The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นาวิกศาสตร์, 2022-09-08 23:07:31

นาวิกศาสตร์ เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

นาวิกศาสตร์ ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖






Dewey (105) และ USS Chung Hoon (93) ใน ที่จำเปนตองแกไข ซึ่งไดมีการปรบปรงและทำการ
พื้นที่ทดสอบอาวุธในมหาสมุทรแปซิฟก โดยมีผล ทดสอบใหมอีกครง ใน มกราคม ค.ศ.๒๐๑๑
ั้
การทดสอบตามรหัสการฝก DT/OT Live-firing จนในที่สดไดผานการทดสอบในระดบ IOC และ



ั้

series ดังนี้ จะมีการทดสอบอีก ๒ ครง ในเดอน ตลาคมและ

 DT-5/OT-3 อาวุธปลอย ฯ SM-6 ทดสอบ ธันวาคม ค.ศ.๒๐๑๒ โดย NAVSEA คาดวาจะเริ่ม






การยิงเปาเฮลคอปเตอรแบบ QUH-1 ระดบตำ สายการผลตอาวุธปลอย ฯ SM-6 เตมที่ไดภายใน


ประสบความสำเร็จ มีนาคม ค.ศ.๒๐๑๓ เปนตนไป


 DT-3 การทดสอบการยิงเปา BQM-74E อาวุธปลอย ฯ SM-6 จะเปนกาวใหมของ

โดยมีการรบกวนทางอิเลกทรอนกส แตเปาไม เทคโนโลยีสมัยใหมทางเรอที่เขามาทดแทนระบบ



ทำงานและอาวุธปลอย ฯ SM-6 ไมนำวิถีเขาหาเปา อาวุธปลอยนำวิถพื้น-ส-อากาศ แบบ SM-2 และ

ู

BQM-74E จึงทำใหการยิงในครั้งนี้ลมเหลว SM-3 ซึ่งใชระบบการตดตามและควบคมแบบ




 DT-3 (การทดสอบครั้งที่ ๒) อาวุธปลอย ฯ Semi-active ที่มีปญหาตอการยิงเปาระยะไกลเกน


SM-6 พุงชนเปา BQM-74E ที่มีการรบกวนทาง ขอบฟา เพราะระบบเรดารไมสามารถตดตามเปาที่



อิเลกทรอนกส แตอุปกรณตรวจจบเปา (Target เกนกวาระยะขอบฟาได ปจจบันกองทัพเรอ





Detection Device: TDD) ทำงานผิดปกติ ออสเตรเลยเปนชาตแรกที่ไดกำหนดในแผนการ




 DT-1/OT-1 อาวุธปลอย ฯ SM-6 พุงเขาหา พัฒนาระบบอาวุธของตนวา จะนำอาวุธปลอย ฯ



เปาความเรวเหนอเสยงแบบ AQM-37 แตอุปกรณ SM-6 มาตดตงในเรอพิฆาตปองกนภยทางอากาศ





ั้

ุ
TDD มีปญหาทำงานผิดปกติเหมือนเดิม รนใหมชั้น Hobart ในการขยายระยะการปองกน
การทดสอบไดแสดงใหเห็นถงความสำเรจในการ กองเรือของกองทัพเรือออสเตรเลียออกไปมากกวา



นำวิถี แตยังมีปญหาโปรแกรมของอุปกรณ TDD ๒๐๐ ไมลหรือ ๓๗๐ กิโลเมตร

26 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

คุณลักษณะของอาวุธปลอยฯ SM-6

ความยาว (รวม booster) ๖.๕๕ เมตร (๒๑ ฟุต ๖ นิ้ว)

ครีบกวาง (Finspan) ๑.๕๗ เมตร (๖๑.๘ นิ้ว)

เสนผาศูนยกลาง ๐.๓๔ เมตร (๑๓.๕ นิ้ว); booster: ๐.๕๓ เมตร (๒๑ นิ้ว)

น้ำหนัก ๑๕๐๐ กิโลกรัม (๓,๓๐๐ ปอนด)

ความเร็ว Mach ๓.๕

เพดานบิน ๓๓,๐๐๐ เมตร (๑๑๐,๐๐๐ ฟุต)



โครงสรางตัวอาวุธปลอยฯ ใชโครงสราง SM - 2 Block IV


















หัว Seeker นำวิถี Active Radar Seeker จากอาวุธปลอยฯ AIM-120C-7 (Advanced






Medium-Range Air-to-Air Missile: AMRAAM)
ดินขับ Mk-72 solid-fueled rocket booster + Steering Control System
Mk-104 dual-thrust solid-fueled rocket sustainer
หัวรบ Mk-125 blast-fragmentation Warhead และ Nose Radome
ระยะยิง พนระยะขอบฟา (มากกวา ๒๐๐ ไมลทะเล หรือ ๓๗๐ กิโลเมตร)



หลักการทำงาน Command midcourse guidance, Inertial midcourse, Semi-active








homing และ Active Homing (ไมตองใชเรดารชี้เพื่อ illuminate เปา)
จำนวนผลิต ไดสัญญาการผลิตในจำนวน ๔ ล็อตใหญ รวม ๑,๒๐๐ ลูก ตั้งแตป



ค.ศ.๒๐๑๓ เปนตนไป
เอกสารอางอิง:
๑. AMI International World Missile Systems News, December 2004.
๒. HIS Jane’s Navy International, Vol.117, Issue 6, July/August 2012.
๓. http://www.raytheon.com/newsroom/technology/rtn12_sm6/index.html
๔. http://www.globalsecurity.org/military/systems/munitions/sm-6.htm
๕. http://www.freerepublic.com/focus/f-news/2710709/posts
๖. http://www.designation-systems.net/dusrm/m-174.html
๗. http://www.bga-aeroweb.com/Defense/Standard-Missile.html
๘. http://raytheon.mediaroom.com/index.php?s=43&item=1069
๙. http://www.dote.osd.mil/pub/reports/FY2011/pdf/navy/2011sm-6.pdf


นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 27

นานาว�กาสารา ๕๖๑



นานา

บทความโดย พลเร อโท พัน รักษ แกว





สาราหนึ่ง สิบอาวุธเด็ดของจ�น จนใหความสำคญเรงดวนกบระบบนี้ เพื่อให








นกวิเคราะหยุทธศาสตรในกรงไทเป หนวยบัญชาการตาง ๆ มีขอมูลขาวสาร และระบบสงการ
ั่




ไตหวัน วิเคราะหยุทธศาสตรทหารของจนที่ ที่เชื่อถอไดและทันเวลา รวมทั้งพัฒนาความอยูรอด



เนนการตอตานสหรัฐอเมริกา และหาจุดออนของ ปลอดภยของระบบดวยประสทธภาพของระบบนี้





สหรฐฯ ทำใหจนมีระบบอาวุธ ๑๐ อยางที่จะ อาจเทียบเทียมกับของสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล


กระทำการสงครามที่จนเรยกวา “การสงคราม การตอตานทางอวกาศ (Counterspace)

ฝงเข็ม” (Acupuncture Warefare) จนเตรยมการตอตานการใชระบบอวกาศของ






สหรฐฯ ดวยการลงทุนในอาวุธและเครองมือให
ื่


มีความสามารถในการตอตานระบบดาวเทียม
การปฏิบัติการเครือขายคอมพิวเตอร รบกวนดาวเทียมของสหรัฐฯ และทำใหจีนสามารถ
(Computer network operations) ตรวจการณ ซอนพราง และลวงขาศึกทางอวกาศได


ื่
โดยการสงครามอิเลคทรอนกสและการสอสาร  ระบบบูรณาการการปองกันภัยทาง


จนไดพัฒนาเครอขายคอมพิวเตอรที่อันตรายตอการ อากาศ



บังคบบัญชา และการควบคมของสหรฐฯ รวมทั้งเพิ่ม เพื่อปองกนการโจมตทางอากาศของสหรฐฯ






ความสามารถทางจารกรรมตอสหรัฐฯ และพันธมิตร จีนไดบูรณาการและพัฒนาระบบตรวจจับและ
ที่จะอำนวยความสำเร็จในกรณีพิพาทในอนาคต ตดตามเปาทางอากาศที่มีความเรวสงลองหน โดย




 อาวุธจรวดอันแมนยำ เนนไปที่เรดารคลนความถเมตร (meter- wave)

ื่

ี่
อาวุธจรวดตั้งแตอาวุธทำการใกลจนถึงขามทวีป แบบตรวจรับ (passive) ระยะไกลโพนและใช


จรวดตอตานเรอ ตอตานอากาศยานทั้งจากฐานยิง อินฟราเรด มีการจัดหาเรดาร Kolchuga จากยูเครน







บนบกและในเรอยากตอฝายสหรฐฯ ในการปองกน และผลิตระบบเรดารสองสถานีแบบใหม ชื่อ YLC-20
ในปจจุบันดวยระยะยิง ๒,๐๐๐ กิโลเมตร กินไปถึง ที่อาจลอกแบบมาจากระบบ VERA-E ของเช็คโก



ญี่ปุน ไตหวัน เอเชียตะวันออกเฉียงใตและอินเดย ระบบจรวดตอสูภัยทางอากาศเปนทั้งของรัสเซีย

ี้

ทั้งนอีก ๑๐-๑๕ ปขางหนาอาจมีระยะยิงถง (s-300 และ Tor MI) กับสรางเอง (HQ-9 และ HHQ-9)
กวม ฮาวาย และออสเตรเลีย ระบบจรวด DF-21 D กองทัพอากาศจีนควบคุมระบบภาคพื้นดิน



ื่
ที่เรยกวา “ผูสงหารเรอบรรทุกเครองบิน”(aircraft เกือบทั้งหมดดวยแนวคิด “สามโจมตี” (ตอเครื่องบิน
carrier killer) จะจำกดการเคลอนไหวของกองเรอ ลองหน, ตอจรวดทางไกล และตอเฮลคอปเตอร

ื่






สหรฐฯ สวนระบบอาวุธขามทวีป DF-31 A ที่ตด ตดอาวุธ) กบแนวคด “สามปองกน” (ตอการโจมต ี








หัวรบปรมาณไดจะยิงถึงทวีปอเมริกา เฉพาะจด ตอการรบกวนทางอิเลคทรอนกส และ



 ระบบบังคับบัญชา ควบคุม และการ การลาดตระเวนการติดตามทางอิเลคทรอนิกส)
สื่อสารอันกาวหนา
60 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖


ุ
ี้
ื่
ซึ่งเครองบินรนนอาจครองอากาศ ณ ตำบลที่ซึ่งจน
 เรือดำน้ำ ตองการโจมตและใชเครองบินนนควบคมอาวุธจรวด


ื่

ั้





แมการตอตานเรอดำนำของสหรฐฯ จะมี แมนเปาหมายในการโจมตี ทั้งภาคพื้นดน และเรอ









ประสทธภาพสง แตการที่เรอดำนำดเซลชั้น ซอง ของสหรัฐฯ ในทะเล





ื่
(Song) ของจนโผลผิวนำใกลเรอบรรทุกเครองบิน นอกจากนี้จีนยังลงทุนคนควาการสราง

Kitty Hawk ของสหรัฐในป ค.ศ.๒๐๐๖ ใกลโอกินาวา เครองยนตอากาศยานความเรวยิ่งกวาเหนอเสยง

ื่



ในระยะทางเพียง ๔ ไมลทะเล ทำใหจีนเชื่อในความ (hypersonic) สำหรับยานในอวกาศอีกดวย






ลกลบของการใชเรอดำนำ จนมีเรอดำนำทั้งแบบ สบอาวุธเดดของจนนเมื่อเขาประจำการและ


ี้









ดเซล และนวเคลยรที่ตนแบบเปนเรอรสเซีย เชน พรอมใชจะปฏิบัติการไดทั่วแปซิฟกตะวันตก
เรือดีเซลชั้น Kilo และชั้น Yuan ซึ่งจีนจะสามารถใช มหาสมุทรอินเดียตะวันออก ที่รวมทั้งทะเลจีนใตและ





ปฏบัตการเรอดำนำในเขตเศรษฐกจเฉพาะ (EEZ) ทะเลอันดามัน ภายใน ๑๐ ปนี้




และนานนำพิพาทแยงหมูเกาะในทะเลจนไดผล
แนนอน แมมีขีดจำกัดอยูบาง
 ระบบขาวลาดตระเวนและเฝาตรวจ สิบบร�ษัทยักษ ผลิตอาวุธของจ�น

จากอวกาศ (S-ISR) ๑. บรษัทอุตสาหกรรมการบิน AVIATION
นอกจากการตอตานระบบดาวเทียมของสหรัฐฯ INDUSTRY CORP OF CHINA (AVIC) ผลิต
ื่



แลว จนยังมีความกาวหนาในการมีและการใช เครองบินทั้งของทหารและพลเรอน รวมทั้ง


ื่
ื่
อุปกรณดานการถายภาพ เรดาร ตรวจอุตุนิยมวิทยา เครองบินขับไล เครองทิ้งระเบิด คนงาน






ตรวจจบการสงสญญาณอิเลคโทรของสหรฐฯ และ ๔๐๐,๐๐๐ คน มีบรษัทในเครอมากกวา ๒๐
พันธมิตรดวยเครื่องมือบนอวกาศที่อาจรูตำบลที่ของเรือ บริษัท


และอาวุธปลอยของสหรัฐฯ ที่คุกคามจีนได ๒. บรษัทวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
 อากาศยานไรคนขับ (UAVs.) อวกาศ CHINA AEROSPACE AND


อากาศยานไรคนขับตดอาวุธหลายแบบ เชน TECHNOLOGY CORP ทำโครงการใหญทาง



Pteroolactyl กำลังเขาประจำการในทั้งสามเหลาทัพ อวกาศของจนทั้งหมด มีบรษัทในเครอ ๘
ยานระยะไกลชั่วโมงบินสงตดอุปกรณลาดตระเวน บริษัท





คนหาเพื่อสนบสนนปฏบัตการโจมตี และปองกน ๓. บรษัทวิทยาศาสตรและอุตสาหกรรม






การโจมตมีอยูในกองบัญชาการใหญ ๆ หลายแหงของจน อุตสาหกรรมอวกาศ CHINA AEROSPACE





 อาวุธสองพลงงานทางอิเลคทรอนกส SCIENCE & INDUSTRY CORPคนควาและ



(Directed-energy weapons) ทดลอง พัฒนาอาวุธจรวด มีบรษัทในเครอ
อาวุธสองพลังงานอิเลคทรอนิกส เชน สองคลื่น ๒ บริษัท

ไมโครเวฟกำลงสง (HPM) และเลเซอร จะคกคาม ๔. กลุมบริษัทนอรินโกกลุมเหนือ CHINA


ื่
ื่

ระบบสอสาร ระบบทางอวกาศ เรอ และเครองบิน NORTH INDUSTRIES GROUP
ของสหรัฐฯ ในยุทธบริเวณ CORPNORINCO GROUP คนควาและพัฒนา
 เครื่องบินขับไลลองหน อาวุธกองทัพบก ควบคุมบริษัทบริวาร ๑๒ แหง
ุ
ุ


การเปดตวเครองบินขับไลรนใหม J-20 ของจน ๕. กลมบรษัทอุตสาหกรรมกลมใต


ุ
ื่
เมื่อตนป พ.ศ.๒๕๕๔ ซึ่งคาดวาจะเขาประจำการ CHINA SOUTH INDUSTRIES GROUP

ื่
ในป ๒๕๖๓ อันเปนเครองบินที่ยากตอการตรวจจบ


นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 61

สาราสอง : ประโยชนใหญ
มากอน ประโยชนเล็ก

CORP ผูผลิตอาวุธยุทโธปกรณกำลังทางบก รวมทั้ง



ั้


ของพลเรอนตงแตรถจกรยานยนตถงอุตสาหกรรม เมื่อ ๒๕ ปที่แลว นวซีแลนดประกาศตนเปน







เหล็ก มีบริษัทในเครือ ๑๒ บริษัท ประเทศปลอดอาวุธนวเคลยร ทำใหเรอรบสหรฐฯ


๖. กลมบรษัทเทคโนโลยีอิเลคทรอนกส ไมสามารถเยี่ยม หรอเทียบทาเรอใด ๆ ของ


ุ






CHINA ELECTRONICS TECHNOLOGY นวซีแลนดไดเพราะเรอสหรฐที่เดนทางไปยังแถบ




ั้



GROUP CORP คนควา พัฒนา และผลตระบบ แปซิฟกใตเปนเรอใหญตดอาวุธนวเคลยรแทบทั้งนน








อิเลคทรอนิกสหลัก ควบคุมบริษัทเครือขาย ๖ แหง สหรฐฯ จงตอบโตไมใหเรอรบนวซีแลนดเขาทาเรอ
ิ่

ุ

๗. กลมอุตสาหกรรมตอเรอ CHINA SHIP และสงอำนวยความสะดวกทั้งมวลของกองเรอ

BUILDING INDUSTRY CORP (CSIC) ตอเรือทั้ง และหนวยยามฝง (Coast Guard) ทั่วโลกของสหรัฐ ฯ




ของทหารและพลเรือน ทั้งเรือผิวน้ำ เรือดำน้ำ และ แตแลวในเดอน กนยายน ๒๕๕๕ ที่ผานมา
แหลงงานนอกฝงมีคนงาน ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน อูตอเรือ ส ห ร ัฐ ฯ ป ร ะ ก า ศ ย ก เ ล ิก ข อ จ ำ ก ัด ต อ เ ร ือ ร บ





ภาคเหนือตอเรือดำน้ำและเรือพิฆาตอาวุธนำวิถี นวซีแลนดดงกลาวขางตน นอกจากนี้ ทั้งสองฝาย





๘. กลุมบริษัทตอเรือของจีน CHINA STATE ยังไดลงนามในขอตกลงรวมกนในการเสรมสราง


SHIPBUILDING CORP (CSIC) สำนกงานใหญที่ ความปลอดภยมั่นคงทางทะเล ในภาคพื้นเอเชีย-




เซี่ยงไฮ ควบคมอูตอเรอดานตะวันออกและดานใต แปซิฟก ที่จะมีการเจรจาถงนโยบายในการตอบโต 









ตอเรือทั้งเรือทหารและพลเรือน ภยคกคามที่ครอบคลมถงการตอตานโจรสลด การ



๙. บรษัทนวเคลยรแหงชาติ CHINA ฝกทางทหาร การฝกยกพลขึ้นบก ฯลฯ อีกดวย



NATIONAL NUCLEAR CORP ลงทุนและผลต ทั้งนี้ นวซีแลนดยังคงนโยบายปลอดอาวุธ







พลังงานนิวเคลียร รวมทั้งการคนควาอาวุธนิวเคลียร นวเคลยรที่เรอรบสหรฐฯ ไมอาจเขาทาเรอ

ั้





มีบรษัทหลายแหงในเครอที่เปนทั้งของจน นวซีแลนดดงเดม ซึ่งสหรฐฯ ยอมรบในนโยบายนน



และตางชาติ ของนิวซีแลนด


ั้



ุ
๑๐. กลมบรษัทพลงงานนวเคลยร CHINA ทหารนวซีแลนดนนเคยรบเคยงไหลกบ






ั้
ั้
NUCLEAR ENGINEERING GROP CO เปน ท ห า ร สหรฐฯ มาตงแตสงครามโลกทั้งสองครงใน







บรษัทหลกในการกอสรางตามโครงการนวเคลยรทั้ง สงครามเกาหล สงครามเวียดนาม แมกระทั่งปจจบัน





ทางทหารและพลเรือน ทหารนวซีแลนดราว ๑๘๐ คนกยังไปชวยสหรฐฯ




ทั้งนี้ รถถง ปนใหญ เรอรบ ฯลฯ ของ ในอาฟกานสถานซึ่งเสยชีวิตไปแลว ๑๐ คน โดย








ทหารไทยที่มาจากจนกมาจากบรษัทเหลานี้ ซึ่งผูใช ที่ในเดอนสงหาคม ที่ผานมาตายรวดเดยว ๕ คน





อาวุธยุทโธปกรณจนอยูยอมทราบดถงคณภาพอาวุธ ในจำนวนนี้เปนทหารหญิงหนึ่งคน

ื่




ี้
จีนที่พอใชได ราคาถูก เปนอันวาเรองนนวซีแลนดไดกบได แตที่




สหรฐฯ ยอมถอยใหแกนโยบายของนวซีแลนดก็
เปนที่เขาใจกันงาย ๆ วา สหรัฐฯ กำลังยายน้ำหนัก
การทหารจากแอตแลนติกมายังแปซิฟก ๔๐ ตอ ๖๐

เปอรเซ็นต จากเดิม ๕๐ : ๕๐ ก็เพราะจีนเติบโต
ั้





กำลงทางเรอขึ้นทุกที ซึ่งสหรฐฯ ตองพยายามสกดกน

62 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖

ี้

ึ่


ื่
อำนาจอิทธพลของจนโดยเรองนเปนสวนหนงของ


นโยบายหลกของสหรฐฯ ในแปซิฟก จงยอมเสย ปฏิบัติการเปนเรืออิสระฉายเดี่ยวได ความตองการงาน


นโยบายยอยที่นิวซีแลนดไป ของเรือดังกลาว เรือจึงมีขนาดใหญถึง ๓,๐๐๐ ตัน

ประเทศไทยเคยเปนประเทศปลอดอาวุธ ติดตั้งเครื่องจักรใหญ ถึง ๓ แบบ ไดแก เครื่องกาซ



นวเคลยรดวยเชนกน แตเรอรบที่สามารถตดอาวุธ เทอรไบน เครองดเซล และเครองยนต Water Jet

ื่

ื่











ื้







นวเคลยรได ทั้งเรอผิวนำและเรอดำนำเขาแวะเยือน ทำใหเรอปฏบัตการที่นานนำตนไดและทำความเร็ว


ทาเรอเมืองไทย โดยไมรงเกยจรงงอนเหมือน สูงสุดไดถึง ๔๗ นอต รัศมีทำการไกล ๓,๕๐๐ ไมล 


นิวซีแลนด เปนแบบไทย ๆ ที่ไมเหมือนใคร ที่ความเร็ว ๑๘ นอต คนประจำเรือมีเพียง ๔๐ คน
ซึ่งหากมีเฮลิคอปเตอรประจำเรือจะเพิ่มคนอีก ๒๕ คน


ภายหลงเขาประจำการ เรอสองลำแรก
สาราสาม : ไมเจงเทาที่คิด Freedom และ Independence และตรวจสอบ
เร อรบชายฝง LCS ของสหรัฐฯ สมรรถนะเรอเรยบรอยแลวในเดอนมกราคมที่ผานมา






หนวยบัญชาการกองเรือสหรัฐฯ U.S. Fleet Forces
ในชวงเวลาสงครามเย็นระหวางโลกฝายตะวันตก Command ที่นอรฟอลกไดเรมทำการทดสอบการ


ิ่



กับโลกตะวันออก กองทัพเรือสหรัฐฯ เห็นกองทัพเรือ ปฏบัตการของเรอทั้งสองตามโครงการเรอ LCS




ู


ของสหภาพโซเวียตเปนคตอสู ซึ่งจะสกนในทะเลลก และคนหาปญหาขอขัดแยงจากการฝก และยุทธกฬา
ู



จงไดสรางเรอที่เหมาะแกทะเลลก หรอมหาสมุทร สองครงวามีปจจยใดที่จะกระทบตอภารกจของเรอ
ั้











และเมื่อสงครามเย็นสงบลงเพราะคายโลกคอมมิวนสต LCS ซึ่งพบวา

แตกตัวเปนประเทศเล็ก ๆ สหรัฐฯ จึงเห็นวายุทธภมิ ความพรอมและสมรรถภาพเรือมาจากฐานทัพเรือ

ไมใชทะเลลกอีกตอไป แตจะเปนทะเลชายฝงที่การใช LCS (LCS Sguadron-LCSRON) ที่ซานดเอโก





กำลงทางเรอจะอยูในรปแบบสงครามอาว (Gulf War) โดยตรง



สองครั้งในตะวันออกกลาง สงครามในอาฟกานิสถาน การซอมบำรงเรอตามตารางกำหนดเวลาทำให

“เรือมาใช” อยางเรือฟริเกต เรือพิฆาตที่สรางเอาไวจึง เรือปฏิบัติการไดโดยสมบูรณ


ไมเหมาะแกทะเลชายฝง กองทัพเรอสหรฐฯ จงได   เมื่อเรืออยูในนานน้ำ หรือเมืองทาตางประเทศ




สราง เรอรบชายฝง (Littoral Combat Ship-LCS) มีกฎระเบียบ หามคนงานตางชาตซอมบำรง



อีกตระกลหนง ซึ่งปจจบันสรางเสรจ และเขา บนเรอ การสงทีมซอมบำรงทางอากาศ (Fly Away




ึ่







ประจำการแลว ๒ ลำ ลำที่สามกำลงจะสรางเสรจ และ Teams) เสียคาใชจายมากที่อาจทำไดไมตอเนื่อง

ี่
ี่


ลำที่สี่จะเสร็จใน พ.ศ.๒๕๕๖ สหรัฐฯ ตั้งใจจะสรางเรือ  การเปลยนบทบาทเรอที่ตองเปลยน
ี้





ในตระกลนถง ๕๗ ลำ แลวทยอยปลดเรอฟรเกต อุปกรณยุงยากและกนเวลาที่จะกระทบตอ







ที่มีอยู เชน เรอฟรเกตอาวุธนำวิถี ชั้น Oliver แนวความคดการปฏบัตการ CONOPS (Concept

Hazard ออกจากประจำการภายใน พ.ศ.๒๕๖๓ of Operations)
เปนตน  สิ่งอำนวยความสะดวกและการสงกำลังบำรุง





แนวความคดสรางเรอรบชายฝงใหสามารถ ตอเรอในพื้นที่ปฏบัตการตองจดเตรยมรองรบไว






ทำงานไดหลายอยาง คือ งานปฏิบัติการผิวน้ำ งาน ลวงหนา กอนเรือเขาพื้นที่




ปราบเรอดำนำ งานตอตานทุนระเบิด ไปจนถงงาน  แผนรับกำลังบำรุงและการซอมทำตอง





ั้

ตอตานสกดกนเรอเลกอยางเรอโจรสลด งาน คำนึงถึงขอหามตามกฎหมายในนานน้ำหางไกล






มนษยธรรมชวยเหลอผูประสบภย โดยเรอสามารถ  ลูกเรือ (๔๐ คน) รับงานเกินกำลัง เมื่อเรือ
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 63








ทำงานตอตานการกอการราย/การปองกันหนวยกำลัง เรอตอตานทุนเรอระเบิด และเรอใหญเกนไปสำหรบ
 ระบบซอมบำรุงที่ใชอยูตองปรับวิธีการ และ งานลาดตระเวนตรวจการณ
การจัดการสำหรับ LCS  จากงานหนักพบวา หลังออกเรือได ๓ วัน
 การจดการโพนทะเลตอสรรพาวุธและวัสด ุ ลูกเรือออนลา และประสิทธิภาพลดลง












อันตรายตองทำความตกลงกบประเทศที่จะรบเรอไป  ลกเรอตองรบงานในหนาที่มากกวาลกเรอ




ประจำการไว แบบอื่น ซึ่งยากตอการรบการฝกใหไดมาตรฐาน



 การสนบสนนโดย LCSRON ที่ซานดเอโก  กระทบตอการจัดระบบการฝก
เปนปมสำคัญตอการสงกำลังบำรุง ตามกำหนดการ จะสงเรือ Freedom มาประจำ



 LCS แบบลำที่หนึ่ง (Freedom) ตางจากลำ การที่สงคโปรในกลางป ๒๕๕๖ นี้ จะตองคนใหพบ





ที่สอง (Independence) ที่ตวเรอแฝดสามลำตว วาเรอสามารถกระทำไดตามแนวความคดการปฏบัต ิ






ทำใหการซอมบำรงตางกนไป และ LCS ยังใช การโดยเฉพาะอยางยิ่ง “ความอึด” ของคนประจำเรือ



อุปกรณที่แตกตางจากเรือแบบอื่น ในทางปฏบัติการ และตองไมใหการเปลยนบทบาทเรอโดยเรว Quick

ี่

ไดพบวา Swap Concept ไม Dead จบเห
 ในการเปลี่ยนหนาที่เรือจากหนาที่หนึ่ง เชน



จากปราบเรอดำนำเปนตอตานทุนระเบิดที่ตอง


เปลี่ยนภาคสวนอุปกรณ (module) อาจใชเวลา ๓๐-
๖๐ วัน แทนที่ ๑๐ วันตามที่คดไว ทั้งนตองมี สาราสี่ : ความอึดทางพลัง
ี้


ชิ้นสวนเปลี่ยนที่สถานี หรือเรือสนับสนุนในพื้นที่ดวย ของนานาชาติ
 การเปลี่ยนบทบาทเรือตองสับเปลี่ยนลูกเรือ




บางสวนซึ่งตองรบการฝกเฉพาะทางมาแลวซึ่งเปน ในเดือนตุลาคมที่ผานมาสภาหอการคาสหรัฐฯ
ปมการฝกคน) (US Chamber of Commerce) แถลงผล

 ออกแบบเรอใหออกทะเลไดมากกวา ๒๑ “ความมั่นคงทางพลังงาน”(energy security) ของ

วัน แตเก็บอาหารไดเพียง ๑๔ วัน ประเทศ ๒๕ ประเทศวาประเทศไทย “มั่นคง” นอยที่สุด
 ขณะเดินเรือตองใชคนประจำสถานี ๒๑ คน เปนลำดับสองรองจากยูเครน


(จาก ๔๐ คน) จึงเปนงานหนักตอลูกเรือ ความมั่นคงทางพลงงาน คดมาจากแหลงพลงงาน


 ปน ๕๗ มม. ประจำเรือมีขนาดเล็กเกินไป ที่หาไดเทียบกับที่ใชไปในชวงเวลา ค.ศ.๑๙๘๐-

ี่

หาเปลยนเปนปน ๗๖ มม. อาจกระทำไดตอเรอ ๒๐๑๐ ซึ่งเม็กซิโกที่มีระบบอำนวยการผลตและ





แบบ Freedom แตเปนการยากตอเรอแบบ การขายน้ำมันมีความมั่นคงมากที่สุด ประเทศที่มั่นคง


Independence และอาจตองถอดอุปกรณอื่นออกไป นอยจากยูเครน และไทย ไดแก เกาหลใต


 หากเรอปฏบัตการ “ฉายเดยว” (Stand เนเธอรแลนด บราซิล ตุรกี ญี่ปุน ฯลฯ จนถึงอังกฤษ

ี่




ี่
Alone Event) และจะเปลยนหนาที่เรอจะใชวิธการใด มั่นคงอันดับสอง
ใครเปนผูรองขอ และใครเปนผูอนมัตตอการเปลยน สำหรบประเทศไทย ผลตนำมันไดนอยกวา ๑









ี่
บทบาทเรือ ใน ๓ ของปริมาณที่ตองใชจึงตองสั่งเขามาก และได 
 เรือ LCS เปราะบางตออาวุธยิงผิวน้ำ เชน สั่งน้ำมันมากเปนอันดับสองในกลุมของเอเชียตะวัน
เรือคอรเวท Hanit ของอิสราเอลถูกยิงดวยอาวุธ C-802 ออกเฉียงใต การผลิตกาซธรรมชาติของไทยได



ของพวกเฮซบอลลาหจากฝงเปนตัวอยาง เปนตน ปรมาณมากแตกใชมากจงตองสงเขาอีกเชนกน


ั่

 ผลงานของ LCS ดอยกวาเรือฟริเกต ในสวนของถานหินไทยผลิตไดมากเปนอันดับสองใน
64 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖

ั่



เอเชียตะวันออกเฉียงใตรองจากอินโดนเซีย แตกสง

เขาจากตางประเทศอีกเชนกัน




หากเกดเหตการณอยางประเทศอาหรบแกลง สาราหา : ไวลาย ไวทลาย



งดสงออกนำมันชวงทศวรรษ ๑๙๗๐ ทำใหนำมัน


ี่
ราคาแพงและหายากทั่วโลก ประเทศที่มั่นคงทาง ภายหลงการเปลยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕





ี่
พลงงานนอยยอมเสยงที่จะเปนงอยทั้งทางเศรษฐกจ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ไดรบหนาที่เปน








และการทหาร การที่เรอตอรปโดไทยสองลำไมได  นายกรฐมนตรคนที่สอง ที่มีนยวาทานไมอยากรบ






ตดไฟหมอนำกอนการรบที่เกาะชางใน มกราคม ๒๔๘๔ งานนี้ แตหมากทางการเมืองบังคบ คตพจนของ




กเพราะความไมมั่นคงทางเชื้อเพลงตองประหยัด ทาน “ชาติเสือตองไวลาย ชาติชายตองไวชื่อ” เปนที่
น้ำมันมีผลถึงการรบตามที่ทราบกันอยู รูจักและแพรหลายในเมืองไทย โดยสรุปวา “ลูกผูชาย




ปจจบัน เรอรบไทยสวนใหญใชนำมันดเซล ตองรกษาชื่อเสยง” ซึ่งจะกระทำไดก็ตองประพฤติตน






มีอยูไมกลำที่ใชนำมันเตา สำหรบ “อรสมพล” หลายอยางหลายประการ อยางนอย ๆ ก็ศีลหา

ี่






ั่



ั้



(พลงไอนำ) แตกอนนน เรอรบไทยสวนใหญเปน ของพระพุทธเจานนเอง ใกลเคยงกบชวงเวลานายก

ั่



เรอไอนำ แมเรอยนตขามฟากแมนำ สมัยผูเขียน รฐมนตรของพระยาพหล ฯ นนเอง แฟรงค






ื้

เปนนกเรยนเตรยมนายเรอขามระหวางพระราชวังเดม สนาตรา ไดรองเพลงใน ค.ศ.๑๙๓๘ มีเนอหาถง








กบฝงตรงขามกเปนเรอไอนำเรยกวา “เรอไฟ คนรักวา “เพราะรักเจาดอกนะจึง white lie” กลาวคือ



ั้


ปลองเหลอง” เพราะปลองสเหลองคาดดำที่ปากปลอง โกหกสขาวเพื่อใหเธอสบายใจ แตคนไทยสมัยนน










คนสมัยกอนเชื่อถือในเครื่องจักรไอน้ำมาก ครูทานหนึ่ง ไมไดยินไดฟงไวทลายของสนาตราเทาใดนก

ั่

เลาใหฟงวา ในการสงตอเรอปนหนก ศรอยุธยา ไวลายของพระยาพหุลฯ ดังกวา





ธนบุรีที่ญี่ปุนดวยเครื่องจักรใหญดีเซลนั้น ทางกรมอู ฯ แตคอนปลายป พ.ศ.๒๕๕๕ ที่ผานมา “โกหก
อยากไดเครื่องไอน้ำ แตบังเอิญเจากรมทานไปดูงาน สีขาว” ดังทั่วเมืองไทย เพราะเสนาบดีการเงิน การทอง

ที่สิงคโปรเห็นเรือสินคาลำใหญ ๆ ใชเครื่องดีเซลกัน ของประเทศกลาวในปาถกฐาของทานวา - ทานได 






ทานกเออออดวย ทำใหเรอธนบุรออกเรอไปรบ รบอนญาตให white lie ในการที่เคยแถลงวาการสงออก


ู


ไดเร็ว ของประเทศจะเตบโต ๑๕ เปอรเซ็นต ทั้งที่รอยูวา



ั้




ความมั่นคงทางพลงงานของทหารเรอไทย ตำกวานนมาก แลวทานกอธบายภายหลงทั้งใน


ุ







สวนใหญปจจบันจงอยูที่นำมันดเซลตนไวไดอึดได  รฐสภานอกสภาวา เพื่อกระตนใหทุกภาคสวนของ






ี่



ี่

นาน กสปดาห กเดอนหากเกดเหตการณคบขัน รฐบาลและเอกชนกระทำการใหเตมกำลงในการสง








เมื่อประเทศไทยอยูในอันดบรองโหลในความมั่นคง สนคาออกจงโกหกสขาว แตคำกลาวของทานถก

ี้
ระดับกองทัพก็คงไมมั่นคงนักตามไปดวย กองทัพจึง วิพากษวิจารณหนักถึงขนาดวา พูดอยางนไมสมควร



ตองคดฝนไมใหความมั่นคงหลนไปตามประเทศ เปนเสนาบดีอีกตอไปก็มี


ื่
ู

ื่




ี้

นอกจากนคณภาพของนำมันกมีผลตอการเดนเครอง และแลว การไวทลายกเปนเรองที่คนไทยรจก





ื่

และการสกหรอของเครองจกรที่ตองหานำมันจาก และพูดถงกนทั้งบานทั้งเมืองทั้งๆที่ในชีวิตประจำวัน


ู



ู
แหลงคุณภาพดี ของชาวบานกโกหกสขาวกนทั้งโดยรตวและไมรตว


มีคนเขาชมวา นำมันดเซลที่ทหารเรอใชดกวา เชน ภริยาซื้อเสื้อสีแดงมาใหสามี แตสามีไมชอบสีแดง








ของคนอื่น ชอบสเหลองมากกวา แตเพื่อถนอมนำใจภรยากได 
ตอบวา “สวยจริง ดีจริง ชอบ ๆ” เปนตน แตเมื่อคน




ระดบเสนาบดไวทลายตอกจการของประเทศ
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 65







จึงเปนประเด็นขึ้นมา โกหกสขาวตดตวมนษยชาตกวาไดไมจำกดเพศ



ึ่

ศลขอหนงในหาขอของพระพุทธเจาสำหรบชาวบาน ชั้น วรรณะ หนาที่การงาน แมทัพนายกอง








มีเรอง “มุสาวาทา” แตไมไดแยกแยะโกหกสขาว บางทีกไวทลายตอบานเมือง หรอไพรพลของตน

ื่

สเทา และบอกกนยากวาโกหกใดสอะไร เชน เมื่อ อยางสงครามคลาสสคของกรกโบราณ The











สบปที่แลวผูใหญกรงเทพมหานครบอกวา “จากสถต ิ Peloponnesian War ที่กรกเหนอกบกรกใตรบ




ั้

ของตำรวจ มีเพียงคน ๒๗ คนถกโจรกรรมใน กนเอง ตงแตป ๔๓๑ ถงป ๔๐๔ กอนครสตกาล





กรงเทพชวง ๙ เดอนแรกที่ผานมาของป” หรอใน เกดการรบทั้งทางบกและทางเรอหลายครงในเวลา
ั้




ึ่

พ.ศ.๒๕๔๒ นกการเมืองสตรผูหนงไปสำรวจพื้นที่ เกือบ ๓๐ ป ฝายสปารตาเขมแข็งทางบก สวนฝาย




พัทยาแลวออกขาวหนาตาจริงจังวา “ไมปรากฏการคา เอเธนสเกงทางเรอ กอนการรบกนแมทัพมักพูด


ประเวณในพัทยาเลย” และในภาพยนตรเรอง On ปลุกใจทหารของตนที่บางทีกไวทลาย ดังการรบทางเรือ

ื่


the Road ที่ฉายในกรงเทพชวงเวลาไวทลายกำลงดง ที่ NAUPACTUS ป ๔๒๙ กอนครสตกาล แมทัพเรอ






ื่

ุ
อันเปนเรองของสองเดกหนมขับรถยนตทองเที่ยว สปารตาที่มีเรือรบ ๗๗ ลำ ชื่อ Knemos จะเขารบกับ




ไปตามเมืองตาง ๆ พบปะเหตการณผูคนหลากหลาย กองเรือ ๒๐ ลำ ของเอเธนสที่แมทัพผูเกงกาจชื่อ




กมีคำพูดโกหกพกลมอยูหลายครง เปนตน ซึ่งแมคำสอน Phormio ไดปลกใจไพรพลวา “กองเรอคอรนธที่จะ





ั้




ทางศาสนาวาพึงอยาโกหก แตกมีการสอนเทคนค มาสมทบกองเรอเอเธนสมาไมถงและกองเรอขาศกอยู






การโกหกการจบโกหกอยูมากดงหนงสอ How to ในที่แคบ เราตองชนะแน ๆ” ทั้ง ๆ ที่เนมอสหวั่นใจใน

ั่



Spot a Liar : Why People Don’t Tell the Truth ชัยชนะ เพราะการรบที่วิรอมรมกอนหนานนไดเคย
ั้





and How You Can Catch Them; Why We Lie : พายแพกองเรอเอเธนสของฟอรมิโอมาแลว ซึ่งที่


The Evolutionary Roots of Deception and the นอพัคทุสกแพอีก ในสงครามอาว (Gulf War) ครงที่สอง
ั้
Unconscious Mind ; and, The Truth About Lying : ที่กองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรรุกเขาสูอิรักคืบคลานส ู


How to Spot a Lie and Protect Yourself from กรงแบกแดดเขาทุกที รฐมนตรประชาสมพันธและ




ื่
Deception. เปนตน สอสารของอิรก นายซาอิด (Said) กออกขาวตลอดเวลา

เมื่อนกเศรษฐกจการเมืองพูดวา “มีสญญาณที่ วากองทัพอิรก “เอาอยู” แมกองทัพสหรฐฯ ถง





กำลังไปไดดี” ในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ นั่นคือ แยแลว ชานเมืองแบกแดดแลว นายซาอิดกยังวากองทัพสวน


และจะเปนการดที่ทานมีบัญชีเงนฝากนอกประเทศ ตวของทานผูนำซัดดม Republican Guard Army




และหากนักการทูตแถลงวา “มีการแลกเปลี่ยนความคิด ไดโจมตีศัตรูถอยไป ถอยคำและน้ำเสียงของนายซาอิด


ั้

กันอยางตรงไปตรงมา” นั่นหมายความวาแทบจะชก นนมีคนชื่นชมวาไวทลายดเอาไปโหลดเปนเสยง
ึ่
กนและอาจเรยกอีกฝายหนงวาเปนสตวเลอยคลาน เรียกในโทรศัพทมือถือก็มี

ื้






กได อดตนายกรฐมนตรอังกฤษ เชอรชิล เคยบอก ดังนั้น ไวทลายเปนเรื่องของมนุษยชาติแตคนที่

ั้


ี่

วาคำพูดเชนนนเปน “การเลยงฮุนถอยคำ” ไวทลายแลวออกมายอมรบวาไวทลายอยาง แฟรงค 
(Terminological inexactitude) นักการเมืองมักมี สินาตรา หรือเสนาบดีผูอื้อฉาวนาน ๆ มีทีนายกยอง




ศลปะ การพูดที่มีความหมายไมตรงกบที่เขาคดหรอ อยูเหมือนกน เหมือนการยกยองเจาของคตพจน





ั่


ความจรง ดงที่อดตประธานาธบดฝรงเศส เดอโกล ไวทลาย ไวชื่อทั้งนทุกผูทุกคน ทุกยศ ทุกตำแหนง
ี้


เคยกลาววา “แมนกการเมืองไมเชื่อเรองที่เขาพูด อาจไวทลายอยางเปนประโยชน หากไวทลายถูกกาลเทศะ


ื่

ิ้
บางทีเขากเคลมไปกบคำพูดของเขา” (Since a เปนมวย

politician never believes what he says, he is
surprised to be taken at his word.)
66 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖

มีรปรางลกษณะเหมือนคนธรรมดา แตทศกณฑ





สาราหก : สองคนยล ตนเดยวเทานนที่มีถงสบหนา ยี่สบมือ มีอานภาพมาก
ั้






ตามชอง มองทศกัณฑ และสามารถถอดดวงใจออกจากรางไปไวที่อื่นทำให

ฆาไมตายไดอีกดวย การเขียนรปหรอปนรปตวคน







ึ่

ผูเขียนไดไปทำบุญที่วัดแหงหนงแถวสำเหร ตวลง หรอตวยักษกระทำไดไมยากเพราะมีหนง

ึ่






ึ่
ภายในศาลาที่จดงานมีรปปนโตประมาณ หนงเทา ศรษะ สองแขน สองขา เหมือนคนธรรมดา

ครึ่งของคน เปนรูปตัวเอก ๔ ตัวในวรรณคดีที่คนไทย แตสำหรับทศกัณฑสิบหนา ยี่สิบมือจะทำอยางไรดี




ู
รจกดี คอรามเกยรติ์ มีรปของพระราม นางสดา ภายในวัดในเมืองไทยมีภาพเขียนเรองรามเกยรต ิ์


ื่
หนุมาน และทศกัณฑ ทุกตัวมีสีสันสวยงาม เห็นทศกัณฑ  หลายวัด แตที่สมบูรณและสวยกที่วัดพระแกวใน




มีหนา ๗ หนา ชั้นลาง ๔ หนา และชั้นบน ๑ หนา กรงเทพ ภาพทศกณฑของคนไทยที่เห็นและคนเคย
ุ


แทนที่จะเปน ๑๐ หนา ถามพระรูปหนึ่งวาทำไมเปน กันมีสี่หนาที่คอชั้นลาง สี่หนาที่ชั้นกลาง และอีกสอง
๗ หนา ทานสายศีรษะแลววา เขาสรางมาอยางนั้น หนาที่หันหนาไปขางหนากบขางหลง สวนยี่สบมือ







เอง ยี่สบแขนกแบงไปขางละสบมือ แตทศกณฑของ






ื้
เนอหาของรามเกยรตดหางไกลจากความเปน อินเดยมีสบหนากระจายไปขางหนา ไมไปทางสง
ิ์







จรงมาก แตคนอินเดยที่เปนฮินดบางคนเชื่อวาเปน แบบทศกัณฑไทย



เรองจรง บางคนนบถอหนมาน ทหารเอกของ เรองราวเดยวกน เอกลกษณเดยวกน แตยล




ื่




ื่




พระรามเปนพระเจาเหมือนชาวจน บางพวกบางคน ตามชองไมเหมือนกัน ตาใคร ตามัน บางคนอธิบายวา



นบถอกวนอูในเรองสามกก เมื่อผูเขียนรบราชการ เมืองไทยมีภมิประเทศที่เปนที่ราบมาก การสราง
ื่






เปนผูชวยทูตฝายทหาร และฝายทหารเรอ ณ กรงนวเดล ี อะไรไปทางราบแขงกบที่ราบเปนการยาก การ


นนเจากรมขาวทหารยศพลโทอินเดยเชิญผูเขียนไป กอสรางอะไรที่เปนจดเดนจงสรางขึ้นไปทางสง
ั้









รับประทานอาหารเย็นที่บานของทานมื้อหนึ่ง ทานเลา อยางพระอาราม เจดีย โบสถ วิหาร ฯลฯ สวนทาง
เปนตเปนตะวา เมืองอโยธยาของพระรามอยูตรง อินเดยมีภมิประเทศเปนขุนเขามาก การสรางอะไร







ไหนเมืองลงกาของทศกณฑ คอศรลงกา ปจจบันที่ ใหสงกจะถกขุนเขาขมหมด จงสรางใหออกไปทาง







เปนเกาะกลางทะเลอยูหางจากทวีปอินเดยราว ๒๐ กวางราบ สบหนาทศกณฑไทยจงซอนสงขึ้นไปใน







ไมล ซึ่งหนมานตองสรางถนนขามทะเลใหพระราม ขณะที่สิบหนาทศกัณฑอินเดียกระจายไปทางขาง


ยกกองทัพขามไปยังลงกาได วันที่สมมุติวาทศกัณฑ เรองเดยวกน มองไมเห็นกน คดไมเหมือนกน




ื่

ตายจะมีงานเฉลมฉลองกนตามหมูบานโดยถอวา เปนไปไดทั้งนั้นไมวาเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ



ความชั่วรายไดหมดไป หุนและผูแสดงเปน


ทศกณฑสบหนาจะปรากฏตวในงาน และในวันที่




พระรามกลบเขาเมืองทุกบานจะเปดไฟสวางทุกหอง สาราเจ ด : ตรวจเมาแลวขับ







หับทั้งอีกเพื่อแสดงความยินดที่สนตสขไดกลบคนมา แบบเนปาล

และตอนรับพระราม
ื่

ื่
ิ์
เรองรามเกยรตเปนเรองราวการสงคราม เมาแลวขับปรากฏทั่วไปในโลกที่มีการตรวจจบ


ระหวางฝายพระรามที่มีลงเปนพลรบกบฝายยักษ ปรมาณแอลกอฮอลจากผูขับขี่ยานพาหนะอยูทั่วไป




อสรพงศของทศกณฑที่มียักษเปนบรวาร ทั้งสอง เชนกน การตรวจหาวาผูขับขี่อยูในเกณฑเมาแลว






ฝายตางมีฤทธิ์มีเดชมหัศจรรยตาง ๆ นานา รวมทั้ง ขับที่เปนอันตรายตอทั้งตนเองและผูอื่นนั้น ใชวิธีการ
เหาะเหินเดินอากาศดำน้ำ ดำดินไดดวย ทุกคนทุกตัว ตาง ๆ นานา ตั้งแตดู “ภาษากาย” ของผูขับขี่ดวย
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 67





ื่
สายตาไปจนถงใชเครองมือตรวจสอบที่อาจมีราคา แสดงชาติ สวนการซื้อขายธงชาตของชาตอื่นมัก
เปนแสนเปนลานบาท เปนโอกาสที่เปนทางการ หรอบุคคลชักธงชาตอื่นใน


ั้
แตที่เนปาล ตำรวจใชวิธดมกลนปากผูขับขี่ โอกาสที่บุคคลสำคญของชาตนนมาเยี่ยมเยือน




ิ่









ที่สงสยวาเมาแลวขับ เปนวิธการที่งาย สะดวกไม เปนการตอนรบ แตรานหรอผูขายธงชาตสหรฐ ฯ


สิ้นเปลือง และไดผลพอสมควรเทากับ “เมียดมปากผัว” ในปากีสถานขายธงชาติสหรัฐ ฯ ไดเรื่อย ๆ ในปจจุบัน


อยางไรกตาม คำถามสองมาตรฐาน สาม เพราะกระแสชาวปากสถานตอตานประทวงสหรฐ ฯ



มาตรฐาน ตามมาแนนอนหากใชวิธการนนอก ในการสงครามที่อาฟกานิสถาน กรณีที่อากาศยานไร 


ี้

เนปาล คนขับสหรฐ ฯ (UAV-Drone) ใชอาวุธโจมตพวก




ตาลบันที่แฝงตวอยูตามชายแดนปากสถาน พลาด

ถกชาวปากสถานบาดเจบลมตายหลายครงหลายหน



ั้
สาราแปด : ขายธง ซ ้อธง ที่ปากีสถาน บางครงนบสบราย จงมีการเผาธงชาตสหรฐ ฯ




ั้


เปนการประทวงโดยทั่วไป ตงแตเมืองหลวงราวัลปนดิ
ั้
ไปจนถึงเมืองชายแดน
โดยปกติทั่วโลก การขายธงชาติก็เพื่อใหผูซื้อธง กิจการขายธงชาติสหรัฐ ฯ จ งเติบใหญ
เอาไปประดับสถานที่ หรือบริเวณที่มีงานเฉลิมฉลอง ทั$งผูผลิตธง และผูซ ้อธง ซ ้อเอาไปเผา


ประกาศขอบคุณ
รายนามผูบร�จาคเง�นและสิ#งของใหกับ รพ. สมเด็จพระนางเจาสิร�กิติ์ พร.

 พล.ร.ต.ณรงค นิลกาญจน บริจาค
ื่
ื่

๑. เครองตรวจคลนไฟฟาหัวใจ (EKG) ๑๒ ลด ตราอักษร GE Healthcare
รุน MAC 800 จำนวน ๑ เครื่อง มูลคา ๑๘๐,๐๐๐ บาท
๒. ชุดรับแขก จำนวน ๑ ชุด มูลคา ๒๐,๐๐๐ บาท
นาว�กศาสตรในนามของกองทัพเร อขอขอบคุณเปนอยางยิ#ง

68 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖

จนกระทั่งกระโจมไฟ



ลัดไปเกาะสีชัง















บทความโดย พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์

“หะเบสสมอพลัน ออกสันดอนไป


ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั่งกระโจมไฟ


เที่ยวหาข้าศึก มิได้นึกจะกลับมาใน

ถึงตายตายไป ตายให้แก่ชาติของเรา”








40 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖






ทานผูอานโดยเฉพาะอยางยิ่งทหารเรอ ที่มีความสำคญมากตอการเดนเรอ เชน แสดงที่

ื่
ิ่


ุ



นาจะสะดดตาและคนเคยกบชื่อเรอง อันที่จรงแลว อันตราย แสดงจดเรมเขาใกลฝง หลงจากรอนแรม




ี้
ื่
ชื่อเรองนผูเขียนนำมาจาก เพลงหะเบสสมอ อยูในทะเลมาหลายๆ วัน หรือจุดที่เรือจะใชเปลี่ยน

ซึ่ง เสดจเตย หรอพลเรอเอก พระเจาบรมวงศเธอ เข็มเดินทาง คือ เปลี่ยนทิศทางที่จะเดินเรือตอไป





ี่





พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ กรมหลวงชุมพร กระโจมไฟ (Lighted Beacon) เปนสิ่งกอสราง


เขตอุดมศกดิ์ ทรงพระนพนธขึ้นเพื่อใชรองปลกใจ เหมือนกบประภาคาร แตไมมีคนเฝามักจะสรางไว








เหลาทหารเรือ ซึ่งเพลงนี้จะขึ้นตนวา ในที่มีความสำคญรองลงมา หรือที่มีอันตรายตอการ




เดนเรอ หรอสรางเพื่อเปนที่หมายใหหาตำแหนง

“หะเบสสมอพลัน ออกสันดอนไป ของเรือ
ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั่งกระโจมไฟ ไฟนำ (Leading Light หรอ Range Light)

เที่ยวหาข้าศึก มิได้นึกจะกลับมาใน เปนเสาหลัก หรือเสาโครงเหล็กแบบเสาไฟฟาแรงสูง
ถึงตายตายไป ตายให้แก่ชาติของเรา” ตดไฟอยูดานบน สรางเปนคมีดวงหนากบดวงหลง

ู





ฯลฯ ซึ่งจะเรยงกนในแนวที่ตองการใหเรอแลนตรงทิศนี้





เชน ในรองน้ำ ปากน้ำเจาพระยา เปนตน


บทเพลงนมีความหมายลกซึ้งกนใจ และยัง หลักนำ (Unlighted Beacon) เหมือนกับไฟนำ
ี้

แสดงใหเห็นถงพระอัจฉรยภาพของพระองคทาน แตไมมีไฟ ใชไดเฉพาะเวลากลางวัน ในเวลากลางคืน





รวมทั้งแสดงใหเห็นถงสภาพแวดลอมของภมิ มองไมเห็น

ประเทศและยุทธวิธี ซึ่งผูเขียนจะเลารายละเอียด ทุ่นไฟ (Lighted Buoy) เปนทุนรูปตางๆ ติด
เนื้อความใหทราบในบทความฉบับตอตอไป แตตอนน หลักไฟบนยอดทุน ใชวางเปนเครื่องหมายแสดงสิ่ง
ี้
จะเลาถึงเฉพาะกระโจมไฟกอน อันตรายหรอวางกำกบรองนำไมใหเรอแลนออกนอก








คำวา หะเบสสมอ หมายถง การถอนสมอ รองน้ำไปชนที่อันตราย
เพื่อออกเรอ (หะเบสเปนภาษาจาม แปลวาดงขึ้น) ทุ่นเครื่องหมาย (Unlighted Buoy) เหมือน





ี้
ความตอนนหมายถง ออกเรอผานสนดอนแลวนำ กับทุนไฟ แตไมมีไฟ






เรอไปถงเกาะสชัง จนกระทั่งกระโจมไฟและทำการ เครองหมายชวยการเดนเรอในยุคแรก ๆ นน
ื่



ั้






คนหาขาศก กระโจมไฟคออะไร และมีความสำคญ มักพบไดในยุโรป และตะวันออกใกล การเดนทาง
อยางไร บทความตอนนี้ ผูเขียนจะเลาเรื่องนใหฟงครับ หลักที่ไดรับความนิยมยุคแรก ๆ คือการเดินทางทางน้ำ
ี้
เครื่องหมายช่วยในการเดินเรือ (Aids to ซึ่งเครื่องหมายชวยการเดินทางเรือและไฟไดรับ


ั้




Navigation) คอสงที่สรางขึ้น หรอประดษฐขึ้นเพื่อ การนำมาตดตงบรเวณชายฝงทะเล และในแมนำมา

ิ่




ชวยในการอำนวยความสะดวกและเพื่อความ นานแลว แตอาจมิไดมีการบันทึกไว ซึ่งเชื่อวานาจะ


ปลอดภยในการเดนเรอ และอยูนอกตวเรอ ไดแก มีใชในจีนแผนดินใหญที่มีอารยธรรมเจริญกาวหนา





ประภาคาร กระโจมไฟ ไฟนำ หลกนำ ทุนไฟ ทุน มากวา ๔,๐๐๐ ป เปนรายแรก


เครื่องหมาย เปนตน ยอนกลบไปเพียงศตวรรษที่ ๔ กอนครสต 

ิ่



ประภาคาร (Lighthouse) เปนสงกอสรางรป ศกราช ประภาคารมีลกษณะเปนหอคอยที่มีการสม





หอคอย หรอโครงเหลก มีตะเกยงสองไฟอยูขางบน เชื้อเพลงใหเกดเปลวไฟสวางไสวในยามคำคน เพื่อ












ที่สำคญคอมีคนเฝา สวนใหญจะสรางไวในตำแหนง นำทางแกนกเดนเรอที่สญจรไปมาในทะเล




๑. เพลงหะเบสสมอนี้ ต่อมาได้มีการเรียกชื่อเพี้ยนไปเป็นเพลง “ดอกประดู่” ซึ่งไม่น่าจะ ตรงกับความตั้งพระทัยของพระองค์ท่าน รายละเอียดของเรื่องน ี้
ท่านจะหาอ่านได้จากบทความของคุณครู พลเรือเอก อุฬาร มงคลนาวินอดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 41







เมดเตอรเรเนยน ชายฝงตอนเหนอของแอฟรกา กอนครสตศกราช ประภาคารแหงแรกที่มีความ









รอบ ๆ ลิเบีย และอียิปต ในชวงฤดูหนาวจะมีคลื่นลม สำคญไดถกสรางขึ้นในบรเวณเกาะเลก ๆ ที่มีความ


จดอยางนาสะพรงกลว ทำใหทัศนวิสยเลวราย ยาวและแคบ มีชื่อเรยกวา ฟารอส (Pharos)







ดังนั้นชาวลิเบีย และคูชิสต (Cushites) จึงเปนรายแรก นอกบรเวณทางเขาทาเรอ ซึ่งในปจจบันมีชื่อวา



ื่
ที่สรางเครองหมายชวยในการเดนเรอขึ้น โดยมีชื่อ ทาเรออเลกซานเดรย โซสเตรตส (Sostratus)










เรียกเปนภาษาพื้นเมืองที่มีความหมายวา หอคอยไฟ สถาปนกผูสรางประภาคารนไดจารกชื่อของตนไวที่
ี้


(Fire-Tower) กำแพงประภาคาร โดยมีการสรางโกรง (mortar)


ิ่
ั้

สำหรบการคาขายทางทะเลนนไดเรมมีขึ้นโดย ครอบหอคอยกระโจมไฟไว พรอมสลักชื่อ ปโตเลมุส




ชาวเกาะครีต และหมูเกาะอื่น ๆ ในบริเวณใกลเคียง ชื่อสลกดงกลาวไดพังลงในเวลาตอมาไมนาน


ี้
ซึ่งมีการเดินทางคาขายไปทางตะวันออกถึงเปอรเซีย หอคอยประภาคารแหงนมีขนาดใหญโตมาก มีเปลว





บาบิโลเนย อารเมเนย และอัสซีเรย และเดนทาง ไฟจากการเผาทอนไม สวางไสวใหเห็นไดไกลถง



คาขายไปทางตะวันตก ผานชองแคบเลกๆ ของ ๕๕ กิโลเมตร บริเวณสวนยอดของหอคอย ซึ่งระยะ

ี้





ทะเลเมดเตอรเรเนยนที่เรยกวา “เสาหลกของเฮอร  เห็นนสามารถคำนวณไดวาความสงของยอดเปลวไฟ


ู
ควลส” ออกสทาเรอตาง ๆ บรเวณตอนเหนอของ จากหอคอยดงกลาวประมาณ ๑๘๕ เมตร สวนใน









แอฟริกา ดังนั้นเพื่อชวยเหลือในการเดินเรือดังกลาว ชวงฤดรอนการหักเหของแสง อาจทำใหความสง






เครองชวยการเดนเรอจงนำมาตดตงในบรเวณ ของเปลวไฟลดลง หอคอยนบรเวณสวนลางมี


ี้


ั้
ื่


ที่หมาย ซึ่งมีความโดดเดนเพื่อใหมองเห็นไดทั้งใน รปทรงเปนสเหลยม สำหรบสวนบนเปนรปทรง


ี่
ี่




ชวงกลางวัน และในยามค่ำคืน สเหลยมยอดสอบแหลม ชองทางเขาออกหอคอย
ี่
ี่

ู
อาศยบันได และทางลาดจากพื้นดนขึ้นไปสภาชนะ



บรรจเชื้อเพลงดานบนสดของหอคอย แตแสงไฟนน

ั้


สามารถมองเห็นไดไกลในเวลากลางคืน สวนในเวลา

กลางวันเห็นเปนควันสดำ ผิวโครงสรางของอาคาร




หอคอยสรางดวยกอนหิน โดยใชแผนหินออนสขาว



ประดับดานนอก ทำใหประภาคารนี้มีลักษณะโดดเดน

ิ่

จนถอวาเปน ๑ ใน ๗ สงมหัศจรรยของโลก

ี้


ในยุคโบราณ นาเสยดายที่ประภาคารนไดพังทลาย



ื่

ลงเนองจากแผนดนไหว หลงจากใชงานอยูนานถง
๑,๖๐๐ ป

ประภาคารแห่งแรกของประเทศไทย




ในสมัยตนรชกาลที่ ๕ ทางราชการไดสราง
ี้

กระโจมไฟขึ้น (ซึ่งในปจจบันนเรยกวา ประภาคาร)

 ประภาคารแหลมสิแกรม (Sigeum) ที่เฮลเลสปอนท์



เปนแบบสมัยใหม ไวที่สนดอนปากแมนำเจาพระยา
ุ
ประภาคารรนแรก ๆ ไดแก ประภาคารแหลม เริ่มสรางในป พ.ศ.๒๔๑๓ แลวเสร็จในป พ.ศ.๒๔๑๔





ี้



สแกรม (Sigeum) ที่เฮลเลสปอนท ซึ่งสรางกอน แตการกอสรางประภาคารแหงนไมเรยบรอยในตอนแรก





หอคอยที่มีชื่อเสยงกวา ซึ่งเชื่อวาสรางในสมัยของ เพราะเปนที่ดนออนตองเสรมสรางใหมใหแข็งแรง




พระเจาปโตเลมีที่สองแหงอียิปต ประมาณ ๓๐๐ ป และเปดใหใชประโยชนในการเดนเรอ เมื่อวันที่ ๙


42 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ี้







พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๑๗ โดยสมเด็จเจาพระยาบรม ประภาคารนกลดนอยลง ในที่สดไดเลกจดตะเกยงที่
ี้
มหาศรีสุริยวงค ไดบริจาคเงินสวนตัว จำนวน ๒๒๖ ชั่ง ประภาคารนใน พ.ศ.๒๔๗๒ เมื่อไดเลิกใชประภาคาร
ี้

โดยมีเจาพระยาภาณุวงศ มหาโกษาธิบดี (ทวม บุนนาค) แหงนแลว เพื่อความสะดวกในการเดนเรอ








เสนาบดกรมทา เปนผูควบคมการสราง ประภาคาร ทางราชการไดใชเรอทุนไฟไปทอดกำกบรองไวเปน




นี้ นบเปนประภาคารสมัยใหมหลงแรก และเปน เครองหมายเดนเรอแทน คอ เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๖ ได 

ื่


ประภาคารที่สำคัญ จึงไดใหชื่อประภาคารนี้วา “Bar นำเรอทุนไฟ ไปทอดไวที่ปากแมนำเจาพระยาหนา




of Regent Lighthouse” (Regent แปลวา ผูสำเร็จ ปอมพระจุล ฯ และตอมาเมื่อรองน้ำไดเปลี่ยนแปลงไป

ื่
ราชการแผนดน) หรอประภาคารรเยนทไลทเฮาท ไดเลอนไปทอดใหมที่ดานนอกสนดอนทาสแดง









เพื่อเปนเกียรติแกสมเด็จเจาพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ ใน พ.ศ.๒๔๕๐ ไดนำเรอทุนไฟอีก ๒ ลำ ไปทอด



ผูสำเร็จราชการแผนดิน กำกบรองนำสนดอนเพิ่มขึ้น ลำหนงเปนทุนไฟเขียว

ึ่
เมื่อไดประกาศจุดตะเกียงนี้แลว ตอมาพระบาท อีกลำหนึ่งเปนทุนไฟแดง รวมความวาใน พ.ศ.๒๔๕๐


สมเดจพระจลจอมเกลาฯ ไดเสดจขึ้นไปทอด ไดมีเรอทุนไฟทอดเปนเครองหมายทางเรอในแมนำ


ื่





พระเนตรที่ประภาคารหลังนี้ ทรงชมเชยวาเจาพนักงาน เจาพระยา รวม ๓ ลำ ดวยกัน


ดแลรกษาสถานที่สะอาดเรยบรอยดมาก ตอมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๙ ทางราชการไดพิจารณา



ตัวตะเกียงก็เช็ดใสสะอาด เจาพนักงานประภาคารได  เห็นวา เรือทุนไฟมีราคาแพงมาก ลำละ ๗๐,๐๐๐.- บาท
ั้

ี้


เอาครอบครวมาอยู ณ ที่นดวย ดงนนจะเห็นไดวา และมักจะเคลื่อนที่เมื่อเวลามีคลื่นลมจัด คนประจำเรือ





ี้



ประภาคารหลงนเปนประภาคารที่สำคญ โดยเมื่อ พักอาศยลำบาก จงอนมัตใหกรมอุทกศาสตรสราง



ิ่


แรกสรางจำเปนตองใชฝรงชาวตางประเทศเปน ประภาคารสนดอนขึ้นใหม เรมลงมือสรางเมื่อวันที่

ั่

ผูควบคม ดแลรกษา เพื่อใหเกดความมั่นใจวา ๑ ตลาคม พ.ศ.๒๔๗๙ และเปดใชงานเมื่อวันที่ ๓




ประภาคารหลงนจะเปนประโยชนโดยแทจรงแก พฤศจกายน พ.ศ.๒๔๘๐ มีนายประภาคารและ




ี้
การเดินเรือของไทย และเรือของตางประเทศโดยทั่วกัน พนักงานเฝาอยูเปนประจำ ตอมาประภาคารสันดอน






คาสรางประภาคารและคาดแลรกษาไดใชเงนเปน ชำรดทรดโทรมมาก ไมสามารถซอมใหใชการได





จำนวนมาก จึงใชวิธใหไดเงินมาทดแทนโดยการเก็บ จงไดเลกใชไปเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๒




ื้

ั้



คาธรรมเนยมประภาคารตามแบบอยางตางประเทศ และไดรอทำลายตงแตวันที่ ๒๐ มิถนายน - ๑๓





ในระยะแรก ๆ ปรากฏวาเงนคาธรรมเนยมที่เกบได  กันยายน พ.ศ.๒๕๐๓ จึงเสร็จสิ้นการทำลาย




ั้



จากเรอตาง ๆ ที่เขาออกในเวลานนไมเพียงพอกบ อยางไรกตาม ประภาคารสนดอนกยังมีความ

คาใชจายซึ่งเปนคาน้ำมันจุดตะเกียง และคาจางดูแล สำคญตอการเดนเรออยู ฉะนน หลงจากที่กรม

ั้






ื่
รักษา แตไมถึงกับขาดทุนมากนัก ประภาคารนี้เรียก อุทกศาสตร กองทัพเรอ ไดโอนกจการเครองหมาย



ชื่อสามัญวา ประภาคารสันดอน มีหนาที่ชักทุนบอก ทางเรอเฉพาะบรเวณปากแมนำเจาพระยา ใหแก 


ความลึกของน้ำที่สันดอนใหเรือตาง ๆ ไดทราบทุกเวลา การทาเรือแหงประเทศไทยแลว การทาเรือ ฯ จึงได 




ั้


ั้
และนอกจากนนตงแต พ.ศ.๒๔๕๙ เปนตนมายังได  สรางกระโจมไฟสนดอนขึ้นแทนที่ในบรเวณใกลเคยง

ั้



ใชเปนสถานวัดระดบนำแหงแรก เพื่อเกบขอมูล โดยมีการแกไขปรบปรงหลายครง จนกระทั่งมีการ



สำหรบการวิเคราะหหาตวเกณฑที่ใชในการคำนวณ สรางเปนคอนกรีต และมีที่พักอาศัยสำหรับพนักงาน


ทำนายน้ำในเวลาตอมาอีกดวย นำรอง และไดเปลี่ยนแปลงลักษณะไฟใหม เปนไฟวับ





ตอมารองนำสนดอนเปลยนแปลงไปประภาคาร สีขาว ทุกๆ ๑๐ วินาที สูง ๓๘ เมตร มองเห็นไดไกล
ี่
นี้จึงตั้งอยูหางจากรองน้ำในปจจุบันมาก ทางราชการ ๒๐ ไมล ใชพลังงานแสงอาทิตย ซึ่งใชราชการมาจน




จงไดวางทุนไฟหมายรองนำใหม ความสำคญของ ทุกวันนี้

นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 43

หน่วยที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเครื่องหมาย “อัษฎางค” ดงมีปรากฏในราชกจจานเบกษา เลมที่





ช่วยการเดินเรือในประเทศไทย ๘ พุทธศักราช ๒๔๓๘ วา


ี่
ื่


ึ่
เกยวกบความรบผิดชอบเครองหมายชวยใน “อนง ทรงพระราชดำรวา ทางเรอที่เขาชอง








การเดนเรอ แตเดมกรมเจาทาเปนหนวยงานที่รบ เกาะสีชัง คือ ตำบลหินสัมปะยื้อ ทายเกาะนั้น





ผิดชอบ ในรชสมัยพระบาทสมเดจพระมงกฎเกลา มีกองหินหรือหินโสโครกเปนที่นากลัว หรือตองระวัง
เจาอยูหัว รัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระบรมราชโองการ ฯ มากแกผูเดินทางเขาออก ณ เกาะสีชัง นั้น
ใหโอนเปนความรบผิดชอบของกระทรวงทหารเรอ จึงโปรดเกลาฯ ใหทำเรือนแสงสวางหรือประภาคาร


ื่



เพราะมีความพรอมเรองกำลงพล และเรอมากกวา (Lighthouse) ขึ้นที่หินนั้น และจะใหมีคนรักษาเพื่อ



แตตอมาในภายหลงไดมีการแบงหนวยงานรบ เปนที่หมายของเรือไปมาโดยงายสะดวกยิ่งขึ้น”




ผิดชอบ ๔ หนวย คือ กรมอุทกศาสตร กองทัพเรือ
กรมเจาทา การทาเรือแหงประเทศไทย และการนิคม

อุตสาหกรรมแหงประเทศไทย โดยแบงมอบหนาที่
ดังนี้
กรมอุทกศาสตร กองทัพเรอ รบผิดชอบใน





บรเวณชายฝงและเกาะตาง ๆ ในทะเล รบผิดชอบ
เปนตวแทนประเทศไทยในสมาคมประภาคาร

ระหวางประเทศ
กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม รบผิดชอบ

บรเวณปากแมนำที่ตดตอกบทะเล และเลยเขาไปใน








แผนดน นอกจากนยังรบผิดชอบบรเวณทาเรอ
ี้

ชายฝงดวย

การท่าเรือแห่งประเทศไทย รบผิดชอบ

บรเวณปากแมนำเจาพระยา และบรเวณทาเรอ




แหลมฉบัง
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
รับผิดชอบบริเวณทาเรือนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด

ประภาคารและกระโจมไฟที่สำคัญ  แผนที่เกาะสีชังและเกาะรอบ ๆ
ประภาคารอัษฎางค์ (ประภาคารหินสัมปะยื้อ) ตอมาตัวประภาคารหินสัมปะยื้อ และบานพัก





เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๔ พระบาทสมเดจพระจลจอม ของเจาหนาที่ไดชำรดทรดโทรมมาก และประกอบ


เกลาเจาอยูหัว ไดเสดจพระราชดำเนนมาประทับที่ กับการคมนาคมไมสะดวก ดังนั้น จึงไดทำการบูรณะ







เกาะสีชัง ปรากฏวา สมเด็จพระเจาอัษฎางคเดชาวุธ ซอมแซมตวประภาคารใหม และไดยายบานพักของ

ั้

สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ ทรงพระประชวร และเสด็จ เจาหนาที่ประภาคารไปตงอยูบนเกาะขามใหญ (ตรง





มาประทับรกษาพระองคอยู ณ เกาะสชัง ทรงพระ ขามเกาะสชัง) เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๒ มาจนถงทุกวันนี้
ั้





ราชดำริวา ทางที่เรือจะเขารองเกาะสีชัง คือตำบลที่ สำหรบตวเรอนตะเกยงที่ตดตงบนประภาคาร ได 
หินสมปะยื้อ ทายเกาะนน มีกองหินโสโครกเปนที่ ทำการเปลี่ยนแปลงจากระบบน้ำมันกาด มาใชเปน
ั้

นากลว หรอตองระวังมากแกผูเดนทางเขาออก ระบบตะเกียงกาซอเซทีลีน เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม






ณ เกาะสชังนน จงโปรดเกลาฯ ใหทำเรอนสวาง พ.ศ.๒๔๗๑ และตอมาไดเปลี่ยนแปลงมาใชตะเกียง
ั้




หรือประภาคารขึ้นที่หินนั้น ประภาคารหลังนี้มีชื่อวา ระบบพลังงานแสงอาทิตย เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม
44 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖


พ.ศ.๒๕๓๔ ลักษณะไฟเปนไฟสีขาว ๓ วับ ทุก ๆ ๒๙ ไมล เนื่องจากการเดินทางไป - มา ระหวางฝง




๒๕ วินาที สูง ๑๗ เมตร มองเห็นไดไกล ๑๐ ไมล กบเกาะจวงและความเปนอยูของเจาหนาที่เปนไป
กระโจมไฟพาหุรัตน์ (กระโจมไฟเกาะจวง) ดวยความยากลำบาก พลเรือเอก ชุมพล ปจจุสานนท



ในป พ.ศ.๒๔๔๐ ไดมีการสรางประภาคารขึ้น ผูบัญชาการทหารเรอ ในขณะนน จงไดอนมัตให


ั้




อีกหนงหลงที่เกาะจวงเปนประภาคารที่ตงอยูบน ปรบสถานะของประภาคารเกาะจวง เปนกระโจมไฟ

ั้
ึ่




ยอดเกาะ มีกำลงสองสวางมากที่สด ในบรรดา เกาะจวง และใหกระโจมไฟชุมพรเขตอุดมศกดิ์


ั้
ประภาคารที่สรางขึ้นในสยามสมัยนน เห็นไดไกลถง เปนประภาคารชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตั้งแต วันที่ ๒๙

๒๙ ไมล และยังมีไฟสแดงที่สองไปยังหินฉลาม มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗



มองเห็นไดไกล ๘ ไมล


บรรดาเรอใหญที่เดนทางจากภาคตะวันออก



หรอภาคตะวันตกของอาวไทยไดอาศยเปนที่หมาย
มุงมายังประภาคารนี้กอน ประภาคารแหงนี้มีชื่อเปน
ทางการวา “พาหุรัตน” ชื่อนี้ตั้งขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ




แดพระเจาลกเธอเจาฟาพาหุรตนมณมัย ในรชกาล




ประภาคารเกาะตะเภาน้อย

เกาะตะเภานอย เปนเกาะที่อยูในความดแล

ของกองทัพเรอ โดยกรมอุทกศาสตร เปนที่ตงของ
ั้


ประภาคารเกาะตะเภานอย โดยมีเจาหนาที่ของ



กรมอุทกศาสตร กองทัพเรอ ปฏบัตหนาที่ตลอด



๒๔ ชั่วโมง โดยประภาคารเกาะตะเภานอย เปน




ประภาคารซึ่งมีอายุเกาแกกวารอยป สรางขึ้นเมื่อ


พ.ศ.๒๔๔๒ เดมเปนประภาคารแบบใชตะเกยง



ี่


นำมันกาด ตอมาไดเปลยนเปนตะเกยงแบบใชกาซ


เมื่อป พ.ศ.๒๔๗๐ และเปลยนเปนใชพลงงานแสง

ี่

อาทิตยเมื่อวันที่ ๒๒ สงหาคม พ.ศ.๒๕๔๐ มี
 กระโจมไฟพาหุรัตน ์ ลักษณะเปนกระโจมอิฐหอคอย ทาสีขาว สูง ๑๑ เมตร
ที่ ๕ แตเดมใชนำมันกาดปละประมาณ ๑๕๐ ปบ ตั้งอยูสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๕๕ เมตร




เพื่อจดไฟ ตอมาเมื่อวันที่ ๑๒ กมภาพันธ มองเห็นไดไกล ๒๐ ไมลทะเล สัญลักษณเปนไฟวับ



พ.ศ.๒๕๐๔ ไดเปลี่ยนมาใชระบบกาซอเซทีลีน และ หมูสีขาว ๒ วับ ทุก ๆ ๑๒ วินาที ซึ่งเกาะตะเภานอย

ื่

ี้


ี่
เปลยนมาใชตะเกยงระบบไฟฟาจากเครองกำเนด นไดทำหนาที่เปนเครองหมายชวยการเดนเรอและ


ื่
ไฟฟาประจำประภาคาร เมื่อวันที่ ๑ ตลาคม ชวยอำนวยความสะดวกใหกับการเดินเรือในบริเวณ

พ.ศ.๒๕๑๖ ตะเกียงเปนเลนสหมุน และเปนไฟสีขาว อาวมะขาม จังหวัดภูเก็ต มีความปลอดภัยมาอยาง
๒ วับทุก ๆ ๒๐ วินาที สูง ๑๔๓ เมตร มองเห็นไกล ยาวนาน นอกจากนี้ เกาะตะเภานอย ยังเปนสถานี
๒. เพื่อที่จะแยกไฟสัญญาณที่ส่งออกจากประภาคาร แต่ละแห่งให้แตกต่าง กได้กำหนดให้สัญญาณไฟเป็น วับ - วาบ (Flashing-Occulting) สลับกันตามความประสงค์

และมีระยะเวลาระหว่างไฟวับ - วาบ ต่างกัน โดยใช้เครื่องอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังได้ใช้สีของไฟสัญญาณเพื่อกำหนดความแตกต่างของประภาคารแต่ละแห่งอีกด้วย
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 45




วัดระดบการขึ้นลงของนำทะเล เพื่อรวบรวมเปน ขนาดเลกในปาเปนอาหาร นอกจากหาอาหารตาม




ขอมูลประกอบการทำนายระดับน้ำขึ้นลงอีกดวย ธรรมชาตแลว นกแกกบนเกาะตะเภานอย ยังกน


มะมวง ขนน นอยหนา ชมพู กลวย ซึ่งเจาหนาที่





กองทัพเรือปลูกไวดวย และในบางครั้ง นกแกกบางตัว
ที่ไมกลวคน ยังลงมากนขาวสก หรอผลไม ซึ่ง







เจาหนาที่นำไปวางไว ทำใหนกทองเที่ยวที่ไดมา
เยี่ยมเยือน ไดมีโอกาสชมนกแกกอยางใกลชิดดวย

นอกเหนอจากผืนปาและธรรมชาตอัน

อุดมสมบูรณบนเกาะตะเภานอย รวมทั้งการเปนที่ตั้ง

ของประภาคารเกาะตะเภานอย เครองหมายชวยการ
ื่
เดินเรือที่สำคญยิ่งในทะเลอันดามันแลว บรเวณ




ยอดเขาดานขางของประภาคาร ยังเปนที่ตงของ

ั้



อาคารเรอนไมสถาปตยกรรมแบบชิโนโปรตกส
เกาแก อายุกวารอยป ซึ่งเดมเปนที่ทำการของ



ประภาคาร สรางตั้งแตสมัยรัชกาลที่ ๕ ปจจุบันได 
ื่

จดทำเปนพิพิธภณฑ เพื่อรวบรวมเรองราวและ

ี่
ื่


 ประภาคารเกาะตะเภาน้อย อุปกรณเครองใชเกยวกบการรายงานอุทกศาสตร


เครองหมายเดนเรอ สถานวัดระดบนำ สถานี



ื่
เกาะตะเภานอย ตงอยูที่ ตำบลวิชิต อำเภอ วัดอากาศมาจดแสดงไว นอกจากนบนเกาะ ยังมี

ั้

ี้
เมือง จงหวัดภเกต หางจากชายฝงอาวมะขาม



ประมาณ ๑ ไมลทะเล บริเวณโดยรอบเกาะเปนหาด

ทรายและหาดหิน และยังคงมีแนวปะการงนำตนอยู

ื้
โดยรอบเกาะ เปนเกาะขนาด
เลกที่อยูใกลความศวิไลย



ของตวเมืองภเกต ที่ยังคง




ความอุดมสมบูรณของผืน
ปาดิบ และสัตวปานานาพันธุ

โดยมีตวชี้วัดความอุดม




สมบูรณของผืนปาไดแก


ฝูงนกแกก ประมาณ ๖๐ - ๗๐ คู อาศยอยูใน

เกาะตะเภาใหญและเกาะตะเภานอยแหงนี้ ซึ่งนกแกก
(Oriental Pied Hornbill : Anthracoceros
ึ่
albirostris) เปนนกเงอกพันธหนงในจำนวน

ุ
๑๓ สายพันธุ ที่มีแหลงอาศัยในประเทศไทย



นกแกกที่อาศยในเกาะตะเภานอยและ
เกาะตะเภาใหญ ทำรงในโพรงไมบนตนไมในปาอัน  ลักษณะอาคารที่ทำการประภาคารเกาะตะเภาน้อยศิลปะ






อุดมสมบูรณ กนลกไมและผลไมหรอแมลง แบบชิโนโปรตุกส
46 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖


ั้
ปอมปนโบราณ สรางสมัยสงครามโลกครงที่ ๒ ซึ่ง
ทหารญี่ปุน ไดควบคุมเชลยศึกมาสรางไว


ปจจบัน เกาะตะเภานอย เปนสถานที่ราชการ


ซึ่งอยูในความดแลของกองทัพเรอและยังคงมี


ธรรมชาตอันอุดมสมบูรณ อนญาตเฉพาะ



นกทองเที่ยวที่รกธรรมชาตอยางแทจรงใหเขามา






เยี่ยมเยือนไดในจำนวนจำกดภายใตการกำกบดแล



อยางใกลชิดของเจาหนาที่กองทัพเรอเทานน เพื่อ

ั้



ไมใหธรรมชาตและสตวปาบนเกาะถกรบกวน โดย  ประภาคารเขตอุดมศักด ิ์
เมื่อนกทองเที่ยวเดนขึ้นจนถงบนยอดเขาซึ่งเปน






ที่ตงของประภาคาร จะสามารถมองเห็นฝงอาว แทนครบกระโดงสำหรบเปนที่วางเรอนตะเกียง
ั้
มะขามไดอยางชัดเจน รวมทั้งยังเห็นการจราจร การกอสรางเริ่มเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม




ทางน้ำที่คับคั่งบริเวณทาเรือภูเก็ตอีกดวย พ.ศ.๒๕๐๒ และเสรจประมาณเดอนพฤศจกายน
นอกจากนี้ นกทองเที่ยว ยังสามารถเขาไปชม พ.ศ.๒๕๐๒



บรเวณดานในของประภาคาร ผานประตทรงโคง รายละเอียดของกระโจมไฟกรมหลวงชุมพร


ขนาดเลก เดนขึ้นบันไดลงเพื่อไปชมวิวบรเวณ เขตอุดมศักดิ์ เปนดังนี้ ตัวกระโจมคอนกรีตเสริมเหล็ก









ดานบนของประภาคารไดดวย ทาสขาว ความสงของไฟเหนอระดบนำทะเล

ประภาคารชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ปานกลาง ๑๗๘ เมตร ลกษณะไฟเปนไฟสขาว




ั้
กระโจมไฟแหงนี้ ตงอยูบนยอดเสาปลายแหลม วับหมู ๓ วับ ทุก ๆ ๑๕ วินาที เห็นไดไกล ๓๕ ไมล
ปูเจา ปากทางเขาอาวสัตหีบ สรางขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๒ ตอมาเมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗ ยกฐานะขึ้น
เปนกระโจมไฟคอนกรตเสรมเหลกทำเปนแทนสง เปนประภาคาร





ประภาคารอาภากร
(ประภาคารเกาะไผ่)
ั้
ยอดเกาะไผ ซึ่งเปนที่ตงอยูใน




เสนทางที่เรอเดนทะเลจะตองผาน

กอนเขาสทาเรอตอนบนของอาวไทย
ู


และทาเรอกรงเทพฯ ไดมีการสราง







ประภาคารเพื่อเปนอนสาวรยที่ระลก

ถง พลเรอเอก พระเจาบรมวงศเธอ




พระองคเจาอาภากรเกยรตวงศ




กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกดิ์


ประภาคารแหงนไดรบขนาน
ี้

นามวา “อาภากร” อันเปนพระนามเดิม

ขึ้นไปทางตั้ง เปนรูปครีบกระโดงปลา มีความสูงจาก ของพระองคทาน ประภาคารแหงน ี้

ฐานถงยอดครบ ๑๙.๕๐ เมตร ตอนลางประกอบ พระบรมวงศานวงศ ขาราชการกระทรวงอื่นทั้ง






ดวยหองบันได และบันไดเหลกขึ้นตามปลองภายใน ฝายหนาและฝายใน บรรดาขาราชการในกระทรวง

ครบกระโดง ตอนบนมีชานคอนกรต ยื่นจาก ทหารเรือ (ครั้งนั้นยังเปนกระทรวง) รวมทั้งประชาชน


นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 47






ทั่วไปไดสละทรพยรวมกนสรางขึ้น กระโจมไฟสยามเทวี (กระโจม


เพื่อเปนอนสาวรยเชิดชูเกยรตคณที่ ไฟหินขี้เสือ)



พระองคทานเปนผูทำประโยชนไวตอ จากแหลมพัทยา ลงไปทางทิศใต




ประเทศชาติเปนอเนกประการ มีเกาะแกงอีกหลายแหงจนถง


ประภาคารอาภากรนเปน บรเวณเกาะคราม ในชองระหวาง
ี้


ประภาคารที่สองรัศมีเห็นได ๓๑ ไมล เกาะครามกบฝงนมีหินโสโครก

ี้


สงจากระดบนำทะเลปานกลาง หลายกอง กองหนึ่งเรียกวา หินขี้เสือ

๑๕๖ เมตร มีลักษณะไฟเปนไฟวับสีขาว บนกองหินนเปนที่ตงกระโจมไฟ
ั้
ี้

ทุกๆ ๕ วินาที สรางดวยเฟอโร “สยามเทวี” กระโจมไฟแหงนเกด


ี้
คอนกรีต เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐ ขึ้นไดดวยพระมหากรณาธคณของ





กระโจมไฟโสมรังษี (กระโจมไฟ สมเดจพระศรสวรนทิรา พระบรม



เกาะจุ่น) ราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจา

ุ

เกาะจนอยูทางดานเหนอของ พระราชทานทรพยสวนพระองคให




แหลมพัทยาเปนเกาะเล็ก ๆ อยูใกลฝง สรางขึ้น กระโจมไฟนสรางความ


ี้
ั้
เปนที่ตงกระโจมไฟ “ โ ส ม ร ัง ษ ี” สะดวกใหแกชาวเรอที่เดนทางผาน




ส ร า ง ขึ้นโดยพระกรณาธคณของ  ประภาคารอาภากร บรเวณนี้ ยังความปลอดภยแหง









พระเจาบรมวงศเธอ กรมหลวงสมรรตนศรเชษฐ ชีวิตและทรัพยสมบัติเปนอันมาก เปนการบำเพ็ญ
( พ ร ะ อ ง ค เ จ า ห ญ ิง โ ส ม ว ด ี) ป ร ะ ท า น ท ร ัพ ย สวน พระกศลอันควรเชิดชู นบวาเปนพระกรณาธคณ










พระองคใหสรางขึ้นนบวาเปนการบำเพ็ญ อันใหญยิ่ง เมื่อสราง





พระกศลอันยิ่งใหญตอชาวเรอ เมื่อไดสรางขึ้นแลว เ ส ร ็จ แ ล ว พ ร ะ ร า ช

พระองคทานไดประทานนามวา “โสมรังษี” อันเนื่อง ทานนามกระโจมไฟ




มาจากพระนามเดม ถงแมวาพระองคทานจะเสดจ นี้วา “สยามเทวี”



ู


สสวรรคาลยไปแลว แตพระนามและพระรศมีคือ หากเดินเรือผาน
“โสมรังษี” ยังสองแสงรุงโรจนอยูตลอดกาล กระโจมไฟ กระโจมไฟนในเวลา
ี้
นี้เปนไฟสีขาว มีลักษณะ วับหมู ๓ ครั้ง ทุก ๆ ๑๐ วินาที กลางวันจะเห็น
กบมีเสยวแสงสวาง พระราชทินนามนได   กระโจมไฟสยามเทวี
ี้

ี้
ส ี แ ด ง ฉ า ย ไ ป ย ั ง ชัดเจน กระโจมไฟ “สยามเทวี” เปนไฟสแดง


บริเวณ กองหินใตน้ำ มีลักษณะเปนไฟวับทุก ๆ ๕ วินาที สูงจากระดับน้ำ

อั น อ ยู ใ ก ล ท า ง ทะเลปานกลาง ๗ เมตร เห็นไดไกล ๕ ไมล


เรอเดน ซึ่งเปน สรางดวยเฟอโรคอนกรีต เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘


อันตรายแกการ กระโจมไฟวชิรรุ่งโรจน์ (กระโจมไฟเกาะแรด)

เดนเรอ ไฟอยูสง กระโจมไฟวชิรรงโรจน ตงอยูบนเกาะแรด


ุ
ั้


จากระดบนำทะเล  กระโจมไฟโสมรังษี หนาจงหวดประจวบครีขันธ เปนกระโจมไฟซึ่ง






ปานกลาง ๑๑ เมตร ไฟสีขาวเห็นไดไกล ๑๐ ไมล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ




สแดงเห็นได ๘ ไมล สรางดวยเฟอโรคอนกรต พระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ทรงพระราชทานพระราช
เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๘ ทรพยใหสรางขึ้นคราวเดยวกบการสรางกระโจมไฟ





สยามเทวีและโสมรงษี พระราชทานนามวา

48 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

ุ


“วชิรรงโรจน” อันเนองมาจากพระบรมนามาภไธย เชษฐาธิราช พระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว เนื่องจากทรง
ื่
ี้




“วชิราวุธ” นั่นเอง มีวินจฉัยวา เงนที่ไดมานเปนเงนของราชนาวี

กระโจมไฟนสราง สมาคม อันอยูในพระบรมราชูปถมภแหงพระบาท
ี้



ดวยเฟอโรคอนกรีต สมเดจพระมงกฎเกลา ฯ ซึ่งเปนผูกอกำเนดใหเกด





เปนไฟสขาว มี สมาคมและเงนรายนขึ้น จงไดพระราชทานนามอัน



ี้


ลักษณะเปนไฟวับ สอดคลองมาจากกระโจมไฟวชิรรงโรจน และ
ุ
๑ ครง ในทุก ๆ กระโจมไฟทุก ๆ แหงจะมีพระบรมนามาภไธย

ั้
๓ วินาที สูงจาก “วชิราวุธ” อยูดวย คือ


ระดบนำทะเล “วชิรรุ่งโรจน์”
ปานกลาง ๑๓๔ ปัชโชติวชิราภา นิสาวชิรกาส

เมตร เห็นไดไกล ประภาสวชิรกานต์ ชัชวาลวชิรโอฆ
๙ ไมล สรางเมื่อ อาโลฏวชิรยุตต์ สมุทรวชิรนัย
ปพ.ศ.๒๔๖๘
เนองจากทรง กระโจมไฟปัชโชติวชิราภา (กระโจมไฟ
ื่
 กระโจมไฟวชิรรุ่งโรจน ์ ตระหนกแนชัด เกาะลันตา)



ในพระราชหฤทัยวา กระโจมไฟเปนคณประโยชนไม จากปากนำตรงขึ้นไปทางเหนอเขาไปในเขต









เฉพาะแตชาวเรอ ยอมนบเปนคณประโยชนตอ ข อ ง จงหวัดกระบี่





ึ่
ประเทศชาตอีกสวนหนงดวย ในทองทะเลถามี กระโจมไฟนตงอยูที่

ี้
ั้
กระโจมไฟไวมากแหง ภยันตรายแหงชีวิตและทรัพย ปลายแหลมทิศใต 
สมบัติก็ยอมนอยลง เหลานี้ก็นับวาเปนคุณประโยชน  ของเกาะลันตาเปน




ตอประเทศชาติ จงไดสละพระราชทรพยใหสรางขึ้น หอคอยทำจากเฟอโร



โดยทรงเห็นประโยชนดงกลาวแลว กระโจมไฟดวงน ี้ คอนกรีต สรางเมื่อ




นำมาซึ่งความสะดวกใจใหกบชาวเรอทั้งหลายเปน พ.ศ.๒๔๗๐ ตอมา






อเนกอนนตสมดงพระราชประสงคทุกประการอันนบ ตวกระโจมไฟเกาได 



วาเปนพระมหากรุณาธิคุณลนเกลา ฯ เปนพระราชกุศล ชำรุดทรดโทรมมาก

อันควรนิยมเปนเยี่ยงอยาง ไมสามารถซอมแซม
เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร  กระโจมไฟปัชโชติวชิราภา ได ทางราชการ




มหาประชาธปก พระปกเกลาเจาอยูหัวทรงพระ จงไดสรางกระโจมไฟใหม ในบรเวณใกลเคยงกน








กรณาโปรดเกลา ฯ พระราชทานเงนของราชนาวี และเปดใชงาน เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๔






ึ่

สมาคมที่เหลอจากซื้อเรอพระรวงแลวจำนวนหนง ใชตะเกียงกาซอเซทีลีน และไดเปลี่ยนเปนตะเกียง


ใหกบกรมอุทกศาสตร โดยเงนจำนวนนี้ ระบบพลังงานแสงอาทิตย เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม



กรมอุทกศาสตรไดจดสรางกระโจมไฟขึ้นในมณฑล พ.ศ.๒๕๓๓ ลักษณะไฟคงเดิม เปนไฟสีขาว วับ ๓ ครั้ง


ี่

ภเกตอีก ๖ แหง กบซอมแซมและเปลยนแปลง เปนหมู ทุก ๆ ๑๕ วินาที สูงจากระดับน้ำทะเลปาน




กระโจมไฟเกา จากการใชตะเกยงนำมันกาดเปน กลาง ๓๑ เมตร เห็นไดไกล ๑๐ ไมล




ตะเกยงใชกาซอเซทีลน กระโจมไฟที่สรางใหมเหลาน ี้ กระโจมไฟนิสาวชิรกาส (กระโจมไฟเกาะเละละ)






ไดทรงพระกรณาโปรดเกลา ฯ พระราชทานนาม จากสตูล ขึ้นไปทางเหนือถึงเกาะเละละ





เพื่อเปอนสาวรยเฉลมพระเกยรตแดสมเดจพระบรม บนยอดเกาะนเปนที่ตงกระโจมไฟนสาวชิรกาสเปน


ั้

ี้
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 49





กระโจมเหลกโปรงสขา ทาสขาว สรางเมื่อ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๓ ลักษณะไฟเปน
ี่
ี่
พ.ศ.๒๔๗๐ เปลยนจาก ไฟสีขาว วับ ๑ ครั้ง ทุก ๆ ๓ วินาที สูงจากระดับ




ตะเกยงกาซ เปนตะเกยง น้ำทะเลปานกลาง ๒๕ เมตร เห็นไดไกล ๗ ไมล

ระบบพลงงานแสงอาทิตย กระโจมไฟอาโลกวชิรยุตต์ (กระโจมไฟหยงสตาร์)
เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม กระโจมไฟนี้ ตั้งอยูที่ตันหยงสตาร อยูบนเนินเขา
พ.ศ.๒๕๓๓ ลกษณะไฟ ปลายแหลม เปนกระโจมไฟ

ั้

เปนไฟสขาว วับ ๑ ครง เหล็กโปรง สามขาทาสีขาว
ทุกๆ ๕ วินาที สงจาก สรางเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐


ระดับน้ำทะเลปานกลาง ๖๖ เปลยนจากตะเกยงกาซ



ี่



เมตร เห็นไดไกล ๑๐ ไมล  กระโจมไฟนิสาวชิรกาส เปนตะเกยงระบบพลงงาน

กระโจมไฟประภาสวชิรกานต์ (กระโจมไฟเกาะรา) แสงอาทิตย เมื่อวันที่ ๒๐
ั้
กระโจมไฟนี้ ตงอยูปลายแหลมเกาะรา อำเภอ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๘
ตะกั่วปา จังหวัดพังงา สรางดวยเฟอโรคอนกรีต เมื่อ ลักษณะไฟเปนไฟสีขาว
พ.ศ.๒๔๗๐ เนองจากบรเวณกอสรางตวกระโจมเปน วับ ๑ ครั้ง ทุก ๆ ๕ วินาที  กระโจมไฟวชิรยุตต ์
ื่





ปาไมขึ้นปกคลุมมาก ทำให สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๕๑ เมตร เห็นไดไกล
บดบังแสงไฟ จึงดำเนินการ ๑๐ ไมล

ตอยอดกระโจมขึ้นไปดวย กระโจมไฟสมุทรวชิรนัย (กระโจมไฟเกาะนก)

โครงเหลกสขา และได  กระโจมไฟนี้ ตงอยูที่
ั้
ี่




เปลยนจากตะเกยงกาซ เกาะนก ตรงปากนำกระบี่
ี่




เปนตะเกยงระบบพลงงาน เปนกระโจมไฟเหลกโปรง

ี่
แสงอาทิตย เมื่อวันที่ ๕ สขาทาสขาว สรางเมื่อ

เมษายน พ.ศ.๒๕๓๖ ซึ่ง พ.ศ.๒๔๗๐ เปลี่ยนตะเกียง



ลกษณะไฟ เปนไฟสขาว กาซ เปนตะเกยงระบบ

 กระโจมไฟประภาสวชิรกานต ์ วับ ๓ ครั้ง ทุก ๆ ๘ วินาที พลงงานแสงอาทิตย



สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๓๗ เมตร เห็นไดไกล เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม

๑๐ ไมล  พ.ศ.๒๕๓๘ ลกษณะไฟเปนไฟ  กระโจมไฟสมุทรวิชัย
กระโจมไฟชัชวาลวชิรโอฆ (กระโจมไฟเกาะ สีขาว วับ ๑ ครั้ง ทุก ๆ ๓ วินาที สูงจากระดับน้ำ
นมสาวน้อย) ทะเลปานกลาง ๒๐ เมตร เห็นไดไกล ๙ ไมล

กระโจมไฟนี้ ตงอยู ประภาคารตากใบ
ั้
บนยอดเกาะนมสาวนอย เปนประภาคารที่สรางขึ้น โดยความรวมมือ



ปากนำพังงา อยูทางดาน ระหวางประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เพื่อชวยใน



ทิศใตของเกาะปนหยี การเดนเรอ และแสดงแนวเขตทางทะเลของทั้งสอง


หางประมาณ ๒ ไมล ประเทศ ตั้งอยูบริเวณปากน้ำแมน้ำโก-ลก ตำบลตาบา


สรางดวยเฟอโรคอนกรต อำเภอตากใบ จงหวัดนราธวาส ตวประภาคาร





เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐ เปลยน ออกแบบเปนสถาปตยกรรมประยุกตไทย-มาเลเซีย
ี่



ตะเกยงกาซเปนตะเกยง ตัวประภาคารสวนลาง สรางเปนคอนกรีตเสริมเหล็ก





ระบบพลงงานแสงอาทิตย  กระโจมไฟชัชวาลวชิรโอฆ ทาสขาว สง ๑๘ เมตร สวนบนเปนพลาสตก
50 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

เสริมใยแกว (Global Positioning System - GRP) ขึ้น - ลง เวลาดวงอาทิตย ขึ้น - ลง การเทียบเวลา
ิ่




สง ๙ เมตร รวมความสงทั้งหมด จากฐานถงยอด มาตรฐานประเทศไทย เปนตน และยังจะเปนสง
กระโจม สูง ๒๗ เมตร ดงดดนกทองเที่ยว






สวนตวตะเกยงเปน ใหมาเยี่ยมชมแหลม

ต ะ เ ก ย ง ร ะ บ บ พรหมเทพมากยิ่งขึ้น

พลงงานแสงอาทิตย ซึ่งจะเปน ก า ร ส ง

๒ ดวงวางซอนกน เสรมการทองเที่ยว


ิ่
ในแนวดง ตะเกยง ใหแกจงหวัดภเกต






ดวงบนเปนตะเกยง อีกดวย ประภาคาร


ไฟเสยวมี ๓ สี คอ แหงนี้ ไดรับพระราช
ี้
แสงไฟสเขียว ขาว ทานนามวา “ประภา

และแดง สวนตะเกียง คารกาญจนาภเษก



ดวงลางเปนตะเกยง แ ห ล ม พ ร ห ม เ ท พ ”

ที่ใหแสงสวางรอบตว  ประภาคารตากใบ  ประภาคารกาญจนภิเษก เมื่อการกอสรางได 


แหลมพรหมเทพ
ลกษณะไฟเปนไฟวาบสเขียว ขาว และแดง ทุก ๆ เสร็จเรียบรอยแลว



๕ วินาที ไฟสีเขียว และแดง เห็นไดไกล ๑๑ ไมล ในวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๐ สมเด็จพระบรม

และไฟสีขาว เห็นไดไกล ๑๕ ไมล เปดใชงานตั้งแต  โอรสาธราช ฯ สยามมกฎราชกมาร ไดเสดจ





วันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๑ พระราชดำเนนแทนพระองค ทรงประกอบพิธเปด


ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ ประภาคาร ณ บรเวณแหลมพรหมเทพ จงหวัด


ื่


เนองในมหาวโรกาสที่พระบาทสมเดจพระเจา ภูเก็ต


อยูหัว ทรงครองสรราชสมบัติ ครบ ๕๐ ป ในป รูปแบบของประภาคารดานหนาเปนบันไดทางขึ้น





พุทธศกราช ๒๕๓๙ กองทัพเรอ รวมกบหนวย มีวงเข็มทิศประดบที่โถงเหนอ ทางเขาดานหนามี







ราชการ และประชาชน จงหวัดภเกต ไดรวมกน ตราสญลกษณปกาญจนาภเษก ฉลองสรราชสมบัต ิ













ดำเนนการจดสรางประภาคารขึ้นนอมเกลานอม ครบ ๕๐ ป ดานขางตราสญลกษณประดบธงชาติ








กระหมอม ถวายเพื่อเปนการเฉลมพระเกยรต ิ ดานใตตราสญลกษณเปนเครองแสดงขอมูลเวลา


ื่





ปกาญจนาภเษก ในการพิจารณาหาสถานที่กอสราง ระบบไฟวิ่ง ขนาด ๑.๕๐ x ๗.๐๐ เมตร


นั้น ไดรวมกันพิจารณาเห็นวา บริเวณแหลมพรหมเทพ ชั้นลาง ภายในเปนหองกระโจมไฟ ๑ หอง และ
ตำบลราไวย อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เปนสถานที่ หองแสดงนิทรรศการ ๑ หอง ซึ่งจะจัดแสดง
ที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากบริเวณดังกลาวเปนสถานที่ นทรรศการทางอุทกศาสตร และจะมีแผนจารกชื่อ


ที่มีชื่อเสียงแหงหนึ่งของโลก และจังหวัดภูเก็ตถือได  ของผูที่ใหการสนบสนนบรจาคเงนในการกอสราง








วาเปนศนยกลางของเสนทางคมนาคมทางทะเลที่ ประภาคาร ซึ่งสามารถมองเห็นได เมื่อเขามา
สำคัญทางดานทะเลอันดามัน การสรางประภาคารที่ ภายในประภาคารมีบันไดโคงครงวงกลม จากหอง

ึ่
บรเวณแหลมพรหมเทพ จะเปนการเผยแผพระ แสดงนทรรศการชั้นลางขึ้นไปยังหองดาดฟาชั้นบน






บารมีใหเปนที่ประจกษแกชาวโลกโดยทั่วไปไดเปน ซึ่งสามารถชมทิวทัศนโดยรอบบรเวณได จากระดบ




อยางดี นอกจากจะเปนประโยชนในการใชเปน ดาดฟาชั้นบนมีบันไดเวียนขึ้นไปยังแทนตดตง

ั้
ื่




เครองหมายชวยในการเดนเรอแลว ยังเปนที่ ตะเกียงประภาคาร



เผยแพรขาวสารตาง ๆ เชน ขาวอากาศ เวลานำ
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 51



วัสดุที่ใชสรางประภาคาร ใชชนิดที่มีคุณภาพดีเยี่ยม - สวนโลหะปดทองคำ มีความหมายถง




มีความสวยงาม และมีความทนทานสง โดยใช ปกาญจนาภเษก หอคอยรบพานตดตงตะเกยง

ั้






โครงสรางเปนคอนกรตเสรมเหลกกรหินแกรนต ขยายขนาดตามสัดสวนที่สวยงามลาดลง สลักขอความ




กระจกสะทอนแสง ๒ ชั้น สีทอง กระจกใสเจียระไน ทศพิธราชธรรมดงกลาว พรอมบทพระราชนพนธ









กรอบอลมิเนยมสทอง โลหะปดทองคำหรอหุม ในพระบาทสมเดจพระมงกฎเกลาเจาอยูหัว ทั้งนี้

ทองคำ และทองเหลือง ทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการ มีปรากฏอยูในคมภร 

ลักษณะ ขนาดและความหมาย ของ พระบวรพุทธศาสนา ซึ่งเปนพระราชจรยาวัตรที่พระ

ประภาคารที่สำคัญ มหากษัตริยาธิราชเจาทรงปฏิบัติ และเปนที่ตระหนัก



สวนยอดของประภาคารไดรบการออกแบบโดย ก ัน ด ีว า พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด ็จ พ ร ะ ป ร ม ิน ท ร ม ห า





การนำลกษณะสำคญของตราสญลกษณงานฉลอง ภมิพลอดลยเดช ไดทรงบำเพ็ญอยางไพบูลยเตมที่




ั้




สรราชสมบัติ ครบ ๕๐ ป มาประดษฐานไว ทุกประการ ตองตามขัตตยราชประเพณี นบตงแต 


ประกอบดวย เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตราบเทาถึงกาลปจจุบัน

- พานเครองสง ๒ ชั้น เปนที่ตงดวงประทีป - ความสูง ๕๐ ฟุต มีความหมายถึง ทรงครอง
ั้
ื่
หรอตะเกยงประภาคารที่สองสวางรอบทิศ เปรยบ ราชยมาครบ ๕๐ ป เสนผาศนยกลางฐานกวาง ๙






ประดจพระบารมีขององคพระมหากษัตรยอันแผ เมตร มีความหมายถึง รัชกาลที่ ๙ แหงราชวงศจักรี





ไพศาลทั่วแผนดน ตะเกยงประภาคารภายใต  แสงไฟของประภาคารมองเห็นไดไกล ๓๙ กิโลเมตร



เศวตฉัตร ๙ ชั้น มีความหมายถงป พ.ศ.๒๕๓๙ ทรงครองสรราช

- ชาง ๓ เชือก เทินดวงประทีปอยูภายใต  สมบัติครบ ๕๐ ป
เศวตฉัตร ๗ ชั้น มีความหมายถึง ชางเปนพาหนะ กระโจมไฟเฉลิมพระเกียรติ บ้านแหลม
ของพระเจาแผนดน เปนเหมือนขาชวงใชของพระ เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว




มหากษัตริย จึงเปรียบไดกับประชาชนซึ่งเปนเหมือน ภมิพลอดลยเดชมหาราช รชกาลที่ ๙ เสดจ


ขารบใชใตเบื้องพระยุคลบาท ความหมายโดยรวม เถลงถวัลยราชสมบัตครบ ๕๐ ป ในปพุทธศกราช









เสมือนพสกนกรเทิดทูนและเชิดชูองคพระมหา ๒๕๓๙ เพื่อเปนการเทิดพระเกยรตปกาญจนาภเษก









กษัตรยและพระบรมวงศานวงศในรชกาลของ กองทัพเรอรวมกบหนวยราชการ และประชาชน






พระองคที่ใหความรมเย็นเปนสุขภายใตรมพระบารมี จงหวัดเพชรบุรี ไดดำเนนการจดโครงการกอสราง

- ตะเกยงประภาคารเปนรปกรวยกลมทำดวย กระโจมไฟ และปะการงเทียม บรเวณอำเภอ






อาครลคใส ภายในมีโคมไฟหมุนสองสวางรอบทิศ บานแหลม จังหวัดเพชรบุรี กระโจมไฟแหงนี้ใชเปน

ลกษณะไฟเปนไฟสขาว วับ ทุกๆ ๙ วินาที (สวาง แนวบอกเขตพื้นที่ในการอนุรักษพันธุหอยแครง




๐.๒๑ วินาที มืด ๘.๗๙ วินาที) วางอยูสูงจากระดับ หอยแมลงภู หอยเสยบ และอนรกษสภาพแวดลอม


น้ำทะเลปานกลาง ๙๔ เมตร ชายฝง รวมทั้งการจัดสรางปะการังเทียม ในบริเวณ



- ฐานรบตะเกยงประกอบดวยโลหะปดทองคำ อำเภอบานแหลม และไดรับพระราชทานนามวา


ี่


๑๐ เหลยม มีความหมายถงทศพิธราชธรรม คอ “กระโจมไฟเฉลิมพระเกียรติบานแหลม”

๑. ทาน ๒. ศล ๓. บรจาค ๔. ความซื่อตรง กระโจมไฟมีโครงสรางเปนคอนกรีตเสริมเหล็ก

(อาชชวะ) ๕. ความออนโยน (มัททวะ) รูปสี่เหลี่ยม สูง ๑๒ เมตร ตั้งอยูในตำบลที่ ละติจูด
๖. ความเพียร (ตบะ) ๗. ความไมโกรธ (อักโกธะ) ๑๓ องศา ๑๒.๐ ลิปดาเหนือ ลองจิจูด ๑๐๐ องศา
๘. การไมเบียดเบียน (อวิหิงสา) ๙. ความอดทน ๐๒.๕ ลิปดาตะวันออก อยูหางจากฝงประมาณ ๓

(ขันติ) ๑๐. ความเที่ยงธรรม (อวิโรธนะ) กโลเมตร ตดตงตะเกยงระบบพลงงานแสงอาทิตย



ั้
52 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖




ี้

เมื่อทานผูอานไดอานมาถงตอนนแลว กคงจะ
ี่

ทราบแลววา “เพลงหะเบสสมอ” ที่เสดจเตยทรง


พระนิพนธไววา “ลัดไปเกาะสีชัง จนกระทั่งกระโจมไฟ”

กคอ “ประภาคารอัษฎางค หรอ ประภาคารหิน



สัมปะยื้อ” นั่นเอง
กอนจะจบผูเขียนอยากฝากไววา กระโจมไฟ


ิ่


หรอประภาคาร เปนสงจำเปนตอการเดนเรอ

สำหรบนกเดนเรอ เพื่อเปนดวงประทีปนำทางใหเรอ





ปลอดภัย เชนเดียวกัน ความดี ความซื่อสัตย สุจริต
 กระโจมไฟเฉลิมพระเกียรติ บ้านแหลม และการมีจรยธรรมกยอมเปนสงที่จำเปนของบุคคล


ิ่
เปนไฟเสี้ยว ๒ สี คือ สีแดง และสีขาว โดยวางให ที่จะนำไปสูความเจริญรุงเรืองของชีวิต เปนดวง

สีแดงอยูในมุม ๑๒๓ องศา ถึง ๓๒๙ องศา ซึ่งจะ ประทีปของชีวิต ซึ่งบุคคลทั้งหลายควรที่จะถอ



ุ


คลมพื้นที่จากตำบลอาวบานแหลม ถงตำบลบาน ปฏบัติ เพื่อความเจรญรงเรองของตนเองและ
บางแกว ไฟสขาวอยูดานนอก ในมุม ๓๒๙ องศา ครอบครัว ตลอดจนประเทศชาติใหสมกับที่เปนคน



ถง ๑๒๓ องศา ซึ่งเปนไฟที่ใชชวยในการเดนเรอ ไทยที่เกิดมาภายใตพระบรมโพธิสมภารอยางมีความ



ลักษณะไฟเปนไฟวับ สีขาว และแดง ทุก ๆ ๙ วินาที สุขตลอดไป
ไดเปดกระโจมไฟเฉลมพระเกยรตบานแหลม




เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๐ นักเดินเรือยึดประภาคารส่องสว่าง
จะเห็นไดวา เครองหมายชวยในการเดนเรอ เป็นประทีปนำทางทุกแห่งหน

ื่


โดยเฉพาะอยางยิ่งประภาคารและกระโจมไฟ เปนสิ่ง ขาดประทีปนำไปให้ได้ยล
ที่สำคัญอยางยิ่ง สำหรับนักเดินเรือ แมวาเทคโนโลยี เรือก็ชนหินโสโครกอับปางไป


ในปจจบันจะคงอยู เชน มีเรดารในการตรวจจบหา เฉกเช่นกับชีวิตของคนเรา

ตำบลที่ มีระบบ GPS (Global Positioning หากขลาดเขลาไร้คุณธรรมเอาแต่ได้

System) หรอระบบหาที่เรอดาวเทียม แตความ ขาดจรรยายุติธรรมประจำใจ



ื่



สำคญของเครองหมายชวยการเดนเรอยังมีความ สิ่งที่ได้ชีพอับปางเหมือนอย่างเรือ
สำคัญอยู หากระบบอิเล็กทรอนิกสเสียหาย ก็จำเปน พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์
ตองใชระบบเครองหมายชวยในการเดนเรอ เชน ผู้ประพันธ์



ื่
ประภาคารและกระโจมไฟดวย
ั้
นอกจากนน ประภาคารและกระโจมไฟที่ อางอิง
กองทัพเรอดแลรกษาอยูกจะเปนสถานที่ทองเที่ยว ๑.หนังสือที่ระลึกวันคล้ายสถาปนากรมอุทกศาสตร์ ครบรอบ ๘๔ ปี






สถานที่ประวัตศาสตร อันนาหวงแหน โดยเฉพาะ เครื่องหมายช่วยการเดินเรือ; ๑๖ มกราคม ๒๕๔๘

อยางยิ่ง ประภาคารเกาะตะเภานอย ซึ่งเปน ๒. www.navy.mi.th/navalmuseum/./his_b21_prapakarn_thai. htm;
๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๘
ประภาคารที่มีความสวยงาม มีทัศนยภาพงดงาม ๓. สกุลบุนนาค ,ชมรมสายสกุลบุนนาค ; พฤศจิกายน ๒๕๔๒


มีสตวสงวนหายาก เชน นกเงอกอยูถง ๗๐ คู ๔. สัมภาษณ์ พลเรือเอก สุวัชชัย เกษมศุข อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ






จงเปนสถานที่นาสนใจและควรอนรกษไว โดย ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๕
๕. สัมภาษณ์ พลเรือเอก อุฬาร มงคลนาวิน อดีตรองผู้บัญชาการ

กองทัพเรอกไดดแลสมบัตของชาตเหลานี้ ทหารสูงสุด และผู้บัญชาการ กองเรือยุทธการ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๕






เพื่อประชาชนและแผนดินอยางสุดความสามารถ ๖. http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=navigator45&group=
2&month=03-2011&date=19 ; ๑๖ มกราคม ๒๕๔๘
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 53

ศูนย์การเรียนรู้





ทฤษฎีใหม่แหล่งเรียนรู้




ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง




ของกองทัพเรือ






บทความ โดย ศูนยฝึกทหารใหม‹ กรมยุทธศึกษาทหารเร�อ







54 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

โ ุ ู   ั โดยในสวนของกองทัพเรอนนไดตอบสนองนโยบาย
ั้



ลกในปจจบันแทบทุกภมิภาคตางเผชิญหนากบ
ของรฐอยางเปนรปธรรม กลาวคอเมื่อปพุทธศกราช





ปญหามากมายที่ถาโถมเขามา นอกจากเรื่องราว





ของภยพิบัตทางธรรมชาตแลว ปญหาหนงที่ ๒๕๕๐ กองทัพเรอไดจดทำ “โครงการวิถชีวิต


ึ่

ึ่



สำคญและขยายตวสงผลกระทบจากประเทศหนงไป ขาราชการกองทัพเรอ ตามแนวทางปรชญา


ู
สอีกประเทศหนงคอ เรองราวของปญหาเศรษฐกิจ เศรษฐกิจพอเพียงเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ
ื่
ึ่

หรือความเปนอยูของผูคนในประเทศนั้น ๆ พระเจาอยูหัว ในวโรกาสทรงเจรญพระชนพรรษา


แมวาประเทศไทยจะไมอาจหลบหลกปญหา ครบ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐” และเพื่อให




เศรษฐกจของชาตไปได แตประเทศไทยและคนไทย โครงการบรรลวัตถประสงคจงมอบหมายให










กโชคดที่ยังมีองคพระประมุขทรงคอยหวงใยและทรง ศนยฝกทหารใหม กรมยุทธศกษาทหารเรอ กอตง



ั้

ู


ู




เปนผูนำทัพเขาตอสกบปญหาความเปนอยูของผูคน “ศนยการเรยนรทฤษฎใหม” เพื่อเปนแหลงเรยนร ู

ในแผนดิน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎใหม แกกำลังพล


ั่


พระบาทสมเดจพระเจาอยูหัว รบสงอยูเสมอวา กองทัพเรือ และเปดโอกาสใหหนวยงานภาครัฐ







ู


ู


การตอสที่สำคญคอการตอสกบความยากจน และ ภาคเอกชน นกเรยน นสตนกศกษา ตลอดจน





เปนปญหาที่สำคญที่สดดานความมั่นคงของชาตคอ ประชาชนทั่วไปไดเขาศึกษาเรียนรู โดยมุงหวังใหมี
ปญหาเรองปากทองของประชาชนนนเอง ถา ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จ
ั่
ื่





สามารถทำใหประชาชนอยูดมีสขได ประเทศชาตก ็ พระเจาอยูหัว ทรงมีตอพสกนกรชาวไทย และ



ู
จะมีความมั่นคงที่แข็งแกรงตามมา... เพื่อใหผูที่สนใจสามารถนำองคความรเหลานี้




เมื่อกลาวถง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ไปปฏิบัติพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองไดอยางเปน



คงไมมีใครปฏเสธวาไมเคยทราบไมเคยไดยินหรอ รูปธรรม จึงไดทำพิธีเปด เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม



แมแตไมเคยผานหูผานตามาบาง เพราะเปนเรื่องที่ พ.ศ.๒๕๕๐ เปนตนมา


เปนแนวทางที่ปฏบัตไดจรง และผูใดปฏบัตกยอม ตลอดระยะเวลาการดำเนนการที่ผานมา อาจ








สามารถเห็นผลไดจรงดวยตนเอง หากนำแนวทางน ี้ กลาวไดวาประสบผลสำเรจอยางดยิ่ง เนองจากมีผู
ื่







ไปขยายผลใหมากที่สด ประเทศกจะเกดความ เขาศึกษาดูงาน เฉลี่ยปละ ๒๐,๐๐๐ คน จากหนวย





ั้
แข็งแกรงทั้งทางดานจตใจและเศรษฐกจตงแตระดบ งานภายในกองทัพเรอและภายนอก ผูเขาศกษา






ครัวเรือนขยายไปสูระดับประเทศได ดูงานมีความหลากหลาย อาทิเชน สถานศึกษาตั้งแต



นบวาภาครฐเลงเห็นถงความสำคญจงได  ระดบอนบาล จนถงระดบปรญญาโท อาจารยและ









กำหนดเปนแนวนโยบายแหงรฐ ตามรฐธรรมนญ นักศึกษาหลักสูตรตาง ๆ โดยเฉพาะองคการบริหาร







ิ่

แหงราชอาณาจกรไทย พุทธศกราช ๒๕๕๐ ที่ ปกครองสวนทองถน ตงแตองคการบรหารสวน
ั้

บัญญัตไวในนโยบายดานเศรษฐกจ ในมาตรา ๘๓ ตำบล เทศบาล องคการบรหารสวนจงหวัด กำนน











ใหสงเสรมและสนบสนนแนวทางปรชญาเศรษฐกจ ผูใหญบาน จากทุก ๆ ภูมิภาคของประเทศ ฯลฯ



พอเพียง ดังนั้นจึงจะเห็นไดวารัฐบาลได 
มีการรณรงค ประชาสมพันธ ผานตาม

ื่

สอตาง ๆ ตลอดระยะเวลาหลายป

ที่ผานมา แตมีคำถามตามมาวา
มีประชาชนสักเทาไรที่เขาใจ และนำไปใช
จนเกิดเปนรูปธรรมและประสบผลสำเร็จ
ภาพขณะมีผู้เข้าศึกษาดูงานภายในศูนย์การเรียนรู้

นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 55



ี้
ื่




นอกจากนสอมวลชนแขนงตาง ๆ ไดเขามา ปรชญาเศรษฐกจพอเพียง ศนยการเรยนร ู





ื่




ถายทำกจกรรมตาง ๆ เพื่อนำไปเผยแพรทั้งสอ ทฤษฎใหม ไดรวบรวมและเผยแพรหลกปรชญา



หนงสอพิมพ รายการวิทยุ รายการโทรทัศน เศรษฐกิจพอเพียง โดยนำมาประยุกตใชและใหความร ู

รายการโทรทัศนทองถิ่น แกผูศกษาดงานใหเขาใจอยางงาย ๆ จนไดรบ







ี่


คำชมเชยจากผูศกษาดงานวาศกษาดงานที่นเขาใจ

เศรษฐกิจพอเพียงไดอยางถองแท มีตัวอยางใหเห็น
เปนรูปธรรมอยางชัดเจน ดีกวาศึกษาดูงานในที่อื่น ๆ

เกษตรทฤษฎใหม เปนองคความรตามแนว
ู





พระราชดำรในพระบาทสมเดจพระเจาอยูหัว ในการทำ

เกษตรแนวใหมแบบพึ่งพาตนเอง โดยการบรหาร
จดการที่ดน และแหลงนำใหเกดประโยชนสงสด









เปนรปแบบการเกษตรที่เหมาะกบเกษตรกรที่แมจะ





ยากจน มีที่ดนและทุนนอย กสามารถนำไปปฏบัต ิ

และพัฒนารปแบบการดำเนนชีวิตไดอยางมีความสข



ไดผลจริง
หลักเกษตรธรรมชาติ เปนการเกษตรปลอด



จากการใชสารเคมีทุกชนดทั้งการเพาะปลก






การปองกนการกำจดศตรพืชโดยไดรบขอมูลทาง


วิชาการจากหนวยงานตาง ๆ เชน ศนยฝกและ

 น.อ.นิวัธ ฮะเจริญ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่

ถ่ายทำรายการ สุริวิภา ฮอลิเดย์ ณ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎใหม่ พัฒนาอาชีพเกษตรกรรมวัดญาณสงวราราม

วรมหาวิหารอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนยบริหาร










ู
จงสามารถที่จะกลาวไดวา ศนยการเรยนรแหงน ี้ ศตรพืช จงหวัดชลบุรี ศนยศกษาและพัฒนาการ


เปนที่รูจักไปทั่วประเทศ หนวยงานปกครองสวนทองถิ่น สงคมหมูบาน จงหวัดฉะเชิงเทรา และสถาบัน


และสถานศกษาหลายแหงไดทำแผนการศกษา พัฒนาการเรียนรูเกษตรอินทรีย จังหวัดสุพรรณบุรี

เรียนรูเปนสวนหนึ่งในโครงการ เปนประจำทุกป การเกษตรผสมผสาน เปนระบบเกษตรที่มีการ


ี้

ู
อาจมีผูที่ตงคำถามวาทำไมศนยการเรยนรแหงน ี้ ปลกพืชและเลยงสตวหลากหลายชนดในพื้นที่

ั้

ื้









ู


จงประสบผลสำเรจเปนที่รจก และมีอะไรที่นาสนใจ เดยวกน ซึ่งจะทำใหเกดการเกอกลประโยชนตอกน
ู




ผูเขียนจงขออนญาตนำเสนอ หากทานไดมีโอกาส อยางมีประสทธภาพ เปนองคความรที่ไดจากการ




ไดไปเยี่ยมเยือน โดยจะขอนำเสนอออกเปน ๒ ดาน แลกเปลี่ยนขอมูลจากปราชญชาวบาน






คือ ดานองคความรู และดานกิจกรรม การอนรกษดนและนำโดยหญาแฝก ไดรบการ
สนับสนุนขอมูลวิชาการจากสถานีพัฒนาที่ดินชลบุรี
ด้านองค์ความรู้ การปศุสัตว เชน การเลี้ยงโค กระบือ ปลาน้ำจืด


ู


ศูนยการเรียนรู ฯ ไดพัฒนาบุคลากรใหมีความรู ไดรบขอมูลความรทางวิชาการจากปศสตว อำเภอ

ี่


ู
และนำความรที่ไดรบจากหนวยงานที่เกยวของและ สัตหีบ และศูนยวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด จังหวัดชลบุรี






ผูมีประสบการณมาประยุกตใช โดยไดดำเนินการไปแลว การอนรกษและประหยัดพลงงาน ไดรบการ
ู






ดังนี้ สนบสนนความรและอุปกรณสาธตจากกรมอนรกษ
พลังงานและพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงาน
56 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖









การปลกสรางบานดน ไดรบการสนบสนนทาง การฝึกควาย เพื่อเอาไวใชในงานเกษตร
วิชาการจากกลุมจิตอาสาบานดิน และการแสดงการแปรรูปผลิตภัณฑจากกลุมแมบาน



ี้



การเลยงไสเดอนดน กำจดขยะอินทรยไดรบ

ขอมูลทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยแมโจ

ด้านกิจกรรม
ู

จากองคความรที่มีอยูไดขยายความรเหลานน
ู

ั้



ในรปแบบการจดทำกจกรรมตาง ๆ เพื่อเผยแพรให







กบกำลงพลและบุคคลทั่วไป ใหมีสวนรวมและนำ  การแสดงควายสวัสด ี



ความรที่ไดรบนน ไปใชใหเกดประโยชนตอตนเอง กิจกรรมปลูกขาววันแม เ ป น ก ิจ ก ร ร ม
ู


ั้




และครอบครว ศนยเรยนรทฤษฎใหม จงไดจด เฉลมพระเกยรตสมเดจพระนางเจาสรกติ์ พระบรม
ู











กิจกรรมตาง ๆ ดังนี้ ราชินนาถ ถอเปนประเพณในเดอนสงหาคมของ






แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม โดยแบงพื้นที่เปน ทุกปตรงกบวันแมแหงชาติ โดยไดเรยนเชิญนายก



ี่




สสวนตามแนวพระราชดำริ คอแหลงนำ นาขาว สมาคมภริยาทหารเรือ เปนประธาน ฯ
ปลูกตนไม และที่อยูอาศัย




จกรยานป่นนำประหยัดพลงงาน ที่ใชปนนำรด
แปลงผักโดยไมตองใชพลังงานไฟฟา

 ปลูกข้าววันแม่ เม่ื่อ ๔ ส.ค.๕๕
กิจกรรมเกี่ยวขาววันพอ เฉลิมพระเกียรติ




พระบาทสมเดจพระเจาอยูหัว เปนประเพณที่จดขึ้น
 ผู้มาเยี่ยมชมทดลองปั่นจักยานปั่นน้ำประหยัดพลังงาน
ในเดอนธนวาคมของทุกป โดยเรยนเชิญ





เตาเผาถาน เปนการนำเศษกงไมที่ไมใช ผูบัญชาการทหารเรือ มาเปนประธาน ฯ
ิ่


ประโยชนแลวนำมาเผาถาน นอกจากถานที่ไดไวใช




หรือขายและยังไดสารน้ำสมควันไม เปนสารไลแมลง
ศัตรูพืช และเปนปุ๋ย
 เตาเผาถ่านแบบตั้งขนาด ๒๐๐ ลิตร  พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. เป็นประธาน ในงานเกี่ยวข้าว
วันพ่อ เมื่อ ๑๕ ธ.ค.๕๔
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 57



สำหรบป พ.ศ.๒๕๕๔ ที่ผานมาเปนป
มหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ทรงเจริญ
พระชนมพรรษา ครบ ๘๔ พรรษา ศูนยฝกทหารใหม



กรมยุทธศกษาทหารเรอ ไดจดทำโครงการ

เฉลิมพระเกียรติ ๒ โครงการ คือ




โครงการหอศลป์เจาพอหลวง เฉลมพระเกยรติ
โครงการวนเกษตรพอเพียง
พระบาทสมเดจพระเจาอยูหัว เนองในโอกาสพระ 


ื่



ราชพิธมหามงคลเฉลมพระชนมพรรษา ๗ รอบ นอกจากโครงการเฉลิมพระเกียรติดังกลาวแลว
๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยกอสรางอาคารดิน จำนวน ในป พ.ศ.๒๕๕๕ ไดริเริ่มจัดทำโครงการขึ้นใหม

ี่
๔ หลง และอาคาร ๘ เหลยม จำนวน ๑ หลง ไดแก




ู



บรเวณพื้นที่ศนยการเรยนรทฤษฎใหมมีวัตถประสงค  โครงการวิถีควายไทย ริเริ่มและดำเนินการ


เพื่อเปนสถานที่จดแสดงพระบรมสาทิสลกษณ เปดโครงการ ฯ เรียบรอย โดยมีวัตถุประสงค



พระราชประวัติ และพระราชกรณยกจของพระบาท เพื่อเฉลมพระเกยรตสมเดจพระนางเจาสรกติ์












ื่
สมเด็จพระเจาอยูหัว ตั้งแตพระชนมายุ ๑ พรรษา พระบรมราชินนาถ เนองในโอกาสมหามงคลเฉลม



จนถงปจจบัน จำนวน ๘๔ ภาพ เปนการเผยแพร  พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สงหาคม


พระเกยรตคณ และพระปรชาสามารถของพระบาท พ.ศ.๒๕๕๕ และฟนฟูวิถชีวิตเกษตรกร ตลอดจน




สมเด็จพระเจาอยูหัว เพื่อใหกำลงพลและครอบครวของหนวยงานใน



กองทัพเรอ กระทรวงกลาโหม หนวยงานภาครฐ


เอกชน และประชาชนทั่วไป กลุมนักเรียน นิสิตและ

นกศกษา ไดศกษาเรยนรู วิถชีวิตเกษตรกรไทย





ความผูกพันระหวางคนกบควาย ซึ่งใชพื้นที่จำนวน

ู

๑๐ ไร บรเวณศนยการเรยนรทฤษฎใหม ปจจบันมี




ควายอยูในโครงการ ฯ จำนวน ๔๐ ตัว ประกอบดวย
 หอศิลป์เจ้าพ่อหลวง พอพันธุ ๕ ตัว (พันธุชลบุรี ๑ ตัว พื้นเมือง ๒ ตัว





โครงการวนเกษตรพอเพียง เนื่องในโอกาส ลูกผสม ๑ ตัว และเผือก ๑ ตัว) แมพันธุ ๑๔ ตัว



พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ (พันธุชลบุรี ๑ ตัว พื้นเมือง ๘ ตัว ลูกผสม ๔ ตัว
๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ มีวัตถุประสงคเพื่อนอมนำและ และเผือก ๑ ตัว) ลูกควาย ๒๑ ตัว (พันธุชลบุรี ๑



เผยแพรแนวคดทฤษฎตามพระราชดำรพัฒนาและ ตัว พื้นเมือง ๑๘ ตัว และ เผือก ๒ ตัว)







อนรกษธรรมชาตมาปฏบัตอยางเปนรปธรรม ซึ่งได 





ู

เนนการคนธรรมชาตสแผนดนดวยวิธผสมผสาน
ดังนี้




- ปลกปาโดยไมตองปลก โดยใชวัฎจกรคน

ธรรมชาติ
- การปลูกปา ๓ อยาง ประโยชน ๔ อยาง
- ฝายชะลอความชุมชื้นของผืนดิน 
โครงการวิถีควายไทย
- ทฤษฎใหม


58 นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖




การปลกมะนาวในปลอกบอ เพื่อใหไดผลผลต

ในชวงที่ทองตลาดขาดแคลนมะนาวและมีราคาสง



ิ่
การดำเนนการในขั้นตนเรมที่ศนยการเรยนรทฤษฏ ี

ู
ใหม จำนวน ๒๖ ปลอกบอ ประกอบดวยพันธุแปน
พิจิตร แปนรำไพ แมไกไขดก และพันธุตาฮิติ

 การปลูกมะนาวที่อาคารเรือนแถวประทวน
ู




ศนยการเรยนรทฤษฏใหม ศนยฝกทหารใหม

กรมยุทธศกษาทหารเรอ บรหารจดการในรปแบบ







ของคณะกรรมการอยูภายใตการควบคมของ
นาวาเอก นิวัธ ฮะเจริญ ผูบังคับการศูนยฝกทหารใหม
 การปลูกมะนาวที่ศูนย์การเรียนร ู้ ุ
โดยมี นาวาเอก ภาสวร เลขสนทรากร


การปลกมะนาวในปลอกบอที่ศนยการเรยนร ู รองผูบังคบการ ศนยฝกทหารใหม เปนประธาน






ทฤษฏใหม มีการดแลเอาใจใสอยางดี ทำใหเจรญ คณะกรรมการดำเนนการ มีเจาหนาที่และวิทยากร






เตบโตอยางรวดเรว จงไดนำไปขยายพื้นที่การปลก ประจำอยูที่ศูนยการเรียนรูทฤษฎใหม ศูนยฝกทหารใหม











ใหกวางขวางมากขึ้น โดยนำไปปลกบรเวณไหลทาง กรมยุทธศกษาทหารเรอ สำหรบผูสนใจเขาศกษา


ทั้งสองขาง ทางเขาอาคารเรอนแถวประทวน เพิ่ม ดงาน หากไปเปนหมูคณะสามารถตดตอที่




ขึ้นอีกประมาณ ๑๔๘ ปลอกบอ เปนพันธุตาฮิติ โดย นายทหารกจการพลเรอน ศนยฝกทหารใหม





อยูในความดแลของกำลงพลผูที่พักอาศยอาคาร โทร ๐ ๒๔๖๖ ๑๑๘๐ ตอ ๖๕๐๕๐ - ๕๑ ถาหาก



เรอนแถวประทวน เพื่อใหชวยกนดแลและสามารถ เปนการสวนบุคคล สามารถเขาไปไดโดยไมจำเปน




ั้




เก็บผลผลิตไปใชในครัวเรือนได ตองนดหมายลวงหนา เปดใหเยี่ยมชม ตงแตเวลา
๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ไมเวนวันหยุดราชการ
ประกาศขอบคุณ
บริษัท เอส.เอ.เอ็ม. เบจพล จำกัด บริจาคเงินให้ ราชนาวิกสภา
ในการจัดทำนิตยสารนาวิกศาสตร์ จำนวน ๑๕,๐๐๐.- บาท เมื่อ ๑๑ ธ.ค.๕๕
            
นาวิกศาสตร ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 59

พจนานุกรม





ศัพทชาวเร�อ



พลเร�อเอก ไพศาล นภสินธุวงศ 








jew’s harp หวงสมอ ที่ใชสำหรบแขงขันมีใบยิบขนาดใหญ เรยกวา

balloon jib นอกจากนเรอใบบางประเภทอาจ
ี้
มีใบยิบในลักษณะตาง ๆ เชน Genoa jib หรือ Yankee
jib ซึ่งเปนใบยิบขนาดใหญ Storm jib ใชในกรณที่

เผชิญกับอากาศเลวราย spitfire เปนใบยิบขนาดเล็ก
สำหรับเรือเล็ก เปนตน
jibboom บูมใบยิบ

ครั้งหนึ่งหมายถึงเสาไมเดี่ยวตอคานชี้ (bowsprit)
ปจจบันหมายถงสวนหนาสดของคานชี้ ใชเมื่อ





ตองการขึงใบ flying jib (ใบยิบหนาสุด)
jibe หมุน / เปลี่ยนทางใบ
สเกลหรือหวงที่ปลายบนของกานสมอ ใชผูกโซ ในการแลนใบ เมื่อทายเรอของเรอที่ขึงใบตาม



สมอ เปนสเกลรูปพิณ ลำเรือ (fore and aft rigged) หันเขาหาทางลมโดย
Jezebel จิซเบล บังเอิญเพื่อใหใบเรือรับลมจากอีกดาน (กราบ) หนึ่ง
ี่

ื่
ื่
เครองรบคลนเสยงโซโนบุย ใชรบคลนเสยงในการ เรยกวาเรอหมุนเปลยนทางใบ ซึ่งเปนวิธที่อาจเปน






ื่


ระบุตำบลที่เปาใตน้ำ อันตรายหากไมมีการควบคมที่ดี อาจปลอดภยกวา
jib ใบยิบ หากใชวิธีหมุนเปลี่ยนทางใบโดยหันหัวเรือรับลม
jigger or jiggermast ๑. จิ๊กเกอร/เสาทาย ๒. รอกจาด
๑. เสาที่สี่ของเรือใบสี่เสา
๒. รอกจาดขนาดเบาสำหรับใชงานโดยทั่วไป
jimmy legs ยาม / สารวัตร
เปนคำสแลงเรียก ยาม และสารวัตร
jimmy / Jimmy the One ตนเรือ
เปนคำสแลงเรยกตนเรอ เดมเรยกวา Jimmy





the First ปจจบันในราชนาวีอังกฤษเปลยนเปน
ี่

Jimmy the one
job order คำสั่งงาน



คำสงออกโดยหนวยซอม ทำใหแกเจาหนาที่
ั่

ใบสามเหลี่ยมขึงตามลำเรือ ติดอยูหนาเสาหนา ในหนวยไปปฏบัตงานซอมทำตามคำรองขอ











ของเรือใบ เรือใบขนาดใหญอาจมีใบยิบหลายใบ เรือใบ ของหนวยที่ตองการซอมทำ
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 89


joe pot หมอกาแฟ ฟอลคแลนดในป ค.ศ.1982 เปนตน


เปนคำสแลงเรยกหมอกาแฟ กรอนมาจาก Judge Advocate General (JAG) นายทหาร
ึ่
ั้



jamake ซึ่งครงหนงเปนศพททหารเรอหมายถง พระธรรมนูญอาวุโส
กาแฟ นายทหารพระธรรมนูญอาวุโสในกองทัพเรือ
Johnnie จอหนนี่ Julie จูลี / โซโนบุยจูลี

ื่




เปนศัพททหารเรือเกา หมายถึง ชาวเรือ คำน ี้ อุปกรณรบคลนเสยงโซโนบุยที่สงประจกำหนด



ใชสำหรบการสนทนาไมใชคำที่เปนทางการ ทำนอง ระยะความลกการระเบิดลวงหนาเพื่อใหขอมูล

เดียวกับคำวา jack ระยะการสะทอนเสียง
join รวมเครือนาวี Juliett จูเลียต

เปนการเขารวมปฏบัตงานในเรอ โดยมีหนาที่ คำออกเสียงตัวอักษร เจ (J)




เปนการเฉพาะ Jumbo จัมโบ / ขนาดใหญกวาปกติ




joint รวม ศพทนใชแพรหลายในปจจบันหมายถง
ี้

มีองคประกอบมากกวาหนงเหลาทัพในการ สิ่งของ คน ที่มีขนาดใหญกวาปกติ คำนี้มีราชาศัพท
ึ่



ปฏิบัติการรวมกัน มาจากยุคเรอใบ หมายถง ใบขนาดใหญที่สด

joint command หนวยบัญชาการรวม ของเรอใบที่ขึงใบตามขวาง (square rigged) เทียบ

เหมือนกบหนวยบัญชาการเฉพาะ เพียงแต  กับใบ genoa ของเรือยอชทสมัยใหมในปจจุบัน เชน




ประกอบดวยหลายเหลาทัพ jumbo boom บูมยกของขนาดหนกบนเรอ


jolly เปนชื่อใชเรยกอยางไมเปนทางการแกทหาร jumbo jet เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ Boeing 747




นาวิกโยธน เชนเดยวกบที่ใชเรยกทหารเรอวา ที่บรรทุกผูโดยสารไดหลายรอยคน

jonnie หรือ jack jumper ๑. ขอตอ (ทอ , สายยาง , ลวด) ๒. เสื้อ
jolly Roger ธงหัวกะโหลกกระดูกไขว เครื่องแบบสวมศีรษะ


๑. ทอขอตอ สายยาง หรอลวด ใชในยาม
ฉุกเฉินบนเรือ
ื้


ื่


๒. เสอเครองแบบสนำเงนหรอสขาวแบบสวม

ทางศีรษะ
jumping the line เดินหนากระตุกเชือก





การที่เรอลากจงเดนหนาเตมตวดวยเชือกลาก


ที่หยอน เพื่อใชโมเมนตมชวยเพิ่มกำลงในการ


กระชาก บางครั้งใชดึงเรือเกยตื้น
jump ship หนีขึ้นจากเรือ

เปนคำสแลง หมายถง ออกไปจากเรอโดย

พลการหรือไมไดรับอนุญาต

ธงที่พวกโจรสลดใช เปนธงสดำมีรปหัวกะโหลก



และกระดกไขว นอกจากเปนธงที่พวกโจรสลด


ใชแลว เรืออื่นอาจใชไดในบางกรณี เชน ชักขึ้นในพิธ ี

ขามเสนอิเควเตอร หรอเรอ HMS Conqueror ชัก


ขณะที่กลบสอังกฤษหลงจากการยุทธที่เกาะ


ู

90 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖

ประทีปธรรม










กองอนุศาสนาจารย กรมยุทธศึกษาทหารเร�อ































àÃ×èͧ ÊÔè§·ÕèäÁ‹¤ÇôÙËÁÔè¹






ดหมิ่น คอการรงเกยจผูอื่นสงอื่นวาไมมีคณคาหรอไมสลกสำคญอะไร ทำใหปฏบัตตอบุคคล




ิ่






ิ่
ั้


หรอสงนน ๆ อยางไมถกตอง เปนผลใหเกดความเสยหายตามมา ในทางพุทธศาสนา

การ ไดยกตัวอยางไว ๔ ประการคือ
ื่


[ ไมควรดหมิ่นกษัตรยวายังทรงพระเยาว เพราะแมจะเปนยวกษัตรย ตองทรงศกษาเรองกจการ





บานเมืองอีกมาก และความรูความสามารถอื่น ๆ ยังสูผูใหญไมได แตดานพระราชอำนาจนั้น ทรงมีอยูอยางเต็ม
เปยม ไมอาจกาวลวงได



ั้









[ ไมควรดหมิ่นงวาตวเลก เพราะถาเปนงพิษกเลกแตตว สวนพิษนนสามารถทำใหสตวใหญลมตายได 

ในไมกี่อึดใจ





[ ไมควรดหมิ่นไฟวาเลกนอย เพราะแมจะเกดจากหัวไมขีด เมื่อไดเชื้อแลว กกลายเปนกองไฟใหญ


ลุกลามสรางความวอดวายแกบุคคลและสิ่งของมากมายได





ี่
[ ไมควรดหมิ่นพระภกษุวายังหนม เพราะการเปนพระภกษุทแทวัดกนที่การศกษาและการปฏบัติ
ุ

การบวชนอยหรือบวชนานไมไดเปนเครื่องตัดสินการเขาถึงธรรม
ื้


จากเนอความขางตนทำใหไดขอคดวา การดำเนนชีวิตนนตองระมัดระวังในเรองตาง ๆ อยูเสมอ

ื่


ั้



โดยเฉพาะเรองที่เคยชินจนมักมองขามความสำคญไปเสย เชน ระเบียบวินย ขอบังคบตาง ๆ เปนตน



ื่


ื่





แมบางขอคด ไมใชความผิดรายแรง หรอไมเห็นมีใครเอาความ แตพอเกดเรองขึ้นแลวเอาระเบียบ


ื่

ิ่









ขอบังคบมาจบกกลายเปนเรองรายแรง ตองเดอนรอนเสยใจในภายหลง กเพราะวาไปดหมิ่นสงที่
ไมควรดูหมิ่นนั่นเอง
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 91

ภาพกิจกรรม











































สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว.และพระราชทานของที่ระลึก ในพื้นที่
รร.เซิมวิทยาคม ต.เซิม อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย รร.บ้านโคกใหญ่ ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น รร.ชุมชนวังปลาป้อม ต.วังปลาป้อม อ.นาวัง
จ.หนองบัวลำภู และ รร.บ้านวังฮาง ต.สร้อยพร้าว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ทร.จัด ฮ.ถวายเป็น ฮ.พระที่นั.ง ระหว่าง ๑๐ - ๑๕ ธ.ค.๕๕ โดยมี
พล.ร.ต.ศักดิ์นรินทร์ เจริญสุข ผบ.กบร.กร. เป็นผู้อำนวยการเดินทาง





















พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่ม ผบ.ทร. และนางพรจิตร์ หรุ่นเริงรมย์ ภริยา เดินทางไปลงนาม
ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ
ประจำปี ๒๕๕๕ ณ บริเวณท่าเทียบเรือ บก.ทร. พระราชวังเดิม พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เนื.องในวันขึ้นปีใหม่
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๒๘ ธ.ค.๕๕ ๒๕๕๖ ณ ห้องแดง ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง
เมื่อ ๑ ม.ค.๕๖






นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 81

ผบ.ทร. ร่วมคณะ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กห. ผบ.ทร. เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศ และแสดงความ
พร้อมด้วย ผบ.เหล่าทัพ ร่วมอวยพรปีใหม่ นางสาว ยิ.งลักษณ์ ชินวัตร ยินดีให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพลเรือเป็นกรณี
นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพ ฯ พิเศษ จำนวน ๒๖ นาย ณ ห้องรับรอง บก.ทร. พระราชวังเดิม
เมื่อ ๒ ม.ค.๕๖ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๓ ม.ค.๕๖




















สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณา ผบ.ทร. ร่วมงานเนื.องในวันคล้ายวันสถาปนา อร. ครบรอบ ๑๒๓ ปี
โปรดเกล้า ฯ ให้ผู้แทนพระองค์อัญเชิญบัตรอวยพรส่งความสุขเนื.องใน ณ ห้องชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บก.อร. เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ
โอกาสวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๖ พระราชทาน แก่ ผบ.ทร. ณ บก.ทร. เมื่อ ๙ ม.ค.๕๖
พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๓ ม.ค.๕๖





















ผบ.ทร. ให้การต้อนรับ นาย มาร์ก แอนดรูว์ เจฟฟรีย์ เคนต์ ผบ.ทร. ให้การต้อนรับ นายชิเกะกะชุ ชะโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น

เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทยซึ.งเข้าเยี่ยม ประจำประเทศไทย ซึ.งเข้าเยี่ยมคำนับ พื่อแนะนำตัวในโอกาสที่เข้ารับ
คำนับเพื่อแนะนำตัวในโอกาสที่เข้ารับหน้าที่ใหม่ในประเทศไทย หน้าที่ใหม่ในประเทศไทย ณ ห้องรับรอง บก.ทร. พระราชวังเดิม
ณ ห้องรับรอง บก.ทร.พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๑๐ ม.ค.๕๖
เมื่อ ๑๐ ม.ค.๕๖





82 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รอง ผบ.ทร. ร่วมพิธีทำบุญเนื.องใน รอง ผบ.ทร. ให้การต้อนรับ พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร
วันคล้ายวันสถาปนา สห.ทร. ณ อาคารอเนกประสงค์ กรม สห.ทร. ผบ.ทสส. และคณะ ในโอกาสที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบของ
เมื่อ ๑๔ ธ.ค.๕๕ ขวัญปีใหม่ให้กับหน่วยงานในพื้นที่ ภาคใต้ ณ พัน ร.๙ กรม ร.๓
พล.นย.ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส เมื่อ ๓ ม.ค.๕๖



















พล.ร.อ.อมรเทพ ณ บางช้าง ปธ.คปษ.ทร. เป็นผู้แทน ผบ.ทร. ปธ.คปษ.ทร. บรรยายพิเศษในหัวข้อความรู้พื้นฐานยุทธศาสตร์ชาติ
เดินทางไปร่วมงาน EXPONAVAL 2012 ณ เมือง Valparaiso และยุทธศาสตร์ทหาร ให้แก่ หลักสูตรเสนาธิการทหาร รุ่นที่ ๕๔
สาธารณรัฐชิลี ระหว่าง ๒ - ๗ ธ.ค.๕๕ ในการนี้ได้เข้าเยี่ยมคำนับ ณ ห้องเรียน วสท.สปท.บก.ทท. เขตดินแดง กรุงเทพ ฯ เมื่อ
และมอบของที่ระลึกแก่ พล.ร.อ.Edmundo Gonzalez Robles ๒๔ ธ.ค.๕๕
ผบ.ทร.ชิลี



















ปธ.คปษ.ทร. บรรยายพิเศษในหัวข้อนโยบายความมั.นคง พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม ผช.ผบ.ทร. เป็นผู้แทน ผบ.ทร.
ของชาติ กรณีศึกษาความสัมพันธ์ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านให้แก่ เข้าร่วมในพิธีปิดการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทาน
หลักสูตรนักบริหารการคลัง รุ่นที่ ๔ ณ อาคารจัตุรัสจามจุรี เมื่อ “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ ๒๖ ประจำปี ๒๕๕๕ เมื่อ ๘ ธ.ค.๕๕
๒๗ ธ.ค.๕๕ โดยมี พล.ร.อ. หม่อมหลวง อัศนี ปราโมทย์ องคมนตรีผู้แทนพระองค์

เป็นประธาน ณ โรงแรมกะตะบีช รีสอร์ท จ.ภูเก็ต





นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 83

พล.ร.อ.พลวัฒน์ สิโรดม ผช.ผบ.ทร.และนายกสมาคมเรือพาย พล.ร.อ.จักรชัย ภู่เจริญยศ เสธ.ทร. เป็นประธานในพิธีมอบทุน
การศึกษา “วัยรุ่นรอบรู้ธรรมะ” ประจำปี ๒๕๕๕ เมี่อ ๑๓ ธ.ค.๕๕
แห่งประเทศไทย เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดการแข่งขัน
เรือยาวมังกรชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยชิงถ้วยพระราชทาน โดยมีพระมหาวุฒิชัย ว.วชิรเมธี เป็นผู้มอบประกาศนียบัตร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๕๕ ณ โรงแรม ณ ห้องอเนกประสงค์ อาคารนันทอุทยานสโมสร ชั้น ๒ เขตบางกอกน้อย
เดอะแกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั.น ศรีนครินทร์ เมื่อ ๑๘ ธ.ค.๕๕ กรุงเทพ ฯ


















พล.ร.อ.ฆนัท ทองพูล ผบ.กร พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ผบ.กร. และคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมกำลังพลที่มาปฏิบัติ
และนายทหารฝ่ายอำนวยการตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติราชการ ราชการ ทรภ.๓ เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญ และรับทราบ ปัญหา อุปสรรค
ในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อ ๒๕ - ๒๗ ธ.ค.๕๕ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วย เมื่อ ๒๕ - ๒๖ ธ.ค.๕๕ โดยมี
ข้อขัดข้อง ข้อเสนอแนะ ในการปฏิบัติงานของหน่วย รวมทั้งเป็นการ พล.ร.ต.นฤดม ชวนะเสน รอง ผบ.ทรภ.๓ ผู้แทนผบ.ทรภ.๓
บำรุงขวัญและกำลังใจแก่ กำลังพลของ กร. พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ฐท.พง.ทรภ.๓
อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา


















พล.ร.ท.ธนะรัตน์ อุบล รอง เสธ.ทร. เป็นประธานการประชุม พล.ร.ท.ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ ผบ.ฐท.สส.เป็นประธานในการ
ผู้บริหารระดับสูง (SOM) ในการประชุมศูนย์ประสานการปฏิบัติใน จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ฐท.สส. ครบรอบปีที่ ๙๐ โดยกระทำ
การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ครั้งที่ ๑/๒๕๕๖ พิธีบวงสรวง ให้โอวาทข้าราชการ มอบทุนการศึกษาให้แก่บุตร
ณ โรงแรมชาโต เดอ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ ๙ - ๑๑ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ ในสังกัด และพิธีบำเพ็ญ
ม.ค.๕๖ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการหลัก ๕ หน่วยงานใน ศรชล. กุศลให้แก่ข้าราชการที่ล่วงลับ ณ ฐท.สส. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
และผู้แทนจากส่วนราชการและเอกชนร่วมประชุม เมื่อ ๒๔ ธ.ค.๕๕




84 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

พล.ร.ท.รุ่งศักดิ์ เสรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ไทยอาสา พล.ร.ท.ชุมพล วงศ์เวคิน ผบ.ทรภ.๒ รับการเยี่ยมคำนับจาก
ป้องกันชาติในทะเล และผบ.ทรภ.๑ มอบปลากะตักแห้งและ พล.ร.ต.สุรพล คุปตะพันธ์ ผบ.กยฝ. กร. ในโอกาสเดินทางมาปฏิบัติ
ปลาทูเค็มพระราชทาน ของโครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน ฯ ราชการในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรับทราบ ปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง
ให้กับโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ.นทุรกันดาร ในพื้นที่ จ.ตาก และข้อเสนอแนะ ของเรือที่มาปฏิบัติราชการกับ ทรภ.๒ ณ ห้องรับรอง
และ จ.เชียงใหม่ เมื่อ ๒๕ - ๓๐ ธ.ค.๕๕ บก.ทรภ.๒ อ.เมือง จ.สงขลา เมื่อ ๙ ม.ค.๕๖


















พล.ร.ท.ธราธร ขจิตสุวรรณ ผบ.ทรภ.๓ ให้การต้อนรับ พล.ร.ท.สนธยา น้อยฉายา ผบ.ฉก.นย และ ผบ.นย.
พล.ร.ท. ชุมพล เทียมชัย จก.พร. และคณะ ในโอกาสเดินทางมา ให้การต้อนรับ พล.อ.อ.กำพล สุวรรณทัต รมว.กห. เนื.องในโอกาส
ตรวจเยี่ยมหน่วยในสายการแพทย์ ในพื้นที่รับผิดชอบของ ทรภ.๓ เดินทางมาเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่และรับฟังปัญหาพร้อมกับ
ในพื้นที่ ระหว่าง ๑๙ - ๒๐ ธ.ค.๕๕ มอบนโยบาย การปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั.นคง
ภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค ๔ ณ ค่ายจุฬาภรณ์ อ.เมือง
จ.นราธิวาส เมื่อ ๒๘ ธ.ค.๕๕

















พล.ร.ท.มานิตย์ สูนนาดำ จก.อร. และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยม พล.ร.ท.ณะ อารีนิจ จก.สพ.ทร. คณะผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วย
นรข.เขตหนองคาย จ.หนองคาย ระหว่าง ๑๒ - ๑๓ ธ.ค.๕๕ กำลังพล สพ.ทร. และครอบครัว ร่วมทำบุญตักบาตรเนื.องใน
วันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๖ เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่หน่วยงานและกำลังพล
ณ บก.สพ.ทร.พื้นที่สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และ สพ.ทร. พื้นที่
บางนา เขตบางนา กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๓ และ ๔ ม.ค.๕๖ ตามลำดับ






นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 85

พล.ร.ท.บงสุช สิงห์ณรงค์ จก.ยศ.ทร. เป็นประธานในพิธีปิด พล.ร.ท.อนุทัย รัตตะรังสี ผบ.รร.นร. ให้การต้อนรับ ผชท.
หลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา และมอบประกาศเกียรติคุณ ทหาร ญี่ปุ่น/กรุงเทพ ฯ เนื.องในโอกาสนำนักเรียน รร.รวมเหล่าญี่ปุ่น
แก่นักเรียนพลกองประจำการ ผลัดที่ ๓/๕๕ ที่มีผลการเรียนดีเยี่ยม เยือนประเทศไทย ณ ห้องรับรอง รร.นร. อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ณ ศฝท.ยศ.ทร. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๘ ม.ค.๕๖ เมื่อ ๓ ธ.ค.๕๕





















พล.ร.ต.ชัชวรรณ งามปลั.ง จก.จร.ทร. พร้อมด้วยข้าราชการ
พล.ร.ต.สุระพล ไทยพีระกุล จก.สบ.ทร. เป็นประธานมอบเงินบำรุงขวัญ ในสังกัด ทูลเกล้า ฯ ถวายแจกันดอกไม้แด่พระบาทสมเด็จ
ให้แก่ นขต.สบ.ทร. เนื.องในโอกาสเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ
เมื่อ ๒๕ ธ.ค.๕๕ ณ สำนักงานผู้บังคับบัญชา สบ.ทร. ณ อาคารศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ
เมื่อ ๑๒ ธ.ค.๕๕




















พล.ร.ต.ศักดิ์นรินทร์ จริญสุข ผบ.กบร.กร. ป็นประธานพิธีสงฆ์ พล.ร.ต.ผดุงศักดิ์ อินทร์ประสิทธิ์ ผอ.สตน.ทร. และข้าราชการ

เนื.องในวันคล้ายวันสถาปนากองการบินทหารเรือ ประจำปี ๒๕๕๕ ร่วมทอดผ้าป่าการศึกษา ณ รร.บ้านท่าช้าง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
โดยมีพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการและลูกจ้าง ในสังกัด เมื่อ ๒๐ ธ.ค.๕๕
กบร.กร. ณ อาคารอเนกประสงค์ กบร.กร. อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
เมื่อ ๗ ธ.ค.๕๕




86 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

พล.ร.ต.พงษ์เทพ หนูเทพ ผบ.ฐท.กท. เป็นประธานในพิธีประดับ พล.ร.ต.พูลศักดิ์ อุบลเทพชัย ผบ.กลน.กร. ตรวจเยี่ยมการฝึก
เครื่องหมายยศ ให้แก่ข้าราชการสังกัด ฐท.กท. ที่ได้รับการเลื่อนยศ องค์บุคคลและยุทธวิธีกองเรือ ของ กลน.กร. ประจำปี งป.๕๖
สูงขึ้น ณ บก.ฐท.กท. เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๗ ม.ค.๕๖ ณ ศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือโยทะกา กชส.สก.ทร. อ.บางน้ำเปรี้ยว
จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อ ๔ ธ.ค.๕๕























พล.ร.ต.ไพโรจน์ อุ่นใจ จก.กพ.ทร. เป็นประธานในพิธีประดับ พล.ร.ต.ปิติ วัลยะเพ็ชร์ ผบ.กยพ.กร. เป็นประธานในพิธี
เครื่องหมายยศให้แก่นายทหารประทวนที่ได้รับการเลื่อนฐานะ เปิด - ปิด การแข่งขันกีฬาสามัคคี พระโขนง - บางนา ครั้งที่ ๒๑
เป็นนายทหารสัญญาบัตร ณ ห้องประชุม กพ.ทร. เมื่อ ๑๘ ธ.ค.๕๕ และทำพิธีส่งมอบธงการเป็นเจ้าภาพจัดการการแข่งขันครั้งต่อไป

ให้กับ น.อ.วีระยุทธ กรรณสูตร ผบ.รร.พธ.พธ.ทร. ณ บก.กยพ.กร.
บางนา กรุงเทพ ฯ เมื่อ ๓๐ พ.ย.๕๕


















พล.ร.ต.รังสรรค์ โตอรุณ ผบ.นรข. เป็นประธานมอบผ้าห่ม พล.ร.ต.ภาณุ บุณยะวิโรจ ผบ.วทร.ยศ.ทร. นำคณะอาจารย์
กันหนาวให้กับประชาชน จำนวน ๑,๑๒๐ ผืน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และนักศึกษา วทร. รุ่นที่ ๔๕ เข้ารับฟังการบรรยายสรุปของ
จากภัยหนาว พร้อมทั้งจัดชุดพยาบาลเคลื่อนที่ให้การรักษา สำนักงานสภาความมั.นคงแห่งชาติ หัวข้อ “การดำเนินงานของ
พยาบาล แก่ประชาชน ณ อบต.ท่าค้อ อบต.ขามเฒ่า สมช. ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน” เมื่อ ๔ ม.ค.๕๖ โดยได้รับเกียรติจาก
และบ้านคำเกิ้ม อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อ ๒๖ ธ.ค.๕๕ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.กรุณาให้การต้อนรับ
และคณะผู้บริหารร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น


นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ 87

พล.ร.ต.วิโรจน์ ธันวรักษ์กิจ จก.สสท.ทร. เป็นประธานใน พล.ร.ต.นพดล สุภากร ผบ.สอ.รฝ. และคณะตรวจเยี่ยม
พิธีสงฆ์ เนื.องในวันคล้ายวันสถาปนา สสท.ทร. ครบ ๑๐๐ ปี การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี ในการฝึกเป็นหน่วยกองพันและ
เมื่อ ๑๑ ม.ค.๕๖ โดยมีพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร ข้าราชการ การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี ประจำปี งป.๕๖ ของ สอ.รฝ.ที่ ๒

ในสังกัด สสท.ทร. นอกจากนี้ยังมีการจัดบูทแสดงวิวัฒนาการ สอ.รฝ. ณ สนามฝึกยิงอาวุธหาดยาวทุ่งโปรง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ ณ ลานสนามหญ้า เมื่อ ๒๕ ธ.ค.๕๕
หน้า บก.สสท.ทร. พระราชวังเดิม กรุงเทพ ฯ


















พล.ร.ต.ประพฤติพร อักษรมัต จก.กพร.ทร./ประธานชมรม พล.ร.ต.สมชาย ณ บางช้าง ผบ.กฟก.๑ กร. ประกอบพิธี

พสบ.ทร. รอง จก.กพร.ทร. ผอ.กวก.กพร. คุณเชาว์ชัย เจียมวิจิตร ทางศาสนา เนื.องในวันคล้ายวันสถาปนา กฟก.๑ กร. ณ บริเวณ
ประธานบริหารชมรม พสบ.ทร. และตัวแทน พสบ.ทร. เข้าอวยพรปีใหม่ บก.กฟก.๑ กร. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๒๗ ธ.ค.๕๕
คุณ พรจิตร์ หรุ่นเริงรมย์ นายกสมาคม ภริยาทหารเรือ และมอบเงิน
จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้กับ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ
เมื่อ ๑๑ ม.ค. ๕๖



















กตอ.กร.จัด ร.ล.ปัตตานี ลอยพระสรีรางคารสมเด็จพระเจ้า มรก.ไกลกังวล ร่วมกับหน่วยงานภาคต่าง ๆ ทำความสะอาด
ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ บริเวณอ่าว บริเวณโดยรอบเขตพระราชทานในโครงการ “ทำบ้านพ่อเฉลิม
ฐท.สส. อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อ ๑๓ ธ.ค.๕๕ พระเกียรติ” ณ เขตพระราชฐานวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
เมื่อ ๔ ธ.ค.๕๕






88 นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๙๖ เล่มที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

96 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖

นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 97

หนังสือ






น‹าอ‹าน





นาวาเอกหญิง กรแกŒว ตันติเวชกุล [email protected]




นี้ กองหองสมุด กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ขอแนะนำหนังสือ “เริ่มตนชีวิตใหมเมื่อ
ฉบับ อายุใกล ๖๐ ป” ความแกไมใชเรื่องนาดีใจ แตวัยชราก็มีดานที่ยิ่งใหญ



ู





ของมัน หนงสอเลมนี้ จะทำใหเราตระหนกถงความลำคาของชีวิตขณะเดยวกน กรสกรกและหวงแหน










เวลาแหงชีวิตที่เหลืออยูเพียงนอยนิด หนงสอ “จำคำศพทเจง เกงอยางเทพดวย Mind Mapping






ั ห




ู
English - Chinese - Thai” แนะนำวิธเรยนรภาษา ฝกจำคำศพทภาษาอังกฤษ ภาษาจน


ภาษาไทย กวา ๒,๐๐๐ คำ อยางเปนระบบเพื่อชวยใหจำคำศพทไดอยางรวดเร็วและถูกตองยิ่งขึ้น
หนังสือ “๕๐๐ ป ความสัมพันธสยาม - โปรตุเกส” เรื่องราวประวัติศาสตรเชิงสารคดีที่นำเอาหลักฐาน




ัง
ือ



ี่
ู






ทางประวัตศาสตรและโบราณคดเกยวกบความสมพันธทั้งสองชาตมานำเสนอ ทั้งยังรวมเกรดความรนาสนใจ


ของสาธารณรัฐโปรตุเกส สถานที่สำคัญ มายอนเสนทางคนหาคำตอบประวัติศาสตรสองซีกโลก
ื่




ความแกไมใชเรองนาดใจ แตวัยชรากมี


ดานที่ยิ่งใหญของมัน การมองไปขางหนา

เพื่อวางแผนการใชชีวิตในบั้นปลายซึ่งเปน
ั้

ชวงชีวิตอันจำกดดวยเวลานน จะทำใหเรา





ตระหนกถงความลำคาของชีวิต ขณะเดยวกน




กรสกรกและหวงแหนเวลาแหงชีวิตที่เหลออยู



ู
เพียงนอยนิด

หนังสือ “เริ่มตนชีวิตใหมเมื่ออายุใกล ๖๐ ป”


เปนหนงสอดที่ชวยชี้หนทางหลกหนความ



ี่


หวั่นไหว โดดเดยว วาเหว ดวยการสรางคณคา


ในตวเองกบทุกขั้นตอน ทุกนาทีเพื่อชีวิตใหม




จะอายุเทาไหรกอานได อานเพื่อเปนเสบียงไว



ี้
เลยงตวและหัวใจ สำหรบการเปลยนตวเอง

ี่
เปนคนใหมทุก ๆ วัน อีกทั้งการรูจักวางแผนชีวิต
ี่
เริ่มตนชีวิตใหมเม� ออายุใกล ๖๐ ป ในวัยที่เรยวแรงถดถอย ทำใหไดขอคดดดี






ิ่
สุภาณี ปยพสุนทรา. กรุงเทพฯ, แสงดาว, เชน “ถายังไมไดทำในสงที่อยากทำ ยังใชชีวิต
๒๕๕๐. ๒๔๐ หนา. ราคา ๑๘๐ บาท ไมคุมคา สรางบุญกุศลไมเพียงพอ อยายอมจาก
เลขเรียกหนังสือ ๖๑๓ ส๘๓๗ร โลกนี้ไป”

นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 79

จำคำศัพทเจง เกงอยางเทพดวย Mind Mapping ๕๐๐ ป ความสัมพันธสยาม – โปรตุเกส
English – Chinese - Thai ยุวดี วัชรางกูร. กรุงเทพ ฯ, Nation Documentary,
หวัง โยวฮุย. กรุงเทพฯ, ซีเอ็ดยูเคชน, ๒๕๕๕. ๒๕๕๕. ๒๔๐ หนา. ราคา ๓๕๐ บาท
ั่

๒๙๖ หนา. ราคา ๒๒๕ บาท เลขเรียกหนังสือ ๓๒๗.๔๖๙ ย๔๔๒ห
เลขเรียกหนังสือ ๔๒๘.๒๔ ห๓๕๗จ



หนงสอ “จำคำศพทเจง เกงอยางเทพดวย Mind หนังสือประวัติศาสตรเชิงสารคดี “๕๐๐ ป







ี้

ี้
Mapping English - Chinese - Thai” เลมนไดนำวิธ ี ความสมพันธสยาม - โปรตเกส” เลมนจะชวยเปด

ฝกจำคำศพทภาษาอังกฤษ ภาษาจน ภาษาไทย มุมมองของประวัติศาสตร โดยไมไดมองภาพ




กวา ๒,๐๐๐ คำ อยางเปนระบบมาใชเพื่อชวยใหจำ “ประวัตศาสตร” เปนเรองตายตว ที่นอนทอดตว

ื่





ิ่

คำศพทไดอยางรวดเรวและถกตองยิ่งขึ้น โดยใช อยางนง ๆ ใหเราศกษา แตเปนประวัตศาสตรที่มี





แผนภาพเชื่อมโยงความสมพันธของความคดหรอ ความเคลื่อนไหว มีพลวัต มีลำดับขั้นของการ



สิ่งตาง ๆ ที่เรียกวา แผนภาพความคิด (Mind Map) พัฒนาทางความคิดทั้งโปรตุเกสและสยาม เปนงาน

ื้
โดยแบงเนอหาคำศพททั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจน เขียนที่ไดบูรณาการความรูหลากหลายสาขาเขา

ภาษาไทย กวา ๒,๐๐๐ คำ ออกเปน ๗ หมวดใหญ ดวยกนในการทำความเขาใจความสมพันธ




ไดแก หมวดอาหาร ผูคน ชีวิต การคมนาคม การ สยาม - โปรตุเกส ตลอด ๕๐๐ ป ทั้งดานประวัติศาสตร
ศกษา ความบันเทิง และธรรมชาติ ซึ่งเปนคำศพท โบราณคดี สถาปตยกรรม ภาษา ฯลฯ ผูเขียนนำ




ทั่วไปที่พบในชีวิตประจำวัน พรอมประโยคตวอยาง เสนออยางมีสีสัน ผูอานไดความรูโดยไมรูตัว ไดเห็น
บทสนทนาภาษาอังกฤษและแบบฝกหัดทายบท ถงภาพของการงอกงามทางวัฒนธรรมที่ผสมผสาน


พรอมเฉลย และที่สำคัญมี CD mp3 สำเนียงภาษา ความเปนโปรตเกสและความเปนทองถนผานศลปกรรม

ิ่

อังกฤษที่ถูกตองไวใชฝกฟง - พูดอีกดวย อาหาร ภาษา และสถาปตยกรรมซึ่งจะเปนลกษณะ

ิ่
เฉพาะของวัฒนธรรมในแตละทองถน นบวาเปน

หนังสือคุณภาพเลมหนึ่งเลยทีเดียว




...นอกจากนี้ กองหองสมุดกรมยุทธศกษาทหารเรอยังมีหนงสอเลมอื่น ๆ ที่นาสนใจ โดยทานสามารถ




สบคนไดที่ www.navy.mi.th/navedu และติดตอขอยืมไดที่ กองหองสมุดกรมยุทธศึกษาทหารเรือ (อาคาร



สถาบันวิชาการเรอชั้นสง กรมยุทธศกษาทหารเรอ) หมายเลขโทรศพท ๕๓๔๓๖ หรือ ที่แผนกหองสมุดกลาง



กองทัพเรือ (อาคารราชนาวิกสภา) หมายเลขโทรศัพท ๕๔๙๘๘
80 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖

สุขภาพ






นาว �ี





เร�อตร� ว�เช�ยร ศร�ภูธร [email protected]


“ความสุขสรŒางไดŒ”








ในอดตวงการสขภาพจตสวนใหญมักมุงเนน ที่เปนเชนนี้ก็เพราะวา หากไดสิ่งที่ตองการนั้น ครั้งแรก



ู

การศกษาพฤตกรรม อารมณและความรสกของ จะรสกดใจ พอระยะเวลาผานไป จะเรมปรบความ
ู



ิ่

มนษยไปในทางลบ เชน ความเครยด ซึมเศรา รูสึกวาเปนเรื่องธรรมดาหรือเคยชิน ไมเกิดรูสึกดีใจ


โรคจตเภท เปนตน มากกวาจะศกษาพฤตกรรม มากเชนเดิม บางคนอาจตั้งคำถามวาความแตกตาง




ของมนษยในเชิงบวก (Positive Psychology) ระหวางเพศมีผลกับความสุขหรือไม ? จากการศึกษา


ุ



ปจจบันไดมีนกวิจยกลมหนงที่ใหความสนใจศกษา วิจัยพบวา ผูชายและผูหญิงมีความสุขไมแตกตางกัน

ึ่


วิจัยศาสตรแหง “ความสุข” เพื่อจะไดทราบถึงปจจัยที่ แตเปนที่นาสงเกตวาผูหญิงมีแนวโนมจะมีความรสก



ู


ี่
เกยวของกบความสขและเพื่อหาแนวทางในการ ซึมเศราไดงายกวาผูชายถึงสองเทา ประเด็นที่วา



ื่


เสรมใหมนษยอยูในสงคมไดอยางราบรนและมีความสข ปจจัยดานเพศไมไดมีผลตอความสุขที่แตกตางกัน




หลายคนอาจคดวา ความสขสามารถหาไดงาย ๆ เนื่องจากตางฝายตางมีแนวทางในการแสวงหาความ

ื่


ุ

เชน แคเพียงไปเที่ยวสงสรรคดมกนกบกลมเพื่อน สุขตามแนวทางของตน เชน ผูชายอาจมีความพึงพอใจ





จรงอยูวาพฤตกรรมดงกลาวอาจชวยใหเกดความ จากการประสบความสำเร็จในเรื่องงาน ขณะที่ผูหญิง




รสกผอนคลาย แตความจรงแลวความรสกเหลานี้ อาจมีความพึงพอใจในการจับจายใชสอยซื้อของ

ู

ู

เรียกวา ความสำราญ (Pleasure) ซึ่งตางจาก ความสุข เปนตน สวนประเด็นที่วาผูหญิงมีแนวโนมซึมเศรา
(Happiness) เนื่องจากความสำราญเปนเพียงอารมณ  มากกวานั้น เนื่องจากความแตกตางทางดานชีววิทยา





ึ่
ชั่วขณะหนงที่ดคลายความสข แตไมมีความหมาย ที่ผูหญิงจะมีความละเอียดออนและออนไหวไดงาย






ู
ั้

ลกซึ้งหรอยั่งยืน ในขณะที่ความสขนน จะรสกถงได  (Sensitive) กวาผูชาย สงเกตไดจาก เวลาดหนงดละคร




ี๋
แมในยามที่มีสถานการณภายนอกที่เปนลบ และที่ มักจะเปนผูหญิงที่มักอินเดยวหัวเราะเดยวรองไห


ี๋
สำคญความสขนนจะมั่นคงและอยูไดยืนยาวกวา เปนตน



ั้
หากมีใครสกคนถามวามีปจจยอะไรบางที่ทำใหคณ นอกจากรายไดหรือฐานะร่ำรวย การมีอำนาจ



มีความสุข ? หลายคนอาจจะตอบวา ฐานะที่ร่ำรวย และเพศ จะไมสัมพันธกับความสุขแลว งานวิจัยตาง ๆ

การมีอำนาจ ฯลฯ จากการวิจยพบวา การมีฐานะ ลวนพบสอดคลองกันวา ความแตกตางในดานอายุ
ที่ร่ำรวย ไมไดทำใหคนมีความสุขอยางยั่งยืน ซึ่งงาน ระดับการศึกษา การมีบุตร รูปรางหนาตาดี เหลานี้




วิจยไดสมภาษณวารายไดเทาใดจะทำใหมีความสข ก็ลวนไมเกี่ยวของกับความสุข แตประเด็นที่นาสนใจ


ปรากฏวาคนที่มีรายได ๑๐,๐๐๐ ดอลลารตอป จะตอบ พบวา คนที่มีบุคลิกภาพแบบแสดงตัว (Extraversion)
วา ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร สวนคนที่มีรายได ๕๐,๐๐๐ ชอบมีปฏิสัมพันธกับคนอื่นหรือชอบเขาสังคม จะมี


ดอลลาร จะตอบวา ๒๐๐,๐๐๐ ดอลลาร โดยแตละคน แนวโนมที่จะมีความสขมากกวาคนที่มีบุคลกภาพ


ื่

จะตอบรายไดเพิ่มมากขึ้นเรอย ๆ จนไมอาจถอเปน แบบเก็บตัว (Introversion) เพราะคนที่ชอบเขาสังคม


มาตรฐานวารายไดเทาใดจะทำใหคนมีความสข จะสามารถแสดงความรูสึกและความตองการใหคนอื่น




ั่
เพราะขึ้นอยูกบความพึงพอใจของแตละคนนนเอง รับทราบได มีใจเปดกวาง และเขาใจความรูสึกผูอื่นไดดี
92 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖







จากงานวิจยในหลาย ๆ ประเทศกลาวถงคนที่มี การทำงานที่ตนชอบและสอดคลองกบความถนด
ความสุขจะมีลักษณะรวมกันดังตอไปนี้ จะทำใหรสกเพลดเพลนไมวางานหนกจะหนกเพียงใด





ู



 การมีความภาคภมิใจในตนเอง (Self-Esteem) ยิ่งทำกยิ่งมีความสข บางคนอาจถกเรยกวา “คนบางาน”











การนบถอตนเองสง จะทำใหมีมโนทัศนตอตนเอง แตที่จรงแลว งานทำใหเขามีความสข หรอ เขา

ดไปดวย ลกษณะนเปนรากฐานสำคญทำใหบุคคล กำลังมีความสุขอยูกับงานนั่นเอง




ี้

มีความสข เนองจากบุคคลเหลานจะมองตนเอง  การมีศรทธาในศาสนาหรอมีปรชญาชีวิตที่มี



ื่
ี้

ตามความเปนจริง รูวาตนมีศักยภาพมากนอยเพียงใด ความหมาย จากงานวิจัยพบวา คนในประเทศแถบยุโรป
และจะพัฒนาตนเองไปใหถึงเปาหมายที่ตั้งไว แตหาก และคนอเมริกันที่ยึดมั่นและศรัทธาในศาสนาสูง จะเปน
ไมเปนตามที่หวังกจะหาสาเหตและหาทางแกไข คนที่มีความสข เนองจากคนเหลานสวนใหญจะมี
ี้






ื่
ปญหา โดยใชเหตุผลใหบรรลุเปาหมายได ทัศนคติวา การศรัทธาในศาสนาเปนสิ่งสำคัญที่ทำให
 การมองโลกในแงดี การมองโลกในแงดีนั้นตองอยู สามารถแกปญหาและปรับตัวเขากับคนอื่นไดดี

บนพื้นฐานของความเปนจรง บุคคลที่มีลกษณะนี้  การออกกำลงกายสม่ำเสมอ เปนที่ทราบกนวา



จะสามารถเขากับคนอื่นไดดี แอนดรู โกฮ ผูเชี่ยวชาญ การออกกำลังกาย นอกจากจะทำใหรางกายแข็งแรงแลว
ในการใหคำปรกษาดานการบรหารและเปนนกพูด ยังทำใหเกดความรสกผอนคลาย เนองจากสมอง



ู



ื่
ั่

ระดบโลก กลาววา ขอแตกตางของคนที่มองโลกในแงดี จะหลงสารเอ็นโดรฟน (Endophine) หรอเรยกวา





กับแงลบ คือ คนมองโลกในแงลบจะพูดกับตนเองวา สารแหงความสุข จะทำใหกระฉับกระเฉง ซึ่งจะชวย
“ฉันจะเชื่อ เมื่อฉันไดเห็น” ในขณะที่คนมองโลก ใหมีกำลงใจที่จะทำงานหรอทำกจกรรมอื่นไดอยาง






ในแงดจะพูดกบตนเองวา “เมื่อฉันเห็น ฉันกจะได  มีประสิทธิภาพ



เห็น” นอกจากนี้คนที่มีความสุข มักจะเพงความสนใจ ดังนั้น จะเห็นไดวา ความสุข ไมไดเปนผลมาจาก
ไปที่ชัยชนะเล็ก ๆ นอย ๆ และโอกาสที่ทุกอยางจะเปน ยีนหรือพันธุกรรม หรือโชคชะตา แตเปนสิ่งที่มนุษย



ไปดวยด แทนที่จะมัวแตกงวลหรอหมกมุนอยูกบปญหา สามารถเพาะบมหรือสรางขึ้นมาได ดวยการสำรวจหา







พวกเขามองเห็นความเปนไปไดในทางที่ดของทุก และใชจดแข็ง อุปนสยที่ดี คณธรรมที่แตละคนมีอยู






สถานการณและมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตน เชน ความเมตตา ความคดรเรม อารมณขัน การมองโลก

ิ่
ที่จะจัดการกับปญหาไดและมีชีวิตอยางมีจุดหมาย ในแงดี รวมถึงบุคคลที่จะมีปฏิสัมพันธดวย เพื่อพัฒนา

 การมีเพื่อนสนทหรอมีชีวิตคครองที่นาพอใจ ไปสความสขที่ยั่งยืน นอกจากนการมีภาวะแหงสข
ู

ู


ี้




ุ

เพราะธรรมชาตของมนษยลวนตองเกยวของกบคนอื่น ยังเปรยบเสมือนเปนการสรางภมิคมกนทางจตใจ

ี่








เราไมสามารถหาความสขที่แทจรงตามลำพังไดโดย และยังชวยลดความเสี่ยงตอการเกิดปญหาสุขภาพจิต










ไมสรางความสขรวมกบคนอื่น กลาวไดวา “ถาคณ อีกทางหนงดวย อยางไรกตามการสรางความสข

ึ่






นั่งเฉย ๆ และรอใหคนอื่นทำใหคุณมีความสุข คุณคง อาจจะไมมีสตรที่แนนอนตายตว แตอยางนอย

ตองรอไปอีกนาน แตถาคุณใชความสามารถของคุณ การคนพบงานวิจยที่เกยวของกบความสขเหลานี้



ี่



ึ่
ในการทำใหคนอื่นมีความสุข ความสุขนั้นจะยอนกลับ กจะเปนแนวทางหนงที่จดประกายใหทุกคนหันมา


มาหาคุณเปนหลายเทา” นอกจากนี้ George Bernard ตระหนกและใสใจกบอารมณของตนเองใหมากขึ้น





Shaw นักเขียนบทละครนิยายชื่อดัง กลาววา “เราไมมี และที่สำคญกเปนการพิสจนใหเห็นวา ความสขนน


ั้


สทธที่จะบรโภคความสข ถาหากเราไมไดสรางขึ้น สามารถสรางขึ้นเองได และไมใชเรองไกลตว
ื่













ั่
มาเอง ดจเดยวกบที่เราไมมีสทธบรโภคความมั่งคง อีกตอไป....


หากเราไมไดสรางขึ้นมา”
 การมีงานหรอกจกรรมทำที่สอดคลองกบความถนด





นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 93

สารพัน
สาระเพลง





สีแสด [email protected]


คีตลักษณ คำรอง และการประพันธทำนองเพลง








เมื่อเดอนธนวาคมปที่แลวผมไดรวบรวม ตอการปฏบัตหนาที่เพื่อชาต ราชนาวีแลว ยังมีคตสอนใจ







แนวทางการประพันธคำรองมานำเสนอใหทานผูอาน ในการดำรงชีวิตดวย เพลง “ดาบของชาติ” ประกอบ


ไดเห็นกระบวนการสรางสรรคงานเพลงของครเพลง ดวยทำนองเพลง ๔ วรรคที่มีความอบอุนและมั่นคง


ิ่



ั้

ซึ่งเรมจากการคดความ จดคำ และใสสมผัสนน มีความไหลเลื่อนและตอเนื่องกันอยางเปนธรรมชาติ

เปนอยางไร คราวนี้ผมขอเขียนตอเกี่ยวกับคีตลักษณ วรรคแรกคือคำรองบาทที่หนึ่ง วรรคสองคำรองบาท
คำรอง และการประพันธทำนองเพลง เพื่อใหทานได  ที่สอง วรรคสามคำรองบาทที่สาม และวรรคส ี่






มองเห็นความสมพันธระหวางคำรอง คตลกษณ คำรองบาทที่สี่ รวมกันแลวเปนบทเพลงตอนเดียว
และการประพันธทำนองเพลงวามีความสำคญและ คำรองของเพลงนมีฉันทลกษณเปนโคลง ๔ สภาพ






ี้
เกี่ยวของอยางไร บทเดียว มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักชาติ รักเผาพันธุ







คตลกษณ หมายถงรปแบบหรอโครงสราง และเปนคติสอนใจไมใหประมาท ตองซักซอมและ
ของเพลงตรงกับภาษาอังกฤษวา Structure โครงสราง เตรยมพรอมรบสถานการณตาง ๆ อยางสม่ำเสมอ





ั้
ิ่
ี่


ของเพลงนนสำคญนะครบเพราะเปนสงที่ยึดเหนยว ดังเนื้อเพลงที่วา
คำรองและทำนองเพลงใหมีเอกภาพ มีพลัง และตรึงใจ ดาบของชาติเลมนี้ คือชีวิตเรา


ไมวาคำรองหรอทำนองเพลงจะวิเศษหรอดเลศ ถึงจะคมอยูดี ลับไว



อยางไร หากโครงสรางของเพลงไมดี ไมปะติดปะตอ สำหรับสูไพรี ใหชาติเรานา

ั้

ื่
ขาดการตอเนองที่เปนธรรมชาตแลว บทเพลงนนก ็ ใหมิตรใหเมียให ลูกแลชาติไทย

จะขาดอรรถรสและความไพเราะอยางมาก เปรยบ เพลงสองตอนเปนบทเพลงที่มีทวงทำนองตางกน






เหมือนกบเวลาเราไปดหนงหรอดละครแลวไมสนก อยูสองกลม ซึ่งตอเนองและสมพันธกน เพื่องายตอ








ื่
ุ


เพราะโครงเรื่องไมดีนั่นเอง ความเขาใจผมขอเรียกตอนแรกวา A ตอนที่สอง B

โครงสรางของเพลงโดยทั่วไปไมวาจะเปนเพลง นะครบ ในทวงทำนอง A โดยปกตจะประกอบดวย







ปอป แจส หรอเพลงคลาสสคจะมีอยู ๓ รปแบบ ทำนอง ๔ วรรค เนื้อหาจะมีความสมบูรณในตัวเอง
ไดแกเพลงตอนเดียว เพลงสองตอน และเพลงสามตอน สวนทำนอง B โดยปกติก็จะมีจำนวนวรรคเพลง



เพลงตอนเดยวเปนเพลงที่สมบูรณในตวเอง ไมอาจ เทากับ A เหมือนกัน แตเนื้อหาจะไมสมบูรณในตัวเอง
แบงเปนตอน ๆ ไดอีก บทเพลงที่ถอวาเปนเพลง เพราะทำหนาที่เปนสวนขยายหรือเสริมตอน A เพื่อให 


ตอนเดียวที่เรารูจักกันดีก็คือเพลง “ดาบของชาติ” ที่ บทเพลงมีความหลากหลายและนาสนใจขึ้น สวนคำรอง








องคบิดาของทหารเรอไทยทรงนพนธคำรองและ ของตอน A นนจะมีเนอหาเปนความนำโดยมีการ
ั้
ื้
ทำนองนั่นเอง เปนที่นาสังเกตวาบทเพลงพระนิพนธ  ขยายเนื้อความใหสมบูรณขึ้นในตอน B ลองดูเพลง
ั้




ของพระองคนนมีคณคาตอพวกเราชาวทหารเรอ ตัวอยาง “ชีวิต ชาติ ราชนาวี” ซึ่งเปนเพลงประกอบ

เปนอยางมาก เพราะนอกจากจะปลกเราใจใหตนตว สารคดวันกองทัพเรอ ผลตโดยคณะกรรมการจัดทำ



ื่



94 นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖


สารคดีและสื่อโทรทัศนกองทัพเรือที่มี รองเสนาธการ คิดความ จัดเสียง และใสวรรคตอน





ทหารเรือ เปนประธาน นาวาเอก สุวิทย จันทรเพ็ญศร คดความ การคดความทางดานคำรองเปนการ


เปนผูเขียนบทและกำกบ นาวาเอก ทองยอย แสงสนชัย คนหาเรื่องราวในแงมุมตาง ๆ เพื่อนำมาเลามาเขียน








ประพันธคำรอง สวนตวผมแตงทำนองและเรยบ แตการคดความดานทำนองเพลงเปนคนหาอารมณ 







ื่

ั้
ี้

เรยงเสยงประสาน เพลงนทำนองเกดกอนคำรอง บรรยากาศของเรองราวนน ๆ มาเขียนเลาดวย

ิ่
สวนโครงสรางของเพลงอาศยหลกการตามที่ผมได  ภาษาเสียง สงที่ควรระวังในการเขียนทำนองตาม









อธิบายครับ (ฟงเพลงนี้ไดจาก YouTube ครับ) คำรองกคอ ไมควรลมคดเสยงใหสอดคลองกบ



ตะวันสองฟา ทาตะวัน แขงชะตา เนอหา/อารมณของคำรองดวย เมื่อเราไดอารมณ/ 



ื้

จะยืนหยัดทา ไมมัวทอ ถอดใจ บรรยากาศที่ตองการเขียนแลว กถงขั้นตอน



เหนื่อยเพียงไหน เราจะทน “จัดเสียง” ซึ่งก็คือการนำเสียงสูง - ต่ำ และ จังหวะ


หมื่นพันหน ทำเพื่อไทย สน - ยาว ของเสยงมารอยเรยงตอเนองกนเปน
ั้


ื่

รวมพลัง หวังใหไกล ไปใหถึง ทำนองเพลงที่สมบูรณ มีความไพเราะและไดอารมณ 
หากตองไร ไกลแผนดิน ตามที่กำหนด การนำเสียงสูง - ต่ำ และจังหวะ
ั้
อยาถวิล ความสุขซึ้ง สน - ยาว ของเสียงมารอยเรียงกันนั้น จะใหอารมณ 
ใจพรอมจึงรอยใจไทยทุกที่ แตกตางกัน ผมเองใหความสำคัญและพิถีพิถัน


ื่
ี้

ั้


แผนฟา เปนพยาน ในเรองนมาก นอกจากนนเสยงจบสดทายของแตละวรรค



เลือดทหาร ราชนาวี จะใหความรสกในการจบแตกตางกน เชน การจบ
ู
ยอมพรอมพลีปองแผนดินถิ่นสยาม วรรคดวยเสียง “โด” ซึ่งเปนเสียงหลักของบันไดเสียง


ธงพลิ้วงาม สะบัดชัย (ผมเขียนอธบายไวแลวในฉบับกอน ๆ) จะใหความ

ู
เพลงสามตอนจะมีรูปแบบคลายกับเพลงสองตอน รสกจบที่สมบูรณกวาเสยงอื่น ๆ ผมจะสงวนไวเปน



ุ
เราสามารถแบงทำนองออกเปนกลมในแตละตอนได เสียงสุดทายของวรรคจบของแตละตอน อีกอยางหนึ่ง

แตแทนที่จะมีสองกลุมก็จะเพิ่มเปน ๓ กลุม และถา ถาเราแตงทำนองตามคำรอง ผมจะจัดเสียงสูง - ต่ำ
ี่

ุ

เปนเพลงสตอนหรอหาตอนกจะมีกลมทำนองเพิ่ม ใหสอดคลองกับวรรณยุกตของคำรองดวย ไมเชนนั้น
ุ
เปน ๔ และ ๕ กลมเปนตน ที่สำคญ คำรองและ เพลงจะขาดความไพเราะและความหมายอาจ



ทำนองเพลงในแตละกลุม / ตอน จะตองตอเนื่องและ เปลี่ยนไป




สมพันธกน ลกษณะโดยทั่วไปของบทเพลงตงแต  การจดเสยงโดยการนำเสยงมารอยเรยงกน


ั้





สามตอนขึ้นไปจะมีลีลาทำนองในบางกลุม / ตอนซ้ำ นน จะตองมีการจดวรรคตอนและทิศทางการ

ั้

ู
ื่




ื่
หรอคลายกน เชน เพลง “ชมประด” จะมีรปแบบ เคลอนไหวใหลนไหลตอเนองกนเพื่อใหบทเพลง

ื่



โครงสรางเปน A1 - A2 - B - A3 โดยมี A2 และ A3 มีความนาสนใจและนาตดตาม ขั้นตอนการ

ซ้ำกับ A1 ยกเวนเสียงจบของวรรคสุดทายของ A2 “ใสวรรคตอน” มีความสำคญไมนอยไปกวา ๒ ขั้น


และ A3 พูดถึงเรื่องคีตลักษณมายืดยาว ทานอาจมี ตอนแรก การสรางสรรคทำนองเพลงของผมจะยึด


ื่
คำถามวา “ทอนฮุก” และ “ทอนเชื่อม” เปนอยางไร ? หลกการพื้นฐานเรองการเชื่อมโยง/ตอเนองของ


ื่



“ทอนฮุก” คอตอนที่สำคญของบทเพลง มีคำรอง วรรคตอน และ ความสัมพันธของคำรองและทำนอง



ทำนองที่ตดหู สวน “ทอนเชื่อม” คอสวนที่เปน ตลอดจนจำนวนของวรรคเพลงในแตละตอน มาเปน



คำรอง / ทำนองที่เชื่อมโยงตอนตาง ๆ ของบทเพลงครบ แ น ว ท า ง เ ส ม อ ...เนื้อที่หมดพอดี คงตองขอ

การประพันธทำนองเพลง มีกระบวนการ นำเพลงตาง ๆ มาเขียนอธบายกนตอเพื่อความ




สรางสรรคคลาย ๆ กับการประพันธคำรองครับ คือ กระจางในฉบับตอไปแลวละครับ...สวัสดีครับ
นาวิกศาสตร ปที่ ๙๖ เลมที่ ๒ กุมภาพันธ ๒๕๕๖ 95


Click to View FlipBook Version