69 ป กรมอนามัย
ย้าํ คนไทยใชช วี ิต New Normal ‘สวมหนากาก-เวนระยะหาง-ลา งมอื ’
ป ระชาชนทุกคนยังคงตองยกการดสูง ใชชีวิตแบบ
New Normal สรางสุขอนามัยที่ดีอยางสม่ําเสมอ ดวยการสวมหนากาก
ตลอดเวลาและสวมอยางถูกวิธีเม่ือออกจากบาน เวนระยะหางอยางนอย
1-2 เมตร ลางมือเปนประจําดวยสบูและนํ้าหรือเจลแอลกอฮอล และ
หลีกเล่ียงการไปในพ้ืนที่เส่ียง รวมท้ังขอใหดาวนโหลดแอปพลิเคชัน
“หมอชนะ - ไทยชนะ” และสแกนทกุ ครัง้ เม่อื ใชบรกิ ารในสถานท่ีสาธารณะ
ตาง ๆ หรือจดบนั ทกึ ประวัติการเดนิ ทางของตนเองในแตล ะวนั เพื่อชวย
ใหการสอบสวนโรคทําไดงายข้ึน และเปนการสรางเกราะปองกัน
โรคโควดิ -19 อยางตอเน่อื ง
สําหรับสถานประกอบการตาง ๆ ขอใหประเมินมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยปองกัน
โรคโควิด-19 ดวยตนเองผานแพลตฟอรม “Thai Stop COVID Plus” เพ่ือกระตุนใหเ กดิ การเฝาระวงั
สรางความมั่นใจใหกับประชาชนท่ีมารับบริการ และยกระดับการปฏิบัติตามมาตรการปองกันโรค
อยา งตอ เนอ่ื ง ซง่ึ ขอ มลู การตดิ ตามผลการประเมนิ รบั รองตนเองของสถานประกอบกจิ การผา นแพลตฟอรม
Thai Stop COVID Plus ลาสุดมีจํานวนสถานประกอบกิจการ สถานบรกิ ารเขามาประเมนิ รบั รองตนเอง
จาํ นวนทง้ั หมด 18,694 แหง สามารถดําเนนิ การตามมาตรฐานไดต ามเกณฑฯ รอ ยละ 84.40 โดยพบวา
สถานประกอบกิจการท่เี ขามาประเมนิ รับรองตนเองสงู สดุ ไดแ ก 1) รานคาปลีก คาสง 2) รานอาหาร
3) ศาสนสถาน และ 4) ตลาด
อยางไรก็ดี ชวงเทศกาลสงกรานตนี้ คาดวาจะมีประชาชนจํานวนมากใชบริการระบบขนสง
สาธารณะเพ่ือเดินทางกลับภูมิลําเนาและทองเที่ยว ซ่ึงอาคารสถานีขนสงผูโดยสารบางแหงยังมี
ความคับแคบ และการระบายอากาศที่ไมด ี อกี ทง้ั การเดนิ ทางดว ยรถโดยสารสาธารณะอาจใชเ วลานาน
ทําใหมีโอกาสเสี่ยงตอการแพรกระจายของโรคโควิด-19 ไดงาย ขอใหผูประกอบการขนสงสาธารณะ
มีมาตรการคัดกรองพนักงานและผูโดยสารอยางเครงครัด จํากัดจํานวนผูโดยสารไมใหแออัด
มชี อ งทางการจําหนายต๋ัวโดยสารลว งหนาผานชอ งทางตา ง ๆ เชน ทางโทรศพั ท เวบ็ ไซต แอปพลเิ คชนั
เพ่ือลดความเสยี่ งในการสมั ผัส
ในสวนของการปฏิบัติตัวสําหรับพนักงานขับรถ พนักงานตอนรับ พนักงานทําความสะอาด
รวมถึงผูโดยสารนั้น ก็ตองเครงครัดเชนกัน โดยสวมหนากากผาหรือหนากากอนามัยตลอดเวลา
เวนระยะหางระหวางบุคคล หมั่นลางมือดวยสบูและนํ้าเมื่อมีการสัมผัสส่ิงของรวมกัน หรือพกเจล
แอลกอฮอลติดตัวไวระหวางทาง และพนักงานที่ปฏิบัติงานในจุดเส่ียง เชน พนักงานทําความสะอาด
เก็บรวบรวมขยะ ตองสวมถุงมอื รองเทา หนากากผา หรอื หนา กากอนามัยตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน และ
ลา งมือดว ยสบแู ละน้ําหรอื เจลแอลกอฮอลอ ยางสมํา่ เสมอ
ทั้งนี้ ผูโดยสารทุกคนขอใหหลีกเลี่ยงการพูดคุยโดยไมจําเปน และสังเกตอาการตนเอง
หากมาจากพื้นท่ีเส่ยี ง มีไข วัดอุณหภูมริ า งกายไดต้ังแต 37.5 องศาเซลเซยี สขน้ึ ไป ไอ มีนาํ้ มูก เจ็บคอ
จมูกไมไ ดก ล่ิน ล้นิ ไมรบั รส ใหง ดเดนิ ทาง และควรไปพบแพทยท นั ที
(นายแพทยส วุ รรณชยั วฒั นายงิ่ เจรญิ ชยั )
อธิบดีกรมอนามยั
คณะผูจัดทาํ วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิง่ แวดลอ ม ป 2564
ทีป่ รกึ ษา นายแพทยสุวรรณชัย วัฒนาย่ิงเจรญิ ชัย อธบิ ดีกรมอนามยั
นายแพทยด นัย ธีวนั ดา รองอธบิ ดกี รมอนามยั
นายแพทยอรรถพล แกว สมั ฤทธิ์ รองอธบิ ดกี รมอนามัย
นายแพทยบ ญั ชา คาของ รองอธิบดีกรมอนามยั
นายแพทยส ราวฒุ ิ บุญสขุ รองอธิบดกี รมอนามัยรององอธิบดีกรมอนามัย
บรรณาธิการ นายแพทยสมพงษ ชัยโอภานนท สํานกั คณะกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ
ผูชวยบรรณาธิการ นายคมั ภีร งานดี ศนู ยส่อื สารสาธารณะ
นายธรรมรฐั มณสวสั ดิ์ สํานกั คณะกรรมการผูท รงคณุ วุฒิ
กองบรรณาธกิ ารวิชาการ นายแพทยกติ ตพิ งศ แซเจ็ง สาํ นกั คณะกรรมการผทู รงคุณวฒุ ิ
ดร.จินตนา พฒั นพงศธ ร สาํ นกั คณะกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ
นางสาวสิรวิ รรณ จันทนจุลกะ สํานักคณะกรรมการผทู รงคุณวฒุ ิ
ดร.อัมพร จนั ทวิบูลย สาํ นกั คณะกรรมการผูท รงคุณวฒุ ิ
ทนั ตแพทยหญิงปย ะดา ประเสริฐสม สํานักคณะกรรมการผูทรงคุณวุฒิ
แพทยหญิงนันทา อว มกลุ ที่ปรกึ ษากรมอนามยั (สาํ นกั สงเสรมิ สุขภาพ)
นายสุคนธ เจยี สกลุ สมาคมอนามยั แหง ประเทศไทย
ดร.ทวีสุข พันธเุ พ็ง มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร
แพทยห ญิงนิพรรณพร วรมงคล จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั
ทันตแพทยห ญงิ จันทนา องึ้ ชศู ักด์ิ ท่ีปรึกษากรมอนามัย(ดานทันตสาธารณสุข)
ดร.วริ ะวรรณ ถนิ่ ยืนยง นักวชิ าการอิสระ
ดร.พวงเพญ็ ชั้นประเสริฐ ทีป่ รกึ ษากรมอนามัย (สาํ นักอนามยั ผสู งู อาย)ุ
รศ.ดร.นิรตั น อิมามี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร
รศ.ดร.มณีรัตน ธรี ะววิ ัฒน มหาวิทยาลัยมหดิ ล
รศ.ดร.สสธิ ร เทพตระการพร มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร
แพทยหญงิ สายพิณ โชติวิเชยี ร สาํ นักโภชนาการ
นายแพทยบุญฤทธิ์ สุขรัตน ศนู ยอนามยั ท่ี 2 พิษณุโลก
นายแพทยมนสั รามเกยี รติศกั ดิ์ สํานกั อนามัยการเจรญิ พนั ธุ
ทนั ตแพทย ดร.แมนสรวง วงศอภยั ศนู ยท นั ตสาธารณสุขระหวางประเทศ
แพทยหญิงชมพูนุท โตโพธ์ิไทย สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวา งประเทศ
ดร.สพุ ิชชา วงคจ นั ทร กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ดร.เบญจวรรณ ธวชั สภุ า กองประเมินผลกระทบตอ สุขภาพ
นางวิมล โรมา สํานกั คณะกรรมการผทู รงคุณวฒุ ิ
เจาของ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
ฝายจัดการ นางเกษร ศภุ กลุ ธาดาศริ ิ กองคลัง
นางอรชา ตะกรดุ เงนิ สํานกั คณะกรรมการผทู รงคุณวุฒิ
สาํ นักงาน สํานักคณะกรรมการผูท รงคุณวฒุ ิ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
ถนนติวานนท อาํ เภอเมือง จงั หวัดนนทบรุ ี 11000
โทร 0-2590-4153, 4157 โทรสาร 0-2591-8147
http://advisor.anamai.moph.go.th/main.php?filename=jhealth
กําหนดออก ปล ะ 4 เลม (มกราคม–มนี าคม, เมษายน-มิถนุ ายน, กรกฎาคม-กันยายน, ตุลาคม-ธนั วาคม)
อตั ราคาสมาชิก ปล ะ 360 บาท ตางประเทศเพ่ิมคา สงตามอัตราไปรษณีย
ออกแบบและจดั พมิ พ โรงพิมพ ดอกเบยี้
โทร 0-2272-1169-72 โทรสาร 0-2272-1173
Editor’s Desk
ย างเขา ฤดูรอ น ป 2564 สภาพอากาศเปล่ียนแปลง อุณหภมู ิสูงขนึ้
ในขณะท่ฝี ุน PM2.5 ยงั มีปญหาในบางพนื้ ทร่ี ว มกับสถานการณ
ระบาดโควิด-19 ระลอกท่ี 2 ซึง่ กระทรวงสาธารณสุขและเครอื ขา ยรว มกนั
ดําเนินการสง เสริมสุขภาพปอ งกนั โรค โดยกรมอนามยั และภาคีเครอื ขา ย
ไดรวมกันขับเคล่ือน ดูแล อนามัยสิ่งแวดลอมในสถานประกอบการ
ลางตลาด จัดใหมีแนวทางดูแลสุขอนามัยของประชาชนวัยทํางาน
ในสถานประกอบการ และโรงงาน ตลอดถึงพัฒนาเปน Application ตาง ๆ
อาทิ save Thai ทําใหจํานวนผูปวยลดลงมาอยูท่ีตัวเลขสองหลัก พรอมท้ัง
ทยอยฉีดวัคซีนใหแกประชาชนตามแผน โดยเริ่มที่บุคลากรดานหนา อสม.
ประชากรกลุมเสี่ยง และผูบริหารในระดับตาง ๆ อยางตอเนื่องเพื่อเตรียมความพรอมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เริม่ เปด รบั นกั ทอ งเทยี่ วตามแผนอยา งรอบคอบ และรดั กุม
เนื้อหาสาระในฉบับนี้ พรอมใหทานผูสนใจไดติดตาม ท้ังดานสงเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอม
อาทิ การเลยี้ งดเู ด็กปฐมวัย การปองกันและแกไขปญหาการตง้ั ครรภใ นวยั รนุ การจัดการขยะ คณุ ภาพอาหาร
ริมบาทวิถี ผูป ระกอบการรานคา กบั โรคไมตดิ ตอ เรอื้ รงั เปนตน
ทายบทบรรณาธิการฉบับนี้ ผมขออวยพรสงความสุข เน่ืองในเทศกาลสงกรานตที่จะมาถึง
ภายใตบรบิ ทวิถีชีวติ ใหม รว มกันฝา ฟน วกิ ฤตโรคระบาดโควิด-19 ระลอกที่ 3 ดูแลสุขภาพใหแข็งแรง ปลอดโรค
ปลอดภยั มคี วามสุขกนั ถว นหนา
นายแพทยสมพงษ ชัยโอภานนท
บรรณาธกิ าร
มีนาคม 2564
สารบัญ วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามยั สิ่งแวดลอ ม
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH
Vol. 44 No. 1 January -March 2021 ปท่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564
บทความปริทศั น
การสงเสริมสขุ ภาพประชาชนไทยผานการจดั ทําขอแนะนาํ การสงเสรมิ กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรม
เนอื ยนงิ่ และการนอนหลับเพือ่ สุขภาพ
■ ฐติ ิกร โตโพธิ์ไทย อรณา จนั ทรศริ ิ ชมพูนทุ โตโพธิ์ไทย ปฏญิ ญา พงษราศรี ธีรพงษ คําพฒุ ………11
บทวทิ ยาการ
ปจ จัยพหุระดบั ทีส่ งผลตอการจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรือน ในอําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรมั ย
■ จารุวรรณ โลไธสง ทัศนยี ศิลาวรรณ ณฐั กมล ชาญสาธิตพร ไกรชาติ ตนั ตระการอาภา……………..26
สถานการณและความจาํ เปนของปยู า ตายายกับการเลย้ี งดูเด็กเลก็ ในวิถไี ทยอสี าน : กรณศี กึ ษาอาํ เภอสีชมพู
จงั หวดั ขอนแกน
■ รมติ า ทองฉิม ปย ะฉัตร พชั รานฉุ ัตร…………………………………………………………………………..35
ปจ จยั ที่สงผลตอการดําเนินงานขบั เคลอ่ื นการปองกัน และแกไ ขปญหาการตัง้ ครรภใ นวยั รุน
ของคณะอนุกรรมการปองกนั และแกไ ขปญ หาการตัง้ ครรภใ นวัยรุนระดบั จังหวดั และกรุงเทพมหานคร
■ ปตมิ า หริ สิ จั จะ…………………………………………………………………………………………………….47
ปจ จัยที่มคี วามสัมพันธกบั พฤติกรรมสงเสรมิ สุขภาพเพ่อื ปองกันโรคไมต ิดตอเร้อื รังของผูประกอบการรานคา
วยั ทาํ งาน หมทู ี่ 7 ตาํ บลบางโฉลง อาํ เภอบางพลี จงั หวดั สมุทรปราการ
■ จริยา ทรัพยเรอื ง ธมกร อว มออ ปรศิ นา อคั รธนพล อัจฉรา เดชขุน กันยา สุวรรณครี ีขนั ธ
อารยี มง่ั เกยี รตสิ กลุ ……………………………………………………………………………………………….61
การจดั การสุขภาพของชมุ ชนดานสง เสรมิ สุขภาพ และอนามัยสง่ิ แวดลอ ม
■ พิริยา วัฒนารุง กานต สรุ ัตน มงคลชัยอรญั ญา ปรียานชุ บูรณะภักดี ณัฐวดี แมนเมธี..……………..73
ความสมั พนั ธร ะหวางปจ จัยสว นบุคคล ภาระในการดแู ล การสนบั สนนุ ทางสงั คม และความเครียดของผดู ูแล
ผปู ว ยโรคเร้อื รงั ในชุมชน
■ วริศา จันทรงั สีวรกลุ จิราจนั ทร คณฑา………………………………………………………………………..88
การพฒั นาคณุ ภาพอาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี ว นรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กาํ แพงเพชร
■ วรรี ตั น สนุ ทรสขุ …………………………………………………………………………………………………102
การพัฒนางานอนามยั สงิ่ แวดลอ มในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ เพือ่ สนับสนุนเปา หมายการพฒั นา
ท่ีย่ังยืน
■ สริ วิ รรณ จนั ทนจลุ กะ……………………………………………………………………………………………..115
วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม บทความปริทัศน์
ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564
การสง เสรมิ สขุ ภาพประชาชนไทย
ผา นการจัดทําขอแนะนาํ การสงเสรมิ
กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนงิ่
และการนอนหลับเพ่ือสุขภาพ
โดย ฐติ กิ ร โตโพธิ์ไทย*,**,#
อรณา จันทรศริ *ิ ,#
ชมพนู ทุ โตโพธไ์ิ ทย*,***
ปฏิญญา พงษราศรี**
ธีรพงษ คาํ พฒุ ****
บทคดั ยอ
ประเทศไทยไดจัดทําขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยน่ิง และการนอนหลับ
เพอ่ื สขุ ภาพของประเทศไทย ในป พ.ศ.2559 บทความน้ี ทาํ การศกึ ษากระบวนการพฒั นาขอ แนะนาํ กรอบเนอ้ื หาวชิ าการ
และพัฒนาการของการจัดทําขอแนะนํากิจกรรมทางกายของโลกและประเทศไทย ดานกระบวนการเนนการสราง
การมีสวนรวมทางวิชาการกับภาคีเครือขายที่เก่ียวของ โดยผานการทบทวนเน้ือหาวิชาการ การประชุมระดม
ความคิดเห็น การวิจัยในพ้ืนท่ี และการสื่อสารและเผยแพร ในดานสาระวิชาการของขอแนะนํา พบวามีความสอดคลอง
กับขอแนะนําในระดับโลกและนานาชาติ และมีความครอบคลุมประชากรทุกกลุม อาทิ สตรีต้ังครรภและหลังคลอด
เด็กปฐมวัย เด็กและวัยรุน ผูใหญ และผูสูงอายุ และอาชีพหลัก คือ ชาวนา ชาวประมง ผูขับรถ และพนักงานบริษัท
และครอบคลุมทุกมิติของกิจกรรมทางกาย อาทิ แอโรบิค การสรางความแข็งแรงและออนตัวของกลามเนื้อ พฤติกรรม
เนือยน่ิง และการนอนหลับ การพัฒนาขอแนะนําของประเทศไทยยังตอยอดไปกับการขับเคล่ือนนโยบายการสงเสริม
กจิ กรรมทางกายในระดบั ประเทศในหลายมติ ิ เชน การนาํ ไปใชต ง้ั เปา หมายแผนการสง เสรมิ กจิ กรรมทางกาย พ.ศ.2561-
2573 การสื่อสารรณรงค รวมถึงการเปนตนแบบใหกับประเทศอ่ืน ท้ังน้ี ควรมีการทบทวนขอแนะนําเปนระยะ
ตามสถานการณ บริบท และวิชาการของประเทศและของโลกท่เี ปลีย่ นแปลงไป
คาํ สําคัญ : กจิ กรรมทางกาย พฤตกิ รรมเนอื ยนิง่ นอนหลบั ขอแนะนํา พัฒนา ประเทศไทย สงเสรมิ สุขภาพ
* สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวา งประเทศ กระทรวงสาธารณสขุ
** กองกจิ กรรมทางกายเพือ่ สุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ
*** สํานักสง เสริมสุขภาพ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
**** กองแผนงาน กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข
ผูรบั ผิดชอบบทความ: ฐติ กิ ร โตโพธไ์ิ ทย email: [email protected]
# มีสว นรวมในบทความเทาเทยี มกนั
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 11
บทความปริทัศน์
Advancing population health through
the Development of Thailand
Recommendations on Physical Activity,
Non-Sedentary Lifestyles, and Sleeping
for Health
Thitikorn Topothai *,**,#
Orana Chandrasiri *,#
Chompoonut Topothai *,***
Patinya Pongrasri **
Theerapong Khamput ****
Abstract
Thailand Recommendations on Physical Activity, Non-Sedentary Lifestyles, and Sleeping
for Health was developed in 2016. This article reviews the processes and contents
of recommendations, as well as the evolution of global and domestic recommendations.
Academic cooperation from relevant stakeholders was the core of development processes through
documents review, consultation meetings, on-field research, public communication, and capacity building.
The contents of recommendations were in line with global and international recommendations and
comprehensively covered all subpopulations i.e. pregnant and postpartum women, young children, children
and adolescents, adults, older adults, farmers, fishermen, drivers, and office-based employee, as well as
all physical activity dimensions i.e. aerobic, muscle strengthening and stretching, sedentary behavior, and
sleeping. These recommendations brought benefits to national physical activity advocacy i.e. goals setting
in the National Physical Activity Strategy, communication and campaign, and international role model.
There are needs for regular update on the recommendation from time to time based on situational,
contextual, and academic changes in both global and domestic levels.
Keywords : physical activity, sedentary behavior, sleeping, recommendation, development,
Thailand, health promotion
* International Health Policy Program, Ministry of Public Health
** Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health
*** Bureau of Health Promotion, Department of Health, Ministry of Public Health
**** Division of Planning, Department of Health, Ministry of Public Health
Corresponding author : Thitikorn Topothai email: [email protected]
# Equal contributions
12 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ ม
การสงเสรมิ สุขภาพประชาชนไทยผา นการจดั ทําขอ แนะนาํ การสง เสรมิ กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนอื ยนง่ิ ฯ
■ บทนํา โลก (Global Health) เพ่ือกระตุนการทํางาน
ภายในประเทศ จนไดรับการยอมรับวาเปน
การขาดกิจกรรมทางกายเปนสาเหตุ ผูนําระดับโลกและระดับภูมิภาคในการสงเสริม
การเสียชีวิตอันดับ 4 ของประชากรโลก กิจกรรมทางกาย(8) ผานการเปนผูนําในการ
ประมาณปละ 3.2 ลานคนตอป ถือเปนหนึ่ง สรางความรวมมือกับประเทศสมาชิกองคการ
ในสี่ปจจัยเสี่ยงตอการปองกันโรคไมติดตอ อนามัยโลก เพื่อเสนอและรับรองมติแผน
ไดแก โรคหัวใจ โรคความดัน โรคเบาหวาน ปฏิบัติการระดับโลกเพื่อสงเสริมกิจกรรม
โรคมะเร็งหนาอกและลําไส และยังปองกันโรค ทางกาย (Global Action Plan on Physical
ภาวะโรคไมติดตอ เชน ความดันโลหิตสูง Activity : GAPPA) ในที่ประชุมสมัชชา
ภาวะน้ําหนักเกินและโรคอวน และเก่ียวของ อนามัยโลกสมัยท่ี 71 เดือนพฤษภาคม
กับการสงเสริมสุขภาพจิต (ความเครียด, พ.ศ.2561(9)
ความเส่ือมของรางกาย, อัลไซเมอร)(1-2)
คณุ ภาพชวี ติ และความเปน อยทู ดี่ ี สามารถเพม่ิ อยางไรก็ตาม สถานการณการ
อายขุ ัยเฉลี่ยประชากรประมาณ 0.4-4.2 ป(2) สงเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศไทย
ยังไมสะทอนความเปนผูนําในเวทีโลกอยาง
ประชากรสว นใหญท ราบดถี งึ ประโยชน แทจริง ขอมูลลาสุดจากสถานการณกิจกรรม
ของการมีกิจกรรมทางกาย แต 1 ใน 4 ทางกาย แสดงขอมูลวารอยละ 15 ของเด็ก
(ประมาณรอยละ 23) ของประชากรโลกยังมี เปนโรคอวนและวัยรุนรอยละ 84.4 มีระดับ
กิจกรรมทางกายไมเพียงพอ(3-4) โดยสาเหตุ กิจกรรมทางกายไมเพียงพอ(10) การสํารวจ
ของการขาดกิจกรรมทางกายมีความซับซอน ระดับกิจกรรมทางกายในประชากรไทยจาก
ทั้งปจจัยสวนบุคคล เชน เพศ (เพศชาย หลายหนวยงาน ไดแก สถาบันวิจัยประชากร
มักมีกิจกรรมทางกายสูงกวา สวนหน่ึงเปน และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สํานักงาน
เพราะขอจํากัดทางวัฒนธรรม) กลุมวัย (อายุ สํารวจสุขภาพประชาชนไทยดวยการตรวจ
เพิ่มมากข้ึนจะมีกิจกรรมทางกายลดลง) รางกาย สํานักงานสถิติแหงชาติ กรมอนามัย
นอกจากนี้ การสํารวจระดบั โลกพบวา มีความ และกรมควบคุมโรค รายงานผลวา ในชวง
สัมพันธกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ภูมิภาค 10 ป ท่ีผานมา ประชากรกลุมผูใหญ 1 ใน 3
ที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจระดับกิจกรรม มกี จิ กรรมทางกายไมเพียงพอ และมรี ะยะเวลา
ทางกายจะลดลง(4) นอกจากนี้ แมยงั ไมมขี อ มูล การมีพฤติกรรมเนือยน่ิงในแตละวันของคน
สํารวจในระดับโลก แตสาเหตุสวนหนึ่ง ไทย ท่ีไมรวมเวลานอนหลับ ยังมากถึงเกือบ
อาจเกิดจากสงิ่ แวดลอ มทางกายภาพ ลกั ษณะ 14 ชัว่ โมงตอ วัน และมแี นวโนม จะเพ่ิมมากข้ึน
การทํางานและการดําเนินชีวิตประจําวัน และ เรื่อยๆ(5,11)
การพัฒนาทางเทคโนโลยีท่ีทําใหวิถีชีวิตของ
ประชากรสะดวกสบายมากข้ึนจนมีพฤติกรรม การจัดทําขอเสนอแนะการสงเสริม
เนือยนิ่งท่ีมากข้ึนเรื่อยๆ เชน การใชรถยนต กิจกรรมทางกายซึ่งระบุถึงความถ่ี ประเภท
แทนการเดินหรือปนจักรยาน การเลนเกม และความหนักเบาของแตละกลุมวัยมีความ
ออนไลนแทนการออกไปว่ิงเลนนอกบาน สําคัญตอการสรางเปาหมายรวมภายใน
เปน ตน (5-7) ประเทศ สอดคลองตามขอเสนอเชิงนโยบาย
ของแผนปฏิบัติระดับโลกเพ่ือสงเสริมกิจกรรม
ประเทศไทยเล็งเห็นความสําคัญของ ทางกาย ตามวัตถุประสงคเพ่ือสงเสริมระบบ
การขับเคล่ือนใหเกิดการสงเสริมกิจกรรม ทเ่ี ขมแข็ง(9) การจัดทาํ ขอ เสนอแนะมีประโยชน
ทางกายระดับประเทศ โดยใชกลไกสุขภาพ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 13
บทความปริทัศน์
หลายประการ ไดแก เพื่อเปนขอตกลงท่ีเห็น 2. เพ่ือทบทวนกระบวนการพัฒนา
ชอบรวมกันถึงมาตรฐานระหวางหนวยงาน ขอแนะนํากิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรม
ท่ีเก่ียวของ เพื่อเอื้อตอการออกแบบการ เนือยน่ิง และการนอนหลับเพ่ือสุขภาพของ
ส่ือสารถึงประโยชนของกิจกรรมทางกาย ประเทศไทย ในดานการกําหนดกรอบและ
ท่ีชัดเจน และเพ่ือเปนพ้ืนฐานของการกําหนด แผนการจัดทําขอเสนอแนะของประเทศไทย
เปาหมายและกลไกการติดตามและประเมินผล การทบทวนวรรณกรรม กระบวนการหารือ
ในทางตรงกนั ขาม การขาดขอ แนะนําทาํ ใหไ ม รวมกับผูเช่ียวชาญระดับประเทศ และการ
สามารถวางแผนและกําหนดนโยบายได สอ่ื สารและเผยแพรข อ แนะนาํ
ชัดเจน เน่ืองจากไมสามารถกาวขามขอจํากัด
เชงิ นยิ ามศัพทร ว มกันได และทําใหไ มสามารถ 3. เพ่ือทบทวนสาระวิชาการของ
กาํ หนดทศิ ทางในอนาคตได ดังน้ัน การพฒั นา ขอแนะนํากิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรม
ขอแนะนําจึงเปรียบเสมือนพื้นฐานของการ เนือยน่ิง และการนอนหลับเพื่อสุขภาพ
วางแผนเชิงนโยบายเพ่ือสงเสริมกิจกรรม ของประเทศไทย
ท า ง ก า ย แ ล ะ ก า ร ล ด พ ฤ ติ ก ร ร ม เ นื อ ย น่ิ ง
ซึ่ ง ส นั บ ส นุ น ด ว ย ก า ร ส่ื อ ส า ร ส า ธ า ร ณ ะ ท่ี 4. เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนา
เขมแข็งขึ้นตามมาตรการท่ีดีที่สุด (Best และขับเคล่ือนการสงเสริมสุขภาพประชาชน
buys) ตอการสงเสริมกิจกรรมทางกายใหเกิด ไทยผานการจัดทําขอแนะนํากิจกรรมทางกาย
ประสทิ ธภิ าพการลงทนุ สูงสุด(12) การลดพฤติกรรมเนือยน่ิง และการนอนหลับ
เพ่ือสขุ ภาพ
กระบวนการพัฒนาขอแนะนําเกิดข้ึน
พรอมกับการพัฒนาแผนสงเสริมกิจกรรม ■ เนอ้ื หา
ทางกายของประเทศไทยระหวา งป พ.ศ.2559-
2560(13) ดงั ท่ีกลาวขา งตน วา ประเทศไทยไดม ี 1. พัฒนาการของการจัดทําขอ
สวนรวมกับการขับเคล่ือนขอมติการสงเสริม แนะนํากิจกรรมทางกายของโลกและ
กิจกรรมทางกายระดับโลก จึงไดใชโอกาส ประเทศไทย
ดั ง ก ล า ว เ พ่ื อ ขั บ เ ค ลื่ อ น น โ ย บ า ย ภ า ย ใ น
ประเทศคูขนานกันไป เนื้อหาในนโยบายจึงมี ระดับโลก
ความสอดคลอง ทันตอสถานการณปจจุบัน องคก ารอนามยั โลกไดจ ดั ทาํ ขอ แนะนาํ
กับสถานการณโลก การพัฒนาขอแนะนํา การมีกิจกรรมทางกายท่ีเพียงพอฉบับแรก
ของประเทศไทยสามารถเปนประโยชนท้ังใน ป พ.ศ.2553 โดยมีขอแนะนําใหผูใหญ อายุ
เชิงการศึกษากระบวนการพัฒนาการมีสวน 18 ปขึ้นไป ควรมีกิจกรรมทางกายระดับ
รวมกับภาคีเครือขายท่ีเก่ียวของ และผลลัพธ ปานกลาง เชน การเดินเร็ว การปนจักรยาน
ดานเนื้อหาสาระที่เกี่ยวของกับขอแนะนํา อยางนอยสัปดาหละ 150 นาที หรือกิจกรรม
ของโลกและประเทศตางๆ ทางกายระดับหนัก เชน การวิ่ง การขุดดิน
การยกของหนกั อยางนอ ยสปั ดาหละ 75 นาที
■ วัตถปุ ระสงค รวมถึงการเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุน
ของกลามเนื้ออยางนอยสัปดาหละ 2 ครั้ง
1. เพื่อทบทวนพัฒนาการของการ โดยหากมีอายุ 60 ปข ึน้ ไป ใหเพ่มิ เติมการฝก
จัดทําขอแนะนํากิจกรรมทางกายท่ีผานมา การทรงตัวของรางกายเพื่อปองกันการหกลม
ของโลกและประเทศไทย สวนเด็กอายุ 5-17 ป ควรมีกิจกรรมทางกาย
ระดบั ปานกลางและหนัก เชน การวง่ิ เลน อยาง
นอยวันละ 60 นาที(14) ขอแนะนําดังกลาว
14 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม
การสง เสริมสุขภาพประชาชนไทยผานการจดั ทําขอแนะนาํ การสงเสรมิ กจิ กรรมทางกาย การลดพฤตกิ รรมเนอื ยน่งิ ฯ
มีอิทธิพลตอการพัฒนาขอแนะนําในหลาย Play คมู อื เคลด็ ลับชวนกนั มาเลน ในครอบครวั
ประเทศ และมีผลตอการกําหนดเปาหมาย เทคนิคเพ่ิมกิจกรรมทางกายในครอบครัว
และเคร่ืองมือประเมินระดับกิจกรรมทางกาย รวมถึงคูมือการจัดกิจกรรมวิ่งประเภทถนน
ระดับโลก เพื่อรณรงคใหมีการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ
ของประชาชนทั่วไป(16)
ระดับประเทศ
ในประเทศไทย กรมอนามยั โดยกอง นอกจากน้ี มหาวิทยาลัยมหิดลได
ออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ (ปจจุบันคือกอง พัฒนาคูมือการสงเสริมกิจกรรมทางกายใน
กิจกรรมทางกายเพ่ือสุขภาพ) ไดรวมมือกับ ชุมชน โดยการวจิ ยั การใชพลงั งานจากรางกาย
เครือขายทางวิชาการ จัดทําขอแนะนําการ จากกิจกรรมทางกายรูปแบบตางๆ ในคนไทย
ออกกําลังกายเพื่อสุขภาพในประชาชนตาม เพื่อระบุวากิจกรรมทางกายรูปแบบใด อยูใน
กลุม วัย ผูพ ิการ โรคประจําตวั ตางๆ และสถาน ระดับความหนักของการมีกิจกรรมทางกาย
ท่ีทํางาน ต้ังแตป พ.ศ.2546 เปนตนมา เชน แบบใด เชน เบา ปานกลาง และหนัก จํานวน
ขอแนะนําการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ 836 รายการ ในป พ.ศ.2558(17)
สาํ หรบั หญงิ ตง้ั ครรภ สาํ หรับเด็กอายุ 2-12 ป
สําหรับเด็กและวัยรุน สําหรับผูใหญ สําหรับ อยางไรก็ตาม แมจะมีขอเสนอแนะ
ผูสูงอายุ สําหรับผูพิการ สําหรับผูปวยโรค จากหลากหลายหนวยงาน แตยังไมมี
ความดันโลหิตสูง สําหรับผูปวยโรคหัวใจ กระบวนการรับรองขอเสนอแนะอยางเปน
สําหรับผูปวยโรคมะเร็ง สําหรับผูปวยโรค ทางการรวมกันภายในประเทศ ขอเสนอแนะ
ปวดหลัง สาํ หรบั ผปู วยโรคกระดูกพรนุ สาํ หรับ ท่ีมีอยูเดิมครอบคลุมเฉพาะกลุมวัยหรือ
คนอวน แนวทางการออกกําลังกายสําหรับ ประเดน็ ทแ่ี ตละหนว ยงานสนใจ และขอแนะนํา
ศูนยสุขภาพชุมชน สําหรับสถานประกอบการ ของกรมอนามัยนั้นไดรับการพัฒนามาเปน
สําหรับโรงงานอุตสาหกรรม สําหรับโรงเรียน ระยะเวลานานแลว ไมทันตอ บรบิ ททีเ่ ปลย่ี นไป
สําหรับองคการบริหารสวนตําบล สําหรับ มาก ผลทําใหมีขอถกเถียงเชิงนิยามหลาย
ชมุ ชน รวมถึงคูมอื อืน่ ๆ เชน การปนจกั รยาน ประเด็น เชน “นิยามกิจกรรมทางกาย”
การเดนิ การขึน้ บนั ได การลดนํ้าหนกั การดูแล “กิจกรรมทางกายท่ีเพียงพอ” “พฤติกรรม
การบาดเจ็บจากการออกกําลังกายและการ เนือยนิ่ง” เปนตน สงผลใหการผลักดัน
เลนกีฬา การยืดเหยียด การใชเคร่ืองออก นโยบายไมมีความกาวหนา เนื่องจากติดขัด
กําลังกายกลางแจง การจัดคลินิกไรพุง ในการหาขอตกลงพ้ืนฐาน จึงเปนที่มาและ
(DPAC) เปนตน ซ่ึงมีการจัดทําคูมือเหลานี้ ความสําคัญของการกําหนดขอเสนอแนะ
ทั้งสําหรับบุคลากรสาธารณสุข และสําหรับ ดานกิจกรรมทางกายระดบั ประเทศรวมกัน
ประชาชนท่วั ไป (15)
นอกจากนี้ สาํ นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ 2. กระบวนการพัฒนาขอแนะนํา
การสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ไดรวมมือ การสงเสริมกิจกรรมทางกาย การลด
กับเครือขายวิชาการตางๆ จัดทําขอแนะนํา พฤติกรรมเนือยน่ิง และการนอนหลับ
การสงเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัย เพ่อื สุขภาพของประเทศไทย
และในเด็ก ต้งั แตป พ.ศ.2552 เปน ตนมา เชน
คูมือส่ิงเล็กๆ ที่สรางลูกดวยการชวนเด็กออก การพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม
มาเลน คูมือพื้นท่ีเด็กเลนสนุก คูมือ Active กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง
และการนอนหลับเพ่ือสุขภาพ (ขอแนะนําการ
สง เสรมิ กจิ กรรมทางกายฯ)ของประเทศไทย(18)
เริ่มตนในป พ.ศ.2559 จากความรวมมือของ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 15
บทความปริทัศน์
กองกิจกรรมทางกายเพ่ือสุขภาพ กรมอนามัย หลักของประชากรไทยท่ีมักประสบปญหา
กระทรวงสาธารณสุข สํานักงานพัฒนา การบาดเจ็บของกลามเน้ือจากลักษณะการ
นโยบายสุขภาพระหวางประเทศ และ สสส. ทํางาน ไดแก ชาวนา ชาวประมง ผูขับรถ
กระบวนการพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม และพนักงานบรษิ ทั
กิจกรรมทางกายฯ ใชระยะเวลาในการดําเนิน
การทั้งสิ้น 12 เดือน เร่ิมตั้งแตเดือนสิงหาคม - กาํ หนดขอ แนะนาํ การจดั สง่ิ แวดลอ ม
พ.ศ. 2559 ถึง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 และตัวอยางกิจกรรมท่ีเหมาะสมแกการ
พรอมกับการพัฒนาแผนสงเสริมกิจกรรมทาง สงเสริมกิจกรรมทางกายในแตละกลุมวัย
กายระดับประเทศ กระบวนการจัดทาํ แบงเปน ควบคูไปดวย เชน ส่ิงแวดลอมในโรงเรียน
4 ข้ันตอนหลัก ไดแก (1) การกําหนดกรอบ สําหรับเด็ก สถานประกอบการสําหรับผูใหญ
แ ล ะ แ ผ น ก า ร จั ด ทํ า ข อ เ ส น อ แ น ะ ข อ ง พื้นที่ชุมชน สวนสาธารณะสําหรับผูสูงอายุ
ประเทศไทย (2) การทบทวนวรรณกรรม เปน ตน
(3) กระบวนการหารือรวมกับผูเช่ียวชาญ
ระดบั ประเทศ และ (4) การส่ือสารและเผยแพร น อ ก จ า ก ก า ร กํ า ห น ด ข อ บ เ ข ต
ขอแนะนาํ ขอเสนอแนะดานกิจกรรมทางกาย พฤติกรรม
เนือยนิ่งและการนอนหลับ คณะทํางานกลาง
1) การกาํ หนดกรอบและแผนการ ยังรวมกันกําหนดระยะเวลา ผูประสานงาน
จดั ทาํ ขอ เสนอแนะของประเทศไทย สวนกลาง และรวบรวมผูเชี่ยวชาญในประเทศ
ใหครอบคลุมทุกกลุม เพ่ือใหขอเสนอแนะและ
กระบวนการสวนนี้มีความสําคัญ ถือเปนสวนหน่ึงของกระบวนการมีสวนรวม
เพื่อวางแผนขอบเขตและทิศทางการจัดทําขอ และรับรองรวมกนั ดงั สรุปตามแผนภมู ทิ ี่ 1
เสนอแนะ เกิดจากคณะทํางานกลางรวมกัน
ระหวางกองกิจกรรมทางกายเพื่อสขุ ภาพ กรม 2) การทบทวนวรรณกรรมและ
อนามัย กระทรวงสาธารณสุข สํานักงาน การเกบ็ ขอมูล
พัฒนานโยบายสุขภาพระหวางประเทศ และ
สสส. การวางแผนมีการกําหนดประเด็นหลัก การทบทวนเนื้อหาวิชาการขอแนะนํา
ไดแ ก กิจกรรมทางกายจากหนวยงานและประเทศ
ที่เก่ียวของ ไดแก องคการอนามัยโลก
- ครอบคลุมทุกกลุมประชากรหลัก The American College of Sports
ไดแก วัยทารกและเด็ก วัยรุน วัยผูใหญ Medicine, National Sleep Foundation,
วัยผูสูงอายุ สตรีต้ังครรภจ นถึงหลังคลอด ออสเตรเลีย ภูฎาน แคนาดา ฟลิปปนส
สิงคโปร สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
- ครอบคลุมกจิ กรรมตลอด 24 ชว่ั โมง เพื่อใหมีความหลากหลายของภูมิภาคตางๆ
น่ันรวมถึงพฤติกรรมเนือยนิ่ง และการนอน ทั่วโลก และบริบทจากท้ังประเทศพัฒนาแลว
หลับ แมขอแนะนําในระดับโลกจะยังไมมี และกําลังพัฒนา ดังตารางท่ี 1
การรับรองอยางเปนทางการ แตเมื่อพิจารณา
สถานการณภายในประเทศซ่ึงแนวโนมของ สําหรับการศึกษาใน 4 กลุมอาชีพ
พฤติกรรมเนือยนิ่งจะมีอัตราสูงขึ้นเร่ือยๆ หลกั ของประชากรไทย คือ ชาวนา ชาวประมง
และความสําคัญของการนอนหลับตอการ ผูทํางานขับรถ และพนักงานบริษัท ใชการจัด
เจริญเติบโต ทําใหคณะทํางานกําหนดกรอบ ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อฝกการเก็บขอมูล
ใหกวางขึ้น การเคลื่อนไหวรางกายในการประกอบอาชีพ
ตา งๆ จาํ นวน 3 วัน และลงพ้นื ท่ีเก็บขอมูลการ
- จัดทําขอแนะนําตามกลุมอาชีพ เคลื่อนไหวรางกายในประชาชนท่ีประกอบ
16 ปท่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม
การสง เสริมสขุ ภาพประชาชนไทยผานการจัดทําขอ แนะนําการสงเสริมกิจกรรมPทPา&งPกา:ยโอกกาารสลใดนพวฤกิ ตฤิกตริ รCมOเนVือIยDน-ง่ิ 1ฯ9
อาชีพเกษตรกร ประมง ขับรถ และพนักงาน 3) กระบวนการหารือรวมกับผู
บริษัท จํานวนกลุมตัวอยางอาชีพละ 10 คน เชย่ี วชาญระดับประเทศ
เปนเวลา 1 สัปดาหตอ อาชีพ เพื่อใหเ กิดความ
เขาใจลักษณะการเคลื่อนไหวรางกายในแตละ กระบวนการหารือรวมกับผูเชี่ยวชาญ
วันของประชาชนที่มีอาชีพดังกลาว วิเคราะห จัดขึ้นตามรายขอเสนอแนะในแตละกลุมวัย
ความเสี่ยงของการเคล่ือนไหวที่อาจกอใหเกิด (วัยทารกและเดก็ วัยรนุ วัยผูใ หญ วยั ผสู ูงอายุ
อนั ตรายกับกลามเนอ้ื สตรีต้ังครรภจนถึงหลังคลอด) และกลุมอาชีพ
จาํ นวน 2 คร้งั ครง้ั ละ 3 วนั โดยผูรว มประชมุ
แผนภูมทิ ่ี 1 กระบวนการพฒั นาขอแนะนาํ การสงเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทย
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 17
บทความปริทัศน์
คือผูเช่ียวชาญและภาคีเครือขายจากแวดวง ทางตางๆ เชน หนังสือพิมพ หนังสือพิมพ
ตางๆ ไดแก อาจารย นักวิชาการ นักวิจัย ออนไลน เพจ ในชว งปลายปง บประมาณ 2560
กุมารแพทย สูตินรีแพทย อายุรแพทย นัก จัดสง หนงั สอื ขอ แนะนําทง้ั 10 เลม และแผน พบั
วิชาการสาธารณสุข นักวิทยาศาสตรการกีฬา ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกาย ไปยัง
นกั กายภาพบําบัด นกั สง เสริมพฒั นาการ และ ศูนยอนามัยเขต สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด
เจาหนาท่ีดานสาธารณสุข จากสถาบันการ สํานักงานสาธารณสุขอําเภอ และโรงพยาบาล
ศึกษาท่ีเกี่ยวของกับการสงเสริมกิจกรรมทาง เปนตน ในปง บประมาณ 2561 และจดั ประชมุ
กายเพื่อสุขภาพ เชน ศูนยวิจัยกิจกรรมทาง พัฒนาศักยภาพบุคลากรในระดับภูมิภาค
กาย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม คณะ จังหวัด และพ้ืนท่ี ผานกลไกของกรมอนามัย
วิทยาศาสตรการกีฬา และคณะศึกษาศาสตร ไปยังศูนยอนามัยเขต สํานักงานสาธารณสุข
และพัฒนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร จังหวัด สํานักงานสาธารณสุขอําเภอ และโรง
เปนตน เพ่ือพิจารณาขอแนะนําการสงเสริม พยาบาล เปนตน โดยมีการประชุมใหญระดับ
กจิ กรรมทางกายฯ ใหส อดคลองกบั บรบิ ทไทย ประเทศจาํ นวน 1 คร้ัง และการประชุมในระดับ
เขตสขุ ภาพ จาํ นวน 52 คร้ัง (13 เขตสขุ ภาพ
คณะทํางานกลางจัดเวทีการหารือ เขตสุขภาพละ 4 ครั้ง ตามกลมุ วัย ไดแก กลมุ
โดยนําเสนอรางจากการทบทวนวรรณกรรม สตรีและเด็กปฐมวัย กลุมวัยเรียนวัยรุน กลุม
เพ่ือใหผูเช่ียวชาญรวมพิจารณาในดานความ วัยทํางาน และกลุมวัยสงู อาย)ุ ในปงบประมาณ
ถูกตองตามหลักวิชาการ คําอธิบายเนื้อหา 2562
สาระท่ีเขาใจงาย และการปรับเนื้อหาให
สอดคลองกับบริบทไทย เชน กิจกรรมท่ียก 3. สาระวิชาการของขอแนะนํา
ตวั อยาง ขอ พึงระวังของแตล ะกลมุ วยั เปน ตน การสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ของ
ประเทศไทย
4) การส่ือสารและเผยแพรขอ
แนะนํา อ ง ค ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ เ นื้ อ ห า ข อ ง ข อ
แนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ของ
ข อ แ น ะ นํ า ก า ร ส ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม ประเทศไทย(18) มคี วามคลายคลึงกบั ขอแนะนํา
ทางกายฯ ไดรับการจัดทําเปนรูปเลมเพ่ือให ขององคการอนามัยโลกและประเทศตางๆ
เหมาะสมกับการเผยแพรและส่ือสาร จํานวน คือ เด็กและวัยรุน มีกิจกรรมทางกายระดับ
10 เลม ประกอบดวย ขอแนะนําการสงเสริม ปานกลางจนถึงหนักอยา งนอย 60 นาทตี อ วัน
กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยน่ิง มี ก า ร ส ร า ง ค ว า ม แ ข็ ง แ ร ง ข อ ง ก ล า ม เ นื้ อ
และการนอนหลบั จาํ นวน 1 เลม ซึ่งครอบคลุม และกระดกู อยางนอ ย 3 ครงั้ ตอสปั ดาห ผูใหญ
ขอแนะนําสําหรับประชาชนทุกกลุมวัยและ และผสู งู อายุ มกี จิ กรรมทางกายระดบั ปานกลาง
อาชีพ ขอแนะนําสําหรับประชาชนแตละกลุม อยางนอย 150 นาที หรือมีกิจกรรมทางกาย
วัย จํานวน 5 เลม และขอแนะนําสําหรับ ระดับหนักอยางนอย 75 นาทีตอสัปดาห
ประชาชน 4 กลุมอาชีพหลัก จํานวน 4 เลม หรอื ผสมผสานระดับปานกลางและหนัก มีการ
ดังภาพที่ 1 ท้ังน้ี ไดจัดทําแผนพับขอแนะนํา สรางความแข็งแรงของกลามเนื้อมัดใหญอยาง
การสงเสริมกิจกรรมทางกาย จํานวน 1 แผน นอย 2 คร้ังตอสัปดาห โดยผสู งู อายคุ วรมกี าร
เพ่ือใหเหมาะสมสําหรับการส่ือสารไปยัง ฝกการทรงตัวเพื่อปองกันการลมดวย ท้ังนี้
ประชาชน ดังภาพท่ี 2 กิจกรรมทางกายแบบแอโรบิคควรมีติดตอกัน
อยา งนอย 10 นาทตี อครัง้
ทั้งนี้ ไดจัดแถลงขาวรวมกับภาคี
เครือขายท่ีเก่ียวของผานส่ือมวลชนทางชอง
18 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม
ตารางท่ี 1 สรุปแนวทางการมีกิจกรรมทางกายและการลดพฤตกิ รรมเนอื ยนง่ิ จากตา งประเทศ
ประเภท WHO2010 ACSM2015 ออสเตรเลยี ภฏู าน แคนาดา ฟล ปิ ปนส สิงคโปร สหราช สหรัฐ NSF ไทย WHO2019 WHO2020 การสงเสริมสขุ ภาพประชาชนไทยผานการจดั ทาํ ขอแนะนาํ การสง เสรมิ กิจกรรมทางกาย การลดพฤตกิ รรมเนือยนิ่งฯ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 อาณาจักร อเมรกิ า (U5) x
x
สตรีต้ังครรภ x x x / x x x x / x/ x /
/
เดก็ ปฐมวยั x x / // / x / x // / /
/
เด็กและวยั รนุ / / / // / x / / // x /
x
ผูใหญ / / / / / / / / / // x /
x
ผูสงู อายุ / / / // / / / / // x
/
ผูม โี รคประจําตัว x x x /x x x x / x/ x
x
คนพกิ าร x x x /x x x x / xx x
/
อาชีพ x x x / x x x x x x/ x /
x
PA แอโรบิค / / / // / / / / // /
PA แอโรบคิ / / / x/ / / / / x/ x
คร้ังละ 10 นาที
PA ความแข็งแรง / / / // / / / / x/ /
ของกลา มเนอ้ื
PA ความออ นตัว x / x xx x x x x x/ x
ของกลา มเน้ือ
PA ทรงตัว / / / / / / / / x x/ x
x/ /
พฤติกรรมเนอื ยนิ่ง x / / // x / / x // /
นอนหลบั x x x xx x x x x
*Note : / = มี, x = ไมม ี, WHO: World Health Organization, ACSM: The American College of Sports Medicine, NSF: National Sleep Foundation, U5: Under 5 years old,
PA : Physical Activity
19
บทความปริทัศน์
ภาพที่ 1 รปู เลม ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทย
ภาพท่ี 2 แผนพับขอแนะนําการสงเสริมกจิ กรรมทางกายในประเทศไทย
20 ปที่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสริมสขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอ ม
การสง เสรมิ สขุ ภาพประชาชนไทยผา นการจัดทาํ ขอ แนะนาํ การสงเสริมกจิ กรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนอื ยน่ิงฯ
ในสวนที่แตกตาง คือ ขอแนะนําการ วัยเด็ก (6-14 ป) นอน 9-11 ชั่วโมงตอวัน
สงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ของประเทศไทย และวยั รนุ (15-18 ป) นอน 8-10 ชว่ั โมงตอ วัน
ครอบคลุมประชาชนกลุมวัยตางๆ ที่กวาง ผูใหญและผูสูงอายุควรนอนประมาณ 7-9
ขวางกวาขอแนะนําโดยองคการอนามัยโลก ชั่วโมงตอวัน และแนะนําใหเขานอนกอน
โดยมีขอแนะนํากิจกรรมทางกายสําหรับสตรี 22.00 น. เพื่อใหฮอรโมนการเจริญเติบโต
ตั้งครรภและหลังคลอด ซ่ึงไดแบงเปนขอ หล่ังเตม็ ที่
แนะนําในภาพรวมตลอดการตั้งครรภและ
หลังคลอด และแบงตามระยะการต้ังครรภ นอกจากนี้ ยังมีขอแนะนํากิจกรรม
ตามไตรมาส และขอ แนะนาํ สําหรับเดก็ ปฐมวยั ทางกายใน 4 อาชีพหลัก คือ ชาวนา
ทีแ่ บงตามชวงอายุตา งๆ เชน ทารก (อายุนอ ย ชาวประมง พนักงานขับรถ และพนักงาน
กวา 1 ป) โดยแนะนาํ ใหเ ด็กมกี ารใชกลามเนื้อ บริษัท วาควรมีกิจกรรมทางกายอยางไร
มัดใหญ เชน การนอนคว่ําชันคอ การนั่ง ใหเหมาะสม เชน การยืดเหยียดและการสราง
การคลาน การยืน และการเดิน เม่ืออายุ ความแข็งแรงของกลามเน้ือสวนท่ีมีการใชงาน
มากกวา 1 ป ใหมีกิจกรรมทางกายท่ีหลาก หนักหรือใชงานซํ้าๆ ในแตละวัน เพื่อลด
หลายมากข้ึน เชน ว่ิง กระโดด ปนปาย อาการบาดเจ็บจากการทํางานในกลุมชาวนา
อยางนอ ย 180 นาทีตอวัน และชาวประมง หรือการมีกิจกรรมทางกาย
แบบแอโรบิค หรือการลดพฤติกรรมเนือยน่ิง
นอกจากน้ี ยังมีขอแนะนําการลด ในกลมุ ผูขบั รถและพนักงานบริษัท เปนตน
พฤตกิ รรมเนอื ยน่ิง ไดแ ก การน่ังหรือนอนราบ
ท่ีไมรวมการนอนหลับ ที่มีผลเสียตอสุขภาพ ■ อภิปรายผล
เชนเดียวกับการมีกิจกรรมทางกายไมเพียง
พอ และประชาชนมีแนวโนมมีพฤติกรรม การพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม
เ นื อ ย นิ่ ง เ พ่ิ ม ข้ึ น จ า ก ลั ก ษ ณ ะ ก า ร ทํ า ง า น กิจกรรมทางกายเปนสวนหน่ึงของขอเสนอ
ท่ีเปนการน่ังเกาอี้ ใชคอมพิวเตอร และใช เชิงนโยบายตามแผนปฏิบัติการสงเสริม
โทรศัพทมือถือกันมากขึ้น โดยแนะนําใหลด กิจกรรมทางกายระดับโลก ขอแนะนาํ ดานการ
ระยะเวลาการมีพฤติกรรมเนือยน่ิงในแตละวัน สงเสริมกิจกรรมทางกาย พฤติกรรมเนือยน่ิง
ลง เชน การลุกยืนหรือเดิน 5 นาที ทุกๆ และการนอนหลับจัดทําข้ึนเพื่อสนับสนุน
การนั่ง 1 ชั่วโมง การยืนทํางานสลับกับ กระบวนการพัฒนานโยบายแผนสงเสริม
การน่งั เปน ตน กิจกรรมทางกาย มีกระบวนการต้ังแตป
พ.ศ.2559 ดังตารางท่ี 1 ผานขั้นตอนการ
ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทาง วางแผนของคณะทาํ งานกลาง ทบทวนเอกสาร
กายฯ ของประเทศไทย ยังมีขอแนะนําดาน วิชาการ การประชุมระดมความเห็นจาก
การนอนหลับ ทมี่ ีผลตอ การเจรญิ เติบโตในเด็ก ผูเช่ียวชาญเพื่อใหขอแนะนําสอดคลองกับ
และการซอมแซมสวนสึกหรอในผูใหญและ บรบิ ทประเทศ รวมถงึ มกี ารสอ่ื สารสูป ระชาชน
ผูสูงอายุ เน่ืองจากการนอนหลับมีผลตอการ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรท่ีเก่ียวของ
หล่ังฮอรโมนที่ชวยใหรางกายเจริญเติบโต ในพื้นที่ ซ่งึ เปนการประสานการทาํ งานรว มกนั
(Growth Hormone) โดยประชาชนแตละ จากภาคสว นตางๆ ท้งั นโยบาย วชิ าการ และ
ชวงวัยตองการการนอนหลับที่แตกตางกัน ประชาสังคม เพื่อใหเกิดประโยชนกับประเทศ
เชน ชวงวัยทารก ควรนอน 12-17 ชั่วโมง มากทส่ี ดุ ทง้ั น้ี ขอแนะนําการสงเสรมิ กิจกรรม
ตอวัน ชวงปฐมวัย นอน 10-13 ช่ัวโมงตอวัน ทางกายฯ มีความครอบคลุมมิติกิจกรรมทาง
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 21
บทความปริทัศน์
กายท้ังดานแอโรบิค ความแข็งแรงและความ การสงเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศไทย
ยืดหยนุ ของกลามเน้ือ ดานพฤติกรรมเนือยนงิ่ ตองมีการทบทวนขอแนะนําการสงเสริม
และการนอนหลับ ที่เปนวงจรท่ีครบถวน กิจกรรมทางกายฯ ของประเทศไทย(18) ตามขอ
ในแตละวัน รวมถึงครอบคลุมประชากรกลุม คน พบเชงิ ประจักษท ี่เปน ปจ จุบนั ตวั อยางเชน
ตา งๆ และอาชพี ดวย องคการอนามัยโลก(20) ไดมีการจัดประชุม
เชิงปฏิบัติการเรื่องการปรับขอเสนอแนะดาน
ข อ แ น ะ นํ า ก า ร ส ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม กิจกรรมทางกายและเสนอใหยกเลิกขอแนะนํา
ทางกายฯ มีประโยชนในการสนับสนุน การมีกิจกรรมทางกายประเภทแอโรบิคใน
ก า ร ขั บ เ ค ล่ื อ น ก า ร ดํ า เ นิ น ก า ร แ ผ น ง า น แตละชวงอยางนอย 10 นาที และใหความ
โครงการ และกิจกรรมท่ีเก่ียวของกับการ สําคัญกับกิจกรรมทางกายระดับเบา ท่ีนาจะ
สงเสริมกิจกรรมทางกาย การเชื่อมประสาน เปนประโยชนในการกระตุนใหประชาชน
การทํางานรวมกับภาคสวนตางๆ ที่เกี่ยวของ ทุกกลุมท่ียังมีกิจกรรมทางกายนอยไดเริ่มตน
กับกลุมประชากร การกําหนดนโยบายการ ไดอยางไมยากมากนัก (รอยละ 29 ของ
สงเสริมกิจกรรมทางกาย และลดพฤติกรรม ผูใหญ และรอยละ 73 ของเด็กและวัยรุน
เนอื ยนง่ิ ในทกุ ประเภทองคก ร ท้ังสถานศกึ ษา (อายุ 6-17 ป) ในประเทศไทย มีกิจกรรม
สถานท่ีทํางาน สถานบริการสาธารณสุข ทางกายไมเพยี งพอ(11)) โดยหวงั จะนําไปสูก าร
ชมุ ชน และการสื่อสารถงึ ประชาชน โดยเฉพาะ มีกิจกรรมทางกายอยางเพียงพอและสมํา่ เสมอ
ก า ร นํ า ข อ แ น ะ นํ า ก า ร ส ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม ในอนาคต สมดังเปาหมายของแผนการ
ทางกายฯ ไปใชในการกําหนดเปาหมาย สงเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573(5)
และเปนกรอบการติดตามและประเมินผล ตอไป เชนเดียวกับการสงเสริมใหมีกิจกรรม
ข อ ง แ ผ น ก า ร ส ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม ท า ง ก า ย ทางกายมากกวาขอแนะนําเดิมคือ ใหผูใหญ
พ.ศ.2561-2573(5) อันเปนแผนการสงเสริม อายุ 18 ปข้ึนไป มีกิจกรรมทางกายระดับ
กิจกรรมทางกายฉบับแรกของประเทศท่ีมุงให ปานกลางอยางนอยสปั ดาหละ 150-300 นาที
เกิดความรวมมือในการสงเสริมกิจกรรม หรือกิจกรรมทางกายระดับหนักอยางนอย
ทางกายจากทุกภาคสวน ท้ังน้ี พบวาระดับ สัปดาหละ 75-150 นาที โดยเฉพาะผูที่มี
กิจกรรมทางกายเพียงพอของประชาชน พ ฤ ติ ก ร ร ม เ นื อ ย น่ิ ง ใ น แ ต ล ะ วั น ม า ก ใ ห มี
แตละกลุมวัยในป พ.ศ.2561 เพ่ิมข้ึนจากเดิม กิจกรรมทางกายมากกวา ขอแนะนํา โดยตองมี
โดยเพ่ิมจากรอยละ 25.3 เปนรอยะ 26.2 การทบทวนขอความที่จะใชในการรณรงค
ในกลุมวยั เรียนและวัยรนุ เพิ่มจากรอยละ 68.8 ส่ือสารสูประชาชนและบุคลากรใหชัดเจน
เปนรอยละ 69.7 ในกลุมวัยทํางาน และเพ่ิม เขาใจงาย กระชับ และดึงดูดใจตอไป รวมถึง
จากรอยละ 74.0 เปนรอยะ 76.9 ในกลุม การทบทวนแบบสํารวจกิจกรรมทางกายและ
วัยสูงอายุ จากการสํารวจกิจกรรมทางกาย พฤติกรรมเนือยน่ิงของประเทศ ซ่ึงตองมี
ระดับประเทศโดยสถาบันวิจัยประชากรและ การเตรียมหารือในการปรับแบบสอบถาม
สังคม มหาวิทยาลัยมหิดล(19) ซ่ึงเปนปท่ีเร่ิมมี รวมกับหนวยงานท่ีเก่ียวของ โดยเฉพาะ
การส่ือสารขอแนะนํากิจกรรมทางกายฯ ไปยัง สํ า นั ก ง า น สํ า ร ว จ สุ ข ภ า พ ป ร ะ ช า ช น ไ ท ย
ศนู ยอนามัยเขต และพื้นท่ี สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ท่ีสํารวจ
กจิ กรรมทางกายทุก 5 ป สถาบันวิจยั ประชากร
ในสวนการขับเคลื่อนการสงเสริม และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สํารวจ
กิจกรรมทางกายท่ีเก่ียวของกับขอแนะนํา
การสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ภาคีหลักใน
22 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอม
การสง เสริมสขุ ภาพประชาชนไทยผา นการจัดทําขอแนะนําการสงเสริมกจิ กรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนอื ยนิง่ ฯ
กจิ กรรมทางกายทุกป สาํ นกั งานสถติ แิ หงชาติ 2. กรมอนามัย โดยกองกิจกรรม
ที่สํารวจกิจกรรมทางกายทุก 4 ป เปนตน ทางกายเพื่อสุขภาพ ควรมีการประเมินการใช
และเปาหมายของแผนการสงเสริมกิจกรรม ประโยชนจากขอเสนอแนะดานกิจกรรม
ทางกาย พ.ศ.2561-2573(5) ทางกาย พฤติกรรมเนือยนง่ิ และการนอนหลับ
เพื่อพัฒนาขอความในการสื่อสารรณรงค
ท้ังนี้ บทความนี้มีประโยชนอยางยิ่ง หรือจัดทําสื่อตางๆ ใหตอบสนองตอกลุม
ในการสรางความเขาใจตอกระบวนการพัฒนา เปาหมายมากย่ิงขึ้น และเปนสวนสําคัญ
ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ตอ การบรรลุเปา หมายดา นกจิ กรรมทางกาย
ของประเทศไทย กรอบเน้ือหาวิชาการของ
ขอแนะนําของประเทศไทย ของโลก และ 3. สาํ นกั งานสาํ รวจสขุ ภาพประชาชน
ประเทศตางๆ รวมถึงพฒั นาการของการจดั ทาํ ไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สถาบันวจิ ยั
ขอแนะนํากิจกรรมทางกายของโลกและ ประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ประเทศไทย ซ่ึงมีประโยชนในการนําไป และสํานักงานสถิติแหงชาติ และหนวยงาน
พัฒนาตอยอดขอแนะนําเพื่อพัฒนานโยบาย ท่ีเกี่ยวของกับการสํารวจกิจกรรมทางกาย
สงเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศตอไป ของประเทศ ตองทําการทบทวนแบบสํารวจ
หรือปรับใชกับการสงเสริมสุขภาพระดับชาติ กิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่ง
ในประเด็นอ่ืนๆ อยางไรก็ตาม การวิเคราะห ใหสอดคลองกับขอแนะนําการมีกิจกรรม
ท้ังหมดในบทความนี้ ท้ังกระบวนการ เนื้อหา ทางกายฉบับใหมข ององคการอนามัยโลก(20-21)
และแนวทางการดําเนินการตอในอนาคต
เปน การวิเคราะหจ ากมมุ มองและประสบการณ ■ สรปุ
ของผูท่ีเก่ียวของโดยตรงกับกระบวนการ
พัฒนาและการนําขอแนะนําไปปฏิบัติ จึงไม การพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม
สามารถใชเปนความเห็นหรือขอผูกมัดของ กิ จ ก ร ร ม ท า ง ก า ย ฯ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
หนว ยงานหรือองคกรได มีกระบวนการสําคัญคือการสรางการมีสวน
รวมทางวิชาการกับภาคีเครือขายที่เกี่ยวของ
■ ขอเสนอเชิงนโยบาย โดยผานกระบวนการทบทวนเนื้อหาวิชาการ
การประชุมระดมความคิดเห็น การวิจัย
1. กรมอนามัย โดยกองกิจกรรม ในพื้นท่ี และการสื่อสารและเผยแพร ในดาน
ทางกายเพ่ือสุขภาพ สํานักงานกองทุน สาระวิชาการของขอแนะนาํ มคี วามสอดคลอง
สนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ สํานักงาน กับขอแนะนําในระดับโลกและนานาชาติ
พฒั นานโยบายระหวา งประเทศ และหนว ยงาน โดยมีความครอบคลุมประชากรทุกกลุม อาทิ
ท่ีเก่ียวของกับการสงเสริมกิจกรรมทางกาย สตรีตั้งครรภและหลังคลอด เด็กปฐมวัย
ของประเทศ ตองมีการทบทวนขอแนะนําการ เดก็ และวยั รนุ ผูใหญ และผสู งู อายุ และอาชพี
สง เสรมิ กจิ กรรมทางกายฯ ของประเทศไทย(18) หลัก คือ ชาวนา ชาวประมง ผูขับรถ และ
และเปาหมายของแผนการสงเสริมกิจกรรม พนักงานบริษัท และครอบคลุมทุกมิติของ
ทางกาย พ.ศ.2561-2573 ใหสอดคลองกับ กิจกรรมทางกาย อาทิ แอโรบิค การสราง
สถานการณ บริบท และขอมูลทางวิชาการ ความแข็งแรงและออนตัวของกลามเน้ือ
ท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะขอแนะนํา พฤติกรรมเนือยนิ่ง และการนอนหลับ ซ่ึงมี
การมีกิจกรรมทางกายฉบับใหมขององคการ เน้ือหาเพิ่มเติมจากขอแนะนําในระดับโลก
อนามยั โลก(20-21) ก า ร พั ฒ น า ข อ แ น ะ นํ า ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย มี
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 23
บทความปริทัศน์
ประโยชนต อ การขบั เคลอ่ื นนโยบายการสง เสรมิ ตอการพัฒนาขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรม
กิจกรรมทางกายในระดับประเทศในหลายมิติ ทางกายฯของประเทศไทย ขอขอบคุณ
เชน การนาํ ไปใชต ้ังเปาหมายแผนการสง เสรมิ นายแพทยไพโรจน เสานวม ผูชวยผูจัดการ
กิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573 การสอื่ สาร สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริม
รณรงค รวมถึงการเปนตนแบบขอแนะนํา สุขภาพ คุณนิรมล ราศรี และคุณวิภาดา
ใหกับประเทศอ่ืน ท้ังน้ี ควรมีการทบทวน เอี่ยมแยม สํานักวิถีชีวิตสุขภาวะ สํานักงาน
ขอแนะนําเปนระยะตามสถานการณ บริบท ก อ ง ทุ น ส นั บ ส นุ น ก า ร ส ร า ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ
แ ล ะ วิ ช า ก า ร ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ข อ ง โ ล ก สําหรับขอแนะนําการพัฒนาขอแนะนําการ
ที่เปลย่ี นแปลงไป สงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ของประเทศไทย
ขอขอบคุณ ผศ.ดร.สิริพร ศศิมณฑลกุล
■ กติ ตกิ รรมประกาศ ค ณ บ ดี ค ณ ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร ก า ร กี ฬ า
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร และ ดร.อาริสร
ข อ ข อ บ คุ ณ สํ า นั ก ง า น ก อ ง ทุ น กาญจนศิลานนท คณะวิทยาศาสตรการกีฬา
สนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ ท่ีใหทุน ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ก ษ ต ร ศ า ส ต ร สํ า ห รั บ
สนับสนุนการพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม การสนับสนุนดานวิชาการในการทําวิจัย
กิจกรรมทางกายฯ ของประเทศไทยอยางดี เก็บขอมูลดานอาชีพ และคณาจารยจาก
มาโดยตลอด นายแพทยวชิระ เพ็งจันทร มหาวิทยาลัยและหนวยงานตางๆ สําหรับ
อดีตอธบิ ดกี รมอนามยั แพทยหญิงพรรณพมิ ล การสนับสนุนดานวิชาการในการพัฒนา
วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย นายแพทยธงชัย ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ
เลิศวิไลรัตนพงศ ผูตรวจราชการเขตสุขภาพ ของประเทศไทยเปนอยางดี และขอขอบคุณ
ท่ี 1 นายแพทยอรรถพล แกวสัมฤทธิ์ คุณธวัชชัย ทองบอ คุณธวัชชัย แคใหญ
รองอธบิ ดกี รมอนามยั นายแพทยบ ญั ชา คา ของ คุณเศวต เซยี่ งล่ี คณุ วชั รินทร แสงสัมฤทธ์ผิ ล
รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทยชัยพร และคุณมังกร พวงครามพันธุ ท่ีชวยเก็บ
พรหมสิงห อดีตประธานคณะกรรมการ ขอมูลวิจัยและชวยเหลือกระบวนการจัดทํา
ผูทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย นายแพทยกิตติ ขอแนะนําอยางเขมแข็งมาโดยตลอด ท้ังน้ี
ลาภสมบัติศิริ ผูอํานวยการสํานักผูสูงอายุ ผลการศึกษาเกิดจากการวิเคราะหและความ
กรมอนามัย และนายแพทยอ ุดม อศั วุตมางกุร เห็นอยางอิสระของทีมผูวิจัย โดยไมเก่ียวของ
ผูอํานวยการกองกิจกรรมทางกายเพ่ือสุขภาพ กบั ผูใ หท นุ แตอยางใด
กรมอนามัย สําหรับการสนับสนุนเชิงนโยบาย
เอกสารอางอิง
1. Lee IM, Shiroma EJ, Lobelo F, Puska P, Blair SN, Katzmarzyk PT, et al. Effect of physical
inactivity on major non-communicable diseases worldwide: an analysis of burden of disease
and life expectancy. Lancet 2012;380(9838):219-29.
2. World Health Organization. Global health risks: mortality and burden of disease attributable
to selected major risks. Geneva: WHO; 2009.
3. World Health Organization. Global status report on noncommunicable diseases 2014. Geneva:
WHO; 2014.
4. World Health Organization. Global Health Observatory data: prevalence of insufficient
physical activity Geneva: WHO [Internet]. 2016 [cited 2020 Apr 7]. Available from:
https://www.who.int/gho/ncd/risk_factors/physical_activity_text/en/.
24 ปท ่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอม
การสง เสรมิ สุขภาพประชาชนไทยผา นการจัดทําขอแนะนําการสงเสรมิ กจิ กรรมทางกาย การลดพฤตกิ รรมเนอื ยน่ิงฯ
5. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
Thailand Physical Activity Strategy 2018-2030 Bangkok: NC Concept; 2018.
6. Topothai T, Liangruenrom N, Topothai C, Suriyawongpaisan W, Limwattananon S,
Limwattananon C, et al. How Much of Energy Expenditure from Physical Activity
and Sedentary Behavior of Thai Adults: The 2015 National Health and Welfare Survey.
Health Systems Research 2017;11(3):327-44.
7. Topothai T, Topothai C, Pongutta S, Suriyawongpaisan W, Chandrasiri O, Thammarangsi
T. The Daily Energy Expenditure of 4 Domains of Physical Activity of Thai Adults.
Health Systems Research 2015;9(2):168-80.
8. Topothai T, Chandrasiri O, Liangruenrom N, Tangcharoensathien V. Renewing commitments
to physical activity targets in Thailand. The Lancet 2016;388(10051).
9. World Health Organization. Global action plan on physical activity 2018-2030 Geneva:
WHO; 2018.
10. World Health Organization Regional Office for South-East Asia. Status report on ‘physical
activity and health in the South-East Asia Region’. New Delhi: World Health Organization.
Regional Office for South-East Asia; 2018.
11. Ketwongsa P. National Physical Activity Survey 2011-2016. Nakornpathom: Institute for Population
and Social Research, Mahidol University; 2016.
12. World Health Organization. ‘Best buys’ and other recommended interventions for the prevention
and control of noncommunicable diseases. Geneva: WHO; 2017.
13. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
Thailand Action Plan on Physical Activity 2018-2020. Bangkok: NC Concept; 2018.
14. World Health Organization. Global recommendations on physical activity for health. Geneva:
World Health Organization; 2010.
15. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
Physical activity publications Nonthaburi: Division of Physical Activity and Health
[Internet]. [cited 2020 Jul 20]. Available from: http://dopah.anamai.moph.go.th/?page_id=78.
16. Thai Health Promotion Foundation. Physical activity publications Bangkok: Thai Health
Promotion Foundation [Internet]. [cited 2020 Jul 20]. Available from: http://resource. thaihealth.
or.th/media/kaarkkamlangkaay.
17. Mahidol University. Thai Physical Activity Guideline (TPAG). Nakornpathom: Physiotherapy
Faculty, Mahidol University; 2014.
18. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
Thailand Recommendations on Physical Activity, Non-Sedentary Lifestyles, and Sleeping.
Bangkok: NC Concept; 2017.
19. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
The Presentation for the National Committee on Physical Activity Promotion Meeting 1/2564.
Nonthaburi: Division of Physical Activity and Health; 2020.
20. World Health Organization. WHO Guidelines on physical activity and sedentary behaviour
for children and adolescents, adults and older adults. Geneva: World Health Organization; 2020.
21. World Health Organization. Guidelines on physical activity, sedentary behaviour and sleep
for children under 5 years of age. Geneva: World Health Organization; 2019.
HEALTH
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 25
บ ท วิ ท ย า ก า ร วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยส่งิ แวดลอม
ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564
ปจจยั พหุระดบั ทีส่ ง ผลตอ การจดั การขยะอันตราย
ของครวั เรือน ในอําเภอพทุ ไธสง จังหวัดบรุ รี ัมย
จารวุ รรณ โลไธสง
วทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ (สาธารณสุขศาสตร) คณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
ทัศนยี ศิลาวรรณ
ณฐั กมล ชาญสาธิตพร
คณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวทิ ยาลัยมหิดล
ไกรชาติ ตันตระการอาภา
คณะเวชศาสตรเขตรอ น มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
วันรบั 28 สงิ หาคม 2563, วนั แกไ ข 15 ตุลาคม 2563, วนั ตอบรับ 13 พฤศจิกายน 2563
บทคดั ยอ
การวจิ ยั แบบภาคตดั ขวาง (Cross-sectional study) นี้มีวัตถุประสงคเพ่ือวิเคราะหป จ จยั พหุระดับที่สง ผลตอ
การจัดการขยะอันตรายของครัวเรือน ในอําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย โดยศึกษาปจจัยระดับครัวเรือนและชุมชน
ตวั อยา งในการวิจัยประกอบดว ย 558 ครวั เรอื น 35 หมูบาน เกบ็ รวมรวมโดยใชแ บบสัมภาษณ 2 ชุด คอื แบบสมั ภาษณ
ตัวแทนครัวเรือน และแบบสัมภาษณผูนําและแกนนําการจัดการขยะ ประมวลผลและวิเคราะหขอมูลโดยสถิติ ไดแก
รอ ยละ คา เฉล่ีย สวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และวิเคราะหตัวแปรพหุระดับในรูปแบบ 2 ระดับ ดว ยการวิเคราะหโมเดลวา ง
(Null model) การวิเคราะหโมเดลอยางงา ย (Simple model) และการวิเคราะหโ มเดลตามสมมติฐาน (Hypothetical
Model) ผลการวิจัยพบวา ครัวเรือนรอยละ 90.5 มีการจัดการขยะอันตรายอยูในระดับเหมาะสม รองลงมาคือ ระดับ
พอใช และระดบั ควรปรับปรงุ (รอยละ 6.1 และ 3.4 ตามลําดบั ) ปจจยั ระดบั ครวั เรอื นทส่ี งผลตอการจดั การขยะอนั ตราย
ของครวั เรือนอยางมีนัยสาํ คัญทางสถิติ ไดแก ความรอบรูดา นการจดั การขยะอนั ตรายของตวั แทนครวั เรือน (p =0.013)
และการไมมีพ้ืนที่จัดเก็บขยะในครัวเรือน (p <0.001) ปจจัยระดับชุมชนที่สงผลตอการจัดการขยะอันตราย
ของครัวเรือน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือ การไดรับการสนับสนุนงบประมาณเพ่ือการจัดการขยะในชุมชนจาก
องคกรปกครองสวนทองถ่ิน (p =0.038) ขอเสนอแนะจากผลการวิจัย ควรสงเสริมใหครัวเรือนจัดสรรพ้ืนท่ีวางถังขยะ
และเก็บรวบรวมขยะอันตราย ควรสรางความรอบรูดานการจัดการขยะอันตรายที่ถูกตองใหกับครัวเรือน และสนับสนุน
งบประมาณในการจดั กิจกรรมหรอื โครงการในการจัดการขยะอันตรายในชมุ ชน
คําสาํ คญั : ขยะอนั ตราย การจดั การขยะอันตราย พหรุ ะดบั
26 ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม
ปจ จยั พหุระดบั ท่ีสงผลตอ การจดั การขยะอันตรายของครวั เรอื น ในอาํ เภอพุทไธสง จงั หวัดบุรรี มั ย
Multi-level Factors Affecting Household
Hazardous waste Management
in Phutthaisong district Buriram province
Jaruwan Lothaisong
Faculty of Public Health, Mahidol University
Tassanee Silawan
Natkamol Chansatitporn
Faculty of Public Health, Mahidol University
Kraichat Tantrakarnapa
Faculty of Tropical Medicine, Mahidol University
Received 28 August 2020, Revised 15 October 2020, Accepted 13 November 2020.
Abstract
The cross-sectional research aimed to analyze multi-level factors affecting household hazardous
waste management in Phutthaisong district, Buriram province at household level and community level.
The subjects were 558 households and 35 villages. Data was collected by using two interview forms
for household leader, community leader and leader who took care of village waste management.
The statistics used were percentage, mean, standard deviation, and the two levels of multi-level factors
analysis by null model, simple model, and hypothetical model. The results showed that 90.5%
of the households had hazardous waste management at and appropriate suitable level, followed
by fair and needed improvement levels (6.1% and 3.4%, respectively). At household level, factors
significantly affected to household hazardous waste management were health literacy on hazardous waste
management of household representatives (p=0.013) and lack of household waste storage area (p<0.001).
Community-level factors statistically significant affected household waste management was the financial
support for community waste management from local authorities (p = 0.038). The findings suggested
that space management for placing bins and collecting hazardous waste in the household should
be promoted, health literacy on proper hazardous waste management in household should
be strengthened, and budget for organizing activities or projects for hazardous waste management
in community should be supported.
Key Words : Hazardous waste, Hazardous waste management, Multi-level
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 27
บ ท วิ ท ย า ก า ร
■ บทนํา ขยะทั่วไป(9) โดยพบวาประชาชนบางสวนใน
พ้ืนท่ีอําเภอพุทไธสงนําขยะอันตรายประเภท
ความเจริญกาวหนาทางเศรษฐกิจ เศษช้ินสวนเครื่องใชไฟฟาไปทิ้งในบอขยะ
สังคม และเทคโนโลยี สงผลใหมีขยะมูลฝอย ชุมชน และพบการปนเปอนสารโลหะหนักเกิน
เพ่ิม มากขึ้น จากรายงานสถานการณมลพิษ คามาตรฐาน(10) สถานการณขางตนสะทอนวา
ของประเทศไทยป 2559 พบวา ในป พ.ศ. 2559 การจัดการขยะอันตรายของชุมชนในพื้นท่ี
มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดข้ึน 27.06 ลานตัน อําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย ยังคงเปน
ไดร บั การกาํ จดั อยา งถกู ตอ งเพยี ง 9.75 ลา นตนั ปญ หาทส่ี าํ คัญ จากงานวิจยั ทผ่ี า นมาสวนใหญ
หรือรอยละ 36 มีของเสียอันตรายจากชุมชน เปนการศึกษาปจจัยท่ีมีความสัมพันธกับ
เกิดข้ึน 0.606 ลานตัน และเก็บรวบรวมนําไป การจัดการขยะอันตรายของครวั เรอื น(11-12) โดย
กําจัดไดเพียง 64 ตัน โดยพบปญหาการ ไมไดวิเคราะหอิทธิพลรวมจากปจจัยระดับ
จัดการขยะอันตรายท่ีประชาชนท้ิงปะปนกับ ชุมชน การวิจัยนี้จึงมุงศึกษาปจจัยพหุระดับ
ขยะท่ัวไป(1) ซ่ึงการจัดการขยะมูลฝอยที่ไมถูก ที่ ส ง ผ ล ต อ ก า ร จั ด ก า ร ข ย ะ อั น ต ร า ย ข อ ง
สขุ ลกั ษณะจะกอ ใหเ กดิ มลพษิ และสง ผลกระทบ ครัวเรือนในอําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย
ตอสุขภาพและส่ิงแวดลอม(2) โดยเฉพาะขยะ ซง่ึ ผลการวจิ ยั จะเปน ประโยชนส าํ หรบั หนว ยงาน
อันตรายซ่ึงมีสวนประกอบของโลหะหนักและ ท่ีเกี่ยวของในการกําหนดกรอบและแนวทาง
สารท่มี ีคณุ สมบัติเปนกรดหรอื ดาง ซง่ึ สามารถ ในการปฏิบัติเพื่อสงเสริมและสนับสนุนใหเกิด
กอใหเกิดอันตรายกับสุขภาพของประชาชน การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรอื นทเ่ี หมาะสม
ได(3-6) จากปญหาขางตนรัฐบาลจึงกําหนด และยังสามารถนําไปพัฒนาระบบ รูปแบบ
ใหการจัดการขยะมูลฝอยเปนวาระแหงชาติ และวางแผนจัดการขยะอันตรายท่ีสอดคลอง
มีการจัดทําแผนแมบทการจัดการขยะมูลฝอย กั บ ส ภ า พ ป ญ ห า ใ น พื้ น ที่ อํ า เ ภ อ พุ ท ไ ธ ส ง
ของประเทศ พ.ศ. 2559–2564 เพื่อใชเปน จงั หวัดบุรีรมั ยต อไป
กรอบนโยบายการบริหารจัดการขยะมูลฝอย
และของเสียอันตรายในภาพรวมของประเทศ ■ วตั ถปุ ระสงคการศกึ ษา
แบบบูรณาการโดยเนนการมีสวนรวมของทุก
ภาคสวน(7) สอดคลองกับเปาหมายของแผน 1. เพ่ือศึกษาการจัดการขยะอันตราย
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบบั ท่ี 12 ของครวั เรือน
ที่มุงสรางคุณภาพชีวิตที่ดี ลดมลพิษ และ
ลดผลกระทบตอสุขภาพของประชาชนที่ให 2. เพื่ออธิบายความรอบรูดานการ
ความสําคัญกับการจัดการขยะมูลฝอยและ จดั การขยะอนั ตราย การมสี ว นรว ม สงิ่ แวดลอ ม
ของเสียอันตราย(8) ในครัวเรือน กิจกรรมสงเสริมการจัดการขยะ
อันตรายในชุมชน ทุน การสนับสนุน และ
จังหวัดบุรีรัมย เปนจังหวัดท่ีมีการ สง่ิ แวดลอ มของชุมชน
พัฒนาดานเศรษฐกิจและสังคมอยางรวดเร็ว
และมีปริมาณขยะมูลฝอยเพ่ิมข้ึน รายงาน 3. เพื่อวิเคราะหพหุระดับของความ
ของสํานักสถิติจังหวัดบุรีรัมย ป พ.ศ.2557 รอบรูดานการจัดการขยะอันตราย การมี
มีขยะอันตรายจากชุมชน 6,545 ตันตอป สวนรวม ส่ิงแวดลอมในครัวเรือน กิจกรรม
ถึงแมวาองคก รปกครองสวนทองถ่ินหลายแหง สงเสริมการจัดการขยะอันตรายในชุมชน
จะสงเสริมใหประชาชนมีการคัดแยกขยะแตยัง ทุน การสนับสนุน และส่ิงแวดลอมของชุมชน
พบวาขยะอันตรายสวนใหญถูกทิ้งปะปนกับ ท่ี ส ง ผ ล ต อ ก า ร จั ด ก า ร ข ย ะ อั น ต ร า ย ข อ ง
ครัวเรือน
28 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอ ม
ปจจยั พหรุ ะดับท่ีสงผลตอ การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรอื น ในอําเภอพุทไธสง จงั หวดั บรุ รี มั ย
■ วิธีการศกึ ษา รอยละ 75) การมีสวนรวมแปลผลคะแนน
แบงเปน 3 ระดับ โดยใชเ กณฑข อง Best คือ
การวิจัยคร้ังนี้เปนการวิจัยแบบภาค มสี ว นรว มในการจดั การขยะอนั ตรายระดบั มาก
ตัดขวาง (Cross-sectional Research) (9-12 คะแนน) ระดับปานกลาง (5-8 คะแนน)
เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข อ มู ล ด ว ย ก า ร สั ม ภ า ษ ณ ระดับนอย (0-4 คะแนน) และการจัดการ
โดยตัวอยางในการวิจัย แบงเปน 2 ระดับ ขยะอันตรายของครัวเรือน แปลผลคะแนน
ไดแก 1) ครัวเรอื น โดยผใู หข อมลู คือ หัวหนา ตามแนวคิดของ Best คือ การจัดการขยะ
ครัวเรือนหรือตัวแทนครัวเรือนที่มีอายุ 18 ป อันตรายของครัวเรือนอยูในเกณฑเหมาะสม
ขน้ึ ไป ครวั เรอื นละ 1 คน คาํ นวณขนาดตวั อยา ง (9-11 คะแนน) พอใช (5-8 คะแนน) ควร
โดยใชสูตรสําหรับการประมาณคาสัดสวน ปรับปรงุ (0-4 คะแนน)
กรณีทราบขนาดประชากร(13) เพื่อเปนตัวแทน
ของประชากรไดขนาดตัวอยาง จํานวน 558 2. แบบสัมภาษณผูนําชุมชนและ
ครวั เรอื น และ 2) หมบู าน จาํ นวน 35 หมูบาน แกนนําชุมชน ประกอบดวย 4 สวน ไดแก
โดยสุมตัวอยางจากทุกตําบล ตําบลละ ขอมูลทั่วไปของผูใหขอมูล ความรอบรูดาน
5 หมบู า น จากตาํ บลทั้งหมด 7 ตําบล ในแตละ การจัดการขยะอันตราย กิจกรรมสงเสริมการ
หมูบ านผูใ หขอมลู คอื ผนู าํ ชมุ ชน (กํานันหรือ จัดการขยะอันตราย ทุน การสนับสนุน และ
ผูใหญบานหรือผูชวยผูใหญบาน) 1 คน สิ่งแวดลอมของชุมชน โดยกําหนดเกณฑการ
และแกนนําท่ีดูแลการจัดการขยะของหมูบาน แ ป ล ผ ล ค ว า ม ร อ บ รู ด า น ก า ร จั ด ก า ร ข ย ะ
1 คน สุมตัวอยางดวยการสุมสองข้ันตอน อันตรายในภาพรวม คือ ระดับสูง (คะแนน
(Two-stages random sampling) คือ มากกวาหรือเทากับรอยละ 75) และระดับตํ่า
1) สุมตัวอยางหมูบานจากทุกตําบล ดวยการ (คะแนนนอยกวา รอยละ 75)
สุมตัวอยางแบบงาย (Simple random
sampling) และ 2) สุมตัวอยางครัวเรือนจาก เครื่องมือวิจัยผานการตรวจสอบ
หมูบานตัวอยางที่สุมไดในขั้นตอนท่ี 1 ดวยใช ความตรงเชิงเนื้อหาและความสอดคลองกับ
วธิ ีการสมุ ตัวอยางแบบงาย (Simple random วัตถุประสงคจากผูทรงคุณวุฒิ 3 ทาน จากนน้ั
sampling) โดยจํานวนครัวเรือนเปนสัดสวน นําไปทดลองใช (Try-out) และวิเคราะห
กับจํานวนครวั เรือนทงั้ หมดในแตละหมูบา น ความเช่ือม่ันของเครื่องมือ (Reliability)
โดยใชสัมประสิทธิ์แอลฟาของ Cronbach
● เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ นการเกบ็ รวบรวม ไดคาสัมประสิทธ์ิแอลฟาในสวนความรอบรู
ขอ มลู เปน แบบสมั ภาษณ จํานวน 2 ชดุ ดงั น้ี ดานการจัดการขยะอันตราย การมีสวนรวม
ในการจัดการขยะอันตราย และการจัดการ
1. แบบสัมภาษณหัวหนาครัวเรือน ขยะอันตรายของครัวเรือน เทากับ 0.91, 0.96
หรือตัวแทนครัวเรือน ประกอบดวย 5 สวน และ 0.79 ตามลําดับ
ไดแก ขอมูลทั่วไปของผูใหขอมูล สิ่งแวดลอม
ในครัวเรือน ความรอบรูดานการจัดการขยะ ● การวิเคราะหขอมูล ประมวลผล
อันตราย การมีสวนรวมในการจัดการขยะ และวิเคราะหขอมูลโดยใชโปรแกรม Epidata
อันตราย และการจัดการขยะอันตรายของ เวอรช ั่น 3.1 และโปรแกรม SPSS เวอรชั่น 18
ครัวเรือน โดยกําหนดเกณฑการแปลผลความ ลขิ สทิ ธม์ิ หาวทิ ยาลยั มหดิ ล อธบิ ายคณุ ลกั ษณะ
รอบรูดานการจัดการขยะอันตรายในภาพรวม ของตวั แปรดว ยสถติ เิ ชงิ พรรณนา ไดแ ก ความถ่ี
คือ ระดับสูง (คะแนนมากกวาหรือเทากับ รอยละ คาเฉลี่ย และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
รอยละ 75) และระดับต่ํา (คะแนนนอยกวา วิเคราะหตัวแปรพหุระดับ 2 ระดับ คือ ระดับ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 29
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ครัวเรือน และระดับชุมชน โดยการวิเคราะห ดานความเขา ใจรอ ยละ 94.4 ดานการตดั สนิ ใจ
โมเดลวาง (Null model) การวิเคราะหโ มเดล รอ ยละ 74.4 และดา นการปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม
อยางงาย (Simple model) การวิเคราะห รอยละ 67.7 ผูนําชุมชนมีความรอบรูดาน
โมเดลตามสมมตฐิ าน (Hypothetical Model) การจัดการขยะอันตรายภาพรวมในระดับสูง
กําหนดระดบั นัยสําคญั ทางสถติ ทิ ่ี 0.05 รอยละ 51.4 และมีความรอบรูในเกณฑส งู ดา น
ความเขาใจรอยละ 97.1 ดานการตัดสินใจ
● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง รอยละ 88.6 ดานการปรับเปล่ียนพฤติกรรม
ไดรับการอนุมัติจริยธรรมการวิจัยจากคณะ รอยละ 88.6 ดานการบอกตอหรือแนะนํา
กรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย คณะ รอยละ 62.9 สวนแกนนําการจัดการขยะ
สาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล มีความรอบรูดานการจัดการขยะอันตราย
เอกสารรับรองเลขที่ MUPH 2019-091 ภาพรวมในระดับตํ่ารอยละ 51.4 และมีความ
รบั รองเมือ่ วันท่ี 9 กรกฎาคม 2562 รอบรูอยูในเกณฑสูงดานความเขาใจรอยละ
100.0 ดานการตัดสินใจรอยละ 88.6 ดาน
■ ผลการศกึ ษา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรอยละ 91.4 ดาน
การบอกตอ หรือแนะนํารอยละ 77.1
1. คุณลักษณะท่ัวไปของผูตอบแบบ
สัมภาษณ ตัวแทนครัวเรือน เปนเพศหญิง 3.2 การมีสวนรวม ตัวแทนครัว
รอยละ 62.2 มีอายุ 60 ปข้ึนไปรอยละ 38.2 เรือนมีสวนรวมจัดการขยะอันตรายระดับ
จบการศึกษาระดับประถมศึกษารอยละ 72.8 ปานกลางรอยละ 52.3
ประกอบอาชีพเกษตรกรรมรอยละ 78.5
ตัวแทนผูนําชุมชนเปนเพศชายรอยละ 51.4 3.3 ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม ใ น ค รั ว เ รื อ น
มีอายุอยูในชวง 50-59 ปรอยละ 57.1 ครัวเรือนเปนบานเด่ียวรอยละ 99.8 มีพื้นที่
จบการศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาหรอื อนปุ รญิ ญา จัดเก็บขยะอันตรายในครัวเรือนรอยละ 96.2
รอยละ 54.3 แกนนาํ การจัดการขยะของชุมชน และมพี ้ืนท่วี างในบรเิ วณครวั เรอื นรอ ยละ 76.3
เปนเพศชายรอยละ 74.3 มีอายุ 50-59 ป
รอยละ 57.1 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา 3.4 กิจกรรมสงเสริมการจัดการ
หรืออนปุ รญิ ญารอ ยละ 54.3 ขยะอันตรายในชุมชน ชุมชนจัดกิจกรรม
รณรงคคัดแยกขยะอันตรายรอยละ 80.0
2. การจัดการขยะอันตรายของครัว จัดกิจกรรมอบรมใหความรูเก่ียวกับการ
เรือนมีการจัดการขยะอันตรายอยูในเกณฑ จัดการขยะอันตรายรอยละ 91.4 และจัด
เหมาะสมรอยละ 90.5 พอใชรอยละ 6.1 และ กิจกรรมโครงการขยะอันตรายแลกส่ิงของ
ควรปรบั ปรงุ รอ ยละ 3.4 รอยละ 14.3
3. ความรอบรูดานการจัดการขยะ 3.5 ทุ น ก า ร ส นั บ ส นุ น แ ล ะ
อันตราย การมีสวนรวม ส่ิงแวดลอมใน สงิ่ แวดลอมของชุมชน ชุมชนมีรายไดเพียงพอ
ครัวเรือน กิจกรรมสงเสริมการจัดการขยะ กับคาใชจายรอยละ 45.7 ครัวเรือน มีถนน
อันตรายในชุมชน ทุน การสนับสนุน และ สาธารณะผานรอยละ 97.1 และมีแหลงกําจัด
สิง่ แวดลอมของชุมชน ขยะในชุมชนรอยละ 37.1 ชุมชนไดรับการ
สนับสนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่นดาน
3.1 ความรอบรูดานการจัดการ การจัดกิจกรรมขยะอันตรายในชุมชนรอยละ
ขยะอันตราย ตัวแทนครัวเรือนมีความรอบรู 42.9 มีนโยบายการจัดการขยะอันตรายของ
ดานการจัดการขยะอันตรายภาพรวมในระดับ ชุมชนรอยละ 77.1 และไมมีปญหาอุปสรรค
ต่ํารอยละ 90.0 และมีความรอบรูในเกณฑสูง
30 ปที่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอม
ปจจัยพหรุ ะดับที่สงผลตอ การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรือน ในอาํ เภอพทุ ไธสง จังหวัดบรุ รี ัมย
ในการดาํ เนินนโยบายรอยละ 65.7 ปญหาขยะมูลฝอยในระดับจังหวัด ซึ่งจังหวัด
4. การวิเคราะหพหุระดับของปจจัยท่ี บุรีรัมยนําแผนดังกลาวมาดําเนินงานในภาพ
ของจังหวัด โดยไดมีการกําหนดใหมีการลด
สงผลตอการจัดการขยะอันตรายของครัวเรือน ปรมิ าณและการคดั แยกขยะมลู ฝอยทค่ี รวั เรอื น
ผลการวิเคราะหพหุระดับ พบวาปจจัยระดับ และจัดใหมีภาชนะรองรับขยะมูลฝอยในชุมชน
ครัวเรือนที่สงผลตอการจัดการขยะอันตราย แบบแยกประเภท รวมท้ังมีการต้ังจุดรวบรวม
ของครัวเรือนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ไดแก ขยะอันตรายชุมชนในชุมชน และใหองคกร
ความรอบรูดานการจัดการขยะอันตรายของ ปกครองสวนทองถ่ินเก็บรวบรวมขยะอันตราย
ตวั แทนครัวเรือน (p=0.013) และการไมม ีพ้ืนท่ี ไปกําจดั อยางถูกตอ งตามหลกั วชิ าการ(14)
จดั เก็บขยะในครวั เรอื น (p<0.001) ปจ จัยระดับ
ชุมชนท่ีสงผลตอการจัดการขยะอันตรายของ เมื่อพิจารณาปจจัยในระดับครัวเรือน
ครัวเรือน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือการ ทส่ี ง ผลตอ การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรอื น
ไดรับการสนับสนุนดานงบประมาณเพ่ือการ พบวา ความรอบรดู า นการจดั การขยะอนั ตราย
จัดการขยะในชุมชนจากองคกรปกครอง ของตัวแทนครัวเรือนอยูในระดับตํ่าหรืออยูใน
สว นทอ งถิ่น (p=0.038) (ตารางท่ี 1) เกณฑรูจัก และความรอบรูดานการจัดการ
ขยะอันตรายของตัวแทนครัวเรือนสงผลตอ
■ อภปิ รายผล การจัดการขยะอันตรายของครัวเรือนอยางมี
นยั สําคญั ทางสถติ ิ ซึ่งสอดคลองกบั การศึกษา
การจัดการขยะอันตรายของครัวเรือน ของ วันวิสาข คงพิรุณ(11) ท่ีพบวา ความรู
ในอําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย อยูในระดับ ในการจัดการขยะมูลฝอยมีความสัมพันธกับ
เหมาะสม โดยเกอื บทกุ ครัวเรอื น มกี ารจดั การ พฤตกิ รรมการจดั การขยะมลู ฝอยของประชาชน
ขยะอันตรายไดอยางถูกตอง ซึ่งสอดคลองกับ ความรอบรูดานความรูความเขาใจการจัดการ
การศึกษาของ โสมศิริ เดชารัตน(15) ที่พบวา ขยะอันตราย ตัวแทนครัวเรือนยังเขาใจวา
ประชาชนในพื้นที่อําเภอปาพะยอม จังหวัด การจัดการขยะอันตรายเปนหนาที่ขององคกร
พัทลุง มีการคัดแยกขยะอันตราย และนําขยะ ปกครองสวนทองถิ่นหรือเทศบาลเทาน้ัน
อันตรายที่เกิดข้ึนเก็บรวบรวมไวเพ่ือใหองคกร ซงึ่ สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของ วรณนั วงหมอ (15)
ปกครองสวนทองถิ่นนําไปกําจัด ซึ่งการที่ และการศกึ ษาของ โสมศริ ิ เดชารตั น( 16) ทพ่ี บวา
ครัวเรือนในพ้ืนที่อําเภอพุทไธสง มีการจัดการ ประชาชนสวนใหญเขาใจวาขยะอันตราย
ขยะอันตรายในครัวเรือนไดในเกณฑเหมาะสม และขยะท่ัวไปเก็บรวบรวมไวดวยกันได
เน่ืองมาจากในปจจุบันไดมีการดําเนินงานตาม และไมเปนปญหาของชุมชน โดยใหองคกร
แผนแมบทการจัดการขยะมูลฝอยแหงชาติ ปกครองสวนทองถ่ินเปนผูรับผิดชอบในการ
ป 2559-2564 ที่ไดกําหนดเปาหมายใหของ จัดการขยะอันตราย สวนปจจัยสิ่งแวดลอม
เสียอันตรายจากชุมชนตองไดรับการรวบรวม ในครัวเรือน พบวา การไมมีพื้นที่จัดเก็บขยะ
และสงไปกําจัดอยางถูกหลักวิชาการ และ ในครัวเรือนสงผลตอการจัดการขยะอันตราย
กําหนดใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินมีการ ข อ ง ค รั ว เ รื อ น อ ย า ง มี นั ย สํ า คั ญ ท า ง ส ถิ ติ
คัดแยกขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ซง่ึ สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของ สธุ าสนิ ี บญุ มาก
ที่ตนทาง โดยคัดแยกตั้งแตแหลงกําเนิด คือ และคณะ(12) ท่ีพบวา ปจจัยดานส่ิงแวดลอม
ครัวเรือน(7) อกี ท้ังกระทรวงมหาดไทยไดจ ัดทํา ทางกายภาพ ไดแก พื้นทจ่ี ัดเกบ็ ขยะท่คี ัดแยก
แผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน สัมพันธกับการคัดแยกขยะในครัวเรือนอยางมี
“จังหวัดสะอาด” เพ่ือขับเคลื่อนมีการจัดการ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 31
ตารางท่ี 1 การวเิ คราะหพ หรุ ะดบั ของปจ จยั ทส่ี ง ผลตอ การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรอื น
ตัวแปร Model 1: intercept Model 2: house Model 3: community
Fixed effects only variables variables
Intercept B SE. p-value B SE. p-value B SE. p-value
Household-level variables บ ท วิ ท ย า ก า ร
9.97 0.11 <0.001 11.23 1.84 <0.001 11.23 2.43 <0.001
ความรอบรูดา นการจดั การขยะอนั ตราย ของตวั แทนครัวเรือน32 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสิ่งแวดลอ ม
สง่ิ แวดลอ มในครัวเรือน 0.03 0.01 0.013 0.03 0.01 0.011*
- ลกั ษณะที่พกั อาศยั เปนบานเด่ยี ว
- ไมมีพ้นื ทจี่ ัดเกบ็ ขยะ ในครัวเรอื น -2.30 1.80 0.201 -1.96 1.81 0.278
- ไมม พี ้ืนทีว่ าง ในบริเวณครัวเรือน -1.82 0.43 <0.001 -1.71 0.44 <0.001*
การมสี ว นรวมของครัวเรือนในการจัดการขยะอนั ตราย 0.26 0.20 0.187 0.22 0.20 0.276
Community-level variables 0.04 0.02 0.132 0.04 0.03 0.144
ความรอบรดู านการจัดการขยะอนั ตราย ของผนู าํ ชุมชน
ความรอบรูด านการจดั การขยะอนั ตรายของแกนนําการขยะ 0.01 0.02 0.414
ทนุ การสนบั สนนุ และสิ่งแวดลอมของชมุ ชน 0.00 0.02 0.761
● เศรษฐกิจของชมุ ชน
● การคมนาคมของชุมชน -0.02 0.27 0.936
● แหลงกาํ จดั ขยะของชุมชน -0.65 1.11 0.566
● การไดร ับการสนบั สนุนจากองคก รปกครองสวนทองถนิ่ 0.00 0.29 1.000
- ดานงบประมาณ -1.40 0.64 0.038*
- ดา นการจดั กิจกรรม จัดการขยะอันตราย -0.32 0.49 0.518
- ดา นการรวบรวม และกาํ จดั ขยะอันตราย -0.12 0.52 0.820
● นโยบายการจัดการขยะอนั ตรายของชุมชน
- การคัดแยกขยะอนั ตราย -0.32 0.35 0.369
- การตั้งจดุ รวบรวมขยะอนั ตรายในชุมชน -1.27 0.93 0.189
- การรวบรวมและกาํ จัด ขยะอนั ตราย 0.26 0.53 0.632
กจิ กรรมสง เสรมิ การจัดการขยะอนั ตรายในชุมชน
- การรณรงคค ัดแยก ขยะอนั ตราย -0.04 0.48 0.934
- การอบรมใหค วามรกู ารจัดการขยะอนั ตราย -0.27 0.63 0.675
- โครงการขยะอนั ตรายแลกส่ิงของ 0.54 0.41 0.201
Random effects
House-level variance 3.11 0.20 <0.001 2.94 0.18 <0.001 2.93 0.18 <0.001
Community-level variance 0.25 0.11 0.026 0.21 0.10 0.037 0.24 0.14 0.086
* p-value < 0.05
ปจ จัยพหุระดับท่สี ง ผลตอการจัดการขยะอนั ตรายของครวั เรอื น ในอําเภอพุทไธสง จงั หวัดบุรีรมั ย
นัยสําคัญทางสถิติ ซ่ึงทําใหประชาชนมีความ ในการจดั การขยะ เปนตน
เพียงพอของพื้นที่จัดเก็บขยะที่คัดแยก อีกทั้ง
มีความสะดวกในการคัดแยกขยะมากขน้ึ ■ ขอ เสนอแนะ
ปจจัยในระดับชุมชนที่สงผลตอการ 1. ควรสงเสริมใหครัวเรือนจัดสรร
จัดการขยะอันตรายของครัวเรือน คือ ทุน พ้ืนที่สําหรับวางถังขยะและเก็บรวบรวมขยะ
การสนับสนุน และสิ่งแวดลอมของชุมชน อันตราย รวมกับสรางความเขา ใจใหสมาชกิ ใน
โ ด ย ก า ร ไ ด รั บ ก า ร ส นั บ ส นุ น จ า ก อ ง ค ก ร ครัวเรือนท้ิงขยะอันตรายแยกจากขยะประเภท
ปกครองสวนทองถิ่นดานงบประมาณในการ อื่นดวยการใหความรูและสาธิตวิธีการแยก
จัดการขยะในชุมชนสงผลตอการจัดการขยะ ขยะที่ถกู ตอ ง
อันตรายของครัวเรือนอยางมีนัยสําคัญทาง
สถิติ สอดคลองกับการศึกษาของ ปทมาภรณ 2. ควรสรางความรอบรูดานการ
สุวรรณปกษิน(17) ท่ีพบวา ปจจัยท่ีสงผลให จัดการขยะอันตรายที่ถูกตองใหกับครัวเรือน
การจัดการขยะมูลฝอยสําเร็จ โดยเฉพาะ โดยใชส่ือประชาสัมพันธท่ีเหมาะสมกับกลุม
การจัดการขยะอันตราย คือ การไดรับ เปา หมาย จดั กจิ กรรมใหค รวั เรอื นไดแ ลกเปลยี่ น
การสนบั สนนุ จากองคกรปกครองสวนทองถิ่น เรียนรูเก่ียวกับการจัดการขยะอันตราย และ
โดยเฉพาะการไดรับสนับสนุนงบประมาณ สรางครัวเรือนตนแบบเปนแหลงเรียนรู
และการศึกษาของ ลีลานุช สุเทพารักษ และ การจัดการขยะอันตรายในชมุ ชน
นยั นา ใชเ ทยี มวงศ( 18) พบวา ปจ จยั การสนบั สนนุ
หรือกระตุนมีผลตอพฤติกรรมการท้ิงขยะท่ี 3. องคกรปกครองสวนทองถ่ินควร
แตกตา งกัน ซง่ึ การไดร ับสนบั สนุนงบประมาณ สนับสนุนการจัดการขยะอันตรายในครัวเรือน
อาจชวยใหชุมชนและครัวเรือนมีงบประมาณ และชุมชน โดยเฉพาะอยางยิ่งการสนับสนุน
ท่ีนําไปใชในการบริหารจัดการขยะอันตราย งบประมาณในการจัดกิจกรรมหรือโครงการ
ของชุมชน ทั้งในการจัดการกิจกรรมเก่ียวกับ และการจัดหาวัสดุอุปกรณในการจัดการขยะ
การจดั การขยะอนั ตราย และการจดั หาอปุ กรณ อันตราย ดวยการแสวงหาการสนับสนุนงบ
ประมาณจากหนวยงานตางๆ และสนับสนุน
โครงการหรือกิจกรรมทีเ่ สนอโดยชุมชน
เอกสารอา งองิ
1. กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม. รายงานสถานการณมลพิษของประเทศไทย.
กรงุ เทพฯ: วงศสวา งพับลิชช่งิ แอนด พร้ินต้ิง; 2560.
2. กองประเมินผลกระทบตอสุขภาพ กรมอนามัย. คูมือการประเมินผลกระทบตอสุขภาพกรณีการจัดการขยะมูลฝอย
สําหรับองคกรปกครองสวนทองถิ่น [อินเทอรเน็ต]. 2553 [เขาถึงเมื่อ 16 สิงหาคม 2561]. เขาถึงไดจาก:
http://hia.anamai.moph.go.th/download/hia/manual/book/book69.pdf
3. ศิราณี ศรีใส. มลู ฝอยอันตรายจากชมุ ชน: ลดได ถา รวมใจคัดแยก. วารสารสาธารณสขุ ศาสตร 2557;44(2):107-10.
4. Chaves LC, de Compos LM, Filipini R, de Abreu LC, Valenti VE, Azzalis LA, et al. Potentially
hazardous waste produced at home. Int Arch Med. 2013;6:1-6.
5. อาณัติ ตะปนตา. ความรเู บอ้ื งตนเก่ียวกับการจัดการขยะมูลฝอย. กรงุ เทพฯ: แอคทฟี พร้นิ ท; 2553.
6. รังสรรค ปนทอง. ปญหาความเปนพิษของขยะมูลฝอยในประเทศไทย (Toxicity of Waste in Thailand).
วารสารพิษวทิ ยาไทย. 2553;25(2):9-10.
7. กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม. แผนแมบทการบริหารจัดการขยะมูลฝอย
ของประเทศ. กรงุ เทพฯ: แอคทีฟพรน้ิ ท; 2559.
8. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. สรุปสาระสําคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แหง ชาติ ฉบบั ท่ี 12 พ.ศ.2560-2564 [อินเทอรเน็ต]. 2560 [เขา ถงึ เมอ่ื 27 สงิ หาคม 2561]. เขา ถึงไดจาก:
http://www.nesdb.go.th/download/plan12/สรุปสาระสําคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังแหงชาติ
ฉบบั ท่ี12.pdf
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 33
บ ท วิ ท ย า ก า ร
9. สํานักงานสงเสริมการปกครองทองถ่ินจังหวัดบุรีรัมย. แผนปฏิบัติการดานการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน
“จังหวัดสะอาด” ระยะ 1 ป (ตุลาคม 2559 – กันยายน 2560) จังหวัดบุรีรัมย [อินเทอรเน็ต]. 2559
[เขาถึงเมื่อ 16 สิงหาคม 2561]. เขาถึงไดจาก: http://buriramlocal.go.th/UserFiles/File/15-9-59/
Pan-J.pdf
10. ศูนยอนามัยท่ี 9 นครราชสีมา. สถานการณการจัดการของเสียอันตรายชุมชน (ขยะอิเล็กทรอนิกส) พื้นที่เส่ียง
เขตบริการสุขภาพที่ 9 [อินเทอรเน็ต]. 2557 [เขาถึงเม่ือ 16 สิงหาคม 2561]. เขาถึงไดจาก: http://hpc9.
anamai.moph.go.th/ ewt_dl_link.php?nid=374
11. วันวิสาข คงพิรุณ, สรัญญา ถ่ีปอม, วิโรจน จันทร. ปจจัยท่ีมีผลตอพฤติกรรมการจัดการขยะในหมูบานโปงปะ
ตําบลแกงโสภา อําเภอวังทอง จงั หวดั พิษณโุ ลก. วารสารวชิ าการสาธารณสขุ 2560;26(2):310-21.
12. สุธาสินี บุญมาก, กัณฑรีย ศรีพงศพันธุ, นภวรรณ รัตสุข. ปจจัยที่มีผลตอการมีสวนรวมในการคัดแยกขยะ
ท่ีแหลงกําเนิดของประชาชน ในตําบลโพรงมะเดื่อ อําเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. วารสารสาธารณสุขศาสตร.
2559;46(1):57-70.
13. Wayne WD. Biostatistic: A foundation of analysis in the health science. 6nd ed. John Wiley
& Sons, Inc.; 1995.
14. สํานักงานสงเสริมการปกครองสวนทองถิ่นจังหวัดบุรีรัมย. แผนปฏิบัติการ “จังหวัดสะอาด” จังหวัดบุรีรัมย
ประจําป พ.ศ. 2562 [อินเทอรเน็ต]. 2562 [เขาถึงเม่ือ 27 ธันวาคม 2562]. เขาถึงไดจาก: http://dn.
core-website.com/public/dispatch_upload/backend/core_dispatch_189945_1.pdf
15. วรณนั วังหมอ . ความรูและวธิ ีการจัดการขยะอันตรายของประชาชน ตาํ บลบา นปน อาํ เภอดอกคาํ ใต จงั หวัดพะเยา.
วารสารสุขศึกษา 2557;37(127):47-61.
16. โสมศิริ เดชารัตน. การจัดการของเสียอันตรายและการมีสวนรวมของประชาชนในพื้นท่ีอําเภอปาพะยอม
จงั หวดั พทั ลุง. วารสารมหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ 2561;21(3):299-307.
17. ปทมาภรณ สุวรรณปกษิน, สรัญญา ถี่ปอม. การศึกษาการจัดการมูลฝอยที่ประสบความสําเร็จของชุมชนตนแบบ
กรณีศึกษาชุมชนที่ไดรับรางวัลชนะเลิศการประกวดชุมชนปลอดขยะ Zero Waste ในเขตเทศบาล
นครพิษณโุ ลก. วารสารวิจยั สาธารณสขุ ศาสตร มหาวิทยาลยั ขอนแกน 2559;9(2):17-25.
18. ลีลานุช สุเทพารกั ษ, นัยนา ใชเ ทียมวงศ. การจดั การขยะมูลฝอยชมุ ชนในเขตเทศบาล. วารสารการสงเสริมสขุ ภาพ
และอนามยั สง่ิ แวดลอม 2558;38(3):114-28.
HEALTH
34 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามยั สิง่ แวดลอ ม
วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม บ ท วิ ท ย า ก า ร
ปท ่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564
สถานการณและความจาํ เปน ของปูย าตายาย
กับการเล้ยี งดเู ดก็ เลก็ ในวถิ ีไทยอสี าน :
กรณศี ึกษาอําเภอสชี มพู จงั หวดั ขอนแกน
รมติ า ทองฉิม
วทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาทนั ตแพทยศาสตร
คณะทันตแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
ปยะฉัตร พชั รานุฉตั ร
คณะทันตแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน
วนั สง 20 สงิ หาคม 2563, วันแกไข 15 ตุลาคม 2563, วันตอบรบั 21 ตุลาคม 2563
บทคัดยอ
การวิจัยเชิงพรรณนาน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาสถานการณและหาแนวทางพัฒนาการเล้ียงดูเด็กเล็ก
โดยปูยาตายาย ในดานการเล้ียงดูเด็กโดยทั่วไป ดานโภชนาการ พัฒนาการ และการดูแลสุขภาพชองปากเด็ก 0-3 ป
ในเขตพ้ืนที่อําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน ระหวางเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงเดือนมิถุนายน 2563 เก็บขอมูล
โดยการสัมภาษณและสนทนากลุม แยกตามเขตพ้ืนที่บริการของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล 13 พื้นที่
โดยครอบคลุมปูยาตายายทุกชวงอายุและอาสาสมัครสาธารณสุขหมูบาน ผลการวิจัยพบวา ในวิถีการดําเนินชีวิต
แบบไทยอีสานเด็กท่ีไดรับการเลี้ยงดูโดยปูยาตายายโดยไมมีบิดามารดาชวยดูแลมีจํานวนสูงถึงรอยละ 46.86
เหตุผลและความจาํ เปน ในการเล้ียงดูเดก็ คอื บดิ ามารดาของเด็กเดนิ ทางไปทํางานตางถนิ่ เพือ่ หารายไดเ ลี้ยงดูครอบครัว
ความรูสึกในการรับหนาที่เลี้ยงดูเด็ก มีทั้งความรูสึกดานบวก คือ มีความสุขทางใจ และความรูสึกดานลบ คือ
รูสึกเหนื่อยลาท้ังจากสุขภาพและการขาดรายได ดานโภชนาการเด็ก พบวาปูยาตายายเลือกอาหารใหเด็กรับประทาน
ตามความเคยชินมากกวาการอิงหลักวิชาการ การใชกราฟประเมินการเจริญเติบโตยังไมแพรหลาย ดานพัฒนาการเด็ก
มีการเลี้ยงดูพรอมสงเสริมพัฒนาการและฝกหัดการชวยเหลือตนเอง แตยังไมไดรับการประเมินพัฒนาการอยางท่ัวถึง
ดานการดูแลสุขภาพชองปากเด็กพบวายังมีความรูและวิธีการปฏิบัติเพ่ือดูแลสุขภาพชองปากท่ีไมถูกตอง ดังนั้น
ปูยาตายายผูเล้ียงดูเด็กจึงควรไดรับการสงเสริมในทุกดาน จากบิดามารดาเด็ก คนในครอบครัว เพ่ือนบาน เจาหนาที่
สาธารณสุขทุกฝาย รวมท้ังองคกรปกครองสวนทองถ่ินเพื่อสนับสนุนปูยาตายายใหสามารถดูแลเด็กไดอยางเหมาะสม
ตอ ไป
คําสําคญั : ปยู าตายาย การเลี้ยงดเู ด็กเล็ก วิถีไทยอีสาน
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 35
บ ท วิ ท ย า ก า ร
Situation and Necessary of Child Rearing
by Grandparents in Thai-Esan Lifestyle:
A Case Study of Sichompu District,
Khon Kaen Province
Ramita Thongchim
Master of Science Program in Dentistry, Major in Dental Public Health,
Faculty of Dentistry, Khon Kaen University
Piyachat Patcharanuchat
Faculty of Dentistry. Khon Kaen University
Received 20 August 2020, Revised 15 October 2020, Accepted 21 October 2020.
Abstract
The purpose of this qualitative research was to study the situation and to figure out the guide
to the development of raising young children by grandparents in the aspect of child-rearing in general
child care, nutrition, child development, and oral care for children aged 0-3 years in Sichompu District,
Khon Kaen Province. Data were collected from November 2019 to June 2020 by interviewing grandparents
who populate in 13 service areas of Health Promoting Hospital, covering all ages of grandparents
and village health volunteers. The results of the research revealed that in Thai-Esan Lifestyle,
young children who were raised by only grandparents without parental involvement were up to 46.86%.
The reason and need for grandparents for child-rearing were that the parents had to work
in other places to earn money to support the family. The feelings of grandparents were both in positive
and negative ways. Positively, they felt happy to look after their children, while in negative feeling was
too tired to deal with their health condition and lack of income. In child nutrition, data revealed
that grandparents selected accustomed foods for their children rather than foods based
on academic principles. Moreover, the use of a growth graph was not widespread.
In child development, grandparents had promoted child development and trained their children about
self-help, but had not yet been evaluated for development thoroughly. Regarding oral health care
in young children, the results also showed that grandparents still did not have enough knowledge
and procedures to take care of their children’s oral health. Therefore, these grandparents should
be enhanced and encouraged in all aspects of children’s parents, family members, neighbors, public
health officers including local government organizations to support them for child-rearing appropriately.
Keywords : grandparents, child rearing, Thai-Esan Lifestyle
36 ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอม
สถานการณและความจําเปน ของปยู า ตายายกบั การเลยี้ งดูเดก็ เล็กในวิถไี ทยอสี าน : กรณีศึกษาอาํ เภอสีชมพู จงั หวัดขอนแกน
■ บทนาํ ตายายเพ่ิมมากขึ้น(5) เม่ือการเล้ียงดูเด็กถูกสง
ผานจากบิดามารดามาสูปูยาตายาย ทําให
สังคมเมืองเปนศูนยกลางความเจริญ ปูยาตายายมีภาระเพิ่มขึ้นในการตองเล้ียงดู
หลากหลายดาน มีการจางงานสูง ตองการ เด็กนอกเหนือจากการท่ีตองดูแลตนเอง สิ่งนี้
แรงงานเพ่ือเขามาทํางานมากขึ้น จึงเกิดการ ยอมสงผลกระทบในดานลบตอตัวเด็กที่ไดรับ
ยายแรงงานเขาสูสังคมเมือง(1) วัยแรงงาน การเลี้ยงดูโดยปูยาตายาย ท้ังปญหาดาน
จากพื้นท่ีชนบททั่วไทยเดินทางยายถ่ินฐาน โภชนาการ ซึ่งพบปญหาไดมากกวา
มาทํางานยังเมืองใหญเพื่อหารายไดมาเล้ียงดู เ ม่ื อ เ ป รี ย บ เ ที ย บ กั บ ก า ร เ ลี้ ย ง ดู โ ด ย บิ ด า
ตนเองและครอบครัว ไมแตกตางกับวิถีแบบ มารดา(6) ปญหาดานพัฒนาการซึ่งมีผลให
ไทยอีสาน ณ ปจจุบัน ผลท่ีตามมาคือ ลาชา กวา วยั (7) เกิดปญหาทางสุขภาพชองปาก
โครงสรางครอบครัวเกิดการเปล่ียนแปลงไป เนื่องจากทัศนคติและวิธีการดูแลสุขภาพ
เหลือเพียงบิดามารดาผูสูงวัยอาศัยอยูใน ชองปากเด็กท่ียังไมถูกตองของปูยาตายาย(8)
ถ่ินฐานเดิม(1) และเมื่อแรงงานยายถ่ินเหลาน้ัน นอกจากนั้นปูยาตายายมักจะรูสึกขาดพลัง
มีครอบครัวและมีบุตรมักจะสงบุตรของตนมา ในการพัฒนาเปล่ียนแปลงการเล้ียงดูเด็ก
ใหปูยาตายายเปนผูเล้ียงดูให เนื่องจากตนเอง ใหเปนไปในทางท่ีถูกตอง(9) ผลกระทบท่ีเกิด
ยังตองทํางานหารายไดในสังคมเมือง จาก ขึ้นไมเพียงสงผลเสียตอเด็กท่ีถูกเลี้ยงดูโดย
สถานการณทีเ่ กิดขึ้นนจี้ ึงสง ผลกระทบตอเน่อื ง ปูยาตายายเทานั้น แตยังเกิดผลกระทบตอ
มายังตัวเด็กที่ยังตองการการเลี้ยงดูและ ปูยาตายายผูเล้ียงดูเด็กดวย ท้ังดานการเงิน
ตองการความรักความอบอุนจากครอบครัว ที่ไมเพียงพอในการใชจายเพื่อดํารงชีวิต
สงผลถึงปูยาตายายท่ีตองรับภาระเลี้ยงดูเด็ก วิถีการดําเนินชีวิตที่อาจตองเปล่ียนไป สภาพ
และจากขอมูลสํานักงานสถิติแหงชาติป 2561 จิตใจ ความรูสึก ท้ังความรูสึกดานบวกและ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการยายถ่ินของ ดานลบ และดานสังคมที่ยอมมีเวลาท่ีจํากัดลง
ประชากรรอยละ 24.1 โดยชวงวัยที่มีการ ในการออกไปทํากิจกรรมนอกบาน(10) ในอีก
ยายถ่ินสูงสุดคือชวงวัยทํางานรอยละ 55.6(2) มุมหน่ึงปูยาตายายผูตองรับหนาที่ในการ
ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเด็กรอยละ เลี้ยงดูเด็ก ไมวาจะดวยเหตุผลใดก็ตาม
45 อาศยั อยูก บั ปูยาตายายหรือผอู น่ื ทมี่ ใิ ชบดิ า ยอมเปนการแสดงใหเห็นไดถึงศักยภาพ
มารดา(3) ในการใหการชวยเหลือครอบครัวอีกทางหน่ึง
ไดเปนอยางดีและยังถือเปนการพัฒนาทาง
เด็กเล็กเปนชวงวัยท่ีมีการเจริญ บุคลิกภาพของปูยาตายายในแงการเห็น
เติบโตและพัฒนาทางดานรางกาย จิตใจ คุณคาของตนเองในการที่ตนเองยังสามารถ
สติปญญา และอารมณสูง โดยเฉพาะในชวง ใหก ารเลี้ยงดแู นะนําส่งั สอนบตุ รหลานได( 11)
2 ขวบปแรกของชีวิต การพัฒนาอบรมและ
เล้ียงดูในชวงวัยนี้จึงเปนสิ่งที่สําคัญ เพ่ือให โดยสรุปปูยาตายายมีหนาท่ีและ
เด็กไดเติบโตเปนผูใหญท่ีสมบูรณท้ังดาน ความรับผิดชอบในหลายดาน ทั้งดานการหา
รางกาย สติปญญา จิตใจ และการใชชีวิต รายไดเพ่มิ เตมิ รับหนาทใี่ นการจัดการดแู ลทุก
ในสังคม(4) สิ่งสําคัญท่ีจะทําใหเด็กเติบโต อยางในบานใหเรียบรอย และยังตองรับหนาที่
ไปเปนผูใหญท่ีดีนั้นคือ สถาบันครอบครัว สําคัญคือการเลี้ยงดูหลานใหเติบโตอยาง
และการเลีย้ งดู จากสถานการณปจ จบุ ันจะเห็น สมบูรณอีกดวย(12)
ไดวามีเด็กท่ีตองไดรับการเล้ียงดูโดยปูยา
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 37
บ ท วิ ท ย า ก า ร
■ วตั ถปุ ระสงคก ารศกึ ษา รพ.สต. รวมทั้งส้ิน 104 คน จากทุกพื้นท่ี
รพ.สต. ในเขตอําเภอสีชมพู ผูใหขอมูล
1. เพ่ือศึกษาสถานการณและความ ตองเปนผูท่ีใหการเลี้ยงดูเด็กเปนหลัก ไมมี
จําเปนในการเล้ียงดูเด็กเล็กโดยปูยาตายาย บิดามารดารวมชวยเลี้ยงดู และสมัครใจ
ในเขตอําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน ในดาน เขารวมในการศึกษา ใชภาษาถิ่นในการ
การดูแลเด็กโดยทั่วไป ดานโภชนาการ สมั ภาษณโดยผูส ัมภาษณท ีผ่ า นการฝก อบรม
การสงเสริมพัฒนาการและการดูแลสุขภาพ
ชอ งปากเดก็ เล็ก ขั้นท่ี 3 สนทนากลุมตัวแทนปูยา
ตายายผูเล้ียงดูเด็กและ อสม. 4 เขตพื้นที่
2. เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการ รพ.สต. พ้ืนที่ละ 10 คน แบงเปนปูยาตายาย
เลี้ยงดูเด็กเล็กโดยปูยาตายาย ในเขตอําเภอ 5 คน และ อสม. 5 คนตอ หน่ึงพืน้ ที่ คดั เลอื ก
สีชมพู จังหวัดขอนแกน ในดานโภชนาการ ตัวแทนอาสาสมัครแบบเจาะจงโดย อสม.
การสงเสริมพัฒนาการและการดูแลสุขภาพ ในพ้ืนท่ี เกณฑในการเลือก รพ.สต. คือ
ชองปากเดก็ เล็ก รพ.สต. ท่ีมีทันตาภิบาลประจํา 2 แหง จาก
5 แหง และ รพ.สต. ท่ีไมม ีทันตาภิบาลประจํา
■ วิธีการศกึ ษา 2 แหง จาก 8 แหง โดยอาสาสมัครตอ งไมซํ้า
กบั ผูที่ใหข อมลู ดวยการสมั ภาษณ
การศึกษาครั้งน้ีใชระเบียบวิธีวิจัย
เชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เพ่ือ ● การวิเคราะหขอมูล นําขอมูล
ศึกษาสถานการณและความจําเปนในการดูแล ที่รวบรวมไดมาแยกหมวดหมูตามรหัสขอมูล
เด็กเล็กและหาแนวทางพัฒนาการเล้ียงดูเด็ก (Categories & Data Coding) จัดกลุม
เล็กโดยปูยาตายาย มุงเนนดานโภชนาการ เน้ือหาและวิเคราะหเนื้อหา (Content
ดานพัฒนาการเด็ก รวมถึงการดูแลสุขภาพ Analysis) ตรวจสอบความถูกตองของ
ชองปาก พ้ืนท่ีวิจัย คือ โรงพยาบาลสงเสริม ขอมูลดวยการตรวจสอบสามเสาวิธีวิจัย
สุขภาพตําบล (รพ.สต.) จํานวน 13 แหง (Methodological Triangulation) ดวย
ในอําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน เก็บขอมูล การสัมภาษณรายบุคคลและสนทนากลุม
โดยการสัมภาษณและสนทนากลุม เครื่องมือท่ีใช คือ แนวคําถามการสัมภาษณ
และแนวคําถามการสนทนากลุม ซึ่งผานการ
ขน้ั ที่ 1 คนหาครอบครัวที่ปูย า ตายาย พิ จ า ร ณ า แ ล ะ ต ร ว จ ส อ บ จ า ก ผู เ ชี่ ย ว ช า ญ
เปนผูเลี้ยงดูเด็ก โดยสํารวจรายช่ือเด็กตาม และผูท รงคุณวฒุ ิแลว
ระบบทะเบียนประชากรของ รพ.สต. พบวา
เด็กเล็กท่ีไดรับการเล้ียงดูโดยปูยาตายาย ● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง
ในเขตพ้นื ทอี่ ําเภอสีชมพู มีจาํ นวน 568 คน การศึกษานี้เปนสวนหน่ึงของงานวิจัยใน
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
ขั้นที่ 2 ขั้นตอนการสัมภาษณ ทันตแพทยศาสตร วิชาเอกทันตสาธารณสุข
(In-depth Interview) โดยในแตละพื้นที่ คณะทันตแพทยศาสตร มหาวิทยาลัย
รพ.สต. แบงปูยาตายายผูเลี้ยงดูเด็กเปน ขอนแกน ผานการรับรองจริยธรรมการวิจัย
4 ชวงอายุ ดังน้ี ชวงอายุ 40-50 ป ชวงอายุ ในมนุษยจากศูนยจริยธรรมการวิจัยในมนุษย
50-60 ป ชวงอายุ 60-70 ป และชวงอายุ มหาวิทยาลัยขอนแกน เลขที่ HE622200
70 ปขึ้นไป คัดเลือกปูยาตายายผูใหขอมูล ณ วันท่ี 16 ตุลาคม 2562
แบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดย
อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน (อสม.)
ชวงอายุละ 2 คน รวมเปน 8 คนตอ 1 พ้ืนที่
38 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอม
สถานการณและความจําเปนของปยู า ตายายกับการเลยี้ งดูเด็กเล็กในวถิ ีไทยอสี าน : กรณีศึกษาอาํ เภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน
■ ผลการศึกษา เดมิ ทต่ี นมอี ยู
“ยามมื้อเชาก็รอยกวา ยามมื่อแลง
จากการสืบคนรายชื่อเด็กชวงอายุ
0-3 ป จากระบบทะเบียนประชากร ในเขต (เยน็ ) อกี ขาวตม ขา วหนม (ขนม) เทงิ่ (ทงั้ )
อําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน จํานวนท้ังส้ิน นมไปซ่ันแหลว(น่ันหละ) ลูกบไดยากและก็ไม
9 ตําบล 13 เขตพน้ื ท่ี รพ.สต. ณ เดือนตุลาคม ไดกินจุกจิก ไมไดมีขนมหลายปานน้ี เลี้ยง
พ.ศ.2562 พบวา มีจํานวนเด็กท้ังหมด ธรรมชาติเลย ไมมีท่ีซื้อเยอะ เลี้ยงหลานนี่กิน
1,212 คน เปนเด็กท่ีไดรับการเล้ียงดูโดยปูยา ทุกอยาง ตองใชเงินเยอะ หนักขนม หนักการ
ตายายโดยไมมีบิดามารดาอยูชวยเลี้ยงดู ละเลนระบบสมัยใหม” คําสัมภาษณของ
เปนจํานวน 568 คน คิดเปนรอยละ 46.86 คุณยายวยั 66 ป
นําเสนอขอคนพบจากการศึกษาตามหัวขอ
ประเด็นสําคัญ ดังน้ี 1) เหตุผล ความจําเปน ปญหาท่ีปูยาตายายผูเล้ียงดูเด็ก
และปญหาการเล้ียงดูเด็กของปูยาตายาย พบเจอไดในการเล้ียงเด็กในปจจุบันมีทั้ง
2) ความรูสึกในการรับหนาที่ในการเลี้ยง ปญ หาทางเศรษฐกจิ กายภาพ จิตใจและสงั คม
หลาน 3) การดูแลเด็กดานโภชนาการ ทางเศรษฐกิจคือ รายไดท่ีไมเพียงพอในชีวิต
4) การดูแลเด็กดานพัฒนาการ 5) การดูแล ประจาํ วนั ซงึ่ พบในครอบครวั ทบ่ี ตุ รไมส ามารถ
เด็กดานสุขภาพชองปาก 6) สิ่งสนับสนุน สงเงินมาเพ่ือเปนคาใชจายในการเล้ียงดูเด็ก
และแนวทางการพัฒนาการเล้ียงดูเด็กของ อยางเพียงพอ ประกอบกับปูยาตายายไม
ปยู า ตายาย สามารถออกไปหารายไดเพิ่มเติมไดเต็มท่ี
เหมือนกอน ปญหานี้ชัดเจนในกรณีที่ผูเล้ียงดู
1. เหตุผล ความจําเปนและปญหา เปน “ยาหรือยาย” เพียงคนเดียว แตใน
การเล้ยี งดเู ดก็ ของปูย า ตายาย ครอบครัวที่มีปูหรือตา ปูหรือตาเปนผูรับ
หนาท่ีในการหารายไดเพ่ิมเติม พบปญหา
เหตุผลหลักท่ีปูยาตายายจําเปนตอง ท า ง ก า ย ภ า พ ข อ ง ปู ย า ต า ย า ย ผู สู ง อ า ยุ
รับหนาที่เลี้ยงดูเด็กเปนเพราะบิดามารดาของ เ น่ื อ ง จ า ก ก า ร มี โ ร ค ป ร ะ จํ า ตั ว ห รื อ ก า ร
เด็กตองเดินทางไปทํางานตางพ้ืนที่ เพ่ือหา เคลื่อนไหวรางกายท่ีไมคลองแคลวเหมือน
รายไดมาสงเสียเล้ียงดูทุกคนในครอบครัว ในอดีต ทําใหเกิดปญหาการเคลื่อนไหว
เปนรูปแบบในวิถีการดําเนินชีวิตแบบไทย รางกายติดตามเด็กซ่ึงอยูในวัยที่ไมสามารถ
อีสาน ณ ปจจุบัน มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบาน อยูนิ่งที่ใดที่หนึ่งไดเปนเวลานาน ปญหา
เฉพาะชวงเทศกาลสําคัญ เชน วันหยุดปใหม ทางจิตใจของปูยาตายายจะเกิดข้ึนเม่ือรูสึก
เทศกาลสงกรานตเทานั้น เมื่อเปรียบเทียบ เหน่ือยหรืออารมณหงุดหงิดเมื่อหลานด้ือ
การเล้ียงดูเด็กในอดีตมีความแตกตางกับ หรือซน และปญหาทางสังคมเกิดข้ึนเม่ือปูยา
ในปจจุบัน เนื่องจากปจจุบันมีเครื่องอํานวย ตายายตองใหเวลาแทบท้ังหมดในการเลี้ยงดู
ความสะดวกและรานสะดวกซ้ือมากมาย หลานจึงไมสามารถออกไปพบปะสังคมขาง
ความเปนอยูไมเรียบงายเหมือนในอดีต เด็กมี นอกไดเชนเมือ่ กอ น
พัฒนาการของรางกายและการเรียนรูท่ีมาก
กวาเด็กวัยเดียวกันในอดีต ทําใหปูยาตายาย “แตวิ่งตามไมทัน ก็ปลอยไปเลย
ตองมีการปรับวิธีการเล้ียงดูเด็กใหเขากับยุค เด๋ียวคอยตามไปเอามา” คําสัมภาษณของ
สมัยปจจุบัน โดยการนําความรูจากส่ิงรอบตัว คณุ ยายวัย 70 ป
จากบิดามารดาเดก็ เจาหนาท่ี รพ.สต. และส่ือ
ความรูตางๆ มาปรับใชรวมกับประสบการณ 2. ความรูสึกในการรับหนาที่ใน
การเลี้ยงเดก็
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 39
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ความรูสึกของปูยาตายายเม่ือตองมา มากข้ึนตามวัย ไมไดมีการอางอิงตามหลัก
รับหนาท่ีในการดูแลเด็กนั้นมีทั้งดานบวก วิชาการหรือตามคูม ือความรใู ด
และดานลบ ความรูสึกดานบวกคือรูสึกยินดี
เต็มใจ เปนเพื่อนคลายเหงา เปนความสุข “ไมทราบ ยายก็ใหกนิ ไปตะพดึ ตะพือ
ทางใจ วาตนยังมีความสามารถในการดูแล (หลากหลาย) แหละอาหารกะดาย (กด็ ี) แควา
เด็ก มีความสามารถในการชวยเหลือ มันไมเผ็ดก็ใหกินหมดแหละ” คําสัมภาษณ
ครอบครัวและไดรับความไววางใจจากบุตร ของคณุ ยายวยั 72 ป
ของตน ความรูสึกในดานลบเปนความรูสึก
ของความเปนภาระ อึดอัดและเหน่ือยลา กราฟเปรียบเทียบการเจริญเติบโต
สาเหตุจากอายุท่ีเพ่ิมข้ึนแตตองมารับหนาท่ี เปนเคร่ืองมือท่ีใชสําหรับประเมินการเจริญ
ดูแลเด็ก ท้ังยังมีปญหาเรื่องรายไดซึ่งไมพอ เติบโตของเด็ก ซึ่งมีการแนะนําการใชอยูใน
เพียงและยังไมสามารถออกไปหารายไดมา สมุดบันทึกสุขภาพแมและเด็ก ปูยาตายาย
เพิ่มเติมได ความรูสึกที่เปนดานลบน้ีมักเกิด สวนใหญไมสามารถใชกราฟเพื่อพิจารณา
ขึ้นในครอบครัวท่ีประสบปญหาทางเศรษฐกิจ การเจริญเติบโตของเดก็ ได ยกเวนปูยาตายาย
รวมดวย แตอยางไรก็ตามปูยาตายายทุกทาน ผูมีหนาที่เปน อสม. รวมดวยหรือมีมารดา
ก็ยังใหการเล้ียงดูเด็กดวยความรักและความ ของเด็กทํางานดานสาธารณสุขจึงจะมีความ
เอาใจใสเ ปน อยา งดี เพราะเขา ใจในสถานการณ สามารถและมีความคุนเคยในการใชกราฟ
ไดดีวาเปนความจําเปนและเปนหนาที่ที่ตน เพ่ือเปรียบเทียบการเจริญเติบโต ถึงแมมีการ
ตองรับมา ช่ังนํ้าหนักหรือวัดสวนสูงเปนประจําก็ไมเคย
ไดรับคําแนะนําใหนําน้ําหนักหรือสวนสูง
“ก็ผมวาการเล้ียงหลานเนี่ยมันทําให ทวี่ ดั ไดม าลงกราฟเพอ่ื ประเมนิ การเจรญิ เตบิ โต
สุขภาพของตาเน่ียมันดีข้ึนไปอีกนะผมวา สมุดบันทึกสุขภาพแมและเด็กถูกหยิบมาใช
ผมมีความสุขกับหลานมากครับถาบมีหลาน เม่อื ตอ งพาเดก็ ไปฉีดวคั ซนี เทานนั้
ก็คงบไดเวา (พูด) กันอยูในเฮือน (บาน)
ตากับหลานน่ีคือสนิทกันแบบใกลชิดเลยนะ “เคยเบ่ิงๆ (ดู) เวลาเฮามาช่งั น้าํ หนกั
ครับนอนก็ตองอยูนํา (ดวย) กัน ฮักหลาน ใหเด็กนอย 3 เดือนชั่งท่ีนึง เราก็ลงกราฟ
กวาลูก บไดเสียโอกาสหยัง” คําสัมภาษณ ใหเคาอยู เพราะเราเปน อสม. ดวย อนั นี้แกก็
ของคณุ ตาวัย 46 ป บถึงกับวาตกกราฟหรอก ยังอยูในเกณฑอยู
อสม. สอนตอๆ กันมา มันก็รุนสูรุนเนาะ”
3. การดูแลเดก็ ดา นโภชนาการ คาํ สมั ภาษณของคณุ ยายวัย 45
คาํ วา “โภชนาการ” ตามความเขา ใจ
ของปูยาตายายท่ีเล้ียงดูเด็ก หมายถึง อาหาร “ไมเคยใชสักครั้ง ใชไมเปน ไมเคย
การกินท่ีดีตอรางกาย มีผลใหรางกายเจริญ หมอก็ไมไดบอก แคชั่งนํ้าหนักวัดสวนสูง
เติบโตและเกิดการพัฒนาของสมอง การเลือก แตไมไดเอามาลงกราฟ” คําสัมภาษณของ
อาหารใหเด็กรับประทานนั้นมักเปนการเลือก คณุ ยายวัย 70 ป
ตามความรูสึกวาเปนอาหารท่ีมีประโยชน
และเด็กชอบรับประทาน เลือกใหรับประทาน 4. การดแู ลเดก็ ดา นพฒั นาการ
ตามประสบการณของตนที่เคยเลี้ยงดูบุตรมา “พัฒนาการ” ตามความเขาใจของ
เชน ในชวงแรกด่ืมนมเปนหลัก โตขึ้นมา ปูยาตายายหลายๆ ทานหมายถึง การที่เด็ก
จึงเปลี่ยนเปนขาวบดและเปนอาหารท่ีแข็ง มีการเจริญเติบโตขึ้นท้ังทางกาย ใจ ความคิด
ไปตามขั้นตอนของเด็ก สามารถทําอะไรได
เพ่ิมขึ้นตามวัย ปูยาตายายเพียงบางรายที่ได
รับความรูเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กจาก อสม.
40 ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอม
สถานการณและความจาํ เปนของปูยาตายายกับการเล้ียงดเู ด็กเล็กในวถิ ีไทยอีสาน : กรณีศึกษาอําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน
หรอื เจา หนาท่ี รพ.สต. และในบางพื้นท่กี ม็ ีการ ของคุณยายวัย 53 ป
จัดอบรมเพื่อใหความรูใหกับผูปกครอง 5. การดแู ลเดก็ ดา นสขุ ภาพชอ งปาก
ผูดูแลเด็ก แตโดยสวนใหญยังไมไดรับความรู “สุขภาพชองปาก” ตามความเขาใจ
อยางท่ัวถึง ในรายท่ีไดรับความรูนั้น ก็ไมได
นําความรูท่ีไดมาปฏิบัติอยางเต็มท่ีเพราะรูสึก ของปูยาตายายคือ ปากของเราเอง การทําให
วาเมื่อใหความรักความอบอุนและดูแลดวย เด็กมีชองปากท่ีดีโดยการรักษาความสะอาด
ความเอาใจใสอยางเต็มที่ในทุกดานแลว ก็ถือ อยางถูกวิธี จากการศึกษาพบวา การเริ่ม
เปนการสงเสริมพัฒนาการเด็กไปไดในตัว ทําความสะอาดชองปากใหกับเด็กนั้นบางราย
และเช่ือวาพัฒนาการจะดีขึ้นไปไดเองโดย เร่ิมดวยการใชผาชุบน้ําอุนเช็ดในชองปาก
อัตโนมัติ เมื่อเด็กเริ่มเจริญเติบโตขึ้นมีการ สวนการแปรงฟนน้ันสวนใหญเริ่มเม่ือมีฟนขึ้น
สงเสริมใหเด็กไดฝกชวยเหลือตนเองไปตาม เต็มปากหรือชวงอายุประมาณ 2 ป เพราะ
วัย สงเสริมดานภาษาและสติปญญา โดยการ กอนหนาน้ันไมสามารถบังคับใหเด็กแปรงฟน
สอนใหอานหนังสือ เรียกสิ่งตางๆ รอบตัว ได การทําความสะอาดฟน สว นใหญท าํ 2 ครั้ง
เลา นทิ านและฝก รองเพลง เชาและเย็น มีบางรายที่ทําความสะอาดเพียง
วันละ 1 ครั้งในชวงเชา การทําความสะอาด
“ก็ไมไดเนนพัฒนาการอะไรก็เล้ียงไป ชองปากสวนใหญเปนหนาที่ของปูยาตายาย
เร่ือยๆ ความอบอุนอยูกับแมเฮ็ดไปนํากันอยู เปนผูทําให บางรายใหเด็กทําความสะอาดเอง
เร่ือยๆ (อยูไปดวยกันเรื่อยๆ) ก็เลยเปนไป แตคอยดูแลอยางใกลชิดเพราะเขาใจไดวา
ตามที่เราเล้ียง เราเคยมีประสบการณ เดก็ ยงั ไมส ามารถทําความสะอาดเองไดดี
มาน่ีหละ” คาํ สัมภาษณข องคุณยายวัย 47 ป
“เริ่มแปรงต้ังแตเคาเร่ิมรูจักความ
นอกจากความรูดานพัฒนาการเด็ก ยงั ไมท นั ถงึ 1 ป มฟี นประมาณ 8 ซ่ี กแ็ ปรงมา
ของปูยาตายายแลว ส่ิงที่สําคัญควบคูกันคือ เรื่อยๆ บางวันถายายทําทาลืมแปรงฟนใหก็
การไดรับการประเมินพัฒนาการ เด็กบางคน จะถามหา เวลาแปรงใหก็ยอมใหแปรงดีอยู”
เคยไดรับการประเมินพัฒนาการจาก รพ.สต. คําสมั ภาษณข องคุณยายวยั 57 ป
บางพ้ืนที่ แตโดยสวนใหญไมไดรับการ
ประเมินพัฒนาการอยางเปนรูปแบบและ เม่ือเด็กไมไดดื่มนมมารดา ปูยา
จริงจัง และปูยาตายายไมทราบดวยวาการ ตายายผูเล้ียงเด็กตองเปลี่ยนมาเปนการใช
ประเมินพัฒนาการคืออะไร อยางไรก็ตาม นมผสมหรือนมกลองแทน โดยการเลือกนม
แมวาเด็กไมไดรับการประเมินพัฒนาการ นั้นมารดาเด็กเปนผูเลือกไวให ทั้งยังมีการ
ปูยาตายายผูเลี้ยงดูก็ไมไดรูสึกวาหลานของ ศึกษาขอมูลจากผูที่มีความรูและผูที่เคยมี
ตนมีความผิดปกติอยางไร เช่ือวายังคงมี ประสบการณการเล้ียงเด็กมากอน โดยรสชาติ
พัฒนาการท่ีปกติและสมบูรณแข็งแรงตามวัย นมท่ีเลือกเปนรสจืด ดวยเหตุผลเพ่ือไมใหเด็ก
ของเด็กโดยเปรียบเทียบจากประสบการณ ฟนผุ เลือกที่มีคุณคาทางอาหารเพ่ือใหเด็ก
ในการเลยี้ งดบู ตุ ร มีการเจริญเติบโตที่ดี ในเด็กที่โตพอท่ีจะ
สามารถเลือกนมดื่มเองไดจะปลอยใหเลือกด่ืม
“ไมทราบ ปกติหมอก็นัดไปข้ึนเตียง นมรสท่ีตองการดวยตนเอง ซ่ึงสวนมากเด็ก
ฉีดยา จับเด็ก ก็ไมไดแนะนําอะไร อยูอนามัย เลือกด่ืมนมรสจืดเพราะมีความเคยชินกับ
ก็ไมมี มีแตวาใหนัดม้ือน่ันมื้อนี่เดอ (วันนั้น รสชาตินี้อยูแลว และมีการเปลี่ยนเปนนม
วันน้ีนะ) มันก็มีหองเด็กนอยเลนอยูแตไมได รสเปร้ียวในบางครั้งเพ่ือชวยเร่ืองระบบ
มาประเมินพัฒนาการเด็ก” คําสัมภาษณ ขับถาย
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 41
บ ท วิ ท ย า ก า ร
เด็กบางรายยังดื่มนมจากขวดและ เปนท่ีพึ่งพิงและปรึกษาเร่ืองตางๆ ในการ
หลับคาขวดนมถึงแมวาจะถึงวัยท่ีตองเลิกดื่ม เลี้ยงดูเด็กได เปนแหลงสนับสนุนดานขอมูล
นมจากขวดแลว แตปูยาตายายผูเล้ียงเด็ก ขาวสารตางๆ ใหกับปูยาตายาย เจาหนาท่ี
ยังไมสามารถบังคับใหเด็กเลิกการด่ืมนม ส า ธ า ร ณ สุ ข ใ น พื้ น ท่ี เ ป น อี ก ก ลุ ม ห นึ่ ง ท่ี มี
จากขวดได โดยใหเหตุผลวาเด็กไมใหความ ความสนิทสนมใกลชิดเปนที่รูจักของทุกคน
รวมมือและยังไมกลาขัดใจ ท้ังยังกลัวบีบ ในชุมชน ทําหนาที่ใหคําปรึกษาเมื่อมีปญหา
นมหกหากเปลี่ยนมาเปนการด่ืมจากกลอง ตางๆ โดยเฉพาะทางดานสุขภาพทั้งของ
การรับประทานขนม ของหวาน หรือลูกอม ปูยาตายายเองและของเด็ก มีการจัดทํา
เปนส่ิงที่เด็กชอบรับประทานเพราะสามารถ โครงการตางๆ เพ่ือสนับสนุนและสงเสริม
หาซื้อไดสะดวก มีเพียงบางครอบครัวเทาน้ัน การเลยี้ งดเู ด็กในพน้ื ท่ี
ไมใหเด็กรับประทานลูกอมเนื่องจากเขาใจวา
ลูกอมคือส่ิงท่ีจะทําใหเด็กฟนผุได จากการสนทนากลุมตัวแทนปูยา
ตายายผูเล้ียงดูเด็กและ อสม. มีขอเสนอถึง
“อยากใหเลิกอยูเนี่ย แตเคาไมยอม แนวทางการพัฒนาการเลี้ยงดูเด็กของปูยา
เลิก เพิ่น (เคา) ติดขวด ลองใหดูดหลอดรูสึก ตายาย ดังนี้
เหมือนวาเพิ่น (เคา) บอิ่ม เปนซีดๆ เหมือน
กนิ นมไมอิ่มนีห่ ละ ก็เลยปลอยใหกินเดยี๋ วใหญ 1) จัดทําโครงการเพื่อสงเสริมการ
(โต) ก็เลกิ เองหละ” คําสัมภาษณของคณุ ยาย ดูแลเด็กครอบคลุมในทุกดาน ใหปูยาตายาย
วยั 47 ป สามารถดูแลเด็กไดดีขึ้น โดยใชงบสนับสนุน
จากองคก ารบรหิ ารสวนตาํ บล (อบต.)
ปญหาท่ีสามารถพบเจอไดในการ
ดแู ลสุขภาพชองปาก คือ เดก็ ไมยอมแปรงฟน 2) ปรับการทํางานของ อสม. ให
ผูปกครองไมใหความสําคัญ เด็กมีฟนผุชอบ สามารถประเมินภาวะโภชนาการ สามารถ
รับประทานขนม ลูกอม ของหวาน และปูยา ใหคําแนะนําผูปกครองโดยเฉพาะกลุมปูยา
ต า ย า ย ผู เ ลี้ ย ง เ ด็ ก บ า ง ร า ย ไ ม ท ร า บ ว า ตายายท่ีเลี้ยงดูเด็กใหสามารถใชกราฟเปรียบ
การทําความสะอาดชองปากเด็กท่ีถูกวิธีน้ัน เทียบการเจริญเติบโต และควรไดรับการฝก
ควรทําอยางไร และตองทําอยางไรใหเด็ก อบรมเพื่อให อสม. สามารถประเมินปญหา
ยอมรว มมือในการแปรงฟน เบื้องตนของเด็กและสง ตอผูเชีย่ วชาญได
6. ส่ิงสนับสนุนและแนวทางการ 3) รพ.สต. มีการจัดระบบการนัดเด็ก
พัฒนาการเล้ียงดเู ดก็ ของปูยา ตายาย เพ่ือประเมินพัฒนาการในแตละชวงวัยใหเด็ก
ในพ้ืนทที่ ุกคนไดเขารับการประเมนิ พัฒนาการ
เมื่อปูยาตายายจําเปนตองรับหนาที่
ในการเลี้ยงดูเด็ก จึงตองการการสนับสนุน 4) ควรมีเจาหนาที่สาธารณสุขออก
จากหลายฝาย บิดามารดาของเด็กเปน เยี่ยมบานหลังคลอดและตอเน่ืองตลอดจน
ผูสนับสนุนดานการเงินทั้งเพ่ือเล้ียงดูเด็ก ถึงวัยเขาศึกษาในโรงเรียน เพ่ือใหคําแนะนํา
และเล้ียงดูปูยาตายาย ทั้งยังมีหนาท่ีในการ การดูแลเด็กทุกดานในแตละชวงวัย เชน
สงเสริมดา นกําลงั ใจใหก ับปูย า ตายาย จากการ ความรูในการเล้ียงดูเด็กโดยทั่วไป ความรู
การติดตอปรึกษาพูดคุยใหกําลังใจกันอยูเปน ในการเลือกอาหาร พัฒนาการและการ
ประจํา คนในครอบครัวหรือเพ่ือนบาน ทําความสะอาดชองปากของเด็กแตละวัย
ขางเคียงรวมทั้ง อสม. ในพ้ืนท่ีคอยชวยเหลือ เน่ืองจากผูปกครองท่ีเปนปูยาตายายมักมี
ดแู ลเดก็ ใหใ นบางครง้ั ทม่ี คี วามจาํ เปน สามารถ ค ว า ม รู ใ น ก า ร เ ลี้ ย ง เ ด็ ก ไ ม เ พี ย ง พ อ แ ล ะ
ไมสามารถเดินทางไปรับความรูที่อื่นได
42 ปท ี่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอม
สถานการณแ ละความจาํ เปนของปูยา ตายายกบั การเลยี้ งดูเด็กเลก็ ในวถิ ีไทยอีสาน : กรณศี ึกษาอาํ เภอสีชมพู จังหวดั ขอนแกน
สะดวก นอกจากน้ันการออกเย่ียมบาน เอาความรูจากสื่อสังคมตางๆ มาปรับใช
ยังถือเปนการสงเสริมใหกําลังใจปูยาตายาย อีกดวย ซ่ึงขอคนพบจากการศึกษาน้ีแตกตาง
ไดอกี ทางหนงึ่ ดวย กับการศึกษาของ ศรัณย ฤกษรัตนประทีป(13)
ที่กลาวไววา ปูยาตายายไมใหความสนใจ
5) กําหนด อสม. ผูมหี นาที่รบั ผิดชอบ กับขอมูลการเล้ียงดูเด็กที่มีการเปล่ียนแปลง
เกี่ยวกับการดูแลเด็กในพื้นท่ีโดยตรง เพ่ือ ไปจงึ กอ ใหเ กดิ ปญหาในการเลยี้ งดูเด็ก
ใหการดูแลและติดตามเด็กเปนไปไดดีมาก
ยิ่งขึ้น และสามารถเปนท่ีปรึกษาเบื้องตน ปญหาท่ีพบจากการเล้ียงดูเด็ก มีทั้ง
ภายในพืน้ ที่รับผดิ ชอบของตนเองได ปญหาดานเศรษฐกิจ กายภาพ จิตใจ
และสงั คม สอดคลองกับการศกึ ษาของ ศรณั ย
6) จัดใหมีทันตาภิบาลหรือเจาหนาที่ ฤกษรัตนประทีป(13) ท่ีไดกลาวไววา ปูยา
ทันตสาธารณสุขเขาไปดูแลเด็กในเขตพื้นท่ี ตายายที่เล้ียงดูเด็กจะไดรับเงินเปนคาใชจาย
ทไ่ี มม ที นั ตาภบิ าลประจาํ อยู โดยการดาํ เนนิ งาน ในการเลี้ยงเด็กไมเพียงพอ นับเปนการเพิ่ม
ใหเปนไปในรูปแบบเดียวกันกับพ้ืนที่ รพ.สต. ความเครียด และปญหาสุขภาพใหกับปูยา
ทม่ี ที นั ตาภิบาลดแู ล ตายายผเู ล้ียงดูเดก็ อีกดว ย ความรสู กึ ท่เี กดิ ขน้ึ
ตอปูยาตายายมีทั้งดานบวกและดานลบ คือ
7) จัดสรางศูนยรับฝากเด็กช่ัวคราว เกิดความภาคภูมิใจในตนเองและชวยลดภาระ
หรือศูนยอบรมความรูผูปกครอง จัดตาราง ใหกับบุตร และความรูสึกวาการเลี้ยงดูเด็ก
นั ด ห ม า ย ปู ย า ต า ย า ย แ ล ะ เ ด็ ก จ า ก แ ต ล ะ เปน ภาระซงึ่ ความรสู กึ นจ้ี ะเกดิ ขนึ้ กบั ครอบครวั
หมูบานหมุนเวียนกันเขามารับการอบรม ที่มีปญหาทางดานเศรษฐกิจ สอดคลองกับ
และแลกเปลยี่ นเรียนรกู นั การศึกษาของ กาญจนา เทียนลาย(1) ที่พบวา
ปูยาตายายบางรายมีความยินดีที่ไดรับหนาท่ี
■ อภปิ รายผล ในการเล้ียงดูเด็ก แตในบางรายก็รูสึกวา
เปนภาระเนือ่ งจากปญ หาทางเศรษฐกิจ
การเคลื่อนยายแรงงานจากพ้ืนที่
ชนบทสูชุมชนเมืองสงผลตอการเปล่ียนแปลง ปูยาตายายผูเลี้ยงดูมีการเลือกอาหาร
โครงสรางครอบครัว(1) เมื่อมีบุตรจึงมีความ ใหเด็กรับประทานตามวัยที่เติบโตขึ้นและจาก
จาํ เปน จะตอ งฝากไวใ หป ยู า ตายายเปน ผเู ลย้ี งดู ประสบการณในการเล้ียงดูบุตร เชน ในชวง
พื้นท่ีอําเภอสีชมพูมีปูยาตายายทําหนาท่ี แรกด่ืมนมเปนหลัก โตขึ้นมาจึงเปลี่ยนเปน
ในการเลี้ยงดูเด็กคิดเปนรอยละ 46.86 โดย ขาวบดและเปนอาหารท่ีแข็งมากข้ึนตามวัย
ผูเล้ียงสวนใหญจะเปนยาย รอยละ 65.65 ซ่ึงสอดคลองกับการศึกษาของ ประไพพิศ
สอดคลองกับการศึกษาของ อุดมลักษณ สิงหเสม(14) ที่พบวาการจัดอาหารของปูยา
กุลพิจิตร(4) ที่ผูเล้ียงดูจะเปนยายมากกวายา ตายายเปนไปตามความสะดวกและตามความ
เหตุผลหลักในการรับหนาที่เล้ียงเด็กคือบิดา เปนอยูท่ัวไป โดยอยูบนพ้ืนฐานของความมี
มารดาของเด็กมีความจําเปนตองเดินทางไป ประโยชนและไมมีผลเสยี ตอ รางกายเด็ก
ทํางานตางพื้นที่ สอดคลองกับการศึกษาของ
กาญจนา เทียนลาย(1) ในปจจุบันมีสิ่งอํานวย การใชกราฟเปรียบเทียบการเจริญ
ความสะดวกมากมายแตกตางกับในอดีต ปูยา เติบโตเปนเคร่ืองมือในการประเมินโภชนาการ
ตายายจําเปนตองมีการปรับวิธีการเล้ียงดูเด็ก ของเด็ก แตพบวาปูยาตายายสวนใหญไมได
ใหสอดคลองกับสังคมปจจุบันโดยหาความรู นํามาใช ถึงแมวามีการแนะนําการใชกราฟ
เพิ่มเติมจากสิ่งรอบตัว ทั้งจากบิดามารดาเด็ก ในสมุดบันทึกสุขภาพแมและเด็กแลวก็ตาม
เจาหนาที่ผูเกี่ยวของและท่ีสําคัญมีการรับ
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 43
บ ท วิ ท ย า ก า ร
เนื่องจากโดยสวนใหญแลวสมุดบันทึกสุขภาพ ฉลองชัย สกลวสันต(17) ซึ่งผูปกครองปลอยให
แมและเด็กจะถูกหยิบนํามาใชก็เฉพาะเวลา เดก็ ทําความสะอาดเอง
พาเด็กไปฉีดวัคซีนเทานั้น ซึ่งสอดคลองกับ
การศกึ ษาของ อดุ มลกั ษณ กลุ พจิ ติ ร(4) ทพ่ี บวา ปูยาตายายยังคอนขางตามใจเด็ก
มีเพียงปูยาตายายบางรายเทานั้นท่ีมีความ ในเร่ืองการรับประทานลูกอม ขนมตางๆ
สามารถในการใชกราฟได คือท่ีกลุมที่มีหนาท่ี การดื่มนมและการหลับคาขวดนม สอดคลอง
เปน อสม.และมีบุตรทํางานดานสาธารณสขุ กับการศึกษาของ วัชราภรณ เชื่อมกลาง(16)
ทรงวุฒิ ตวงรัตนพันธ(8) และฉลองชัย
พัฒนาการเด็ก คือ การท่ีเด็กมีการ สกลวสันต(17) ซ่ึงพบวาเด็กชอบรับประทาน
เจริญเติบโตขึ้น ทําอะไรไดมากขึ้นตามวัย ขนม ของหวาน และหลับคาขวดนม วิธีการ
เปนนิยามความเขาใจของปูยาตายายผูเลี้ยงดู เลือกชนิดของนมใหเด็กรับประทานมีการ
เด็ก ในพื้นที่อําเภอสีชมพูสวนใหญยังขาด เลือกหลายวิธีท้ังมารดาเด็กเปนผูเลือกใหหรือ
ความรู การสงเสรมิ และการประเมินพัฒนาการ ขอคําแนะนําจากผูมีความรูโดยนมที่เลือกนั้น
เด็กอยางตอเน่ืองในหลายพ้ืนท่ี โดยเฉพาะ จะตองไมเปนผลเสียตอตัวเด็ก เชนเดียวกับ
ปูยาตายายท่ีเปนผูเล้ียงดูเด็กพบวายังมีความ การศึกษาของ ฉลองชัย สกลวสันต(17) ปจจัย
รูในดานน้ีไมเพียงพอ สอดคลองกับการศึกษา ในการเลือกนมจะเลือกโดยหาขอมูลจาก
ของ จริ ชั ยา ทองจนั ทร( 15) ทพ่ี บวา ผูปกครอง แหลงตางๆ ส่ิงสําคัญคือ ความชอบและไมมี
ยังขาดความรูวาควรดําเนินการสงเสริม ผลเสียตอ ตัวเดก็
พัฒนาการเด็กในดานใดบางเพื่อใหเปน
ประโยชนในการเล้ียงดเู ด็ก จากการศึกษาพบวาปญหาท่ีสามารถ
พบไดในการดูแลสุขภาพชองปาก คือ เด็กไม
ดา นสขุ ภาพชอ งปากพบวา ปยู า ตายาย ยอมแปรงฟน ปูยาตายายไมใหความสําคัญ
ผูเล้ียงดูเด็กสามารถเขาใจและใหความหมาย เด็กมีฟนผุ ชอบรับประทานขนม ลูกอม
ของการดูแลสุขภาพชองปากไดดี ในบางราย ของหวานและปูยาตายายบางรายไมทราบ
มีความรูความสามารถในการดูแลสุขภาพ วาการทําความสะอาดชองปากเด็กที่ถูกวิธีนั้น
ชองปากเด็กไดอยางถูกตอง แตในบางราย ทําอยางไรและจะทําอยางไรใหเด็กยอมแปรง
ยังมีความเขาใจผิดอยู เชนเดียวกับการศึกษา ฟน ซ่ึงสอดคลองกับการศึกษาของ อุดมพร
ของ วัชราภรณ เช่ือมกลาง(16) ท่ีพบวา รักเถาว(18) ซึ่งพบวาปญหาเกี่ยวกับการดูแล
ผูปกครองจะมีความรู ความเขาใจผิดเก่ียวกับ สุขภาพชองปากขึ้นอยูกับการปฏิบัติตนท่ีไม
วิธีการทําความสะอาดชองปากเด็กมากที่สุด ถูกตองของผูเล้ียงดู จึงควรสงเสริมใหปูยา
ใ น ก า ร ศึ ก ษ า ค รั้ ง นี้ พ บ ว า มี บ า ง ร า ย เ ริ่ ม ตายายผูดูแลเด็กเห็นความสําคัญและมีความรู
ทําความสะอาดตั้งแตมีฟนซี่แรกแตในบางราย เพิ่มเติมเพราะเมื่อมีความรูเพิ่มขึ้นก็ยอมมีผล
เริ่มทําความสะอาดเม่ือเด็กมีฟนข้ึนครบ ใหพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพชองปากเด็ก
ในปากแลวหรือชวงอายุประมาณ 1 ปครึ่งถึง ดขี ้นึ ตามมา(19)
2 ป ซึ่งสอดคลองกับการศึกษาของ ทรงวุฒิ
ตวงรัตนพันธ(8) การทําความสะอาดชองปาก การศกึ ษานเี้ ปน ความพยายามเบอ้ื งตน
สว นใหญจ ะทาํ ความสะอาด 2 ครง้ั เชา และเยน็ ในการทําความเขาใจการเลี้ยงดูเด็กของปูยา
มีบางรายท่ีทําความสะอาดเพียงวันละ 1 ครั้ง ตายายในพ้ืนที่อําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน
ในชวงเชา สวนใหญเปนหนาที่ของผูปกครอง ภายใตการเปลี่ยนแปลงลักษณะครอบครัว
เปนผูทําให แตกตางจากการศึกษาของ แบบวิถีไทยอีสาน เพ่ือชวยใหเขาใจบริบท
และปญหาของการเล้ียงดูเด็กโดยปูยาตายาย
44 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอ ม