รหสั 20001 - 1003 ชื่อวิชา ธรุ กจิ และการเป็นผู้ประกอบการ
(Business and Entrepreneurship) ท-ป-น (1-2-2)
หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศกั ราช 2562
ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร
ประเภทวิชาบรหิ ารธรุ กจิ
จดั ทำโดย
นางสาวฐิตพิ รรณ สงิ ห์จันลา
สาขาวชิ าการตลาด วิทยาลยั อาชวี ศึกษาขอนแก่น
สถาบนั การอาชวี ศกึ ษาภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ 3
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
รหสั 20001-1003 ชอ่ื วชิ า ธุรกจิ และการเป็นผปู้ ระกอบการ (Entrepreneurship)
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พุทธศกั ราช 2562
ของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ประเภทวิชาบริหารธรุ กจิ
ฐติ พิ รรณ สิงห์จนั ลา
บริหารธุรกิจมหาบัณฑติ (บธ.ม.) การตลาด
สารบญั 3
หวั ขอ้ เร่ือง หนา้
คานา 3
คาอธิบายรายวิชา 4
ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร 5
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 การวางแผนเปูาหมายชีวิตดว้ ยวงจรคณุ ภาพ PDCA 6
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 2 การออม 22
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 การลงทนุ 35
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 ธรุ กจิ และการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ 46
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 5 ธรุ กิจและการเปน็ ผู้ประกอบการ 52
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 6 การจดั หาและวางแผนทางการเงิน 63
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7 การจัดหาและวางแผนทางการเงิน 71
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 8 กฎหมายท่เี กย่ี วกบั ธุรกจิ และการเป็นผู้ประกอบการ 77
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9 กฎหมายทเี่ กย่ี วกบั ธุรกจิ และการเปน็ ผู้ประกอบการ 83
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 ทบทวน/ทดสอบกลางภาค/ประเมินสภาพจริง 89
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 11 รูปแบบแผนธรุ กิจ 91
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 12 รปู แบบแผนธุรกิจ 98
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13 รปู แบบแผนธรุ กิจ 103
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 14 รปู แบบแผนธรุ กิจ 109
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 15 หลักเบ้อื งตน้ ในการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิ่มผลผลิต 119
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 16 หลกั เบอื้ งต้นในการบริหารงานคุณภาพและเพม่ิ ผลผลิต 126
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 17 การประยกุ ตใ์ ช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
133
ในการเปน็ ผปู้ ระกอบการ 141
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 Project Work/ทดสอบปลายภาค/ประเมนิ สภาพจริง
คาอธิบายรายวชิ า
วชิ า ธุรกจิ และการเปน็ ผู้ประกอบการ รหัส 20001-10003 หนว่ ยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
จานวน 3 ช่ัวโมงต่อสปั ดาห์ ชัว่ โมงรวม 54 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) พุทธศกั ราช 2562 ประเภทวิชาบรหิ ารธุรกจิ
ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
-----------------------------
จดุ ประสงค์รายวิชา เพอื่ ให้
1. เขา้ ใจเก่ียวกับหลักการวางแผนเปูาหมายชีวิตดว้ ยวงจรควบคมุ คณุ ภาพ ธุรกิจและการเป็น
ผปู้ ระกอบการ หลักการจดั การการเงนิ หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพมิ่ ผลผลิตเบือ้ งตน้
และกฎหมายทเี่ กยี่ วขอ้ ง
2. สามารถจัดทาํ แผนธรุ กิจอย่างงา่ ย โดยประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและหลักการ
บริหารงานคุณภาพและเพ่ิมผลผลิต
3. มีเจตคติท่ดี ีตอ่ การเป็นผู้ประกอบการ และมีกจิ นิสยั ในการทาํ งานดว้ ยความรับผิดชอบ รอบคอบ
ขยนั ประหยดั และอดทน
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับหลักการวางแผนเปูาหมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธรุ กจิ และการเปน็
ผปู้ ระกอบการ หลกั การจดั การการเงนิ หลักการบริหารงานคณุ ภาพและเพม่ิ ผลผลิตเบือ้ งต้น และ
กฎหมายทีเ่ กย่ี วข้อง
2. จัดทาํ แผนธรุ กิจอย่างงา่ ย
3. ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดําเนินงาน
4. ประยุกต์ใช้หลักการบริหารงานคณุ ภาพและเพ่ิมผลติ ในการวางแผนและดําเนนิ งาน
คาํ อธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการวางแผนเปูาหมายชีวิตด้วยวงจรคุณภาพ การออมและการลงทุน ธุรกิจ
และการเป็นผู้ประกอบการ การจัดหาและวางแผนทางการเงิน กฎหมายท่ีเก่ียวกับธุรกิจและการเป็น
ผู้ประกอบการ รูปแบบและการจัดทําแผนธุรกิจ หลักเบื้องต้นในการบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลิตใน
องค์กรและการประยุกตใ์ ชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในธรุ กิจและการเปน็ ผู้ประกอบการ
5
ตารางวิเคราะหห์ ลกั สตู ร
วิชา ธรุ กิจและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ รหัส 20001-10003 หนว่ ยกติ (ท-ป-น) 1-2-2
จานวน 3 ช่วั โมงตอ่ สปั ดาห์ ชั่วโมงรวม 54 ช่วั โมง/ภาคเรียน
หลักสตู รประกาศนียบัตรวิชาชพี (ปวช.) พทุ ธศกั ราช 2562
สาขาวชิ าการตลาด กลมุ่ วิชา ทกั ษะวชิ าชพี ประเภทวชิ าบรหิ ารธรุ กิจ
ของสานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ
พุทธิพสิ ัย (40%)
พฤตกิ รร
ชื่อ ม
หนว่ ย
ความ ู้ร
ความเข้าใจ
การนาไปใช้
การ ิวเคราะห์
การสังเคราะห์
การประเ ิมน
ทักษะพิสัย (30%)
ิจตพิสัย (30%)
รวม
ลํา ัดบความสํา ัคญ
ํจานวน ั่ชวโมง
1. การวางแผนเปูาหมายชีวติ ด้วยวงจร 1 121- -22 9 3 6
ควบคุมคุณภาพ 3
3
2. การออม 1 1 1 2 - - 2 2 10 2 3
6
3. การลงทุน 1 1 2 1 - - 2 2 10 2 6
9
4. การจัดหาและการวางแผนทางการเงนิ 1 2 1 1 - 1 2 2 10 2 6
5. การเป็นผู้ประกอบการ 1 1 1 1 - 1 2 2 10 2 6
6. กฎหมายทเี่ กย่ี วกบั การเป็น 1 1 1 2 - 1 2 2 10 2 3
ผู้ประกอบการ 3
7. รูปแบบแผนธรุ กจิ 1 1 1 2 1 1 2 2 13 1 54
8. หลักเบือ้ งตน้ ในการบริหารงานคณุ ภาพ 1 1 2 1 - 1 2 2 10 2
และเพิ่มผลผลิตในองคก์ ร
9. จรรยาบรรณและการประยกุ ตใ์ ช้ปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงในการเปน็ 1 1111122 9 3
ผู้ประกอบการ
สอบกลางภาค Project Work
สอบปลายภาค
รวม 10 12 14 14 3 7 20 20 100
ลาดับความสาคญั 4 32165
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 1 หนว่ ยท่ี 1
สอนคร้งั ท่ี 1 (1-1)
รหัสวิชา 20001-1003 ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ
ช่ือหนว่ ย/เรอื่ ง ปฐมนิเทศ จานวนชวั่ โมง 1 ช.ม.
แนวคดิ
การศึกษาวิชานี้เป็นวิชาท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาํ คญั เพื่อปลูกฝังให้พฒั นาตนเองเข้าสูอ่ าชีพอย่างสมํา่ เสมอ
และนําไปประยุกต์เพื่อวางแผนใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วันต่อไป และยงั เป็นการให้ผู้เรียนไดม้ ีโอกาสฝกึ ทักษะความ
ชาํ นาญการเรียนร้ดู า้ นความรู้ ความสามารถพอ่ื มีส่วนร่วมในการเรียนอยา่ งเตม็ ทีใ่ นการฝึกทกั ษะการปฏบิ ตั จิ ริง
เพ่อื พฒั นาทกั ษะ ความรู้ และความสามารถรวมทั้งสตปิ ัญญาเพื่อแก้ปัญหาได้ ผู้เรียนวชิ านนี้ อกจากจะได้
ความร้ทู ี่ถูกตอ้ งแลว้ สามารถนาํ ไปประยุกต์ใช้เพอื่ เปน็ เคร่ืองมือที่สาํ คัญในการแก้ปญั หาในชีวติ ประจําวนั อีก
ด้วย
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวัง
1. บอกจุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคาํ อธบิ ายรายวชิ าตามหลักสูตรฯ ได้
2. บอกแนวทางวัดผลและการประเมินผลการเรยี นรู้ได้
3. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผูส้ ําเรจ็ การศกึ ษา
สํานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทค่ี รูสามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเรอ่ื ง
3.1 ความมมี นษุ ยสัมพนั ธ์ 3.8 การละเวน้ สง่ิ เสพติดและการพนนั
3.2 ความมวี ินัย 3.9 ความรกั สามัคคี
3.3 ความรับผิดชอบ 3.10 ความกตญั ญูกตเวที
3.4 ความซื่อสตั ย์สุจริต
3.5 ความเชื่อม่ันในตนเอง
3.6 การประหยัด
3.7 ความสนใจใฝรุ ู้
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ ก่ยี วกบั หลักการวางแผนเปูาหมายชวี ิตดว้ ยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธุรกจิ และการเปน็
ผปู้ ระกอบการ หลักการจดั การทางการเงนิ หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิม่ ผลผลติ เบอ้ื งตน้
และกฎหมายท่ีเก่ียวขอ้ ง
2. จัดทําแผนธรุ กิจอย่างง่าย
3. ประยกุ ต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการวางแผนและดําเนินงาน
4. ประยุกตใ์ ชห้ ลกั การบริหารงานคุณภาพและเพ่ิมผลผลติ ในการวางแผนและดําเนินงาน
7
สาระการเรยี นรู้
1. บอกจดุ ประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวชิ า และคําอธบิ ายรายวิชาตามหลกั สตู รฯ ได้
2. บอกแนวทางวดั ผลและการประเมนิ ผลการเรยี นรูไ้ ด้
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาเข้าสู่บทเรยี น
1.ครูผู้สอนแนะนาํ จดุ ม่งุ หมายที่ผู้เรียนจะไดจ้ ากหลักสตู ร โดยกาํ หนดให้ผูเ้ รียนทุกคนต้อง
มคี วามรู้ ความสามารถและมีทักษะในการประกอบอาชพี ทุกประเภท
2. ผเู้ รียนยกตัวอย่างอาชีพทีต่ นเองชอบและตอ้ งการท่จี ะประกอบอาชีพในอนาคต
ขน้ั สอน
2. ผ้เู รียนกับผสู้ อน ชว่ ยกันอภปิ รายลักษณะต่าง ๆ ของการนํา PDCA มาใชค้ รง้ั แรกโดย Walter
Shewhart เพือ่ ใช้ควบคุมกระบวนการทางสถติ ิของบรษิ ัท Bell Laboratory ที่สหรัฐอเมรกิ า ต่อมา W.
Edward Deming ไดเ้ ผยแพรค่ วามรวู้ งจรเดมิง่ อยา่ งกว้างขวาง ซ่ึงในปัจจบุ ันมีอิทธิพลตอ่ ประชาชนมาก
เนอ่ื งจากเปน็ อาชพี หน่ึงท่จี ะชว่ ยใหป้ ระชาชนทุกคนทุกระดับมอี าชพี ท่สี ามารถดํารงอย่ไู ด้ ดังน้นั การประกอบ
อาชีพจงึ จาํ เป็นต้องมีความรู้เกย่ี วกบั อาชพี นนั้ ให้มาก เพอื่ นํามาประกอบเป็นข้อมูของอาชพี ได้
3. ผู้เรยี นรบั ฟงั คําชี้แจงสังเขปรายวิชาและการวดั ประเมินผล ซกั ถามขอ้ ปญั หารวมท้ังแสดง
ความคดิ เห็นเกีย่ วกับการเรียนวชิ าน้ี
ข้นั สรปุ และการประยกุ ต์
4. ผเู้ รียนวางแผนการเปน็ ผู้ประกอบการ เพ่ือนาํ ไปประยกุ ต์ใช้กับงานในชวี ิตประจําวันท่ีจําเป็น
โดยทว่ั ไป ซ่งึ ทกุ คนจะต้องวางแผนการทํางานต่าง ๆ ในอนาคต
ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น วิชาธุรกจิ และการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ
2. สอื่ Power Point, สื่อคอมพิวเตอร์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ Online
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2 ใบเช็ครายช่อื
3. แผนจัดการเรยี นรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวัดผลและการประเมินผล
วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
4. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เคร่ืองมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละนกั เรยี น
ร่วมกันประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรุง
2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่มคอื ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ข้ึนไป)
4. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยูก่ ับ
การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
แนะนาํ ให้ศกึ ษาข้อมูลเกีย่ วกบั ธุรกจิ ประเภทตา่ ง ๆ เพอ่ื นาํ มาวางแผนการเป็นผู้ประกอบการ
9
บนั ทกึ หลังการสอน
ข้อสรปุ หลังการสอน
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ปญั หาท่ีพบ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ..........................................................ครผู ู้สอน
(นางสาวฐิตพิ รรณ สงิ ห์จนั ลา)
แผนการจัดการเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 1(ตอ่ ) หนว่ ยที่ 1
รหัสวชิ า 20001-1003 ธุรกจิ และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ สอนครัง้ ท่ี 1 (2-3)
ชื่อหน่วย/เรือ่ ง การวางแผนเป้าหมายชวี ติ ด้วยวงจรควบคมุ คณุ ภาพ
จานวน 2 ช.ม.
แนวคดิ
การวางแผนเปาู หมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคมุ คุณภาพ ทําให้แต่ละบคุ คลมีการวางแผนที่ดีใหก้ ับตนเอง
และช่วยปอู งกนั ปญั หาท่ีอาจจะเกดิ ขึน้ ไดใ้ นชวี ติ รวมท้ังช่วยลดความสับสนในการทํางาน ลดการใช้ทรัพยากร
ให้มีความพอดี และลดความสูญเสยี ในรปู แบบต่างๆ สามารถทาํ ให้การทํางานมีการตรวจสอบเป็นระยะ สง่ ผล
ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านมีความรัดกุมและรอบคอบ อีกท้ังยังมีแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาไดอ้ ย่างรวดเร็ว
ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับการวางแผนดว้ ยวงจรการควบคุมคุณภาพ
2 .แสดงความรู้เกีย่ วกบั การนํา PDCA ไปใช้
3. แสดงความรเู้ ก่ียวกับการวางแผนเปาู หมายชีวติ
4. แสดงความรู้เกี่ยวกบั หลักการวางแผนเปาู หมายชีวิตด้วยวงจรควบคมุ คุณภาพ
5. มีการพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู้สาํ เร็จการศึกษา
สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรื่อง
5.1 ความมวี ินัย
5.2 ความซ่ือสัตย์สจุ รติ
5.3 ความเชอ่ื ม่นั ในตนเอง
5.4 ความสนใจใฝรุ ู้
5.5 การละเวน้ ส่งิ เสพตดิ และการพนนั
สาระการเรียนรู้
1. การวางแผนด้วยวงจรการควบคมุ คณุ ภาพ
2. การนํา PDCA ไปใช้
3. การวางแผนเปาู หมายชวี ิต
4. การวางแผนเปาู หมายชวี ติ ด้วยวงจรควบคมุ คุณภาพ
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นาเขา้ ส่บู ทเรยี น
1.ครูผู้สอนชี้ให้ผู้เรียนได้เห็นความสําคัญของการเป็นผู้ประกอบการ จะช่วยทําให้ผู้เรียนมีทักษะและ
ประสบการณ์ในการดําเนนิ ธุรกจิ ของตนเองไดม้ ากขน้ึ สามารถสร้างอาชีพและมรี ายได้มากขึ้น
2.ครเู น้นให้ผูเ้ รียนเห็นวา่ วงจร PDCA ได้รบั ความนยิ มมากโดยเฉพาะในประเทศญี่ปุน ซึง่ ไดใ้ ห้
ความสําคัญกับพื้นฐานการบริหารงานให้เกิดคุณภาพ 2 อย่าง คือ การสื่อสารและความร่วมมือร่วมจากทุก
คนใหนว่ ยงาน โดยผูบ้ ริหารเป็นผูก้ าํ หนดแผนงาน แต่จะส่อื สารผ่านชอ่ งทางหวั หนา้ งานและพนักงานตามลําดับ
ขั้น เปูาหมายจะถกู กําหนดขนึ้ ตามความเหมาะสมท่เี ปน็ ไปได้
11
3. ครแู นะนําใหผ้ ้เู รยี นนาํ วงจร PDCA สามารถนํามาประยุกต์ใช้ได้กับชีวติ ของแต่ละบุคคลไดท้ ุกเร่อื ง
เช่น การต้งั เปาู หมายการทาํ งานในแต่ละวัน การตั้งเปูาหมายในวัยเกษยี ณ การต้ังเปูาหมายออมเงนิ สว่ นบุคคล
เปน็ ตน้
4. ผเู้ รยี นยกตวั อย่างการนาํ วงจร PDCA มาประยกุ ต์ใช้ไดก้ ับชีวิตของบุคคลและองคก์ ร
ขน้ั สอน
5. ครผู ู้สอนอธบิ ายการวางแผนด้วยวงจรการควบคมุ คณุ ภาพ โดยใช้แผน่ ใสประกอบพร้อยกตวั อยา่ ง
กรณศี ึกษา และส่ืออื่น ๆ ที่เกยี่ วขอ้ งประกอบเพอื่ ส่ือความหมายสาระสาํ คัญของเน้อื หาให้เข้าใจย่งิ ข้ึน โดย
PDCA คอื วงจรการควบคมุ คณุ ภาพ หรอื วงจรเดมงิ่ ประกอบดว้ ย
P=Plan คือ การวางแผนงานจากวตั ถุประสงค์ และเปาู หมายทีไ่ ดก้ ําหนดข้ึน
D=Do คือ การปฏบิ ัติตามขั้นตอนในแผนงานท่ีเขยี นไวอ้ ยา่ งเป็นระบบและมคี วามตอ่ เนอ่ื ง
C=Check คอื การตรวจสอบผลการดําเนินงานแตล่ ่ะขัน้ ตอนของแผนงานวา่ มปี ญั หาอะไร
เกดิ ข้นึ จําเปน็ ต้องเปล่ียนแปลงแกไ้ ขแผนงานในข้ันตอนใด
A=Action คอื การปรับปรงุ แกไ้ ขสว่ นที่มปี ญั หา หรือถา้ ไม่มีปญั หาใดๆ ก็ยอมรับแนวทางการปฏิบตั ิ
ตามแผนงานท่ีได้ผลสาํ เร็จ เพอ่ื นาํ ไปใชใ้ นการทํางานคร้งั ตอ่ ไป
6. ครแู สดงความรูเ้ กีย่ วกับการนํา PDCA ไปใช้ โดยวงจรการควบคุมคณุ ภาพสามารถนาํ มาใช้ในการ
ดําเนินชีวติ ให้ประสบความสําเรจ็ ได้ ดงั นี้
6.1 การวางแผน (Plan) คอื การวางแผนชวี ิต โดยจะตอ้ งทราบว่าตนเองน้นั อยากทําอะไร ต้องการ
อะไร แลว้ จึงตงั้ เปูาหมาย และวิธกี ารในการดําเนนิ ชีวิตใหช้ ดั เจนซ่งึ เปูาหมายของชวี ติ แต่ละคนจะมีความ
แตกต่างกันออกไป ทงั้ นี้ การวางแผนครอบคลุมถึงการกําหนดเรือ่ งทตี่ ้องการปรับปรงุ เปลี่ยนแปลง ซ่งึ รวมถึง
การพฒั นาส่ิงใหมๆ่ การแกป้ ัญหาทเ่ี กดิ ขนึ้ จากการปฏิบตั ิงาน ฯลฯ พรอ้ มกับพจิ ารณาว่ามีความจําเป็นตอ้ งใช้
ขอ้ มูลใดบ้างเพอ่ื การปรับปรงุ เปล่ียนแปลงนน้ั โดยระบวุ ิธีการเกบ็ ข้อมลู ให้ชัดเจน จะตอ้ งวเิ คราะห์ขอ้ มลู ท่ี
รวบรวมได้ แลว้ กําหนดทางเลือกในการปรับปรุงเปล่ียนแปลง การวางแผนช่วยให้คาดการณ์สงิ่ ท่เี กิดข้ึนใน
อนาคต และช่วยลดความสูญเสียตา่ ง ๆ ทอ่ี าจเกิดขึ้นได้ ซึ่งช่วยใหร้ บั รู้สภาพปจั จบุ นั พรอ้ มกบั กาํ หนดสภาพที่
ตอ้ งการใหเ้ กิดขึน้ ในอนาคต ด้วยการผสานประสบการณ์ ความรแู้ ละทกั ษะโดยการวางแผนมีดงั นี้
1.1 การวางแผนเพอื่ อนาคต เป็นการวางแผนสําหรบั ส่ิงทีจ่ ะเกิดข้นึ ในอนาคตหรอื กําลังจะเกดิ ข้ึน
บางส่ิงบางอย่างก็ไมส่ ามารถควบคุมได้ แตเ่ พอื่ เป็นการเตรยี มความพรอ้ มไว้ลว่ งหน้า
1.2 การวางแผนเพ่ือการปรับปรงุ เปล่ยี นแปลง เป็นการวางแผนเพื่อเปล่ียนแปลงสภาพที่เกดิ ข้ึนใน
ปัจจุบันเพ่อื สภาพที่ดีขึ้น ซง่ึ สามารถควบคมุ ผลทีเ่ กิดขนึ้ ไดด้ ว้ ยการเริม่ ต้นเปลย่ี นแปลงตง้ั แตป่ ัจจบุ ัน
ลําดบั ขั้นในกระบวนการวางแผนประกอบด้วย
1. การกาํ หนดวตั ถปุ ระสงค์
2. พัฒนาข้อตกลงทเี่ ปน็ ตัวกําหนดขอบเขตในการวางแผน
3. พิจารณาข้อจํากัดต่างๆ ที่อาจเกดิ ขน้ึ ในการวางแผน
4. พัฒนาทางเลือก
5. ประเมนิ ทางเลอื ก เพ่อื เลอื กสง่ิ ทเ่ี ปน็ ไปได้สูงสดุ
6. เปล่ยี นแปลงแผนสู่การปฏิบัติ
-ครบู อกเทคนิคในการวางแผนทดี่ ี เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นนาํ ไปประกอบธรุ กิจ ดังนี้
-ผ้เู รียนบอประโยชน์ของการวางแผน ซ่งึ การวางแผนงานจะชว่ ยทําใหม้ กี ารเตรียมความพรอ้ มเมอ่ื ได้
ปฏบิ ัตงิ านจรงิ ดังน้ี
1) การศึกษา เป็นการวางแผนศกึ ษาข้อมูล วิธกี ารในการประกอบอาชพี ธุรกจิ เชน่ ความ
ต้องการของตลาด ข้อมูลวัตถดุ ิบ ข้อมลู ทรพั ยากรทม่ี อี ย่หู รือเงนิ ทนุ
2) การเตรียมงาน เปน็ การวางแผนการเตรียมงานด้านสถานท่ี การออกแบบผลิตภัณฑ์
ความพร้อมของบุคลากร อปุ กรณ์ เครอื่ งจักร วัตถุดบิ
3) การดําเนินงาน เปน็ การวางแนวทางการปฏบิ ตั ิงานของแตล่ ะฝุาย เชน่ ฝุายการตลาด
ฝาุ ยผลติ ฝุายการเงินและบัญชี เป็นตน้
4) การประเมินผล เปน็ การวางแผนหรือเตรยี มการประเมินผลงานอย่างเปน็ ระบบ เช่น
ประเมนิ จากยอดจําหนา่ ย ประเมนิ จากการสาํ รวจความคิดเหน็ ของลกู คา้ เป็นตน้
6.2 การปฏบิ ตั ติ ามแผน (DO) คือ การทําตามแผนท่ไี ด้ตั้งเปูาหมายไวด้ ว้ ยความตั้งใจมุง่ มัน่
พยายาม ทัง้ นี้ การปฏิบตั เิ ปน็ การลงมือปรับปรงุ เปล่ยี นแปลงตามทางเลือกที่ไดก้ าํ หนดไวใ้ นขัน้ ตอนการ
วางแผน ซ่ึงตอ้ งตรวจสอบระหวา่ งการปฏิบตั นิ ัน้ วา่ ไดด้ าํ เนนิ ไปในทิศทางท่ีต้ังใจหรอื ไม่ พร้อมกับส่ือสารให้ผู้ท่ี
เกีย่ วข้องทราบ และติดตามการปฏบิ ัตนิ ั้นอย่างสมํา่ เสมอ เพอื่ ศกึ ษาถงึ ความเป็นไปไดแ้ ละหาแนวทางแก้ไข
ปัญหาท่ีอาจจะเกิดข้ึนได้ในระหวา่ งการปฏบิ ัติ เพ่อื จะมน่ั ใจไดว้ า่ การปฏิบตั ติ ามแผนทีว่ างไวน้ ้นั เกิดความ
ผดิ พลาดนอ้ ยที่สุด
13
-ผเู้ รียนบอกประโยชนข์ องการปฏิบัติตามแผน ช่วยใหท้ ราบข้ันตอน วธิ ีการและสามารถเตรียมงาน
ได้ลว่ งหน้า ดงั นั้น การปฏบิ ตั งิ านก็จะเปน็ ไปตามเปาู หมายที่กําหนดไว้ โดยไมม่ ีปญั หาหรอื อุปสรรคเกิดขน้ึ
6.3 การตรวจสอบ (Check) คอื การประเมนิ เปูาหมายชวี ติ ท่วี างแผนไว้วา่ สามารถปฏิบัติได้
สาํ เรจ็ หรือไม่ และต้องปรบั ปรุงหรอื แกไ้ ขอยา่ งไรบา้ งจึงจะทําให้ประสบความสําเร็จในชวี ติ ท้ังน้ี การตรวจสอบ
เป็นการประเมนิ ผลทไ่ี ด้รบั จากการปฏบิ ัติ (DO) โดยการตรวจสอบทําให้ทราบวา่ ในการปฏบิ ัตนิ นั้ สามารถบรรลุ
เปูาหมายหรือวตั ถุประสงคท์ ่ไี ด้กาํ หนดไว้หรือไม่ สงิ่ สาํ คัญก็คอื ต้องร้วู า่ จะตรวจสอบอะไรบา้ งและมคี วาม
สมํ่าเสมอมากน้อยเพยี งใด ขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการตรวจสอบจะเป็นประโยชนใ์ นขน้ั ตอนต่อไป
-ผูเ้ รียนประโยชน์ของการตรวจสอบ ในการตรวจสอบผลการดาํ เนินงาน ควรมีหลกั ดังนี้
1. ตรวจสอบจากเปาู หมายทกี่ ําหนดไว้
2. มีเครอ่ื งมอื ที่เช่ือถือได้
3. มีเกณฑก์ ารตรวจสอบท่ีชัดเจน
4. มีกาํ หนดเวลาการตรวจสอบที่แนน่ อนและชัดเจน
5. บคุ ลากรท่ีตรวจสอบนัน้ ตอ้ งไดร้ บั การยอมรับจากทกุ ฝุาย จึงดาํ เนินงานต่อไปได้
6.4 การปรับปรงุ แก้ไข (Act) คอื การนาํ เอาผลการประเมินมาปรับปรงุ และ/ หรือพัฒนาวธิ กี าร
ทําให้ชวี ิตประสบความสาํ เร็จมากขน้ึ ทั้งน้ี เป็นการดาํ เนินงานให้เหมาะสมซึง่ จะพิจารณาผลทีไ่ ด้จากการ
ตรวจสอบซ่ึงมี 2 กรณี คือ ผลทีเ่ กดิ ขนึ้ เป็นไปตามแผนทีว่ างไว้ หรือไม่เปน็ ไปตามแผนทวี่ างไว้ ถา้ ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ
เป็นไปตามแผนทีว่ างไว้ กจ็ ะนําแนวทางหรอื กระบวนการปฏิบัตนิ นั้ มาจัดทําใหเ้ ป็นมาตรฐานพร้อมทง้ั หาวิธที ่ี
จะปรับปรุงให้ดีขึ้น ซ่ึงอาจจะบรรลุเปูาหมายได้เร็วกวา่ เดมิ และเสียค่าใช้จา่ ยนอ้ ยกวา่ รวมทง้ั ทาํ ให้คณุ ภาพดีขึน้
ก็ได้ ถา้ หากไม่เปน็ ไปตามแผนทีว่ างไวก้ ็ควรจะนาํ ข้อมลู ทร่ี วบรวมไวม้ าวเิ คราะห์และพิจารณาว่าจะดําเนนิ การ
อย่างไรต่อไป
7. ผเู้ รยี นบอกประโยชน์ของการปรบั ปรงุ แกไ้ ข ขอ้ บกพรอ่ งท่ีเกิดข้ึน เมือ่ มกี ารปรบั ปรุงแก้ไขคณุ ภาพก็
จะเกดิ ขนึ้ การปรบั ปรุงแกไ้ ขจะนําไปสูก่ ารเรม่ิ ตน้ ทาํ งานอย่างมคี ุณภาพในรอบใหม่ของวงจร และช่วยให้
สามารถคาดการณ์ปญั หาหรือความเสี่ยงท่ีอาจจะเกิดข้ึนในอนาคตได้
8. ครูแสดงความรู้เก่ยี วกับการวางแผนเปูาหมายชีวติ โดยการวางแผน หมายถึง การกาํ หนดสภาพ
หรือสถานภาพทีค่ าดหวงั วา่ จะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต โดยกาํ หนดแนวทางปฏบิ ัตเิ พ่อื ให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ทวี่ างไว้
9. ครูอธบิ ายว่าเปูาหมายในชวี ติ (Life Goals) หมายถงึ สิง่ ทต่ี นเองให้ความสาํ คญั และปรารถนา
จะให้เกิดขนึ้ ในอนาคต และเปน็ แรงจงู ใจให้ตนเองมพี ลังมงุ่ ไปส่อู นาคต การมีเปาู หมายในชีวติ จะชว่ ยให้
มนุษยใ์ ชช้ วี ติ อยา่ งมคี วามหมาย มีความหวังและมที ศิ ทางทจี่ ะมุง่ ไปสอู่ นาคต เพราะการมีเปาู หมายจะเปน็
ตวั บง่ ชวี้ า่ บุคคลนน้ั ต้องการอะไรบ้าง จะมชี วี ติ อย่เู พอื่ อะไร เพอื่ ใคร และเพอ่ื ที่จะทาํ อะไร
10. ครอู ธบิ ายการวางแผนเปาู หมายชีวติ หมายถึง การตงั้ เปูาหมายชีวิตของบุคคลทีไ่ ดว้ างแผนไวด้ ว้ ย
วธิ กี ารที่เหมาะสมเพอ่ื นําตนเองไปสู่เปูาหมายของชวี ิตในอนาคต เป็นการวางเปูาหมายไว้ว่าจะต้องต้ังตวั
สร้างฐานะใหไ้ ด้ โดยเรยี นใหจ้ บและประกอบอาชีพท่สี ุจริต ซ่งึ การวางเปูาหมายในชีวติ ของแต่ละบุคคล
จะแตกตา่ งกันไปเพ่ือให้การดาํ เนนิ ชวี ิตมีคุณภาพ ไดแ้ ก่ การวางแผนเกี่ยวกบั สุขภาพอนามยั การวางแผน
เก่ียวกับการศึกษา การวางแผนเกยี่ วกับอาชีพ เช่น แพทย์ วศิ วกร ตํารวจ ทหาร นักธรุ กิจ เกษตรกรรม ชาวนา
ชาวไร่ เปน็ ตน้ การวางแผนเกี่ยวกับการใชจ้ า่ ยในแต่ละเดอื น การวางแผนท่ีจะปฏบิ ัติความดี การดําเนินชีวติ ให้
อยูใ่ นกรอบศีลธรรม การวางแผนเกี่ยวกับการสร้างครอบครวั ในอนาคต เปน็ ต้น
11. ครใู ห้ผู้เรียนวางแผนเปูาหมายชวี ิต ซ่ึงเปน็ สิ่งทจี่ าํ เป็นท่บี ุคคลทกุ คนตอ้ งให้ความสําคัญในการรู้จัก
วางแผนชวี ิตของตนเองอย่างมขี ั้นตอน มวี ิธกี ารทเี่ หมาะสมกบั สถานะของบุคคล และพยายามดาํ เนนิ การโดย
ปฏบิ ตั ทิ กุ วิถที างท่จี ะนําพาชีวติ ให้ประสบความสําเรจ็ แต่เมือ่ ดําเนินชวี ิตทมี่ กี ารวางแผนแล้วเกดิ ปัญหาและ
อุปสรรค บุคคลน้นั ก็สามารถหาจุดบกพร่องท่ีเกดิ ข้นึ แล้วนํามาพิจารณาทบทวนข้นั ตอน เพือ่ แกไ้ ข พฒั นา
ปรับปรงุ ใหช้ ีวติ ของบุคคลมีคุณภาพ และเกิดประสิทธภิ าพในการดําเนินชีวิตให้มคี วามสุข หากทกุ ชีวติ มกี าร
วางแผนเพือ่ เปูาหมายของชีวิต กจ็ ะส่งผลให้ประสบความสําเร็จในชวี ิต
12. ครแู บ่งเปูาหมายชีวิตของบุคคลได้ 3 ระดบั คือ
1) การวางแผนเปาู หมายชีวิตข้นั ต้น เป็นการวางแผนต้ังเปูาหมายของชีวติ โดยมงุ่ มนั่ ฝึกฝนตนเอง
ใหบ้ รรลเุ ปูาหมายชีวิตว่าจะต้องเรียนให้จบ มีอาชีพ มฐี านะท่ดี ีให้ได้ ด้วยองคป์ ระกอบต่างๆ เช่น การประพฤติ
ตนเป็นคนดี และตง้ั เปาู หมายว่าจะประกอบอาชีพอะไร เช่น ครู พยาบาล ตํารวจ ทหาร ชาวนาหรืออ่นื ๆ
2) การวางแผนเปูาหมายชีวิตข้ันกลาง เปน็ การตั้งเปาู หมายของชีวิตว่าตอ้ งพยายามตง้ั ตวั และสร้าง
ฐานะของตนเอง มชี วี ิตคู่ มีชวี ติ ครอบครัวทดี่ ี ไมย่ ่อทอ้ รจู้ กั การสร้างคุณค่าใหช้ วี ิตด้วยการขยันตัง้ ใจทําความดี
เอื้ออาทร มีเมตตาตอ่ ผู้อ่ืน ซ่ึงเปน็ เปาู หมายชีวติ สูงสดุ
3) การวางแผนเปาู หมายชีวิตขั้นสูงสดุ เป็นการตั้งเปาู หมายของชีวติ ทีเ่ ป็นประโยชนอ์ ย่างย่งิ ต่อ
ตนเอง และบคุ คลอื่น คอื การตงั้ ใจดําเนินชีวติ ให้ประสบความสําเร็จในการศึกษาเลา่ เรยี นหน้าท่กี ารงาน ชวี ิต
ครอบครัว และตัง้ ใจปฏบิ ัติธรรมโดยการตั้งใจทาํ ความดี หมน่ั ให้ทาน รักษาศลี ฝึกสมาธิเพ่อื ให้จิตใจผ่องใส เกิด
ปัญญา เพือ่ รักษาเปาู หมายของชวี ิตให้มั่นคงทุกด้าน ถา้ ทกุ คนไม่มีการวางแผนเปูาหมายชีวติ แล้ว กย็ ากที่จะทํา
ให้ตนเองประสบความสําเร็จได้เปูาหมายเป็นเครอื่ งมอื ชีท้ ิศทางเหตกุ ารณท์ ่ีเกดิ ขึน้ ในชว่ งชวี ิตของแต่ละบคุ คล
ซง่ึ แต่ละคนอาจมีเปูาหมายแตกต่างกัน ขน้ึ อย่กู บั อาชพี รายได้ ความรับผิดชอบในครอบครวั ของแตล่ ะบุคคล
13. ผเู้ รียนบอกเปูาหมายของบุคคลมีดงั นี้
1) เปาู หมายท่ไี มเ่ ป็นตวั เงิน ไดแ้ ก่ วฒั นธรรมประเพณี สงั คม การเมือง กฎหมาย ความรสู้ ึก เป็นต้น
อาจจะมีความสําคัญมากกว่าตัวเงินก็ได้
2) เปูาหมายที่เปน็ ตวั เงนิ เป็นเปูาหมายท่ีเกย่ี วข้องกับเงินโดยตรง ซึง่ ทาํ ให้แต่ละบุคคลนนั้ มีความ
เปน็ อยูด่ ีขึน้ หากมกี ารวางแผนการเงนิ ท่ีดจี ะทาํ ให้เปาู หมายของแต่ละบุคคลประสบความสําเร็จได้
14. ผเู้ รียนบอกความแตกต่างของเปูาหมายท่เี ป็นตวั เงนิ และเปาู หมายทไี่ ม่เป็นตวั เงิน ดังนี้
15. ผูเ้ รยี นบอกสิ่งทต่ี อ้ งพจิ ารณาในการกําหนดเปูาหมายชีวิต ดังน้ี
1) ตง้ั เปูาหมายท่แี น่นอนและชัดเจน ควรคํานึงถึงผลทจ่ี ะได้รับว่าเปน็ ไปตามเปูาหมายหรือ
วัตถุประสงคท์ ีก่ ําหนดไวห้ รอื ไม่
2) เปูาหมายต้องมคี วามเป็นไปได้ ควรมีการศกึ ษาความเป็นไปได้ก่อน หากคดิ ว่าเหมาะสมและ
สามารถทําได้ตามเปาู หมายท่ีวางไวจ้ งึ ลงมือปฏบิ ัติ การกําหนดเปาู หมายในลกั ษณะน้จี งึ ไมม่ ีความเป็นไปได้ คือ
ไมส่ อดคลอ้ งกบั ความเปน็ จริงได้
3) เปาู หมายน้นั ควรจดั ลําดบั กอ่ นหลงั ให้แน่นอน
15
16. ครอู ธบิ ายกระบวนการวางแผนชวี ติ มี 4 ขน้ั ตอน ดังน้ี
ขน้ั ท่ี 1 การตัง้ เปูาหมายชวี ิต เปน็ แนวทางในการวางแผนการดาํ เนินชวี ติ ของตนเองเพือ่ ให้บรรลุได้
ตามเปูาหมายทตี่ อ้ งการ เชน่ ต้องการเรยี นให้จบการศึกษาสงู สุดในชวี ิต ตอ้ งกําหนดวา่ จะจบการศึกษาเมื่อไหร่
จะประกอบอาชพี อะไร จะหารายได้เทา่ ไหร่ และหามาไดอ้ ย่างไร เป็นตน้
ขน้ั ที่ 2 การวางแผนเพือ่ เปน็ แนวทางในการปฏบิ ัติ เมื่อได้ต้ังเปาู หมายแลว้ ก็ตอ้ งมกี ารกาํ หนด
แผนงานเพ่ือระบวุ ิธที ่ตี ้องปฏบิ ัตติ ามแผน เพือ่ ให้บรรลุเปาู หมาย เชน่ เม่อื จบการศึกษาแล้วก็ตอ้ งเลอื กอาชพี ใด
อาชพี หนึง่ ทจ่ี ะสรา้ งรายได้ เพ่ือนาํ มาเล้ียงตนเองและครอบครวั โดยอาจวางแผนเลือกอาชีพไว้มากกวา่ 1
อาชีพกไ็ ด้
ขัน้ ที่ 3 ประเมนิ ทางเลือก ควรมีการประเมนิ วา่ ควรจะตดั สินใจเลือกอาชพี ใดท่ีเหมาะสมกับ
ตนเองมากที่สุดโดยเน้นทค่ี วามสนใจและชอบในอาชพี นน้ั รวมท้งั สามารถท่ีจะสรา้ งรายไดใ้ ห้ชีวิตของตนเอง
มคี วามสขุ อย่ไู ด้อยา่ งพอเพียง เช่น เลอื กประกอบอาชพี ทํารา้ นอาหาร นาํ รายได้ส่วนหนึง่ มาเก็บไวเ้ ปน็ เงนิ ออม
เพื่อใช้ในวัยเกษยี ณ อีกสว่ นหนงึ่ อาจจะนาํ มาใช้จ่ายสว่ นตัวและค่าใชจ้ ่ายในรา้ นอาหาร เป็นตน้
ข้นั ท่ี 4 การตัดสนิ ใจ หากการวางแผนตามข้นั ท่ี 1 ถงึ ขนั้ ท่ี 3 เปน็ ไปตามเปาู หมาย ก็สามารถตัดสนิ ใจ
เลือกประกอบอาชีพได้ แตห่ ากไม่ประสบความสําเรจ็ กต็ อ้ งยกเลิกหรอื ถา้ ต้องการที่จะประกอบอาชีพอ่ืนๆ ก็
ตอ้ งปรับเปลี่ยนการวางแผนทางการประกอบอาชีพใหม่
17. ครอู ธบิ ายหลกั การวางแผนเปูาหมายชีวิต โดยกอ่ นจะเริ่มต้นทาํ สิง่ ใดกค็ วรจะกําหนดเปูาหมายท่ี
ต้องการไว้ล่วงหน้าเสมอ เพราะเปูาหมายเป็นเครื่องมือทก่ี าํ หนดทศิ ทางใหท้ ราบวา่ สิง่ ทีค่ าดหวงั และตอ้ งการทาํ
ใหส้ าํ เรจ็ ไดน้ ั้นมเี พยี งใด การวางแผนเปาู หมายในชีวติ จึงควรจะตอ้ งกาํ หนดเปูาหมายทต่ี อ้ งการใหบ้ รรลุผล
สาํ เรจ็ แต่เปูาหมายที่ดีนั้นควรจะกําหนดตามหลัก SMART ดังนี้
18.ผเู้ รียนวางแผนเปูาหมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคุมคุณภาพตามกรณีศกึ ษาทค่ี รกู ําหนดให้
19.ผเู้ รยี นเขยี นเปูาหมายในชีวิตสงู สดุ ว่าตอ้ งการท่ีจะทาํ อะไรบา้ งในขณะทีย่ ังมชี ีวิตอยโู่ ดยกาํ หนด
เปาู หมายไว้ 5 เร่ือง พรอ้ มทง้ั ลาํ ดบั ข้ันในกระบวนการวางแผนประกอบด้วย
1) การกาํ หนดวัตถุประสงค์ เปาู หมายของชวี ติ
2) พฒั นาขอ้ ตกลงทเ่ี ป็นตัวกาํ หนดขอบเขตในการวางแผนของชวี ติ
3) พิจารณาขอ้ จาํ กัดตา่ งๆ ทอี่ าจเกดิ ขึ้นในการวางแผนชวี ติ
4) พัฒนาทางเลอื กในการดาํ เนินชีวิต
5) ประเมินทางเลือก เพ่ือเลอื กสิง่ ทเี่ ปน็ ไปไดส้ ูงสุดของชวี ิต
6) เปลยี่ นแปลงแผนสู่การปฏิบัติจริง
20.ผ้เู รยี นเขยี นเปูาหมายในชีวติ เก่ยี วกับการเรยี นของตนเองให้เสร็จภายใน 5 ปี
21.ผเู้ รียนวางแผนชวี ิตดว้ ยการนาํ เอาหลกั PDCA มาประยกุ ต์ใช้ โดยอาจจะเป็นการวางแผนดา้ น
การศึกษา หรือการประกอบอาชีพกไ็ ด้ แตต่ ้องสอดคล้องกบั วงจรคุณภาพ PDCA
ขั้นสรุปและการประยุกต์
22.ครูส่มุ ตัวอยา่ งให้ผู้เรียนใหแ้ สดงความคิดเห็นเก่ียวกับเหตผุ ลท่ีตอ้ งการวางแผนเปูาหมายชวี ติ ดว้ ย
วงจรควบคุมคณุ ภาพ
23.ครูและผู้เรยี นรว่ มกนั สรปุ การวางแผนเปาู หมายชีวิตด้วยวงจรควบคมุ คุณภาพ โดยให้ทํากิจกรรม
ใบงานและกรณีศกึ ษาตามที่ครูมอบหมาย
24.สรปุ โดยการถาม-ตอบ เพ่ือประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจําวันและประเมนิ ผูเ้ รียนตามแบบฟอร์มต่อไปน้ี
ชื่อผู้เรยี น ประสบการณพ์ น้ื ฐานการเรยี นรู้ วิธกี ารเรยี นรู้
ความรู้ ทกั ษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน วิชาธุรกิจและการเปน็ ผูป้ ระกอบการ
2. รูปภาพ
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
4. สอื่ อิเล็กทรอนกิ ส์, PowerPoint
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
หลักฐาน
1. บนั ทกึ การสอนของผ้สู อน
2. ใบเช็ครายช่อื
3. แผนจัดการเรยี นรู้
4. การตรวจประเมินผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวดั ผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่
4 ตรวจกิจกรรมสง่ เสริมคุณธรรมนําความรู้
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. ตรวจกิจกรรมใบงาน
7. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
17
เคร่อื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผู้เรยี น)
4. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
5. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น
ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี อ่ งปรับปรุง
2. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขึน้ ไป)
4. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้มีเกณฑ์ผา่ น 50%
5. แบบประเมินกิจกรรมใบงานมีเกณฑผ์ า่ น 50%
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่
กบั การประเมินตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
ผเู้ รียนวางแผนเปาู หมายชวี ิตดว้ ยวงจรควบคุมคุณภาพ และทํากิจกรรมใบงาน
ใบงานท่ี 1.1
เรือ่ ง การวางแผนเปา้ หมายชีวิต
ชื่อ-สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้ีแจง ให้เขยี นเปาู หมายในชวี ิตสูงสดุ วา่ ตอ้ งการที่จะทาํ อะไรบา้ งในขณะทีย่ ังมีชวี ิตอยู่ โดยกําหนด
เปูาหมายไว้ 5 เรอ่ื ง พร้อมท้งั ลาํ ดบั ขั้นในกระบวนการวางแผนประกอบด้วย
1) การกาํ หนดวตั ถปุ ระสงค์ เปูาหมายของชวี ติ
2) พัฒนาขอ้ ตกลงทเ่ี ป็นตัวกําหนดขอบเขตในการวางแผนของชวี ิต
3) พิจารณาขอ้ จํากดั ต่างๆ ที่อาจเกดิ ขน้ึ ในการวางแผนชีวิต
4) พัฒนาทางเลอื กในการดาํ เนินชวี ิต
5) ประเมนิ ทางเลอื ก เพื่อเลือกส่ิงท่เี ป็นไปได้สูงสุดของชวี ติ
6) เปลย่ี นแปลงแผนสู่การปฏิบัตจิ ริง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
19
ใบงานท่ี 1.2
เรอื่ ง การวางแผนเปา้ หมายในการศกึ ษา
ชือ่ -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชแ้ี จง ใหเ้ ขียนเปาู หมายในชีวิตเก่ยี วกับการเรยี นของตนเองให้เสรจ็ ภายใน 5 ปี
1.การศึกษาเลา่ เรียน……………………………………………..……………………………………………..
................................................................................................................................................................
เปาู หมาย………………………………………………………………………………………………………..
ระยะเวลา..............................................................................................................................................
การศึกษาเล่าเรยี น………………………………………………………………………………………………..
................................................................................................................................................................
เปาู หมาย………………………………………………………………………………………………………..
ระยะเวลา..............................................................................................................................................
การศึกษาเล่าเรียน………………………………………………………………………………………………..
................................................................................................................................................................
เปาู หมาย………………………………………………………………………………………………………..
ระยะเวลา..............................................................................................................................................
2.การทางาน……………………………………………………………………………………………………..
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
เปาู หมาย………………………………………………………………………………………………………..
................................................................................................................................................................
ระยะเวลา..............................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3.การดแู ลครอบครวั (พ่อแม่ ญาตพิ ่นี ้อง และคชู่ ีวิต)
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
เปาู หมาย………………………………………………………………………………………………………..
................................................................................................................................................................
ระยะเวลา..............................................................................................................................................
4.อื่น ๆ การพกั ผอ่ น
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
การทําประโยชน์เพ่ือสังคม
................................................................................................................................................................
ใบงานท่ี 1.3
เรื่อง เป้าหมายในการประกอบอาชพี
ช่ือ-สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้แี จง ใหว้ างแผนประกอบอาชพี ใดอาชีพหนง่ึ ทีต่ นเองสนใจและชอบ โดยวางแผนตอ่ ไปน้ี
ข้นั ที่ 1 นกั เรยี นจะตง้ั เปูาหมายอยา่ งไรกอ่ นทจี่ ะเลือกประกอบอาชีพ (เขยี นระบตุ ามท่ีต้งั ใจไว)้
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ขั้นท่ี 2 นักเรียนจะวางแผนงานเพอ่ื เป็นแนวทางในการปฏิบตั ิอยา่ งไร (วางแผนที่เปน็ ไปได)้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
ขนั้ ที่ 3 นักเรยี นจะมวี ิธกี ารประเมินทางเลือกอยา่ งไรบ้าง
.........................................................................................................................................................................
ขั้นที่ 4 นกั เรียนมีวิธใี นการตัดสนิ ใจอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ใบงานท่ี 1.4
เรือ่ ง การวางเป้าหมายชีวิตดว้ ยวงจร PDCA
ช่ือ-สกุล............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นวางแผนชวี ติ ด้วยการนําเอาหลัก PDCA มาประยุกตใ์ ช้ โดยอาจจะเป็นการวางแผน
ดา้ นการศกึ ษา หรือการประกอบอาชีพก็ได้ แตต่ ้องสอดคล้องกับวงจรคุณภาพ PDCA
Plan (P)................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
Do (D) .....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
Check (C) ...............................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
Action (A) ..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
21
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาทพ่ี บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..........................................................ครูผสู้ อน
(นางสาวฐิติพรรณ สงิ ห์จนั ลา)
แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 2 หนว่ ยท่ี 2
รหัสวิชา 20001-1003 ธรุ กจิ และการเป็นผู้ประกอบการ สอนครั้งที่ 2 (3-4)
ช่ือหนว่ ย/เรือ่ ง การออม
จานวน 2 ช.ม.
แนวคิด
การออมเปน็ การเก็บสะสมเงินรายไดใ้ นส่วนต่าง ๆ ไว้ใช้จา่ ยในอนาคตรวมถงึ การสะสมสิง่ ท่มี คี ่าเป็น
ตวั เงินและมีประโยชน์ต่อครอบครวั ซึง่ เป็นการสรา้ งหลกั ประกนั ความม่ันคงให้กับตนเอง และกอ่ ให้เกิด
เสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ การออมจงึ มีความสําคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะมคี วามสาํ คัญตอ่ ความเปน็ อยขู่ อง
ประชาชน ครอบครวั และชุมชน จึงถือว่าการออมเปน็ ส่ิงจาํ เป็นตอ่ การพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ผลการเรียนรูท้ ค่ี าดหวัง
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั ความหมาย ความสาํ คัญ และประโยชน์ของการออม
2. แสดงความรู้เกย่ี วกับเปูาหมายในการออม
3. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั ปัจจัยสําคญั ในการออม
4. แสดงความรู้เกี่ยวกับการวางแผนการออม
5. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั การออมเพื่อเกษยี ณอายใุ นประเทศไทย
6. แสดงความรเู้ กี่ยวกับรูปแบบการออมเพื่อการเกษียณของประเทศไทย
7. มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้สาํ เร็จการศึกษา
สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทค่ี รสู ามารถสังเกตได้ขณะทําการสอนในเรอื่ ง
1. ความมวี นิ ัย
2. ความซื่อสตั ย์สุจริต
3. ความเช่อื มั่นในตนเอง
4. ความสนใจใฝรุ ู้
5. การละเวน้ ส่ิงเสพตดิ และการพนนั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กีย่ วกบั หลักการวางแผนเปูาหมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคมุ คณุ ภาพ ธุรกิจและการเป็น
ผ้ปู ระกอบการ หลักการจดั การทางการเงิน หลกั การบรหิ ารงานคุณภาพและเพม่ิ ผลผลิตเบ้อื งต้นและกฎหมาย
ทีเ่ กี่ยวข้อง
2. จัดทาํ แผนธุรกิจอยา่ งงา่ ย
3. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดําเนินงาน
4. ประยุกตใ์ ชห้ ลักการบริหารงานคณุ ภาพและเพิ่มผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
สาระการเรียนรู้
1. ความหมาย ความสําคัญ และประโยชนข์ องการออม
2. เปาู หมายในการออม
3. ปจั จยั สําคัญในการออม
4. การวางแผนการออม
5. การออมเพื่อเกษยี ณอายุในประเทศไทย
6. รปู แบบการออมเพื่อการเกษียณของประเทศไทย
23
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ผูเ้ รียนแต่ละคนบอกเปาู หมายในชวี ิตของตนเองวา่ ภายใน 3-5 ปนี ้ตี ้องการจะตงั้ เปูาหมายให้ชีวติ
ของตนเองอยา่ งไรบ้าง
2. ครแู นะนําให้ผเู้ รียนจดบันทึกเปูาหมายของผู้เรยี นแตล่ ะคนไวใ้ นสมดุ บนั ทึกส่วนตัว และเม่อื ถงึ กาํ หนด
ทีต่ ง้ั เปาู หมายเอาไวแ้ ล้วลองพจิ ารณาดวู า่ ประสบความสําเรจ็ กี่ข้อ และขอ้ ที่ไม่ประสบความสําเรจ็ ตาม
เปูาหมายน้ันมปี ัญหาใดบ้าง
3. ครนู ํารูปภาพของบคุ ลลทีม่ ีช่อื เสยี งเมื่อเกษียณอายแุ ล้ว และเลา่ ชีวิตของแตล่ ะคนให้ผเู้ รยี นฟงั เพื่อให้
เกดิ ทักษะการเรยี นรู้ว่าแตล่ ะคนจะต้องทําอย่างไรบา้ งในวยั เกษียณอายุ
4. ครกู ลา่ วถึงคาํ วา่ “เกษียณ” หมายถงึ สน้ิ ไป ซงึ่ ศัพทท์ างราชการจะใช้คําวา่ “เกษยี ณอายุ” หมายถงึ
ครบกําหนดอายุรับราชการ หรือสิน้ กาํ หนดเวลารบั ราชการ เมือ่ บคุ คลนัน้ มอี ายคุ รบ 60 ปี ในปจั จบุ ันแมจ้ ะมีผู้
ลาออกตามนโยบายเออร์ลี่รไี ทร์ (Early Retired) ของรฐั บาลไปกอ่ นอายจุ ะครบ 60 ปีก็ตาม แตข่ า้ ราชการก็ยงั
อยจู่ นครบอายเุ กษียณ
6. ครูอภปิ รายเพิม่ เตมิ ว่าการกาํ หนดรายไดใ้ ห้เพยี งพอกบั รายจา่ ยเป็นสง่ิ ที่สาํ คญั และจําเปน็ มาก เพราะ
ในวยั เกษียณอายุ ทกุ คนสามารถนําเงนิ ท่เี ก็บสะสมไว้มาใชไ้ ด้อย่างสะดวกสบายเพื่อการดาํ รงชีวิตต่อไป หากแต่
ละบคุ คลมีเงินออมเกบ็ สะสมไว้ เพ่อื เป็นทนุ สํารองไว้ใชจ้ า่ ยสําหรับวัยเกษียณ วธิ ที ่ีดีที่สุด คือ การวางแผนเพอ่ื
การเกษยี ณอายุไว้ตง้ั แต่เร่ิมต้นอย่างมรี ะบบตามข้ันตอน ซ่งึ แตล่ ะคนสามารถกาํ หนดแผนงานและขั้นตอน
แตกต่างกนั ออกไปตามความเหมาะสมกับสภาพการดาํ รงชวี ติ ดังนี้
1) กําหนดความตอ้ งการใช้เงนิ
2) กําหนดความต้องการของรายได้ทีส่ ามารถหามาได้
3) เปรียบเทียบความตอ้ งการเงินทนุ กบั ความสามารถในการหารายได้
ขน้ั สอน
7. ครูอธิบายความหมาย ความสาํ คัญ และประโยชนข์ องการออม โดยใชส้ อื่ PowerPoint ประกอบ
8. ผู้เรยี นแต่ละคนบอกประโยชนข์ องการออม
9. ครูอธบิ ายเปาู หมายในการออม และให้ผ้เู รียนกําหนดเปาู หมายในการออมของตนเอง
10. ครูแสดงตารางกําหนดเปูาหมายในการออกใหผ้ ู้เรียนดู
11.ครอู ธบิ ายใหผ้ ู้เรียนฟงั วา่ เมือ่ กาํ หนดเปูาหมายในการออมเรยี บร้อยแลว้ ก็ต้องกาํ หนดจาํ นวนเงนิ ท่จี ะ
ออม ซ่งึ มีวธิ คี ํานวณแบบง่ายๆ คือ นํารายจ่ายหักออกจากรายรับ
11.ผู้เรยี นเขียนตารางแสดงรายรบั -รายจ่ายตามตารางดงั น้ี
25
12. ผูเ้ รียนแต่ละคนบอกปัจจัยสําคญั ในการออม ซ่ึงโดยทั่วไปการออมจะเกดิ ข้ึนกต็ ่อเม่อื บุคคลน้นั มี
รายได้มากกวา่ การจา่ ย และต้องอาศัยปัจจยั สําคัญในการออม ดังนี้
12.1 ผลตอบแทนทีไ่ ด้รับ ถา้ ผลตอบแทนในการออมเพิม่ ขึน้ กจ็ ะจูงใจใหบ้ ุคคลมีการออมเพมิ่ มากขึ้น
12.2 มลู คา่ ของอํานาจซ้อื ของเงนิ ในปัจจุบนั ผอู้ อมจะตดั สินใจออมเงินมากขึ้น หลังจากพิจารณา
ถึงอาํ นาจซ้อื ของเงนิ ทมี่ ีอยใู่ นปัจจบุ นั ว่าจะมีความแตกตา่ งจากมูลค่าของเงนิ ในอนาคต
12.3 รายไดส้ ว่ นบุคคลสุทธิ ผูท้ ่มี ีรายได้แน่นอนทกุ เดอื นในจาํ นวนท่ีไม่สูงมาก จํานวนเงนิ ออมทก่ี ัน
ไว้อาจเป็นเพียงจํานวนนอ้ ยตามอตั ราส่วนของรายไดท้ ี่มอี ยู่
12.4 ความแนน่ อนของจาํ นวนรายได้ในอนาคตหลังเกษียณอายุ ถา้ ทุกคนทราบวา่ เมอื่ ใดก็ตาม
ท่ีแตล่ ะบุคคลไม่มคี วามสามารถหารายได้ต่อไป ก็จะไม่มปี ญั หาการเงนิ เกดิ ข้นึ เนอ่ื งจากหน่วยงานท่ี
ทํางานอยอู่ าจมีนโยบายช่วยเหลอื ในวัยชราหลังเกษียณอายุ หรือภายหลังออกจากงานก่อนกําหนด
13.ครบู อกปญั หาในการออมเปน็ ปัญหาที่สําคัญอย่างหนึ่งของประเทศ เน่อื งจากชาวไทยจาํ นวนมากจะ
มอี ายุยนื ประมาณ 80-90 ปี แตส่ ว่ นมากกย็ งั ไมม่ ีการออมอย่างเพียงพอเพราะแต่ละคนก็จะมีปัญหาเรอ่ื ง
การออม และท้อแท้ทจี่ ะพยายามออมต่อไป ปัญหาในการออมเงินทเ่ี ห็นไดช้ ดั เจนก็คือการไม่ต้งั ใจ หรอื ไมม่ ี
ความอดทนเพียงพอของแตล่ ะบคุ คล จึงทาํ ให้ไมส่ ําเรจ็ ตามเปาู หมายทีก่ ําหนดไว้ ซึ่งสามารถสรุปได้ดงั น้ี
ปญั หา
ในการออม
14. ผเู้ รยี นวางแผนในการออม ซ่งึ การวางแผนการออม (Saving Plan) เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้บุคคล
ประสบความสําเร็จตามเปาู หมายในชวี ติ ซ่ึงแตล่ ะบคุ คลควรจดั สรรรายไดข้ องตนเองเพอื่ เปน็ คา่ ใช้จ่ายปัจจบุ ัน
และเปน็ เงินออมในอนาคตเปน็ จาํ นวนเท่าใด สิง่ ท่ีสําคญั ในการวางแผนการออมคอื การประมาณรายไดแ้ ละ
รายจา่ ย เช่น บุคคลต้องการซือ้ บา้ นจะต้องวางแผนการออมโดยกาํ หนดจํานวนเงินและระยะเวลาท่สี ะสมเงิน
ออมเพ่ือใหไ้ ด้ตามจาํ นวนท่ีตอ้ งการ เงินออมยงั ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินในยามฉกุ เฉิน แสดงให้
เห็นว่าการออมเปน็ รูปแบบของการลงทุนอย่างหนง่ึ ทกุ คนจงึ ควรบรหิ ารเงนิ ออมอยา่ งรอบคอบ
15. ครูอธบิ ายรูปแบบของการวางแผนการออม ดงั น้ี
1. การฝากเงินกับธนาคาร (Deposit)
2. การประกนั ชวี ติ (Life Insurance)
3. การออมทรัพยก์ ับสหกรณ์
4. การซื้อพนั ธบตั รรัฐบาล
5. กองทนุ สํารองเลี้ยงชีพ (Provident Fund: PVD)
16. ผเู้ รยี นทดลองเลอื กรูปแบบของการวางแผนการออม แล้วเขียนเป็นความเรยี งถงึ เหตุผลในการเลอื ก
นั้น
17. ครผู ้สู อนอธบิ ายการออมเพ่อื เกษียณอายใุ นประเทศไทย โดยใช้สอื่ PowerPoint
18. ครแู ละผู้เรียนแสดงการคํานวณเงนิ ออมเพ่ือเกษยี ณอายุ ซึง่ ทุกคนควรเตรยี มความพรอ้ มในอนาคต
ดว้ ยตนเอง จงึ ตอ้ งมเี งนิ ออมไวจ้ ํานวนหนงึ่ เพอ่ื ใช้จ่าย จงึ ตอ้ งสาํ รวจตนเองวา่ ปัจจุบันอายเุ ท่าไร สุขภาพเป็น
อย่างไร พฤติกรรมการใช้จ่ายเปน็ อย่างไร มรี ายได้ตอ่ เดือนเท่าไหร่ ซึ่งจะเป็นปจั จัยท่ีจะนาํ มาพจิ ารณาวางแผน
ว่าในอนาคตต้องมีเงินออมจํานวนเท่าใดจงึ จะพอใช้ ซงึ่ ไม่มสี ูตรท่แี น่นอน แต่กพ็ อประมาณไดด้ งั น้ี
วิธีที่ 1 พจิ ารณาจากเงินออมทมี่ อี ยูใ่ นมือปัจจุบนั ซงึ่ จะมจี ํานวนไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 10 ของเงนิ ได้ทงั้
ปี คณู ดว้ ยอายใุ นปัจจบุ ันของตนเอง
วิธที ่ี 2 พจิ ารณาจากเงนิ ออมทม่ี ี ณ วันที่เกษยี ณอายุ โดยให้นาํ จํานวนปีท่ีมชี วี ติ อยหู่ ลังเกษยี ณคูณ
ด้วยคา่ ใช้จา่ ยต่อเดือน
27
19. ครอู ธบิ ายบทบาทของการวางแผนเกษยี ณอายุ โดยการวางแผนเกษยี ณอายุ มเี ปาู หมายทจี่ ะแสดง
ถึงความม่ันคงทางการเงิน ความสะดวกสบายและมาตรฐานการดาํ รงชวี ิตท่ีดที ้งั ปจั จุบนั และอนาคต ผทู้ จี่ ะ
ประสบความสําเร็จในชีวิตได้นัน้ กค็ อื ผู้ที่มกี ารวางแผนไว้อย่างรอบคอบซง่ึ เปน็ การเพ่ิมความมน่ั คงให้กับตนเอง
และครอบครัว ซึง่ ขัน้ ตอนของการวางแผนมีดังนี้
19.1 กําหนดเปาู หมายหรือส่งิ ทีต่ ้องการหลังเกษยี ณอายุแล้ว เชน่ รายได้ท่ีไดร้ บั บ้าน รถยนต์ เปน็
ตน้ ซ่งึ จะเป็นแนวทางวางแผนวยั เกษียณและอาจจะเปลย่ี นไปตามความเหมาะสมที่เปลย่ี นแปลง
19.2 กาํ หนดจาํ นวนเงนิ สะสมทีต่ ้องการเพอื่ เป็นคา่ ใช้จา่ ยภายหลงั เกษยี ณอายุ และเป็นแนวทางท่ี
จะนําไปสคู่ วามสําเรจ็ ตามเปูาหมายไดเ้ งินตามทตี่ ้องการ
19.3 การจัดทําโครงการลงทุนท่ีสร้างเงินทนุ ท่ีได้สะสมไวใ้ หม้ คี รบตามจาํ นวนท่ีตอ้ งการ และควร
พจิ ารณาว่าควรนาํ เงินออมเหลา่ นีไ้ ปลงทนุ อะไรไดบ้ ้างเพือ่ ใหเ้ งินท่มี ีอยู่เพ่ิมมากขน้ึ
20. ครูและผู้เรียนแสดงวิธวี างแผนทางการเงนิ สาํ หรับการเกษยี ณอายุ โดยมีหลักในการคํานวณดังน้ี
1) ต้ังเปูาหมาย
2) คํานวณเงินรวม
3) ตรวจสอบปริมาณเงนิ ออมในปัจจบุ ัน
4) ศึกษาวิธีเตรียมเงนิ ออมสําหรับเกษียณ
21. ครูบอกหลกั วางแผนเกษยี ณอายุ ดงั นี้
1) การหาระยะเวลาแหง่ ช่วงชีวิต ในปจั จุบนั ช่วงชีวิตโดยเฉลี่ยของผู้ชายคอื 72 ปี และของผ้หู ญงิ
คอื 75 ปี แตด่ ว้ ยเทคโนโลยีทางการแพทยท์ ีก่ า้ วหนา้ ขึ้น สามารถยดื อายขุ องคนไปได้อีก 20 ปี จากคา่ เฉลีย่ นน้ั
2) ระดับเงนิ เฟูอท่ีมแี นวโน้ม หรือคาดว่านา่ จะเป็นไปในชว่ งเวลาของการเกษียณอายุ ซึ่งทําให้
เงนิ ออมที่หามาได้ในแต่ละปีดอ้ ยคา่ ไป
3) คา่ ใช้จ่ายเกย่ี วกบั สุขภาพทเี่ พมิ่ มากขนึ้ เมือ่ เร่ิมอายุมาก โดยทัว่ ไปทุกคนตอ้ งการเงนิ ประมาณ
70–75% ของรายได้ก่อนการเกษียณอายุ เพอื่ เอาไวใ้ ช้จ่ายเมื่อยามเกษยี ณอายุ ซ่ึงอาจแตกตา่ งกันไปขนึ้ อยู่กับ
วิถชี วี ติ ของแตล่ ะคนทว่ี างแผนเอาไว้
22. ครบู อกปัญหาในการวางแผนเกษียณอายดุ งั นี้
1) เร่มิ ต้นวางแผนเกษียณอายุช้าเกินไป
2) จํานวนเงินทสี่ ะสมแต่ละปกี อ่ นเกษยี ณน้อยเกินไปไมพ่ อกับค่าใชจ้ า่ ยที่เกดิ ข้ึนหลังเกษียณ
3) นําเงนิ ทนุ ท่ไี ด้สะสมไวน้ ้ไี ปลงทุนท่ไี มก่ ่อให้เกดิ ประโยชน์สูงสุด
23. ครอู ธิบายการประมาณรายได้และรายจา่ ยเพื่อเกษียณอายุ ซึ่งบคุ คลที่มีการวางแผนเงินไวล้ ว่ งหนา้
เพือ่ เปน็ ทุนสาํ รองไว้ใชจ้ ่ายในวัยชราเกษียณ ยอ่ มจะไดร้ ับความสะดวกสบาย จึงควรวางแผนการเงินไวอ้ ย่าง
รอบคอบเพือ่ เกษยี ณอายุ ประกอบดว้ ย
1) การกาํ หนดความตอ้ งการใชเ้ งินหลังเกษียณ
2) การประมาณรายไดห้ ลังวยั เกษยี ณอายุ
3) การจดั หาเงนิ สํารองไวส้ าํ หรับสว่ นท่ีขาด
4) แหล่งทม่ี าของรายไดห้ ลงั เกษยี ณอายุ
24. ผเู้ รยี นแนวทางในการแก้ปญั หาหลงั การเกษยี ณอายุ
1) รายได้และรายจ่าย เมอ่ื เกษียณแลว้ รายไดต้ ่างๆ ก็ลดนอ้ ยลง มแี ตร่ ายไดท้ ่ีเกิดจากเงินออม เงนิ
ประกันสงั คมและอ่นื ๆ หากไม่วางแผนการใช้จ่ายใหด้ ี หรอื ยังติดยดึ อยกู่ บั ตาํ แหน่งฐานะเดิม แม้เกษยี ณแลว้ ก็
พยายามทําตนให้เหมือนเดมิ อยู่ กย็ ่อมจะก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจได้ ดังนั้นผู้เกษยี ณจึงตอ้ งทําใจ อย่ายอมให้
สงั คมมาเป็นผูก้ ําหนด หรืออยา่ นําตัวไปเปรียบเทียบกับผู้อนื่
แนวทางในการแก้ปัญหา ตอ้ งมกี ารวางแผนการเงินไวล้ ่วงหน้า ดรู ายรับรายจา่ ยให้สมดลุ กัน
รู้จกั ทําบญั ชีหรือควบคมุ ค่าใช้จ่ายใหร้ ัดกุม รู้จกั ประหยดั ไม่ฟมุ เฟือยใชจ้ ่ายในส่ิงท่จี ําเปน็ เชน่ เสื้อผ้า
เคร่อื งสําอาง อาหารบางชนิด เหลา้ บุหร่ี หรือการเที่ยว เป็นตน้ หากต้องส่งเสียลกู เรยี น ตอ้ งผ่อนบ้านหรือผอ่ น
รถ เป็นต้น ก็ควรมกี ารวางแผนตั้งแต่กอ่ นเกษยี ณ เพอื่ มใิ ห้เกิดความเครยี ดจนกลายเป็นปญั หาครอบครัว ควร
ปรกึ ษาสมาชกิ ในครอบครวั ตั้งแต่เร่มิ ต้น ว่าจะทําอะไรต่อไปหลังเกษียณแลว้
2) เวลา เมือ่ ออกจากงานจะทาํ ให้มเี วลาวา่ งมากขึ้น จงึ เป็นโอกาสท่ีจะใช้เวลาทาํ ในสง่ิ ที่ตนเองอยาก
ทํา อย่าปล่อยใหว้ ่างเพราะอาจจะกอ่ ให้เกดิ ความสูญเสียหลายอยา่ ง ทง้ั จิตใจและรายได้
แนวทางในการแก้ปัญหา ต้องรจู้ กั เลอื กใชเ้ วลาใหเ้ กดิ ประโยชน์
3). สภาพจิตใจ การเกษยี ณอายจุ ะทาํ ให้บคุ คลได้รบั ความกระทบกระเทอื นด้านจิตใน เน่อื งจากรายได้
ลดลงอยา่ งรวดเร็ว เงินบาํ เหนจ็ บํานาญ เงนิ สะสม เงนิ เลย้ี งชพี จะช่วยใหส้ ภาพจติ ใจดีขน้ึ ได้ การเปลยี่ นแปลง
ด้านจติ ใจอารมณข์ องผู้สงู อายุ อาจเกดิ จากมเี วลาวา่ งมากเกนิ ไป เพราะเกษยี ณอายุจากการทํางานแล้วจงึ ร้สู กึ
วา่ ตัวเองถกู ลดคุณค่าลง ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งคนในครอบครวั เริม่ มีน้อยลง ทาํ ใหร้ ู้สึกโดดเดีย่ วและเศร้าซมึ
อาจเปน็ ผลมาจากความเจ็บปวุ ยและการเส่ือมของระบบตา่ ง ๆ ของร่างกาย ทาํ ให้มอี ารมณ์แปรปรวนง่าย
หงุดหงิด ใจนอ้ ย โกรธง่าย เป็นต้น
แนวทางในการแกป้ ัญหา ไม่ควรแยกตัวออกจากสงั คม หรือเกบ็ ตัวเงยี บอยู่แต่ในบา้ น ควรใชเ้ วลา
ว่างไปทํางานอดเิ รกท่ชี อบ หัดเต้นรํา ฝึกใชค้ อมพิวเตอร์ เปน็ อาจารย์สอนพิเศษ เป็นต้น อาจนําไปสู่การ
เปล่ียนแปลงวถิ ีชีวติ อาชีพและให้ประสบการณ์ใหม่อยา่ งทีไ่ มเ่ คยทาํ มาก่อน
4) สภาพรา่ งกาย เมอื่ เขา้ ส่วู ยั เกษยี ณสุขภาพยอ่ มทรุดโทรมลง ควรรกั ษาสุขภาพใหด้ อี าจทําประกนั
สขุ ภาพไวก้ ็ได้
แนวทางในการแกป้ ญั หา ผูเ้ กษยี ณอายุควรหม่ันออกกาํ ลังกายสมาํ่ เสมอ โดยอาจจะไปตามฟิตเนต
ศูนย์การคา้ หรอื สวนสาธารณะ การไปออกกําลงั กายจะทําใหร้ ่างกายแข็งแรง ไมค่ อ่ ยเจ็บปุวย จติ ใจแจ่มใส รสู้ กึ
ดี และทําให้ไดเ้ พ่อื นใหมๆ่ หากเปน็ วัยเดียวกนั กพ็ ดู คุยปรึกษาปัญหาทค่ี ล้ายกันได้ เพยี งแตต่ ้องยอมรับซ่ึงกัน
และกนั เพราะเพื่อนแต่ละสถานท่ี กจ็ ะมบี คุ ลกิ ลกั ษณะแตกตา่ งกนั ไป แต่ถา้ ชอบสมาคมกจ็ ะมีความสนุกสนาน
เพลิดเพลิน ซึ่งเพ่ือนกล่มุ ออกกําลงั กาย หลายคนก็กลายมาเป็นเพอื่ นเท่ยี วได้ ผู้เกษยี ณอายุควรดูแลความ
สะอาดและควรแตง่ ตัวให้สวยงามและเหมาะสม จะทาํ ให้ได้รบั การยอมรับ ทําใหจ้ ิตใจสดชน่ื สบายใจ เปน็ การ
สรา้ งขวัญและกําลงั ใจให้ตนเองได้
25. ครูอธิบายรปู แบบการออมเพอ่ื การเกษียณของประเทศไทย โดยธนาคารโลก (World Bank) ได้
นาํ เสนอแนวคดิ เกย่ี วกบั ระบบการออมเพ่อื เกษียณอายุหรอื ระบบบําเหน็จบํานาญ เพอ่ื ใหเ้ กิดความมน่ั คงทาง
สังคมของประเทศท่ีเรยี กว่า “สามเสาหลกั ของระบบเงินออมเพือ่ วัยเกษยี ณ” (Three Pillars หรอื The Multi
Pillar of Old Age Security) โดยยดึ หลักการสร้างระบบบาํ นาญสมดุลและรองรับภาระในอนาคตทจ่ี ะต้อง
เลี้ยงดูผู้เกษยี ณอายไุ ดใ้ นระดับทเี่ หมาะสมและไม่เพ่มิ ภาระภาษีให้กับประชาชนของประเทศ ขณะเดยี วกนั ชว่ ย
สรา้ งรายไดข้ องประเทศโดยใชเ้ งินออมของคนในประเทศเปน็ ตัวขับเคลื่อนการขยายตวั ทางเศรษฐกิจและการ
ลงทนุ
รปู แบบการออมเพ่ือการเกษยี ณของประเทศไทยปจั จุบัน ไดข้ ยายขอบเขตความคุ้มครองครอบคลุม
ประชากรโดยทว่ั ไปนอกเหนือจากข้าราชการ เพ่ือสร้างความสามารถในการพงึ่ พอตนเองในวยั เกษยี ณให้แก่
ประชาชน ตามทฤษฎรี ะบบเงินออมของธนาคารโลก โดยเฉพาะกล่มุ ข้าราชการซ่ึงสามารถเข้าถึงระบบบาํ นาญ
ที่เปน็ หลักประกันไดท้ งั้ 3 เสาหลักได้แก่
29
เสาหลักท่ี 1 รฐั จัดให้ เปน็ ระบบบํานาญภาคบังคับที่รฐั บาลของแตล่ ะประเทศจัดใหแ้ กป่ ระชาชน
เรียกว่า Pay-as-you-go (PAYG) ซ่งึ จะกาํ หนดผลประโยชนท์ จี่ ะจา่ ยให้แกส่ มาชิกแนน่ อน (Defined Benefit)
จนกระท่ังเสยี ชีวิต โดยจ่ายจากเงินภาษที ่ีเกบ็ จากประชาชนมาจดั สรรเป็นงบประมาณ เพอื่ สร้างหลักประกนั
เพอ่ื การชราภาพข้นั พน้ื ฐานของประเทศ ซึ่งกําหนดผลประโยชนข์ ั้นตํา่ ของรายไดใ้ หเ้ พยี งพอแก่การยงั ชีพ ท่ีควร
จะตอ้ งไม่ตา่ํ กวา่ เสน้ ความยากจน (Poverty Line)
เสาหลักท่ี 2 ภาคบังคับ เป็นระบบเงนิ ออมภาคบังคบั (Mandatory System) ทร่ี ฐั บาลบังคับให้
ประชาชนออมขณะทํางาน อาจบริหารโดยเอกชนหรอื หนว่ ยงานอสิ ระของรัฐ มีเงนิ กองทุนและมกี ารส่งเงนิ
สะสมของสมาชกิ และมีการสมทบจากนายจา้ งเข้ากองทนุ ในบญั ชขี องสมาชิกแตล่ ะคน ส่วนใหญจ่ ะกาํ หนดใหม้ ี
การนาํ สง่ เงินสะสมเขา้ กองทุนในอัตราท่แี นน่ อน ซงึ่ มีวัตถปุ ระสงค์ท่จี ะยกระดับรายไดข้ องผู้เกษยี ณให้สูงกวา่
เส้นความยากจนเพ่ือให้มีรายได้ท่ดี ขี ึ้นตามมาตรฐานการดํารงชีวิตอยา่ งปกติ
เสาหลกั ท่ี 3 ภาคสมัครใจ เปน็ ระบบการออมภาคสมัครใจ (Voluntary System) และรัฐบาลให้การ
ส่งเสรมิ ซึง่ มีการบรหิ ารโดยภาคเอกชน มเี งนิ กองทนุ และมีการส่งเงินสะสมของสมาชิกในจํานวนที่แนน่ อน ใน
บางกรณอี าจมีเงนิ สมทบจากนายจ้างเข้ากองทุนในบญั ชขี องแต่ละคน โดยมีวัตถปุ ระสงค์ให้ผอู้ อมมีทางเลือกใน
การออมเงินไว้ใช้ในยามเกษยี ณมากข้นึ มีความเพียงพอของเงนิ ออมในการดาํ รงชวี ิตในอนาคต ในการเขา้ ถึง
ความสะดวกสบายและการดแู ลรกั ษาพยาบาลท่สี ูงกว่ามาตรฐาน
26. ควรอธิบายถึงระบบการออมเพือ่ การเกษียณ หรือระบบบํานาญ คอื ระบบการจดั การเพ่อื จา่ ยเงนิ
สาํ หรบั วยั เกษียณใหแ้ กผ่ ู้มีสทิ ธิรับเงินเมอ่ื ครบอายุเกษียณ และมีวตั ถุประสงคอ์ ย่างชดั เจนเพอ่ื สร้างความมนั่ คง
ดา้ นรายได้ใหแ้ ก่ผู้สงู อายุหลังเกษียณ มิใหม้ ีมาตรฐานการดาํ รงชพี ที่ตกตํ่าเม่อื เข้าสภู่ าวะทีไ่ มม่ ีรายได้
นอกจากนย้ี งั อาจรวมถงึ การจัดสิทธิประโยชน์อนื่ เพิ่มเติมดว้ ย เชน่ เงินช่วยเหลือกรณีทุพพลภาพ เจ็บปวุ ย และ
เงนิ ชว่ ยเหลอื ทายาทในกรณผี ู้มีสิทธิรับบํานาญเสียชีวิต เปน็ ตน้ ท้งั น้กี องทุนการออมเพ่อื การเกษยี ณของ
ประเทศไทย มดี งั นี้
1) กองทุนประกันสังคม (Social Security Fund
2) กองทนุ บาํ เหนจ็ บํานาญขา้ ราชการ (Government Pension Fund)
3) กองทุนสาํ รองเลี้ยงชพี (Provident Fund)
4) กองทนุ เพื่อการเล้ียงชีพ (Retirement Mutual Fund)
5) กองทนุ การออมแหง่ ชาติ (National Savings Fund)
27. ผู้เรยี นกรอกขอ้ มูลของตนเองเพือ่ วางแผนเกษียณอายุตามแบบฟอร์มท่คี รูกําหนดใหเ้ กยี่ วกับการ
วางแผนเกษียณอายุ
28. ผู้เรยี นวางแผนชีวิตของตนเองอยา่ งไรบา้ งในแตล่ ะช่วงชีวิต
29. ผู้เรียนวางแผนการออมสําหรบั การเกษียณอายขุ องตนเอง
30. ผู้เรียนกําหนดเปาู หมายการออมของแต่ละคน และอปุ สรรคต่อปจั จยั การออม
สรุปและการประยกุ ต
31. ครูและผู้เรียนชว่ ยกันสรปุ ความหมาย ความสําคัญ และประโยชนข์ องการออม เปูาหมายในการออม
ปัจจัยสําคญั ในการออม และการวางแผนการออม
32. ครูสมุ่ ตวั อยา่ งให้ผู้เรยี นตอบคําถามเปน็ รายบุคคล
33. ผู้เรยี นวเิ คราะหเ์ นอื้ หาการเรียนการสอนและหาขอ้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอดเพ่ือนําไปประยกุ ต์ใช้
ต่อไป พร้อมข้อเสนอแนะตนเอง
34. ครูและผเู้ รยี นช่วยกนั สรุปการออมเพื่อเกษยี ณอายใุ นประเทศไทย และบอกรูปแบบการออมเพอ่ื การ
เกษยี ณของประเทศไทย
35.ประเมนิ ธรรมชาตขิ องผ้เู รยี น และวเิ คราะหผ์ ้เู รยี นเปน็ รายกลุม่ ตามวิธกี ารเรียนรู้
ชือ่ ผู้เรียน ธรรมชาติของผูเ้ รียน วิธกี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ญั ญา วุฒภิ าวะ
1.
2.
3.
แบบวิเคราะหผ์ ู้เรียนเปน็ รายกลุม่ ตามวธิ กี ารเรียนรู้
ช่ือกล่มุ ……………..
1.
2.
3.
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1.หนงั สอื เรยี น วิชาธรุ กจิ และการเป็นผ้ปู ระกอบการ
2.รปู ภาพ
3.กิจกรรมการเรยี นการสอน
4.สื่ออิเล็กทรอนิกส์, PowerPoint
5.แบบประเมินผลการเรียนรู้
6.แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
หลกั ฐาน
1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเช็ครายช่ือ
3.แผนจดั การเรยี นรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. การสงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์
เคร่อื งมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุม่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยผู้เรยี น)
31
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น
รว่ มกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีชอ่ งปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
เกณฑ์การประเมนิ มีเกณฑ์ 4 ระดับ คอื 4= ดีมาก, 3 = ดี, 2 = พอใช้ , 1= ควรปรบั ปรุง
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้มีเกณฑ์ผ่าน 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กบั การ
ประเมินตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
1.แนะนําให้ผูเ้ รยี นอา่ นทบทวนเปูาหมายในการออม
2.ทาํ กิจกรรมใบงาน
ใบงานที่ 2.1
เรื่อง การวางแผนการออม
ชื่อ-สกุล............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้ีแจง ในช่วงชีวติ ตอ่ ไปน้ี ควรจะวางแผนชวี ติ ของตนเองอย่างไรบ้าง
ช่วงเวลาของอายุ จะวางแผนทาอะไร คานวณเปน็ ตวั เงิน(บาท)
15-24 ปี
25-60 ปี
หลัง 60 ปเี ปน็ ตน้ ไป
33
ใบงานที่ 2.2
เร่อื ง การกาหนดเปา้ หมายการออม
ช่อื -สกลุ ............................................................................................เลขที.่ ........ชั้น..........................
คาชีแ้ จง ใหก้ าํ หนดเปาู หมายการออมของแต่ละคน และอปุ สรรคต่อปัจจยั การออมดังน้ี
เปา้ หมายการออม ปัจจัยสาคัญในการออม อุปสรรคในการออม
อุปสรรคในการออมดา้ นเงินเฟูอ (เขยี นเป็นความเรยี ง)
.........................................................................................................................................................................
อุปสรรคในการออมดา้ นเหตกุ ารณ์ฉุกเฉิน (เขียนเป็นความเรียง)
.........................................................................................................................................................................
อุปสรรคในการออมด้านความโลภ (เขียนเป็นความเรียง)
.........................................................................................................................................................................
บนั ทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรปุ หลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่พี บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ลงชื่อ..........................................................ครผู ้สู อน
(นางสาวฐิตพิ รรณ สิงห์จนั ลา)
35
แผนการจดั การเรียนรู้แบบบูรณาการท่ี 3 หนว่ ยที่ 3
รหสั 20001-1003 ธรุ กิจและการเปน็ ผู้ประกอบการ สอนคร้ังที่ 3 (7-9)
ชอื่ หนว่ ย/เร่อื ง การลงทุน
จานวน 3 ช.ม.
แนวคดิ
การลงทุน เปน็ การใช้ทรพั ยากรในลกั ษณะตา่ งๆ โดยหวงั จะไดร้ บั ผลตอบแทนกลับคืนมา มากกวา่ ท่ี
ลงทุนไปในอตั ราที่พอใจภายใต้ความเสีย่ งท่เี หมาะสม โดยท่ัวไปหมายถงึ การใช้เงนิ ลงทนุ เชน่ การลงทุนในการ
ประกอบอาชีพ การลงทุนในตลาดหลักทรพั ย์ การลงทุนในบ้านและทดี่ นิ การลงทุนทองคํา ฯลฯ
โดยมีวัตถุประสงค์ของการลงทุน เพ่ือจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเงินท่ีนํามา
ลงทุนนัน้ อาจจะไดม้ าจากสถาบนั การเงนิ หรอื แหล่งเงินทนุ อ่ืน ๆ ท่ีผู้ประกอบการมีความสามารถจะหามา
ได้
ผลการเรียนร้ทู คี่ าดหวัง
1 .แสดงความรเู้ กยี่ วกับความหมายและลกั ษณะการลงทุน
2. แสดงความรู้เกีย่ วกับการลงทนุ ทางการเงนิ
3. แสดงความรู้เกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุน
4. แสดงความรู้เกีย่ วกับหลกั การลงทุน
5 .แสดงความรู้เกยี่ วกับการลงทุนโดยฝากเงนิ กบั ธนาคารพาณชิ ย์
6 แสดงความร้เู ก่ยี วกับการลงทุนโดยทําประกันชีวิต
7. แสดงความรเู้ กยี่ วกับการลงทุนในกองทนุ
8. แสดงความรูเ้ กี่ยวกบั การลงทุนประกอบธุรกจิ
9. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้สู าํ เร็จการศึกษา
สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทีค่ รูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเร่อื ง
1 ความมวี ินัย
2 ความซ่ือสตั ย์สจุ ริต
3 ความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เก่ียวกับหลกั การวางแผนเปาู หมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคมุ คณุ ภาพ ธุรกจิ และการเป็น
ผ้ปู ระกอบการ หลักการจดั การทางการเงิน หลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพ่มิ ผลผลิตเบอื้ งต้นและกฎหมาย
ท่เี กีย่ วข้อง
2. จดั ทาํ แผนธรุ กิจอยา่ งงา่ ย
3. ประยุกต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดําเนนิ งาน
4 .ประยกุ ต์ใชห้ ลักการบริหารงานคุณภาพและเพ่มิ ผลผลิตในการวางแผนและดําเนนิ งาน
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายและลักษณะการลงทุน
2. การลงทนุ ทางการเงิน
3. ผลตอบแทนจากการลงทนุ
4. หลักการลงทนุ
5. การลงทุนโดยฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์
6. การลงทุนโดยทําประกนั ชีวิต
7 .การลงทนุ ในกองทุน
8. การลงทุนประกอบธุรกจิ
กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ครูกลา่ วถึงการลงทนุ คือ การใช้สอยทรัพยากรในลักษณะต่างๆ โดยหวังจะได้รับผลตอบแทนกลับมา
มากกวา่ ท่ลี งไปในอตั ราที่พอใจภายใตค้ วามเสีย่ งทเ่ี หมาะสม โดยทั่วไปหมายถงึ การใช้เงินลงทนุ
2 .ผเู้ รยี นยกตัวอยา่ งการลงทนุ เช่น การลงทนุ ในตลาดหลกั ทรัพย์ การลงทนุ ในบ้านและท่ีดิน การลงทุน
ทองคาํ ฯลฯ ซ่งึ การลงทนุ กม็ ีความเสย่ี งยิ่งเสีย่ งมากยงิ่ ได้ผลตอบแทนมาก ยิง่ เสยี งนอ้ ยยงิ่ ได้ผลตอบแทนน้อย
ข้ันสอน
3. ครสู อนโดยใชร้ ปู แบบการเรียนแบบ TAI (Team Assisted Individualization) เพอ่ื เน้นการเรียนแต่
และบคุ คล ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจและนาํ ทกั ษะการเรยี นร้ไู ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ความหมายและลกั ษณะ
การลงทนุ
4. ครูอธบิ ายการลงทุน และเชอื่ มโยงความสมั พันธ์ระหว่างกนั เพื่อให้ผเู้ รียนเขา้ ใจใหม้ ากขนึ้
5. ครบู อกลักษณะของการลงทนุ โดยท่ัวไปรายได้ท่บี คุ คลจะไดร้ ับจะแบ่งออกเปน็ 2 ดา้ น คือ เพอ่ื ใช้จา่ ย
ในชวี ิตประจําวนั และเก็บไวเ้ ปน็ เงนิ ออมสําหรบั ใช้จ่ายในอนาคต การท่จี ะให้เงนิ ออมท่สี ะสมไวม้ มี ูลคา่ เพิ่มมาก
ข้นึ กวา่ เดมิ และกอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุดแกผ่ ู้ออม ก็คอื ผ้อู อมต้องรจู้ ัก “การลงทนุ (Investments)” การ
ลงทนุ เปน็ การนําเอาทรพั ยส์ ินทีบ่ ุคคลมอี ยูไ่ ปดําเนนิ การในทางทีก่ ่อให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะใหผ้ ลตอบแทน
กลบั คนื มาในชว่ งเวลานนั้ ซ่ึงการลงทุนแบ่งไดเ้ ป็น 2 ลกั ษณะ คอื
1) การลงทนุ ในสินทรัพยท์ ่ีมีตัวตน (Tangible Investment)
2) การลงทุนในสินทรพั ยท์ ไี่ ม่มีตัวตน (Intangible Investments)
37
5. ครูอธบิ ายการลงทนุ ทางการเงิน ซ่ึงเป็นการลงทนุ ทางการเงนิ (Financial Investments) หมายถงึ
การทผ่ี ลู้ งทนุ นาํ เงินทีม่ อี ยไู่ ปซอ้ื หลักทรพั ย์ต่างๆ ซง่ึ ก่อให้เกิดรายได้กับผู้ลงทุน โดยจะทาํ ผ่านตลาดการเงิน มี
วตั ถุประสงค์เพือ่ จะไดร้ บั ผลตอบแทนในรูปดอกเบีย้ (Interest) เงินปนั ผล (Dividend) กําไรจากการซื้อขายหนุ้
(Capital Gain) และสิทธพิ ิเศษอ่นื ๆ
6. ผูเ้ รียนบอกแหลง่ ท่ีมาของการลงทนุ ซ่งึ การตัดสนิ ใจลงทนุ จาํ เป็นตอ้ งคน้ ควา้ หาขอ้ มลู เพอ่ื ศึกษาถึง
ความเปน็ ไปได้ แมว้ ่าผู้ลงทุนตัดสินใจไปแล้วก็ตาม การประเมนิ การลงทุนเป็นส่งิ สาํ คัญสําหรับผ้ลู งทนุ เพราะมี
ทางเลอื กให้ตัดสินใจหลายวิธสี ามารถหาขอ้ มลู การลงทุนได้ดงั นี้
6.1 แหล่งขอ้ มูลภายในกจิ การ เช่น งบการเงิน รายงานทางการเงนิ โครงการต่างๆ รวมท้ังการ
วิเคราะห์ขอ้ มูลทางการเงนิ เปน็ ต้น
6.2 การให้คาํ ปรึกษาดา้ นการลงทนุ จากหน่วยงานอื่น เช่น ปรกึ ษาผเู้ ชีย่ วชาญ การสัมมนา
เปน็ ตน้
6.3 หนว่ ยงานทีเ่ สนอบรกิ ารขา่ วสารทางการเงินและขอ้ มลู การลงทุน เชน่ ตลาดหลกั ทรพั ย์ฯ
เป็นต้น
6.4 ข้อมลู เกย่ี วกับการลงทนุ ทีเ่ สนอลงในสิ่งตพี มิ พต์ า่ งๆ เช่น หนงั สอื พมิ พ์ เปน็ ต้น
6.5 เอกสารและขอ้ มูลที่ไดจ้ ากนายหนา้ และตัวแทน เปน็ ตน้
7. ครอู ธบิ ายผลตอบแทนจากการลงทนุ โดยยกตวั อยา่ งประกอบพรอ้ มแสดงสอ่ื เพอื่ เช่ือมโยงให้ผ้เู รียนได้
เขา้ ใจง่ายยิ่งขึน้ การลงทนุ มคี วามสมั พันธ์กบั ผลตอบแทน (Returns) และความเสี่ยง (Risks) สาเหตุของการ
ลงทนุ เน่ืองจากคาดหวงั ว่าจะไดร้ บั ผลตอบแทนตามเงอ่ื นไขที่ตกลงกันไว้ แตบ่ างครัง้ ไมเ่ ปน็ ไปตามทคี่ าดหมาย
จึงต้องอยูภ่ ายใตค้ วามเสย่ี งที่อาจเกดิ ขึ้นได้ ผลตอบแทนจากการลงทุนมีหลายรปู แบบ ไดแ้ ก่
7.1. รายได้ตามปกติ (Current Income) ไดแ้ ก่ ดอกเบี้ย เงินปันผลในกรณีทบี่ คุ คลซ้อื พันธบตั รหรอื
ลงทุนในหุ้นต่างๆ ซงึ่ กําหนดเวลาก็จะได้รบั ดอกเบ้ยี หรือเงนิ ปนั ผลตามทีร่ ะบไุ ว้
7.2 กาํ ไรจากการซื้อขายหุน้ (Capital Gains) ในกรณหี ุ้นสามญั ท่บี ุคคลลงทุนซื้อไวม้ ีราคาสงู ขน้ึ เมอื่
ขายออกไปแล้วจะไดก้ ําไร
7.3 ค่าเชา่ (Rent) ในการลงทนุ ซอื้ ทรัพย์สิน เชน่ ทด่ี ิน บา้ น คอนโดมิเนียม ทอี่ ยอู่ าศยั อนื่ ๆ เมอ่ื นําไป
ใหผ้ ู้อ่นื เช่าก็จะมรี ายไดค้ ่าเช่า ซึ่งเป็นรายได้ทกี่ ลับคืนมาสูเ่ จ้าของ
7.4 ผลตอบแทนอนื่ ๆ (Others) เช่น ซอ้ื หุ้นสามัญจะมสี ทิ ธิออกเสยี งเลือกคณะกรรมการบรษิ ทั และถา้
ถอื ห้นุ ไวม้ ากจะมีโอกาสไดร้ บั เลอื กเปน็ ผบู้ รหิ ารซ่ึงสามารถกําหนดนโยบายบรษิ ทั ได้ หรอื สิทธใิ นการซ้อื ขายห้นุ
ใหมใ่ นราคาพิเศษ เปน็ ตน้ ผลู้ งทุนควรนกึ ถงึ ผลตอบแทนที่จะไดร้ ับเป็นอตั รากีเ่ ปอร์เซน็ ตโ์ ดยคํานึงถึงอตั ราเงิน
เฟูอไว้ด้วย เพราะมผี ลกระทบต่อผลตอบแทนในการลงทุน ดังนนั้ ผลู้ งทุนควรใหค้ วามสนใจกบั อัตราตอบ
แทนทแ่ี ท้จรงิ (Real rate of return) มากกว่าอัตราผลตอบแทนปกติ (Nominal rate of return) เชน่ การ
ลงทนุ เสนอให้ผลตอบแทน (Nominal rate of return) 10% ซ่ึงคาดคะเนวา่ อตั ราเงินเฟอู จะเกดิ ข้ึนปีละ 6%
ดงั นั้นผลตอบแทนแท้จรงิ ทไ่ี ด้รับจะเปน็ 4% เทา่ นน้ั
8. ครอู ธิบายหลกั การลงทนุ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเส่ียงนอ้ ยที่สดุ กค็ วรจะมีหลกั ในการลงทุน ดังนี้
1) ความปลอดภยั ของเงินลงทุน
2) เสถียรภาพของรายได้
3) ความเจรญิ เติบโตของเงินลงทนุ
4) ความคล่องตวั ในการซ้อื ขาย
5) การกระจายเงนิ ลงทุน
6) หลกั เกี่ยวกับภาษี
9. ครอู ธบิ ายและผู้เรียนยกตัวอยา่ งการลงทุนโดยฝากเงนิ กับธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์ หมายถงึ
การประกอบธุรกจิ ประเภทรับฝากเงินทต่ี ้องจา่ ยคืนเมอ่ื ทวงถาม หรือเม่ือส้ินระยะเวลาอันไดก้ าํ หนดไว้ และใช้
ประโยชนจ์ ากเงนิ นัน้ เช่น การใหก้ ู้ยืม ซ้อื ขายหรือเก็บเงินตามต๋ัวหรอื ตราสารเปล่ยี นมืออืน่ ใด ซือ้ หรอื ขาย
เงินตราต่างประเทศ ท้ังนจ้ี ะประกอบธรุ กิจประเภทอน่ื ๆ อนั เปน็ ประเพณีของธนาคารพาณชิ ยด์ ว้ ยก็ได้ สําหรับ
ธนาคารพาณชิ ยเ์ ปน็ ธนาคารทไี่ ด้รับอนญุ าตให้ประกอบการธนาคารพาณชิ ย์ รวมถงึ สาขาของธนาคาร
ตา่ งประเทศท่ไี ด้รับอนญุ าตให้ประกอบการธนาคารพาณชิ ยด์ ้วยการฝากเงนิ เปน็ การลงทนุ ทีมี่ความเสย่ี งตา่ํ
เพราะมรี ฐั บาลรบั ประกัน หากรฐั บาลไม่รับประกันเงนิ ฝากความเสยี่ งก็จะมากขึ้น ท้ังนีข้ ้ึนอย่กู บั การเลือกวา่ จะ
ฝากเงนิ กบั ธนาคารใด
10. ผู้เรยี นบอกหน้าทีข่ องธนาคารพาณิชย์มีหนา้ ที่ให้บริการดา้ นการเงนิ ต่างๆ ดงั นี้
1) การรบั ฝากเงนิ อาจจะแบ่งการรับฝากเงนิ ของธนาคารพาณชิ ย์ไดด้ ังนี้
1.1 เงนิ ฝากกระแสรายวนั (Current Account หรอื Ahecking Account) หรอื เงินฝากเผ่อื เรยี ก
(Demand Deposit)
1.2 เงนิ ฝากออมทรพั ย์ (Savings Deposit)
1.3 เงนิ ฝากประจาํ (Time Deposit)
2) การใหก้ ยู้ ืม อาจแบ่งได้ 3 ลักษณะ
2.1 การใหก้ ูย้ มื โดยตรง (Loan)
2.2 การใหเ้ บิกเงนิ เกินบญั ชี หรอื O.D. (Overdraft)
2.3 การซอ้ื ลดต๋ัวเงนิ (Discounting Bill)
3) การโอนเงิน มหี ลายลกั ษณะ ได้แก่ การโอนเงนิ ภายในทอ้ งถน่ิ เดียวกนั และการโอนเงนิ จากทอ้ งถ่นิ
หนึ่งมายังอีกท้องถน่ิ หน่ึง หรือการโอนเงินจากประเทศหนงึ่ มายังอกี ประเทศหน่งึ ไม่ว่าจะเปน็ การโอนไปเพ่อื
ตัวเองหรอื โอนไปให้บุคคลอ่นื กต็ าม ธนาคารสามารถให้บริการได้หลายรปู แบบด้วยกนั เชน่ แบบธรรมดา เป็น
การโอนผ่านดว้ ยเชค็ หรอื ดราฟต์ธนาคาร และการโอนเงนิ แบบเรว็ ทันใจเป็นการโอนเงนิ ทางโทรศัพท์ทางไกล
และการโอนโดยผ่านศูนยค์ อมพิวเตอร์แบบออนไลน์
4) การเรยี กเก็บเงนิ เปน็ หนา้ ที่เกย่ี วเนื่องกับการโอนเงนิ ธนาคารจะเรียกเก็บเงินตามเช็ค ตั๋วเงินหรอื
ดราฟต์ท่ีครบกําหนด ซ่งึ เปน็ การอาํ นวยความสะดวกให้แกล่ ูกค้าเพือ่ ทีล่ กู ค้าจะไดไ้ ม่ตอ้ งเสยี เวลาไปเก็บเงินด้วย
ตนเอง เพราะธนาคารส่วนมากมตี ัวแทนหรอื สาขาอยู่ในจังหวัดตา่ งๆ รวมทง้ั ในต่างประเทศด้วย ทําใหส้ ามารถ
เรียกเกบ็ เงินได้โดยสะดวกรวดเรว็ และประหยดั
5) การให้เชา่ ต้นู ริ ภยั ปกตธิ นาคารจะมีหอ้ งมั่นคงไว้ เพ่อื เกบ็ รกั ษาของมคี ่าของธนาคาร และเพื่อให้
ลูกค้าเชา่ สําหรับเก็บของมีคา่ หรือของสําคญั ๆ โดยลูกค้าสามารถทาํ สญั ญาเช่าตู้นริ ภัยเพ่ือเกบ็ ทรพั ย์สนิ อันมคี า่
เช่น เครื่องเพชร ทองรปู พรรณ โฉนด สัญญาตา่ งๆ
6) การซอ้ื ขายเงนิ ตราตา่ งประเทศ หมายถงึ การท่ธี นาคารทาํ หน้าทซี่ ื้อขายแลกเปลยี่ นเงินตรา
ตา่ งประเทศ เมื่อประชาชนตอ้ งการเงนิ ตราต่างประเทศก็ซอื้ ได้จากธนาคารพาณิชยต์ ามเงื่อนไขทรี่ ะบุไว้ ถา้ ผ้ใู ด
ต้องการขายเงินตราต่างประเทศที่ตนมใี นครอบครอง กส็ ามารถนําไปขายให้แก่ธนาคารพาณชิ ยไ์ ด้
7) การบริการอื่นๆ ธนาคารพาณชิ ยย์ งั ให้บริการอนื่ ๆ แกล่ กู คา้ อกี เชน่ บรกิ ารบตั รเครดติ บริการ
หนงั สอื ค้าํ ประกัน บริการใหค้ าํ ปรกึ ษาด้านธรุ กจิ และการลงทุน บริการรบั ชาํ ระคา่ สาธารณูปโภค เป็นต้
11. ครอู ธบิ ายการลงทุนโดยทําประกันชวี ติ และยกตัวอย่างประกอบ โดยการประกนั ชวี ติ เป็นสัญญา
ระหวา่ งผู้ใหป้ ระกนั ซง่ึ มกั เปน็ บริษัทประกันชวี ิตกบั ผู้เอาประกันโดยผู้เอาประกันต้องจ่ายเบ้ยี ประกนั ให้ผ้รู ับ
ประกนั หากผู้เอาประกนั เกดิ เสยี ชีวติ ขณะทีก่ รมธรรม์มผี ลบังคบั ภายในเงอื่ นไขในกรมธรรม์ บรษิ ัทประกนั จะ
จา่ ยเงินจํานวนหนึ่งให้กับผ้รู ับผลประโยชนเ์ รยี กว่าเงินสินไหมการประกนั ชวี ติ เป็นการลงทนุ อยา่ งหนง่ึ ทผี่ ู้ลงทนุ
39
จะต้องสง่ เบีย้ ประกัน ให้กับบรษิ ัทประกนั ชีวิตตามสัญญาหรอื เง่ือนไขท่ีตกลงกนั ไว้ ผู้ลงทนุ หรอื ผ้เู อาประกนั
สามารถเลอื กรปู แบบท่ใี ห้ความคมุ้ ครองหรอื ความม่นั คงใหก้ บั ตนเองมากทส่ี ุด
12. ผูเ้ รยี นบอกชนิดของการประกันชวี ิตแบบพืน้ ฐาน
1) ประกนั ชีวติ แบบช่วงระยะเวลา (Term)
2) ประกนั ชีวติ แบบออมทรัพย์ (Endowment)
3) ประกนั ชีวติ แบบตลอดชพี (Who Life)
4) ประกันชวี ติ แบบบาํ นาญ (Annuity)
41
5) ประกันชวี ิตควบการลงทุน (Unit Linked)
15.ครูอธิบายการลงทนุ ในกองทุน โดยใชส้ ือ่ ประกอบเรอ่ื งดังตอ่ ไปน้ี
1) กองทนุ รวม (Mutual Fund หรือ Unit Trust)
2.) กองทนุ เพื่อการเลี้ยงชีพ
16. ครอู ธบิ ายการลงทนุ ประกอบธรุ กจิ ซง่ึ หมายถึง การนําเงินมาลงทนุ เพอ่ื ประกอบการใหเ้ กิดผลผลติ
เปน็ สินคา้ หรือบรกิ ารและอยภู่ ายใตข้ อบเขตของกฎหมาย ผทู้ ล่ี งทุนก็จะได้รับรายไดค้ อื กําไรจากการขายสินคา้
หรอื บริการ
17. ครูและผู้เรียนแสดงความสมั พนั ธข์ องรปู แบบการประกอบธรุ กิจอาจดาํ เนินการได้หลายรูปแบบ โดย
บุคคลคนเดียวหรือดําเนนิ การโดยรว่ มลงทุนกบั บคุ คลอืน่ เปน็ กลุม่ คณะกไ็ ด้ การทจ่ี ะตัดสินใจเลอื กดาํ เนินธรุ กจิ
การคา้ ในรปู แบบใดนัน้ ผปู้ ระกอบการต้องคํานงึ ถึงองคป์ ระกอบหลายประการ เชน่ ลกั ษณะกิจการค้า เงนิ ทุน
ความรู้ความสามารถในการดาํ เนนิ ธุรกิจ เปน็ ตน้ เพื่อให้การประกอบธรุ กิจนนั้ ประสบผลสําเรจ็ นํามาซง่ึ
ผลประโยชน์และกาํ ไรสูงสุด
1) ธรุ กจิ เจ้าของคนเดียว
2) ห้างหนุ้ สว่ น
3) บรษิ ทั จํากัด
18. ผเู้ รยี นกําหนดเปูาหมายการลงทุนตามแบบฟอรม์ ที่ครูกําหนดให้
19. ผูเ้ รียนอา่ นกรณศี กึ ษาเกี่ยวกบั การลงทุนที่ครูกําหนดใหแ้ ล้วแสดงความคดิ เหน็
20. ให้ผเู้ รยี นวางแผนการลงทุนประกอบธุรกิจของตนเองในอนาคตเม่ือจบการศกึ ษาแลว้ วา่ ควรปฏิบัติ
อยา่ งไร
21. ผเู้ รียนวางแผนการลงทนุ ของครอบครวั ในอนาคตด้วยเศรษฐกิจพอเพยี ง และกําหนดเปาู หมายให้
ชดั เจนวา่ จะทําอย่างไร
22. ถ้าผเู้ รยี นลงทุนไปก็ตอ้ งคาดหวังไวว้ า่ จะไดร้ ับผลตอบแทนกลบั คนื มาตามจํานวนท่ีอาจกาํ หนดไว้ แต่
บางครั้งก็ไม่เป็นไปตามทก่ี ําหนดไว้ เนือ่ งจากความเสีย่ งตา่ งๆ อาจเกดิ ข้ึนได้ ดังน้ันควรจะปฏิบตั ิอยา่ งไร
เกยี่ วกบั การลงทุน เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลตอบแทนตามเปาู หมาย ท่ามกลางความเสี่ยงต่างๆ ในปัจจุบัน
23. ผูเ้ รียนคน้ ควา้ หากองทุนรวมประเภทต่างๆ จากแหล่งความรู้ เชน่ ตลาดหลักทรัพยแ์ ห่งประเทศไทย
นติ ยสารการเงนิ หนงั สอื พมิ พ์ หรือแหล่งความรูอ้ ื่นๆ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง และสามารถอ้างองิ ได้
ข้ันสรปุ และการประยุกต์
24. สรุปการลงทุน โดยการถาม-ตอบและนําไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาํ วนั ได้ และประเมินผ้เู รยี นตาม
แบบฟอร์มดงั ตอ่ ไปนี้
ช่อื ผูเ้ รยี น ประสบการณพ์ ืน้ ฐานการเรียนรู้ วิธีการเรยี นรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
5.
43
สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น วิชาธุรกจิ และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ
2. รูปภาพ
3. กิจกรรมการเรียนการสอน
4. สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์, PowerPoint
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
หลักฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายชอ่ื
3. แผนจดั การเรยี นรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกล่มุ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น
ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีช่องปรับปรุง
2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขนึ้ ไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรมู้ เี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อย่กู บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ครแู นะนําให้ผู้เรียนอา่ นทบทวนเน้ือหา และทํากจิ กรรมใบงาน
ใบงานท่ี 3.1
เรอ่ื ง เปา้ หมายการลงทนุ
ช่ือ-สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาช้แี จง จงเติมขอ้ มลู ตวั เลขลงในชอ่ งขา้ งลา่ งทก่ี าํ หนดให้ตามคําสง่ั ให้สมบูรณ์
เป้าหมายการลงทนุ : เพ่ือสะสมเงินให้ไดเ้ งนิ 800,000 บาท ภายในเวลา 20 ปี เพ่อื เปน็ คา่ ใช้จ่ายการศกึ ษา
ของบุตรและต้องการผลตอบแทนจากการลงทนุ 10% (20 ปี, 10% = 6.728 จากตารางหาค่าเงินในอนาคต
A-1 และตาราง A-2=57.275)
1.เปาู หมายการลงทนุ (ดูโจทย)์ ..................................บาท
2.ผลตอบแทนจากการลงทุน .....................................%
3.ระยะเวลา...ปี ตามทกี่ ําหนดและผลตอบแทนจากการลงทุน ........................................
ถวั เฉลี่ยที่คาดไว.้ ....%
4. ลงทนุ ตามทีต่ อ้ งการ หาร ........................................
5. ถ้าจํานวนเงนิ เรมิ่ แรกท่ลี งทุนเป็น 40,000 บาท 40,000 บาท
6. ระยะเวลา 20 ปี ตามที่กาํ หนดและผลตอบแทนจากเงินลงทนุ .……………………………
ถวั เฉล่ยี ตามท่ีคาดไว้ 10% (A-1)
7. มลู ค่าสดุ ทา้ ยในอนาคต 20 ปี ของเงนิ ลงทนุ เรม่ิ แรกX .........................................
8.จาํ นวนเงนิ ทุนท่ไี ด้จากแผนการลงทนุ -
9. ระยะเวลา 20 ปี ตามทก่ี าํ หนดและผลตอบแทนจากเงินลงทุน ……………………………
ถวั เฉล่ียตามทค่ี าดไว้ 10% (A-2)
10.เงนิ ลงทนุ ทุก ๆ ปี หาร ..................................บาท
หมายเหตุ.- ตาราง A-1 และ A-2 นาํ มาบางสว่ นในการคาํ นวณเทา่ นั้น
45
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ลงชื่อ..........................................................ครผู ู้สอน
(นางสาวฐิติพรรณ สิงหจ์ ันลา)
แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบรู ณาการที่ 4 หนว่ ยท่ี 4
รหสั วชิ า 20001-1003 ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ สอนครงั้ ที่ 4 (10-12)
ช่อื หน่วย/เรอื่ ง ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ
จานวน 3 ช.ม.
แนวคิด
การประกอบธุรกิจใด ๆ กต็ ามต้องมีจดุ มงุ่ หมายด้วยกนั ทั้งนน้ั ธรุ กจิ จึงมคี วามสาํ คัญตอ่ การดําเนนิ ชีวติ
มาก เพราะเปน็ ที่ผลิตสินค้าหรอื บรกิ ารทีเ่ ปน็ ปจั จัยพน้ื ฐานในการดาํ เนินชวี ิต และผลิตสงิ่ อํานวยความสะดวก
อกี ดว้ ย การผลติ ของธุรกจิ ถือเปน็ การพฒั นาคุณภาพชีวติ มนษุ ย์ และมีผลตอ่ ระบบเศรษฐกจิ ของประเทศ
ผู้ประกอบการเปน็ ผทู้ ่ีคิดริเรม่ิ จดั ต้งั ธรุ กิจขนึ้ มาเป็นของตนเอง มกี ารวางแผนการดําเนนิ งาน และดาํ เนนิ
ธุรกิจดว้ ยตนเอง โดยมองเหน็ โอกาสทางธรุ กิจ และยอมรบั ความเส่ียงท่อี าจเกดิ ขน้ึ ได้ เพ่อื หวังผลกําไรทเี่ กดิ
จากผลการดาํ เนินงานธรุ กจิ ดังนนั้ ผ้ปู ระกอบการจงึ ต้องศึกษาหาความรเู้ พิม่ เติมเกี่ยวกบั การเปน็ ผู้ประกอบการ
เพมิ่ เติม เพอ่ื ให้ธุรกจิ ดําเนินไปตามจุดมุง่ หมายที่ตนเองได้กาํ หนดไว้
ผลการเรยี รทู้ ี่คาดหวงั
1. อธิบายความหมายและความสําคัญของธุรกจิ ได้
2. บอกวัตถุประสงค์และประโยชนใ์ นการประกอบธรุ กจิ ได้
3. บอกปจั จยั ในการประกอบธรุ กจิ ได้
4. อธบิ ายโครงสร้างระบบธุรกจิ ได้
5. บอกประเภทธุรกิจ และรปู แบบการดําเนินธรุ กจิ ได้
6. มีการพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคข์ องผูส้ าํ เรจ็ การศึกษา
สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครูสามารถสงั เกตได้ขณะทาํ การสอนในเรอ่ื ง
1. ความมีวนิ ัย
2. ความซอ่ื สัตย์สุจรติ
3. ความเช่อื ม่นั ในตนเอง
4. ความสนใจใฝุรู้
5. การละเวน้ สงิ่ เสพติดและการพนนั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลักการวางแผนเปาู หมายชีวิตด้วยวงจรควบคมุ คณุ ภาพ ธรุ กิจและการเป็น
ผู้ประกอบการ หลักการจัดการทางการเงิน หลักการบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลิตเบอื้ งต้นและกฎหมาย
ท่ีเกีย่ วข้อง
2. จัดทาํ แผนธุรกิจอยา่ งง่าย
3. ประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
4. ประยุกตใ์ ช้หลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพมิ่ ผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
สาระการเรนี รู้
1. ความหมายและความสําคญั ของธุรกิจ
2. วัตถุประสงค์และประโยชนใ์ นการประกอบธุรกิจ
3. ปจั จัยในการประกอบธรุ กจิ
4. โครงสร้างระบบธรุ กจิ
5. ประเภทธุรกจิ และรปู แบบการดาํ เนนิ ธุรกจิ
47
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูและผู้เรียนสนทนากันวา่ ธรุ กิจ (Business) เป็นกจิ กรรมต่าง ๆ ท่กี อ่ ให้เกดิ การผลิตสนิ คา้ และ
บรกิ ารโดยมกี ารซอื้ ขายแลกเปลี่ยนกนั และมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่ือต้องการประโยชน์ หรือกาํ ไรจากการกระทาํ
กจิ กรรมนัน้
2. ครูเลา่ เรื่องผูป้ ระกอบการท่ีประสบความสาํ เรจ็ ในการประกอบอาชพี ในลักษณะตา่ ง ๆ และให้
ผูเ้ รยี นแสดงความคิดเหน็ เพื่อเช่ือมโยงเขา้ สู่เนอ้ื หา
3. ครูแสดงรูปภาพเก่ียวกับธรุ กิจ
ขั้นสอน
3. ครูผูส้ อนใช้เทคนคิ โดยการอธิบายความหมายและความสาํ คญั ของธรุ กิจ พรอ้ มแสดงรูปภาพประกอบ
เพอื่ สือ่ ความรู้ ความเข้าใจ และสามารถฝึกทักษะการเรยี นรใู้ นเร่อื งตอ่ ไปน้ไี ปใชป้ ระโยชน์ได้ โดยความต้องการ
ขัน้ พ้นื ฐานของ Maslow’s Hierarchy of Needs
4. ครแู ละผูเ้ รียนอธิบายวัตถุประสงค์และประโยชนใ์ นการประกอบธุรกจิ พร้อมใชส้ ่ือ Power Point
ประกอบการเรียน โดยการประกอบธุรกจิ ตา่ ง ๆ ไมว่ ่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดกต็ าม สิ่งที่ผู้ประกอบธุรกจิ
ต้องการ คอื กําไรและยังมสี ิ่งอนื่ อกี ท่ธี ุรกิจจะต้องคาํ นงึ ถงึ เชน่ ความรับผิดชอบตอ่ ผ้บู ริโภค ความรับผิดชอบตอ่
สังคม ความรบั ผดิ ชอบต่อลูกจา้ งพนกั งาน ฯลฯ
5. ครแู ละผเู้ รียนรว่ มกนั อธิบายปัจจัยในการประกอบธรุ กิจ โดยใช้สอ่ื Power Point ประกอบการเรียน
6. ครูและผู้เรียนใช้สอื่ Power Point ประกอบเพื่อเรียนเรื่องโครงสรา้ งระบบธุรกิจ โดยการจดั การ
ธรุ กิจเพือ่ ใชป้ ัจจยั การผลิตตา่ งๆ ผลติ สินคา้ และบริการเพ่ือท่ีจะจดั จําหน่ายให้กับผู้บริโภคทเ่ี ปน็ เปาู หมายจะได้
รายได้ เขา้ มาในองค์การธุรกจิ ธุรกจิ จะทาํ รายไดน้ ้ันมาจัดสรรใหก้ บั เจ้าของปจั จัยการผลติ ตา่ ง ๆ และอกี ส่วน
หนึ่งจะนาํ ไปลงทนุ ตอ่ เพอ่ื การขยายกิจการภายใต้สงิ่ แวดล้อมภายในและภายนอกองคก์ ร ซง่ึ จะครบวงจรของ
ธุรกิจอย่างง่าย ๆ
เพอื่ นำไป รำยได้ จดั สรร
จำหนำ่ ย Income รำยได้
(กำรตลำด
วธิ กี ำร) สงิ่ แวดล้อมภายใน (Internal Environment)
สง่ิ แวดลอ้ มภายนอก (External Environment)
7. ครูและผเู้ รยี นรว่ มกันอธบิ ายประเภทธรุ กิจ และรปู แบบการดําเนนิ ธรุ กิจ โดยใช้ส่อื Power Point
และรปู ภาพประกอบ โดยการแบ่งประเภทของธรุ กิจแบ่งได้หลายลักษณะ เชน่ แบง่ ตามลักษณะการดาํ เนนิ งาน
แบง่ ตามลกั ษณะความเป็นเจา้ ของ แบง่ ตามลักษณะของการประกอบการ หรือแบ่งตามลกั ษณะการจัด
จาํ หนา่ ย ฯลฯ ซ่งึ แต่ละประเภทตา่ งก็มแี นวคิดเห็นทแ่ี ตกตา่ งกันออกไป
49
ขั้นสรุปและการประยกุ ต์
8. สรปุ ธรุ กิจและการเป็นผ้ปู ระกอบการ โดยทํากิจกรรมฝกึ ทกั ษะเพอ่ื การเรยี นรู้ และทํากจิ กรรมใบงาน
12. ผเู้ รยี นรว่ มกนั ประเมินโดยพิจารณาจากข้อมูลความรู้ การให้เหตุผล และความพรอ้ มในการอภิปราย
ช่อื ผเู้ รยี น ประสบการณพ์ นื้ ฐานการเรียนรู้ วธิ กี ารเรียนรู้
ความรู้ ทักษะ ผลงาน
1.
2.
3.
4.
ส่อื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน วิชาธรุ กิจและการเป็นผู้ประกอบการ
2. รูปภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. สื่ออเิ ล็กทรอนิกส,์ PowerPoint
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
หลกั ฐาน
1. บันทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายชอ่ื
3. แผนจดั การเรยี นรู้
4. การตรวจประเมินผลงาน
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เคร่อื งมือวัดผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผู้เรยี น)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรียน
ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรับปรุง
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ ่าน คือ 50%
5. แบบประเมินผลการเรยี นรมู้ เี กณฑ์ผา่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึน้ อยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูแนะนําให้ฝึกปฏบิ ตั ทิ ํากจิ กรรมใบงาน และอา่ นทบทวนเนือ้ หา