พระราชดำรัส
ื
ิ
ื่
“...เกษตรกรรมยอมเปนไปหรอดำเนนไปอยางตอเนองเปนวงจร และเปนสวนหนงของวงจรธรรมชาตซึ่งมี
ิ
ึ่
ั
ั
ุ
ั
ั
การเกดสบเนองทดแทนกนอยางพิสดาร จากปจจยอยางหนง เชนพันธพืช เมื่อไดอาศยปจจยอื่น ๆ มีดน นำ
ิ
ิ
ึ่
้
ื
ื่
ั้
ุ
ิ
อากาศเปนตน เขาปรงแตงทำใหเกษตรกรไดพืชผลขึ้นมา พืชผลที่ไดมานน เมื่อนำไปบรโภคเปนอาหาร ทำให
ิ
ั
ไดพลงแรงมาทำงาน เมื่อนำออกจำหนายกทำใหเกดผลทางเศรษฐกจขึ้นทั้งแกผูซื้อและผูผลตคือผูซื้อยอมนำไป
ิ
ิ
็
ทำผลประโยชนใหงอกเงยตอไปได ผูผลิตกไดเงินทองมาจับจายใชสอยยังชีพ รวมทั้งซื้อหาปจจัยสำหรับสนับสนุน
็
การผลิตของตนใหเกิดผลหมุนเวียนเพิ่มพูนขึ้น...”
ึ
ิ
ี
พระบรมราโชวาท ในพิธพระราชทานปรญญาบัตรแกผูสำเรจการศกษาสาขาวิชาตาง ๆ
็
ของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแมโจ จังหวัดเชียงใหม ณ สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแมโจ
วันศุกร ที่ ๑๙ กุมภาพันธ ๒๕๒๕
dit r’s Talk
E
2013
สวัสดี ื
ทานสมาชิกและผูอานทุกทาน ในเดอนนี้ วันที่
๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ เปนวันครบรอบการจากไป
ุ
ื
ของปูชนยบุคคลที่ทำคณประโยชนตอประเทศชาตและกองทัพเรอ
ี
ิ
อยางมากมายทานหนงคอ พลเรอเอก ประพัฒน กฤษณจนทร
ั
ื
ื
ึ่
ั
ื
โดยเฉพาะอยางยิ่งวิสยทัศนในการปรบยุทธศาสตรทางเรอจาก
ั
“COASTAL NAVY” เปน “OFF - SHORE NAVY” ทำให
กองทัพเรอพัฒนาขึ้นจนเปนปกแผนมาจนกระทั่งทุกวันนี้
ื
นิตยสารนาวิกศาสตรจึงขออนุญาตรำลึกถึงความดีของทานดวยบทความเรื่อง “รำลึกถึงครูประพัฒน ฯ”
ิ
ี
เมื่อวันที่ ๑๔ ธนวาคม ๒๕๕๕ นาวาเอก สมเกยรติ ผลประยูร ผูบังคบหนวยเฉพาะกจ
ั
ั
น า ว ิก โ ย ธ ิน ก อ ง ท ัพ เ ร ือ ไ ด ม า บ ร ร ย า ย ส ร ุป ส ถ า น ก า ร ณ แ ล ะ ก า ร แ ก ไ ข ป ญ ห า จ ัง ห ว ัด ช า ย แ ด น ใ ต
ื
ึ
ใหผูสอขาวตลอดจนผูสนใจไดรบทราบที่หองประชุมอาคารราชนาวิกสภา เจากรมยุทธศกษาทหารเรอ
ั
ื่
ในฐานะนายกกรรมการราชนาวิกสภา ซึ่งรบผิดชอบการจดทำนตยสารนาวิกศาสตรในภาพรวม
ั
ิ
ั
ื
ั
ั
ี่
ไดใหนโยบายวา ควรจะทำบทความพิเศษเกยวกบแนวทางการแกไขปญหาจงหวัดชายแดนใต ในสวนที่กองทัพเรอ
ั
ั
รบผิดชอบ เพื่อเปนการประชาสมพันธใหผูอานไดรบทราบ และเพื่อเปนขวัญ กำลงใจ ใหกบผูปฏบัตงาน
ิ
ิ
ั
ั
ั
ในพื้นที่อีกทางหนึ่ง ผมและเจาหนาที่กองบรรณาธิการ รวม ๔ นาย จึงไดเดินทางไปคายจุฬาภรณ จังหวัดนราธิวาส
เมื่อ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ เพื่อสัมภาษณ นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน
กองทัพเรือ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ๕ อำเภอ คือ อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอเมืองของจังหวัดนราธิวาส และ
ึ
อำเภอไมแกน อำเภอสายบุรของจงหวัดปตตานี ทำใหไดทราบถงอุดมการณและพลงอันมหาศาลของ “ผูการ
ั
ั
ี
ิ
ิ
สมเกยรต” ในการปฏบัตหนาที่เพื่อคนสนตสขสดนแดนปลายดามขวานของไทย โดยทานไดวิเคราะหแนวทาง
ี
ิ
ื
ู
ิ
ุ
ั
ิ
พระราชทาน “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” ของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว อยางละเอียดลึกซึ้ง และกำหนดยุทธวิธ ี
ิ
ิ
ิ
ี้
การปฏบัตที่เห็นภาพชัดเจน ผมในฐานะที่ไปอยูในพื้นที่และเห็นการปฏบัตภารกจของหนวยเฉพาะกจนเพียง
ิ
ิ
ิ
๒ วัน และเปนวันเสาร - อาทิตย อีกดวย ไมนาเชื่อวามีการปฏิบัติมากมายเกิดขึ้น ทั้งการรับการเยี่ยมเยือน
จากองคกรพี่นองมุสลิมตาง ๆ การออกไปตรวจพื้นที่เกิดเหตุ การสอบสวนผูตองสงสัยตัดตนไมขวางทางจราจร
ึ่
ื
ั
การเยี่ยมเยือนใหขวัญ กำลงใจ ผูใตบังคบบัญชาและการรวมประชุมตาง ๆ ผมขอฟนธงวา นคอ อีกหนงยอด
ั
ี่
ิ
นาวิกโยธนไทยที่จะทำใหคำกลาวที่วา “เมื่อ นย. เหยียบฝงพลัน เหตุคับขันจักคลี่คลาย” เปนจริงไดที่ปลาย
ดามขวานของประเทศไทย......ขอเชิญติดตามอานไดในบทความพิเศษ สัมภาษณ “ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจ
นาวิกโยธิน กองทัพเรือ” ครับ...
(วิฉณุ ถูปาอาง)
บรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 1
ส า ร บ ั ญ
นายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท บงสุช สิงหณรงค
รองนายกกรรมการราชนาวิกสภา
พลเรือโท กิตติธัช วิโรจนวงศ
กรรมการราชนาวิกสภา บทความ
พลเรือตรี ธนะกาญจน ใครครวญ
พลเรือตรี สุระพล ไทยพีระกุล
พลเรือตรี ขรรคชัย สมบูรณสุข ๖ รำลึกถึงครูประพัฒน ฯ (พลเรือเอก ประพัฒน กฤษณจันทร)
พลเรือตรี พิทักษ พิบูลทิพย กองบรรณาธิการ
พลเรือตรี หมอมหลวงบวรลักษณ กมลาศน
พลเรือตรี ไชยยศ สุนทรนาค ๑๐ บทความพิเศษ สัมภาษณ ผูบังคับหน�วยเฉพาะกิจ
พลเรือตรี พันเลิศ แกลวทนงค นาวิกโยธิน กองทัพเรือ
พลเรือตรี ดนัยศักดิ์ กาญจนะวสิต กองบรรณาธิการ
พลเรือตรี ประพฤติพร อักษรมัต
พลเรือตรี เจริญศักดิ์ มารัตนะ ๒๒ อาวุธปลอยนำวิถีพื้น-สู-อากาศ รุนใหมแบบ SM-6
พลเรือตรี สุธีพงศ แกวทับ นาวาเอก คำรณ พิสณฑยุทธการ
พลเรือตรี ประพจน สีลาเขต
กรรมการและเลขานุการราชนาวิกสภา ๒๘ จีนกับมหาสมุทรอินเดีย (China And The Indian Ocean)
นาวาเอก วิฉณุ ถูปาอาง ตอนที่ ๒
เหรัญญิกราชนาวิกสภา พลเรือตรี ชอฉัตร กระเทศ
เรือเอก ไพโรจน เปรมปร ี
ที่ปรึกษาราชนาวิกสภา ๔๐ ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั�งกระโจมไฟ
พลเรือตรี พงศธร ชูแข พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศพิพัฒน
พลเรือตรี ชอฉัตร กระเทศ
พลเรือตรี ภาณุ บุณยะวิโรจ ๕๔ ศูนยการเรียนรูทฤษฎีใหม แหลงเรียนรูปรัชญาเศรษฐกิจ
นาวาเอก นพพงษ อุบลนุช พอเพียงของกองทัพเรือ
นาวาเอก วิพันธุ ชมะโชต ิ
บรรณาธิการ ศูนยฝกทหารใหม กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
นาวาเอก วิฉณุ ถูปาอาง
ผูชวยบรรณาธิการ ๖๐ นานาวิกาสารา ๕๖๑
นาวาเอกหญิง ชัญญา ศิริพงษ พลเรือโท พัน รักษแกว
ประจำกองบรรณาธิการ
นาวาเอก กองเกียรติ สัจวุฒ ิ
นาวาเอก ธาตรี ฟกศรีเมือง
นาวาเอก โกศล อินทรอุดม
นาวาเอก ธรรมนูญ วิเศษสิงห
นาวาโทหญิง แสงแข โตษยานนท
นาวาโทหญิง จิฑาพัชญ ราษฎรนิยม
นาวาตรีหญิง กมลชนก ศิริสุนทร
เรือเอก ประมวล เผือกสงา
เรือเอก วรวุทย บุญชวยชอย
เรือตรีหญิง นิพัฒน เพชรศิร ิ
เรือตรีหญิง อาภาลัย เรืองศรี ๕๔ ๖
สำนักงานราชนาวิกสภา
ถนนอรุณอมรินทร บางกอกนอย กรุงเทพ ฯ ๑๐๗๐๐
ิ
ิ
โทร. ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒, ๐ ๒๔๗๕ ๔๙๙๘ ขอคดเห็นในบทความที่นำลงนตยสารนาวิกศาสตรเปนของ
ื
�
ิ
ั
▲ สงขอมูล/ตนฉบับไดที่ [email protected] ผูเขียนมิใชขอคดเห็นหรอนโยบายของหนวยงานใดของรฐและมิไดผูกพัน
ั�
ึ
และ [email protected] ตอทางราชการแตอยางใด การกลาวถงคำสง กฎ ระเบียบ เปนเพียง
▲ อานบทความเอกสารอิเล็กทรอนิกสไดที่ WWW.RTNI.ORG ขาวสารเบื้องตน เพื่อประโยชนแกการคนควา…
ส า ร บ ั ญ THE MISSION IMPOSIBLE
คอลัมนประจำ
๑๐ ๑ บรรณาธิการแถลง
๔ คุยกับกองบรรณาธิการ
๕ ภาพในอดีต
๗๒ ขาวนาว�รอบโลก
๗๗ นานาสาระ
๗๙ หนังสือนาอาน
๘๑ ภาพกิจกรรมกองทัพเร�อ
๒๒ ๘๙ พจนานุกรมศัพทชาวเร�อ
๙๑ ประทีปธรรม
๔๐ ๙๒ สุขภาพนาว �
๙๔ สารพันสาระเพลง
๙๖ การฌาปนกิจสงเคราะห
แหงราชนาว �
๙๘ มาตราน้ำ
เดือนมีนาคม ๒๕๕๖
เวลาดวงอาทิตยข�้น - ตก
และดวงจันทร เดือน เมษายน
๒๘ ๑๐๔ นาว�พาเที่ยว
ปกหนา… ผูบังคับหนวยนาว�กโยธิน กองทัพเร�อ ตรวจพ�้นที่
ณ ยอดเขาบูโด
ปกหลัง… กำลังพลผลัดเปลี่ยนหนาที่ในหนวยเฉพาะกิจนาว�กโยธิน
กองทัพเร�อ ยกพลข�้นบก ณ ชายหาดคายจุฬาภรณ
ในปกหนา… พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว
ในปกหลัง… นาว�พาเที่ยว พ�พ�ธภัณฑสถานแหงชาติ เร�อราชพ�ธี
จัดพ�มพโดย… กองโรงพ�มพ กรมสารบรรณทหารเร�อ
เจาของ… ราชนาว�กสภา
ผูโฆษณา… นาวาเอก ว�ฉณุ ถูปาอาง
ผูพ�มพ… นาวาเอก กองเกียรติ สัจวุฒ ิ
บทความพิเศษ สัมภาษณ
ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจ
กองทัพเรือ
นาวิกโยธิน
กับการแกปญหา ๓ จังหวัดชายแดนใต
โดย กองบรรณาธิการ
นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
นำ ฮ. ทร. ลงจอด ณ ยอดเขาบูโด เปนครั้งแรกในประวัติศาสตร เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพล
10 10 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
๑๐
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ ๑๑
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 11 11
เมื่อ นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ปรากฏใหเห็นแมแตนอย ทุกคนมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม
่
ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ จากการสัมภาษณ์กำลังพลระดับผูปฏิบัติ ทราบว่า
ุ
มาบรรยายสรปสถานการณชายแดนภาคใต มีความเชื่อมั่นในผูบังคับบัญชาทุกระดับชั้นอย่างมาก
ณ หองประชุมอาคารราชนาวิกสภา เมื่อ ๑๔ โดยเฉพาะกองทัพเรือซึ่งใหการสนับสนุน ๑๑๐
ั
ื่
ธนวาคม ๒๕๕๕ ใหผูสอขาวและผูที่สนใจไดรบ เปอร์เซ็นต์ จงพรอมปฏบัตหนาที่เพื่อชาตทุกภารกจที่
ั
ิ
ิ
ิ
ิ
ึ
ื
ึ่
ั้
ุ
ั
ทราบนน วัตถประสงคสำคญประการหนงคอ ผูบังคับบัญชาสั่งการ เมื่อไดสัมภาษณ์ “ผูการ
ตองการประชาสัมพันธการปฏิบัติงานของกองกำลัง สมเกยรต” ทำใหไดเห็นว่าท่านเปนผูบังคบหนวย
่
ั
ิ
ี
ตาง ๆ ที่ไดรับมอบหมายจากหนวยเหนือ ใหไป ที่ทุ่มเท แรงกาย แรงใจใชความรความสามารถที่
ู
ั
ึ
ิ
ิ
ปฏบัตหนาที่ในพื้นที่ดงกลาว ใหทราบถง มีอยู่อย่างเตมที่ ที่จะทำใหด ิน แ ด น ใ น จ ัง ห ว ัด
็
ิ
แนวทางแกปญหาของผูปฎบัตที่จะตองบูรณาการ ชายแดนภาคใต เกดความสนตสขอย่างยั่งยืน และ
ิ
ิ
ั
ุ
ิ
ุ
และไดรับการสนบสนนหรอความรวมมือจาก ยิ่งเมื่อไดรับทราบถึงแนวทางการแกปญหา เราเชื่อมั่น
ื
ั
ิ่
ุ
ิ
ประชาชนนอกพื้นที่และทุกหนวยงาน ว่าจดเรมตนของความสงบสขในดนแดนภาคใตได
ุ
ื่
ิ
ื่
กองบรรณาธการเห็นว่าเรองดงกลาวเปนเรองที่ ปรากฏแสงสว่างขึ้นแลว กองทัพเรือได “PUT THE
ั
่
สำคญและยังมีรายละเอียดอีกมาก จงไดขออนญาต RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB” อย่างแทจริง
ุ
ึ
ั
เดนทางเขาไปในพื้นที่เพื่อไปสมภาษณ์ นาวาเอก ต่อไปจะเปนส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ นาวาเอก
ิ
ั
สมเกียรติ ฯ ผูบังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ สมเกียรติ ฯ ผูบังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน
คณะกองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ จำนวน กองทัพเรือ
๔ นาย ไดเดินทางไปค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส
เมื่อ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ ซึ่งเปนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ในช่วงค่ำไดมีโอกาสเดินทางไปสำรวจพื้นที่ เพื่อใหเห็น
์
ภาพสถานการณจรง ตลอดจนการปฏบัตหนาที่ของ
ิ
ิ
ิ
ุ
่
ั
กำลงพลที่วางกำลงอยู่ตามจดตรวจ จดสกดตาง ๆ
ั
ั
ุ
ั
ขอนำเรยนว่า ไม่เห็นแววตาของความกลวใด ๆ
ี
12 ๑๒ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นิตยสารนาวิกศาสตร : อยากใหผูการสรุปความเปน จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส
ี่
ึ
ุ
ั้
ั
ี
มาตงแตอดตจนถงปจจบันของการกอความ หลงจากการเปลยนแปลงการปกครอง
ไมสงบในพื้นที่จงหวัดชายแดนภาคใตเพื่อใหผูอาน พ.ศ.๒๔๗๕ รฐบาลมีความพยายามจะสราง
ั
ั
ิ
ึ่
ี
ไดทราบความเปนมาของปญหา ความเปนหนงเดยวของรฐไทยและสรางคานยม
ั
ของความเปนไทย ทั้งการพูดภาษาไทย การแตงกาย
ื
ผบ.ฉก.นย.ทร. : จงหวัดชายแดนภาคใต เดมคอ แบบไทย และเรยกชื่อประชาชนในประเทศวา
ั
ิ
ี
ิ
ิ
ดนแดนเมืองปตตานี ซึ่งมีประวัตความเปนมา เปน “คนไทย” ซึ่งการออกขอกำหนดตางๆในหวง
ี้
ี
ิ
ุ
ั
ยาวนาน ในสมัยกรงศรอยุธยา ดนแดนแถบนเคยมี เวลาดงกลาว สงผลกระทบตอวิถชีวิตของพี่นอง
ี
ิ
ุ
ความสมพันธกบสยามในฐานะหัวเมืองชั้นนอก มุสลมในพื้นที่ภาคใตตอนลางอยางรนแรง
ั
ั
เมื่อถงชวงตนกรงรตนโกสนทร เมืองปตตานี เมื่อประกอบกบความไมพอใจจากการสญเสย
ิ
ึ
ุ
ั
ั
ี
ู
ี
ั
ไดกลายมาเปนหัวเมืองชั้นในหลงจากรชกาลที่ ๑ อำนาจของอดตผูครองเมือง และความไมพอใจ
ั
ิ
ี
ี
ู
ี
สงกองทัพไปยังดนแดนปตตานในป พ.ศ.๒๓๒๙ ของประชาชนบางสวนที่สญเสยอดตของความเปน
หลงจากนน ประเทศสยาม กใชความพยายาม “รฐปตตาน” จงทำใหประชาชนในพื้นที่ลกขึ้นมา
ุ
ี
็
ั
ั
ึ
ั้
ุ
ู
อยางเตมที่ ที่จะปกครอง และดแลดนแดนสวนนี้ ตอตาน และเกดการกอตวของกลมที่ตองการ
ิ
ั
็
ิ
็
ใหบังเกิดความสงบสุข รมเย็น แตกไมประสบผล แยกตัวเปนอิสระจากการปกครองของไทย
ึ่
ุ
ั
มากนก เนองจากเหตผลหลายประการ สวนหนง หลายกลุมในเวลาตอมา
ื่
มาจากเมืองปตตานี ที่มีอาณาเขตกวางขวาง และ การกอตงองคกรตอตานอำนาจรฐ ซึ่งในอดต
ี
ั
ั้
ิ่
ี
มีอัตลกษณทองถนที่ไมเหมือนภมิภาคอื่น ๆ ทำให เรยกวา “ขบวนการแบงแยกดนแดน” ปรากฎขึ้น
ู
ั
ิ
ั
ุ
ื
ั
ยากแกการปกครอง ในตอนตนรชสมัยรชกาลที่ ๒ อยางชัดเจนภายหลง พ.ศ.๒๕๐๐ โดยมีกลมหรอ
ั
ั
ประมาณป พ.ศ.๒๓๕๙ จึงโปรดใหแยกเมืองปตตาน ี ขบวนการที่มีบทบาทและเปนที่รจกอยางกวางขวาง
ู
ออกเปน ๗ หัวเมืองคือ เมืองปตตานี เมืองยะหริ่ง คือ แนวรวมปฏิบัติแหงชาติมลายูปตตานี (Barisan
เมืองหนองจก เมืองรามัน เมืองยะลา เมืองระแงะ Revolusi Nasional Melayu Pattani) หรอ
ิ
ื
ั
ุ
ั้
ั
และเมืองสายบุรี ตอมาในปลายรชสมัยรชกาลที่ ๕ กลม BRN กอตงเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ และขบวนการ
ี่
ู
ี
ไดมีการเปลยนรปแบบการปกครองในพื้นที่ ๗ เพื่อการปลดปลอยชาตปตตาน” (Pattani United
ิ
ึ่
ิ
หัวเมืองอีกครงหนง ซึ่งเปนแบบมณฑลเทศาภบาล Liberation Organization) หรือ กลุม PULO กอตั้ง
ั้
ี
ิ
ั
ิ่
มีการจดตง “มณฑลปตตาน” โดยเรมดำเนนการ ในป พ.ศ.๒๕๑๑
ั้
ู
ุ
ุ
็
ในป พ.ศ.๒๔๔๕ และสำเรจลลวงในป พ.ศ.๒๔๔๙ การตอสดวยอาวุธของกลมตอตานอำนาจรฐ
ั
สงผลให ๗ เมืองเดม ถกยุบรวมเหลอ ๔ เมือง ไดดำเนนการมาอยางตอเนองจนถงชวงประมาณ
ื่
ู
ึ
ื
ิ
ิ
ื
ุ
ุ
คอ เมืองปตตานี เมืองยะลา เมืองระแงะ และ พ.ศ.๒๕๓๐ เหตการณความรนแรงตาง ๆ ในพื้นที่
ิ่
ั้
ี่
ื่
ั
เมืองสายบุรี ซึ่งการเปลยนแปลงในครงนี้ สงผล จงหวัดชายแดนภาคใตเรมเบาบางลงเนองจาก
ิ
ใหเกดการตอตานจากอดตเจาเมืองที่สญเสยอำนาจ ความพยายามของรฐบาลในการแกปญหาทั้งดาน
ี
ั
ี
ู
ื่
และยังคงดำรงอยูจวบจนปจจุบัน การทหารและดานการเมืองอยางตอเนอง จนกระทั่ง
ู
ตอมาในป พ.ศ.๒๔๗๔ มีการปรบปรงรปแบบ ตนป พ.ศ.๒๕๔๗ การตอสดวยอาวุธของกลม
ุ
ุ
ั
ู
ึ่
ั
็
ิ
ั้
การปกครองอีกครงหนง ไดยุบเลกระบบมณฑล ตอตานอำนาจรฐกเปดฉากขึ้นอีกครงหนง เมื่อมี
ึ่
ั้
ั
ี
ั
เทศาภบาลทั่วประเทศ และใหจงหวัดเปนหนวย การใชกำลงขนาดใหญเขาโจมตกองพันพัฒนา
ิ
ิ
ราชการสวนภมิภาค พื้นที่มณฑลปตตานเดม ที่ ๔ อำเภอเจาะไอรอง จงหวัดนราธวาส ทำให
ู
ั
ิ
ี
ั
ื
คงเหลอเพียง ๓ จงหวัด คอ จงหวัดปตตานี กำลังพลเสียชีวิต ๔ นาย ปลนอาวุธปนประเภทตาง ๆ
ั
ื
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 13 ๑๓
ึ
ุ
ุ
ั
็
ไปเปนจำนวนมาก ๘ ปเศษที่ผานมา เหตการณ ผลสำเรจมากนก จนถงปจจบัน การแกปญหาอยู
ุ
ุ
ิ
ื่
ความรนแรงเกดขึ้นอยางตอเนอง มีการกอเหตราย ภายใตการอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความ
ในหลายรปแบบ เชน ทำราย สงหาร เจาหนาที่ มั่นคงภายในราชอาณาจักร และมอบความรับผิดชอบ
ั
ู
ั
ื
ั
ั
ั
ของรฐ เพื่อลดความนาเชื่อถอตอเจาหนาที่รฐ โดยตรงใหกบ กองอำนวยการรกษาความมั่นคง
ที่ไมสามารถปกปองตนเองได ทำรายประชาชน ภายในภาค ๔ สวนหนา โดยมีแมทัพภาค ๔
ิ์
ุ
ิ
ผูบรสทธโดยเฉพาะชาวไทยพุทธเพื่อสรางความ เปนผูอำนวยการ ซึ่งไดกำหนดแนวทางการ
ั
ุ
หวาดกลว สรางเงอนไขใหเกดความขัดแยง แกปญหาอยางรอบดานเพื่อนำไปสความสงบสข
ื่
ิ
ู
ั
ู
ทางศาสนา ทำลายสถานที่ราชการและสถานที่ อยางยั่งยืนกลบมาสปลายดามขวาน โดยนอมนำ
ั
ึ
เชิงสญลกษณของอำนาจรฐเพื่อลดความนา ยุทธศาสตรพระราชทาน “เขาใจ เขาถง พัฒนา”
ั
ั
ั
เชื่อถอของรฐบาล เปนตน รปแบบการกอเหตุ มาเปนยุทธศาสตรหลก และกำหนดยุทธศาสตร
ั
ื
ู
ประกอบดวยการกอการราย การปฏบัตทางทหาร รอง ๖ ดาน มาเปนกรอบในการพัฒนาและแกปญหา
ิ
ิ
และการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งตลอดระยะเวลา ในสวนของ ฉก.นย.ทร. นั้น ผมก็ใชหลักการที่
๘ ปเศษ มีเจาหนาที่ของรฐและพี่นองประชาชน โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือไดสอนไว มาประยุกต
ั
ิ
ิ์
ผูบรสทธไดเสยชีวิตไปแลวกวา ๕,๐๐๐ ราย ใชกลาวคือ ไดนำแนวทางพระราชทานมาวิเคราะห
ุ
ี
็
บาดเจบกวา ๙,๐๐๐ ราย สำหรบผูเสยชีวิตนน อยางละเอียดลึกซึ้งแลว เราเห็นวา นี่คือยุทธศาสตร
ี
ั
ั้
ุ
ั
ู
ุ
ไดรบการพิสจนทราบแลววา เสยชีวิตจากเหตการณ ที่ถกตองชัดเจนที่สดในการแกปญหาชายแดน
ี
ู
ความไมสงบอยางชัดเจน ประมาณ ๓,๐๐๐ ราย ภาคใตของเรา สิ่งสำคัญมาก ๆ คือเราจะตองทำให
กำลงพล รวมทั้งผูเกยวของทั้งหมดเขาใจภาพรวม
ี่
ั
ุ
ของเหตการณความไม่สงบในพื้นที่จงหวัดชายแดน
ั
์
ึ
ภาคใตนกอน ผมจงเรมตนโดยการเตรยมความ
ิ่
ี้
่
ี
พรอมกำลงพลใหมี ความเข้าใจ สภาพความเปน
ั
ิ
จรงในพื้นที่และองคประกอบของปญหาความไมสงบ
นั้นก็คือ
ั
ิ
นตสารนาวิกศาสตร : ในฐานะที่ทานเปนผูบังคบ
หนวยรับผิดชอบในพื้นที่ ทานมีแนวทางในการแกไข
ปญหาอยางไร
ผบ.ฉก.นย.ทร. : ในประเด็นนี้ ขออนุญาตตอบยาว
หนอยนะครบจากเหตการณความรนแรงที่เกดขึ้น
ุ
ุ
ั
ิ
ั
ื่
อยางตอเนอง ทำใหรฐบาลทุกยุคทุกสมัยตองทุมเท
ความพยายามอยางหนกที่จะแกปญหา ยุตความ
ิ
ั
ั
ุ
ื
รนแรง และนำความสงบสขกลบคนมา โดยมีการ
ุ
ั
ั
ี่
ุ
ปรบเปลยนหนวยงานที่ควมคมอำนวยการแกปญหา
ั
ี่
หลายคณะ รวมทั้งปรบเปลยนยุทธศาสตรและ
นโยบายมาหลายฉบับ แตการแกปญหาก็ยังไมบรรล ุ
14 ๑๔ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ึ
เขาใจถงความพยายามที่จะกอเหตุ และสราง
สถานการณทุกเวลา ซึ่งเปาหมายการกอเหตมี ๔
ุ
ั
ิ
กลม ไดแก เจาหนาที่รฐ ฯ ทั้งพุทธและมุสลม
ุ
ประชาชนไทยพุทธทุกอาชีพ หัวเมือง/ชุมชนเมือง
ิ
ใหญ ๆ ทรพยสนทางราชการและของประชาชนโดย
ั
ใชยุทธวิธและอาวุธหลายชนดเชน การวางระเบิด
ี
ิ
การลอบยิง การลอบวางเพลิง ฯลฯาา
ุ
ึ
ุ
ั
ี้
ตองเขาใจถงกลมที่กำลงกอเหตุ วาคนกลมนมี
ความเปนมาอยางไรและมีแนวทางการตอสอยางไร
ู
ั
ุ
ุ
ุ
ซึ่งกลมที่กำลงกอเหตอยูปจจบันเปนกลมที่มี
ุ
ื่
เปาหมายในการ”แบงแยกดนแดน” มีการขับเคลอน
ิ
หลายกลุมแตกลุมที่มีอิทธิพล และใชกองกำลังติดอาวุธ
ั
ุ
ื
ุ
ู
ตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ ในปจจบัน คอ กลม BRN
ั
ั้
ุ
Coordinate กลมนี้ กอตง พ.ศ.๒๕๐๓ โดยผูนำ
ศาสนาในพื้นที่ ๓ จังหวัด ในตอนตนไมมีกองกำลัง
ั
ั้
ุ
ตดอาวุธ จนกระทั่ง ๑๑ ตลาคม ๒๕๑๑ ไดจดตง
ิ
ิ
ั
กองกำลงตดอาวุธตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ ประมาณ ๑๐ ป
ั
ั
ู
ู
เกดการแตกแยกภายใน นำไปสการแบงแยก
ิ
ุ
ื
เปน ๓ กลมยอย คอ BRN Coordinate, BRN
Congress, BRN Ulama หลงจากนน ๒ กลมหลง
ั้
ั
ุ
ั
คอย ๆ ลดบทบาทลงไป ในขณะที่ BRN Co มีการ
ี่
ู
ู
เปลยนแปลงรปแบบการตอสจนมีความเขมแข็งอยูใน
ั้
ู
ปจจุบัน สำหรับกระบวนการตอสของ BRN Co นน
ื่
ไดตรวจพบความเคลอนไหวของ BRN Co จาก
การยึดเอกสารจากนายมะแซ อุเซ็ง ซึ่งเปน
อุซตาส โรงเรยนสมพันธวิทยา อำเภอเจาะไอรอง
ั
ี
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 15 ๑๕
ิ
ั
ั
เมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖ ไดพบวา BRN Co มี จงหวัดชายแดนใตเปนสงคมมุสลมที่เครงครดศาสนา
ั
ู
ั
ี่
การเปลยนรปแบบการตอสจากการใชกองกำลง
ู
ั
ิ
ตดอาวุธตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ โดยตรง มาเปนการ
ู
ั
ื
กระทำ “สงครามประชาชน” ซึ่งมีองคประกอบ ๓ สวนคอ
ิ
ั
ั
ั
ั้
องคกรนำ มวลชน และกองกำลงตดอาวุธ มีการจดตงรฐ ฯ
ป ต ต า น ีซ อ น โ ด ย แ บ ง ส ว น ง า น เ ป น ๒ ร ะ ด ับ ค ือ
๑. ระดับองคกรนำประกอบดวย สภาองคกรนำ (DDP)
และสภาตัวแทน
ิ
ั
ื่
๒. ระดบขับเคลอนการปฏวัติ มีการแบงความ
รบผิดชอบเปน ๗ ฝาย ไดแก ฝายตางประเทศ
ั
ิ
ฝายทหาร ฝายเยาวชน ฝายเศรษฐกจ ฝายศาสนา
ั
(อูลามา) ฝายโฆษณาชวนเชื่อ และฝายปกครอง รกษาวัฒนธรรมประเพณี อีกทั้งสภาพแวดลอมทาง
ื่
ู
ั
็
สำหรับยุทธศาสตรที่ใชในการตอสูเพื่อเอาชนะรัฐ สงคมยังมีประเดนที่เปนเงอนไขนำไปสการสราง
ื
ู
ึ
ไทยกำหนดเปน “แผนปฏิวัติ ๗ ขั้นตอน” ความรสกแตกแยกหรอสรางความไมพอใจเจาหนาที่
ฝายบานเมืองหลายประเด็น
เชน ปญหาความยากจน
ื่
เนองจากสวนใหญจะ
ประกอบอาชีพเกษตร
(กรีดยาง สวนผลไม) บาง
สวนทำประมงซึ่งทำได
๔ - ๖ เดือนตอป (สภาพ
อากาศ) บางสวนทำอาชีพ
ั
รบจางในประเทศเพื่อน
บ า น ร า ย ไ ด น อ ย ไ ม พ อ
ยังชีพ การหารายไดเสรม
ิ
ิ
ู
เชน การทำสนคาแปรรป
ื
หรอหัตถกรรมตาง ๆ มี
นอยมาก ปญหาการศึกษา
ตองเขาใจสภาพสงคม ความเปนอยูและปญหา
ั
ิ่
ื
ภยแทรกซอนในพื้นที่ สงที่ปรากฎในปจจบันคอ
ุ
ั
16 ๑๖ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ปญหาที่มองเห็นชัดเจน
ี
๑. การรบรองวิทยฐานะ ผูเรยนจบดานศาสนา ไปตางประเทศ
ั
๒. ปญหาการวางงาน ทั้งผูที่จบทางดานศาสนาตางประเทศ และผูที่เรยนจบ
ี
ปญหาที่มองเห็นชัดเจน ในประเทศ เพราะ
ั
ู
๑. สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียนระหวาง พุทธ - มุสลิมหายไปทุกขณะ ๑) สอบแขงขันเขารบราชการ สพื้นที่อื่น ๆ ไมได
ั
๒. ความสัมพันธตัวบุคคลระหวางเด็กไทยพุทธ - มุสลิม ลดความ ๒) งานภาคเอกชนในพื้นที่ แทบไมมีรองรบเลย
ิ
ั
แนนแฟนลงทุกขณะ ๓) ความนยม การไปรบจางทำงานโรงงานในตางพื้นที่มีนอย
๓. การใชภาษาไทย ซึ่งคอนขางจะเนนในระดับประถมของรัฐ ฯ จะคอย ๆ
หายไป ประชาชนยังตองการใหบุตรหลานเรียนดานศาสนาใน
ขณะที่การทำงานในปจจบัน ตองการวิชาการสาย
ุ
สามัญ (ความสมดุลระหวางการเรียนดานศาสนา
ู
ั
ื
ี
และสายสามัญที่จะไปเรยนตอในระดบสงขึ้นหรอ
หางานทำเมื่อจบการศึกษา) ปญหาเรื่องสุขภาพอนามัย
การเขาถงบรการทางการแพทย และที่สำคญคอ
ั
ิ
ึ
ื
ิ
ปญหาความไมเขาใจการปฎบัตงานของเจาหนาที่วา
ิ
ทำเพื่อใคร ตองการอะไร และไมไววางใจที่จะให
ี้
ั
ความรวมมือกบเจาหนาที่ นอกจากนยังมีปญหา
แทรกซอนในเรองการแพรระบาดของยาเสพตดและ
ิ
ื่
สนคาหนภาษีที่กระจายอยูทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะอยาง
ิ
ี
ิ
ยิ่งยาเสพตดประเภทใบกระทอม ซึ่งเปนที่นยมของ
ิ
ปญหาที่มองเห็นชัดเจน เยาวชนที่วางงานในหมูบานมาก นำไปสูปญหาสังคม
๑. สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียน ระหวาง พุทธ - มุสลิมหายไปทุกขณะ และถูกชักชวนใหกระทำความผิดไดงาย
๒. เยาวชนในพื้นที่ ๘๐ เปอรเซ็นต เรยนโรงเรยนเอกชนสอนศาสนาซึ่งมี
ี
ี
ทางเลือกสำหรับอนาคตนอยมาก คือ เรียนตอดานศาสนา (ม.อิสลาม
ยะลา,ว.อิสลามและอาหรับศึกษา ม.นราธิวาส และตางประเทศ)
ื
โอกาสที่สอบเขามหาวิทยาลยของรฐมีจำนวนนอย ที่เหลอออกจาก
ั
ั
ี
ระบบโรงเรยน ดงนน หากจะใหเยาวชนมีโอกาสมากขึ้น ตอง
ั้
ั
- ปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
็
ี
ั
- สรางแรงจงใจใหเดกมาเขาโรงเรยนของรฐมากขึ้น
ู
ู
ั
ึ
ั
ตองเขาใจถงความสำคญของการรบรจาก
ภายนอก ทั้งชาวไทยและตางชาตที่ปจจบันยัง
ุ
ิ
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 17 ๑๗
ไมเขาใจสภาพปญหาที่แทจริง ไมรูแนวทางการ
แกปญหาอยางถองแท จึงทำใหเกิดความสงสัย
บางคนอาจคัดคานหรือไมเห็นดวย สงผล
ใหการแกปญหา ติดขัดหรือลาชา การแกปญหา
จ ะ ต อ ง บ ูร ณ า ก า ร แ ล ะ ไ ด ร ับ ก า ร ส น ับ ส น ุน
จากทุกภาคสวนโดยเฉพาะประชาชนที่อยูนอก
พื้นที่และหนวยงานภาครัฐ ทุกกระทรวง ทบวง
กรม สวนองคกรระหวางประเทศและประชาคม
โลกนั้น หากทราบขอมูลที่ชัดเจน จะไมเขามา
แทรกแซง จะชวยคลี่คลายปญหาไดอีกดวย
เมื่อเราเขาใจสถานการณในภาพรวมแลว
จะสามารถสรุปองคประกอบของปญหาได คือ
มีการกอเหตุรุนแรงและสรางสถานการณ
ทำใหเกิดความไมปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
ผูที่กอเหตุคือกลุม BRN Co มีการจัดตั้งรัฐ
ปตตานีซอนเพื่อนำไปสูการแบงแยกดินแดน
ประชาชนในพื้นที่มีความหวาดระแวง
ไ ม ก ล า ใ ห ค ว า ม ร ว ม ม ือ แ ล ะ ม ีค ุณ ภ า พ ช ีว ิต
คอนขางต่ำกวาที่อื่น
ป ร ะ ช า ช น ภ า ย น อ ก แ ล ะ อ ง ค ก ร ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ ย ัง
ไมเขาใจสถานการณในพื้นที่ ที่ดีพอ
จากนน นำนโยบายของหนวยเหนอไดแกนโยบายการ
ั้
ื
ั
บรหารและการพัฒนาจงหวัดชายแดนใตของสมช.ซึ่ง
ิ
กำหนดวัตถุประสงคเพื่อใหบรรลุผลไว ๙ ประการ นโยบาย
ิ
ิ
ึ
รอง ผอ.รมน./ผบ.ทบ.ที่กำหนดวาการปฏบัตงานตองคำนง
ั
ึ
ถงผลลพธตอเปาหมาย ๔ กลม นโยบายคณะกรรมการ
ุ
ื่
ขับเคลอนนโยบายและยุทธศาสตรการแกไข
ปญหาจังหวัดชายแดนภาคใต (กปต.) ที่กำหนด
ิ
กรอบการตดตามการแกไขปญหาภาคใต ๕
ุ
กลมงาน และนโยบาย กอ.รมน. ภาค ๔ สวนหนา
ิ
ที่กำหนดภารกจเรงดวนที่ตองดำเนนการให
ิ
18 ๑๘ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
สรุป
สถานการณ,สภาพความเปนจริง
องคประกอบของปญหา
และ
แนวความคิดในการแกปญหา
ั
ิ์
ั
สมฤทธผลในป ๕๖ ประกอบดวย ๕ งานหลก ทรัพยสินมีความปลอดภัย
๒ งานรอง นำมาวิเคราะหและกำหนดจดมุงหมาย กลมผูกอการรายยุตบทบาทการขับเคลอนรฐ
ุ
ั
ื่
ุ
ิ
ที่ตองการจากการแกปญหา (ผลสำเรจ) ซึ่งตอง ปตตานีซอน และปรับรูปแบบการตอสูสูสันติวิธี
็
ครอบคลมทุกนโยบายที่หนวยเหนอกำหนดขางตน ประชาชนมีความเขาใจ ลดความหวาดระแวง
ุ
ื
เราไดจุดมุงหมายที่ตองการ ๔ ดาน คือ คุณภาพชีวิตไดรับการพัฒนาใหดีขึ้น
เจาหนาที่รฐ และประชาชน ชุมชนเมือง และ ประชาชนนอกพื้นที่มีความเขาใจและสนับสนุน
ั
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 19 ๑๙
ก า ร แ ก ป ญ ห า อ ง ค ก ร ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ เ ข า ใ จ
ไมแทรกแซง
ุ
เมื่อกำหนดจดมุงหมายแลวกกำหนดแนวทาง
็
แกปญหา (วิธการ ยุทธศาสตรและนโยบาย) ซึ่งเรา
ี
นำยุทธศาสตรพระราชทานของพระบาทสมเด็จ
พระเจาอยูหัว “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” มาเปน
ั
หลกนำตามที่กลาวมาในเบื้องตนแลวนำยุทธศาสตร
รองของ กอ.รมน. ๖ ดาน มาเปนแนวทางในการ
แกปญหา
ยุทธศาสตร กอ.รมน. ๖ ดาน สำหรับกลไกในการแกปญหา ไดจัดกำลังมาจาก
ั
ทุกเหลาทัพ แตการวางกำลงควบคมพื้นที่ใน ๓
ุ
๑. การเสริมสรางความเขาใจ จังหวัดคือจังหวัดยะลา จังหวัดปตตาน จังหวัดนราธิวาส
ี
๒. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและทรัพยากรมนุษย และ๔ อำเภอของจงหวัดสงขลานน ใชกำลงพล
ั้
ั
ั
๓. การแกไขปญหาภัยแทรกซอน ของกองทัพบก ที่จดมาจากกองทัพภาคตาง ๆ และ
ั
๔. การดำเนินการดานสิทธิมนุษยชนและการเยียวยา กำลังของกองทัพเรือ จำนวน ๓ กองพัน
๕. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
๖. การมีสวนรวมของทุกภาคสวน
ั
สำหรบยุทธศาสตร “เขาใจ” กเปนไปตามที่ได
็
อธบายมาแลว และในสวนของการ “เขาถง” นน
ึ
ิ
ั้
หากใครจะเรยกวานคอสงคราม จะเปนสงคราม
ี่
ี
ื
แยงชิงหัวใจประชาชน เราจงตองเขาถงประชาชน
ึ
ึ
อยางแทจริง คือ
ึ
ตองเขาถงทุกบาน ทุกหมูบาน ทุกตำบล ทุก
อำเภอ ทุกกลุมอาชีพ ทุกวัย
ตองเขาถงจตใจของประชาชน โดยการรบรความ
ั
ู
ึ
ิ
ู
ู
ึ
ตองการจากการพบปะพูดคุยโดยตรงและรับรความรสก กรุณาติดตามอ่านต่อฉบับหน้า.
จากแววตาของประชาชน
20 ๒๐ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 21 ๒๑
แกไขคำผิด
นิตยสารนาวิกศาสตรฉบับเดือนธันวาคม ๒๕๕๕
๑. เรื่อง “ทำไมทหารเรือจึงรักกรมหลวงชุมพร ฯ มาก” โดย พล.ร.ต. กรีฑา พรรธนะแพทย
๑.๑) หนา Editor ‘s Talk หนาสารบัญ และหนา ๖ - ๗ แกขอความ “ทำไมทหารเรือถึงรักกรมหลวงชุมพร ฯ มาก”
เปน “ทำไมทหารเรือจึงรักกรมหลวงชุมพร ฯ มาก”
ิ
์
์
ี
์
้
์
์
้
์
๑.๒) แกขอความ “พระองคเจาอาภากรณเกยรตวงศ ฯ ” ทุกแหงเปน “พระองคเจาอาภากรณเกยรตวงศ”
ี
ิ
๑.๓) แกขอความ “กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ทุกแหงเปน “กรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์”
๑.๔) หนา ๖ คอลัมน ๒ บรรทัดสุดทาย แกขอความ “กยิราเจ กยิราเถนํ” เปน “กยิรา เจ กยิราเถนํ”
๑.๕) หนา ๗ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๑๘ จากทาย แกขอความ “พร้อมเพียง” เปน “พร้อมเพรียง”
๑.๖) หนา ๗ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๖ จากทาย แกขอความ “ภิริยาทหารเรือ” เปน “ภริยาทหารเรือ”
๑.๗) หนา ๘ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๔ จากทาย และหนา ๙ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๒๑ จากทาย
แกขอความ “เรือหลวงมรูธาวสิตสวัสดิ์” เปน “เรือหลวงมูรธาวสิตสวัสดิ์”
๑.๘) หนา ๘ คอลัมน ๒ คำบรรยายใตภาพ แกขอความ “เสด็จเตี่ยกับลูกน้อง” เปน “กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
กับ หลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” (เจ้ากรมรังษี - รังษี คำอุไร)
๑.๙) หนา ๑๒ คอลัมน ๒ บรรทัดที่ ๔ แกขอความ “สิ้นพระชน” เปน “สิ้นพระชนม์”
๑.๑๐) หนา ๑๓ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๑๑ แกขอความ “หลวงเรือพระร่วง” เปน “เรือหลวงพระร่วง”
๑.๑๑) หนา ๑๓ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๗ จากทาย แกขอความ “หม่อมเจ้าหญิง เริงจิตรแจรงอาภากร” เปน
“หม่อมเจ้าหญิง เริงจิตรแจรง อาภากร”
๑.๑๒) หน้า ๑๔ คอลัมน์ ๑ บรรทัดที่ ๒ แก้ข้อความ “หวิดน้ำเรือ” เป็น “วิดน้ำเรือ”
๑.๑๓) หนา ๑๔ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๔ แกขอความ “นี่แหล่ะ” เปน “นี่แหละ”
๑.๑๔) หนา ๑๔ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๖ แกขอความ “รุ่นหลัง ฯ” เปน “รุ่นหลัง ๆ”
๑.๑๕) หนา ๑๔ คอลัมน ๑ บรรทัดที่ ๑๕ แกขอความ “ลูกศิษย์เฮี้ยว ฯ” เปน “ลูกศิษย์เฮี้ยว ๆ”
๑.๑๖) หนา ๑๐ คอลัมน ๒ กลางหนา แกขอความ “ทรงพระโมโหเอา” เปน “ทรงพระโมโหเต่า”
๒.เรื่อง เรือฟริเกตอเนกประสงค สมรรถนะสูงยุคใหม โดย นาวาเอก คำรณ พิสณฑยุทธการ
หนาที่ ๑๗ คำบรรยายรูปภาพ แกขอความ “USS Lake Champlain (CG - 57)” เปน “เรือหลวงบางปะกง”
นิตยสารนาว�กศาสตรกราบขออภัยเปนอยางสูง
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 69
รำลึกถึงครูประพัฒน ฯ
(พลเร�อเอก ประพัฒน กฤษณจันทร)
บทความโดย กองบรรณาธิการ
๑๒ ึ
ก.พ.๒๕๕๖ เปนวาระการครบรอบ ๑๖ ป แหงการถง
ุ
แกอนจกรรมของคณครู พลเรอเอก ประพัฒน กฤษณจนทร
ื
ิ
ั
ื
ี
อดตผูบัญชาการทหารเรอ (พ.ศ.๒๕๓๐ - ๒๕๓๔) และอดตรฐมนตร ี
ั
ี
วาการกระทรวงกลาโหม (พ.ศ.๒๕๓๔ - ๒๕๓๕) ซึ่งเปนปูชนยบุคคล
ี
ื
ที่ทำคณประโยชนแกประเทศชาติ และกองทัพเรออยางมากมาย
ุ
ิ
ั
ทานไดทุมเททั้งกำลงกาย และจตใจเปนอยางมาก ทั้งในและ
ุ
ี
นอกเวลาราชการ คณความดที่ทานไดสรางไวยังคงจารกอยูในใจ
ึ
ื
ี้
ขาราชการทหารเรอเสมอมา ซึ่งในบทความนตอไปจะขอ
ี
ุ
ื
ู
อนญาตเรยกทานวา “คณครพลเรอเอกประพัฒน ฯ” เพื่อที่
ุ
จะใหผูอานไดมีความรูสึกใกลชิดกับทานยิ่งขึ้น
คุณครูพลเรือเอกประพัฒน ฯ สำเร็จการศึกษาจาก
โรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๙๔ ในชวงแรก
ั
ั
และชวงกลางของชีวิตการรบราชการ ทานไดรบ
ราชการในกองเรอปราบเรอดำนำ (ปจจบันคอ
ุ
ื
ื
้
ื
ิ
ื
ื
กองเรอฟรเกตที่ ๑ และ ๒) กองเรอยุทธการ
ื
ั
ั
จนกระทั่งไดรบการคดเลอกใหเปนผูชวยฝาย
ื
ทหารเรอประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย
ณ กรงมะนลา ประเทศฟลปปนส ระหวาง
ิ
ิ
ุ
ั
ั
พ.ศ.๒๕๑๑ - ๒๕๑๔ ในชวงหลงทานไดรบ
ราชการในตำแหนงที่สำคญหลายตำแหนง
ั
เชน ผูบังคบการหนวยปฏบัตการตาม
ิ
ั
ิ
ิ
้
ลำแมนำโขง ปฏบัตงานรวมกบ พลเอก
ิ
ั
ี
เปรม ติณสูลานนท ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหนงแมทัพ ตำแหนงรฐมนตรวาการกระทรวงกลาโหมระหวาง
ั
ภาคที่ ๒ ในการปราบปรามผูกอการรายคอมมิวนิสต ๖ มีนาคม ๒๕๓๔ ถึง ๑๖ เมษายน ๒๕๓๕ อีกดวย
ิ
ุ
ชวยนำความสงบและสนตสขมาสภาคอีสาน ในระหวางที่ดำรงตำแหนงผูบัญชาการทหารเรือ
ั
ู
ู
ผูบัญชาการกองเรือปราบเรือดำน้ำ ผูชวยเสนาธิการ คณครพลเรอเอกประพัฒน ฯ มีความมุงมั่น
ุ
ื
ทหารเรอฝายการขาว ผูชวยผูบัญชาการทหารเรอ อยางแรงกลาในอันที่จะปรับปรุงพัฒนากองทัพเรือ
ื
ื
ื
และเปนผูบัญชาการทหารเรอ เมื่อ ๑ ตลาคม ใหมีขีดความสามารถสูงขึ้นในทุกดาน ทานไดใช
ุ
ื
๒๕๓๐ ทานดำรงตำแหนงผูบัญชาการทหารเรอ หลักการการกำหนดยุทธศาสตรและกำลังรบให
ั
จนกระทั่งเกษียณอายุเมื่อ ๓๐ กนยายน ๒๕๓๔ เหมาะสมสอดคลองกับสภาวะแวดลอมดาน
ี้
ั
นอกจากนทานยังไดรบโปรดเกลาฯ ใหดำรง ความมั่นคงของโลกและภมิภาค โดยการปรบ
ั
ู
6 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๕ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ื
ั
ื
ยุทธศาสตรทางเรอจากการใชกำลงทางเรอจาก
“กองทัพเรือชายฝง” (Coastal Navy ) เปน “กองทัพเรือ
็
ไกลฝง” (Off - Shore Navy) เพิ่มเขี้ยวเลบให
กองทัพเรือดวยการจัดหาเรือ อากาศยาน ตลอดจน
ยุทโธปกรณที่ใชในการตอสอากาศยานและรกษาฝง
ั
ู
ใหแกกองทัพเรอไวใชราชการเปนจำนวนมาก
ื
ี้
ซึ่งคงจะไมสามารถกลาวในรายละเอียดในที่นได
ครบถวน กองบรรณาธการ ฯ ขอยกตวอยาง
ิ
ั
ั
ั
ั
ื
ยุทโธปกรณที่ทานไดจดหามาพอสงเขป ดงนี้ เรอ
ั
ฟรเกตจากสาธารณรฐประชาชนจน รวม ๖ ลำ ร.ล.จักรีนฤเบศร
ิ
ี
ื
ประกอบดวย เรอฟรเกตชุดเรอหลวงเจาพระยา
ื
ิ
ั
ื
ื
ิ
จำนวน ๔ ลำ (เรอหลวงเจาพระยา เรอหลวง เรอบรรทุกเฮลคอปเตอร ๑ ลำ (เรอหลวงจกร ี
ื
ื
ื
ื
ื่
ั
ู
ื
บางปะกง เรอหลวงกระบุรี และเรอหลวงสายบุร) นฤเบศร) ซึ่งเปนเรอบรรทุกเครองบินและเรอกภยที่
ี
ื
ิ
ิ
ิ
ิ
ู
และเรอฟรเกตชุดเรอหลวงนเรศวร จำนวน ๒ ลำ มีประสทธภาพสง สามารถปฏบัตการไกลฝง
ื
ื
ิ
ิ
ุ
ั
ื
ิ
ื
(เรอหลวงนเรศวร และเรอหลวงตากสน) จดหา ปกปองคมครองผลประโยชนของชาตทางทะเลใน
พื้นที่ผลประโยชนทางยุทธศาสตร (Area of
ิ
Strategic Interest) ที่ขยายออกไปจากเดมอีก
ั
หลายรอยเทาตว อันประกอบดวยทะเลอาณาเขต
๑๒ ไมลทะเล เขตเศรษฐกิจจำเพาะ ๒๐๐ ไมลทะเล
ทะเลจีนใต ทะเลอันดามัน พื้นที่ทำการประมงทั้งใน
และนอกนานนำไทย ฐานขุดเจาะกาซธรรมชาติ
้
และทอสงกาซในทะเล รวมทั้งเสนทางคมนาคม
ทางทะเลติดตอกับประเทศคูคาสำคัญ เชน ประเทศ
ร.ล.นเรศวร
ึ
ตะวันออกกลาง ที่ไทยตองนำเขานำมันเชื้อเพลงถง
้
ิ
รอยละ ๖๐ ของความตองการในประเทศในแตละป
ิ
ื
็
ซึ่งเรอขนาดเลกที่กองทัพเรอมีอยูเดมไมสามารถ
ื
ี้
ปฏิบัติภารกิจที่ไดรับมอบใหมนได
ี้
นอกจากนทานยังมีดำรใหปรบโครงสรางและ
ิ
ั
การจัดหนวยตาง ๆ เพิ่มขึ้น เชน การจัดตั้งกองเรือภาค
กองเรือปองกันฝง กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการ
ั
ู
ตอสอากาศยานและรกษาฝง หนวยกอสรางและ
ร.ล.เจ้าพระยา พัฒนา กรมอิเล็กทรอนิกส เปนตน อีกทั้งยังจัดให
้
ื
ื
มีกองเรอดำนำอยูในโครงสรางของกองทัพเรอดวย
ั
ิ
ุ
ิ์
ื
ิ
ุ
ื
ื
เรอฟรเกตชุดเรอหลวงพุทธยอดฟาจฬาโลก ทำใหกองทัพเรอไดพัฒนาเจรญรดหนาและมีศกดศร ี
ื
ั
ั
ื
จากสหรฐอเมรกา จำนวน ๒ ลำ (เรอหลวงพุทธ ทัดเทียมกบเหลาทัพอื่น และกองทัพเรอในอารยะ
ิ
ิ
ิ
ิ
ั
ุ
ยอดฟาจฬาโลก และเรอหลวงพุทธเลศหลานภาลย) ประเทศ และดวยความสนทสนม จรงใจ และ
ื
ื
ู
ุ
ื
ุ
ั
ิ
ั
จดหาเรอสงกำลงบำรง ๑ ลำ (เรอหลวงสมิลน) ความเอื้ออารี ที่คณครพลเรอเอกประพัฒน ฯ
ั
ื
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 7
สังเคราะห คิดอยางครบวงจรและใฝหาความรูเพิ่มเติม
ุ
ุ
ื
ู
อยูตลอดเวลา ทายที่สดแมคณครพลเรอเอก
ี้
ประพัฒน ฯ จะไดลวงลับจากโลกนไปแลว คุณหญิง
ิ
ศรศริ กฤษณจนทร ภรยาของทานกไดสานตอ
ี
ั
ิ
็
เจตนารมณ และปณธานของทาน โดยการมอบเงน
ิ
ิ
ิ
ที่ไดจากการทำบุญในงานพระราชทานเพลงศพ
ื
ั้
จำนวน ๓ ลานบาท มาจดตงกองทุน พลเรอเอก
ั
พิธีส่งมอบสวนอนันต์ ๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๑ ประพัฒน - คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร เพื่อสงเสริม
ระหว่าง พลเรือเอก ประพัฒน์ กฤษณะจันทร์ กับ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
ุ
ั
ื
ึ
และสนบสนนการศกษาของกองทัพเรอในการสราง
ี
ิ
ุ
มีแกทหารทุกระดับของทุกเหลาทัพ ทำใหกองทัพเรือ ผูนำและในปตอ ๆ มา คณหญิงศรศริ ฯ ในฐานะ
ิ
ั
ิ
ไดรับพื้นที่ “วังนันทอุทยานหรือสวนอนันต” คืนจาก ประธานกองทุนไดนำเงนสวนตวมาบรจาคสมทบให
ื
ิ่
กองทัพบก ซึ่งเปนสงทหารเรอทุกคนมีความปต ิ กับกองทุน ฯ อีกเปนจำนวน ๓ ลานบาท รวมทุน
ยินดเปนอยางยิ่ง นอกจากนทานยังไดสนบสนน กอตั้งทั้งสิ้น จำนวน ๖ ลานบาท
ุ
ั
ี
ี้
ื
สงเสรมสวัสดการใหแกขาราชการกองทัพเรอ
ิ
ิ
หลายประการ เชน การริเริ่มสรางที่พักอาศัยจำนวน
ั
ั้
มากใหขาราชการในพื้นที่สตหีบ ซึ่งเปนที่ตงของ
หนวยกำลังรบสำคัญของกองทัพเรือ แตในขณะนั้น
ยังขาดแคลนบานพักอาศยใหกำลงพลในสงกด
ั
ั
ั
ั
รวมถงการสรางโรงพยาบาลสมเดจพระนางเจา
ึ
็
ิ
ิ
ิ
ู
สรกติ์ โดยกำหนดใหเปนศนยการแพทยขนาดใหญ
ั
็
ที่ทันสมัยเพื่อรองรบการเพิ่มอยางรวดเรวของ
ประชากรในเขตชายฝงทะเลภาคตะวันออก
คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร์
ในการดำเนินงานของกองทุน พลเรือเอกประพัฒน
ั
- คณหญิงศรศริ กฤษณจนทร ตงแตจดตงในป
ั้
ั้
ั
ิ
ี
ุ
พ.ศ.๒๕๔๒ เปนตนมา ไดนำดอกผลของกองทุน ฯ
ี
ิ
ุ
ิ
ิ
และเงนบรจาคสมทบจาก คณหญิงศรศริ ฯ
ั
ุ
ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต ิ์ รวมจำนวนกวา ๑๐ ลานบาท มาสนบสนนดาน
การศึกษา คนควา และวิจัย เชน การจัดทำหนังสือ
ุ
ั้
ู
นอกจากนน คณครพลเรอเอกประพัฒน ฯ นาวิกาธิปตยสาร การจัดสรางหองสมุดยุทธศาสตร
ื
ั้
ึ
ยังมีความตงใจที่จะพัฒนาดานการฝกศกษา การจัดตั้งสถาบันศึกษายุทธศาสตรกฤษณจันทร
ื
เพื่อสรางผูนำรนใหมใหแกกองทัพเรอที่ตองคดเปน การจัดหาตำราตางประเทศในเรื่องเกี่ยวกับ
ุ
ิ
ิ
ิ
ทำเปน ตองคดเชิงยุทธศาสตร คดเชิงวิเคราะห ยุทธศาสตร โครงการแปลตำรายุทธศาสตร
8 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ุ
ื
ตางประเทศเพื่อประกอบการศึกษาในหลักสูตรตาง ๆ จากวิสยทัศนของคณครู พลเรอเอก ประพัฒน
ั
ของ ยศ.ทร. สนับสนุนอุปกรณฝก ศึกษา ทางดาน กฤษณจันทร ในการพัฒนาปรับปรุงกองทัพ ตลอดจน
ื
ิ
สารสนเทศที่ทันสมัย เปนตน การสรางผูนำในอนาคตของกองทัพเรอไดกอใหเกด
ุ
ุ
ั
ู
คณปการ ซึ่งนบเปนกญแจสำคญตอความสำเรจ
็
ั
ึ
ื
ของกองทัพเรอและประเทศชาติ จงทำใหพวกเรา
ชาวทหารเรือ ยังคงระลึกถึงทานในฐานะ...
“ผูนำแหงการเปลี่ยนแปลง”
ที่มา :
๑. หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก ประพัฒน์
กฤษณจันทร์ กรุงเทพฯ : หจก.อรุณการพิมพ์, ๒๕๔๐.
๒. หนังสือที่ระลึกในงานพิธีเปิดห้องสมุดพลเรือเอก ประพัฒน์ -
คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร์ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
ห้องฝึกยุทธกีฬา ยศ.ทร. กรมยุทธศึกษาทหารเรือ : ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕.
๓. นาวาเอกหญิง จิราภรณ์ ปานจันทร์, ฝ่ายเลขานุการกองทุน
พลเรือเอก ประพัฒน์ - คุณหญิงศรีศิริ กฤษณจันทร์
ตัวอยางการกระทำผิดวินัยทหาร
กอใหแตกความสามัคคี
ร่วมสนุก ตอบคำถามชิงรางวัล
“กองทัพเรือได้จัดกำลังเข้าร่วมแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้
เป็นจำนวนเท่าใด”
รางวัลสำหรับผู้ตอบคำถามถูกจะได้รับ เสื้อยืดคอปกสีชมพู
ปักลายราชนาวิกสภา จำนวน ๓ ตัว
ขอบคุณที่ร่วมสนุกครับ
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 9
C
HINA
and the INDIAN OCEAN
บทความโดย พลเรือตรี ช่อฉัตร กระเทศ
ตอนที่ ๒
๒๘ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ิ
ผลประโยชน์ของจีนในมหาสมุทรอินเดีย และใหมีแนวทางและนโยบายการพัฒนาเศรษฐกจที่
็
ี
ั
ิ
ิ่
น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ยั่งยืน ซึ่งรฐบาลจนกมิไดนงนอนใจ ไดเสรมและ
้
ิ
ี
ในหวงทศวรรษที่ 1970s - 1980s จนเคยเปน สรรหาแหลงนำมันและกาซธรรมชาตอื่น ๆ
ประเทศสงออกนำมัน แตกกลบมานำเขาอยาง นอกเหนือจากที่มีในประเทศ ออกไปไกลยังแหลงที่
้
ั
็
ุ
ิ
้
ิ
ั
ิ
็
ิ
เตมตวเพราะการเจรญเตบโตทางเศรษฐกจอยาง มีปรมาณนำมันและกาซธรรมชาตสำรองมากที่สด
ิ
ั้
็
ั
รวดเรวนบตงแตป ค.ศ.๑๙๙๓ เปนตนมาซึ่ง ในโลก คือบริเวณตะวันออกกลาง อาวเปอรเซีย และ
ณ ปจจบันจนนำเขานำมันคดเปนรอยละ ๓๒ Horn of Africa
ี
้
ุ
ิ
ี
โดยจนจะมีปรมาณนำมันสำรองที่ขุดและจะใช
ิ
้
ภายในประเทศไดเพียงไมถง ๒ ทศวรรษเทานน การสำรวจปิโตรเลียมและแร่ธาตุใน
ึ
ั้
ทั้งนี้ International Energy Agency ไดคาดการณวา มหาสมุทรอินเดียของจีน
ในป ค.ศ.๒๐๓๐ การนำเขานำมันของจนจะ นอกจากผลประโยชนในเรื่องแหลงน้ำมันและ
ี
้
๒๖
เทียบเทากับสหรัฐ ฯ และจะกาวกระโดดจาก ๓.๕ กาซธรรมชาติที่ตองการจากตะวันออกกลางแลว
ลานบารเรลตอวันเปน ๑๓.๑ ลานบารเรลตอวัน จีนไดเริ่มเขาไปทำธุรกิจตาง ๆ ในตะวันออกกลาง
๒๗
ในป ค.ศ.๒๐๓๐ เมื่อป ค.ศ.๑๙๗๙ โดยในป ค.ศ.๑๙๘๓ บริษัทน้ำมัน
ี
ื
ิ
หากจีนตองการน้ำมันเพียงวันละ ๒ ถึง ๓ ลาน แหงชาตของจน หรอ China National Petroleum
้
บารเรลตอวัน จนกอาจจะสงซื้อนำมันจากประเทศ Cooperation (CNPC) ไดกอตั้งขึ้น ณ ประเทศคูเวต
็
ี
ั่
ขางเคยงได เชน รสเซีย คาซัคสถาน และ และตอมาในชวงทศวรรษที่ ๑๙๙๐ บริษัทน้ำมันของ
ั
ี
จากประเทศตาง ๆ ใน ASEAN เชน อินโดนเซีย จีนไดลงนามดานการบริการและเทคนิคกับประเทศ
ี
ุ
ู
มาเลเซีย และ บรไน ได แตปจจบันจากความ ตาง ๆ ใน Gulf Cooperation Council ซึ่งมีมูลคากวา
๓๐
ตองการน้ำมันของจีนมีสูงมากและจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ๑๐ พันลานดอลลารสหรัฐ ฯ และเมื่อประมาณ
ู
ิ
ิ่
ี
ึ
จนจงตองหันไปหาแหลงนำมันที่สามารถปอนเขา สงหาคม ค.ศ.๒๐๑๑ จนไดเรมกาวเขาสมหาสมุทร
้
ี
ี
ั
ื่
ิ
ประเทศไดในปรมาณมาก ๆ และตอเนอง คอจาก อินเดยเพื่อการสำรวจแหลงทรพยากรแรใตทะเลเปน
ื
ประเทศตาง ๆ ในอาวเปอรเซียที่เปนแหลงนำมัน ครั้งแรกโดยผานทางพันธมิตรผูใกลชิดอยางพมา
้
ที่ใหญที่สดในโลก โดยเฉพาะจนไดใหความสนใจ และศรีลังกา ทั้งนี้ China Ocean Mineral
ี
ุ
ที่จะจดหานำมันจาก ซาอุดอาระเบีย และอิหราน Resources Research and Development
้
ี
ั
โดยมีแผนจะจดหาจากอิรกในปลายทศวรรษนี้ Association ไดประกาศวาจีนไดรับอนุมัติใหสำรวจ
ั
ั
้
ซึ่งทั้งสามประเทศที่กลาวมานี้ สามารถผลตนำมัน หาแร Polymetallic Sulphide ไดบนพื้นที่ ๑๐,๐๐๐
ิ
๒๘
ิ
รวมกันไดประมาณรอยละ ๗๐ ของภูมิภาค ตารางกโลเมตรในเขตทะเลหลวง (International
ความสนใจของจนตอมหาสมุทรอินเดยจงเปน Seabed Region) ทางตะวันตกเฉียงใตของ
ี
ึ
ี
ี
ี้
ี
ั
ั
ประเดนดานของพลงงานเปนหลก ซึ่งการใช มหาสมุทรอินเดย นอกจากนจนยังเคยไดรบ
ั
็
ี
ุ
พลงงานของจนในปจจบันเพิ่มขึ้นกวาสองเทาในหวง สัมปทานในการหากอนแร Polymetallic ทางตะวันออก
ั
ุ
สองทศวรรษที่ผานมา ทำใหจีนตองพึ่งพาการนำเขา ของมหาสมุทรแปซิฟกครอบคลมพื้นที่ ๗๕,๐๐๐
๒๙
ิ
ั
พลงงานอยางมาก ทั้งนจากการขยายตวของ ตารางกโลเมตรแลวดวย นอกจากนี้ เมื่อป
ั
ี้
้
ิ
ั
ื
ี
ิ่
อุตสาหกรรมจนที่อยูในอัตราที่สง ทำใหจนมีความ ค.ศ.๒๐๑๐ จนไดเรมสรางทาเรอรบนำมันดบ
ู
ี
ี
ั
ั
ตองการพลงงานจากแหลงตาง ๆ อยางไมจำกด ในพมาซึ่งเปนสวนหนึ่งของโครงการสรางทอ
ู
ี
้
ิ
ั
ั
ึ
ภาคอุตสาหกรรมจงไดกดดนรฐบาลใหมีหลกประกน สงนำมันและกาซธรรมชาตจากพมาสจนเพื่อ
ั
ั
ึ
ู
ื่
ั
ถงการไหลเวียนของพลงงานเขาสระบบอยางตอเนอง หลีกเลี่ยงชองแคบมะละกาที่เริ่มมีการเดินเรือ
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๒๙
๓๓
ื
ื
ิ
ั
หนาแนนมากขึ้นและเปนจดอันตรายทางยุทธศาสตร กบโลก ซึ่งเกอบทั้งหมดใชเสนทางการเดนเรอ
ุ
ี
ี
ี
ในการลำเลยงนำมันสจน และจากการที่จนไดลงทุน ผานมหาสมุทรอินเดียสูจีน
ู
้
สำรวจนำมันรวมถงทรพยากรธรรมชาตตาง ๆ
ึ
้
ั
ิ
ี
ิ่
อยางมากในมหาสมุทรอินเดย ทำใหอินเดยเรมเปน ความมั่นคงของมหาอำนาจและจีนใน
ี
ี
ั
ี่
ั
ั
ู
กงวลเกยวกบการที่จนอาจนำกำลงทหารเขาสพื้นที่น ี้ มหาสมุทรอินเดีย
๓๑
เพื่อปกปองผลประโยชนของตนในอนาคต นับตั้งแตป ค.ศ.๑๙๙๕ เปนตนมาจนถึงปจจุบัน
ื
กองทัพเรอของหลาย ๆ ประเทศพยายามเขามามี
ี
ั
การทำประมง บทบาทในมหาสมุทรอินเดยเพราะตองรกษา
ึ
ถงแมมหาสมุทรอินเดยจะอุดมสมบูรณไปดวย ผลประโยชนและทรพยากรอันมหาศาลโดยเฉพาะ
ี
ั
แหลงปลาทูนา แตความสนใจในการทำประมงของ น้ำมัน ซึ่งนอกจากสหรัฐ ฯ แลวยังมีฝรั่งเศสที่ไดแสดง
ี
ี
จนในทะเลหลวงในมหาสมุทรอินเดยยังมีนอยมาก บทบาทรองลงมาจากสหรัฐ ฯ สวนสหราชอาณาจักร
ิ้
ุ
ี้
ิ่
ทั้งนจากแหลงขอมูลตาง ๆ พบเพียงไตหวันที่เรม ไดถอนกำลงออกไปเมื่อสนสดยุคอ า ณ า น ิค ม
ั
ทำการประมงปลาทูนาดวยเบ็ดราวในมหาสมุทร เมื่อป ค.ศ.๑๙๔๒ แตกยังคงความสมพันธแนบแนน
็
ั
๓๒
ั้
ุ
ึ
ี
อินเดยครงแรกในป ค.ศ.๑๙๖๐ จนถงปจจบัน กับประเทศตาง ๆ ที่เคยเปนอาณานิคมในภูมิภาค
ี
ั้
ั
ึ
ั
ดงนนจงนบวาการทำประมงในมหาสมุทรอินเดย อยูภายใตรหัส Five Powers Defence Arrangement
ยังไมใชเปนผลประโยชนของจีน อันประกอบดวยประเทศสมาชิก ๕ ชาติ ไดแก
ี
ิ
ั
สหราชอาณาจกร มาเลเซีย สงคโปร ออสเตรเลย
เส้นทางคมนาคมทางทะเล และนวซีแลนด สวนจนกเรมเขามามีบทบาท
ิ่
ิ
็
ี
้
ี
จากการที่จนตองการนำมันและกาซธรรมชาต ิ เพื่อปกปองผลประโยชนของตนที่มีอยูทั้งในและรอบ ๆ
๓๔
ั
ั้
จากตะวันออกกลางอันเปนผลประโยชนสำคัญของจีน มหาสมุทรอินเดียเชนกัน สำหรบญี่ปุนนน การนำ
ิ
้
การลำเลยงจะตองดำเนนการโดยเรอนำมันผาน กำลงออกนอกประเทศเพื่อปฏบัตการทางทหาร
ิ
ั
ิ
ื
ี
ั
ี
ั้
ี
ั
ู
มหาสมุทรอินเดย ชองแคบมะละกา ทะเลจนใต เปนการขัดตอรฐธรรมนญ ดงนนการที่ญี่ปุนได
ั
ั
ิ
ั
ั้
สจนตามลำดบ ประกอบกบการจะตองผานพื้นที่ที่มี สงกำลงทางเรอปฏบัตการในมหาสมุทรอินเดยนน
ี
ิ
ู
ื
ี
โจรสลัดชุกชุม ดังนั้นเสนทางคมนาคมทางทะเลจึงมี เปนการปฏบัตการเพื่อมนษยธรรมและตอตาน
ิ
ิ
ุ
ั
ั้
ุ
ึ
ี
ั
ั
ความสำคญอยางยิ่งที่จนจะตองรกษาไวใหมีความ การกอการรายเทานน ญี่ปุนจงไมเปนภยคกคาม
มั่นคงและปลอดภัยอยูเสมอ ตอจีนในมหาสมุทรอินเดีย
ั
ิ
ี้
ทั้งนจากรายงานของสำนกงานพาณชยใน
ตางประเทศ ณ กรงบรสเซลส เกยวกบสถตการคา
ั
ุ
ิ
ั
ิ
ี่
ั
ู
ั
ของสหภาพยุโรปกบประเทศคคาสำคญใน
ป ค.ศ.๒๐๐๗ ของคณะกรรมาธิการยุโรป DG Trade
ี
ซึ่งไดตพิมพเผยแพรขอมูลดงกลาวพบวา จนเปน
ี
ั
ู
ุ
ประเทศที่มีมูลคาการคา (สงออกและนำเขา) สงสด
เปนอันดับที่ ๓ ของโลก โดยมีมูลคา ๑,๔๙๕ พันลาน
ยูโร หรอ ๙.๘ เปอรเซ็นต ของการคาโลกและ
ื
ู
เปนประเทศคคาที่มีมูลคาการคากบสหภาพยุโรป Five Powers Defence Arrangement
ั
สูงสุดเปนอันดับที่ ๒ โดยมีมูลคา ๓๐๒,๖๔๓ ลานยูโร (ที่มา: http://www.economist.com)
หรือ ๑๑.๔ เปอรเซ็นต ของการคาของสหภาพยุโรป
๓๐ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ี
ึ
ุ
ึ
ิ
ิ
ั
สำหรบประเทศมหาอำนาจที่เขามาปฏบัตการ ประเทศมีความตงเครยดมาจนถงปจจบัน และการ
ี
ี้
ั
็
ในมหาสมุทรอินเดยโดยมีที่ตงทางทหารและประเทศ พิพาทนไดถงจดแตกหักและเปนสงครามเตมตวเมื่อ
ุ
ึ
ั้
ื
ี
ั
ี
ใหญอื่นที่มีพื้นที่ตดมหาสมุทรอินเดยที่จนจะตองให ป ค.ศ.๑๙๖๒ และเกอบจะมีสงครามกนอีกครงในป
ิ
ั้
ความสนใจหากจะเขามามีบทบาทในมหาสมุทร ค.ศ.๑๙๘๗ ซึ่งหลังเหตุการณนี้กวา ๒๕ ปแลว
ั่
ี
ี
ิ
ั
ื
ี
อินเดย ไดแก อินเดย สหรฐ ฯ ฝรงเศส และ การเจรจากรณพิพาทเรองดนแดนเหนอทิเบต
ื่
็
ออสเตรเลีย ระหวางสองประเทศกยังไมมีความกาวหนา และไม
ประสบผลสำเร็จ
อินเดีย
เคยมีคำพังเพยของจีนที่วา “ภูเขาลูกหนึ่งมิอาจ
๓๕
มีเสอสองตวได” ซึ่งจนตระหนกเสมอวา หาก
ี
ั
ั
ื
ิ
ี
อินเดยสามารถที่จะพัฒนาเศรษฐกจและการทหารให
ิ
ั
เจรญรดหนาและประสานเขาดวยกนได จากขนาด
ุ
กำลัง ความสามารถ และความตั้งใจที่จะเปรียบรัศมี
ั
็
ี
ั
ั้
ั
กบจนกนาจะเปนอันตราย ดงนนวิธการที่จะกดดน
ี
ื
็
อินเดยไดกคอตองเสรมสรางขีดความสามารถและ
ิ
ี
๓๖
ี
ิ
ั
ตดอาวุธใหกบประเทศเพื่อนบานของอินเดย
ุ
ั
ื่
ุ
รวมทั้งการใหการสนบสนนการเคลอนไหวของกลม
ึ
ั้
ี
ุ
ั
กอการรายตาง ๆ และชนกลมนอย ดงนนจนจงได จีนยึดครองทิเบตเมื่อปี ค.ศ.๑๙๕๐
ั
ิ
ั
ตดสนใจที่จะมีความสมพันธดานการทหารกบ (ที่มา : http://civilliberty.about.com)
ั
ุ
ประเทศตาง ๆ ในเอเชียใตเพื่อถวงดลอำนาจและ หากแมกรณีพิพาทเรื่องดินแดนทิเบตจะจบลง
ิ
ั
ี
เพื่อสามารถปฏบัตการในมหาสมุทรอินเดยใหได แตดวยขนาดเศรษฐกจและกำลงทหารที่ยิุงใหญ
ิ
ิ
็
อยางตอเนื่อง ของทั้งสองประเทศ กยังจะทำใหทั้งสองประเทศ ยังคง
ี
ู
ุ
ั
อินเดยซึ่งเปนประเทศที่ใหญที่สดและเปน เปนคแขงที่สำคญตอกนในภมิภาคเอเชียแปซิฟก
ั
ู
ประเทศที่มีกำลงกองทัพเขมแข็งที่สดในมหาสมุทร อยู ปจจัยอื่นนอกเหนือไปจากกรณีพิพาทเรื่อง
ุ
ั
ั้
ี
ิ
อินเดย มีที่ตงทางทหารบนแผนดนใหญและ ดินแดน และสิุงที่ทำใหยังคงมีรอยราวอยูระหวาง
ี
มหาสมุทรอินเดย บรเวณหมูเกาะอันดามันทางทิศ ทั้งสองประเทศที่อาจจะปะทุขึ้นมาไดทุกขณะ ก็คือ
ิ
ตะวันออกของอินเดยในทะเลอันดามัน นอกจากน ี้ ความหวาดระแวงของอินเดยตอจนในการที่จนเปน
ี
ี
ี
ี
็
ี
อินเดยนบเปนประเทศมหาอำนาจขนาดเลกที่มีอาวุธ พันธมิตรกบปากสถานและพมาและอาจอยู
ั
ั
ี
นิวเคลียร มีกำลังทหารที่เข็มแข็งประมาณ ๑.๓ ลานคน เบื้องหลังการกอความไมสงบในทิเบตและ
ิ
ื่
แตมีอาวุธที่คอนขางจะลาสมัย อยางไรกตามขณะน ี้ แคชเมียรการเลอมลำทางชนชาตในแควนสกขิม
้
็
ิ
ี
ั
ุ
อินเดยอยูระหวางขั้นตอนการปรบปรงกองทัพ และ การกอการราย นอกจากนี้อินเดียยังมีความกังวล
ื่
ี
ั
ั
เพื่อใหสามารถรบมือกบจนที่มีความขัดแยงเรอง ตอการขยายขอบเขตอำนาจของสภาความมัุนคง
พรมแดนมาชานานจวบจนปจจบัน อินเดยจงเปน แหงองคการสหประชาชาติ (United Nations Secu-
ุ
ี
ึ
๓๗
ี
ี
หอกขางแครตอจนหากจนจะกระทำการใด ๆ rity Council) ซึุงจีนเปนสมาชิกถาวรอยูและอาจใช
ในมหาสมุทรอินเดีย อำนาจที่มีอยูในทางตรงขามกับอินเดีย
ี
ี
ั
ี
จากความขัดแยงระหวางจนกบอินเดยเหนือ อินเดยยังมีความกงวลตอจนอีกจากการที่จน
ี
ี
ั
ึ
ั
ื
ั
ทิเบตเมื่อป ค.ศ.๑๙๕๐ ทำใหความสัมพันธของทั้งสอง กำลงจะวางกำลงทางเรอจากชองแคบฮอรมุซไปถง
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๑
ี
ั้
ี
ั
ชองแคบมะละกา อินเดยกำลงรบแกปญหานี้ รวม ๑๔ ประเทศ ตงแต นวซีแลนด จนถง
ึ
ิ
ิ
ั
ึ่
ี
โดยพยายามเสรมสรางความสมพันธอยางเรงดวน Seychelles บนเกาะแหงหนงของอินเดยใน
กับประเทศตาง ๆ ในมหาสมุทรอินเดีย อาวเบงกอล โดยไมมีผูแทนประเทศปากีสถานและจีน
ี
ั
ื
ั
ดานการจดหายุทโธปกรณ อินเดยกำลงเปน พลเรอเอก Monty Khanna รองผูบัญชาการ
ั
ื
ี
ี
ประเทศที่นำเขาอาวุธยุทโธปกรณมากเปนอันดบ ทหารเรออินเดยกลาววา มีหลายประเทศที่อินเดย
ึ่
หนงของโลก โดยมีแผนที่จะใชงบประมาณ ๑ แสน ไมไดเชิญเขารวมการฝก “Meeting the Minds”
ลานดอลลารสหรัฐ ฯ จัดหาอาวุธยุทโธปกรณในหวง รวมถงจนดวย เพราะถงแมจนจะมีเขตแดนทางบก
ึ
ี
ึ
ี
ึ
ทศวรรษหนา ซึ่ง นาย James R. Clapper รวมกบอินเดยแตถาพูดถงระยะทางทางทะเลแลว
ั
ี
ผูอำนวยการสำนกขาวกรองแหงชาตสหรฐ ฯ นบวายังหางไกลกนมากจงไมไดเชิญจนเขารวมฝก
ั
ั
ึ
ั
ั
ี
ิ
ี
็
กลาวตอรฐสภาสหรฐ ฯ วา “กองทัพอินเดยกำลง อยางไรกตาม การที่ไมมีจนเขารวมการฝกทั้ง ๆ
ี
ั
ั
ั
ี
ึ
ั
เพิ่มความแข็งแกรงใหกบกองทัพตนใหสามารถตอส ู ที่จนเปนคคาสำคญของอินเดย และถงแมระยะทาง
ั
ี
ู
ั
กบกรณพิพาทตามแนวชายแดนได และกำลง จะหางกน แตปจจบันตางฝายกำลงแขงขันกนทาง
ั
ั
ุ
ี
ั
ั
ั
ิ
ุ
ดำเนนการเพื่อถวงดลอำนาจตอการแสดงกำลงของ เศรษฐกิจ แขงขันกันหาแหลงทรัพยากร แขงขันกัน
๓๘
ิ
ื
จีนในมหาสมุทรอินเดีย” หาเสนทางการเดนเรอและพันธมิตร การที่ขาดการ
ู
ิ
ั
ั
ี
ั
สำหรบการเตรยมพรอมดานการทหารนน ในป ปฏสมพันธกนอยางฉันทเพื่อนอาจจะนำไปสความ
ั้
ค.ศ.๒๐๐๙ กองทัพอากาศอินเดยไดเปดสนามบิน ไมเขาใจกนได ซึ่งตวอยางของการขาดปฏิสัมพันธ
ี
ั
ั
้
ู
ั
ที่อยูสงกวาระดบนำทะเลมาก (High-Altitude) ฉันทมิตรไดเกิดขึ้นเมื่อป ค.ศ.๒๐๑๑ ที่เรือยกพลขึ้นบก
ุ
ใน Ladaks ซึ่งใชงานลาสดเมื่อป ค.ศ.๑๙๖๒ โจมตี INS Airavat ของอินเดียไดเดินทางจากทะเล
ั
ี
ในระหวางสงครามชายแดนกับจีน รวมถึงการเปด อันดามันสทะเลจนใต และไดรบการทาทายทางวิทยุ
ู
ี
ื
็
ั
ั้
ุ
ิ
ฐานทัพตาง ๆ ขึ้นอีกครงบรเวณเทือกเขาหิมาลย จากกองทัพเรอจน ซึ่งตอมาเหตการณกไดสงบลง
็
็
ุ
และปรบปรงพื้นที่เพื่อใหสามารถรองรบเครองบิน อยางไรกตาม กองทัพเรออินเดยกยังไมกลาที่จะมี
ั
ั
ื
ื่
ี
ี
ไอพนได และเมื่อปลายเดอน มกราคม ค.ศ.๒๐๑๒ ความสมพันธอยางเปนทางการกบกองทัพเรอจน
ั
ื
ั
ื
ที่ผานมา รัสเซียไดสงมอบเรือดำน้ำนิวเคลียร - INS เพราะมีความรสกวา หากกระทำเชนนน กจะถอ
ู
ึ
็
ื
ั้
ั
ั
Chakra - ใหกับกองทัพเรืออินเดีย ซึ่งเปนการเชาซื้อ เปนการยอมรบการปรากฏตวและยอมรบการแสดง
ั
ี
ั
ี
เปนเวลา ๑๐ ป หลงจากที่อินเดยไดรองขอมาเปน กำลงของกองทัพเรอจนในมหาสมุทรอินเดย ดงนน
ั
ื
ี
ั้
ั
ี้
เวลานานถง ๘ ป ทั้งนแผนการพัฒนากองทัพของ กควรที่จะมีการปรบความเขาใจดวยการสอสารกน
ึ
ั
็
ื่
ั
ื
ื
ี
อินเดยจะมุงเนนไปที่กองทัพเรอและกองทัพอากาศ ระหวางกองทัพเรอของทั้งสองประเทศ (NAVY to
มากกวากองทัพบก ทำใหเห็นชัดวากำลงยาย NAVY) กอนที่จะเผชิญหนากันและกระทบกระทั่งกัน
ั
ั
ี
ี
ุ
เปาหมายของภยคกคามจากปากสถานไปเปนจน มากขึ้นเรื่อย ๆ
ั
ี
ั
ั
แตปากสถานเองกกำลงพัฒนากองทัพไปอยาง ปจจบันอินเดยมีขอสงเกตวา จนกำลงใหความ
ุ
ี
็
ี
็
ั
ี
ี
รวดเรวทำใหกองทัพอินเดยจะตองกลบมาทุมเท สนใจมหาสมุทรอินเดยและผลประโยชนใน
ี่
ั
งบประมาณดานการทหารเฉลยไปใหทุกเหลาทัพ มหาสมุทรอินเดยมากกวาระดบปกติ โดยที่ผานมา
ี
จนอาจทำใหขีดความสามารถของทั้ง ๓ เหลาทัพ เรือรบจีน ๒ ลำแวะเขาเยี่ยมประเทศพมาที่ปกครอง
ู
ไมสมบูรณตามเปาหมายที่วางไว โดยทหาร ซึ่งนับเปนปรากฏการณที่หาดไดยาก ๓๙
ั
ั
เพื่อเปนการกระชับสมพันธกบมิตรประเทศ ลาสุดเมื่อ ๒๕ มีนาคม ค.ศ.๒๐๑๒ จีนไดเตือน
้
ี
เมื่อตนป ค.ศ.๒๐๑๒ อินเดียไดจัดการฝก “Meeting อินเดยใหถอยออกจากการสำรวจนำมันที่มีอยู
ั
ื
the Minds” ใหกบนายทหารเรอของมิตรประเทศ อยางมากตามแนวชายฝงเวียดนามและในพื้นที่
๓๒ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ที่มา : http://news.xinhuanet.com
ิ
ิ์
ี
ั
ที่เวียดนามอางกรรมสทธในทะเลจนใตเพื่อสนตภาพ สหภาพโซเวียตในป ค.ศ.๑๙๙๑ ทำใหรสเซียตอง
ิ
ั
และความมั่นคง (Peace and Security) ในภูมิภาค ถอนกำลังออกจากมหาสมุทรอินเดีย โดยในป
ิ
ี
ซึ่งนาย Sun Weidong รองอธบดกรมเอเชีย ค.ศ.๑๙๙๕ สหรัฐ ฯ ไดตั้งกองเรือที่ ๕ (มหาสมุทร
ี้
ี
กระทรวงการตางประเทศจนไดกลาววา “พื้นที่นเปน อินเดย) โดยมีกองบัญชาการอยูที่บาหเรน เพื่อ
ี
พื้นที่ขัดแยง ซึ่งเราคิดวามันคงไมเปนการดีที่อินเดีย ปฏิบัติการในทะเลแดง ทะเลอาระเบีย อาวเปอรเซีย
๔๐
ั
ี
จะสำรวจน้ำมันในพื้นที่นี้” และพื้นที่ใกลเคยง โดยในป ค.ศ.๒๐๐๐ สหรฐ ฯ
ี
ี
กลายมาเปนมหาอำนาจเดยวในมหาสมุทรอินเดย
สหรัฐอเมริกา อยางสิ้นเชิง
ั
ู
ั
หลงจากที่อิรกบุกคเวตในป
ค.ศ.๑๙๙๐ และเกดสงครามขึ้นใน
ิ
อาวเปอรเซีย สหรัฐ ฯ ไดใชเรือรบ
ิ
จากฐานทัพเรอตาง ๆ ในบรเวณ
ื
ใกลเคียง ไดแกที่โอมานและกาตาร
ร ว ม ก ับ ก า ร เ ส ร ิม ก ำ ล ัง ท า ง เ ร ือ
จากกองเรือตาง ๆ ของสหรฐ ฯ
ั
ู
เดนทางเขาสอาวเปอรเซียทำการ
ิ
ระดมยิงอิรก เพื่อทำใหอิรกปลด
ั
ั
ปลอยคเวตและทำลายกำลงของ
ู
ั
อดตประธานาธบดซัดดม ฮุสเซน
ิ
ั
ี
ี
ั
ประกอบกบการลมสลายของ ฐานทัพสหรัฐ ฯ ที่ Diego Garcia (ที่มา : http://web.mst.edu)
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๓
ิ
ั
ั
การที่สหรฐ ฯ สามารถคงและแสดงกำลงใน UNCLOS) ซึ่งขอพิพาทที่เกดขึ้นระหวางประเทศ
ิ่
ี
ี
มหาสมุทรอินเดียอยูไดนั้น เพราะสหรัฐ ฯ มีฐานทัพ ตาง ๆ กบจนในทะเลจนใตเปนสงที่ประเทศตาง ๆ
ั
ี
อยูที่ดเอโก การเซีย (Diego Garcia) กลาง จะใชเปนขอพิจารณาพื้นฐานในการพัฒนาขีดความ
ั
็
มหาสมุทรอินเดย ซึ่งนบเปนแกนหลกของ สามารถทางการทหารของตน แตอยางไรกตาม
ี
ั
ั
ิ
ยุทธศาสตรเพื่อใหตนสามารถดำรงอยูไดใน อำนาจอธปไตยทางทะเลไมไดเปนหัวขอที่สำคญ
๔๑
ี
ู
ุ
ี
มหาสมุทรอินเดีย ที่สดของจนในขณะนี้ หากแตจนซึ่งถกลอมรอบโดย
ขอพิจารณาของสหรัฐ ฯ ในการคงกำลังทางเรือ พันธมิตรของสหรัฐ ฯ ไดใหความสำคัญวาตนจะ
๔๒
ไวในมหาสมุทรอินเดีย คือ สามารถขยายการอางสิทธิทางทะเลออกไปไดไกล
๑. สหรัฐ ฯ มีความตองการที่จะแสดงกำลังใน มากนอยเพียงใด
ู
ั
ี้
ระดบภมิยุทธศาสตร ทั้งนยุทธศาสตรนเปนการ จนดำเนนกจกรรมตาง ๆ ในหมูเกาะสแปรตล ี
ี
ี้
ิ
ิ
ดำเนินการระยะยาว แตมิใชเปนยุทธศาสตรเพื่อให และพาราเซลมาตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน รวมถึงเคย
้
ั
ไดมาซึ่งทรพยากรนำมัน (ซึ่งประเทศตาง ๆ มักจะ ใชกำลังตอ เวียดนาม ฟลิปปนส และสหรัฐ ฯ ทั้งนี้เพื่อ
ู
ึ
ี
เขาใจวาเปนเชนนั้น) ลดการเผชิญหนาทางทหาร จนจงไดพัฒนารปแบบ
๒. เพื่อปกปองผลประโยชนที่จำเปนยิ่ง (Vital ของการใชกำลังที่มีทั้งการใชกำลังของกองทัพเรือ
ู
ั
Interest) ในภมิภาค ซึ่งจากการที่สหรฐ ฯ ไดทุม เรือประมง รวมทั้งเรือผิวน้ำของ Maritime
งบประมาณมหาศาลมาหลายทศวรรษเพื่อปกปอง Surveillance ซึ่งเปนหนวยงานพลเรอนให
ื
ั
ี
ผลประโยชนของตนในมหาสมุทรอินเดย สหรฐ ฯ สถานการณคลี่คลายลง อยางไรก็ตาม เรือของ
จึงไดวางกำลังของตนไว ณ ที่ตาง ๆ ในมหาสมุทร หนวยงานเหลานบางลำตดอาวุธและมีเจาหนาที่
ี้
ิ
ุ
ั
อินเดยอยางสมบูรณเพื่อใหสามารถสนบสนนการ คลายทหารปฏิบัติการอยูบนเรือ
ี
คงกำลังไวในอาวเปอรเซียใหไดตลอดเวลา ซึ่งกองเรือ
ั
ิ
ั
ที่ ๕ สหรฐ ฯ มีภารกจในการดำเนนการดงกลาว
ิ
ึ
ถงขั้นที่มีขีดความสามารถในการเขาแทรกแซง
ประเทศตาง ๆ ได โดยมีการวางกำลังรบทางเรือไว
ที่ดีเอโก การเซีย
๓. เพื่อใหสามารถตอตานการกอการรายที่สหรัฐ ฯ
ตองเผชิญนบตงแตทศวรรษที่ 1990s เปนตนมา
ั้
ั
ุ
ั
โดยมีจดประสงคเพื่อถอนรากถอนโคนและปองกน
มิใหเงินกองทุนและอาวุธเขาถึงกลุมกอการรายได
สหรัฐ ฯ ซึ่งมีวิถีทางการปกครองและการเมือง
ั
ั
ี
ตางกบจนกำลงใหความสนใจกบยุทธศาสตรของจน
ั
ี
ี
ิ
ที่จะขยายอำนาจอธปไตยทางทะเลในทะเลจนใตโดย ที่มา : http://forums.yellowworld.org
ควบคุมพื้นที่ทางทะเลในภูมิภาคที่ติดกับจีน ทั้งนี้จีน
ไดมีขอพิพาททางทะเลกบประเทศเพื่อนบาน และ นอกจากนสหรฐ ฯ ยังกลาวถงยุทธศาสตร
ึ
ั
ั
ี้
ี
ั
ิ
ทุกประเทศที่ปฏิบัติการในภูมิภาครอบ ๆ จีนโดยอาง การรกษาอำนาจอธปไตยทางทะเลของจนวา
สิทธิทางทะเลในนานน้ำของภูมิภาคเอเชียตะวันออก การดำเนินกิจกรรมตาง ๆ ของจีนในทะเลจีนใต
ื
ซึ่งอยูนอกเหนอขอบเขตของกฎหมายทะเล แสดงใหเห็นวา จีนเปนประเทศที่ไมนาไววางใจ
(United Nations Convention on Law of the Sea; เนื่องจากการดำเนินการดังกลาว กอใหเกิดความขัดแยง
๓๔ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
จนกลายเปนกรณีพิพาท ประเทศตาง ๆ ในอาเซียน
ึ
จงควรเพิ่มความรวมมือเพื่อแกไขปญหาความขัดแยง
็
ี
ี
ในทะเลจนใต อยางไรกดี จนอาจมองวาการกระทำ
ดังกลาวเปนการตอตานจีน
ี
ิ
ู
การแผขยายอิทธพลในภมิภาคของจนมีมา
อยางยาวนานกวา ๘๐ ป โดยผานการวางแผนอยาง
ิ
ั
ั้
ี
รอบคอบ ดงนน กรณพิพาทตาง ๆ ที่เกดขึ้นใน
ทะเลจีนใต อาจจะลามมาสูมหาสมุทรอินเดียที่ซึ่งจีน
ิ
กำลงกาวเขามามีอิทธพลและมีผลประโยชนอัน อาณานิคมของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดีย
ั
้
ั
สำคญยิ่งมากขึ้น ไดแกทรพยากรนำมันและแรธาต ุ (ที่มา: http://wwz.ifremer.fr)
ั
ี
็
ู
บนทองทะเล เพราะคกรณในทะเลจนใตกมีอิทธพล ๑. ฝรงเศสมีผลประโยชนทางเศรษฐกจและ
ิ
ิ
ั่
ี
ั
ี
ั
ึ
อยูในมหาสมุทรอินเดยเชนกน สหรฐ ฯ จงเกรงวา การเมืองในพื้นที่ โดยในทางเศรษฐกิจนั้น
ี
การที่จนกำลงขยายบทบาทในมหาสมุทรอินเดยนี้ เสนทางการลำเลียงน้ำมันจากอาวเปอรเซียไปทาง
ี
ั
อาจเปนการวางแผนอยางรอบคอบและอาจนำ ตะวันออกหรือลงมาทางใต ฝรั่งเศสจะตองรักษาไว
ี
้
ั
ี
ี
ู
ั่
ี
วิถทางแกปญหาผลประโยชนของจนในทะเลจนใต เพื่อใหสามารถลำเลยงนำมันยอนกลบสฝรงเศสทาง
ั
มาใชกับมหาสมุทรอินเดียกได ตะวันตกและลงใตสอาณานคมได ซึ่งนบวามีความ
็
ู
ิ
ิ
ั
ั่
สำคญอยางยิ่งตอเศรษฐกจของฝรงเศส อีกทั้ง
๔๓
ฝรั่งเศส ฝรงเศสยังตองการปกปองอาณานคม เขตแดนทาง
ิ
ั่
ี
แมวามหาสมุทรอินเดยจะหางจากฝรงเศสถง ทะเล และเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตนที่มีอยู
ั่
ึ
๕,๖๐๐ ไมล หรือประมาณ ๙,๐๐๐ กิโลเมตรก็ตาม มหาศาลในมหาสมุทรอินเดียรอบอาณานิคมตาง ๆ
แตฝรงเศสกยังจะคงกำลงของตนไวในมหาสมุทร ดวย ไดแก เกาะเรอูนิยง เกาะมายอต และเกาะตาง ๆ
ั่
ั
็
ั้
อินเดย เพื่อรกษาผลประโยชนที่ยังคงอยูนบตงแต ที่กระจัดกระจายอยูในชองแคบ โมซัมบิก (Mozambique)
ั
ั
ี
ยุคลาอาณานิคม ไดแก เกาะแกงตาง ๆ ทั้งที่มีและ และ French Austral and Antarctic Territories
ั
ื
ไมมีผูคนอาศย หรอแมกระทั่งแคหินกลางทะเล ประมาณ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือ เทากับ
ิ
เพราะสงสำคญที่ตองดำรงการยึดครองดนแดนหรอ ๑ ใน ๔ สวน ของเขตเศรษฐกจจำเพาะภายใต
ั
ิ่
ื
ิ
ิ
ื
ิ
ี
ั่
ั
หินในมหาสมุทรอินเดยไวคอสทธอำนาจอธปไตย อาณตของฝรงเศสที่มีอยูทั่วโลก (มหาสมุทร
ิ
ิ
โดยจะไดนานนำภายในและเขตเศรษฐกจจำเพาะ อินเดีย มีพื้นที่ประมาณ ๗๕,๐๐๐,๐๐๐ ตาราง
ิ
้
ิ
๒๐๐ ไมลรอบ ๆ ดินแดนที่ยึดครองดวยโดยปริยาย กโลเมตร) สำหรบการเมืองในพื้นที่นน ฝรงเศสเปน
ั
ั้
ั่
ั่
ั
การที่ฝรงเศสสงกำลงทางเรอของตนเพื่อแสดง สมาชิกของ Indian Ocean Commission (IOC)
ื
ู
ั
ี
กำลงอยูทั่วโลก โดยเฉพาะในมหาสมุทรอินเดย ซึ่งเปนองคกรความรวมมือในภมิภาค โดยมีเกาะ
ั่
แมวาฝรงเศสจะมีกำลงทหารเพียง ๓,๕๐๐ คน เรอูนียง (La Runion) เกาะมายอต (Mayotte)
ั
บนเกาะเรอูนยง (La Runion) เกาะมายอต ฝรั่งเศส (France) มอริเชียส (Mauritius) เซเชลส
ี
(Mayotte) และแอนตารกติกา (Antarctica) และอีก (the Seychelles) มาดากัสการ (Madagascar) และ
๑,๕๐๐ คน ประจำการอยูบนเรือในพื้นที่ครอบครอง เกาะโคโมโรส (the Comores) รวมอยูดวย
ของฝรั่งเศสในมหาสมุทรอินเดียก็ตาม ปจจัยตาง ๆ ๒. ฝรั่งเศสมีประวัติศาสตรมาแตโบราณ และมี
ั
ที่ทำใหฝรงเศสตองสงกำลงทางเรอมาประจำและ ความผูกพันดานประวัตศาสตร ภาษา วัฒนธรรม
ื
ิ
ั่
ั
แสดงกำลังเชนนี้ก็เพื่อเหตุผล ๒ ประการคือ และการทหารกบประเทศตาง ๆ ในพื้นที่มหาสมุทร
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๕
ุ
ุ
ั่
ู
ี
ิ
ึ
ั
ื
อินเดยอยูจนถงขณะนี้ โดยปจจบันฝรงเศสยังคง การเดนเรอที่สำคญ ไดแก คลองสเอซ สสงคโปร
ิ
ั
ู
ั
ความสมพันธอยูตลอดเวลากบประเทศตาง ๆ และ อาวเปอรเซียสแหลม Good Hope
ี
ั่
ิ
ุ
ในพื้นที่มหาสมุทรอินเดย อีกทั้งฝรงเศสยังมีขอ ในแอฟรกาใต อีกทั้งควบคมเสนทางเดนเรอเขาหา
ิ
ื
ผูกมัด (Commitment) กับบางประเทศในมหาสมุทร อาณานคมของฝรงเศสทางตอนใตของมหาสมุทร
ั่
ิ
ี
ี
ั
ั
ั
ุ
ั
ั
อินเดย เชนขอตกลงในการปองกนประเทศรวมกบ อินเดย แสดงกำลงสนบสนนการรกษาผลประโยชน
Djibouti และ Comores และขอตกลงความรวมมือ ของชาติและความสัมพันธระดับภูมิภาค ปกปองและ
ั
ิ
ั
ั่
ั
ทางทหารกบซาอุดอาระเบีย กาตาร มาดากสการ อพยพบุคคลสญชาตฝรงเศสและยุโรปเมื่อมี
ี
ั
ื
และ มอริเชียส เปนตน ภยันตราย ชวยเหลอผูประสบภย ปกปองสภาวะ
ั่
ั
นอกจากนฝรงเศสไดวางกำลงเรอหลกไวใน แวดลอม และตรวจการณในเขตทำการประมง
ั
ื
ี้
็
ี้
มหาสมุทร รวม ๖ ลำอยางสม่ำเสมอ เพื่อเปนกำลัง ซึ่งทั้งหมดนกตองไดรบความรวมมือและการ
ั
ิ
ี
ื
ื
ั
หลกใหแกกองเรอฝรงเศสในมหาสมุทรอินเดย ประสานการปฏบัตรวมกนกบกองทัพเรอชาตตาง ๆ
ั
ิ
ิ
ั
ั่
ื
(French Indian Ocean Naval Forces) โดยมีเรอ ในพื้นที่ดวย
ิ
ฟรเกตตรวจการณหาขาว (Surveillance Frigate)
ในพื้นที่ตอนใต ๑ ลำ เรือฟริเกตเบา (Light Frigate) ออสเตรเลีย
ทางพื้นที่ตอนเหนอ ๑ ลำ เรอตรวจการณ (Fleet ออสเตรเลียเปนประเทศหนึ่งที่มีความใกลชิด
ื
ื
ิ
ั
ั้
ั
Patrol Ocean Boat) ปฏบัตการในเขตเศรษฐกจ กบสหรฐ ฯ มาชานานนบตงแตสหราชอาณาจกร
ั
ิ
ิ
ั
จำเพาะของ French Austral และ Antarctic เริ่มถอยออกไปจากเอเชียหลังยุคอาณานิคมเมื่อป
Territories ๑ ลำ เรือสนับสนุน (Support Ship) ๒ ลำ ค.ศ.๑๙๔๒ ซึ่งตอมาความสมพันธระหวาง
ั
เรอลำเลยงและยกพลขึ้นบกขนาดเบา (Light ออสเตรเลียกับสหรัฐ ฯ ก็มีความแนบแนนมากยิ่งขึ้น
ี
ื
ื
ั
ี
ิ
Transport and Landing Ship) ๑ ลำ และมีเรอ เมื่อสหรฐ ฯ ออสเตรเลย และนวซีแลนด ไดรวม
ั
ิ
ั
ิ
ตรวจการณขนาดเล็ก ๔๐๐ ตันจำนวนหนึ่ง ประจำการ กนลงนามในสนธสญญาพันธมิตรทางทหาร “กตกา
ิ
อยูตามขอตกลงที่จบูติ (Djibouti) และ เกาะมายอต สัญญาแอนซัส” (Australia, New Zealand and the
รวมถึงเรือระบายพลชั้น EDIC ที่จิบูติ อยางไรก็ตาม United States Treaty: ANZUS) และออสเตรเลย
ี
ู
ั
ั
หากมีความจำเปน กองทัพเรอฝรงเศสกสามารถสง เปนประเทศที่เขาสรบเคยงบาเคยงไหลกบสหรฐ ฯ
ั่
ี
ี
็
ื
ื่
ั้
ิ
ู
กำลงเสรมจากฝรงเศส เชน เรอบรรทุกเครองบิน ในสมรภมิใหญ ๆ นบตงแตสงครามโลกครงที่ ๒
ั
ื
ั
ั่
ั้
ั
ิ
เรอกวาดทุนระเบิดเรอดำนำ และกำลงรบเฉพาะกจ เปนตนมา
ื
ื
้
ยกพลขึ้นบกไดดวย ออสเตรเลยมียุทธศาสตรในการเสรมสรางกำลง
ี
ิ
ั
ั
ื
ภารกจที่สำคญของกำลงทางเรอฝรงเศสที่มีอยู กองทัพโดยจะพึ่งพาตนเองเปนหลก เพื่อปองปราม
ั่
ั
ั
ิ
ี
ี
ื
ึ
ี
ในมหาสมุทรอินเดยคอการปกปองผลประโยชนของ และเอาชนะขาศกที่จะเขาโจมตออสเตรเลย
ั่
ี
ื่
ฝรงเศสในมหาสมุทรอินเดย ไดแกการไหลลน นอกจากนยังจะปกปองเสนทางคมนาคมและการ
ี้
ทางการคาของประเทศ นอกจากนยังจะปกปอง เดินเรือของตนดวย
ี้
ี
อาณานคมและฐานทัพตาง ๆ ของกองทัพฝรงเศส นโยบายในการปองกนประเทศของออสเตรเลย
ั
ั่
ิ
ั่
ั
และเพื่อแสดงกำลงของฝรงเศสในพื้นที่ และหาก คอจะไมใชเชิงรบ (Defensive) หรอตอบโตการ
ื
ั
ื
๔๔
ี
ุ
จำเปน จะชวยเหลือมิตรประเทศขางเคียงอาณานิคม รกรานแตเพียงอยางเดยว หากแตออสเตรเลยจะ
ี
ั
ี
ตามที่มีขอตกลงทางทหาร เตรยมตว เพื่อปองกนตนเองและโจมตฐานทัพของ
ั
ี
ู
ั
ื
ื
ั่
ฝรงเศสไดแยกกำลงทางเรอสทางเหนอของ ฝายตรงขาม เพื่อปองกันไมใหรุกเขาสูออสเตรเลียได
ทะเลแดงหากจำเปน มีการตรวจการณในเสนทาง และจะพยายามขัดขวางไมใหฝายตรงขาม
๓๖ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ั
ิ
กอสงคราม โดยจะทำใหฝายตรงขามตระหนกวา เศรษฐกจและการคา ออสเตรเลยมีความมุงมั่นที่จะ
ี
ั
็
ู
ิ
ี
ั
หากกอสงครามขึ้นกบออสเตรเลยกจะไดรบบทเรยน ดำรงไวซึ่งสนตภาพและความมั่งคงของภมิภาค
ั
ี
ราคาแพงเปนการตอบแทน ปองกันการเสริมสรางอาวุธทำลายลางสูง และชวยเหลือ
เมื่อหันมามองออสเตรเลยกบมหาสมุทรอินเดย ใหโลกสามารถเขาถงแหลงพลงงานสำรองใน
ึ
ี
ั
ั
ี
ั
ซึ่งจะเปนภยคกคามตอจนในการเขามามีบทบาทใน ตะวันออกกลางได และตะวันออกกลางนับเปนพื้นที่ ๆ
ุ
ี
ิ
ื
ั้
ุ
ี
ี
ั
ื
มหาสมุทรอินเดยหรอไมนน ในปจจบันออสเตรเลย ออสเตรเลยไดสงกำลงทางเรอเขาปฏบัตการอยาง
ี
ิ
ไดมุงเนนความสนใจไปที่ การเสริมสรางกำลังทางเรือ ตอเนื่องนับตั้งแตป ค.ศ.๑๙๙๑ เปนตนมา
ี
โดยในกลางทศวรรษที่ ๒๐๓๐ ออสเตรเลีย จะมีกำลัง นอกจากนออสเตรเลยยังพยายามที่จะใหเกด
ี้
ิ
ิ
ั
ึ่
ิ
ทางเรือที่เขมแข็งขึ้น โดยจะเพิ่มขนาดของกองกำลัง สนตภาพขึ้นในแอฟรกา อันเปนสวนหนงของการ
เรือดำน้ำเปน ๒ เทา คือจะมีเรือดำน้ำใหม ๑๒ ลำ สนับสนุนความมั่งคงของโลก เชน การเขาชวยเหลือ
๔๖
เขามาแทนที่เรือดำน้ำชั้น Collins ๖ ลำ ที่ประจำการ ดานมนุษยธรรม และการรักษาสันติภาพ สวนใน
ื
ิ
อยูในขณะนี้ จะจดหาเรอฟรเกตปราบเรอดำนำ พื้นที่ตะวันออกกลางและโซมาเลีย ออสเตรเลียยังได
ั
ื
้
ิ
ื
ื
ิ
ั
ทดแทนเรอฟรเกตชั้น ANZAC เพิ่มขีดความ สงเรอเขาไปรวมในกองกำลงนานาชาตบรเวณ
ิ
สามารถในการทำสงครามไกลฝง คมครองแนว โซมาเลีย เพื่อปราบปรามการประทำอันเปนโจรสลัด
ุ
๔๕
เขตแดนทางทะเล และลาทำลายทุนระเบิด นับตั้งแตตนป ค.ศ.๒๐๐๒ เปนตนมา
ั
ี
ู
เมื่อมาดความเชื่อมโยงของออสเตรเลยกบ
ั้
ี
ี
มหาสมุทรอินเดยนน ในเอเชียใต ออสเตรเลยมี จีน
ั
ี
ั
ี
ั
ั
ความสมพันธที่ดกบอินเดยและกำลงขยายตวขึ้น จากความตองการพลงงานที่สำคญในโพนทะเล
ั
ั
ิ่
ั
ื่
ั
ี
ั
ี
ั
เรอย ๆ และมีความสมพันธที่ดกบประเทศตาง ๆ ทำใหรฐบาลจนเรมมีความหวงใยเกยวกบความ
ี่
ั
ในเอเชียใตอีกดวย เชน ปากสถาน ในความรวม มั่นคงปลอดภยของเสนทางคมนาคมทางทะเลในการ
ี
ู
มือกันตอตานและปราบปรามเครือขายการกอการราย ขนสงทรพยากรนำมันที่มีคณคาสงตอการพัฒนา
ุ
้
ั
ในประเทศ ซึ่งปากสถานกำลงถกทาทายและ เศรษฐกจจน จากตะวันออกกลางผานมหาสมุทร
ี
ิ
ั
ู
ี
ั
เผชิญหนาอยูกบความมั่นคง ประชากร และ อินเดีย สูชายฝงของจีนบนมหาสมุทรแปซิฟกตะวันตก
เศรษฐกจ และเนองจากปากสถานเปนประเทศที่มี ในขณะที่ความสมพันธระดบทวิภาคระหวางจน
ี
ี
ั
ื่
ี
ั
ิ
ั
ขีดความสามารถดานนิวเคลียร หากเกิดสถานการณ กบอินเดยมีการพัฒนาไปในทางที่ดนบตงแตปลายป
ั
ี
ี
ั้
ี
ั
ที่มีความเปราะบางในการใชอาวุธนิวเคลียร ก็จะเกิด ค.ศ.๑๙๙๐ เปนตนมา โดยอินเดยนบเปนประเทศ
ี
ุ
ปญหาใหมกบโลกได อยางไรกตาม ออสเตรเลยได มหาอำนาจที่โดดเดนที่สดในภมิภาคมหาสมุทร
ู
็
ั
ั
ุ
ั
ี
ั
ี
ั
ี
ใหการสนบสนนปากสถานซึ่งเปนพันธมิตรกบจน อินเดยและมีศกยภาพดานกำลงทหารที่ดี
ื
ั
ั
ดวยความรวมมือทางทหารที่มากขึ้น และชวยเหลอ ซึ่งศกยภาพอาจจะขยายตวมากขึ้นจนกลายเปนคแขง
ู
๔๗
ั
ั
ี
ี
ึ
ี
ในการเสริมสรางขีดความสามารถดานตาง ๆ นอกจากน ี้ ที่สำคญของจนในระยะยาวได จนจงตระหนกดวา
ี
ั
ี
ื
ั
ออสเตรเลยยังไดชวยเหลออัฟกานสถานในการ ความตองการพลงงานของอินเดย ที่มีลกษณะและ
ิ
ั
ู
ิ
ิ
สงกำลังเขารวมใน International Security Assistance อัตราการเจรญเตบโตทางเศรษฐกจสงคลายกบจน
ิ
ี
ั
ื
ู
ี
ิ
ี
เพื่อชวยเหลอและเสรมขีดความสามารถของ อาจทำใหอินเดยขึ้นมาเปนคแขงสำคญของจนใน
Afghan National Security Forces มหาสมุทรอินเดยในการแยงชิงทรพยากร จนทำให
ั
ี
ั
ิ
สำหรบตะวันออกกลางและแอฟรกา จีนตองเสียประโยชนได (Zero - Sum)
ออสเตรเลยมีผลประโยชนดานความมั่งคงของชาต ิ นกวิชาการจน Hou Songlin มองวา จนมี
ี
ั
ี
ี
ึ
อยูมากในตะวันออกกลาง รวมถงผลประโยชนดาน ความกงวลเกยวกบความทะเยอทะยานทางการเมือง
ั
ี่
ั
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๗
ี
ื
ั
ิ
ั้
ของอินเดยที่จะกาวออกไปไกลเกนกวามหาสมุทร ๔. การจดตงกองเรอที่มีความสามารถออก
อินเดย ตามยุทธศาสตร “Look East Policy” ทะเลไดระยะเวลานาน ๆ (Ocean going) สามารถ
ี
ี
ของอินเดยที่มีตออาเซียน (ASEAN) โดยอินเดยจะ แสดงกำลังไดไกลถึงมหาสมุทรแอตแลนติก ผานแหลม
ี
ิ
ั
มุงเนนความรวมมือทางเศรษฐกจกบอาเซียนที่ กูดโฮป (Cape of Good Hope) และผานมหาสมุทร
ั
อาจจะขยายตวไปสการเมืองและความมั่นคง ทั้งน ี้ แปซิฟกสูทะเลจีนใต
ู
ี
ี
ี้
ึ
ความรวมมือระหวางอินเดยและอาเซียนตาม นอกจากนจนยังใหความสนใจอยางมากถง
ั
ยุทธศาสตร “Look East Policy” นี้ จะเปนความ ความมั่นคงในมหาสมุทรอินเดยที่กองทัพเรอสหรฐ ฯ
ี
ื
ิ
รวมมือดานการตอตานการกอการราย ความมั่นคง กำลงเปนมหาอำนาจทางทะเลอยู นบตงแตบรเวณ
ั
ั้
ั
ื่
ู
ทางทะเล และการตอสกบอาชญากรรมขามชาติ อาวเปอรเซีย ตอเนองไปยังพื้นที่ตาง ๆ ของ
ั
โดยทั้งหมดเปนสวนหนงของยุทธศาสตรของอินเดย มหาสมุทรอินเดียถึงทะเลจีนใต ซึ่งจีนมีความกังวลวา
ึ่
ี
ื
ั
ที่ตองการควบคุมมหาสมุทรอินเดีย โดยเฉพาะอยางยิ่ง ในยามวิกฤติ กองทัพเรอสหรฐ ฯ จะเปนภยตอ
ั
ิ
ี
ิ
ชองแคบมะละกา เศรษฐกจของจนที่เดนทางมาจากทะเล โดยเฉพาะ
อีกปญหาหนึ่งที่จีนกังวลก็คือ การที่อินเดียอาจจะ อยางยิ่งบรเวณชองแคบมะละกา และเสนทางการ
ิ
๔๘
ขยายภารกจและขีดความสามารถของกองทัพเรอ เดินเรือสินคาและน้ำมันจากอาวเปอรเซีย
ื
ิ
ิ
ิ
ออกไปไกลจากชายฝงมากขึ้นเปนการปฏบัตการใน จากมุมมองทางยุทธศาสตรระหวางประเทศ
ั
ิ
ทะเลลึก (Blue Water Navy) ซึ่งวัตถุประสงคในการ ชองแคบมะละกานบเปนเสนทางการเดนเรอสากล
ื
ั
ปฏิบัติการทางเรือของอินเดียไดแก ที่สำคญที่สหรฐ ฯ อาจใชความเหนอกวาทางกำลง
ื
ั
ั
ทหารเขายึดเพื่อครองความไดเปรยบทาง
ี
ยุทธศาสตร ในการควบคมการไหลลนของพลงงาน
ื่
ั
ุ
ี้
ของโลก ทั้งนใครกตามที่สามารถควบคมชองแคบ
ุ
็
มะละกาได กจะสามารถควบคมเสนทางพลงงาน
ุ
ั
็
ั้
ี
ี
ั
ของจนได ดงนนการที่จนตองพึ่งพาชองแคบ
ิ
็
มะละกามากจนเกนไป กอาจกระทบตอความมั่นคง
ุ
ั
ี
และเปนภยคกคามตอการใชพลงงานของจนไดใน
ั
อนาคต
การพึ่งพาชองแคบมะละกามากเกนไปของจน
ิ
ี
ึ
ี
เพื่อลำเลยงนำมันนน หมายถงการที่จนตองมีขีด
ั้
ี
้
ที่มา : http://www.blogofasia.com
ความสามารถในการรกษาความปลอดภยเสนทาง
ั
ั
ั
พลงงานของตน อีกทั้งหากเกดสถานการณที่
ิ
ุ
ู
ั
๑. การปองกนประเทศ การปองกนชายฝง ชองแคบมะละกาถกปดจากอุบัตเหตบางอยาง หรอ
ั
ื
ิ
และการควบคุมเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ถกปดกนโดยมหาอำนาจอื่น จนจะตองเผชิญกบ
ั้
ี
ั
ู
ื่
ิ
ุ
ั
๒. การควบคมพื้นที่ชายฝงที่อยูตดกบประเทศ ปญหาดานความมั่นคงอยางมหาศาลเนองจาก
เพื่อนบาน หลกเลยงไมไดในการลำเลยงขนสงนำมันและ
ี
ี
้
ี่
ั
๓. การควบคุมทะเล จากชองแคบฮอรมุซถึง กาซธรรมชาติ และสหรฐ ฯ คงจะควบคมประเทศ
ุ
ช อ ง แ ค บ ม ะ ล ะ ก า ใ น ย า ม ส ง บ และการมีความ ตาง ๆ เพื่อไมใหเขาหรืออาจแนะนำเสนทางเดินเรือ
สามารถในการปดลอม chokepoints ไดอยางมี อื่นในการขนสงสนคาแทน อีกทั้งตอไปในอนาคต
ิ
ประสิทธิภาพในยามสงคราม หากเกิดกรณีพิพาทหรือปญหาความขัดแยง สหรัฐ ฯ
๓๘ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ั
ั
ุ
ี
ื
และญี่ปุนอาจรวมกนปดชองแคบมะละกาอันเปน ตนขึ้นมาตอบโตคอ “ทฤษฎการคกคามสหรฐ ฯ
หนึ่งในมาตรการบีบบังคับจีนกได (America Threat Theory)”
็
ี
เสนทางนำมันที่สงจากอาวเปอรเซีย ผาน จากการที่จนตองพึ่งพานำมันและอาจมี
้
้
ี
มหาสมุทรอินเดยและชองแคบมะละกาไปยังจน อุปสรรคในการลำเลยง จนจงตองหาเสนทางการ
ี
ี
ี
ึ
ั
ี
ั้
เกาหลี และญี่ปุนนน หากมหาอำนาจสามารถ ลำเลยงนำมันที่เหมาะสมและปลอดภยจามหาสมุทร
้
ู
ี
ิ
ี้
ควบคมเสนทางนไวได อนาคตของทั้งสามประเทศ อินเดยสจน เพื่อใหเกดการไหลเวียนของพลงงาน
ั
ุ
ี
ผูนำเขาน้ำมันซึ่งเปนผลประโยชนสำคัญ ก็จะประสบ น้ำมันและกาซธรรมชาติเขาสูจีนไดอยางตอเนื่อง
ปญหา เพราะหนงในยุทธศาสตรของสหรฐ ฯ คอ จะเห็นไดวา หากจนเรมเขามามีบทบาทใน
ื
ึ่
ี
ั
ิ่
การควบคุม “เสนทางน้ำมัน” มหาสมุทรอินเดยเพื่อแสวงหาทรพยากร และ
ั
ี
ั
ี
ั
ี
ั
เห็นไดชัดวา จนกำลงเผชิญกบความทาทายที่ ปกปองผลประโยชนของตน จนจะตองเผชิญกบ
อาจเกดขึ้นในมหาสมุทรอินเดย แตประเดนขัดแยง มหาอำนาจและพันธมิตรของมหาอำนาจ และ
ิ
็
ี
สวนใหญ ยังคงเปนนามธรรมอยู ทั้งนี้จีนคิดวา ประเทศตาง ๆ ที่มีผลประโยชนอยูเดิมและมีการวาง
๑. การไหลลนและคงที่ของแหลงพลงงานบน กำลงอยางเปนระบบเพื่อปกปองผลประโยชนของ
ั
ื่
ั
เสนทางคมนาคมสากลที่เปนของทุกประเทศ ประเทศเหลานั้นกอนที่จีนจะเขามา รวมถึงการ
ั
ู
ื
สมควรจะถกขัดจงหวะหรอไม โดยเฉพาะใน แสดงและวางกำลงทางเรอของมหาอำนาจและ
ื
ั
๔๙
ั
ั
สถานการณที่มีความรุนแรง ประเทศตางๆ ในการรกษาความมั่นคง รกษาเสน
๒. จีนมีความเหนือกวาอินเดียในทุก ๆ ดาน ทางคมนาคมทางทะเล และปราบปรามโจรสลัดใน
สามารถจะตอบโตอินเดียทางทะเลได มหาสมุทรอินเดย ซึ่งจนจะตองปรบเปลยน
ี่
ี
ี
ั
ี
ั
๓. แมจนจะประณามสหรฐ ฯ ที่มีนกวิชาการ ยุทธศาสตรของตนในการขยายบทบาทในมหาสมุทร
ั
ุ
ี
ั
ั
ี
บางคนกำลงสนบสนน “ทฤษฎการคกคามจน อินเดีย
ุ
(China Threat Theory)” จีนก็เลยมีทฤษฎใหมของ
ี
(อ่านต่อฉบับหน้า)
๒๖. Gal Luft, “Fueling the Dragon: China race into the oil market.” Ibid.
๒๗. Institute for the Analysis of Global Security, “World Energy Outlook 2007: Fact Sheet - China,” [Online]. Available from: http://www.iea.org/textbase/
nppdf/free/2006/chinapower.pdf [12 February 2012].
๒๘. Energy Information Administration, “Persian Gulf Fact Sheet,” [Online]. Available from: http://www.eia.doc.gov/emeu/cabs/pgulf.html [12 February 2012].
๒๙. Editor, “Energy in China: Transportation, Electric Power and Fuel Markets,” Asia Pacific Research Centre. (Tokyo: Asian Pacific Research Centre, 2004), p. 5.
๓๐. X Xu, “China and the Middle-East: Cross-Investment in the Energy Sector,” [Online]. Available from: http://www.mepc.org/journal_vol7/0006_xu.asp [12 February 2012].
๓๑. Saibal Dasgupta, “China gets first-ever chance to enter Indian Ocean for exploration.” [Online]. Available from: http://articles.timesofindia.indiatimes.
com/2011-08-02/china/29842183_1_ore-deposit-mineral-exploration-cnpc [12 February 2012].
๓๒. FAO. “Historical trends of tuna catches in the world, Development of the Indian Ocean Tuna Fisheries,” [Online]. Available from: http://www.fao.org/docrep/007/y5428e/y5428e05.htm [12 February 2012].
๓๓. “สถิติการคาของสหภาพยุโรป 2550,” สำนักงานพาณิชยในตางประเทศฯ ณ กรุงบรัสเซลส, [ออนไลน]. แหลงที่มา: http://news.thaieurope.net/content/view/3002/222/ [12 กุมภาพันธ 2554].
๓๔. Vice Adm (Retd) GM Hiranandani, “Navies in the Indian Ocean. Transition to Guardianship: The Indian Navy 1991-2000,” [Online]. Available from: http://www.indiandefencereview.com/
military-and-space/Navies-in-the-Indian-Ocean-.html [18 February 2012].
๓๕. J. Mohan Malik, “Global Change,” Pacifica Review: Peace, Security & Global Change. 13, 1 (February 2001), p. 74.
๓๖. Ibid.
๓๗. Ibid. p. 77.
๓๘. Frank Jack Daniel, “India’s military build up may be too little too late?,” [Online]. Available from: http://in.news.yahoo.com/indias-military-build-may-too-little-too-114044919.html. [4 February 2012].
๓๙. Terra Daily, “Delhi notes China’s Indian Ocean ‘interest’.” [Online]. Available from: http://www.terradaily.com/reports/Delhi_notes_Chinas_Indian_Ocean_interest_999.html [12 March 2012].
๔๐. Maritime Security Asia. “China warns India against oil exploration in South China Sea,” [Online]. Available from: http://maritimesecurity.asia/free-2/south-china-sea-2/china-warns-india-
against-oil-exploration-in-south-china-sea/. [26 March 2012].
๔๑. Vice Adm (Retd) GM Hiranandani, “Navies in the Indian Ocean. Transition to Guardianship: The Indian Navy 1991-2000,” Ibid.
๔๒. Vice Adm (Retd) GM Hiranandani, “Navies in the Indian Ocean. Transition to Guardianship: The Indian Navy 1991-2000,” Ibid.
๔๓. Tual, Aliae. Le Capitaine de Frigate, Attache de Defense, Ambassade de France, “French Naval Presence in the Indian Ocean,” African Defence Review. (Issue No 19, 1994), p 10.
๔๔. Commonwealth of Australia, “Defending Australia in the Asia Pacific Century: Force 2030,” Australian Defense White Paper. (Canberra: Department of Defence, 2009). p. 53.
๔๕. Ibid. p. 64.
๔๖. Ibid. p. 99.
๔๗. David Walgreen, “China in the Indian Ocean Region: Lessons in PRC Grand Strategy,” Comparative Strategy. (Virginia: Missouri State University, 2006): p 59.
๔๘. U.S. Office of the Secretary of Defense, “Malacca Dilemma,” Annual Report on the Military Power of the People’s Republic of China 2005. (Washington: Government Printing Office, 2005), p. 33.
๔๙. James Holmes. “Maritime Implications of China’s Energy Strategy,” Naval War College Review. (Newport RI: Naval War College, December, 2006). P. 22.
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ๓๙
บทความพิเศษ สัมภาษณ
ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจ
กองทัพเรือ
นาวิกโยธิน
กับการแกปญหา ๓ จังหวัดชายแดนใต
โดย กองบรรณาธิการ
นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
นำ ฮ. ทร. ลงจอด ณ ยอดเขาบูโด เปนครั้งแรกในประวัติศาสตร เพื่อตรวจเยี่ยมกำลังพล
10 10 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
๑๐
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ ๑๑
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 11 11
เมื่อ นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร ปรากฏใหเห็นแมแตนอย ทุกคนมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม
่
ผูบังคับหนวยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ จากการสัมภาษณ์กำลังพลระดับผูปฏิบัติ ทราบว่า
ุ
มาบรรยายสรปสถานการณชายแดนภาคใต มีความเชื่อมั่นในผูบังคับบัญชาทุกระดับชั้นอย่างมาก
ณ หองประชุมอาคารราชนาวิกสภา เมื่อ ๑๔ โดยเฉพาะกองทัพเรือซึ่งใหการสนับสนุน ๑๑๐
ั
ื่
ธนวาคม ๒๕๕๕ ใหผูสอขาวและผูที่สนใจไดรบ เปอร์เซ็นต์ จงพรอมปฏบัตหนาที่เพื่อชาตทุกภารกจที่
ั
ิ
ิ
ิ
ิ
ึ
ื
ึ่
ั้
ุ
ั
ทราบนน วัตถประสงคสำคญประการหนงคอ ผูบังคับบัญชาสั่งการ เมื่อไดสัมภาษณ์ “ผูการ
ตองการประชาสัมพันธการปฏิบัติงานของกองกำลัง สมเกยรต” ทำใหไดเห็นว่าท่านเปนผูบังคบหนวย
่
ั
ิ
ี
ตาง ๆ ที่ไดรับมอบหมายจากหนวยเหนือ ใหไป ที่ทุ่มเท แรงกาย แรงใจใชความรความสามารถที่
ู
ั
ึ
ิ
ิ
ปฏบัตหนาที่ในพื้นที่ดงกลาว ใหทราบถง มีอยู่อย่างเตมที่ ที่จะทำใหด ิน แ ด น ใ น จ ัง ห ว ัด
็
ิ
แนวทางแกปญหาของผูปฎบัตที่จะตองบูรณาการ ชายแดนภาคใต เกดความสนตสขอย่างยั่งยืน และ
ิ
ิ
ั
ุ
ิ
ุ
และไดรับการสนบสนนหรอความรวมมือจาก ยิ่งเมื่อไดรับทราบถึงแนวทางการแกปญหา เราเชื่อมั่น
ื
ั
ิ่
ุ
ิ
ประชาชนนอกพื้นที่และทุกหนวยงาน ว่าจดเรมตนของความสงบสขในดนแดนภาคใตได
ุ
ื่
ิ
ื่
กองบรรณาธการเห็นว่าเรองดงกลาวเปนเรองที่ ปรากฏแสงสว่างขึ้นแลว กองทัพเรือได “PUT THE
ั
่
สำคญและยังมีรายละเอียดอีกมาก จงไดขออนญาต RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB” อย่างแทจริง
ุ
ึ
ั
เดนทางเขาไปในพื้นที่เพื่อไปสมภาษณ์ นาวาเอก ต่อไปจะเปนส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ นาวาเอก
ิ
ั
สมเกียรติ ฯ ผูบังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ สมเกียรติ ฯ ผูบังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน
คณะกองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ จำนวน กองทัพเรือ
๔ นาย ไดเดินทางไปค่ายจุฬาภรณ์ จังหวัดนราธิวาส
เมื่อ ๕ มกราคม ๒๕๕๖ ซึ่งเปนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ในช่วงค่ำไดมีโอกาสเดินทางไปสำรวจพื้นที่ เพื่อใหเห็น
์
ภาพสถานการณจรง ตลอดจนการปฏบัตหนาที่ของ
ิ
ิ
ิ
ุ
่
ั
กำลงพลที่วางกำลงอยู่ตามจดตรวจ จดสกดตาง ๆ
ั
ั
ุ
ั
ขอนำเรยนว่า ไม่เห็นแววตาของความกลวใด ๆ
ี
12 ๑๒ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นิตยสารนาวิกศาสตร : อยากใหผูการสรุปความเปน จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส
ี่
ึ
ุ
ั้
ั
ี
มาตงแตอดตจนถงปจจบันของการกอความ หลงจากการเปลยนแปลงการปกครอง
ไมสงบในพื้นที่จงหวัดชายแดนภาคใตเพื่อใหผูอาน พ.ศ.๒๔๗๕ รฐบาลมีความพยายามจะสราง
ั
ั
ิ
ึ่
ี
ไดทราบความเปนมาของปญหา ความเปนหนงเดยวของรฐไทยและสรางคานยม
ั
ของความเปนไทย ทั้งการพูดภาษาไทย การแตงกาย
ื
ผบ.ฉก.นย.ทร. : จงหวัดชายแดนภาคใต เดมคอ แบบไทย และเรยกชื่อประชาชนในประเทศวา
ั
ิ
ี
ิ
ิ
ดนแดนเมืองปตตานี ซึ่งมีประวัตความเปนมา เปน “คนไทย” ซึ่งการออกขอกำหนดตางๆในหวง
ี้
ี
ิ
ุ
ั
ยาวนาน ในสมัยกรงศรอยุธยา ดนแดนแถบนเคยมี เวลาดงกลาว สงผลกระทบตอวิถชีวิตของพี่นอง
ี
ิ
ุ
ความสมพันธกบสยามในฐานะหัวเมืองชั้นนอก มุสลมในพื้นที่ภาคใตตอนลางอยางรนแรง
ั
ั
เมื่อถงชวงตนกรงรตนโกสนทร เมืองปตตานี เมื่อประกอบกบความไมพอใจจากการสญเสย
ิ
ึ
ุ
ั
ั
ี
ู
ี
ั
ไดกลายมาเปนหัวเมืองชั้นในหลงจากรชกาลที่ ๑ อำนาจของอดตผูครองเมือง และความไมพอใจ
ั
ิ
ี
ี
ู
ี
สงกองทัพไปยังดนแดนปตตานในป พ.ศ.๒๓๒๙ ของประชาชนบางสวนที่สญเสยอดตของความเปน
หลงจากนน ประเทศสยาม กใชความพยายาม “รฐปตตาน” จงทำใหประชาชนในพื้นที่ลกขึ้นมา
ุ
ี
็
ั
ั
ึ
ั้
ุ
ู
อยางเตมที่ ที่จะปกครอง และดแลดนแดนสวนนี้ ตอตาน และเกดการกอตวของกลมที่ตองการ
ิ
ั
็
ิ
็
ใหบังเกิดความสงบสุข รมเย็น แตกไมประสบผล แยกตัวเปนอิสระจากการปกครองของไทย
ึ่
ุ
ั
มากนก เนองจากเหตผลหลายประการ สวนหนง หลายกลุมในเวลาตอมา
ื่
มาจากเมืองปตตานี ที่มีอาณาเขตกวางขวาง และ การกอตงองคกรตอตานอำนาจรฐ ซึ่งในอดต
ี
ั
ั้
ิ่
ี
มีอัตลกษณทองถนที่ไมเหมือนภมิภาคอื่น ๆ ทำให เรยกวา “ขบวนการแบงแยกดนแดน” ปรากฎขึ้น
ู
ั
ิ
ั
ุ
ื
ั
ยากแกการปกครอง ในตอนตนรชสมัยรชกาลที่ ๒ อยางชัดเจนภายหลง พ.ศ.๒๕๐๐ โดยมีกลมหรอ
ั
ั
ประมาณป พ.ศ.๒๓๕๙ จึงโปรดใหแยกเมืองปตตาน ี ขบวนการที่มีบทบาทและเปนที่รจกอยางกวางขวาง
ู
ออกเปน ๗ หัวเมืองคือ เมืองปตตานี เมืองยะหริ่ง คือ แนวรวมปฏิบัติแหงชาติมลายูปตตานี (Barisan
เมืองหนองจก เมืองรามัน เมืองยะลา เมืองระแงะ Revolusi Nasional Melayu Pattani) หรอ
ิ
ื
ั
ุ
ั้
ั
และเมืองสายบุรี ตอมาในปลายรชสมัยรชกาลที่ ๕ กลม BRN กอตงเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ และขบวนการ
ี่
ู
ี
ไดมีการเปลยนรปแบบการปกครองในพื้นที่ ๗ เพื่อการปลดปลอยชาตปตตาน” (Pattani United
ิ
ึ่
ิ
หัวเมืองอีกครงหนง ซึ่งเปนแบบมณฑลเทศาภบาล Liberation Organization) หรือ กลุม PULO กอตั้ง
ั้
ี
ิ
ั
ิ่
มีการจดตง “มณฑลปตตาน” โดยเรมดำเนนการ ในป พ.ศ.๒๕๑๑
ั้
ู
ุ
ุ
็
ในป พ.ศ.๒๔๔๕ และสำเรจลลวงในป พ.ศ.๒๔๔๙ การตอสดวยอาวุธของกลมตอตานอำนาจรฐ
ั
สงผลให ๗ เมืองเดม ถกยุบรวมเหลอ ๔ เมือง ไดดำเนนการมาอยางตอเนองจนถงชวงประมาณ
ื่
ู
ึ
ื
ิ
ิ
ื
ุ
ุ
คอ เมืองปตตานี เมืองยะลา เมืองระแงะ และ พ.ศ.๒๕๓๐ เหตการณความรนแรงตาง ๆ ในพื้นที่
ิ่
ั้
ี่
ื่
ั
เมืองสายบุรี ซึ่งการเปลยนแปลงในครงนี้ สงผล จงหวัดชายแดนภาคใตเรมเบาบางลงเนองจาก
ิ
ใหเกดการตอตานจากอดตเจาเมืองที่สญเสยอำนาจ ความพยายามของรฐบาลในการแกปญหาทั้งดาน
ี
ั
ี
ู
ื่
และยังคงดำรงอยูจวบจนปจจุบัน การทหารและดานการเมืองอยางตอเนอง จนกระทั่ง
ู
ตอมาในป พ.ศ.๒๔๗๔ มีการปรบปรงรปแบบ ตนป พ.ศ.๒๕๔๗ การตอสดวยอาวุธของกลม
ุ
ุ
ั
ู
ึ่
ั
็
ิ
ั้
การปกครองอีกครงหนง ไดยุบเลกระบบมณฑล ตอตานอำนาจรฐกเปดฉากขึ้นอีกครงหนง เมื่อมี
ึ่
ั้
ั
ี
ั
เทศาภบาลทั่วประเทศ และใหจงหวัดเปนหนวย การใชกำลงขนาดใหญเขาโจมตกองพันพัฒนา
ิ
ิ
ราชการสวนภมิภาค พื้นที่มณฑลปตตานเดม ที่ ๔ อำเภอเจาะไอรอง จงหวัดนราธวาส ทำให
ู
ั
ิ
ี
ั
ื
คงเหลอเพียง ๓ จงหวัด คอ จงหวัดปตตานี กำลังพลเสียชีวิต ๔ นาย ปลนอาวุธปนประเภทตาง ๆ
ั
ื
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 13 ๑๓
ึ
ุ
ุ
ั
็
ไปเปนจำนวนมาก ๘ ปเศษที่ผานมา เหตการณ ผลสำเรจมากนก จนถงปจจบัน การแกปญหาอยู
ุ
ุ
ิ
ื่
ความรนแรงเกดขึ้นอยางตอเนอง มีการกอเหตราย ภายใตการอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความ
ในหลายรปแบบ เชน ทำราย สงหาร เจาหนาที่ มั่นคงภายในราชอาณาจักร และมอบความรับผิดชอบ
ั
ู
ั
ื
ั
ั
ั
ของรฐ เพื่อลดความนาเชื่อถอตอเจาหนาที่รฐ โดยตรงใหกบ กองอำนวยการรกษาความมั่นคง
ที่ไมสามารถปกปองตนเองได ทำรายประชาชน ภายในภาค ๔ สวนหนา โดยมีแมทัพภาค ๔
ิ์
ุ
ิ
ผูบรสทธโดยเฉพาะชาวไทยพุทธเพื่อสรางความ เปนผูอำนวยการ ซึ่งไดกำหนดแนวทางการ
ั
ุ
หวาดกลว สรางเงอนไขใหเกดความขัดแยง แกปญหาอยางรอบดานเพื่อนำไปสความสงบสข
ื่
ิ
ู
ั
ู
ทางศาสนา ทำลายสถานที่ราชการและสถานที่ อยางยั่งยืนกลบมาสปลายดามขวาน โดยนอมนำ
ั
ึ
เชิงสญลกษณของอำนาจรฐเพื่อลดความนา ยุทธศาสตรพระราชทาน “เขาใจ เขาถง พัฒนา”
ั
ั
ั
เชื่อถอของรฐบาล เปนตน รปแบบการกอเหตุ มาเปนยุทธศาสตรหลก และกำหนดยุทธศาสตร
ั
ื
ู
ประกอบดวยการกอการราย การปฏบัตทางทหาร รอง ๖ ดาน มาเปนกรอบในการพัฒนาและแกปญหา
ิ
ิ
และการโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งตลอดระยะเวลา ในสวนของ ฉก.นย.ทร. นั้น ผมก็ใชหลักการที่
๘ ปเศษ มีเจาหนาที่ของรฐและพี่นองประชาชน โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือไดสอนไว มาประยุกต
ั
ิ
ิ์
ผูบรสทธไดเสยชีวิตไปแลวกวา ๕,๐๐๐ ราย ใชกลาวคือ ไดนำแนวทางพระราชทานมาวิเคราะห
ุ
ี
็
บาดเจบกวา ๙,๐๐๐ ราย สำหรบผูเสยชีวิตนน อยางละเอียดลึกซึ้งแลว เราเห็นวา นี่คือยุทธศาสตร
ี
ั
ั้
ุ
ั
ู
ุ
ไดรบการพิสจนทราบแลววา เสยชีวิตจากเหตการณ ที่ถกตองชัดเจนที่สดในการแกปญหาชายแดน
ี
ู
ความไมสงบอยางชัดเจน ประมาณ ๓,๐๐๐ ราย ภาคใตของเรา สิ่งสำคัญมาก ๆ คือเราจะตองทำให
กำลงพล รวมทั้งผูเกยวของทั้งหมดเขาใจภาพรวม
ี่
ั
ุ
ของเหตการณความไม่สงบในพื้นที่จงหวัดชายแดน
ั
์
ึ
ภาคใตนกอน ผมจงเรมตนโดยการเตรยมความ
ิ่
ี้
่
ี
พรอมกำลงพลใหมี ความเข้าใจ สภาพความเปน
ั
ิ
จรงในพื้นที่และองคประกอบของปญหาความไมสงบ
นั้นก็คือ
ั
ิ
นตสารนาวิกศาสตร : ในฐานะที่ทานเปนผูบังคบ
หนวยรับผิดชอบในพื้นที่ ทานมีแนวทางในการแกไข
ปญหาอยางไร
ผบ.ฉก.นย.ทร. : ในประเด็นนี้ ขออนุญาตตอบยาว
หนอยนะครบจากเหตการณความรนแรงที่เกดขึ้น
ุ
ุ
ั
ิ
ั
ื่
อยางตอเนอง ทำใหรฐบาลทุกยุคทุกสมัยตองทุมเท
ความพยายามอยางหนกที่จะแกปญหา ยุตความ
ิ
ั
ั
ุ
ื
รนแรง และนำความสงบสขกลบคนมา โดยมีการ
ุ
ั
ั
ี่
ุ
ปรบเปลยนหนวยงานที่ควมคมอำนวยการแกปญหา
ั
ี่
หลายคณะ รวมทั้งปรบเปลยนยุทธศาสตรและ
นโยบายมาหลายฉบับ แตการแกปญหาก็ยังไมบรรล ุ
14 ๑๔ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ึ
เขาใจถงความพยายามที่จะกอเหตุ และสราง
สถานการณทุกเวลา ซึ่งเปาหมายการกอเหตมี ๔
ุ
ั
ิ
กลม ไดแก เจาหนาที่รฐ ฯ ทั้งพุทธและมุสลม
ุ
ประชาชนไทยพุทธทุกอาชีพ หัวเมือง/ชุมชนเมือง
ิ
ใหญ ๆ ทรพยสนทางราชการและของประชาชนโดย
ั
ใชยุทธวิธและอาวุธหลายชนดเชน การวางระเบิด
ี
ิ
การลอบยิง การลอบวางเพลิง ฯลฯาา
ุ
ึ
ุ
ั
ี้
ตองเขาใจถงกลมที่กำลงกอเหตุ วาคนกลมนมี
ความเปนมาอยางไรและมีแนวทางการตอสอยางไร
ู
ั
ุ
ุ
ุ
ซึ่งกลมที่กำลงกอเหตอยูปจจบันเปนกลมที่มี
ุ
ื่
เปาหมายในการ”แบงแยกดนแดน” มีการขับเคลอน
ิ
หลายกลุมแตกลุมที่มีอิทธิพล และใชกองกำลังติดอาวุธ
ั
ุ
ื
ุ
ู
ตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ ในปจจบัน คอ กลม BRN
ั
ั้
ุ
Coordinate กลมนี้ กอตง พ.ศ.๒๕๐๓ โดยผูนำ
ศาสนาในพื้นที่ ๓ จังหวัด ในตอนตนไมมีกองกำลัง
ั
ั้
ุ
ตดอาวุธ จนกระทั่ง ๑๑ ตลาคม ๒๕๑๑ ไดจดตง
ิ
ิ
ั
กองกำลงตดอาวุธตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ ประมาณ ๑๐ ป
ั
ั
ู
ู
เกดการแตกแยกภายใน นำไปสการแบงแยก
ิ
ุ
ื
เปน ๓ กลมยอย คอ BRN Coordinate, BRN
Congress, BRN Ulama หลงจากนน ๒ กลมหลง
ั้
ั
ุ
ั
คอย ๆ ลดบทบาทลงไป ในขณะที่ BRN Co มีการ
ี่
ู
ู
เปลยนแปลงรปแบบการตอสจนมีความเขมแข็งอยูใน
ั้
ู
ปจจุบัน สำหรับกระบวนการตอสของ BRN Co นน
ื่
ไดตรวจพบความเคลอนไหวของ BRN Co จาก
การยึดเอกสารจากนายมะแซ อุเซ็ง ซึ่งเปน
อุซตาส โรงเรยนสมพันธวิทยา อำเภอเจาะไอรอง
ั
ี
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 15 ๑๕
ิ
ั
ั
เมื่อ ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖ ไดพบวา BRN Co มี จงหวัดชายแดนใตเปนสงคมมุสลมที่เครงครดศาสนา
ั
ู
ั
ี่
การเปลยนรปแบบการตอสจากการใชกองกำลง
ู
ั
ิ
ตดอาวุธตอสกบเจาหนาที่รฐ ฯ โดยตรง มาเปนการ
ู
ั
ื
กระทำ “สงครามประชาชน” ซึ่งมีองคประกอบ ๓ สวนคอ
ิ
ั
ั
ั
ั้
องคกรนำ มวลชน และกองกำลงตดอาวุธ มีการจดตงรฐ ฯ
ป ต ต า น ีซ อ น โ ด ย แ บ ง ส ว น ง า น เ ป น ๒ ร ะ ด ับ ค ือ
๑. ระดับองคกรนำประกอบดวย สภาองคกรนำ (DDP)
และสภาตัวแทน
ิ
ั
ื่
๒. ระดบขับเคลอนการปฏวัติ มีการแบงความ
รบผิดชอบเปน ๗ ฝาย ไดแก ฝายตางประเทศ
ั
ิ
ฝายทหาร ฝายเยาวชน ฝายเศรษฐกจ ฝายศาสนา
ั
(อูลามา) ฝายโฆษณาชวนเชื่อ และฝายปกครอง รกษาวัฒนธรรมประเพณี อีกทั้งสภาพแวดลอมทาง
ื่
ู
ั
็
สำหรับยุทธศาสตรที่ใชในการตอสูเพื่อเอาชนะรัฐ สงคมยังมีประเดนที่เปนเงอนไขนำไปสการสราง
ื
ู
ึ
ไทยกำหนดเปน “แผนปฏิวัติ ๗ ขั้นตอน” ความรสกแตกแยกหรอสรางความไมพอใจเจาหนาที่
ฝายบานเมืองหลายประเด็น
เชน ปญหาความยากจน
ื่
เนองจากสวนใหญจะ
ประกอบอาชีพเกษตร
(กรีดยาง สวนผลไม) บาง
สวนทำประมงซึ่งทำได
๔ - ๖ เดือนตอป (สภาพ
อากาศ) บางสวนทำอาชีพ
ั
รบจางในประเทศเพื่อน
บ า น ร า ย ไ ด น อ ย ไ ม พ อ
ยังชีพ การหารายไดเสรม
ิ
ิ
ู
เชน การทำสนคาแปรรป
ื
หรอหัตถกรรมตาง ๆ มี
นอยมาก ปญหาการศึกษา
ตองเขาใจสภาพสงคม ความเปนอยูและปญหา
ั
ิ่
ื
ภยแทรกซอนในพื้นที่ สงที่ปรากฎในปจจบันคอ
ุ
ั
16 ๑๖ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ปญหาที่มองเห็นชัดเจน
ี
๑. การรบรองวิทยฐานะ ผูเรยนจบดานศาสนา ไปตางประเทศ
ั
๒. ปญหาการวางงาน ทั้งผูที่จบทางดานศาสนาตางประเทศ และผูที่เรยนจบ
ี
ปญหาที่มองเห็นชัดเจน ในประเทศ เพราะ
ั
ู
๑. สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียนระหวาง พุทธ - มุสลิมหายไปทุกขณะ ๑) สอบแขงขันเขารบราชการ สพื้นที่อื่น ๆ ไมได
ั
๒. ความสัมพันธตัวบุคคลระหวางเด็กไทยพุทธ - มุสลิม ลดความ ๒) งานภาคเอกชนในพื้นที่ แทบไมมีรองรบเลย
ิ
ั
แนนแฟนลงทุกขณะ ๓) ความนยม การไปรบจางทำงานโรงงานในตางพื้นที่มีนอย
๓. การใชภาษาไทย ซึ่งคอนขางจะเนนในระดับประถมของรัฐ ฯ จะคอย ๆ
หายไป ประชาชนยังตองการใหบุตรหลานเรียนดานศาสนาใน
ขณะที่การทำงานในปจจบัน ตองการวิชาการสาย
ุ
สามัญ (ความสมดุลระหวางการเรียนดานศาสนา
ู
ั
ื
ี
และสายสามัญที่จะไปเรยนตอในระดบสงขึ้นหรอ
หางานทำเมื่อจบการศึกษา) ปญหาเรื่องสุขภาพอนามัย
การเขาถงบรการทางการแพทย และที่สำคญคอ
ั
ิ
ึ
ื
ิ
ปญหาความไมเขาใจการปฎบัตงานของเจาหนาที่วา
ิ
ทำเพื่อใคร ตองการอะไร และไมไววางใจที่จะให
ี้
ั
ความรวมมือกบเจาหนาที่ นอกจากนยังมีปญหา
แทรกซอนในเรองการแพรระบาดของยาเสพตดและ
ิ
ื่
สนคาหนภาษีที่กระจายอยูทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะอยาง
ิ
ี
ิ
ยิ่งยาเสพตดประเภทใบกระทอม ซึ่งเปนที่นยมของ
ิ
ปญหาที่มองเห็นชัดเจน เยาวชนที่วางงานในหมูบานมาก นำไปสูปญหาสังคม
๑. สังคมพหุวัฒนธรรมในโรงเรียน ระหวาง พุทธ - มุสลิมหายไปทุกขณะ และถูกชักชวนใหกระทำความผิดไดงาย
๒. เยาวชนในพื้นที่ ๘๐ เปอรเซ็นต เรยนโรงเรยนเอกชนสอนศาสนาซึ่งมี
ี
ี
ทางเลือกสำหรับอนาคตนอยมาก คือ เรียนตอดานศาสนา (ม.อิสลาม
ยะลา,ว.อิสลามและอาหรับศึกษา ม.นราธิวาส และตางประเทศ)
ื
โอกาสที่สอบเขามหาวิทยาลยของรฐมีจำนวนนอย ที่เหลอออกจาก
ั
ั
ี
ระบบโรงเรยน ดงนน หากจะใหเยาวชนมีโอกาสมากขึ้น ตอง
ั้
ั
- ปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
็
ี
ั
- สรางแรงจงใจใหเดกมาเขาโรงเรยนของรฐมากขึ้น
ู
ู
ั
ึ
ั
ตองเขาใจถงความสำคญของการรบรจาก
ภายนอก ทั้งชาวไทยและตางชาตที่ปจจบันยัง
ุ
ิ
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 17 ๑๗
ไมเขาใจสภาพปญหาที่แทจริง ไมรูแนวทางการ
แกปญหาอยางถองแท จึงทำใหเกิดความสงสัย
บางคนอาจคัดคานหรือไมเห็นดวย สงผล
ใหการแกปญหา ติดขัดหรือลาชา การแกปญหา
จ ะ ต อ ง บ ูร ณ า ก า ร แ ล ะ ไ ด ร ับ ก า ร ส น ับ ส น ุน
จากทุกภาคสวนโดยเฉพาะประชาชนที่อยูนอก
พื้นที่และหนวยงานภาครัฐ ทุกกระทรวง ทบวง
กรม สวนองคกรระหวางประเทศและประชาคม
โลกนั้น หากทราบขอมูลที่ชัดเจน จะไมเขามา
แทรกแซง จะชวยคลี่คลายปญหาไดอีกดวย
เมื่อเราเขาใจสถานการณในภาพรวมแลว
จะสามารถสรุปองคประกอบของปญหาได คือ
มีการกอเหตุรุนแรงและสรางสถานการณ
ทำใหเกิดความไมปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
ผูที่กอเหตุคือกลุม BRN Co มีการจัดตั้งรัฐ
ปตตานีซอนเพื่อนำไปสูการแบงแยกดินแดน
ประชาชนในพื้นที่มีความหวาดระแวง
ไ ม ก ล า ใ ห ค ว า ม ร ว ม ม ือ แ ล ะ ม ีค ุณ ภ า พ ช ีว ิต
คอนขางต่ำกวาที่อื่น
ป ร ะ ช า ช น ภ า ย น อ ก แ ล ะ อ ง ค ก ร ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ ย ัง
ไมเขาใจสถานการณในพื้นที่ ที่ดีพอ
จากนน นำนโยบายของหนวยเหนอไดแกนโยบายการ
ั้
ื
ั
บรหารและการพัฒนาจงหวัดชายแดนใตของสมช.ซึ่ง
ิ
กำหนดวัตถุประสงคเพื่อใหบรรลุผลไว ๙ ประการ นโยบาย
ิ
ิ
ึ
รอง ผอ.รมน./ผบ.ทบ.ที่กำหนดวาการปฏบัตงานตองคำนง
ั
ึ
ถงผลลพธตอเปาหมาย ๔ กลม นโยบายคณะกรรมการ
ุ
ื่
ขับเคลอนนโยบายและยุทธศาสตรการแกไข
ปญหาจังหวัดชายแดนภาคใต (กปต.) ที่กำหนด
ิ
กรอบการตดตามการแกไขปญหาภาคใต ๕
ุ
กลมงาน และนโยบาย กอ.รมน. ภาค ๔ สวนหนา
ิ
ที่กำหนดภารกจเรงดวนที่ตองดำเนนการให
ิ
18 ๑๘ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
สรุป
สถานการณ,สภาพความเปนจริง
องคประกอบของปญหา
และ
แนวความคิดในการแกปญหา
ั
ิ์
ั
สมฤทธผลในป ๕๖ ประกอบดวย ๕ งานหลก ทรัพยสินมีความปลอดภัย
๒ งานรอง นำมาวิเคราะหและกำหนดจดมุงหมาย กลมผูกอการรายยุตบทบาทการขับเคลอนรฐ
ุ
ั
ื่
ุ
ิ
ที่ตองการจากการแกปญหา (ผลสำเรจ) ซึ่งตอง ปตตานีซอน และปรับรูปแบบการตอสูสูสันติวิธี
็
ครอบคลมทุกนโยบายที่หนวยเหนอกำหนดขางตน ประชาชนมีความเขาใจ ลดความหวาดระแวง
ุ
ื
เราไดจุดมุงหมายที่ตองการ ๔ ดาน คือ คุณภาพชีวิตไดรับการพัฒนาใหดีขึ้น
เจาหนาที่รฐ และประชาชน ชุมชนเมือง และ ประชาชนนอกพื้นที่มีความเขาใจและสนับสนุน
ั
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 19 ๑๙
ก า ร แ ก ป ญ ห า อ ง ค ก ร ร ะ ห ว า ง ป ร ะ เ ท ศ เ ข า ใ จ
ไมแทรกแซง
ุ
เมื่อกำหนดจดมุงหมายแลวกกำหนดแนวทาง
็
แกปญหา (วิธการ ยุทธศาสตรและนโยบาย) ซึ่งเรา
ี
นำยุทธศาสตรพระราชทานของพระบาทสมเด็จ
พระเจาอยูหัว “เขาใจ เขาถึง พัฒนา” มาเปน
ั
หลกนำตามที่กลาวมาในเบื้องตนแลวนำยุทธศาสตร
รองของ กอ.รมน. ๖ ดาน มาเปนแนวทางในการ
แกปญหา
ยุทธศาสตร กอ.รมน. ๖ ดาน สำหรับกลไกในการแกปญหา ไดจัดกำลังมาจาก
ั
ทุกเหลาทัพ แตการวางกำลงควบคมพื้นที่ใน ๓
ุ
๑. การเสริมสรางความเขาใจ จังหวัดคือจังหวัดยะลา จังหวัดปตตาน จังหวัดนราธิวาส
ี
๒. การพัฒนาคุณภาพชีวิตและทรัพยากรมนุษย และ๔ อำเภอของจงหวัดสงขลานน ใชกำลงพล
ั้
ั
ั
๓. การแกไขปญหาภัยแทรกซอน ของกองทัพบก ที่จดมาจากกองทัพภาคตาง ๆ และ
ั
๔. การดำเนินการดานสิทธิมนุษยชนและการเยียวยา กำลังของกองทัพเรือ จำนวน ๓ กองพัน
๕. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
๖. การมีสวนรวมของทุกภาคสวน
ั
สำหรบยุทธศาสตร “เขาใจ” กเปนไปตามที่ได
็
อธบายมาแลว และในสวนของการ “เขาถง” นน
ึ
ิ
ั้
หากใครจะเรยกวานคอสงคราม จะเปนสงคราม
ี่
ี
ื
แยงชิงหัวใจประชาชน เราจงตองเขาถงประชาชน
ึ
ึ
อยางแทจริง คือ
ึ
ตองเขาถงทุกบาน ทุกหมูบาน ทุกตำบล ทุก
อำเภอ ทุกกลุมอาชีพ ทุกวัย
ตองเขาถงจตใจของประชาชน โดยการรบรความ
ั
ู
ึ
ิ
ู
ู
ึ
ตองการจากการพบปะพูดคุยโดยตรงและรับรความรสก กรุณาติดตามอ่านต่อฉบับหน้า.
จากแววตาของประชาชน
20 ๒๐ นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 21 ๒๑
ตดตามเทคโนโลย ี
ิ
อาวุธทางเรอ
ื
สมัยใหม
อาวุธปลอยนำวิถีพื้น-สู-อากาศ
รุนใหมแบบ SM-6
(Standard Missile – 6)
“ขยายแนวปองกัน
ื
กองเรอออกไปพน
ระยะขอบฟา”
บทความโดย นาวาเอก คำรณ พิสณฑยุทธการ
สหรัฐอเมร�กา และบร�ษัท Raytheon ไดรวมมือกัน
กองทัพเร อพัฒนาอาวุธปลอยนำว�ถีพ น-สู-อากาศแบบ
SM-6 เพ อใชในการปองกันภัยทางอากาศใหกับเร อรบสมัยใหม จะเปนมิติใหมของ
เทคโนโลยีการรบทางเร อในอนาคตอันใกลในการใชตอกรกับภัยคุกคามทางอากาศ
ที่มีความเร วสูงข ้นเหนือความเร วเสียง
ื่
ี
เรองราวของอาวุธปลอยนำวิถพื้น-ส-อากาศ ภายในกลับไดรับการพัฒนามาอยางตอเนื่อง
ู
ั
ึ
คงตองกลาวยอนหลงไปถงในป ค.ศ.๑๙๔๔ ซึ่ง จนปจจุบันมีระบบนำวิถีและอุปกรณตรวจจับตาง ๆ
ิ
สหรฐ ฯ ไดดำเนนโครงการวิจยสรางอาวุธปลอย ที่ใชเทคโนโลยีแบบใหม รวมทั้ง ขีดความสามารถ
ั
ั
นำวิถีพื้น-สู-อากาศ ตระกูล Standard Missiles (SM) ดานระบบขับสงอาวุธปลอย ฯ ที่พัฒนาดานอากาศ
ุ
ขึ้น นับเปนโครงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ประสบความ พลศาสตรและอำนาจการทำลายในชวงสดทายของ
สำเร็จที่สุดโครงการหนึ่งในอดีตที่ผานมา ตลอดเวลา การโคจร เปนตน
ี
ั
ู
หลายสบปของการพัฒนารปรางอาวุธปลอยนำวิถได ปรชญาแหงการพัฒนาเทคโนโลยีอาวุธปลอย
ิ
มีการเปลยนแปลงไปบางแตนอยมาก แตตวระบบ นำวิถพื้น-ส-อากาศ แบบ SM ไดดำเนนมาอยาง
ิ
ู
ี
ั
ี่
22
22 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
อาวุธปลอยนำวิถี SM-2
อาวุธปลอยนำวิถตอ
ี
ตานขีปนาวุธ (วงโคจร
นอกโลก) มาจนถง
ึ
ี
อาวุธปลอยนำวิถแบบ
ุ
SM-3 และในปจจบัน
ิ่
ิ
ไดเรมบรบทใหมของ
การพัฒนาอาวุธปลอย ฯ
SM-6 หรอที่เรยกวา
ี
ื
RIM-174 (Extended-
Range Active Missile:
ERAM) ที่ออกแบบให
สามารถตอตานอาวุธ
ี
ปลอยนำวิถแบบรอน
Standard missile - 6
(Cruise Missile) ที่ยิง
ิ
ื่
ี
ุ
ตอเนองจากอดตจนถงปจจบัน โดยมีบรษัท จากฝงในระยะพนขอบฟา รวมทั้งมีขีดความ
ึ
Raytheon เปนคูสัญญาหลักของสหรัฐ ฯ ซึ่งไดผลิต สามารถในการรบมือกบภยคกคามทางอากาศทุก
ั
ั
ั
ุ
และสงมอบอาวุธปลอย ฯ สำหรับใชในการปองกันภัย รูปแบบ นับตั้งแตอากาศยานปกนิ่ง ปกหมุน ยานไร
ั
ทางอากาศระยะปานกลางและระยะไกล ใหกบ นักบิน อาวุธปลอยนำวิถีที่ยิงจากเรือและอากาศยาน
ั้
ื
ั
ั
กองทัพเรอสหรฐ ฯ เปนจำนวนมาก นบตงแต ตาง ๆ ในทะเลไดไกลเกินกวาระยะขอบฟาของโลก
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 23
ระบบเครือขายบูรณาการ
ควบคุมการยิงอาวุธเรือ-
อากาศยาน ใชหลักการ
CEC ในการรับภาพ
สถานการณทางอากาศ
จาก บ.E-2D ซึ่งใชเรดาร
Advanced Hawkeye’s AN/
APY-9 ทำใหสามารถชี้เปา
ไดไกลเกินกวาระยะขอบฟา
ในการยิงอาวุธ
เปนตนไป รวมทั้งการนำเขาสการใชงานบนเรอรบ
ู
ื
การขยายพ นที่การรบ ที่มีระบบควบคมการยิงแบบ AEGIS เชน เรอ
ุ
ื
ื
หลักการพัฒนาอาวุธปลอย ฯ SM-6 ไดใชลำตัว พิฆาตชั้น Arleigh Burke เรอลาดตระเวน
อาวุธปลอย ฯ และระบบขับเคลื่อนจากอาวุธปลอย ฯ ชั้น Ticonderoga และเรือรบรุนใหมในอนาคต
ี
แบบ SM-2 Block IV และใชระบบนำวิถและหัว ตามโครงการ Co-operative Engagement Capability
ื
ุ
ั
Seeker จากเทคโนโลยีที่ Raytheon พัฒนามาอยาง (CEC) และระบบควบคมและเตอนภยลวงหนาของ
ตอเนื่อง โดยหัว Seeker ไดพัฒนาเปนแบบ Active สหรัฐ ฯ ทำใหขีดความสามารถในการทำสงครามกับ
Radar Seeker โดยนำเทคโนโลยีมาจากหัว Seeker ภัยคุกคามทางอากาศขยายพื้นที่ออกไปเกินกวา
ของอาวุธปลอยนำวิถอากาศ-ส-อากาศระยะ ระยะขอบฟา เปนการประกันความปลอดภัยใหกับ
ู
ี
ปานกลางแบบ AIM-120 (Advanced Medium-Range กองเรือมากขึ้น
Air-to-Air Missile: AMRAAM) มีระยะยิงไกลขึ้น
ี
มากกวา ๒๐๐ ไมลทะเล หรือ ๓๗๐ กิโลเมตร และม การผลิตในขั้นแรก
อำนาจการทำลายที่สูงกวาเดิม อาวุธปลอย ฯ SM-6 สำนักงานจัดหายุทโธปกรณ เทคโนโลยีและการ
Mod-1 นับเปนระบบอาวุธปลอย ฯ ที่ใชรวมกับระบบ สงกำลังบำรุงทางทหารของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ฯ
เครอขาย (Net-enabled) ไดอยางแทจรง โดยตว ไดลงนามทำสัญญากับบริษัท Raytheon ในการวิจัย
ื
ิ
ั
ี
อาวุธปลอย ฯ สามารถยิงไดดวยระบบรโมท พัฒนาอาวุธปลอย ฯ SM-6 เมื่อ มีนาคม ค.ศ.๒๐๐๔
ื
้
(Engage-on-remote) จากเรอผิวนำ หรอจากยาน ดวยงบประมาณ ๔๔๐ ลานเหรียญสหรัฐ ฯ โดยไดจัดทำ
ื
ี
อื่น ๆ ทำหนาที่เปนแทนยิงแบบรโมท (อากาศยาน พัฒนาและแสดงการทดสอบตนแบบของอาวุธปลอย ฯ
ฐานยิงบนบก และในทะเล) อาวุธปลอย ฯ SM-6 จึง SM-6 Block I ในเดือน กันยายน ค.ศ. ๒๐๐๔ โดย
ั
ู
ี้
ิ
ู
ั
ุ
ิ
เปนอาวุธที่สรางขึ้นเพื่อสนบสนนการปฏบัตตาม ในขั้นนตองผลตลกอาวุธปลอย ฯ ๒๕ ลก สำหรบ
ิ
แนวคิดทางยุทธการแบบ “Sea Shield” ของสหรัฐ ฯ ใชในการทดสอบขีดความสามารถในขั้นตน
ั
โดยจะใชเปนอาวุธหลกในการปองกนภยทางอากาศ (Initial Operating Capability: IOC) ซึ่งตองทำให
ั
ั
ิ้
ไปจนถงป ค.ศ.๒๐๓๕ โดยจะเรมนำไปใชใน เสรจสนภายในป ค.ศ.๒๐๑๑ การทดสอบการบิน
ิ่
็
ึ
ั
ั้
โครงการพัฒนาขีดความสามารถของฐานทัพใน ของอาวุธปลอย ฯ SM-6 ครงแรก ใชลำตวอาวุธ
ทะเล (Sea-Based Terminal) ตั้งแตป ค.ศ.๒๐๑๕ ปลอย ฯ แบบ GTV-1 (Guided Test Vehicle)
24 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
ั
ิ
ื
ุ
ั
กระทำขึ้นเมื่อเดอน มิถนายน ค.ศ.๒๐๐๘ และใช ใหบรษัท Raytheon ไดรบสญญาการพัฒนาอาวุธ
ระบบนำวิถีแบบ Active Radar ไดพุงชนเปาเครื่องบิน ปลอย ฯ SM-6 จาก NAVSEA เมื่อ กนยายน ค.ศ.๒๐๐๙
ั
บังคับ BQM-74 อยางแมนยำ สวนการทดสอบครั้ง ในวงเงิน ๙๓.๘ ลานเหรียญสหรัฐ ฯ โดยตองผลิตลูก
ั
ที่ ๒ ใชลำตวอาวุธปลอย ฯ แบบ GTV-2 ทำการ อาวุธปลอย ฯ SM-6 จำนวน ๑๙ ลูก พรอมสงมอบ
ั
ื
ทดสอบใน เดอน กนยายน ค . ศ . ๒๐๐๘ ใช เครื่องมืออุปกรณ จำนวน ๒๐ ชุด พรอมอะไหลและ
หัว Seeker แบบ Active Radar เชนเดิม ไดพุงชนเปา กลองใสอาวุธปลอย ฯ ครบชุด ซึ่งอาวุธปลอยฯ SM-6
BQM-74 ในระดับต่ำ ไดมีการทดสอบบนบกครงแรกเมื่อ มกราคม ค.ศ.๒๐๑๐
ั้
การทดสอบระบบควบคุมอาวุธปลอย ฯ (Control โดยใชตัวอาวุธปลอย ฯ แบบ GTV-3 และไดทำการ
ื
ั้
Test) ไดดำเนินการครั้งแรกเมื่อ มกราคม ค.ศ.๒๐๐๙ ทดสอบอีกครงในเดอน ธนวาคม ค.ศ.๒๐๐๙ โดยมี
ั
โดยใชสวนควบคมแบบ CTV-1 แตการทดสอบใน การทำการรบกวนทางอิเลกทรอนกสรวมดวย
ิ
็
ุ
ั้
ั้
ื่
ครงนนลมเหลวเนองจากการทำงานของแบตเตอร ี่ การทดสอบไดประสบความสำเร็จเปนอยางดี
ของหัว Seeker ลัดวงจร ทำใหคอมพิวเตอรควบคุม
ภารกจของระบบลม ตองทำการเปลยนวงจรการ การทดสอบในทะเล
ี่
ิ
ทำงานสวนนและทำการทดสอบอีกครงในเดอน ไดเริ่มทำการทดสอบการยิงจริงในทะเล โดย
ี้
ื
ั้
ื
สิงหาคม ค.ศ.๒๐๐๙ จนประสบความสำเร็จ เปนผล การยิงจากเรอพิฆาตชั้น Arleigh Burke USS
An SM - 6 Block I missile is launched from
USS Dewey during flight testing off Hawaii
in early 2011.
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 25