ความสัมพนั ธระหวางปจ จยั สวนบคุ คล ภาระในการดูแล การสนบั สนนุ ทางสงั คม และความเครยี ดของผดู แู ลผปู วยฯ
ผลการศกึ ษา พบวา ภาระในการดแู ล 3.58 และ 3.41 อยูในระดับสูง สวนดาน
มีความสัมพันธทางบวกกับความเครียดอยาง ทรัพยากรและวัตถุ มีคาเฉลี่ย 2.84 อยูใน
มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = .640) ระดับปานกลาง แตกตางกับการศึกษาของ
และการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ กฤษณีย คมขํา, ดวงใจ รัตนธัญญา และ
ทางลบกับความเครียดอยางมีนัยสําคัญทาง กีรดา ไกรนุวัตร(18) ที่ศึกษาปจจัยทํานาย
สถิติที่ระดับ .01 (r=.334) สวนอายุ รายได การปรับตัวของผูดูแลผูปวยโรคหลอดเลือด
และระยะเวลาในการดูแลไมมีความสัมพันธ สมอง ผลการศึกษา พบวา การสนับสนุน
กับความเครียด (r=.146, 130 และ .088 ทางสังคมของผูดูแลผูปวยโรคหลอดเลือด
ตามลําดับ) ดังตารางท่ี 3 สมอง อยูในระดับปานกลาง และแตกตางจาก
การศึกษาของ ณัฐพงศ เปนลาภ และธีรยุทธ
■ อภิปรายผล รุงนิรันดร(8) ท่ีศึกษาความเครียดและปจจัย
ที่เก่ียวของของผูดูแลผูปวยโรคไตเรื้อรัง
สวนที่ 1 ศึกษาระดับของภาระ ณ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ
ในการดูแลของผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน ผลการศึกษา พบวา ผูดูแลผูปวยสวนใหญ
ผลการศึกษา พบวา กลุมตัวอยางมีภาระ ไดรับการสนับสนุนทางสังคมอยูในระดับ
ในการดูแลอยูในระดับปานกลาง สอดคลอง ปานกลาง คิดเปนรอยละ 72.9 การที่กลุม
กับการศึกษาของ อัครวัฒน เพยี วพงภควตั (15) ตัวอยางมีการสนับสนุนทางสังคมโดยรวมอยู
ที่ศึกษาปจจัยที่มีผลตอภาระในการดูแลของ ในระดับสูง อาจเนื่องจากไดรับการสนับสนุน
ผูดูแลผูปวยจิตเภทท่ีมารับบริการโรงพยาบาล จากบุคคลในชุมชนหรือแหลงบริการตางๆ
หนองก่ี จังหวัดบุรีรัมย พบวา ผูดูแลผูปวย เชน ครอบครวั ญาติ เพือ่ น หรือกลมุ บคุ คลอ่นื
จิตเภทมีภาระในการดูแลผูปวยจิตเภทระดับ ในชุมชน โดยใหความชวยเหลือในดานการให
ปานกลางเฉล่ียเทากับ 59.97 คะแนน ขอมูลขาวสาร ดานจิตใจ เปนท่ีปรึกษาให
ซึ่งแตกตางกับการศึกษาของ เสาวนีย คาํ แนะนํา ใหก ารไดร บั ประคับประคอง เห็นได
คงนิรันดร, ดวงใจ วัฒนสินธุ และชนัดดา จากกลุมตัวอยางสวนใหญมีสถานภาพสมรส/
แนบเกษร(16) เรื่องปจจัยที่มีอิทธิพลตอภาระ คู คิดเปนรอยละ 62.9 จึงไดรับการสนับสนุน
ในการดูแลของผูดูแลผูปวยจิตเภท ท่ีพบวา จากครอบครัว รวมถงึ บคุ คลรอบขา งท้งั ในดาน
กลุมตัวอยางมีคะแนนเฉล่ียของภาระในการ อารมณ และดานขอมูลขาวสารอยูในระดับสูง
ดูแล โดยรวมเทากับ 42.98 อยูในระดับนอย ซึ่งสอดคลองกับผลการศึกษาของ ณัฐพงศ
แตกตางกับการศึกษาของ ปติพร สิริทิพากร เปนลาภ และธีรยุทธ รุงนิรันดร(8) ที่พบวา
และวีรศักด์ิ เมืองไพศาล(17) ที่ศึกษาปจจัย ปจ จยั ทม่ี คี วามเกย่ี วขอ งกบั ความเครยี ด ไดแก
ที่สัมพันธกับความรูสึกเปนภาระของญาติ สถานภาพสมรส ทาํ ใหก ารสนบั สนุนทางสงั คม
ผูดูแลผูปวยภาวะสมองเสื่อมในคลินิกผูสูงอายุ โดยรวมอยใู นระดับสูง
โรงพยาบาลศิริราช ผลการศึกษา พบวา
ญาติผูดูแลผูปวยภาวะสมองเส่ือมมีความรูสึก สวนท่ี 3 ความเครียดของผูดูแล
เปนภาระโดยรวมมีคาเฉล่ีย 35.6 อยูใน ผูป ว ยโรคเร้อื รงั ในชมุ ชน ผลการศึกษา พบวา
ระดบั นอ ย ก ลุ ม ตั ว อ ย า ง มี ค ว า ม เ ค รี ย ด อ ยู ใ น ร ะ ดั บ
ปานกลาง สอดคลองกับการศึกษาของ
สว นท่ี 2 การสนับสนุนทางสังคมของ แววดาว สุรประกิต(19) พบวา ผูดูแลที่เปน
ผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน ผลการศึกษา โรคจิตจากแอมเฟตามีนมีความเครียดอยูใน
พบวา กลุมตัวอยางมีการสนับสนุนทางสังคม ระดับปานกลาง แตกตางกับการศึกษาของ
โดยรวมอยใู นระดบั สงู การสนบั สนนุ ทางสงั คม ขวัญตา บุญวาศ, ธิดารัตน สุภานันท,
ดานอารมณ ดานขอมูลขาวสาร มีคาเฉล่ีย
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 95
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ตารางท่ี 1 จํานวนและรอยละของอายุ รายได และระยะเวลาในการดูแลของผูดูแลผูปวย
โรคเรือ้ รงั ในชุมชน
รายการตัวแปร จาํ นวน รอ ยละ
อายุ (ป) 16 8.8
23 12.6
20 - 29 41 22.4
30 - 39 67 36.6
40 – 49 26 14.2
50 – 59 10 5.4
60 – 69 53 30.0
70 ขนึ้ ไป 60 32.8
รายได (บาท/เดอื น) 13 7.1
นอยกวา 5,000 17 9.3
5,000 – 9,999 6 3.3
10,000 – 14,999 11 6.0
15,000 – 19,999 1 0.5
20,000 – 24,999 0 0
25,000 – 29,999 22 12.0
30,000 – 34,999 148 80.9
35,000 – 39,999 26 14.2
40,000 ขึ้นไป 8 3.9
ระยะเวลาในการดแู ล (ป) 0 0
1 - 10 1 0.5
11 - 20 1 0.5
21 – 30
31 – 40
41 – 50
51 - 60
อรุณี ชุนหบดี และนิมัศตูรา แว(20) ที่ศึกษา คาใชจายแตเพียงลําพัง ไมไดรับความ
ความเครยี ด และความตอ งการของผดู แู ลผพู กิ าร ชวยเหลือคารักษาพยาบาลจากญาติพี่นอง
ติดเตียง ในพ้ืนท่ีจังหวัดตรัง ผลการศึกษา ในการศึกษาคร้ังนี้กลุมตัวอยางมีความเครียด
พบวา ผูดูแลผูพิการที่นอนติดเตียงท่ีบาน ในระดับปานกลาง อาจเน่ืองจากกลุมตัวอยาง
ในจงั หวดั ตรงั มคี วามเครยี ดในระดบั สงู แตกตา ง ประเมินวามีการสนับสนุนทางสังคมโดยรวม
กับการศึกษาของ สุวรีย เศรษฐวัฒนบํารุง(21) อยูในระดับสูง ซึงเปนตัวแปรที่จะชวยบรรเทา
ทศี่ กึ ษาความเครยี ดและการเผชญิ ความเครยี ด ค ว า ม รุ น แ ร ง ข อ ง ส ถ า น ก า ร ณ ห รื อ ค ว า ม
ของผูดูแลผูปวยวิกฤติท่ีเขารักษาในหอผูปวย ตึงเครียดนั้นลง(22) จึงทําใหมีความเครียด
ศัลยกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ จังหวัด อยใู นระดบั ปานกลาง
สงขลา ซ่ึงพบวา ผูดูแลมีความเครียด
ดานอันตรายเกิดจากการตัดสินใจเก่ียวกับ สว นที่ 4 ความสมั พนั ธระหวางปจจยั
แนวทางในการรักษาผูปวย การท่ีตองดูแล สวนบุคคลดานอายุ รายได ระยะเวลาในการ
ผูปวยที่ตองใชอุปกรณพิเศษทางการแพทย ดแู ล ภาระในการดูแล การสนับสนุนทางสงั คม
ความไมเขาใจในขอมูลที่ไดรับเกี่ยวกับ กับความเครียดของผูดูแลผูปวยโรคเรื้อรัง
ก า ร วิ นิ จ ฉั ย แ ล ะ แ ผ น ก า ร รั ก ษ า พ ย า บ า ล ในชุมชน ผลการศึกษา พบวา ภาระในการ
การนอนไมห ลบั จากทตี่ อ งดแู ล การรับผิดชอบ ดูแลมีความสัมพันธทางบวกกับความเครียด
อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01 (r = .640)
96 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอม
ความสมั พันธระหวา งปจจัยสว นบุคคล ภาระในการดแู ล การสนับสนุนทางสังคม และความเครยี ดของผูด แู ลผปู ว ยฯ
ตารางที่ 2 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของภาระในการดูแล การสนับสนุน
ทางสงั คม และความเครยี ดของผดู ูแลผูปว ยโรคเร้ือรงั ในชุมชน
รายการตัวแปร X S.D. ระดบั
ภาระในการดแู ลโดยรวม 1.79 .69 ปานกลาง
การสนับสนนุ ทางสงั คมโดยรวม 3.32 .68 สูง
3.58 .67 สงู
ดา นอารมณ 3.41 .77 สูง
ดา นขอมลู ขาวสาร 2.84 .94 ปานกลาง
ดานทรัพยากรและวัตถุ 1.98 .64 ปานกลาง
ความเครียดโดยรวม
ตารางท่ี 3 คาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธระหวางปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได ระยะเวลา
ในการดูแล ภาระในการดูแล การสนับสนุนทางสังคม กับความเครียดของ
ผดู ูแลผปู ว ยโรคเรือ้ รังในชุมชน
อายุ ตัวแปร ความเครียด
รายได .146
ระยะเวลาในการดูแล -.130
ภาระในการดูแล .088
การสนบั สนนุ ทางสังคม .640**
* p < .05 -.334**
** p < .01
ซ่ึงสอดคลองกับสมมติฐานท่ีต้ังไว แสดงวา หรือความรุนแรงของโรค เม่ือผูดูแลตองรับ
เมื่อมีภาระในการดูแลมาก จะมีความเครียด ห น า ที่ ดู แ ล ผู ป ว ย ก็ จ ะ มี ส่ิ ง ท่ี ก อ ใ ห เ กิ ด
มาก เมอื่ ผดู แู ลมภี าระในการดแู ลนอ ย จะทาํ ให ความเครียด เขามากระตุนท้ังในสวนของ
มีความเครียดนอย สอดคลองกับการศึกษา ความเครียดระดับปฐมภูมิที่เกิดจากหนาท่ีและ
ของ สปุ ระวณี ทองชติ (23) ที่ศึกษาความเครียด ความรับผิดชอบในการดูแลผูปวย กิจกรรม
แ ล ะ ค ว า ม รู สึ ก เ ป น ภ า ร ะ ใ น ก า ร ดู แ ล ข อ ง ท่ดี แู ลผูปวย และในสวนของความเครียดระดับ
ผูปกครองที่พาเด็กมารับการรักษาที่หนวย ทุติยภูมิเกิดจากความตึงเครียดในบทบาทของ
จิตเวชเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ พบวา ผูดูแล จึงสงผลใหภาระในการดูแลมีความ
ความเครียดและความรูสึกเปนภาระในการ สัมพันธทางบวกกับความเครียดของผูดูแล
ดูแลมีความสมั พนั ธก ันทางบวกในรูปเชงิ เสน ที่ ผปู วยโรคเรอื้ รงั ในชุมชน
ระดับนัยสําคัญ .001 ซ่ึงสอดคลองกับรูปแบบ
กระบวนการความเครียดของ Pearlin(22) ผลการศึกษา พบวา การสนับสนุน
ทกี่ ลา ววา การรบั รภู าระในการดแู ลเปน ผลลพั ธ ทางสงั คมมคี วามสมั พนั ธท างลบกบั ความเครยี ด
ที่เกิดจากการดูแลผูปวยเปนระยะเวลานาน อยางมนี ัยสาํ คัญทางสถติ ทิ รี่ ะดับ .01 (r=.334)
ซึ่งเกิดจากการมีปฏิสัมพันธระหวางกันและกัน ซึ่งสอดคลองกับสมมติฐานท่ีตั้งไว แสดงวา
อยางตอเน่ืองเปนพลวัตรขององคประกอบ เมื่อผูดูแลมีการสนับสนุนทางสังคมมากจะมี
4 ประการ ไดแก ปจจัยพื้นฐานและบริบท ความเครียดนอย เมื่อมีการสนับสนุนทาง
ซึ่งเปนปจจัยภายในตัวของผูดูแลและผูปวย สั ง ค ม น อ ย จ ะ ทํ า ใ ห มี ค ว า ม เ ค รี ย ด ม า ก
ไดแก ระยะเวลา ทัศนคติ อาการของผูปวย สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของ สาสนิ ี เทพสวุ รรณ
ณัฐจีรา ทองเจริญชูพงศ และรสริน เกรย(24)
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 97
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ท่ีศึกษาในผูดูแลผูสูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ ผลการศึกษา พบวา
พบวา แรงสนับสนุนทางสังคม ไดแก การมี ปจจัยทีม่ คี วามเกย่ี วขอ งกบั ความเครยี ด ไดแก
เพ่ือนหรือคนในสังคมคอยชวยเหลือในยาม การมีโรคประจําตัวอ่ืนๆ การรักษาท่ีไดรับของ
ที่ตองการ และการมีความรูสึกม่ันคงปลอดภัย ผปู วย ความเพียงพอของรายได โรคประจาํ ตัว
เมื่ออยูในครอบครัว มีความสัมพันธกับความ ของผูดูแล สถานภาพสมรส จํานวนยาที่ใช
สุขและความเครียด โดยพบวาหากผูดูแล รับประทาน จํานวนช่ัวโมงที่ใชในการดูแล
ไดรับการสนับสนุนทางสังคมมาก จะยิ่งสงผล ผูปวย อายุของผูดูแล และการสนับสนุนทาง
ตอระดับความสุขท่ีเพ่ิมมากข้ึนและทําให สังคม โดยมีความสัมพันธกันอยางมีนัยสําคัญ
ความเครียดลดลง ซึ่งสอดคลองกับรูปแบบ ทร่ี ะดับ .05 ผลการวจิ ยั ในครั้งน้พี บวาอายุไมมี
กระบวนการความเครียดของ Pearlin(22) ความสัมพันธกับความเครียด อาจเนื่องจาก
ที่กลาววา เมื่อผูดูแลเกิดความเครียดข้ึนก็จะ กลุมตัวอยางในการศึกษาคร้ังนี้มีอายุระหวาง
แสวงหาตัวแปรคน่ั กลาง (Mediators) ซ่งึ เปน 50-59 ป คดิ เปนรอยละ 36.6 รองลงมา มอี ายุ
ตัวแปรที่จะชวยบรรเทาความรุนแรงของ 40-49 ป คิดเปนรอยละ 22.4 (ตารางที่ 1)
สถานการณ หรือความตึงเครียดน้ันลง ไดแก ซงึ่ เปน วยั ผใู หญต อนกลางมกี ารเผชญิ ปญ หาทด่ี ี
แรงสนับสนุนทางสังคม ความสามารถในการ มคี วามคนุ เคยกบั บทบาทผดู แู ล มปี ระสบการณ
เผชิญปญหา ซ่ึงหากตัวแปรค่ันกลางน้ัน ท่ีไดดูแลสมาชิกคนอ่ืนๆ ในครอบครัวมากอน
มีไมเพียงพอ ก็จะทําใหบุคคลไมสามารถ ทาํ ใหผ ลการศกึ ษาครง้ั นอ้ี ายไุ มม คี วามสมั พนั ธ
ปรับตัวตอความเครียดไดและเกิดเปนผลลัพธ กบั ความเครยี ดของผดู ูแล
ของความเครียด (Outcomes of stress)
การสนบั สนนุ ทางสงั คมถอื เปน ตวั แปรคน่ั กลาง รายไดไมมีความสัมพันธกับความ
ระหวางสิ่งท่ีกอใหเกิดความเครียดและความ เครียด (r=.130) ซึ่งไมเปนไปตามสมมติฐาน
รูสึกตึงเครียด เมื่อผูดูแลตองเผชิญกับความ ที่ต้ังไว แตสอดคลองกับผลการศึกษาของ
ยากลําบากในการดแู ลหรอื สถานการณท กี่ อ ให สุประวีณ ทองชิต(23) ที่พบวา รายไดของ
เกิดความเครียดจากการดูแลผูปวยโรคเรื้อรัง ผูปกครองท่ีแตกตางกันมีระดับความเครียด
เมื่อไดรับการสนับสนุนทางสังคมที่ดีก็จะรูสึก ไมตางกัน แตไมสอดคลองกับผลการศึกษา
วาตนเองน้ันมีแหลงประโยชนท่ีชวยสามารถ ของ Upadhyaya & Havalappanavar(25)
จัดการกบั ปญ หาไดแ ละมคี วามตึงเครียดลดลง ที่ศึกษาความเครียดของพอแมของบุคคล
ท่ีมีความขัดแยงทางจิตใจ จํานวน 628 คน
ปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได พบวา รายไดของครอบครัวต่ํามีความสัมพันธ
ระยะเวลาในการดูแลไมมีความสัมพันธกับ กับระดับความเครียดสูง ผลการวิจัยในคร้ังนี้
ค ว า ม เ ค รี ย ด อ า ยุ ไ ม มี ค ว า ม สั ม พั น ธ กั บ พบวา รายไดไ มม คี วามสมั พนั ธก บั ความเครยี ด
ความเครียด (r=.146) ซึ่งไมเปนไปตาม อาจเนื่องจากกลุมตัวอยางสวนใหญมีรายได
สมมติฐานที่ต้ังไว แตสอดคลองกับการศึกษา อยูระหวาง 5,000-99,999 บาท/เดือน
ของ สปุ ระวณี ทองชติ (23) ทศี่ กึ ษาปจจัยดา นอายุ คดิ เปน รอ ยละ 32.8 รองลงมามรี ายไดน อ ยกวา
ของผูปกครองกับคะแนนความรูสึกเปนภาระ 5,000/เดือน คิดเปนรอยละ 30.0 จึงไมคอยมี
ในการดแู ละระดบั ความเครียด พบวา อายุของ ความแตกตางของรายไดของผูดูแลท่ีเปน
ผูปกครองตางกันมีคะแนนระดับความเครียด กลุมตัวอยาง ตลอดจนผูดูแลอาจไดรับการ
ไมแตกตางกัน และแตกตางกับการศึกษา ชวยเหลือจากบุคคลในครอบครัว ซึ่งเห็นได
ของ ณฐั พงศ เปน ลาภ และธรี ยุทธ รงุ นิรันดร(8) จากผลการวิจัยในครั้งน้ีเรื่องการสนับสนุน
ท่ีศึกษาความเครียดและปจจัยที่เกี่ยวของของ ทางสังคมรายขอ พบวา เมื่อมีปญหาการเงิน
ผูดูแลผูปวยโรคไตเร้ือรัง ณ แผนกอายุรกรรม ทานไดรับการชวยเหลือเสมอ มีคาเฉลี่ย 2.85
98 ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอม
ความสมั พนั ธร ะหวางปจ จยั สวนบคุ คล ภาระในการดแู ล การสนบั สนุนทางสงั คม และความเครยี ดของผูดูแลผูปวยฯ
อยใู นระดบั ปานกลาง ทําใหผลการศกึ ษาคร้งั น้ี ■ สรปุ ผล
รายไดไมมีความสัมพันธกับความเครียดของ
ผดู แู ล เนอ่ื งจากไดร บั การสนบั สนนุ ทางการเงนิ 1. ภาระในการดูแลโดยรวมของกลุม
นอกเหนือจากรายได ตัวอยาง อยูในระดับปานกลาง การสนับสนุน
ทางสงั คมโดยรวมของกลมุ ตวั อยา ง อยใู นระดบั
ร ะ ย ะ เ ว ล า ใ น ก า ร ดู แ ล ไ ม มี ค ว า ม สงู เมื่อพจิ ารณารายดาน พบวา การสนับสนนุ
สัมพันธกับความเครียด (r=.088) ซึ่งไมเปน ทางสังคมดานอารมณ ดานขอมูลขาวสาร
ไปตามสมมติฐานที่ต้ังไว ไมเปนไปตาม อยูในระดับสูง สวนการสนับสนุนทางสังคม
รปู แบบกระบวนการความเครยี ดของ Pearlin(22) ดานทรัพยากรและวัตถุ อยูในระดับปานกลาง
ท่ีกลาววาระยะเวลาที่ดูแลผูปวยจิตเภท และความเครียดโดยรวม อยูในระดับ
เปนปจจัยพ้ืนฐานและบริบทของความเครียด ปานกลาง
ซึ่งระยะเวลาที่ดูแลผูปวยนั้นจะมีปฏิสัมพันธ
กันกับองคประกอบอ่ืนๆ ซึ่งระยะเวลาที่ดูแล 2. ภาระในการดูแลมีความสัมพันธ
ผูปวยจิตเภททําใหเกิดความเครียดโดยอาจมี ทางบวกกับความเครียดอยางมีนัยสําคัญทาง
หรือไมมีปจจัยอื่นๆ รวมดวย เชน การมี สถิติท่ีระดับ .01 การสนับสนุนทางสังคมมี
สิ่งกอความเครียดมากระตุนรวมดวย หรือการ ความสัมพันธทางลบกับความเครียดอยางมี
มีสิ่งกอความเครียดและมีความตึงเครียด นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และปจจัยสวน
ภายในจิตใจของผูดูแลมารวมกระตุนใหเกิด บุคคลดานอายุ รายได ระยะเวลาในการดูแล
ความเครียด และไมสอดคลองกับการศึกษา ไมมีความสมั พนั ธกบั ความเครยี ด
ของ Varona(26) ท่ีศึกษาการรับรูภาระ ตัวกอ
ความเครียด และแรงสนับสนุนทางสังคม ■ ขอเสนอแนะ
ของผูดูแลในฟลิปปนส พบวา ระยะเวลาท่ีใช
ในการดูแลเปนตัวที่กอใหเกิดความเครียด ขอเสนอแนะในการนําผลการวิจัย
ในการศึกษาครั้งนี้ระยะเวลาในการดูแลไมมี ไปใชป ระโยชน
ความสัมพันธกับความเครียด อาจเน่ืองจาก
กลุมตัวอยางสวนใหญมีระยะเวลาในการดูแล 1) ดานนโยบายตอการดูแล
ผูปวย 1-10 ป ถึงรอยละ 80.9 (ตารางที่ 1) ผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน จากผลการศึกษา
จึงไมคอยมีความแตกตางของระยะเวลา พบวา ความเครียดของผูดูแลผูปวยในบางขอ
ในการดูแลของผูดูแลท่ีเปนกลุมตัวอยาง อยูในระดับสูง รพ.สต.จังหวัดควรจัดโครงการ
รวมถึงเมื่อผูดูแลเกิดความเครียดข้ึนก็จะ ห รื อ กิ จ ก ร ร ม ใ น ก า ร ล ด ค ว า ม เ ค รี ย ด ข อ ง
แสวงหาตัวแปรคั่นกลาง (Mediators) ผูดูแลลง เพราะจะสงผลเสียตอภาวะจิตใจและ
ซึ่งเปนตัวแปรท่ีจะชวยบรรเทาความรุนแรง สุขภาพของผูดูแล สงผลตอเน่ืองถึงคุณภาพ
ของสถานการณหรือความตึงเครียดนั้นลง การดูแลผูปวย โดยจัดกิจกรรมในเรื่องการ
ไดแก แรงสนับสนุนทางสังคม ความสามารถ ผอ นคลายความเครยี ด การจดั การความเครยี ด
ในการเผชิญปญหา(22) ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ และจัดเจาหนาที่ใหความชวยเหลือหรือแก
มีแรงสนับสนุนเปนตัวแปรค่ันกลาง จะเห็นได ปญหาท่ีทําใหเกิดความเครียดน้ัน โดยจัดทีม
จากการสนับสนุนทางสังคมโดยรวมมีคาเฉล่ีย ห รื อ ห น ว ย ง า น ที่ ค อ ย รั บ ห น า ที่ ใ ห ค ว า ม
3.32 อยูในระดับสูง (ตารางท่ี 2) ทําใหระยะ ชวยเหลือหรือใหคําปรึกษาแกผูดูแลผูปวย
เวลาไมมีความสัมพันธกับของความเครียด ในชุมชน นอกจากนีผ้ ลการศกึ ษา พบวา ภาระ
ของผดู ูแล ในการดูแลบางขอที่อยูในระดับมาก และภาระ
ในการดูแลและการสนับสนุนทางสังคมมีความ
สัมพันธทางบวกกับความเครียด ดังน้ัน
รพ.สต.จังหวัดควรใหการชวยเหลือโดยให
THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 99
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ขอมูลท่ีถูกตองหรือแนะนําแหลงใหความ จัดทีมเจาหนาที่ใหคําปรึกษาในการจัดการ
ชวยเหลือแกผูดูแลผูปวย เพื่อใหผูดูแลรับรู ความเครียดของผูดูแลผูปวย โดยลงไป
ภาระในการดูแลในระดับนอยลง และสงเสริม ในระดับชุมชนเพื่อเขาถึงปญหาของผูดูแล
และชวยเหลือการสนับสนุนทางสังคมเพิ่มข้ึน ผูปวยที่มีโรคเรื้อรังในชุมชนอยางแทจริง
ในขอที่มีคะแนนระดับปานกลาง ไดแก โดยศึกษาปญหาและความตองการที่แทจริง
ดานอารมณและดานขอมูลขาวสารบางขอ ในเรื่องความตองการไดรับการสนับสนุนทาง
และดานทรัพยากรและวัตถุทุกขอ โดยจัดทีม สังคมเปนรายบุคคล รวมถึงการชวยเหลือ
และประสานกับหนวยงานที่เกี่ยวของในการ การสนับสนุนทางสังคมในดานทรัพยากรและ
ใหความชวยเหลือในการจัดกิจกรรมและให วัตถุ โดยหาแหลงทุนหรือแจงแหลงขอมูล
ขอมูลที่จําเปนในการดูแลผูปวยโรคเร้ือรัง เก่ียวกับแหลงสนับสนุนทางสังคมแกผูดูแล
รวมถึงการจัดหาแหลงสนับสนุนทางสังคม ผูปวย และจัดเจาหนาท่ีมาชวยเหลือผูดูแล
ใหแ กผ ูด แู ลผปู ว ยโรคเรือ้ รงั ในชมุ ชน ผปู ว ยเพอ่ื ลดภาระในการดแู ลผปู ว ย ซงึ่ จะสง ผล
ใหผูดูแลผูปวยมีความเครียดลดลง สงผลตอ
2) ขอ เสนอตอ การจดั ระบบบรกิ าร การดแู ลผปู ว ยโรคเรอื้ รงั ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพตอ ไป
สงเสริม ปองกัน และควบคุมโรคเร้ือรัง
ท่ีเปนปญหาของพ้ืนท่ี จากผลการศึกษา ขอเสนอแนะในการทําวิจัยคร้ัง
พบวา ความเครียดโดยรวมอยูในระดับ ตอ ไป
ปานกลาง รายขอบางขออยูในระดับสูง
และภาระในการดูแลและการสนับสนุนทาง ค ว ร ศึ ก ษ า วิ จั ย เ ชิ ง คุ ณ ภ า พ ถึ ง
สังคมมีความสัมพันธทางบวกกับความเครียด ความเครียดของผูดูแล เพื่อใหขอมูลเชิงลึก
ผูเกี่ยวของควรวางแผนในการใหความรู มาใชในการวางแผนจัดกิจกรรม/โครงการลด
และจัดกิจกรรมในการจัดการความเครียด ความเครียดผูดูแล ทําใหผูดูแลมีพฤติกรรม
แกผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังอยางสม่ําเสมอ และ การดูแลทีม่ ีคุณภาพตอ ไป
เอกสารอางอิง
1. สํานักโรคไมติดตอ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานประจําป 2560. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ
องคการสงเคราะหท หารผานศึก ในพระบรมราชปู ถัมภ; 2560.
2. พวงเพญ็ เผอื กสวัสด์,ิ นสิ าชล นาคกุล และวชิ ญา โรจนรกั ษ. สถานการณ ปญหา และความตองการการดแู ลผูป ว ย
เรื้อรังกลุมติดบานติดเตียง ในชุมชนเขตเทศบาลนคร สุราษฎรธานี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข
2559;26(2):54-64.
3. สถาบนั วิจัยประชากรและสงั คม มหาวทิ ยาลัยมหิดล. สุขภาพคนไทย. กรุงเทพฯ: อัมรินทรพร้นิ ต้งิ ; 2558.
4. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ สํานักนายกรัฐมนตรี. แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
และสงั คมแหง ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564). [อนิ เทอรเ น็ต] 2560 [เขา ถงึ เมอื่ 24 พฤษภาคม 2562].
เขาถึงไดจ าก: http://www.onwr.go.th/?page_id=4172.
5. สายพิณ เกษมกิจวัฒนา และปยะภรณ ไพรสนธิ์. ญาติผูดูแลผูปวยเร้ือรัง: กลุมเส่ียงที่ไมควรมองขาม. วารสาร
สภาการพยาบาล 2557;29(4):22-31.
6. Pinguart M, Sorensen S. Gender Differences in Caregiver Stressors, Social Resources, and Health:
An Updated Meta-analysis. Journal of Gerontology, Series B. Psychosocial Sciences
and Social Sciences 2006;61(1):33-45.
7. ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ, รัชนี สรรเสริญ และวรรณรัตน ลาวัง. การพัฒนาแบบวัดภาระในการดูแลของผูดูแลผูปวย
เร้ือรัง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา 2554;4(1):62-75.
8. ณัฐพงศ เปนลาภ และธีรยุทธ รุงนิรันดร. ความเครียด และปจจัยที่เก่ียวของของผูดูแลผูปวยโรคไตเร้ือรัง
ณ แผนกอายรุ กรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ. เวชศาสตรร ว มสมยั 2559;60(4):425-38.
100 ปที่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอม
ความสมั พันธระหวางปจจยั สว นบุคคล ภาระในการดแู ล การสนับสนนุ ทางสงั คม และความเครียดของผดู ูแลผปู ว ยฯ
9. ดวงกมล หนอแกว และชนุกร แกวมณี. ปจจัยท่ีสงผลตอภาระในการดูแลของผูดูแลบุคคลที่ปวยดวยโรค
หลอดเลือดสมอง. การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ คร้ังที่ 1
“สรางเสริมสหวิทยาการ ผสมผสานวัฒนธรรมไทย กาวอยางม่ันใจเขาสู AC”; วันท่ี 29 กรกฎาคม
พ.ศ.2559; ณ มหาวิทยาลัยราชธานี จ.อุบลราชธานี. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชธานี; 2559
หนา 187-97.
10. เวชระเบียนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลวัดไทร. รายงานสถิติประจําป. นครสวรรค : โรงพยาบาลสงเสริม
สขุ ภาพตําบลวัดไทร; 2561.
11. Bronfenbrenner U, (Ed.). Making human beings human: Bioecological perspectives on human
development. Sage Publications Ltd.; 2005.
12. Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: A flexible statistical power analysis
for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods
2007;39(2):175-91.
13. นิภาชล บุญทับถม. ผลของโปรแกรมการจัดการชีวิตตอความรู เจตคติ และทักษะการปองกันการติดซํ้า
ของผูใชสารเสพติดหลังจําหนายออกจากสถาบัน [วิทยานิพนธพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ:
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร; 2550.
14. บุญใจ ศรีสถติ ยนรากรู . ระเบยี บวิธกี ารวิจยั ทางพยาบาลศาสตร. กรุงเทพฯ: ยแู อนดไอ อินเตอรมเี ดยี ; 2553.
15. อัครวัฒน เพียงพอภควัต. ปจจัยท่ีมีผลตอภาระการดูแลผูดูแลผูปวยจิตเภทที่มารับบริการโรงพยาบาลหนองก่ี
จังหวัดบรุ ีรมั ย. วารสารศูนยอนามัยท่ี 9: วารสารสง เสรมิ สุขภาพและอนามยั ส่งิ แวดลอม 2561;12(22):72-84.
16. เสาวนีย คงนิรันดร, ดวงใจ วัฒนสินธุ และชนัดดา แนบเกสร. ปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอภาระการดูแลของผูดูแล
ผปู ว ยจติ เภท. วารสารการพยาบาลจติ เวชและสขุ ภาพจิต 2561;32(3):118-32.
17. ปติพร สิริทิพากร และวีรศักด์ิ เมืองไพศาล. ปจจัยท่ีสัมพันธกับความรูสึกเปนภาระของญาติผูดูแลผูปวย
ภาวะสมองเสื่อมในคลินิกผูสูงอายุ โรงพยาบาลศิริราช. วารสารพยาบาลศาสตรและสุขภาพ 2558;38(2):
54-66.
18. กฤษณีย คมขํา, ดวงใจ รัตนธัญญา และกีรดา ไกรนุวัตร. ปจจัยทํานายการปรับตัวของผูดูแลผูปวย
หลอดเลอื ดสมอง. วารสารพยาบาลทหารบก 2558;16(2):114-22.
19. แววดาว วงศสุรประกิต. ความเครียดและวิถีการปรับแกของผูดูแลผูท่ีเปนโรคจิตจากแอมเฟตามีน [วิทยานิพนธ
พยาบาลศาสตรมหาบัณฑติ ]. เชยี งใหม: มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม; 2546.
20. ขวัญตา บญุ วาศ, ธิดารัตน สุภานันท, อรุณี ชุณหบดี และนิมัศตรู า แว. ความเครยี ดและความตอ งการของผดู ูแล
ผพู ิการตดิ เตยี ง. วารสารเครอื ขา ยวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสขุ ภาคใต 2560;4(1):205-16.
21. สุวรีย เศรษฐวัฒนบํารุง. ความเครียดและการเผชิญความเครียดของผูดูแลผูปวยวิกฤติท่ีเขารักษาในหอผูปวย
ศัลยกรรมโรงพยาบาลหาดใหญ จังหวัดสงขลา. วารสารเครือขายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุข
ภาคใต 2557;1(2):37-48.
22. Pearlin LI, Mullan JT, Semples SJ, Skaff MM. Caregiving and the stress process : An overview
of concepts and their measures. Gerontologist 1990;30(5):583-94.
23. สุประวีณ ทองชิต. ความเครียดและความรูสึกเปนภาระการดูแลของผูปกครองที่พาเด็กมารับการรักษา
ที่หนว ยจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ [วิทยานพิ นธว ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ ]. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย; 2554.
24. สาลินี เทพสุวรรณ, ณัฐจีรา ทองเจริญชูพงษ, รสรินทร เกรย. ปจจัยที่สงผลตอความเครียดและความสุข
ในการดูแลผูส งู อาย.ุ วารสารประชากร 2556;4(1):75-8.
25. Upadhyaya GR and Havalappanavar NB. Stress in Parents of the Mentally Challenged.
Journal of the Indian Academy of Applied Psychology 2008;34(Spec):53-9.
HEALTH
101THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอม
ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564
การพฒั นาคุณภาพอาหารริมบาทวถิ ี
แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี ว นรว มของภาคเี ครอื ขาย
จังหวดั กําแพงเพชร
วรีรัตน สุนทรสขุ
สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดกาํ แพงเพชร
วนั สง 5 มถิ นุ ายน 2563, วนั แกไข 2 พฤศจกิ ายน 2563, วนั ตอบรับ 25 มีนาคม 2564
บทคัดยอ
การศึกษานี้เปนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) วัตถุประสงคเพื่อพัฒนารูปแบบอาหารริมบาทวิถี
แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร การศึกษามี 4 ขั้นตอน ประกอบดวย
ขั้นตอนท่ี 1 การศึกษาสถานการณปญหาอาหารริมบาทวิถี ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบการพฒั นาคณุ ภาพอาหาร
ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร ข้ันตอนท่ี 3 ทดลองใชรูปแบบ
ในตลาดตนโพธิ์ อําเภอเมืองกําแพงเพชร จังหวัดกําแพงเพชร ขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลลัพธการพัฒนาคุณภาพอาหาร
ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร เคร่ืองมือที่ใชในการศึกษา
ประกอบดวย แบบประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี แบบประเมินอาหารริมบาทวิถีปลอดโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 แบบประเมินความรูดานสุขาภิบาลอาหารและแบบสัมภาษณ วิเคราะหขอมูลดวยสถิติเชิงพรรณนา
และวิเคราะหเนือ้ หาและเปรยี บเทียบกอ นดาํ เนินการและหลงั ดาํ เนนิ การ โดยใช Exact Mc Nemar test ผลการศึกษา
พบวา กอนดําเนินการตลาดตนโพธ์ิไมมีรูปแบบการดําเนินงานพัฒนาอาหารริมบาทวิถีท่ีชัดเจน ขาดการมีสวนรวม
จากภาคีเครือขาย ไมมีแผนการพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แผงลอยจําหนายอาหารไดมาตรฐานอาหารสะอาด
รสชาติอรอย รอยละ 10.6 และไมมีมาตรการปองกันและควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 จากการนํารูปแบบ
การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร
ซ่ึงมีแนวคิดในการพัฒนาโดยการมีสวนรวมของผูประกอบการคาอาหารและภาคีเครือขายไปทดลองใช ทําใหเกิด
การพฒั นาคณุ ภาพอาหารรมิ บาทวิถี 4 มิติ และอาหารริมบาทวิถีปลอดโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 จากระดับพนื้ ฐาน
เปนระดับดี แผงลอยจําหนา ยอาหาร ไดมาตรฐานอาหารสะอาด รสชาตอิ รอ ย รอยละ 36.2 ความรูด านสุขาภิบาลอาหาร
ของผูป ระกอบการคาอาหาร กอ นดําเนนิ การและหลงั ดําเนนิ การอยูในระดบั สงู จากรอ ยละ 51.1 เพิม่ ข้ึนเปน รอ ยละ 93.6
แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value=0.031) ประชาชนผูบริโภค พบวา มีสวนรวมในมาตรการปองกัน
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 คือ สวมหนากากผาหรือหนากากอนามัยทุกคน ลงทะเบียนหรือใชแอปพลิเคชัน
และตรวจวัดอุณหภูมิรางกายที่จุดคัดกรอง การเวนระยะหางระหวางบุคคล และมีความพึงพอใจท่ีตลาดมีการปรับปรุง
พัฒนาดานความสะอาด ความเปนระเบียบและมีมาตรการปองกันโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ที่ชัดเจน ขอเสนอแนะ
ควรนํารูปแบบการพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย ไปขยายผล
ในพนื้ ทอ่ี าหารรมิ บาทวถิ อี น่ื ๆ ในจงั หวดั กําแพงเพชรตอ ไป
คาํ สาํ คัญ : อาหารริมบาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ิตใหม การมีสว นรว ม
102 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอม
การพฒั นาคณุ ภาพอาหารริมบาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี วนรวมของภาคเี ครือขาย จงั หวดั กาํ แพงเพชร
The Quality Improvement of New Normal
Street Food through Network Participation,
Kamphaeng Phet Province
Warerat Sontornsuk
Kamphaeng Phet Provincial Health Office
Received 5 June 2020, Revised 2 November 2020, Accepted 25 March 2021
Abstract
This action research study aimed to develop the new normal street food model through network
participation, Kamphaeng Phet province. The study is implemented into 4 phases; 1st phase of analyse
the situation of street food problem; 2nd phase of develop new normal street food model through network
participation; 3rd phase of testing the model in Ton Pho market, Muang district; 4th phase of evaluate
the new normal street food model through network participation. The study tools composed of “Street
Food Good Health” evaluation form, “COVID-19 Free Street Food” evaluation form, and food hygiene
evaluation and interview form. The data is analysed by descriptive statistics, compared content analysis
of qualitative data before-after results by the Exact Mc Nemar Test. The study revealed; before the study,
Ton Pho Market did not have the clear model for the street food development, lack of network
participation. The food stalls with clean food standards were 10.6% and did not have the preventive
and control measures of COVID-19. After new normal street food model implementation through
network participation, there were 4 dimensions of Street Food Good Health development and COVID-19
Free Street Food improving from standard to good level. The food stalls with clean food standards
were 36.2%. The vendors scored a higher level of knowledge on Food Hygiene from 51.1% to 93.6%
significantly (p-value = 0.031). The customers participated in COVID-19 preventive and control measures
i.e. wearing medical or cloth face mask, performing registration or application, having a body temperature
screening, social distancing and satisfied that the market has improved cleanliness,
orderliness and clear measures to prevent COVID-19 infection. This policy suggests implementing
the new normal street food model into other street food markets, Kamphaeng Phet province
in the future.
Keywords : street food, new normal, participation
■ บทนาํ กลุมผูบริโภคท่ีตองการความสะดวกรวดเร็ว
ประหยัด และมีอาหารหลากหลายใหเลือกรับ
อาหารนับเปนปจจัยท่ีสําคัญในการ ประทาน(1) ในป พ.ศ.2561 คนไทยบริโภค
ดํารงชีวิต ผูบริโภคมีวิถีและรสนิยมท่ีแตกตาง อาหารรมิ บาทวถิ ี สัปดาหล ะ 4-6 ครัง้ รอ ยละ
กัน รานอาหารท่ีคนสวนใหญนิยมเลือก 30.8 ชนิดอาหารที่เลือกซื้อ ไดแก อาหาร
รานอาหารริมทาง (Street Food) ท่ีจําหนาย ปงยาง/เผา รอยละ 34 และอาหารตามสั่ง
อาหารปรุงสําเร็จ มีราคาไมแพง เหมาะกับ
103THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
รอยละ 22 ซึ่งบางแหงไมถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยของผูบริโภค(5-6) ดังน้ัน ผูวิจัย
อาจทําใหมีความเสี่ยงตอการปนเปอนเช้ือโรค จึงตองการศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
จากรายงานสถานการณความปลอดภัยดาน อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมี
อาหารและผลิตภัณฑสุขภาพ ป พ.ศ. 2560 สว นรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กาํ แพงเพชร
พบวา รอยละ 35.33 ไมผานเกณฑมาตรฐาน เพื่อนําผลที่ไดไปพัฒนาอาหารริมบาทวิถี
ดานการปนเปอนเชื้อจุลินทรีย สาเหตุจาก ใหไดมาตรฐาน สรางความเชื่อมั่น ประชาชน
ความรู ทัศนคติ และพฤตกิ รรมของผจู ําหนา ย ไดบริโภคอาหารทม่ี ีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย
อาหารไมเหมาะสม ไมปฏิบัติตามหลัก และลดความเส่ียงตอการเกิดโรคติดเช้ือไวรัส
สุขาภิบาลอาหาร(2) ป พ.ศ.2562 จังหวัด โคโรนา 2019 และโรคทีเ่ กิดจากอาหารเปน สือ่
กําแพงเพชร มีรานอาหารและแผงลอย (Food borne disease) ตลอดจนนํารูปแบบ
จําหนายอาหาร จาํ นวน 1,211 แหง ผา นเกณฑ การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี
มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอรอย (Clean ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
Food Good Taste) จํานวน 893 แหง ไปขยายผลในตลาดริมบาทวิถี ในจังหวัด
รอยละ 73.74 เปนรานอาหาร จํานวน 449 กาํ แพงเพชร
ราน รอยละ 76.17 และแผงลอยจําหนาย
อาหาร จํานวน 762 แผง รอยละ 72.31 โดย ■ วัตถุประสงคการศกึ ษา
ไ ม ผ า น เ ก ณ ฑ ค ว า ม ส ะ อ า ด ข อ ง ส ถ า น ที่
จําหนายอาหาร ไมมีภาชนะปกปดอาหาร 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนา
และไมใชอุปกรณในการหยิบจับอาหารท่ีปรุง คุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม
เสร็จแลว นอกจากนี้พบการปนเปอน โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด
โคลิฟอรมแบคทีเรียในอาหาร ภาชนะอุปกรณ กาํ แพงเพชร
และมือผูสัมผัสอาหาร(3) จากขอมูลการ
เฝา ระวงั ทางระบาดวทิ ยา สาํ นกั งานสาธารณสขุ 2. เพื่อประเมินผลผลลัพธของการ
จังหวัดกําแพงเพชร ป พ.ศ.2561-2563 พัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิต
โ ร ค ท่ี มี อั ต ร า ป ว ย ม า ก ท่ี สุ ด ข อ ง จั ง ห วั ด ใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
กําแพงเพชร คือ โรคอุจจาระรวง อัตราปวย จังหวัดกาํ แพงเพชร
เทา กบั 1989.75, 1842.53 และ 1399.87 ตอ แสน
ประชากร โดยในป พ.ศ. 2563 พบอัตราตาย ■ นิยามศพั ทเ ฉพาะ
เทากับ 4.77 ตอแสนประชากร รองลงมาคือ
อาหารเปนพิษ อัตราปวยเทากับ 143.55, รูปแบบการพัฒนาคุณภาพอาหาร
121.54 และ 101.65 ตอแสนประชากร ซึ่งโรค รมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี ว นรว ม
ท่ีเกิดจากอาหารและน้ําเปนส่ือ ยังเปนปญหา ของภาคเี ครอื ขา ย หมายถงึ วธิ กี าร กระบวนการ
สาธารณสุขที่สําคัญของจังหวัดกําแพงเพชร(4) พัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี 4 มิติ คือ
และทามกลางการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา มิติดานสุขภาพ ดานเศรษฐกิจ ดานสังคม
2019 รา นอาหารริมบาทวถิ ี จึงตอ งมมี าตรการ และดานวัฒนธรรม และการปองกันโรคตดิ เชือ้
ปองกันโรคอยางเครงครัด และเพื่อความ ไวรัสโคโรนา 2019 โดยการมีสวนรวมของ
ผูประกอบการคาอาหาร องคกรปกครองสวน
ทอ งถน่ิ และหนวยงานภาครัฐที่เกีย่ วของ
104 ปท่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ ม
การพฒั นาคณุ ภาพอาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี ว นรว มของภาคเี ครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร
■ กรอบแนวคดิ ในการศกึ ษา ตวั แปรตาม
ผลลัพธรปู แบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตรมิ บาทวิถี
ตัวแปรตน แบบวถิ ชี วี ิตใหม โดยการมสี วนรว มของภาคเี ครอื ขาย
รูปแบบการพฒั นาอาหารริมบาทวถิ ี แบบวิถชี วี ติ ใหม จงั หวดั กาํ แพงเพชร
โดยการมสี วนรว มของภาคเี ครอื ขายจังหวดั กาํ แพงเพชร 1. อาหารริมบาทวิถไี ดมาตรฐาน
1. ขอ มูลสถานการณแ ละปญหาอปุ สรรคอาหารริมบาทวถิ ี 2. อาหารริมบาทวิถปี ลอดโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019
2. การพฒั นารปู แบบอาหารริมบาทวิถี 3. ผูประกอบการคาอาหารมีความรทู ี่ถกู ตอง
3. ทดลองใชรปู แบบการพฒั นาอาหารรมิ บาทวิถใี นพืน้ ทีเ่ ปาหมาย 4. ประชาชนมสี วนรว มและมคี วามพงึ พอใจ
- ชมรมผปู ระกอบการคาอาหาร ในการพฒั นาอาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ิตใหม
- แผนการพัฒนามาตรฐานอาหารรมิ บาทวถิ ี
- กาํ หนดขอ ตกลงและปฏิบัติรวมกันในการพัฒนา
อาหารริมบาทวิถี แบบวิถชี วี ติ ใหม
- พัฒนาศักยภาพผูประกอบการคา อาหาร
- กิจกรรมแลกเปล่ยี นเรียนรู
■ ขอบเขตของการศึกษา ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวน
รวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร
ประชากรท่ีศึกษา ประกอบดวย มีวธิ ศี ึกษาตามลาํ ดบั ดงั นี้
ผูประกอบการคาอาหารริมบาทวิถี จํานวน
47 คน เจาหนาที่สํานักงานเทศบาลเมือง 1) ทบทวนวรรณกรรม แนวคิด
กําแพงเพชร จํานวน 5 คน โรงพยาบาล ทฤษฎี เอกสารวิชาการและผลงานวิจัย
กําแพงเพชร จํานวน 1 คน สํานักงาน ที่เก่ียวของกับอาหารริมบาทวิถี การปองกัน
สาธารณสุขจังหวดั กาํ แพงเพชร จาํ นวน 4 คน โรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 และกระบวนการ
และประชาชนผูบริโภค จํานวน 10 คน มีสว นรวมของภาคีเครือขาย
ดําเนินการศึกษาในพ้ืนที่ตลาดตนโพธิ์ ตําบล
ในเมือง อําเภอเมืองกําแพงเพชร จังหวัด 2) เก็บขอมูลภาคสนาม โดยการ
กําแพงเพชร ดําเนินการศึกษาระหวาง สังเกต ประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี
เดอื นกนั ยายน 2563-เดอื นมกราคม 2564 และอาหารริมบาทวิถีปลอดโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 จัดสนทนากลุม (Focus group)
■ วธิ ีการศกึ ษา ภาคีเครือขาย ระดมความคิดเห็นรวมกัน
ใหขอเสนอแนะในการปรับปรุงและพัฒนา
การศึกษานี้เปนรูปแบบการวิจัย เพ่ือนําไปสรุปเปนแนวทางในการสรางและ
เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (Action Research) แบง ออกเปน พัฒนารูปแบบอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี
4 ขน้ั ตอน ประกอบดว ย 1) ศกึ ษาสถานการณ ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
และปญหาอุปสรรคอาหารริมบาทวิถี 2) การ กลุมตัวอยางที่ศึกษาคัดเลือกแบบเฉพาะ
พัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพอาหาร เจาะจง (Purposive sampling) ไดแก
ริมบาทวิถี 3) การทดลองใชรูปแบบการ ผูประกอบการคาอาหาร จํานวน 5 คน
พัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี 4) การ เจาหนาที่สํานักงานเทศบาลเมืองกําแพงเพชร
ประเมินผลลัพธรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ จํานวน 5 คน โรงพยาบาลกําแพงเพชร
อาหารรมิ บาทวิถี จํานวน 1 คน และสํานักงานสาธารณสุข
จังหวดั กําแพงเพชร จาํ นวน 4 คน
● การเก็บรวบรวมขอมูลและ
เครือ่ งมือทใ่ี ชใ นการศกึ ษา เครื่องมือที่ใชในการศึกษา ประกอบ
ดวย 1) ประเด็นในการสนทนากลุม ไดแก
ข้นั ตอนท่ี 1 ศึกษาขอมลู สถานการณ สถานการณและสภาพปญหา แนวทางการ
แ ล ะ ป ญ ห า อุ ป ส ร ร ค ก า ร จั ด ก า ร อ า ห า ร
105THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ดํ า เ นิ น ง า น แ ล ะ ก า ร มี ส ว น ร ว ม ข อ ง ภ า คี ดวย แบบประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี
เครือขาย 2) แบบประเมินมาตรฐานอาหาร แบบประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี
ริมบาทวิถี ของกรมอนามัย กระทรวง ปลอดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ
สาธารณสุข 3) แบบประเมนิ อาหารรมิ บาทวถิ ี แบบประเมินความรูดานสขุ าภิบาลอาหาร
ปลอดโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ทผี่ ูศกึ ษา
สรางขึ้นเองจากทบทวนวรรณกรรมแนวคิด วิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณ ใชสถิติ
และทฤษฎีท่ีเก่ียวของ 4) เก็บตัวอยางอาหาร เชิงพรรณนา (Descriptive statistics)
จํานวน 45 ตัวอยาง มือผูสัมผัสอาหาร คาความถี่และรอยละ เปรียบเทียบความรู
และภาชนะอุปกรณ จํานวนละ 42 ตัวอยาง กอ นดําเนนิ การและหลงั การดาํ เนินการ โดยใช
โดยใชช ุดทดสอบโคลฟิ อรมแบคทเี รยี (SI-2) Exact Mc Nemar test(7)
การวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณใช ขั้นตอนที่ 4 ติดตามและประเมิน
สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) ผลลัพธการทดลองใชรูปแบบการพัฒนา
คาความถ่ีและรอยละ ขอมลู เชิงคณุ ภาพใชก าร คุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม
วิเคราะหเ นอื้ หา (Content Analysis) โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด
กําแพงเพชร ดงั นี้ 1) มาตรฐานอาหารรมิ บาท
ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบ วถิ ี 4 มติ ิ 2) มาตรฐานอาหารรมิ บาทวิถีปลอด
การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 3) ความรู
ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย ผูประกอบการคาอาหาร 4) การมีสวนรวม
จังหวดั กาํ แพงเพชร มกี ารดําเนินงานดังน้ี และความพึงพอใจของประชาชนผูบริโภค
ในพนื้ ทีเ่ ปา หมาย
1. วิเคราะหสังเคราะหสถานการณ
ปญหาอปุ สรรคและขอมูลการสนทนากลมุ เคร่ืองมือที่ใชในการศึกษา 1) แบบ
ประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี ของ
2. ประชุมผูเกี่ยวของ สรุปรูปแบบ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีเกณฑ
การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี 3 ระดับ ไดแก ระดับพ้ืนฐาน 50-59 คะแนน
ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย ระดบั ดี 60-79 คะแนน ระดับดีมาก 80 คะแนน
จังหวัดกําแพงเพชร เพ่ือนําไปใชในข้ันตอน ขึ้นไป 2) แบบประเมินอาหารริมบาทวิถีปลอด
ท่ี 3 โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ที่ผูศึกษาสราง
ขึ้น จํานวน 10 ขอ มีเกณฑ 3 ระดับ โดย
เคร่ืองมือท่ีใชในการศึกษา คือ ประยุกตใชเ กณฑของ Bloom(8) ไดแ ก ระดับ
ประเด็นการสนทนากลุมและแบบบันทึกการ พนื้ ฐาน ≤ 6 คะแนน ระดับดี 7-8 คะแนน และ
ประชมุ ระดับดีมาก ≥ 9 คะแนน 3) แบบประเมิน
ความรเู รอื่ งสุขาภิบาลอาหาร มเี กณฑ 3 ระดบั
การวิเคราะหขอมูลเชิงคุณภาพใช ไดแ ก ระดับตํา่ ≤ 11 คะแนน ระดบั ปานกลาง
การวิเคราะหเ นอื้ หา (Content Analysis) 12-15 คะแนน และระดับสูง ≥ 16 คะแนน
4) เก็บตัวอยางอาหาร จํานวน 45 ตัวอยาง
ขั้นตอนท่ี 3 การทดลองใชรูปแบบ มอื ผสู มั ผสั อาหาร และภาชนะอปุ กรณ จาํ นวนละ
การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี 42 ตัวอยาง โดยใชชุดทดสอบโคลิฟอรม
ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย แบคทีเรีย (SI-2) 4) สัมภาษณเชิงลึก
จังหวัดกําแพงเพชร ดังนี้ 1) จัดต้ังชมรม (In-depth Interview) การมีสวนรวมและ
ผูประกอบการคาอาหาร 2) พัฒนาศักยภาพ ความพึงพอใจของประชาชนผบู รโิ ภค
ผูประกอบการคาอาหาร 3) กําหนดขอตกลง
แ ล ะ ป ฏิ บั ติ ร ว ม กั น ใ น ก า ร พั ฒ น า อ า ห า ร ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห ข อ มู ล เ ชิ ง ป ริ ม า ณ
ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม 4) จัดกิจกรรม
แลกเปล่ยี นเรยี นรู 5) ตดิ ตามประเมินคุณภาพ
เคร่ืองมือท่ีใชในการศึกษา ประกอบ
106 ปท่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยส่งิ แวดลอ ม
การพฒั นาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครอื ขาย จังหวัดกาํ แพงเพชร
ใชส ถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) 3) ระบบการรักษาความปลอดภัยในทรัพยสิน
เชิงคุณภาพวิเคราะหเนื้อหา (Content ของนกั ทองเท่ยี ว
Analysis)
1.1.4 มิติดานวัฒนธรรม ขอที่
● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง ไมผานเกณฑ ไดแก 1) การจําหนายอาหาร
การศึกษาครั้งน้ี ไดผานการรับรองโครงการ พื้นบาน/การแตงกายประจําถ่ิน 2) การแสดง
วิจัยในมนุษยจากคณะกรรมการพิจารณาการ วัฒนธรรมประจาํ ถิ่น/ปาย Story Culture
ศึกษาวิจัยในมนุษยสํานักงานสาธารณสุข
จงั หวดั กาํ แพงเพชร เลขทโ่ี ครงการ 63 08 28 1.2 มาตรฐานอาหารริมบาทวิถี
เม่ือวันท่ี 11 กนั ยายน 2563 ปลอดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 จํานวน
10 ขอ ผานเกณฑ 1 ขอ คอื จัดใหม กี ารสอ่ื สาร
■ ผลการศึกษา ประชาสัมพันธ ผานสื่อประชาสัมพันธรูปแบบ
ตางๆ เชน ปายประชาสัมพันธ เสียงตามสาย
1. สถานการณแ ละปญ หาอปุ สรรค เปนตน
ในการดําเนินงานอาหารริมบาทวิถีจังหวัด
กําแพงเพชร จากการศึกษามีดังน้ี 1.3 การมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
พบวา ขาดการมสี ว นรว มในการพฒั นาคณุ ภาพ
1.1. มาตรฐานอาหารริมบาทวิถี อาหารริมบาทวิถี ทั้งจากหนวยงานภาครัฐ
(Street Food Good Health) 4 มิติ ภาคเอกชน องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
พบปญ หา ดงั น้ี ผูประกอบการคา อาหาร และประชาชน
1.1.1 มิติดานสุขภาพ พบวา 2. การพัฒนารูปแบบการพัฒนา
แผงลอยจําหนายอาหาร ไมผานเกณฑ คุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิต
มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอรอย รอยละ ใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
89.4 ผูสัมผัสอาหารยังไมผานการอบรม จังหวดั กาํ แพงเพชร
หลักสูตรสุขาภิบาลอาหาร จึงไมมีบัตร
ประจําตัวผูสัมผัสอาหารและประกาศนียบัตร ผูศึกษานําสภาพปญหาขอเสนอแนะ
ผานการอบรม ไมมีอางลางมือสําหรับ และความตองการ จากข้ันตอนที่ 1 คืนขอมูล
ประชาชน ไมมีการตรวจเฝาระวังความ ใหผูเก่ียวของ โดยการสนทนากลุม (Focus
ปลอดภัยของอาหารและนา้ํ Group) ดังนี้
1.1.2 มิติดานเศรษฐกิจ ขอที่ 1. สรางรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
ไมผานเกณฑ ไดแก 1) ไมมีปายราคาถูก อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการ
(หนูณิชยติดดาว) และการติดปายแสดงราคา มีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด
2) ไมมีการรวมกลุมของผูประกอบการ กําแพงเพชร ศึกษาทบทวนวรรณกรรม
เพื่อผลประโยชนรวมกัน 3) ไมมีปายบอกช่ือ เอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของเก่ียวกับ
รานหรือแผงลอยจําหนายอาหาร อยางนอย สถานการณและสภาพปญหาในการดําเนิน
2 ภาษา 4) ไมมีรายการอาหารอยางนอย งานอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม และ
2 ภาษา และรูปภาพประกอบ 5) ไมมีการ สัมภาษณเชงิ ลกึ (In-depth Interview)
จดั การจาํ หนายสนิ คา เปน หมวดหมู (Zoning)
2. ไดรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
1.1.3 มิติดานสังคม ขอที่ไมผาน อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการ
เกณฑ ไดแ ก 1) การจําหนา ยผลิตภัณฑชุมชน มีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด
OTOP/SME ผูสูงอายุ/ผูพิการ/Young กําแพงเพชร ประกอบดวย กระบวนการ
S m a r t F a m e r / อ อ แ ก นิ ก / ธ ร ร ม ช า ติ พัฒนา ดังน้ี
2) จุดบริการขอมูลสําหรับนักทองเท่ียว
2.1 จัดตั้งชมรมผูประกอบการคา
อาหารในตลาด ประกอบดวย ประธานชมรม
107THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
และคณะกรรมการ เปนแกนนําในการ หลังดําเนินการไดคะแนน 55 คะแนน
ขับเคล่ือนการพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาท โดยหลังดําเนินการ ขอท่ีไดคะแนนเต็ม คือ
วิถี แบบวิถชี ีวิตใหม ใหเ ปนรปู ธรรม 1) ผูสัมผัสอาหารผานการอบรม (มีบัตร
ประจําตัวผูสัมผัสอาหาร/ประกาศนียบัตร)
2.2 พัฒนาศักยภาพผูประกอบ และ 2) มีการตรวจเฝาระวังความปลอดภัย
การคาอาหาร อาหาร นาํ้ /นํ้าแขง็ บรโิ ภค ดังตารางที่ 3
2.3 กําหนดขอตกลงและปฏิบัติ มติ ดิ า นเศรษฐกจิ เกณฑก ารประเมนิ
การรวมกัน ในการพัฒนาคุณภาพอาหาร จํานวน 6 ขอ คะแนนเต็ม 10 คะแนน พบวา
ริมบาทวิถี 4 มิติ และอาหารริมบาทวิถีปลอด กอนดําเนินการไดคะแนน 1 คะแนน โดยหลัง
โรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ดาํ เนนิ การไดค ะแนน 5 คะแนน ขอ ทไ่ี ดค ะแนน
เต็ม คือ การรวมกลุมของผูประกอบการ
2.4 กํากับ ติดตาม ประเมินผล เพื่อผลประโยชนรวมกัน เชน ชมรม สมาคม
โดยภาคีเครือขาย หนวยงานภาครัฐ กลมุ การคา เปน ตน ดงั ตารางท่ี 3
ที่เก่ียวของ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
และชมรมผูประกอบการคาอาหาร มิติดานสังคม เกณฑการประเมิน
จํานวน 4 ขอ คะแนนเต็ม 10 คะแนน พบวา
3. การทดลองใชรูปแบบการ กอนดําเนินการไดคะแนน 2 คะแนน
พัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี หลงั ดาํ เนนิ การไดคะแนน 6 คะแนน โดยขอที่
ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคี ไดคะแนนเต็ม คือ มีการจําหนายผลิตภัณฑ
เครือขา ย จงั หวัดกาํ แพงเพชร ชุมชน OTOP/SME /ผูสูงอายุ/ผูพิการ/
Young Smart Famer/ออแกนิก/ธรรมชาติ
ผลการนํารูปแบบการพัฒนาคุณภาพ ดงั ตารางที่ 3
อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการ
มีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด มิติดานวัฒนธรรม เกณฑการ
กําแพงเพชร มาทดลองใชในตลาดตนโพธิ์ ประเมนิ จํานวน 2 ขอ คะแนนเตม็ 10 คะแนน
อําเภอเมืองกําแพงเพชร จังหวัดกําแพงเพชร พบวา กอนดําเนินการไดคะแนน 0 คะแนน
โดยจัดทําแผนปฏิบัติการและดําเนินการ หลังดําเนินการไดคะแนน 4 คะแนน โดย
ตามกระบวนการพฒั นา มีการกาํ หนดกจิ กรรม พบวาหลังดําเนินการขอท่ีผานเกณฑ คือ
และผูรบั ผิดชอบ ดงั ตารางท่ี 1 มีการจําหนายอาหารพื้นบาน/การแตงกาย
ประจําถิน่ ได 4 คะแนน ดงั ตารางท่ี 3
4. การประเมินผลลัพธการใช
รูปแบบการพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แบบ 4.2 ผลการประเมินมาตรฐานอาหาร
วิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคี ริมบาทวิถีปลอดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
เครอื ขา ย ดังน้ี 2019 โดยเกณฑมีจํานวน 10 ขอ พบวา
กอนดําเนินการ ผานเกณฑระดับพ้ืนฐาน
4.1 ผลการประเมินมาตรฐานการ ผานเกณฑ 1 ขอ คือ จัดใหมีการสื่อสาร/
พัฒนาอาหารริมบาทวิถี 4 มิติ คะแนนเต็ม ประชาสัมพันธ สรางความรูความเขาใจ
100 คะแนน พบวา กอนดําเนินการ ระดับ หลงั ดาํ เนินการ ผานเกณฑ 7 ขอ อยใู นระดบั ดี
การรับรองมาตรฐาน ระดับพื้นฐาน ไดค ะแนน ดงั ตารางที่ 4
31 คะแนน และหลังดําเนินการ ผานเกณฑ
รบั รองมาตรฐาน ระดบั ดี ไดค ะแนน 70 คะแนน 4.3 ผลการประเมินความรูดาน
โดยมิติที่ไดคะแนนมากท่ีสุด คือ มิติดาน สุขาภิบาลอาหารของผูประกอบการคาอาหาร
สุขภาพ ดงั ตารางที่ 2 พบวา กอนดําเนินการ ผูประกอบการคา
อาหารมีความรูอยูในระดับสูง รอยละ 51.1
มิติดานสุขภาพ เกณฑการประเมิน
จํานวน 10 ขอ คะแนนเต็ม 70 คะแนน พบวา
กอนดําเนินการไดคะแนน 28 คะแนน
108 ปท่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสิง่ แวดลอ ม
การพัฒนาคณุ ภาพอาหารริมบาทวถิ ี แบบวิถีชวี ิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครอื ขาย จังหวัดกําแพงเพชร
ตารางที่ 1 แผนปฏิบัติการดําเนินงานพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการ
มีสวนรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กําแพงเพชร
กจิ กรรม เปา หมาย ระยะเวลาดาํ เนนิ การ ผรู ับผิดชอบ
1. ประสานหนว ยงานที่เกยี่ วขอ งคดั เลอื ก 2 คร้ัง กนั ยายน 2563 สํานักงานสาธารณสขุ
พนื้ ทีด่ าํ เนินการอาหารรมิ บาทวิถตี น แบบ 2 ครง้ั จงั หวัดกําแพงเพชร
จงั หวดั กาํ แพงเพชร 1 คร้งั
2. สาํ รวจและจัดทาํ ทะเบียนผปู ระกอบการคา 5 วนั ตุลาคม 2563 สํานกั งานเทศบาลเมอื ง
อาหารใหเปนปจ จบุ นั เมษายน 2564 กาํ แพงเพชร
3. สนทนากลมุ (Focus group) หนว ยงาน 1 ครั้ง พฤศจิกายน 2563 สาํ นักงานสาธารณสุข
ทีเ่ กย่ี วขอ งและผูป ระกอบการคาอาหาร พฤศจิกายน 2563 จงั หวัดกําแพงเพชร
4. สํารวจขอ มูลสถานการณปญ หาอปุ สรรค 2 ครัง้ สํานกั งานสาธารณสุข
อาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวิถชี ีวิต การมีสว นรว ม 1 คร้ัง พฤศจกิ ายน 2563 จงั หวดั กาํ แพงเพชร
ของภาคีเครอื ขา ย 1 ครั้ง/เดือน และสาํ นกั งานเทศบาลเมือง
5. ประชมุ กลุม รวมคดิ รวมวางแผน ทุกเดือน พฤศจิกายน 2563 กําแพงเพชร
และกําหนดขอตกลงในการปฏบิ ตั ิการ ทุกวัน ธันวาคม 2563 สํานักงานสาธารณสุข
รวมกันพฒั นาอาหารรมิ บาทวิถี 1 ครงั้ พฤศจกิ ายน 2563 จังหวัดกาํ แพงเพชร
6. พฒั นาศักยภาพผูป ระกอบการคาอาหาร 1 คร้ัง ธันวาคม 2563- และสาํ นักงานเทศบาลเมอื ง
7. จัดตั้งชมรมผปู ระกอบการคาอาหาร มกราคม 2564 กําแพงเพชร
8. ประชมุ คณะกรรมการชมรม ธันวาคม 2563- สํานักงานสาธารณสุข
ผูประกอบการคาอาหาร มกราคม 2564 จงั หวดั กําแพงเพชร
9. ดําเนินการพฒั นาดานสุขาภบิ าล ธนั วาคม 2563- ผูป ระกอบการคาอาหาร
สิ่งแวดลอ มใหไ ดต ามเกณฑม าตรฐาน มกราคม 2564 ประธานชมรม
10. ประชาสมั พนั ธใ หความรผู า นเสยี ง มกราคม 2564 ผูประกอบการคา อาหาร
ตามสายและปา ยประชาสมั พันธ มกราคม 2564 สํานักงานเทศบาลเมอื ง
11. ตรวจแนะนาํ ดานสขุ าภิบาลอาหาร กาํ แพงเพชร และชมรม
และสุขาภบิ าลสิง่ แวดลอ ม ผูป ระกอบการคา อาหาร
12. ประเมนิ ผลลพั ธก ารดาํ เนินงานพฒั นา ชมรมผูประกอบการคาอาหาร
อาหารริมบาทวถิ ี แบบวถิ ชี ีวติ ใหม สํานักงานเทศบาลเมอื ง
กําแพงเพชร และชมรม
ผูป ระกอบการคาอาหาร
สาํ นกั งานสาธารณสุข
จงั หวดั กําแพงเพชร
ตารางท่ี 2 ผลการประเมินมาตรฐานอาหารรมิ บาทวิถี 4 มิติ เปรยี บเทยี บกอ นดาํ เนินการ
และหลังดาํ เนนิ การ
มติ ิ คะแนนเต็ม ผลการประเมิน
มิตดิ า นสุขภาพ (คะแนน) กอ นดาํ เนินการ หลงั ดําเนินการ
มติ ิดา นเศรษฐกจิ
มิตดิ า นสังคม 70 28 55
มิติดา นวฒั นธรรม 10 15
10 26
คะแนนรวม 4 มิติ 10 04
100 31 70
109THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ตารางที่ 3 ผลการประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี มิติดานสุขภาพ เปรียบเทียบ
กอนดําเนินการและหลังดําเนินการ
ลําดบั มติ ดิ านสขุ ภาพ คะแนน ผลการประเมนิ (คะแนน)
มิติดา นสุขภาพ เต็ม กอ นดําเนินการ หลงั ดาํ เนนิ การ
7
1 หนว ยราชการสวนทอ งถิ่นอนุญาตประกอบกจิ การ 77
จําหนายอาหารในท่ีหรือทางสาธารณะ และกําหนด
จดุ ผอ นผนั ทีอ่ นญุ าตใหต ง้ั วางจําหนา ยอาหาร 70 1
2 ผานเกณฑม าตรฐานอาหารสะอาด รสชาตอิ รอ ย 72 7
(Clean Food Good Taste) ท้ังดานกายภาพ 55 5
(12 ขอ ) และดา นชีวภาพ 71 5
62 6
3 ผูสัมผัสอาหารผา นการอบรม (มีบัตรประจําตัว 75 6
ผสู มั ผัสอาหาร/ประกาศนยี บตั ร) 70 3
73 5
4 มีการควบคมุ การจาํ หนา ยเครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอล 10 3 10
และบุหรีต่ ามกฎหมายกาํ หนด 70 28 55
10 0
5 ไมใชภาชนะโฟมบรรจุอาหาร (No Foam) 20 2
6 มกี ารจัดบริการชอนกลาง 11 1
7 มกี ารจัดบรกิ ารสวมสะอาด 20 1
8 มีการจดั บรกิ ารอางลางมือ 20 0
9 มกี ารเก็บรวบรวมมูลฝอยตามหลกั สุขาภบิ าล 20 1
10 1 5
และมกี ารจดั การน้ําเสียกอนทงิ้ ลงทอ สาธารณะ 30 3
10 มีการตรวจเฝา ระวังความปลอดภยั อาหาร
20 1
นํ้า/นาํ้ แขง็ บรโิ ภค 20 0
รวมมติ ดิ านสุขภาพ 32 2
10 2 6
มิตดิ า นเศรษฐกิจ 50 4
1 ราคาถกู (หนณู ชิ ยต ิดดาว) ติดปายแสดงราคา 50 0
2 การรวมกลมุ ของผปู ระกอบการ เพอื่ ผลประโยชน 10 0 4
รวมกัน เชน ชมรม สมาคม กลุมการคา เปน ตน
3 การประชาสัมพนั ธการจําหนา ยสินคา ในพน้ื ที่
4 มีปา ยบอกชื่อรา นหรือแผงลอยจาํ หนา ยอาหาร
อยางนอย 2 ภาษา ท่สี ามารถมองเห็นไดชดั เจน
5 มรี ายการอาหารอยางนอ ย 2 ภาษา
พรอ มระบุราคาท่ีเปนธรรม และมีรูปภาพประกอบ
6 มีการจดั การจาํ หนา ยสนิ คา แตละประเภท
เปนหมวดหมไู มปะปนกัน (Zoning)
รวมมติ ิดา นเศรษฐกิจ
มติ ดิ านสังคม
1 มีการจาํ หนายผลิตภณั ฑช ุมชน OTOP/SME/
ผสู ูงอาย/ุ ผูพิการ /Young Smart Famer/
ออแกนกิ /ธรรมชาติ
2 จดั ใหม ีจุดบรกิ ารขอ มูลสําหรบั นักทองเที่ยว
3 มีระบบการรกั ษาความปลอดภยั ในทรพั ยสนิ
ของนักทอ งเที่ยว ทีใ่ ชงานไดอยางมีประสิทธภิ าพ
4 จดั ใหมอี ปุ กรณดับเพลงิ ที่พรอมใชง านหรอื อยใู กล
บรเิ วณถนนอาหารปลอดภยั อยเู สมอ
รวมมิตดิ านสังคม
มิตดิ า นวฒั นธรรม
1 มีการจําหนายอาหารพื้นบาน/การแตงกายประจาํ ถิน่
2 มกี ารแสดงวัฒนธรรมประจําถิน่ /ปาย Story Culture
รวมมิติดา นวัฒนธรรม
110 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอม
การพฒั นาคุณภาพอาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี ีวติ ใหม โดยการมีสวนรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวัดกาํ แพงเพชร
หลังดําเนินการ มคี วามรูอ ยูใ นระดับสงู รอ ยละ รวมวางแผน และรวมดําเนินการ มีการจัดตั้ง
93.6 แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ชมรมผูประกอบการคาอาหาร ซ่ึงเปนจุดเดน
(p-value=0.031) ตารางท่ี 5 ของการพัฒนาที่สําคัญและเปนกลไกในการ
ขั บ เ ค ล่ื อ น ก า ร พั ฒ น า อ า ห า ร ริ ม บ า ท วิ ถี
4.4 ผลการการประเมนิ การมสี ว นรว ม ในตลาดตนโพธิ์ใหประสบผลสําเร็จ เน่ืองจาก
และความพึงพอใจ จากการสัมภาษณเชิงลึก ช ม ร ม ผู ป ร ะ ก อ บ ก า ร ค า อ า ห า ร ท่ี ต้ั ง ข้ึ น
(In-depth Interview) ประชาชนผูบริโภค มีโครงสรางชัดเจน ประกอบดวย ประธาน
โดยเจาหนาที่จากสํานักงานสาธารณสุข ชมรมเปนผูที่ผูประกอบการคาอาหารทุกคน
จังหวัดกําแพงเพชร ในประเด็นการพัฒนา ใหการยอมรับ ทําหนาท่ีหลักในการพัฒนา
อาหารริมบาทวิถีและการปองกันโรคติดเชื้อ มีการจัดต้ังกองทุนผูประกอบการคาอาหาร
ไวรสั โคโรนา 2019 พบวา มีความพงึ พอใจการ โดยบริหารจัดการกันเอง มีการกําหนด
ปรับปรุงสถานที่จําหนายอาหาร มีความ บทบาทหนาที่ของทุกฝายท่ีเก่ียวของ และ
สะอาดเปนระเบียบเรียบรอย การเลิกใช จากการสังเกตการมีสวนรวมการดําเนินงาน
ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร ผูประกอบการคา ของกลุมชมรม พบวา กอนการพัฒนา
อาหารสวมหมวกหรือเน็ทคลุมผมทุกคน ตลาดมีปญหาดานสุขาภิบาลอาหารและดาน
มีอุปกรณในการหยิบจับอาหารที่ปรุงสุกแลว สุขาภิบาลส่ิงแวดลอม ขาดการมีสวนรวม
และมาตรการปองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ของทุกภาคสวน ดังน้ัน เจาหนาที่ภาครัฐ
2019 มจี ดุ ตรวจวดั อณุ หภมู ริ า งกาย ลงทะเบยี น ที่เกี่ยวของ ควรสงเสริมและสนับสนุนชมรม
หรือใชแอปพลิเคชัน มีเจลแอลกอฮอลลางมือ ผูประกอบการคาอาหาร ใหดําเนินการอยาง
ประชาสัมพันธขอความรวมมือใหประชาชน ตอเน่ือง เพ่ือพัฒนาอาหารริมบาทวิถีใหได
สวมหนากากอนามัยหรือหนากากผา และ มาตรฐาน และจากการนํารูปแบบการพัฒนา
ประชาชนผูบริโภค มีสวนรวมโดยสวม อาหารริมบาทวิถี ไปทดลองใชในตลาด
ห น า ก า ก ผ า ห รื อ ห น า ก า ก อ น า มั ย ทุ ก ค น ตน โพธิ์ ทาํ ใหอ าหารรมิ บาทวิถมี ีการพฒั นาได
ลงทะเบียนการเขามาใชในบริการตลาด มาตรฐานสงู ขึน้ เกดิ นวัตกรรม เชน การจดั ทํา
และการเวนระยะหา ง ตูพลาสติกปกปดอาหาร ตลาดปลอดถังขยะ
และมีการใชเทคโนโลยี โดยจัดต้ังกลุมไลน
■ อภปิ รายผล ของชมรมผปู ระกอบการคา อาหาร
1. รูปแบบการพัฒนาคุณภาพอาหาร 2. การประเมินผลลัพธการใชรูปแบบ
ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมี การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี
สว นรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กาํ แพงเพชร ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
จากการนําขอมูลสภาพปญหาอุปสรรคในการ จงั หวดั กําแพงเพชร
ดําเนินงานอาหารริมบาทวิถีตลาดตนโพธิ์
ป ร ะ ชุ ม ร ะ ด ม ส ม อ ง ก ลุ ม ผู ป ร ะ ก อ บ ก า ร 2.1 มาตรฐานการพัฒนาอาหาร
คาอาหาร ซ่ึงเปนกลุมผูมีสวนไดสวนเสีย ริมบาทวิถี 4 มิติ กอนดําเนินการอยูในระดับ
เจาหนาที่ภาครัฐท่ีเก่ียวของ และองคกร พ้ืนฐาน หลังดําเนินการพัฒนา อยูในระดับดี
ปกครองสวนทองถ่ิน พบจุดแข็งของรูปแบบ เน่ืองจากภาคีเครือขายเขามามีสวนรวม
การพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม ในการดําเนินงาน มีการวิเคราะห จัดลําดับ
โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย เปน ความสําคัญของปญหาอาหารริมบาทวิถี
รูปแบบท่ีเกิดจากการมีสวนรวมของภาคี ท่ีไมผานเกณฑตามความยากงายในการ
เครือขายที่มีความตองการพัฒนาและแกไข แกปญ หาตามลาํ ดับใหเหมาะสม มีการกําหนด
ปญหาอาหารริมบาทวิถี โดยมีการรวมคิด แผนปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาและติดตาม
111THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ตารางท่ี 4 ผลการประเมนิ มาตรฐานอาหารริมบาทวิถปี ลอดโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019
เปรยี บเทยี บกอ นดําเนินการและหลงั ดาํ เนนิ การ
ลําดบั ท่ี เกณฑมาตรฐานอาหารรมิ บาทวถิ ปี ลอดโรคตดิ เชือ้ ผลการประเมนิ (คะแนน)
ไวรสั โคโรนา 2019 กอนดําเนินการ หลังดําเนินการ
1 จดั ใหม เี จลลา งมอื แอลกอฮอล หรือเครือ่ งวัดอณุ หภูมริ างกาย
ในตลาด อยางนอย 1 จุด 01
2 ผูประกอบการรา นคา/แผงลอยริมบาทวถิ ี สวมหนา กากผา 01
หรอื หนากากอนามยั หรืออุปกรณปอ งกันละอองฝอยนํา้ ลาย 01
ใสอาหาร (Face shield) ทกุ คน 00
3 มีการทําความสะอาดจดุ นั่งรบั ประทานอาหาร เชน โตะ เกาอ้ี 01
เมนอู าหาร ดว ยน้ํายาทําความสะอาด เชน แอลกอฮอล 70% 01
ทกุ คร้งั กอ นและหลงั การใหบรกิ าร 00
4 ทําสัญลกั ษณเ วนระยะหา งของจดุ บรกิ ารอยางนอ ย 1 เมตร 11
ในบรเิ วณทีม่ ที ่ีน่งั หรือมีการตอ ควิ เชน จดุ บริการส่ังอาหาร
รวมท้งั จดั ใหม รี ะยะหางระหวางโตะ และระหวางที่น่งั 00
5 จดั พ้นื ที่รอคิวรับอาหาร แยกจากสวนนง่ั รบั ประทานอาหาร
และมรี ะยะหางระหวา งบคุ คลอยา งนอย 1 เมตร 01
6 จดั หากระดาษสําหรับเขียนส่งั อาหาร เพ่อื ลดการสมั ผัส 00
จากการพูดคยุ โดยตรง
7 มมี าตรการงดใหบริการ กรณผี ใู ชบ ริการท่ีไมส ามารถ
ปฏบิ ตั ติ ามมาตรการปอ งกันควบคมุ โรคทก่ี าํ หนดได เชน
ไมส วมหนากากอนามยั หรือหนากากผา
8 จดั ใหม ีการสอื่ สาร/ประชาสัมพนั ธ สรา งความรูค วามเขา ใจ
และแนะนําแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการปองกนั
ควบคุมโรค ผานสอื่ ประชาสมั พันธร ปู แบบตา งๆ เชน
ปา ยประชาสัมพนั ธ เสยี งประชาสมั พนั ธ
9 จดั ใหม กี ารชําระเงนิ คาบรกิ ารผานระบบออนไลน (e-Payment)
หรือ QR Code ผานแอปพลิเคชัน หากชาํ ระดว ยเงินสด
ตอ งไมสัมผสั มอื โดยตรง เชน การมีถาดรบั เงนิ อยตู ลอดเวลา
และตอ งมกี ารลา งมอื ดวยแอลกอฮอลเ จล 70% บอยครงั้
10 จดั ใหมถี ังขยะรองรับเศษอาหาร และกระดาษชําระใชแ ลว ในทุกโตะ
11 มกี ารสวมถงุ มือ หรือใชเหล็กคบี ดา มยาวเก็บขยะทป่ี นเปอน
นาํ้ มูก น้าํ ลาย เชน กระดาษชาํ ระทผ่ี านการใชเ ช็ดปากกอ นทง้ิ
และใสถงุ ปด ปากใหมิดชิด และลา งมือทาํ ความสะอาด
เพือ่ ปองกันการตกคา งของเชือ้ โรค
ตารางท่ี 5 ผลการประเมินความรูดานสุขาภิบาลอาหารของผูประกอบการคาอาหาร
เปรียบเทียบกอ นดําเนินการและหลังดาํ เนนิ การ
ระดบั ความรูดา นสขุ าภิบาลอาหาร ผลการประเมิน p-value
ระดับตํ่า (≤ 11 คะแนน) กอนดําเนินการ หลงั ดาํ เนินการ 0.031
ระดับปานกลาง (12-15 คะแนน) จํานวน (รอยละ) จาํ นวน (รอ ยละ)
6 (12.8) 0 (0)
17 (36.2) 3 (6.4)
ระดบั สูง (16 คะแนนขึ้นไป) 24 (51.1) 44 (93.6)
112 ปท่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอม
การพัฒนาคณุ ภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวถิ ชี วี ิตใหม โดยการมสี ว นรวมของภาคเี ครอื ขาย จังหวัดกําแพงเพชร
ประเมินผล เปนระยะอยางตอเน่ือง ทําให การคาอาหาร โดยจัดอบรมใหความรูดาน
พัฒนาอาหารรมิ บาทวิถีไดต ามมาตรฐาน สุขาภิบาลอาหาร ทําใหผูประกอบการคา
อาหารมีความรูดานสุขาภิบาลอาหารท่ีถูกตอง
2.2 มาตรฐานอาหารริมบาทวิถี แ ล ะ นํ า ไ ป ป รั บ ป รุ ง พั ฒ น า ใ ห ไ ด คุ ณ ภ า พ
ปลอดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 กอน มากขึ้น นอกจากนี้ ยังทําใหผูประกอบการคา
ดําเนินการอยูในระดับพื้นฐาน หลังดําเนินการ อาหารมีความม่ันใจ สอดคลองกับผลการ
อยูในระดับดี เนื่องจากเปนโรคติดตอรายแรง ศึกษาความรูและพฤติกรรมและหาแนวทาง
ที่เปนอันตรายติดตอกันไดงาย และมีความ การปรับเปล่ียนความรูและพฤติกรรมความรู
รุนแรงถึงเสียชีวิต จึงทําใหเกิดความรวมมือ ในการจัดการระบบสิ่งแวดลอมและสุขาภิบาล
เปนอยางดี ทั้งผูประกอบการคาอาหาร และ อาหารของผูคาอาหารริมบาทวิถีในเขต
ประชาชนผูบริโภค ดังนี้ มีการปฏิบัติตาม กรุงเทพมหานคร ที่พบวาผูประกอบการคา
มาตรการอาหารริมบาทวิถีปลอดโรคติดเชื้อ อาหารมีคะแนนความรูและพฤติกรรมท่ีถูก
ไวรัสโคโรนา 2019 มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ ตองสูงกวากอนการทดลอง อยางมีนัยสําคัญ
รางกาย โดยผูประกอบการคาอาหารเปน ทางสถติ ทิ ี่ระดับ 0.05(10)
ผูดําเนินการ การลงทะเบียนหรือการใช
Application มีเจลแอลกอฮอลลางมือ และ 2.4 การมีสวนรวมและความ
การเผยแพรประชาสัมพันธภายในตลาด พึงพอใจของประชาชนผูบริโภค พบวา มีสวน
การเวนระยะหางในจุดบริการและการรอคิว รวมโดยใหความรวมมือในการสวมหนากาก
ผู ป ร ะ ก อ บ ก า ร ค า อ า ห า ร แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น อนามัยหรือหนา กากผา ทกุ คน และลงทะเบียน
ผูบริโภคสวมหนากากอนามัยหรือหนากากผา หรือใชแอปพลิเคชัน การเวนระยะหาง และ
ทุกคน และการกํากับ ติดตามและประเมินผล มี ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ เ ร่ื อ ง ก า ร พั ฒ น า ส ถ า น ที่
โดยคณะกรรมการชมรมผูประกอบการคา ใหสะอาด เปนระเบียบ เลิกใชภาชนะโฟม
อาหารรวมกับเจาหนาท่ีผูเกี่ยวของ สอดคลอง บรรจอุ าหาร ผปู ระกอบการคา อาหารสวมหมวก
กับการศึกษา การพัฒนามาตรฐานริมบาทวิถี คลมุ ผมทกุ คน มอี ปุ กรณในการหยิบจับอาหาร
ตามเกณฑอาหารปลอดภัยใสใจสุขภาพ ท่ีปรุงสําเร็จแลว และมาตรการปองกันโรค
กรมอนามัย กรณีศึกษาพ้ืนท่ีตลาดถนน ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีระบบตรวจคัด
คนเดินบา นวัดสงิ ห จงั หวดั ชยั นาท ทจี่ ดั ระบบ กรองวัดอุณหภูมิรางกาย การลงทะเบียน
การตรวจคัดกรองอุณหภูมิ มีจุดลางมือ หรือใชแอปพลิเคชัน มีเจลแอลกอฮอลลางมือ
ในพื้นที่เขาออกตลาด มีการเวนระยะหางของ และการประชาสมั พันธใ หค วามรูภายในตลาด
ผูซ้ือและผูขาย มีการสวมหนากากอนามัย
ทั้งผูซื้อและผูขาย การประชาสัมพันธให ■ สรุปผล
ความรูเพื่อปองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 ผานเสียงตามสายของเทศบาล มีการ จากการศึกษาพบวา ตลาดตนโพธ์ิ
กํ า กั บ ติ ด ต า ม ม า ต ร ก า ร อ ย า ง เ ค ร ง ค รั ด กอนดําเนินการ ผานการประเมินมาตรฐาน
โ ด ย ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ต ล า ด ถ น น ค น เ ดิ น อาหารริมบาทวิถี 4 มิติ และอาหารริมบาทวิถี
และเทศบาลตําบลวดั สิงห( 9) ปลอดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ระดับ
พ้ืนฐาน และเม่ือนํารปู แบบการพฒั นาคุณภาพ
2.3 ความรูดานสุขาภิบาลอาหาร อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมี
ของผูประกอบการคาอาหาร พบวา หลัง สว นรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กาํ แพงเพชร
ดําเนินการ มีคะแนนสูงกวากอนดําเนินการ ไปทดลองใชทําใหเกิดการพัฒนาคุณภาพ
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value=0.031) อาหารริมบาทวิถี ในภาพรวมท้ัง 4 มิติ และ
เนื่องจากมีการพัฒนาศักยภาพของผูประกอบ อ า ห า ร ริ ม บ า ท วิ ถี ป ล อ ด โ ร ค ติ ด เ ช้ื อ ไ ว รั ส
113THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
โคโรนา 2019 มีการพัฒนาเปนระดับดี ระดับ ■ ขอเสนอแนะ
ความรูของผูประกอบการคาอาหาร พบวา
หลังดําเนินการ มีคะแนนความรูสูงกวา 1. ควรมีการพัฒนาคุณภาพอาหาร
กอนดําเนินการ มีความแตกตางอยางมี ริมบาทวิถีแบบบูรณาการ (Integration)
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ p-value-0.031 โดยความรวมมือจากทุกภาคสวนทั้งภาครัฐ
ประชาชนผูบริโภค มีสวนรวมในมาตรการ ภาคเอกชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น
ปองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คือ ผูประกอบการคาอาหาร และประชาชนผู
สวมหนากากผาหรือหนากากอนามัย ทุกคน บริโภค รวมจัดทําแผนงาน/โครงการพัฒนา
มี ก า ร ล ง ท ะ เ บี ย น ห รื อ ใ ช แ อ ป พ ลิ เ ค ชั น อาหารริมบาทวิถีระยะส้ันและระยะยาว เพื่อ
และการตรวจวัดอุณหภูมิรางกายที่จุดคัดกรอง พัฒนาอาหารริมบาทวิถี ใหไดมาตรฐานอยาง
การเวนระยะหางตามมาตรการปองกันโรค ตอ เนอ่ื งและยง่ั ยืน
ตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 และมคี วามพงึ พอใจ
ท่ีตลาดมีการพัฒนาดานความสะอาด ความ 2. นํารูปแบบการพัฒนาอาหาร
เปนระเบียบและมาตรการปองโรคติดเชื้อไวรัส ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมี
โคโรนา 2019 ทช่ี ดั เจน สวนรวมของภาคีเครือขาย ไปขยายผล
ในพ้ืนท่ีอาหารริมบาทวิถีอ่ืนๆ ในจังหวัด
กําแพงเพชรตอไป
เอกสารอา งองิ
21.. จเรติ วดผีลสจิญมงุท.สรธุวสรุัฒากคนจิ รร,:าจนไันซอทเาบหรอจารริรพ ราิมร้นิโทพทาธงกิ์สรปัุปตลย;า2.ย5ทก6าา2งร.ทพ่ีสัฒดนใสา.รูวปาแรบสบารกอาุตรสจาัดหกการรรอมาสหาารรร2ิม55บ6า;5ท5ว:ิถ20ี -เพ2.่ือเสริมสรางสุขภาพ.
3. สาํ นักกณงาานรหปสอ ารงธปะาชรรุะมณชคุมสณขุสะําจนกังหักรวรงมัดานกกสาําแารธพสาางรเธณพาชสรรุขณ.จสังรุขหายจวงังดั าหกนวาํ ผแัดลพกกงําาเแรพพดชํางรเเ;นพ2ินช5ง6รา2น.ครC้ังlทea่ี n2/F2o5o6d2;Gวoันoทd่ี T11asกteรกปฎระาจคาํ มป 22556622;;
4. สํานักปสงาํรานะนักจสํงาาาปธนงาสบราปณธารสระุขณมจาสังณขุ หจวงั2ัดห5กว6ัดํา2กแาํเพขแงตพเสพงเุขชพภรช.ารกพ;าท2ร5ี่ต63ร2วรหจอรนบาาชท2ก่ี 02า.;รแวลันะทน่ี ิเ1ท2ศ-ง14านมกิถรุนณาีปยกนติ 2ก5ร6ะ2ท; รณวงสหาอธงาปรรณะชสุุมข
5. ธนพิช2ค5ฌร6บน3ท] .ุกเจแขังกาหถววึงกัดไาด.[จอากินกร:เมทhออttนรpเาsน:ม/็ต/ัยt]h.aตกiั้nงรเeุงปwเทาs.ปพpฯrd2:.5gสo6ํา.4นthัก/ยขthกา/รวnะกeดwรับมsมป/pราrะตinชรtา_ฐสnาัมeนwพอันsา/ธหT;าCร25AS6T1tGre[2เeข0t1า0ถF0ึงo8เ1oม8dื่อ252T561h0aต12iุลlาaคnมd
6. ธนพิชต[ฌเั้งขเนาป ถาแึงสกเรมวา่ืกองา2.19กจรังตะหุลทวารัดควมง12ส5าอ6ธา3าห]รา.ณรเรสขิมุขาบถาKึงทไicวดิkถจี าo[กอff:ินนhเทtโtอยpรบsเ:าน/ย/็ตสth]ุข.aภiสnาําeพนwวักิถsข.ีใpาหrวมdก.รgตมoนป.tแรhบะ/ชtบhาอ/สาnัมหeพwาัรนsปธ/ลd; อe2tดa5ภi6lัย3/
87.. ชBยloันoตmTรCธ รBASปT.ทGHมุ 2า0aนn10นd2bท9o.1o9สk5ถ8ติ o2ิศ5nา0สf5oต0rรmคaลtนิ ioกิ nกaาnรdวเิ คSรuาmะหmถ aดtiถvอeยEมvาตalรuฐaาtนio.nกรoงุ fเทSพtuฯd:eอnมtรLนิ eทaรr nพinร้นิg.ตงิ้N; e2w55Y6.ork:
9. จุไรรัตอMนาcห Gชาrรําaรนwิมา-บญHาไiทlพlวรBิถ,oีตกoาkรมุณCเกาoณmสฑpุขaแอnทาyห;, า1เ9รส7ปา1.ลวนอีดยภ สัยาใบสุตใจรส, ุขธภันาฐพภัทกรร มปอตนิพาัฒมัยนภกิญรโณญีศ.ึกกษาารพพัฒ้ืนนทาี่ตมลาาตดรถฐนานน
ศaคsูนนsยeเดtอsิน/นdบาmมาkัยนmทวี่/ัด03ส2;ิ0ง20ห59 06จ83ัง0ห6[เ0วข9ัดา4ชถ9ัึยงเนมาื่อท26[อตินุลเาทคอมรเ2น5็ต6]3.].นเคขารถสึงวไรดรจคา:กก: ลhุมttพp:ัฒ//น20า3อ.น15า7ม.ั7ย1ส.1่ิง6แ3ว/ดhpลcอ3ม/
10. ประวhรริมtดtบpา:า/โท/hภวeชิถrนpีใน-จnเันขrทuต.รกp.sรrุงกuเา.ทaรพcพ.มtัฒhห/นfiาาlนeกค/าOรร5จ[4ัดอ4ินก6เา5ทร_อร12ะร.บเpนบd็ตfส]่ิง.แ2ว5ด5ล7อม[เแขลาะถสึงุขเมาื่อภิบ2า6ลตอุลาาหคามรอ2ย5า6ง3ย]่ัง.ยเืขนาขถอึงงไรดาจนาคกา:
HEALTH
114 ปท่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม
วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอ ม บ ท วิ ท ย า ก า ร
ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564
การพัฒนางานอนามยั สิ่งแวดลอ ม
ในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ
เพือ่ สนับสนุนเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน
สริ วิ รรณ จนั ทนจลุ กะ
สาํ นักอนามัยส่งิ แวดลอม กรมอนามัย
วันสง 28 มนี าคม 2564, วันแกไข 30 มนี าคม 2564, วนั ตอบรับ 31 มีนาคม 2564
บทคดั ยอ
การศึกษานี้เปนการศึกษาเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนขององคการสหประชาชาติ
แนวทางการดําเนินงานตามขอเสนอขององคการสหประชาชาติ องคการอนามัยโลกและองคกรที่เกี่ยวของ ยุทธศาสตรชาติ
แผนงานและกฎหมายของประเทศไทย สถานการณและการดําเนินงานอนามัยส่ิงแวดลอมของไทย เพื่อนําขอมูลมาวิเคราะห
สังเคราะหและจัดทําเปนขอเสนอเพ่ือพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดลอมของกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพัฒนา
ที่ย่ังยืนของประเทศไทย โดยวิจัยเอกสาร รวบรวมขอมูลอยางเปนระบบจากเอกสาร หลักฐานท่ีมีการตีพิมพ และเผยแพร
เปนหลักฐานเกี่ยวกับการพัฒนาท่ียั่งยืน ขอมติขององคการสหประชาชาติ องคการอนามัยโลก ยุทธศาสตรชาติ 20 ป กฎหมาย
และแผนท่ีเก่ียวของ การดําเนินงานและผลการดําเนินงานประกอบกับการประชุมกลุมผูบริหาร ผูปฏิบัติของหนวยงาน
ที่เก่ียวของ นําขอมูลมาวิเคราะห สังเคราะห จัดทํารางขอเสนอเชิงนโยบายตอกระทรวงสาธารณสุข และสัมภาษณเชิงลึก
ผูบริหารกระทรวงสาธารณสุขและผูเช่ียวชาญ จํานวน 10 ทาน กอนสรุปเปนอกสารฉบับสมบูรณ ผลการศึกษาสรุปไดวา
กระทรวงสาธารณสุขควรใชเปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เปาหมายหลักท่ี 3 “สรางหลักประกันวาคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดี
และสงเสริมสวัสดิภาพสําหรับทุกคนในทุกวัย” เปนแกนของการทํางานดานสาธารณสุข โดยใหความสําคัญกับงาน 4 ดาน คือ
(1) มลพิษทางอากาศกับสุขภาพ (2) นํ้าสะอาด การสุขาภิบาลและสุขอนามัย (3) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับสุขภาพ
(4) สารเคมีและของเสียอันตรายกับสุขภาพ โดยมีขอเสนอเพ่ือการพัฒนาใน 5 ดาน ประกอบดวย 1) ดานประเด็นงาน
โครงสรางและกลไกในการขับเคลื่อนครอบคลุมประเด็นงานทั้ง 4 ดาน รวมท้ังปรับโครงสรางและกลไกการทํางาน
ภายในกระทรวงใหเปนเอกภาพ เชน บูรณาการงานเขากับแผนปองกันระดับปฐมภูมิ ทําใหหนวยงานสาธารณสุขเปนตนแบบ
และสรางความมั่นใจถึงลักษณะบริการสาธารณสุขวายังดํารงอยูไดแมเกิดภาวะภัยพิบัติ รวมท้ังปรับกลไกในการทํางาน
รวมกับภาคสวนอ่ืนมากขึ้น เพื่อปองกันต้ังแตตนทาง บูรณาการการทํางานในลักษณะกําหนดสถานที่หรือพ้ืนท่ีรวมกัน
2) ดานกฎหมาย สงเสริมสนับสนุนการใชมาตรการตามกฎหมายสาธารณสุขใหมีประสิทธิภาพ ขยายขอบเขตใหครอบคลุม
ประเด็นใหมๆ และลักษณะการดํารงชีวิตท่ีเปล่ียนแปลงไป 3) ดานระบบขอมูลและสารสนเทศ ใหเปนศูนยขอมูล
ระดับประเทศเพ่ือการติดตามผลการพัฒนาที่ย่ังยืนในสวนท่ีเก่ียวกับอนามัยส่ิงแวดลอม (เนนเรื่องนํ้าสะอาด การสุขาภิบาล
สําหรับบานเรือน โรงเรียน และสถานพยาบาล) พัฒนาระบบขอมูลที่เช่ือมโยงระหวางสิ่งแวดลอมและสุขภาพ เพ่ือวิเคราะห
สื่อสารกับประชาชนใหเกิดความรอบรูในการปองกันปญหาอนามัยส่ิงแวดลอม รวมทั้งจัดทําขอมูลสารสนเทศดานโครงสราง
พื้นฐานอนามัยส่ิงแวดลอมของประเทศ เพื่อใหประชาชนและผูเก่ียวของใชประโยชนดวย และนําเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม
มาใชในการทํางาน 4) ดานพัฒนาทรัพยากรบุคลากรและงบประมาณ ส่ือสารทําความเขาใจกับทิศทางในการทํางานใหม
ใหบุคลากรมีความตระหนักถึงผลกระทบตอส่ิงแวดลอม สุขภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีความรูความสามารถ
ในการติดตามการเปล่ยี นแปลงของนโยบาย เทคโนโลยีท่ีอาจมผี ลกระทบตอสขุ ภาพและความพรอ มในการผลกั ดนั ใหห นวยงานอน่ื
นําเรื่องสุขภาพไวในนโยบายเพื่อปองกันกอนเกิดปญหาและไมใหสงตอภาระคาใชจายมาใหหนวยงานสาธารณสุข 5) ดานการ
จัดการความรู วิจัย นวัตกรรมเพื่อสรางหลักฐานเชิงประจักษ เชน การศึกษาภาระโรคจากปจจัยสิ่งแวดลอม รูปแบบ/แนวทาง
จัดการปจจัยสิ่งแวดลอมท่ีอาจมีผลกระทบตอสุขภาพ มาตรการจูงใจใหมีการจัดการปจจัยส่ิงแวดลอมต้ังแตตนทาง
ศึกษาความเสี่ยงลักษณะใหมๆ ท่ีอาจจะเกิดขึ้น คนหาภูมิปญญาชาวบานหรือ Best Practice ตางๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา
ที่ย่ังยืนตามเปาหมายขององคการสหประชาชาติ และเปาหมายของประเทศไทย ตามยุทธศาสตรชาติ 20 ปไดภายในชวงเวลา
ท่กี ําหนด
คําสําคญั : อนามัยส่ิงแวดลอม กระทรวงสาธารณสุข เปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน วาระการพัฒนาท่ีย่ังยืน ค.ศ. 2030
ยุทธศาสตรช าติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580)
115THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
Development of Environmental Health
in the Ministry of Public Health
to Support Sustainable Development Goals
Siriwan Chandanachulaka
Bureau of Environmental Health, Department of Health
Received 28 March 2021, Revised 30 March 2021, Accepted 31 March 2021
Abstract
t3ToghtoawoaittKocmihatohonhoonnonn)eorfffanhieaefetnddadrsaiemrebeynoosLmlsdtlSaPnnutnerwasittma(eoeshnhhDvvvufgsp4envtamoouueneeitibriw)epaaGserurrnreulrcealmsonuoloTrddihhwctyacnepdrtnrtisdyhaestaa3zoheogtvmeumunininzeHscene:rsecb(ragdtai“tleeeaehnt,etsilihdrrqlEoETncneomilmmaiodobrceauutnrttgdnnhelloebilatasepaantveoeasahvesshhlu’plawdtlrdevitunteiieelseorhaf2rftaepeiArolvapafaooosfte0rcreoleaiochlntecercnrpacsh3tiMndlvharinttmihhlvtmil0ahno.nipcdteecetoeshpniaerteumail,epAPnaneitsogneaonsnnbcnh(lsinrasiledlgtara1tseodatlteocittuv,and).eiatndecshrtnamcrdeliedrlia.DMnyitamyyrlonxyrecasobsdiHTohlennprcipskiipionuatetlwthvtnaenhaoaeo.rirpeufmraiaeivnaeolnfnvidarosaslSopPlslvadeiptdemsoaetotltsnhtrprurcuislhentonluprocyeuitotyortpnb,tsSaoeoososondtaano.gapltpiMgttnetunxlpi.anooilfaoioce4carstdttciFrpdniooadrir)rarcrtdtinauinsoaHotcoasatvrenialoiacPiihpctnslswveocnsehnelbtnpeduywrrsaruetelana.edwaooalnrruesfsnldtlbeaoynsiesmotiSevmtdidhmtoteollhegerlplbeheeuetoedlmrofsnowrhmloycpiilwa,feetos4DtninaroeepalsefvueepuepPitneg(mnseteothacnpeesnheduhMovvwrrtoeiltpsprtvucbhtise(noneinopnsno2eeohirtimaOleglponlvwr.yooirt)oclessieocemttnliarmlnPotdpaWhaa-wrernnonnamlloHomedrrHeebsitmcltfecoadAcsncoahineireehelnttposeubcmee.et’eiiaSncnaigsotmsnnhnmhosrel,oaFtHtengn,otvgtarev,achesaanraeiaodsusnmaiiivothTfws,lntrteanmairlfgraieloiantthoScnoahlgoweeaeelahtnesneanmiuervnron.pr.tdemhdhtieoaiysaihrvlsdletr5anoenntlfIatoloeefoeoa.tieirlta)gueneohpnorcrlealiMtvlswsdgeinrohottitnssCensSeohiasalaeensOtswlohNgilrtDrarbareoesnmre.pabmosnPirdnuhlpaaGcatac.escraldH2eiveehtmeedloytkhlsiPsklsa)eniDnaosihpsio,rearlennst,ttnatoaatyootnePeniyeaeuahgghnavnngsgmvsctdvmrnlr.ledcedmeehioeemeidaoreoIhdSsdnlhsnmnmnnentloft”oseaaetioeivegntdeepruqfoanottneeatiaaetihcmsnwuhrtddlagceao(lttretsuoad3eheeestenlerosni,etrnhua,)gehvitet-ssranehrryhmtarorfsruyeebetlcseteeolinheluarglaientaersosGcm2eimdoxleriaesugulnm.tpnu0cttrespholsotphpEhpemt1sehMpadaateoea8rraau:anetlotgsnelerer-atcoebiisactuinp1vthrvnnln2tsor,l)hlosolsrcrfeeiittyak0ioivaSurciouhohnsabmR3,bcoposferDtpcanltml7airrfanhriteiceunaslbnehyoeltGgmievarvielegsntecsamdoeaayriycansaeeelvesnselnenu,ohsrvntnkhenipdvacihoudrnaitnooatfrtnoeerfnracisaioelouuolnedsnnilhtlg4cvoMmwsresntgm-aeieuepshhyrtulmdnknlsapanviiOmceelesentedgrisoratittanaieddnedPicpuugeeeececllnotugdaeetntrmtrsedHaat)thnhheeeessss)rtltl.,.
■ บทนํา หายใจ โรคมะเร็งปอด จากขอมูลท่ีองคการ
อนามัยโลก(1) นํามาใช พบวา ประมาณรอยละ
องคการอนามัยโลกใหความสําคัญ 23 ของการเสียชีวิตของประชากรท่ัวโลกมี
กับงานอนามัยสิ่งแวดลอมมากข้ึนเรื่อย ๆ สาเหตุจากปจจัยส่ิงแวดลอม เปนการเจ็บปวย
เนื่องจากเปนงานที่สามารถปองกันและลดการ จนเสียชีวิตดวยโรคไมติดตอเร้ือรังถึงรอยละ
เจ็บปวยหรือเสียชีวิตจากสาเหตุที่สามารถ 65 นอกจากน้ี ปจจัยส่ิงแวดลอมเปนสาเหตุ
ปองกันได ดวยการลดปจจัยเส่ียงกอนที่จะ ของการเสยี ชวี ิตของเด็กอายุ 0-5 ป ถงึ รอ ยละ
มีผลกระทบตอสุขภาพและการจัดการสภาพ 26 องคก ารอนามัยโลกถอื วา ปจจัยสงิ่ แวดลอ ม
แวดลอมท่ีเอื้อตอการมีสุขภาพดี เชน โรค ถือเปนสิ่งคุกคามระบบสุขภาพท่ีสําคัญ หากมี
จากอาหารและนํ้าเปนสื่อ โรคระบบทางเดิน
116 ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอม
การพฒั นางานอนามัยส่ิงแวดลอ มในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข เพือ่ สนบั สนุนเปาหมายการพฒั นาทีย่ ง่ั ยืน
การปรับปรุงสภาพแวดลอมใหดี จะชวย อยู (เชน ปญหานํ้าสะอาดและการสุขาภิบาล)
สงเสริมใหคนมีสุขภาพดีและมีความเปนอยูท่ี ขณะเดียวกันก็มีปญหาส่ิงแวดลอมใหมเกิดขึ้น
ดีได และหากมีการจัดการที่ปจจัยเส่ียง (เชน ขยะอิเล็กทรอนิกส การเปลี่ยนแปลง
สิ่งแวดลอมน้ัน จะสามารถลดและปองกัน สภาพภูมิอากาศ ความเปนเมือง รูปแบบ
การเสียชีวิตของคนไดถ ึงหน่ึงในสี่ การทํางาน/ลักษณะบริการท่ีเปลี่ยนแปลงไป)
งบประมาณดา นการปอ งกนั นอ ยกวา การรกั ษา
ในชวงตั้งแตป 2530 ไดมีรายงาน พยาบาล พบเช้ือดื้อยาตานจุลชีพที่มีผล
การพัฒนาที่ย่ังยืนของคณะกรรมาธิการโลกวา กระทบตอการสาธารณสุขอยางมีนัยยะสําคัญ
ดวยสิ่งแวดลอมและการพัฒนา(2) ซึ่งใหนิยาม ขาดหลักฐานเชิงประจักษ การสื่อสารท่ีไมมี
วา “การพัฒนาท่ีย่ังยืนเปนรูปแบบการพัฒนา ประสิทธิภาพ และกลไกการทํางานในปจจุบัน
ท่ี ต อ บ ส น อ ง ค ว า ม ต อ ง ก า ร ข อ ง ค น ใ น รุ น ยงั ไมต อบสนองการทาํ งานในลกั ษณะบรู ณาการ
ปจจุบัน โดยไมทําใหคนในรุนตอไปในอนาคต จึงจําเปนที่จะตองทบทวนบทบาทหนาที่และ
ตองยอมลดทอนความสามารถในการ ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขในดาน
ตอบสนองความตองการของตนเอง” เปน อนามัยส่ิงแวดลอม เพ่ือปองกันการเจ็บปวย
การพัฒนาที่ตองมีความสมดุลระหวางการ และเสียชีวิตกอนวัยอันสมควร และเปนการ
พัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดลอม สรางสภาพแวดลอมท่ีเอื้อตอการมีสุขภาพดี
โ ด ย มี ค น เ ป น ศู น ย ก ล า ง ข อ ง ก า ร พั ฒ น า อกี ดว ย
ซึ่งองคการสหประชาชาติไดมีการพัฒนา
อยางตอเน่ืองจนเปนเปาหมายการพัฒนา ■ วตั ถปุ ระสงคก ารศึกษา
ของโลกในชวงป 2535 ทเี่ รียก “ปฏิญญารโิ อ”
และ “แผนปฏิบัติการ 21” มาถึง “เปาหมาย เ พื่ อ ศึ ก ษ า เ ป า ห ม า ย ก า ร พั ฒ น า
การพัฒนาแหงสหัสวรรษ” จนถึงเปาหมาย ที่ยั่งยืนขององคการสหประชาชาติ แนวทาง
ในปจจุบัน “เปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน”(3) การดําเนินงานตามขอเสนอขององคการ
(ชวงป 2559-2573) โดยกําหนดเปาหมาย สหประชาชาติ องคการอนามัยโลกและองคกร
หลกั (Goals) 17 ประการ เปาหมาย (Targets) ที่เก่ียวของ ยุทธศาสตรชาติ แผนงาน
169 ประการ และมตี ัวชว้ี ดั สําคัญ (Indicators) และกฎหมายของประเทศไทย สถานการณ
241 ตัว เปนเปาหมายที่มีลักษณะบูรณาการ แ ล ะ ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น อ น า มั ย ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม
และเชื่อมโยงกัน มีเปาหมายหลักในเร่ือง ของไทย เพ่ือนําขอมูลมาวิเคราะห สังเคราะห
สุขภาพโดยตรง คือ เปาหมายหลักท่ี 3 และจัดทําเปนขอเสนอเพ่ือพัฒนางานอนามัย
“สรางหลักประกันใหคนมีสุขภาพดีและ ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข
สงเสริมสวัสดิภาพสําหรับทุกคนในทุกวัย” เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน
สาํ หรับประเทศไทยไดมยี ทุ ธศาสตรช าติ 20 ป ของประเทศไทย
( พ . ศ . 2 5 6 1 - 2 5 8 0 ) (4) ซึ่ ง มี วิ สั ย ทั ศ น
“ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน ■ นิยามศัพทเ ฉพาะ
เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนา
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ยังมี งานอนามัยส่ิงแวดลอม หมายถึง
กฎหมายและแผนท่ีเกยี่ วของอีกหลายฉบบั การจัดการปจจัยส่ิงแวดลอมที่อยูรอบตัวคน
และมีศักยภาพกอใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพ
จ า ก ช ว ง เ ว ล า ป จ จุ บั น จ น สิ้ น สุ ด ดวยการประเมินและควบคุมปจจัยสิ่งแวดลอม
เปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในป 2573 น้ัน โดยมีเปาประสงคเพื่อปองกันการเกิดโรค
โลก(5)และประเทศไทย ยังมีปจจัยทาทายอีก หรือเจ็บปวยหรือเสียชีวิตและการสรางสภาพ
หลายประการ เชน ปจ จยั เสยี่ งแบบดงั้ เดมิ ยงั คง แวดลอมทีเ่ อือ้ ตอ การมสี ุขภาพดี
117THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
งานอนามัยส่ิงแวดลอมในบทบาท โครงการวจิ ยั เอกสาร Documentary Research
ของกระทรวงสาธารณสุข หมายถงึ การดําเนนิ เก็บรวบรวมขอมูลดวยการทบทวนเอกสาร
ง า น ใ น ภ า ร กิ จ ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข อยางเปนระบบ (Systematic Review)
เพ่ือปองกัน ควบคุม สิ่งคุกคามจากปจจัย จากเอกสารหลัก 48 ฉบับ (เชน อนุสัญญา
สิ่งแวดลอมที่อาจมีผลกระทบตอสุขภาพ ทั้งท่ี ระหวางประเทศ กฎหมาย ขอมติขององคการ
เปนปจจัยส่ิงแวดลอมแบบดั้งเดิม ปจจัย สหประชาชาติ ขอมติและยุทธศาสตรของ
สิ่งแวดลอมสมัยใหม และปจจัยสิ่งแวดลอมท่ี องคการอนามัยโลก และองคกรท่ีเกี่ยวของ
เปนสิ่งคุกคามระดับโลก รวมท้ังเพื่อการ ยุทธศาสตรชาติ 20 ป แผนแมบทภายใต
จัดการสภาพแวดลอมท่เี อือ้ ตอ การมสี ุขภาพดี ยุทธศาสตรชาติ และแผนท่ีเกี่ยวของท่ียังมีผล
จนถึงป พ.ศ. 2563) บทบาทหนาท่ี พันธกิจ
เ ป า ห ม า ย ก า ร พั ฒ น า ที่ ยั่ ง ยื น และผลการดําเนินงานอนามัยส่ิงแวดลอมของ
(Sustainable Development Goals, SDGs) กระทรวงสาธารณสุขจากเอกสารและรายงาน
หมายถึง เปาหมายท่ีถูกกําหนดโดยองคการ ของหนวยงาน รวมท้ังจากการสัมภาษณ
สหประชาชาติ เพื่อใหประเทศตางๆ ผูบริหาร/ผูปฏิบัติงาน (จํานวน 15 คน/
ใชเปนแนวทางพัฒนาเพื่อไมทิ้งใครไวขางหลัง 3 หนวยงาน) แลวนํามาวิเคราะหเน้ือหา
เปน เปา หมายการดาํ เนนิ งานในชว ง พ.ศ. 2559– ท่ีเกี่ยวกับอนามัยสิ่งแวดลอม (Content
2573 โดยไดกําหนดเปาหมายหลัก (Goal) Analysis) นํามาสังเคราะหเปนรางขอเสนอ
เปาหมาย (Target) และตัวชี้วัด (Indicator) ตอกระทรวงสาธารณสุข โดยผานการรับฟง
เปน กรอบในการพฒั นา ความคดิ เหน็ ของผบู รหิ ารระดบั สงู ของกระทรวง
สาธารณสุข และหนวยงาน/องคกรท่ีเกี่ยวของ
ยุทธศาสตรชาติ 20 ป หมายถึง 9 หนว ยงาน/องคก ร จาํ นวน 10 คน สรปุ เปน
เปาหมายของประเทศไทยเพื่อใหเกิดการ ขอเสนอเชิงนโยบายตอกระทรวงสาธารณสุข
พัฒนาท่ีมีลักษณะทําใหประเทศมั่นคง มั่งค่ัง โดยมกี รอบแนวคดิ การศกึ ษาดงั ภาพท่ี 1
และยั่งยืน เปนเปาหมายการดําเนินงานใน
ระยะ 20 ป ระหวางป พ.ศ.2561-2580 ● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง
ไดรับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรม
■ วธิ กี ารศึกษา การวิจัย กรมอนามัย เลขท่ี 427/2563 วันที่
5 ตลุ าคม 2563
การศึกษาวิจัยน้ีใชระเบียบวิธีวิจัย
เชิงคุณภาพ (Qualitative Research)
ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดการศกึ ษา
118 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
การพัฒนางานอนามัยส่ิงแวดลอ มในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ เพ่ือสนบั สนุนเปา หมายการพัฒนาท่ยี ่ังยนื
■ ผลการศกึ ษา สทิ ธปิ ระชาชนในการไดร บั บรกิ าร ไดร ับขอมูล
ขาวสารที่จําเปน และมีพระราชบัญญัติการ
1. การพัฒนาที่ย่ังยืนในบริบทโลก จัดทํายุทธศาสตรชาติ พ.ศ. 2560(10) กําหนด
จากนิยามของการพัฒนาท่ีย่ังยืนขางตน ใหจัดทํายุทธศาสตรชาติเพ่ือเปนเปาหมาย
หมายถึงการพัฒนาท่ีมีความสมดุลระหวาง การพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนและมีกฎหมาย
เศรษฐกิจ สังคมและส่ิงแวดลอม และเปนการ ทเ่ี ก่ียวของอกี 9 ฉบับ
พัฒนาที่ตอบโจทยในปจจุบันและไมกอใหเกิด
ปญหากับคนรุนตอไปในอนาคต องคการ ยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-
สหประชาชาติไดมีมติรับรองเอกสาร “The 2580) ซ่ึงเปนเปาหมายพัฒนาประเทศ
Future We Want”(6) และมติรับรองใหใช ระยะยาวฉบับแรกของประเทศไทย เพื่อตอบ
“วาระเพื่อการพัฒนาที่ย่ังยืน ค.ศ. 2030 และ สนองตอเปาหมายการพัฒนาประเทศและ
เปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน”(7) เปนวิสัยทัศน การพัฒนาท่ีย่ังยืนในบริบทโลก เนนการสราง
รวมเพื่อการพัฒนาท่ียั่งยืนสําหรับทุกคน สมดุลระหวางการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม
โดยจะเปนขอผูกพันกับทุกประเทศ รวมท้ัง และสิ่งแวดลอม ที่ตองนําไปสูการปฏิบัติ
ประเทศไทย โดยมีเปาหมายสูงสุดเพื่อขจัด เพื่อใหประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน ภายใน
ความยากจน ลดความเหล่ือมล้ํา ไมทิ้งใครไว ระยะเวลาที่กําหนด เพื่อความสุขของคนไทย
เบื้องหลัง ซ่ึงเปาหมายที่กําหนดนั้นมีความ ทุกคน มียุทธศาสตรในการทํางาน 6 ดาน
สัมพันธเช่ือมโยงกัน ใชตัวช้ีวัดเพ่ือติดตาม ดานที่เกี่ยวของกับงานอนามัยส่ิงแวดลอม
ความกาวหนาภารกิจสําคัญในระดับโลก อยูใน 2 ยุทธศาสตร ไดแก ยุทธศาสตรชาติ
องคการสหประชาชาติเสนอวาประเทศตางๆ ด า น ก า ร พั ฒ น า แ ล ะ เ ส ริ ม ส ร า ง ศั ก ย ภ า พ
สามารถกําหนดยุทธศาสตรหรือแผนงาน ทรัพยากรมนุษย และยุทธศาสตรชาติดาน
ท่ีเหมาะสมกับบริบทของแตล ะประเทศได และ การสรา งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ปน มติ ร
ขอใหแตละประเทศใชเปาหมายหลักและเปา ตอสิ่งแวดลอม ที่เนนใหคนไทยมีสุขภาวะที่ดี
หมายที่กําหนดในเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน มีการปองกันและควบคุมปจจัยเสี่ยงท่ีคุกคาม
เปนหลักในการทํางานของประเทศ และเสนอ สุขภาวะ โดยผลักดันการสรางเสริมสุขภาวะ
ใหจัดทําขอมูลตามตัวช้ีวัดเพ่ือการติดตาม ในทุกนโยบาย สรางการเติบโตอยางยั่งยืน
ความกาวหนาของประเทศตางๆ ในสวนท่ี บนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว ลดความเสี่ยงของ
เ ก่ี ย ว ข อ ง กั บ ง า น อ น า มั ย สิ่ ง แ ว ด ล อ ม นั้ น ผลกระทบดานสิ่งแวดลอม เพิ่มพ้ืนที่สีเขียว
ประกอบดวย 8 เปาหมายหลัก 24 เปาหมาย การจัดการน้ําเสีย ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
และตวั ชีว้ ดั 34 ตัว สรุปตัวชี้วัดและความเชือ่ ม ถูกตองตามหลักสุขาภิบาล เสริมสรางระบบ
โยงตามเปาหมายสําคัญของงาน 4 ดาน คือ สาธารณสุขและอนามัยสิ่งแวดลอม และ
มลพิษทางอากาศ น้ํา การสุขาภิบาลและสุข ยกระดับความสามารถในการปองกันโรค
อนามัย การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุบัติใหมและอุบัติซ้ํา ศึกษาวิจัย สรางองค
และสารเคมแี ละของเสยี อนั ตราย(8) ดงั ภาพที่ 2 ความรูดานการสงเสริมสุขภาพและการ
ปองกันโรคในประชากรทุกกลุม โดยเฉพาะ
2. ก า ร พั ฒ น า ที่ ย่ั ง ยื น ใ น บ ริ บ ท กลมุ เปราะบาง โดยมีแผนแมบทฯ อีก 23 ดา น
ประเทศไทย แนวทางในการพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื น้ัน ซ่ึงเปนแผนท่ีแสดงถึงความเช่ือมโยงกันในมิติ
มีโครงสราง สาระและกลไกกําหนดตาม ตา งๆ โดยมรี ายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ จากยทุ ธศาสตร
บทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญแหงราช ชาติ และกําหนดเปาหมายท่ีตองการบรรลุ
อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560(9) ดาน เปน 4 ชวงๆ ละ 5 ป สวนที่เก่ียวของกับ
หนาที่ของรัฐในการจัดบริการท่ีเก่ียวกับ งานอนามัยสิ่งแวดลอมปรากฏในแผนแมบท
อนามัยสิ่งแวดลอมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
119THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
5 ประเดน็ ไดแ ก (1) การเสรมิ สรางใหคนไทย เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งคุกคาม
มีสุขภาวะท่ีดี(11) (2) การเติบโตอยางยั่งยืน(12) ใหมๆ ในสวนท่ีเก่ียวของกับงานสาธารณสุข
( 3 ) ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร น้ํ า ท้ั ง ร ะ บ บ (13) และอนามัยส่ิงแวดลอม คือ เนนการจัดการ
(4) โครงสรางพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส ปจจยั ส่ิงแวดลอ ม ซ่งึ เปนหน่งึ ในปจจยั กาํ หนด
และดิจิทัล(14) และ (5) พื้นท่ีและเมืองนาอยู สุขภาพ ท่ีสามารถปองกันหรือหลีกเล่ียงได
อัจฉรยิ ะ(15) และยังมีแผนท่ีเกยี่ วของอืน่ ๆ อกี สรปุ สาระสาํ คญั ได ดังนี้
ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร พั ฒ น า ที่ ย่ั ง ยื น การปอ งกันปฐมภมู ิ ดวยการยกระดับ
(กพย.)(16-17) ทําหนาที่ในการบูรณาการ การจัดการปจจัยกําหนดสุขภาพ เพื่อการ
การพัฒนาในภาพรวมของประเทศ และ คุมครองและทําใหสุขภาพดีข้ึน ตามที่กําหนด
มอบหมายใหมีหนวยงานรับผิดชอบหลัก ในวาระการพัฒนาท่ยี ่งั ยืน ค.ศ. 2030 โดยใหมี
แ ล ะ ห น ว ย ง า น ส นั บ ส นุ น ต า ม เ ป า ห ม า ย การจดั การปจ จยั เสย่ี งสงิ่ แวดลอ มตงั้ แตต น ทาง
การพัฒนาทย่ี ่งั ยืนเปา หมายหลกั 15 เปาหมาย มี ก า ร ดํ า เ นิ น ก า ร ป อ ง กั น ป ฐ ม ภู มิ โ ด ย ใ ห
แ ล ะ มี ก ล ไ ก ก า ร ขั บ เ ค ลื่ อ น ใ น ร ะ ดั บ พ้ื น ที่ ทุกภาคสวนมีสวนรวม และทําใหเกิดสมดุล
โดยมี สศช. ทําหนาท่ีสํานักงานเลขานุการ ใหมของการใชงบประมาณเพื่อการปองกันใน
กพย. และมีคณะอนุกรรมการอกี 4 คณะ ระดับปฐมภูมิในระยะยาว ผนวกการจัดการ
ป จ จั ย เ สี่ ย ง ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม ไ ว ใ น แ ผ น ง า น
3. แ น ว ท า ง ดํ า เ นิ น ง า น ต า ม ม ติ ท่ีเกี่ยวของ เชน แผนควบคุมโรค โภชนาการ
องคการสหประชาชาติ องคการอนามัยโลก อนามัยแมและเด็ก โดยเฉพาะโรคเขตรอน
และองคกรท่ีเก่ียวของเพ่ือการพัฒนาท่ียั่งยืน ที่ถูกละเลย การใชพลังงานสะอาดและการ
ขอมติสมัชชาสหประชาชาติท่ีสําคัญ คือ เขาถึงการสุขาภิบาลและการจัดการสิ่งปฏิกูล
การระบุถึงสิทธิของคนในการอยูในสภาพ อยางปลอดภัยในบานเรือน โรงเรียน สถาน
แวดลอมท่ีสะอาด(18) (อากาศสะอาด) และ บรกิ ารสาธารณสุข
การไดรับน้ําดื่มสะอาดและการสุขาภิบาล(19)
เปน สิทธมิ นษุ ยชน ขอ มติและแนวทางอนื่ ๆ ได การทํางานขามภาคสวนเพ่ือใหมี
เรงรัดใหทุกประเทศไดปรับเปลี่ยนวิธีการ การจดั การปจ จยั กาํ หนดสขุ ภาพในทกุ นโยบาย
ทํางาน ใหมีลักษณะบูรณาการมากขึ้น และทุกภาคสวน เชน พลังงาน ขนสง
แ ล ะ ร อ ง รั บ ป ญ ห า ที่ จ ะ เ กิ ด ข้ึ น จ า ก ก า ร ที่อยอู าศัย แรงงาน อตุ สาหกรรม ระบบอาหาร
ท่มี า : United Nations, 2017 (8)
ภาพท่ี 2 ตวั ชว้ี ัดเพอ่ื การพัฒนาทย่ี ั่งยนื ตามเปาหมายสําคญั 4 ดา น
120 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอม
การพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนนุ เปา หมายการพัฒนาทยี่ ั่งยนื
และการเกษตร น้ําและการสุขาภิบาล ใหมี ที่เอื้อตอการมีสุขภาพดี รวมท้ังการประเมิน
การประเมินผลกระทบตอสุขภาพในระดับ ผลกระทบตอสุขภาพ ซ่ึงมีหนวยงานท่ี
โครงการพฒั นา การประเมินระดับยทุ ธศาสตร เก่ียวของทั้งหนวยงานสวนกลางและสวน
ท่ีใหเรื่องสุขภาพเปนสวนหนึ่งของการตัดสิน ภมู ภิ าค สรปุ ไดต ามภาพที่ 3
ใจทางเลือกนโยบายเพื่อใหเกิดความย่ังยืน
กําหนดเปาหมายทํางานในลักษณะสถานที่ 5. ประเด็นงานอนามัยสิ่งแวดลอม
หรือพ้ืนท่ี เชน เมือง บานเรือน โรงเรียน เพ่ือสนับสนุนการพัฒนาท่ีย่ังยืน องคการ
ส ถ า น ท่ี ทํ า ง า น ภ า ค ธุ ร กิ จ ส นั บ ส นุ น อนามัยโลกใหความสําคัญ 7 ประเด็น คือ
การจดั การสารเคมตี ลอดวงจรชีวติ ใชและผลติ (1) มลพิษทางอากาศ (ภายในอาคารและ
สารเคมีในแนวทางลดผลกระทบทางลบ ภายนอกอาคาร) (2) น้ํา การสุขาภิบาลและ
ตอสุขภาพและสิ่งแวดลอม ภาคสวน สุขอนามัย (3) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ-
สาธารณสุขมีความเขมแข็ง โดยมีบทบาท อากาศ (4) ความปลอดภัยจากสารเคมีและ
ในการนําการอภิบาลและการประสานกับ รังสี (5) อนามัยส่ิงแวดลอมในภาวะฉุกเฉิน
ภาคีอ่ืนที่เก่ียวของ รวมทั้งพัฒนาทักษะ (6) อนามัยสง่ิ แวดลอ มในสถานท่ที ํางาน เมอื ง
บุคลากรในการเจรจากับหนวยงานอื่นให บานเรือน และ (7) อนามัยส่ิงแวดลอม
เกิดสุขภาพในทุกนโยบาย พัฒนาขีดความ ในสถานบริการสาธารณสุข ประเทศไทย
สามารถใหมีความรู ความเขาใจในดาน สามารถใชเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนของ
สุขภาพ สิ่งแวดลอมและการเปล่ียนแปลง องคการสหประชาชาติ ขอมติของสมัชชา
สภาพภูมิอากาศ ทักษะในการสื่อสารส่ิงท่ี สหประชาชาติ สมัชชาอนามัยโลก และกรอบ
คนพบ ผลักดันใหมีการจัดการความเส่ียง แนวทางของประเทศไทย เพ่ือเปนกรอบ
จากสิ่งแวดลอม สังคมและสภาพภูมิอากาศ ในการดําเนินงานได และในการศึกษาครั้งนี้
โดยผานการนําและการอภิบาลระหวางภาค เนนหนักการดําเนินงานใน 5 ประเด็นสําคัญ
สวน การใชหลักฐานเพ่ือการช้ีนําดานสุขภาพ คอื (1)-(4) และ (7) ไดศ ึกษาจากสถานการณ
การปฏิบัติตามแผนงาน การเฝาระวังและ อนามัยส่ิงแวดลอมประกอบดวย วาประเด็น
ติดตามผล มีบทบาทอยางเขมแข็งในการ ดังกลาวนั้น สถานการณในประเทศไทย
ปฏิบัติตามขอตกลงแบบพหุภาคีในดาน เปนอยางไรทั้งในปจจุบันและที่คาดวาจะเกิด
ส่ิงแวดลอม สุขภาพ และการพัฒนาในระดับ ข้นึ ในอนาคต
โลกและภูมิภาค และผลักดันใหทุกภาคสวน
ปฏิบัติตามดวย (เชน ยุติการใชเครื่องมือ 6. สถานการณอนามัยสิ่งแวดลอม
แพทยท่ีมีสารปรอท ลดการใชอมัลกัมในงาน ของโลกและประเทศไทย พบวา ปจจัย
ทันตกรรม) สงเสริมใหบุคลากรสาธารณสุข ส่ิงแวดลอม มีผลกระทบตอสุขภาพและเสีย
มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ทําใหเกิด ชีวิต คิดเปนประมาณรอยละ 23 (ประมาณ
วถิ ชี ีวติ ท่ยี ง่ั ยืนและสขุ ภาพดี 12.6 ลานคน) ของการเสียชีวิตของคนท่ัวโลก
เปนการเจ็บปวยจนเสียชีวิตดวยโรคไมติดตอ
4. โครงสรางและกลไกการดําเนิน เร้ือรัง (NCDs) ถึงรอยละ 65 (ประมาณ
งานของกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย 8.2 ลานคน) และการเสียชีวิตของประชากร
เปนหนวยงานหลักท่ีรับผิดชอบงานอนามัย เด็กอายุ 0-5 ป พบการเสียชีวิตรอยละ 26
สิ่งแวดลอม ทํางานรวมกับสํานักงานปลัด มีสาเหตุจากปจจัยส่ิงแวดลอม สําหรับขอมูล
กระทรวงสาธารณสุข(20) โดยกรมอนามัย(21) การเจ็บปวยและเสียชีวิตในระดับโลกและ
มีอํานาจหนาที่เกี่ยวกับการจัดการปจจัยเสี่ยง สถานการณป ระเทศไทยทย่ี งั ไมม ขี อ มลู ทแี่ สดง
ตอสุขภาพ และการจัดการอนามัยส่ิงแวดลอม ถึงความสัมพันธระหวางส่ิงแวดลอมกับโรค
หรือการเจ็บปวย แตก็ไดแสดงใหเห็นวาโรค/
121THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
การเจ็บปวยนั้น รวมท้ังมีปจจัยเส่ียงที่ยัง วาระแหงชาติ “การแกไขปญหามลพิษ
พบไดใ นประเทศไทย สรุปไดด ังภาพท่ี 4 ดานฝุนละออง” ในภารกิจดานการแพทย
และสาธารณสุข กรณี ฝุนละอองขนาดไมเกิน
สรุปไดวา ประเทศไทยยังตองให 2.5 ไมครอน ก(Pา Mร แ2พ.5)ทโยด แยมลาะตสรากธาารรบณริหสาุ ขร
ความสําคัญกับการเจ็บปวย และความสูญเสีย จั ด ก า ร ด า น
ที่เก่ียวของกับ 4 ประเด็นสําคัญดังกลาว สนบั สนนุ การใชพ ระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ
ขางตน ท่ีสามารถปองกันไดดวยมาตรการ พ.ศ. 2535 พัฒนาเกณฑเพ่ือการเฝาระวัง
อนามัยสิ่งแวดลอม (เปาหมายการพัฒนา ผลกระทบตอสุขภาพ และคําแนะนําในการ
ท่ียง่ั ยืนท่ี 3.9) ปฏบิ ตั ติ วั สาํ หรบั ประชาชนทวั่ ไปและกลมุ เสยี่ ง
(2) น้ํา การสุขาภิบาลและสุขอนามัย
7. ผ ล ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น อ น า มั ย เฝาระวังคุณภาพน้ํา พัฒนาเครือขายในการ
ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข จัดการคุณภาพน้ําบริโภคในชุมชน เฝาระวัง
ในชวงปงบประมาณ 2562-2563 กระทรวง ในพื้นท่ีเฉพาะ เชน โรงเรียนในโครงการ
สาธารณสุขไดกําหนดเปาหมายและตัวช้ีวัด กพด. พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพ้ืนท่ี
เพื่อติดตามผลงานท่ีสําคัญ ในเชิงปริมาณ ระเบยี งเศรษฐกจิ ภาคตะวนั ออก พฒั นารปู แบบ
ส ว น ใ ห ญ เ ป น ค า เ ป า ห ม า ย ใ น ลั ก ษ ณ ะ การจัดการคุณภาพน้ําบริโภคในโรงเรียน
กระบวนการทํางาน ตัวอยางเชน รอยละของ ถิ่นทุรกันดาร ยกระดับจัดการสุขาภิบาล
จั ง ห วั ด ท่ี มี ร ะ บ บ จั ด ก า ร ป จ จั ย เ สี่ ย ง ด า น เร่ืองสวมและส่ิงปฏิกูล และสุขอนามัยเพ่ือ
ส่ิงแวดลอมท่ีมีผลกระทบตอสุขภาพ รอยละ สขุ ภาวะที่ดี รว มกับภาคีเครือขา ย
โ ร ง พ ย า บ า ล สั ง กั ด ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข (3) การดําเนินงานดานการเปล่ียน
ท่ีดําเนินการกิจกรรม GREEN & CLEAN แปลงสภาพภูมิอากาศและสุขภาพอนามัย
ผานเกณฑ สวนผลการดําเนินงานในเชิง ไดจัดทําแผนปฏิบัติการดานการปรับตัว
คุณภาพ ไดจากการสัมภาษณผูบริหาร ตอการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศดาน
และผูรับผิดชอบงานอนามัยสิ่งแวดลอม สาธารณสุข ระยะท่ี 1 (พ.ศ.2564-2573)(23)
รวมท้ังรวบรวมจากเอกสารตางๆ สรุปผล แนวทางการประเมินความเสี่ยงตอสุขภาพ
การดําเนินงานในชวงปงบประมาณ พ.ศ. จ า ก ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ
2562-2563 ทีส่ าํ คัญ ไดแ ก เพ่ือรองรับความเสี่ยงจากอุณหภูมิที่สูงข้ึน
(1) มลพิษทางอากาศและสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนการขับเคล่ือน
ภาพท่ี 3 โครงสรางกระทรวงสาธารณสขุ ท่ีเกี่ยวของกบั งานอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
122 ปท ่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอม
การพฒั นางานอนามัยสงิ่ แวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพฒั นาทย่ี ่ังยืน
และการเกิดโรคจากความรอน โรคท่ีมีแมลง ระดับจังหวัดและอาํ เภอ
เปน พาหะ โรคระบบทางเดนิ หายใจ โรคที่เกดิ 8. ขอเสนอตอกระทรวงสาธารณสุข
จากอาหารและนํ้าเปนส่ือโดยเฉพาะโรค
อุจจาระรวง และโรคหรือการเจ็บปวยอ่ืนๆ ที่ผานการรับฟงความเห็นของผูเช่ียวชาญ
ยกระดับการจัดการอนามัยส่ิงแวดลอมสถาน ทั้งผูบริหารและหนวยงาน/องคกรที่เกี่ยวของ
บริการสาธารณสุขที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม เรียบรอยแลว ประกอบดวยขอ เสนอ 5 ดา น
โดยการขับเคลื่อน GREEN and CLEAN
Hospital สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม 8.1 ประเด็นงานอนามัยส่ิงแวดลอม
ต น แ บ บ อ น า มั ย ส่ิ ง แ ว ด ล อ ม ร อ ง รั บ ก า ร โครงสรางและกลไกการทํางานของกระทรวง
เปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ พัฒนาบุคลากร สาธารณสุข
ทเ่ี ก่ียวของ
1) ประเด็นงาน ใชเปาหมาย
(4) ศึกษาวิจัยแนวทางการจัดการ หลักที่ 3 “สรางหลักประกันวาคนมีชีวิตท่ีมี
ของเสียทางการแพทยจากสถานบริการ สุขภาพดีและสงเสริมสวัสดิภาพสําหรับทุกคน
สาธารณสุข เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการ ในทุกวัย” เปาหมายท่ี 3.9 “ลดจํานวนการ
ของเสียทางการแพทยที่เหมาะสมกับของเสีย เสียชีวิตและการเจ็บปวยจากสารเคมีเปนพิษ
แตล ะประเภท ศกึ ษาประสทิ ธภิ าพระบบบําบัด และจากมลพิษและการปนเปอนทางอากาศ
นํ้าเสียของสถานบริการสาธารณสุข เฝาระวัง น้ําและดิน ใหลดลงอยางมาก ภายในป
การลกั ลอบทง้ิ สารเคมใี นพนื้ ทพ่ี ฒั นาเศรษฐกจิ พ.ศ.2573” เปนหลักในการทํางาน โดยให
พ้ืนที่พิเศษ โดยเตรียมความพรอมใหชุมชน ค ว า ม สํ า คั ญ กั บ ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น อ น า มั ย
ในพ้ืนทพ่ี ัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก สิง่ แวดลอมในประเด็นสาํ คัญ 4 ประเด็น ไดแก
(1) มลพิษทางอากาศกับสุขภาพ เนนจัดการ
การใชมาตรการตามกฎหมาย แหลงกําเนิดมลพิษทางอากาศในเขตเมืองและ
เพอื่ ดําเนินงานดานอนามัยสง่ิ แวดลอม โดยใช ภาคการเกษตร (2) น้ําสะอาด การสขุ าภบิ าล
ก ล ไ ก ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ส า ธ า ร ณ สุ ข จั ง ห วั ด และสุขอนามัย เนนจัดใหมีระบบบําบัด
และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ ส่ิงปฏิกูลในองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
อาํ เภอในการขบั เคลอื่ นงานอนามยั สง่ิ แวดลอ ม ทุกแหง และสงเสริมการมีสวมและใชในพื้นที่
หางไกล (3) สารเคมีและของเสียอันตราย
ที่มา : อางใน สริ ิวรรณ จนั ทนจลุ กะ, 2564(22)
ภาพที่ 4 สถานการณโลกและสถานการณประเทศไทย ท่ีเก่ียวของกับปจจัยสิ่งแวดลอม
กับสุขภาพ
123THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
กบั สขุ ภาพการจดั การของภาคสว นสาธารณสขุ 2.2) สงเสริมและพัฒนาใหหนวย
ในการปฏิบัติตามขอตกลงระหวางประเทศ งานสาธารณสุขเปนตนแบบที่ดีในดานการ
ตามอนุสัญญา 4 ฉบับ (4) การเปล่ียนแปลง จัดการสภาพแวดลอม ปฏิบัติตามกฎหมาย
สภาพภูมิอากาศกับสุขภาพ เนนการจัดการ และขอตกลงระหวางประเทศ (เชน การจดั การ
ของภาคสวนสาธารณสุข เพื่อลดผลกระทบ น้ําสะอาด นํ้าเสีย ขยะ สิ่งปฏิกูล ของเสีย
รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นและใหระบบบริการ ทางการแพทย เพ่ือปองกันการแพรของจุลชีพ
สาธารณสุขยังคงดาํ เนนิ เปนปรกติ ดื้ อ ย า ) ป รั บ ป รุ ง โ ค ร ง ก า ร G R E E N
and CLEAN Hospital ใหครอบคลมุ ภารกจิ
2) โครงสรางและกลไกการ ดานการปลอยคารบอนตํ่า และคํานึงถึงผล
ดําเนินงาน แบง เปน กระทบท่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศและขยายเปาหมายไปสถาน
2.1) ปรับโครงสรางและกลไก บ ริ ก า ร ส า ธ า ร ณ สุ ข น อ ก สั ง กั ด ก ร ะ ท ร ว ง
การทํางานภายในกระทรวง ดวยการกําหนด สาธารณสุข ใหระบบบริการสาธารณสุข
นโยบายท่ีครอบคลุมเปาหมายงาน 4 ดาน มีความพรอมตอการจัดบริการสาธารณสุข
และปรับกลไกภายในกระทรวงใหเปนเอกภาพ เตรียมดานโครงสรางของสถานพยาบาล
บูรณาการงาน 4 ดานไวในแผนงานดาน ใหรองรับผลกระทบจากการเปล่ียนแปลง
สุขภาพที่มีอยูอยางเหมาะสม เนนแผนงาน สภาพภูมิอากาศและดูแลกลุมเปราะบาง
ปองกันปฐมภูมิ โดยเฉพาะนโยบายดานการ บู ร ณ า ก า ร กั บ ห น ว ย ง า น ใ น ก ร ะ ท ร ว ง
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพ่อื ใหเ ปนแบบ สาธารณสุข เพ่ือควบคุมกํากับและสนับสนุน
อยางใหกับหนวยงานอื่นและชุมชน ในการ ใหหนวยงานสาธารณสุขลดหรือเลิกการใชสาร
ลดการปลอยกาซเรือนกระจก การลดการใช เคมีที่เปนพิษ มีการจัดการสารเคมีและของ
พลังงาน และใชพลังงานสะอาดเพื่อการ เสียอันตรายอยางถูกตองตามหลักวิชาการ
ประกอบอาหาร ลดการกอมลพิษทางอากาศ มีความปลอดภัยตอส่ิงแวดลอมและสุขภาพ
อยางตอเนื่อง ใหกระทรวงสาธารณสุข และเปนไปตามกรอบอนุสัญญาระหวาง
มีบทบาทเชิงรุกเพ่ือลดความเส่ียงตอสุขภาพ ประเทศ
จากสารเคมีตลอดชวงชีวิต การจัดซื้อจัดจาง
สีเขียวของทุกหนวยในองคกร และใหกรม 2.3) ป รั บ รู ป แ บ บ ก า ร ทํ า ง า น
อนามัยจัดโครงสรางและกลไกการบูรณาการ รวมกับภาคสวนอื่น เพื่อใหมีการจัดการ
งานดานน้ํา การสุขาภิบาลและสุขอนามัยไว ภัยคุกคามตอสุขภาพต้ังแตตนทาง ใชหลัก
ดวยกัน เพื่อจัดการโรคอุจจาระรวงและโรค การสุขภาพในทุกนโยบาย (Health in All
พยาธใิ บไมต บั และมะเรง็ ทอ นา้ํ ดอี ยา งเปน ระบบ Policies) บูรณาการประเด็นสุขภาพไวใน
ใหมีหนวยงานทําหนาท่ีติดตาม คาดการณ กระบวนการพัฒนา/ประเมินนโยบายดาน
ผลกระทบตอสุขภาพจากปจจัยคุกคามดาน ตางๆ พลังงาน ขนสง ที่อยูอาศัย แรงงาน
ตางๆ และปจจัยคุกคามรูปแบบใหม เชน อุตสาหกรรม วางแผนเมือง สรางกลไก
ปญหาจากอนุภาคนาโน/ไมโครพลาสติก ระหวางหนวยงานใหมีความเขมแข็ง กลไก
เช้ือด้ือยาในสิ่งแวดลอม กําหนดพันธกิจ แ ผ น ป ฏิ บั ติ ก า ร ด า น ก า ร ป รั บ ตั ว ต อ ก า ร
4 ดานในโครงสรางกรมอนามัย เพื่อมีผูรับ เปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศฯ เพอ่ื ทํางานกับ
ผิดชอบในการพัฒนางานอยางตอเนื่อง และ ภาคสวนอ่ืน ติดตามเปาหมาย และตัวช้ีวัด
ครอบคลุมดานเครื่องมือและระบบตรวจ ในเร่ืองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
วิเคราะหทางหองปฏบิ ัติการ เพ่อื ใหหนวยงาน จั ด ใ ห มี แ ผ น พั ฒ น า ส ว ม แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร
สาธารณสุขมีศักยภาพและความพรอมในการ สิ่งปฏิกูลของประเทศไทย เรงรัดจัดการโรค
ตดิ ตามหรอื เฝา ระวงั สถานการณด า นตา งๆ ดว ย
124 ปท ่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
การพฒั นางานอนามยั ส่ิงแวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพฒั นาท่ยี ัง่ ยืน
เขตรอนที่ถูกละเลยใหมีการจัดการส่ิงปฏิกูล 8.3 ดานระบบขอมูลและสารสนเทศ
ปลอดภัย บูรณาการโดยใชสถานที่ (Setting) ดานอนามัยสิ่งแวดลอม จัดใหมีระบบ
เปนฐานในการทํางานในระดับเมือง/ชุมชน สารสนเทศเพื่อการเก็บรวบรวม วิเคราะห
เพื่อใหมีการพัฒนาในภาพรวมของเมือง ประมวลผลขอมูลขนาดใหญที่แสดงความ
สนับสนุนใหระดมทรัพยากรสนับสนุนการ เช่ือมโยงระหวางปจจัยกําหนดสุขภาพท่ี
ทํางานในระดับทองถิ่น เพ่ือลดความแตกตาง หลากหลาย สามารถแสดงผลในรูปแบบตางๆ
กันระหวางเขตเมือง ชานเมืองและชนบท และผลในเชิงพ้ืนที่ แสดงในรูปแผนท่ี ผลักดัน
เพิ่มการเขาถึงนํ้าสะอาด การสุขาภิบาลและ มีการเก็บรวบรวมขอมูลตามตัวช้ีวัดท่ีกําหนด
สุขอนามัยใหทั่วถึงและเทาเทียม สรางกลไก ในเปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสามารถ
ความรวมมอื ระหวางประเทศ ติดตามความกาวหนาของประเทศในการ
ดําเนินการตามเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน
2.4) ทําใหประชาชนและชุมชนมี โดยระบบขอมูลสารสนเทศ ควรประกอบดวย
ความรูความสามารถในการปองกันส่ิงคุกคาม ระบบขอมูลและสารสนเทศดานนํ้า การ
และสามารถพึ่งพาตนเอง/ชุมชนไดเม่ือเกิด สุขาภิบาลและสุขอนามัย ใน 2 ระดับ
ปญหาอนามัยส่ิงแวดลอม ประสานความ ตามตัวชี้วัด 6.1.1 สัดสวนของประชาชน
รวมมือกับหนวยงานหรือองคกรท่ีเก่ียวของ ท่ีไดรับบริการนํ้าสะอาดท่ีมีการจัดการน้ําให
เพื่อการคุมครองคนกลุมเสี่ยงและพ้ืนท่ีเสี่ยง ปลอดภัย ตองมีขอมูลประกอบดวย แหลงนํ้า
จากการไดรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ด่ืมท่ีมีการปรับปรุงคุณภาพ การเขาถึง
สภาพภูมิอากาศตอสุขภาพและตอระบบ การใชไดตลอดเวลา และคุณภาพนํ้า ความ
บริการสาธารณสุข สนับสนุนการบูรณาการ ค ร อ บ ค ลุ ม ข อ ง ป ร ะ ช า ก ร ท่ี ไ ด รั บ บ ริ ก า ร
ในหลักสูตรการศึกษา ประเมินและสื่อสาร นา้ํ สะอาด ตวั ช้ีวัด 6.2.1 สัดสว นของประชาชน
ความเส่ียงตอสุขภาพ ส่ือสารความรู กระตุน ท่ีไดรับบริการ (a) ดานการสุขาภิบาลท่ีมี
ใ ห ชุ ม ช น มี ก า ร ใ ช ส ว ม แ ล ะ มี ก า ร จั ด ก า ร การจัดการที่ดี และ (b) ท่ีลางมือพรอมสบู
ส่ิงปฏิกูลอยางปลอดภัย สงเสริมการใชกลวิธี และน้ํา (ขอมูลประกอบดวย ครัวเรือนที่มี
ใหมๆ ในการใหความรู สรางความเขมแข็ง สวมที่ถูกตอง มีการเก็บกัก มีการรวบรวม
การมีสวนรวม สรางความตระหนักแกชุมชน และขนสงไปกําจัด และการกําจัดอยางถูกวิธี
รวมถึงผลกระทบท่ีเกิดขึ้น ปรับปรุง พัฒนา ครัวเรือนที่มีท่ีลางมือพรอมสบูและน้ํา ความ
ระบบสื่อสารใหมีความเฉพาะเจาะจงกลุม ค ร อ บ ค ลุ ม ข อ ง ป ร ะ ช า ก ร ท่ี ไ ด รั บ บ ริ ก า ร
เปา หมาย ดานสุขาภิบาลและสุขอนามัย เปนตน
เปนศูนยขอมูลของกระทรวงสาธารณสุข
8.2 ดา นกฎหมาย สง เสริม สนับสนนุ เพื่อติดตามขอมูลดานนํ้า การสุขาภิบาล
และกํากับดูแลใหอปท. ใชมาตรการทาง และสุขอนามัยของสถานพยาบาลทุกแหง
กฎหมายเพื่อจัดการส่ิงปฏิกูลใหถูกหลัก ท้ังภาครฐั และเอกชน ใหค รอบคลุมท้ัง 5 ดาน
สุขาภิบาล ตราขอบญั ญัติทองถ่ิน สงเสริมใหมี เพ่ือตอบเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนเปา
ระบบกกั เก็บ การขนสงและการกาํ จดั สิง่ ปฏิกูล หมายที่ 3.8 ซ่ึงจะทําใหกระทรวงสาธารณสุข
ที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อปองกันการปนเปอนของ มีความมั่นใจวาระบบบริการสาธารณสุข
สิ่งปฏิกูลสูสิ่งแวดลอม และปองกันปจจัยเส่ียง มีบริการท่ีจําเปนที่มีคุณภาพ ตองมีความ
ตอ สขุ ภาพประชาชน ประสานการใชม าตรการ ครอบคลุม 5 ดาน ไดแก มีน้ําท่ีปรับปรุง
ทางกฎหมายกับกระทรวงมหาดไทย พัฒนา คุณภาพนํ้า มีสวมใชงานไดดี มีที่ลางมือ
มาตรการทางกฎหมายใหค รอบคลมุ การจดั การ สบูและนํ้า คัดแยกของเสีย มีแนวทางการ
มลพิษทางอากาศภายในอาคาร ปรับปรุง
กฎหมายใหทนั สถานการณ
125THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
ทําความสะอาดและมีบุคลากรท่ีรับผิดชอบ ของการลงทนุ และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร
ดา นการทําความสะอาดผานการฝกอบรม และผลกระทบดานอ่ืน เพ่ือเปนหลักฐาน
เชงิ ประจกั ษ ในการสอ่ื สารกบั ผกู าํ หนดนโยบาย
พัฒนาระบบขอมูลและสารสนเทศ ผูมีอํานาจในการตัดสินใจ ผูมีสวนไดเสีย
เพ่ือเช่ือมโยงขอมูลเฝาระวังส่ิงแวดลอมและ และประชาชนทั่วไป กําหนดทิศทางการวิจัย
ผลกระทบตอสุขภาพเขาดวยกัน จัดทําการ และผลักดันใหเกิดการจัดการความรู วิจัย
คาดการณการไดรับมลพิษและผลตอสุขภาพ นวตั กรรม และคาดการณผ ลกระทบทอี่ าจจะเกดิ
รวมท้ังเพื่อติดตามและเฝาระวังผลกระทบตอ ข้ึนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับ
สุขภาพในระยะยาว อยางนอยระบบขอมูล สขุ ภาพอนามยั รปู แบบทเี่ หมาะสมในการจดั การ
ควรครอบคลุม จํานวน อัตราปวย/อัตราตาย สภาพแวดลอมรวมถึงการคนหาภูมิปญญา
และสัดสวนการเกิดโรคจากปจจัยส่ิงแวดลอม ชาวบา นหรอื Best Practice ตา งๆ ดว ย
(ตัวชี้วัดฯ 3.9.1,2,3)
■ อภปิ รายผล
พั ฒ น า ร ะ บ บ ข อ มู ล แ ล ะ ร ะ บ บ
สารสนเทศ เกี่ยวกับโครงสรางพ้ืนฐานดาน วาระและเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน
บริการสาธารณสุข และอนามัยส่ิงแวดลอม ขององคการสหประชาชาติไดถูกกําหนดไว
ของประเทศ (เชน ระบบประปา ระบบกําจัด ต้ังแตป พ.ศ.2558 และมีผลในชวงป พ.ศ.
ขยะมูลฝอย และระบบกําจัดขยะติดเช้ือ) 2559-2573 ยุทธศาสตรชาติ 20 ป ของ
เพ่ือการวางแผนปองกันและติดตามผลกระทบ ประเทศไทย มีผลในชวงป พ.ศ. 2561-2580
ท่ีเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ รวมท้ังใหประชาชนและ ซึ่งเปนชวงเวลาท่ีมีความเหล่ือมกันแตเนนที่
ผูเ กย่ี วขอ งใชป ระโยชนด วย และนาํ เทคโนโลยี เปาหมายสุดทายเพ่ือการพัฒนาที่ย่ังยืนใน
สอื่ สารสมยั ใหมมาใชในการทํางาน บริบทของประเทศไทยท่ีมีความชัดเจนมาก
ขึ้น ซ่ึงแผนอื่นๆ ของประเทศไทย ที่ไดจัดทํา
8.4 ดานทรัพยากรบุคลากรและ ขึ้นกอ นยุทธศาสตรช าติ 20 ป น้นั ก็อยูระหวาง
งบประมาณ ส่ือสารเพ่ือใหเขาใจบทบาท การปรับปรุงใหสอดคลองกับยุทธศาสตรและ
และทศิ ทางใหม การมบี ทบาทนาํ ในการจดั การ ทิศทางของประเทศ การศึกษานี้เปนการ
สภาพแวดลอ ม พฒั นาขดี ความสามารถในการ ทบทวนบทบาทและภารกิจที่ควรดําเนินงาน
ตดิ ตามสถานการณเ ปลย่ี นแปลงอนั เนอ่ื งมาจาก ดานอนามัยสิ่งแวดลอมและจะมีสวนชวยให
นโยบาย เทคโนโลยี วิธีปฏิบัติและพฤติกรรม กระทรวงสาธารณสุข ไดมีบทบาทนําและมี
ทักษะจําเปน เชน ดานการวิเคราะหระบบ ความชัดเจนวาการบรรลุเปาหมายการพัฒนา
ขอมูลสารสนเทศ สรางความตระหนักในการ ท่ียง่ั ยืนเปาหมายหลักท่ี 3 สรางหลักประกันวา
จัดการสภาพแวดลอมท่ีดี หาแนวรวมในการ คนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและสงเสริมสวัสดิภาพ
ทํางานรวมกันระหวางภาครัฐ ภาคเอกชนและ สําหรับทุกคนในทุกวัยไดนั้น ตองมีการ
ประชาชน ทําใหม่ันใจวามีทรัพยากรดาน บูรณาการกับหนวยงานอื่นและเห็นความ
งบประมาณ เคร่ืองมือเคร่ืองใช วัสดุอุปกรณ เชื่อมโยงกับเปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน
เพยี งพอ เปา หมายอื่นดว ย
8.5 ดานการจัดการความรู วิจัย สวนยุทธศาสตรชาติ 20 ป และแผน
นวตั กรรม มบี ทบาทในการสรา งหรอื หาหลกั ฐาน แมบทภายใตยุทธศาสตรชาตินั้น สามารถใช
เชิงประจักษ ที่แสดงถึงผลกระทบตอสุขภาพ เปนฐานในการพัฒนางานอนามัยส่ิงแวดลอม
จากการพัฒนาดานตางๆ และจากส่ิงแวดลอม ของกระทรวงสาธารณสุขได แมวากระทรวง
เพื่อใชเปนขอมูลในการสนับสนุนนโยบาย สาธารณสุขจะไดดําเนินงานในงานอนามัยส่ิง
พัฒนาที่เอ้ือตอการมีสุขภาพดี ศึกษาวิจัย
ดา นภาระโรคจากปจ จยั สงิ่ แวดลอ ม ความคมุ คา
126 ปท ่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอม
การพัฒนางานอนามัยส่ิงแวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ เพื่อสนบั สนุนเปา หมายการพัฒนาท่ยี ง่ั ยนื
แวดลอมในดานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ พฒั นาทย่ี งั่ ยืน ค.ศ. 2030 ไดไ ปพรอ มกัน
อากาศ มลพิษอากาศไดคอนขางดี แตยังมีขอ
จํากัดในการจัดการส่ิงคุกคามแบบด้ังเดิม เชน ■ ขอ เสนอแนะ
เร่ืองน้ําสะอาด การสุขาภิบาลและสุขอนามัย
โดยเฉพาะในพื้นที่หางไกล รวมทั้งขอมูล ขอเสนอแนะในการศึกษาระยะตอไป
สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ และ ควรมีการศึกษาเพ่ือพัฒนากลไก การดําเนิน
การพัฒนาวิชาการ องคความรู นวัตกรรม งานอนามัยสิ่งแวดลอมในภาวะฉุกเฉินหรือภัย
ก า ร ศึ ก ษ า วิ จั ย ด า น ภ า ร ะ โ ร ค จ า ก ป จ จั ย พิบัติตางๆ ซ่ึงงานอนามัยสิ่งแวดลอมมี
สิ่งแวดลอม ความคุมคาของการลงทุน บทบาทเพ่ือลดการเจ็บปวยหรือเสียชีวิต และ
และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร และผล ความสูญเสียอ่ืนๆ ไดดวย รวมท้ังควรศึกษา
กระทบดานอ่ืน กระทรวงสาธารณสุขจําเปน เพิ่มเติมในดานการใชเคร่ืองมือการประเมิน
ต อ ง มี ก า ร พั ฒ น า อ ย า ง ต อ เ น่ื อ ง แ ล ะ เ ป น ผลกระทบตอสุขภาพเพื่อบูรณาการปจจัย
เอกภาพ เพื่อสนับสนุนใหเกิดการพัฒนา ส่ิงแวดลอมกับผลตอสุขภาพเขาไวดวยกัน
ที่ย่ังยืนของประเทศไทย และสามารถตอบ ในระดบั นโยบายหรอื การใชเ ครอ่ื งมอื ทเ่ี รยี กวา
เปา หมายการพฒั นาทย่ี งั่ ยืนของโลกได Strategic Environmental Assessment
(SEA) เพือ่ ใหม ีการใชเคร่อื งมอื เหลานอ้ี ยา งมี
■ สรุปผล ประสิทธิภาพมากข้ึน และสนับสนุนบทบาท
ของกระทรวงสาธารณสุขในกลไกของคณะ
การศึกษานี้เนนหนักการดําเนินงาน กรรมการพัฒนาทยี่ ัง่ ยืน
ใน 4 ดานหลัก ไดแก มลพิษทางอากาศ
กับสุขภาพ น้ําสะอาด การสุขาภิบาลและสุข ■ กติ ติกรรมประกาศ
อนามัย การจัดการสารเคมีและของเสีย
อันตราย และการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิ การศึกษาวิจัยฉบับน้ีไดรับความ
อากาศกับสุขภาพ แตก็รวมขอเสนอเพ่ือการ อนุเคราะหเปนอยางดีย่ิงจากทานผูบริหาร
จั ด ก า ร อ น า มั ย สิ่ ง แ ว ด ล อ ม ข อ ง ภ า ค ส ว น ของกระทรวงสาธารณสุข ผบู ริหารกรมอนามยั
สาธารณสุขเขาไวดวย ในการดําเนินงานตาม คณาจารยและเครือขายองคกรดานอนามัย
ขอเสนอตอกระทรวงสาธารณสุขน้ี สามารถใช ส่ิงแวดลอม ท่ีใหขอเสนอที่เปนประโยชน
เปาหมายและแนวทางดําเนินงานตามท่ีระบุใน ยิ่งตอการจัดทํารายงานฉบับน้ี ขอขอบคุณเจา
ยุทธศาสตรชาติ 20 ปและแผนแมบทภายใต หนาที่สํานักอนามัยส่ิงแวดลอม สํานัก
ยุทธศาสตรเ ปนแนวทาง รวมกับแผนงานอน่ื ๆ สุขาภิบาลอาหารและน้ํา กองประเมินผลกระ
ที่เก่ียวของ เพ่ือใหสามารถตอบสนองการ ทบตอสุขภาพ ศูนยอนามัยและสํานักคณะ
พั ฒ น า ป ร ะ เ ท ศ ท่ี ยั่ ง ยื น แ ล ะ ต อ บ ส น อ ง กรรมการผูทรงคุณวุฒิในการสนับสนุนขอมูลท่ี
เปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนตามวาระการ เปนประโยชนต อการศึกษาวิจยั คร้ังน้ี
เอกสารอา งองิ
1. Prüss-Üstün A., Wolf J., Corvalan Carlos F., Bos RV. Neira Maria Purificacion. Preventing Disease
through Healthy Environments. Geneva: WHO Document Production Services; 2016.
2. World Commission on Environment and Development. Our Common Future. Great Britain: Oxford
University Press; 1991.
3. United Nations General Assembly, 70. Transforming Our World: the 2030 Agenda for Sustainable
Development [Internet]. 2015 [cited 2020 Feb 10]. Available from: http://United Nations Official
Document
127THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021
บ ท วิ ท ย า ก า ร
4. ประกาศ เร่อื ง ยุทธศาสตรชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ราชกิจจานเุ บกษา. เลม 135 ตอนที่ 82 ก. วันที่ 13 ตุลาคม 2561.
5. World Health Assembly, 72. WHO Global Strategy on Health, Environment and Climate Change:
the Transformation Needed to Improve Lives and Well-Being Sustainably through Healthy
Environments. World Health Organization [Internet]. 2019 [cited 2019 Oct 10]. Available from: https://
apps.who.int/iris/handle/10665/328399
6. United Nations General Assembly, 66. The Future We Want [Internet]. 2012 [cited 2019 Oct 10].
Available from: https://www.un.org/en/development/desa/population/migration/generalassembly/
docs/globalcompact/A_RES_66_288.pdf
7. United Nations General Assembly,70. Resolution adopted by the General Assembly on 25 September 2015.
[without reference to a Main Committee (A/70/L.1.)] Transforming our world: the 2030 Agenda for
Sustainable Development [Internet]. 2015 [cited 2019 Oct 10]. Available from: https://www.un.org/ga/
search/view_doc.asp?symbol=A/RES/70/1&Lang=E.
8. United Nations General Assembly, 75. Resolution adopted by the General Assembly on 6 July 2017.
[without reference to a Main Committee (A/71/L.75)] Work of the Statistical Commission
pertaining to the 2030 Agenda for Sustainable Development [Internet]. 2017 [cited 2020 Feb 10].
Available from: https://digitallibrary.un.org/record/1291226?ln=en
9. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รไทย ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม 134 ตอนท่ี 40 ก วนั ท่ี 6 เมษายน 2560.
10. พระราชบญั ญตั ิ การจดั ทาํ ยุทธศาสตรชาติ พ.ศ. 2560 ราชกจิ จานุเบกษา. เลม 134 ตอนที่ 79 ก วนั ท่ี 31 กรกฎาคม 2560.
11. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (13) ประเด็น การเสริมสรางใหคนไทยมีสุขภาวะท่ีดี (พ.ศ.2561–2580) [อินเทอรเน็ต].
ม.ป.ป. [เขาถึงเมื่อ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2019/04/06-
การเสรมิ สรางใหค นไทยมีสขุ ภาวะทีด่ .ี pdf
12. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (18) ประเด็น การเติบโตอยางยั่งยืน (พ.ศ.2561 - 2580) [อินเทอรเน็ต]. ม.ป.ป.
[เขาถึงเมื่อ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2019/04/06-
การเตบิ โตอยา งย่งั ยืน.pdf
13. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (19) ประเด็น การบริหารจัดการนํ้าทั้งระบบ (พ.ศ.2561-2580) [อินเทอรเน็ต].
ม.ป.ป. [เขา ถึงเมื่อ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2019/04/06-
การบรหิ ารจดั การนํ้าทง้ั ระบบ.pdf
14. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (7) ประเด็น โครงสรางพ้ืนฐาน ระบบโลจิสติกส และดิจิทัล (พ.ศ.2561-2580)
[อินเทอรเน็ต]. ม.ป.ป. [เขาถึงเมื่อ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/
uploads/2019/04/06-โครงสรางพ้ืนฐาน-ระบบโลจสิ ติกส-และดจิ ิทลั .pdf
15. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (6) ประเด็น พ้ืนท่ีและเมืองนาอยูอัจฉริยะ (พ.ศ.2561-2580) [อินเทอรเน็ต]. ม.ป.ป.
[เขาถึงเม่ือ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2019/04/06-
พนื้ ทแ่ี ละเมอื งนาอยูอจั ฉรยิ ะ.pdf
16. ระเบียบสาํ นักนายกรฐั มนตรวี า ดวยคณะกรรมการเพ่ือการพัฒนาท่ยี ่งั ยนื พ.ศ. 2556. ราชกจิ จานุเบกษา. เลม 130 ตอนท่ี 87ง.
วนั ท่ี 24 กรกฎาคม 2556.
17. ระเบียบสาํ นักนายกรฐั มนตรี วาดวยคณะกรรมการเพ่อื การพฒั นาทีย่ ่ังยนื (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา. เลม 137
ตอนที่ 12ง. วนั ที่ 15 มกราคม 2563.
18. United Nations General Assembly. Issue of Human Rights Obligations Relating to the Enjoyment of a Safe,
Clean, Healthy and Sustainable Environment [Internet]. 2019 [cited 2020 Feb 10] Available from: https://
undocs.org/A/HRC/40/55
19. United Nations General Assembly. The Human Right to Water and Sanitation [Internet]. 2010 [cited 2020
Feb 10]. Available from: https://undocs.org/A/RES/64/292
20. กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2560 ราชกิจจานุเบกษา. เลมที่ 134
ตอนท่ี 64 ก วันที่ 14 มิถุนายน 2560.
21. กฎกระทรวง แบงสวนราชการกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2552 ราชกิจจานุเบกษา. เลมที่ 126 ตอนท่ี 98 ก
วันท่ี 28 ธนั วาคม 2552.
22. สิริวรรณ จันทนจุลกะ. รายงานการศึกษาเรื่อง การพัฒนางานอนามัยส่ิงแวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข
เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน. นนทบุรี: สํานักอนามัยส่ิงแวดลอม กรมอนามัย; 2564. เอกสาร
ตน ฉบับอัดสําเนา.
23. กระทรวงสาธารณสุข. แผนปฏิบัติการดานการปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดานสาธารณสุข ระยะท่ี 1
(พ.ศ. 2564-2573); 2564. เอกสารตน ฉบบั อดั สาํ เนา
HEALTH
128 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอม
12 มนี าคม 2564
วันสถาปนากรมอนามยั 69 ป
มงุ สรางความรอบรูสขุ ภาพทุกกลุมวัย “สงเสริมคนไทยสขุ ภาพด”ี