The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-09-08 23:07:31

นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

พระราชดำรัส







ื่


“...เกษตรกรรมยอมเปนไปหรอดำเนนไปอยางตอเนองเปนวงจร และเปนสวนหนงของวงจรธรรมชาตซึ่งมี

ึ่


ุ



การเกดสบเนองทดแทนกนอยางพิสดาร จากปจจยอยางหนง เชนพันธพืช เมื่อไดอาศยปจจยอื่น ๆ มีดน นำ


ึ่


ื่
ั้






อากาศเปนตน เขาปรงแตงทำใหเกษตรกรไดพืชผลขึ้นมา พืชผลที่ไดมานน เมื่อนำไปบรโภคเปนอาหาร ทำให




ไดพลงแรงมาทำงาน เมื่อนำออกจำหนายกทำใหเกดผลทางเศรษฐกจขึ้นทั้งแกผูซื้อและผูผลตคือผูซื้อยอมนำไป




ทำผลประโยชนใหงอกเงยตอไปได ผูผลิตกไดเงินทองมาจับจายใชสอยยังชีพ รวมทั้งซื้อหาปจจัยสำหรับสนับสนุน

การผลิตของตนใหเกิดผลหมุนเวียนเพิ่มพูนขึ้น...”




พระบรมราโชวาท ในพิธพระราชทานปรญญาบัตรแกผูสำเรจการศกษาสาขาวิชาตาง ๆ


ของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแมโจ จังหวัดเชียงใหม ณ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแมโจ
วันศุกร ที่ ๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๒๕

dit r’s Talk
E


2013
สวัสดี ื
ทานสมาชิกและผูอานทุกทาน ในเดอนนี้ วันที่
๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ เปนวันครบรอบการจากไป


ของปูชนยบุคคลที่ทำคณประโยชนตอประเทศชาตและกองทัพเรอ




อยางมากมายทานหนงคอ พลเรอเอก ประพัฒน กฤษณจนทร




ึ่



โดยเฉพาะอยางยิ่งวิสยทัศนในการปรบยุทธศาสตรทางเรอจาก


“COASTAL NAVY” เปน “OFF - SHORE NAVY” ทำให
กองทัพเรอพัฒนาขึ้นจนเปนปกแผนมาจนกระทั่งทุกวันนี้

นิตยสารนาวิกศาสตรจึงขออนุญาตรำลึกถึงความดีของทานดวยบทความเรื่อง “รำลึกถึงครูประพัฒน ฯ”





เมื่อวันที่ ๑๔ ธนวาคม ๒๕๕๕ นาวาเอก สมเกยรติ ผลประยูร ผูบังคบหนวยเฉพาะกจ



น า ว ิก โ ย ธ ิน ก อ ง ท ัพ เ ร ือ ไ ด ม า บ ร ร ย า ย ส ร ุป ส ถ า น ก า ร ณ แ ล ะ ก า ร แ ก ไ ข ป ญ ห า จ ัง ห ว ัด ช า ย แ ด น ใ ต 




ใหผูสอขาวตลอดจนผูสนใจไดรบทราบที่หองประชุมอาคารราชนาวิกสภา เจากรมยุทธศกษาทหารเรอ



ื่
ในฐานะนายกกรรมการราชนาวิกสภา ซึ่งรบผิดชอบการจดทำนตยสารนาวิกศาสตรในภาพรวม










ี่

ไดใหนโยบายวา ควรจะทำบทความพิเศษเกยวกบแนวทางการแกไขปญหาจงหวัดชายแดนใต ในสวนที่กองทัพเรอ



รบผิดชอบ เพื่อเปนการประชาสมพันธใหผูอานไดรบทราบ และเพื่อเปนขวัญ กำลงใจ ใหกบผูปฏบัตงาน






ในพื้นที่อีกทางหนึ่ง ผมและเจาหนาที่กองบรรณาธิการ รวม ๔ นาย จึงไดเดินทางไปคายจุฬาภรณ จังหวัดนราธิวาส
เมื่อ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ เพื่อสัมภาษณ นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน
กองทัพเรือ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ๕ อำเภอ คือ อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอเมืองของจังหวัดนราธิวาส และ



อำเภอไมแกน อำเภอสายบุรของจงหวัดปตตานี ทำใหไดทราบถงอุดมการณและพลงอันมหาศาลของ “ผูการ







สมเกยรต” ในการปฏบัตหนาที่เพื่อคนสนตสขสดนแดนปลายดามขวานของไทย โดยทานไดวิเคราะหแนวทาง



ู




พระราชทาน “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว อยางละเอียดลึกซึ้ง และกำหนดยุทธวิธ ี




ี้
การปฏบัตที่เห็นภาพชัดเจน ผมในฐานะที่ไปอยูในพื้นที่และเห็นการปฏบัตภารกจของหนวยเฉพาะกจนเพียง



๒ วัน และเปนวันเสาร - อาทิตย อีกดวย ไมนาเชื่อวามีการปฏิบัติมากมายเกิดขึ้น ทั้งการรับการเยี่ยมเยือน
จากองคกรพี่นองมุสลิมตาง ๆ การออกไปตรวจพื้นที่เกิดเหตุ การสอบสวนผูตองสงสัยตัดตนไมขวางทางจราจร
ึ่




การเยี่ยมเยือนใหขวัญ กำลงใจ ผูใตบังคบบัญชาและการรวมประชุมตาง ๆ ผมขอฟนธงวา นคอ อีกหนงยอด


ี่


นาวิกโยธนไทยที่จะทำใหคำกลาวที่วา “เมื่อ นย. เหยียบฝงพลัน เหตุคับขันจักคลี่คลาย” เปนจริงไดที่ปลาย
ดามขวานของประเทศไทย......ขอเชิญติดตามอานไดในบทความพิเศษ สัมภาษณ “ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจ

นาวิกโยธิน กองทัพเรือ” ครับ...
(วิฉณุ ถูปาอ‹าง)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 1

ส า ร บ ั ญ


นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท บงสุช สิงหณรงค
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท กิตติธัช วิโรจนวงศ 
กรรมการราชนาวิกสภา บทความ
พลเรือตรี ธนะกาญจน ใครครวญ
พลเรือตรี สุระพล ไทยพีระกุล
พลเรือตรี ขรรคชัย สมบูรณสุข ๖ รำลึกถึงครูประพัฒน ฯ (พลเรือเอก ประพัฒน กฤษณจันทร)
พลเรือตรี พิทักษ พิบูลทิพย กองบรรณาธิการ
พลเรือตรี หมอมหลวงบวรลักษณ กมลาศน 
พลเรือตรี ไชยยศ สุนทรนาค ๑๐ บทความพิเศษ สัมภาษณ ผูบังคับหน�วยเฉพาะกิจ
พลเรือตรี พันเลิศ แกลวทนงค  นาวิกโยธิน กองทัพเรือ
พลเรือตรี ดนัยศักดิ์ กาญจนะวสิต กองบรรณาธิการ
พลเรือตรี ประพฤติพร อักษรมัต
พลเรือตรี เจริญศักดิ์ มารัตนะ ๒๒ อาวุธปลอยนำวิถีพื้น-สู-อากาศ รุนใหมแบบ SM-6
พลเรือตรี สุธีพงศ แกวทับ นาวาเอก คำรณ พิสณฑยุทธการ
พลเรือตรี ประพจน สีลาเขต

กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา ๒๘ จีนกับมหาสมุทรอินเดีย (China And The Indian Ocean)
นาวาเอก วิฉณุ ถูปาอาง ตอนที่ ๒

เหรัญญิกราชนาวิกสภา พลเรือตรี ชอฉัตร กระเทศ
เรือเอก ไพโรจน เปรมปร ี
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา ๔๐ ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั�งกระโจมไฟ

พลเรือตรี พงศธร ชูแข พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศพิพัฒน 
พลเรือตรี ชอฉัตร กระเทศ
พลเรือตรี ภาณุ บุณยะวิโรจ ๕๔ ศูนยการเรียนรูทฤษฎีใหม แหลงเรียนรูปรัชญาเศรษฐกิจ
นาวาเอก นพพงษ อุบลนุช พอเพียงของกองทัพเรือ
นาวาเอก วิพันธุ ชมะโชต ิ
บรรณาธิการ ศูนยฝกทหารใหม กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
นาวาเอก วิฉณุ ถูปาอาง
ผูชวยบรรณาธิการ ๖๐ นานาวิกาสารา ๕๖๑
นาวาเอกหญิง ชัญญา ศิริพงษ พลเรือโท พัน รักษแกว
ประจำกองบรรณาธิการ
นาวาเอก กองเกียรติ สัจวุฒ ิ
นาวาเอก ธาตรี ฟกศรีเมือง
นาวาเอก โกศล อินทรอุดม
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห
นาวาโทหญิง แสงแข โตษยานนท
นาวาโทหญิง จิฑาพัชญ ราษฎรนิยม
นาวาตรีหญิง กมลชนก ศิริสุนทร
เรือเอก ประมวล เผือกสงา
เรือเอก วรวุทย บุญชวยชอย
เรือตรีหญิง นิพัฒน เพชรศิร ิ
เรือตรีหญิง อาภาลัย เรืองศรี ๕๔ ๖

สำนักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร บางกอกนอย กรุงเทพ ฯ ๑๐๗๐๐



โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒, ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘ ขอคดเห็นในบทความที่นำลงนตยสารนาวิกศาสตรเปนของ





▲ ส‹งขŒอมูล/ตŒนฉบับไดŒที่ [email protected] ผูเขียนมิใชขอคดเห็นหรอนโยบายของหนวยงานใดของรฐและมิไดผูกพัน
ั�




และ [email protected] ตอทางราชการแตอยางใด การกลาวถงคำสง กฎ ระเบียบ เปนเพียง

▲ อ‹านบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกสไดŒที่ WWW.RTNI.ORG ขาวสารเบื้องตน เพื่อประโยชนแกการคนควา…

ส า ร บ ั ญ THE MISSION IMPOSIBLE









คอลัมนประจำ



๑๐ ๑ บรรณาธิการแถลง

๔ คุยกับกองบรรณาธิการ

๕ ภาพในอดีต


๗๒ ข‹าวนาว�รอบโลก
๗๗ นานาสาระ

๗๙ หนังสือน‹าอ‹าน


๘๑ ภาพกิจกรรมกองทัพเร�อ
๒๒ ๘๙ พจนานุกรมศัพทชาวเร�อ

๙๑ ประทีปธรรม
๔๐ ๙๒ สุขภาพนาว �



๙๔ สารพันสาระเพลง

๙๖ การฌาปนกิจสงเคราะห

แห‹งราชนาว �
๙๘ มาตราน้ำ


เดือนมีนาคม ๒๕๕๖
เวลาดวงอาทิตยข�้น - ตก
และดวงจันทร เดือน เมษายน


๒๘ ๑๐๔ นาว�พาเที่ยว

ปกหนŒา… ผูŒบังคับหน‹วยนาว�กโยธิน กองทัพเร�อ ตรวจพ�้นที่

ณ ยอดเขาบูโด
ปกหลัง… กำลังพลผลัดเปลี่ยนหนŒาที่ในหน‹วยเฉพาะกิจนาว�กโยธิน

กองทัพเร�อ ยกพลข�้นบก ณ ชายหาดค‹ายจุฬาภรณ

ในปกหนŒา… พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจŒาอยู‹หัว

ในปกหลัง… นาว�พาเที่ยว พ�พ�ธภัณฑสถานแห‹งชาติ เร�อราชพ�ธี

จัดพ�มพโดย… กองโรงพ�มพ กรมสารบรรณทหารเร�อ
เจŒาของ… ราชนาว�กสภา

ผูŒโฆษณา… นาวาเอก ว�ฉณุ ถูปาอ‹าง

ผูŒพ�มพ… นาวาเอก กŒองเกียรติ สัจวุฒ ิ

บทความพิเศษ สัมภาษณ

ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจ


กองทัพเรือ
นาวิกโยธิน





กับการแกปญหา ๓ จังหวัดชายแดนใต







โดย กองบรรณาธิการ














































นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ

นำ ฮ. ทร. ลงจอด ณ ยอดเขาบูโด เปนครั้งแรกในประวัติศาสตร เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพล

10 10 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
๑๐

นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ ๑๑
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 11 11

เมื่อ นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ปรากฏใหเห็นแมแตนอย ทุกคนมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม


ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ จากการสัมภาษณ์กำลังพลระดับผูปฏิบัติ ทราบว่า


มาบรรยายสรปสถานการณชายแดนภาคใต มีความเชื่อมั่นในผูบังคับบัญชาทุกระดับชั้นอย่างมาก
ณ หองประชุมอาคารราชนาวิกสภา เมื่อ ๑๔ โดยเฉพาะกองทัพเรือซึ่งใหการสนับสนุน ๑๑๐


ื่
ธนวาคม ๒๕๕๕ ใหผูสอขาวและผูที่สนใจไดรบ เปอร์เซ็นต์ จงพรอมปฏบัตหนาที่เพื่อชาตทุกภารกจที่









ึ่
ั้



ทราบนน วัตถประสงคสำคญประการหนงคอ ผูบังคับบัญชาสั่งการ เมื่อไดสัมภาษณ์ “ผูการ
ตองการประชาสัมพันธการปฏิบัติงานของกองกำลัง สมเกยรต” ทำใหไดเห็นว่าท่านเปนผูบังคบหนวย





ตาง ๆ ที่ไดรับมอบหมายจากหนวยเหนือ ใหไป ที่ทุ่มเท แรงกาย แรงใจใชความรความสามารถที่
ู





ปฏบัตหนาที่ในพื้นที่ดงกลาว ใหทราบถง มีอยู่อย่างเตมที่ ที่จะทำใหด ิน แ ด น ใ น จ ัง ห ว ัด



แนวทางแกปญหาของผูปฎบัตที่จะตองบูรณาการ ชายแดนภาคใต เกดความสนตสขอย่างยั่งยืน และ








และไดรับการสนบสนนหรอความรวมมือจาก ยิ่งเมื่อไดรับทราบถึงแนวทางการแกปญหา เราเชื่อมั่น




ิ่



ประชาชนนอกพื้นที่และทุกหนวยงาน ว่าจดเรมตนของความสงบสขในดนแดนภาคใตได 

ื่

ื่
กองบรรณาธการเห็นว่าเรองดงกลาวเปนเรองที่ ปรากฏแสงสว่างขึ้นแลว กองทัพเรือได “PUT THE



สำคญและยังมีรายละเอียดอีกมาก จงไดขออนญาต RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB” อย่างแทจริง




เดนทางเขาไปในพื้นที่เพื่อไปสมภาษณ์ นาวาเอก ต่อไปจะเปนส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ นาวาเอก


สมเกียรติ ฯ ผูบังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ สมเกียรติ ฯ ผูบังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน


คณะกองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ จำนวน กองทัพเรือ
๔ นาย ไดเดินทางไปค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส
เมื่อ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ ซึ่งเปนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ในช่วงค่ำไดมีโอกาสเดินทางไปสำรวจพื้นที่ เพื่อใหเห็น

ภาพสถานการณจรง ตลอดจนการปฏบัตหนาที่ของ







กำลงพลที่วางกำลงอยู่ตามจดตรวจ จดสกดตาง ๆ




ขอนำเรยนว่า ไม่เห็นแววตาของความกลวใด ๆ

12 ๑๒ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖


นิตยสารนาวิกศาสตร : อยากใหผูการสรุปความเปน จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส

ี่


ั้



มาตงแตอดตจนถงปจจบันของการกอความ หลงจากการเปลยนแปลงการปกครอง
ไมสงบในพื้นที่จงหวัดชายแดนภาคใตเพื่อใหผูอาน พ.ศ.๒๔๗๕ รฐบาลมีความพยายามจะสราง





ึ่



ไดทราบความเปนมาของปญหา ความเปนหนงเดยวของรฐไทยและสรางคานยม

ของความเปนไทย ทั้งการพูดภาษาไทย การแตงกาย


ผบ.ฉก.นย.ทร. : จงหวัดชายแดนภาคใต เดมคอ แบบไทย และเรยกชื่อประชาชนในประเทศวา





ดนแดนเมืองปตตานี ซึ่งมีประวัตความเปนมา เปน “คนไทย” ซึ่งการออกขอกำหนดตางๆในหวง

ี้








ยาวนาน ในสมัยกรงศรอยุธยา ดนแดนแถบนเคยมี เวลาดงกลาว สงผลกระทบตอวิถชีวิตของพี่นอง






ความสมพันธกบสยามในฐานะหัวเมืองชั้นนอก มุสลมในพื้นที่ภาคใตตอนลางอยางรนแรง


เมื่อถงชวงตนกรงรตนโกสนทร เมืองปตตานี เมื่อประกอบกบความไมพอใจจากการสญเสย











ไดกลายมาเปนหัวเมืองชั้นในหลงจากรชกาลที่ ๑ อำนาจของอดตผูครองเมือง และความไมพอใจ








สงกองทัพไปยังดนแดนปตตานในป พ.ศ.๒๓๒๙ ของประชาชนบางสวนที่สญเสยอดตของความเปน
หลงจากนน ประเทศสยาม กใชความพยายาม “รฐปตตาน” จงทำใหประชาชนในพื้นที่ลกขึ้นมา






ั้

ุ


อยางเตมที่ ที่จะปกครอง และดแลดนแดนสวนนี้ ตอตาน และเกดการกอตวของกลมที่ตองการ







ใหบังเกิดความสงบสุข รมเย็น แตกไมประสบผล แยกตัวเปนอิสระจากการปกครองของไทย

ึ่


มากนก เนองจากเหตผลหลายประการ สวนหนง หลายกลุมในเวลาตอมา
ื่

มาจากเมืองปตตานี ที่มีอาณาเขตกวางขวาง และ การกอตงองคกรตอตานอำนาจรฐ ซึ่งในอดต




ั้

ิ่

มีอัตลกษณทองถนที่ไมเหมือนภมิภาคอื่น ๆ ทำให เรยกวา “ขบวนการแบงแยกดนแดน” ปรากฎขึ้น





ุ


ยากแกการปกครอง ในตอนตนรชสมัยรชกาลที่ ๒ อยางชัดเจนภายหลง พ.ศ.๒๕๐๐ โดยมีกลมหรอ




ประมาณป พ.ศ.๒๓๕๙ จึงโปรดใหแยกเมืองปตตาน ี ขบวนการที่มีบทบาทและเปนที่รจกอยางกวางขวาง
ู
ออกเปน ๗ หัวเมืองคือ เมืองปตตานี เมืองยะหริ่ง คือ แนวรวมปฏิบัติแหงชาติมลายูปตตานี (Barisan
เมืองหนองจก เมืองรามัน เมืองยะลา เมืองระแงะ Revolusi Nasional Melayu Pattani) หรอ




ุ
ั้

และเมืองสายบุรี ตอมาในปลายรชสมัยรชกาลที่ ๕ กลม BRN กอตงเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ และขบวนการ

ี่


ไดมีการเปลยนรปแบบการปกครองในพื้นที่ ๗ เพื่อการปลดปลอยชาตปตตาน” (Pattani United



ึ่

หัวเมืองอีกครงหนง ซึ่งเปนแบบมณฑลเทศาภบาล Liberation Organization) หรือ กลุม PULO กอตั้ง
ั้



ิ่
มีการจดตง “มณฑลปตตาน” โดยเรมดำเนนการ ในป พ.ศ.๒๕๑๑
ั้
ู

ุ





ในป พ.ศ.๒๔๔๕ และสำเรจลลวงในป พ.ศ.๒๔๔๙ การตอสดวยอาวุธของกลมตอตานอำนาจรฐ



สงผลให ๗ เมืองเดม ถกยุบรวมเหลอ ๔ เมือง ไดดำเนนการมาอยางตอเนองจนถงชวงประมาณ

ื่











คอ เมืองปตตานี เมืองยะลา เมืองระแงะ และ พ.ศ.๒๕๓๐ เหตการณความรนแรงตาง ๆ ในพื้นที่
ิ่

ั้
ี่
ื่


เมืองสายบุรี ซึ่งการเปลยนแปลงในครงนี้ สงผล จงหวัดชายแดนภาคใตเรมเบาบางลงเนองจาก



ใหเกดการตอตานจากอดตเจาเมืองที่สญเสยอำนาจ ความพยายามของรฐบาลในการแกปญหาทั้งดาน








ื่
และยังคงดำรงอยูจวบจนปจจุบัน การทหารและดานการเมืองอยางตอเนอง จนกระทั่ง




ตอมาในป พ.ศ.๒๔๗๔ มีการปรบปรงรปแบบ ตนป พ.ศ.๒๕๔๗ การตอสดวยอาวุธของกลม
ุ




ู

ึ่





ั้
การปกครองอีกครงหนง ไดยุบเลกระบบมณฑล ตอตานอำนาจรฐกเปดฉากขึ้นอีกครงหนง เมื่อมี
ึ่
ั้




เทศาภบาลทั่วประเทศ และใหจงหวัดเปนหนวย การใชกำลงขนาดใหญเขาโจมตกองพันพัฒนา



ราชการสวนภมิภาค พื้นที่มณฑลปตตานเดม ที่ ๔ อำเภอเจาะไอรอง จงหวัดนราธวาส ทำให







คงเหลอเพียง ๓ จงหวัด คอ จงหวัดปตตานี กำลังพลเสียชีวิต ๔ นาย ปลนอาวุธปนประเภทตาง ๆ


นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 13 ๑๓







ไปเปนจำนวนมาก ๘ ปเศษที่ผานมา เหตการณ  ผลสำเรจมากนก จนถงปจจบัน การแกปญหาอยู






ื่
ความรนแรงเกดขึ้นอยางตอเนอง มีการกอเหตราย ภายใตการอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความ


ในหลายรปแบบ เชน ทำราย สงหาร เจาหนาที่ มั่นคงภายในราชอาณาจักร และมอบความรับผิดชอบ












ของรฐ เพื่อลดความนาเชื่อถอตอเจาหนาที่รฐ โดยตรงใหกบ กองอำนวยการรกษาความมั่นคง
ที่ไมสามารถปกปองตนเองได ทำรายประชาชน ภายในภาค ๔ สวนหนา โดยมีแมทัพภาค ๔



ิ์




ผูบรสทธโดยเฉพาะชาวไทยพุทธเพื่อสรางความ เปนผูอำนวยการ ซึ่งไดกำหนดแนวทางการ



หวาดกลว สรางเงอนไขใหเกดความขัดแยง แกปญหาอยางรอบดานเพื่อนำไปสความสงบสข
ื่



ู


ู

ทางศาสนา ทำลายสถานที่ราชการและสถานที่ อยางยั่งยืนกลบมาสปลายดามขวาน โดยนอมนำ





เชิงสญลกษณของอำนาจรฐเพื่อลดความนา ยุทธศาสตรพระราชทาน “เขาใจ เขาถง พัฒนา”





เชื่อถอของรฐบาล เปนตน รปแบบการกอเหตุ มาเปนยุทธศาสตรหลก และกำหนดยุทธศาสตร




ประกอบดวยการกอการราย การปฏบัตทางทหาร รอง ๖ ดาน มาเปนกรอบในการพัฒนาและแกปญหา





และการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งตลอดระยะเวลา ในสวนของ ฉก.นย.ทร. นั้น ผมก็ใชหลักการที่
๘ ปเศษ มีเจาหนาที่ของรฐและพี่นองประชาชน โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือไดสอนไว มาประยุกต





ิ์

ผูบรสทธไดเสยชีวิตไปแลวกวา ๕,๐๐๐ ราย ใชกลาวคือ ไดนำแนวทางพระราชทานมาวิเคราะห




บาดเจบกวา ๙,๐๐๐ ราย สำหรบผูเสยชีวิตนน อยางละเอียดลึกซึ้งแลว เราเห็นวา นี่คือยุทธศาสตร


ั้








ไดรบการพิสจนทราบแลววา เสยชีวิตจากเหตการณ  ที่ถกตองชัดเจนที่สดในการแกปญหาชายแดน



ความไมสงบอยางชัดเจน ประมาณ ๓,๐๐๐ ราย ภาคใตของเรา สิ่งสำคัญมาก ๆ คือเราจะตองทำให
กำลงพล รวมทั้งผูเกยวของทั้งหมดเขาใจภาพรวม
ี่


ของเหตการณความไม่สงบในพื้นที่จงหวัดชายแดน




ภาคใตนกอน ผมจงเรมตนโดยการเตรยมความ
ิ่
ี้




พรอมกำลงพลใหมี ความเข้าใจ สภาพความเปน



จรงในพื้นที่และองคประกอบของปญหาความไมสงบ
นั้นก็คือ


นตสารนาวิกศาสตร : ในฐานะที่ทานเปนผูบังคบ
หนวยรับผิดชอบในพื้นที่ ทานมีแนวทางในการแกไข
ปญหาอยางไร
ผบ.ฉก.นย.ทร. : ในประเด็นนี้ ขออนุญาตตอบยาว
หนอยนะครบจากเหตการณความรนแรงที่เกดขึ้น







ื่

อยางตอเนอง ทำใหรฐบาลทุกยุคทุกสมัยตองทุมเท

ความพยายามอยางหนกที่จะแกปญหา ยุตความ





รนแรง และนำความสงบสขกลบคนมา โดยมีการ




ี่


ปรบเปลยนหนวยงานที่ควมคมอำนวยการแกปญหา

ี่
หลายคณะ รวมทั้งปรบเปลยนยุทธศาสตรและ

นโยบายมาหลายฉบับ แตการแกปญหาก็ยังไมบรรล ุ
14 ๑๔ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖



เขาใจถงความพยายามที่จะกอเหตุ และสราง
สถานการณทุกเวลา ซึ่งเปาหมายการกอเหตมี ๔







กลม ไดแก เจาหนาที่รฐ ฯ ทั้งพุทธและมุสลม

ุ
ประชาชนไทยพุทธทุกอาชีพ หัวเมือง/ชุมชนเมือง

ใหญ ๆ ทรพยสนทางราชการและของประชาชนโดย

ใชยุทธวิธและอาวุธหลายชนดเชน การวางระเบิด


การลอบยิง การลอบวางเพลิง ฯลฯาา














ุ

ุ


ี้

ตองเขาใจถงกลมที่กำลงกอเหตุ วาคนกลมนมี

ความเปนมาอยางไรและมีแนวทางการตอสอยางไร
ู


ุ

ุ
ซึ่งกลมที่กำลงกอเหตอยูปจจบันเปนกลมที่มี

ื่
เปาหมายในการ”แบงแยกดนแดน” มีการขับเคลอน

หลายกลุมแตกลุมที่มีอิทธิพล และใชกองกำลังติดอาวุธ




ุ

ู
ตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ ในปจจบัน คอ กลม BRN


ั้
ุ
Coordinate กลมนี้ กอตง พ.ศ.๒๕๐๓ โดยผูนำ

ศาสนาในพื้นที่ ๓ จังหวัด ในตอนตนไมมีกองกำลัง

ั้


ตดอาวุธ จนกระทั่ง ๑๑ ตลาคม ๒๕๑๑ ไดจดตง






กองกำลงตดอาวุธตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ ประมาณ ๑๐ ป


ู
ู
เกดการแตกแยกภายใน นำไปสการแบงแยก

ุ

เปน ๓ กลมยอย คอ BRN Coordinate, BRN
Congress, BRN Ulama หลงจากนน ๒ กลมหลง
ั้

ุ

คอย ๆ ลดบทบาทลงไป ในขณะที่ BRN Co มีการ
ี่


ู
เปลยนแปลงรปแบบการตอสจนมีความเขมแข็งอยูใน
ั้
ู
ปจจุบัน สำหรับกระบวนการตอสของ BRN Co นน

ื่
ไดตรวจพบความเคลอนไหวของ BRN Co จาก

การยึดเอกสารจากนายมะแซ อุเซ็ง ซึ่งเปน
อุซตาส โรงเรยนสมพันธวิทยา อำเภอเจาะไอรอง




นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 15 ๑๕






เมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖ ไดพบวา BRN Co มี จงหวัดชายแดนใตเปนสงคมมุสลมที่เครงครดศาสนา



ี่

การเปลยนรปแบบการตอสจากการใชกองกำลง
ู




ตดอาวุธตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ โดยตรง มาเปนการ

ู



กระทำ “สงครามประชาชน” ซึ่งมีองคประกอบ ๓ สวนคอ





ั้
องคกรนำ มวลชน และกองกำลงตดอาวุธ มีการจดตงรฐ ฯ

ป ต ต า น ีซ อ น โ ด ย แ บ ง ส ว น ง า น เ ป น ๒ ร ะ ด ับ ค ือ
๑. ระดับองคกรนำประกอบดวย สภาองคกรนำ (DDP)
และสภาตัวแทน


ื่
๒. ระดบขับเคลอนการปฏวัติ มีการแบงความ

รบผิดชอบเปน ๗ ฝาย ไดแก ฝายตางประเทศ



ฝายทหาร ฝายเยาวชน ฝายเศรษฐกจ ฝายศาสนา


(อูลามา) ฝายโฆษณาชวนเชื่อ และฝายปกครอง รกษาวัฒนธรรมประเพณี อีกทั้งสภาพแวดลอมทาง
ื่

ู


สำหรับยุทธศาสตรที่ใชในการตอสูเพื่อเอาชนะรัฐ สงคมยังมีประเดนที่เปนเงอนไขนำไปสการสราง




ู

ไทยกำหนดเปน “แผนปฏิวัติ ๗ ขั้นตอน” ความรสกแตกแยกหรอสรางความไมพอใจเจาหนาที่
ฝายบานเมืองหลายประเด็น
เชน ปญหาความยากจน

ื่
เนองจากสวนใหญจะ
ประกอบอาชีพเกษตร
(กรีดยาง สวนผลไม) บาง

สวนทำประมงซึ่งทำได
๔ - ๖ เดือนตอป (สภาพ
อากาศ) บางสวนทำอาชีพ

รบจางในประเทศเพื่อน

บ  า น ร า ย ไ ด  น  อ ย ไ ม  พ อ

ยังชีพ การหารายไดเสรม



เชน การทำสนคาแปรรป



หรอหัตถกรรมตาง ๆ มี
นอยมาก ปญหาการศึกษา

ตองเขาใจสภาพสงคม ความเปนอยูและปญหา

ิ่

ภยแทรกซอนในพื้นที่ สงที่ปรากฎในปจจบันคอ


16 ๑๖ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ปญหาที่มองเห็นชัดเจน

๑. การรบรองวิทยฐานะ ผูเรยนจบดานศาสนา ไปตางประเทศ




๒. ปญหาการวางงาน ทั้งผูที่จบทางดานศาสนาตางประเทศ และผูที่เรยนจบ


ปญหาที่มองเห็นชัดเจน ในประเทศ เพราะ

ู
๑. สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียนระหวาง พุทธ - มุสลิมหายไปทุกขณะ ๑) สอบแขงขันเขารบราชการ สพื้นที่อื่น ๆ ไมได

๒. ความสัมพันธตัวบุคคลระหวางเด็กไทยพุทธ - มุสลิม ลดความ ๒) งานภาคเอกชนในพื้นที่ แทบไมมีรองรบเลย





แนนแฟนลงทุกขณะ ๓) ความนยม การไปรบจางทำงานโรงงานในตางพื้นที่มีนอย
๓. การใชภาษาไทย ซึ่งคอนขางจะเนนในระดับประถมของรัฐ ฯ จะคอย ๆ
หายไป ประชาชนยังตองการใหบุตรหลานเรียนดานศาสนาใน
ขณะที่การทำงานในปจจบัน ตองการวิชาการสาย


สามัญ (ความสมดุลระหวางการเรียนดานศาสนา





และสายสามัญที่จะไปเรยนตอในระดบสงขึ้นหรอ
หางานทำเมื่อจบการศึกษา) ปญหาเรื่องสุขภาพอนามัย
การเขาถงบรการทางการแพทย และที่สำคญคอ






ปญหาความไมเขาใจการปฎบัตงานของเจาหนาที่วา


ทำเพื่อใคร ตองการอะไร และไมไววางใจที่จะให


ี้



ความรวมมือกบเจาหนาที่ นอกจากนยังมีปญหา

แทรกซอนในเรองการแพรระบาดของยาเสพตดและ

ื่
สนคาหนภาษีที่กระจายอยูทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะอยาง




ยิ่งยาเสพตดประเภทใบกระทอม ซึ่งเปนที่นยมของ

ปญหาที่มองเห็นชัดเจน เยาวชนที่วางงานในหมูบานมาก นำไปสูปญหาสังคม
๑. สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียน ระหวาง พุทธ - มุสลิมหายไปทุกขณะ และถูกชักชวนใหกระทำความผิดไดงาย
๒. เยาวชนในพื้นที่ ๘๐ เปอรเซ็นต เรยนโรงเรยนเอกชนสอนศาสนาซึ่งมี




ทางเลือกสำหรับอนาคตนอยมาก คือ เรียนตอดานศาสนา (ม.อิสลาม
ยะลา,ว.อิสลามและอาหรับศึกษา ม.นราธิวาส และตางประเทศ)

โอกาสที่สอบเขามหาวิทยาลยของรฐมีจำนวนนอย ที่เหลอออกจาก




ระบบโรงเรยน ดงนน หากจะใหเยาวชนมีโอกาสมากขึ้น ตอง

ั้

- ปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา



- สรางแรงจงใจใหเดกมาเขาโรงเรยนของรฐมากขึ้น


ู




ตองเขาใจถงความสำคญของการรบรจาก
ภายนอก ทั้งชาวไทยและตางชาตที่ปจจบันยัง



นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 17 ๑๗

ไมเขาใจสภาพปญหาที่แทจริง ไมรูแนวทางการ
แกปญหาอยางถองแท จึงทำใหเกิดความสงสัย
บางคนอาจคัดคานหรือไมเห็นดวย สงผล
ใหการแกปญหา ติดขัดหรือลาชา การแกปญหา
จ ะ ต อ ง บ ูร ณ า ก า ร แ ล ะ ไ ด ร ับ ก า ร ส น ับ ส น ุน


จากทุกภาคสวนโดยเฉพาะประชาชนที่อยูนอก
พื้นที่และหนวยงานภาครัฐ ทุกกระทรวง ทบวง
กรม สวนองคกรระหวางประเทศและประชาคม
โลกนั้น หากทราบขอมูลที่ชัดเจน จะไมเขามา
แทรกแซง จะชวยคลี่คลายปญหาไดอีกดวย


เมื่อเราเขาใจสถานการณในภาพรวมแลว
จะสามารถสรุปองคประกอบของปญหาได คือ
 มีการกอเหตุรุนแรงและสรางสถานการณ 
ทำใหเกิดความไมปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน

 ผูที่กอเหตุคือกลุม BRN Co มีการจัดตั้งรัฐ
ปตตานีซอนเพื่อนำไปสูการแบงแยกดินแดน
 ประชาชนในพื้นที่มีความหวาดระแวง
ไ ม ก ล า ใ ห ค ว า ม ร ว ม ม ือ แ ล ะ ม ีค ุณ ภ า พ ช ีว ิต
คอนขางต่ำกวาที่อื่น
 ป ร ะ ช า ช น ภ า ย น อ ก แ ล ะ อ ง ค ก ร ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ ย ัง
ไมเขาใจสถานการณในพื้นที่ ที่ดีพอ
จากนน นำนโยบายของหนวยเหนอไดแกนโยบายการ
ั้





บรหารและการพัฒนาจงหวัดชายแดนใตของสมช.ซึ่ง


กำหนดวัตถุประสงคเพื่อใหบรรลุผลไว ๙ ประการ นโยบาย




รอง ผอ.รมน./ผบ.ทบ.ที่กำหนดวาการปฏบัตงานตองคำนง


ถงผลลพธตอเปาหมาย ๔ กลม นโยบายคณะกรรมการ
ุ




ื่
ขับเคลอนนโยบายและยุทธศาสตรการแกไข
ปญหาจังหวัดชายแดนภาคใต (กปต.) ที่กำหนด


กรอบการตดตามการแกไขปญหาภาคใต ๕


ุ
กลมงาน และนโยบาย กอ.รมน. ภาค ๔ สวนหนา

ที่กำหนดภารกจเรงดวนที่ตองดำเนนการให




18 ๑๘ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

สรุป


สถานการณ,สภาพความเปนจริง


องคประกอบของปญหา


และ


แนวความคิดในการแกปญหา
















































ิ์

สมฤทธผลในป ๕๖ ประกอบดวย ๕ งานหลก ทรัพยสินมีความปลอดภัย
๒ งานรอง นำมาวิเคราะหและกำหนดจดมุงหมาย  กลมผูกอการรายยุตบทบาทการขับเคลอนรฐ


ื่


ุ




ที่ตองการจากการแกปญหา (ผลสำเรจ) ซึ่งตอง ปตตานีซอน และปรับรูปแบบการตอสูสูสันติวิธี

ครอบคลมทุกนโยบายที่หนวยเหนอกำหนดขางตน  ประชาชนมีความเขาใจ ลดความหวาดระแวง




เราไดจุดมุงหมายที่ตองการ ๔ ดาน คือ คุณภาพชีวิตไดรับการพัฒนาใหดีขึ้น
 เจาหนาที่รฐ และประชาชน ชุมชนเมือง และ  ประชาชนนอกพื้นที่มีความเขาใจและสนับสนุน



นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 19 ๑๙

ก า ร แ ก ป ญ ห า อ ง ค ก ร ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ เ ข า ใ จ
ไมแทรกแซง


เมื่อกำหนดจดมุงหมายแลวกกำหนดแนวทาง

แกปญหา (วิธการ ยุทธศาสตรและนโยบาย) ซึ่งเรา


นำยุทธศาสตรพระราชทานของพระบาทสมเด็จ

พระเจาอยูหัว “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” มาเปน



หลกนำตามที่กลาวมาในเบื้องตนแลวนำยุทธศาสตร 

รองของ กอ.รมน. ๖ ดาน มาเปนแนวทางในการ
แกปญหา
ยุทธศาสตร กอ.รมน. ๖ ดาน สำหรับกลไกในการแกปญหา ไดจัดกำลังมาจาก


ทุกเหลาทัพ แตการวางกำลงควบคมพื้นที่ใน ๓


๑. การเสริมสรางความเขาใจ จังหวัดคือจังหวัดยะลา จังหวัดปตตาน จังหวัดนราธิวาส

๒. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและทรัพยากรมนุษย และ๔ อำเภอของจงหวัดสงขลานน ใชกำลงพล
ั้


๓. การแกไขปญหาภัยแทรกซอน ของกองทัพบก ที่จดมาจากกองทัพภาคตาง ๆ และ



๔. การดำเนินการดานสิทธิมนุษยชนและการเยียวยา กำลังของกองทัพเรือ จำนวน ๓ กองพัน
๕. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
๖. การมีสวนรวมของทุกภาคสวน

สำหรบยุทธศาสตร “เขาใจ” กเปนไปตามที่ได 

อธบายมาแลว และในสวนของการ “เขาถง” นน




ั้
หากใครจะเรยกวานคอสงคราม จะเปนสงคราม
ี่


แยงชิงหัวใจประชาชน เราจงตองเขาถงประชาชน



อยางแทจริง คือ


 ตองเขาถงทุกบาน ทุกหมูบาน ทุกตำบล ทุก
อำเภอ ทุกกลุมอาชีพ ทุกวัย









 ตองเขาถงจตใจของประชาชน โดยการรบรความ

ู



ู
ู


ตองการจากการพบปะพูดคุยโดยตรงและรับรความรสก กรุณาติดตามอ่านต่อฉบับหน้า.

จากแววตาของประชาชน
20 ๒๐ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 21 ๒๑

แกไขคำผิด

นิตยสารนาวิกศาสตรฉบับเดือนธันวาคม ๒๕๕๕

๑. เรื่อง “ทำไมทหารเรือจึงรักกรมหลวงชุมพร ฯ มาก” โดย พล.ร.ต. กรีฑา พรรธนะแพทย

๑.๑) หนา Editor ‘s Talk หนาสารบัญ และหนา ๖ - ๗ แกขอความ “ทำไมทหารเรือถึงรักกรมหลวงชุมพร ฯ มาก”
เปน “ทำไมทหารเรือจึงรักกรมหลวงชุมพร ฯ มาก”










๑.๒) แกขอความ “พระองคเจาอาภากรณเกยรตวงศ ฯ ” ทุกแหงเปน “พระองคเจาอาภากรณเกยรตวงศ”


๑.๓) แกขอความ “กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ทุกแหงเปน “กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์”
๑.๔) หนา ๖ คอลัมน ๒ บรรทัดสุดทาย แกขอความ “กยิราเจ กยิราเถนํ” เปน “กยิรา เจ กยิราเถนํ”
๑.๕) หนา ๗ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๑๘ จากทาย แกขอความ “พร้อมเพียง” เปน “พร้อมเพรียง”
๑.๖) หนา ๗ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๖ จากทาย แกขอความ “ภิริยาทหารเรือ” เปน “ภริยาทหารเรือ”
๑.๗) หนา ๘ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๔ จากทาย และหนา ๙ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๒๑ จากทาย
แกขอความ “เรือหลวงมรูธาวสิตสวัสดิ์” เปน “เรือหลวงมูรธาวสิตสวัสดิ์”
๑.๘) หนา ๘ คอลัมน ๒ คำบรรยายใตภาพ แกขอความ “เสด็จเตี่ยกับลูกน้อง” เปน “กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
กับ หลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” (เจ้ากรมรังษี - รังษี คำอุไร)
๑.๙) หนา ๑๒ คอลัมน ๒ บรรทัดที่ ๔ แกขอความ “สิ้นพระชน” เปน “สิ้นพระชนม์”
๑.๑๐) หนา ๑๓ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๑๑ แกขอความ “หลวงเรือพระร่วง” เปน “เรือหลวงพระร่วง”
๑.๑๑) หนา ๑๓ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๗ จากทาย แกขอความ “หม่อมเจ้าหญิง เริงจิตรแจรงอาภากร” เปน
“หม่อมเจ้าหญิง เริงจิตรแจรง อาภากร”

๑.๑๒) หน้า ๑๔ คอลัมน์ ๑ บรรทัดที่ ๒ แก้ข้อความ “หวิดน้ำเรือ” เป็น “วิดน้ำเรือ”
๑.๑๓) หนา ๑๔ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๔ แกขอความ “นี่แหล่ะ” เปน “นี่แหละ”
๑.๑๔) หนา ๑๔ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๖ แกขอความ “รุ่นหลัง ฯ” เปน “รุ่นหลัง ๆ”
๑.๑๕) หนา ๑๔ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๑๕ แกขอความ “ลูกศิษย์เฮี้ยว ฯ” เปน “ลูกศิษย์เฮี้ยว ๆ”
๑.๑๖) หนา ๑๐ คอลัมน ๒ กลางหนา แกขอความ “ทรงพระโมโหเอา” เปน “ทรงพระโมโหเต่า”
๒.เรื่อง เรือฟริเกตอเนกประสงค สมรรถนะสูงยุคใหม โดย นาวาเอก คำรณ พิสณฑยุทธการ
หนาที่ ๑๗ คำบรรยายรูปภาพ แกขอความ “USS Lake Champlain (CG - 57)” เปน “เรือหลวงบางปะกง”


นิตยสารนาว�กศาสตรกราบขออภัยเปนอยางสูง



















นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 69

รำลึกถึงครูประพัฒน ฯ






(พลเร�อเอก ประพัฒน กฤษณจันทร)


บทความโดย กองบรรณาธิการ
๑๒ ึ

ก.พ.๒๕๕๖ เปนวาระการครบรอบ ๑๖ ป แหงการถง

แกอนจกรรมของคณครู พลเรอเอก ประพัฒน กฤษณจนทร






อดตผูบัญชาการทหารเรอ (พ.ศ.๒๕๓๐ - ๒๕๓๔) และอดตรฐมนตร ี


วาการกระทรวงกลาโหม (พ.ศ.๒๕๓๔ - ๒๕๓๕) ซึ่งเปนปูชนยบุคคล


ที่ทำคณประโยชนแกประเทศชาติ และกองทัพเรออยางมากมาย






ทานไดทุมเททั้งกำลงกาย และจตใจเปนอยางมาก ทั้งในและ




นอกเวลาราชการ คณความดที่ทานไดสรางไวยังคงจารกอยูในใจ



ี้
ขาราชการทหารเรอเสมอมา ซึ่งในบทความนตอไปจะขอ




อนญาตเรยกทานวา “คณครพลเรอเอกประพัฒน ฯ” เพื่อที่

จะใหผูอานไดมีความรูสึกใกลชิดกับทานยิ่งขึ้น
คุณครูพลเรือเอกประพัฒน ฯ สำเร็จการศึกษาจาก
โรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๙๔ ในชวงแรก



และชวงกลางของชีวิตการรบราชการ ทานไดรบ
ราชการในกองเรอปราบเรอดำนำ (ปจจบันคอ








กองเรอฟรเกตที่ ๑ และ ๒) กองเรอยุทธการ




จนกระทั่งไดรบการคดเลอกใหเปนผูชวยฝาย

ทหารเรอประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย
ณ กรงมะนลา ประเทศฟลปปนส ระหวาง





พ.ศ.๒๕๑๑ - ๒๕๑๔ ในชวงหลงทานไดรบ

ราชการในตำแหนงที่สำคญหลายตำแหนง



เชน ผูบังคบการหนวยปฏบัตการตาม







ลำแมนำโขง ปฏบัตงานรวมกบ พลเอก




เปรม ติณสูลานนท ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหนงแมทัพ ตำแหนงรฐมนตรวาการกระทรวงกลาโหมระหวาง


ภาคที่ ๒ ในการปราบปรามผูกอการรายคอมมิวนิสต ๖ มีนาคม ๒๕๓๔ ถึง ๑๖ เมษายน ๒๕๓๕ อีกดวย


ชวยนำความสงบและสนตสขมาสภาคอีสาน ในระหวางที่ดำรงตำแหนงผูบัญชาการทหารเรือ

ู

ผูบัญชาการกองเรือปราบเรือดำน้ำ ผูชวยเสนาธิการ คณครพลเรอเอกประพัฒน ฯ มีความมุงมั่น



ทหารเรอฝายการขาว ผูชวยผูบัญชาการทหารเรอ อยางแรงกลาในอันที่จะปรับปรุงพัฒนากองทัพเรือ



และเปนผูบัญชาการทหารเรอ เมื่อ ๑ ตลาคม ใหมีขีดความสามารถสูงขึ้นในทุกดาน ทานไดใช



๒๕๓๐ ทานดำรงตำแหนงผูบัญชาการทหารเรอ หลักการการกำหนดยุทธศาสตรและกำลังรบให


จนกระทั่งเกษียณอายุเมื่อ ๓๐ กนยายน ๒๕๓๔ เหมาะสมสอดคลองกับสภาวะแวดลอมดาน
ี้


นอกจากนทานยังไดรบโปรดเกลาฯ ใหดำรง ความมั่นคงของโลกและภมิภาค โดยการปรบ



6 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖





ยุทธศาสตรทางเรอจากการใชกำลงทางเรอจาก
“กองทัพเรือชายฝง” (Coastal Navy ) เปน “กองทัพเรือ

ไกลฝง” (Off - Shore Navy) เพิ่มเขี้ยวเลบให
กองทัพเรือดวยการจัดหาเรือ อากาศยาน ตลอดจน
ยุทโธปกรณที่ใชในการตอสอากาศยานและรกษาฝง


ู

ใหแกกองทัพเรอไวใชราชการเปนจำนวนมาก



ี้
ซึ่งคงจะไมสามารถกลาวในรายละเอียดในที่นได
ครบถวน กองบรรณาธการ ฯ ขอยกตวอยาง









ยุทโธปกรณที่ทานไดจดหามาพอสงเขป ดงนี้ เรอ

ฟรเกตจากสาธารณรฐประชาชนจน รวม ๖ ลำ ร.ล.จักรีนฤเบศร




ประกอบดวย เรอฟรเกตชุดเรอหลวงเจาพระยา







จำนวน ๔ ลำ (เรอหลวงเจาพระยา เรอหลวง เรอบรรทุกเฮลคอปเตอร ๑ ลำ (เรอหลวงจกร ี





ื่

ู

บางปะกง เรอหลวงกระบุรี และเรอหลวงสายบุร) นฤเบศร) ซึ่งเปนเรอบรรทุกเครองบินและเรอกภยที่







และเรอฟรเกตชุดเรอหลวงนเรศวร จำนวน ๒ ลำ มีประสทธภาพสง สามารถปฏบัตการไกลฝง





ุ




(เรอหลวงนเรศวร และเรอหลวงตากสน) จดหา ปกปองคมครองผลประโยชนของชาตทางทะเลใน
พื้นที่ผลประโยชนทางยุทธศาสตร (Area of


Strategic Interest) ที่ขยายออกไปจากเดมอีก



หลายรอยเทาตว อันประกอบดวยทะเลอาณาเขต
๑๒ ไมลทะเล เขตเศรษฐกิจจำเพาะ ๒๐๐ ไมลทะเล
ทะเลจีนใต ทะเลอันดามัน พื้นที่ทำการประมงทั้งใน
และนอกนานนำไทย ฐานขุดเจาะกาซธรรมชาติ






และทอสงกาซในทะเล รวมทั้งเสนทางคมนาคม
ทางทะเลติดตอกับประเทศคูคาสำคัญ เชน ประเทศ
ร.ล.นเรศวร


ตะวันออกกลาง ที่ไทยตองนำเขานำมันเชื้อเพลงถง



รอยละ ๖๐ ของความตองการในประเทศในแตละป





ซึ่งเรอขนาดเลกที่กองทัพเรอมีอยูเดมไมสามารถ

ี้
ปฏิบัติภารกิจที่ไดรับมอบใหมนได
ี้
นอกจากนทานยังมีดำรใหปรบโครงสรางและ



การจัดหนวยตาง ๆ เพิ่มขึ้น เชน การจัดตั้งกองเรือภาค
กองเรือปองกันฝง กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการ




ู
ตอสอากาศยานและรกษาฝง หนวยกอสรางและ

ร.ล.เจ้าพระยา พัฒนา กรมอิเล็กทรอนิกส เปนตน อีกทั้งยังจัดให





มีกองเรอดำนำอยูในโครงสรางของกองทัพเรอดวย





ิ์





เรอฟรเกตชุดเรอหลวงพุทธยอดฟาจฬาโลก ทำใหกองทัพเรอไดพัฒนาเจรญรดหนาและมีศกดศร ี





จากสหรฐอเมรกา จำนวน ๒ ลำ (เรอหลวงพุทธ ทัดเทียมกบเหลาทัพอื่น และกองทัพเรอในอารยะ








ยอดฟาจฬาโลก และเรอหลวงพุทธเลศหลานภาลย) ประเทศ และดวยความสนทสนม จรงใจ และ












จดหาเรอสงกำลงบำรง ๑ ลำ (เรอหลวงสมิลน) ความเอื้ออารี ที่คณครพลเรอเอกประพัฒน ฯ



นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 7

สังเคราะห คิดอยางครบวงจรและใฝหาความรูเพิ่มเติม




อยูตลอดเวลา ทายที่สดแมคณครพลเรอเอก
ี้
ประพัฒน ฯ จะไดลวงลับจากโลกนไปแลว คุณหญิง

ศรศริ กฤษณจนทร ภรยาของทานกไดสานตอ






เจตนารมณ และปณธานของทาน โดยการมอบเงน




ที่ไดจากการทำบุญในงานพระราชทานเพลงศพ


ั้
จำนวน ๓ ลานบาท มาจดตงกองทุน พลเรอเอก

พิธีส่งมอบสวนอนันต์ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๑ ประพัฒน - คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร เพื่อสงเสริม
ระหว่าง พลเรือเอก ประพัฒน์ กฤษณะจันทร์ กับ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ




และสนบสนนการศกษาของกองทัพเรอในการสราง





มีแกทหารทุกระดับของทุกเหลาทัพ ทำใหกองทัพเรือ ผูนำและในปตอ ๆ มา คณหญิงศรศริ ฯ ในฐานะ





ไดรับพื้นที่ “วังนันทอุทยานหรือสวนอนันต” คืนจาก ประธานกองทุนไดนำเงนสวนตวมาบรจาคสมทบให

ิ่
กองทัพบก ซึ่งเปนสงทหารเรอทุกคนมีความปต ิ กับกองทุน ฯ อีกเปนจำนวน ๓ ลานบาท รวมทุน
ยินดเปนอยางยิ่ง นอกจากนทานยังไดสนบสนน กอตั้งทั้งสิ้น จำนวน ๖ ลานบาท




ี้

สงเสรมสวัสดการใหแกขาราชการกองทัพเรอ




หลายประการ เชน การริเริ่มสรางที่พักอาศัยจำนวน

ั้
มากใหขาราชการในพื้นที่สตหีบ ซึ่งเปนที่ตงของ

หนวยกำลังรบสำคัญของกองทัพเรือ แตในขณะนั้น
ยังขาดแคลนบานพักอาศยใหกำลงพลในสงกด




รวมถงการสรางโรงพยาบาลสมเดจพระนางเจา








สรกติ์ โดยกำหนดใหเปนศนยการแพทยขนาดใหญ


ที่ทันสมัยเพื่อรองรบการเพิ่มอยางรวดเรวของ
ประชากรในเขตชายฝงทะเลภาคตะวันออก
คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร์
ในการดำเนินงานของกองทุน พลเรือเอกประพัฒน

- คณหญิงศรศริ กฤษณจนทร ตงแตจดตงในป
ั้
ั้





พ.ศ.๒๕๔๒ เปนตนมา ไดนำดอกผลของกองทุน ฯ





และเงนบรจาคสมทบจาก คณหญิงศรศริ ฯ





ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต ิ์ รวมจำนวนกวา ๑๐ ลานบาท มาสนบสนนดาน
การศึกษา คนควา และวิจัย เชน การจัดทำหนังสือ

ั้

นอกจากนน คณครพลเรอเอกประพัฒน ฯ นาวิกาธิปตยสาร การจัดสรางหองสมุดยุทธศาสตร

ั้

ยังมีความตงใจที่จะพัฒนาดานการฝกศกษา การจัดตั้งสถาบันศึกษายุทธศาสตรกฤษณจันทร






เพื่อสรางผูนำรนใหมใหแกกองทัพเรอที่ตองคดเปน การจัดหาตำราตางประเทศในเรื่องเกี่ยวกับ
ุ





ทำเปน ตองคดเชิงยุทธศาสตร คดเชิงวิเคราะห ยุทธศาสตร โครงการแปลตำรายุทธศาสตร
8 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖




ตางประเทศเพื่อประกอบการศึกษาในหลักสูตรตาง ๆ จากวิสยทัศนของคณครู พลเรอเอก ประพัฒน

ของ ยศ.ทร. สนับสนุนอุปกรณฝก ศึกษา ทางดาน กฤษณจันทร ในการพัฒนาปรับปรุงกองทัพ ตลอดจน




สารสนเทศที่ทันสมัย เปนตน การสรางผูนำในอนาคตของกองทัพเรอไดกอใหเกด






คณปการ ซึ่งนบเปนกญแจสำคญตอความสำเรจ




ของกองทัพเรอและประเทศชาติ จงทำใหพวกเรา
ชาวทหารเรือ ยังคงระลึกถึงทานในฐานะ...
“ผูนำแหงการเปลี่ยนแปลง”

ที่มา :
๑. หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก ประพัฒน์
กฤษณจันทร์ กรุงเทพฯ : หจก.อรุณการพิมพ์, ๒๕๔๐.
๒. หนังสือที่ระลึกในงานพิธีเปิดห้องสมุดพลเรือเอก ประพัฒน์ -
คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร์ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
ห้องฝึกยุทธกีฬา ยศ.ทร. กรมยุทธศึกษาทหารเรือ : ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕.
๓. นาวาเอกหญิง จิราภรณ์ ปานจันทร์, ฝ่ายเลขานุการกองทุน
พลเรือเอก ประพัฒน์ - คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร์
ตัวอยางการกระทำผิดวินัยทหาร



















กอใหแตกความสามัคคี




ร่วมสนุก ตอบคำถามชิงรางวัล

“กองทัพเรือได้จัดกำลังเข้าร่วมแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้

เป็นจำนวนเท่าใด”
รางวัลสำหรับผู้ตอบคำถามถูกจะได้รับ เสื้อยืดคอปกสีชมพู

ปักลายราชนาวิกสภา จำนวน ๓ ตัว

ขอบคุณที่ร่วมสนุกครับ




นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 9

C

HINA



and the INDIAN OCEAN

บทความโดย พลเรือตรี ช่อฉัตร กระเทศ

ตอนที่ ๒

































































๒๘ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖


ผลประโยชน์ของจีนในมหาสมุทรอินเดีย และใหมีแนวทางและนโยบายการพัฒนาเศรษฐกจที่






ิ่
น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ยั่งยืน ซึ่งรฐบาลจนกมิไดนงนอนใจ ไดเสรมและ





ในหวงทศวรรษที่ 1970s - 1980s จนเคยเปน สรรหาแหลงนำมันและกาซธรรมชาตอื่น ๆ
ประเทศสงออกนำมัน แตกกลบมานำเขาอยาง นอกเหนือจากที่มีในประเทศ ออกไปไกลยังแหลงที่














เตมตวเพราะการเจรญเตบโตทางเศรษฐกจอยาง มีปรมาณนำมันและกาซธรรมชาตสำรองมากที่สด

ั้




รวดเรวนบตงแตป ค.ศ.๑๙๙๓ เปนตนมาซึ่ง ในโลก คือบริเวณตะวันออกกลาง อาวเปอรเซีย และ
ณ ปจจบันจนนำเขานำมันคดเปนรอยละ ๓๒ Horn of Africa






โดยจนจะมีปรมาณนำมันสำรองที่ขุดและจะใช


ภายในประเทศไดเพียงไมถง ๒ ทศวรรษเทานน การสำรวจปิโตรเลียมและแร่ธาตุใน


ั้
ทั้งนี้ International Energy Agency ไดคาดการณวา มหาสมุทรอินเดียของจีน
ในป ค.ศ.๒๐๓๐ การนำเขานำมันของจนจะ นอกจากผลประโยชนในเรื่องแหลงน้ำมันและ


๒๖
เทียบเทากับสหรัฐ ฯ และจะกาวกระโดดจาก ๓.๕ กาซธรรมชาติที่ตองการจากตะวันออกกลางแลว
ลานบารเรลตอวันเปน ๑๓.๑ ลานบารเรลตอวัน จีนไดเริ่มเขาไปทำธุรกิจตาง ๆ ในตะวันออกกลาง







๒๗
ในป ค.ศ.๒๐๓๐ เมื่อป ค.ศ.๑๙๗๙ โดยในป ค.ศ.๑๙๘๓ บริษัทน้ำมัน



หากจีนตองการน้ำมันเพียงวันละ ๒ ถึง ๓ ลาน แหงชาตของจน หรอ China National Petroleum

บารเรลตอวัน จนกอาจจะสงซื้อนำมันจากประเทศ Cooperation (CNPC) ไดกอตั้งขึ้น ณ ประเทศคูเวต




ั่
ขางเคยงได เชน รสเซีย คาซัคสถาน และ และตอมาในชวงทศวรรษที่ ๑๙๙๐ บริษัทน้ำมันของ


จากประเทศตาง ๆ ใน ASEAN เชน อินโดนเซีย จีนไดลงนามดานการบริการและเทคนิคกับประเทศ





มาเลเซีย และ บรไน ได แตปจจบันจากความ ตาง ๆ ใน Gulf Cooperation Council ซึ่งมีมูลคากวา
๓๐
ตองการน้ำมันของจีนมีสูงมากและจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ๑๐ พันลานดอลลารสหรัฐ ฯ และเมื่อประมาณ
ู


ิ่





จนจงตองหันไปหาแหลงนำมันที่สามารถปอนเขา สงหาคม ค.ศ.๒๐๑๑ จนไดเรมกาวเขาสมหาสมุทร







ื่


ประเทศไดในปรมาณมาก ๆ และตอเนอง คอจาก อินเดยเพื่อการสำรวจแหลงทรพยากรแรใตทะเลเปน


ประเทศตาง ๆ ในอาวเปอรเซียที่เปนแหลงนำมัน ครั้งแรกโดยผานทางพันธมิตรผูใกลชิดอยางพมา




ที่ใหญที่สดในโลก โดยเฉพาะจนไดใหความสนใจ และศรีลังกา ทั้งนี้ China Ocean Mineral



ที่จะจดหานำมันจาก ซาอุดอาระเบีย และอิหราน Resources Research and Development




โดยมีแผนจะจดหาจากอิรกในปลายทศวรรษนี้ Association ไดประกาศวาจีนไดรับอนุมัติใหสำรวจ




ซึ่งทั้งสามประเทศที่กลาวมานี้ สามารถผลตนำมัน หาแร Polymetallic Sulphide ไดบนพื้นที่ ๑๐,๐๐๐

๒๘

รวมกันไดประมาณรอยละ ๗๐ ของภูมิภาค ตารางกโลเมตรในเขตทะเลหลวง (International

ความสนใจของจนตอมหาสมุทรอินเดยจงเปน Seabed Region) ทางตะวันตกเฉียงใตของ






ี้




ประเดนดานของพลงงานเปนหลก ซึ่งการใช มหาสมุทรอินเดย นอกจากนจนยังเคยไดรบ




พลงงานของจนในปจจบันเพิ่มขึ้นกวาสองเทาในหวง สัมปทานในการหากอนแร Polymetallic ทางตะวันออก


สองทศวรรษที่ผานมา ทำใหจีนตองพึ่งพาการนำเขา ของมหาสมุทรแปซิฟกครอบคลมพื้นที่ ๗๕,๐๐๐
๒๙




พลงงานอยางมาก ทั้งนจากการขยายตวของ ตารางกโลเมตรแลวดวย นอกจากนี้ เมื่อป

ี้







ิ่
อุตสาหกรรมจนที่อยูในอัตราที่สง ทำใหจนมีความ ค.ศ.๒๐๑๐ จนไดเรมสรางทาเรอรบนำมันดบ








ตองการพลงงานจากแหลงตาง ๆ อยางไมจำกด ในพมาซึ่งเปนสวนหนึ่งของโครงการสรางทอ

ู







ภาคอุตสาหกรรมจงไดกดดนรฐบาลใหมีหลกประกน สงนำมันและกาซธรรมชาตจากพมาสจนเพื่อ






ู
ื่

ถงการไหลเวียนของพลงงานเขาสระบบอยางตอเนอง หลีกเลี่ยงชองแคบมะละกาที่เริ่มมีการเดินเรือ
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๒๙

๓๓





หนาแนนมากขึ้นและเปนจดอันตรายทางยุทธศาสตร  กบโลก ซึ่งเกอบทั้งหมดใชเสนทางการเดนเรอ






ในการลำเลยงนำมันสจน และจากการที่จนไดลงทุน ผานมหาสมุทรอินเดียสูจีน
ู

สำรวจนำมันรวมถงทรพยากรธรรมชาตตาง ๆ






ิ่
อยางมากในมหาสมุทรอินเดย ทำใหอินเดยเรมเปน ความมั่นคงของมหาอำนาจและจีนใน



ี่


ู
กงวลเกยวกบการที่จนอาจนำกำลงทหารเขาสพื้นที่น ี้ มหาสมุทรอินเดีย
๓๑
เพื่อปกปองผลประโยชนของตนในอนาคต นับตั้งแตป ค.ศ.๑๙๙๕ เปนตนมาจนถึงปจจุบัน

กองทัพเรอของหลาย ๆ ประเทศพยายามเขามามี




การทำประมง บทบาทในมหาสมุทรอินเดยเพราะตองรกษา




ถงแมมหาสมุทรอินเดยจะอุดมสมบูรณไปดวย ผลประโยชนและทรพยากรอันมหาศาลโดยเฉพาะ




แหลงปลาทูนา แตความสนใจในการทำประมงของ น้ำมัน ซึ่งนอกจากสหรัฐ ฯ แลวยังมีฝรั่งเศสที่ไดแสดง




จนในทะเลหลวงในมหาสมุทรอินเดยยังมีนอยมาก บทบาทรองลงมาจากสหรัฐ ฯ สวนสหราชอาณาจักร


ิ้


ี้
ิ่

ทั้งนจากแหลงขอมูลตาง ๆ พบเพียงไตหวันที่เรม ไดถอนกำลงออกไปเมื่อสนสดยุคอ า ณ า น ิค ม


ทำการประมงปลาทูนาดวยเบ็ดราวในมหาสมุทร เมื่อป ค.ศ.๑๙๔๒ แตกยังคงความสมพันธแนบแนน




๓๒
ั้




อินเดยครงแรกในป ค.ศ.๑๙๖๐ จนถงปจจบัน กับประเทศตาง ๆ ที่เคยเปนอาณานิคมในภูมิภาค


ั้



ดงนนจงนบวาการทำประมงในมหาสมุทรอินเดย อยูภายใตรหัส Five Powers Defence Arrangement

ยังไมใชเปนผลประโยชนของจีน อันประกอบดวยประเทศสมาชิก ๕ ชาติ ไดแก







สหราชอาณาจกร มาเลเซีย สงคโปร ออสเตรเลย
เส้นทางคมนาคมทางทะเล และนวซีแลนด สวนจนกเรมเขามามีบทบาท
ิ่








จากการที่จนตองการนำมันและกาซธรรมชาต ิ เพื่อปกปองผลประโยชนของตนที่มีอยูทั้งในและรอบ ๆ
๓๔

ั้
จากตะวันออกกลางอันเปนผลประโยชนสำคัญของจีน มหาสมุทรอินเดียเชนกัน สำหรบญี่ปุนนน การนำ



การลำเลยงจะตองดำเนนการโดยเรอนำมันผาน กำลงออกนอกประเทศเพื่อปฏบัตการทางทหาร









ั้



มหาสมุทรอินเดย ชองแคบมะละกา ทะเลจนใต เปนการขัดตอรฐธรรมนญ ดงนนการที่ญี่ปุนได






ั้
สจนตามลำดบ ประกอบกบการจะตองผานพื้นที่ที่มี สงกำลงทางเรอปฏบัตการในมหาสมุทรอินเดยนน


ู




โจรสลัดชุกชุม ดังนั้นเสนทางคมนาคมทางทะเลจึงมี เปนการปฏบัตการเพื่อมนษยธรรมและตอตาน





ั้







ความสำคญอยางยิ่งที่จนจะตองรกษาไวใหมีความ การกอการรายเทานน ญี่ปุนจงไมเปนภยคกคาม

มั่นคงและปลอดภัยอยูเสมอ ตอจีนในมหาสมุทรอินเดีย


ี้
ทั้งนจากรายงานของสำนกงานพาณชยใน
ตางประเทศ ณ กรงบรสเซลส เกยวกบสถตการคา







ี่

ู


ของสหภาพยุโรปกบประเทศคคาสำคญใน
ป ค.ศ.๒๐๐๗ ของคณะกรรมาธิการยุโรป DG Trade


ซึ่งไดตพิมพเผยแพรขอมูลดงกลาวพบวา จนเปน









ประเทศที่มีมูลคาการคา (สงออกและนำเขา) สงสด
เปนอันดับที่ ๓ ของโลก โดยมีมูลคา ๑,๔๙๕ พันลาน
ยูโร หรอ ๙.๘ เปอรเซ็นต ของการคาโลกและ




ู
เปนประเทศคคาที่มีมูลคาการคากบสหภาพยุโรป Five Powers Defence Arrangement



สูงสุดเปนอันดับที่ ๒ โดยมีมูลคา ๓๐๒,๖๔๓ ลานยูโร (ที่มา: http://www.economist.com)
หรือ ๑๑.๔ เปอรเซ็นต ของการคาของสหภาพยุโรป
๓๐ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖








สำหรบประเทศมหาอำนาจที่เขามาปฏบัตการ ประเทศมีความตงเครยดมาจนถงปจจบัน และการ


ี้


ในมหาสมุทรอินเดยโดยมีที่ตงทางทหารและประเทศ พิพาทนไดถงจดแตกหักและเปนสงครามเตมตวเมื่อ


ั้




ใหญอื่นที่มีพื้นที่ตดมหาสมุทรอินเดยที่จนจะตองให ป ค.ศ.๑๙๖๒ และเกอบจะมีสงครามกนอีกครงในป


ั้
ความสนใจหากจะเขามามีบทบาทในมหาสมุทร ค.ศ.๑๙๘๗ ซึ่งหลังเหตุการณนี้กวา ๒๕ ปแลว
ั่







อินเดย ไดแก อินเดย สหรฐ ฯ ฝรงเศส และ การเจรจากรณพิพาทเรองดนแดนเหนอทิเบต
ื่



ออสเตรเลีย ระหวางสองประเทศกยังไมมีความกาวหนา และไม
ประสบผลสำเร็จ
อินเดีย
เคยมีคำพังเพยของจีนที่วา “ภูเขาลูกหนึ่งมิอาจ
๓๕
มีเสอสองตวได” ซึ่งจนตระหนกเสมอวา หาก







อินเดยสามารถที่จะพัฒนาเศรษฐกจและการทหารให




เจรญรดหนาและประสานเขาดวยกนได จากขนาด

กำลัง ความสามารถ และความตั้งใจที่จะเปรียบรัศมี




ั้

กบจนกนาจะเปนอันตราย ดงนนวิธการที่จะกดดน





อินเดยไดกคอตองเสรมสรางขีดความสามารถและ




๓๖



ตดอาวุธใหกบประเทศเพื่อนบานของอินเดย


ื่
ุ
รวมทั้งการใหการสนบสนนการเคลอนไหวของกลม

ั้

ุ


กอการรายตาง ๆ และชนกลมนอย ดงนนจนจงได  จีนยึดครองทิเบตเมื่อปี ค.ศ.๑๙๕๐








ตดสนใจที่จะมีความสมพันธดานการทหารกบ (ที่มา : http://civilliberty.about.com)




ประเทศตาง ๆ ในเอเชียใตเพื่อถวงดลอำนาจและ หากแมกรณีพิพาทเรื่องดินแดนทิเบตจะจบลง





เพื่อสามารถปฏบัตการในมหาสมุทรอินเดยใหได  แตดวยขนาดเศรษฐกจและกำลงทหารที่ยิุงใหญ




อยางตอเนื่อง ของทั้งสองประเทศ กยังจะทำใหทั้งสองประเทศ ยังคง




อินเดยซึ่งเปนประเทศที่ใหญที่สดและเปน เปนคแขงที่สำคญตอกนในภมิภาคเอเชียแปซิฟก


ู
ประเทศที่มีกำลงกองทัพเขมแข็งที่สดในมหาสมุทร อยู ปจจัยอื่นนอกเหนือไปจากกรณีพิพาทเรื่อง


ั้


อินเดย มีที่ตงทางทหารบนแผนดนใหญและ ดินแดน และสิุงที่ทำใหยังคงมีรอยราวอยูระหวาง

มหาสมุทรอินเดย บรเวณหมูเกาะอันดามันทางทิศ ทั้งสองประเทศที่อาจจะปะทุขึ้นมาไดทุกขณะ ก็คือ

ตะวันออกของอินเดยในทะเลอันดามัน นอกจากน ี้ ความหวาดระแวงของอินเดยตอจนในการที่จนเปน







อินเดยนบเปนประเทศมหาอำนาจขนาดเลกที่มีอาวุธ พันธมิตรกบปากสถานและพมาและอาจอยู



นิวเคลียร มีกำลังทหารที่เข็มแข็งประมาณ ๑.๓ ลานคน เบื้องหลังการกอความไมสงบในทิเบตและ


ื่
แตมีอาวุธที่คอนขางจะลาสมัย อยางไรกตามขณะน ี้ แคชเมียรการเลอมลำทางชนชาตในแควนสกขิม










อินเดยอยูระหวางขั้นตอนการปรบปรงกองทัพ และ การกอการราย นอกจากนี้อินเดียยังมีความกังวล

ื่




เพื่อใหสามารถรบมือกบจนที่มีความขัดแยงเรอง ตอการขยายขอบเขตอำนาจของสภาความมัุนคง
พรมแดนมาชานานจวบจนปจจบัน อินเดยจงเปน แหงองคการสหประชาชาติ (United Nations Secu-



๓๗




หอกขางแครตอจนหากจนจะกระทำการใด ๆ rity Council) ซึุงจีนเปนสมาชิกถาวรอยูและอาจใช
ในมหาสมุทรอินเดีย อำนาจที่มีอยูในทางตรงขามกับอินเดีย





จากความขัดแยงระหวางจนกบอินเดยเหนือ อินเดยยังมีความกงวลตอจนอีกจากการที่จน








ทิเบตเมื่อป ค.ศ.๑๙๕๐ ทำใหความสัมพันธของทั้งสอง กำลงจะวางกำลงทางเรอจากชองแคบฮอรมุซไปถง
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๑


ั้



ชองแคบมะละกา อินเดยกำลงรบแกปญหานี้ รวม ๑๔ ประเทศ ตงแต นวซีแลนด จนถง






ึ่




โดยพยายามเสรมสรางความสมพันธอยางเรงดวน Seychelles บนเกาะแหงหนงของอินเดยใน
กับประเทศตาง ๆ ในมหาสมุทรอินเดีย อาวเบงกอล โดยไมมีผูแทนประเทศปากีสถานและจีน





ดานการจดหายุทโธปกรณ อินเดยกำลงเปน พลเรอเอก Monty Khanna รองผูบัญชาการ





ประเทศที่นำเขาอาวุธยุทโธปกรณมากเปนอันดบ ทหารเรออินเดยกลาววา มีหลายประเทศที่อินเดย

ึ่


หนงของโลก โดยมีแผนที่จะใชงบประมาณ ๑ แสน ไมไดเชิญเขารวมการฝก “Meeting the Minds”

ลานดอลลารสหรัฐ ฯ จัดหาอาวุธยุทโธปกรณในหวง รวมถงจนดวย เพราะถงแมจนจะมีเขตแดนทางบก









ทศวรรษหนา ซึ่ง นาย James R. Clapper รวมกบอินเดยแตถาพูดถงระยะทางทางทะเลแลว







ผูอำนวยการสำนกขาวกรองแหงชาตสหรฐ ฯ นบวายังหางไกลกนมากจงไมไดเชิญจนเขารวมฝก














กลาวตอรฐสภาสหรฐ ฯ วา “กองทัพอินเดยกำลง อยางไรกตาม การที่ไมมีจนเขารวมการฝกทั้ง ๆ










เพิ่มความแข็งแกรงใหกบกองทัพตนใหสามารถตอส ู ที่จนเปนคคาสำคญของอินเดย และถงแมระยะทาง




ู


กบกรณพิพาทตามแนวชายแดนได และกำลง จะหางกน แตปจจบันตางฝายกำลงแขงขันกนทาง












ดำเนนการเพื่อถวงดลอำนาจตอการแสดงกำลงของ เศรษฐกิจ แขงขันกันหาแหลงทรัพยากร แขงขันกัน
๓๘



จีนในมหาสมุทรอินเดีย” หาเสนทางการเดนเรอและพันธมิตร การที่ขาดการ
ู








สำหรบการเตรยมพรอมดานการทหารนน ในป ปฏสมพันธกนอยางฉันทเพื่อนอาจจะนำไปสความ
ั้
ค.ศ.๒๐๐๙ กองทัพอากาศอินเดยไดเปดสนามบิน ไมเขาใจกนได ซึ่งตวอยางของการขาดปฏิสัมพันธ








ที่อยูสงกวาระดบนำทะเลมาก (High-Altitude) ฉันทมิตรไดเกิดขึ้นเมื่อป ค.ศ.๒๐๑๑ ที่เรือยกพลขึ้นบก



ใน Ladaks ซึ่งใชงานลาสดเมื่อป ค.ศ.๑๙๖๒ โจมตี INS Airavat ของอินเดียไดเดินทางจากทะเล



ในระหวางสงครามชายแดนกับจีน รวมถึงการเปด อันดามันสทะเลจนใต และไดรบการทาทายทางวิทยุ
ู







ั้



ฐานทัพตาง ๆ ขึ้นอีกครงบรเวณเทือกเขาหิมาลย จากกองทัพเรอจน ซึ่งตอมาเหตการณกไดสงบลง



และปรบปรงพื้นที่เพื่อใหสามารถรองรบเครองบิน อยางไรกตาม กองทัพเรออินเดยกยังไมกลาที่จะมี




ื่



ไอพนได และเมื่อปลายเดอน มกราคม ค.ศ.๒๐๑๒ ความสมพันธอยางเปนทางการกบกองทัพเรอจน




ที่ผานมา รัสเซียไดสงมอบเรือดำน้ำนิวเคลียร - INS เพราะมีความรสกวา หากกระทำเชนนน กจะถอ
ู



ั้


Chakra - ใหกับกองทัพเรืออินเดีย ซึ่งเปนการเชาซื้อ เปนการยอมรบการปรากฏตวและยอมรบการแสดง






เปนเวลา ๑๐ ป หลงจากที่อินเดยไดรองขอมาเปน กำลงของกองทัพเรอจนในมหาสมุทรอินเดย ดงนน



ั้

ี้
เวลานานถง ๘ ป ทั้งนแผนการพัฒนากองทัพของ กควรที่จะมีการปรบความเขาใจดวยการสอสารกน




ื่




อินเดยจะมุงเนนไปที่กองทัพเรอและกองทัพอากาศ ระหวางกองทัพเรอของทั้งสองประเทศ (NAVY to

มากกวากองทัพบก ทำใหเห็นชัดวากำลงยาย NAVY) กอนที่จะเผชิญหนากันและกระทบกระทั่งกัน





เปาหมายของภยคกคามจากปากสถานไปเปนจน มากขึ้นเรื่อย ๆ





แตปากสถานเองกกำลงพัฒนากองทัพไปอยาง ปจจบันอินเดยมีขอสงเกตวา จนกำลงใหความ










รวดเรวทำใหกองทัพอินเดยจะตองกลบมาทุมเท สนใจมหาสมุทรอินเดยและผลประโยชนใน

ี่


งบประมาณดานการทหารเฉลยไปใหทุกเหลาทัพ มหาสมุทรอินเดยมากกวาระดบปกติ โดยที่ผานมา


จนอาจทำใหขีดความสามารถของทั้ง ๓ เหลาทัพ เรือรบจีน ๒ ลำแวะเขาเยี่ยมประเทศพมาที่ปกครอง


ไมสมบูรณตามเปาหมายที่วางไว โดยทหาร ซึ่งนับเปนปรากฏการณที่หาดไดยาก ๓๙


เพื่อเปนการกระชับสมพันธกบมิตรประเทศ ลาสุดเมื่อ ๒๕ มีนาคม ค.ศ.๒๐๑๒ จีนไดเตือน



เมื่อตนป ค.ศ.๒๐๑๒ อินเดียไดจัดการฝก “Meeting อินเดยใหถอยออกจากการสำรวจนำมันที่มีอยู



the Minds” ใหกบนายทหารเรอของมิตรประเทศ อยางมากตามแนวชายฝงเวียดนามและในพื้นที่
๓๒ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ที่มา : http://news.xinhuanet.com



ิ์


ที่เวียดนามอางกรรมสทธในทะเลจนใตเพื่อสนตภาพ สหภาพโซเวียตในป ค.ศ.๑๙๙๑ ทำใหรสเซียตอง




และความมั่นคง (Peace and Security) ในภูมิภาค ถอนกำลังออกจากมหาสมุทรอินเดีย โดยในป


ซึ่งนาย Sun Weidong รองอธบดกรมเอเชีย ค.ศ.๑๙๙๕ สหรัฐ ฯ ไดตั้งกองเรือที่ ๕ (มหาสมุทร
ี้




กระทรวงการตางประเทศจนไดกลาววา “พื้นที่นเปน อินเดย) โดยมีกองบัญชาการอยูที่บาหเรน เพื่อ

พื้นที่ขัดแยง ซึ่งเราคิดวามันคงไมเปนการดีที่อินเดีย ปฏิบัติการในทะเลแดง ทะเลอาระเบีย อาวเปอรเซีย
๔๐



จะสำรวจน้ำมันในพื้นที่นี้” และพื้นที่ใกลเคยง โดยในป ค.ศ.๒๐๐๐ สหรฐ ฯ


กลายมาเปนมหาอำนาจเดยวในมหาสมุทรอินเดย
สหรัฐอเมริกา อยางสิ้นเชิง



หลงจากที่อิรกบุกคเวตในป
ค.ศ.๑๙๙๐ และเกดสงครามขึ้นใน

อาวเปอรเซีย สหรัฐ ฯ ไดใชเรือรบ


จากฐานทัพเรอตาง ๆ ในบรเวณ


ใกลเคียง ไดแกที่โอมานและกาตาร
ร ว ม ก ับ ก า ร เ ส ร ิม ก ำ ล ัง ท า ง เ ร ือ
จากกองเรือตาง ๆ ของสหรฐ ฯ

ู
เดนทางเขาสอาวเปอรเซียทำการ


ระดมยิงอิรก เพื่อทำใหอิรกปลด


ปลอยคเวตและทำลายกำลงของ



อดตประธานาธบดซัดดม ฮุสเซน






ประกอบกบการลมสลายของ ฐานทัพสหรัฐ ฯ ที่ Diego Garcia (ที่มา : http://web.mst.edu)
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๓




การที่สหรฐ ฯ สามารถคงและแสดงกำลงใน UNCLOS) ซึ่งขอพิพาทที่เกดขึ้นระหวางประเทศ
ิ่



มหาสมุทรอินเดียอยูไดนั้น เพราะสหรัฐ ฯ มีฐานทัพ ตาง ๆ กบจนในทะเลจนใตเปนสงที่ประเทศตาง ๆ





อยูที่ดเอโก การเซีย (Diego Garcia) กลาง จะใชเปนขอพิจารณาพื้นฐานในการพัฒนาขีดความ


มหาสมุทรอินเดย ซึ่งนบเปนแกนหลกของ สามารถทางการทหารของตน แตอยางไรกตาม







ยุทธศาสตรเพื่อใหตนสามารถดำรงอยูไดใน อำนาจอธปไตยทางทะเลไมไดเปนหัวขอที่สำคญ

๔๑






มหาสมุทรอินเดีย ที่สดของจนในขณะนี้ หากแตจนซึ่งถกลอมรอบโดย
ขอพิจารณาของสหรัฐ ฯ ในการคงกำลังทางเรือ พันธมิตรของสหรัฐ ฯ ไดใหความสำคัญวาตนจะ
๔๒

ไวในมหาสมุทรอินเดีย คือ สามารถขยายการอางสิทธิทางทะเลออกไปไดไกล
๑. สหรัฐ ฯ มีความตองการที่จะแสดงกำลังใน มากนอยเพียงใด



ี้

ระดบภมิยุทธศาสตร ทั้งนยุทธศาสตรนเปนการ จนดำเนนกจกรรมตาง ๆ ในหมูเกาะสแปรตล ี

ี้


ดำเนินการระยะยาว แตมิใชเปนยุทธศาสตรเพื่อให และพาราเซลมาตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน รวมถึงเคย






ไดมาซึ่งทรพยากรนำมัน (ซึ่งประเทศตาง ๆ มักจะ ใชกำลังตอ เวียดนาม ฟลิปปนส และสหรัฐ ฯ ทั้งนี้เพื่อ




เขาใจวาเปนเชนนั้น) ลดการเผชิญหนาทางทหาร จนจงไดพัฒนารปแบบ


๒. เพื่อปกปองผลประโยชนที่จำเปนยิ่ง (Vital ของการใชกำลังที่มีทั้งการใชกำลังของกองทัพเรือ




Interest) ในภมิภาค ซึ่งจากการที่สหรฐ ฯ ไดทุม เรือประมง รวมทั้งเรือผิวน้ำของ Maritime


งบประมาณมหาศาลมาหลายทศวรรษเพื่อปกปอง Surveillance ซึ่งเปนหนวยงานพลเรอนให





ผลประโยชนของตนในมหาสมุทรอินเดย สหรฐ ฯ สถานการณคลี่คลายลง อยางไรก็ตาม เรือของ

จึงไดวางกำลังของตนไว ณ ที่ตาง ๆ ในมหาสมุทร หนวยงานเหลานบางลำตดอาวุธและมีเจาหนาที่
ี้








อินเดยอยางสมบูรณเพื่อใหสามารถสนบสนนการ คลายทหารปฏิบัติการอยูบนเรือ

คงกำลังไวในอาวเปอรเซียใหไดตลอดเวลา ซึ่งกองเรือ




ที่ ๕ สหรฐ ฯ มีภารกจในการดำเนนการดงกลาว


ถงขั้นที่มีขีดความสามารถในการเขาแทรกแซง
ประเทศตาง ๆ ได โดยมีการวางกำลังรบทางเรือไว
ที่ดีเอโก การเซีย




๓. เพื่อใหสามารถตอตานการกอการรายที่สหรัฐ ฯ
ตองเผชิญนบตงแตทศวรรษที่ 1990s เปนตนมา

ั้






โดยมีจดประสงคเพื่อถอนรากถอนโคนและปองกน
มิใหเงินกองทุนและอาวุธเขาถึงกลุมกอการรายได
สหรัฐ ฯ ซึ่งมีวิถีทางการปกครองและการเมือง




ตางกบจนกำลงใหความสนใจกบยุทธศาสตรของจน





ที่จะขยายอำนาจอธปไตยทางทะเลในทะเลจนใตโดย ที่มา : http://forums.yellowworld.org

ควบคุมพื้นที่ทางทะเลในภูมิภาคที่ติดกับจีน ทั้งนี้จีน
ไดมีขอพิพาททางทะเลกบประเทศเพื่อนบาน และ นอกจากนสหรฐ ฯ ยังกลาวถงยุทธศาสตร




ี้






ทุกประเทศที่ปฏิบัติการในภูมิภาครอบ ๆ จีนโดยอาง การรกษาอำนาจอธปไตยทางทะเลของจนวา

สิทธิทางทะเลในนานน้ำของภูมิภาคเอเชียตะวันออก การดำเนินกิจกรรมตาง ๆ ของจีนในทะเลจีนใต


ซึ่งอยูนอกเหนอขอบเขตของกฎหมายทะเล แสดงใหเห็นวา จีนเปนประเทศที่ไมนาไววางใจ

(United Nations Convention on Law of the Sea; เนื่องจากการดำเนินการดังกลาว กอใหเกิดความขัดแยง
๓๔ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

จนกลายเปนกรณีพิพาท ประเทศตาง ๆ ในอาเซียน



จงควรเพิ่มความรวมมือเพื่อแกไขปญหาความขัดแยง



ในทะเลจนใต อยางไรกดี จนอาจมองวาการกระทำ
ดังกลาวเปนการตอตานจีน



การแผขยายอิทธพลในภมิภาคของจนมีมา
อยางยาวนานกวา ๘๐ ป โดยผานการวางแผนอยาง



ั้

รอบคอบ ดงนน กรณพิพาทตาง ๆ ที่เกดขึ้นใน
ทะเลจีนใต อาจจะลามมาสูมหาสมุทรอินเดียที่ซึ่งจีน

กำลงกาวเขามามีอิทธพลและมีผลประโยชนอัน อาณานิคมของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดีย







สำคญยิ่งมากขึ้น ไดแกทรพยากรนำมันและแรธาต ุ (ที่มา: http://wwz.ifremer.fr)






ู
บนทองทะเล เพราะคกรณในทะเลจนใตกมีอิทธพล ๑. ฝรงเศสมีผลประโยชนทางเศรษฐกจและ


ั่





อยูในมหาสมุทรอินเดยเชนกน สหรฐ ฯ จงเกรงวา การเมืองในพื้นที่ โดยในทางเศรษฐกิจนั้น

การที่จนกำลงขยายบทบาทในมหาสมุทรอินเดยนี้ เสนทางการลำเลียงน้ำมันจากอาวเปอรเซียไปทาง


อาจเปนการวางแผนอยางรอบคอบและอาจนำ ตะวันออกหรือลงมาทางใต ฝรั่งเศสจะตองรักษาไว






ู
ั่

วิถทางแกปญหาผลประโยชนของจนในทะเลจนใต  เพื่อใหสามารถลำเลยงนำมันยอนกลบสฝรงเศสทาง




มาใชกับมหาสมุทรอินเดียกได ตะวันตกและลงใตสอาณานคมได ซึ่งนบวามีความ

ู




ั่
สำคญอยางยิ่งตอเศรษฐกจของฝรงเศส อีกทั้ง
๔๓
ฝรั่งเศส ฝรงเศสยังตองการปกปองอาณานคม เขตแดนทาง


ั่

แมวามหาสมุทรอินเดยจะหางจากฝรงเศสถง ทะเล และเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตนที่มีอยู
ั่

๕,๖๐๐ ไมล หรือประมาณ ๙,๐๐๐ กิโลเมตรก็ตาม มหาศาลในมหาสมุทรอินเดียรอบอาณานิคมตาง ๆ
แตฝรงเศสกยังจะคงกำลงของตนไวในมหาสมุทร ดวย ไดแก เกาะเรอูนิยง เกาะมายอต และเกาะตาง ๆ
ั่



ั้
อินเดย เพื่อรกษาผลประโยชนที่ยังคงอยูนบตงแต  ที่กระจัดกระจายอยูในชองแคบ โมซัมบิก (Mozambique)




ยุคลาอาณานิคม ไดแก เกาะแกงตาง ๆ ทั้งที่มีและ และ French Austral and Antarctic Territories



ไมมีผูคนอาศย หรอแมกระทั่งแคหินกลางทะเล ประมาณ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือ เทากับ

เพราะสงสำคญที่ตองดำรงการยึดครองดนแดนหรอ ๑ ใน ๔ สวน ของเขตเศรษฐกจจำเพาะภายใต


ิ่







ั่

หินในมหาสมุทรอินเดยไวคอสทธอำนาจอธปไตย อาณตของฝรงเศสที่มีอยูทั่วโลก (มหาสมุทร




โดยจะไดนานนำภายในและเขตเศรษฐกจจำเพาะ อินเดีย มีพื้นที่ประมาณ ๗๕,๐๐๐,๐๐๐ ตาราง



๒๐๐ ไมลรอบ ๆ ดินแดนที่ยึดครองดวยโดยปริยาย กโลเมตร) สำหรบการเมืองในพื้นที่นน ฝรงเศสเปน

ั้
ั่

ั่

การที่ฝรงเศสสงกำลงทางเรอของตนเพื่อแสดง สมาชิกของ Indian Ocean Commission (IOC)





กำลงอยูทั่วโลก โดยเฉพาะในมหาสมุทรอินเดย ซึ่งเปนองคกรความรวมมือในภมิภาค โดยมีเกาะ

ั่

แมวาฝรงเศสจะมีกำลงทหารเพียง ๓,๕๐๐ คน เรอูนียง (La Runion) เกาะมายอต (Mayotte)


บนเกาะเรอูนยง (La Runion) เกาะมายอต ฝรั่งเศส (France) มอริเชียส (Mauritius) เซเชลส

(Mayotte) และแอนตารกติกา (Antarctica) และอีก (the Seychelles) มาดากัสการ (Madagascar) และ
๑,๕๐๐ คน ประจำการอยูบนเรือในพื้นที่ครอบครอง เกาะโคโมโรส (the Comores) รวมอยูดวย
ของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดียก็ตาม ปจจัยตาง ๆ ๒. ฝรั่งเศสมีประวัติศาสตรมาแตโบราณ และมี

ที่ทำใหฝรงเศสตองสงกำลงทางเรอมาประจำและ ความผูกพันดานประวัตศาสตร ภาษา วัฒนธรรม



ั่




แสดงกำลังเชนนี้ก็เพื่อเหตุผล ๒ ประการคือ และการทหารกบประเทศตาง ๆ ในพื้นที่มหาสมุทร
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๕



ั่
ู






อินเดยอยูจนถงขณะนี้ โดยปจจบันฝรงเศสยังคง การเดนเรอที่สำคญ ไดแก คลองสเอซ สสงคโปร


ู




ความสมพันธอยูตลอดเวลากบประเทศตาง ๆ และ อาวเปอรเซียสแหลม Good Hope



ั่


ในพื้นที่มหาสมุทรอินเดย อีกทั้งฝรงเศสยังมีขอ ในแอฟรกาใต อีกทั้งควบคมเสนทางเดนเรอเขาหา


ผูกมัด (Commitment) กับบางประเทศในมหาสมุทร อาณานคมของฝรงเศสทางตอนใตของมหาสมุทร
ั่











อินเดย เชนขอตกลงในการปองกนประเทศรวมกบ อินเดย แสดงกำลงสนบสนนการรกษาผลประโยชน 
Djibouti และ Comores และขอตกลงความรวมมือ ของชาติและความสัมพันธระดับภูมิภาค ปกปองและ



ั่

ทางทหารกบซาอุดอาระเบีย กาตาร มาดากสการ อพยพบุคคลสญชาตฝรงเศสและยุโรปเมื่อมี



และ มอริเชียส เปนตน ภยันตราย ชวยเหลอผูประสบภย ปกปองสภาวะ


ั่

นอกจากนฝรงเศสไดวางกำลงเรอหลกไวใน แวดลอม และตรวจการณในเขตทำการประมง



ี้


ี้
มหาสมุทร รวม ๖ ลำอยางสม่ำเสมอ เพื่อเปนกำลัง ซึ่งทั้งหมดนกตองไดรบความรวมมือและการ









หลกใหแกกองเรอฝรงเศสในมหาสมุทรอินเดย ประสานการปฏบัตรวมกนกบกองทัพเรอชาตตาง ๆ






ั่

(French Indian Ocean Naval Forces) โดยมีเรอ ในพื้นที่ดวย


ฟรเกตตรวจการณหาขาว (Surveillance Frigate)
ในพื้นที่ตอนใต ๑ ลำ เรือฟริเกตเบา (Light Frigate) ออสเตรเลีย
ทางพื้นที่ตอนเหนอ ๑ ลำ เรอตรวจการณ (Fleet ออสเตรเลียเปนประเทศหนึ่งที่มีความใกลชิด




ั้

Patrol Ocean Boat) ปฏบัตการในเขตเศรษฐกจ กบสหรฐ ฯ มาชานานนบตงแตสหราชอาณาจกร





จำเพาะของ French Austral และ Antarctic เริ่มถอยออกไปจากเอเชียหลังยุคอาณานิคมเมื่อป
Territories ๑ ลำ เรือสนับสนุน (Support Ship) ๒ ลำ ค.ศ.๑๙๔๒ ซึ่งตอมาความสมพันธระหวาง



เรอลำเลยงและยกพลขึ้นบกขนาดเบา (Light ออสเตรเลียกับสหรัฐ ฯ ก็มีความแนบแนนมากยิ่งขึ้น








Transport and Landing Ship) ๑ ลำ และมีเรอ เมื่อสหรฐ ฯ ออสเตรเลย และนวซีแลนด ไดรวม




ตรวจการณขนาดเล็ก ๔๐๐ ตันจำนวนหนึ่ง ประจำการ กนลงนามในสนธสญญาพันธมิตรทางทหาร “กตกา

อยูตามขอตกลงที่จบูติ (Djibouti) และ เกาะมายอต สัญญาแอนซัส” (Australia, New Zealand and the
รวมถึงเรือระบายพลชั้น EDIC ที่จิบูติ อยางไรก็ตาม United States Treaty: ANZUS) และออสเตรเลย

ู



หากมีความจำเปน กองทัพเรอฝรงเศสกสามารถสง เปนประเทศที่เขาสรบเคยงบาเคยงไหลกบสหรฐ ฯ
ั่





ื่
ั้



กำลงเสรมจากฝรงเศส เชน เรอบรรทุกเครองบิน ในสมรภมิใหญ ๆ นบตงแตสงครามโลกครงที่ ๒



ั่
ั้


เรอกวาดทุนระเบิดเรอดำนำ และกำลงรบเฉพาะกจ เปนตนมา




ยกพลขึ้นบกไดดวย ออสเตรเลยมียุทธศาสตรในการเสรมสรางกำลง






ภารกจที่สำคญของกำลงทางเรอฝรงเศสที่มีอยู กองทัพโดยจะพึ่งพาตนเองเปนหลก เพื่อปองปราม
ั่









ในมหาสมุทรอินเดยคอการปกปองผลประโยชนของ และเอาชนะขาศกที่จะเขาโจมตออสเตรเลย
ั่


ื่

ฝรงเศสในมหาสมุทรอินเดย ไดแกการไหลลน นอกจากนยังจะปกปองเสนทางคมนาคมและการ
ี้


ทางการคาของประเทศ นอกจากนยังจะปกปอง เดินเรือของตนดวย
ี้


อาณานคมและฐานทัพตาง ๆ ของกองทัพฝรงเศส นโยบายในการปองกนประเทศของออสเตรเลย

ั่

ั่


และเพื่อแสดงกำลงของฝรงเศสในพื้นที่ และหาก คอจะไมใชเชิงรบ (Defensive) หรอตอบโตการ



๔๔




จำเปน จะชวยเหลือมิตรประเทศขางเคียงอาณานิคม รกรานแตเพียงอยางเดยว หากแตออสเตรเลยจะ



ตามที่มีขอตกลงทางทหาร เตรยมตว เพื่อปองกนตนเองและโจมตฐานทัพของ


ู



ั่


ฝรงเศสไดแยกกำลงทางเรอสทางเหนอของ ฝายตรงขาม เพื่อปองกันไมใหรุกเขาสูออสเตรเลียได

ทะเลแดงหากจำเปน มีการตรวจการณในเสนทาง และจะพยายามขัดขวางไมใหฝายตรงขาม

๓๖ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖




กอสงคราม โดยจะทำใหฝายตรงขามตระหนกวา เศรษฐกจและการคา ออสเตรเลยมีความมุงมั่นที่จะ










หากกอสงครามขึ้นกบออสเตรเลยกจะไดรบบทเรยน ดำรงไวซึ่งสนตภาพและความมั่งคงของภมิภาค


ราคาแพงเปนการตอบแทน ปองกันการเสริมสรางอาวุธทำลายลางสูง และชวยเหลือ

เมื่อหันมามองออสเตรเลยกบมหาสมุทรอินเดย ใหโลกสามารถเขาถงแหลงพลงงานสำรองใน






ซึ่งจะเปนภยคกคามตอจนในการเขามามีบทบาทใน ตะวันออกกลางได และตะวันออกกลางนับเปนพื้นที่ ๆ





ั้






มหาสมุทรอินเดยหรอไมนน ในปจจบันออสเตรเลย ออสเตรเลยไดสงกำลงทางเรอเขาปฏบัตการอยาง



ไดมุงเนนความสนใจไปที่ การเสริมสรางกำลังทางเรือ ตอเนื่องนับตั้งแตป ค.ศ.๑๙๙๑ เปนตนมา

โดยในกลางทศวรรษที่ ๒๐๓๐ ออสเตรเลีย จะมีกำลัง นอกจากนออสเตรเลยยังพยายามที่จะใหเกด
ี้




ึ่

ทางเรือที่เขมแข็งขึ้น โดยจะเพิ่มขนาดของกองกำลัง สนตภาพขึ้นในแอฟรกา อันเปนสวนหนงของการ
เรือดำน้ำเปน ๒ เทา คือจะมีเรือดำน้ำใหม ๑๒ ลำ สนับสนุนความมั่งคงของโลก เชน การเขาชวยเหลือ
๔๖
เขามาแทนที่เรือดำน้ำชั้น Collins ๖ ลำ ที่ประจำการ ดานมนุษยธรรม และการรักษาสันติภาพ สวนใน


อยูในขณะนี้ จะจดหาเรอฟรเกตปราบเรอดำนำ พื้นที่ตะวันออกกลางและโซมาเลีย ออสเตรเลียยังได










ทดแทนเรอฟรเกตชั้น ANZAC เพิ่มขีดความ สงเรอเขาไปรวมในกองกำลงนานาชาตบรเวณ

สามารถในการทำสงครามไกลฝง คมครองแนว โซมาเลีย เพื่อปราบปรามการประทำอันเปนโจรสลัด
ุ
๔๕
เขตแดนทางทะเล และลาทำลายทุนระเบิด นับตั้งแตตนป ค.ศ.๒๐๐๒ เปนตนมา



เมื่อมาดความเชื่อมโยงของออสเตรเลยกบ
ั้


มหาสมุทรอินเดยนน ในเอเชียใต ออสเตรเลยมี จีน








ความสมพันธที่ดกบอินเดยและกำลงขยายตวขึ้น จากความตองการพลงงานที่สำคญในโพนทะเล


ิ่


ื่






เรอย ๆ และมีความสมพันธที่ดกบประเทศตาง ๆ ทำใหรฐบาลจนเรมมีความหวงใยเกยวกบความ
ี่





ในเอเชียใตอีกดวย เชน ปากสถาน ในความรวม มั่นคงปลอดภยของเสนทางคมนาคมทางทะเลในการ



มือกันตอตานและปราบปรามเครือขายการกอการราย ขนสงทรพยากรนำมันที่มีคณคาสงตอการพัฒนา






ในประเทศ ซึ่งปากสถานกำลงถกทาทายและ เศรษฐกจจน จากตะวันออกกลางผานมหาสมุทร







เผชิญหนาอยูกบความมั่นคง ประชากร และ อินเดีย สูชายฝงของจีนบนมหาสมุทรแปซิฟกตะวันตก
เศรษฐกจ และเนองจากปากสถานเปนประเทศที่มี ในขณะที่ความสมพันธระดบทวิภาคระหวางจน



ื่





ขีดความสามารถดานนิวเคลียร หากเกิดสถานการณ  กบอินเดยมีการพัฒนาไปในทางที่ดนบตงแตปลายป




ั้


ที่มีความเปราะบางในการใชอาวุธนิวเคลียร ก็จะเกิด ค.ศ.๑๙๙๐ เปนตนมา โดยอินเดยนบเปนประเทศ




ปญหาใหมกบโลกได อยางไรกตาม ออสเตรเลยได  มหาอำนาจที่โดดเดนที่สดในภมิภาคมหาสมุทร












ใหการสนบสนนปากสถานซึ่งเปนพันธมิตรกบจน อินเดยและมีศกยภาพดานกำลงทหารที่ดี




ดวยความรวมมือทางทหารที่มากขึ้น และชวยเหลอ ซึ่งศกยภาพอาจจะขยายตวมากขึ้นจนกลายเปนคแขง

ู
๔๗







ในการเสริมสรางขีดความสามารถดานตาง ๆ นอกจากน ี้ ที่สำคญของจนในระยะยาวได จนจงตระหนกดวา






ออสเตรเลยยังไดชวยเหลออัฟกานสถานในการ ความตองการพลงงานของอินเดย ที่มีลกษณะและ







สงกำลังเขารวมใน International Security Assistance อัตราการเจรญเตบโตทางเศรษฐกจสงคลายกบจน





ู



เพื่อชวยเหลอและเสรมขีดความสามารถของ อาจทำใหอินเดยขึ้นมาเปนคแขงสำคญของจนใน

Afghan National Security Forces มหาสมุทรอินเดยในการแยงชิงทรพยากร จนทำให





สำหรบตะวันออกกลางและแอฟรกา จีนตองเสียประโยชนได (Zero - Sum)
ออสเตรเลยมีผลประโยชนดานความมั่งคงของชาต ิ นกวิชาการจน Hou Songlin มองวา จนมี









อยูมากในตะวันออกกลาง รวมถงผลประโยชนดาน ความกงวลเกยวกบความทะเยอทะยานทางการเมือง

ี่

นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๗






ั้
ของอินเดยที่จะกาวออกไปไกลเกนกวามหาสมุทร ๔. การจดตงกองเรอที่มีความสามารถออก
อินเดย ตามยุทธศาสตร “Look East Policy” ทะเลไดระยะเวลานาน ๆ (Ocean going) สามารถ






ของอินเดยที่มีตออาเซียน (ASEAN) โดยอินเดยจะ แสดงกำลังไดไกลถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ผานแหลม






มุงเนนความรวมมือทางเศรษฐกจกบอาเซียนที่ กูดโฮป (Cape of Good Hope) และผานมหาสมุทร

อาจจะขยายตวไปสการเมืองและความมั่นคง ทั้งน ี้ แปซิฟกสูทะเลจีนใต
ู



ี้

ความรวมมือระหวางอินเดยและอาเซียนตาม นอกจากนจนยังใหความสนใจอยางมากถง

ยุทธศาสตร “Look East Policy” นี้ จะเปนความ ความมั่นคงในมหาสมุทรอินเดยที่กองทัพเรอสหรฐ ฯ





รวมมือดานการตอตานการกอการราย ความมั่นคง กำลงเปนมหาอำนาจทางทะเลอยู นบตงแตบรเวณ


ั้








ื่
ู
ทางทะเล และการตอสกบอาชญากรรมขามชาติ อาวเปอรเซีย ตอเนองไปยังพื้นที่ตาง ๆ ของ



โดยทั้งหมดเปนสวนหนงของยุทธศาสตรของอินเดย มหาสมุทรอินเดียถึงทะเลจีนใต ซึ่งจีนมีความกังวลวา
ึ่





ที่ตองการควบคุมมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในยามวิกฤติ กองทัพเรอสหรฐ ฯ จะเปนภยตอ




ชองแคบมะละกา เศรษฐกจของจนที่เดนทางมาจากทะเล โดยเฉพาะ
อีกปญหาหนึ่งที่จีนกังวลก็คือ การที่อินเดียอาจจะ อยางยิ่งบรเวณชองแคบมะละกา และเสนทางการ


๔๘
ขยายภารกจและขีดความสามารถของกองทัพเรอ เดินเรือสินคาและน้ำมันจากอาวเปอรเซีย




ออกไปไกลจากชายฝงมากขึ้นเปนการปฏบัตการใน จากมุมมองทางยุทธศาสตรระหวางประเทศ



ทะเลลึก (Blue Water Navy) ซึ่งวัตถุประสงคในการ ชองแคบมะละกานบเปนเสนทางการเดนเรอสากล



ปฏิบัติการทางเรือของอินเดียไดแก ที่สำคญที่สหรฐ ฯ อาจใชความเหนอกวาทางกำลง



ทหารเขายึดเพื่อครองความไดเปรยบทาง


ยุทธศาสตร ในการควบคมการไหลลนของพลงงาน
ื่


ี้
ของโลก ทั้งนใครกตามที่สามารถควบคมชองแคบ



มะละกาได กจะสามารถควบคมเสนทางพลงงาน



ั้




ของจนได ดงนนการที่จนตองพึ่งพาชองแคบ



มะละกามากจนเกนไป กอาจกระทบตอความมั่นคง





และเปนภยคกคามตอการใชพลงงานของจนไดใน

อนาคต
การพึ่งพาชองแคบมะละกามากเกนไปของจน





เพื่อลำเลยงนำมันนน หมายถงการที่จนตองมีขีด
ั้


ที่มา : http://www.blogofasia.com

ความสามารถในการรกษาความปลอดภยเสนทาง



พลงงานของตน อีกทั้งหากเกดสถานการณที่





๑. การปองกนประเทศ การปองกนชายฝง ชองแคบมะละกาถกปดจากอุบัตเหตบางอยาง หรอ



และการควบคุมเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ถกปดกนโดยมหาอำนาจอื่น จนจะตองเผชิญกบ
ั้




ื่




๒. การควบคมพื้นที่ชายฝงที่อยูตดกบประเทศ ปญหาดานความมั่นคงอยางมหาศาลเนองจาก

เพื่อนบาน หลกเลยงไมไดในการลำเลยงขนสงนำมันและ





ี่


๓. การควบคุมทะเล จากชองแคบฮอรมุซถึง กาซธรรมชาติ และสหรฐ ฯ คงจะควบคมประเทศ

ช อ ง แ ค บ ม ะ ล ะ ก า ใ น ย า ม ส ง บ และการมีความ ตาง ๆ เพื่อไมใหเขาหรืออาจแนะนำเสนทางเดินเรือ




สามารถในการปดลอม chokepoints ไดอยางมี อื่นในการขนสงสนคาแทน อีกทั้งตอไปในอนาคต


ประสิทธิภาพในยามสงคราม หากเกิดกรณีพิพาทหรือปญหาความขัดแยง สหรัฐ ฯ
๓๘ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖








และญี่ปุนอาจรวมกนปดชองแคบมะละกาอันเปน ตนขึ้นมาตอบโตคอ “ทฤษฎการคกคามสหรฐ ฯ
หนึ่งในมาตรการบีบบังคับจีนกได (America Threat Theory)”



เสนทางนำมันที่สงจากอาวเปอรเซีย ผาน จากการที่จนตองพึ่งพานำมันและอาจมี








มหาสมุทรอินเดยและชองแคบมะละกาไปยังจน อุปสรรคในการลำเลยง จนจงตองหาเสนทางการ







ั้
เกาหลี และญี่ปุนนน หากมหาอำนาจสามารถ ลำเลยงนำมันที่เหมาะสมและปลอดภยจามหาสมุทร

ู


ี้
ควบคมเสนทางนไวได อนาคตของทั้งสามประเทศ อินเดยสจน เพื่อใหเกดการไหลเวียนของพลงงาน




ผูนำเขาน้ำมันซึ่งเปนผลประโยชนสำคัญ ก็จะประสบ น้ำมันและกาซธรรมชาติเขาสูจีนไดอยางตอเนื่อง
ปญหา เพราะหนงในยุทธศาสตรของสหรฐ ฯ คอ จะเห็นไดวา หากจนเรมเขามามีบทบาทใน



ึ่


ิ่
การควบคุม “เสนทางน้ำมัน” มหาสมุทรอินเดยเพื่อแสวงหาทรพยากร และ










เห็นไดชัดวา จนกำลงเผชิญกบความทาทายที่ ปกปองผลประโยชนของตน จนจะตองเผชิญกบ
อาจเกดขึ้นในมหาสมุทรอินเดย แตประเดนขัดแยง มหาอำนาจและพันธมิตรของมหาอำนาจ และ




สวนใหญ ยังคงเปนนามธรรมอยู ทั้งนี้จีนคิดวา ประเทศตาง ๆ ที่มีผลประโยชนอยูเดิมและมีการวาง
๑. การไหลลนและคงที่ของแหลงพลงงานบน กำลงอยางเปนระบบเพื่อปกปองผลประโยชนของ


ื่


เสนทางคมนาคมสากลที่เปนของทุกประเทศ ประเทศเหลานั้นกอนที่จีนจะเขามา รวมถึงการ




สมควรจะถกขัดจงหวะหรอไม โดยเฉพาะใน แสดงและวางกำลงทางเรอของมหาอำนาจและ


๔๙




สถานการณที่มีความรุนแรง ประเทศตางๆ ในการรกษาความมั่นคง รกษาเสน
๒. จีนมีความเหนือกวาอินเดียในทุก ๆ ดาน ทางคมนาคมทางทะเล และปราบปรามโจรสลัดใน
สามารถจะตอบโตอินเดียทางทะเลได มหาสมุทรอินเดย ซึ่งจนจะตองปรบเปลยน
ี่






๓. แมจนจะประณามสหรฐ ฯ ที่มีนกวิชาการ ยุทธศาสตรของตนในการขยายบทบาทในมหาสมุทร







บางคนกำลงสนบสนน “ทฤษฎการคกคามจน อินเดีย

(China Threat Theory)” จีนก็เลยมีทฤษฎใหมของ

(อ่านต่อฉบับหน้า)
๒๖. Gal Luft, “Fueling the Dragon: China race into the oil market.” Ibid.
๒๗. Institute for the Analysis of Global Security, “World Energy Outlook 2007: Fact Sheet - China,” [Online]. Available from: http://www.iea.org/textbase/
nppdf/free/2006/chinapower.pdf [12 February 2012].
๒๘. Energy Information Administration, “Persian Gulf Fact Sheet,” [Online]. Available from: http://www.eia.doc.gov/emeu/cabs/pgulf.html [12 February 2012].
๒๙. Editor, “Energy in China: Transportation, Electric Power and Fuel Markets,” Asia Pacific Research Centre. (Tokyo: Asian Pacific Research Centre, 2004), p. 5.
๓๐. X Xu, “China and the Middle-East: Cross-Investment in the Energy Sector,” [Online]. Available from: http://www.mepc.org/journal_vol7/0006_xu.asp [12 February 2012].
๓๑. Saibal Dasgupta, “China gets first-ever chance to enter Indian Ocean for exploration.” [Online]. Available from: http://articles.timesofindia.indiatimes.
com/2011-08-02/china/29842183_1_ore-deposit-mineral-exploration-cnpc [12 February 2012].
๓๒. FAO. “Historical trends of tuna catches in the world, Development of the Indian Ocean Tuna Fisheries,” [Online]. Available from: http://www.fao.org/docrep/007/y5428e/y5428e05.htm [12 February 2012].
๓๓. “สถิติการคาของสหภาพยุโรป 2550,” สำนักงานพาณิชยในตางประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส, [ออนไลน]. แหลงที่มา: http://news.thaieurope.net/content/view/3002/222/ [12 กุมภาพันธ 2554].
๓๔. Vice Adm (Retd) GM Hiranandani, “Navies in the Indian Ocean. Transition to Guardianship: The Indian Navy 1991-2000,” [Online]. Available from: http://www.indiandefencereview.com/
military-and-space/Navies-in-the-Indian-Ocean-.html [18 February 2012].
๓๕. J. Mohan Malik, “Global Change,” Pacifica Review: Peace, Security & Global Change. 13, 1 (February 2001), p. 74.
๓๖. Ibid.
๓๗. Ibid. p. 77.
๓๘. Frank Jack Daniel, “India’s military build up may be too little too late?,” [Online]. Available from: http://in.news.yahoo.com/indias-military-build-may-too-little-too-114044919.html. [4 February 2012].
๓๙. Terra Daily, “Delhi notes China’s Indian Ocean ‘interest’.” [Online]. Available from: http://www.terradaily.com/reports/Delhi_notes_Chinas_Indian_Ocean_interest_999.html [12 March 2012].
๔๐. Maritime Security Asia. “China warns India against oil exploration in South China Sea,” [Online]. Available from: http://maritimesecurity.asia/free-2/south-china-sea-2/china-warns-india-
against-oil-exploration-in-south-china-sea/. [26 March 2012].
๔๑. Vice Adm (Retd) GM Hiranandani, “Navies in the Indian Ocean. Transition to Guardianship: The Indian Navy 1991-2000,” Ibid.
๔๒. Vice Adm (Retd) GM Hiranandani, “Navies in the Indian Ocean. Transition to Guardianship: The Indian Navy 1991-2000,” Ibid.
๔๓. Tual, Aliae. Le Capitaine de Frigate, Attache de Defense, Ambassade de France, “French Naval Presence in the Indian Ocean,” African Defence Review. (Issue No 19, 1994), p 10.
๔๔. Commonwealth of Australia, “Defending Australia in the Asia Pacific Century: Force 2030,” Australian Defense White Paper. (Canberra: Department of Defence, 2009). p. 53.
๔๕. Ibid. p. 64.
๔๖. Ibid. p. 99.
๔๗. David Walgreen, “China in the Indian Ocean Region: Lessons in PRC Grand Strategy,” Comparative Strategy. (Virginia: Missouri State University, 2006): p 59.
๔๘. U.S. Office of the Secretary of Defense, “Malacca Dilemma,” Annual Report on the Military Power of the People’s Republic of China 2005. (Washington: Government Printing Office, 2005), p. 33.
๔๙. James Holmes. “Maritime Implications of China’s Energy Strategy,” Naval War College Review. (Newport RI: Naval War College, December, 2006). P. 22.
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๙

บทความพิเศษ สัมภาษณ

ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจ


กองทัพเรือ
นาวิกโยธิน





กับการแกปญหา ๓ จังหวัดชายแดนใต







โดย กองบรรณาธิการ














































นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ

นำ ฮ. ทร. ลงจอด ณ ยอดเขาบูโด เปนครั้งแรกในประวัติศาสตร เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพล

10 10 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
๑๐

นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ ๑๑
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 11 11

เมื่อ นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ปรากฏใหเห็นแมแตนอย ทุกคนมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม


ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ จากการสัมภาษณ์กำลังพลระดับผูปฏิบัติ ทราบว่า


มาบรรยายสรปสถานการณชายแดนภาคใต มีความเชื่อมั่นในผูบังคับบัญชาทุกระดับชั้นอย่างมาก
ณ หองประชุมอาคารราชนาวิกสภา เมื่อ ๑๔ โดยเฉพาะกองทัพเรือซึ่งใหการสนับสนุน ๑๑๐


ื่
ธนวาคม ๒๕๕๕ ใหผูสอขาวและผูที่สนใจไดรบ เปอร์เซ็นต์ จงพรอมปฏบัตหนาที่เพื่อชาตทุกภารกจที่









ึ่
ั้



ทราบนน วัตถประสงคสำคญประการหนงคอ ผูบังคับบัญชาสั่งการ เมื่อไดสัมภาษณ์ “ผูการ
ตองการประชาสัมพันธการปฏิบัติงานของกองกำลัง สมเกยรต” ทำใหไดเห็นว่าท่านเปนผูบังคบหนวย





ตาง ๆ ที่ไดรับมอบหมายจากหนวยเหนือ ใหไป ที่ทุ่มเท แรงกาย แรงใจใชความรความสามารถที่
ู





ปฏบัตหนาที่ในพื้นที่ดงกลาว ใหทราบถง มีอยู่อย่างเตมที่ ที่จะทำใหด ิน แ ด น ใ น จ ัง ห ว ัด



แนวทางแกปญหาของผูปฎบัตที่จะตองบูรณาการ ชายแดนภาคใต เกดความสนตสขอย่างยั่งยืน และ








และไดรับการสนบสนนหรอความรวมมือจาก ยิ่งเมื่อไดรับทราบถึงแนวทางการแกปญหา เราเชื่อมั่น




ิ่



ประชาชนนอกพื้นที่และทุกหนวยงาน ว่าจดเรมตนของความสงบสขในดนแดนภาคใตได 

ื่

ื่
กองบรรณาธการเห็นว่าเรองดงกลาวเปนเรองที่ ปรากฏแสงสว่างขึ้นแลว กองทัพเรือได “PUT THE



สำคญและยังมีรายละเอียดอีกมาก จงไดขออนญาต RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB” อย่างแทจริง




เดนทางเขาไปในพื้นที่เพื่อไปสมภาษณ์ นาวาเอก ต่อไปจะเปนส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ นาวาเอก


สมเกียรติ ฯ ผูบังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ สมเกียรติ ฯ ผูบังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน


คณะกองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ จำนวน กองทัพเรือ
๔ นาย ไดเดินทางไปค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส
เมื่อ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ ซึ่งเปนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ในช่วงค่ำไดมีโอกาสเดินทางไปสำรวจพื้นที่ เพื่อใหเห็น

ภาพสถานการณจรง ตลอดจนการปฏบัตหนาที่ของ







กำลงพลที่วางกำลงอยู่ตามจดตรวจ จดสกดตาง ๆ




ขอนำเรยนว่า ไม่เห็นแววตาของความกลวใด ๆ

12 ๑๒ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖


นิตยสารนาวิกศาสตร : อยากใหผูการสรุปความเปน จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส

ี่


ั้



มาตงแตอดตจนถงปจจบันของการกอความ หลงจากการเปลยนแปลงการปกครอง
ไมสงบในพื้นที่จงหวัดชายแดนภาคใตเพื่อใหผูอาน พ.ศ.๒๔๗๕ รฐบาลมีความพยายามจะสราง





ึ่



ไดทราบความเปนมาของปญหา ความเปนหนงเดยวของรฐไทยและสรางคานยม

ของความเปนไทย ทั้งการพูดภาษาไทย การแตงกาย


ผบ.ฉก.นย.ทร. : จงหวัดชายแดนภาคใต เดมคอ แบบไทย และเรยกชื่อประชาชนในประเทศวา





ดนแดนเมืองปตตานี ซึ่งมีประวัตความเปนมา เปน “คนไทย” ซึ่งการออกขอกำหนดตางๆในหวง

ี้








ยาวนาน ในสมัยกรงศรอยุธยา ดนแดนแถบนเคยมี เวลาดงกลาว สงผลกระทบตอวิถชีวิตของพี่นอง






ความสมพันธกบสยามในฐานะหัวเมืองชั้นนอก มุสลมในพื้นที่ภาคใตตอนลางอยางรนแรง


เมื่อถงชวงตนกรงรตนโกสนทร เมืองปตตานี เมื่อประกอบกบความไมพอใจจากการสญเสย











ไดกลายมาเปนหัวเมืองชั้นในหลงจากรชกาลที่ ๑ อำนาจของอดตผูครองเมือง และความไมพอใจ








สงกองทัพไปยังดนแดนปตตานในป พ.ศ.๒๓๒๙ ของประชาชนบางสวนที่สญเสยอดตของความเปน
หลงจากนน ประเทศสยาม กใชความพยายาม “รฐปตตาน” จงทำใหประชาชนในพื้นที่ลกขึ้นมา






ั้

ุ


อยางเตมที่ ที่จะปกครอง และดแลดนแดนสวนนี้ ตอตาน และเกดการกอตวของกลมที่ตองการ







ใหบังเกิดความสงบสุข รมเย็น แตกไมประสบผล แยกตัวเปนอิสระจากการปกครองของไทย

ึ่


มากนก เนองจากเหตผลหลายประการ สวนหนง หลายกลุมในเวลาตอมา
ื่

มาจากเมืองปตตานี ที่มีอาณาเขตกวางขวาง และ การกอตงองคกรตอตานอำนาจรฐ ซึ่งในอดต




ั้

ิ่

มีอัตลกษณทองถนที่ไมเหมือนภมิภาคอื่น ๆ ทำให เรยกวา “ขบวนการแบงแยกดนแดน” ปรากฎขึ้น





ุ


ยากแกการปกครอง ในตอนตนรชสมัยรชกาลที่ ๒ อยางชัดเจนภายหลง พ.ศ.๒๕๐๐ โดยมีกลมหรอ




ประมาณป พ.ศ.๒๓๕๙ จึงโปรดใหแยกเมืองปตตาน ี ขบวนการที่มีบทบาทและเปนที่รจกอยางกวางขวาง
ู
ออกเปน ๗ หัวเมืองคือ เมืองปตตานี เมืองยะหริ่ง คือ แนวรวมปฏิบัติแหงชาติมลายูปตตานี (Barisan
เมืองหนองจก เมืองรามัน เมืองยะลา เมืองระแงะ Revolusi Nasional Melayu Pattani) หรอ




ุ
ั้

และเมืองสายบุรี ตอมาในปลายรชสมัยรชกาลที่ ๕ กลม BRN กอตงเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ และขบวนการ

ี่


ไดมีการเปลยนรปแบบการปกครองในพื้นที่ ๗ เพื่อการปลดปลอยชาตปตตาน” (Pattani United



ึ่

หัวเมืองอีกครงหนง ซึ่งเปนแบบมณฑลเทศาภบาล Liberation Organization) หรือ กลุม PULO กอตั้ง
ั้



ิ่
มีการจดตง “มณฑลปตตาน” โดยเรมดำเนนการ ในป พ.ศ.๒๕๑๑
ั้
ู

ุ





ในป พ.ศ.๒๔๔๕ และสำเรจลลวงในป พ.ศ.๒๔๔๙ การตอสดวยอาวุธของกลมตอตานอำนาจรฐ



สงผลให ๗ เมืองเดม ถกยุบรวมเหลอ ๔ เมือง ไดดำเนนการมาอยางตอเนองจนถงชวงประมาณ

ื่











คอ เมืองปตตานี เมืองยะลา เมืองระแงะ และ พ.ศ.๒๕๓๐ เหตการณความรนแรงตาง ๆ ในพื้นที่
ิ่

ั้
ี่
ื่


เมืองสายบุรี ซึ่งการเปลยนแปลงในครงนี้ สงผล จงหวัดชายแดนภาคใตเรมเบาบางลงเนองจาก



ใหเกดการตอตานจากอดตเจาเมืองที่สญเสยอำนาจ ความพยายามของรฐบาลในการแกปญหาทั้งดาน








ื่
และยังคงดำรงอยูจวบจนปจจุบัน การทหารและดานการเมืองอยางตอเนอง จนกระทั่ง




ตอมาในป พ.ศ.๒๔๗๔ มีการปรบปรงรปแบบ ตนป พ.ศ.๒๕๔๗ การตอสดวยอาวุธของกลม
ุ




ู

ึ่





ั้
การปกครองอีกครงหนง ไดยุบเลกระบบมณฑล ตอตานอำนาจรฐกเปดฉากขึ้นอีกครงหนง เมื่อมี
ึ่
ั้




เทศาภบาลทั่วประเทศ และใหจงหวัดเปนหนวย การใชกำลงขนาดใหญเขาโจมตกองพันพัฒนา



ราชการสวนภมิภาค พื้นที่มณฑลปตตานเดม ที่ ๔ อำเภอเจาะไอรอง จงหวัดนราธวาส ทำให







คงเหลอเพียง ๓ จงหวัด คอ จงหวัดปตตานี กำลังพลเสียชีวิต ๔ นาย ปลนอาวุธปนประเภทตาง ๆ


นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 13 ๑๓







ไปเปนจำนวนมาก ๘ ปเศษที่ผานมา เหตการณ  ผลสำเรจมากนก จนถงปจจบัน การแกปญหาอยู






ื่
ความรนแรงเกดขึ้นอยางตอเนอง มีการกอเหตราย ภายใตการอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความ


ในหลายรปแบบ เชน ทำราย สงหาร เจาหนาที่ มั่นคงภายในราชอาณาจักร และมอบความรับผิดชอบ












ของรฐ เพื่อลดความนาเชื่อถอตอเจาหนาที่รฐ โดยตรงใหกบ กองอำนวยการรกษาความมั่นคง
ที่ไมสามารถปกปองตนเองได ทำรายประชาชน ภายในภาค ๔ สวนหนา โดยมีแมทัพภาค ๔



ิ์




ผูบรสทธโดยเฉพาะชาวไทยพุทธเพื่อสรางความ เปนผูอำนวยการ ซึ่งไดกำหนดแนวทางการ



หวาดกลว สรางเงอนไขใหเกดความขัดแยง แกปญหาอยางรอบดานเพื่อนำไปสความสงบสข
ื่



ู


ู

ทางศาสนา ทำลายสถานที่ราชการและสถานที่ อยางยั่งยืนกลบมาสปลายดามขวาน โดยนอมนำ





เชิงสญลกษณของอำนาจรฐเพื่อลดความนา ยุทธศาสตรพระราชทาน “เขาใจ เขาถง พัฒนา”





เชื่อถอของรฐบาล เปนตน รปแบบการกอเหตุ มาเปนยุทธศาสตรหลก และกำหนดยุทธศาสตร




ประกอบดวยการกอการราย การปฏบัตทางทหาร รอง ๖ ดาน มาเปนกรอบในการพัฒนาและแกปญหา





และการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งตลอดระยะเวลา ในสวนของ ฉก.นย.ทร. นั้น ผมก็ใชหลักการที่
๘ ปเศษ มีเจาหนาที่ของรฐและพี่นองประชาชน โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือไดสอนไว มาประยุกต





ิ์

ผูบรสทธไดเสยชีวิตไปแลวกวา ๕,๐๐๐ ราย ใชกลาวคือ ไดนำแนวทางพระราชทานมาวิเคราะห




บาดเจบกวา ๙,๐๐๐ ราย สำหรบผูเสยชีวิตนน อยางละเอียดลึกซึ้งแลว เราเห็นวา นี่คือยุทธศาสตร


ั้








ไดรบการพิสจนทราบแลววา เสยชีวิตจากเหตการณ  ที่ถกตองชัดเจนที่สดในการแกปญหาชายแดน



ความไมสงบอยางชัดเจน ประมาณ ๓,๐๐๐ ราย ภาคใตของเรา สิ่งสำคัญมาก ๆ คือเราจะตองทำให
กำลงพล รวมทั้งผูเกยวของทั้งหมดเขาใจภาพรวม
ี่


ของเหตการณความไม่สงบในพื้นที่จงหวัดชายแดน




ภาคใตนกอน ผมจงเรมตนโดยการเตรยมความ
ิ่
ี้




พรอมกำลงพลใหมี ความเข้าใจ สภาพความเปน



จรงในพื้นที่และองคประกอบของปญหาความไมสงบ
นั้นก็คือ


นตสารนาวิกศาสตร : ในฐานะที่ทานเปนผูบังคบ
หนวยรับผิดชอบในพื้นที่ ทานมีแนวทางในการแกไข
ปญหาอยางไร
ผบ.ฉก.นย.ทร. : ในประเด็นนี้ ขออนุญาตตอบยาว
หนอยนะครบจากเหตการณความรนแรงที่เกดขึ้น







ื่

อยางตอเนอง ทำใหรฐบาลทุกยุคทุกสมัยตองทุมเท

ความพยายามอยางหนกที่จะแกปญหา ยุตความ





รนแรง และนำความสงบสขกลบคนมา โดยมีการ




ี่


ปรบเปลยนหนวยงานที่ควมคมอำนวยการแกปญหา

ี่
หลายคณะ รวมทั้งปรบเปลยนยุทธศาสตรและ

นโยบายมาหลายฉบับ แตการแกปญหาก็ยังไมบรรล ุ
14 ๑๔ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖



เขาใจถงความพยายามที่จะกอเหตุ และสราง
สถานการณทุกเวลา ซึ่งเปาหมายการกอเหตมี ๔







กลม ไดแก เจาหนาที่รฐ ฯ ทั้งพุทธและมุสลม

ุ
ประชาชนไทยพุทธทุกอาชีพ หัวเมือง/ชุมชนเมือง

ใหญ ๆ ทรพยสนทางราชการและของประชาชนโดย

ใชยุทธวิธและอาวุธหลายชนดเชน การวางระเบิด


การลอบยิง การลอบวางเพลิง ฯลฯาา














ุ

ุ


ี้

ตองเขาใจถงกลมที่กำลงกอเหตุ วาคนกลมนมี

ความเปนมาอยางไรและมีแนวทางการตอสอยางไร
ู


ุ

ุ
ซึ่งกลมที่กำลงกอเหตอยูปจจบันเปนกลมที่มี

ื่
เปาหมายในการ”แบงแยกดนแดน” มีการขับเคลอน

หลายกลุมแตกลุมที่มีอิทธิพล และใชกองกำลังติดอาวุธ




ุ

ู
ตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ ในปจจบัน คอ กลม BRN


ั้
ุ
Coordinate กลมนี้ กอตง พ.ศ.๒๕๐๓ โดยผูนำ

ศาสนาในพื้นที่ ๓ จังหวัด ในตอนตนไมมีกองกำลัง

ั้


ตดอาวุธ จนกระทั่ง ๑๑ ตลาคม ๒๕๑๑ ไดจดตง






กองกำลงตดอาวุธตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ ประมาณ ๑๐ ป


ู
ู
เกดการแตกแยกภายใน นำไปสการแบงแยก

ุ

เปน ๓ กลมยอย คอ BRN Coordinate, BRN
Congress, BRN Ulama หลงจากนน ๒ กลมหลง
ั้

ุ

คอย ๆ ลดบทบาทลงไป ในขณะที่ BRN Co มีการ
ี่


ู
เปลยนแปลงรปแบบการตอสจนมีความเขมแข็งอยูใน
ั้
ู
ปจจุบัน สำหรับกระบวนการตอสของ BRN Co นน

ื่
ไดตรวจพบความเคลอนไหวของ BRN Co จาก

การยึดเอกสารจากนายมะแซ อุเซ็ง ซึ่งเปน
อุซตาส โรงเรยนสมพันธวิทยา อำเภอเจาะไอรอง




นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 15 ๑๕






เมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖ ไดพบวา BRN Co มี จงหวัดชายแดนใตเปนสงคมมุสลมที่เครงครดศาสนา



ี่

การเปลยนรปแบบการตอสจากการใชกองกำลง
ู




ตดอาวุธตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ โดยตรง มาเปนการ

ู



กระทำ “สงครามประชาชน” ซึ่งมีองคประกอบ ๓ สวนคอ





ั้
องคกรนำ มวลชน และกองกำลงตดอาวุธ มีการจดตงรฐ ฯ

ป ต ต า น ีซ อ น โ ด ย แ บ ง ส ว น ง า น เ ป น ๒ ร ะ ด ับ ค ือ
๑. ระดับองคกรนำประกอบดวย สภาองคกรนำ (DDP)
และสภาตัวแทน


ื่
๒. ระดบขับเคลอนการปฏวัติ มีการแบงความ

รบผิดชอบเปน ๗ ฝาย ไดแก ฝายตางประเทศ



ฝายทหาร ฝายเยาวชน ฝายเศรษฐกจ ฝายศาสนา


(อูลามา) ฝายโฆษณาชวนเชื่อ และฝายปกครอง รกษาวัฒนธรรมประเพณี อีกทั้งสภาพแวดลอมทาง
ื่

ู


สำหรับยุทธศาสตรที่ใชในการตอสูเพื่อเอาชนะรัฐ สงคมยังมีประเดนที่เปนเงอนไขนำไปสการสราง




ู

ไทยกำหนดเปน “แผนปฏิวัติ ๗ ขั้นตอน” ความรสกแตกแยกหรอสรางความไมพอใจเจาหนาที่
ฝายบานเมืองหลายประเด็น
เชน ปญหาความยากจน

ื่
เนองจากสวนใหญจะ
ประกอบอาชีพเกษตร
(กรีดยาง สวนผลไม) บาง

สวนทำประมงซึ่งทำได
๔ - ๖ เดือนตอป (สภาพ
อากาศ) บางสวนทำอาชีพ

รบจางในประเทศเพื่อน

บ  า น ร า ย ไ ด  น  อ ย ไ ม  พ อ

ยังชีพ การหารายไดเสรม



เชน การทำสนคาแปรรป



หรอหัตถกรรมตาง ๆ มี
นอยมาก ปญหาการศึกษา

ตองเขาใจสภาพสงคม ความเปนอยูและปญหา

ิ่

ภยแทรกซอนในพื้นที่ สงที่ปรากฎในปจจบันคอ


16 ๑๖ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ปญหาที่มองเห็นชัดเจน

๑. การรบรองวิทยฐานะ ผูเรยนจบดานศาสนา ไปตางประเทศ




๒. ปญหาการวางงาน ทั้งผูที่จบทางดานศาสนาตางประเทศ และผูที่เรยนจบ


ปญหาที่มองเห็นชัดเจน ในประเทศ เพราะ

ู
๑. สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียนระหวาง พุทธ - มุสลิมหายไปทุกขณะ ๑) สอบแขงขันเขารบราชการ สพื้นที่อื่น ๆ ไมได

๒. ความสัมพันธตัวบุคคลระหวางเด็กไทยพุทธ - มุสลิม ลดความ ๒) งานภาคเอกชนในพื้นที่ แทบไมมีรองรบเลย





แนนแฟนลงทุกขณะ ๓) ความนยม การไปรบจางทำงานโรงงานในตางพื้นที่มีนอย
๓. การใชภาษาไทย ซึ่งคอนขางจะเนนในระดับประถมของรัฐ ฯ จะคอย ๆ
หายไป ประชาชนยังตองการใหบุตรหลานเรียนดานศาสนาใน
ขณะที่การทำงานในปจจบัน ตองการวิชาการสาย


สามัญ (ความสมดุลระหวางการเรียนดานศาสนา





และสายสามัญที่จะไปเรยนตอในระดบสงขึ้นหรอ
หางานทำเมื่อจบการศึกษา) ปญหาเรื่องสุขภาพอนามัย
การเขาถงบรการทางการแพทย และที่สำคญคอ






ปญหาความไมเขาใจการปฎบัตงานของเจาหนาที่วา


ทำเพื่อใคร ตองการอะไร และไมไววางใจที่จะให


ี้



ความรวมมือกบเจาหนาที่ นอกจากนยังมีปญหา

แทรกซอนในเรองการแพรระบาดของยาเสพตดและ

ื่
สนคาหนภาษีที่กระจายอยูทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะอยาง




ยิ่งยาเสพตดประเภทใบกระทอม ซึ่งเปนที่นยมของ

ปญหาที่มองเห็นชัดเจน เยาวชนที่วางงานในหมูบานมาก นำไปสูปญหาสังคม
๑. สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียน ระหวาง พุทธ - มุสลิมหายไปทุกขณะ และถูกชักชวนใหกระทำความผิดไดงาย
๒. เยาวชนในพื้นที่ ๘๐ เปอรเซ็นต เรยนโรงเรยนเอกชนสอนศาสนาซึ่งมี




ทางเลือกสำหรับอนาคตนอยมาก คือ เรียนตอดานศาสนา (ม.อิสลาม
ยะลา,ว.อิสลามและอาหรับศึกษา ม.นราธิวาส และตางประเทศ)

โอกาสที่สอบเขามหาวิทยาลยของรฐมีจำนวนนอย ที่เหลอออกจาก




ระบบโรงเรยน ดงนน หากจะใหเยาวชนมีโอกาสมากขึ้น ตอง

ั้

- ปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา



- สรางแรงจงใจใหเดกมาเขาโรงเรยนของรฐมากขึ้น


ู




ตองเขาใจถงความสำคญของการรบรจาก
ภายนอก ทั้งชาวไทยและตางชาตที่ปจจบันยัง



นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 17 ๑๗

ไมเขาใจสภาพปญหาที่แทจริง ไมรูแนวทางการ
แกปญหาอยางถองแท จึงทำใหเกิดความสงสัย
บางคนอาจคัดคานหรือไมเห็นดวย สงผล
ใหการแกปญหา ติดขัดหรือลาชา การแกปญหา
จ ะ ต อ ง บ ูร ณ า ก า ร แ ล ะ ไ ด ร ับ ก า ร ส น ับ ส น ุน


จากทุกภาคสวนโดยเฉพาะประชาชนที่อยูนอก
พื้นที่และหนวยงานภาครัฐ ทุกกระทรวง ทบวง
กรม สวนองคกรระหวางประเทศและประชาคม
โลกนั้น หากทราบขอมูลที่ชัดเจน จะไมเขามา
แทรกแซง จะชวยคลี่คลายปญหาไดอีกดวย


เมื่อเราเขาใจสถานการณในภาพรวมแลว
จะสามารถสรุปองคประกอบของปญหาได คือ
 มีการกอเหตุรุนแรงและสรางสถานการณ 
ทำใหเกิดความไมปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน

 ผูที่กอเหตุคือกลุม BRN Co มีการจัดตั้งรัฐ
ปตตานีซอนเพื่อนำไปสูการแบงแยกดินแดน
 ประชาชนในพื้นที่มีความหวาดระแวง
ไ ม ก ล า ใ ห ค ว า ม ร ว ม ม ือ แ ล ะ ม ีค ุณ ภ า พ ช ีว ิต
คอนขางต่ำกวาที่อื่น
 ป ร ะ ช า ช น ภ า ย น อ ก แ ล ะ อ ง ค ก ร ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ ย ัง
ไมเขาใจสถานการณในพื้นที่ ที่ดีพอ
จากนน นำนโยบายของหนวยเหนอไดแกนโยบายการ
ั้





บรหารและการพัฒนาจงหวัดชายแดนใตของสมช.ซึ่ง


กำหนดวัตถุประสงคเพื่อใหบรรลุผลไว ๙ ประการ นโยบาย




รอง ผอ.รมน./ผบ.ทบ.ที่กำหนดวาการปฏบัตงานตองคำนง


ถงผลลพธตอเปาหมาย ๔ กลม นโยบายคณะกรรมการ
ุ




ื่
ขับเคลอนนโยบายและยุทธศาสตรการแกไข
ปญหาจังหวัดชายแดนภาคใต (กปต.) ที่กำหนด


กรอบการตดตามการแกไขปญหาภาคใต ๕


ุ
กลมงาน และนโยบาย กอ.รมน. ภาค ๔ สวนหนา

ที่กำหนดภารกจเรงดวนที่ตองดำเนนการให




18 ๑๘ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

สรุป


สถานการณ,สภาพความเปนจริง


องคประกอบของปญหา


และ


แนวความคิดในการแกปญหา
















































ิ์

สมฤทธผลในป ๕๖ ประกอบดวย ๕ งานหลก ทรัพยสินมีความปลอดภัย
๒ งานรอง นำมาวิเคราะหและกำหนดจดมุงหมาย  กลมผูกอการรายยุตบทบาทการขับเคลอนรฐ


ื่


ุ




ที่ตองการจากการแกปญหา (ผลสำเรจ) ซึ่งตอง ปตตานีซอน และปรับรูปแบบการตอสูสูสันติวิธี

ครอบคลมทุกนโยบายที่หนวยเหนอกำหนดขางตน  ประชาชนมีความเขาใจ ลดความหวาดระแวง




เราไดจุดมุงหมายที่ตองการ ๔ ดาน คือ คุณภาพชีวิตไดรับการพัฒนาใหดีขึ้น
 เจาหนาที่รฐ และประชาชน ชุมชนเมือง และ  ประชาชนนอกพื้นที่มีความเขาใจและสนับสนุน



นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 19 ๑๙

ก า ร แ ก ป ญ ห า อ ง ค ก ร ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ เ ข า ใ จ
ไมแทรกแซง


เมื่อกำหนดจดมุงหมายแลวกกำหนดแนวทาง

แกปญหา (วิธการ ยุทธศาสตรและนโยบาย) ซึ่งเรา


นำยุทธศาสตรพระราชทานของพระบาทสมเด็จ

พระเจาอยูหัว “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” มาเปน



หลกนำตามที่กลาวมาในเบื้องตนแลวนำยุทธศาสตร 

รองของ กอ.รมน. ๖ ดาน มาเปนแนวทางในการ
แกปญหา
ยุทธศาสตร กอ.รมน. ๖ ดาน สำหรับกลไกในการแกปญหา ไดจัดกำลังมาจาก


ทุกเหลาทัพ แตการวางกำลงควบคมพื้นที่ใน ๓


๑. การเสริมสรางความเขาใจ จังหวัดคือจังหวัดยะลา จังหวัดปตตาน จังหวัดนราธิวาส

๒. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและทรัพยากรมนุษย และ๔ อำเภอของจงหวัดสงขลานน ใชกำลงพล
ั้


๓. การแกไขปญหาภัยแทรกซอน ของกองทัพบก ที่จดมาจากกองทัพภาคตาง ๆ และ



๔. การดำเนินการดานสิทธิมนุษยชนและการเยียวยา กำลังของกองทัพเรือ จำนวน ๓ กองพัน
๕. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
๖. การมีสวนรวมของทุกภาคสวน

สำหรบยุทธศาสตร “เขาใจ” กเปนไปตามที่ได 

อธบายมาแลว และในสวนของการ “เขาถง” นน




ั้
หากใครจะเรยกวานคอสงคราม จะเปนสงคราม
ี่


แยงชิงหัวใจประชาชน เราจงตองเขาถงประชาชน



อยางแทจริง คือ


 ตองเขาถงทุกบาน ทุกหมูบาน ทุกตำบล ทุก
อำเภอ ทุกกลุมอาชีพ ทุกวัย









 ตองเขาถงจตใจของประชาชน โดยการรบรความ

ู



ู
ู


ตองการจากการพบปะพูดคุยโดยตรงและรับรความรสก กรุณาติดตามอ่านต่อฉบับหน้า.

จากแววตาของประชาชน
20 ๒๐ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 21 ๒๑

ตดตามเทคโนโลย ี

อาวุธทางเรอ


สมัยใหม‹







อาวุธปล‹อยนำวิถีพื้น-สู‹-อากาศ

รุ‹นใหม‹แบบ SM-6



(Standard Missile – 6)
“ขยายแนวปองกัน
‡


Œ
กองเรอออกไปพน
ระยะขอบฟ‡า”





บทความโดย นาวาเอก คำรณ พิสณฑยุทธการ





สหรัฐอเมร�กา และบร�ษัท Raytheon ไดรวมมือกัน

กองทัพเร อพัฒนาอาวุธปลอยนำว�ถีพ น-สู-อากาศแบบ
SM-6 เพ อใชในการปองกันภัยทางอากาศใหกับเร อรบสมัยใหม จะเปนมิติใหมของ
เทคโนโลยีการรบทางเร อในอนาคตอันใกลในการใชตอกรกับภัยคุกคามทางอากาศ
ที่มีความเร วสูงข ้นเหนือความเร วเสียง



ื่


เรองราวของอาวุธปลอยนำวิถพื้น-ส-อากาศ ภายในกลับไดรับการพัฒนามาอยางตอเนื่อง
ู




คงตองกลาวยอนหลงไปถงในป ค.ศ.๑๙๔๔ ซึ่ง จนปจจุบันมีระบบนำวิถีและอุปกรณตรวจจับตาง ๆ


สหรฐ ฯ ไดดำเนนโครงการวิจยสรางอาวุธปลอย ที่ใชเทคโนโลยีแบบใหม รวมทั้ง ขีดความสามารถ




นำวิถีพื้น-สู-อากาศ ตระกูล Standard Missiles (SM) ดานระบบขับสงอาวุธปลอย ฯ ที่พัฒนาดานอากาศ


ขึ้น นับเปนโครงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ประสบความ พลศาสตรและอำนาจการทำลายในชวงสดทายของ
สำเร็จที่สุดโครงการหนึ่งในอดีตที่ผานมา ตลอดเวลา การโคจร เปนตน





หลายสบปของการพัฒนารปรางอาวุธปลอยนำวิถได  ปรชญาแหงการพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธปลอย



มีการเปลยนแปลงไปบางแตนอยมาก แตตวระบบ นำวิถพื้น-ส-อากาศ แบบ SM ไดดำเนนมาอยาง


ู



ี่

22
22 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖


อาวุธปลอยนำวิถี SM-2
อาวุธปลอยนำวิถตอ




ตานขีปนาวุธ (วงโคจร
นอกโลก) มาจนถง



อาวุธปลอยนำวิถแบบ

SM-3 และในปจจบัน
ิ่

ไดเรมบรบทใหมของ

การพัฒนาอาวุธปลอย ฯ
SM-6 หรอที่เรยกวา


RIM-174 (Extended-
Range Active Missile:
ERAM) ที่ออกแบบให
สามารถตอตานอาวุธ




ปลอยนำวิถแบบรอน

Standard missile - 6
(Cruise Missile) ที่ยิง


ื่


ตอเนองจากอดตจนถงปจจบัน โดยมีบรษัท จากฝงในระยะพนขอบฟา รวมทั้งมีขีดความ

Raytheon เปนคูสัญญาหลักของสหรัฐ ฯ ซึ่งไดผลิต สามารถในการรบมือกบภยคกคามทางอากาศทุก




และสงมอบอาวุธปลอย ฯ สำหรับใชในการปองกันภัย รูปแบบ นับตั้งแตอากาศยานปกนิ่ง ปกหมุน ยานไร 

ทางอากาศระยะปานกลางและระยะไกล ใหกบ นักบิน อาวุธปลอยนำวิถีที่ยิงจากเรือและอากาศยาน
ั้



กองทัพเรอสหรฐ ฯ เปนจำนวนมาก นบตงแต ตาง ๆ ในทะเลไดไกลเกินกวาระยะขอบฟาของโลก
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 23

ระบบเครือขายบูรณาการ
ควบคุมการยิงอาวุธเรือ-
อากาศยาน ใชหลักการ
CEC ในการรับภาพ
สถานการณทางอากาศ
จาก บ.E-2D ซึ่งใชเรดาร

Advanced Hawkeye’s AN/
APY-9 ทำใหสามารถชี้เปา
ไดไกลเกินกวาระยะขอบฟา

ในการยิงอาวุธ






เปนตนไป รวมทั้งการนำเขาสการใชงานบนเรอรบ
ู


การขยายพ นที่การรบ ที่มีระบบควบคมการยิงแบบ AEGIS เชน เรอ



หลักการพัฒนาอาวุธปลอย ฯ SM-6 ไดใชลำตัว พิฆาตชั้น Arleigh Burke เรอลาดตระเวน

อาวุธปลอย ฯ และระบบขับเคลื่อนจากอาวุธปลอย ฯ ชั้น Ticonderoga และเรือรบรุนใหมในอนาคต

แบบ SM-2 Block IV และใชระบบนำวิถและหัว ตามโครงการ Co-operative Engagement Capability





Seeker จากเทคโนโลยีที่ Raytheon พัฒนามาอยาง (CEC) และระบบควบคมและเตอนภยลวงหนาของ
ตอเนื่อง โดยหัว Seeker ไดพัฒนาเปนแบบ Active สหรัฐ ฯ ทำใหขีดความสามารถในการทำสงครามกับ
Radar Seeker โดยนำเทคโนโลยีมาจากหัว Seeker ภัยคุกคามทางอากาศขยายพื้นที่ออกไปเกินกวา
ของอาวุธปลอยนำวิถอากาศ-ส-อากาศระยะ ระยะขอบฟา เปนการประกันความปลอดภัยใหกับ

ู

ปานกลางแบบ AIM-120 (Advanced Medium-Range กองเรือมากขึ้น
Air-to-Air Missile: AMRAAM) มีระยะยิงไกลขึ้น

มากกวา ๒๐๐ ไมลทะเล หรือ ๓๗๐ กิโลเมตร และม การผลิตในขั้นแรก
อำนาจการทำลายที่สูงกวาเดิม อาวุธปลอย ฯ SM-6 สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ เทคโนโลยีและการ
Mod-1 นับเปนระบบอาวุธปลอย ฯ ที่ใชรวมกับระบบ สงกำลังบำรุงทางทหารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ฯ

เครอขาย (Net-enabled) ไดอยางแทจรง โดยตว ไดลงนามทำสัญญากับบริษัท Raytheon ในการวิจัย





อาวุธปลอย ฯ สามารถยิงไดดวยระบบรโมท พัฒนาอาวุธปลอย ฯ SM-6 เมื่อ มีนาคม ค.ศ.๒๐๐๔




(Engage-on-remote) จากเรอผิวนำ หรอจากยาน ดวยงบประมาณ ๔๔๐ ลานเหรียญสหรัฐ ฯ โดยไดจัดทำ



อื่น ๆ ทำหนาที่เปนแทนยิงแบบรโมท (อากาศยาน พัฒนาและแสดงการทดสอบตนแบบของอาวุธปลอย ฯ
ฐานยิงบนบก และในทะเล) อาวุธปลอย ฯ SM-6 จึง SM-6 Block I ในเดือน กันยายน ค.ศ. ๒๐๐๔ โดย


ี้








เปนอาวุธที่สรางขึ้นเพื่อสนบสนนการปฏบัตตาม ในขั้นนตองผลตลกอาวุธปลอย ฯ ๒๕ ลก สำหรบ

แนวคิดทางยุทธการแบบ “Sea Shield” ของสหรัฐ ฯ ใชในการทดสอบขีดความสามารถในขั้นตน

โดยจะใชเปนอาวุธหลกในการปองกนภยทางอากาศ (Initial Operating Capability: IOC) ซึ่งตองทำให



ิ้
ไปจนถงป ค.ศ.๒๐๓๕ โดยจะเรมนำไปใชใน เสรจสนภายในป ค.ศ.๒๐๑๑ การทดสอบการบิน
ิ่




ั้
โครงการพัฒนาขีดความสามารถของฐานทัพใน ของอาวุธปลอย ฯ SM-6 ครงแรก ใชลำตวอาวุธ
ทะเล (Sea-Based Terminal) ตั้งแตป ค.ศ.๒๐๑๕ ปลอย ฯ แบบ GTV-1 (Guided Test Vehicle)
24 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖







กระทำขึ้นเมื่อเดอน มิถนายน ค.ศ.๒๐๐๘ และใช ใหบรษัท Raytheon ไดรบสญญาการพัฒนาอาวุธ

ระบบนำวิถีแบบ Active Radar ไดพุงชนเปาเครื่องบิน ปลอย ฯ SM-6 จาก NAVSEA เมื่อ กนยายน ค.ศ.๒๐๐๙

บังคับ BQM-74 อยางแมนยำ สวนการทดสอบครั้ง ในวงเงิน ๙๓.๘ ลานเหรียญสหรัฐ ฯ โดยตองผลิตลูก


ที่ ๒ ใชลำตวอาวุธปลอย ฯ แบบ GTV-2 ทำการ อาวุธปลอย ฯ SM-6 จำนวน ๑๙ ลูก พรอมสงมอบ


ทดสอบใน เดอน กนยายน ค . ศ . ๒๐๐๘ ใช เครื่องมืออุปกรณ จำนวน ๒๐ ชุด พรอมอะไหลและ
หัว Seeker แบบ Active Radar เชนเดิม ไดพุงชนเปา กลองใสอาวุธปลอย ฯ ครบชุด ซึ่งอาวุธปลอยฯ SM-6

BQM-74 ในระดับต่ำ ไดมีการทดสอบบนบกครงแรกเมื่อ มกราคม ค.ศ.๒๐๑๐
ั้
การทดสอบระบบควบคุมอาวุธปลอย ฯ (Control โดยใชตัวอาวุธปลอย ฯ แบบ GTV-3 และไดทำการ

ั้
Test) ไดดำเนินการครั้งแรกเมื่อ มกราคม ค.ศ.๒๐๐๙ ทดสอบอีกครงในเดอน ธนวาคม ค.ศ.๒๐๐๙ โดยมี




โดยใชสวนควบคมแบบ CTV-1 แตการทดสอบใน การทำการรบกวนทางอิเลกทรอนกสรวมดวย








ั้
ั้

ื่
ครงนนลมเหลวเนองจากการทำงานของแบตเตอร ี่ การทดสอบไดประสบความสำเร็จเปนอยางดี
ของหัว Seeker ลัดวงจร ทำใหคอมพิวเตอรควบคุม
ภารกจของระบบลม ตองทำการเปลยนวงจรการ การทดสอบในทะเล
ี่



ทำงานสวนนและทำการทดสอบอีกครงในเดอน ไดเริ่มทำการทดสอบการยิงจริงในทะเล โดย
ี้


ั้

สิงหาคม ค.ศ.๒๐๐๙ จนประสบความสำเร็จ เปนผล การยิงจากเรอพิฆาตชั้น Arleigh Burke USS
An SM - 6 Block I missile is launched from
USS Dewey during flight testing off Hawaii
in early 2011.




















นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 25


Click to View FlipBook Version