The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ปวช. PDF

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tha9864, 2021-05-21 05:10:49

แผนธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ปวช. PDF

แผนธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ ปวช. PDF

51

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรุปหลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................................ครูผู้สอน
(นางสาวฐิตพิ รรณ สงิ ห์จนั ลา)

แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการที่ 5 หน่วยท่ี 4
วชิ ารหสั 20001-1003 ธุรกิจและการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ สอนครง้ั ท่ี 5 (13-15)
ช่ือหนว่ ย/เร่ือง ธรุ กจิ และการเป็นผู้ประกอบการ
จานวน 3 ช.ม.

แนวคดิ
การประกอบธุรกิจใด ๆ ก็ตามต้องมีจุดมุ่งหมายด้วยกันท้ังน้ัน ธุรกิจจึงมีความสําคัญต่อการดําเนินชีวิต

มาก เพราะเปน็ ทผ่ี ลติ สินคา้ หรอื บรกิ ารท่ีเป็นปัจจัยพ้ืนฐานในการดําเนินชีวิต และผลิตสิ่งอํานวยความสะดวก
อีกดว้ ย การผลติ ของธรุ กจิ ถือเปน็ การพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ มนุษย์ และมผี ลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ผู้ประกอบการเป็นผู้ที่คดิ ริเรม่ิ จดั ตงั้ ธรุ กิจขึ้นมาเป็นของตนเอง มกี ารวางแผนการดําเนินงาน และดําเนิน
ธุรกิจด้วยตนเอง โดยมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ และยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ เพ่ือหวังผลกําไรท่ีเกิด
จากผลการดาํ เนนิ งานธุรกจิ ดังน้นั ผู้ประกอบการจงึ ตอ้ งศึกษาหาความรูเ้ พมิ่ เตมิ เกยี่ วกับการเป็นผู้ประกอบการ
เพ่มิ เติม เพ่ือใหธ้ รุ กจิ ดําเนนิ ไปตามจุดมงุ่ หมายที่ตนเองได้กาํ หนดไว้

ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวัง
1..อธิบายความหมายของผู้ประกอบการได้
2. อธบิ ายคุณลักษณะพ้นื ฐานของผปู้ ระกอบการได้
3. บอกแนวทางในการเปน็ ผู้ประกอบการได้
4. วเิ คราะห์การเป็นผูป้ ระกอบการได้
5. บอกแนวทางการหารายไดจ้ ากการเป็นผู้ประกอบการได้
6. บอกหน้าท่ีของผปู้ ระกอบการในการดาํ เนินธรุ กจิ ได้
7. .มีการพฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้สาํ เรจ็

การศกึ ษา สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทีค่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทาํ การสอนในเรอื่ ง
1 ความมีวินยั
2 ความซ่ือสตั ย์สุจรติ
3 ความเชือ่ ม่นั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ สิ่งเสพตดิ และการพนนั

สมรรถนะรายวิชา
1 .แสดงความรู้เกย่ี วกบั หลกั การวางแผนเปาู หมายชวี ติ ดว้ ยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธุรกจิ และการเปน็

ผปู้ ระกอบการ หลักการจัดการทางการเงิน หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพ่ิมผลผลิตเบอ้ื งต้นและกฎหมาย
ทเ่ี ก่ียวขอ้ ง

2. จดั ทําแผนธุรกิจอยา่ งง่าย
3. ประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
4. ประยุกตใ์ ช้หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพ่ิมผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน

53

สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของผปู้ ระกอบการ
2. คุณลักษณะพน้ื ฐานของผ้ปู ระกอบการ
3. แนวทางในการเป็นผปู้ ระกอบการ
4. การวเิ คราะห์การเป็นผูป้ ระกอบการ
5. แนวทางการหารายได้จากการเปน็ ผู้ประกอบการ
6. .หนา้ ทขี่ องผู้ประกอบการในการดาํ เนินธุรกจิ

กิจกรรมการเรียนรู้

ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ครูผู้สอนชี้แจงให้ผู้เรียนทุกคนเห็นว่าในทางเศรษฐศาสตร์ให้ความหมายของผู้ประกอบการว่า
หมายถึงบุคคลที่สามารถนําปัจจัยการผลิตต่างๆ มาดําเนินการผลิตสินค้าหรือบริการให้มีประสิทธิภาพท่ีสุด
โดยอาศัยหลักการบริหารท่ีดีการตัดสินใจจากข้อมูลหรือจากเกณฑ์มาตรฐานอย่างรอบคอบ รวมถึงความ
รับผิดชอบ ผลตอบแทน คือ กําไร (Profit) โดยผู้ประกอบการถือเป็นส่วนหน่ึงของปัจจัยการผลิต (ที่ดิน ทุน
แรงงาน และผู้ประกอบการ)
2. ครูเล่าเร่อื งผู้ประกอบการทปี่ ระสบความสําเรจ็ ในการประกอบอาชพี ในลกั ษณะตา่ ง ๆ และให้ผ้เู รียน
แสดงความคิดเหน็ เพื่อเช่อื มโยงเขา้ สูเ่ น้ือหา
3. ครูอภปิ รายให้ผูเ้ รยี นเข้าใจการเป็นผปู้ ระกอบการในกจิ การใดกจิ การหนงึ่ เป็นสิ่งท่ีทุกคนมองว่าเปน็
เรื่องยากตอ่ การเรมิ่ ตน้ เพราะไม่ทราบว่าจะเร่มิ ต้นจากตรงจดุ ใดกอ่ น แล้วทาํ อย่างไรต่อไป จึงจะทาํ ให้กิจการ
ของตนเองประสบความสาํ เรจ็ ไดใ้ นที่สุด ดังนั้น แนวทางเริ่มต้นเป็นผูป้ ระกอบการ
4. ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ ว่าการหารายไดจ้ ากการเปน็ ผูป้ ระกอบการ จะทําให้ทราบและเขา้ ใจถึงขอ้ มลู ท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั การประกอบธุรกจิ ไมว่ า่ จะเป็นประเภทของกิจการ ลักษณะทีเ่ หมาะสมของการเป็นผู้ประกอบการ
การดําเนนิ งานในลักษณะของหุน้ สว่ นกจิ การ ตลอดจนรูจ้ ักวางแผนการจดั ตงั้ และดําเนนิ ธุรกจิ ด้วยตนเอง
นอกจากนี้ยังได้เรียนรเู้ รอื่ งต้นทนุ การผลิต กําไรและจุดค้มุ ทนุ ท้ังนีเ้ พื่อใหม้ คี วามรูค้ วามเข้าใจทาง
เศรษฐศาสตร์ของผู้ประกอบการให้มากข้นึ อกี ดว้ ย ผปู้ ระกอบการจงึ ควรจะเตรียมความพรอ้ มในการ
ประกอบการ โดยศกึ ษาขอ้ มูลเก่ยี วกับการประกอบธรุ กจิ
ขั้นสอน
5. ครูผู้สอนใช้เทคนิคโดยการอธบิ ายความหมายของผู้ประกอบการ พรอ้ มนาํ ตัวอยา่ งทฤษฎกี ารขาย
ประกอบ เพือ่ สอื่ ความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถฝึกทกั ษะการเรียนร้ใู นเรอ่ื งต่อไปน้ไี ปใชป้ ระโยชน์ได้ โดย
ผู้ประกอบการ (Entrepreneur) หมายถึง เจ้าของกิจการ หรือผู้ท่ีคิดริเริ่มจัดต้ังธุรกิจขึ้นมาเป็นของตนเอง
มีการวางแผนการดําเนินงาน และดําเนินธุรกิจทุกด้านด้วยตนเอง โดยมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและยอมรับ
ความเส่ียงท่ีอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อมุ่งหวังผลกําไรท่ีเกิดจากผลการดําเนินงานของธุรกิจตนเอง ดังน้ัน
ผดู้ าํ เนินการผลิตจึงเรียกว่าผู้ประกอบการ เพราะทําหน้าท่ีตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจว่าจะ
ผลิตอะไรและผลติ เพ่ือใคร

5. ผ้เู รียนยกตัวอย่างผ้ปู ระกอบการ ดังนี้
6. ครูบอกคณุ ลักษณะพ้ืนฐานของผ้ปู ระกอบการ ดงั น้ี

55

7. ครเู ชื่อมโยงการเป็นผูป้ ระกอบการให้ผเู้ รียนได้เกิดการเรียนรู้ตามสื่อ PowerPoint ดงั นี้

8. ครแู นวทางในการเป็นผปู้ ระกอบการ โดยการเปน็ ผปู้ ระกอบการในกจิ การใดกิจการหนงึ่ เป็นส่ิงทีท่ ุก
คนมองวา่ เปน็ เรอื่ งยากตอ่ การเร่มิ ต้น เพราะไม่ทราบว่าจะเร่ิมต้นจากตรงจุดใดก่อน แลว้ ทําอย่างไรต่อไป จงึ จะ
ทําใหก้ ิจการของตนเองประสบความสาํ เร็จไดใ้ นที่สดุ ดังนน้ั แนวทางเร่มิ ต้นเปน็ ผปู้ ระกอบการ

9. ครูอธิบายการวเิ คราะห์การผู้ประกอบการ
ผ้ทู ่จี ะเปน็ ผู้ประกอบการได้นน้ั กอ่ นท่ีจะเรมิ่ ดําเนนิ การควรจะต้องทาํ การศึกษาดา้ นตา่ งๆ ดังน้ี

1) ศกึ ษาตนเอง (Self Study) เพ่ือใหร้ ู้จักตนเองวา่ มีความพรอ้ มท่ีจะกา้ วไปสู่ธรุ กจิ โดยมงุ่ หวงั การมี
กาํ ไร และสามารถท่ีจะดาํ เนนิ การไปได้ตลอดไปหรอื ไม่ จงึ ควรจะทําการศึกษาโดยเขยี นร่างเพื่อเปน็ แนวทางใน
การปรับปรงุ แก้ไขได้

2) ศึกษาธุรกจิ ทีจ่ ะดําเนนิ การ เพือ่ พจิ ารณาหาความเปน็ ไปไดว้ า่ จะดําเนินธรุ กจิ นัน้ ได้ตลอดไปหรือไม่
การแสวงหาโอกาสของธรุ กจิ เปน็ ตน้ ส่งิ ท่ตี ้องศึกษารายละเอยี ดของธรุ กิจ

3) การจัดทําแผนธรุ กจิ การจัดทําแผนธรุ กิจสาํ หรับการเริ่มตน้ ธรุ กิจใหม่ เปรยี บเสมือนการจาํ ลอง
สถานการณ์ของผ้ปู ระกอบการ เพ่อื ทบทวนแผนว่ามคี วามเป็นไปได้ ตามระยะเวลาทีว่ างแผนไว้หรอื ไมแ่ ละ
เปลีย่ นแปลงตามกําหนดเวลา ตลอดจนการนําไปสกู่ ารกําหนดนโยบายและแผนกลยทุ ธข์ ององค์กรไดห้ รอื ไม่

10. ครูและผู้เรียนแสดงวเิ คราะหก์ ารเปน็ ผ้ปู ระกอบการ โดยการวิเคราะห์ตนเองเพื่อเป็นผู้ประกอบการ
ซ่ึงมกั จะขาดแนวคิดและกลยทุ ธ์ในการวิเคราะห์ ถ้าไมม่ ีกลยทุ ธใ์ นการวเิ คราะห์ กจ็ ะไมส่ ามารถวิเคราะห์ตนเอง
ใหอ้ ยใู่ นกรอบได้ เนอื่ งจากขาดความคดิ ในการวิเคราะห์ตนเองในดา้ นลบ ทาํ ใหม้ องไม่เหน็ ถึงขอ้ เสยี ท่คี วร
ปรบั ปรุง และไมส่ ามารถพฒั นาตนเองได้ ดงั น้ัน จึงควรทาํ การวเิ คราะหเ์ พอ่ื กําหนดแนวคิดและวางแผน โดยใช้
กลยทุ ธ์ในการวิเคราะห์ท่เี รียกว่า SWOT Analysis หรือกลยุทธก์ ารประเมินสถานการณแ์ วดล้อม ดงั น้ี

แมว้ า่ การวิเคราะห์ SWOT จะเปน็ กลยทุ ธ์ที่ใช้ในการวเิ คราะห์จดุ แขง็ จุดอ่อน โอกาสและอปุ สรรคของ
แตล่ ะบคุ คล เพอื่ ปรับปรงุ ขอ้ บกพร่องของตนเองทม่ี อี ยใู่ หด้ ีข้นึ แต่สง่ิ ท่สี ําคญั ทีส่ ดุ กค็ ือความตงั้ ใจและความ
พยายามที่จะปฏิบตั ิตามเปูาหมายทีไ่ ด้วางไว้ให้สาํ เรจ็ ผ้วู ิเคราะห์อาจเพ่มิ เติมเร่อื งอื่นๆ ได้ตามสภาพความเปน็
จรงิ ทเี่ กิดขนึ้ แลใช้ SWOT Analysis ได้ท้งั กจิ การของตนเอง และค่แู ข่ง

11. ผู้เรยี นสาธติ ตัวอยา่ งการวเิ คราะหก์ ารเป็นผู้ประกอบการดงั นี้

12. ครูผูส้ อนใชเ้ ทคนคิ การอธบิ ายถงึ แนวทางการหารายไดจ้ ากการเป็นผู้ประกอบการ โดยการเริ่มต้น
ธุรกิจ หลงั จากตรวจสอบคุณสมบัติต่างๆ ท่ีผู้ประกอบการควรมแี ล้วกจ็ ะเริม่ ตน้ ทาํ ธุรกิจ โดยการเร่มิ ต้นธรุ กจิ
เป็นเร่ืองที่ต้องมกี ารเตรียมการอย่างละเอียดและรอบคอบเพ่ือใหเ้ กิดความพรอ้ มมากที่สดุ ซ่ึงข้นั ตอนท่ีจะชว่ ย
ให้การเร่ิมตน้ ธุรกจิ เปน็ ไปได้ง่ายข้นึ มดี ังนี้

ขั้นท่ี 1 เลอื กธรุ กจิ เลือกดําเนินธุรกจิ ท่ีเหมาะสม และมคี วามพรอ้ มเพียงพอ รวมถงึ การพจิ ารณา
ความเปน็ ไปไดใ้ นการดําเนนิ การ ท้ังด้านบุคลากร ด้านความถนัด โอกาสในตลาด ฯลฯ โดยทีธ่ รุ กจิ นน้ั อาจจะไม่
จาํ เปน็ จะต้องเปน็ ธุรกิจการคา้ อาจจะเปน็ ธุรกจิ บริการก็ได้

ขั้นท่ี 2 จัดสรรบทบาท แบง่ หน้าที่และความรบั ผดิ ชอบของแตล่ ะบคุ คลใหช้ ัดเจนเพ่ือให้ดําเนินงาน
สะดวก

57

ขัน้ ที่ 3 วางแผนการดําเนนิ การ กอ่ นท่ีจะสามารถวางแผนการดาํ เนนิ งานได้นนั้ ควรจะตอ้ งทราบขอ้ มูล
เหลา่ น้ีก่อน ได้แก่

1) ผลสํารวจตลาด ว่าใครเปน็ ผู้ซ้ือ ซอื้ อยา่ งไร ซ้ือท่ีไหน ราคาเท่าไร มผี ู้ซ้ือมากนอ้ ยแค่ไหน
ซ้อื มากเท่าใด

2) ขอ้ มลู คู่แขง่ ขนั คู่แขง่ สําคญั คอื ใคร จุดอ่อนจุดแข็งคืออะไร ใชว้ ิธีการขายอย่างไร
3) วิธจี ดั การกบั ต้นทุน
4) การดําเนนิ การด้านธรุ กรรมการเงิน
ข้ันที่ 4 การวางแผนธรุ กิจ ธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจเกดิ ใหมม่ กั จะตั้งความหวงั ไวอ้ ย่างสวยงาม แต่มักจะ
ไมม่ ีทางทําไดส้ ําเรจ็ ในกระบวนการวางแผนธรุ กิจพึงคํานึงถงึ ส่ิงสาํ คญั ต่อไปน้ี
1) เลอื กธรุ กิจท่ีมีเอกลักษณเ์ ฉพาะ ม่งุ เน้นความสนใจไปที่ธุรกิจทต่ี นเองมคี วามร้คู วามชํานาญ
เปน็ อย่างดี ไม่มีธุรกจิ ใดทจี่ ะสามารถแข่งขนั กบั ตนเองได้
2) ทาํ ในสิง่ ทีท่ าํ ได้ดีท่สี ุด ควรพิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อน และให้ความสาํ คญั กับสงิ่ ที่
ตนเองทําไดด้ ที ่ีสุด
3) ร้จู กั ความพอดี กําหนดวัตถุประสงคท์ างธุรกิจอยา่ งกว้างๆ เพยี ง 2-3 ขอ้ เพ่อื กาํ หนดทศิ
ทางการดาํ เนนิ งานของกจิ การ อย่างไรก็ตาม ควรจะวางเปูาหมายอย่างชัดเจนในการดําเนินงานในระยะ 1 ปี
และประเมินผลเปน็ ประจาํ ทกุ เดอื นเพ่ือสาํ รวจสภาพและฐานะทางธรุ กิจ
14. ครูบอกหนา้ ท่ขี องผู้ประกอบการในการดําเนินธุรกิจ โดยธุรกิจทุกประเภทมีหน้าท่ีในการตอบสนอง
ความตอ้ งการของผู้บริโภคในด้านตา่ งๆ เพื่อให้ผ้บู รโิ ภคไดร้ บั ความพอใจสูงสุด เกิดอรรถประโยชน์สงู สดุ
สามารถบําบัดความตอ้ งการของผ้บู ริโภคไดอ้ ย่างสมบูรณ์ ผูป้ ระกอบการควรมหี น้าที่รับผดิ ชอบในเร่ืองต่อไปนี้
1) การผลิต (Production)
2) การจดั หาเงินทนุ (Capital)
3) การจดั หาทรัพยากรบุคคล
4) การบริหารการตลาด
15. ผู้เรียนอ่านกรณศี กึ ษาท่ีครูกําหนด แลว้ สรุปสาระสําคัญของความเปน็ ผปู้ ระกอบการท่ีประสบ
ความสําเรจ็
16. ครูกาํ หนดรูปภาพให้ผเู้ รยี นพิจารณา แลว้ ใหแ้ สดงความคิดเหน็ วา่ ผู้ประกอบการควรนาํ คณุ ลักษณะ
พ้ืนฐานด้านใดมาใช้บา้ ง
17. ผ้เู รยี นเลอื กธรุ กจิ ที่ตนเองรกั และชอบมากทส่ี ุดมา 1 ประเภท โดยคาดว่าเมอื่ จบการศึกษาแล้ว
จะตอ้ งทาํ ให้ประสบความสําเร็จ แล้วใหว้ ิเคราะหต์ นเองเพ่ือเป็นผู้ประกอบการในธุรกจิ น้ัน
ขน้ั สรุปและการประยกุ ต์
18. สรปุ การเป็นผูป้ ระกอบการ โดยทํากิจกรรมฝึกทกั ษะเพื่อการเรียนรู้ และทาํ กจิ กรรมใบงาน
19. สรุปส่ิงจําเป็นทีช่ ว่ ยให้พนกั งานขายเขา้ พบอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพท่ีสามารถนาํ ไปประยกุ ตใ์ ช้ใน
ชีวติ ประจําวนั ได้
20. ประเมนิ ผูเ้ รียนตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปนี้

ชอ่ื ผเู้ รยี น ธรรมชาติของผู้เรียน วิธีการเรยี นรู้
ความสนใจ สติปญั ญา วฒุ ภิ าวะ
1.
2.
3.
4.
5.

ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น วชิ าธุริจและการเปน็ ผู้ประกอบการ
2. รูปภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. ส่อื อิเลก็ ทรอนิกส,์ สือ่ PowerPoint
5 .แบบประเมินผลการเรียนรู้

หลักฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายช่ือ
3. แผนจดั การเรยี นรู้
4. การตรวจประเมินผลงาน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ัดผล

1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยมและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

เครื่องมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียน

รว่ มกนั ประเมิน

59

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ข้นึ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกล่มุ คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คือ 50%
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้มีเกณฑผ์ า่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้นึ อยกู่ บั การ
ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.แนะนําให้ผู้เรียนฝกึ ทกั ษะโดยทาํ กจิ กรรมใบงาน
2.อา่ นทบทวนเนื้อหา

ใบงานที่ 4.1
เร่อื ง กรณศี กึ ษาร้านขนมปงั สงั ขยา

ชอื่ -สกุล............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชี้แจง อา่ นกรณศี ึกษาดงั ต่อไปนี้ แลว้ สรปุ สาระสาํ คัญของความเป็นผู้ประกอบการท่ปี ระสบความสาํ เรจ็

ร้านขนมปังเปน็ ธุรกจิ ทเี่ รม่ิ ต้นจากปาู เสริมสุขเปน็ ลูกจา้ งร้านขนมปังมากอ่ น 10 ปี ไดล้ าออกมาเปิด
รา้ นขายของตนเอง ตอนแรกใชร้ ถเขน็ ขายเพราะมที นุ ไมพ่ อ จึงเพิม่ สินค้าทีข่ ายใหม้ ากขน้ึ แตม่ ีปัญหาถกู เทศกิจ
จับหลายครัง้ จึงหาทําเลเปิดรา้ นขายแทนเมอ่ื ปี 2540 บรเิ วณข้างหา้ งสรรพสินค้าแห่งหนง่ึ โดยมอี าหารเพม่ิ ขึ้น
เร่ือยๆ เช่น ขนมปงั มีหนา้ ให้เลอื กหลายมากขน้ึ สังขยา โรยนาํ้ ตาล ราดนม เป็นตน้ ตอนแรกกจิ การไม่ค่อยดี
นกั เนือ่ งจากเศรษฐกิจถดถอย ต่อมาเร่ิมมีชอ่ื เสียงแพร่กระจายไปยังลกู คา้ ตา่ งๆ ในกรงุ เทพฯ เนอ่ื งจากลกู ค้ามี
การบอกกนั ปากต่อปากกิจการจเึ ติบโตข้ึนรวดเรว็ ต่อมาทางร้านกถ็ กู เจ้าของหอ้ งเช่าขอคืนที่ จงึ หาทําเลใหมอ่ กี
ครงั้ และมรี ้านเป็นของตนเองโดยกู้เงนิ จากธนาคารมาซื้ออาคารพาณชิ ย์ 4 ลา้ นบาท ในบรเิ วณใกลเ้ คียงและ
ตกแตง่ ร้านให้มีรปู ลกั ษณ์ใหม่ ซง่ึ มีการปฏิบัติดังนี้

ปรบั ปรงุ ภาพลกั ษณใ์ หม่ให้ดีกว่าเดิม เมอ่ื จะเปดิ รา้ นจึงมีแนวคดิ ที่จะพฒั นา เปลีย่ นแปลง
ภาพลักษณข์ องกิจการให้ดีข้นึ จงึ ตกแตง่ รา้ นให้สมยั สะอาดตา หรูหรา ซึ่งได้ผลตอบรับทด่ี ีมาก ในวนั เปดิ ร้าน
วนั แรกก็มีลูกค้าจาํ นวนมากเขา้ มาในร้านจนเตม็ ร้านซ่งึ ทาํ ใหป้ ระทับใจใหก้ ับผู้ประกอบการเปน็ อย่างมาก

ให้ความสาคัญกับการพัฒนาสนิ ค้า และควบคุมคณุ ภาพ รายการอาหารจะทาํ การปรบั ปรงุ เพ่ิมข้ึน
เร่ือยๆ และไดเ้ พมิ่ เบเกอรี่และเคร่ืองด่มื เพ่ิมเข้ามา ในการพัฒนาสนิ คา้ ใหมจ่ ะใชว้ ธิ ไี ปทดลองชมิ ท่รี ้านอ่นื ๆ ทมี่ ี
ช่อื เสยี ง แลว้ นํามาปรับปรงุ รสชาติและราคาให้เหมาะสมกบั ร้าน เพื่อให้รองรับต่อความตอ้ งการของลูกคา้ ไดด้ ี
ขนึ้ สาํ หรบั รายการอาหารที่ขายดที ่ีสดุ ในรา้ นก็ยงั คงเปน็ นมสดและสังขยา ซง่ึ ทางรา้ นมีจําหนา่ ยและสรา้ ง
ชื่อเสียงใหก้ บั รา้ นมานานแล้ว ทางด้านการผลติ มีการคัดเลือกวตั ถุดิบที่มีคณุ ภาพอยา่ งเข้มงวด และทางร้านจะ
ไมใ่ ส่สารกนั บูดในอาหาร โดยอาหารทจี่ าํ หนา่ ยตอ้ งผลติ ใหม่ๆ สดๆ อยู่เสมอ และจะเขา้ ควบคุมการผลิตทกุ
ข้นั ตอน

เน้นทีค่ ุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ จะเปดิ สาขาในกรงุ เทพ 2-3 สาขาเท่านั้น เพราะไมต่ อ้ งการให้รสู้ กึ วา่
เหน็ รา้ นจนเคยชนิ แต่ตอ้ งการใหล้ กู คา้ รู้สกึ วา่ ต้องมากนิ ใหถ้ ึงที่จงึ จะค้มุ คา่ และให้ความรูส้ กึ ประทบั ใจกบั ลูกคา้
ได้ดีกวา่

ทาแบบค่อยเปน็ คอ่ ยไป รา้ นไมม่ นี โยบายท่จี ะเปิดแฟรนไชส์ เน่ืองจากไม่พรอ้ มเพราะต้องอาศยั การ
ดแู ลการควบคุมคุณภาพและรสชาตมิ าตรฐาน โดยมีเทคนคิ การทําธุรกจิ ว่าจะทาํ อะไรต้องทําแบบค่อยเป็นคอ่ ย
ไป เพ่อื ให้มีความมัน่ คงจะได้ไม่มปี ญั หา

การบริหารบุคลากร ปูาเสรมิ สขุ ใชป้ ระสบการณ์ท่ที าํ งานเปน็ ลูกจ้างมา 10 ปี นํามาประยกุ ต์ใช้ใน
การบรหิ ารแบบครอบครวั เน้นใหท้ ุกคนมีความซ่ือสัตย์ รกั ษาความสะอาด ให้บรกิ ารลกู ค้าดว้ ยความจริงใจและ
สนกุ กับงานท่ีทํา

ปจั จัยความสาเร็จ การท่ีรา้ นปาู เสริมสขุ ดําเนนิ กจิ การจนประสบความสาํ เรจ็ นอกจากความอรอ่ ย
และคุณภาพการผลิตไว้ได้แล้วกค็ ือ สามารถสร้างตราสนิ คา้ ใหอ้ ยู่ในใจของผู้บรโิ ภคไดส้ าํ เร็จ ซง่ึ ต้องใช้เวลามา
นานผนวกกบั ความขยนั อดทน มุมานะ ตงั้ ใจทาํ งานและไม่ยอ่ ทอ้ ต่ออปุ สรรค

61

ใหส้ รุปสาระสาคญั ว่าปัจจยั แห่งความสาเรจ็ ของผู้ประกอบการรายนไ้ี ดแ้ ก่อะไรบา้ ง

.........................................................................................................................................................................

...แ...น...ว...ต...อ...บ.......ส...ร...ปุ ...ส...า..ร...ะ..ส...า..ค...ญั....ว...า่...ป...จั ..จ...ยั...แ...ห...ง่...ค...ว..า...ม...ส...า..เ..ร..จ็...ข...อ...ง..ผ....ปู้ ...ร..ะ..ก...อ...บ...ก...า...ร..ร...า..ย...น....ี้ไ..ด...แ้...ก...่.....
.................จ...า..ก...ค...ว...า...ม...น...ยิ ...ม...ใ..น...ก...า...ร..บ....ร..โิ..ภ....ค...อ..า...ห...า...ร..ป...ร...ะ..เ..ภ...ท...ข...น...ม...ป...ัง...ส...ัง..ข...ย...า...ท...่ีม...ีม...า..ก...ข...้นึ.....ท...า...ใ...ห...้ ...
...ผ...ู้ป....ร..ะ..ก...อ...บ...ก...า...ร..ห...ล...า...ย...ร..า...ย...ใ..ห...้ค...ว...า...ม...ส..น....ใ..จ...เ..ป...ิด...ร..้า...น...ข...น้ึ...ม...า...จ...า..น...ว...น...ม...า...ก....จ...งึ ..แ...ข...่ง...ข...นั...ก...ัน....อ..ย...่า...ง...

...ร...นุ ...แ...ร..ง....แ...ล...ะ..ก...ม็...ผี...้ทู....ี่ล..้ม...เ..ล...กิ ...ก...จิ ..ก...า...ร...ไ..ป...จ...า..น....ว..น...ม...า...ก....ส...ิง่..ท....ีจ่ ..ะ...ท...า...ใ..ห...้ก...ิจ...ก...า..ร...ส...า..ม...า...ร..ถ...ย...นื....ห...ย...ัด...อ...ยู่
...ไ...ด...ใ้ ..น....ธ..ุร...ก...ิจ....ใ...น...ก...ร..ณ.....ีศ...กึ ...ษ...า...น...้ี ...............................................................................................................

.................1.....ต...อ้...ง...ส..ร...้า..ง...ช...ือ่...เ..ส..ีย...ง....ภ...า...พ...ล...กั...ษ...ณ.....์ .แ...ล...ะ..ต...ร...า..ส...ิน...ค...้า...ใ..ห....้ส...า..ม...า..ร...ถ...ค...ร...อ..ง...ใ..จ...ข....อ..ง...ผ...ู้บ...ร...โิ ..ภ..ค

2.มสี ตู รอาหารเฉพาะตวั ทอี่ รอ่ ยไมเ่ หมอื นใคร

3.ควบคมุ คณุ ภาพการผลิตทุกข้ันตอน เพอ่ื ให้รสชาตคิ งที่ได้มาตรฐานถกู ใจ

ลกู ค้ามาเปน็ เวลานาน

4.ปรับปรงุ พฒั นาสนิ ค้าใหมๆ่ อยู่เสมอ เพือ่ ให้สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของ

กลุม่ ลูกคา้ เปา้ หมาย

5.มีการพัฒนารปู แบบของร้านให้ทนั สมัย ปรับปรงุ อุปกรณก์ ารผลติ บรรจภุ ัณฑ์

ใหส้ วยงาม ใบงานท่ี 4.4

6.มตี ราสญั ลักษเณรือ่ ์รงา้ นกาเปรวน็ ิเคขรอางะหต์ตนนเอเองงเบพรอ่ื รเปจน็ ภุ ผณั ู้ปรฑะก์จอะบมกีตารราสัญลกั ษณร์ ้านติดอยู่
ชอ่ืท-าสใกหุล.้ล...ูก...ค...า้..จ...ด...จ...า..ง...า่ ..ย.....แ...ล..ะ...ส...า..ม...า..ร...ถ...ส...ร..้า...ง..ภ...า...พ...ล...กั...ษ...ณ.....์แ..เลละขตทรี่...า..ส...ิน.ชคั้น.้า..ไ...ด...้ส..า...เ.ร...จ็........
7.สร้างความประทับใจในการบริการ พนักงานซ่ือสัตย์ สะอาด บรกิ ารลกู คา้

คาอชยี้แ่าจงงจใรหิง้นใกั จเรแยี ลนะเลสอื นกกุธุรกกบั จิ ทงา่ีตนนเทองี่ทราักและชอบมากทสี่ ุดมา 1 ประเภท โดยคาดวา่ เมื่อจบการศึกษาแลว้
จะต้องทําใหป้ ระสบความสาํ เร็จ แลว้ ให้วเิ คราะห์ตนเองเพื่อเป็นผู้ประกอบการในธรุ กจิ นัน้

ชื่อธุรกจิ ..................................................
การวิเคราะห์ตนเองเพอ่ื เปน็ ผู้ประกอบการ

จุดแขง็ จุดอ่อน

โอกาส อุปสรรค

บนั ทกึ หลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทพี่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่ือ..........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวฐิตพิ รรณ สิงหจ์ นั ลา)

63

แผนการจดั การเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ี 6 หน่วยที่ 5
วิชารหสั 20001-1003 ธุรกิจและการเป็นผ้ปู ระกอบการ สอนคร้งั ที่ 6 (16-18)
ชือ่ หน่วย/เรอื่ ง การจัดหาและวางแผนทางการเงนิ
จานวน 3 ช.ม.

แนวคดิ
บคุ คลแต่ละคนย่อมมเี ปาู หมายในชวี ิตแตกต่างกัน ดงั น้ัน จงึ มีการวางแผนและการจัดการทางการเงิน

ทแี่ ตกต่างกันไปดว้ ย โดยตัง้ เปูาหมายให้สอดคล้องกับตนเองและส่ิงแวดล้อมท่ีเหมาะสม ซึ่งการวางแผนทาง
การเงินเป็นการจัดเตรยี มขอ้ มูลต่าง ๆ ด้านการเงนิ ที่คาดวา่ จะเกดิ ข้นึ ในอนาคต แลว้ นํามากาํ หนดเพอ่ื เปน็
แนวทางในการดาํ เนินงาน ประสานขอ้ มูลตา่ ง ๆ ใหส้ มั พนั ธก์ ันและมีประสิทธิผลมากที่สุด

ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวัง
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับการวางแผนทางการเงนิ
2. แสดงความรู้เกย่ี วกับหลักการวางแผนทางการเงนิ
3. แสดงความรูเ้ กย่ี วกบั การจัดการทางการเงนิ
4. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สาํ เร็จการศึกษา

สาํ นกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ทีค่ รูสามารถสังเกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรื่อง
1 ความมวี ินัย
2 ความซ่อื สตั ย์สุจริต
3 ความเช่อื มน่ั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝรุ ู้
5 การละเวน้ สง่ิ เสพติดและการพนนั

สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ ก่ียวกบั หลกั การวางแผนเปูาหมายชวี ติ ด้วยวงจรควบคุมคุณภาพ ธรุ กจิ และการเป็น
ผู้ประกอบการ หลักการจดั การทางการเงิน หลกั การบริหารงานคุณภาพและเพ่ิมผลผลติ เบอ้ื งต้น
และกฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง
2.จัดทําแผนธุรกจิ อย่างง่าย
3.ประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในการวางแผนและดําเนนิ งาน
4.ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพิ่มผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน

สาระการเรียนรู้
1.การวางแผนทางการเงิน
2.หลกั การวางแผนทางการเงนิ
3.การจัดการทางการเงนิ

กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นนาเขา้ สู่บทเรียน
1.ครูกลา่ วถึงการวางแผนทางการเงนิ เป็นการจัดเตรยี มขอ้ มลู ตา่ งๆ ทางด้านการเงินทีค่ าดวา่ จะเกิดข้นึ
ในอนาคตนํามากําหนดเพื่อเป็นแนวทางในการดําเนนิ งาน การประสานข้อมลู ตา่ งๆ ใหม้ คี วามสัมพันธ์กนั อยา่ ง
ตอ่ เน่อื งและคาดวา่ ส่ิงทไ่ี ด้รบั จะมปี ระสทิ ธิผลมากทส่ี ุด
2.ผเู้ รยี นบอกวตั ถุประสงค์ในการวางแผนการเงินของแต่ละคน

ขน้ั สอน
3.ครูอธบิ ายการวางแผนทางการเงิน พรอ้ มสอ่ื PowerPiont ซึง่ หมายถงึ การกาํ หนดการใช้จ่ายเงิน
ต่างๆ ให้สอดคล้องกบั แผนงานทีจ่ ดั ทําขึน้ และระบุถงึ แหลง่ ท่มี าของเงินและการใชไ้ ปของเงินในกจิ กรรมต่างๆ
การวางแผนทางการเงนิ สามารถแบง่ ออกได้ 2 ลกั ษณะ ได้แก่

1) การวางแผนการเงนิ สว่ นบคุ คล
2) การวางแผนการเงินสาํ หรับธุรกิจ
4.ครบู อกหลกั การวางแผนทางการเงิน โดยการเปล่ยี นแปลงทางสงั คม วัฒนธรรมและวถิ ีชีวติ ทําให้มี
ความจาํ เปน็ ต้องวางแผนการเงินอยา่ งรอบคอบ และไมป่ ระมาทในการใชช้ วี ติ ดังนัน้ หลักในการวางแผนทาง
การเงนิ ท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพมดี งั นี้

1) การประเมนิ สถานการณ์ เป็นการเกบ็ ขอ้ มูลต่างๆ เกยี่ วกับตนเองและสง่ิ แวดลอ้ ม เพราะจะช่วยให้
สามารถประเมินรายรบั -รายจ่ายได้ นอกจากน้ียังสามารถประเมนิ สินทรัพยท์ ม่ี ี เชน่ เงินสด อาคารหรอื ทดี่ นิ
รวมถึงหน้สี ินตา่ งๆ เพื่อนําไปประมาณการและวางแผนทางการเงินต่อไป

2) กําหนดเปาู หมาย คอื การวางแผนการเงิน โดยกําหนดให้อยูใ่ นรปู ของตวั เงนิ ระยะเวลาเท่าไรและ
เปูาหมายทเี่ ปน็ ไปได้ โดยให้สอดคล้องกับรายรบั -รายจ่าย และหนี้สินท่ีมีอยู่ ท้ังนี้การวางแผนการเงนิ
ควรแยกเป็นเปูาหมายระยะสัน้ ระยะกลางและระยะยาว เพ่อื ให้ปฏบิ ัติตามเปูาหมายทีก่ าํ หนดไวอ้ ยา่ งชดั เจน

3) การจดั ทําแผนทางการเงนิ การวางแผนทางการเงินนนั้ ควรจัดทําแผนดว้ ยความละเอียดและรอบคอบ
โดยคํานงึ ถึงบคุ คลและทรัพยากรทีเ่ กย่ี วข้อง และจัดลําดับความสําคัญว่าอะไรควรทํากอ่ นหรือหลังเพื่อให้
ปฏิบตั ไิ ด้จรงิ และถูกตอ้ งตามแผนที่กําหนดไว้

4) การนาํ แผนไปปฏบิ ตั ิ เปน็ การทําตามแผนท่ีกาํ หนดไว้ โดยต้องมีวนิ ยั ในการปฏบิ ตั อิ ย่างเคร่งครดั
5) การวดั ผลและการปรบั ปรุงแก้ไข เป็นสิ่งทจ่ี ะทําใหท้ ราบว่า แผนน้ันสามารถปฏิบัติไดจ้ รงิ ตรงตาม
เปูาหมายหรือไม่ และสามารถนําผลท่ไี ด้ไปพัฒนาและปรับปรงุ ผลการปฏิบัตใิ นอนาคตได้
5.ครอู ธบิ ายการจัดการทางการเงนิ หมายถงึ การวางแผนการจัดระเบยี บและการควบคมุ กํากบั กจิ กรรม
ทางการเงิน เชน่ การจดั ซอ้ื และการใช้ประโยชนจ์ ากเงนิ ทนุ ซงึ่ ใช้หลักท่ัวไปของทรพั ยากรทางการเงินของธรุ กจิ

65

6. ครบู อกขอบเขตของการดาํ เนนิ ธรุ กจิ มีดงั นี้
1) การตดั สนิ ใจลงทนุ เป็นส่วนหนงึ่ ของการทาํ งานดา้ นการตัดสนิ ใจลงทุน และจะมคี วาม

สาํ คัญมากสําหรับธุรกจิ ทม่ี เี งินสดจํานวนมากในแตล่ ะเดอื นหรอื ไตรมาส แต่เป็นเงินสดแบบหมนุ เวียนเรว็
การจดั การงานลงทนุ ระยะสัน้ จะมีความสําคญั อยา่ งมาก

2) การตดั สนิ ใจทางการเงนิ จะเป็นการดําเนนิ งานเก่ยี วกับการระดมเงนิ ทุนจากแหล่งต่างๆ
ซึ่งจะข้ึนอยู่กับการตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั ชนดิ ของแหล่งเงนิ ทุนทมี่ ีอยู่ และค่าใช้จ่ายทีเ่ ปน็ ตน้ ทนุ ของเงนิ ทุนท่ใี ช้ใน
การบรหิ าร เช่น เงินกรู้ ะยะยาวหรอื ระยะส้ัน หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนทีค่ าดหวงั ทจี่ ะได้รับ เป็นต้น

3) การตดั สินใจเกยี่ วกบั ผลตอบแทน ฝาุ ยการเงินมหี น้าทตี่ ัดสินใจเก่ียวกบั วิธีการกระจายการ
ลงทุน และการบริหารผลกําไรท่ีเกดิ ขึ้นจากเงนิ ลงทนุ เหล่าน้ัน ซ่ึงกําไรสทุ ธิแบง่ ออกได้ 2 ลกั ษณะ

3.1 เงนิ ปนั ผลทีจ่ ่ายให้ผู้ถือหนุ้ และอตั ราการจา่ ยเงินปันผลตอ้ งพจิ ารณาอย่างรอบคอบ
และเปน็ ธรรม

3.2 กาํ ไรสะสม จะตอ้ งพจิ ารณาให้มีปริมาณท่ีเหมาะสม และเพียงพอสําหรับการวาง
แผนการขยายงานในอนาคตของธรุ กจิ โดยต้องมีการพจิ ารณาร่วมกบั ฝุายการตลาด ฝาุ ยการผลิตและผูบ้ ริหาร
ระดับสูง

7. ครอู ธิบายรายได้บคุ คล หมายถึง รายได้ทง้ั หมดท่ีครวั เรือนได้รับจากแหล่งต่างๆ ในรอบปี
ซึ่งอาจจะไดม้ าจากเงินเดือน คา่ จา้ งแรงงาน รายได้จากงานสว่ นตวั โบนสั ค่านายหนา้ ดอกเบีย้ เงินปนั ผล
ผลที่ได้จากเงนิ ออมและการลงทนุ การจําหน่ายสินทรัพย์ และรายได้อื่น ๆ ซึ่งรวมทงั้ หมดแล้วจะเปน็
รายไดจ้ รงิ ทจ่ี ะได้ ไม่ใช่รายได้ท่คี าดวา่ จะได้ และเปน็ รายไดก้ ่อนหักภาษีเงินได้ ปัจจยั ที่กําหนดรายได้ของบุคคล

1) อายุ มีความสมั พนั ธต์ ่อการหารายไดข้ องบคุ คล บุคคลท่ีสงู วัยและหนุ่มสาวเมือ่ เรม่ิ ทํางานก็
จะมรี ายไดไ้ ม่สงู มาก เมื่อเทียบกบั ผู้ทีอ่ ยูใ่ นวัยกลางคน ซึง่ มอี ายรุ ะหวา่ ง 35- 55 ปี โดยท่วั ไปในวัยนจี้ ะมี
ความสามารถในการหารายไดส้ งู เนอ่ื งจากอยใู่ นวัยที่มีรา่ งกายแข็งแรงในการทาํ งาน

2) การศกึ ษา จะเป็นเคร่อื งกําหนดรายไดข้ องบุคคล ผทู้ ่ีสาํ เร็จการศึกษาสงู ยอ่ มมีรายได้สูงกว่า
ผู้มีการศกึ ษาตํ่าหรอื ไมไ่ ดร้ บั การศกึ ษา

3) อาชีพ การเลอื กอาชีพมคี วามสมั พนั ธ์กับการศกึ ษาของบุคคล อาชพี บางอยา่ งจะตอ้ งผา่ นการ
ศกึ ษาเฉพาะด้าน เชน่ แพทย์ นกั กฎหมาย สถาปนิก วศิ วกร เป็นตน้ แต่บางอาชพี ถงึ แม้จะไมเ่ รยี นมา
โดยตรง ก็นาํ ความรู้มาประยุกตใ์ ชท้ ํางานได้ เช่น ผ้ทู เ่ี รยี นสังคมศาสตร์ อาจจะประกอบอาชีพได้หลายอย่าง
ได้แก่ อาจารย์ พนกั งาน พนักงานของรฐั บาล รฐั วสิ าหกิจ ตลอดจนธรุ กิจเอกชนตา่ งๆ

4) คุณสมบตั ิเฉพาะตวั บุคคลแต่ละคนจะแตกต่างกันโดยเฉพาะในส่วนทีเ่ ปน็ คณุ สมบตั เิ ฉพาะตัว
เชน่ ความสามารถ (Abilities) ความชาํ นาญ (Skills) บคุ ลิกภาพ (Personality) แรงกระตนุ้ (Drive)
ทัศนคติ (Aptitudes) ขวญั และกําลังใจ (Motivation) และคา่ นยิ มต่างๆ (Value) ซ่งึ จะมอี ทิ ธพิ ลตอ่ การ
กําหนดระดับรายไดข้ องบคุ คลทง้ั ส้ิน

5) แหลง่ รายไดต้ า่ งๆ ของบคุ คล การทาํ งานแตล่ ะอาชีพยอ่ มมผี ลตอบแทน ไดแ้ ก่ เงนิ เดือน ค่าจา้ ง
และสวสั ดิการต่างๆ ในการพิจารณารายได้ของบุคคล นอกจากจะคาํ นงึ ถึงรายไดท้ ีเ่ ปน็ ตัวเงนิ แลว้ ยังต้อง
คํานงึ ถึงสวัสดกิ ารหรือผลประโยชนอ์ น่ื ๆ ทคี่ วรจะไดร้ ับด้วย

8. ครแู สดงการวัดรายไดส้ ว่ นบคุ คล สามารถทําได้ 2 วธิ ี ดังน้ี
1) วิธีการปรบั รายไดป้ ระชาชาติใหเ้ ป็นรายไดส้ ่วนบุคคล

2) วิธกี ารวัดรายไดส้ ว่ นบคุ คลโดยตรง เปน็ การวัดผลรวมของรายไดเ้ ฉพาะท่ีครวั เรอื นได้รบั รวม
กบั เงินโอนที่ครัวเรอื นไดร้ บั ในรอบปีน้ัน ๆ

9. ครูสาธิตการจัดทํางบการเงินสว่ นบคุ คล เป็นงบสรปุ ผลการใช้จา่ ยเงนิ และชว่ ยวางแผนทางการเงนิ
ในอนาคตซึง่ ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงนิ งบรายได้รายจ่ายและบนั ทึกต่างๆ เปน็ รูปแบบทีป่ ระชาชน
ท่ัวไปสามารถจัดทาํ เองได้ง่าย โดยจะไมก่ ล่าวถึงรายละเอยี ดที่สมบูรณ์ของงบการเงนิ ตามมาตรฐานการบัญชี
ฉบบั ท่ี 1 (ฉบับปรับปรุง 2552) งบการเงนิ ส่วนบุคคลที่นาํ มาใช้บนั ทกึ รายการ มดี งั น้ี

1) งบรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล (Income Statement)

2) งบแสดงฐานะการเงินสว่ นบคุ คล

67

3. การบนั ทึกรายการทรัพยส์ นิ ส่วนบคุ คล
4.บนั ทึกรายการเสยี ภาษี

5) บนั ทกึ หลกั ฐานกรรมสทิ ธ์ิในทรัพย์สนิ ไมห่ มนุ เวยี น

6) บนั ทกึ หลักฐานการประกันภยั
7) บันทึกหลกั ฐานการลงทุน
8) บันทึกหลักฐานสําคัญอ่นื ๆ

10. ครอู ธบิ ายและสาธติ การทํางบประมาณ (Budgeting) คอื การวางแผนการที่คาดว่าจะต้องจา่ ย โดย
การคิดล่วงหนา้ และแสดงขอ้ มลู ออกมาเปน็ ตัวเลขและอาจแสดงออกมาในรปู ของตัวเงนิ จาํ นวนชวั่ โมงในการ

ทาํ งาน จํานวนผลติ ภัณฑ์จาํ นวนชัว่ โมงเคร่อื งจักร ค่าสกึ หรอ คา่ โสหยุ้ เป็นต้น
11. ครสู าธิตการทํางบประมาณส่วนบคุ คล (Personal Budgets) หมายถงึ การวางแผนประมาณรายได้

รายจา่ ยล่วงหนา้ เพ่อื จัดสรรเงินทม่ี ีอยอู่ ยา่ งจาํ กดั ให้ประสบความสําเร็จตามเปูาหมาย โดยจดั ทํางบประมาณ

รายได้และคา่ ใช้จา่ ยตามทไ่ี ด้คาดการณไ์ ว้ แลว้ จึงนํามาประกอบเปน็ งบประมาณรายไดแ้ ละงบประมาณ
รายจ่าย รายเดือนหรอื รายปี เพ่ือควบคมุ ค่าใชจ้ ่ายให้อยู่ในกรอบของงบประมาณทไี่ ดก้ ําหนดกจ็ ะมเี งนิ เหลือใช้

เงนิ สว่ นนกี้ ็จะเป็นเงนิ ออมในวนั ขา้ งหน้า

12. ครสู าธติ การทํางบประมาณรายจ่ายสว่ นบุคคล

ขั้นสรุปและการประยุกต์

13. ครูและผเู้ รียนสรุปการวางแผนทางการเงิน หลักการวางแผนทางการเงิน และการจัดการทาง

การเงนิ

14. สรุปสาระสําคัญเพ่อื ให้เกิดการเรยี นรู้และนาํ ไปปฏบิ ัตไิ ด้ และประเมินผูเ้ รยี นดงั นี้

ชอ่ื ผู้เรียน ธรรมชาติของผู้เรียน วธิ กี ารเรยี นรู้
ความสนใจ สตปิ ญั ญา วฒุ ิภาวะ

1.

2.

3.

4.

5.

69

สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น วิชาการเปน็ ผ้ปู ระกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. ส่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส์, VDO, ส่ือ PowerPoint
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้

หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายชอื่
3. แผนจดั การเรียนรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธวี ดั ผล

1. สงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
3. สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6. การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

เครือ่ งมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุม่ (โดยผ้เู รียน)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรียนร่วมกนั

ประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑ์ผ่านการสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑ์ผ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผ่าน คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้มู เี กณฑ์ผา่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยกู่ ับ
การประเมนิ ตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ
1.แนะนาํ ให้ผ้เู รยี นทํากจิ กรรมใบงาน
2.อ่านและทบทวนเนอื้ หา

บันทกึ หลงั การสอน
ขอ้ สรุปหลงั การสอน

..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทีพ่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชื่อ..........................................................ครูผูส้ อน

(นางสาวฐิติพรรณ สิงหจ์ ันลา)

71

แผนการจดั การเรยี นร้แู บบบรู ณาการท่ี 7 หน่วยท่ี 5
วชิ ารหสั 2201-9001 วิชาการเป็นผ้ปู ระกอบการ สอนครงั้ ท่ี 8 (15-16)
ชื่อหน่วย/เรอื่ ง การจัดหาและการวางแผนทางการเงนิ
จานวน 3 ช.ม.

แนวคดิ
บคุ คลแต่ละคนย่อมมีเปาู หมายในชีวติ แตกต่างกัน ดงั นนั้ จึงมีการวางแผนและการจดั การทางการเงิน

ทีแ่ ตกต่างกันไปดว้ ย โดยตัง้ เปูาหมายให้สอดคล้องกับตนเองและสิง่ แวดลอ้ มทเ่ี หมาะสม ซง่ึ การวางแผนทาง
การเงนิ เปน็ การจัดเตรยี มขอ้ มูลตา่ ง ๆ ด้านการเงินทีค่ าดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต แลว้ นํามากําหนดเพื่อเป็น
แนวทางในการดาํ เนินงาน ประสานขอ้ มูลตา่ ง ๆ ใหส้ มั พันธก์ ันและมปี ระสิทธผิ ลมากท่ีสุด
ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง

1. แสดงความรเู้ ก่ยี วกับการจัดการเงนิ สดและสินทรัพย์สภาพคล่อง
2. มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยมและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผสู้ าํ เรจ็ การศึกษา
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ทีค่ รูสามารถสงั เกตได้ขณะทําการสอนในเรอื่ ง

1 ความมีวนิ ัย
2 ความซอื่ สัตย์สุจรติ
3 ความเช่ือมน่ั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ สิ่งเสพตดิ และการพนนั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กี่ยวกบั หลกั การวางแผนเปูาหมายชีวิตดว้ ยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธุรกิจและการเป็น
ผู้ประกอบการ หลกั การจดั การทางการเงนิ หลกั การบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลติ เบ้อื งตน้ และกฎหมาย
ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
2. จัดทําแผนธรุ กจิ อย่างงา่ ย
3. ประยุกตใ์ ชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในการวางแผนและดําเนินงาน
4. ประยกุ ต์ใช้หลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพม่ิ ผลผลิตในการวางแผนและดําเนินงาน
สาระการเรยี นรู้
1. การจัดการเงนิ สดและสินทรพั ย์สภาพคลอ่ ง

กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูอภปิ รายวา่ อยา่ งที่ทราบแล้วว่าการจดั การทางการเงิน เปน็ การบรหิ ารทรัพยากรทางการเงินท่ีมี
อยู่หรอื ได้มาให้บรรลุจุดมุ่งหมายท่ีวางไว้ได้อย่างดีท่ีสุด คือให้ได้รับความมั่งคั่งสูงสุด จะนํามาซึ่งความสุขและ
ความมีเสถียรภาพทางการเงนิ ของบคุ คล
2. ครูกล่าวถึงกลยุทธ์การบริหารการเงินบุคคล หมายถึง การบริหารการเงินของบุคคลอย่างฉลาด
ด้วยการนําหลักและวิธีการบริหารการเงินที่มีประสิทธิภาพมาใช้ในการตัดสินใจจนทําให้เกิดผลสําเร็จตาม
เปาู หมายทีก่ าํ หนดไว้ ซ่ึงครอบคลมุ ถงึ เรือ่ งการบรหิ ารการเงินโดยทว่ั ไป รายไดแ้ ละการบริหารรายได้ของบุคคล
การบริหารรายจ่ายต่างๆ ของบุคคล การบริหารความเสี่ยงและการประกันความม่ันคงของบุคคลการบริหาร
ดา้ นการลงทนุ ของบุคคล ตลอดจนการวางแผนเพือ่ เกษยี ณอายุ

ขน้ั สอน
3. ครอู ธิบายการจัดการทางการเงิน ดว้ ยสื่อ PowerPoint โดยการจัดการเงนิ สด (Cash
Management) คอื การบริหารที่เกยี่ วกบั ประสทิ ธิภาพในการเกบ็ รวบรวมเงนิ สด การจา่ ยเงนิ สดและการลงทุน
การจัดทาํ งบประมาณเงินสดเป็นเครือ่ งมือในการจัดการเงนิ สด เพือ่ ใชพ้ ยากรณค์ วามตอ้ งการเงนิ สดในอนาคต
และการควบคุมการดําเนนิ การตา่ งๆ ใหเ้ ปน็ ไปตามงบประมาณ
4. ครูอธิบายสนิ ทรัพยส์ ภาพคลอ่ ง (Liquid Asset) คอื สินทรัพยใ์ นรูปของเงินสดและสินทรัพยอ์ นื่ ทม่ี ี
สภาพใกล้เคียงเงนิ สด แต่สามารถเปลยี่ นเปน็ เงนิ สดได้งา่ ยภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เช่น เงนิ ฝากกระแส
รายวันเงินฝากออมทรัพย์ และเงนิ ลงทนุ ระยะสนั้ อนื่ ๆ บคุ คลจําเปน็ ตอ้ งมสี นิ ทรัพยส์ ภาพคลอ่ งให้เพียงพอต่อ
การใชจ้ ่ายประจาํ วนั เพ่ือจะไดไ้ ม่เกิดปญั หาเงนิ ขาดมอื สว่ นปญั หาทางการเงินมักจะเกิดขน้ึ กบั ทุกครอบครวั
ถา้ ไมม่ ีการเตรียมพร้อมไว้ยอ่ มนาํ ความเดือดร้อนมาสู่สมาชกิ ภายในครอบครวั ได้ จึงจําเปน็ ทที่ กุ ครอบครัว
ต้องมีเงินสดสํารองไวจ้ ํานวนหนง่ึ เพราะจะทําให้ทกุ ครอบครวั มคี วามเปน็ อยทู่ ด่ี ี และสุขสบายในอนาคต
5. ครูบอกประโยชน์ของการจัดการทางการเงิน มดี งั น้ี

1) เพ่ือให้บุคคลมีแนวทางในการวางแผนทางการเงินของตนเองและครอบครัวได้ถูกต้อง เช่น การ
หารายได้ การจัดหาแหล่งเงินสด การใช้จ่ายเงินสด และการเก็บรักษาเงินสด การลงทุน การรู้จักวางแผน
ปูองกันชวี ิตและทรัพย์สนิ ของตนจะนํามาซงึ่ ความมั่งค่ัง มน่ั คงและความสขุ ของบุคคลและครอบครวั นนั้

2) ส่งเสริมให้บุคคลได้ตระหนักถึงความสําคัญของการใช้จ่ายเงินอย่างถูกต้อง เช่น การใช้เงินเพื่อ
สขุ ภาพ การใช้จ่ายเพ่ือพักผ่อนหรือท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้มีความสุขสบายอย่าง
สมบรู ณแ์ บบและมโี อกาสใช้เงนิ ท่ตี นหามาได้ตลอดชวี ติ ใหเ้ กิดผลคุ้มคา่ อย่างแท้จริง

3) จะกอ่ ให้เกดิ บุคลากรที่มีความรูด้ ้านการวางแผนการเงิน ซ่งึ จะเป็นผมู้ ีความรคู้ วามสามารถใน
การวางแผนการเงนิ และการลงทุน โดยเฉพาะสามารถให้คําแนะนาํ และชว่ ยวางแผนให้ลกู ค้าท่ตี ้องการลงทุน
ในสถาบันการเงินต่างๆ เชน่ ธนาคาร บริษทั ประกนั ชวี ิต บรษิ ทั เงินทนุ หลกั ทรัพย์ บริษัทจัดการลงทุน
ตลอดจนกจิ การทด่ี แู ลรกั ษาผลประโยชนข์ องลูกค้า

4) เปน็ พนื้ ฐานความม่นั คงให้กบั เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เมื่อการจัดการการเงินของ
ครัวเรอื นได้ผลดมี ีประสิทธภิ าพ ประชาชนมีเงนิ เหลอื ใชก้ จ็ ะสง่ ผลให้เกดิ การออมและการลงทนุ ได้มาก
เมือ่ ประชาชนส่วนใหญ่มีความเปน็ อยทู่ ่ีดีขึน้ ก็จะช่วยประหยดั ค่าใชจ้ า่ ยด้านสวสั ดิการสังคมได้

6. ผ้เู รียนแสดงงบรายได้-รายจ่ายส่วนบคุ คล ตามโจทยท์ ี่ครกู าํ หนด
7. ผเู้ รียนเขยี นข้อมูลสว่ นตวั ในรูปของงบแสดงฐานะการเงนิ ส่วนบคุ คล

8. ผูเ้ รยี นวางแผนด้านการเงนิ ของตนเองและครอบครัว

73

ขัน้ สรปุ และการประยุกต์
9. ครูถามคําถามหรอื กําหนดปัญหาโดยให้ผู้เรียนระดมสมองชว่ ยกนั คดิ หาคําตอบแล้วอธิบายคําตอบให้
เพื่อนทกุ คนในกล่มุ ของตนเองเขา้ ใจ
10. ครูใช้วธิ ีสุม่ ผู้เรียนทุกกลุ่มตอบคําถามและอธบิ ายใหเ้ พอ่ื นฟงั ทั้งชั้นเรยี น
ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น วชิ าการเปน็ ผูป้ ระกอบการ
2. รูปภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. สื่ออเิ ล็กทรอนิกส์, สอื่ VDO, สอื่ PowerPoint
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
หลักฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายช่ือ
3. แผนจัดการเรียนรู้
4. การตรวจประเมินผลงาน

การวัดผลและการประเมนิ ผล
วิธีวัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. สังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอ่ื งมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมนิ กจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น
ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ต้องไม่มีชอ่ งปรับปรงุ
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขึน้ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่ คือ ปานกลาง (50% ขึ้นไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้มเี กณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้นึ อยูก่ บั
การประเมินตามสภาพจริง

กจิ กรรมเสนอแนะ
1. ฝึกทักษะโดยทํากิจกรรมใบงาน
2. อ่านและทบทวน

ใบงานท่ี 5.1
เรือ่ ง งบรายได้-รายจ่าย

ช่อื -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................

คาชีแ้ จง จงแสดงงบรายได้-รายจ่ายส่วนบุคคล ตามข้อมูลต่อไปน้ี

คณุ สมหวังและคุณสมหญิงเปน็ สามภี รรยากันและไมม่ ีบตุ ร ซง่ึ คณุ สมหวังทาํ งานในโรงงานมรี ายไดจ้ าก

เงนิ เดือนปลี ะ 300,000 บาท ส่วนคุณสมหญิงทาํ งานเป็นลกู จา้ งในบรษิ ัทมีรายไดป้ ีละ 170,000 บาท ขณะที่

คณุ สมหญิงมกี ารฝึกอบรมเป็นระยะเพื่อพฒั นาตนเอง ซง่ึ มีคา่ ใชจ้ ่ายเกดิ ข้นึ ปีละ 30,000 บาท ทงั้ สองคนได้จด

บันทึกรายไดแ้ ละคา่ ใชจ้ ่ายในปี 2557 ดงั นี้

ค่าผ่อนบ้าน 20,000 บาท ค่าเบย้ี ประกนั ชีวิต 48,000

ค่าผอ่ นรถยนต์ 15,000 บาท บาท

คา่ อาหาร 60,000 บาท ค่าเบีย้ ประกนั รถยนต์ 12,000

คา่ ใช้จ่ายสว่ นตัวอื่น ๆ 30,000 บาท บาท

ภาษีเงนิ ได-้ คุณปัญญา 50,000 บาท คา่ เคร่อื งนุ่งห่ม 70,000

-คณุ เหมอื นฝัน 30,000 บาท บาท

ค่าทอ่ งเทยี่ ว 50,000 บาท

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 5,000

บาท

ใหท้ า จงแสดงงบรายได-้ รายจ่าย ในปี พ.ศ. 2557 ตามช่องว่างขา้ งล่างน้ี
.............................................................................

...............................................................................
.................................................................................
.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

75

ใบงานที่ 5.2
เรื่อง งบแสดงฐานะการเงนิ

ชือ่ -สกลุ ............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................

คาชี้แจง ให้เขยี นขอ้ มูลส่วนตัวในรูปของงบแสดงฐานะการเงินส่วนบุคคลดงั ต่อไปน้ี

นางรุ่งฤดีมเี งนิ สด 18,000 บาท เครื่องตกแตง่ ตรี าคาตลาดได้ 12,000 บาท เงนิ ฝากธนาคาร 11,000

บาท รถยนต์ 300,000 บาท กู้เงินจากนายมานะ 20,000 บาท และค้างชําระค่าไฟฟูาอกี 1,500 บาท จงแสดง

ฐานะการเงนิ ของนางสาวรุง่ ฤดี

………………………………..

………………………………..

…………………………………….

สนิ ทรัพย์ หนส้ี นิ และส่วนของเจา้ ของ

....................................................................... ..................................................................

....................................................................... ..................................................................

....................................................................... ..................................................................

....................................................................... ..................................................................

....................................................................... ..................................................................

ขอ้ เสนอแนะ

.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................................

บนั ทึกหลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทพ่ี บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................................ครผู สู้ อน

(นางสาวฐิติพรรณ สิงห์จันลา)

77

แผนการจัดการเรียนรแู้ บบบูรณาการที่ 8 หน่วยที่ 6
วชิ ารหัส 20001-1003 ธรุ กิจและการเปน็ ผปู้ ระกอบการ สอนครงั้ ท่ี 8 (22-24)
ชอื่ หน่วย/เร่ือง กฎหมายท่เี กีย่ วกบั ธุรกจิ และการเปน็ ผูป้ ระกอบการ
จานวน 3 ช.ม.

แนวคดิ
การประกอบธรุ กิจน้นั สง่ิ ทีม่ คี วามสาํ คญั มากต่อผปู้ ระกอบการอีกอยา่ งหนง่ึ ก็คือผปู้ ระกอบการควรจะ

มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามข้อบังคับทาง
กฎหมายท่ีระบุไว้ให้ปฏิบัติตาม ซึ่งกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงนั้นมีหลายฉบับด้วยกัน เช่น กฎหมาย
แรงงาน เพราะเป็นกฎหมายทีบ่ ัญญตั ถิ ึงสทิ ธิและหน้าท่ีของนายจ้าง ลูกจ้าง องค์การของนายจ้าง และองค์กร
ของลูกจ้าง รวมทั้งมาตรการท่ีกําหนดให้นายจ้าง ลูกจ้างและองค์กรดังกล่าวปฏิบัติต่อกันและรัฐ ทั้งนี้เพื่อให้
การจ้างงาน และการใช้งาน การประกอบกิจการและความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเป็นไปโดย
เหมาะสม นอกจากน้ียังมกี ฎหมายฉบบั อืน่ ๆ ท่เี กยี่ วข้องอกี

ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวัง
1. แสดงความรเู้ ก่ียวกบั การจดทะเบยี นจัดตงั้ ธุรกจิ ได้
2. แสดงความร้เู ก่ยี วกบั กฎหมายภาษตี ามประมวลรัษฎากรได้
3. แสดงความรู้เกีย่ วกบั กฎหมายอ่ืนๆ ท่ีเก่ยี วข้องได้
4. แสดงความรูเ้ กย่ี วกบั การจดทะเบียนสิทธบิ ัตรได้
5. มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้สําเร็จการศึกษา

สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รูสามารถสังเกตไดข้ ณะทําการสอนในเรือ่ ง
1 ความมวี ินัย
2 ความซ่อื สัตย์สจุ รติ
3 ความเชอ่ื มน่ั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝรุ ู้
5 การละเว้นสิ่งเสพติดและการพนัน

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กีย่ วกับหลกั การวางแผนเปาู หมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคุมคณุ ภาพ ธรุ กจิ และการเปน็

ผู้ประกอบการ หลักการจดั การทางการเงิน หลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพม่ิ ผลผลติ เบื้องต้นและกฎหมาย
ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง

2. จดั ทําแผนธรุ กจิ อย่างง่าย
3. ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดําเนนิ งาน
4. ประยกุ ต์ใชห้ ลักการบริหารงานคุณภาพและเพิม่ ผลผลิตในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน

สาระการเรยี นรู้
1. การจดทะเบียนจัดต้งั ธุรกจิ
2. กฎหมายภาษีตามประมวลรษั ฎากร
3. กฎหมายอ่ืนๆ ที่เกีย่ วข้อง
4. การจดทะเบียนสิทธบิ ัตร

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน
1.ครูกลา่ วถึงการประกอบกจิ การของรา้ นคา้ ปลีกท่วั ไปท่ีดําเนินโดยกิจการเจ้าของคนเดียวท่มี ีอย่ทู ่วั ไป

ของประเทศไทย จําเปน็ ต้องจดทะเบยี นพาณชิ ยต์ ามกฎหมายท่กี รมพฒั นาธรุ กิจการคา้ กําหนด
2.ครกู ล่าวถงึ ผูม้ หี น้าทีจ่ ดทะเบยี นพาณชิ ย์ คอื บคุ คลธรรมดาคนเดยี วหรือหลายคน (หา้ งหุ้นส่วน

สามญั ) หรอื นติ บิ ุคคล รวมท้ังนิติบคุ คลที่ตั้งข้ึนตามกฎหมายต่างประเทศที่มาตัง้ สํานกั งานสาขาในประเทศไทย
ซึง่ ประกอบกจิ การอนั เปน็ พาณชิ ยกิจตามที่กระทรวงพาณชิ ย์กําหนด

ขั้นสอน
3.ครูอธบิ ายการจดทะเบยี นพาณิชยข์ องผู้ประกอบการโดยใช้สื่อ PowerPoint ประกอบ
4.ครบู อกข้ันตอนการจดทะเบยี นจดั ตง้ั ธุรกจิ ดังนี้

5.ครอู ธบิ ายถงึ ผูป้ ระกอบการดังต่อไปนี้ ตอ้ งจดทะเบยี นพาณิชยด์ งั นี้
1) ผปู้ ระกอบกจิ การโรงสขี ้าวและโรงเลอ่ื ยท่ใี ช้เครอ่ื งจักร
2) ผู้ประกอบกจิ การขายสินคา้ ไม่ว่าอยา่ งใดๆ อยา่ งเดียวหรือหลายอย่าง คิดรวมท้ังสน้ิ ในวันหนึง่

ขายไดเ้ ป็นเงินตัง้ แต่ 20 บาทขึน้ ไป หรอื มีสนิ คา้ ไวเ้ พ่ือขายมคี ่ารวมทั้งส้นิ เปน็ เงินต้ังแต่ 500 บาทข้นึ ไป
3) นายหน้าหรือตัวแทนคา้ ตา่ งซ่งึ ทาํ การเก่ียวกับสินคา้ ไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือ

หลายอยา่ งกต็ าม และสนิ ค้านนั้ มีคา่ รวมท้ังส้ินในวันหนึง่ วันใดเปน็ เงินต้งั แต่ 20 บาทขน้ึ ไป
4) ผปู้ ระกอบกจิ การหตั ถกรรมหรอื อตุ สาหกรรมไม่ว่าอย่างใดๆ อย่างเดียวหรือหลายอยา่ งก็ตาม

และขายสนิ ค้าท่ีผลติ ได้ คิดราคารวมทงั้ สนิ้ ในวนั หนึ่งวันใดเปน็ เงนิ ตง้ั แต่ 20 บาทขึ้นไป หรือในวนั หน่ึงวนั ใดมี
สนิ คา้ ที่ผลติ ไดม้ ีราคารวมทงั้ สิ้นตัง้ แต่ 500 บาทขึ้นไป

5) ผปู้ ระกอบกิจการขนสง่ ทางทะเล การขนส่งโดยเรอื กลไฟหรือเรือยนตป์ ระจาํ ทาง การขนส่ง
โดยรถไฟ การขนส่งโดยรถราง การขนสง่ โดยรถยนตป์ ระจาํ ทาง การขายทอดตลาด การรบั ซอ้ื ขายทด่ี นิ
การให้กยู้ มื เงิน การรบั แลกเปล่ียน หรอื ซอ้ื ขายเงินตราตา่ งประเทศ การซือ้ หรอื ขายตั๋วเงิน การธนาคาร
การโพยกว๊ น การทาํ โรงรับจาํ นาํ และการทาํ โรงแรม

6) ขาย ให้เช่า ผลติ หรอื รับจ้างผลิต แผ่นซดี ี แถบบันทกึ วีดิทัศน์ แผน่ วดี ทิ ศั น์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดิ
ทศั น์ระบบดจิ ทิ ัล เฉพาะท่เี กี่ยวกบั การบนั เทงิ

7) ขายอัญมณี หรอื เคร่อื งประดบั ซึ่งประดบั ดว้ ยอญั มณี
8) ซอ้ื ขายสินคา้ หรือบรกิ ารโดยวธิ ใี ช้สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกสผ์ า่ นระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต บรกิ าร
อนิ เทอร์เน็ต ใหเ้ ช่าพนื้ ทีข่ องเครอ่ื งคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบรกิ ารเปน็ ตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ
โดยวิธีการใชส้ ่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ สผ์ ่านระบบเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต

79

9) การให้บรกิ ารเคร่ืองคอมพวิ เตอรเ์ พ่ือใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต
10) การใหบ้ รกิ ารฟังเพลงและร้องเพลงโดยคาราโอเกะ
11) การให้บริการเครือ่ งเล่นเกม
12) การให้บริการตู้เพลง
13) โรงงานแปรสภาพ แกะสลักและหัตถกรรมจากงาชา้ ง การค้าปลกี การค้าสง่ งาชา้ งและ
ผลติ ภัณฑจ์ ากงาช้าง
6. ครอู ธิบายกฎหมายภาษีตามประมวลรัษฎากร ได้แก่
6.1 ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา คือ ภาษีทีจ่ ัดเก็บจากบคุ คลทว่ั ไป หรือจากหน่วยภาษีทีม่ ลี กั ษณะ
พิเศษตามทีก่ ฎหมายกําหนดและมรี ายได้เกิดขน้ึ ตามเกณฑ์ที่กาํ หนด โดยปกติจดั เก็บเป็นรายปี รายได้ที่เกิดขนึ้
ในปใี ดๆ ผมู้ รี ายได้มหี น้าทีต่ ้องนาํ ไปแสดงรายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีทกี่ าํ หนดภายในเดอื น
มกราคมถึงมนี าคมของปถี ัดไป สําหรับผูม้ ีเงินไดบ้ างกรณีกฎหมายยงั กําหนดใหย้ ่ืนแบบฯ เสียภาษีตอนครงึ่ ปี
สําหรับรายได้ ทีเ่ กิดขนึ้ จริงในชว่ งครึง่ ปีแรก เพอื่ เปน็ การบรรเทาภาระภาษที ี่ตอ้ งชําระและเงินไดบ้ างกรณี
กฎหมายกําหนดให้ ผูจ้ า่ ยทําหนา้ ทห่ี ักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงนิ ไดท้ ีจ่ ่ายบางสว่ น เพื่อให้มกี ารทยอยชําระภาษี
ขณะทีม่ เี งินไดเ้ กดิ ข้ึนอกี ด้วย

6.2 ภาษีเงนิ ได้นติ บิ ุคคล โดยผูม้ ีหนา้ ทเี่ สยี ภาษีเงนิ ไดน้ ิตบิ คุ คล ได้แก่ บรษิ ัทหรอื หา้ งหนุ้ ส่วนนิตบิ คุ คลที่
จดทะเบยี นตามประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์รวมถงึ นติ ิบุคคลอ่ืนๆ ท่ีไมไ่ ด้จดทะเบียนตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

6.3 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการที่ขายสนิ ค้าหรือให้บรกิ ารในทางธุรกจิ หรือวชิ าชพี เป็นปกติธุระ ไมว่ ่า
จะประกอบกจิ การในรูปของบคุ คลธรรมดา คณะบคุ คลหรอื ห้างหุน้ ส่วนสามัญที่มิใชน่ ิตบิ ุคคล หรือนติ บิ คุ คล
ใดๆ หากมีรายรับจากการขายสนิ ค้าหรือให้บริการเกินกว่า 1.8 ลา้ นบาทต่อปี ต้องยนื่ คําขอจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพ่มิ โดยคํานวณภาษที ต่ี อ้ งเสียจากภาษีขายหกั ดว้ ยภาษซี ้อื

6.4 ภาษีธรุ กจิ เฉพาะ เป็นภาษตี ามประมวลรัษฎากร ท่จี ดั เก็บจากการประกอบกจิ การเฉพาะอยา่ ง
แทนภาษีการคา้ ที่ถกู ยกเลิก ภาษีธรุ กิจเฉพาะเริ่มใช้บังคบั ใน พ.ศ. 2535 พร้อมกนั กับภาษีมลู คา่ เพ่ิม

7. ครูและผู้เรียนร่วมกนั อธบิ าย วิเคราะหภ์ าษากฎหมายอืน่ ๆ ท่เี กี่ยวข้อง นอกจากการจดทะเบียนจดั ตง้ั
ธรุ กิจ และกฎหมายภาษตี ามประมวลรษั ฎากรแล้ว ผูป้ ระกอบการจําเป็นตอ้ งศกึ ษากฎหมายอ่ืนๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง
เชน่ ภาษีเงนิ ได้ ณ ที่จ่าย ภาษปี าู ย อากรแสตมป์ รวมทั้งการคมุ้ ครองทรพั ยส์ ินทางปญั ญาต่างๆ อีกดว้ ย

8. ครอู ธบิ ายการจดทะเบียนสทิ ธบิ ตั ร โดยสิทธบิ ตั ร คอื หนงั สือสาํ คญั ทอ่ี อกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์
หรือการออกแบบผลติ ภัณฑ์การประดษิ ฐ์ คือ ผลงานสรา้ งสรรค์ เก่ยี วกับการผลิตผลติ ภัณฑ์ ซง่ึ มี 2 ลกั ษณะ
ดังน้ี

8.1 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ สว่ นประกอบกันเป็นสง่ิ ของเครือ่ งใชต้ า่ งๆ และส่วนผสมทางเคมี
8.2 กรรมวธิ ี ได้แก่ วธิ ีการผลติ การเก็บรกั ษา หรือการใชผ้ ลติ ภณั ฑ์ การออกแบบผลิตภณั ฑ์ คอื
ผลงานสร้างสรรค์เกย่ี วกับลกั ษณะของผลิตภัณฑ์ เชน่ รปู รา่ ง ลวดลาย หรอื สี

 โดยสิทธิบัตรการประดษิ ฐ์ มีอายุ 20 ปี นับแตว่ นั ยน่ื ขอรบั สิทธบิ ัตรและสิทธิบตั รการออกแบบ
ผลติ ภัณฑ์ มอี ายุ 10 ปี นบั แต่วนั ย่ืนขอ

 ผทู้ รงสทิ ธบิ ตั รต้องชําระคา่ ธรรมเนียมรายปีตงั้ แตป่ ที ี่ 5 เปน็ ตน้ ไปโดยใหช้ ําระภายใน 60 วนั
หลงั จากสน้ิ ปที ี่ 4 หากการออกสิทธบิ ตั รใช้ระยะเวลาเกนิ กว่า 4 ปี ให้ชําระค่าธรรมเนยี มรายปภี ายใน 60
วนั นับแตว่ ันทมี่ กี ารออกสทิ ธิบัตรให้

 สถานที่ยืน่ คาํ ขอ ส่วนบริหารงานจดทะเบยี น สํานักสทิ ธบิ ัตร กรมทรพั ย์สนิ ทางปัญญาหรอื
สาํ นักงานพาณชิ ย์จงั หวดั

9. ผูเ้ รยี น Download แบบพมิ พ์ (ทพ.) ที่ www.dbd.go.th แลว้ นํามากรอกขอ้ มลู เพ่ือฝึกทกั ษะใน
การจดทะเบียนพาณิชย์ของผปู้ ระกอบการ ตามคําแนะนําของเอกสาร

10. ผเู้ รียนอ่านกรณี “แพนดา้ พาโชค” แล้วแสดงความคิดเหน็ ว่าเหตุการณน์ ีเ้ หมาะสมหรอื ไมอ่ ยา่ งไร
บา้ ง

ขน้ั สรปุ และการประยุกต์
11. ครแู ละผเู้ รียนสรปุ กฎหมายที่เกย่ี วกบั การเป็นผูป้ ระกอบการ
12. ผเู้ รยี นแสดงตัวอยา่ งการคาํ นวณกฎหมายเก่ยี วกับภาษอี ากร และแสดงตัวอย่างเกี่ยวกบั กฎหมาย

แรงงานและประกันสงั คม
ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน วิชาการเปน็ ผู้ประกอบการ
2. รูปภาพ
3. กจิ กรรมการเรียนการสอน
4. ส่อื อิเลก็ ทรอนิกส์, สอ่ื VDO และสื่อ PowerPoint
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้

81

หลกั ฐาน
1. บนั ทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนจดั การเรยี นรู้
4. การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวดั ผลและการประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรียนรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์
เครอ่ื งมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมนิ กิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น
ร่วมกันประเมนิ
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไมม่ ชี ่องปรับปรงุ
2. เกณฑผ์ ่านการประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขนึ้ ไป)
3. เกณฑผ์ า่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คือ ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. กิจกรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คอื 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรียนรูม้ เี กณฑผ์ า่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ คะแนนข้นึ อย่กู ับ

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ

1.แนะนาํ ใหฝ้ กึ ทักษะในกิจกรรมใบงาน
2.อา่ นและทบทวนเน้ือหา

บนั ทกึ หลงั การสอน

ขอ้ สรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาท่พี บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชือ่ ..........................................................ครผู สู้ อน

(นางสาวฐิติพรรณ สงิ หจ์ ันลา)

83

แผนการจัดการเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 9 หน่วยท่ี 6

วชิ ารหัส 20001-1003 ธุรกิจและการเป็นผูป้ ระกอบการ สอนครงั้ ที่ 9 (25-27)

ชือ่ หนว่ ย/เร่ือง กฎหมายทเ่ี ก่ยี วกบั ธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ จานวน 3 ช.ม.

แนวคิด
การประกอบธุรกจิ น้ันสง่ิ ทีม่ คี วามสาํ คัญมากต่อผู้ประกอบการอีกอย่างหนงึ่ กค็ อื ผู้ประกอบการ

ควรจะมคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั กฎหมายท่เี กี่ยวขอ้ งกับผ้ปู ระกอบการ เนื่องจากตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามข้อบังคบั
ทางกฎหมายทรี่ ะบไุ ว้ให้ปฏบิ ตั ิตาม ซึง่ กฎหมายท่ีมคี วามเกย่ี วข้องโดยตรงนน้ั มีหลายฉบับดว้ ยกัน เช่น
กฎหมายแรงงาน เพราะเป็นกฎหมายทบ่ี ญั ญตั ถิ งึ สิทธิและหนา้ ที่ของนายจา้ ง ลูกจา้ ง องค์การของนายจ้าง และ
องค์กรของลกู จา้ ง รวมท้งั มาตรการทก่ี ําหนดใหน้ ายจ้าง ลกู จ้างและองคก์ รดังกลา่ วปฏบิ ัตติ ่อกันและรฐั ท้งั น้ี
เพอ่ื ให้การจ้างงาน และการใชง้ าน การประกอบกจิ การและความสัมพันธร์ ะหว่างนายจ้างและลกู จา้ งเปน็ ไปโดย
เหมาะสม นอกจากนย้ี งั มกี ฎหมายฉบบั อืน่ ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งอีก

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง
1. .แสดงความรเู้ กย่ี วกับเคร่ืองหมายการค้า
2. แสดงความรูเ้ กีย่ วกับกฎหมายประกันสังคม
3. มกี ารพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้สําเร็จการศึกษา

สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่ีครูสามารถสงั เกตไดข้ ณะทําการสอนในเรอื่ ง
1 ความมวี ินยั
2 ความซ่อื สัตย์สุจริต
3 ความเชื่อมน่ั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเวน้ สิง่ เสพติดและการพนัน

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ ก่ียวกบั หลักการวางแผนเปาู หมายชีวิตด้วยวงจรควบคุมคุณภาพ ธุรกจิ และการเป็น

ผ้ปู ระกอบการ หลักการจัดการทางการเงนิ หลกั การบริหารงานคุณภาพและเพมิ่ ผลผลติ เบื้องตน้ และกฎหมาย
ที่เกย่ี วขอ้ ง

2. จัดทําแผนธุรกจิ อย่างงา่ ย
3. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดาํ เนินงาน
4. ประยุกต์ใชห้ ลักการบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลติ ในการวางแผนและดําเนนิ งาน
สาระการเรยี นรู้
5. เคร่อื งหมายการค้า
6. กฎหมายประกันสงั คม

กจิ กรรมการเรยี นรู้

ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน
1. ครกู ลา่ วถึงเครอื่ งหมายการคา้ ซง่ึ ใชห้ รอื จะใช้เปน็ ที่หมายหรือเก่ยี วขอ้ งกับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่
ใช้เคร่ืองหมายของเจ้าของเคร่ืองหมายน้ันแตกต่างกับสินค้าท่ีใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอ่ืน ซึ่ง
เครื่องหมายการค้าอาจจะเป็นภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คํา ข้อคว าม ตัวหนังสือ ตัวเลข
ลายมือชื่อ กลุม่ ของสี รูปร่าง หรอื รูปทรงของวัตถุ หรือสิง่ เหล่านอี้ ย่างใดอย่างหน่งึ หรือหลายอย่างรวมกนั
2. ผเู้ รียนยกตัวอยา่ งเครอ่ื งหมายการคา้
ขน้ั สอน
3. ครูอธบิ ายและแสดงตวั อยา่ งรูปภาพเครอ่ื งหมายการค้าให้ผเู้ รยี นดู โดยเครอ่ื งหมายการค้า หมายถึง
เครอ่ื งหมายทใ่ี ช้หรอื จะใช้เป็นทห่ี มายหรือเกย่ี วข้องกบั สนิ คา้ เพื่อแสดงวา่ สินค้าทใ่ี ช้เคร่อื งหมายของเจา้ ของ
เครอ่ื งหมายน้นั แตกต่างกบั สินค้าท่ีใชเ้ ครื่องหมายการค้าของบคุ คลอนื่ ซึ่งเครอ่ื งหมายการคา้ อาจจะเป็น
ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ ตรา ชื่อ คํา ขอ้ ความตัวหนงั สือ ตวั เลข ลายมือช่ือ กลุ่มของสี รูปร่าง หรือ
รูปทรงของวตั ถุ หรอื สิง่ เหลา่ น้ีอย่างใดหนงึ่ หรือหลายอย่างรวมกัน

4. ครบู อกประเภทเครอื่ งหมายการค้ามี 3 ประเภท ไดแ้ ก่
1) เครอื่ งหมายบรกิ าร หมายถงึ เครื่องหมายท่ใี ชห้ รอื จะใช้เปน็ ท่ีหมายหรอื เกยี่ วขอ้ งกบั บริการเพอื่

แสดงว่าบริการท่ีใชเ้ คร่ืองหมายของเจ้าของบริการนั้นแตกต่างกบั บรกิ ารท่ใี ชเ้ คร่อื งหมายบริการของบคุ คลอื่น
2) เคร่ืองหมายรับรอง หมายถึง เครอื่ งหมายทเ่ี จา้ ของเคร่อื งหมายรบั รองใชห้ รอื จะใชเ้ ป็นทหี่ มายหรอื

เกย่ี วข้องกับสนิ ค้าหรือบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรบั รอง แหลง่ กาํ เนิด สว่ นประกอบ/วิธีการผลติ
คุณภาพหรือคุณลักษณะสนิ คา้ น้ัน หรือเพ่ือรับรองภาพ คณุ ภาพ ชนดิ หรอื คุณลักษณะอ่ืนใดของบรกิ ารน้นั

3) เคร่ืองหมายรว่ ม หมายถึง เครอื่ งหมายการค้าหรือเครอ่ื งหมายบริการท่ใี ช้หรอื จะใช้โดยบรษิ ทั หรือ
วสิ าหกจิ ในกล่มุ เดียวกนั หรอื โดยสมาชิกของสมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพันธ์ กล่มุ บคุ คลหรอื องค์กรอ่นื ใด
ของรฐั หรือเอกชน

5. ครูอธิบายกฎหมายประกนั สงั คม คือการสรา้ งหลักประกนั สังคมในการดาํ รงชวี ิตในกลุ่มของสมาชกิ
ที่มรี ายได้และจ่ายเงินสมทบเข้ากองทนุ ประกันสังคมเพ่ือรับผดิ ชอบในการเฉลี่ยความเส่ยี งท่อี าจจะเกดิ ขึน้ จาก
การเจ็บปวุ ยคลอดบตุ ร ทพุ พลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร ชราภาพและการว่างงานเพอ่ื ให้ไดร้ ับการ
รักษาพยาบาล และมีการทดแทนรายได้อย่างต่อเนื่อง

6. ครูอธบิ ายผปู้ ระกนั ตน หมายถึง ลกู จา้ งที่มีอายไุ ม่ต่าํ กว่า 15 ปีบริบรู ณ์ และไม่เกนิ 60 ปีบรบิ ูรณ์ ในวัน
เขา้ ทาํ งานและทํางานอยู่ในสถานประกอบการที่มีลกู จา้ งตั้งแต่ 1 คนขนึ้ ไป นายจ้างตอ้ งแจง้ ข้ึนทะเบยี นลูกจา้ ง
เป็นผปู้ ระกันตนภายใน 30 วนั นับแต่วนั ทีร่ ับลกู จ้างเข้าทํางาน มิฉะน้นั จะมีความผดิ ตอ้ งระวางโทษจําคุก
ไมเ่ กิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกนิ 20,000 บาท หรือทงั้ จําท้งั ปรบั

7. ครอู ธิบายเงนิ สมทบกองทุนประกันสังคม หมายถงึ เงินทน่ี ายจ้าง ลูกจา้ ง จะต้องนาํ ส่งเข้ากองทนุ
ประกันสังคมทกุ เดือน โดยคาํ นวณจากค่าจ้างจรงิ ท่ีลกู จ้างได้รับ ตามบญั ชดี ังน้ี

85

8. ครูบอกสิทธิประโยชน์ ผู้ทที่ ํางานเป็นลกู จ้างจะจา่ ยเงนิ สมทบในกองทุนประกนั สงั คมทกุ เดือน ในกรณี
ทีน่ ายจ้างมีลูกจ้างต้งั แต่ 1 คนขน้ึ ไป ตอ้ งมหี น้าทขี่ ึ้นทะเบียนผปู้ ระกันตนให้ครบทุกคนภายใน 30 วนั และสง่
เงินสมทบใหค้ รบทงั้ ส่วนของนายจา้ งและลกู จ้าง ทําให้ลกู จ้างได้รบั สทิ ธปิ ระโยชนจ์ ากกองทนุ ประกันสงั คมท่ีตน
ไดร้ ่วมจ่ายเงนิ สมทบ ซง่ึ ในท่นี ้ีจะเปน็ ผู้ประกนั ตนตามมาตรา 33 (ผู้ประกนั ตนตามมาตรา 33 หมายถงึ ให้
ลกู จา้ งอายไุ ม่ตํ่ากวา่ 50 ปบี รบิ รู ณ์ และไม่เกนิ 60 ปบี ริบรู ณ์ เปน็ ผูป้ ระกันตน ถา้ อายคุ รบ 60 ปบี ริบรู ณแ์ ล้ว
เปน็ ลกู จา้ งอยูใ่ หถ้ ือว่าเปน็ ผูป้ ระกันตนต่อไป ซึง่ ความสิน้ สดุ ของผปู้ ระกันตนคือ (1) ตาย (2) สิน้ สภาพการเปน็
ลูกจา้ ง)

9. ผู้เรียนบอกหลกั เกณฑ์และสิทธิประโยชน์ในการรกั ษาพยาบาล

10. ผู้เรียน Download แบบพิมพ์ (ทพ.) ที่ www.dbd.go.th แล้วนาํ มากรอกข้อมูล เพอ่ื ฝกึ ทกั ษะใน
การจดทะเบยี นพาณชิ ย์ของผปู้ ระกอบการ ตามคําแนะนําของเอกสาร

11. ผู้เรียนบอกสิทธปิ ระโยชนท์ ่ีไดร้ บั จากกองทุนประกนั สังคม โดยยกตัวอย่างคาํ นวณจากฐานคา่ จ้างที่
ลกู จ้างไดร้ บั เชน่ การคํานวณเงินสมทบสาํ หรับผู้ประกนั สงั คมทม่ี ีรายได้ 15,000 บาทต่อเดอื นข้ึนไป (อ้างองิ
อัตราเงนิ สมทบปี 2556 ตามประกาศกฎกระทรวง)

12. ผเู้ รียนอา่ นกรณี “แพนดา้ พาโชค”แลว้ แสดงความคดิ เห็นวา่ เหตุการณ์นเ้ี หมาะสมหรอื ไม่อย่างไรบา้ ง
ขัน้ สรปุ และการประยุกต์

13. ครแู ละผูเ้ รยี นสรุปเครื่องหมายการค้า และกฎหมายประกนั สงั คม โดยการถามตอบ
14. ผเู้ รียนแสดงตวั อย่างเคร่อื งหมายการค้า และการประกันสังคม
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน วชิ าธุรกจิ และการเป็นผ้ปู ระกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กิจกรรมการเรยี นการสอน
4. ส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส,์ สือ่ VDO และสื่อ PowerPoint
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

หลักฐาน
1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเช็ครายชอ่ื
3.แผนจดั การเรียนรู้
4.การตรวจประเมินผลงาน

การวัดผลและการประเมินผล
วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. ประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. สังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุม่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมนิ ผลการเรียนรู้
6. การสังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

87

เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมินกจิ กรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น

ร่วมกนั ประเมิน
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ีช่องปรบั ปรุง
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่ม คือ ปานกลาง (50 % ขน้ึ ไป)
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50% ข้นึ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑผ์ า่ น คือ 50%
5. แบบประเมนิ ผลการเรยี นร้มู ีเกณฑผ์ ่าน 50%
6 แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนขึน้ อย่กู ับ

การประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ

1.แนะนาํ ให้ฝึกทักษะในกิจกรรมใบงาน
2.อ่านและทบทวนเน้ือหา

ใบงานท่ี 6.1
เร่ือง การจดทะเบยี นพาณิชย์ของผูป้ ระกอบการ

ชื่อ-สกุล............................................................................................เลขที่.........ชั้น..........................
คาชแี้ จง ให้ Download แบบพิมพ์ (ทพ.) ท่ี www.dbd.go.th แลว้ นาํ มากรอกขอ้ มลู เพอื่ ฝึกทักษะใน
การจดทะเบียนพาณิชย์ของผปู้ ระกอบการ ตามคําแนะนาํ ของเอกสาร

บนั ทกึ หลงั การสอน

ข้อสรุปหลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาทพี่ บ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอื่ ..........................................................ครูผ้สู อน

(นางสาวฐิตพิ รรณ สงิ ห์จันลา)

89

แผนการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการท่ี 10 หน่วยที่ -
วชิ ารหัส 20001-1003 ธรุ กจิ และการเป็นผปู้ ระกอบการ
ชอื่ หนว่ ย/เร่อื ง ทบทวน/สอบกลางภาคเรยี น สอนครัง้ ท่ี 10 (28-30)

จานวน 3 ช.ม.

แนวคิด
-

ผลการเรียนร้ทู ่คี าดหวัง
1. ผู้เรียนเกิดการเรียนร้เู นอ้ื หาสาระ และนําความคดิ รวบยอดไปประยกุ ตใ์ ช้ต่อไป
2. มีการพัฒนาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผสู้ าํ เร็จการศึกษา

สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ทค่ี รูสามารถสังเกตไดข้ ณะทาํ การสอนในเรอ่ื ง
1 ความมวี ินัย
2 ความซือ่ สัตย์สุจริต
3 ความเชื่อมน่ั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝรุ ู้
5 การละเวน้ สงิ่ เสพติดและการพนัน

สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงความรเู้ กีย่ วกับหลักการวางแผนเปูาหมายชวี ติ ดว้ ยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธุรกิจและการเปน็
ผู้ประกอบการ หลกั การจดั การทางการเงนิ หลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิม่ ผลผลติ เบือ้ งตน้
และกฎหมายทเ่ี ก่ียวข้อง
2.จัดทําแผนธุรกจิ อยา่ งงา่ ย
3.ประยกุ ต์ใชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในการวางแผนและดําเนินงาน
4.ประยุกตใ์ ช้หลักการบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลติ ในการวางแผนและดาํ เนินงาน

สาระการเรียนรู้
ทบทวน/สอบกลางภาคเรยี น

บนั ทกึ หลงั การสอบ

ขอ้ สรุปหลังการสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแกป้ ัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวฐิตพิ รรณ สิงห์จนั ลา)

91

แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบบูรณาการที่ 11 หนว่ ยท่ี 7

วิชารหสั 20001-1003 ธรุ กจิ และการเป็นผ้ปู ระกอบการ สอนครั้งที่ 11 (31-33)

ช่อื หน่วย/เรื่อง รปู แบบแผนธรุ กจิ จานวน 3 ช.ม.

แนวคดิ

แผนธุรกจิ เป็นเครอ่ื งมอื ของธรุ กิจท่ผี ้ปู ระกอบการสามารถใชใ้ นการกาํ หนดขั้นตอน และวางแผนการ
ดาํ เนินธุรกจิ อย่างมรี ะบบ และมีประสิทธิภาพ เพ่ือให้บรรลุวสิ ยั ทัศน์ พันธกิจและเปูาหมายตามทกี่ ําหนดไว้

โดยแผนธุรกจิ ทดี่ ีน้ันควรจะมคี วามถกู ต้อง ชัดเจนและกระชับ ครอบคลุมเนอ้ื หาที่สําคัญ งา่ ยต่อการเข้าใจ
และต้องมคี วามเปน็ ไปไดใ้ นการนําไปใช้ในการดําเนนิ ธุรกจิ

ผลการเรียนร้ทู ค่ี าดหวัง

1. อธิบายความหมายและความสําคญั ของแผนธรุ กิจ
2. แสดงความร้เู กีย่ วกับองค์ประกอบของแผนธรุ กจิ
3. จัดทําปกหนา้ สารบัญ และคํานํา

4. จัดทําบทสรปุ ผู้บริหาร
5. จดั ทําประวตั กิ ิจการ หรอื ภาพรวมของกจิ การ

6. วิเคราะห์สถานการณ์
7. มกี ารพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรมค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคข์ องผูส้ าํ เร็จการศกึ ษา
สาํ นักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทาํ การสอนในเรือ่ ง

1 ความมวี นิ ัย
2 ความซือ่ สัตย์สุจริต

3 ความเช่อื ม่นั ในตนเอง
4 ความสนใจใฝุรู้
5 การละเว้นสิง่ เสพตดิ และการพนัน

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เก่ยี วกบั หลักการวางแผนเปูาหมายชีวติ ดว้ ยวงจรควบคมุ คุณภาพ ธรุ กิจและการเปน็

ผปู้ ระกอบการ หลักการจดั การทางการเงิน หลกั การบริหารงานคุณภาพและเพิม่ ผลผลิตเบอื้ งตน้ และกฎหมาย
ที่เก่ียวขอ้ ง

2. จดั ทําแผนธรุ กจิ อยา่ งง่าย

3. ประยกุ ตใ์ ช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดําเนนิ งาน
4. ประยกุ ตใ์ ช้หลกั การบริหารงานคณุ ภาพและเพม่ิ ผลผลิตในการวางแผนและดําเนนิ งาน

สาระการเรยี นรู้

1.ความหมายและความสําคญั ของแผนธรุ กิจ
2.องค์ประกอบของแผนธุรกจิ
3.ปกหนา้ สารบัญ และคํานํา

4.บทสรปุ ผบู้ รหิ าร
5.ประวตั กิ จิ การ หรอื ภาพรวมของกจิ การ
6.การวิเคราะหส์ ถานการณ์

กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเข้าส่บู ทเรยี น

1. ครูกลา่ วถึงแผนธรุ กจิ เปน็ แผนท่ีมคี วามสําคญั มากจะใหร้ ายละเอยี ดเกย่ี วกบั การเรม่ิ ตน้ ธรุ กิจ ทาํ ให้
ผปู้ ระกอบการมีเปูาหมายชัดเจน กําหนดแนวทางของความคดิ และชว่ ยใหผ้ ู้ประกอบการมคี วามมน่ั คงต่อการใช้

ทรัพยากร และนาํ ไปสูเ่ ปาู หมาย
2. ครูอภปิ รายแผนธุรกจิ วา่ เปน็ เคร่อื งมอื ที่แสวงหาเงินทนุ จากผูร้ ว่ มลงทนุ จากกองทุนร่วมลงทนุ จาก

สถาบันการเงนิ ตา่ งๆ

3. ผูเ้ รยี นยกตวั อยา่ งใหร้ ายละเอยี ดของกิจกรรมตา่ งๆ ได้แก่ การจดั หาเงินทนุ การพัฒนาผลิตภัณฑ์
การตลาดและอ่ืนๆ ในการบริหารกจิ การ และใชเ้ พอ่ื กําหนดการปฏิบัตงิ านที่ตอ่ เนือ่ งในอนาคตของกจิ การ

ขั้นสอน
4. ครูอธิบายความหมายและความสําคัญของแผนธรุ กิจ โดยแผนธุรกจิ (Business Plan) หมายถงึ
เคร่ืองมอื ที่ผูป้ ระกอบการใชก้ าํ หนดขนั้ ตอน และวางแผนการดําเนนิ ธุรกิจอยา่ งมีระบบ และมีประสิทธิภาพ

เพื่อให้บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ตามท่กี าํ หนดไว้ ไดแ้ ก่ กําไรหรอื อ่ืนๆ ทคี่ าดหวังเอาไว้ สามารถใชเ้ ปน็ เครือ่ งมือในการ
นาํ เสนอตอ่ หุ้นสว่ น หรอื สถาบนั การเงนิ ตา่ งๆ เพอ่ื ประโยชนใ์ นการพจิ ารณาร่วมลงทุน หรือการพิจารณาเงนิ กู้

5. ผ้เู รยี นบอกลกั ษณะของแผนธรุ กจิ ทีด่ ีควรมลี ักษณะดงั น้ี
1) มีความถูกตอ้ ง ชดั เจนและกระชับ
2) ครอบคลุมเนื้อหาท่ีสําคญั

3) เน้ือหาง่ายตอ่ การเข้าใจ
4) มีความเปน็ ไปได้จริงต่อการปฏิบัตติ ามแผน

6. ครบู อกองคป์ ระกอบของแผนธุรกิจ ผปู้ ระกอบการจะตอ้ งคาํ นึงถึง “แผนธรุ กจิ ” เปน็ อนั ดบั แรกซง่ึ
จะเป็นประโยชนต์ อ่ การดําเนนิ งานในอนาคตของตนเอง สถาบนั การเงนิ และผู้ลงทุนภายนอกท่ีจะเปน็ แหล่ง
เงินทนุ ให้แกก่ ิจการได้ โดยแผนธรุ กิจจะบอกให้ทราบวา่ ปจั จุบันธุรกิจอยตู่ รงไหน และในอนาคตจะเป็นอยา่ งไร

บ้าง ตามองค์ประกอบดังนี้
1) ปกหน้า สารบัญ และคาํ นํา

2) บทสรุปผู้บรหิ าร
3) ประวัตกิ จิ การ หรอื ภาพรวมของกิจการ
4) การวเิ คราะห์สถานการณ์

5) แผนการตลาด
6) แผนการบริหารจดั การและแผนการดําเนินงาน

7) แผนการผลติ
8) แผนการเงิน
9) แผนฉกุ เฉนิ

10) ภาคผนวก
7. ครูอธบิ ายและแสดงตัวอยา่ งของปกหนา้ สารบญั และคาํ นาํ

ปกหน้า เปน็ สงิ่ แรกที่ผ้อู ่านแผนธุรกจิ จะเห็น จึงควรมีช่ือของธุรกจิ รวมทง้ั ทอ่ี ยู่ หมายเลขโทรศัพท์
หมายเลขโทรสาร สญั ลกั ษณ์ของธุรกิจ นอกจากนน้ั อาจจะมีชื่อท่ีอยแู่ ละหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ประกอบการ
อยู่ดว้ ย เพ่ือความสะดวกในการติดต่อกลับ

สารบัญ มีไว้เพอ่ื ความสะดวกในการคน้ หารายละเอียดของแผนธุรกิจได้เรว็ ขนึ้ ซ่ึงจะมีประโยชน์
ในการเจรจาตอ่ รองกบั บคุ คลภายนอก เพราะยืนยนั ข้อมลู โดยอ้างอิงเอกสารซ่ึงกนั และกนั ได้ง่ายขึ้น

93

คํานาํ เปน็ สว่ นทอ่ี ยูถ่ ัดจากหนา้ ปกใน ผูเ้ ขียนรายงานแผนธุรกิจจะเป็นผ้เู ขียนเอง โดยกล่าวถงึ
วัตถปุ ระสงคแ์ ละขอบเขต รวมถงึ ปญั หาอุปสรรคในการจดั ทาํ แผนธุรกจิ ตลอดจนคําขอบคุณผู้ท่ใี ห้ความ
ชว่ ยเหลือในการรวบรวมขอ้ มูลหรอื การเขียนแผนธรุ กจิ (ถา้ มี) โดยให้ลงทา้ ยดว้ ยชือ่ ผูจ้ ัดทาํ แผนธุรกจิ และวนั ท่ี
กํากับ

8. ผเู้ รียนฝึกเขียนปกหนา้ สารบญั และคํานํา

9. ครูอธิบายและยกตัวอย่างของบทสรุปผู้บริหาร ซึ่งเป็นส่วนท่ีมีความสําคัญที่สุด เพราะเป็นการสรุป
รายละเอียดสั้นๆ ของแผนธุรกิจท้ังหมดท่ีได้ดําเนินการ และเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีโอกาส
เกิดขึ้นจริงได้ สามารถใช้โอกาสในตลาดให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร ดังน้ัน จึงมีความจําเป็นต้องเขียนให้เกิด
ความนา่ เช่ือ มีความเป็นไปได้ “บทสรุปผู้บริหาร” ควรเขียนให้สั้น และกะทัดรัด ถึงแม้ว่าบทสรุปผู้บริหารจะ
จดั ไว้อันดับแรก แตใ่ หเ้ ขยี นเป็นอนั ดับสดุ ทา้ ยในการเขยี นแผนทงั้ หมด ดงั น้ี

1) แนวคิดและขอบเขตของธุรกิจ
2) โอกาสของธุรกจิ
3) กลมุ่ ตลาดเปูาหมาย
4) สภาวะการแขง่ ขัน
5) ความค้มุ คา่ เชิงธุรกิจ (ผลกําไร)
6) ทมี ผู้บริหา
7) ข้อเสนอแนะ
10. ผู้เรียนฝึกเขยี นบทสรุปผู้บรหิ าร
11. ครอู ธิบายการเขยี นประวตั กิ จิ การ หรือภาพรวมของกิจการ โดยประวตั ิกิจการ หรือภาพรวมของ
กจิ การ (Company Profile) ให้ระบุข้อมูลเบ้ืองต้นเก่ยี วกับประวัติความเป็นมาของการกอ่ ตัง้ ในดา้ นรูปแบบ
การจดั ต้ังหรือจดทะเบียน ตลอดจนแนวคิดและที่มาของการมองเหน็ โอกาสทางการตลาด การคิดค้นและ
พฒั นาสินคา้ /บริการทต่ี ้องการนําเสนอให้กับลกู ค้ากลมุ่ เปูาหมายควรให้ขอ้ มลู เกยี่ วกบั เปาู หมายทต่ี ้องการให้
เปน็ ประโยชน์ในอนาคตและอ่ืนๆ ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง เช่น ผู้กอ่ ตง้ั ปที ีก่ อ่ ตงั้ ทุนจดทะเบียน ทุนท่ชี ําระแล้ว และประวัติ
ความเปน็ มาของการดาํ เนินงานตัง้ แต่อดตี จนถงึ ปัจจุบัน และกจิ กรรมท่เี กิดขึ้น เชน่ เพ่มิ ทุน ลงทุน ขยายธุรกิจ
เปน็ ตน้
12. ผเู้ รยี นฝึกเขียนประวัตกิ ิจการ หรอื ภาพรวมของกจิ การ

3. ครอู ธบิ ายความหมายการวิเคราะห์สถานการณ์ โดยการวเิ คราะหส์ ถานการณ์ (Current Situation
Analysis) หรือ “SWOT ANALYSIS” คือ การวิเคราะหค์ วามเป็นไปไดข้ องธรุ กจิ แบง่ ออก 2 สว่ น ได้แก่

3.1 การวิเคราะห์สถานการณ์ภายใน (Internal Situation Analysis) เปน็ การตรวจสอบ
ความสามารถ ความพรอ้ มของกจิ การด้านตา่ งๆ ที่เปน็ จดุ แข็ง (Strengths) และจดุ อ่อน (Weaknesses)
เป็นการศึกษาวิเคราะหป์ จั จัยทเ่ี กิดขนึ้ จากการกระทาํ กิจการเอง ซงึ่ ก่อใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อการดําเนินงาน
ทงั้ ดา้ นบวกเรยี กวา่ “จุดแข็ง” หรือดา้ นลบเรยี กว่า “จดุ ออ่ น” เป็นปจั จยั ทส่ี ามารถควบคมุ ได้ เน่ืองจาก
ทราบปัญหาท่ีเกิดขนึ้ อยา่ งดี หากมีการวางแผนบรหิ ารจัดการท่ีเปน็ ระบบและมีประสทิ ธิภาพ กส็ ามารถ
เสริมสรา้ งความเข้มแข็งของธรุ กจิ ได้

3.2 การวิเคราะห์สถานการณ์ภายนอก เปน็ การประเมินสภาพแวดลอ้ มทีผ่ ู้ประกอบการไมส่ ามารถ
ควบคมุ หรือเปล่ยี นแปลงได้ ในลักษณะทเ่ี ป็นโอกาส (Opportunities) หรืออุปสรรค (Threats) ในปัจจุบัน
ผปู้ ระกอบการควรจะเริ่มวิเคราะหป์ ัจจยั ภายนอกซ่งึ เปน็ ปัจจัยทไ่ี ม่สามารถควบคุมได้ ไดแ้ ก่

3.2.1 กลุ่มลกู ค้าเปูาหมายหรือตลาดเปูาหมาย (Target Group หรอื Market Group)
3.2.2 การแข่งขัน (Competition)
3.2.3 ค่านิยมทางวัฒนธรรมของสังคม เช่น การใช้สินค้าทมี่ ยี ีห่ ้อ
3.2.4 เทคโนโลยี (Technology)
3.2.5 เศรษฐกิจ (Economic)
3.2.6 กฎหมาย กฎ และระเบยี บตา่ งๆ (Political & Legal)
3.2.7 กล่มุ ผ้จู ําหน่ายวัตถดุ ิบ กลุ่มผู้ผลติ (Suppliers)
เป็นการวเิ คราะหป์ จั จยั ภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธรุ กจิ ทกี่ าํ ลงั ดําเนินงานอยู่ในดา้ นบวก
เรยี กว่า “โอกาส” และดา้ นลบเรียกว่า “อุปสรรค” กิจการสามารถกาํ หนดกลยุทธ์เพื่อให้ปรบั ตวั เข้ากับ
สถานการณ์ความเปล่ียนแปลงภายนอกท่ีเกดิ ขึ้นได้ เพอื่ ใหก้ ิจการสามารถดํารงอยไู่ ดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพไดแ้ ก่

95

13. ผู้เรียนฝกึ วิเคราะห์ SWOT ดังนี้

14. ครแู ละผ้เู รยี นสรปุ โดยการฝึกเขียนการวิเคราะหส์ ถานการณ์

ข้นั สรุปและการประยกุ ต์
15. ครูใช้คําถามหรอื กาํ หนดปญั หาโดยให้ผู้เรยี นระดมสมองชว่ ยกันคดิ หาคําตอบแลว้ อธบิ ายคําตอบให้

เพือ่ นทกุ คนในกลุ่มของตนเองเขา้ ใจ
16. ครูและผ้เู รยี นสรุปโดยการฝึกเขยี น
1) ความหมายและความสาํ คัญของแผนธรุ กิจ
2) องค์ประกอบของแผนธรุ กิจ
3) ปกหนา้ สารบัญ และคาํ นํา
4) บทสรุปผบู้ ริหาร
5) ประวตั ิกจิ การ หรอื ภาพรวมของกจิ การ
6) การวเิ คราะหส์ ถานการณ์
17. ครใู ช้วธิ สี มุ่ ผู้เรยี นทกุ กลุ่มตอบคําถามและอธิบายใหเ้ พือ่ นฟงั ท้งั ชั้นเรียน

ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน วิชาธุรกจิ และการเป็นผปู้ ระกอบการ
2. รูปภาพ
3. กิจกรรมการเรยี นการสอน
4. ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์, สอื่ VDO, สอื่ PowerPoint

หลกั ฐาน
1. บันทกึ การสอน
2. ใบเช็ครายชอื่
3 .แผนจดั การเรยี นรู้
4. การตรวจประเมินผลงาน

การวัดผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. ประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. สงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุม่
4. ตรวจใบงาน
5. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้
6. การสงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์
เครอื่ งมือวดั ผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผู้เรียน)
4. แบบประเมินกิจกรรมใบงาน
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้
5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น

ร่วมกันประเมิน
เกณฑก์ ารประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกล่มุ คือ ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขนึ้ ไป)
4. กจิ กรรมใบงาน เกณฑ์ผา่ น คอื 50%
5. แบบประเมินผลการเรียนรู้มีเกณฑผ์ า่ น 50%
6 แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้นึ อยู่กบั

การประเมนิ ตามสภาพจรงิ

กิจกรรมเสนอแนะ
1. ทํากิจกรรมใบงาน
2. อ่านและทบทวนเน้อื หา

97

บันทึกหลังการสอน

ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปัญหาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................................ครูผสู้ อน

(นางสาวฐิตพิ รรณ สิงห์จนั ลา)

แผนการจัดการเรียนร้แู บบบูรณาการท่ี 12 หนว่ ยที่ 7
รหัสวชิ า 20001-1003 ธุรกจิ และการเปน็ ผปู้ ระกอบการ สอนคร้ังที่ 12 (34-36)
ชอ่ื หนว่ ย/เรื่อง รปู แบบแผนธุรกิจ (ต่อ)
จานวน 3 ช.ม.

แนวคดิ
แผนธุรกิจเปน็ เครอ่ื งมอื ของธุรกจิ ทผ่ี ูป้ ระกอบการสามารถใชใ้ นการกําหนดขัน้ ตอน และวางแผนการ

ดําเนินธรุ กจิ อย่างมีระบบ และมปี ระสิทธภิ าพ เพอ่ื ให้บรรลวุ สิ ยั ทัศน์ พันธกิจและเปาู หมายตามที่กําหนดไว้
โดยแผนธรุ กจิ ที่ดนี ้นั ควรจะมคี วามถูกต้อง ชัดเจนและกระชบั ครอบคลมุ เน้อื หาที่สําคัญ งา่ ยตอ่ การเขา้ ใจ
และตอ้ งมีความเป็นไปได้ในการนาํ ไปใช้ในการดําเนนิ ธรุ กจิ

ผลการเรยี นร้ทู ่ีคาดหวัง
1. จดั ทําแผนการตลาด
2. มกี ารพัฒนาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของผสู้ ําเร็จการศึกษา

สํานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ท่คี รูสามารถสังเกตได้ขณะทําการสอนในเรอื่ ง
1. ความมวี นิ ยั
2. ความซ่อื สัตย์สจุ รติ
3. ความเชอื่ มน่ั ในตนเอง
4. ความสนใจใฝุรู้
5. การละเว้นสิง่ เสพตดิ และการพนัน

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กีย่ วกับหลักการวางแผนเปูาหมายชีวิตด้วยวงจรควบคุมคณุ ภาพ ธรุ กิจและการเปน็

ผูป้ ระกอบการ หลกั การจัดการทางการเงิน หลักการบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิ่มผลผลติ เบือ้ งตน้ และกฎหมาย
ที่เกีย่ วขอ้ ง

2. จดั ทาํ แผนธุรกจิ อยา่ งงา่ ย
3. ประยกุ ต์ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางแผนและดาํ เนนิ งาน
4. ประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั การบรหิ ารงานคณุ ภาพและเพิ่มผลผลิตในการวางแผนและดําเนนิ งาน
สาระการเรยี นรู้
1. แผนการตลาด
กิจกรรมการเรียนรู้

ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูและผูเ้ รียนทบทวนการเขียนแผนธรุ กิจในเรอ่ื งตอ่ ไปน้ี

1) ความหมายและความสาํ คัญของแผนธรุ กจิ
2) องคป์ ระกอบของแผนธุรกิจ
3) ปกหนา้ สารบญั และคํานํา
4) บทสรปุ ผบู้ ริหาร
5) ประวัติกจิ การ หรอื ภาพรวมของกจิ การ
6) การวิเคราะห์สถานการณ์
2.สุ่มผ้เู รียนบางคน ให้ออกมาเขียนหรอื อธิบายองค์ประกอบของแผนธรุ กจิ บางส่วน เชน่ บทสรุป
ผู้บริหาร ประวัติกิจการ หรือภาพรวมของกจิ การ และการวิเคราะห์สถานการณ์

99

ข้นั สอน
3. ครอู ธิบายการเขียนแผนการตลาด โดยแผนการตลาด (Marketing Plan) คือ การกาํ หนดแนวทาง
และทศิ ทางในการดําเนนิ งานทางการตลาดให้เปน็ ไปตามวตั ถปุ ระสงค์ และสมั พนั ธก์ ับกลยุทธ์ทางการตลาดท่ี
กําหนดไว้ โดยตรวจสอบและประเมินผลกจิ กรรมทางการตลาดไวล้ ว่ งหน้าได้ ส่งิ สําคญั ทสี่ ุดในการทําธรุ กจิ คอื
การมองดา้ นการตลาด ผูป้ ระกอบการตอ้ งมองใหอ้ อกว่าผูบ้ รโิ ภคตอ้ งการอะไร แลว้ ผลติ สินคา้ หรือบริการเพือ่
สนองความตอ้ งการน้นั กาํ ไรทเ่ี กิดข้นึ นน้ั คอื ผลงานจากการทาํ ให้ผูบ้ รโิ ภคไดร้ บั ความพงึ พอใจสงู สดุ
4. ผเู้ รยี นเขียนวสิ ยั ทศั น์ (Vision) ซ่ึงหมายถึง ภาพรวมของกจิ การทีต่ ้องการจะเปน็ ในอนาคต โดยมี
พ้ืนฐานอยูบ่ นความเปน็ จรงิ ในปัจจบุ ัน โดยจะนาํ เสนอจดุ มงุ่ หมายของผู้ประกอบการเกี่ยวกับการทําธรุ กิจ ซงึ่
ประกอบดว้ ยจดุ มุ่งหมายทเ่ี ฉพาะเจาะจง สามารถวดั ค่าได้ ดําเนนิ การใหบ้ รรลผุ ลได้ เป็นเหตุเป็นผลและตงั้ อยู่
บนพน้ื ฐานของความเป็นจรงิ และมีกรอบระยะเวลาเป็นเครอื่ งกาํ หนด ดังคําสุภาษิตท่ีว่า “ฝันให้ไกล แลว้ ไปให้
ถงึ ”

5. ครอู ธิบายและให้ผเู้ รียนเขยี นพันธกจิ (Mission) หมายถงึ งานท่ีต้องทําเพื่อให้บรรลวุ ิสัยทัศนข์ อง
กจิ การ โดยจะอธิบายความเปน็ ไปได้ของธรุ กิจ/โครงการ ซงึ่ ครอบคลมุ 5 ประการ คอื

1) สนิ ค้าและบรกิ ารของกจิ การคืออะไร
2) ลูกค้าของกิจการเป็นใคร
3) คุณคา่ ที่กิจการมอบให้แก่ลกู คา้ เป็นอย่างไร
4) ขณะนีก้ จิ การเป็นอยา่ งไร
5) ตอ่ ไปกจิ การควรจะเป็นอย่างไร

6. ครอู ธิบายและใหผ้ ูเ้ รียนเขียนเปูาหมาย (Goal) คือ การกาํ หนดผลลัพธท์ ตี่ ้องการจากพนั ธกจิ ของ
กิจการ โดยเขยี นเป็นข้อๆ แบง่ เป็นเปาู หมายระยะสนั้ (1 ปี) ระยะปานกลาง (3-5 ป)ี และระยะยาว (5 ปขี ึ้น
ไป) ซง่ึ เปาู หมายแต่ละระยะเวลาควรสอดคลอ้ งกัน สามารถวดั ผลได้และระบุเวลาทีแ่ ลว้ เสรจ็ อยา่ งชดั เจน

7. ผู้เรยี นเขียนแผนการตลาด โดยผู้ประกอบการตอ้ งทราบและเข้าใจเรอ่ื งดงั ต่อไปนี้
1) เปูาหมายทางการตลาดท่ีต้องการคอื เรอ่ื งอะไรบา้ ง
2) ใครคอื ลกู คา้ กลุ่มเปูาหมาย
3) จะนําเสนอสนิ ค้า/บรกิ ารอะไรให้กลุ่มเปาู หมาย ในราคาเท่าใด และวธิ ีการใด
4) จะสร้างและรกั ษาความพึงพอใจใหก้ บั กลมุ่ เปูาหมายได้ดว้ ยวธิ กี ารใดบ้าง
5) ถ้าสถานการณ์ไมเ่ ป็นไปตามท่ีคาดหวังไว้ จะแก้ไขอย่างไร

8. ผเู้ รียนวางแผนด้านการตลาด “STP&4P’s” โดยมขี ้นั ตอนดังนี้
1) การแบง่ สว่ นตลาด (Segmentation)
2) การกาํ หนดลูกค้าเปาู หมายว่ากลุ่มไหนทจี่ ะเลอื ก (Targeting)
3) การสรา้ งภาพพจน์ในใจของลกู ค้า (Positioning)
4) สว่ นประสมทางการตลาด (4 P’s) ไดแ้ ก่ สนิ คา้ หรือบรกิ าร (Product) ราคา (Price)
ชอ่ งทางการจาํ หนา่ ย (Place) และการสง่ เสริมทางการตลาด (Promotion)
5) ส่วนประสมทางการตลาดยุคใหม่ (4 C’s) เปน็ การมองดา้ นความต้องการของผูบ้ รโิ ภคและควร
นาํ มาใช้ในแผนปฏิบตั กิ ารทางการตลาดด้วย ดงั นี้
5.1 Consumer Need คอื ขายสินค้าตามความต้องการของลูกคา้
5.2 Customer Benefits คือ ประโยชน์ท่ีลกู คา้ จะไดร้ ับ
5.3 Convenience คอื เปน็ สนิ คา้ ที่สะดวก
5.4 Communication คือ การรบั รขู้ ่าวสารสินค้า

ข้นั สรุปและการประยุกต์
9. ครูใช้คาํ ถามหรือกาํ หนดปญั หาโดยให้ผเู้ รยี นระดมสมองช่วยกันคิดหาคาํ ตอบแลว้ อธิบายคําตอบให้

เพื่อนทกุ คนในกลุม่ ของตนเองเข้าใจ
10. ครใู ช้วธิ สี ุ่มผเู้ รียนทุกกลุ่มตอบคาํ ถามและอธิบายให้เพ่ือนฟังทัง้ ช้ันเรยี น

สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน วชิ าการประกอบการ
2. รปู ภาพ
3. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
4. สอ่ิ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ส่อื VDO และสอ่ื PowerPoint
5.แบบประเมนิ ผลการเรยี นรู้

หลกั ฐาน
1.บนั ทึกการสอน
2.ใบเช็ครายชื่อ
3.แผนจดั การเรียนรู้
4.การตรวจประเมนิ ผลงาน

การวดั ผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมรายบคุ คล
2. ประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. สังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม
4. ตรวจใบงาน


Click to View FlipBook Version