The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 44 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มีนาคม 2564)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 44 ฉบับที่ 1 (ม.ค.มี.ค.64)

วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม ปีที่ 44 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มีนาคม 2564)

Keywords: วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม,ปีที่ 44,2564

ความสัมพนั ธระหวางปจ จยั สวนบคุ คล ภาระในการดูแล การสนบั สนนุ ทางสงั คม และความเครยี ดของผดู แู ลผปู วยฯ

ผลการศกึ ษา พบวา ภาระในการดแู ล 3.58 และ 3.41 อยูในระดับสูง สวนดาน
มีความสัมพันธทางบวกกับความเครียดอยาง ทรัพยากรและวัตถุ มีคาเฉลี่ย 2.84 อยูใน
มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (r = .640) ระดับปานกลาง แตกตางกับการศึกษาของ
และการสนับสนุนทางสังคมมีความสัมพันธ กฤษณีย คมขํา, ดวงใจ รัตนธัญญา และ
ทางลบกับความเครียดอยางมีนัยสําคัญทาง กีรดา ไกรนุวัตร(18) ที่ศึกษาปจจัยทํานาย
สถิติที่ระดับ .01 (r=.334) สวนอายุ รายได การปรับตัวของผูดูแลผูปวยโรคหลอดเลือด
และระยะเวลาในการดูแลไมมีความสัมพันธ สมอง ผลการศึกษา พบวา การสนับสนุน
กับความเครียด (r=.146, 130 และ .088 ทางสังคมของผูดูแลผูปวยโรคหลอดเลือด
ตามลําดับ) ดังตารางท่ี 3 สมอง อยูในระดับปานกลาง และแตกตางจาก
การศึกษาของ ณัฐพงศ เปนลาภ และธีรยุทธ
■ อภิปรายผล รุงนิรันดร(8) ท่ีศึกษาความเครียดและปจจัย
ที่เก่ียวของของผูดูแลผูปวยโรคไตเรื้อรัง
สวนที่ 1 ศึกษาระดับของภาระ ณ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ
ในการดูแลของผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน ผลการศึกษา พบวา ผูดูแลผูปวยสวนใหญ
ผลการศึกษา พบวา กลุมตัวอยางมีภาระ ไดรับการสนับสนุนทางสังคมอยูในระดับ
ในการดูแลอยูในระดับปานกลาง สอดคลอง ปานกลาง คิดเปนรอยละ 72.9 การที่กลุม
กับการศึกษาของ อัครวัฒน เพยี วพงภควตั (15) ตัวอยางมีการสนับสนุนทางสังคมโดยรวมอยู
ที่ศึกษาปจจัยที่มีผลตอภาระในการดูแลของ ในระดับสูง อาจเนื่องจากไดรับการสนับสนุน
ผูดูแลผูปวยจิตเภทท่ีมารับบริการโรงพยาบาล จากบุคคลในชุมชนหรือแหลงบริการตางๆ
หนองก่ี จังหวัดบุรีรัมย พบวา ผูดูแลผูปวย เชน ครอบครวั ญาติ เพือ่ น หรือกลมุ บคุ คลอ่นื
จิตเภทมีภาระในการดูแลผูปวยจิตเภทระดับ ในชุมชน โดยใหความชวยเหลือในดานการให
ปานกลางเฉล่ียเทากับ 59.97 คะแนน ขอมูลขาวสาร ดานจิตใจ เปนท่ีปรึกษาให
ซึ่งแตกตางกับการศึกษาของ เสาวนีย คาํ แนะนํา ใหก ารไดร บั ประคับประคอง เห็นได
คงนิรันดร, ดวงใจ วัฒนสินธุ และชนัดดา จากกลุมตัวอยางสวนใหญมีสถานภาพสมรส/
แนบเกษร(16) เรื่องปจจัยที่มีอิทธิพลตอภาระ คู คิดเปนรอยละ 62.9 จึงไดรับการสนับสนุน
ในการดูแลของผูดูแลผูปวยจิตเภท ท่ีพบวา จากครอบครัว รวมถงึ บคุ คลรอบขา งท้งั ในดาน
กลุมตัวอยางมีคะแนนเฉล่ียของภาระในการ อารมณ และดานขอมูลขาวสารอยูในระดับสูง
ดูแล โดยรวมเทากับ 42.98 อยูในระดับนอย ซึ่งสอดคลองกับผลการศึกษาของ ณัฐพงศ
แตกตางกับการศึกษาของ ปติพร สิริทิพากร เปนลาภ และธีรยุทธ รุงนิรันดร(8) ที่พบวา
และวีรศักด์ิ เมืองไพศาล(17) ที่ศึกษาปจจัย ปจ จยั ทม่ี คี วามเกย่ี วขอ งกบั ความเครยี ด ไดแก
ที่สัมพันธกับความรูสึกเปนภาระของญาติ สถานภาพสมรส ทาํ ใหก ารสนบั สนุนทางสงั คม
ผูดูแลผูปวยภาวะสมองเสื่อมในคลินิกผูสูงอายุ โดยรวมอยใู นระดับสูง
โรงพยาบาลศิริราช ผลการศึกษา พบวา
ญาติผูดูแลผูปวยภาวะสมองเส่ือมมีความรูสึก สวนท่ี 3 ความเครียดของผูดูแล
เปนภาระโดยรวมมีคาเฉล่ีย 35.6 อยูใน ผูป ว ยโรคเร้อื รงั ในชมุ ชน ผลการศึกษา พบวา
ระดบั นอ ย ก ลุ  ม ตั ว อ ย  า ง มี ค ว า ม เ ค รี ย ด อ ยู  ใ น ร ะ ดั บ
ปานกลาง สอดคลองกับการศึกษาของ
สว นท่ี 2 การสนับสนุนทางสังคมของ แววดาว สุรประกิต(19) พบวา ผูดูแลที่เปน
ผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน ผลการศึกษา โรคจิตจากแอมเฟตามีนมีความเครียดอยูใน
พบวา กลุมตัวอยางมีการสนับสนุนทางสังคม ระดับปานกลาง แตกตางกับการศึกษาของ
โดยรวมอยใู นระดบั สงู การสนบั สนนุ ทางสงั คม ขวัญตา บุญวาศ, ธิดารัตน สุภานันท,
ดานอารมณ ดานขอมูลขาวสาร มีคาเฉล่ีย

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 95

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ตารางท่ี 1 จํานวนและรอยละของอายุ รายได และระยะเวลาในการดูแลของผูดูแลผูปวย
โรคเรือ้ รงั ในชุมชน

รายการตัวแปร จาํ นวน รอ ยละ
อายุ (ป) 16 8.8
23 12.6
20 - 29 41 22.4
30 - 39 67 36.6
40 – 49 26 14.2
50 – 59 10 5.4
60 – 69 53 30.0
70 ขนึ้ ไป 60 32.8
รายได (บาท/เดอื น) 13 7.1
นอยกวา 5,000 17 9.3
5,000 – 9,999 6 3.3
10,000 – 14,999 11 6.0
15,000 – 19,999 1 0.5
20,000 – 24,999 0 0
25,000 – 29,999 22 12.0
30,000 – 34,999 148 80.9
35,000 – 39,999 26 14.2
40,000 ขึ้นไป 8 3.9
ระยะเวลาในการดแู ล (ป) 0 0
1 - 10 1 0.5
11 - 20 1 0.5
21 – 30
31 – 40
41 – 50
51 - 60

อรุณี ชุนหบดี และนิมัศตูรา แว(20) ที่ศึกษา คาใชจายแตเพียงลําพัง ไมไดรับความ
ความเครยี ด และความตอ งการของผดู แู ลผพู กิ าร ชวยเหลือคารักษาพยาบาลจากญาติพี่นอง
ติดเตียง ในพ้ืนท่ีจังหวัดตรัง ผลการศึกษา ในการศึกษาคร้ังนี้กลุมตัวอยางมีความเครียด
พบวา ผูดูแลผูพิการที่นอนติดเตียงท่ีบาน ในระดับปานกลาง อาจเน่ืองจากกลุมตัวอยาง
ในจงั หวดั ตรงั มคี วามเครยี ดในระดบั สงู แตกตา ง ประเมินวามีการสนับสนุนทางสังคมโดยรวม
กับการศึกษาของ สุวรีย เศรษฐวัฒนบํารุง(21) อยูในระดับสูง ซึงเปนตัวแปรที่จะชวยบรรเทา
ทศี่ กึ ษาความเครยี ดและการเผชญิ ความเครยี ด ค ว า ม รุ น แ ร ง ข อ ง ส ถ า น ก า ร ณ  ห รื อ ค ว า ม
ของผูดูแลผูปวยวิกฤติท่ีเขารักษาในหอผูปวย ตึงเครียดนั้นลง(22) จึงทําใหมีความเครียด
ศัลยกรรม โรงพยาบาลหาดใหญ จังหวัด อยใู นระดบั ปานกลาง
สงขลา ซ่ึงพบวา ผูดูแลมีความเครียด
ดานอันตรายเกิดจากการตัดสินใจเก่ียวกับ สว นที่ 4 ความสมั พนั ธระหวางปจจยั
แนวทางในการรักษาผูปวย การท่ีตองดูแล สวนบุคคลดานอายุ รายได ระยะเวลาในการ
ผูปวยที่ตองใชอุปกรณพิเศษทางการแพทย ดแู ล ภาระในการดูแล การสนับสนุนทางสงั คม
ความไมเขาใจในขอมูลที่ไดรับเกี่ยวกับ กับความเครียดของผูดูแลผูปวยโรคเรื้อรัง
ก า ร วิ นิ จ ฉั ย แ ล ะ แ ผ น ก า ร รั ก ษ า พ ย า บ า ล ในชุมชน ผลการศึกษา พบวา ภาระในการ
การนอนไมห ลบั จากทตี่ อ งดแู ล การรับผิดชอบ ดูแลมีความสัมพันธทางบวกกับความเครียด
อยา งมนี ยั สาํ คญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01 (r = .640)

96 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอม

ความสมั พันธระหวา งปจจัยสว นบุคคล ภาระในการดแู ล การสนับสนุนทางสังคม และความเครยี ดของผูด แู ลผปู ว ยฯ

ตารางที่ 2 คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของภาระในการดูแล การสนับสนุน
ทางสงั คม และความเครยี ดของผดู ูแลผูปว ยโรคเร้ือรงั ในชุมชน

รายการตัวแปร X S.D. ระดบั
ภาระในการดแู ลโดยรวม 1.79 .69 ปานกลาง
การสนับสนนุ ทางสงั คมโดยรวม 3.32 .68 สูง
3.58 .67 สงู
ดา นอารมณ 3.41 .77 สูง
ดา นขอมลู ขาวสาร 2.84 .94 ปานกลาง
ดานทรัพยากรและวัตถุ 1.98 .64 ปานกลาง
ความเครียดโดยรวม

ตารางท่ี 3 คาสัมประสิทธิ์สหสัมพันธระหวางปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได ระยะเวลา
ในการดูแล ภาระในการดูแล การสนับสนุนทางสังคม กับความเครียดของ
ผดู ูแลผปู ว ยโรคเรือ้ รังในชุมชน

อายุ ตัวแปร ความเครียด
รายได .146
ระยะเวลาในการดูแล -.130
ภาระในการดูแล .088
การสนบั สนนุ ทางสังคม .640**
* p < .05 -.334**
** p < .01

ซ่ึงสอดคลองกับสมมติฐานท่ีต้ังไว แสดงวา หรือความรุนแรงของโรค เม่ือผูดูแลตองรับ
เมื่อมีภาระในการดูแลมาก จะมีความเครียด ห น  า ที่ ดู แ ล ผู  ป  ว ย ก็ จ ะ มี ส่ิ ง ท่ี ก  อ ใ ห  เ กิ ด
มาก เมอื่ ผดู แู ลมภี าระในการดแู ลนอ ย จะทาํ ให ความเครียด เขามากระตุนท้ังในสวนของ
มีความเครียดนอย สอดคลองกับการศึกษา ความเครียดระดับปฐมภูมิที่เกิดจากหนาท่ีและ
ของ สปุ ระวณี  ทองชติ (23) ที่ศึกษาความเครียด ความรับผิดชอบในการดูแลผูปวย กิจกรรม
แ ล ะ ค ว า ม รู  สึ ก เ ป  น ภ า ร ะ ใ น ก า ร ดู แ ล ข อ ง ท่ดี แู ลผูปวย และในสวนของความเครียดระดับ
ผูปกครองที่พาเด็กมารับการรักษาที่หนวย ทุติยภูมิเกิดจากความตึงเครียดในบทบาทของ
จิตเวชเด็ก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ พบวา ผูดูแล จึงสงผลใหภาระในการดูแลมีความ
ความเครียดและความรูสึกเปนภาระในการ สัมพันธทางบวกกับความเครียดของผูดูแล
ดูแลมีความสมั พนั ธก ันทางบวกในรูปเชงิ เสน ที่ ผปู วยโรคเรอื้ รงั ในชุมชน
ระดับนัยสําคัญ .001 ซ่ึงสอดคลองกับรูปแบบ
กระบวนการความเครียดของ Pearlin(22) ผลการศึกษา พบวา การสนับสนุน
ทกี่ ลา ววา การรบั รภู าระในการดแู ลเปน ผลลพั ธ ทางสงั คมมคี วามสมั พนั ธท างลบกบั ความเครยี ด
ที่เกิดจากการดูแลผูปวยเปนระยะเวลานาน อยางมนี ัยสาํ คัญทางสถติ ทิ รี่ ะดับ .01 (r=.334)
ซึ่งเกิดจากการมีปฏิสัมพันธระหวางกันและกัน ซึ่งสอดคลองกับสมมติฐานท่ีตั้งไว แสดงวา
อยางตอเน่ืองเปนพลวัตรขององคประกอบ เมื่อผูดูแลมีการสนับสนุนทางสังคมมากจะมี
4 ประการ ไดแก ปจจัยพื้นฐานและบริบท ความเครียดนอย เมื่อมีการสนับสนุนทาง
ซึ่งเปนปจจัยภายในตัวของผูดูแลและผูปวย สั ง ค ม น  อ ย จ ะ ทํ า ใ ห  มี ค ว า ม เ ค รี ย ด ม า ก
ไดแก ระยะเวลา ทัศนคติ อาการของผูปวย สอดคลอ งกบั การศกึ ษาของ สาสนิ ี เทพสวุ รรณ
ณัฐจีรา ทองเจริญชูพงศ และรสริน เกรย(24)

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 97

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ท่ีศึกษาในผูดูแลผูสูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ ผลการศึกษา พบวา
พบวา แรงสนับสนุนทางสังคม ไดแก การมี ปจจัยทีม่ คี วามเกย่ี วขอ งกบั ความเครยี ด ไดแก
เพ่ือนหรือคนในสังคมคอยชวยเหลือในยาม การมีโรคประจําตัวอ่ืนๆ การรักษาท่ีไดรับของ
ที่ตองการ และการมีความรูสึกม่ันคงปลอดภัย ผปู วย ความเพียงพอของรายได โรคประจาํ ตัว
เมื่ออยูในครอบครัว มีความสัมพันธกับความ ของผูดูแล สถานภาพสมรส จํานวนยาที่ใช
สุขและความเครียด โดยพบวาหากผูดูแล รับประทาน จํานวนช่ัวโมงที่ใชในการดูแล
ไดรับการสนับสนุนทางสังคมมาก จะยิ่งสงผล ผูปวย อายุของผูดูแล และการสนับสนุนทาง
ตอระดับความสุขท่ีเพ่ิมมากข้ึนและทําให สังคม โดยมีความสัมพันธกันอยางมีนัยสําคัญ
ความเครียดลดลง ซึ่งสอดคลองกับรูปแบบ ทร่ี ะดับ .05 ผลการวจิ ยั ในครั้งน้พี บวาอายุไมมี
กระบวนการความเครียดของ Pearlin(22) ความสัมพันธกับความเครียด อาจเนื่องจาก
ที่กลาววา เมื่อผูดูแลเกิดความเครียดข้ึนก็จะ กลุมตัวอยางในการศึกษาคร้ังนี้มีอายุระหวาง
แสวงหาตัวแปรคน่ั กลาง (Mediators) ซ่งึ เปน 50-59 ป คดิ เปนรอยละ 36.6 รองลงมา มอี ายุ
ตัวแปรที่จะชวยบรรเทาความรุนแรงของ 40-49 ป คิดเปนรอยละ 22.4 (ตารางที่ 1)
สถานการณ หรือความตึงเครียดน้ันลง ไดแก ซงึ่ เปน วยั ผใู หญต อนกลางมกี ารเผชญิ ปญ หาทด่ี ี
แรงสนับสนุนทางสังคม ความสามารถในการ มคี วามคนุ เคยกบั บทบาทผดู แู ล มปี ระสบการณ
เผชิญปญหา ซ่ึงหากตัวแปรค่ันกลางน้ัน ท่ีไดดูแลสมาชิกคนอ่ืนๆ ในครอบครัวมากอน
มีไมเพียงพอ ก็จะทําใหบุคคลไมสามารถ ทาํ ใหผ ลการศกึ ษาครง้ั นอ้ี ายไุ มม คี วามสมั พนั ธ
ปรับตัวตอความเครียดไดและเกิดเปนผลลัพธ กบั ความเครยี ดของผดู ูแล
ของความเครียด (Outcomes of stress)
การสนบั สนนุ ทางสงั คมถอื เปน ตวั แปรคน่ั กลาง รายไดไมมีความสัมพันธกับความ
ระหวางสิ่งท่ีกอใหเกิดความเครียดและความ เครียด (r=.130) ซึ่งไมเปนไปตามสมมติฐาน
รูสึกตึงเครียด เมื่อผูดูแลตองเผชิญกับความ ที่ต้ังไว แตสอดคลองกับผลการศึกษาของ
ยากลําบากในการดแู ลหรอื สถานการณท กี่ อ ให สุประวีณ ทองชิต(23) ที่พบวา รายไดของ
เกิดความเครียดจากการดูแลผูปวยโรคเรื้อรัง ผูปกครองท่ีแตกตางกันมีระดับความเครียด
เมื่อไดรับการสนับสนุนทางสังคมที่ดีก็จะรูสึก ไมตางกัน แตไมสอดคลองกับผลการศึกษา
วาตนเองน้ันมีแหลงประโยชนท่ีชวยสามารถ ของ Upadhyaya & Havalappanavar(25)
จัดการกบั ปญ หาไดแ ละมคี วามตึงเครียดลดลง ที่ศึกษาความเครียดของพอแมของบุคคล
ท่ีมีความขัดแยงทางจิตใจ จํานวน 628 คน
ปจจัยสวนบุคคลดานอายุ รายได พบวา รายไดของครอบครัวต่ํามีความสัมพันธ
ระยะเวลาในการดูแลไมมีความสัมพันธกับ กับระดับความเครียดสูง ผลการวิจัยในคร้ังนี้
ค ว า ม เ ค รี ย ด อ า ยุ ไ ม  มี ค ว า ม สั ม พั น ธ  กั บ พบวา รายไดไ มม คี วามสมั พนั ธก บั ความเครยี ด
ความเครียด (r=.146) ซึ่งไมเปนไปตาม อาจเนื่องจากกลุมตัวอยางสวนใหญมีรายได
สมมติฐานที่ต้ังไว แตสอดคลองกับการศึกษา อยูระหวาง 5,000-99,999 บาท/เดือน
ของ สปุ ระวณี  ทองชติ (23) ทศี่ กึ ษาปจจัยดา นอายุ คดิ เปน รอ ยละ 32.8 รองลงมามรี ายไดน อ ยกวา
ของผูปกครองกับคะแนนความรูสึกเปนภาระ 5,000/เดือน คิดเปนรอยละ 30.0 จึงไมคอยมี
ในการดแู ละระดบั ความเครียด พบวา อายุของ ความแตกตางของรายไดของผูดูแลท่ีเปน
ผูปกครองตางกันมีคะแนนระดับความเครียด กลุมตัวอยาง ตลอดจนผูดูแลอาจไดรับการ
ไมแตกตางกัน และแตกตางกับการศึกษา ชวยเหลือจากบุคคลในครอบครัว ซึ่งเห็นได
ของ ณฐั พงศ เปน ลาภ และธรี ยุทธ รงุ นิรันดร(8) จากผลการวิจัยในครั้งน้ีเรื่องการสนับสนุน
ท่ีศึกษาความเครียดและปจจัยที่เกี่ยวของของ ทางสังคมรายขอ พบวา เมื่อมีปญหาการเงิน
ผูดูแลผูปวยโรคไตเร้ือรัง ณ แผนกอายุรกรรม ทานไดรับการชวยเหลือเสมอ มีคาเฉลี่ย 2.85

98 ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอม

ความสมั พนั ธร ะหวางปจ จยั สวนบคุ คล ภาระในการดแู ล การสนบั สนุนทางสงั คม และความเครยี ดของผูดูแลผูปวยฯ

อยใู นระดบั ปานกลาง ทําใหผลการศกึ ษาคร้งั น้ี ■ สรปุ ผล
รายไดไมมีความสัมพันธกับความเครียดของ
ผดู แู ล เนอ่ื งจากไดร บั การสนบั สนนุ ทางการเงนิ 1. ภาระในการดูแลโดยรวมของกลุม
นอกเหนือจากรายได ตัวอยาง อยูในระดับปานกลาง การสนับสนุน
ทางสงั คมโดยรวมของกลมุ ตวั อยา ง อยใู นระดบั
ร ะ ย ะ เ ว ล า ใ น ก า ร ดู แ ล ไ ม  มี ค ว า ม สงู เมื่อพจิ ารณารายดาน พบวา การสนับสนนุ
สัมพันธกับความเครียด (r=.088) ซึ่งไมเปน ทางสังคมดานอารมณ ดานขอมูลขาวสาร
ไปตามสมมติฐานที่ต้ังไว ไมเปนไปตาม อยูในระดับสูง สวนการสนับสนุนทางสังคม
รปู แบบกระบวนการความเครยี ดของ Pearlin(22) ดานทรัพยากรและวัตถุ อยูในระดับปานกลาง
ท่ีกลาววาระยะเวลาที่ดูแลผูปวยจิตเภท และความเครียดโดยรวม อยูในระดับ
เปนปจจัยพ้ืนฐานและบริบทของความเครียด ปานกลาง
ซึ่งระยะเวลาที่ดูแลผูปวยนั้นจะมีปฏิสัมพันธ
กันกับองคประกอบอ่ืนๆ ซึ่งระยะเวลาที่ดูแล 2. ภาระในการดูแลมีความสัมพันธ
ผูปวยจิตเภททําใหเกิดความเครียดโดยอาจมี ทางบวกกับความเครียดอยางมีนัยสําคัญทาง
หรือไมมีปจจัยอื่นๆ รวมดวย เชน การมี สถิติท่ีระดับ .01 การสนับสนุนทางสังคมมี
สิ่งกอความเครียดมากระตุนรวมดวย หรือการ ความสัมพันธทางลบกับความเครียดอยางมี
มีสิ่งกอความเครียดและมีความตึงเครียด นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และปจจัยสวน
ภายในจิตใจของผูดูแลมารวมกระตุนใหเกิด บุคคลดานอายุ รายได ระยะเวลาในการดูแล
ความเครียด และไมสอดคลองกับการศึกษา ไมมีความสมั พนั ธกบั ความเครยี ด
ของ Varona(26) ท่ีศึกษาการรับรูภาระ ตัวกอ
ความเครียด และแรงสนับสนุนทางสังคม ■ ขอเสนอแนะ
ของผูดูแลในฟลิปปนส พบวา ระยะเวลาท่ีใช
ในการดูแลเปนตัวที่กอใหเกิดความเครียด ขอเสนอแนะในการนําผลการวิจัย
ในการศึกษาครั้งนี้ระยะเวลาในการดูแลไมมี ไปใชป ระโยชน
ความสัมพันธกับความเครียด อาจเน่ืองจาก
กลุมตัวอยางสวนใหญมีระยะเวลาในการดูแล 1) ดานนโยบายตอการดูแล
ผูปวย 1-10 ป ถึงรอยละ 80.9 (ตารางที่ 1) ผูปวยโรคเร้ือรังในชุมชน จากผลการศึกษา
จึงไมคอยมีความแตกตางของระยะเวลา พบวา ความเครียดของผูดูแลผูปวยในบางขอ
ในการดูแลของผูดูแลท่ีเปนกลุมตัวอยาง อยูในระดับสูง รพ.สต.จังหวัดควรจัดโครงการ
รวมถึงเมื่อผูดูแลเกิดความเครียดข้ึนก็จะ ห รื อ กิ จ ก ร ร ม ใ น ก า ร ล ด ค ว า ม เ ค รี ย ด ข อ ง
แสวงหาตัวแปรคั่นกลาง (Mediators) ผูดูแลลง เพราะจะสงผลเสียตอภาวะจิตใจและ
ซึ่งเปนตัวแปรท่ีจะชวยบรรเทาความรุนแรง สุขภาพของผูดูแล สงผลตอเน่ืองถึงคุณภาพ
ของสถานการณหรือความตึงเครียดนั้นลง การดูแลผูปวย โดยจัดกิจกรรมในเรื่องการ
ไดแก แรงสนับสนุนทางสังคม ความสามารถ ผอ นคลายความเครยี ด การจดั การความเครยี ด
ในการเผชิญปญหา(22) ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ และจัดเจาหนาที่ใหความชวยเหลือหรือแก
มีแรงสนับสนุนเปนตัวแปรค่ันกลาง จะเห็นได ปญหาท่ีทําใหเกิดความเครียดน้ัน โดยจัดทีม
จากการสนับสนุนทางสังคมโดยรวมมีคาเฉล่ีย ห รื อ ห น  ว ย ง า น ที่ ค อ ย รั บ ห น  า ที่ ใ ห  ค ว า ม
3.32 อยูในระดับสูง (ตารางท่ี 2) ทําใหระยะ ชวยเหลือหรือใหคําปรึกษาแกผูดูแลผูปวย
เวลาไมมีความสัมพันธกับของความเครียด ในชุมชน นอกจากนีผ้ ลการศกึ ษา พบวา ภาระ
ของผดู ูแล ในการดูแลบางขอที่อยูในระดับมาก และภาระ
ในการดูแลและการสนับสนุนทางสังคมมีความ
สัมพันธทางบวกกับความเครียด ดังน้ัน
รพ.สต.จังหวัดควรใหการชวยเหลือโดยให

THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021 99

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ขอมูลท่ีถูกตองหรือแนะนําแหลงใหความ จัดทีมเจาหนาที่ใหคําปรึกษาในการจัดการ
ชวยเหลือแกผูดูแลผูปวย เพื่อใหผูดูแลรับรู ความเครียดของผูดูแลผูปวย โดยลงไป
ภาระในการดูแลในระดับนอยลง และสงเสริม ในระดับชุมชนเพื่อเขาถึงปญหาของผูดูแล
และชวยเหลือการสนับสนุนทางสังคมเพิ่มข้ึน ผูปวยที่มีโรคเรื้อรังในชุมชนอยางแทจริง
ในขอที่มีคะแนนระดับปานกลาง ไดแก โดยศึกษาปญหาและความตองการที่แทจริง
ดานอารมณและดานขอมูลขาวสารบางขอ ในเรื่องความตองการไดรับการสนับสนุนทาง
และดานทรัพยากรและวัตถุทุกขอ โดยจัดทีม สังคมเปนรายบุคคล รวมถึงการชวยเหลือ
และประสานกับหนวยงานที่เกี่ยวของในการ การสนับสนุนทางสังคมในดานทรัพยากรและ
ใหความชวยเหลือในการจัดกิจกรรมและให วัตถุ โดยหาแหลงทุนหรือแจงแหลงขอมูล
ขอมูลที่จําเปนในการดูแลผูปวยโรคเร้ือรัง เก่ียวกับแหลงสนับสนุนทางสังคมแกผูดูแล
รวมถึงการจัดหาแหลงสนับสนุนทางสังคม ผูปวย และจัดเจาหนาท่ีมาชวยเหลือผูดูแล
ใหแ กผ ูด แู ลผปู ว ยโรคเรือ้ รงั ในชมุ ชน ผปู ว ยเพอ่ื ลดภาระในการดแู ลผปู ว ย ซงึ่ จะสง ผล
ใหผูดูแลผูปวยมีความเครียดลดลง สงผลตอ
2) ขอ เสนอตอ การจดั ระบบบรกิ าร การดแู ลผปู ว ยโรคเรอื้ รงั ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพตอ ไป
สงเสริม ปองกัน และควบคุมโรคเร้ือรัง
ท่ีเปนปญหาของพ้ืนท่ี จากผลการศึกษา ขอเสนอแนะในการทําวิจัยคร้ัง
พบวา ความเครียดโดยรวมอยูในระดับ ตอ ไป
ปานกลาง รายขอบางขออยูในระดับสูง
และภาระในการดูแลและการสนับสนุนทาง ค ว ร ศึ ก ษ า วิ จั ย เ ชิ ง คุ ณ ภ า พ ถึ ง
สังคมมีความสัมพันธทางบวกกับความเครียด ความเครียดของผูดูแล เพื่อใหขอมูลเชิงลึก
ผูเกี่ยวของควรวางแผนในการใหความรู มาใชในการวางแผนจัดกิจกรรม/โครงการลด
และจัดกิจกรรมในการจัดการความเครียด ความเครียดผูดูแล ทําใหผูดูแลมีพฤติกรรม
แกผูดูแลผูปวยโรคเร้ือรังอยางสม่ําเสมอ และ การดูแลทีม่ ีคุณภาพตอ ไป

เอกสารอางอิง

1. สํานักโรคไมติดตอ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. รายงานประจําป 2560. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ
องคการสงเคราะหท หารผานศึก ในพระบรมราชปู ถัมภ; 2560.

2. พวงเพญ็ เผอื กสวัสด์,ิ นสิ าชล นาคกุล และวชิ ญา โรจนรกั ษ. สถานการณ ปญหา และความตองการการดแู ลผูป ว ย
เรื้อรังกลุมติดบานติดเตียง ในชุมชนเขตเทศบาลนคร สุราษฎรธานี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข
2559;26(2):54-64.

3. สถาบนั วิจัยประชากรและสงั คม มหาวทิ ยาลัยมหิดล. สุขภาพคนไทย. กรุงเทพฯ: อัมรินทรพร้นิ ต้งิ ; 2558.
4. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ สํานักนายกรัฐมนตรี. แผนพัฒนาเศรษฐกิจ

และสงั คมแหง ชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564). [อนิ เทอรเ น็ต] 2560 [เขา ถงึ เมอื่ 24 พฤษภาคม 2562].
เขาถึงไดจ าก: http://www.onwr.go.th/?page_id=4172.
5. สายพิณ เกษมกิจวัฒนา และปยะภรณ ไพรสนธิ์. ญาติผูดูแลผูปวยเร้ือรัง: กลุมเส่ียงที่ไมควรมองขาม. วารสาร
สภาการพยาบาล 2557;29(4):22-31.
6. Pinguart M, Sorensen S. Gender Differences in Caregiver Stressors, Social Resources, and Health:
An Updated Meta-analysis. Journal of Gerontology, Series B. Psychosocial Sciences
and Social Sciences 2006;61(1):33-45.
7. ชนัญชิดาดุษฎี ทูลศิริ, รัชนี สรรเสริญ และวรรณรัตน ลาวัง. การพัฒนาแบบวัดภาระในการดูแลของผูดูแลผูปวย
เร้ือรัง. วารสารการพยาบาลและการศึกษา 2554;4(1):62-75.
8. ณัฐพงศ เปนลาภ และธีรยุทธ รุงนิรันดร. ความเครียด และปจจัยที่เก่ียวของของผูดูแลผูปวยโรคไตเร้ือรัง
ณ แผนกอายรุ กรรม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ. เวชศาสตรร ว มสมยั 2559;60(4):425-38.

100 ปที่ 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามัยสง่ิ แวดลอม

ความสมั พันธระหวางปจจยั สว นบุคคล ภาระในการดแู ล การสนับสนนุ ทางสงั คม และความเครียดของผดู ูแลผปู ว ยฯ
9. ดวงกมล หนอแกว และชนุกร แกวมณี. ปจจัยท่ีสงผลตอภาระในการดูแลของผูดูแลบุคคลที่ปวยดวยโรค

หลอดเลือดสมอง. การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ คร้ังที่ 1
“สรางเสริมสหวิทยาการ ผสมผสานวัฒนธรรมไทย กาวอยางม่ันใจเขาสู AC”; วันท่ี 29 กรกฎาคม
พ.ศ.2559; ณ มหาวิทยาลัยราชธานี จ.อุบลราชธานี. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชธานี; 2559
หนา 187-97.
10. เวชระเบียนโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลวัดไทร. รายงานสถิติประจําป. นครสวรรค : โรงพยาบาลสงเสริม
สขุ ภาพตําบลวัดไทร; 2561.
11. Bronfenbrenner U, (Ed.). Making human beings human: Bioecological perspectives on human
development. Sage Publications Ltd.; 2005.
12. Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: A flexible statistical power analysis
for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods
2007;39(2):175-91.
13. นิภาชล บุญทับถม. ผลของโปรแกรมการจัดการชีวิตตอความรู เจตคติ และทักษะการปองกันการติดซํ้า
ของผูใชสารเสพติดหลังจําหนายออกจากสถาบัน [วิทยานิพนธพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ:
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร; 2550.
14. บุญใจ ศรีสถติ ยนรากรู . ระเบยี บวิธกี ารวิจยั ทางพยาบาลศาสตร. กรุงเทพฯ: ยแู อนดไอ อินเตอรมเี ดยี ; 2553.
15. อัครวัฒน เพียงพอภควัต. ปจจัยท่ีมีผลตอภาระการดูแลผูดูแลผูปวยจิตเภทที่มารับบริการโรงพยาบาลหนองก่ี
จังหวัดบรุ ีรมั ย. วารสารศูนยอนามัยท่ี 9: วารสารสง เสรมิ สุขภาพและอนามยั ส่งิ แวดลอม 2561;12(22):72-84.
16. เสาวนีย คงนิรันดร, ดวงใจ วัฒนสินธุ และชนัดดา แนบเกสร. ปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอภาระการดูแลของผูดูแล
ผปู ว ยจติ เภท. วารสารการพยาบาลจติ เวชและสขุ ภาพจิต 2561;32(3):118-32.
17. ปติพร สิริทิพากร และวีรศักด์ิ เมืองไพศาล. ปจจัยท่ีสัมพันธกับความรูสึกเปนภาระของญาติผูดูแลผูปวย
ภาวะสมองเสื่อมในคลินิกผูสูงอายุ โรงพยาบาลศิริราช. วารสารพยาบาลศาสตรและสุขภาพ 2558;38(2):
54-66.
18. กฤษณีย คมขํา, ดวงใจ รัตนธัญญา และกีรดา ไกรนุวัตร. ปจจัยทํานายการปรับตัวของผูดูแลผูปวย
หลอดเลอื ดสมอง. วารสารพยาบาลทหารบก 2558;16(2):114-22.
19. แววดาว วงศสุรประกิต. ความเครียดและวิถีการปรับแกของผูดูแลผูท่ีเปนโรคจิตจากแอมเฟตามีน [วิทยานิพนธ
พยาบาลศาสตรมหาบัณฑติ ]. เชยี งใหม: มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม; 2546.
20. ขวัญตา บญุ วาศ, ธิดารัตน สุภานันท, อรุณี ชุณหบดี และนิมัศตรู า แว. ความเครยี ดและความตอ งการของผดู ูแล
ผพู ิการตดิ เตยี ง. วารสารเครอื ขา ยวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสขุ ภาคใต 2560;4(1):205-16.
21. สุวรีย เศรษฐวัฒนบํารุง. ความเครียดและการเผชิญความเครียดของผูดูแลผูปวยวิกฤติท่ีเขารักษาในหอผูปวย
ศัลยกรรมโรงพยาบาลหาดใหญ จังหวัดสงขลา. วารสารเครือขายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุข
ภาคใต 2557;1(2):37-48.
22. Pearlin LI, Mullan JT, Semples SJ, Skaff MM. Caregiving and the stress process : An overview
of concepts and their measures. Gerontologist 1990;30(5):583-94.
23. สุประวีณ ทองชิต. ความเครียดและความรูสึกเปนภาระการดูแลของผูปกครองที่พาเด็กมารับการรักษา
ที่หนว ยจิตเวชเด็ก โรงพยาบาลจฬุ าลงกรณ [วิทยานพิ นธว ทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑติ ]. กรงุ เทพฯ: จุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย; 2554.
24. สาลินี เทพสุวรรณ, ณัฐจีรา ทองเจริญชูพงษ, รสรินทร เกรย. ปจจัยที่สงผลตอความเครียดและความสุข
ในการดูแลผูส งู อาย.ุ วารสารประชากร 2556;4(1):75-8.
25. Upadhyaya GR and Havalappanavar NB. Stress in Parents of the Mentally Challenged.
Journal of the Indian Academy of Applied Psychology 2008;34(Spec):53-9.

HEALTH

101THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอม
ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564

การพฒั นาคุณภาพอาหารริมบาทวถิ ี
แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี ว นรว มของภาคเี ครอื ขาย

จังหวดั กําแพงเพชร

วรีรัตน สุนทรสขุ
สาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดกาํ แพงเพชร

วนั สง 5 มถิ นุ ายน 2563, วนั แกไข 2 พฤศจกิ ายน 2563, วนั ตอบรับ 25 มีนาคม 2564

บทคัดยอ

การศึกษานี้เปนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) วัตถุประสงคเพื่อพัฒนารูปแบบอาหารริมบาทวิถี
แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร การศึกษามี 4 ขั้นตอน ประกอบดวย
ขั้นตอนท่ี 1 การศึกษาสถานการณปญหาอาหารริมบาทวิถี ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบการพฒั นาคณุ ภาพอาหาร
ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร ข้ันตอนท่ี 3 ทดลองใชรูปแบบ
ในตลาดตนโพธิ์ อําเภอเมืองกําแพงเพชร จังหวัดกําแพงเพชร ขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลลัพธการพัฒนาคุณภาพอาหาร
ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร เคร่ืองมือที่ใชในการศึกษา
ประกอบดวย แบบประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี แบบประเมินอาหารริมบาทวิถีปลอดโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 แบบประเมินความรูดานสุขาภิบาลอาหารและแบบสัมภาษณ วิเคราะหขอมูลดวยสถิติเชิงพรรณนา
และวิเคราะหเนือ้ หาและเปรยี บเทียบกอ นดาํ เนินการและหลงั ดาํ เนนิ การ โดยใช Exact Mc Nemar test ผลการศึกษา
พบวา กอนดําเนินการตลาดตนโพธ์ิไมมีรูปแบบการดําเนินงานพัฒนาอาหารริมบาทวิถีท่ีชัดเจน ขาดการมีสวนรวม
จากภาคีเครือขาย ไมมีแผนการพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แผงลอยจําหนายอาหารไดมาตรฐานอาหารสะอาด
รสชาติอรอย รอยละ 10.6 และไมมีมาตรการปองกันและควบคุมโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 จากการนํารูปแบบ
การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร
ซ่ึงมีแนวคิดในการพัฒนาโดยการมีสวนรวมของผูประกอบการคาอาหารและภาคีเครือขายไปทดลองใช ทําใหเกิด
การพฒั นาคณุ ภาพอาหารรมิ บาทวิถี 4 มิติ และอาหารริมบาทวิถีปลอดโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 จากระดับพนื้ ฐาน
เปนระดับดี แผงลอยจําหนา ยอาหาร ไดมาตรฐานอาหารสะอาด รสชาตอิ รอ ย รอยละ 36.2 ความรูด านสุขาภิบาลอาหาร
ของผูป ระกอบการคาอาหาร กอ นดําเนนิ การและหลงั ดําเนนิ การอยูในระดบั สงู จากรอ ยละ 51.1 เพิม่ ข้ึนเปน รอ ยละ 93.6
แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value=0.031) ประชาชนผูบริโภค พบวา มีสวนรวมในมาตรการปองกัน
โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 คือ สวมหนากากผาหรือหนากากอนามัยทุกคน ลงทะเบียนหรือใชแอปพลิเคชัน
และตรวจวัดอุณหภูมิรางกายที่จุดคัดกรอง การเวนระยะหางระหวางบุคคล และมีความพึงพอใจท่ีตลาดมีการปรับปรุง
พัฒนาดานความสะอาด ความเปนระเบียบและมีมาตรการปองกันโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ที่ชัดเจน ขอเสนอแนะ
ควรนํารูปแบบการพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย ไปขยายผล
ในพนื้ ทอ่ี าหารรมิ บาทวถิ อี น่ื ๆ ในจงั หวดั กําแพงเพชรตอ ไป
คาํ สาํ คัญ : อาหารริมบาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ิตใหม การมีสว นรว ม

102 ปท ่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยสิ่งแวดลอม

การพฒั นาคณุ ภาพอาหารริมบาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี วนรวมของภาคเี ครือขาย จงั หวดั กาํ แพงเพชร

The Quality Improvement of New Normal
Street Food through Network Participation,

Kamphaeng Phet Province

Warerat Sontornsuk
Kamphaeng Phet Provincial Health Office

Received 5 June 2020, Revised 2 November 2020, Accepted 25 March 2021

Abstract

This action research study aimed to develop the new normal street food model through network
participation, Kamphaeng Phet province. The study is implemented into 4 phases; 1st phase of analyse
the situation of street food problem; 2nd phase of develop new normal street food model through network
participation; 3rd phase of testing the model in Ton Pho market, Muang district; 4th phase of evaluate
the new normal street food model through network participation. The study tools composed of “Street
Food Good Health” evaluation form, “COVID-19 Free Street Food” evaluation form, and food hygiene
evaluation and interview form. The data is analysed by descriptive statistics, compared content analysis
of qualitative data before-after results by the Exact Mc Nemar Test. The study revealed; before the study,
Ton Pho Market did not have the clear model for the street food development, lack of network
participation. The food stalls with clean food standards were 10.6% and did not have the preventive
and control measures of COVID-19. After new normal street food model implementation through
network participation, there were 4 dimensions of Street Food Good Health development and COVID-19
Free Street Food improving from standard to good level. The food stalls with clean food standards
were 36.2%. The vendors scored a higher level of knowledge on Food Hygiene from 51.1% to 93.6%
significantly (p-value = 0.031). The customers participated in COVID-19 preventive and control measures
i.e. wearing medical or cloth face mask, performing registration or application, having a body temperature
screening, social distancing and satisfied that the market has improved cleanliness,
orderliness and clear measures to prevent COVID-19 infection. This policy suggests implementing
the new normal street food model into other street food markets, Kamphaeng Phet province
in the future.
Keywords : street food, new normal, participation

■ บทนาํ กลุมผูบริโภคท่ีตองการความสะดวกรวดเร็ว
ประหยัด และมีอาหารหลากหลายใหเลือกรับ
อาหารนับเปนปจจัยท่ีสําคัญในการ ประทาน(1) ในป พ.ศ.2561 คนไทยบริโภค
ดํารงชีวิต ผูบริโภคมีวิถีและรสนิยมท่ีแตกตาง อาหารรมิ บาทวถิ ี สัปดาหล ะ 4-6 ครัง้ รอ ยละ
กัน รานอาหารท่ีคนสวนใหญนิยมเลือก 30.8 ชนิดอาหารที่เลือกซื้อ ไดแก อาหาร
รานอาหารริมทาง (Street Food) ท่ีจําหนาย ปงยาง/เผา รอยละ 34 และอาหารตามสั่ง
อาหารปรุงสําเร็จ มีราคาไมแพง เหมาะกับ

103THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

รอยละ 22 ซึ่งบางแหงไมถูกสุขลักษณะ ปลอดภัยของผูบริโภค(5-6) ดังน้ัน ผูวิจัย
อาจทําใหมีความเสี่ยงตอการปนเปอนเช้ือโรค จึงตองการศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
จากรายงานสถานการณความปลอดภัยดาน อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมี
อาหารและผลิตภัณฑสุขภาพ ป พ.ศ. 2560 สว นรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กาํ แพงเพชร
พบวา รอยละ 35.33 ไมผานเกณฑมาตรฐาน เพื่อนําผลที่ไดไปพัฒนาอาหารริมบาทวิถี
ดานการปนเปอนเชื้อจุลินทรีย สาเหตุจาก ใหไดมาตรฐาน สรางความเชื่อมั่น ประชาชน
ความรู ทัศนคติ และพฤตกิ รรมของผจู ําหนา ย ไดบริโภคอาหารทม่ี ีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย
อาหารไมเหมาะสม ไมปฏิบัติตามหลัก และลดความเส่ียงตอการเกิดโรคติดเช้ือไวรัส
สุขาภิบาลอาหาร(2) ป พ.ศ.2562 จังหวัด โคโรนา 2019 และโรคทีเ่ กิดจากอาหารเปน สือ่
กําแพงเพชร มีรานอาหารและแผงลอย (Food borne disease) ตลอดจนนํารูปแบบ
จําหนายอาหาร จาํ นวน 1,211 แหง ผา นเกณฑ การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี
มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอรอย (Clean ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
Food Good Taste) จํานวน 893 แหง ไปขยายผลในตลาดริมบาทวิถี ในจังหวัด
รอยละ 73.74 เปนรานอาหาร จํานวน 449 กาํ แพงเพชร
ราน รอยละ 76.17 และแผงลอยจําหนาย
อาหาร จํานวน 762 แผง รอยละ 72.31 โดย ■ วัตถุประสงคการศกึ ษา
ไ ม  ผ  า น เ ก ณ ฑ  ค ว า ม ส ะ อ า ด ข อ ง ส ถ า น ที่
จําหนายอาหาร ไมมีภาชนะปกปดอาหาร 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนา
และไมใชอุปกรณในการหยิบจับอาหารท่ีปรุง คุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม
เสร็จแลว นอกจากนี้พบการปนเปอน โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด
โคลิฟอรมแบคทีเรียในอาหาร ภาชนะอุปกรณ กาํ แพงเพชร
และมือผูสัมผัสอาหาร(3) จากขอมูลการ
เฝา ระวงั ทางระบาดวทิ ยา สาํ นกั งานสาธารณสขุ 2. เพื่อประเมินผลผลลัพธของการ
จังหวัดกําแพงเพชร ป พ.ศ.2561-2563 พัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิต
โ ร ค ท่ี มี อั ต ร า ป  ว ย ม า ก ท่ี สุ ด ข อ ง จั ง ห วั ด ใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
กําแพงเพชร คือ โรคอุจจาระรวง อัตราปวย จังหวัดกาํ แพงเพชร
เทา กบั 1989.75, 1842.53 และ 1399.87 ตอ แสน
ประชากร โดยในป พ.ศ. 2563 พบอัตราตาย ■ นิยามศพั ทเ ฉพาะ
เทากับ 4.77 ตอแสนประชากร รองลงมาคือ
อาหารเปนพิษ อัตราปวยเทากับ 143.55, รูปแบบการพัฒนาคุณภาพอาหาร
121.54 และ 101.65 ตอแสนประชากร ซึ่งโรค รมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี ว นรว ม
ท่ีเกิดจากอาหารและน้ําเปนส่ือ ยังเปนปญหา ของภาคเี ครอื ขา ย หมายถงึ วธิ กี าร กระบวนการ
สาธารณสุขที่สําคัญของจังหวัดกําแพงเพชร(4) พัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี 4 มิติ คือ
และทามกลางการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา มิติดานสุขภาพ ดานเศรษฐกิจ ดานสังคม
2019 รา นอาหารริมบาทวถิ ี จึงตอ งมมี าตรการ และดานวัฒนธรรม และการปองกันโรคตดิ เชือ้
ปองกันโรคอยางเครงครัด และเพื่อความ ไวรัสโคโรนา 2019 โดยการมีสวนรวมของ
ผูประกอบการคาอาหาร องคกรปกครองสวน
ทอ งถน่ิ และหนวยงานภาครัฐที่เกีย่ วของ

104 ปท่ี 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอ ม

การพฒั นาคณุ ภาพอาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ติ ใหม โดยการมสี ว นรว มของภาคเี ครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร

■ กรอบแนวคดิ ในการศกึ ษา ตวั แปรตาม
ผลลัพธรปู แบบการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตรมิ บาทวิถี
ตัวแปรตน แบบวถิ ชี วี ิตใหม โดยการมสี วนรว มของภาคเี ครอื ขาย
รูปแบบการพฒั นาอาหารริมบาทวถิ ี แบบวิถชี วี ติ ใหม จงั หวดั กาํ แพงเพชร
โดยการมสี วนรว มของภาคเี ครอื ขายจังหวดั กาํ แพงเพชร 1. อาหารริมบาทวิถไี ดมาตรฐาน
1. ขอ มูลสถานการณแ ละปญหาอปุ สรรคอาหารริมบาทวถิ ี 2. อาหารริมบาทวิถปี ลอดโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019
2. การพฒั นารปู แบบอาหารริมบาทวิถี 3. ผูประกอบการคาอาหารมีความรทู ี่ถกู ตอง
3. ทดลองใชรปู แบบการพฒั นาอาหารรมิ บาทวิถใี นพืน้ ทีเ่ ปาหมาย 4. ประชาชนมสี วนรว มและมคี วามพงึ พอใจ

- ชมรมผปู ระกอบการคาอาหาร ในการพฒั นาอาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี วี ิตใหม
- แผนการพัฒนามาตรฐานอาหารรมิ บาทวถิ ี
- กาํ หนดขอ ตกลงและปฏิบัติรวมกันในการพัฒนา

อาหารริมบาทวิถี แบบวิถชี วี ติ ใหม
- พัฒนาศักยภาพผูประกอบการคา อาหาร
- กิจกรรมแลกเปล่ยี นเรียนรู

■ ขอบเขตของการศึกษา ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวน
รวมของภาคีเครือขาย จังหวัดกําแพงเพชร
ประชากรท่ีศึกษา ประกอบดวย มีวธิ ศี ึกษาตามลาํ ดบั ดงั นี้
ผูประกอบการคาอาหารริมบาทวิถี จํานวน
47 คน เจาหนาที่สํานักงานเทศบาลเมือง 1) ทบทวนวรรณกรรม แนวคิด
กําแพงเพชร จํานวน 5 คน โรงพยาบาล ทฤษฎี เอกสารวิชาการและผลงานวิจัย
กําแพงเพชร จํานวน 1 คน สํานักงาน ที่เก่ียวของกับอาหารริมบาทวิถี การปองกัน
สาธารณสุขจังหวดั กาํ แพงเพชร จาํ นวน 4 คน โรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 และกระบวนการ
และประชาชนผูบริโภค จํานวน 10 คน มีสว นรวมของภาคีเครือขาย
ดําเนินการศึกษาในพ้ืนที่ตลาดตนโพธิ์ ตําบล
ในเมือง อําเภอเมืองกําแพงเพชร จังหวัด 2) เก็บขอมูลภาคสนาม โดยการ
กําแพงเพชร ดําเนินการศึกษาระหวาง สังเกต ประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี
เดอื นกนั ยายน 2563-เดอื นมกราคม 2564 และอาหารริมบาทวิถีปลอดโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 จัดสนทนากลุม (Focus group)
■ วธิ ีการศกึ ษา ภาคีเครือขาย ระดมความคิดเห็นรวมกัน
ใหขอเสนอแนะในการปรับปรุงและพัฒนา
การศึกษานี้เปนรูปแบบการวิจัย เพ่ือนําไปสรุปเปนแนวทางในการสรางและ
เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (Action Research) แบง ออกเปน พัฒนารูปแบบอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี
4 ขน้ั ตอน ประกอบดว ย 1) ศกึ ษาสถานการณ ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
และปญหาอุปสรรคอาหารริมบาทวิถี 2) การ กลุมตัวอยางที่ศึกษาคัดเลือกแบบเฉพาะ
พัฒนารูปแบบการพัฒนาคุณภาพอาหาร เจาะจง (Purposive sampling) ไดแก
ริมบาทวิถี 3) การทดลองใชรูปแบบการ ผูประกอบการคาอาหาร จํานวน 5 คน
พัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี 4) การ เจาหนาที่สํานักงานเทศบาลเมืองกําแพงเพชร
ประเมินผลลัพธรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ จํานวน 5 คน โรงพยาบาลกําแพงเพชร
อาหารรมิ บาทวิถี จํานวน 1 คน และสํานักงานสาธารณสุข
จังหวดั กําแพงเพชร จาํ นวน 4 คน
● การเก็บรวบรวมขอมูลและ
เครือ่ งมือทใ่ี ชใ นการศกึ ษา เครื่องมือที่ใชในการศึกษา ประกอบ
ดวย 1) ประเด็นในการสนทนากลุม ไดแก
ข้นั ตอนท่ี 1 ศึกษาขอมลู สถานการณ สถานการณและสภาพปญหา แนวทางการ
แ ล ะ ป  ญ ห า อุ ป ส ร ร ค ก า ร จั ด ก า ร อ า ห า ร

105THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ดํ า เ นิ น ง า น แ ล ะ ก า ร มี ส  ว น ร  ว ม ข อ ง ภ า คี ดวย แบบประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี
เครือขาย 2) แบบประเมินมาตรฐานอาหาร แบบประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี
ริมบาทวิถี ของกรมอนามัย กระทรวง ปลอดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ
สาธารณสุข 3) แบบประเมนิ อาหารรมิ บาทวถิ ี แบบประเมินความรูดานสขุ าภิบาลอาหาร
ปลอดโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 ทผี่ ูศกึ ษา
สรางขึ้นเองจากทบทวนวรรณกรรมแนวคิด วิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณ ใชสถิติ
และทฤษฎีท่ีเก่ียวของ 4) เก็บตัวอยางอาหาร เชิงพรรณนา (Descriptive statistics)
จํานวน 45 ตัวอยาง มือผูสัมผัสอาหาร คาความถี่และรอยละ เปรียบเทียบความรู
และภาชนะอุปกรณ จํานวนละ 42 ตัวอยาง กอ นดําเนนิ การและหลงั การดาํ เนินการ โดยใช
โดยใชช ุดทดสอบโคลฟิ อรมแบคทเี รยี (SI-2) Exact Mc Nemar test(7)

การวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณใช ขั้นตอนที่ 4 ติดตามและประเมิน
สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) ผลลัพธการทดลองใชรูปแบบการพัฒนา
คาความถ่ีและรอยละ ขอมลู เชิงคณุ ภาพใชก าร คุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม
วิเคราะหเ นอื้ หา (Content Analysis) โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด
กําแพงเพชร ดงั นี้ 1) มาตรฐานอาหารรมิ บาท
ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบ วถิ ี 4 มติ ิ 2) มาตรฐานอาหารรมิ บาทวิถีปลอด
การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 3) ความรู
ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย ผูประกอบการคาอาหาร 4) การมีสวนรวม
จังหวดั กาํ แพงเพชร มกี ารดําเนินงานดังน้ี และความพึงพอใจของประชาชนผูบริโภค
ในพนื้ ทีเ่ ปา หมาย
1. วิเคราะหสังเคราะหสถานการณ
ปญหาอปุ สรรคและขอมูลการสนทนากลมุ เคร่ืองมือที่ใชในการศึกษา 1) แบบ
ประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี ของ
2. ประชุมผูเกี่ยวของ สรุปรูปแบบ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีเกณฑ
การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี 3 ระดับ ไดแก ระดับพ้ืนฐาน 50-59 คะแนน
ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย ระดบั ดี 60-79 คะแนน ระดับดีมาก 80 คะแนน
จังหวัดกําแพงเพชร เพ่ือนําไปใชในข้ันตอน ขึ้นไป 2) แบบประเมินอาหารริมบาทวิถีปลอด
ท่ี 3 โรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ที่ผูศึกษาสราง
ขึ้น จํานวน 10 ขอ มีเกณฑ 3 ระดับ โดย
เคร่ืองมือท่ีใชในการศึกษา คือ ประยุกตใชเ กณฑของ Bloom(8) ไดแ ก ระดับ
ประเด็นการสนทนากลุมและแบบบันทึกการ พนื้ ฐาน ≤ 6 คะแนน ระดับดี 7-8 คะแนน และ
ประชมุ ระดับดีมาก ≥ 9 คะแนน 3) แบบประเมิน
ความรเู รอื่ งสุขาภิบาลอาหาร มเี กณฑ 3 ระดบั
การวิเคราะหขอมูลเชิงคุณภาพใช ไดแ ก ระดับตํา่ ≤ 11 คะแนน ระดบั ปานกลาง
การวิเคราะหเ นอื้ หา (Content Analysis) 12-15 คะแนน และระดับสูง ≥ 16 คะแนน
4) เก็บตัวอยางอาหาร จํานวน 45 ตัวอยาง
ขั้นตอนท่ี 3 การทดลองใชรูปแบบ มอื ผสู มั ผสั อาหาร และภาชนะอปุ กรณ จาํ นวนละ
การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี 42 ตัวอยาง โดยใชชุดทดสอบโคลิฟอรม
ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย แบคทีเรีย (SI-2) 4) สัมภาษณเชิงลึก
จังหวัดกําแพงเพชร ดังนี้ 1) จัดต้ังชมรม (In-depth Interview) การมีสวนรวมและ
ผูประกอบการคาอาหาร 2) พัฒนาศักยภาพ ความพึงพอใจของประชาชนผบู รโิ ภค
ผูประกอบการคาอาหาร 3) กําหนดขอตกลง
แ ล ะ ป ฏิ บั ติ ร  ว ม กั น ใ น ก า ร พั ฒ น า อ า ห า ร ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห  ข  อ มู ล เ ชิ ง ป ริ ม า ณ
ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม 4) จัดกิจกรรม
แลกเปล่ยี นเรยี นรู 5) ตดิ ตามประเมินคุณภาพ

เคร่ืองมือท่ีใชในการศึกษา ประกอบ

106 ปท่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สุขภาพและอนามัยส่งิ แวดลอ ม

การพฒั นาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครอื ขาย จังหวัดกาํ แพงเพชร

ใชส ถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) 3) ระบบการรักษาความปลอดภัยในทรัพยสิน
เชิงคุณภาพวิเคราะหเนื้อหา (Content ของนกั ทองเท่ยี ว
Analysis)
1.1.4 มิติดานวัฒนธรรม ขอที่
● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง ไมผานเกณฑ ไดแก 1) การจําหนายอาหาร
การศึกษาครั้งน้ี ไดผานการรับรองโครงการ พื้นบาน/การแตงกายประจําถ่ิน 2) การแสดง
วิจัยในมนุษยจากคณะกรรมการพิจารณาการ วัฒนธรรมประจาํ ถิ่น/ปาย Story Culture
ศึกษาวิจัยในมนุษยสํานักงานสาธารณสุข
จงั หวดั กาํ แพงเพชร เลขทโ่ี ครงการ 63 08 28 1.2 มาตรฐานอาหารริมบาทวิถี
เม่ือวันท่ี 11 กนั ยายน 2563 ปลอดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 จํานวน
10 ขอ ผานเกณฑ 1 ขอ คอื จัดใหม กี ารสอ่ื สาร
■ ผลการศึกษา ประชาสัมพันธ ผานสื่อประชาสัมพันธรูปแบบ
ตางๆ เชน ปายประชาสัมพันธ เสียงตามสาย
1. สถานการณแ ละปญ หาอปุ สรรค เปนตน
ในการดําเนินงานอาหารริมบาทวิถีจังหวัด
กําแพงเพชร จากการศึกษามีดังน้ี 1.3 การมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
พบวา ขาดการมสี ว นรว มในการพฒั นาคณุ ภาพ
1.1. มาตรฐานอาหารริมบาทวิถี อาหารริมบาทวิถี ทั้งจากหนวยงานภาครัฐ
(Street Food Good Health) 4 มิติ ภาคเอกชน องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
พบปญ หา ดงั น้ี ผูประกอบการคา อาหาร และประชาชน

1.1.1 มิติดานสุขภาพ พบวา 2. การพัฒนารูปแบบการพัฒนา
แผงลอยจําหนายอาหาร ไมผานเกณฑ คุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิต
มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอรอย รอยละ ใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
89.4 ผูสัมผัสอาหารยังไมผานการอบรม จังหวดั กาํ แพงเพชร
หลักสูตรสุขาภิบาลอาหาร จึงไมมีบัตร
ประจําตัวผูสัมผัสอาหารและประกาศนียบัตร ผูศึกษานําสภาพปญหาขอเสนอแนะ
ผานการอบรม ไมมีอางลางมือสําหรับ และความตองการ จากข้ันตอนที่ 1 คืนขอมูล
ประชาชน ไมมีการตรวจเฝาระวังความ ใหผูเก่ียวของ โดยการสนทนากลุม (Focus
ปลอดภัยของอาหารและนา้ํ Group) ดังนี้

1.1.2 มิติดานเศรษฐกิจ ขอที่ 1. สรางรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
ไมผานเกณฑ ไดแก 1) ไมมีปายราคาถูก อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการ
(หนูณิชยติดดาว) และการติดปายแสดงราคา มีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด
2) ไมมีการรวมกลุมของผูประกอบการ กําแพงเพชร ศึกษาทบทวนวรรณกรรม
เพื่อผลประโยชนรวมกัน 3) ไมมีปายบอกช่ือ เอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวของเก่ียวกับ
รานหรือแผงลอยจําหนายอาหาร อยางนอย สถานการณและสภาพปญหาในการดําเนิน
2 ภาษา 4) ไมมีรายการอาหารอยางนอย งานอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม และ
2 ภาษา และรูปภาพประกอบ 5) ไมมีการ สัมภาษณเชงิ ลกึ (In-depth Interview)
จดั การจาํ หนายสนิ คา เปน หมวดหมู (Zoning)
2. ไดรูปแบบการพัฒนาคุณภาพ
1.1.3 มิติดานสังคม ขอที่ไมผาน อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการ
เกณฑ ไดแ ก 1) การจําหนา ยผลิตภัณฑชุมชน มีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด
OTOP/SME ผูสูงอายุ/ผูพิการ/Young กําแพงเพชร ประกอบดวย กระบวนการ
S m a r t F a m e r / อ อ แ ก นิ ก / ธ ร ร ม ช า ติ พัฒนา ดังน้ี
2) จุดบริการขอมูลสําหรับนักทองเท่ียว
2.1 จัดตั้งชมรมผูประกอบการคา
อาหารในตลาด ประกอบดวย ประธานชมรม

107THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

และคณะกรรมการ เปนแกนนําในการ หลังดําเนินการไดคะแนน 55 คะแนน
ขับเคล่ือนการพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาท โดยหลังดําเนินการ ขอท่ีไดคะแนนเต็ม คือ
วิถี แบบวิถชี ีวิตใหม ใหเ ปนรปู ธรรม 1) ผูสัมผัสอาหารผานการอบรม (มีบัตร
ประจําตัวผูสัมผัสอาหาร/ประกาศนียบัตร)
2.2 พัฒนาศักยภาพผูประกอบ และ 2) มีการตรวจเฝาระวังความปลอดภัย
การคาอาหาร อาหาร นาํ้ /นํ้าแขง็ บรโิ ภค ดังตารางที่ 3

2.3 กําหนดขอตกลงและปฏิบัติ มติ ดิ า นเศรษฐกจิ เกณฑก ารประเมนิ
การรวมกัน ในการพัฒนาคุณภาพอาหาร จํานวน 6 ขอ คะแนนเต็ม 10 คะแนน พบวา
ริมบาทวิถี 4 มิติ และอาหารริมบาทวิถีปลอด กอนดําเนินการไดคะแนน 1 คะแนน โดยหลัง
โรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 ดาํ เนนิ การไดค ะแนน 5 คะแนน ขอ ทไ่ี ดค ะแนน
เต็ม คือ การรวมกลุมของผูประกอบการ
2.4 กํากับ ติดตาม ประเมินผล เพื่อผลประโยชนรวมกัน เชน ชมรม สมาคม
โดยภาคีเครือขาย หนวยงานภาครัฐ กลมุ การคา เปน ตน ดงั ตารางท่ี 3
ที่เก่ียวของ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน
และชมรมผูประกอบการคาอาหาร มิติดานสังคม เกณฑการประเมิน
จํานวน 4 ขอ คะแนนเต็ม 10 คะแนน พบวา
3. การทดลองใชรูปแบบการ กอนดําเนินการไดคะแนน 2 คะแนน
พัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี หลงั ดาํ เนนิ การไดคะแนน 6 คะแนน โดยขอที่
ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคี ไดคะแนนเต็ม คือ มีการจําหนายผลิตภัณฑ
เครือขา ย จงั หวัดกาํ แพงเพชร ชุมชน OTOP/SME /ผูสูงอายุ/ผูพิการ/
Young Smart Famer/ออแกนิก/ธรรมชาติ
ผลการนํารูปแบบการพัฒนาคุณภาพ ดงั ตารางที่ 3
อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการ
มีสวนรวมของภาคีเครือขาย จังหวัด มิติดานวัฒนธรรม เกณฑการ
กําแพงเพชร มาทดลองใชในตลาดตนโพธิ์ ประเมนิ จํานวน 2 ขอ คะแนนเตม็ 10 คะแนน
อําเภอเมืองกําแพงเพชร จังหวัดกําแพงเพชร พบวา กอนดําเนินการไดคะแนน 0 คะแนน
โดยจัดทําแผนปฏิบัติการและดําเนินการ หลังดําเนินการไดคะแนน 4 คะแนน โดย
ตามกระบวนการพฒั นา มีการกาํ หนดกจิ กรรม พบวาหลังดําเนินการขอท่ีผานเกณฑ คือ
และผูรบั ผิดชอบ ดงั ตารางท่ี 1 มีการจําหนายอาหารพื้นบาน/การแตงกาย
ประจําถิน่ ได 4 คะแนน ดงั ตารางท่ี 3
4. การประเมินผลลัพธการใช
รูปแบบการพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แบบ 4.2 ผลการประเมินมาตรฐานอาหาร
วิถีชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคี ริมบาทวิถีปลอดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา
เครอื ขา ย ดังน้ี 2019 โดยเกณฑมีจํานวน 10 ขอ พบวา
กอนดําเนินการ ผานเกณฑระดับพ้ืนฐาน
4.1 ผลการประเมินมาตรฐานการ ผานเกณฑ 1 ขอ คือ จัดใหมีการสื่อสาร/
พัฒนาอาหารริมบาทวิถี 4 มิติ คะแนนเต็ม ประชาสัมพันธ สรางความรูความเขาใจ
100 คะแนน พบวา กอนดําเนินการ ระดับ หลงั ดาํ เนินการ ผานเกณฑ 7 ขอ อยใู นระดบั ดี
การรับรองมาตรฐาน ระดับพื้นฐาน ไดค ะแนน ดงั ตารางที่ 4
31 คะแนน และหลังดําเนินการ ผานเกณฑ
รบั รองมาตรฐาน ระดบั ดี ไดค ะแนน 70 คะแนน 4.3 ผลการประเมินความรูดาน
โดยมิติที่ไดคะแนนมากท่ีสุด คือ มิติดาน สุขาภิบาลอาหารของผูประกอบการคาอาหาร
สุขภาพ ดงั ตารางที่ 2 พบวา กอนดําเนินการ ผูประกอบการคา
อาหารมีความรูอยูในระดับสูง รอยละ 51.1
มิติดานสุขภาพ เกณฑการประเมิน
จํานวน 10 ขอ คะแนนเต็ม 70 คะแนน พบวา
กอนดําเนินการไดคะแนน 28 คะแนน

108 ปท่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสิง่ แวดลอ ม

การพัฒนาคณุ ภาพอาหารริมบาทวถิ ี แบบวิถีชวี ิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครอื ขาย จังหวัดกําแพงเพชร

ตารางที่ 1 แผนปฏิบัติการดําเนินงานพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการ
มีสวนรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กําแพงเพชร
กจิ กรรม เปา หมาย ระยะเวลาดาํ เนนิ การ ผรู ับผิดชอบ
1. ประสานหนว ยงานที่เกยี่ วขอ งคดั เลอื ก 2 คร้ัง กนั ยายน 2563 สํานักงานสาธารณสขุ
พนื้ ทีด่ าํ เนินการอาหารรมิ บาทวิถตี น แบบ 2 ครง้ั จงั หวัดกําแพงเพชร
จงั หวดั กาํ แพงเพชร 1 คร้งั
2. สาํ รวจและจัดทาํ ทะเบียนผปู ระกอบการคา 5 วนั ตุลาคม 2563 สํานกั งานเทศบาลเมอื ง
อาหารใหเปนปจ จบุ นั เมษายน 2564 กาํ แพงเพชร
3. สนทนากลมุ (Focus group) หนว ยงาน 1 ครั้ง พฤศจิกายน 2563 สาํ นักงานสาธารณสุข
ทีเ่ กย่ี วขอ งและผูป ระกอบการคาอาหาร พฤศจิกายน 2563 จงั หวัดกําแพงเพชร
4. สํารวจขอ มูลสถานการณปญ หาอปุ สรรค 2 ครัง้ สํานกั งานสาธารณสุข
อาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวิถชี ีวิต การมีสว นรว ม 1 คร้ัง พฤศจกิ ายน 2563 จงั หวดั กาํ แพงเพชร
ของภาคีเครอื ขา ย 1 ครั้ง/เดือน และสาํ นกั งานเทศบาลเมือง
5. ประชมุ กลุม รวมคดิ รวมวางแผน ทุกเดือน พฤศจิกายน 2563 กําแพงเพชร
และกําหนดขอตกลงในการปฏบิ ตั ิการ ทุกวัน ธันวาคม 2563 สํานักงานสาธารณสุข
รวมกันพฒั นาอาหารรมิ บาทวิถี 1 ครงั้ พฤศจกิ ายน 2563 จังหวัดกาํ แพงเพชร
6. พฒั นาศักยภาพผูป ระกอบการคาอาหาร 1 คร้ัง ธันวาคม 2563- และสาํ นักงานเทศบาลเมอื ง
7. จัดตั้งชมรมผปู ระกอบการคาอาหาร มกราคม 2564 กําแพงเพชร
8. ประชมุ คณะกรรมการชมรม ธันวาคม 2563- สํานักงานสาธารณสุข
ผูประกอบการคาอาหาร มกราคม 2564 จงั หวดั กําแพงเพชร
9. ดําเนินการพฒั นาดานสุขาภบิ าล ธนั วาคม 2563- ผูป ระกอบการคาอาหาร
สิ่งแวดลอ มใหไ ดต ามเกณฑม าตรฐาน มกราคม 2564 ประธานชมรม
10. ประชาสมั พนั ธใ หความรผู า นเสยี ง มกราคม 2564 ผูประกอบการคา อาหาร
ตามสายและปา ยประชาสมั พันธ มกราคม 2564 สํานักงานเทศบาลเมอื ง
11. ตรวจแนะนาํ ดานสขุ าภิบาลอาหาร กาํ แพงเพชร และชมรม
และสุขาภบิ าลสิง่ แวดลอ ม ผูป ระกอบการคา อาหาร
12. ประเมนิ ผลลพั ธก ารดาํ เนินงานพฒั นา ชมรมผูประกอบการคาอาหาร
อาหารริมบาทวถิ ี แบบวถิ ชี ีวติ ใหม สํานักงานเทศบาลเมอื ง
กําแพงเพชร และชมรม
ผูป ระกอบการคาอาหาร
สาํ นกั งานสาธารณสุข
จงั หวดั กําแพงเพชร

ตารางท่ี 2 ผลการประเมินมาตรฐานอาหารรมิ บาทวิถี 4 มิติ เปรยี บเทยี บกอ นดาํ เนินการ
และหลังดาํ เนนิ การ

มติ ิ คะแนนเต็ม ผลการประเมิน
มิตดิ า นสุขภาพ (คะแนน) กอ นดาํ เนินการ หลงั ดําเนินการ
มติ ิดา นเศรษฐกจิ
มิตดิ า นสังคม 70 28 55
มิติดา นวฒั นธรรม 10 15
10 26
คะแนนรวม 4 มิติ 10 04
100 31 70

109THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ตารางที่ 3 ผลการประเมินมาตรฐานอาหารริมบาทวิถี มิติดานสุขภาพ เปรียบเทียบ
กอนดําเนินการและหลังดําเนินการ

ลําดบั มติ ดิ านสขุ ภาพ คะแนน ผลการประเมนิ (คะแนน)
มิติดา นสุขภาพ เต็ม กอ นดําเนินการ หลงั ดาํ เนนิ การ
7
1 หนว ยราชการสวนทอ งถิ่นอนุญาตประกอบกจิ การ 77
จําหนายอาหารในท่ีหรือทางสาธารณะ และกําหนด
จดุ ผอ นผนั ทีอ่ นญุ าตใหต ง้ั วางจําหนา ยอาหาร 70 1

2 ผานเกณฑม าตรฐานอาหารสะอาด รสชาตอิ รอ ย 72 7
(Clean Food Good Taste) ท้ังดานกายภาพ 55 5
(12 ขอ ) และดา นชีวภาพ 71 5
62 6
3 ผูสัมผัสอาหารผา นการอบรม (มีบัตรประจําตัว 75 6
ผสู มั ผัสอาหาร/ประกาศนยี บตั ร) 70 3
73 5
4 มีการควบคมุ การจาํ หนา ยเครอ่ื งดืม่ แอลกอฮอล 10 3 10
และบุหรีต่ ามกฎหมายกาํ หนด 70 28 55
10 0
5 ไมใชภาชนะโฟมบรรจุอาหาร (No Foam) 20 2
6 มกี ารจัดบริการชอนกลาง 11 1
7 มกี ารจัดบรกิ ารสวมสะอาด 20 1
8 มีการจดั บรกิ ารอางลางมือ 20 0
9 มกี ารเก็บรวบรวมมูลฝอยตามหลกั สุขาภบิ าล 20 1
10 1 5
และมกี ารจดั การน้ําเสียกอนทงิ้ ลงทอ สาธารณะ 30 3
10 มีการตรวจเฝา ระวังความปลอดภยั อาหาร
20 1
นํ้า/นาํ้ แขง็ บรโิ ภค 20 0
รวมมติ ดิ านสุขภาพ 32 2
10 2 6
มิตดิ า นเศรษฐกิจ 50 4
1 ราคาถกู (หนณู ชิ ยต ิดดาว) ติดปายแสดงราคา 50 0
2 การรวมกลมุ ของผปู ระกอบการ เพอื่ ผลประโยชน 10 0 4

รวมกัน เชน ชมรม สมาคม กลุมการคา เปน ตน
3 การประชาสัมพนั ธการจําหนา ยสินคา ในพน้ื ที่
4 มีปา ยบอกชื่อรา นหรือแผงลอยจาํ หนา ยอาหาร

อยางนอย 2 ภาษา ท่สี ามารถมองเห็นไดชดั เจน
5 มรี ายการอาหารอยางนอ ย 2 ภาษา

พรอ มระบุราคาท่ีเปนธรรม และมีรูปภาพประกอบ
6 มีการจดั การจาํ หนา ยสนิ คา แตละประเภท

เปนหมวดหมไู มปะปนกัน (Zoning)
รวมมติ ิดา นเศรษฐกิจ

มติ ดิ านสังคม
1 มีการจาํ หนายผลิตภณั ฑช ุมชน OTOP/SME/

ผสู ูงอาย/ุ ผูพิการ /Young Smart Famer/
ออแกนกิ /ธรรมชาติ
2 จดั ใหม ีจุดบรกิ ารขอ มูลสําหรบั นักทองเที่ยว
3 มีระบบการรกั ษาความปลอดภยั ในทรพั ยสนิ
ของนักทอ งเที่ยว ทีใ่ ชงานไดอยางมีประสิทธภิ าพ
4 จดั ใหมอี ปุ กรณดับเพลงิ ที่พรอมใชง านหรอื อยใู กล
บรเิ วณถนนอาหารปลอดภยั อยเู สมอ

รวมมิตดิ านสังคม
มิตดิ า นวฒั นธรรม
1 มีการจําหนายอาหารพื้นบาน/การแตงกายประจาํ ถิน่
2 มกี ารแสดงวัฒนธรรมประจําถิน่ /ปาย Story Culture

รวมมิติดา นวัฒนธรรม

110 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอม

การพฒั นาคุณภาพอาหารรมิ บาทวถิ ี แบบวถิ ชี ีวติ ใหม โดยการมีสวนรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวัดกาํ แพงเพชร

หลังดําเนินการ มคี วามรูอ ยูใ นระดับสงู รอ ยละ รวมวางแผน และรวมดําเนินการ มีการจัดตั้ง
93.6 แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ ชมรมผูประกอบการคาอาหาร ซ่ึงเปนจุดเดน
(p-value=0.031) ตารางท่ี 5 ของการพัฒนาที่สําคัญและเปนกลไกในการ
ขั บ เ ค ล่ื อ น ก า ร พั ฒ น า อ า ห า ร ริ ม บ า ท วิ ถี
4.4 ผลการการประเมนิ การมสี ว นรว ม ในตลาดตนโพธิ์ใหประสบผลสําเร็จ เน่ืองจาก
และความพึงพอใจ จากการสัมภาษณเชิงลึก ช ม ร ม ผู  ป ร ะ ก อ บ ก า ร ค  า อ า ห า ร ท่ี ต้ั ง ข้ึ น
(In-depth Interview) ประชาชนผูบริโภค มีโครงสรางชัดเจน ประกอบดวย ประธาน
โดยเจาหนาที่จากสํานักงานสาธารณสุข ชมรมเปนผูที่ผูประกอบการคาอาหารทุกคน
จังหวัดกําแพงเพชร ในประเด็นการพัฒนา ใหการยอมรับ ทําหนาท่ีหลักในการพัฒนา
อาหารริมบาทวิถีและการปองกันโรคติดเชื้อ มีการจัดต้ังกองทุนผูประกอบการคาอาหาร
ไวรสั โคโรนา 2019 พบวา มีความพงึ พอใจการ โดยบริหารจัดการกันเอง มีการกําหนด
ปรับปรุงสถานที่จําหนายอาหาร มีความ บทบาทหนาที่ของทุกฝายท่ีเก่ียวของ และ
สะอาดเปนระเบียบเรียบรอย การเลิกใช จากการสังเกตการมีสวนรวมการดําเนินงาน
ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร ผูประกอบการคา ของกลุมชมรม พบวา กอนการพัฒนา
อาหารสวมหมวกหรือเน็ทคลุมผมทุกคน ตลาดมีปญหาดานสุขาภิบาลอาหารและดาน
มีอุปกรณในการหยิบจับอาหารที่ปรุงสุกแลว สุขาภิบาลส่ิงแวดลอม ขาดการมีสวนรวม
และมาตรการปองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ของทุกภาคสวน ดังน้ัน เจาหนาที่ภาครัฐ
2019 มจี ดุ ตรวจวดั อณุ หภมู ริ า งกาย ลงทะเบยี น ที่เกี่ยวของ ควรสงเสริมและสนับสนุนชมรม
หรือใชแอปพลิเคชัน มีเจลแอลกอฮอลลางมือ ผูประกอบการคาอาหาร ใหดําเนินการอยาง
ประชาสัมพันธขอความรวมมือใหประชาชน ตอเน่ือง เพ่ือพัฒนาอาหารริมบาทวิถีใหได
สวมหนากากอนามัยหรือหนากากผา และ มาตรฐาน และจากการนํารูปแบบการพัฒนา
ประชาชนผูบริโภค มีสวนรวมโดยสวม อาหารริมบาทวิถี ไปทดลองใชในตลาด
ห น  า ก า ก ผ  า ห รื อ ห น  า ก า ก อ น า มั ย ทุ ก ค น ตน โพธิ์ ทาํ ใหอ าหารรมิ บาทวิถมี ีการพฒั นาได
ลงทะเบียนการเขามาใชในบริการตลาด มาตรฐานสงู ขึน้ เกดิ นวัตกรรม เชน การจดั ทํา
และการเวนระยะหา ง ตูพลาสติกปกปดอาหาร ตลาดปลอดถังขยะ
และมีการใชเทคโนโลยี โดยจัดต้ังกลุมไลน
■ อภปิ รายผล ของชมรมผปู ระกอบการคา อาหาร

1. รูปแบบการพัฒนาคุณภาพอาหาร 2. การประเมินผลลัพธการใชรูปแบบ
ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมี การพัฒนาคุณภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวิถี
สว นรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กาํ แพงเพชร ชีวิตใหม โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย
จากการนําขอมูลสภาพปญหาอุปสรรคในการ จงั หวดั กําแพงเพชร
ดําเนินงานอาหารริมบาทวิถีตลาดตนโพธิ์
ป ร ะ ชุ ม ร ะ ด ม ส ม อ ง ก ลุ  ม ผู  ป ร ะ ก อ บ ก า ร 2.1 มาตรฐานการพัฒนาอาหาร
คาอาหาร ซ่ึงเปนกลุมผูมีสวนไดสวนเสีย ริมบาทวิถี 4 มิติ กอนดําเนินการอยูในระดับ
เจาหนาที่ภาครัฐท่ีเก่ียวของ และองคกร พ้ืนฐาน หลังดําเนินการพัฒนา อยูในระดับดี
ปกครองสวนทองถ่ิน พบจุดแข็งของรูปแบบ เน่ืองจากภาคีเครือขายเขามามีสวนรวม
การพัฒนาอาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม ในการดําเนินงาน มีการวิเคราะห จัดลําดับ
โดยการมีสวนรวมของภาคีเครือขาย เปน ความสําคัญของปญหาอาหารริมบาทวิถี
รูปแบบท่ีเกิดจากการมีสวนรวมของภาคี ท่ีไมผานเกณฑตามความยากงายในการ
เครือขายที่มีความตองการพัฒนาและแกไข แกปญ หาตามลาํ ดับใหเหมาะสม มีการกําหนด
ปญหาอาหารริมบาทวิถี โดยมีการรวมคิด แผนปฏิบัติการแนวทางการพัฒนาและติดตาม

111THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ตารางท่ี 4 ผลการประเมนิ มาตรฐานอาหารริมบาทวิถปี ลอดโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019
เปรยี บเทยี บกอ นดําเนินการและหลงั ดาํ เนนิ การ

ลําดบั ท่ี เกณฑมาตรฐานอาหารรมิ บาทวถิ ปี ลอดโรคตดิ เชือ้ ผลการประเมนิ (คะแนน)
ไวรสั โคโรนา 2019 กอนดําเนินการ หลังดําเนินการ
1 จดั ใหม เี จลลา งมอื แอลกอฮอล หรือเครือ่ งวัดอณุ หภูมริ างกาย
ในตลาด อยางนอย 1 จุด 01
2 ผูประกอบการรา นคา/แผงลอยริมบาทวถิ ี สวมหนา กากผา 01
หรอื หนากากอนามยั หรืออุปกรณปอ งกันละอองฝอยนํา้ ลาย 01
ใสอาหาร (Face shield) ทกุ คน 00
3 มีการทําความสะอาดจดุ นั่งรบั ประทานอาหาร เชน โตะ เกาอ้ี 01
เมนอู าหาร ดว ยน้ํายาทําความสะอาด เชน แอลกอฮอล 70% 01
ทกุ คร้งั กอ นและหลงั การใหบรกิ าร 00
4 ทําสัญลกั ษณเ วนระยะหา งของจดุ บรกิ ารอยางนอ ย 1 เมตร 11
ในบรเิ วณทีม่ ที ่ีน่งั หรือมีการตอ ควิ เชน จดุ บริการส่ังอาหาร
รวมท้งั จดั ใหม รี ะยะหางระหวางโตะ และระหวางที่น่งั 00
5 จดั พ้นื ที่รอคิวรับอาหาร แยกจากสวนนง่ั รบั ประทานอาหาร
และมรี ะยะหางระหวา งบคุ คลอยา งนอย 1 เมตร 01
6 จดั หากระดาษสําหรับเขียนส่งั อาหาร เพ่อื ลดการสมั ผัส 00
จากการพูดคยุ โดยตรง
7 มมี าตรการงดใหบริการ กรณผี ใู ชบ ริการท่ีไมส ามารถ
ปฏบิ ตั ติ ามมาตรการปอ งกันควบคมุ โรคทก่ี าํ หนดได เชน
ไมส วมหนากากอนามยั หรือหนากากผา
8 จดั ใหม ีการสอื่ สาร/ประชาสัมพนั ธ สรา งความรูค วามเขา ใจ
และแนะนําแนวทางการปฏิบัติตามมาตรการปองกนั
ควบคุมโรค ผานสอื่ ประชาสมั พันธร ปู แบบตา งๆ เชน
ปา ยประชาสัมพนั ธ เสยี งประชาสมั พนั ธ
9 จดั ใหม กี ารชําระเงนิ คาบรกิ ารผานระบบออนไลน (e-Payment)
หรือ QR Code ผานแอปพลิเคชัน หากชาํ ระดว ยเงินสด
ตอ งไมสัมผสั มอื โดยตรง เชน การมีถาดรบั เงนิ อยตู ลอดเวลา
และตอ งมกี ารลา งมอื ดวยแอลกอฮอลเ จล 70% บอยครงั้
10 จดั ใหมถี ังขยะรองรับเศษอาหาร และกระดาษชําระใชแ ลว ในทุกโตะ
11 มกี ารสวมถงุ มือ หรือใชเหล็กคบี ดา มยาวเก็บขยะทป่ี นเปอน
นาํ้ มูก น้าํ ลาย เชน กระดาษชาํ ระทผ่ี านการใชเ ช็ดปากกอ นทง้ิ
และใสถงุ ปด ปากใหมิดชิด และลา งมือทาํ ความสะอาด
เพือ่ ปองกันการตกคา งของเชือ้ โรค

ตารางท่ี 5 ผลการประเมินความรูดานสุขาภิบาลอาหารของผูประกอบการคาอาหาร
เปรียบเทียบกอ นดําเนินการและหลังดาํ เนนิ การ

ระดบั ความรูดา นสขุ าภิบาลอาหาร ผลการประเมิน p-value
ระดับตํ่า (≤ 11 คะแนน) กอนดําเนินการ หลงั ดาํ เนินการ 0.031
ระดับปานกลาง (12-15 คะแนน) จํานวน (รอยละ) จาํ นวน (รอ ยละ)
6 (12.8) 0 (0)
17 (36.2) 3 (6.4)
ระดบั สูง (16 คะแนนขึ้นไป) 24 (51.1) 44 (93.6)

112 ปท่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามยั สิ่งแวดลอม

การพัฒนาคณุ ภาพอาหารริมบาทวิถี แบบวถิ ชี วี ิตใหม โดยการมสี ว นรวมของภาคเี ครอื ขาย จังหวัดกําแพงเพชร

ประเมินผล เปนระยะอยางตอเน่ือง ทําให การคาอาหาร โดยจัดอบรมใหความรูดาน
พัฒนาอาหารรมิ บาทวิถีไดต ามมาตรฐาน สุขาภิบาลอาหาร ทําใหผูประกอบการคา
อาหารมีความรูดานสุขาภิบาลอาหารท่ีถูกตอง
2.2 มาตรฐานอาหารริมบาทวิถี แ ล ะ นํ า ไ ป ป รั บ ป รุ ง พั ฒ น า ใ ห  ไ ด  คุ ณ ภ า พ
ปลอดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 กอน มากขึ้น นอกจากนี้ ยังทําใหผูประกอบการคา
ดําเนินการอยูในระดับพื้นฐาน หลังดําเนินการ อาหารมีความม่ันใจ สอดคลองกับผลการ
อยูในระดับดี เนื่องจากเปนโรคติดตอรายแรง ศึกษาความรูและพฤติกรรมและหาแนวทาง
ที่เปนอันตรายติดตอกันไดงาย และมีความ การปรับเปล่ียนความรูและพฤติกรรมความรู
รุนแรงถึงเสียชีวิต จึงทําใหเกิดความรวมมือ ในการจัดการระบบสิ่งแวดลอมและสุขาภิบาล
เปนอยางดี ทั้งผูประกอบการคาอาหาร และ อาหารของผูคาอาหารริมบาทวิถีในเขต
ประชาชนผูบริโภค ดังนี้ มีการปฏิบัติตาม กรุงเทพมหานคร ที่พบวาผูประกอบการคา
มาตรการอาหารริมบาทวิถีปลอดโรคติดเชื้อ อาหารมีคะแนนความรูและพฤติกรรมท่ีถูก
ไวรัสโคโรนา 2019 มีจุดตรวจวัดอุณหภูมิ ตองสูงกวากอนการทดลอง อยางมีนัยสําคัญ
รางกาย โดยผูประกอบการคาอาหารเปน ทางสถติ ทิ ี่ระดับ 0.05(10)
ผูดําเนินการ การลงทะเบียนหรือการใช
Application มีเจลแอลกอฮอลลางมือ และ 2.4 การมีสวนรวมและความ
การเผยแพรประชาสัมพันธภายในตลาด พึงพอใจของประชาชนผูบริโภค พบวา มีสวน
การเวนระยะหางในจุดบริการและการรอคิว รวมโดยใหความรวมมือในการสวมหนากาก
ผู  ป ร ะ ก อ บ ก า ร ค  า อ า ห า ร แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น อนามัยหรือหนา กากผา ทกุ คน และลงทะเบียน
ผูบริโภคสวมหนากากอนามัยหรือหนากากผา หรือใชแอปพลิเคชัน การเวนระยะหาง และ
ทุกคน และการกํากับ ติดตามและประเมินผล มี ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ เ ร่ื อ ง ก า ร พั ฒ น า ส ถ า น ที่
โดยคณะกรรมการชมรมผูประกอบการคา ใหสะอาด เปนระเบียบ เลิกใชภาชนะโฟม
อาหารรวมกับเจาหนาท่ีผูเกี่ยวของ สอดคลอง บรรจอุ าหาร ผปู ระกอบการคา อาหารสวมหมวก
กับการศึกษา การพัฒนามาตรฐานริมบาทวิถี คลมุ ผมทกุ คน มอี ปุ กรณในการหยิบจับอาหาร
ตามเกณฑอาหารปลอดภัยใสใจสุขภาพ ท่ีปรุงสําเร็จแลว และมาตรการปองกันโรค
กรมอนามัย กรณีศึกษาพ้ืนท่ีตลาดถนน ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีระบบตรวจคัด
คนเดินบา นวัดสงิ ห จงั หวดั ชยั นาท ทจี่ ดั ระบบ กรองวัดอุณหภูมิรางกาย การลงทะเบียน
การตรวจคัดกรองอุณหภูมิ มีจุดลางมือ หรือใชแอปพลิเคชัน มีเจลแอลกอฮอลลางมือ
ในพื้นที่เขาออกตลาด มีการเวนระยะหางของ และการประชาสมั พันธใ หค วามรูภายในตลาด
ผูซ้ือและผูขาย มีการสวมหนากากอนามัย
ทั้งผูซื้อและผูขาย การประชาสัมพันธให ■ สรุปผล
ความรูเพื่อปองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 ผานเสียงตามสายของเทศบาล มีการ จากการศึกษาพบวา ตลาดตนโพธ์ิ
กํ า กั บ ติ ด ต า ม ม า ต ร ก า ร อ ย  า ง เ ค ร  ง ค รั ด กอนดําเนินการ ผานการประเมินมาตรฐาน
โ ด ย ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ต ล า ด ถ น น ค น เ ดิ น อาหารริมบาทวิถี 4 มิติ และอาหารริมบาทวิถี
และเทศบาลตําบลวดั สิงห( 9) ปลอดโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 ระดับ
พ้ืนฐาน และเม่ือนํารปู แบบการพฒั นาคุณภาพ
2.3 ความรูดานสุขาภิบาลอาหาร อาหารริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมี
ของผูประกอบการคาอาหาร พบวา หลัง สว นรว มของภาคเี ครอื ขา ย จงั หวดั กาํ แพงเพชร
ดําเนินการ มีคะแนนสูงกวากอนดําเนินการ ไปทดลองใชทําใหเกิดการพัฒนาคุณภาพ
อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p-value=0.031) อาหารริมบาทวิถี ในภาพรวมท้ัง 4 มิติ และ
เนื่องจากมีการพัฒนาศักยภาพของผูประกอบ อ า ห า ร ริ ม บ า ท วิ ถี ป ล อ ด โ ร ค ติ ด เ ช้ื อ ไ ว รั ส

113THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

โคโรนา 2019 มีการพัฒนาเปนระดับดี ระดับ ■ ขอเสนอแนะ
ความรูของผูประกอบการคาอาหาร พบวา
หลังดําเนินการ มีคะแนนความรูสูงกวา 1. ควรมีการพัฒนาคุณภาพอาหาร
กอนดําเนินการ มีความแตกตางอยางมี ริมบาทวิถีแบบบูรณาการ (Integration)
นัยสําคัญทางสถิติท่ีระดับ p-value-0.031 โดยความรวมมือจากทุกภาคสวนทั้งภาครัฐ
ประชาชนผูบริโภค มีสวนรวมในมาตรการ ภาคเอกชน องคกรปกครองสวนทองถิ่น
ปองกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คือ ผูประกอบการคาอาหาร และประชาชนผู
สวมหนากากผาหรือหนากากอนามัย ทุกคน บริโภค รวมจัดทําแผนงาน/โครงการพัฒนา
มี ก า ร ล ง ท ะ เ บี ย น ห รื อ ใ ช  แ อ ป พ ลิ เ ค ชั น อาหารริมบาทวิถีระยะส้ันและระยะยาว เพื่อ
และการตรวจวัดอุณหภูมิรางกายที่จุดคัดกรอง พัฒนาอาหารริมบาทวิถี ใหไดมาตรฐานอยาง
การเวนระยะหางตามมาตรการปองกันโรค ตอ เนอ่ื งและยง่ั ยืน
ตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 และมคี วามพงึ พอใจ
ท่ีตลาดมีการพัฒนาดานความสะอาด ความ 2. นํารูปแบบการพัฒนาอาหาร
เปนระเบียบและมาตรการปองโรคติดเชื้อไวรัส ริมบาทวิถี แบบวิถีชีวิตใหม โดยการมี
โคโรนา 2019 ทช่ี ดั เจน สวนรวมของภาคีเครือขาย ไปขยายผล
ในพ้ืนท่ีอาหารริมบาทวิถีอ่ืนๆ ในจังหวัด
กําแพงเพชรตอไป

เอกสารอา งองิ

21.. จเรติ วดผีลสจิญมงุท.สรธุวสรุัฒากคนจิ รร,:าจนไันซอทเาบหรอจารริรพ ราิมร้นิโทพทาธงกิ์สรปัุปตลย;า2.ย5ทก6าา2งร.ทพ่ีสัฒดนใสา.รูวปาแรบสบารกอาุตรสจาัดหกการรรอมาสหาารรร2ิม55บ6า;5ท5ว:ิถ20ี -เพ2.่ือเสริมสรางสุขภาพ.
3. สาํ นักกณงาานรหปสอ ารงธปะาชรรุะมณชคุมสณขุสะําจนกังหักรวรงมัดานกกสาําแารธพสาางรเธณพาชสรรุขณ.จสังรุขหายจวงังดั าหกนวาํ ผแัดลพกกงําาเแรพพดชํางรเเ;นพ2ินช5ง6รา2น.ครC้ังlทea่ี n2/F2o5o6d2;Gวoันoทd่ี T11asกteรกปฎระาจคาํ มป 22556622;;
4. สํานักปสงาํรานะนักจสํงาาาปธนงาสบราปณธารสระุขณมจาสังณขุ หจวงั2ัดห5กว6ัดํา2กแาํเพขแงตพเสพงเุขชพภรช.ารกพ;าท2ร5ี่ต63ร2วรหจอรนบาาชท2ก่ี 02า.;รแวลันะทน่ี ิเ1ท2ศ-ง14านมกิถรุนณาีปยกนติ 2ก5ร6ะ2ท; รณวงสหาอธงาปรรณะชสุุมข
5. ธนพิช2ค5ฌร6บน3ท] .ุกเจแขังกาหถววึงกัดไาด.[จอากินกร:เมทhออttนรpเาsน:ม/็ต/ัยt]h.aตกiั้nงรเeุงปwเทาs.ปพpฯrd2:.5gสo6ํา.4นthัก/ยขthกา/รวnะกeดwรับมsมป/pราrะตinชรtา_ฐสnาัมeนwพอันsา/ธหT;าCร25AS6T1tGre[2เeข0t1า0ถF0ึงo8เ1oม8dื่อ252T561h0aต12iุลlาaคnมd
6. ธนพิชต[ฌเั้งขเนาป ถาแึงสกเรมวา่ืกองา2.19กจรังตะหุลทวารัดควมง12ส5าอ6ธา3าห]รา.ณรเรสขิมุขาบถาKึงทไicวดิkถจี าo[กอff:ินนhเทtโtอยpรบsเ:าน/ย/็ตสth]ุข.aภiสnาําeพนwวักิถsข.ีใpาหrวมdก.รgตมoนป.tแรhบะ/ชtบhาอ/สาnัมหeพwาัรนsปธ/ลd; อe2tดa5ภi6lัย3/
87.. ชBยloันoตmTรCธ รBASปT.ทGHมุ 2า0aนn10นd2bท9o.1o9สk5ถ8ติ o2ิศ5nา0สf5oต0rรmคaลtนิ ioกิ nกaาnรdวเิ คSรuาmะหmถ aดtiถvอeยEมvาตalรuฐaาtนio.nกรoงุ fเทSพtuฯd:eอnมtรLนิ eทaรr nพinร้นิg.ตงิ้N; e2w55Y6.ork:
9. จุไรรัตอMนาcห Gชาrรําaรนwิมา-บญHาไiทlพlวรBิถ,oีตกoาkรมุณCเกาoณmสฑpุขaแอnทาyห;, า1เ9รส7ปา1.ลวนอีดยภ สัยาใบสุตใจรส, ุขธภันาฐพภัทกรร มปอตนิพาัฒมัยนภกิญรโณญีศ.ึกกษาารพพัฒ้ืนนทาี่ตมลาาตดรถฐนานน

ศaคsูนนsยeเดtอsิน/นdบาmมาkัยนmทวี่/ัด03ส2;ิ0ง20ห59 06จ83ัง0ห6[เ0วข9ัดา4ชถ9ัึยงเนมาื่อท26[อตินุลเาทคอมรเ2น5็ต6]3.].นเคขารถสึงวไรดรจคา:กก: ลhุมttพp:ัฒ//น20า3อ.น15า7ม.ั7ย1ส.1่ิง6แ3ว/ดhpลcอ3ม/
10. ประวhรริมtดtบpา:า/โท/hภวeชิถrนpีใน-จnเันขrทuต.รกp.sรrุงกuเา.ทaรพcพ.มtัฒhห/นfiาาlนeกค/าOรร5จ[4ัดอ4ินก6เา5ทร_อร12ะร.บเpนบd็ตfส]่ิง.แ2ว5ด5ล7อม[เแขลาะถสึงุขเมาื่อภิบ2า6ลตอุลาาหคามรอ2ย5า6ง3ย]่ัง.ยเืขนาขถอึงงไรดาจนาคกา:

HEALTH

114 ปท่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามยั ส่ิงแวดลอ ม

วารสารการสงเสริมสุขภาพและอนามัยส่ิงแวดลอ ม บ ท วิ ท ย า ก า ร
ปที่ 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2564

การพัฒนางานอนามยั สิ่งแวดลอ ม
ในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ
เพือ่ สนับสนุนเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน

สริ วิ รรณ จนั ทนจลุ กะ
สาํ นักอนามัยส่งิ แวดลอม กรมอนามัย

วันสง 28 มนี าคม 2564, วันแกไข 30 มนี าคม 2564, วนั ตอบรับ 31 มีนาคม 2564

บทคดั ยอ

การศึกษานี้เปนการศึกษาเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืนขององคการสหประชาชาติ
แนวทางการดําเนินงานตามขอเสนอขององคการสหประชาชาติ องคการอนามัยโลกและองคกรที่เกี่ยวของ ยุทธศาสตรชาติ
แผนงานและกฎหมายของประเทศไทย สถานการณและการดําเนินงานอนามัยส่ิงแวดลอมของไทย เพื่อนําขอมูลมาวิเคราะห
สังเคราะหและจัดทําเปนขอเสนอเพ่ือพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดลอมของกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพัฒนา
ที่ย่ังยืนของประเทศไทย โดยวิจัยเอกสาร รวบรวมขอมูลอยางเปนระบบจากเอกสาร หลักฐานท่ีมีการตีพิมพ และเผยแพร
เปนหลักฐานเกี่ยวกับการพัฒนาท่ียั่งยืน ขอมติขององคการสหประชาชาติ องคการอนามัยโลก ยุทธศาสตรชาติ 20 ป กฎหมาย
และแผนท่ีเก่ียวของ การดําเนินงานและผลการดําเนินงานประกอบกับการประชุมกลุมผูบริหาร ผูปฏิบัติของหนวยงาน
ที่เก่ียวของ นําขอมูลมาวิเคราะห สังเคราะห จัดทํารางขอเสนอเชิงนโยบายตอกระทรวงสาธารณสุข และสัมภาษณเชิงลึก
ผูบริหารกระทรวงสาธารณสุขและผูเช่ียวชาญ จํานวน 10 ทาน กอนสรุปเปนอกสารฉบับสมบูรณ ผลการศึกษาสรุปไดวา
กระทรวงสาธารณสุขควรใชเปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เปาหมายหลักท่ี 3 “สรางหลักประกันวาคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดี
และสงเสริมสวัสดิภาพสําหรับทุกคนในทุกวัย” เปนแกนของการทํางานดานสาธารณสุข โดยใหความสําคัญกับงาน 4 ดาน คือ
(1) มลพิษทางอากาศกับสุขภาพ (2) นํ้าสะอาด การสุขาภิบาลและสุขอนามัย (3) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับสุขภาพ
(4) สารเคมีและของเสียอันตรายกับสุขภาพ โดยมีขอเสนอเพ่ือการพัฒนาใน 5 ดาน ประกอบดวย 1) ดานประเด็นงาน
โครงสรางและกลไกในการขับเคลื่อนครอบคลุมประเด็นงานทั้ง 4 ดาน รวมท้ังปรับโครงสรางและกลไกการทํางาน
ภายในกระทรวงใหเปนเอกภาพ เชน บูรณาการงานเขากับแผนปองกันระดับปฐมภูมิ ทําใหหนวยงานสาธารณสุขเปนตนแบบ
และสรางความมั่นใจถึงลักษณะบริการสาธารณสุขวายังดํารงอยูไดแมเกิดภาวะภัยพิบัติ รวมท้ังปรับกลไกในการทํางาน
รวมกับภาคสวนอ่ืนมากขึ้น เพื่อปองกันต้ังแตตนทาง บูรณาการการทํางานในลักษณะกําหนดสถานที่หรือพ้ืนท่ีรวมกัน
2) ดานกฎหมาย สงเสริมสนับสนุนการใชมาตรการตามกฎหมายสาธารณสุขใหมีประสิทธิภาพ ขยายขอบเขตใหครอบคลุม
ประเด็นใหมๆ และลักษณะการดํารงชีวิตท่ีเปล่ียนแปลงไป 3) ดานระบบขอมูลและสารสนเทศ ใหเปนศูนยขอมูล
ระดับประเทศเพ่ือการติดตามผลการพัฒนาที่ย่ังยืนในสวนท่ีเก่ียวกับอนามัยส่ิงแวดลอม (เนนเรื่องนํ้าสะอาด การสุขาภิบาล
สําหรับบานเรือน โรงเรียน และสถานพยาบาล) พัฒนาระบบขอมูลที่เช่ือมโยงระหวางสิ่งแวดลอมและสุขภาพ เพ่ือวิเคราะห
สื่อสารกับประชาชนใหเกิดความรอบรูในการปองกันปญหาอนามัยส่ิงแวดลอม รวมทั้งจัดทําขอมูลสารสนเทศดานโครงสราง
พื้นฐานอนามัยส่ิงแวดลอมของประเทศ เพื่อใหประชาชนและผูเก่ียวของใชประโยชนดวย และนําเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม
มาใชในการทํางาน 4) ดานพัฒนาทรัพยากรบุคลากรและงบประมาณ ส่ือสารทําความเขาใจกับทิศทางในการทํางานใหม
ใหบุคลากรมีความตระหนักถึงผลกระทบตอส่ิงแวดลอม สุขภาพและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีความรูความสามารถ
ในการติดตามการเปล่ยี นแปลงของนโยบาย เทคโนโลยีท่ีอาจมผี ลกระทบตอสขุ ภาพและความพรอ มในการผลกั ดนั ใหห นวยงานอน่ื
นําเรื่องสุขภาพไวในนโยบายเพื่อปองกันกอนเกิดปญหาและไมใหสงตอภาระคาใชจายมาใหหนวยงานสาธารณสุข 5) ดานการ
จัดการความรู วิจัย นวัตกรรมเพื่อสรางหลักฐานเชิงประจักษ เชน การศึกษาภาระโรคจากปจจัยสิ่งแวดลอม รูปแบบ/แนวทาง
จัดการปจจัยสิ่งแวดลอมท่ีอาจมีผลกระทบตอสุขภาพ มาตรการจูงใจใหมีการจัดการปจจัยส่ิงแวดลอมต้ังแตตนทาง
ศึกษาความเสี่ยงลักษณะใหมๆ ท่ีอาจจะเกิดขึ้น คนหาภูมิปญญาชาวบานหรือ Best Practice ตางๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนา
ที่ย่ังยืนตามเปาหมายขององคการสหประชาชาติ และเปาหมายของประเทศไทย ตามยุทธศาสตรชาติ 20 ปไดภายในชวงเวลา
ท่กี ําหนด
คําสําคญั : อนามัยส่ิงแวดลอม กระทรวงสาธารณสุข เปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน วาระการพัฒนาท่ีย่ังยืน ค.ศ. 2030

ยุทธศาสตรช าติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580)

115THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

Development of Environmental Health
in the Ministry of Public Health

to Support Sustainable Development Goals

Siriwan Chandanachulaka
Bureau of Environmental Health, Department of Health

Received 28 March 2021, Revised 30 March 2021, Accepted 31 March 2021

Abstract

t3ToghtoawoaittKocmihatohonhoonnonn)eorfffanhieaefetnddadrsaiemrebeynoosLmlsdtlSaPnnutnerwasittma(eoeshnhhDvvvufgsp4envtamoouueneeitibriw)epaaGserurrnreulrcealmsonuoloTrddihhwctyacnepdrtnrtisdyhaestaa3zoheogtvmeumunininzeHscene:rsecb(ragdtai“tleeeaehnt,etsilihdrrqlEoETncneomilmmaiodobrceauutnrttgdnnhelloebilatasepaantveoeasahvesshhlu’plawdtlrdevitunteiieelseorhaf2rftaepeiArolvapafaooosfte0rcreoleaiochlntecercnrpacsh3tiMndlvharinttmihhlvtmil0ahno.nipcdteecetoeshpniaerteumail,epAPnaneitsogneaonsnnbcnh(lsinrasiledlgtara1tseodatlteocittuv,and).eiatndecshrtnamcrdeliedrlia.DMnyitamyyrlonxyrecasobsdiHTohlennprcipskiipionuatetlwthvtnaenhaoaeo.rirpeufmraiaeivnaeolnfnvidarosaslSopPlslvadeiptdemsoaetotltsnhtrprurcuislhentonluprocyeuitotyortpnb,tsSaoeoososondtaano.gapltpiMgttnetunxlpi.anooilfaoioce4carstdttciFrpdniooadrir)rarcrtdtinauinsoaHotcoasatvrenialoiacPiihpctnslswveocnsehnelbtnpeduywrrsaruetelana.edwaooalnrruesfsnldtlbeaoynsiesmotiSevmtdidhmtoteollhegerlplbeheeuetoedlmrofsnowrhmloycpiilwa,feetos4DtninaroeepalsefvueepuepPitneg(mnseteothacnpeesnheduhMovvwrrtoeiltpsprtvucbhtise(noneinopnsno2eeohirtimaOleglponlvwr.yooirt)oclessieocemttnliarmlnPotdpaWhaa-wrernnonnamlloHomedrrHeebsitmcltfecoadAcsncoahineireehelnttposeubcmee.et’eiiaSncnaigsotmsnnhnmhosrel,oaFtHtengn,otvgtarev,achesaanraeiaodsusnmaiiivothTfws,lntrteanmairlfgraieloiantthoScnoahlgoweeaeelahtnesneanmiuervnron.pr.tdemhdhtieoaiysaihrvlsdletr5anoenntlfIatoloeefoeoa.tieirlta)gueneohpnorcrlealiMtvlswsdgeinrohottitnssCensSeohiasalaeensOtswlohNgilrtDrarbareoesnmre.pabmosnPirdnuhlpaaGcatac.escraldH2eiveehtmeedloytkhlsiPsklsa)eniDnaosihpsio,rearlennst,ttnatoaatyootnePeniyeaeuahgghnavnngsgmvsctdvmrnlr.ledcedmeehioeemeidaoreoIhdSsdnlhsnmnmnnentloft”oseaaetioeivegntdeepruqfoanottneeatiaaetihcmsnwuhrtddlagceao(lttretsuoad3eheeestenlerosni,etrnhua,)gehvitet-ssranehrryhmtarorfsruyeebetlcseteeolinheluarglaientaersosGcm2eimdoxleriaesugulnm.tpnu0cttrespholsotphpEhpemt1sehMpadaateoea8rraau:anetlotgsnelerer-atcoebiisactuinp1vthrvnnln2tsor,l)hlosolsrcrfeeiittyak0ioivaSurciouhohnsabmR3,bcoposferDtpcanltml7airrfanhriteiceunaslbnehyoeltGgmievarvielegsntecsamdoeaayriycansaeeelvesnselnenu,ohsrvntnkhenipdvacihoudrnaitnooatfrtnoeerfnracisaioelouuolnedsnnilhtlg4cvoMmwsresntgm-aeieuepshhyrtulmdnknlsapanviiOmceelesentedgrisoratittanaieddnedPicpuugeeeececllnotugdaeetntrmtrsedHaat)thnhheeeessss)rtltl.,.

■ บทนํา หายใจ โรคมะเร็งปอด จากขอมูลท่ีองคการ
อนามัยโลก(1) นํามาใช พบวา ประมาณรอยละ
องคการอนามัยโลกใหความสําคัญ 23 ของการเสียชีวิตของประชากรท่ัวโลกมี
กับงานอนามัยสิ่งแวดลอมมากข้ึนเรื่อย ๆ สาเหตุจากปจจัยส่ิงแวดลอม เปนการเจ็บปวย
เนื่องจากเปนงานที่สามารถปองกันและลดการ จนเสียชีวิตดวยโรคไมติดตอเร้ือรังถึงรอยละ
เจ็บปวยหรือเสียชีวิตจากสาเหตุที่สามารถ 65 นอกจากน้ี ปจจัยส่ิงแวดลอมเปนสาเหตุ
ปองกันได ดวยการลดปจจัยเส่ียงกอนที่จะ ของการเสยี ชวี ิตของเด็กอายุ 0-5 ป ถงึ รอ ยละ
มีผลกระทบตอสุขภาพและการจัดการสภาพ 26 องคก ารอนามัยโลกถอื วา ปจจัยสงิ่ แวดลอ ม
แวดลอมท่ีเอื้อตอการมีสุขภาพดี เชน โรค ถือเปนสิ่งคุกคามระบบสุขภาพท่ีสําคัญ หากมี
จากอาหารและนํ้าเปนสื่อ โรคระบบทางเดิน

116 ปท่ี 44 ฉบับท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอม

การพฒั นางานอนามัยส่ิงแวดลอ มในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข เพือ่ สนบั สนุนเปาหมายการพฒั นาทีย่ ง่ั ยืน

การปรับปรุงสภาพแวดลอมใหดี จะชวย อยู (เชน ปญหานํ้าสะอาดและการสุขาภิบาล)
สงเสริมใหคนมีสุขภาพดีและมีความเปนอยูท่ี ขณะเดียวกันก็มีปญหาส่ิงแวดลอมใหมเกิดขึ้น
ดีได และหากมีการจัดการที่ปจจัยเส่ียง (เชน ขยะอิเล็กทรอนิกส การเปลี่ยนแปลง
สิ่งแวดลอมน้ัน จะสามารถลดและปองกัน สภาพภูมิอากาศ ความเปนเมือง รูปแบบ
การเสียชีวิตของคนไดถ ึงหน่ึงในสี่ การทํางาน/ลักษณะบริการท่ีเปลี่ยนแปลงไป)
งบประมาณดา นการปอ งกนั นอ ยกวา การรกั ษา
ในชวงตั้งแตป 2530 ไดมีรายงาน พยาบาล พบเช้ือดื้อยาตานจุลชีพที่มีผล
การพัฒนาที่ย่ังยืนของคณะกรรมาธิการโลกวา กระทบตอการสาธารณสุขอยางมีนัยยะสําคัญ
ดวยสิ่งแวดลอมและการพัฒนา(2) ซึ่งใหนิยาม ขาดหลักฐานเชิงประจักษ การสื่อสารท่ีไมมี
วา “การพัฒนาท่ีย่ังยืนเปนรูปแบบการพัฒนา ประสิทธิภาพ และกลไกการทํางานในปจจุบัน
ท่ี ต อ บ ส น อ ง ค ว า ม ต  อ ง ก า ร ข อ ง ค น ใ น รุ  น ยงั ไมต อบสนองการทาํ งานในลกั ษณะบรู ณาการ
ปจจุบัน โดยไมทําใหคนในรุนตอไปในอนาคต จึงจําเปนที่จะตองทบทวนบทบาทหนาที่และ
ตองยอมลดทอนความสามารถในการ ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขในดาน
ตอบสนองความตองการของตนเอง” เปน อนามัยส่ิงแวดลอม เพ่ือปองกันการเจ็บปวย
การพัฒนาที่ตองมีความสมดุลระหวางการ และเสียชีวิตกอนวัยอันสมควร และเปนการ
พัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และส่ิงแวดลอม สรางสภาพแวดลอมท่ีเอื้อตอการมีสุขภาพดี
โ ด ย มี ค น เ ป  น ศู น ย  ก ล า ง ข อ ง ก า ร พั ฒ น า อกี ดว ย
ซึ่งองคการสหประชาชาติไดมีการพัฒนา
อยางตอเน่ืองจนเปนเปาหมายการพัฒนา ■ วตั ถปุ ระสงคก ารศึกษา
ของโลกในชวงป 2535 ทเี่ รียก “ปฏิญญารโิ อ”
และ “แผนปฏิบัติการ 21” มาถึง “เปาหมาย เ พื่ อ ศึ ก ษ า เ ป  า ห ม า ย ก า ร พั ฒ น า
การพัฒนาแหงสหัสวรรษ” จนถึงเปาหมาย ที่ยั่งยืนขององคการสหประชาชาติ แนวทาง
ในปจจุบัน “เปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน”(3) การดําเนินงานตามขอเสนอขององคการ
(ชวงป 2559-2573) โดยกําหนดเปาหมาย สหประชาชาติ องคการอนามัยโลกและองคกร
หลกั (Goals) 17 ประการ เปาหมาย (Targets) ที่เก่ียวของ ยุทธศาสตรชาติ แผนงาน
169 ประการ และมตี ัวชว้ี ดั สําคัญ (Indicators) และกฎหมายของประเทศไทย สถานการณ
241 ตัว เปนเปาหมายที่มีลักษณะบูรณาการ แ ล ะ ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น อ น า มั ย ส่ิ ง แ ว ด ล  อ ม
และเชื่อมโยงกัน มีเปาหมายหลักในเร่ือง ของไทย เพ่ือนําขอมูลมาวิเคราะห สังเคราะห
สุขภาพโดยตรง คือ เปาหมายหลักท่ี 3 และจัดทําเปนขอเสนอเพ่ือพัฒนางานอนามัย
“สรางหลักประกันใหคนมีสุขภาพดีและ ส่ิ ง แ ว ด ล  อ ม ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข
สงเสริมสวัสดิภาพสําหรับทุกคนในทุกวัย” เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน
สาํ หรับประเทศไทยไดมยี ทุ ธศาสตรช าติ 20 ป ของประเทศไทย
( พ . ศ . 2 5 6 1 - 2 5 8 0 ) (4) ซึ่ ง มี วิ สั ย ทั ศ น 
“ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน ■ นิยามศัพทเ ฉพาะ
เปนประเทศพัฒนาแลว ดวยการพัฒนา
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ยังมี งานอนามัยส่ิงแวดลอม หมายถึง
กฎหมายและแผนท่ีเกยี่ วของอีกหลายฉบบั การจัดการปจจัยส่ิงแวดลอมที่อยูรอบตัวคน
และมีศักยภาพกอใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพ
จ า ก ช  ว ง เ ว ล า ป  จ จุ บั น จ น สิ้ น สุ ด ดวยการประเมินและควบคุมปจจัยสิ่งแวดลอม
เปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในป 2573 น้ัน โดยมีเปาประสงคเพื่อปองกันการเกิดโรค
โลก(5)และประเทศไทย ยังมีปจจัยทาทายอีก หรือเจ็บปวยหรือเสียชีวิตและการสรางสภาพ
หลายประการ เชน ปจ จยั เสยี่ งแบบดงั้ เดมิ ยงั คง แวดลอมทีเ่ อือ้ ตอ การมสี ุขภาพดี

117THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

งานอนามัยส่ิงแวดลอมในบทบาท โครงการวจิ ยั เอกสาร Documentary Research
ของกระทรวงสาธารณสุข หมายถงึ การดําเนนิ เก็บรวบรวมขอมูลดวยการทบทวนเอกสาร
ง า น ใ น ภ า ร กิ จ ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข อยางเปนระบบ (Systematic Review)
เพ่ือปองกัน ควบคุม สิ่งคุกคามจากปจจัย จากเอกสารหลัก 48 ฉบับ (เชน อนุสัญญา
สิ่งแวดลอมที่อาจมีผลกระทบตอสุขภาพ ทั้งท่ี ระหวางประเทศ กฎหมาย ขอมติขององคการ
เปนปจจัยส่ิงแวดลอมแบบดั้งเดิม ปจจัย สหประชาชาติ ขอมติและยุทธศาสตรของ
สิ่งแวดลอมสมัยใหม และปจจัยสิ่งแวดลอมท่ี องคการอนามัยโลก และองคกรท่ีเกี่ยวของ
เปนสิ่งคุกคามระดับโลก รวมท้ังเพื่อการ ยุทธศาสตรชาติ 20 ป แผนแมบทภายใต
จัดการสภาพแวดลอมท่เี อือ้ ตอ การมสี ุขภาพดี ยุทธศาสตรชาติ และแผนท่ีเกี่ยวของท่ียังมีผล
จนถึงป พ.ศ. 2563) บทบาทหนาท่ี พันธกิจ
เ ป  า ห ม า ย ก า ร พั ฒ น า ที่ ยั่ ง ยื น และผลการดําเนินงานอนามัยส่ิงแวดลอมของ
(Sustainable Development Goals, SDGs) กระทรวงสาธารณสุขจากเอกสารและรายงาน
หมายถึง เปาหมายท่ีถูกกําหนดโดยองคการ ของหนวยงาน รวมท้ังจากการสัมภาษณ
สหประชาชาติ เพื่อใหประเทศตางๆ ผูบริหาร/ผูปฏิบัติงาน (จํานวน 15 คน/
ใชเปนแนวทางพัฒนาเพื่อไมทิ้งใครไวขางหลัง 3 หนวยงาน) แลวนํามาวิเคราะหเน้ือหา
เปน เปา หมายการดาํ เนนิ งานในชว ง พ.ศ. 2559– ท่ีเกี่ยวกับอนามัยสิ่งแวดลอม (Content
2573 โดยไดกําหนดเปาหมายหลัก (Goal) Analysis) นํามาสังเคราะหเปนรางขอเสนอ
เปาหมาย (Target) และตัวชี้วัด (Indicator) ตอกระทรวงสาธารณสุข โดยผานการรับฟง
เปน กรอบในการพฒั นา ความคดิ เหน็ ของผบู รหิ ารระดบั สงู ของกระทรวง
สาธารณสุข และหนวยงาน/องคกรท่ีเกี่ยวของ
ยุทธศาสตรชาติ 20 ป หมายถึง 9 หนว ยงาน/องคก ร จาํ นวน 10 คน สรปุ เปน
เปาหมายของประเทศไทยเพื่อใหเกิดการ ขอเสนอเชิงนโยบายตอกระทรวงสาธารณสุข
พัฒนาท่ีมีลักษณะทําใหประเทศมั่นคง มั่งค่ัง โดยมกี รอบแนวคดิ การศกึ ษาดงั ภาพท่ี 1
และยั่งยืน เปนเปาหมายการดําเนินงานใน
ระยะ 20 ป ระหวางป พ.ศ.2561-2580 ● การพิทักษสิทธิ์กลุมตัวอยาง
ไดรับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรม
■ วธิ กี ารศึกษา การวิจัย กรมอนามัย เลขท่ี 427/2563 วันที่
5 ตลุ าคม 2563
การศึกษาวิจัยน้ีใชระเบียบวิธีวิจัย
เชิงคุณภาพ (Qualitative Research)

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดการศกึ ษา
118 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสงเสรมิ สขุ ภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม

การพัฒนางานอนามัยส่ิงแวดลอ มในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ เพ่ือสนบั สนุนเปา หมายการพัฒนาท่ยี ่ังยนื

■ ผลการศกึ ษา สทิ ธปิ ระชาชนในการไดร บั บรกิ าร ไดร ับขอมูล
ขาวสารที่จําเปน และมีพระราชบัญญัติการ
1. การพัฒนาที่ย่ังยืนในบริบทโลก จัดทํายุทธศาสตรชาติ พ.ศ. 2560(10) กําหนด
จากนิยามของการพัฒนาท่ีย่ังยืนขางตน ใหจัดทํายุทธศาสตรชาติเพ่ือเปนเปาหมาย
หมายถึงการพัฒนาท่ีมีความสมดุลระหวาง การพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนและมีกฎหมาย
เศรษฐกิจ สังคมและส่ิงแวดลอม และเปนการ ทเ่ี ก่ียวของอกี 9 ฉบับ
พัฒนาที่ตอบโจทยในปจจุบันและไมกอใหเกิด
ปญหากับคนรุนตอไปในอนาคต องคการ ยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-
สหประชาชาติไดมีมติรับรองเอกสาร “The 2580) ซ่ึงเปนเปาหมายพัฒนาประเทศ
Future We Want”(6) และมติรับรองใหใช ระยะยาวฉบับแรกของประเทศไทย เพื่อตอบ
“วาระเพื่อการพัฒนาที่ย่ังยืน ค.ศ. 2030 และ สนองตอเปาหมายการพัฒนาประเทศและ
เปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน”(7) เปนวิสัยทัศน การพัฒนาท่ีย่ังยืนในบริบทโลก เนนการสราง
รวมเพื่อการพัฒนาท่ียั่งยืนสําหรับทุกคน สมดุลระหวางการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม
โดยจะเปนขอผูกพันกับทุกประเทศ รวมท้ัง และสิ่งแวดลอม ที่ตองนําไปสูการปฏิบัติ
ประเทศไทย โดยมีเปาหมายสูงสุดเพื่อขจัด เพื่อใหประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน ภายใน
ความยากจน ลดความเหล่ือมล้ํา ไมทิ้งใครไว ระยะเวลาที่กําหนด เพื่อความสุขของคนไทย
เบื้องหลัง ซ่ึงเปาหมายที่กําหนดนั้นมีความ ทุกคน มียุทธศาสตรในการทํางาน 6 ดาน
สัมพันธเช่ือมโยงกัน ใชตัวช้ีวัดเพ่ือติดตาม ดานที่เกี่ยวของกับงานอนามัยส่ิงแวดลอม
ความกาวหนาภารกิจสําคัญในระดับโลก อยูใน 2 ยุทธศาสตร ไดแก ยุทธศาสตรชาติ
องคการสหประชาชาติเสนอวาประเทศตางๆ ด  า น ก า ร พั ฒ น า แ ล ะ เ ส ริ ม ส ร  า ง ศั ก ย ภ า พ
สามารถกําหนดยุทธศาสตรหรือแผนงาน ทรัพยากรมนุษย และยุทธศาสตรชาติดาน
ท่ีเหมาะสมกับบริบทของแตล ะประเทศได และ การสรา งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ทเี่ ปน มติ ร
ขอใหแตละประเทศใชเปาหมายหลักและเปา ตอสิ่งแวดลอม ที่เนนใหคนไทยมีสุขภาวะที่ดี
หมายที่กําหนดในเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน มีการปองกันและควบคุมปจจัยเสี่ยงท่ีคุกคาม
เปนหลักในการทํางานของประเทศ และเสนอ สุขภาวะ โดยผลักดันการสรางเสริมสุขภาวะ
ใหจัดทําขอมูลตามตัวช้ีวัดเพ่ือการติดตาม ในทุกนโยบาย สรางการเติบโตอยางยั่งยืน
ความกาวหนาของประเทศตางๆ ในสวนท่ี บนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว ลดความเสี่ยงของ
เ ก่ี ย ว ข  อ ง กั บ ง า น อ น า มั ย สิ่ ง แ ว ด ล  อ ม นั้ น ผลกระทบดานสิ่งแวดลอม เพิ่มพ้ืนที่สีเขียว
ประกอบดวย 8 เปาหมายหลัก 24 เปาหมาย การจัดการน้ําเสีย ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
และตวั ชีว้ ดั 34 ตัว สรุปตัวชี้วัดและความเชือ่ ม ถูกตองตามหลักสุขาภิบาล เสริมสรางระบบ
โยงตามเปาหมายสําคัญของงาน 4 ดาน คือ สาธารณสุขและอนามัยสิ่งแวดลอม และ
มลพิษทางอากาศ น้ํา การสุขาภิบาลและสุข ยกระดับความสามารถในการปองกันโรค
อนามัย การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุบัติใหมและอุบัติซ้ํา ศึกษาวิจัย สรางองค
และสารเคมแี ละของเสยี อนั ตราย(8) ดงั ภาพที่ 2 ความรูดานการสงเสริมสุขภาพและการ
ปองกันโรคในประชากรทุกกลุม โดยเฉพาะ
2. ก า ร พั ฒ น า ที่ ย่ั ง ยื น ใ น บ ริ บ ท กลมุ เปราะบาง โดยมีแผนแมบทฯ อีก 23 ดา น
ประเทศไทย แนวทางในการพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื น้ัน ซ่ึงเปนแผนท่ีแสดงถึงความเช่ือมโยงกันในมิติ
มีโครงสราง สาระและกลไกกําหนดตาม ตา งๆ โดยมรี ายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ จากยทุ ธศาสตร
บทบัญญัติในกฎหมายรัฐธรรมนูญแหงราช ชาติ และกําหนดเปาหมายท่ีตองการบรรลุ
อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560(9) ดาน เปน 4 ชวงๆ ละ 5 ป สวนที่เก่ียวของกับ
หนาที่ของรัฐในการจัดบริการท่ีเก่ียวกับ งานอนามัยสิ่งแวดลอมปรากฏในแผนแมบท
อนามัยสิ่งแวดลอมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

119THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

5 ประเดน็ ไดแ ก (1) การเสรมิ สรางใหคนไทย เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งคุกคาม
มีสุขภาวะท่ีดี(11) (2) การเติบโตอยางยั่งยืน(12) ใหมๆ ในสวนท่ีเก่ียวของกับงานสาธารณสุข
( 3 ) ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร น้ํ า ท้ั ง ร ะ บ บ (13) และอนามัยส่ิงแวดลอม คือ เนนการจัดการ
(4) โครงสรางพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส ปจจยั ส่ิงแวดลอ ม ซ่งึ เปนหน่งึ ในปจจยั กาํ หนด
และดิจิทัล(14) และ (5) พื้นท่ีและเมืองนาอยู สุขภาพ ท่ีสามารถปองกันหรือหลีกเล่ียงได
อัจฉรยิ ะ(15) และยังมีแผนท่ีเกยี่ วของอืน่ ๆ อกี สรปุ สาระสาํ คญั ได ดังนี้

ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร พั ฒ น า ที่ ย่ั ง ยื น การปอ งกันปฐมภมู ิ ดวยการยกระดับ
(กพย.)(16-17) ทําหนาที่ในการบูรณาการ การจัดการปจจัยกําหนดสุขภาพ เพื่อการ
การพัฒนาในภาพรวมของประเทศ และ คุมครองและทําใหสุขภาพดีข้ึน ตามที่กําหนด
มอบหมายใหมีหนวยงานรับผิดชอบหลัก ในวาระการพัฒนาท่ยี ่งั ยืน ค.ศ. 2030 โดยใหมี
แ ล ะ ห น  ว ย ง า น ส นั บ ส นุ น ต า ม เ ป  า ห ม า ย การจดั การปจ จยั เสย่ี งสงิ่ แวดลอ มตงั้ แตต น ทาง
การพัฒนาทย่ี ่งั ยืนเปา หมายหลกั 15 เปาหมาย มี ก า ร ดํ า เ นิ น ก า ร ป  อ ง กั น ป ฐ ม ภู มิ โ ด ย ใ ห 
แ ล ะ มี ก ล ไ ก ก า ร ขั บ เ ค ลื่ อ น ใ น ร ะ ดั บ พ้ื น ที่ ทุกภาคสวนมีสวนรวม และทําใหเกิดสมดุล
โดยมี สศช. ทําหนาท่ีสํานักงานเลขานุการ ใหมของการใชงบประมาณเพื่อการปองกันใน
กพย. และมีคณะอนุกรรมการอกี 4 คณะ ระดับปฐมภูมิในระยะยาว ผนวกการจัดการ
ป  จ จั ย เ สี่ ย ง ส่ิ ง แ ว ด ล  อ ม ไ ว  ใ น แ ผ น ง า น
3. แ น ว ท า ง ดํ า เ นิ น ง า น ต า ม ม ติ ท่ีเกี่ยวของ เชน แผนควบคุมโรค โภชนาการ
องคการสหประชาชาติ องคการอนามัยโลก อนามัยแมและเด็ก โดยเฉพาะโรคเขตรอน
และองคกรท่ีเก่ียวของเพ่ือการพัฒนาท่ียั่งยืน ที่ถูกละเลย การใชพลังงานสะอาดและการ
ขอมติสมัชชาสหประชาชาติท่ีสําคัญ คือ เขาถึงการสุขาภิบาลและการจัดการสิ่งปฏิกูล
การระบุถึงสิทธิของคนในการอยูในสภาพ อยางปลอดภัยในบานเรือน โรงเรียน สถาน
แวดลอมท่ีสะอาด(18) (อากาศสะอาด) และ บรกิ ารสาธารณสุข
การไดรับน้ําดื่มสะอาดและการสุขาภิบาล(19)
เปน สิทธมิ นษุ ยชน ขอ มติและแนวทางอนื่ ๆ ได การทํางานขามภาคสวนเพ่ือใหมี
เรงรัดใหทุกประเทศไดปรับเปลี่ยนวิธีการ การจดั การปจ จยั กาํ หนดสขุ ภาพในทกุ นโยบาย
ทํางาน ใหมีลักษณะบูรณาการมากขึ้น และทุกภาคสวน เชน พลังงาน ขนสง
แ ล ะ ร อ ง รั บ ป  ญ ห า ที่ จ ะ เ กิ ด ข้ึ น จ า ก ก า ร ที่อยอู าศัย แรงงาน อตุ สาหกรรม ระบบอาหาร

ท่มี า : United Nations, 2017 (8)

ภาพท่ี 2 ตวั ชว้ี ัดเพอ่ื การพัฒนาทย่ี ั่งยนื ตามเปาหมายสําคญั 4 ดา น

120 ปท ี่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอม

การพัฒนางานอนามัยสิ่งแวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนนุ เปา หมายการพัฒนาทยี่ ั่งยนื

และการเกษตร น้ําและการสุขาภิบาล ใหมี ที่เอื้อตอการมีสุขภาพดี รวมท้ังการประเมิน
การประเมินผลกระทบตอสุขภาพในระดับ ผลกระทบตอสุขภาพ ซ่ึงมีหนวยงานท่ี
โครงการพฒั นา การประเมินระดับยทุ ธศาสตร เก่ียวของทั้งหนวยงานสวนกลางและสวน
ท่ีใหเรื่องสุขภาพเปนสวนหนึ่งของการตัดสิน ภมู ภิ าค สรปุ ไดต ามภาพที่ 3
ใจทางเลือกนโยบายเพื่อใหเกิดความย่ังยืน
กําหนดเปาหมายทํางานในลักษณะสถานที่ 5. ประเด็นงานอนามัยสิ่งแวดลอม
หรือพ้ืนท่ี เชน เมือง บานเรือน โรงเรียน เพ่ือสนับสนุนการพัฒนาท่ีย่ังยืน องคการ
ส ถ า น ท่ี ทํ า ง า น ภ า ค ธุ ร กิ จ ส นั บ ส นุ น อนามัยโลกใหความสําคัญ 7 ประเด็น คือ
การจดั การสารเคมตี ลอดวงจรชีวติ ใชและผลติ (1) มลพิษทางอากาศ (ภายในอาคารและ
สารเคมีในแนวทางลดผลกระทบทางลบ ภายนอกอาคาร) (2) น้ํา การสุขาภิบาลและ
ตอสุขภาพและสิ่งแวดลอม ภาคสวน สุขอนามัย (3) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ-
สาธารณสุขมีความเขมแข็ง โดยมีบทบาท อากาศ (4) ความปลอดภัยจากสารเคมีและ
ในการนําการอภิบาลและการประสานกับ รังสี (5) อนามัยส่ิงแวดลอมในภาวะฉุกเฉิน
ภาคีอ่ืนที่เก่ียวของ รวมทั้งพัฒนาทักษะ (6) อนามัยสง่ิ แวดลอ มในสถานท่ที ํางาน เมอื ง
บุคลากรในการเจรจากับหนวยงานอื่นให บานเรือน และ (7) อนามัยส่ิงแวดลอม
เกิดสุขภาพในทุกนโยบาย พัฒนาขีดความ ในสถานบริการสาธารณสุข ประเทศไทย
สามารถใหมีความรู ความเขาใจในดาน สามารถใชเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนของ
สุขภาพ สิ่งแวดลอมและการเปล่ียนแปลง องคการสหประชาชาติ ขอมติของสมัชชา
สภาพภูมิอากาศ ทักษะในการสื่อสารส่ิงท่ี สหประชาชาติ สมัชชาอนามัยโลก และกรอบ
คนพบ ผลักดันใหมีการจัดการความเส่ียง แนวทางของประเทศไทย เพ่ือเปนกรอบ
จากสิ่งแวดลอม สังคมและสภาพภูมิอากาศ ในการดําเนินงานได และในการศึกษาครั้งนี้
โดยผานการนําและการอภิบาลระหวางภาค เนนหนักการดําเนินงานใน 5 ประเด็นสําคัญ
สวน การใชหลักฐานเพ่ือการช้ีนําดานสุขภาพ คอื (1)-(4) และ (7) ไดศ ึกษาจากสถานการณ
การปฏิบัติตามแผนงาน การเฝาระวังและ อนามัยส่ิงแวดลอมประกอบดวย วาประเด็น
ติดตามผล มีบทบาทอยางเขมแข็งในการ ดังกลาวนั้น สถานการณในประเทศไทย
ปฏิบัติตามขอตกลงแบบพหุภาคีในดาน เปนอยางไรทั้งในปจจุบันและที่คาดวาจะเกิด
ส่ิงแวดลอม สุขภาพ และการพัฒนาในระดับ ข้นึ ในอนาคต
โลกและภูมิภาค และผลักดันใหทุกภาคสวน
ปฏิบัติตามดวย (เชน ยุติการใชเครื่องมือ 6. สถานการณอนามัยสิ่งแวดลอม
แพทยท่ีมีสารปรอท ลดการใชอมัลกัมในงาน ของโลกและประเทศไทย พบวา ปจจัย
ทันตกรรม) สงเสริมใหบุคลากรสาธารณสุข ส่ิงแวดลอม มีผลกระทบตอสุขภาพและเสีย
มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ทําใหเกิด ชีวิต คิดเปนประมาณรอยละ 23 (ประมาณ
วถิ ชี ีวติ ท่ยี ง่ั ยืนและสขุ ภาพดี 12.6 ลานคน) ของการเสียชีวิตของคนท่ัวโลก
เปนการเจ็บปวยจนเสียชีวิตดวยโรคไมติดตอ
4. โครงสรางและกลไกการดําเนิน เร้ือรัง (NCDs) ถึงรอยละ 65 (ประมาณ
งานของกระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย 8.2 ลานคน) และการเสียชีวิตของประชากร
เปนหนวยงานหลักท่ีรับผิดชอบงานอนามัย เด็กอายุ 0-5 ป พบการเสียชีวิตรอยละ 26
สิ่งแวดลอม ทํางานรวมกับสํานักงานปลัด มีสาเหตุจากปจจัยส่ิงแวดลอม สําหรับขอมูล
กระทรวงสาธารณสุข(20) โดยกรมอนามัย(21) การเจ็บปวยและเสียชีวิตในระดับโลกและ
มีอํานาจหนาที่เกี่ยวกับการจัดการปจจัยเสี่ยง สถานการณป ระเทศไทยทย่ี งั ไมม ขี อ มลู ทแี่ สดง
ตอสุขภาพ และการจัดการอนามัยส่ิงแวดลอม ถึงความสัมพันธระหวางส่ิงแวดลอมกับโรค
หรือการเจ็บปวย แตก็ไดแสดงใหเห็นวาโรค/

121THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

การเจ็บปวยนั้น รวมท้ังมีปจจัยเส่ียงที่ยัง วาระแหงชาติ “การแกไขปญหามลพิษ
พบไดใ นประเทศไทย สรุปไดด ังภาพท่ี 4 ดานฝุนละออง” ในภารกิจดานการแพทย
และสาธารณสุข กรณี ฝุนละอองขนาดไมเกิน
สรุปไดวา ประเทศไทยยังตองให 2.5 ไมครอน ก(Pา Mร แ2พ.5)ทโยด แยมลาะตสรากธาารรบณริหสาุ ขร
ความสําคัญกับการเจ็บปวย และความสูญเสีย จั ด ก า ร ด  า น
ที่เก่ียวของกับ 4 ประเด็นสําคัญดังกลาว สนบั สนนุ การใชพ ระราชบญั ญตั กิ ารสาธารณสขุ
ขางตน ท่ีสามารถปองกันไดดวยมาตรการ พ.ศ. 2535 พัฒนาเกณฑเพ่ือการเฝาระวัง
อนามัยสิ่งแวดลอม (เปาหมายการพัฒนา ผลกระทบตอสุขภาพ และคําแนะนําในการ
ท่ียง่ั ยืนท่ี 3.9) ปฏบิ ตั ติ วั สาํ หรบั ประชาชนทวั่ ไปและกลมุ เสยี่ ง
(2) น้ํา การสุขาภิบาลและสุขอนามัย
7. ผ ล ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น อ น า มั ย เฝาระวังคุณภาพน้ํา พัฒนาเครือขายในการ
ส่ิ ง แ ว ด ล  อ ม ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข จัดการคุณภาพน้ําบริโภคในชุมชน เฝาระวัง
ในชวงปงบประมาณ 2562-2563 กระทรวง ในพื้นท่ีเฉพาะ เชน โรงเรียนในโครงการ
สาธารณสุขไดกําหนดเปาหมายและตัวช้ีวัด กพด. พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและพ้ืนท่ี
เพื่อติดตามผลงานท่ีสําคัญ ในเชิงปริมาณ ระเบยี งเศรษฐกจิ ภาคตะวนั ออก พฒั นารปู แบบ
ส  ว น ใ ห ญ  เ ป  น ค  า เ ป  า ห ม า ย ใ น ลั ก ษ ณ ะ การจัดการคุณภาพน้ําบริโภคในโรงเรียน
กระบวนการทํางาน ตัวอยางเชน รอยละของ ถิ่นทุรกันดาร ยกระดับจัดการสุขาภิบาล
จั ง ห วั ด ท่ี มี ร ะ บ บ จั ด ก า ร ป  จ จั ย เ สี่ ย ง ด  า น เร่ืองสวมและส่ิงปฏิกูล และสุขอนามัยเพ่ือ
ส่ิงแวดลอมท่ีมีผลกระทบตอสุขภาพ รอยละ สขุ ภาวะที่ดี รว มกับภาคีเครือขา ย
โ ร ง พ ย า บ า ล สั ง กั ด ก ร ะ ท ร ว ง ส า ธ า ร ณ สุ ข (3) การดําเนินงานดานการเปล่ียน
ท่ีดําเนินการกิจกรรม GREEN & CLEAN แปลงสภาพภูมิอากาศและสุขภาพอนามัย
ผานเกณฑ สวนผลการดําเนินงานในเชิง ไดจัดทําแผนปฏิบัติการดานการปรับตัว
คุณภาพ ไดจากการสัมภาษณผูบริหาร ตอการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศดาน
และผูรับผิดชอบงานอนามัยสิ่งแวดลอม สาธารณสุข ระยะท่ี 1 (พ.ศ.2564-2573)(23)
รวมท้ังรวบรวมจากเอกสารตางๆ สรุปผล แนวทางการประเมินความเสี่ยงตอสุขภาพ
การดําเนินงานในชวงปงบประมาณ พ.ศ. จ า ก ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ
2562-2563 ทีส่ าํ คัญ ไดแ ก เพ่ือรองรับความเสี่ยงจากอุณหภูมิที่สูงข้ึน

(1) มลพิษทางอากาศและสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนการขับเคล่ือน

ภาพท่ี 3 โครงสรางกระทรวงสาธารณสขุ ท่ีเกี่ยวของกบั งานอนามัยสงิ่ แวดลอ ม
122 ปท ่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มีนาคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามยั สงิ่ แวดลอม

การพฒั นางานอนามัยสงิ่ แวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพฒั นาทย่ี ่ังยืน

และการเกิดโรคจากความรอน โรคท่ีมีแมลง ระดับจังหวัดและอาํ เภอ
เปน พาหะ โรคระบบทางเดนิ หายใจ โรคที่เกดิ 8. ขอเสนอตอกระทรวงสาธารณสุข
จากอาหารและนํ้าเปนส่ือโดยเฉพาะโรค
อุจจาระรวง และโรคหรือการเจ็บปวยอ่ืนๆ ที่ผานการรับฟงความเห็นของผูเช่ียวชาญ
ยกระดับการจัดการอนามัยส่ิงแวดลอมสถาน ทั้งผูบริหารและหนวยงาน/องคกรที่เกี่ยวของ
บริการสาธารณสุขที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม เรียบรอยแลว ประกอบดวยขอ เสนอ 5 ดา น
โดยการขับเคลื่อน GREEN and CLEAN
Hospital สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม 8.1 ประเด็นงานอนามัยส่ิงแวดลอม
ต  น แ บ บ อ น า มั ย ส่ิ ง แ ว ด ล  อ ม ร อ ง รั บ ก า ร โครงสรางและกลไกการทํางานของกระทรวง
เปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ พัฒนาบุคลากร สาธารณสุข
ทเ่ี ก่ียวของ
1) ประเด็นงาน ใชเปาหมาย
(4) ศึกษาวิจัยแนวทางการจัดการ หลักที่ 3 “สรางหลักประกันวาคนมีชีวิตท่ีมี
ของเสียทางการแพทยจากสถานบริการ สุขภาพดีและสงเสริมสวัสดิภาพสําหรับทุกคน
สาธารณสุข เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการ ในทุกวัย” เปาหมายท่ี 3.9 “ลดจํานวนการ
ของเสียทางการแพทยที่เหมาะสมกับของเสีย เสียชีวิตและการเจ็บปวยจากสารเคมีเปนพิษ
แตล ะประเภท ศกึ ษาประสทิ ธภิ าพระบบบําบัด และจากมลพิษและการปนเปอนทางอากาศ
นํ้าเสียของสถานบริการสาธารณสุข เฝาระวัง น้ําและดิน ใหลดลงอยางมาก ภายในป
การลกั ลอบทง้ิ สารเคมใี นพนื้ ทพ่ี ฒั นาเศรษฐกจิ พ.ศ.2573” เปนหลักในการทํางาน โดยให
พ้ืนที่พิเศษ โดยเตรียมความพรอมใหชุมชน ค ว า ม สํ า คั ญ กั บ ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น อ น า มั ย
ในพ้ืนทพ่ี ัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก สิง่ แวดลอมในประเด็นสาํ คัญ 4 ประเด็น ไดแก
(1) มลพิษทางอากาศกับสุขภาพ เนนจัดการ
การใชมาตรการตามกฎหมาย แหลงกําเนิดมลพิษทางอากาศในเขตเมืองและ
เพอื่ ดําเนินงานดานอนามัยสง่ิ แวดลอม โดยใช ภาคการเกษตร (2) น้ําสะอาด การสขุ าภบิ าล
ก ล ไ ก ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ส า ธ า ร ณ สุ ข จั ง ห วั ด และสุขอนามัย เนนจัดใหมีระบบบําบัด
และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ ส่ิงปฏิกูลในองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
อาํ เภอในการขบั เคลอื่ นงานอนามยั สง่ิ แวดลอ ม ทุกแหง และสงเสริมการมีสวมและใชในพื้นที่
หางไกล (3) สารเคมีและของเสียอันตราย

ที่มา : อางใน สริ ิวรรณ จนั ทนจลุ กะ, 2564(22)

ภาพที่ 4 สถานการณโลกและสถานการณประเทศไทย ท่ีเก่ียวของกับปจจัยสิ่งแวดลอม
กับสุขภาพ

123THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

กบั สขุ ภาพการจดั การของภาคสว นสาธารณสขุ 2.2) สงเสริมและพัฒนาใหหนวย
ในการปฏิบัติตามขอตกลงระหวางประเทศ งานสาธารณสุขเปนตนแบบที่ดีในดานการ
ตามอนุสัญญา 4 ฉบับ (4) การเปล่ียนแปลง จัดการสภาพแวดลอม ปฏิบัติตามกฎหมาย
สภาพภูมิอากาศกับสุขภาพ เนนการจัดการ และขอตกลงระหวางประเทศ (เชน การจดั การ
ของภาคสวนสาธารณสุข เพื่อลดผลกระทบ น้ําสะอาด นํ้าเสีย ขยะ สิ่งปฏิกูล ของเสีย
รุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นและใหระบบบริการ ทางการแพทย เพ่ือปองกันการแพรของจุลชีพ
สาธารณสุขยังคงดาํ เนนิ เปนปรกติ ดื้ อ ย า ) ป รั บ ป รุ ง โ ค ร ง ก า ร G R E E N
and CLEAN Hospital ใหครอบคลมุ ภารกจิ
2) โครงสรางและกลไกการ ดานการปลอยคารบอนตํ่า และคํานึงถึงผล
ดําเนินงาน แบง เปน กระทบท่ีอาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพภูมิอากาศและขยายเปาหมายไปสถาน
2.1) ปรับโครงสรางและกลไก บ ริ ก า ร ส า ธ า ร ณ สุ ข น อ ก สั ง กั ด ก ร ะ ท ร ว ง
การทํางานภายในกระทรวง ดวยการกําหนด สาธารณสุข ใหระบบบริการสาธารณสุข
นโยบายท่ีครอบคลุมเปาหมายงาน 4 ดาน มีความพรอมตอการจัดบริการสาธารณสุข
และปรับกลไกภายในกระทรวงใหเปนเอกภาพ เตรียมดานโครงสรางของสถานพยาบาล
บูรณาการงาน 4 ดานไวในแผนงานดาน ใหรองรับผลกระทบจากการเปล่ียนแปลง
สุขภาพที่มีอยูอยางเหมาะสม เนนแผนงาน สภาพภูมิอากาศและดูแลกลุมเปราะบาง
ปองกันปฐมภูมิ โดยเฉพาะนโยบายดานการ บู ร ณ า ก า ร กั บ ห น  ว ย ง า น ใ น ก ร ะ ท ร ว ง
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพ่อื ใหเ ปนแบบ สาธารณสุข เพ่ือควบคุมกํากับและสนับสนุน
อยางใหกับหนวยงานอื่นและชุมชน ในการ ใหหนวยงานสาธารณสุขลดหรือเลิกการใชสาร
ลดการปลอยกาซเรือนกระจก การลดการใช เคมีที่เปนพิษ มีการจัดการสารเคมีและของ
พลังงาน และใชพลังงานสะอาดเพื่อการ เสียอันตรายอยางถูกตองตามหลักวิชาการ
ประกอบอาหาร ลดการกอมลพิษทางอากาศ มีความปลอดภัยตอส่ิงแวดลอมและสุขภาพ
อยางตอเนื่อง ใหกระทรวงสาธารณสุข และเปนไปตามกรอบอนุสัญญาระหวาง
มีบทบาทเชิงรุกเพ่ือลดความเส่ียงตอสุขภาพ ประเทศ
จากสารเคมีตลอดชวงชีวิต การจัดซื้อจัดจาง
สีเขียวของทุกหนวยในองคกร และใหกรม 2.3) ป รั บ รู ป แ บ บ ก า ร ทํ า ง า น
อนามัยจัดโครงสรางและกลไกการบูรณาการ รวมกับภาคสวนอื่น เพื่อใหมีการจัดการ
งานดานน้ํา การสุขาภิบาลและสุขอนามัยไว ภัยคุกคามตอสุขภาพต้ังแตตนทาง ใชหลัก
ดวยกัน เพื่อจัดการโรคอุจจาระรวงและโรค การสุขภาพในทุกนโยบาย (Health in All
พยาธใิ บไมต บั และมะเรง็ ทอ นา้ํ ดอี ยา งเปน ระบบ Policies) บูรณาการประเด็นสุขภาพไวใน
ใหมีหนวยงานทําหนาท่ีติดตาม คาดการณ กระบวนการพัฒนา/ประเมินนโยบายดาน
ผลกระทบตอสุขภาพจากปจจัยคุกคามดาน ตางๆ พลังงาน ขนสง ที่อยูอาศัย แรงงาน
ตางๆ และปจจัยคุกคามรูปแบบใหม เชน อุตสาหกรรม วางแผนเมือง สรางกลไก
ปญหาจากอนุภาคนาโน/ไมโครพลาสติก ระหวางหนวยงานใหมีความเขมแข็ง กลไก
เช้ือด้ือยาในสิ่งแวดลอม กําหนดพันธกิจ แ ผ น ป ฏิ บั ติ ก า ร ด  า น ก า ร ป รั บ ตั ว ต  อ ก า ร
4 ดานในโครงสรางกรมอนามัย เพื่อมีผูรับ เปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศฯ เพอ่ื ทํางานกับ
ผิดชอบในการพัฒนางานอยางตอเนื่อง และ ภาคสวนอ่ืน ติดตามเปาหมาย และตัวช้ีวัด
ครอบคลุมดานเครื่องมือและระบบตรวจ ในเร่ืองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
วิเคราะหทางหองปฏบิ ัติการ เพ่อื ใหหนวยงาน จั ด ใ ห  มี แ ผ น พั ฒ น า ส  ว ม แ ล ะ ก า ร จั ด ก า ร
สาธารณสุขมีศักยภาพและความพรอมในการ สิ่งปฏิกูลของประเทศไทย เรงรัดจัดการโรค
ตดิ ตามหรอื เฝา ระวงั สถานการณด า นตา งๆ ดว ย

124 ปท ่ี 44 ฉบบั ที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสรมิ สุขภาพและอนามัยสงิ่ แวดลอ ม

การพฒั นางานอนามยั ส่ิงแวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพฒั นาท่ยี ัง่ ยืน

เขตรอนที่ถูกละเลยใหมีการจัดการส่ิงปฏิกูล 8.3 ดานระบบขอมูลและสารสนเทศ
ปลอดภัย บูรณาการโดยใชสถานที่ (Setting) ดานอนามัยสิ่งแวดลอม จัดใหมีระบบ
เปนฐานในการทํางานในระดับเมือง/ชุมชน สารสนเทศเพื่อการเก็บรวบรวม วิเคราะห
เพื่อใหมีการพัฒนาในภาพรวมของเมือง ประมวลผลขอมูลขนาดใหญที่แสดงความ
สนับสนุนใหระดมทรัพยากรสนับสนุนการ เช่ือมโยงระหวางปจจัยกําหนดสุขภาพท่ี
ทํางานในระดับทองถิ่น เพ่ือลดความแตกตาง หลากหลาย สามารถแสดงผลในรูปแบบตางๆ
กันระหวางเขตเมือง ชานเมืองและชนบท และผลในเชิงพ้ืนที่ แสดงในรูปแผนท่ี ผลักดัน
เพิ่มการเขาถึงนํ้าสะอาด การสุขาภิบาลและ มีการเก็บรวบรวมขอมูลตามตัวช้ีวัดท่ีกําหนด
สุขอนามัยใหทั่วถึงและเทาเทียม สรางกลไก ในเปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสามารถ
ความรวมมอื ระหวางประเทศ ติดตามความกาวหนาของประเทศในการ
ดําเนินการตามเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน
2.4) ทําใหประชาชนและชุมชนมี โดยระบบขอมูลสารสนเทศ ควรประกอบดวย
ความรูความสามารถในการปองกันส่ิงคุกคาม ระบบขอมูลและสารสนเทศดานนํ้า การ
และสามารถพึ่งพาตนเอง/ชุมชนไดเม่ือเกิด สุขาภิบาลและสุขอนามัย ใน 2 ระดับ
ปญหาอนามัยส่ิงแวดลอม ประสานความ ตามตัวชี้วัด 6.1.1 สัดสวนของประชาชน
รวมมือกับหนวยงานหรือองคกรท่ีเก่ียวของ ท่ีไดรับบริการนํ้าสะอาดท่ีมีการจัดการน้ําให
เพื่อการคุมครองคนกลุมเสี่ยงและพ้ืนท่ีเสี่ยง ปลอดภัย ตองมีขอมูลประกอบดวย แหลงนํ้า
จากการไดรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ด่ืมท่ีมีการปรับปรุงคุณภาพ การเขาถึง
สภาพภูมิอากาศตอสุขภาพและตอระบบ การใชไดตลอดเวลา และคุณภาพนํ้า ความ
บริการสาธารณสุข สนับสนุนการบูรณาการ ค ร อ บ ค ลุ ม ข อ ง ป ร ะ ช า ก ร ท่ี ไ ด  รั บ บ ริ ก า ร
ในหลักสูตรการศึกษา ประเมินและสื่อสาร นา้ํ สะอาด ตวั ช้ีวัด 6.2.1 สัดสว นของประชาชน
ความเส่ียงตอสุขภาพ ส่ือสารความรู กระตุน ท่ีไดรับบริการ (a) ดานการสุขาภิบาลท่ีมี
ใ ห  ชุ ม ช น มี ก า ร ใ ช  ส  ว ม แ ล ะ มี ก า ร จั ด ก า ร การจัดการที่ดี และ (b) ท่ีลางมือพรอมสบู
ส่ิงปฏิกูลอยางปลอดภัย สงเสริมการใชกลวิธี และน้ํา (ขอมูลประกอบดวย ครัวเรือนที่มี
ใหมๆ ในการใหความรู สรางความเขมแข็ง สวมที่ถูกตอง มีการเก็บกัก มีการรวบรวม
การมีสวนรวม สรางความตระหนักแกชุมชน และขนสงไปกําจัด และการกําจัดอยางถูกวิธี
รวมถึงผลกระทบท่ีเกิดขึ้น ปรับปรุง พัฒนา ครัวเรือนที่มีท่ีลางมือพรอมสบูและน้ํา ความ
ระบบสื่อสารใหมีความเฉพาะเจาะจงกลุม ค ร อ บ ค ลุ ม ข อ ง ป ร ะ ช า ก ร ท่ี ไ ด  รั บ บ ริ ก า ร
เปา หมาย ดานสุขาภิบาลและสุขอนามัย เปนตน
เปนศูนยขอมูลของกระทรวงสาธารณสุข
8.2 ดา นกฎหมาย สง เสริม สนับสนนุ เพื่อติดตามขอมูลดานนํ้า การสุขาภิบาล
และกํากับดูแลใหอปท. ใชมาตรการทาง และสุขอนามัยของสถานพยาบาลทุกแหง
กฎหมายเพื่อจัดการส่ิงปฏิกูลใหถูกหลัก ท้ังภาครฐั และเอกชน ใหค รอบคลุมท้ัง 5 ดาน
สุขาภิบาล ตราขอบญั ญัติทองถ่ิน สงเสริมใหมี เพ่ือตอบเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนเปา
ระบบกกั เก็บ การขนสงและการกาํ จดั สิง่ ปฏิกูล หมายที่ 3.8 ซ่ึงจะทําใหกระทรวงสาธารณสุข
ที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อปองกันการปนเปอนของ มีความมั่นใจวาระบบบริการสาธารณสุข
สิ่งปฏิกูลสูสิ่งแวดลอม และปองกันปจจัยเส่ียง มีบริการท่ีจําเปนที่มีคุณภาพ ตองมีความ
ตอ สขุ ภาพประชาชน ประสานการใชม าตรการ ครอบคลุม 5 ดาน ไดแก มีน้ําท่ีปรับปรุง
ทางกฎหมายกับกระทรวงมหาดไทย พัฒนา คุณภาพนํ้า มีสวมใชงานไดดี มีที่ลางมือ
มาตรการทางกฎหมายใหค รอบคลมุ การจดั การ สบูและนํ้า คัดแยกของเสีย มีแนวทางการ
มลพิษทางอากาศภายในอาคาร ปรับปรุง
กฎหมายใหทนั สถานการณ

125THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

ทําความสะอาดและมีบุคลากรท่ีรับผิดชอบ ของการลงทนุ และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร
ดา นการทําความสะอาดผานการฝกอบรม และผลกระทบดานอ่ืน เพ่ือเปนหลักฐาน
เชงิ ประจกั ษ ในการสอ่ื สารกบั ผกู าํ หนดนโยบาย
พัฒนาระบบขอมูลและสารสนเทศ ผูมีอํานาจในการตัดสินใจ ผูมีสวนไดเสีย
เพ่ือเช่ือมโยงขอมูลเฝาระวังส่ิงแวดลอมและ และประชาชนทั่วไป กําหนดทิศทางการวิจัย
ผลกระทบตอสุขภาพเขาดวยกัน จัดทําการ และผลักดันใหเกิดการจัดการความรู วิจัย
คาดการณการไดรับมลพิษและผลตอสุขภาพ นวตั กรรม และคาดการณผ ลกระทบทอี่ าจจะเกดิ
รวมท้ังเพื่อติดตามและเฝาระวังผลกระทบตอ ข้ึนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับ
สุขภาพในระยะยาว อยางนอยระบบขอมูล สขุ ภาพอนามยั รปู แบบทเี่ หมาะสมในการจดั การ
ควรครอบคลุม จํานวน อัตราปวย/อัตราตาย สภาพแวดลอมรวมถึงการคนหาภูมิปญญา
และสัดสวนการเกิดโรคจากปจจัยส่ิงแวดลอม ชาวบา นหรอื Best Practice ตา งๆ ดว ย
(ตัวชี้วัดฯ 3.9.1,2,3)
■ อภปิ รายผล
พั ฒ น า ร ะ บ บ ข  อ มู ล แ ล ะ ร ะ บ บ
สารสนเทศ เกี่ยวกับโครงสรางพ้ืนฐานดาน วาระและเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน
บริการสาธารณสุข และอนามัยส่ิงแวดลอม ขององคการสหประชาชาติไดถูกกําหนดไว
ของประเทศ (เชน ระบบประปา ระบบกําจัด ต้ังแตป พ.ศ.2558 และมีผลในชวงป พ.ศ.
ขยะมูลฝอย และระบบกําจัดขยะติดเช้ือ) 2559-2573 ยุทธศาสตรชาติ 20 ป ของ
เพ่ือการวางแผนปองกันและติดตามผลกระทบ ประเทศไทย มีผลในชวงป พ.ศ. 2561-2580
ท่ีเกิดขึ้นจากภัยพิบัติ รวมท้ังใหประชาชนและ ซึ่งเปนชวงเวลาท่ีมีความเหล่ือมกันแตเนนที่
ผูเ กย่ี วขอ งใชป ระโยชนด วย และนาํ เทคโนโลยี เปาหมายสุดทายเพ่ือการพัฒนาที่ย่ังยืนใน
สอื่ สารสมยั ใหมมาใชในการทํางาน บริบทของประเทศไทยท่ีมีความชัดเจนมาก
ขึ้น ซ่ึงแผนอื่นๆ ของประเทศไทย ที่ไดจัดทํา
8.4 ดานทรัพยากรบุคลากรและ ขึ้นกอ นยุทธศาสตรช าติ 20 ป น้นั ก็อยูระหวาง
งบประมาณ ส่ือสารเพ่ือใหเขาใจบทบาท การปรับปรุงใหสอดคลองกับยุทธศาสตรและ
และทศิ ทางใหม การมบี ทบาทนาํ ในการจดั การ ทิศทางของประเทศ การศึกษานี้เปนการ
สภาพแวดลอ ม พฒั นาขดี ความสามารถในการ ทบทวนบทบาทและภารกิจที่ควรดําเนินงาน
ตดิ ตามสถานการณเ ปลย่ี นแปลงอนั เนอ่ื งมาจาก ดานอนามัยสิ่งแวดลอมและจะมีสวนชวยให
นโยบาย เทคโนโลยี วิธีปฏิบัติและพฤติกรรม กระทรวงสาธารณสุข ไดมีบทบาทนําและมี
ทักษะจําเปน เชน ดานการวิเคราะหระบบ ความชัดเจนวาการบรรลุเปาหมายการพัฒนา
ขอมูลสารสนเทศ สรางความตระหนักในการ ท่ียง่ั ยืนเปาหมายหลักท่ี 3 สรางหลักประกันวา
จัดการสภาพแวดลอมท่ีดี หาแนวรวมในการ คนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและสงเสริมสวัสดิภาพ
ทํางานรวมกันระหวางภาครัฐ ภาคเอกชนและ สําหรับทุกคนในทุกวัยไดนั้น ตองมีการ
ประชาชน ทําใหม่ันใจวามีทรัพยากรดาน บูรณาการกับหนวยงานอื่นและเห็นความ
งบประมาณ เคร่ืองมือเคร่ืองใช วัสดุอุปกรณ เชื่อมโยงกับเปาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน
เพยี งพอ เปา หมายอื่นดว ย

8.5 ดานการจัดการความรู วิจัย สวนยุทธศาสตรชาติ 20 ป และแผน
นวตั กรรม มบี ทบาทในการสรา งหรอื หาหลกั ฐาน แมบทภายใตยุทธศาสตรชาตินั้น สามารถใช
เชิงประจักษ ที่แสดงถึงผลกระทบตอสุขภาพ เปนฐานในการพัฒนางานอนามัยส่ิงแวดลอม
จากการพัฒนาดานตางๆ และจากส่ิงแวดลอม ของกระทรวงสาธารณสุขได แมวากระทรวง
เพื่อใชเปนขอมูลในการสนับสนุนนโยบาย สาธารณสุขจะไดดําเนินงานในงานอนามัยส่ิง
พัฒนาที่เอ้ือตอการมีสุขภาพดี ศึกษาวิจัย
ดา นภาระโรคจากปจ จยั สงิ่ แวดลอ ม ความคมุ คา

126 ปท ่ี 44 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสขุ ภาพและอนามัยส่งิ แวดลอม

การพัฒนางานอนามัยส่ิงแวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสขุ เพื่อสนบั สนุนเปา หมายการพัฒนาท่ยี ง่ั ยนื

แวดลอมในดานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ พฒั นาทย่ี งั่ ยืน ค.ศ. 2030 ไดไ ปพรอ มกัน
อากาศ มลพิษอากาศไดคอนขางดี แตยังมีขอ
จํากัดในการจัดการส่ิงคุกคามแบบด้ังเดิม เชน ■ ขอ เสนอแนะ
เร่ืองน้ําสะอาด การสุขาภิบาลและสุขอนามัย
โดยเฉพาะในพื้นที่หางไกล รวมทั้งขอมูล ขอเสนอแนะในการศึกษาระยะตอไป
สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ และ ควรมีการศึกษาเพ่ือพัฒนากลไก การดําเนิน
การพัฒนาวิชาการ องคความรู นวัตกรรม งานอนามัยสิ่งแวดลอมในภาวะฉุกเฉินหรือภัย
ก า ร ศึ ก ษ า วิ จั ย ด  า น ภ า ร ะ โ ร ค จ า ก ป  จ จั ย พิบัติตางๆ ซ่ึงงานอนามัยสิ่งแวดลอมมี
สิ่งแวดลอม ความคุมคาของการลงทุน บทบาทเพ่ือลดการเจ็บปวยหรือเสียชีวิต และ
และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร และผล ความสูญเสียอ่ืนๆ ไดดวย รวมท้ังควรศึกษา
กระทบดานอ่ืน กระทรวงสาธารณสุขจําเปน เพิ่มเติมในดานการใชเคร่ืองมือการประเมิน
ต  อ ง มี ก า ร พั ฒ น า อ ย  า ง ต  อ เ น่ื อ ง แ ล ะ เ ป  น ผลกระทบตอสุขภาพเพื่อบูรณาการปจจัย
เอกภาพ เพื่อสนับสนุนใหเกิดการพัฒนา ส่ิงแวดลอมกับผลตอสุขภาพเขาไวดวยกัน
ที่ย่ังยืนของประเทศไทย และสามารถตอบ ในระดบั นโยบายหรอื การใชเ ครอ่ื งมอื ทเ่ี รยี กวา
เปา หมายการพฒั นาทย่ี งั่ ยืนของโลกได Strategic Environmental Assessment
(SEA) เพือ่ ใหม ีการใชเคร่อื งมอื เหลานอ้ี ยา งมี
■ สรุปผล ประสิทธิภาพมากข้ึน และสนับสนุนบทบาท
ของกระทรวงสาธารณสุขในกลไกของคณะ
การศึกษานี้เนนหนักการดําเนินงาน กรรมการพัฒนาทยี่ ัง่ ยืน
ใน 4 ดานหลัก ไดแก มลพิษทางอากาศ
กับสุขภาพ น้ําสะอาด การสุขาภิบาลและสุข ■ กติ ติกรรมประกาศ
อนามัย การจัดการสารเคมีและของเสีย
อันตราย และการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิ การศึกษาวิจัยฉบับน้ีไดรับความ
อากาศกับสุขภาพ แตก็รวมขอเสนอเพ่ือการ อนุเคราะหเปนอยางดีย่ิงจากทานผูบริหาร
จั ด ก า ร อ น า มั ย สิ่ ง แ ว ด ล  อ ม ข อ ง ภ า ค ส  ว น ของกระทรวงสาธารณสุข ผบู ริหารกรมอนามยั
สาธารณสุขเขาไวดวย ในการดําเนินงานตาม คณาจารยและเครือขายองคกรดานอนามัย
ขอเสนอตอกระทรวงสาธารณสุขน้ี สามารถใช ส่ิงแวดลอม ท่ีใหขอเสนอที่เปนประโยชน
เปาหมายและแนวทางดําเนินงานตามท่ีระบุใน ยิ่งตอการจัดทํารายงานฉบับน้ี ขอขอบคุณเจา
ยุทธศาสตรชาติ 20 ปและแผนแมบทภายใต หนาที่สํานักอนามัยส่ิงแวดลอม สํานัก
ยุทธศาสตรเ ปนแนวทาง รวมกับแผนงานอน่ื ๆ สุขาภิบาลอาหารและน้ํา กองประเมินผลกระ
ที่เก่ียวของ เพ่ือใหสามารถตอบสนองการ ทบตอสุขภาพ ศูนยอนามัยและสํานักคณะ
พั ฒ น า ป ร ะ เ ท ศ ท่ี ยั่ ง ยื น แ ล ะ ต อ บ ส น อ ง กรรมการผูทรงคุณวุฒิในการสนับสนุนขอมูลท่ี
เปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนตามวาระการ เปนประโยชนต อการศึกษาวิจยั คร้ังน้ี

เอกสารอา งองิ

1. Prüss-Üstün A., Wolf J., Corvalan Carlos F., Bos RV. Neira Maria Purificacion. Preventing Disease
through Healthy Environments. Geneva: WHO Document Production Services; 2016.

2. World Commission on Environment and Development. Our Common Future. Great Britain: Oxford
University Press; 1991.

3. United Nations General Assembly, 70. Transforming Our World: the 2030 Agenda for Sustainable
Development [Internet]. 2015 [cited 2020 Feb 10]. Available from: http://United Nations Official
Document

127THAILAND JOURNAL OF HEALTH PROMOTION AND ENVIRONMENTAL HEALTH Vol.44 No.1 January - March 2021

บ ท วิ ท ย า ก า ร

4. ประกาศ เร่อื ง ยุทธศาสตรชาติ (พ.ศ. 2561-2580) ราชกิจจานเุ บกษา. เลม 135 ตอนที่ 82 ก. วันที่ 13 ตุลาคม 2561.
5. World Health Assembly, 72. WHO Global Strategy on Health, Environment and Climate Change:

the Transformation Needed to Improve Lives and Well-Being Sustainably through Healthy
Environments. World Health Organization [Internet]. 2019 [cited 2019 Oct 10]. Available from: https://
apps.who.int/iris/handle/10665/328399
6. United Nations General Assembly, 66. The Future We Want [Internet]. 2012 [cited 2019 Oct 10].
Available from: https://www.un.org/en/development/desa/population/migration/generalassembly/
docs/globalcompact/A_RES_66_288.pdf
7. United Nations General Assembly,70. Resolution adopted by the General Assembly on 25 September 2015.
[without reference to a Main Committee (A/70/L.1.)] Transforming our world: the 2030 Agenda for
Sustainable Development [Internet]. 2015 [cited 2019 Oct 10]. Available from: https://www.un.org/ga/
search/view_doc.asp?symbol=A/RES/70/1&Lang=E.
8. United Nations General Assembly, 75. Resolution adopted by the General Assembly on 6 July 2017.
[without reference to a Main Committee (A/71/L.75)] Work of the Statistical Commission
pertaining to the 2030 Agenda for Sustainable Development [Internet]. 2017 [cited 2020 Feb 10].
Available from: https://digitallibrary.un.org/record/1291226?ln=en
9. รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจกั รไทย ราชกจิ จานเุ บกษา. เลม 134 ตอนท่ี 40 ก วนั ท่ี 6 เมษายน 2560.
10. พระราชบญั ญตั ิ การจดั ทาํ ยุทธศาสตรชาติ พ.ศ. 2560 ราชกจิ จานุเบกษา. เลม 134 ตอนที่ 79 ก วนั ท่ี 31 กรกฎาคม 2560.
11. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (13) ประเด็น การเสริมสรางใหคนไทยมีสุขภาวะท่ีดี (พ.ศ.2561–2580) [อินเทอรเน็ต].
ม.ป.ป. [เขาถึงเมื่อ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2019/04/06-
การเสรมิ สรางใหค นไทยมีสขุ ภาวะทีด่ .ี pdf
12. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (18) ประเด็น การเติบโตอยางยั่งยืน (พ.ศ.2561 - 2580) [อินเทอรเน็ต]. ม.ป.ป.
[เขาถึงเมื่อ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2019/04/06-
การเตบิ โตอยา งย่งั ยืน.pdf
13. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (19) ประเด็น การบริหารจัดการนํ้าทั้งระบบ (พ.ศ.2561-2580) [อินเทอรเน็ต].
ม.ป.ป. [เขา ถึงเมื่อ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2019/04/06-
การบรหิ ารจดั การนํ้าทง้ั ระบบ.pdf
14. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (7) ประเด็น โครงสรางพ้ืนฐาน ระบบโลจิสติกส และดิจิทัล (พ.ศ.2561-2580)
[อินเทอรเน็ต]. ม.ป.ป. [เขาถึงเมื่อ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/
uploads/2019/04/06-โครงสรางพ้ืนฐาน-ระบบโลจสิ ติกส-และดจิ ิทลั .pdf
15. แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ (6) ประเด็น พ้ืนท่ีและเมืองนาอยูอัจฉริยะ (พ.ศ.2561-2580) [อินเทอรเน็ต]. ม.ป.ป.
[เขาถึงเม่ือ 12 มกราคม 2563]. เขาถึงไดจาก: http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2019/04/06-
พนื้ ทแ่ี ละเมอื งนาอยูอจั ฉรยิ ะ.pdf
16. ระเบียบสาํ นักนายกรฐั มนตรวี า ดวยคณะกรรมการเพ่ือการพัฒนาท่ยี ่งั ยนื พ.ศ. 2556. ราชกจิ จานุเบกษา. เลม 130 ตอนท่ี 87ง.
วนั ท่ี 24 กรกฎาคม 2556.
17. ระเบียบสาํ นักนายกรฐั มนตรี วาดวยคณะกรรมการเพ่อื การพฒั นาทีย่ ่ังยนื (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา. เลม 137
ตอนที่ 12ง. วนั ที่ 15 มกราคม 2563.
18. United Nations General Assembly. Issue of Human Rights Obligations Relating to the Enjoyment of a Safe,
Clean, Healthy and Sustainable Environment [Internet]. 2019 [cited 2020 Feb 10] Available from: https://
undocs.org/A/HRC/40/55
19. United Nations General Assembly. The Human Right to Water and Sanitation [Internet]. 2010 [cited 2020
Feb 10]. Available from: https://undocs.org/A/RES/64/292
20. กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2560 ราชกิจจานุเบกษา. เลมที่ 134
ตอนท่ี 64 ก วันที่ 14 มิถุนายน 2560.
21. กฎกระทรวง แบงสวนราชการกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2552 ราชกิจจานุเบกษา. เลมที่ 126 ตอนท่ี 98 ก
วันท่ี 28 ธนั วาคม 2552.
22. สิริวรรณ จันทนจุลกะ. รายงานการศึกษาเรื่อง การพัฒนางานอนามัยส่ิงแวดลอมในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข
เพ่ือสนับสนุนเปาหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน. นนทบุรี: สํานักอนามัยส่ิงแวดลอม กรมอนามัย; 2564. เอกสาร
ตน ฉบับอัดสําเนา.
23. กระทรวงสาธารณสุข. แผนปฏิบัติการดานการปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดานสาธารณสุข ระยะท่ี 1
(พ.ศ. 2564-2573); 2564. เอกสารตน ฉบบั อดั สาํ เนา

HEALTH

128 ปที่ 44 ฉบับที่ 1 มกราคม - มนี าคม 2564 วารสารการสง เสริมสุขภาพและอนามยั สง่ิ แวดลอม



12 มนี าคม 2564

วันสถาปนากรมอนามยั 69 ป

มงุ สรางความรอบรูสขุ ภาพทุกกลุมวัย “สงเสริมคนไทยสขุ ภาพด”ี








Click to View FlipBook Version