The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by alomde, 2022-08-23 22:44:51

รายงาน PLC-1-2563

รายงาน PLC-1-2563

รายงานผลการจดั กิจกรรมชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้ทางวชิ าชีพ
( Professional Learning Community : PLC )

“PLC for Technology.”

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563

โรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม
สานักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 20

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คานา

รายงานผลการดาเนินงานการจัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning
Community : PLC ) จัดทาขึ้นเพื่อนาเสนอแนวทางในการดาเนินงานของกลุ่ม “PLC for Technology.” กลุ่ม
สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่อง ผู้เรียนขาด
ทักษะในการคิดและขาดทักษะการปฏิบัติ โดยความร่วมมือจากครูประจาวชิ าและเป็นการสรา้ งความรู้ความเข้าใจ
เรื่องการปฏิบัติด้วยกระบวนการ PLC เพื่อแก้ไขปัญหาด้านพฤติกรรม รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การติดตามและ
ประเมินผลในการดาเนินงานของโรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 20 ของ
ครูผูส้ อนในโรงเรียน

หวงั เปน็ อยา่ งย่ิงวา่ เอกสารเล่มน้ี จะเกดิ ประโยชน์ต่อผู้ครผู สู้ อน ผ้บู ริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการ
ศึกษา รวมทั้งผูส้ นใจทั่วไป ในการนาไปใชเ้ พื่อศึกษาเรยี นรู้สร้างความเขา้ ใจและปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวได้เปน็
อย่างดี

กลมุ่ “PLC for Technology.”

ผลการดาเนนิ กจิ กรรมชุมชนแห่งการเรยี นรู้ทางวิชาชพี

1. หลกั การและเหตุผล
ชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้เชิงวชิ าชีพ (Professional Learning community : PLC) หมายถึง การรวมกลุ่มกัน

ของครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา ในลักษณะของชุมชนเชิงวิชาการที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพ
การศึกษา โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติ การถอดบทเรียน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันอย่าง
ต่อเนอื่ ง(ราชบณั ฑิตยสถาน, 2558)

ชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพครู (Professional Learning Community) เป็นการรวมตัวของกลุ่มคน
ในวิชาชีพครูที่มีความรู้ ความสนใจ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง มาร่วมแลกเปลี่ยน แบ่งปัน เรียนรู้ ในเรื่องนั้น ๆ ร่วมกัน
ทาให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ใหม่ เพื่อนาไปประยุกต์และปรับใช้ตามแต่สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ต่าง ๆ ชุมชน
แห่งการเรียนรูจ้ ะเปล่ยี นแปลงการทางานของครูจากวัฒนธรรมแบบเดิม ทที่ างานอย่างโดดเด่ยี ว มาเป็นการทางาน
ร่วมกัน เป็นทีม โดยมุ่งมั่นให้เกิดผลลัพธ์ต่อสมรรถนะทาง วิชาชีพสาหรับครูและทักษะการเรียนรู้ของนักเรียน ทา
ให้เกดิ การเปลย่ี นแปลงและเกดิ สังคมแหง่ ความรู้ ที่อาศยั ความร่วมมือเปน็ ฐานในการปรบั ตัวและ สรรสร้างสิ่งใหม่ๆ
ใหเ้ กิดขึน้ ชุมชนแหง่ การเรยี นรเู้ ชงิ วิชาชีพครู เปน็ ชุมชนทีท่ าใหเ้ กดิ การปรับปรงุ ทกั ษะ เจตคติ ความเข้าใจ กระตุ้น
การปฏิบัติงาน ของครูและกลุ่มครู พัฒนาจากการฝึกอบรมอย่างเป็น ระบบ (Systematic Training) เป็นการ
พัฒนาตนเอง (Self Development) เป็นการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) จนในที่สุด
กลายเปน็ ชุมชนแหง่ การเรียนรูเ้ ชงิ วชิ าชพี ครู สนับสนนุ ให้เกดิ การเรยี นรู้ของครูอย่างตอ่ เน่ือง

จากการศึกษากระบวนการดังกล่าว ผู้จัดท าจึงน า กระบวนการ PLC (Professional Learning
Community) มาปรับปรุงแก้ปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน และร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ในการ
แก้ปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แก่ผู้เรียนในแต่ละกิจกรรมการเรียนรู้ ตลอดจนพัฒนาทักษะทางด้าน
คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีรวมถึงการพัฒนาทักษะทางด้านงานอาชีพของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น โดยได้เริ่มดาเนิน
กิจกรรมกับนักเรียนระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีธาตุพิทยาคม เพื่อแก้ไข
ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในห้องเรียน คือ ผู้เรียนขาดทักษะในการคิดและขาดทักษะการปฏิบัติ ส่งผลให้นักเรียนไม่
ประสบผลสาเรจ็ ในการเรยี นและเป็นอุปสรรคตอ่ การจัดการเรียนการสอนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนต่าไมเ่ ป็นไปตาม
มาตรฐานที่กลุ่มสาระการเรียนรูไ้ ด้กาหนดไว้ ผู้เรียนมีเจตคติที่ไม่ดีต่อรายวชิ า ไม่เต็มใจร่วมมือ ผู้เรียนขาดทักษะ
การปฏิบตั ิงานและขาดทกั ษะในการคดิ แก้ปญั หา

2. วตั ถุประสงค์
1. เพื่อใหน้ กั เรียนมีทักษะในการคิดและทักษะการปฏบิ ตั งิ าน
2. เพือ่ ให้ผเู้ รยี นมีเจตคตทิ ่ดี ีต่อรายวิชา
3. เพ่ือให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นในระดับท่สี ูงข้ึน
4. เพอื่ ปรบั พฤติกรรมของนกั เรยี นทีม่ ปี ญั หาให้เปลยี่ นไปในทางที่ดขี นึ้

5. เพื่อให้ครไู ดส้ ร้างนวตั กรรมทมี่ คี วามเหมาะสมและเร้าความสนใจของผูเ้ รียนร่วมกัน

3. วิธีการดาเนินงาน
3.1 แนวทางการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการสรา้ งชุมชนการเรียนรทู้ างวชิ าชพี (PLC)
1. แบง่ กลุ่มยอ่ ยตามความเหมาะสม
2. ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ คดิ แนวทางแกไ้ ขปัญหา 1 เร่อื งจากประเด็นตอ่ ไปน้ี
2.1 ปญั หาการเรยี นรูข้ องนักเรียน 1 เร่อื ง/กลุ่ม
2.2 ปัญหาดา้ นการจดั การเรยี นการสอนของครู หรือเทคนิควิธีการสอนท่คี รคู วรพฒั นา 1 เรอื่ ง/กลุ่ม
3. จัดทาโครงการ/กิจกรรม การสร้างชมุ ชนการเรยี นร้ทู างวชิ าชีพ (PLC)
3.2 กระบวนการของ PLC
ขั้นตอนที่ 1 Community สร้างทมี ครู
ขั้นตอนท่ี 2 Practice จดั การเรียนรู้ เช่นการวเิ คราะหห์ น่วยการเรยี นรู้ ร่วมกันออกแบบกิจกรรมการ

เรยี นรใู้ นการจัดทาแผนการเรียนรู้ เพ่ือแกป้ ัญหา หรอื พัฒนา และนาสกู่ ารปฏบิ ัติ โดยมกี ารเปดิ ห้องเรียน เพอ่ื การ
สงั เกตการณส์ อน

เครอื่ งมือในการประเมิน
- แบบบนั ทกึ การนเิ ทศการจัดการเรียนรู้
ข้นั ตอนท่ี 3 Reflection สะท้อนคิดเพื่อการพัฒนาการปฏิบัติ
ขน้ั ตอนที่ 4 Evaluation ประเมนิ เพือ่ พัฒนาสมรรถนะครู
ขน้ั ตอนท่ี 5 Network Development สรา้ งเครอื ขา่ ยการพัฒนา
3.3 บทบาทหนา้ ที่ของสมาชิกกลุ่มตามกระบวนการ PLC
- Model Teacher หมายถึง ครูผู้รับการนิเทศ หรือครผู ู้สอน
- Buddy Teacher หมายถึง ครคู ่นู ิเทศ หรอื ครรู ว่ มเรยี นรู้
- Mentor หมายถงึ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
- Expert หมายถงึ ผูเ้ ชี่ยวชาญ เชน่ ครู คศ.3 นักวชิ าการ อาจารย์มหาวทิ ยาลยั ศึกษานเิ ทศก์
- Administrator หมายถงึ ผ้บู รหิ ารโรงเรยี น
- Recorder หมายถงึ ผู้บนั ทกึ รายงานการประชุม

4. วัน เวลา สถานท่ี ในการดาเนนิ งาน
ระยะเวลา : ตัง้ แต่ วันท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 – 17 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2563
สถานท่ี : โรงเรยี นศรธี าตพุ ทิ ยาคม อาเภอศรีธาตุ จงั หวดั อุดรธานี

5. สรุปผลการดาเนนิ งาน
5.1 ประเดน็ ดา้ นผูเ้ รยี น

- พฤติกรรมของนักเรียนที่มีปัญหาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นตามข้อตกลงที่ตั้งไว้ นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย
ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นสูงขน้ึ และมสี ว่ นรว่ มในชน้ั เรียนมากขน้ึ ซึ่งดผู ลได้จากหลักฐานผลงานตา่ ง ๆ ทีแ่ สดงถงึ ด้าน
ความรู้ ความเขา้ ใจ กระบวนการคดิ กระบวนการเรยี นรู้ และผลการเรยี นต่าง ๆ ของนักเรียน

- ส่งเสริมให้นักเรยี นเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้สื่อสงั คมออนไลน์และเครือข่ายอินเทอร์เนต็
ในทางที่เหมาะสม เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวนักเรียน เปรียบเสมือนเป็นตัวกรองที่คอยช่วยให้นักเรียน
สามารถแยกแยะขา่ วสารหรือขอ้ มูลที่มกี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ให้รบั รู้ไดอ้ ย่างมคี ุณภาพ

- นักเรียนมีแรงจูงใจในการเรียนและศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง เรียนอย่างมีความสุขและมีปฏิสัมพันธ์
ระหวา่ งครกู ับนักเรียน และนักเรียนกบั นกั เรยี นด้วยกันเองเพ่มิ มากขน้ึ

- นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมท่ีพึงประสงคห์ ลายประการ เช่น ไดพ้ ูดคุย ถกเถยี ง อยา่ งมเี หตผุ ล และยอมรับฟัง
ความคิดเห็นของผูอ้ ่นื มากขึ้น

5.2 ประเด็นด้านกจิ กรรม
- ลักษณะ ความเหมาะสม ประสิทธิภาพของกิจกรรม ขั้นตอนของกระบวนการเรียนการสอน วิธีการ

สอน เทคนคิ การสอนต่าง ๆ มปี ระสทิ ธภิ าพ
- ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนผ่านสื่อเทคโนโลยี ICT ตลอดจนเอกสารประกอบการสอน เป็น

ลกั ษณะการเรยี นรจู้ ากแหลง่ เรียนรู้นอกช้นั เรยี นท่ที าใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถเรียนรไู้ ด้ทกุ ที่ทุกเวลา
- กิจกรรมมคี วามเหมาะสม สอดคล้องกับจุดประสงค์ กจิ กรรมการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล
- การบรหิ ารจดั การช้นั เรียน การจดั ชั้นเรียน วิธีการคมุ ชั้นเรยี น หรือการจัดกลุ่มเพื่อทากจิ กรรม
- ครูและผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์/การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทาให้บรรยากาศการเรียนสอนดาเนินไปโดยเน้น

ผเู้ รยี นเป็นศนู ยก์ ลางการเรยี นรู้
- กิจกรรมการเรียนรู้นาไปสู่การพัฒนาความสามารถของผู้เรียน โดยผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง

และสามารถสอนผูอ้ นื่ หรือชว่ ยเหลือเพือ่ นได้ เป็นการใช้ทกั ษะการเรยี นรู้ขัน้ สงู ตามพรี ะมดิ การเรียนรู้
- การกาหนดเวลาและโครงสรา้ งเหมาะสมกบั เน้ือหา บทเรยี น ระดับความสามารถของผู้เรยี น

5.3 ประเดน็ ด้านครู
- ครมู ีการใช้คาถาม คาสง่ั คาอธบิ าย หรือการใชส้ ่ือ
- ครมู กี ารเรยี งลาดบั ข้นั ตอนการนาเสนอประเด็นคาถาม คาส่งั หรือคาอธิบาย
- ครูจะทาหนา้ เป็นผูอ้ านวยที่คอยใหค้ วามช่วยเหลือ คาปรึกษา และดึงศักยภาพของผู้เรยี นให้สามารถ

เรยี นรไู้ ด้ดว้ ยตนเอง สรา้ งแรงจงู ใจและแรงบันดาลใจในการเรียน

5.4 ประเด็นสอื่ การสอน
- ส่ือกิจกรรมและแหลง่ การเรยี นรมู้ คี วามถกู ต้อง เหมาะสม มีประสิทธภิ าพ (ดา้ นคุณภาพ)
- สอ่ื มคี วามเพียงพอ เหมาะสม (ดา้ นปรมิ าณ)

- นักเรียนได้ใช้เครื่องมือที่ตนถนัดคือ เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตและสังคม
ออนไลน์ เมื่อได้ใช้หรือทาอะไรที่ตนชอบหรือถนัด จึงทาให้ผู้เรียนศึกษา ค้นคว้าเรียนด้วยตนเองได้อย่างอัตโนมัติ
ผูเ้ รียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเปน็ ไปตามท่คี รูต้องการใหเ้ กิดขึน้ ในตวั ผเู้ รยี น

5.5 ประเด็นด้านบรรยากาศ
- สภาพแวดล้อมของชั้นเรยี น หรือสถานที่เรยี นมีผลต่อประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนและ

การเรยี นร้ขู องผเู้ รยี น
- การยอมรับความคดิ เห็น คาถาม และการชว่ ยเหลอื ของผู้เรียน
- บทเรยี นส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนสรา้ งความคดิ คาถาม ขอ้ คาดเดา และ/หรอื ขอ้ เสนอ
จุดแขง็ จดุ ออ่ นของการสอน
- มกี ารนาเทคโนโลยเี ข้ามาบรู ณาการ ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
- กระบวนการทางานพัฒนาวชิ าชพี ครแู บบชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ มรี ะบบการทางานตามรปู แบบ PDCA

6. อภปิ รายผลการดาเนนิ งาน
6.1 ผลลพั ธ์ทเี่ กดิ จากกระบวนการ
1) มีองค์ความรู้ นวัตกรรม และประเด็นความรู้ที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของ

สมาชกิ เครอื ขา่ ย ทเ่ี ป็นประโยชนก์ ับครู และครสู ามารถนาไปใช้ในการพฒั นาให้เกดิ ประโยชน์กับผเู้ รียนได้อย่างเป็น
รูปธรรม (สมาชิกเครือขา่ ยมีการนาไปใช้ได้อย่างชัดเจน)

2) มีร่องรอยการรายงานผลการนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และประเด็นความรู้ที่น่าสนใจ ที่เกิดขึ้นของ
สมาชกิ เครอื ข่ายไปใชต้ ลอดระยะทด่ี าเนินโครงการทกุ คร้งั ที่มีการแลกเปล่ียนเรียนรูโ้ ดยสมาชกิ ทุกคน

3) ผู้สอนหลักและสมาชิกในกลุ่ม PLC สามารถนาผลการปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มาอภิปราย
เพือ่ แลกเปลยี่ นความคิด โดยมคี รูผู้สอนหลักเป็นผ้สู ะท้อนความคิดเก่ียวกับความสาเร็จ จดุ เด่นและจุดท่ีต้องพัฒนา
ในการจดั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

6.2 ผลลัพธ์ทเ่ี กิดกับผ้เู รียน / ครู / สมาชิกทเ่ี ข้ารว่ มเครือขา่ ย PLC
1) ผู้เรียนได้การเรียนรู้ตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่กาหนดไว้ทุกประการ และมีความชัดเจนทั้ง

เชงิ ปริมาณและคุณภาพ
2) ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนของผู้เรยี นดีข้ึน และทาใหผ้ ้เู รียนไดพ้ ฒั นาและเกิดคณุ ลกั ษณะอย่างชัดเจน
3) ผู้สอนได้รับความรู้และประสบการณ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนาแผนการจัดการ

เรียนรู้ และผู้สอนไดร้ บั นวตั กรรมและเริ่มวางแผนจัดทาวจิ ยั ปฏิบตั กิ ารในช้ันเรยี น
4) ผ้สู อนสามารถนาความรูแ้ ละประสบการณท์ ี่ได้รบั จากการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ไปประยุกตใ์ ช้ในการ

ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และสามารถนาวัตกรรมการเรียนรู้ที่ได้รับจากการทาวิจัยปฏิบัติการในชัน้ เรียนไป
ใช้พฒั นาคุณภาพการจดั การเรยี นรู้

6.3 คณุ คา่ ทเี่ กดิ ตอ่ วงการศึกษา

1) มีเครือข่ายที่ชัดเจน และการขยายเครือข่ายแล้วและมีความชัดเจน เป็นรูปธรรมและมีแนวโน้มการ
เกดิ เครอื ข่ายเพม่ิ ขึน้

2) การรว่ มกันรบั ผดิ ชอบต่อการเรียนรู้ของนกั เรยี น ใหผ้ ลการเรยี นรทู้ ตี่ อ้ งการให้เกดิ ขึ้นในตัวนักเรยี น โดยครู
ที่เปน็ สมาชกิ ในชมุ ชนการเรียนรูท้ างวชิ าชีพทุกคนวางเปา้ หมายรว่ มกัน

7. ผลการดาเนินงาน
7.1 ได้นวตั กรรมในการแกไ้ ขปญั หา
7.2 ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียนดีข้นึ หรอื เปน็ ไปตามเกณฑท์ ่ีตกลงกันไว้
7.3 พฤตกิ รรมของนกั เรียนทีม่ ปี ัญหาเปล่ียนไปในทางทดี่ ีข้ึนตามข้อตกลงทต่ี ้ังไว้
7.4 นาไปสู่การพัฒนาทกั ษะการจัดการเรียนรู้ที่ดีข้ึน และรวบรวมส่ง เพื่อเก็บเป็นหลักฐานในการรายงาน

ต่อไป

8. ร่องรอย/หลกั ฐาน
8.1 แผนการจัดการเรียนรู้ พร้อมบันทกึ หลังการสอน
8.2 ภาพการพูดคยุ ปรึกษากบั สมาชิกกลมุ่ PLC
8.3 ภาพกิจกรรมการเรียนการสอน
8.4 แบบบนั ทึกการนิเทศการจดั การเรียนรู้
8.5 ภาพการนเิ ทศการสอน

9. กจิ กรรมทีไ่ ด้รว่ มทา (อธบิ ายลกั ษณะของกิจกรรม)
ผู้สอนนาเสนอผลการปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากนั้นครูร่วมเรียนรู้ หัวหน้ากลุ่มสาระฯ และ

ผู้เชี่ยวชาญให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับจุดเด่น จุดด้อย ปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งให้คาแนะนาในการพัฒนาการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนการสะท้อนคิดแล้ว ผู้สอนบันทึกผลการสะท้อนคิดหลังปฏิบัติการ (After
Action Review : AAR) จากน้นั ปรับปรงุ แผนการจัดการเรยี นรู้ และทาวจิ ยั ปฏบิ ตั ิการในชน้ั เรียนตอ่ ไป

10. สิง่ ทจ่ี ะดาเนินการต่อไป
จากการแก้ปญั หาเบอ้ื งตน้ ด้านนักเรยี นผเู้ รียนขาดทักษะในการคิดและขาดทักษะการปฏิบัติ พบว่านกั เรียน

ตระหนักถึงความสาคัญในการเรียนและตั้งใจเรียนมากขึ้น ผู้เรียนได้การเรียนรู้ตามเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ท่ี
กาหนดไว้ทุกประการ และมีความชัดเจนทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนดีขึ้น และ
ทาให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเกิดคุณลักษณะอย่างชัดเจน จึงต้องการเผยแพร่เทคนิคในการดูแลและบริหารชั้นเรียน
ให้กับเพื่อนครใู นช้ันเรียนอืน่ ๆ และผทู้ ส่ี นใจต่อไป

11. ปญั หา /อปุ สรรค
การพบปะพูดคุยระหว่างครูผู้สอนประจาวิชาไม่ค่อยต่อเนื่องเท่าที่ควร เนื่องด้วยคาบสอนตรงกัน และใน

บางคร้ังครผู สู้ อนมภี าระนอกเหนอื งานสอนมาก จงึ ไมส่ ะดวกในการแลกเปล่ียนเรียนรู้

12. ข้อเสนอแนะ
1. ควรมเี ครือข่ายออนไลนเ์ ป็นส่ือกลางในการตดิ ต่อแลกเปลย่ี นประสบการณร์ ะหว่างครทู ีท่ างานร่วมกัน
2. เพิ่มชั่วโมงแลกเปลีย่ นเรียนรู้ในแต่ละระดับชั้นนอกเหนือจากช่ัวโมงแลกเปล่ียนเรียนรู้ที่ทางวิชาการจัด

ให้ในแต่ละกลุ่มสาระ



สว่ นท่ี 1 กำรวิเครำะห์ปญั หำ

จุดประสงค์ ให้คุณครูได้วิเคราะห์ปัญหาการเรียนการสอน สาเหตุของปัญหา และผลกระทบที่เกิดขึ้นใน
ห้องเรยี น เพ่ือกาหนดปัญหาหรือสงิ่ ทต่ี ้องการพัฒนารว่ มกนั ภายในกลุ่ม PLC

คำช้ีแจง
1. คณุ ครแู ต่ละท่านตา่ งสังเกตและศึกษาสภาพทว่ั ไปของห้องเรียน พฤตกิ รรมการเรียนของนกั เรียนใน

ห้องเรียนที่สอน พร้อมทั้งวิเคราะห์การสอนของตนเองว่า สอนอย่างไร ทาให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ตาม
จดุ ประสงคห์ รอื ไม่ เพราะเหตุใด

2. คุณครเู ข้ากลุ่ม PLC เพือ่ รว่ มกันวเิ คราะห์ข้อมลู ที่ไดจ้ ากข้อ 1 และจดั ทารายการปัญหาที่พบในการ
เรยี นการสอน สาเหตุของปัญหา และผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ ลงในตาราง

3. สมาชิกในกลุ่ม PLC ช่วยกันเลือกปัญหาที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างเร่งด่วน หรือเป็นปัญหาที่สนใจ
ซงึ่ ปัญหานน้ั อาจเป็นปัญหาใหญ่ทส่ี ่งผลกระทบให้เกดิ ปัญหาอ่ืน ๆ หากแก้ไขปัญหาน้ีแล้วจะสามารถช่วยทาให้
ปัญหาอน่ื ๆ หมดไปดว้ ย

1. รำยกำรปัญหำ สำเหตขุ องปัญหำ ผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ (ครูร่วมกนั บอกปัญหา สาเหตุ และผลกระทบ โดยให้

ตัวแทนหน่ึงคนเป็นผู้บนั ทึกลงตาราง)

ปัญหาทพ่ี บในการสอน สาเหตุของปัญหา ผลกระทบท่เี กิดขน้ึ

1. ปัญหาของ ครสู ภุ าพรรณ จาปาแดง - ขาดสื่อท่ใี ชใ้ นการจัดการเรียนรู้ - ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นตา่ ไม่

คอื ผเู้ รียนขาดแรงจูงใจในการเรียน - ผเู้ รยี นขาดความตระหนักในการเรียน เป็นไปตามมาตรฐานที่กล่มุ

2. ปญั หาของ ครจู มาศ สมิ มะโน - ผู้เรียนขาดความรับผิดชอบในการ สาระการเรียนรไู้ ด้กาหนดไว้

คือ ผเู้ รยี นขาดแรงจูงใจ ความกระตือรือร้น ทางาน - ผ้เู รยี นมีเจตคตทิ ่ีไม่ดีต่อ

ในการเรียน - ขาดแหล่งเรยี นรู้ รายวชิ า ไมเ่ ตม็ ใจร่วมมือ

3. ปัญหาของ ครสู ุวรรณา โกชารักษ์ - ผูเ้ รยี นขาดความรู้และทักษะพืน้ ฐานใน - ผู้เรียนขาดทักษะการ

คือ ผูเ้ รยี นขาดทักษะในการปฏิบตั งิ าน การเรียน ปฏิบตั งิ าน

4. ปัญหาของ ครูสวุ ิทย์ แดงพวง - ขาดแหลง่ เรียนรู้ที่สามารถปฏบิ ัตงิ าน - ผู้เรยี นขาดทกั ษะในการคดิ

คอื ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนต่า เด็กขาด ไดจ้ ริง แก้ปัญหา

ทักษะการคิดวเิ คราะห์และปฏบิ ัติ - ขาดส่งิ เร้าความสนใจ

5. ปญั หาของ ครูวีระพล ศรมี ูลดา - ผู้เรียนขาดทกั ษะในการคิดและขาด

คือ ผเู้ รียนไม่สามารถทากจิ กรรมได้ทนั เวลา ทักษะการปฏิบัติ

ท่กี าหนด

ปญั หำท่ีพบในกำรสอน สำเหตขุ องปัญหำ ผลกระทบทีเ่ กิดข้ึน
6. ปญั หาของครูพงศกร โกชารักษ์ คือ - ผเู้ รยี นไมค่ ่อยได้มีโอกาสในการใช้งาน
นักเรียนขาดทักษะท่สี าคญั ในการใชช้ ีวติ จริงในชวี ิตประจาวนั มากนัก
และทางานในศตวรรษที่ 21 - ผู้เรียนขาดทกั ษะในการคดิ และขาด
ทกั ษะการปฏบิ ัติ

2. ผลการวเิ คราะหป์ ญั หา สาเหตุของปัญหา และผลกระทบทเ่ี กิดขึ้นในข้อที่ 1 กลุ่มของท่านต้องการแกไ้ ขปรับปรุง
ปญั หาใดบา้ ง เพราะเหตุใด

- ปญั หำ
จาการวิเคราะห์ปัญหาทางกลุ่มจงึ ไดส้ นใจนาปัญหาของครูพงศกร โกชารักษ์ มาเป็นประเด็นในการศึกษาและ
แกป้ ัญหา

- เพรำะอะไรถึงเลือกปัญหำนี้

การการใช้โปรแกรมตารางการทางานนั้นหากขาดทักษะนี้จะส่งผลในการเรียนใน สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว4.2 ชั้นชี้วัดชั้น ม.5. รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และใช้ความรู้ ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล
เทคโนโลยสี ารสนเทศในการแก้ปญั หาหรือเพ่ิมมูลค่า ให้กบั บรกิ ารหรอื ผลิตภัณฑ์ท่ีใช้ในชวี ิตจริง อยา่ งสร้างสรรค์ ซึ่งทา
เป็นอุปสรรคในการเรียนในตัวช้ีวดั ข้างตน้

เลกิ ประชุมเวลา 12.10 น.

ภาพกจิ กรรมชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนศรธี ำตุพทิ ยำคม
วันที่ 4 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรยี นรู้ (Analyze & Plan)

ภาพกจิ กรรมชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนศรธี ำตุพทิ ยำคม
วันที่ 4 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรยี นรู้ (Analyze & Plan)





ส่วนที่ 2 กำรกำหนดแนวทำงกำรแกป้ ัญหำ

จุดประสงค์ เพื่อให้คุณครูคิดและวางแผนร่วมกันในการกาหนดแนวทางการแก้ปัญหาที่พบจากการจัดการ
เรยี นการสอน และนาไปปฏิบัตจิ ริงในห้องเรียนของตนเอง

คำช้ีแจง
1. คุณครูร่วมกันใช้ความรู้จากประสบการณ์เดิม หรือศึกษาทฤษฎีจากเอกสารต่าง ๆ ในการนาเสนอ

แนวทางการแก้ปัญหาที่กาหนดไว้ในส่วนที่ 1 เช่น ใช้การสอนแบบ Active Learning การสอนโดยใช้ปัญหา
เป็นฐาน การสอนโดยใชแ้ บบจาลอง หรือ การสอนแบบสะเต็มศกึ ษา เปน็ ตน้

2. คุณครรู ว่ มกนั วางแผนการดาเนนิ การแก้ปัญหาโดยใชแ้ นวทางท่ีเลือก พรอ้ มทั้งเขียนแสดงให้เห็นถึง
รายละเอยี ดข้นั ตอนตา่ ง ๆ ทจี่ ะนาไปปฏิบัติจริง

3. คุณครูร่วมกันออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือวิธีที่จะมาช่วยตอบ
คาถามว่าแนวทางจากการปฏิบัติการสอนเป็นอย่างไร ได้ผลหรือไม่ อย่างไร หลักฐานคืออะไร แล้วนามาเป็น
ขอ้ มลู ในการสะท้อนความคดิ เห็นในกล่มุ

ตวั อยา่ งเครื่องมอื ที่ใชใ้ นการเก็บข้อมูล 1) จากนักเรียน เช่น ใบกจิ กรรม แบบทดสอบ บนั ทึกหลงั เรียน
และ 2) จากตวั ครูผ้สู อนเอง เชน่ บนั ทึกหลงั สอน หรือจากผู้สงั เกตการณ์สอน (ถ้าม)ี เชน่ บันทึกการสังเกตการ
สอน

1. สมำชิกในกลุ่มนำเสนอแนวทำงในกำรจัดกำรเรียนรทู้ ่นี ำมำใชใ้ นกำรแก้ปัญหำ
1.1 ใชก้ ารจดั การเรยี นรู้แบบ Active Learning ซง่ึ เปน็ กระบวนการเรยี นการสอนท่เี นน้ ใหผ้ ูเ้ รยี นมีส่วนรว่ ม

และมีปฏิสมั พันธ์กบั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ผ่านการปฏบิ ัติทหี่ ลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การ
ระดมสมอง การแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นระหวา่ งผ้เู รยี น

1.2 ใชก้ ารจัดการเรยี นรู้แบบใชค้ าถาม (Questioning Method) ซง่ึ เป็นกระบวนการเรยี นรทู้ ี่มงุ่ พัฒนา
กระบวนการทางความคดิ ของผเู้ รยี น โดยผู้สอนจะป้อนคาถามในลกั ษณะต่าง ๆ ทเ่ี ป็นคาถามทีด่ ี สามารถพฒั นา
ความคิดผเู้ รยี น ถามเพื่อใหผ้ เู้ รียนใชค้ วามคดิ เชงิ เหตผุ ล วิเคราะห์ วจิ ารณ์ สังเคราะห์ หรอื การประเมนิ ค่าเพื่อจะตอบ
คาถาม

1.3 ใช้การสอนแบบบูรณาการ (Integrated Instruction) ซึ่งเป็นการสอนโดยใช้เรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือวิชาใด
วชิ าหนึ่งเปน็ แกนหลัก แลว้ สอนเชอ่ื มโยงใหส้ ัมพันธ์กบั เรื่องหรือวชิ าอื่น ๆ เพ่อื ใหเ้ หมาะสมกับการประยุกต์ใช้แก้ปัญหา
ในชวี ติ จริง

1.4 ใช้การจัดการเรียนรู้แบบการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (CPS : Creative Problem Solving) ซึ่งเป็นการ
จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ (Child Centered) โดยใช้ปัญหาหรือวัตถุประสงค์การเรียนรู้เป็นตัวกระตุ้นการ
เรียนรู้ของนักเรียน ที่อาศัยความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และความคิดวิจารณญาณ (Critical Thinking)

ในการแก้ปัญหา (Problem Solving) โดยให้นักเรียนทากิจกรรมการเรียนรู้รายบุคคล (Individual) กระบวนการกลุ่ม
(Group Process) แลกเปลยี่ นเรียนรูแ้ ละร่วมมอื กัน (Cooperatives Learning)

1.5 ใช้การสอนแบบจ๊ิกซอร์ มาการจดั สภาพแวดล้อมทางการเรยี นให้แก่ผู้เรยี นได้เรียนรู้รว่ มกันเปน็ กลุ่มเล็ก ๆ
แต่ละกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถแตกต่างกัน ได้ลงมือกระทาค้นหาความรู้ด้วยตนเองจนเกิด
ความรู้ ความเขา้ ใจทข่ี ดั เจน และสรา้ งผลงานเป็นความสาเร็จของกลมุ่

1.6 ใช้การเรียนรู้แบบใชป้ ัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) เป็นรูปแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้
แบบใช้ปัญหาเป็นฐานมีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกทักษะการคิดแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบให้แก่นักเรียน โดยจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะกระบวนการคิดแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์ คิดวิจารณญาณ การสืบค้นและรวบรวม
ขอ้ มลู กระบวนการกลมุ่ การบนั ทกึ และการอภปิ ราย

1.7 ใช้รูปแบบวิธีการสอนแบบกาเย่ ซึ่งสามาถนามาใช้ในระบบการเรียนการสอนได้โดยตรง โดยการสร้าง
สถานการณ์หรือเหตกุ ารณ์เพ่ือสร้างความต้งั ใจแก่ผูเ้ รยี น

2. สมำชิกรว่ มกันออกแบบกิจกรรมในกำรแก้ไขปัญหำ
สมาชกิ รว่ มกันออกแบบการเรยี นรู้แบบ Active Learning
2.1 จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนแบบจ๊ิกซอร์ เพ่ือจดั สภาพแวดล้อมทางการเรียนให้แก่ผูเ้ รียนได้เรยี นรู้ร่วมกัน

เป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ละกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถแตกต่างกัน ได้ลงมือกระทาค้นหาความรู้ด้วย
ตนเองจนเกิดความรู้ ความขา้ ใจทีข่ ดั เจน และสรา้ งผลงานเปน็ ความสาเร็จของกล่มุ

2.2 จัดทานวัตกรรมหรือคู่มือการใช้ที่มีความเหมาะสมและเร้าความสนใจของผู้เรียน โดยมีผู้เชี่ยวชาญและ
หัวหนา้ กลมุ่ สาระฯ เป็นผ้ใู ห้คาแนะนา และครทู ่านอ่ืน ๆ นาไปปรับใช้ในคาบสอนของตนเอง

3. ขั้นตอนวิธสี อนหรือขนั้ ตอนในกำรดำเนินกำรแก้ปัญหำโดยใช้แนวทำงที่เลือก
ข้นั ตอนการสอนแบบจ๊กิ ซอร์ มขี นั้ ตอนดงั นี้
ขัน้ ท่ี 1 กำรจดั กลมุ่ ผู้เรยี น
ครูผู้สอนกาหนดขนาดของกลมุ่ ตามจานวนหัวขอ้ ยอ่ ยของเน้ือหาสาระ กลุ่มละ 4-5 คน และจดั ผเู้ รยี นเขา้ กลุ่ม

คละความสามารถ (เกง่ -กลาง-ออ่ น) เรียกกล่มุ น้วี ่า กลมุ่ บา้ น (Home group)
ขน้ั ที่ 2 กำรมอบหมำยงำน
ผ้สู อนแบ่งเน้ือหาที่จะเรยี นออกเป็นหัวข้อย่อยเทา่ กบั จานวนสมาชกิ ในกลุ่มบ้าน โดยให้สมาชิกแตล่ ะคน

รับผดิ ชอบเนือ้ หาไปศกึ ษาค้นควา้ คนละ 1 หัวข้อ
ข้ันที่ 3 กำรศึกษำค้นคว้ำหำควำมรู้
การใหส้ มาชกิ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมายให้ศึกษาหัวข้อเดยี วกันของแตล่ ะกลุ่มบา้ น มารวมเปน็ กลุ่มผูเ้ ชย่ี วชาญ (Expert

group) เพื่อศึกษาหาความรู้จากบทเรียน Google Classroom ที่ผู้สอนจัดตรียมไว้ให้ และผู้เรียนเตรียมการถ่ายทอด
ความรตู้ อ่ สมาชกิ กลมุ่ บา้ น

ขัน้ ที่ 4 กำรถ่ำยทอดควำมรู้
สมาชกิ กลมุ่ ผู้เช่ยี วชาญกลับไปยังกลุ่มบา้ นของตน แลว้ ผลดั กนั ถ่ายทอดความรใู้ หเ้ พ่ือนในกลุ่มจนทุกคนในกลุ่ม
เขา้ ใจ สมาชิกในกลมุ่ รว่ มกนั อภิปรายและซกั ถาม
ข้ันท่ี 5 กำรทดสอบควำมรแู้ ละมอบของรำงวัล
ผู้เรียนแต่ละคนทาแบบทดสอบโดยผู้สอนจะนาคะแนนของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มมารวมกันแล้วหาค่าเฉล่ีย
เปน็ คะแนนของกลมุ่ กลุ่มใดไดค้ ะแนนสูงสดุ ไดร้ บั รางวลั

4. เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในกำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล กำรเก็บรวบรวมข้อมลู
ท่ี เคร่ืองมอื ทีใ่ ชใ้ นกำรเก็บรวบรวมข้อมูล สอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น
1 แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน สังเกตจากการถาม การตอบ และการอภิปราย
2 แบบสังเกตพฤติกรรมการทางาน
3 บทเรยี นออนไลน์ Google Classroom -
4 ใบงาน / ใบกจิ กรรม ตรวจใบงานและกิจกรรม
5 แบบสอบถามความพงึ พอใจในการเรยี น ตรวจแบบสอบถามความพงึ พอใจ

เลิกประชุมเวลา 16.30 น.

ภาพกจิ กรรมชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนศรธี ำตุพทิ ยำคม
วันที่ 6 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรยี นรู้ (Analyze & Plan)

ภาพกจิ กรรมชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนศรธี ำตุพทิ ยำคม
วันที่ 6 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม วิเคราะห์และวางแผนการจัดการเรยี นรู้ (Analyze & Plan)





สว่ นที่ 2 กำรกำหนดแนวทำงกำรแก้ปัญหำ

จุดประสงค์ เพื่อให้คุณครูคิดและวางแผนร่วมกันในการกาหนดแนวทางการแก้ปัญหาที่พบจากการจัดการ
เรียนการสอน และนาไปปฏิบัติจริงในห้องเรยี นของตนเอง

คำชแี้ จง
1. คุณครูร่วมกันใช้ความรู้จากประสบการณ์เดิม หรือศึกษาทฤษฎีจากเอกสารต่าง ๆ ในการนาเสนอ

แนวทางการแก้ปัญหาที่กาหนดไว้ในส่วนที่ 1 เช่น ใช้การสอนแบบ Active Learning การสอนโดยใช้ปัญหา
เป็นฐาน การสอนโดยใชแ้ บบจาลอง หรอื การสอนแบบสะเตม็ ศึกษา เปน็ ตน้

2. คุณครรู ่วมกนั วางแผนการดาเนนิ การแก้ปัญหาโดยใช้แนวทางทีเ่ ลือก พร้อมท้ังเขยี นแสดงให้เห็นถึง
รายละเอยี ดขั้นตอนตา่ ง ๆ ทีจ่ ะนาไปปฏิบตั จิ รงิ

3. คุณครูร่วมกันออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือวิธีที่จะมาช่วยตอบ
คาถามว่าแนวทางจากการปฏิบัติการสอนเป็นอย่างไร ได้ผลหรือไม่ อย่างไร หลักฐานคืออะไร แล้วนามาเป็น
ขอ้ มลู ในการสะทอ้ นความคดิ เหน็ ในกลุ่ม

ตวั อยา่ งเครอ่ื งมอื ทใี่ ช้ในการเก็บข้อมูล 1) จากนกั เรียน เชน่ ใบกจิ กรรม แบบทดสอบ บันทกึ หลงั เรียน
และ 2) จากตวั ครูผสู้ อนเอง เช่น บันทกึ หลังสอน หรอื จากผสู้ ังเกตการณ์สอน (ถ้ามี) เช่น บนั ทกึ การสงั เกตการ
สอน

1. สมำชิกรว่ มกนั จดั ทำแผนกิจกรรม
จากการประชุมกลมุ่ ในกิจกรรม PLC ในสัปดาห์ท่ีผา่ นมาไดห้ ัวข้อการพัฒนานักเรียน คือ จดั กิจกรรมการเรียน

การสอนแบบจิ๊กซอร์ เพื่อจัดสภาพแวดล้อมทางการเรียนให้แก่ผู้เรียน จึงได้มีการวางแผนงาน เพื่อจัดทาแผนกิจกรรม
ดังน้ี

1. คณะครผู ูเ้ ข้ารว่ มประชุม รว่ มกนั แสดงความคิดเห็น พดู คุย เกยี่ วกบั ปญั หาในการจัดการเรียนการสอน
2. ปัญหาที่ทุกคนมีเหมือนกัน คือ นักเรียนขาดทักษะที่สาคัญในการใช้ชีวิตและทางานในศตวรรษที่ 21 อีกท้ัง
ผู้เรียนยงั ขาดแรงจูงใจ ความกระตือรือรน้ ในการเรยี น
3. คณะครูไดข้ ้อสรุปรว่ มกันคือ ควรจะมกี ารจดั กิจกรรมการเรียนการสอนแบบจ๊ิกซอร์ ทท่ี าให้นักเรียนเกิดการ
เรยี นร้ตู ามวตั ถปุ ระสงคท์ ี่กาหนด เพอื่ จัดสภาพแวดล้อมทางการเรยี นให้แก่ผู้เรยี นไดเ้ รียนรู้รว่ มกนั เปน็ กลุ่มเล็ก ๆ แต่ละ
กลุ่มประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้ความสามารถแตกต่างกัน ได้ลงมือกระทาค้นหาความรู้ด้วยตนเองจนเกิดความรู้
ความข้าใจทีข่ ัดเจน และสรา้ งผลงานเป็นความสาเร็จของกลมุ่
4. ครูแต่ละท่านได้นาวิธีการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนแบบจิก๊ ซอร์ ไปออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน
ในรายวชิ าของตนเอง

5. ครูจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนแบบจิก๊ ซอร์ ไปใชใ้ นการจัดการเรยี นการสอนของตน
6. นาผลที่ได้จากการจัดกิจกรรมมาอภิปรายและสรุปผลร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนา
ต่อไป

เลกิ ประชุมเวลา 12.10 น.

ภาพกจิ กรรมชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวชิ าชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนศรธี ำตุพทิ ยำคม
วันท่ี 11 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม วิเคราะหแ์ ละวางแผนการจดั การเรียนรู้ (Analyze & Plan)

ภาพกจิ กรรมชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวชิ าชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนศรธี ำตุพทิ ยำคม
วันท่ี 11 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม วิเคราะหแ์ ละวางแผนการจดั การเรียนรู้ (Analyze & Plan)





ส่วนท่ี 2 กำรกำหนดแนวทำงกำรแก้ปญั หำ

จุดประสงค์ เพื่อให้คุณครูคิดและวางแผนร่วมกันในการกาหนดแนวทางการแก้ปัญหาที่พบจากการจัดการ
เรยี นการสอน และนาไปปฏบิ ตั ิจริงในห้องเรียนของตนเอง

คำชแ้ี จง
1. คุณครูร่วมกันใช้ความรู้จากประสบการณ์เดิม หรือศึกษาทฤษฎีจากเอกสารต่าง ๆ ในการนาเสนอ

แนวทางการแก้ปัญหาที่กาหนดไว้ในส่วนที่ 1 เช่น ใช้การสอนแบบ Active Learning การสอนโดยใช้ปัญหา
เป็นฐาน การสอนโดยใชแ้ บบจาลอง หรือ การสอนแบบสะเต็มศกึ ษา เป็นตน้

2. คุณครูร่วมกนั วางแผนการดาเนินการแกป้ ัญหาโดยใช้แนวทางทเี่ ลือก พร้อมทัง้ เขยี นแสดงให้เห็นถึง
รายละเอยี ดขั้นตอนต่าง ๆ ทจ่ี ะนาไปปฏบิ ตั ิจริง

3. คุณครูร่วมกันออกแบบวิธีการและเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือวิธีที่จะมาช่วยตอบ
คาถามว่าแนวทางจากการปฏิบัติการสอนเป็นอย่างไร ได้ผลหรือไม่ อย่างไร หลักฐานคืออะไร แล้วนามาเป็น
ขอ้ มูลในการสะทอ้ นความคิดเห็นในกลมุ่

ตวั อย่างเครื่องมอื ที่ใชใ้ นการเก็บข้อมูล 1) จากนักเรยี น เช่น ใบกิจกรรม แบบทดสอบ บันทึกหลังเรียน
และ 2) จากตวั ครูผู้สอนเอง เช่น บนั ทกึ หลังสอน หรือจากผูส้ ังเกตการณ์สอน (ถา้ มี) เชน่ บนั ทกึ การสังเกตการ
สอน

1. สมำชิกร่วมกันจัดทำแผนกิจกรรม
จากการประชุมกลุ่มในกิจกรรม PLC ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้คัดเลือกนายพงศกร โกชารักษ์ เป็นครูต้นแบบ

(Model Teacher) ในการให้คาแนะนาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบจิ๊กซอร์ จึงได้มีการร่วมวางแผนงาน
เพอ่ื จัดทาและปรบั ปรงุ แผนการจัดการเรยี นรรู้ ่วมกนั ดังนี้

1. คณะครูผู้เขา้ ร่วมประชุม ได้ศกึ ษาข้ันตอนวธิ กี ารจากครูต้นแบบ ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ พูดคุย เพ่อื นาไป
จดั ทาและปรบั ปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ของตนเอง

2. คณะครูรว่ มแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ถงึ วิธีการข้ันตอน เพือ่ ดาเนินการในขน้ั ตอ่ ไป
3. คณะครูแตล่ ะท่านไดร้ ่วมกันออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน โดยการนาวธิ กี ารจัดกจิ กรรมการเรียนการ
สอนแบบจ๊กิ ซอร์ ไปปรบั ใชใ้ นรายวชิ าของตนเอง
4. ร่วมกนั กาหนดบทบาทสมาชิกในการสงั เกตการณ์ทดลองใช้รูปแบบกิจกรรม
5. คณะครูมีการนัดหมาย เพื่อไปสังเกตการณ์การสอนของครูต้นแบบในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
แบบจิ๊กซอร์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน และนาผลที่ได้จากการจัดกิจกรรมมาอภิปรายและสรุปผลร่วมกัน เพื่อหา
แนวทางในการปรบั ปรุงและพฒั นาตอ่ ไป

เลกิ ประชมุ เวลา 17.00 น.

ภาพกจิ กรรมชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวชิ าชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนศรธี ำตุพทิ ยำคม
วันท่ี 13 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม วิเคราะหแ์ ละวางแผนการจดั การเรียนรู้ (Analyze & Plan)

ภาพกจิ กรรมชุมชนแหง่ การเรียนร้ทู างวชิ าชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนศรธี ำตุพทิ ยำคม
วันท่ี 13 เดือน สงิ หาคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม วิเคราะหแ์ ละวางแผนการจดั การเรียนรู้ (Analyze & Plan)





ส่วนที่ 3 กำรปฏบิ ัติ สังเกต และเกบ็ ข้อมูล

จุดประสงค์ เพื่อให้คุณครูบันทึกผลจากการสังเกตและการเก็บข้อมูลในระหว่างที่คุณครูจัดการเรียนการสอน
ตามแผนท่ีวางไว้

คำชี้แจง
1. คณุ ครูทกุ คนนาขัน้ ตอนในการดาเนนิ การแก้ปญั หาไปปฏบิ ตั ิจริงในห้องเรยี นของตนเองและสังเกต

รวบรวมขอ้ มลู ในระหว่างจัดการเรยี นการสอน โดยใชข้ ั้นตอนและเครื่องมอื ทไี่ ดอ้ อกแบบไวใ้ นสว่ นที่ 2

1. สภำพหรือปญั หำ ผเู้ รียนขาดทกั ษะในการคดิ และขาดทักษะการปฏบิ ตั ิ
2. งำน/กจิ กรรม การนาสูก่ ารปฏิบตั ิ และ การสะท้อนผล ครง้ั ท่ี 1 (การทดลองของ Model Teacher)
3. ผลการสงั เกต

จากการไปสังเกตการณ์การสอนของครูพงศกร โกชารกั ษ์ ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาการคานวณ
รหัสวิชา ว30106 ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนแบบจ๊กิ ซอร์ พบวา่ ครผู สู้ อนมีการนาเข้า
สู่บทเรียนที่ทาให้นักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนรู้ในบทเรียนด้วยสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การทาข้อมูลให้เป็นภาพและ
การสื่อสารด้วยข้อมูล ครูผู้สอนมีการแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม แบบคละความสามารถ ตามฐานการเรียนรู้ 5
ฐานการเรียนรู้ประกอบด้วย 1) การสื่อสารด้วยข้อมูล 2) การทาข้อมูลให้เป็นภาพ 3) การทาข้อมูลให้เป็นภาพอย่าง
เหมาะสม 4) การเลา่ เร่อื งราวจากขอ้ มลู 5) ขอ้ มลู ระวงั ในการนาเสนอข้อมูล ผเู้ รยี นมีการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและ
พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันระหว่างชั้นเรียนเกี่ยวกับเฐานการเรียนรู้ทั้ง 5 ฐาน ครูผู้สอนให้สมาชิกที่ได้รับ
มอบหมายใหศ้ ึกษาหัวข้อเดยี วกันของแต่ละกลุ่มบ้าน มารวมเปน็ กลุ่มผู้เชีย่ วชาญ (Expert group) เพือ่ ศึกษาหาความรู้
จากบทเรียน Google Classroom ที่ผู้สอนจัดตรียมไว้ให้ และผู้เรียนเตรียมการถ่ายทอดความรู้ต่อสมาชิกกลุ่มบ้าน
เมอื่ ศึกษาเน้อื หาครบสมบรู ณ์แล้ว ผ้เู รียนไดท้ ากจิ กรรมใบงานรว่ มกันเพ่ือสรปุ องค์ความรูข้ องบทเรียน ผู้สอนได้ทดสอบ
ความรู้ด้วยการทาแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดความรู้หลังจากการทากิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนนาคะแนนของ
นกั เรยี นแตล่ ะคนมาหาค่าเฉลย่ี ของคะแนนกลุ่ม

3.1 จดุ เด่นในกำรจดั กำรจดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
1) นกั เรียนมีปฏิสมั พนั ธก์ บั เพอ่ื นในกลมุ่ พูดคยุ แลกเปลยี่ นข้อคิดเห็น
2) นกั เรยี นมคี วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการแบ่งหน้าท่ีกนั ในการทางานพร้อมทงั้ มีความรับผิดชอบตอ่ ตัวเอง

และกลุ่มรว่ มกับสมาชกิ อ่ืน
3) สง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนท่มี คี วามสามารถแตกต่างกันไดเ้ รยี นรูร้ ่วมกัน
4) ส่งเสริมให้ผู้เรียนผลดั กนั เปน็ ผ้นู า

3.2 จุดทีต่ ้องพัฒนำในกำรจดั กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้
1) ในการจดั การเรียนรูแ้ บบจ๊ิกซอร์ ครูควรอธบิ ายรูปแบบวิธีการจดั การเรยี นร้ใู หน้ ักเรยี นเข้าใจบทบาท

และหน้าทขี่ องตนเองกอ่ น เพ่ือให้การจัดการเรยี นรู้เป็นไปตามแผนทว่ี างไว้
2) ในการทากิจกรรมหรอื ใบงาน ควรจะเปน็ โจทยท์ ี่ไมย่ ากจนเกินไป เพ่ือใหเ้ กดิ แรงกระตุน้ ในการทา

กจิ กรรม

เลิกประชมุ เวลา 15.30 น.

ภาพกจิ กรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นศรีธำตุพิทยำคม
วันท่ี 7 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม ขน้ั ท่ี 2 ปฏิบัติและสังเกตการเรียนรู้ (Do & See)

ภาพกจิ กรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นศรีธำตุพิทยำคม
วันท่ี 7 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม ขน้ั ท่ี 2 ปฏิบัติและสังเกตการเรียนรู้ (Do & See)

ภาพกจิ กรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นศรีธำตุพิทยำคม
วันท่ี 7 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

ภำพกิจกรรม ขน้ั ท่ี 2 ปฏิบัติและสังเกตการเรียนรู้ (Do & See)





ส่วนท่ี 3 การปฏิบตั ิ สังเกต และเกบ็ ข้อมูล

1. สภาพหรือกลุ่มปญั หา ผูเ้ รียนขาดทักษะในการคดิ และขาดทักษะการปฏิบตั ิ
2. งาน/กิจกรรม การนาสูก่ ารปฏบิ ตั ิ และ การสะท้อนผล คร้งั ท่ี 2 (AAR)
3. ครูผู้สอนหลกั (Model Teacher) แสดงความรู้สกึ /ความเหน็

กิจกรรมการเรียนการสอนแบบจิ๊กซอร์ เพื่อกระตุ้นความสนใจในการเรียน เป็นกระบวนการที่นักเรียนได้เรียนรู้
ด้วยตัวเอง โดยการแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ที่แต่ละคนจะต้องไปศึกษาและนาความรู้มาแบ่งปันในกลุ่มของตน ในการ
จดั การเรยี นการสอน ครผู ู้สอนสามารถเลือกจดั ให้ผเู้ รียนได้เรยี นรูผ้ ่านกระบวนการต่าง ๆ ในการสบื เสาะหาความรู้ตาม
บริบทของผ้สู อน ผเู้ รียน โรงเรียน และแหล่งการเรยี นรูท้ ม่ี อี ยู่ตามความเหมาะสม
4. สมาชิกรว่ มกันสะท้อนผล การจัดกิจกรรม

เป็นกิจกรรมที่ทาให้นักเรียนเกิดความสนใจและกระตือรือร้นในการเรียน มีการใช้กระบวนการกลุ่มเข้ามามี
ส่วนชว่ ยในการทากิจกรรม ส่งเสริมให้นกั เรยี นเกดิ เขา้ ใจและเรียนรูจ้ ากการปฏิบตั จิ รงิ

5. กจิ กรรมที่ได้ร่วมทา
ครูผู้สอนนาเสนอผลการปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การทาข้อมูลให้เป็นภาพ และการสื่อสารด้วย

ข้อมูล จากนั้นครูร่วมเรียนรู้ หัวหน้ากลุ่มสาระฯ และผู้เชี่ยวชาญให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับจุดเด่น จุดด้อย ปัญหาและ
อุปสรรค รวมทั้งให้คาแนะนาในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนการสะท้อนคิดแล้ว ครูผู้สอน
บันทกึ ผลการสะท้อนผลหลังปฏิบัติการ (After Action Review : AAR) จากน้ันปรับปรงุ แผนการจัดการเรียนรู้ และทา
วิจยั ปฏบิ ตั ิการในชั้นเรยี นต่อไป

6. สมาชิกร่วมกันปรับปรุงแบบกจิ กรรมตามทีไ่ ดส้ ะท้อนผล และ ปรบั แผนกจิ กรรม
การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนแบบจิ๊กซอร์ เพ่ือกระตุน้ ความสนใจในการเรียน ทาใหน้ ักเรยี นเกดิ ความสนใจ

ในการเรียนและยังสามารถค้นคว้าหาความรู้เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การเรียรรู้ในกลุ่ม และได้ปฏิบัติกิจกรรมด้วย
ตนเอง มีการช่วยเหลือกันของสมาชิกในกลุ่ม ทาให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน ดังนั้น ครูแต่ละคนจึงนาแนวทางไป
ปรับใช้ในเหมาะสมกับรายวิชาของตนเอง และมีการแลกเปลี่ยนให้คาแนะนาเกี่ยวกับการจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้
ของแต่ละคนใหม้ คี วามถกู ตอ้ งและเหมาะสมต่อไป

7. ผลลพั ธ์ที่ได้จากกิจกรรม
ครผู สู้ อนหลกั และสมาชกิ ในกลุ่ม PLC ได้เรยี นรูเ้ กย่ี วกับการปฏิบัตกิ ารจดั กิจกรรมการเรียนรู้

8. แนวทางการนาความรไู้ ปใช้
ผู้สอนหลักและสมาชิกในกลุ่ม PLC สามารถนาผลการปฏิบัติการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มาอภิปราย เพื่อ

แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีครูผู้สอนหลักเป็นผู้สะท้อนความคิดเกี่ยวกับความสาเร็จ จุดเด่นและจุดที่ต้องพัฒนาใน
การจัดการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

เลกิ ประชุมเวลา 17.30 น.

ภาพกจิ กรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นศรีธาตุพิทยาคม
วันท่ี 8 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

ภาพกิจกรรม ขน้ั ท่ี 2 ปฏิบัติและสังเกตการเรียนรู้ (Do & See)

ภาพกจิ กรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชพี (Professional Learning Community : PLC)
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นศรีธาตุพิทยาคม
วันท่ี 8 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

ภาพกิจกรรม ขน้ั ท่ี 2 ปฏิบัติและสังเกตการเรียนรู้ (Do & See)





ส่วนที่ 3 กำรปฏิบตั ิ สงั เกต และเกบ็ ขอ้ มูล

จุดประสงค์ เพื่อให้คุณครูบันทึกผลจากการสังเกตและการเก็บข้อมูลในระหว่างที่คุณครูจัดการเรียนการสอน
ตามแผนที่วางไว้

คำชีแ้ จง
คุณครูทุกคนนาขั้นตอนในการดาเนินการแก้ปัญหาไปปฏิบัติจริงในห้องเรียนของตนเองและสังเกต รวบรวม
ขอ้ มลู ในระหวา่ งจัดการเรียนการสอน โดยใช้ขั้นตอนและเครอ่ื งมอื ทีไ่ ดอ้ อกแบบไวใ้ นสว่ นที่ 2

1. สภำพหรอื ปญั หำ ผ้เู รียนขาดทักษะในการคดิ และขาดทักษะการปฏิบตั ิ
2. งำน/กิจกรรม การนาสูก่ ารปฏบิ ัติ และ การสะทอ้ นผล ครัง้ ที่ 3 (การทดลองของสมาชกิ )
3. ผลการสงั เกต

จากการไปสังเกตการณ์การสอนของนางจมาศ สิมมะโน ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาการงานอาชีพ
ง23101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมการเรียนการสอนแบบจิ๊กซอร์ พบว่า ครูผู้สอนมีการนาเข้าสู่
บทเรียนท่ีทาให้นกั เรียนเกิดความสนใจโดยเร่ืองเล่าดา้ นการทาอาหาร เร่ือง ครผู สู้ อนมกี ารแบง่ กล่มุ นักเรยี นออกเป็น 5
กลุ่ม ตามชนิดของอาหารหวาน ดังนี้ 1) วุ้น 2) สังขยาฟักทอง 3) บัวลอย 4) สาคูน้ากะทิ 5) โรตี โดยให้ผู้เรียนทา
ของหวานมาจากบ้าน และให้ผู้เรียนได้มานาเสนอการทาของหวานตามที่ได้รับมอบหมายและนักเรียนกลุ่มอื่น ๆ
สอบถามแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มทีอ่ อกไปนาเสนอหน้าห้อง จากนั้นให้คุณครูเสนอแนะ ร่วมกันให้คะแนนแต่ละกล่มุ
ทง้ั คุณครแู ละนกั เรยี น

เลิกประชมุ เวลา 14.30 น.

ภาพกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นศรธี ำตุพทิ ยำคม
วนั ที่ 14 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2563

ภำพกจิ กรรม ขน้ั ท่ี 2 ปฏิบตั ิและสงั เกตการเรียนรู้ (Do & See)

ภาพกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC)
กลมุ่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นศรธี ำตุพทิ ยำคม
วนั ที่ 14 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2563

ภำพกจิ กรรม ขน้ั ท่ี 2 ปฏิบตั ิและสงั เกตการเรียนรู้ (Do & See)


Click to View FlipBook Version