ข คำนำ หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นมาเพื่อสำหรับผู้ที่ใช้งานโปรแกรม Solidworks ใช้สำหรับการศึกษาและเพิ่ม ความสามารถทางด้านประสิทธิภาพการออกแบบชิ้นส่วนเครื่องกล สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ และแก้ไขการ ออกแบบได้ โดยหนังสือเล่มนี้จะมุ่งเน้นให้ใช้งานง่าย และประหยัดค่าใช้จ่าย หนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อใช้ในการศึกษาห้องเรียน หรือผู้ที่สนใจสามารถศึกษาได้ โดยจะนำ หนังสือเล่มนี้ไปใช้ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 และผู้ที่เริ่มต้นสำหรับการใช้งานโปรแกรม Solidworks ซึ่งในหนังสือเล่มนี้จะมีเนื้อหาประกอบด้วยรูปภาพและสัญลักษณ์ เพื่อให้ผู้ที่ศึกษาได้เข้าใจใน เนื้อหาและแก้ไขปัญหาได้มากยิ่งขึ้น โดยผู้จัดทำหวังหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมสำหรับผู้ที่ริเริ่มหรือสนใจในงานเขียนแบบ การออกแบบ และการพัฒนาตนเอง ไม่มากก็น้อย ขอขอบพระคุณคณาจารย์ทุกท่านที่ได้ประสิทธิ์ประศาสตร์ วิชาทั้งหลายให้แก่ผู้จัดทำและที่ได้สนับสนุนตลอดมา
ค สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ข สารบัญ ค จุดประสงค์การสอน ง-ฉ บทที่ 1 การใช้งานโปรแกรม Solid Works 1 บทที่ 2 กระบวนการสร้างวัตถุ 3 มิติ 15 บทที่ 3 การใช้เครื่องมือ Sketch 26 บทที่ 4 การสร้างระนาบแปลน บทที่ 5 การกำหนดขนาดให้วัตถุ 49 บทที่ 6 การสร้างชิ้นงานด้วยการเพิ่มความหนาให้วัตถุ 57 บทที่ 7 การปรับแต่งวัตถุจากคำสั่ง Feature 64 บทที่ 8 การสร้างวัตถุด้วยการหมุน 84 บทที่ 9 การคัดลอกวัตถุ 93 บทที่ 10 การสร้างวัตถุจากระนาบแปลนที่ต่างกัน 101 บทที่ 11 การสร้างภาพฉาย 112 บทที่ 12 การประกอบชิ้นงาน 130 บทที่ 13 การสร้างภาพแยกส่วนชิ้นงาน 138 บรรณานุกรม 144 1-5 6-14 15-35 36-40 41-47 48-52 53-70 71-75 76-78 79-85 86-101 102-107 108-111
1 บทที่ 1 การใช้งานโปรแกรม Solid Works 1.1 บทนำ งานอุตสาหกรรมเป็นงานที่มีการแข่งขันเพื่อที่จะผลิตสินค้าให้มีคุณภาพสูง แต่ราคาต่ำ แต่เดิม นั้นโรงงานส่วนใหญ่มักอาศัยแรงงานของคนเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันได้นำคอมพิวเตอร์มาช่วยเพื่อเพิ่มผลผลิต เช่น การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการออกแบบ (computer aided design) หรือCAD การนำคอมพิวเตอร์ มาช่วยในการผลิต (computer aided manufacturing) หรือ CAM 1.2 คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ ( Computer Aided Design ) ในกระบวนการของ CAD นอกจากจะเป็นการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบแล้วยังรวมถึงการ ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการดัดแปลง การวิเคราะห์และหาหนทางที่ดีที่สุดสำหรับการออกแบบ โดย ระบบ CAD จะต้องมีทั้งส่วนที่เป็นฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยฮาร์ดแวร์ของ CAD นอกจากจะ ประกอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว ยังต้องมีจอกราฟิกและอุปกรณ์รับข้อมูล เช่น เมาส์ ดิจิไทเซอร์ ฯลฯส่วนซอฟต์แวร์ของ CAD นั้น จะเป็นโปรแกรมสำหรับสร้างภาพกราฟิกและโปรแกรม ช่วยงานต่าง ๆ เช่น โปรแกรมวิเคราะห์โครงสร้าง เช่น finite element analysis ซึ่งเราอาจเรียกส่วนนี้ ว่า “ คอมพิวเตอร์ช่วยในงานวิศวกรรม ( computer aided engineering ) ” ภาพที่ 1 ส่วนของฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นต่อระบบ CAD
2 1.3 คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิต ( Computer Aided Manufacturing ) การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยจัดการกับกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม โดยอาจควบคุม ตั้งแต่การวางแผนจนกระทั่งการจัดการหลังการผลิต ซึ่งกระบวนการของ CAM อาจแบ่งออกเป็น 2 ส่วน หลัก ๆ คือ 1.3.1 การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการผลิตโดยตรงเป็นลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์ในการ ตรวจสอบ โดยระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้เชื่อมโยงกันกระบวนการผลิตนี้ จะทำหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการ ผลิตหรือเก็บข้อมูลจากกระบวนการผลิตการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อทำการผลิตสินค้าโดยตรง โดยการนำข้อมูล จากระบบ CAD มาช่วยในการควบคุมอุปกรณ์การผลิต เช่น เครื่องกัดที่ทำงานโดยอาศัยคำสั่งเชิงตัวเลข (numerical control machine) หรือ NC machine tool ภาพที่ 2 การใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมเครื่องจักร NC machine 1.3.2 การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยผลิตทางอ้อมงาน ในลักษณะนี้จะเป็นงานที่สนับสนุนการผลิต ซึ่งไม่ต่อเชื่อมระบบคอมพิวเตอร์โดยตรง แต่อาจจะเป็นการนำข้อมูลมาประมวลผล สรุป วางแผน เช่น งานเกี่ยวกับการวางแผน การจัดการเกี่ยวกับการจัดซื้อวัตถุดิบ การจัดการในโรงงาน เป็นต้น การใช้ CAD และ CAM หากจะใช้ให้ได้ผลเต็มที่แล้วจะต้องสามารถส่งข้อมูลถึงกันและกันได้ โดยข้อมูลที่ออกแบบโดย CAD ซึ่งเป็นข้อมูลในลักษณะรูปภาพ กราฟิก สามารถนำไปใช้ในการผลิตชิ้นงาน ซึ่งมี ขนาด และ รูปร่างลักษณะ เหมือนกับที่ออกแบบไว้กับ CAD ทุกประการ การใช้ข้อมูลร่วมกันของ CAD และ CAM แสดงดังภาพที่ 3
3 ภาพที่ 3 การใช้ฐานข้อมูลร่วมกันของระบบ CAD/CAM ในงานอุตสาหกรรม 1.4 ระบบ CAD / CAM ในงานอุตสาหกรรม งานอุตสาหกรรมเป็นงานที่ต้องมีการแข่งขัน ผู้ที่จะอยู่ในแนวหน้าได้จะต้องมีการผลิตสินค้าออกมา ทันความต้องการของตลาด สินค้าต้องมีคุณภาพดีและราคาถูก กระบวนการผลิตทันสมัย การประยุกต์ใช้ CAD / CAM เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้การผลิตสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะของการนำ CAD / CAM เข้ามาช่วยในการผลิตสินค้าแสดงดังภาพที่ 4 ส่วนของระบบ CAD / CAM ที่เข้ามาช่วย คือ ใน ส่วนของ CAD ช่วยในการออกแบบ วิเคราะห์แบบ แล้วจึงวาดภาพอัตโนมัติ จากนั้นข้อมูลจาก CAD จะ ถูกส่งไปยังระบบ CAM เพื่อวางแผนการผลิตและให้ข้อมูลในการสั่งซื้อวัสดุ รวมทั้งวางแผนการผลิต การ วางแผนการใช้วัสดุ แล้งจึงเริ่มการผลิต โดย CAM จะไปช่วยในการควบคุมเครื่องจักรในการผลิตตัดควบคุม หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เมื่อได้สินค้าแล้วก็จะทำการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งการใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการ ตรวจสอบคุณภาพจะได้ความถูกต้องและแม่นยำสูง โดยมีกระบวนการตั้งแต่การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการ ออกแบบ (CAD) การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผลิต (CAM) การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการวางแผนการ ผลิต ( computer aided process planning : CAPP ) การนำคอมพิวเตอร์มาช่วย ในการตรวจสอบ คุณภาพ ( computer aided quality control : CAQ ) เราเรียกว่า การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ ร่วมกับการผลิต( computer integrated manufactguring : CIM ) การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยออกแบบ และช่วยผลิต คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ (CAD) คอมพิวเตอร์ช่วยผลิต (CAM) ออกแบบรูปทรงเรขาคณิต วิเคราะห์แบบ การจัดการ ทดสอบต้นแบบ เขียนแบบสั่งงาน ควบคุมเครื่องจักร วางแผนกระบวนการผลิต ควบคุมหุ่นยนต์ ฐานข้อมูลร่วมของ CAD/CAM
4 ( CAD / CAM ) มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้ 1.4.1 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ ( CAD ) 1.4.1.1 ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบ ( Design Tool ) 1.4.1.2 การสร้างรูปทรงเรขาคณิต ( Geometric Modelling ) 1.4.1.3 เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ( Computer Graphic ) 1.4.2 องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ช่วยผลิต ( CAM ) 1.4.2.1 คอมพิวเตอร์ช่วยออกแบบ ( CAD ) 1.4.2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต ( manufacturing tool ) 1.4.2.3 การเชื่อมต่อระบบ ( network ) ภาพที่ 4 การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ร่วมกับการผลิต (CIM)
5 ภาพที่ 5 การใช้ CAD / CAM ในกระบวนการผลิตตัด 1.5 โปรแกรม SolidWorks เป็นโปรแกรมเขียนและออกแบบที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในงานออกแบบผลิตภัณฑ์และออกแบบชิ้นส่วน เครื่องกล 3 มิติ ประกอบด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานดังนี้ 1.5.1 การสร้าง Part Solid ใช้วิธีการและเทคโนโลยีของ Surface Modeling (NURBS) 1.5.2 Assembly Modeling สามารถประกอบชิ้นส่วน 3 มิติได้เร็วขึ้น โดยมีขนาดของไฟล์เล็ก ลงและใช้หน่วยความจำน้อย 1.5.3 Drawing สร้าง Drawing 2 มิติ จาก 3 มิติ โดยอัตโนมัติและบันทึกไฟล์เป็น .dwg ได้ 1.5.4 Simulation ใช้ทดสอบการเคลื่อนที่และตรวจสอบหาชิ้นส่วนที่ขัดกัน 1.5.5 Animator สร้างภาพเคลื่อนไหวแสดงการทำงานของชิ้นส่วน หรือเครื่องจักรกลและ สามารถบันทึกไฟล์เป็น .AVI ได้ 1.5.6 Sheet Metal สามารถสร้างงานพับแบบต่างๆ และทำแผ่นคลี่งานโลหะแผ่นได้ 1.5.7 Module การใช้งานอื่นๆ เช่นการวิเคราะห์ไฟไนต์เอลิเมนต์เบื้องต้น Drawing/D ata Manageme 3D Surface design 3D Solid modellin g 3D Machinin 2/2 ½ D Machini Postproce ssors Manufacturi Draught ng ing Job costing Ledge rs Payr oll Seles Admi Mate rial contr Seles orders Customer invoices Manamen tAcounts Purchase order Supplier invoice Interactive input NC/CN C Machin e CA M CAD Graphical Systems Information and Control Systems
6 1.6 การใช้งานโปรแกรม SolidWorks ในส่วนของการใช้งานโปรแกรม SolidWorks ในเบื้องต้นภายในบทเรียนจะกล่าวถึงการสร้างชิ้นงาน ใหม่ การใช้งานหน้าต่างการทำงานของโปรแกรมและการใช้งาน Viewport เพื่อปรับมุมมองการแสดงผลวัตถุ ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.6.1 การสร้างชิ้นงานใหม่ จะมีคำสั่งการสร้างชิ้นงานอยู่ 3 แบบ ได้แก่ การสร้างชิ้นงาน (Part) , การประกอบชิ้นงาน (Assembly) และการสร้างภาพฉายวัตถุ (Drawing) ซึ่งในตัวอย่างนี้ จะแสดงการสร้าง ชิ้นงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.6.1.1 คลิกเลือกสัญลักษณ์ของโปรแกรมแสดงดังภาพที่ 5 เพื่อเรียกเมนู หลังจากนั้นให้ เลือกคำสั่ง File > New เพื่อสร้างชิ้นงานใหม่ หรือคลิกปุ่มในภาพที่ 6 ภาพที่ 6 ปุ่มเมนู ภาพที่ 7 สัญลักษณ์สำหรับสร้างเอกสารใหม่ 1.6.1.2 ที่ปุ่ม Part เพื่อเลือกการสร้างชิ้นงานใหม่และกดปุ่ม Ok ภาพที่ 8 ขั้นตอนการเลือกลักษณะการสร้างชิ้นงานใหม่ 1
7 1.6.2 การใช้งานหน้าต่างการทำงานของโปรแกรม SolidWorks มีส่วนประกอบหลักดังนี้ ภาพที่ 9 หน้าต่างการทำงานของโปรแกรม 1.6.2.1 ไตเติลบาร์ (Title Bar) แถบเสดงชื่อไฟล์ที่กำลังทำงานอยู่ หากในกรณีที่เริ่มต้น ทำงานแต่ยังไม่ได้บันทึกข้อมูลในแถบไตเติลบาร์จะแสดงชื่อเป็น Part1 1.6.2.2 เมนูบาร์ (Title Bar) แถบรวมคำสั่งในการทำงานกับโปรแกรมทั้งหมด ซึ่งเมนู ภายใต้คำสั่งหลักคือ เมนูเครื่องมือและเมนูสำหรับปรับแต่งการทำงาน โดยจะมีทั้งหมด 7 หมวด ดังนี้ 1.6.2.2.1 คำสั่ง File ใช้จัดการกับไฟล์โมเดลในโปรแกรม เช่น New ใช้สร้าง ไฟล์ใหม่, คำสั่ง Save ใช้บันทึกไฟล์ที่กำลังทำงานและ Print ใช้พิมพ์งานหรือภาพ 1.6.2.2.2 คำสั่ง Edit ใช้แก้ไขชิ้นงานและปรับแต่งชิ้นงานในรูปแบบต่างๆ เช่น Copy คัดลอกชิ้นงาน 1.6.2.2.3 คำสั่ง View ใช้ปรับแต่งพื้นที่การทำงาน เช่น การแสดงจุดแกน Origin การแสดง Plane หรือระนาบของวัตถุ, Display คำสั่งแสดงวัตถุในแบบต่าง และคำสั่งในการควบคุม เช่น Pan การเลื่อนวัตถุ เมนูบาร์ สแตนดาร์ดทูลบาร์ แถบจัดการคำสั่ง ไตเติลบาร์ วิวทูลบาร์ ทาส์กบาร์ แผงแสดงผังรายการ Orientation 2
8 1.6.2.2.4 คำสั่ง Insert ใช้ทำงานกับวัตถุ เช่น คำสั่งการยืดวัตถุ Extrude , คำสั่งในการสร้างแผ่นโลหะ Sheet Metal และการสร้างตารางออกแบบชิ้นงาน เป็นต้น 1.6.2.2.5 คำสั่ง Tools รวมเครื่องมือต่างๆ ที่ทำงานกับโมเดล เช่น คำสั่ง การสเก็ตช์และวาดเส้นต่างๆ, คำสั่ง Relation กำหนดความสัมพันธ์กับวัตถุ เป็นต้น 1.6.2.2.6 คำสั่ง Window ใช้แสดงหน้าต่างการทำงาน และการแบ่งหน้าต่าง การทำงาน 1.6.2.2.7 คำสั่ง Help ใช้แสดงคู่มือและคำแนะนำในการใช้โปรแกรม รวมทั้ง การสอนการใช้ในแกรม 1.6.3 การทำงานกับวิวพอร์ต (Viewport) เป็นพื้นที่แสดงผลลัพธ์ การปรับแต่งและการทำงานที่ เกี่ยวกับโมเดล ซึ่งมีรายละเอียดการใช้งานดังนี้ ภาพที่ 9 หน้าต่างการทำงานของโปรแกรม 1.6.3.1 ระนาบแปลน : ใช้เลือกระนาบในการสร้างวัตถุว่าจะกำหนดชิ้นงานอยู่ในระนาบ ใด เช่น Top Plane, Front Plane, Right Plane เป็นต้น 1.6.3.2 แกน 3 มิติ : ส่วนที่บอกให้ทราบว่าวัตถุในมุมมองนี้ทำงานกับแกนใดอยู่ 1.6.3.3 จุด Origin : จุดกำเนิดในการสร้างชิ้นงาน 1.6.3.4 ลักษณะมุมมอง : บอกให้ทราบถึงมุมมองการทำงานในปัจจุบัน เมื่อเปิดหน้าต่าง การทำงานจะแสดงมุมมองของ Trimetric เป็นค่าตั้งต้นของโปรแกรม โดยเราสามารถกำหนดมุมมองของวัตถุ ได้อย่างอิสระ แถบแสดงมุมมอง แกน3มิติ ระนาบแปลน จุด Origin แถบย่อ/ขยายหน้าต่าง และปิด การทำงาน 3
9 1.6.4 การปรับมุมมองวัตถุเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่การสร้างงาน เพียงขณะทำงานให้คลิก ขวาบนพื้นที่ว่างจะพบกลุ่มเครื่องมือสำหรับปรับมุมมอง ดังนี้ 1.6.4.1 คำสั่ง Zoom In/Out เป็นการเลือกการซูมเข้า – ออก เพื่อขยายและย่อมุมมอง อีกทั้งยังสามารถใช้การคลิกเมาส์ปุ้มกลางพร้อมกับกดคีย์ <Shift> ค้างไว้ แล้วลากเมาส์ขึ้น – ลง ก็ได้เช่นกัน 1.6.4.2 คำสั่ง Rotate View เป็นการหมุนมุมมองวัตถุ โดยที่ตัววัตถุยังอยู่ตำแหน่งและ องศาเดิม หรือใช้วิธีคลิกเมาส์ปุ่มกลางค้างไว้ แล้วหมุนมุมมองได้อย่างอิสระ 1.6.4.3 คำสั่ง Pan View เป็นการปรับมุมมองด้วยการเลื่อนหน้าจอ หรือใช้วิธีคลิกปุ่ม เมาส์กลางพร้อมกดคีย์<Ctrl> ค้างไว้ เพื่อเลื่อนมุมมองได้อย่างอิสระ 1.6.4.4 Zoom to Fit เป็นการเลือกให้แสดงวัตถุในมุมมองที่เห็นได้ทั้งหมดชัดเจน โดย โปรแกรมจะยึดพื้นที่หน้าจอเป็นหลัก ไม่ว่าก่อนหน้าจะอยู่ในมุมมองเช่นไร 1.6.4.5 Zoom to Area เป็นการเลือกซูมเฉพาะพื้นที่ สามารถเลือกได้โดยการสร้างพื้นที่ ครบบริเวณที่ต้องการซูม 1.6.5 การแสดงผลวัตถุเพื่อความสะดวกในการสร้างชิ้นงานและการดูผลลัพธ์ชิ้นงาน ผู้ใช้งาน เลือกแสดงวัตถุได้หลายรูปแบบ การแสดงผลวัตถุนี้มีประโยชน์มากในการสร้างแปลนภาพฉาย ซึ่งมีคำสั่งใน การแสดงผลดังต่อไปนี้ 1.6.5.1 Shaded with Edges การแสดงพื้นผิววัตถุและเส้นขอบ 1.6.5.2 Shaded การแสดงพื้นผิววัตถุโดยไม่แสดงเส้นขอบ 1.6.5.3 Hidden Lines Remove การแสดงเฉพาะเส้นขอบที่มองเห็นได้ 1.6.5.4 Hidden Lines Visible การแสดงเส้นประที่ถูกบดบัง 1.6.5.5 Wireframe การแสดงเส้นขอบของวัตถุ ภาพที่ 10 การแสดงผลวัตถุในรูปแบบต่างๆ 4
10 1.6.6 การแสดงผลวัตถุบนพื้นหลังที่ต่างกัน โดยใช้คำสั่ง Apply Scene เพื่อให้การแสดงผลของ ชิ้นงานมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ภาพที่ 11 การใช้คำสั่ง Apply Scene 1.6.7 การซ่อนและแสดงเงาวัตถุโดยใช้คำสั่ง Shadows In Shaded Mode ซึ่งเป็นปุ่มลักษณะ Toggle คือ สามารถเลือกซ่อนและแสดงเงาในปุ่มเดียวเพียงคลิกเลือก และถ้าต้องการยกเลิกก็ทำการคลิกซ้ำ ปุ่มเดิม เงาของวัตถุนั้นจะปรากฏก็ต่อเมื่อเลือกแสดงผลในรูปแบบ Shaded with Edges และ Shaded เท่านั้น ภาพที่ 12 การเปรียบเทียบใช้คำสั่ง Shadows In Shaded Mode เลือกพื้นหลัง 5
14 บทที่ 2 กระบวนการสร้างวัตถุ 3 มิติ 2.1 หลักการทำงานของโปรแกรม Solid Works โปรแกรม Solid Works ได้แบ่งส่วนการทำงานของพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ Part, Assembly และ Drawing ซึ่งแต่ละส่วนมีหลักการทำงานดังนี้ 2.1.1 การทำงานในส่วนของ Part เป็นพื้นที่สำหรับสร้างวัตถุหรือชิ้นงาน โดยแบ่งโหมดการ ทำงานออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ 2.1.1.1 การสเกตซ์เส้นร่าง (Sketch) โดยการคลิกที่แถบ Sketch แล้วทำการวาดเส้น เพื่อนำไปสร้างพื้นผิววัตถุต่อไป 2.1.1.2 การสร้างพื้นผิววัตถุ (Features) โดยการคลิกที่แถบ Features แล้วเลือกคำสั่ง ในโหมดสร้างพื้นผิววัตถุจนเกิดเป็นชิ้นงานที่ต้องการ 2.1.2 การทำงานในส่วนของ Assembly เป็นส่วนของการประกอบชิ้นงานที่ได้จากการสร้างใน ส่วนของ Part มาประกอบกันจนกลายเป็นชิ้นงานเดียว 2.1.3 การทำงานในส่วนของ Drawing เป็นการนำชิ้นงานในส่วนของ Part และ Assembly มา แสดงเป็นภาพฉายชิ้นงาน 2.2 การกำหนดก่อนเริ่มสร้างงาน ก่อนเริ่มต้นสร้างชิ้นงานผู้ใช้งานต้องทำการกำหนดค่าของหน่วยวัดหรือมาตราส่วนของวัตถุและตั้งค่า Snap ที่ใช้ในโปรแกรม เพื่อความแม่นยำในการสร้างวัตถุ 2.2.1 ตั้งค่าหน่วยวัดการทำงานมีรายละเอียดในการตั้งค่าในแต่ละส่วนดังนี้ ภาพที่ 1 การเข้าสู่หน้าต่างการตั้งค่า 6
15 ภาพที่ 2 การกำหนดหน่วยเริ่มต้น 2.2.2 รายละเอียดของการปรับค่าเพิ่มเติมในแต่ละส่วนมีดังนี้ 2.2.2.1 Length units เป็นการกำหนดค่าหน่วยการวัดของวัตถุ เช่น มิลลิเมตร เซนติเมตร หรือนิ้ว 2.2.2.2 Angular units เป็นการกำหนดค่ารัศมี หรือค่าองศา 2.2.2.3 Decimal places เป็นการกำหนดค่าหน่วยทศนิยมของการแสดงตัวเลข บอกขนาด เช่น ขนาดของวัตถุมีค่าเป็น 100.50 2.2.3 การตั้งค่า Snap เพื่อช่วยกำหนดการลากเส้นในจุดต่อไป เพื่อป้องการการคลาดเคลื่อน ของวัตถุ มีวิธีดังภาพที่ 3 7
16 ภาพที่ 3 การตั้งค่า Snap คลิกเข้าสู่การตั้งค่า Snap เลือกรูปแบบที่ต้องการใช้ 8
17 2.3 ทดลองสร้างชิ้นงาน เริ่มต้นการสร้างชิ้นงานจากโหมด Sketch แล้วใช้คำสั่งในโหมด Features สร้างพื้นผิววัตถุ โดยจะทำ การสร้างวัตถุดังภาพที่ 4 ภาพที่ 4 วัตถุต้นแบบสำหรับการสร้างชิ้นงาน 2.3.1 ไปที่ New – Part กด OK เพื่อเริ่มต้นในการทำการออกแบบ ภาพที่ 5 ขั้นตอนในการเลือกหมวดในการเริ่มต้นออกแบบ 9
18 2.3.2 ขั้นตอนการออกแบบคลิกที่โหมด Sketch คลิกคำสั่ง Sketch เลือกระนาบ Front Plane ภาพที่ 6 การเลือกระนาบเพื่อเตรียมสร้างชิ้นงาน 2.3.3 ใช้คำสั่ง เส้นตรง (Line) แล้วเริ่ม Sketch เป็นรูปทรงตัว L ที่จุดเริ่มต้น (Origin) ภาพที่ 7 สร้างเส้นตรงลงบนระนาบ Front Plane 10
19 2.3.4 คลิกซ้ายที่จุดเริ่มต้น (Origin) แล้วลากเส้นขึ้นไปโดยการกะระยะใกล้เคียง 40 mm ภาพที่ 8 สร้างเส้นตรงลงบนระนาบ Front Plane 2.3.5 ใช้คำสั่ง เส้นตรง (Line) วาดเส้นต่อไปทางขวามือ โดยการคลิกที่ปลายเส้น แล้ววาดดังรูป ภาพที่ 9 สร้างเส้นตรงเริ่มวาดตัว L ลงบนระนาบ Front Plane 11
20 2.3.6 ใช้วิธีเหมือนขั้นตอนที่ 5 วาดเส้นต่อกันให้เป็นรูปตัว L ดังรูป ภาพที่ 10 สร้างเส้นตรงเริ่มวาดตัว L ลงบนระนาบ Front Plane (ต่อ) 2.3.7 ใช้คำสั่ง Smart Dimension ที่อยู่ในโหมด Sketch เพื่อใช้ในการบอกขนาดความยาว ของเส้น ภาพที่ 11 คำสั่ง Smart Dimension 12
21 2.3.8 วิธีใช้คำสั่งกำหนดขนาด คือคลิ้กที่เส้นที่ต้องการกำหนดเช่นดังรูป ต้องการจะกำหนดให้ ขนาดเส้นตั้งทางซ้ายมือตัว L มีความยาวเท่ากับ 40 mm ภาพที่ 12 ตัวอย่างคำสั่ง Smart Dimension 2.3.9 บอกขนาดความยาวของเส้นให้ครบดังรูป ภาพที่ 13 ภาพตัวอย่างคำสั่ง Smart Dimension ที่กำหนดขนาดสมบูรณ์ 13
22 2.3.10 ใช้คำสั่ง Extruded Boss/Base เพื่อยืดผิวจากเส้นร่างที่สร้างไว้ให้มีความหนาเกิดขึ้น ภาพที่ 14 คำสั่ง Extruded Boss/Bass 2.3.11. เมื่อขนาดถูกต้อง สามารถกด ok หรือ กด Enter ภาพที่ 15 ชิ้นงานสมบูรณ์ 14
26 บทที่ 3 การใช้เครื่องมือ Sketch 3.1 เครื่องมือการวาดเส้นร่าง โปรแกรม Solid Works การวาดเส้นร่างเป็นขั้นตอนแรกในการสร้างโมเดล ซึ่งต้องวาดเส้นร่างก่อน จึงจะสามารถขึ้นโมเดลในขั้นตอนต่อไปได้ โดยการเข้าสู่การใช้เครื่องมือการวาดเส้นร่างแสดงได้ดังภาพที่ 1 ภาพที่ 1 การใช้งานเครื่องมือการวาดเส้นร่าง 3.1.1 รายละเอียดของเครื่องมือในโหมด Sketch และ หน้าที่การใช้งานแสดงได้ดังนี้ ภาพที่ 2 เครื่องมือในโหมด Sketch 2. คลิก Sketch 1. คลิกโหมด Sketch 3. เครื่องมือจะปรากฎให้ใช้งานได้ 15
27 ภาพที่ 2 (ต่อ) เครื่องมือในโหมด Sketch 3.2 ระนาบแปลน ระนาบแปลน คือ ส่วนที่ผู้ใช้งานเลือกทำงานกับระนาบมุมมองต่างๆ ในการเริ่มต้นวาด ระนาบเหล่านี้ เรียกว่า “ระนาบแปลน” ซึ่งระนาบแปลนของโปรแกรม SolidWorks มีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่ Front Plane, Top Plane, Right Plane โดยผู้ใช้งานสามารถคลิกเลือกระนาบแปลนที่ต้องการสร้างได้โดยเมื่อนำเมาส์ไป วางที่ระนาบแปลนที่ต้องการ เส้นขอบของระนาบจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม จากนั้นคลิกเมาส์เพื่อเลือกทำงานกับ ระนาบแปลนนั้น ดังภาพที่ 3 ภาพที่ 3 การเลือกระนาบแปลน 16
28 3.2.1 การกำหนดมุมมองทำงานจากระนาบแปลนผู้ใช้งาน จะมีผลต่อการสร้างวัตถุสามมิติ ดังนั้นการสร้างวัตถุชิ้นงานควรให้อยู่ในมุมมองที่ถูกต้องและเหมาะสมในการสร้างชิ้นงาน ในขณะที่ผู้ใช้งานอยู่ ระหว่างใช้งานระนาบแปลนใดระนาบหนึ่ง ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนมุมมองเพื่อดูวัตถุจากระนาบแปลนอื่นได้ เช่นกัน โดยดำเนินการได้ดังภาพที่ 4 ภาพที่ 4 การเลือกระนาบระหว่างใช้งาน 3.3 การวาดเส้นตรง ผู้ใช้งานสามารถสร้างเส้นตรงได้โดยใช้คำสั่ง Line โดยในตัวอย่างประกอบการสาธิตจะเป็นขั้นตอนใน การเขียนภาพ 3 เหลี่ยม แสดงได้ดังภาพที่ 5 ภาพที่ 5 การใช้งานคำสั่ง Line คำอธิบาย : ขั้นตอนที่ 1 วิธีที่ดีที่สุดในการใช้เส้นตรงควรเริ่มจากจุด Origin คลิกแล้วลากไปพอประมานแล้ว คลิกซ้าย 1 ครั้งเพื่อหยุด ขั้นตอนที่ 2 ต่อจากขั้นตอนแรก ถ้าต้องการใช้เส้นจากจุดอ้างอิงที่ปลายเส้นเดิมจะมี เส้นช่วยบอกแนวแกนเป็นเส้นประบอกแนว ขั้นตอนที่ 3 ถ้าลากเส้นตรงตามแนวแกนจะขึ้นเส้นประที่ชัดเจน ยิ่งขึ้น ขั้นตอนที่ 4 ถ้าต้องการลากเส้นไปยังจุดเริ่มต้น ข้อสังเกตวิธีทำถ้าจุดๆนั้นร่วมศูนย์พอดี จะขึ้น สัญลักษณ์วงกลมซ้อนกัน 1 2 3 4 คลิก 17
29 3.4 การวาดรูปสี่เหลี่ยม ผู้ใช้งานสามารถสร้างรูปสี่เหลี่ยมได้โดยใช้คำสั่ง Rectangle และการกำหนดขนาดของเส้นร่าง แสดง ได้ดังภาพที่ 6 3.4.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง Rectangle ในโหมด Sketch ภาพที่ 6 การเลือกใช้งานคำสั่ง Rectangle 3.4.2 ขั้นตอนที่ 2 คลิกเมาส์ซ้ายค้างไว้แล้วลาก จากนั้นปล่อยเมาส์เมื่อได้ขนาดที่ต้องการ ภาพที่ 7 การใช้งานคำสั่ง Rectangle 3.4.3 ขั้นตอนที่ 3 เมื่อกดยกเลิกคำสั่ง หรือกดปุ่ม Esc จะมีสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ของเส้นขึ้น ภาพที่ 8 การใช้งานคำสั่ง Rectangle (ต่อ) 18
30 3.4.4 ขั้นตอนที่ 4 ในการกำหนดขนาดเส้น คลิกซ้ายที่เส้นที่จะกำหนดขนาด จากนั้นไปที่ หน้าต่าง Line Properties – Parameters – Depth สามารถปรับความยาวของเส้นโดยการกรอกตัวเลข ภาพที่ 9 การใช้งานคำสั่ง Rectangle (ต่อ) 3.5 การวาดรูปหลายเหลี่ยม (Polygon) ผู้ใช้งานสามารถสร้างหลายสี่เหลี่ยมได้โดยใช้คำสั่ง Polygon แสดงได้ดังนี้ 3.5.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง Polygon ในโหมด Sketch ภาพที่ 10 การเลือกใช้งานคำสั่ง Polygon 19
31 3.5.2 ขั้นตอนที่ 2 เริ่มวาดจากจุด Origin คลิกเมาส์ซ้ายค้างไว้แล้วลาก จากนั้นปล่อยเมาส์ เมื่อได้ขนาดที่ต้องการ ภาพที่ 11 การใช้งานคำสั่ง Polygon 3.5.3 ขั้นตอนที่ 3 ตั้งค่าตามที่ต้องการ ภาพที่ 12 การตั้งค่าคำสั่ง Polygon กำหนดจำนวนเหลี่ยม เช่น 6 เหลี่ยม กำหนดขนาดความกว้าง กำหนดการหมุนขององศา 20
32 3.6 การวาดรูปวงกลม (Circle) ผู้ใช้งานสามารถสร้างรูปวงกลมได้โดยใช้คำสั่ง Circle โดยจะเป็นการสร้างวงกลมโดยการกำหนด ขนาดของรัศมี แสดงได้ดังนี้ 3.6.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง Circle ในโหมด Sketch ภาพที่ 13 การเลือกใช้งานคำสั่ง Circle 3.6.2 ขั้นตอนที่ 2 เริ่มวาดจากจุด Origin คลิกเมาส์ซ้ายค้างไว้แล้วลาก จากนั้นปล่อยเมาส์เมื่อได้ ขนาดที่ต้องการ ภาพที่ 14 การใช้งานคำสั่ง Circle 3.6.3 ขั้นตอนที่ 3 ตั้งค่าตามที่ต้องการ ภาพที่ 15 การตั้งค่าคำสั่ง Circle กำหนดรัศมีของวงกลม 21
33 3.7 การเขียนเส้นโค้งแบบอาศัยจุดศูนย์กลาง (Centerpoint Arc) ผู้ใช้งานสามารถสร้างเส้นโค้งโดยกำหนดขนาดรัศมีของวงกลมก่อน หลังจากนั้นจึงทำการสร้างเส้นโค้ง ไปตามเส้นรอบวงของวงกลมนั้น แสดงได้ดังนี้ 3.7.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง Centerpoint Arc ในโหมด Sketch ภาพที่ 16 การเลือกใช้งานคำสั่ง Centerpoint Arc 3.7.2 ขั้นตอนที่ 2 เริ่มวาดจากจุด Origin คลิกเมาส์ซ้ายแล้วเลื่อนเมาส์ออกเพื่อกางวงกลมออก ภาพที่ 17 การเขียนเส้นโค้งแบบอาศัยจุดศูนย์กลางด้วยคำสั่ง Center Arc 3.7.3 ขั้นตอนที่ 3 คลิกเมาส์ซ้ายแล้วเลื่อนเมาส์วาดทวนเข็มนาฬิกาหรือตามเข็มนาฬิกาก็ได้ แล้ว คลิ้กเมาส์ซ้ายหนึ่งครั้งเพื่อหยุดการลาก ภาพที่ 18 การเขียนเส้นโค้งแบบอาศัยจุดศูนย์กลางด้วยคำสั่ง Center Arc (ต่อ) 22
34 3.7.4 ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าตามที่ต้องการ ภาพที่ 19 การตั้งค่าคำสั่ง Centerpoint Arc 3.8 การเขียนเส้นโค้งแบบเลือกจุดสัมผัส (Tangent Arc) ผู้ใช้งานสามารถสร้างเส้นโค้งแบบเลือกจุดสัมผัส หลังจากนั้นจึงทำการสร้างเส้นโค้งไปตามเส้นรอบวง ของวงกลมนั้น แสดงได้ดังนี้ 3.8.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง Tangent Arc ในโหมด Sketch ภาพที่ 20 การเลือกใช้งานคำสั่ง Tangent Arc 3.8.2 ขั้นตอนที่ 2 คลิ้กเมาส์ซ้ายที่จุดที่ 1 แล้วลากเส้นไปเชื่อมกับจุดที่ 2 ภาพที่ 21 การเขียนเส้นโค้งแบบเลือกจุดสัมผัสด้วยคำสั่ง Tangent Arc กำหนดรัศมีของวงกลม กำหนดองศาของเส้นวงกลม 23
35 3.8.3 ขั้นตอนที่ 3 กดคีย์ Esc เพื่อออกจากเครื่องมือ ภาพที่ 22 การเขียนเส้นโค้งแบบเลือกจุดสัมผัสด้วยคำสั่ง Tangent Arc (ต่อ) 3.9 การเขียนเส้นโค้งแบบเลือกจุดสัมผัสทั้ง 3 จุด (3 Point Arc) ผู้ใช้งานสามารถสร้างเส้นโค้งโดยกำหนดจุดสัมผัสทั้ง 3 จุด แสดงได้ดังนี้ 3.9.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง 3 Point Arc ในโหมด Sketch ภาพที่ 23 การเลือกใช้งานคำสั่ง 3 Point Arc 3.9.2 ขั้นตอนที่ 2 คลิกเมาส์ซ้ายที่จุดที่ต้องการจะเชื่อมต่อ (1) ลากเมาส์ไปยังจุดที่ (2) คลิ้กเมาส์ ซ้ายอีกครั้งเพื่อต้องการเชื่อม ภาพที่ 24 การเขียนเส้นโค้งแบบเลือกจุดสัมผัสทั้ง 3 จุด 1 2 24
36 3.9.3 ขั้นตอนที่ 3 ลากเมาส์ลง แล้วคลิกเมาส์เพื่อกำหนดขนาดของส่วนโค้ง แล้วกดคีย์ Esc ออก จากเครื่องมือ ภาพที่ 25 การเขียนเส้นโค้งแบบเลือกจุดสัมผัสทั้ง 3 จุด (ต่อ) 3.10 การเขียนเส้นกึ่งกลาง (Centerline) การเขียนเส้นกึ่งกลางเป็นการสร้างเส้นสำหรับกำหนดระยะกึ่งกลางของเส้นร่าง โดยมีขั้นตอนดังนี้ 3.10.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง Centerline ในโหมด Sketch ภาพที่ 26 การเลือกใช้งานคำสั่ง Centerline 3.10.2 ขั้นตอนที่ 2 คลิกแล้วลากที่จุดสัมผัสที่ 1 ไปยังจุดสัมผัสที่ 2 ภาพที่ 27 การเขียนเส้นกึ่งกลาง 25
37 3.10.3 ขั้นตอนที่ 3 คลิกจุดสัมผัสที่ 2 ภาพที่ 28 การเขียนเส้นกึ่งกลาง (ต่อ) 3.10.4 ขั้นตอนที่ 4 กดคีย์ Esc เพื่อออกจากคำสั่ง ผลลัพธ์จะได้ดังรูป ภาพที่ 29 การเขียนเส้นกึ่งกลาง (ต่อ) 26
38 3.11 การเขียนเส้นโค้ง (Spline) การใช้คำสั่ง Spline เขียนเส้นโค้ง เป็นการกำหนดการลากเส้นไปตามจุดต่างๆ เพื่อสร้างรูปลูกคลื่น และสามารถปรับรูปทรงของเส้นที่วาดได้โดยการคลิกเลือกเส้นที่ต้องการ ให้เกิด Handle เพื่อใช้สำหรับตัด เส้นโค้งให้อยู่ในลักษณะที่ต้องการดังแสดงได้ดังนี้ 3.11.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง Spline ในโหมด Sketch ภาพที่ 30 การเลือกใช้งานคำสั่ง Spline 3.11.2 ขั้นตอนที่ 2 เริ่มวาดจากจุก Origin วาดขึ้นตามแบบได้อิสระ ภาพที่ 31 การเขียนเส้นโค้ง 3.11.3 ขั้นตอนที่ 3 ในการปรับแต่งเส้นโค้งสามารถทำได้โดยการคลิกเส้นโค้งเป็นแสดงเป็นดังรูป ภาพที่ 32 การปรับแต่งเส้นโค้ง 27
39 3.11.4 ขั้นตอนที่ 4 ต้องการเปลี่ยนรูปแบบให้คลิกซ้ายที่ลูกศรตามเส้นทาง ภาพที่ 33 การปรับแต่งเส้นโค้ง (ต่อ) 3.12 การสร้างจุดสัมผัส (Point) การใช้คำสั่ง Point มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจุดสัมผัสโดยการใช้เมาส์คลิกบนตำแหน่งพื้นที่ ที่ต้องการ สร้างจุดสัมผัส โดยในตัวอย่างจะเป็นการใช้คำสั่ง line สร้างเส้นเชื่อมโยงระหว่างจุดแสดงได้ดังภาพที่ 15 3.12.1 ขั้นตอนที่ 1 เลือกคำสั่ง Point ในโหมด Sketch ภาพที่ 34 การเลือกใช้งานคำสั่ง Point 3.12.2 ขั้นตอนที่ 2 คลิกสร้างจุดสัมผัสส่วนใดก็ได้ในแนวเส้น หรือ พื้นที่ด้านนอกได้ ภาพที่ 35 การสร้างจุดสัมผัส 28
40 3.12.3 ขั้นตอนที่ 3 กดคีย์ Esc เพื่อออกจากคำสั่ง ผลลัพธ์จะได้ดังรูป ภาพที่ 36 การเลือกใช้งานคำสั่ง Point 3.13 การคัดลอกเส้นด้วย Mirror Entities การคัดลอกเส้นด้วย Mirror Entities เป็นการสะท้อนให้เกิดเส้นที่คัดลอกในทิศทางตรงกันข้ามกับเส้น ต้นฉบับ มีลำดับขั้นตอนการใช้งานดังนี้ 3.13.1 ขั้นตอนที่ 1 Sketch รูปร่างที่ต้องการจะคัดลอก ภาพที่ 37 การร่างรูปร่างที่ต้องการคัดลอก 3.13.2 ขั้นตอนที่ 2 เลือกใช้คำสั่ง Mirror Entities ภาพที่ 38 การเลือกใช้งานคำสั่ง Mirror 29
41 3.13.3 ขั้นตอนที่ 3 เมื่อเข้าสู่คำสั่ง Mirror จะมี 2 ช่องให้เลือก ช่อง 1 คือใช้เลือกสำหรับ เส้นที่ต้องการคัดลอกสะท้อนกลับไปอีกฝั่ง ส่วนช่องที่ 2 คือใช้ไว้สำหรับเลือกเป็นแกนสะท้อนหน้าที่จะคล้าย กระจก เมื่อเลือกแล้วจะมีเส้นสีเหลืองจำลองเหตุการณ์ ภาพที่ 39 การใช้คำสั่ง Mirror Entities 3.12.4 ขั้นตอนที่ 4 กดคีย์ Esc เพื่อออกจากคำสั่ง ผลลัพธ์จะได้ดังรูป ภาพที่ 40 การใช้คำสั่ง Mirror Entities (ต่อ) 3.14 การลบเส้นตามแนวรอยตัดด้วย Trim Entities 1 2 30
42 ผู้ใช้งานกำหนดรูปแบบการทำงานด้วยการเลือกรูปแบบการลบเส้นร่างได้ดังนี้ 3.14.1 Power Trim เป็นการลบเส้นร่างโดยการลากเมาส์ไปตามเส้นร่างที่ต้องการลบ 3.14.2 Corner เป็นการลบเส้นโดยเลือกมุมของเส้นร่าง 3.14.3 Trim away inside เป็นการลบเส้นด้านในของเส้นร่าง 3.14.4 Trim away outside เป็นการลบเส้นด้านนอกของเส้นร่าง 3.14.5 Trim to closest เป็นการลบวัตถุให้เป็นพื้นที่ปิด โดยลบจากเส้นที่ซ้อนทับกันของ เส้นร่างและยังคงเหลือส่วนที่ล้อมเป็นกรอบอยู่ด้านนอก การลบเส้นตามแนวรอยตัดตามภาพ จะเป็นการลบ เส้นออกในรูปแบบ Trim to closest 3.14.1 ขั้นตอนที่ 1 Sketch รูปร่างที่ต้องการจะทำการตัดเส้น ภาพที่ 41 การร่างรูปร่างที่ต้องการตัดเส้น 3.14.2 ขั้นตอนที่ 2 เลือกใช้คำสั่ง Trim Entities ภาพที่ 42 การเลือกใช้งานคำสั่ง Trim Entities 3.14.3 ขั้นตอนที่ 3 เลือกใช้คำสั่ง Trim to closest แล้วสามารถคลิ้กลบเส้นที่ต้องการตัดได้ 3.14 การลบเส้นตามแนวรอยตัดด้วย Trim Entities 31
43 ภาพที่ 43 การใช้คำสั่ง Trim Entities 3.12.4 ขั้นตอนที่ 4 กดคีย์ Esc เพื่อออกจากคำสั่ง ผลลัพธ์จะได้ดังรูป ภาพที่ 43 การใช้คำสั่ง Trim Entities (ต่อ) 3.15 คัดลอกเส้นด้วย Offset 3.14.3 ขั้นตอนที่3 เลือกใช้คำสั่งTrim to closest แล้วสามารถคลิกลบเส้นที่ต้องการตัดได้ 32
44 คำสั่ง Offset ใช้เพื่อคัดลอกเส้นแบบคู่ขนานกัน ซึ่งในตัวอย่างนี้เราจะวาดเส้นตรงขึ้นมา 1 เส้น และ คัดลอกเป็นสำเนาอีกเส้นหนึ่งที่มีระยะห่าง 1 นิ้ว ดังภาพ 3.15.1 ขั้นตอนที่ 1 Sketch รูปร่างที่ต้องการจะทำการคัดลอกเส้น ภาพที่ 44 การร่างรูปร่างที่ต้องการคัดลอกเส้นแนวขนาน 3.15.2 ขั้นตอนที่ 2 เลือกใช้คำสั่ง Offset Entities ภาพที่ 45 การเลือกใช้งานคำสั่ง Offset Entities 3.15.3 ขั้นตอนที่ 3 การตั้งค่าคำสั่ง Offset Entities ภาพที่ 46 การตั้งค่าคำสั่ง Offset Entities 3.15.4 ขั้นตอนที่ 4 คลิกเส้นที่ต้องการคัดลอก กำหนดระยะห่างของเส้น กำหนดการบอกระยะห่างระหว่างเส้น กำหนดการกลับฝั่งของเส้น กำหนดให้คัดลอกเส้นทั้งสองฝั่ง กำหนดให้เป็นเส้นประ 3.15 คัดลอกเส้นด้วยOffset 33
45 ภาพที่ 47 การใช้งานคำสั่ง Offset Entities 3.15.5 ขั้นตอนที่ 5 กดคีย์ Esc เพื่อออกจากคำสั่ง ผลลัพธ์จะได้ดังรูป ภาพที่ 48 การใช้งานคำสั่ง Offset Entities (ต่อ) 3.16 การเชื่อมต่อเส้นด้วย Extend 3.15.4 ขั้นตอนที่4 คลิกเส้นที่ต้องการคัดลอก 34
46 3 1000 – 2005 คอมพิวเตอร์5 ปวช.3 คำสั่ง Extend ใช้สำหรับยืดเส้นร่างให้เชื่อมต่อกัน โดยการคลิกที่เส้นที่ต้องการยืด แล้วเส้นจะยืดไป เชื่อมต่อกับเส้นร่างอื่นๆ เป็นเส้นตรง ดังภาพ 3.16.1 ขั้นตอนที่ 1 Sketch รูปร่างที่ต้องการจะทำการยืดเส้น ภาพที่ 49 การร่างรูปร่างที่ต้องการยืดเส้น 3.16.2 ขั้นตอนที่ 2 เลือกใช้คำสั่ง Extend Entities ภาพที่ 50 การเลือกใช้งานคำสั่ง Extend Entities 3.16.3 ขั้นตอนที่ 3 ต้องการจะยืดเส้น ถ้าเอาเมาส์จ่อที่เส้นจะมีเส้นเต็มบางพรีวิวให้ดู ภาพที่ 51 การใช้งานคำสั่ง Extend Entities 3.16.4 ขั้นตอนที่ 4 กดคีย์ Esc เพื่อออกจากคำสั่ง ผลลัพธ์จะได้ดังรูป ภาพที่ 52 การใช้งานคำสั่ง Extend Entities (ต่อ) ใบงานที่___ 3.16 การเชื่อต่อเส้นด้วย Extend 35
49 บทที่ 4 การสร้างระนาบแปลน 4.1 การสร้างระนาบแปลนใหม่ การสร้างระนาบแปลนจะใช้งานในกรณีที่ต้องการสร้างวัตถุที่อยู่ในระนาบที่ต่างจากระนาบพื้นฐาน ได้แก่ Front Plane, Top Plane และ Right Plane ซึ่งการใช้งานการสร้างระนาบแปลนนั้น มีขั้นตอนดังนี้ 4.1.1 สร้างวัตถุสี่เหลี่ยมขนาด 20 × 40 × 5 หน่วย ภาพที่ 1 วัตถุสี่เหลี่ยม 4.1.2 เลือกคำสั่ง Plane โดยเข้าถึงคำสั่งได้ที่ Insert> Reference Geometry > Plane ภาพที่ 2 การเรียกใช้คำสั่ง Plane 36
50 4.1.3 เมื่อทำตามขั้นตอนที่ 4.1.2 เป็นที่เรียบร้อยจะได้ดังภาพที่ 3 โดยจะปรากฏในส่วนของ Property Manager ซึ่งจะใช้สำหรับการเลือกพื้นผิวของวัตถุที่จะใช้สำหรับสร้าง Plane ภาพที่ 4 เครื่องมือในโหมด Sketch 4.1.5 คลิกซ้ายที่พื้นผิวของชิ้นงานเพื่อกำหนดพื้นผิวอ้างอิงในการอ้างอิงซึ่งกำหนดรูปแบบได้ 3 รูปแบบ คือ สร้างจากพื้นผิวของวัตถุ (Face), สร้างจากเส้นขอบวัตถุ (Edge) และสร้างจากจุดบนวัตถุ (Point) ภาพที่ 5 กำหนดจุดอ้างอิงในการสร้างระนาบ 37
51 4.1.6 คลิกซ้ายที่เส้นขอบที่ต้องการอ้างอิงกับส้นระนาบและคลิกซ้ายที่ เพื่อกำหนดองศา ของระนาบแปลนที่ทำองศากับระนาบอ้างอิง โดยให้กำหนดเป็น 45 องศา และคลิกซ้ายที่ปุ่ม ภาพที่ 6 กำหนดองศาของระนาบอ้างอิง 4.1.7 เมื่อทำตามขั้นตอนที่ 4.1.6 จะได้ผลตามภาพที่ 7 ภาพที่ 7 ระนาบมุม 45 องศา 38
52 4.2 การสร้างวัตถุบนระนาบแกนใหม่ การสร้างวัตถุบนระนาบแกนใหม่นั้นสามารถใช้กระบวนการตามปกติผ่านเครื่องมือในเมนู sketch โดยแสดงขั้นตอนการปฏิบัติได้ดังนี้ 4.2.1 คลิกเลือกระนาบที่ต้องการร่างแบบ พร้อมทำการร่างสี่เหลี่ยมขนาด 25 × 10 หน่วย โดย ห่างจากระยะขอบ 10 หน่วย ด้วยคำสั่ง Line ภาพที่ 8 การเลือกระนาบแปลน 4.2.2 เจาะชิ้นงาน ด้วยคำสั่ง Extrude cut ภาพที่ 9 การใช้คำสั่ง Extrude Cut 39
53 4.2.3 เมื่อเจาะชิ้นงานเป็นที่เรียบร้อยจะได้ชิ้นงานดังภาพที่ 10 ภาพที่ 10 วัตถุหลังการ Extrude cut 40
57 บทที่ 5 การกำหนดขนาดให้วัตถุ 5.1 การกำหนดขนาดให้ชิ้นงาน การกำหนดขนาดให้ชิ้นงานในที่นี้จะเป็นการใช้งานคำสั่งจากเครื่องมือ Smart Dimension ในการ คำนวณเพื่อระบุขนาดที่แท้จริง ซึ่งการกำหนดขนาดของชิ้นงานทำได้โดยคลิกเลือกปุ่ม Smart Dimension ที่ อยู่ในโหมดเดียวกับการสเก็ตช์เส้นร่างแสดงได้ดังภาพที่ 1 หลังจากนั้นจะสามารถกำหนดขนาดผ่านการคลิก เลือกเส้นส่วนประกอบโดยผลของขนาดที่ออกมาจะเป็นไปตามข้อกำหนดของเส้นร่างที่ได้เลือก โดยในส่วนนี้ จะแสดงวิธีการระบุขนาดให้กับเส้นตรงและการระบุขนาดให้กับส่วนของเส้นโค้ง 5.1.1 การระบุขนาดให้กับเส้นตรง ทำได้โดยการคลิกที่เส้นตรงและลากเมาส์เพื่อแสดงความยาว ของเส้น จากนั้นจะสามารถกำหนดขนาดของเส้นตรงได้ ดังนี้ 5.1.1.1 คลิกเมาส์เลือกเส้นตรงแล้วลากเมาส์ออกจากเส้น จากนั้นคลิกเมาส์ซ้ำอีกครั้ง เพื่อวางเส้นบอกขนาด โปรแกรมจะทำการกำหนดขนาดให้โดยอัตโนมัติ ภาพที่ 1 การระบุขนาดให้เส้นตรง 5.1.1.2 ในกรณีที่ต้องการปรับความยาวของเส้นตรงที่ได้สร้างไว้แล้วนั้น ทำได้โดยการ ดับเบิลคลิกเลือกค่าที่บอกขนาด จะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาเพื่อให้ปรับค่าใหม่ตามต้องการ หรือแก้ไขได้ จาก Property Manager โดยดำเนินการตามภาพดังนี้ 41
58 ภาพที่ 2 การปรับการบอกขนาดผ่าน Dialog Box ภาพที่ 3 การปรับการบอกขนาดผ่าน Property Manager 42