131 3.2 การกำหนดขนาดโดยผู้เขียนแบบกำหนดเอง จะเป็นการใช้คำสั่ง Smart Dimention ใน การบอกขนาด โดยสามารถเลือกใช้ได้ทั้งโหมด Annotation และ Sketch แสดงได้ดังภาพที่ 15 ภาพที่ 15 การใช้คำสั่งเพื่อกำหนดขนาดด้วย Smart Dimention 93
132 4. การระบุรายละเอียดของแบบ การระบุรายละเอียดของแบบเป็นการแสดงถึงรายละเอียดของวัตถุให้มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้ง่ายต่อการผลิตชิ้นงานโดยในที่นี้จะกล่าวถึง การปรับแต่งเส้นบอกขนาด, การสร้างภาพฉายจากการ ตัดขวางวัตถุ, การแสดงภาพขยายวัตถุ, การเพิ่มเติมคำอธิบาย, การสร้างตารางอธิบายส่วนประกอบและตัวชี้ Balloon 4.1 การปรับแต่งเส้นบอกขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับชิ้นงานในการแสดงภาพฉายทำได้ตามลำดับ ขั้นตอนดังภาพที่ 16 ภาพที่ 16 การปรับแต่งเส้นกำหนดขนาด 94
133 4.2 การสร้างภาพฉายจากการตัดขวางของวัตถุทำได้โดยใช้คำสั่ง Section View ดังภาพที่ 17 ภาพที่ 17 การสร้างภาพฉายจากการตัดขวางของวัตถุ 95
134 4.3 การแสดงภาพขยายวัตถุ ใช้เพื่อขยายรายละเอียดในส่วนสำคัญที่ต้องการโดยมีขั้นตอนดัง ภาพที่ 18 ภาพที่ 18 การขยายภาพวัตถุ 96
135 4.4 การเพิ่มและปรับแต่งข้อความอธิบาย ใช้ในกรณีที่ต้องการเพิ่มเติมรายละเอียดลงในแบบให้ เกิดความสมบูรณ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากการบอกขนาด โดยใช้งานผ่านโหมด Annotation แสดงได้ดังภาพ 19 ภาพที่ 19 การเพิ่มข้อความอธิบาย 97
136 4.5 การสร้างตารางอธิบายส่วนประกอบและตัวชี้ Balloon มีไว้สำหรับชี้ส่วนประกอบสำคัญ เพื่อเชื่อมโยงคำอธิบายในงานที่มีส่วนประกอบหรือรายละเอียดมากๆ โดยตัวชี้ Balloon นั้นจะระบุตัวเลขไว้ ดังนั้นในแบบร่างจึงต้องมีตารางที่อธิบายตามลำดับตัวเลขที่ชี้บนวัตถุ โดยจะบรรจุอยู่ในตารางที่เรียกว่า Bill of Materials 4.5.1 การสร้างตัวชี้ Balloon จะดำเนินการก่อนการสร้างตารางส่วนประกอบ เนื่องจาก รายละเอียดของส่วนประกอบจะถูกนำไประบุลงในตารางส่วนประกอบ มีขั้นตอนดังนี้ ภาพที่ 20 การกำหนด Balloon 98
137 ภาพที่ 21 การกำหนดลำดับหมายเลขลงใน Balloon 99
138 4.5.2 การสร้างตารางส่วนประกอบดำเนินการได้ดังนี้ ภาพที่ 20 การสร้างตารางส่วนประกอบ 100
139 5. การพิมพ์ภาพฉาย การสั่งพิมพ์ภาพฉายเป็นขั้นตอนในการนำแบบที่ได้วาดไว้ไปสู่เอกสารหรือไฟล์เอกสารดิจิตอล เพื่อประโยชน์ในการเสนอข้อมูล มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้ ภาพที่ 21 การสั่งพิมพ์ภาพฉาย 101
142 บทที่ 12 การประกอบชิ้นงาน การออกแบบวัตถุที่ซับซ้อนโดยการนำวัตถุหลายๆชิ้น ประกอบรวมกันเป็นชิ้นงานชิ้นเดียว ในโปรแกรม Solidworks สามารถดำเนินการได้โดยใช้งานโหมด Assembly ในโหมดนี้จะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่างชิ้นงานย่อยๆ มาประกอบเข้าด้วยกันจนเกิดชิ้นงานที่สมบูรณ์ ในที่นี้จะกล่าวถึงคำสั่งในการประกอบ ชิ้นงานและการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุ ภาพที่ 1 วัตถุที่ผ่านการแสดงรายละเอียดผ่านภาพฉาย 3. คำสั่งในการประกอบชิ้นงาน โปรแกรม Solidworks ได้จัดเตรียมการทำงานในโหมด Assembly สำหรับการประกอบด้วย เครื่องมือ ต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ภาพที่ 2 แถบเมนูคำสั่งในโหมด Assembly 102
143 ภาพที่ 3 คำสั่งในโหมด Assembly 4. การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุนั้นดำเนินการได้โดยใช้คำสั่ง Mate ซึ่งกำหนดรายละเอียด ของความสัมพันธ์ได้ผ่านทาง Property Manager มีรายละเอียดดังนี้ 103
144 ภาพที่ 4 คำสั่งสำหรับการเชื่อมความสัมพันธ์ ภาพที่ 5 ตัวอย่างความสัมพันธ์จุดสัมผัสกับเส้นขอบ 104
145 ภาพที่ 6 ตัวอย่างความสัมพันธ์แบบคู่ขนานและแบบตั้งฉาก ภาพที่ 7 ตัวอย่างการกำหนด Lock 105
146 ภาพที่ 8 ตัวอย่างการกำหนดระยะห่างและมุมของวัตถุ ภาพที่ 9 ตัวอย่างการกำหนดจุดศูนย์กลางของวงกลม 106
147 1000 – 2005 คอมพิวเตอร์ 5 ปวช.3 12 ภาพที่ 10 ตัวอย่างการกำหนดความสัมพันธ์ด้วยผิวสัมผัส ใบงานที่___ 107
150 บทที่ 13 การสร้างภาพแยกส่วนชิ้นงาน การสร้างภาพแยกส่วนชิ้นงานจะใช้สำหรับการแสดงการประกอบชิ้นงานที่มีความซับซ้อน โดยมีชิ้น ส่วนย่อยๆ อื่นๆ อีกหลายส่วน เพื่อให้ผู้ประกอบชิ้นงานดำเนินการสร้างชิ้นงานตามลำดับก่อน – หลังได้อย่าง ถูกต้อง ในส่วนนี้จะกล่าวถึงการสร้างภาพแยกส่วนและการสร้างภาพเคลื่อนไหว โดยมีรายละเอียดดังนี้ ภาพที่ 1 วัตถุที่ผ่านการแสดงผลแบบแยกส่วน 108
151 1. การสร้างภาพแยกส่วน (Explode View) การสร้างภาพแยกส่วนสามารถดำเนินการได้โดยใช้คำสั่ง Explode View ซึ่งเลือกได้จากแถบ เครื่องมือใน เมนู Assembly โดยเมื่อทำการคลิกเลือกแล้วจำปรากฏหน้าต่าง Explode ในรูปที่ 3 โดยรายละเอียดของ หน้าต่างดังกล่าวประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้ ภาพที่ 2 แถบเมนูคำสั่งในโหมด Assembly ภาพที่ 3 หน้าต่าง Explode View 109
152 1.1 Explode Steps เป็นช่องที่ใช้สำหรับแสดงลำดับการแยกชิ้นส่วนของวัตถุที่ได้ทำการแยก ออก สามารถลบ หรือแก้ไขลำดับการแยกส่วนได้โดยการคลิกเลือกลำดับการแยกส่วนที่ต้องการแก้ไข 1.2 Setting เป็นช่องที่ใช้สำหรับแสดงชิ้นส่วนที่ต้องการจะให้แยกส่วนออกไป โดยการคลิก เลือกชิ้นส่วนบนกราฟิกวินโดว์หรือเลือกที่ชื่อของชิ้นส่วนบนบราวเซอร์บาร์ ชื่อของชิ้นงานที่ถูกเลือกจะปรากฏ บนช่องนี้ 1.3 Explode Directions ใช้สำหรับกำหนดทิศทางของการแยกส่วน เมื่อคลิกเลือกชิ้นงานจะ เกิดแกน X, Y และ Z บนจุดที่เลือก ให้ทำการคลิกเลือกในทิศทางที่ต้องการแยกส่วนทิศทางนั้นจะปรากฏใน ช่องนี้ 1.4 Explode Distance ใช้สำหรับกำหนดระยะห่างของวัตถุที่แยกออกจากกัน 2. การสร้างภาพเคลื่อนไหว (Animation) การสร้างภาพเคลื่อนไหวในส่วนของการประกอบเข้าหรือการแยกส่วนออกสามารถกระทำได้โดย การเลือก คำสั่ง Configuration – Manager หลังจากนั้นคลิกขวาบนไอคอนชื่อไฟล์แอสเซมบลีเลือก Animate explode จากเมนู สำหรับในกรณีที่ต้องการแสดงการเคลื่อนไหวในการประกอบเข้าจะใช้คำสั่ง Collapse ภาพที่ 4 การเลือกคำสั่ง Animate explode 110
153 ภาพที่ 5 การเลือกคำสั่ง Collapse 111