The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 44 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มีนาคม 2564)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 44 ฉบับที่ 1 (ม.ค.มี.ค.64)

วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 44 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มีนาคม 2564)

Keywords: วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม,ปีที่ 44,2564

69 ป กรมอนามัย

ย้าํ คนไทยใชช วี ิต New Normal ‘สวมหนากาก-เวนระยะหาง-ลา งมอื ’

ป ระชาชนทุกคนยังคงตองยกการดสูง ใชชีวิตแบบ

New Normal สรางสุขอนามัยที่ดีอยางสม่ําเสมอ ดวยการสวมหนากาก
ตลอดเวลาและสวมอยางถูกวิธีเม่ือออกจากบาน เวนระยะหางอยางนอย
1-2 เมตร ลางมือเปนประจําดวยสบูและนํ้าหรือเจลแอลกอฮอล และ
หลีกเล่ียงการไปในพ้ืนที่เส่ียง รวมท้ังขอใหดาวนโหลดแอปพลิเคชัน
“หมอชนะ - ไทยชนะ” และสแกนทกุ ครัง้ เม่อื ใชบรกิ ารในสถานท่ีสาธารณะ
ตาง ๆ หรือจดบนั ทกึ ประวัติการเดนิ ทางของตนเองในแตล ะวนั เพื่อชวย
ใหการสอบสวนโรคทําไดงายข้ึน และเปนการสรางเกราะปองกัน
โรคโควดิ -19 อยางตอเน่อื ง

สําหรับสถานประกอบการตาง ๆ ขอใหประเมินมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยปองกัน
โรคโควิด-19 ดวยตนเองผานแพลตฟอรม “Thai Stop COVID Plus” เพ่ือกระตุนใหเ กดิ การเฝาระวงั
สรางความมั่นใจใหกับประชาชนท่ีมารับบริการ และยกระดับการปฏิบัติตามมาตรการปองกันโรค
อยา งตอ เนอ่ื ง ซง่ึ ขอ มลู การตดิ ตามผลการประเมนิ รบั รองตนเองของสถานประกอบกจิ การผา นแพลตฟอรม
Thai Stop COVID Plus ลาสุดมีจํานวนสถานประกอบกิจการ สถานบรกิ ารเขามาประเมนิ รบั รองตนเอง
จาํ นวนทง้ั หมด 18,694 แหง สามารถดําเนนิ การตามมาตรฐานไดต ามเกณฑฯ รอ ยละ 84.40 โดยพบวา
สถานประกอบกิจการท่เี ขามาประเมนิ รับรองตนเองสงู สดุ ไดแ ก 1) รานคาปลีก คาสง 2) รานอาหาร
3) ศาสนสถาน และ 4) ตลาด

อยางไรก็ดี ชวงเทศกาลสงกรานตนี้ คาดวาจะมีประชาชนจํานวนมากใชบริการระบบขนสง
สาธารณะเพ่ือเดินทางกลับภูมิลําเนาและทองเที่ยว ซ่ึงอาคารสถานีขนสงผูโดยสารบางแหงยังมี
ความคับแคบ และการระบายอากาศที่ไมด ี อกี ทง้ั การเดนิ ทางดว ยรถโดยสารสาธารณะอาจใชเ วลานาน
ทําใหมีโอกาสเสี่ยงตอการแพรกระจายของโรคโควิด-19 ไดงาย ขอใหผูประกอบการขนสงสาธารณะ
มีมาตรการคัดกรองพนักงานและผูโดยสารอยางเครงครัด จํากัดจํานวนผูโดยสารไมใหแออัด
มชี อ งทางการจําหนายต๋ัวโดยสารลว งหนาผานชอ งทางตา ง ๆ เชน ทางโทรศพั ท เวบ็ ไซต แอปพลเิ คชนั
เพ่ือลดความเสยี่ งในการสมั ผัส

ในสวนของการปฏิบัติตัวสําหรับพนักงานขับรถ พนักงานตอนรับ พนักงานทําความสะอาด
รวมถึงผูโดยสารนั้น ก็ตองเครงครัดเชนกัน โดยสวมหนากากผาหรือหนากากอนามัยตลอดเวลา
เวนระยะหางระหวางบุคคล หมั่นลางมือดวยสบูและนํ้าเมื่อมีการสัมผัสส่ิงของรวมกัน หรือพกเจล
แอลกอฮอลติดตัวไวระหวางทาง และพนักงานที่ปฏิบัติงานในจุดเส่ียง เชน พนักงานทําความสะอาด
เก็บรวบรวมขยะ ตองสวมถุงมอื รองเทา หนากากผา หรอื หนา กากอนามัยตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน และ
ลา งมือดว ยสบแู ละน้ําหรอื เจลแอลกอฮอลอ ยางสมํา่ เสมอ

ทั้งนี้ ผูโดยสารทุกคนขอใหหลีกเลี่ยงการพูดคุยโดยไมจําเปน และสังเกตอาการตนเอง
หากมาจากพื้นท่ีเส่ยี ง มีไข วัดอุณหภูมริ า งกายไดต้ังแต 37.5 องศาเซลเซยี สขน้ึ ไป ไอ มีนาํ้ มูก เจ็บคอ
จมูกไมไ ดก ล่ิน ล้นิ ไมรบั รส ใหง ดเดนิ ทาง และควรไปพบแพทยท นั ที

(นายแพทยส วุ รรณชยั วฒั นายงิ่ เจรญิ ชยั )
อธิบดีกรมอนามยั





คณะผูจัดทาํ วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิง่ แวดลอ ม ป 2564

ทีป่ รกึ ษา นายแพทยสุวรรณชัย วัฒนาย่ิงเจรญิ ชัย อธบิ ดีกรมอนามยั
นายแพทยด นัย ธีวนั ดา รองอธบิ ดกี รมอนามยั
นายแพทยอรรถพล แกว สมั ฤทธิ์ รองอธบิ ดกี รมอนามัย
นายแพทยบ ญั ชา คาของ รองอธิบดีกรมอนามยั
นายแพทยส ราวฒุ ิ บุญสขุ รองอธิบดกี รมอนามัยรององอธิบดีกรมอนามัย
บรรณาธิการ นายแพทยสมพงษ ชัยโอภานนท สํานกั คณะกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ
ผูชวยบรรณาธิการ นายคมั ภีร งานดี ศนู ยส่อื สารสาธารณะ
นายธรรมรฐั มณสวสั ดิ์ สํานกั คณะกรรมการผูท รงคณุ วุฒิ
กองบรรณาธกิ ารวิชาการ นายแพทยกติ ตพิ งศ แซเจ็ง สาํ นกั คณะกรรมการผทู รงคุณวฒุ ิ
ดร.จินตนา พฒั นพงศธ ร สาํ นกั คณะกรรมการผทู รงคณุ วฒุ ิ
นางสาวสิรวิ รรณ จันทนจุลกะ สํานักคณะกรรมการผทู รงคุณวฒุ ิ
ดร.อัมพร จนั ทวิบูลย สาํ นกั คณะกรรมการผูท รงคุณวฒุ ิ
ทนั ตแพทยหญิงปย ะดา ประเสริฐสม สํานักคณะกรรมการผูทรงคุณวุฒิ
แพทยหญิงนันทา อว มกลุ ที่ปรกึ ษากรมอนามยั (สาํ นกั สงเสรมิ สุขภาพ)
นายสุคนธ เจยี สกลุ สมาคมอนามยั แหง ประเทศไทย
ดร.ทวีสุข พันธเุ พ็ง มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร
แพทยห ญิงนิพรรณพร วรมงคล จุฬาลงกรณมหาวทิ ยาลยั
ทันตแพทยห ญงิ จันทนา องึ้ ชศู ักด์ิ ท่ีปรึกษากรมอนามัย(ดานทันตสาธารณสุข)
ดร.วริ ะวรรณ ถนิ่ ยืนยง นักวชิ าการอิสระ
ดร.พวงเพญ็ ชั้นประเสริฐ ทีป่ รกึ ษากรมอนามัย (สาํ นักอนามยั ผสู งู อาย)ุ
รศ.ดร.นิรตั น อิมามี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร
รศ.ดร.มณีรัตน ธรี ะววิ ัฒน มหาวิทยาลัยมหดิ ล
รศ.ดร.สสธิ ร เทพตระการพร มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร
แพทยหญงิ สายพิณ โชติวิเชยี ร สาํ นักโภชนาการ
นายแพทยบุญฤทธิ์ สุขรัตน ศนู ยอนามยั ท่ี 2 พิษณุโลก
นายแพทยมนสั รามเกยี รติศกั ดิ์ สํานกั อนามัยการเจรญิ พนั ธุ
ทนั ตแพทย ดร.แมนสรวง วงศอภยั ศนู ยท นั ตสาธารณสุขระหวางประเทศ
แพทยหญิงชมพูนุท โตโพธ์ิไทย สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวา งประเทศ
ดร.สพุ ิชชา วงคจ นั ทร กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ
ดร.เบญจวรรณ ธวชั สภุ า กองประเมินผลกระทบตอ สุขภาพ
นางวิมล โรมา สํานกั คณะกรรมการผทู รงคุณวฒุ ิ
เจาของ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
ฝายจัดการ นางเกษร ศภุ กลุ ธาดาศริ ิ กองคลัง
นางอรชา ตะกรดุ เงนิ สํานกั คณะกรรมการผทู รงคุณวุฒิ
สาํ นักงาน สํานักคณะกรรมการผูท รงคุณวฒุ ิ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
ถนนติวานนท อาํ เภอเมือง จงั หวัดนนทบรุ ี 11000
โทร 0-2590-4153, 4157 โทรสาร 0-2591-8147
http://advisor.anamai.moph.go.th/main.php?filename=jhealth
กําหนดออก ปล ะ 4 เลม (มกราคม–มนี าคม, เมษายน-มิถนุ ายน, กรกฎาคม-กันยายน, ตุลาคม-ธนั วาคม)
อตั ราคาสมาชิก ปล ะ 360 บาท ตางประเทศเพ่ิมคา สงตามอัตราไปรษณีย
ออกแบบและจดั พมิ พ โรงพิมพ ดอกเบยี้
โทร 0-2272-1169-72 โทรสาร 0-2272-1173













Editor’s Desk

ย างเขา ฤดูรอ น ป 2564 สภาพอากาศเปล่ียนแปลง อุณหภมู ิสูงขนึ้
ในขณะท่ฝี ุน PM2.5 ยงั มีปญหาในบางพนื้ ทร่ี ว มกับสถานการณ
ระบาดโควิด-19 ระลอกท่ี 2 ซึง่ กระทรวงสาธารณสุขและเครอื ขา ยรว มกนั
ดําเนินการสง เสริมสุขภาพปอ งกนั โรค โดยกรมอนามยั และภาคีเครอื ขา ย
ไดรวมกันขับเคล่ือน ดูแล อนามัยสิ่งแวดลอมในสถานประกอบการ
ลางตลาด จัดใหมีแนวทางดูแลสุขอนามัยของประชาชนวัยทํางาน
ในสถานประกอบการ และโรงงาน ตลอดถึงพัฒนาเปน Application ตาง ๆ
อาทิ save Thai ทําใหจํานวนผูปวยลดลงมาอยูท่ีตัวเลขสองหลัก พรอมท้ัง
ทยอยฉีดวัคซีนใหแกประชาชนตามแผน โดยเริ่มที่บุคลากรดานหนา อสม.
ประชากรกลุมเสี่ยง และผูบริหารในระดับตาง ๆ อยางตอเนื่องเพื่อเตรียมความพรอมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
เริม่ เปด รบั นกั ทอ งเทยี่ วตามแผนอยา งรอบคอบ และรดั กุม
เนื้อหาสาระในฉบับนี้ พรอมใหทานผูสนใจไดติดตาม ท้ังดานสงเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอม
อาทิ การเลยี้ งดเู ด็กปฐมวัย การปองกันและแกไขปญหาการตง้ั ครรภใ นวยั รนุ การจัดการขยะ คณุ ภาพอาหาร
ริมบาทวิถี ผูป ระกอบการรานคา กบั โรคไมตดิ ตอ เรอื้ รงั เปนตน
ทายบทบรรณาธิการฉบับนี้ ผมขออวยพรสงความสุข เน่ืองในเทศกาลสงกรานตที่จะมาถึง
ภายใตบรบิ ทวิถีชีวติ ใหม รว มกันฝา ฟน วกิ ฤตโรคระบาดโควิด-19 ระลอกที่ 3 ดูแลสุขภาพใหแข็งแรง ปลอดโรค
ปลอดภยั มคี วามสุขกนั ถว นหนา

นายแพทยสมพงษ ชัยโอภานนท
บรรณาธกิ าร
มีนาคม 2564

สารบัญ วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามยั สิ่งแวดลอ ม

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH

Vol. 44 No. 1 January -March 2021 ปท่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564

บทความปริทศั น

การสงเสริมสขุ ภาพประชาชนไทยผานการจดั ทําขอแนะนาํ การสงเสรมิ กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรม
เนอื ยนงิ่ และการนอนหลับเพือ่ สุขภาพ

■ ฐติ ิกร โตโพธิ์ไทย อรณา จนั ทรศริ ิ ชมพูนทุ โตโพธิ์ไทย ปฏญิ ญา พงษราศรี ธีรพงษ คําพฒุ ………11

บทวทิ ยาการ

ปจ จัยพหุระดบั ทีส่ งผลตอการจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรือน ในอําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรมั ย

■ จารุวรรณ โลไธสง ทัศนยี  ศิลาวรรณ ณฐั กมล ชาญสาธิตพร ไกรชาติ ตนั ตระการอาภา……………..26
สถานการณและความจาํ เปนของปยู า ตายายกับการเลย้ี งดูเด็กเลก็ ในวิถไี ทยอสี าน : กรณศี กึ ษาอาํ เภอสีชมพู
จงั หวดั ขอนแกน

■ รมติ า ทองฉิม ปย ะฉัตร พชั รานฉุ ัตร…………………………………………………………………………..35
ปจ จยั ที่สงผลตอการดําเนินงานขบั เคลอ่ื นการปองกัน และแกไ ขปญหาการตัง้ ครรภใ นวยั รุน
ของคณะอนุกรรมการปองกนั และแกไ ขปญ หาการตัง้ ครรภใ นวัยรุนระดบั จังหวดั และกรุงเทพมหานคร

■ ปตมิ า หริ สิ จั จะ…………………………………………………………………………………………………….47
ปจ จัยที่มคี วามสัมพันธกบั พฤติกรรมสงเสรมิ สุขภาพเพ่อื ปองกันโรคไมต ิดตอเร้อื รังของผูประกอบการรานคา
วยั ทาํ งาน หมทู ี่ 7 ตาํ บลบางโฉลง อาํ เภอบางพลี จงั หวดั สมุทรปราการ

■ จริยา ทรัพยเรอื ง ธมกร อว มออ ปรศิ นา อคั รธนพล อัจฉรา เดชขุน กันยา สุวรรณครี ีขนั ธ
อารยี  มง่ั เกยี รตสิ กลุ ……………………………………………………………………………………………….61

การจดั การสุขภาพของชมุ ชนดานสง เสรมิ สุขภาพ และอนามัยสง่ิ แวดลอ ม
■ พิริยา วัฒนารุง กานต สรุ ัตน มงคลชัยอรญั ญา ปรียานชุ บูรณะภักดี ณัฐวดี แมนเมธี..……………..73

ความสมั พนั ธร ะหวางปจ จัยสว นบุคคล ภาระในการดแู ล การสนบั สนนุ ทางสงั คม และความเครียดของผดู ูแล
ผปู ว ยโรคเร้อื รงั ในชุมชน

■ วริศา จันทรงั สีวรกลุ จิราจนั ทร คณฑา………………………………………………………………………..88
การพฒั นาคณุ ภาพอาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี ว นรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กาํ แพงเพชร

■ วรรี ตั น สนุ ทรสขุ …………………………………………………………………………………………………102
การพัฒนางานอนามยั สงิ่ แวดลอ มในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ เพือ่ สนับสนุนเปา หมายการพฒั นา
ท่ีย่ังยืน

■ สริ วิ รรณ จนั ทนจลุ กะ……………………………………………………………………………………………..115

วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม บทความปริทัศน์
ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564

การสง เสรมิ สขุ ภาพประชาชนไทย
ผา นการจัดทําขอแนะนาํ การสงเสรมิ
กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนงิ่

และการนอนหลับเพ่ือสุขภาพ

โดย ฐติ กิ ร โตโพธิ์ไทย*,**,#
อรณา จันทรศริ *ิ ,#
ชมพนู ทุ โตโพธไ์ิ ทย*,***
ปฏิญญา พงษราศรี**
ธีรพงษ คาํ พฒุ ****

บทคดั ยอ

ประเทศไทยไดจัดทําขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยน่ิง และการนอนหลับ
เพอ่ื สขุ ภาพของประเทศไทย ในป พ.ศ.2559 บทความน้ี ทาํ การศกึ ษากระบวนการพฒั นาขอ แนะนาํ กรอบเนอ้ื หาวชิ าการ
และพัฒนาการของการจัดทําขอแนะนํากิจกรรมทางกายของโลกและประเทศไทย ดานกระบวนการเนนการสราง
การมีสวนรวมทางวิชาการกับภาคีเครือขายที่เก่ียวของ โดยผานการทบทวนเน้ือหาวิชาการ การประชุมระดม
ความคิดเห็น การวิจัยในพ้ืนท่ี และการสื่อสารและเผยแพร ในดานสาระวิชาการของขอแนะนํา พบวามีความสอดคลอง
กับขอแนะนําในระดับโลกและนานาชาติ และมีความครอบคลุมประชากรทุกกลุม อาทิ สตรีต้ังครรภและหลังคลอด
เด็กปฐมวัย เด็กและวัยรุน ผูใหญ และผูสูงอายุ และอาชีพหลัก คือ ชาวนา ชาวประมง ผูขับรถ และพนักงานบริษัท
และครอบคลุมทุกมิติของกิจกรรมทางกาย อาทิ แอโรบิค การสรางความแข็งแรงและออนตัวของกลามเนื้อ พฤติกรรม
เนือยน่ิง และการนอนหลับ การพัฒนาขอแนะนําของประเทศไทยยังตอยอดไปกับการขับเคล่ือนนโยบายการสงเสริม
กจิ กรรมทางกายในระดบั ประเทศในหลายมติ ิ เชน การนาํ ไปใชต ง้ั เปา หมายแผนการสง เสรมิ กจิ กรรมทางกาย พ.ศ.2561-
2573 การสื่อสารรณรงค รวมถึงการเปนตนแบบใหกับประเทศอ่ืน ท้ังน้ี ควรมีการทบทวนขอแนะนําเปนระยะ
ตามสถานการณ บริบท และวิชาการของประเทศและของโลกท่เี ปลีย่ นแปลงไป
คาํ สําคัญ : กจิ กรรมทางกาย พฤตกิ รรมเนอื ยนิง่ นอนหลบั ขอแนะนํา พัฒนา ประเทศไทย สงเสรมิ สุขภาพ

* สํานักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหวา งประเทศ กระทรวงสาธารณสขุ
** กองกจิ กรรมทางกายเพือ่ สุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ
*** สํานักสง เสริมสุขภาพ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
**** กองแผนงาน กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข

ผูรบั ผิดชอบบทความ: ฐติ กิ ร โตโพธไ์ิ ทย email: [email protected]
# มีสว นรวมในบทความเทาเทยี มกนั

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 11

บทความปริทัศน์

Advancing population health through
the Development of Thailand

Recommendations on Physical Activity,
Non-Sedentary Lifestyles, and Sleeping

for Health

Thitikorn Topothai *,**,#
Orana Chandrasiri *,#
Chompoonut Topothai *,***
Patinya Pongrasri **
Theerapong Khamput ****

Abstract

Thailand Recommendations on Physical Activity, Non-Sedentary Lifestyles, and Sleeping
for Health was developed in 2016. This article reviews the processes and contents
of recommendations, as well as the evolution of global and domestic recommendations.
Academic cooperation from relevant stakeholders was the core of development processes through
documents review, consultation meetings, on-field research, public communication, and capacity building.
The contents of recommendations were in line with global and international recommendations and
comprehensively covered all subpopulations i.e. pregnant and postpartum women, young children, children
and adolescents, adults, older adults, farmers, fishermen, drivers, and office-based employee, as well as
all physical activity dimensions i.e. aerobic, muscle strengthening and stretching, sedentary behavior, and
sleeping. These recommendations brought benefits to national physical activity advocacy i.e. goals setting
in the National Physical Activity Strategy, communication and campaign, and international role model.
There are needs for regular update on the recommendation from time to time based on situational,
contextual, and academic changes in both global and domestic levels.
Keywords : physical activity, sedentary behavior, sleeping, recommendation, development,

Thailand, health promotion
* International Health Policy Program, Ministry of Public Health
** Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health
*** Bureau of Health Promotion, Department of Health, Ministry of Public Health
**** Division of Planning, Department of Health, Ministry of Public Health

Corresponding author : Thitikorn Topothai email: [email protected]
# Equal contributions

12 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ ม

การสงเสรมิ สุขภาพประชาชนไทยผา นการจดั ทําขอ แนะนาํ การสง เสรมิ กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนอื ยนง่ิ ฯ

■ บทนํา โลก (Global Health) เพ่ือกระตุนการทํางาน
ภายในประเทศ จนไดรับการยอมรับวาเปน
การขาดกิจกรรมทางกายเปนสาเหตุ ผูนําระดับโลกและระดับภูมิภาคในการสงเสริม
การเสียชีวิตอันดับ 4 ของประชากรโลก กิจกรรมทางกาย(8) ผานการเปนผูนําในการ
ประมาณปละ 3.2 ลานคนตอป ถือเปนหนึ่ง สรางความรวมมือกับประเทศสมาชิกองคการ
ในสี่ปจจัยเสี่ยงตอการปองกันโรคไมติดตอ อนามัยโลก เพื่อเสนอและรับรองมติแผน
ไดแก โรคหัวใจ โรคความดัน โรคเบาหวาน ปฏิบัติการระดับโลกเพื่อสงเสริมกิจกรรม
โรคมะเร็งหนาอกและลําไส และยังปองกันโรค ทางกาย (Global Action Plan on Physical
ภาวะโรคไมติดตอ เชน ความดันโลหิตสูง Activity : GAPPA) ในที่ประชุมสมัชชา
ภาวะน้ําหนักเกินและโรคอวน และเก่ียวของ อนามัยโลกสมัยท่ี 71 เดือนพฤษภาคม
กับการสงเสริมสุขภาพจิต (ความเครียด, พ.ศ.2561(9)
ความเส่ือมของรางกาย, อัลไซเมอร)(1-2)
คณุ ภาพชวี ติ และความเปน อยทู ดี่ ี สามารถเพม่ิ อยางไรก็ตาม สถานการณการ
อายขุ ัยเฉลี่ยประชากรประมาณ 0.4-4.2 ป(2) สงเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศไทย
ยังไมสะทอนความเปนผูนําในเวทีโลกอยาง
ประชากรสว นใหญท ราบดถี งึ ประโยชน แทจริง ขอมูลลาสุดจากสถานการณกิจกรรม
ของการมีกิจกรรมทางกาย แต 1 ใน 4 ทางกาย แสดงขอมูลวารอยละ 15 ของเด็ก
(ประมาณรอยละ 23) ของประชากรโลกยังมี เปนโรคอวนและวัยรุนรอยละ 84.4 มีระดับ
กิจกรรมทางกายไมเพียงพอ(3-4) โดยสาเหตุ กิจกรรมทางกายไมเพียงพอ(10) การสํารวจ
ของการขาดกิจกรรมทางกายมีความซับซอน ระดับกิจกรรมทางกายในประชากรไทยจาก
ทั้งปจจัยสวนบุคคล เชน เพศ (เพศชาย หลายหนวยงาน ไดแก สถาบันวิจัยประชากร
มักมีกิจกรรมทางกายสูงกวา สวนหน่ึงเปน และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สํานักงาน
เพราะขอจํากัดทางวัฒนธรรม) กลุมวัย (อายุ สํารวจสุขภาพประชาชนไทยดวยการตรวจ
เพิ่มมากข้ึนจะมีกิจกรรมทางกายลดลง) รางกาย สํานักงานสถิติแหงชาติ กรมอนามัย
นอกจากนี้ การสํารวจระดบั โลกพบวา มีความ และกรมควบคุมโรค รายงานผลวา ในชวง
สัมพันธกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ภูมิภาค 10 ป ท่ีผานมา ประชากรกลุมผูใหญ 1 ใน 3
ที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจระดับกิจกรรม มกี จิ กรรมทางกายไมเพียงพอ และมรี ะยะเวลา
ทางกายจะลดลง(4) นอกจากนี้ แมยงั ไมมขี อ มูล การมีพฤติกรรมเนือยน่ิงในแตละวันของคน
สํารวจในระดับโลก แตสาเหตุสวนหนึ่ง ไทย ท่ีไมรวมเวลานอนหลับ ยังมากถึงเกือบ
อาจเกิดจากสงิ่ แวดลอ มทางกายภาพ ลกั ษณะ 14 ชัว่ โมงตอ วัน และมแี นวโนม จะเพ่ิมมากข้ึน
การทํางานและการดําเนินชีวิตประจําวัน และ เรื่อยๆ(5,11)
การพัฒนาทางเทคโนโลยีท่ีทําใหวิถีชีวิตของ
ประชากรสะดวกสบายมากข้ึนจนมีพฤติกรรม การจัดทําขอเสนอแนะการสงเสริม
เนือยนิ่งท่ีมากข้ึนเรื่อยๆ เชน การใชรถยนต กิจกรรมทางกายซึ่งระบุถึงความถ่ี ประเภท
แทนการเดินหรือปนจักรยาน การเลนเกม และความหนักเบาของแตละกลุมวัยมีความ
ออนไลนแทนการออกไปว่ิงเลนนอกบาน สําคัญตอการสรางเปาหมายรวมภายใน
เปน ตน (5-7) ประเทศ สอดคลองตามขอเสนอเชิงนโยบาย
ของแผนปฏิบัติระดับโลกเพ่ือสงเสริมกิจกรรม
ประเทศไทยเล็งเห็นความสําคัญของ ทางกาย ตามวัตถุประสงคเพ่ือสงเสริมระบบ
การขับเคล่ือนใหเกิดการสงเสริมกิจกรรม ทเ่ี ขมแข็ง(9) การจัดทาํ ขอ เสนอแนะมีประโยชน
ทางกายระดับประเทศ โดยใชกลไกสุขภาพ

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 13

บทความปริทัศน์

หลายประการ ไดแก เพื่อเปนขอตกลงท่ีเห็น 2. เพ่ือทบทวนกระบวนการพัฒนา
ชอบรวมกันถึงมาตรฐานระหวางหนวยงาน ขอแนะนํากิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรม
ท่ีเก่ียวของ เพื่อเอื้อตอการออกแบบการ เนือยน่ิง และการนอนหลับเพ่ือสุขภาพของ
ส่ือสารถึงประโยชนของกิจกรรมทางกาย ประเทศไทย ในดานการกําหนดกรอบและ
ท่ีชัดเจน และเพ่ือเปนพ้ืนฐานของการกําหนด แผนการจัดทําขอเสนอแนะของประเทศไทย
เปาหมายและกลไกการติดตามและประเมินผล การทบทวนวรรณกรรม กระบวนการหารือ
ในทางตรงกนั ขาม การขาดขอ แนะนําทาํ ใหไ ม รวมกับผูเช่ียวชาญระดับประเทศ และการ
สามารถวางแผนและกําหนดนโยบายได สอ่ื สารและเผยแพรข อ แนะนาํ
ชัดเจน เน่ืองจากไมสามารถกาวขามขอจํากัด
เชงิ นยิ ามศัพทร ว มกันได และทําใหไ มสามารถ 3. เพ่ือทบทวนสาระวิชาการของ
กาํ หนดทศิ ทางในอนาคตได ดังน้ัน การพฒั นา ขอแนะนํากิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรม
ขอแนะนําจึงเปรียบเสมือนพื้นฐานของการ เนือยน่ิง และการนอนหลับเพื่อสุขภาพ
วางแผนเชิงนโยบายเพ่ือสงเสริมกิจกรรม ของประเทศไทย
ท า ง ก า ย แ ล ะ ก า ร ล ด พ ฤ ติ ก ร ร ม เ นื อ ย น่ิ ง
ซึ่ ง ส นั บ ส นุ น ด  ว ย ก า ร ส่ื อ ส า ร ส า ธ า ร ณ ะ ท่ี 4. เพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนา
เขมแข็งขึ้นตามมาตรการท่ีดีที่สุด (Best และขับเคล่ือนการสงเสริมสุขภาพประชาชน
buys) ตอการสงเสริมกิจกรรมทางกายใหเกิด ไทยผานการจัดทําขอแนะนํากิจกรรมทางกาย
ประสทิ ธภิ าพการลงทนุ สูงสุด(12) การลดพฤติกรรมเนือยน่ิง และการนอนหลับ
เพ่ือสขุ ภาพ
กระบวนการพัฒนาขอแนะนําเกิดข้ึน
พรอมกับการพัฒนาแผนสงเสริมกิจกรรม ■ เนอ้ื หา
ทางกายของประเทศไทยระหวา งป พ.ศ.2559-
2560(13) ดงั ท่ีกลาวขา งตน วา ประเทศไทยไดม ี 1. พัฒนาการของการจัดทําขอ
สวนรวมกับการขับเคล่ือนขอมติการสงเสริม แนะนํากิจกรรมทางกายของโลกและ
กิจกรรมทางกายระดับโลก จึงไดใชโอกาส ประเทศไทย
ดั ง ก ล  า ว เ พ่ื อ ขั บ เ ค ลื่ อ น น โ ย บ า ย ภ า ย ใ น
ประเทศคูขนานกันไป เนื้อหาในนโยบายจึงมี ระดับโลก
ความสอดคลอง ทันตอสถานการณปจจุบัน องคก ารอนามยั โลกไดจ ดั ทาํ ขอ แนะนาํ
กับสถานการณโลก การพัฒนาขอแนะนํา การมีกิจกรรมทางกายท่ีเพียงพอฉบับแรก
ของประเทศไทยสามารถเปนประโยชนท้ังใน ป พ.ศ.2553 โดยมีขอแนะนําใหผูใหญ อายุ
เชิงการศึกษากระบวนการพัฒนาการมีสวน 18 ปขึ้นไป ควรมีกิจกรรมทางกายระดับ
รวมกับภาคีเครือขายท่ีเก่ียวของ และผลลัพธ ปานกลาง เชน การเดินเร็ว การปนจักรยาน
ดานเนื้อหาสาระที่เกี่ยวของกับขอแนะนํา อยางนอยสัปดาหละ 150 นาที หรือกิจกรรม
ของโลกและประเทศตางๆ ทางกายระดับหนัก เชน การวิ่ง การขุดดิน
การยกของหนกั อยางนอ ยสปั ดาหละ 75 นาที
■ วัตถปุ ระสงค รวมถึงการเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุน
ของกลามเนื้ออยางนอยสัปดาหละ 2 ครั้ง
1. เพื่อทบทวนพัฒนาการของการ โดยหากมีอายุ 60 ปข ึน้ ไป ใหเพ่มิ เติมการฝก
จัดทําขอแนะนํากิจกรรมทางกายท่ีผานมา การทรงตัวของรางกายเพื่อปองกันการหกลม
ของโลกและประเทศไทย สวนเด็กอายุ 5-17 ป ควรมีกิจกรรมทางกาย
ระดบั ปานกลางและหนัก เชน การวง่ิ เลน อยาง
นอยวันละ 60 นาที(14) ขอแนะนําดังกลาว

14 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม

การสง เสริมสุขภาพประชาชนไทยผานการจดั ทําขอแนะนาํ การสงเสรมิ กจิ กรรมทางกาย การลดพฤตกิ รรมเนอื ยน่งิ ฯ

มีอิทธิพลตอการพัฒนาขอแนะนําในหลาย Play คมู อื เคลด็ ลับชวนกนั มาเลน ในครอบครวั
ประเทศ และมีผลตอการกําหนดเปาหมาย เทคนิคเพ่ิมกิจกรรมทางกายในครอบครัว
และเคร่ืองมือประเมินระดับกิจกรรมทางกาย รวมถึงคูมือการจัดกิจกรรมวิ่งประเภทถนน
ระดับโลก เพื่อรณรงคใหมีการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ
ของประชาชนทั่วไป(16)
ระดับประเทศ
ในประเทศไทย กรมอนามยั โดยกอง นอกจากน้ี มหาวิทยาลัยมหิดลได
ออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ (ปจจุบันคือกอง พัฒนาคูมือการสงเสริมกิจกรรมทางกายใน
กิจกรรมทางกายเพ่ือสุขภาพ) ไดรวมมือกับ ชุมชน โดยการวจิ ยั การใชพลงั งานจากรางกาย
เครือขายทางวิชาการ จัดทําขอแนะนําการ จากกิจกรรมทางกายรูปแบบตางๆ ในคนไทย
ออกกําลังกายเพื่อสุขภาพในประชาชนตาม เพื่อระบุวากิจกรรมทางกายรูปแบบใด อยูใน
กลุม วัย ผูพ ิการ โรคประจําตวั ตางๆ และสถาน ระดับความหนักของการมีกิจกรรมทางกาย
ท่ีทํางาน ต้ังแตป พ.ศ.2546 เปนตนมา เชน แบบใด เชน เบา ปานกลาง และหนัก จํานวน
ขอแนะนําการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ 836 รายการ ในป พ.ศ.2558(17)
สาํ หรบั หญงิ ตง้ั ครรภ สาํ หรับเด็กอายุ 2-12 ป
สําหรับเด็กและวัยรุน สําหรับผูใหญ สําหรับ อยางไรก็ตาม แมจะมีขอเสนอแนะ
ผูสูงอายุ สําหรับผูพิการ สําหรับผูปวยโรค จากหลากหลายหนวยงาน แตยังไมมี
ความดันโลหิตสูง สําหรับผูปวยโรคหัวใจ กระบวนการรับรองขอเสนอแนะอยางเปน
สําหรับผูปวยโรคมะเร็ง สําหรับผูปวยโรค ทางการรวมกันภายในประเทศ ขอเสนอแนะ
ปวดหลัง สาํ หรบั ผปู วยโรคกระดูกพรนุ สาํ หรับ ท่ีมีอยูเดิมครอบคลุมเฉพาะกลุมวัยหรือ
คนอวน แนวทางการออกกําลังกายสําหรับ ประเดน็ ทแ่ี ตละหนว ยงานสนใจ และขอแนะนํา
ศูนยสุขภาพชุมชน สําหรับสถานประกอบการ ของกรมอนามัยนั้นไดรับการพัฒนามาเปน
สําหรับโรงงานอุตสาหกรรม สําหรับโรงเรียน ระยะเวลานานแลว ไมทันตอ บรบิ ททีเ่ ปลย่ี นไป
สําหรับองคการบริหารสวนตําบล สําหรับ มาก ผลทําใหมีขอถกเถียงเชิงนิยามหลาย
ชมุ ชน รวมถึงคูมอื อืน่ ๆ เชน การปนจกั รยาน ประเด็น เชน “นิยามกิจกรรมทางกาย”
การเดนิ การขึน้ บนั ได การลดนํ้าหนกั การดูแล “กิจกรรมทางกายท่ีเพียงพอ” “พฤติกรรม
การบาดเจ็บจากการออกกําลังกายและการ เนือยนิ่ง” เปนตน สงผลใหการผลักดัน
เลนกีฬา การยืดเหยียด การใชเคร่ืองออก นโยบายไมมีความกาวหนา เนื่องจากติดขัด
กําลังกายกลางแจง การจัดคลินิกไรพุง ในการหาขอตกลงพ้ืนฐาน จึงเปนที่มาและ
(DPAC) เปนตน ซ่ึงมีการจัดทําคูมือเหลานี้ ความสําคัญของการกําหนดขอเสนอแนะ
ทั้งสําหรับบุคลากรสาธารณสุข และสําหรับ ดานกิจกรรมทางกายระดบั ประเทศรวมกัน
ประชาชนท่วั ไป (15)
นอกจากนี้ สาํ นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ 2. กระบวนการพัฒนาขอแนะนํา
การสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ไดรวมมือ การสงเสริมกิจกรรมทางกาย การลด
กับเครือขายวิชาการตางๆ จัดทําขอแนะนํา พฤติกรรมเนือยน่ิง และการนอนหลับ
การสงเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กปฐมวัย เพ่อื สุขภาพของประเทศไทย
และในเด็ก ต้งั แตป  พ.ศ.2552 เปน ตนมา เชน
คูมือส่ิงเล็กๆ ที่สรางลูกดวยการชวนเด็กออก การพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม
มาเลน คูมือพื้นท่ีเด็กเลนสนุก คูมือ Active กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง
และการนอนหลับเพ่ือสุขภาพ (ขอแนะนําการ
สง เสรมิ กจิ กรรมทางกายฯ)ของประเทศไทย(18)
เริ่มตนในป พ.ศ.2559 จากความรวมมือของ

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 15

บทความปริทัศน์

กองกิจกรรมทางกายเพ่ือสุขภาพ กรมอนามัย หลักของประชากรไทยท่ีมักประสบปญหา
กระทรวงสาธารณสุข สํานักงานพัฒนา การบาดเจ็บของกลามเน้ือจากลักษณะการ
นโยบายสุขภาพระหวางประเทศ และ สสส. ทํางาน ไดแก ชาวนา ชาวประมง ผูขับรถ
กระบวนการพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม และพนักงานบรษิ ทั
กิจกรรมทางกายฯ ใชระยะเวลาในการดําเนิน
การทั้งสิ้น 12 เดือน เร่ิมตั้งแตเดือนสิงหาคม - กาํ หนดขอ แนะนาํ การจดั สง่ิ แวดลอ ม
พ.ศ. 2559 ถึง เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 และตัวอยางกิจกรรมท่ีเหมาะสมแกการ
พรอมกับการพัฒนาแผนสงเสริมกิจกรรมทาง สงเสริมกิจกรรมทางกายในแตละกลุมวัย
กายระดับประเทศ กระบวนการจัดทาํ แบงเปน ควบคูไปดวย เชน ส่ิงแวดลอมในโรงเรียน
4 ข้ันตอนหลัก ไดแก (1) การกําหนดกรอบ สําหรับเด็ก สถานประกอบการสําหรับผูใหญ
แ ล ะ แ ผ น ก า ร จั ด ทํ า ข  อ เ ส น อ แ น ะ ข อ ง พื้นที่ชุมชน สวนสาธารณะสําหรับผูสูงอายุ
ประเทศไทย (2) การทบทวนวรรณกรรม เปน ตน
(3) กระบวนการหารือรวมกับผูเช่ียวชาญ
ระดบั ประเทศ และ (4) การส่ือสารและเผยแพร น อ ก จ า ก ก า ร กํ า ห น ด ข อ บ เ ข ต
ขอแนะนาํ ขอเสนอแนะดานกิจกรรมทางกาย พฤติกรรม
เนือยนิ่งและการนอนหลับ คณะทํางานกลาง
1) การกาํ หนดกรอบและแผนการ ยังรวมกันกําหนดระยะเวลา ผูประสานงาน
จดั ทาํ ขอ เสนอแนะของประเทศไทย สวนกลาง และรวบรวมผูเชี่ยวชาญในประเทศ
ใหครอบคลุมทุกกลุม เพ่ือใหขอเสนอแนะและ
กระบวนการสวนนี้มีความสําคัญ ถือเปนสวนหน่ึงของกระบวนการมีสวนรวม
เพื่อวางแผนขอบเขตและทิศทางการจัดทําขอ และรับรองรวมกนั ดงั สรุปตามแผนภมู ทิ ี่ 1
เสนอแนะ เกิดจากคณะทํางานกลางรวมกัน
ระหวางกองกิจกรรมทางกายเพื่อสขุ ภาพ กรม 2) การทบทวนวรรณกรรมและ
อนามัย กระทรวงสาธารณสุข สํานักงาน การเกบ็ ขอมูล
พัฒนานโยบายสุขภาพระหวางประเทศ และ
สสส. การวางแผนมีการกําหนดประเด็นหลัก การทบทวนเนื้อหาวิชาการขอแนะนํา
ไดแ ก กิจกรรมทางกายจากหนวยงานและประเทศ
ที่เก่ียวของ ไดแก องคการอนามัยโลก
- ครอบคลุมทุกกลุมประชากรหลัก The American College of Sports
ไดแก วัยทารกและเด็ก วัยรุน วัยผูใหญ Medicine, National Sleep Foundation,
วัยผูสูงอายุ สตรีต้ังครรภจ นถึงหลังคลอด ออสเตรเลีย ภูฎาน แคนาดา ฟลิปปนส
สิงคโปร สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
- ครอบคลุมกจิ กรรมตลอด 24 ชว่ั โมง เพื่อใหมีความหลากหลายของภูมิภาคตางๆ
น่ันรวมถึงพฤติกรรมเนือยนิ่ง และการนอน ทั่วโลก และบริบทจากท้ังประเทศพัฒนาแลว
หลับ แมขอแนะนําในระดับโลกจะยังไมมี และกําลังพัฒนา ดังตารางท่ี 1
การรับรองอยางเปนทางการ แตเมื่อพิจารณา
สถานการณภายในประเทศซ่ึงแนวโนมของ สําหรับการศึกษาใน 4 กลุมอาชีพ
พฤติกรรมเนือยนิ่งจะมีอัตราสูงขึ้นเร่ือยๆ หลกั ของประชากรไทย คือ ชาวนา ชาวประมง
และความสําคัญของการนอนหลับตอการ ผูทํางานขับรถ และพนักงานบริษัท ใชการจัด
เจริญเติบโต ทําใหคณะทํางานกําหนดกรอบ ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อฝกการเก็บขอมูล
ใหกวางขึ้น การเคลื่อนไหวรางกายในการประกอบอาชีพ
ตา งๆ จาํ นวน 3 วัน และลงพ้นื ท่ีเก็บขอมูลการ
- จัดทําขอแนะนําตามกลุมอาชีพ เคลื่อนไหวรางกายในประชาชนท่ีประกอบ

16 ปท่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอม

การสง เสริมสขุ ภาพประชาชนไทยผานการจัดทําขอ แนะนําการสงเสริมกิจกรรมPทPา&งPกา:ยโอกกาารสลใดนพวฤกิ ตฤิกตริ รCมOเนVือIยDน-ง่ิ 1ฯ9

อาชีพเกษตรกร ประมง ขับรถ และพนักงาน 3) กระบวนการหารือรวมกับผู
บริษัท จํานวนกลุมตัวอยางอาชีพละ 10 คน เชย่ี วชาญระดับประเทศ
เปนเวลา 1 สัปดาหตอ อาชีพ เพื่อใหเ กิดความ
เขาใจลักษณะการเคลื่อนไหวรางกายในแตละ กระบวนการหารือรวมกับผูเชี่ยวชาญ
วันของประชาชนที่มีอาชีพดังกลาว วิเคราะห จัดขึ้นตามรายขอเสนอแนะในแตละกลุมวัย
ความเสี่ยงของการเคล่ือนไหวที่อาจกอใหเกิด (วัยทารกและเดก็ วัยรนุ วัยผูใ หญ วยั ผสู ูงอายุ
อนั ตรายกับกลามเนอ้ื สตรีต้ังครรภจนถึงหลังคลอด) และกลุมอาชีพ
จาํ นวน 2 คร้งั ครง้ั ละ 3 วนั โดยผูรว มประชมุ

แผนภูมทิ ่ี 1 กระบวนการพฒั นาขอแนะนาํ การสงเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทย

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 17

บทความปริทัศน์

คือผูเช่ียวชาญและภาคีเครือขายจากแวดวง ทางตางๆ เชน หนังสือพิมพ หนังสือพิมพ
ตางๆ ไดแก อาจารย นักวิชาการ นักวิจัย ออนไลน เพจ ในชว งปลายปง บประมาณ 2560
กุมารแพทย สูตินรีแพทย อายุรแพทย นัก จัดสง หนงั สอื ขอ แนะนําทง้ั 10 เลม และแผน พบั
วิชาการสาธารณสุข นักวิทยาศาสตรการกีฬา ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกาย ไปยัง
นกั กายภาพบําบัด นกั สง เสริมพฒั นาการ และ ศูนยอนามัยเขต สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด
เจาหนาท่ีดานสาธารณสุข จากสถาบันการ สํานักงานสาธารณสุขอําเภอ และโรงพยาบาล
ศึกษาท่ีเกี่ยวของกับการสงเสริมกิจกรรมทาง เปนตน ในปง บประมาณ 2561 และจดั ประชมุ
กายเพื่อสุขภาพ เชน ศูนยวิจัยกิจกรรมทาง พัฒนาศักยภาพบุคลากรในระดับภูมิภาค
กาย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม คณะ จังหวัด และพ้ืนท่ี ผานกลไกของกรมอนามัย
วิทยาศาสตรการกีฬา และคณะศึกษาศาสตร ไปยังศูนยอนามัยเขต สํานักงานสาธารณสุข
และพัฒนศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร จังหวัด สํานักงานสาธารณสุขอําเภอ และโรง
เปนตน เพ่ือพิจารณาขอแนะนําการสงเสริม พยาบาล เปนตน โดยมีการประชุมใหญระดับ
กจิ กรรมทางกายฯ ใหส อดคลองกบั บรบิ ทไทย ประเทศจาํ นวน 1 คร้ัง และการประชุมในระดับ
เขตสขุ ภาพ จาํ นวน 52 คร้ัง (13 เขตสขุ ภาพ
คณะทํางานกลางจัดเวทีการหารือ เขตสุขภาพละ 4 ครั้ง ตามกลมุ วัย ไดแก กลมุ
โดยนําเสนอรางจากการทบทวนวรรณกรรม สตรีและเด็กปฐมวัย กลุมวัยเรียนวัยรุน กลุม
เพ่ือใหผูเช่ียวชาญรวมพิจารณาในดานความ วัยทํางาน และกลุมวัยสงู อาย)ุ ในปงบประมาณ
ถูกตองตามหลักวิชาการ คําอธิบายเนื้อหา 2562
สาระท่ีเขาใจงาย และการปรับเนื้อหาให
สอดคลองกับบริบทไทย เชน กิจกรรมท่ียก 3. สาระวิชาการของขอแนะนํา
ตวั อยาง ขอ พึงระวังของแตล ะกลมุ วยั เปน ตน การสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ของ
ประเทศไทย
4) การส่ือสารและเผยแพรขอ
แนะนํา อ ง ค  ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ เ นื้ อ ห า ข อ ง ข  อ
แนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ของ
ข  อ แ น ะ นํ า ก า ร ส  ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม ประเทศไทย(18) มคี วามคลายคลึงกบั ขอแนะนํา
ทางกายฯ ไดรับการจัดทําเปนรูปเลมเพ่ือให ขององคการอนามัยโลกและประเทศตางๆ
เหมาะสมกับการเผยแพรและส่ือสาร จํานวน คือ เด็กและวัยรุน มีกิจกรรมทางกายระดับ
10 เลม ประกอบดวย ขอแนะนําการสงเสริม ปานกลางจนถึงหนักอยา งนอย 60 นาทตี อ วัน
กิจกรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนือยน่ิง มี ก า ร ส ร  า ง ค ว า ม แ ข็ ง แ ร ง ข อ ง ก ล  า ม เ นื้ อ
และการนอนหลบั จาํ นวน 1 เลม ซึ่งครอบคลุม และกระดกู อยางนอ ย 3 ครงั้ ตอสปั ดาห ผูใหญ
ขอแนะนําสําหรับประชาชนทุกกลุมวัยและ และผสู งู อายุ มกี จิ กรรมทางกายระดบั ปานกลาง
อาชีพ ขอแนะนําสําหรับประชาชนแตละกลุม อยางนอย 150 นาที หรือมีกิจกรรมทางกาย
วัย จํานวน 5 เลม และขอแนะนําสําหรับ ระดับหนักอยางนอย 75 นาทีตอสัปดาห
ประชาชน 4 กลุมอาชีพหลัก จํานวน 4 เลม หรอื ผสมผสานระดับปานกลางและหนัก มีการ
ดังภาพที่ 1 ท้ังน้ี ไดจัดทําแผนพับขอแนะนํา สรางความแข็งแรงของกลามเนื้อมัดใหญอยาง
การสงเสริมกิจกรรมทางกาย จํานวน 1 แผน นอย 2 คร้ังตอสัปดาห โดยผสู งู อายคุ วรมกี าร
เพ่ือใหเหมาะสมสําหรับการส่ือสารไปยัง ฝกการทรงตัวเพื่อปองกันการลมดวย ท้ังนี้
ประชาชน ดังภาพท่ี 2 กิจกรรมทางกายแบบแอโรบิคควรมีติดตอกัน
อยา งนอย 10 นาทตี อครัง้
ทั้งนี้ ไดจัดแถลงขาวรวมกับภาคี
เครือขายท่ีเก่ียวของผานส่ือมวลชนทางชอง

18 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม

ตารางท่ี 1 สรุปแนวทางการมีกิจกรรมทางกายและการลดพฤตกิ รรมเนอื ยนง่ิ จากตา งประเทศ

ประเภท WHO2010 ACSM2015 ออสเตรเลยี ภฏู าน แคนาดา ฟล ปิ ปนส สิงคโปร สหราช สหรัฐ NSF ไทย WHO2019 WHO2020 การสงเสริมสขุ ภาพประชาชนไทยผานการจดั ทาํ ขอแนะนาํ การสง เสรมิ กิจกรรมทางกาย การลดพฤตกิ รรมเนือยนิ่งฯ

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 อาณาจักร อเมรกิ า (U5) x
x
สตรีต้ังครรภ x x x / x x x x / x/ x /
/
เดก็ ปฐมวยั x x / // / x / x // / /
/
เด็กและวยั รนุ / / / // / x / / // x /
x
ผูใหญ / / / / / / / / / // x /
x
ผูสงู อายุ / / / // / / / / // x
/
ผูม โี รคประจําตัว x x x /x x x x / x/ x
x
คนพกิ าร x x x /x x x x / xx x
/
อาชีพ x x x / x x x x x x/ x /
x
PA แอโรบิค / / / // / / / / // /

PA แอโรบคิ / / / x/ / / / / x/ x

คร้ังละ 10 นาที

PA ความแข็งแรง / / / // / / / / x/ /

ของกลา มเนอ้ื

PA ความออ นตัว x / x xx x x x x x/ x

ของกลา มเน้ือ

PA ทรงตัว / / / / / / / / x x/ x
x/ /
พฤติกรรมเนอื ยนิ่ง x / / // x / / x // /

นอนหลบั x x x xx x x x x

*Note : / = มี, x = ไมม ี, WHO: World Health Organization, ACSM: The American College of Sports Medicine, NSF: National Sleep Foundation, U5: Under 5 years old,
PA : Physical Activity

19

บทความปริทัศน์

ภาพที่ 1 รปู เลม ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกายในประเทศไทย

ภาพท่ี 2 แผนพับขอแนะนําการสงเสริมกจิ กรรมทางกายในประเทศไทย
20 ปที่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสริมสขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอ ม

การสง เสรมิ สขุ ภาพประชาชนไทยผา นการจัดทาํ ขอ แนะนาํ การสงเสริมกจิ กรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนอื ยน่ิงฯ

ในสวนที่แตกตาง คือ ขอแนะนําการ วัยเด็ก (6-14 ป) นอน 9-11 ชั่วโมงตอวัน
สงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ของประเทศไทย และวยั รนุ (15-18 ป) นอน 8-10 ชว่ั โมงตอ วัน
ครอบคลุมประชาชนกลุมวัยตางๆ ที่กวาง ผูใหญและผูสูงอายุควรนอนประมาณ 7-9
ขวางกวาขอแนะนําโดยองคการอนามัยโลก ชั่วโมงตอวัน และแนะนําใหเขานอนกอน
โดยมีขอแนะนํากิจกรรมทางกายสําหรับสตรี 22.00 น. เพื่อใหฮอรโมนการเจริญเติบโต
ตั้งครรภและหลังคลอด ซ่ึงไดแบงเปนขอ หล่ังเตม็ ที่
แนะนําในภาพรวมตลอดการตั้งครรภและ
หลังคลอด และแบงตามระยะการต้ังครรภ นอกจากนี้ ยังมีขอแนะนํากิจกรรม
ตามไตรมาส และขอ แนะนาํ สําหรับเดก็ ปฐมวยั ทางกายใน 4 อาชีพหลัก คือ ชาวนา
ทีแ่ บงตามชวงอายุตา งๆ เชน ทารก (อายุนอ ย ชาวประมง พนักงานขับรถ และพนักงาน
กวา 1 ป) โดยแนะนาํ ใหเ ด็กมกี ารใชกลามเนื้อ บริษัท วาควรมีกิจกรรมทางกายอยางไร
มัดใหญ เชน การนอนคว่ําชันคอ การนั่ง ใหเหมาะสม เชน การยืดเหยียดและการสราง
การคลาน การยืน และการเดิน เม่ืออายุ ความแข็งแรงของกลามเน้ือสวนท่ีมีการใชงาน
มากกวา 1 ป ใหมีกิจกรรมทางกายท่ีหลาก หนักหรือใชงานซํ้าๆ ในแตละวัน เพื่อลด
หลายมากข้ึน เชน ว่ิง กระโดด ปนปาย อาการบาดเจ็บจากการทํางานในกลุมชาวนา
อยางนอ ย 180 นาทีตอวัน และชาวประมง หรือการมีกิจกรรมทางกาย
แบบแอโรบิค หรือการลดพฤติกรรมเนือยน่ิง
นอกจากน้ี ยังมีขอแนะนําการลด ในกลมุ ผูขบั รถและพนักงานบริษัท เปนตน
พฤตกิ รรมเนอื ยน่ิง ไดแ ก การน่ังหรือนอนราบ
ท่ีไมรวมการนอนหลับ ที่มีผลเสียตอสุขภาพ ■ อภิปรายผล
เชนเดียวกับการมีกิจกรรมทางกายไมเพียง
พอ และประชาชนมีแนวโนมมีพฤติกรรม การพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม
เ นื อ ย นิ่ ง เ พ่ิ ม ข้ึ น จ า ก ลั ก ษ ณ ะ ก า ร ทํ า ง า น กิจกรรมทางกายเปนสวนหน่ึงของขอเสนอ
ท่ีเปนการน่ังเกาอี้ ใชคอมพิวเตอร และใช เชิงนโยบายตามแผนปฏิบัติการสงเสริม
โทรศัพทมือถือกันมากขึ้น โดยแนะนําใหลด กิจกรรมทางกายระดับโลก ขอแนะนาํ ดานการ
ระยะเวลาการมีพฤติกรรมเนือยน่ิงในแตละวัน สงเสริมกิจกรรมทางกาย พฤติกรรมเนือยน่ิง
ลง เชน การลุกยืนหรือเดิน 5 นาที ทุกๆ และการนอนหลับจัดทําข้ึนเพื่อสนับสนุน
การนั่ง 1 ชั่วโมง การยืนทํางานสลับกับ กระบวนการพัฒนานโยบายแผนสงเสริม
การน่งั เปน ตน กิจกรรมทางกาย มีกระบวนการต้ังแตป
พ.ศ.2559 ดังตารางท่ี 1 ผานขั้นตอนการ
ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทาง วางแผนของคณะทาํ งานกลาง ทบทวนเอกสาร
กายฯ ของประเทศไทย ยังมีขอแนะนําดาน วิชาการ การประชุมระดมความเห็นจาก
การนอนหลับ ทมี่ ีผลตอ การเจรญิ เติบโตในเด็ก ผูเช่ียวชาญเพื่อใหขอแนะนําสอดคลองกับ
และการซอมแซมสวนสึกหรอในผูใหญและ บรบิ ทประเทศ รวมถงึ มกี ารสอ่ื สารสูป ระชาชน
ผูสูงอายุ เน่ืองจากการนอนหลับมีผลตอการ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรท่ีเก่ียวของ
หล่ังฮอรโมนที่ชวยใหรางกายเจริญเติบโต ในพื้นที่ ซ่งึ เปนการประสานการทาํ งานรว มกนั
(Growth Hormone) โดยประชาชนแตละ จากภาคสว นตางๆ ท้งั นโยบาย วชิ าการ และ
ชวงวัยตองการการนอนหลับที่แตกตางกัน ประชาสังคม เพื่อใหเกิดประโยชนกับประเทศ
เชน ชวงวัยทารก ควรนอน 12-17 ชั่วโมง มากทส่ี ดุ ทง้ั น้ี ขอแนะนําการสงเสรมิ กิจกรรม
ตอวัน ชวงปฐมวัย นอน 10-13 ช่ัวโมงตอวัน ทางกายฯ มีความครอบคลุมมิติกิจกรรมทาง

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 21

บทความปริทัศน์

กายท้ังดานแอโรบิค ความแข็งแรงและความ การสงเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศไทย
ยืดหยนุ ของกลามเน้ือ ดานพฤติกรรมเนือยนงิ่ ตองมีการทบทวนขอแนะนําการสงเสริม
และการนอนหลับ ที่เปนวงจรท่ีครบถวน กิจกรรมทางกายฯ ของประเทศไทย(18) ตามขอ
ในแตละวัน รวมถึงครอบคลุมประชากรกลุม คน พบเชงิ ประจักษท ี่เปน ปจ จุบนั ตวั อยางเชน
ตา งๆ และอาชพี ดวย องคการอนามัยโลก(20) ไดมีการจัดประชุม
เชิงปฏิบัติการเรื่องการปรับขอเสนอแนะดาน
ข  อ แ น ะ นํ า ก า ร ส  ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม กิจกรรมทางกายและเสนอใหยกเลิกขอแนะนํา
ทางกายฯ มีประโยชนในการสนับสนุน การมีกิจกรรมทางกายประเภทแอโรบิคใน
ก า ร ขั บ เ ค ล่ื อ น ก า ร ดํ า เ นิ น ก า ร แ ผ น ง า น แตละชวงอยางนอย 10 นาที และใหความ
โครงการ และกิจกรรมท่ีเก่ียวของกับการ สําคัญกับกิจกรรมทางกายระดับเบา ท่ีนาจะ
สงเสริมกิจกรรมทางกาย การเชื่อมประสาน เปนประโยชนในการกระตุนใหประชาชน
การทํางานรวมกับภาคสวนตางๆ ที่เกี่ยวของ ทุกกลุมท่ียังมีกิจกรรมทางกายนอยไดเริ่มตน
กับกลุมประชากร การกําหนดนโยบายการ ไดอยางไมยากมากนัก (รอยละ 29 ของ
สงเสริมกิจกรรมทางกาย และลดพฤติกรรม ผูใหญ และรอยละ 73 ของเด็กและวัยรุน
เนอื ยนง่ิ ในทกุ ประเภทองคก ร ท้ังสถานศกึ ษา (อายุ 6-17 ป) ในประเทศไทย มีกิจกรรม
สถานท่ีทํางาน สถานบริการสาธารณสุข ทางกายไมเพยี งพอ(11)) โดยหวงั จะนําไปสูก าร
ชมุ ชน และการสื่อสารถงึ ประชาชน โดยเฉพาะ มีกิจกรรมทางกายอยางเพียงพอและสมํา่ เสมอ
ก า ร นํ า ข  อ แ น ะ นํ า ก า ร ส  ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม ในอนาคต สมดังเปาหมายของแผนการ
ทางกายฯ ไปใชในการกําหนดเปาหมาย สงเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573(5)
และเปนกรอบการติดตามและประเมินผล ตอไป เชนเดียวกับการสงเสริมใหมีกิจกรรม
ข อ ง แ ผ น ก า ร ส  ง เ ส ริ ม กิ จ ก ร ร ม ท า ง ก า ย ทางกายมากกวาขอแนะนําเดิมคือ ใหผูใหญ
พ.ศ.2561-2573(5) อันเปนแผนการสงเสริม อายุ 18 ปข้ึนไป มีกิจกรรมทางกายระดับ
กิจกรรมทางกายฉบับแรกของประเทศท่ีมุงให ปานกลางอยางนอยสปั ดาหละ 150-300 นาที
เกิดความรวมมือในการสงเสริมกิจกรรม หรือกิจกรรมทางกายระดับหนักอยางนอย
ทางกายจากทุกภาคสวน ท้ังน้ี พบวาระดับ สัปดาหละ 75-150 นาที โดยเฉพาะผูที่มี
กิจกรรมทางกายเพียงพอของประชาชน พ ฤ ติ ก ร ร ม เ นื อ ย น่ิ ง ใ น แ ต  ล ะ วั น ม า ก ใ ห  มี
แตละกลุมวัยในป พ.ศ.2561 เพ่ิมข้ึนจากเดิม กิจกรรมทางกายมากกวา ขอแนะนํา โดยตองมี
โดยเพ่ิมจากรอยละ 25.3 เปนรอยะ 26.2 การทบทวนขอความที่จะใชในการรณรงค
ในกลุมวยั เรียนและวัยรนุ เพิ่มจากรอยละ 68.8 ส่ือสารสูประชาชนและบุคลากรใหชัดเจน
เปนรอยละ 69.7 ในกลุมวัยทํางาน และเพ่ิม เขาใจงาย กระชับ และดึงดูดใจตอไป รวมถึง
จากรอยละ 74.0 เปนรอยะ 76.9 ในกลุม การทบทวนแบบสํารวจกิจกรรมทางกายและ
วัยสูงอายุ จากการสํารวจกิจกรรมทางกาย พฤติกรรมเนือยน่ิงของประเทศ ซ่ึงตองมี
ระดับประเทศโดยสถาบันวิจัยประชากรและ การเตรียมหารือในการปรับแบบสอบถาม
สังคม มหาวิทยาลัยมหิดล(19) ซ่ึงเปนปท่ีเร่ิมมี รวมกับหนวยงานท่ีเก่ียวของ โดยเฉพาะ
การส่ือสารขอแนะนํากิจกรรมทางกายฯ ไปยัง สํ า นั ก ง า น สํ า ร ว จ สุ ข ภ า พ ป ร ะ ช า ช น ไ ท ย
ศนู ยอนามัยเขต และพื้นท่ี สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ท่ีสํารวจ
กจิ กรรมทางกายทุก 5 ป สถาบันวิจยั ประชากร
ในสวนการขับเคลื่อนการสงเสริม และสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สํารวจ
กิจกรรมทางกายท่ีเก่ียวของกับขอแนะนํา
การสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ภาคีหลักใน

22 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอม

การสง เสริมสขุ ภาพประชาชนไทยผา นการจัดทําขอแนะนําการสงเสริมกจิ กรรมทางกาย การลดพฤติกรรมเนอื ยนิง่ ฯ

กจิ กรรมทางกายทุกป สาํ นกั งานสถติ แิ หงชาติ 2. กรมอนามัย โดยกองกิจกรรม
ที่สํารวจกิจกรรมทางกายทุก 4 ป เปนตน ทางกายเพื่อสุขภาพ ควรมีการประเมินการใช
และเปาหมายของแผนการสงเสริมกิจกรรม ประโยชนจากขอเสนอแนะดานกิจกรรม
ทางกาย พ.ศ.2561-2573(5) ทางกาย พฤติกรรมเนือยนง่ิ และการนอนหลับ
เพื่อพัฒนาขอความในการสื่อสารรณรงค
ท้ังนี้ บทความนี้มีประโยชนอยางยิ่ง หรือจัดทําสื่อตางๆ ใหตอบสนองตอกลุม
ในการสรางความเขาใจตอกระบวนการพัฒนา เปาหมายมากย่ิงขึ้น และเปนสวนสําคัญ
ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ตอ การบรรลุเปา หมายดา นกจิ กรรมทางกาย
ของประเทศไทย กรอบเน้ือหาวิชาการของ
ขอแนะนําของประเทศไทย ของโลก และ 3. สาํ นกั งานสาํ รวจสขุ ภาพประชาชน
ประเทศตางๆ รวมถึงพฒั นาการของการจดั ทาํ ไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สถาบันวจิ ยั
ขอแนะนํากิจกรรมทางกายของโลกและ ประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล
ประเทศไทย ซ่ึงมีประโยชนในการนําไป และสํานักงานสถิติแหงชาติ และหนวยงาน
พัฒนาตอยอดขอแนะนําเพื่อพัฒนานโยบาย ท่ีเกี่ยวของกับการสํารวจกิจกรรมทางกาย
สงเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศตอไป ของประเทศ ตองทําการทบทวนแบบสํารวจ
หรือปรับใชกับการสงเสริมสุขภาพระดับชาติ กิจกรรมทางกายและพฤติกรรมเนือยนิ่ง
ในประเด็นอ่ืนๆ อยางไรก็ตาม การวิเคราะห ใหสอดคลองกับขอแนะนําการมีกิจกรรม
ท้ังหมดในบทความนี้ ท้ังกระบวนการ เนื้อหา ทางกายฉบับใหมข ององคการอนามัยโลก(20-21)
และแนวทางการดําเนินการตอในอนาคต
เปน การวิเคราะหจ ากมมุ มองและประสบการณ ■ สรปุ
ของผูท่ีเก่ียวของโดยตรงกับกระบวนการ
พัฒนาและการนําขอแนะนําไปปฏิบัติ จึงไม การพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม
สามารถใชเปนความเห็นหรือขอผูกมัดของ กิ จ ก ร ร ม ท า ง ก า ย ฯ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
หนว ยงานหรือองคกรได มีกระบวนการสําคัญคือการสรางการมีสวน
รวมทางวิชาการกับภาคีเครือขายที่เกี่ยวของ
■ ขอเสนอเชิงนโยบาย โดยผานกระบวนการทบทวนเนื้อหาวิชาการ
การประชุมระดมความคิดเห็น การวิจัย
1. กรมอนามัย โดยกองกิจกรรม ในพื้นท่ี และการสื่อสารและเผยแพร ในดาน
ทางกายเพ่ือสุขภาพ สํานักงานกองทุน สาระวิชาการของขอแนะนาํ มคี วามสอดคลอง
สนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ สํานักงาน กับขอแนะนําในระดับโลกและนานาชาติ
พฒั นานโยบายระหวา งประเทศ และหนว ยงาน โดยมีความครอบคลุมประชากรทุกกลุม อาทิ
ท่ีเก่ียวของกับการสงเสริมกิจกรรมทางกาย สตรีตั้งครรภและหลังคลอด เด็กปฐมวัย
ของประเทศ ตองมีการทบทวนขอแนะนําการ เดก็ และวยั รนุ ผูใหญ และผสู งู อายุ และอาชพี
สง เสรมิ กจิ กรรมทางกายฯ ของประเทศไทย(18) หลัก คือ ชาวนา ชาวประมง ผูขับรถ และ
และเปาหมายของแผนการสงเสริมกิจกรรม พนักงานบริษัท และครอบคลุมทุกมิติของ
ทางกาย พ.ศ.2561-2573 ใหสอดคลองกับ กิจกรรมทางกาย อาทิ แอโรบิค การสราง
สถานการณ บริบท และขอมูลทางวิชาการ ความแข็งแรงและออนตัวของกลามเน้ือ
ท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะขอแนะนํา พฤติกรรมเนือยนิ่ง และการนอนหลับ ซ่ึงมี
การมีกิจกรรมทางกายฉบับใหมขององคการ เน้ือหาเพิ่มเติมจากขอแนะนําในระดับโลก
อนามยั โลก(20-21) ก า ร พั ฒ น า ข  อ แ น ะ นํ า ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย มี

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 23

บทความปริทัศน์

ประโยชนต อ การขบั เคลอ่ื นนโยบายการสง เสรมิ ตอการพัฒนาขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรม
กิจกรรมทางกายในระดับประเทศในหลายมิติ ทางกายฯของประเทศไทย ขอขอบคุณ
เชน การนาํ ไปใชต ้ังเปาหมายแผนการสง เสรมิ นายแพทยไพโรจน เสานวม ผูชวยผูจัดการ
กิจกรรมทางกาย พ.ศ.2561-2573 การสอื่ สาร สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริม
รณรงค รวมถึงการเปนตนแบบขอแนะนํา สุขภาพ คุณนิรมล ราศรี และคุณวิภาดา
ใหกับประเทศอ่ืน ท้ังน้ี ควรมีการทบทวน เอี่ยมแยม สํานักวิถีชีวิตสุขภาวะ สํานักงาน
ขอแนะนําเปนระยะตามสถานการณ บริบท ก อ ง ทุ น ส นั บ ส นุ น ก า ร ส ร  า ง เ ส ริ ม สุ ข ภ า พ
แ ล ะ วิ ช า ก า ร ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ แ ล ะ ข อ ง โ ล ก สําหรับขอแนะนําการพัฒนาขอแนะนําการ
ที่เปลย่ี นแปลงไป สงเสริมกิจกรรมทางกายฯ ของประเทศไทย
ขอขอบคุณ ผศ.ดร.สิริพร ศศิมณฑลกุล
■ กติ ตกิ รรมประกาศ ค ณ บ ดี ค ณ ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร  ก า ร กี ฬ า
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร และ ดร.อาริสร
ข อ ข อ บ คุ ณ สํ า นั ก ง า น ก อ ง ทุ น กาญจนศิลานนท คณะวิทยาศาสตรการกีฬา
สนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ ท่ีใหทุน ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ก ษ ต ร ศ า ส ต ร  สํ า ห รั บ
สนับสนุนการพัฒนาขอแนะนําการสงเสริม การสนับสนุนดานวิชาการในการทําวิจัย
กิจกรรมทางกายฯ ของประเทศไทยอยางดี เก็บขอมูลดานอาชีพ และคณาจารยจาก
มาโดยตลอด นายแพทยวชิระ เพ็งจันทร มหาวิทยาลัยและหนวยงานตางๆ สําหรับ
อดีตอธบิ ดกี รมอนามยั แพทยหญิงพรรณพมิ ล การสนับสนุนดานวิชาการในการพัฒนา
วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย นายแพทยธงชัย ขอแนะนําการสงเสริมกิจกรรมทางกายฯ
เลิศวิไลรัตนพงศ ผูตรวจราชการเขตสุขภาพ ของประเทศไทยเปนอยางดี และขอขอบคุณ
ท่ี 1 นายแพทยอรรถพล แกวสัมฤทธิ์ คุณธวัชชัย ทองบอ คุณธวัชชัย แคใหญ
รองอธบิ ดกี รมอนามยั นายแพทยบ ญั ชา คา ของ คุณเศวต เซยี่ งล่ี คณุ วชั รินทร แสงสัมฤทธ์ผิ ล
รองอธิบดีกรมอนามัย นายแพทยชัยพร และคุณมังกร พวงครามพันธุ ท่ีชวยเก็บ
พรหมสิงห อดีตประธานคณะกรรมการ ขอมูลวิจัยและชวยเหลือกระบวนการจัดทํา
ผูทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย นายแพทยกิตติ ขอแนะนําอยางเขมแข็งมาโดยตลอด ท้ังน้ี
ลาภสมบัติศิริ ผูอํานวยการสํานักผูสูงอายุ ผลการศึกษาเกิดจากการวิเคราะหและความ
กรมอนามัย และนายแพทยอ ุดม อศั วุตมางกุร เห็นอยางอิสระของทีมผูวิจัย โดยไมเก่ียวของ
ผูอํานวยการกองกิจกรรมทางกายเพ่ือสุขภาพ กบั ผูใ หท นุ แตอยางใด
กรมอนามัย สําหรับการสนับสนุนเชิงนโยบาย

เอกสารอางอิง

1. Lee IM, Shiroma EJ, Lobelo F, Puska P, Blair SN, Katzmarzyk PT, et al. Effect of physical
inactivity on major non-communicable diseases worldwide: an analysis of burden of disease
and life expectancy. Lancet 2012;380(9838):219-29.

2. World Health Organization. Global health risks: mortality and burden of disease attributable
to selected major risks. Geneva: WHO; 2009.

3. World Health Organization. Global status report on noncommunicable diseases 2014. Geneva:
WHO; 2014.

4. World Health Organization. Global Health Observatory data: prevalence of insufficient
physical activity Geneva: WHO [Internet]. 2016 [cited 2020 Apr 7]. Available from:
https://www.who.int/gho/ncd/risk_factors/physical_activity_text/en/.

24 ปท ่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอม

การสง เสรมิ สุขภาพประชาชนไทยผา นการจัดทําขอแนะนําการสงเสรมิ กจิ กรรมทางกาย การลดพฤตกิ รรมเนอื ยน่ิงฯ

5. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
Thailand Physical Activity Strategy 2018-2030 Bangkok: NC Concept; 2018.

6. Topothai T, Liangruenrom N, Topothai C, Suriyawongpaisan W, Limwattananon S,
Limwattananon C, et al. How Much of Energy Expenditure from Physical Activity
and Sedentary Behavior of Thai Adults: The 2015 National Health and Welfare Survey.
Health Systems Research 2017;11(3):327-44.

7. Topothai T, Topothai C, Pongutta S, Suriyawongpaisan W, Chandrasiri O, Thammarangsi
T. The Daily Energy Expenditure of 4 Domains of Physical Activity of Thai Adults.
Health Systems Research 2015;9(2):168-80.

8. Topothai T, Chandrasiri O, Liangruenrom N, Tangcharoensathien V. Renewing commitments
to physical activity targets in Thailand. The Lancet 2016;388(10051).

9. World Health Organization. Global action plan on physical activity 2018-2030 Geneva:
WHO; 2018.

10. World Health Organization Regional Office for South-East Asia. Status report on ‘physical
activity and health in the South-East Asia Region’. New Delhi: World Health Organization.
Regional Office for South-East Asia; 2018.

11. Ketwongsa P. National Physical Activity Survey 2011-2016. Nakornpathom: Institute for Population
and Social Research, Mahidol University; 2016.

12. World Health Organization. ‘Best buys’ and other recommended interventions for the prevention
and control of noncommunicable diseases. Geneva: WHO; 2017.

13. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
Thailand Action Plan on Physical Activity 2018-2020. Bangkok: NC Concept; 2018.

14. World Health Organization. Global recommendations on physical activity for health. Geneva:
World Health Organization; 2010.

15. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
Physical activity publications Nonthaburi: Division of Physical Activity and Health
[Internet]. [cited 2020 Jul 20]. Available from: http://dopah.anamai.moph.go.th/?page_id=78.

16. Thai Health Promotion Foundation. Physical activity publications Bangkok: Thai Health
Promotion Foundation [Internet]. [cited 2020 Jul 20]. Available from: http://resource. thaihealth.
or.th/media/kaarkkamlangkaay.

17. Mahidol University. Thai Physical Activity Guideline (TPAG). Nakornpathom: Physiotherapy
Faculty, Mahidol University; 2014.

18. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
Thailand Recommendations on Physical Activity, Non-Sedentary Lifestyles, and Sleeping.
Bangkok: NC Concept; 2017.

19. Division of Physical Activity and Health, Department of Health, Ministry of Public Health.
The Presentation for the National Committee on Physical Activity Promotion Meeting 1/2564.
Nonthaburi: Division of Physical Activity and Health; 2020.

20. World Health Organization. WHO Guidelines on physical activity and sedentary behaviour
for children and adolescents, adults and older adults. Geneva: World Health Organization; 2020.

21. World Health Organization. Guidelines on physical activity, sedentary behaviour and sleep
for children under 5 years of age. Geneva: World Health Organization; 2019.

HEALTH

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 25

บ ท วิ ท ย า ก า ร วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยส่งิ แวดลอม
ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564

ปจจยั พหุระดบั ทีส่ ง ผลตอ การจดั การขยะอันตราย
ของครวั เรือน ในอําเภอพทุ ไธสง จังหวัดบรุ รี ัมย

จารวุ รรณ โลไธสง
วทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ (สาธารณสุขศาสตร) คณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
ทัศนยี  ศิลาวรรณ
ณฐั กมล ชาญสาธิตพร
คณะสาธารณสขุ ศาสตร มหาวทิ ยาลัยมหิดล
ไกรชาติ ตันตระการอาภา
คณะเวชศาสตรเขตรอ น มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล

วันรบั 28 สงิ หาคม 2563, วนั แกไ ข 15 ตุลาคม 2563, วนั ตอบรับ 13 พฤศจิกายน 2563

บทคดั ยอ

การวจิ ยั แบบภาคตดั ขวาง (Cross-sectional study) นี้มีวัตถุประสงคเพ่ือวิเคราะหป จ จยั พหุระดับที่สง ผลตอ
การจัดการขยะอันตรายของครัวเรือน ในอําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย โดยศึกษาปจจัยระดับครัวเรือนและชุมชน
ตวั อยา งในการวิจัยประกอบดว ย 558 ครวั เรอื น 35 หมูบาน เกบ็ รวมรวมโดยใชแ บบสัมภาษณ 2 ชุด คอื แบบสมั ภาษณ
ตัวแทนครัวเรือน และแบบสัมภาษณผูนําและแกนนําการจัดการขยะ ประมวลผลและวิเคราะหขอมูลโดยสถิติ ไดแก
รอ ยละ คา เฉล่ีย สวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และวิเคราะหตัวแปรพหุระดับในรูปแบบ 2 ระดับ ดว ยการวิเคราะหโมเดลวา ง
(Null model) การวิเคราะหโมเดลอยางงา ย (Simple model) และการวิเคราะหโ มเดลตามสมมติฐาน (Hypothetical
Model) ผลการวิจัยพบวา ครัวเรือนรอยละ 90.5 มีการจัดการขยะอันตรายอยูในระดับเหมาะสม รองลงมาคือ ระดับ
พอใช และระดบั ควรปรับปรงุ (รอยละ 6.1 และ 3.4 ตามลําดบั ) ปจจยั ระดบั ครวั เรอื นทส่ี งผลตอการจดั การขยะอนั ตราย
ของครวั เรือนอยางมีนัยสาํ คัญทางสถิติ ไดแก ความรอบรูดา นการจดั การขยะอนั ตรายของตวั แทนครวั เรือน (p =0.013)
และการไมมีพ้ืนที่จัดเก็บขยะในครัวเรือน (p <0.001) ปจจัยระดับชุมชนที่สงผลตอการจัดการขยะอันตราย
ของครัวเรือน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือ การไดรับการสนับสนุนงบประมาณเพ่ือการจัดการขยะในชุมชนจาก
องคกรปกครองสวนทองถ่ิน (p =0.038) ขอเสนอแนะจากผลการวิจัย ควรสงเสริมใหครัวเรือนจัดสรรพ้ืนท่ีวางถังขยะ
และเก็บรวบรวมขยะอันตราย ควรสรางความรอบรูดานการจัดการขยะอันตรายที่ถูกตองใหกับครัวเรือน และสนับสนุน
งบประมาณในการจดั กิจกรรมหรอื โครงการในการจัดการขยะอันตรายในชมุ ชน
คําสาํ คญั : ขยะอนั ตราย การจดั การขยะอันตราย พหรุ ะดบั

26 ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม

ปจ จยั พหุระดบั ท่ีสงผลตอ การจดั การขยะอันตรายของครวั เรอื น ในอาํ เภอพุทไธสง จงั หวัดบุรรี มั ย

Multi-level Factors Affecting Household
Hazardous waste Management

in Phutthaisong district Buriram province

Jaruwan Lothaisong
Faculty of Public Health, Mahidol University
Tassanee Silawan
Natkamol Chansatitporn
Faculty of Public Health, Mahidol University
Kraichat Tantrakarnapa
Faculty of Tropical Medicine, Mahidol University

Received 28 August 2020, Revised 15 October 2020, Accepted 13 November 2020.

Abstract

The cross-sectional research aimed to analyze multi-level factors affecting household hazardous
waste management in Phutthaisong district, Buriram province at household level and community level.
The subjects were 558 households and 35 villages. Data was collected by using two interview forms
for household leader, community leader and leader who took care of village waste management.
The statistics used were percentage, mean, standard deviation, and the two levels of multi-level factors
analysis by null model, simple model, and hypothetical model. The results showed that 90.5%
of the households had hazardous waste management at and appropriate suitable level, followed
by fair and needed improvement levels (6.1% and 3.4%, respectively). At household level, factors
significantly affected to household hazardous waste management were health literacy on hazardous waste
management of household representatives (p=0.013) and lack of household waste storage area (p<0.001).
Community-level factors statistically significant affected household waste management was the financial
support for community waste management from local authorities (p = 0.038). The findings suggested
that space management for placing bins and collecting hazardous waste in the household should
be promoted, health literacy on proper hazardous waste management in household should
be strengthened, and budget for organizing activities or projects for hazardous waste management
in community should be supported.
Key Words : Hazardous waste, Hazardous waste management, Multi-level

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 27

บ ท วิ ท ย า ก า ร

■ บทนํา ขยะทั่วไป(9) โดยพบวาประชาชนบางสวนใน
พ้ืนท่ีอําเภอพุทไธสงนําขยะอันตรายประเภท
ความเจริญกาวหนาทางเศรษฐกิจ เศษช้ินสวนเครื่องใชไฟฟาไปทิ้งในบอขยะ
สังคม และเทคโนโลยี สงผลใหมีขยะมูลฝอย ชุมชน และพบการปนเปอนสารโลหะหนักเกิน
เพ่ิม มากขึ้น จากรายงานสถานการณมลพิษ คามาตรฐาน(10) สถานการณขางตนสะทอนวา
ของประเทศไทยป 2559 พบวา ในป พ.ศ. 2559 การจัดการขยะอันตรายของชุมชนในพื้นท่ี
มีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดข้ึน 27.06 ลานตัน อําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย ยังคงเปน
ไดร บั การกาํ จดั อยา งถกู ตอ งเพยี ง 9.75 ลา นตนั ปญ หาทส่ี าํ คัญ จากงานวิจยั ทผ่ี า นมาสวนใหญ
หรือรอยละ 36 มีของเสียอันตรายจากชุมชน เปนการศึกษาปจจัยท่ีมีความสัมพันธกับ
เกิดข้ึน 0.606 ลานตัน และเก็บรวบรวมนําไป การจัดการขยะอันตรายของครวั เรอื น(11-12) โดย
กําจัดไดเพียง 64 ตัน โดยพบปญหาการ ไมไดวิเคราะหอิทธิพลรวมจากปจจัยระดับ
จัดการขยะอันตรายท่ีประชาชนท้ิงปะปนกับ ชุมชน การวิจัยนี้จึงมุงศึกษาปจจัยพหุระดับ
ขยะท่ัวไป(1) ซ่ึงการจัดการขยะมูลฝอยที่ไมถูก ที่ ส  ง ผ ล ต  อ ก า ร จั ด ก า ร ข ย ะ อั น ต ร า ย ข อ ง
สขุ ลกั ษณะจะกอ ใหเ กดิ มลพษิ และสง ผลกระทบ ครัวเรือนในอําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย
ตอสุขภาพและส่ิงแวดลอม(2) โดยเฉพาะขยะ ซง่ึ ผลการวจิ ยั จะเปน ประโยชนส าํ หรบั หนว ยงาน
อันตรายซ่ึงมีสวนประกอบของโลหะหนักและ ท่ีเกี่ยวของในการกําหนดกรอบและแนวทาง
สารท่มี ีคณุ สมบัติเปนกรดหรอื ดาง ซง่ึ สามารถ ในการปฏิบัติเพื่อสงเสริมและสนับสนุนใหเกิด
กอใหเกิดอันตรายกับสุขภาพของประชาชน การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรอื นทเ่ี หมาะสม
ได(3-6) จากปญหาขางตนรัฐบาลจึงกําหนด และยังสามารถนําไปพัฒนาระบบ รูปแบบ
ใหการจัดการขยะมูลฝอยเปนวาระแหงชาติ และวางแผนจัดการขยะอันตรายท่ีสอดคลอง
มีการจัดทําแผนแมบทการจัดการขยะมูลฝอย กั บ ส ภ า พ ป  ญ ห า ใ น พื้ น ที่ อํ า เ ภ อ พุ ท ไ ธ ส ง
ของประเทศ พ.ศ. 2559–2564 เพื่อใชเปน จงั หวัดบุรีรมั ยต อไป
กรอบนโยบายการบริหารจัดการขยะมูลฝอย
และของเสียอันตรายในภาพรวมของประเทศ ■ วตั ถปุ ระสงคการศกึ ษา
แบบบูรณาการโดยเนนการมีสวนรวมของทุก
ภาคสวน(7) สอดคลองกับเปาหมายของแผน 1. เพ่ือศึกษาการจัดการขยะอันตราย
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติฉบบั ท่ี 12 ของครวั เรือน
ที่มุงสรางคุณภาพชีวิตที่ดี ลดมลพิษ และ
ลดผลกระทบตอสุขภาพของประชาชนที่ให 2. เพื่ออธิบายความรอบรูดานการ
ความสําคัญกับการจัดการขยะมูลฝอยและ จดั การขยะอนั ตราย การมสี ว นรว ม สงิ่ แวดลอ ม
ของเสียอันตราย(8) ในครัวเรือน กิจกรรมสงเสริมการจัดการขยะ
อันตรายในชุมชน ทุน การสนับสนุน และ
จังหวัดบุรีรัมย เปนจังหวัดท่ีมีการ สง่ิ แวดลอ มของชุมชน
พัฒนาดานเศรษฐกิจและสังคมอยางรวดเร็ว
และมีปริมาณขยะมูลฝอยเพ่ิมข้ึน รายงาน 3. เพื่อวิเคราะหพหุระดับของความ
ของสํานักสถิติจังหวัดบุรีรัมย ป พ.ศ.2557 รอบรูดานการจัดการขยะอันตราย การมี
มีขยะอันตรายจากชุมชน 6,545 ตันตอป สวนรวม ส่ิงแวดลอมในครัวเรือน กิจกรรม
ถึงแมวาองคก รปกครองสวนทองถ่ินหลายแหง สงเสริมการจัดการขยะอันตรายในชุมชน
จะสงเสริมใหประชาชนมีการคัดแยกขยะแตยัง ทุน การสนับสนุน และส่ิงแวดลอมของชุมชน
พบวาขยะอันตรายสวนใหญถูกทิ้งปะปนกับ ท่ี ส  ง ผ ล ต  อ ก า ร จั ด ก า ร ข ย ะ อั น ต ร า ย ข อ ง
ครัวเรือน

28 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอ ม

ปจจยั พหรุ ะดับท่ีสงผลตอ การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรอื น ในอําเภอพุทไธสง จงั หวดั บรุ รี มั ย

■ วิธีการศกึ ษา รอยละ 75) การมีสวนรวมแปลผลคะแนน
แบงเปน 3 ระดับ โดยใชเ กณฑข อง Best คือ
การวิจัยคร้ังนี้เปนการวิจัยแบบภาค มสี ว นรว มในการจดั การขยะอนั ตรายระดบั มาก
ตัดขวาง (Cross-sectional Research) (9-12 คะแนน) ระดับปานกลาง (5-8 คะแนน)
เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข  อ มู ล ด  ว ย ก า ร สั ม ภ า ษ ณ  ระดับนอย (0-4 คะแนน) และการจัดการ
โดยตัวอยางในการวิจัย แบงเปน 2 ระดับ ขยะอันตรายของครัวเรือน แปลผลคะแนน
ไดแก 1) ครัวเรอื น โดยผใู หข อมลู คือ หัวหนา ตามแนวคิดของ Best คือ การจัดการขยะ
ครัวเรือนหรือตัวแทนครัวเรือนที่มีอายุ 18 ป อันตรายของครัวเรือนอยูในเกณฑเหมาะสม
ขน้ึ ไป ครวั เรอื นละ 1 คน คาํ นวณขนาดตวั อยา ง (9-11 คะแนน) พอใช (5-8 คะแนน) ควร
โดยใชสูตรสําหรับการประมาณคาสัดสวน ปรับปรงุ (0-4 คะแนน)
กรณีทราบขนาดประชากร(13) เพื่อเปนตัวแทน
ของประชากรไดขนาดตัวอยาง จํานวน 558 2. แบบสัมภาษณผูนําชุมชนและ
ครวั เรอื น และ 2) หมบู าน จาํ นวน 35 หมูบาน แกนนําชุมชน ประกอบดวย 4 สวน ไดแก
โดยสุมตัวอยางจากทุกตําบล ตําบลละ ขอมูลทั่วไปของผูใหขอมูล ความรอบรูดาน
5 หมบู า น จากตาํ บลทั้งหมด 7 ตําบล ในแตละ การจัดการขยะอันตราย กิจกรรมสงเสริมการ
หมูบ านผูใ หขอมลู คอื ผนู าํ ชมุ ชน (กํานันหรือ จัดการขยะอันตราย ทุน การสนับสนุน และ
ผูใหญบานหรือผูชวยผูใหญบาน) 1 คน สิ่งแวดลอมของชุมชน โดยกําหนดเกณฑการ
และแกนนําท่ีดูแลการจัดการขยะของหมูบาน แ ป ล ผ ล ค ว า ม ร อ บ รู  ด  า น ก า ร จั ด ก า ร ข ย ะ
1 คน สุมตัวอยางดวยการสุมสองข้ันตอน อันตรายในภาพรวม คือ ระดับสูง (คะแนน
(Two-stages random sampling) คือ มากกวาหรือเทากับรอยละ 75) และระดับตํ่า
1) สุมตัวอยางหมูบานจากทุกตําบล ดวยการ (คะแนนนอยกวา รอยละ 75)
สุมตัวอยางแบบงาย (Simple random
sampling) และ 2) สุมตัวอยางครัวเรือนจาก เครื่องมือวิจัยผานการตรวจสอบ
หมูบานตัวอยางที่สุมไดในขั้นตอนท่ี 1 ดวยใช ความตรงเชิงเนื้อหาและความสอดคลองกับ
วธิ ีการสมุ ตัวอยางแบบงาย (Simple random วัตถุประสงคจากผูทรงคุณวุฒิ 3 ทาน จากนน้ั
sampling) โดยจํานวนครัวเรือนเปนสัดสวน นําไปทดลองใช (Try-out) และวิเคราะห
กับจํานวนครวั เรือนทงั้ หมดในแตละหมูบา น ความเช่ือม่ันของเครื่องมือ (Reliability)
โดยใชสัมประสิทธิ์แอลฟาของ Cronbach
● เครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ นการเกบ็ รวบรวม ไดคาสัมประสิทธ์ิแอลฟาในสวนความรอบรู
ขอ มลู เปน แบบสมั ภาษณ จํานวน 2 ชดุ ดงั น้ี ดานการจัดการขยะอันตราย การมีสวนรวม
ในการจัดการขยะอันตราย และการจัดการ
1. แบบสัมภาษณหัวหนาครัวเรือน ขยะอันตรายของครัวเรือน เทากับ 0.91, 0.96
หรือตัวแทนครัวเรือน ประกอบดวย 5 สวน และ 0.79 ตามลําดับ
ไดแก ขอมูลทั่วไปของผูใหขอมูล สิ่งแวดลอม
ในครัวเรือน ความรอบรูดานการจัดการขยะ ● การวิเคราะหขอมูล ประมวลผล
อันตราย การมีสวนรวมในการจัดการขยะ และวิเคราะหขอมูลโดยใชโปรแกรม Epidata
อันตราย และการจัดการขยะอันตรายของ เวอรช ั่น 3.1 และโปรแกรม SPSS เวอรชั่น 18
ครัวเรือน โดยกําหนดเกณฑการแปลผลความ ลขิ สทิ ธม์ิ หาวทิ ยาลยั มหดิ ล อธบิ ายคณุ ลกั ษณะ
รอบรูดานการจัดการขยะอันตรายในภาพรวม ของตวั แปรดว ยสถติ เิ ชงิ พรรณนา ไดแ ก ความถ่ี
คือ ระดับสูง (คะแนนมากกวาหรือเทากับ รอยละ คาเฉลี่ย และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
รอยละ 75) และระดับต่ํา (คะแนนนอยกวา วิเคราะหตัวแปรพหุระดับ 2 ระดับ คือ ระดับ

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 29

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ครัวเรือน และระดับชุมชน โดยการวิเคราะห ดานความเขา ใจรอ ยละ 94.4 ดานการตดั สนิ ใจ
โมเดลวาง (Null model) การวิเคราะหโ มเดล รอ ยละ 74.4 และดา นการปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม
อยางงาย (Simple model) การวิเคราะห รอยละ 67.7 ผูนําชุมชนมีความรอบรูดาน
โมเดลตามสมมตฐิ าน (Hypothetical Model) การจัดการขยะอันตรายภาพรวมในระดับสูง
กําหนดระดบั นัยสําคญั ทางสถติ ทิ ่ี 0.05 รอยละ 51.4 และมีความรอบรูในเกณฑส งู ดา น
ความเขาใจรอยละ 97.1 ดานการตัดสินใจ
● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง รอยละ 88.6 ดานการปรับเปล่ียนพฤติกรรม
ไดรับการอนุมัติจริยธรรมการวิจัยจากคณะ รอยละ 88.6 ดานการบอกตอหรือแนะนํา
กรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย คณะ รอยละ 62.9 สวนแกนนําการจัดการขยะ
สาธารณสุขศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล มีความรอบรูดานการจัดการขยะอันตราย
เอกสารรับรองเลขที่ MUPH 2019-091 ภาพรวมในระดับตํ่ารอยละ 51.4 และมีความ
รบั รองเมือ่ วันท่ี 9 กรกฎาคม 2562 รอบรูอยูในเกณฑสูงดานความเขาใจรอยละ
100.0 ดานการตัดสินใจรอยละ 88.6 ดาน
■ ผลการศกึ ษา การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรอยละ 91.4 ดาน
การบอกตอ หรือแนะนํารอยละ 77.1
1. คุณลักษณะท่ัวไปของผูตอบแบบ
สัมภาษณ ตัวแทนครัวเรือน เปนเพศหญิง 3.2 การมีสวนรวม ตัวแทนครัว
รอยละ 62.2 มีอายุ 60 ปข้ึนไปรอยละ 38.2 เรือนมีสวนรวมจัดการขยะอันตรายระดับ
จบการศึกษาระดับประถมศึกษารอยละ 72.8 ปานกลางรอยละ 52.3
ประกอบอาชีพเกษตรกรรมรอยละ 78.5
ตัวแทนผูนําชุมชนเปนเพศชายรอยละ 51.4 3.3 ส่ิ ง แ ว ด ล  อ ม ใ น ค รั ว เ รื อ น
มีอายุอยูในชวง 50-59 ปรอยละ 57.1 ครัวเรือนเปนบานเด่ียวรอยละ 99.8 มีพื้นที่
จบการศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาหรอื อนปุ รญิ ญา จัดเก็บขยะอันตรายในครัวเรือนรอยละ 96.2
รอยละ 54.3 แกนนาํ การจัดการขยะของชุมชน และมพี ้ืนท่วี างในบรเิ วณครวั เรอื นรอ ยละ 76.3
เปนเพศชายรอยละ 74.3 มีอายุ 50-59 ป
รอยละ 57.1 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา 3.4 กิจกรรมสงเสริมการจัดการ
หรืออนปุ รญิ ญารอ ยละ 54.3 ขยะอันตรายในชุมชน ชุมชนจัดกิจกรรม
รณรงคคัดแยกขยะอันตรายรอยละ 80.0
2. การจัดการขยะอันตรายของครัว จัดกิจกรรมอบรมใหความรูเก่ียวกับการ
เรือนมีการจัดการขยะอันตรายอยูในเกณฑ จัดการขยะอันตรายรอยละ 91.4 และจัด
เหมาะสมรอยละ 90.5 พอใชรอยละ 6.1 และ กิจกรรมโครงการขยะอันตรายแลกส่ิงของ
ควรปรบั ปรงุ รอ ยละ 3.4 รอยละ 14.3

3. ความรอบรูดานการจัดการขยะ 3.5 ทุ น ก า ร ส นั บ ส นุ น แ ล ะ
อันตราย การมีสวนรวม ส่ิงแวดลอมใน สงิ่ แวดลอมของชุมชน ชุมชนมีรายไดเพียงพอ
ครัวเรือน กิจกรรมสงเสริมการจัดการขยะ กับคาใชจายรอยละ 45.7 ครัวเรือน มีถนน
อันตรายในชุมชน ทุน การสนับสนุน และ สาธารณะผานรอยละ 97.1 และมีแหลงกําจัด
สิง่ แวดลอมของชุมชน ขยะในชุมชนรอยละ 37.1 ชุมชนไดรับการ
สนับสนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่นดาน
3.1 ความรอบรูดานการจัดการ การจัดกิจกรรมขยะอันตรายในชุมชนรอยละ
ขยะอันตราย ตัวแทนครัวเรือนมีความรอบรู 42.9 มีนโยบายการจัดการขยะอันตรายของ
ดานการจัดการขยะอันตรายภาพรวมในระดับ ชุมชนรอยละ 77.1 และไมมีปญหาอุปสรรค
ต่ํารอยละ 90.0 และมีความรอบรูในเกณฑสูง

30 ปที่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอม

ปจจัยพหรุ ะดับที่สงผลตอ การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรือน ในอาํ เภอพทุ ไธสง จังหวัดบรุ รี ัมย

ในการดาํ เนินนโยบายรอยละ 65.7 ปญหาขยะมูลฝอยในระดับจังหวัด ซึ่งจังหวัด
4. การวิเคราะหพหุระดับของปจจัยท่ี บุรีรัมยนําแผนดังกลาวมาดําเนินงานในภาพ
ของจังหวัด โดยไดมีการกําหนดใหมีการลด
สงผลตอการจัดการขยะอันตรายของครัวเรือน ปรมิ าณและการคดั แยกขยะมลู ฝอยทค่ี รวั เรอื น
ผลการวิเคราะหพหุระดับ พบวาปจจัยระดับ และจัดใหมีภาชนะรองรับขยะมูลฝอยในชุมชน
ครัวเรือนที่สงผลตอการจัดการขยะอันตราย แบบแยกประเภท รวมท้ังมีการต้ังจุดรวบรวม
ของครัวเรือนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ไดแก ขยะอันตรายชุมชนในชุมชน และใหองคกร
ความรอบรูดานการจัดการขยะอันตรายของ ปกครองสวนทองถ่ินเก็บรวบรวมขยะอันตราย
ตวั แทนครัวเรือน (p=0.013) และการไมม ีพ้ืนท่ี ไปกําจดั อยางถูกตอ งตามหลกั วชิ าการ(14)
จดั เก็บขยะในครวั เรอื น (p<0.001) ปจ จัยระดับ
ชุมชนท่ีสงผลตอการจัดการขยะอันตรายของ เมื่อพิจารณาปจจัยในระดับครัวเรือน
ครัวเรือน อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ คือการ ทส่ี ง ผลตอ การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรอื น
ไดรับการสนับสนุนดานงบประมาณเพ่ือการ พบวา ความรอบรดู า นการจดั การขยะอนั ตราย
จัดการขยะในชุมชนจากองคกรปกครอง ของตัวแทนครัวเรือนอยูในระดับตํ่าหรืออยูใน
สว นทอ งถิ่น (p=0.038) (ตารางท่ี 1) เกณฑรูจัก และความรอบรูดานการจัดการ
ขยะอันตรายของตัวแทนครัวเรือนสงผลตอ
■ อภปิ รายผล การจัดการขยะอันตรายของครัวเรือนอยางมี
นยั สําคญั ทางสถติ ิ ซึ่งสอดคลองกบั การศึกษา
การจัดการขยะอันตรายของครัวเรือน ของ วันวิสาข คงพิรุณ(11) ท่ีพบวา ความรู
ในอําเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย อยูในระดับ ในการจัดการขยะมูลฝอยมีความสัมพันธกับ
เหมาะสม โดยเกอื บทกุ ครัวเรอื น มกี ารจดั การ พฤตกิ รรมการจดั การขยะมลู ฝอยของประชาชน
ขยะอันตรายไดอยางถูกตอง ซึ่งสอดคลองกับ ความรอบรูดานความรูความเขาใจการจัดการ
การศึกษาของ โสมศิริ เดชารัตน(15) ที่พบวา ขยะอันตราย ตัวแทนครัวเรือนยังเขาใจวา
ประชาชนในพื้นที่อําเภอปาพะยอม จังหวัด การจัดการขยะอันตรายเปนหนาที่ขององคกร
พัทลุง มีการคัดแยกขยะอันตราย และนําขยะ ปกครองสวนทองถิ่นหรือเทศบาลเทาน้ัน
อันตรายที่เกิดข้ึนเก็บรวบรวมไวเพ่ือใหองคกร ซงึ่ สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของ วรณนั วงหมอ (15)
ปกครองสวนทองถิ่นนําไปกําจัด ซึ่งการที่ และการศกึ ษาของ โสมศริ ิ เดชารตั น( 16) ทพ่ี บวา
ครัวเรือนในพ้ืนที่อําเภอพุทไธสง มีการจัดการ ประชาชนสวนใหญเขาใจวาขยะอันตราย
ขยะอันตรายในครัวเรือนไดในเกณฑเหมาะสม และขยะท่ัวไปเก็บรวบรวมไวดวยกันได
เน่ืองมาจากในปจจุบันไดมีการดําเนินงานตาม และไมเปนปญหาของชุมชน โดยใหองคกร
แผนแมบทการจัดการขยะมูลฝอยแหงชาติ ปกครองสวนทองถ่ินเปนผูรับผิดชอบในการ
ป 2559-2564 ที่ไดกําหนดเปาหมายใหของ จัดการขยะอันตราย สวนปจจัยสิ่งแวดลอม
เสียอันตรายจากชุมชนตองไดรับการรวบรวม ในครัวเรือน พบวา การไมมีพื้นที่จัดเก็บขยะ
และสงไปกําจัดอยางถูกหลักวิชาการ และ ในครัวเรือนสงผลตอการจัดการขยะอันตราย
กําหนดใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินมีการ ข อ ง ค รั ว เ รื อ น อ ย  า ง มี นั ย สํ า คั ญ ท า ง ส ถิ ติ
คัดแยกขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ซง่ึ สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของ สธุ าสนิ ี บญุ มาก
ที่ตนทาง โดยคัดแยกตั้งแตแหลงกําเนิด คือ และคณะ(12) ท่ีพบวา ปจจัยดานส่ิงแวดลอม
ครัวเรือน(7) อกี ท้ังกระทรวงมหาดไทยไดจ ัดทํา ทางกายภาพ ไดแก พื้นทจ่ี ัดเกบ็ ขยะท่คี ัดแยก
แผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน สัมพันธกับการคัดแยกขยะในครัวเรือนอยางมี
“จังหวัดสะอาด” เพ่ือขับเคลื่อนมีการจัดการ

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 31

ตารางท่ี 1 การวเิ คราะหพ หรุ ะดบั ของปจ จยั ทส่ี ง ผลตอ การจดั การขยะอนั ตรายของครวั เรอื น

ตัวแปร Model 1: intercept Model 2: house Model 3: community
Fixed effects only variables variables

Intercept B SE. p-value B SE. p-value B SE. p-value
Household-level variables บ ท วิ ท ย า ก า ร
9.97 0.11 <0.001 11.23 1.84 <0.001 11.23 2.43 <0.001
ความรอบรูดา นการจดั การขยะอนั ตราย ของตวั แทนครัวเรือน32 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสิ่งแวดลอ ม
สง่ิ แวดลอ มในครัวเรือน 0.03 0.01 0.013 0.03 0.01 0.011*
- ลกั ษณะที่พกั อาศยั เปนบานเด่ยี ว
- ไมมีพ้นื ทจี่ ัดเกบ็ ขยะ ในครัวเรอื น -2.30 1.80 0.201 -1.96 1.81 0.278
- ไมม พี ้ืนทีว่ าง ในบริเวณครัวเรือน -1.82 0.43 <0.001 -1.71 0.44 <0.001*
การมสี ว นรวมของครัวเรือนในการจัดการขยะอนั ตราย 0.26 0.20 0.187 0.22 0.20 0.276
Community-level variables 0.04 0.02 0.132 0.04 0.03 0.144
ความรอบรดู านการจัดการขยะอนั ตราย ของผนู าํ ชุมชน
ความรอบรูด านการจดั การขยะอนั ตรายของแกนนําการขยะ 0.01 0.02 0.414
ทนุ การสนบั สนนุ และสิ่งแวดลอมของชมุ ชน 0.00 0.02 0.761
● เศรษฐกิจของชมุ ชน
● การคมนาคมของชุมชน -0.02 0.27 0.936
● แหลงกาํ จดั ขยะของชุมชน -0.65 1.11 0.566
● การไดร ับการสนบั สนุนจากองคก รปกครองสวนทองถนิ่ 0.00 0.29 1.000

- ดานงบประมาณ -1.40 0.64 0.038*
- ดา นการจดั กิจกรรม จัดการขยะอันตราย -0.32 0.49 0.518
- ดา นการรวบรวม และกาํ จดั ขยะอันตราย -0.12 0.52 0.820
● นโยบายการจัดการขยะอนั ตรายของชุมชน
- การคัดแยกขยะอนั ตราย -0.32 0.35 0.369
- การตั้งจดุ รวบรวมขยะอนั ตรายในชุมชน -1.27 0.93 0.189
- การรวบรวมและกาํ จัด ขยะอนั ตราย 0.26 0.53 0.632
กจิ กรรมสง เสรมิ การจัดการขยะอนั ตรายในชุมชน
- การรณรงคค ัดแยก ขยะอนั ตราย -0.04 0.48 0.934
- การอบรมใหค วามรกู ารจัดการขยะอนั ตราย -0.27 0.63 0.675
- โครงการขยะอนั ตรายแลกส่ิงของ 0.54 0.41 0.201
Random effects
House-level variance 3.11 0.20 <0.001 2.94 0.18 <0.001 2.93 0.18 <0.001
Community-level variance 0.25 0.11 0.026 0.21 0.10 0.037 0.24 0.14 0.086

* p-value < 0.05

ปจ จัยพหุระดับท่สี ง ผลตอการจัดการขยะอนั ตรายของครวั เรอื น ในอําเภอพุทไธสง จงั หวัดบุรีรมั ย

นัยสําคัญทางสถิติ ซ่ึงทําใหประชาชนมีความ ในการจดั การขยะ เปนตน
เพียงพอของพื้นที่จัดเก็บขยะที่คัดแยก อีกทั้ง
มีความสะดวกในการคัดแยกขยะมากขน้ึ ■ ขอ เสนอแนะ

ปจจัยในระดับชุมชนที่สงผลตอการ 1. ควรสงเสริมใหครัวเรือนจัดสรร
จัดการขยะอันตรายของครัวเรือน คือ ทุน พ้ืนที่สําหรับวางถังขยะและเก็บรวบรวมขยะ
การสนับสนุน และสิ่งแวดลอมของชุมชน อันตราย รวมกับสรางความเขา ใจใหสมาชกิ ใน
โ ด ย ก า ร ไ ด  รั บ ก า ร ส นั บ ส นุ น จ า ก อ ง ค  ก ร ครัวเรือนท้ิงขยะอันตรายแยกจากขยะประเภท
ปกครองสวนทองถิ่นดานงบประมาณในการ อื่นดวยการใหความรูและสาธิตวิธีการแยก
จัดการขยะในชุมชนสงผลตอการจัดการขยะ ขยะที่ถกู ตอ ง
อันตรายของครัวเรือนอยางมีนัยสําคัญทาง
สถิติ สอดคลองกับการศึกษาของ ปทมาภรณ 2. ควรสรางความรอบรูดานการ
สุวรรณปกษิน(17) ท่ีพบวา ปจจัยท่ีสงผลให จัดการขยะอันตรายที่ถูกตองใหกับครัวเรือน
การจัดการขยะมูลฝอยสําเร็จ โดยเฉพาะ โดยใชส่ือประชาสัมพันธท่ีเหมาะสมกับกลุม
การจัดการขยะอันตราย คือ การไดรับ เปา หมาย จดั กจิ กรรมใหค รวั เรอื นไดแ ลกเปลยี่ น
การสนบั สนนุ จากองคกรปกครองสวนทองถิ่น เรียนรูเก่ียวกับการจัดการขยะอันตราย และ
โดยเฉพาะการไดรับสนับสนุนงบประมาณ สรางครัวเรือนตนแบบเปนแหลงเรียนรู
และการศึกษาของ ลีลานุช สุเทพารักษ และ การจัดการขยะอันตรายในชมุ ชน
นยั นา ใชเ ทยี มวงศ( 18) พบวา ปจ จยั การสนบั สนนุ
หรือกระตุนมีผลตอพฤติกรรมการท้ิงขยะท่ี 3. องคกรปกครองสวนทองถ่ินควร
แตกตา งกัน ซง่ึ การไดร ับสนบั สนุนงบประมาณ สนับสนุนการจัดการขยะอันตรายในครัวเรือน
อาจชวยใหชุมชนและครัวเรือนมีงบประมาณ และชุมชน โดยเฉพาะอยางยิ่งการสนับสนุน
ท่ีนําไปใชในการบริหารจัดการขยะอันตราย งบประมาณในการจัดกิจกรรมหรือโครงการ
ของชุมชน ทั้งในการจัดการกิจกรรมเก่ียวกับ และการจัดหาวัสดุอุปกรณในการจัดการขยะ
การจดั การขยะอนั ตราย และการจดั หาอปุ กรณ อันตราย ดวยการแสวงหาการสนับสนุนงบ
ประมาณจากหนวยงานตางๆ และสนับสนุน
โครงการหรือกิจกรรมทีเ่ สนอโดยชุมชน

เอกสารอา งองิ

1. กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม. รายงานสถานการณมลพิษของประเทศไทย.
กรงุ เทพฯ: วงศสวา งพับลิชช่งิ แอนด พร้ินต้ิง; 2560.

2. กองประเมินผลกระทบตอสุขภาพ กรมอนามัย. คูมือการประเมินผลกระทบตอสุขภาพกรณีการจัดการขยะมูลฝอย
สําหรับองคกรปกครองสวนทองถิ่น [อินเทอรเน็ต]. 2553 [เขาถึงเมื่อ 16 สิงหาคม 2561]. เขาถึงไดจาก:
http://hia.anamai.moph.go.th/download/hia/manual/book/book69.pdf

3. ศิราณี ศรีใส. มลู ฝอยอันตรายจากชมุ ชน: ลดได ถา รวมใจคัดแยก. วารสารสาธารณสขุ ศาสตร 2557;44(2):107-10.
4. Chaves LC, de Compos LM, Filipini R, de Abreu LC, Valenti VE, Azzalis LA, et al. Potentially

hazardous waste produced at home. Int Arch Med. 2013;6:1-6.
5. อาณัติ ตะปนตา. ความรเู บอ้ื งตนเก่ียวกับการจัดการขยะมูลฝอย. กรงุ เทพฯ: แอคทฟี พร้นิ ท; 2553.
6. รังสรรค ปนทอง. ปญหาความเปนพิษของขยะมูลฝอยในประเทศไทย (Toxicity of Waste in Thailand).

วารสารพิษวทิ ยาไทย. 2553;25(2):9-10.
7. กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม. แผนแมบทการบริหารจัดการขยะมูลฝอย

ของประเทศ. กรงุ เทพฯ: แอคทีฟพรน้ิ ท; 2559.
8. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. สรุปสาระสําคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

แหง ชาติ ฉบบั ท่ี 12 พ.ศ.2560-2564 [อินเทอรเน็ต]. 2560 [เขา ถงึ เมอ่ื 27 สงิ หาคม 2561]. เขา ถึงไดจาก:
http://www.nesdb.go.th/download/plan12/สรุปสาระสําคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังแหงชาติ
ฉบบั ท่ี12.pdf

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 33

บ ท วิ ท ย า ก า ร

9. สํานักงานสงเสริมการปกครองทองถ่ินจังหวัดบุรีรัมย. แผนปฏิบัติการดานการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน
“จังหวัดสะอาด” ระยะ 1 ป (ตุลาคม 2559 – กันยายน 2560) จังหวัดบุรีรัมย [อินเทอรเน็ต]. 2559
[เขาถึงเมื่อ 16 สิงหาคม 2561]. เขาถึงไดจาก: http://buriramlocal.go.th/UserFiles/File/15-9-59/
Pan-J.pdf

10. ศูนยอนามัยท่ี 9 นครราชสีมา. สถานการณการจัดการของเสียอันตรายชุมชน (ขยะอิเล็กทรอนิกส) พื้นที่เส่ียง
เขตบริการสุขภาพที่ 9 [อินเทอรเน็ต]. 2557 [เขาถึงเม่ือ 16 สิงหาคม 2561]. เขาถึงไดจาก: http://hpc9.
anamai.moph.go.th/ ewt_dl_link.php?nid=374

11. วันวิสาข คงพิรุณ, สรัญญา ถ่ีปอม, วิโรจน จันทร. ปจจัยท่ีมีผลตอพฤติกรรมการจัดการขยะในหมูบานโปงปะ
ตําบลแกงโสภา อําเภอวังทอง จงั หวดั พิษณโุ ลก. วารสารวชิ าการสาธารณสขุ 2560;26(2):310-21.

12. สุธาสินี บุญมาก, กัณฑรีย ศรีพงศพันธุ, นภวรรณ รัตสุข. ปจจัยที่มีผลตอการมีสวนรวมในการคัดแยกขยะ
ท่ีแหลงกําเนิดของประชาชน ในตําบลโพรงมะเดื่อ อําเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. วารสารสาธารณสุขศาสตร.
2559;46(1):57-70.

13. Wayne WD. Biostatistic: A foundation of analysis in the health science. 6nd ed. John Wiley
& Sons, Inc.; 1995.

14. สํานักงานสงเสริมการปกครองสวนทองถิ่นจังหวัดบุรีรัมย. แผนปฏิบัติการ “จังหวัดสะอาด” จังหวัดบุรีรัมย
ประจําป พ.ศ. 2562 [อินเทอรเน็ต]. 2562 [เขาถึงเม่ือ 27 ธันวาคม 2562]. เขาถึงไดจาก: http://dn.
core-website.com/public/dispatch_upload/backend/core_dispatch_189945_1.pdf

15. วรณนั วังหมอ . ความรูและวธิ ีการจัดการขยะอันตรายของประชาชน ตาํ บลบา นปน อาํ เภอดอกคาํ ใต จงั หวัดพะเยา.
วารสารสุขศึกษา 2557;37(127):47-61.

16. โสมศิริ เดชารัตน. การจัดการของเสียอันตรายและการมีสวนรวมของประชาชนในพื้นท่ีอําเภอปาพะยอม
จงั หวดั พทั ลุง. วารสารมหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ 2561;21(3):299-307.

17. ปทมาภรณ สุวรรณปกษิน, สรัญญา ถี่ปอม. การศึกษาการจัดการมูลฝอยที่ประสบความสําเร็จของชุมชนตนแบบ
กรณีศึกษาชุมชนที่ไดรับรางวัลชนะเลิศการประกวดชุมชนปลอดขยะ Zero Waste ในเขตเทศบาล
นครพิษณโุ ลก. วารสารวิจยั สาธารณสขุ ศาสตร มหาวิทยาลยั ขอนแกน 2559;9(2):17-25.

18. ลีลานุช สุเทพารกั ษ, นัยนา ใชเ ทียมวงศ. การจดั การขยะมูลฝอยชมุ ชนในเขตเทศบาล. วารสารการสงเสริมสขุ ภาพ
และอนามยั สง่ิ แวดลอม 2558;38(3):114-28.

HEALTH

34 ปท ี่ 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามยั สิง่ แวดลอ ม

วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอ ม บ ท วิ ท ย า ก า ร
ปท ่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564

สถานการณและความจาํ เปน ของปูย าตายาย
กับการเล้ยี งดเู ดก็ เลก็ ในวถิ ีไทยอสี าน :
กรณศี ึกษาอําเภอสชี มพู จงั หวดั ขอนแกน

รมติ า ทองฉิม
วทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาทนั ตแพทยศาสตร
คณะทันตแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
ปยะฉัตร พชั รานุฉตั ร
คณะทันตแพทยศาสตร มหาวิทยาลัยขอนแกน

วนั สง 20 สงิ หาคม 2563, วันแกไข 15 ตุลาคม 2563, วันตอบรบั 21 ตุลาคม 2563

บทคัดยอ

การวิจัยเชิงพรรณนาน้ีมีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาสถานการณและหาแนวทางพัฒนาการเล้ียงดูเด็กเล็ก
โดยปูยาตายาย ในดานการเล้ียงดูเด็กโดยทั่วไป ดานโภชนาการ พัฒนาการ และการดูแลสุขภาพชองปากเด็ก 0-3 ป
ในเขตพ้ืนที่อําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน ระหวางเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงเดือนมิถุนายน 2563 เก็บขอมูล
โดยการสัมภาษณและสนทนากลุม แยกตามเขตพ้ืนที่บริการของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล 13 พื้นที่
โดยครอบคลุมปูยาตายายทุกชวงอายุและอาสาสมัครสาธารณสุขหมูบาน ผลการวิจัยพบวา ในวิถีการดําเนินชีวิต
แบบไทยอีสานเด็กท่ีไดรับการเลี้ยงดูโดยปูยาตายายโดยไมมีบิดามารดาชวยดูแลมีจํานวนสูงถึงรอยละ 46.86
เหตุผลและความจาํ เปน ในการเล้ียงดูเดก็ คอื บดิ ามารดาของเด็กเดนิ ทางไปทํางานตางถนิ่ เพือ่ หารายไดเ ลี้ยงดูครอบครัว
ความรูสึกในการรับหนาที่เลี้ยงดูเด็ก มีทั้งความรูสึกดานบวก คือ มีความสุขทางใจ และความรูสึกดานลบ คือ
รูสึกเหนื่อยลาท้ังจากสุขภาพและการขาดรายได ดานโภชนาการเด็ก พบวาปูยาตายายเลือกอาหารใหเด็กรับประทาน
ตามความเคยชินมากกวาการอิงหลักวิชาการ การใชกราฟประเมินการเจริญเติบโตยังไมแพรหลาย ดานพัฒนาการเด็ก
มีการเลี้ยงดูพรอมสงเสริมพัฒนาการและฝกหัดการชวยเหลือตนเอง แตยังไมไดรับการประเมินพัฒนาการอยางท่ัวถึง
ดานการดูแลสุขภาพชองปากเด็กพบวายังมีความรูและวิธีการปฏิบัติเพ่ือดูแลสุขภาพชองปากท่ีไมถูกตอง ดังนั้น
ปูยาตายายผูเล้ียงดูเด็กจึงควรไดรับการสงเสริมในทุกดาน จากบิดามารดาเด็ก คนในครอบครัว เพ่ือนบาน เจาหนาที่
สาธารณสุขทุกฝาย รวมท้ังองคกรปกครองสวนทองถ่ินเพื่อสนับสนุนปูยาตายายใหสามารถดูแลเด็กไดอยางเหมาะสม
ตอ ไป
คําสําคญั : ปยู าตายาย การเลี้ยงดเู ด็กเล็ก วิถีไทยอีสาน

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 35

บ ท วิ ท ย า ก า ร

Situation and Necessary of Child Rearing
by Grandparents in Thai-Esan Lifestyle:

A Case Study of Sichompu District,
Khon Kaen Province

Ramita Thongchim
Master of Science Program in Dentistry, Major in Dental Public Health,
Faculty of Dentistry, Khon Kaen University
Piyachat Patcharanuchat
Faculty of Dentistry. Khon Kaen University

Received 20 August 2020, Revised 15 October 2020, Accepted 21 October 2020.

Abstract

The purpose of this qualitative research was to study the situation and to figure out the guide
to the development of raising young children by grandparents in the aspect of child-rearing in general
child care, nutrition, child development, and oral care for children aged 0-3 years in Sichompu District,
Khon Kaen Province. Data were collected from November 2019 to June 2020 by interviewing grandparents
who populate in 13 service areas of Health Promoting Hospital, covering all ages of grandparents
and village health volunteers. The results of the research revealed that in Thai-Esan Lifestyle,
young children who were raised by only grandparents without parental involvement were up to 46.86%.
The reason and need for grandparents for child-rearing were that the parents had to work
in other places to earn money to support the family. The feelings of grandparents were both in positive
and negative ways. Positively, they felt happy to look after their children, while in negative feeling was
too tired to deal with their health condition and lack of income. In child nutrition, data revealed
that grandparents selected accustomed foods for their children rather than foods based
on academic principles. Moreover, the use of a growth graph was not widespread.
In child development, grandparents had promoted child development and trained their children about
self-help, but had not yet been evaluated for development thoroughly. Regarding oral health care
in young children, the results also showed that grandparents still did not have enough knowledge
and procedures to take care of their children’s oral health. Therefore, these grandparents should
be enhanced and encouraged in all aspects of children’s parents, family members, neighbors, public
health officers including local government organizations to support them for child-rearing appropriately.
Keywords : grandparents, child rearing, Thai-Esan Lifestyle

36 ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอม

สถานการณและความจําเปน ของปยู า ตายายกบั การเลยี้ งดูเดก็ เล็กในวิถไี ทยอสี าน : กรณีศึกษาอาํ เภอสีชมพู จงั หวัดขอนแกน

■ บทนาํ ตายายเพ่ิมมากขึ้น(5) เม่ือการเล้ียงดูเด็กถูกสง
ผานจากบิดามารดามาสูปูยาตายาย ทําให
สังคมเมืองเปนศูนยกลางความเจริญ ปูยาตายายมีภาระเพิ่มขึ้นในการตองเล้ียงดู
หลากหลายดาน มีการจางงานสูง ตองการ เด็กนอกเหนือจากการท่ีตองดูแลตนเอง สิ่งนี้
แรงงานเพ่ือเขามาทํางานมากขึ้น จึงเกิดการ ยอมสงผลกระทบในดานลบตอตัวเด็กที่ไดรับ
ยายแรงงานเขาสูสังคมเมือง(1) วัยแรงงาน การเลี้ยงดูโดยปูยาตายาย ท้ังปญหาดาน
จากพื้นท่ีชนบททั่วไทยเดินทางยายถ่ินฐาน โภชนาการ ซึ่งพบปญหาไดมากกวา
มาทํางานยังเมืองใหญเพื่อหารายไดมาเล้ียงดู เ ม่ื อ เ ป รี ย บ เ ที ย บ กั บ ก า ร เ ลี้ ย ง ดู โ ด ย บิ ด า
ตนเองและครอบครัว ไมแตกตางกับวิถีแบบ มารดา(6) ปญหาดานพัฒนาการซึ่งมีผลให
ไทยอีสาน ณ ปจจุบัน ผลท่ีตามมาคือ ลาชา กวา วยั (7) เกิดปญหาทางสุขภาพชองปาก
โครงสรางครอบครัวเกิดการเปล่ียนแปลงไป เนื่องจากทัศนคติและวิธีการดูแลสุขภาพ
เหลือเพียงบิดามารดาผูสูงวัยอาศัยอยูใน ชองปากเด็กท่ียังไมถูกตองของปูยาตายาย(8)
ถ่ินฐานเดิม(1) และเมื่อแรงงานยายถ่ินเหลาน้ัน นอกจากนั้นปูยาตายายมักจะรูสึกขาดพลัง
มีครอบครัวและมีบุตรมักจะสงบุตรของตนมา ในการพัฒนาเปล่ียนแปลงการเล้ียงดูเด็ก
ใหปูยาตายายเปนผูเล้ียงดูให เนื่องจากตนเอง ใหเปนไปในทางท่ีถูกตอง(9) ผลกระทบท่ีเกิด
ยังตองทํางานหารายไดในสังคมเมือง จาก ขึ้นไมเพียงสงผลเสียตอเด็กท่ีถูกเลี้ยงดูโดย
สถานการณทีเ่ กิดขึ้นนจี้ ึงสง ผลกระทบตอเน่อื ง ปูยาตายายเทานั้น แตยังเกิดผลกระทบตอ
มายังตัวเด็กที่ยังตองการการเลี้ยงดูและ ปูยาตายายผูเล้ียงดูเด็กดวย ท้ังดานการเงิน
ตองการความรักความอบอุนจากครอบครัว ที่ไมเพียงพอในการใชจายเพื่อดํารงชีวิต
สงผลถึงปูยาตายายท่ีตองรับภาระเลี้ยงดูเด็ก วิถีการดําเนินชีวิตที่อาจตองเปล่ียนไป สภาพ
และจากขอมูลสํานักงานสถิติแหงชาติป 2561 จิตใจ ความรูสึก ท้ังความรูสึกดานบวกและ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการยายถ่ินของ ดานลบ และดานสังคมที่ยอมมีเวลาท่ีจํากัดลง
ประชากรรอยละ 24.1 โดยชวงวัยที่มีการ ในการออกไปทํากิจกรรมนอกบาน(10) ในอีก
ยายถ่ินสูงสุดคือชวงวัยทํางานรอยละ 55.6(2) มุมหน่ึงปูยาตายายผูตองรับหนาที่ในการ
ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเด็กรอยละ เลี้ยงดูเด็ก ไมวาจะดวยเหตุผลใดก็ตาม
45 อาศยั อยูก บั ปูยาตายายหรือผอู น่ื ทมี่ ใิ ชบดิ า ยอมเปนการแสดงใหเห็นไดถึงศักยภาพ
มารดา(3) ในการใหการชวยเหลือครอบครัวอีกทางหน่ึง
ไดเปนอยางดีและยังถือเปนการพัฒนาทาง
เด็กเล็กเปนชวงวัยท่ีมีการเจริญ บุคลิกภาพของปูยาตายายในแงการเห็น
เติบโตและพัฒนาทางดานรางกาย จิตใจ คุณคาของตนเองในการที่ตนเองยังสามารถ
สติปญญา และอารมณสูง โดยเฉพาะในชวง ใหก ารเลี้ยงดแู นะนําส่งั สอนบตุ รหลานได( 11)
2 ขวบปแรกของชีวิต การพัฒนาอบรมและ
เล้ียงดูในชวงวัยนี้จึงเปนสิ่งที่สําคัญ เพ่ือให โดยสรุปปูยาตายายมีหนาท่ีและ
เด็กไดเติบโตเปนผูใหญท่ีสมบูรณท้ังดาน ความรับผิดชอบในหลายดาน ทั้งดานการหา
รางกาย สติปญญา จิตใจ และการใชชีวิต รายไดเพ่มิ เตมิ รับหนาทใี่ นการจัดการดแู ลทุก
ในสังคม(4) สิ่งสําคัญท่ีจะทําใหเด็กเติบโต อยางในบานใหเรียบรอย และยังตองรับหนาที่
ไปเปนผูใหญท่ีดีนั้นคือ สถาบันครอบครัว สําคัญคือการเลี้ยงดูหลานใหเติบโตอยาง
และการเลีย้ งดู จากสถานการณปจ จบุ ันจะเห็น สมบูรณอีกดวย(12)
ไดวามีเด็กท่ีตองไดรับการเล้ียงดูโดยปูยา

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 37

บ ท วิ ท ย า ก า ร

■ วตั ถปุ ระสงคก ารศกึ ษา รพ.สต. รวมทั้งส้ิน 104 คน จากทุกพื้นท่ี
รพ.สต. ในเขตอําเภอสีชมพู ผูใหขอมูล
1. เพ่ือศึกษาสถานการณและความ ตองเปนผูท่ีใหการเลี้ยงดูเด็กเปนหลัก ไมมี
จําเปนในการเล้ียงดูเด็กเล็กโดยปูยาตายาย บิดามารดารวมชวยเลี้ยงดู และสมัครใจ
ในเขตอําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน ในดาน เขารวมในการศึกษา ใชภาษาถิ่นในการ
การดูแลเด็กโดยทั่วไป ดานโภชนาการ สมั ภาษณโดยผูส ัมภาษณท ีผ่ า นการฝก อบรม
การสงเสริมพัฒนาการและการดูแลสุขภาพ
ชอ งปากเดก็ เล็ก ขั้นท่ี 3 สนทนากลุมตัวแทนปูยา
ตายายผูเล้ียงดูเด็กและ อสม. 4 เขตพื้นที่
2. เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการ รพ.สต. พ้ืนที่ละ 10 คน แบงเปนปูยาตายาย
เลี้ยงดูเด็กเล็กโดยปูยาตายาย ในเขตอําเภอ 5 คน และ อสม. 5 คนตอ หน่ึงพืน้ ที่ คดั เลอื ก
สีชมพู จังหวัดขอนแกน ในดานโภชนาการ ตัวแทนอาสาสมัครแบบเจาะจงโดย อสม.
การสงเสริมพัฒนาการและการดูแลสุขภาพ ในพ้ืนท่ี เกณฑในการเลือก รพ.สต. คือ
ชองปากเดก็ เล็ก รพ.สต. ท่ีมีทันตาภิบาลประจํา 2 แหง จาก
5 แหง และ รพ.สต. ท่ีไมม ีทันตาภิบาลประจํา
■ วิธีการศกึ ษา 2 แหง จาก 8 แหง โดยอาสาสมัครตอ งไมซํ้า
กบั ผูที่ใหข อมลู ดวยการสมั ภาษณ
การศึกษาครั้งน้ีใชระเบียบวิธีวิจัย
เชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เพ่ือ ● การวิเคราะหขอมูล นําขอมูล
ศึกษาสถานการณและความจําเปนในการดูแล ที่รวบรวมไดมาแยกหมวดหมูตามรหัสขอมูล
เด็กเล็กและหาแนวทางพัฒนาการเล้ียงดูเด็ก (Categories & Data Coding) จัดกลุม
เล็กโดยปูยาตายาย มุงเนนดานโภชนาการ เน้ือหาและวิเคราะหเนื้อหา (Content
ดานพัฒนาการเด็ก รวมถึงการดูแลสุขภาพ Analysis) ตรวจสอบความถูกตองของ
ชองปาก พ้ืนท่ีวิจัย คือ โรงพยาบาลสงเสริม ขอมูลดวยการตรวจสอบสามเสาวิธีวิจัย
สุขภาพตําบล (รพ.สต.) จํานวน 13 แหง (Methodological Triangulation) ดวย
ในอําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน เก็บขอมูล การสัมภาษณรายบุคคลและสนทนากลุม
โดยการสัมภาษณและสนทนากลุม เครื่องมือท่ีใช คือ แนวคําถามการสัมภาษณ
และแนวคําถามการสนทนากลุม ซึ่งผานการ
ขน้ั ที่ 1 คนหาครอบครัวที่ปูย า ตายาย พิ จ า ร ณ า แ ล ะ ต ร ว จ ส อ บ จ า ก ผู  เ ชี่ ย ว ช า ญ
เปนผูเลี้ยงดูเด็ก โดยสํารวจรายช่ือเด็กตาม และผูท รงคุณวฒุ ิแลว
ระบบทะเบียนประชากรของ รพ.สต. พบวา
เด็กเล็กท่ีไดรับการเล้ียงดูโดยปูยาตายาย ● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง
ในเขตพ้นื ทอี่ ําเภอสีชมพู มีจาํ นวน 568 คน การศึกษานี้เปนสวนหน่ึงของงานวิจัยใน
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
ขั้นที่ 2 ขั้นตอนการสัมภาษณ ทันตแพทยศาสตร วิชาเอกทันตสาธารณสุข
(In-depth Interview) โดยในแตละพื้นที่ คณะทันตแพทยศาสตร มหาวิทยาลัย
รพ.สต. แบงปูยาตายายผูเลี้ยงดูเด็กเปน ขอนแกน ผานการรับรองจริยธรรมการวิจัย
4 ชวงอายุ ดังน้ี ชวงอายุ 40-50 ป ชวงอายุ ในมนุษยจากศูนยจริยธรรมการวิจัยในมนุษย
50-60 ป ชวงอายุ 60-70 ป และชวงอายุ มหาวิทยาลัยขอนแกน เลขที่ HE622200
70 ปขึ้นไป คัดเลือกปูยาตายายผูใหขอมูล ณ วันท่ี 16 ตุลาคม 2562
แบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดย
อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน (อสม.)
ชวงอายุละ 2 คน รวมเปน 8 คนตอ 1 พ้ืนที่

38 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอม

สถานการณและความจําเปนของปยู า ตายายกับการเลยี้ งดูเด็กเล็กในวถิ ีไทยอสี าน : กรณีศึกษาอาํ เภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน

■ ผลการศึกษา เดมิ ทต่ี นมอี ยู
“ยามมื้อเชาก็รอยกวา ยามมื่อแลง
จากการสืบคนรายชื่อเด็กชวงอายุ
0-3 ป จากระบบทะเบียนประชากร ในเขต (เยน็ ) อกี ขาวตม ขา วหนม (ขนม) เทงิ่ (ทงั้ )
อําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน จํานวนท้ังส้ิน นมไปซ่ันแหลว(น่ันหละ) ลูกบไดยากและก็ไม
9 ตําบล 13 เขตพน้ื ท่ี รพ.สต. ณ เดือนตุลาคม ไดกินจุกจิก ไมไดมีขนมหลายปานน้ี เลี้ยง
พ.ศ.2562 พบวา มีจํานวนเด็กท้ังหมด ธรรมชาติเลย ไมมีท่ีซื้อเยอะ เลี้ยงหลานนี่กิน
1,212 คน เปนเด็กท่ีไดรับการเล้ียงดูโดยปูยา ทุกอยาง ตองใชเงินเยอะ หนักขนม หนักการ
ตายายโดยไมมีบิดามารดาอยูชวยเลี้ยงดู ละเลนระบบสมัยใหม” คําสัมภาษณของ
เปนจํานวน 568 คน คิดเปนรอยละ 46.86 คุณยายวยั 66 ป
นําเสนอขอคนพบจากการศึกษาตามหัวขอ
ประเด็นสําคัญ ดังน้ี 1) เหตุผล ความจําเปน ปญหาท่ีปูยาตายายผูเล้ียงดูเด็ก
และปญหาการเล้ียงดูเด็กของปูยาตายาย พบเจอไดในการเล้ียงเด็กในปจจุบันมีทั้ง
2) ความรูสึกในการรับหนาที่ในการเลี้ยง ปญ หาทางเศรษฐกจิ กายภาพ จิตใจและสงั คม
หลาน 3) การดูแลเด็กดานโภชนาการ ทางเศรษฐกิจคือ รายไดท่ีไมเพียงพอในชีวิต
4) การดูแลเด็กดานพัฒนาการ 5) การดูแล ประจาํ วนั ซงึ่ พบในครอบครวั ทบ่ี ตุ รไมส ามารถ
เด็กดานสุขภาพชองปาก 6) สิ่งสนับสนุน สงเงินมาเพ่ือเปนคาใชจายในการเล้ียงดูเด็ก
และแนวทางการพัฒนาการเล้ียงดูเด็กของ อยางเพียงพอ ประกอบกับปูยาตายายไม
ปยู า ตายาย สามารถออกไปหารายไดเพิ่มเติมไดเต็มท่ี
เหมือนกอน ปญหานี้ชัดเจนในกรณีที่ผูเล้ียงดู
1. เหตุผล ความจําเปนและปญหา เปน “ยาหรือยาย” เพียงคนเดียว แตใน
การเล้ยี งดเู ดก็ ของปูย า ตายาย ครอบครัวที่มีปูหรือตา ปูหรือตาเปนผูรับ
หนาท่ีในการหารายไดเพ่ิมเติม พบปญหา
เหตุผลหลักท่ีปูยาตายายจําเปนตอง ท า ง ก า ย ภ า พ ข อ ง ปู  ย  า ต า ย า ย ผู  สู ง อ า ยุ
รับหนาที่เลี้ยงดูเด็กเปนเพราะบิดามารดาของ เ น่ื อ ง จ า ก ก า ร มี โ ร ค ป ร ะ จํ า ตั ว ห รื อ ก า ร
เด็กตองเดินทางไปทํางานตางพ้ืนที่ เพ่ือหา เคลื่อนไหวรางกายท่ีไมคลองแคลวเหมือน
รายไดมาสงเสียเล้ียงดูทุกคนในครอบครัว ในอดีต ทําใหเกิดปญหาการเคลื่อนไหว
เปนรูปแบบในวิถีการดําเนินชีวิตแบบไทย รางกายติดตามเด็กซ่ึงอยูในวัยที่ไมสามารถ
อีสาน ณ ปจจุบัน มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบาน อยูนิ่งที่ใดที่หนึ่งไดเปนเวลานาน ปญหา
เฉพาะชวงเทศกาลสําคัญ เชน วันหยุดปใหม ทางจิตใจของปูยาตายายจะเกิดข้ึนเม่ือรูสึก
เทศกาลสงกรานตเทานั้น เมื่อเปรียบเทียบ เหน่ือยหรืออารมณหงุดหงิดเมื่อหลานด้ือ
การเล้ียงดูเด็กในอดีตมีความแตกตางกับ หรือซน และปญหาทางสังคมเกิดข้ึนเม่ือปูยา
ในปจจุบัน เนื่องจากปจจุบันมีเครื่องอํานวย ตายายตองใหเวลาแทบท้ังหมดในการเลี้ยงดู
ความสะดวกและรานสะดวกซ้ือมากมาย หลานจึงไมสามารถออกไปพบปะสังคมขาง
ความเปนอยูไมเรียบงายเหมือนในอดีต เด็กมี นอกไดเชนเมือ่ กอ น
พัฒนาการของรางกายและการเรียนรูท่ีมาก
กวาเด็กวัยเดียวกันในอดีต ทําใหปูยาตายาย “แตวิ่งตามไมทัน ก็ปลอยไปเลย
ตองมีการปรับวิธีการเล้ียงดูเด็กใหเขากับยุค เด๋ียวคอยตามไปเอามา” คําสัมภาษณของ
สมัยปจจุบัน โดยการนําความรูจากส่ิงรอบตัว คณุ ยายวัย 70 ป
จากบิดามารดาเดก็ เจาหนาท่ี รพ.สต. และส่ือ
ความรูตางๆ มาปรับใชรวมกับประสบการณ 2. ความรูสึกในการรับหนาที่ใน
การเลี้ยงเดก็

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 39

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ความรูสึกของปูยาตายายเม่ือตองมา มากข้ึนตามวัย ไมไดมีการอางอิงตามหลัก
รับหนาท่ีในการดูแลเด็กนั้นมีทั้งดานบวก วิชาการหรือตามคูม ือความรใู ด
และดานลบ ความรูสึกดานบวกคือรูสึกยินดี
เต็มใจ เปนเพื่อนคลายเหงา เปนความสุข “ไมทราบ ยายก็ใหกนิ ไปตะพดึ ตะพือ
ทางใจ วาตนยังมีความสามารถในการดูแล (หลากหลาย) แหละอาหารกะดาย (กด็ ี) แควา
เด็ก มีความสามารถในการชวยเหลือ มันไมเผ็ดก็ใหกินหมดแหละ” คําสัมภาษณ
ครอบครัวและไดรับความไววางใจจากบุตร ของคณุ ยายวยั 72 ป
ของตน ความรูสึกในดานลบเปนความรูสึก
ของความเปนภาระ อึดอัดและเหน่ือยลา กราฟเปรียบเทียบการเจริญเติบโต
สาเหตุจากอายุท่ีเพ่ิมข้ึนแตตองมารับหนาท่ี เปนเคร่ืองมือท่ีใชสําหรับประเมินการเจริญ
ดูแลเด็ก ท้ังยังมีปญหาเรื่องรายไดซึ่งไมพอ เติบโตของเด็ก ซึ่งมีการแนะนําการใชอยูใน
เพียงและยังไมสามารถออกไปหารายไดมา สมุดบันทึกสุขภาพแมและเด็ก ปูยาตายาย
เพิ่มเติมได ความรูสึกที่เปนดานลบน้ีมักเกิด สวนใหญไมสามารถใชกราฟเพื่อพิจารณา
ขึ้นในครอบครัวท่ีประสบปญหาทางเศรษฐกิจ การเจริญเติบโตของเดก็ ได ยกเวนปูยาตายาย
รวมดวย แตอยางไรก็ตามปูยาตายายทุกทาน ผูมีหนาที่เปน อสม. รวมดวยหรือมีมารดา
ก็ยังใหการเล้ียงดูเด็กดวยความรักและความ ของเด็กทํางานดานสาธารณสุขจึงจะมีความ
เอาใจใสเ ปน อยา งดี เพราะเขา ใจในสถานการณ สามารถและมีความคุนเคยในการใชกราฟ
ไดดีวาเปนความจําเปนและเปนหนาที่ที่ตน เพ่ือเปรียบเทียบการเจริญเติบโต ถึงแมมีการ
ตองรับมา ช่ังนํ้าหนักหรือวัดสวนสูงเปนประจําก็ไมเคย
ไดรับคําแนะนําใหนําน้ําหนักหรือสวนสูง
“ก็ผมวาการเล้ียงหลานเนี่ยมันทําให ทวี่ ดั ไดม าลงกราฟเพอ่ื ประเมนิ การเจรญิ เตบิ โต
สุขภาพของตาเน่ียมันดีข้ึนไปอีกนะผมวา สมุดบันทึกสุขภาพแมและเด็กถูกหยิบมาใช
ผมมีความสุขกับหลานมากครับถาบมีหลาน เม่อื ตอ งพาเดก็ ไปฉีดวคั ซนี เทานนั้
ก็คงบไดเวา (พูด) กันอยูในเฮือน (บาน)
ตากับหลานน่ีคือสนิทกันแบบใกลชิดเลยนะ “เคยเบ่ิงๆ (ดู) เวลาเฮามาช่งั น้าํ หนกั
ครับนอนก็ตองอยูนํา (ดวย) กัน ฮักหลาน ใหเด็กนอย 3 เดือนชั่งท่ีนึง เราก็ลงกราฟ
กวาลูก บไดเสียโอกาสหยัง” คําสัมภาษณ ใหเคาอยู เพราะเราเปน อสม. ดวย อนั นี้แกก็
ของคณุ ตาวัย 46 ป บถึงกับวาตกกราฟหรอก ยังอยูในเกณฑอยู
อสม. สอนตอๆ กันมา มันก็รุนสูรุนเนาะ”
3. การดูแลเดก็ ดา นโภชนาการ คาํ สมั ภาษณของคณุ ยายวัย 45
คาํ วา “โภชนาการ” ตามความเขา ใจ
ของปูยาตายายท่ีเล้ียงดูเด็ก หมายถึง อาหาร “ไมเคยใชสักครั้ง ใชไมเปน ไมเคย
การกินท่ีดีตอรางกาย มีผลใหรางกายเจริญ หมอก็ไมไดบอก แคชั่งนํ้าหนักวัดสวนสูง
เติบโตและเกิดการพัฒนาของสมอง การเลือก แตไมไดเอามาลงกราฟ” คําสัมภาษณของ
อาหารใหเด็กรับประทานนั้นมักเปนการเลือก คณุ ยายวัย 70 ป
ตามความรูสึกวาเปนอาหารท่ีมีประโยชน
และเด็กชอบรับประทาน เลือกใหรับประทาน 4. การดแู ลเดก็ ดา นพฒั นาการ
ตามประสบการณของตนที่เคยเลี้ยงดูบุตรมา “พัฒนาการ” ตามความเขาใจของ
เชน ในชวงแรกด่ืมนมเปนหลัก โตขึ้นมา ปูยาตายายหลายๆ ทานหมายถึง การที่เด็ก
จึงเปลี่ยนเปนขาวบดและเปนอาหารท่ีแข็ง มีการเจริญเติบโตขึ้นท้ังทางกาย ใจ ความคิด
ไปตามขั้นตอนของเด็ก สามารถทําอะไรได
เพ่ิมขึ้นตามวัย ปูยาตายายเพียงบางรายที่ได
รับความรูเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กจาก อสม.

40 ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอม

สถานการณและความจาํ เปนของปูยาตายายกับการเล้ียงดเู ด็กเล็กในวถิ ีไทยอีสาน : กรณีศึกษาอําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน

หรอื เจา หนาท่ี รพ.สต. และในบางพื้นท่กี ม็ ีการ ของคุณยายวัย 53 ป
จัดอบรมเพื่อใหความรูใหกับผูปกครอง 5. การดแู ลเดก็ ดา นสขุ ภาพชอ งปาก
ผูดูแลเด็ก แตโดยสวนใหญยังไมไดรับความรู “สุขภาพชองปาก” ตามความเขาใจ
อยางท่ัวถึง ในรายท่ีไดรับความรูนั้น ก็ไมได
นําความรูท่ีไดมาปฏิบัติอยางเต็มท่ีเพราะรูสึก ของปูยาตายายคือ ปากของเราเอง การทําให
วาเมื่อใหความรักความอบอุนและดูแลดวย เด็กมีชองปากท่ีดีโดยการรักษาความสะอาด
ความเอาใจใสอยางเต็มที่ในทุกดานแลว ก็ถือ อยางถูกวิธี จากการศึกษาพบวา การเริ่ม
เปนการสงเสริมพัฒนาการเด็กไปไดในตัว ทําความสะอาดชองปากใหกับเด็กนั้นบางราย
และเช่ือวาพัฒนาการจะดีขึ้นไปไดเองโดย เร่ิมดวยการใชผาชุบน้ําอุนเช็ดในชองปาก
อัตโนมัติ เมื่อเด็กเริ่มเจริญเติบโตขึ้นมีการ สวนการแปรงฟนน้ันสวนใหญเริ่มเม่ือมีฟนขึ้น
สงเสริมใหเด็กไดฝกชวยเหลือตนเองไปตาม เต็มปากหรือชวงอายุประมาณ 2 ป เพราะ
วัย สงเสริมดานภาษาและสติปญญา โดยการ กอนหนาน้ันไมสามารถบังคับใหเด็กแปรงฟน
สอนใหอานหนังสือ เรียกสิ่งตางๆ รอบตัว ได การทําความสะอาดฟน สว นใหญท าํ 2 ครั้ง
เลา นทิ านและฝก รองเพลง เชาและเย็น มีบางรายที่ทําความสะอาดเพียง
วันละ 1 ครั้งในชวงเชา การทําความสะอาด
“ก็ไมไดเนนพัฒนาการอะไรก็เล้ียงไป ชองปากสวนใหญเปนหนาที่ของปูยาตายาย
เร่ือยๆ ความอบอุนอยูกับแมเฮ็ดไปนํากันอยู เปนผูทําให บางรายใหเด็กทําความสะอาดเอง
เร่ือยๆ (อยูไปดวยกันเรื่อยๆ) ก็เลยเปนไป แตคอยดูแลอยางใกลชิดเพราะเขาใจไดวา
ตามที่เราเล้ียง เราเคยมีประสบการณ เดก็ ยงั ไมส ามารถทําความสะอาดเองไดดี
มาน่ีหละ” คาํ สัมภาษณข องคุณยายวัย 47 ป
“เริ่มแปรงต้ังแตเคาเร่ิมรูจักความ
นอกจากความรูดานพัฒนาการเด็ก ยงั ไมท นั ถงึ 1 ป มฟี นประมาณ 8 ซ่ี กแ็ ปรงมา
ของปูยาตายายแลว ส่ิงที่สําคัญควบคูกันคือ เรื่อยๆ บางวันถายายทําทาลืมแปรงฟนใหก็
การไดรับการประเมินพัฒนาการ เด็กบางคน จะถามหา เวลาแปรงใหก็ยอมใหแปรงดีอยู”
เคยไดรับการประเมินพัฒนาการจาก รพ.สต. คําสมั ภาษณข องคุณยายวยั 57 ป
บางพ้ืนที่ แตโดยสวนใหญไมไดรับการ
ประเมินพัฒนาการอยางเปนรูปแบบและ เม่ือเด็กไมไดดื่มนมมารดา ปูยา
จริงจัง และปูยาตายายไมทราบดวยวาการ ตายายผูเล้ียงเด็กตองเปลี่ยนมาเปนการใช
ประเมินพัฒนาการคืออะไร อยางไรก็ตาม นมผสมหรือนมกลองแทน โดยการเลือกนม
แมวาเด็กไมไดรับการประเมินพัฒนาการ นั้นมารดาเด็กเปนผูเลือกไวให ทั้งยังมีการ
ปูยาตายายผูเลี้ยงดูก็ไมไดรูสึกวาหลานของ ศึกษาขอมูลจากผูที่มีความรูและผูที่เคยมี
ตนมีความผิดปกติอยางไร เช่ือวายังคงมี ประสบการณการเล้ียงเด็กมากอน โดยรสชาติ
พัฒนาการท่ีปกติและสมบูรณแข็งแรงตามวัย นมท่ีเลือกเปนรสจืด ดวยเหตุผลเพ่ือไมใหเด็ก
ของเด็กโดยเปรียบเทียบจากประสบการณ ฟนผุ เลือกที่มีคุณคาทางอาหารเพ่ือใหเด็ก
ในการเลยี้ งดบู ตุ ร มีการเจริญเติบโตที่ดี ในเด็กที่โตพอท่ีจะ
สามารถเลือกนมดื่มเองไดจะปลอยใหเลือกด่ืม
“ไมทราบ ปกติหมอก็นัดไปข้ึนเตียง นมรสท่ีตองการดวยตนเอง ซ่ึงสวนมากเด็ก
ฉีดยา จับเด็ก ก็ไมไดแนะนําอะไร อยูอนามัย เลือกด่ืมนมรสจืดเพราะมีความเคยชินกับ
ก็ไมมี มีแตวาใหนัดม้ือน่ันมื้อนี่เดอ (วันนั้น รสชาตินี้อยูแลว และมีการเปลี่ยนเปนนม
วันน้ีนะ) มันก็มีหองเด็กนอยเลนอยูแตไมได รสเปร้ียวในบางครั้งเพ่ือชวยเร่ืองระบบ
มาประเมินพัฒนาการเด็ก” คําสัมภาษณ ขับถาย

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 41

บ ท วิ ท ย า ก า ร

เด็กบางรายยังดื่มนมจากขวดและ เปนท่ีพึ่งพิงและปรึกษาเร่ืองตางๆ ในการ
หลับคาขวดนมถึงแมวาจะถึงวัยท่ีตองเลิกดื่ม เลี้ยงดูเด็กได เปนแหลงสนับสนุนดานขอมูล
นมจากขวดแลว แตปูยาตายายผูเล้ียงเด็ก ขาวสารตางๆ ใหกับปูยาตายาย เจาหนาท่ี
ยังไมสามารถบังคับใหเด็กเลิกการด่ืมนม ส า ธ า ร ณ สุ ข ใ น พื้ น ท่ี เ ป  น อี ก ก ลุ  ม ห นึ่ ง ท่ี มี
จากขวดได โดยใหเหตุผลวาเด็กไมใหความ ความสนิทสนมใกลชิดเปนที่รูจักของทุกคน
รวมมือและยังไมกลาขัดใจ ท้ังยังกลัวบีบ ในชุมชน ทําหนาที่ใหคําปรึกษาเมื่อมีปญหา
นมหกหากเปลี่ยนมาเปนการด่ืมจากกลอง ตางๆ โดยเฉพาะทางดานสุขภาพทั้งของ
การรับประทานขนม ของหวาน หรือลูกอม ปูยาตายายเองและของเด็ก มีการจัดทํา
เปนส่ิงที่เด็กชอบรับประทานเพราะสามารถ โครงการตางๆ เพ่ือสนับสนุนและสงเสริม
หาซื้อไดสะดวก มีเพียงบางครอบครัวเทาน้ัน การเลยี้ งดเู ด็กในพน้ื ท่ี
ไมใหเด็กรับประทานลูกอมเนื่องจากเขาใจวา
ลูกอมคือส่ิงท่ีจะทําใหเด็กฟนผุได จากการสนทนากลุมตัวแทนปูยา
ตายายผูเล้ียงดูเด็กและ อสม. มีขอเสนอถึง
“อยากใหเลิกอยูเนี่ย แตเคาไมยอม แนวทางการพัฒนาการเลี้ยงดูเด็กของปูยา
เลิก เพิ่น (เคา) ติดขวด ลองใหดูดหลอดรูสึก ตายาย ดังนี้
เหมือนวาเพิ่น (เคา) บอิ่ม เปนซีดๆ เหมือน
กนิ นมไมอิ่มนีห่ ละ ก็เลยปลอยใหกินเดยี๋ วใหญ 1) จัดทําโครงการเพื่อสงเสริมการ
(โต) ก็เลกิ เองหละ” คําสัมภาษณของคณุ ยาย ดูแลเด็กครอบคลุมในทุกดาน ใหปูยาตายาย
วยั 47 ป สามารถดูแลเด็กไดดีขึ้น โดยใชงบสนับสนุน
จากองคก ารบรหิ ารสวนตาํ บล (อบต.)
ปญหาท่ีสามารถพบเจอไดในการ
ดแู ลสุขภาพชองปาก คือ เดก็ ไมยอมแปรงฟน 2) ปรับการทํางานของ อสม. ให
ผูปกครองไมใหความสําคัญ เด็กมีฟนผุชอบ สามารถประเมินภาวะโภชนาการ สามารถ
รับประทานขนม ลูกอม ของหวาน และปูยา ใหคําแนะนําผูปกครองโดยเฉพาะกลุมปูยา
ต า ย า ย ผู  เ ลี้ ย ง เ ด็ ก บ า ง ร า ย ไ ม  ท ร า บ ว  า ตายายท่ีเลี้ยงดูเด็กใหสามารถใชกราฟเปรียบ
การทําความสะอาดชองปากเด็กท่ีถูกวิธีน้ัน เทียบการเจริญเติบโต และควรไดรับการฝก
ควรทําอยางไร และตองทําอยางไรใหเด็ก อบรมเพื่อให อสม. สามารถประเมินปญหา
ยอมรว มมือในการแปรงฟน เบื้องตนของเด็กและสง ตอผูเชีย่ วชาญได

6. ส่ิงสนับสนุนและแนวทางการ 3) รพ.สต. มีการจัดระบบการนัดเด็ก
พัฒนาการเล้ียงดเู ดก็ ของปูยา ตายาย เพ่ือประเมินพัฒนาการในแตละชวงวัยใหเด็ก
ในพ้ืนทที่ ุกคนไดเขารับการประเมนิ พัฒนาการ
เมื่อปูยาตายายจําเปนตองรับหนาที่
ในการเลี้ยงดูเด็ก จึงตองการการสนับสนุน 4) ควรมีเจาหนาที่สาธารณสุขออก
จากหลายฝาย บิดามารดาของเด็กเปน เยี่ยมบานหลังคลอดและตอเน่ืองตลอดจน
ผูสนับสนุนดานการเงินทั้งเพ่ือเล้ียงดูเด็ก ถึงวัยเขาศึกษาในโรงเรียน เพ่ือใหคําแนะนํา
และเล้ียงดูปูยาตายาย ทั้งยังมีหนาท่ีในการ การดูแลเด็กทุกดานในแตละชวงวัย เชน
สงเสริมดา นกําลงั ใจใหก ับปูย า ตายาย จากการ ความรูในการเล้ียงดูเด็กโดยทั่วไป ความรู
การติดตอปรึกษาพูดคุยใหกําลังใจกันอยูเปน ในการเลือกอาหาร พัฒนาการและการ
ประจํา คนในครอบครัวหรือเพ่ือนบาน ทําความสะอาดชองปากของเด็กแตละวัย
ขางเคียงรวมทั้ง อสม. ในพ้ืนท่ีคอยชวยเหลือ เน่ืองจากผูปกครองท่ีเปนปูยาตายายมักมี
ดแู ลเดก็ ใหใ นบางครง้ั ทม่ี คี วามจาํ เปน สามารถ ค ว า ม รู  ใ น ก า ร เ ลี้ ย ง เ ด็ ก ไ ม  เ พี ย ง พ อ แ ล ะ
ไมสามารถเดินทางไปรับความรูที่อื่นได

42 ปท ี่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอม

สถานการณแ ละความจาํ เปนของปูยา ตายายกบั การเลยี้ งดูเด็กเลก็ ในวถิ ีไทยอีสาน : กรณศี ึกษาอาํ เภอสีชมพู จังหวดั ขอนแกน

สะดวก นอกจากน้ันการออกเย่ียมบาน เอาความรูจากสื่อสังคมตางๆ มาปรับใช
ยังถือเปนการสงเสริมใหกําลังใจปูยาตายาย อีกดวย ซ่ึงขอคนพบจากการศึกษาน้ีแตกตาง
ไดอกี ทางหนงึ่ ดวย กับการศึกษาของ ศรัณย ฤกษรัตนประทีป(13)
ที่กลาวไววา ปูยาตายายไมใหความสนใจ
5) กําหนด อสม. ผูมหี นาที่รบั ผิดชอบ กับขอมูลการเล้ียงดูเด็กที่มีการเปล่ียนแปลง
เกี่ยวกับการดูแลเด็กในพื้นท่ีโดยตรง เพ่ือ ไปจงึ กอ ใหเ กดิ ปญหาในการเลยี้ งดูเด็ก
ใหการดูแลและติดตามเด็กเปนไปไดดีมาก
ยิ่งขึ้น และสามารถเปนท่ีปรึกษาเบื้องตน ปญหาท่ีพบจากการเล้ียงดูเด็ก มีทั้ง
ภายในพืน้ ที่รับผดิ ชอบของตนเองได ปญหาดานเศรษฐกิจ กายภาพ จิตใจ
และสงั คม สอดคลองกับการศกึ ษาของ ศรณั ย
6) จัดใหมีทันตาภิบาลหรือเจาหนาที่ ฤกษรัตนประทีป(13) ท่ีไดกลาวไววา ปูยา
ทันตสาธารณสุขเขาไปดูแลเด็กในเขตพื้นท่ี ตายายที่เล้ียงดูเด็กจะไดรับเงินเปนคาใชจาย
ทไ่ี มม ที นั ตาภบิ าลประจาํ อยู โดยการดาํ เนนิ งาน ในการเลี้ยงเด็กไมเพียงพอ นับเปนการเพิ่ม
ใหเปนไปในรูปแบบเดียวกันกับพ้ืนที่ รพ.สต. ความเครียด และปญหาสุขภาพใหกับปูยา
ทม่ี ที นั ตาภิบาลดแู ล ตายายผเู ล้ียงดูเดก็ อีกดว ย ความรสู กึ ท่เี กดิ ขน้ึ
ตอปูยาตายายมีทั้งดานบวกและดานลบ คือ
7) จัดสรางศูนยรับฝากเด็กช่ัวคราว เกิดความภาคภูมิใจในตนเองและชวยลดภาระ
หรือศูนยอบรมความรูผูปกครอง จัดตาราง ใหกับบุตร และความรูสึกวาการเลี้ยงดูเด็ก
นั ด ห ม า ย ปู  ย  า ต า ย า ย แ ล ะ เ ด็ ก จ า ก แ ต  ล ะ เปน ภาระซงึ่ ความรสู กึ นจ้ี ะเกดิ ขนึ้ กบั ครอบครวั
หมูบานหมุนเวียนกันเขามารับการอบรม ที่มีปญหาทางดานเศรษฐกิจ สอดคลองกับ
และแลกเปลยี่ นเรียนรกู นั การศึกษาของ กาญจนา เทียนลาย(1) ที่พบวา
ปูยาตายายบางรายมีความยินดีที่ไดรับหนาท่ี
■ อภปิ รายผล ในการเล้ียงดูเด็ก แตในบางรายก็รูสึกวา
เปนภาระเนือ่ งจากปญ หาทางเศรษฐกิจ
การเคลื่อนยายแรงงานจากพ้ืนที่
ชนบทสูชุมชนเมืองสงผลตอการเปล่ียนแปลง ปูยาตายายผูเลี้ยงดูมีการเลือกอาหาร
โครงสรางครอบครัว(1) เมื่อมีบุตรจึงมีความ ใหเด็กรับประทานตามวัยที่เติบโตขึ้นและจาก
จาํ เปน จะตอ งฝากไวใ หป ยู า ตายายเปน ผเู ลย้ี งดู ประสบการณในการเล้ียงดูบุตร เชน ในชวง
พื้นท่ีอําเภอสีชมพูมีปูยาตายายทําหนาท่ี แรกด่ืมนมเปนหลัก โตขึ้นมาจึงเปลี่ยนเปน
ในการเลี้ยงดูเด็กคิดเปนรอยละ 46.86 โดย ขาวบดและเปนอาหารท่ีแข็งมากข้ึนตามวัย
ผูเล้ียงสวนใหญจะเปนยาย รอยละ 65.65 ซ่ึงสอดคลองกับการศึกษาของ ประไพพิศ
สอดคลองกับการศึกษาของ อุดมลักษณ สิงหเสม(14) ที่พบวาการจัดอาหารของปูยา
กุลพิจิตร(4) ที่ผูเล้ียงดูจะเปนยายมากกวายา ตายายเปนไปตามความสะดวกและตามความ
เหตุผลหลักในการรับหนาที่เล้ียงเด็กคือบิดา เปนอยูท่ัวไป โดยอยูบนพ้ืนฐานของความมี
มารดาของเด็กมีความจําเปนตองเดินทางไป ประโยชนและไมมีผลเสยี ตอ รางกายเด็ก
ทํางานตางพื้นที่ สอดคลองกับการศึกษาของ
กาญจนา เทียนลาย(1) ในปจจุบันมีสิ่งอํานวย การใชกราฟเปรียบเทียบการเจริญ
ความสะดวกมากมายแตกตางกับในอดีต ปูยา เติบโตเปนเคร่ืองมือในการประเมินโภชนาการ
ตายายจําเปนตองมีการปรับวิธีการเล้ียงดูเด็ก ของเด็ก แตพบวาปูยาตายายสวนใหญไมได
ใหสอดคลองกับสังคมปจจุบันโดยหาความรู นํามาใช ถึงแมวามีการแนะนําการใชกราฟ
เพิ่มเติมจากสิ่งรอบตัว ทั้งจากบิดามารดาเด็ก ในสมุดบันทึกสุขภาพแมและเด็กแลวก็ตาม
เจาหนาที่ผูเกี่ยวของและท่ีสําคัญมีการรับ

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 43

บ ท วิ ท ย า ก า ร

เนื่องจากโดยสวนใหญแลวสมุดบันทึกสุขภาพ ฉลองชัย สกลวสันต(17) ซึ่งผูปกครองปลอยให
แมและเด็กจะถูกหยิบนํามาใชก็เฉพาะเวลา เดก็ ทําความสะอาดเอง
พาเด็กไปฉีดวัคซีนเทานั้น ซึ่งสอดคลองกับ
การศกึ ษาของ อดุ มลกั ษณ กลุ พจิ ติ ร(4) ทพ่ี บวา ปูยาตายายยังคอนขางตามใจเด็ก
มีเพียงปูยาตายายบางรายเทานั้นท่ีมีความ ในเร่ืองการรับประทานลูกอม ขนมตางๆ
สามารถในการใชกราฟได คือท่ีกลุมที่มีหนาท่ี การดื่มนมและการหลับคาขวดนม สอดคลอง
เปน อสม.และมีบุตรทํางานดานสาธารณสขุ กับการศึกษาของ วัชราภรณ เชื่อมกลาง(16)
ทรงวุฒิ ตวงรัตนพันธ(8) และฉลองชัย
พัฒนาการเด็ก คือ การท่ีเด็กมีการ สกลวสันต(17) ซ่ึงพบวาเด็กชอบรับประทาน
เจริญเติบโตขึ้น ทําอะไรไดมากขึ้นตามวัย ขนม ของหวาน และหลับคาขวดนม วิธีการ
เปนนิยามความเขาใจของปูยาตายายผูเลี้ยงดู เลือกชนิดของนมใหเด็กรับประทานมีการ
เด็ก ในพื้นที่อําเภอสีชมพูสวนใหญยังขาด เลือกหลายวิธีท้ังมารดาเด็กเปนผูเลือกใหหรือ
ความรู การสงเสรมิ และการประเมินพัฒนาการ ขอคําแนะนําจากผูมีความรูโดยนมที่เลือกนั้น
เด็กอยางตอเน่ืองในหลายพ้ืนท่ี โดยเฉพาะ จะตองไมเปนผลเสียตอตัวเด็ก เชนเดียวกับ
ปูยาตายายท่ีเปนผูเล้ียงดูเด็กพบวายังมีความ การศึกษาของ ฉลองชัย สกลวสันต(17) ปจจัย
รูในดานน้ีไมเพียงพอ สอดคลองกับการศึกษา ในการเลือกนมจะเลือกโดยหาขอมูลจาก
ของ จริ ชั ยา ทองจนั ทร( 15) ทพ่ี บวา ผูปกครอง แหลงตางๆ ส่ิงสําคัญคือ ความชอบและไมมี
ยังขาดความรูวาควรดําเนินการสงเสริม ผลเสียตอ ตัวเดก็
พัฒนาการเด็กในดานใดบางเพื่อใหเปน
ประโยชนในการเล้ียงดเู ด็ก จากการศึกษาพบวาปญหาท่ีสามารถ
พบไดในการดูแลสุขภาพชองปาก คือ เด็กไม
ดา นสขุ ภาพชอ งปากพบวา ปยู า ตายาย ยอมแปรงฟน ปูยาตายายไมใหความสําคัญ
ผูเล้ียงดูเด็กสามารถเขาใจและใหความหมาย เด็กมีฟนผุ ชอบรับประทานขนม ลูกอม
ของการดูแลสุขภาพชองปากไดดี ในบางราย ของหวานและปูยาตายายบางรายไมทราบ
มีความรูความสามารถในการดูแลสุขภาพ วาการทําความสะอาดชองปากเด็กที่ถูกวิธีนั้น
ชองปากเด็กไดอยางถูกตอง แตในบางราย ทําอยางไรและจะทําอยางไรใหเด็กยอมแปรง
ยังมีความเขาใจผิดอยู เชนเดียวกับการศึกษา ฟน ซ่ึงสอดคลองกับการศึกษาของ อุดมพร
ของ วัชราภรณ เช่ือมกลาง(16) ท่ีพบวา รักเถาว(18) ซึ่งพบวาปญหาเกี่ยวกับการดูแล
ผูปกครองจะมีความรู ความเขาใจผิดเก่ียวกับ สุขภาพชองปากขึ้นอยูกับการปฏิบัติตนท่ีไม
วิธีการทําความสะอาดชองปากเด็กมากที่สุด ถูกตองของผูเล้ียงดู จึงควรสงเสริมใหปูยา
ใ น ก า ร ศึ ก ษ า ค รั้ ง นี้ พ บ ว  า มี บ า ง ร า ย เ ริ่ ม ตายายผูดูแลเด็กเห็นความสําคัญและมีความรู
ทําความสะอาดตั้งแตมีฟนซี่แรกแตในบางราย เพิ่มเติมเพราะเมื่อมีความรูเพิ่มขึ้นก็ยอมมีผล
เริ่มทําความสะอาดเม่ือเด็กมีฟนข้ึนครบ ใหพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพชองปากเด็ก
ในปากแลวหรือชวงอายุประมาณ 1 ปครึ่งถึง ดขี ้นึ ตามมา(19)
2 ป ซึ่งสอดคลองกับการศึกษาของ ทรงวุฒิ
ตวงรัตนพันธ(8) การทําความสะอาดชองปาก การศกึ ษานเี้ ปน ความพยายามเบอ้ื งตน
สว นใหญจ ะทาํ ความสะอาด 2 ครง้ั เชา และเยน็ ในการทําความเขาใจการเลี้ยงดูเด็กของปูยา
มีบางรายท่ีทําความสะอาดเพียงวันละ 1 ครั้ง ตายายในพ้ืนที่อําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแกน
ในชวงเชา สวนใหญเปนหนาที่ของผูปกครอง ภายใตการเปลี่ยนแปลงลักษณะครอบครัว
เปนผูทําให แตกตางจากการศึกษาของ แบบวิถีไทยอีสาน เพ่ือชวยใหเขาใจบริบท
และปญหาของการเล้ียงดูเด็กโดยปูยาตายาย

44 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอ ม


Click to View FlipBook Version