The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พระราชทานเพลิงศพพระปัญญาโมลี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

พระราชทานเพลิงศพพระปัญญาโมลี

พระราชทานเพลิงศพพระปัญญาโมลี

50 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) การศึกษา นักธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม ๗ ประโยค ตำแหน่ง ฝ่ายปกครอง พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นเจ้าอาวาสวัดบัว พ.ศ. ๒๕๐๙ เป็นเจ้าคณะอำ เภอพัฒนานิคม พ.ศ. ๒๕๑๑ เป็นเจ้าคณะอำ เภอเมืองลพบุรี พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. ๒๕๑๔ - ๒๕๕๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดเสาธงทอง พระอารามหลวง พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี สมณศักดิ์ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระโสภณธรรมเวที ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชธรรมโสภณ ตรีปิฎก วราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวิสุทธิโมลี วาทีธรรม สาธก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมมหาวีรานุวัตร พิพัฒนกิจโกศล โสภณธรรมสุธี ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี ที่มา ๑. ภิเดช อัชนกุล. ทำ เนียบพระราชาคณะ จังหวัดลพบุรี. กรุงเทพมหานคร : ยอดสิงห์ การพิมพ์. หน้า ๑๔-๑๕ ๒. มติมหาเถรสมาคม เรื่อง เสนอขอแต่งตั้ง พระเทพวิสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ให้เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 51 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ๓. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำ นักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๘๗, ตอนที่ ๑๒๒ ง, ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๓, หน้า ๔. ๔. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำ นักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๐๙, ตอนที่ ๑๕๕ ง, ๕ ธันวาคม ๒๕๓๕, หน้า ๗. ๕. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำ นักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๑๔, ตอนที่ ๒๖ ข, ๒ ธันวาคม ๒๕๔๐, หน้า ๔. ๖. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำ นักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์, เล่ม ๑๒๘, ตอนที่ ๑๒ ข, ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔, หน้า ๑. หมายเหตุ ภาพเก่าของวัดเสาธงทองได้จากหนังสือที่ระลึกงานฌาปนกิจศพ - คุณพ่อพิน สุวรรณประกร - นายเล็ก สุวรรณประกร - นายฉันท์ สุวรรณประกร ฯลฯ


52 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 53 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖) ชาติภูมิ พระราชปัญญาโมลี มีนามเดิมว่า ต่วน นามสกุล อยู่ชื่น ต่อมาภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สมพร อยู่ชื่น เกิดวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๐ สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย สถานที่เกิด บ้านสามบาท เลขที่ ๒๘ หมู่ ๖ ตําบลโพธิ์ตรุ อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี บิดาชื่อนายสังข์ อยู่ชื่น มารดาชื่อนางไล อยู่ชื่น เป็นบุตรคนที่ ๒ พี่น้องทั้งหมดมี ๑๐ คน เสียชีวิตไปแล้ว ๖ คน ปัจจุบัน เหลืออยู่ ๔ คน ดังนี้ ๑. พระราชปัญญาโมลี (สมพร อยู่ชื่น) (มรณภาพ) ๒. นางเอิบ อยู่ชื่น อาชีพเกษตรกรรม ๓. นางสาวทวี อยู่ชื่น อาชีพเกษตรกรรม ๔. นางหวั่น มีหิรัญ อาชีพเกษตรกรรม อุปสมบท ในวัยหนุ่มเป็นผู้ที่มีความเอาใจใส่และสนใจในธรรมะเป็นพิเศษ จนเมื่ออายุ ๒๒ ปี จึงได้ขอบรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ ณ วัดหลวงท้ายตลาด หมู่ที่ ๒ ตําบลท้ายตลาด อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี


54 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) พระอุปัชฌาย์ พระครูวิบูลเขมากร วัดยวด ตําบลบ้านเบิก อําเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี พระกรรมวาจาจารย์ เจ้าอธิการเพ่ง วัดตะเคียน ตาบลท้ายตลาด อ ํ าเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ํ พระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการเริ่ม วัดท่าข้าม ตาบลท้ายตลาด อ ํ าเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ํ วิทยฐานะทางการศึกษา พ.ศ. ๒๔๘๙ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดหลวงท้ายตลาด พ.ศ. ๒๕๑๐ เปรียญธรรม ๓ ประโยค จากสํานักเรียนคณะจังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๑๕ นักธรรมชั้นเอก จากสํานักเรียนคณะจังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๓๐ เปรียญธรรม ๕ ประโยค จากสํานักเรียนคณะจังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๔๙ พุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย สมณศักดิ์และการปกครอง พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระอารามหลวง ชั้นโท ที่พระครูศรีปริยัติวิมล พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นรองเจ้าคณะอําเภอชัยบาดาล พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นพระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม และดํารงตําแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระวิมลปัญญาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดเสาธงทอง พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชปัญญาโมลี การรับมอบหมายหน้าที่พิเศษ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๙ ได้รับคําสั่งคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรีให้เป็นผู้กํากับควบคุม ติดตาม ดูแลและส่งเสริมการรักษาความเรียบร้อยดีงาม การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธ ศาสนา การสาธารณูปการ การสาธารณสงเคราะห์ ในเขตอําเภอท่าวุ้ง อําเภอพัฒนานิคม อําเภอชัยบาดาล อําเภอท่าหลวง และอําเภอลําสนธิ


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 55 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) กิจกรรมสาธารณกุศล (พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๖๐) พ.ศ. ๒๕๖๐ - บริจาคทุนทรัพย์ เพื่อสมทบสร้างศาลาการเปรียญวัดเชิงท่า อาเภอเมืองลพบุรี ํ จังหวัดลพบุรี จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) พ.ศ. ๒๕๕๙ - บริจาคทุนทรัพย์ เพื่อสมทบสร้างพระอุโบสถ วัดป่าเทพเนรมิต อําเภอเมือง ลพบุรี จังหวัดลพบุรี จํานวน ๓๐,๐๐๐ บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) พ.ศ. ๒๕๕๘ - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ให้แก่ สภากาชาดไทยเพื่อใช้ในกิจการสภากาชาดไทย - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) เพื่อโครงการ อบรมนักเรียนบาลีก่อนสอบ และสอบสวดพระปาฏิโมกข์ ของคณะสงฆ์ ภาค ๓ ณ วัดเสาธงทอง อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๕๘ - บริจาคทุนทรัพย์ จานวน ํ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ให้แก่คณะสงฆ์ อําเภอบ้านหมี่ เพื่อถวายบํารุงค่าภัตตาหารสําหรับพระภิกษุสามเณรในการ ศึกษาภาษาบาลี ณ วัดมหาสอน อําเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี - บริจาคทุนทรัพย์ จานวน ํ๓,๐๐๐ บาท (สามพันบาทถ้วน) เพื่อโครงการอบรม นักเรียนบาลีก่อนสอบสนามหลวง คณะสงฆ์ภาค ๓ ณ วัดธรรมามูลวรวิหาร อําเภอเมือง จังหวัดชัยนาท พ.ศ. ๒๕๕๗ - บริจาคทุนทรัพย์เพื่อเป็นทุนการศึกษา ประจาปี ํ ๒๕๕๗ จานวน ํ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เพื่อบํารุงการสอบ ธรรมสนามหลวง นักธรรมชั้นโท ชั้นเอก ประจําปี ๒๕๕๗ ณ สนามสอบ วัดชีป่าสิตาราม อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๕๖ - บริจาคทุนทรัพย์ เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารทันตกรรมและกายภาพบําบัด โรงพยาบาลท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี จานวน ํ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์ เพื่อถวายภัตตาหารเพล โครงการปฏิบัติธรรมของ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ภาค ๑ - ๒ ๓ ณ วัดพิกุลทอง อําเภอด่านช้าง จังหวัด สิงห์บุรี จํานวน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) เพื่อสนับสนุน โครงการอบรมนักเรียนบาลีก่อนสอบ (ครั้งหลัง) และสอบสวดพระปาฏิโมกข์ ของคณะสงฆ์ภาค ๓


56 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เพื่อโครงการอบรม นักเรียนบาลีก่อนสอบสนามหลวง นักธรรมชั้นโท ชั้นเอก ประจําปี ๒๕๕๖ ณ วัดชีป่าสิตาราม อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี - บริจาคทุนทรัพย์เพื่อจัดซื้อวัสดุสํานักงานให้แก่สมาคมคนพิการจังหวัด นครราชสีมา จํานวน ๒,๔๐๐ บาท (สองพันสี่ร้อยบาทถ้วน) พ.ศ. ๒๕๕๕ - บริจาคเงินเพื่อจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้แก่ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน) - บริจาคเงินซื้อเตียงนอนคนไข้ให้แก่ผู้ป่วย ณ โรงพยาบาลไชโย อําเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง จํานวน ๒๐,๘๙๐ บาท (สองหมื่นแปดร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์ โครงการอบรมนักเรียนบาลีก่อนสอบสนามหลวง คณะสงฆ์ ภาค ๓ จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) พ.ศ. ๒๕๕๕ - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) เพื่อโครงการ อบรมนักเรียนบาลีก่อนสอบสนามหลวง คณะสงฆ์ภาค ๓ ณ วัดพิกุลทอง อําเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ให้แก่วัด มหาสอน อําเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพื่อโครงการอบรมนักธรรมชั้นเอก ก่อนสอบของคณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ให้แก่วัดเขาวงกฏ อําเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพื่อโครงการอบรมนักธรรมก่อนสอบ - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๒,๕๐๐ บาท (สองพันห้าร้อยบาทถ้วน) เพื่อเป็น ทุนการศึกษา จํานวน ๕ ทุน ทุนละ ๕๐๐ บาท ให้แก่โรงเรียนวัดหลวง ท้ายตลาด อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๔,๑๐๐ บาท (สี่พันหนึ่งร้อยบาทถ้วน) เพื่อเป็น ทุนการศึกษาแก่นางสาวหทัยมาศ อยู่ชื่น โรงเรียนเทศบาล ๔ วัดเมืองใหม่ อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๔,๕๐๐ บาท (สี่พันห้าร้อยบาทถ้วน) เพื่อเป็น ทุนการศึกษาแก่นางสาวหทัยชนก อยู่ชื่น สถาบันมหาวิทยาลัยราชภัฏ เทพสตรี จังหวัดลพบุรี พ.ศ. ๒๕๕๔ - บริจาคทุนทรัพย์ จานวน ํ๙,๐๐๐ บาท (เก้าพันบาทถ้วน) เพื่อโครงการอบรม นักเรียนบาลีก่อนสอบสนามหลวง (ครั้งที่ ๒) คณะสงฆ์ภาค ๓ ณ วัดพิกุลทอง อําเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 57 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เพื่อโครงการอบรม เจ้าอาวาสใหม่ ณ วัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๓ - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๑,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) เพื่อเป็นทุน การศึกษาให้แก่นักเรียน ในเขตอาเภอเมืองลพบุรี ประจ ํ าปีการศึกษา ํ ๒๕๕๓ - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เพื่อโครงการอบรม นักเรียนบาลี ก่อนสอบสนามหลวง คณะสงฆ์ภาค ๓ ณ วัดพิกุลทอง อําเภอ ท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี - บริจาคทุนทรัพย์ในการบูรณปฏิสังขรณ์ หลวงพ่อพระงาม วัดสิริจันทรนิมิตร วรวิหาร (เขาพระงาม) อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์ เพื่อจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลลพบุรี จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์แก่มูลนิธิลพบุรีสามัคคีสงเคราะห์ เพื่อส่งเสริมสาธารณกุศล เก็บศพไร้ญาติ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่าง ๆ ฯลฯ จํานวน ๒,๐๐๐ บาท (สองพันบาทถ้วน) พ.ศ. ๒๕๕๒ - บริจาคทุนทรัพย์ จํานวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) เพื่อโครงการอบรม นักเรียนบาลีก่อนสอบสนามหลวง คณะสงฆ์ภาค ๓ ณ วัดพิกุลทอง อําเภอ ท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี พ.ศ. ๒๕๕๑ - บริจาคเงินเพื่อซ่อมแซมอุโบสถ วัดหลวงท้ายตลาด อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี จํานวน ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์เพื่อสร้างหน้าต่างอุโบสถ วัดไผ่แตร อําเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี จํานวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์แก่มูลนิธิพุทธคุณธรรมและสาธารณกุศล เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ จํานวน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) และข้าวสาร จํานวน ๒ กระสอบ - บริจาคทุนทรัพย์เพื่อก่อสร้างห้องตรวจเฉพาะโรค จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน) ให้แก่โรงพยาบาลท่าวุ้ง อําเภอท่าวุ้ง จังหวัด ลพบุรี พ.ศ. ๒๕๕๐ - บริจาคทุนทรัพย์ให้แก่กองทุน ๑๐๐ ปี หลวงพ่อพระพุทธวรญาณ จํานวน ๑๐,๖๙๙ บาท (หนึ่งหมื่นหกร้อยเก้าสิบเก้าบาทถ้วน) - บริจาคทุนทรัพย์เพื่อจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลลพบุรี จํานวน ๕,๐๒๐ บาท (ห้าพันยี่สิบบาทถ้วน)


58 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) วัตถุมงคลที่พระราชปัญญาโมลี จัดสร้างไว้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมไว้แจกญาติโยม วันพระราชทานเพลิงศพของท่าน อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 59 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ทุกครั้งที่ได้รับอาราธนา ไปบรรยายธรรม แสดงพระธรรมเทศนา อบรมพระนวกะ ประชุมพิเศษ หรือเป็นอุปัชฌาย์ ท่านจะรวบรวมเรียบเรียงเนื้อหาสาระ ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นระบบ นี่คือความละเอียดประณีตของพระราชปัญญาโมลี ข้อคิด ข้อเขียน บทบันทึกของพระราชปัญญาโมลี


60 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) บวชทำไม บวชแล้วจะได้อะไร บวชแล้วจะทำอะไร บวชแล้วจะได้บุญตรงไหน อบรมพระนวกะ ๒๕๓๒ ๑. อยู่แบบชีวิตนักบวช - นักบวชชั่วคราว - นักบวชประจำ อย่าบวชสะสมความขี้เกียจ อยู่ด้วยกำลังศรัทธา ด้วยความเลื่อมใส มุ่ง ๓ ประการ คือ ๑. ให้เกิดความสงบเรียบร้อย ๒. ให้เกิดความเจริญงอกงาม ๓. ให้เกิดความพร้อมเพรียง ๒. ลักษณะของพระ ๑. มีจิตเมตตา ๒. มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส ๓. ผูกจิตใจไว้กับศาสนา ๓. หน้าที่ของพระโดยตรง ๑. เรียน เรียกว่า คันถธุระ ๒. ปฏิบัติ เรียกว่า วิปัสสนาธุระ เมื่อเรียนแล้ว ปฏิบัติแล้ว สอนผู้อื่นให้ปฏิบัติตามด้วย พระเราเป็นตัวอย่าง คือมี ความสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่เสมอ พระที่น่าศรัทธา เลื่อมใส สวดมนต์ภาวนา ศึกษาเล่าเรียน หมั่นเพียรปฏิบัติ เคร่งครัดวินัย


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 61 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ๔. บวชเพื่อสร้างบารมี คือ คุณความดีที่ตนทำ เอง (และทำอยู่ประจำ ) จนสามารถ คุ้มครองเราได้ เรียกว่า วาสนาต้องอาศัยบารมีที่ทำอยู่เป็นประจำ ตัวอย่างเช่น พระพุทธเจ้า คำว่า ภควา แปลว่า ผู้มีโชคดี เพราะอาศัยบารมี ๕. นักบวช เรียกว่า อุดมเพศ เพศสูงกว่าฆราวาส คำว่า เพศ แปลว่า ลักษณะประจำ ตรงกันข้ามกับ หีนเพศ แปลว่า เพศที่เลวกว่า ๖. เครื่องประดับของพระภิกษุ ๑. มีความรู้ ๒. มีความสามารถพอควร ๓. มีความฉลาด ๔. มีความดี (สุปฏิบัติ) ความงามเป็นอาภรณ์ของสตรี ความสำ รวมอินทรีย์เป็นอาภรณ์ของพระ ๒ ส.ค. ๓๒ ฟันพระบ้าหวย จับสึกลูกเดียว ให้มหาเถรสมาคมเอาจริง ตัวพระครูก็ผิด เหตุที่เข้าวัด อกหัก หลักลอย คอยงาน สังขารเสื่อม เลื่อมใสพระ พบปะวันหวยออก หลอกให้พระสึก ไม่อยากเข้าวัด ตัดบ่วงไม่ขาด ฉลาดกว่านักเทศน์ หาเหตุศาสนา สังขาราไม่อำ นวย พระให้หวยไม่ถูก ลูกเดียรถีย์ ไม่มีศาสนา


62 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ข้อคิดเรื่องการบวช บวชทำไม บวชได้อะไร คำ นี้เป็นปัญหาใหญ่ ทั้งนี้อยู่ที่ผู้บวชจะได้บุญ หรือบวชได้แต่บาป อยู่ที่คนบวชจะปฏิบัติ ถูกต้องตามพระธรรมวินัยหรือไม่ มีพระมหาเถระเคยพูดว่า บวชเพื่อเตรียมชีวิต บวชเพื่อสร้าง อนาคต บวชเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ๓ อย่างนี้ บวชดีเพราะทำศาสนาเจริญงอกงาม ตนเองก็เจริญงอกงามตามสภาพที่กระทำ ธรรมวินัย เป็นหลักของพระภิกษุ สามเณร คนจึงต้องมีธรรมวินัยเป็นคู่มือในการปกครอง ตนเอง ถ้าบวชแล้วไม่ศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติตามจะบวชทำ ไม สู้ไม่บวชจะดีมาก บวชรก ศาสนา บางรูปบวชมุ่งเอาลาภ แสวงหาลาภทางไม่ถูกต้องก็มี พูดมาก ผิดมาก พูดน้อย ผิดน้อย และต้องมีสติอยู่เสมอ ๆ พระพูดน้อย พูดแต่พอดี พองามจึงจะขลังเป็นที่น่าเคารพนับถือ เลื่อมใสของประชาชน กุลบุตรผู้บวชเป็นพระสงฆ์ ต้องปฏิบัติตัวอย่างพระจริง ๆ จึงจะน่าเลื่อมใส อย่าเห็นแก่จำวัด (นอน) มากนัก เว้น แต่อาพาธเจ็บป่วย ปฏิบัติตนเอง ๓ ประการ คือ ๑. กระทำอย่างพระ อย่างปรกติ ๒. คิดอย่างพระ อย่างปรกติ ๓. พูดอย่างพระ อย่างปรกติ ขยันทำกิจวัตร ปฏิบัติหน้าที่ ทำ ประโยชน์ส่วนรวม อยู่อย่างทะเลาะวิวาทกันหรือเสียดสี กระทบกระทั่งต่อกัน ถือพรรษาใครบวชก่อนให้ความเคารพนับถือและเชื่อฟังผู้เป็นอุปัชฌาย์ อาจารย์ และพระเถระผู้บวชมาก่อน อย่าก่อความแตกแยกเป็นภัยต่อพระศาสนา อย่างสำคัญ ที่สุด ที่เรียกสังฆเภท ยุยงให้สงฆ์แตกแยกกันเป็นอนันตริยกรรม บาปหนักที่สุดที่เรียกว่า ครุกรรม ฉะนั้นพระบวชใหม่ หรือบวชมานานก็ตามต้องมีสมบัติของตน ประกอบด้วยหลัก ๓ ประการคือ ๑. ฝึกกาย ให้มีความสงบเรียบร้อย ๒. ฝึกใจ ให้มีหน้าที่ค้นคิด ๓. ฝึกสมอง ให้มีหน้าที่ค้นคว้า ช้าง ม้า วัว ควาย เขาจะใช้ทำ งานจะต้องนำ มาฝึกฝน คนมีศีล พูดดี กายเรียบร้อย คนมีสมาธิ ค้นคว้าดี เครื่องฝึกของคนคือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เรียกว่า “ไตรสิกขา”


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 63 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) พระปณิธานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อันตัวพ่อชื่อว่าพระยาตาก ทนทุกข์ยากกู้ชาติพระศาสนา ถวายแผ่นดินไว้เป็นพุทธบูชา แด่ศาสนา สมณะ พระพุทธโคดม ให้ยืนยงคงอยู่ห้าพันปี สมณะ พราหมณ์ชี ปฏิบัติให้พอสม เจริญสมถวิปัสสนาพ่อชื่นชม ถวายบังคมรอยบาทพระศาสดา คิดถึงพ่อพ่ออยู่คู่กับเจ้า ชาติของเราคงอยู่คู่พระศาสนา ศาสนาคงอยู่คู่องค์กษัตรา พระศาสดาฝากไว้ให้คู่กัน คำ�จารึกในศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน หัวใจเมือง เมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนั้นไม่ช้าอับจน เมืองใดไม่มีพณิชเลิศ เมืองนั้นย่อมเกิดขัดสน เมืองใดไร้ศิลป์โสภณ เมืองนั้นไม่พ้นเสื่อมทราม เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยาม เมืองใดไม่มีนารีงาม เมืองนั้นสิ้นความภูมิใจ เมืองใดไม่มีดนตรีเลิศ เมืองนั้นไม่เพริศพิสมัย เมืองใดไร้ธรรมอำ ไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่นอน (ถนอม อัครเศรณี)


64 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) พระสงฆ์อยู่ในความปกครอง ๓ สถาบัน คือ ๑. บ้านเมือง ทำความผิดถูกลงโทษ ฯลฯ ๒. ธรรมวินัย ทำความผิดต้องอาบัติ ฯลฯ ๓. กฎหมายคณะสงฆ์ ทำความผิดถูกถอดถอน ฯลฯ ความเป็นพระอยู่ที่ไหน ความเป็นพระ อยู่ที่ความดีที่เหนือกว่าชาวบ้าน ถ้าประพฤติปฏิบัติเลวกว่าชาวบ้าน ชาวบ้านก็หมดความเคารพนับถือ และไม่อุปถัมภ์ปัจจัย ๔ มีอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น ความดี ความชอบของพระสงฆ์มี ๓ ประการคือ ๑. มีมรรยาท คือ ศีล มีความประพฤติเรียบร้อย ๒. ความคิด คือ สมาธิ มีจิตใจสงบเยือกเย็นและรู้ตัวอยู่เสมอว่าตนเองเป็นพระ ๓. ความรู้สึก คือ ปัญญา ความรับผิดชอบดีกว่าชาวบ้าน พระดีอยู่ที่มีมรรยาทงดงามเรียบร้อย มีความคิดความรู้สึกสูงกว่าชาวบ้าน คิดเพื่อความ สงบเรียบร้อย คิดเพื่อประโยชน์สุขแก่ชาวบ้านทั่วไป ความรู้สึกสูงกว่าชาวบ้าน คือ ปัญญา บวชเป็นพระเลี้ยงดูมารดาบิดาได้หรือไม่ พ่อแม่แก่ชราไม่มีใครเลี้ยงดูตอนชรา ภิกษุนำ มาเลี้ยงดู ให้ข้าว นํ้า ฯลฯ พระพุทธเจ้า ทรงสรรเสริญภิกษุผู้เลี้ยงดูมารดาบิดา ดังมีเรื่องเล่าไว้ในคัมภีร์พระวินัยว่า มีภิกษุรูปหนึ่งในสมัยพุทธกาล เป็นลูกเศรษฐี ลูกคนเดียวของตระกูลนี้ ต่อมามีศรัทธา มาขอบวชในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสว่า ต้องไปขออนุญาตจากมารดาบิดาก่อน เขาจึงไปหามารดาบิดา ครั้งแรกไม่อนุญาต ภายหลังจึงอนุญาตบวชเป็นภิกษุเรียบร้อยแล้ว ภายหลังมารดาบิดาชราภาพมากไม่มีใครดูแลจึงคิดจะลาสิกขา (สึก) แต่ไปพบพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องราวจึงตรัสให้ภิกษุรูปนี้เลี้ยงดูแลพ่อแม่ได้ และตรัสกับภิกษุ ทั้งหลายว่า ในอดีตชาติเราก็เคยเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่ชรามาแล้ว ทรงสรรเสริญภิกษุรูปนั้นว่า เธอทำถูกแล้ว แม้บิณฑบาตได้มาเราอนุญาตแบ่งอาหารก่อนตนอังคาส (ฉัน) ให้ท่านทั้งสองได้ ไม่เป็นอาบัติ ถ้าคนอื่น สัตว์อื่นไม่ได้เป็นอาบัติ ทำศรัทธาไทยให้ตกไป ใครเขาเห็นแล้วว่าภิกษุ รูปนี้ได้บิณฑบาตแล้วให้แก่คนอื่น สัตว์อื่น ต้องอาบัติ และเป็นโลกวัชชะ ชาวโลกติเตียน ไม่ควร ประพฤติปฏิบัติเป็นโทษแก่ตนและประชาชนเสื่อมศรัทธาเลื่อมใส ภิกษุในยุคปัจจุบันบางรูป ได้อาหารบิณฑบาตมาแล้วนำ ไปแจกญาติโยมโดยตนเองยังไม่ได้ขบฉัน อย่างนี้ภิกษุไม่ควรทำ เป็นโทษและทำศรัทธาไทยให้ตกไป


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 65 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) การบวช เป็นการเสียสละความสุขทางโลก เช่น เที่ยวเตร่เฮฮา ดื่มเหล้าเมาสุรา หรือ ยาเสพติดทุกชนิด เริ่มตั้งแต่อดอาหารมื้อเย็น ฉันอาหารเพียง ๒ เวลา เช้า - เพล บางรูปบวช แล้วฉันเวลาเพลมื้อเดียว เรียกว่า ฉันเอกา มักน้อยสันโดษไม่หลงเอกลาภ มุ่งแต่จะไปสวดมนต์ ที่โน่นที่นี่ หรือคอยพระที่เป็นเจ้าหน้าที่นิมนต์พระไปฉันเช้า - เพลตามที่เจ้าภาพนิมนต์ไว้กับ เจ้าอาวาส เรียกผู้จัดพระนิมนต์ไปในงานนั้น ๆ ว่า “ภัตตุทเทศกะ” แปลว่า ผู้แจกภัตต์ แต่เวลาทำกิจวัตร (สวดมนต์) ทำ วัตรเช้า - เย็น ขี้เกียจเสียงตีระฆังทำ วัตรทุกครั้ง เสียงระฆังมันบาดหัวใจ ง่วงเหงาหาวนอน อ่อนเพลียทีเดียว แต่เสียงระฆังมาติกาบังสุกุล จิตใจ มันชุ่มชื่นกระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง รีบลุกขึ้นห่มผ้าเรียบร้อย รีบไปอย่างรวดเร็ว พระบางรูปเป็นเช่นนี้เท่าที่สังเกตมาหลายปี ข้อปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ ๓ อย่าง คือ ๑. อินทรียสังวร สำรวมอินทรีย์ ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดียินร้าย ในเวลาตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกสูดกลิ่น ลิ้นลิ้มรสต่าง ๆ กายถูกต้องสัมผัส เย็น ร้อน เป็นต้น ใจรับอารมณ์ รู้อารมณ์ที่มากระทบใจทั้งดีและไม่ดี ๒. โภชเน มัตตัญญุตา รู้จักประมาณในการขบฉันอาหารแต่พอสมควร ไม่มากไม่น้อย ๓. ชาคริยานุโยค ประกอบความเพียรเพื่อชำ ระใจให้หมดจด อย่าให้ กิเลสเข้าครอบงำ ได้ ไม่เห็นแก่นอนมากนัก (เว้นแต่อาพาธ) ๓ ประการนี้ เรียกว่า อปัณณกปฏิปทา คือปฏิบัติไม่ผิด มาแต่เจริญอย่างเดียว


66 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) อานิสงส์ของการบวช พระเจ้าอชาตศัตรู ในสมัยนั้นยังไม่ได้ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา และยังไม่รู้จัก พระพุทธเจ้า เมื่อเสด็จเข้าไปก็ได้ทูลถามถึงสามัญญผลต่อพระพุทธเจ้า จึงเกิดพระสูตรในคัมภีร์ ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค ในวินัยปิฎก พระองค์ตรัสถามความเป็นสามัญญผล คือ ผลที่จะได้จากการบวชของกุลบุตรในศาสนา นี้ไว้อย่างไรบ้าง พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า ผู้ที่เข้ามาบวชย่อมได้อานิสงส์ถึง ๑๔ ประการ คือ ๑. ทาสกรรมกรของพระเจ้าอชาตศัตรูคอยรับใช้ ตื่นก่อน นอนทีหลัง เมื่อบวช พระเจ้าอชาตศัตรูก็เคารพกราบไหว้ผู้นั้นและให้ความคุ้มครองตามธรรม นี่แหละเป็นอานิสงส์ ของการบวชข้อที่ ๑ ๒. พระเจ้าอชาตศัตรู นอกจากเคารพกราบไหว้และให้การคุ้มครองแล้ว ถวายปัจจัย ๔ ให้การคุ้มครองด้วยความเป็นธรรมแก่ท่านผู้อื่น นี่เป็นสามัญญผล คือผลจากการบวชข้อที่ ๒ ๓. บวชประพฤติพรหมจรรย์สมบูรณ์ด้วยศีล สำ รวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ มีสติสัมปชัญญะละบาป คือ ความชั่ว บำ เพ็ญสมาธิ ละนิวรณ์ ๕ ได้ บรรลุฌาน ได้รับความสุขอันเกิดจากฌาน นี้คือเป็นอานิสงส์ของการบวชข้อที่ ๓ ๔. ต่อจากนั้นผู้บวชบำ เพ็ญสมาธิเจริญกรรมฐานบรรลุฌานที่ ๒ นี้เป็นอานิสงส์ การบวชข้อที่ ๔ ๕. บรรลุฌานข้อที่ ๓ ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๕ ๖. บรรลุฌานข้อที่ ๔ เรียกว่า จตุตถฌาน นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๖ ๗. ต่อจากนั้น ท่านน้อมจิตไปเพื่อเจริญวิปัสสนา โดยพิจารณาพระไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) จนจิตของตนเข้าถึงวิปัสสนาญาณ แยกรูปแยกนาม พิจารณานามรูป เห็นตาม ความเป็นจริง เป็นเหตุให้ท่านผู้นั้นสามารถบรรลุ “ญาณทัสสนะ” อันเป็นวิปัสสนาญาณ นี้เป็น อานิสงส์ข้อที่ ๗ ๘. ต่อแต่นั้นได้บรรลุมโนมยิทธิ คือ ฤทธิ์ทางใจ สามารถนิรมิตกายอื่นจากกาย (คือนิรมิตกายให้เป็นสัตว์ต่าง ๆ ได้) นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๘ ๙. ต่อจากนั้นก็ได้บรรลุอิทธิวิธิ คือ แสดงฤทธิ์ เช่น น้อยคนทำ ให้มากคน หรือมากคน ทำ ให้น้อยคน ดำ ไปในดิน ดำลงในนํ้า นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๙ ๑๐. เมื่อท่านได้ปฏิบัติต่อไปก็สามารถได้ทิพพโสต คือ หูทิพย์ ได้ยินเสียงจากที่ไกล เกินวิสัยของมนุษย์ธรรมดา นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๐


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 67 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ๑๑. เมื่อปฏิบัติกรรมฐานต่อไป ได้เจโตปริยญาณ คือ รู้ใจของคนอื่น และสามารถ ทายใจคนอื่นได้ ว่าคนโน้นคนนี้นิสัยเป็นอย่างไร นึกคิดเรื่องอะไร นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๑ ๑๒. บางท่านก็ระลึกชาติได้ ที่เรียกว่า บุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือ ระลึกถึงชาติก่อน (หนหลัง) ได้เป็นจำ นวนมาก หรืออาจหลาย ๆ ชาติมากมายในอดีตชาติ การระลึกชาติได้เช่นนี้ เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๒ ๑๓. บางท่านปฏิบัติธรรมจนได้ทิพพจักษุ หรือจุตูปปาตญาณ คือ ญาณรู้ที่จุติกำ เนิด ของสัตว์ทั้งหลาย (ทั้งคนและสัตว์) ที่เกิดและที่ตายด้วยตาทิพย์ การได้อย่างนี้เป็นอานิสงส์ ข้อที่ ๑๓ ๑๔. ในที่สุดท่านได้บรรลุอาสวักขยญาณ คือ ทำกิเลสให้สิ้นไป บรรลุเป็นพระอรหันต์ พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ นี้เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๔ พระพุทธเจ้าทรงแสดงสามัญญผล หรือผลของความเป็นสมณะ หรือเป็นพระ เป็นผล แห่งความเป็นสมณะที่เห็นได้ในปัจจุบันว่าสูงกว่ากันโดยลำดับ คือ ตั้งแต่ขั้นแรกแล้วบรรลุ สูงขึ้น ๆ ไปตามลำดับ ซึ่งเป็นอานิสงส์ของการบวชที่เห็นได้ชัด นี้เป็นอานิสงส์ในสามัญญผล เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงสดับธรรมนี้จากพระพุทธเจ้า ทรงเลื่อมใสแล้วทรงปฏิญาณพระองค์เป็นอุบาสก ถึงพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์) ตลอดชีวิต แล้วกราบทูลขอขมาในการที่พระองค์ได้ปลงพระชนม์พระราชบิดา คือ พระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ได้ตรัสรับขอขมาว่า ถ้าเคยทำผิดแล้ว รู้ตัวว่าผิด ก็ถือว่าเป็น ความดีได้ เมื่อเจ้าอชาตศัตรูเสด็จกลับแล้ว พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ถ้าพระเจ้า อชาตศัตรูไม่ปลงพระชนม์พระราชบิดาก็จะได้ดวงตาเห็นธรรม คือ ได้สำ เร็จเป็นพระโสดาบัน แต่ พระองค์ทรงปลงพระชนม์พระราชบิดา จึงไม่อาจจะบรรลุคุณธรรมได้; ตามประวัติของพระเจ้า อชาตศัตรูนั้นทรงเลื่อมใสพระพุทธศาสนา พระองค์บำ รุงพุทธศาสนามาก เช่น ทรงเป็นผู้บำ รุง อุปถัมภ์ในการทำสังคายนาครั้งที่ ๑ เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วได้ ๓ เดือน ทรงบำ รุงวัดวา ต่าง ๆ บำ รุงพระสงฆ์และทรงบำ รุงอุปถัมภ์ถวายปัจจัย ๔ แด่พระอริยสงฆ์ ๕๐๐ รูป ที่กระทำ สังคายนา (ร้อยกรอง) พระธรรมวินัยเป็นครั้งแรก เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรู เมื่อได้ทรงปลงพระชนม์ของพระราชบิดาด้วยการยุยงของ พระเทวทัตต์ เป็นเหตุให้พระองค์ได้ทรงทำกรรมอย่างหนัก ที่เรียกว่า อนันตริยกรรม กระทำอย่างนี้ จะต้องตกนรกอย่างแน่นอน เพราะเป็นกรรมหนักที่เรียกว่า “ครุกรรม” จะต้องตกในอเวจี มหานรก แต่เนื่องจากว่าพระองค์ได้ทรงอุปถัมภ์ในการทำสังคายนาพระธรรมวินัยและได้เข้าเฝ้า พระพุทธเจ้า ฟังพระธรรมเทศนา ทรงบำ รุงภิกษุสงฆ์ ถวายสังฆทาน เป็นต้น และทรงถึง พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งสูงสุด เป็นเหตุให้บาปของพระองค์ลดน้อยลง ไม่ต้องตกในอเวจีมหานรก


68 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) แต่ก็ไปตกในโลหกุมภีมหานรก ซึ่งก็ร้ายแรงเหมือนกัน เป็นเพียงแต่ว่าไม่ร้ายแรงมากเท่าอเวจี มหานรกเท่านั้น โลหกุมภีนรกนั้นคือ นรกหม้อทองแดง คือ ตกลงไปแล้วเหมือนกับข้าวหรือ ปลาที่วนไปมาอยู่ในหม้อแกงหรือหม้อข้าวที่กำลังเดือด บางทีก็อยู่ใกล้ปากหม้อ บางครั้งก็ตกลงไป ก้นหม้อ เวียนอยู่อย่างนั้นกี่หมื่นกี่แสนปี แล้วแต่กรรมที่ทำ ไว้ บางคนตกอยู่ในนรกเป็นกัป ๆ ก็มี การที่พระเจ้าอชาตศัตรูปลงพระชนม์พระเจ้าพิมพิสารพระราชบิดานั้น ก็เป็นเหตุให้ กรรมสนองกรรม กล่าวตามประวัติศาสตร์ว่า พระเจ้าอชาตศัตรูมีพระโอรสชื่อว่า อุทัยภัทร อุทัยภัทรก็ปลงพระชนม์พระเจ้าอชาตศัตรูผู้เป็นบิดา พระเจ้าอุทัยภัทรก็ถูกพระโอรสของพระองค์ ชื่อ อนุรุทธะ ทรงปลงพระชนม์เสีย แล้วพระเจ้าอนุรุทธะก็ถูกราชโอรสของพระองค์ คือ พระเจ้า มุณฑกะ ทรงปลงพระชนม์เสีย แล้วต่อมาพระเจ้ามุณฑกะถูกพระราชโอรสทรงพระนามว่า พระเจ้านาคทาสกะทรงปลงพระชนม์เสียอีก เรียกว่ากรรมสนองกรรมเป็นลูกโซ่ ในที่สุด ประชาชนและอำ มาตย์ทั้งหลายเห็นว่ากษัตริย์วงศ์นี้ฆ่ากันติดต่อกันมานาน อย่างนี้ เป็นที่เอือมระอาของประชาชนของชาวกรุงราชคฤห์ ต่อมาจึงได้มีอำ มาตย์ผู้หนึ่งเข้าแย่ง ราชสมบัติ แล้วปลงพระชนม์พระเจ้านาคทาสกะเสีย แล้วก็ตั้งวงศ์ขึ้นมาใหม่คือ “สุสูนาค” ซึ่งเป็นวงศ์กษัตริย์ของลิจฉวี เนื่องจากมีเชื้อกษัตริย์ของลิจฉวีอยู่แล้ว กล่าวกันว่า พระเจ้าอชาตศัตรูนั้น ครองราชย์อยู่ถึง ๓๒ ปี (ทรงครองราชย์ก่อน พระพุทธเจ้านิพพาน ๘ ปี) พระราชโอรสของพระองค์คืออุทัยภัทรนั้นครองราชย์อยู่ ๑๖ ปีก็ถูก ปลงพระชนม์ พระเจ้าอนุรุทธะและพระเจ้ามุณฑกะครองราชย์องค์ละ ๔ ปีก็ถูกปลงพระชนม์ กษัตริย์องค์สุดท้ายคือ พระเจ้านาคทาสกะครองราชย์อยู่ถึง ๑๖ ปีก็ถูกปลงพระชนม์อีก นี้เป็น ผลกรรมสนองที่เห็นได้ชัดฯ เพราะฉะนั้น การบวชนี้ต้องบวชจริง ๆ ควรบวชอย่างน้อย ๑๕ ปีขึ้นไป แม้ ๑๕ วันก็ ยังน้อยอยู่ แต่บางคนนั้นไม่มีเวลาจริง ๆ ต้องลาราชการหรือทำ งานบริษัทเอกชน อยู่ในระหว่าง การศึกษาบ้าง รอโรงเรียนปิดเทอมบ้าง จึงหาโอกาสบวชนานนักไม่ได้ ถ้าบวชจริง ๆ แม้บวช เพียง ๑๕ วัน ก็ถือว่าเป็นการรักษาประเพณีอันดีงามของชาติอย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวของเรา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชก็ทรงผนวชในพระพุทธศาสนา ๑๕ วัน แต่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานั้น ก่อนผนวชพระองค์ได้ทรงศึกษาพุทธศาสนามาก่อน โดยสมเด็จ พระสังฆราชองค์ปัจจุบัน สมัยที่ยังเป็นราชาคณะชั้นเทพอยู่ได้เสด็จไปถวายความรู้ทางพระพุทธ ศาสนาในวังเป็นประจำ จนพระองค์มีความรู้เทียบนักธรรมชั้นเอกทีเดียว เพราะฉะนั้น แม้พระองค์ทรงมีความรู้เทียบนักธรรมชั้นเอก และเข้าใจพุทธศาสนา ค่อนข้างลึกซึ้ง พระมหากษัตริย์ของไทยพระองค์นี้ ทรงผนวชในพระพุทธศาสนาเป็นการทรงบำ เพ็ญ เนกขัมมบารมี รักษาประเพณีอันดีงามของชาติไทยเรา นำความชื่นใจปลื้มใจมาให้แก่คนในชาติ เป็นอันมาก เพราะคนไทยส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชน แม้แต่ชาวพุทธในต่างประเทศก็ยังชื่นชม


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 69 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) บวชแล้วได้อะไร บวชแล้วจะต้องได้ ได้อะไร ได้บวชยังไงเล่า ได้นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ของพระอรหันต์ ได้เข้าวัดถือศีล ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ได้ละเว้นจากความชั่วทุกประการ มีศีล สมาธิ และปัญญา ถ้าไม่ได้เข้ามาบวชก็ไม่มีคุณความดีคือ ศีล การงดเว้นจากบาปทางกายกับวาจา เจริญสมาธิ ใจมั่นคงแน่วแน่ และก่อให้เกิดปัญญา รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์และไม่มีประโยชน์ รู้จัก หลีกจากความชั่วไปบำ เพ็ญตัวเป็นคนดีและเข้าใจข้อวัตรปฏิบัติของพระภิกษุสงฆ์ว่ามีกิจหน้าที่ อย่างไร ความเป็นอยู่สถานภาพเป็นอย่างไร ถ้าได้บวชก็น่าจะได้สิ่งต่อไปนี้ ๑. ได้บุญ เพราะชาวบ้านเขาว่าบุญมี เพียงรู้แต่ว่าบุญเป็นสิ่งที่ดี ฟังผู้ใหญ่เล่ากันว่า บุญมี แต่ตัวบุญเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ แต่เขาว่าได้บุญก็อยากได้บุญ ๒. ไม่ต้องตกนรก เพราะเขาเล่ากันว่านรกมันมี ตนหาปลามากก็กลัวจะตกนรก ๓. จะได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนต่อ เพราะว่านับตั้งแต่ออกจากโรงเรียนหนังสือไม่เคย เขียนหนังสือ ได้บวชมาศึกษาเล่าเรียนธรรมะของศาสนา รู้เรื่องราวประวัติของพระพุทธศาสนา อย่างยิ่งฯ บวชทำ ไม? บวชเอาอะไร? กินแล้วนอน นอนแล้วก็กิน ขี้รดวัด เยี่ยวรดวัด ปฏิบัติ เลอะเทอะ สกปรก บวชทำ ไม? บวชเอาอะไร? เล่าเรียนหรือท่องบ่น ยถา สัพพี ให้พรก็ไม่ท่องบ่น หรือบท อย่างไรอย่างหนึ่ง ก็คือ จะสวดมนต์ไหว้พระก็เต็มที ช่างไม่อายผีสางเทวดาฟ้าดิน ไม่อายพระ เณรที่เขามีศรัทธาบ้างเลย เราทั้งหลายไม่ได้วุ่นวายเลอะเทอะอย่างว่ามานี้ ควรที่เราทั้งหลายจะประกอบศึกษา เล่าเรียน ท่องบ่น สวดมนต์ไหว้พระ อย่าให้กาลเวลาวันคืนล่วงเสียไปเปล่า ขาดทุนชีวิตที่เกิดมา นี่เป็นการกล่าวเตือนของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่านพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม เพราะเป็น อุปัชฌาย์อาจารย์ มีหน้าที่จะต้องเตือนลูกศิษย์ของตนเอง ไม่ปล่อยให้ประพฤติเลอะเทอะ เหลวไหล ขี้เกียจ เพราะถ้าหากว่าบวชเข้ามาไม่ศึกษาเล่าเรียน ปฏิบัติผิด มีแต่นั่ง ๆ นอน ๆ ก็จะทำศาสนาให้เสื่อม และตนเองก็ไม่ได้รับคุณค่าอะไรเลย ที่นำ มากล่าวนี้เป็นธรรมานุศาสน์ สอนลูกศิษย์ของท่าน


70 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ผู้บวช ๖ จำพวก คนโบราณจึงได้กล่าวถึงคนบวชประเภทต่าง ๆ ไว้เป็นคำ พังเพยคล้องจองกันว่า ผู้บวช เข้ามีถึง ๖ ประเภท คือ ๑. บวชลี้ ได้แก่ คนเข้ามาบวชลี้ภัยการเมือง บวชหนีตำ รวจกลัวตำ รวจจับได้ หรือ ปองร้ายก็มี บวชเพื่อหนีความวุ่นวายต่าง ๆ บวชหนีเกณฑ์ทหาร เป็นต้น ๒. บวชลอง บวชลองคืออย่างไร คือ บางคนคิดว่าคนอย่างเรานี้จะบวชได้หรือเปล่า ไม่กินข้าวตอนเย็นจะอยู่ได้ไหม จะประพฤติพรหมจรรย์เหมือนเขาได้ไหม ลองบวชดูซิจะบวชอยู่ ได้หรือไม่ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็จะสึกเสีย ถ้าอยู่ได้ก็จะอยู่ คือ ลองเอาไว้ก่อน เรียกว่า บวชลอง ๓. บวชครองประเพณี คือครองประเพณีคนไทยเราถือมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ว่า ชายไทยผู้นับถือพระพุทธศาสนาทุกคนต้องบวช ใครไม่บวชคนนั้นถือว่าดิบ ไม่สุก เพราะ ไม่ได้บวช และเมื่อไปขอแต่งงานกับลูกสาวใคร ๆ เขาก็ไม่ให้ ฉะนั้นต้องบวชเสียก่อนตามประเพณี นิยมของคนไทย ๔. บวชหนีสงสาร หมายถึง หนีการเวียนว่ายตายเกิดในกำ เนิดสงสาร บางคนก็บวช หนีสงสาร เพราะการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏไม่มีสิ้นสุด ถ้าหากว่าไม่หาหนทางแห่ง ความพ้นทุกข์ก็ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่รํ่าไป หรือเบื่อโลกจึงบวช เพราะการบวชเป็นทางนำ ไปสู่ ความดีงาม จนถึงที่สุดแห่งทุกข์ในที่สุด แม้ไม่สิ้นทุกข์ในชาติปัจจุบัน แต่ก็เป็นอุปนิสัยเพื่อความ สิ้นทุกข์ในอนาคตกาลข้างหน้า จุดมุ่งหมายของพุทธศาสนานั้นอยู่ที่มุ่งความสิ้นทุกข์ ๕. บวชผลาญข้าวสุก บวชแบบนี้ไม่มีผล ไม่ได้เรื่องได้ราว บวชเข้ามามีแต่ทางเสื่อมเสีย บวชขาดทุน เรียกว่า บวชผลาญข้าวสุก ข้าวก็ไม่ทำ กินแต่ข้าวสุกที่เขานำ มาถวาย บวชกินนอน ไม่ได้ท่องบ่น สวดมนต์อะไรก็ไม่ได้ อยู่ไปวันหนึ่ง ๆ จนกว่าจะสึก บางคนบวชแล้วเอาแต่นอน ฉันแล้วนอน คือทำ นองมีว่า “เช้าก็เอน เพลนอน บ่ายพักผ่อน คํ่าจำ วัด ดูโทรทัศน์จนดึก คึกคักตอนเช้ามืด บวชแล้วไม่ศึกษาเล่าเรียนก็ไม่มี บิณฑบาตเอาไปมากมาย บิณฑบาตได้ไป มากเอาไปขายหรือเอาไปทำอะไรก็ไม่ทราบ หรือบวชสั่งสมเครื่องเล่นต่าง ๆ อย่างนี้เรียกว่า “บวชผลาญข้าวสุก” ๖. บวชสนุกตามเพื่อน บางคนมีเพื่อนบวชเป็นพระบวชเป็นสามเณร เพื่อน ๆ ชวนว่า บวชไหม บวชด้วยกันซิ ถ้าเอ็งบวชข้าก็บวชด้วย ก็ไม่ไปบวชกับเขา


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 71 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) รวมความว่า การบวช ๖ ประเภทนี้ บางคนบวชเข้ามาแล้ว ครั้งแรกไม่มีศรัทธาใน พระศาสนา แต่พอบวชเข้ามาได้ศึกษาเล่าเรียนในพระศาสนาแล้วเกิดศรัทธาขึ้นมา ตั้งใจปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ถึงแม้สึกออกไปก็เป็นคนดีของบ้านเมือง ถ้าอยู่เป็นพระก็เป็นคนดีของศาสนา แต่ บางคนตั้งใจจะบวชจริง ๆ ตั้งใจจะบวชตลอดชีวิต แต่พอบวชมาแล้วก็บวชอยู่ไม่ได้ ต้องสึก ออกไป ซํ้าบางคนไม่อยากจะเข้าวัดอีกต่อไป เพราะไม่เห็นความดีของพระบางรูปเข้า ก็เลยเลิก เข้าวัด อย่างนี้ก็มี บางรูปตั้งใจบวชอยู่ตลอดไปก็บวชไม่ได้ มีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น สุขภาพ ไม่ดี หรือครอบครัวลำ บากก็ต้องสึกออกไปก็มีฯ บวชเพื่อทดแทนคุณมารดาบิดา การบวชถือว่าเป็นการทดแทนบุญคุณมารดาบิดาด้วยหรือไม่ หรือทดแทนท่านด้วยวิธีใด การทดแทนบุญคุณมารดาบิดานี้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า อันมารดาบิดาทั้งสองนั้นเป็นผู้มีบุญคุณ มาก ยากที่บุตรธิดาจะตอบแทนให้หมดสิ้นได้ โดยบวชเป็นภิกษุยังถือว่าเพียงเล็กน้อยให้ท่าน ทั้งสองปลื้มใจ ดีใจ เห็นผ้าเหลืองว่าลูกของตนได้เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนาก็เกิดปีติเอิบอิ่มใจ สบายใจ ที่เรียกว่า บุญ นั่นเอง แต่ถ้าหากบุตรธิดาคนใดสามารถจะทำ ให้พ่อแม่ของตนซึ่งไม่มี ศีลให้ท่านมีศีล ไม่มีศรัทธาให้ท่านได้มีศรัทธา ไม่มีจาคะคือบริจาค ให้ท่านมีจาคะ ไม่มีปัญญา คือยังไม่รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ให้ท่านได้รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ รวมความว่าให้ท่านได้มีศีล ศรัทธา จาคะ และปัญญา หรือท่านมีคุณธรรมเหล่านี้อยู่แล้ว ก็ขวนขวายให้ท่านได้มีคุณธรรม เหล่านี้มากยิ่งขึ้น บุตรธิดาคนนั้นชื่อว่าสามารถตอบแทนบุญคุณแห่งพ่อแม่ของตนได้มากทีเดียว ในเรื่องการตอบแทนพ่อแม่นี้ ถ้าเป็นบุตรหญิงก็สามารถตอบแทนได้โดยการชักนำ พ่อแม่ให้มีศรัทธา มีศีล มีจาคะ และมีปัญญา ถ้าท่านมีอยู่แล้วก็ส่งเสริมให้ท่านได้มียิ่งขึ้น หรือ เราขวนขวายให้พ่อแม่ซึ่งแก่เฒ่า หรือยังไม่แก่เฒ่าให้ท่านได้มีโอกาสไปวัดต่าง ๆ ตามสมควร ให้ท่านได้ฟังธรรม รักษาศีล เจริญภาวนา เพื่อให้เกิดปัญญา เกิดความรู้ขึ้น มีหนังสือธรรมะดี ๆ ก็แนะนำ ให้ท่านอ่านหรืออ่านให้ท่านฟัง หรือชวนท่านไปปฏิบัติธรรม นิมนต์พระมาเทศน์ ให้ท่านฟัง ส่งเสริมให้ท่านมีศรัทธา มีจาคะ มีปัญญา แม้เป็นบุตรหญิง ก็ถือว่าตอบแทนได้ แต่คนไทยบางคนมักจะถือว่าที่ตนได้บวชนี้ตอบแทนได้มาก แท้ที่จริงแม้ผู้ไม่ได้บวช แต่ถ้าหาก ชักนำ พ่อแม่มีศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา ก็ตอบแทนท่านได้เช่นกัน การบวชนั้นถือว่าเป็นการตอบแทนได้อย่างดีมากอย่างหนึ่ง เพราะเป็นเหตุให้พ่อแม่ ดีใจ เมื่อลูกหลานตนเองได้บวช เมื่อลูกบวชแล้วตนเองมีโอกาสเข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างอื่น ๆ ได้ มากขึ้น เพราะเหตุของตนได้บวช และอาจชักนำ ให้พ่อแม่เข้าวัดและตักบาตรในเวลาเช้าทุกวัน อีกด้วย


72 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) บวชเพื่อรักษาประเพณีอันดีงามของชาติเอาไว้ ชาติไทยของเรามีวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอยู่มาก เมืองไทยเรานี้เรียกว่า “ดินแดนแห่งผ้ากาสาวพัสตร์” หรือ “เมืองพระ” เพราะมีวัดอยู่ประมาณ ๓ หมื่นกว่าวัด ทั่วประเทศ มีพระสงฆ์ทรงผ้ากาสาวพัสตร์อยู่ทั่วไปประมาณ ๓ แสนกว่ารูป ถ้ารวมสามเณรด้วย ประมาณ ๔ แสนรูปทั่วประเทศ ตอนเช้า ๆ จะเห็นภิกษุสามเณรออกบิณฑบาตดูเหลืองอร่าม ทั่วไป รับกับแสงพระอาทิตย์ตอนเช้า ชาวต่างประเทศเดินทางมาก็จะเห็นลักษณะเช่นนี้ การถือบวชเป็นการรักษาจารีตประเพณีอันดีงาม เพราะฉะนั้นผู้นับถือศาสนาพุทธจึงนิยมบวชกัน ในสมัยโบราณ คนไทยนิยมบวชกันหลายปี เช่น ๒ ปี ๓ ปี หรือมากกว่านี้ บวชเพื่อ เล่าเรียน แม้ไม่นานอย่างน้อยก็ ๓ เดือน แต่ปัจจุบันนี้ การบวชเพื่อรักษาประเพณีอันดีงามนั้น ดูจะลดน้อยลงไปมากแล้ว สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป การศึกษาเล่าเรียนมีภายนอกมากขึ้น คนต้องทำงาน เป็นงานบริษัทบ้าง ข้าราชการลาบวชพักร้อนบ้าง หรือเป็นนักศึกษาอยู่โรงเรียนหรือ มหาวิทยาลัย วิทยาลัยปิดเทอมก็ถือโอกาสบวช ๑๐ วัน ๑๕ วัน หรือ ๑ เดือนบ้าง บวช ๗ วัน ก็ยังมีอยู่ บางคนบวชหน้าไฟ หรือหน้าศพผู้เป็นญาติ ๑ วัน ๒ วัน เป็นต้น แม้บวช ๗ วัน ข้าพเจ้า ก็เห็นด้วย เว้นไว้แต่ปู่ย่าตายายใกล้จะเสียชีวิต ตนเองไม่มีโอกาสบวชนานวัน จึงบวชเพื่อให้ปู่ย่า ตายายหรือพ่อแม่ได้เห็นผ้าเหลือง อันนั้นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่โดยทั่วไปแล้ว การบวชเพียง วันเล็กน้อยไม่ควรบวช เสียเวลาเปล่า ๆ เสียเวลาฝึกนาค เสียเวลาของหลายฝ่าย เสียเงินทอง เวลาบวช ยังไม่ทันได้ท่องสวดมนต์ทำวัตรให้พรญาติโยมก็ว่าไม่ได้ ปลงผมให้เป็นไข้หวัดเปล่า ๆ พ่อแม่ญาติพี่น้อง ญาติมิตรช่วยส่งข้าวของที่ยืมเขามาในงานพอเสร็จไปยังไม่หายเหนื่อย พระก็ ลาสิกขา (สึก) ออกมาแล้ว อย่าบวชเลย บวชใจดีกว่า หรือค่อยบวชเมื่อมีเวลามากกว่านี้ดีกว่า อย่าบวชเล่น ๆ เลย บวช ๗ วัน นี้น้อยมาก หรือแทบจะไม่ได้อะไรเลย ซํ้ายังมีผลเสียมากกว่า คนแต่ก่อนนั้นถ้าลูกหลานยังไม่ได้บวช พ่อแม่จะไม่ให้แต่งงาน หรือถ้าไปขอลูกสาวใคร เขาจะถามว่า บวชพระแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่บวชเขาก็ไม่ให้ เพราะเขาถือว่ายังเป็นคนดิบอยู่ ยังไม่ได้บวชเรียนไม่รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ อะไรดี อะไรชั่ว สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ รู้จักผิด ชอบชั่วดี มีธรรมประจำ ใจอยู่บ้าง จะไปขอลูกสาวเขา เขามักจะยกให้ถ้าเห็นว่าเหมาะสมและเป็น คนดี แต่ปัจจุบันการบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เป็นการตามประเพณีเสียมาก บางรูป บวชแล้วนำ โทรทัศน์หรือทีวีมาเปิดดู ใจไปอยู่ที่หนัง ละคร ใจไม่สงบ อารมณ์ไปติดอยู่กับสิ่งนั้น จิตใจไม่สงบเยือกเย็นสมเป็นพระภิกษุ ก็มีอยู่ไม่น้อยในยุคนี้


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 73 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) สอนหลานสาว แต่งเป็นกลอน สอนหลานสาว คราวแรกรุ่น อย่าหมกมุ่น โลกีย์ มีแต่เฉา ทำ ไม่ดี แล้วจะมี ราคีคาว จะเสียสาว เสียชื่อ ระบือไกล จะดูคน สมัยนี้ หาดียาก คารมปาก หวานหู ไม่รู้หาย จะคบคน ดูคน ดูจิตใจ เชื่อไม่ได้ ผู้ชาย หลายใจจริง เห็นผู้หญิง เป็นไม่ได้ เข้าไปทัก บอกว่ารัก รักแน่ ไม่ทอดทิ้ง กล้าสาบาน มีหลักฐาน เท้าอ้างอิง รักเธอจริง ไม่ทิ้งเจ้า จนวันตาย สื่อความหมาย ใช้สายตา เป็นอาภรณ์ พูดออดอ้อน คำ หวาน ให้หลงใหล เห็นหน้าตา พาที มีเลศนัย อย่าไว้ใจ คนแปลกหน้า พาเดือดร้อน โบราณว่า อย่าเชื่อง่าย ไว้ใจชาย จะเสียใจ โศกเศร้า เฝ้าอาวรณ์ พึงรู้จัก ข่มจิต ไม่ย่อหย่อน เชื่อหลวงลุง สอนแล้วนอน หลับสบาย


74 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) สุขภาพ โรคาพยาธิที่พระราชปัญญาโมลีต้องเผชิญ ก่อนถึงวันมรณภาพ นางผานิตณิภา จั่นเพชร หนึ่งในผู้รับใช้ใกล้ชิดพระราชปัญญาโมลี ได้เขียนเกี่ยวกับ ปัญหาสุขภาพและอาการอาพาธไว้เป็นสองช่วง ดังนี้ ข้าพเจ้าขอเขียนในฐานะคนขับรถคนสุดท้ายของท่านเจ้าคุณต่วน บางคนอาจสงสัยว่า ทำำไมเป็นผู้หญิงมาขับรถให้ท่านได้ เนื่องจากท่านป่วยติดเตียงมาตั้งแต่ได้รับการผ่าสมอง (เส้นเลือดในสมองแตก) เมื่อประมาณปลายปี 2558 จนกระทั่งปลายปี 2559 ท่านได้รับการ ตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจ ผนังหัวใจหนา จึงได้ทำำการส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช วันนั้นเป็น เหตุว่าป้าเอิบนัดรถตู้ผิดเวลา ข้าพเจ้าจึงจำำเป็นต้องนำำรถคันดำำของท่านเจ้าคุณออกเดินทางไป ตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช นับแต่นั้นข้าพเจ้าจึงได้เป็นคนขับรถและเป็นทั้งพยาบาลไปในตัว ส่วนการดูแลท่านเจ้าคุณหลัก ๆ ยังเป็นพี่ใบ้กับป้าเอิบ ข้าพเจ้าก็เป็นตัวเสริมเห็นสิ่งไหนไม่ถูก ก็คอยพยายามบอกพี่ใบ้ให้ทำำให้ถูกต้องตามขั้นตอนการดูแลรักษา ครั้งนั้นหมอทางศิริราชตรวจ พบว่าท่านเจ้าคุณมีปัญหาเรื่องลิ้นหัวใจต้องทำำการเปลี่ยน ใช้งบสูงพอสมควร แต่เนื่องจากท่าน เจ้าคุณมีอาการนอกจากลิ้นหัวใจแล้วยังมีผนังหัวใจหนาแล้วก็เส้นเลือดหัวใจตีบทำำให้การรักษา อาจจะต้องมีการผ่าแบบอกซึ่งเป็นอันตรายค่อนข้างมาก แต่เนื่องจากท่านร่างกายค่อนข้าง อ่อนแอตัวท่านเองก็ไม่พึงประสงค์จะทำำการผ่าตัดใหญ่ จึงได้ยกเลิกการรักษาจากศิริราชไป จากนั้นก็รักษาที่โรงพยาบาลลพบุรีรักษาตามอาการ โดยมีหมอเกศกนกเป็นหมอเจ้าของไข้ ช่วงนั้นข้าพเจ้าได้รับการแนะนำำจากพระครูศรีวราธร ให้นำำท่านเจ้าคุณต่วนไปรักษาหมอ ทางเลือก มีไปตรวจบำำบัดร่างกายที่อโรคยาพระราม 5 จังหวัดนนทบุรี ไปบำำบัดล้างพิษ แล้วกระตุ้นกล้ามเนื้อกับคุณหมอแอ๊วและคุณหมอสายัณห์ที่อำำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี แค่ช่วงระยะเวลาเดือนเดียว ท่านเจ้าคุณต่วนมีกำำลังพอลุกยืนด้วยตัวเอง ฉันข้าวด้วยตัวเอง แล้วผลการเจาะเลือดก็ออกมาดีจนคุณหมอเกศกนกเอ่ยชม ช่วงนั้นทั้งข้าพเจ้าและพระลูกวัด แวะเวียนไปช่วยดูแลท่านบ่อย ท่านมีกำำลังใจแล้วก็ฟื้นตัวเร็วขึ้นมาก มีครั้งหนึ่งที่ท่านเจ้าคุณต่วน เข้าห้องน้้ำำแล้วน็อกในห้องน้้ำำ พี่ใบ้ฉลาดมากรีบส่ง LINE มาตามข้าพเจ้า พี่ใบ้ ป้าเอิบนำำท่าน ออกจากห้องน้้ำำ ข้าพเจ้าได้ทำำการ CPR จนท่านกลับฟื้นคืนสติแล้วนำำส่งโรงพยาบาล ครั้งนั้น ปลอดภัยดีผ่านไปอีกประมาณ 7 เดือน ท่านก็มีภาวะเลือดออกในช่องท้อง ถ่ายเป็นสีดำำทำำการ รักษาจนหายค่อนข้างดีแต่ไม่หายขาด ผ่านไปอีก 7 เดือนก็เจอปัญหากับเชื้อโควิด ครั้งนี้ว่าใหญ่ แต่ท่านก็สามารถฟื้นคืนกลับมาได้ แต่ก็เป็นสาเหตุทำำให้ขาดการรักษาครั้งล่าสุดเป็นการ


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 75 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) รักษาใหญ่เป็นการรักษาที่ท่านไม่สามารถจะกลับมาได้ ท่านเจ้าคุณต่วนจากไปด้วยอาการ ปอดติดเชื้อ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ 2566 จากระยะเวลา 7 ปีที่ข้าพเจ้าดูแลและรับใช้ท่าน เจ้าคุณต่วน ข้าพเจ้าได้รับความเมตตาความเอื้ออาทรและความไว้วางใจในหลาย ๆ เรื่อง เสมือน เป็นลูกหลานของท่าน ท่านเจ้าคุณต่วนมีนิสัยขี้เกรงใจคน ใครดีท่านก็ดีใจ ใครร้ายท่านก็ดีใจ ใครทำำอะไรให้ท่านดีหรือไม่ดีท่านก็เก็บไว้ในใจ ไม่โต้ตอบไม่ผูกใจเจ็บ ไม่คิดแค้นอาฆาตใคร นี่คือ สิ่งที่ข้าพเจ้าเรียนรู้จากท่าน จากแต่ก่อนที่ข้าพเจ้าไม่เคยทำำได้เลยจนตอนนี้อะไรก็ปลงปลงปลง ตอนเลือกรูปที่จะเอามาทำำหนังสือ ข้าพเจ้า ป้าเอิบ ป้าหวัน พี่ใบ้ นั่งคุยกันว่าชาติหน้ามีจริง พวกเราจะมีโอกาสได้พบได้รับใช้ท่านอีกไหม เพราะบารมีท่านสูงเกินกว่าที่พวกเราจะได้ไปถึง ท่านเจ้าคุณป่วยครั้งแรกเมื่อประมาณปลายปี 2558 มีภาวะเครียดช่วงนั้นต้องออก ข้อสอบตรวจข้อสอบทำำงานอยู่แล้วก็เส้นเลือดในสมองแตกต้องผ่าตัดใหญ่นอน ICU อยู่ระยะหนึ่ง ป้าหวันกับพี่ใบ้เป็นคนเฝ้าที่โรงพยาบาลลพบุรี หลังจากนั้นก็กลับมารักษาตัวที่กุฏิ ประมาณ ปลายปี 2559 ก็พบปัญหาเรื่องผนังหัวใจหนา ต้นปี 2560 ท่านเจ้าคุณได้ถูกส่งตัวไปรักษา โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจที่ศิริราช ครั้งนั้นหมอศิริราชตรวจพบว่ามีปัญหาเรื่องลิ้นหัวใจทำำงาน ผิดปกติ หากไม่เปลี่ยนท่านจะมีอายุไม่ยืนไม่ถึงปี แต่เนื่องจากภาวะร่างกายที่อ่อนแอแล้วทาง ญาติพี่น้องก็กลัวว่าท่านจะทนการผ่าตัดใหญ่ไม่ไหว บวกกับตัวท่านเองไม่ประสงค์จะผ่าตัดใหญ่ เปลี่ยนลิ้นหัวใจ จึงได้กลับมารักษาตัวตามอาการที่โรงพยาบาลลพบุรีโดยมีหมอเกศกนกเป็น ผู้รักษา พระครูวิชัยได้แนะนำำให้ไปตรวจที่อโรคยาอยู่พระราม 5 นนทบุรี เป็นเครื่องสแกน เกี่ยวกับระบบเลือดและภาวะอวัยวะภายใน แล้วก็แนะนำำให้ไปบำำบัดกล้ามเนื้อล้างสารพิษกับ หมอสายัณห์หมอแอ๊วที่อำำเภอหนองโดนจังหวัดสระบุรี ไปอาทิตย์ละ 2 ครั้งท่านเจ้าคุณอาการ ดีขึ้นมากระบบเลือดหมุนเวียนดีจนหมอเกศกนกเอ๋ยชมหลังจากได้เจาะเลือดตรวจ รักษาทั้ง หมอทางเลือกหมอปัจจุบันแล้วก็ป้าเซี้ยมได้เป็นเจ้าภาพเอาหมอกายภาพของโรงบาลลพบุรีมา ช่วยเรื่องกายภาพออกกำำลังกายให้ท่านเจ้าคุณที่กุฏิอาทิตย์ละ 2 ครั้ง โดยจะมีหมอมนต์กับ หมออั๋นสลับกันมา ช่วงนั้นท่านแข็งแรงขึ้นมากเข้าพรรษาก็ลงโบสถ์ทำำกิจวัตรของสงฆ์ได้เกือบ จะปกติและครบทุกกิจวัตร จนกระทั่งมาระยะหนึ่งที่ท่านน่าจะมีความเครียดสะสมเป็นปัญหา ให้มีเลือดออกในช่องท้องต้องให้เลือดถึง 2 กระปุก ผ่านไปประมาณราว ๆ เกือบ 6 - 7 เดือน ก็มีภาวะโควิดก็คิดว่าหนักอยู่แต่ก็ท่านก็กลับมาฟื้นตัวได้พักหนึ่งเหมือนกันจนกระทั่งหลังจาก ติดโควิดแล้วประมาณ 4 เดือนก็มีภาวะเหมือนปอดติดเชื้อขึ้นมาอีก แล้วครั้งนี้ก็เป็นสาเหตุให้ ท่านต้องมรณภาพ ในวันที่ 29 มีนาคม 2566 เวลา ๑๔.๑๕ น. สิริอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๖๔


76 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 77 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


78 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 79 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) พระราชวรรณเวที (คล้อย) พระธรรมมหาวีรานุวัตร (สงวน) พระธรรมารามมุนี (ขุน) พระสังฆภาวราหมุนี (เนียม) อดีตเจ้าอาวาสวัดเสาธงทอง (พระอารามหลวง) อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 79 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


80 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 81 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


82 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 83 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ศึกษา เรียนรู้ ดูงาน อินเดีย จีน และออสเตรเลีย


84 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 85 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) พระราชปัญญาโมลี เป็นพระผู้เลิศด้วยความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ รวบรวมศิษย์ ทำ บุญอุทิศส่วนกุศลถวายแด่พระครูสุวรรณธัช (ไหล ธมฺมสโร) เสมอ อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 85 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


86 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) งานฉลองอายุวัฒนมงคล ๘๐ ปี ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 87 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


88 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ชีวิตนี้มีแต่ให้


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 89 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


90 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) พระอุโบสถคือที่พักจำพรรษาแห่งแรก ที่พักจำพรรษาแห่งที่ ๒ ที่พักจำพรรษาของเจ้าอาวาสแห่งที่ ๓ กลุ่มบุคคลที่คอยดูแลรับใช้ท่านเจ้าคุณ ช่วงอาพาธนานกว่า ๖ ปี พื้นที่จำพรรษา ๓ แห่ง ของพระราชปัญญาโมลี ณ วัดเสาธงทอง


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 91 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


92 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 93 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


94 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 95 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) ภาค อำลา - อาลัย


96 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก)


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 97 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) พระเดชพระคุณ พระราชปัญญาโมลี เป็นพระมหาเถระ ตั้งอยู่ในฐานะรัตตัญญูของ คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรี เป็นผู้แตกฉานและแม่นยําในข้ออรรถข้อธรรม เป็นเสาหลัก เป็นที่พึ่ง ในการบริหารงาน กิจการ คณะสงฆ์จังหวัดลพบุรีมาโดยตลอด พระเดชพระคุณเป็นผู้มีความรับผิดชอบในหน้าที่อย่างมาก นับตั้งแต่หน้าที่ครูสอน พระปริยัติธรรม พรํ่าสอนอบรมศิษย์แบบหวังเอาดี หน้าที่พระสังฆาธิการในระดับต่าง ๆ ก็ทุ่มเท การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยอุตสาหะเพื่อให้งานสําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จนถือเป็นต้นแบบ ของพระสังฆาธิการทุกระดับได้ เนื่องในงานฉลองอายุวัฒนมงคล ๘๐ ปี บรรดาคณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ได้ร่วมใจกัน จัดงานถวายไปเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ นั้น ยังความปีติและประทับใจของทุกฝ่าย ๘๕ ปี ๖๔ พรรษา แห่งชีวิตที่อุดมค่าและเป็นแบบอย่างควรแก่การเคารพบูชายิ่ง ขออำ นาจแห่งบุญกุศลจากการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่พระเดชพระคุณได้บำ เพ็ญมาตลอด เพศบรรพชิต ขอเป็นพลวปัจจัยบันดาลให้ดวงวิญญาณของพระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร) สู่สุคติภพภูมิ (พระเทพเสนาบดี) เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี พระผู้เป็นรัตตัญญุตา ของคณะสงฆ์ จังหวัดลพบุรี


98 อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) สมัยที่อาตมภาพยังเป็นพระอธิการใหม่ ๆ ช่วงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๐ พระเดช พระคุณพระราชปัญญาโมลี ซึ่งอาตมภาพมีโอกาสได้กราบท่านอย่างใกล้ชิดหลายครั้ง เพราะ ท่านเดินทางไปที่วัดพระบาทน้้ำำพุ เพื่อติดตามเรื่องการสร้างหอสวดมนต์ตามคำำขอของญาติโยม ท่านหนึ่ง ขณะนั้น ท่านมีสมณศักดิ์เป็นพระครู แต่อาตมภาพจะเรียกท่านด้วยความเคารพนับถือ ว่า “หลวงพ่อสมพร” ส่วนโยมที่เป็นเจ้าภาพสร้างหอสวดมนต์จะเรียกท่านว่า “มหาต่วน” อาตมภาพมีโอกาสได้รับความรู้ทางธรรมจากหลวงพ่อสมพรหลายครั้ง ในการนี้ ทำำให้อาตมภาพได้สัมผัสกับความเมตตาของท่านอย่างชัดเจน และนำำเอาสิ่งที่ท่านสอนมาใช้ จนทุกวันนี้ เช่นเรื่องของความสุภาพอ่อนโยน หลวงพ่อสมพรมีปิยวาจาอยู่เสมอ และทุกครั้ง ที่ได้พบท่าน อาตมภาพก็จะรู้สึกถึงความเมตตาที่ท่านมีให้ ทุกครั้งที่ท่านไปวัดพระบาทน้้ำำพุ ท่านจะมีของฝากมอบให้แก่อาตมภาพทุกครั้ง มีอยู่หลายครั้งที่อาตมภาพมีโอกาสได้ไปฉันภัตตาหารเพลที่กุฏิของท่านที่วัด เสาธงทอง ระหว่างที่ฉันท่านก็จะยกอาหารที่ดีส่งให้อาตมภาพ ทำำให้อาตมภาพรู้สึกซาบซึ้งใน ความเมตตาของท่านอย่างยิ่ง และยังจดจำำได้อย่างดี น้อยคนที่จะรู้เรื่องราวเหล่านี้ เพราะเวลาได้ผ่านไปกว่าสามสิบปีแล้ว ในช่วงสิบกว่าปี หลังนี้ อาตมภาพมีโอกาสได้พบหลวงพ่อท่านในงานใหญ่ ๆ หรืองานสำำคัญของทางราชการบ้าง เป็นบางครั้ง พบท่านครั้งใดก็จะดีใจมากทุกครั้ง ในช่วงหลัง ๆ สังเกตเห็นอาการอาพาธของท่าน ได้ชัดเจน แต่หลวงพ่อท่านก็ยังคงเปี่ยมด้วยเมตตาจิตต่ออาตมภาพดังเดิม บางครั้งท่านกลับให้ กำำลังใจอาตมาเพราะท่านบอกว่าท่านติดตามการทำำงานของอาตมภาพอยู่เสมอ พระมหาเถระ ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา


อนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ 99 พระราชปัญญาโมลี (สมพร คนฺธาโร ป.ธ.๖ นธ.เอก) อาตมภาพสำ นึกในพระคุณของหลวงพ่อสมพรเสมอ และขอบอกกล่าวเล่าขานให้ ญาติโยมและลูกหลานได้เกิดศรัทธาในตัวหลวงพ่อสมพร “พระมหาเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตายิ่ง” (พระราชวิสุทธิประชานาถ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้้ำำพุ ลพบุรี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๓ ผู้ก่อตั้งพุทธสถานลพบุรีศรีสุวรรณภูมิ


Click to View FlipBook Version