The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๒

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-03-24 21:43:39

นาวิกศาสตร์ พฤษภาคม ๒๕๖๒

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๒

บรรณาธิการ แถลง






สวัสดีครับท่านสมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่าน ในเดือนพฤษภาคมน ี ้




กองทัพเรือได้นาเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์เข้าเทียบท่ท่าราชวรดิฐ




ริมแม่นาเจ้าพระยา อันเป็นส่วนหน่งของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชรลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ข้นเป็น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณ ี









ดงรูปภาพปรากฎทงปกหน้าและปกหลงของฉบบนแล้วน้น ท่านยง

ติดตามอ่านประวัติของเรือพระที่น่งสุพรรณหงส์และการดาเนินการ

ของกองทัพเรือได้เพิ่มเติมใน“เรื่องเล่าจากปก”อีกด้วยครับ

สาหรับบทความในฉบับน้ยังมีเน้อหาท่หลากหลายและมีคุณค่าอย่างเคยครับ เร่มต้นด้วยการนากลับมาให้ท่าน







สมาชิกฯ และผู้อ่านทุกท่านได้อ่านอีกคร้งหลังจากท่เคยตีพิมพ์ไปในนาวิกศาสตร์ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๖๐

“ปัจจัยมนุษย์ในการรบทางเรือ” โดย พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์ ซ่งเป็นบทความท่ได้รับคัดเลือกให้เป็น



บทความดีเด่น พลเรือเอก กว สิงหะ ประจาปี ๒๕๖๑ (ปีล่าสุด) จากคณะกรรมการคัดเลือกผู้ท่ได้รับรางวัล “พลเรือเอก






กว สิงหะ” ซ่งม พลเรือเอก บุญปลอด มะม่วงแก้ว เป็นท่ปรึกษา พลเรือเอก สุกิตต เสง่ยมพงษ์ ผช.ผบ.ทร.

เป็นประธานกรรมการ อันประกอบไปด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพเรืออีกด้วยครับ
นอกจากนั้นแล้ว “ประเทศไทยกับการเป็นชาติทางทะเล” โดย พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก ได้กล่าวถึงความส�าคัญ

และประโยชน์ของทะเลในทางเศรษฐกจ ทฤษฏสมททานภาพ ท่านได้เสนอมมมองการนาไปส่แนวทางในการพฒนา









ขีดความสามารถการใช้ทะเลของชาติไทยได้อย่างน่าสนใจครับ ตามด้วย “การนาเรอหลบหลกการโจมตจากเรอดานา”






โดย นาวาเอก ดุสิต ปิ่นแก้ว และปิดท้ายด้วย “จารึกไว้ในสงคราม” โดยนักเขียนประจ�า พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ
นอกจากบทความตามที่ผมได้เกริ่นน�าข้างต้นแล้วนั้น ในคอลัมน์ประจ�าต่าง ๆ ยังคงไว้ทั้งเนื้อหา สาระ และข่าวสาร
ไว้ครบถ้วนให้ได้อ่านและติดตามเหมือนดังเคยครับ



ท้ายสุดน้กับช่วงปลายฤดูร้อนเปล่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูฝน ประเทศไทยส่วนใหญ่มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ซ่งอาจทาให้เกิด



พายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรงประกอบกับมีฝนฟ้าคะนองบ้างในบางพ้นท ส่วนลมตะวันตกเฉียงใต้ท่พัดปกคลุมทะเล





อันดามันและภาคใต้มีกาลังแรงข้น ทาให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักบางแห่ง คล่นลมบริเวณทะเล


อันดามันมีกาลังแรงข้น ชาวเรือควรใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ อีกท้งควรต้องติดตามข่าวสารการพยากรณ์



สภาพอากาศอย่างต่อเน่อง เพ่อจะได้เตรียมการป้องกันได้ทันท่วงทีและปรับเปล่ยนแผนการเดินทางท้งทางบก



และทางน�้า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินนะครับ พบกันใหม่ฉบับหน้า “สวัสดี โชคดี” ครับ
น.อ.
(สมนึก กรอบค�า)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์

สารบัญ


นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท บัณฑิตย์ จันทโรจวงศ์
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี โสภณ จงเรืองศรี
กรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือตรี ไชยวุฒิ นาวิกาญจนะ
พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ ๑๐
พลเรือตรี วิชัย มนัสศิริวิทยา
พลเรือตรี วรพล ทองปรีชา
พลเรือตรี เบญญา นาวานุเคราะห์
พลเรือตรี สุทธินันท์ สมานรักษ์
พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก
พลเรือตรี ปนต สุขนิจรัญ
พลเรือตรี สมชาติ สะตะ
พลเรือตรี สิทธิชัย ต่างใจ
พลเรือตรี กำาจร เจริญเกียรติ
พลเรือตรี สมเจตน์ คงรอด
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา
นาวาเอก สมนึก กรอบคำา
เหรัญญิกราชนาวิกสภา
เรือเอก สุพจน์ บัวดิศ
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา บทความ
พลเรือโท สุพจน์ ภู่ระหงษ์
พลเรือโท กาญจน์ ดีอุบล

พลเรอโท พงษ์ศักดิ์ิ จุลกาญจน์


พลเรอตร บัญชา บัวรอด ๑๐ ปจจยมนุษยในการรบทางเรือ




พลเรอตรี อำานวย ทองรอด (บทความดีเด่น “พลเรือเอก กวี สิงหะ” ประจำาปี ๒๕๖๑)
บรรณาธิการ
นาวาเอก สมนึก กรอบคำา พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์
ผู้ช่วยบรรณาธิการ
นาวาเอกหญิง ชไมพร วันเพ็ญ ๒๕ ประเทศไทยกับการเป็นชาติทางทะเล
ประจำากองบรรณาธิการ
นาวาเอก วชิรพร วงศ์นครสว่าง พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก
นาวาเอก ถุงเงิน จงรักชอบ
นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห์ ๔๔ การนำาเรือหลบหลีกการโจมตีจากเรือดำาน้ำา
นาวาเอก ธาตรี ฟักศรีเมือง นาวาเอก ดุสิต ปิ่นแก้ว
นาวาโทหญิง ศรุดา พันธุ์ศรี
นาวาโทหญิง อรณัฐ โพธิ์ตาด
ว่าที่เรือเอก เกื้อกูล หาดแก้ว ๕๑ จารึกไว้ในสงคราม
เรือโท อัศฐวรรศ ปั่นจั่น “ซามูไรเวหา” ยอดเสืออากาศญีปุ่น
ว่าที่เรือโทหญิง อภิธันย์ แก่นเสน
เรือตรีหญิง กฤตนัท เบญจฆรณีกุล พลเรือตรี วิพันธุ์ ชมะโชติ
สำานักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒
๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘
s ส่งข้อมูล/ต้นฉบับได้ที่ [email protected]
s อ่านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ WWW.RTNI.ORG

คลังความรู้
คู่ราชนาวี





ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำาเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๒
คอลัมน์ประจำา

๒๕
๑ บรรณาธิการแถลง
๔ เรื่องเล่าจากปก

๙ ภาพในอดีต
๖๔ ข่าวนาวีรอบโลก
๖๗ นานาสาระ
๖๙ A Mixed Bag of English
๗๑ พจนานุกรมศัพท์สแลงชาวเรือ
๗๓ สุขภาพนาวี
๗๕ เกร็ดความรู้ด้านศาสนพิธี
๗๖ กฎหมายใกล้ตัว
๕๑ ๗๘ เขตทหารน่าเท่ยว Happy Work Place

๗๙ ภาพกิจกรรมกองทัพเรือ
๘๗ ประทีปธรรม
๘๘ การฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี
๙๐ มาตราน้ำา เดือนมิถุนายน ๒๕๖๒
เวลาดวงอาทิตย์ - ดวงจันทร์ ขึ้น - ตก
เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ - มิถุนายน ๒๕๖๒









ปกหน้า เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เทียบท่าราชวรดิฐ พระบรมมหาราชวัง
ปกหลัง เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เทียบท่าราชวรดิฐ พระบรมมหาราชวัง
พิมพ์ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ
เจ้าของ ราชนาวิกสภา
ผู้โฆษณา นาวาเอก สมนึก กรอบคำา
ผู้พิมพ์ นาวาเอก สมริทธ์ งามสวย












ข้อคิดเห็นในบทความที่นำาลงนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นของผู้เขียน มิใช่ข้อคิดเห็นหรือนโยบายของหน่วยงานใดของรัฐและมิได้ผูกพันต่อทางราชการแต่อย่างใด
ได้นำาเสนอไปตามที่ผู้เขียนให้ความคิดเห็นเท่านั้น การกล่าวถึงคำาสั่ง กฎ ระเบียบ เป็นเพียงข่าวสารเบื้องต้น เพื่อประโยชน์แก่การค้นคว้า

กองบรรณาธิการ



ปกหน้า - ปกหลัง : เรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ เทียบท่าราชวรดิฐ พระบรมมหาราชวัง
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ทรงมีรับสั่งให้สร้างเรือพระราชพิธีขึ้นเป็นจ�านวนมาก






เรือพระท่น่งศรีสุพรรณหงส์ ก็รวมอยู่ด้วย ซ่งใช้งานต่อเน่องยาวนานจนชารุดทรุดโทรมเร่อยมา และได้รับการซ่อมแซม

มาหลายคร้ง ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


รัชกาลท่ ๕ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ต่อเรือข้นใหม่



เพราะเรือพระท่น่งศรีสุพรรณหงส์ลาเดิมผุพังเกินท่จะซ่อมได้

โดยมี พลเรือตรี พระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่าง
และสร้างเสรจในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว


รัชกาลที่ ๖ ซึ่งพระราชทานนามว่า “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์”


โดยประกอบพิธีปล่อยลงนาคร้งแรกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สมโภชของรัชกาลที่ ๖ ในปี พ.ศ. ๒๔๕๔





เรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ ลาปัจจุบัน หัวเรือพระท่น่งมีโขนเรือ


รูปหัวของหงส์ ลาตัวเรือทอดยาวคือส่วนตัวหงส์ จาหลักไม้
ลงรักปิดทองประดับกระจกมีพู่ห้อย ปลายพู่เป็นแก้วผลึก
ภายนอกทาสีดา ท้องเรือทาสีแดง ตอนกลางลาเรือมีท่ประทับ



เรียก ราชบัลลังก์กัญญา สาหรับพระเจ้าอยู่หัวหรือพระราชวงศ์

ชั้นสูง เรือมีความยาว ๔๖.๑๕ เมตร กว้าง ๓.๑๗ เมตร ลึกจนถึง




ท้องเรือ ๙๔ เซนติเมตร กินนาลึก ๔๑ เซนติเมตร นาหนัก ๑๕ ตัน
ใช้ก�าลังพลประกอบด้วย ฝีพาย ๕๐ คน นายเรือ ๒ คน นายท้าย
๒ คน คนถือธงท้าย ๑ คน พลสัญญาณ ๑ คน คนถือฉัตร ๗ คน
คนขานยาว ๑ คน คนขานยาวท�าหน้าที่ในการร้องขานเพลงเรือ


โดยฝีพายจะร้องเห่เรือพร้อมกันไปตามจังหวะร่วมกับเรือลาอ่น ๆ

เรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ได้รับรางวัลยกย่องให้เป็นเรือมรดกโลก จากองค์กรท่เรียกว่า World Ship Trust


เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕


บุษบกเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ เป็นองค์เดิมท่เก็บรักษาไว้ท่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี กรมศิลปากร





ซ่งกรมศิลปากร ได้เชิญไปซ่อม ตกแต่ง ปิดทอง ประดับกระจก ณ สานักช่างสิบหมู่ อาเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และ
เชิญมาติดตั้งประดับตัวเรือ ณ อู่หมายเลข ๑ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เพื่อเชิญเรือฯ ไปจอดบริเวณท่าราชวรดิฐ
ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ ระหว่างวันท่ ๔ – ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ และจะถูกเชิญมาใช้อีกคร้ง



ในการเสด็จพระราชดาเนินเลียบพระนคร โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ซ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า











โปรดกระหม่อมให้จดในช่วงเสดจพระราชดาเนนไปในพระราชพธทรงบาเพญพระราชกศลถวายผ้าพระกฐน
ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ในเดือนตุลาคม ศกนี้
4 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒




บุษบก คือ ซุ้มยอดซ่งมีหลังคาซ้อนช้นเป็นยอดแหลม มีบันแถลงประดับโดยรอบ ซ่งความหมายของบันแถลงน ้ ี
มีอยู่ว่า เป็นการจ�าลองอาคารหนึ่ง ๆ ด้วยการน�าส่วนที่เรียกว่าหน้าบันมาซ้อนชั้นกันขึ้นไป โดยมากซ้อนกันสามชั้น


หมายความว่า การประดับด้วยบันแถลงน้ เป็นการจาลองอาคาร สะท้อนความหมายของเรือนฐานานุศักด์ หรือ




เรือนฐานันดรสูงได้เช่นกัน บุษบกเป็นเคร่องใช้ประกอบกับของสูงและของสาคัญมีคุณค่าอย่างย่ง ไม่ว่าจะเป็น
บุษบกขนาดเล็กหรือบุษบกขนาดใหญ่ล้วนแล้วแต่ใช้ประกอบประดิษฐานของสูงของส�าคัญทั้งสิ้น ดังที่ได้เห็น เช่น

องค์พระแก้วมรกตก็ประดิษฐานในบุษบก พระพุทธสิหิงค์ก็ประดิษฐานในบุษบก สาหรับบุษบกขนาดใหญ่จะเป็น

ท่ประทับขององค์พระมหากษัตริย์ เป็นงานท่ลงรักปิดด้วยทองคาเปลวแท้ ลงยาสีและประดับเพชรคริสตัล


เพิ่มความสวยงามและมีคุณค่ายิ่งขึ้นไปอีก
ในส่วนของพวงมาลัยเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ เป็นพวงมาลัยสีขาวเหลืองทอง คล้องลาคอเรือให้มีความสง่างาม



ซึ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ กองทัพเรือได้ให้โรงเรียนสตรีวัดระฆัง เป็นผู้จัดท�าพวงมาลัย









สาหรับเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ และเรือพระท่น่งลาอ่น ๆ ในพระราชพิธีฯ จานวน ๑๐ พวง โดยพวงมาลัยเรือพระท่น่ง

สุพรรณหงส์ ประกอบด้วย ส่วนที่ ๑ ใช้ตาข่ายคลุมแกนพวงมาลัยดอกรักเทียม ท�าลายสี่ก้านสี่ดอก ส่วนแกนใน
ใช้ผ้าตาดสีเหลืองทอง ส่วนที่ ๒ พวงกลาง เป็นเครื่องแขวนไทย รูปโครงดาว ที่มุมทั้งหกมุม มีพวงดอกไม้รูปทรงกลม
พวงเล็กหกพวง และทัดหูเป็นดอกสีแดงและสีเหลือง ความสูง ๒๘ นิ้ว















กองทัพเรือ ได้จัดเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ เทียบท่าราชวรดิฐ ซ่งเป็นส่วนหน่งของการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก



สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ข้นเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างสมบูรณ์ตามโบราณ





ราชประเพณี ระหว่างวันท่ ๔ – ๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นโอกาสสาคัญที่ประชาชนจะได้เห็นเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์




ปรากฏโฉมในท้องน�าเจ้าพระยาอีกคร้ง เป็นเรือพระท่น่งเอกท่วิจิตรงดงามและมีฐานันดรศักด์สูงกว่าเรือพระราชพิธีทุกล�า และ



เป็นเรือพระท่น่งลาเดียวท่เป็นส่วนหน่งของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๕๖๒




นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 5





เม่อวันท่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๒ กองทัพเรือ จัดให้มีการฝึกซ้อมฝีพายเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ ณ อู่หมายเลข ๑


อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ก่อนจะอัญเชิญไปจอดบริเวณท่าราชวรดิฐ จากน้น กาลังพล





ประจาเรือ จานวน ๖๔ คน สวมใส่ชุดเคร่องแต่งกายแบบโบราณ พายเรือออกจากอู่จอดเรือท่ ๑ พายข้ามฝั่งแม่นาเจ้าพระยา

ในลักษณะพายเรือแบบทวนและตามกระแสนา ก่อนจะเทียบเรือท่ท่าราชวรดิฐ และน่งประจาเรือเสมือนมีพระราชพิธีจริง





เป็นเวลานาน รวมระยะทาง ๑๐๐ เมตร แบ่งออกเป็น ๓ ช่วง ช่วงละ ๔๐ นาที โดยเรือพระที่น่งสุพรรณหงส์ได้รับ



การประกอบเคร่องสูง ได้แก่ ฉัตร ๗ ช้น จานวน ๒ ฉัตร ติดต้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังบุษบก ฉัตร ๕ ช้น ติดต้งลดหล่นกันมา







ท่บริเวณด้านหน้าจานวน ๓ ฉัตร และด้านหลังจานวน ๒ ฉัตร และธงสามชาย ๑ ผืน ติดต้งท่บริเวณท้ายเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์











ในการน้ การฝึกซ้อมฝีพายเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ กองทัพเรือได้เปิดให้ประชาชน เข้าชมตลอดแนวริมนาต้งแต่ราชนาวีสโมสร


ไปจนถึง ท่าราชวรดิฐ พร้อมกับบันทึกภาพประวัติศาสตร์ด้วยความต่นตาต่นใจ



ท้งน้ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ ๔ – ๖ พฤษภาคม ขณะท่เรือพระท่น่งสุพรรณหงส์จอดเทียบท่าราชวรดิฐ


มีลาดับพิธีการดังน ี ้



วันท่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เวลา ๑๑.๐๐ น. เรือพระท่น่งสุพรรณหงส์เทียบท่าราชวรดิฐ เป็นการถวายเคร่องประกอบ


พระราชอิสริยยศ เม่อเรือเทียบกับโป๊ะเรือแล้ว พนักงานรับเชือกจะน�าเชือกไปผูกกับโป๊ะเรือ ก่อนท่กาลังพลประจาเรือ จะถวายบังคม





๓ คร้ง ขานพระปรมาภิไธยเต็ม และจะอยู่บนเรือเช่นน้นจนกว่าจะเสร็จพระราชพิธีตามพระราชกิจในพระบรมมหาราชวัง





วันท่ ๕ พฤษภาคม กาลังพลจะข้นบนเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์ เวลา ๑๗.๐๐ น. แล้วถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


เม่อร้วขบวนพยุหยาตราสถลมารคเคล่อนผ่าน



วันท่ ๖ พฤษภาคม กาลังพลจะข้นเรือเวลา ๑๗.๐๐ น. และนาเรือกลับเข้าอู่ เวลา ๒๑.๐๐ น.







เม่อเสร็จสิ้นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้วเรือพระท่น่งสุพรรณหงส์จะเคล่อนกลับไปยัง อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ





แล้วนาไปเก็บท่พิพิธภัณฑสถานเรือพระราชพิธี เพ่อเตรียมสาหรับใช้ในพระราชพิธีเสด็จพระราชดาเนินเลียบพระนคร โดยกระบวน
พยุหยาตราชลมารค ในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ต่อไป
6 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒

ค�ำประกำศพระเกียรติคุณ

พลเรือเอก พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ำอำภำกรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
เนื่องใน “วันอำภำกร”
๑๙ พฤษภำคม ๒๕๖๒
**************************


ข้ำรำชกำร ทหำร ลูกจ้ำง และพนักงำนรำชกำรของกองทัพเรือที่รักทุกนำย




วันท่ ๑๙ พฤษภำคมของทุกปี เป็น “วันอำภำกร” เป็นวันคล้ำยวันส้นพระชนม์ของ พลเรือเอก


พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ำอำภำกรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ “องค์บิดำของทหำรเรือไทย”
ผมจึงขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันร�ำลึกถึงพระกรุณำคุณของพระองค์ ผู้ทรงวำงรำกฐำนกำรทหำรเรือ
ให้มีควำมเข้มแข็ง มั่นคงมำตรำบจนทุกวันนี้
พลเรือเอก พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ำอำภำกรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด ิ ์
เป็นพระรำชโอรสในพระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว กับเจ้ำจอมมำรดำโหมด หลังจำกทรง









สำเรจกำรศกษำวชำกำรทหำรเรอจำกประเทศองกฤษแล้ว ได้เสดจฯ กลบประเทศไทย และเข้ำรบรำชกำร



ในกรมทหำรเรือ ในปีพุทธศักรำช ๒๔๔๓ ซ่งขณะน้นกิจกำรในด้ำนต่ำง ๆ ของทหำรเรือยังมิได้มีควำมม่นคง








ด้วยพระทยอันแน่วแน่ท่จะปฏรูปและพัฒนำกำรทหำรเรอให้มควำมเข้มแข็ง เพอเป็นหลกส�ำคัญในกำรป้องกน

ประเทศได้อย่ำงแท้จริง พระองค์ได้ทรงทุ่มเทพระวรกำยและพระสติปัญญำในกำรพัฒนำและวำงรำกฐำน
ให้กรมทหำรเรือมีควำมก้ำวหน้ำทัดเทียมนำนำอำรยประเทศ โดยในปีพุทธศักรำช ๒๔๔๕ ขณะท ่ ี
ทรงด�ำรงต�ำแหน่งรองผู้บัญชำกำรกรมทหำรเรือ พระองค์ได้ทรงจัดระเบียบรำชกำรกรมทหำรเรือข้นใหม่





ส่งผลให้กำรปฏบตงำนไม่ซำซ้อน และกำรปกครองบงคบบญชำมประสทธภำพมำกยงขน ทรงจดทำ
















โครงกำรป้องกนประเทศทำงด้ำนทะเล อนประกอบด้วยควำมต้องกำรก�ำลงรบทำงเรอและแนวควำมคิด


ในกำรใช้ก�ำลังทำงเรือ ซ่งถือเป็นแผนกำรทัพฉบับแรกของกรมทหำรเรือ ทรงปรับปรุงหลักสูตรกำรศึกษำ

ของโรงเรียนนำยเรือให้ทันสมัยย่งข้น และได้ทรงน�ำนักเรียนนำยเรือออกฝึกภำคต่ำงประเทศเป็นคร้งแรก




ในประวัติศำสตร์ เม่อคร้งทรงด�ำรงต�ำแหน่งเสนำธิกำรทหำรเรือ พระองค์ทรงเห็นกำรณ์ไกลว่ำบริเวณอ่ำวไทย





ตอนบนน้น จุดยทธศำสตร์ทำงทะเลท่ดีท่สุดคือบริเวณอ่ำวสัตหีบ จังหวัดชลบุร พระองค์จึงขอพระรำชทำนท่ดิน




ท่สัตหีบจำกพระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยู่หัว เพ่อใช้เป็นท่ต้งของฐำนทัพเรือ ซ่งได้ถูกพัฒนำให้


มีควำมเจริญก้ำวหน้ำเรื่อยมำ และเป็นที่ตั้งของหน่วยก�ำลังรบที่ส�ำคัญของกองทัพเรือจนถึงปัจจุบัน
นอกจำกพระปรีชำสำมำรถในด้ำนกิจกำรทหำรเรือแล้ว พระองค์ทรงมีควำมสนพระทัยในด้ำนกำรแพทย์


ทรงมุ่งม่นศึกษำควำมรู้เก่ยวกับต�ำรำแพทย์แผนโบรำณ จนสำมำรถให้ควำมช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยโดยมิได้ทรงรับ



สงตอบแทนแต่อย่ำงใด พระเกยรตคุณของพระองค์ท่ำนในนำม “หมอพร” จึงได้ขจรขจำยไปท่ว นอกจำกน ี ้


พระองค์ได้ทรงพระนิพนธ์เพลงทหำรเรือ เช่น เพลงดอกประดู่ และเพลงดำบของชำติ ท่มีเน้อหำปลุกใจให้


เข้มแข็ง ยอมสละแม้ชีวิตเพ่อรักษำเอกรำชของชำติ เป็นกำรปลูกฝังให้ทหำรเรือทุกยุคทุกสมัยมีควำมรักชำต ิ

และมีควำมสำมัคคีกันในหมู่คณะ อันเป็นเอกลักษณ์ที่ดีงำมของทหำรเรือสืบมำจนปัจจุบัน

ในปีพุทธศักรำช ๒๔๖๖ ทรงได้รับพระมหำกรุณำธิคุณโปรดเกล้ำโปรดกระหม่อมให้ด�ำรงต�ำแหน่ง



เสนำบดีกระทรวงทหำรเรือ อันเป็นต�ำแหน่งสูงสุดของทหำรเรือในขณะน้น แต่เป็นท่น่ำเสียใจอย่ำงย่ง



ท่พระองค์ทรงปฏิบัติรำชกำรได้ไม่นำนก็ประชวร จึงทรงกรำบถวำยบังคมลำไปประทับ ณ ท่ประทับ ต�ำบล


หำดทรำยรี จังหวัดชุมพร และส้นพระชนม์ในวันท่ ๑๙ พฤษภำคม พุทธศักรำช ๒๔๖๖ ในขณะท ่ ี
มีพระชนมำยุเพียง ๔๔ พรรษำ


















กำรทกองทพเรอดำรงอย่ได้อย่ำงมเกยรติ มศกดศร มควำมเจรญก้ำวหน้ำมำโดยลำดบนันกด้วย


พระองค์ท่ำนท่ได้ทรงทุ่มเทพระวรกำยและพระสติปัญญำในกำรวำงรำกฐำนและพัฒนำกิจกำรทหำรเรือ
อันส่งผลให้กองทัพเรือมีควำมม่นคงเป็นปึกแผ่นสืบต่อมำจนถึงปัจจุบัน


ในโอกำสท่วันอำภำกรเวียนมำบรรจบครบรอบอีกวำระหน่งในวันน้ ขอให้ทหำรเรือทุกนำยได้


พร้อมใจกันร�ำลึกถึงพระกรุณำคุณของ พลเรือเอก พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ำอำภำกรเกียรติวงศ์



กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ “องค์บิดำของทหำรเรือไทย” ท่ทรงมีต่อกองทัพเรือ และขอต้งจิตอธิษฐำน

ต่อดวงวิญญำณอันศักด์สิทธ์ของพระองค์ ได้โปรดดลบันดำล ประทำนพรให้ทหำรเรือทุกนำยมีก�ำลังกำย ก�ำลังใจ

และก�ำลังสติปัญญำท่เข้มแข็ง ม่นคง เพ่อสำนต่อพระปณิธำนของพระองค์ท่ได้ทรงวำงรำกฐำนไว้ และร่วมกัน




สร้ำงสรรค์กองทัพเรือให้มีควำมเจริญก้ำวหน้ำ เพ่อเป็นก�ำลังส�ำคัญของประเทศชำติสืบไป

(ลงชื่อ) พลเรือเอก
(ลือชัย รุดดิษฐ์)
ผู้บัญชำกำรทหำรเรือ

เรือตรีหญิง เบญจรัตน์ ดีกระจ่าง















































เรือหลวงเจ้าพระยา (ลำที่ ๑)



ในวันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นวันขึ้นระวางประจำการของเรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงเจ้าพระยา
เป็นเรือสลุป (ขนาดเล็กกว่าเรือฟริเกต) เดิมเป็นเรือวางทุ่นระเบิดของอังกฤษชื่อ ฮาวานท์ (H.M.S.HAVANT)
สร้างที่อู่ เย.ที.เอลทริงแฮม เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ ๑ ราชนาวีไทยซื้อมาจากอังกฤษ และดัดแปลง
เป็นเรือฝึกหัด ขนาดของเรือ มีระวางขับน้ำปกติ ๖๗๕ ตัน ระวางขับน้ำเต็มที่ ๗๖๒ ตัน ยาว ๗๐.๖๔ เมตร กว้าง ๘.๗๔

เมตร เดิมไม่มีอาวุธประจำเรือ ภายหลังติดปืน ๗๕/๕๑ มิลลิเมตร ๒ กระบอก ปืนกล ๔๐/๖๐ มิลลิเมตร ๑ กระบอก
(แท่นเดียว) เครื่องจักร เป็นเครื่องจักรไอน้ำชนิดข้อเสือข้อต่อ ๓ สูบ ๒ เครื่อง กำลัง ๒,๒๑๖ แรงม้า ใบจักรคู่ ความเร็ว
สูงสุด ๑๒ นอต ความเร็วมัธยัสถ์ ๘ นอต รัศมีทำการเมื่อความเร็วสูงสุด ๑,๖๘๐ ไมล์ ความเร็วมัธยัสถ์ ๑,๘๘๐ ไมล์
ทหารประจำเรือจำนวน ๙๙ นาย เรือหลวงเจ้าพระยาปลดระวางประจำการไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ รวมเวลา
ใช้ราชการอยู่ในกองทัพเรือนานถึง ๔๘ ป ี



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำเดือน พฤษภาคม ๒๕๖๒ 9

รางวัล “พลเรือเอก กวี สิงหะ”




รางวัล “พลเรือเอก กวี สิงหะ” เริ่มมีขึ้นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยคุณหญิง กมลนารี สิงหะ และ
ทายาทของ พลเรือเอก กวี สิงหะ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
มีความประสงค์ที่จะมอบรางวัลเป็นเงินสดจ�านวน ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งปัจจุบันได้เพิ่มเงินรางวัลเป็นจ�านวนเงิน
๒๐,๐๐๐ บาท จ�านวน ๑ รางวัล ให้แก่ผู้เขียนบทความที่ลงพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ และได้รับ



การคัดเลือกให้เป็นบทความดีเด่นประจาปี เพ่อเป็นการระลึกถึง พลเรือเอก กวี สิงหะ โดยกาหนดจัดให้ม ี

พิธีมอบรางวัลฯ ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนเกิดและเดือนอนิจกรรมของ พลเรือเอก กวี สิงหะ พร้อมทั้ง



















ใหนาบทความทไดรบการคดเลอกเปนบทความดเดนลงพมพเผยแพรในนตยสารนาวกศาสตรฉบบประจาเดอน

พฤษภาคมของปีถัดไป



การมอบรางวัลให้แก่ผู้เขียนบทความท่ลงพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารนาวกศาสตร์ จานวน ๕ รางวัล
ได้แก่ รางวัลบทความดีเด่น “พลเรือเอก กวี สิงหะ” จ�านวน ๑ รางวัล และรางวัลชมเชย จ�านวน ๔ รางวัล
ดังนี้
- รางวัลบทความดีเด่น “พลเรือเอก กวี สิงหะ” เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท จากทายาท พลเรือเอก กวี สิงหะ
พร้อมโล่เกียรติคุณ
- รางวัลชมเชยอันดับที่ ๑ เงินรางวัล ๑๒,๐๐๐ บาท จากราชนาวิกสภา พร้อมโล่เกียรติคุณ
- รางวัลชมเชยอันดับที่ ๒ เงินรางวัล ๘,๐๐๐ บาท จากราชนาวิกสภา พร้อมโล่เกียรติคุณ
- รางวัลชมเชยอันดับที่ ๓ เงินรางวัล ๖,๐๐๐ บาท จากราชนาวิกสภา พร้อมโล่เกียรติคุณ
- รางวัลชมเชยอันดับที่ ๔ เงินรางวัล ๔,๐๐๐ บาท จากราชนาวิกสภา พร้อมโล่เกียรติคุณ
การมอบรางวัลให้กับผู้ท่สมควรได้รับรางวัล “พลเรือเอก กวี สิงหะ” ในคร้งน้ นับเป็นคร้งท่ ๒๔





โดยมีผู้ที่ได้รับรางวัลฯ ดังนี้
๑. รางวัลบทความดีเด่น เรื่อง “ปัจจัยมนุษย์ในการรบทางเรือ” เขียนโดย พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์
๒. รางวัลชมเชยอันดับท่ ๑ เรอง “ชุดกะลาสี” เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จ�าปีรัตน์




๓. รางวัลชมเชยอันดับท่ ๒ เรอง “ศึกษาประวัติการยุทธ์ทางเรือ : บทเรียนและการประยุกต์ใช้” เขียนโดย


พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์



๔. รางวัลชมเชยอันดบท่ ๓ เร่อง “เรือดานา : ความสาคัญและบทบาทในสงคราม” เขยนโดย





พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์


๕. รางวัลชมเชยอันดับท่ ๔ เร่อง “วิถีชีวิตชาวเรือดานา” เขียนโดย พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์



10 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 11


ปัจจุบันการมอบรางวัลบทความดีเด่นฯ ได้กาหนดให้จัดพิธีมอบรางวัลดังกล่าวในคราวเดียวกันกับ




วันท่จัดให้มีพิธีมอบเข็มและโล่เคร่องหมายราชนาวิกสภาในวันคล้ายวันก่อต้งราชนาวิกสภาในวันท่ ๑ เมษายน
ของทุกปี โดยเรียนเชิญผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลบทความดีเด่น พลเรือเอก กวี สิงหะ

จานวน ๑ รางวัล นอกจากน้ ราชนาวิกสภายังได้สนับสนุนเงินรางวัลเพ่อมอบให้กับผู้เขียนบทความท่ได้คะแนน



รองลงมา เป็นรางวัลชมเชยอีกจ�านวน ๔ รางวัล ในคราวเดียวกันด้วย
ส�าหรับการมอบรางวัลบทความดีเด่นฯ ประจ�าปี ๒๕๖๑ ได้ประกอบพิธี ณ ห้องรับรอง ชั้น ๒ อาคาร
กองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๔ เมษายน
๒๕๖๒ โดย พลเรือเอก สุกิตติ เสงี่ยมพงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ





























12 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒

ประวัติผู้เขียนบทความดีเด่นประจ�าปี ๒๕๖๑


























ชื่อ - สกุล พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ์

วัน เดือน ปีเกิด ๘ ตุลาคม ๒๔๘๖

ประวัติการศึกษา โรงเรียนมัธยมประจ�าจังหวัดสุราษฎร์ธานี
โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ ๕
โรงเรียนนายเรือ Flensburg - Muerwik (ประเทศเยอรมัน)

โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ
US Naval War College
วิทยาลัยการทัพอากาศ
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ
สถาบันพระปกเกล้า หลักสูตรการเมืองการปกครอง

ประวัติการท�างาน ฝ่ายเสนาธิการ ประจ�ารองผู้บัญชาการทหารเรือ
รองเจ้ากรมสื่อสารทหารเรือ
รองผู้บัญชาการโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ

รองหัวหน้าฝ่ายวิชาการสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒
รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ
ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ

ต�าแหน่งงานหลังเกษียณอายุราชการ อดีตคณะท�างานของกรรมาธิการทหารวุฒิสภา
อดีตคณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายและยุทธศาสตร์กองทัพเรือ
ได้รางวัลนักเขียนดีเด่นรางวัล พลเรือเอก กวี สิงหะ ๔ ปีติดต่อกัน

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 13

ปัจจัยมนุษย์



ในการรบ




ทางเรือ







“ข้าพเจ้ากลัวว่า เมื่อวันหนึ่งที่เทคโนโลยีลํ้าหน้าการปฏิสัมพันธ์
ของมนุษย์ชาติ โลกนี้จะเป็นยุคของคนปัญญาอ่อน” พลเรือเอก ไพศาล นภสินธุวงศ ์
Albert Einstein

กล่าวนํา ความกาวหนาของเทคโนโลยใหม ๆ ในยุคของข้อมูลข่าวสารเสียงสนับสนุนของการ





ในศตวรรษท่ ๒๐ เป็นการยืนยันจนแทบไม่ต้องพิสูจน์ถึง ทำาสงครามข่าวสารได้ยืนยันอยู่เสมอว่า ความเหนือกว่า








ขดความสามารถของระบบอาวธทแปลกใหม เชน ด้านข่าวสารมีความสาคัญอย่างย่งยวดจนกล่าวกันว่า



ในอดีตมีการผลิตท่นระเบิด ตอร์ปิโด อากาศยาน Who Knows, Wins. แต่กระน้นก็ตามมีคนจานวน




อาวุธปล่อยนาวิถี เป็นต้น แต่มนุษย์ไม่เคยพึงพอใจ ไมน้อยยังไมค่อยยอมรบรากฐานสาคญสาหรบการ











กับเทคโนโลยีท่มีอย่ ต่างด้นรนแสวงหาส่งท่ดีกว่า ตัดสินใจของผ้บังคับบัญชากาลังรบอย่างถูกต้อง








อยตลอดเวลาซงได้แพรหลายในบรรดากองทัพเรอของ ละเอียดลออ และรวดเร็วท่ข้นอยู่กับเทคโนโลยี





ชาติต่าง ๆ ท่พัฒนาแล้ว แต่กระน้นก็ตามยังปรากฏว่า บุคคลเหล่าน้เช่อม่นในความเหนือกว่าของปัจจัยมนุษย ์
มีช่องว่าง (Gap) ระหว่างศักยภาพท่คาดหวังไว้ของ ซ่งเป็นผ้บังคับบัญชาและฝ่ายเสนาธิการท่ใช้เทคโนโลย ี




เทคโนโลยีใหม่กับขีดความสามารถท่แท้จริงของมัน เหล่านั้น

เหนือกว่าน้นขีดความสามารถท่กาหนดไว้เป็นเพียง แม้ว่าปัจจัยของมนุษย์เป็นเร่องนามธรรมสัมผัสได้ยาก





ความเปนไปไดทางเทคนคเทานน ไมไดหมายความวา เช่น การศึกษาอย่างมืออาชีพ ภาวะผ้นา ขวัญ วินัย และ















มันมีคุณค่าจริงทางยุทธการในการรบ ดังตัวอย่างท่ ี ความสามัคคภายในหนวย จตใจอยากสรบ (Will to Fight)
พลเรือเอก Sir Tom Phillips ผ้บัญชาการ Force Z หลักนิยมที่ดีและประณีต สภาพการฝึกเพื่อการรบ และ





ของราชนาวีอังกฤษ เช่อม่นต่อปืนต่อส้อากาศยานท ่ ี ความพร้อมรบกลายเป็นส่งสาคัญอย่างแทบไม่น่าเช่อ



มีเคร่องควบคุมการยิงแบบใหม่ สามารถยิงเคร่องบิน ดังน้น มันอาจย่วยวนให้ติดกับดักหรือตกหลุมพราง







ได้ในมุมสูง แต่เม่อเผชิญกับเคร่องบินท้งระเบิดของ หากเราม่งเน้นไปท่ด้านเทคโนโลยีของการทาสงคราม



ญ่ป่นในสภาวะแวดล้อมของเขตร้อนในบริเวณอ่าวไทย ทางเรือตั้งแต่อยู่ในยามสงบ ดังนั้นจึงขอเน้นว่าลําพัง

ซ่งต่างไปจากในยุโรป อุปกรณ์ท่ทันสมัยกลับมีปัญหา เทคโนโลยีแม้ก้าวหน้าเพียงใดก็ตาม ก็ไม่เพียงพอท ี ่



เป็นผลทาให้เรือประจัญบาน Prince of Wales และ เป็นหลักประกันชัยชนะต่อข้าศึกท่เพียบพร้อมไปด้วย




เรือลาดตระเวน Repulse จมลงส่ก้นอ่าวไทยเม่อ ความคิดในการหาหนทางปฏิบัติเพ่อแก้ปัญหา (Resourceful)
ต้นเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ได้ดีกว่า รายละเอียดประเด็นนี้ขอนำาเสนอดังต่อไปนี้
14 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒









อย่าม่งเน้นผิดท ตงแตยคเรอใบมาแลวทในการ หมดยุคเรือใบแล้ว เราจึงไม่คุ้นเคยกับ Iron Man แต่ก็มี














ทาสงครามทางเรือ ปัจจัยมนุษย์ได้รับการยกย่องว่า วลทีไดยนแมแตในปจจบน คอ “เหล็กในคนต้องแข็ง


มีความสาคัญอย่างย่ง มีการกล่าวขานกันว่า “Wooden กว่าเหล็กในเรือ” ผู้เขียนได้พยายามค้นคว้าที่มาของวลี
Ships and Iron Man” ในความหมายเดิมยุคเรือใบ ดังกล่าว แต่ยังไม่พบ

นั้น Iron Man คือ คนที่แข็งแรงมากและมีความมุ่งมั่น แม้ในความเป็นจริงปัจจัยมนุษย์มีความสาคัญ
ตามพจนานุกรม Merriam Webster ให้ความหมายว่า มากก็ตาม แต่เป็นท่น่าเสียดายเม่อมีการทาสงคราม



“บุคคลท่มีความทนทานทางร่างกายได้อย่างไม่ธรรมดา ทางเรือมักถูกละเลยอย่เสมอ ตัวอย่างเช่น บรรดา



ส่วน Cambridge Dictionary นิยามว่า บุคคลท ่ ี นายทหารเรือสหรัฐฯ ในทศวรรษท่ ๑๘๘๐ คิดว่าสงคราม




มีร่างกายแข็งแรงมาก สามารถทาส่งท่ยากลาบาก เป็นสิ่งที่สามารถบริหารจัดการได้ง่าย หรือบางคนเข้าใจ

ไดเปนเวลายาวนานตอเนอง ผอานบางทานท ่ ี ว่าเปรียบเหมือนสมการทางคณิตศาสตร์ หรือหลักการ











ชอบดูอเมริกันฟุตบอล คงได้ยินคา Iron Man ซ่ง ทางวิศวกรรมศาสตร์ ดังน้น การศึกษาเก่ยวกับสงคราม


หมายถึงคนท่สามารถเล่นได้ดีท้งเชิงรุกและเชิงรับ ทางเรือจึงได้รับความสาคัญเร่งด่วนน้อย พลเรือตรี






เป็นคนท่บึกบึนมากซ่งเป็นท่ต้องการของทีม Alfred Thayer Mahan ร้สึกผิดหวังท่นายทหารเรอ




ในบริบทอ่น ๆ อาจหมายถึง “Best of the Best” สหรัฐฯ ยุคน้นหลงผิดเช่นเดียวกันท่ต่างก็ท่มเทให ้


ซ่งมีลักษณะเข้มแข็งมากท่สุดของสถานการณ์น้น ๆ เฉพาะด้านเทคนิคเป็นสาคัญ Mahan ได้ช้ให้เห็นว่า






แม้ในไตรกรีฑา ก็มี Iron Man ซ่งเป็นนักกีฬาท่ทรหด ด้วยความซับซ้อนและใช้ความคิดความเข้าใจ




สามารถว่ายน้าได้ ๓.๘ กิโลเมตร ปั่นจักรยาน ๑๘๐ กิโลเมตร อย่างรอบด้านมากท่สุดแลว เคร่องมือท่อาจทนสมัย









และว่งมาราธอน ๔๒ กิโลเมตร อย่างไรก็ดี เม่อ กไม่สามารถจัดการไดกบบรรดาเหตการณ์ทงหลาย



มีการเปล่ยนผ่านเข้าส่ยุคเรือเหล็ก และเป็นเรือ จํานวนมากในทะเลและในการทาสงครามทางเรือ









กลไฟ Iron Man ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปบ้าง แต ่ ส่งท่ Mahan ช้น้ย่งเป็นจริงมากข้นทุกที เน่องจาก


ในความเป็นจริงแล้วปัจจัยมนุษย์หาได้ลดความสาคัญ สภาวะแวดล้อมในการรบเปล่ยนแปลงรวดเร็วไม่แน่นอน
ตามไม่ สาหรับกองทัพเรือไทยได้เร่มต้นก่อต้งหลังจาก และสลับซับซ้อนมากในยุคปัจจุบัน



นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 15


ก่อนหน้า ค.ศ.1914 ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ด้านเทคโนโลยี ท้งโรงเรียนเสนาธิการทหารเรือและ





ได้พุ่งสูงขึ้นในลักษณะที่เรียกกันว่า “สํานักยุทโธปกรณ์ วทยาลยการทัพเรอใหการศกษาดานวชาดงกลาว









(Materiel School) ได้ให้ความสาคัญมากกว่า คอนขางน้อยมาก อีกทงไม่มการชักจงให้นายทหารเรอ




“สํานักประวัติศาสตร (Historical School) กล่าวง่าย ๆ หน่ม ๆ อ่านหรือศึกษาประวัติศาสตร์ทางเรือ ไม่ม ี

คือ ให้ความสำาคัญด้านรูปธรรมสูงกว่านามธรรม ซึ่งเป็นกัน ความพยายามอย่างแท้จริงท่จะแก้ปัญหาในการใช ้


ทุกกองทัพเรือหลัก ๆ ของโลก โดยเฉพาะอย่างย่งต่าง กำาลังรบสำาหรับการยุทธ์ในการปะทะขนาดใหญ่ การฝึก

ให้ความสาคัญและสนใจน้อยต่อยุทธศาสตร์ทางทะเล การจาลองยุทธ์ (War Game) ระดับยุทธศาสตร์ท ่ ี



นายทหารเรอของราชนาวองกฤษมีความรดานยทธวธ ี โรงเรียนนายเรือ Dartmouth ต้งอย่บนรากฐาน










และยุทธศาสตร์ค่อนข้างจากัดในยุคท่มีการขับเคล่อนสูง ของความคิดท่ว่า สงครามทางเรือไม่ได้เป็นอะไร






























16 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒



มากไปกว่า เป็นการแข่งขันเชิงต่อส้สําหรับ ทางเลือกอ่นนอกเหนือจากมเทคโนโลยีท ่ ี


การกีฬา แบบ Gladiatorial Contest (คนท่ส้กับสิงโต ก้าวหน้าทันสมัย










สาหรับเป็นการกีฬาในสมัยโบราณ ซ่งส่วนมากเป็นพวกทาส) ประวตศาสตรของสงครามทางเรอทผานมา
ระหว่างกองเรือ ๒ ฝ่าย ตัวอย่างท่แสดงให้เห็นว่า ไดแสดงให้ประจักษ์วาความเหนอกว่าด้านเทคโนโลย ี






การฝึกไม่ได้จริงจัง และไม่ได้รับความสำาคัญเท่าที่ควรคือ มิใช่ส่งประกันของชัยชนะ หากเผชิญกับข้าศึกซ่งแม้จะ






มีการฝึกปิดอ่าวระยะใกล้ (Close Blockade) ซ่งในขณะน้น ไม่มอาวุธท่ก้าวหน้าทันสมยมาก แต่มแนวความคดทาง


มีการใช้ท่นระเบิด เรือดาน้า และอากาศยาน แต่ไม่ม ี ยุทธการท่เหนือกว่า ในการรบระหว่างท้งสองฝ่ายท ่ ี




ผ้ใดคัดค้านเก่ยวกับการนาวิธีการปิดอ่าวระยะใกล ้ เข้มแข็งพอ ๆ กัน ชัยชนะมักเป็นของฝ่ายที่คิดได้ดีกว่า



มาใช้ในการฝึกการจำาลองยุทธ์ ปฏิบัติได้รวดเร็วกว่า รวมท้งตัดสินใจได้เย่ยมกว่า มิได้


ในชวงเวลาระหวางสนสดสงครามโลกครงท ๑ เป็นไปตามภาษิตท่ว่าปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่เป็น “ปลาฉลาด















จนถึงเร่มสงครามโลกคร้งท่ ๒ (Interwar) นายพลเรือ เร็วกว่ากินปลาท่โง่และช้า” ท่กล่าวมาน้สะท้อนให้เห็นว่า



ส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ต่างม่งเน้นท่ยุทโธปกรณ ์ ปัจจัยมนุษย์อาจเป็นทางเลือกอ่นหากส้รบกับข้าศึก


มากกว่าอย่างอ่น บทเรียนจากประวัติศาสตร์การยุทธ ์ ท่เข้มแข็งกว่า แต่มิได้หมายความว่าปฏิเสธความต้องการ



ทางเรือถูกละเลยนามาคิดและใช้อย่างส้นเชิง อาวุธและอุปกรณ์ที่ทันสมัย (State of the Art) เท่าที่

เรือประจัญบานถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของอานุภาพ หาได้และมีอยู่ในขณะนั้น แต่เราต้องไม่ลืมตัวหลงผิดว่า


ทางเรือจึงไม่น่าแปลกใจท่หลักนิยมทางยุทธวิธีช่วงเวลาน้น ความคิดท่ฉลาดกว่ามีความสาคัญสูงกว่าเทคโนโลยีและ





ไดคาดการณไววาใชเรอบรรทกเครองบินจม/ทาใหเสยหาย ไม่ว่าเทคโนโลยีน้นจะก้าวหน้าเพียงใด เพราะน่นอาจเป็น
















ต่อเรือบรรทุกเคร่องบินของข้าศึก ขณะท่เคร่องบินบน อีกหลุมพรางหน่งและเป็นท่มาของความประมาท เพราะ

เรือบรรทุกเคร่องบิน (Organic Aircraft) ถูกใช้เป็น ความคิดเป็นนามธรรมประเมินและวัดกันยาก

เพียงผ้ตรวจกระสุนตกให้แก่เรือในแนวรบ แสดงว่าเป็น ส่งท่ควรตระหนักอีกประการหน่งคือ มนุษย์เป็น







หลักนิยมท่ยึดติดกับแนวความคิดเดิมท่จะปะทะกับ ผ้สร้างเทคโนโลยี การเปล่ยนแปลงทางเทคโนโลย ี

กองเรือข้าศึก (ญ่ป่น) ในลักษณะเดียวกันกับการยุทธ ์ แม้เพียงเล็กน้อย อาจมีผลกระทบต่อมนุษยชาติไม่มาก


ข้นแตกหักท่เกดข้นนอกฝ่ง Jutland ระหว่างกองเรอ ก็น้อย เทคโนโลยีมิได้เป็นเคร่องมือสําหรับใช้เพ่อบรรล ุ









High Sea Fleet ของเยอรมนีกับ Grand Fleet ของ ส่งใดส่งหน่งเพียงอย่างเดียวดังแต่ก่อนอีกต่อไป แท้จริง

อังกฤษในสงครามโลกครั้งที่ ๑ แล้ว ปัจจัยมนุษย์โดยตัวของมนุษย์เองเป็นเคร่องมือ


ในช่วงเวลาท่กล่าวน้ท้งกองทัพเรืออังกฤษและ ชนิดหนึ่งที่สําคัญอยู่แล้ว ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี



กองทัพเรือญ่ป่นม่งเน้นอย่างจากัดต่อต้านยุทธวิธ ี ในยุคปัจจุบันมีอัตราเพ่มข้น/เร็วข้น และเร็วข้นอย่าง







เช่นเดียวกัน ราชนาวีอังกฤษต้องการให้เรือประจัญบาน ต่อเนื่อง (Exponential ตัวอย่างเช่น ๒, ๔, ๘, ๑๖...)

แสดงบทบาทเป็นศูนย์กลางของกองเรือและแสดง ถึงกระน้นก็ตาม เราหนีไม่พ้นท่ต้องอ้าแขนรับเทคโนโลย ี

บทบาทข้นแตกหัก ส่วนกองทัพเรือญ่ป่นยังคงเน้นท ่ ี ใหม ๆ ทกาวหนา สําคัญท่เราต้องไม่เป็นส่วนหน่ง










การยุทธ์ข้นแตกหักทานองเดียวกันกับการยุทธ์ท่ Tsushima ของเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีมิใช่ส่งท่เราแสวงหา












ในป ค.ศ.๑๙๐๕ ระหวางญปน – รสเซย เนองจาก และขาดเสียไม่ได้ แต่เราต้องใช้สมองคิดว่าจะ



ยังคงประทับใจในชัยชนะต่อกองเรือรัสเซีย การหมกมุ่น ใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้เป็นประโยชน์สูงสุด ดังที่



ดังกล่าวของญ่ป่นทาให้มีผลต่อการกาหนดหลักนิยมทาง Ardaut du Picg.d.1870 เขียนใน Battle Studies ว่า

ยุทธวิธีรวมทั้งการออกแบบเรือ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 17


“เครื่องมือที่ใช้ในการรบจะมีคุณค่าเมื่อคนรู้ว่าใช้มัน มีความอิสระในการปฏิบัติ นอกจากน้นกองทัพเยอรมัน


อย่างไรเท่านั้น” ยังกาหนดและเน้นให้ผ้บังคับบัญชามีความห่วงใย

ภาวะผู้นําทางทหาร ด้านสวัสดิการของทหารอย่างแท้จริง และดารงไว ้
“ความสัมพันธ์ระหว่างนายทหาร และ ซึ่งประสิทธิภาพของการรบ



ผ้ใต้บังคับบัญชาไม่ควรเป็นลักษณะนิสัยของคนท่เหนือกว่า กองทัพเรือใดท่ไม่ใส่ใจและให้ความสําคัญของ









กระทาตอคนทดอยกว่า หรือเจานายตอคนใช แต่ควร ภาวะผ้นําในทุกระดับจะไม่สามารถปฏิบัติการรบได้ดี
เป็นลักษณะครูต่อศิษย์ โดยข้อเท็จจริงแล้วควรเป็น มีตัวอย่างให้เห็นในอดีตมากมาย เช่น

ความสัมพันธ์โดยธรรมชาติระหว่างบิดาต่อบุตร สำาหรับ กองทัพเรืออิตาลในการยุทธ์กับออสเตรยท่ Lissa




นายทหารท่เป็นผ้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบท้งด้านกายภาพ ในปี ค.ศ.๑๘๖๖ การยุทธ์คร้งสาคัญน้นับว่าเป็นการ




จิตใจ และสวัสดิการ เช่นเดียวกับระเบียบวินัย การฝึก ใช้กองเรือกลไฟห้มเกราะคร้งแรกในประวัติศาสตร์


ทางทหารของบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาการของเขา” พลเรือตรี Wilhelm von Tegetthof ผ้บังคับบัญชากองเรือ

John A.Lejeune : U.S.Marine Corps Manual, 1920



ภาวะผ้นําเป็นแง่มุมหน่งท่สําคัญท่สุดและซับซ้อน


ทสดของการทาสงคราม บ่อยคร้งท่ปัจจัยแตกหัก





ในการรบเกิดจากข้าศึกขาดภาวะผ้นา ภาวะผ้นา




ทางทหารของการส้รบในสงครามในประวัติศาสตร ์


ไดแสดงใหเหนชดเจนวา ความสําเร็จหรือชัยชนะ




เป็นผลมาจากปัจจัยภาวะผ้นําท่เหนือกว่า มีตัวอย่าง







ใหเหนจากประวตศาสตรมากมาย กองทพบกของ

เยอรมันได้ปฏิบัติการรบอย่างยอดเยี่ยมในสงครามโลก
ท้งสองคร้ง เน่องจากภาวะผ้นาของบรรดานายทหาร














เยอรมันมงเนนไปทความสาคญของภาวะผ้นาของทหาร
ทุกระดับชั้น ซึ่งได้เพิ่มพูนอำานาจการรบ และชดเชยกับ






ยทโธปกรณ์ทดอยกวาขาศก ทหารเยอรมันเน้นความ



จําเป็นท่ต้องสร้างความริเร่มในทุกระดับของการ

บังคับบัญชา ปัญหาต้องกําหนดให้ชัดเจน คําส่งต้อง

ไม่กํากวม หลีกเล่ยงการเดาหรือทํานายการกระทํา

ท่จะเกิดข้น รูปแบบของการส่งการของเยอรมันท่เรียกกันว่า




Auftragstaktik (Mission Type Command) เนนทการ


ไว้วางใจ (Trust) และความรับผิดชอบด้วยความเต็มใจ
Auftragstaktik ของเยอรมันได้รับความสนใจ และ



ให้ความสาคัญจากประเทศกล่มนาโตต้งแต่หลังสงครามโลก


คร้งท่ ๒ สาระสาคัญคือ การมอบภารกิจให้หน่วยรอง



โดยกาหนดเพยง What to do มิใช่ How to do
ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยรองมีความริเร่ม

18 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒






ของออสเตรีย เป็นนักรบท่กล้าหาญมความเช่ยวชาญ บอกผบังคับบัญชาหรือทหารว่าต้องทาอะไร เม่อไม ่


ด้านการนาเรือและเดินเรือ (Seamanship) เหนือกว่า ปรากฏว่ามีคำาแนะนำาเฉพาะ”




กองเรืออิตาลี ซ่งมีจานวนเรือมากกว่า แต่มีผ้บังคับบัญชา นาวาเอก C.H.Amme USN.March 1964


กองเรือท่ขาดภาวะผ้นา ไม่มีความกล้าหาญ การยุทธ์ท่ ี การฝึกและหลักนิยมมีผลต่อแรงจูงใจสาหรับการส้รบ




Lissa เป็นท่น่าสนใจสาหรับการศึกษาทางด้านยุทธวิธี ท้งสองอย่างน้มีอิทธิพลต่อกันในหลาย ๆ ด้าน








กล่าวกันว่า พลเรือตรี Tegetthof เป็นนายทหารเรือ กาลงรบขนาดใหญที่มอาวธและอุปกรณทดีทนสมัย แต ่







ท่มีสมรรถนะสูง หาก Lord Nelson มีโอกาสได้รับร้เก่ยวกับ ขาดประสิทธิภาพและบกพร่องด้านการฝึกอย่างร้ายแรง
ชัยชนะของเขา คงนับเป็นญาติด้วย อาจมีสาเหตุมาจากหลักนิยมที่ไม่ดีพอ ประวัติศาสตร์ได้









การยทธทอ่าวมะนลาระหวางกองเรอสหรฐฯ ให้ความกระจ่างด้านความสาคัญของการฝึกการรบอย่าง
กับสเปน ในปี ค.ศ.๑๘๙๘ แม้จะไม่เป็นการสู้รบใหญ่โต สมเหตุสมผลและอย่างละเอียดลออ
เพราะเป็นการกระทาเพียงฝ่ายเดียวเป็นหลัก ในช่วงเวลาของ Interwar กองทัพเรือญ่ป่นเน้น




(One – sided Encounter) สถานการณ์ได้สร้างวีรบุรุษ ไปท่ความเข้มข้น เอาจริงเอาจังและคุณภาพของการฝึก
พลเรือจัตวา Dewey มีชัยชนะต่อนายพลเรือ Mon- เพราะไม่เป็นท่พึงพอใจกับข้อตกลงวอชิงตัน ปี ค.ศ.๑๙๒๒


tojo อย่างเด็ดขาด จนเขากลายเป็นวีรบุรุษของทหารเรือ (Washington Naval Conference 1922) โดยจากัด

และของชาตสหรฐฯ สวน Montojo ขาดภาวะผนำา กาลังรบของญ่ป่นให้มีจานวนเรือ ร้อยละ ๖๐ ของ










และทักษะในการรบ เม่อกลับถึงสเปนเขาถูกพิจารณา กองทัพเรือสหรัฐฯ ญ่ป่นแก้ปัญหาโดยม่งเน้นไปท่การฝึก





คดีในศาลทหาร การรบ และออกแบบเรือผิวน้าให้มีขนาดใหญ่ข้นและมีอานาจ





อีกกรณีตัวอย่างหน่ง ในสงครามโลกคร้งท่ ๒ การรบสูงข้น กล่าวกันว่า จากข้อตกลงวอชิงตันปี ค.ศ. ๑๙๒๒

ในกรณีการจมเรือ Prince of Wales และ Repulse ใน ญ่ป่นไม่มีทางเลือกอ่นมากนัก คงต้องจาใจ ยอมรับข้อตกลง



อ่าวไทย ตามท่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น หน่งในหลายสาเหต ุ ดังกล่าว แต่นายทหารระดับสูงกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า


ของการจมคือความผิดพลาดของกองทัพเรืออังกฤษ “...แม้ว่าจะถูกจํากัดด้านจํานวน แต่การฝึกการรบไม่ม ี

ท่แต่งต้งผ้บัญชาการ Force Z โดยระบบอุปถัมภ ์ ขอจํากด” เป็นวิธีการแก้ปัญหาให้เป็นโอกาสดังท่เรานิยม








แทนท่จะใช้ระบบคุณธรรม น่เป็นบทเรียนหน่งท่การแต่งต้ง กล่าวในปัจจุบัน



ผ้บญชาการหน่วยรบต้องพิจารณาให้รอบคอบรอบด้าน หลังปีค.ศ.๑๙๒๗ สถานการณ์ทำาให้บรรดา







เน่องจากมีผลต่อสินทรัพย์ (Asset) กาลังพล และ ผ้บัญชาการทหารเรือของญ่ป่นท่สืบต่อกันมาเช่อว่ากองเรือ

เกียรติภูมิของชาติ ผสมของญี่ปุ่นคงต้องรบกับกองทัพเรือสหรัฐฯ แน่ ดังนั้น


การฝึก และหลักนิยม การฝึกทางเรือและการดาเนินกลยุทธ์จึงดาเนินการ


ภายใต้เง่อนไขต่าง ๆ ท่คาดหวังว่าจะเกิดข้นในการรบ


“ในสงครามสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างย่งสงคราม สำาหรับอนาคต ผลที่ตามมา ทักษะและขีดความสามารถ




ทางเรือสมัยใหม่ ปัจจัยสำาคัญเพื่อให้บรรลุชัยชนะคือ สิ่ง ด้านการส้รบของกองทัพเรือญ่ป่นได้พัฒนาข้นอย่าง

ท่เราได้ทาในแนวทางเพ่อการเตรียมการและการฝึกก่อน มหัศจรรย์ วงรอบของการฝึกแต่ละปีกินเวลานาน ๑๐ เดือน


ที่สงครามจะเริ่มต้น” สิ้นสุดลงในเดือนเมษายน อีก ๒ เดือน เป็นการพักผ่อน




Theodore Roosevelt : กล่าวในพธจบการศึกษา และผ่อนคลายของกาลังพล ในช่วงพักน้บรรดาเรือรบออก


ของนักเรียนนายเรือ เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ.๑๙๐๒ เดินทางระยะส้น ๆ ตามแนวนอกฝ่งตะวันออกของจีน






“หลักนิยมเป็นการประมวลสามัญสานึก...มันจะ เหตุท่กองเรือญ่ป่นปฏิบัติการฝึกในน่านน้าทห่างไกล

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 19



เพื่อมิให้กองทัพเรือชาติอื่น ๆ เห็นหรือเห็นยากขึ้น U-Boats ในสงครามโลกท้ง ๒ คร้ง ส่วนใหญ่เกิดมา




ต้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๒๗ จนกระท่งญ่ป่นเข้าสงครามโลก จากมาตรฐานการฝึกที่สูง ตัวอย่างเช่น ภายหลังที่มีการ





คร้งท่ ๒ เม่อ ค.ศ.๑๙๔๑ กองเรือผสมท้งหมดปฏิบัต ิ ตั้งกองเรือดำาน้า ในปี ค.ศ.๑๙๓๕ นายพลเรือ Doenitz
การฝึกในเวลากลางคืนอย่างเข้มข้น และจริงจังแม้อยู่ใน ได้ยืนกรานให้มีการฝึกลูกเรืออย่างหนัก เข้มงวด จริงจัง ดังนั้น
สภาพอนตราย จนป ค.ศ.๑๙๓๔ เมอ พลเรือเอก Nobumasa บรรดาผู้บังคับการเรือ U-Boats และลูกเรือถูกฝึกในทุก




Suetsugu เข้ารับตาแหน่งผ้บัญชาการกองเรือผสม แง่มุมทุกฉากการรบที่อาจเกิดขึ้น ระยะเวลาของการฝึก



เขาเน้นการฝึกในสภาพอากาศท่เลวร้าย เหตุผลท่กองเรือ ๖ เดือน แบ่งออกเป็น ๖ ขั้นตอน Doenitz ยืนยันเสมอว่า


ผสมได้เน้นการฝึกส้รบในตอนกลางคืน ท้งน้ เพราะ ในปี ค.ศ. ๑๙๓๕ เรือ U-Boats ทุกลำา ต้องผ่านการฝึก





ต้องการทาความเสียหายในการรบได้บ้างก่อนท่จะเกิด โจมตีบนผิวน้าถึง ๖๖ คร้ง ก่อนท่ไดรับอนญาตให้ฝึก














การปะทะขนแตกหกวนรงข้น การฝกหัดอยางเข้มขน ยิงตอร์ปิโดจริง



และจรงจงของญปนในตอนกลางคน ยงผลใหเกดความ เยอรมนีฝึกการจำาลองยุทธ์เพื่อพัฒนายุทธวิธี และ








ได้เปรียบสหรัฐฯ ในเวลาต่อมาซ่งพิสูจน์ให้เห็นจากการรบ แนวความคิดทางยุทธการใหม่แล้วนาไปทดสอบในการ





ในช่วงเดือนแรกของสงครามในแปซิฟิกกับสหรัฐฯ ฝึกในทะเลหรือการดาเนนกลยทธ แนวความคดในการ

บรรดาเรือดาน้าของเยอรมัน (U-Boats) โดยปกต ิ ใช้เรือ U-Boat เป็นหมู่ร่วมกัน ซึ่งเรียกกันว่า Rudeltaktik




แล้วได้รับการยอมรับกันว่าอย่ในประเภทแนวหน้าท่ลูกเรือ (ชาติตะวันตกเรียก Wolf Packs) เกิดข้นตอนปลาย



ไดรับการฝึกอย่างดีเย่ยม พิสูจน์ได้จากผลงานของบรรดา สงครามโลกคร้งท่ ๑ แล้วนามาปรับปรุงและทดสอบ



20 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒






ในการฝกจาลองยทธในทศวรรษท่ ๑๙๓๐ ต่อมา แม้ว่าอาจพอร้บ้างก็ต้องใช้เวลาในการแก้ไขให้ทันเวลา













Doenitz นามาทดสอบด้วยการฝึกในทะเลบอลติก กอนทจะปฏบตการรบจรง ตวอยางของกองทพเรอ


โดยเขาควบคุมการฝึกจากเมือง Kiel ผ่านการใช้วิทย ุ สหรัฐฯ เม่อเข้าสงครามในแปซิฟิกเม่อเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๑


คล่นส้น ในปี ค.ศ.๑๙๓๙ เขาทดสอบการฝึกอีกหลายคร้ง อ่อนทางด้านยุทธวิธีตอร์ปิโดและขาดความชานิชานาญ



ท้งในทะเลเหนือ ในอ่าว Biscay นอก Cape Finisterre และ ในการรบกลางคืน เมื่อเปรียบเทียบกับกองทัพเรือญี่ปุ่น


ทดสอบยุทธวิธี Rudeltaktik คร้งสุดท้าย ในทะเลบอลติก ความบกพร่องดังกล่าวมิได้รับการแก้ไขจนกระท่งเข้าส ู ่







จากการฝกหลายครงพสจนแนวความคดของ Doenitz สงคราม และเป็นเหตุผลหลักท่นามาถึงความพ่ายแพ ้








มีรากฐานท่ม่นคงดีมาก นอกเหนือจากน้น Doenitz และความสูญเสียอย่างมากในการรบกับญ่ป่นท่บริเวณ

ได้ถอดบทเรียนของการฝึกอย่างชัดเจนจากการฝึกหลาย หมู่เกาะ Solomons ในปี ค.ศ.๑๙๔๒ – ๑๙๔๓ การฝึก





คร้งท่ดาเนินการมานั้นว่า หากจะทาสงครามเรือค้าต่ออังกฤษ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่ได้ประสบความสาเร็จเท่าใดนัก




แล้ว เขาต้องมี U-Boats ถึง ๓๐๐ ลา แต่เยอรมนีโชคร้าย กาลังรบผิวน้าไม่ได้รับการฝึกดีเท่ากับหน่วยท่ปฏิบัติงาน
ที่ Hitler เข้าสู่สงครามก่อนกำาหนดราว ๕ ปี กองทัพเรือ ในอากาศ


ยังไม่พร้อมมีกองเรือ U-Boats ประกอบด้วยเรือจำานวน จนกระท่งถึงการยุทธ์ท่ Midway ในมิถุนายน ค.ศ.๑๙๔๒
















แค่ไม่กี่สิบลำา ญปนมนกบนทไดรบการฝกมาอยางดเยยมโดยเฉพาะ







ปกตแลวการฝกสวนใหญมกกระทากนในยามสงบ การรบอย่างหนัก แต่อย่างไรก็ดี การสูญเสียเรือ






ซ่งเป็นการยากท่จะทาให้เราร้ว่ากองเรือของเราอ่อนด้อย บรรทุกเคร่องบินเร็ว จานวน ๔ ลา พร้อมกับจานวน





มีจุดอ่อนด้านใดบ้าง และอะไรเป็นจุดล่อแหลมท่วิกฤต นักบินหลายคนทาให้คุณภาพและประสิทธิภาพการรบ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 21





ของนักบินตกต่าลงอย่างต่อเน่อง ในเดือนมิถุนายน ต้องสร้างขวัญของหน่วยให้สูงข้นเม่อเจอกับสภาวะท ่ ี


ค.ศ.๑๙๔๔ เมื่อมีการรบกันใน Philippine Sea คุณภาพ ทาให้ขวัญของผ้ใต้บังคับบัญชาตกต่า การกระต้นให ้



ของการฝึก ประสบการณ์และทักษะของผ้บังคับการ ขวัญทหารสูงข้น เพ่อให้มีจิตใจอยากส้รบข้นอย่กับหลาย







เรือบรรทุกเคร่องบินเร็วและบรรดานักบินตกตำ่าลงอย่างมาก องค์ประกอบ ในทางอดมคตแลวควรดารงไว แมจะเกดความ











ท้งน้เน่องจากนักบินเกือบทั้งหมดได้รับการฝึกมาน้อย สูญเสียก็ตาม นักการทหารและผ้มีช่อเสียงหลายคนใน

เพียง ๓ – ๖ เดือน เท่านั้น ประวัติศาสตร์กล่าวถึงความสาคัญของขวัญ เช่น E.J.King

บางคร้งการฝึกขนาดใหญ่ในทะเลเผยให้เห็นถึง อดีตผ้บัญชาการทหารเรือสหรัฐฯ (CNO) ในสงครามโลก




ชองว่างต่าง ๆ หรือปญหาสาคญ ๆ ของหลักนิยมขณะน้น คร้งท่ ๒ กล่าวไว้ในสุนทรพจน์แก่นักเรียนนายเรือท ่ ี






อย่างไรก็ดีความไม่ยืดหย่น ไม่ยอมเปล่ยนแปลงง่าย ๆ จบการศึกษา เม่อวันท่ ๑๙ เดือนมิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๒






รวมท้งบุคลิกนิสัยของผ้นามีผลให้บทเรียนต่าง ๆ ว่า “เคร่องจักรไร้ค่าหากปราศจากคน คนก็ไร้ค่าหาก

จากการฝึกถูกละเลยและไม่ใส่ใจ ตัวอย่างเช่น ปราศจากขวัญ” อีกคนหน่งเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก
หลักนิยมของเรือดานำ้าญ่ป่นก่อนสงครามโลกคร้งท่ ๒ สหรัฐฯ ในสงครามโลกคร้งท่ ๒ หลังสงครามเข้าส ู ่















มุ่งเน้นที่การทำาลายเรือรบผิวน้าข้าศึก จากการฝึกพบว่า วงการการเมองจนไดรบรางวลโนเบล ผรเรม Marshall



หลักนิยมดังกล่าวเกิดปัญหามากมาย บทเรียนท่ถอดออกมา Plan คือ George C. Marshall กล่าวสุนทรพจน์ท่ ี
จึงถูกละเลย ซึ่งต่างจากหลักนิยมของกองเรือ U-Boats Trinity College, Connecticut, วันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน


ท่เน้นเรือพาณิชย์เป็นหลัก การฝึกในทะเลของกองเรือท่ ๖ ค.ศ.๑๙๔๑ วา “ขวัญเป็นสภาวะของจิตใจ เป็นความ





ของญ่ป่น (เรือดาน้า) ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ –เดือน เมษายน มนคง ความกล้าหาญและความหวง เป็นความไว ้




ค.ศ.๑๙๔๑ ในน่านน้า Honshu และ Micronesia วางใจ ความกระตือรือร้น และความจงรักภักดี เป็น



พบปัญหาใหญ่ ๆ เกิดขึ้นเมื่อเรือดำาน้าโจมตีเรือรบข้าศึก ส่งสะอาด การรักหม่คณะและความม่งม่น เป็นความ




โดยเฉพาะการติดตามเป้าและไล่ล่าเป้า แม้กระน้น ทรหด จิตวิญญาณท่ยืนยงจนถึงจุดสุดท้าย จิตใจ
ญี่ปุ่นยังคงเชื่อ (อย่างผิด ๆ) ต่อหลักนิยมของตน อยากชนะ ด้วยขวัญทุกส่งทุกอย่างเป็นไปได้ ปราศจาก







หลักนิยมท่ดีมีความสาคัญอย่างย่งสาหรับการฝึก มันส่งอ่น ๆ ทุกอย่าง การวางแผน การเตรียมการ
ความเป็นลักษณะของการพรรณนา (Descriptive) ไม่ใช ่ ผลงานเป็นศูนย์” ถ้อยแถลงน้ต่อมาภายหลังบรรดา

เป็นข้อกาหนด หรือคาส่ง (Prescriptive) มีความอ่อนตัวสูง นักคิดและนักวิชาการนาไปอ้างอิงกันมาก น่าจะเป็น




ในการนำาไปใช้ หลักนิยมปกติเป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ แต่ต้อง คำานิยามที่ดีของ “ขวัญ”



พินิจพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เม่อนาไปใช้หลักนิยม ฝ่ายท่อ่อนแอกว่า แต่มีความเข้มแข็งในการปะทะ

เปล่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะเม่อมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในทะเลอาจถูกบีบให้เป็นฝ่ายรับทางยุทธศาสตร์



เกิดขึ้น โดยย่อแล้วแม้เทคโนโลยีจะมีผลกระทบต่อการ จนกระทั่งฝ่ายอ่อนแอกว่าช่งน้าหนักแล้วเห็นว่า
ทาสงครามทางเรือ แต่ปัจจัยมนุษย์ยังเหนือกว่า เน่องจาก ดุลอำานาจการรบเป็นของฝ่ายตน การเปลี่ยนแปลงกลับ



เป็นผู้พิจารณานำาเทคโนโลยีไปใช้ เช่นน้นจะไม่เกิดข้นง่าย ๆ เว้นแต่ฝ่ายท่อ่อนแอกว่าม ี






จิตวิญญาณของการรุก จิตใจอยากส้รบเกิดจาก จิตวิญญาณรุกหนักและเช่อม่นว่าสามารถใช้ยุทธวิธีท่เหนือ
องค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ขวัญ วินัย ความสามัคคีของ กว่าเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้ ตัวอย่างจากสงครามโลก
หน่วย และการฝึก เป็นต้น จิตใจอยากสู้รบอาจถูกทำาให้ คร้งท่ ๑ กองเรือ High Sea Fleet ของเยอรมันอย่ในสภาพ




อ่อนลง เน่องจากสภาพแวดล้อมของการรบในสงคราม ต้งรับทางยุทธศาสตร์ในทะเลเหนือ กิจหลักของกองเรือ


ไม่ว่าระดับการบังคับบัญชาใด กิจหลักของผ้บังคับบัญชา นี้คือ ป้องกันปีกของกองทัพบกเยอรมันจากการยกพลขึ้นบก
22 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒

จากบทความน้เราไดข้อคิดอะไรบ้างในด้าน


ของอังกฤษในทะเลเหนือและรัสเซียในทะเลบอลติก “ปัจจัยมนุษย์”
กองทัพเรือเยอรมันปฏิบัติการทางเรือต่อมาในปี ค.ศ. ๑๙๑๔










โดยคาดว่าวัตถุประสงค์หลักของกองเรือเพ่อทาความเสียหาย จากท่กลาวมาขางตนพอสรปไดวา แมเทคโนโลย ี


แก่ Grand Fleet ของอังกฤษท่กาลังลาดตระเวนอย ู ่ จะพัฒนาและเปล่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็ตาม ปัจจัย


ในขณะน้นและจะปดอ่าว Heligoland ด้วยท่นระเบด มนุษย์ยังคงมีความสาคัญเหนือกว่าอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง




และปฏิบัติการเชิงรุกของบรรดา U-Boats เม่อดุลอานาจ ในบริบทของสงครามทางเรือท่กองทัพเรือต้องเผชิญ



เป็นของฝ่ายเยอรมัน จึงเข้าปะทะกับ Grand Fleet คงต้องกลับมาทบทวนว่าต้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันว่าได ้




โดยสภาวะแวดล้อมท่เยอรมนีได้เปรียบ แม้ว่าขณะน้น เตรียมกาลังทางเรือไว้พร้อมจริง ๆ หรือไม่เพียงใด


Grand Fleet จะเหนือกว่าด้านกำาลังรบ แต่กลับตกอยู่ โดยเฉพาะด้านปัจจยมนษย์ไดพัฒนาสอดคลองกับ




ในสภาพการรับทางยุทธศาสตร์ผลการรบนอกฝ่ง Jutland ความเปลยนแปลงในหลาย ๆ ด้านหรือไม่ เช่น การศึกษา

เป็นท่ทราบกันดีว่าเยอรมนีเป็นฝ่ายมีชัยชนะ อังกฤษ การฝึก การสร้างทักษะในการรบและประสบการณ







เสียหายมากกว่า ของบรรดานายทหารระดบผนาหนวย ภาวะผนาของ






กาลังรบของฝ่ายท่เหนือกว่าแต่ขาดจิตวิญญาณ ผ้บังคับบัญชาหน่วยรบท้งระดับล่างและระดับสูงได้รับ


ของการรุกปกติมักจะม่งไปยังวัตถุประสงค์เชิงรับทาง การฝึก ศึกษาบ้างหรือไม่ เพียงพอกับการรบสมัยใหม่หรือไม ่





ยุทธศาสตร์ ตัวอย่างท่ไม่นานเกินไปนักคือ กองทัพเรือ การคัดเลือกผ้ดารงตาแหน่งผ้บังคับบัญชาหน่วยรบ
อิรักล้มเหลวในการปฏิบัติการเชิงรุกต่อกองทัพเรือ เป็นไปตามระบบคุณธรรมหรือไม่ เน้นด้านขีดสมรรถนะ
อิหร่านในสงคราม อิหร่าน – อิรัก ปี ค.ศ. ๑๙๘๐ – ๑๙๘๘ (Competency) และการปฏิบัติท่ประสบความสาเร็จ


สุดท้ายแล้วต้องถอยกลับยังฐานทัพเรือของคนที่ Umm (Performance) มากกว่าระบบอาวุโสและระบบอุปถัมภ ์


Qasr และ Basra และเข้าร่องนำ้า Khor Abdullah ต้งแต ่ หรือไม่ ต้องตระหนักว่า ความขัดแย้งจนถึงข้นการใช้อาวุธ






วันแรก ๆ ของสงคราม นอกจากน้นอิรักไม่ได้ส่งกาลังทางเรือ อาจเกิดข้นตลอดเวลา ผ้ท่จะเป็นผ้นาของกาลังรบทางเรือ


ขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติการในอ่าว จนกระทั่งหยุดยิงในปี ค.ศ. ๑๙๘๘ จึงต้องมีความพร้อมและมีศักยภาพเพียงพอ มิใช่เป็นการ
กองทัพเรือใดท่ขาดจิตวิญญาณของการรุกจะปฏิบัติการ บรรจุแต่งต้งโดยมีเหตุผลมาจากการแก้ปัญหากาลังพล



ไม่เข้มแข็งแม้จะมีกาลังรบท่มากกว่าหรือเหนือกว่าก็ตาม (ชั่วคราว) ปีต่อปี หรือเพื่อเป็นการชุบตัวให้แก่นายทหาร





ตัวอย่างของสงครามไครเมียในปี ค.ศ.๑๘๕๓ – ๑๘๕๖ บางคน ส่งท่กล่าวมาเล็กน้อยน้เกิดข้นมาจนเกือบเป็น





กองเรอรสเซยมจตวญญาณดานการรบอยางชดเจนมาก ประเพณีของกองทพเรอเสยแล้ว เพราะเรายงไมเคยเหน













ท้ง ๆ ท่มีความเหนือกว่า กองเรืออังกฤษด้านกาลังรบ ผลเสียของมันตราบเท่าท่ปัญหาหรือความผิดพลาด










องกฤษยาตรากาลงรบทางเรืออยางเสรีขณะทกองเรอ ยังไม่เกิด การเห็นปัญหาและการแก้ไขจึงยังไม่มีว่แวว

รัสเซียคอยตั้งรับอยู่ในท่าเรือ จะเกิดขึ้น

หลักการสงครามของแทบทุกชาติมีหัวข้อการรุก อาจมีคาถามว่าท่ผ่านมาไม่เห็นมีปัญหาหรือข้อเสียหาย

(Offensive) อนขาดเสยมได พระเจา Frederick แต่อย่างใด ไม่เถียงหรือโต้แย้งครับ แต่ขอย้อนถาม





มหาราชของปรัสเซีย ตรัสคําแนะนําแก่บรรดานายพล กลับว่าท่ผ่านมาส่วนใหญ่ผ้บังคับบัญชาหน่วยกาลังรบ





ว่า “ข้าพเจ้าขอกล่าวโดยท่วไปว่า ผ้บังคับบัญชาคนแรก ท่พร้อมจะปฏิบัติงานทางยุทธการเป็นมืออาชีพก่คน ผ่าน








ในสองคนท่มทศนคตด้านรุกย่อมทาใหอีกคนท่เปน การฝึก มีทักษะและประสบการณ์เพียงพอหรือไม่ หลายคน


ฝ่ายตรงข้ามตกเป็นฝ่ายรับเสมอ และยังต้องกระทํา ที่เป็นนายทหารหลักคงให้คำาตอบได้ดี
ให้สอดคล้องตามฝ่ายแรก”
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 23







ถึงจุดน้ใคร่ขอเสนอแนะเพ่มเติมอีก ๑ เร่อง เม่อ ๒๐ กว่าปีท่ผ่านมา เพราะน่นเป็นเพียง Nice to

ว่า บรรดานายพลเรือท่คาดว่าจะให้ดารงตาแหน่ง know แต FOST เป็นการฝึกเพ่อใช้งานจริง โดยเฉพาะ





ผ้บัญชาการหน่วยรบทางเรือ ควรมีโอกาสได้รับการฝึก ฉากการรบยามสงครามและการป้องกันความเสียหาย


เพ่มเติมเป็นการเฉพาะ ตัวอย่างได้แก่ของราชนาวีอังกฤษ ท่ร้จักกันในนาม “Thursday War” กองทัพเรือ








เปนหลกสตรทเรยกวา Flag Officer Sea Training ควรมีความคิดริเร่มบ้าง อย่ายึดติดกับการคิดและกระทา




(FOST) ซ่งได้ก่อต้งมาต้งแต่ ค.ศ.๑๙๕๘ เม่อ Lord Louis ส่งเดิม ๆ ลองคิดนอกกรอบ (Think outside the box) บ้าง



Mountbatten เป็น แม่ทัพเรือ โดยเขาได้เน้น “Fleet เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยนแปลง
First” แม้แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังเคยส่งเรือและขยาย รวดเร็วมากจนเราตามไม่ทัน อย่ามัวรออยู่กับที่ มิฉะนั้น
พลเรือไปรับการฝึก ถือว่าเป็นการฝึกท่เข้มงวด จริงจัง จะล้าหลังและตามเขาไม่ทัน




และหนักมาก ในตอนท้ายน้ท่ผ้เขียนเน้นมากเป็นพิเศษในประเด็น





นอกจากราชนาวอังกฤษแล้ว กองทพเรออนเดีย ผ้บังคับบัญชาหน่วยกาลังทางเรือ เน่องจากคงไม่มีใคร



มีการฝึกลักษณะเดียวกัน FOST ของอินเดียดำาเนินการ เถียงว่าการส้รบจะแพ้หรือชนะ ปัจจัยสาคัญคือปัจจัย





ฝึกนายพลเรือท่ Kochi Mumbai และ Visakhapatnam มนษยและเหนอกวานนซงสาคญทสด คอ ผนาหนวย
















หากเห็นความสำาคัญและคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์หา และคงต้องเป็นปริศนาต่อไปอีกว่า ต้งแต่อดีตจนถึง



รายละเอียดได้ไม่ยาก การฝึกท่กล่าวน้แตกต่างจากหลักสูตร ปัจจุบันกองทัพเรือสร้างภาวะผ้นาให้แก่นายทหารเรือ

ของกองเรือยุทธการที่เกี่ยวกับเรือและอาวุธสมัยใหม่ ดีพอแล้วหรือไม่
FOST ของ Royal Navy
24 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒

ประเทศไทยกับการเป็นชาติทะเล




พลเรือเอก ศุภกร บูรณดิลก






ทะเลมีประโยชน์มหาศาลแก่มวลมนุษย์มาช้านาน และเม่อรารวยท่สุดในโลกก็จะครองโลกในท่สุด” (Whoever



โดยเรมแรกใช้เป็นแหล่งอาหาร ต่อมาได้ใช้เป็นเส้นทาง commands the sea, commands the trade,
คมนาคมติดต่อค้าขาย รวมท้งยังใช้เป็นเส้นทางในการ whoever commands the trade of the world,



แสวงหาอานาจและป้องกันดินแดนอีกด้วย และเม่อ commands the richest of the world and

วิทยาการเทคโนโลยีก้าวหน้าข้นได้มีการค้นพบว่า นอกจาก consequently the world itself) คากล่าวน้แม้จะ




ทะเลจะเป็นแหล่งทรัพยากรท่มีชีวิตแล้ว พ้นท้องทะเล ล่วงเลยมากว่า ๔๐๐ ปี และสภาวะแวดล้อมทั่วไปของ





ยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุ ปิโตรเลียม และอื่น ๆ อีก ตลอดจน โลกไดเปลยนไป กตกาสงคมมมากขนไมมชาตใดสามารถ










สามารถใช้เปนแหล่งท่องเท่ยวพกผ่อนหย่อนใจได้อกด้วย ใช้กาลังครองทะเลครองโลกได้อย่างเต็มท่แต่เพียงผู้เดียว



โลกปัจจุบันเป็นยุคของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ในทางตรงข้ามทะเลกลับกลายเป็นสาธารณะท่ชาติใด ๆ


ทะเลย่งมีความส�าคัญเป็นทวีคูณเพราะการค้าระหว่าง มีสิทธ์ใช้หาผลประโยชน์ได้เท่าเทียมกันตามขีดความสามารถ
ประเทศ ซ่งเป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจแทบ ก็ตาม แต่คากล่าวน้ยังสามารถนามาประยุกต์ใช้ในการ







ทุกประเทศน้น จะมีวงจรท่เก่ยวกับการขนส่งทางเรือ สร้างความรารวยให้ชาติได้ กล่าวคือปัจจุบันเป็นท่ยอมรับ



อย่างต่อเนื่อง ทั้งในการน�าเข้าวัตถุดิบและพลังงานป้อน กันท่วไปแล้วว่า ส่วนใหญ่แล้วชาติท่รารวยของโลกจะเป็น







เข้าสู่แหล่งผลิต และส่งออกสินค้าจากการผลิตไปยังตลาด ชาติทมีขดความสามารถและประสิทธิภาพในการทา

คู่ค้า สาเหตุท่การขนส่งทางเรือต้องเข้ามาเก่ยวข้องและ การค้าเหนือกว่าชาติอื่น ๆ หรือที่เรียกว่า “ชาติการค้า”


ถูกใช้เป็นวิธีขนส่งหลัก เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายต�่ามาก และ (Trading Nation) ที่เหลือจะมาจากชาติที่มีทรัพยากรที่


เป็นการขนส่งท่ได้ปริมาณมาก พร้อมท้งหลากหลาย มีค่ามากกว่าชาติอื่น เช่น พลังงาน แร่ธาตุ การท่องเที่ยว



รูปแบบเม่อเปรียบเทียบกับวิธีอ่น ทะเลจึงเป็นเส้นทาง และอ่น ๆ ท้งน ชาติการค้าส่วนใหญ่แล้วจะมาจาก






ลาเลยงขนส่งทสาคญและได้รบการนยมใช้มากทสด ชาติท่ขอบเขตดินแดนติดทะเลท่มีศักยภาพในการ










ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ใช้ทะเลในการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชาติได้อย่าง



เซอร์ วอลเตอร์ ราเลย์ นักปราชญ์และนักรบ มประสทธภาพทาให้เกดประโยชน์สามารถเป็นพลง







นักเดินเรือชาวอังกฤษท่มีช่อเสียง ได้เคยกล่าวไว้ตอนหน่ง ึ ส่วนหน่งของกาลังอานาจแห่งชาติได้ ชาติพวกน้ถูกจัดเป็น



เมื่อประมาณปี ค.ศ. ๑๖๑๐ สรุปได้ใจความว่า “ชาติที่มี “ชาติทะเล” (Maritime Nation)


อานาจในการครองทะเล จะสามารถควบคุมเส้นทาง ประมาณเดอนกันยายนทผ่านมาได้มีการจัดอันดับ








การขนส่งสินค้าของโลกได้ จากน้นก็จะสามารถครอบครอง ชาตทะเลช้นนาของโลก จากสถาบนอนเป็นทยอมรับท่วไป




ทรัพย์สมบัติและเศรษฐกิจอันเป็นความรารวยของโลกได้ โดยประเมินจากขีดความสามารถและประสิทธิภาพ

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 25

ของการใช้ทะเล ผลของการจัดอันดับโดยสรุปปรากฏว่า ภูมิอากาศ ตลอดจนลักษณะทางกายภาพอื่น ๆ ของไทย


จากการจัดอันดับประเทศ “ชาติทะเล” ช้นนาของโลก เอื้ออ�านวยต่อการด�าเนินกิจการทางทะเลรูปแบบต่าง ๆ


เรียงตามล�าดับ ๓๐ ประเทศจีนมาเป็นอันดับหน่ง ตามด้วย ได้ดีกว่าชาติทะเลช้นนาบางชาติท่กล่าวมาแล้วด้วย ซ่ง



สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ประเทศ ASEAN ที่ติดอันดับมี กิจการทางทะเลดังกล่าว ประเทศไทยได้มีการด�าเนินการ

สิงคโปร์อันดับ ๙ มาเลเซีย ๑๕ อินโดนีเซีย ๒๐ เวียดนาม มาช้านานแล้ว และกาลังกระทาอยู่โดยก่อให้เกิดผลประโยชน์


๒๙ และฟิลิปปินส์อันดับที่ ๓๐ ที่เหลือคือ ไทย กัมพูชา ต่อชาติประมาณปีละกว่า ๒๐ ล้านล้านบาท จึงทาให้เกิด
เมียนมา บรูไน ติมอร์ และลาว ไม่ได้รับการจัดอันดับ ข้อคิดว่า หากประเทศไทยจะสร้างความสามารถการแข่งขัน



























จากการสังเกตชาติทะเลชั้นนาของโลกข้างต้น ด้านน โดยการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้ทะเล






จะเห็นว่าแทบทุกชาติล้วนแต่มีพลังอานาจทางเศรษฐกิจ ให้สูงข้น น่าจะเป็นการช่วยหรือทาให้ประเทศมีศักยภาพ


เหนือกว่าประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัดท้งส้น ยกเว้นชาต ิ ทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ผลประโยชน์จากกิจการนี้อาจเพิ่มขึ้น
ASEAN ๒ ชาติ คือ เวียดนามและฟิลิปปินส์ที่แม้จะไม่ เป็นทวีคูณจนอาจท�าให้เปลี่ยนสถานะของประเทศให้เป็น

เหนือกว่าแต่ก็ไม่ด้อยกว่ามากนัก และมีแนวโน้มจะแซง ประเทศท่พัฒนาแล้ว มีความม่งค่ง รายได้เฉลี่ยของ


ได้ด้วยซาในไม่ช้า ด้วยขีดความสามารถในการใช้ทะเล ชนในชาติอยู่ในเกณฑ์สูงตามท่ต้องการภายในห้วงเวลา






ให้เกิดประโยชน์ท่เหนือกว่า ในการน้เม่อพิจารณาต่อ ที่ก�าหนด






จะเห็นว่าชาติทะเลช้นนาเหล่าน โดยเฉพาะชาต ASEAN ในเร่องของขีดความสามารถของชาติในการใช้ทะเล
อีก ๓ ชาติ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ตลอดจน ให้เกิดประโยชน์ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของก�าลังอ�านาจ

บางชาติในภูมิภาคอ่น หากตัดขีดความสามารถหรือพลัง แห่งชาติในการบรรลุวัตถุประสงค์แห่งชาติท่เรียกว่า

อานาจทางทะเลออกไปจะไม่มีพลังอานาจของชาติด้านอ่น พลังอานาจทางทะเล หรือ “สมุททานุภาพ” (Sea Power)







โดยเฉพาะท่เก่ยวข้องทางเศรษฐกิจท่เหนือกว่าประเทศไทย น้น ได้มีอดตนายทหารเรือนักยุทธศาสตร์สหรฐอเมริกา




มากนัก ประกอบกบท่ตงของประเทศ สภาพทางภูมศาสตร ์ ท่านหน่งท่มีส่วนทาให้สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอานาจ








26 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒




ท้งทางเศรษฐกิจและทางทหารมาจนทุกวันน และยังเป็น ใช้เมืองท่าได้ตลอดท้งสองฝั่งทะเล มีการกล่าวว่าความใหญ่โต

ปรมาจารย์ “ยุทธศาสตร์ทะเล” (Sea Strategy) ของ ของอยุธยาในยุคนั้นคือ เป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของ






นายทหารเรอแทบท้งโลกจนมาถึงปัจจุบนช่อ Alfred เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงประมาณศตวรรษท ๑๗
Taylor Mahan (1840 -1914) ได้กาหนดทฤษฎีโดยระบ ุ ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระเจ้าปราสาททอง และ




ไว้ตอนหน่ง สรุปได้วาสมททานภาพประเทศใดขนอยกบ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่างชาติท่เดินทางเข้ามา







ปัจจัยพ้นฐานทางกายภาพและประชากรของประเทศน้น ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคน้น บอกว่าอยุธยาเป็นหน่ง ึ



ที่เกื้อกูลหรือสนับสนุน (Elements of Sea Power) ในสามมหาอ�านาจของเอเชียเทียบกับ จีน และวิชัยนคร


๖ ประการ คือ ตาบลท่ต้งทางภูมิศาสตร์ สภาพภูมิประเทศ (อินเดียใต้)

ขอบเขตดินแดน จ�านวนประชากรอุปนิสัยของชนในชาต ิ
และคุณลักษณะรัฐบาล ส่วนศักยภาพของสมุททานุภาพ
จะมากน้อยประการใด ขึ้นอยู่กับตัวขับเคลื่อนซึ่งเรียกว่า
องค์ประกอบสมุททานุภาพ (Components of Sea



Power) ๔ ประการ คอ กองเรอสนค้า กองเรอรบ/


กาลังทางเรือฐานทัพ/ท่าเรือ และอู่สร้างเรือ/ซ่อมเรือ

การจัดทาบทความน ผู้เขียนมีความมุ่งประสงค์ท่จะเสนอแนะ



แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถการใช้ทะเลของชาต ิ

ใหเกิดประโยชนสูงขึ้น หรือมีความเปนชาติทะเลมากขึ้น





ท้งน้การพิจารณาหาแนวทางดังกล่าวจะนาเอาทฤษฎ ี
ของ Mahan ที่กล่าวมาแล้วประยุกต์ใช้
การใช้ทะเลของประเทศไทย
แม้จะไม่มีการระบุว่าเป็น “ชาติทะเล” แต่ประวัติศาสตร์
ได้แสดงให้เห็น หรือวิเคราะห์ได้ว่า บรรพบุรุษไทยเรารู้จัก



และใช้ทะเลให้เกดประโยชน์สนบสนนพลังอานาจหลก


ของชาติมาช้านาน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจท่ไทยหรือ


สยามมีความเจริญรุ่งเรืองมาเป็นลาดับ ด้วยการค้าขาย


ทางทะเลกับต่างประเทศเร่มต้งแต่เม่อคร้งเมืองหลวง


อยู่ท่สุโขทัย ซ่งอยู่ก่งกลางระหว่างเมืองท่าเมาะตะมะ มะริด





และตะนาวศร กับเมืองท่าท่ออกทะเลทางฝั่งอ่าวไทย เช่นเดียวกับสมัยสุโขทัยและอยุธยา ในยุครัตนโกสินทร์





จนกระท่งสมัยกรุงศรีอยุธยาท่เจริญม่งค่งถึงขีดสุด ตอนต้นท่นอกจากจะเป็นเมืองท่าปลายทางของคู่ค้า


เป็นยุคทองที่นานาชาติยอมรับ โดยเฉพาะก่อนยุคปลาย เป็นตลาดในการซ้อขายแลกเปล่ยน หรือส่งผ่านไปประเทศ
เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์นาวีในภูมิภาค เรือใหญ่เข้าจอด ท่สามแล้ว ยังมีการส่งออกสินค้าโดยใช้เรือไทยไปยังคู่ค้า



และเทียบท่าเป็นจานวนมาก คู่ค้าสาคัญได้แก่ เมืองมะละกา ประเทศต่าง ๆ ด้วย สาหรับกิจการต่อเรือได้มีการเร่มต่อเรือ




เกาะชวา จีน อินเดีย โปรตุเกส อังกฤษ และฝร่งเศส กาปั่นใหญ่ ท้งเรือรบและเรือสินค้าแบบตะวันตกได้ใน





ขอบเขตดนแดนขยายคลอบคลมไปทวคาบสมทร สามารถ สมัยรัชกาลที่ ๓ หลังจากที่ได้มีการต่อเรือส�าเภาจีนเป็น

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 27




อุตสาหกรรมส่งออกท่ได้รับการนิยมมาก่อนแล้ว ท้งน ้ ี สาหรับการใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์สนับสนุนพลัง
ได้มีการบันทึกของนาย John Crawford ราชทูตอังกฤษ อ�านาจแห่งชาติด้านการทหารครั้งส�าคัญ ได้แก่ ยุทธการ
ในปี พ.ศ. ๒๔๕๓ สรุปได้ว่า ท่าเรือกรุงเทพมีเรือสินค้า “จากทะเล” (From the sea) ของสมเด็จพระเจ้าตากสิน
ไทยกว่า ๒๐๐ ลา และท่าเรือกรุงเทพนับว่าเป็นท่าเรือ มหาราชในการยาตรากาลังทางเรือจากจันทบุรีเพ่อปฏิบัติการ








ใหญ่ท่สุดแห่งหน่งในภาคตะวันออกไกล (Far East) สะเทินนาสะเทินบก ณ พ้นทเป้าหมายค่ายโพธ์สามต้น



เรือที่ออกจากท่าเรือมีเรือที่ชักธงไทยถึง ๑๐๘ ล�า ในสงครามกู้ชาติ























































28 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒




การใช้ทะเลเพ่อประโยชน์ทางทหารท่สาคัญ อาณาเขตประเทศไทยปัจจุบันเป็นลักษณะ
อีกครั้ง ในสมัยรัชกาลที่ ๓ เป็นการยาตราก�าลังทางเรือ ก่งคาบสมุทรเหนือ ตอนกลางข้นไปติดกับแผ่นดินใหญ่





เพ่อเตรียมการยกพลข้นบกด้วยกาลังรบประมาณ ของทวีป ใต้ลงมาลักษณะเรียวเป็นแผ่นดินติดกับทะเล



สองหมนนาย เพอทาการยทธบรรจบกบกาลงทางบก ท้งสองด้าน คือ ด้านตะวันตกเป็นทะเลอันดามัน ด้าน








ณ พื้นที่เป้าหมายดินแดนข้าศึกนอกประเทศในสงคราม ตะวนออกเป็นอ่าวไทย แต่ใต้สุดของประเทศก่อนถึง


“อานามสยามยุทธ” ช่องแคบมะละกาซ่งเช่อมระหว่างสองมหาสมุทรแปซิฟิก
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 29




กับอินเดียมีประเทศมาเลเซียขวางก้นอยู่ อาณาเขต เท่าท่กล่าวมาในหัวข้อน ท่านผู้อ่านคงเห็นแล้วว่า






ทางทะเลพ้นท่ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร แม้จะไม่ใช่ชาติพันธุ์ท่กาเนิดจากทะเล ตามประวัติท่บอกเล่า

ความยาวชายฝั่งรวมประมาณ ๓,๐๑๐ กิโลเมตร แต่บรรพบุรุษของเราก็รู้จักใช้ทะเลมาต้งแต่เร่มสร้างชาต ิ


เป็นด้านอ่าวไทย ๑,๙๗๒.๕ กิโลเมตร และด้านอันดามัน ในสมัยสุโขทัยแล้ว โดยสามารถควบคุมทะเลท้งสองฝั่ง
๑,๐๓๗.๕ กิโลเมตร การแบ่งอาณาเขตทางทะเล ของคาบสมุทรได้เกือบตลอด ทาให้สามารถควบคุมเส้นทาง






ของไทยประกอบดวย นานนาภายใน (Internal Waters) การค้าได้ เรือสินค้าไทยได้เร่มไปอวดธง ณ ต่างแดน ต้งแต่


ทะเลอาณาเขต (Territorial Sea) เขตต่อเน่อง สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ท้งน้แนวความคิดในการแสดง



(Contiguous Zone) เขตไหล่ทวีป (Continental กาลังทางเรือ (Naval Present) ได้เร่มมีมาก่อนน้น ในสมัย






Shelf Zone) และเขตเศรษฐกิจจาเพาะ (Exclusive สมเดจพระนเรศวรมหาราชตามหลกฐานซงไม่ยนยน











Economic Zone - EEZ) รวมทั้งสามารถใช้ทะเลหลวง ไดกลาววา พระองค์ทานเคยมพระราชสาสนไปยงพระเจา
(High Sea) ได้ หากไม่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กรุงจีนที่จะส่งก�าลังทางเรือไปช่วยปราบสลัดญี่ปุ่น การใช้
สาหรับการใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์ของไทย ทะเลในการทหารนอกจากท่ยกตัวอย่างมาแล้ว ยังมีอีก



ในปัจจุบันน้น นอกจากด้านการทหารท่ใช้ในการป้องกัน หลายคร้ง พลังอานาจทางทะเลหรือสมุททานุภาพของไทย




ประเทศ การปกป้องผลประโยชน์ และคุ้มครองสนับสนุน ในสมัยศรีอยุธยาได้ช่วยขับเคล่อนประเทศเจริญรุ่งเรือง


การด�าเนินกิจกรรมทางทะเลต่าง ๆ ของชาติ ตลอดจน ถึงขีดสุด ถึงขนาดมีการยอมรับว่าเป็นหน่งในสามมหาอานาจ







การชวยเหลอพนองประชาชนแลว ในเชงเศรษฐกจมลคา เอเชีย และความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในด้านการเป็น




ผลประโยชน์ทางทะเลประมาณปีละกว่า ๒๐ ล้านล้านบาท ชาติการค้า โดยได้กลับมาใช้ทะเลอีกคร้งในยุครัตนโกสินทร์

จากกจกรรมทางทะเลท่เกยวข้อง หรือต่อเนองกบ สมัยรัชกาลที่ ๓ นอกจากการค้าขายทางทะเลกับนานา






การขนสงทางเรอ การประมง การจดหาทรพยากรตาง ๆ ประเทศแล้ว ไทยยังมีกิจการท่าเรือ อุตสาหกรรมต่อเรือ





ท่ไม่มีชีวิต และการท่องเท่ยว ตัวอย่างตามรูปข้างบน เป็น จานวนเรือไทยและชักธงไทยมากพอเป็นท่ยอมรับของ




มูลค่าผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ชาติตะวันตกและทั่วไป
30 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒






ทงหมดทกล่าวมาสรปได้ว่า ไทยเราน้นเคยม ี

ความสามารถในการใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์เป็นบ่อเกิด



พลังอานาจหลักแห่งชาต ทาความเจริญรุ่งเรืองเป็น

ชาตทะเลช้นนาของโลกท่เหนือกว่าประเทศอ่น ๆ









ในภมภาคมาแล้วและเมอเปรียบเทียบกับปัจจุบน แม้
มูลค่าผลประโยชน์ของชาติท่ได้จากการดาเนินกิจการ






ทางทะเล และท่เก่ยวเน่องตามตารางท่แสดงในรูป

จะเป็นท่น่าพอใจ แต่ต้องยอมรับว่าบรรดาประเทศชาต ิ
ทะเลชั้นน�าทั้ง ๓๐ ชาติ น่าจะมีขีดความสามารถในการ

ทาผลประโยชน์ให้แก่ชาติด้วยการใช้ทะเลได้มากกว่าไทย





หากไทยเพมขดความสามารถในด้านน ตวเลขทแสดง ๔ ประการน้น แม้ว่าท่านผู้อ่านส่วนใหญ่อาจจะคุ้นเคย







ในตารางน่าจะมากข้น จนอาจเป็นพลังอานาจหลัก กันมาแล้ว แต่เพ่อให้การดาเนินเร่องต่อเน่องก่อนท่จะถึง




ททาให้ประเทศบรรลจดประสงค์ท่ต้งไว้ คอ มงค่ง สาระสาคัญ คือ การเสนอแนวทาง ผู้เขียนใคร่ขอกล่าวถึง













เป็นประเทศพัฒนาแล้ว รายได้เฉล่ยชนในชาติอยู่ใน แต่ละปัจจัยและองค์ประกอบของทฤษฎีดังกล่าวก่อน
เกณฑ์สูงภายใน ๒๐ ปีข้างหน้า และเม่อดูถึงความ ซึ่งสรุปพอเป็นสังเขปได้ดังนี้


เป็นไปได้ท่จะเพ่มขีดความสามารถดังกล่าว จะเห็นว่า ปัจจัยพ้นฐานประการแรก ได้แก่ ตาบลท่ทางภูมิศาสตร์







ในอดีตไทยเคยทาได้มาแล้ว และปัจจุบันในบรรดาประเทศ (Geographical Position) ซ่งตาบลท่ดังกล่าวท่ดีเก้อกูล



ท่เป็นชาติทะเลช้นนามีประเทศในภูมิภาค ASEAN เดียวกัน ต่อสมุททานุภาพของประเทศน้น ควรต้งอยู่บนศูนย์กลาง













ทมอะไรคล้ายกนตดอนดบถง ๕ ประเทศ ซงหากไทย ศูนย์รวม หรือจุดบังคับผ่านต่าง ๆ ของเส้นทางเดินเรือโลก














มการจดการปัจจยพ้นฐานบางประการ เพ่อให้เกอกูล เช่น ประเทศเกาะทตงอย่กลางเส้นทางหรอประเทศ

ส่งเสริมสมุททานุภาพให้มีความเป็นชาติทะเลมากข้น ที่มีที่ตั้งอยู่บริเวณปากทางช่องแคบ จุดบังคับเปลี่ยนเข็ม

พร้อมกับต่อยอดด้วยการพัฒนาขีดความสามารถ ที่บริเวณปลายสุดของทวีป เป็นต้น ประเทศเหล่านี้เมื่อ
องค์ประกอบต่าง ๆ และกิจการต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องน่าจะ เรือสินค้า เรือพาณิชย์ หรือเรือเดินสมุทรอื่น ๆ ต้องผ่าน


ทาได้ ซ่งจะส่งผลให้บรรลุวัตถุประสงค์ของชาติท่ต้งไว้ จึงมกเป็นจุดพักจดส่งกาลังบารุงต่าง ๆ ท้ง นามน นา












ต่อไป เสบียง การซ่อมบารุง การบริการกาลังพล และงาน


การบริการของท่าเรือ ฐานทัพ ตลอดจนเป็นจุดรวม


ทฤษฎีสมุททานุภาพของ Mahan การขนถ่าย การเก็บ แลกเปล่ยนสินค้า และอ่น ๆ เป็นเช่นน ้ ี
ตามท่ได้กล่าวมาแล้ว การน�าเสนอแนวทางการ จุดดังกล่าวจึงมักจะเป็นจุดกาเนิดของอุตสาหกรรม





จัดการปัจจัยพ้นฐาน เพ่อให้เก้อกูลส่งเสริมสมุททานุภาพ งานโลจิสติค์และธุรกิจต่อเน่อง ท้งมวลเป็นบ่อเกิดของ


ของไทยให้มีความเป็นชาติทะเลมากข้น ในการพัฒนาขีด ความม่งค่งและรารวยของเมืองหรือประเทศน้น ๆ






ความสามารถการใช้ทะเลของชาติให้เกิดประโยชน์สูงข้น ประเทศที่เข้าข่ายมีคุณสมบัติข้อนี้อย่างเห็นได้ชัด ได้แก่




จะนาเอาทฤษฎีท่เก่ยวข้องของ Mahan มาประยุกต์ใช้ สิงคโปร์ และอังกฤษ





ซ่งทฤษฎีน้ท่ระบุไว้ว่าสมุททานุภาพของประเทศใด ข้น ปัจจัยพ้นฐานท่เก้อหนุนต่อสมุททานุภาพของ


อยู่กับปัจจัยพ้นฐานท่เก้อกูลหรือส่งเสริม ๖ ประการ และ ประเทศข้อต่อไป คือ ลักษณะทางกายภาพ หรือสภาพ






ระดับศักยภาพสมุททานุภาพจะข้นอยู่กับองค์ประกอบ ภมประเทศ (Physical Conformation) ซ่ง Mahan

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 31



กล่าวว่าประเทศท่จะมีพลังอานาจทางทะเลลักษณะ
ภูมิประเทศควรจะต้องมีรูปร่างยาวคล้ายรองเท้าบูท

ย่นออกไปในทะเล หรือเป็นเกาะ เพราะขอบฝั่งจะยาว




มทางออกทะเลให้เลอกมาก สามารถพฒนาเป็นท่าเรอ
พาณิชย์ได้มากแห่ง รวมท้งสามารถวางกาลังทางเรือได้



ท้งสองด้าน ในการน้ขอบฝั่งท่ดีควรมีส่วนเว้าโค้งลักษณะ



เป็นอ่าวเข้าไปในแผ่นดิน โดยท่ปากอ่าวแคบเพ่อเป็นท ี ่

ก�าบังคลื่นลมแต่ส่วนภายในกว้างและน�้าลึก เพื่อที่เรือใหญ่






จะเคลอนไหวไปมาได้สะดวก สภาพภมประเทศทวไป

เหมาะท่จะสามารถสร้างท่จอดเรือและท่าเรือได้ด ี

ประเทศท่มีคุณลักษณะทางกายภาพท่เหมาะสมสอดคล้อง






กับปัจจัยข้อน คือ อิตาล และอังกฤษ ส่วนอ่าวท่มีลักษณะ
ที่ดีที่สุด คือ อ่าวซานฟรานซิสโก ของสหรัฐอเมริกา และ
อ่าวซิดนีย์ในออสเตรเลีย ส่วนท่าเรือท่มีลักษณะเหมาะสม ปัจจัยทางกายภาพที่เกื้อกูลข้อต่อไป คือ ขอบเขต




สอดคล้องทางกายภาพท่เห็นได้ชัด คือ ท่าเรือสิงคโปร์ ดินแดน (Extent of Territory) ซ่งในข้อน Mahan




ที่อยู่ปากทางช่องแคบที่เป็นเส้นทางเดินเรือ ไม่ได้หมายความว่าขอบเขตดนแดนทงหมดบนบก

แต่หมายถึงการท่มีขอบฝั่งยาวเป็นคาบสมุทรและม ี
ช่องทางเข้าออกมากจะสามารถใช้ทะเลได้รอบท้งสองข้าง

สามารถติดต่อคมนาคมกับโลกภายนอกได้สะดวก ง่าย
ต่อการเข้าถึง และใช้ทรัพยากรในทะเล ตลอดจนสามารถ
ใช้เป็นฐานในขยายอานาจกาลังทางเรือออกไปท่วจนถึง





โพ้นทะเลท่ต้องการ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในทานอง
ตรงข้ามจะยากในการป้องกันหากมีจานวนประชากร

ไม่เพียงพอ หรือถ้าสภาพแวดล้อมบนบกและชายฝั่ง
ไม่เอื้ออ�านวย

ปัจจัยท่เก้อกูลต่อสมุททานุภาพท่เก่ยวกับประชาชน



ของประเทศตามทฤษฎีของ Mahan มีอยู่ ๒ ข้อ คือ

จานวนประชากร (Numbers of Population) และ



ลักษณะทางกายภาพ หรอสภาพภูมิประเทศท่เกอหนน คุณลักษณะประจาชาต (National Character) ในข้อแรก






ต่อศักยภาพในการใช้ทะเลของประเทศน้น นอกจาก Mahan หมายถึงคุณลักษณะประชากรท่ส่งผลต่อการ
จะต้องเหมาะสมกับการสร้างหรือพัฒนาท่าเรือ ท่จอด พัฒนาสมุททานุภาพของประเทศ มีความสัมพันธ์โดยตรง



เรือ แหล่งธุรกิจ หรือสิ่งอ�านวยความสะดวกอื่น ๆ ที่ต่อ กบความยาวขอบฝงตามทไดกล่าวมาบางแลว แตจานวน









เน่องแล้ว หากมีสภาพภูมิอากาศท่เหมาะสม และมีแหล่ง ประชากรดังกล่าวมิได้หมายถึงจ�านวนทั้งหมด เขาหมายถึง




ทรัพยากรธรรมชาติท้งบนบกและในทะเล ท้งท่มีชีวิตและ ประชากรท่มีอาชีพเก่ยวกับทะเล เช่น ทหารเรือ ผู้ทางาน



ไม่มีชีวิตจะท�าให้เพิ่มศักยภาพดังกล่าวเป็นทวีคูณ บนเรือพาณิชย์ เรือประมง อู่ต่อเรือ ซ่อมเรือ การบริการ
32 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒









ต่าง ๆ ทเกยวกบทางเรอ คนเหล่านผลกดนให้เกด




สมุททานุภาพ และใช้เป็นกาลังในการป้องกันประเทศ

ทางทะเลได้ ตัวอย่างการเปรยบเทียบจานวนประชากร


ท้งหมด กับจานวนประชากรท่มีอาชีพและความผูกพัน





เก่ยวกับทะเลคือในช่วงยุคปฏิวัติฝร่งเศสท่มีการแข่งขัน
ทางการค้าฝร่งเศสมีประชากรมากกว่าอังกฤษ แต่กลับ

เป็นรองมากเพราะหาคนลงเรือได้ยาก ในขณะท่คนอังกฤษ




เป็นชาติทะเลแต่กาเนิด ทาให้ฝร่งเศสมีเรือสินค้าน้อยกว่า
อังกฤษหลายเท่าเสียเปรียบการค้าเป็นอันมาก






สาหรบเรอง “คณลกษณะประจาชาต” นบว่า





เป็นปัจจัยท่สาคัญโดยเฉพาะคุณลักษณะของชนในชาต ิ ของสมุททานุภาพมากน้อยเพียงใดจะข้นอยู่กับองค์ประกอบ

หากมีความเป็นนักสู้ รักการผจญภัย มีความรักผูกพัน ๔ ประการ ซึ่งเปรียบเสมือนตัวขับเคลื่อนให้เกิดผล ได้แก่

กับทะเล และมีความเป็นชาวเรือจะเป็นท่พึงประสงค์ - องค์ประกอบแรกคือ กองเรอพาณิชย์ (Merchant



ในการเสริมสร้างศักยภาพสมุททานุภาพของชาติ Fleet) ซ่งรวมถึงเรือท่ใช้ขนส่งสินค้าทางทะเล เรือโดยสาร








สาหรับปัจจัยพ้นฐานสุดท้าย ท่เก้อกูลต่อสมุททานุภาพ เรือประมง และอ่น ๆ ท่ใช้ในกิจการพาณิชย์ ท้งน้การขนส่ง


ของประเทศใด ๆ คือ คุณลักษณะของรัฐบาล (Character ทางเรือ (Shipping) นับเป็นกิจการจาเป็นท่เป็นสายโลหิต


of Government) ในข้อน Mahan เห็นว่ามีความสาคัญมาก หล่อเล้ยงระบบการค้าของประเทศ เป็นสัญลักษณ์สาคัญ




เพราะเป็นปัจจัยท่ควบคุมการทางานปัจจัยท่กล่าวมาแล้ว ของสมุททานุภาพและความมั่งคั่งของประเทศ





ท้งห้าในการเสริมสร้างสมุททานุภาพ ถ้าปัจจัยพ้นฐาน - องค์ประกอบต่อไป กองเรือรบ (Fleet) ซ่งม ี



ดีท้งหมดแต่ได้ผู้ควบคุมการทางานไม่มีประสิทธิภาพ หน้าท่หลัก คือ คุ้มครองกองเรือสินค้า รักษาเส้นทางการค้า

ไม่มีความรู้ ไม่เห็นประโยชน์และความสาคัญของการ การคมนาคมทางทะเล และแสวงหาดินแดน และตลาด

ใชทะเล ไมมจตวญญาณของความเปนชาตการคาชาตทะเล การค้า ณ โพ้นทะเล องค์ประกอบนี้เป็นสัญลักษณ์แสดง














ทาให้ไม่มีการพัฒนาส่งท่เก่ยวข้องต่าง ๆ ระดับศักยภาพ ถึงสมุททานภาพของประเทศเช่นเดียวกัน รวมท้งเป็น



หรือการเสริมสร้างสมุททานุภาพของประเทศน้นจะไม่ด ี การแสดงให้เห็นถึงความมีอานาจทางทะเลท่แท้จริง โดย













เท่าท่ควร แต่ในทางตรงข้ามแม้ปัจจัยพ้นฐานท่กล่าวมาแล้ว หนาทในปจจบนคอ “ควบคมทะเลและขยายอานาจกาลงรบ




จะไม่เก้อหนุนแต่รัฐบาลท่มีความสามารถ และเห็นความ จากทะเลข้นสู่ฝั่ง” (Control the sea and Naval




สาคัญทราบถึงความจาเป็นในการใช้สมุททานุภาพของ projection ashore) และเรียกช่อใหม่ว่านาวกานภาพ หรอ












ประเทศจะแก้ปัญหาข้อด้อยต่าง ๆ เปล่ยนส่งท่ธรรมชาต ิ กาลังทางเรือ (Naval force) ซงหมายรวมถงกาลงผวนา







ให้มาหรือดัดแปลงให้ดีข้น ทาให้ประเทศน้น ๆ มีศักยภาพ ใต้นา อากาศนาว นาวิกโยธิน กาลังรบส่วนอ่นของกองทัพเรือ





ในการใช้ทะเลมากข้น ง่ายต่อการพัฒนาหรือเพ่มขีด และส่วนราชการอื่นที่ใช้ในสงครามทางเรือ
ความสามารถการแข่งขันในกิจการอุตสาหกรรม หรือ ฐานทัพและท่าเรือ (Naval base and Harbors)


การบริการต่อเนื่องต่อไป เป็นองค์ประกอบท่สาคัญในการสนับสนุนกองเรือรบ













นอกจากปจจยเกอกลสงเสรม ซงเปนสงทธรรมชาต ิ ให้พร้อมท่จะปฏิบัติงานโดยได้รับการส่งกาลังบารุงอย่าง









ให้มาตั้งแต่ก�าเนิดแล้ว Mahan ยังมีแนวความคิดต่อว่า เพียงพอ ส่วนเรอสินค้าซ่งหมายถึงท่าเรือและสงอานวย



การจะใช้ปัจจัยดังกล่าวให้เกิดประโยชน์มีขนาดศักยภาพ ความสะดวกต่าง ๆ น้น นอกจากการรับการส่งกาลังบารุงแล้ว
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 33


ยังรวมถึงการใช้สาหรับขนถ่ายและส่งต่อสินค้า รวมถึงการ แม้ว่าในอดีตไทยเราจะมีความเจริญรุ่งเรืองจาก

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ทั้งนี้ยังหมายถึงสถานที่ดังกล่าว การค้าทางทะเล เคยมีสมุททานุภาพท่เกรียงไกรและ
ณ ดินแดนโพ้นทะเลอีกด้วย ซ่งเป็นส่งจาเป็นสาหรับ ค่อนข้างจะมีความสามารถในการใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์





การขยายสมุททานุภาพ ได้ดีท่สุดในภูมิภาค แต่ต่อมาในยุคล่าอาณานิคมขอบเขต


- องค์ประกอบสุดท้ายท่แสดงถึงระดับสมุททานุภาพ ดินแดน และความมีอิทธิพลในท่วคาบสมุทรน้อยลงไป
ของประเทศ ได้แก่ อู่ซ่อมเรือ และต่อเรือ (Dockyards) สมุททานุภาพเราก็น้อยลงตามไปด้วย และต้องยอมรับว่า




สาหรับการซ่อมบารุงกองเรือให้ปฏิบัติงานได้อย่างต่อเน่อง หลังจากเปล่ยนแปลงการปกครอง ผ่านยุคสงครามเย็น

อุตสาหกรรมต่อเรือเป็นเคร่องมือสาคัญในการเสริมสร้าง จนถึงยุคปัจจุบัน คุณลักษณะรัฐบาลเราจะเป็นชาวบก

และแสดงถึงศักยภาพของสมุททานุภาพประเทศ อย่างเต็มตัว ช่วงกว่า ๘๐ ปี มีไม่กี่สมัยที่มีความผ่อนคลาย
เริ่มมองทางตะวันออก (Look East) บ้าง จนเกิดแหล่ง
แนวทางการจดการปัจจัยพ้นฐาน และองค์ประกอบ อุตสาหกรรมต่อเน่องจากทะเลเป็นมรดกให้ลูกหลาน






สมุททานุภาพของไทย ทุกวันน ดังน้นการท่จะได้รัฐบาลท่มีคุณลักษณะท Mahan





ปัจจัยพ้นฐานท่เป็นตัวเก้อกูลส่งเสริมสมุททานุภาพ ต้องการ ส�าหรับประเทศไทยเราที่มีคุณลักษณะประจ�าชาติ







ของประเทศ ๖ ประการ ทกลาวมาแลว ในยคของ Mahan เป็นชาวบกสูงมากจึงน่าจะเป็นไปได้ยาก แต่อย่างไรก็ด ี


เช่อว่าเป็นปัจจัยประจาท่ธรรมชาติให้มาแปรเปล่ยนไม่ได้ ในอนาคตอันใกล้ประเทศไทยจะเป็นประเทศประชาธิปไตย


แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและวิทยาการต่าง ๆ สามารถ อย่างเต็มตัว รัฐบาลมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน
จัดการดัดแปลง ปรับปรุง เพื่อแก้ข้อด้อยหรือให้ใกล้เคียง การบริหารประเทศน่าจะมุ่งเน้นในทางเศรษฐกิจการค้า



กับลักษณะท่พึงประสงค์ตามทฤษฎีได้ ในการน้หากปรับปรุง ระหว่างประเทศมากข้น หากจะใช้โอกาสน้เพ่มขีด


องค์ประกอบต่าง ๆ ให้ดีข้นด้วยแล้ว จะทาให้ประเทศ ความสามารถการใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์ มีความ


มีศักยภาพทางด้านสมุททานุภาพมีความเป็นชาติทะเล เป็นชาติทะเลมากข้น ในส่วนของรัฐบาลเองควรมการ


มากข้น ท้งน้ขอเสนอการพิจารณาเพ่อหาแนวทางในการ ด�าเนินการดังนี้




จัดการปรับปรุงแต่ละปัจจัยและองค์ประกอบตามทฤษฎ ี ๑.๑ โดยท่วไปจากแหล่งข้อมูลสากลต่าง ๆ ไทย

ที่ Mahan กล่าวถึง ส�าหรับประเทศไทยดังนี้ ถูกจัดว่าเป็นประเทศท่มีขอบเขตดินแดนติดทะเล

๑. คุณลักษณะรัฐบาล แต่เป็นท่น่าแปลกว่า ไทยมีอาณาเขตทางทะเลถึง

ปัจจัยที่ Mahan กล่าวถึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับทาง ประมาณกว่าสามแสนตารางกิโลเมตร ความยาวชายฝั่ง

กายภาพของประเทศ ๓ ประการ เก่ยวกับประชาชน รวมกันประมาณ ๑,๕๐๐ ไมล์ทะเล มูลค่าการส่งออกสินค้า
๒ ประการ รัฐบาล ๑ ประการ เป็นประการสุดท้าย เหตุผล เป็นลาดับท ๒๑ ของโลก ซ่งเป็นท่ทราบกันดีในจานวนน ้ ี


















ทผ้เขยนนาเรองนขนมานาเสนอเป็นข้อแรก คอ ตามท ี ่ กว่าร้อยละ ๙๕ ใช้การขนส่งทางทะเลที่ท่าเรือแหลมฉบัง

กล่าวมาแล้ว ในปัจจุบันโดยเฉพาะประเทศไทย จ�านวนตู้ส่งสินค้าทางเรือ (Container) ทั้งส่งออกน�าเข้า




๕ ปัจจัยแรก ท่โดยรวมไม่ค่อยจะเก้อหนุนหรือส่งเสริม ๓.๙๒ ล้านตู้ต่อปี คิดเป็นล�าดับท ๒๐ ของโลก อุตสาหกรรม



สมุททานุภาพของประเทศมากนัก แต่อาจสามารถเปล่ยน การท่องเท่ยวเป็นอุตสาหกรรมท่ทารายได้หลักของประเทศ







หรอแกไขใหใกลเคยงกบสงท Mahan ปรารถนาได รวมทง ในจานวนน้ประมาณคร่งหน่งเป็นการท่องเท่ยวทางทะเล













การเพิ่มขีดความสามารถของบรรดาองค์ประกอบต่าง ๆ แต่ทาไมโดยท่วไปไทยไม่ถูกจัดว่าเป็น “ชาติทะเล” อาจม ี




ด้วย หากผู้มีอ�านาจซึ่งก็คือ รัฐบาลเห็นความส�าคัญและ บางคร้งเท่าน้นสาหรับการประชุมชาติทะเลนานาชาติท ี ่
ตระหนักถึงความจ�าเป็น เชิญผู้แทนไทยไป แต่ไม่มีการให้ความส�าคัญใด ๆ ที่เป็น
34 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒










เช่นน หากวเคราะห์คงได้คาตอบส่วนหนงว่า แม้ไทย ท้งทางบก ทางนา และทางอากาศในภูมิภาคน้น หากพิจารณา

จะใช้ทะเลมากแต่ประโยชน์ท่ได้รับจากการใช้ทะเล อย่างแท้จริงแล้ว ทางบกและทางอากาศจะใช่ เพราะ



ของเราน้น อยู่ในมือชาติอ่นมากกว่า ซ่งหากสังเกต ทางบกไทยจะเป็นเหมือนสะพานเช่อมระหว่างประเทศ



เปรียบเทียบกับประเทศใกล้เคียงใน ASEAN สิงคโปร์และ ASEAN ทางใต้กับประเทศในกลุ่มอินโดจีนซ่งติดกับจีน







มาเลเซียประกาศชัดให้ทราบท่วกันนานแล้วว่า ประเทศ ตอนใต และประเทศในกลมอ่าวเบงกอล แล้วต่อเนองกบ
เขาอยู่ได้สร้างชาติให้เจริญรุ่งเรืองได้เพราะการใช้ทะเล เส้นทางหนึ่งแถบหนึ่งทางทะเลของจีน (One Belt One
ประธานาธิบดีอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ท่เพ่งเข้ารับหน้าท ี ่ Route) ส่วนทางอากาศสนามบินหลักของประเทศจะอย ู่



ไม่ก่ปีท่ผ่านมา ท้งคู่ได้ประกาศนโยบายและวิสัยทัศน์ บนเส้นทางท่ขีดตรงระหว่างเอเชียกับตะวันออกกลาง



อย่างชัดเจนว่าเขาเป็นชาติทะเล เขาจะใช้ประโยชน์จาก แล้วต่อไปยุโรป แต่ทางนาหรือทางทะเลไม่ใช่ แม้จะขีดเข็ม


ทะเลในการพัฒนาประเทศ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ตรงระหว่างเอเชียกับตะวันออกกลางบริเวณตอนใต้ของ


เช่นเดียวกันไม่นานมาน้ได้ประกาศว่าเวียดนามจะเป็น ประเทศไทยจะอยู่บนเส้นพอด แต่เน่องจากอย “ขวางโลก”

ู่
ชาติทะเลที่แข็งแกร่งให้ได้ก่อนปี ค.ศ. ๒๐๓๐ จะเห็นว่า บริเวณรอยต่อระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับแปซิฟิก


ท่าทีหรือการประกาศตลอดจนแนวความคิดท่ปรากฏ เรือผ่านไม่ได้ เส้นทางเดินเรือหลักของโลกจึงต้องเปล่ยนเข็ม


ทานองน้จากประเทศไทยไม่มีเลย หากเราอยากได้ อ้อมใต้ของประเทศไทยไปผ่านท่ช่องแคบมะละกา ถ้ามาจาก

ประโยชน์จากการใช้ทะเลท่มากของเราเองมิให้ตกอยู่ มหาสมุทรอินเดียหรือถ้ามาทางมหาสมุทรแปซิฟิกจะ

ในมือผู้อื่นมากกว่า ประการแรกที่ควรท�า คือ ประกาศตัว ผ่านหน้าประเทศตรงปากอ่าวไทย ห่างจากท่าเรือหลัก




และแสดงเจตจานง ดังน้นแนวทางท่เสนอข้อแรก คือ ท่อยู่บริเวณก้นอ่าวประมาณ ๑,๐๐๐ ไมล์ทะเล แล้วผ่าน
รัฐบาลควรประกาศตัวว่าเป็นชาติทะเล และมีนโยบาย ช่องแคบมะละกาไปมหาสมุทรอินเดียตามทฤษฎีของ
ในการใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์เป็นพลังอานาจของชาต ิ Mahan ตาบลท่ทางภูมิศาสตร์เช่นน ไม่เก้อกูลต่อ






อย่างชัดเจน สมุททานุภาพ เนื่องจากอยู่ห่างจากเส้นทางเดินเรือหลัก




๑.๒ ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐ มีผล ของโลก ท้งน้สาหรับประเทศไทยในปัจจุบันตามท่เคย



บังคับใช้แล้ว หากรัฐบาลเห็นความสาคัญของทะเล กล่าวมาแล้ว เรามีมูลค่าสินค้าส่งออกเป็นอันดับท ๒๑
ในฐานะเป็นพลังอานาจอย่างหน่ง ในการช่วยให้บรรล ุ ของโลก ท่าเรือหลักของเรามีกิจการนับเป็นล�าดับที่ ๒๐


วัตถุประสงค์ของชาติที่ก�าหนดไว้ เห็นควรแก้ไขเพิ่มเติม ของโลก ขนถ่ายตู้สินค้าทางเรือ Container ประมาณ


ยทธศาสตรน โดยบรรจนโยบายการใชทะเลเขาไปดวย ปีละ ๓.๙๒ ล้านตู้ แต่ท้งหมดน้เป็นกิจกรรมก้นซอย








ในการนี้ควรที่จะต้องมีการจัดท�ายุทธศาสตร์ทะเล (Sea เราต้องเดินทางออกไปอีก ๑,๐๐๐ ไมล์ เพ่อไปขนถ่าย








Strategy) เพอรองรบยทธศาสตร์ชาตทกล่าวมาแล้ว สินค้าข้นท่ท่าเรือชาติอ่นบนถนนหลักหรือเส้นทาง



ปัจจบันประเทศไทยมีเฉพาะแผนความม่นคงแห่งชาต ิ เดินเรือหลัก เพ่อรอการขนถ่ายลงเรือใหญ่อีกคร้งเพ่อ





ทางทะเล ซ่งเป็นแผนท่เน้นในด้านความม่นคงทางทะเล ไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ละปีค่าขนส่งสินค้าทางเรือ











การคมครองรกษาผลประโยชนแหงชาตทางทะเล การอนรกษ ์ จะประมาณร้อยละ ๗ ของมูลค่าสินค้า ซ่งค่าขนส่ง


ทรัพยากรธรรมชาต การรักษาความสงบเรียบร้อย และ ดังกล่าวประมาณปีละเกือบล้านล้านบาทตกอยู่ในมือ


อ่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ทะเล ต่างชาตเกอบหมด โดยมส่วนแบ่งให้เจ้าภาพประมาณ


๒. ต�าบลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ร้อยละ ๕ ของการขนส่ง หรือประมาณไม่ถึงแสนล้านบาท
ท่มีการกล่าวกันว่าตาบลท่ต้งของประเทศไทย เท่าน้น นับว่าเป็นการใช้ทะเลท่ได้ประโยชน์ยังไม่เต็มที ่






ในปัจจุบันมีความเหมาะสมท่จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคม มีความเป็นชาติทะเลน้อย

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 35





วิธีแก้ข้อด้อยต�าบลที่ทางภูมิศาสตร์นี้ มี ๒ วิธี คือ การขนส่งสินค้าและนามัน รวมท้งท่เก็บและกระจายสินค้า




การทาให้ตาบลท่ของประเทศขยายอยู่บนเส้นทาง และ โลจิสติคส์ต่าง ๆ แหล่งการค้าและธุรกิจ สถานท่พักผ่อน




การทาให้เส้นทางดังกล่าวย้ายมาผ่านตาบลท่ของเรา หย่อนใจและอ่น ๆ บริเวณริมคลองและปากคลองแล้ว

วิธีแรกบรรพบุรุษไทยเคยทามาแล้วโดยการขยายดินแดน นอกจากจะเกิดประโยชน์ทางตรงตามท่กล่าวมาแล้ว


หรืออิทธิพลคลอบคลุมท่วคาบสมุทรจนถึงใกล้กับ เมืองและคลองใหม่จะเป็นตัวขับเคล่อนเศรษฐกิจประเทศ


เส้นทางผ่าน ซ่งทาให้ประเทศรุ่งเรืองเป็นมหาอานาจ ให้พลิกฟื้นเป็นประเทศที่มั่งคั่งชั้นน�าของโลกได้ แต่วิธีนี้




ทางการค้าในภูมิภาคมาแล้ว แต่วิธีน้โลกปัจจุบันไม่สามารถ อาจยังมีผู้กังวลอยู่บ้างในเร่องท่คาดว่าเป็นผลกระทบได้








กระทาได้ คงเหลือวธีทสอง คอพยายามทาให้เส้นทาง หากมีการสร้างคลองดังกล่าว เช่น เป็นการทาให้เกิดการ


เดินเรือหลักของโลกผ่านประเทศเรา ซ่งวิธีน้มีแนวความคิด แบ่งแยกดนแดน อาจทาให้ปัญหาสามจงหวดชายแดน





และความพยายามในการดาเนินการมาประมาณกว่า ภาคใต้ลุกลามข้น ความเส่ยงกับมหาอานาจในกรณีท ่ ี




๓๐๐ ปีแล้ว คือ การสร้างคลองเช่อมระหว่างมหาสมุทร จะเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหม่ของโลก ผลกระทบกับระบบ




แปซฟกและมหาสมุทรอนเดย ณ บรเวณทางใตของประเทศ นิเวศน์สิ่งแวดล้อมและอื่น ๆ จึงเห็นควรให้มีการแต่งตั้ง





ข้อดของคลองเชอมนทเหนได้ชด คอ จะเชอมเส้นทาง คณะกรรมการระดับชาติศึกษาในเชิงลึกให้ครอบคลุม









เดินเรือหลักให้เป็นเส้นตรงผ่านไทย เป็นเส้นทางเดินเรือใหม่ ทุกประเด็นก่อนที่จะตัดสินใจสร้าง

ของโลกท่ช่วยลดระยะทาง เส้นทางปัจจุบันท่ต้องไปอ้อม ๓. คุณลักษณะทางกายภาพ

ทางใต้ของประเทศได้มาก โดยเฉพาะเรือใหญ่ระวางขับน�้า คุณสมบัติข้อน้ท Mahan กล่าวว่าประเทศท่จะ




เกินสามแสนตันท่ผ่านช่องแคบมะละกาไม่ได้ ท้งน้ได้ม ี มีพลังอานาจทางทะเล ลักษณะภูมิประเทศควรจะต้องม ี




การศึกษาเบื้องต้นแล้วว่า หากมีการสร้างเมืองมหานคร รูปร่างยาวคล้ายรองเท้าบูทย่นออกไปในทะเล หรือ

เศรษฐกิจพิเศษ Mega Special Economic City มีโรงงาน เป็นเกาะเพราะขอบฝั่งจะยาวมีทางออกทะเลให้เลือกมาก
อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ ซ่อมเรือขนาดใหญ่ระดับโลก คลัง สามารถพัฒนาเป็นท่าเรือพาณิชย์ได้มากแห่ง รวมท้ง






และโรงกล่นนามัน ท่าเรือและบริเวณท่จอดเรือ ท้งน้เพ่อ สามารถวางก�าลังทางเรือได้ทั้งสองด้าน ในการนี้ขอบฝั่ง


36 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒






ท่ดีควรมีส่วนเว้าโค้งลักษณะเป็นอ่าว เหมาะสมกับการสร้าง สองฝั่งทะเล เพอเสรมกาลงต้องผ่านประเทศดังกล่าว





หรือพัฒนาท่าเรือ ที่จอดเรือ และสิ่งอ�านวยความสะดวก ซ่งหากประเทศน้นเป็นภัยคุกคามเสียเองจะทาให้เพ่ม




อ่น ๆ ท่ต่อเน่อง มีสภาพภูมิอากาศท่เหมาะสมและม ี ความยากลาบากเป็นอันมากหรือแทบเป็นไปไม่ได้


แหล่งทรัพยากรธรรมชาต ท้งบนบกและในทะเล ท้งท ่ ี ตัวอย่างประเทศลักษณะนี้ คือ เยอรมัน ซึ่งได้แก้ไขโดย


มีชีวิตและไม่มีชีวิต จะทาให้เพ่มศักยภาพดังกล่าวเป็น การสร้างคลองเช่อมฝั่งทะเลท้งสองด้านภายในแผ่นดิน






ทวีคูณ ข้อน้นับเป็นคะแนนบวกสาหรับประเทศไทย ของตนเอง ทาให้สามารถเคล่อนย้ายกาลังทางเรือ



แม้ในส่วนล่างของรองเท้าจะไม่สมประกอบ แต่ลักษณะ ไปมาระหว่างทะเลเหนือและทะเลบอลติก พร้อมท้ง

ขอบฝั่งและอ่าวของเราเหมาะสมที่จะสร้างเพิ่มเติม หรือ ช่วยลดระยะทางของเรือพาณิชย์อีกด้วย นับว่าเป็น





พัฒนาให้เหมาะสมข้นได้ ทรัพยากรบนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ ส่วนสาคัญท่ทาให้เยอรมันเป็นชาติท่แข็งแกร่งเจริญรุ่งเรือง
ในส่วนบนและทางทะเล ท้งท่มีชีวิตและไม่มีชีวิตค่อนข้าง เป็นชาติทะเลช้นนาของโลก ประเทศไทยจึงควรแก้





จะเหนือกว่าหลายประเทศในภูมิภาคด้วยซ�้า โดยเฉพาะ ข้อด้อยน้ด้วยวิธีเดียวกัน คือ ใช้วิธีท่เคยเสนอแล้วใน

กิจการประมงท่ในอดีตเราเคยเป็นอันดับต้น ๆ ใน ๒ ข้อที่ผ่านมา

๕ อันดับแรกของโลก แต่ปัจจุบันประสบปัญหาเร่อง


ต่าง ๆ มาก ไม่สามารถทารายได้เข้าประเทศได้เหมือนเดิม


สาหรับการแก้ข้อด้อยในข้อน ท่ลักษณะส่วนล่างไม่









สมประกอบการใช้วธทกลาวในขอทแล้ว คอ การสราง



คลองเช่อมระหว่าง ๒ มหาสมุทร และเมืองมหานคร


เศรษฐกิจพิเศษจะทาให้ไทยเพ่มระดับสมุททานุภาพ

และศักยภาพทางเศรษฐกิจเป็นทวีคูณ
๔. ขอบเขตดินแดน



คุณสมบัติข้อน้แม้เราจะมีชายฝั่งท่ไม่ยาวจนเกินไป ๕. จานวนประชากรและคุณลักษณะประจาชาต ิ

น่าจะเพียงพอท่จะวางกาลังทางเรือป้องกันได้ แต่ในปัจจุบัน คุณสมบัติท่เก่ยวกับประชาชนในชาต ท้งสองข้อ






วิวัฒนาการและเทคโนโลยีเจริญข้นมากการสร้างกาลัง น้น้นโดยรวมแล้วไม่เป็นอุปสรรคต่อการเสริมสร้าง









ให้ทนสมยต้องใช้ค่าใช้จ่ายทสงมาก ประเทศส่วนใหญ่ สมุททานุภาพของประเทศมากนัก และค่อนข้างจะได้เปรียบ

จึงมักเสริมสร้างกาลังโดยใช้หลักสงครามท่สาคัญ คือ ในเร่องจานวนประชากรท้งหมดท่มีเกือบ ๗๐ ล้านคน












การรวมกาลัง ณ สถานท่การรบแตกหัก (Concentration เป็นลาดับท ๒ ในภูมิภาค ASEAN ในจานวนน้มีประชากร

of Force) และหลักการอ่อนตัวและคล่องตัว (Flexibility ประมาณ ๒๐ ล้านคน ใน ๒๓ จังหวัดชายทะเล ดังนั้น


and Maneuver) โดยใช้กาลังป้องกันในพ้นท่พอประมาณ แม้จะมีข้อด้อยในเร่องคุณลักษณะประจาชาติท่ค่อนข้าง






แต่มีกาลังหลักเด็ดขาดและเอนกประสงค์ไว้ท่ส่วนกลาง จะเป็นชาวบก ถ้ารัฐบาลท่มาจากการยอมรับของประชาชน



















สาหรับเคล่อนย้ายไป - มาเสริมกาลังพ้นท่ฉุกเฉินเพ่อ สวนใหญเหนความสาคญทจะใชทะเลเปนพลงอานาจหนง



เอาชนะภัยคุกคาม ซ่งการใช้กาลังของไทยก็มีลักษณะ ในการนาชาติไปสู่จุดมุ่งหมายท่ต้องการ จะสามารถ









เช่นน ดังน้นจากการท่ชายฝั่งเราเป็นลักษณะคร่อมทะเล ปรับเปล่ยนได้โดยดาเนินการอย่างเป็นข้นตอน และ


มีทะเลเป็นเขตแดนสองข้างท่ไม่ต่อเน่องมีประเทศอ่น จริงจังในการส่งเสริมให้ชนในชาติมีความเข้าใจ และ


ขวางก้น ซ่งเป็นลักษณะท่ไม่เก้อกูลต่อสมุททานุภาพตาม เห็นประโยชน์จากการใช้ทะเลในทุกระดับ มีความ





ทฤษฎีของ Mahan น้น การเคล่อนย้ายไปมาระหว่าง ผูกพัน และมีทัศนคติในการเป็นชาติทะเลมากขึ้น
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 37

๖.๑ กองเรือพาณิชย์

















































๖. การพัฒนาองค์ประกอบสมุททานุภาพ หากพิจารณาส่งแวดล้อมต่าง ๆ มิใช่เฉพาะการ


เพ่อเป็นการเพ่มขีดความสามารถสมุททานุภาพ เปรียบเทียบ จะเห็นว่ากองเรือพาณิชย์ของไทยมีขนาด
ให้สามารถท�าประโยชน์เป็นพลังอ�านาจของชาติ ช่วยให้ เล็กกว่าท่ควรจะเป็นมาก และการท่มีปริมาณมูลค่าสินค้า



ประเทศไปสู่ความม่งค่งและม่นคงได้ มีแนวทางในการ นาเข้า - ส่งออกเป็นอันดับต้น ๆ แสดงว่าเราใช้เรือชาติอ่น




พัฒนาและเสริมสร้างแต่ละองค์ประกอบท Mahan ขนส่งสินค้าให้มากกว่าเรือไทย หรือกองเรือเรามีขีด


กล่าวถึงดังนี้ ความสามารถน้อยกว่าท่ควรจะเป็น ขาดการพัฒนาให้

จากการจัดอันดับกองเรือโลก ๓๕ อันดับแรก สมดุลกับการเติบโตของเศรษฐกิจการค้าของประเทศ



เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว จะเห็นว่ามีประเทศในภูมิภาค ASEAN ท้งน้ได้มีการศึกษาพบปัญหาและอุปสรรคสาคัญในการ
ติดอันดับ ๔ ประเทศ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย พัฒนากิจการนี้ คือ ขาดการปรับปรุงและพัฒนาองค์กร
และเวียดนาม กองเรือพาณิชย์ไทยไม่ติดอันดับ และเมื่อ ด้านพาณิชย์นาวีท่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาบุคลากร

เปรียบเทียบสถานภาพในภูมิภาค ASEAN ไทยอยู่ใน กฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ มาตรการ
อันดับ ๖ จากการเปรียบเทียบในปี ค.ศ. ๒๐๕๙ โดย ด้านภาษี การเงิน และความล่าช้าของการจดทะเบียนเรือ
ฟิลิปปินส์แซงเวียดนามขึ้นมา ทั้งนี้มีข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาแก้ไขดังนี้
38 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒





๖.๑.๑ ในเร่องแรกการขาดองค์กรด้านพาณิชย์ ๖.๑.๒ ปัญหาบคลากรททางานบนเรอ







นาวีท่มีประสิทธิภาพ ปัญหาน คือเดิมเคยมีสานักงาน เป็นปัญหาท้งปริมาณและคุณภาพ ทางด้านปริมาณ
คณะกรรมการส่งเสริมพาณิชย์นาวี เป็นหน่วยงานระดับ ที่คาดว่าในอีก ๓ ปีข้างหน้า จะมีความต้องการประมาณ

กรม ข้นตรงกระทรวงคมนาคมมีหน้าท่เป็นศูนย์กลาง ๑๕,๐๐๐ นาย โดยแบ่งเป็นนายประจ�าเรือ ๕,๐๐๐ นาย


ประสานงาน ศึกษาวิจัย รวบรวมทางวิชาการ และ และลูกเรือ ๑๐,๐๐๐ นาย น้น จานวนการผลิตในประเทศ


ศึกษาวิเคราะห์โครงการ แผนงานหรือมาตรการเสนอ น่าจะไม่เพียงพอ สาเหตุสาคัญน่าจะมาจากขาดการวางแผน





คณะกรรมการ แต่ต่อมาถูกยุบเหลือเป็นหน่วยระดับ ประสานงานระหวาง กรมเจ้าทา แหล่งผลตตาง ๆ และผูใช ้
กองในกรมเจ้าท่า คือ กรมส่งเสริมพาณิชย์นาวี การลด คือบรษัทสายการเดนเรือต่าง ๆ การขาดแคลนเรือฝึก


ขนาดหน่วย ลดความสาคัญของงาน ทาให้คนไม่เพียงพอ และปัญหาการละท้งอาชีพการทางานในเรือ จากการ





การติดต่อประสาน การผลักดันนโยบายการกาหนด ไม่คงทนทะเลส่วนทางด้านคุณภาพน้น ผลผลิตยังมีจุดอ่อน


มาตรการต่าง ๆ ที่จะให้ส่งผลเป็นรูปธรรม ตลอดจนการ ในด้านภาษาองกฤษ โดยเฉพาะทางการใชงานและมาตรฐาน


ติดตามข้อมูลต่าง ๆ และการด�าเนินการกับต่างประเทศ ทางวิชาชีพท่ยังไม่มีคุณภาพเท่าท่ควร ข้อเสนอแนะทาง







กระทาได้ยาก เหนควรให้ตงองค์กรขนมาใหม่ เป็น ด้านปริมาณ เห็นควรให้มีการวางแผนผลิตให้สอดคล้อง





สานักงานในระดับกรม ข้นตรงกระทรวงคมนาคม กับความต้องการ ท้งน้โดยเฉพาะนายประจาเรือท่ม ี

คล้ายเดิมแต่ให้มีความสมบูรณ์ในตัว สามารถผลักดันงาน ความสามารถการผลิตประมาณปีละ ๓๐๐ นาย จากสถาบัน

ให้เป็นรูปธรรมได้ โดยมีอ�านาจหน้าท่ในการกาหนด ของรฐท้งสามแห่ง (ศนย์ฝึกพาณิชย์นาวีกรมเจ้าท่า





นโยบาย กากับดูแล และปฏิบัติการในการส่งเสริมพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยบูรพา)
กากับดูแลการพาณิชย์นาวี และกิจการทางทะเลท่เก่ยวข้อง ถ้าเพ่มการผลิตจนเต็มความสามารถแล้ว ยังไม่พอเพียง






ท้งหมด พร้อมท้งต้งคณะกรรมการระดับชาติในการ ให้กองทัพเรือพิจารณาสนับสนุนโดยจัดหลักสูตรพิเศษ


กาหนดนโยบาย และคณะกรรมการระดับกระทรวง เพ่มเติมหลักสูตรนักเรียนนายเรือ สาหรับเรือฝึกควรจัดหา




ในการบริหารงานให้เป็นไปตามนโยบาย ในการน้เก่ยวกับ ให้พอเพียง ในการนี้อาจจัดสรรงบประมาณพิเศษให้

องค์กรใหม่ เห็นควรให้มีการพิจารณาทบทวนจัดต้ง กองทัพเรือจัดหาเรือฝึกการเรือ เดินเรือ และเครื่องฝึก

กองเรือพาณิชย์แห่งชาติข้นมาใหม่ โดยต้งเป้าหมาย จาลองเพ่มเติม เป็นส่วนกลางสาหรับให้สถาบันต่าง ๆ




ข้นแรกให้มีส่วนแบ่งในการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ และนักเรียนนายเรือหมุนเวียนฝึก สาหรับในเร่องคุณภาพน้น







ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ ๑๕ ให้กรมเจ้าท่ากาหนดหลกสตรมาตรฐานและเง่อนไข

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 39









ข้นตาตามความต้องการท่แหล่งผลิตต่าง ๆ ต้องผ่านเกณฑ์ และท่าเรือท่องเท่ยว รวมท้งส้น ๔๔๓ ท่า โดยต้งอยู่
ท้งน้ให้รวมถึงหลักสูตรภาษาอังกฤษทางการใช้งานด้วย ในอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ๑๑๒ ท่า อ่าวไทยตอนใน ๘๖ ท่า


๖.๑.๓ บรรดากฎหมาย กฎระเบียบ และ และทะเลอันดามัน ๑๒๕ ท่า โดยมีท่าเรือหลักที่ส�าคัญ
ข้อบังคับต่าง ๆ ท่ไม่ทันสมัยสอดคล้องกับธุรกิจการค้า คือ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ และท่าเรือ


และการขนสงทางทะเลระหวางประเทศ ไมเออประโยชน ์ มาบตะพุด ท่าเรือรอง ได้แก่ ท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ สังกัด







ต่อการพัฒนากองเรอพาณิชย์ไทยเสนอแนะให้จัดการ กองทัพเรือ ท่าเรอศรราชาฮาเบอร และท่าเรอสยามซีพอร์ต


แก้ไข โดยเฉพาะเรือท่ทาการค้าระหว่างประเทศให้ม ี ของเอกชนทางภาคตะวันออก อ่าวไทยตะวันตก ได้แก่




หลักปฏิบัติตามหลักสากลให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ท่าเรือสงขลา และท่าเรือประจวบซ่งเป็นท่าเรือนาลึกของ


๖.๑.๔. มาตรการภาษและการเงิน ในเรองภาษ ี เอกชน ฝั่งอันดามัน ได้แก่ ท่าเรือระนอง และท่าเรือภูเก็ต





ท่ผู้ประกอบการเมืองไทยยังเสียเปรียบต่างประเทศท่เข้ามา ซ่งเป็นท่าเรือท่องเท่ยว และท่กันตังเป็นท้งท่าเรือของ



ประกอบการ เช่น การน�าเข้าเรือไทยต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เทศบาลและเอกชน จากท่าเรือทั้งหมดที่กล่าวมาท่าเรือ

ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นภาระมากกว่าเรือต่างประเทศที่เข้ามา ประเทศไทยมีเพียงท่าเรือเดียวท่ได้รับการจัดอันดับโลก



ประกอบการ กรณีเช่นน เห็นควรให้รัฐมีมาตรการส่งเสริม คือ ท่าเรือแหลมฉบังท่มีตู้สินค้าผ่านท่าเรือนับเป็นลาดับท ่ ี


และสนับสนุนการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ ๒๑ ของโลก แต่อย่างไรกตามจากการเป็นท่าเรอทอย่ ู



เรือไทย โดยเฉพาะด้านภาษีเพ่อเพ่มศักยภาพในการ ในซอยอยู่ห่างจากเส้นทางเดินเรือหลักของโลกมาก



แข่งขันกับผู้ประกอบการต่างประเทศ ส่วนด้านการเงิน จึงเป็นท่าเรือท่ใช้ขนส่งสินค้าไปขนถ่ายท่ท่าเรือสิงคโปร์



เนื่องจากธุรกิจด้านนี้จะต้องลงทุนสูง ระยะเวลาคืนทุนนาน เพ่อไปยังจุดหมายปลายทางอีกทอดหน่ง เป็นท่าเรือ


และเป็นธุรกิจท่ค่อนข้างจะมีความเส่ยงสูง จึงมักจะม ี ขนาดปานกลางที่สามารถรับเรือขนาดไม่เกิน ๘๐,๐๐๐ ตัน


ปัญหาเรองสนเชอกบธนาคาร เห็นควรให้มีการจัดต้ง กินนาลึกไม่เกิน ๑๖ เมตร ด้วยลักษณะตาบลท่ทาง










กองทุนเพ่อช่วยเหลือและสนับสนุนธนาคารพาณิชย์ ภูมิศาสตร์ที่ไม่เอื้ออ�านวย การพัฒนาท่าเรือดังกล่าวแม้จะ


ของรัฐ และสถาบันการเงินภาคเอกชนปล่อยสินเช่อ กระท�าให้ถึงขีดสุดแล้ว คาดว่าก็ยังเพ่มระดับสมุททานุภาพ
แก่กองเรือไทยในอัตราดอกเบี้ยต�่า ระยะเวลาช�าระหนี้ ได้ไม่มากนัก แต่ในทางตรงข้ามหากทาให้เส้นทางเดินเรือ

นาน และมีระยะเวลาปลอดหนี้เพียงพอแก่การพัฒนา หลักของโลกขึ้นมาผ่านไทย หรือเป็นแค่เส้นทางสารอง

และเติบโต พร้อมกับสร้างเมืองเศรษฐกิจพิเศษ แหลมฉบังจะเป็น







๖.๑.๕ สาหรบเรองการจดทะเบยนเรอ ท่าเรือท่อยู่ใกล้ถนนใหญ่จะทาให้มีค่าในเชิงสมุททานุภาพ





ทเป็นปัญหาความล่าช้า ในเรองการจดทะเบียนเรือ เป็นอันมาก อย่างไรก็ดีก่อนท่จะมีการดาเนินการดังกล่าว



การจดจานองเรอ ในต่างประเทศและการขอต่อใบอนุญาต ในสภาพท่าเรือของประเทศไทยในปัจจุบันท่มีปัญหา






ใชเรอนน เห็นควรให้มีมาตรการให้ลดข้นตอนไม่ให้ยุ่งยาก ท่ท่าเรือสินค้าขนาดเล็กที่มีกว่า ๑๐๐ ท่า และท่าเรือ





ซับซ้อน งดส่งท่ไม่จาเป็น เก่ยวกับการใช้เรือไทยน้ม ี ประเภทอ่น ๆ อีก ยกเว้นท่าเรือระหว่างประเทศของ





ข้อเสนอแนะเพ่มเติม คือ การสารวจขุดเจาะนามัน ราชการ ๓ แห่ง คือ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือกรุงเทพ



แก๊สธรรมชาติในทะเล และการขนส่งนามันในเขต และท่าเรือมาบตาพุดยังใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มท (ท่าเรือ



เศรษฐกิจจ�าเพาะและในเขตไหล่ทวีปไทยให้ใช้เรือไทย พาณิชย์ของราชการนอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีท่าเรือ
๖.๒ ท่าเรือ สงขลา ท่าเรือท่องเท่ยวภูเก็ต ท่าเรือระนอง ท่าเรือ


ตลอดชายฝั่งของไทย ท้งอ่าวไทยและทะเล เชียงแสน ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ
อันดามันมีท่าเรือสินค้า ท่าเรือประมง ท่าเรือโดยสาร ที่บริหารโดยกองทัพเรือ) ในการนี้ มีข้อเสนอแนะดังนี้
40 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒




๖.๒.๑ จัดตั้งองค์กรที่บริหารจัดการให้มีหน้าที่ บริการส่งอานวยความสะดวก การดาเนินการน้อาจพิจารณา

ก�าหนดนโยบาย วางแผน และควบคุมท่าเรือในภาพรวม ให้คลอบคลุมต่างประเทศ เช่น ด้านอ่าวไทยอาจถึงท่าเรือ
ของประเทศให้มีแนวทางการพัฒนาในทิศทางเดียวกัน สาคัญของเวียดนาม ทางด้านทะเลอันดามันอาจคลอบคลุม

ให้สอดคล้องตามความต้องการในการดาเนินกิจการ เมืองส�าคัญทั่วอ่าวเบงกอล


พาณิชย์นาวี และธุรกิจต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องของประเทศ ๖.๒.๕ กรณีท่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มท ่ ี




๖.๒.๒ แม้ในช่วงเวลาน ยงดาเนนการในการ โดยเฉพาะท่าเรือพาณิชย์ของรัฐน้น ให้ทบทวนแนวความคิด


ดึงเส้นทางเดินเรือหลักของโลกให้ผ่านไทยไม่ได้ แต่ ในการใช้งาน โดยใช้แนวทางในข้อท่แล้วพิจารณาด้วย




หน่วยงานท่เก่ยวข้องควรท่จะใช้ความพยายามท่จะให้ และถ้าเห็นไม่คุ้มค่าไม่จ�าเป็น ให้โอนให้หน่วยราชการอื่น


สายการเดินเรือ รวมท้งเรือโดยสารขนาดใหญ่ของโลก ใช้ประโยชน์
มีจุดหมายปลายทาง หรือผ่านเข้าท่าเรือท่สาคัญของไทย ๖.๓ อู่ต่อเรือและซ่อมเรือ







โดยไม่ต้องแวะขนถ่ายท่ท่าเรือทางใต้ประเทศ ในการน ี ้ อตสาหกรรมต่อเรอและซ่อมเรอเป็นอตสาหกรรม



รัฐบาลต้องช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะ พ้นฐานทางเศรษฐกิจท่สาคัญและมีส่วนเช่อมโยงกับ



โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะท ๓ ซ่งสามารถรับเรือ กิจการพาณิชย์นาวีตลอดจนอุตสาหกรรมเช่อมโยงอีกมาก


ไม่เกินแสนตันได้ ควรที่จะแล้วเสร็จในโอกาสแรก เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก เคร่องมือส่อสาร อุปกรณ์เดินเรือ


๖.๒.๓ ปัจจุบันการขนส่งทางทะเลไทยใช้ สี เครื่องจักรกล เครื่องยนต์เรือ และอื่น ๆ อีกมาก และ
แนวความคิด “เมืองหลังท่า” ในการดาเนินการ คือ ใช้ท่าเรือ เน่องจากกว่าร้อยละ ๙๐ ของปริมาณการค้าระหว่าง



ต่างประเทศเป็นหลักในการขนส่งระหว่างประเทศ โดยใช้ ประเทศต้องใช้การขนส่งทางทะเลซ่งต้องใช้เรอ ดงนน





ท่าเรือในประเทศหรือขนส่งทางบกเป็นทางผ่านเพ่อไปยัง ชาติการค้าหรือชาติทะเลจึงถือว่าอู่ต่อเรือและซ่อมเรือ
ท่าเรือนอกประเทศน้น ๆ ในกรณีท่ท่าเรือต่างประเทศ มีความสาคัญ และแสดงออกถึงศักยภาพทางทะเลของ




ดังกล่าวใช้การไม่ได้ เช่น ช่องแคบถูกปิดโดยสาเหตุต่าง ๆ ประเทศ ซ่งปัจจุบันธุรกิจอุตสาหกรรมประเภทน สามารถ










หรออน ๆ ททาให้ประเทศนนไม่สามารถใช้ท่าเรอได้ สร้างรายได้ให้กับประเทศไม่น้อยกว่าอุตสาหกรรม







ไทยซ่งเป็นประเทศท่ต้องพ่งการส่งออกและต้องนาเข้า ประเภทอ่น สาหรับประเทศไทยแม้ว่าจะอยู่ในภาวะเศรษฐกิจ
นามันเพ่อความอยู่รอดจะลาบากเดือดร้อนเป็นอันมาก และการลงทุนไม่ค่อยจะดีนัก รายได้จากอุตสาหกรรมน ้ ี




ด้านอ่าวไทยไม่มีปัญหา แต่ทางด้านทะเลอันดามันยัง ลดลงเป็นอันมาก แต่ในปีท่ผ่านมาทารายได้ประมาณ




ไม่มีท่าเรือสินค้าขนาดใหญ่พอท่จะรองรับกรณีฉุกเฉิน ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท มีอู่เรือท่จดทะเบียน ๒๓๒ อู่
ดังกล่าวได้ ดังนั้นโครงการท่าเรือนาลึกพร้อมส่งอานวย โดยแบ่งเป็นอู่ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่






ความสะดวกท่จาเป็น ด้านฝั่งทะเลอันดามันยังเป็น โดยปัจจุบันอู่ท่มีขีดความสามารถสูงสุดสามารถซ่อมเรือได้


สิ่งจ�าเป็นในกรณีที่ยังไม่มีแนวความคิด “เมืองท่า” ขนาดไม่เกิน ๑๔,๐๐๐ ตัน ปัญหาท่เกิดข้นเท่าท่ทราบ


๖.๒.๔ นอกจากเชิญชวนสายการเดินเรือใหญ่ คือ รัฐขาดการสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง และ




ของโลกแล้ว รฐควรส่งเสรมให้ม “เส้นทางการค้าและ ผู้ประกอบการขาดเงินทุน ตลอดจนสถานท่ให้การศึกษา

การท่องเท่ยวชายฝั่ง” โดยพัฒนาท่าเรือชายฝั่งทะเล ท้งในระดับวิศวกรและวิชาชีพยังไม่พอเพียง หากม ี


ท้งสองด้าน แล้วให้มีการเช่อมโยงติดต่อกันท้งในรูปแบบ ความต้องการเพ่มขีดความสามารถการใช้ทะเลของชาต ิ



การขนส่งสินค้าและการท่องเท่ยว โดยเชิญชวนสาย ปัญหาเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะการส่งเสริม


การเดินเรือในประเทศเข้าดาเนินการ ท้งน้ท่าเรือหลัก อย่างจริงจังต่อเนื่อง และครบวงจรจากรัฐบาล





ในแต่ละพ้นท่ให้มีการขนส่งรูปแบบอ่นผสมด้วย โดยรัฐ
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 41

๖.๔ ก�าลังทางเรือ ตัวชี้วัด


























สาหรับกาลังทางเรือ (Naval Force) ท่หมายถึง เคยกล่าวไว้แต่ต้นแรงจูงใจในการจัดทาบทความน ้ ี









กาลังเรือผิวนา ใต้นา อากาศนาว นาวิกโยธินกาลังรบอ่น ๆ มาจากผลการจัดอันดับชาติทะเลช้นนาของโลกของ













ของกองทพเรอ และหนวยราชการอนทใช้ในการทาสงคราม สถาบนจดชนเรอประเทศสวเดน ซงเป็นทยอมรบของ








ทางเรือนั้น ในสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน คาดว่า นานาชาติท่ปรากฏว่าประเทศไทยไม่ถูกจัดอันดับใน



คงเป็นไปตามแผนโครงสร้างกาลังรบในยุทธศาสตร์ทางเรือ ๓๐ อันดับแรกของโลก ขณะท่ชาติในภูมิภาค ASEAN
ที่กองทัพเรือก�าหนดไว้ ไม่มีข้อเสนอแนะแต่อย่างใด แต่ ได้รับการจัด ๕ ชาติ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย
บทความน้ได้ต้งสมมุติฐานว่ารัฐบาลจะเห็นความสาคัญ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม นั้น เมื่อได้เสนอแนะแนวทาง




ในการใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์เป็นพลังอานาจแห่งชาต ิ ต่าง ๆ แล้ว หากเร่มมีการปฏิบัติคาดว่าความสามารถ

ในการช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์แห่งชาติท่กาหนดใน ในการแข่งขันด้านน คงจะเร่มดีข้น ในการน้ขอเรียนว่า














๒๐ ปีข้างหน้า อาจมีการแก้ไขยุทธศาสตร์ชาตเพ่มเติม หลักเกณฑ์ท่ผู้จดอนดบดงกล่าวท่ใช้ ซงอาจใช้เป็นตัว










นโยบายในการใช้ทะเลเข้าไป อาจมียุทธศาสตร์ทะเลท่แท้จริง ชวดได้ มอย่ ๔ เรอง ด้วยกนคอ เรองแรกเป็นการ








รองรับ ส่งผลให้อาจต้องประเมินยุทธศาสตร์ทางเรือใหม่ ขนส่งทางเรือ โดยมุ่งเน้นไปทกองเรอพาณชย์เป็นหลัก


ซ่งถ้าเป็นจริงสมุททานุภาพเพ่มข้นประโยชน์จากการ ในประเดน ขนาดกองเรือทบริหารจัดการ ขนาดกองเรอ








ใช้ทะเลมากข้นจนถึงข้นพลิกเศรษฐกิจ และความม่งค่ง ของประเทศ มูลค่ากองเรือ การปฏิบัติตามองค์กร










ของประเทศใหเปนระดบชนนาของโลก กรณเปลยนมาใช ้ ทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime


แนวความคิด “เมืองท่า” ดึงเส้นทางเดินเรือ เส้นทางการค้า Organization /IMO) เร่องต่อมา เป็นเร่องกฎหมาย






หลักของโลกมาผ่านตอนใต้ของประเทศ กาลังทางเรือใหม่ และการเงินท่เก่ยวข้อง ซ่งรวมถึงความชานาญทาง
ท่จะรองรับการเปล่ยนแปลงคร้งน ขอเสนอแนะให้มีขนาด กฎหมาย เบ้ยประกันภัย แหล่งเงินทุนกู้ยืม ความโปร่งใส






และคุณลักษณะเป็น “กองทัพเรือภูมิภาค” (Regional และการคอรัปช่น ขนาดตลาดหลักทรัพย์ การจัดส่งสินค้า

Navy) กล่าวคือ มีขีดความสามารถในการส่งกองเรือใหญ่ และความยุ่งยากของกฎระเบียบต่าง ๆ เร่องท่สามคือ


ปฏิบัติการได้ท่วภูมิภาค และสามารถขยายอ�านาจ เทคโนโลยีทางทะเล ซ่งตัวช้วัดสาคัญคือ อู่ต่อเรือและ






กาลังรบจากทะเลข้นสู่ฝั่ง (Naval Projection ซ่อมเรือ ช้นของกองเรือ การสนับสนุนทางทะเล

Ashore) ได้ทั่วภูมิภาคตามที่ต้องการระดับหนึ่งด้วย การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อสาร

42 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒


และการเสริมสร้างความรู้ เร่องสุดท้าย การท่าเรือและ


งานโลจิสติคส์ท่เน้นหนักงานท่าเรือ มีตัวเกณฑ์สาคัญ
คือ การจัดการตู้ส่งสินค้า (TEU) ท่ท่าเรือ การจัดการ

สินค้าท้งหมด ผู้ปฏิบัติงานท่าเรือโดยสารระหว่างประเทศ


ู้




(จานวนผโดยสาร) การเชอมโยงระหว่างท่าเรือ ประสทธภาพ


งานโลจิสติคส์ และภาระต่อพิธีศุลกากร ในการน้นาหนัก

คะแนนของการขนส่งทางเรือ (Shipping) ท่เน้นด้าน

กองเรือพาณิชย์จะเป็นสองเท่าของ ๓ ตัวชี้วัด ที่เหลือ
สรุป






เท่าทได้นาเสนอมาท้งหมด ถึงแนวทางในการพัฒนา สุดท้ายนขอจบด้วยคากล่าวของคณคร Mahan






ขีดความสามารถการใช้ทะเลของชาติให้เกิดประโยชน์สูงข้น ท่แสดงในภาพข้างบน ซ่งความหมายในปัจจุบนมิใช่



หรือมีความเป็นชาติทะเลมากข้น เพ่อเป็นพลังอานาจหน่ง เก่ยวกับ ทหารบก ทหารเรือ แต่ขอให้ความหมายใน















ของชาตทชวยใหบรรลจดประสงคทกาหนดไว โดยนาเอา เชิงสร้างสรรค์ว่า “ถ้าอยากให้ประเทศม่งค่งเราจะต้อง



ทฤษฎีสมุททานุภาพของ Mahan มาประยุกต์ใช้นั้นสรุป ออกทะเล”

ได้ว่า ต้องเร่มต้นท่รัฐบาลก่อน ท่ต้องตระหนักว่าความ







ม่งค่งและรารวยจะเกิดข้นได้ ประเทศต้องเป็นชาติการค้า เอกสารอ้างอิง
และชาติทะเล ต้องสามารถใช้ทะเลให้เกิดประโยชน์มากกว่า ๑. บทความเรื่อง “Sea Power สมุททานุภาพ เนื้อหา ความหมายทหารเรือ
ปัจจุบัน สมุททานุภาพของประเทศจาเป็นต้องเพ่มระดับ ควรรู้แจ้ง” พล.ร.อ.สามารถ จ�าปีรัตน์ นิตยสารนาวิกศาสตร์ เล่มที่ ๑๐, ๑๑


และ ๑๒ เมื่อ ตุลาคม, พฤศจิกายน และ ธันวาคม ๒๕๕๖
มากข้น ควรมีการกาหนดนโยบายการใช้ทะเลท่ชัดเจน ๒. ประกาศราชกิจจานุเบกษา เร่อง “ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐”




แก้ไขเพ่มเติมยุทธศาสตร์ชาติโดยบรรจุนโยบายดังกล่าว เมื่อ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๑







เขาไป และใหมการจัดทายทธศาสตรทะเลรองรบ จดการ ๓. เอกสารอ้างอิงกองทัพเรือ หมายเลข ๘๐๐๐๔ เรื่อง “หลักการและทฤษฎี


การท�าสงคราม”
ข้อด้อย ปัจจัยพ้นฐานท่ไม่เก้อกูลต่อสมุททานุภาพในเร่อง ๔. “แผนความมั่นคงแห่งชาติด้านทะเล (๒๕๕๘ - ๒๕๖๔ )” ส�านักงานสภา





ตาบลท่ทางภูมศาสตร์ ท่ไม่ได้อยบนเส้นทางเดินเรือหลัก ความมั่นคงแห่งชาติ


ู่



ของโลกก่อนเป็นประการแรกแล้วจึงจัดการกับปัจจัย ๕. “วาระท่ ๒ : แผนพัฒนาโครงสร้างพ้นฐานและโลจิสติคส์” สภาปฏิรูป
แห่งชาติ สิงหาคม ๒๕๕๘




ท่เหลือ ซ่งมีรายละเอียดตามท่เสนอ ท้งน้ยังได้เสนอ ๖. “แผนยุทธศาสตร์การพัฒนากองเรือพาณิชย์ไทย” วิทยา บ่อม่วง กันยายน




แนะแนวทางในการพฒนาองค์ประกอบสมททานภาพ ๒๕๕๙

ของไทย ซ่งได้แก่กองเรือพาณิชย์ ท่าเรือ อู่ต่อเรือและ ๗. “เศรษฐกิจสีคราม : ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล” ดร.ธนิต โสรัตน์




ซอมเรอ ตลอดจนกาลังทางเรือไว้ด้วย ซ่งในส่วนกาลัง ๘. ค้นหาจาก www.google.com “ประวัติการค้าไทย” “ผลประโยชน์

ของชาติทางทะเล” “ท่าเรือ” “อู่ต่อเรือและซ่อมเรือ” “Alfred Taylor
ทางเรือ การท่ไทยจะเป็นประเทศท่มั่งค่ง และมีสมุททานุภาพ Mahan” “ Sea Power” “The Leading Maritime Nation of the






ท่เข้มแข็งน้น กาลังทางเรือท่ใช้ปกป้องคุ้มครองจะต้อง World 2018” “DNV.GL”


เป็นกาลังท่มีคุณลักษณะเป็น “กองทัพเรือภูมิภาค” ในการน ี ้ ๙. “Maritime Power and Strategy” Dr.Azhar Amad , Pakistan

National Defence University Journal 2014

คาดว่าจะเป็นประโยชน์สาหรับท่านผู้อ่านโดยท่วไป และ ๑๐.“Mahan for the Twenty First Century : His Principles Still Apply




ท่านผู้มีอานาจหน้าท่หากเห็นด้วยอาจนาไปประยุกต์ใช้ to National Power” Lcdr.Ronald D.Parker, USN. Thesis of USMC.
ทั่วไป Command and Staff College, 2003
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 43

..การนำาเรือหลบหลีกการโจมตีจากเรือดำาน้ำา..



นาวาเอก ดุสิต ปิ่นแก้ว











ก่อนอ่นต้องต้งเง่อนไขก่อนว่าบทความน้สาหรับ ก็ไม่แม่นยา เพราะหลักการเคล่อนท่ของเสียงใต้นา
เรือด�าน�้าดีเซล ไม่ใช่เรือด�าน�้านิวเคลียร์ ถึงแม้ว่าปัจจุบัน ไม่เป็นเส้นตรงเหมือนคล่นแม่เหล็กไฟฟ้าในอากาศ






เทคโนโลยีจะพัฒนาไปอย่างต่อเน่อง จนทาให้เรือดานา ดังนั้นจึงเป็นเร่องท่ผู้บังคับการเรือดานาต้องเส่ยง








สามารถปล่อยอาวุธปล่อยนาวิถีแบบพ้นสู่พ้นโดย ว่าจะโจมตีเรือรบหรือไม่ แต่สาหรับเรือผิวนาท่ไม่มี





ไม่จาเป็นต้องโผล่ข้นมาเหนือนา แต่เทคโนโลยีเหล่าน้น ระบบหรืออาวุธป้องกันเรือดานาก็ไม่ต่างจากเรือ





















กมข้อจากดซงไม่ขอกล่าวถง ในบทความนจะกล่าวถง สินค้าท่เรือดานาสามารถโจมตีได้ง่าย เช่น ในช่วง





การใช้ตอร์ปิโดท่ไม่มีระบบนาวิถีหรือแบบ wire guide เท่าน้น สงครามฟอร์กแลนด์ท่เรือดานาอังกฤษสามารถจมเรือ







เพราะในการโจมตโดยใช้ตอร์ปิโดเรอดานาจาเป็น Cruiser General Belgrano ของประเทศอาร์เจนติน่า






ต้องทราบตาบลท่และคานวณหาตาบลท่ในอนาคต ได้อย่างง่าย เพราะเรือ Cruiser ลาดังกล่าวกินนาลึก
















ของเรือผิวนา เพ่อท่เรือดานาจะนาเรือเข้าในตาแหน่ง ไม่มีระบบป้องกันเรือดานา จึงไม่ต่างจากเรือสินค้า
ท่สามารถโจมตีด้วยตอร์ปิโดได้ และถึงแม้จะเป็นตอร์ปิโด ปัจจุบันตอร์ปิโดมีการพัฒนาไปอย่างมาก เช่น MK48





แบบ wire guide ก็จ�าเป็นที่ต้องทราบต�าบลที่เรือผิวน�้า ของอเมรกา ทมระยะยงไกลสดเพมขนอยางมาก (21 nmi







เพื่อให้การโจมตีมีประสิทธิภาพ at 55 kn, 27 nmi at 40 kn) ใช้หัวรบแบบ Proximity
โดยท่วไปแล้วยุทธวิธีของเรือดาน�าจะใช้ในการหาข่าว fuze และใช้ระบบน�าวิถีแบบ Common Broadband



หรือโจมตีเรือสินค้า แต่จะไม่ใช้โจมตีเรือรบ หากหลีกเล่ยง Advanced Sonar System เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม


ได้ เพราะการโจมตีเรือรบเป็นการเส่ยงต่อการถูกตรวจ เพ่อให้มีความแม่นยาในการโจมตีเรือผิวนา เรือดานา







พบและถูกโจมตีโดยอากาศยาน หรือระเบิดน�้าลึก แม้ว่า ยังคงต้องข้นมาท่ระดับความลึกท่สามารถใช้กล้อง





ปัจจุบันเรือดานาจะสามารถใช้อาวุธปล่อยนาวิถีแบบพ้น เปลิสโคปใน Mode การโจมตี



สู่พ้นจากใต้นาได้ก็ตาม แต่ก็ต้องอยู่ท่ระดับความลึกไม่




มาก และต้องทราบต�าบลที่ของเรือผิวน�้าเพื่อค�านวณหา




ตาบลท่ในอนาคตของเรือเป้าบนผิวนา ซ่งเป็นเร่องยาก


แม้ว่าจะใช้โซนาร์แบบ passive ก็จะได้แนวแบร่ง





เท่าน้น และเรือดานาบางรุ่นท่ติดต้งโซนาร์แบบ Passive


ท่หัวเรือและท้ายเรือ แล้วใช้วิธ Cross Cut หาตาบลท่ของ





แหล่งกาเนดเสยง แต่ตาบลทของเรอผวนาทคานวณได้ รูปที่ ๑












44 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒


มาดูว่ามีปัจจัยหรือตัวแปรอะไรบ้างท่มีผลต่อการใช้ จะเป็นแนวเล็งยิงบวกมุม a ซึ่งมีค่าเท่ากับ Arc Sin a

ตอร์ปิโดของเรือด�าน�้า ในรูปที่ ๑ จะสังเกตว่าเรือด�าน�้า = (Target Speed/Torpedo Speed) จากรูปท ๑

(S/M) ตรวจพบเรือผิวน�้า แล้วพล็อตติดตามเป้าจนเมื่อ และ ๒ จะสังเกตได้ว่าตัวแปรท่มีผลต่อการยิงตอร์ปิโด คือ





เรือผิวนาผ่านระยะท่ใกล้ท่สุด (Normal Course ๑. ความเร็วของเรือผิวน�้า



Distance to Track) จึงเริ่มยุทธวิธีปิดระยะเข้าหาเป้า ๒. ตาบลท่สัมพัทธ์ระหว่างเรือผิวนากับเรือดานา





ตามแนวเส้น Normal Approach Course ซ่งตลอดเวลา (แบริ่ง, ระยะห่าง)
ท่เรือดานาได้เป้า และพล็อตติดตามเป้า จะต้องพยายาม ๓. ความเร็วของตอร์ปิโด





พรางตัวและหลบหลีกไม่ให้เรือผิวนาตรวจจับได้ว่าม ี จาก ๓ ตัวแปรดังกล่าวเรือด�าน�้า หรือเรือผิวน�้าสามารถ

เรือด�าน�้าในบริเวณดังกล่าว น�าไปค�านวณ

- มุมยิงหรือตาบลท่สัมพัทธ์ท่เรือดานาต้อง





เข้าไปอยู่ในการปล่อยตอร์ปิโด


- มุมหรือตาบลท หรือเข็มและความเร็ว





ท่เรือผิวนาสามารถนาเรือหลบหลีกการโจมต ี
ของเรือด�าน�้า
การน�าเรือหลบหลีกการโจมตีจาก ด


กองเรือสินค้าท่มีเรือคุ้มกันเม่อ
ตรวจพบ ด. บริเวณใกล้เคียงแล้วส่วนใหญ่
จะใช้วิธีการนาเรือแบบ Zing Zag เพ่อไม่ให้






เรือดานาสามารถคานวนหาเข็มและความเร็ว

ของเรือผิวนา หรือไม่ให้เรือดานาปิดระยะเข้ามา





ในระยะยิงของตอร์ปิโด ซ่งมีตัวแปรท่ต้อง

พิจารณา คือ
ความเร็วสูงสุดของ ด. (ขณะอยู่ใต้น�้า)
ระยะยิงไกลสุดของตอร์ปิโด
ความเร็วของตอร์ปิโด
การวิเคราะห์หลักยุทธวิธีเรือดานา



ในการเข้าโจมตีเรือผิวนา คล้ายกับการปิดระยะ




ให้เร็วท่สุด ดังน้นจึงควรศึกษาบทวิเคราะห์
รูปที่ ๒
การปิดระยะ-การหลบหลีกการปิดระยะ
ของการปฏิบัติการของเรือผิวนา ซ่งมีตัวแปร






ท่ต้องพิจารณาคือความเร็วของเรือผิวนา



สาหรับในรูปท ๒ เรือดานาจะเร่มทาการโจมต ี และของเรือดาน�า (ปกติเรือผิวนามีความเร็ว











เรือผิวนาโดยใช้มุมการเล็งยิงตอร์ปิโด Line of Sight มากกว่าเรือดานา) และตาแหน่งตาบลท่สัมพัทธ์ของ






at Instant of Firing แต่มุมของการปล่อยตอร์ปิโดนั้น เรือด�าน�้า
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 45

- เปลี่ยนเข็มแต่ไม่เปลี่ยนความเร็ว

- เปลี่ยนเข็มและเพิ่มความเร็ว
- เพิ่มความเร็วแต่ไม่เปลี่ยนเข็ม
การเลือกแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ที่ส�าคัญ
คือแบริ่งสัมพัทธ์ของต�าบลที่เรือด�าน�้า











รูปที่ ๓













จากรปท ๓ เรือดานาอยู่ทตาแหน่ง S มความเรว













สงสด คอ Vs สวนเรอผวนาอยทตาแหนง B ใชเขมความเรว




ตามแนวเวกเตอร์ BR จากการวิเคราะห์การปิดระยะ







เข้าหาเรือผิวนาท่เรือดานาสามารถทาได้ (โดยใช้ความเร็ว รูปที่ ๔
สูงสุด) คือแนวเซกเตอร์ SM1-SM2 แต่โดยท่วไปแล้ว



ระหว่างเซกเตอร์ดังกล่าวไม่ใช้ทุกเวกเตอร์ท่เรือดานา ๑ เปลี่ยนเข็มโดยไม่ปรับเปลี่ยนความเร็ว


สามารถเข้าใกล้เรือผิวน�้าได้ จากรูประยะห่างตอนเริ่มต้น ในรูปท ๔ เรือผิวนาอยู่ท่ตาแหน่ง B ถือเข็มและ






คือ ระยะ BS ถ้าลากเส้นตรง SP ตั้งฉากกับเวกเตอร์ BS ความเร็วตามเวกเตอร์ BR ตรวจจับเรือด�าน�้าที่ต�าแหน่ง S
จะได้ว่าเวกเตอร์ระหว่าง SM1 กับ SP คือเข็มที่เรือด�าน�้า โดยที่เรือด�าน�้ามีข้อมูลดังนี้

มีโอกาสเข้าใกล้เรือผิวนา ดังน้น เวกเตอร์ SP คือ - ความเร็วสูงสุดขณะด�าน�้า = Vs


เวกเตอร์กากับการเข้าใกล้ (ต้งฉากกับเส้นตรงระหว่าง - ระยะยิงไกลสุดของตอร์ปิโด = Cm


เรือผิวน�้ากับเรือด�าน�้า) แต่ในรูปที่-๓ จะได้ว่าเวกเตอร์ - ความเร็วของตอร์ปิโด = Vt
SM1 กับ SP มีขนาดมากกว่า เซกเตอร์ SM1 กับ SM2 - ความเร็วของเรือผิวน�้า = Vb
ดังนั้นในกรณีนี้ เซกเตอร์ SM1 กับ SM2 คือ เส้นทาง เรือผิวนาต้องนาเรือหลบหลีกอันตรายท่เกิดจาก









การเคล่อนท่สัมพัทธ์ท่เรือดานาสามารถเข้าใกล้เรือผิวนา การยิงตอร์ปิโดจากเรือดานา กรณีท่เลือกใช้วิธเปล่ยน









ในการแก้ปัญหาการหลบหลีกการถูกโจมตีจากเรือผิวน�้า เข็มโดยไม่ปรับเปล่ยนความเร็ว มีข้นตอนการแก้ปัญหา






จาเป็นต้องทราบข้อมูลท่กล่าวไว้ในบทนาคือ ความเรว ที่ต้องค�านวณดังนี้




สูงสุดของเรือดานา (ขณะอยู่ใต้นา) ระยะยิงไกลสุด ๑. หาจุดท่ตอร์ปิโดกระทบเรือผิวนา (จุด I) ซ่งคานวน






ของตอร์ปิโด ความเร็วของตอร์ปิโด ซึ่งการปฏิบัติการ ได้จาก “เวลาท่เรือผิวนาเคล่อนท่จากจุด B ถึงจุด I = เวลา





ของเรือดานาจะใช้ความเร็วสูงสุดในการนาเรือเข้าตาบล ทตอร์ปิโดเคลอนท่จากจดทระยะยงไกลสด (Cm ) ถงจด I “





















ทยงตอร์ปิโด และตอร์ปิโดใช้ความเรวปกตและ

ระยะยงไกลสด การนาเรอหลบหลกการโจมตจากเรอดานา










สามารถกระท�าได้โดย
46 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒











๒. พล็อตตาแหน่งท่เรือดานาสามารถยิงตอร์ปิโด ท จุด T1 และ T2 แสดงว่าเรือดานาสามารถเข้าถึง



“ที่จุด I เขียนส่วนโค้งรัศม = ระยะยิงไกลสุดของตอร์ปิโด (Cm) ” จุดยิงตอร์ปิโดได้ โดยเรือดานาสามารถเลือกเส้นทางใด




๓. หาเส้นทางการเคล่อนท่สัมพัทธ์ของเรือดานา ก็ได้ ในขณะท่เส้นทางการเคล่อนท่สัมพัทธ์ตัดกับส่วนโค้ง







ท่กากับการเข้าใกล้เรือผิวนา (LLA) “พิจารณาจากเส้นทาง ที่มีรัศมีเท่ากับระยะยิงไกลสุดของตอร์ปิโด


การเคลื่อนที่สัมพัทธ์ทั้งหมดที่เป็นไปได้”





จากรูปท ๕ เส้นทางเคล่อนท่สัมพัทธ์ท้งหมดของ การหาต�าบลที่เสมือนของเรือด�าน�้า (รูปที่ ๖)




















เรือดานาท่สามารถเข้าใกล้เรือผิวนาได้อยู่ระหว่าง “ถาลากเสนตรงสมผสกบสวนโคงทมจดศนยกลางทจด I








เวกเตอร์ SM1 - SM2 ซ่งเป็นเส้นตรงท่ขนานกับ (ตาบลท่ตอร์ปิโดกระทบเรือผิวนา) และมีรัศมีเท่ากับ
เวกเตอร์ความเร็วสัมพัทธ์ Rm1, Rm2 เส้นตรง SM1 และ ระยะยิงตอร์ปิโด (Cm) และขนานกับเส้นทางการเคลื่อนท ่ ี


SM2 คือเส้นทางการเคล่อนท่สัมพัทธ์ท่กากับการเข้าใกล้ สัมพัทธ์ SM1 จะได้แนวเส้นทางการเคล่อนท่สัมพัทธ์












ของเรือดานา (LLA) ดังน้นเรือดานาสามารถเข้าใกล้ ท่มีมุมมากท่สุดของเรือดานาท่สามารถเข้าถึงจุด





เรือผิวนาโดยใช้เข็มระหว่าง Bm1 - Bm2 แต่แนวเส้นทาง ยิงตอร์ปิโดได้”







การเคล่อนท่สัมพัทธ์ SM1 เป็นเส้นทางท่เรือดานา ๑ - ลากเส้นตรงให้ขนานกับ SM1 และสัมผัสกับ


จะสามารถเข้าตาบลท่ยิงตอร์ปิโดได้เร็วท่สุด เพราะมีเส้นทาง ส่วนโค้งรัศมีระยะยิงไกลสุดของตอร์ปิโด (Cm) เพ่อให้











การเคล่อนท่สัมพัทธ์ใกล้ท่สุด (ST1) และความเร็ว เส้นตรง LLA ไม่ตัดกบวงกลมท่เรือดานาสามารถ
สัมพัทธ์สูงสุด (Rm1) ยิงตอร์ปิโดได้


๒ - ท่จุด B เขียนส่วนโค้งรัศม = ระยะห่างของเรือดานา



(d) จะตัดกับเส้นตรงในข้อ ๑ ที่จุด P
รูปที่ ๕
วิเคราะห์การยิงตอร์ปิโดของเรือด�าน�้า รูปที่ ๖


เดิมเรือดานาอยู่ท่ตาแหน่ง S สามารถนาเรือเข้าตาบล













ท่ยิงตอร์ปิโดได้ท่จุด T1 หรือ T2 ซ่งเป็นจุดตัดท่ได้ จากรูปท ๖ ตาบลท่เสมือนของเรือดานาคือจุด P









จากการลากเส้นตรงจากจุด S ขนานกับเวกเตอร์ความเร็ว และเส้นทางการเคล่อนท่สัมพัทธ์ของเรือดานาท่สามารถ



สัมพัทธ์ของเรือด�าน�้า (Rm1) ที่สามารถเข้าใกล้เรือผิวน�้า เข้าใกล้เรือผิวนาได้มากท่สุด (LLA) โดยไม่ตัดส่วนโค้ง



และเม่อตัดกับส่วนโค้งรัศมีระยะยิงไกลสุดของตอร์ปิโด (Cm) ระยะยิงตอร์ปิโด (Cm) ถ้าวัดแบร่งสัมพัทธ์จากเรือผิวนา (R)

นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 47

ไปยังต�าบลที่เสมือนของเรือด�าน�้า (จุด P) จะได้ M องศา ๒ เปลี่ยนเข็มและความเร็ว



ดังนั้นต�าบลจริง (S) กับต�าบลที่เสมือน (P) ของเรือด�าน�้า กรณีน้คล้ายกับกรณีเปล่ยนเข็มแต่ไม่เปล่ยน


จะมีแบริ่งสัมพัทธ์เพิ่มขึ้น Δ องศา ความเร็วท เพียงแต่ว่าเวกเตอร์เข็มและความเร็วของเรือผิวนา


หาเข็มที่เรือผิวน�้าต้องเปลี่ยน (รูปที่ ๗) BR, BR’ มีการปรับเปล่ยนขนาดของความเร็วด้วย





“เรือผิวนาต้องเปล่ยนเข็มเพ่อให้แบร่งสัมพัทธ์จาก จากเวกเตอร์เข็มและความเร็วเรือผิวน�้า BR ต้องค�านวณ


แนวหัวเรือไปยังเรือดานามีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ M องศา” ข้อมูลดังนี้


- จุด I, I’ จุดที่ตอร์ปิโดชนเรือผิวน�้าก่อนและหลัง
การเปลี่ยนเข็ม/ความเร็ว

- SM1 เส้นทางการเคล่อนท่สัมพัทธ์ท่เรือดานา





สามารถเข้าใกล้เรือผิวน�้ามากที่สุด



- เส้นกากับการเข้าใกล้เรือผิวนา (Limited Line of
Approximation, LLA)


- Bm1 เข็ม/ความเร็ว เรือดานา กรณีใช้เส้นทาง

การเคลื่อนที่สัมพัทธ์ ตามแนว SM1
รูปที่ ๗ - BR’ เข็ม/ความเร็วใหม่เรือผิวน�้า ในการหลบหลีก
เรือด�าน�้า


- SS’ เส้นทางการเคล่อนท่สัมพัทธ์ของเรือดานาใหม่



ตรวจสอบความปลอดภัย เมื่อเรือผิวน�้าเปลี่ยนเข็มและความเร็ว

“เม่อไรจะสามารถกลับมาใช้เข็มเดิมและปลอดภัย - P ต�าบลที่เสมือนของเรือด�าน�้า
จากการโจมตีจากเรือด�าน�้า”







จากรปท ๗ ก่อนการเปลยนเขมเรอผิวนาถอเขมและ




ความเร็วตามเวกเตอร์ BR และเรือด�าน�้าอยู่ที่ต�าแหน่ง S
พยายามแล่นเข้าตาบลท่ยิงตอร์ปิโดโดยใช้ความเร็วสูงสุด


คือ Vs ซึ่งเส้นทางเคลื่อนที่สัมพัทธ์เพื่อเข้าใกล้เรือผิวน�้า


มีหลายเส้นทางท่เรือดานาสามารถเลือกได้ แต่เส้นตรง


ที่ลากจากจุด R สัมผัสวงกลมรัศมี Vs ที่จุด m1 คือ

เวกเตอร์ความเร็วสัมพัทธ์ท่เรือดานาจะสามารถเคล่อนท ่ ี




เข้าใกล้เรือผิวน�้าโดยมีความเร็วสัมพัทธ์สูงสุด
เมื่อเรือผิวนาเปล่ยนไปถือเข็มตามแนวเวกเตอร์ BR’



จะได้เวกเตอร์ความเร็วสัมพัทธ์เปล่ยนไปเป็นตามแนว





R’m1 ดังน้นจากตาบลท่ของเรือดานา (S) ถ้าลากเส้นตรง รูปที่ ๘



ขนานกับแนวเส้นตรง R’m1 จะได้เส้นทางการเคล่อนท ี ่

สัมพัทธ์ของเรือด�าน�้าใหม่ ซึ่งถ้าไม่ตัดกับส่วนโค้งรัศมี ในรูปท ๘ เป็นวิธีการปรับเข็มและเพ่มความเร็ว ส่งผลให้




ยิงไกลสุดของตอร์ปิโด (Cm) แสดงว่าเรือดานาไม่ แนวเส้น BR’ มีทิศทางเดียวกับวิธีแรก แต่มีขนาดยาวกว่า






สามารถน�าเรือเข้ามายังต�าบลที่ที่สามารถยิงตอร์ปิโดได้ ผลท่ได้รับคือแนวเส้นทางการเคล่อนท่สัมพัทธ์ของเรือดานา

48 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒






มีลักษณะเปิดห่างออกจากเรือผิวนา เพ่มความม่นใจ BR = เวกเตอร์เข็มและความเร็วของเรือผิวนา





ว่าเรือดานาจะไม่สามารถนาเรือเข้ามาในระยะ ก่อนการหลบหลีก


ยิงของตอร์ปิโดได้ สงเกตว่าแนวเวกเตอร์ความเรว Vb = ความเร็วใหม่ของเรือผิวน�้า
สัมพัทธ์ของเรือดานาเปล่ยนแปลงเป็น (R’m1) S = ต�าบลที่ของเรือด�าน�้า




ถึงแม้จะมีขนาดมากข้นแต่ทิศทางเปล่ยนแปลงไป I’ = จุดท่ตอร์ปิโดชนเรือผิวนา เม่อเรือผิวนาเปล่ยน



















ทาให้แนวเส้นทางการเคลอนทสัมพทธ์ของเรอดานา ความเร็วแต่ไม่เปลี่ยนเข็ม
เปิดห่างออกจากส่วนโค้งท่สามารถยิงตอร์ปิโดได้ (SS’)

๓ เปลี่ยนความเร็วแต่ไม่เปลี่ยนเข็ม
รูปที่ ๑๐
จากการคานวณจะได้ว่าเส้นทางการเคล่อนท ี ่


สัมพัทธ์ของเรือด�าน�้า คือแนวเส้นตรง SS’S’’ (CPA ของ
เรือด�าน�้าที่ระยะห่าง d) จากรูป ΔBmR’ ≈ ΔBMI’ ดังนั้น
รูปที่ ๙




ในรูปท ๙ เส้นตรงจากตาบลท่เรือดานาจุด S สัมผัส



ส่วนโค้งรัศมีระยะยิงตอร์ปิโดจะได้เส้นกากับการเคล่อนท ่ ี







สัมพัทธ์ของเรือดานาท่สามารถปิดระยะเข้าไปยง



จุดยิงตอร์ปิโดได้ (LLA) ซ่งขณะน้เรือผิวนายัง








ไม่ทาการเปล่ยนแปลงเข็มหรือความเร็วเพ่อหลบหลก จากสมการข้างต้นพิสูจน์ให้เห็นว่า CPA ของเรือดานา
เรือดานา จากท่กล่าวมาในวิธีท ๑ และ ๒ เรือผิวนา มีค่าเท่ากับระยะยิงไกลสุดของตอร์ปิโด(Cm) ลบระยะทาง








สามารถหลบหลีกการโจมตีจากเรือดานาโดยเลือกใช้ ท่เรือดานาเคล่อนท่เข้าใกล้เรือผิวนา (I’M) โดยใช้เวลา
















วิธีเปล่ยนเข็มโดยไม่ปรับเปล่ยนความเร็ว หรือเปลี่ยนเข็ม เท่ากับเวลาท่ตอร์ปิโดใช้ในการเดินทางกระทบเรือผิวนา
และเพิ่มความเร็ว ดังนั้นในการแก้ปัญหากรณีนี้จึงมีขั้นตอนคือ






รปท ๑๐ กรณีเปล่ยนความเร็วแต่ไม่เปลยนเข็ม ๑. จากตาบลท่เรือดานา (S) ลากเส้นตรงสัมผัสวงกลม






ไม่สามารถคานวณหา LLA เน่องจากไม่ทราบความเร็ว ที่มีจุดศูนย์กลางที่จุด B (เรือผิวน�้า) รัศมี CPA คือ





ท่แน่นอนของเรือผิวนา ดังน้นในการแก้ปัญหา จึงพิจารณา
เปรียบเสมือนว่าทาการแก้ปัญหาการคานวณเรียบร้อยแล้ว



จะได้เข็มและความเร็วของเรือผิวนา Vb ในการหลบหลีก

เรือด�าน�้า (แนวเส้นตรง BR’)
นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๑๐๒ เล่มที่ ๕ ประจำ�เดือน พฤษภ�คม ๒๕๖๒ 49


Click to View FlipBook Version