The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษา ฉบับสมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธัญชนก ฤทธิมาส, 2024-05-21 12:04:53

แบบฝึกการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษา ฉบับสมบูรณ์

แบบฝึกการอ่านการเขียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษา ฉบับสมบูรณ์

๑๔๘ ขั้นที่หนึ่ง → การประมวลความ เป็นการประมวลความรู้ความคิดได้มาจาก ๓ ทาง คือ ทางที่ ๑ จากประสบการณ์เดิม ได้แก่ การพยายามรวบรวมออกมาให้ได้ว่า ใคร ทำ อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ผลเป็นอย่างไร ทางที่ ๒ ประมวลจากความรู้ใหม่ ได้แก่ การเปรียบเทียบการสังเกต ทางที่ ๓ ประมวลจากความรู้สึกความคิดคำนึงและความสะเทือนใจอันเป็นผลจาก ประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ การเห็น การได้ยิน การรู้รส การได้กลิ่นและการได้ สัมผัส การประมวลความ หัวข้อที่มีความเกี่ยวข้องกับ “วัฒนธรรมตะวันตก” ๑. ความหมายของวัฒนธรรม ๒. ที่เกิดแห่งวัฒนธรรม ๓. วิวัฒนาการของวัฒนธรรม ๔. การแบ่งแยกวัฒนธรรม ๕. ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมในที่ต่าง ๆ ๖. ความแพร่หลายของวัฒนธรรมตะวันตก ๗. วัฒนธรรมของคนตะวันตกกับของคนตะวันออก ๘. การยอมรับวัฒนธรรมตะวันตก ๙. ผลดีของวัฒนธรรมตะวันตก ๑๐. ผลเสียของวัฒนธรรมตะวันตก ๑๑. การที่วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาร่วมกับวัฒนธรรมตะวันออก ๑๒. วัฒนธรรมตะวันตกในเมืองไทย ๑๓. ผลของวัฒนธรรมตะวันตกต่อจิตใจของคนไทยทั่วไป ๑๔. วัฒนธรรมตะวันตกในทัศนะของผู้ใหญ่ ๑๕. วัฒนธรรมตะวันตกในทัศนะของวัยรุ่น ๑๖. การคัดค้านวัฒนธรรมตะวันตก


๑๔๙ ขั้นที่สอง → การเลือกสรรความ เมื่อได้หัวข้อรายละเอียดของโครงเรื่องแล้ว ก็นำมาเลือกสรร การที่ต้องนำมาเลือกสรร เพราะ บางครั้งหัวข้อที่เราประมวลได้มาจากขั้นที่ ๑ มาก เกินไป บางข้อก็ไม่จำเป็นและบางข้อก็มีความสำคัญ น้อย ดังนั้นเราจึงต้องเลือกให้เหมาะสม ในหัวข้อที่ได้มานั้น จะเห็นว่า ข้อ ๔. และ ข้อ ๕. ควรจะรวมกัน ได้ เพราะ เป็นการแบ่งวัฒนธรรมด้วยกัน ข้อ ๙. และ ข้อ ๑๐. ควรรวมเป็น "ผลดีผลเสียของวัฒนธรรม ตะวันตก" ข้อ ๘. และ ข้อ ๑๖. ควรรวมกัน ข้อ ๑๓, ๑๔ และ ๑๕ ก็ควรรวมกันได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อถึงข้อนี้เราก็จะได้ หัวข้อโครงเรื่องเพียง ๑๒ หัวข้อเท่านั้น คือ หัวข้อโครงเรื่อง ๑๒ หัวข้อ คือ ๑. ความหมายของวัฒนธรรม ๒. แหล่งกำเนิดของวัฒนธรรม ๓. วิวัฒนาการของวัฒนธรรม ๔. การแบ่งแยกและความแตกต่างของวัฒนธรรมตะวันออกกับตะวันตก ๕. การแพร่หลายของวัฒนธรรมตะวันตก ๖. การยอมรับและคัดค้านวัฒนธรรมตะวันตก ๗. การที่วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามารวมกับวัฒนธรรมตะวันออก ๘.วัฒนธรรมตะวันตกในทัศนะของคนตะวันออก ๙. วัฒนธรรมตะวันตกในเมืองไทย ๑๐. วัฒนธรรมตะวันตกในทัศนะของคนไทย ๑๑. ผลดีและผลเสียของวัฒนธรรมตะวันตกในปัจจุบัน ๑๒. ผลดีและผลเสียของวัฒนธรรมตะวันตกในอนาคต ขั้นที่สาม → การจัดสรรความ หลังจากได้รวบรวมและเลือกสรรความคิดแล้ว เราก็ต้องจัดความรู้ ความคิดนั้นมาวางเข้าไว้ให้ ได้ระเบียบ คือ พิจารณาดูว่า เนื้อความข้อใด ควรเขียนก่อน ข้อใดควรเขียนหลัง ข้อใดควรจัดเข้าเป็น หมวดหมูไว้กับส่วน ใด ทั้งนี้โดยพิจารณาตามหลักการลำดับเหตุการณ์และลำดับความสำคัญ เป็นเกณฑ์ เราต้องการเขียนเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจก็ต้องจัดเรื่องที่จะเรียบเรียง นั้นให้มีความสัมพันธ์กันเป็นสำคัญ


๑๕๐ การวางโครงเรื่องเรียงความ ( เรื่องที่ ๑ ) เรื่อง วัฒนธรรมตะวันตก 1. คำนำ ความหมายของวัฒนธรรม 2. เนื้อเรื่อง 1. แหล่งกำเนิดของวัฒนธรรม 2. วิวัฒนาการของวัฒนธรรม 3. การแบ่งแยกและความแตกต่างของวัฒนธรรมในสิ่งต่าง ๆ 3.1 วัฒนธรรมตะวันออก 3.2 วัฒนธรรมตะวันตก 4. การแพร่หลายของวัฒนธรรมตะวันตก 5. การยอมรับและคัดค้านวัฒนธรรมตะวันตกของคนตะวันออก 6. การที่วัฒนธรรมตะวันตกเข้ามารวมกับวัฒนธรรมตะวันออก 7. การที่วัฒนธรรมตะวันตกในทัศนะชองคนตะวันออก 8. วัฒนธรรมตะวันตกในเมืองไทย 9. วัฒนธรรมตะวันตกในทัศนะของไทย 3. สรุป 1. ผลดีและผลเสียของวัฒนธรรมตะวันตกในปัจจุบัน 2. ผลดีและผลเสียของวัฒนธรรมตะวันตกในอนาคต การวางโครงเรื่องเรียงความ ( เรื่องที่ ๒ ) เรื่อง คุณค่าของดนตรี 1. คำนำ บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 2. เนื้อเรื่อง 1. ความสำคัญของดนตรี 2. ประโยชน์ของดนตรี 3. ประเภทของดนตรี 4. ดนตรีกับศิลปะ 5. บทพระราชนิพนธ์เกี่ยวกับดนตรี 6. บรมครูกับดนตรีไทย 3. สรุป เน้นย้ำให้เห็นคุณค่าของดนตรีในด้านต่าง ๆ


๑๕๑ ใบกิจกรรมที่ ๓.๑ เรื่อง การวางโครงเรื่อง ก่อนการเขียนเรียงความ คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายวิธีวางโครงเรื่องที่ควรนำมาใช้ ก่อนการเขียนเรียงความมาโดยละเอียด ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) เกณฑ์การประเมิน : ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) ทำได้ 10 คะแนน ทำได้ 8-9 คะแนน ทำได้ 4-7 คะแนน ทำได้ 0-3 คะแนน คะแนนเต็ม คะแนนที่ผ่านการประเมิน คะแนนที่ได้ ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน 10 7 ผ่าน ไม่ผ่าน ชื่อ-สกุล...............................................................................................ชั้น................เลขที่.......... ………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………..


๑๕๒ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนโครงเรื่องของเรียงความ เรื่อง การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) ใบกิจกรรมที่ ๓.๒ เรื่อง การวางโครงเรื่อง ก่อนการเขียนเรียงความ เรื่อง การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ส่วนที่ ๑ คำนำ ( ๓ คะแนน ) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ส่วนที่ ๒ เนื้อเรื่อง ( ๔ คะแนน ) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………


๑๕๓ เกณฑ์การประเมิน : ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) ทำได้ 10 คะแนน ทำได้ 8-9 คะแนน ทำได้ 4-7 คะแนน ทำได้ 0-3 คะแนน คะแนนเต็ม คะแนนที่ผ่านการประเมิน คะแนนที่ได้ ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน 10 7 ผ่าน ไม่ผ่าน ส่วนที่ ๓ สรุป ( ๓ คะแนน ) …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ-สกุล...............................................................................................ชั้น................เลขที่..........


๑๕๔ คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียนในช่อง ตัวอักษร ก ข ค และ ง ที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ( 15 ข้อ คะแนนเต็ม 15 คะแนน) 1. ขึ้นต้นด้วยข้อคิดเตือนใจเป็นส่วนใดของ เรียงความ ก. สรุป ข. คำนำ ค. ชื่อเรื่อง ง. เนื้อเรื่อง 2. เนื้อเรื่องของการเขียนเรียงความ เป็นส่วนที่ เขียนต่อมาจากอะไร ก. สรุป ข. คำนำ ค. ชื่อเรื่อง ง. เนื้อเรื่อง ๓. เรื่องใดต่อไปนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับนักเรียน ที่จะนำมาเขียนเรียงความ ก. การเมืองยุคปัจจุบัน ข. ทำไมโลกจึงร้อนขึ้น ค. เศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ง. เรียนอย่างไรให้สนุก 4. การตั้งชื่อเรื่องเรียงความตามข้อใด ไม่ควร ปฏิบัติ ก. ตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง ข. ตั้งชื่อเรื่องตามต้องการโดยไม่ต้อง คำนึงถึงเนื้อหา ค. ตั้งชื่อเรื่องให้มีความทันสมัยและ สัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง ง. ตั้งชื่อเรื่องโดยเลือกใช้ภาษาที่ กระชับมีความหมายชัดเจน 5. “ตามที่ผมได้ประสบการณ์มา ผมเห็นว่า วิธี นี้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ ”ประโยคที่ขีดเส้นใต้นี้ ถ้าจะ แก้ไขให้ดีขึ้น ควรแก้ไขอย่างไร ก. ตามที่ผมได้ประสบมา ข. ตามที่ผมได้มีประสบการณ์มา ค. ตามที่ผมได้ประสบการณ์มาแล้ว ง. ตามที่ผมได้มีประสบเหตุการณ์มา 6. ข้อใดใช้คำถูกต้องเหมาะสมที่สุด ก. หัวหน้าบริษัทให้เลขานุการติด ประกาศ ข. ข้าพเจ้าขอนำท่านผู้ชมไปสู่รายงาน พิเศษ ค. ดิฉันถูกเชิญไปเป็นวิทยากรที่ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ง. ขอให้รักษาความหอมไว้เป็นนิรันดร์ ดุจดังดอกมะลิ 7. คำในข้อใดควรนำใช้ในการเขียนเรียงความ ก. คำต่ำ ข. คำสแลง ค. คำภาษาปาก ง. คำที่ตรงความหมาย แบบทดสอบท้ายบทเรียน เรื่อง การเขียนเรียงความ


๑๕๕ ๘. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. ย่อหน้าหนึ่งๆจะต้องมีใจความเป็น เอกภาพ ข. ย่อหน้าหนึ่งๆจะต้องมีความสำคัญ ประการเดียว ค. เรียงความเรื่องหนึ่งๆแต่ละย่อหน้า ต้องมีความยาวเท่ากัน ง. เรียงความเรื่องหนึ่งๆต้อง ประกอบด้วยข้อความหลายๆ ย่อหน้า ๙. การป้องกันไม่ให้ความคิดวกวนในการเขียน เรียงความ ควรทำอย่างไร ก. วางโครงเรื่อง ข. วางรูปแบบสรุป ค. วางรูปแบบคำนำ ง. วางรูปแบบข้อคิด 10. ถ้าจะเขียนเรียงความที่มีลักษณะเรื่องเป็น แนวให้ความรู้ ควรเลือกเรื่องตามหัวข้อใด ก. พระปิยมหาราช ข. ถ้าฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ค. ความงามของทะเลยามเย็น ง. เราจะอนุรักษ์งานสงกรานต์ ๑๑. ข้อใดเป็นอิสระในการเขียนเรียงความ ก. ภาษา ข. รูปแบบ ค. ข้อคิดเห็น ง. เนื้อหาสาระ ๑๒. การวางโครงเรื่องของเรียงความที่ดี ประกอบด้วยข้อใด ก. เนื้อหาดี ความคิดเห็นดี สรุปดี ข. เนื้อหาดี ความคิดเห็นดี คำนำดี ค. ความคิดเห็นดี คำนำดี โครงเรื่องดี ง. โครงเรื่องดี เนื้อหาดี ความคิดเห็นดี ๑๓. ถ้าเราเขียนเรียงความแล้วไม่มีการสรุปจะ ทำให้เรียงความนั้นเป็นอย่างไร ก. ไม่มีข้อคิด ข. ไม่สวยงาม ค. ไม่กะทัดรัด ง. ไม่มีความพร้อม ๑๔. ประโยคใดเรียงลำดับคำได้เหมาะสมที่สุด ก. ฝนตกถนนลื่นมาก ข. ฝนตกหนักจนทางข้างหน้ามอง ไม่เห็น ค. เขาไม่ทราบสิ่งถูกต้องว่าเป็นอย่างไร ง. วันนี้อาจารย์บรรยายวิชาต่าง ๆ ให้ฟัง ๑๕. ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับผู้เขียนเรียงความ ใหม่ๆ คือข้อใด ก. การไม่ศึกษาค้นคว้า ข. การไม่วางโครงเรื่อง ค. การไม่รู้จักเลือกคำ ง. การไม่มีความรู้ในเรื่องที่จะเขียน **********************


๑๕๖ คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) 1. ส่วนประกอบของเรียงความ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ( 2 คะแนน ) เฉลย 1.1 คำนำ เป็นส่วนสำคัญต่อการเขียนเรียงความ เพราะจะช่วยเร้าความสนใจให้กับผู้อ่าน และเป็นการนำเข้าสู่เรื่องตลอดจนเป็นส่วนที่นะนำให้ผู้อ่านทราบเค้าโรงของเรียงความ 1.2 เนื้อเรื่อง เป็นส่วนที่ขยายความจากคำนำ โดยแยกยะเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ ส่วน เนื้อเรื่องนี้อาจมีหลายย่อหน้า ขึ้นอยู่กับเรื่องที่เขียน 1.3 สรุป เป็นส่วนสุดท้ายที่เน้นสาระของเรื่องที่จะสรุปประเด็นหรือข้อคิดของเรื่องก็ได้ ควรใช้ถ้อยคำกะทัดรัด 2. หลักในการเขียนเรียงความที่ดี มีลักษณะในการเขียนอย่างไร ( 3 คะแนน ) เฉลย 2.1. ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ 2.2. ลำดับความคิด กำหนดแนวทางที่จะเขียนจัดเป็นโครงเรื่อง โดยทำเป็นหัวข้อ 2.3. นำโครงเรื่องมาเขียนร่างเป็นย่อหน้าโดยขึ้นอยู่กับเรื่องที่เขียน 2.4. นำสิ่งที่เขียนร่างมาปรับปรุงแก้ไขให้เป็นเรียงความที่สมบูรณ์ 2.5. ปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำสำนวนให้ถูกต้อง สละสลวย 3. เรียงความ มีขั้นตอนในการเขียนอย่างไร ( เรียงตามลำดับ 3 คะแนน ) เฉลย 3.1. แบ่งส่วนต่าง ๆ เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำเรื่องหรือคำนำ เนื้อเรื่องและส่วนสรุปเรื่อง แล้ววางโครงเรื่องในแต่ละส่วนว่าจะกล่าวถึงอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้การเขียนเป็นไปตามลำดับ ความคิด ไม่วกวน 3.2. เขียนร่างรายละเอียดตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้ในแต่ละส่วน 3.3. เขียนเป็นข้อความติดต่อกันตลอดเรื่องตามเรื่อง ตามรายละเอียดที่ร่างไว้ และแก้ไข เพิ่มเติมให้แต่ละส่วนมีความเชื่อมโยงกัน 3.4. อ่านทบทวน แก้ไข ขัดเกลาภาษา สำนวนให้ถูกต้องสละสลวย 4. เรียงความที่ดี ควรมีลักษณะในการเขียนอย่างไร จงอธิบายมาให้ชัดเจน ( 2 คะแนน ) เฉลย 4.1. เขียนได้ถูกต้องตามรูปแบบของเรียงความ คือ มีคำนำ เนื้อเรื่องและสรุป 4.2. มีเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง ชัดเจน 4.3. ให้ข้อคิดหรือแสดงความคิดเห็น 4.4. ใช้สำนวนภาษาได้อย่างสละสลวยและสอดคล้องกับเรื่อง เฉลยคำตอบใบกิจกรรมที่ 1.1 เรื่อง องค์ประกอบของการเขียนเรียงความ


๑๕๗ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ “ ครอบครัวของนักเรียน ” พร้อมตั้งชื่อเรื่องให้มีความน่าสนใจ ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) คำถามเพื่อเป็นแนวทางในการเขียน เฉลย - บอกชื่อตัวเองว่าชื่ออะไร - บ้านตั้งอยู่ที่ไหน - สมาชิกในครอบครัวมีใครบ้าง - เล่าเหตุการณ์ที่ประทับใจ - เสนอแนวคิดในการอยู่ร่วมกันและการเป็นสมาชิกที่ดีต่อครอบครัว ครอบครัวดอกไม้ ดิฉันชื่อ น้ำอ้อย บ้านตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช สมาชิกในครอบครัวของ ดิฉันมีคุณพ่อ คุณแม่ คุณยาย ดิฉันมีพี่ชาย 1 คน ชื่อว่า พี่อาร์ม มีน้องสาว 1 คน ชื่อว่า น้องแอน ครอบครัวของดิฉันมีด้วยกัน 6 คน บ้านของดิฉันประกอบอาชีพขายไม้ดอกไม้ประดับ ก่อนดิฉันมา โรงเรียน ดิฉันชอบไปเดินชมไม้ดอกไม้ประดับเพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ดิฉันรู้สึกสดชื่น เจริญตา เจริญ ใจ ทำให้ดิฉันคิดถึงเหตุการณ์ที่ประทับใจในวันวานที่คุณตาประดู่ซึ่งเป็นคุณตาของดิฉันพาดิฉันวิ่ง เล่นไล่จับผีเสื้อ คุณตาให้ดิฉันขี่คอ ความรู้สึกสุขกายสุขใจในวันนั้นดิฉันยังจำได้ดี มาถึงวันนี้คุณตา ของดิฉันไม่อยู่แล้วเหลือเพียงภาพความทรงจำที่ตราตรึงอยู่ในใจของดิฉัน ทุกวันนี้ดิฉันคิดอยู่เสมอ ว่า ดิฉันจะประพฤติปฏิบัติตนเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ในครอบครัว ขยันหมั่นเพียร มี น้ำใจต่อสมาชิกในครอบครัวที่สำคัญเวลามีปัญหาเกิดขึ้นต้องรู้จักการให้อภัย เฉลยคำตอบใบกิจกรรมที่ 1.2 เรื่อง องค์ประกอบของการเขียนเรียงความ


๑๕๘ คำชี้แจง ให้นักเรียนตั้งชื่อเรื่องจากภาพที่กำหนดลงในแผนภาพความคิดให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งระบายสีภาพให้สวยงาม ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) ( อยู่ในดุลยพินิจครูผู้สอน ) ชื่อเรื่องเรียงความ 1. กตัญญูบูชาครู 6. ครูดีที่ฉันรัก 2. ครูคือผู้ให้ 7. ครูดีในดวงใจ 3. จากหัวใจมอบให้ครู 8. เรือจ้างสร้างชีวิต 4. พระคุณที่สาม 9. ครูผู้ให้ชีวิต 5. ศิษย์มีครู 10. บูชาพระคุณครู เฉลยคำตอบใบกิจกรรมที่ 2.1 เรื่องการตั้งชื่อเรื่องเรียงความ


๑๕๙ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนภาพความคิด ตั้งชื่อเรื่องเรียงความเกี่ยวกับตนเองและ ครอบครัว พร้อมทั้งระบายสีให้สวยงาม ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) แผนภาพความคิดเกี่ยวกับตนเองและครอบครัว ( อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน ) ชื่อเรื่องเรียงความ 1. ครอบครัวของฉัน 6. รู้รอบครอบครัวฉัน 2. ครอบครัวสุขสันต์ 7. รักครอบครัวด้วยหัวใจ 3. บ้านฉันเอง 8. อบอุ่นใจในครอบครัว 4. ครอบครัวตัวกลม 9. รู้จักครอบครัวฉัน 5. ครอบครัวล้อมรัก 10. ครอบครัวหรรษา เฉลยใบกิจกรรมที่ 2.2 เรื่องการตั้งชื่อเรื่องเรียงความ


๑๖๐ คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายวิธีวางโครงเรื่องที่ควรนำมาใช้ก่อนการเขียนเรียงความมาโดย ละเอียด ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) เฉลย วิธีวางโครงเรื่อง มี ๓ ลำดับขั้นตอน คือ ขั้นที่ ๑ การประมวลความ เป็นการประมวลความรู้ ความคิด ได้มาจาก ๓ ทาง คือ ทางที่ ๑ จากประสบการณ์เดิม ได้แก่ การพยายามรวบรวมออกมาให้ได้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ผลเป็นอย่างไร ทางที่ ๒ ประมวลจากความรู้ใหม่ ได้แก่ การเปรียบเทียบการสังเกต ทางที่ ๓ ประมวลจากความรู้สึก ความคิดคำนึงและความสะเทือนใจอันเป็นผลจาก ประสาทสัมผัสทั้ง ๕ คือ การเห็น การได้ยิน การรู้รส การได้กลิ่นและการได้สัมผัส ขั้นที่ ๒ การเลือกสรรความ เมื่อได้หัวข้อรายละเอียดของโครงเรื่องแล้วก็นำมาเลือกสรร เพราะ บางครั้งหัวข้อที่เราประมวลได้มาจากขั้นที่ ๑ มากเกินไป บางข้อก็ไม่จำเป็นและบางข้อก็มี ความสำคัญน้อย ดังนั้นเราจึงต้องเลือกให้เหมาะสม ขั้นที่ ๓ การจัดสรรความ หลังจากได้รวบรวมละเลือกสรรความคิดแล้ว เราก็ต้องจัดความรู้ ความคิดนั้นมาวางเข้าไว้ให้ได้ระเบียบ คือ พิจารณาดูว่า เนื้อความข้อใดควรเขียนก่อน หลัง ข้อใด ควรจัดหมวดหมู่ไว้กับส่วนใด ทั้งนี้โดยพิจารณาตามหลักการ ลำดับเหตุการณ์และลำดับ ความสำคัญเป็นเกณฑ์ เราต้องเขียนเรื่องให้ผู้อ่านเข้าใจ จัดเรื่องที่จะเรียบเรียงนั้นให้มี ความสัมพันธ์กันเป็นสำคัญ เฉลยใบกิจกรรมที่ 3.1 เรื่องการวางโครงเรื่องก่อนการเขียนเรียงความ


๑๖๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนโครงเรื่องของเรียงความ เรื่อง การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) เฉลย เรื่อง การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ส่วนที่ 1 คำนำ ( 3 คะแนน ) คำนำ ใช้สุภาษิต คำขวัญ คำคม เกี่ยวกับเรื่องการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ส่วนที่ 2 เนื้อเรื่อง ( 4 คะแนน ) เนื้อเรื่อง 1. การออกกำลังกายเป็นประจำ 2. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 3. การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว 4. การทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส 5. การพักผ่อนให้เพียงพอ ส่วนที่ 3 สรุป ( 3 คะแนน ) สรุป ใช้คำคม ฝากข้อคิด ให้ปฏิบัติตนเกี่ยวกับ เรื่อง การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เฉลยใบกิจกรรมที่ 3.2 เรื่อง การวางโครงเรื่องก่อนการเขียนเรียงความ


๑๖๒ เฉลยแบบทดสอบท้ายบทเรียน เรื่อง การเขียนเรียงความ คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียนในช่อง ตัวอักษร ก ข ค และ ง ที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ( 15 ข้อ คะแนนเต็ม 15 คะแนน) 1. ข้นต้นด้วยข้อคิดเตือนใจเป็นส่วนใดของเรียงความ ก. สรุป ข. คำนำ ค. ชื่อเรื่อง ง. เนื้อเรื่อง คำตอบ ข. คำนำ เพราะคำนำเป็นส่วนแรกของเรียงความ จึงต้องเขียนให้ผู้อ่านอยากอ่าน โดยการ การยกข้อคิด คติเตือนใจ หรือคำคม มากล่าวนำ 2. เนื้อเรื่องของการเขียนเรียงความ เป็นส่วนที่เขียนต่อมาจากอะไร ก. สรุป ข. คำนำ ค. ชื่อเรื่อง ง. เนื้อเรื่อง คำตอบ ข.คำนำ เพราะเรียงความประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป โดยเนื้อเรื่องจะ เขียนต่อจากคำนำ 3. เรื่องใดต่อไปนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับนักเรียนที่จะนำมาเขียนเรียงความ ก. การเมืองยุคปัจจุบัน ข. ทำไมโลกจึงร้อนขึ้น ค. เศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ง. เรียนอย่างไรให้สนุก คำตอบ ง. เรียนอย่างไรให้สนุก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวนักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่าง กว้างขวาง 4. การตั้งชื่อเรื่องเรียงความตามข้อใด ไม่ควรปฏิบัติ ก. ตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง ข. ตั้งชื่อเรื่องตามต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงเนื้อหา ค. ตั้งชื่อเรื่องให้มีความทันสมัยและสัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง ง. ตั้งชื่อเรื่องโดยเลือกใช้ภาษาที่กระชับ มีความหมายชัดเจน คำตอบ ข. ตั้งชื่อเรื่องตามต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงเนื้อหา เพราะในการตั้งชื่อเรื่องของเรียงความ นั้นผู้เขียนจะต้องตั้งชื่อเรื่องให้ตรงกับเนื้อเรื่องและควรใช้คำที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน 5. “ตามที่ผมได้ประสบการณ์มา ผมเห็นว่า วิธีนี้ดีกว่าวิธีอื่น ๆ ”ประโยคที่ขีดเส้นใต้นี้ ถ้าจะ แก้ไขให้ดีขึ้น ควรแก้ไขอย่างไร ก. ตามที่ผมได้ประสบมา ข. ตามที่ผมได้มีประสบการณ์มา ค. ตามที่ผมได้ประสบการณ์มาแล้ว ง. ตามที่ผมได้มีประสบเหตุการณ์มา คำตอบ ข. ตามที่ผมได้มีประสบการณ์มา เพราะเป็นข้อความที่เรียบเรียงคำตามหลักไวยกรณ์ได้ ถูกต้อง


๑๖๓ 6. ข้อใดใช้คำถูกต้องเหมาะสมที่สุด ก. หัวหน้าบริษัทให้เลขานุการติดประกาศ ข. ข้าพเจ้าขอนำท่านผู้ชมไปสู่รายงานพิเศษ ค. ดิฉันถูกเชิญไปเป็นวิทยากรที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ง. ขอให้รักษาความหอมไว้เป็นนิรันดร์ดุจดังดอกมะลิ คำตอบ ก. หัวหน้าบริษัทให้เลขานุการติดประกาศ เนื่องจากใช้ภาษาระดับเดียวกันทั้งประโยค 7. คำในข้อใดควรนำใช้ในการเขียนเรียงความ ก. คำต่ำ ข. คำสแลง ค. คำภาษาปาก ง. คำที่ตรงความหมาย คำตอบ ง. คำที่ตรงความหมาย เนื่องจากสามารถสื่อสารได้ตรงความหมาย ไม่กำกวม สามารถสื่อ ความได้ตรงตามที่ผู้เขียนต้องการ 8. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. ย่อหน้าหนึ่งๆจะต้องมีใจความเป็นเอกภาพ ข. ย่อหน้าหนึ่งๆจะต้องมีความสำคัญประการเดียว ค. เรียงความเรื่องหนึ่งๆแต่ละย่อหน้าต้องมีความยาวเท่ากัน ง. เรียงความเรื่องหนึ่งๆต้องประกอบด้วยข้อความหลายๆย่อหน้า คำตอบ ค. เรียงความเรื่องหนึ่ง ๆ แต่ละย่อหน้าต้องมีความยาวเท่ากัน เนื่องจากเรียงความแต่ละย่อ หน้าไม่จำเป็นจำต้องมีความยาวเท่ากัน ความยาวของแต่ละย่อหน้าขึ้นอยู่กับสาระหนือประเด็น ความคิดและรายละเอียดที่จะขยายความว่าต้องการแค่ไหน 9. การป้องกันไม่ให้ความคิดวกวนในการเขียนเรียงความ ควรทำอย่างไร ก. วางโครงเรื่อง ข. วางรูปแบบสรุป ค. วางรูปแบบคำนำ ง. วางรูปแบบข้อคิด คำตอบ ก. วางโครงเรื่อง เนื่องจากการวางโครงเรื่องช่วยในการกำหนดขอบข่ายของเนื้อหาและเรียบ เรียงความคิด ทำให้เนื้อเรื่องไม่วกวนสับสน 10. ถ้าจะเขียนเรียงความที่มีลักษณะเรื่องเป็นแนวให้ความรู้ ควรเลือกเรื่องตามหัวข้อใด ก. พระปิยมหาราช ข. ถ้าฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ค. ความงามของทะเลยามเย็น ง. เราจะอนุรักษ์งานสงกรานต์ คำตอบ ง. เราจะอนุรักษ์งานสงกรานต์เนื่องจากข้อ ก. เป็นแนวพระราชชีวประวัติ ข้อ ข,ค เป็นแนว แสดงความคิดเห็น 11. ข้อใดเป็นอิสระในการเขียนเรียงความ ก. ภาษา ข. รูปแบบ ค. ข้อคิดเห็น ง. เนื้อหาสาระ คำตอบ ค. ข้อคิดเห็น เนื่องจากผู้เขียนเรียงความสามารถเขียนแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ แต่ ต้องอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง ไม่พาดพิงหรือกล่าวให้ร้ายผู้อื่นให้เกิดความเสียหาย


๑๖๔ 12. การวางโครงเรื่องของเรียงความที่ดี ประกอบด้วยข้อใด ก. เนื้อหาดี ความคิดเห็นดี สรุปดี ข. เนื้อหาดี ความคิดเห็นดี คำนำดี ค. ความคิดเห็นดี คำนำดี โครงเรื่องดี ง. โครงเรื่องดี เนื้อหาดี ความคิดเห็นดี คำตอบ ง. โครงเรื่องดี เนื้อหาดี ความคิดเห็นดี เพราะหากมีโครงเรื่องดีเนื้อหาก็จะไม่วกวน และต้อง ไม่แสดงความคิดเห็นพาดพิงให้บุคคลหรือองค์กรใดได้รับความเสียหาย 13. ถ้าเราเขียนเรียงความแล้วไม่มีการสรุปจะทำให้เรียงความนั้นเป็นอย่างไร ก. ไม่มีข้อคิด ข. ไม่สวยงาม ค. ไม่กะทัดรัด ง. ไม่มีความพร้อม คำตอบ ก. ไม่มีข้อคิด เพราะการสรุปเป็นการลงท้ายหรือส่งท้ายเรื่อง จึงจำเป็นต้องมีข้อคิดและย้ำ แนวความคิดหรือประเด็นสำคัญของเรื่องอีกครั้งหนึ่งเป็นการส่งท้าย 14. ประโยคใดเรียงลำดับคำได้เหมาะสมที่สุด ก. ฝนตกถนนลื่นมาก ข. ฝนตกหนักจนทางข้างหน้ามองไม่เห็น ค. เขาไม่ทราบสิ่งถูกต้องว่าเป็นอย่างไร ง. วันนี้อาจารย์บรรยายวิชาต่าง ๆ ให้ฟัง คำตอบ ก. ฝนตกถนนลื่นมาก เนื่องจากเรียบเรียงตามหลักไวยกรณ์ได้ถูกต้อง 15. ปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับผู้เขียนเรียงความใหม่ ๆ คือข้อใด ก. การไม่ศึกษาค้นคว้า ข. การไม่วางโครงเรื่อง ค. การไม่รู้จักเลือกคำ ง. การไม่มีความรู้ในเรื่องที่จะเขียน คำตอบ ข. การไม่วางโครงเรื่อง เพราะผู้เขียนขาดประสบการณ์ด้านการเขียนเรียงความและได้รับการ สอนด้วยวิธีการผิด ๆ *********************************************


๑๖๕ คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา ๑. นายยงศักดิ์ เชาวน์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต ๑ ๒. นางสาวอัญชลี นามสนธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต๑ ๓. นางปรียา สงค์ประเสริฐ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศตามตามและประเมินผลการศึกษา คณะดำเนินงาน ๑. นางสาวอัญชลี นามสนธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต๑ ๒. นางปรียา สงค์ประเสริฐ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศตามตามและประเมินผลการศึกษา ๓. นางสาวธัญชนก ฤทธิมาส ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ๔. นางฐิตารีบ้างสกุลวิวัฒน์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ๕. นางสาวมณฑกานติ์ติ เพชรอักษร ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ๖. นางสาวจริยา ทองหอม ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการพิเศษ ๗. นางฐิตา สงอาจินต์ ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการพิเศษ ๘. นางสาวชไมพร คำเอียด ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการ ๙. นางสาวผกามาศ จันทร์มณี ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการ ๑๐. นายเอกวัฒน์ จุลเลศ ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการ ๑๑. นายสรวิศ จันพุ่ม ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการ ๑๒. นายสิทธิไกร กุลสวน ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการ ๑๓. นางสาวสุลาลัย ทองดี ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการ ๑๔. นางสาวณัฐญดา หิมคุณ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ๑๕. นางสาวโสรยา นุ่นแก้ว พนักงานพิมพ์ คณะผู้จัดทำ ๑. นางสาวธัญชนก ฤทธิมาส ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ๒. นางสาวสุลาลัย ทองดี ศึกษานิเทศชำนาญการ ๓. นางสาวสุนิสา วิทยาศิริศักดิ์ ครูโรงเรียนบ้านบางกระบือ ๔. นางชนานุช กิจบรรทัด ครูโรงเรียนราษฎร์บำรุง ๕. นางสาวอมรรัตน์ ล่องกุลบุตร ครูโรงเรียนวัดบางตะพาน


๑๖๖ ๖. นางสาวอรุณรัตน์ รอดรังนก ครูโรงเรียนบ้านไสใหญ่ ๗. นางสาวเพ็ญสินี ศรีวิบูลย์ ครูโรงเรียนวัดบางใหญ่ ๘. นางสุภรณ์ ศรีเทพ ครูโรงเรียนบ้านสันยูง ๙. นางสาววลัยพร เดชรักษา ครูโรงเรียนบ้านนาเคียน ๑๐. นางสาวซูรียาณี คลังสี ครูโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ ๑๑. สุจิตตรา สุตระ ครูโรงเรียนวัดมุขธารา ๑๒. นางสาวสุดาพร อินขลิบ ครูโรงเรียนบ้านปากพญา บรรณาธิการกิจ ๑. นางสาวธัญชนก ฤทธิมาส ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ๒. นางสาวจุฑาทิพ พรหมณะ ครูโรงเรียนวัดโคกพิกุล สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๓ ออกแบบปกและจัดรูปเล่ม ๑. นางสาวธัญชนก ฤทธิมาส ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ๒. นางสาวซูรียาณี คลังสี ครูโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ ผู้รับผิดชอบโครงการ ๑. นางสาวธัญชนก ฤทธิมาส ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ๒. นางสาวสุลาลัย ทองดี ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ


๑๖๗


Click to View FlipBook Version