๙๘ แบบฝึกพื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญที่ ๔ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากข้อความ ๑. ข้อความสำคัญอยู่ในส่วน กลางของข้อความ ข้อความ ใช่แต่เท่านั้น แม้จนในเมืองปีนังอันเป็นอาณาเขตของ อังกฤษ คนก็พากันนับถือท่านพระครูวัดฉลอง ๒. ข้อความสำคัญอยู่ ส่วนท้ายของข้อความ ข้อความ การนุ่งผ้ายก ห่มตาด ถือเป็นเครื่องยกใหญ่ของฝ่ายใน เช่น ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเล่าถึงการ แต่งกายในสมัยรัชกาลที่ ๕ ในหนังสือความทรงจำ ๓. ข้อความสำคัญอยู่ ตอนกลาง ข้อความ จิตใจจะสงบเยือกเย็นก็เพราะได้ก าจัดความโลภ และเผื่อ แผ่ความสุขด้วยการให้ทาน
๙๙ แบบทดสอบ การอ่านจับใจความสำคัญ ๑. บทประพันธ์ต่อไปนี้ให้ความสำคัญในเรื่องใดอย่างชัดเจน (ข้อสอบโอเน็ต ปี ๒๕๕๙) เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับคน ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย ก. ความอดทน ข. สถานศึกษา ค. การศึกษาเล่าเรียน ง. ความขยันหมั่นเพียร อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๒ และ ข้อ ๓ องค์การนานาซ่ากล่าวถึงการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจากการส่งยานอวกาศไป สำรวจดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ยานอวกาศดังกล่าวจะมองหาดาว ฤกษ์และดวงดาวที่อยู่ใกล้ๆ กาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา การค้นพบครั้งใหม่นี้สร้างความตื่นเต้น ให้แก่นักดาราศาสตร์เป็นอย่างมากเนื่องจากบรรดาดวงดาวที่ค้นพบทั้ง ๑๐ ดวงซึ่งมีขนาดและ อุณหภูมิใกล้เคียงกับโลก เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต ๒. ข้อใดคือใจความสำคัญของข้อความข้างต้น (ข้อสอบโอเน็ต ปี ๒๕๖๐ ) ก. การค้นพบครั้งนี้เป็นการค้นพบครั้งใหม่ซึ่งน่าตื่นเต้นมาก ข. ดาวเคราะห์ทั้ง ๑๐ ดวงนี้น่าจะมีขนาดและอุณหภูมิใกล้เคียงกับโลก ค. ข้อมูลการค้นพบดาวเคราะห์ได้มาจากยานอวกาศขององค์การนาชา ง. องค์การนาซาค้นพบดาวเคราะห์ ๑๐ ดวงนอกระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตอาจอยู่อาศัยได้ ๓. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของข้อความข้างต้น (ข้อสอบโอเน็ต ปี ๒๕๖๐ ข้อ ๕) ก. ให้ความรู้ ข. จรรโลงใจ ค.โน้มน้าวใจ ง. ให้คำแนะนำ
๑๐๐ ๔. ข้อใดคือใจความสำคัญของข้อความต่อไปนี้ (ข้อสอบโอเน็ต ปี ๒๕๖๑) ข้อ ๑) เกษตรกรรมทางเลือกเป็นการทำเกษตรที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ผสมผสาน การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ งดเว้นหรือลดการใช้สารเคมีให้น้อยลง ปัจจุบันมีความ ต้องการพืชผัก ปลอดสารพิษในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ทำให้เกษตรกรรมทางเลือกเป็นแนวทางที่ เกษตรกรน่าจะอยู่รอดได้ ก. สารเคมีเป็นอันตรายต่อสุขภาพของทุกคน ข. เกษตรกรรมทางเลือกช่วยให้เกษตรกรอยู่รอด ค. พืชผักปลอดสารพิษเป็นที่นิยมของผู้รักสุขภาพและคนทั่วไป ง. เกษตรกรรมทางเลือก เป็นการทำเกษตรที่งดเว้นหรือลดการใช้สารเคมี ๕.ข้อใดไม่มีความเกี่ยวข้องกับการอ่านจับใจความสำคัญ ก. การจับใจความสำคัญเป็นทักษะเบื้องต้นของการรับสาร ข. ใจความสำคัญคือความคิดสำคัญหรือประเด็นสำคัญของเรื่อง ค. การจับใจความสำคัญสามารถทำได้ทั้งการรับสารด้วยการอ่านและการฟัง ง. การจับใจความสำคัญด้วยการฟังไม่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมก่อนการฟัง ๖. “ท้องฟ้ามีอยู่แบบท้องฟ้า ก้อนเมฆลอยอยู่แบบก้อนเมฆ พระอาทิตย์สาดแสงในแบบของ พระอาทิตย์นกร้องแบบที่มันร้อง ดอกไม้สวยงามเป็นธรรมชาติของดอกไม้ ลมพัดเพราะมันคือลม หอยทากเดินช้าอย่างที่หอยทากเป็น เหมือนธรรมชาติกำลังกระซิบบอกฉันว่ามันเพียงเป็นของมัน อย่างนั้น มันไม่ร้องขอ ฉันจะมองเห็นมัน หรือไม่เห็นมัน มันไม่เรียกร้องให้ต้องชื่นชม ต้องแลกเปลี่ยน ต้องขอบคุณ เป็นของมันอย่างนั้น ไม่ได้ต้องการอะไร มันเพียงแต่เป็นไป ทุกอย่างเป็นธรรมชาติของ มัน” ใจความสำคัญของข้อความนี้ตรงกับข้อใด ก. ธรรมชาติไม่เคยสนใจมนุษย์ ข. ธรรมชาติไม่เคยเรียกร้องอะไรจากมนุษย์ ค. ธรรมชาติไม่ต้องการคำชื่นชมจากมนุษย์ ง. ทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติ ล้วนมีความสวยงาม ๗. “คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ตัว ยังคงอยากได้อะไรที่มากขึ้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง เกียรติยศชื่อเสียง หรือความรัก และก็มักจะไม่ได้ดังใจนึก ความทุกข์ก็ยิ่งมากขึ้นตามวัยที่มากขึ้นด้วย” ใจความสำคัญ ของข้อความนี้ตรงกับข้อใด ก. ความอยากของมนุษย์เพิ่มตามอายุ ข. คนเราเมื่ออายุมากขึ้น ความต้องการจะเพิ่มมากขึ้น ค. ถ้ามนุษย์อยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด ก็จะยิ่งมีแต่ความทุกข์ ง. ความทุกข์ของมนุษย์เกิดจากความต้องการในทรัพย์สิน เงินทอง
๑๐๑ “พระองค์ผู้เป็นพระราชาจงจำภาษิตโบราณไว้ว่าลิ้นคนนั้นตัดคอคนเสียมากต่อมากแล้ว….. ในเวลาเดินทางนั้นข้าพเจ้าจะเล่านิทานเล่น เพราะปราชญ์ผู้มีความรู้ย่อมใช้เวลาของตนในเรื่อง หนังสือ มิใช่ใช้เวลาในการนอนแลการขี้เกียจอย่างคนโง่ ในเวลาเล่านิทานนั้นข้าพเจ้าจะตั้งปัญหาถาม พระองค์ และพระองค์ต้องสัญญาข้อนี้เสียก่อน ข้าพเจ้าจึงจะยอมไปด้วย คือเมื่อข้าพเจ้าตั้งปัญหา ถ้าพระองค์ตอบ จะเป็นด้วยกรรมบันดาลให้ตอบหรือด้วยแพ้ความฉลาดของข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้า ล่อให้ทรงแสดงความเย่อหยิ่งว่ามีความรู้ก็ตาม ถ้าตรัสตอบปัญหาข้าพเจ้าเมื่อใด ข้าพเจ้าจะกลับไปที่ อยู่ของข้าพเจ้า ต่อเมื่อพระองค์ไม่ตอบปัญหาเพราะได้สติหรือด้วยความโง่เขลาของพระองค์ก็ตาม ข้าพเจ้าจึงจะยอมไปด้วย ข้าพเจ้าขอทูลแนะนำเสียแต่ในบัดนี้ว่าพระองค์จะสงบความหยิ่งในพระ หฤทัยว่าเป็นผู้มีความรู้ เมื่อเกิดมาเป็นคนโง่แล้ว ก็จงยอมโง่เสียเถิด มิฉะนั้นพระองค์จะไม่ได้ ประโยชน์ซึ่งนอกจากข้าพเจ้าแล้ว ไม่มีใครจะอำนวยได้” ๘. “ลิ้นคนนั้นตัดคอคนมาเสียมากต่อมากแล้ว”ในข้อความนี้หมายความว่าอย่างไร ก. การพูดมักทำให้คนเสียประโยชน์ ข. คำพูดที่ไม่ระมัดระวังจะสร้างอันตรายให้เกิดแก่ตนเอง ค. การไม่รักษาคำพูดย่อมมีผลเสียหายทำให้บุคคลผู้นั้นจะไม่ได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่น ตลอดไป ง.คนที่พูดโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบเสียก่อนคำพูดนั้นจะสร้างความลำบากให้เกิดขึ้นใน ภายหลัง ๙. “วรรณคดีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองล้วนเกิดจากประสบการณ์และจินตนาการของมนุษย์ที่ แสดงออกทางภาษาในรูปแบบต่างๆและมีพัฒนาการมาโดยลำดับตามความเจริญของมนุษยชาติ การ เรียนวรรณคดีส่งเสริมพัฒนาทางความคิด อารมณ์ และคุณธรรมได้อย่างดียิ่ง ช่วยให้ผู้เรียนมีโลก ทัศน์กว้างขึ้น เข้าใจตนเอง เพื่อนมนุษย์และสังคมโดยส่วนรวมดีขึ้น” ข้อความข้างต้นไม่กล่าวถึงคุณค่าด้านใดของวรรณคดี ก. คุณค่าด้านสังคม ข.คุณค่าด้านจริยธรรม ค.คุณค่าสติปัญญา ง. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๑๐.“ลูกทุกคนที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดีหรือไม่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดก็ดี ก็จะต้องส่งออกไป เรียนวิชาทุกคนตามแต่โอกาสจะเป็นไปได้ เสมือนได้แบ่งมรดกให้แก่ลูกเสมอๆ กันทุกคน” ข้อความนี้แสดงค่านิยมตามข้อใด ก. สติปัญญาเป็นสมบัติที่สำคัญที่สุด ข. พ่อแม่ย่อมรักลูกทุกคนเท่าเทียมกัน ค. การศึกษาเป็นมรดกสำคัญที่พ่อแม่มอบให้แก่ลูก ง. บุคคลไม่ว่าจะมีสติปัญญาดีหรือไม่ดีย่อมมีโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน
๑๐๒ ๑๑. “หน้านี้น้ำน้อยมันแห้งเหือดหดแคบ ขอดแนบพื้นล่าง มีหาดทรายขาวสะอาดโผล่เป็นแนวยาวอยู่ ตรงกลาง” จากข้อความข้างต้นผู้เขียนต้องการสื่อความใดเป็นสำคัญ ก. ลำคลองมีแต่ทราย ไม่มีน้ำ ข. ลำคลองดูแคบลงเพราะน้ำมีน้อย ค. หาดทรายเป็นแนวยาวดูสวยงามมาก ง. หาดทรายโผล่แทนที่สายน้ำอันชุ่มฉ่ำ ๑๒. ข้อใดไม่อนุมานได้จากข้อความนี้ "เราควรส่งเสริมให้คนจบสายอาชีพระดับโรงเรียนและวิทยาลัยเทคนิคสามารถมีงานที่ได้ ค่าตอบแทนสูงมีช่องทางก้าวหน้าพอสมควรเหมือนอย่างในประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมหลายแห่ง วิทยาลัยเทคนิคต่างๆ เวลานี้มักได้นักเรียนที่มีความรู้พื้นฐานอ่อนเข้าไปเพราะคนที่เก่งกว่ามุ่งไปเรียน สายสามัญเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยกันหมดทำให้ประเทศไทยเราพัฒนาช่างฝีมือที่ดีได้น้อยต้องแก้ทั้ง ค่าตอบแทน ค่านิยม และการประชาสัมพันธ์ด้านข่าวสารข้อมูล" ก. เราควรพัฒนาความสามารถของช่างฝีมือชั้นสูง ข. เราควรเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการแก่ผู้ที่จบสายอาชีพ ค. เราควรรับนักเรียนคะแนนดีเข้าเรียนในวิทยาลัยเทคนิคเพิ่มขึ้น ง. เราควรประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนเก่งๆมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยเทคนิค ชื่อ-สกุล..............................................................................เลขที่..............................
๑๐๓ เฉลย แนวข้อสอบ O-net ๑. ค. การศึกษาเล่าเรียน เพราะบทประพันธ์พูดถึงเรื่อง ความรู้ การศึกษา และการมีวิชาความรู้ ๒. ง. องค์การนาซาค้นพบดาวเคราะห์ ๑๐ ดวงนอกระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตอาจอยู่อาศัยได้ เพราะ เมื่อพิจารณาคำสำคัญจะพบว่า มี ๑ คำ คือ คำว่า “องค์การนานาซ่า” จากนั้น จึง พิจารณาตัดส่วนขยายใจความสำคัญที่ปรากฏ ดังนี้ (๑) “องค์การนานาซ่ากล่าวถึงการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจากการส่งยานอวกาศ ไปสำรวจดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒” เพราะเป็นการบรรยายเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นของคำว่า “องค์การนานาซ่า” ซึ่งเป็นคำสำคัญของย่อหน้านี้ (๒) การขยายความด้วยการให้เหตุผลมักจะปรากฏการใช้คำเชื่อมแสดงเหตุผล “จึง” ซึ่งมี ลักษณะโครงสร้างคือ เหตุ + “จึง” + ผล ส่วนที่เป็นใจความสำคัญ คือ ส่วนที่แสดงผล แต่บทความนี้ มีการละคำเชื่อม “จึง” ไว้ตรงประโยคสุดท้าย ดังนั้น ถ้าเติมคำว่า “จึง” ไว้หน้าประโยค “เอื้อต่อการ อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต” ก็จะได้ใจความสำคัญครบถ้วน ๓. ก. ให้ความรู้ เพราะเป็นการเสนอข้อค้นพบขององค์การนาซ่า ให้ความรู้คือ สิ่งที่สั่งสมมาจากการศึกษา การค้นคว้า การค้นพบ จรรโลงใจ คือ การรักษาดูแลจิตใจไว้ไม่ให้เสื่อม โน้มน้าวใจ คือ การทำให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อ ความศรัทธา ให้คำแนะนำ คือ ชี้แนวทางให้ทำหรือปฏิบัติ ๔. ง. เกษตรกรรมทางเลือกเป็นการทำเกษตรที่งดเว้นหรือลดการใช้สารเคมี เพราะ เมื่อพิจารณาคำสำคัญจะพบว่า มี ๑ คำ คือ คำว่า “เกษตรกรรมทางเลือก” จากนั้น จึงพิจารณาตัดส่วนขยายใจความสำคัญที่ปรากฏว่า หลังประโยค “เกษตรกรรมทางเลือกเป็นการทำ เกษตรที่หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี” เป็นแจกแจงถึงความสำคัญของคำว่า “เกษตรกรรมทางเลือก” ซึ่ง เป็นคำสำคัญของย่อหน้านี้ ๕. ง. การจับใจความสำคัญด้วยการฟังไม่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมก่อนการฟัง เพราะการจับใจความสำคัญเป็นทักษะเบื้องต้นของการรับสารไม่ว่าด้วยวิธีการอ่านหรือฟัง ผู้รับสารจะต้องค้นหาความคิดสำคัญหรือประเด็นของเรื่องให้ได้ ซึ่งการจับใจความสำคัญด้วยการฟัง หากผู้ฟังพอจะทราบหัวข้อของการฟังก็ควรที่จะเตรียมความพร้อม โดยหาความรู้เบื้องต้น เพื่อให้ง่าย ต่อการทำความเข้าใจ รวมถึงเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ๖. ง. ทุกอย่างที่เป็นธรรมชาติ ล้วนมีความสวยงาม เพรา จากข้อความได้กล่าวถึง ความเป็นไปของธรรมชาติ ธรรมชาติทุกสิ่งล้วนเป็นไปตาม แบบฉบับของมัน และด้วยความที่เป็นธรรมชาติมันจึงสวยงาม
๑๐๔ ๗. ค. ถ้ามนุษย์อยากได้ไม่มีที่สิ้นสุด ก็จะยิ่งมีแต่ความทุกข์ เพราะ สาระสำคัญของข้อความที่กำหนด คือ มนุษย์ทุกคนมีความอยาก ความต้องการไม่มีที่ สิ้นสุด เมื่ออยากได้ก็ย่อมมีแต่ความทุกข์ที่ไม่มีสิ้นสุดเช่นกัน ๘. ข. คำพูดที่ไม่ระมัดระวังจะสร้างอันตรายให้เกิดแก่ตนเอง เพราะ ข้อนี้ถ้านักเรียนเลือกตอบข้อ ง ซึ่งดูเหมือนน่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องให้ดูคำว่า ลิ้น คน ในที่นี้หมายถึง คำพูด ประโยคนี้เน้นความว่า คำพูดที่ “อะไร” สักอย่าง “ตัดคอคน” ดังนั้น ประเด็นไม่ใช่เรื่อง เสียประโยชน์ ตัด ก ทิ้ง ไม่ใช่เรื่อง การไม่รักษาคำพูด ตัด ข ทิ้งข้อ ง น้ำหนัก ความเบี่ยงจากคำว่า “ตัดคอคน” แค่สร้างความลำบากให้เกิดขึ้น แต่ข้อ ข ระบุชัดว่าสร้างอันตราย ให้เกิดแด่ตนเอง ตรงกับความหมายที่ซ่อนนัยในคำว่า“ตัดคอคน” มากที่สุด ๙. ง. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ เพราะโจทย์ข้อนี้ต้องการชี้ให้ดูว่า มีคำสำคัญตรงกัน ๓ ข้อ ข้อ ก พัฒนาทางความคิด ตรงกับ คุณค่าด้านสังคม ข้อ ข .....และคุณธรรม ตรงกับ คุณค่าด้านจริยธรรม ข้อ ค ช่วยให้ผู้เรียนมีโลกทัศน์กว้างขึ้นเข้าตนเอง เพื่อนมนุษย์ และสังคม ตรงกับ คุณค่า สติปัญญา เพราะฉะนั้นเวลาทำข้อสอบจริง ดูให้รอบคอบ โยงคำสำคัญให้ตรงกัน จะได้มั่นใจว่าตอบ ถูกต้องจริง ๑๐.ง. บุคคลไม่ว่าจะมีสติปัญญาดีหรือไม่ดีย่อมมีโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน อธิบาย ประเด็นของตัวบทนี้คือคำว่า “โอกาส” เนื้อความคือ ลูกจะฉลาดไม่ฉลาดพ่อก็ ต้องให้โอกาสไปเรียนหนังสือทุกคน เพราะฉะนั้น ไม่ควรตอบข้อ ก (คำสำคัญข้อนี้คือ สติปัญญา) ไม่ควรตอบข้อ ข เพราะผิดประเด็น และข้อ ค เพราะถูกลวงด้วยคำว่า“มรดก” ดูให้ดี ๆ ว่า ความ เปรียบ “เสมือนได้แบ่งมรดกให้แก่ลูกเสมอๆกันทุกคน” ขยายคำไหน ในที่นี้ ขยายคำว่า “โอกาส” พ่อแม่ต้องให้โอกาสลูกเรียนหนังสือเหมือนต้องแบ่งมรดกให้ลูกเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้น ตอบข้อ ค ไม่ได้ ๑๑. ข. ลำคลองดูแคบลงเพราะน้ำมีน้อย อธิบาย ถ้านักเรียนตอบข้อ ง ซึ่งเป็นคำตอบที่ดูเผิน ๆ น่าจะถูกให้สังเกตว่า ผู้ออกข้อสอบ มักจะดึงถ้อยคำในตัวบทมาสร้างตัวลวง ตัวบทพูดถึง “หาดทราย” ตัวเลือกข้อ ก ลวงว่า มีแต่ทราย ตัวบทพูดว่า “มีหาดทรายโผล่เป็นแนวยาวอยู่ตรงกลาง” ลวงให้นักเรียนตอบข้อ ง ดูดี ๆ “โผล่ เป็นแนวยาว” หมายความว่า หาดทรายมีอยู่แล้ว พอน้ำน้อย หรือน้ำลดก็เห็นหาดทรายโผล่ขึ้นมา ไม่ใช่ “โผล่แทนที่” ถ้าพูดตามตัวเลือกข้อ ง หมายความว่า ไม่เคยมีหาดทรายอยู่ตรงนั้น พอน้ำน้อย ก็มีหาดทรายเกิดขึ้นมา และในที่นี้ ตัวเลือกใช้คำว่า สายน้ำอันชุ่มฉ่ำเป็นคำที่เกินจากตัวบทข้อนี้ดูง่าย ๆ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ประโยคแรก “หน้านี้น้ำน้อย มันแห้งเหือดหดแคบขอดแนบพื้นล่าง” เมื่อน้ำ น้อย “มัน” ในที่นี้คือ ลำคลอง ก็หดแคบลง ตอบข้อ ข จบป่ะ
๑๐๕ ๑๒. ก. เราควรพัฒนาความสามารถของช่างฝีมือชั้นสูง ข้อนี้ไม่น่าจะมีใครตอบผิด เว้นเสียแต่ไม่ดูโจทย์ให้รอบคอบ ให้สังเกตประโยคแรก เขียนว่า “เราควรส่งเสริมให้คนจบสายอาชีพระดับโรงเรียนและวิทยาลัยเทคนิคสามารถมีงานที่ได้ค่าตอบแทน สูงมีช่องทางก้าวหน้าพอสมควร” ดังนั้น ตัวบทไม่ได้พูดว่าให้พัฒนาความสามารถของช่างฝีมือชั้นสูง คำว่า “ช่างฝีมือชั้นสูง”อยู่ในประโยคสรุปทำนองว่าเพราะมีนักเรียนที่เรียนอ่อนเข้ามาเรียนใน วิทยาลัยเทคนิคจำนวนมากจึงทำให้เราพัฒนาช่างฝีมือชั้นสูงได้น้อย อย่าจับประเด็นผิด!
๑๐๖ เรื่อง การเขียนย่อความ ตัวชี้วัด ท 2.1 ม.1/5 เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน ท 2.1 ม.2/4 เขียนย่อความ ท 2.1 ม.3/4 เขียนย่อความ วิธีการเขียนย่อความ การเขียนย่อความ คือ การจับใจความสำคัญ มาเรียบเรียงใหม่ ให้สั้น กระชับ เข้าใจง่าย โดย เป็นสำนวนภาษาของผู้ย่อเอง ซึ่งเมื่อหลังจากที่อ่านเนื้อหาที่ย่อความแล้วยังสามารถที่จะเข้าใจเนื้อหา ได้ทั้งหมดงานเขียนแต่ละเรื่องประกอบด้วยย่อหน้าหลาย ๆ ย่อหน้า ซึ่งจะมี ทั้งใจความสำคัญและ พลความ ใจความสำคัญ (ประโยคหลัก) คือ ประโยคสำคัญของย่อหน้า ถ้าตัดออกจะเสีย ความหรือ ความเปลี่ยนไป โดยอาจอยู่ต้น กลาง หรือท้ายย่อหน้า หรืออยู่ทั้งตอนต้น และ ตอนท้ายย่อหน้าก็ได้ พลความ (ประโยคย่อย) คือ ข้อความที่เป็นส่วนขยายความ หากตัดออกก็ยังคงใจความ สำคัญเดิม เป็นการบอกคำนิยาม รายละเอียด ยกตัวอย่างประกอบ ข้อมูล ทางสถิติ ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ รายละเอียดที่สำคัญการเขียนย่อความที่ดี ประโยคหลัก (มุขยประโยค) คือ ประโยคหัวหน้าหรือประโยคหลัก เป็นประโยคสำคัญซึ่งจะ ขาดไม่ได้และมีได้เพียงประโยคเดียวต่อหนึ่งประโยคเท่านั้น ต้องจำว่า คือ ประโยคหลักเป็นประโยคที่เป็นใจความสำคัญที่ต้องการสื่อสาร ประโยคย่อย (อนุประโยค) คือประโยคเล็กที่ทำหน้าที่แต่งมุขประโยคให้ได้ความดีขึ้น ต้องจำว่า คือ ประโยคย่อยเป็นประโยคที่ทำหน้าที่ขยายความประโยคหลักให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น หลักการ การเขียนย่อความ เป็นการเก็บข้อความที่สำคัญแต่ละตอน มาเรียบเรียงใหม่ ให้ได้ใจความเดียวกัน ".. ย่อ ไม่ใช่ สรุป..." มีหลักในการเขียน ดังนี้ ๑. อ่านเรื่องให้เข้าใจและจับใจความสำคัญให้ได้โดยตัด ส่วนที่เป็นพลความ คือ คำนิยาม รายละเอียด ยกตัวอย่างประกอบ ข้อมูล ทางสถิติ ทิ้งไป ๒. จับประเด็นให้ได้ว่าใคร ทำอะไร ทีไหน เมื่อไหร่ อย่างไรบันทึกใจความสำคัญของเรื่อง ที่อ่านและนำมาเขียนเรียบเรียงใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง เน้นการใช้คำที่มีความหมายกระชับ ตรงไปตรงมาและไม่ใช้อักษรย่อ
๑๐๗ ๓. อ่านทบทวนใจความสำคัญที่เขียนเรียบเรียงแล้ว จากนั้นแก้ไขให้สมบูรณ์ โดยตัดข้อความ ที่ซ้ำซ้อนกันออก เพื่อให้เนื้อหากระชับ และเชื่อมข้อความให้สัมพันธ์กันตั้งเเต่ต้นจนจบ ๔. เขียนย่อความให้สมบูรณ์ โดยเขียนแบบขึ้นต้นของย่อความตามรูปแบบของประเภท ข้อความนั้นๆ เช่น การย่อนิทาน การย่อบทความ ๕. การเขียนย่อความไม่นิยมใช้สรรพยามบุรุษที่ ๑ และสรรพนามบุรุษที่ ๒ คือ ฉัน คุณ ท่าน แต่จะใช้สรรพนามบุรุษที่ ๓ เช่น เขา และไม่เขียนโดยใช้อักษรย่อ นอกจากนี้ หากมีการใช้คำราชา ศัพท์ต้องเขียนให้ถูกต้อง ไม่ควรตัดทอน 6. ไม่ใช้เครื่องหมายอัญประกาศ “_” ในข้อความที่ย่อแล้ว รูปแบบการเขียนย่อความ ๑. การย่อนิทาน นิยาย พงศาวดาร ให้บอกประเภท ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ที่มาของเรื่องเท่าที่ทราบ ๒. ย่อคำสอน คำกล่าวปาฐกถา ให้บอกประเภท ชื่อเรื่อง เจ้าของเรื่อง ผู้ฟัง สถานที่ และ เวลาเท่าที่จะทราบได้ เช่น ๓. การเขียนบทความทางวิชาการ ให้บอกประเภท ชื่อเรื่อง เจ้าของเรื่อง ที่มาของเรื่อง เช่น ๔. ย่อบันทึกเหตุการณ์(จดหมายเหตุ) ขั้นตอนการฝึก ๑. ฝึกบอก-เล่าเรื่องโดยย่อจากเรื่องที่อ่าน ๒. ฝึกการแยกประโยคหลักและประโยคย่อย ๓. ฝึกจับใจความแต่ละย่อหน้า ๔. ฝึกการย่อความแต่ละย่อหน้าให้เหลือประโยคหลัก 1 ประโยค ๕. ฝึกย่อความจากเรื่องที่อ่าน เทคนิคการฝึก ๑. ใช้บุรุษที่ ๓ , ถ้ามีราชาศัพท์ให้คงเดิม , ตัดเครื่องหมายทุกอย่างทิ้ง ๒. ฝึกวางรูปแบบการย่อไว้ในย่อหน้าแรก ย่อหน้าที่สองจึงเป็นเนื้อความของการย่อ ๓. ฝึกนำใจความสำคัญแต่ละย่อหน้า มาให้เหลือประโยคความเดียว ๑ ประโยค การเขียนย่อความที่ดีจะต้อง... 1. ผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้เข้าใจและจับใจความสำคัญให้ได้โดย ตัดส่วนที่เป็นพลความคือ คำนิยาม รายละเอียด ยกตัวอย่างประกอบข้อมูลทางสถิติ ทิ้งไป 2. ในการอ่านต้อง จับประเด็น ให้ได้ว่าใคร ทำอะไร ที่ใหน เมื่อไหร่ อย่างไร 3. นำใจความสำคัญนั้นมาเขียนเป็นสำนวนของตนเองเน้นการใช้คำที่มีความหมายกระชับ ตรงไปตรงมาและไม่ใช้อักษรย่อ 4. เปลี่ยนสรรพนามในเรื่องให้เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3เช่น ฉัน ผม ข้าพเจ้า คุณ เธอให้ เปลี่ยนเป็น พระองค์ ท่าน เขา ฯลฯ 5. ไม่ใช้เครื่องหมายอัญประกาศ " "ในข้อความที่ย่อแล้ว
๑๐๘ ชื่อ........................................................................................... ชั้น........................ เลขที่........................ แบบฝึกหัดที่ 1 ฝึกบอก-เล่าเรื่องโดยย่อจากเรื่องที่อ่าน เรื่อง ถังน้ำ 2 ใบ ชายคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบ หนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง…แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำ กลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันถังน้ำ ที่มีรอยแตกก็ รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของ จุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา หลังจากเวลา 2 ปี ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น วันหนึ่งที่ข้าง ลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า “ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำให้น้ำที่อยู่ข้างใน ไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน” คนตักน้ำตอบว่า “เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ว่ามีดอกไม้เบ่ง บานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่งเพราะข้ารู้ว่าเจ้ามีรอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้าและทุกวันที่เราเดินกลับ เจ้าก็เป็นผู้รดน้ำให้กับ เมล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกินข้าว ถ้าหาก ปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้” คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ ละคนมีนั้น อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้ สิ่งที่ต้องทำก็ เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน 1. ตัวละครในเรื่องนี้มีใครบ้าง ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ตัวละครจากเรื่องทำอะไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไหร่ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. สถานการณ์ในเรื่องเป็นอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คืออะไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๑๐๙ ชื่อ........................................................................................... ชั้น........................ เลขที่........................ แบบฝึกหัดที่ 2 ฝึกการแยกประโยคหลักและประโยคย่อย บทอ่านเรื่อง “รู้หรือไม่? นั่งไขว่ห้าง อันตรายต่อร่างกาย” การนั่งไขว่ห้าง ไม่ว่าจะเป็นในผู้ชายหรือผู้หญิง นับว่าเป็นพฤติกรรมที่หลายคนชอบทำกัน ทั้งตอน ทำงาน ตอนกินข้าว หรือนั่งเล่นก็ตาม แต่รู้หรือไม่ว่าการนั่งแบบนี้จะช่วยส่งผลเสียต่อร่างกายของเราได้ การนั่งไขว่ห้าง ถือเป็นท่านั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งจริงๆ แล้วการ นั่งไขว่ห้าง คือ ท่านั่งที่ถ่ายน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ กันเป็นเวลานานๆ และส่งผลกระทบต่อหลัง โดยตรง ทำให้กระดูกสันหลังเกิดการผิดรูปคดงอ ไปจนถึงหมอนรองกระดูกเสื่อมได้ มีหลายคนเมื่อ นั่ง ไขว่ห้างแล้วเกิดอาการปวดขาหรือขาชา เพราะคิดว่าสาเหตุมาจากการนั่งติดอยู่กับที่เป็นเวลานาน แต่แท้จริงแล้ว เกิดจากเส้นประสาทและเส้นเลือดถูกกดทับ ซึ่งมีผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เพื่อส่งเลือดไป หล่อเลี้ยงยังส่วนต่างๆ ของร่ายกาย โดยอาจทำให้เลือดสูบฉีดไปไม่ถึง จนส่งผลให้เกิดอาการชาที่บริเวนต้น ขาจากการนั่งไขว้ห้างนั่นเอง และนอกจากนี้อาจจะรู้สึกว่าต้นขาใหญ่ขึ้นกว่าปกติ ซึ่งสาเหตุมาจากเส้นเลือด บริเวณต้นขาถูกกดทับ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จนเกิดเป็นไขมันสะสมที่บริเวณต้นขา อย่างไรก็ตาม หากเคยชินกับการนั่งไขว่ห้างบ่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย ให้ลองนั่งสลับขาบ่อยๆ เพื่อช่วยให้ข้างใดข้างหนึ่งไม่แบกภาระจนเกินไป และยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพที่ตามมา อีกด้วย บทอ่านเรื่อง “รู้หรือไม่? นั่งไขว่ห้าง อันตรายต่อร่างกาย” จาก https://shorturl.asia/EOleC คำชี้แจง ให้นักเรียนแยกประโยคหลักและประโยครองจากเรื่องที่อ่านให้ถูกต้อง ตัวอย่าง ในชีวิตนั้นมีคำถามอยู่ ๓ คำถามที่จำเป็นต้องถามกับตัวเองอยู่เสมอ นั่นคือดีหรือเลว จริง หรือเท็จ งามหรืออัปลักษณ์ และการศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยเราตอบคำถามเหล่านั้น ประเด็นหลัก การศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยเราตอบคำถามเหล่านั้น ประเด็นรอง ในชีวิตนั้นมีคำถามอยู่ ๓ คำถามที่จำเป็นต้องถามกับตัวเองอยู่เสมอ ประเด็นหลัก ประเด็นรอง
๑๑๐ แบบฝึกหัดที่ 3 ฝึกจับใจความแต่ละย่อหน้า รู้จัก...โอเมก้า 3 การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วน ย่อมทําให้ร่างกายเจริญเติบโต สมส่วนตาม วัย หากร่างกายขาดสารอาหารที่จําเป็น หรือกินไม่ครบ 5 หมู่ เป็นเวลานาน ๆ จะทําให้เกิดโรคภัยไข้ เจ็บตามมา หรือพัฒนาการไม่เป็นไปตามวัยที่ควรเป็น เช่น ร่างกายแคระแกน เป็นต้น เราจึงควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน รวมทั้งสารอาหารที่มีความจําเป็นต่อร่างกาย ซึ่งสารอาหารบาง ชนิดร่างกายไม่สามารถ ผลิตได้เอง แต่จะได้จากการรับประทานอาหารเท่านั้น เช่น กรด ไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) โอเมก้า 3 คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ซึ่งไม่สามารถสร้าง เองได้ ต้อง ได้รับจากการบริโภคอาหาร แหล่งของ โอเมก้า 3 ได้จาก ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลา แม็คเคอเรล ปลาทูน่า หรือปลาน้ำจืดบางชนิด สำหรับประเทศไทย มี ปลาน้ำจืด ที่มีโอเมก้า 3 สูง และหาทานได้ง่ายทั่วไป เช่น ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาดุก เป็นต้น นอกจากนี้ สามารถพบได้ใน เมล็ด วอลนัทบรอคโคลี่ ดอกกะหล่ำ เต้าหู้ ผักขม กุ้ง หอยแครง ปลาเฮริ่ง ถั่วเหลือง ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเหมาะสม จะทำให้ร่างกาย ทำงานเป็น ปกติและแทบทุกระบบการทำงานภายในร่างกาย ต้องใช้ประโยชน์จากกรด ไขมันนี้ เช่น ระบบหลอด เลือดหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ขาดเลือดฉับพลัน โรคอัมพาต ระบบประสาท ช่วยเพิ่มความจํา ดีต่อสายตา ช่วยในการมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบสืบพันธุ์ ระบบข้อกระดูก นอกจากนี้ ยัง มีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ และที่สำคัญช่วยให้ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์และสดใส ช่วย กระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และเส้นใยอีลาสติน โอเมก้า 3 ดีต่อสตรีมีครรภ์ มีความสำคัญในการพัฒนาระบบประสาท ระบบสายตา และ ระบบสมอง ของทารกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด และใน ช่วง 6 เดือนแรก หลังจากคลอด โดยควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง โอเมก้า 3 ช่วยในการเจริญเติบโตของ เด็ก เช่น ช่วยพัฒนาการทำงานของสมอง และจิตใจ เพิ่มสมาธิ ความจําระยะสั้นและทักษะในการ อ่าน นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยปกปูองกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ดังนั้น จําเป็นอย่างยิ่งที่เด็กๆ ควรจะได้รับปริมาณโอเมก้า 3 ในระดับสมดุลกับอาหารของเด็ก ที่รับประทาน ในแต่ละวัน โอเมก้า 3 มีความสำคัญต่อสุขภาพ หลายคนพอได้ยินว่าเป็น ไขมัน ก็ไม่ยอมรับประทาน หากเลือกรับประทานไขมันที่ดี ก็จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และ เมื่อสุขภาพภายในของเราดีย่อมส่งผล ให้สุขภาพภายนอกดีตามมา เหมือนคําพูดที่ You are what you eat กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น จาก https://shorturl.asia/k8KyV โดย สำนักข่าวประชาสัมพันธ์
๑๑๑ ชื่อ........................................................................................... ชั้น........................ เลขที่........................ คำชี้แจง ให้นักเรียนสรุปใจความสำคัญจากบทอ่าน เรื่อง รู้จัก...โอเมก้า 3 ย่อหน้าละ 1 ใจความสำคัญ ให้ถูกต้อง ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ 1 …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………….................……………………………………………………… ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ 2 ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………......…………………………………………………………………… ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ 3 …………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………..................……………………………………………… ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ 4 …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………… ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ 5 …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………… ใจความสำคัญ ย่อหน้าที่ 6 …………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………
๑๑๒ แบบฝึกที่ 4 ฝึกการย่อความแต่ละย่อหน้าให้เหลือประโยคหลัก 1 ประโยค ตัวอย่าง ข้าวยำ เป็นอาหารท้องถิ่นทางภาคใต้ ที่นำข้าวมาคลุกรวมกับเครื่องปรุง และผักโดย เครื่องปรุงจะประกอบด้วย กุ้งแห้งปัน มะพร้าวคั่ว และน้ำบูดู ส่วนผัก ได้แก่ ถั่วฝักยาว ถั่วงอก ถั่วพู ตะไคร้ และใบยอ เช่นเดียวกับข้าวคลุกกะปีของภาคกลางแต่ชาวใต้จะนิยมนำสีจากพืช ดังเช่น สีเขียว จากใบเตย มาหุงข้าวเพื่อให้ข้าวมีสีสันน่ารับประทาน ประโยคหลัก คือ ข้าวยำเป็นอาหารท้องถิ่นทางภาคใต้ ที่นำข้าวมาคลุกรวมกับเครื่องปรุง และผัก ๑. ศิลปะแห่งการฟังนั้นไม่ได้หมายถึงการนั่งปล่อยให้ผู้อื่นพูดฝ่ายเดียว การทำเช่นนั้นง่ายเกินกว่าที่จะ นับว่าเป็นศิลปะ ศิลปะการฟังจึงหมายถึงความสามารถที่จะชักจูงผู้พูดให้หันเข้ามาหาเรื่องที่เขาถนัด คือแสดงให้เห็นว่าตนกำลังฟังคำพูดของเขาด้วยความตั้งใจ ประโยคหลัก คือ …………………………………………………………………………………………………………………….. ๒. ประเทศที่พัฒนาแล้วต่างตระหนักกันดีว่า การศึกษานั้นเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศที่ยอด เยี่ยมที่สุด การเร่งรัดพัฒนาทางวัตถุใด, จักล้มเหลวสิ้น หากประชาชนยังด้อยการศึกษา ประโยคหลัก คือ …………………………………………………………………………………………………………………….. ๓. วัดกับคนไทยมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งตลอดมา ในสมัยก่อนวัดเป็นทุกสิ่งทุกอย่างใน ชีวิตประจำวัน เป็นโรงเรียนอบรมสั่งสอนเด็ก เป็นศาลไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งของผู้ใหญ่ ประโยคหลัก คือ …………………………………………………………………………………………………………………….. ๔. ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน คือเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจความเป็น มนุษย์ และความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับธรรมชาติ มีความรัก ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติอย่างจริงใจ ประโยคหลัก คือ …………………………………………………………………………………………………………………….. ๕. ความเครียดทำให้เพิ่มฮอร์โมนอะดรีนาลีนในเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือดบีบตัวกล้ามเนื้อ เขม็งตึง ระบบย่อยอาหารผิดปกติและเกิดอาการปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น แข้งขา อ่อนแรง ความเครียดจึงเป็นตัวการที่เร่งให้แก่เร็ว ประโยคหลัก คือ ……………………………………………………………………………………………………………………..
๑๑๓ ๖. สารอาหารในข้าวกล้องจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยป้องกันโรคอ้วน ข้าวกล้องมีสารเส้นใย มากกว่าข้าวขาว ๘ เท่า ข้าวกล้องจะช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาลในอาหาร แล้วขับออกมาเป็นกาก อาหาร ทำให้ไขมันและน้ำตาลซึมเข้ากระแสเลือดน้อยลง ประโยคหลัก คือ …………………………………………………………………………………………………………………….. ๗. ปลาทูจากจังหวัดสมุทรสงครามหรือแม่กลองกินอร่อยกว่าปลาทูน่านน้ำอื่น เพราะนวลดินและ ระบบน้ำบริเวณก้นอ่าวไทยแถบจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามโดยเฉพาะบริเวณปากน้ำและ ก้นอ่าวแม่กลองจะเป็นดินเลนร่วนซุยซึ่งมีนวลดินที่ท าให้ปลาทูอร่อย ประโยคหลัก คือ …………………………………………………………………………………………………………………….. ๘. คนโบราณท่านแบ่งการปกครองในบ้านไว้ดังนี้คือ สามีเป็นใหญ่นอกบ้าน ซึ่งหมายความว่าสามีเป็น ผู้มีภาระหน้าที่ทำงานภายนอกบ้านเป็นงานอาชีพหาเงินเลี้ยงครอบครัว ส่วนภริยาเป็นใหญ่ในบ้าน ซึ่งหมายความถึงผู้รับผิดชอบในการปกครองดูแลกิจการในบ้านซึ่งเป็นพวกการบ้านงานครัวนั่นเอง หรือ “ สามีเป็นผู้หา ภริยาเป็นผู้เก็บ ( เงิน )” การแบ่งหน้าที่ของสามีและภริยากันเช่นนี้ทาให้คนแต่ ก่อนอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข ประโยคหลัก คือ …………………………………………………………………………………………………………………….. ชื่อ........................................................................................... ชั้น........................ เลขที่........................
๑๑๔ แบบฝึกที่ 5 ฝึกย่อความจากเรื่องที่อ่าน ระดมฉีดน้ำลดหมอกควัน หมอกควันยังปกคลุมทั่วภาคเหนือตอนบน “กรมควบคุมมลพิษ” สั่งระดมฉีดน้ำลดปริมาณ หมอกควันในอากาศ “แม่ฮ่องสอน ลำปาง” ฝุ่นละอองยังเกินค่ามาตรฐาน นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่าในหลายจังหวัดภาคเหนือ ได้มีการแก้ไขปัญหาหมอกควันใน พื้นที่ โดยการฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นไปในอากาศซึ่งเป็นไปตามแผนจัดการ และแก้ไขปัญหาหมอกควัน ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เมื่อพิจารณาจากสถิติเทียบกับปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าดีขึ้นอย่าง ชัดเจน ทั้งนี้การฉีดน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นในบรรยากาศเป็นการลดการสะสมของฝุ่นในเขตเมือง เพื่อลด ความรุนแรงของสถานการณ์หมอกควัน ขณะเดียวกันกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ ประจำวันที่ 26 มี.ค. 2560 พบว่า เพราะฝุ่นละอองสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสองจังหวัด ได้แก่ จ.ลำปาง และ จ.แม่ฮ่องสอน โดยค่าสูงสุดที่ตรวจวัดได้อยู่ที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 129 ไมโครกรัมต่อ ลูกบาศก์เมตร โดยสาเหตุของหมอกควัน คือ การลักลอบเผาเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ และการเตรียม พื้นที่เกษตร นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเตือนประชาชนที่ประสบปัญหา อันเนื่องมาจากปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ว่าประชาชนควรงดทำกิจกรรมนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือหลีกเลี่ยงการทำงานหนักที่ต้องออกแรงมาก เพราะจะ ส่งผลให้ร่างกาย ได้รับปริมาณฝุ่นละอองเข้าไปมากยิ่งขึ้น โดยกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว อาทิ โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคตาอักเสบ และโรคผิวหนังอักเสบ ถ้าต้องออกจากบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองหรือใช้ผ้าชุบน้ำ ให้ชุ่ม แล้วปิดจมูก เพื่อป้องกันการหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย สำหรับบ้านที่มีระบบปรับอากาศหรือ ระบบ กรองอากาศ ควรเปลี่ยนหรือหมั่นล้างระบบกรองอากาศเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสูด ฝุ่นละอองเข้าสู่ร่างกาย ข่าวเรื่องระดมฉีดน้ำลดหมอกควัน จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10413 วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม 2560 โฟกัสสิ่งแวดล้อม หน้า 13 - 14
๑๑๕ คำชี้แจง จงเขียนย่อความจากบทอ่าน ความยาว 4-5 บรรทัด ย่อข่าวเรื่อง ระดมฉีดน้ำลดหมอกควัน จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10413 วันจันทร์ที่ 27 มีนาคม 2560 โฟกัสสิ่งแวดล้อม หน้า 13 - 14 ความว่า...(ส่วนนี้เป็นคำตอบของนักเรียนในช่องคำตอบด้านล่าง) ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………….................................. ............................................................................................................................. ........................... ชื่อ........................................................................................... ชั้น........................ เลขที่........................
๑๑๖ เฉลยแบบฝึกหัดที่ 1 ฝึกบอก-เล่าเรื่องโดยย่อจากเรื่องที่อ่านหรือฟัง เรื่อง ถังน้ำ 2 ใบ ชายคนหนึ่งแบกถังน้ำสองใบไว้บนบ่าเพื่อไปตักน้ำที่ริมลำธาร ถังน้ำใบหนึ่งมีรอยแตก ในขณะที่อีกใบ หนึ่งไร้รอยตำหนิ และสามารถบรรจุน้ำกลับมาได้เต็มถัง…แต่ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มีรอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ดำเนินมาเป็นเวลา 2 ปีเต็มที่คนตักน้ำสามารถตักน้ำ กลับมาบ้านได้หนึ่งถังครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าถังน้ำใบที่ไม่มีตำหนิจะรู้สึกภาคภูมิใจ ในผลงานเป็นอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันถังน้ำ ที่มีรอยแตกก็ รู้สึก อับอายต่อความบกพร่องของตัวเอง มันรู้สึกโศกเศร้ากับการที่มันสามารถทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดียวของ จุดประสงค์ ที่มันถูกสร้างขึ้นมา หลังจากเวลา 2 ปี ที่ถังน้ำที่มีรอยแตกมองว่าเป็นความล้มเหลวอันขมขื่น วัน หนึ่งที่ข้างลำธาร มันได้พูดกับคนตักน้ำว่า “ข้ารู้สึกอับอายตัวเองเป็นเพราะ รอยแตกที่ด้านข้างของตัวข้าที่ทำ ให้น้ำที่อยู่ข้างในไหลออกมาตลอดเส้นทาง ที่กลับไปยังบ้านของท่าน” คนตักน้ำตอบว่า “เจ้าเคยสังเกตหรือไม่ ว่ามีดอกไม้เบ่งบานอยู่ตลอดเส้นทางในด้านของเจ้า แต่กลับไม่มีดอกไม้อยู่เลยในอีกด้านหนึ่งเพราะข้ารู้ว่าเจ้ามี รอยแตกอยู่ ข้าจึงได้หว่านเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ลงข้างทางเดินด้านของเจ้าและทุกวันที่เราเดินกลับ เจ้าก็เป็นผู้รด น้ำให้กับเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น เป็นเวลา 2 ปี ที่ข้าสามารถที่จะเก็บดอกไม้ สวย ๆ เหล่านั้นกลับมาแต่งโต๊ะกิน ข้าว ถ้าหากปราศจากเจ้าที่เป็นเจ้าแบบนี้แล้ว เราก็คงไม่อาจได้รับความสวยงามแบบนี้ได้” คนเราแต่ละคนย่อมมีข้อบกพร่องที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่รอยตำหนิและข้อบกพร่องที่เราแต่ ละคนมีนั้น อาจช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันของเราน่าสนใจ และกลายเป็นบำเหน็จรางวัลของชีวิตได้ สิ่งที่ต้องทำ ก็เพียงแค่ยอมรับคนแต่ละคนในแบบที่เขาเป็น และมองหาสิ่งที่ดีที่สุดในตัวของพวกเขาเหล่านั้นเท่านั้นเอง ให้นักเรียนตอบคำถามจากเรื่องที่อ่าน 1. ตัวละครในเรื่องนี้มีใครบ้าง แนวคำตอบ ชายคนหนึ่ง 2. ตัวละครจากเรื่องทำอะไร แนวคำตอบ แบกถังน้ำสองใบ ใบหนึ่งมีรอยแตก ใบนึงไร้ตำหนิ เพื่อจะไปตักน้ำ 3. เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน แนวคำตอบ ที่ริมลำธาร 4. มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แนวคำตอบ ด้วยระยะทางอันยาวไกล จากลำธารกลับสู่บ้าน จึงทำให้น้ำที่อยู่ในถังใบที่มี รอยแตกเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวถังน้ำที่มีรอยแตกก็รู้สึกอับอายต่อความบกพร่อง 5. สถานการณ์ในเรื่องเป็นอย่างไร แนวคำตอบ คนตักน้ำตอบว่าระหว่างเส้นทางกลับบ้านมีดอกไม้สวยๆ ที่ถังน้ำที่แตกคอยรด น้ำให้ในทุกวัน จึงมีดอกไม้มาตกแต่งโต๊ะอาหาร 6. ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คืออะไร แนวคำตอบ การมองเห็นคุณค่าของตนเอง และไม่ตำหนิข้อบกพร่องของผู้อื่นเพราะเขาอาจ มีความสามารถแตกต่างจากเรา
๑๑๗ เฉลยแบบฝึกหัดที่ 2 ฝึกการแยกประโยคหลักและประโยครอง การนั่งไขว่ห้าง ไม่ว่าจะเป็นในผู้ชายหรือผู้หญิง นับว่าเป็นพฤติกรรมที่หลายคนชอบทำ กัน ทั้งตอนทำงาน ตอนกินข้าว หรือนั่งเล่นก็ตาม แต่รู้หรือไม่ว่าการนั่งแบบนี้จะช่วยส่งผลเสียต่อร่างกาย ของเราได้ การนั่งไขว่ห้าง ถือเป็นท่านั่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งจริงๆ แล้วการ นั่งไขว่ห้าง คือ ท่านั่งที่ถ่ายน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ กันเป็นเวลานานๆ และส่งผลกระทบต่อหลัง โดยตรง ทำให้กระดูกสันหลังเกิดการผิดรูปคดงอ ไปจนถึงหมอนรองกระดูกเสื่อมได้ มีหลายคนเมื่อ นั่ง ไขว่ห้างแล้วเกิดอาการปวดขาหรือขาชา เพราะคิดว่าสาเหตุมาจากการนั่งติดอยู่กับที่เป็นเวลานาน แต่แท้จริงแล้ว เกิดจากเส้นประสาทและเส้นเลือดถูกกดทับ ซึ่งมีผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เพื่อส่งเลือดไป หล่อเลี้ยงยังส่วนต่างๆ ของร่ายกาย โดยอาจทำให้เลือดสูบฉีดไปไม่ถึง จนส่งผลให้เกิดอาการชาที่บริเวนต้น ขาจากการนั่งไขว้ห้างนั่นเอง และนอกจากนี้อาจจะรู้สึกว่าต้นขาใหญ่ขึ้นกว่าปกติ ซึ่งสาเหตุมาจากเส้นเลือด บริเวณต้นขาถูกกดทับ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จนเกิดเป็นไขมันสะสมที่บริเวณต้นขา อย่างไรก็ตาม หากเคยชินกับการนั่งไขว่ห้างบ่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย ให้ลองนั่งสลับขาบ่อยๆ เพื่อช่วยให้ข้างใดข้างหนึ่งไม่แบกภาระจนเกินไป และยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพที่ตามมา อีกด้วย บทอ่านเรื่อง “รู้หรือไม่? นั่งไขว่ห้าง อันตรายต่อร่างกาย” จาก https://shorturl.asia/EOleC ให้นักเรียนแยกประโยคหลักและประโยครองจากเรื่องที่อ่านให้ถูกต้อง ประเด็นหลัก ประเด็นรอง การนั่งไขว่ห้างส่งผลเสียต่อร่างกาย เป็นพฤติกรรมที่หลายคนชอบทำกันไม่ว่าจะเป็นในผู้ชาย หรือผู้หญิง การนั่งไขว่ห้างเป็นท่านั่งที่ไม่ถูก สุขลักษณะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ท่านั่งที่ถ่ายน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งซ้ำๆ กันเป็น เวลานานๆ ส่งผลกระทบต่อหลังทำให้กระดูกสันหลังเกิด การผิดรูปคดงอ ไปจนถึงหมอนรองกระดูกเสื่อม นั่งไขว่ห้างเกิดอาการปวดขาหรือขาชา เกิดจากเส้นประสาทและเส้นเลือดถูกกดทับ ซึ่งมีผลให้ หัวใจทำงานหนักขึ้น เพื่อส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงยังส่วน ต่างๆ ของร่ายกาย โดยอาจทำให้เลือดสูบฉีดไปไม่ถึง จน ส่งผลให้เกิดอาการชาที่บริเวนต้นขา มีไขมันสะสมบริเวณต้นขา สาเหตุมาจากเส้นเลือดบริเวณต้นขาถูกกดทับ ทำให้ เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากเคยชินกับการนั่งไขว่ห้างให้ลองนั่ง สลับขาบ่อยๆ เพื่อช่วยให้ข้างใดข้างหนึ่งไม่แบกภาระจนเกินไป และยัง เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพที่ตามมาอีก ด้วย
๑๑๘ เฉลยแบบฝึกหัดที่ 3 ฝึกจับใจความแต่ละย่อหน้า รู้จัก...โอเมก้า 3 การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วน ย่อมทำให้ร่างกายเจริญเติบโต สมส่วน ตามวัย หากร่างกายขาดสารอาหารที่จําเป็น หรือกินไม่ครบ 5 หมู่ เป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เกิด โรคภัยไข้เจ็บตามมา หรือพัฒนาการไม่เป็นไปตามวัยที่ควรเป็น เช่น ร่างกายแคระแกน เป็นต้น แนวคำตอบ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วน ย่อมทําให้ร่างกายเจริญเติบโต สมส่วนตามวัย หากร่างกายขาดสารอาหารที่จําเป็น จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็ เราจึงควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน รวมทั้งสารอาหารที่มีความจําเป็นต่อร่างกาย ซึ่งสารอาหารบาง ชนิดร่างกายไม่สามารถ ผลิตได้เอง แต่จะได้จากการรับประทานอาหารเท่านั้น เช่น กรด ไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) แนวคำตอบ ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ สารอาหารบาง ชนิดร่างกายไม่สามารถผลิตได้ เอง แต่จะได้จากการรับประทานอาหารเท่านั้น โอเมก้า 3 คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ซึ่งไม่สามารถสร้าง เองได้ ต้อง ได้รับจากการบริโภคอาหาร แหล่งของ โอเมก้า 3 ได้จาก ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลา แม็คเคอเรล ปลาทูน่า หรือปลาน้ำจืดบางชนิด สำหรับประเทศไทย มี ปลาน้ำจืด ที่มีโอเมก้า 3 สูง และหาทานได้ง่ายทั่วไป เช่น ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาดุก เป็นต้น นอกจากนี้ สามารถพบได้ใน เมล็ด วอลนัทบรอคโคลี่ ดอกกะหล่ำ เต้าหู้ ผักขม กุ้ง หอยแครง ปลาเฮริ่ง ถั่วเหลือง ผักที่มีใบสีเขียวเข้ม แนวคำตอบ โอเมก้า 3 แหล่งของ โอเมก้า 3 ได้จาก ปลาทะเลน้ำลึก สำหรับประเทศไทย มี ปลาน้ำ จืด ที่มีโอเมก้า 3 สูง และหาทานได้ง่ายทั่วไป การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเหมาะสม จะทำให้ร่างกาย ทำงานเป็น ปกติและแทบทุกระบบการทำงานภายในร่างกาย ต้องใช้ประโยชน์จากกรด ไขมันนี้ เช่น ระบบหลอด เลือดหัวใจ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอล ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ขาดเลือดฉับพลัน โรคอัมพาต ระบบประสาท ช่วยเพิ่มความจํา ดีต่อสายตา ช่วยในการมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกัน ลดอาการภูมิแพ้ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบสืบพันธุ์ ระบบข้อกระดูก นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ และที่สำคัญช่วยให้ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์และสดใส ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน และเส้นใยอีลาสติน แนวคำตอบ การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างเหมาะสม จะทำให้ร่างกาย ทำงาน เป็นปกติและแทบทุกระบบการทำงานภายในร่างกาย ต้องใช้ประโยชน์จากกรดไขมันนี้ยังมีคุณสมบัติ ช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบ และที่สำคัญช่วยให้ผิวพรรณแลดูอ่อนเยาว์และสดใส
๑๑๙ โอเมก้า 3 ดีต่อสตรีมีครรภ์ มีความสําคัญในการพัฒนาระบบประสาท ระบบสายตา และ ระบบสมอง ของทารกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด และใน ช่วง 6 เดือนแรก หลังจากคลอด โดยควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง โอเมก้า 3 ช่วยในการเจริญเติบโต ของเด็ก เช่น ช่วยพัฒนาการทำงานของสมอง และจิตใจ เพิ่มสมาธิ ความจําระยะสั้น และทักษะใน การอ่าน แนวคำตอบ โอเมก้า 3 ดีต่อสตรีมีครรภ์ มีความสําคัญในการพัฒนาระบบประสาท ระบบสายตา และระบบสมองของทารก ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยปกป้องกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ดังนั้น จําเป็นอย่างยิ่งที่เด็กๆ ควรจะได้รับปริมาณโอเมก้า 3 ในระดับสมดุลกับอาหารของเด็ก ที่รับประทาน ในแต่ละวัน โอเมก้า 3 มีความสำคัญต่อสุขภาพ หลายคนพอได้ยินว่าเป็น ไขมัน ก็ไม่ยอมรับประทาน หากเลือกรับประทานไขมันที่ดี ก็จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และ เมื่อสุขภาพภายในของเราดีย่อมส่งผล ให้สุขภาพภายนอกดีตามมา เหมือนคําพูดที่ You are what you eat กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แนวคำตอบ โอเมก้า 3 มีความสําคัญต่อสุขภาพ เมื่อสุขภาพภายในของเราดีย่อมส่งผลให้สุขภาพ ภายนอกดี จาก https://shorturl.asia/k8KyV โดย สำนักข่าวประชาสัมพันธ์
๑๒๐ เฉลยแบบฝึกที่ 4 ฝึกการย่อความแต่ละย่อหน้าให้เหลือประโยคหลัก 1 ประโยค ๑. ศิลปะแห่งการฟังนั้นไม่ได้หมายถึงการนั่งปล่อยให้ผู้อื่นพูดฝ่ายเดียว การทำเช่นนั้นง่าย เกินกว่าที่จะนับว่าเป็นศิลปะ ศิลปะการฟังจึงหมายถึงความสามารถที่จะชักจูงผู้พูดให้หันเข้ามาหา เรื่องที่เขาถนัด คือแสดงให้เห็นว่าตนกำลังฟังคำพูดของเขาด้วยความตั้งใจ ประโยคหลัก คือ ศิลปะการฟังจึงหมายถึงความสามารถที่จะชักจูงผู้พูดให้หันเข้ามาหาเรื่องที่เขาถนัด ๒. ประเทศที่พัฒนาแล้วต่างตระหนักกันดีว่า การศึกษานั้นเป็นเครื่องมือในการพัฒนา ประเทศที่ยอดเยี่ยมที่สุด การเร่งรัดพัฒนาทางวัตถุใด, จักล้มเหลวสิ้น หากประชาชนยังด้อยการศึกษา ประโยคหลัก คือ การศึกษานั้นเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศที่ยอดเยี่ยมที่สุด ๓. วัดกับคนไทยมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งตลอดมา ในสมัยก่อนวัดเป็นทุกสิ่งทุกอย่างใน ชีวิตประจำวัน เป็นโรงเรียนอบรมสั่งสอนเด็ก เป็นศาลไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งของผู้ใหญ่ ประโยคหลัก คือ วัดกับคนไทยมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้งตลอดมา ๔. ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน คือเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจความ เป็นมนุษย์ และความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับธรรมชาติ มีความรัก ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติอย่างจริงใจ ประโยคหลัก คือ ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน ๕. ความเครียดทำให้เพิ่มฮอร์โมนอะดรีนาลีนในเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือดบีบตัว กล้ามเนื้อเขม็งตึง ระบบย่อยอาหารผิดปกติและเกิดอาการปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น แข้งขา อ่อนแรง ความเครียดจึงเป็นตัวการที่เร่งให้แก่เร็ว ประโยคหลัก คือ ความเครียดจึงเป็นตัวการที่เร่งให้แก่เร็ว ๖. สารอาหารในข้าวกล้องจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยป้องกันโรคอ้วน ข้าวกล้องมีสาร เส้นใยมากกว่าข้าวขาว ๘ เท่า ข้าวกล้องจะช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาลในอาหาร แล้วขับออกมาเป็น กากอาหาร ทำให้ไขมันและน้ำตาลซึมเข้ากระแสเลือดน้อยลง ประโยคหลัก คือ สารอาหารในข้าวกล้องจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและช่วยป้องกันโรคอ้วน ๗. ปลาทูจากจังหวัดสมุทรสงครามหรือแม่กลองกินอร่อยกว่าปลาทูน่านน้ำอื่น เพราะนวลดิน และระบบน้ำบริเวณก้นอ่าวไทยแถบจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงครามโดยเฉพาะบริเวณปากน้ำ และก้นอ่าวแม่กลองจะเป็นดินเลนร่วนซุยซึ่งมีนวลดินที่ท าให้ปลาทูอร่อย ประโยคหลัก คือ ปลาทูจากจังหวัดสมุทรสงครามหรือแม่กลองกินอร่อยกว่าปลาทูน่านน้ำอื่น เพราะ นวลดินและระบบน้ำ ๘. คนโบราณท่านแบ่งการปกครองในบ้านไว้ดังนี้คือ สามีเป็นใหญ่นอกบ้าน ซึ่งหมายความว่า สามีเป็นผู้มีภาระหน้าที่ทำงานภายนอกบ้านเป็นงานอาชีพหาเงินเลี้ยงครอบครัว ส่วนภริยาเป็นใหญ่ ในบ้าน ซึ่งหมายความถึงผู้รับผิดชอบในการปกครองดูแลกิจการในบ้านซึ่งเป็นพวกการบ้านงานครัว นั่นเองหรือ “ สามีเป็นผู้หา ภริยาเป็นผู้เก็บ ( เงิน )” การแบ่งหน้าที่ของสามีและภริยากันเช่นนี้ทาให้ คนแต่ก่อนอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข ประโยคหลัก คือ การแบ่งหน้าที่ของสามีและภริยากันเช่นนี้ทาให้คนแต่ก่อนอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข
๑๒๑ เฉลยแบบฝึกที่ 5 ฝึกย่อความจากเรื่องที่อ่าน คำชี้แจง จงเขียนย่อความจากบทอ่าน ความยาว 4-5 บรรทัด ย่อข่าว เรื่อง ระดมฉีดน้ำลดหมอกควัน จากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ประจำวันจันทร์ ที่ 27 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ฉบับที่ 10413 หน้า 13-14 ความว่า...(ส่วนนี้เป็นคำตอบของนักเรียนในช่องคำตอบด้านล่าง) แนวคำตอบ กรมควบคุมมลพิษแก้ไขปัญหาหมอกควัน และวิธีการแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดลำปาง พร้อมทั้งสาเหตุของการเกิดหมอกควัน อีกทั้งอธิบดีกรม อนามัยชี้แจงแนวทางการปฏิบัติและแนวทางการป้องกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแก่ ประชาชนทั่วไปและบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ประเด็นสำคัญ 1. กรมควบคุมมลพิษแก้ไขปัญหาหมอกควัน 2. วิธีการแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดลำปาง 3. สาเหตุของการเกิดหมอกควัน 4. อธิบดีกรมอนามัยชี้แจงแนวทางการปฏิบัติตัว 5. แนวทางการป้องกัน
๑๒๒ เกณฑ์การให้คะแนน ใช้เกณฑ์วัดความสามารถในการเขียนตามระดับคะแนน (Rubric Scores) ดังนี้ (คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน) รายการประเมิน ระดับคะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. การเขียนคำขึ้นต้น มีส่วนประกอบคือ 1.๑ ประเภทของสาร 1.2 ชื่อเรื่อง ๑.3 ชื่อสิ่งพิมพ์ 1.4 วัน เดือน ปี ๑.5 ฉบับที่ ๑.6 เลขหน้า ๑.7 คำว่า ความว่า ระบุ ส่วนประกอบ คำขึ้นต้น ได้ครบทุกข้อ ระบุ ส่วนประกอบ คำขึ้นต้น ขาดไป ๑ ข้อ ระบุ ส่วนประกอบ คำขึ้นต้น ขาดไป ๒ ข้อ ระบุ ส่วนประกอบ คำขึ้นต้น ขาดไป ๓ ข้อ ระบุ ส่วนประกอบ คำขึ้นต้น ขาด ๔ ข้อ ขึ้นไป ๒. การเขียนเนื้อความ 2.๑ มีประเด็นสำคัญ ครบตามแนว คำตอบ 2.2 ไม่ขยายความคิด เกินประเด็นสำคัญ 2.3 ไม่เพิ่มประเด็น ความคิด นอกเหนือจาก ประเด็นสำคัญ 2.4 ลำดับเนื้อความเป็น เหตุเป็นผลกัน เขียน เนื้อความ ได้ตามเกณฑ์ ครบ ๔ ข้อ เขียน เนื้อความ ได้ตามเกณฑ์ ๓ ข้อ เขียน เนื้อความ ได้ตามเกณฑ์ ๒ ข้อ เขียน เนื้อความ ได้ตามเกณฑ์ ๑ ข้อ เขียน เนื้อความไม่ เป็นไปตาม เกณฑ์ที่ กำหนด 3. การใช้ภาษา 3.๑ ย่อหน้าและเว้นวรรค ถูกต้อง 3.๒ ใช้คำถูกต้องตาม บริบท 3.๓ ใช้คำเชื่อมได้ เหมาะสมกับ เนื้อความ 3.4 ใช้ภาษาระดับเดียวกัน ๓.๕ ใช้ภาษาระดับกึ่ง ทางการขึ้นไป ไม่ใช้ ภาษาพูดหรือภาษา ถิ่น ใช้ภาษา ได้ตามเกณฑ์ ครบ 5 ข้อ ใช้ภาษา ได้ตามเกณฑ์ ๔ ข้อ ใช้ภาษา ได้ตามเกณฑ์ ๓ ข้อ ใช้ภาษา ได้ตามเกณฑ์ ๒ ข้อ ใช้ภาษา ได้ตามเกณฑ์ ๑ ข้อ
๑๒๓ รายการประเมิน ระดับคะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ 4. การเขียนสะกดคำ (เขียนผิดซ้ำ ให้นับเป็น 1 คำ) คะแนนเต็ม ๓ คะแนน เขียนถูกต้อง ทุกคำ เขียนผิด 1 - ๒ คำ เขียนผิด มากกว่า ๓ คำขึ้นไป 5. ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย 5.1 เขียนตัวอักษรอ่าน ง่าย 5.2 สะอาดเรียบร้อย คะแนนเต็ม 2 คะแนน เขียนได้ ตามเกณฑ์ ครบ 2 ข้อ เขียนได้ตาม เกณฑ์ 1 ข้อ จากนั้นให้นำคะแนนมาเทียบกับเกณฑ์ ดังนี้ เกณฑ์ของระดับคะแนน ช่วงคะแนน (คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน) การแปลผล ร้อยละ ๗๕ - ๑๐๐ ๑๕ - ๒๐ ดีมาก ร้อยละ ๕๐ - ๗๔ ๑๐ - ๑๔ ดี ร้อยละ ๒๕ - ๔๙ ๕ - ๙ พอใช้ ร้อยละ ๐ - ๒๔ ๐ - ๔ ปรับปรุง
๑๒๔ ข้อสอบ O-net การเขียนย่อความ 1) เหงื่อเป็นของเหลวที่ถูกขับออกตามผิวหนังเพื่อช่วยระบายความร้อนจากการทำ กิจกรรมต่างๆ ๒) ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเดินหรือการอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อน แม้แต่สภาวะเครียดก็ทำให้เกิด เหงื่อได้เช่นกัน ๓) เหงื่ออาจจะสร้างความรำคาญให้ใครหลายๆคน แต่รู้หรือไม่ว่าข้อดีของเหงื่อ ประการหนึ่งคือ ช่วยทำให้ผิวของเราสะอาด 4) เนื่องจากเหงื่อจะช่วยขับสารพิษที่สะสมอยู่ในผิวหนัง ลดการเกิดผดผื่น สิว หรือปัญหาที่เกิดจากการติดเชื้อบริเวณผิวหนังได้ 1. ข้อความตอนใดไม่ต้องใช้ในการย่อความ (O-NET ภาษาไทย ม.3 ปี 2562) 1. ตอนที่ 1 2. ตอนที่ 2 3. ตอนที่ 3 4. ตอนที่ 4 ตอบ ข้อ 2 เพราะเป็นการยกตัวอย่างไม่จำเป็นจะต้องเขียนในการเขียนย่อความ อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ปัจจุบันกระดาษเริ่มกลับมาเป็นที่นิยมใช้ในชีวิตประจำวันเพราะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรา พบกระดาษในรูปของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น ถุง ถ้วย หลอด จาน และกล่องบรรจุอาหาร รูปแบบต่าง ๆ ตามร้านค้าต่างๆ มากขึ้น แม้กระดาษจะย่อยสลายได้ง่าย แต่ตัววัสดุนั้นไม่ทนน้ำ เท่าที่ควรทำให้ระยะเวลาการใช้งานสั้นและไม่สามารถใช้ซ้ำได้ อีกทั้งกระดาษบางชนิดก็มีสารฟอก ขาวที่อาจปนเปื้อนอาหารได้ 2. จากข้อความข้างต้นข้อใดไม่ต้องใช้ในการเขียนย่อความ (O-NET ภาษาไทย ม.3 ปี 2562) 1. บรรจุภัณฑ์กระดาษมีทั้งถุง ถ้วย หลอด จาน และกล่อง 2. ผลิตภัณฑ์จากกระดาษมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ 3. กระดาษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพราะย่อยสลายง่าย 4. กระดาษไม่ทนน้ำจึงไม่สามารถใช้ซ้ำได้ ตอบข้อ 1 เพราะมีการยกตัวอย่าง ในการเขียนย่อความไม่ต้องยกตัวอย่าง
๑๒๕ อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม เมื่อมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๔ มนุษย์รู้จักการใช้เครื่องจักรแทน แรงงานคน ทำให้การผลิตสินค้าต่าง ๆ มีหลากหลายชนิดมากขึ้นและผลิตได้ในปริมาณมากภายใน ระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่การช่างที่ใช้ฝีมือและศิลปะก็ยังคงมีอยู่ต่อมา และยังได้พัฒนาทั้งในด้าน รูปแบบและคุณภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรมได้ 3. ข้อใดเป็นสาระสำคัญที่นำไปใช้เขียนย่อความได้ถูกต้อง (O-NET ภาษาไทย ม.3 ปี 2561) 1. การปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มเมื่อตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 24 ก่อนการ ช่างฝีมือ 2. การช่างฝีมือและเครื่องจักรอุตสาหกรรมสามารถผลิตสินค้าที่มี คุณภาพเท่าเทียมกัน 3. ผลิตภัณฑ์ของช่างฝีมือมีรูปแบบสวยงามเป็นที่นิยมมากกว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องจักร อุตสาหกรรม 4. แม้โรงงานอุตสาหกรรมจะผลิตสินค้าได้ปริมาณมาก แต่การช่างฝีมือ ก็สามารถผลิตสินค้า คุณภาพแข่งขันได้ ตอบข้อที่ 4 เพราะ มีใจความสำคัญครบถ้วนสมบูรณ์ ส่วนคำตอบข้อ 1,2,3 มีสาระสำคัญในข้อความ แค่บางส่วน ไม่ครบถ้วน
๑๒๖ การเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ความหมายของแสดงความคิดเห็น เรื่อง การแสดงความคิดเห็น ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.1/6 เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ ท ๒.๑ ม.2/7 เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้ง ในเรื่องที่อ่านอย่างมีเหตุผล ท ๒.๑ ม.3/6 เขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็นและโต้แย้งอย่างมีเหตุผล ท ๒.๑ ม.3/7 เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโต้แย้ง ในเรื่องต่างๆ การแสดงความคิดเห็น หมายถึง การถ่ายทอดความคิดเห็นของผู้พูดหรือผู้เขียนต่อสิ่ง ต่างๆ ที่ประกอบด้วยเหตุผล มีข้อมูลหลักฐานมาสนับสนุน ที่ผู้ฟังหรือผู้อ่าน จะเชื่อถือได้หรือมี ความคิดเห็นคล้อยตาม การเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน เป็นการเขียนขยายความคิดเห็นของ ผู้อ่านที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่อ่าน โดยอธิบายหรือแสดงความคิดเห็นประกอบเรื่องนั้น ผู้เขียนต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าถูกต้องหรือไม่ แล้วเขียนให้กระจ่างชัด โดยมีหลักฐาน ประกอบอ้างอิง การเขียนแสดงความคิดเห็น จะต้องเขียนอธิบายขยายความอย่างมีเหตุผลสอดคล้อง กับข้อความเดิมเสมอ ผู้เขียนต้องใช้ความคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วย ต้องรู้จักวิเคราะห์ ข้อความ และใช้เหตุผลประกอบการวิเคราะห์ ดังนั้น การเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ผู้เขียนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
๑๒๗ 1. นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกับบทความข้างต้น ตอบ ยายเป็นคนมีน้ำใจ ถึงแม้ยายจะรู้ว่าสิ่งที่เขาทำให้กับคนตาบอด รู้ทั้งรู้ว่าคนตาบอดไม่มี ทางรู้ ว่ายายเสียสละที่นั่งให้ แต่ยายก็ยังมีน้ำใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน 2. หากนักเรียนเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกับยาย นักเรียนจะทำเช่นไร ตอบ หากเจอเหตุการณ์เดียวกันกับยาย หากเราเป็นคนที่มีร่างกายปกติดี ก็เลือกที่จะ เสียสละที่นั่งให้กับคนตาบอด เนื่องด้วยคนเราอยู่ด้วยกันต้องมีน้ำใจและเอื้ออำนวยให้กันและ กัน 3. นักเรียนจะแนะนำให้คนในครอบครับของตนเองแสดงน้ำใจหรือมีน้ำใจกับบุคคลอื่นอย่างไร ตอบ น้ำใจคือสิ่งที่ดีงาม หากเราทุกคนมีน้ำใจซึ่งกันและกัน โลกของเราก็จะน่าอยู่และอยู่ ด้วยกันอย่างมีความสุข เรื่อง ยิ่งกว่าน้ำใจ คืนนั้นฝนตก อากาศหนาวเย็นเหลือเกิน ขณะที่ดิฉันกำลังยืนรอรถประจำทางอยู่ คนเดียว รถประจำทางคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดตรงป้ายที่ดิฉันยืนอยู่หญิงชราคนหนึ่งค่อย ๆ ตะเกียกตะกายลงจากรถ แล้วเดินตรงมาทางที่ดิฉันยืนอยูอย่างเชื่องช้า "แม่หนูรถประจำทาง คันต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่จ๊ะ?" หญิงชราผู้นั้นถามดิฉัน ดิฉันจึงถามแกวา "แล้วคุณยายจะไป รถสายไหนล่ะคะ ?" พอแกบอก ดิฉันก็อุทานเสียงดังลั่น "อ้าว! ก็คุณยายเพิ่งลงมาจากรถคันนั้นเมื่อกี้นี้เองนี่คะ" "เอ้อ" หญิงชราตอบตะกุกตะกักอย่างอาย ๆ "คือว่า...บนรถคันเมื่อกี้นี้ มีชายหนุ่มพิการคนหนึ่งขึ้นมา แต่ไม่มีใครลุกให้เขานั่งเลย ยายรู้ว่า ถ้าคนแก่ๆ อย่างยายลุกให้เขานั่ง เขาคงจะอายแน่ ๆ ยายเลยทำเป็นว่าจะลงเสียที่นี่ พอยาย กดกริ่งให้รถจอด เขาก็เดินมานั่งตรงที่ยายได้โดยไม่ต้องอึดอัดใจส่วนยายก็...เอ้อ...รถประจำ ทางมันมีเสมอไม่ใช่หรือจ๊ะ แม่หนู ?" คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่กำหนดให้อย่างมีเหตุผล ตอบคำถามและเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ตัวอย่างการเขียนแสดงความคิดเห็น
๑๒๘ 1. บทความนี้กล่าวถึงสรรพคุณของกล้วยอย่างไร ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. 2. เมื่อทราบสรรพคุณของกล้วยแล้ว นักเรียนจะรับประทานกล้วยหรือไม่ เพราะอะไร ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................. .................................... นักเรียนจะแนะนำให้คนในครอบครับของตนเองรับประทานกล้วยหรือไม่ เพราะอะไร ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................. .................................... นักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความเรื่องของกล้วยแต่ไม่กล้วยอย่างไร ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................. .................................... นักเรียนคิดว่า “กล้วย” สามารถนำไปแปรรูปหรือประกอบอาหาร/ขนมอะไรได้บ้าง ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................. .................................... แบบฝึกหัดที่ 1 การเขียนแสดงความคิดเห็น ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่กำหนดให้อย่างมีเหตุผล ตอบคำถามและเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน คำชี้แจง เรื่อง ของกล้วยแต่ไม่กล้วย กล้วย เป็นผลไม้ที่ช่วยลดและบรรเทาอาการปวดหัว อันเกิดจากโรคไมเกรนได้อย่าง แน่จริงเลยทีเดียว โดยเมื่อมีอาการปวดหัวไมเกรน แล้วกินกล้วยเข้าไป สารอาหารประเภท แมกนีเซียมที่สะสมอยู่ในกล้วย จะช่วยบรรเทาและระงับอาการปวดหัวลงได้ นอกจากนี้ถ้า เป็นกล้วยที่ผ่านการแปรรูปเป็นอาหารบางชนิด เช่น ไอศกรีมกล้วยหอม กล้วยตาก ขนม กล้วย ก็จะมีส่วนช่วยลดความเครียด อันเป็นปัจจัยหนึ่งในสาเหตุของ โรคไมเกรนได้อีก ด้วย ดังนั้น เราควรรับประทานกล้วยอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ลูก หรือรับประทานควบคู่ กับอาหารชนิดอื่น ๆ ก็ได้ ชื่อ-นามสกุล.......................................................................................ชั้น..........................เลขที่...............
๑๒๙ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นในหัวข้อดังต่อไปนี้ แบบฝึกหัดที่ 2 การเขียนแสดงความคิดเห็น ชื่อ-นามสกุล.......................................................................................ชั้น..........................เลขที่............... 1. “อินเทอร์เน็ต” ดาบสองคมที่ทุกนิยมใช้ ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. 2. ข่มขืน = ประหารชีวิต หรือ จำคุกตลอดชีวิตดี ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. ................................. ............................................................................................................................. .................................
๑๓๐ 1. ตัวละครสำคัญในเรื่องนี้มีใครบ้าง ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. 2. นักเรียนคิดว่าเหตุการณ์ในเรื่องนี้ใครเป็นคนผิด เพราะอะไร ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................. .................................... มารดาต้องการให้ลูกเป็นโจรจริง ๆ หรือไม่ อย่างไร ............................................................................................................................. ..................... .................................................................................................................................................. นิทานสุภาษิตเรื่องนี้ให้ข้อคิดแก่นักเรียนในเรื่องใด ............................................................................................................................. ..................... .............................................................................................................. .................................... นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กในยุคปัจจุบัน ............................................................................................................................. ..................... ....................................................................................................................................... ........... แบบฝึกหัดที่ 3 ให้นักเรียนอ่านนิทานสุภาษิต แล้วตอบคำถามดังต่อไปนี้ ดั คำชี้แจง เรื่อง สอนลูกให้เป็นโจร ชายคนหนึ่งประพฤติตนเป็นคนลักเล็กขโมยน้อย เมื่อชาวบ้านใกล้เคียงเผลอก็หยิบข้าว ของติดมือมา ก็ไม่มีใครสังเกตเพราะเห็นว่าเป็นเด็ก สิ่งของที่ลักมาได้นั้นเคยนำมาให้แก่มารดา มารดารู้ก็ไม่เฆี่ยนตีว่ากล่าวสั่งสอน กลับชมเชยว่า ลูกตัวดีเฉลียวฉลาดมาก แต่เด็กคนนี้ ประพฤติเช่นนี้มา จนโตขึ้นก็กำเริบถึงขั้นลักของใหญ่ๆ และมีราคามาก มารดาก็ยกย่องว่าดีอยู่ อย่างนั้น ลูกก็คิดทะนงตัวว่าเราเป็นคนฉลาดจึงประพฤติเป็นคนลักขโมยของต่างๆ หนักขึ้นทุกที ครั้นเป็นหนุ่มขึ้น ครั้งหนึ่งไปขโมยเงินของชาวบ้านและฆ่าเจ้าของทรัพย์ตายจนตำรวจจับได้ เขา ก็เอาตัวไปส่งศาล เมื่อศาลไต่สวนได้ความสมจริง แล้วจึงตัดสินให้ประหารชีวิต เมื่อเพชฌฆาต จะพาไปประหารชีวิต ฝ่ายมารดารู้ก็ร้องไห้เดินตามไป แล้วจึงร้องด้วยเสียงอันดังว่า “พุทโธ่เอ๋ย! น่าสงสารแท้ ๆ ทำไมลูกชายประพฤติเป็นคนลักขโมยจนต้องรับโทษประหารชีวิตเช่นนี้” ลูกได้ ยินเสียงมารดาจึงเหลียวหน้ามาพูดว่า “แม่จ๋า นี่เป็นความผิดของแม่ ฉันจึงต้องรับโทษถึง ประหารชีวิต เมื่อฉันยังเป็นเด็ก ๆ อยู่ ได้ไปขโมยสิ่งของมาให้แม่เสมอ ทำไมแม่จึงไม่ห้ามปราม สั่งสอนเล่า แม่กลับชมฉันว่าเป็นคนดีเสียอีก มาบัดนี้ทำไมแม่จึงมาบ่นว่าฉันประพฤติเช่นนี้เล่า เพราะฉันเป็นขโมยฉันจึงต้องตายในบัดนี้” ชื่อ-นามสกุล.......................................................................................ชั้น..........................เลขที่............... นิทานสุภาษิต พระยาพิรุฬห์พิทยาพรรณ (สวน พุกกะเวส) นิยมใช้
๑๓๑ 1. บทความนี้กล่าวถึงสรรพคุณของกล้วยอย่างไร ตอบ กล้วยมีสรรพคุณช่วยลดและบรรเทาอาการปวดหัวจากโรคไมเกรน 2. เมื่อทราบสรรพคุณของกล้วยแล้ว นักเรียนจะรับประทานกล้วยหรือไม่ เพราะอะไร ตอบ รับทานกล้วย เพราะกล้วยสารอาหารประเภทแมกนีเซียมที่สะสมอยู่จะช่วยบรรเทา และระงับอาการปวดหัวลงได้ 3. นักเรียนจะแนะนำให้คนในครอบครับของตนเองรับประทานกล้วยหรือไม่ เพราะอะไร ตอบ แนะนำให้คนในครอบครัว เพราะนอกจากกล้วยมีสรรพคุณช่วยลดและบรรเทาอาการ ปวดหัวจากโรคไมเกรนแล้ว กล้วยยังสามารถการแปรรูปเป็นอาหารได้ด้วย 4. นักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความเรื่องของกล้วยแต่ไม่กล้วยอย่างไร ตอบ กล้วยนอกจากจะเป็นผลไม้ที่คนทั่วไปชอบรับประทานแล้วยังมีสรรพคุณที่ช่วยบรรเทา อาการโรคไมเกรนได้ด้วย 5. นักเรียนคิดว่า “กล้วย” สามารถนำไปแปรรูปหรือประกอบอาหาร/ขนมอะไรได้บ้าง ตอบ กล้วยสามารถแปรรูปอาหารได้หลากหลายเช่น กล้วยบวชชี กล้วยฉาบ กล้วยตาก เป็น ต้น (หมายเหตุ : แนวทางคำตอบของบทความขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน) ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่กำหนดให้อย่างมีเหตุผล ตอบคำถาม และเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน คำชี้แจง เรื่อง ของกล้วยแต่ไม่กล้วย กล้วย เป็นผลไม้ที่ช่วยลดและบรรเทาอาการปวดหัว อันเกิดจากโรคไมเกรนได้อย่าง แน่จริงเลยทีเดียว โดยเมื่อมีอาการปวดหัวไมเกรน แล้วกินกล้วยเข้าไป สารอาหารประเภท แมกนีเซียมที่สะสมอยู่ในกล้วย จะช่วยบรรเทาและระงับอาการปวดหัวลงได้ นอกจากนี้ถ้าเป็น กล้วยที่ผ่านการแปรรูปเป็นอาหารบางชนิด เช่น ไอศกรีมกล้วยหอม กล้วยตาก ขนมกล้วย ก็จะมีส่วนช่วยลดความเครียด อันเป็นปัจจัยหนึ่งในสาเหตุของ โรคไมเกรนได้อีกด้วย ดังนั้น เราควรรับประทานกล้วยอย่างน้อยวันละ 1 - 2 ลูก หรือรับประทานควบคู่กับอาหาร ชนิดอื่น ๆ ก็ได้ เฉลยแบบฝึกหัดที่ 1 การเขียนแสดงความคิดเห็น
๑๓๒ (หมายเหตุ : แนวทางคำตอบของบทความขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน) คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นในหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. “อินเทอร์เน็ต” ดาบสองคมที่ทุกนิยมใช้ ตอบ คำว่า “อินเทอร์เน็ต” ที่หลายๆคนรู้จัก มีทั้งประโยชน์และโทษ หากใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่มี ประโยชน์ เช่นใช้สำหรับค้นคว้าหาความรู้ หรือเป็นแหล่งเรียนรู้ช่องทางทำมาหากินที่สุจริต ก็จะเป็น ประโยชน์กับผู้ใช้ แต่หากใช้อินเทอร์เน็ตในทางเพื่อความบันเทิงสนุกสาน เช่น เล่นเกม เล่นการพนัน ก็ จะเป็นโทษกับผู้ใช้ จึงเป็นที่มาของคำว่า “อินเทอร์เน็ต” ดาบสองคมที่ทุกคนนิยมใช้ 2. ข่มขืน = ประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตคือสิ่งที่ดี ตอบ โทษของการข่มขืน คือประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิตคือสิ่งที่ดี โทษนี้เห็นด้วย เพราะบุคคล ที่ถูกกระทำ เขาจะมีปมในใจในตลอดชีวิต และเกิดความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ อีกทั้งยังโดน ประณามจากคนในสังคมอีก ฉะนั้นบุคคลที่ถูกกกระทำเช่นนี้ควรได้รับความยุติธรรม ไม่ควรให้ ผู้กระทำอยู่ในสังคมอย่างไร้ความผิด ควรได้รับโทษทางกฎหมาย เฉลยแบบฝึกหัดที่ 2 การเขียนแสดงความคิดเห็น
๑๓๓ 1. ตัวละครสำคัญในเรื่องนี้มีใครบ้าง ตอบ 1. ลูกชาย 2. มารดา 3. ชาวบ้าน 4.ตำรวจ 5.เพชฌฆาต 2. นักเรียนคิดว่าเหตุการณ์ในเรื่องนี้ใครเป็นคนผิด เพราะอะไร ตอบ คนที่ผิดในเรื่องคือ มารดา เพราะปลูกฝังให้ลูกชายเข้าใจผิดๆว่าการขโมยของเป็นสิ่งที่ ถูกต้อง จนสุดท้ายลูกต้องถูกประหารชีวิต 3. มารดาต้องการให้ลูกเป็นโจรจริง ๆ หรือไม่ อย่างไร ตอบ มารดาไม่ได้ต้องการให้ลูกชายเป็นโจร ดังย่อหน้าที่กล่าวว่า “พุทโธ่เอ๋ย!น่าสงสารแท้ ๆ ทำไมลูกชายประพฤติเป็นคนลักขโมยจนต้องรับโทษประหารชีวิตเช่นนี้” 4. นิทานสุภาษิตเรื่องนี้ให้ข้อคิดแก่นักเรียนในเรื่องใด ตอบ ข้อคิดของเรื่องนี้ คือ ปลูกฝังให้ลูกเติบโตในทางที่ผิด แต่ลูกคิดว่าถูก เนื่องจากคำยกยอ ของ ผู้เป็นมารดา เฉลยแบบฝึกหัดที่ 3 การเขียนแสดงความคิดเห็น ให้นักเรียนอ่านนิทานสุภาษิต แล้วตอบคำถามดังต่อไปนี้ ดั คำชี้แจง เรื่อง สอนลูกให้เป็นโจร ชายคนหนึ่งประพฤติตนเป็นคนลักเล็กขโมยน้อย เมื่อชาวบ้านใกล้เคียงเผลอก็หยิบข้าว ของติดมือมา ก็ไม่มีใครสังเกตเพราะเห็นว่าเป็นเด็ก สิ่งของที่ลักมาได้นั้นเคยนำมาให้แก่มารดา มารดารู้ก็ไม่เฆี่ยนตีว่ากล่าวสั่งสอน กลับชมเชยว่า ลูกตัวดีเฉลียวฉลาดมาก แต่เด็กคนนี้ ประพฤติเช่นนี้มา จนโตขึ้นก็กำเริบถึงขั้นลักของใหญ่ๆ และมีราคามาก มารดาก็ยกย่องว่าดีอยู่ อย่างนั้น ลูกก็คิดทะนงตัวว่าเราเป็นคนฉลาดจึงประพฤติเป็นคนลักขโมยของต่างๆ หนักขึ้นทุกที ครั้นเป็นหนุ่มขึ้น ครั้งหนึ่งไปขโมยเงินของชาวบ้านและฆ่าเจ้าของทรัพย์ตายจนตำรวจจับได้ เขา ก็เอาตัวไปส่งศาล เมื่อศาลไต่สวนได้ความสมจริง แล้วจึงตัดสินให้ประหารชีวิต เมื่อเพชฌฆาต จะพาไปประหารชีวิต ฝ่ายมารดารู้ก็ร้องไห้เดินตามไป แล้วจึงร้องด้วยเสียงอันดังว่า “พุทโธ่เอ๋ย! น่าสงสารแท้ ๆ ทำไมลูกชายประพฤติเป็นคนลักขโมยจนต้องรับโทษประหารชีวิตเช่นนี้” ลูกได้ ยินเสียงมารดาจึงเหลียวหน้ามาพูดว่า “แม่จ๋า นี่เป็นความผิดของแม่ ฉันจึงต้องรับโทษถึง ประหารชีวิต เมื่อฉันยังเป็นเด็ก ๆ อยู่ ได้ไปขโมยสิ่งของมาให้แม่เสมอ ทำไมแม่จึงไม่ห้ามปราม สั่งสอนเล่า แม่กลับชมฉันว่าเป็นคนดีเสียอีก มาบัดนี้ทำไมแม่จึงมาบ่นว่าฉันประพฤติเช่นนี้เล่า เพราะฉันเป็นขโมยฉันจึงต้องตายในบัดนี้” นิทานสุภาษิต พระยาพิรุฬห์พิทยาพรรณ (สวน พุกกะเวส) นิยมใช้
๑๓๔ 5. นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไรกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กในยุคปัจจุบัน ตอบ ในยุคปัจจุบันยุคที่เกิดที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกวินาที อินเทอร์เน็ต คือสิ่งปกติที่ เด็ก ๆ รู้จักตั้งแต่เกิด หากผู้ปกครองรู้จักปรับตัวและใช้ประโยชน์ จากข้อดีของสิ่งเหล่านี้ และนำมาช่วยเลี้ยงลูกให้ค้นพบความชอบของตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง (หมายเหตุ : แนวทางคำตอบของบทความขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูผู้สอน)
๑๓๕ 1. ข้อความตอนใดเป็นข้อความแสดงข้อคิดเห็น (O-NET ปีการศึกษา 2561 ) ๑. ตอนที่ 1) ๒. ตอนที่ 2) ๓. ตอนที่ 3) ๔. ตอนที่ 4) 2. ข้อความตอนใดเป็นข้อความแสดงข้อคิดเห็น (O-NET ปีการศึกษา 2562 ) 1. ตอนที่ 1) 2. ตอนที่ 2) 3. ตอนที่ 3) 4. ตอนที่ 4) 3. ข้อใดเป็นข้อความแสดงข้อคิดเห็น (O-NET ปีการศึกษา 2563 ) 1. คุณป้าบริจาคที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดให้โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตรจังหวัด นครศรีธรรมราช 2. โรคระบาดโควิด-19 เริ่มระบาดในนครอู่ฮั่น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่ช่วง ปลายปี พ.ศ. 2562 3. ตู้หนังสือของบ้านในอดีตเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากมีบ้านหนังสือเพื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ สังคมอย่างมีความสุข 4. หอสมุดแห่งชาติเดิมชื่อหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร ได้ดำเนินการมาตั้งแต่รัชกาล ที่ ๕ ถึงปัจจุบัน ประลองข้อสอบ เรื่องการแสดงความคิดเห็นกัน 1) คีโตเจนิคไดเอท คือการลดน้ำหนักที่เน้นอาหารประเภทไขมันและโปรตีนพร้อมกับงดแป้งและ น้ำตาล ๒) หลักการก็คือ ไม่กินแป้งทำให้ไม่มีคาร์โบไฮเดรตไปช่วยสร้างพลังาน ๓) ทำให้ร่างกาย ดึงไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้นั่นเอง 4) ส่วนผู้ที่มีภาวะเบาหวานควรอยู่ในความดูแลของคุณหมอ อย่างใกล้ชิด 1) นกเงือกมีบทบาทช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม่ในป้า ๒) พวกมันจะบินครอบคลุมและใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ป่ากว้างมาก ๓) ทำให้ป่าเกิดความสมดุลจากการกระจายเมล็ดพันธุ์ผ่านมูลนก 4) หากอนุรักษ์นกเงือกไว้ก็น่าจะสามารถอนุรักษ์และสร้างสมดุลพืชพรรณในป่าได้อีกมาก
๑๓๖ 1. ข้อความตอนใดเป็นข้อความแสดงข้อคิดเห็น (O-NET ปีการศึกษา 2561 ) 1. ตอนที่ 1) 2. ตอนที่ 2) 3. ตอนที่ 3) 4. ตอนที่ 4) เฉลย ตอบ 2 เพราะว่า เป็นการถ่ายทอดความคิดเห็นของผู้เขียนอย่างสมเหตุเสมผล อิงข้อมูลมา จากความเป็นจริง 2. ข้อความตอนใดเป็นข้อความแสดงข้อคิดเห็น (O-NET ปีการศึกษา 2562 ) 1. ตอนที่ 1) 2. ตอนที่ 2) 3. ตอนที่ 3) 4. ตอนที่ 4) เฉลย ตอบ 4 เพราะว่า เป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้และมีความคิดเห็นอย่างสมเหตุเสมผล มีข้อมูล หลักฐานมาสนับสนุน เฉลยข้อสอบ เรื่องการแสดงความคิดเห็นกัน 1) คีโตเจนิคไดเอท คือการลดน้ำหนักที่เน้นอาหารประเภทไขมันและโปรตีนพร้อมกับงดแป้ง และน้ำตาล ๒) หลักการก็คือ ไม่กินแป้งทำให้ไม่มีคาร์โบไฮเดรตไปช่วยสร้างพลังาน ๓) ทำให้ ร่างกายดึงไขมันที่สะสมอยู่ออกมาใช้นั่นเอง 4) ส่วนผู้ที่มีภาวะเบาหวานควรอยู่ในความดูแลของ คุณหมออย่างใกล้ชิด 1) นกเงือกมีบทบาทช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม่ในป้า ๒) พวกมันจะบินครอบคลุมและใช้ประโยชน์ ในพื้นที่ป่ากว้างมาก ๓) ทำให้ป่าเกิดความสมดุลจากการกระจายเมล็ดพันธุ์ผ่านมูลนก 4) หาก อนุรักษ์นกเงือกไว้ก็น่าจะสามารถอนุรักษ์และสร้างสมดุลพืชพรรณในป่าได้อีกมาก
๑๓๗ 3. ข้อใดเป็นข้อความแสดงข้อคิดเห็น (O-NET ปีการศึกษา 2563) 1. คุณป้าบริจาคที่ดินที่เป็นมรดกตกทอดให้โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตรจังหวัด นครศรีธรรมราช 2. โรคระบาดโควิด-19 เริ่มระบาดในนครอู่ฮั่น ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่ช่วง ปลายปี พ.ศ. 2562 3. ตู้หนังสือของบ้านในอดีตเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากมีบ้านหนังสือเพื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ สังคมอย่างมีความสุข 4. หอสมุดแห่งชาติเดิมชื่อหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร ได้ดำเนินการมาตั้งแต่รัชกาล ที่ ๕ ถึงปัจจุบัน เฉลย ตอบ 3 เพราะว่า เป็นการเขียนขยายความคิดเห็นของ ผู้อ่านที่มีต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่อ่าน โดยแสดงความคิดเห็นประกอบเรื่องนั้น
๑๓๘ เรื่อง การเขียนเรียงความ สาระที่ ๒ การเขียน ตัวชี้วัด : ท ๒.๑ ม.๑/๔ เขียนเรียงความ ท ๒.๑ ม.๒/๓ เขียนเรียงความ การเขียนเรียงความ จำเป็นที่ผู้เขียนต้องเขียนให้ถูกต้อง ตรงตามหลักในการเขียนเรียงความ จึงจะสามารถจูงใจให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกสนใจที่จะอ่าน ส่วนประกอบของเรียงความ 1. คำนำ เป็นส่วนสำคัญต่อการเขียนเรียงความ เพราะจะช่วยเร้าความสนใจให้กับผู้อ่าน และเป็นการ นำเข้าสู่เรื่อง ตลอดจนเป็นส่วนที่แนะนำให้ผู้อ่านทราบเค้าโครงของ เรียงความ 2. เนื้อเรื่อง เป็นส่วนที่ขยายความจากคำนำ โดยแยกแยะเกี่ยวกับรายละเอียดต่าง ๆ ส่วนเนื้อ เรื่องนี้อาจมีหลายๆ ย่อหน้า ขึ้นอยู่กับเรื่องที่เขียน 3. สรุป เป็นส่วนสุดท้ายที่เน้นสาระของเรื่องที่จะสรุปประเด็นหรือข้อคิดของเรื่องก็ได้ ควรใช้ถ้อยคำกะทัดรัด หลักในการเขียนเรียงความที่ดี 1. ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะเขียนจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ 2. ลำดับความคิด กำหนดแนวทางที่จะเขียนจัดเป็นโครงเรื่อง โดยทำเป็นหัวข้อ 3. นำโครงเรื่องมาเขียนร่างเป็นย่อหน้าโดยขึ้นอยู่กับเรื่องที่เขียน 4. นำสิ่งที่เขียนร่างมาปรับปรุงแก้ไขให้เป็นเรียงความที่สมบูรณ์ 5. ปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำสำนวนให้ถูกต้อง สละสลวย ขั้นตอนการเขียนเรียงความที่ดี มีดังนี้ 1. แบ่งส่วนต่าง ๆ เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำเรื่องหรือคำนำ เนื้อเรื่องและส่วนสรุปเรื่องแล้ววาง โครงเรื่อง ในแต่ละส่วนว่าจะกล่าวถึงอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้การเขียนเป็นไปตามลำดับความคิด ไม่วกวน 2. เขียนร่างรายละเอียดตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้ในแต่ละส่วน 3. เขียนเป็นข้อความติดต่อกันตลอดเรื่องตามเรื่อง ตามรายละเอียดที่ร่างไว้ และแก้ไขเพิ่มเติมให้ แต่ละส่วนมีความเชื่อมโยงกัน 4. อ่านทบทวน แก้ไข ขัดเกลาภาษา สำนวนให้ถูกต้องสละสลวย ลักษณะของการเขียนเรียงความที่ดี มีดังนี้ 1. เขียนได้ถูกต้องตามรูปแบบของเรียงความ คือ มีคำนำ เนื้อเรื่องและสรุป 2. มีเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง ชัดเจน 3. ให้ข้อคิดหรือแสดงความคิดเห็น 4. ใช้สำนวนภาษาได้อย่างสละสลวยและสอดคล้องกับเรื่อง การเขียนเรื่องจากหัวข้อเรื่อง อ่านและสังเกตขั้นตอนการเขียนเรื่องโดยวิธีตั้งคำถาม
๑๓๙ การวางโครงเรื่องโดยวิธีตั้งคำถามเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเขียน คำถาม - ไปเยี่ยมคุณย่าเมื่อใด หรือบอกเหตุผลที่ไป - บ้านคุณย่าอยู่ที่ไหน และมีลักษณะอย่างไร -คุณย่ามีลักษณะนิสัย ท่าทางเป็นอย่างไร - เขียนเล่าเหตุการณ์ ขณะที่อยู่บ้านคุณย่า -แทรกความรู้ ประสบการณ์ของผู้เขียน -ฝากข้อคิดอะไรไว้บ้าง (ข้อคิดนั้นจะต้องสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง) ตอบ คำถาม ที่ตั้งไว้ - ไปเยี่ยมคุณย่าในวันหยุด - บ้านคุณย่าอยู่ต่างจังหวัด เป็นบ้านสวนอยู่ริมคลอง มีต้นไม้ร่มรื่น -คุณย่าใจดี รักลูกหลานและชอบทำขนม -ช่วยคุณย่าทำขนมบัวลอย - วิธีทำขนมบัวลอย -คุณย่ามีความสุขที่ลูกหลานมาเยี่ยม -ควรระลึกถึงและไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ของเราเสมอ ขั้นที่ ๑ กำหนดชื่อเรื่องแล้วตั้ง คำถาม ชื่อเรื่อง “ไปเยี่ยมคุณย่า” ขั้นที่ ๒ ตอบคำถามที่ตั้งไว้
๑๔๐ เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา พ่อพาฉันไปเยี่ยมคุณย่าที่ต่างจังหวัด บ้านของคุณย่าเป็นบ้านสวนอยู่ริม คลองมีน้ำใสสะอาด หลังบ้านมีต้นไม้มากมายทำให้ดูร่มรื่น คุณย่าอยู่กับน้าเล็กซึ่งเป็นน้องสาวของพ่อ น้าเล็กมีลูกสาวสองคนอายุไล่เลี่ยกับฉัน คุณย่าเป็นคนใจดีชอบทำขนมให้พวกเรากิน พอไปถึงบ้านคุณย่า ฉันก็เข้าไปกราบคุณย่า วันนั้นลูกหลานของคุณย่าจะพากันมาเยี่ยมคุณ ย่าโดยพร้อมหน้า คุณย่าบอกว่าวันนี้จะทำขนมบัวลอยให้กิน ต่อมาคุณย่าเตรียมนำแป้งข้าวเหนียวมา นวดกับน้ำใบเตย แป้งของคุณย่าจึงเป็นสีเขียวและมีกลิ่นหอม เด็ก ๆ ก็มาช่วยปั้นแป้งซึ่งคุณย่าให้ปั้น เป็นเม็ดกลม ๆ เล็ก ๆ แต่ฉันกับพวกเด็ก ๆ ปั้นเป็นรูปสัตว์บ้าง ดอกไม้บ้าง คุณย่าก็ไม่ว่าอะไร จากนั้น ก็นำแป้งที่ปั้นไปต้มในน้ำเดือด รอจนแป้งลอยขึ้นมาแล้วตักไปใส่ในน้ำกะทิที่คุณย่าต้มกับน้ำตาลที่ เตรียมไว้ ฉันและพวกเด็ก ๆ กินขนมที่ตัวเองปั้นจนพุงกาง คุณย่านั่งดูเด็ก ๆ กินขนมแล้วหันไปยิ้มกับ คุณพ่ออย่างมีความสุข ตอนเย็นฉันเข้าไปลาคุณย่ากลับบ้าน ฉันเห็นนัยน์ตาของคุณย่ามีน้ำตาซึม แต่ก็ยังยิ้มอยู่ ขณะที่นั่งมาในรถฉันกระซิบบอกให้พ่อพาฉันมาหาคุณย่าอีก พ่อรับปากแล้วบอกว่าพ่อก็คิดถึงคุณย่า เหมือนกัน ขั้นที่ ๓ เนื้อเรื่อง
๑๔๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน) 1. ส่วนประกอบของเรียงความ ประกอบด้วยอะไรบ้าง ( 2 คะแนน) ............................................................................................................................ 2. หลักในการเขียนเรียงความที่ดี มีลักษณะในการเขียนอย่างไร ( 3 คะแนน) ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 3. เรียงความ มีขั้นตอนในการเขียนอย่างไร ( เรียงตามลำดับ 3 คะแนน ) ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ 4. เรียงความที่ดี ควรมีลักษณะในการเขียนอย่างไร จงอธิบายมาให้ชัดเจน ( 2 คะแนน ) ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ ............................................................................................................................ เกณฑ์การประเมิน : ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) ทำได้ 10 คะแนน ทำได้ 8-9 คะแนน ทำได้ 4-7 คะแนน ทำได้ 0-3 คะแนน คะแนนเต็ม คะแนนที่ผ่านการประเมิน คะแนนที่ได้ ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน 10 7 ผ่าน ไม่ผ่าน ใบกิจกรรมที่ ๑.๑ เรื่อง องค์ประกอบ ของการเขียนเรียงความ ชื่อ-สกุล...............................................................................................ชั้น................เลขที่..........
๑๔๒ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ “ ครอบครัวของนักเรียน ” พร้อมตั้งชื่อเรื่องให้ มีความน่าใจ ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) .............................................................. ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... เกณฑ์การประเมิน : ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) ทำได้ 10 คะแนน ทำได้ 8-9 คะแนน ทำได้ 4-7 คะแนน ทำได้ 0-3 คะแนน คะแนนเต็ม คะแนนที่ผ่านการประเมิน คะแนนที่ได้ ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน 10 7 ผ่าน ไม่ผ่าน ใบกิจกรรมที่ ๑.๒ เรื่อง องค์ประกอบ ของการเขียนเรียงความ คำถามเพื่อเป็นแนวทางในการเขียน - บอกชื่อตัวเองว่าชื่ออะไร - บ้านตั้งอยู่ที่ไหน - สมาชิกในครอบครัวมีใครบ้าง - เล่าเหตุการณ์ที่ประทับใจ - เสนอแนวคิดในการอยู่ร่วมกันและการเป็นสมาชิกที่ดีต่อครอบครัว ชื่อ-สกุล...............................................................................................ชั้น................เลขที่..........
๑๔๓ ชื่อเรื่อง ชื่อเรื่อง เป็นกลุ่มคำที่มีความหมายครอบคลุมเรื่องทั้งหมด การเขียนเรียงความอาจตั้งชื่อตาม กรอบที่กำหนดให้ ตั้งชื่อเรื่องจากภาพที่เห็น หรือตั้งชื่อเรื่องตามจินตนาการของผู้เขียน แผนภาพความคิดการตั้งชื่อเรื่องเกี่ยวกับสังคมและชุมชน
๑๔๔ คำชี้แจง ให้นักเรียนตั้งชื่อเรื่องจากภาพที่กำหนดลงในแผนภาพความคิดให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้ง ระบายสีภาพ ให้สวยงาม ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) เกณฑ์การประเมิน : ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) ทำได้ 10 คะแนน ทำได้ 8-9 คะแนน ทำได้ 4-7 คะแนน ทำได้ 0-3 คะแนน คะแนนเต็ม คะแนนที่ผ่านการประเมิน คะแนนที่ได้ ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน 10 7 ผ่าน ไม่ผ่าน ชื่อเรื่องเรียงความ ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. ๑๐. ใบกิจกรรมที่ ๒.๑ เรื่อง การตั้งชื่อเรื่องเรียงความ ชื่อ-สกุล...............................................................................................ชั้น................เลขที่..........
๑๔๕ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนภาพความคิด ตั้งชื่อเรื่องเรียงความเกี่ยวกับตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งระบายสีให้สวยงาม ( คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) ใบกิจกรรมที่ ๒.๒ เรื่อง การตั้งชื่อเรื่องเรียงความ แผนภาพความคิด เกี่ยวกับตนเองและครอบครัว
๑๔๖ เกณฑ์การประเมิน : ระดับคุณภาพ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) ทำได้ 10 คะแนน ทำได้ 8-9 คะแนน ทำได้ 4-7 คะแนน ทำได้ 0-3 คะแนน คะแนนเต็ม คะแนนที่ผ่านการประเมิน คะแนนที่ได้ ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน 10 7 ผ่าน ไม่ผ่าน ชื่อเรื่องเรียงความ 1. 6. 2. 7. 3. 8. 4. 9. 5. 10. ชื่อ-สกุล...............................................................................................ชั้น................เลขที่..........
๑๔๗ การวางโครงเรื่องของเรียงความที่ดีนั้น จะต้องประกอบไปด้วยส่วนดี 3 ส่วน คือ โครง เรื่องดี เนื้อหาดี และความคิดเห็นดีโครงเรื่องดี หมายถึง วางโครงเรื่องได้อย่างเหมาะสม สอดคล้อง กันตั้งแต่ต้นจนจบ จัดลำดับเรื่องได้อย่างเหมาะสมว่าตอนใดควรจะมาก่อนมาหลัง และลำดับเรื่องรับ กันหรือต่อเนื่องโดยตลอด ส่วนเนื้อหาและความคิดเห็นนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอันดับรองลงไป ซึ่ง จะต้องเขียนให้ดีเช่นกัน เรียงความจึงจะมีความสมบูรณ์ โครงเรื่องเปรียบเสมือนแบบแปลนสำหรับผู้ก่อสร้าง ซึ่งจะใช้เป็นบรรทัดฐานในการก่อสร้าง งานแต่ละชิ้นแต่ละอย่างขึ้นมา จะแก้ไขก็ได้ พิจารณาตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง ส่วนใดจะตัดเติมจะ เสริมจะแต่งก็ดูได้จากแบบแปลนที่ยังไม่ก่อสร้าง หากช่างขาดแปลนก็จะเกิดความขัดข้องในการ ก่อสร้าง หากผู้เขียนเรียงความขาดโครงเรื่องก็จะเกิดความขัดข้องในการเขียนเรียงความ การวางโครงเรื่องของการเขียนเรียงความแต่ละหัวข้อผู้เขียนต้องเลือกเขียนเพียงแง่มุมเดียว เท่านั้น เพราะถ้าหากเขียนหลายแง่มุมในเรื่องเดียวกัน จะทำให้เรื่องที่เขียนไม่เด่นชัด ดังนั้น จึงต้อง กำหนดไว้ในใจว่า จะเขียนในแง่ใด แนวใด เมื่อเลือกได้แล้วจึงจะวางโครงเรื่องเพื่อเขียนเป็นตัวเรื่องให้ สมบูรณ์ต่อไป การวางโครงเรื่อง วางได้ 3 แนว คือ 1. แนวการให้ ความรู้ เป็นการเขียนที่แสดงความรู้ตามหัวข้อเรื่องที่กำหนดมาให้ อาศัยความเป็น จริง ข้อมูลและความรู้เป็นหลักในการเขียน หัวข้อเรียงความประเภทนี้ ได้แก่ เรื่องประวัติการศึกษาของไทย, เรื่องโรงเรียนของข้าพเจ้า เป็นต้น 2. แนวการให้ ความคิดเห็น เป็นการเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นมากกว่าแสดงความรู้ หัวข้อเรื่องแนว นี้ เช่น การศึกษาในชนบท, ระบบโรงเรียนล้มเหลว เป็นต้น 3. แนวการให้ ความรู้สึก เป็นการเขียนเพื่อแสดงความในใจโดยการพรรณนาหรือบรรยายให้ผู้อ่าน เกิดความรู้สึกพึงพอใจตามหัวข้อเรียงความแนวนี้ ได้แก่ ชายทะเลชะอำ วันนี้, ความรักของบิดามารดากับบุตร เป็นต้น วิธีวางโครงเรื่องมี ๓ ลำดับขั้น คือ ๑. ขั้นที่หนึ่ง → การประมวลความ 2. ขั้นที่สอง → การเลือกสรรความ 3. ขั้นที่สาม → การจัดสรรความ