The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมโดยเครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by momay.ns, 2022-06-23 21:37:16

รายงานวิจัย การสร้างเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมโดยเครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

การสร้างเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมโดยเครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

131

ตารางที่ 19 แสดงจานวนและร้อยละการเลือกเดินทางทอ่ งเทีย่ ว ของผตู้ อบแบบสอบถาม

การเลอื กเดินทางท่องเท่ยี ว จานวน รอ้ ยละ

ใกล้ท่ีพัก 7 3.21

การคมนาคมสะดวก 43 19.72

สถานทีเ่ ป็นธรรมชาติ 80 36.70

กจิ กรรมมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ 24 11.01

ประชาสัมพันธ์ดี 13 5.96

คา่ ใช้จา่ ยในการท่องเทยี่ วไม่แพง 51 23.39

อ่ืนๆ 0 -

จากตารางที่ 19 การเลือกเดินทางท่องเท่ียวของผู้ตอบแบบสอบถาม (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

สว่ นใหญ่เลอื กเดินทางท่องเท่ียว สถานทเี่ ป็นธรรมชาติ จานวน 80 คน (รอ้ ยละ 36.70) รองลงมาคือ ค่าใช้จา่ ย

ในการท่องเที่ยวไม่แพง จานวน 51 คน (ร้อยละ 23.39) การคมนาคมสะดวก จานวน 43 คน (ร้อยละ 19.72)

กิจกรรมมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ จานวน 24 คน (ร้อยละ 11.01) ประชาสัมพันธ์ดี จานวน 13 คน

(รอ้ ยละ 5.96) ใกล้ท่ีพกั จานวน 7 คน (รอ้ ยละ 3.21) ตามลาดบั

ตารางท่ี 20 แสดงจานวนและรอ้ ยละการใชบ้ รกิ ารจากการท่องเท่ยี ว ของผู้ตอบแบบสอบถาม

การใชบ้ ริการจากการท่องเที่ยว จานวน รอ้ ยละ

บริการอาหาร 100 27.47

เลอื กซ้ือสินค้าทรี่ ะลกึ 95 26.10

นกั สอื่ ความหมายชมุ ชน 90 24.73

บรกิ ารที่พัก 30 8.24

รถนาเที่ยว 49 13.46

อืน่ ๆ 0 -

จากตารางท่ี 20 พบว่า การใช้บรกิ ารจากการทอ่ งเที่ยวของผตู้ อบแบบสอบถาม (เลือกตอบได้มากกว่า

1 ข้อ) ส่วนใหญ่ใช้บริการอาหาร จานวน 100 คน (ร้อยละ 27.47) รองลงมาคือ เลือกซ้ือสินคา้ ท่ีระลกึ จานวน

95 คน (ร้อยละ 26.10) นักสื่อความหมายชุมชน จานวน 90 คน (ร้อยละ 24.73) รถนาเที่ยว จานวน 49 คน

(ร้อยละ 13.46) บริการทพี่ ัก จานวน 30 คน (ร้อยละ 8.24) ตามลาดบั

132

ตารางท่ี 21 แสดงจานวนและรอ้ ยละสถานทใี่ นตาบลขะเนจื้อ ตาบลแม่ระมาด และตาบลพระธาตทุ ่เี คยเข้ามา
ทอ่ งเท่ยี ว ของผตู้ อบแบบสอบถาม

สถานท่ที ีเ่ คยท่องเท่ียว จานวน ร้อยละ

วัดดอนแกว้ 95 19.00

ถา้ เช่น ถ้าโมกขละ ถา้ เลปู่ ถ้าซามูไร 100 20.00

วิถชี ีวิตล้านนา 65 13.00

วถิ ชี วี ิตชาวปกาเกอะญอ 61 12.20

ล่องเรอื ชมธรรมชาตสิ องแผ่นดิน 59 11.80

ทา่ นา้ ธรรมชาติ จุดผ่อนปรน 30 6.00

สะพานสองไม้ไผ่สองแผ่นดิน 40 8.00

เจดีย์ พระธาตุ 40 8.00

อนื่ ๆ 10 2.00

จากตารางท่ี 21 พบว่า สถานที่ในตาบลขะเนจ้ือ ตาบลแม่ระมาด และตาบลพระธาตุของผู้ตอบ

แบบสอบถาม (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ส่วนใหญ่เคยไปถ้า เช่น ถ้าโมกขละ ถ้าเลปู่ ถ้าซามูไร จานวน

100 คน (ร้อยละ 20.00) รองลงมาคือ วัดดอนแกว้ จานวน 95 คน (ร้อยละ 19.00) ขมวิถีชวี ิตล้านนา จานวน

65 คน (ร้อยละ 13.00) ชมวิถีชีวติ ชาวปกาเกอะญอ จานวน 61 คน (ร้อยละ 12.20) ลอ่ งเรือชมธรรมชาติสอง

แผ่นดิน จานวน 59 คน (ร้อยละ 11.80) สะพานสองไม้ไผ่สองแผ่นดินและเจดีย์ พระธาตุ จานวน 40 คน

(ร้อยละ 8.00) ท่าน้าธรรมชาติ จุดผ่อนปรน จานวน 30 คน (ร้อยละ 6.00) อ่ืนๆ จานวน 10 คน (ร้อยละ

2.00) ตามลาดับ

ตอนท่ี 2 ระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวต่อการท่องเท่ียวในตาบลขะเนจ้ือ ตาบลแม่ระมาด และ
ตาบลพระธาตุ

ตารางที่ 22 แสดงจานวนและรอ้ ยละความพงึ พอใจด้านภาพลกั ษณก์ ารทอ่ งเท่ียว

ประเดน็ คาถาม ระดบั ความพงึ พอใจ แปลผล
ประทับใจ เฉยๆ ไมป่ ระทับใจ ค่าเฉลี่ย S.D. มาก
ความนา่ สนใจของกิจกรรมในการ
ทอ่ งเที่ยว 61 32 7 1.54 0.63 มาก
ความหลากหลายของกิจกรรมท่องเทยี่ ว มาก
ทางวฒั นธรรม และวิถชี ีวติ ชุมชนด้งั เดมิ 58 37 5 1.53 0.59
การอนรุ กั ษธ์ รรมชาตใิ นการทอ่ งเทีย่ ว 67 33 0 1.67 0.47

133

ไดส้ มั ผัส และเรียนรวู้ ิถชี ีวิตของคนใน 62 38 0 1.62 0.49 มาก
ชุมชนบรเิ วณแหล่งท่องเท่ียว

ทัศนยี ภาพโดยรวมสวยงาม 76 24 0 1.76 0.43 มาก

มปี ้ายให้ข้อมลู ด้านการท่องเที่ยว 26 53 21 1.05 0.69 ปานกลาง
ชัดเจน

รวม 1.53 0.55 มาก

หมายเหตุ : คะแนนเฉลยี่ ระหว่าง 1.34 - 2.00 = มาก , 0.67 - 1.33 หมายถงึ = ปานกลาง , 0.00 - 0.66 = นอ้ ย

จากตารางที่ 22 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านภาพลักษณ์ทางการทอ่ งเที่ยวโดยรวม
อยูใ่ นระดับมาก (ค่าเฉล่ีย=1.53 ,S.D.= 0.55) เมอื่ พิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความ
พงึ พอใจเรือ่ งทศั นียภาพโดยรวมสวยงาม มีระดบั ความพงึ พอใจมาก (ค่าเฉลีย่ =1.76 ,S.D.= 0.43) รองลงมาคือ
การอนุรักษ์ธรรมชาติในการท่องเท่ียว มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย=1.67 ,S.D.= 0.47) ได้สัมผัส และ
เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนบริเวณแหล่งท่องเท่ียว มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉล่ีย=1.62 ,S.D.= 0.49)
ความน่าสนใจของกิจกรรมในการท่องเท่ียว มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉล่ีย =1.54 ,S.D.= 0.63)
ความหลากหลายของกิจกรรมท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม มีระดับความพึงพอใจมาก
(ค่าเฉลี่ย=1.53 ,S.D.= 0.59) มีป้ายให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวชัดเจน มีระดับความพึงพอใจปานกลาง
(ค่าเฉล่ีย=1.05 ,S.D.= 0.69) ตามลาดับ

ตารางที่ 23 แสดงจานวนและร้อยละความพึงพอใจดา้ นราคาสินค้าและบริการ

ประเดน็ คาถาม ระดับความพงึ พอใจ
ประทบั ใจ เฉยๆ ไม่ประทบั ใจ คา่ เฉลี่ย S.D. แปลผล

ราคาสนิ คา้ และของท่รี ะลกึ /ของฝาก 52 48 0 1.52 0.50 มาก

ความเหมาะสมของราคาโปรแกรมการ 55 40 5 1.50 0.59 มาก
ท่องเทย่ี ว

รวม 1.51 0.55 มาก

หมายเหตุ : คะแนนเฉล่ยี ระหวา่ ง 1.34 - 2.00 = มาก , 0.67 - 1.33 หมายถงึ = ปานกลาง , 0.00 - 0.66 = นอ้ ย

จากตารางที่ 23 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านราคาสินค้าและบริการโดยรวมอยู่ใน
ระดับมาก (ค่าเฉล่ีย=5.51 ,S.D.= 0.55) เม่ือพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความ
พึงพอใจเร่ือง ราคาสินค้าและของท่ีระลึก/ของฝาก มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย=1.52 ,S.D.= 0.50)
รองลงมาคือ ความเหมาะสมของราคาโปรแกรมการทอ่ งเท่ียวมีระดับความพงึ พอใจมาก (คา่ เฉลี่ย=1.50 ,S.D.=
0.55) ตามลาดบั

134

ตารางที่ 24 แสดงจานวนและร้อยละความพึงพอใจด้านการคมนาคม

ประเด็นคาถาม ระดบั ความพงึ พอใจ
ประทับใจ เฉยๆ ไม่ประทับใจ คา่ เฉลย่ี S.D. แปลผล

ถนนมีความสะอาด และสะดวกต่อการ 40 60 0 1.40 0.49 มาก
สัญจร

ป้ายบอกเส้นทางการท่องเท่ยี วชดั เจน 48 52 0 1.48 0.50 มาก
เขา้ ใจง่าย

ความสะดวกในการเดินทาง 48 52 0 1.48 0.50 มาก

มถี นน สะดวก ปลอดภยั เข้าถงึ แหลง่ 52 48 0 1.52 0.50 มาก
ท่องเที่ยว

รวม 1.47 0.50 มาก

หมายเหตุ : คะแนนเฉลี่ยระหวา่ ง 1.34 - 2.00 = มาก , 0.67 - 1.33 หมายถงึ = ปานกลาง , 0.00 - 0.66 = น้อย

จากตารางท่ี 24 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านการคมนาคมโดยรวมอยู่ในระดับมาก
(ค่าเฉลี่ย=1.49 ,S.D.= 0.50) เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจเร่ือง
มีถนน สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉล่ีย=1.52 ,S.D.= 0.50)
รองลงมาคือ ป้ายบอกเส้นทางการท่องเที่ยวชัดเจน เข้าใจง่าย และความสะดวกในการเดินทาง มีระดับความ
พงึ พอใจมาก (ค่าเฉล่ีย=1.48 ,S.D.=050) มีระดบั ความพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย=2.38 ,S.D.=0.70) ถนนมีความ
สะอาด และสะดวกตอ่ การสัญจร มีระดบั ความพงึ พอใจมาก (คา่ เฉล่ีย=1.40 ,S.D.=0.49) ตามลาดับ

ตารางท่ี 25 แสดงจานวนและรอ้ ยละความพงึ พอใจดา้ นความปลอดภยั

ประเด็นคาถาม ระดับความพึงพอใจ
ประทบั ใจ เฉยๆ ไม่ประทับใจ คา่ เฉลย่ี S.D. แปลผล

เจา้ หนา้ ทีด่ แู ลความปลอดภัยอย่าง 42 53 5 1.37 0.58 มาก
ทั่วถงึ

แจง้ ขอ้ ควรระวังให้แกน่ ักทอ่ งเทย่ี ว 33 62 5 1.28 0.55 ปานกลาง
ในการกจิ กรรม

ความปลอดภัยเหมาะสมแก่การ 36 59 5 1.31 0.56 ปานกลาง
ท่องเท่ียว

รวม 1.32 0.56 ปานกลาง

หมายเหตุ : คะแนนเฉล่ียระหว่าง 1.34 - 2.00 = มาก , 0.67 - 1.33 หมายถึง = ปานกลาง , 0.00 - 0.66 = น้อย

135

จากตารางที่ 25 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านความปลอดภัยโดยรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง (ค่าเฉล่ีย=1.32 ,S.D.= 0.56) เมื่อพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความ
พึงพอใจเรอ่ื งเจา้ หน้าท่ีดแู ลความปลอดภยั อย่างทั่วถงึ มีระดบั ความพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย=1.37 ,S.D.= 0.58)
รองลงมาคอื ความปลอดภัยเหมาะสมแก่การท่องเทย่ี ว มีระดับความพงึ พอใจปานกลาง (ค่าเฉล่ีย=1.31 ,S.D.=
0.56) แจ้งข้อควรระวังให้แก่นักท่องเที่ยวในการกิจกรรม มีระดับความพึงพอใจปานกลาง (ค่าเฉล่ีย=1.28
,S.D.= 0.55) ตามลาดบั

ตารางท่ี 26 แสดงจานวนและร้อยละความพึงพอใจด้านการบริการ

ประเด็นคาถาม ระดบั ความพึงพอใจ
ประทับใจ เฉยๆ ไม่ประทบั ใจ คา่ เฉลย่ี S.D. แปลผล

ความสะอาดของห้องน้า 0 29 71 0.29 0.46 นอ้ ย

ความสะอาดของอาหาร 29 66 5 1.24 0.53 ปานกลาง

ที่นั่งพักภายในแหลง่ ท่องเทยี่ ว 37 58 5 1.32 0.57 ปานกลาง
เพยี งพอ

สถานท่จี อดรถเพียงพอ 65 35 0 1.65 0.48 มาก

โฮมสเตย์น่าอยู่ สะดวก สะอาด 41 59 0 1.41 0.49 มาก

การดแู ลขยะของนกั ทอ่ งเท่ียว 43 43 14 1.29 0.70 ปานกลาง

รวม 1.20 0.54 ปานกลาง

หมายเหตุ : คะแนนเฉล่ียระหวา่ ง 1.34 - 2.00 = มาก , 0.67 - 1.33 หมายถงึ = ปานกลาง , 0.00 - 0.66 = นอ้ ย

จากตารางที่ 26 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านการบริการโดยรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง (ค่าเฉล่ีย=1.20 ,S.D.= 0.54) เม่ือพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความ
พึงพอใจเร่ืองสถานที่จอดรถเพียงพอ มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย=1.65 ,S.D.= 0.48) รองลงมาคือ
โฮมสเตย์ น่าอยู่ สะดวก สะอาด มรี ะดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉล่ีย=1.41 ,S.D.= 0.49) ที่นง่ั พักภายในแหล่ง
ท่องเท่ียวเพียงพอ มีระดับความพึงพอใจปานกลาง (ค่าเฉล่ีย =1.32 ,S.D.= 0.57) การดูแลขยะของ
นักท่องเที่ยว มีระดับความพึงพอใจปานกลาง (ค่าเฉล่ีย=1.29 ,S.D.= 0.70) ความสะอาดของห้องน้า มีระดับ
ความพึงพอใจปานกลาง (ค่าเฉลี่ย=2.08 ,S.D.= 0.85) ความสะอาดของอาหาร มีระดับความพึงพอใจ
ปานกลาง (ค่าเฉล่ีย=1.24 ,S.D.= 0.53) ความสะอาดของห้องน้า มีระดับความพึงพอใจน้อย (ค่าเฉล่ีย=0.29
,S.D.= 0.46) ตามลาดบั

136

ตารางที่ 27 แสดงจานวนและรอ้ ยละความพงึ พอใจด้านนกั สือ่ ความหมาย

ประเด็นคาถาม ระดบั ความพึงพอใจ
ประทบั ใจ เฉยๆ ไม่ประทับใจ ค่าเฉล่ยี S.D. แปลผล

ให้บริการดว้ ยความสภุ าพและเปน็ มิตร 54 46 0 1.54 0.50 มาก

เลา่ ส่ือความหมายไดเ้ ข้าใจ เป็น 46 54 0 1.46 0.50 มาก
ลาดับ ไม่วกวน

การแตง่ กายสะอาด สภุ าพ 46 54 0 1.46 0.50 มาก

ให้คาแนะนาและตอบข้อซักถามเป็น 56 44 0 1.56 0.50 มาก
อยา่ งดี

รวม 1.51 0.50 มาก

หมายเหตุ : คะแนนเฉล่ยี ระหวา่ ง 1.34 - 2.00 = มาก , 0.67 - 1.33 หมายถึง = ปานกลาง , 0.00 - 0.66 = นอ้ ย

จากตารางท่ี 27 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจดา้ นนักส่ือความหมายโดยรวมอยู่ในระดับ
มาก (ค่าเฉล่ีย=1.51 ,S.D.= 0.50) เม่ือพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจ
เร่ืองให้คาแนะนาและตอบข้อซักถามเป็นอย่างดี มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉล่ีย=1.56 ,S.D.= 0.50)
รองลงมาให้บริการด้วยความสุภาพและเป็นมิตร มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉล่ีย=1.54 ,S.D.= 0.50)
เล่าส่ือความหมายได้เข้าใจ เป็นลาดับ ไม่วกวน และการแต่งกายสะอาด สุภาพ มีระดับความพึงพอใจมาก
(คา่ เฉล่ยี =1.46 ,S.D.= 0.50) ตามลาดบั

ตารางที่ 28 แสดงจานวนและร้อยละความพงึ พอใจดา้ นของที่ระลกึ

ประเดน็ คาถาม ระดับความพงึ พอใจ S.D. แปลผล
ประทบั ใจ เฉยๆ ไมป่ ระทับใจ คา่ เฉลยี่

มีจดุ จาหน่ายขายของท่ีระลกึ 35 54 11 1.24 0.64 ปานกลาง

ความหลากหลายของสนิ คา้ และ 23 54 23 1.00 0.68 ปานกลาง
ของทร่ี ะลกึ

การให้บรกิ ารและให้ข้อมูล 52 48 0 1.52 0.50 มาก
สนิ ค้า

รวม 1.25 0.61 ปานกลาง

หมายเหตุ : คะแนนเฉลย่ี ระหวา่ ง 1.34 - 2.00 = มาก , 0.67 - 1.33 หมายถงึ = ปานกลาง , 0.00 - 0.66 = นอ้ ย

137

จากตารางที่ 28 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านของท่ีระลึกโดยรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง (ค่าเฉลี่ย=1.25 ,S.D.= 0.61) เม่ือพิจารณาเป็นรายประเด็น พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความ
พึงพอใจเรื่อง การให้บริการและให้ข้อมูลสินค้า มีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย=1.52 ,S.D.= 0.50)
รองลงมาคือ มีจุดจาหน่ายขายของท่ีระลึก มีระดับความพึงพอใจปานกลาง (ค่าเฉล่ีย=1.24 ,S.D.= 0.64)
ความหลากหลายของสินค้าและของท่ีระลึก มีระดับความพึงพอใจปานกลาง (ค่าเฉล่ีย=1.00 ,S.D.= 0.68)
ตามลาดับ

ตารางท่ี 29 แสดงคา่ เฉลยี่ และค่าส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ความพงึ พอใจในแตล่ ะดา้ น

ความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ
คา่ เฉล่ยี S.D. แปลผล

ด้านภาพลักษณ์การทอ่ งเท่ยี ว 1.53 0.55 มาก

ดา้ นราคาสนิ คา้ และบรกิ าร 1.51 0.55 มาก

ดา้ นการคมนาคม 1.47 0.50 มาก

ด้านความปลอดภยั 1.32 0.56 ปานกลาง

ดา้ นการบรกิ าร 1.20 0.54 ปานกลาง

ดา้ นนกั ส่อื ความหมายชุมชน 1.51 0.55 มาก

ด้านของท่ีระลึก 1.25 0.61 ปานกลาง

รวม 1.40 0.54 มาก

หมายเหตุ : คะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.34 - 2.00 = มาก , 0.67 - 1.33 หมายถงึ = ปานกลาง , 0.00 - 0.66 = นอ้ ย

จากตารางท่ี 29 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจภาพรวม อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉล่ยี 1.40
, S.D.=0.54) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจด้านภาพลักษณ์การ
ท่องเที่ยว มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 1.53 , S.D.=0.55) รองลงมาคือ ด้านราคาสินค้าและ
บริการ และด้านนักส่ือความหมายชุมชน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย 1.51 , S.D.=0.55)
ด้านการคมนาคม มีความ พึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉล่ีย 1.47 , S.D.=0.50) ด้านความปลอดภัย มีความ
พึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 1.32 , S.D.=0.56) ด้านของท่ีระลึก มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ
ปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 1.25 , S.D.=0.61)ด้านการบริการ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 1.20 ,
S.D.=0.54) ตามลาดบั

138

ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะ
- กาหนดระยะเวลาในการท่องเทย่ี วในวันเดยี วมีระยะเวลาเหมาะสม
- กจิ กรรมต่างๆ ถ้าหากเป็นไปได้ ควรมรี ปู แบบตวั อยา่ งในการตัดตุง หลากหลายรูปแบบให้

นกั ท่องเทีย่ วได้ตัดและเรียนรู้
- ได้เรยี นรูว้ ิถีพื้นถิ่น ประวตั ิศาสตร์ ภูมิปัญญาทอ้ งถนิ่
- ควรกระชับเวลาในแตล่ ะจดุ เรยี นรู้ใหม้ ากกว่าน้ี
- อยากให้มีจดั แบบน้อี ีก
- ควรมีความหลากหลายของสถานทใี่ ห้มากกวา่ นี้

สรุปผลการศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่อการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน เครือข่ายชุมชนคน
แม่ระมาด ที่เดินทางทั้งที่มาจากการจัดท่องเที่ยวโดยชุมชนและมาท่องเที่ยวโดยบังเอิญในพ้ืนที่ตาบลขะเนจื้อ
ตาบลแมร่ ะมาด และตาบลพระธาตุ สอบถามผเู้ ข้าใช้บริการ จานวน 100 คน ดงั น้ี

1. นักท่องเท่ียวส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 26 – 36 ปี มีสถานภาพโสด ประกอบ
อาชีพข้าราชการ/ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001 - 10,000 บาทและ25,001 –30,000
บาท เดินทางท่องเท่ยี ว 1-2 ครงั้ ตอ่ ปี ชนื่ ชอบแหลง่ ท่องเทีย่ วทางธรรมชาติ เคยเดินทางท่องเทย่ี วในพ้ืนที่ตาบล
ขะเนจ้ือ ตาบลแม่ระมาด และตาบลพระธาตุ ได้รับทราบข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจากอินเตอร์เน็ต การท่องเที่ยว
ส่วนใหญ่มาส่วนตัว ใช้ยานพาหนะโดยรถยนต์สวนตัว ส่วนใหญ่พักค้างคืนประเภทอ่ืนๆ ส่วนใ หญ่
มีวัตถุประสงค์การท่องเท่ียวเพื่อพักผ่อน/ท่องเที่ยว เลือกเดินทางท่องเท่ียวสถานท่ีเป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่ใช้
บริการอาหาร สถานทใ่ี นตาบลขะเนจอ้ื ตาบลแมร่ ะมาด และตาบลพระธาตุสว่ นใหญเ่ คยไปถ้า เชน่ ถา้ โมกขละ
ถา้ เลปู่ ถ้าซามูไร

2. นักท่องเท่ียวส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการให้บริการการท่องเที่ยวในตาบลขะเนจื้อ ตาบล
แม่ระมาด และตาบลพระธาตุ ด้านภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยว เร่ืองทัศนียภาพโดยรวมสวยงาม มีระดับความ
พึงพอใจมาก ด้านราคาสินค้าและบริการ เรื่องราคาสินค้าและของท่ีระลึก/ของฝาก มีระดับความพึงพอใจมาก
ด้านการคมนาคมเร่ืองมีถนน สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงแหล่งท่องเท่ียว มีระดับความพึงพอใจมาก ด้านความ
ปลอดภัย เร่ืองเจ้าหน้าท่ีดูแลความปลอดภัยอย่างท่ัวถึง มีระดับความพึงพอใจมาก ด้านการบริการ เร่ือง
สถานท่จี อดรถเพียงพอ มรี ะดับความพึงพอใจมาก ดา้ นนักสอื่ ความหมาย เร่อื งให้คาแนะนาและตอบข้อซักถาม
เป็นอย่างดี มีระดับความพึงพอใจมาก ด้านของที่ระลึก เร่ืองการให้บริการและให้ข้อมูลสินค้า มีระดับความ
พึงพอใจมาก หากพิจารณาความพึงพอใจโดยรวมแต่ละด้าน นักท่องเท่ียวมีความพึงพอใจด้านภาพลักษณ์การ
ท่องเทยี่ ว มคี วามพงึ พอใจอย่ใู นระดับมาก โดยมีความพงึ พอใจโดยรวม มคี วามพึงพอใจระดับมาก

3. ไดเ้ รยี นรูว้ ิถพี ืน้ ถิน่ ประวตั ศิ าสตร์ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ กาหนดระยะเวลาในการท่องเท่ยี วในวนั เดียว
มรี ะยะเวลาเหมาะสม อยากให้มีจัดแบบนอี้ ีก ควรมีปา้ ยบอกจดุ ทางเขา้ ทชี่ ัดเจน กจิ กรรมตา่ งๆ ถา้ หากเป็นไป
ได้ ควรมรี ปู แบบตัวอยา่ งในการตดั ตงุ หลากหลายรปู แบบให้นักทอ่ งเที่ยวไดต้ ัดและเรยี นรู้ ควรกระชบั เวลาใน
แต่ละจดุ เรียนรใู้ หม้ ากกวา่ นี้ ควรมีความหลากหลายของสถานท่ีใหม้ ากกว่าน้ี

139

ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
กาหนดระยะเวลาในการท่องเท่ียวในวันเดียวมีระยะเวลาเหมาะสม กิจกรรมต่างๆ ถ้าหากเป็นไปได้

ควรมีรูปแบบตัวอย่างเช่นในการตัดตุง ท่ีมีหลากหลายรูปแบบให้นักท่องเที่ยวได้ตัดและเรียนรู้ ในครั้งนี้ได้
เรียนรู้วิถีพื้นถ่ิน ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาดี ควรกระชับเวลาให้มากกว่านี้ อยากให้ มจี ัดแบบนี้อีก ควรมีความ
หลากหลายของสถานทใี่ ห้มากกว่านี้

ข้อสรุปผลการวิจัยตามวัตถปุ ระสงคข์ อ้ ท่ี 4
จากการที่ภาคีเครือข่าย นักวิจัยชุมชนร่วมกันทดลองเส้นทางเพ่ือค้นหาศักยภาพของเส้นทาง

จนสามารถสร้างกิจกรรมมรดกวัฒนธรรม และเส้นทางท่ีน่าสนใจ จึงได้นาภาพรวมกิจกรรมการท่องเท่ียว
จัดทาเป็นโปสเตอร์ และ Info graphic นาเสนอเส้นทางให้กับภาคีเครือข่าย และประชาชนที่สนใจ ผ่านการ
เชิญชวนแบบปากต่อปาก ผ่านเพจ facebook ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทาให้ข้อมูลการท่องเที่ยวเข้าถึง
กลุ่มเป้าหมายได้ง่าย เกิดโอกาสต้อนรับนักท่องเท่ียว ได้ใช้แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจของ
นักท่องเที่ยว ท้ังที่มาจากการจัดท่องเท่ียวโดยชุมชนและมาท่องเที่ยวโดยบังเอิญ เป็นการเก็บแบบสอบถาม
อยู่ในช่วงที่ผ่อนคลายจากการระบาดของโรคโควิด-19 และในช่วงท่ีโรคโควิด-19 ระบาดอีกครั้งก็ทาให้
นักท่องเท่ียวเบาบางลงไป ในการจากการร่วมสังเกตการณ์ครั้งแรกชุมชน มีนักเล่าเร่ืองที่เป็นผู้นาชุมชนเพียง
สองคน เป็นการเล่าเร่ืองด้วยน้าเสียงไม่ค่อยดัง ตลอดทุกกิจกรรมทาให้ไม่มีเสน่ห์ บางกิจกรรมขาดความ
ต่อเน่ือง และไม่สามารถดูแลนักทอ่ งเท่ียวได้อย่างทั่วถงึ ภายหลังไดป้ รบั เปลี่ยนโดยการนาชุดข้อมูลต่างๆ ไปเล่า
ให้กับคนในชุมชนได้รู้และเข้าใจจนสามารถนาเสนอพอที่จะเป็นนักเล่าเร่ืองตามฐานเรียนรู้ต่างๆ และได้แบ่ง
หน้าท่ีชัดเจน วางตัวไกด์ประจาแต่ละกลุ่มของนักท่องเท่ียว ทาให้มีการมีความคล่องตัว และดูแลนักท่องเท่ียว
ได้อย่างทั่วถึง ทาให้นักท่องเที่ยวรู้สึกสนุก ต่ืนเต้น ด้วยลีลาท่าทางของนักเล่าเร่ืองแต่ละคนมีลักษณะที่
แตกต่างกันออกไป แต่ยังคงมีการเล่าเรื่องท่ีกระชับและน่าสนใจเช่นเดิม ชุมชนยังได้จาหน่ายสินค้าชุมชนใน
กจิ กรรมและเส้นทางท่ีกาหนดไว้ ซ่งึ เปน็ รายได้เสริมทางตรง นอกจากนี้ยงั มีรายได้ทางออ้ มที่พอ่ คา้ แมค่ ้ารู้ว่าจะ
มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในหมู่บ้านก็ได้นาสินค้าต่างๆ เข้ามาเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเลือกจับจ่าย
ร้านค้าที่อยู่บริเวณใกล้ฐานเรียนรู้ก็ได้มีการจาหน่ายสินค้าได้มากข้ึน ทาให้ชุมชนตื่นตัว กระตือรือร้นท่ีจะมี
โอกาสได้ต้อนรับนักท่องเท่ียว จากการได้มีโอกาสต้อนรับนักท่องเท่ียวทาให้เครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาดเร่ิมมี
แนวคิดที่จะสร้างไกด์เด็กนักเรียน ป.4-6 เพ่ือสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยว เริ่มนาชุดความรู้เร่ืองราวประวัติ
ความเป็นมาของหมบู่ ้านและสถานที่สาคญั เรื่องราวสถานทีท่ ่ีเกี่ยวข้องประวัติศาสตร์สงครามโลกคร้งั ท่ี 2 บอก
เล่าให้กับลูกหลานที่ใกล้ชิด หรือเด็กท่ีมีความสนใจ ทั้งยังมีแผนท่ีจะเสนอให้กับโรงเรียนในพ้ืนที่ได้นานักเรียน
มาเรียนรู้จากสถานทจ่ี ริง ที่เป็นสถานทส่ี าคัญของหมู่บา้ นอีกด้วย

บทท่ี 5
อภิปรายและวจิ ารณผ์ ล

การวิจัยเรื่อง “การสร้างเครือข่ายแหล่งท่องเที่ยวเพ่ือการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมโดยเครือข่ายชุมชน
คนแม่ระมาด อาเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก” โดยการวิจัยคร้ังน้ีทีมวิจัยชุมชนได้ใช้การดาเนินการวิจัยโดยใช้
ระเบียบการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณอย่างมีส่วนร่วมมาประยุกต์ใช้
เน้นกระบวนการมีส่วนร่วม โดยใช้กระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นท่ีคนในชุมชนมีส่วนร่วมเรียนรู้ ลงมือ
ปฏิบัติการวิจยั ในทุกข้ันตอน

การอภิปรายผลการวจิ ัย

อภปิ รายผลตามวตั ถปุ ระสงค์ข้อที่ 1 สรา้ งเครือข่ายนักวจิ ัยชมุ ชนเพอ่ื ร่วมพฒั นาแหล่งท่องเที่ยว
เพ่อื การเรียนร้มู รดกวฒั นธรรมชมุ ชนแม่ระมาด
อาเภอแมร่ ะมาด จังหวัดตาก

การสรา้ งเครือข่ายนกั วิจัยชมุ ชน เปน็ การเชือ่ มบุคคลและกลุ่มต่างๆ เป็นการให้ความสาคญั กับการเชิญ
คนเข้าร่วมที่มีเป้าหมายเดียวกัน จนเกิดเป็นเครือข่าย ใช้วิธีการเข้าร่วมประชุม กานันผู้ใหญ่บ้านประจาเดือน
ของอาเภอแม่ระมาด ในนามของวิทยาลัยชุมชนตากที่ทางานวิจัยร่วมกับสานักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
เพื่อให้นายอาเภอและผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบวัตถุประสงค์ในการดาเนินงานวิจัย มีวิธีการขอข้อมูลจาก
หน่วยงานราชการเป็นการขอตามระบบโดยการกรอกคาร้องขอข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ยังใช้วิธีการ
ติดต่อชุมชนเป็นรายบุคคล หรือบางครั้งใช้การประชุมกลุ่มย่อยเล็กๆ เพียง 2-3 คน เพื่ออธิบายวัตถุประสงค์
ของงานวิจัยที่มุ่งแสวงหาบุคคลเข้าร่วมกลุ่มดาเนินงานวิจัย ณ หมู่บ้านโฮ่ง ตาบลแม่ระมาด หมู่บ้านขะเนจ้ือ
บ้านห้วยปลากอง บา้ นหม่องวา ตาบลขะเนจ้ือ และบา้ นตนี ธาตุ บา้ นป่าไร่เหนือ ตาบลพระธาตุ มีพนื้ ทีใ่ นตาบล
ขะเนจื้อท่ีเคยติดต่อทางานร่วมกันมา วางแผนโครงสร้างร่วมกัน เมื่อถึงช่วงที่จะต้องทาความร่วมมือกับภาคี
เครือข่ายเพื่อเพ่ิมพลังให้กับเส้นทางการท่องเที่ยว บุคคลท่ีเคยประสานงานไว้มีการผลัดเปล่ียน ไม่สามารถ
เข้าร่วมทีมได้อย่างเต็มท่ี เกิดปัญหาจากสุขภาพ จากการทาการพืชผลทางการเกษตร จากภาวะครอบครัว
เป็นต้น แต่ยังคงมีผู้นาชุมชนกับทีมบางส่วนที่ยังคงมุ่งม่ันที่จะทาการท่องเท่ียวเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับ
ครอบครัวและชุมชน ทาให้การทางานคร้ังนี้เสมือนว่าต้องรวมทีมใหม่อีกคร้ัง ดังท่ีศศิวรรณ ทัศนเอ่ียม และ
คณะ (2559) ระบุว่า การมสี ่วนร่วมระหว่างชุมชนกับภาคีเครือข่าย แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ร่วมคิด
ร่วมสรา้ งและรว่ มทา และระยะที่ 2 การสร้างแกนนาชุมชนและความรว่ มมือของภาคีเครือขา่ ยเพือ่ ขับเคล่ือนฯ
หลังจากนั้นได้นัดหมายจัดเวทีกลางเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันปรับฐานคิดร่วมกัน ให้ความสาคัญของการ
สืบค้นหาข้อมูล ค้นหาเอกลักษณ์ของตนเอง นาไปสู่การสร้างอัตลักษณ์ของชุมชน ได้มีการฝึกเขียนแผนท่ีเดิน
ดนิ ปฏิทินวัฒนธรรมประเพณี เปน็ ตน้ พรอ้ มให้นาเสนอข้อมูลของชมุ ชนตนเอง เพ่ือใหช้ ุมชนมีกระบวนการคิด
เกิดแรงบันดาลใจท่ีจะนาเสนอทุนท่ีเป็นของดีชุมชนตนเองเมื่อเสร็จส้ินการประชุมได้มีการสร้างช่องทางกลุ่ม
line ใช้ในการติดต่อส่ือสาร คัดเลือก ผู้ประสานหลักในแต่ละพ้ืนที่ โดยในท่ีประชุมตกลงร่วมกันแบ่งหัวข้อ

141

สืบค้นเรื่องราวต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีชีวิต ภูมินาม พิธีกรรม ความเช่ือ ฯลฯ เพื่อนามาเป็นทุนใน
การวางแผนจดั ทาเป็นเส้นทางท่องเท่ียวและจุดเรียนร้ตู ่างๆ ดงั ท่ี ภราเดช พยัฆวเิ ชียร (2547 : 6-9) เสนอแนะ
ว่าควรนาการท่องเท่ียวเป็นเครื่องมือในการธารงไว้ซ่ึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน ไม่ใช่นาเอาวัฒนธรรมไปรับ
ใช้การท่องเท่ียวดังท่ีเป็นอยู่ในปัจจุบัน ในการดาเนินการคร้ังน้ีเป็นเพียงการทดลองสืบค้นข้อมูล ได้นัดหมาย
พูดคุยประเด็นปัญหาต่างๆ ในระยะแรกเร่ิมมีผู้สนใจเข้าร่วมเพ่ิมข้ึน และมีบุคคลทยอยออกไปด้วยภารกิจของ
แต่ละบุคคล แต่ยังคงยนิ ดีที่จะให้ข้อมูลต่างๆ ท่ีมีความเกี่ยวข้อง จนได้ทีมวิจัยชุมชนท่ีพร้อมจะดาเนินงานวิจัย
ไปด้วยกัน ดังท่ีอนุชาติ พวงสาลีและวิบูรณ์ วิสารทกุล, (2540 : 4) ระบุว่า ชุมชน หมายถึง การท่ีประชาชน
จานวนหนึ่ง มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน มีอุดมคติร่วมกัน หรือมีความเชื่อร่วมกันในบางเรื่องมีการติดต่อส่ือสารกัน
หรือมีการรวมกลุ่มกัน มีความเอื้ออาทรต่อกัน มีมิตรภาพ มีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติบางส่ิงบางอย่าง
และมีระบบการจัดการในระดับกลุ่ม ชุมชนตามนัยยะน้ีมิได้เกาะกับพ้ืนท่ี หมู่บ้าน ตาบล อาเภอ แต่เป็นเร่ือง
ของการเกาะเกยี่ วกนั ของกิจกรรม ความคิด อดุ มการณ์ และความพร้อมทีจ่ ะเรยี นร้รู ว่ มกัน

หลังจากนั้นได้นัดหมายเวทีประชุมกลุ่มย่อยของแต่ละพ้ืนท่ีเพ่ือสร้างความเข้าใจร่วมกันอีกครั้งท้ังทีม
วิจยั เดมิ และทีมวจิ ัยใหม่ท่ียินดีจะรว่ มดาเนินงานวจิ ัย ในเวทีน้ีไดอ้ บรมการใช้เครื่องมือ CBR เพ่อื รวบรวมข้อมูล
ตามประเด็นท่ีได้รับมอบหมาย รวมถึงการสร้างแนวคิดในการทาเส้นทางเช่ือมโยงของแต่ละหมู่บ้าน การที่
ชุมชนได้ใช้ความสัมพันธ์ในการเป็นคนบ้านเดียวกัน ดังที่ แสงเงิน ไกรนรา (2550) ระบุว่า โอกาสท่ีจะพัฒนา
เครือขา่ ยให้มีความเข้มแข็งมากขึน้ น้นั ควรพิจารณาผู้นาท่ีมีความสัมพนั ธก์ ับสมาชิกในฐานะท่ีเป็นเครอื ญาติกัน
ก่อน เพราะมีความผูกพันเพ่ืออาทรเก้ือกูลและความไว้วางใจกัน ซ่ึงระบบความสัมพันธ์ดังกล่าวจะช่วยให้การ
ริเร่ิมจัดต้ังเครือข่ายได้รับความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจกันมากข้ึน การพัฒนาเครือข่ายควรใช้เครือญาติเป็นฐาน
สร้างการเรียนรู้ บนความศรัทธา ความไว้วางใจกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวจะพัฒนาไปสู่การทากิจกรรมร่วมกัน
ร่วมกันเก็บรวบรวมข้อมูล จนเกดิ เป็นองค์กรเครือข่ายที่มคี วามสมั พันธ์อันดี เกิดการเรียนรู้ร่วมกันส่งผลให้การ
ดาเนนิ การสะดวก เกิดการร่วมคิดร่วมทา เกดิ การขยายตวั ในรูปแบบกจิ กรรมหรอื กลุ่มย่อยในพ้ืนท่ี ทาให้ชุมชน
รสู้ ึกถึงความเป็นเจ้าของ เกดิ พลังชุมขนที่อยากจะมีส่วนรว่ มในการสร้างหรือปรับเปลย่ี นชุมชนเพื่อให้เกิดความ
ประทบั ใจสาหรบั ผู้มาเยอื น

อภิปรายผลตามวัตถปุ ระสงคข์ อ้ ท่ี 2 ศกึ ษา สารวจ เช่ือมโยง องคค์ วามรมู้ รดกวัฒนธรรมชุมชน
ที่สาคญั ท่มี ศี ักยภาพของชมุ ชนอาเภอแมร่ ะมาดท่จี ะใช้
เป็นฐานในการพัฒนาทอ่ งเทย่ี วโดยเครือขา่ ยนกั วิจัยชุมชน

พื้นที่ตาบลแม่ระมาด ตาบลพระธาตุ และตาบลขะเนจ้ือ มีวิถีชาวล้านนา และวิถีชาวปกาเกอะญอ
ทาให้การสืบค้นข้อมูลเร่ืองราวในอดีต ความเป็นมาชุมชน ประวัติศาสตร์ชุมชน ศักยภาพของแต่ละพ้ืนท่ี วิถี
ชีวิตความเป็นอยู่ และความเช่ือ มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันเนื่องจากเดิมแล้วเป็นพื้นท่ีของชาวปกา
เกอะญอมาก่อน แต่คนไทยภาคเหนือได้มีการอพยพหนีความแห้งแล้งมาหาที่ดิน ทากินจากภาคเหนือ เช่น
จังหวัดลาพูน เชียงใหม่ ลาปาง โดยอาศัยลาด้วยแม่ระมาดเดินทางล่องเรือในสมัยนั้น ชาวปกาเกอะญอผู้ท่ี

142

รกั สงบก็ถอยร้นออกไป ทาให้พ้ืนที่มเี รื่องเล่าทเ่ี กี่ยวโยงระหวา่ งวิถีชาวปกาเกอะญอและวิถชี าวลา้ นนา สว่ นการ
ใช้ชีวิตปัจจุบันก็ได้มีการปรับเปล่ียนไปตามสภาวการณ์ปัจจุบัน เช่น การทอผ้าเป็นวิถีของหญิงสาวชาวปกา
เกอะญอ ท่ีมีลวดลายสวยงามแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพื้นที่ เป็นการบอกต่อสอนจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูกเพ่ือนาไปใช้
เป็นเคร่ืองนุ่งห่มสาหรับคนในครอบครัว และในประเพณีวันสาคัญ แต่เร่ืองราวการทอผ้าลวดลายสวยงาม
ก็ ลดน้อยถอยลงไปด้วยเหตุของการใช้ชีวิตในปัจจุบัน หาซ้ือเสื้อผ้าทั่วไปได้ง่ายและราคาไม่แพง อีกทั้งการ
จดจาลวดลายไม่ได้มีการบันทึกไว้ มีเพียงการจดจาและปฏิบัติจนเกิดความชานาญได้ หากจะมีการทอผ้าก็จะ
เป็นเพียงการทอผ้าลายพ้ืนที่ไม่ได้มีลวดลายวิจิตรเหมือนแต่ก่อน ยังมีเหตุผลที่ว่าสมัยก่อนบ้านเมืองไม่ได้สงบ
นักต้องคอยอพยพเคลื่อนย้ายทาให้ไม่มีเวลาในการถ่ายทอดความรู้เรื่องการทอผ้าให้กับลูกสาว แต่บางพื้นที่
ก็ยังคงมีการทอผ้าแบบลวดลายเนื่องจากมีท้ังคนในชุมชนและคนนอกชุมชนมาสั่งจองสินค้าไว้ บางลวดลาย
กป็ รบั เปลย่ี นไปเป็นลวดลายปัจจุบนั ทเ่ี กดิ การคิดเองถือเปน็ นวตั กรรมการทอผ้าทีอ่ ยากอนุรักษร์ กั ษาวฒั นธรรม
ด้งั เดมิ ไว้แต่ไม่มีผู้ท่ีจะบอกเล่า จึงเกดิ หาทางรอดด้วยการคิดค้นลวดลายขนึ้ มาเอง และเรียกชื่อลายตามสิ่งท่ีอยู่
รอบตัว ส่วนเสื้อผ้าที่ทอด้วยลวดลายด้ังเดิมมักไม่ค่อยนามาสวมใส่แต่จะเก็บไว้เพ่ือให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้เป็น
มรดกสืบทอดตอ่ ไป

ในส่วนของสถานที่สาคัญยังคงอนุรักษ์ รักษา ดาเนนิ กิจกรรมประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดมิ เอาไว้ อาจเป็น
เพราะเป็นสถานท่ียึดเหนี่ยวจิตใจของคนในแต่ละพ้ืนที่ อีกทั้งเรื่องราวการก่อสร้างในสมัยก่อนเป็นเร่ืองท่ี
น่าอัศจรรย์ เช่น พระพุทธรูปหินอ่อน ที่วัดดอนแก้ว พระประธานองค์เดียวในประเทศไทยท่ีแกะสลักขึ้นด้วย
ฝีมอื ชาวกะเหรย่ี งเปน็ ปฎิมากรรมของเมียนมาร์ ได้แกะสลกั ขึน้ พร้อมกนั 3 องค์ องคท์ ี่ 1 ประดิษฐานที่ประเทศ
ปากีสถาน องค์ท่ี 2 ประดิษฐานที่ประเทศอินเดีย และองค์ท่ี 3 ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้งประดิษฐานท่ี
วัดดอนแก้ว อัญเชิญมาทางเรือผ่านเมืองมะละแหม่งมาจนถึงท่าเรือจองโต ด้วยความท่ีเกรงว่าองค์พระจะ
เสียหายจึงคว่าหน้าพระพทุ ธรูปไว้กับหาดทราย เมื่อถึงเวลายกพระพุทธรปู ขึ้นกลับไม่มีผใู้ ดทาได้ ขณะนั้นครูบา
ขาวปี เกจิอาจารย์ของภาคเหนือกาลังเดินทางไปเมืองจองโต ได้มาพบเหตุการณ์จึงทาพิธีอัญเชิญ คนงานจึง
สามารถยกพระพุทธรูปขึ้นเกวียนได้อย่างง่ายดาย เป็นที่อัศจรรย์มากเมื่อข่าวน้ีแพร่สะพัดไปทั่วเมียนมาร์
ชาวบ้านจึงมากราบไหว้บูชา เป็นเร่ืองอัศจรรย์ที่เล่าขานต่อกันมา ยังมีสถานท่ีท่ีน่าสนใจ เช่น พระธาตุโฆ๊ะเล
และพระธาตุขะเนจ้ือ ที่ผู้ริเร่ิมการสร้างเป็นเกจิอาจารย์ คือ ครูบาแกว้ เป็นผู้ท่ีได้สร้างไว้ โดยอาศัยแรงศรัทธา
จากคนในพ้ืนท่ีสมัยนั้น ทาให้มีเร่ืองเล่าจากผู้สูงอายุ นามว่าพ่อหลวงดี ต๊ะแปงปัน อายุราว 96 ปี สมัยรุ่นๆ
ประมาณ 11 ปี ได้มีส่วนร่วมในการสร้างองค์พระธาตุนี้ เด็กๆ และชาวบ้าน รวมถึงชาวขมุที่อาศัยบริเวณน้ัน
ช่วยกันขนดินกี่ข้ึนไปกองบริเวณที่จะสร้างองค์พระธาตุแต่ด้วยทางลาดชัดเมื่อถึงเวลาจะลงก็ใช้วิธี สไลด์ตัวลง
มาเป็นท่ีสนุกสนาน ใช้เวลาการในการสร้างองค์พระธาตุ 1 ปี องค์พระธาตุน้ีสร้างขึ้นเพ่ือครอบรอยพระพุทธ
บาทของพระพุทธเจ้า ภายในใจกลางพระธาตุจะบรรจุแก้ว แหวน เงินทองและ ของมีค่า ซึ่งเรียกว่า “หัวใจ
ธาตุ” ยงั มีเรือ่ งราวความเกี่ยวโยงในช่วงสงครามโลกครั้งท่ี 2 ของชาวญ่ีป่นุ ท่ีใช้เส้นทางแมร่ ะมาดในการเดินทัพ
ผ่านไปสู้รบกับเมียนมาร์ เส้นทางนี้มีความเชื่อมโยงสามารถเดินทาง ผ่านบ้านตีนธาตุ บ้านป่าไร่เหนือ อาเภอ
แม่ระมาด ออกไปยังอาเภอบ้านตาก เข้าสู่อาเภอเมืองตาก ขึ้นไปยังจังหวัดลาพูน ทาให้เส้นทางสาย

143

ประวัติศาสตร์น้ีมีเร่ืองเล่าท่ีน่าสนใจในการขนอาวุธของชาวญ่ีปุ่น และเส้นทางค้าขายวัวต่าง เช่น คาบอกเล่า
ของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมบู่ ้านเล่าสบื ต่อกันมาว่าในอดีตถ้าแห่งน้ีในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสถานท่ีท่ที หาร
ญ่ีปุ่นได้นาอาวุธปืน มีด ดาบ มาเก็บไว้ในถ้าและเม่ือประเทศญี่ปุ่นแพ้สงครามก่อนที่จะยกทัพกลับประเทศ
ญ่ีปุ่นนั้นได้หาซื้อเกลอื มาโรยเพือ่ ทาลายอาวุธดงั กล่าวพร้อมท้ังไดท้ าการระเบิดเพ่ือปิดปากถ้าไว้ไม่ให้ผู้ใดเข้าไป
ในถ้าได้ ถ้าน้ีต้ังอยู่ในบริเวณของบ้านป่าไร่เหนือ และความเช่ือมโยงของเส้นทางถนนสายประวัติศาสตร์
สงครามโลกครง้ั ท่ี 2 เส้นทางบ้านตีนธาตุ หมูท่ ่ี 2 ผ่านบ้านดอยเป็ก หมู่ท่ี 7 ถึงอาเภอเมืองตาก ซงึ่ จากคาบอก
เล่าถนนสายประวัติศาสตร์เส้นนี้ก่อสร้างโดยกองทัพทหารญี่ปุ่นเนื่องจากญี่ปุ่นต้องการใช้เป็นเส้นทางผ่านจาก
ตัวเมืองตากผ่านอาเภอแม่ระมาด เพ่ือบุกเข้าไปเข้าโจมตีประเทศเมียนมาร์ โดยจะมีการขุดเจาะภูเขาให้เป็นรู
แล้วเอาระเบิดหย่อนเข้าไปแล้วจุดชนวนระเบิดทาลายถนน เปิดเป็นเส้นทางเดินทัพ ปัจจุบันยังมรี ่องรอยท้ิงไว้
ที่หน้าผา และในระหว่างการก่อสร้างท่ีมีการขุดเจาะถนนสายนี้ได้มีประชาชนชาวบ้านตาบลแม่จะเรา ในขณะ
นั้นหลายคน ได้ทาขนม พื้นบ้านมาหาบเร่ขายให้กับทหารกองทัพญ่ีปุ่น เพื่อสร้างรายได้ด้วย ส่วนเรื่องเล่า
การค้าขายววั ต่างจากคาบอกเลา่ ของนางคา ก๋าวงษ์ คณุ ยายวยั 87 ปี ภรรยา นายแกว้ ก๋าวงษ์ (ปัจจบุ ันท้ังสอง
ท่านเสียชีวิตแล้ว) บ้านแม่จะเรา หมู่ท่ี 2 อดีตพ่อค้าท่ีนาวัวบรรทุกสินค้า (ชาวบ้านเรียกว่า วัวต่าง) ค้าขาย
ผ่านถนนสายน้ี ระหว่างปี พ.ศ. 2490 หลังสงครามโลกคร้ังท่ี 2 โดยมีพ่อค้าคนอื่นๆ ท่ีร่วมเดินทางค้าขายด้วย
เชน่ นายหมน่ื เทพคาอ้าย อดตี ผ้ใู หญบ่ า้ นแม่จะเรา หมทู่ ี่ 3 โดยแตล่ ะคร้ังทเ่ี ดินทางจะมฝี ูงววั ประมาณ 30 ตัว
เพ่ือบรรทุกสินค้าไปขายยังตัวเมืองตาก (เมืองระแหง) การข้ามน้ันต้องรอให้น้าปิงลดลง เน่ืองจากในสมัยก่อน
ยงั ไมม่ ีสะพาน การขนสนิ ค้าตอ้ งลงเรอื ข้ามฝั่งไปยังตวั เมืองตากที่บ้านหนองตบั ตาบลหนองบัวเหนอื ไปยังเมือง
ระแหง ในการเดินทางแต่ละคร้ัง พ่อค้าต้องนอนรอนแรมกลางป่า ซ่ึงภาษาชาวบ้านเรียกปาง แต่ละปาง (เพิง)
มีบางครั้งถูกโจรดักปล้นขณะพักท่ีเพิงกลางป่า ทาให้ทุกคร้ังท่ีพ่อค้าออกเดินทางต้องพกปืนลูกซองติดตัวด้วย
ทุกครั้งเพื่อป้องกันโจรขโมยดักปล้น จากคาบอกเล่าของ ยายคาและคนรุ่นเก่าบอกว่า นายแก้ว ก๋าวงษ์ และ
พ่อค้าคนอื่นๆ จะซ้ือและขายเกลือ ที่เป็นสินค้าท่ีขายดีในสมัยนั้น กับพ่อค้าคนจีนฝ่ังตัวเมืองตาก หรือเมือง
ระแหงชอื่ เจก๊ กิ (ในสมัยนั้นชาวบา้ นจะเรียกคนจีนว่า “เจ๊ก” ซึ่งเป็นบิดาของนายอดุ ร ตันติสุนทร อดีตรัฐมนตรี
ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) สอดคล้องกับบุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา (2548 : 292) กล่าวว่า
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นการเดินทางท่องเที่ยวชมโบราณ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถ่ินต่างๆ เพ่ือ
ได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน อีกทั้งได้ศึกษาเรียนรู้ ความเชื่อ พิธีกรรมต่างๆ และมีความเข้าใจวัฒนธรรม
ใหม่ๆ เพ่ิมข้ึน ในขณะเดียวกันก็มีจิตสานึกต่อคุณค่าและการรักษาสภาพแวดล้อมและมรดกทางวัฒนธรรม
โดยให้คนในชุมชนท้องถ่ินมีส่วนร่วมต่อการจัดการการท่องเท่ียว และได้แบ่งลักษณะการท่องเที่ยว
เชิงวัฒนธรรมออกเป็นประเภทย่อยได้ 4 ประเภทคือ 1) การท่องเท่ียวเชิงประวัติศาสตร์ คือการเดินทางไปยัง
แหล่งท่องเที่ยวทางโบราณ คดีและประวัติศาสตร์ 2) การท่องเท่ียวงานวัฒ นธรรมและประเพณี
3) การท่องเท่ยี วเชิงวิถีชีวติ ชนบท และ 4) การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพทางวัฒนธรรม และยังสอดคล้องสานักงาน
คณะกรรมการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน (2547 : 3-4) ได้จดั ประเภทแหล่งเรียนรู้ คอื

144

1. จดั ตามลักษณะของแหลง่ การเรียนรู้ ได้แก่
1.1 แหลง่ การเรยี นรูต้ ามธรรมชาติ เช่น แม่น้า ภูเขา ปา่ ไม้ ลาธาร กรวด หิน ทราย ชายทะเล

เป็นต้น
1.2 แหล่งการเรียนรู้ที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ประชาชน

สถาบันการศกึ ษา สวนสาธารณะ ตลาด บา้ นเรอื น ทอ่ี ยู่อาศัย สถานประกอบการ เปน็ ตน้

1.3 บุคคล เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ถ่ายทอดความรู้ความสามารถ คุณธรรม จริยธรรม
การสืบสานวัฒนธรรม และภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ เชน่ นักคิด นักประดษิ ฐ์ และผู้มีความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์

ความเช่ือท่ีสืบทอดมาต้ังแต่อดีตปัจจุบันยังคงมีอยู่ เช่น ต้นสะดือ เป็นไม้ยืนต้นที่ชาวปกาเกอะญอ
มีความเช่ือในการนาสายสะดือของทารกคลอดใหม่นาไปไว้ที่ต้นไม้น้ีจะทาให้เด็กแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย
เหมือนเป็นการเรียกขวัญ ยังมีประเพณีการผูกข้อมือ (กี้จือลาขุ) ชาวปกาเกอะญอ เรียกว่า "ลาขุ" ปฏิบัติกัน
ปีละคร้ัง ปู่ย่าตายายได้นาเอาอุปกรณ์ 13 อย่าง ได้แก่ จานไม้, ไม้พายข้าว 7 ปล้อง,ด้าวขาว,ข้าวสุก 7 คา,
ข้าวต้มจอกตัวผู้และตัวเมีย,ข้าวเหนียวงา,น้า,กล้วยสุก,น้าอ้อย,ดอกลาขุ, เพี้ยะวัวดา,มะพร้าว,และเทียนข้ีผึ้ง
มารวมกันเพ่ือผูกข้อมือให้ลูกหลาน เป็นการเรียกขวัญและอวยพรให้ดารงชีวิตอย่างสงบสุขต่อไป ยังมีเรื่องเล่า
และเรื่องราว ท่ีสืบทอดอีกหลายหลายล้วนแต่สร้างความยึดม่ันใจจิตใจที่สอนให้ลูกหลานไม่หลบลู่ อยู่อย่าง
พอเพียง และต้องปฏิบัติเคารพรักษาไว้สืบไป ข้อมูลข้างต้นเป็นการรวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายชุมชนคน
แม่ระมาด สอดคล้องกับสัญญา พานิชยเวช และคณะ (2560) พบว่า การพัฒนาการเมืองสวรรคโลกและมรดก
วัฒนธรรมชุมชนท่ีเกิดขึ้นในแต่ละห้วงเวลาของเหตุการณ์สาคัญในมิติสังคม เศรษฐกิจ คมนาคมและ
ความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนมาเป็นทุนในการพัฒนาเมืองสวรรคโลกภายใต้บริบทของการเป็นส่วนหน่ึง
ของเมืองมรดกโลก สุโขทัย- ศรีสัชนาลัย สรุปได้ 8 ประเด็น ประกอบด้วย 1) ข้อมูลพื้นฐานของสวรรคโลก
2) พัฒนาการของเมืองสวรรคโลก 3) อาหารพ้ืนบ้านอาเภอสวรรคโลก 4) การละเล่นพื้นบ้านในงานประเพณี
5) ความเชื่อ-โลกทศั น์ 6) ศลิ ปกรรมและประดิษฐกรรม 7) ภูมนิ าม และ 8) มรดกทางภาษา และ2.ผลการสรา้ ง
เครือข่ายชุมชนเพื่อร่วมคิดร่วมพัฒนาเมืองสวรรคโลกด้วยกระบวนการงานวจิ ัยเพ่ือท้องถิ่น พบว่า ได้รับความ
ร่วมมือจากปราชญ์ชาวบ้าน ผู้รู้ ผู้สูงอายุ ผู้นาชุมชน ซ่ึงเป็นผลจากการเข้าไปขอเวลาพูดคุยทาความเข้าใจ
ในการประชุมของกลมุ่ ต่างๆ เช่น การประชุม อสม. การประชุมผูน้ าชมุ ชน

อภปิ รายผลตามวตั ถปุ ระสงคข์ ้อท่ี 3 ออกแบบและพฒั นาเส้นทางท่องเท่ยี วเพ่ือศึกษาเรยี นรู้
มรดกวัฒนธรรมชุมชน

ทีมวิจัยชุมชนได้ร่วมกันเก็บรวบรวมข้อมูล ศึกษา สารวจ สืบค้นของดี เรื่องราวประวัติศาสตร์ รวมถึง
ทุนทรัพยากรชุมชนในด้านต่างๆ ท่ีมีอยู่ในพื้นท่ีเครือข่ายการท่องเท่ียวของอาเภอแม่ระมาด ที่กระจายกันอยู่
แต่ละหมู่บ้าน มีระยะทางท่ีไม่ไกลกันมากนัก สอดคล้องกับคีรีบูน จงวุฒิเวศย์ และคณะ (2557) กล่าวว่า
รปู แบบกิจกรรมการเรียนร้ตู ลอดชีวิตแบบมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยใช้พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในท้องถ่ินเพื่อ
ส่งเสริมการเรยี นรูเ้ ชงิ สรา้ งสรรค์ เป็นรูปแบบท่ีใช้กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีให้ความสาคญั กับการส่งเสริมการเรยี นรู้

145

ซึ่งคานึงถงึ การสร้างความสมั พันธ์อนั ดีระหว่างแหล่งเรียนรกู้ บั ชุมชน โดยการเช่อื มโยงเน้ือหาที่จดั แสดงในแหล่ง
เรียนรู้น้ันๆ กับองค์ความรู้และวัฒนธรรม บางชุมชนได้เคยได้ทาทดลองการท่องเท่ียวมาบ้างแต่ทาการ
ท่องเที่ยวแบบไม่รู้กระบวนการในการทางานให้เป็นระบบ อีกท้ังยังขาดการเช่ือมโยงส่งต่อนักท่องเท่ียว และการ
กาหนดกิจกรรมในเส้นทาง ยังรู้สึกกังวลในการกาหนดเส้นทางว่าควรเร่ิมต้นที่จุดใดหรือนาไปท่องเที่ยวทางใดที่จะ
ทาให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนน่าสนใจ ทีมพ่ีเล้ียงนักวิจัยจึงพาไปศึกษาดูงานรุ่นพี่เหนือล่าง ท่ีได้รับทุนงานวิจัยจาก
สกว. ผ่านกระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน และเปิดชุมชนเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวโดยชุมชน เพ่ือให้ทีม
วิจัยชุมชนอาเภอแม่ระมาด ได้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรม กระบวนการ ได้เห็นภาพกิจกรรม จากผู้มี
ประสบการณ์จริง เป็นแนวทางพัฒนาการท่องเทีย่ วโดยชมุ ชน โดยมีกระบวนการ ดงั นี้

1) การศึกษาดูงานรุ่นพ่ีบ้านธงชัย ได้เรียนรู้วิธีการต้อนรับนักท่องเท่ียว การบรรยายของไกด์หลัก รู้สึก
ประทับใจ มีวิธีการพูดที่มีน้าเสียงน่าฟังของชนเผ่าม้ง ฟังเข้าใจง่าย สรุปภาพรวมก่อนนาเท่ียวได้ชัดเจน เรียนรู้การ
แบ่งหน้าที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว เช่น คนดูแลห้องพัก คนดูแลน้า คนดูแลห้องน้า เรยี นรู้ตามฐานในชุมชน
ท่ีเกี่ยวข้องกับประวัติการก่อตั้งชุมชน เช่น ถ้าปาเด้แต๋งที่เคยเป็นถ้าหลบภัยในช่วงสงครามการเมือง อีกท้ังกิจกรรม
การเรียนรู้ในฐานการปักผ้า ที่ทาให้เห็นถึงวัฒนธรรม ความเชื่อของชนเผ่าม้ง เป็นการนาของดีในชุมชนมาเป็น
กิจกรรมตามฐานเรียนรู้ ได้มีโอกาสสอบถามในส่ิงท่ีสงสัย แลกเปลี่ยนเรียนรู้แง่คิดต่างๆ ได้รับรู้ปัญหา อุปสรรค
ในการดาเนินงานในรูปแบบต่างๆ กับคนในชุมชนและหน่วยงานท่ีเคยเข้ามาพัฒนาแต่ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างย่ังยืน
ทราบถงึ วธิ ีการแก้ไขปัญหาการมีสว่ นร่วมของชุมชนเพื่อใหก้ ารบรหิ ารจัดการท่องเท่ียวชุมชนโดยชุมชนดาเนนิ ต่อไป

2) พัฒนาทักษะความสามารถของชุมชนในการสร้างกิจกรรมและเส้นทางการท่องเท่ียวโดยได้เชิญ
ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามมาให้ความรู้ เพ่ือให้ชุมชนได้รู้ว่าการกาหนดเส้นทางการ
ท่องเท่ียวควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง คร้ังน้ียังได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นในการสร้างอัตลักษณ์ร่วมกันว่า
“มาวันเดียวเท่ียวสองแผ่นดิน ชมวิถีถ่ินล้านนา ปกาเกอะญอ” “โฮมสเตย์อบอุ่น สมดุลสองแผ่นดิน เยือนวิถี
ถิ่นปกาเกอะญอ” และ “จิบชาควายหาว ฟังเร่ืองเล่าปกาเกอะญอ” ได้ทดลองนาอัตลักษณ์ร่วมมากาหนด
เส้นทาง พร้อมนาเสนอ รับคาแนะนาจากวิทยากร ให้เพ่ิมเติมกิจกรรมหรือตัดบางส่วนเพื่อให้เส้นทางกระชับ
และน่าสนใจ ทีมวิจัยชุมชนร่วมกันกาหนดเส้นทาง จานวน 5 เส้นทาง นัดหมายทดลองเส้นทางโดยภาคี
เครือข่ายเพ่ือค้นหาศักยภาพของเส้นทางท่องเท่ียว บางเส้นทางมีศักยภาพแต่ต้องตัดออกไป ไม่ได้ทาการ
ทดลองเส้นทางด้วยเหตุผล ดังน้ี 1. เส้นทางมีความสัมพันธ์กับฝ่ังประเทศเมียนมาร์ ที่มีเหตุความไม่สงบ
ชายแดน 2. สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 และ 3. กิจกรรมท่ีได้กาหนดไว้ไม่ได้อยู่ในช่วงฤดูกาลผลิต
เช่น กล้วยอบน้าผงึ้ โดยพบว่ามจี านวน 2 เสน้ ทางที่สามารถนาไปขายใหก้ บั นักทอ่ งเที่ยวได้ ดังน้ี

เสน้ ทางท่ี 1 เรยี นรูว้ ถิ ถี นิ่ กิ๋นขา้ วเมอื ง เช่ือมเรือ่ งเสน้ ทางสงครามโลกครั้งท่ี 2
เสน้ ทางท่ี 2 เชื่อมร้อยเสน้ ทางสงครามโลกครงั้ ที่ 2 กบั การลองเรยี นรูว้ ิถถี ่ิน

การตั้งช่ือเส้นทางให้น่าสนใจสอดคล้องกับพีรภาส จงตระกูล และคณะ (2561) กล่าวว่า ปัจจัย
สาคัญในการตั้งช่ือภาพยนตร์เพ่ือให้เกิดการส่ือความหมายหรือเข้าใจความหมายท่ีต้องการ เม่ือใช้ปัจจัย
ทั้งหลายเหล่านี้จะทาให้สามารถบ่งบอกลักษณะของภาพยนตร์หรือบ่งบอกส่ิงสาคัญในภาพยนตร์เพ่ือสร้าง

146

ความน่าสนใจให้กับผู้ชมภาพยนตร์และสามารถทาให้เกิดการดึงดูดผู้ชมจากการรับรู้ชื่อภาพยนตร์และเกิด
ความสนใจโดยนามาซึ่งการเขา้ ไปรับชมภาพยนตร์

3) ผลจากการทดลองเส้นทาง สรุปได้ว่าชุมชนมีความกระตือรืนร้น จัดเตรียมอาหารพื้นถ่ินและท่ีพัก
ได้สะอาด ปลอดภัย แต่นักเล่าเรื่องชุมชนมีเพียงผู้นาชุมชนคนเดียว สาเหตุมาจากชุมชนไม่ค่อยสนใจเร่ืองราว
ในอดีต รับรู้เพียงส่ิงท่ีเป็นปัจจุบัน และไม่สามารถควบคุมเวลา ระยะทางไม่มีผู้ดูแลนักท่องเท่ียว
อันเน่ืองมาจากมีการบริหารจัดการโดยนักเล่าเร่ืองเพียงคนเดียว จากผลข้างต้นเพ่ือให้ชุมชนได้พัฒนาทักษะ
และเปิดมุมมอง มีโอกาสเรียนรู้เพ่ิมขึ้นได้นาชุมชนไปศึกษาดูงานชุมชนต้นแบบที่มีประสบการณ์ต้อนรับ
นักท่องเท่ียวอีกคร้ัง สอดคล้องกับณรงค์ อุ้ยนอง และคณะ (2550) กล่าวว่า ครู บุคลากรทางการศึกษา และ
ผู้นาชุมชนมีความรแู้ ละทักษะในการพัฒนาหลักสูตร จัดแหลง่ เรยี นร้แู ละจัดการเรียนรู้ แต่ยังขาดความสามารถ
ความมั่นใจและกระบวนการในการจัดการ จาเป็นจะต้องพัฒนาครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้นาชุมชนท่ีมี
คุณลักษณะเหมาะสม เป็นแบบอย่างและเป็นแกนนาแก่ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้นาชุมชนอื่นๆ
ใช้กระบวนการวิจัยพัฒนาแบบมีส่วนร่วมระดับทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถ่ินมาร่วมกันพัฒนาการศึกษา และยัง
สอดคล้องกับชุลีรัตน์ จันทร์เช้ือ และคณะ (2557) กล่าวว่า การพัฒนาเครือข่ายการท่องเท่ียวโดยชุมชนเพื่อ
การเรียนรู้มรดกวัฒนธรรม พบว่า ทักษะความสามารถในการจัดการท่องเท่ียวท่ีชุมชนจาเป็นต้องได้รับการ
พัฒนา เพื่อให้สามารถดาเนินการจัดการทอ่ งเที่ยวได้อยา่ งต่อเนอื่ งและประสบผลสาเร็จ

4) ผลจากการศึกษาดูงานชุมชนต้นแบบ ได้เรียนรู้การบริหารจัดการและให้บริการ CBT
แก่นักท่องเที่ยว ทาให้ชุมชนได้ทบทวนบทบาทของตนเองในการให้บริการนักท่องเที่ยว บุคลิกลักษณะท่ีสร้าง
ความเช่ือมั่น การมีจิตบริการ ทักษะ เทคนิคการต้อนรับนักท่องเท่ียว เรียนรู้การสร้างความปลอดภัยให้กับ
นักท่องเท่ียว การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทดลองนาเสนอการเป็นนักส่ือความหมายรายบุคคลเพ่ือรับฟัง
ขอ้ เสนอแนะ การดูงานจากรุน่ พี่ท่ผี ่านการต่อสู้กับธุรกจิ รอบข้างเพ่ือผลประโยชน์ร่วมของชุมชน ทักษะการเป็น
นักส่ือความหมายที่ดีจากเจ้าหน้าท่ีอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สอดคล้องกับ วรรณพร ตุลยาพร (2554)
กล่าวว่า นักศึกษากลุ่มนาร่อง หลังจากได้เข้าสู่กระบวนการการพัฒนามัคคุเทศก์อาชีวศึกษา ศักยภาพ
มัคคุเทศก์ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีความรู้ คุณลักษณะด้านวิชาชีพอยู่ในระดับดี ท้ังการใช้ภาษา
ความรู้เกี่ยวกับสถานท่ีท่องเท่ียว มีบุคลิกภาพท่ีดี ย้ิมแย้มแจ่มใส ชุมชนได้นาประสบการณ์ที่ได้พบเห็น ได้
มุมมองแนวคิดใหม่ๆ นามาปรับอัตลักษณ์ร่วมอีกคร้ังว่า “โฮมสเตย์อบอุ่น สมดุลสองแผ่นดิน ถิ่นสุขสงบ”
และรว่ มกันกาหนดโครงสรา้ งการบริหารกลมุ่ การท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน เพอื่ ใหเ้ กิดการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ

อภปิ รายผลตามวัตถุประสงค์ข้อท่ี 4 พัฒนาและประเมนิ ศักยภาพการบริหารจัดการและให้บรกิ าร

จากการที่ภาคีเครือข่าย นักวิจัยชุมชนร่วมกันทดลองเส้นทางเพ่ือค้นหาศักยภาพของเส้นทาง
จนสามารถสร้างกิจกรรมมรดกวัฒนธรรม และเส้นทางที่น่าสนใจ จึงได้นาภาพรวมกิจกรรมการท่องเท่ียว
จัดทาเป็นโปสเตอร์ และ Info graphic นาเสนอเส้นทางให้กับภาคีเครือข่าย และประชาชนท่ีสนใจ ผ่านการ
เชิญชวนแบบปากต่อปาก ผ่านเพจ facebook ผ่านส่ือสังคมออนไลน์ ทาให้ข้อมูลท่องเที่ยวเข้าถึง

147

กลุ่มเป้าหมาย เกิดโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยว สอดคล้องกับ ปาริชาติ วิสุทธิสมาจาร และคณะ (2562)
กล่าวว่า การให้ความสาคัญต่อแหล่งท่องเท่ียวท่ีสามารถเช่ือมโยงกับแหล่งท่องเท่ียวอื่นๆ ด้านการส่งเสริมโดย
ภาพรวมและเกือบทุกประเด็นในระดับมาก ยกเว้นประเด็นการส่งเสริมการตลาดแบบปากต่อปาก และผ่านสื่อ
สงั คมออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ หรอื facebook ทนี่ ักท่องเที่ยวใหค้ วามสาคัญในระดับมากท่ีสุด และยังสอดคล้อง
กับจิรานุช โสภา และคณะ (2561) กล่าวว่า การจัดทาเอกสารและส่ือประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของ
บ้านนาต้นจั่นท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และควรทาการตลาดออนไลน์เพ่ือให้สามารถเข้าถึงกลุ่มตลาด
เป้าหมายได้ จากการร่วมสังเกตการณ์ครั้งแรกชุมชนมีนักเล่าเร่ืองท่ีเป็นผู้นาชุมชนเพียงคนเดียว เป็นการ
เล่าเร่ืองด้วยน้าเสียงไม่ค่อยดัง ตลอดทุกกิจกรรมทาให้ไม่มีเสน่ห์ บางกิจกรรมขาดความต่อเน่ือง และ
ไม่สามารถดูแลนักท่องเท่ียวได้อย่างทั่วถึง ภายหลังได้ปรับเปล่ียนโดยการนาชุดข้อมูลต่างๆ ไปเล่าให้กับคนใน
ชุมชนได้รู้และเข้าใจจนสามารถนาเสนอพอท่ีจะเป็นนักเล่าเรื่องตามฐานเรียนรู้ต่างๆ และได้แบ่งหน้าที่ชัดเจน
วางตัวไกด์ประจาแต่ละกลุ่มของนักท่องเท่ียว ทาให้มีการมีความคล่องตัว และดูแลนักท่องเท่ียวได้อย่างทั่วถึง
ทาให้นักท่องเท่ียวรู้สึกสนุก ต่ืนเต้น ด้วยลีลาท่าทางของนักเล่าเร่ืองแต่ละคนมีลักษณะท่ีแตกต่างกันออกไป
แต่ยงั คงมีการเล่าเร่ืองที่กระชับและน่าสนใจเช่นเดิม ชุมชนยังได้จาหน่ายสินค้าชุมชนในกิจกรรมและเส้นทางท่ี
กาหนดไว้ รายไดจ้ ากการทอ่ งเท่ียวถือเป็นรายได้เสรมิ จากอาชพี หลักของชุมชนที่เป็นรายไดท้ างตรง นอกจากนี้
ยังมีรายได้ทางอ้อมที่พ่อค้าแม่ค้ารู้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในหมู่บ้านก็ได้นาสินค้าต่างๆ เข้ามาเชิญชวนให้
นกั ท่องเท่ียวไดม้ ีโอกาสเลอื กจับจา่ ย รา้ นค้าทอี่ ยูบ่ ริเวณใกล้ฐานเรยี นรกู้ ็ไดม้ ีการจาหนา่ ยสินค้าได้มากข้ึน ทาให้
ชุมชนตื่นตัว กระตือรือร้นท่ีจะมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยว ได้ทาแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจของ
นักท่องเท่ียวในช่วงระยะเวลางานวิจัย เพื่อนาไปพัฒนาการท่องเที่ยวโดยเครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาด
สอดคล้องกบั คอทเลอร์ (Kotler, 1994, อ้างถึงใน กิตติยา เหมังค์, 2548, หนา้ 12) ได้กล่าววา่ ความพึงพอใจ
ว่าเป็นระดับความรู้สึกที่มีผลมาจากการเปรียบเทียบระหว่างการรับรู้ผลจากการทางานหรือประสิทธิภาพกับ
ความคาดหวังของลูกคา้ โดยลกู คา้ ไดร้ บั บริการหรือสินค้าตา่ กว่าความคาดหวังจะเกิดความไม่พงึ พอใจแต่ถ้าตรง
กบั ความคาดหวงั ลกู คา้ จะเกิดความพอใจและถ้าสูงกว่าความคาดหวงั จะเกิดความประทับใจ

การวจิ ารณ์ผลการวิจัย

วจิ ารณผ์ ลตามวัตถุประสงค์ขอ้ ที่ 1 สร้างเครือข่ายนักวิจยั ชมุ ชนเพ่อื รว่ มพฒั นาแหล่งท่องเที่ยว
เพอ่ื การเรยี นรู้มรดกวัฒนธรรมชมุ ชนแมร่ ะมาด
อาเภอแมร่ ะมาด จังหวัดตาก

การสร้างเครือข่ายนักวิจัยชุมชน เป็นการเช่ือมบุคคลและกลุ่มต่างๆ ในพื้นท่ีเป้าหมาย เพื่อเป็นภาคี
เครือข่ายในการทางานร่วมกัน โดยต้องมีการพูดคุยสร้างความเข้าใจ ซักถามในส่ิงที่สงสัยใคร่รู้ ปรับฐานคิดให้
เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความมุ่งหมายเดียวกัน ในกระบวนการทางานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนั้นต้องอาศัยความ
ร่วมมือ และความเสียสละจากคนในพื้นที่ จะมีกระบวนการประชุมพูดคุย พัฒนาอย่างต่อเน่ือง ความสาเร็จ
ของงานน้ันมิได้เกิดจากการทางานเพียงบุคคลคนเดียวหรือกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหากแต่ต้องอาศัยความ

148

ร่วมมือจากภาคีท้ังภายในและภายนอกเพื่อเสริมพลังให้กับชุมชน ส่งผลให้บรรลุวัตถุประสงค์ท่ีตั้งไว้
กระบวนการพัฒนาที่ดนี นั้ ภาคีเครือข่ายควรได้รับการพัฒนาทุกขั้นตอน แต่หากมกี ารผลัดเปลี่ยนบุคคลควรเป็น
ช่วงแรก หากการผลัดเปล่ียนมาอยู่ในช่วงใกล้ส้ินสุดงานวิจัยก็จะไม่เห็นผลการพัฒนาต่อผู้ร่วมทีมวิจัย และ
ชมุ ชนควรหมั่นเติมองค์ความรู้ถึงแม้ว่ากระบวนการอบรมน้ันจะเคยอบรมหรือคล้ายองค์ความรู้เดิมที่เคยได้รับ
การพฒั นามาแลว้ เพือ่ เปน็ การเปิดมุมมอง แนวคดิ ใหมๆ่ จากผูเ้ ชยี่ วชาญเพ่ือใหท้ ันต่อยุคสมยั ปัจจบุ ัน

วจิ ารณ์ผลตามวัตถปุ ระสงค์ขอ้ ท่ี 2 ศกึ ษา สารวจ เช่อื มโยง องค์ความรมู้ รดกวฒั นธรรมชมุ ชน
ท่ีสาคัญทมี่ ีศักยภาพของชุมชนอาเภอแม่ระมาดทจ่ี ะใช้
เป็นฐานในการพฒั นาท่องเท่ียวโดยเครือข่ายนกั วิจยั ชุมชน

จากการดาเนินงานวิจัยในครั้งนี้ ได้มีการพัฒนาทีมวจิ ัยชุมชนในหลายด้าน เช่น อบรมการใช้เครื่องมือ
CBR เพ่ือนาองค์ความรู้ไปใช้ในการค้นทุนชุมชนไม่ว่าจะเป็นทุนทางธรรมชาติหรือทุนวัฒนธรรม เร่ืองราวการ
อพยพเคล่ือนย้าย ประวัติความเป็นมา ภูมินาม ประเพณีและความเชื่อของ วิถีถิ่น เพื่อเป็นฐานในการ
พัฒนาการท่องเที่ยว ทาให้เส้นทางท่องเที่ยวมีเสน่ห์ ควรต้องทาการค้นทุนชุมชนในเชิงลึกให้ได้ครอบคลุม
อาจค้นพบส่ิงท่ีเลือนหายไปควรค่าแก่การฟื้นฟู อนุรักษ์ หรือทุนท่ีสามารถเชื่อมเส้นทางไปในพื้นที่ชายแดน
ประเทศเพ่ือนบา้ น นามากาหนดกิจกรรมและเส้นทาง เกดิ เวทีแลกเปลีย่ นเรียนร้ทู ุกข้นั ตอน จะทาใหช้ มุ ชนเกิด
กระบวนการคิด เกิดแรงบันดาลใจในการทางาน สรา้ งพลังเช่ือมโยงภาคีเครือข่ายชุมชนคนแมร่ ะมาด แต่การท่ี
มีชุมชนที่ผ่านการพัฒนาแล้วมารว่ มทีมวิจัยชุมชนนั้นก็ติดกรอบการทางานด้านการท่องเที่ยว อาจเน่ืองมาจาก
ความพร้อมของชมุ ชนที่ผา่ นการพัฒนาแล้วเกิดจากการรวมกลุ่มผู้ทมี่ ีแนวคดิ เดียวกัน หากจะทาอะไรท่ีเกย่ี วกับ
การท่องเที่ยวก็ต้องนาประเด็นต่างๆ เขา้ ไปปรึกษาในกลมุ่ ทาให้เกิดความลา่ ช้า ข้อคน้ พบอกี อยา่ งเมอ่ื ชมุ ชนท้ัง
สองกลุ่มได้ทางานร่วมกันหากติดขัดปัญหา กลับกลายเป็นว่ามีการช่วยเหลือ แลกเปล่ียนข้อมูล ซึ่งกันและกัน
เช่น ชุมชนท่ีมีความพร้อมก็ได้มีการหาชุดความรู้จากชุมชนรอบข้างเพ่ือนามาเพิ่มเสน่ห์ให้กับเส้นทางที่
ตนเองจัด แต่เม่ือต้องทาการท่องเท่ียวเชื่อมโยงกันแต่ละพ้ืนท่ีของภาคีเครอื ข่าย ในแตล่ ะพืน้ ท่ีก็จะเป็นพระเอก
หรือนางเอกของแต่ละพื้นที่ ไม่มีการแสดงที่ข้ามพ้ืนท่ีกัน เหตุด้วยคนในหมู่บ้านที่ไม่เคยได้รับการพัฒนาก็จะ
ไม่มีชุดความรูเ้ ดิมที่เก่ียวข้องกับประวัติศาสตร์ชุมชนที่ควรรู้ ชมุ ชนท่ีมีความพร้อมก็จะรีบส่งต่อข้อมูลให้กับคน
ในพน้ื ท่นี นั้ ทนั ที

วิจารณ์ผลตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ออกแบบและพฒั นาเสน้ ทางท่องเท่ยี วเพือ่ ศึกษาเรยี นรู้
มรดกวัฒนธรรมชมุ ชน

ทีมวิจัยชุมชนได้ค้นทุนท่ีเป็นเน้ือแท้ ตัวตนจริงของตัวเอง อนุรักษ์ ฟ้ืนฟู แล้วจะนาไปสู่การกาหนด
อัตลักษณ์ร่วมกันของภาคีเครือข่าย สิ่งที่ได้จากการค้นพบก็จะนามาเป็นฐานในการพัฒนาเส้นทางท่องเท่ียว
โดยการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวได้รับองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ วิพากษ์เติมเต็มให้กับชุมชน แล้วนาผลท่ีได้
ประชุมกลุ่มเพื่อร่วมกันสกัดคัดสรรของดี ได้ทดลองกิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยว งานวิจัยคร้ังน้ีมีเครือข่าย
ชุมชนท่ีเคยผ่านการพัฒนามาแล้วร่วมกับชุมชนที่ยังไม่เคยได้รับการพัฒนา พบว่า ชุมชนท่ีเคยผ่านการพัฒนา

149

มาแล้วจะรู้สึกเหมือนการอบรมหรือพัฒนาต่างๆ เป็นเร่ืองเดิมท่ีเคยผ่านเวทีการพัฒนามาแล้ว จึงไม่ค่อยให้
ความสาคัญนัก แต่มีประสบการณ์สามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและเป็นผู้นาให้กับทีมได้ จะพบเห็นการขาด
องค์ความรู้หลายด้านจากชุมชนท่ียังไม่เคยผ่านการพัฒนาหรือพัฒนามาน้อยครั้ง ภายหลังท่ีชุมชนได้ศึกษา
ดูงานพ้ืนที่ชุมชนต้นแบบ ทาให้เปิดมุมมองและได้เรยี นรู้แนวคิดท่ีสร้างสรรค์จากชุมชนต้นแบบ อบรมการเป็น
นักสื่อความหมาย นักเล่าเรื่องชุมชน การดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเท่ียว การให้บริการนักท่องเที่ยว
การกาหนดกิจกรรมและเส้นทางการท่องเที่ยว สินค้าทางการท่องเที่ยว การเป็นเจ้าบ้านที่ดี ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ได้
เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงทาให้เรื่องที่คิดว่ายากกลายเป็นเรื่องท่ีง่ายสาหรับชุมชน และสามารถทาได้จริง
อีกท้ังวิทยากรยังแสดงให้เห็นถึงลักษณะของนักสื่อความหมายท่ีดี มคี วามสนกุ สนาน บุคลิกและการแต่งกายท่ี
ดีรวมไปถงึ น้าเสียงในการส่ือสารท่ีฟังดูได้น่าสนใจ ในคร้ังนี้ไดร้ ับการยอมรับและปรับตัวจากชุมชนที่เคยพัฒนา
มาแล้วทาให้ชุมชนมีความเชื่อม่ันและรับฟังการอบรม ชุมชนยังนาผลที่ได้จากการอบรมกลับมาท บทวน
อัตลกั ษณ์ กิจกรรมและเสน้ ทางให้มีความน่าสนใจมากขน้ึ

วจิ ารณ์ผลตามวัตถุประสงค์ขอ้ ท่ี 4 พัฒนาและประเมนิ ศักยภาพการบริหารจดั การและให้บรกิ าร

ทีมวิจัยชุมชนกลุ่มเป้าหมายเป็นพื้นที่มีเคยผ่านการพัฒนา และไม่เคยผ่านการพัฒนา นาพ้ืนท่ีท้ังสอง
รูปแบบมาทางานร่วมกัน เช่น การเป็นนักส่ือความหมาย นักเล่าเรื่องราว การทาแผนท่ีเดินดิน การทาสื่อ
ออนไลน์ เป็นต้น พบว่าชุมชนที่มีความพร้อมนั้นเคยได้รับการเติมเต็มและพัฒนามาแล้ว ชุมชนท่ีไม่มีความ
พร้อมก็กาลังปรับตัวเข้าสู่การจัดการท่องเที่ยว ยังต้องได้รับการพัฒนา เติมเต็มองค์ความรู้โดยการท่ีเราจะ
เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกันน้ัน เราจะต้องเดินไปด้วย และไม่ทิ้งเพ่ือนร่วมทีมไว้ข้างหลัง การดาเนินการ
ดังกล่าวมีความเห็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นการดึงร้ังกัน ชุมชนท่ีมีความพร้อมในทุกด้าน เช่น บ้านป่าไร่เหนือ
ควรยกระดับให้เป็นชุมชนต้นแบบที่ดี ส่วนชุมชนท่ีเพ่ิงเร่ิมหรือพัฒนามาบางแล้วอาจต้องแยกพัฒนาออกจาก
กลุ่มพัฒนาแล้ว ทาให้นักวิจัยได้รับบทเรียนเก่ียวกับการคัดเลือกชุมชนหากจะต้องทาการเชื่อมโยงเป็นภาคี
เครอื ขา่ ยกันไม่ควรจะมคี วามแตกต่างกนั มากนัก

บทที่ 6
สรุปผลการวจิ ยั และข้อเสนอแนะ

การวิจัยเร่ือง “การสร้างเครือข่ายแหล่งท่องเท่ียวเพื่อการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมโดยเครือข่ายชุมชน
คนแม่ระมาด อาเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก” เป็นงานวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนตามวัตถุประสงค์ ดังน้ี 1. สร้าง
เครือข่ายนักวิจัยชุมชนเพ่ือร่วมพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวเพ่ือการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมชุมชนแม่ระมาด อาเภอ
แม่ระมาด จังหวัดตาก 2. ศึกษา สารวจ เชื่อมโยง องค์ความรู้มรดกวัฒนธรรมชุมชนท่ีสาคัญท่ีมีศักยภาพของชุมชน
อาเภอแม่ระมาดที่จะใช้เป็นฐานในการพัฒนาท่องเท่ียวโดยเครือข่ายนักวิจัยชุมชน 3. ออกแบบและพัฒนา
เส้นทางท่องเที่ยวเพื่อศึกษาเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมชุมชน และ 4. พัฒนาและประเมินศักยภาพการบริหาร
จัดการและให้บริการ โดยใช้กระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถ่ินที่คนในชุมชนมีส่วนร่วมเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติการ
วจิ ยั ในทุกขั้นตอน

สรปุ ผลการวจิ ัย

สรุปผลตามวตั ถุประสงค์ขอ้ ที่ 1 สรา้ งเครือข่ายนักวจิ ัยชมุ ชนเพอ่ื รว่ มพฒั นาแหล่งท่องเทยี่ ว
เพือ่ การเรยี นรูม้ รดกวฒั นธรรมชมุ ชนแมร่ ะมาด
อาเภอแม่ระมาด จงั หวดั ตาก

การสรา้ งเครือข่ายนักวิจัยชุมชน เป็นการเชื่อมบุคคลและกลุม่ ต่างๆ ใช้เวทีประชุมใหญ่และเวทปี ระชุม
กลุ่มยอ่ ย ในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน ให้ความสาคญั กับการเชิญบคุ คลเข้าร่วมท่ีมีเป้าหมายเดียวกัน จนเกิด
เป็นเครือข่าย ทีมวิจัยชุมชนได้ใช้กระบวนการ CBR พัฒนา CBT มีการพัฒนาอย่างเป็นข้ันตอน ให้ชุมชนได้
ลงมือปฏิบตั จิ ริงมีสว่ นรว่ มทุกขั้นตอน ร่วมกันคิด ร่วมกันสรา้ ง และร่วมกันแก้ไขปญั หาต่างๆ จนสามารถค้นทุน
เชิงลึกท่ีมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นทุนทางธรรมชาติ
ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางสังคมที่มีความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ เกิดการทางานเป็นเครือข่าย
ท่องเทีย่ วแมร่ ะมาด 6 หมู่บ้าน 3 ตาบล (แกนนา ปราชญ์ กลุ่มต่างๆ คนในชุมชน) ร่วมกันจดั ทาโครงสร้างการ
บริหารกลุ่มการท่องเที่ยวโดยชุมชน ร่วมกันพัฒนาสินค้า ออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าในชุมชน เช่น การทาของ
ท่ีระลึกจากสินค้าในชุมชน การอบกล้วยด้วยพลังงานสะอาด การทาอาหารพ้ืนถนิ่ (น้าพริกเทอร์โบหรือน้าพริก
กะเหรี่ยง) การทาผลิตภณั ฑ์เพื่อสุขภาพ (ชาควายหาว) จาหนา่ ยใหก้ บั ผู้มาเยอื น ช่วยใหน้ กั ท่องเท่ียวอยูใ่ นพ้นื ที่
แม่ระมาดได้นานขึ้น เกิดอาชีพเสริมเก่ียวกับการท่องเท่ียว กระจายรายได้ให้กับคนในชุมชนทั้งทางตรงและ
ทางอ้อม อีกทั้งระหว่างการเช่ือมโยงภาคีเครือข่ายภายในพ้ืนท่ีแล้วยังมีการเชื่อมโยงไปยังภาคีเครือข่ายภาครัฐ
นอกพ้ืนที่ (พัฒนาชุมชนแม่ระมาด อพท. อปท. ธ.ก.ส. ตารวจท่องเท่ียว วิทยาลัยชุมชนตาก) เพื่อร่วมกัน
หนุนเสริม เพ่ิมพลังศรัทธา ความไว้วางใจ พัฒนาความสัมพันธ์นาไปสู่การทากิจกรรมร่วมกัน ร่วมกันถ่ายทอด
องค์ความรู้ จนเกิดเป็นองค์กรเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์อันดี เกิดการเรียนรู้ร่วมกันส่งผลให้การดาเนินการ
สะดวก เกิดการร่วมคิดร่วมทา เกิดการขยายตัวในรูปแบบกิจกรรมหรือกลุ่มย่อยในพื้นที่ ทาให้ชุมชนรู้สึกถึง

151

ความเป็นเจ้าของ เกิดพลังชุมขนที่อยากจะมีส่วนร่วมในการสร้างหรือปรับเปลี่ยนชุมชนเพื่อให้เกิดความ
ประทับใจสาหรบั ผู้มาเยอื น สร้างความเขม้ แขง็ ใหก้ ับภาคเี ครอื ขา่ ยชมุ ชนคนแมร่ ะมาด

สรุปผลตามวตั ถปุ ระสงคข์ อ้ ที่ 2 ศึกษา สารวจ เชื่อมโยง องคค์ วามรู้มรดกวัฒนธรรมชมุ ชน
ทีส่ าคัญทีม่ ีศกั ยภาพของชมุ ชนอาเภอแมร่ ะมาดทจ่ี ะใช้
เป็นฐานในการพฒั นาทอ่ งเที่ยวโดยเครือข่ายนักวจิ ัยชุมชน

ทีมวิจัยชุมชนแม่ระมาดร่วมกันค้นทุน มีวิถีชีวิตความเช่ือมโยงระหว่างวิถีชาวล้านนา และวิถีชาวปกา
เกอะญอ พื้นท่ีดั้งเดิมเป็นท่ีอยู่อาศัยของชาวปกาเกอะญอ ชาวไทยภาคเหนืออพยพ มาหาท่ีอยู่อาศัยท่ีอุดม
สมบูรณ์ทาให้ชาวปกาเกอะญอที่รักสันโดษ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ได้เคล่ือนย้ายตัวเองออกไปอยู่ในพื้นที่บนภูเขา
และห่างไกลออกไปจากสังคมเมือง อีกท้ังการใช้ชีวิตตามขอบชายแดน สองฝั่งแม่น้าเมยท่ีเคยใช้ชีวิตร่วมกัน
แบบไม่มีเขตแดนต้องมาแบ่งเขตแดนตามการประกาศของทางราชการ ทาให้กลายเป็นคนไทยและเมียนมาร์
แต่ก็ยังคงไปมาหาสู่กันตามจุดผ่อนปรนที่ทางราชการได้กาหนดไว้ การอพยพเคล่ือนย้ายคนไม่ว่าจะท่ีใดก็ตาม
ส่ิงท่ีติดตัวมาก็ยังคงนามาใช้เป็นวิถีชีวิตด้ังเดิม อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่ยังคงมีรากเหง้าเดิมไม่ได้
สญู หายไปท้ังหมด นอกจากนีพ้ ื้นทีแ่ มร่ ะมาดยังมีความเช่อื มโยงสมั พันธ์กับครูบาขาวปี ครูบาแก้ว เป็นต้น ท่าน
เป็นเกจิอาจารย์ที่ธุดงค์ปฏิบัติธรรมในเขตพ้ืนท่ีแม่ระมาด เช่น สร้างเจดีย์ศูนย์รวมจิตใจ การบูชาพระพุทธรูป
หนิ อ่อนมาประดิษฐานไว้ท่ีแม่ระมาด มีเหตุการณ์น่าอัศจรรย์ทาให้เกิดความเคารพ ศรทั ธาท้ังจากชาวไทยและ
ชาวปกาเกอะญอ ยังมีหลักฐานที่ปรากฏให้เห็นร่องรอยในช่วงสงครามโลกคร้ังที่ 2 ที่ญ่ีปุ่นใช้ถ้าเก็บอาวุธ
สงครามในพ้ืนท่ีแม่ระมาด เมื่อแพ้สงครามก็กว้านซ้ือเกลือมาเทใส่อาวุธต่างๆ แล้วระเบิดปิดปากถ้าไม่ให้มีใคร
เข้าไปได้มีเพียงคาบอกเลา่ ของผู้เฒ่าผู้แก่ว่าข้างในมีห้องโถงใหญ่ เคยมีคนพยายามเข้าไปเอาส่ิงของในถ้าแต่ก็มี
อันเป็นไป หลักฐานความเชื่อมโยงอีกอย่างคือเส้นทาง ท่ีผ่านบ้านดอยเป๊กเน่ืองจากญ่ีปุ่นได้ระเบิดเส้นทาง
โดยการขดุ หลุมแลว้ หยอ่ นระเบิดเพื่อเปดิ เป็นเส้นทางเดนิ ทัพไปสู้รบกับเมยี นมาร์ ปัจจบุ นั ก็ยังคงมีร่อยรอยใหไ้ ด้
พบเห็น เส้นทางน้ีนอกจากจะมีความเกยี่ วโยงในช่วงสงครามโลกครง้ั ท่ี 2 ยังมีความเชอื่ มโยงกับการใช้ชีวิตของ
คนในสมัยกอ่ นที่เป็นเส้นทางวัวตา่ ง เนอื่ งจากเส้นทางน้ีหากออกไปจากแม่ระมาด สามารถเดนิ ทางไปยัง อาเภอ
บ้านตาก และข้ามไปยัง อาเภอเมืองตาก โดยข้ามแม่น้าปิง และยังเชื่อมเส้นทางไปยังภาคเหนือที่จังหวดั ลาพูน
ได้อีกทางหนึ่ง เรื่องราวข้างต้นทาให้เห็นศักยภาพของทุนแม่ระมาดท่ีจะนามาเป็นแหล่งท่องเท่ียวเพ่ือการ
เรียนรู้มรดกวัฒนธรรมโดยเครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาดท่ีจะนามาเป็นฐานในการคิดกิจกรรมและเส้นทางให้
นา่ สนใจ มีเสนห่ ์ สรา้ งความประทับใจให้กบั นกั ท่องเทย่ี ว

สรปุ ผลตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ออกแบบและพฒั นาเส้นทางท่องเท่ยี วเพอื่ ศกึ ษาเรียนรู้
มรดกวฒั นธรรมชมุ ชน

ทีมวิจัยชุมชนได้นาทุนชุมชนท่ีค้นพบ มาเป็นฐานในการออกแบบและพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อ
ศึกษาเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมชุมชน การออกแบบและพัฒนาเส้นทางได้นั้นต้องผ่านการพัฒนา รับองค์ความรู้
จากผู้เชี่ยวชาญ และได้เปิดมุมมอง แนวคิดใหม่จากการศึกษาดูงานชุมชนต้นแบบ ทาให้ชุมชนมีความมั่นใจ

152

เช่ือม่ันตนเอง เชื่อมั่นทุนของดีตนเอง อีกทั้งยังนากลับมาทบทวนอัตลักษณ์ กิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยว
มีจานวน 2 เส้นทางที่มีศักยภาพสามารถนาไปขายให้กับนักท่องเท่ียว โดยต้ังช่ือเส้นทางให้น่าสนใจ ดังนี้
เส้นทางที่ 1 เรียนรู้วิถีถ่ิน ก๋ินข้าวเมือง เช่ือมเรื่องเส้นทางสงครามโลกครั้งท่ี 2 และเส้นทางท่ี 2 เช่ือมร้อย
เส้นทางสงครามโลกคร้ังท่ี 2 กับการเรียนรู้วิถีถิ่น ภายใต้อัตลักษณ์ร่วมที่ว่า “โฮมสเตย์อบอุ่น สมดุลสอง
แผ่นดิน ถ่ินสุขสงบ” นาไปสู่การปรับรูปแบบกิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยว แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนโดยใช้
แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ อนุรักษ์ฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรม เป็นรูปแบบท่ีใช้
กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีให้ความสาคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ ซ่ึงคานึงถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง
แหล่งเรียนรู้กับชุมชน โดยการเชื่อมโยงเน้ือหาที่จัดแสดงในแหล่งเรียนรู้นั้นๆ กับองค์ความรู้และวัฒนธรรม
ชุมชน ดาเนินการผ่านกลุ่มบริหารการท่องเท่ียวโดยชุมชน ท่ีมีภาคีเครือข่ายมาจาก 6 หมู่บ้านเพ่ือร่วมกัน
ต้อนรบั นักท่องเที่ยว

อภิปรายผลตามวัตถปุ ระสงค์ขอ้ ท่ี 4 พฒั นาและประเมนิ ศักยภาพการบรหิ ารจดั การและใหบ้ รกิ าร

ภาคีเครือข่าย นักวิจัยชุมชนร่วมกันค้นหาศักยภาพของเส้นทางจนสามารถสร้างกิจกรรมมรดก
วัฒนธรรม และเส้นทางที่น่าสนใจ จึงได้นาภาพรวมกิจกรรมการท่องเท่ียว จัดทาเป็นโปสเตอร์ และ Info
graphic นาเสนอเส้นทางให้กับภาคีเครือข่าย และประชาชนท่ีสนใจ ผ่านการเชิญชวนแบบปากต่อปาก
ผ่านเพจ facebook (ท่องเท่ียวโดยชุมชนคนแม่ระมาด) ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทาให้การเข้าถึงข้อมูลการ
ท่องเที่ยวเครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาดได้ง่ายย่ิงข้ึน ไดม้ ีโอกาสต้อนรับนักท่องเทย่ี วมากขึน้ เป็นการสร้างรายได้
เสริมให้กับคนในชุมชน ร้านค้าข้างทางหรือใกล้แหล่งเรียนรู้ก็มีโอกาสได้ขายสินค้าของตนเองมากข้ึนซึ่งถือว่า
เปน็ ปรากฏการณ์ที่ดี และมีการพัฒนาตนเองมากข้นึ ปรับเปล่ียนบุคลิก น้าเสยี ง หาเรื่องราวที่สนกุ สนานมาเพ่ิม
สีสันให้กับการเล่าเร่ืองราวชุมชน แบ่งหน้าท่ีการจัดการแบ่งเบาภาระไม่ให้ตกไปท่ีคนใดหรือกลุ่มใดกลุ่มหน่ึง
การพัฒนาน้ีเป็นเพียงการพัฒนาข้ันต้น ยังไม่ถึงการเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ยังไมส่ ามารถสร้างรายได้หลักจากการท่องเทีย่ วได้ ยังต้องได้รบั การพฒั นาเพอื่ เพ่ิมศักยภาพให้กับชุมชนตอ่ ไป

ขอ้ เสนอแนะ

1. ชุมชนต้องยอมเสียสละเวลา หม่ันเติมเต็มองค์ความรู้ต่างๆ สละเวลาแม้ว่าจะเป็นเรื่องเดิมแต่อาจ
มีประเด็นท่ียังไม่เคยได้คิดสร้างสรรค์ เพ่ือเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับตนเอง และอาจมอบหมายให้คนรุ่นใหม่
ที่สนใจการท่องเที่ยวโดยชุมชนหรือมอบหมายให้มีผู้ดูแล เพจ facebook เพื่อสร้างความเคล่ือนไหวข่าวสารท่ี
อยากบอกต่อในเพจ facebook รองรบั การท่องเท่ียวโดยชุมชนท่ีปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมค้นหาข้อมูล
จากสอ่ื สงั คมออนไลน์ ท่เี ขา้ ถึงไดอ้ ย่างรวดเร็ว

2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าทอ ควรมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบออกมาให้เป็นของท่ีระลึก ราคา
ไมแ่ พง มีรูปแบบทบ่ี คุ คลท่ัวไปนาไปใชไ้ ดใ้ นชีวติ ประจาวนั

3. องค์การบริหารส่วนตาบลขะเนจื้อ องค์การบริหารส่วนตาบลพระธาตุ องค์การบริหารส่วนตาบล
แม่ระมาด และเทศบาลตาบลแม่ระมาด เป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลพ้ืนที่ที่มีศักยภาพทุนทางวัฒนธรรมและ

153

ธรรมชาติ ควรบรรจุแผนการพัฒนาส่งเสริมการท่องเท่ียวอย่างจริงจัง ร่วมกันสนับสนุนพัฒนาศักยภาพชุมชน
ดา้ นการท่องเที่ยว พัฒนาสถานทบ่ี ริการ เช่น ห้องน้าที่สะอาด มีอ่างล้างมือ เจลแอลกอฮอล์ หรือแอลกอฮอล์
ให้เพียงพอต่อการให้บริการ อีกท้ังป้ายบอกทางต่างๆ เพ่ือให้เหมาะสมกับการเปิดรับท่องเที่ยว และจาก
แบบสอบถามที่ได้จากการสอบถามนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บรกิ ารตามสถานท่ีท่องเท่ียวของเครือขา่ ยชุมชนคน
แม่ระมาด พบว่า นักท่องเท่ียวพึงพอใจด้านความสะอาดของห้องน้าน้อยที่สุด จึงได้นาข้อเสนอดังกล่าวแจ้งไป
ยังหน่วยงานทเี่ ก่ยี วขอ้ งขา้ งต้นเพ่อื เป็นการสนบั สนุนดา้ นการบรรจุแผนการพฒั นาสง่ เสรมิ การท่องเทยี่ วต่อไป

4. ผู้นาและชุมชนควรเป็นตัวอย่างที่ดี ในการแสดงความรักและหวงแหนศิลปวัฒนธรรมพ้ืนถิ่น และ
ควรสร้างความเข้าใจกับเด็กนักเรียน นักศึกษา คนรุ่นใหม่ ให้รู้สึกรักและหวงแหน ร่วมอนุรักษ์ประเพณี
วฒั นธรรมพ้ืนถิ่นในชุมชนที่ทรงคุณค่า รู้จักการแสดงออกถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี นาเด็กๆ มาพัฒนาเป็นนักส่ือ
ความหมาย นักเล่าเร่ืองชุมชน เพื่อเพ่ิมสีสันให้กับเส้นทางการท่องเท่ียว โดยวิทยาลัยชุมชนตากมีหลักสูตรที่
เก่ียวขอ้ งดังกล่าวแล้ว

5. ภาคีเครือข่ายภายในชุมชนต้องมีความเข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคีภายนอกชุมชน
ท้ังภาครัฐและภาคเอกชน เช่น องค์การบริหารส่วนตาบลขะเนจ้ือ องค์การบริหารส่วนตาบลพระธาตุ องค์การ
บรหิ ารสว่ นตาบลแมร่ ะมาด และเทศบาลตาบลแม่ระมาด อพท. สานักงานท่องเที่ยวและกีฬาจงั หวัด สานักงาน
การท่องเท่ียวจังหวัดตาก สภาอตุ สาหกรรมท่องเท่ียวประเทศไทยประจาจังหวัด สภาวัฒนธรรมจังหวดั พัฒนา
ชุมชน บริษัททัวร์เก่ียวกับการท่องเท่ียว หอการค้าจังหวัดตาก สมาคมธุรกิจท่องเท่ียวจังหวัดตาก เพื่อจะได้
หยิบย่นื โอกาสและทางานเชอื่ มโยงกันในมติ ติ ่างๆ ใหก้ บั ชมุ ชน

6. เครือข่ายภาครัฐที่มีพันธกิจสอดคล้องกับการสนับสนุนการจัดการท่องเท่ียวโดยชุมชน ควรนา
ผลงานวิจัยนี้ไปทาแผนพัฒนาศกั ยภาพชุมชนในอนาคตรว่ มกัน อาจทาความร่วมมือ (MOU) เพื่อรว่ มกันพัฒนา
ศักยภาพชุมชน กาหนดกิจกรรมร่วมกัน จะไม่เกิดความทับซ้อนในกิจกรรมต่างๆ และชุมชนก็จะไม่รู้สึก
เบอื่ หนา่ ยกบั การโดนเชญิ รว่ มกิจกรรมพฒั นาศกั ยภาพชมุ ชน

7. ชุมชนควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ยกระดับการท่องเท่ียวโดยชุมชน จาเป็นจะต้องมี
การศึกษาและพัฒนาโดยใช้กระบวนการงานวิจัยเข้าไปช่วยขับเคลื่อนนาไปสู่การบริหารจัดการท่องเท่ียวโดย
ชุมชนอย่างมืออาชีพในประเด็นภูมิประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ุชายแดนกับการพัฒนาการ
ท่องเท่ยี วแบบเครือข่ายชมุ ชน

บรรณานุกรม

กติ ตยิ า เหมังค์. (2548). ความพึงพอใจของผู้ใช้บรกิ ารรับฝาก ณ ทท่ี าการไปรษณีย์หลักส่.ี ปญั หาพเิ ศษรัฐ
ประศาสนศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชาการบรหิ ารท่วั ไป, วทิ ยาลัยการ บริหารรฐั กจิ
มหาวิทยาลยั บรู พา.

กรรณิการ์ บุญยัง และคณะ. (2563). การพฒั นาผลติ ภัณฑท์ อ่ งเทีย่ วชุมชนคนสองแผ่นดินสู่การจัดการ
ท่องเที่ยวเชงิ นเิ วศวัฒนธรรม ตาบลขะเนจือ้ อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก. กรงุ เทพฯ : สานักงาน
กองทุนสนบั สนนุ การวจิ ยั .

ครี ีบูน จงวุฒเิ วศย์ และคณะ. (2557). การพฒั นารปู แบบกิจกรรมการเรียนรตู้ ลอดชีวิตแบบมสี ่วน
ร่วมกับชุมชนโดยใช้พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นเพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ .
กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.

จริ านุช โสภา และคณะ. (2561). การพัฒนาวสิ าหกิจชมุ ชนสนบั สนุนการท่องเทีย่ วเชิงสร้างสรรค์
เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาอาหารท้องถ่ินในกลุ่มเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม (สุโขทัย ศรีสัช
นาลัยและกาแพงเพชร, พระนครศรีอยธุ ยา). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย สวนดุสติ .

ชลัยรตั น์ จิรชัยเชาวนนท.์ (2554). การจัดการเครือขา่ ยการทอ่ งเท่ยี วโดยชมุ ชนพนื้ ที่สูงจังหวัด
เพชรบูรณ์การจัดการการตลาดเพื่อการประชาสัมพันธ์เครือข่ายการท่องเท่ียว. เพชรบูรณ์ :
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์.

ชาญชยั สุขสกุล. (2554). การพฒั นารูปแบบองค์กรเครือข่ายการทอ่ งเท่ยี ว โดยชุมชนบนพืน้ ทีส่ งู
จังหวัดเพชรบูรณ.์ เพชรบูรณ์ : มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเพชรบรู ณ์.

ชุลรี ตั น์ จันทร์เช้ือ และคณะ. (2557) การพฒั นาเครอื ขา่ ยการท่องเทย่ี วโดยชุมชนเพอ่ื การเรียนรู้
มรดกวฒั นธรรม. พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยราชภฏั พบิ ูลสงคราม.

ณรงค์ อุ้ยนอง และคณะ. (2550). การพัฒนาคุณภาพบคุ ลากรทางการศึกษาและผูน้ าชมุ ชนเพอื่
พัฒนาหลกั สตู รและแหลง่ เรียนรู้ในทอ้ งถนิ่ . นครศรีธรรมราช : มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช.

ณัฐชยา นจั จนาวากลุ และคณะ. (2559). กระบวนการเรยี นรู้เพอ่ื การอนุรกั ษ์และพัฒนารูปแบบการ
แสดงมงั คละ ในเขตภาคเหนือตอนล่าง. กรุงเทพฯ : สานกั งานกองทนุ สนับสนุนการวิจยั .

นันธิดา จนั ทรางศุ และคณะ. (2560). การจัดการเรียนรสู้ าหรบั เดก็ และเยาวชนบนฐานความ
หลากหลายทางวฒั นธรรม. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล.

นิธิ เอียวศรีวงศ์. 2539. สังคมไทยในกระแสการเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์
เดอะเบสก์ กราฟฟิค ดีไซน์ จากัด

นพคณุ ดลิ กภากรณ์, (2546). การประเมนิ ผลการบริการประชาชน : ศึกษาเฉพาะเทศบาลตาบลแหลม
ฟา้ ผา่ จงั หวดั สมุทรปราการ. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง

155

บรรณานุกรม (ต่อ)

บรรพต พจิ ติ รกาเนิด และคณะ. (2556). การจดั การเรียนการสอนแบบผสมผสานโดยใช้
แหล่งข้อมูลวัฒนธรรมเป็นฐานในการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาการรู้สารสนเทศและความตระหนักใน
วัฒนธรรมไทยของนักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.
กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนดสุ ติ .

บุญ เลิศ จิตตั้งวัฒ นา. 2548. การพั ฒ น าการท่องเที่ยวแบบ ยั่งยืน . กรุงเทพฯ : เพ รสแอนด์
ดีไซน.์

ปาริชาติ วสิ ุทธิสมาจาร และคณะ. (2562). กลยทุ ธท์ างการตลาดของการท่องเที่ยว เพ่ือเรยี นรู้วถิ ี
วฒั นธรรมมลายู ในเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษสงขลา. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลัยราชภฏั พระนคร.

พยอม ธรรมบุตร.(2549). เอกสารประกอบการเรยี นการสอนเรือ่ งหลกั การท่องเทย่ี วเซิงอนรุ ักษ์.
กรุงเทพฯ : สถาบนั พัฒนาการท่องเท่ียวเพ่อื อนุรกั ษส์ ่ิงแวดลอ้ ม. มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ.

พรรณี สวนเพลง และคณะ. (2561). การพฒั นาเศรษฐกิจเชิงสรา้ งสรรค์ของการทอ่ งเที่ยววิถีไทย
เพ่ือเรียนรู้เกี่ยวกับ ภูมิปัญญาอาหารท้องถ่ินในกลุ่มเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม (สุโขทัย ศรีสัช
นาลยั และกาแพงเพชร พระนครศรอี ยธุ ยา). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั
สวนดุสิต.

พระมหาสทุ ติ ย์ อาภากโร (อบอุ่น) และคณะ. (2554) รปู แบบและเครอื ขา่ ยการเรยี นรขู้ องแหลง่
ทอ่ งเที่ยวประเภทวัดในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั .

พรี ภาส จงตระกลู และคณะ. (2561). การตง้ั ชอื่ และการสอ่ื ความหมายของชอ่ื ภาพยนตร์ไทยและ
ชอ่ื ภาษาไทยของภาพยนตร์อเมรกิ ัน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยั รังสติ .

ภคพนธ์ ศาลาทอง. (2546). กระบวนการการจัดต้ังและดาเนินงานของเครือข่ายกองทุนกลาง
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ภราเดช พยัฆวิเชียร. 2547. รายงานประเมินผลโครงการพัฒ นาเครือข่ายกา รท่องเที่ยวโดย
ชุม ช น เพ่ื อ การท่ องเท่ี ยวที่ ย่ังยื น . กรุงเท พ ฯ : สานั ก พั ฒ น าก ารท่ อ งเท่ี ยว กระท รวง
ท่องเทีย่ วและกฬี า.

แม่ชกี ฤษณา รกั ษาโฉม และคณะ. (2560). การพัฒนาระบบการบริหารจัดการเชงิ เครือขา่ ยชุมชน
การท่องเท่ียวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมในประชาคมอาเซียน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ยศ สันติสมบัติ. (2544). การท่องเท่ียวเชิงนิเวศ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการจัดการ
ท รัพ ย าก ร. ก รุงเท พ ฯ : โค รงก ารพั ฒ น าอ งค์ ค ว าม รู้แ ล ะศึ ก ษ าน โย บ าย ก ารจั ด ก าร
ทรพั ยากรชวี ภาพในประเทศไทย.

เรยี ม พุ่มพงษแ์ พทย์ และคณะ. (2555). การพฒั นารปู แบบการจดั การเรยี นรูท้ ่ีใชพ้ พิ ิธภัณฑสถาน
แห่งชาติเปน็ แหล่งการเรียนรู.้ กรงุ เทพฯ : กรมศิลปากร

บรรณานกุ รม (ต่อ)

ลักษณวรรณ พวงไม้ม่ิง. (2545). ความพึงพอใจในการปฏบิ ตั งิ านของราษฎรผพู้ ิทกั ษป์ ่า ประจาหน่วย
ป้องกันรักษาปา่ จงั หวดั แพร่. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

วรรณพร ตุลยาพร. (2554). การพฒั นามัคคเุ ทศกอ์ าชวี ศกึ ษาโดยใชแ้ หล่งเรียนรแู้ ละภูมปิ ัญญาใน
ท้องถิ่น. กรงุ เทพฯ : วิทยาลัยบรหิ ารธุรกิจและการทอ่ งเทยี่ วกรงุ เทพ.

วุฒิชัย สนั ธิ และคณะ. (2556). การจดั การเส้นทางทางการเรียนรปู้ ระวตั ิศาสตร์และศลิ ปวฒั นธรรม
ในเขตเทศบาลนครเชยี งราย จังหวดั เชยี งราย. เชยี งใหม่ : มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่.

วรี ะศกั ดิ์ คาล้าน. (2552). การปฏิบัตกิ ารพฒั นาใชแ้ หล่งเรียนรูใ้ นชุมชน จัดการเรยี นการสอน
วิทยาศาสตร์โดยใช้รูปแบบการสอนบูรณาการช่วงช้ัน ของโรงเรียนบ้านหนองตาปู่ อาเภอวาริน
ชาราบ สงั กัดสานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาอุบลราชธานี เขต 4. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธกิ าร.

ศศวิ รรณ ทศั นเอีย่ ม และคณะ. (2559). กระบวนการจัดการเรียนรูเ้ พ่ือป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตบั
โดยการมีส่วนรว่ มระหว่างชุมชนกบั ภาคีเครอื ข่ายในเขตบ้านนาอ่างและบ้านอ่างคา ตาบลนาตาล
อาเภอเต่างอย จังหวดั สกลนคร. กรุงเทพฯ : สานักงานคณะกรรมการสง่ เสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและ
นวตั กรรม.

ศภุ ลักษณ์ วิริยะสมุ น และคณะ. (2557). การสร้างแหลง่ ท่องเท่ียวเพอ่ื การเรยี นรูม้ รดกวัฒนธรรม
โดยเครือขา่ ยชุมชนนครชุม อาเภอเมือง จังหวัดกาแพงเพชร. พษิ ณโุ ลก : มหาวิทยาลยั
ราชภฏั พิบลู สงคราม.

สัญญา พานชิ ยเวช และคณะ. (2560). การศึกษาพัฒนาการเมืองสวรรคโลกและมรดกวัฒนธรรม
ชมุ ชน สกู่ ารพฒั นาการท่องเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์ โดยเครือข่ายชุมชนคนสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย.
กรุงเทพฯ : สานกั งานกองทุนสนับสนนุ การวิจัย.

แสวง ดาปะ และคณะ. (2557). การพัฒนาแหล่งเรียนรู้อาหารท้องถ่ินเพ่ือสร้างความม่ันคง
ทางอาหาร บ้านศรีเจริญ ตาบลเลยวังไสย์ อาเภอภูหลวง จังหวัดเลย. กรุงเทพฯ : สานักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.

สถาพร ภทู องกา้ น และคณะ. (2555). กระบวนการจัดการเรยี นรู้โดยใช้แหลง่ เรยี นรู้รว่ มกับ
การเรียนแบบร่วมมือ เรื่อง ชีวิตกับส่ิงแวดล้อมเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อ
วทิ ยาศาสตร์ ของนักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6. กรงุ เทพฯ : มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.

สมสมัย เอียดคง และคณะ. (2552). กระบวนการพัฒนาและจัดการการตลาดการท่องเท่ียว
เชิงเกษตรตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงใน 5 จังหวัดภาคใต้: ผ่านกระบวนการเรียนรู้ การ
เชื่อมโยงและการมีส่วนร่วมของ เครือข่าย. กรุงเทพฯ : สานักงานคณะกรรมการส่งเสริม
วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.

157

บรรณานกุ รม (ตอ่ )

สพุ ฒั นาศริ ิ แพงพันธ์ุ. (2544). การประกอบสรา้ งและการสอ่ื ความหมายของการ์ตูนการเมอื งไทย
ในชว่ งรณรงคก์ ารเลือกต้งั ทวั่ ไป พ.ศ.2544. กรงุ เทพฯ : จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

สุเมธ สุวรรณเนตร และคณะ. (2556). การคดิ สรา้ งสรรค์ภาพเพือ่ ส่อื ความหมายของชา่ งภาพ
สารคดโี ทรทัศน์. กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช.

สมุ น อมรวิวฒั น์. (2544). การอนรุ ักษส์ ิง่ แวดล้อม. กรงุ เทพฯ : คลงั วทิ ยา.
สริ กิ ญั ญ์ วงษ์ปนิ่ และคณะ. (2551). กรอบและวิธีการจัดการระบบความปลอดภัยข้อมูลและ

เครือข่ายของบริษัทธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
แสงเงิน ไกรนรา. (2550). กระบวนการทุนทางสังคมท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเครือข่าย
ทอผ้า : กรณีศึกษาเครือข่ายทอผ้า ตาบลส้มป่อย อาเภอจตุรัส จังหวัดชัยภูมิ. กรุงเทพฯ :
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อมรา พ งศาพิ ชญ์ . (2541). วัฒ น ธรรม ศ าสน า แ ล ะชาติพั น ธ์ุ. พิ มพ์ คร้ังท่ี 5. กรุงเทพ ฯ :
จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
อนุ ช าติ พ ว งส าลี แ ล ะวีรบู รณ์ วิส ารท สกุ ล . (2541). ป ระช าสั งค ม : ค า ค ว าม คิ ด แ ล ะ
ความหมาย. กรงุ เทพฯ : สถาบันชมุ ชนทอ้ งถิน่ พฒั นา.
อานาจ รักษาพล และคณะ. (2560). กลไกการหนุนเสริมงานวจิ ยั เพ่ือท้องถิน่ สนบั สนนุ เครอื ขา่ ยการ
ท่องเที่ยวโดยชุมชนจงั หวดั ชุมพร. เชียงใหม่ : มหาวทิ ยาลัยแมโ่ จ้.
องค์การบรหิ ารส่วนตาบลพระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก (2564) บริบทชุมชนตาบลพระธาตุ สบื ค้น
เมื่อวันท่ี 2 มนี าคม 2564 จาก https://www.phrathat-tak.go.th/contact.php
เทศบาลตาบลแมร่ ะมาด อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก (2564) บริบทชุมชนตาบลแม่ระมาด สืบคน้ เมื่อวันที่
2 มีนาคม 2564 จาก https://www.maeramat.go.th/home
องค์การบริหารส่วนตาบลขะเนจ้ือ อาเภอแมร่ ะมาด จังหวัดตาก (2564) บริบทชมุ ชนตาบลขะเนจ้อื สืบคน้
เม่ือวันที่ 2 มนี าคม 2564 https://www.khanejue.go.th/home

ภาคผนวก

159

แบบสอบถาม

(สาหรบั นักท่องเที่ยว)

คาชีแ้ จง 1. แบบสอบถามน้ีเปน็ สว่ นหนง่ึ ของการวิจยั ในการศึกษาด้านการท่องเท่ยี วโดยชมุ ชน ของสานกั งาน

วจิ ัยแห่งชาตริ ว่ มกบั วทิ ยาลยั ชุมชนตาก

2. โปรดทาเคร่ืองหมาย √ ลงในวงเล็บ หรือเตมิ ข้อความลงในช่องว่างท่ีเว้นไว้

ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู ท่ัวไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

1) เพศ ( ) 1. ชาย ( ) 2. หญงิ

2) อายุ ……………………………………. ปี

( ) 1. ตา่ กว่า 15 ปี ( ) 2. 15 ปี - 25 ปี ( ) 3. 26 ปี - 36 ปี

( ) 4. 37 ปี - 47 ปี ( ) 5. 48 ปี - 58 ปี ( ) 6. 59 ปขี ้ึนไป

3) สถานภาพ

( ) 1. โสด ( ) 2. สมรส ( ) 3. หยา่ รา้ ง

4) อาชพี

( ) 1. ว่างงาน ( ) 2. รับจ้าง ( ) 3. ข้าราชการบานาญ

( ) 4. เกษตรกร ( ) 5. นกั เรยี น/นักศกึ ษา ( ) 6. คา้ ขาย/ธุรกจิ ส่วนตัว

( ) 7. พนกั งาน/ลูกจา้ งบรษิ ัท ( ) 8. ขา้ ราชการ/ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ

5) รายไดเ้ ฉลย่ี ต่อเดอื น

( ) 1. ต่ากวา่ 5,000 บาท ( ) 2. 5,001 - 10,000 บาท ( ) 3. 10,001 – 15,000

บาท

( ) 4. 15,001 – 20,000 บาท ( ) 5. 20,001 –25,000 บาท ( ) 6. 25,001 –30,000 บาท

( ) 7. 30,001 บาท ขน้ึ ไป ( ) 8. ไมม่ รี ายได้

6) ทา่ นเดินทางทอ่ งเท่ยี วก่คี ร้ังต่อปี

( ) 1. ไม่เคย ( ) 2. 1-2 ครง้ั ตอ่ ปี

( ) 3. 3-4 คร้งั ต่อปี ( ) 4. 5 ครงั้ ข้นึ ไปต่อปี

7) ประเภทแหลง่ ท่องเที่ยวที่ทา่ นชอบไปท่องเท่ียว (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

( ) 1. แหลง่ ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ( ) 2. แหลง่ ท่องเท่ียวทางวฒั นธรรม

( ) 3. แหลง่ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ( ) 4. แหล่งท่องเที่ยวศลิ ปะ

( ) 5. แหลง่ ท่องเที่ยวทาวประวัติศาสตร์ ( ) 6. แหล่งท่องเทย่ี วเพอื่ นันทนาการ

( ) 7. แหลง่ ทอ่ งเทีย่ วเชงิ สุขภาพ

8) ทา่ นเคยเดินทางมาทอ่ งเท่ียวในพ้ืนที่ตาบลขะเนจ้ือ ตาบลแมร่ ะมาด และตาบลพระธาตุมาก่อนหรือไม่

( ) 1. ไมเ่ คย ( ) 2. เคย

9) ทา่ นทราบข้อมลู เกยี่ วกบั แหล่งท่องเท่ยี ว จากสื่อใด (ตอบได้มากกวา่ 1 ขอ้ )

( ) 1. เพื่อน/ญาติ ( ) 2. สอ่ื สง่ิ พมิ พ์

( ) 3. เอกสารเผยแพร่/แผน่ พบั ( ) 4. อินเตอร์เน็ต

( ) 5. วิทยุ/โทรทศั น์ ( ) 6. ศูนยข์ อ้ มลู การท่องเท่ียว/ททท.

( ) 7. บริษทั ทัวร์ ( ) 8. อน่ื ๆ ระบุ……………………………….

160

10) ลกั ษณะการทอ่ งเทีย่ วในคร้ังน้ี

( ) 1. มาสว่ นตัว ( ) 2. มากบั บรษิ ัทนาเที่ยว

( ) 3. มากับกล่มุ เพือ่ น ( ) 4. มาทอ่ งเทีย่ วด้วยกันเป็นกลุ่ม

( ) 5. อน่ื ๆ ระบุ………………

11) ยานพาหนะที่ทา่ นใชใ้ นการเดินทางมายงั แหลง่ ท่องเทยี่ ว

( ) 1. รถยนต์ส่วนตัว ( ) 2. รถโดยสารประจาทาง

( ) 3. รถยนตเ์ ช่า ( ) 4. อืน่ ๆ ระบุ………………

12) ท่านพักคา้ งคนื ในการเดนิ ทางครงั้ นีห้ รอื ไม่

( ) 1. พกั ( ) 2. ไมพ่ กั ขา้ มไปข้อ 18

13) ทา่ นพักค้างคืน ประเภทใดในครั้งนี้

( ) 1. โฮมสเตย์ ( ) 2. กางเตน็ ท์

( ) 3. บ้านญาติ ( ) 4. วัด/โรงเรยี น

( ) 5. บ้านพักรบั รอง ( ) 6. อื่น ๆ ระบุ………………………………………..

14) ระยะเวลาการพกั คา้ งคนื ในครง้ั น้ี

( ) 1. 1 คืน ( ) 2. 2 คืน

( ) 3. 3 คนื ( ) 4. มากกว่า 3 คืน

15) วตั ถปุ ระสงค์หลักท่ที ่านเดนิ ทางทอ่ งเทีย่ วยงั แหลง่ ท่องเท่ียวน้ี (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ข้อ)

( ) 1. พักผ่อน/ท่องเทีย่ ว ( ) 2. เยี่ยมญาต/ิ เพ่ือน

( ) 3. ทัศนศึกษา/แสวงหาความรู้ ( ) 4. ประกอบธรุ กจิ

( ) 5. ประชุม/สัมมนา ( ) 6. อ่ืน ๆ ระบุ…………………………..

16) สาเหตทุ ีท่ ่านเลือกมาท่องเที่ยวแหล่งท่องเท่ียวแห่งนี้ (ตอบได้มากกวา่ 1 ข้อ)

( ) 1. ใกล้ที่พัก ( ) 2. การคมนาคมสะดวก

( ) 3. สถานทเ่ี ปน็ ธรรมชาติ ( ) 4. กิจกรรมมคี วามโดดเด่นเปน็ เอกลักษณ์

( ) 5. ประชาสมั พันธ์ดี ( ) 6. คา่ ใช้จา่ ยในการท่องเท่ียวไมแ่ พง

( ) 7. อื่น ๆ ระบุ..................................

17) ท่านใช้บรกิ ารใดบ้างจากการทอ่ งเท่ยี วในครงั้ น้ี (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

( ) 1. บรกิ ารอาหาร ( ) 2. เลือกซอื้ สินค้าทีร่ ะลึก

( ) 3. นักสือ่ ความหมายชุมชน ( ) 4. บริการทพ่ี กั

( ) 5. รถนาเท่ยี ว ( ) 6. อน่ื ๆ ระบุ…………………………..

18) สถานทที่ ่องเทีย่ วใดในตาบลขะเนจื้อ ตาบลแมร่ ะมาด และตาบลพระธาตุ ท่ีทา่ นเคยเข้ามาทอ่ งเที่ยว

(ตอบได้มากกว่า 1 ขอ้ )

( ) 1. วดั ดอนแกว้ ( ) 2. ถา้ เช่น ถ้าโมกขละ ถ้าเลปู่ ถ้าซามูไร

( ) 3. วถิ ีชีวติ ล้านนา ( ) 4. วถิ ชี วี ิตชาวปกาเกอะญอ

( ) 5. ล่องเรอื ชมธรรมชาตสิ องแผน่ ดิน ( ) 6. ทา่ น้าธรรมชาติ จุดผอ่ นปรน

( ) 7. สะพานสองไมไ้ ผส่ องแผ่นดิน ( ) 8. เจดีย์ พระธาตุ

( ) 9. อื่น ๆ ระบุ…………………………..

161

ตอนที่ 2 ระดับความพึงพอใจของนักทอ่ งเท่ยี วต่อการท่องเทยี่ วในตาบลขะเนจ้ือ ตาบลแมร่ ะมาด และ
ตาบลพระธาตุ (โปรดทาเครอ่ื งหมาย √ ลงในชอ่ งท่ีท่านเหน็ ว่าถกู ตอ้ งที่สดุ )

2 หมายถึง ได้รบั ความพึงพอใจ ประทับใจ
1 หมายถึง ไดร้ บั ความพึงพอใจ เฉยๆ
0 หมายถึง ไดร้ ับความพึงพอใจ ไมป่ ระทับใจ

ประเดน็ ความพึงพอใจ ระดับความพึงพอใจ
210
1. ด้านภาพลกั ษณ์การท่องเที่ยว
1.1 ความน่าสนใจของกจิ กรรมในการท่องเทย่ี ว
1.2 ความหลากหลายของกิจกรรมท่องเทย่ี วทางวฒั นธรรม และวถิ ีชวี ิตชุมชนด้งั เดิม
1.3 การอนุรักษ์ธรรมชาตใิ นการทอ่ งเทย่ี ว
1.4 ไดส้ มั ผสั และเรียนรู้วิถชี ีวติ ของคนในชุมชนบริเวณแหลง่ ท่องเทีย่ ว
1.5 ทัศนยี ภาพโดยรวมสวยงาม
1.6 มีป้ายใหข้ ้อมลู ด้านการท่องเท่ียวชัดเจน
2. ดา้ นราคาสินคา้ และบรกิ าร
2.1 ราคาสินค้าและของที่ระลกึ /ของฝาก
2.2 ความเหมาะสมของราคาโปรแกรมการท่องเทยี่ ว
3. ดา้ นการคมนาคม
3.1 ถนนมีความสะอาด และสะดวกต่อการสัญจร
3.2 ปา้ ยบอกเสน้ ทางการท่องเทย่ี วชดั เจน เขา้ ใจง่าย
3.3 ความสะดวกในการเดนิ ทาง
3.4 มีถนน สะดวก ปลอดภยั เข้าถงึ แหลง่ ทอ่ งเท่ียว
4. ดา้ นความปลอดภัย
4.1 เจา้ หน้าทีด่ ูแลความปลอดภยั อย่างทั่วถึง
4.2 แจง้ ข้อควรระวังใหแ้ กน่ ักท่องเท่ยี วในการกิจกรรม
4.3 ความปลอดภัยเหมาะสมแกก่ ารท่องเทย่ี ว
5. ดา้ นการบรกิ าร
5.1 ความสะอาดของห้องน้า
5.2 ความสะอาดของอาหาร
5.3 ที่นงั่ พักภายในแหลง่ ท่องเทีย่ วเพียงพอ
5.4 สถานทจ่ี อดรถเพยี งพอ
5.5 โฮมสเตยน์ ่าอยู่ สะดวก สะอาด
5.6 การดแู ลขยะของนักทอ่ งเทีย่ ว
6. ด้านนกั ส่ือความหมายชมุ ชน
6.1 ใหบ้ ริการดว้ ยความสภุ าพและเป็นมติ ร
6.2 เล่าสอื่ ความหมายได้เข้าใจ เป็นลาดับ ไม่วกวน

162

ประเดน็ ความพงึ พอใจ ระดับความพึงพอใจ
210
6.3 การแตง่ กายสะอาด สภุ าพ
6.4 ให้คาแนะนาและตอบข้อซักถามเป็นอยา่ งดี
7. ดา้ นของท่ีระลึก
7.1 มีจดุ จาหน่ายขายของทรี่ ะลกึ
7.2 ความหลากหลายของสนิ คา้ และของท่ีระลึก
7.3 การใหบ้ รกิ ารและให้ข้อมูลสินค้า

ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
.….………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ขอขอบคุณ

163

164

16

ประธานกรร
ผู้ใหญ่อทุ ัย แ

บ.โฮง่

รองกรรมการ รองกรรมการ รองกรรม
ผใู้ หญ่สมพงษ์ พงศ์อภิโชติ น.ส.วิดวงดอน ก๋าวงษ์ ผูช้ ว่ ยบัวจันทร์ จร

บ.หว้ ยปลากอง บ.ปา่ ไรเ่ หนือ บ.ตนี ธ

เลขานกุ าร เลขานกุ าร
นางชรนิ ทร์รตั น์ แกว้ ปาคา บ. น.ส. อรณี กาญจนพันธบ์ุ ญุ

โฮ่ง บ.ปา่ ไรเ่ หนอื

กรรมการ กรรมการ กรรมการ
บ.หว้ ยปลากอง บ.ขะเนจือ้ บ.หมอ่ งวา
-ล่องเรอื -ศูนย์ผ้าทอ (พรี ภาร)์ -ถา้ เลปู่ , ถา้ เม่น
(ธนากร ,บอสุก)ุ -ขนึ้ ดอยพระธาตุ (ปราณี)
-สองแผ่นดนิ (กานนั สรุ ฐั ) -สมุนไพรอบตัว
(ผญ.สมพงษ)์ -ถ้าน่อวาเล (จินตนา)

(เทวญั )

65 โครงสร้างการบริหารงานกลุม่ การทอ่ งเท่ียวโดยชุมชน

รมการ
แก้วปาคา


มการ รองกรรมการ รองกรรมการ
รสั สกลุ สภุ ัค ผู้ใหญ่ตโ๊ิ พ กวีกรชกาย น.ส.พรี ภาว์ พนาขวญั ข้าว
ธาตุ
บ.หม่องวา บ.ขะเนจ้อื

165

เหรญั ญกิ เหรัญญกิ
นางพิมพ์เพญ็ ทัพพอ์ นันต์ น.ส.กัณณกิ า เจริญพากเพยี ร

บ.ตีนธาตุ บ.ขะเนจ้ือ

กรรมการ กรรมการ กรรมการ
บ.ตนี ธาตุ บ.โฮง่ บ.ปา่ ไรเ่ หนือ
-ท่าน้าแมต่ ะลอ -กลุ่มโฮมสเตย์ -กลมุ่ โฮมสเตย์
(พมิ พ์เพ็ญ) (ชรินทรร์ ัตน์) (วิดวงดอน)
-ข้ึนไหว้พระธาตุ ,ต้นไม้จอม -ท่าน้าพทั ยาทา่ ลอ้ -การแสดงชนเผา่
พลผนิ
(ผญ.อุทยั ) (ผช.หอย)
(ผญ.สวุ ัฒน)์

ประวตั ยิ ่อของผู้วจิ ัย

ชือ่ -สกุล นางกรรณิการ์ บญุ ยัง

วนั เดอื น ปี เกิด 28 กรกฎาคม 2517

สถานที่อยู่ปจั จุบัน 300/92 หมู่ที่ 7 ตาบลไมง้ าม อาเภอเมืองตาก จังหวัดตาก 63000

ตาแหนง่ หน้าท่กี ารงาน ครู คศ.1

สถานที่ทางานปัจจบุ ัน วิทยาลยั ชุมชนตาก ถนนพหลโยธิน ตาบลหนองบวั ใต้

อาเภอเมือง จงั หวดั ตาก 63000

ประวัตกิ ารศกึ ษา ปรญิ ญาโท นเิ ทศศาสตรมหาบณั ฑิต สาขานิเทศศาสตร์

,หาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช

ปรญิ ญาตรี ศลิ ปศาสตรบัณฑิต สาขาส่ือสารมวลชน มหาวทิ ยาลัยรามคาแหง

ชอ่ื -สกุล นางสวาท ไพศาลศิรทิ รัพย์

วัน เดอื น ปี เกดิ 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2518

สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ ัน 42 หมู่ 4 ตาบลนครชมุ อาเภอเมืองกาแพงเพชร จังหวัดกาแพงเพชร 62000

ตาแหนง่ หน้าที่การงาน ครู วิทยฐานะครูชานาญการ

สถานที่ทางานปจั จบุ ัน วิทยาลยั ชมุ ชนตาก ถนนพหลโยธนิ ตาบลหนองบัวใต้

อาเภอเมือง จังหวดั ตาก 63000

ประวตั ิการศึกษา ปรญิ ญาโท ศลิ ปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาภาษาองั กฤษ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร

ปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาภาษาอังกฤษ สถาบันราชภัฏกาแพงเพชร

ช่ือ-สกุล นางสาววัชรนิ ทรร์ ัตน์ ศรสี มุทร

วัน เดอื น ปีเกดิ 8 เมษายน 2521

สถานที่อยู่ปัจจบุ ัน 394/1 หมู่ท่ี 10 ตาบลนารึม อาเภอเมืองตาก จงั หวดั ตาก

ตาแหนง่ หนา้ ทกี่ ารงาน เจ้าหนา้ ทีง่ านทะเบียนและวัดผล

สถานทที่ างานปจั จุบัน วทิ ยาลัยชุมชนตาก ถนนพหลโยธิน ตาบลหนองบัวใต้

อาเภอเมือง จังหวดั ตาก 63000

ประวตั กิ ารศกึ ษา ปรญิ ญาตรี บริหารธรุ กจิ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกจิ วทิ ยาลยั โยนกลาปาง

167

ชอ่ื -สกุล นายศุภวุฒ จารุเศรณี

วนั เดอื น ปี เกดิ 17 ธนั วาคม 2530

สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ นั 3/14 ถนนบัวคูณ ตาบลแมส่ อด อาเภอแม่สอด จังหวัดตาก 63110

ตาแหน่งหนา้ ทก่ี ารงาน เจ้าหนา้ ทบี่ ริหารงานท่ัวไป

สถานที่ทางานปัจจุบัน วิทยาลยั ชุมชนตาก ถนนพหลโยธนิ ตาบลหนองบวั ใต้

อาเภอเมือง จงั หวัดตาก 63000

ประวตั กิ ารศึกษา ปริญญาตรีบรหิ ารธรุ กจิ บัณฑิต สาขาวชิ าคอมพวิ เตอร์ธรุ กิจ

มหาวิทยาลยั ราชภัฏกาแพงเพชร จงั หวัดกาแพงเพชร

มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย แผนกวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์

โรงเรียนแมป่ ะวทิ ยาคม อาเภอแมส่ อด จังหวดั ตาก

ชอ่ื -สกุล นายอทุ ยั แก้วปาคา

วัน เดอื น ปเี กิด 12 กมุ ภาพันธ์ 2511

สถานทอ่ี ยู่ปัจจบุ นั 119 หมู่ที่ 5 ตาบลแมร่ ะมาด อาเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก 63140

ตาแหนง่ หนา้ ท่กี ารงาน ผู้ใหญ่บ้าน

สถานทท่ี างานปัจจุบัน 119 หมู่ที่ 5 ตาบลแม่ระมาด อาเภอแมร่ ะมาด จงั หวดั ตาก 63140

ประวัตกิ ารศกึ ษา ปรญิ ญาตรี

ชื่อ-สกุล นายสมพงษ์ พงศ์อภโิ ชติ

วัน เดือน ปีเกิด 12 มกราคม 2528

สถานท่ีอยู่ปัจจบุ ัน 133 หมทู่ ่ี 12 ตาบลขะเนจอื อาเภอแมร่ ะมาด จงั หวัดตาก 63140

ตาแหนง่ หน้าท่ีการงาน ผูใ้ หญบ่ ้าน

สถานทที่ างานปจั จบุ นั 133 หมู่ท่ี 12 ตาบลขะเนจอื อาเภอแม่ระมาด จงั หวดั ตาก 63140

ประวตั กิ ารศกึ ษา ปริญญาตรี มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช

อนุปริญญา สาขาวชิ าการปกครองท้องถ่ิน วทิ ยาลยั ชุมชนตาก

ชื่อ-สกุล นางสาวปราณี โสภณพนดิ า

วนั เดือน ปีเกิด 10 ตลุ าคม 2528

สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ ัน 149 หมทู่ ่ี 6 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก

ตาแหนง่ หน้าที่การงาน อสม. และดูแลนกั เรยี น ครสิ ตจกั ร ศูนย์พฒั นาเด็กและเยาวชน บา้ นหม่องวา

สถานทท่ี างานปจั จบุ ัน 149 หมู่ท่ี 6 ตาบลขะเนจือ อาเภอแมร่ ะมาด จังหวัดตาก

ประวตั ิการศกึ ษา อนุปริญญา สาขาวชิ าการปกครองท้องถ่นิ วทิ ยาลยั ชุมชนตาก

168

ช่ือ-สกุล นายติ๊โพ กวกี รชกายแกว้

วัน เดอื น ปีเกิด - - 2509

สถานท่อี ยู่ปัจจบุ นั หม่ทู ่ี 6 บ้านหมอ่ งวา ตาบลขะเนจอื อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก 63140

ตาแหนง่ หนา้ ท่ีการงาน ผูใ้ หญ่บ้าน

สถานที่ทางานปัจจบุ ัน หมูท่ ่ี 6 บ้านหม่องวา ตาบลขะเนจอื อาเภอแมร่ ะมาด จังหวดั ตาก 63140

ประวัติการศึกษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ชื่อ-สกุล นายมานิจ ไพรมีทรัพย์

วนั เดือน ปีเกดิ - - 2511

สถานทอ่ี ยู่ปัจจุบัน หมทู่ ่ี 4 บา้ นทีโนะ๊ โค๊ะ อาเภอทา่ สองยาง จงั หวัดตาก 63150

ตาแหนง่ หน้าทก่ี ารงาน ผู้ใหญ่บ้าน

สถานที่ทางานปัจจบุ นั หมู่ท่ี 4 บา้ นทโี นะ๊ โคะ๊ อาเภอทา่ สองยาง จังหวัดตาก 63150

ประวตั กิ ารศึกษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ชื่อ-สกุล นางสาวเนตรพธู ศริ ิรกั ษ์ไพบูลย์

วนั เดอื น ปเี กิด - - 2533

สถานทอ่ี ยู่ปัจจบุ ัน 22 หมทู่ ่ี 12 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก 63140

ตาแหน่งหนา้ ท่ีการงาน ผู้ช่วยผใู้ หญ่บ้าน

สถานทท่ี างานปจั จบุ ัน 22 หมทู่ ี่ 12 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จังหวดั ตาก 63140

ประวตั ิการศึกษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

ช่ือ-สกุล นายธนากร พงศ์อภโิ ชติ

วัน เดือน ปีเกดิ 29 มีนาคม 2533

สถานทอ่ี ยู่ปจั จุบัน 131 หมู่ท่ี 12 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จงั หวดั ตาก 63140

ตาแหนง่ หน้าท่กี ารงาน ผู้ชว่ ยผู้ใหญ่บา้ น

สถานท่ีทางานปจั จุบนั 131 หม่ทู ่ี 12 ตาบลขะเนจือ อาเภอแมร่ ะมาด จงั หวดั ตาก 63140

ประวัตกิ ารศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

ชื่อ-สกุล นางจินตนา เวยี งชูเกยี รติ

วนั เดอื น ปเี กดิ 21 กรกฎาคม 2528

สถานท่อี ยู่ปจั จบุ นั 6/2 หมูท่ ่ี 6 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จงั หวดั ตาก 63140

ตาแหนง่ หน้าทก่ี ารงาน ดแู ลนักเรยี น คริสตจักร ศูนย์พัฒนาเดก็ และเยาวชน บา้ นหมอ่ งวา

สถานทท่ี างานปัจจุบัน 6/2 หมู่ท่ี 6 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก 63140

ประวัตกิ ารศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย

169

ชอื่ -สกุล นางสาวพีรภาว์ พนาขวัญแกว้

วัน เดือน ปีเกดิ 25 กันยายน 2529

สถานที่อยู่ปจั จุบนั 192 หมู่ท่ี 7 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก 63140

ตาแหนง่ หน้าทกี่ ารงาน สารวตั รกานนั ตาบลขะเนจือ

สถานทท่ี างานปัจจบุ นั ศูนย์ดารงธรรมตาบลขะเนจอื

ประวตั ิการศึกษา อนุปริญญา สาขาวิชาการปกครองท้องถิน่ วทิ ยาลัยชุมชนตาก

ช่อื -สกุล นางสาวกณั ณิกา เจรญิ พากเพียร

วนั เดือน ปเี กิด 21 พฤศจิกายน 2542

สถานที่อยู่ปัจจุบนั 11/3 หมูท่ ่ี 7 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จังหวดั ตาก 63140

ตาแหนง่ หนา้ ทก่ี ารงาน อสม.

สถานทีท่ างานปัจจบุ นั 11/3 หม่ทู ่ี 7 ตาบลขะเนจือ อาเภอแม่ระมาด จังหวดั ตาก 63140

ประวัติการศกึ ษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ชื่อ-สกุล นางบวั จันทร์ จรัสสกลุ สภุ คั

วนั เดอื น ปีเกิด - - 2517

สถานที่อยู่ปจั จุบัน 221 หมทู่ ี่ 2 ตาบลพระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จงั หวดั ตาก 63140

ตาแหนง่ หนา้ ที่การงาน ผชู้ ่วยผ้ใู หญ่บา้ น

สถานทท่ี างานปจั จุบัน 221 หมู่ที่ 2 ตาบลพระธาตุ อาเภอแมร่ ะมาด จงั หวัดตาก 63140

ประวัตกิ ารศึกษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ชอ่ื -สกุล นางสาวพิมเพ็ญ ทัพพ์อนนั ต์

วนั เดอื น ปีเกดิ - -2531

สถานทอ่ี ยู่ปัจจุบัน 233/2 หมู่ท่ี 2 ตาบลพระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จังหวดั ตาก 63140

ตาแหนง่ หน้าท่ีการงาน ประธาน อสม.

สถานทีท่ างานปัจจุบัน 233/2 หมทู่ ่ี 2 ตาบลพระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จังหวดั ตาก 63140

ประวัตกิ ารศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนปลาย

170

ชอื่ -สกุล นางสาวอรณี กาญจนพันธ์บุ ุญ

วัน เดอื น ปีเกิด 16 กรกฎาคม 2538

สถานท่อี ยู่ปัจจุบัน 240 หมู่ที่ 2 ตาบลพระธาตุ อาเภอแมร่ ะมาด จังหวดั ตาก 63140

ตาแหนง่ หน้าทีก่ ารงาน ประชาชนท่วั ไป

สถานที่ทางานปจั จุบัน 240 หมู่ที่ 2 ตาบลพระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก 63140

ประวตั ิการศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนปลาย

ชอ่ื -สกุล นางสาววิดวงดอน ก๋าวงษ์

วนั เดอื น ปเี กิด 19 ตุลาคม 2513

สถานทอ่ี ยู่ปัจจบุ ัน 38/6 หม่ทู ี่ 2 ตาบลแม่จะเรา อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก

ตาแหน่งหน้าทกี่ ารงาน นักจดั การงานท่ัวไปชานาญการ

สถานที่ทางานปจั จุบัน องค์การบริหารสว่ นตาบลพระธาตุ.พระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จงั หวดั ตาก

ประวตั ิการศกึ ษา อนุปริญญา วิทยาลัยชุมชนตาก

ปรญิ ญาตรี มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎกาแพงเพชร แม่สอด

ชื่อ-สกุล นางสาวหล้า ชมุ ภู

วัน เดอื น ปเี กดิ 10 สิงหาคม 2513

สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ นั 84/5 หมู่ที่ 3 ตาบลพระธาตุ อาเภอแมร่ ะมาด จงั หวดั ตาก 63140

ตาแหน่งหน้าท่ีการงาน ประธานกลมุ่ สตรี

สถานที่ทางานปจั จบุ ัน 84/5 หมู่ที่ 3 ตาบลพระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก 63140

ประวตั กิ ารศกึ ษา ปริญญาตรี

ชอื่ -สกุล นายจกั รกรชิ กมลชาวไพร

วนั เดอื น ปีเกิด - - 2512

สถานทอ่ี ยู่ปจั จบุ ัน 238 หมูท่ ี่ 2 ตาบลพระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จงั หวัดตาก 63140

ตาแหน่งหน้าที่การงาน ประชาชนทว่ั ไป

สถานทท่ี างานปจั จบุ นั 238 หมูท่ ี่ 2 ตาบลพระธาตุ อาเภอแมร่ ะมาด จงั หวัดตาก 63140

ประวัตกิ ารศกึ ษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย

171

แบบฟอร์มสรุปผลงานวิจัย/โครงการวจิ ยั 5 บรรทดั
(สาหรบั เผยแพร่ในระบบ EXPLORE ผ่านทางเวบ็ ไซต์ www.thai-explore.net)

(อยู่ในสว่ นภาคผนวก)
1. ชื่อผลงาน/โครงการ การสรา้ งเครือขา่ ยแหลง่ ท่องเทีย่ วเพือ่ การเรียนรู้มรดกวฒั นธรรมโดยเครือข่าย ชุมชนคน
แมร่ ะมาด อาเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

The Creative Tourism for learning the Intangible Cultural Heritage.
Local Community Network of Mae Ramat District, TAK.

2. ชื่อ นามสกุล นักวิจัย นางกรรณิการ์ บญุ ยัง

Mrs.Kannika Boonyang

3. ที่อยู่ท่ตี ดิ ตอ่ ได้ 300/92 หม่บู า้ นเอ้ืออาทรไมง้ าม หม่ทู ี่ 7 ต.ไมง้ าม อ.เมืองตาก จ.ตาก 63000

เบอรโ์ ทรศพั ท์ 08 6926 9733 E-mail [email protected]

4. ช่ือหน่วยงาน วทิ ยาลยั ชุมชนตาก

5. ปี พ.ศ. ทีด่ าเนินการเสรจ็ 2564

6. คาค้น Keyword แหล่งท่องเที่ยว มรดกวัฒนธรรม เครือข่ายชุมชน การสร้างเครือข่าย

7. อา้ งอิง....(ใส่ URL ท่ีสามารถเขา้ ถงึ เอกสารไดก้ รณเี ผยแพร่ผลงานฉบบั เตม็ ทางอินเตอรเ์ นต็ ถ้าไม่มใี หเ้ วน้ วา่ งไว)้

8. รูปภาพ หรอื ภาพเคลอ่ื นไหว

172

9. คาอธบิ าย 5 บรรทดั (font Tahoma ขนาด 10 แบบ Regular)
(สรุปรายละเอียดผลงานวจิ ยั /โครงการวิจัย มีความยาวไมเ่ กิน 5 บรรทัด อธิบายดว้ ยภาษางา่ ยๆ เข้าใจไดง้ า่ ย ซ่ึง
จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานทุกระดับ)

การสรา้ งเครือข่ายแหล่งท่องเทยี่ วเพ่ือการเรียนรูม้ รดกวัฒนธรรมโดยเครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาด อาเภอ
แม่ระมาด จังหวดั ตาก เกดิ จากผทู ้ มี่ แี นวคดิ เดยี วกนั รวมกนั เป็ นภาคเี ครอื ขา่ ย 6 หมู่บา้ น 3 ตาบล รว่ มคดิ ร่วมทา ร่วม
คน้ ทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางธรรมชาติ และทนุ ทางสังคมทม่ี คี วามเชอ่ื มโยงรอ้ ยเรยี งเรอื่ งราวในอดตี จนถงึ ปัจจุบัน
และอดตี ในชว่ งสงครามโลกครัง้ ที่ 2 นามาเป็ นฐานในการจัดกจิ กรรมและเสน้ ทางใหม้ เี สน่ห์ มพี ลงั ดงึ ดดู นักทอ่ งเทย่ี ว
ร่วมกันพัฒนาทักษะการเป็ นนักสอ่ื ความหมายชมุ ชน นักเลา่ เรอื่ งชมุ ชน การเป็ นเจา้ บา้ นทด่ี ี เพอ่ื สรา้ งความประทบั ใจ
ใหก้ บั ผมู ้ าเยอื น

10. สรุปงานวจิ ัยในรปู แบบ info graphic โดยให้มีตราสัญลักษณ์ของ วช. และหนว่ ยงานที่เก่ยี วข้อง
นาเข้าข้อมูลสรุปผลงานวิจัย/โครงการวิจัย 5 บรรทัด ในระบบ EXPLORE ผา่ นทางเว็บไซต์ www.thai-
explore.net

173

แบบฟอร์มสรปุ ผลงานวิจยั /โครงการวิจยั 1 หนา้ กระดาษ A4 (สาหรับประชาสัมพันธ)์
(อยู่ในสว่ นภาคผนวก)

1. ชอ่ื ผลงาน/โครงการ การสรา้ งเครือขา่ ยแหลง่ ท่องเที่ยวเพือ่ การเรยี นรู้มรดกวัฒนธรรมโดยเครือขา่ ย ชุมชนคน
แมร่ ะมาด อาเภอแมร่ ะมาด จังหวดั ตาก

The Creative Tourism for learning the Intangible Cultural Heritage.
Local Community Network of Mae Ramat District, TAK.

2. ชื่อ นามสกุล นกั วิจัย นางกรรณิการ์ บุญยัง

Mrs.Kannika Boonyang

3. ท่ีอยู่ท่ีตดิ ตอ่ ได้ 300/92 หมบู่ า้ นเอ้อื อาทรไม้งาม หมูท่ ี่ 7 ต.ไม้งาม อ.เมอื งตาก จ.ตาก 63000

เบอร์โทรศัพท์ 08 6926 9733 E-mail [email protected]

4. ชอ่ื หน่วยงาน วทิ ยาลัยชุมชนตาก

5. ปี พ.ศ. ทด่ี าเนนิ การเสร็จ 2564

6. คาคน้ Keyword แหล่งท่องเท่ียว มรดกวัฒนธรรม เครือข่ายชุมชน การสร้างเครือข่าย

7. อ้างอิง....(ใส่ URL ทส่ี ามารถเข้าถงึ เอกสารได้กรณเี ผยแพร่ผลงานฉบบั เตม็ ทางอนิ เตอรเ์ น็ต ถา้ ไม่มใี หเ้ วน้ ว่างไว)้

8. รปู ภาพ หรอื ภาพเคลื่อนไหว

174

9.คาอธิบาย 1 หน้ากระดาษ A4 (font Tahoma ขนาด 10 แบบ Regular)
(สรุปรายละเอยี ดผลงานวจิ ัย/โครงการวิจยั มีความยาว 1 หนา้ กระดาษ A4 เนือ้ หาครอบคลมุ ถึง ความสาคัญของ
งานวจิ ัยช้นิ นี้ วัตถุประสงค์ วธิ ีการดาเนินงาน ผลการดาเนินงาน และประโยชน์ของผลงานวจิ ัย)

ความสาคญั ของงานวจิ ยั ชน้ิ น้ี
การสรา้ งเครือข่ายแหล่งทอ่ งเทยี่ วเพ่ือการเรียนรูม้ รดกวัฒนธรรมโดยเครือข่ายชมุ ชนคนแม่ระมาด อาเภอ

แมร่ ะมาด จังหวัดตาก การนาทนุ ทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละวถิ วี ฒั นธรรมของชมุ ชนมาเสรมิ คา่ เพอ่ื พัฒนาพนื้ ทใ่ี หส้ อดคลอ้ ง
กบั ภมู สิ งั คม ผูว้ จิ ัยใหค้ วามสาคัญกบั เนื้อหาทางประวัตศิ าสตรแ์ ละวถิ วี ัฒนธรรมชมุ ชนทเ่ี นน้ ใหม้ คี วามเชอื่ มโยงเน้ือหา
ทงั้ สองดา้ นน้ี เพอื่ หลอ่ หลอมจติ ใจของผมู ้ าเยอื นใหใ้ กลช้ ดิ ใชห้ ลักการเรยี นรูแ้ บบเชอ่ื มโยงอดตี กบั ปัจจบุ ัน เชอื่ มโยง
พน้ื ทก่ี ับพน้ื ทเี่ พอ่ื ทาความเขา้ ใจความเป็ นชมุ ชนทอ้ งถนิ่ และมองทอ้ งถน่ิ เป็ นแบบองคร์ วม และเหตผุ ลทที่ มี วจิ ัยชมุ ชน
เลอื กชมุ ชนพน้ื ทอ่ี าเภอแม่ระมาด จังหวดั ตาก เป็ นพน้ื ทว่ี จิ ัยเพราะเอกลกั ษณ์ความเป็ นแมร่ ะมาดทมี่ คี ณุ คา่ ทา้ ทายและ
สรา้ งแรงบนั ดาลใจใหค้ นในพนื้ ทแ่ี ละทมี วจิ ัยชมุ ชนทตี่ อ้ งมารว่ มคดิ แสวงหาวธิ ปี ฏบิ ตั ิ เพอ่ื ขยายผลในทางสรา้ งสรรคต์ อ่
วงการทอ่ งเทยี่ วทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละสงั คมไทยตอ่ ไป การดาเนนิ โครงการวจิ ยั ครัง้ น้ี มวี ตั ถุประสงคเ์ พอื่ สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ
ความรว่ มมอื ในการทาวจิ ยั ระหวา่ งภาคเี ครอื ขา่ ยชมุ ชน นักวชิ าการ และผเู ้ กย่ี วขอ้ ง ร่วมคดิ ร่วมพัฒนา ร่วมทดลองใชส้ ง่ิ
ทร่ี ่วมสรา้ งขน้ึ และปลายทางของการวจิ ยั และพัฒนาครัง้ นี้ เป็ นการสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ รูปแบบของแหลง่ ศกึ ษาเรยี นรูใ้ นพน้ื ที่
ประวตั ศิ าสตร์ วฒั นธรรมชมุ ชนคนชายแดนโดยทอ้ งถน่ิ เขา้ มบี ทบาทรว่ มในการจัดการโดยใชก้ ารทอ่ งเทยี่ วเป็ นสอ่ื กลาง
ใหเ้ กดิ การศกึ ษาแลกเปลย่ี นเรยี นรแู ้ กผ่ มู ้ าเยอื น รวมถงึ ใชค้ ณุ คา่ ทชี่ มุ ชนไดร้ ับประโยชนจ์ ากการจัด CBT เป็ นตวั กระตนุ ้
ใหเ้ กดิ สานกึ ร่วมในคณุ ค่าของบา้ นเกดิ ทจ่ี ะนาไปสกู่ ารอนุรักษ์และสบื ทอดมรดกวัฒนธรรมชมุ ชนใหย้ ั่งยนื ต่อไปพรอ้ ม
กบั สรา้ งใหช้ มุ ชนมรี ายไดเ้ สรมิ จากการจดั การทอ่ งเทย่ี ว
วตั ถปุ ระสงค์

1. สรา้ งเครือข่ายนักวจิ ัยชมุ ชนเพ่ือร่วมพัฒนาแหล่งท่องเทย่ี วเพ่ือการเรียนรูม้ รดกวัฒนธรรมชุมชนแม่ระมาด
อาเภอแมร่ ะมาด จงั หวดั ตาก

2. ศกึ ษา สารวจ เชอ่ื มโยง องคค์ วามรมู ้ รดกวฒั นธรรมชมุ ชนทส่ี าคญั ทมี่ ศี กั ยภาพของชมุ ชนอาเภอแมร่ ะมาดทจี่ ะใชเ้ ป็ นฐาน
ในการพัฒนาทอ่ งเทยี่ วโดยเครอื ขา่ ยนักวจิ ัยชมุ ชน

3. ออกแบบและพัฒนาเสน้ ทางทอ่ งเทยี่ วเพอ่ื ศกึ ษาเรยี นรูม้ รดกวฒั นธรรมชมุ ชน
4. พัฒนาและประเมนิ ศกั ยภาพการบรหิ ารจดั การและใหบ้ รกิ าร
วธิ กี ารดาเนนิ งาน

เป็ นโครงการวจิ ัยทใ่ี ชก้ ระบวนการงานวจิ ัยเพ่ือทอ้ งถนิ่ ทเ่ี นน้ การมสี ว่ นร่วมของคนในชมุ ชนอาเภอแม่ระมาด
จังหวัดตาก โดยมเี ป้ าหมายใหเ้ กดิ เครอื ข่ายของคนในพื้นทที่ มี่ คี วามพรอ้ มทจ่ี ะสง่ เสรมิ กจิ กรรมสรา้ งการเรียนรูด้ า้ น
มรดกวัฒนธรรมในหมู่เยาวชนและนักท่องเทย่ี วโดยใชพ้ ้นื ทชี่ มุ ชนเป็ นแหล่งเรียนรู ้ โดยการดาเนนิ การวจิ ัยแบ่งเป็ น
8 ขนั้ ตอน ดังนี้ 1. การสรา้ งเครอื ข่ายวจิ ัยทอ้ งถนิ่ 2. การพัฒนาแผนงานปฏบิ ัตกิ ารของทมี วจิ ัยชมุ ชนเพ่อื ศกึ ษาสบื คน้
ศกั ยภาพของทรัพยากรทอ่ งเทยี่ วของชมุ ชน 3. การออกแบบเสน้ ทางทอ่ งเทย่ี วเพอื่ การเรยี นรูม้ รดกวัฒนธรรมชมุ ชน
4. การพัฒนาเสน้ ทางท่องเทยี่ วเพ่ือการเรียนรูม้ รดกวัฒนธรรมชมุ ชน 5. พัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการและ
ใหบ้ รกิ าร CBT 6. การทดลองใชเ้ สน้ ทาง 7. ประเมนิ ผลการใชเ้ สน้ ทางท่องเทย่ี วเพอ่ื การเรียนรูม้ รดกวฒั นธรรมชมุ ชน
และ8. การสรุปผลเผยแพรผ่ ลงาน

ผลการดาเนนิ งาน
การสรา้ งเครอื ขา่ ยนักวจิ ัยชมุ ชน เป็ นการเชอื่ มบคุ คลและกลมุ่ ตา่ งๆ ใชเ้ วทปี ระชมุ ใหญ่และเวทปี ระชมุ กลมุ่ ยอ่ ย

ในการสรา้ งความเขา้ ใจร่วมกัน มเี ป้ าหมายเดยี วกัน จนเกดิ เป็ นเครอื ข่าย ไดใ้ ชก้ ระบวนการ CBR พัฒนา CBT มกี าร
พัฒนาอย่างเป็ นขัน้ ตอน ใหช้ มุ ชนไดม้ สี ว่ นร่วมทกุ ขัน้ ตอน ร่วมกันคดิ ร่วมกันสรา้ ง และร่วมกนั แกไ้ ขปัญหาตา่ งๆ จน
สามารถคน้ ทุนเชงิ ลกึ ทมี่ ีความสมั พันธเ์ ชอ่ื มโยงแหล่งท่องเทยี่ วเพ่ือการเรียนรูม้ รดกวัฒนธรรมไม่วา่ จะเป็ นทนุ ทาง
ธรรมชาติ ทนุ ทางวัฒนธรรม ทนุ ทางสังคมทม่ี คี วามสัมพันธ์กับประเทศเพ่อื นบา้ น ฯลฯ เกดิ การทางานเป็ นเครอื ขา่ ย
ทอ่ งเทยี่ วแม่ระมาด 6 หมู่บา้ น 3 ตาบล ร่วมกันจัดทาโครงสรา้ งการบรหิ ารกลุ่มการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน ทาใหช้ มุ ชน
รูส้ กึ ถึงความเป็ นเจา้ ของ เกดิ พลังชุมขนท่ีอยากจะมีส่วนร่วมในการสรา้ งหรือปรับเปลย่ี นชุมชนเพ่ือใหเ้ กดิ ความ
ประทบั ใจสาหรับผมู ้ าเยอื น สรา้ งความเขม้ แข็งใหก้ บั ภาคเี ครอื ขา่ ยชมุ ชนคนแมร่ ะมาด

ทมี วจิ ัยชมุ ชนร่วมกนั คน้ ทนุ วถิ ชี วี ติ ความเชอ่ื มโยงระหวา่ งวถิ ชี าวลา้ นนา และวถิ ชี าวปกาเกอะญอ การใชช้ วี ติ
ตามขอบชายแดน ตอ้ งมาแบง่ เขตแดนตามการประกาศของทางราชการ กลายเป็ นคนไทยและเมยี นมารแ์ ตก่ ็ยังคงไปมา
หาสกู่ ันตามจุดผอ่ นปรนของทางราชการ นอกจากนี้ยังมคี วามเชอื่ มโยงสมั พันธก์ ับครูบาขาวปี ครูบาแกว้ เกจอิ าจารยท์ ่ี
ธุดงคป์ ฏบิ ัตธิ รรมในเขตพน้ื ทแ่ี ม่ระมาด เชน่ สรา้ งเจดยี ศ์ นู ยร์ วมจติ ใจ การบชู าพระพุทธรูปหนิ ออ่ นมาประดษิ ฐานไวท้ ี่
แมร่ ะมาด มเี หตุการณ์เหลอื เชอ่ื ทาใหเ้ กดิ ความเคารพ ศรัทธาทงั้ จากชาวไทยและชาวปกาเกอะญอ มหี ลักฐานปรากฎ
รอ่ งรอยในชว่ งสงครามโลกครัง้ ที่ 2 ทญี่ ป่ี ่ นุ ใชถ้ ้าเก็บอาวธุ สงครามในพนื้ ทแี่ มร่ ะมาด ความเชอื่ มโยงเสน้ ทางทญ่ี ป่ี ่ นุ ได ้
ระเบดิ เสน้ ทางโดยการขดุ หลมุ แลว้ หย่อนระเบดิ เพอื่ เปิดเป็ นเสน้ ทางเดนิ ทพั ไปสรู ้ บกบั เมยี นมาร์ ความเชอ่ื มโยงเสน้ ทาง

175

กบั การใชช้ วี ติ ของคนในสมัยกอ่ นทเี่ ป็ นเสน้ ทางวัวตา่ ง เน่อื งจากเสน้ ทางน้ีหากออกไปจากแม่ระมาด สามารถเดนิ ทาง
ไปยงั อ.บา้ นตาก และขา้ มไปยัง อ.เมอื งตาก โดยขา้ มแม่น้าปิง และยังเชอ่ื มเสน้ ทางไปยังภาคเหนอื ทจ่ี ังหวัดลาพูนได ้
อกี ทางหนง่ึ

ทมี วจิ ัยชมุ ชนนาทนุ ชมุ ชนทคี่ น้ พบมาเป็ นฐานในการออกแบบและพัฒนาเสน้ ทางทอ่ งเทยี่ วเพอ่ื ศกึ ษาเรยี นรู ้
มรดกวฒั นธรรมชมุ ชน การออกแบบและพัฒนาเสน้ ทางไดน้ ัน้ ตอ้ งผา่ นการพัฒนา รับองคค์ วามรูจ้ ากผเู ้ ชย่ี วชาญ และได ้
เปิดมุมมอง แนวคดิ ใหม่จากการศกึ ษาดงู านชมุ ชนตน้ แบบ ทาใหช้ มุ ชนมคี วามม่ันใจ เชอ่ื มั่นทนุ ของดตี นเอง อกี ทัง้ ยัง
นากลบั มาทบทวนอตั ลกั ษณ์ กจิ กรรมและเสน้ ทางทอ่ งเทย่ี ว มจี านวน 2 เสน้ ทาง ดงั นี้ เสน้ ทางที่ 1 เรยี นรวู ้ ถิ ถี นิ่ กน๋ิ ขา้ ว
เมอื ง เชอ่ื มเรอื่ งเสน้ ทางสงครามโลกครัง้ ที่ 2 และเสน้ ทางที่ 2 เชอ่ื มรอ้ ยเสน้ ทางสงครามโลกครัง้ ท่ี 2 กับการลอง
เรยี นรวู ้ ถิ ถี นิ่ ภายใตอ้ ตั ลกั ษณ์ร่วมทว่ี า่ “โฮมสเตยอ์ บอนุ่ สมดลุ สองแผน่ ดนิ ถน่ิ สขุ สงบ” ใชแ้ หลง่ เรยี นรใู ้ นทอ้ งถน่ิ เพอื่
สง่ เสรมิ การเรยี นรูเ้ ชงิ สรา้ งสรรค์ อนุรักษ์ฟื้ นฟปู ระเพณีวัฒนธรรม ดาเนินการผา่ นกลุ่มบรหิ ารการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชน
เพอื่ รว่ มกนั ตอ้ นรับนักทอ่ งเทยี่ ว

ภาคเี ครือข่าย นักวจิ ัยชุมชนร่วมกันคน้ หาศักยภาพของเสน้ ทาง กจิ กรรมมรดกวัฒนธรรม และเสน้ ทางที่
น่าสนใจ จงึ ไดน้ าภาพรวมกจิ กรรมการทอ่ งเทย่ี ว จัดทาเป็ นโปสเตอร์ และ Info graphic นาเสนอเสน้ ทางใหก้ ับภาคี
เครอื ข่าย และประชาชนทสี่ นใจ ผ่านการเชญิ ชวนแบบปากตอ่ ปาก ผา่ นเพจ facebook ผา่ นสอื่ สงั คมออนไลน์ ทาให ้
การเขา้ ถงึ ขอ้ มูลการทอ่ งเทยี่ วเครอื ขา่ ยชมุ ชนคนแมร่ ะมาดไดง้ ่ายยง่ิ ขนึ้ ไดม้ โี อกาสตอ้ นรับนักท่องเทยี่ วมากขนึ้ เป็ น
การสรา้ งรายไดเ้ สรมิ ใหก้ บั คนในชมุ ชน รา้ นคา้ ขา้ งทางหรอื ใกลแ้ หลง่ เรยี นรูก้ ็มโี อกาสไดข้ ายสนิ คา้ ของตนเองมากขนึ้
ซงึ่ ถอื วา่ เป็ นปรากฎการณ์ทดี่ ี และมกี ารพัฒนาตนเองมากขน้ึ ปรับเปลยี่ นบคุ ลกิ น้าเสยี ง หาเรอื่ งราวทสี่ นุกสนานมาเพมิ่
สสี ันใหก้ ับการเล่าเร่ืองราวชมุ ชน แบ่งหนา้ ทบี่ รหิ ารจัดการ การพัฒนานี้เป็ นเพยี งการพัฒนาขัน้ ตน้ ยังไม่ถงึ การเป็ น
มอื อาชพี ในการบรหิ ารจัดการการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชน ยังไมส่ ามารถสรา้ งรายไดห้ ลักจากการท่องเทยี่ วได ้ ยังคงตอ้ ง
ไดร้ ับการพัฒนาเพอ่ื เพม่ิ ศกั ยภาพใหก้ บั ชมุ ชนตอ่ ไป
ประโยชนข์ องผลงานวจิ ยั

1. เกดิ เสน้ ทางทอ่ งเทยี่ วเพอ่ื การเรยี นรูม้ รดกวฒั นธรรมจากความรว่ มมอื ระหวา่ งคนในพนื้ ที่ 6 หมบู่ า้ น 3 ตาบล
ทางานร่วมกนั ในลกั ษณะเครอื ขา่ ยทเ่ี ครอื ขา่ ยทอ่ งเทยี่ วชมุ ชนสามารถนาไปใชง้ านไดจ้ รงิ ในพน้ื ทอ่ งเทย่ี ว

2. เกดิ การขยายผลการเผยแพร่แนวคดิ ในการสรา้ งเครือขา่ ยเพ่ือร่วมพัฒนาแหล่งท่องเทย่ี วเพอ่ื สรา้ งการเรียนรู ้
ไปยังพน้ื ทอี่ น่ื

3. เกดิ การขยายวงของเครอื ขา่ ยกัลยาณมติ รเพราะในระหวา่ งทางของการทางานวจิ ัยไดอ้ อกแบบใหร้ ปู แบบการทา
วจิ ัยตอ้ งเกดิ จากความรว่ มมอื ร่วมใจของบคุ คลและภาคตา่ งๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งในพนื้ ทเี่ ขา้ มารว่ มทางานทที่ กุ คนมคี วามเต็มใจ
และเกดิ ความพงึ พอใจในขณะทางาน ประกอบกบั พน้ื ทท่ี ท่ี างานเป็ นบา้ นของตน เมอ่ื ผลงานวจิ ยั สรา้ งการเรยี นรใู ้ หมก่ บั
สงั คม ทกุ คนทร่ี ่วมกระบวนการจงึ เห็นคณุ คา่ ดงั นัน้ ทกุ วนั จงึ พรอ้ มทจี่ ะนาสง่ิ ทไ่ี ดเ้ รยี นรูจ้ ากการวจิ ัยไปขยายผลในทาง
ทด่ี แี ละสรา้ งสรรคใ์ หก้ บั บา้ นเกดิ ของตนเองตอ่ ไป ในพน้ื ทชี่ มุ ชนแมร่ ะมาดใหก้ วา้ งขวางและเหนยี วแน่นทนี่ าไปสคู่ วาม
ย่งั ยนื มากขน้ึ ของชมุ ชน และในพนื้ ทอี่ นื่ ๆ ทน่ี าแนวคดิ ดงั กลา่ วไปทดลองปฏบิ ตั ิ

4. วทิ ยาลยั ชมุ ชนตากไดอ้ งคค์ วามรใู ้ หม่ และไดพ้ น้ื ทแี่ ลกเปลย่ี นเรยี นรู ้
5. องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ในพน้ื ทอ่ี าเภอแมร่ ะมาด ไดแ้ ก่ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบลขะเนจอ้ื องคก์ ารบรหิ าร
สว่ นตาบลเทศบาลพระธาตุ และเทศบาลตาบลแมร่ ะมาด นาผลทไ่ี ดจ้ ากการวจิ ยั ไปเป็ นแนวทางในการพัฒนาการ
ทอ่ งเทยี่ วรว่ มกบั ชมุ ชนอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
6. เกดิ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเพอื่ การเรยี นรมู ้ รดกวฒั นธรรมแหง่ ใหม่ ที่ ททท. นาไปโฆษณาประชาสมั พันธ์
7. ผลจากงานวจิ ยั เป็ นแรงบนั ดาลใจใหค้ นในชมุ ชนพัฒนาการทอ่ งเทย่ี ว จนมรี ายไดเ้ สรมิ จากการทอ่ งเทยี่ ว
หน่วยงานการศกึ ษาในทอ้ งถนิ่ สามารถนาผลวจิ ยั ไปพัฒนาหลักสตู รทอ้ งถน่ิ ตอ่ ไป

176

แบบฟอร์มประเมนิ ผลการวิจัยในการนาไปใชป้ ระโยชน์อยา่ งเป็นรปู ธรรม
ทีไ่ ดร้ ับการจดั สรรงบประมาณ

**********************************************

ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ท่วั ไป
ชอ่ื แผนงานวจิ ัย/ชื่อโครงการวจิ ยั การสร้างเครือข่ายแหล่งท่องเท่ียวเพ่ือการเรียนรู้มรดกวัฒนธรรมโดยเครือข่าย
ชมุ ชนคนแม่ระมาด อาเภอแมร่ ะมาด จังหวดั ตาก
ช่ือนกั วจิ ยั นางกรรณิการ์ บุญยงั หน่วยงาน วิทยาลัยชมุ ชนตาก
งบประมาณทีไ่ ด้รบั การสนบั สนุน 364,000 (บาท) ปีงบประมาณที่ไดร้ บั การสนบั สนุน 2563
วัน/เดือน/ปี ท่ดี าเนินการวิจยั แลว้ เสร็จ 31 กรกฎาคม 2564
เป้าหมายดาเนนิ การ ตาบลขะเนจ้ือ ตาบลแมร่ ะมาด ตาบลพระธาตุ อาเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
พื้นที่การใชป้ ระโยชน์ ตาบลขะเนจื้อ ตาบลแมร่ ะมาด ตาบลพระธาตุ อาเภอแมร่ ะมาด จังหวดั ตาก และพื้นที่
ใกลเ้ คยี ง หนว่ ยงานภาครัฐในพน้ื ทแ่ี ละในจงั หวดั เช่น อปท. อพท. พัฒนาชุมชน ททท. เป็นต้น
ส่วนท่ี 2 ผลการวจิ ยั และการนาไปใชป้ ระโยชนอ์ ย่างเป็นรปู ธรรม
2.1 การนาไปใช้ประโยชน์อยา่ งเป็นรูปธรรม (สามารถตอบไดม้ ากกวา่ 1 มติ )ิ
 มิตินโยบาย หมายถึง การมีเอกสารแสดงความสนใจ ความต้องการ หรือการนาข้อมูลและแนวทางแก้ไขซ่ึงได้
จากผลงานวิจัย ส่ิงประดิษฐ์และนวัตกรรมมาใช้ประกอบการแก้ไขปัญหาสาคัญและปัญหาเร่งด่วนของประเทศใน
องคก์ ร หรอื หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

- ปัญหาสาคัญ/ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ คือ.ธุรกิจการท่องเท่ียว.การโรงแรม ธุรกิจอุตสาหกรรม
ธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ทุกส่วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ส่งผลให้เกิด
ปญั หาการถกู เลกิ จ้างงาน คนตกงาน คนว่างงาน ทาใหค้ นกลับไปยังภูมลิ าเนา ส่งผลใหร้ ายไดล้ ดลง

- ช่ือองคก์ ร หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทนี่ างานวิจัยไปใชป้ ระโยชน์
วิทยาลัยชุมชนตาก องค์การบริหารส่วนตาบลขะเนจื้อ องค์การบริหารส่วนตาบลแม่ระมาด
เทศบาลตาบลแมร่ ะมาด และองค์การบริหารสว่ นตาบลพระธาตุ
- ช่วงเวลาทีน่ างานวิจยั ไปใชป้ ระโยชน์ (วัน/เดือน/ป)ี
- ลักษณะการนางานวจิ ัยไปใช้ประโยชน์ (โปรดใหค้ าอธบิ าย พร้อมแนบเอกสาร/ภาพประกอบ)
https://www.youtube.com/watch?v=9EzEShs9hO4&t=11s ,
https://sites.google.com/view/takcommunity
https://www.youtube.com/watch?v=4wVErhPbTGg
- การเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นต่อองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (โปรดให้คาอธิบาย พร้อม
แนบเอกสาร/ภาพประกอบ)

 มิติวิชาการ หมายถึง การมีเอกสารแสดงถึงการอ้างอิง (Citations) บทความวิจัย ท่ีได้รับการตีพิมพ์
ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซง่ึ มี Peer-review (โปรดแนบเอกสาร/หลักฐานอา้ งอิง) .
-.

177

 มิติเชิงสังคมชชมชน/ หมายถึง การมีเอกสารแสดงความสนใจ หรือความต้องการเข้ารับการถ่ายทอด
ความร้ขู องชุมชน ท้องถ่นิ หรอื องคก์ ร ท่ีแสดงให้ (หนว่ ยงานให้ทุน/ไม่ใช่หน่วยงานตน้ สังกดั ของนักวจิ ัย)
เห็นถงึ การนางานวจิ ัยไปใช้ประโยชน์ และรูปแบบการเปลยี่ นแปลงที่เกดิ ขึน้ ตอ่ ชมุ ชน ทอ้ งถิน่ องคก์ ร
- ช่อื ชุมชน ทอ้ งถ่นิ หรือองค์กร ที่นางานวิจยั ไปใช้ประโยชน์ -
- ชว่ งเวลาท่นี างานวจิ ัยไปใช้ประโยชน์ (วัน/เดือน/ปี) -
- ลักษณะการนางานวิจยั ไปใช้ประโยชน์ (โปรดใหค้ าอธบิ าย พรอ้ มแนบเอกสาร/ภาพประกอบ)
-
- การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อชุมชน ท้องถิ่น องค์กร (โปรดให้คาอธิบาย พร้อมแนบเอกสาร/
ภาพประกอบ) -

 มิติพาณชิ ย์ หมายถึง การมเี อกสารแสดงความสนใจ หรอื ความตอ้ งการในการนาผลงานวิจยั
สงิ่ ประดิษฐ์และนวัตกรรมไปพฒั นา/ปรบั ปรุง กระบวนการผลิตและจาหน่ายในภาคการผลิตและ
ภาคอตุ สาหกรรม

- ภาคการผลิต/ภาคอตุ สาหกรรม ท่นี างานวจิ ยั ไปใช้ประโยชน์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เครือขา่ ยชมุ ขนคนแม่ระมาด เครือขา่ ยการท่องเที่ยวโดยขุมชนจังหวดั ตาก

- ชว่ งเวลาท่ีนางานวจิ ยั ไปใชป้ ระโยชน์ (วัน/เดือน/ป)ี -
- ลักษณะการนางานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (โปรดให้คาอธิบาย พร้อมแนบเอกสาร/ภาพประกอบ)

เครือข่ายชุมขนคนแม่ระมาด รวมกลุ่มบริหารการจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชนเปน็ ผลจากการไดร้ ับ
การพัฒนาจากกระบวนการงานวิจัยเพ่ือท้องถิ่นทาให้เกิดเครือข่าย 3 ตาบล คือ ตาบลขะเนจ้ือ ตาบล
แม่ระมาด และตาบลพระธาตุ เป็นการร่วมค้นทุนเชิงลึกเช่ือมโยงวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
และทุนทางสงั คมทม่ี ีความเช่อื มโยงรอ้ ยเรียงเร่ืองราวในอดตี จนถึงปัจจุบัน และอดีตในชว่ งสงครามโลก
ครั้งที่ 2 อีกทั้งยังเชื่อมเส้นทางไปยังประเทศเมียนมาร์ นามาเป็นฐานในการจัดกิจกรรมและเส้นทาง
การท่องเที่ยว พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเท่ียวเกิดรายได้ท้ังทางตรงและทางอ้อมทางการท่องเที่ยว
กระจายรายไดส้ ชู่ มุ ชน

- การเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นต่อภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรม (โปรดให้คาอธิบาย พร้อมแนบ
เอกสาร/ภาพประกอบ)
-

2.2 ทรพั ยส์ นิ ทางปัญญาที่เกิดจากงานวจิ ยั (โปรดระบเุ ดือน/ปี ที่ย่นื ขอและไดร้ บั )
-

2.3 ผู้ไดร้ บั ผลประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม (โปรดระบหุ น่วยงาน บุคคล หรือพน้ื ทท่ี น่ี างานวจิ ยั ไปใช้ประโยชน์)
-

2.4 ปัญหาและอปช สรรคในการดาเนินงานวิจัย (งานวจิ ยั ท่แี ลว้ เสร็จ)
 ไมม่ ีปัญหาและอชปสรรค
 มปี ญั หาและอปช สรรค (โปรดระบุสาเหตุ)

178

พื้นที่เครือข่ายชุมชนคนแม่ระมาด เป็นพื้นท่ีชายแดนติดกับประเทศเมียนมาร์ ได้รับผลกระทบจาก
สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 และปัญหาความไม่สงบตามชายแดน จังหวัดตากมีประกาศออกมาบ่อยครั้ง
ในการประกาศเปน็ พื้นทป่ี ิด หา้ มรวมกลมุ่ และหา้ มเดินทางเข้าออกตามชายแดน ทาให้เกดิ ปญั หาการลงพน้ื ท่ี
ตดิ ปัญหาการจดั ประชมุ ระดมความคดิ เห็น เกดิ ความล่าช้าในการดาเนนิ การวจิ ยั ฯ
2.5 ผลกระทบจากการนาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (งานวจิ ัยท่แี ลว้ เสร็จ)
 ไม่มีผลกระทบ
 มผี ลกระทบ (โปรดระบสุ าเหต)ุ

ลงชื่อ
(นางกรรณกิ าร์ บุญยงั )

ตาแหนง่ หัวหนา้ โครงการฯ


Click to View FlipBook Version