วธิ คี ดิ แบบเป็นอยใู่ นปจั จุบนั
กำรมีสติกำหนดรูเ้ ท่ำทนั ตอ่ สง่ิ ทรี่ ับรหู้ รอื สงิ่ ทเ่ี กิดข้ึนอันเปน็ ลกั ษณะของกำรคดิ โดยกำรใชค้ วำมรู้
และเปน็ ควำมคิดดว้ ยอำนำจของปญั ญำ ซ่ึงรวมเอำเหตุกำรณท์ ง้ั ในอดตี ปจั จบุ ัน และอนำคต
วิธีคดิ แบบนเี้ ปน็ กำรมองเหตกุ ำรณ์ตำ่ งๆ อยำ่ งตอ่ เนื่องสัมพันธก์ ัน โดยกำรใชส้ ตพิ จิ ำรณำสภำวะ
ที่เกิดขน้ึ อย่ำงร้เู ทำ่ ทนั
เปน็ กำรคดิ ดว้ ยกำรศึกษำอดีตและเกบ็ รวบรวมข้อมูลในปัจจบุ นั เพื่อวำงแผนอนำคต ในลักษณะ
ที่ว่ำ เรียนรู้อดีต เข้าใจปจั จบุ นั และรูเ้ ทา่ ทันอนาคต เม่ือรู้เทำ่ ทนั แล้วก็สำมำรถทจ่ี ะกำหนด
รปู้ ญั หำและขจัดอปุ สรรคออกไป
วธิ ีคิดแบบวภิ ัชชวาท
กำรคิดด้วยกำรร้จู กั แยกแยะประเดน็ หรอื แยกเรื่องออกเป็นดำ้ นตำมทเี่ ป็นอยู่จรงิ ไมเ่ หมำรวม เปน็ วธิ คี ดิ ทีใ่ กลเ้ คียงกบั กำรคิด
แบบแยกแยะสว่ นประกอบ เช่น
นักเรยี นอาชวี ะยกพวกตกี ัน วภิ ัชชวาท
คนมักเหมำรวมวำ่ เด็กอำชวี ะเปน็ เดก็ ไม่ดี เป็นพวก หำกแยกออกจะเห็นว่ำ นักเรยี นอำชีวะไมไ่ ดเ้ ป็นอย่ำง
“นักเรียนนักเลง” มหี นำ้ ท่เี รียน แตไ่ มเ่ รยี น น้นั ทุกคน มีเพียงส่วนนอ้ ย และหำกสำวลงไปให้
ก่อควำมเดือดรอ้ นใหส้ ังคม ลึกแลว้ มปี จั จัยเง่ือนไขหลำยอยำ่ งที่ผลกั ดันให้
พวกเขำเป็นเชน่ นนั้ เช่น สภำพปัญหำครอบครัว
ปัญหำสังคมควำมรักพวกพ้อง เป็นตน้
หนว่ ยกำรเรียนรูท้ ี่ ๑ หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๓ พระพุทธศาสนา
หน่วยกำรเรยี นรู้ท่ี ๖ หน่วยกำรเรียนรทู้ ี่ ๗ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๘
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔-๖
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
หนว่ ยกำรเรยี นรูท้ ่ี ๔ หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ ๕
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี ๙ หนว่ ยกำรเรยี นรูท้ ี่ ๑o
๑_หลักสตู รวิชาพระพทุ ธศาสนา
๒_แผนการจัดการเรียนรู้
๓_PowerPoint_ประกอบการสอน
๔_Clip
๕_ใบงาน_เฉลย
๖_ขอ้ สอบประจาหน่วย_เฉลย
๗_การวดั และประเมนิ ผล
๘_เสรมิ สาระ
๙_ส่ือเสรมิ การเรยี นรู้
บรษิ ัท อักษรเจริญทศั น์ อจท. จำกัด : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรงุ เทพฯ 10200
Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand
โทรศพั ท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
๓ตอนที่ พระสงฆ์ ๗หน่วยการเรยี นรู้ท่ี
พุทธสาวก พุทธสาวกิ า
และศาสนิกชนตวั อยา่ ง
พทุ ธสาวก พุทธสาวิกา
พระอัสสชิ
• เกิดในตระกูลพรำหมณแ์ หง่ กรงุ กบลิ พสั ดุ์
• เมื่อเจ้ำชำยสทิ ธตั ถะตรัสรเู้ ปน็ พระพุทธเจ้ำแล้ว ได้เสด็จมำแสดงปฐมเทศนำแกพ่ ระอสั สชิ
ทำให้ทำ่ นกรำบทูลขอบวช ซ่ึงต่อมำได้บรรลเุ ป็นพระอรหนั ต์
• พระอัสสชไิ ดร้ บั กำรยกย่องว่ำมีควำมสำมำรถในกำรเทศนำสัง่ สอนธรรมะแก่ประชำชน
อยำ่ งได้ใจควำม สนั้ กะทดั รัด ครอบคลมุ หลกั พระพทุ ธศำสนำ
คุณธรรมทีค่ วรถอื เปน็ แบบอย่าง
• เปน็ ผูม้ ีควำมสำรวม
• เป็นผมู้ คี วำมอ่อนนอ้ มถ่อมตน
• เป็นครทู ีด่ ี
• เปน็ ผ้ทู มี่ คี วำมเลือ่ มใสในพระพทุ ธศำสนำและมสี ่วนสำคัญ
ในกำรเผยแผ่พระพทุ ธศำสนำ
พระอานนท์
• เป็นพระอนชุ ำของพระพทุ ธเจำ้
• หลังจำกบวชไม่นำนพระอำนนท์ได้ฟงั ธรรมจำกพระปณุ ณมนั ตำนีบุตรจนบรรลเุ ป็นโสดำบนั
ต่อ มำไดร้ บั หน้ำที่เป็นพทุ ธอปุ ัฏฐำกปรนนบิ ตั ริ ับใชพ้ ระพทุ ธเจ้ำ
• กอ่ นเข้ำรับหนำ้ ทีพ่ ทุ ธอุปฏั ฐำก พระอำนนทไ์ ด้ทูลขอพร (เงือ่ นไข) ๘ ประกำรจำกพระพทุ ธเจำ้
• พระอำนนท์ได้รับยกย่องจำกพระพุทธเจำ้ วำ่ มคี วำมเปน็ เลิศกว่ำผู้อน่ื (เอตทัคคะ) ๕ ด้ำน คอื
เปน็ ผเู้ ลิศในทำงพหูสูตเปน็ ผ้เู ลศิ ในทำงมสี ติ เป็นผเู้ ลศิ ในทำงคติ เปน็ ผูเ้ ลิศในทำงควำมเพยี ร
พยำยำม เป็นผูเ้ ลศิ ในทำงพทุ ธอุปัฏฐำก
• เปน็ ผูใ้ ฝร่ ู้อย่ำงยง่ิ คณุ ธรรมท่ีควรถือเปน็ แบบอยา่ ง
• เป็นผมู้ สี ติเสมอ
• เป็นผู้มีเมตตำกรณุ ำ • เปน็ ผู้มองกำรณ์ไกล
• เป็นผู้มคี วำมเพียรพยำยำม • เป็นผมู้ ีควำมจงรกั ภกั ดเี คำรพรกั ในพระพุทธเจ้ำสำมำรถอุทิศชวี ิต
• เปน็ ผู้ที่รู้จกั กำลเทศะอย่ำงยงิ่
เพ่อื พระพทุ ธองคไ์ ด้
• มีวธิ ีในกำรจดจำพระพุทธวจนะ
• เปน็ ผ้วู ำ่ ง่ำยและเคำรพยำเกรงผใู้ หญ่
พระอนุรุทธเถระ
• เป็นโอรสของพระเจ้ำอมโิ ตทนะ
• ตอ่ มำเม่อื เจำ้ ชำยแหง่ ศำกยวงศแ์ ละโกลิยวงศป์ รำรถนำออกบวช เจำ้ ชำยอนรุ ทุ ธะไดต้ ดั สนิ ใจ
ออกบวชด้วย
• ทำ่ นมคี วำมเช่ยี วชำญเรื่องทิพยจกั ขุมำก จนได้รบั กำรยกยอ่ งจำกพระพทุ ธเจำ้ วำ่ เป็นเลศิ
ในทำงมที ิพพจกั ขุ
พระอนรุ ทุ ธเถระกลำ่ วเตอื นภกิ ษุ คณุ ธรรมที่ควรถอื เป็นแบบอยา่ ง
รูปอน่ื ให้เหน็ ว่ำสังขำรมเี กดิ และดับ
แม้พระพทุ ธเจำ้ กไ็ มอ่ ำจเล่ียงได้
• มคี วำมพำกเพยี รยิง่
• มคี วำมมกั นอ้ ย
• เป็นหลกั แหง่ พระธรรมวนิ ยั
พระองคุลมิ าล
• เกิดในวรรณะพรำหมณ์ บดิ ำเป็นปุโรหิตแหง่ รำชสำนกั พระเจำ้ ปเสนทโิ กศล
• เม่ือโตขนึ้ บดิ ำได้ส่งไปศึกษำในสำนกั ของอำจำรย์ทิศำปำโมกขแ์ ห่งเมืองตักกสิลำ อหงิ สกะ
เปน็ ผูท้ ่ตี ้ังใจเรยี น จึงเป็นทีร่ กั ของอำจำรย์ ทำให้ศิษย์ร่วมสำนักพำกนั อจิ ฉำและหำเรอื่ งใส่ร้ำย
ในท่สี ุดอำจำรย์หลงเชอ่ื และวำงแผนฆำ่ อหิงสกะ
• โดยบอกวำ่ ศิษย์ที่ศกึ ษำจบนนั้ จะตอ้ งให้ครุทกั ษิณำ (ของบูชำคร)ู แกอ่ ำจำรย์ น่นั คอื นว้ิ ขวำ
ของคน ๑,๐๐๐ นิ้ว ดว้ ยเช่ือม่นั ว่ำจะเป็นวธิ ฆี ่ำศษิ ย์ได้โดยไมม่ คี วำมผดิ
• พระพุทธเจ้ำทรงเกรงวำ่ องคุลมิ ำลจะทำอนันตริยกรรมต่อมำรดำ จงึ เสดจ็ ไปดักหนำ้ องคุลมิ ำล
กอ่ นทีม่ ำรดำจะไปถึง พระพุทธเจำ้ จึงตรสั ส่ังสอนและประทำนอปุ สมบทให้
• ไดร้ บั กำรยกย่องวำ่ เปน็ พระประเภทต้นคดปลำยตรง หมำยถงึ เป็นผ้ปู ระมำทในเบอื้ งตน้
แต่ตอ่ มำกลับตวั เปน็ พระสำวกท่ดี ี
คุณธรรมทคี่ วรถอื เป็นแบบอยา่ ง
• เป็นผมู้ ีขนั ตธิ รรมอยำ่ งยงิ่
• เปน็ บคุ คลประเภทตน้ คดปลำยตรง
• เป็นผมู้ ีเมตตำกรุณำมำก
พระกสี าโคตมีเถรี
• เป็นธดิ ำของบุคคลในตระกลู เกำ่ แกต่ ระกูลหน่ึงในเมืองสำวตั ถี
• นำงกสี ำมลี กู ชำยคนหนึง่ และเสียชวี ิตอยำ่ งกะทันหนั นำงเสียใจมำกจนสตฟิ ั่นเฟือน ไมย่ อมเผำ
ศพลกู เพรำะคิดว่ำลกู ชำยยงั ไมต่ ำย
• พระพุทธเจ้ำไดต้ รัสบอกนำงกสี ำใหไ้ ปเอำเมล็ดพันธ์ุผกั กำดมำหนึง่ กำมือแล้วพระพุทธองคจ์ ะทรง
ทำยำให้ โดยได้ตรัสกำชบั วำ่ “ผักกาดน้นั จะตอ้ งเอาจากบา้ นเรอื นทไ่ี มม่ ใี ครตายจงึ จะทาได้”
• นำงกสี ำไมส่ ำมำรถหำไดเ้ พรำะบำ้ นที่ไมม่ ีคนตำยน้นั ไม่มนี ำงจึงคิดได้วำ่ ในโลกน้ไี มม่ บี ้านไหน
ไมม่ ีคนตาย
• พระพุทธเจำ้ ทรงแสดงธรรมเทศนำจนนำงไดบ้ รรลุโสดำบนั และไดร้ บั ยกย่องจำกพระพทุ ธเจำ้ วำ่
เป็นเอตทัคคะในกำรทรงจวี รเศร้ำหมอง เป็นผถู้ อื ธุดงควัตรเครง่ ครดั เรยี บงำ่ ย
คุณธรรมท่คี วรถือเป็นแบบอย่าง
• เปน็ ผู้มคี วำมเคำรพนบนอบย่ิง
• เปน็ ผมู้ ีควำมคดิ ฉบั ไว
• เป็นครูท่ดี ีของสตรีทัง้ หลำย
• เป็นผู้มชี วี ติ เรียบง่ำย
พระธัมมทินเถรี
• เป็นสตรีทสี่ วยงำม มีควำมรู้ และเพยี บพรอ้ มด้วยคณุ สมบัติของกลุ สตรี แตง่ งำนกบั บตุ ร
เศรษฐชี ำวเมอื งรำชคฤห์ ชือ่ วิสำขะ
• วิสำขะเศรษฐีไดพ้ บพระพุทธเจ้ำได้ฟังธรรมเทศนำจนบรรลเุ ป็นพระอนำคำมี เมื่อนำง
ธัมมทนิ นำเถรที รำบจงึ เกิดควำมเล่ือมใส
• นำงหำโอกำสไปฟงั ธรรมเทศนำจำกพระพุทธเจำ้ และทลู ขอบวชไม่นำนพระธมั มทินนำเถรี
ก็บรรลอุ รหนั ต์
• พระธัมมทนิ นำเถรไี ดร้ บั กำรยกยอ่ งจำกพระพุทธเจำ้ วำ่ เป็นเอตทัคคะด้ำนกำรแสดงธรรมโดย
เปน็ ผูเ้ ชี่ยวชำญในกำรแสดงธรรมแกป่ ระชำชน สำมำรถอธบิ ำยธรรมที่ยำกให้เขำ้ ใจไดโ้ ดยง่ำย
คุณธรรมทคี่ วรถอื เปน็ แบบอย่าง
• เป็นผู้มปี ญั ญำและสำมำรถใช้ปญั ญำแกไ้ ขปญั หำชีวิต
• เปน็ ผมู้ จี ิตใจใฝ่หำควำมดี
• เปน็ ผมู้ คี วำมมงุ่ ม่นั
• เปน็ ผ้ทู ่สี ำมำรถทำให้บคุ คลท่ีสนใจพระพุทธศำสนำอยู่แลว้ เกิดศรัทธำในคำสอนมำกขึน้
พระปฏาจาราเถรี
• เกิดในตระกูลเศรษฐีเมอื งสำวัตถี แตน่ ำงแอบรกั กบั ชำยซงึ่ เป็นคนรบั ใชใ้ นบำ้ นและพำกัน
หนไี ป
• เมื่อนำงปฏำจำรำเถรีต้ังครรภบ์ ตุ รคนท่ี ๒ นำงขอรอ้ งให้สำมีพำนำงกลับไปคลอดบตุ รท่ี
บ้ำนแตถ่ ูกปฏเิ สธจำกสำมนี ำงจงึ หนีไป และสำมีก็ตำมนำงไปทนั ระหว่ำงทำงนำงปฏำจำรำ
เกิดเจ็บท้องจวนจะคลอดลกู ขณะนนั้ ฝนได้ตกหนกั นำงจงึ ให้สำมไี ปตัดกง่ิ ไม้มำทำซมุ้ กัน
บงั ฝนแต่สำมีของนำงกลบั ถูกงูมีพิษกัดถงึ แกค่ วำมตำย นำงจึงพำลูกทงั้ สองกลับไปยงั บ้ำน
เกดิ แตล่ ูกคนเลก็ กลับถกู เหยย่ี วจิกไป ส่วนคนโตจมนำ้ หำยไป เม่ือเธอกลบั ไปหำบดิ ำมำรดำ
ก็ทรำบข่ำวว่ำถกู เรอื นพงั ทลำยทับเนื่องจำกฝนตกหนกั ทำให้นำงเสยี สตวิ ่งิ เพ้อจนหลงเข้ำ
ไปยังพระเชตวันวหิ ำร ซ่งึ ขณะนน้ั พระพุทธเจำ้ กำลังแสดงธรรมเทศนำแกป่ ระชำชน
• พระพุทธเจ้ำตรัสแสดงธรรมแก่นำงเรอื่ ง กำรเวียนว่ำยตำยเกิด เม่ือนำงไดฟ้ ังกบ็ รรลโุ สดำบนั
และไดบ้ ำเพ็ญเพียรจนบรรลุมรรคผลเปน็ พระอรหันต์
• ไดร้ บั กำรแต่งตง้ั จำกพระพทุ ธเจำ้ ให้เป็นเอตทคั คะในทำงทรงจำพระวินยั
คณุ ธรรมที่ควรถือเป็นแบบอย่าง
• เป็นผไู้ มม่ ีทิฐิมำนะในทำงด้ือรนั้
• เปน็ ผู้มีควำมวริ ยิ อตุ สำหะ
• เป็นผแู้ นะนำกำรแก้ปัญหำชีวติ ให้แก่ผูท้ เ่ี ดือดร้อน
หมอชวี กโกมารภัจจ์
• เป็นบุตรของนำงสำลวดีซง่ึ เป็นหญงิ นครโสเภณี เม่อื นำงคลอดบุตรแลว้ ได้นำไปท้ิงทก่ี องขยะ
นอกเมือง เจำ้ ชำยอภยั รำชกุมำรซึ่งเปน็ พระรำชโอรสองค์หนง่ึ ของพระเจ้ำพมิ พสิ ำรพบเขำ้
จึงนำไปเลี้ยงและตั้งชอื่ วำ่ ชวี กโกมำรภจั จ์
• ชีวกโกมำรภจั จ์ไดร้ บั กำรเลย้ี งดูจำกเจ้ำชำยอภยั รำชในฐำนะบตุ รบุญธรรม และได้ศกึ ษำวิชำ
แพทยท์ สี่ ำนักศกึ ษำทิศำปำโมกข์ เมือ่ เรียนจบได้กรำบลำอำจำรย์กลับยังบ้ำนเมืองตน
• หมอชีวกโกมำรภัจจ์ไดถ้ วำยกำรรักษำพระเจำ้ พมิ พิสำรให้หำยจำกพระโรคริดสีดวงทวำร
พระองค์ได้พระรำชทำนรำงวลั แตห่ มอชวี กโกมำรภจั จ์ ไม่ยอมรับ
• พระเจ้ำพมิ พสิ ำรแตง่ ตง้ั หมอชีวกโกมำรภัจจ์เปน็ แพทยห์ ลวง ทำหนำ้ ทรี่ กั ษำพระองคแ์ ละ
ขำ้ รำชบริพำรฝ่ำยใน ขณะเดียวกนั หมอชวี กโกมำรภัจจ์ยังเป็นแพทยป์ ระจำพระองค์
พระพุทธเจ้ำและรักษำพระสงฆส์ ำวกทีอ่ ำพำธ
• ไดร้ บั กำรยกย่องจำกพระพุทธเจ้ำว่ำเป็นอบุ ำสกผูเ้ ลิศในดำ้ นมคี วำมเล่ือมใส เป็นหมอท่ี
เสยี สละและบำเพ็ญตนเพือ่ ประโยชน์สว่ นรวม
คณุ ธรรมท่คี วรถอื เป็นแบบอยา่ ง
• เป็นผู้ใฝ่รู้และมีควำมพำกเพยี ร
• เปน็ ผมู้ ีควำมเสยี สละ
• เป็นอบุ ำสกท่ีดี
จติ ตคหบดี
• กอ่ นทท่ี ่ำนจะมำนับถือพระพทุ ธศำสนำนั้น ทำ่ นได้มีโอกำสพบพระมหำนำมะ จงึ เกดิ ควำม
ศรทั ธำและนมิ นต์ทำ่ นไปฉนั ภัตตำหำรทคี่ ฤหำสนข์ องตน และสร้ำงวัดถวำยท่ำนทีส่ วนช่อื
อัมพาฏการาม และนิมนตใ์ หท้ ่ำนอยจู่ ำพรรษำ
• วันหนงึ่ พระสำรบี ุตรและพระโมคคัลลำนะเดนิ ทำงผ่ำนมำจิตตคหบดีได้นิมนต์ท่ำนท้งั สองให้
พำนกั อยูท่ อ่ี ัมพำฏกำรำมและนิมนต์ให้ฉันอำหำรในวนั รงุ่ ขึน้ พระสุธรรมเหน็ วำ่ จติ ตคหบดใี ห้
ควำมสำคัญพระอคั รสำวกมำกกว่ำตนจงึ ไม่ยอมรับนิมนตแ์ ละตอ่ ว่ำจิตตคหบดีอย่ำงรุนแรง
• เม่ือพระพุทธเจ้ำทรงทรำบเรอื่ งจึงตำหนพิ ระสุธรรม และมีพุทธบัญชำใหก้ ลับไปขอโทษ
จิตตคหบดี ซึง่ จิตตคหบดีได้ยกโทษให้และไดก้ ล่ำวขอโทษท่ีได้ลว่ งเกินพระสุธรรม
• จิตตคหบดรี ับกำรยกยอ่ งจำกพระพุทธเจ้ำวำ่ เปน็ เอตทคั คะ คอื เปน็ เลิศกว่ำผู้อนื่ ในทำง
ธรรมกถกึ
คณุ ธรรมทีค่ วรถอื เปน็ แบบอยา่ ง
• เป็นผทู้ ี่เคำรพพระสงฆม์ ำก
• เป็นตวั อยำ่ งทด่ี ีแก่ชำวพุทธผู้ครองเรือน
• เปน็ ผทู้ ่รี จู้ กั กำรใหอ้ ภยั และรูจ้ ักขออภัยผู้อ่ืน
สมุ นมาลาการ
• เป็นชำวเมอื งรำชคฤห์ มหี น้ำทีน่ ำดอกมะลิ วนั ละ ๘ ทะนำน ไปถวำยพระเจ้ำพิมพสิ ำรทุกเช้ำ
• เช้ำวันหน่งึ สมุ นมำลำกำรถือดอกไม้เดินเข้ำประตูเมอื งได้พบพระพุทธเจำ้ เสด็จออกบิณฑบำต
พร้อมด้วยพระภกิ ษสุ งฆ์ เกิดควำมเล่ือมใสศรทั ธำ จึงตดั สนิ ใจนำดอกไมท้ ี่จะตอ้ งไปถวำย
พระเจำ้ พิมพสิ ำรมำถวำยพระพทุ ธองค์
• สมุ นมำลำกำรนำเร่อื งนี้ไปเล่ำใหภ้ รรยำฟัง ภรรยำของเขำไม่พอใจและนำควำมไปกรำบทูล
พระเจ้ำพมิ พิสำรซึ่งเปน็ ผมู้ คี วำมศรทั ธำในพระพุทธศำสนำ ทำใหพ้ ระองคท์ รงทรำบว่ำหญงิ นน้ั
เปน็ คนไมด่ ี
• พระเจ้ำพมิ พสิ ำรตรสั ยกยอ่ งสมุ นมำลำกำรเปน็ มหำบรุ ษุ และพระรำชทำนรำงวลั แก่เขำ
คณุ ธรรมที่ควรถอื เปน็ แบบอย่าง
• เปน็ แบบอยำ่ งที่ดีแก่พทุ ธศำสนกิ ชนในเรอ่ื งควำมเสียสละ
• เปน็ ผู้มคี วำมซอ่ื สตั ยจ์ ริงใจ
• เป็นผูท้ รี่ ้จู กั ตดั สนิ ใจอยำ่ งฉับไวบนพนื้ ฐำนควำมคดิ ท่ถี กู ตอ้ ง
พระนางมัลลกิ า
• อภิเษกสมรสกบั เจ้ำชำยพันธุละ และมบี ุตรชำยฝำแฝด ๑๖ คู่
• เจ้ำชำยพันธุละและบุตรชำยถกู ฆ่ำเพรำะถูกข้ำรำชกำรทีพ่ ้นจำกตำแหนง่ กล่ำวหำว่ำคิดกอ่ กบฏ
• ในวนั ทเ่ี จำ้ ชำยพันธุละและบุตรชำยถกู ฆ่ำพระนำงมลั ลิกำไดน้ มิ นต์พระสำรีบตุ ร พระโมคคัลลำนะ
และพระภกิ ษุสงฆ์อีก ๕๐๐ รูป มำฉันภตั ตำหำรท่ีบ้ำน มีผ้สู ่งขำ่ วมำแจ้งแกพ่ ระนำงว่ำสำมีและ
บุตรชำยถกู โจรฆำ่ ตำย แต่พระนำงกส็ ำมำรถขม่ ใจระงับควำมทุกขโ์ ศกไว้ได้ และยังคงถวำย
ภตั ตำหำรแก่พระภิกษสุ งฆต์ อ่ ไปตำมปกติ
• พระสำรบี ุตรจงึ เทศนำสั่งสอนใหพ้ ระนำงมลั ลกิ ำเข้ำใจวำ่ ชวี ิตของสัตวท์ ้ังหลำยในโลกนี้ ไม่มี
สิ่งบอกเหตใุ หท้ รำบล่วงหน้ำ วำ่ จะตำยท่ีไหน เมื่อไร อยำ่ งไร และไม่มใี ครรไู้ ด้ ชีวติ น้ัน
ประกอบดว้ ยควำมทกุ ข์
คุณธรรมทค่ี วรถอื เปน็ แบบอย่าง
• เปน็ ภรรยำที่ดีและมำรดำทีด่ ี
• เปน็ ชำวพุทธทดี่ ี
• เปน็ ผู้มีสตสิ มั ปชัญญะและมคี วำมอดทนสงู
• เปน็ ผู้ทไ่ี ม่คิดอำฆำตพยำบำท
• เปน็ ผู้ท่ีมีควำมเล่ือมใสในพระพทุ ธศำสนำอย่ำงมั่นคง
นางจูฬสุภทั ทา
• เป็นธิดำของท่ำนอนำถบิณฑกิ เศรษฐี
• เพอ่ื นของอนำถบณิ ฑกิ เศรษฐมี ีชื่อว่ำอคุ คเศรษฐี ไดส้ ขู่ อนำงจูฬสุภทั ทำใหแ้ ตง่ งำน
กับบตุ รชำยของตน
• ทำ่ นอุคคเศรษฐไี ดจ้ ัดงำนมงคลต้อนรบั ลูกสะใภแ้ ละเชญิ นักบวชเปลือยท่ีตนเคำรพ
มำทำบุญทบี่ ้ำน และได้เรียกให้นำงจูฬสภุ ทั ทำออกไปไหว้นักบวชเหลำ่ นนั้ แต่นำง
ไม่ยอมไหว้อคุ คเศรษฐีโกรธจงึ ไลล่ ูกสะใภ้ออกจำกเรือน
• นำงใหพ้ รำหมณ์ทัง้ ๘ เปน็ ผ้ชู ำระขอ้ กลำ่ วหำ ซึ่งพรำหมณ์ไดพ้ จิ ำรณำและตัดสนิ ว่ำ
นำงจฬู สภุ ทั ทำไม่ผดิ นอกจำกนี้นำงจูฬสุภทั ทำยงั ได้แนะนำอคุ คเศรษฐแี ละภรรยำ
จนเกดิ ควำมเลอื่ มใสและปฏิญำณตนเปน็ สำวกของพระพทุ ธเจ้ำ
คุณธรรมทคี่ วรถือเปน็ แบบอยา่ ง
• เปน็ ผ้มู คี วำมกตัญญกู ตเวที
• เปน็ ผมู้ คี วำมศรัทธำต่อพระพทุ ธศำสนำอย่ำงม่ันคง
• เปน็ ผ้มู ีเหตผุ ล
• เป็นผูท้ ่รี ้จู ักวธิ ีกำรเผยแผ่พระพทุ ธศำสนำ
ศาสนิกชนตวั อย่าง
พระนาคเสน-พระยามลิ นิ ท์
• เปน็ บตุ รของพรำหมณช์ ือ่ โสณตุ ตระ
• วันหนงึ่ มอี ุบำสิกำคนหน่งึ นิมนต์พระอสั สคตุ กับพระนำคเสนไปฉนั ภตั ตำหำรท่ีบำ้ น เมอื่ ฉนั อำหำรเสร็จแล้ว พระนำคเสน
ไดก้ ล่ำวอนุโมทนำกถำด้วยธรรมทสี่ มควรกับสติปญั ญำของอุบำสกิ ำ ซึง่ ได้ฟังโดยพจิ ำรณำตำมไปด้วยจนได้บรรลุโสดำบนั
และพระนำคเสนเองกไ็ ดบ้ รรลเุ ป็นพระโสดำบันด้วย
• พระนำคเสนไดศ้ ึกษำพระไตรปิฎกจำกพระธัมมรักขิตร่วมกบั พระสงฆจ์ ำกลังกำ จนมีควำมร้แู ตกฉำนในพระไตรปฎิ กได้
ในเวลำไมน่ ำน
• ครงั้ หนงึ่ พระนำคเสนได้มีโอกำสโต้วำทะกบั พระยำมิลินท์กษัตรยิ ์กรกี พระองคห์ นึ่ง โดยแสดงหลกั แหง่ พระพทุ ธศำสนำ
ใหพ้ ระยำมิลนิ ทเ์ ขำ้ ใจจนยอมรับนับถอื พระพุทธศำสนำ
คณุ ธรรมท่คี วรถอื เป็นแบบอย่าง
• เปน็ ผู้ใฝ่หำควำมรอู้ ย่ำงยิ่งและเป็นผู้มปี ญั ญำ
• มคี วำมฉลำดในกำรแสดงธรรม
• รจู้ กั ยอมรบั ผิดและแก้ไขตนเอง
สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจาร)ี
• เกดิ ทจี่ งั หวัดอุทยั ธำนี
• ท่ำนบรรพชำเป็นสำมเณรและสอบปริยัติธรรมสนำมหลวงได้เปรียญ ๕ ตัง้ แตย่ งั เป็นสำมเณร
• เมอ่ื อำยคุ รบ ๒๐ ปบี ริบูรณ์ ท่ำนได้อปุ สมบทเปน็ พระภิกษุ เล่ำเรียนพระปริยตั ิธรรมจนสำมำรถ
สอบได้เปรยี ญธรรม ๙ ประโยค เมอื่ อำยุได้ ๒๔ ปี
• สมเด็จพระวนั รตั (เฮง เขมจำร)ี ได้ชื่อวำ่ เป็นผเู้ คร่งครัดในพระธรรมวนิ ยั
• นอกจำกนี้ท่ำนยงั เปน็ ผู้ท่ีเข้มงวดกวดขนั เร่ืองกำรทำวตั รสวดมนต์เชำ้ -เยน็ ของพระภกิ ษุ สำมเณร
อุบำสก อบุ ำสิกำ ทีม่ ำถือศีลฟงั ธรรมท่วี ัด
คณุ ธรรมที่ควรถือเป็นแบบอยา่ ง
• เป็นผูท้ ี่มคี วำมเพียรพยำยำม
• เปน็ นกั ปกครองท่ดี ี
• เป็นผมู้ ีควำมกตญั ญกู ตเวที
• เปน็ ผเู้ คำรพต่อพระรตั นตรัย
พระอาจารยม์ ัน่ ภูริทตโฺ ต
• เกิดที่จงั หวัดอบุ ลรำชธำนี
• ทำ่ นบรรพชำเป็นสำมเณรเม่ืออำยุ ๑๕ ปี
• อำยุ ๒๒ ปี ทำ่ นไดอ้ ุปสมบทและไดร้ บั ขนำนนำมวำ่ ภูรทิ ตฺโต
• สมเด็จพระวันรตั (เฮง เขมจำร)ี ได้ชอื่ ว่ำเป็นผเู้ คร่งครดั ในพระธรรมวินัย
• พระอำจำรยม์ ัน่ เปน็ พระนักปฏบิ ัติธรรมท่ีแทจ้ ริง มลี ูกศิษย์เขำ้ ศกึ ษำและปฏิบตั ิธรรมกับท่ำน
เปน็ จำนวนมำก ซง่ึ คำสอนของท่ำนยงั ไดร้ บั กำรพมิ พ์เผยแพรแ่ ละเป็นแบบอยำ่ งของกำรฝกึ จิต
และเจรญิ ปญั ญำมำจนถึงปจั จุบัน
คณุ ธรรมที่ควรถือเปน็ แบบอย่าง
• เทศนำสง่ั สอนประชำชนด้วยหลกั ธรรมทเ่ี หมำะสมแก่บุคคลต่ำงๆ
• ปฏบิ ัติตนเป็นแบบอยำ่ งท่เี หมำะสมกบั สมณเพศ
• มคี วำมเพยี รพยำยำมในกำรส่งั สอน
• มีควำมเอำใจใส่ในกำรศึกษำ
พระโพธญิ าณเถระ (ชา สภุ ทโฺ ท)
• บรรพชำเปน็ สำมเณรเมื่ออำยุ ๑๓ ปี ต่อมำลำสกิ ขำออกไปช่วยบดิ ำทำงำนเลย้ี งชีพ และ
ตดั สนิ ใจบวชเม่ืออำยุ ๒๑ ปี ทีว่ ัดก่อใน จงั หวดั อุบลรำชธำนี
• ทำ่ นไดจ้ ำริกธุดงคจ์ ำกจังหวัดอุบลรำชธำนไี ปสู่ภำคกลำงยงั จงั หวดั ตำ่ งๆ และได้มีโอกำสฝึก
ปฏบิ ตั ิกรรมฐำนกบั พระเกจอิ ำจำรย์หลำยรูป เช่น หลวงปมู่ ั่น ภรู ิทตฺโต หลวงปู่กินรี จนทฺ ิโย
• ทำ่ นได้จดั ตง้ั สานกั สงฆ์ข้นึ มชี ื่อว่า วัดหนองปา่ พง
• วิธีกำรแสดงธรรมของหลวงพ่อชำนั้นง่ำย แตไ่ ด้ใจควำมลึกซ้ึง จงึ เป็นทศี่ รัทธำแก่บคุ คลทว่ั ไป
รวมทง้ั มชี ำวตำ่ งประเทศมำศึกษำและปฏิบัตธิ รรมกบั ท่ำนเป็นจำนวนมำก จนมกี ำรจัดต้ัง
วัดปา่ นานาชาตขิ นึ้ ใน พ.ศ. ๒๕๑๘
คุณธรรมที่ควรถอื เป็นแบบอยา่ ง
• เป็นผู้มคี วำมกตัญญกู ตเวที
• เปน็ ผู้มคี วำมใฝร่ ู้
• เป็นแบบอยำ่ งในกำรปฏบิ ตั ติ นทำงด้ำนวปิ ัสสนำกรรมฐำน
• เปน็ ผู้มแี บบอยำ่ งทดี่ ีในกำรสอน
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ)
• เกดิ ทอี่ ำเภอไชยำ จังหวัดสุรำษฎรธ์ ำนี
• เมือ่ มีอำยุครบ ๒๐ ปี ไดอ้ ุปสมบทท่ีวดั โพธำรำม อำเภอไชยำ จงั หวดั สุรำษฎร์ธำนี ได้รับ
ฉำยำวำ่ อนิ ฺทปญโฺ ญ
• ทำ่ นได้จัดต้ังสำนกั ศกึ ษำค้นควำ้ และปฏิบตั ิธรรมขน้ึ ซงึ่ ในเวลำต่อมำไดเ้ ปลย่ี นชอ่ื เป็น
สวนโมกขพลาราม
• ท่ำนพุทธทำสมีผลงำนด้ำนหนงั สอื ธรรมะซึ่งเป็นท่ียอมรับในวงกำรพระพทุ ธศำสนำอีกเป็น
จำนวนมำก เชน่ ตำยเสียกอ่ นตำย ทำงำนดว้ ยจิตวำ่ ง คมู่ อื มนุษย์ และตวั กู ของกู เปน็ ต้น
คุณธรรมที่ควรถอื เปน็ แบบอย่าง
• เป็นนกั คดิ ผยู้ ิ่งใหญ่
• เปน็ นักประยุกต์คำสอนทำงพระพุทธศำสนำ
• เป็นผู้อทุ ศิ ตนเพอ่ื พระพุทธศำสนำ
พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานนั ทภกิ ขุ)
• เกดิ จงั หวดั พทั ลุง
• เมอ่ื มอี ำยุครบ ๒๐ ปีบรบิ ูรณ์ ไดอ้ ุปสมบทเปน็ พระภิกษุ ไดฉ้ ายาว่า “ปญญฺ านนโฺ ท”
• ทำ่ นปญั ญำนันทภกิ ขุไดด้ ำเนนิ กำรเผยแผ่พระพทุ ธศำสนำโดยวิธที ่ที ่ำนไดเ้ รม่ิ เปล่ยี นแปลง
รูปแบบกำรเทศนำ แบบดัง้ เดมิ ที่นงั่ เทศนำบนธรรมำสน์เป็นกำรยนื พูดปำฐกถำธรรม แบบพดู
ปำกเปลำ่ ตอ่ สำธำรณชน ใช้ถ้อยคำทง่ี ำ่ ยในกำรแสดง เปน็ กำรดงึ ดดู ควำมสนใจแกค่ นฟัง
• ทำ่ นมผี ลงำนด้ำนหนงั สือเกย่ี วกบั พระพุทธศำสนำและแถบบนั ทกึ เสยี งกำรบรรยำยธรรมะ
เปน็ จำนวนมำกเป็นกำรเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธศำสนำใหแ้ กป่ ระชำชนทว่ั ไป
คุณธรรมทคี่ วรถือเปน็ แบบอย่าง
• มีควำมเป็นเลิศในกำรถำ่ ยทอดธรรมะ
• เปน็ พระสงฆท์ ดี่ ี
• เป็นพระสงฆท์ ีม่ ีชีวติ เรยี บงำ่ ย
• เป็นนกั ประยุกต์วธิ กี ำรเผยแผ่พระพทุ ธศำสนำ
พระพรหมคณุ าภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
• บรรพชำเป็นสำมเณรเมือ่ อำยุ ๑๓ ปี ทจ่ี ังหวดั สุพรรณบุรี
• งำนเผยแผ่พระพุทธศำสนำของท่ำนมปี รำกฏหลำยลกั ษณะท้ังในดำ้ นกำรสอน กำรบรรยำย
กำรปำฐกถำ กำรอภปิ รำยแลกเปลยี่ นควำมคดิ เห็น กำรแสดงธรรมเทศนำ
• ทำ่ นมผี ลงำนตำรำวิชำกำรท้ังภำษำไทยและภำษำตำ่ งประเทศ ทำใหผ้ อู้ ำ่ นสำมำรถเข้ำใจ
พระพุทธศำสนำไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง
• ทำ่ นได้รับนมิ นตเ์ ปน็ ท่ีปรึกษำของมหำวิทยำลัยมหดิ ล ในกำรสรำ้ งพระไตรปิฎกฉบบั คอมพิวเตอร์
สำเร็จสมบูรณเ์ ป็นฉบบั แรกของโลก ทำให้กำรศึกษำคน้ คว้ำหลักคำสอนของพระพทุ ธศำสนำ
ทำได้อยำ่ งสะดวก รวดเร็ว และถกู ตอ้ งแมน่ ยำมำกข้ึน
คณุ ธรรมท่ีควรถือเปน็ แบบอยา่ ง
• เป็นผ้ใู ฝ่รใู้ ฝ่เรยี น
• เป็นผูอ้ ทุ ิศตนให้แก่พระพทุ ธศำสนำ
• เปน็ ผ้ปู ฏิบัติตนเรียบงำ่ ยเป็นแบบอยำ่ งทด่ี แี ก่พระสงฆแ์ ละบุคคลท่ัวไป
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
• ทรงเป็นพระรำชโอรสในสมเด็จพระเจ้ำปรำสำททองแหง่ กรงุ ศรีอยุธยำ
• ทรงไดร้ บั กำรยกยอ่ งว่ำเป็นพระมหำกษตั ริย์ทที่ รงพระปรีชำสำมำรถ ทรงทำนุบำรุงกรงุ ศรีอยุธยำ
ใหม้ คี วำมเจริญรุ่งเรอื งทกุ ดำ้ น
• ทรงตอบโต้บำทหลวงฝรงั่ เศสทเ่ี ขำ้ มำเผยแผค่ ริสต์ศำสนำและทูลขอใหพ้ ระองค์ให้ทรงนบั ถือครสิ ต์
ศำสนำด้วยวิธกี ำรท่ีนุ่มนวลทำนองวำ่ “ถ้าครสิ ตศ์ าสนาเป็นศาสนาทีม่ ีหลกั การดีแลว้ สักวันหนง่ึ
พระองค์คงจะเขา้ รตี นับถือคริสตศ์ าสนาก็ได้” และได้ประกำศแก่รำษฎรวำ่ ถ้ำผใู้ ดมคี วำมเล่อื มใส
จะเข้ำรีตนบั ถือครสิ ต์ศำสนำก็ได้
คุณธรรมทคี่ วรถือเปน็ แบบอย่าง
• ทรงมีปฏภิ ำณในกำรแกป้ ัญหำ
• เป็นชำวพุทธทดี่ ี
• ทรงมคี วำมม่ันคงในพระพุทธศำสนำ
• ทรงมคี วำมเมตตำกรณุ ำ
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หัว
• ทรงเปน็ พระมหำกษัตริยร์ ชั กำลท่ี ๕ แห่งรำชวงศ์จกั รี เสด็จขึน้ ครองรำชยเ์ มื่อทรงมพี ระชนมำยุ
เพียง ๑๕ พรรษำ
• พระองค์มีโอกำสประพำสต่ำงประเทศหลำยแหง่ ทำใหพ้ ระองค์ไดแ้ นวคดิ มำพัฒนำประเทศไทย
ใหเ้ จรญิ ก้ำวหนำ้ ทัดเทยี มอำรยประเทศ
• ทรงมพี ระรำชกรณียกิจท่สี ำคัญในกำรพัฒนำประเทศให้เจริญรงุ่ เรืองทั้งในด้ำนพระพุทธศำสนำ
กำรศกึ ษำ สังคมและวัฒนธรรม
• พระองค์ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเดยี วในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใตท้ ่สี ำมำรถรกั ษำเอกรำช
ไว้ไดเ้ พรำะนโยบำยผอ่ นปรนสละส่วนนอ้ ยเพอ่ื ส่วนใหญ่
คณุ ธรรมทค่ี วรถือเป็นแบบอยา่ ง
• ทรงเปน็ ผู้มคี วำมคิดกว้ำงไกล
• ทรงเป็นนกั พฒั นำท่แี ทจ้ ริง
• ทรงมีปฏิภำณในกำรแกไ้ ขปัญหำ
• ทรงเป็นพุทธศำสนกิ ชนทด่ี ี
ดร. เอ็มเบดการ์
• มีชอื่ เต็มวำ่ บำบำสำเหบ พมิ เรำรำมชิ เอ็มเบดกำร์ (Dr. Babasaheb Bhimrao RamjiAmbedkar)
เกดิ ในวรรณะศทู รทีย่ ำกจนในประเทศอินเดีย
• ครูคนหน่ึงเห็นว่ำเขำเปน็ เด็กนสิ ัยดแี ละมีสตปิ ญั ญำเฉลียวฉลำด จงึ ใหเ้ ขำใชน้ ำมสกลุ ของครวู ่ำ
เอม็ เบดการ์ จำกนำมสกุลใหม่ทำใหค้ นทว่ั ไปคดิ วำ่ เขำเปน็ คนในตระกูลพรำหมณ์ จงึ ไม่เปน็ ท่ี
รังเกียจของคนท่วั ไป
• เขำมีบทบำทสำคัญในกำรเปน็ ผนู้ ำชำวพทุ ธในวรรณะศูทรกว่ำ ๕ แสนคน ปฏิญำณตนเป็นพุทธมำมกะ
รวมทั้งได้ทำงำนฟืน้ ฟพู ระพุทธศำสนำในอนิ เดียโดยเฉพำะในหมชู่ นชน้ั ลำ่ ง
• นอกจำกนยี้ งั ได้ผลักดนั ให้เกิดวทิ ยำลยั สทิ ธตั ถะ วทิ ยำลัยในเครอื ของมหำวทิ ยำลัยบอมเบย์ และได้
ตัง้ มิลินทวิทยำลยั ขึ้นทเี่ มอื งออรังกำบำด
คณุ ธรรมท่ีควรถือเป็นแบบอย่าง
• เปน็ ผมู้ ีควำมอดทนสูง
• เปน็ ผ้ใู ฝร่ ู้ในกำรศึกษำ
• เปน็ ผ้มู ีปณธิ ำนแนว่ แน่
• เป็นชำวพทุ ธตัวอย่ำง
สชุ ีพ ปญุ ญานุภาพ
• ชำวพุทธผู้อุทศิ ตนเพ่ือควำมเจริญก้ำวหน้ำของพระพทุ ธศำสนำเป็นเวลำยำวนำนนบั ตั้งแต่
ท่ำนอปุ สมบทและเมอื่ อยู่ในชีวิตฆรำวำส
• ท่ำนไดร้ ิเร่มิ งำนสำคัญหลำยอยำ่ ง เช่น กำรเผยแผห่ ลักธรรมทำงนวนยิ ำย กำรก่อต้งั และ
สง่ เสริมโรงเรยี นพระพทุ ธศำสนำวนั อำทิตย์ ยวุ พทุ ธิกสมำคมแหง่ ประเทศไทย
• ทำ่ นแต่งหนังสอื ซึ่งมเี นื้อหำเก่ียวกับพระพุทธศำสนำจำนวนมำก เชน่ เชงิ ผำหิมพำนต์
กองทพั ธรรม ใต้ร่มกำสำวพัสตร์ เป็นตน้
คณุ ธรรมทีค่ วรถอื เปน็ แบบอย่าง
• เปน็ ผู้ใฝร่ อู้ ย่ำงยิง่
• เปน็ พุทธศำสนิกชนที่ดี
• เป็นครูทด่ี ี
อนาคาริก ธรรมปาละ
• มชี อื่ เดมิ วำ่ ดอน เดวดิ เทวะวติ ถรณะ บิดำเปน็ ชำวพุทธ
• ในวยั เด็ก ดอน เดวดิ ได้รับกำรอบรมจำกพอ่ แม่ให้อยใู่ นศีลธรรม สอนใหม้ คี วำมศรทั ธำตอ่
พระรตั นตรยั ในพระพทุ ธศำสนำ
• เม่ืออำยุ ๒๐ ปี ท่ำนได้ขออนุญำตบิดำมำรดำเพ่อื เดินทำงไปร่วมงำนของสมำคมธอี อสโซฟี
ทำ่ นได้มีโอกำสศึกษำพระพุทธศำสนำและภำษำบำลีเพ่ิมมำกขนึ้
• ทำ่ นอนำคำรกิ ธรรมปำละมโี อกำสเดินทำงไปกบั พนั เอกโอลคอตต์ไปในประเทศที่นับถือ
พระพทุ ธศำสนำ และเดินทำงไปอนิ เดียเพ่อื นมสกั ำรพุทธสถำนและสังเวชนยี สถำน และ
สดุ ทำ้ ยท่ำนไดม้ ำอทุ ศิ ตนในกำรฟื้นฟูพระพทุ ธศำสนำท่ีพุทธคยำตลอดชีวติ
คุณธรรมที่ควรถือเปน็ แบบอยา่ ง
• เป็นผู้มคี วำมม่นั คงในพระพุทธศำสนำ
• เปน็ ผ้ทู ่ใี ฝ่หำควำมรู้
• เปน็ ผมู้ คี วำมเสยี สละเพือ่ พระพทุ ธศำสนำ
หนว่ ยกำรเรียนรูท้ ี่ ๑ หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๓ พระพุทธศาสนา
หน่วยกำรเรยี นรู้ท่ี ๖ หน่วยกำรเรียนรทู้ ี่ ๗ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๘
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔-๖
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
หนว่ ยกำรเรยี นรูท้ ่ี ๔ หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ ๕
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี ๙ หนว่ ยกำรเรยี นรูท้ ี่ ๑o
๑_หลักสตู รวิชาพระพทุ ธศาสนา
๒_แผนการจัดการเรียนรู้
๓_PowerPoint_ประกอบการสอน
๔_Clip
๕_ใบงาน_เฉลย
๖_ขอ้ สอบประจาหน่วย_เฉลย
๗_การวดั และประเมนิ ผล
๘_เสรมิ สาระ
๙_ส่ือเสรมิ การเรยี นรู้
บรษิ ัท อักษรเจริญทศั น์ อจท. จำกัด : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรงุ เทพฯ 10200
Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand
โทรศพั ท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
๘หน่วยการเรียนรู้ที่
หนา้ ท่แี ละมารยาทชาวพุทธ
มารยาทชาวพทุ ธ
การเป็นชาวพุทธทีด่ ตี ามหลักทศิ ๖
อุปรมิ ทิศ (ทศิ เบ้อื งบน)
พระสงฆ์
ปัจฉมิ ทศิ (ทิศเบือ้ งหลงั ) ทศิ ๖ ปรุ ัตถิมทศิ (ทิศเบื้องหนำ้ )
บุตร ภรรยา บิดามารดา
เหฏฐมิ ทิศ (ทศิ เบ้ืองล่ำง)
ทักษิณทศิ (ทศิ เบอื้ งขวำ) คนรบั ใช้และคนงาน อุตตรทิศ (ทศิ เบอ้ื งซำ้ ย)
ครูอาจารย์ มติ รสหาย
๑ …การเป็นชาวพทุ ธทดี่ ตี ามหลักทศิ เบ้ืองบนในทิศ ๖ สามารถปฏิบัติไดด้ ังน้ี
• พทุ ธศาสนิกชนควรปฏิบัตติ นตอ่ พระสงฆ์ ดงั นี้
การปฏบิ ัตติ นตอ่ พระสงฆ์ ดงั น้ี
๑. จะทาสงิ่ ใดกท็ าด้วยเมตตา
ตวั อยำ่ ง ให้ควำมเคำรพตอ่ พระสงฆแ์ ละชว่ ยเหลอื กิจของพระสงฆ์
๒. จะพูดส่งิ ใดกพ็ ูดดว้ ยเมตตา
ตัวอยำ่ ง พูดต่อพระสงฆด์ ว้ ยถอ้ ยคำท่ีไพเรำะและถกู ตอ้ งเหมำะสม
๓. จะคดิ สิ่งใดกค็ ดิ ด้วยเมตตา
ตวั อยำ่ ง คิดต่อทำ่ นดว้ ยควำมเคำรพศรัทธำ
๔. ตอ้ นรบั ด้วยความเตม็ ใจ
ตวั อยำ่ ง เมื่อพบทำ่ นในสถำนทตี่ ่ำงๆ กแ็ สดงควำมเคำรพ
๕. อุปถัมภ์ดว้ ยปัจจยั ๔
ตวั อย่ำง ถวำยสิ่งของที่เหมำะสมกับสมณเพศ
• พระสงฆย์ อ่ มอนุเคราะห์คฤหสั ถ์ ดังน้ี
การอนเุ คราะหค์ ฤหัสถ์
๑. หา้ มปรามจากความช่ัว
๒. ให้ต้ังอยใู่ นความดี
๓. อนุเคราะหด์ ว้ ยความปรารถนาดี
๔. ใหไ้ ดฟ้ ังในสิ่งที่ยงั ไมเ่ คยฟงั
๕. ทาส่งิ ที่เคยฟงั แลว้ ให้แจม่ แจ้ง
๖. บอกทางสวรรค์ คอื ทางชวี ิตทมี่ คี วามสุขความเจรญิ ให้
๒ …การปฏบิ ตั ติ นในฐานะผปู้ กครองและผอู้ ยใู่ นปกครองตามหลกั ทศิ เบอ้ื งลา่ งในทศิ ๖
• นายจา้ งหรอื ผู้ท่ีอย่ใู นฐานะผปู้ กครองควรปฏบิ ัตติ นต่อผู้อย่ใู นปกครอง ดังน้ี
จดั กำรงำนใหท้ ำตำมควำมเหมำะสม
กบั กำลังควำมสำมำรถ
ใหม้ ีวนั หยุดและพักผ่อนหย่อนใจ ใหค้ ำ่ จำ้ งรำงวัลสมควรแก่งำน
ตำมโอกำสอนั ควร และควำมเป็นอยู่
ได้ของพิเศษแปลกๆ มำ ก็แบ่งปนั ให้ การปฏิบตั ิตนตอ่
ตำมสมควร
ลกู จา้ ง
จัดสวัสดิกำรท่ีดีให้ เช่น
ช่วยรกั ษำพยำบำลในยำมเจ็บไข้
• ผู้อยู่ในปกครองของผู้อืน่ ลกู จ้าง และคนงานควรปฏบิ ัตติ นตอ่ นายจ้างหรือผู้ปกครอง ดงั นี้
ถอื เอำแต่ของทีน่ ำยให้
เลกิ งำนทหี ลงั นำย ทำกำรงำนให้เรียบร้อย
และดยี ่งิ ขึ้น
เริม่ ทำงำนก่อนนำย นำเกยี รติคุณของนำย
ไปเผยแพร่
การปฏิบัติตนของผอู้ ยูใ่ นปกครอง
การรักษาศลี ๘
๑ เวน้ จากกำรฆำ่ สตั ว์
๒ เว้นจากกำรลกั ขโมย
๓ เวน้ จากกำรประพฤตผิ ิดพรหมจรรย์
๔ เวน้ จากกำรพดู เท็จ
๕ เว้นจากกำรด่ืมนำ้ เมำ
๖ เว้นจากกำรบริโภคอำหำรในเวลำกลำงคนื
๗ เวน้ จากกำรฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรดี กู ำรละเลน่
กำรทัดดอกไม้ และเครื่องลูบไล้
๘ เว้นจากท่ีนอนอนั สูงใหญห่ รหู รำฟุ่มเฟอื ย
การแสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ
ในปัจจบุ นั นี้นิยมกระทาพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ เพอื่ ยืนยันวา่ จะปฏิบัตติ นตามคาสอนในพระพุทธศาสนาซง่ึ มขี น้ั ตอน ดงั น้ี
การเตรียมการ ผูท้ ีป่ ระสงค์จะเขำ้ ประกอบพธิ ี นำพำนดอกไม้ ธูป เทียน ใส่พำนไปถวำยพระสงฆท์ ่จี ะเปน็ ประธำน
ในพธิ ีเพื่อตกลงกำหนดพิธีกำร
การจัดสถานท่ี มีกำรเตรยี มสถำนที่เพอ่ื ประกอบพิธีแสดงตนเปน็ พุทธมำมกะ โดยจดั ในอโุ บสถ วหิ ำร ศำลำกำร-
เปรียญหรอื หอประชุมที่มโี ตะ๊ หมู่บชู ำ มีพระพุทธรปู เป็นประธำนและจัดอำสนสงฆ์ใหเ้ หมำะสม
ขนั้ ตอนพธิ กี าร ผแู้ สดงตนเป็นพทุ ธมามกะจดุ ธูปเทียน เปลง่ วาจาบชู าพระรตั นตรยั ตามลาดบั
บทบชู าพระรตั นตรยั
การเข้ารว่ มกจิ กรรมและเป็นสมาชกิ องค์กรชาวพุทธ
• ชำวพทุ ธควรหำโอกำสเข้ำร่วมกจิ กรรมทำงพระพุทธศำสนำกับองคก์ รชำวพุทธ เชน่ เข้ำรว่ มพิธีกรรมในวนั สำคัญทำง
พระพทุ ธศำสนำกำรบวชสำมเณรภำคฤดูรอ้ น กำรบวชธรรมจำริณหี รือเนกขัมมนำรี หรือกำรเข้ำค่ำยพทุ ธธรรม
กำรบวชสำมเณรภำคฤดรู อ้ น
• กำรเขำ้ รว่ มกจิ กรรมและกำรเปน็ สมำชกิ ขององค์กรชำวพทุ ธ แสดงถึงควำมศรัทธำและกำรเข้ำถึงพระรัตนตรยั ซ่ึงจะทำให้
สำมำรถปฏบิ ัติตนเปน็ ไปตำมหลกั ศลี ธรรมและดำเนินชวี ติ ได้ถกู ตอ้ งอนั ส่งผลถงึ ควำมเจรญิ ร่งุ เรืองของชวี ิต
การปลูกจิตสานกึ และการมสี ่วนรว่ มในสงั คมพทุ ธ
สังคมไทยเป็นสงั คมของชำวพทุ ธเพรำะคนไทยสว่ นใหญ่นับถอื พระพทุ ธศำสนำ กำรประกอบพิธีตำ่ งๆ ท้งั ส่วน
รำชกำร ภำคเอกชนหรอื ประชำชนทั่วไป มกั มีพธิ ีกรรมทำงพุทธศำสนำเขำ้ ไปเกี่ยวขอ้ ง ดังน้นั ชำวพุทธทกุ คนจงึ ควรมสี ่วนรว่ ม
ในพิธีกรรมอย่ำงถูกตอ้ ง นอกจำกน้ันยงั ควรปฏบิ ัตติ นตำมคำสอนของพระพุทธศำสนำ
การเขา้ รว่ มพธิ กี รรมทางพระพุทธศาสนา
ชำวพทุ ธทกุ คนควรหำโอกำสเข้ำร่วมพิธกี รรมทำงพระพุทธศำสนำอย่ำงสม่ำเสมอ ชำวพทุ ธผูเ้ ข้ำรว่ มพธิ ี
จะตอ้ งมคี วำมพรอ้ มทั้งทำงกำย วำจำ และใจ และมีควำมเต็มใจในกำรเข้ำร่วมปฏบิ ัติ สำรวมกริ ิยำ วำจำ ใจ ให้สงบ ปฏิบัติ
ตำมขนั้ ตอนในพธิ กี รรม โดยม่งุ ประโยชน์ตำมหลกั พระพทุ ธศำสนำ
กำรจดั พิธกี รรมกำรจัดพิธกี รรมทำงพระพุทธศำสนำน้นั มีหลักสำคญั คอื ควรคำนงึ ถึงควำมถกู ต้องตำมหลกั
ศำสนำโดยใหเ้ ปน็ ไปตำมพระวนิ ยั ทพ่ี ระพทุ ธเจำ้ ทรงบัญญตั ิ ตลอดจนคำนงึ ถงึ ประโยชนท์ ี่ไดร้ บั เพ่อื กำรกุศลและไมข่ ัดตอ่
ประเพณีนิยม
การเข้าใจในกิจของพระภกิ ษุ
การศกึ ษาอบรม
เมอ่ื พระสงฆบ์ วชแลว้ จะตอ้ งไดร้ บั กำรศึกษำอบรมทุกดำ้ นครบ ๓ ดำ้ น ดงั นี้
• ศลี ศีลที่สำคัญ ๒๒๗ ขอ้ สำหรบั ภกิ ษสุ งฆ์ และข้อบญั ญตั ิเกี่ยวกบั มำรยำทตำ่ งๆ ของสงฆ์
• สมาธิ ฝึกฝนจิตใจดว้ ยกำรฝึกสมำธวิ ิปสั สนำ
• ปัญญา พระสงฆจ์ ะต้องศกึ ษำอบรมตนใหเ้ ปน็ ผ้มู ปี ญั ญำใหส้ มกับเป็นผู้นำทำงปญั ญำของพทุ ธศำสนกิ ชน
การศกึ ษาพระปริยตั ธิ รรม
แบ่งออกเปน็ ๒ แผนก
• แผนกธรรม เรยี นวินัยสงฆ์ พุทธประวตั ิ มี ๓ ระดับชน้ั คอื นักธรรมชน้ั ตรี นักธรรมชน้ั โท นกั ธรรมชั้นเอก
• แผนกบาลี เรยี นเพอ่ื ให้รู้ไวยำกรณบ์ ำลี แปลภำษำบำลี แตง่ ภำษำบำลี
การเปน็ นกั บวชที่ดี
หนำ้ ท่สี ำคัญของพระสงฆ์ คอื กำรเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระพทุ ธเจ้ำ และประพฤตติ นเปน็
แบบอย่ำงท่ดี ี นอกจำกนน้ั ยงั มีหน้ำท่ที ่ีควรปฏิบัติ เช่น กำรรับบิณฑบำต กำรลงอุโบสถธรรม เป็นต้น
การศกึ ษาเรือ่ งคุณสมบตั ิของทายกและปฏิคาหก
ทายก หมำยถงึ ผู้ให้ทำน ปฏิคาหก หมำยถงึ ผ้รู ับทำน
• การให้เป็นวิธีทาบุญอย่างหน่งึ ซง่ึ แบง่ ออกเปน็ ๓ ประเภท
• ใหว้ ตั ถุสงิ่ ของ
• ใหค้ วำมรู้
• ใหอ้ ภัย
• การให้ทีด่ ีต้องคานงึ ถึงคุณสมบตั ขิ องผู้ให้ (ทายก) และผรู้ ับ (ปฏคิ าหก) ด้วย
วเิ คราะหห์ นา้ ท่ีและบทบาทของพระภิกษุในฐานะพระนักเทศน์ พระธรรมทูต พระธรรมจาริก
พระวทิ ยากร พระวิปสั สนาจารย์ และพระนักพัฒนา
บทบาทของพระภกิ ษุในฐานะ พระนกั เทศน์
• กำรเทศนำของพระภิกษใุ นฐำนะพระนกั เทศน์ ส่งผลให้ประชำชนชำวไทยทเ่ี ป็นชำวพทุ ธ
ไดย้ กระดบั จิตใจใหส้ ูงข้นึ วิธกี ำรเทศนำของพระสงฆก์ ย็ งั คงต้องอยู่ในกรอบของพระวนิ ยั
บทบาทของพระภกิ ษุในฐานะ พระธรรมทูต
• กำรทีพ่ ระสงฆท์ ่ไี ด้รับมอบหมำยหนำ้ ทใี่ ห้เป็นพระธรรมทตู จะจำริกออกไปปฏบิ ตั ิงำนใน
ทอ้ งถ่ินต่ำงๆเพอื่ แสดงธรรมเผยแผ่พระพทุ ธศำสนำแก่ประชำชน ทำให้ประชำชนมีควำม
เขำ้ ใจและสำมำรถนำไปปฏบิ ตั ิได้อยำ่ งถกู ต้องเหมำะสม
บทบาทของพระภิกษุในฐานะ พระธรรมจารกิ
• พระธรรมจำริกจดั เปน็ พระภกิ ษุที่มสี ว่ นสำคญั ในกำรเผยแผพ่ ระพุทธศำสนำไปยงั ประชำชน
ที่อยูห่ ำ่ งไกล ทำให้ประชำชนไดม้ ีควำมรู้ควำมเข้ำใจเกยี่ วกบั พระพุทธศำสนำ
บทบาทของพระภกิ ษใุ นฐานะ พระวิทยากร
• สมัยก่อนพระภิกษุสงฆท์ ำหนำ้ ทเ่ี ทศนำสัง่ สอนประชำชนท่เี ข้ำไปในวัด แตป่ ัจจุบนั นี้
ประชำชนตอ้ งปรับวิถชี ีวติ ควำมเป็นอย่ใู หเ้ ข้ำกับสภำพเศรษฐกจิ จึงไม่ค่อยมเี วลำเขำ้ วัด
พระภิกษจุ ึงตอ้ งปรับบทบำทจำกกำรเทศนอ์ ยู่ท่ีวัด เปลีย่ นเป็นกำรออกไปเทศนำสั่งสอน
ประชำชนยังสถำนทตี่ ่ำงๆ และประยุกตว์ ธิ กี ำรอบรม สง่ั สอน และนำเสนอหลักธรรมให้
ง่ำยตอ่ กำรฟงั
บทบาทของพระภิกษุในฐานะ พระวิปสั สนาจารย์
• พระวปิ ัสสนำจำรย์ทไ่ี ดป้ ฏบิ ัตวิ ิปสั สนำจนเห็นแจ้งดว้ ยตนเองไดแ้ ล้วย่อมสำมำรถฝึกบุคคล
อืน่ ให้ปฏิบัติตำมไดไ้ มย่ ำก ด้วยกำรถำ่ ยทอดวิธีและขนั้ ตอนของกำรฝึกวปิ สั สนำใหแ้ ก่
ประชำชนทว่ั ไปใหเ้ ขำ้ ใจตำมควำมเป็นจรงิ
บทบาทของพระภกิ ษุในฐานะ พระนักพฒั นา
• กำรพฒั นำสภำพแวดล้อมทำงธรรมชำติ
• กำรพฒั นำสภำพแวดลอ้ มทั่วไปทำงวตั ถุ
• ด้ำนกำรศึกษำ
• ดำ้ นสำธำรณสขุ
• ดำ้ นสังคมสงเครำะห์
• ด้ำนเศรษฐกจิ
มารยาทชาวพุทธ
การปฏบิ ตั ติ นต่อพระภกิ ษุทางกาย วาจา และใจ ท่ีประกอบดว้ ยเมตตา
ทางกาย รจู้ กั แสดงควำมเคำรพทีเ่ หมำะสมแก่โอกำส
ทางวาจา พูดจำกับพระสงฆด์ ้วยคำพูดทไี่ พเรำะ ใชค้ ำพูดท่ีถูกต้องเหมำะสม
ทางใจ ควรคดิ ถึงท่ำนด้วยเมตตำจติ คอื แผค่ วำมรักควำมปรำรถนำดตี อ่ ทำ่ น
การปฏสิ ันถารทีเ่ หมาะสมต่อพระภกิ ษใุ นโอกาสตา่ งๆ
๑ การลุกขึ้นต้อนรับ
• ถำ้ นัง่ เกำ้ อี้ควรยืนขน้ึ ต้อนรบั เม่ือท่ำนเดินมำใหไ้ หว้ เมื่อทำ่ นนง่ั เรยี บร้อยแลว้ จึงนง่ั ลงตำมปกติ
๒ การให้ทนี่ ั่งพระภิกษุ
๑ • เม่ือท่ำนมำในงำนพธิ ีตำ่ งๆ ชำยหญิงควรลุกให้พระภิกษุนงั่ แถวหนำ้ ถ้ำจำเปน็ ตอ้ งน่ังแถวเดียวกบั ท่ำนใหน้ ั่งดำ้ นซำ้ ยมือ
ของทำ่ นถ้ำเปน็ หญิงทจ่ี ะต้องนั่งเกำ้ อีย้ ำวแถวเดยี วกบั ทำ่ นควรให้ชำยน่ังค่ัน
๓ การรับรองพระภิกษุ
๑ • เมอ่ื ท่ำนมำถงึ บ้ำนหรอื สถำนที่ ควรตอ้ นรับทำ่ นด้วยอัธยำศัยไมตรี มใี บหนำ้ ยิ้มแย้ม
๔ การตามส่งพระภิกษุ
๑ • หำกเสร็จพิธแี ลว้ ท่ำนจะกลับ เจำ้ ภำพหรอื ผู้ท่อี ยูใ่ นงำนควรเดนิ ตำมไปสง่ ท่ำนจนกว่ำจะขน้ึ รถแล้วแสดงควำมเคำรพเป็น
กำรสง่ ท่ำน
การปฏิสันถารตามหลักปฏสิ นั ถาร ๒
หลักการปฏิสนั ถาร
อามิสปฏิสันถาร กำรปฏสิ นั ถำรดว้ ยสิ่งของตำ่ งๆ ได้แก่ อำหำร เครอ่ื งด่ืม ดอกไม้ ที่พกั เสอื้ ผำ้ เคร่ืองน่งุ หม่ เป็นต้น
ธรรมปฏสิ ันถาร กำรปฏสิ นั ถำรดว้ ยกำรกล่ำวธรรมให้ฟัง หรอื กำรแนะนำในทำงธรรมดว้ ยคำพดู ทน่ี ำ่ ฟงั ฟังแลว้ เกิด
ควำมสบำยใจคลำยทกุ ข์
การบาเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชนต์ ่อครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติและโลก
• กำรบำเพญ็ ตนให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ ครอบครัว
สมำชกิ ทกุ คนต้องร้จู ักปฏิบตั ติ อ่ กนั ดว้ ยควำมรกั ควำมเมตตำ ควำมปรำรถนำดีต่อกัน มีอัธยำศัยไมตรีทดี่ ีต่อกนั
• กำรบำเพ็ญตนให้เปน็ ประโยชน์ตอ่ ชมุ ชน ประเทศชำติ และโลก
สมำชกิ ทกุ คนจะอยู่ร่วมกันในสังคมทง้ั ในระดับชมุ ชน ระดับประเทศหรอื ระดบั โลกได้อยำ่ งสันตสิ ขุ นนั้ มีแนวปฏบิ ตั หิ ลำยประกำร
- กำรเสยี สละ
- กำรร่วมมือกันอนุรกั ษแ์ ละพัฒนำ
- กำรเผยแพรค่ วำมรู้ด้ำนตำ่ งๆ
หนว่ ยกำรเรียนรูท้ ี่ ๑ หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี ๒ หน่วยกำรเรียนรู้ที่ ๓ พระพุทธศาสนา
หน่วยกำรเรยี นรู้ท่ี ๖ หน่วยกำรเรียนรทู้ ี่ ๗ หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี ๘
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔-๖
กลุ่มสาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
หนว่ ยกำรเรยี นรูท้ ่ี ๔ หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ ๕
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี ๙ หนว่ ยกำรเรยี นรูท้ ี่ ๑o
๑_หลักสตู รวิชาพระพทุ ธศาสนา
๒_แผนการจัดการเรียนรู้
๓_PowerPoint_ประกอบการสอน
๔_Clip
๕_ใบงาน_เฉลย
๖_ขอ้ สอบประจาหน่วย_เฉลย
๗_การวดั และประเมนิ ผล
๘_เสรมิ สาระ
๙_ส่ือเสรมิ การเรยี นรู้
บรษิ ัท อักษรเจริญทศั น์ อจท. จำกัด : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรงุ เทพฯ 10200
Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand
โทรศพั ท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
๔ตอนที่ ศาสนากบั สงั คมไทย
๙หน่วยการเรียนรู้ท่ี
ความรูท้ ัว่ ไปเกย่ี วกบั ศาสนา
องค์ประกอบของศาสนา
ศาสดา
ผกู้ อ่ ตัง้ และประกำศศำสนำหรอื ควำมเชอ่ื ของลทั ธนิ ัน้
พระพุทธเจ้า พระเยซู นบีมุฮัมมัด
ศำสดำของพระพทุ ธศำสนำ ศำสดำของศำสนำคริสต์ ศำสดำของศำสนำอสิ ลำม