๔๘ ๘. จากการเขียนแนะนำสถานที่สำคัญต่อไปนี้ ข้อความส่วนใดใช้ภาษาต่างระดับจากส่วนอื่น (O-NET ม.๓ ปี ๒๕๖๓) ๑) อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยอยู่ที่ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ๒) มีโบราณสถานทั้งหมด ๒๘๓ แห่ง สำรวจแล้ว ๒๐๔ แห่ง รวมทั้งสุสานวัดชมชื่นและเตาสังคโลก โบราณ ๓) กรมศิลปากร พบว่า สถานที่นี้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่ยังคงรักษาภูมิทัศน์ไว้ได้เป็น อย่างดี ๔) ในเมื่ออุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยเป็นที่ที่น่าสนใจขนาดนี้แล้วทำไมคนไทยไม่ออก เดินทางไปเที่ยวที่นี่กันให้มากกว่านี้ ๑. ส่วนที่ ๑ ๒. ส่วนที่ ๒ ๓. ส่วนที่ ๓ ๔. ส่วนที่ ๔ เฉลย ข้อ ๔ เพราะมีการใช้ภาษาระดับสนทนา เช่น ไปเที่ยว (ท่องเที่ยว) ซึ่งต่างจากข้ออื่น ๆ ที่ใช้ ภาษาระดับทางการ ๙. ข้อใดใช้ภาษาระดับไม่เป็นทางการ (O-NET ป.๖ ปี ๒๕๖๔) ๑. การไหว้ครูเป็นการระลึกถึงพระคุณครูที่ให้ความรู้และอบรมสั่งสอน ๒. การไหว้ครูเป็นประเพณีที่เราคนไทยปฏิบัติต่อ ๆ กันมาตั้งนมนานแล้ว ๓. การไหว้ครูจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีตามคติความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ๔. สิ่งที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของการไหว้ครู คือ หญ้าแพรก ดอกมะเขือ และดอกเข็ม เฉลย ข้อ ๒ เพราะใช้ภาษาระดับไม่เป็นทางการ เนื่องจากมีการใช้คำซ้ำ และคำภาษาพูด ได้แก่ เรา คนไทย, ตั้งนมนานแล้ว ๑๐. ข้อความ ๒ ข้อใดใช้ภาษาระดับภาษาปาก (O-NET ม.๓ ปี ๒๕๖๔) ๑. ชีวิตของคนเราเมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับอะไรแล้วเราก็ใช้ประโยชน์จากสิ่งนั้น ๒. การนำสิ่งที่เกี่ยวข้องมาใช้ประโยชน์นั้นต้องใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ๓. ไม่ใช่เอาไปใช้แล้ว กลับกลายเป็นว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ให้โทษแก่ตัวของเราเอง ๔. ผู้ใดก็ตามที่หลงมัวเมากับสิ่งที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างปราศจากเหตุผลย่อมเกิดทุกข์ ๕. หากผู้ใดเชื่อมั่นในความดีที่กระทำย่อมทำให้ผู้นั้นเกิดศรัทธาในชีวิตอันจะเป็นพลังในการ ดำเนินชีวิต เฉลย ข้อ ๑ ,๓ เพราะมีคำที่ใช้ภาษาระดับภาษาปาก เช่น เกี่ยวข้องกับอะไรแล้ว (เกี่ยวข้องกับบางสิ่ง บางอย่าง) ไม่ใช่เอาไปใช้แล้ว (หากมิได้นำไปใช้แล้ว)
๔๙ ๑๑. ประโยคข้อใดใช้ภาษาระดับไม่เป็นทางการ (O-NET ป.๖ ปี ๒๕๖๕) ๑. ผู้ป่วยกรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ๒. โปรดระวังของมีค่าของท่านขณะโดยสารรถเมล์ ๓. ผู้ขอใบอนุญาตขับรถยนต์ต้องมีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป ๔. สุกรเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่มีความสำคัญกับประเทศไทย เฉลย ข้อ ๒ เพราะมีการใช้ภาษาระดับกันเอง เช่น รถเมล์ (รถโดยสารประจำทาง) ส่วนข้อ ๑, ๓, ๔ ใช้ภาษาระดับทางการทุกคำ
๕๐ เรื่อง ภาษาพูดและภาษาเขียน ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ม.๑/๔ วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน ภาษาพูด ภาษาพูดหรือภาษาปาก เป็นภาษาที่ใช้พูดกันในกลุ่มคนพวกเดียวกัน เช่น กลุ่มเพื่อน จึงไม่ เคร่งครัดเรื่องข้อบังคับ ใช้ภาษาแสลง อาจไม่สุภาพบ้าง หยาบคายบ้าง ภาษาปากอาจนำไปใช้ในการ เขียนได้ เช่น เป็นคำพูดตัวละครในนิยาย บทละคร บทภาพยนตร์ เพื่อความสมจริงของงานนั้นๆ ภาษาเขียน มีลักษณะเคร่งครัดในหลักภาษา มีทั้งระดับเคร่งครัดมาก เรียกว่า ภาษาแบบแผน เช่น การ เขียนภาษาเป็นทางการ จนถึงระดับไม่เคร่งครัดมากนัก เรียกว่า ภาษากึ่งแบบแผน หรือ ภาษาไม่เป็น ทางการ ข้อสังเกตเกี่ยวกับภาษาพูด ๑. ภาษาพูดเป็นภาษาเฉพาะกลุ่ม หรือเฉพาะวัย เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน แห้ว ผิดหวัง เริด ดี เดี้ยง พลาดพลั้ง เจ็บตัว ดิ้น เต้นรำ แซว เสียดสี เจ๋ง ดีมาก ๒. ภาษาพูดมักเป็นภาษาไทยแท้ หรือภาษาชาวบ้าน เข้าใจง่าย หรือเป็นภาษากึ่งแบบแผน เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน ผัวเมีย สามี ภรรยา เมียน้อย อนุภรรยา ดาราหนัง นักแสดงภาพยนตร์ ปอดแหก หวาดกลัว เกือก รองเท้า
๕๑ ๓. ภาษาพูดมักเปลี่ยนแปลงเสียงสระ และเสียงพยัญชนะ รวมทั้งนิยมตัดคำให้สั้นลง เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน เริด เลิศ เพ่ พี่ จิงอะป่าว จริงหรือเปล่า เตง ตัวเอง มหาลัย มหาวิทยาลัย วิดลัย วิทยาลัย ๔. ภาษาพูดมักเป็นคำยืมจากภาษาต่างประเทศ และตัดคำให้สั้นลง เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน เว่อร์ (Over) เกินควร เกินกำหนด จอย (Enjoy) สนุก เพลิดเพลิน ก๊อบ(Coppy) คัดลอก
๕๒ แบบฝึกที่ ๑ ภาษาพูดภาษาเขียน คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่องภาษาพูดและภาษาเขียน แล้วสรุปลักษณะของภาษาพูดและ ภาษาเขียนลงในตาราง พร้อมทั้งยกตัวอย่าง ชื่อ-สกุล.................................................. ชั้น.................................... เลขที่......... ภาษาพูด ภาษาเขียน ตัวอย่าง ตัวอย่าง ตัวอย่าง หมอ ตัวอย่าง ตัวอย่าง ตัวอย่าง มหาวิทยาลัย
๕๓ แบบฝึกที่ ๒ ภาษาพูดภาษาเขียน คำชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่กำหนดให้ว่าเป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียน ชื่อ-สกุล...........................................................ชั้น.................................... เลขที่................ ภาษาพูด ตัวอย่าง แม่จะพาฉันไปหาหมอ ๑. แอนชอบดูภาพยนตร์เรื่องแม่นาค ๒. ช่วงนี้แบงค์ปลอมระบาดหนัก ๓. ฉันกินข้าวกับครอบครัว ๔. ฉันไปงานมงคลสมรสของพี่สาว ๕. อาทิตย์หน้าฉันจะไปเที่ยว ๘. น้องอุจจาระในห้องสุขา ๗. มหาลัยเรียนออนไลน์ทั้งเทอม ๖. ฉันมีอาการปวดศีรษะ
๕๔ แบบฝึกที่ ๓ ภาษาพูดภาษาเขียน คำชี้แจง ให้นักเรียนเปลี่ยนคำภาษาพูดที่กำหนดให้เป็นคำภาษาเขียน ให้นักเรียนเปลี่ยนคำภาษาพูดที่กำหนดให้เป็นคำภาษาเขียน ภาษาพูด ภาษาเขียน ตัวอย่าง โรงหนัง กินข้าว ใส่บาตร หมา เผาศพ ดาราหนัง เดี้ยง เมียน้อย มหาลัย เจ๋ง ทำยังไง ภาษาพูด - ภาษาเขียน โรงภาพยนตร์
๕๕ แบบฝึกที่ ๔ ภาษาพูดภาษาเขียน คำชี้แจง ให้นักเรียนเปลี่ยนคำภาษาพูดในประโยคที่กำหนดให้ต่อไปนี้เป็นคำภาษาเขียน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ตัวอย่าง พี่ของเขามีอาการโคม่า ตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู ขอเชิญร่วมฟังสวดศพที่วัดป่าตอ ปิดเทอมนี้หลานชายตั้งใจจะบวชสามเณรภาคฤดูร้อน นายมีอายุ ๒๑ ปีเต็มจึงต้องไปจับใบดำใบแดงเพื่อเข้าเป็นทหารเกณฑ์ คุณปู่และคุณย่าของเขาตายหมดแล้ว ชื่อ-สกุล.......................................................... ชั้น.............................. เลขที่ ......................... พี่ของเขามีอาการหนักมาก ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน
๕๖ ลับสมอง ประลองปัญญา ๑. ภาษาพูดมีลักษณะอย่างไร ก. ใช้ถ้อยคำเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และจินตนาการให้ผู้ฟังเข้าใจ ข. เป็นการใช้ถ้อยคำประกอบกับน้ำเสียงและกิริยาอาการเพื่อใช้ในการสื่อสาร ค. มีจินตนาการและความรู้ประกอบการพูดเสมอ ง. มีกระบวนการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นถ้อยคำ ๒. ข้อใดใช้ภาษาเหมาะสมแก่กาลเทศะ ก. ไม่เจอคุณลุงมานานลุงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะอดเหล้าตลอดเข้าพรรษา ข. เสียใจด้วยนะที่เธอไม่พักผ่อนชอบไว้ผมยาวทำให้ใบหน้าดูทรุดโทรม ค. แข่งกีฬาครั้งนี้ฉันจะไปร่วมเชียร์กีฬาหรือไม่ฉันตัดสินใจเองได้ไม่ต้องให้ใครมาบอก ง. ขอแสดงความยินดีที่คุณป้ามีเพื่อนฝูงรักใคร่และให้ความนับถือเธอเป็นอย่างมาก ๓. เธอเป็นยังไงบ้าง ควรเปลี่ยนคำว่ายังไง ตามข้อใด ก. อย่างไร ข. อย่างไง ค. หยั่งไง ง. หยั่งไร ๔. "วันนี้เดี๋ยวต้องไปรดน้ำในงานแต่ง" ควรแก้เป็นภาษาทางการตามข้อใด ก. วันนี้ดิฉันต้องไปรดน้ำสังข์ในงานมงคลสมรส ข. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำพระพุทธมนต์ ค. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำพระพุทธมนต์ ง. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำแต่งงาน ๕. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องถึงความแตกต่างระหว่างภาษาพูดกับภาษาเขียนมากที่สุด ก. ภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันมุ่งสื่อสารรวดเร็ว ส่วนภาษาเขียนมุ่งสื่อสารเข้าใจและรู้จัก คิด ข. ภาษาพูดใช้ถ้อยคำและน้ำเสียง ส่วนภาษาเขียนใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอด ค. ภาษาพูดสามารถแก้ไขได้ แต่ภาษาเขียนไม่สามารถแก้ไขได้เพราะส่งต้นฉบับแล้ว ง. ภาษาพูดต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ส่วนภาษาเขียนสามารถเขียนแล้วขัดเกลาภาษาให้ สละสลวยได้
๕๗ เฉลย แบบฝึกที่ ๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่องภาษาพูดและภาษาเขียน แล้วสรุปลักษณะของภาษาพูดและ ภาษา เขียนลงในตาราง พร้อมทั้งยกตัวอย่าง ภาษาพูด ภาษาเขียน ตัวอย่าง หมอ ตัวอย่าง ตัวอย่าง ตัวอย่าง ตัวอย่าง ตัวอย่าง มหาวิทยาลัย โรงบาล ยังไง โรงภาพยนตร์ รถประจำทาง ภาษาพูดหรือภาษาปาก เป็นภาษาที่ใช้พูด กันในกลุ่มคนพวกเดียวกัน เช่น กลุ่มเพื่อน จึงไม่เคร่งครัดเรื่องข้อบังคับ ใช้ภาษาแสลง อาจไม่สุภาพบ้าง หยาบคายบ้าง ภาษาปาก อาจนำไปใช้ในการเขียนได้ เช่น เป็นคำพูด ตัวละครในนิยาย บทละคร บทภาพยนตร์ เพื่อความสมจริงของงานนั้นๆ มีลักษณะเคร่งครัดในหลักภาษา มีทั้งระดับ เคร่งครัดมาก เรียกว่า ภาษาแบบแผน เช่น การเขียนภาษาเป็นทางการ จนถึงระดับไม่ เคร่งครัดมากนัก เรียกว่า ภาษากึ่งแบบแผน หรือ ภาษาไม่เป็นทางการ
๕๘ เฉลย แบบฝึกที่ ๒ คำชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่กำหนดให้ว่าเป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียน ภาษาพูด ตัวอย่าง แม่จะพาฉันไปหาหมอ ๑. แอนชอบดูภาพยนตร์เรื่องแม่นาค ๒. ช่วงนี้แบงค์ปลอมระบาดหนัก ๓. ฉันกินข้าวกับครอบครัว ๔. ฉันไปงานมงคลสมรสของพี่สาว ๕. อาทิตย์หน้าฉันจะไปเที่ยว ๘. น้องอุจจาระในห้องสุขา ๗. มหาลัยเรียนออนไลน์ทั้งเทอม ๖. ฉันมีอาการปวดศีรษะ ภาษาเขียน ภาษาพูด ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาพูด ภาษาเขียน
๕๙ เฉลย แบบฝึกที่ ๓ คำชี้แจง ให้นักเรียนเปลี่ยนคำภาษาพูดที่กำหนดให้เป็นคำภาษาเขียน ให้นักเรียนเปลี่ยนคำภาษาพูดที่กำหนดให้เป็นคำภาษาเขียน ภาษาพูด ภาษาเขียน ตัวอย่าง โรงหนัง กินข้าว ใส่บาตร หมา เผาศพ ดาราหนัง เดี้ยง เมียน้อย มหาลัย เจ๋ง ทำยังไง ภาษาพูด - ภาษาเขียน โรงภาพยนตร์ รับประทานอาหาร ทำอย่างไร ดีมาก มหาวิทยาลัย อนุภรรยา พลาดพลั้ง เจ็บตัว นักแสดงภาพยนตร์ ฌาปนกิจ ตักบาตร สุนัข
๖๐ เฉลย แบบฝึกที่ ๔ คำชี้แจง ให้นักเรียนเปลี่ยนคำภาษาพูดในประโยคที่กำหนดให้ต่อไปนี้เป็นคำภาษาเขียน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ตัวอย่าง พี่ของเขามีอาการโคม่า ตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู ขอเชิญร่วมฟังสวดศพที่วัดป่าตอ ปิดเทอมนี้หลานชายตั้งใจจะบวชสามเณรภาคฤดูร้อน นายมีอายุ ๒๑ ปีเต็มจึงต้องไปจับใบดำใบแดงเพื่อเข้าเป็นทหารเกณฑ์ คุณปู่และคุณย่าของเขาตายหมดแล้ว พี่ของเขามีอาการหนักมาก ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉิน ขอเชิญร่วมฟังสวดพระอภิธรรม ณ วัดป่าตอ ปิดเทอมนี้หลานชายตั้งใจจะบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน นายมีอายุ ๒๑ ปีบริบูรณ์ จึงต้องไปรับการคัดเลือกทหารเพื่อเข้าเป็น ทหารกองประจำการ คุณปู่และคุณย่าของเขาถึงแก่กรรมหมดแล้ว
๖๑ ลับสมอง ประลองปัญญา ๑. ภาษาพูดมีลักษณะอย่างไร ก. ใช้ถ้อยคำเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และจินตนาการให้ผู้ฟังเข้าใจ ข. เป็นการใช้ถ้อยคำประกอบกับน้ำเสียงและกิริยาอาการเพื่อใช้ในการสื่อสาร ค. มีจินตนาการและความรู้ประกอบการพูดเสมอ ง. มีกระบวนการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นถ้อยคำ ๒. ข้อใดใช้ภาษาเหมาะสมแก่กาลเทศะ ก. ไม่เจอคุณลุงมานานลุงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะอดเหล้าตลอดเข้าพรรษา ข. เสียใจด้วยนะที่เธอไม่พักผ่อนชอบไว้ผมยาวทำให้ใบหน้าดูทรุดโทรม ค. แข่งกีฬาครั้งนี้ฉันจะไปร่วมเชียร์กีฬาหรือไม่ฉันตัดสินใจเองได้ไม่ต้องให้ใครมาบอก ง. ขอแสดงความยินดีที่คุณป้ามีเพื่อนฝูงรักใคร่และให้ความนับถือเธอเป็นอย่างมาก ๓. เธอเป็นยังไงบ้าง ควรเปลี่ยนคำว่ายังไง ตามข้อใด ก. อย่างไร ข. อย่างไง ค. หยั่งไง ง. หยั่งไร ๔. "วันนี้เดี๋ยวต้องไปรดน้ำในงานแต่ง" ควรแก้เป็นภาษาทางการตามข้อใด ก. วันนี้ดิฉันต้องไปรดน้ำสังข์ในงานมงคลสมรส ข. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำพระพุทธมนต์ ค. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำพระพุทธมนต์ ง. วันนี้ฉันต้องไปรดน้ำแต่งงาน ๕. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องถึงความแตกต่างระหว่างภาษาพูดกับภาษาเขียนมากที่สุด ก. ภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวันมุ่งสื่อสารรวดเร็ว ส่วนภาษาเขียนมุ่งสื่อสารเข้าใจและรู้จักคิด ข. ภาษาพูดใช้ถ้อยคำและน้ำเสียง ส่วนภาษาเขียนใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอด ค. ภาษาพูดสามารถแก้ไขได้ แต่ภาษาเขียนไม่สามารถแก้ไขได้เพราะส่งต้นฉบับแล้ว ง. ภาษาพูดต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้า ส่วนภาษาเขียนสามารถเขียนแล้วขัดเกลาภาษาให้ สละสลวยได้
๖๒ เรื่อง ประโยค ตัวชี้วัด ท๔.๑ ม.๒/๒ วิเคราะห์โครงสร้างประโยคสามัญ ประโยครวม และประโยคซ้อน ท๔.๑ ม.๓/๒ วิเคราะห์โครงสร้างประโยคซับซ้อน ประโยค คือข้อความที่สื่อสารได้เรื่องราว ทำให้รู้ว่าผู้พูดหรือผู้เขียนต้องการบอกเล่าเรื่อง โดยปกติประโยคประกอบด้วยข้อความ ๒ ส่วน แต่ละส่วนเรียกว่า วลี ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบ ของประโยคที่สำคัญ ได้แก่ ส่วนประกอบของประโยคที่คำนามเป็นหลักเรียกว่า นามวลี กับ ส่วนประกอบของประโยคที่มีคำกริยาเป็นหลัก เรียกว่า กริยาวลี นามวลีจะทำหน้าที่เป็นภาค ประธาน ส่วนกริยาวลีจะทำหน้าที่เป็นภาคแสดง ประโยคจะประกอบด้วยภาคประธานและภาค แสดงโดยสมบูรณ์ คือประกอบด้วยนามวลี กับกริยาวลี หรือจะประกอบด้วยภาคแสดงหรือกริยาวลี แต่เพียงอย่างเดียวก็ได้ แต่จะประกอบด้วยภาคประธาน หรือนามวลีแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ๑. ภาคประธาน คือ ส่วนที่เป็นผู้กระทำและอาจมีส่วนขยายหรือไม่มีก็ได้ เช่น อรพรรณ กิน บะหมี่หมูแดง นักเรียน เล่นเกมโดมิโนอย่างสนุกสนาน ๒. ภาคแสดง คือ ส่วนที่บอกอาการ หรือบอกสภาพของประธาน อาจมีส่วนขยาย หรือไม่มีก็ได้ เช่น น้องร้องไห้ นกพิราบบินบนท้องฟ้า (ส่วนขยาย อาจเป็นคำหรือกลุ่มคำอยู่ในภาคประธาน อยู่ในภาคแสดงก็ได้ ซึ่งอาจเป็นการ ขยายกริยา ขยายกรรม หรือขยายส่วนเติมเต็ม) ชนิดของประโยค ๑. ประโยคสามัญ (ประโยคความเดียว) ๒. ประโยครวม ๓. ประโยคซ้อน ๑. ประโยคสามัญ (เอกรรถประโยค) ประโยคที่มีใจความสำคัญเพียงใจความเดียว มีประธานตัวเดียว มีกริยาตัวเดียว จะมีกรรมขยายหรือไม่มีก็ได้ เช่น - แก้วแตก - ฝนตกหนัก - น้ำผึ้งไปซื้อกระโปรงที่สำเพ็ง
๖๓ ๒. ประโยครวม ประโยคที่นำประโยคความเดียวตั้งแต่ ๒ ประโยคขึ้นไปมา รวมกัน โดยใช้คำสันธานเชื่อมเพื่อให้ได้ความชัดเจน แต่เมื่อแยกประโยค ๒ ประโยคออกจากกันก็ จะมีใจความประโยคที่สมบูรณ์ โครงสร้างประโยครวม ประโยคความเดียว + คำสันธาน + ประโยคความเดียว = ประโยครวม ประโยครวม แบ่งตามลักษณะดังนี้ ๑. ประโยครวมเชื่อมความคล้อยตามกัน คือลักษณะของเนื้อความของประโยคหน้าและประโยคหลังจะมี ความหมายไปในแนวเดียวกัน โดยใช้คำสันธานเชื่อม ทั้ง...และ และ แล้วก็ พอ...ก็ ตัวอย่างประโยค ทั้งคุณแม่และคุณพ่อไปเที่ยวตรัง ๒. ประโยครวมเชื่อมความขัดแย้งกัน คือลักษณะเนื้อความของประโยคหน้าและประโยคหลังขัดแย้งกัน โดยใช้คำสันธานเชื่อม แต่ แต่ทว่า แต่...ก็ ถึง...ก็ ตัวอย่างประโยค ถึงเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ก็เลือกเป็นคนดีได้ ๓. ประโยครวมเชื่อมความเป็นเหตุเป็นผลกัน คือลักษณะเนื้อความของประโยคหน้าและประโยคหลังเป็นเหตุ เป็นผลกัน โดยใช้คำสันธานเชื่อม เพราะ ดังนั้น...จึง เพราะฉะนั้น...จึง ตัวอย่างประโยค เพราะเขาขยัน เขาจึงได้รับคำชมเชย ๔. ประโยครวมเชื่อมเนื้อความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง คือลักษณะเนื้อความของประโยคหน้าและประโยคหลักจะต้อง เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยใช้สันธานเชื่อม หรือ มิฉะนั้น หรือไม่ก็ ไม่...ก็ ตัวอย่างประโยค เธอชอบไปเที่ยวน้ำตกหรือทะเล
๖๔ ๓. ประโยคซ้อน หมายถึง ประโยคที่ประกอบด้วยประโยคหลัก (มุขยประโยค) และ ประโยคย่อย (อนุประโยค) มารวมเป็นประโยคเดียว ประโยคหลัก (มุขยประโยค) + ประโยคย่อย (อนุประโยค) ประโยคหลัก คือ ประโยคที่เป็นประโยคสามัญประกอบด้วยประธาน กริยา กรรมและส่วนขยาย ประโยคย่อย คือ ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำเชื่อม สามารถเป็นได้ทั้งนามวลี ส่วนขยาย หรือขยายกริยาวลี ประเภทของประโยคซ้อน มี ๓ ประเภท ได้แก่ ๑. ประโยคซ้อนที่มีนามานุประโยค ๒. ประโยคซ้อนที่มีคุณานุประโยค ๓. ประโยคซ้อนที่มีวิเศษณานุประโยค ๑. ประโยคซ้อนที่มีนามานุประโยค คือ ประโยคย่อย (อนุประโยค) ที่ทำหน้าที่เหมือนนามวลี กล่าวคือเป้นได้ ทั้งประธาน กรรม หน่วยเติมเต็ม หรือหน่วยเสริมความ มีคำเชื่อมหน้าประโยคย่อย (อนุประโยค) ได้แก่ ที่, ที่ว่า, ว่า, ให้ ตัวอย่าง - ที่คุณพูดเป็นเรื่องเข้าใจผิด - ปกรณ์ไม่ชอบให้ใครมาว่าครูของเขา - เขาได้ยินมาว่าปีนี้น้ำจะมาก ๒. ประโยคซ้อนที่มีคุณานุประโยค คือ ประโยคย่อยที่ทำหน้าที่ขยายนามที่อยู่หน้าอนุประโยค มีคำเชื่อมหน้าประโยคย่อย (อนุประโยค) ได้แก่ ที่, ซึ่ง, อัน ตัวอย่าง - เสื้อที่สุชาติสวมอยู่สวยมาก - สมบัติอันมีค่ามหาศาลถูกฝังอยู่ในนี้ - ฉันเห็นภูเขาซึ่งมีต้นไม้อยู่ล้อมรอบ
๖๕ ๓. ประโยคซ้อนที่มีวิเศษณานุประโยค คือ ประโยคย่อยที่ทำหน้าที่เหมือนวิเศษณ์วลี ทำหน้าที่ขยายกริยาวลี สามารถอยู่ได้ทั้งหน้าและหลังประโยคหลัก มีหลักการสังเกตดังนี้ ๑) ประโยคซ้อนที่มีวิเศษณานุประโยค โดยมีคำเชื่อม คือ เมื่อ, ก่อน, หลัง, หลังจากที่, ขณะที่, ตั้งแต่ ตัวอย่าง แม่นั่งพักผ่อนหลังจากที่ทำกับข้าวเสร็จ ๒) ประโยคซ้อนที่มีวิเศษณานุประโยคบอกเหตุ โดยมีคำเชื่อม คือ เพราะ, เนื่องจาก ตัวอย่าง คุณยายปวดขาเพราะเดินขึ้นบันได (ประโยค ย่อยต้องเป็นเหตุ) ๓) ประโยคซ้อนที่มีวิเศษณานุประโยคบอกผล โดยมีเชื่อมคำ คือ จน, จนกระทั้ง, กระทั่ง ตัวอย่าง คุณยายปวดขาจนเดินไม่ไหว (ประโยคย่อยต้อง เป็นผล) ๔) ประโยคซ้อนที่มีวิเศษณานุประโยคบอกจุดมุ่งหมายโดยมีเชื่อมคำคือเพื่อ ตัวอย่าง คุณแม่ทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูก ๕) ประโยคซ้อนที่มีวิเศษณานุประโยคบอกเงื่อนไข โดยมีเชื่อมคำ คือ ถ้า, ถ้าหาก, หาก, หากว่า ตัวอย่าง ถ้าเขามาช้าฉันจะเดินกลับบ้านคนเดียว ๖) ประโยคซ้อนที่มีวิเศษณานุประโยคบอกความขัดแย้ง โดยมีเชื่อมคำ คือ ทั้งที่, แม้ว่า ตัวอย่าง เขามองไม่เห็นฉันทั้งที่ฉันยืนอยู่ตรงหน้าเขา
๖๖ แบบฝึกหัดที่ ๑ ประโยค คำชี้แจง ให้นักเรียนแยกส่วนประกอบของประโยคต่อไปนี้ ประโยค ประธาน กริยา กรรม ส่วนขยาย ตัวอย่าง ฉันล้างจาน ฉัน ล้าง จาน - ๑. ฝนตกหนักมาก ๒. ดนัยถูกคุณพ่อดุ ๓. นกบินบนท้องฟ้า ๔. เบิร์ดร้องเพลงเพราะมาก ๕. แก้วน้ำตกแตก ๖. ไก่ขันตอนใกล้รุ่ง ๗. แม่ของฉันซื้อกระเป๋า ๘. เด็กผู้ชายชอบเล่นฟุตบอล ๙. วีรภาพพูดกับน้อยอย่างสุภาพ ๑๐. หน้าหนาวปีนี้หนาวมาก ชื่อ...............................................................................................เลขที่.................ชั้น.................
๖๗ แบบฝึกหัดที่ ๒ ประโยค คำชี้แจง ให้นักเรียนแยกส่วนประกอบของประโยคสามัญต่อไปนี้ ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง นาม/ สรรพนาม ส่วนขยาย กริยา ส่วนขยาย กรรม ส่วน ขยาย ตัวอย่าง พวกเราไปโรงเรียนทุกวัน พวกเรา - ไป - โรงเรียน ทุกวัน ๑. ฉันกินข้าวผัดทุกวัน ๒. เด็กๆหัวเราะเสียงดัง ๓. ฉันอ่านหนังสือ การ์ตูน ๔. ฝนตกหนักทุกวัน ๕. ฉันนอนหลับหลาย ชั่วโมง ๖. ฉันรักแม่มากที่สุด ๗. แมวสีน้ำตาลจับหนู ตัวโต ๘. นักเรียนหลายคน อยากเป็นหมอ ๙. แม่ต้องการผ้าสีฟ้า ๑๐. นพชัยเล่นเปียโน เพราะมาก ชื่อ...............................................................................................เลขที่.................ชั้น.................
๖๘ แบบฝึกหัดที่ ๓ ประโยค คำชี้แจง ให้นักเรียนแยกประโยคสามัญจากประโยครวม ตัวอย่าง ประโยครวม : ฉันชอบกินข้าวผัดและก๋วยเตี๋ยว ประโยคสามัญ : ฉันชอบกินข้าวผัด ประโยคสามัญ : ฉันชอบกินก๋วยเตี๋ยว คำเชื่อม : และ ๑. ประโยครวม : นักเรียนกลับบ้านเมื่อโรงเรียนเลิก ประโยคสามัญ : ประโยคสามัญ : คำเชื่อม : ๒. ประโยครวม : ฉันและเธออ่านหนังสือในห้องสมุด ประโยคสามัญ : ประโยคสามัญ : คำเชื่อม : ๓. ประโยครวม : เธอจะไปเที่ยวสวนสัตว์หรือชายทะเล ประโยคสามัญ : ประโยคสามัญ : คำเชื่อม : ๔. ประโยครวม : พี่ชอบเล่นเทนนิสแต่น้องชอบเล่นปิงปอง ประโยคสามัญ : ประโยคสามัญ : คำเชื่อม : ๕. ประโยครวม : เพราะขวัญตั้งใจเรียนสม่ำเสมอจึงทำข้อสอบได้ ประโยคสามัญ : ประโยคสามัญ : คำเชื่อม : ชื่อ...............................................................................................เลขที่.................ชั้น.................
๖๙ แบบฝึกหัดที่ ๔ ประโยค คำชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาและบอกประโยคต่อไปนี้ ใช่ หรือ ไม่ใช่ ประโยคซ้อน ตัวอย่าง ใช่ ๑. ฝนตกจนน้ำท่วม ..................... ๑. แม่วางแผนว่าจะพาพวกเราไปเที่ยวทะเลที่สงขลา ..................... ๒. นักเรียนมาโรงเรียนสายจึงถูกผู้อำนวยการตำหนิ ..................... ๓. รัฐบาลควรจัดให้มีพื้นที่สำหรับเยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ..................... ๔. ถ้าเราเชื่อพ่อแม่ตั้งแต่วันนั้นคงไม่เป็นอย่างนี้ ..................... ๕. ครอบครัวของเราไม่ใช่เศรษฐีจึงต้องขยันทำมาหากินทุกคน ..................... ๖. ในขณะที่หลายคนกำลังนอนหลับยังมีบางคนต้องทำงานอยู่ ..................... ๗. เราควรแก้ปัญหาไม่ใช่หนีปัญหา ..................... ๘. เขาอ้วนจนเดินไม่ไหว ..................... ๙. ในรั้วแห่งนี้มีความแน่นแฟ้นเรารักแดนถิ่นนี้ ..................... ๑๐. พี่สอนให้น้องเขียนหนังสือ ชื่อ...............................................................................................เลขที่.................ชั้น.................
๗๐ ข้อสอบ เรื่องประโยค ๑. ประโยค ๒ ข้อใดเป็นประโยคชนิดเดียวกับประโยคต่อไปนี้ (O-Net ปี ๒๕๖๑) “โลกดิจิทัลในยุคปัจจุบันมีความก้าวหน้ามาก” ๑. วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ๒. วันมาฆบูชามีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ๔ ประการ ๓. พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมสงฆ์ ๔. มาฆบูชาหมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะซึ่งก็คือวันเพ็ญเดือน ๓ ๒. ข้อใดเป็นประโยคซ้อน (O-Net ปี ๒๕๖๑) ๑. แพนด้าที่ศูนย์เฉิงดูถูกถอนขนท่อนล่างก่อนการผ่าตัด ๒. โลกกำลังเข้าสู่ยุคสูญพันธุ์ครั้งใหญ่โดยเฉพาะที่เอเชียใต้ ๓. สัตว์ที่หายไปจากโลกคือสัตว์มีกระดูกสันหลังกว่า ๒๐๐ ชนิด ๔. ผลเสียของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจะอยู่ที่ระบบนิเวศ ๓. ข้อใดเป็นประโยครวม (O-Net ปี ๒๕๖๓) ๑. แม่ดูแลฉันเมื่อฉันป่วย ๒. นกน้อยส่งเสียงร้องในตอนเช้า ๓. คุณครูสอนเด็กนักเรียนอย่างตั้งใจ ๔. วันหยุดฉันอยู่บ้านแต่พ่อของฉันไปทำงาน ๔. ข้อใดเป็นประโยคซ้อน (O-Net ปี ๒๕๖๓) ๑. แมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาด ๒. คุณครูรักและห่วงใยนักเรียนทุกคน ๓. นายอำเภอคนใหม่พัฒนาชุมชนด้วยความตั้งใจ ๔. เพื่อนๆชอบเล่นกีฬากลางแจ้งในเวลาพักกลางวัน ๕. ข้อความ ๒ ข้อใดเป้นประโยคซ้อน (O-Net ปี ๒๕๖๔) ๑. ฉันพยายามทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๒. ที่ดินแห่งนั้นถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามานานหลายปี ๓. หากไม่ดูเป็นการรบกวนฉันก็อยากจะชวนเธอไปทำบุญที่วัด ๔. รองเท้าคู่นี้ออกแบบมาเป็นพิเศษและเป็นที่หมายปองของนักกีฬาหลายคน ๕. กระเช้าไฟฟ้ากำลังพานักท่องเที่ยวทะยานขึ้นสู่สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่บนยอดเขา
๗๑ เฉลย แบบฝึกหัดที่ ๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนแยกส่วนประกอบของประโยคต่อไปนี้ ประโยค ประธาน กริยา กรรม ส่วนขยาย ๑. ฝนตกหนักมาก ฝน ตก - หนักมาก ๒. ดนัยถูกคุณพ่อดุ พ่อ ดุ ดนัย - ๓. นกบินบนท้องฟ้า นก บิน ท้องฟ้า บน ๔. เบิร์ดร้องเพลงเพราะมาก เบิร์ด ร้องเพลง - เพราะมาก ๕. แก้วน้ำตกแตก แก้วน้ำ ตก - แตก ๖. ไก่ขันตอนใกล้รุ่ง ไก่ ขัน - ตอนใกล้รุ่ง ๗. แม่ของฉันซื้อกระเป๋า แม่ ซื้อ กระเป๋า ของฉัน ๘. เด็กผู้ชายชอบเล่นฟุตบอล เด็ก ชอบเล่น ฟุตบอล ผู้ชาย ๙. วีรภาพพูดกับน้อยอย่างสุภาพ วีรภาพ พูดกับ น้อย อย่างสุภาพ ๑๐. หน้าหนาวปีนี้หนาวมาก หน้าหนาว หนาวมาก - ปีนี้
๗๒ เฉลย แบบฝึกหัดที่ ๒ คำชี้แจง ให้นักเรียนแยกส่วนประกอบของประโยคสามัญต่อไปนี้ ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง นาม/ สรรพนาม ส่วน ขยาย กริยา ส่วน ขยาย กรรม ส่วน ขยาย ๑. ฉันกินข้าวผัดทุกวัน ฉัน - กิน - ข้าวผัด ทุกวัน ๒. เด็กๆหัวเราะเสียงดัง เด็กๆ - หัวเราะ เสียงดัง - - ๓. ฉันอ่านหนังสือ การ์ตูน ฉัน - อ่าน - หนังสือ การ์ตูน ๔. ฝนตกหนักทุกวัน ฝน - ตก หนักทุก วัน- - ๕. ฉันนอนหลับหลาย ชั่วโมง ฉัน - นอน หลาย ชั่วโมง - - ๖. ฉันรักแม่มากที่สุด ฉัน - รัก - แม่ มากที่สุด ๗. แมวสีน้ำตาลจับหนู ตัวโต แมว สีน้ำตาล จับ - หนู ตัวโต ๘. นักเรียนหลายคน อยากเป็นหมอ นักเรียน หลายคน อยากเป็น - หมอ - ๙. แม่ต้องการผ้าสีฟ้า แม่ - ต้องการ - ผ้า สีฟ้า ๑๐. นพชัยเล่นเปียโน เพราะมาก นพชัย - เล่น - เปียโน เพราะ มาก
๗๓ เฉลย แบบฝึกหัดที่ ๓ คำชี้แจง ให้นักเรียนแยกประโยคสามัญจากประโยครวม ๑. ประโยครวม : นักเรียนกลับบ้านเมื่อโรงเรียนเลิก ประโยคสามัญ : นักเรียนกลับบ้าน ประโยคสามัญ : โรงเรียนเลิก คำเชื่อม : เมื่อ ๒. ประโยครวม : ฉันและเธออ่านหนังสือในห้องสมุด ประโยคสามัญ : ฉันอ่านหนังสือในห้องสมุด ประโยคสามัญ : เธออ่านหนังสือในห้องสมุด คำเชื่อม : และ ๓. ประโยครวม : เธอจะไปเที่ยวสวนสัตว์หรือชายทะเล ประโยคสามัญ : เธอจะไปเที่ยวสวนสัตว์ ประโยคสามัญ : เธอจะไปเที่ยวชายทะเล คำเชื่อม : หรือ ๔. ประโยครวม : พี่ชอบเล่นเทนนิสแต่น้องชอบเล่นปิงปอง ประโยคสามัญ : พี่ชอบเล่นเทนนิส ประโยคสามัญ : น้องชอบเล่นปิงปอง คำเชื่อม : แต่ ๕. ประโยครวม : เพราะขวัญตั้งใจเรียนสม่ำเสมอจึงทำข้อสอบได้ ประโยคสามัญ : ขวัญตั้งใจเรียนสม่ำเสมอ ประโยคสามัญ : ขวัญทำข้อสอบได้ คำเชื่อม : เพราะ
๗๔ เฉลย กิจกรรมที่ ๔ คำชี้แจง ให้นักเรียนพิจารณาและบอกประโยคต่อไปนี้ ใช่ หรือ ไม่ใช่ ประโยคซ้อน ใช่ ๑. แม่วางแผนว่าจะพาพวกเราไปเที่ยวทะเลที่สงขลา (เพราะมีคำว่า ที่ ซึ่งทำ หน้าที่เชื่อมประโยค) ใช่ ๒. นักเรียนมาโรงเรียนสายจึงถูกผู้อำนวยการตำหนิ (เพราะมีคำว่า จึง ซึ่งทำหน้าที่ เชื่อมประโยค) ใช่ ๓. รัฐบาลควรจัดให้มีพื้นที่สำหรับเยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ (เพราะมี คำว่า ให้ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมประโยค) ไม่ใช่ ๔. ถ้าเราเชื่อพ่อแม่ตั้งแต่วันนั้นคงไม่เป็นอย่างนี้ ดี (เพราะไม่มีคำที่ทำหน้าที่เชื่อม ประโยค) ไม่ใช่ ๕. ครอบครัวของเราไม่ใช่เศรษฐีจึงต้องขยันทำมาหากินทุกคน (เพราะไม่มีคำที่ทำ หน้าที่เชื่อมประโยค) ไม่ใช่ ๖. ในขณะที่หลายคนกำลังนอนหลับยังมีบางคนต้องทำงานอยู่ (เพราะไม่มีคำที่ทำ หน้าที่เชื่อมประโยค) ไม่ใช่ ๗. เราควรแก้ปัญหาไม่ใช่หนีปัญหา (เพราะไม่มีคำที่ทำหน้าที่เชื่อมประโยค) ใช่ ๘. เขาอ้วนจนเดินไม่ไหว (เพราะมีคำว่า จน ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมประโยค) ไม่ใช่ ๙. ในรั้วแห่งนี้มีความแน่นแฟ้นเรารักแดนถิ่นนี้ (เพราะไม่มีคำที่ทำหน้าที่เชื่อม ประโยค) ใช่ ๑๐. พี่สอนให้น้องเขียนหนังสือ (เพราะมีคำว่า ให้ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมประโยค)
๗๕ เฉลยข้อสอบ เรื่องประโยค ๑. ประโยค ๒ ข้อใดเป็นประโยคชนิดเดียวกับประโยคต่อไปนี้ (O-Net ปี ๖๑) “โลกดิจิทัลในยุคปัจจุบันมีความก้าวหน้ามาก” ๑. วันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ๒. วันมาฆบูชามีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ๔ ประการ ๓. พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมสงฆ์ ๔. มาฆบูชาหมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือนมาฆะซึ่งก็คือวันเพ็ญเดือน ๓ ตอบข้อ ๑ และข้อ ๓ เพราะเป็นประโยคชนินิดเดียวกับประโยคข้างต้น ส่วนข้ออื่นเป็น ประโยคซ้อน ๒. ข้อใดเป็นประโยคซ้อน (O-Net ปี ๖๑) ๑. แพนด้าที่ศูนย์เฉิงดูถูกถอนขนท่อนล่างก่อนการผ่าตัด ๒. โลกกำลังเข้าสู่ยุคสูญพันธุ์ครั้งใหญ่โดยเฉพาะที่เอเชียใต้ ๓. สัตว์ที่หายไปจากโลกคือสัตว์มีกระดูกสันหลังกว่า ๒๐๐ ชนิด ๔. ผลเสียของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจะอยู่ที่ระบบนิเวศ ตอบข้อ ๓ เพราะหลังคำว่าที่มีกริยาทำหน้าที่เชื่อมประโยค ๓. ข้อใดเป็นประโยครวม (O-Net ปี ๖๓) ๑. แม่ดูแลฉันเมื่อฉันป่วย ๒. นกน้อยส่งเสียงร้องในตอนเช้า ๓. คุณครูสอนเด็กนักเรียนอย่างตั้งใจ ๔. วันหยุดฉันอยู่บ้านแต่พ่อของฉันไปทำงาน ตอบข้อ ๔ เพราะมีประโยคความเดียวอยู่ ๒ ประโยค โดยใช้คำสันธานเชื่อม ๔. ข้อใดเป็นประโยคซ้อน (O-Net ปี ๖๓) ๑. แมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาด ๒. คุณครูรักและห่วงใยนักเรียนทุกคน ๓. นายอำเภอคนใหม่พัฒนาชุมชนด้วยความตั้งใจ ๔. เพื่อนๆชอบเล่นกีฬากลางแจ้งในเวลาพักกลางวัน ตอบข้อ ๑ เพราะประโยคย่อยที่ทำหน้าที่ขยายนามที่อยู่หน้าอนุประโยค ๕. ข้อความ ๒ ข้อใดเป้นประโยคซ้อน (O-Net ปี ๖๔) ๑. ฉันพยายามทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ๒. ที่ดินแห่งนั้นถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่ามานานหลายปี ๓. หากไม่ดูเป็นการรบกวนฉันก็อยากจะชวนเธอไปทำบุญที่วัด ๔. รองเท้าคู่นี้ออกแบบมาเป็นพิเศษและเป็นที่หมายปองของนักกีฬาหลายคน ๕. กระเช้าไฟฟ้ากำลังพานักท่องเที่ยวทะยานขึ้นสู่สถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่บนยอดเขา ตอบข้อ ๑ และข้อ ๕ เพราะประโยคย่อยที่ทำหน้าที่ขยายนามที่อยู่หน้าอนุประโยค
๗๖ สาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ัด สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำใช้ ตัดสินใจแก้ปัญหา ในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความสำคัญ สรุปความและอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๒/๓ เขียนผังความคิดเพื่อแสดงความเข้าใจในบทเรียนต่างๆที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๒/๔ อภิปรายแสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม.๒/๗ อ่านหนังสือ บทความหรือคำประพันธ์อย่างหลากหลายและ ประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการอ่านเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาชีวิต ท ๑.๑ ม.๒/๘ มีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่าง มี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด มีมารยาทในการเขียน สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านในระดับที่มากขึ้นสรุปความรู้ และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง เรื่อง การอ่านจับใจความส าคัญ
๗๗ ใบความรู้พื้นฐานการอ่านจับใจความที่ 1 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ ความหมายของการอ่านจับใจความสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ หมายถึง การอ่านที่มุ่งค้นหาสาระของข้อความหรือเรื่องราวต่างๆ ว่าข้อความหรือเรื่องราวนั้นเกี่ยวกับสิ่งใด มีเหตุการณ์ที่สำคัญอะไรบ้าง ส่วนใดเป็นใจความสำคัญและ ส่วนใดเป็นส่วนขยายใจความสำคัญของเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญถือเป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้อ่าน สามารถแยกส่วนประกอบอื่นๆ หรือที่เรียกว่า "พลความ" ของเรื่องได้ พลความหรือส่วนขยายใจความ หมายถึง ประโยคที่ช่วยขยายเนื้อความของใจความสำคัญ เพื่อสนับสนุนหรือแสดงตัวอย่าง เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งในแต่ละย่อหน้าอาจมีพล ความอยู่หลายๆ ประโยคก็ได้ จุดมุ่งหมายของการจับใจความสำคัญ ๑. สามารถบอกรายละเอียดของเรื่องราวที่อ่านได้อย่างชัดเจน ๒. สามารถปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำได้ ๓. เพื่อฝึกการอ่านเร็วและสามารถตอบคำถามได้ถูกต้อง ๔. สามารถสรุปหรือย่อเรื่องที่อ่านได้ ๕. อ่านแล้วสามารถคาดการณ์ และหาความจริง แสดงข้อคิดเห็นได้ หลักการอ่านจับใจความสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ เป็นการอ่านงานเขียนอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาหาข้อเท็จจริงที่ นำเสนอ รวมถึงทรรศนะ ข้อคิดเห็น อารมณ์ น้ำเสียงของผู้เขียนที่มีต่อเรื่องที่นำเสนอและในกรณีที่ ข้อความที่อ่าน มีความยาวเป็นย่อหน้าหรือหลายๆ ย่อหน้า ผู้อ่านสามารถพิจารณาข้อความสำคัญโดย มีหลักการอ่านจับใจความสำคัญดังต่อไปนี้ ๑. พิจารณาจากชื่อเรื่อง แล้วอ่านย่อหน้าแรกและย่อหน้าสุดท้าย ซึ่งจะทำให้ทราบว่า บทความนี้เสนอเรื่องอะไรอย่างกว้างๆ ๒. พิจารณาหาใจความสำคัญไปที่ละย่อหน้า ซึ่งส่วนใหญ่ใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้า อาจปรากฏอยู่ในตำแหน่งต้น ตำแหน่งกลาง หรือตำแหน่งท้ายของย่อหน้า ๓. พยายามพิจารณาตัดรายละเอียดปลีกย่อย เช่น คำอธิบาย ตัวอย่าง การให้เหตุผลเพราะ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องสนับสนุนความคิดหลักของเรื่อง ๔.เมื่ออ่านจบ ควรทบทวนหรือตั้งคำถาม ถามตนเองว่า เรื่องที่อ่านเป็นเรื่องอะไรและ พยายามตอบให้ได้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ด้วยวิธีใด จากนั้นจึงบันทึกใจความสำคัญไว้เพื่อ ศึกษาเพิ่มเติมต่อไป ใจความสำคัญและพลความ งานเขียนในแต่ละย่อหน้าจะประกอบด้วยใจความ 2 ส่วนคือ ๑. ใจความสำคัญ ๒. พลความ
๗๘ ใจความสำคัญ คือ ข้อความที่เด่นสุดใยย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าที่สามารถครอบคลุม เนื้อความในประโยคอื่นๆ ในแต่ละย่อหน้าจะมีประโยค ใจความสำคัญเพียงประโยคเดียวหรืออย่างมากไม่เกิน 2 ประโยค ลักษณะของ ใจความสำคัญ ๑. เป็นข้อความที่ทำหน้าที่คลุมใจความของข้อความอื่นๆ ในตอนนั้นๆได้หมด ๒. ย่อหน้าหนึ่งหนึ่งๆส่วนมากจะมีเพียงประการเดียว ๓ ส่วนมากมีลักษณะเป็นประโยค อาจจะเป็นประโยคเดียวหรือประโยคซ้อนก็ได้ ๔. ส่วนมากจะปรากฎอยู่ต้นข้อความ พลความ คือ ข้อความที่ทำหน้าที่ขยายใจความให้ชัดเจนเด่นชัดมากขึ้น ถ้าตัดพลความ ออก สารก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ลักษณะของพลความ มักเป็นการอธิบาย การยกตัวอย่าง การ เปรียบเทียบ หรือการให้เหตุผล เป็นต้น ตำแหน่งของใจความสำคัญ ประโยคใจความสำคัญปรากฎได้ ๔ ตำแหน่ง คือ ๑. ตำแหน่งต้นย่อหน้า ๒. ตำแหน่งท้ายย่อหน้า ๓. ตำแหน่งทั้งต้นและท้ายย่อหน้า ๔. ตำแหน่งกลางย่อหน้า ๑. ตำแหน่งต้นย่อหน้า เป็นจุดที่พบใจความสำคัญของเรื่องมากที่สุด ประโยคใจความสำคัญ + ข้อความขยาย ( สังเกตได้ว่าข้อความที่ตามมามีเนื้อความขยายคำสำคัญในประโยคใจความสำคัญ และมีคำเชื่อมหน้าข้อความขยาย คำว่า เพราะ เช่น ได้แก่ ประการที่หนึ่ง ฯลฯ ตัวอย่างเช่น คนไม่อ่านหนังสือ คือ คนถอยหลังอยู่ในสังคม เพราะทุกวันนี้โลกเจริญขึ้นอย่าง ไม่หยุดหย่อนมีเหตุการณ์ใหม่ๆ ปรากฎสืบเนื่องกันอย่างไม่ขาดสาย ทุกคนที่หวังความก้าวหน้า จึงต้องตามเรื่องเหล่านี้ด้วยการอ่านอย่างมิหยุดยั้ง มิฉะนั้นเขาจะได้นามว่า เป็นผู้ถอยหลัง (อ่านเพื่อ ความสมบูรณ์ ของ นายเจือ สตะเวทิน) ๒. ตำแหน่งท้ายย่อหน้า โดยผู้เขียนจะบอกรายละเอียด หรือประเด็นย่อยมาก่อนแล้วสรุป ด้วยประโยคที่เก็บประเด็นสำคัญไว้ภายหลัง ข้อความขยาย + ประโยคใจความสำคัญ ( สังเกตได้ว่า ประโยคใจความสำคัญจะมีคำเชื่อม "จึง" เป็นประโยคตบท้ายข้อความ) ตัวอย่างเช่น "ยังมีนักเรียนธรรมของเราเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ทานดี จึงทำให้คิดเขวไปว่า ทานกับบุญนั้นเป็นคนละอย่าง ความเข้าใจอันนี้ทำให้เราพูดติดปากกันไป ว่า "ทำบุญแล้วให้ทาน"ดูประหนึ่งว่าทำบุญกับให้ทานไม่ได้เป็นของคู่กัน หรือดำยกต่างกัน บุญหรือ ทานก็เป็นอันเดียวกันทานเป็นวิธีการทำบุญอย่างหนึ่งนั่นเอง" ( ประเพณีทำบุญ ของ กรมศาสนา ) ๓. ตำแหน่งทั้งต้นและท้ายย่อหน้า ประโยคใจความสำคัญ + ข้อความขยาย + ประโยค ใจความสำคัญ ( สังเกตได้ว่า ประโยคใจความสำคัญต้นย่อหน้ากับประโยดใจความสำคัญท้ายย่อหน้า มีเนื้อความตรงกัน) ตัวอย่างเช่น ลักษณะอาหารเจมีความเคร่งครัดในเรื่องการปรุงมากกว่าอาหารมังสวิรัติ เครื่องเทศเครื่องปรุงหลายชนิดถูกห้ามนำมาใช้ในการทำอาหารเจ เพราะมีความเชื่อว่าจะไปกระตุ้น
๗๙ อารมณ์ ในขณะที่อาหารมังสวิรัตินั้นเพียงห้ามรับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์เท่านั้น อาหาร มังสวิรัติจึงมีความเข้มงวดน้อยกว่าอาหารเจ ๔. ตำแหน่งกลางย่อหน้า ข้อความเกริ่นนำ (มีเนื้อความอ้างถึงสิ่งที่มีผู้กล่าวไว้ในลักษณะ ที่เข้าใจผิด) + ประโยคใจความสำคัญ ( มีเนื้อความแย้งข้อความเกริ่นนำ ) + ข้อความขยาย (มีเนื้อความขยายประโยดใจความสำคัญ) ตัวอย่างเช่น โดยทั่วไปผักที่ขายตามท้องตลาดส่วนใหญ่เกษตรกรมักใช้สารกำจัดศัตรูพืช หากไม่มีความรอบคอบในการใช้ จะทำให้เกิดสารตกค้าง ทำให้มีปัญหาต่อสุขภาพ ฉะนั้นเมื่อซื้อผักไป รับประทานจึงควรล้างผักด้วยน้ำหลายๆครั้ง เพราะจะช่วยกำจัดสารตกค้างไปได้บ้าง บางคนอาจแช่ ผักโดยใช้น้ำผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตก็ได้ แต่อาจทำให้วิตามินลดลง ( การใช้ภาษาไทย ของ จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ และ บาหยัน อิ่มสำราญ) ๕. ไม่ปรากฏในตำแหน่งใด ผู้อ่านต้องจับใจความด้วยตัวเอง ตัวอย่างเช่น การเดิน การว่ายน้ำ การฝึกโยคะ การออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ต่างๆตลอดจนการหายใจลึกๆ ล้วนมีส่วนทำ ให้สุขภาพแข็งแรง ใจความสำคัญคือ การทำให้สุขภาพแข็งแรงทำได้หลายวิธี ( การใช้ภาษาไทย ของ จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ และบาหยัน อิ่มสำราญ)
๘๐ แบบฝึกที่ ๑ เรื่อง จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน คำชี้แจง อ่านเรื่องที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามและเขียนสรุปใจความให้ถูกต้อง แพงพวยบก แพงพวยบกเป็นไม้ล้มลุก ต้นเตี้ย สูงประมาณ ๑ ฟุต ใบเขียวเป็นมันออกดอกเป็นกลุ่ม ดอก แพงพวยมีสีขาว สีม่วง สีชมพู สุราษฎร์ธานี เรียกว่า นมยิน ทางเหนือเรียก ผักปอดบก กรุงเทพมหานคร เรียก แพงพวย หรือ แพงพวยฝรั่ง แพงพวยบกขึ้นได้ในดินทุกชนิด แต่ที่ชอบคือดินร่วนซุย ควรปลูกในที่แล้ง ขยายพันธุ์โดยใช้ วิธีเพาะเมล็ด แพงพวยบกปลูกเป็นไม้ประดับได้ดีเพราะมีดอกสีขาว สีชมพู สีม่วง และมีดอกให้ชม ตลอดปี แพงหวยยังเป็น สมุนไพรใช้ต้มแก้เบาหวาน ลดความดันโลหิต โปแก้เบาหวาน บำรุงหัวใจ ใช้ เป็นยาถ่าย ใช้เป็นยาแก้โรคมะเร็งใน เม็ดโลหิตของเด็ก รักษามะเร็ง รากแก้บิด ทั้งยังใช้ขับพยาธิ และ ใช้ห้ามเลือดด้วย เรียบเรียงจาก สารานุกรมไม้ประดับในประเทศไทย ตัวอย่าง ๑.ชื่อเรื่องที่อ่านคือเรื่องอะไร ............แพงพวยบก............................................................................................................................ ..... ๒. แพงพวย เป็นไม้ประเภทไหน ............ไม้ล้มลุก............................................................................................................................. ........ ๓.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกแพงพวยบกว่าอะไร .............นมยิน............................................................................................................................. .......... ๔. แพงพวยขยายพันธุ์ได้อย่างไร .............เพาะเมล็ด............................................................................................................................. .... ๕. โรคร้ายในเด็ก ที่สามารถใช้แพงพวยมารักษาโรคได้คือโรคอะไร .............โรคมะเร็งในเม็ดโลหิต................................................................................................................ สรุปใจความ ...........แพงพวยบกเป็นไม้ล้มลุก ต้นเตี้ย มีดอกหลายสี แต่ละภาคมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดในดินทุกชนิด นอกจากจะเป็นไม้ประดับแล้ว แพงพวยยังสามารถ นำมาใช้รักษาโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย.........................................................................................................
๘๑ ฝึกพื้นฐาน การอ่านจับใจความสำคัญที่ ๑ ๑. ในปัจจุบัน เมื่อมีวิทยาการก้าวหน้าไปข้างหน้าเหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันหยุดไหล การไหลบ่ามา ของ "เทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่อย่างโทรศัพท์ โทรสาร วิทยุ โทรทัศน์ หรือแม้แต่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก็ทำให้การใช้ ไทรเลขน้อยลง และได้ปิดบริการตั้งแต่วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๑ เป็นต้นไป วิธีการสรุปใจความสำคัญ ใคร ............................................................................................................................. ................................... ทำอะไร ............................................................................................................................. .................................. เมื่อไร ............................................................................................................................. ................................... อย่างไร ............................................................................................................................. ................................... ผลเป็นอย่างไร ............................................................................................................................. .................................. สรุปใจความสำคัญ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................ ....
๘๒ ๒. เตารีดไหม้เป็นปัญหาที่พบบ่อยๆ ซึ่งเมื่อนำมารีดผ้าจะทำให้ฝืดรีดไม่คล่อง และที่พื้นเตารีดก็จะ มีรอยไหม้ดำติดอยู่ วิธีแก้ไขก็คือ การใช้ยาสีฟันป้ายที่รอยไหม้ของเตารีด แล้วใช้เศษผ้าถูแรงๆ ให้ทั่ว รอยไหม้ก็จะ หายไปและนำผ้าชุบน้ำทำความสะอาดอีกครั้ง เตารีดก็จะใช้ให้ดีตามปกติ วิธีการสรุปใจความสำคัญ ใคร ............................................................................................................................. ................................... ทำอะไร ............................................................................................................................. .................................. เมื่อไร ............................................................................................................................. ................................... อย่างไร ............................................................................................................................. ................................... ผลเป็นอย่างไร ............................................................................................................................. .................................. สรุปใจความสำคัญ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................................................................. ..................
๘๓ ๓. การใช้สีปรุงแต่งอาหารคาวและหวานเพื่อให้สวยงามน่ารับประทาน เราควรจะใช้สีจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่ จะได้จากส่วนต่าง ๆ ของพืช เช่น ดอก ผล ใบ แก่น เหง้า เป็นต้น ต่อมามีสีหลายชนิดได้ จากการสังเคราะห์ ทางวิทยาศาสตร์ มีการค้นคว้าทดลองสีสังเคราะห์ บางชนิดเป็นอันตรายต่อ ผู้บริโภค ดังนั้น เราควรเลือก บริโภคอาหารที่ไม่ใส่สี ถ้าจำเป็นต้องใช้สีเพื่อให้อาหารสวยงาม น่า รับประทานก็ควรใส่สีผสมอาหารจากสี ธรรมชาติที่ได้จากพืช จะได้อาหารที่มีความปลอดภัย วิธีการสรุปใจความสำคัญ ใคร ............................................................................................................................. ................................... ทำอะไร ............................................................................................................................. .................................. เมื่อไร ............................................................................................................................. ................................... อย่างไร ............................................................................................................................. ................................... ผลเป็นอย่างไร ............................................................................................................................. .................................. สรุปใจความสำคัญ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .............................................................................................................................................. .................. ชื่อ-สกุล................................................................................เลขที่...........................
๘๔ เฉลยแบบฝึกพื้นฐาน การอ่านจับใจความสำคัญที่ ๑ ๑. วิธีการสรุปใจความสำคัญ ใคร เทคโนโลยี ทำอะไร มีวิทยาการก้าวหน้า เมื่อไร ปัจจุบัน อย่างไร ไหลบ่ามาเหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันหยุดไหล ผลเป็นอย่างไร การใช้โทรเลขน้อยลงและเปิดบริการในที่สุด สรุปใจความสำคัญ เทคโนโลยีในปัจจุบัน มีวิทยาการก้าวหน้า ไหลบ่ามาเหมือนเก่ายน้ำที่ไม่มีวันหยุดไหล ทำให้ การใช้โทรเลขน้อยลงและปิดบริการในที่สุด ๒. วิธีการสรุปใจความสำคัญ ใคร เตารีดไหม้ ทำอะไร รีดผ้า เมื่อไหร่ ฝืดรีดไม่คล่องและที่พื้นที่มีรอยไหม้ติด อย่างไร ใช้ยาสีฟันป้ายที่รอยไหม้ แล้วใช้ผ้าถูแรงๆ นำผ้าชุบน้ำเช็ดอีกครั้ง ผลเป็นอย่างไร เตารีดใช้ได้ดีปกติ สรุปใจความสำคัญ เตารีดไหม้ เมื่อนำมารีดผ้าจะทำให้ฝืดและพื้นที่จะมีรอยไหม้ติด แก้ไขโดยใช้ยาสีฟัน ป้ายที่รอยไหม้ใช้ผ้าถูแรงๆ แล้วนำผ้าชุบน้ำถูอีกครั้ง เตารีดจะใช้ได้ปกติ ๓. วิธีการสรุปใจความสำคัญ ใคร สี ทำอะไร ผสมอาหารคาวและหวาน เมื่อไร เพื่อให้สวยงามน่ารับประทาน อย่างไร หากมีความจ าเป็นควรใช้สีจากธรรมชาติ มากกว่าสีสังเคราะห์ ผลเป็นอย่างไร เพราะสีสังเคราะห์บางชนิดเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค สรุปใจความสำคัญ สีปรุงแต่งอาหารคาวและหวานเพื่อให้สวยงามน่ารับประทาน หากมีความจำเป็นเราควรใช้สี จากธรรมชาติ มากกว่าสีที่ได้จากการสังเคาะห์ ซึ่งบางชนิดเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
๘๕ ใบความรู้พื้นฐานการอ่านจับใจความที่ ๒ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญโดยการตั้งคำถาม การจะเกิดคำถามขึ้นได้นั้น ต้องมีข้อสะกิดใจมากระทบให้สงสัยอยากรู้ แต่วิธีตั้งประเด็นหรือ คำถามเพื่อให้เกิดข้อสังเกตนั้น เป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน ถ้อยคำเกิดขึ้นหรือคำเพียง ไม่กี่คำที่เปลี่ยนไปในโจทย์อาจเปลี่ยนวิธีคิดคำตอบไปทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น ในปลายศตวรรษที่ ๑๗ เมื่อลูกแอปเปิ้ลตกใส่ศีรษะเซอร์ไอแซค นิวตัน แทน การตั้ง คำถามอย่างคนทั่วไปว่า “ทำไมฉันถึงเคราะห์ร้ายอย่างนี้” เขากลับมีคำถามในใจอย่าง นักวิทยาศาสตร์ว่า “อะไรเป็นตัวการให้ลูกแอปเปิ้ลตก” ชั่วขณะแห่งคำถามนั้นเอง เป็นสิ่งจูงให้เขา รู้สึกถึงพลังดึงดูดของ โลก และเกิดคำถามอันเป็นสาระกับวงการวิทยาศาสตร์ว่า “สิ่งนี้เป็นอัน เดียวกันกับที่โลกดึงเอาดวงจันทร์ไว้ ไม่ให้หนีไปไหนหรือเปล่า” ถัดจากนั้นเป็นเรื่องของการค้นหา ความจริงที่สลับซับซ้อน รวมทั้งการใช้คณิตศาสตร์ เข้ามาพิสูจน์ และปัจจุบันพวกเราก็รู้เรื่องแรงโน้ม ถ่วงระดับจักรวาลไปมากกว่าสมัยนิวต้นมาก แต่จุดตั้งต้น มาจาก "ความสามารถในการตั้งคำถาม ระดับจักรวาล” ของนิวตันท์นั่นเอง วิธีตั้งคำถามสะท้อน ให้เห็นครอบคลุมทั้งวิธีคิด วิธีมอง และวิธี เห็นของแต่ละคนว่า ใครมีสาระ ใครคิดสร้างสรรค์ได้มากกว่ากัน คนที่ตั้งคำถามเก่ง ๆ ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ช่างสังเกต และละเอียดลออ คำถามทำให้ คนอื่นคล้อยตาม ส่วนข้อสังเกตจะกระตุ้นให้คนอื่นคิด เมื่อคิดแล้วก็หาความรู้ใหม่ หรือสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ กล่าวได้ว่าคำาถามนั่นเองคือความคิดเห็น โดยเฉพาะถ้าคำถามนั้นกระตุ้นให้เกิด การค้นคว้าหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ความคิดเห็นเป็นสมบัติส่วนตัวที่ช่วยให้มนุษย์คนหนึ่ง ทราบว่า แตกต่างจากคนอื่นได้แค่ไหน
๘๖ แบบฝึกพื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญที่ ๒ คำชี้แจง ให้นักเรียนฝึกตั้งคำถามจากเรื่องที่อ่านต่อไปนี้ ตัวอย่าง เรื่องต้นไม้ในป่าชายเลน ต้นไม้ส่วนใหญ่ถูกทำลาย หรือตายได้อย่างง่ายดายในบริเวณที่มีน้ำเค็ม แต่มีกลไกบางอย่าง ในต้นไม้ใน ป่าชายเลน ซึ่งทำให้สามารถเจริญอยู่ในสภาพที่มีน้ำเค็มท่วมขังได้ ไม่เพียงแต่ส่วนเนื้อเยื่อ ภายในต้นไม้ที่มี ความทนทานต่อเกลือสูงเท่านั้นรากยังทำหน้าที่เหมือนตัวกรองเกลือจากน้ำเค็มที่ดูด เข้าไป ที่มา : หนังสือขุดทรัพย์โลกวิทยาศาสตร์ คำถามที่ ๑ ต้นไม้ส่วนใหญ่ตายได้ง่ายในบริเวณใด คำถามที่ ๒ ต้นไม้ในป่าชายแสนมีกลไกใดบ้างที่ทำให้อยู่ในน้ำเค็มได้ คำถามที่ ๓ ส่วนใดของต้นไม้ในป่าชายแดน ที่ทำหน้าที่กรองเกลือจากน้ำเค็ม ๑. เราสามารถฝึกตนเองให้เป็นผู้มีความรอบรู้ ทันเหตุการณ์ได้ โดยอาจจะเริ่มต้นจากการอ่าน หนังสือพิมพ์ จากเรื่องที่นักเรียนสนใจ หรือเรื่องง่าย ๆ จากหนังสือพิมพ์ไปสู่เรื่องที่ยากขึ้น และ นอกจากการอ่าน หนังสือพิมพ์แล้ว นักเรียนยังสามารถติดตามข่าวสารได้จากเว็บไซต์ เครือข่าย อินเทอร์เน็ต วิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ คําถามที่ ๑............................................................................................................................. ................ คําถามที่ ๒ ............................................................................................................................. ............... ๒. เมื่อสมัยคุณตาคุณยายยังเป็นเด็ก ๆ อยู่นั้น กรุงเทพฯ มีน้ำประปาบ้างแล้ว ยังไม่ทั่วถึงกันนัก ส่วนมากยัง อาศัยดื่มน้ำฝน และน้ำตามแม่น้ำลำคลองกันอยู่ บางบ้านที่อยู่ใกล้ถนน ก็อาศัยน้ำประปา ตามก๊อกสาธารณะที่ รัฐบาลทำไว้ให้ประชาชนใช้กันเปล่าๆ ก๊อกเหล่านี้มีเป็นระยะๆ บ้านใครอยู่ใกล้ก็ สบายมาตักตวงเอาไปใช้ใน บ้านของตนได้ง่าย บ้านที่อยู่ห่างออกไปก็เอาถังเอาปืนมาของหิ้วไปหรือ พวกนี้เป็นหาย ๆ ไว้ใช้กัน หรือทานเข้าไปเอง แต่มีบางบ้านซื้อน้ำจาก ที่มา ทิพย์วาณี สนิทวงศ์ เรื่อง เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก เล่ม ๑ ตอน ป่าฝน หน้า ๒๕ คําถามที่ ๑............................................................................................................................. ................ คําถามที่ ๒ ............................................................................................................................. ...............
๘๗ ๓. ภาษาสะท้อนความคิดความเป็นตัวตนของคน คนที่มีจิตใจดี ภาษาที่ใช้ก็จะเป็นภาษาเริมสรรค์ ภาษา ประโยชน์ ภาษาสร้างความดี เป็นวาจาสุจริต ทำให้คนที่ได้ฟังได้ผ่านมีความสุข ประกอบกรรม สร้าง ประโยชน์ให้ทันมนุษย์ ถ้าคนที่ใช้ภาษาเป็นคนที่มีจิตใจไม่ดี ภาษาที่ใช้ก็จะเป็นไปในทางม้าลาย สร้างความ เมืองกัน เป็นงาน ทุบใดที่ทำให้คนรอบข้างเป็นทุกข์ และสังคมเสื่อมสลาย ภาษามารถ สร้างสรรค์หรือ ทำทองคมมนุษย์ให้ เมื่อคนเราเรียนรู้ว่าภาษาและการบังคับมดทำให้คนทำอย่างใด อย่างหนึ่งได้ ค ความตามงานใช้ภาษาได้ค้น ควบคุมภาษาใต้ จึงใช้ประโยชน์จากภาษา นำภาษามาใช้ เป็นเครื่องมือทำให้ผู้อื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการ ที่มา หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วิวิธภาษา ม. ๑ หน้า ๗ คําถามที่ ๑............................................................................................................................. ................ คําถามที่ ๒ ............................................................................................................................. ............... ๔. ตามปรกติ เมื่อคนเราพูดมักใช้ภาษาที่เป็นทางการน้อยกว่าเมื่อเราเขียน ภาษาพูดแม้จะไม่เป็น ทางการนัก แต่ก็สร้างความรู้สึกเป็นกันเองแก่ผู้อ่านหรือผู้ฟัง ส่วนภาษาเขียนมีลักษณะเป็นทางการ จริงจัง และสร้าง ความรู้สึกเหินห่างแก่ผู้อ่านหรือผู้ฟัง ดังนั้น การจะเลือกใช้ภาษาพูดหรือภาษาเขียน ผู้ใช้ภาษาต้องพิจารณา สถานการณ์ ความประสงค์ของผู้ใช้ภาษา สถานภาพและระดับความสัมพันธ์ กับผู้อ่านหรือผู้ฟังเป็นสำคัญ เมื่อ พูดกับเพื่อน พูดกับพ่อแม่ เขียนบันทึกในไดอารี่ เขียนข้อความสั้นๆ ฝากให้พี่ ควรใช้ภาษาพูด แต่ถ้าพูด รายงานหน้าชั้นเรียน พูดในที่ประชุม กล่าวสุนทรพจน์ พูดสัมภาษณ์เมื่อสมัครงานหรือเรียนต่อ เขียนจด หมายถึงผู้ใหญ่ เขียนข้อความสั้น ๆ ถึงครู ควรใช้ ภาษาเขียน ที่มา : หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย วิวิธภาษา ม.๑ หน้า ๔๐ คําถามที่ ๑............................................................................................................................. ................ คําถามที่ ๒ ............................................................................................................................. ...............
๘๘ ๕. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์หรือที่คนทั่วไปเรียกสั้นๆว่า “เขื่อนป่าสัก” เป็นเขื่อนในโครงการพระราชดำริ อยู่ใน เขตติดต่อของจังหวัด สระบุรีและลพบุรี เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเป็นอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่จะ ช่วยบรรเทา ยับยั้งไม่ให้น้ำจากแม่น้ำป่าไหลหลากลงมาท่วมพื้นที่กรุงเทพฯย่านชานเมืองและอย่าง รวดเร็วเหมือนเช่นที่ มีเรา เขียนแห่งนี้จึงได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวบ้านแถบนี้ต่างได้รับ ประโยชน์จากเขื่อนกันอย่างถ้วนหน้า ทั้งด้านการเกษตรและด้าน การประมง ที่มา netp://www.photoontour.com/Articles_HTML/BeanFarm/BeanFarmArticle.htm คําถามที่ ๑............................................................................................................................. ................ คําถามที่ ๒ ............................................................................................................................. ............... ชื่อ-สกุล..........................................................................................เลขที่......................... ..........
๘๙ เฉลยแบบฝึกพื้นฐาน การอ่านจับใจความสำคัญที่ ๒ ๑. ตอบ -นักเรียนสามารถฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้รอบรู้ ทันเหตุการณ์ได้อย่างไร - นักเรียนสามารถติดตามข่าวสารได้จากที่ไหนบ้าง ๒. ตอบ - สมัยก่อน กรุงเทพยังมีน้ำประปาใช้ไม่ทั่วถึง ชาวบ้านอาศัยใช้น้ำจากแหล่งใดบ้าง - รัฐบาลมีการบริการน้ำประปาให้ชาวบ้านใช้อย่างไร ๓. ตอบ - คนที่มีจิตใจดีและไม่ดี ใช้ภาษาแตกต่างกันอย่างไร - ภาษาสามารถสร้างสรรค์หรือทำลายมนุษย์ได้ใช่หรือไม่ เพราะเหตุใด ๔. ตอบ - เราจะเลือกใช้ภาษาพูดหรือภาษาเขียน ผู้ใช้ภาษาต้องพิจารณาถึงสิ่งใด - ถ้าต้องพูดในที่ประชุม รายงานหน้าชั้น หรือกล่าวสุนทรพจน์ควรใช้ภาษาประเภทใด ๕. ตอบ - ทำไมประชาชนจึงให้ความสนใจกับการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ - ใครจะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากเขื่อนนี้มากที่สุด
๙๐ ใบความรู้พื้นฐานการอ่านจับใจความที่ ๓ เรื่อง การตั้งชื่อเรื่อง ชื่อเรื่องนับว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะดึงดูดความสนใจของผู้อ่านเพราะเป็นสิ่งแรกที่ผู้อ่านจะอ่าน ก่อนเสมอ ดังนั้น จะต้องเลือกคำหรือข้อความที่สามารถสื่อสาร หรือแนวคิดให้ดีที่สุด ชวนให้อยาก อ่านเนื้อหา ในบทความนั้น ขอให้พิจารณาตัวอย่างการตั้งชื่อเรื่องต่อไปนี้ การตั้งชื่อเรื่องตามเนื้อหา เช่น เสน่ห์กระดาษสา เมืองสมุนไพร ล้มบอล : มะเร็งร้ายใน วงการลูกหนัง ซีดีผีไม่มีวันตาย การตั้งชื่อเรื่องโดยใช้คำถาม เช่น เยาวชนไทยเสียไปหมดแล้วหรือ การอนุรักษ์วัฒนธรรม ทำอย่างไร การตั้งชื่อเรื่องโดยใช้คำที่มีความหมายตรงกันข้าม เช่น รมต. อ่อนนอกแข็งในยุค โลกาภิวัตน์หรือโลกพิบัติ การตั้งชื่อเรื่องที่สื่อความหมายชักชวน เช่น การจราจรไทยควรเลิกใช้ระบบอภิสิทธิ์ หยุด ทำลายป่าไม้เสียที
๙๑ แบบฝึกพื้นฐาน การอ่านจับใจความสำคัญที่ ๓ ตัวอย่าง คำชี้แจง ให้นักเรียนตั้งชื่อเรื่องจากข้อความที่กำหนดให้ สมาคมเคมีแห่งชาติอเมริกันได้ศึกษาพบว่าเมล็ดถั่วเหลืองมีสารไฟโตเอสโตรเจน หรือไอโซฟ ลาโวนส์ซึ่งจะไปลดการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มโปรตีนในสมองที่มีบทบาทกระตุ้นให้เกิดโรคสมองเสื่อม หรือที่เรารู้จักกัน ที่โบนามของอัลไซเมอร์ ซึ่งเรามักพบในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน นอกจากนี้ สารไฟโตเอสโตรเจน ยังมี คุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและโรคกระดูกได้ด้วย ที่มา : http://www.bbznet.com/scripts/view.php?user=healthy&board=5&id=&c= ชื่อเรื่อง ดื่มน้ำเต้าหู้ไม่เป็นอัลไซเมอร์ หมายเหตุ คำตอบอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมและขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ครูผู้สอน รูปถ่ายนี้โดย ไม่ทราบผเู้ขียน ลิขสิทธิ์ของ CC BY-SA
๙๒ ๑. ส่วนสำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหาเด็กติดเกม คือ การตั้งกติกาก่อนเล่นเกมครั้งแรก คือ ก่อนที่จะซื้อเกม หรืออนุญาตให้เด็กเล่นเกมครั้งแรก ควรตั้งกติกากันก่อนว่าจะให้เล่นได้กี่ชั่วโมง หรือ จะให้เล่นได้เฉพาะในวัน ไหนบ้าง เพราะการมาตั้งกติกากันทีหลังเมื่อเด็กติดเกมไปแล้ว เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก ทีมา :https://www.it24hrs.com/2014/problem-of-game/Search ชื่อเรื่อง ......................................................................................................................................................
๙๓ ๒. เราสามารถช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ได้ด้วยการช่วยกันรักษาป่าในท้องถิ่นของเราที่เหลืออยู่ มิให้ ถูกทำลาย เพิ่ม แล้วช่วยกันปลูกต้นไม้ขึ้นมาทดแทนต้นไม้ที่ถูกตัดไปให้มากที่สุด และเร็วที่สุด นอกจากนั้นแล้วยังต้อง ช่วยกันป้องกันไฟป่า มิให้เผาไหม้ทำลายต้นไม้และชีวิตสัตว์ป่า และยังต้อง ช่วยกันเผยแพร่และ ประชาสัมพันธ์ ความรู้ด้านป่าไม้ให้คนในท้องถิ่นได้ตระหนัก ถึงความสำคัญของ ป่าไม้ ประโยชน์ป่าไม้ และ โทษการทำลายป่า ให้เขาเหล่านั้นเข้าใจเรื่องป่าไม้อย่างถูกต้องเข้าใจการ ทำงานของเจ้าหน้าที่ แล้วหันมาให้ ความร่วมมือกับท่าน ร่วมมือกับทางราชการในการป้องกันรักษา ป่าและช่วยกันปลูกไม้ในท้องถิ่นให้มาก ยิ่งขึ้น เนื่องจากป่าไม้นั้นให้ประโยชน์และเกี่ยวข้องกับเราทุก คน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคน ที่จะต้อง ช่วยกันรักษาป่าไม้ ที่มา : http://www.slac.th/html_edu/cgi-bin/sl/main_php/print_informed php?id_count_Inform-373 ชื่อเรื่อง ...................................................................................................................................................... ชื่อ-สกุล....................................................................................เลขที่................................
๙๔ เฉลยแบบฝึกพื้นฐาน การอ่านจับใจความสำคัญที่ ๓ ๑. ตอบ – ปัญหาเด็กติดเกม ๒. ตอบ – การอนุรักษ์ป่าไม้ หมายเหตุ คำตอบอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมและขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ครูผู้สอน
๙๕ ใบความรู้พื้นฐานการอ่านจับใจความที่ ๔ เรื่อง การฝึกจับใจความจากข้อความ ตำแหน่งใจความสำคัญ แนวทางการพิจารณาหาใจความสำคัญอย่างง่ายๆ นั้น ส่วนใหญ่จะพบว่าในความสำคัญจะ ปรากฏ อยู่ในตำแหน่งต้นตำแหน่งกลางหรือตำแหน่งท้ายของข้อความ ดังนี้ ๑) ใจความสำคัญอยู่ต้นข้อความ ในลักษณะที่ใจความสำคัญของข้อความปรากฏอยู่ใน ตำแหน่งต้นข้อความหรือย่อหน้า มักจะทำหน้าที่เป็นประโยคนำเพื่อบอกเล่าเรื่องราว แล้วจึงมี ข้อความอธิบายรายละเอียดสนับสนุนให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่าง กำแพงพระนครแต่เดิมนั้นเป็นเพียงเนินดินที่ถมไว้สูงเป็นกำแพง ต่อมาในสมัยสมเด็จพระ มหา จักรพรรดิ์จึงได้ก่อกำแพงอิฐเสริมขึ้นบนกำแพงดินเดิม ดังจะเห็นได้จากร่องรอยรากกำแพงอิฐ ที่เหลืออยู่บน เป็นดินที่สูงกว่าระดับปกติ ตั้งแต่ ๒ เมตร ถึง ๓ เมตร ตัวเพิ่งเป็นดินที่เป็นฐานกำแพง ตั้งกว้างอย่างน้อย ๑๖ เมตร กำแพงหนา ๔ เมตรเศษ โดยก่อเป็นผนัง ๒ ด้าน แล้วถมดินกับอิฐหักไว้ ตรงกลาง มีความสูงจากเชิง กำแพงถึงปลายใบเสมาประมาณ 5 เมตร เฉพาะใบเสมากว้างศอกคืบ (ประมาณ ๗๕ เซนติเมตร) หนา 5 ศอก (๑ เมตร) สูง ๒ ศอกคืบ (๓.๒๕ เมตร) ส่วนสูงของกำแพงถ้า วัดจากระดับเดิมถึงปลายใบเสมา สูงประมาณ ๔ วา (4 เมตร) วัดแนวกำแพงพระนครได้ ๓๓๐ เส้น หรือประมาณ ๑๒ กิโลเมตร (๑๒,๔๐๐ เมตร) สำหรับวัสดุ ที่ใช้ก่อกำแพงนั้นมีกล่าวถึงในคำให้การขุน หลวงวัดประดู่ทรงธรรมว่า มีทั้งอิฐ ศิลาแลง และศิลาแดง (พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ฉบับภาษาไทย-เขมร, สมาคมวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา: เชิงอรรถ) กำแพงพระนคร คือกรุงศรีอยุธยา จึงพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ได้ อธิบายว่า “ กำแพงพระนครแต่เดิมนั้นเป็นเพียงเป็นดินที่ถมไว้สูงมาก และในสมัยต่อมาจึงได้มีการก่อ กำแพงอิฐเสริมขึ้นบนกำแพงดินเดิม” ๒) ใจความสำคัญอยู่กลางข้อความ ลักษณะใจความสำคัญที่ปรากฏอยู่ตอนกลางของ ข้อความหรือย่อหน้า คือการที่ผู้เขียนกล่าวเกริ่นนำเพื่อเชื่อมโยงเข้าหาใจความสำคัญ แล้วจึงมีการ อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม ๓) ใจความสำคัญท้ายข้อความ การที่ใจความสำคัญอยู่ท้ายข้อความหรือย่อหน้าคือ วิธีการ นำเสนอ ที่ผู้เขียน มุ่งให้รายอมเสียดเหตุผลของการนำเสนอ แล้วจึงสรุปประเด็นสำคัญหรือความคิด รวบยอดไว้ตอนท้ายของ
๙๖ แบบฝึกพื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญที่ ๔ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากข้อความ คำชี้แจง นักเรียนอ่านข้อความแล้วบอกว่าข้อความสำคัญอยู่ในส่วนใด พร้อมทั้งเขียน ข้อความสำคัญ ๑. การที่คนปิดทองท่านพระครูวัดฉลอง เป็นแรกที่จะเกิดประเพณีปิดทองคนเป็นๆ เหมือน เช่น พระพุทธรูปหรือเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นธรรมดาที่กิตติศัพท์จะเลื่องระบือเกียรติคุณของท่านพระ ครูวัดฉลอง แพร่หลาย จนนับถือกันไปทุกหัวเมืองทางทะเลตะวันตก ใช่แต่เท่านั้น แม้จนในเมืองปีนัง อันเป็นอาณาเขตของ อังกฤษ คนก็พากันนับถือท่านพระครูวัดฉลอง เพราะที่เมืองปีนัง พลเมืองมีไทย และจีนเชื้อสายไทย ผู้ชายเรียก กันว่า “บาบ๋า” หญิงเรียกกันว่า “ยอหยา” ล้วนถือพระพุทธศาสนา อยู่เป็นอันมากเขาช่วยกันสร้างวัดและ นิมนต์พระสงฆ์ไทยไปอยู่หลายวัด แต่ในเมืองปีนังไม่มีพระเถระ พวกชาวเมืองทั้งพระและคฤหัสถ์จึงสมมติท่าน พระครูวัดฉลองให้เป็นมหาเถระสำหรับเมืองปีนัง นิทานโบราณคดี : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงเดชานุภาพ) ข้อความสำคัญอยู่ในส่วน .............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................. ข้อความ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. .................................
๙๗ ๒. การคาดผ้าแถบและห่มสไบเฉียง สำหรับชาวบ้านโดยทั่วไปแล้วไม่ค่อยได้ทำอะไรหรูหรา พิสดารที่จะพบว่าปักดิ้นหรือใช้ผ้าราคาแพงก็แทบจะไม่มี ดังนั้นเมื่อจะดูที่ประดิดประดอยตกแต่ง หรูหรา จริงๆ ก็ต้องดู ที่ผ้าห่มสไบเฉียงของเจ้านายชั้นสูง (เรียกเป็นราชาศัพท์ว่า “ ผ้าทรงสะพัก”) ผ้าทรงสะพักมักเป็นผ้าทอง “ตาย” เป็นภาษาเปอร์เซีย แปลว่า ทอ มีทั้งคาดเงิน ตาดทอง คือทอง ด้วยทองแล่ง คือแผ่นเงินชุบทองตัดเป็น เส้นเล็กๆ นำมาทอกับเส้นไหม ถ้าไม่ได้ชุบทองก็เป็นตาดเงิน ผ้าคาดมีหลายชนิดตามสายทอ หรือการปัก เช่น ทอเป็นลายหยักขึ้นลงก็เรียกว่า “ตาดคดกริซ” ถ้า เอาผ้าคาดมาปักด้วยปีกแมลงทับจริงๆ ก็เรียกว่า “ คาดปีก แมลงทับการนุ่งผ้ายก ห่มดอก ถือเป็น เครื่องยกใหญ่ของฝ่ายใน เช่น ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุ ภาพเล่าถึงการแต่งกายในสมัย รัชกาลที่ ๕ ในหนังสือความทรงจำ ที่มา - การแต่งกายสมัยรัตนโกสินทร์ : เอนก นาวิกมูล ข้อความสำคัญอยู่ในส่วน ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ข้อความ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................. ๓. “ข้าศึกที่มาประชิดบ้านเมือง สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนฉันใด ความโลภ กลุ้มรุมจิตใจก็ยัง ความ รุ่มร้อนแก่จิตใจฉันนั้น และประชาชนจะกลับอยู่เย็นเป็นสุขก็เพราะใช้กองทหารตีข้าศึกให้แตก ไปฉันใด จิตใจ จะสงบเยือกเย็นก็เพราะได้กำจัดความโลภ และเผื่อแผ่ความสุขด้วยการให้ทานฉันนั้น ทานกับการรบจึงมี ลักษณะที่เปรียบเทียบกันได้ ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกมาเป็นบทกระทู้ว่า ทานฺญจ ยทฺธนญฺจ สมาน พาห ท่านว่าทานกับการรบเสมอกัน ข้อความสำคัญอยู่ในส่วน ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ข้อความ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................. ชื่อ-สกุล.....................................................................................เลขที่................................