงสองม King ดวยการจมไปพรอมกับเรือ












of The King ลงเรอมาสงการและกากับการปฏบต ิ ในขณะทบนเรอบสมารคนัน พลเรอเอกลดเจนสฯ





















อกขันหนง! สาหรบกปตนสมทฯ ก็คอ นายบรซ อสเมย  ผบ.กองเรอใจเพชรอาจจะตดสนใจดวยความเด็ดเดยว










ประธานบรษัทสายการเดินเรอทีเขาสังกัดอยู สวนนาวาเอก ตงแตตน ทจะขอจมไปพรอมกบเรอ กอนตวผบงคบการเรอ


















ลนเดมานน เขาตองขนการบงคบบญชาตอ พลเรอเอก นาวาเอก ลนเดมานนฯ เสยอีก (หมายเหตุ : เนืองจากภายหลัง










กึนแธร ลดเจนส ผบญชาการกองเรอรบ ทลงเรอมาสงการ คาสง “สละเรอใหญ” ไมมใครไดพบหนา พลเรอเอก ลดเจนสฯ



























เขาในตาแหนงเฉพาะกิจคอ ผบงคบหมเรอรงควาน ตาม อกเลย มขอสนนิษฐานวา เขาไมนาจะไดรบบาดเจบจาก














แผนยทธการ “ไรหน” (Rhein) นันเอง กระสนปนใหญ เพราะอยูในหองบญชาการทมเกราะหนา







ปองกน จงนาจะกลบไปขงตวอยูในหองพกแลวปลิดชพตัวเอง












ดวยปนพก ซึงเปนวิธีการททหารนาซใชในยามจวนตว













อกทงโอวาทสดทายทเขาใหแกกําลงพล อนแสดงถงความ






ตงใจเดดเดยวของเขาก็คอ... “การปะทะครงตอไป



ถาไมชนะ..ก็...สละชีพ ! : ผูเขียน )
ความเหมอนขอท ๗ : คอชวงเวลาอนสนมาก ทเรอ















ทงสองลําไดมโอกาสสัมผสบรรยากาศกลางมหาสมุทร :











(ซาย) นายบรซ อสเมย ประธานบรษทสายการเดนเรอ White ไททานกออกเรอจากเมองทาทพํานักคือ เมองเซาทแฮมตน
















Star Line และ (ขวา) พลเรอเอก กึนแธร ลดเจนส ผบญชากองเรอรบใน ในวนท ๑๐ เมษายน ค.ศ.๑๙๑๒ และจมลงสกนทะเลเมอ









ตาแหนงเฉพาะกิจคอ ผบ.หมเรอรงควาน ทงสองกคอ King ตวจรง เรมวนใหมของ ๑๕ เมษายน ค.ศ.๑๙๑๒ สวนบสมารค




























เปนเรืองปกตธรรมดาสาหรบกปตนเรือหรอ (พรอมกบเรอลาดตระเวนหนก ปรนซ ออยเกน) แลนออก













ผบงคบการเรอ ทีจะเกิดความรูสึกอึดอัดใจเมือตอง จากจดซอนตวรมฝงประเทศนอรเวย ตฝาออกสศกกลาง















ออกทะเลโดยมนายใหญลงเรอมากากับใกลชิด ในขณะ แอตแลนตกในกอนสวางของวนท ๒๒ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑







ทพวกเขาก็ยังคงตองมความรบผดชอบตอกจการในเรอ และจมลงทกลางแอตแลนตก ในชวงสายของวนท ๒๗ พฤษภาคม








ตามหนาทเหมอนเดิม ยิงถาภารกิจในการออกทะเลนนม ี ค.ศ.๑๙๔๑







ความกดดนหรอความยงยากสลบซบ








ซอน ความขดแยงในดานความคดเหน

ระหวางบคคลท้งสองตําแหนง ก็มัก





จะมโอกาสเพมมากขนดวยเปนธรรมดา

และกจะสงผลกระทบในทางออมตอ

ประสทธภาพโดยรวมของเรอนนดวย






ปรากฏการณนีจงอาจนบเปน


“ความเหมอน” ในอกมตหนงกวาได แต 














ตาบลทจมของเรอไททานก ในชวงกอนสวางของวันที ๑๕ เมษายน













เมอเรอทงสองลากําลงจะจม ความแตกตางกปรากฏขน! ค.ศ.๑๙๑๒ คอ แลตฯ ๔๑.๔๔ เหนอ และลองฯ ๕๐.๒๔ ตะวนตก








เพราะนายบรูซ อสเมย ประธานบรษท ไดชิงกระโดดลงเรือเล็ก



ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 123









๕ วน ในแอตแลนตกจงนบเปนความเหมอนกัน ภาพยนตรฮอลลวดเรองไททานก ไมมใครในยคป 



















โดยบงเอญ ซึงแนนอนทสดไมใชความตงใจของทงสองฝาย! ค.ศ.๒๐๐๐ ทีไมรูจัก เพราะไดเคยทาสถตมีผูชมสูงสุดมาแลว















นอกจากนันชวงเวลาของการจมนบตงแตเมอเรมเกด สวนภาพยนตรเรือง “ตามลาบิสมารค” นัน นาจะถกสรางขึน






สถานการณก็ใกลเคยงกันมาก ไททานกชนภูเขานําแขง ในชวงปลาย ค.ศ.๑๙๗๐ กอนหนาไททานิกกวา ๓๐ ป





อยางแรงในเวลา ๒๓๔๐ และจมลงอยางสมบรณในเวลา ๐๒๐๐ ผเขียนไดมโอกาสชมภาพยนตรเรอง “ตามลาบสมารค”










ของวนใหม รวมเวลา ๒ ชัวโมง ๒๐ นาที ในขณะทีสําหรับบิสมารค ครงหนง แตไมรสกประทบใจ เพราะในสมยนันยังไมม ี





















ตนเรอไดออกคาสงใหปฏบตการจมตวเอง โดยวางระเบด เทคโนโลยในการสรางภาพเสมอนจรง (Annimation)












ปลอยนําทะเลเขาทางทายเรือเมอเวลาประมาณ ๐๙๓๐ และ เหมอนเชนในปจจบน บริษัทสรางหนังจึงไดใชวธีเอาเรือรบ



















เมอถกตอรปโดขนาดใหญอก ๓ ลกยิงซาเปนตัวเรง บสมารค เกาทปลดระวางแลว มาแปลงรางใหเปนบสมารค ซึงมองใน












ก็จมลงโดยสมบรณในเวลา ๑๐๓๙ รวมเวลา ๑ ชัวโมง สายตาทหารเรอแลว เรอลานันนาจะใหอารมณความรสก















๙ นาท : แตถาจะเรมนบเวลาตงแตเมอเรมการยิงปะทะกน นาสมเพชหรอนาสงสาร มากกวาความนาเกรงขาม นอกจาก













คอในเวลา ๐๘๓๗ ก็จะเปนเวลา ๒ ชัวโมง ๒ นาที นับวา นันเนือหาของเรองกมการเบยงเบนคอนขางมาก (เพราะถูก















เกือบเทากันเลยทเดยว สรางโดยฝายพันธมตรทชนะสงคราม) ภาพยนตรเรืองนี ้






จงไมดง และหายสาปสญไปจากวงการ






สาหรบเพลงประจาตวของไททานกก็คอ





“My heart will go on” ขับรองโดย Celine

Dion นักรองสาวชอดง ถูกแตงขนเพือเปนเพลง











ประกอบภาพยนตรเรองเดยวกัน และกยังคงเปน



เพลงฮตตดปาก ของบรรดาหนุมสาวและ





เดกวัยรุนมาจนถึงบดนี สวนเพลงประจาตว ั





ของบสมารคนัน หนมสาวสมยนีคงจะไมมใคร






รจก เพราะเกิดและดงในสมยคุณปคณตา นัน









ก็คอเพลง “Sink the Bismarck” ขับรองโดย




Johny Horton นักรองลกทงชาวอเมรกันทโดงดง ั





ของโลกในยค 60S





ตาบลทจมโดยประมาณของเรอบสมารคในชวงสายของ อนงกเปนเรองบงเอญทนาสงเกตอกวา สาหรบ

















วนท ๒๗ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑ คอ ประมาณ ๖๐๐ ไมลทะเล Johny Horton ผรองเพลงน เขาก็มชีวประวตอนเปนจด











จากเมอง Brest ประเทศฝรงเศส










แจงเกดและจดจบ ทคลายคลึงในทานองเดยวกันกับบสมารค




ความเหมอนขอท ๘ : เรอทงสองลาถึงแมวาจะม ี ดวย เขาไดรบการขนานนามวา "นักรองลูกทุงผูอาภพ" เพราะ




















วรกรรมในทะเลนอยมาก เพียงไมกีวนดวยกันทงค (ความ ตองฟนฝาอปสรรคทยากลําบากนานาประการ ดวยการเปน












เหมอนขอท ๗) แตกลับมีชือเสียงเปนทีรูจักในหมูนักเดินเรอ ลกจาง คนงาน และดเจ กวาจะโดงดงขนมาไดดวยการแตงเพลง



















และประชาชนทวไปในระดบ “ตํานานอมตะ” เหมือนกัน และรองเอง แตแลวก็มอนตองจบชวตแบบ “ศพไมสวย” ใน










กลาวคือนอกเหนอจากการทไดรบการขนานนามวา “ไมม ี วยแค ๓๖ ป ดวยอุบตเหตรายแรงบนทองถนน (ขับขี










วนจม” แตก็ตองมาจมในยกแรกเหมอนกันแลว (ความ มอเตอรไซคบกไบค) อยางไรก็ตาม ชือเสียงของเขากไดถูก











เหมอนขอท ๑ และ ๒) เรือทังสองยังเปนเจาของภาพยนตร จารกเปน "ตานาน" เชนเดียวกับบสมารค เรอทเขารองเพลงให 

















ระดบฮอลลวด แถมยงมเพลงประจําตัวเหมอนกันดวย!
124 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)





ความเหมอนขอท ๙ : ซากเรือไททานก และบสมารค คนแรกทีไดปลอยยานสํารวจ Argo ลงสูกนทะเลดวยสาย









ทจมอยกนมหาสมทร (ทีความลึก ๓,๘๐๐ เมตร และ เคเบิลทียาวถึง ๔,๐๐๐ เมตร แลวลากยานสํารวจพืนทอง









๔,๗๙๐ เมตรตามลาดบ) ถูกคนพบเปนครังแรกโดย ทะเลตามพิกัดตาบลทีจมของไททานิก และสามารถ
บุคคลคนเดยวกน ! นันก็คอ ดร.โรเบิรต บัลลารด นัก คนพบซากเรือทีกองกระจัดกระจายเปนบริเวณกวางขนาด





วทยาศาสตรใตทะเลชาวอเมรกัน ในป ค.ศ.๑๙๘๕ เขาเปน พืนท ๓ เทาของสนามฟตบอล ซึงวเคราะหไดวาเปนสวน

























ทายของเรอ เพราะเปนสวนทจมทหลงในขณะทยังมอากาศ





จานวนมากถูกกักไวภายในลําตวเรอ











เมอเรอจมถงความลกหนง ทอากาศภายในไมสามารถ





ทนทานตอแรงบบอนมหาศาลจากนาทะเลรอบดานได ก็





จะเกดการระเบดจากภายในอยางรนแรงในทกทศทาง



(Implosion) ทาใหลาตวเรอแตกกระจาย ในขณะทีสวนหัวเรอ











ทมนําทะเลทะลกเขาไปทวมจนเตม และหกขาดออกจากกัน


ในจงหวะแรก ไดจมลงโดยไมมสภาพความแตกตางของ


แรงกดดนจากภายในและภายนอก จงจมฝงอยในสภาพ




ดร.โรเบรต บลลารด (Robert Ballard) นักวิทยาศาสตร คอนขางสมบรณหางออกไปหลายรอยเมตร









ใตทะเลชาวอเมรกัน ผคนพบซากเรือไททานกเปนคนแรกในป





ค.ศ.๑๙๘๕ และซากบสมารค ในป ค.ศ.๑๙๘๙ ในภาพเขากําลง ภาพเสมอนจรง (Annimation) จาลอง





ใชโมเดลเรอเพอจาลองการจมของบสมารค ลกษณะการจมของไททานกลงสกนทะเลที ่






ความลก ๓,๘๐๐ เมตร โดยทอนหวทนําทะเล











ไหลทะลกเขาเต็มพนทไดหกขาดออกตังแต



ชวงแรก แลวจมลงสพืนในสภาพเดิม ในขณะท ี ่






สวนทายซึงยังมอากาศจานวนมากตดคางอย  ู


ไดเกิดการระเบดจากภายใน (Implosion) อยางแรง



ระหวางการจม แลวแตกกระจดกระจายเปน






บรเวณกวางอยบนพนทองทะเล


ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 125


ภาพจําลองแสดงการลากยาน


สารวจ Argo แลนสารวจรอบสวนหว




ของเรอไททานก ทอยูในสภาพคอนขาง

สมบรณ


การคนพบซากเรอไททานก

ภายหลงจากทไดจมมาถง ๗๓ ป






(ไททานกจมในป ค.ศ.๑๙๑๒) เปน


ทสนใจของคนทวโลก และเมอ







ดร.บลลารดไดรวบรวมรปภาพ

และขอมลทงหมด เขียนเปน






หนงสอขนาดหนา ๒๔๖ หนา ในชอ



เรอง “ความลบของไททานก...ท ่ ี






ใตทะเลลก ๓,๐๐๐ เมตร” หนงสอ



ของเขากไดรบรางวล Best Seller






แหงปดวย และอกไมกีปตอมากได 





เกิดเปนภาพยนตรฮอลลวดใหได


ชมกน

ในป ค.ศ.๑๙๘๘ หลงจาก



การคนพบไททานกได ๓ ป


ดร.บลลารดก็ไดเรมโครงการ





สารวจใตทะเลททาทายยิงขน



กวาเดม นันก็คอ ซากเรือบสมารค








ทไดจมมาแลวเกือบ ๕๐ ป (บิสมารค

จมเมอ ค.ศ.๑๙๔๑) ดวยความ


ไมแนนอนและไมสอดคลองกน

ของตาบลทจมของบสมารค จาก







การบนทกของตนหนเรอรบองกฤษ




ทง ๓ ลาทอยูในเหตการณ สงผล







ใหกรอบพนทสารวจตองขยายออก





ไปเปนบรเวณกวางมาก ประกอบ

กับความยากลาบากในการลาก


ภาพกราฟฟกแบบถกตองตามมาตราสวน ยานสํารวจทีมีสายเคเบิลยาวถึง



แสดงภาพพืนทองทะเลและความลกทซากเรือ ๕,๐๐๐ เมตร ทาใหการสารวจ





ทงสองจมอย โดยบสมารค (ซาย) ตดคางอย ู ครงแรกลมเหลว











ทไหลภูเขาไฟใตนํา สวนไททานก (ขวา) กอง

อยูทพืนทองทะเล


126 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)



แตเขาก็ไมละความพยายามและหาทนออกเรอ แตเมอ ดร.บลลารดฯ สามารถไขปรศนาเกียวกับ



















สารวจครงท ๒ ในปถัดมา ในทสดในชวงสายของวนท การจมของบิสมารคใหกระจางชัดได กระแสตอตานก็ได




๘ มถุนายน ค.ศ.๑๙๘๙ ทมสารวจของเขากสามารถคนพบ เปลียนเปนการยอมรับ เพราะเทากับวา ดร.บัลลารดฯ ได




ซากเรือบสมารค ในสภาพทสวนของลาตวเรอยังสมบรณ ชวยรักษาเกยรติภูมิของชาติพันธุ ในการตอสูจนเลือด























เกือบทงลา ในขณะทโครงสรางเหนอดาดฟาเรยบทไมม หยดสุดทาย และยอมตายเพือรักษาศักดิศรี ดงเชนคํากลาว






เกราะหนาปองกันโดยเฉพาะสวนหัวเรอ ไดถูกลูกกระสุนปน ของ พลเรอเอกลึดเจนส ทีประกาศแกลูกเรอทุกคนในคืนวัน





ใหญและปนกลางของกองเรอองกฤษ ทรมระดมยงเปนเวลา กอนจมวา.... “การปะทะครังตอไป ถาไมชนะ ก็คอ สละชีพ”








ถึง ๑ ชัวโมง กับ ๔๐ นาท (จํานวนถึง ๒,๘๗๖ นัด !) ระเบิด การคนพบซากเรือบสมารคใน ๘ มถุนายน ค.ศ.๑๙๘๙





ทาลายกวาดตกทะเลราบเรยบ แตบสมารคก็ยังสามารถ ทาใหตานานประวตศาสตรการยุทธทางเรอ ทมเนือหา












นํารางตวเองจมลงมาตงตระหงานทระหวางซอกหลบของ สะเทอนใจ (Drama) มากทสดฉากหนึงในสงครามโลก













ภูเขาไฟใตทะเลไดอยางสมดล และยงคงรกษาความนา  ครงท ๒ ตองมการเปลยนแปลงในบทสรป (รวมทังในบันทึก



















เกรงขามอย โดยหมปนกลางขนาด ๑๕๐ มลลเมตร ทง ๖ ปอม จดหมายเหตของราชนาวองกฤษดวย !)










๑๒ กระบอก และปนตอสอากาศยานทียังเหลออย ก็ยังคง


แสดงสญลกษณของการทีอยากจะรบตอไปอีกดวย !








ภาพถายใตนําในมมสง แสดงใหเหนสภาพดาดฟาของบสมารค














และรองรอยความเสยหาย อนงทมสารวจตงขอสงเกตวาพืนดาดฟา




















ดร.บลลารดทาการสารวจพรอมทงถายภาพนิงและ สวนหวและทายเรือ ซึงปพืนดวยไมสก แทบจะไมเสยหาย แสดงวาไมสก















ภาพ VDO รอบเรอทกซอกทกมมตออก ๒ วน จงเดนทาง ทนทะเลเปนเลศ อกทงการทฝายอังกฤษปดระยะเขามายิงในระยะใกล














กลบ หลงจากนนเขาก็ไดแถลงขาวการคนพบครงยิงใหญนี ้ ลกกระสนจงกระแทกแตผนงตวเรือหรือไมก็ลอยขามไปหมด อีกทัง
















ยังคงเหนเครองหมาย “สวสดกะ” ไดอยางคอนขางชดเจน


ตอสาธารณะ พรอมทงยืนยันดวยหลกฐานและตรรกะทาง









วทยาศาสตรวา บสมารคจมดวยการทีลกเรอปลอยนําเขา ความเหมอนขอท ๑๐ : แมจะเปนขอสดทาย แต 

















ทองเรอจนเตมลา จงทาใหเรือจมลงสูทองทะเลในสภาพที ก็จะมีความหมายลึกซึงทีสุด เพราะจะเปนการเปรียบเทียบ














ไมมการระเบดจากภายในจนบุบสลาย และลาตวเรอกนาจะ ในเชงนามธรรมหรือปรัชญา ทีทานผอานอาจจะตองใช




คงสภาพเชนนีตอไปไดอกนานดวยโครงสรางทยังคงแขงแรง จินตนาการชวยเสรมดวย การวิเคราะหความเหมือนบน




มาก สาหรบตาบลทจมนน เขาจะรกษาไวเปนความลบสงสด ความแตกตางทัง ๙ ขอทีผานมา อาจจะจําแนกไดในหลาย

































ขาวการคนพบซากเรือบสมารคของเขามทงผทตนเตน แงหลายมมมอง อาทเชน เปนเรองบงเอญ เปนเพราะ









ชืนชม และตอตานไมเหนดวย ซึงสวนใหญก็คอประชาชน สถานการณพาไป เปนความจงใจ หรือแมแตเปนชะตากรรม













เยอรมน ทเปนญาตพีนองของลูกเรอบิสมารคทีสูญเสียชีวต ดวยนํามอมนษย เปนตน








ดวยเหตผลทวา ซากเรอกคือสุสานหรอหลมศพของนกรบ ในมมมองของผเขียน ชะตากรรมอนเปนตํานานของ




















ทางเรอถงสองพนกวาคนทจมไปพรอมกบเรอ สมควรทคน เรือทังสองลํา ไดสะทอนใหเห็นถึงกระแสความเกียวเนือง












รนหลงจะตองใหความเคารพ และใหเกียรติดวยการไมไป เชือมโยงสัมพนธ (หรือขัดแยงตอตานกันเอง) ของบรรดา









รบกวน เพือรกษาความเงยบสงบเปนสนติสขเชนเดียวกับ สรรพสิงตาง ๆ ทีเปนวิวฒนาการของโลกในยุคหลัง อันเปน




กรณของปาชาฝรงบนบก ชวงของการพฒนาเทคโนโลยเพือการปฏวตอตสาหกรรม ท ่ ี








ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 127






ไดนําไปสความเจรญทางเศรษฐกจ รวมทงเพอใชในการ










ทาสงครามทาลายลางกนเอง อกทงยังเปนความพยายามที ่


จะเอาชนะธรรมชาตดวย

หากจะใชการพินิจพิเคราะหเชงปรชญาในชะตา






กรรมของเรอทงสอง ก็อาจจะมองเหนความเหมอนในทาง
นามธรรมซอนอย เชนหลกสจธรรมทางพทธศาสนา อน












เปนลกษณะสามญของบรรดาทกสรรพสงในโลก นันก็คอ




"หลักของความไมเทียงแทแนนอน" (อนจจัง) นันเอง





ไททานกถูกออกแบบและสรางใหใตทองเรอแบงกน “อนจจง” ของ “เรอสาราญทไมมวนจม” บทเรยนราคาแพง



















เปนพนังกน/ผนกนํา ถึง ๑๖ หอง อกทงแผนเหลกเปลอกเรอ สาหรบมนษยทอยูในความประมาท และมองขามอานาจของธรรมชาต
















และหมดทใชยึดใหแนบตดกัน ก็ทาจากเหลกกลาทมสวน




















ผสมของโลหะทถูกหลอมดวยเทคโนโลยลาสมย จนมความ ไททานกใชเวลาแลนผานบรเวณทนําทะเลมอณหภมตา ่ ํ


















เหนยวแนนและทนทานตอแรงกระแทกสูงมาก แตใครจะ ใกลจดเยือกแขงทงวนและคน เมอชนกับภเขานําแขงท ี ่







ดไมนาจะมพิษสง เพราะลอยเตยเรียตามกระแสนามาอยาง




คาดคิดวาสสารสวนใหญเมอตองอยในสภาพแวดลอมท ี ่



เย็นจดเปนเวลานาน “ความเหนียว” หรือความยืดหยนก็ ชา ๆ แตแลว ธรรมชาตก็ไดสรางบทเรียนราคาแพง










จะกลายสภาพ และจะม “ความเปราะ” หรือความกรอบเพิม ใหแกมนษย ทีตองการเอาชนะ สรางสถิต แตมีความประมาท






เลนเลอ ไมยอมลดความเรวและเพมความระมดระวงขณะ







มากขนแทนท (ตวอยางเชนถุงพลาสติกรอน ทีสามารถใสนํา












เดอดได และมความเหนยวขนาดดึงหรอบดไมขาด แต แลนผาน ดวยปจจยทางธรรมชาตก็คอ ความเย็นจดของ











ถาลองเอาใสตเย็นโดยแชไวในชองแขงขามคน ก็จะกรอบ- อณหภมนําทะเล จงทาใหสวนฐานของกอนภูเขานําแขง ม ี


















แตกหกไดอยางงายดาย : ผูเขยน) ความแขงแกรงมากจนสามารถทาความเสยหาย เปนบาดแผล







ฉกรรจใหแกสขางของเรอไททานก จนตองจมลงอยางไมมี


ทางแกไข

128 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)


สาหรบเรอบสมารคนัน แผนเกราะเหลกหนาขนาด ความเหมอนขอสดทายจึงเปน ความเหมอนท ี ่






















๑๕-๓๐ เซนติเมตร เสรมดวยเปลอกลาตวเรอสองชน กาหนดโดยสจจธรรมของธรรมชาติ ทีตองการสอนบท














รวมถงการสรางพนังกนนําทแขงแรงถง ๒๒ หอง คอหลก เรียนราคาแพงใหแกมนุษยบนเรือลําหนึง ทีมุงแตจะสราง















ประกนทผสรางสามารถกลาวอางดวยความมนใจวา “ไมม สถิตเพือผลประโยชนในเชงพาณชย โดยไมใสใจในความ








วนจม” ไดเชนกัน และในความเปนจรงกเปนเชนนัน เพราะ ปลอดภัย และมองขามอิทธิพลของธรรมชาติ ในขณะทีอีก







ถึงแมวาฝายอังกฤษจะระดมยงใสบสมารค ทีกลายเปน ลําหนึง ก็มุงทีจะใชเพือการประหัตประหารกัน ในสงครามที ่








กระสอบทรายลอยนา ถึงเกอบ ๓,๐๐๐ นัด (เขาเปาอยางจัง ไรซึงความปราณีและไมมีเหตุผล ซึงความเหมือนกันอันเปน






ประมาณ ๗๐๐ นัด) ก็ไมสามารถทําใหบิสมารคจมลงได แต บทสรุปของขอนก็คอ บทเรียนราคาแพงของทังสองกรณีนี ้









แลวสจจธรรมของความไมแนนอนก็เขามาทาหนาท เพราะ อันไดแกชีวตของผูคนจานวนมากมายมหาศาล ทีตองประสบ













เรอทไมมวนจม ก็มอนตองจม ดวยฝมือของลูกเรือตัวเอง ! ชะตากรรม ดวยตนเหตทพวกเขาไมไดเปนผกอขนเอง !

















“อนจจง”ของ “ปอมปราการลอยนาทไมมวนจม”




แตก็ตองมอนตองจมดวยฝมอลกเรอตวเอง เพือรกษา






เกียรติภูมของชาตพันธุ และศกดิศรของ “ทานผนํา”








ทไดมาเยียมบารงขวญพวกเขากอนออกรบ




ในภาพ : อะดอลฟ ฮตเลอร ขณะตรวจแถว

(อาลา) กําลงพลบสมารค บรเวณดาดฟาปอมปน



“ดอรา” ทายเรือ
ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 129


ภาคผนวก ๑ :
ภาคผนวก ๑ :

จาก “ตานาน บิสมารค” ส “RTN 4.0”
จาก “ ต ํ ํ านาน บ ิ สมาร  ค ” ส ู ู  “RTN 4.0”




แงคิด – มมมอง ของผเขียน
แง





ของผ


เข
มมอง

ยน




ตน



ตน













ตามทไดกลาวไวในชวงตนของตอนท ๑๓ วา โดย ... พล.ร.อ.สามารถ จาปรตน   





เมอบทความชดนจบลงโดยสมบูรณแลว ผูเขยนมความ ๑. นักประวตศาสตรทางเรอทงหลายตางกมความ

























ตงใจทีจะจัดพมพรวมเลมบทความทงหมด ทกตอนทได เห็นพองกันวา บิสมารคเปนเรอรบทีทรงอานุภาพมาก















เรมเขยนตงแตเดอนสงหาคม พ.ศ.๒๕๕๙ เพอมอบให ทีสุดในชวงตนสงครามโลกครังที ๒ ดวยการออกแบบและ





กองการฝก กองเรอยทธการ ไดใชประโยชนเปนหนงสือ เทคโนโลยีการตอเรือทีทันสมัยลาสุด โดยเฉพาะอยางยิงใน





อานประกอบการศึกษาสาหรับนายทหารนกเรยน ดานความคงทนตอความเสียหายจากการสูรบและอํานาจ










หลักสตรทสําคัญตาง ๆ ดงนันเพือใหหนังสือดังกลาวมี การยิง จนถึงขันระบุเปนวลทีวา... เปนเรอที “สามารถตอกร













เนอหาทีสมบูรณ ทงในดานขอมลทางประวัตศาสตร กับทุกสิงทลอยนําได !” (Can match everything afloat !)












และบทวิเคราะห ผูเขยนจงไดเพมเตม “ภาคผนวก” ขน แตนักประวัตศาสตรสวนใหญของกลุมนีก็ลงความเห็นไปใน


อีก ๓ ตอน อันจะเปนการจบโดยสมบูรณ  ทางเดยวกันวา เรอรบททรงอานภาพลํานี ถูกสรางขน








“ผิดที – ผิดเวลา !”













อนง ขอทาความเขาใจกบทานผอานเสยตังแตตนวา












บทวเคราะหตอไปน เปนแงคด – มมมอง ของผเขียน ซึงอาจ ถาบสมารค รวมทงเรอฝาแฝดทชือ “เทยรปทช”


























จะไมถูกตองเสมอไป อกทงการคาดเดาเหตการณในอนาคต (Tirpitz) สรางเสรจกอนหนานีสกประมาณ ๒๐ ป กองเรอ






ก็เปนเรองทยังมาไมถึง ซึงอาจจะมเหต-ปจจยอืนๆ มาสอด ทะเลหลวงของจกรพรรดนาวีเยอรมน (Hochsee Flotte)























แทรก ทาใหไมเปนไปตามทคดก็ได ดงนน ผอานจึงควรใช  ก็จะมศกยภาพในการประจันหนากับ “จาวทะเล” เชนราช
















วจารณญาณกอนนําไปใชอางอง นาวีองกฤษไดอยางมนใจมากขน และผลการปะทะทยิงใหญ 








ทสดในประวตการรบทางทะเลของโลกคอ “ยุทธนาวท ่ ี




เปาหมายของผเขยนอยูทีบรรดานักรบทางเรือในยุค คาบสมทรจตแลนด” (Seabattle of Jutland) ทเกิดขน















Navy 4.0 ทงหลาย ทจะไดนําเกรด แงคด – มมมองน ไป ในปลายสงครามโลกครงท ๑ (ค.ศ.๑๙๑๖) อาจจะตอง








เสรมฐานความรตามวชาชีพของตน อนจะเปนประโยชนตอ เปลยนแปลงในบทสรป รวมทงอาจจะมผลตอการสนสดของ




















กองทพเรือในทางออมดวย ทงนผเขียนจะขอเรมดวยการ สงครามโลกครงท ๑ ดวย
















มองภาพอยางกวาง ๆ ทางยทธศาสตรกอน แลวลดระดบ






ลงสแนวคดทางยทธการ จนยอยไปถงเทคนคทางยทธวธีใน








บางขนตอน ตามทปรากฏในประวตการยุทธทางทะเลอันเปน


ตานานเรืองน :-




130 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)







“แลวดวยเหตผลใดจงเรยกวา “ผดท – ผดเวลา ?” ตอเมือมีการพัฒนาการใชใบเรืออยางเต็มรูปแบบ




















ก็นาจะเปนคําถามทตามมา ผเขียนจึงขอนาเสนอเหตผล รวมทงนาเอาปนใหญสนามทบรรจลกกระสนทางปาก
โดยขอเรมท “ผิดเวลา” กอน :- กระบอกแลวจดสายชนวนระเบดดนขับ มาตดตงทขาง



























เมอมนษยเรมสราง “เรอ” เพือใชเดนทางขามนา ํ ้ กราบเรอซอนกันหลายชน ก็ทาใหรปแบบการปะทะกนทาง


















ขามทะเลไปทามาคาขาย ก็เรมคดถึงการพัฒนาเรอเพอใช  ทะเลตองเปลยนตาม มการจดรปกระบวนเพอใหไดเปรยบ

















ในการทาศกหรอยดครองดนแดนชาตอนพรอมกนไปดวยแลว ทางดานทศทางลม (ชิงอยเหนอลม) และแลนเปนกระบวน




















ทานทศกษาประวตการยุทธทางทะเลของโลกตงแตยุคเรมแรก แถวยาว เพือเปดกราบใชปนทีตดตงรายกราบไดมาก

















ก็คงจะจาภาพเรือรบทใชการกระเชยงเรอเขาเทยบกัน แลว  กระบอกทสด ปจจยชีขาดชัยชนะจึงขนอยูทจานวนเรือ (และ




















สงพลหอกพลดาบปนขามเรอขนไปตรันฟนแทงกัน ตอมาก็ กระบอกปน) ของฝายไหนมมากกวากัน รวมทงยุทธวธีใน




















มการพัฒนาใหเรอมหวแหลมคมเสรมดวยเหลกกลาทเรยกวา การทาใหอกฝายหนึงเสยรูปกระบวน ซึงทาน ลอรด เนลสน

























“ทวนหว” วงเขาชนลาตวเรอขาศกทใตแนวนํา เพือใหจมลง วรบรษทางเรอของราชนาวองกฤษ เจาของยทธวธีอมตะ




















โดยทไมตองเหนอยแรงมาไลฟนกัน ยิงเมอเรมมการใชใบ “Crossing the T” หรอแมกระทงทานกัปตน “แจค สแปโรว”















เพือเอาแรงลมมาเสรม ก็ทาใหการใช “ทวนหว” ไลชน จอมโจรสลดแหงทะเลคารเบยน (ถามจรง) ก็จะอยในชวง



มประสทธภาพมากยิงขนดวย เวลาน ี ้











“Victory” เรอธงของทาน ลอรด เนลสน แหงราชนาวองกฤษ









ภาพเสมอนจรงทแสดงใหเหนถึงววฒนาการของเรอรบใน สรางชอดวยชัยชนะระดับ “คลาสสก” ในยุทธนาวทีทราพัลกา ราชนาวี






















ยุคโบราณ ทมการผสมผสานการใชแรงคน (กระเชยง) กับแรงลม องกฤษ ยกมาตังเปนจดดงดดนักทองเทยวทเมอง Portsmouth สงเกต








ธรรมชาต (ใบ) และ “ทวนหว” (Ramp) เสรมเหลกทใตแนวนํา ไดจากชองปนใหญรายกราบทซอนกันถึง ๓ ชัน










เปนอาวธสงหาร ววฒนาการทางอตสาหกรรมครงสาคัญของโลกก ็




















รปแบบของการปะทะกนทางทะเลเรมเปลยนไป คอการกาวเขาสยุคเครองจกรไอนา ซึงไดเขามาแทนทการ










เมอมการพัฒนาอาวธรบทางทะเลทใชเครองผอนแรงมาก ใชใบเรออยางสมบรณในชวงรอยตอระหวางครสศตวรรษ




















ขึน เชนเครองดดกอนหนหรอลกเหลก (Catapult) หรอปน ท ๑๘ และ ๑๙ ทาใหรปแบบของเรอรบและยทธวธีการรบ















ไรเฟลในยคแรก ทพลแมนปนซุมยงมาจากรงกายอดเสา ทางทะเลตองปรบตามอยางขนานใหญ พลงขบเคลอนดวย




















เพือจองจะ “เก็บ” กัปตนของเรอขาศกเปนตน เรอท่เขารบ เครองจกรกลทาใหเรือรบมีความคลองตัวมากกวาการใชใบ









จงตองขยายระยะออกจากกันเพือความปลอดภย และรอ เปนอยางมาก สงผลใหความเรวไดกลายเปนปจจยสําคญ












จงหวะในการแลนเขาประชดเพือชยชนะขันเด็ดขาดตอไป ของศกยภาพในการรบทางทะเล ในขณะทกอนหนานันไม 




สามารถกาหนดได เนืองจากลมเปนปจจยทางธรรมชาตท ่ ี




ไมสามารถเรยกรองและควบคมได 



ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 131









นอกจากนันพัฒนาการของปนใหญสนามและปนเรอ ตวอยางทเหนไดชัดกคอพฒนาการกาลงรบทางเรอ








จากการบรรจทางปากกระบอกไปเปนการบรรจทางทาย ของราชนาวีอังกฤษ จาวทะเลในยุคปลายคริสศตวรรษที ๑๗
















ลากลองเขาสรงเพลงโดยตรง โดยมลกเลอนเปด-ปด และ จนถึงตนครสศตวรรษที ๑๙ เพือยึดครองและปองกันอาณาจักร





จดระเบดดวยเข็มแทงชนวนหรอไฟยง รวมทงการออกแบบ ทีพระอาทิตยไมเคยตกดินของตน ราชนาวีอังกฤษจึงเนน













ลกกระสนเปนแบบมปลอก คอมหวกระสนและนดดนขับ การสรางกองเรือรบขนาดใหญ อันประกอบดวยเรือประจัญบาน






รวมกน เสรมดวยเทคโนโลยการบรรจเขารงเพลงดวยระบบ และเรือลาดตระเวนสงครามทีมีปนใหญปนโต โดยจดสง 












ไฮโดรลกส ทาใหอตราการยิงสงขนกวาเดมหลายเทาตว อีกทัง สวนหนึงไปจอดขมขวัญบรรดาประเทศเมืองขึนทังหลาย


















การจุดระเบดในรงเพลงทสมบรณก็ยังสงผลใหความเรวตนท ของตนทีฐานทัพโพนทะเล กับสงวนกําลังสวนใหญไวทีบาน








ปากกระบอกสงขน ซึงกหมายถงระยะยงทไกลขนดวย เมอ เปนกองเรือปองกันประเทศ (Home Fleet) โดยกําหนด









ความเรวตนทปากกระบอก (Muzzle Velociy) สามารถ หลักเกณฑตายตัวไววา กองเรือปองกันประเทศของตนจะ








ควบคมและคานวณได เสรมดวยขอมลทางขปนวถีภายใน – ตองมีเรือรบหลัก (Capital Ships : ไดแก เรือประจัญบาน












ภายนอกทีพรอมสมบรณ ตารางคานวณการยิงปนใหญเรอก เรือบรรทุกเครองบิน และเรือลาดตระเวนสงคราม) เปน




เกิดขนตามมา ผลลพธก็คอ "ความแมนยํา" (Accuracy) จานวนรวมมากกวา ๒ เทา ของประเทศทอาจเปนศัตรใน











เมือเรือในยุคเครืองจักรไอนําเคลือนไหวไดคลอง อนาคต (Potential Enemy) เปนอยางนอย









ตวและเรวขึน เสรมดวยระยะยิงและความแมนยําของปนเรอ เยอรมนประเทศมหาอานาจทางบก ทไดกระโดดเขา 














ทไดพัฒนาขนมาก ปจจยชีขาดการแพ – ชนะของสงคราม สูสงครามโลกครังที ๑ ในฐานะแกนนําของกลุมอักษะ



ทางเรอในยคตอมา ก็เปลยนจากจํานวนเรือและกระบอกปน ทําสงครามทัง ๓ มิตกับกลุมพนธมตร (อังกฤษ ฝรังเศส












รวมทงการไดเปรยบดานเหนอลมในยคเรอใบ ไปเปนตําบลที รัสเซย รวมทังสหรัฐอเมริกาทีเขารวมในภายหลัง) ทีมีอังกฤษ




















แรกยทธ (เพือปจจัย 3S : ไดแก Sea/Sun/Smoke อันมี เปนแกนนํา กองทพเรือเยอรมนตองรบศกหนกทสด เพราะ










ผลอยางมากตอการเลงเปา และการตรวจ – แกกระสนตก) รวม ตองตอกรกับ“จาวทะเล”อังกฤษ ดวยกําลังทางเรือทีแพ 










ทงระยะยิงและความแมนยําของระบบอาวธ เสรมดวยความ เปรียบดานจํานวนประมาณ ๑ ตอ ๓ ถึงแมจะรีบเรงสรางขึน






คงทนตอการปะทะ (ระบบการปองกนความเสยหาย) ของ เพิมเติมขนานใหญ แตก็ไมถึงครึงหนึงของกองกําลัง Home






กําลงรบทางเรอเปนสาคญ แตอยางไรกตามปจจยจํานวน Fleet ของอังกฤษอยูด ี










เรอกยังคงเปนตัวตดสนชีขาดอยูด เพราะถึงแมวาฝายตรง ในทสดหลกการสงครามในขอ “การรวมกําลัง”



















ขามจะ “ยิงแมน แลนเรว” เพียงใด แตถาตองเขาตอสูแบบ (Concentration of Forces) ก็ทาหนาท เพราะในการปะทะ




“ขามาคนเดยว” ก็จะมแตแพกับเสมอเทานัน แบบซงหนาแตละครง ไมวาฉากใหญหรอฉากยอย














“ยทธนาวทคาบสมุทรจัตแลนด” (Seabattle of Jutland) ฉากการรบทางเรอ











อนยิงใหญทสดในประวตศาสตร เกิดขนในสงครามโลกครงท ๑ (ค.ศ.๑๙๑๖) ระหวาง







กองเรอปองกนประเทศของราชนาวองกฤษ กับกองเรอทะเลลกของจกรพรรดนาวีเยอรมน













มเรอรบประเภทตาง ๆ เปนตัวแสดงรวม ๔๐๐ ลา โดยเรอประจญบานและเรอลาดตระเวน




สงครามเปนดารานําแสดง ผล



ลพทจากการรบ ซึงฝายเยอรมัน
แมจะสามารถอางไดวาประสบ
ชัยชนะทาง “ยุทธวธี” (มอตรา



การสญเสยทงจานวนเรือและ





กําลงพลนอยกวาฝายอังกฤษ


ประมาณ ๓ เทา) แตสดทาย
ก็คอการพายแพทาง “ยุทธศาสตร”





132 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)








ฝาย Home Fleet ขององกฤษกจะสามารถบรหารเรอรบหลก เพราะลักษณะทางกายภาพและภูมิยุทธศาสตรของประเทศ




(Capital Ships) ของฝายตนในยุทธบรเวณ ใหมจานวน ทีแพเปรียบเปนอยางมาก นอกจากจะเปนประเทศ




เหนอกวา Hochsee Flotte ของเยอรมนทกครง กองทพเรือ “ครอมทะเล” ทีมีปญหาในการเคลือนยายกําลังทังสอง






















เยอรมนก็จงมอนหมดสภาพไปกอนเหลาทพอน และกเปน ฝงแลว ชายฝงทะเลทังสองดานก็ยังถูกเกาะองกฤษตังกดทับ






สงยืนยันวา ปจจยชีขาดการทาสงครามทางเรอในยคนัน ปดกันเสนทางออกสูทะเลเปดอยางชนดทีเรียกวา “ใกลชิด






















(สงครามโลกครงท ๑) ก็คอบรรดาเรอรบหลกทมปนใหญ ปดประตู” ดวย ซึงถามีการตรวจพบเรือผิวนําของเยอรมัน


ปนโต (เรือประจัญบาน เรือลาดตระเวนสงคราม) ทีจาวทะเล แหลมออกมาเมือไร อังกฤษก็จะระดมเรือจํานวนมากท ี ่


องกฤษมจานวนเหนือกวาชาติใด ๆ นันเอง ประจาอยูตามฐานทพรอบประเทศ โดยเฉพาะจากฐานทัพ























แตอยางไรกตาม สงหนงทกองทพเรือเยอรมนได  สคาปา โฟลว (Scapa Flow) ในสกอตแลนด อนเปนทตง ั ้










แสดงใหเหนประจกษ ก็คอการพัฒนาเทคโนโลยในการสราง ของกองเรอปองกนประเทศ มารมลอมกนโตะจนตองลาถอย



















เรอรบ ไดแกระบบขบเคลอน (ความเรว) ระบบปองกน เขาทกําบงอยางชนดเอาตวแทบไมรอดทกคร้ง ั






ความเสยหาย และความแมนยําของระบบอาวธ ซึงฝาย ยุทธศาสตรทางเรออนเปนหมากบงคบของ พลเรอเอก

















องกฤษเองกยอมรบจากการปะทะหลายครงวา ..... “The เรแดร (Raeder) แมทัพเรือเยอรมันก็คอ พยายามขยาย

German’s artillery is always very accurate… ยุทธบริเวณในการตอสูออกไปกลางมหาสมุทร ใหไกลจาก



at the beginning !” (หมายเหตุ : คายืนยันประโยคนี เกาะอังกฤษใหมากทีสุด เพือกระจายกําลังขาศก และเนืองจาก



ปรากฏอยูในหนงสอประวตการสงครามของราชนาวองกฤษ เยอรมันไมมีฐานทัพโพนทะเลคอยสนับสนุน ดงนนเรอรบที ่






















เมออานผาน ๆ ก็จะรสกชืนชมในความเปนสภาพบุรษผม จะทํางานเชนนีไดจึงจะตองมีอํานาจการยิงสูงพอ ทีจะสามารถ




นําใจนกกีฬาของราชนาวีองกฤษ แตเมอพเคราะหวลสดทาย เอาชนะเรือรบอังกฤษทีมีอยูทุกลําทุกประเภท กับจะตอง

















ทวา... “at the beginning” แลว ก็จะพบ “การไวเชิง” ทีซอน มีความ “อึด” มากเพียงพอ ทีจะพารางอันบอบชําจากการ

















อยู เพราะมนตองการสอความหมายวา ทวาแมนก็แคตอน ปะทะ กลับไปซอมทําทีถําตวเอง ใหไดดวย
ฉากแรกเทานัน พอถึงตอนจบกเสรจขาหมด ! ....ผเขียน) แนวคดในการสราง “ปอมปนลอยนําทีไมมีวันจม”





















เยอรมนพายแพสงครามโลกครงท ๑ ไดแค ๑๐ ป  จงเกดขน เพือตอบสนองความตองการทางยทธการอนเปน






สบโท อะดอลฟ ฮตเลอร อดตพลนําสาร ทหารรบจาง หมากบังคับดังกลาว โดยบริษัทอูตอเรือ Blohm & Voss









ของกองรอย ปจว. ในสงครามทางบกทผานมา ก็ไดขึนครอง แหงเมือง Hamburg รับหนาทีเปนผออกแบบและ








อานาจเบดเสรจในการปกครองประเทศเยอรมน ในฐานะ สรางเรือลําที ๑ (Bismarck) และกรมอูทหารเรือทีเมือง
















ผนําพรรคชาตินิยมนาซี ทานผนําเผดจการผมอานาจลนฟา Wilhemshaven รับแบบมาสรางลําที ๒ เองในปถัดไป




เรมสอททาวาอยากจะนากองทพเยอรมนเขาสสงคราม บิสมารคปลอยลงนําในเดือนกุมภาพันธ ค.ศ.๑๙๓๙ กอน














กับคนท้งโลกอีกครงเพอความยิงใหญของตนเอง โดยเลงไป เกิดสงครามโลกครังที ๒ ครึงป แลวขึนระวางประจําการใน












ทองกฤษกอน และใหทกเหลาทพเตรียมการใหพรอมภายใน เดอนสิงหาคม ค.ศ.๑๙๔๐ และเมือเรือพรอมคนพรอมก็





๑๐ ปขางหนา ออกรบทนทในเดอนพฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ในขณะ








กองทพเรอเยอรมนตองเผชญกบโจทยทยิงยากกวา ทเรอฝาแฝด เทยรปทซ (Tirpitz) ก็ตามมาในป ค.ศ.๑๙๔๒









เมอครงกอนเสยอีก เพราะเมอแพสงครามบรรดาเรอ แลวทาไมนกวิเคราะหประวตศาสตรจงลงความเหน















ขนาดใหญก็ไดถูกฝายอังกฤษยดครอง หรอไมก็จมตวเอง วา เรือประจัญบานอันทรงอานุภาพทังสองลํานีสรางขึน



ไปหมดแลว ภายในเวลาท่เหลือจึงไมมีทางเปนไปไดเลย ทีจะ “ผิดเวลา ?”









สามารถเรงสรางเรอหลกใหมจานวนเพียงพอทจะตอกรกบ






องกฤษได และถาจะรบกนแบบเกาก็คงจะลงเอยเหมอนเดม


ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 133



ธรรมชาตกําหนดใหปลาคออาหารของนก






(ถาไมรจกดําหนลงไปใหลกพอ !) ฉันทใด เรือก็แพ



ทางอากาศยานฉันทนัน โดยเฉพาะเรือลาโต ๆ ท ่ ี





คอนขางชา อยอาย และเปนเปาใหญ ยิงถาถูกรม









ลอมโจมตรอบทศทางอยางตอเนองดวยแลว ตอใหม ี

















ปนโตปนใหญเพียงใดกไรคา เพราะมกจะ “เอาไมอยู”







ดงนนเมออากาศยานสามารถขยายรศมการโจมต ี








ออกไปทวทองนําไดแลว ตวดรรชนชีวดฉากสุดทาย

ของสงครามทางเรอกเปลยนไป จากจานวนเรือ Capital





Ships ของทงสองฝายในยุทธบรเวณ (ในสงครามโลกครังที ๑)








ไปเปนศักยภาพของอากาศนาวีทมอยูในมอ และพรอมใชใน






ยุทธบรเวณ (ในสงครามโลกครังที ๒)


หลกฐานทีผเขียนสามารถยืนยันบทวเคราะหนีก็คอ








สองพนองตระกล “Wright” ผคดคนและสามารถสราง “อากาศยาน” สถตการสญเสยของเรอ Capital Ships ทงหลายทถูกจม














ขึนบนลอยในอากาศได เปนรายแรกของโลกในป ค.ศ.๑๙๐๓





โดยเครองบนตลอดสงครามโลกครงท ๒ ตวอยางเชน



















คาตอบเรมตนทสองพนองตระกล Wright ชาวอเมรกัน กองเรือประจัญบานของฝรังเศสทีถูก เครืองบินโจมตีของ















ผทไดสรางประวตศาสตรววฒนาการของโลกในป ค.ศ.๑๙๐๓ อังกฤษจมลงนอกชายฝงประเทศอัลจีเรีย เนืองจากไมยอม




ดวยการคิดคนและสราง “ยาน” ขึนไปบนลอยอยูอากาศ สงมอบใหภายหลงยอมแพแกกองทัพนาซีเยอรมัน หรือ














ไดอยางตอเนองเปนครงแรก และนบตงแตนันมา “อากาศยาน” เรือประจัญบานเทียรปทซ (Tirpitz) เรือฝาแฝดของบิสมารค













ก็ไดรบการพฒนาขนอยางรวดเรวแบบกาวกระโดด ภายใน ทีถูกสงไปจอดซุมลึกอยูทีชายฝงประเทศนอรเวย เพือรอ










เวลาไมถึง ๔๐ ป เมอบสมารคเรมออกศกดวยการตีฝาออก จังหวะบุกโจมตีกระบวนคอนวอยจากรัสเซยเขาอังกฤษ แลว






สมหาสมทรแอตแลนตกในเดอน พ.ค.๑๙๔๑ อากาศยาน ถูกอังกฤษ “ปดประตูตแมว” สงเรือดํานําจว และเครืองบิน







ก็สามารถนามาใชในกจการทหารไดอยางกวางขวาง ใน เขาโจมตีระลอกแลวระลอกเลา สุดทายก็มีอันตองถูก






ภารกิจการลาดตระเวนตรวจการณทางทะเล การชีเปา รวมทง ลูกระเบิดขนาดยักษจากฝูงบินทิงระเบิดทางยุทธศาสตร จน








โจมตเปาหมายในทะเลไดอยางมประสทธภาพดวย ซึงอาวธ พลกตะแคงจมลงตามบิสมารคไป





ทสามารถทาใหบสมารคบอบชาจนถึงพการและหนไมออก












ก็คอเจาเครองบน Swordfish เครองบนปก ๒ ชัน ขนาด












เลกรนโบราณ ทไดพัฒนาขนตอจากยุคของสองพนอง




ตระกล Wright นันเอง

ซากเรือประจญบาน เทยรปทซ เรอนองฝาแฝดของบสมารค





ทถูกฝงบนทิงระเบิดทางยุทธศาสตรระดมหยอนลูกระเบิดขนาดยักษ







เจา “ปลาดาบ” (Swordfish) เครองบนโจมตตอรปโดปก ๒ ชัน จนพลิกตะแคงหมดสภาพ กลางอาวฟยอรด ประเทศนอรเวย ดานลาง









รนโบราณ ตอจากยุคของ สองพนองตระกล Wright






แสดงใหเหนหลมระเบดบนเนนเขา ขนาดเทาปากปลองภเขาไฟ !









134 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)





ทางดานยุทธนาวทแปซฟก ก็มหลายเหตการณท สงครามโลกครังที ๑ แลว เพราะไดถูกเจาฟาองคเล็ก ๆ
















เครองบนเปนตัวตดสนสงครามทางเรอ เชนการจมของ ชวยกันรมถลมจนจมลงเกือบไมเหลือ ซึงเจาฟาองคเล็ก ๆ








เรอประจญบาน “ปรนซ ออฟ เวลส” กับเรอลาดตระเวน เหลานี ทีไดกลายเปนอาวธชีขาดในหลายสมรภูมิทางทะเลใน














สงครามรนพีทชือ “รพลส” โดยฝงบนทงระเบดญปน ยุคสงครามโลกครังที ๒ ก็คอกําลัง “อากาศนาวี” จากฐานบิน









ทปากอาวไทยนอกชายฝงประเทศมาเลเซย อนง เมอ ๒ ป ลอยนา ไดแกบรรดาเรือบรรทุกเครองบิน “ราชนีแหงทองทะเล”















กอนหนานี เรอประจญบาน ปรนซ ออฟ เวลส สามารถ นันเอง






หนรอดพนจากการถูกจมโดยปนใหญของบสมารคไปไดท ่ ี เหตการณทผเขียนไดบรรยายมาทงหมดน ก็คอขอ














ชองแคบเดนมารก แตเมอยายวิกมาททะเลจนใตก็ไปไมรอด ยืนยันคําวิเคราะหของนักประวัตการยุทธทีวา “บิสมารค”















จอดปายดวยฝูงบนดําทงระเบดลาเลก ๆ สญชาตญปน เรอประจญบานอนทรงอานภาพของกองทพเรือนาซีเยอรมนนัน
















ญปนเริมประกาศสงครามกบสหรฐอเมรกาพรอม ถูกสรางขึนมา “ผิดเวลา”








กับสงกองเรอบรรทกเครองบน ไปปฏิบัตการจโจมฐานทัพเรือ สาหรบคาวิจารณทวา “ผิดที” นัน นาจะมุงวิเคราะห





















ใหญของสหรฐฯ ทอาวเพิรล ฮารเบอร หมเกาะฮาวาย ซึง ่ ไปทแนวคดในการใชเรอลานี โดยคํานึงถงภมยุทธศาสตร 

















ฝงบนทงระเบดของญปนสามารถจมเรอรบขนาดใหญได ของทตงประเทศเยอรมน ทถูกเกาะองกฤษทงเกาะตงกดทบ






















เกือบหมดอาว โชคดทเรอบรรทกเครองบนสหรฐฯ ทงหมด ปดกันเสนทางออกสทะเลเปดชนิดทเรยกวาเกือบจะสมบรณ




















ไดออกทะเลไปกอนจงรอดไปได แตแลวเมอกองเรอสหรฐฯ ในชวงตนสงครามโลกครงท ๒ ซึงฝายอังกฤษสามารถ
















เรมตงตวไดในปตอมา ก็เรม “เอาคน” และทีถอนคนได ครองทะเลและอากาศในบรเวนทะเลเหนอไดอยางสนเชิง
















ทง “ตนและดอก” ก็คอ “ยุทธนาวทเกาะมดเวย” เพราะ เรอรบเยอรมนแหลมออกมาเมอใดก็จะถกฝายอังกฤษตาม







ฝงบนจากหมเรอบรรทกเครองบนสหรฐฯ สามารถจมและ เก็บไดเกือบหมด















ทาความเสยหายอยางหนกใหแกเรอบรรทกเครองบนและ




















เรอใหญอน ๆ ของญปนไดเกือบหมดกองเรอ เมอสญเสยหนัก สมมตวาบสมารคสามารถตฝาออกสมหาสมทรได











กองทพเรือญปนก็เร่มเปนฝายแพเปรียบ และสูญสินศักย ก็คงจะตองขยายรัศมปฏบตการไปไกลขามซกโลก เพือให 






















แหงสงครามโดยสมบรณ เมอเรอประจญบานขนาดยักษ  ไกลจากกองเรอไลลาขององกฤษเขาไว แตก็คงอยไมไดนาน








Yamato และ Musashi ทเรงสรางออกมาสศก ไดถูก สดทายก็คงจะตองพบจดจบทานองเดยวกับเรอลาดตระเวนเบา


















ฝงบนดําทงระเบดของสหรฐฯ รมถลมจนจมลงอยางหมดรป “เอมเดน” ในชวงปลายสงครามโลกครงท ๑ เพราะ

“สมุททานุภาพ” ของฝายเยอรมันไมแข็งแรงพอ เนืองจาก

จากสถิตความสญเสยของเรือประเภททมปนใหญ ขาดองคประกอบทสาคญประการหนงคอ “ฐานทพโพนทะเล”
















ปนโตจานวนมาก โดยอากาศยานของฝายตรงขาม ทาให  นันเอง อนง ฝายเยอรมันก็ตระหนกดีถึงปญหาน จงไดจด















นักวิเคราะหประวัตการยุทธทางเรือพากนลงความเห็นวา สงเรอนามนและเรอสงกาลงบารง ไปวางตวตามเสนทางเพอ


















ยุคแหงความยงใหญของเรอประจญบาน อนถือกนวาเปน เตมพลงกลางทะเล แตเมอฝายอังกฤษจบทางไดก็ตามไป
















“ราชาแหงทองทะเล” ไดสนสดลงไป พรอมกบการยตของ จดการทาลายไดหมด

























เรอประจญบานขนาดยักษ ยามาโต (Yamato) ของจกรพรรดนาวีญปน มระวางขบนาและขนาดของปนหลก ทยิงใหญทาลายสถิตโลก




ของเรอในประเภทเดยวกัน แตก็ตองมอนถึงจดจบกอนทจะมบทบาท....ดวยอากาศนาวี








ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 135



ดงนน สาหรบทหารเรอเยอรมน พืนททะเลเหนอ (“Alles, was in der Luft fliegt, gehoert meiner

















และสวนตอเนองกบมหาสมทรแอตแลนตกตอนเหนอ จง Luftwaffe!”) ผูคอยกีดกันขัดขวางการมีอากาศยานไวใช













ไมเหมาะสาหรบเรอผวนําขนาดใหญทปฏบตการตามลาพัง เองของเหลาทัพอนอยางสุดตว แมแตเครองบนทะเล











แตควรทจะทมกาลงในการทาสงครามใตนํา เพือโจมต- ทัง ๔ เครือง บนเรือบิสมารค ก็ยังตองอาศัยนักบินจาก



















ทาลายระบบการสงกาลงบารงเขาประเทศ ซึงองกฤษกาลง กองทัพอากาศมาบินให (ซึงก็ไมไดมีบทบาทชวยเหลือเลยจน
ประสบภาวะขาดแคลนอยางหนกจนแทบจะอดตายอยแลว กระทังจม !)



แทนทกองทพเรือเยอรมันจะระดมเพิมจํานวนเรือดํานํา จนถึงวาระสดทายทนอกชายฝงฐานทพเมอง Brest
















(ทตองการเสรมกาลงอกเปนจานวนมาก) กลบใชทนสวนใหญ  ของฝรงเศส ซึงในวนกอนหนานัน พลเรอเอกลดเจนสไดสง 























ไปสรางเรอผวนําขนาดใหญ เพือไปเปนเปาลอยนําชันดีสาหรบ คาขอเรงดวน ใหกําลงกองทพอากาศทมฐานทพหนาอยูท ่ ี






















อากาศนาวีองกฤษแทน ทงหมดนคอเหตผลทบรรดา ชายฝงประเทศฝรงเศสสงเครองบนมาชวยเหลอ แตจนแลว 




















นักวิเคราะหประวตศาสตรสงครามทางเรอ พากันลงความ จนรอดกไมมเครองบนของ Luftwaffe มาปรากฏตวเลย









เหนวา “บสมารค” ถูกสรางขนใชอยาง... “ผดท-ผดเวลา” แมแตเครองเดยวในขณะทฝายองกฤษเสยงสงเครองบนขึน



































อนทจรงเมอกองทพเรือนาซีเยอรมันตองเรงสราง บินกวา ๓๐ เครือง ทัง ๆ ทีอากาศเลวราย จริงอยูทีสภาพ










กําลงรบทางเรอขนใหม จากสถานะเดิมทเกือบเปนศูนย อากาศอาจจะไมอานวย แตหากมเครองบนเยอรมนขนาดใหญ 












(ภายหลงแพสงครามโลกครงท ๑) บรรดานายทหารฝาย มาบินปวนเปยนอยูบาง ก็จะสามารถบีบบังคับใหกองเรือ











อานวยการชันสงกคงจะไดคานึงถงและคาดการณไวแลว ถึง อังกฤษทีรุมลอมอยูตองปรับกระบวนทัพใหม ซึงก็อาจจะ







แนวโนมบทบาทของอากาศยานทจะมผลกระทบตอปฏบต พอมีชองวางใหบิสมารคหาทางหนีรอดไปไดบาง อยางนอย












การทางเรอในทะเลในสงครามครงตอไป ดงจะเหนไดจาก ทีสุดการทีมีเครืองบินฝายเรามาปรากฏตว ก็จะชวยสราง










แผนการพฒนากองทพเรือ เพือสศกกับ “จาวทะเล” องกฤษ ขวัญและกําลังใจของกําลังพลไดอยางใหญหลวง ไมตอง





(Z-Plan) ซึงไดกําหนดความตองการเรอบรรทกเครองบนไว กัดฟนตอสูอยางเดียวดายและไรความหวัง เชนทีไดเกิดขน










ดวยอยางนอย ๑ ลา (ตงชือไวแลวดวยวา Graf Zeppelin ) ตามมา







แตก็จนใจททานผูนําประเทศซงถอตวเองวาเปน แลวผลสรุปจากการวิเคราะหกรณบิสมารค















นักรบทางบกทยิงใหญ แตกลบยอมรบดวยตัวเองวา “ออนหด” ในประเด็นนควรจะฝาก“แงคิด” ไวสําหรับ RTN 4.0





สาหรบกจการทหารเรอ มหนาซํายังมสมนมอขวาคใจคอ อยางไรบาง?...

















จอมพลอากาศ เกอรรง เจาของวลทบาดหเพือนวา.... มปรศนาธรรมคาคมของผรหลายทานอนมตรรกะ









“ทกอยางทบนไดคอสมบตของกองทพอากาศ !” เกียวของ ทผเขียนขอยกมากลาวนําก็คอ... “การคาดหมาย














ลกษณะของสงคราม(หรือความขัดแยงในอนาคต) ได


จอมพลอากาศ เกอรง


(Goering) แมทพอากาศ อยางแมนยําหรอใกลเคยง จะเปนตัวกําหนดยุทธศาสตร 










คนสนทคใจของฮตเลอร ทถูกตองและชดเจน...” “เมอยุทธศาสตรถูกตอง แผนการ



ผคอยขัดขวางการมีอากาศ พัฒนากําลงรบกจะตรงเปา” (หรือพดตรง ๆ แบบชาวบาน







นาวีของทหารเรออยางสดตว ก็คอ... “เมือคิดวาจะรบอยางไร ก็ตองสรางเรือและฝกคน



รวมทงมกปฏเสธการสง เพอการนน”) ดงนน การวิเคราะหแนวโนมลักษณะของ











เครองบนของตนออกบน สงครามหรอความขดแยงในอนาคต จงมความสาคญมาก









สนบสนนกองเรอรบในทะเล












ดวย แตก็เขาตารา “เกลยด ตอแผนการสรางคนและเตรยมกําลงรบ โดยเฉพาะสําหรบ






ตวกินไข!” เพราะเจาตว ชาติเลก ๆ ทมงบจากัดเชนประเทศสยามของเรา




กลบชนชอบการแตงชุด


เตมยศสขาว..ของทหารเรอ


136 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)




ประเทศไทย : “พใหญในแหลมทอง-พรองใน ตวอยางทเหนไดชัดเจนก็คอมหกรรมการสวนสนาม












อาเซียน” นาจะเปนฐานันดรศกดิทีบรรดาประเทศสมาชิก ทางเรอ เนืองในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปของการสถาปนา

ทงหลายยอมรบโดยปรยาย จากขอไดเปรยบในดานตําบล สมาคมอาเซียนทีอาวพัทยา ชลบุรี ในวัน Navy Day ๒๐







ทตงทางภมศาสตรอนเปนศูนยกลางของภมภาค แต พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ทีผานมา จะเห็นไดวาบรรดาเรือรบ

















ถามองในบรบททเกียวเนืองกบ “ทะเล” (Maritime) แลว ของชาติสมาชิกรวมทังมิตรประเทศทีไดจัดสงมารวมงาน




เรากมจดออนซอนอยมากพอสมควร คอ นอกจากจะเปน ลวนแลวแตเลือกสรรระดับ "เกรด A" มาเกือบทังสิน ความ












ประเทศ “ครอมทะเล” ทีมีปญหาในการเคลือนยายกําลังรบ มุงหมายหลักก็คือตองการยืนยันความเปน“ชาติทะเล”


ทางเรอแลว อาวไทยกยังมลกษณะเปนถุงทมปากคอน (Maritime Nations) ของประเทศตน สวนวัตถุประสงคแฝง
























ขางแคบ และทสาคญ เราม “หวใจ” คอเมองหลวงอน ก็คอ การแสดงเชงสญลกษณ เพือประโยชนในการ “ปองปราม”







เปนศูนยกลางทางเศรษฐกจและการปกครองตงอยทกนถุง ชาติทอาจจะเปนคูกรณ ในสถานการณความขดแยงทางทะเล










วนดีคนดีถาเกิดมอนธพาลมาวางทา "ปดปากซอย" พีใหญ พรอมกนไปดวย









ททายซอยคงจะตองเหนือยแน และโจทยใหมพรอมทังความ ในกรณทอาจจะมการจดมหกรรมทางเรอประเภทน ้ ี
















เหนอยยากก็จะเพมขนอกเปนเทาตว ถาบงเอญเกดมนักเลงด ี ขึนอก ณ ทแหงใดในอนาคต ก็มนใจวากองทพเรือไทยจะ






























มาทาตทาตอยทขอบรวดานทะเลอนดามน พรอมกนไปดวย ไมขัดสน ในการจดเรอเพอความมงหมายดงกลาวไปรวมงาน














นับเปนนิมตหมายอนดี ทชาติตาง ๆ ในภมภาคอาเซียน ดวย ซึงในความเห็นของผูเขียน เรือทีมีปนใหญปนโตดจะให














ไดแสดงเจตจานงทจะผนกกําลงกนอยางแนนแฟนในทุกดาน ความรูสึก“นาครามเกรง”ในสายตาชาวบาน มากกวาบรรดา










โดยเฉพาะอยางยิงทางดานเศรษฐกจและวฒนธรรม จน เรือติดจรวดเสียอีก อนง สําหรับงานประเภทนี “เรือดํานํา”

นักวิเคราะหสถานการณระหวางประเทศตางพากันฟนธง คงจะไม work เพราะมองไกล ๆ เหมือนเรือเอียมจนกําลัง





ลงความเหนวา ความขดแยงขนรนแรงในภมภาคนีไมนา จมนํา อีกทังปนใหญปนโตก็ไมมีใหเห็นสกกระบอก จึงดู




















จะเกดขนภายใน ๑๐ ปขางหนาเปนอยางนอย ถาจะมบางก ไมนาเกรงขาม แตเรือดํานําก็มีอิทธิฤทธิพิเศษหลายประการ






จะเปนปญหาดานเขตแดนของประเทศทประชดตดกัน โดย อันเปนที “ครามเกรง” แกบรรดาเรือผิวนําอันทรงอานุภาพ



เฉพาะอาณาเขตทางทะเลทยังมปญหาการเหลือมทับกันของ ทังหลาย ซึงถามีโอกาสผูเขียนจะไดนําเสนอเปนซีรีสใหม











เขตเศรษฐกจจาเพาะในหลายประเทศ ซึงถาประเทศคกรณ ตอไป









ตกลงกนไมไดจนถึงขนจะเกิดความรนแรง ประเทศสมาชก




ทเหลอกคงจะพยายามยืนมอเขามาไกลเกลยเจรจากัน ทจดนี ้









กําลงทางเรอทมความสมดลและมศกยภาพเปนท “คราม











เกรง” ก็จะเปน “ตวชวย” สาคญในการเจรจา เพราะถาฝาย




หนงมปนใหญปนโต ในขณะทอีกฝายหนงมเทาไม










จิมฟน กคงจะพูดกนไมรูเรอง!!



ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 137








"บสมารค" เรอประจญบานอนทรงอานภาพมากทสดในตนสงครามโลกครงท ๒ ทนักวิเคราะหประวตศาสตรทางเรอพากันลงความเหนวา


















ถูกสรางขน “ผดเวลา”








ผลจากการวเคราะหสรปไดวา ยุคของเรอประจญบาน ประเทศไทยเราอยในสภาวะแวดลอมและ








เรอลาดตระเวนสงคราม ทถือกนวาเปน “ราชาแหงยุทธนาว” ี บรรยากาศของการรวมกลม และดารงความรวมมอใน









ในสงครามโลกครงท ๑ ไดสนสดลงไปพรอมกบการปรากฏ ภูมภาคอยางแนบแนน จงเปนทคาดหมายวาจะไมเกิด




















ตวของ “อากาศนาวี” ทมการเพิมอานาจการทาลายดวย ความขดแยงทรนแรงจนถงขนใชกําลงกนใน ๑๐ ปขางหนา 





การบนตําดาดงทงระเบด หรอปลอยตอรปโดสังหาร โดย เปนอยางนอย หรอถาจะเกดมก็คงจะมาจากปญหาการ























มเปาหมายหลกอยูทบรรดาเรอใหญ เปาใหญทอยอาย แยงชงทรพยากรทางทะเลในพนทเหลอมทับกัน และหาก








และเคลอนไหวชาเหลานี ้ ซึงผลลพธของยทธนาวท ี ่ เกิดลกลามใหญโตก็คงจะมเพือนสมาชกมาชวยเจรจา


















สาคัญในสงครามโลกครงท ๒ โดยเฉพาะทางดาน ไกลเกลย ซึงในกรณนีการมกําลงรบทางเรอทสมดลและ







มหาสมทรแปซฟกคือหลกฐานยืนยันทชัดเจน เพราะ นาเกรงขาม ก็จะเปนพลังสาคญในการตอรอง รวมทงจะ








บรรดาเรอปนใหญปนโตท้งหลาย ลวนกลายสภาพเปน เปนการปองปรามการเกดสงครามอนไมพึงประสงคใน
“เหยอ” ตองพบจดจบดวยกําลง “อากาศนาวี” เกือบทงสน อนาคตไดดวย


















ในสวนแงคดสาหรบNavy 4.0 ในระดบยทธศาสตรนัน ในสวนของกาลงสาหรบปองกันบานตนเองนัน ภูมิ




อยูทหลกปรชญาของนกประวตศาสตรทางเรอ ทวา..... ยุทธศาสตรบานเรามีจุดออนคอ เปนประเทศครอมทะเล














“ผูทีสามารถคาดการณลักษณะของสงคราม หรือ ดานหลักเปนอาวปดปากอาวแคบ นําตน และมีเกาะแกง








ความขดแยงในอนาคตไดอยางถูกตอง (หรือใกลเคยง) ใหญนอยมากพอสมควร ลักษณะเชนนีกําลังรบขนาดเล็กที ่


กจะสามารถวางแผนการสรางกําลังรบทางเรือ และฝก คลองตัว และสามารถใชภูมิประเทศใหเกิดความไดเปรียบ

กาลังพล ไดอยางตรงเปา” ก็นาจะเปนทางเลอกทเหมาะสม เพราะราคาถูกและอยใน










วสยทเราสามารถพงตนเองดวยการสรางขนใชเองไดดวย




ซึงนอกจากจะเปนการประหยดงบประมาณและพฒนา


138 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)






“หยวน” (S26T) เรอดานําไฮเทคสรางจากประเทศจน เพือรบบทบาทการปองปรามในฐานะ “ขาศกทมองไมเหนตัว” (The unseen Enemy)















เคลอนไหวไกลบานอยางปลอดภย ในทะเลลก !?
บคลากรในสาขาการสรางเรอแลว ยังจะเปนการสบสาน ก็เปนทีมันใจไดวาจะเปนศักยภาพในการ “ปองปราม” ทีมี






พระราชปณธานแหงองคพระบาทสมเดจพระเจาอยูหว นําหนักมากทีสุด อยางไรก็ตาม ดวยลักษณะทางกายภาพ





รชกาลท ๙ ในการทจะใหราชนาวีของพระองคมรากฐาน ของอาวไทยผูเขียนมีความเห็นวา เรือดํานําขนาดเล็กก็ยัง

















ทมนคง ดวยการพึงตนเองอกดวย มความจาเปนตองมไวใชดวย ทงนเพือใหเปน “งูเขียว





หางไหม" เอาไวคอยเฝาบาน เพราะในทางยุทธวิธีจะสามารถปรับ

อนงในอนาคตอนไมไกลนก กําลงรบทางเรอของ










ราชนาวีไทยกจะสามารถพฒนาสสถานภาพที “สมดล” และซอนพลางตว ตามสภาพทองทะเลของอาวไทย ไดอยาง















ดวยเรือดํานําขนาดเขืองจํานวน ๓ ลําจากประเทศจีน ซึง ่ แนบเนยนกวาเรอดานําขนาดใหญ ทเคลอนไหวลาบาก









เรอดานําชายฝงขนาดเลก เพือบทบาทการเปน “งเขียวหางไหม” เอาไวคอยเฝารวบาน : ในภาพเรือดานําชุด ร.ล. มจฉาณุ









ของราชนาวสยาม เมอ ๘๐ ปทีแลว





ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 139





"บสมารค" ถูกออกแบบเพอคณลกษณะพเศษตามความตองการทางยทธการคอ “ความเรว” “อานาจการยิง” และ “ความอด” (ระบบการ










ปองกนความเสยหาย)






ในภาคผนวกชวงน ผเขียนจะไดลดระดบของการ ในดานอานาจการยิงนน ปนใหญขนาด ๓๘๐ มลลเมตร












วเคราะหจากในภาพกวางของ “ตานานบสมารค” ลงไป (๑๕ นิว) แทนคู ๔ ปอมหว-ทาย และปนกลางขนาด ๑๕๐



สแงคดในดานการวางแผนยุทธการ และการปฏบตทาง มลลเมตร (๖ นิว) แทนคู ๖ ปอมกลางลา รวมทงปนตอส ู










ยุทธวธีตอไป อากาศยานขนาดตาง ๆ ทกระจายกันรายรอบลาตวเรอ








เพือตอบสนองแนวคดทางยทธศาสตร (ตามทีได เกือบ ๕๐ กระบอก นับไดวานาเกรงขามเปนอยางมาก แต








นําเสนออยางละเอยดในตอนทแลว) ความตองการทาง อยางไรกตามกมนักวิเคราะหสงครามทางเรอจานวนหนึง ่
















ยุทธการทฝายอํานวยการของกองทัพเรือเยอรมนกําหนดก็ ใหความเหนวา ดวยโครงสรางทมนคงโดยเฉพาะสวนกลางลา






คอ ความเรว ความอด (ระบบปองกันความเสียหาย) และ ทอวนเปนพิเศษ ผออกแบบนาจะเพิ่มขนาดลํากลองหรือ









อานาจการยิง ในดานความเรวนันความตองการทกําหนด จานวนกระบอกใหมากกวานีอกได ตวอยางเชนเปนขนาด











ไวคอ ๓๐ นอต แตในการแลนทดสอบ (ดวยระวางบรรทุก ๑๖ นิวขึนไป หรอเปนแทนแฝด ๓ กระบอกทง ๔ ปอมเปนตน




เตมพกัด) ปรากฏวาบิสมารคสามารถทําความเร็วสูงสุดได หรอจะใชระบบหนา ๒ ปอม หลง ๑ ปอม ก็จะเปนการเพิม






ถึง ๓๐.๘ นอต ซึงไดสรางความมนใจใหแก ผบ.เรอ เปน อานาจการยิงทางหวเรอจาก ๔ กระบอก เปน ๖ กระบอก





อยางมาก เพราะเทากับวาจะไมมเรอรบขนาดใหญลาใด ไดดวย


ของฝายอังกฤษสามารถแลนตามไดทน สาหรบเรองนผเขียนมีความเหนวา การกําหนดประเภท





















ในสวนของระบบปองกนความเสยหายนัน การแบง ขนาด รวมทงตาแหนงทตงของอาวธ ยอมขนอยูกับแนวคด









โครงสรางเรอใตแนวนําเปนพนังกันนําถึง ๒๒ หอง อีกทัง วาจะใชเรอนันในภารกิจอะไร และลกษณะของสถานการณรบ



















การสรางเกราะเหลกขนาดหนาถึง ๓๐ เซนติเมตร รอบตวเรอ ทเรอนนจะตองเผชญจะเปนเชนไร (“รบอยางไร สรางอยางนัน”)









และพนดาดฟา โดยเฉพาะในสวนใตแนวนําทเสรมถงสองชน เรอรบเยอรมนไมสามารถปะทะกบจาวทะเลองกฤษแบบ






















เพือปองกนตอรปโด คอหลกประกนความ “อด” ของเรอ แลกกนหมดตอหมดได จงตองใชยุทธวธี “โจมต โฉบฉวย”








ซึงกไดพิสจนใหเห็นในเชาวันที ๒๗ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑ (Hit and Run) กลาวคือ ตอนบกเขาตใชสองปอมหว








ทบสมารคไดกลายสภาพเปนกระสอบทรายลอยนา ตอนวงหนก็ใชสองปอมทายคอยยิงสกด นอกจากนันการ





รองรบหมดตายจากกระสุนปนใหญและปนกลาง ของเรอ มปอมทาย ๒ ปอม ก็จะทําใหสามารถแบงภาคยิงสกัด






ประจญบานและเรอลาดตระเวนหนกของฝายองกฤษถง ขาศกไดมากลาในเวลาเดยวกันไดดวย จะเหนไดวาบรรดา















๗๐๐ นัด เปนเวลานานถึง ๙๐ นาท โดยทก็ยังสามารถ เรอรบขนาดใหญของเยอรมนทสรางขนเพืองานน จะมการ














ลอยลาอยูได ถึงแมวาจะมีไฟไหมลุกทวมลําก็ตาม กําหนดทตงอาวธปนใหญในลกษณะนเกือบทงสน


140 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)


ขอยายประเด็นมาวเคราะหในดานยุทธวิธีบาง....

































เสนทางหลกของกองเรอลาเลยงสนคาและยทธปจจย(คอนวอย)










จากฝงประเทศสหรฐอเมรกาและแคนาดา ขามมหาสมทรแอตแลนตก พล.ร.อ.กึนแธร ลดเจนส ผบญชาการกองเรอ

















เพือหลอเลยง – ตอชวต พันธมตรองกฤษ ยุทธการหนมเลอดขน ผผานการรบมาอยางโชกโชน













และมอนาคตไกล ลงรบบทเปน ผบ.หมเรอรงควาน









อนงการเลอกตดตงปนใหญแทนคูแทนทจะเปน เพือรวมออกรบในสมรภมแอตแลนตก....เปน






แฝดสามนน ในการยิงซลโวแบบประจญบาน ปอมแฝดสาม ครงสดทาย











ยอมทาใหเกิดแรงถอยและความสนสะเทอนมากกวา


ปอมแฝดสอง อนจะสงผลตอการกระจายของกลมกระสน เกาะอังกฤษ (ซึงขณะนันกําลังขาดแคลนอยางมาก จาก




มากขน ซึงฝายเยอรมันนาจะตองการเนนทความแมนยํา พิษสงของกองเรืออู.-เรือดํานําเยอรมัน) โดยวางตวดกตาม











มากกวาปรมาณของกลมกระสน เพราะในเรองจานวน เสนทางทีเรือดํานําออกไปไมถึง ซึงปจจัยสําคญทีเปนตัว















กระบอกปนนัน ยังไง ๆ ก็แพเปรยบฝายอังกฤษอยวนยันคํา กําหนดความสําเรจกคอ การปกปดความเคลือนไหวของ






และความแมนยํานีก็ไดพิสจนใหเปนทประจกษแลว ในการ หมูเรือรังควานเพือไมใหฝายอังกฤษรูตว แลวสงกําลังทางเรือ






ยิงปะทะครงแรกทชองแคบเดนมารค (กรณีเรือ Hood) ทีเหนือกวาออกมาสกัดกั้นไดทัน









และปจจยสําคญในความแมนยําประการหนงกคอ การ พลเรอเอก ลดเจนส ผบ.กองเรอรบเยอรมน ใน







เปลยนทิศทางของแรงถอย (Recoil) ของทงสปอมจากใน ตาแหนงเฉพาะกิจคอ ผบ.หมเรอรงควาน ซึงลงมาบญชาการ
















แนวระดบตามธรรมชาต เปนในแนวดงซงไมใชเรองงาย อยูบนเรอบสมารค สงสนธกําลงกบเรอลาดตระเวนหนก






















- แผนยทธการ “Rhein” ของพลเรอเอกเรแดร ปรินซ ออยเกน ในกลางทะเลบอลติกนอกชายฝงประเทศ



(Raeder) แมทพเรือกคอ.... ในทนททบสมารคฝกกําลงพล โปแลนด (ซึงเยอรมันไดบุกเขายึดครองตั้งแตเริมสงคราม)














ไดพรอมรบ ก็จะประกอบกาลงรวมกบเรอลาดตระเวนหนก เพือใหอยูนอกรศมีเครองบินตรวจการณของฝายอังกฤษ









อกอยางนอย ๒ ลํา เปนหมูเรือรังควาน เล็ดลอดการ และวางแผนการเคลือนตวเล็ดลอดออกสูทะเลเหนือ ผาน



ตรวจการณของฝายอังกฤษออกสกลางมหาสมทรแอตแลนตก ชองแคบสคาการัคประเทศนอรเวยในเวลากลางคืน เพือ









เพือทาลายระบบการลาเลยงสนคาและยทธปจจย หลีกเลยงการถูกตรวจจับ







ทางทะเล จากประเทศอเมรกาและแคนาดา เขาหลอเลยง



ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 141












ในชวงสายวนรงขน ขณะทหมเรอเยอรมน



กําลงเรงรบการสงกาลงบารงและเตมนามนใน












ทกําบง กองทพอากาศองกฤษกไดสงเครองบน








ลาดตระเวนมาบนถายภาพหมูเรอทงหมดใน




อาว แลวสงใหหนวยขาวกรองตความภาพถาย


ซึงกประเมนสถานการณไดวาหมเรือผิวนํา









ขนาดใหญของเยอรมน อนประกอบดวยบสมารค

และเรอขนาดใหญอกอยางนอย ๑ ลา กําลง ั



เตรยมการตีฝาออกสทะเลเปด เพือทาอะไร





บางอยางทไมเปนผลดแกฝายตน เปาหมาย



ขาศกยังไมชัดเจน แตงานแรกกคอ ตองชงโจมต ี












เสนทางการเคลอนไหวของหมเรอเยอรมนในทะเลบอลตค จาก สกดกันไวกอน....ดวยเครืองบิน !






ชายฝงประเทศโปแลนด พยายามเล็ดลอดการเฝาตรวจของฝายอังกฤษ ในกลางดกคืนนัน องกฤษรบสงฝงบนมาหยอนระเบด













สชายฝงดานเหนอของประเทศนอรเวย เพือเตรยมตวตฝาออกส ู โจมตจากทสง แตก็ตองพบกบอาวทวางเปลา ! เพราะ













กลางทะเลเหนอ






แมทพผคราสงครามอยางลดเจนส ยอมไมชะลาใจท ี ่



แตก็จนใจทเสนทางไกลและในกลางเดอนพฤษภาคม จะใหหมเรอของตนจอดเปนเปานิงในรศมเครองบนทงระเบด

















เปนชวงเรมตนฤดูรอนทกลางคนสนกลางวนยาว เมอหมเรอ ของศัตรูขามคืน ดงนน เมือความมืดเขามาปกคลุม เขาก็นํา



















แลนผานปลายแหลมครสเตยนเซนก็เปนจังหวะททศนวิสย หมเรอรงควานพรอมดวยเรือพฆาตคมกนจานวนหนึง












ยังกวางไกล ถึงแมจะพยายามแลนเลยบชายฝงประเทศ
นอรเวยซึงฝายเยอรมันยึดครองไดแลว แตก็ไมสามารถ





เลดลอดสายตาจารชนใตดนขององกฤษ (ทฝงตวอยู






ทจด Check Point ของปลายแหลมดงกลาว) สายลบ












ไดรายงานทางวทยใหฝายอังกฤษทราบทนท ในขณะทหมเรอ


เยอรมนก็ยังคงเดนทางเลยบชายฝง ไปซอนตวอยูในชอง






ของฟยอรดใกลเมองแบรเกน อันเปนจดนัดพบกบเรือนามัน
















(เพือเตมพลงใหเตมถง และเตรยมตวใหพรอมกอนออกศก
กลางสมทร) โดยไมอาจหยังรูวา ความลับแตก – ฝายองกฤษ






เรมรตวแลว !










(ซาย) เมอรายงานจากสายลบถกสงไปถงลอนดอน ในชวงสายวนนัน


องกฤษกสงเครองบน Spitfire ทดัดแปลงเปนเครองบินลาดตระเวน

















เสยงบนตําลงไปถายภาพหมูเรอเยอรมน ทกําลงจอดรบการสง








กําลงบารงในอาวลบ (ภาพบน) ในคาคนนัน องกฤษสง เครองบน






โจมตของกองทพอากาศมาหยอนทงระเบดจากระดบสง แตก็พบกบ








ความวางเปลา !

142 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)










และหมเรอสงครามทนระเบด แลนเปดทางการเคลอน ดานใต เพือปดกันเสนทางทุกชองไมใหหมูเรือเยอรมัน
กําลงขนเหนอเลาะตามแนวฝงประเทศนอรเวย และเมอ เล็ดลอดสายตาออกไปได








ถึงตาแหนงทเหมาะสม บสมารค และ ปรนซ ออยเกน ก็ ขณะแลนตัดขามทะเลเหนอไปสฝงเกาะกรนแลนด













แยกกระบวน เดนทางตดขามทะเลเหนอตามแนวเสนขัวโลก พลเรอเอกลดเจนสฯ สงปรบแตงความเรวของหมเรอ เพือ




















(๖๖.๖๗ องศาเหนอ) มงสชองแคบเดนมารก อนเปนเสนทาง ใหผานชองทีแคบทีสุดระหวางชายฝงของเกาะกรีนแลนด



ผานระหวางชายฝงเกาะกรนแลนดของเดนมารกและเกาะ กับแนวสนามทนระเบดรอบเกาะไอซแลนด (ทีฝายอังกฤษ



ไอซแลนด ดวยความเรวสงสดในทนท ี ไดวางดกไว) ในชวงกลางดึก เพืออาศัยความมืดชวยเปน















การรายงานผลของฝูงบนทงระเบดทพบกบความ ประโยชนในการเลดลอดผานออกสทะเลเปด ประสบการณ











วางเปลา เปนสญญาณอนตรายสําหรบฝายอังกฤษ ทผานการรบมาอยางโชกโชนบอกเขาวา ทจดแคบทสดอน














ผบ.กองเรอปองกนประเทศผเจนศก (พล.ร.อ.เซอร จอหน โทวีย) เปรยบเสมอน Choke Point นี จะตองมเรอรบองกฤษ


ประเมนสถานการณเรงดวน และเลอกหนทางปฏบตตอ คอยลาดตระเวนรกษาดานอยูเปนประจา








ขีดความสามารถขาศก ทจะสรางความเสยหายสูงสดแก ซึงกไมเปนทผดคลาด เพราะฝายอังกฤษไดจดสง 














องกฤษ นันก็คอการทหมเรอเยอรมนสามารถตฝาออก เรือลาดตระเวนหนัก ๒ ลํา คอ Norfolk และ Suffolk










กลางแอตแลนตก แลวไปโจมตกองเรอคอนวอย





ขนสงสนคาเขาสเกาะองกฤษ




เขาจงสงระดมเรอหลกทงหมดของกอง












เรอปองกนประเทศ ทจอดเตรยมพรอมอยตาม
ฐานทพตาง ๆ รอบประเทศ ใหออกทะเลเพอ




สกดกันทนท โดยสนธิกําลงกลางทะเลเปนหมเรอ












โจมตทประกอบดวย เรอประจญบาน เรอสงคราม





และเรอบรรทกเครองบน วางตวคอยทา ณ ตาบล













ททเหมาะสม แลวสงเรอลาดตระเวนหนักทังหมด




ไปเสรมกาลงการลาดตระเวนรกษาดาน ตาม

ปากทางชองแคบระหวางเกาะไอซแลนดกับเกาะ

กรนแลนด(ชองแคบเดนมารก) ทางดานเหนอ และ



ระหวางเกาะไอซแลนดกับหมเกาะแฟโรทาง

(บน) เสนทางในความพยายามเลดลอด
สายตาขาศก เพือออกสกลางมหาสมทร









ของหมเรอเยอรมน โดยแลนขึนเหนอแลววน



ซายตามเสนขัวโลกเขาสชองแคบเดนมารก



จากนันก็แลนเลาะตามแนวภูเขานําแขงรอบเกาะ




กรนแลนด จนถึงจด Choke Point คอ แนว














สนามทนระเบดทฝายอังกฤษวางกนไว โดยมเรอ
ลาดตระเวนหนก Suffolk และ Norfolk ของ



ฝายอังกฤษ (ซาย) ดกรออยแลว
ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 143








คอยดักทางอยแลว โดยเฉพาะเรือ Suffolk นันเพิงไดรบ เยอรมันทีจัดสงไปไดรายงานวา ในอาวยังมีเรือบรรทุก















การตดตงเรดารตรวจการณผวนําทพัฒนาใหมลาสด มรศม เครืองบิน ๑ ลํา และเรือประจัญบานอยางนอย ๔ ลํา จอด


ตรวจการณ ๑๕ ไมลทะเลในทกสภาพอากาศ (ซึงถือวา ทอดสมออย และจากการบนตรวจซําในวนนีก็ยังไมมการ









ทนสมยทสดในยุคนัน) หมูเรือรังควานของเยอรมันจงไมสามารถ เคลอนไหวใด ๆ ซึงตาบลทตงของฐานทพเรือสคาปา โฟลว นี ้



















รอดพนการตรวจจบ และเฝาตดตามแบบกดไมปลอยของ อยูในพิสยทจะสามารถออกเรอมาสรางปญหาใหกับหมเรอ






ฝายอังกฤษไปได เยอรมนตามเสนทางถอยกลบได








พลเรอเอก ลดเจนสฯ รสกอดอดกังวลตอการถก แตทแน ๆ และลาบากใจมากทสดก็คอผลกระทบ













ตรวจจบ และเฝาตดตามอยางไมลดละของเรอลาดตระเวน ตอ “ขวัญ” ของกาลงพลประจาเรอ ทกําลงอยในสภาพ












องกฤษทงสองลาเปนอยางมาก เขาตระหนกดีจากขันตนของ ฮกเหมและกระหายสงครามอยางเตมท(จากการทีฮตเลอรได

















การวางแผนยุทธการนวา ปจจยตัดสินความสําเรจของ มาใหกําลงใจทเรอดวยตนเอง) ประกอบกับขาวยืนยัน











ปฏบตการนี อยูทการสามารถเลดลอดออกสกลางมหาสมทร จากหนวยเหนือทวา บรรดาเรอรบหลกในกองเรอ Home













แอตแลนตกโดยทขาศกไมทนรตวหรอสกดกันไมทน แต Fleet ขององกฤษยงคงจอดอยทฐานทพสคาปา โฟลว















ขณะนขาศกรตวแลว ทางเลอกทมก็คอ ถอยหลงกลบไป ซึงตามปจจยเวลาและระยะทางจะไมสามารถเคลอนตว

















รอโอกาสตงตนใหม หรอ ใชกําลังตีฝาออกไปโดยอาศัย ลงมาสกดกันทดานใตของเกาะกรนแลนดไดทนแน เขาจง










อานาจการยิงของบสมารคเปนใบเบกทาง ตดสนใจเดนหนาตอไป











การหนหลงกลบนนยังทาได เพราะเรอรบองกฤษ หมายเหต : มาถงจดนีก็มประเดนสาคญทผเขียน





















ทงสองลาทเฝาตดตามอยนอกระยะปน ไมใชคตอสทจะ อยากจะตงเปนขอสงเกตไวสาหรบ Navy 4.0 รนหลงวา...


















ยับยงบสมารคได แตสงทลดเจนสเปนกังวลก็คอ กองเรือ การวางแผนยุทธการทรอบคอบ รอบดาน และรดกุม คอ






Home Fleet จากฐานทพเรือสคาปา โฟลว ซึงในวนกอน ปจจยสําคญประการแรก ทมผลตอความสาเรจในการปฏบต ิ


















หนานี เครองบนตรวจการณระยะไกลของกองทพอากาศ

ภาพถายภายในอาว สคาปา โฟลว (Scapa Flow) ฐานทพเรือหลก

ของกองเรอปองกนประเทศองกฤษ โดยมเรอประจญบาน Hood เรอธง









จอดทอดสมอสงบนงอย ู
144 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)















(วางแผน – เตรยมการด...มชยไปกวาครึง!) แตอยางไร ขาวสารจากหนวยเหนือแจงยืนยันขอมลจากเครองบน








ก็ตาม สาหรบแผนยทธการขนาดใหญหรอทเสยงตายใน ตรวจการณระยะไกลของกองทัพอากาศเยอรมน ทังสองวัน

















แดนขาศกแลว ในขนการปฏบตก็มกจะมอบตการณหรอ กอนหนานีวา เรือรบหลักของอังกฤษเกือบทังหมดยังคงจอด


เหต-ปจจยเฉพาะหนา ททาใหไมเปนไปตามแผนไดเสมอ ทอดสมออยูในฐานทัพ สคาปา โฟลว ทําใหเขาประเมินวา





เพราะมตวแปรสาคัญทไมสามารถกาหนดหรอควบคมได ดวยปจจัยเวลาและระยะทาง กองเรือขนาดใหญคงจะเดินทาง














นันก็คอ สภาพภูมอากาศ และการปฏบตของขาศกนันเอง ลงใตมาสกัดกันไมทันแน เขาจึงตัดสินใจสังเดินหนา











ผบ.หนวยเฉพาะกิจสาหรบงานประเภทนจงจะตอง ตอไป... (สกับดก !) เพราะในความเปนจรงกคอ














เปนผทมคณสมบตทเพียบพรอม ทงความรความสามารถ พลเรอเอก โทวย ผบ.กองเรอองกฤษ ไดสงการใหเรอรบ



















และโดยเฉพาะอยางยิง ประสบการณ เพือทจะสามารถ หลกทงหมดทอยูในการบงคบบญชา เตมนามนใหเตมถง ั














ตดสนใจไดอยางถกตองและทันเวลา ภายใตสภาวะความ แลวเคลอนตวออกมาวางกาลงในพืนทีสกัดกัน นับตังแต







กดดัน และความคลมเครอของขอมลขาวสาร โดยเฉพาะ เมอมขาวรายงานการตรวจพบของสายลับและการยนยัน


















ทเกียวกับขาศก ดงนนภายในสภาวะเชนนี การสนับสนุน จากหนวยเหนือวา หมเรอรงควานของเยอรมนไดเคลอนตว ั










ขอมลขาวกรองทีทนสมยและถกตอง จึงมความสาคัญ ออมแหลมสคาการคของประเทศเดนมารก เพือเลดลอด







ตอการตัดสนใจของ ผบ.หนวยปฏบัตเปนอยางมาก ออกสทะเลเหนอแลว

















สาหรบตว พลเรอเอก ลดเจนส เอง ก็เรมอยในสภาวะ สวนสงทเครองบนลาดตระเวนของทหารอากาศ










กดดันตังแตเรมตนเชนเดียวกัน เขาไดใชความพยายาม เยอรมน ตรวจพบและรายงานพรอมกบสงภาพถายระยะไกล




ทกวิถีทางทจะ “สลดตว” ใหหลดพนจากการไลตดตาม ไปใหหนวยเหนือตีความ ก็คอ กลลวงตืน ๆ งาย ๆ แบบ












สะกดรอยจากเรอลาดตระเวนองกฤษทงสองลา แมกระทง ั ่ “มาไมแหงเมองทรอย” ของทหารเรอองกฤษ ดวยการนํา





การสงใหบสมารคเลียวฉกาจเขากําบังในกลุมเมฆฝนแลว เอาคอนเทนเนอรหรอโปะเกา ๆ ขนาดใหญจานวนมาก
















หนหลงกลบโผลออกไปไลยิง แตหมเรอองกฤษกไดใชประโยชน  มาผกยึดรวมกนแลวหมดวยผาใบไปผกทนไวแทนท เพือ












จากเรดารผวนําคณภาพสูง และความเรว-ความคลองตว ั ลวงสายตานักบนตรวจการณของกองทพอากาศเยอรมัน


















ทเหนอกวา รวมทงมานภูเขานําแขงเปนทกําบงใหรอดตว ั นันเอง...ทจดนีก็ควรถอเปนอทาหรณไดวา อยาดวน









ทกครังไป การถูกตรวจพบกอนทีจะไดหลุดหนีออกสูปาลึก เชอมนในสายตาทไมใช...Seaman’s Eyes !




คอปจจยสําคญ ททาใหโอกาสของความสาเรจตามแผน อนง สาหรบการปะทะกบหมเรอโจมตสกดกันของ




























ถูกลดทอนไปกวาครง ทงนสงสาคญทสดทเขาตองการร อังกฤษในเชามืดของวันรงขึนนัน มีแงคด - มุมมองทาง

















ในขณะนน ก็คอตาบลทตงและการเคลอนไหวของกองเรอ ยุทธวิธีซอนอยูหลายประเด็นซึงผูเขียนจะขอกลาวถึงใน

ใหญขาศก (Home Fleet) ตอนหลง แตในตอนนจะขอวเคราะหทางดานยุทธการ







ภาพในอดีตของอาว สคาปา


โฟลว อนเปนฐานทพหลกของ


กองเรอรบองกฤษ ถามองจาก



ระยะใกลในทางราบ คนทวไป

ก็อาจจะวเคราะหไดวาเปน

เรอรบประเภทไหน? แตถามอง

แบบวเคราะหจากระยะไกลใน

มมสงกจะยากมาก ๆ โดยเฉพาะ






ผทไมใชทหารเรอ

ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 145












ภาพวาดทีแสดงใหเหนถึงความเขมขน ดเดอด ของการดวลปนเรอ ระหวางหมเรอรงควานของนาซเยอรมน กับหมเรอโจมตของราชนาว ี









องกฤษ ทชองแคบเดนมารก ในเชามดวนท ๒๔ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑
















ตอไปอกกรณหนงกอน นันก็คอ การท พลเรอเอก ลดเจนส เรือประจัญบานลําใหมลาสุดของอังกฤษอีกหนงลํา ซึง ่








ตดสนใจนาหมเรอเดนทางลงใตตอไป หลงจากการปะทะ พลเรือเอก ลึดเจนส ก็ไมรับฟง โดยตอบอยางหวนสนวา









ครงแรก ซึงสามารถจมเรอ Hood ได โดยทบสมารค “ภารกิจของเราตามแผนคือ...จมเรือสินคา ไมใชเรือรบ !”
เสยหายเพียงเลกนอย เปนทแนนอนวา การสงการของ พลเรอเอก ลดเจนส 

















ผลจากปะทะยกแรกซงเรอประจญบาน Hood ไดกอใหเกิดความรูสึกคัดคานอยางรุนแรงในหมูลูกเรอ






ตองกระสนจากบสมารคนัดหนง ถึงกับระเบิดขาดเปน ทังหมดทีกําลังอยูในสภาพฮึกเหิมเต็มที แตสําหรับ ผบ.หมูเรือ




สองทอนจมลงในทนท จนเรือประจญบาน Prince of Wales ผูมากดวยประสบการณ เขากังวลวา การชะลาใจวิงไลตาม













ทแลนตามหลงตองเลยวฉกาจหลบซากเรอ แลวยิงเปดระยะ ยิงเรือ ปรินซ ออฟ เวลส (ซึงความเร็วยังไมตก) อาจจะ













เพือถอนตวออกจากการรบดวยความเรวสงสด เมอเหนเรอ ทําใหบิสมารคแลนถลาหลุดเขาไปในวงลอมของขาศกทีมี






ขาศกทเหลอแลนหนดวยความบอบชา (ถูกยิงอยางนอย จานวนมากกวา และกจะเสยทเชนเดียวกับกรณของ









๗ นัด) คาสังของ ผบ.หมูเรือเยอรมันก็คอ “หยุดยิง – เรือประจัญบานขนาดกระเปา กราฟ สเป (Graf Spee) ที ่




เปดระยะออก – เดนทางตอไป !” ซึงไดสรางความผิดหวัง บุกเดียวไปรังควานเรือสินคาขาศก ทีบริเวณชายฝงทวีป












งนงงใหแกกําลงพลทงหมด โดยเฉพาะ ผบ.เรอทงสองลา อเมริกาใต ในชวงตนสงคราม (กลางเดือนธนวาคม ค.ศ.๑๙๓๙)





ทไดแสดงการประทวง (ตามแบบธรรมเนียมทหาร) เพราะ ไดถลําตวเขาไปรบติดพันกับหมูเรือไลลาของอังกฤษ และ


เทากับวาพวกเขาไดสญเสย “โอกาสทอง” ในการไลจม

146 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)






ปองกนความเสยหายรายงานขึนมาวา กระสน






นัดหนงไดสรางความเสยหายทแนวสนหวเรอเหนอ



แนวนํา (ซึงไมมีเกราะหนาปองกัน) ทําใหนําทะเล








จานวนไมนอยไหลทะลกเขามาภายใน ไมสามารถ





ซอมทาขณะเรอเดนได ตองใชวธีอดปะคายันไวและ













ลดความเรวลง เพือไมใหแรงดนนําทไหลทะลก





เขาไปตลอดเวลาจะทาใหพนังกนนําทรบแรงอย ู






เสยหาย ทรายไปกวานันก็คอ ทอลาเลยงนํามนเชือ














เพลิงจากถงหัวเรอทีอยูใกลเคยงก็แตกเสียหาย มี










นํามนไหลรวลงทะเลไปดวย การสญเสยเชือเพลง











ฉากอันสะเทอนใจ (Drama) ในชวงตนสงครามโลกครงท ๒ ท ี ่ มผลตอรศมปฏบตการ บวกกบขอจากัดดานการ















ปากแมนําเพลต (Plate) ประเทศอรกวัย ในอเมรกาใต เมอ ทาความเรวสงสด ทาใหเขาตองคดหนกในการทบทวนแผน

เรอประจญบานกระเปา Graf Spee ของเยอรมน ถูกหลอกลอเขาไป แตในทสดเขากตัดสินใจดํารงความมุงหมายเดิม...โดย...








สวงลอมของหมเรอไลลาองกฤษจนหนไมออก และจนผบงคบการเรอได  เดนหนาตอไป !














ตดสนใจจมเรอ แลวจบชีวตตนเองตามไปดวย











การตดสนใจของเขาในครงนนับวาเปนจดวกฤต





ไดรบความเสยหายถึงขนาดทไมสามารถเดนทางไกลขาม สาหรบชะตาชวตของบสมารคในอก ๓ วนตอมา และม ี













ครงโลกกลบประเทศได จนผบงคบการเรอตองตดสนใจ บทเรยนสําคญทควรสงวร คอ การชงนําหนกระหวางการ

















วางระเบดจมเรอ พรอมกบปลดชวตของตนเองตามไปดวย



ดารงความมุงหมายตามแผนเดม กบความสําเร็จ




เหตผลอกประการหนงกคอ การทบสมารคเองก ระหวางทางอันยิงใหญ และความปลอดภัยของเรือ

















ตองกระสนจากเรือประจญบาน ปรนซ ออฟ เวลส อยาง ดวยผลงานยิงใหญในการจมเรือ Hood ทีถือวาเปนสญลักษณ




นอย ๒ นัด ทําใหเขารสึกกังวลไมนอยตอความเสียหายท ของนาวิกานุภาพแหงราชนาวอังกฤษนัน ถาลดเจนสจะ

















เกิดขน และกเปนอยางทเขาคาดไวในเบองตนเมอแผนก ตดสินใจหันหลังกลับดวยเหตผลทีวา ความเสียหายทเกิดขน












ภาพถายบสมารคภายหลงการจมเรอ Hood กระสนนัดหนงททะลผนงลาตวเรอ










ในบรเวณแนวนาสนหวเรอ ทาใหนําทะเลไหลทะลกเขาไปจานวนมาก สงผลใหหวเรอ







มดนํามากกวาปกต และตองลดความเรวลง รวมทงสญเสยนํามนเชือเพลงจานวนมาก













เนืองจากถงหวเรอแตกรัวดวย






ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK) 147








มผลตอการบรรลภารกิจ ก็คงจะไมมใครสามารถตาหนได “การลวง” อันเปนการซอนพลางความตังใจจริง







แตการทลดเจนสตดสนใจเดนหนาตอไป ก็นาจะมาจาก หรอเพอทาใหเกิดในสงทฝายตรงขาม “คาดไมถึง” (Surprise :




















การไดรบขอมลขาวสารอนคลาดเคลอนจากหนวยเหนอ ซึงทหารไทยแปลทับศัพทคานีวาการ “จูโจม” ) คอสิงที ่









ทยืนยันวากําลงทางเรอสวนใหญขององกฤษยงคงอยท นักการสงครามจะตองคํานึงถึงและสรรคสรางใหเกิดขน
















ฐานทพ สคาปา โฟลว ซึงอยูในวิสัยทจะสามารถเคลือนที ในทุกระดับ ตงแตขันการวางแผนจนถงการปฏิบัตใน






ออกมาสกดกันการถอยกลับสชายฝงประเทศนอรเวยไดทน ยุทธบริเวณ เพราะมักจะเปนปจจัยสําคญทีทําใหฝายตน




















เขาจงตดสนใจนาหมเรอวงลงใต โดยแลนเลาะตาม ไดเปรยบในชวงเรมแรกของการสบประยทธ โดยเฉพาะ






แนวภูเขานําแขงขอบฝงเกาะกรนแลนด แลวหาทางหลบหน ี สาหรบฝายทดอยกําลังกวา
















ออกสทะเลเปด โดยไมสามารถหยงรไดวา กําลงสวนใหญ  “ตานานบสมารค” ก็ไดฝากบทเรยนของ “การลวง













ของกองเรอองกฤษไดเคลอนตวมาดกหนารออยแลว ความ ทางยุทธวิธี” แบบงาย ๆ แตไดผล และเปนปจจัยสําคญที ่






ผดพลาดในการตดสินใจในครังนน จึงมีสาเหตุพืนฐานมาจาก ฝายหมูเรือเยอรมันไดรับชัยชนะแบบ “ช็อค” คนองกฤษ






การขาดขอมลขาวสารทีถกตองทันสมยจากหนวยเหนอ ทังประเทศ ในการปะทะครังแรกทีชองแคบเดนมารกใน












เปนสาคญ โดยเฉพาะสําหรบหนวยทตองปฏบตการเสยงตาย เชามืดของวันที ๒๔ พฤษภาคม ค.ศ.๑๙๔๑ และทนาสงเกต












ในแดนไกลซงขอมลการเคลอนไหวของขาศก นับวาม ก็คอ เปนการลวงเพราะสถานการณบบบงคบ แตก็ได





















ความสาคญอยางยิงตอความอยรอด กลบกลายเปนดีโดยทไมไดตงใจสาหรบฝายเยอรมน


สาหรบบทเรยนทางดานยุทธวิธีนัน ฉากการไลลา กลาวคือ....





















๕ วน ๕ คน กลางแอตแลนตก ก็ไดฝากประเดนใหเปนแงคด ในสมยนันรปกระบวนมาตรฐานสาหรบการเคลอน


สาหรบนกรบทางเรอในยค 4.0 ไวมากพอสมควร แต กําลังทางเรือทีเปนหมูหรือหมวดก็คอ รูปกระบวนเรียง





เนืองจากโดยหลกการแลวในการปฏบตทางยทธวธีนัน ตามกัน (Form “1” หรือ Form “E”....ATP.1A Vol.1) โดย












ยอมตองมการปรบเปลยนไปตามววฒนาการอาวธและ มีเรือ ผบ.หมู/หมวดเปน "เรือนา" อยูหัวกระบวน เหตุผล




อปกรณตรวจจบของแตละยค - สมย ซึงก็เปนทีแนนอนวา ก็คอในภาวะสงครามเมือมีการจากัดการแพรคลืนวิทยก็















ยุทธวธีเมอ ๘๐ ปทแลว ยอมไมสามารถนามาเปนตนแบบ จะตองใชการสือสาร-สังการกนทางทัศนสญญาณเปนหลัก








สาหรบ Navy 4.0 ได ผเขียนจึงขอละเวนการวิเคราะห คอธงสัญญาณและธงสองมือในเวลากลางวัน และโคมไฟ





ถูก-ผด หรอความเหมาะสมของแตละกรณ โดยจะใชการ สัญญาณในเวลากลางคืน ซึงการทีมีเรือสังการแลนนําที ่



อธบายขยายความ รวมทงฝากแงคดเฉพาะไวในกรณท หัวกระบวนก็จะทําใหสามารถสังการ และสงตอคําสังไปสู















เหนวาสําคญดังน :- ทายกระบวนไดงายขึน สวนในขันการนํากําลงเขาปะทะก ็

รปกระบวนปรกตของการยาตรากองเรอเขาสยุทธบรเวณ ก็คอกระบวนเรยงตามกน โดยมเรอของ

















ผบ.หมเรอ (เรอธง) เปนเรอนาเพือความสะดวกในการสงการดวยทศนสญญาณ




ในภาพ : กองเรอทะเลลก (Hochsee Flotte) ของจกรวรรดนาวีเยอรมน กําลงเคลอนกําลงเขาส ู














ยุทธนาวทคาบสมทรจตแลนด ในกลางสงครามโลกครงท ๑ (ค.ศ.๑๙๑๖)




148 ไททานก (TITANIC) & บิสมารค (BISMARCK)


Click to View FlipBook Version